พลโท พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงปัญหาค่าน้ำมันแพงและราคาแก๊สหุงต้มที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ และระบุว่าประเทศไทยมีความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์เป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าพิจารณา เนื่องจากหลายประเทศในโลกมีการใช้พลังงานนิวเคลียร์อย่างแพร่หลาย และมีศักยภาพในการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์
พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน) : เรียนท่านประธานที่เคารพและก็สมาชิกรัฐสภาทุกท่าน ดิฉัน พลโท (หญิง) พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ดิฉันใคร่อยากจะขอประหยัดเวลาโดยการ รวบคําถามที่ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้แสดงความห่วงใย แล้วก็ได้แสดงข้อพิจารณา เกี่ยวกับปัญหาของกระทรวงพลังงาน
ปัญหาแรก ที่ดิฉันจะขอกล่าวถึงก็คือปัญหาเรื่องค่าน้ํามันแพง วันนี้ก็คงจะ ทราบข่าวนะคะว่าค่าน้ํามันขึ้นอีกแล้ว ๙๐.๙ เหรียญต่อบาร์เรล ซึ่งประเทศไทยเราใช้ น้ํามัน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของน้ํามันนําเข้า เพราะฉะนั้นเราหลีกเลี่ยงปัญหานี้ไม่พ้น ปัจจัยนี้ เปึนปัจจัยที่ดิฉันไม่สามารถจะช่วยพิจารณาได้นะคะ
ปัจจัยที่ ๒ ที่ดิฉันจะขอเรียกว่าปัจจัยภายในนะคะ ปัจจัยภายในที่ทําให้ ค่าน้ํามันที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้มีราคาประมาณ ๒๖–๓๐ บาทต่อลิตร ปัจจัยเหล่านี้ได้แก่เรื่อง กองทุนน้ํามันที่เราเก็บเงินจากน้ํามันหลาย ๆ ประเภทเข้ากองทุนนี้ ซึ่งท่านหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ ท่านอภิสิทธิ์ได้กรุณาแสดงข้อพิจารณาให้นะคะ ดิฉันอยากจะขอเรียนว่า เรามีการเก็บหลากหลายของน้ํามันหลายประเภท ตั้งแต่เก็บน้อยจนถึงไม่เก็บเลย เช่น น้ํามันดีเซล เปึนต้น เก็บเพียงประมาณ ๑๐ สตางค์เท่านั้นเองต่อลิตรนะคะ หรือกลุ่มที่เรา เก็บมากก็มีค่ะ อย่างเช่น พวกเบนซิน ๙๕ เบนซิน ๙๑ บางกลุ่มเราก็ยังไม่เก็บแล้วก็ยัง สนับสนุนด้วย อย่างเช่นพวกแก๊สโซฮอล์หรือไบโอดีเซล แต่มีอีกหลาย ๆ ประเด็นที่ดิฉัน คิดว่าจะพิจารณาได้ ก็คือการเก็บเงินเข้ากองทุนอนุรักษ์ ซึ่งเราเก็บเพื่อการอนุรักษ์ พลังงาน แล้วก็เพื่อการส่งเสริมพลังงานทางเลือกหรือพลังงานทดแทน ในส่วนนี้ก็จะเก็บ หลากหลายตามประเภทของน้ํามันซึ่งดิฉันจะไม่ขอกล่าวในรายละเอียด
แล้วก็ยังมีในส่วนที่ ๓ เปึนปัจจัยภายในข้อที่ ๓ ก็คือค่าการตลาด ซึ่งค่าการตลาดนี้จะเปึนเงินของบริษัทผู้ค้าน้ํามันบวกเข้าไปในราคาน้ํามันด้วย ทั้ง ๓ ประเด็นภายในนี้ดิฉันจะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในที่นี้ก็คงไม่พ้น ปตท. เพราะถือว่าเปึนผู้นําตลาดน้ํามันใหญ่ของประเทศไทย แล้วก็อาจจะมีหน่วยงาน สนพ. สํานักงานนโยบายและแผนพลังงานซึ่งเปึนของกระทรวงพลังงานเอง ดิฉันจะหารือ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ดีที่สุดให้ความเปึนธรรมกับทั้งผู้ผลิตแล้วก็ให้ประชาชนเดือดร้อน น้อยที่สุด
ในประเด็นที่ ๒ ที่ดิฉันจะขอกล่าวถึงก็คือ เรื่องแก๊สหุงต้มหรือที่เราเรียก กันว่า แอลพีจี (LPG) ขอเท้าความสักนิดเดียวค่ะ ประเด็นนี้เราคงจะทราบกันอยู่แล้วว่า ที่ผ่านมารัฐบาลก็จะพยุงราคาแก๊สมาตลอด ราคาแก๊สก็จะอยู่ที่ราคาประมาณ ๑๖.๘๑ บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งก็จะตกถังถ้าเอา ๑๕ คูณก็ประมาณ ๒๕๒ บาทต่อถัง เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ป้ ๒๕๕๐ ที่ผ่านมารัฐบาลชุดที่แล้วก็เลิกพยุงราคาแก๊ส ทําให้ ราคาแก๊สเพิ่มขึ้นทันที ๑.๒๑ บาท ก็จะตกราคาเปึน ๑๘.๐๑ บาทต่อกิโลกรัม ราคาถัง ก็จะประมาณ ๒๗๐ บาทต่อถัง และเมื่อเดือนมกราคม ป้ ๒๕๕๑ ป้นี้นะคะ รัฐบาลในชุด ที่แล้วเหมือนกันก็ได้เริ่มใช้สูตรซึ่งดิฉันจะขอเรียกให้เข้าใจง่าย ๆ นะคะว่า เปึนสูตรบันได ๕ ขั้น สูตรนี้เราจะคิดทุก ๆ ไตรมาสนะคะ ไตรมาสแรกที่เริ่มใช้สูตรนี้ก็คือ มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม โดยที่จะอิงจากราคาแก๊ส ตลาดโลกหรือเรียกง่าย ๆ ว่า ราคาซีพี (CP) ๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็อิงราคาแก๊สซึ่งผลิตได้ใน ประเทศไทยอีก ๙๕ เปอร์เซ็นต์นะคะ หลังจากการใช้สูตรนี้ก็คงจะทราบกันดีว่าในเดือน มกราคม กุมภาพันธ์ ราคาแก๊สก็จะเพิ่มขึ้นอีก ๒๐ สตางค์ เปึนราคา ๑๘.๒๑ บาท ก็คือ ประมาณ ๒๗๓ บาทต่อถัง ไตรมาสที่ ๒ ก็จะเริ่มเมษายนไปเรื่อย ๆ ก็จะอิงราคาแก๊สของ ตลาดโลกจาก ๕ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้นเปึน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็อิงตลาดเมืองไทยเปึน ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ไตรมาสที่ ๓ อิงราคาตลาดโลก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ไตรมาสที่ ๔ อิงราคา ตลาดโลก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ และในบันไดขั้นสุดท้ายคือบันไดขั้นที่ ๕ มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคมในป้หน้า ก็จะอิงราคาตลาดโลก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ตลาดในเมืองไทย ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันก็ได้ขอดูตัวเลขประมาณการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เขาก็ลองคิด มาให้ดูว่าในบันไดขั้นสุดท้ายคือประมาณไตรมาสแรกของป้หน้า ราคาค่าแก๊สก็จะเพิ่มขึ้น อีกประมาณ ๗.๕๐ บาท หรือเปึนราคา ๒๕.๗๑ บาทต่อกิโลกรัม คิดมาเปึนถังก็ประมาณ ๓๘๕ บาทต่อถัง ราคานี้ยืนอยู่บนพื้นฐานที่ว่าราคาแก๊สของตลาดโลกไม่เปลี่ยน ราคา แก๊สในเมืองไทยไม่เปลี่ยนนะคะ แล้วก็ยังไม่ได้เปึนราคาสุทธิที่ยังไม่ได้บวกค่าขนส่งอะไร จากร้านปลีก ยังไม่ได้บวกเลยดิฉันคิดว่าถ้าถึงจุดนี้ตัวดิฉันเองรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงานก็คงจะได้รับเสียงร้องเรียนเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนไม่น้อยกว่า ท่านสมาชิกทุกท่านนะคะ แล้วก็ดิฉันเข้าใจความรู้สึกของแม่บ้านดีนะคะว่า การที่เราเจอ หลาย ๆ หมัดตั้งแต่ค่าไฟ ค่าน้ํามันแล้วก็ค่าแก๊สนี่จะเกิดอะไรขึ้น ดิฉันจะรีบดําเนินการ หารือหน่วยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก็ยังเปึน ปตท. เปึนหลักอยู่ดี แล้วก็ทางสํานักงานนโยบายและ แผนพลังงานของกระทรวงเพื่อจะให้ได้ข้อสรุปที่เร็วที่สุดเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของ ประชาชนให้เร็วที่สุด โดยไม่กระทบกระเทือนต่อการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจในภาคใหญ่ ของประเทศ แต่ในโอกาสนี้ดิฉันก็ใคร่จะเรียนให้ท่านสมาชิกทั้งหลายทราบนิดหนึ่งนะคะ ว่า จริง ๆ แล้วเส้นทางของตลาดแอลพีจีมันซับซ้อนกว่านั้นนิดหนึ่ง มันไม่ได้มีอยู่เฉพาะ วงของภาคครัวเรือนเท่านั้น แต่มันยังไปไกลถึงภาคอุตสาหกรรม เพราะว่าเขาใช้แอลพีจี แทนน้ํามันเตาเพราะมีราคาถูก เพราะเราพยุงราคากันมาตลอด หรือในภาคขนส่งซึ่งรวม หมดตั้งแต่รถบรรทุกสินค้า รถบรรทุกผู้โดยสาร หรือจนกระทั่งรถบุคคล หรือพี่น้อง ชาวแท็กซี่ทั้งหลาย ดิฉันอยากจะใคร่ขอโอกาสนี้วิงวอนผ่านไปทางท่านประธาน ท่านสมาชิกทุกท่านว่าขอให้ในกลุ่มอุตสาหกรรมแล้วก็ในกลุ่มขนส่งนี่นะคะ ช่วยกรุณา สนับสนุน หันมาใช้เอ็นจีวี (NGV) ซึ่งด้วยเหตุผลง่าย ๆ เลยค่ะว่าแอลพีจีเปึนแก๊สที่มี มูลค่ามากกว่าเอ็นจีวี สามารถจะไปเปึนผลผลิตสุดท้ายที่สามารถทําเงินเข้าประเทศได้ อย่างเช่น ไฮ เดนซิที โพลีเอทิลีน (High density polyethylene) อย่างนี้เปึนต้นนะคะ ก็ใช้ในอุตสาหกรรมทําพลาสติกก็ทําเงินเข้าประเทศได้มากขึ้น แล้วก็อีกเหตุผลหนึ่ง ที่ดิฉันจะค่อนข้างกังวลใจก็คือว่า การใช้แก๊สแอลพีจีในระบบขนส่งมันเปึนอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมอเตอร์ไซค์ แล้วก็ทางรัฐบาลที่ผ่านมาก็ดี ตัวดิฉันเองก็ดี จะขอกําชับ เร่งรัดกับทางกระทรวงให้อํานวยความสะดวกให้กับประชาชนในด้านการใช้เอ็นจีวี ไม่ว่าจะเปึนการเพิ่มปัูม การเพิ่มสถานีแม่ หรือว่าการที่ ปตท. ได้ให้การสนับสนุนในโครงการหลาย ๆ อย่าง เช่น ดัดแปลงเครื่องยนต์ แอลพีจีมาเปึนเอ็นจีวี อย่างนี้เปึนต้น เพราะว่ามีเหตุผลอีกอันหนึ่งว่าถ้าสมมุติว่า เราไม่แยกภาคของผู้ใช้ ผู้บริโภคแล้ว แน่นอนค่ะว่าเราจะต้องนําแก๊สแอลพีจีเข้าจาก ต่างประเทศ ซึ่งตอนนั้นอย่างน้อยก็ต้องบวก ๑๓–๑๗ บาทต่อกิโลกรัม ดิฉัน ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นขึ้นเลย
เรื่องที่ ๓ ที่ดิฉันจะขอชี้แจงก็คือเปึนเรื่องที่อยู่ในความสนใจของ ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่าน แล้วก็ดิฉันคิดว่าเปึนความสนใจของประชาชนโดยทั่วไปด้วย ก็คือเรื่องของโรงไฟฟัาพลังงานนิวเคลียร์ เมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน ในมติของ ครม. ชุดที่แล้วได้กําหนดให้มีโรงไฟฟัาพลังงานนิวเคลียร์ในป้ ๒๕๖๓ กําลังผลิต ๒,๐๐๐ เมกกะวัตต์ และในป้ ๒๕๖๔ อีก ๒,๐๐๐ เมกกะวัตต์ จากนั้นมาเมื่อเดือน ธันวาคม ป้ ๒๕๕๐ ที่ผ่านมา ครม. ชุดนั้นก็ได้เตรียมการไว้เบื้องต้นเพื่อให้เกิดความรัดกุม
ประการแรกก็คือว่ามีการอนุมัติงบประมาณประมาณ ๑,๓๐๐ ล้านบาท เพื่อเตรียมการในช่วงป้ ๒๕๕๑ ถึงป้ ๒๕๕๓
ประการที่ ๒ ที่ได้เตรียมเอาไว้ก็คือว่า รัฐบาลในชุดนั้นเหมือนกันให้ช่วง ป้ ๒๕๕๑ ถึงป้ ๒๕๕๓ เปึนช่วงเพื่อการศึกษา ศึกษาในเรื่องอะไรบ้าง ในเรื่องกฎหมาย ในเรื่องเทคโนโลยี ในเรื่องอุตสาหกรรมที่จะรองรับ ในเรื่องพัฒนาบุคลากร แล้วก็ในเรื่อง ความปลอดภัยและการยอมรับของประชาชน ซึ่งการศึกษานี้จะต้องได้มาตรฐาน แล้วก็ ต้องอยู่ในกรอบของทบวงพลังงานปรมาณูโลก หรือที่เราเรียกว่า ไอเออีเอ (IAEA) อันนี้ ก็จะเปึนองค์กรหนึ่งขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งอันนี้จะต้องได้ตามมาตรฐานการศึกษา ของเขา
แล้วก็ประการที่ ๓ ที่รัฐบาลได้เตรียมเอาไว้ก็คือว่า ให้สํานักงานพัฒนา โครงการโรงไฟฟัาพลังงานนิวเคลียร์หรือที่เรียกว่า สพน. ซึ่งอยู่ในหน่วยของกระทรวง พลังงานเองเปึนผู้รับผิดชอบผลการศึกษานี้ สรุปว่าขณะนี้ในช่วงป้ ๒๕๕๑ ถึงป้ ๒๕๕๓ ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น ดิฉันอยากจะใคร่ถือโอกาสนี้เสนอข้อมูลผ่าน ท่านประธานไปยังท่านสมาชิกได้รับทราบว่าในฐานะที่ดิฉันเปึนนักวิทยาศาสตร์ เปึนนักเคมี ดิฉันก็อยากจะให้ข้อมูลไว้สักนิดหนึ่งว่าขณะนี้ความต้องการพลังงานของ ประเทศเราจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ป้ที่แล้วจะมีค่าประมาณ ๒๒,๕๐๐ เมกกะวัตต์ แล้วก็มี กําลังสํารองไฟฟัาประมาณ ๒๐.๔ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอันนี้ก็ตามที่ท่านสมาชิกอภิมงคล โสณกุล ได้แสดงความคิดเห็นว่าขณะนี้ปริมาณไฟฟัาสํารองของประเทศได้สูงเกินไป อาจจะทําให้เกิดภาระการลงทุนต่อค่าไฟฟัาได้ ดิฉันจะมอบให้ทางการไฟฟัาฝ์ายผลิต ได้นําข้อมูลนี้ไปพิจารณา แล้วก็ทบทวนเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมต่อไป แต่อย่างไร ก็ตามความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นทุกป้ อย่างน้อยที่โดยเฉลี่ยมาประมาณ ๕–๗ เปอร์เซ็นต์ หนีไม่พ้นเลย หรืออัตราส่วนประมาณหนึ่งต่อหนึ่งของจีดีพี (GDP) เพราะฉะนั้นเปึนหน้าที่ของกระทรวงพลังงานที่จะต้องหาแหล่งพลังงานเพิ่มเติม ไม่ว่า จะเปึนการเร่งรัดการสํารวจในประเทศ หรือว่าการเร่งรัดหรือการจัดหาต่างประเทศ ซึ่งต้องอยู่ในราคาที่มีเหตุมีผล หรือว่าการส่งเสริมพลังงานทดแทนหรือพลังงานทางเลือก นิวเคลียร์ก็เปึนพลังงานทางเลือกอย่างหนึ่ง ซึ่งหลาย ๆ ประเทศในขณะนี้ เช่น ประเทศฝรั่งเศส ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณไฟฟัาที่เขา ใช้ทั้งหมดก็จากพลังงานนิวเคลียร์ หรือประเทศญี่ปุ์น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ก็ผลิตจากพลังงาน นิวเคลียร์ แล้วก็ในขณะนี้ประเทศเพื่อนบ้านแถว ๆ ใกล้เรา อย่างเช่น จีน อินเดีย ไต้หวัน ปากีสถาน กําลังสร้างโรงไฟฟัานิวเคลียร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย กําลังศึกษา แล้วก็มีข้อมูล อีกอย่างหนึ่งที่อยากจะเรียนให้ทราบก็คือว่า ต้นทุนการผลิตไฟฟัาจากแก๊สของเรา โดยประมาณที่มีการศึกษากันจะอยู่ประมาณ ๒.๘๐ บาท ถ้าเราใช้ถ่านหินเปึนเชื้อเพลิง ต้นทุนการผลิตไฟฟัาจะอยู่ที่ประมาณ ๒.๒๕ บาทต่อหน่วย และถ้าเราใช้ พลังงานนิวเคลียร์ต้นทุนจะอยู่ที่ประมาณ ๒.๐๘ บาท แล้วก็ไม่มีคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon dioxide) แต่อย่างไรก็ตามประเทศไทยจะมีโรงไฟฟัานิวเคลียร์หรือไม่ อยากให้ ทุกท่านสบายใจว่ารัฐบาลจะดูผลการศึกษาในช่วงป้ ๒๕๕๑ถึงป้ ๒๕๕๓ ก่อนนะคะว่า ได้มาตรฐานไหม ดีหรือว่าคุ้มกับเศรษฐกิจไหม และที่สําคัญที่สุดพี่น้องประชาชน ให้การยอมรับในด้านสิ่งแวดล้อมและด้านความปลอดภัยหรือไม่ อันนี้คือคําตอบ ดิฉัน ก็ขอขอบพระคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่ได้กรุณาแสดงความคิดเห็นแล้วก็ข้อพิจารณา มากมาย ดิฉันจะน้อมรับสิ่งเหล่านี้เพื่อเปึนแนวทางแล้วก็หารือกับข้าราชการ ในกระทรวง เพื่อทําให้กระทรวงพลังงานเปึนกระทรวงที่ช่วยขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ แล้วก็ให้ความเปึนธรรมกับประชาชนด้วย ขอบพระคุณค่ะ