รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

ศุภชัย ศรีหล้า หารือเรื่องการกําหนดแนวเขตการใช้ที่ดิน และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการดําเนินการตามนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการใช้ที่ดิน

นายศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี

เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่เปึนสมาชิกแห่งรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ๓ วันที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าจะเปึน ๓ วันที่มีความหมาย จะไม่ใช่ ๓ วันที่เปึนแต่เพียง พิธีกรรม หากแต่เปึน ๓ วันที่รัฐบาลได้ให้พันธะสัญญากับพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ พวกเราหลายท่านได้ให้ความคิดความเห็นต่อคณะรัฐบาลในที่ประชุมแห่งนี้ ผมอยาก จะเรียนให้ท่านคณะรัฐมนตรีนําแนวทาง นําความคิดความเห็นบางประการไปดําเนินการ ในขณะเดียวกันก็มีแนวทางการทํางานหลายอย่างที่เปึนนโยบายของรัฐบาลที่สามารถไป ดําเนินการได้ในทันที ท่านประธานที่เคารพครับ ในเอกสารคําแถลงนโยบายของ คณะรัฐมนตรีสําคัญที่สุดผมอยากจะเรียนในที่ประชุมแห่งนี้ว่า นับ ๑ ตั้งแต่หน้าปก หน้าแรก หน้าปกที่ท่านได้นําเรียนในที่ประชุมแห่งนี้ คือตรา ครม. หรือตราคณะรัฐมนตรี ท่านมีข้อความสําคัญอยู่ ๓ ข้อความ คือคําว่า สุจริต เสียสละและสามัคคี ท่านที่เคารพครับ นโยบายถ้าปราศจากซึ่งความสุจริตใจแล้ว ความเคลือบแคลงสงสัยในการกําหนด นโยบายของท่านก็จะปรากฏต่อสาธารณชน ในการกําหนดนโยบายที่สําคัญที่กระผม ได้ศึกษาและให้ความสําคัญเปึนพิเศษคือการกําหนดนโยบายที่เกี่ยวเนื่องกับการกําหนด แนวเขตการใช้ที่ดิน ที่กระผมให้ความสําคัญกับเรื่องนี้เปึนพิเศษด้วยเหตุว่าที่ดินคือ ที่ตั้งต้นของการกระทําทุกอย่าง ที่ดินเปึนทุน การก่อสร้างก็ตั้งอยู่บนที่ดิน การกําหนด เขตอุตสาหกรรมก็ตั้งอยู่บนที่ดิน ในขณะเดียวกันการกําหนดพื้นที่เพาะปลูกก็ตั้งอยู่ บนที่ดิน ถ้าเผื่อว่าที่ดินมีความสําคัญอย่างนี้ การกําหนดแนวเขตการใช้ที่ดินนั่นคือ การกําหนดอนาคตชาติครับท่านครับ ถ้าเปึนการกําหนดอนาคตชาติ คณะรัฐบาลได้เขียน ไว้ในนโยบายเท่าที่กระผมได้ศึกษามี ๒ ส่วนสําคัญ ส่วนแรกที่ท่านได้เขียนไว้คือเขียนไว้ ในนโยบายเร่งด่วน ท่านเขียนไว้บอกว่า ข้อ ๑.๑๗ วางระบบการถือครองที่ดินและกําหนด แนวเขตการใช้ที่ดินให้ทั่วถึงและเปึนธรรม โดยใช้ข้อมูลระบบภูมิสารสนเทศ ภายใต้ กระบวนการที่ชุมชนมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนมีที่ดินทํากินและประกอบอาชีพอย่างทั่วถึง และพอเพียง อีกส่วนหนึ่งที่ท่านเขียนไว้และมีความเกี่ยวเนื่องกับการใช้ที่ดินก็คือ นโยบายด้านที่ ๔ ที่ว่าด้วยเรื่องที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านเขียนไว้ในข้อ ๔.๓ ที่ว่าด้วย เรื่องการส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเผื่อว่าเราเขียน นโยบายอย่างนี้ ความเกี่ยวเนื่องในรัฐธรรมนูญก็ตราไว้เช่นเดียวกันว่าต้องมี ความสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าเผื่อว่าเราไปดูรัฐธรรมนูญเขียนไว้ในส่วนที่ ๘ เรื่องนโยบายด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในมาตรา ๘๕ สาระสําคัญ ที่มีความแตกต่างและกระผมมีความกังวลใจก็คือว่า ในมาตรา ๘๕ (๑) และ (๒) ได้ให้ ความสําคัญกับความสอดคล้องด้านสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ผืนดิน ผืนน้ํา วิถีชีวิต ของชุมชน รวมถึงการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ และที่สําคัญครับท่านประธาน ได้เขียนไว้บอกว่าการกําหนดมาตรฐานการใช้ที่ดิน ต้องเปึนไปอย่างยั่งยืน ตรงนี้ขอให้ขีดเส้นใต้ครับ และใน (๒) ก็ได้เขียนถึงการกระจาย การถือครองที่ดินบอกว่าต้องเปึนไปอย่างทั่วถึงและเปึนธรรม ท่านประธานครับ ที่ผม กราบเรียนถึงการเขียนนโยบายและความสอดคล้องระหว่างนโยบายกับรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ท่านวุฒิพงษ์ ฉายแสง ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านได้ให้นโยบายในเรื่องของการส่งเสริมการปลูกป์า ยูคาลิปตัส เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา และในขณะเดียวกันท่านนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ก็ได้ให้นโยบายการปลูกป์ายูคาลิปตัสในวันนี้เช่นเดียวกัน ดังปรากฏต่อ สื่อมวลชนต่าง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ การปลูกยูคาลิปตัสคือการใช้แผ่นดิน ผืนดิน ผืนใหญ่ของประเทศ ผมขออนุญาตกราบเรียนถึงผลการวิจัยที่ได้แสดงให้เห็นถึง ผลกระทบจากการปลูกยูคาลิปตัสอย่างน้อย ๒ ฉบับ ฉบับแรกเปึนผลการวิจัยของ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่แสดงให้เห็นถึงผลกระทบการปลูกยูคาลิปตัส ต่อคุณสมบัติดินและการผลิตพืชในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งวิจัยโดยดอกเตอร์ จักรกฤษณ์ หอมจันทร์ ดอกเตอร์ชรัส มงคลสวัสดิ์ คุณเทพฤทธิ์ ตุลาพิทักษ์ และผลการวิจัยอีกฉบับหนึ่งซึ่งสําคัญมากครับท่านประธาน คือผลการวิจัยของหน่วยงาน ในสังกัดของท่านรัฐมนตรีเอง คือสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย หรือ วท. วท. ได้ทําการวิจัยเรื่องปัญหาและผลกระทบที่ยูคาลิปตัสมีต่อสภาพแวดล้อม ท่านประธานที่เคารพครับ ผลการวิจัยทั้ง ๒ ส่วนสอดคล้องกันอย่างนี้ครับ อย่างแรก ถ้าพูดถึงผลดีอันเกิดจากยูคาลิปตัสที่บอกว่าสามารถดูดน้ําและธาตุอาหารได้มาก ในขณะที่ผลกระทบก็ปรากฏขึ้นเช่นเดียวกันว่า การใช้น้ํา ใช้ธาตุอาหารมากทําให้พื้นดิน โดยรอบได้รับผลกระทบ ยูคาลิปตัสปลูกง่าย โตเร็ว ไม่ต้องดูแลมาก นั่นแสดงให้เห็นว่า ใต้ดินมีรากแผ่ขยายกว้างไกล การกําจัดต้นตอและรากยุ่งยากมากในอนาคต ใบยูคาลิปตัสมีอัตราการย่อยสลายช้ากว่าฟางข้าว ใบมะม่วง ใบกระถินณรงค์ ยูคาลิปตัส ไม่กลัวแล้ง ไม่กลัวฝน ท่านครับในขณะที่ไม่กลัวก็ใช้น้ํามาก ใช้สารอาหารมาก หากต้องการปลูกพืชชนิดอื่นในอนาคต เราต้องฟุ๋นฟูดินลงทุนอย่างมหาศาล ท่านครับ ไม้ยูคาลิปตัสใช้ระยะเวลาปลูก ๔–๕ ป้ ใช้พื้นดินมากนั่นแสดงว่าเราต้องสูญเสียผืนที่ดิน ๔-๕ ป้เพื่อปลูกพืชเชิงเดี่ยว ยูคาลิปตัสทําให้การไหลบ่าของน้ําชะล้างหน้าดินมากกว่า ทุ่งหญ้า การใช้พื้นดินขนาดใหญ่ทําให้คุณสมบัติทางเคมีของดินเสียไป ระดับน้ําใต้ดิน น้ําบ่อเพื่อการอุปโภคบริโภคของชุมชนใกล้เคียงลดระดับลง การส่งเสริมให้ปลูก ยูคาลิปตัสในคันนา ตรงนี้สําคัญครับ เพราะท่านรัฐมนตรีให้ความสําคัญกับเรื่องนี้ เปึนพิเศษ ผลการวิจัยปรากฏอย่างชัดเจนว่าคันนาที่เคยเปึนที่อยู่อาศัยของหอย ปู ในระบบ นิเวศตามธรรมชาติสูญเสียไป ใบของยูคาลิปตัสมีสารธอเรียม (Thorium) ท่านประธานครับ สารนี้ยับยั้งการเจริญเติบโต ของพืชในบริเวณใกล้เคียงอย่างชัดแจ้ง ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศที่ปลูก ยูคาลิปตัสมากวันนี้เราส่งเสริมกัน ท่านประธานทราบไหมครับ ประเทศสาธารณรัฐ ประชาชนจีนตามเอกสารของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีแผ่นดินกว้างใหญ่ไพศาลกว่าเรามาก ทั้งประเทศจีนปลูกยูคาลิปตัสเพียง ๔ ล้านไร่ ในขณะที่วันนี้เราปลูกถึง ๒.๗ ล้านไร่ นี่เปึน ตัวเลขเมื่อป้พุทธศักราช ๒๕๔๖ คนอีสานบ้านผมปลูกถึง ๑.๓ ล้านไร่ ท่านประธานครับ เซลล์ (Cell) สมองถ้าผมจะเทียบกับแผ่นดินไทย แผ่นดินไทยมีอยู่ ๓๒๐ ล้านไร่ การปลูก ยูคาลิปตัสแต่ละต้นแต่ละต้น แต่ละไร่ นั่นคือการทําลายเซลล์สมองของเราไปทุกขณะ ผมขอให้ท่านรัฐมนตรีและท่านนายกรัฐมนตรีได้โปรดพิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ เรื่องนโยบายการใช้ที่ดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลูกยูคาลิปตัสครับ ขอบพระคุณครับ