รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

นริศ ขํานุรักษ์ หารือเรื่องแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงและโครงการพระราชดําริ โดยวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลที่ไม่ได้ใช้แนวคิดนี้ในการนโยบาย และเน้นย้ำถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการที่ไม้ประดับและไม้พยุงถูกตัดและขายไปในประเทศจีน นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริเกี่ยวกับพื้นที่ชุ่มน้ำและโครงการด้านสิ่งแวดล้อม โดยเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ตัวแก้ไขนโยบายและเพิ่มงบประมาณ

นายนริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกแห่งรัฐสภา ท่านประธานครับ ที่จริงแล้วประเทศเราเปึนประเทศที่โชคดีนะครับ เพราะเรามีโครงการพระราชดําริ เรามีโครงการพระราชดํารัส และเรามีโครงการพระราชเสาวนีย์ มากมายครอบคลุมในทุกปัญหานะครับ นี่เปึนข้อเท็จจริงนะครับ ข้อเท็จจริงอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือ รัฐบาลชุดนี้ครับ รัฐมนตรีหลายคน โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีพูดถึงความจงรักภักดี ถี่มาก บางครั้งถึงกับไปรับรองความจงรักภักดีให้กับคนอื่นด้วย ข้อเท็จจริงอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรามีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้กําหนดให้รัฐบาลต้องไปทํานโยบายตามแนวเศรษฐกิจ พอเพียง ๓ ข้อเท็จจริงนี้ครับ ผมคิดว่าเปึนเหตุผลเพียงพอที่รัฐบาลต้องเอาแนวคิดหลัก แนวคิดพระราชดําริ พระราชดํารัส และพระราชเสาวนีย์ต้องมาทําเปึนนโยบายของรัฐบาล แต่ว่า ผมดูทั้งฉบับแล้ว ผมคิดว่ารัฐบาลนี้ได้ให้ความสําคัญต่อหลักสําคัญนี้เพียงผิวเผินเท่านั้นนะครับ แนวคิดหลักของรัฐบาลไปใช้ประชานิยมบอกกับประชาชนว่ารัฐบาลจะใช้ประชานิยม บอกมาแต่ต้นซึ่งประชานิยมในรัฐบาลชุดนี้ได้ไปเอามาจากรัฐบาลชุดก่อนซึ่งไปลอกความคิด มาจากอเมริกาใต้ ใช้แล้วเกิดประโยชน์ในทางการเมืองคิดทําต่อ ที่จริงแนวเศรษฐกิจพอเพียง เปึนแนวที่เหมาะสมกับลักษณะสังคมไทย เหมาะสมกับสภาพทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมในประเทศไทยครับ และไม่มีผลตกค้าง เปึนการพัฒนาที่ยั่งยืนแต่รัฐบาลนี้ ไม่เอามาทํา เรามีโครงการพระราชดําริที่สนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงหลายโครงการครับ อาทิเช่น แนวคิดทฤษฎีใหม่ โครงการพัฒนาพิกุลทอง เขาหินซ้อน เกษตรที่สูง โครงการหลวง พัฒนา ฟาร์มตัวอย่าง โครงการหมู่บ้านจุฬาภรณ์ ล้วนแต่เปึนโครงการสนับสนุนแนวคิด เศรษฐกิจพอเพียงทั้งสิ้น และโครงการสําคัญที่ผมขออนุญาตลงรายละเอียด นิดหนึ่งก็คือ โครงการห้วยห้องไคร้ที่จังหวัดเชียงใหม่ โครงการห้วยห้องไคร้ที่จังหวัด เชียงใหม่เปึนโครงการที่พระราชอาคันตุกะในอดีต ผู้นําทั่วโลกในอดีตไปดูถึงตัวแบบ ในการแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศจากโครงการดังกล่าว แต่ ๖–๗ ป้ที่ผ่านมา โครงการ ดังกล่าวถูกละเลยทอดทิ้ง รัฐบาลไปใส่ใจกับโครงการที่เกิดขึ้นใหม่ที่อยู่ใกล้ ๆ คือ ไนท์ซาฟารี และพืชสวนโลก เหตุเพราะว่า ๒ โครงการนี้เปึนโครงการในดําริของนายก ซีอีโอ (CEO) จึงทิ้งโครงการพระราชดําริห้วยห้องไคร้เอาไว้

เรื่องที่ ๒ เรื่องทรัพยากรป์าไม้ เรามีโครงการพระราชดําริที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องนี้ตั้งแต่โครงการป์ารักษ์น้ํา บ้านเล็กในป์าใหญ่ โครงการรวบรวมพันธุกรรมไม้ดอก ไม้ประดับ รวมถึงฝายแม้ว แต่ว่ารัฐบาลชุดนี้ได้ให้ความสําคัญแม้ว่าขณะนี้ปัญหา ทรัพยากรธรรมชาติป์าไม้นี้อยู่ในขั้นวิกฤติ เร็ว ๆ นี้มีพระเสาวนีย์ถึง ๒ ครั้ง เรื่องไม้จะหมด ไปจากอีสาน โดยเฉพาะไม้พยุง ไม้พยุงนี้มีมูลค่า มีคุณค่า แล้วก็มีขบวนการใหญ่ ในประเทศไทยตัดแล้วก็ส่งไปขายในประเทศจีน มูลค่ากระทําผิดนี่เปึนแสนล้านบาทครับ ท่านประธาน ๖–๗ ป้ที่ผ่านมานี่ ขณะนี้เหลือน้อยมากในภาคอีสาน ขบวนการนี้ใหญ่โต และก็มีข้าราชการ มีนักการเมืองทั้งระดับชาติ ระดับท้องถิ่น ข้าราชการทั้งกรมศุลกากร กรมปาไม้ กรมอุทยาน ตํารวจทางหลวง ร่วมกันส่งไปในประเทศจีน ไปซ่อมพระราชวัง ในประเทศจีน ขณะนี้ก็ยังมีการสั่งเข้ามาอีกมากมายนะครับ ผมอยากให้รัฐมนตรีได้ช่วย ดูแลเรื่องนี้เปึนพิเศษนะครับ

เรื่องถัดมา เรามีโครงการพระราชดําริเกี่ยวกับพื้นที่ชุ่มน้ําหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเปึนโครงการพัฒนาคุ้งกระเบน โครงการห้วยองคต ในจังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งโครงการแหลมผักเบี้ย แต่ท่านประธานครับ พื้นที่ชุ่มน้ําในโลกนี้ท่านประธาน ทราบดี ท่านประธานเคยเปึนรัฐมนตรี เขาเรียกว่า เวทแลนด์ (Wetland) มีอยู่ ๖ เปอร์เซ็นต์ในโลก ประเทศไทยก็มีประมาณ ๖ เปอร์เซ็นต์ ถูกบุกรุกถูกทําลายทุกวัน พื้นที่นี้ก็คือพื้นที่ที่เปึน ห้วย หนอง คลอง บึง ริมตลิ่ง ก่อนหน้านี้เราไม่มีความรู้กันว่าริมตลิ่งนี้มีความสําคัญต่อ อาชีพ ต่อวิถีชีวิต เพราะมีสิ่งมีชีวิตมากมายจนถึงขนาดทําลายกันเปึนล่ําเปึนสัน รัฐมนตรี บางคนทําลายริมตลิ่งโดยเอาหินไปวางเรียงจนได้ฉายาว่า รัฐมนตรีเรียงหิน ผมอยากให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปสืบดูว่าใครเปึน รัฐมนตรีที่ได้ฉายาว่ารัฐมนตรีเรียงหิน แล้วสั่งให้ยุติ เพราะว่าเรามีโครงการพระราชดําริ ปลูกหญ้าแฝกนะครับ หญ้าแฝกรักษาตลิ่ง ดูแลตลิ่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะนี้ได้รับการยอมรับแล้วทั่วโลก

เรื่องถัดมาอยากให้สนับสนุนโครงการพระราชดําริเกี่ยวกับดูแลแม่น้ํา เจ้าพระยา ดูแลลําคลองของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีโครงการแก้มลิง มีโครงการ น้ําดีไล่น้ําเสีย และพระราชดํารัสเกี่ยวกับแม่น้ําลําคลอง โดยเฉพาะแม่น้ําเจ้าพระยา ก่อนหน้านี้ก่อนที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครชื่อ สมัคร สุนทรเวช มีการทํากระทงโดย โฟมมีการรณรงค์ลดเหลือเพียง ๑.๓ เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครชื่อ สมัคร สุนทรเวช และออกมาขวางกระแสอนุรักษ์ กระแสที่บอกว่าโฟมเปึนสิ่งอันตรายใช้ เวลาขจัดโดยธรรมชาตินี่ใช้เวลาถึง ๕๐๐ ป้ การฝังกลบนี่ใช้พื้นที่สูงมาก และการทําลาย โดยการเผานี้จะให้ความร้อนสูงเพิ่มความร้อนของโลกเพิ่มขึ้น หลังจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชื่อสมัคร เพิ่มขึ้นเปึน ๑๗ เปอร์เซ็นต์ในป้แรกที่ดํารงตําแหน่ง ป้ถัดมา ๑๙ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ จน ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ แล้วก็เริ่มลด เรื่องโฟมที่จริงเปึนเรื่องเล็กนะครับ เพียงแต่ผมเอามาบอกกับสภาว่ากระแสโลก กระแสหลัก ของโลกนี่มีกระแสสิ่งแวดล้อมอยู่ด้วย แต่ผู้ว่าการกรุงเทพมหานครในขณะนั้นวันนี้ เปึนนายกรัฐมนตรีขวางกระแสอนุรักษ์ซึ่งเปึนกระแสโลก แล้วผมหวั่นว่าจะขวางกระแส ประชาธิปไตย และจะขวางกระแสสิทธิมนุษยชนด้วย เพราะว่า ๒ อย่างนั้นก็เปึน กระแสโลกด้วย

เรื่องถัดมาซึ่งเข้าใจว่าอาจจะเปึนเรื่องสุดท้าย เรามีพระราชดํารัสที่สําคัญ ที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการทุกด้านเลยครับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้พระราชดํารัสว่า ให้คนดีได้ดูแล ได้ปกครองบ้านเมือง เปึนพระราชดํารัสที่สําคัญมาก แต่ว่ารัฐบาลชุดนี้นายกรัฐมนตรีบอกว่าขอโอกาสคนขี้เหร่ได้บริหารบ้านเมืองบ้าง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่านโยบายทั้งหมดที่ผมได้กราบเรียนมาตั้งแต่ต้นนะครับ ผมคิดว่านโยบายที่เปึนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมนี่ที่จริงเราไม่จําเปึนจะต้องมีมากมาย เราเพียงแต่ให้ความสําคัญกับโครงการพระราชดําริ โครงการในพระราชดํารัส และโครงการพระราชเสาวนีย์ก็เพียงพอ เขียนว่าจะสนับสนุนทุกโครงการที่เปึนโครงการ พระราชดําริ พระราชดํารัส และพระราชเสาวนีย์แค่นี้เพียงพอครับ มีอยู่แล้วทุกโครงการ ๒. ผมอยากให้ความน่าเชื่อถือของนโยบายของรัฐบาลชุดนี้เปึนความน่าเชื่อถือมากกว่า ความเชื่อถือที่คนเชื่อถือนายกรัฐมนตรีในระดับที่บอกว่า สนามหลวงในเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม คนตายเพียง ๑ คน วันนี้นโยบายของรัฐบาลชุดนี้มีระดับความเชื่อถือเท่ากัน กับคําพูดของนายกรัฐมนตรี ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐบาลได้ทบทวนนโยบาย และแก้ตัวแก้ไขโดยการตั้งงบประมาณในงบประมาณที่จะถึงนี้นะครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ