รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

สมชาย โล่สถาพรพิพิธ ระบุว่านโยบายการกระจายอํานาจไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของรัฐบาลชุดนี้มีข้อขัดแย้งกับนโยบายที่รัฐบาลทักษิณแถลงในป้ ๒๕๔๘ และระบุว่า การกระจายอํานาจไปสู่ท้องถิ่นของรัฐบาลชุดนี้ล้มเหลว และไม่มีความจริงใจ

นายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม สมชาย โล่สถาพรพิพิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ต้องยอมรับว่าเปึนวันที่พวกเรา มีโอกาสได้ทําหน้าที่ที่สําคัญตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๖ และมาตรา ๑๐๒ ซึ่งถือว่าเปึนภารกิจของสมาชิกทุกคนที่มีความสําคัญยิ่ง ท่านประธานครับ ผมได้ เป่ดดูนโยบายของรัฐบาลที่ได้แจกจ่ายให้พวกเราก่อนหน้านี้ ผมได้ดูนโยบายข้อ ๘.๑.๖ ข้อ ๘.๑.๗ ข้อ ๘.๑.๘ แล้วก็ข้อ ๘.๑.๙ นั่นก็คือในเรื่องของการกระจายอํานาจ ไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการสนับสนุนระบบการบริหารงานจังหวัด แบบบูรณาการ ๒ ประเด็นดังกล่าว ท่านประธานครับ ผมอยากเรียนว่าเปึนนโยบายของ รัฐบาลชุดนี้ที่เขียนขึ้นมาค่อนข้างจะขัดแย้งกันเองในตัว นโยบายที่แถลงเมื่อวันที่ ๑๘ ที่ผ่านมานี้ผมเป่ดดูแล้วเหมือนกับนโยบายป้ ๒๕๔๘ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ได้แถลงไว้เมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๔๘ ต่างกันเพียงแค่วัน เดือน แล้วก็ป้เท่านั้น แต่นโยบายนี่เหมือนกันเลยท่านประธาน ผมเลยขอตั้งสมญานามนโยบายของรัฐบาล ชุดนี้ว่านโยบายนอมินี ส่วนคณะรัฐมนตรีจะเปึนนอมินีหรือไม่ผมคิดว่าคงให้เวลา เปึนเครื่องพิสูจน์นะครับ ท่านประธานครับ นโยบายในเรื่องการกระจายอํานาจไปสู่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นของรัฐบาลชุดนี้ได้เขียนมากกว่ารัฐบาลชุดก่อนนิดหนึ่ง แต่ถ้าเรามอง ย้อนไปถึงในรัฐบาลป้ ๒๕๔๔-๒๕๔๙ ซึ่งขณะนั้นมีกฎหมายพระราชบัญญัติกําหนดแผน และขั้นตอนการกระจายอํานาจไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ป้ ๒๕๔๒ กําหนด ไว้ว่า รัฐจะต้องจัดให้ท้องถิ่นมีรายได้ไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบห้าของงบประมาณรายได้ ทั้งหมดของรัฐบาลในป้ ๒๕๔๙ คือหมายถึงว่าในป้ ๒๕๔๙ รัฐจะต้องจัดให้ท้องถิ่น มีรายได้ร้อยละ๓๕ ของรายได้ทั้งหมดที่รัฐบาลจัดเก็บได้ ผมเฝัาดูการกระจายอํานาจ สู่ท้องถิ่นโดยเฉพาะในเรื่องของงบประมาณ ๕ ป้เต็ม ๆ ในช่วงที่รัฐบาลทักษิณบริหาร ประเทศ ผมมีข้อมูลเรียนท่านประธานได้ทราบว่าการเพิ่มจํานวนยอดของงบประมาณ ไปสู่ท้องถิ่นในแต่ละป้ค่อนข้างจะน้อยมาก ป้ละเกือบไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ ตัวอย่าง ป้ ๒๕๔๕ ซึ่งเปึนป้แรกที่รัฐบาลทักษิณจัดงบประมาณสู่ท้องถิ่น ท่านประธานครับ จัดให้จํานวนทั้งสิ้น ๒๑.๒๕ เปอร์เซ็นต์ ป้ ๒๕๔๖ จัดให้ร้อยละ ๒๒.๑๙ ป้ ๒๕๔๗ จัดให้ร้อยละ ๒๒.๗๕ ป้ ๒๕๔๘ จัดให้ร้อยละ ๒๓.๕๐ แล้วป้สุดท้ายซึ่งเปึนป้ที่พระราชบัญญัติ กําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ป้ ๒๕๔๒ กําหนดว่า ต้องให้ท้องถิ่นมีรายได้ร้อยละ ๓๕ รัฐบาลทักษิณจัดให้แค่ร้อยละ ๒๔.๐๖ เท่านั้น เปึนเงินทั้งสิ้น ๓๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าจัดให้ตามจํานวนที่พระราชบัญญัติ กําหนดแผน ป้ ๒๕๔๒ ระบุว่า ๓๕ เปอร์เซ็นต์ หมายถึงจะต้องจัดให้ท้องถิ่นมีรายได้ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๓๕ นั้นเปึนเงินทั้งสิ้น ๕๒๕,๐๐๐ ล้านบาท นี่แสดงว่าท้องถิ่นทั้งหมดของเราทั่วประเทศขาดโอกาสที่จะนําเงินไปบริหารท้องถิ่น ทั้งหมด จํานวน ๑๖๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน งบประมาณดังกล่าวผมไม่สงสัยว่า ทําไมรัฐบาลถึงพยายามที่จะไม่โอนไปสู่ท้องถิ่น มีการกล่าวอ้างท่านประธานครับว่า ไม่อยากกระจายงบดังกล่าวไปสู่ท้องถิ่นให้มากเพราะว่าท้องถิ่นจะมีการทุจริตคอร์รัปชัน ถ้าถามผมว่ามีบ้างไหม ผมเชื่อว่าน่าจะมีท่านประธานครับ แต่ว่าโครงการท้องถิ่นที่ทุจริต ท่านประธานต้องเข้าใจว่าเปึนโครงการเล็ก ๆ ไม่กี่ล้านบาท อาจจะมีบ้างก็เปึนการเรียก ค่าหัวคิว ๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่โครงการที่รัฐบาลในป้ ๒๕๔๘ บริหารโดย รัฐบาลทักษิณนั้น ท่านประธานต้องยอมรับว่ามีการกล่าวหาค่อนข้างจะมากในประเทศนี้ ว่ามีการทุจริตในเชิงนโยบาย มีการทุจริตคอร์รัปชัน มีผลประโยชน์ทับซ้อน มีการเอื้อ ผลประโยชน์ให้กับพวกพ้องวงศ์วานว่านเครือ สิ่งเหล่านี้ท่านประธานครับค่อนข้าง จะมาก จนหลายคนบอกว่ารัฐบาลยุคนั้นเปึนรัฐบาลโคตรโกง หรือหลายคนบอกว่าน่าจะ โกงกันทั้งโคตร นี่คือข้อเท็จจริงที่ปรากฏในป้ ๒๕๔๘ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ นโยบายการกระจายอํานาจไปสู่ท้องถิ่นของรัฐบาลในยุค ๔–๕ ป้ที่ผ่านมาถือว่าล้มเหลว ไม่มีความจริงใจ กลับไปนํานโยบาย เขาเรียกว่าการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ มาใช้นั่นก็คือนโยบายผู้ว่าซีอีโอ นั่นคือตัวแทนสัญลักษณ์ของการรวบอํานาจ ซึ่งผม ไม่สงสัยว่าท่านอดีตนายกรัฐมนตรีของเราคนนี้ ชอบนิยมระบบการรวบอํานาจมากกว่า การกระจายอํานาจ เพราะสิ่งเหล่านี้ท่านประธานครับ ผมอยากเรียนว่าในป้ ๒๕๔๘ ซึ่งเปึนป้ที่พวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้นมีโอกาสเข้าไปร่วมดูงบประมาณ จากคําสั่งของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เชิญพวกเราเข้าไปดูแลงบผู้ว่าซีอีโอของจังหวัดตรัง ผมจําได้ว่าจังหวัดตรังมีงบทั้งสิ้น ในป้ ๒๕๔๘ ๑๓๖ ล้านบาท ขณะที่เราไปถึงปรากฏเขาจัดสรรงบประมาณเปึนโครงการ เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วครับ เปึนโชคดีของพี่น้องชาวจังหวัดตรัง เปึนโชคดีของเจ้าของ งบประมาณ ผมไปเห็นโครงการหนึ่ง ท่านประธานครับ ถือว่าเปึนโครงการที่ค่อนข้างจะ อัปยศ ใน ๑๓๖ ล้านบาท ที่จัดให้ผู้ว่าซีอีโอจังหวัดตรัง มีอยู่งบหนึ่งครับเปึนงบจัดซื้อโค พื้นบ้านตัวเมีย จํานวน ๒๐๐ ตัว ราคาตัวละ ๖๐,๐๐๐ บาท รวมทั้งสิ้นเปึนเงิน งบประมาณ ๑๒ ล้านบาท เราเปึนผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง เราทราบท่านประธานครับว่า โคพื้นเมืองตัวเมียตัวละไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นแหละครับ แต่ว่าตั้งงบกัน ผมทราบ ว่ามีการสมคบกันระหว่างข้าราชการบางคนกับตัวแทนนักการเมืองซีกรัฐบาลขณะนั้น ได้ตั้งงบถึง ๑๒ ล้านบาท ในขณะที่ยอดจริง ๆ ไม่เกิน ๒ ล้านบาท ผมว่าเปึนโชคดีของ แผ่นดินที่เราไปเห็นงบดังกล่าว ผมคัดค้านครับ ในที่สุดงบดังกล่าวถูกยกเลิก ถ้าไม่อย่างนั้นผมไม่ทราบว่า ๑๐ ล้านบาท ส่วนเกินตรงนั้นไปอยู่ในกระเปิาของใคร ไม่ทราบ สิ่งเหล่านี้ครับสะท้อนให้เห็นว่าการนํางบผู้ว่าซีอีโอไปสู่ท้องถิ่นไม่ได้จัดสรรตาม ความจําเปึนและความต้องการของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง แต่เปึนการจัดสรร งบประมาณตามความต้องการของหัวคะแนน เปึนการจัดงบประมาณเพื่อประโยชน์ทาง การเมืองมากกว่า เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่ารัฐบาลชุดนี้จะต้องแก้ไข ปรับปรุง แล้วก็ ดูแลอย่างจริงจัง อย่าให้เปึนงบของการเมืองที่เข้าไปตอบแทนหัวคะแนนในพื้นที่ ผมไม่ค่อยมั่นใจรัฐบาล แต่ผมค่อนข้างจะมั่นใจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คนใหม่ ต้องฝากให้ท่านไปดูแลงบผู้ว่าซีอีโอที่จะมีขึ้นในป้ ๒๕๕๒ ให้มีความบริสุทธิ์ ผุดผ่อง เกิดเปึนโครงการอย่างแท้จริงอย่างที่พี่น้องประชาชนเขาต้องการ ไม่ใช่เปึน การตอบแทนหัวคะแนน หรือตอบแทนผลประโยชน์ทางการเมือง ผมยังมั่นใจ แม้ว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนนี้อาจจะมีคะแนนความเชื่อมั่นจากพี่น้อง ประชาชน จากการสํารวจของโพลล์อยู่อันดับหลังสุดก็ตาม แต่ผมคิดว่าระยะเวลาเปึน เครื่องพิสูจน์ วันที่ท่านไปแถลงนโยบาย วันที่ท่านไปแถลงกับสื่อมวลชนที่ กระทรวงมหาดไทยวันแรกที่ท่านรับตําแหน่ง ผมเข้าใจแล้วก็เห็นใจครับ ท่านยกมือไหว้ และบอกกับพี่น้องทั้งประเทศว่า หากที่แล้วมาท่านและครอบครัวทําอะไรผิดท่านขอโทษ นับจากนี้ไปท่านจะรับใช้แผ่นดินด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ผมมีความมั่นใจ ท่านประธานครับ รัฐบาลไหนก็แล้วแต่ถ้าลุแก่อํานาจ