รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

พีรยศ ราฮิมมูลา อภิปรายเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และวิจารณ์ความผิดพลาดในนโยบายของรัฐบาลที่นำไปสู่ความรุนแรงในพื้นที่

ผู้ช่วยศาสตราจารย์พีรยศ ราฮิมมูลา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายพีรยศ ราฮิมมูลา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผม ได้พิจารณาดูนโยบายของรัฐบาลซึ่งได้แถลงต่อสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ ๒ วันที่ผ่านมา ก็ต้องขอบคุณที่รัฐบาลให้ความสําคัญเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลกําหนดจะดําเนินการภายใน ๑ ป้ เนื่องจากเวลาอันมีจํากัด กระผมขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ ในการที่จะอภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไข ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในฐานะที่ตัวกระผมเองมาจากพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ รู้สึกเปึนห่วงในแนวนโยบายที่รัฐบาลได้กําหนดไว้เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ เนื่องจากไม่มีความชัดเจน ไม่มีขั้นตอนในการปฏิบัติงานที่จะใช้เวลา ในป้แรกแก้ไขปัญหา ท่านประธานที่เคารพ เราจะต้องยอมรับความจริงว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเปึน ปัญหาอมตะนิรันดร เกิดขึ้นมาเปึนเวลาหลายร้อยป้ ผมไม่มีเวลาที่จะย้อนอธิบายตรงนี้ แต่อยากจะใช้เวลาตรงนี้ทําความเข้าใจว่า ตลอดระยะเวลาความขัดแย้งที่มีอยู่ในจังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้น มูลเหตุสําคัญที่สุดก็คือประชาชนในพื้นที่ไม่ได้รับความเปึนธรรม ทุกยุคทุกสมัย จนกระทั่งในยุคหนึ่งที่เปึนคนที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ได้มีโอกาสขึ้นมา ดํารงตําแหน่งเปึนนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ได้มองเห็นปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้จะต้องแก้ไขบางอย่างโดยวิธีพิเศษกว่าที่อื่น ๆ ของประเทศไทย นั่นก็คือ ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ต้องขออภัยเอ่ยนามท่าน ได้กําหนดการแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมติคณะรัฐมนตรี ๖๖/๒๓ และมีการจัดตั้งหน่วยงานพิเศษ ขึ้นมา ๒ หน่วยงาน คือศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือเรียก ศอ.บต. และอีกหน่วยงานหนึ่งก็คือ หน่วยผสมพลเรือน ตํารวจ ทหาร ที่ ๔๓ หรือ พตท. ๔๓ ท่าน ประธานที่เคารพ ก่อนหน้าที่จะมีการจัดตั้ง ๒ หน่วยงานนี้ สถานการณ์ในจังหวัดชายแดน ภาคใต้มีความรุนแรงป้ละประมาณ ๑๐๐–๒๐๐ ครั้ง ส่วนใหญ่ความขัดแย้งก่อนที่จะมี การจัดตั้ง ๒ หน่วยงานนี้ เปึนความขัดแย้งระหว่างกลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดนกับ เจ้าหน้าที่ของรัฐ และเจ้าหน้าที่ของรัฐกับประชาชน ที่กลไกของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ วิธีการรุนแรง ไม่ให้ความเปึนธรรมต่อประชาชน จึงเกิดปฏิกิริยาต่อสู้กัน ส่วนประชาชน ผู้บริสุทธิ์ส่วนใหญ่จะไม่ได้รับผลกระทบเท่าที่ควร ถ้ามาเปรียบเทียบในระยะภายหลังที่ ผมจะอธิบายต่อไป ท่านประธานครับ ในช่วงที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ได้ตั้งศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก้ไขปัญหา ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีก่อนหน้านั้นจาก ๑๐๐-๒๐๐ ลดลงมาเรื่อย ๆ และสิ่งที่ยืนยันได้ที่สุดก็คือรัฐบาลที่ตามมาจากนั้นคือรัฐบาลของ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย โดยเฉพาะสมัยชวน ๒ ขออภัยที่เอ่ยนามท่านตรงนี้ ในป้ ๒๕๔๔ ถ้าผมจําไม่ผิด สถานการณ์ลดลงเหลือเพียง ๘ ครั้ง จากหลาย ๆ ร้อยครั้งในอดีต นี่เปึนการยืนยัน ให้เห็นว่าการดําเนินนโยบายที่ใช้วิธีการประนีประนอม สร้างความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ ประชาชนนั้นสามารถลดความรุนแรงได้ แต่ไม่ทราบครับว่าเกิดอะไรขึ้น หลังจาก ป้ ๒๕๔๔ เปึนต้นมาถึงปัจจุบันนี้ ความรุนแรงได้เกิดขึ้นหลายสิบเท่า หลายพันเท่า ผมไม่อยากจะตําหนิอะไรในการปฏิบัติงานของรัฐบาลตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ ถึงปัจจุบัน แต่จะต้องยอมรับความจริงว่ามันมีความผิดพลาดในเชิงนโยบายอย่างชัดเจน รัฐบาล ในขณะนั้นได้กําหนดนโยบายการปราบปรามยาเสพติด ดีไหมครับ การปราบปราม ยาเสพติดนั้นถ้าถูกตัวบุคคล ผมสนับสนุน แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ บุคคลไม่ต่ํากว่า ๗๐ กว่าคน ถูกกระทําอย่างโหดเหี้ยม โดยที่เขาเหล่านั้นไม่ใช่ เปึนผู้ค้ายาเสพติด อันนี้คือจุดหนึ่งที่ก่อให้เกิดความรุนแรงมาถึงปัจจุบันนี้ และเหตุการณ์ ที่ตามมาอีก ที่นําไปสู่ความรุนแรงก็คือเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น นั่นก็คือ การปล้นป๋นที่ค่ายทหารนราธิวาสราชนครินทร์ ทําให้ทหารของเราเสียชีวิตอย่างทารุณ ถึง ๔ ท่าน หลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ที่มัสยิดกรือเซะในวันเดียวกันนั้น ๑๑ จุด แต่ข่าว ที่ออกมาส่วนใหญ่จะมุ่งไปที่มัสยิดกรือเซะ เสียชีวิตไปในเหตุการณ์วันนั้น ๑๐๖ คน ในระยะเวลาไม่นานนัก ๖ เดือนตามมา เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงที่อําเภอตากใบ ที่ประชาชนออกไปชุมนุมเรียกร้องความเปึนธรรมให้ปล่อยเจ้าหน้าที่ ชรบ. แต่ไม่ทราบโดยคําสั่งอะไร มาจากไหน สั่งการให้ใช้วิธีการรุนแรงปราบปรามประชาชน อย่างทารุณ ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย จากเหตุการณ์นี้ กระผมกล่าว ๒–๓ เหตุการณ์นี้เปึนชนวนนําไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ไม่เคยปรากฏมาก่อน จากปัญหาที่เปึนปัญหาท้องถิ่นมาหลายสิบป้ จากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น รัฐบาลดําเนินนโยบายผิดพลาดเปึนการยกระดับปัญหา ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปสู่ปัญหาระดับชาติและนานาชาติ เพราะฉะนั้นการที่จะ แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในปัจจุบันนี้ต้องใช้เวลาไม่ต่ํากว่า ๒๐ ป้ ถ้าได้เริ่มแก้ ตั้งแต่วันนี้ อย่าลืมนะครับท่านประธานที่เคารพ การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่แก้เฉพาะปัญหาภายในประเทศอย่างเดียวนะครับ องค์กรและหน่วยงานระหว่าง ประเทศหลายหน่วยงานกําลังจับตามองการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ น่าเสียดายครับประเทศไทยของเราอยู่อย่างสงบมาหลายสิบป้ แต่เกิดเหตุการณ์ ในป้ ๒๕๔๗ มาถึงปัจจุบันนี้ทําให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่เว้น ข้าราชการจะต้องสูญเสียชีวิตมากมาย สิ่งที่กระผมเปึนห่วงมากที่สุดก็คือปัจจุบันนี้ การสูญเสียชีวิตไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับพี่น้องใน ๓ จังหวัดเท่านั้น พี่น้องของเราที่รับ ราชการตํารวจ ทหาร เปึนครูที่มาจากภาคอื่น ๆ ของประเทศ เขาเหล่านั้นก็ถูกกระทํา ถูกยิง ถูกฆ่า ถูกระเบิด เมื่อนําศพกลับไปสู่ภูมิลําเนาของตัวเอง แน่นอนครับญาติพี่น้อง ของเขาเหล่านั้นมีความรู้สึกไม่ดีต่อพ่อแม่พี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าทําไม รุนแรงอย่างนั้น ที่แท้จริงครับ ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เองก็ถูกกระทํา เช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอีกนิดเดียวครับ จุดตรงนี้ผมเปึนห่วงนะครับ ว่าการแก้ไขวันนี้มันต้องแก้ไขสลับซับซ้อนนําไปสู่การแก้ไขระดับชาติระหว่างประเทศ หลังจากเกิดเหตุการณ์ปล้นป๋นมา การปราบปรามยาเสพติดอย่างรุนแรงของรัฐบาล ที่ผ่านมานี้มันเกิดโจรพันธุ์ใหม่ขึ้นมา ซึ่งในอดีตไม่เคยมีชื่อนี้ขึ้นมาคือกลุ่มอาร์เคเค อาร์เคเค นี่ย่อมาจากภาษามลายูนะครับ อาร์ ตัวแรกก็คือ รัมสก้า (Rumska) แปลว่า กงล้อหรือล้อ เค ตัวที่ ๒ ก็คือ ครุมเพอร์แลน (Krumperlan) แปลว่า กลุ่ม และ เค ตัวที่ ๓ สุดท้ายก็คือ เครซิล (Krecil) รวมกันแล้วก็คือวงล้อขนาดเล็ก จริง ๆ แล้วก็คือการปรับเอา กลุ่มจรยุทธ์ในกองทัพในประเทศเพื่อนบ้านของเราคือประเทศอินโดนีเซียมาใช้เรียก และกลุ่มอาร์เคเคนี้มี ๒ ส่วนครับ คือ ๒ กลุ่ม กลุ่มหนึ่งก็คืออยู่ภายใต้สังกัดของกลุ่ม ขบวนการในอดีต และที่น่าเปึนห่วงก็คือกลุ่มอาร์เคเคที่เปึนกลุ่มอิสระไม่ได้อยู่ภายใต้ กลุ่มขบวนการใด ๆ เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ผมอยากจะฝาก ท่านประธานไปยังรัฐบาล เสียดายท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไม่อยู่ ณ ตรงนี้จะต้องใช้ความระมัดระวังและใช้มิติ ทางด้านประวัติศาสตร์ ต้องสร้างความเข้าใจอย่างชัดเจน มูลเหตุปัญหาที่แท้จริงนั้น คืออะไร ถ้าเราไม่เข้าใจตรงนี้เราแก้ปัญหาไม่ได้ครับ และยิ่งทุกวันนี้ก็มีความรุนแรง ผมก็เห็นใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จะต้องประสบปัญหา และประชาชนถ้าผมจะ กล่าวว่าไม่มีประชาชนส่วนใดของประเทศไทยที่ได้รับความเจ็บปวดเท่ากับประชาชนที่อยู่ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ณ วันนี้ เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องให้ ความสําคัญในเรื่องนี้อย่างจริงจังไม่ใช่เขียนเฉพาะนโยบายอย่างเดียว การแก้ไขปัญหา อันนี้ถ้าเราผิดพลาดอีก ในรัฐบาลชุดนี้ผมเกรงว่าด้ามขวานทองคําของเรานั้น ถ้าหักไปแล้วโอกาสที่เราจะเชื่อมกลับมานั้นคงจะยากครับ ขอบคุณท่านประธานเท่าที่ มีเวลาครับ