รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาลที่ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในชนบท ปราบปรามยาเสพติด และดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยไม่ให้เกิดการใช้อำนาจรัฐในทางที่ผิด

นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคพลังประชาชน ขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสและในฐานะ สมาชิกรุ่นใหม่ ดิฉันมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเข้ามาพัฒนาและแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตค่ะ หลังจาก ๒ วันที่ผ่านมาดิฉันมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นในทิศทาง ของประเทศเรา จากคําแถลงนโยบายของคณะรัฐบาลชุดนี้ ดิฉันในฐานะสมาชิกรัฐสภาเห็นด้วย กับนโยบายที่ครอบคลุมกิจกรรมทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง สังคมไทยในวันนี้ ต้องการนโยบายอย่างเช่นเร่งสร้างความสมานฉันท์ เพราะว่าสืบเนื่องจากผลพวงจาก สถานการณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนและหลังวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ นะคะ สังคมไทย เราในวันนี้ยังมีการแบ่งฝักแบ่งฝ์ายกันอยู่ค่ะ และดิฉันเชื่อว่าก็ไม่เกิดผลดีกับฝ์ายใดทั้งสิ้น ประเทศไทยเราจะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นก็ต่อเมื่อคนไทยเราร่วมมือร่วมใจกันและช่วยกัน พัฒนาประเทศไทยให้ดีขึ้น

อีกเรื่องหนึ่งอยากจะฝากก็คือเรื่องของเศรษฐกิจนะคะ เรื่องของปากท้อง พี่น้องประชาชนชาวไทย เชื่อว่าในยุคเศรษฐกิจตอนนี้ พี่น้องประชาชนชาวไทยไม่จําเพาะ พี่น้องประชาชนในชนบทเท่านั้น ทุก ๆ คนมีปัญหากับเศรษฐกิจที่อยู่ในช่วงยุควิกฤติ ตอนนี้ อยากจะให้ทางรัฐบาลช่วยดําเนินแก้ไข และให้คํานึงถึงพี่น้องประชาชนในระดับ รากหญ้าด้วยนะคะ การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจระดับต้น ๆ สามารถช่วยแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศชาติได้ค่ะ

เรื่องสําคัญอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะฝากก็คือเรื่องของยาเสพติด ซึ่งเปึนหนึ่ง ในนโยบายเร่งด่วนภายใต้นโยบาย ๑.๓ คือการเร่งรัด แก้ไข และปราบปรามปัญหา ยาเสพติด ซึ่งเปึนปัญหาใหญ่ของสังคมเราในตอนนี้ จากฐานข้อมูลของ ปปส. ปัองกัน และปราบปรามยาเสพติด ก่อนป้ ๒๕๔๔ ก่อนที่จะมีการประกาศสงครามยาเสพติดนั้น มีผู้ที่เกี่ยวข้องและข้องแวะกับยาเสพติดสูงถึง ๑,๙๔๐,๐๐๐ คน แต่ว่าภายหลัง ป้ ๒๕๔๔ แล้ว ในป้ ๒๕๔๖ หลังจากมีการประกาศสงครามปราบปรามยาเสพติดภายใต้ รัฐบาลของอดีตท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร เชื่อไหมคะว่าผู้ที่เกี่ยวข้องหรือว่า ผู้ที่เสพยาเสพติดลดลงอย่างเห็นได้ชัด เหลือเพียงแค่ ๔๕๐,๐๐๐ คน เท่านั้นค่ะ แต่หลังจากวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ แล้วพี่น้องประชาชนรู้สึกและเห็นได้ชัดว่า การเร่งรัดและการปราบปรามยาเสพติดนั้นมันไม่มีการเคร่งครัดและเบาบางลง ซึ่งก็ สอดคล้องกับตัวเลขของทาง ปปส. ในป้ ๒๕๕๐ มีผู้ที่เกี่ยวข้องแล้วก็ติดยาเสพติดสูง ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งถึง ๕๗๕,๐๐๐ คน ลูกหลานของพวกเราตกอยู่ในความเสี่ยงอันตราย อีกครั้งหนึ่ง ตัวเลขการเพิ่มขึ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในประเทศไทยดิฉันเห็นว่า เปึนการเริ่มต้นของสัญญาณอันตราย และปัญหาการกลับมาของยาเสพติดนั้น ก็เปึนสัญญาณอันตรายของลูกหลานและเยาวชนไทย เด็ก เยาวชนไทยอยู่ในช่วงวัย ที่อยากรู้ อยากเห็น อยากทดลอง และเปึนวัยที่ชักจูงได้ง่าย คือการกลับมาของปัญหา ยาเสพติดก็เปึนสัญญาณอันตรายของชาวบ้านด้วยนะคะ เพราะถ้าสมมุติยาเสพติดยังซื้อ หากันง่ายได้อยู่ทั้งชาวบ้าน เด็ก และเยาวชนก็สามารถจะกลับไปเปึนทาสของยาเสพติด ได้มากขึ้นอีก ตรงนี้ก็จะส่งผลกระทบให้ต่ออนาคตและความเข้มแข็งของสังคมไทยค่ะ อย่างไรก็ตามในเรื่องของการแก้ไขปัญหายาเสพติดนั้นดิฉันอยากให้รัฐบาลดําเนินการ ไปตามกรอบและแนวทางของกฎหมายอย่างเคร่งครัด และที่สําคัญค่ะต้องไม่ให้เกิด เหตุการณ์การใช้อํานาจรัฐในทางที่ผิด เพราะการใช้อํานาจรัฐโดยมิชอบของข้าราชการ หรือว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้นทําให้คนดี ๆ จะต้องได้รับผลกระทบและขาดอิสรภาพนะคะ ซึ่งสิ่งสําคัญที่สุดก็คือการควบคุมให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ มีประสิทธิภาพและโปร่งใส วันนี้ต้องยอมรับว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่มเข้าไปหา ผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด นี่ก็รวมไปถึงเรื่องรางวัลนําจับ ซึ่งรางวัลนําจับนั้น เราตั้งเปัาหมายไว้ว่าอยากจะให้เปึนการจุดชนวนหรือว่าเปึนแรงจูงใจ เปึนเงินอัดฉีดเพื่อ เสริมกําลังใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน แต่แล้ววันนี้เปึนที่รับรู้โดยทั่วกันว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ทําตามตัวบทกฎหมาย ตั้งเปัาไว้กับเงินรางวัลนําจับเพื่อประโยชน์ส่วนตน อย่างเช่นว่า จับยาบ้าได้ ๕๐๐ เม็ด ส่งฟัอง ๒๐๐ เม็ด อีก ๓๐๐ เม็ดเอาเก็บไว้เพื่อเปึนการล่อซื้อ ในครั้งต่อไป มีการรีดไถ มีการยัดยาบ้า และผู้ที่ตกเปึนเหยื่อก็คือผู้ที่อ่อนแอในสังคม นั่นก็คือพี่น้องประชาชนชาวไทยของเรานั่นเอง ปัจจุบันที่เปึนข่าวครึกโครมอยู่ทุกวันนี้ ที่ชื่อว่าในแก๊ง ตชด. นี่นะคะไปจับผู้บริสุทธิ์ยัดข้อหาการครอบครองยาเสพติด บังคับให้ เหยื่อสารภาพ ทําร้ายทารุณกรรมต่าง ๆ นานา โดยวิธีที่ผิดมนุษย์มนา จนในที่สุดเหยื่อ ก็ยอมรับสารภาพและเปึนแพะรับบาปในท้ายที่สุด ๒๐๐ กว่าคดีที่คนกลุ่มนี้นําผลงาน ไปเบิกเงินรางวัลนําจับ และแต่ละคดีก็ไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท ความเสียหายที่เกิดกับ พี่น้องประชาชน ความเสียหายที่เกิดจากรัฐอยากจะฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมด้วยว่า วันนี้การบังคับใช้กฎหมายต้องมีความศักดิ์สิทธิ์ การบังคับใช้ กฎหมายควรที่จะถูกต้อง รวดเร็วและยุติธรรม ปัญหายาเสพติดก็คือปัญหาใหญ่ของ บ้านเมือง อยากจะให้ช่วยดูแลควบคุมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐแล้วก็ข้าราชการ ให้มีประสิทธิภาพและโปร่งใส ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเหล่านี้เกี่ยวพันกับ หลายหน่วยงานและหลายกระทรวงด้วยกัน ไม่ว่าจะเปึนกระทรวงกลาโหม กระทรวง ยุติธรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และรวมไปถึง ทาง ปปส. และสํานักงานตํารวจแห่งชาติ อย่างไรก็แล้วแต่อยากให้ทุกท่านช่วยเห็นกับ อนาคตของชาติและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้เร็วขึ้น และขอให้รัฐบาลดําเนินงานตาม นโยบายที่แถลงไว้ให้ครบถ้วนทุกประการ และเชื่อว่าประเทศชาติและประชาชนของเรา จะได้รับผลประโยชน์อย่างสูงสุดค่ะ ขอบคุณค่ะ