จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หารือเรื่องนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของสมัคร สุนทรเวช โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาความเชื่อมั่นและความหวังของประชาชน และเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงและแสดงความชัดเจนในนโยบายต่าง ๆ รวมถึงการจัดนโยบายที่ชัดเจนในการรักษาวัฒนธรรมของชาติ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานเปึนอย่างยิ่งครับที่ได้ให้โอกาสเพื่อที่จะมาอภิปรายถึงนโยบายของรัฐบาล ซึ่งแน่นอนครับว่าผมเองมีความเชื่อมั่นในนโยบายของคณะรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนํา ของ ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช ท่านประธานครับ ตั้งแต่เหตุการณ์ ๑๙ กันยายน เปึนต้นมา เปึนที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าวันนี้ประเทศไทยอยู่ในภาวะที่อึมครึม โดยเฉพาะทางด้าน การเมือง ทางด้านสังคม และที่สําคัญที่สุดคือทางด้านเศรษฐกิจซึ่งพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศรู้สึกได้ การเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคมนี้เปึนความหวังของทางพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด วันนี้พี่น้องประชาชนรอฟังครับ แล้วก็ฝากให้ผมมาศึกษาถึงแนวนโยบายของทางรัฐบาล ชุดใหม่ว่าวันนี้ความหวังของเขาจะมีโอกาสเปึนจริงหรือไม่ วันนี้พี่น้องประชาชนเริ่มที่จะมี ความหวังอีกครั้งหนึ่งนะครับ เพราะว่าสิ่งที่เขาได้รับฟัง ได้ยินมาในช่วงการรณรงค์ หาเสียงเลือกตั้งนั้นได้รับการบรรจุอยู่ในแนวนโยบายแห่งรัฐของรัฐบาลชุดปัจจุบันเกือบ ทั้งหมดนะครับ ผมเองถึงแม้ว่าจะมีความเชื่อมั่นกับคณะรัฐบาลชุดใหม่อย่างเต็มเป้ืยม แต่ก็อดเปึนห่วงไม่ได้ในบางจุดนะครับ
เรื่องแรกก็คือเรื่องแนวนโยบายแห่งรัฐอันนี้นั้นนะครับ เล่มนี้ครอบคลุม ทุกนโยบายที่ทางรัฐบาลให้สัญญาให้คํามั่นว่าเราจะทําประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นครับ แน่นอนว่าทุกนโยบายนี่กลไกขับเคลื่อนที่สําคัญคือเรื่องของ งบประมาณ วันนี้งบประมาณแผ่นดินที่ท่านกําลังจะนําไปใช้สําหรับนโยบายของท่าน โดยเฉพาะในป้แรก ถูกกําหนดไปแล้วครับจากรัฐบาลก่อนหน้าผ่านทางพระราชบัญญัติ งบประมาณแผ่นดินป้พุทธศักราช ๒๕๕๐/๒๕๕๑ งบประมาณจํานวนมากถูกกําหนด ตายตัว วันนี้ผมเชื่อมั่นว่าทางคณะรัฐบาลชุดปัจจุบันนี้มีแนวทางออกนะครับ แต่ผม ในฐานะที่เปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนอยากจะรับฟังเหมือนกันว่าแนวทางแก้ของท่าน คืออะไร โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วน ซึ่งจะต้องดําเนินการให้เสร็จภายใน ๑ ป้ วันนี้ สิ่งเดียวที่ผลักดันระบบเศรษฐกิจไปข้างหน้าได้ก็คือเรื่องของความเชื่อมั่นครับท่าน ความเชื่อมั่นก็คือความหวังของพี่น้องประชาชน วันนี้พี่น้องประชาชนเริ่มเห็นเค้าโครง นโยบายของรัฐบาลชุดใหม่นะครับ เขาเริ่มมีความหวัง มีความหวังแล้วก็แน่นอนครับ เริ่มรอคอย แต่การรอคอยนี้บางครั้งรอนานไป ความหวัง ความเชื่อมั่นก็ปรับเปลี่ยนได้เปึน ความขาดความเชื่อมั่น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าเกิดว่าปล่อยให้เนิ่นนานไป แน่นอนว่าระบบ เศรษฐกิจ ระบบการขับเคลื่อนสังคมของประเทศไทยก็อาจจะหยุดชะงักในอนาคต ผมอยากจะเห็นมิติใหม่ครับท่านประธาน ผมอยากจะเห็นรัฐบาลชุดใหม่นี้ได้ออกมา นําเสนอให้ชัดเจนหลังจากแผนปฏิบัติการ ๔ ป้ของรัฐบาลนี้ออกมา ออกมาชี้แจง ให้ชัดเจนเลยครับว่าวันนี้เราจะทํานโยบายต่าง ๆ ในระยะเวลาเท่าไร และผลสัมฤทธิ์ จะเห็นได้จากอะไรนะครับ นั่นก็คือคําว่า เมื่อไรและอย่างไร เปึนต้นว่านโนบายเกี่ยวกับ การพักหนี้เกษตรกรรายย่อยออกมาชี้แจงให้ชัดเจนเลยครับ เมื่อแผนปฏิบัติการ ออกมาแล้วว่าจะทําสําเร็จใน ๖ เดือนนะครับ ๖ เดือนแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าสําเร็จ เปึนต้น ว่าจะบอกว่าเกษตรกรรายย่อยทั้งหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์จะต้องได้รับการพักหนี้ เรื่องของ เอสเอ็มแอล แน่นอนครับ ถ้าเกิดว่าในงบประมาณประจําป้ที่แล้วนี้ไม่ได้บรรจุไว้ก็ชี้แจง แถลงไขให้ชัดเจนครับว่ารอก่อน รอให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้ผ่านงบประมาณกลางป้ ก่อน เพื่อที่จะนําเอาเอสเอ็มแอลเข้ามาบรรจุ จะได้นํามาปรับใช้ และตัวชี้วัดก็แน่นอนครับ ทุกหมู่บ้านต้องได้เงินเอสเอ็มแอล สามแสนบาท ห้าแสนบาท เจ็ดแสนบาท อย่างที่ทาง รัฐบาลได้ให้คํามั่นไว้ในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เรื่องของการปราบปรามยาเสพติด ท่านอาจจะบอกเลยว่าจะเริ่มวันนี้พรุ่งนี้แล้ว แต่แน่นอนครับว่าผลสัมฤทธิ์นี้อาจจะต้อง รอก่อน ให้พี่น้องประชาชนรอได้ครับ สัก ๒ ป้ บอกว่า ๒ ป้นี่ยาเสพติดในปัจจุบันจะต้อง ลดลงครึ่งหนึ่งนะครับ การรอคอยสําหรับพี่น้องประชาชนเปึนสิ่งซึ่งผมเชื่อมั่นครับ พี่น้อง ประชาชนมีความอดทนรอคอยได้ครับ แต่ต้องเปึนการรอคอยที่เห็นแสงสว่างปลายทางด้วย ต้องดูว่าตัวเองรออะไร และต้องรอนานอีกเท่าไรนะครับ ไม่ใช่รอไปแล้วไม่รู้เปัาหมาย เพราะบางครั้งรอนานเกินไปความเชื่อมั่นก็อาจจะหมดไปได้ครับ แล้วก็จะเกิดเปึนปัญหา กับการบริหารงานของทางรัฐบาล วันนี้เปึนวันที่ ๓ แล้วผมเองได้รับฟังการอภิปรายมา ๒ วัน ๒ คืนแล้ว หลาย ๆ นโยบายที่มีประโยชน์ก็ได้รับการพูดถึง กล่าวถึงไปแล้ว ผมเอง จะไม่ยกอ้างถึง ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของคมนาคม เรื่องของศึกษา เรื่องของการเกษตร แน่นอนเปึนเรื่องที่สําคัญสําหรับพื้นที่ผมด้วยนะครับ แต่เมื่อวานนี้ทางท่าน ส.ส. สถาพร มณีรัตน์ จากจังหวัดลําพูนก็ได้เปึนตัวแทนในการกล่าวถึงแล้วในเรื่องของกระเทียม หอมใหญ่ หอมแดง แล้วก็ข้าว วันนี้อยากจะฝากท่านประธาน เวลาเหลือน้อยเรื่องของ วัฒนธรรมครับ วัฒนธรรมซึ่งเคยเปึนจุดแข็งของสังคมไทยมาโดยตลอด กําลังอยู่ใน สถานการณ์ที่เข้าขั้นวิกฤติจากปัญหาการไหลเข้าของวัฒนธรรมต่างชาติ วันนี้สังคมไทยกลายเปึนสังคมที่ติดในวัตถุนิยมนะครับ บริโภคนิยม โดยเฉพาะเรื่องของ สื่อต่าง ๆ นะครับ ซึ่งวันนี้หยุดไม่อยู่แล้ว ทางอินเทอร์เน็ต (Internet) ทางคอมพิวเตอร์ ต่าง ๆ นะครับ วันนี้ทางกระทรวงวัฒนธรรมจะต้องออกมาแสดงบทบาทที่ชัดเจนในการ ที่จะดูแล กํากับในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ อยากจะฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องในบางเรื่องนะครับ
ในเรื่องแรกเลย คือเรื่องขององค์กรทางด้านวัฒนธรรมของทางภาครัฐ ที่เชื่อมโยงไปยังชุมชน ขาดความเข้มแข็งครับ สภาวัฒนธรรมเองมีทั้งในระดับจังหวัด ระดับอําเภอ ระดับตําบล แต่วันนี้ขาดการเหลียวแล หลายท่านในที่นี้ยังไม่รู้เลยว่า สภาวัฒนธรรมในระดับตําบลมีหน้าที่อะไรนะครับ เรื่องของเจ้าหน้าที่ของรัฐก็ตาม เจ้าหน้าที่วัฒนธรรมอําเภอ กระทรวงวัฒนธรรมเปึนกระทรวงเดียวที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ ในระดับอําเภอเพื่อปฏิบัติงานเชื่อมโยงระหว่างกระทรวงกับชุมชนนะครับ วันนี้อยากจะให้ ตั้งขึ้นมาแล้วก็ผลักดันโดยเร่งด่วน
นอกจากนี้แล้วอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะฝากเปึนพิเศษก็คือเรื่องของผู้สูงอายุ ซึ่งผู้สูงอายุวันนี้เปึนแหล่งเก็บองค์ความรู้ทางด้านวัฒนธรรมประเพณีที่สําคัญนะครับ แต่ขาดการดูแลเหลียวแล แน่นอนครับว่าการจะสานต่อองค์ความรู้เหล่านี้ต้องเริ่มจาก การดูแลผู้สูงอายุให้ดีนะครับ ไม่ว่าจะจัดกิจกรรมเพื่อสืบสานประเพณีวัฒนธรรมให้ทาง ผู้สูงอายุ รวมถึงการจัดเบี้ยยังชีพที่เพียงพอนะครับ วันนี้ต้องเรียนให้ทราบว่าเบี้ยยังชีพ ของผู้สูงอายุถูกผลักดันไปอยู่ในภาระรับผิดชอบของทางองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ก็อยากจะให้ทางภาครัฐจัดนโยบายให้ชัดเจนกว่านี้นะครับ
สุดท้ายนี้ขอฝากผ่านท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่า การรักษาวัฒนธรรมคือการรักษาชาติครับ อยากจะฝากท่านรัฐมนตรีให้ช่วยดูแลเพื่อ ลูกหลานเราในอนาคตต่อไปครับ ขอบคุณครับ