สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๓ มีนาคม ๒๕๕๔

(เนื่องจากนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ติดราชการ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง จึงปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกมากันแต่เช้านะครับ ได้ใช้ช่วงเวลานี้หารือเรื่องปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน หรือเรื่องอื่น ๆ ประธานก็จะอนุญาตให้หารือตามลําดับที่ท่านได้แสดง ความจํานงไว้นะครับ ก็ให้คนละ ๒ นาที ตามที่ท่านประธานชัยได้วางกติกาไว้ เรียนเชิญ ท่านแรกครับ ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ๒ นาทีนะครับ อยู่ไหมครับ

(นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ไม่อยู่ในที่ประชุม)

ก็ไป ท่านต่อไปก่อนนะครับ ท่านสุวโรช พะลัง เชิญครับ ๒ นาทีครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องหารือ ท่านประธานวันนี้ขอเรื่องเดียวเท่านั้นเองครับ ก็คือในเรื่องของที่ดิน ๑๓ นิคม ๑๔ ป่า ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนก็ได้มาร้องเรียนในช่วงที่ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาแก้ไขปัญหาที่ดินทํากิน กฎหมายเกี่ยวกับที่ดินและเร่งรัดออกเอกสารสิทธิ์ แก่ประชาชน ในนามของสภาผู้แทนราษฎร แล้วทางคณะกรรมาธิการก็ได้กราบเรียนเชิญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เราได้ตบเท้าไปพบกับท่าน ท่านก็ได้ให้ความเมตตานํารัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับที่ดินทุกประเภท โดยที่ดินของรัฐ โดยเราได้พบกับท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ และประเด็นหนึ่ง ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับปากไว้ นั่นก็คือในเรื่องของ ๑๔ ที่ดินในบริเวณ ๑๓ นิคม ๑๔ ป่า ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ ๑,๕๐๐,๐๐๐ ไร่ อยู่ทั่วทุกภูมิภาค ซึ่งในเรื่องดังกล่าวเป็นไปตาม พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑ นั่นก็คือเดินเข้าสู่ของกรมส่งเสริม สหกรณ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กํากับดูแลในเรื่องดังกล่าว แล้วก็ปรากฏว่าหลังจากที่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตกปากรับคําแล้วนะครับท่านก็มอบให้ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รับไปดําเนินการต่อ ซึ่งตรงนี้ต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เป็นอย่างยิ่ง เพราะหลังจากนั้นนะครับ หลังจากที่ ครม. ได้มีการประชุม ปรึกษาหารือกันแล้ว ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ได้ดําเนินการในเรื่องดังกล่าวตามมติของ คณะรัฐมนตรี นั่นก็คือภายในเดือนกุมภาพันธ์จะมีการออกพระราชกฤษฎีกายกเลิกเพิกถอน สภาพความเป็นที่ดินที่ป่าสงวน แล้วก็ให้ทางกรมส่งเสริมสหกรณ์ของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปดําเนินการออกพระราชกฤษฎีกา ตามกรอบอํานาจหน้าที่ โดยกรมป่าไม้ยกเลิกป่าแล้วก็กรมส่งเสริมสหกรณ์ดําเนินการตาม พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑ ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกุมภาพันธ์ แต่ปรากฏว่าเท่าที่สอบถามมาสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ไปแล้ว กราบเรียนต่อท่านประธานครับว่า ได้โปรดมีหนังสือสอบถามข้อเท็จจริงผลคืบหน้าในเรื่องดังกล่าวไปที่ทั้ง ๒ กระทรวงด้วย จะเป็นพระคุณยิ่งครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอํานวย คลังผา ๒ นาทีครับ

นายอํานวย คลังผา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย จากการที่วันนี้ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนถึงความเดือดร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมู่บ้าน วังกะเบียนซึ่งเป็นหมู่บ้านใหญ่ สะพานคับแคบ ก็อยากจะฝากท่านประธานถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้เร่งช่วยสร้างสะพานให้กับหมู่บ้านวังกะเบียน ตําบลวังจั่น อําเภอโคกสําโรง ด้วยครับ

และเรื่องที่ ๒ เนื่องจากปัญหาน้ําท่วมทุกปีซึ่งทางราชการพยายามที่จะ ขุดลอกลําคลองหรือขุดลอกอ่างเก็บน้ําก็ดี ในขณะนี้ยังขาดงบประมาณจํานวนมาก ก็อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มาขุดลอกอ่างเก็บน้ําห้วยใหญ่วังแขม ตําบลมหาโพธิ์ อําเภอสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรี เพื่อจะไปกักน้ําโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นต้นน้ําให้มากที่สุด นี่คือส่วนที่ ๑ และในส่วนที่ ๒ อ่างเก็บน้ําห้วยตะคร้อ ซึ่งพี่น้องประชาชนชาวตําบลวังขอนขว้าง มีความต้องการอ่างเก็บน้ําห้วยตะคร้อ งบประมาณ ๑๘ ล้านบาท ซึ่งกรมชลประทาน ได้ออกแบบสํารวจไว้แล้ว ซึ่งอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดําเนินการเพื่อที่จะป้องกัน น้ําท่วมในหมู่บ้านตําบลวังขอนขว้าง อําเภอโคกสําโรง จังหวัดลพบุรีด้วยครับ ซึ่งพี่น้อง ประชาชนเดือดร้อนมาก

และเรื่องสุดท้าย เรื่องกระแสไฟฟ้า ในขณะนี้วางท่อน้ําจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ค่ากระแสไฟฟ้าซึ่งทางราชการกําหนดไว้ตั้งแต่เดือนมีนาคมไปถึงเดือนพฤษภาคม ให้เกษตรกรเป็นผู้จ่าย หลังจากนั้นเดือนต่อไปทางรัฐบาลเป็นคนจ่าย ผมก็อยากให้ตั้งแต่ เดือนมีนาคมจะให้กระแสไฟฟ้ากับกลุ่มเกษตรกรได้ใช้ฟรีไปก่อน เพราะเนื่องจากฤดูฝน ไม่ต้องใช้กระแสไฟฟ้ามากเท่าไรเพราะเป็นเรื่องของรัฐบาล เพราะฉะนั้นอยากจะให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปรับแก้จากเดือนมีนาคมโดยภาครัฐเป็นผู้ออกค่ากระแสไฟฟ้าให้กับ พี่น้องประชาชนชาวอําเภอโคกสําโรง อําเภอสระโบสถ์ และอําเภอโคกเจริญด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญท่านศุภชัย ศรีหล้า ครับ

นายศุภชัย ศรีหล้า อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอกราบเรียน ท่านประธานถึงภัยแล้งที่กําลังเกิดขึ้นโดยทั่วไปในภาคอีสานในขณะนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ แม่น้ําสายหลักไม่ว่าจะเป็นแม่น้ําโขงและแม่น้ํามูลวันนี้ลดระดับลง อย่างน่าใจหาย ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานกรณีของแม่น้ํามูล ท่านประธาน ที่เคารพครับ วันนี้มีพี่น้องจํานวนหนึ่งไปรณรงค์ ไปประท้วงต้องการจะให้มีการเปิด เขื่อนปากมูลตลอดทั้งปี ข้อห่วงใยตรงนี้พี่น้องประชาชนเป็นจํานวนมากกังวลใจ เพราะว่า ระดับของแม่น้ําโขงวันนี้ลดระดับลงมาก แม่น้ํามูลก็ลดระดับลงมากเช่นกัน ในขณะที่ ลําน้ํามูลลดระดับลง ลําน้ําสาขาที่เชื่อมโยงและไหลลงแม่น้ํามูล ไม่ว่าจะเป็นลําเซบก ลําเซบาย ก็กําลังจะลดระดับลงเช่นกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ลําน้ําต่าง ๆ ที่ผมได้กราบเรียน ต่อท่านประธานวันนี้มีปริมาณน้ําน้อยมาก ความกังวลใจของกระผมก็คือทางรัฐบาลวันนี้ คงจะต้องเตรียมการในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในช่วงระยะ ๓-๔ เดือนจากนี้ไป ไล่เรียงไป ตั้งแต่เดือนมีนาคม เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม ฝนจะมาอีกทีก็ประมาณ กลางเดือนมิถุนายน ๔ เดือนจากนี้เป็น ๔ เดือนที่ค่อนข้างอันตรายสําหรับพี่น้องของเรา ทั่วทั้งประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องในจังหวัดอุบลราชธานี ยกตัวอย่าง กรณีลําเซบก ท่านประธานครับ จากอําเภอม่วงสามสิบไปอําเภอเหล่าเสือโก้ก ไปอําเภอดอนมดแดง ไปอําเภอตาลสุม ลําเซบกสายนี้ วันนี้ลําน้ําก็ลดระดับลงเช่นกัน ลําเซบายจากอําเภอม่วงสามสิบ ผ่านอําเภอเขื่องในลงแม่น้ํามูลที่อําเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ระดับน้ําก็ลดลง ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเราจะอาศัยจังหวะนี้ ช่วงเวลานี้ในการสํารวจ ในการเตรียมการ ไม่ว่าจะเป็นการทําฝาย ไม่ว่าจะเป็นการขุดลอกหรือขุดแก้มลิงรองรับน้ําในปีที่กําลังจะมาถึง ในฤดูฝนที่กําลังจะมาถึง สิ่งเหล่านี้ถ้าเผื่อรัฐบาลได้เตรียมการณ์จะก่อประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชนเป็นจํานวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราจะจัดงบประมาณในปี ๒๕๕๕ ก็จะเป็นการแก้ปัญหาในระยะยาวครับ ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญท่านเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ครับ

นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เลย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องค่ะ

เรื่องแรก ดิฉันได้รับการร้องทุกข์จาก นายสุธะ ชัชวาล ผู้ใหญ่บ้าน บ้านแก้วเมธี หมู่ที่ ๖ และเป็นตัวแทนของผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๔ หมู่ ๕ หมู่ ๗ และหมู่ ๑๑ ตําบลนาด้วง อําเภอนาด้วง จังหวัดเลย ว่าเขาได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวกับเรื่องได้ส่ง โครงการชุมชนพอเพียงตั้งแต่งบประมาณปี พ.ศ. ๒๕๕๓ แล้ว แล้วก็ได้จัดทํา ๒ โครงการ โครงการแรกเกี่ยวกับการปล่อยปลาในแหล่งน้ําสาธารณะ ๑๕๐,๐๐๐ บาท งบประมาณ ส่วนนี้ได้แล้ว อีกโครงการหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องจัดซื้อวัสดุเพื่อทําปุ๋ยชีวภาพ จํานวนเงิน ๓๕๐,๐๐๐ บาท โครงการนี้ยังไม่ได้รับเลย ได้ไปติดตามโครงการนี้ที่อําเภอ อําเภอบอกว่า ให้ไปติดตามที่สํานักนายกรัฐมนตรี ท่านประธานคะ ตอนนี้ วันนี้เรากําลังพิจารณา งบประมาณกลางปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ค่ะ แต่งบโครงการชุมชนพอเพียงของผู้นําที่ดิฉัน ได้กล่าวมานะคะ ปี ๒๕๕๓ ยังไม่ได้เลยค่ะ จึงกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีผู้กํากับดูแลสํานักนายกรัฐมนตรี ช่วยตรวจสอบและช่วยเร่งรัดกับหมู่บ้าน ที่ดิฉันได้กล่าวไปข้างต้นนะคะ

เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับการร้องทุกข์จากนายสมนึก แก้วสุวรรณ ผู้อํานวยการ โรงเรียนบ้านโคกมน ตําบลผาน้อย อําเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ว่าโรงเรียนยังขาดหอประชุม แบบ ๒๐๕ หรืออาคารอเนกประสงค์ ซึ่งทางโรงเรียนได้เคยของบประมาณประจําปี ผ่านสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต ๒ แต่ไม่ได้รับการพิจารณา มาหลายปีแล้วค่ะ ท่านประธานคะ โรงเรียนในตําบลผาน้อย ทุกโรงเรียนไม่เคยได้รับ หอประชุมแบบ ๒๐๕ เลย ซึ่งทางโรงเรียนบ้านโคกมนนี้ควรที่จะได้รับเพราะทําผลงาน ทางการศึกษามาเยอะและมีผลงานดีเด่นด้านคุณธรรมจริยธรรมอีกหลาย ๆ ด้านด้วย จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาช่วยพิจารณาเรื่องนี้ ขอบพระคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดสุโขทัย เมื่อสักครู่ท่านประธานได้เรียกชื่อผมในการหารือคนแรกไป ผมต้องกราบขออภัยเพราะว่า ได้มีกลุ่มเกษตรกรจากภาคเหนือตอนล่าง กลุ่มเกษตรกรที่ปลูกข้าวได้เข้ามาเรียกร้องในเรื่องของโครงการประกันรายได้เกษตรกร แล้วก็มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ก็อันสืบเนื่องมาจากว่าในพื้นที่ ภาคเหนือตอนล่างไม่ว่าจะเป็นจังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร จังหวัดกําแพงเพชร ตอนนี้ข้าวนาปรังได้เริ่มทยอยออกแล้ว แต่มีปัญหาในเรื่องของราคา ที่ยังตกต่ํา ก็อันสืบเนื่องมาจากการประกาศราคาอ้างอิงในราคา ๑๐,๐๐๐ บาท ของรัฐบาล แต่เวลาซื้อขายจริงของพ่อค้าข้าวนั้นก็อยู่ในเกณฑ์ที่ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาท ทําให้พี่น้อง เกษตรกรนั้นขาดรายได้ หรือว่าต้นทุนในการปลูกข้าวตอนนี้ก็สูงมาก ไม่ว่าจะเป็นน้ํามัน ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ของต้นทุนของข้าวต่อไร่นั้นมันสูง ฉะนั้นพี่น้องเกษตรกรจึงมา เรียกร้องเพื่อที่จะให้รัฐบาลนั้นได้ขยับในราคาอ้างอิง อย่างน้อยสัก ๑๒,๐๐๐ บาทขึ้นไป ก็ฝากต่อทางรัฐบาลเพื่อที่จะได้แก้ไขให้กับพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งตอนนี้ข้าวนาปรังก็ได้เริ่มทยอยออก แล้วก็อยากให้ทางรัฐบาลได้เริ่มพิจารณาแก้ไข ให้ทันท่วงที แล้วก็ความเดือดร้อนของพี่น้องอีกเรื่องหนึ่งก็คือเกี่ยวกับเรื่องริมแม่น้ํายมที่พัง เป็นหลายแห่ง ชาวบ้านก็เรียกร้องมาอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบไปสร้างเขื่อนเรียงหิน แม่น้ํายม หมู่ ๙ ตําบลกง ต่อจากอันเก่าซึ่งกําลังก่อสร้างอยู่ แล้วก็ที่บ้านปากพระ หน้าวัดปากพระอีกแห่งหนึ่ง ๒ แห่งด้วยกันนะครับ ขอฝากต่อสภาแห่งนี้ด้วยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน เป็นจํานวนมากในเรื่องผักตบชวาที่หนองหานกุมภวาปี ตั้งกระทู้ถามไปก็แล้วนะครับ รัฐมนตรีบอกจะไปทํางาน ตอนนี้ก็ยังไม่มีนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผักตบชวาตรงนี้ ถึงหน้าแล้ง ซึ่งฤดูนี้จะมีแต่ผักตบชวาเต็ม ไม่มีน้ํานะครับ เพราะฉะนั้นปัญหาเรื่องน้ําประปา หลายหมู่บ้านที่ต้องการใช้ ที่หนองหานกุมภวาปีได้รับความเดือดร้อน จะต้องไปซื้อน้ํา ท่านประธานครับ ขณะนี้ต้องไปซื้อน้ํา รถก็เอาน้ํามาขายราคาแพง แพงขึ้น น้ํามันก็แพงขึ้น แต่ราคาสินค้าของพี่น้องประชาชนถูกลง เขาก็เลยมาเรียนผมว่าทําอย่างไรถึงจะได้ใช้น้ํา ที่ราคาถูก

ประเด็นที่ ๒ ประเด็นที่ถนนตรงบ้านท่าสัง บ้านโนนมะข่า ตําบลหนองหว้า อําเภอกุมภวาปี อันนี้พูดกันตั้งแต่ผมเป็นผู้แทนราษฎร ตั้งแต่เป็น ส.จ. เลยนะครับ อันนี้หลายร้อยปีถ้าจะนับมานะครับ ตอนนี้ก็ยังเป็นหลุมเป็นบ่อ ไม่มีหน่วยงานใดที่จะไป รับผิดชอบ ผมเคยหารือท่านประธานก็บอกว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมก็ไปถาม ท้องถิ่นก็บอกไม่มีเงินงบประมาณ เงินที่รัฐบาลปัจจุบันนี้จัดไป ก็ให้ไปอบรมสัมมนา แล้วก็ไป ซื้อเสื้อแจกอย่างเดียว ไม่มีทีท่าว่าจะทําถนนตรงนี้ได้ พี่น้องประชาชนก็เดือดร้อน ยิ่งบ้านนั้น เป็นบ้านของ ส.ส. เกียรติอุดมด้วยนะครับ ท่านประธานขอบคุณมากนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย ครับ

นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย พรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดสกลนคร ท่านประธานครับ ผมขอกราบเรียนหารือท่านประธานสัก ๒-๓ เรื่องครับ

เรื่องแรก ก็เป็นเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนจากเพื่อนครูบาอาจารย์ โดยเฉพาะ เป็นลูกศิษย์ผมหรือเป็นรุ่นน้อง ๆ ผมหลายปีนะครับ แล้วปัจจุบันนี้มีการสอนพิเศษ ในโรงเรียนระดับอนุบาล โรงเรียนประถมศึกษา และมัธยมศึกษาในหลายจังหวัด แม้แต่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครนะครับ เด็กที่เรียนอนุบาลก็ดี ประถมศึกษาก็ดี มัธยมศึกษา ก็ดี ถ้าหากว่าใครไม่เรียนพิเศษในทั้ง ๒-๓ ระดับนี้ เวลาออกข้อสอบนี่ข้อสอบเป็นคนละเรื่องเลย ไม่รู้เขาจัดหลักสูตรการเรียนการสอนอย่างไร อันนี้ขอฝากทางกระทรวงศึกษาธิการ ช่วยดูแลด้วยเรื่องการสอนพิเศษ

เรื่องที่ ๒ หนี้นอกระบบนะครับ ยังได้รับการร้องเรียนเสมอ ๆ ผมเป็น รองประธานคณะกรรมาธิการการตํารวจของสภาผู้แทนราษฎร ก็ได้รับการร้องเรียนว่า ขูดดอกเบี้ยกันมากเหลือเกิน ในภาคอีสานหลายจังหวัด แม้แต่ในจังหวัดสกลนครบ้านผม ขอฝากทางกรมตํารวจช่วยดูแลกวดขันเรื่องนี้ด้วย

เรื่องที่ ๓ ทางหลวงแผ่นดินสายสกลนคร-นครพนม ได้ก่อสร้างเป็น ๔ ช่องทางจราจรหลายตอน หลายช่วง ต้องขอขอบพระคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม ท่านโสภณ ซารัมย์ นะครับ แต่ราษฎรเขาร้องเรียนว่าช่วงจากทางออกสนามบิน สกลนคร เลยไปทางบ้านเชียงเครือประมาณ ๒ กิโลเมตรยังไม่ได้สร้างเป็น ๔ ช่องจราจร และช่วงจากบ้านท่าแร่ บริเวณบ้านท่าแร่ ตําบลท่าแร่นั้นเป็นชุมชนใหญ่ ชุมชนเจริญ ก็ยังไม่เป็น ๔ ช่องจราจร ต้องขอกราบเรียนว่าราษฎรร้องเรียนขอให้รีบสร้างทาง ๔ ช่องจราจรในช่องทางนี้โดยด่วนด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องหารือ ๒ เรื่อง เป็นเรื่องที่ประสานถึงการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค และทั้ง ๒ เรื่องอยู่ในความรับผิดชอบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอําเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ

เรื่องที่ ๑ ก็คือการขอขยายเขตไฟฟ้าเข้าสู่พื้นที่การเกษตรจํานวนทั้งหมด ๔๐ ราย ๔๐ ครอบครัวในพื้นที่ตําบลหนองไผ่ อําเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งองค์การบริหารส่วนตําบลหนองไผ่ได้ให้การรับรองทั้ง ๔๐ ราย มีพื้นที่ที่รับผิดชอบ ในตําบลหนองไผ่ หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๘ และหมู่ที่ ๙ ผู้ที่ประสานงานก็คือนางสังวาลย์ อนันเต่า และ อบต. นายสากล แสนเภา

เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องการขยายเขตไฟฟ้าเข้าสู่ครัวเรือนของราษฎรในตําบล โคกมั่งงอย ในบ้านหนองเหมือดแอ่ หมู่ที่ ๖ ตําบลโคกมั่งงอย อําเภอคอนสวรรค์ จังหวัด ชัยภูมิทั้ง ๖ ครอบครัวเป็นครอบครัวยากจนไม่มีไฟฟ้าในครัวเรือน ได้ประสานติดต่อ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอําเภอคอนสวรรค์ไปถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอําเภอแก้งคร้อ บอกว่า ถ้าจะดําเนินการขยายเขตจะต้องใช้เงิน ถ้าเป็นไฟฟ้าแรงสูงใช้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าเป็น ไฟฟ้าแรงต่ําใช้เงิน ๖๐๐,๐๐๐ บาท แต่พี่น้องประชาชนทั้ง ๖ ครอบครัวต้องทนทุกข์ทรมาน มาก็เพราะความยากจนไม่สามารถหาเงิน ๖๐๐,๐๐๐ บาท ๘๐๐,๐๐๐ บาทดังกล่าวได้ ก็ขอ ฝากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้โปรดเมตตาพี่น้องประชาชนที่ยากจนให้ได้มีความสุข ได้ดูทีวี ได้มีพัดลมในช่วงอากาศร้อน ก็ขอฝาก ๒ เรื่องถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้ช่วยอนุเคราะห์ พี่น้องยากจนทั้ง ๒ เรื่องครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญท่านองอาจ วงษ์ประยูร ครับ

นายองอาจ วงษ์ประยูร สระบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายองอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคประชาธิปัตย์ครับ ขออนุญาตหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องเกษตรกรในจังหวัดสระบุรีเกี่ยวกับเรื่องยังไม่ได้รับเงินค่าชดเชยจากปัญหาน้ําท่วม ท่านประธานครับ ในพื้นที่อําเภอดอนพุด อําเภอบ้านหมอ อําเภอเสาไห้ อําเภอพระพุทธบาท พี่น้องเกษตรกรรวมตัวกันไปร้องเรียนสื่อมวลชน ก็แล้วไปร้องเรียนทางจังหวัด ทางอําเภอว่าเงินค่าชดเชยทําไมเขายังไม่ได้รับสักทีนะครับ สําหรับเงินค่าชดเชยนั้น พี่น้องเกษตรกรไปร้องเรียนทางจังหวัดก็บอกว่ารายละเอียดก็ยังไม่ชัดแจ้ง ยังไม่แน่นอนว่า จะได้เมื่อไร ในส่วนของปัญหาที่เดือดร้อนที่สุดก็คือปัญหาของการไม่ได้รับเงินค่าชดเชย หรือบางราย ก็ได้รับไม่เท่า ได้รับไม่ทั่ว ได้รับไม่ถึง สาหัสกว่านั้นก็คือเกษตรกรหลายรายได้ไปกู้ยืมเงิน มาจากเจ้าหนี้เกี่ยวกับเรื่องของการไปใช้เงินกู้ยืมมา เกี่ยวกับเรื่องการเพาะปลูก ในเรื่องของ ผลผลิตใหม่ เดือดร้อนมากก็คือเจ้าหนี้มาตามทวงหนี้แล้วก็เดือดร้อนสาหัสนะครับ ก็อยากจะให้ทางรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในเรื่องของเงินค่าชดเชยนั้นได้ช่วยเร่งรัดผลักดันให้ ได้รับเงินค่าชดเชยโดยด่วนครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้มีส่วนผลักดันในเรื่องของเงินงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมปี ๒๕๕๔ ในเรื่องของการดูแลแก้ไขปัญหาน้ําท่วม ก็อยากให้เงินงบประมาณ ส่วนนี้ได้ลงไปช่วยเหลือชดเชยให้กับพี่น้องในจังหวัดสระบุรีของกระผมด้วยครับ ก็คงมี เรื่องหารือท่านประธานเพียงเท่านี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ ครับ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย เรื่องที่อยากจะหารือกับท่านประธานในวันนี้ก็คือ เนื่องจากในเมื่อ ๒-๓ วันที่ผ่านมาค่ะ ท่านประธาน มีข่าวเกี่ยวกับโรงงานแป้งมันที่จังหวัดชัยภูมิ แก๊สระเบิดทําให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ๓๑ คน ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีผู้เสียชีวิตแล้ว ๕-๖ คน ตรงนี้ค่ะท่านประธานทําให้ดิฉัน เกิดความเป็นห่วงเป็นใยเกี่ยวกับเรื่องแก๊สในบริเวณอื่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรถขนแก๊ส หรือว่า จะเป็นปั๊มแก๊ส เนื่องจากปัจจุบันเราได้มีการส่งเสริมให้รถยนต์หันมาใช้แก๊สมากขึ้น ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยหามาตรการดูแลแก้ไข ป้องกันเรื่องระแวดระวังภัยเกี่ยวกับแก๊สให้กับพี่น้องประชาชนผู้สัญจรไปมาหรือผู้อาศัยอยู่ บริเวณที่มีการขายแก๊สด้วยค่ะ เพื่อความปลอดภัยของคนในประเทศไทย ต้องฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงพลังงานที่เป็นคนดูแลในเรื่อง ดังกล่าวด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับการบอกกล่าวจากพี่น้องในอําเภอบ้านเขว้า อําเภอจัตุรัส อําเภอหนองบัวระเหว อําเภอเนินสง่า แล้วก็อําเภอซับใหญ่ ตลอดจนอําเภอบําเหน็จณรงค์ แล้วก็อําเภอเทพสถิต ทั้ง ๗ อําเภอนี้ดิฉันออกไปเยี่ยมเยียนเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา พี่น้องบอกดิฉันว่า น้ําที่จะใช้ในการทํานา ตอนนี้หาน้ําจะสูบมาทํานาก็ยังหาไม่ได้เลยค่ะ ก็ต้องฝากท่านประธาน ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการทํา ฝนเทียม หรือว่าหาแหล่งน้ํามาสนับสนุนให้พี่น้องปลูกข้าว ข้าวนาปรังตอนนี้กําลังเริ่มออกแล้วค่ะ ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดูแลเรื่อง การหาน้ํามาใช้ในยามที่พี่น้องประสบภัย ไม่มีน้ําจะกินจะใช้ด้วยค่ะ

เรื่องสุดท้ายค่ะท่านประธาน พี่น้องที่อําเภอบําเหน็จณรงค์และอําเภอบ้านเขว้า โดยเฉพาะที่บ้านหนองแวง แล้วก็อีกบ้านหนึ่งแถวบริเวณศูนย์เด็กเล็กบ้านวัดท่าสง่า เขาฝากดิฉันทวงถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยค่ะว่า ศูนย์เด็กเล็ก ที่บ้านวัดท่าสง่าและศูนย์เด็กเล็กที่บ้านหนองแวงรุ่งเรืองที่ท่านรัฐมนตรีมาตอบกระทู้ถาม ของดิฉันในสภา ผ่านมา ๒ ปีแล้วนะคะท่านประธาน จะปีที่ ๓ แล้วค่ะยังไม่ได้รับ ศูนย์เด็กเล็กเลย ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญท่านเจือ ราชสีห์

นายเจือ ราชสีห์ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับผมมีเรื่องที่จะหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องครับ

เรื่องแรกก็คือผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสงขลา ว่าการเดินทาง การจราจรบริเวณห้าแยกน้ํากระจายซึ่งอยู่ในตําบลพะวง อําเภอเมืองสงขลา ห้าแยกน้ํากระจายเป็นที่จราจรติดขัดมาก เพราะว่าเป็นห้าแยกที่สําคัญ เดินทาง จากถนนกาญจนวนิชไปอําเภอหาดใหญ่ ไปจังหวัดปัตตานี จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ไปอําเภอหาดใหญ่ ไปจังหวัดปัตตานี ไปจังหวัดนราธิวาส ไปจังหวัดยะลา ก็ต้องผ่านทาง สายนี้ตลอดเวลา แต่ว่ารถติดขัด จราจรหนาแน่นมาก พี่น้องประชาชนต้องเสียเวลาในการ เดินทางมาก ก็อยากเรียนไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่าท่านเองท่านจะมี แนวทางในการแก้ปัญหาการจราจรติดขัดได้อย่างไรบ้าง หน่วยงานเคยของบประมาณ เพื่อที่จะทําทางยกระดับเพื่อที่จะให้รถผ่านไปได้ แต่ว่างบประมาณที่ขอไปก็ไม่ได้รับนะครับ ก็เลยอยากเรียนท่านประธานให้ทําหนังสือไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ว่าท่านจะต้องลงมาแก้ปัญหาตรงนี้อย่างเร่งด่วน หรือแนวทางอย่างอื่นที่จะมีทางเบี่ยง อย่างอื่น เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เดินทางไปนะครับ ก็ต้องฝากท่านประธานด้วย

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ สืบเนื่องที่ผมเคยยื่นกระทู้ถามถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เรื่อง การของบประมาณทําเกาะกลางถนนสาย ๔๐๗ สงขลา-หาดใหญ่ สายเก่านะครับ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรับปากว่าจะตั้ง งบประมาณไว้ให้ประมาณ ๘๐ ล้านบาท ขณะนี้พี่น้องชาวสงขลาคอยอยู่นะครับ อยากให้ ท่านประธานทําหนังสือทวงถามให้ด้วยครับ ๒ เรื่อง ขอบพระคุณท่านประธานมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานที่เคารพคะ พี่น้องเดือดร้อนจริง ๆ เรื่องนี้นะคะ เรื่องค่าชดเชยน้ําท่วม ตอนนี้แล้งแล้วนะคะ ยังไม่ได้ เลยค่ะ ที่ยังไม่ได้อยู่ที่หมู่ ๑ และหมู่ ๖ ตําบลคําตากล้า อําเภอคําตากล้า จังหวัดสกลนคร ไม่ได้อยู่หลายร้อยไร่เลยทีเดียวค่ะ พี่น้องฝากถามมาว่ามีชื่ออยู่ในเกษตรที่อําเภอแล้ว ใยไม่ได้รับ ค่าชดเชย จึงร้องขอไปที่ผู้ใหญ่ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ค่ะ เรื่องเดือดร้อนทุกส่วน ของราษฎร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรเป็นตาสับปะรด เพื่อเป็นน้ํารดความเดือดร้อน ให้ประชาชนชุ่มชื้นค่ะ

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานคะ ขอรับงบประมาณเพื่อก่อสร้างศูนย์ส่งเสริม การเรียนรู้ โรงเรียนบ้านขี้เหล็กเหล่าสมบูรณ์ ตําบลดงหม้อทองใต้ อําเภอบ้านม่วง จังหวัดสกลนคร ท่าน ผอ. ปรัชวุฒิ คําผุย ขอรับงบประมาณสร้างอาคารประกอบ เพราะว่า อาคารประกอบไม่เพียงพอ ที่มีอยู่แล้วก็เก่าและชํารุดเพราะว่าใช้งานมากว่า ๔๐ ปีแล้วค่ะ จึงของบประมาณเพื่อสร้างศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้แค่ ๒๘๒,๐๐๐ บาท แค่นั้นเองนะคะ ก็ร้องขอไปที่รัฐมนตรี ชินวรณ์ บุณยเกียรติ ครูใหญ่ค่ะ ครูใหญ่ที่เคารพรักคะ ช่วยดูแล ครูน้อยที่ยากจนข้นแค้นในชนบท ถ้าแหกกฎได้ความเจริญรุ่งเรืองก็จะตามมา ขอบพระคุณ เป็นอย่างสูงค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญท่านชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว ครับ

นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ครับ สําหรับเรื่องที่ผมจะหารือต่อท่านประธานมีดังต่อไปนี้นะครับ

เรื่องแรกท่านประธานครับ โครงการก่อสร้างถนนลาดยางสาย สข ๓๐๔๙ แยกทางหลวง ๔๐๘ ถึงบ้านชุมพล อําเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ถนนสายดังกล่าว ระยะทางประมาณ ๒๕ กิโลเมตรยังไม่ได้รับการดูแลนะครับ ถ้าหากว่าทางกระทรวง คมนาคมสามารถที่จะไปช่วยเหลือราษฎร ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและถนนสายนี้ได้ ถนนสายดังกล่าวติดกับทะเลอ่าวไทยนะครับ ก็สามารถที่จะช่วยเหลือบรรเทาให้กับ พี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างดีนะครับ

อีกเรื่องนะครับ เป็นเรื่องของโครงการปรับปรุงถนนลาดยางสาย สข ๓๐๒๕ แยกทางหลวง ๔๐๘ เหมือนกันครับ ถึงบ้านบางเขียด ตําบลม่วงงาม อําเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ถนนดังกล่าวเป็นถนนที่ทรุดตัวแล้ว แล้วก็ถนนมีรอยแยกแตกนะครับ ดังนั้น เวลาพี่น้องสัญจรไปมา ผู้ใช้รถใช้ถนนเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง อยากจะให้กระทรวงคมนาคม ช่วยไปดูแลด้วยนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งครับ เป็นเรื่องของการปรับปรุงถนนคอขวด สาย สข ๔๐๐๙ แยกทางหลวง ๔๐๘ เหมือนกันครับ ถึงบ้านกระแสสินธุ์ ของอําเภอระโนด จังหวัดสงขลา เป็นคอขวดนะครับ เวลาจราจรไปมาสวนทางกันมันก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงขอฝาก กระทรวงคมนาคม ถ้าสามารถช่วยเหลือราษฎร ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเรื่องตรงนี้ได้ ก็เป็นพระคุณอย่างใหญ่หลวง

อีกเรื่องหนึ่งครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับไฟฟ้านะครับ ก็ขออนุญาตที่จะให้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคช่วยไปดําเนินการขยายไฟฟ้าให้กับพี่น้องเกษตร ตอนนี้เขามี เครื่องสูบน้ําด้วยไฟฟ้าอยู่แล้วประมาณ ๕ เครื่องของตําบลเชิงแส มีอยู่ ๕ เครื่อง สร้างมา ๒ ปีแล้วแต่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ นายกเทศมนตรีไปขอขยายเขตไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บอกว่ายังไม่มีงบประมาณ ดังนั้นขออนุญาตท่านประธานแจ้งไปยังหน่วยงานด้วยนะครับ ขอขอบพระคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญท่านละออง ติยะไพรัช ครับ

นางสาวละออง ติยะไพรัช เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ท่านประธานคะ ดิฉันขอกราบเรียนท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะรัฐบาลและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ําค่ะ ดิฉันได้พูดตอนเช้าเกือบทุกวันในเรื่องน้ํา เพราะในทางภาคเหนือ ส่วนใหญ่พี่น้องเป็นเกษตรกร ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ แต่วันนี้ดิฉันยิ่งเห็นงบประมาณของรัฐบาล ที่จัดสรรไปเป็นงบประมาณหรือการทํางานแบบไม่มีแผนว่าในการจัดการน้ํา ในการจัดการ น้ําท่วม น้ําแล้งนี้ท่านจะต้องทําสิ่งไหนเป็นสิ่งแรก แล้วสิ่งไหนเป็นสิ่งที่สําคัญที่สุด แต่ปรากฏว่า สิ่งที่ดิฉันเห็นในเอกสารของงบประมาณนี้ค่ะ ทุกเรื่องทุกครั้งก็เป็นเรื่องที่ไม่สบายใจว่าวันนี้ เราจัดการงบประมาณซึ่งเป็นภาษีอากรของพี่น้องประชาชนเพื่อใครกันแน่ เพราะสิ่งที่เห็น นั่นก็คือก็การจัดการน้ําในเรื่องของปลายเหตุทั้งนั้น เราไม่ได้ดูต้นเหตุของน้ํานั้นคืออะไร วันนี้ ของดิฉันอยากขอพูดในเรื่องของการสร้างอ่างเก็บน้ําของจังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะ ในพื้นที่เขตดิฉันก็คือเรื่อง ๒ อ่าง ก็คือ อ่างเก็บน้ําแม่สลอง ว่าท่านจะจัดการอย่างไร ว่าสามารถจะแก้ไขปัญหาได้ไหม จะทําได้ไหม ซึ่งเป็นเรื่องของการบรรเทาเรื่องน้ําแล้ง และน้ําท่วมเป็นอย่างดี ซึ่งงบประมาณดิฉันว่าคงไม่มาก

อันที่ ๒ ในเรื่องของในตําบลแม่ฟ้าหลวงและอําเภอแม่ฟ้าหลวงด้วยค่ะ ก็คือ ห้วยฮางดี ซึ่งห้วยฮางดีนี้มันเป็นแหล่งอยู่จุดที่เหมาะสมที่สุดอยู่ในแหล่งต้นน้ําของฝายผ้ามา ดิฉันได้เคยบอกว่าเป็นพื้นที่ประมาณ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ไร่ในเรื่องของที่พี่น้องเกษตรกร ที่จะใช้น้ํา ปรากฏว่าสิ่งที่ดิฉันพูดไม่ใช่ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ไร่ ประมาณเกือบแสนไร่ ตั้งแต่ อําเภอแม่จันจนถึงอําเภอเชียงแสน ถึงอําเภอแม่สาย ที่จะต้องใช้น้ํา ถ้าเราสามารถทํา อ่างเก็บน้ําที่ห้วยฮางดีได้ วันนี้ดิฉันไม่เห็นหน่วยงานของทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมหรือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่จะมาสนใจว่าการแก้ไขปัญหาน้ําจริง ๆ ต้นทุนน้ําเรามีอีกเยอะท่านจะทําอย่างไร แล้วก็จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างไร ขอบคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญท่านมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ครับ

นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ พิษณุโลก

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคกิจสังคม สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนหารือไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาราคาข้าว เมื่อสักครู่นี้ ท่านสัมพันธ์พูดไปแล้ว แต่ว่าก็มีชาวนาวันนี้มาร่วมอยู่ในสภาเหมือนกัน แล้วก็ฝากผม บอกว่าอย่างไรก็แล้วแต่ถ้าทําได้ รัฐบาลนี้ให้ราคาข้าวเป็นเกวียนละ ๑๒,๐๐๐ บาท เพราะทุกวันนี้ท่านประธานครับ ต้นทุน ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยก็ดี น้ํามันก็ดี ข้าวของเครื่องใช้ อุปโภค บริโภคก็ดีขึ้นทุกวัน เมื่อขึ้นแล้วต้นทุนสูงขึ้น ค่าเกี่ยวก็ขึ้น ก็ทําให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น ดังนั้นสิ่งที่จะทําให้เขาลืมตาอ้าปากได้ต้องช่วยกัน อย่าให้เขาบอกว่าเขาพยายามเปรียบเทียบ ว่ารัฐบาลที่ผ่านมาราคาเท่านั้น รัฐบาลนี้ราคาเท่านี้ ก็ทําให้รัฐบาลนี้มันราคาเท่านี้สิครับ ที่เขาพอใจ มันจะทําให้เขากล่าวขวัญไปอีกนาน

เรื่องที่ ๒ ปัญหาภัยแล้งของจังหวัดพิษณุโลกทุกปี เดี๋ยวท่วม หน้าน้ํา ก็น้ําท่วม หน้าแล้งก็น้ําแล้ง ถึงเวลาชาวนาทําอย่างไรครับทรุดบ่อลงไป แล้วก็มีข่าวตายกัน เกิดขึ้นตายในบ่อเพราะขาดอากาศหายใจ ทรุดบ่อก็หมายถึงว่าการที่จะไปสูบน้ําบาดาล ขึ้นมาทํานา โดยการทรุดลงไป ๕ วา ๑๐ วา ๑๕ วาบ้าง เมื่อลงไปลึก ๆ เข้าอากาศไม่มีก็เกิดเหตุ เสียชีวิตขึ้นมา

เรื่องที่ ๓ เงินกลุ่มสตรี อยากจะให้รัฐบาลได้เล็งเห็นความสําคัญตรงนี้ ช่วยสนับสนุนกลุ่มสตรีไหนที่มีการขยับเขยื้อนในการที่จะสร้างเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับ ครอบครัวแล้ว ควรจะสนับสนุนเขาให้ต่อเนื่อง ช่วยให้เขาสามารถมีรายได้มาจุนเจือ ครอบครัว

เรื่องที่ ๔ โรงยิมเนเซียมของโรงเรียนพิษณุโลกวิทยาคม ยังไม่ดําเนินการ อย่างไรฝากด้วยช่วยกัน ทั้งรัฐบาล ทั้งกระทรวงศึกษาธิการนะครับ โรงเรียนนี้ได้ย้ายไปแล้ว แต่ว่าขาดโรงยิมเนเซียมเพื่อลูกหลานของเราครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญท่านพงศ์พันธ์ สุนทรชัย

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย วันนี้ได้รับการร้องขอจากพี่น้องในตําบลกวนวัน อําเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ซึ่งได้รับความเดือดร้อนทนทุกข์ทรมานมาหลายสิบปีเกี่ยวกับเรื่อง การขนบรรทุก รถดิน รถกรวด รถทราย ที่มีการสัมปทานกัน ท่านประธานครับ ความเดือดร้อนนี้อยากจะฝากไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้อง กระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็น กระทรวงที่รับผิดชอบในเรื่องของการอนุมัติสัมปทานโดยตรง แล้วก็กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งดูแลในเรื่องของมลภาวะต่าง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตที่จะนําภาพที่พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนมาให้ ท่านประธานได้ดูครับว่า สภาพความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนตามถนนซึ่งเป็น ถนนคอนกรีต ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายว่าเป็นถนนปลอดภัย เดี๋ยวนี้เป็นถนนฝุ่นไปแล้ว มันไม่ปลอดฝุ่น กรุณาไปดูแลความเดือดร้อนของพี่น้องตําบลกวนวัน เทศบาลตําบลกวนวัน เป็นเทศบาล แต่มีความเดือดร้อนสาหัสมากในเรื่องของฝุ่นก็ดี แล้วก็เรื่องโคลนก็ดี ผมมีภาพ ที่จะให้ท่านประธานได้ดูนะครับ แล้วก็จะส่งภาพนี้ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ไปตรวจสอบ เพราะว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานี้ การสัมปทานมีการต่ออายุเป็นปี ๆ ไป อยากจะให้ทาง จังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด ตัวแทนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ดี กระทรวงคมนาคมก็ดี ท่านไปดูหน่อยว่าตําบลกวนวันมันมีอะไรเกิดขึ้นในตําบลนี้ มันมีอิทธิพลอะไรซ่อนเร้นอยู่หรือเปล่า ทําไมความเดือดร้อนของพี่น้องจึงไม่ได้รับการแก้ไข ไปดูให้ด้วย ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามที่ผมได้กราบเรียน ขอบคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ผมขออ่านรายชื่อผู้ที่จะหารือนะครับ แล้วก็ขอตัดยอดเลยนะครับ ประเดี๋ยวเราจะได้เข้ากระทู้ถามได้ เดี๋ยวจะเชิญตามลําดับดังนี้นะครับ จากนี้จะเป็น ท่านอันวาร์ สาและ ก่อนนะครับ แล้วท่านประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ท่านสุธรรม ระหงษ์ ท่านชมภู จันทาทอง ท่านวรงค์ เดชกิจวิกรม ท่านนฤมล ธารดํารงค์ ท่านอรอนงค์ คล้ายนก ท่านวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ แล้วก็ท่านเชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ เพราะว่าเดี๋ยวจะเข้ากระทู้ถามนะครับ เชิญท่านต่อไปท่านอันวาร์ สาและ ครับ

นายอันวาร์ สาและ ปัตตานี

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องของ ความเดือดร้อนที่คนในภาคใต้ที่ได้ประสบพบเหตุที่ผ่านมาในเรื่องของภัยน้ําท่วมแล้วก็ วาตภัย วันนั้นถ้าเราสังเกตข่าว จังหวัดปัตตานีเป็นจังหวัดหนึ่งที่โดนภัยเรื่องของวาตภัย แล้วก็น้ําท่วมรุนแรงมาก แต่วันนี้ในเรื่องของการเยียวยา ยังมีชาวบ้านที่เขารออยู่ ที่ยังไม่ได้รับเลยครับ เป็นจํานวนเป็นหมื่นรายครับ อย่างไรผมฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเร่งรัด แล้วก็ไปดูแลในพื้นที่ของจังหวัดปัตตานีด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

แล้วก็เรื่องที่ ๒ ในส่วนของแพทย์ในพื้นที่ ซึ่งผมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก ท่านโต๊ะอิหม่าม ตําบลบางปู และคณะของท่านในเรื่องของแพทย์สูตินารีที่ทําคลอดในพื้นที่ วันนี้ในเรื่องของหลักการอิสลามเขามีอยู่เรื่องหนึ่งก็คือว่า สตรีควรจะสัมผัสหรืออะไรต่าง ๆ กับกลุ่มสตรีด้วยกัน ซึ่งหมอที่เป็นสูตินารีควรจะเป็นหมอที่เป็นผู้หญิง ซึ่งจังหวัดปัตตานี มีหมออยู่แค่คนเดียวแล้วก็ต้องรับทํางานด้านนี้หนักมาก ผมอยากให้กระทรวงสาธารณสุข ได้ไปดูแลว่าขอให้เพิ่มหมอสูตินารี ให้ดูแลในเรื่องของการทําคลอดของพี่น้องที่อยู่ในจังหวัด ปัตตานีเพิ่มขึ้น ไม่อย่างนั้นก็สงสารหมอที่มีอยู่ครับ ที่เป็นผู้หญิงอยู่คนเดียว แล้วก็ต้อง ทํางานหนัก พอเวลาหมอที่เป็นผู้ชาย ก็ผิดตามหลักการที่จะไปทําคลอดกับผู้หญิง ศาสนิกชน ที่เป็นอิสลามที่อยู่ในพื้นที่

เรื่องที่ ๓ ก็คือต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในกรณีที่มีน้อง ๆ ที่เป็นเจ้าพนักงานสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ซึ่งเป็นนโยบายของ กระทรวงสาธารณสุขที่จะให้มีการดูแลพี่น้องที่อยู่ในจังหวัด ในเรื่องของสาธารณสุขในพื้นที่นี่ ปรากฏว่าวันนี้ยังมีน้อง ๆ ที่ยังไม่ได้รับการบรรจุจํานวน ๕๗๑ คน ผมขอฝากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ก.พ. เองเข้าไปดูแล เพราะสิ่งนี้จะทําให้พี่น้องที่อยู่ในจังหวัด ชายแดนภาคใต้นี้ได้รับการดูแลอย่างดีจากกระทรวงสาธารณสุขด้วย ขอบคุณครับ ท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญคุณหมอประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ จังหวัดชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ท่านประธานครับ เรื่องที่ผมอยากฝากท่านประธานเพื่อผ่านไปถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ตอนนี้คือเรื่องของแพง ต้องขอบคุณท่านวัชระ เพชรทอง ท่านมาสีอะไร ก็ไม่ทราบ สีซอนี้ แต่ไม่ทราบว่าไปถึงใคร ผมอยากเตือนถึงรัฐบาล ถึงวันนี้ครับไม่ว่าไข่ก็ยัง แพงเช่นเดิม น้ํามันปาล์มก็ยังแพงอยู่ ผมอยากฝากจริง ๆ ครับ ประชาชนตอนนี้เดือดร้อน คนชัยภูมิ เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาผมไปเยี่ยม เขาบอกว่าเขาต้องไปซื้อขวดละ ๗๐ บาท ตอนนี้ รัฐบาลบอกว่าต้องได้ราคา ๔๗ บาท ท่านนายกรัฐมนตรีเคยรับปากกับผมนะครับว่า สลากกินแบ่งรัฐบาล ลอตเตอรี่จะต้อง ๘๐ บาท ธันวาคม ๒๕๕๒ เดี๋ยวนี้เท่าไรครับ ท่านประธาน ขนาดเสี่ยงโชคยังแพงเลย ท่านประธานดูสิครับ ตอนนี้ปรากฏว่าน้ําตาล ผมไปสืบข่าว ท่านนายกรัฐมนตรีต้องไปทลายพวกที่สต็อก (Stock) ลมทั้งหลาย ตอนนี้ สต็อกที่มีอยู่ น้ําตาลจริง ๆ นี้เอาไปขายเยอะเลย ๒๐ ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์มันไปขายแล้ว ขายใต้ดิน ขายกําไรกันเยอะแยะ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องไปจับครับ เหมือนน้ํามันปาล์ม ผมฟังท่านสุเทพบอกว่าน้ํามันปาล์มถูกน้ําท่วม ผมเลยไปศึกษาครับท่านประธาน เชื่อไหมครับ น้ํามันปาล์มปี ๒๕๕๓ นี้ผลผลิตเพิ่มขึ้นจาก ๓.๑ ล้านไร่ เขาไปปลูกถึง ๓.๕ ล้านไร่ น้ํามันปาล์มเพิ่มครับ แต่ปรากฏว่ามีการส่งออกที่ไม่น่าจะส่งออก ปี ๒๕๕๓ ส่งออกถึง ๒๐๐,๐๐๐ กว่าตัน ถึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ไปจับเลยครับ พ่อค้าใหญ่ ๆ อย่าไปจับพ่อค้ารายย่อย จับพ่อค้าใหญ่ ๆ หน่อยครับ มันจะได้กลัว ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญท่านสุธรรม ระหงษ์ ครับ

นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมุทรสาคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือท่านประธานถึงเรื่องแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ผิดกฎหมาย ๓ สัญชาติครับ ซึ่งวันนี้มีปัญหาต่าง ๆ ติดตามมาหลายเรื่อง หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านสังคม เรื่องปัญหายาเสพติด ด้านอาชญากรรม ปัญหาทางด้าน สาธารณสุข ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจมากดค่าแรงงานของแรงงานไทย ปัญหาด้าน ความมั่นคง ซึ่งปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้มันทับถมซับซ้อนมานานครับ สะสมมานานยากแก่การ แก้ไข ทั้งนี้เพราะว่าแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาผิดกฎหมายนี้มี ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งคือ ที่ได้มา ขึ้นทะเบียนแล้วก็พิสูจน์สัญชาติ ซึ่งดําเนินการไปแล้ว อีกส่วนหนึ่งคือส่วนที่เข้ามาอย่าง ผิดกฎหมายแล้วก็มีผู้ติดตามเข้ามาด้วย ซึ่งส่วนนี้ยังไม่มีการดําเนินการ เพราะฉะนั้น เราก็บริหารจัดการไม่ได้ ผมกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน ท่านก็บอกว่ามีนโยบาย ซึ่งผมเห็นด้วยว่าเป็นนโยบายที่จะให้มีการขึ้นทะเบียน แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายนี้อีกครั้งหนึ่ง แต่ว่าไม่ต้องพิสูจน์สัญชาติคราวนี้ เพื่อมาบริหาร จัดการ แต่ทราบว่าก็ยังมีปัญหาข้อขัดข้องในบางส่วนราชการที่ยังเห็นไม่สอดคล้องกัน ยังไม่ตกผลึก เพราะฉะนั้นผมจึงหารือท่านประธาน กราบเรียนไปยังหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องครับท่านประธาน ให้เร่งหาข้อสรุปร่วมกัน กําหนดเป็นนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหา ด้งกล่าวอย่างจริงจังและเร่งด่วน ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญท่านชมภู จันทาทอง ครับ

นางชมภู จันทาทอง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันได้รับมอบหมายจากพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นประชาชนรากหญ้า ท่านประธานคะ การที่เขาขาดน้ําในการทํามาหากินก็เท่ากับขาดชีวิต หัวใจสําคัญของพี่น้อง ชาวรากหญ้าค่ะ เรื่องเกี่ยวกับการแก้ปัญหาเรื่องการตื้นเขินของห้วย หนอง ตามพื้นที่ไร่นา และการเกษตรของพี่น้องประชาชน ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปถึงกรมทรัพยากรน้ํา ช่วยแก้ไขเรื่อง การขุดลอกห้วยหนองนาเทา หมู่ที่ ๑ บ้านว่าน ตําบลบ้านว่าน อําเภอท่าบ่อ ขุดลอก ห้วยหนองเหมืองกลาง หมู่ที่ ๖ ตําบลบ้านว่าน อําเภอท่าบ่อ ขุดลอกห้วยหมากพริก หมู่ที่ ๗ บ้านด่านศรีสุข ตําบลด่านศรีสุข อําเภอโพธิ์ตาก ขุดลอกห้วยหินสิ่ว หมู่ที่ ๔ ตําบลพระพุทธบาท อําเภอศรีเชียงใหม่ ขุดลอกห้วยร่องกกโพ หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๕ ตําบลบ้านเดื่อ อําเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคายด้วยค่ะ ก็จะเป็นการช่วยชีวิตของพี่น้องชาวรากหญ้า การแก้ปัญหาเรื่องน้ํานั้น เป็นสิ่งสําคัญของพี่น้องประชาชนค่ะท่านประธาน

อีกเรื่องหนึ่งที่ดิฉันอยากจะฝากกราบเรียนก็คือ ฝากกราบเรียนท่านประธาน ไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและท่านนายกรัฐมนตรี ช่วยไปรีบแก้ไข นําพี่น้องประชาชนซึ่งตกค้างอยู่ประเทศลิเบียค่ะท่านประธาน เมื่อวานนี้ดิฉันก็เห็นท่าน ส.ส. ๒-๓ ท่านที่นําความเดือดร้อนนี้มาหารือ ดิฉันก็ได้แนบเรื่องเดือดร้อนของจังหวัดหนองคาย กับท่าน ส.ส. อนุรักษ์ไปเรียบร้อย แล้วก็อยากฝากเน้นอีกว่าให้รีบนําเขากลับมาโดยด่วน เพราะว่าเขาอยู่ห่างไกลจากที่เกิดเหตุ แต่ว่าเดือดร้อนเรื่องอาหารการกินค่ะ บริษัทที่ส่ง เขาไปนั้นยกเลิกการที่จะจ้างแรงงาน ไม่มีเงินซื้อกินค่ะท่านประธาน จะอดอยากตาย กับการที่ไม่มีเงินซื้ออาหารนะคะ อยากให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แล้วก็ ท่านนายกรัฐมนตรีได้รีบนําเขากลับมาประเทศไทยโดยด่วนค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญคุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมมีเรื่องที่จะ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลในปัญหาความทุกข์ของพี่น้องชาวไร่ ชาวนา เพราะท่านประธานคงจะทราบว่าทุกข์ของพี่น้องชาวไร่ ชาวนานั้นคือทุกข์ของแผ่นดิน ถ้ารัฐบาลชุดไหนสามารถแก้ไขความเดือดร้อนของพี่น้องชาวไร่ ชาวนาได้ รัฐบาลชุดนั้นก็จะ ได้รับความนิยมจากพี่น้องประชาชน และผมก็เชื่อว่าช่วง ๒ ปีที่ผ่านมารัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เดินมาถูกทาง นั่นคือโครงการประกันรายได้เกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นชาวไร่ แล้วก็ ชาวนาและผลพวง ๒ ปีที่ผ่านมานั้นทําให้เงินถึงมือพี่น้องชาวไร่ ชาวนาโดยตรง แต่สิ่งที่ เปลี่ยนแปลงไปก็คือ ๒ ปีผ่านไปอะไรก็เปลี่ยนไปครับ วันนี้ราคาสินค้าสูงขึ้น ต้นทุนการผลิต สูงขึ้น ผมเชื่อว่าพี่น้องที่เกี่ยวข้องโดยตรงทั้งข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง รัฐบาลกําลังหาทาง เพิ่มรายได้ให้คนกลุ่มนี้ด้วยการปรับเงินเดือน ปรับค่าจ้างให้กับผู้ใช้แรงงาน แต่สิ่งที่ทาง รัฐบาลยังไม่ได้ดําเนินการก็คือการปรับรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกร ท่านประธานคงจะ ทราบว่าขณะนี้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ทุกอย่างสูงขึ้น แต่รัฐบาลยังไม่ได้ดําเนินการในเรื่องนี้ ผมจึงขอเรียกร้องผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาล ๒ ข้อครับ

ข้อที่ ๑ ขอให้รัฐบาลเอาต้นทุนปัจจัยการผลิตในการทําไร่และทํานาทั้งหมด มาคํานวณใหม่ในต้นทุนปัจจุบัน เพราะอดีตที่ผ่านมาอย่างข้าวประกันที่ ๑๐,๐๐๐ บาท เป็นต้นทุนเมื่อ ๒ ปีที่แล้ว แต่วันนี้ราคาสินค้าเปลี่ยนไปต้นทุนเปลี่ยนไป ขอให้รัฐบาลคิด ต้นทุนการผลิตใหม่เพื่อปรับราคาประกันให้กับพี่น้องชาวไร่และชาวนาใหม่ เช่น อาจจะปรับ เป็น ๑๒,๐๐๐ บาทหรือ ๑๓,๐๐๐ บาท แล้วแต่ปัจจัยหรือว่าต้นทุนการผลิต

และข้อที่ ๒ ถ้าเป็นไปได้ อดีตที่ผ่านมารัฐบาลควบคุมโควตาในการเข้าร่วม โครงการจํานํา อย่างเช่นเรื่องข้าวกําหนดไว้ที่ ๒๕ ตันและผมเชื่อว่า ๒ ปีนี้มีความชัดเจนว่า รัฐบาลจะสามารถปรับโครงการจํานําของพี่น้องชาวนา เช่น อาจจะเพิ่มเป็น ๓๐ ตัน ๓๕ ตัน หรือ ๔๐ ตันเพื่อให้เกิดความชัดเจน จึงกราบเรียนผ่านท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญท่านนฤมล ธารดํารงค์ ครับ

นางนฤมล ธารดํารงค์ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นฤมล ธารดํารง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีเรื่องหารือกับท่านประธาน วันนี้เราจะมีการนํางบประมาณกลางปีเข้าวาระสองใช่ไหมคะ ประชาชนเขตบ้านดิฉันนะคะ ทั้งอําเภอพระสมุทรเจดีย์และอําเภอพระประแดง ก็ฝากมา ถามผู้ที่เกี่ยวข้องว่าถนนสายพระสมุทรเจดีย์จนถึงป้อมพระจุลจอมเกล้า ขณะนี้ยังไม่ได้ ดําเนินการเลยนะคะ มีแต่การขนย้ายเสาไฟออกนอกพื้นที่ ซึ่งการขนย้ายเสาไฟออกนอกเขต ตรงนี้ทํามาแล้วประมาณเกือบ ๕ เดือน และงบตัวนี้รู้สึกว่าจะเป็นงบโครงการไทยเข้มแข็ง ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ ก็เลยอยากเรียนถามผู้ที่เกี่ยวข้องว่างบตัวนี้ยังไม่ได้โดนผลักดันออกมาเลย แล้วท่านจะผลักดันงบกลางปีออกมา แล้วท่านจะทําทันได้อย่างไรนะคะ

เรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องของราคาน้ํามันพืชตอนนี้นะคะไม่ใช่น้ํามันปาล์ม อย่างเดียวที่หาซื้อไม่ได้ มีการออกข่าวทุกวันนะคะ เมื่อเช้าดิฉันก็ดูรายการข่าวจากทางทีวี ช่อง ๓ นะคะ ยังมีการแก่งแย่งกันอยู่ในห้างเทสโก้ โลตัส (Tesco Lotus) แล้วก็ระบุว่าเป็น ห้างเทสโก้ โลตัส ศรีนครินทร์ ฟังดูแล้วพี่น้องชาวสมุทรปราการน่าจะดีใจว่าตอนนี้เรามี น้ํามันปาล์มมาขายในจังหวัดสมุทรปราการเราแล้ว แต่ความเป็นจริงไม่ใช่แบบนั้นนะคะ ทั้งอําเภอพระสมุทรเจดีย์และอําเภอพระประแดงก็อยู่ห่างไกลในเขตถนนศรีนครินทร์ พอสมควร การนั่งรถไปที่เขตศรีนครินทร์ตรงนั้นนะคะ เขาต้องเสียค่ารถตั้งแต่ ๒๐ บาท ถึง ๓๐ บาท อันนี้แค่นั่งรถฟรีบ้างนะคะ เสียเงินบ้างก็ยังประมาณ ๒๐ บาท ถึง ๓๐ บาท ถามว่าไปซื้อน้ํามันพืชสัก ๑ ขวด หรือ ๒ ขวด หรือ ๓ ขวดก็ตาม ต้นทุนจะอยู่ที่เท่าไรคะ ถ้าเขาเอามาใช้สําหรับการปรุงอาหารรับประทานเองก็ค่าต้นทุนจะสูงขึ้นนะคะ แต่ถ้าเกิด เขาซื้อมาขาย มาประกอบอาหารขาย เขาก็ต้องขึ้นราคาสินค้า ตรงนี้ก็ต้องฝากไว้นะคะว่า อยากให้รัฐบาลนี้หยุดเถอะค่ะ หยุดประชาสัมพันธ์ หยุดแก้ปัญหาด้วยปากเสียที ลงมาจริงจัง กับการแก้ปัญหาตรงนี้อีกครั้งได้แล้วนะคะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญท่านอรอนงค์ คล้ายนก ครับ

นางอรอนงค์ คล้ายนก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน อรอนงค์ คล้ายนก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้รับ การร้องเรียนจากโรงเรียนราชวินิตประถมบางแค สังกัด สพฐ. นะคะว่าได้รับงบประมาณ อาหารกลางวันไม่ครบตามจํานวนในปีงบประมาณ ๒๕๕๓ ที่ผ่านมานะคะ ซึ่งทางรัฐบาล บอกว่าจะจัดสรรให้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จํานวน ๒๐๐ วัน แต่เขาก็ได้รับเพียง ๑๒๐ วันเท่านั้น ทําให้ทางโรงเรียนต้องหาเงินมาชดเชยส่วนที่ไม่ครบ แล้วในปี ๒๕๕๔ ก็ไม่มีการโอนคืนมา แล้วก็ในปี ๒๕๕๔ เองก็ได้รับงบประมาณเท่ากับปี ๒๕๕๓ คือ ๑๒๐ วันเหมือนเดิม จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงศึกษาธิการในการที่จะเร่งรัดโอนส่วนที่ขาดหายไป คืนให้กับทางโรงเรียนด้วยนะคะ

ส่วนเรื่องที่ ๒ ก็ได้รับการร้องเรียนจากครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน ร้องเรียนว่าได้รับเงินเดือนเพียงแค่เดือนละ ๕,๖๔๐ บาท ซึ่งคิดเฉลี่ยเป็นรายวันแล้วก็ยัง ไม่ถึง ๒๐๐ บาทเลยนะคะ แล้วก็ทําให้ไม่เพียงพอกับค่าครองชีพในปัจจุบัน จึงขอฝาก ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการที่จะดูแลงบประมาณในส่วนนี้ที่จะจัดสรร เงินเดือนให้กับครูพัฒนาเด็กเล็กเพื่อเป็นขวัญกําลังใจให้กับครู

แล้วก็เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในหมู่บ้าน เพชรเกษม ๔ หมู่บ้านเศรษฐกิจ และหมู่บ้านเพชรเกษม ๒ ฝั่งใต้ ว่าขณะนี้โจรผู้ร้ายชุกชุม มากนะคะ อยากฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะช่วยกันตรวจตรา เพราะว่า ขณะนี้มีฉกชิงวิ่งราวกัน แล้วก็จี้ปล้นกันสูงมากนะคะ ทั้งกลางวันแสก ๆ เลย จึงขอฝาก ท่านประธานด้วยค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญท่านวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ครับ

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่าน ๒ เรื่องค่ะ

เรื่องแรก ถึงกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือกระทรวง ไอซีที (ICT) เกี่ยวกับความคืบหน้าในการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ไอซีทีชุมชนของประชาชน ในพื้นที่แต่ละจังหวัด ซึ่งประมาณเดือนตุลาคมปีที่แล้วกระทรวงไอซีทีได้ให้สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกคน ทุกพรรค แจ้งศูนย์ที่มีความต้องการจะตั้งนะคะ ต้องการจะตั้ง ซึ่งทางกระทรวงจะจัดมาให้ท่านละ ๒ ศูนย์ แต่ ณ วันนี้ยังไม่มีความคืบหน้า ใด ๆ หรือว่าดิฉันเป็น ส.ส. อยู่คนเดียว หรือว่าต่างจังหวัดอย่างไร คนอื่นได้ไปแล้ว ดิฉันอาจจะยังไม่ได้ หรือว่าอย่างไร ยังไม่ได้กันทั้งหมด หรือว่าได้เป็นบางส่วน ขอเรียนถาม ผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงไอซีทีค่ะ ขอทราบผลความคืบหน้าในการพิจารณาครั้งนี้ หรือว่ายกเลิกไปแล้ว หรือว่าจะรอให้มันเกี่ยวเนื่องกับ ๓ จี (3G) มันก็ไม่น่าจะใช่นะคะ เพราะว่าในสมรรถนะของการสื่อสารปัจจุบันเราก็รับได้นะคะขอให้จัดมาก่อนค่ะ

อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าขอรับการสนับสนุนงบประมาณทําถนนเข้าแหล่ง ท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบูรณ์ เพราะว่ามันเกินศักยภาพของทางท้องถิ่นเขาไม่มีเงินอุดหนุน ขอผ่านไปทางเจ้ากระทรวงก็ไม่มีเงินอุดหนุน แล้วไม่มีเงินพิเศษออกมาให้ในตรงนั้น ปีนี้จังหวัดเพชรบูรณ์จัดยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวจังหวัด แหล่งท่องเที่ยวภูเขาหินปะการัง เราเพิ่งค้นพบมาประมาณไม่กี่ปีนี้ ก็อยากจะไปให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสได้เข้าชม ความสวยงามของภูเขาหินปะการังของตําบลซับพุทรา อําเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ทั้ง ๒ กรณีนี้ดิฉันได้แนบเอกสารประกอบการหารือผ่านท่านประธานไปด้วยเพื่อให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจรายละเอียดค่ะ ขอบพระคุณท่านค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ดังต่อไปนี้นะครับ

เรื่องแรกคือถนนสาย ๔ เลน สายนครศรีธรรมราช-สงขลา ช่วงตําบล ดอนตรอ อําเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปถึงสี่แยกบ้านบ่อล้อ อําเภอ เชียรใหญ่ ตอนนี้กําลังดําเนินการก่อสร้างอยู่ตามโครงการงบประมาณปี ๒๕๕๔ แต่ก็กําลัง ประสบปัญาก็คือชาวบ้านประมาณ ๒๐๐ กว่ารายยังไม่ได้รับค่าเวนคืนที่ดิน ก็มีการเจรจากัน มาแล้วหลายรอบ แต่ว่าก็ตกลงกันไม่ได้ บางรายก็เจรจากันไปแล้วแต่ว่าได้รับค่าตอบแทน ที่ไม่เป็นที่พอใจ ก็ขอหารือไปยังกระทรวงคมนาคมนะครับ ให้ประสานกับสํานักทางหลวง ที่ ๑๔ และแขวงการทางนครศรีธรรมราชที่ ๑ ให้เจรจาตกลงกับชาวบ้านให้เรียบร้อย เพื่อให้ การก่อสร้างถนนสายนี้สําเร็จไปได้ด้วยความเรียบร้อยนะครับ

เรื่องที่ ๒ พี่น้อง อสม. หลายพื้นที่ในอําเภอร่อนพิบูลย์ ทํางานกัน อย่างเข้มแข็งมากในการไปดูแลสุขภาพอนามัยของพี่น้องผู้สูงอายุ จากการไปพบปะกับพี่น้อง อสม. เหล่านั้นเขาร้องเรียนว่ายังขาดแคลนเครื่องไม้เครื่องในการไปตรวจวัดความดันโลหิต ตรวจวัดโรคเบาหวานให้กับผู้สูงอายุที่อยู่ในพื้นที่นะครับ สถานีอนามัยบางแห่งมีเพียง ๒ ชุด ๓ ชุดเท่านั้นเองไม่เพียงพอกับการทํางานของ อสม. ก็อยากให้กระทรวงสาธารณสุข เร่งไปตรวจสอบสภาพความพร้อมเหล่านั้นแล้วก็สนับสนุนงบประมาณในการจัดซื้ออุปกรณ์ เหล่านั้นในการทํางานของ อสม. ต่อไปนะครับ

สุดท้ายก็คือเรื่องสถานีอนามัยบ้านทุ่งหล่อ อําเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัด นครศรีธรรมราช ถูกไฟไหม้เมื่อวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๕๓ ๖ เดือนมาแล้วครับ ที่เจ้าหน้าที่และ อสม. ไม่มีที่ทํางาน พี่น้องประชาชนซึ่งเป็นชาวบ้าน ๓ หมู่บ้านในตําบลควนชุม และตําบลหินตกประมาณ ๕,๐๐๐ คน ไม่มีที่รับบริการสาธารณสุข ก็ขอให้ดําเนินการ จัดงบประมาณไปก่อสร้างโดยด่วนด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุดท้าย ท่านสมคิด บาลไธสง

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องที่จะหารือท่านประธานอยู่ ๓ เรื่องครับ

เรื่องแรกก็คือเรื่องที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอไปแล้ว ก็คือเรื่องคนงาน ในประเทศลิเบียครับ ผมได้รับโทรศัพท์ตลอดเลยครับ เดี๋ยวนี้ที่เมืองตุลันนะครับ คนงานของ จังหวัดหนองคายกลุ่มหนึ่งที่อยู่เมืองตุลัน ห่างจากเมืองหลวงของลิเบีย ๓๐๐ กิโลเมตร ห่างจากเมืองหลวงตูนีเซีย ๑๐๐ กิโลเมตร ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปช่วยเหลือเลยครับ อันนี้เขาก็โทรศัพท์แจ้งมายังพ่อแม่พี่น้องเขา เขาก็เดือดร้อน เขาก็ขอร้องมาครับ ประมาณ ๓๕๐ คน นะครับ อยู่ที่เต็นท์ (Tent) นี้นะครับ

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของบประมาณสนับสนุนขุดลอกหนองอีเลิง หมู่ ๘ บ้านบนทัน ตําบลชุมช้าง อําเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เนื้อที่ประมาณ ๑๐๐ ไร่ เดี๋ยวนี้ มันตื้นเขินคือการขุดสมัยก่อน สมัยเมื่อ ๒๐ ปีแล้ว ขุดรอบขอบแต่ตรงกลางไม่ขุด ไม่รู้นโยบายทํามาผิดพลาดอย่างไร ตรงกลางก็ตื้นเขินอยู่เหมือนเดิมอันนี้ก็ขอฝากผ่าน ที่ประธานไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของบประมาณซ่อมแซมฝายห้วยทราย ฝายตรงนี้ ทําฝายแล้ว แต่ทําท่อระบายน้ําขนาดเล็กแล้วทําให้น้ําดันแรง ทําให้ฝายนั้นถูกน้ํากัดเซาะ ตรงกลางใกล้จะขาดแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าไม่ได้รับการซ่อมแซมคงจะทําให้เกิด ความเสียหายมากนะครับ ที่บ้านนามน ตําบลเซิม อําเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ผมก็ขอกราบเรียนเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ประธานจะอนุญาตให้อีก ๒ ท่านนะครับ เพราะว่าเพื่อความพร้อมในการ ตอบกระทู้ถาม ขอเชิญท่านสมัย เจริญช่าง แล้วก็จบด้วยท่านเชาวรินธร์ครับ เชิญครับ

นายสมัย เจริญช่าง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สมัย เจริญช่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ครับ มีเรื่องขออนุญาตได้เรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอยู่ ๒-๓ เรื่องนะครับ

เรื่องที่ ๑ ก็คือได้รับการร้องเรียนจากราษฎรในหมู่บ้านเค ซี การ์เด้นท์โฮม และหมู่บ้านรุ่งทิพย์วิลล์ เขตคลองสามวา ขอให้กระทรวงคมนาคมได้ดําเนินการจัดรถ โดยสารประจําทาง ขสมก. เปิดเส้นทางวิ่งระหว่างตลาดมีนบุรีถึงลําลูกกา ในถนนนิมิตรใหม่ เพราะขณะนี้ขาดรถโดยสารประจําทาง และประชาชนมีจํานวนมากได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะในช่วงเช้าและช่วงเย็นที่นักเรียนจะต้องเดินทางไปโรงเรียนและพี่น้องประชาชน ที่เดินทางเข้ามาทํางานในตัวเมืองของกรุงเทพมหานคร

เรื่องที่ ๒ ขอให้กรุงเทพมหานครโดยสํานักงานโยธาธิการและผังเมืองได้เร่ง แก้ไขปัญหาท่อระบายน้ําในถนนนิมิตใหม่ เขตคลองสามวา เพราะทุกครั้งที่ฝนตกจะมีน้ําขัง ปริมาณมาก รถยนต์ที่วิ่งผ่านไปมาได้รับอันตราย

เรื่องที่ ๓ ก็ขอให้กรุงเทพมหานครโดยสํานักงานโยธาธิการและผังเมือง เร่งดําเนินการจ่ายค่าเวนคืนที่ดินของเอกชนเพื่อสร้างถนนพระยาสุเรนทร์ให้แล้วเสร็จ โดยเฉพาะบริเวณแขวงบางชัน เขตคลองสามวา ขณะนี้ประชาชนในทุกหมู่บ้าน ได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะจุดที่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จคือบริเวณหมู่บ้านร่มเย็น ๕ หมู่บ้านทหารกองหนุน และหมู่บ้านมัณฑนา นอกเหนือจากนั้นก็ขอขอบพระคุณ ทางกองบัญชาการตํารวจนครบาล พลตํารวจตรี ศานิตย์ มหถาวร ผู้บังคับการตํารวจนครบาล ๓ ที่ออกมาแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดด้วยตนเอง โดยเฉพาะในพื้นที่ สน. มีนบุรี บริเวณทางแยกวัดแสนสุข กับถนนนิมิตใหม่และถนนประชาร่วมใจเชื่อมกับถนนสุวินทวงศ์

เรื่องสุดท้ายครับ เกษตรกรชาวนาในเขตหนองจอกฝากขอบพระคุณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้จ่ายค่าเยียวยาให้กับเกษตรกรชาวนา ในแขวงคู้ฝั่งเหนือ แขวงคลอง ๑๐ แขวงคลอง ๑๒ และแขวงหนองจอก ที่ทํานาและถูกหนูนากัดกินต้นข้าว ขณะนี้ชาวนาได้รับการเยียวยาไร่ละ ๖๒๐ บาท ครบทั้ง ๔ แขวง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขอขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ

ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ แบบสัดส่วน

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย กระผมมีเรื่องที่จะต้องกราบเรียนหารือท่านประธานเพื่อ รับไปดําเนินการแทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด สืบเนื่องจากเป็นที่รับรู้ของคนไทย ทั้งประเทศว่าในเร็ววันนี้เราจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนชุดที่ ๒๓ ซึ่งดํารง ตําแหน่งอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะมีการยุบสภาเมื่อใดก็ตามต้องมีการเลือกตั้ง หรือหากแม้จะ ไม่มีการยุบสภา รอจนกระทั่งปลายเดือนธันวาคมปี ๒๕๕๔ ก็ต้องมีการดําเนินการเลือกตั้ง สิ่งที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันขนาดนี้อย่างกว้างขวางและแพร่หลายก็คือเรื่องของการเลือกตั้ง ล่วงหน้า ที่ กกต. ไปจัดให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้า ๒ วัน ตรงนี้เป็นจุดช่องโหว่ที่ทําให้มีการ ทุจริตการเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งครั้งสุดท้ายเมื่อปี ๒๕๕๐ มีข่าวเกี่ยวกับเรื่องการเปลี่ยน หีบบัตรลงคะแนนล่วงหน้า เนื่องจากการพิมพ์บัตรเลือกตั้งได้มีการพิมพ์จํานวนเกินไว้จํานวน นับล้านฉบับ ก็เป็นที่รับรู้กัน ทีนี้จํานวนส่วนเกินนี้ก็ถูกจ่ายไปยังทีมงานที่สามารถ ดําเนินการเพื่อเปลี่ยนหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าเพื่อเป็นคุณแก่พรรคการเมืองบางพรรค ผมเองมีหลักฐานว่ามีการเปลี่ยนหีบบัตรเลือกตั้งในเขต ที่ทําการเขตในกรุงเทพมหานคร โดยผู้ปฏิบัติงานคือข้าราชการที่มีสี และถูกผู้บังคับบัญชาใช้ไปทํางาน แต่ว่าโชคผมไม่ดี ที่เอาเรื่องนี้ไปปรึกษาท่านสมัคร สุนทรเวช ขณะที่เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน และขณะเดียวกันท่านก็เป็นนายกรัฐมนตรีด้วย ท่านก็ขอร้องว่าเรื่องมันแล้วไปแล้วอย่าไป ขุดขึ้นมาเลย ทีนี้เมื่อไม่ขุดเรื่องเก่า แต่การเลือกตั้งที่จะมาใหม่ก็ควรที่จะมีการเตรียมการ ล่วงหน้าในการป้องกันตรงนี้

เรื่องแรกที่ผมอยากจะฝากท่านประธานก็คือขอหารือทาง กกต. จัดเลือกตั้ง ล่วงหน้าวันเดียวพอ ไม่ต้องไป ๒ วันหรอกครับ แล้วตามกฎหมายต้องแจ้งล่วงหน้า ว่าต้องเลือกตั้งล่วงหน้าเพราะเหตุอะไร นี่ปรากฏว่าที่ผ่านมาปี ๒๕๕๐ ไม่มีการแจ้งล่วงหน้า หรือมีการเลือกตั้งซ่อมตั้งหลายครั้งก็เหมือนกัน ไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ถึงเวลาก็ขนหีบบัตร เลือกตั้งไปเลย

เรื่องที่ ๒ เลือกตั้งล่วงหน้าวันเดียวเสร็จปั๊บนับคะแนนเดี๋ยวนั้นเลย แล้วก็ ตัวแทนพรรคก็ดี กรรมการก็ดี ลงชื่อกํากับ ในฐานะท่านเป็นประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายสภาผู้แทนราษฎร ท่านต้องนําเรื่องนี้ไปหารือเพื่อรักษาผลประโยชน์ของสมาชิกทั้งหมด ของพรรคการเมืองทุกพรรค ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ผมขอปิดการหารือนะครับ พอแล้วครับท่านนิยม คือเราได้เปิดให้มี การหารือนะครับ ขณะนี้จํานวนผู้หารือฝ่ายรัฐบาล ๑๔ ท่าน ฝ่ายค้าน ๑๔ ท่าน ใช้เวลามา ๑ ชั่วโมงแล้ว ก็พอกันแล้วนะครับ วันนี้เรามีร่างพระราชบัญญัติสําคัญรออยู่อีก ๔ ฉบับ ประธานก็จะขอเข้าสู่วาระปกตินะครับ

ขณะนี้มีสมาชิกเซ็นชื่อเข้าประชุมแล้ว ๒๒๑ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุม สําหรับการพิจารณาระเบียบวาระกระทู้ถามแล้ว กระผมขอเปิดประชุมเพื่อดําเนินการ ประชุมนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑

๑.๑ กระทู้ถามทั่วไป ไม่มี

๑.๒ กระทู้ถามสด

๑.๒.๑ กระทู้ถามที่ ๑๗๓ ส. เรื่อง การแก้ไขปัญหาวิกฤติของชาติ ที่มีผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชน (นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี

เชิญท่านผู้ตั้งกระทู้ถามถามครับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็พร้อมแล้ว ท่านมีเวลาทั้งถามทั้งตอบภายใน ๒๐ นาที เชิญครับ

ผู้ถามใช้เวลาไป ๒ นาที ๔๗ นาฬิกา เชิญท่านนายกรัฐมนตรีตอบครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สําหรับกระทู้ถามในเรื่องของการช่วยเหลือคุณวีระ สมความคิด กับคุณราตรีนะครับ อยากจะขอกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า

ประการแรก รัฐบาลถือเป็นหน้าที่สําคัญในการที่จะต้องช่วยเหลือประชาชน คนไทยทุกคน แล้วก็ขอให้มั่นใจว่าไม่มีหรอกครับที่บอกว่าทางบุคคลในรัฐบาลจะมี ความประสงค์หรือมีความสะใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณวีระและคุณราตรีอยู่ในขณะนี้ ขอกราบเรียนว่า ความยากของการช่วยเหลือบุคคลทั้งสอง เนื่องจากว่าจะมีกรณีที่แตกต่างจาก ๕ คน ก่อนหน้านี้ เนื่องจากว่า ๗ คนนี้จะมี ๕ คนที่มี ๒ ข้อหา แล้วก็มาซ้ํากับของคุณวีระ กับคุณราตรี ก็คือข้อหาที่ว่าเข้าเมืองผิดกฎหมาย หรือข้อหาที่ว่าเข้าไปสถานที่ราชการ เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่า ๒ ข้อหานี้ ๕ คนแรกได้รับอิสรภาพแล้ว รวมทั้งเพื่อนสมาชิก ของเราที่นั่งอยู่ในที่ประชุมด้วย แต่ ๒ ท่านที่เหลืออยู่มีข้อหาที่ ๓ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับการใช้กล้องถ่ายภาพต่าง ๆ รวมไปถึงการถ่ายภาพในสถานที่ที่เขาถือว่าหวงห้ามของทาง ฝ่ายประเทศกัมพูชา เพราะฉะนั้นโทษจึงต่างกัน ส่วนการช่วยเหลือนี้เราก็พยายามครับ ในช่วงนั้นจริง ๆ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม คือคุณพนิช จะยืนยันได้ว่าแนวทางที่เราแนะนําไปนี้เราก็พยายามที่จะช่วยเหลือออกมา โดยเฉพาะการที่ จะขอให้มีการพิจารณาตัดสินเร็วขึ้น ซึ่งก็เป็นที่มาของการได้อิสรภาพของ ๕ คน แต่เนื่องจากว่าบุคคลทั้งสองนี้ยังไม่มั่นใจในแนวทางนี้ ก็จึงตัดสินใจที่จะไม่ลงนามในการที่จะขอ ก็ทําให้สถานการณ์ของ ๒ คนนี้แตกต่างจาก ๕ คนก่อนหน้านี้ เมื่อเป็นเช่นนี้ ในขณะนี้ แนวทางมันจะมี ๒ แนวทางเท่านั้นก็คือ ๑. การที่จะอุทธรณ์ กับ ๒. คือการขออภัยโทษ ก็เกิดปัญหาอีกว่ามีการตั้งทีมกฎหมายซ้อนกันอยู่ ผมกราบเรียนว่าก่อนหน้านี้จะมี ทนาย ๒ ท่านที่เป็นคนไทย แต่หลังจากนั้น ๒ ท่านนี้ใช้คนละแนวทางกัน สิ่งที่รัฐบาลทําอยู่ ในขณะนี้ก็คือว่า ๑. ผมได้มีโอกาสพบกับทางครอบครัว แล้วก็หนึ่งในทนายที่มาช่วยเหลือ เราก็บอกว่าในแง่ของการประสานงาน การมอบอํานาจ การตัดสินใจ เราต้องมอบให้ทาง เจ้าตัวหรือครอบครัวเป็นคนตัดสินใจ ไม่มีการไปบังคับ ไม่มีการไปบอกว่าจะต้องทําอย่างนั้น อย่างนี้ แต่ปรากฏว่าขณะนี้ทีมกฎหมาย ๒ ทีมนี้ไปคนละทางกัน เมื่อไปทางไหนแล้ว รัฐบาลก็มีหน้าที่ในการที่จะช่วยสนับสนุนในการที่จะให้ทางฝ่ายประเทศกัมพูชาตัดสินใจที่จะ ปล่อยตัวออกมา ซึ่งการทําตรงนี้เมื่อวานก็มีการไปบิดเบือนคําให้สัมภาษณ์ของผม ผมบอก การทําตรงนี้เราต้องคํานึงจังหวะเวลาที่เหมาะสม เพราะเราก็ต้องเข้าใจว่าเวลาที่บรรยากาศ ของความขัดแย้ง หรือมีเรื่องที่มีการโต้เถียงกันอยู่หรือต่อรองกันอยู่ระหว่างประเทศไทย กับประเทศกัมพูชา เราก็ต้องระมัดระวังในการที่จะเคลื่อนไหวในเรื่องเหล่านี้ด้วย ก็กลับไป ให้ข่าวในทํานองว่าผมไม่ได้สนใจหรือจะลอยแพบุคคลทั้งสอง ไม่ใช่ครับ เพราะว่าเวลาที่เรา ตัดสินใจที่จะทําหรือจะพูดคุยเจรจากับใครในเรื่องใดก็ตาม ถ้าเราก้าวพลาด โอกาสมันจะ ไม่กลับมา เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อยากจะเรียนย้ํานะครับว่าให้มีความมั่นใจว่าเราเดินหน้า ในการช่วยเหลือบุคคลทั้งสองอย่างเต็มที่ แล้วก็จะดูทุกวิถีทาง ทุกรูปแบบว่าทําอย่างไร ให้บุคคลทั้งสองนี้ได้รับอิสรภาพแล้วก็กลับมาประเทศไทยโดยเร็วครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญผู้ถามกระทู้ถามคําถามที่ ๒ ครับ

นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ โดยปกติเมื่อคนไทยได้รับความยากลําบาก ตกทุกข์ได้ยากเราก็จะหาทางช่วยเหลือ ก็มีหน่วยงาน มีอะไร มีขั้นมีตอนเหมือนที่ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวนะครับ แต่ในเรื่องนี้มันมีความซับซ้อนตรงที่ว่าเขาล้ําแดนหรือไม่ มันมีผลจากเอ็มโอยู ๒๕๔๓ หรือไม่นะครับ รวมทั้งเขาถูกข้อหาที่รุนแรงหนักหน่วงว่าไปทําจารกรรม สิ่งเหล่านี้ ในฐานะผู้นํารัฐบาล ท่านคิดว่ามันเกินไปไหม แล้วก็มันมีวิธีพิเศษไหมครับในการที่จะหาทาง ช่วยเหลือให้ ไม่ใช่เป็นไปตามขั้นตอนแบบนี้ ถ้าเป็นไปตามขั้นตอน บอกให้ทนายความ แล้วเดี๋ยวเขาก็จะจัดการให้แบบนี้ ผมว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถแก้ปัญหาที่เขาดุด่าว่ากล่าว ท่านแบบเสีย ๆ หาย ๆ ได้เลย เพราะวันนี้ท่านต้องเข้าใจว่ามันถ่ายทอดทีวีไปทั่วโลก ประเทศของผม นายกรัฐมนตรีของผม ผู้นําของผม ๑ ใน ๓ อํานาจอธิปไตย ถูกเขาด่ายิ่งกว่าอะไร เราไม่เคยเห็น ผมว่าเป็นประวัติศาสตร์ของชาติไทยก็ว่าได้ เราไม่อยาก ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ แล้วให้เหตุการณ์อย่างนี้มันมีทีท่าว่าจะสงบลงบ้าง เพราะฉะนั้น คําถามข้อ ๒ ผมจึงถามท่านว่านี่เหมือนกับแนวทางแบบนี้ ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านบอกว่า ท่านจะทําให้เกิดความสามัคคีปรองดองให้ได้เลย แต่ดูเหมือนว่ามันจะไปกันใหญ่เลย มันไม่มีที่ท่าเลยว่ามันจะลดลง ทั้ง ๆ ที่ก็คนกลุ่มหนึ่งต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศ คนกลุ่มหนึ่ง ถูกจําคุก บางส่วนก็ได้รับประกัน บางส่วนไปขอประกันก็ไม่ได้รับ แล้วท่านตั้งคณะกรรมการ ไว้มากมายมันไปถึงไหนแล้วครับ มันแก้อย่างไรนะครับ แล้วผมก็เลยอยากทราบความ คืบหน้าหรือแนวคิดของท่านขณะนี้ จริง ๆ สถานการณ์ตอนนี้มันเป็นอย่างไรสําหรับประเทศ ไทยของเรา คําถามที่ ๒ ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สําหรับที่ท่านได้กรุณาชี้ว่ามันมีรูปแบบ รูปทาง ช่องทางอื่นไหมในการช่วยเหลือบุคคลทั้งสองก็ขอเรียนว่าเราใช้ทุกช่องทางที่ทําได้ แต่ขณะเดียวกันต้องเข้าใจเช่นเดียวกันว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้การจะใช้ช่องทางใด ก็ตาม ต้องไม่มากระทบกระเทือนภาพรวมของสิทธิและอธิปไตยของประเทศเรา ซึ่งผมเชื่อว่าอันนี้คุณวีระเห็นด้วย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นตรงนี้การดําเนินการก็จะมี ความละเอียดอ่อนอยู่ แล้วก็ช่องทางต่าง ๆ เราก็ใช้ทั้งที่เปิดเผยและไม่เปิดเผยในการที่จะ ช่วยเหลือมา แต่ให้ความยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าเราจะเดินหน้าพยายามที่จะช่วยให้คนเหล่านี้ ได้รับโอกาสในการที่จะกลับบ้านมาโดยเร็วที่สุดครับ

สําหรับปัญหาในเรื่องของประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปรองดองและ สถานการณ์ความขัดแย้ง บังเอิญท่านได้พูดถึงกรณีของกลุ่มคนเสื้อแดงและแกนนํา แล้วก็ พูดถึงคณะกรรมการ ก็ขอเรียนว่าจริง ๆ แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นไปตามกระบวนการ ที่รัฐบาลพยายามที่จะทํางานแก้ไขปัญหาหรือลดเงื่อนไขของความขัดแย้ง คณะกรรมการ ซึ่งท่านดอกเตอร์คณิต ขอประทานโทษเอ่ยนามท่าน ท่านเป็นประธาน เป็นผู้ที่ไปพิจารณา ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม แล้วก็จึงได้มีการนําเสนอมายัง รัฐบาลในเรื่องของการที่จะดูแลสิทธิขั้นพื้นฐานในการได้รับการประกันตัว ทางกระทรวง ยุติธรรม กรมคุ้มครองสิทธิก็ได้ทํางานในเรื่องนี้อย่างค่อนข้างต่อเนื่อง เป็นผลทําให้มีบุคคล ที่เคยถูกคุมขังอยู่หลายสิบคนนะครับได้รับการประกันตัวออกมา แล้วก็การให้ความเห็นของ ท่านประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ ต่อศาลก็เป็นดุลยพินิจของศาล เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่ารัฐบาลมีการเดินหน้าตามแนวทาง ที่ได้พูดเอาไว้ในแง่ของการที่จะแก้ปัญหาแล้วก็คลี่คลายปมความขัดแย้ง แต่แน่นอนครับเรา ไม่สามารถที่จะไปห้ามกลุ่มบุคคลต่าง ๆ ที่จะคิดแตกต่างจากรัฐบาล และอยากจะแสดงออก ในลักษณะของการชุมนุมการเคลื่อนไหว สิ่งที่เราพยายามทําต่อเนื่องก็คือว่า ถ้าเป็น การชุมนุมซึ่งเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ เราก็ต้องเคารพ แล้วก็พยายามลดความ เดือดร้อนที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน นี่ก็เป็นแนวทางซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความ มั่นคงได้ใช้ในการปฏิบัติกับบรรดากลุ่มพี่น้องประชาชนที่มาชุมนุมเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ กระบวนการ ขปส. ซึ่งเป็นการรวมตัวเครือข่ายของเกษตรกรหรือพี่น้องผู้ใช้แรงงานหรือกลุ่มคนเสื้อแดงครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคําถามสุดท้ายครับ ท่านมีเวลาเหลือ ๕ นาที ๒๖ วินาที ถ้าท่านถามสั้นก็จะได้เอาเวลา ของท่านไปให้ทางนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจง เวลาของนายกรัฐมนตรีเหลืออยู่นาทีกว่า ๆ เอง เชิญครับ

นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมได้ติดตามจากที่เวลาเขาโจมตีหรือว่าเวลาเขา ไม่พอใจที่สุด เขาก็จะพูดในทํานองว่า เวลาท่านเป็นฝ่ายค้านท่านก็จะพูดแบบหนึ่ง เวลาเป็น รัฐบาลท่านก็จะพูดแบบหนึ่ง ท่านจะมีเหตุผลของท่านไปเรื่อย ตอนนี้ท่านมีภารกิจที่ยิ่งใหญ่คือท่านจะยุบสภานะครับ ท่านเคยบอกว่าถ้าจะยุบสภา บ้านเมืองต้องสงบเรียบร้อยหรืออย่างไรก็ตาม ผมก็อาจจะจําไม่ได้ เพราะว่าท่านเป็นคนพูด เพราะฉะนั้นผมอยากจะถามท่านว่า ตอนนี้เวลาท่านมีแนวคิดจะยุบสภา ท่านจะสํารวจ ตรวจสอบไหมครับว่าสิ่งที่เราพูดไปนี่ เดี๋ยวก็โดนเขากล่าวหา ผมเรียนนะครับว่าเขากล่าวหา ท่าน คนไทยจริง ๆ ที่รักท่านมันทนไม่ได้หรอก ความรู้สึกจิตใจ บางคนผมว่าต้องถึงขนาด ป่วย นายกรัฐมนตรีที่เขารัก ทําไมมีคนเขามาทําขนาดนี้ แล้วก็ไม่มีทีท่าว่าจะหาทางออก อย่างไร นี่เป็นคําถามข้อที่ ๓ ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขอยืนยันเลยนะครับว่าการแสดงจุดยืนของผม ไม่ว่าจะเป็นในฐานะที่เป็นฝ่ายค้านหรือเป็นรัฐบาลในช่วงใดก็ตาม ผมยึดถือตามนั้นครับ เอาคําอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผมอภิปรายรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร ในเรื่องของ ปราสาทพระวิหารมาดู ผมก็ยืนยันว่าจุดยืนก็ยังเป็นอย่างนั้นอยู่ และนโยบายที่เราขับเคลื่อน ก็เป็นอย่างนั้นอยู่ เพียงแต่วิธีการขับเคลื่อนไม่ตรงกับความคิดของคนบางกลุ่มเท่านั้นเอง ผมยังทราบเลยครับ เพราะว่าจะมีคนที่คงติดตามชมสถานีโทรทัศน์ที่ว่านี้เหมือนท่าน เอสเอ็มเอส (SMS) มาต่อว่าผม เขาบอกว่าโกหกรายวันอะไรต่าง ๆ ผมก็ยังถามเขาเลยว่า บอกผมมาสิครับเรื่องไหนที่ผมโกหก ตอบไม่ได้ครับ ตอบได้แต่ว่าเขาว่าว่าเป็นอย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะกราบเรียนว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องปราสาทเขาพระวิหาร ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการปฏิบัติกับผู้ชุมนุม เหมือนกับที่สมาชิกก็ถามว่า ๑ เสียงก็จะฟัง ใช่ครับ ท่านจะเห็น ว่าไม่ว่าจะเป็นเสื้อเหลือง เสื้อแดง เวลามีการชุมนุมผมจะเปิดโอกาสให้มาพูดคุยกันนะครับ กรณีของกลุ่มพันธมิตรก็ได้เคยมีการพูดคุยกัน ไม่ใช่เฉพาะช่วงเฉพาะหน้านี้นะครับ อธิบายจุดยืนความเข้าใจกันมาในเรื่องของปัญหาปราสาทพระวิหาร มรดกโลก เอ็มโอยู มาอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่คิดไม่ตรงกัน จุดยืนไม่ตรงกันเท่านั้นเองนะครับ เพราะฉะนั้น อยากจะกราบเรียนว่าตรงนี้เป็นสิ่งที่เราจะต้องดูตามข้อเท็จจริงครับ ผมเข้าใจดี เวลามีการ เคลื่อนไหวการชุมนุมกันก็จะต้องมีการปลุกเร้าอารมณ์นะครับ แล้วบางครั้งก็ต้องใช้ถ้อยคํา ที่รุนแรง แต่ว่าถ้าเราพยายามที่จะไปปิดกั้นอีก ก็จะเป็นปัญหาบางครั้ง รวมไปจนถึงว่า ทั้ง ๒ ฝ่ายเวลานี้ท่านจะเห็น ที่อยู่ข้างทําเนียบรัฐบาลอย่างไรครับ มีคนจํานวนหนึ่งก็ต่อว่า รัฐบาลว่าทําไมปล่อยให้ปิดถนน แต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเขาก็บอกว่าที่เขาพยายามทํา เขาบอกว่าเป้าหมายสุดท้ายคือบ้านเมืองสงบเรียบร้อย ถ้าพยายามไปกําหนดเป้าหมายว่า จะต้องไปเปิดถนนให้ได้ทั้งหมดภายในวันนี้ พรุ่งนี้ อาจจะเปิดได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า บ้านเมืองจะสงบ ในทางกลับกันท่านก็จะเห็นนะครับว่าอีกฝ่ายหนึ่งก็ยังต่อว่าด้วยซ้ําว่า ไปเอาพื้นที่คืนมา ๒ ช่องจราจร ก็ไปปลุกระดมทํานองว่านี่จะเป็นการใช้กําลังรุนแรง ซึ่งเราไม่ได้ทํา เพราะฉะนั้นแนวทางมันเป็นไปตามแนวทางที่ผมพูดมาโดยตลอด แล้วก็จะ รักษาแนวทางนี้ ส่วนการยุบสภาก็เช่นเดียวกันนะครับ ผมก็ยังยืนยันครับว่ายุบสภาแน่ แล้วก็ขณะนี้แม้จะมีการชุมนุมเคลื่อนไหว ผมก็ถือว่าถ้าอยู่ในระดับของการเคลื่อนไหว ซึ่งไม่ได้มีความรุนแรงอย่างนี้ ก็ยุบสภาไปเลือกตั้งได้ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ถือว่าผู้ถามกระทู้ถามได้ถามครบถ้วน ๓ คําถามนะครับ ได้มีการตอบชี้แจงเรียบร้อย ก็ใช้เวลาไม่ถึง ๒๐ นาทีนะครับ รักษาเวลาได้ดีตามข้อบังคับ จบกระทู้ถามที่ ๑.๒.๑

๑.๒.๒ กระทู้ถามที่ ๑๗๔ ส. เรื่อง การแก้ไขปัญหาคนงานไทย ในประเทศตะวันออกกลาง (นายวิเชียร ขาวขํา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามนายกรัฐมนตรี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นผู้ตอบนะครับ และ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็ยังอยู่เผื่อจะตอบด้วย

เชิญผู้ตั้งกระทู้ถามถามครับ ภายใน ๒๐ นาทีนะครับ ทั้งถามทั้งตอบ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิเชียร ขาวขํา พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี อยากกราบเรียนท่านประธานว่าผลการเกิด วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางและในแอฟริกาบางส่วน เขาเรียกว่าการปฏิวัติดอกมะลิ หรือภาษาอังกฤษเขาเรียกว่าจัสมิน เรฟโวลูชั่น (Jasmine Revolution) ส่งผลกระทบ ถึงคนไทย โดยเฉพาะคนงานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้วก็ภาคเหนือ ภาคกลางบางส่วน ทําให้ประชาชนคนไทยเดือดร้อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และท่านนายกรัฐมนตรี จะไม่ได้สัมผัสกับพวกแรงงานหรือญาติพี่น้องของผู้ใช้แรงงาน ในประเทศลิเบียโดยตรง แต่ ส.ส. ภาคอีสาน ส.ส. ภาคเหนือ และภาคกลางบางส่วน อย่างพวกผมนี้ แต่ละวันรับโทรศัพท์จากพี่น้องประชาชน มีบางรายร้องห่มร้องไห้ มีบางราย ถึงกับมานั่งเฝ้านอนเฝ้าที่บ้าน ส.ส. เพื่อให้พวกเราช่วยเหลือเขา เพราะเขาได้รับโทรศัพท์ จากสามีเขาว่าเขาถูกกลุ่มชน ประชาชนในประเทศลิเบียบุกเข้าปล้นสะดม แคมป์ (Camp) ที่พักของเขา วิธีการเอาตัวรอด ท่านประธานครับ วิธีการเอาตัวรอดของเขาคืออย่างไร เขาขุดหลุมฝังอาหาร ข้าวสารอาหารแห้งต่าง ๆ ที่บรรจุหีบห่อเรียบร้อยไว้ในทราย แล้วพวกที่มาปล้นสะดมเขาก็ไม่สามารถหาเจอ พอพวกปล้นสะดมหนีไปแล้วเขาก็ขุดขึ้นมา รับประทานกันประทังชีวิต แล้วก็ทําไปอย่างยากลําบาก เพราะว่าข้าวสารอาหารแห้ง มีจํานวนน้อย เพราะฉะนั้นจึงอยากกราบเรียนท่านประธานว่าสภาพปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้น ครึ่งประเทศลิเบีย ทางตอนใต้อาจจะไม่หนักเท่าไรนัก ทางตอนเหนือไม่ว่าจะเป็นกรุงตริโปลี ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศลิเบียนั้นหนักมาก ตลอดจนเมืองเบงกาซี ซึ่งอยู่ทาง ภาคตะวันออก ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าท่านนึกภาพประเทศลิเบียไม่ออก ท่านนึกไปที่ ทะเลทรายซาฮารา (Sahara) บางส่วน ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศลิเบียนี้ ในด้านทิศตะวันออก ก็ติดประเทศอียิปต์ ใต้มานิดหนึ่งก็ติดประเทศซูดาน ตอนใต้ จริง ๆ คือติดสาธารณรัฐชาด กับสาธารณรัฐไนเจอร์ ข้างบนสุดก็ติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีประชากรอยู่ ๕,๐๐๐,๐๐๐ คนเศษ เขาอยู่ในกลุ่มโอเปก (OPEC) กลุ่มโอเปกนี้ประเทศลิเบียเป็นประเทศมหาอํานาจ เรื่องของการพลังงาน ผลิตน้ํามันได้วันหนึ่ง ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาร์เรล เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่เย้ายวนใจของผู้ใช้แรงงานหรือนักรบแรงงานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นอย่าง ยิ่ง ค่าแรงเดือนละ ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ บาท เขาเสียค่าหัวผ่านบริษัท ถึงแม้กระทรวง แรงงานจะบอกว่าให้เก็บค่าหัวไม่เกินเท่านั้นเท่านี้ แต่ประชาชนในภาคอีสานที่เขาไปใช้ แรงงานเขาจ่ายค่าหัวเกินแสนบาททั้งสิ้น เพราะฉะนั้นปัญหาเหล่านี้จึงอยากจะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็น คําถามที่ ๑ ในปัจจุบันนี้ ในขณะนี้เกิดเหตุการณ์มาตั้งแต่วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ในขณะที่ ประเทศจีนเขาดําเนินการช่วยเหลือคนของเขาไปแล้ว ๓๐,๐๐๐ คน ภายใน ๗ วันเสร็จ เรียบร้อย เขาทุ่มสรรพกําลัง ทั้งเรือรบ เรือโดยสาร ทั้งเครื่องบิน หลายทางเขาอพยพ ประชาชนของเขาเรียบร้อยหมดแล้ว ๓๐,๐๐๐ คน แต่ประชาชนคนไทยของเราในประเทศ ลิเบียมีประมาณ ๒๐,๐๐๐ คน แต่อยู่ในพื้นที่ที่ส่งผลกระทบแค่ประมาณหมื่นคน ขณะนี้ อพยพมาถึงประเทศไทยแล้วเพียง ๑,๕๔๔ คนเท่านั้นเอง จากตัวเลขเมื่อวานนี้ แล้วอยู่ ในพื้นที่อันตรายอีก ๕,๐๐๐ กว่าคน อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยอยู่ ๒,๐๐๐ กว่าคน ท่านประธาน ครับผมอยากกราบเรียนถามท่านประธานว่า

คําถามที่ ๑ รัฐบาลให้ความช่วยเหลือเขาเหล่านั้นอย่างไรบ้าง เช่น มีคนงาน บาดเจ็บล้มตายหรือไม่ จัดเรือหรือเครื่องบินไปรับและลําเลียงขนส่งกันอย่างไรบ้าง ตั้งแต่เมื่อไร ยังอยู่ในพื้นที่อันตรายอีกกี่คน ดูแลอย่างไร อพยพอยู่ในที่ปลอดภัย ตัวเลขล่าสุด เท่าไร ความเป็นอยู่อย่างไรบ้าง และกลับเมืองไทยจริง ๆ แล้วใช่ตัวเลขที่ผมกราบเรียน หรือไม่ เป็นคําถามที่ ๑ ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านได้เกริ่นนําและใช้เวลากับคําถามที่ ๑ ไป ๔ นาที ๕๘ วินาทีนะครับ เชิญท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผมได้รับหมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิก ในเรื่องการแก้ไขปัญหาของคนงานไทย ในประเทศตะวันออกกลางนะครับ ผมจะขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า ตั้งแต่มีปัญหาในตะวันออกกลางตั้งแต่ ประเทศอียิปต์ กระทรวงแรงงานและกระทรวงการต่างประเทศได้ดําเนินการในการ ประสานงาน โดยในเบื้องต้นเราได้มีการตั้งผู้ที่เข้ามารับผิดชอบในการที่จะเป็น ศูนย์ช่วยเหลือแรงงานไทยในตะวันออกกลาง โดยกระทรวงแรงงานเราได้มีคําสั่งตั้งเมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ได้ตั้งท่านสุเมธ มโหสถ รองอธิบดีกรมการจัดหางานเป็นหัวหน้าศูนย์ ในการดําเนินการช่วยเหลือแรงงานเพื่อติดตามสถานการณ์ และเมื่อมีเหตุการณ์ ในประเทศลิเบีย ซึ่งมีเหตุการณ์ในลักษณะที่จะก่อให้เกิดความรุนแรงแล้วก็มีแนวโน้มว่า จะเป็นอันตรายต่อพี่น้องแรงงานชาวไทย กระทรวงแรงงานก็ได้ดําเนินการในการเรียกบริษัท จัดส่งแรงงานทั้งหมด ซึ่งมีอยู่ ๓๕ บริษัท ได้เข้ามาประชุมร่วมกันเพื่อที่จะหามาตรการ ดําเนินการในการที่จะแจ้งข่าวสาร ในการที่จะประสานงานกับแรงงานไทยเราที่อยู่ ในประเทศลิเบียที่เดินทางไปทํางานทั้งหมดประมาณ ๒๐,๐๐๐ รายเศษ เพื่อที่จะให้เขา ได้ทราบข่าวสาร แล้วก็ให้ความสะดวกในการดําเนินการช่วยเหลือในเบื้องต้น แล้วก็ในวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ กระทรวงแรงงานได้ส่งคุณสุธรรม นทีทอง พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่บินไปที่ ประเทศตูนิเซียเพื่อที่จะดําเนินการประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศกับทาง สถานทูตลิเบีย กับทางสถานทูตสเปนและประเทศรอบข้างทั้งหมด ในการดําเนินการ เพื่ออํานวยความสะดวกให้กับพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ณ วันนี้ผมเรียนยืนยันได้เลยนะครับว่า ยังไม่มีรายงานว่ามีแรงงานไทยเราเสียชีวิต อาจจะมีบาดเจ็บบ้างจากการเคลื่อนย้าย เพราะว่าตามภูมิประเทศของประเทศลิเบียเหมือนที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านได้กล่าว นะครับว่า ประเทศลิเบียจะมีสภาพพื้นที่ด้านหนึ่งติดทะเล อีกด้านหนึ่งเป็นทะเลทราย และพื้นที่ในวันนี้ที่เกิดปัญหา ที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายแก่พี่น้องแรงงานชาวไทยเรา จะมีอยู่ในบริเวณเมืองที่อยู่รอบทะเลทั้งหมดนะครับ หลัก ๆ ก็คือตริโปลี กับเบงกาซี ซึ่ง ๒ เมืองนี้จะเป็นเมืองหลักที่ผมคิดว่าจะมีแรงงานไทยอยู่ประมาณ ๘,๐๐๐ คน ซึ่งจากการดําเนินการ จากการประสานงานติดต่อทั้งหมดเราได้ดําเนินการประสานงาน ในส่วนของสถานทูตไทยเราที่ตริโปลี ประสานงานในส่วนของกรมการกงสุล ประสานงาน ในส่วนของกรมการจัดหางาน ในการที่จะเคลื่อนย้ายแรงงานไทยเราออกจากพื้นที่อันตราย ในประเทศลิเบีย ณ วันนี้จะมีแรงงานไทยเรา ๒๐,๐๐๐ คนเศษ ๆ ที่ไปทํางาน จะไปทํางาน กระจายตามแคมป์งานต่าง ๆ ในเขตบริเวณทั่วประเทศของลิเบีย เพราะฉะนั้นมันก็จะมี แรงงานอีกส่วนหนึ่งประมาณ ๑๐,๐๐๐ คนเศษ ซึ่งยังอยู่ในสภาวะปกติ ซึ่งไม่มีผลกระทบ แล้วเท่าที่ผมทราบในวันนี้ก็ยังทํางานในประเทศลิเบียตามปกติ ยังทํางาน ยังรับค่าแรง ตามปกติ ณ วันนี้เราได้ดําเนินการอพยพแรงงานไทยที่ประเทศลิเบียเข้ามาในประเทศไทย นับถึงเมื่อคืนบวกอีก ๔๕๐ คน เป็น ๑,๙๙๔ คน ทั้งหมดที่เดินทางกลับประเทศไทย และเมื่อคืนนี้เป็นแรงงานที่มาจากจังหวัดอุดรธานีของท่านสมาชิก ๘๕ คน ซึ่งเราได้ ดําเนินการให้เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน กรมการจัดหางานของเราไปประจําที่ ศูนย์ช่วยเหลือแรงงาน ณ ด่านตรวจคนหางานสุวรรณภูมิ ๒๔ ชั่วโมง เพื่อที่จะรอรับแล้วก็ อํานวยความสะดวก แล้วก็ส่งแรงงานของเราจากประเทศลิเบียกลับสู่มาตุภูมิโดยปลอดภัย เมื่อคืนก็เช่นเดียวกันครับ เมื่อคืนก็มีการไปรับแล้วก็มีการจัดรถบัสทั้งหมด ๑๑ คัน แล้วก็ประสานงานกับบริษัทจัดหางานให้มีค่าใช้จ่ายติดตัวสําหรับพี่น้องผู้ใช้แรงงานคนละ ๓๐๐ บาทในการที่จะให้เพื่อที่จะเดินทางกลับเมื่อไปถึงจังหวัดของตัวเองแล้ว อาจจะมีค่ารถ ค่าราต่าง ๆ เพื่อที่จะกลับถึงบ้านโดยปลอดภัย แล้วก็ให้ดําเนินการไปแจ้งกับจัดหางาน จังหวัดทุกจังหวัดที่มีอยู่ เพื่อที่จะไปขอใช้สิทธิในการเป็นสมาชิกของกองทุนช่วยเหลือ คนทํางานในต่างประเทศของเรา ซึ่งจะได้รับคนละ ๑๕,๐๐๐ บาท จากเดิมนะครับ มีกําหนด ว่าประมาณ ๑๕ วันหลังจากยื่นเรื่อง แต่ผมเห็นว่าในกรณีนี้เป็นความเดือดร้อน แล้วก็เป็น สิ่งที่รัฐบาลจะต้องเข้าไปดําเนินการ ผมได้สั่งการว่าเมื่อยื่นและตรวจสอบ ให้จ่ายเงินภายใน ๓ วันนับแต่วันที่ตรวจสอบเรียบร้อย ซึ่งการตรวจสอบก็คงใช้ระยะเวลาไม่เกิน ๑ วัน เพราะฉะนั้นก็จะได้รับเงินภายใน ๔ วันนับตั้งแต่วันยื่นเรื่อง ๑๕,๐๐๐ บาททุกรายสําหรับ สมาชิกกองทุน แล้วก็ในวันนี้กระทรวงแรงงานได้ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศในการที่จะส่งเรือ ไปรับแรงงานไทยเราที่อยู่ในบริเวณเมืองชายทะเลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นตริโปลี เบงกาซี แล้วก็เรือได้เคลื่อนออกไปเมื่อคืนนี้รับแรงงานไทยเราเพื่อที่จะไปเมืองตูนิส ประเทศตูนิเซีย ประมาณ ๒,๐๐๐ คนเศษ มีความล่าช้าในการเข้าเทียบท่าเรือประมาณ ๘ ชั่วโมง เนื่องจาก ปัญหาภายในของประเทศลิเบีย ขณะนี้กําลังเดินทางไปถึง ซึ่งจะใช้ระยะเวลาประมาณ ๑๐ กว่าชั่วโมง แล้วก็จะวนกลับมารับคนที่ตริโปลี ที่เบงกาซี แล้วก็มีอีกส่วนหนึ่งที่เราได้รับ การติดต่อจากท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ว่ามีแรงงานชาวอุบลราชธานี มีติดค้างอยู่ที่เมืองเซิร์ท เราก็ได้ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ ขณะนี้ได้ส่งเรือเล็กไปรับคนงานชุดนี้ ๔๐๐ กว่าคนมาที่ตริโปลี เพื่อที่จะมาขึ้นเรือในการอพยพในครั้งที่ ๒ นี้ เพราะฉะนั้น วันนี้ส่วนตัวผมเองก็ได้รับโทรศัพท์จากแรงงานไทยเราที่ประเทศลิเบียโทรเข้ามาโดยตรง ในการประสานงานรายงานสถานการณ์ต่าง ๆ เขายืนยันได้อีกหนึ่งอย่างว่าเขาอาจจะมี ปัญหาในเรื่องอาหารการกินบ้าง แต่ในเรื่องความปลอดภัยเขามีความปลอดภัยทั้งหมด เพราะฉะนั้นขอให้ท่านยืนยันให้กับพี่น้องผู้ใช้แรงงานได้สบายใจว่า ณ วันนี้ความปลอดภัย ของพี่น้องคนไทย ณ ประเทศลิเบียนี้ยังมีอยู่ อาจจะมีปัญหาในเรื่องอาหารการกินบ้าง ซึ่งเราก็ต้องแก้ไขตรงนั้นไป และเมื่อวันนี้สถานการณ์ทั้งหมดเราได้ดําเนินการในการที่จะจ้าง เหมาลําของบริษัทการบินไทยเราในการที่จะขนย้ายคนงานทั้งหมดที่อยู่ที่ตูนิเซีย ที่อยู่ที่ประเทศอียิปต์ ที่อยู่ที่ประเทศอิตาลีกลับเมืองไทยทุกวัน วันนี้ก็มีการเดินทางกลับมา วันนี้มีแรงงานเราทั้งสิ้นที่กลับประเทศไทยทั้งหมด ๑,๙๙๔ คน มีแรงงานที่เคลื่อนย้าย ออกมาอยู่ในจุดที่ปลอดภัยแล้วทั้งหมดประมาณ ๔,๐๐๐ คน ที่เคลื่อนย้ายออกมาแล้ว และกําลังจะรอการเคลื่อนย้ายอีก ๔,๐๐๐ คน จากเรือ ๒ ลํานี้ เพราะฉะนั้นการเคลื่อนย้าย แรงงานทั้งหมดของเราจะอยู่ที่ประมาณหมื่นคนที่จะดําเนินการออกนอกประเทศลิเบีย ณ วันนี้ ซึ่งก็ตรงกับที่ท่านได้บอกว่าจะมีแรงงานที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่อาจจะมีอันตรายประมาณ ๑๐,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้นก็ขอเรียนยืนยันให้ท่านสบายใจได้ว่าเราได้ดําเนินการทุกวิถีทาง โดยหลักหนึ่งที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการมาก็คือยึดถือความปลอดภัยของพี่น้อง คนไทยเป็นหลัก เรื่องอื่น ๆ เรื่องค่าใช้จ่ายสิ่งต่าง ๆ นั้นเป็นเรื่องรองลงมา เป็นปัญหา ที่จะต้องมาแก้ไขกันในภายหลัง แต่ต้องเอาชีวิตเอาความปลอดภัยของพี่น้องคนไทยเป็นหลัก ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีใช้เวลาไป ๘ นาที ๑๐ วินาที ท่านเหลือเวลาสําหรับคําถาม ๒ คําถาม ๕ นาที ๒ วินาที เชิญคําถามที่ ๒ ครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานครับ จากที่ท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงแรงงานได้ชี้แจงมานี้ ความเป็นจริงก็คือว่าที่ท่านบอกว่าบางส่วนเขาทํางาน ปกตินี้ นั่นก็หมายความว่าเขาอยู่ตอนใต้ ที่ผมพูดนี้ผมไม่ได้หมายความว่าพวกตอนใต้ หมายถึงพวกประมาณเกือบหมื่นคนที่ตอนเหนือ โดยเฉพาะเบงกาซีนี้ ที่ท่านบอกว่า จะส่งเรือไปรับที่เบงกาซีนี้ไม่ได้ครับ เบงกาซีนี้มันเมืองท่าครับ ผมไปมาหมดแล้วแถว ๆ ตะวันออกกลาง เมืองที่เป็นเมืองท่าคือตริโปลี คือเมืองหลวงติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อันนั้นใช่ ปัญหาของการอพยพเคลื่อนย้ายแรงงานวันนี้ ก็คือว่าในส่วนในพื้นดินที่จะมา เมืองท่า ไม่มีใครไปคุ้มครองดูแลการอพยพ เขาถูกปล้นสะดม เขาถูกทําร้าย เพราะฉะนั้น รัฐบาลจีนนี้เขาทําอย่างไรก็ถามเขาดูสิครับ ถ้าเราทําไม่เป็น ๓๐,๐๐๐ คนที่เขาอพยพ ภายใน ๗ วันเขาทําได้อย่างไรครับ ท่านประธานครับ คนจังหวัดอุดรธานี ๒,๐๐๐ กว่าคน คนจังหวัดขอนแก่นอีกเกือบ ๒,๐๐๐ คน คนจังหวัดสกลนครประมาณพันกว่าคน ท่านไปดูสิครับ บ้าน ส.ส. กางมุ้งนอนกันที่บ้าน ส.ส. แล้วที่สําคัญก็คือว่าทั้งแผ่นดินของ ประเทศลิเบียในวันนี้เกิดกลียุคข้าวยากหมากแพง แล้วพวกที่อยู่ตอนใต้ถึงแม้จะมีงานทํา วันหนึ่งกินข้าว ๒ มื้อครับ แล้วตอนเหนือไม่ต้องพูดเลย กระผมกราบเรียนไปเบื้องต้นว่า เขาฝังข้าวสารอาหารแห้งไว้ไม่อย่างนั้นเขาไม่มีกินแล้วถูกปล้นสะดมหมด วันนี้ส่ง แพทย์ทหารไปกี่คนครับ ส่งกองกําลังไปช่วยเขา ไปในรูปอะไรก็ได้ คุ้มครองดูแลอพยพมา เมืองท่าให้ได้ จะมาตูนิเซียหรือมาประเทศอียิปต์ก็แล้วแต่ มันใกล้ประเทศอียิปต์ก็เข้าประเทศอียิปต์ มันใกล้ตูนีเซียก็เข้าตูนีเซีย ใกล้ชาดก็ลงชาด ใกล้ไนเจอร์ก็เข้าไนเจอร์ครับ มันต้องหลายทาง ไม่ใช่ว่าคุณจะส่งเรือไปลําเดียว ลําเดียวบรรทุกไม่เกิน ๒,๐๐๐ คนหรอกครับ แล้วที่สําคัญ ก็คือว่าท่านส่งแล้วก็มอบหมายให้บริษัทจัดหางานประมาณ ๑๒ บริษัทเขาหา ทรานสปอร์ทเตชั่น (Transportation) ไปรับพวกแรงงานของเขาเอง มันไม่ใช่อย่างนั้น เขาก็ มีค่าใช้จ่าย แล้วเขาอิดออดกันเขาไม่ทํา เขาก็ร้องเรียนมายัง ส.ส. เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ปัญหาเหล่านี้ ท่านต้องมองรอบด้านครับ เพราะฉะนั้นคําถามที่ ๒ ก็คือว่าอยากกราบเรียน ท่านว่าท่านจะดําเนินการรับคนงาน หรือช่วยเหลือเยียวยาและแก้ไขปัญหา ทั้งหมดทั้งสิ้น ภายในเวลากี่วันนับจากวันนี้เป็นต้นไป

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ขอตอบคําถามท่านสมาชิกที่มีความกังวลตรงนี้นะครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า วันนี้ ผมเชื่อมั่นว่าพี่น้องคนไทยทุกคนมีความรู้สึกไม่แตกต่างกัน ด้วยความเป็นเลือดเนื้อของคน ไทย ด้วยความห่วงใยความกังวลนะครับ ไม่ว่าจะอยู่ภาคไหน ไม่ว่าจะทําอาชีพอะไร ความรู้สึกไม่แตกต่างกันหรอกครับ ต้องการที่จะช่วยเหลือแรงงานไทยเราต้องการที่จะดูแล สร้างความสบายใจให้กับพี่น้อง ให้กับครอบครัวของแรงงานไทยเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ วันที่ผมมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ผมมองว่าคนที่เดินทางไปทํางาน ต่างประเทศคือวีรบุรุษของประเทศพูดอยู่ทุกคําพูดครับ อํานวยความสะดวกทุกอย่าง ให้เกียรติทุกสิ่งทุกอย่างที่เราสามารถแสดงออกได้ เพราะฉะนั้นวันนี้ปัญหาที่เกิดขึ้น ผมเรียน เลยนะครับว่าไม่ได้มีความสบายใจเลย พี่น้องข้าราชการในกระทรวงแรงงานทุกคนทํางาน ตั้งแต่วันแรกจนกระทั่งถึงวันนี้ ก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่าในส่วนของเบงกาซีนะครับ เรียนยืนยันเลยนะครับว่าเรือสามารถเข้าเทียบท่ารับได้ ได้รับการยืนยันแล้วครับ แล้วก็มีการ ทําสัญญาในระหว่างเรือที่เราจ้างไปรับแรงงานไทยเราที่เดินทางไปทํางานอยู่ที่ประเทศลิเบีย เพราะฉะนั้นในส่วนหนึ่ง

อีกส่วนหนึ่งนะครับผมเรียนท่านนะครับว่าในส่วนของเมืองที่อยู่รอบ ๆ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนนะครับ ที่มีปัญหาทั้งหมด วันนี้เราประสานงานกับกระทรวง การต่างประเทศ เราส่งเรือเล็กไปรับในพื้นที่ที่เรือใหญ่ไม่สามารถเข้าเทียบท่าได้ เราประสานงานส่งเรือเล็กไปรับเหมือนที่ผมยกตัวอย่างในกรณีที่ท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ท่านได้โทรศัพท์ แล้วก็ให้พี่น้องผู้ใช้แรงงานโทรศัพท์เข้ามา เราก็ดําเนินการไปนะครับ แล้วก็ ท่าน ส.ส. จังหวัดนครสวรรค์ พรรคชาติไทยพัฒนา โทรศัพท์มาก็มีการประสานงานไปที่ สถานทูต สถานทูตที่ตริโปลี ซึ่งตรงนั้นนะครับ ก็สามารถดําเนินการอํานวยการช่วยเหลือ เพราะฉะนั้นวันนี้เราตั้งศูนย์ช่วยเหลือแรงงานของเราทั้งในประเทศเรา ทั้งที่กรุงตริโปลี แล้วก็บริเวณรอบนอกประเทศตูนิเซีย ประเทศกรีซ ประเทศมอลตา ทั้งหมดนะครับเราตั้ง ศูนย์ช่วยเหลือที่นั่น มีการส่งพี่น้องข้าราชการของไทยเรานะครับ กระทรวงการต่างประเทศ ก็ส่งท่านเลขาธิการชวนนท์ไป พร้อมด้วยทีมงาน กรมการจัดหางานก็ส่งท่านสุธรรม นทีทอง ไปชุดแรก ส่งผู้ตรวจราชการกรมการจัดหางานไปชุดที่ ๒ พร้อมกับเรือนะครับ ซึ่งชุดที่ ๒ จะส่งไป ๙ คน มีเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ ๕ คน แล้วก็มีแพทย์ พยาบาลของ ทหารเรืออีก ๖ คน ที่ไปช่วยดูแล ณ ที่ตรงนี้นะครับ และการเดินทางกลับของแรงงานไทย เราชุดแรกที่มีปัญหาว่ารัฐบาลเข้าไปดําเนินการช้า ผมจะขออนุญาตใช้เวลาตรงนี้อธิบาย สักนิดหนึ่งนะครับว่า

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือท่านรัฐมนตรีครับ ที่จริงเวลาท่านที่ใช้ตอบคําถามมันหมดนะครับ อยากให้ท่านตอบ ตรงคําถาม เขาถามว่าแล้วจะช่วยกลับมาทั้งหมดได้สักเมื่อไรนะครับ เพราะว่าถ้าท่านอธิบาย รายละเอียดมันจะไม่มีเวลาพอนะครับ

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

ท่านประธานครับ ณ วันนี้นะครับ แรงงานที่ได้รับการขนย้ายออกจากประเทศลิเบีย ถ้ารวมอีก ๔,๐๐๐ คน ที่จะออกจากเรือนี้นะครับ เราจะขนย้ายได้ประมาณ ๘,๐๐๐ คนเศษ ซึ่ง ๘,๐๐๐ คนเศษนี้ จากการคํานวณแล้วใกล้เคียงกับพื้นที่ที่อยู่ในเขตอันตราย ที่ท่านบอกนะครับ ในพื้นที่ทางใต้ วันนี้เรามีการตั้งศูนย์และก็สื่อสารให้เขาได้รับทราบข่าวสารแล้วก็ให้เขาอยู่ในแคมป์ ที่มีความปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศเข้าไปดูแล มีเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานอยู่ที่ประเทศตูนิเซียที่คอยประสานงานนะครับ ซึ่งขณะนี้ ผมเชื่อมั่นว่าบริษัทจัดหางานทั้งหมดที่เราดําเนินการได้ส่งข่าวไปให้กับบริษัทแม่ที่รับงานทํา อยู่ที่ประเทศลิเบีย ให้ส่งข่าวกับพี่น้องที่ใช้แรงงานอยู่ได้ทราบนะครับ แล้วถ้ากรณีที่มีปัญหา อย่างไรก็แล้วแต่นะครับท่านสามารถให้ญาติพี่น้องคนงาน หรือท่านสามารถประสานเองมาที่ กระทรวงแรงงานได้เลยครับ เรามีศูนย์บริการช่วยเหลือเรื่องนี้ตลอด ๒๔ ชั่วโมงอยู่นะครับ และผมคิดว่าถ้าเราสามารถดําเนินการขนย้ายคน ๘,๐๐๐ กว่าคนตรงนี้ออกมาแล้วกลับสู่ ประเทศไทยแล้ว กระบวนการในการทํางานของกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวง แรงงานในประเทศลิเบียก็ยังรับเรื่องอยู่ครับ รับเรื่องในกรณีที่ผู้ใช้แรงงานเราต้องการหรือ ประสงค์ที่จะเดินทางกลับประเทศไทยนะครับ เราก็จะอํานวยความสะดวกให้ แล้วก็ ดําเนินการในการที่จะขนย้ายออกมาจากประเทศลิเบียเพื่อนําไปสู่อีกประเทศหนึ่ง แล้วก็จะ จัดส่งในการส่งกลับมาประเทศเรานะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอยืนยันให้ท่านได้สบายใจนะครับ ว่าวันนี้เราดูแลแรงงานเราด้วยความเป็นคนไทย ด้วยความเป็นเลือดเนื้อของคนไทยนะครับ แล้วก็แรงงานของท่านที่จังหวัดอุดรธานีนะครับวันนี้กลับมาแล้วประมาณ ๔๕๐ คน ขอบคุณท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคําถามสุดท้ายครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผมไม่ทราบว่าคําถาม ที่ ๓ ของผม รัฐมนตรีจะมีเวลาตอบไหม

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านถามมาเลยครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

และอีกอย่างหนึ่งคําถามที่ ๒ ของผม ท่านไม่ได้ตอบผมเลยว่า ตกลงแล้ว

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวประธานจะใช้วินิจฉัย มันเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน อาจจะให้ขยายเวลาตอบ ชี้แจง เชิญถามคําถามที่ ๓ เลยครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

คําถามที่ ๒ ที่ผมเรียนถามท่านว่า แล้วท่านจะดําเนินการให้เสร็จสิ้นทั้งหมดเมื่อไร ท่านยังไม่ได้ตอบ ท่านก็อ้อนไปอ้อนมา ก็เข้าใจครับ แต่ว่าปัญหาของพวกที่อยู่ที่นั่นกับคนที่อยู่ที่นี่มันต่างกัน เรานั่งห้องแอร์ (Air) เราสบายครับ แล้วญาติพี่น้องที่เขากางมุ้งนอนบ้าน ส.ส. ละครับ แล้วลูกผัวเขาไม่มีเงิน ซื้อข้าวกิน ไม่มีข้าวกินนะครับ แล้วทําวิธีไหน วันนี้จะอพยพอย่างไรครับ และปัญหาเหล่านี้ เราเคยคิดบ้างไหม แล้วประเทศอื่นเขาทําไมทําได้ภายใน ๕ วัน ๖ วัน ๗ วัน เขาอพยพ ๓๐,๐๐๐ คน ๔๐,๐๐๐ คน เราเช่าเรือแล้วมอบหมายให้บริษัทไป อย่างนั้นมันไม่ได้ หรอกครับ รัฐบาลมีศักยภาพพอนะครับ งบกลางนายกรัฐมนตรีก็มีครับ เดี๋ยวนี้ขอมา ๓๓๐ ล้านบาท แล้วส่งค่ารถไป ๓๐๐ บาทไปทําอะไรครับ ค่าก๋วยเตี๋ยวยังไม่พอเลย แล้วหลังจากนี้เราเตรียมตัวไว้ไหม เตรียมการไว้ไหม จริงอยู่ท่านส่งเรือเล็กเข้าไป เรือเล็กก็ได้ ทีหนึ่ง ๔๐–๕๐ คน แล้วมาลงเรือใหญ่ ๒,๐๐๐ คน มันไม่ใช่ครับ มันต้องมีวิธีการ แล้วอพยพ นี่มันอพยพไม่ได้ตามที่ท่านเข้าใจ อพยพจากที่อันตรายมาสู่ที่ปลอดภัยมันมาไม่ได้ เพราะ ในระหว่างทางมันมาไม่ได้ ท่านเข้าใจไหม เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เราต้องมองรอบด้านครับ แล้วกําหนดเวลาคนประมาณ ๘,๐๐๐ คนเอง ไม่ได้มากมายอะไร เพราะฉะนั้นผมถึงเรียน ถามย้ําอีกทีคําถามที่ ๒ คําถามที่ ๓ ควบกันว่าท่านจะดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในกี่วัน เสร็จไหม ไม่เสร็จบอกมาครับ ให้ผมไปทําให้เอาไหม คําถามที่ ๓ ก็คือว่าหลังจากอพยพ มาหมดแล้ว คนเหล่านี้เขาตกงานครับ รัฐบาลวางแผนอย่างไร ช่วยเหลือ ๑๕,๐๐๐ บาท แล้วจบใช่ไหม จะช่วยเหลือเขาอย่างไรครับ คําถามที่ ๓ ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีครับ ก็อนุโลมให้ท่านขยายเวลาได้นะครับ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องสําคัญ เชิญครับ

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ขอเรียน อย่างนี้นะครับว่าวันนี้มีคนไทยเดินทางถึงประเทศไทยแล้ว ๑,๙๙๔ คน แล้วก็ยังเดินทางอยู่ ทุกวันนะครับ ซึ่งผมคิดว่าภายในวันที่ ๕ เดือนมีนาคม แรงงานทั้งหมด ๘,๐๐๐ กว่าคนนี้ จะอพยพออกนอกประเทศลิเบีย ณ วันนี้นะครับ อพยพออกไปประมาณ ๖,๐๐๐ คนเศษ ๆ นะครับ จะมีเรือไปรับอีกเที่ยวหนึ่งประมาณ ๒,๐๐๐ คน ก็คือ ๘,๐๐๐ คนเศษนะครับ เพราะฉะนั้นเมื่ออพยพไปแล้ว ณ วันนี้คนที่อพยพไปแล้ว รอการนํากลับนะครับ กลับอยู่ ทุกวันครับ เมื่ออพยพไปแล้วเราตั้งศูนย์ที่ประเทศต่าง ๆ รอบประเทศลิเบีย มีการนํากลับ ทุกวันนะครับ วันหนึ่ง ๓๐๐ คน ๕๐๐ คน เราพยายามจะเพิ่มเที่ยวบินนะครับการบินไทย ในการดําเนินการ แต่ผมคิดว่าหลังจากนี้ถ้าเราสามารถนํากลับได้วันละ ๔๐๐ คน ถึง ๕๐๐ คน ท่านก็ไล่เวลาไปครับ เพราะฉะนั้นก็ประมาณ ๑ อาทิตย์ แต่ว่าสิ่งที่เหนือสําคัญ ที่สุดก็คือเรานําคนต่าง ๆ เหล่านี้ออกจากพื้นที่อันตรายทั้งหมดแล้วนะครับ แล้วก็การอพยพ นะครับ ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่าการอพยพของประเทศจีนที่เขามีความรวดเร็วในเบื้องต้น ประเทศจีนมีเรือเดินสมุทร เดินสมุทรที่อยู่ในบริเวณตรงนั้นจํานวนมากมาย แล้วประเทศจีน รัฐบาลเขาสามารถจะสั่งการภาคเอกชนได้โดยตรง เขาไม่จําเป็นจะต้องมานั่งรอการเจรจา ต่อรองว่าจะต้องใช้งบประมาณเท่าไร ว่าจะต้องใช้เงินเท่าไร เขาสามารถสั่งการได้โดยตรง เหมือนกับที่ผมจะขออนุญาตอธิบายท่านประธานในเบื้องต้นนะครับว่าเราก็ประสาน บริษัทจัดหางานของเราที่มีสัญญา โดยมีเงื่อนไขว่าต้องส่งแรงงานไทยเรากลับประเทศ นั่นละครับ คือแรงงานไทยเราที่เดินทางกลับประเทศในรอบแรก เนื่องจากเราคุยกับ บริษัทจัดหางานว่าให้ปฏิบัติตามสัญญา แล้วเราก็ดําเนินการในส่วนที่เหลือ ตรงนี้ผมเรียน ท่านนะครับว่าคน ๘,๐๐๐ กว่าคนปลอดภัย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ แล้วก็เดินทางออกจาก ประเทศลิเบีย ๖,๐๐๐ กว่าคนแล้ว รออยู่ที่ศูนย์ที่กรุงตริโปลี เมืองเบงกาซี อีกประมาณ ๒,๐๐๐ คนแค่นั้นครับ และในส่วนของการดูแลผู้ใช้แรงงานหลังจากที่เดินทางกลับนะครับ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าเงิน ๑๕,๐๐๐ บาท เป็นเงินที่เราจะต้องจ่ายตามระเบียบของกองทุน ช่วยเหลือคนทํางานไทยในต่างประเทศแค่นั้นนะครับ แต่ว่าการที่เราจะแบ่งคนงานเรา ที่กลับมา ผมขออนุญาตแบ่งเป็น ๓ กลุ่มนะครับ กลุ่มแรกคือกลุ่มที่ไม่ต้องการไปประเทศ ลิเบียแล้ว ต้องการทํางานในประเทศไทย ณ วันนี้กรมการจัดหางานได้มีการกําหนดดูอัตรา การว่างงานตรงนี้ไว้ประมาณ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ ตําแหน่ง ในส่วนของแผนกเรื่องของ การก่อสร้าง สําหรับแรงงานไทยที่ไม่ต้องการกลับประเทศลิเบีย ส่วนที่ ๒ คือแรงงานไทย ที่ไม่ต้องการกลับประเทศลิเบียแต่ต้องการเดินทางไปทํางานยังต่างประเทศ เมื่อวานนี้ ผมได้คุยกับทางตัวแทนของประเทศไต้หวัน เขามีความพร้อมที่จะรับแรงงานในภาคก่อสร้าง เราเป็นจํานวนหลายพันคนในอัตราเงินเดือนซึ่งไม่แตกต่างกัน ซึ่งผมเองก็จะเดินทางไปพูดคุย ในอาทิตย์หน้า ตรงนี้ก็จะมีรองรับอีก ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ตําแหน่ง และอีกส่วนหนึ่งส่วนสุดท้าย ส่วนที่ต้องการที่จะกลับไปทํางานที่ประเทศลิเบียเหมือนเดิม นั่นก็คือท่านจะไปสัมภาษณ์ นะครับ ท่านจะเห็นว่าหลาย ๆ คนบอกว่าถ้าเหตุการณ์สงบอยากจะขอกลับไปทํางานที่เดิม นั่นคือหน้าที่ของกระทรวงแรงงานที่จะไปตามทวงสิทธิต่าง ๆ เหล่านั้นตามสัญญาที่เขาทํากับ บริษัทจัดหางาน ทวงสิทธิให้กับพี่น้องผู้ใช้แรงงานตรงนี้ในการที่จะทําให้เขาเสียค่าใช้จ่าย น้อยที่สุดหรือไม่เสียค่าใช้จ่ายเลยในการเดินทางกลับไปทํางานอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ประเทศ สงบ ผมยืนยันนะครับว่านอกจากมาตรการในการช่วยเหลือแล้ว เรามีมาตรการในการรองรับ คนที่กลับมาจากประเทศลิเบียเพื่อที่จะไม่ให้เขาตกงาน ทราบครับว่าเขาเดือดร้อน เงิน ๑๕,๐๐๐ บาท อาจจะช่วยอะไรได้ไม่มากแต่ว่าผมเชื่อมั่นว่าสามารถช่วยบรรเทาปัญหา ในระหว่างนี้ให้กับเขาได้ แล้วก็ยังมีส่วนอื่น ๆ อีกหลายส่วนนะครับที่กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานพร้อมที่จะรับเรื่องต่าง ๆ ของพี่น้องแรงงานไทยเราจากประเทศลิเบีย นะครับ ท่านช่วยแจ้งข่าวไปเลยนะครับว่าขอให้แรงงานไทยต่าง ๆ เหล่านั้นไปติดต่อที่ สํานักงานจัดหางานจังหวัดได้ทุกจังหวัดนะครับ เราได้ดําเนินการสั่งการไปแล้วว่าให้ดูแลแล้ว ก็เก็บข้อมูลตรงนี้มาให้มากที่สุดแล้วก็จะเข้าไปดูแลช่วยเหลือทุกวิถีทางทุกอย่างเท่าที่ สามารถจะทําได้ในฐานะที่เราเป็นคนไทยด้วยกันนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ถือว่าเป็นอันจบกระทู้ถามที่ ๑.๒.๒ ก่อนจะขึ้นกระทู้ถามที่ ๑.๒.๓ สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับองค์การบริหารส่วนตําบลสาคร จังหวัดสตูล จํานวน ๗๐ ท่าน ที่มาเยี่ยมชม สภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกําลังพิจารณาระเบียบวาระกระทู้ถามสด ซึ่งวันนี้มีอยู่ ๓ กระทู้ถามได้ถามและตอบไปแล้ว ๒ กระทู้ถาม ต่อไปจะเป็นกระทู้ถาม ที่ ๑.๒.๓ นะครับ

๑.๒.๓ กระทู้ถามที่ ๑๗๕ ส. เรื่อง การนําเงินไปลงทุนในต่างประเทศ (ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามนายกรัฐมนตรี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นผู้ตอบ

เชิญผู้ตั้งกระทู้ถามครับ ตามกติกาทั้งถามทั้งตอบภายใน ๒๐ นาทีนะครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ยื่นกระทู้ถามสด ถามท่านนายกรัฐมนตรี กรณีบริษัทลูก ปตท. นําเงิน ๑๖,๕๐๐ ล้านบาท ไปลงทุน ในประเทศอียิปต์ เกี่ยวกับบริษัทวางท่อก๊าซ ผมรู้ว่าเรื่องนี้เกิดก่อนรัฐบาลชุดนี้ เกิดก่อน รัฐมนตรีมารับผิดชอบ แต่ผมคิดว่าเป็นเรื่องน่ารู้ควรรู้เพราะเป็นผลประโยชน์ของ ประเทศไทย เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ ในขณะที่มีประกาศพระราชกฤษฎีกากําหนด วันเลือกตั้ง ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ บริษัทพีทีที อินเตอร์เนชันแนล จํากัด เบิกเงินจาก ปตท. ๑๖,๕๐๐ ล้านบาท เศษเล็ก ๆ ผมไม่พูด เอาไปซื้อหุ้นจากเมดิเตอร์เรเนียน แก๊ส ไปป์ไลน์ (Gas Pipeline) ซึ่งเป็นของ นายฮุนเซน กามา ซาเล็ม เกิดเหตุการณ์ในประเทศอียิปต์ถูกจับกุมขนเงินออกมา ๕๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทที่มหานครดูไบ ธุรกิจอันนี้ไม่ใช่เป็นของ นายกามา ซาเล็ม นายกามา ซาเล็ม ถือหุ้น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ แต่เป็นธุรกิจของบริษัท อีสต์ เมดิเตอร์เรเนียน แก๊ส จํากัด เวลามันน้อย ถามข้อที่ ๑ การที่ ปตท. ให้บริษัทลูก พีทีที อินเตอร์เนชันแนล จํากัด ซึ่ง ปตท. ถือหุ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เข้าไปซื้อหุ้นในบริษัทเป็น ผู้สนับสนุนเงินดังกล่าว ปตท. ได้จัดทําแผนการลงทุนในโครงการดังกล่าวเสนอ คณะกรรมการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือไม่ ตามร่างพระราชบัญญัติสภา พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๒๑ มาตรา ๑๒ (๒) (๔) หรือไปลงทุน โดยไม่บอกใคร และเมื่อลงทุนแล้วได้รายงานคณะรัฐมนตรีหรือไม่ ผมถามคําถาม ข้อที่ ๑ กับท่านนายกรัฐมนตรี

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

นายวรรณรัตน์ ชาญนุกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามแทนนะครับ ก็ขอเรียน อย่างนี้นะครับว่าก่อนอื่นขอเรียนสถานภาพของ ปตท. ให้ท่านทราบก่อนนะครับว่า ปตท. มี ๒ สถานภาพอยู่ในขณะเดียวกัน คือสถานภาพแรกเป็นรัฐวิสาหกิจทั้งจากกระทรวง พลังงาน เช่นเดียวกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยก็เป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวง พลังงาน เช่นเดียวกับรัฐวิสาหกิจอื่น ๆ ทั่วไป

ประการที่ ๒ ปตท. มีสถานภาพเป็นบริษัทมหาชนที่จดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพราะฉะนั้น ปตท. ก็มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง เช่น พ.ร.บ. ทุนรัฐวิสาหกิจ และ พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับตลาดหลักทรัพย์ เช่น พ.ร.บ. บริษัทมหาชน พ.ร.บ. ตลาดหลักทรัพย์ เหล่านี้เป็นต้น และยิ่งไปกว่านั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ปตท. ยังได้รับสิทธิยกเว้นไม่ให้ต้องปฏิบัติตามคําสั่ง กฎ ระเบียบ และมติ ครม. ที่ใช้กับรัฐวิสาหกิจทั่วไป เพื่อเป็นการผ่อนคลายให้ ปตท. มีความคล่องตัวใน ฐานะที่เป็นบริษัทน้ํามันแห่งชาติ ให้สามารถดําเนินธุรกิจเช่นเดียวกับบริษัทเอกชนทั่วไป ให้สามารถที่จะต่อสู้แข่งขันกับบริษัทข้ามชาติในเวทีโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผล แต่ ปตท. ก็ได้รับมอบหมายให้กําหนดกฎ ระเบียบขึ้นใช้เอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการพัสดุ เกี่ยวข้องกับการงบประมาณ การลงทุน แผนการลงทุนและ แผนงานธุรกิจต่าง ๆ ระเบียบเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี และระเบียบเกี่ยวกับการบริหาร บุคคล และนอกจากนั้นก็กําชับให้ ปตท. ต้องยึดหลักการบริหารแบบบริษัทธรรมาภิบาล หรือที่เรียกว่า กู๊ด กัฟเวอร์แนนซ์ (Good governance) มาบังคับใช้ในองค์กร ซึ่งมติ ครม. ที่ให้สิทธิยกเว้น ปตท. นั้นเป็นมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๔๔ เพราะฉะนั้นอํานาจ หน้าที่ของ ครม. ก็ดีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพลังงานนั้น ก็เพียงกํากับดูแลนโยบาย ด้านทั่ว ๆ ไปของ ปตท. เท่านั้น ส่วนอํานาจในการพิจารณาอนุมัติการลงทุน แผนการลงทุน ต่าง ๆ ของ ปตท. ก็เป็นอํานาจของคณะกรรมการบริษัท หรือบอร์ด ปตท. เพราะฉะนั้น การที่ ปตท. เข้าไปลงทุนในธุรกิจท่อส่งก๊าซในประเทศอียิปต์กับบริษัทอีเอ็มจี (EMG) หรืออีสต์ เมดิเตอร์เรเนียน แก๊ส คอมปานี ลิมิเต็ท (East Mediterranean Gas Company Limited) ในเดือนธันวาคม ๒๕๕๐ นั้น ปตท. ก็ได้ขออนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทิ แล้วก็ ขออนุมัติจากสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติด้วยแล้ว เพราะฉะนั้นก็ขอเรียนชี้แจง ให้ทราบถึงว่ากรณีนี้ ปตท. ไม่มีความจําเป็นแต่อย่างใดที่ต้องขอมติ ครม. ตามที่ได้รับ สิทธิยกเว้น ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านผู้ตั้งกระทู้ถามถามคําถามที่ ๒ ครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ขออนุญาตเรียนประธานด้วยความเคารพ ผมไม่คาดคิดว่า คนเป็นรัฐมนตรีจะไม่มีสติปัญญา ที่ท่านเอามาพูด ท่านเอาจากไหนมาพูด เพราะข้าราชการ เขียนให้ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านมีหน้าที่อย่างเดียวครับ ต้องปลดออก ที่ท่านพูดนี่ มติคณะรัฐมนตรีเคยมี แล้วสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเขาหารือไปยัง คณะกรรมการกฤษฎีกา รายละเอียดมีเยอะเดี๋ยวจะให้นายกรัฐมนตรีอ่าน คณะกรรมการกฤษฎีกาคณะที่ ๕ พิจารณา เป็น ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ บอกว่า เว้น ขออนุมัติไม่ต้องทําอะไรอย่างที่ท่านพูด แต่ส่วนที่ ๒ เขาบอกไม่ได้ เพราะคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะที่ ๓ ได้มีมติ และ ปตท. เคยขออย่างนี้ ก็หน่วยงานนี้มันอิทธิฤทธิ์ อิทธิเดช มันคดโกง มันทุจริต มันขอไปแล้ว คณะกรรมการ กฤษฎีกาคณะที่ ๓ เขาไม่ให้ ก็เป็นเหตุให้คณะที่ ๕ คณะที่ ๓ เขามาร่วมประชุมกัน พอดีว่าผมไปนั่งอ่านเมื่อคืน เขาเขียนไว้ชัด คณะกรรมการกฤษฎีกาคณะที่ ๕ เห็นว่า เพื่อความรอบคอบในการพิจารณาข้อหารือของคณะกรรมการ คณะกรรมการพัฒนา เศรษฐกิจสังคมแห่งชาติตามที่ท่านพูดนี่ คณะกรรมการกฤษฎีกาที่ประชุมร่วมคณะที่ ๓ และคณะที่ ๕ ได้พิจารณาแล้ว ไม่อนุมัติให้ ปตท. เป็นรัฐอิสระ ทําอะไรต้องขออนุมัติ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เขาเขียนไว้ให้ แล้วท่านเป็นรัฐมนตรีท่านไม่ รอบคอบ ใช้ไม่ได้ สมรู้ร่วมคิดทุจริตกันหรือเปล่าถึงตอบอย่างนี้ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีสนใจ ผมเรียนกฎหมายก็เลยไปเปิดดูกฤษฎีกา เรื่องที่ท่านพูดนั้นเคยขอไป ครม. เคยมีมติ เสร็จ เรียบร้อยสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหารือ คณะที่ ๕ ส่วนที่ ๑ บอกให้เขาเถอะ ส่วนที่ ๒ บอกไม่ได้ คณะที่ ๕ เขาบอกมีคณะที่ ๓ พิจารณาไว้แล้ว ปตท. นี่ครับมันเคยขอ แล้วเขาไม่ให้ สุดท้าย ๓ บวก ๕ เขาบอกไม่ได้ ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ต้องปฏิบัติว่าด้วยระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงบการ ลงทุน พุทธศักราช ๒๕๕๐ ข้อที่ ๔ พระราชบัญญัติพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มาตรา ๑๒ (๒) (๔) ก็มีรัฐมนตรีอย่างนี้ ซื้อน้ํามันมันถึงคดโกงกันตะบี้ตะบัน คนไทยใช้น้ํามันแพง แต่เศรษฐีอยู่ ปตท. เศรษฐีอยู่ที่คนมีส่วนเกี่ยวข้อง มันไปทําประกันกันที่อาร์บีเอส รอยัล แบงก์ ออฟ สกอตแลนด์ (RBS Royal Bank of Scotland) ที่สิงคโปร์ ผมไม่มีเวลาอธิบาย รายละเอียด เอกสารมีในมือผม ถ้านายกรัฐมนตรีสนใจจะส่งไป เคยหารือ เขาไม่ให้ ครม. มีมติ มติ ครม. จะใหญ่กว่าพระราชบัญญัติ พระราชกําหนดไม่ได้ รู้ไหมรัฐมนตรี ถ้าไม่รู้ลาออกไป

ต่อไปผมถามข้อที่ ๒ โครงการลงทุนดังกล่าวมันมีปัจจัยเสี่ยงเพราะมี ความขัดแย้งเป็นตัวโพลิทิคอล อีโคโนมิค (Political Economic) หัวรุนแรงเขาบอกว่า ขายให้ประเทศอิสราเอล คริสต์ มุสลิมไม่ถูกกัน ก็ยังไปลงทุน เดี๋ยวลงทุนอย่างไร วิธีการทํา อย่างไรผมจะบอก ผมเรียนท่านประธานก่อนนะครับว่า ณ วันนี้ธุรกิจนี้ได้รับผลกระทบอะไร หรือไม่ แล้วเมื่อได้รับผลกระทบได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ไหม เพราะ ปตท. จดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์ และถือหุ้นพีทีที อินเตอร์ (PTT Inter) ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านรัฐมนตรี กลับไปทบทวน เราชอบกัน ถ้าอยากรู้ว่าที่ท่านพูดนี่มันเชย มันฟังเจ้าหน้าที่เขียน เดี๋ยวมาดู กฤษฎีกาเขาวินิจฉัยเรื่องนี้ไว้อย่างไร ถามข้อที่ ๒ ขณะนี้ธุรกิจนี้ขาดทุนหรือกําไร อย่าโกหกนะ เมื่อวานเพิ่งแจ้งตลาดหลักทรัพย์ ขาดทุนทางบัญชี ๒,๕๐๐ ล้านบาท ผมรู้ ไม่เกี่ยวกับคุณอภิสิทธิ์ แต่ท่านต้องรู้สิครับ ให้มันเป็นชางก์ สเตท (Chang State) อยู่ได้ อย่างไร มันคดโกง มันทุจริต มันไปสุมหัว มันไปกบฏราคาซื้อขาย ขึ้นก็กําไร ลงก็กําไร มันได้กันไม่กี่คน ถามข้อที่ ๒ ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอชี้แจงครับว่ามติ ครม. วันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๔๔ นั้น เป็นมติที่ชอบ แล้วก็มีผลในทางปฏิบัติในทางกฎหมาย ท่านบอกว่ามีการทุจริต ผมไม่ทราบว่า มีการทุจริตเกิดขึ้นในกระบวนการที่จะไปลงทุนในครั้งนั้น แต่ก็ขอเรียนว่าการตัดสินใจ เข้าไปลงทุนซื้อหุ้นใน บริษัท อีเอ็มจี ในขณะนั้น เป็นการตัดสินใจโดยรอบคอบ ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ ปตท. ก็ซื้อหุ้น ก่อนที่ดําเนินการซื้อหุ้นนั้น ปตท. ก็ได้ดําเนินการขออนุมัติ ในหลักการเพื่อทําการศึกษารายละเอียดต่าง ๆ ของโครงการ แล้วก็ได้ว่าจ้างที่ปรึกษา ด้านต่าง ๆ เข้าไปทําการศึกษาดังกล่าว เช่นว่าจัดจ้างที่ปรึกษาด้านการเงิน การบัญชี คือบริษัท เคพีเอ็นจี (KPNG) เป็นที่ปรึกษา การเงินระดับโลก เพื่อตรวจสอบประเด็นด้านภาษีและบัญชี และทําการประเมินมูลค่าหุ้น จัดจ้างที่ปรึกษาด้านกฎหมาย คือบริษัท เดนทัล ไวเชฟ เพื่อตรวจสอบนิติกรรมทางกฎหมาย ว่าถูกต้องครบถ้วน รวมถึงตรวจสอบสัญญาทางการค้าต่าง ๆ และให้คําปรึกษาด้านกฎหมาย และมีทีมงานปรึกษาด้านเทคนิค ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่มผู้ผลิตก๊าซของ ปตท. ไปสํารวจข้อมูลเชิงเทคนิคและศักยภาพของโครงการ แล้วก็ได้สอบถามในประเด็นที่เกี่ยวกับ เสถียรภาพทางการเมืองระหว่างประเทศถึง ๒ ประเทศ ทั้งประเทศอียีปต์ ประเทศอิสราเอล ความเสี่ยงในเชิงนโยบายการเมืองและผลกระทบอันอาจจะเกิดขึ้นต่อ ปตท. ในการทําธุรกิจ กับประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มประเทศอาหรับ ทั้งนี้ได้รวมถึงการหารือกับเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงไคโร และเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ได้รับการยืนยันว่า สถานการณ์ในขณะนั้นไม่มีความเสี่ยง ในขณะนั้นองค์กรอีไอยู อีโคโนมิค อินเตอร์เนชั่นแนล ยูนิต (EIU Economic International Unit) เป็นองค์กรสากลที่ประเมินความเสี่ยงในการ ลงทุนของประเทศต่าง ๆ เป็นประจําทุกปี ปี ๒๕๕๐ นี่นะครับ ในการประเมินความเสี่ยง ในการลงทุนนั้นถ้าประเทศไหนได้ศูนย์แสดงว่าไม่มีความเสี่ยงเลย ถ้าได้ ๑๐๐ ก็แสดงว่า มีความเสี่ยงมาก ในปีนั้นประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ ๕๓ ประเทศอียิปต์อยู่อันดับที่ ๔๔ ประเทศอิสราเอลอยู่อันดับที่ ๓๒ ก็แปลว่าการลงทุนในประเทศอียิปต์ในขณะนั้นเสี่ยงน้อยกว่า การลงทุนในประเทศไทยด้วยซ้ําไป การที่ท่านบอกว่ามีนายกามา ซาเล็ม เป็นเจ้าของบริษัท อีเอ็มจีเดินทางออกนอกประเทศ เอาเงิน ๕๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ แล้วก็ถูกจับที่รัฐดูไบนั้น ข้อเท็จจริงแล้วนายกามา ซาเล็ม นั้นไม่ได้มีตําแหน่งเป็นผู้บริหารในบริษัทอีเอ็มจีใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ ผู้บริหารบริษัทอีเอ็มจีนั้นก็คือ นายมูฮัมหมัด อิบราฮิม พาเมล่า และกรรมการ ต่าง ๆ นั้นก็ไม่มีชื่อนายกามา ซาเล็ม เลย เพราะฉะนั้นการที่นายกามา ซาเล็ม จะเดินทางออกนอกประเทศก็เป็นเรื่องของนายกามา ซาเล็ม ซึ่งบริษัทที่เข้าถือหุ้นกับบริษัท อีเอ็มจี หรือฝ่ายประเทศอียิปต์นั้นก็มี ๒ ส่วน คือรัฐบาลอียิปต์ บริษัท จีพีซี แอนด์ อีแกส กับเอกชนประเทศอียิปต์ ก็คือบริษัทเอ็มจีพีซี มิเดิร์ท อีแกส แอพไพน์ เท่านั้น ซึ่งบริษัทอีเอ็มจีไม่มีผู้บริหารชื่อนายกามา ซาเล็ม แต่อย่างใดทั้งสิ้นครับ มันก็ไม่เกี่ยวข้องกับ บริษัทอีเอ็มจีที่ ปตท. เข้าไปลงทุนแต่อย่างใด ขอเรียนให้ทราบครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญถามครั้งที่ ๓ ครับ

เชิญถามครั้งที่ ๓ ครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ขอบคุณรัฐมนตรีที่บอกว่านายกามา ซาเล็ม ไม่ใช่เจ้าของบริษัท ใช่สิครับ ก็ ปตท. มันสุมหัว ไปหากิน มันไม่ได้ซื้อจากบริษัทใหญ่ มันไปซื้อจากซาเล็ม เป็นนอมินี (Nominee) ถือ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าซื้อจากบริษัทใหญ่มันโกงไม่ได้ ท่านรัฐมนตรี ท่านบอกว่า อินดิเพนเดนท์ (Independent) ปตท. ทําอะไรก็ได้ บันทึกคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง ขอหารือตามพระราชบัญญัติพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๑ กรณีบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ผมอ่านสั้น ๆ คณะกรรมการคณะที่ ๕ ๒ ส่วนแตกต่างกัน เขาก็ดู ความเห็นคณะกรรมการคณะที่ ๓ ซึ่งตัดสินไปแล้วว่า ปตท. ต้องอยู่ในพระราชบัญญัติ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๑ เขาระบุ ก็รัฐมนตรีอย่างนี้ครับ มันถึงสุมหัวกินกัน ทุจริต ผมเรียนนะครับ คณะกรรมการกฤษฎีกาที่ประชุมร่วม คณะที่ ๓ และคณะที่ ๕ ได้พิจารณาข้อหารือดังกล่าวโดยไม่ฟังความชี้แจงจากผู้แทน สํานักนายกรัฐมนตรี สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้แทนกระทรวงการคลัง สํานักนโยบายเศรษฐกิจ รัฐวิสาหกกิจ ผู้แทนคณะกรรมการกํากับ หลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ ผู้แทน ปตท. เห็นพ้องกับความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ ๕ ฝ่ายที่ ๑ บริษัท ปตท. ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๑๒ (๒) ของพระราชบัญญัติ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๑ เอาที่ไหนมาตอบ มีผลประโยชน์บังตา หรืออย่างไร ถึงมาหลอกสภาอันมีเกียรติ ท่านประธานครับ ที่รัฐมนตรีบอก นึกว่าผมจะไม่ทราบ พฤติกรรมที่ส่อทุจริต ปตท. ซื้อหุ้นครั้งนี้ไม่ได้ซื้อจากบริษัทใหญ่ นายกามา ซาเล็ม ไม่ได้เป็น ผู้จัดการ นายกามา ซาเล็ม ถือหุ้น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ปตท. ไปซื้อ ไม่ได้ซื้อบริษัทใหญ่ นายกามา ซาเล็ม ไม่ได้เป็นผู้จัดการ หลักการซื้อหุ้นมันต้องซื้อหุ้นจากบริษัทแม่ คุณไปซื้อ จากนอมินีได้อย่างไร เพราะมันทุจริตง่าย เงินทอนมันง่ายถึงไปซื้อ กรณีซื้อจากนายกามา ซาเล็ม ต้องแพงกว่ามูลค่าที่เป็นจริง จะอ้างว่า ปตท. ซื้อราคาเดียวกับกลุ่มประเทศอิสราเอลไม่ได้ เพราะประเทศอิสราเอล กระเป๋าซ้ายออกกระเป๋าขวา และ ปตท. เอาเงินไปซื้อ เงินของ ท่านหรือทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน และเมื่อได้รับผลกระทบจากกลุ่มหัวรุนแรงเบดูอิน (Bedouin) ระเบิดท่อก๊าซบนบก ปตท. พวกปัญญาทึบ ออกมาบอกว่าลงทุนทางเรือ บนบก ไม่เกี่ยว มันมิติสัมพันธ์ บกเสีย ทะเลเดินไม่ได้ เพราะมันขึ้นบกไม่ได้ มันต้องผ่าน อีกประเทศหนึ่ง ที่ก๊าซของอีกที่หนึ่งระดับประเทศ ผมไม่พูดเดี๋ยวเสียสัมพันธไมตรี ก็ต้องไดเร็ค (Direct) แล้ว ปตท. รู้ไหมวันนี้ประเทศอิสราเอลเขาหาก๊าซได้แล้ว ถ้าเขาไม่ซื้อ กับท่านทําอย่างไร ๑. ท่านโกหกกลางสภาว่า ปตท. ทําอะไรได้ ไม่ได้ ผมไม่ได้พูดเอง เพราะกฤษฎีกาได้ชี้ไว้เป็นมาตรฐาน ๒. ท่านพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง บอก นายกามา ซาเล็ม ไม่ได้เป็นผู้จัดการถูกต้อง ไม่ได้เป็น ผมถึงมาพูด ก็ไปสุมหัวหากินกัน ไปซื้อจาก นายกามา ซาเล็ม แล้วทําไมไม่ซื้อจากอีเอ็มจี บริษัทแม่ ผมเรียนท่านประธานต่อไปว่า การลงทุนอย่างนี้เป็นความเสี่ยง แล้วที่สําคัญที่สุดนับตั้งแต่เกิดผลกระทบ ประเทศอิสราเอล ขอทหารอียิปต์ดูแล ๗ วัน ทําไม ปตท. ถึงไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์ ข้อ ๓ (๒๕) กรณีหุ้นถูกจดทะเบียนในตลาด เมื่อได้รับผลกระทบต้องแจ้ง ส่วนกระทบ มากน้อยแค่ไหน แล้วพูดไหม ขณะนี้เสียหายไป ๒,๕๐๐ กว่าล้านบาท แล้วพูดไหม รัฐบาลรักษางาน เอาเงินเกือบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทไปลงทุน

ผมขอถามข้อที่ ๓ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ท่านซื้อหุ้นจากนายกามา ซาเล็ม กรุณาอย่าตอบว่านายกามา ซาเล็ม ไม่ใช่ผู้จัดการ เขาไม่ได้เป็นตั้งแต่ต้น หากินอย่างไร แล้วท่านประธานทราบไหมครับ ๑๖,๕๐๐ ล้านบาท ไปเซ็นสัญญากันในบริษัทเล็ก ๆ กลางกรุงไคโร ทําไมไม่เปิดเผยครับ เราลงทุนสุจริต ไปเซ็นสัญญากันในบริษัทเล็ก ๆ รูปผมมีหมด แต่ว่าเวลามันไม่มี ผมพูดตรงนี้ผมไม่ได้ตําหนิท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีรู้ไหม ถ้าจะบอกไม่เกี่ยว ไม่ได้หรอกครับ เพราะใน ครม. เคยบอก ปทต. จะซื้อคาร์ฟูร์ (Carrefour) แล้วเราไม่ซื้อ ผมเรียนถามนะครับว่าขณะนี้งบประมาณที่เอา ไปลงทุนของนายประเสริฐ หรือของรัฐมนตรี ของใครละครับ ของพี่น้องประชาชนต้อง เสียหาย ต้องเอาภาษีไปซับซิดี (Subsidy) ถ้าเรื่องนี้ ท่านประธานที่เคารพ ปตท. บอกว่า มีอํานาจจริง อะไรจริง ท่านนายกรัฐมนตรีให้เวลาสักคนละ ๒ ชั่วโมง ผมออกเงินเองก็ได้ แล้วผมหาค่าโฆษณาเอง ให้มันมาทั้ง ปตท. ให้มาทั้งรัฐมนตรีตัวจริง รัฐมนตรีตัวปลอม มาเลย ผมถามว่า เมื่อวานนี้ที่ชี้แจงตลาดหลักทรัพย์โครงการนี้ขาดทุนเท่าไร ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

ขอเรียนชี้แจงนะครับว่า ในการตัดสินใจในครั้งนั้นไปลงทุนนะครับได้ขอความเห็นชอบของ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเรียบร้อยแล้วนะครับ แต่เงินลงทุนก็เป็นเงินของ ปทต. อย่างที่ทราบแล้วนะครับ การไปซื้อหุ้น ก่อนที่จะไปซื้อหุ้นนั้นหุ้นของบริษัท อีเอ็มจี มีอยู่ ๓ เจ้าที่ถือหุ้นอยู่ ๑. บริษัท รัฐบาลอียิปต์ บริษัทอีแกสเป็นบริษัทแก๊สแห่งชาติ ของอียิปต์นะครับ ๒. บริษัท ประเทศอิสราเอล ที่ชื่อว่าเมอร์ฮาร์ฟ (MER.HARF) แล้วเอกชนประเทศอียิปต์ ก็คือเอ็มจีพีซี (MGPC) นี่ละครับ เอ็นจีบีซีถือหุ้นตอนแรก ๖๕ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลอียิปต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลอิสราเอล ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ทั้งของ รัฐบาลอิสราเอล รัฐบาลอียิปต์เขาก็เสนอขายแต่บังเอิญเสนอขายหุ้นในราคาที่แพงกว่า คือเสนอขายในมูลค่าหุ้นละ ๑๔.๗๖ เหรียญสหรัฐ แต่ขณะที่ในบริษัทเอ็มจีพีซีนั้นเสนอขาย เพียง ๑๓.๒๕ ปตท. รีบตัดสินใจซื้อหุ้นที่ราคาถูกกว่าในสัดส่วน ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นการที่มีการระเบิดของท่อแก๊ส ก็เป็นท่อแก๊ส ของอีแกส ไม่ใช่แก๊สที่ ปตท. ไปลงทุน ซึ่งก็ใช้เวลาประมาณ ๑ เดือนซ่อมแซม มันไม่น่าจะมี ผลกระทบโดยตรงกับท่อแก๊สที่อีเอ็มจีไปลงทุนแต่อย่างใด อาจจะมีผลกระทบทางอ้อม เนื่องจากท่อของอีเอ็มจีนั้นต้องรับแก๊สจากบริษัทอีแกสของประเทศอียิปต์ส่งไปให้ ประเทศอิสราเอล ซึ่งวันนี้ก็ได้เริ่มดําเนินการแล้ว ถามว่า ปตท. เสียหายหรือไม่ ปตท. เสียหายชั่วคราวตรงที่ว่าไม่มีแก๊สจากอีแกสส่งไปให้ประเทศอิสราเอล แต่อย่างไรก็ตามสัญญาที่อีเอ็มจีทําไว้กับประเทศอิสราเอลนั้นเป็นสัญญาที่เรียกว่า แบลคทูแบลค คอนแทรค (Back to back contract) คือสามารถที่จะจ่ายชดเชยแก๊สที่ขาดหายไปบางช่วง ในภายหลังภายในกําหนดระยะเวลาได้ เพราะฉะนั้นก็แปลว่า ปตท. ไม่ได้รับความเสียหาย อย่างไรเกิดขึ้นจากกรณีที่เกิดเพลิงไหม้ของท่อแก๊สของบริษัท อีแกส ซึ่งไม่ใช่ของอีเอ็มจี เพราะฉะนั้นก็ไม่มีความจําเป็นแต่อย่างใดทั้งสิ้นที่ ปตท. จะต้องรายงานให้ตลาดหลักทรัพย์ ทราบ ก็ ปตท. ไม่ได้รับความเสียหาย พูดถึงผลประกอบการของอีเอ็มจีนั้นปีที่แล้วอีเอ็มจีมี ผลกําไร ๔๒.๕ ล้านเหรียญสหรัฐ แล้วก็ผลการดําเนินงานก็เจริญเติบโตขึ้นมาเป็นลําดับ และ คาดว่าในปี ๒๕๕๔ นี้จะสามารถจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นได้อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นเห็น ว่าบริษัทดําเนินธุรกิจมีความเติบโตขึ้นมาเป็นลําดับ จึงขอเรียนชี้แจงให้ทราบนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านหมดเวลาแล้วมีอะไรครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

หมดเวลาแล้วครับ ผมกราบขอโทษท่านประธานด้วยที่ผมถามไม่ตรงคําตอบ ข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์ เขาบอกไว้ชัดได้รับผลกระทบต้องชี้แจง เขาไม่ได้บอกกระทบว่ามันได้หรือเสีย แล้วทีแรก บอกว่าอิสระไม่ต้องขออนุมัติ แล้วมาพูดนี่สับสน โครงการนี้ทุจริตและขณะนี้เมื่อวานนี้ ที่รายงานตลาดหลักทรัพย์ขาดทุนทางบัญชี โดยประมาณ ๒,๕๐๐ ล้านบาท เสร็จเรียบร้อย ขาดทุนทางบัญชีไม่รวมงวด ในสภาพความเป็นจริงขาดทุนอย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรีให้เกิด ความโปร่งใสกับบ้านเมือง ผมเช่าเวลาท่าน ๒ ชั่วโมง มาเลย มาชี้แจงกัน ผมออกสตางค์เอง ค่าเช่า และผมจะหาโฆษณาเอง ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรี

นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

ผมขอเรียน ท่านว่าสิ่งที่ท่านพูดนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใดทั้งสิ้นครับ ขอบคุณมากครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ไม่ได้ท่านประธาน อย่างนี้ เสียหาย

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จบแล้วครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ผมพูดไม่เป็นความจริง ไม่จริงตรงไหน ไม่ใช่อยู่ ๆ มาบอกไม่เป็นความจริง ผมจะกล่าวหารัฐมนตรีมีส่วนร่วมในการ ทุจริตโดยการซื้อน้ํามันและผมจะนํามาเปิดเผย ผมกล่าวหาได้ไหมอย่างนี้

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ

นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

ผมพร้อมเสมอที่จะพิสูจน์ความจริงครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ตอบอย่างนี้ไม่ได้ครับ

นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

ผมไม่ได้ทุจริตใด ๆ ทั้งสิ้น ผมพร้อมที่จะพิสูจน์ทุกเรื่องครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

กลุ่มคณะท่านทุจริต

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ เชิญนั่งลงนะครับ พอแล้วครับท่านเฉลิมครับ จบแล้วครับ คืออย่างนี้ครับ ถ้าตอบโต้กันไปมามันหาข้อสรุปไม่ได้ ก็มีกระบวนการตรวจสอบอยู่นะครับ ให้ถือว่าทั้ง ๒ ฝ่าย ถูกพาดพิง เอาสั้น ๆ ครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ผมยืนยันกับท่านประธาน และท่านผู้ชมทางบ้านพี่น้องทั่วประเทศ ที่ผมอภิปรายทั้งหมดเป็นเรื่องจริง มีเอกสาร หลักฐาน ผมไม่ได้พูดเท็จ คนพูดเท็จคือคนอื่นไม่ใช่ผม

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ พอแล้วนะครับ ท่านรัฐมนตรี ถือว่าถูกพาดพิงนะครับ ให้ทั้ง ๒ ฝ่ายจบนะครับ ขอบพระคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ก็เป็นอันว่าจบการพิจารณาระเบียบวาระกระทู้ถามสด แล้วนะครับ ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อเข้าประชุมทั้งสิ้น ๓๒๕ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

๒.๑ รับทราบเรื่องแจ้งเหตุขัดข้องในการถ่ายทอดสดการประชุมทางสถานี วิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยและสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย

ด้วยในการประชุมเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๔ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ในวันนี้ท่านอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ได้มีหนังสือแจ้งว่าสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ไม่สามารถให้การสนับสนุนการถ่ายทอดสดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรตามที่ ขอความร่วมมือได้ เนื่องจากมีผู้เช่าเวลาในการออกอากาศอยู่เป็นประจําและได้มีการงด ออกอากาศภารกิจเร่งด่วนของสถานีหลายครั้งแล้ว ส่วนการถ่ายทอดเสียงการประชุม สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงรัฐสภา ก็ยังคง ดําเนินการถ่ายทอดเสียงการประชุมตามปกติจนกว่าจะเสร็จสิ้นการประชุม ก็แจ้งให้ ที่ประชุมทราบตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑ วรรคสอง ท่านสถาพรมีอะไรครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ต่อข้อแจ้งที่ประชุมของสภาผู้แทนราษฎร กรณีที่ประธาน ได้แจ้งว่าสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ ไม่สามารถดําเนินการถ่ายทอดสด การพิจารณางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมวาระสอง วาระสามของงบประมาณกลางปี ๒๕๕๔ โดยอ้างว่ามีผู้เช่าเวลาอยู่เป็นประจําจึงไม่สามารถที่จะถ่ายทอดสดการพิจารณางบประมาณ วาระสอง วาระสามได้ ท่านประธานครับ เรื่องนี้ไม่ใช่เฉพาะกรมประชาสัมพันธ์ที่จะต้องแจ้ง ครับ ท่านประธานในฐานะที่เป็นประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องสอบถามอย่างชัดเจนว่า ระหว่างค่าเช่าเวลากับการที่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศจะได้รับรู้รับทราบงบประมาณถึง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในวาระสอง วาระสาม ซึ่งคณะกรรมาธิการได้พิจารณาแล้วเสร็จนั้น มันเป็นผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ กรมประชาสัมพันธ์ต้องมีนัยทาง การเมือง หรืออย่างน้อยรัฐมนตรีที่ดูแลกํากับช่อง ๑๑ จะต้องมาชี้แจงครับ เพิกเฉยได้ อย่างไร เรื่องนี้ผมไม่ยอมครับท่านประธาน ต้องเรียกรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี มาชี้แจงในฐานะผู้กํากับ เอาหนังสือมาแจ้งแล้วก็บอกว่ามีการเช่าเวลา อย่างนี้เป็นเรื่องใหญ่ งบประมาณกลางปี ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วเสร็จ นี่ปิดหูปิดตา พี่น้องประชาชน หรือมีการแฝงเร้นงบประมาณ เอาไปขุดลอก เอาไปถม เอาไปทับ เอาไป โกง ไม่ได้ ท่านต้องเรียกรัฐมนตรี นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีประจํา สํานักนายกรัฐมนตรี กํากับดูแลช่อง ๑๑ มาชี้แจงครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวรงค์ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ในฐานะ วิป (Whip) รัฐบาล ผมเข้าใจดีว่าเพื่อนสมาชิกที่บอกว่าเรื่องนี้ไม่ยอม ไม่ได้ แต่เมื่อได้ฟัง คําชี้แจงจากผมแล้ว ผมเชื่อว่าท่านต้องยอม เรามีธรรมเนียมปฏิบัติในการพิจารณา งบประมาณครับท่านประธาน การพิจารณางบประมาณจะมีอยู่ ๒ แบบ

แบบที่ ๑ ก็คืองบประมาณประจําปี ถ้าเป็นงบประมาณประจําปี ทั้งวาระหนึ่ง วาระสอง และวาระสาม เรามีการถ่ายทอดสดมาตลอด แต่ถ้าเป็นงบประมาณรายจ่าย กลางปี การพิจารณาในวาระหนึ่งเราให้มีการถ่ายทอดสด ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาตลอด แต่วาระสอง วาระสาม ธรรมเนียมปฏิบัติที่เราปฏิบัติมานั้น ไม่เคยมีการถ่ายทอดสด ทําให้ทางวิปรัฐบาลก็ได้ปรึกษาหารือกันว่าในเมื่อธรรมเนียมปฏิบัติเป็นมาอย่างไร เราก็เป็น อย่างนั้น ขอให้ทุกท่านได้เข้าใจด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ถือว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัตินะครับ ตรวจสอบได้ ก็เป็นข้อสังเกตของเพื่อนสมาชิกนะครับ เอาละครับท่านสถาพรนั่งเถอะครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดลําพูน ที่ผมลุกขึ้นมาขัดแย้ง ที่ตอบโต้ ไม่ใช่มีนัยอะไรเลย ผมต้องการให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้พิจารณาโดยครบถ้วนกระบวนความ และพี่น้องประชาชนเขาก็สนใจในการที่อยากจะรู้ อยากจะรับทราบ ถึงการพิจารณาวาระ งบประมาณกลางปี จะเป็นธรรมเนียมหรือไม่ ไม่สําคัญเท่ากับว่ามันเป็นงบประมาณ เป็นเงิน ภาษีพี่น้องประชาชน เอาไปใช้หนี้ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปลงทุนเรื่องของน้ําท่วม ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้นี่ครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานต้องให้รัฐมนตรีประจําสํานัก นายกรัฐมนตรี นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ มาชี้แจงว่าการที่เช่าเวลามันเป็นเพราะอย่างไร แล้วขณะเดียวกันนั้นเราจะต้องตั้งข้อสังเกตว่าการพิจารณางบประมาณรายจ่ายกลางปีนั้น ได้รับการครหามาตลอดว่ารัฐบาลซูเอี๋ยกันกับพรรคร่วมรัฐบาล ตรงนี้ต่างหากครับ ผมอยากจะให้ทางประธานสภาผู้แทนราษฎรเรียกรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี มาชี้แจงด้วยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถือว่าเรื่องนี้ผ่านไปก่อนนะครับ เป็นข้อสังเกตของเพื่อนสมาชิก เราจะได้เข้าสู่กฎหมาย สําคัญนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

ต่อไปก็เป็นการพิจารณาเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน

เรื่องที่ ๑ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. ....

ด้วยประธานวุฒิสภามีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญทั่วไป) วันจันทร์ที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ที่ประชุมได้ลงมติแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. .... จึงขอส่งร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าวมาเพื่อดําเนินการต่อไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๔๗ (๓) ถ้าเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมก็ถือว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบ จากรัฐสภาแล้ว แต่ถ้าไม่เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมก็แสดงว่าสภาต้องตั้งบุคคล ซึ่งเป็นหรือไม่ได้เป็นสมาชิกแห่งสภานั้น ๆ มีจํานวนเท่ากันตามที่สภาผู้แทนราษฎรกําหนด ประกอบเป็นกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ต่อไปก็เชิญ ท่านสมาชิกหรือท่านรัฐมนตรีจะชี้แจง ก็เชิญครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกที่เคารพครับ เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. .... ทางวุฒิสภาได้มีการแก้ไข มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ และมาตรา ๓๔ ซึ่งเรื่องนี้ทางท่านไพจิต ศรีวรขาน ซึ่งเป็นตัวแทน ของเราได้ไปติดตามเรื่องโดยตลอด ก็อยากจะขอความกรุณา เนื่องจากว่า ๒ ฉบับได้ผ่านแล้ว เหลืออยู่ฉบับนี้กับอีกฉบับหนึ่ง ซึ่งต่อเนื่องจากนี้ก็เป็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน และเงินประจําตําแหน่ง (ฉบับที่..) พ.ศ. .... คือค่าตอบแทน ผมอยากจะขอความกรุณา ถ้าทางสภานี้จะมีมติเห็นชอบตามวุฒิสภา เราจะได้ส่งไปโปรดเกล้าฯ พร้อม ๆ กันทั้ง ๒ ฉบับ ก็จึงขอให้ที่ประชุมนี้ได้อภิปราย หรือว่าถ้าเห็นชอบ เชิญครับท่านวิรัตน์

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสงขลา ต่อกรณี ที่วุฒิสภาได้ปรับแก้ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. .... โดยได้ปรับแก้มา ๓-๔ ประเด็น ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเริ่มตั้งแต่มาตรา ๒๖ ในมาตรา ๒๖ ที่วุฒิสภา ได้ปรับแก้ ท่านประธานครับ ได้มีการตัดตําแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าส่วนราชการออกจากร่าง ซึ่งเป็นเหตุให้ร่างพระราชบัญญัติที่วุฒิสภาแก้ไขมา ไปขัดหรือแย้งกับร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. .... เพราะว่า ในมาตรา ๑๐ ของร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. .... ในมาตรา ๑๐ วรรคแรก จะมีผู้ช่วยเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร นั่นคือสาระเรื่องแรกที่กระผมรู้สึกไม่สบายใจครับท่านประธาน

เรื่องต่อมา ในการปรับแก้ในมาตรา ๒๖ (๑) (๒) ซึ่งเป็นการดึงเอาตําแหน่ง วิชาการ (๓) ขึ้นมาใน (๒) นี้นะครับ ผมได้สอบถามกับฝ่ายกฤษฎีกา สอบถามกับเจ้าหน้าที่ จึงทราบว่าเป็นอย่างนี้จะมีการเพิ่มตําแหน่งที่ว่านี้ประมาณ ๔๐ ตําแหน่ง แล้วก็จะทําให้ ไปกระทบกับภาระงบประมาณจํานวนมากพอสมควร นั่นคือประเด็นที่ ๒ ที่กระผม กราบเรียนนะครับ

ประเด็นที่ ๓ ในกรณีที่วุฒิสภาได้เพิ่มเติมมาตรา ๓๔/๑ ขึ้นมาเป็นการ เพิ่มเติมขึ้นจากร่างที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎร สาระตรงนี้ก็คือจะต้องมีนักกฎหมายนิติบัญญัติ และนักวิชาการรัฐสภา ท่านประธาน ในนักกฎหมายนิติบัญญัติ พอเข้าใจได้ครับว่า เพื่อประโยชน์ เป็นสมองของสภา เพราะฉะนั้นให้ดีนะครับ นักกฎหมายนิติบัญญัติ ท่านประธานอาจจะตั้งเป็นสํานักนิติบัญญัติ หรือเป็นสํานักนักกฎหมายนิติบัญญัติ แล้วก็เอา ปริญญาเอกครับท่านประธาน ปริญญาเอก จบเนติบัณฑิต จบนอกเข้ามา ตรงนี้เองไปได้ และทําให้งานสภาไปได้ มุมนี้ไปได้ครับ แต่ที่กระผมกังวลก็คือนักวิชาการรัฐสภา ซึ่งอันนี้ ก็พยายามสอบถามครับ ก็ได้ความว่าก็มาจากนักวิชาการแต่ละกรรมาธิการ สาระสําคัญ ที่กระผมติดใจก็คือว่าเอาไปผูกกับรายได้ของนักกฎหมายกฤษฎีกา ท่านประธานครับ ซึ่งแปลว่าจะมีเงินเพิ่ม ๔๐,๐๐๐ บาท หรือ ๓๕,๐๐๐ บาท หรือขั้นต่ํา ๒๕,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ที่กังวลมากก็คือนักวิชาการรัฐสภา ซึ่งจะทําให้ภาระงบประมาณของ สภาเพิ่มขึ้น ขั้นต่ําคือ ๒๕,๐๐๐ บาท ขั้นสูงคือ ๔๐,๐๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งเป็นภาระ ที่สูงพอสมควร เพราะฉะนั้นหลายจุดที่ท่านวุฒิสภาทํามาก็ดูดีครับท่านประธาน แต่ว่า เมื่อยกร่างแล้วไปขัดกับพระราชบัญญัติเดิมก็คือระเบียบบริหารราชการฝ่ายรัฐสภา ซึ่งไม่มี การแก้ไขท่านประธาน ด้วยความเคารพนะครับ ผมเข้าใจเจตนาของท่านประธาน ที่อยากจะให้กฎหมายนี้ออกไปแล้วก็เพื่อประโยชน์ของทุกคน แต่ว่าจะขอความกรุณา ท่านประธาน ขอความกรุณาจากเพื่อนสมาชิกตั้งคณะกรรมาธิการร่วมสักสัปดาห์หนึ่ง แล้วตัดต่อ ตัดแต่งเสียให้ครบ ฝ่ายเสียงข้างมากพร้อมที่จะสนับสนุนกิจการนี้ แต่ว่าขอปรับ ให้ถูกให้ต้องแล้วก็เพื่อให้กฎหมายเดินได้ มีบางจุดที่ผมไม่อยากจะอภิปราย แต่ว่าก็มี มุมที่จําเป็นจะต้องมีการพูดคุย มีการปรับแก้ครับ เพราะฉะนั้นในมาตรา ๓๔/๑ ที่กระผม กราบเรียน มองแล้วมีความกังวลใจในหลายเรื่อง โดยเฉพาะที่มันกระทบกับภาระ งบประมาณ กระทบกับการเข้าสู่ตําแหน่ง แล้วก็ถ้าให้ดีนะครับท่านประธานคงจะต้องเปิด สํานักใหม่ขึ้นมาแล้วเอาคนที่มีความรู้จริง ๆ เข้ามาก็จะช่วยงานท่านประธานได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นโดยสาระกระผมเห็นว่า ถ้าท่านประธานจะกรุณา เพื่อนสมาชิกจะกรุณา ก็ตั้งกรรมาธิการร่วม แล้วก็ใช้เวลาประชุมสักนัดเดียวแล้วก็กลับเข้ามาสู่สภา ทุกอย่างก็จะ เข้าที่ครับท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณไพจิต ศรีวรขาน

นายไพจิต ศรีวรขาน จังหวัดนครพนม 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. .... ที่วุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมนี้ ต้องถือว่าเป็นสิ่งที่วุฒิสภาได้เติมเต็มในส่วนที่สภาผู้แทนราษฎรได้ให้ความเห็นชอบผ่าน ร่างไปด้วยความตั้งใจที่อยากจะให้สภาเป็นองค์กรหนึ่งที่จะทํางานด้านนิติบัญญัติ อย่างมีประสิทธิภาพ ๒ ฉบับที่วุฒิสภามิได้แก้ไขเลย ยืนยันไปตามที่สภาผู้แทนราษฎร ได้ให้ความเห็นชอบ มี ๒ ฉบับนี้ซึ่งกระผมได้ดูในรายละเอียดที่วุฒิสภาแก้ไขนี้ ผมทําหน้าที่ ตั้งแต่เป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญในชุดที่สภาผู้แทนราษฎรได้มอบหมายไป พร้อมกับ ท่านชุมพล กาญจนะ เป็นประธาน ก็ได้เห็นว่าในหมวด ๒ คณะกรรมการรัฐสภานี้เป็นหัวใจ ในการที่จะบริหารงานของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาให้มีประสิทธิภาพและทรงไว้ซึ่งพลัง ของฝ่ายนิติบัญญัติ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๓ ที่วุฒิสภาแก้ไขนี้กับเป็นคุณต่อการที่จะ ทําให้คณะกรรมการข้าราชการรัฐสภาซึ่งโดยตําแหน่งก็จะมีท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธาน ก.ร. มีประธานวุฒิสภาเป็นรองประธาน มีเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เลขาธิการวุฒิสภา และมีผู้ทรงคุณวุฒิที่เลือกจากสภาละ ๔ คนครับท่านประธาน แล้วในชั้น ของสภาผู้แทนราษฎรเราได้เติมในความประสงค์ ความที่น่าจะเป็นในหลักของการเป็นองค์กรสมัยใหม่ ให้บรรดาข้าราชการเขาได้เลือกผู้แทน ของเขา เข้ามาอีกสภาละ ๑ คน ก็เป็น ๒ คน แต่ว่าวุฒิสภาได้แก้ไขให้เลือกจากข้าราชการ ทั้ง ๒ สภา สภาละ ๒ คน เพิ่มขึ้นครับท่านประธานครับ พอเพิ่มขึ้นก็เป็นฝ่ายที่ผู้ทรงคุณวุฒิ จากวุฒิสภา ๔ คน ผู้ทรงคุณวุฒิจากสภาผู้แทนราษฎร ๔ คน แล้วก็เป็นข้าราชการเลือกมา อีก ๔ คน จาก ๒ สภา ผมว่าสวยงามนะครับอันนี้ จะเป็นมิติใหม่ในการบริหารงานบุคคล งานงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎร ได้เกิดความรอบคอบขึ้น ผมเห็นว่าตรงนี้เป็นคุณ เป็นประโยชน์ ผมทําหน้าที่เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการในชั้นการรับฟังข้อคิดเห็นจาก ข้าราชการของสภาเราที่ทําด้วยความรอบคอบ แล้วก็ได้รับความร่วมมืออย่างจริงจัง ก็เพราะ ประสงค์อันนี้ครับ ท่านประธานครับ ผมเห็นว่าวุฒิสภาได้แก้ไขในส่วนที่จะเป็นประโยชน์ ทําให้งานของสภาได้เกิดความรอบคอบ ฟังจากความทุกข์ ความร้อน ความก้าวหน้า ซึ่งเป็น ผู้แทนที่เขาจะเลือกเข้ามาได้มากขึ้น

ประการที่ ๒ ในจุดที่แก้ไขผมเห็นว่ามันเป็นความประสงค์ ความเรียกร้อง ในโอกาสที่จะเข้าสู่การกําหนดตําแหน่ง และให้รับซึ่งเงินเดือนและเงินประจําตําแหน่ง ที่มีความก้าวหน้าเหมาะสม ท่านประธานครับ ในมาตรา ๒๖ ที่บอกว่า ตําแหน่งประเภทบริหาร เดิมในชั้นสภาผู้แทนราษฎรได้บอกว่า ให้หัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภา ก็แปลว่า เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เลขาธิการวุฒิสภา รองหัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภา ก็คือ รองเลขาธิการทั้ง ๒ สภา ผู้ช่วยหัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภา เดิมเป็นอย่างนี้ แต่ขณะเดียวกันวุฒิสภาได้บอกว่า ให้หัวหน้าส่วนราชการภายในสํานัก รู้จักกันในนาม ผู้อํานวยการสํานักต่าง ๆ ที่เป็นข้าราชการระดับเดียวกันกับท่านรองเลขาธิการ ทั้ง ๒ สภา ในชั้นการพิจารณาของสภาไม่ได้ให้ในกลุ่มนี้เข้ามา แต่ว่าเมื่อเห็นว่าเขาอยู่บริหาร อยู่เดิมอยู่แล้ว แล้วก็คราวนี้วุฒิสภาได้แก้ไขให้เข้ามาอยู่ในแท่งของผู้บริหาร ผมก็คิดว่า เป็นธรรมไหมจะต้องเพิ่มขึ้น แต่ความก้าวหน้าในการพัฒนางานก็จะมีมากขึ้นในการที่จะ หลอมรวมให้เจริญก้าวหน้าในทางการคัดสรรบุคคลขึ้นมาเป็นผู้นําในระดับชั้นต่าง ๆ นะครับ ท่านประธานครับ อันนี้ก็เป็นความประสงค์ ความเรียกร้องต้องการที่อยากจะให้มี จากการระดมความเห็นกันอยู่แล้ว วุฒิสภาคงได้ซึมซับต่อปัญหาอันนี้ก็ได้แก้ไขเพิ่มเติม ก็เป็นคุณอีกครับท่านประธานครับ ก็จะเกิดพลัง ท่านประธานอย่าเป็นห่วงนะครับว่าจะไม่มี เงินให้ มันก็เงินอันเดิมนั่นละครับ เข้าไปคือแท่งความก้าวหน้า งบประมาณในการบริหาร จัดการเรื่อง บุคลากรของสภาผู้แทนราษฎรเรา ถ้าหากได้มีพระราชบัญญัติที่สมบูรณ์ จะไม่เป็นปัญหาเลย เราบริหารโดยองค์กรของเรา โดยคณะกรรมการ ก.ร. ที่มี ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานอยู่แล้ว ผมกลับเห็นว่าเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ เราควรที่จะให้ผ่านไป ให้ผ่านไปสู่การประกาศใช้ ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องเงินงบประมาณว่าจะ สิ้นเปลือง ศักยภาพที่จะทําให้การบริหารงานสภาเติมเต็ม เราได้รับงบประมาณน้อยมาก แต่ว่าถ้าเราเพิ่มศักยภาพเพื่อรวมถึงมาตรา ๓๔ (๑) ที่ให้มี เขาเรียกว่าบุคลากรที่เป็นเจ้าภาพ งานกฎหมายชัดเจนขึ้น ที่วุฒิสภาได้เพิ่มเติมอยู่ประมาณ ๑๐ กว่าบรรทัดนะครับ ผมก็เห็น ว่าเป็นเจตนารมณ์ที่คณะกรรมาธิการในชั้นการพิจารณานี้มีความประสงค์เช่นเดียวกัน เพราะเราเป็นสถาบันนิติบัญญัติ ก็อยากจะให้มีความสามารถ มีประสิทธิภาพในการเป็น เจ้าภาพ ในการคิดเขียนตัวบทกฎหมายทั้งหมดนะครับ อย่างทั่วถึงแล้วก็มีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นใน ๓ ประเด็นที่ผมเห็นวุฒิสภาแก้ไขนี้ ผมมีความเห็นว่าควรที่จะเห็นชอบตาม วุฒิสภา แล้วก็นําขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อประกาศใช้ต่อไป จะเป็นพระคุณอย่างสูง ก็กราบเรียน ท่านประธานเพื่อได้โปรดพิจารณา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณอรรถพร เชิญครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณท่านประธานที่กรุณาให้โอกาสได้อภิปรายในการ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. .... ซึ่งวุฒิสภาลงมติให้แก้ไข เพิ่มเติม ผมได้พิจารณาการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภาในมาตรา ๑๓ มาตรา ๑๖ มาตรา ๒๖ และเพิ่มมาตรา ๓๔/๑ ลงไป ก็มีความคิดเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาดังต่อไปนี้ ท่านประธานครับ

ในมาตรา ๑๓ ผมมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกับท่านไพจิต ศรีวรขาน ซึ่งเป็นสมาชิกอาวุโสและอยู่ในสภาแห่งนี้มาหลายยุคหลายสมัย ผมมองบทบาทของ คณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา หรือที่เราเรียกว่า ก.ร. มีบทบาทที่กว้างขวางและสามารถ ที่จะกําหนดถึงแนวทางการพัฒนาสภาแห่งนี้ให้ก้าวไปข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นบทบาทในเรื่อง การเสนอแนะ ให้คําปรึกษา การกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและมาตรฐานการออกกฎต่าง ๆ ของ ก.ร. การตีความวินิจฉัยปัญหาต่าง ๆ ก็เรียกว่าเป็นคณะกรรมการ ซึ่งถือเป็นหัวใจ ที่สําคัญอย่างยิ่งองค์กรหนึ่งของสภาแห่งนี้ แต่เมื่อดูจากสัดส่วนองค์ประกอบของ คณะกรรมการชุดนี้แล้ว ผมมีความรู้สึกว่าข้าราชการรัฐสภา ซึ่งเขาเป็นคนที่ทํางานจริง ๆ เป็นคนที่ปฏิบัติงานจริง ๆ ทั้งในสภาแห่งนี้และนอกสภา เขามีสัดส่วนหรือว่าจํานวนเสียง ซึ่งจะเป็นปากเสียงในการพิทักษ์สิทธิหรือในการที่จะนําเสนอการมีส่วนร่วมในการพัฒนา ต่าง ๆ น้อยเกินไป จํานวนองค์ประกอบคณะกรรมการ ก.ร. แบ่งออกเป็น ๒–๓ ส่วน ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นประธานรัฐสภาและรองประธานรัฐสภา ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนของ องค์กรหลัก เช่น เลขาธิการ ก.พ. เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เลขาธิการวุฒิสภา แล้วก็ ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมี ๘ คน ส่วนหนึ่งมาจาก ส.ส. ๔ คน มาจาก ส.ว. ๔ คน เบ็ดเสร็จรวมกัน ๑๓ คนด้วยกัน แต่มีตัวแทนของข้าราชการจริง ๆ อยู่เพียง ๒ คน การเพิ่มจาก ๒ คน ให้เป็น ๔ คน โดยส่วนหนึ่ง ๒ คนมาจากสภาผู้แทนราษฎร และ ๒ คนมาจากวุฒิสภา เป็นเรื่องที่ชอบด้วยเหตุด้วยผล ผมเชื่อว่าตรงนี้จะทําให้แนวทางการทํางานของสภาผู้แทนราษฎร หรือรัฐสภานั้นดีขึ้น และข้าราชการรัฐสภาเขาก็จะได้มีความรู้สึกว่าเขาได้มีส่วนหนึ่งในการร่วม เป็นเจ้าขององค์กรนี้ร่วมกับพวกเรา ผมเห็นด้วยครับ อย่างไรก็มีข้อกังวลอยู่ในมาตรา ๒๖ เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนการเรียกตําแหน่งหน้าที่ในส่วนหัวหน้าส่วนราชการหรือตําแหน่ง ที่เรียกว่า ผู้อํานวยการกลุ่มงาน ผมเองก็ยังฟังการอภิปรายของท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ ก็ยังเห็น ข้อกังวลว่าจะมีปัญหาการขัดกันในระเบียบหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ อยากให้มี การพิจารณาทบทวนตรงนี้ให้รอบคอบมากที่สุดเพื่อให้เมื่อมีการแก้ไขมาตรา ๒๖ แล้วก็ จะมีผลทําให้เกิดการปรับปรุงประสิทธิภาพและเป็นขวัญกําลังใจของข้าราชการรัฐสภา อย่างแท้จริงนะครับ

และส่วนมาตรา ๓๔/๑ เป็นเรื่องที่สําคัญอย่างยิ่งและผมเห็นสอดคล้องกับ ท่านไพจิต ผมเห็นว่าการที่เราจะเพิ่มอัตราในส่วนของนักกฎหมายนิติบัญญัติเป็นเรื่องที่ จําเป็น ต้องยอมรับว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้บทบาทภาระมากยิ่งขึ้น และนั่นก็คือทิศทาง ประชาธิปไตยของประเทศไทยที่ต้องการให้รัฐสภาเป็นศูนย์รวมของการแก้ไขปัญหา ของประเทศ และเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง และนั่นหมายถึงองค์กรและ กระบวนการต้องมีประสิทธิภาพสูงสุดด้วย เอาเพียงแต่ว่า ส.ส. ซึ่งมีจํานวน ๔๘๐ ท่าน ณ ขณะนี้ ครึ่งหนึ่ง เสนอร่างพระราชบัญญัติ เสนอกฎหมาย ก็มากกว่า ๒๐๐ กว่าฉบับ แล้วครับ ซึ่งตรงนี้ผมเชื่อว่าถ้าไม่มีบุคลากรที่เพียงพอ สภาผู้แทนราษฎรก็อาจจะกลายเป็น โรงงานผลิตกฎหมายที่ขาดประสิทธิภาพ และขาดคุณภาพ และมีช่องโหว่ ช่องว่าง ไม่ส่งประโยชน์กับพี่น้องประชาชน การเพิ่มจํานวนนักกฎหมายนิติบัญญัติเป็นเรื่องที่ควร กระทําเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ก็เพื่อเสริมประสิทธิภาพการทํางานของพวกเรา และเราสามารถ กลับไปบอกชาวบ้านของเราได้ว่าการแก้ไขปัญหาของชาวบ้านด้วยกระบวนการทาง นิติบัญญัติ กระบวนการกฎหมายนั้นรวดเร็วทันใจ มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์กับ ประชาชน ผมยังเห็นเลยไกลไปถึงขนาดว่า อย่าว่าแต่เรื่องของนักกฎหมายนิติบัญญัติ เลยครับ ตํารวจสภานี่ครับวันนี้ควรยกฐานะเป็นสํานักตํารวจสภาด้วยซ้ําไป และขึ้นตรงต่อ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือประธานรัฐสภาโดยตรง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ เกิดขวัญกําลังใจในการทํางาน พิทักษ์รักษาความปลอดภัย และเป็นศักดิ์ศรีเกียรติยศของ สภาผู้แทนราษฎรและรัฐสภาแห่งนี้ อย่างไรก็ตามครับ ก็อยากให้มีการชี้แจงให้ชัดเจน ถึงกระบวนการทางงบประมาณ เราเขียนมาตรา ๓๔/๑ เราต้องการให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา จริง ๆ เสริมประสิทธิภาพสภาจริง ๆ โดยเฉพาะสภาแห่งใหม่ ซึ่งเป็นความภูมิใจของคน ทั้งชาติ อยากให้มีการชี้แจงให้ชัดเจนถึงกระบวนการทางงบประมาณ ความสมดุล ความเพียงพอ เพื่อให้สิ่งเหล่านี้ปรากฏขึ้นมาอย่างแท้จริง ผมอยากจะสนับสนุนความคิดเห็นที่จะให้มีการศึกษารายละเอียดโดยใช้เวลาอีกสัก ๑ อาทิตย์เถอะครับ ดูรายละเอียดต่าง ๆ เหล่านี้ในรูปของคณะกรรมาธิการร่วมกันและนํา กลับมาเสนอสภาแห่งนี้อีกครั้งหนึ่ง พวกผมทุกคนยินดียกมือสนับสนุนอย่างเต็มกําลัง ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องขออภัยท่านประธานเล็กน้อยครับ ติดขัดเรื่องการ์ด (Card) เสียบบัตรแสดงตน เพื่อนยืมไปเสียบ ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับว่า ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเราได้ผ่านสภาไปด้วยความคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อข้าราชการ รัฐสภาแล้วก็ในการทํางานของพวกเราเพื่อเป็นขวัญกําลังใจของข้าราชการ จริง ๆ แล้วผม ต้องขออนุญาตกราบเรียนครับว่าผมเองนั้นได้ติติงไปพอสมควรในชั้นวาระแรกหรือวาระ สุดท้ายคือวาระที่สาม ที่ผ่านสภา วุฒิสภาได้แก้ไข ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าวุฒิสภาจะแก้ไข ในหลายเรื่องที่พวกเราได้หยิบยกในเรื่องของการพูดกันแต่ก็ต้องขอบคุณท่านวุฒิสภา ว่าได้แก้ไขไปหลายเรื่องด้วยกัน แต่ในหลายเรื่องก็เป็นคุณประโยชน์ต่อข้าราชการรัฐสภา แม้ว่าจะไม่ได้มากในเรื่องของที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวไปเรื่องของคณะกรรมการในการที่จะ ดูแลข้าราชการโดยเฉพาะในการพิจารณาความดีความชอบเพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับ ข้าราชการมากขึ้นในการทํางาน ทั้งนี้เพื่อขวัญกําลังใจ เพื่อองค์กรที่เข้มแข็ง เช่นเดียวกัน ในเรื่องของการเพิ่มขึ้นของคณะกรรมการดังกล่าวนั้นจาก ๒ คนเป็น ๔ คนก็มากขึ้น ก็เห็นด้วยกับเพื่อน ๆ ที่ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นี้แล้วก็ผมเองก็เห็นด้วยในส่วนเหล่านี้ว่า ก็จะทําให้มีส่วนที่ดีขึ้น ในเรื่องของการดํารงตําแหน่งของการบริหารราชการของข้าราชการ ในรัฐสภาก็ตามแต่ ผู้ที่จะดํารงตําแหน่งในฐานะเป็นผู้บริหารก็ได้รับการส่งเสริม ตัดทอน ในส่วนของจํานวนขั้นให้ลดลง ให้กระชับขึ้น พูดง่าย ๆ ทําให้ข้าราชการนั้นสามารถซึ่งขึ้นสู่ ผู้บริหารในระดับสูงได้เร็วขึ้น ทั้งนี้เพื่อเป็นขวัญกําลังใจ ต้องขออนุญาตกราบเรียนครับ ท่านประธาน ในส่วนนี้ผมถือว่าสําคัญเพราะว่ามันพูดถึงรายได้ก็คือเงินเดือนด้วยนะครับ แล้วก็ตําแหน่งหน้าที่การงานความรับผิดชอบด้วย เพราะฉะนั้นเห็นด้วยกับวุฒิสภานะครับ ท่านประธาน แต่ก็ยังมีบางเรื่องที่ยังไม่เห็นด้วยในทีเดียวก็คือในเรื่องของเงินเดือน ผมเอง ได้กล่าวไว้ก็ขอบันทึกไว้ในที่นี้เพื่อลูกหลานในอนาคตจะได้มามีโอกาสในการที่ศึกษา ค้นคว้าหรือได้เห็นว่าก็มีผู้แทนราษฎรบางท่านได้กล่าวไว้ ผมบอกว่าที่ชาติบ้านเมืองเรา หรือชาติบ้านเมืองเราที่มันเป็นอยู่ทุกวันนี้เพราะอะไร คําถาม คําตอบที่ต้องบอกกับ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกพี่น้องประชาชนทุกท่านก็คือว่า ความยุติธรรมในบ้านเมือง ความยุติธรรมในเรื่องของอํานาจที่จะแบ่งสันปันส่วนกันให้ทุกคนได้อํานาจในการครองสิทธิ เท่าเทียมกันในฐานะที่เกิดมาในผืนแผ่นดินนี้ ในฐานะเป็นพี่น้องประชาชนคนไทยด้วยกัน ไม่ว่าคนนั้นเขาจะมั่งมีฐานะขนาดไหน เป็นลูกของใคร อย่างไรก็ตามแต่ แต่การขึ้นสู่อํานาจ หน้าที่แม้ยาจกยากจนก็ต้องได้เหมือนกัน แต่วันนี้บ้านเมืองเราต้องยอมรับคนที่จะสู่อํานาจ ในการที่จะใช้สิทธิใช้เสียงในการที่จะเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนหรือในฐานะผู้บริหาร ประเทศนั้น หรือบริหารในระดับใดก็ตามแต่ คนที่มีเงินน้อย ฐานะน้อยนั้นโอกาสแทบจะไม่มี เลยทีเดียวในบ้านเมือง เช่นเดียวกันการที่จะเข้าสู่ตําแหน่งในฐานะเป็นข้าราชการก็ดี หรือเป็นผู้รู้ในสังคมก็ตามแต่ ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ล้วนแต่ต้อง เป็นคนที่มีฐานะ มีเงินทองที่จะส่งลูกเรียนเท่านั้นหรือ แล้วคนที่ไม่มีเงินจะอยู่กันอย่างไร ในอนาคตถ้าพวกเราไม่ช่วยกันจัดการบ้านเมืองให้มันไป อยู่ในระเบียบแบบแผนที่ดี ในสิ่งเหล่านี้ผมเชื่อว่าท่านประธานได้ต่อสู้มาเยอะ ในชีวิตตั้งแต่ การดํารงตําแหน่งในการที่เป็นผู้ใหญ่บ้านมาเป็นกํานัน จนกระทั่งมาเป็นผู้แทนราษฎร แล้วจนกระทั่งเป็นประธานรัฐสภา ท่านประธานเป็นผู้อาวุโสที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและมี สายตาที่เรียกว่ามองเห็นในสิ่งเหล่านี้อย่างดียิ่ง สิ่งเหล่านี้ผมเองซึ่งหวังว่าเราได้ช่วยกันในการ ที่จะทําในสิ่งเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนครับ เพราะว่า ไม่อยากจะเสียเวลาไปมากนัก เพราะว่าเพื่อนสมาชิกนั้นได้รอกันอยู่พอสมควร ผมก็ใช้เวลา พอสมควรทีเดียว ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ สิ่งหนึ่งที่ผมได้แสดง ความคิดเห็นเอาไว้ในที่นี้ก็คือในเรื่องของเงินเดือน ผมบอกว่าเงินเดือนของ ๓ อํานาจ ต้องเท่าเทียมกันเพื่อเป็นเกียรติ ไม่ใช่ว่าใครได้มากใครได้น้อยครับ ศาลก็ต้องได้เท่าเทียมกับ รัฐสภา เช่นเดียวกัน บริหาร ท่านนายกรัฐมนตรีหรือตําแหน่งผู้บริหารก็ต้องเท่าเทียมกันครับ ต้องเสมอเหมือนครับ บาทหนึ่งก็เกินกันไม่ได้ ขั้นต่ําสุดก็เช่นเดียวกันครับ น้อยกว่ากัน บาทหนึ่งก็ไม่ได้ มากกว่ากันบาทหนึ่งก็ไม่ได้ นั่นมันเป็นเกียรติและศักดิ์ศรีขององค์กร ถามว่า บาทเดียว ๑๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาทมันจะทําให้เกิดความได้มากได้น้อยถึงขนาดทําให้ฐานะ ความเป็นอยู่มันดีขึ้นหรือไม่ ไม่ใช่ครับท่านประธาน แต่มันบ่งบอกถึงว่าอํานาจของ ๓ อํานาจ ในแผ่นดินนี้มันเท่าเทียมกัน เรายังไม่เท่าเทียมกันในสิ่งเหล่านี้แล้วเราจะทําอะไร วันนี้ ต้องบอกกับท่านประธานครับว่า เงินเดือนของบางองค์กร ผมขออนุญาตกราบเรียนครับว่า สูงกว่ารัฐสภา เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ลําพังเงินเดือน ของข้าราชการรัฐสภาที่น้อยที่สุดท่านประธาน ที่มีอยู่ ท่านประธานลองคิดเขาจะอยู่กัน อย่างไรครับ รวมทั้งพี่น้องประชาชน ลูกหลานพี่น้องประชาชนที่เป็นข้าราชการอื่น ก็เช่นเดียวกันครับท่านประธาน มีเงินเดือนไม่กี่พันบาทครับท่านประธาน ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาท อย่างนี้เขาจะอยู่กันอย่างไร ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่ามันอยู่ยากนะครับ ตัวเลขที่ให้มานี่ครับ ผมขออนุญาตเปิดนิดหนึ่งครับ เป็นตัวเลขที่ให้มาใหม่ครับ เสียเวลา นิดหนึ่งครับ พอดีไม่ได้เปิดไว้ก่อนครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ในเล่มนี้ไม่มีครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

มีครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีแต่ร่างพระราชบัญญัติ เงินเดือน

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ในเล่มนี้มีครับท่านประธาน อยู่ในตัวพระราชบัญญัติ เมื่อสักครู่ผมก็เปิดเจออยู่ครับผมไม่ได้ล็อกหน้าเอาไว้เลยหลุดไปเลย ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่าน้อยมากครับ ระดับขั้นต่ํา ๔,๘๐๐ กว่าบาท ท่านประธานครับ มันน้อยเกินไป ผมเองต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่า เราต้องขออนุญาตปรับปรุงเงินเดือนใหม่ให้เป็นจริงในแผ่นดินนี้นะครับ ทั้งประเทศเลยครับ ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาปรับปรุงเงินเดือนข้าราชการใหม่ครับ โครงการขึ้นเงินเดือน ข้าราชการเพียง ๗-๘ เปอร์เซ็นต์หรืออะไรก็ตามแต่ ผมคิดว่าไม่เพียงพอครับ จริง ๆ แล้วต้อง ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่า ลูกหลานที่มาทํางานในกรุงเทพหรือต่างจังหวัด ก็ตามแต่ไม่พอใช้ครับ ที่ผมเคยพูดไว้กับท่านประธานครับ จบปริญญาตรีไม่สามารถดูแล พ่อแม่ ดูแลครอบครัวได้หรือดูแลตนเองได้ ประเทศเราอยู่ได้อย่างไร ลําพังตัวเขายังอยู่ไม่ได้ แล้วเขาจะดูแลประเทศได้อย่างไร ดูแลสังคมได้อย่างไร เอาหลักความจริงมาคิดครับ เงินเดือนต้องมากให้พอเพียงกับที่เขาจะดูแลพ่อแม่ ดูแลปู่ย่าตายาย ดูแลพี่ป้าน้าอาเขาได้ หรือดูแลสังคมได้ หรือดูแลลูกหลานเขาได้ เพราะฉะนั้นขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ครับว่า อย่างน้อย ๆ ปริญญาตรีจะต้องมีประมาณสัก ๑๕,๐๐๐ บาท ปริญญาโท ก็ประมาณ สัก ๒๐,๐๐๐ บาท อันนี้ผมเทียบเคียงนะครับท่านประธาน ผมเองได้กล่าวไว้วันนั้นครั้งหนึ่ง ครับท่านประธาน จบปริญญาตรี ต่อปริญญาโท ผมไม่ได้เอาอนุปริญญามาเทียบเคียงให้ฟัง โครงการประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ บาท เราให้รายได้เขาไปแค่เพิ่มขึ้นเดือนละ ๒,๓๐๐ กว่าบาท ถ้าผมจําตัวเลข ไม่ผิด ท่านประธานครับ ๑๐ ปี ยังไม่ได้คืนทุนเลยครับ แล้วไปกู้ยืมเรียนที่ไหนเขาจะให้เรียนละครับ ท่านประธาน อนาคตประเทศไทยมันไม่มีครับ เพราะฉะนั้นขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานครับว่าตรงนี้ก็ขอฝากท่านประธานนะครับ ท่านประธานช่วยผลักดันนะครับ ตั้งคณะกรรมการสักชุดหนึ่งครับ กราบขอบคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมอวรงค์ เชิญครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ผมเข้าใจดีว่า ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. .... ตลอดจนร่างพระราชบัญญัติตัวอื่น ที่ประกอบกัน ขณะนี้ ๒ ฉบับเราโอเคไม่มีประเด็นที่เป็นปัญหา แต่โดยเฉพาะ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. .... นี้ วุฒิสภามีการแก้ไขอยู่ ๔ ประเด็น ใน ๔ ประเด็นนี้ถ้ามองผิวเผินก็เหมือนกับไม่มีอะไร แต่ผมคิดว่าถ้าดูให้ละเอียดนิดหนึ่ง ผมอยากให้เราวางระบบของประเทศให้ชัดเจน เนื่องจากว่ารัฐสภาเป็นองค์กรสูงสุดทางด้าน นิติบัญญัติ ถ้าเราให้ผ่านไปเฉย ๆ แล้วอาจจะเป็นประเด็นปัญหาในอนาคตต่อไปได้ ผมจะสรุปใน ๔ ประเด็น ที่ทางวุฒิสภาได้มีการแก้ไขแล้วก็ข้อห่วงใยในฐานะสมาชิกรัฐสภา มีข้อกังวลใจดังนี้

ประเด็นที่ ๑ คือมาตรา ๑๓ ว่าด้วยคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา ซึ่งตรงนี้วุฒิสภาได้มีการแก้ไขจํานวนสมาชิกที่เป็นผู้แทนของข้าราชการรัฐสภาสามัญขึ้นไป คือเท่าที่ทราบโดยปกติแล้วคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภาสามัญมี ๑๕ คน มีจํานวนที่เป็น ผู้แทนข้าราชการรัฐสภาสามัญมาจากสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ๑ คน และมาจาก สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา ๑ คน ซึ่งได้มีการแก้ไขเพิ่มขึ้นเป็นฝ่ายละ ๒ คน ถ้าถาม ความเห็นส่วนตัวผม ผมเฉย ๆ นะครับในประเด็นนี้ ถ้ามติส่วนใหญ่คิดว่าควรจะมีผู้แทน ของเพื่อนข้าราชการรัฐสภาสามัญ ๔ คน ใน ๑๗ คน ถ้าเสียงส่วนใหญ่คิดว่าโอเค ผมไม่ติดใจ แต่ถ้าสัก ๒ คน ใน ๑๕ คนนี้ ผมเชื่อว่าโดยเจตนาของกฎหมายที่ต้องการให้มีผู้แทน ข้าราชการรัฐสภาสามัญเข้ามา เพื่อให้เข้ามาเป็นปากเป็นเสียงแทนส่วนของสํานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และอีกคนหนึ่งแทนส่วนของสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา การขึ้นมาถึง ๔ คน ก็คือฝั่งละ ๒ คน มันจะมากเกินไปหรือไม่ แต่อันนี้ผมก็ยังไม่ติดใจ

ประเด็นที่ ๒ ที่มีการแก้ไขก็คือมาตรา ๑๖ ว่าด้วยตําแหน่งกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งที่ผ่านมาในกฎหมายที่เสนอจากสภาผู้แทนราษฎร ก็ให้มีการตั้งกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีการเลือกตั้ง แต่วุฒิสภาได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม กําหนดไว้ว่าจะต้อง ดํารงตําแหน่งติดต่อกันเกิน ๒ วาระมิได้ อันนี้ผมเห็นด้วยนะครับว่าวุฒิสภามีการแก้ไข ในประเด็นเหล่านี้ เพราะถือว่าขณะนี้มันเป็นกระแสของสังคมครับ คณะกรรมการต่าง ๆ หรือผู้ทรงคุณวุฒิไม่ควรจะให้มีการดํารงตําแหน่งเกินติดต่อกัน ๒ วาระ อันนี้ผมเห็นด้วย ประเด็นที่ ๒

ประเด็นที่ ๓ ที่ถือว่าเป็นประเด็นที่ ส.ส. มีการถกกันพอสมควร คือมาตรา ๒๖ ว่าด้วยตําแหน่งของข้าราชการรัฐสภาสามัญ ผมขออนุญาตปูพื้นให้กับ เพื่อนสมาชิกบางท่านที่ไม่เคยรับราชการ ตลอดจนพี่น้องประชาชนที่ฟังรายการถ่ายทอดสดอยู่ว่า ในระบบของรัฐสภานี้ ระบบของการบริหารข้าราชการได้แบ่งเป็นแท่งทั้งหมด ๔ แท่ง แท่งที่ ๑ คือตําแหน่งประเภทบริหาร ก็ถือว่าเป็นผู้บริหารระดับสูง เงินเดือนเยอะหน่อย แท่งที่ ๒ คือแท่งประเภทอํานวยการ ซึ่งลดหลั่นกันมา แท่งที่ ๓ คือแท่งวิชาการ และแท่งที่ ๔ คือตําแหน่งประเภททั่วไป ก็คือแท่งทั่วไป ก็คือมี ๔ แท่ง บังเอิญวุฒิสภา ได้มีการแก้ไขปรับแท่ง จากตําแหน่งที่เรียกว่า หัวหน้าส่วนราชการในระดับสํานัก คือตําแหน่งหัวหน้าส่วนราชการในระดับสํานักนี้จะอยู่ในแท่งอํานวยการ วุฒิสภาได้มีการ แก้ไขให้ปรับหัวหน้าส่วนราชการในระดับสํานักมาอยู่ในตําแหน่งประเภทของแท่งบริหาร ก็จะเท่ากับว่าในระดับบริหารของรัฐสภานี้ ซึ่งแต่เดิมในกรอบที่ศึกษาอยู่ มีประมาณ ๑๕ คน ถ้ามีการปรับตําแหน่งหัวหน้าส่วนราชการในระดับสํานักขึ้นมา ก็เท่ากับว่าในระดับบริหาร เราจะเพิ่มจาก ๑๕ คน บวกอีกประมาณ ๓๙ คน ก็คือ ๓๙ ท่าน จาก ส.ส. ประมาณ ๒๑ ท่าน ส่วนของสภาผู้แทนราษฎร และส่วนของวุฒิสภาอีกประมาณ ๑๘ ท่าน มันก็ทําให้ ภาพว่าขณะนี้ระดับบริหารจะเหมือนระดับรองอธิบดีขึ้นไป จนถึงอธิบดี จนถึงปลัดกระทรวง เราจะมีถึงประมาณเบ็ดเสร็จรวมแล้วเกือบ ๆ ๓๙ ท่าน บวก ๑๕ ท่าน ก็ประมาณ ๕๐ กว่าท่าน ผมไม่มั่นใจว่าตําแหน่งนี้มันจะหัวโตมากเกินไปหรือไม่ ซึ่งผมกังวลใจตรงนี้ เขาก็จะมองว่า รัฐสภาจะมีข้าราชการระดับรองอธิบดี อธิบดีค่อนข้างจะเยอะมาก ประมาณ ๕๐ กว่าคน เหมือนกับกระทรวงมหาดไทยที่มีระดับอธิบดีคือผู้ว่าราชการจังหวัดค่อนข้างจะเยอะมาก แต่อันนั้นโดยสายการบังคับบัญชาเขามันมีความชัดเจน

ประเด็นถัดมาที่ท่านวิรัตน์ได้มีการพูดเช่นกัน ในกรอบของระเบียบ ข้าราชการรัฐสภาสามัญในตําแหน่งประเภทบริหารซึ่งมีตําแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าส่วนราชการ สังกัดรัฐสภา แต่ทางวุฒิสภาได้มีการตัดตําแหน่งนี้ออก คําถามจึงถามว่ามันจะเป็น ความขัดแย้งของกฎหมาย ๒ ฉบับหรือไม่ ในเมื่อร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร ข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. .... ยังมีตําแหน่งนี้อยู่ แต่ร่างพระราชบัญญัติตัวนี้ที่ผมพูดถึงได้ถูกตัด ตําแหน่งนี้ออกไป คําถามก็เลยกังวลใจว่ากฎหมาย ๒ ฉบับนี้จะความขัดแย้งกันหรือไม่ นี่คือประเด็นที่ ๓ ที่ได้มีการพูดถึง

และประเด็นสุดท้ายคือมาตรา ๓๔/๑ ซึ่งทางวุฒิสภาได้มีการเพิ่มเติมเข้ามา วุฒิสภาได้มีการเพิ่มเติมเข้ามาอยู่ ๒ ตําแหน่ง ตําแหน่งที่เรียกว่า นักกฎหมายนิติบัญญัติ และอีกส่วนหนึ่งคือตําแหน่งที่ชื่อว่า นักวิชาการรัฐสภา หัวใจที่สําคัญก็คือว่านอกจาก มีการเพิ่มเติมตําแหน่ง ๒ ตําแหน่งนี้ขึ้นมาแล้วยังกําหนดอัตราเงินเดือน เงินเพิ่มชัดเจนว่า จะต้องมีอัตราเงินเพิ่มไม่ต่ํากว่าอัตราค่าตอบแทนของนักกฎหมายกฤษฎีกา ก็เท่ากับว่า วุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติม ๒ ตําแหน่งนี้ และเขียนไว้ชัดเจนว่า ๒ ตําแหน่งนี้ต้องมีเงินเพิ่ม ไม่น้อยกว่ากฤษฎีกา กฤษฎีกาขณะนี้มีเงินเพิ่มโดยเฉลี่ยประมาณ ๒๕,๐๐๐ บาท ถึง ๔๐,๐๐๐ บาท ถ้าเราดูในรายละเอียด ๒ ตําแหน่งนี้นะครับ ก็คือตําแหน่งที่ ๑ ใช้คําว่า นักกฎหมายนิติบัญญัติ ตําแหน่งที่ ๒ ใช้คําว่า นักวิชาการรัฐสภา นักกฎหมายนิติบัญญัติ กําหนดกรอบคร่าว ๆ ใน พ.ร.บ. นี้มีอยู่ ๓ ข้อ ก็คือต้องเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ทางด้านนิติศาสตร์ อันนี้เราเห็นด้วย ประเด็นที่ ๒ ต้องมีประสบการณ์ในเรื่อง การร่างกฎหมาย เราเห็นด้วย ประเด็นที่ ๓ คือต้องมีประสบการณ์ในการให้ความเห็น ทางกฎหมาย อันนี้เราเห็นด้วย และผมเชื่อว่าประเด็นนี้ในการกําหนดกรอบอัตราตําแหน่ง นักกฎหมายนิติบัญญัติผมเชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาทุกภาคส่วนเห็นด้วยว่าจะต้องมีตําแหน่งนี้ ขึ้นมา และเขาควรจะมีค่าตอบแทนหรือเงินเพิ่มเทียบเคียงกับกฤษฎีกา เหมือนกับว่ารัฐสภาเรา จะเปิดสํานักกฤษฎีกาขึ้นมาของตนเอง ซึ่งผมว่าจําเป็นจะต้องมีนะครับท่านประธาน เพราะว่าเราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติโดยตรง แต่ข้อกังวลใจคือตําแหน่งที่ ๒ ครับท่านประธาน คือตําแหน่งนักวิชาการรัฐสภา ถ้าดูกรอบคุณสมบัติในกฎหมายที่เขียนไว้ คือจะต้องเป็นคนที่ มีความรู้ มีประสบการณ์ทางด้านระบบนิติบัญญัติ คําถามถามว่าระบบงานนิติบัญญัติ กว้างมาก มันดูเหมือนกับเป็นตําแหน่งลอย ๆ ไม่ได้ใช้ความรู้ความสามารถมากเหมือนกับ ตําแหน่งที่ชื่อว่า นักกฎหมายนิติบัญญัติ คําว่า ระบบงาน มันกว้างมาก จับอะไรไม่ถูก ใครก็ได้ที่เข้าใจระบบงาน ประเด็นที่ ๒ คือต้องมีประสบการณ์เรื่องรัฐธรรมนูญเปรียบเทียบ มันก็กว้างมากอีกเช่นกันที่ไม่ได้ใช้ความรู้ความสามารถเฉพาะ และส่วนที่ ๓ คือจะต้องมี ประสบการณ์ทางด้านการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ยิ่งกว้างไปกันใหญ่ คือผมจึงเกิดความวิตกกังวลว่าการที่วุฒิสภามีการแก้ไขเพิ่มเติมคําว่า นักกฎหมายนิติบัญญัติ มีเงินเพิ่มเทียบเท่ากฤษฎีกาเห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่เขียนว่า เพิ่มเติมตําแหน่งนักวิชาการรัฐสภา มีเงินเพิ่มเท่ากับกฤษฎีกา แต่ภาระการคัดเลือกคนเหล่านี้เข้ามาดูคุณสมบัติ ไม่ค่อยมีความชัดเจนเท่าไร ผมก็เลยมีความกังวลใจในตําแหน่งนี้ครับ ก็คือตําแหน่ง นักวิชาการรัฐสภา ดังนั้นในกรอบที่วุฒิสภามีการแก้ไขมาทั้ง ๔ ประเด็น จุดส่วนตัวผมเอง ผมมีข้อข้องใจอยู่ ๒ ประเด็น ก็คือในเรื่องการย้ายแท่งไปสู่ตําแหน่งบริหาร กับตําแหน่ง นักวิชาการประจํารัฐสภา ซึ่งมีความกังวลใจตรงนี้ จึงคิดว่าสภาอย่าเพิ่งใจร้อนที่จะผ่านตรงนี้ ไปเลยครับ ผมเชื่อว่าตั้งคณะกรรมาธิการประชุมร่วมสักครั้งหนึ่งแล้วเข้ามาอาจจะ ๓ วาระ เข้ามายืนยันอีกครั้งก็น่าจะจบครับ จึงคิดว่าสนับสนุนท่านวิรัตน์ว่าควรจะมีการตั้ง คณะกรรมาธิการร่วมกัน ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีชื่อคุณชาญชัย อิสระเสนารักษ์ เชิญครับ

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ นครนายก 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต ท่านประธานครับ เนื่องจากผมเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการวิสามัญและก็ได้รับมอบหมายจาก คณะกรรมาธิการให้ไปพิจารณาเรื่องนี้โดยเฉพาะเลย ๑. เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ ไปพิจารณาตามมาตรา ๑๖ เรื่องอํานาจ ก.ร. แล้วก็ความเป็นไปได้ในการที่จะต้องดําเนินการ มอบหมายจากคณะกรรมาธิการว่า ถ้าเราจะมีสํานักเกิดขึ้นมาอีกสํานักหนึ่ง หรือจะมีสํานักกฎหมายหรือจะมีสํานักใดที่มัน เกี่ยวกับร่างกฎหมายซึ่งเป็นหัวใจของนิติบัญญัติ ก็มอบหมายให้พวกผม ๔-๕ ท่าน ไปพิจารณาเรื่องนี้ ประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึงกรณีที่วุฒิสมาชิกแก้ไขมา ผมขออนุญาต ลงไปที่มาตรา ๓๔/๑ ที่เพิ่มเติมเข้ามา นี่คือสาระที่ทางวุฒิสมาชิกคงมองเห็นว่า สภานิติบัญญัติซึ่งเป็นองค์กรอิสระ ๑ ใน ๓ อํานาจ มีความบกพร่องพอสมควรในการ ร่างกฎหมาย และออกกฎหมายไปใช้ แล้วก็มีปัญหาถกเถียงกันในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นฝ่ายยกร่างขึ้นให้แทน วุฒิสภาไม่มีสิทธิที่จะยกร่างกฎหมายเหมือนสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้น การแก้นี่เจตนาดีตรงตามวัตถุประสงค์ที่เราอยากจะ พัฒนาสภาผู้แทนราษฎรหรือรัฐสภาตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ มันจะมีอยู่ ๒ ประเด็นครับ ๑. ถ้าเราจะวางโครงสร้างให้มีการพัฒนาด้านการออกกฎหมายหรือจะรับข้าราชการเพิ่มขึ้น เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในด้านกฎหมาย เพื่อให้ฝ่ายสภาผู้แทนราษฎรจะได้ใช้ประโยชน์จากการที่มี ผู้เชี่ยวชาญ เป็นที่ปรึกษาหรือวิเคราะห์กฎหมาย ศึกษากฎหมาย วิจัยกฎหมาย หรือรวบรวม กฎหมายหมวดหมู่ใด เช่น กฎหมายเศรษฐกิจก็เรื่องของกฎหมายเศรษฐกิจกี่ฉบับที่เกี่ยวข้องกัน กฎหมายเกี่ยวกับเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน ก็ว่ากันไปเป็นหมวดหมู่ไปได้ มันจะทําให้ ง่ายต่อการที่จะทํางาน ๒. ท่านประธานเองก็หลายเรื่อง สิ่งที่ท่านประธานจะต้องมา ตรวจสอบว่ากฎหมายฉบับนั้นมันมีอะไรที่มันขัดต่อหรือมันแย้งต่อกฎหมายอื่นใดหรือไม่ อาจจะต้องส่งร่างนั้นกลับไปให้กับเจ้าของร่างเดิม คณะนี้ก็สามารถจะทํางานได้ แต่นี่นะครับ เราพูดถึงว่าภาระหน้าที่เขาก่อน พอเรามองเห็นภาระหน้าที่ เดิมทีกฎหมาย ๒ ฉบับ ที่ผ่านพ้นไปแล้ว เราคิดกันในคณะกรรมาธิการวิสามัญว่าน่าจะไปบรรจุไว้ในมาตรา ๖ (๓) ด้วยซ้ํา (๓) นั่นคือหมายถึงว่าในองค์กรของรัฐสภาเราจะมี ๑. ฝ่ายรัฐสภา ๒. มีฝ่าย สภาผู้แทนราษฎรโดยมีเลขานุการเป็นเหมือนกับปลัดกระทรวง ๓. ก็คือเป็นองค์กรอื่น ที่เทียบเท่ากรม เพราะฉะนั้นถ้าเกิดจะตั้งขึ้นมาได้ก็สามารถดําเนินการได้ตามมาตรา ๖ (๓) ที่ผ่านไปแล้ว คือเดิมไปใส่ไว้ในมาตรา ๖ (๓) ใส่ไปว่าจะต้องตั้งขึ้นมาโดยให้ ก.ร. ดําเนินการ ภายในครึ่งปี ๖ เดือนหรือ ๑ ปีอะไรก็ว่าไป เราพูดกันในคณะกรรมาธิการวิสามัญ แล้วก็มีมติ ในหลักการ เพียงแต่ว่าหาทางออกว่าจะลงอย่างไรเพื่อให้เกิดเป็นตัวบทกฎหมายแล้วเกิด ความชัดเจน และให้เพื่อนสมาชิกได้เข้าใจในเรื่องนี้ด้วย แต่กราบเรียนท่านว่าที่วุฒิสภาแก้ไข มานี่นะครับ มันมีอันหนึ่งที่ผมยังไม่ตกผนึก เรื่องนี้เป็นอํานาจ ก.ร. ที่ทําได้ ถ้าอยู่ภายใต้ โครงสร้างท่านเลขา เลขาหมายถึงว่าเลขาของเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดโครงสร้างนี้เกิดขึ้น ประเด็นที่เกิดขึ้นมาว่าข้าราชการที่อยู่ จะเทียบเท่าเป็น ผู้ทรงคุณวุฒิมา ถ้ามาอยู่ภายใต้ดูแลของกลุ่มอํานวยการกลุ่มงานก็เทียบเท่ากับ ผอ. ถ้าเขาเป็นคณบดี อดีตคณบดี เป็นนักกฎหมายที่สําคัญ แล้วต้องมานั่งทํางานประจํา มีเงินเดือนเทียบเท่ากับกฤษฎีกา ก็เหมือนกับว่าไม่น้อยกว่าอัยการ ว่าง่าย ๆ อย่างนี้ ก็จะสูงกว่าเรามาก เงินเดือนเป็นแสน ใครก็จะมาทํางาน ถ้าโครงสร้างเป็นแบบนี้นะครับ ถ้าเขียนอย่างนี้ แต่ถ้าเขียนให้อีกอย่างหนึ่งว่าต้องกําหนดโดย ก.ร. และให้ไปออกเป็น พระราชบัญญัติในมาตรา ๖ (๓) ถ้าเรามีองค์กรขึ้นมาใหม่เปรียบเหมือนกับสถาบัน พระปกเกล้า แต่ว่าอยู่ภายใต้ของรัฐสภาให้งานนั้นเดินไปด้วยความถูกต้องและแม่นยําและได้ บุคลากรที่มีความสําคัญเข้ามาช่วยงานรัฐสภา ให้เป็นที่ปรึกษา แล้วก็ ส.ส. ใหม่ที่เข้ามา ทําหน้าที่ใหม่ ไม่ต้องไปเรียนรู้กับใครครับ เข้าไปศึกษาในคณะนี้ได้ทันทีเลย และสามารถ ที่จะทํางานได้ทันทีด้วย ต่อเนื่องด้วย โดยไม่ต้องใช้เวลาในการศึกษา ในการร่างกฎหมาย หรือไปศึกษาเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายอื่นใดที่มันมีความผูกพันกับความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน หรือจะแก้กฎหมายอื่นใดที่มันเกี่ยว เพื่อจะให้พี่น้องประชาชนได้รับการ ช่วยเหลือได้มากขึ้น เราเป็นองค์กรนิติบัญญัติ มีหน้าที่ควบคุมฝ่ายบริหาร กฎหมายทุกฉบับ ในประเทศไทยจะต้องผ่าน ล่าสุดกฎหมายของ ป.ป.ช. เองต้องถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เลยว่า องค์กรอิสระคุณไปขึ้นเงินเดือนของคุณเองไม่ได้ โดยใช้อํานาจของคุณเองก็ไม่ได้ ถ้าคุณจะทําได้ต่อเมื่อคุณไปวางกรอบและไปออกพระราชบัญญัติให้ผ่านสภานิติบัญญัติ ซึ่งคานอํานาจกันอยู่ เห็นชอบก่อน แม้ว่าหน่วยงานองค์กรอิสระจะมีอํานาจในการบริหาร งบประมาณแผ่นดินเอง หน่วยงานองค์กรอิสระมีอํานาจในการบริหารเรื่องบุคลากรเอง ปรับแต่งเงินเดือน จะให้เงินเดือนขึ้น อย่าง กกต. จะให้เงินเดือนขึ้นมากกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ของหน่วยงานอื่น คนของ กกต. เองก็ได้รับคนของรัฐสภาเข้าไปอยู่ใน กกต. มากพอสมควร เพราะเงินจูงใจ ๓๐ เปอร์เซ็นต์เกิดขึ้นมา ก็ย้ายเข้าไปอยู่ที่ กกต. ก็หลายท่าน สิ่งเหล่านี้ มันเกิดขึ้น แต่ของเรานี่นะครับ ถ้าจะทําอย่างนั้น ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า ถ้ามาตรา ๓๔/๑ ที่เพิ่มขึ้น ถ้าจะออกมาโดย ก.ร. เป็นคนกําหนด งานที่ทําไปนะครับ มันจะประสงค์ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎรเคยดําริเอาไว้หรือไม่ แต่ถ้าเกิดเห็นด้วยก็ไม่ได้ขัดข้องครับ ก็หมายถึงว่าเราจะเริ่มต้นก่อนให้เป็นอย่างนี้ แต่ผมยัง เห็นว่าเรื่องนี้ควรจะรอบคอบ ท่านประธานครับ ถ้า ๗ วันไปทํามาให้มันถูกต้อง และไม่ให้ เกิดความเสียหาย ผมว่ายังเป็นประโยชน์ แล้วถ้าจะออกเป็นพระราชบัญญัติเพื่อรองรับ ตามมาตรา ๖ วรรคสาม เพื่อจะทําให้มันถูกต้องก็ยังทําได้ ผมยังเห็นว่าเรื่องที่วุฒิสภาแก้ไขมา ก็เป็นสาระสําคัญ แล้วเป็นเรื่องที่สนับสนุน เพียงแต่ว่ามันมีรายละเอียดที่จําเป็นจะต้อง พูดจากันให้รอบคอบ ผมเกรงว่าเราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ถ้าออกไปแล้วมันกลายมาเป็นปัญหา กับเราอีกทีหนึ่ง แล้วมีปัญหาคือเรื่องนี้เขาตีความว่า เป็นการใช้อํานาจเกินขอบเขต ผมเข้าใจว่าฉบับนี้นะครับ ถ้ายังไม่จบ อัตราเงินเดือนก็ยังทําไม่ได้ ถ้าฉบับนี้ผ่านไป มาตรา ๓๔/๑ ผมว่าอัตราเงินเดือนทางวุฒิสภาก็จะวางกรอบเรื่องอัตราเงินเดือนให้ได้ ก็จะเข้าสู่กระบวนการที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าถ้าคุณจะทําได้ก็ต้องผ่านสภานิติบัญญัติ ก็คือเราเองไปพิจารณากฎหมายตัวเราเองด้วย แต่ต้องทําให้ถูกต้อง ถ้าไม่มีกรอบอัตรา เงินเดือนตรงนี้ไปวางไว้ในกรอบของอัตราเงินเดือนที่ยังอยู่ในวุฒิสภา ที่ท่านประธานบอก เหลืออีก ๑ ฉบับ ผมเข้าใจว่าเรื่องนี้อาจจะต้องค้างอยู่นิดหน่อย ยกเว้นว่าเราไม่เอา ก็มีปัญหา ก็คือว่าเขาใช้ร่างเดิมทั้งหมด แต่ถ้าเกิดเราจะเอาตรงนี้กรอบอัตราเงินเดือนต้องแก้ เพราะมันเป็นกรณีพิเศษขึ้นมา แต่ผมเห็นด้วยว่าจําเป็นต้องใช้นักกฎหมายพิเศษที่มีศักยภาพ ในการมาช่วยเราทํางาน และเป็นหัวใจของพวกเราครับฝ่ายนิติบัญญัติ ผมขอทั้งสนับสนุน แล้วก็ขอท้วงติงว่าบางเรื่องจําเป็นจะต้องขอทบทวนให้เกิดความรอบคอบครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภายินดีต้อนรับ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล พนักงาน ผู้นําชุมชน คณะกรรมการชุมชน อาสาสมัคร สาธารณสุขประจําหมู่บ้าน อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนและกลุ่มหมู่บ้าน เทศบาล ตําบลบึงสําโรง อําเภอแก้งสนามนาง จังหวัดนครราชสีมา ด้วยความยินดีนะครับ ขณะนี้ สภากําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติของรัฐสภาอยู่นะครับ คุณทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย เชิญครับ เดี๋ยวอีกสักคน ๒ คน จะได้ลงมติกัน

นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย พรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดสกลนคร ผมเป็นกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ด้วยนะครับ จึงขอใช้เวลานี้อภิปรายสักเล็กน้อยนะครับ เพิ่มเติมจากที่ท่านผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้อภิปรายมาแล้วนะครับ สําหรับตัวผมเอง ซึ่งได้ร่วมพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้เกือบทุกครั้งนะครับ ผมเห็นว่าที่วุฒิสภาแก้ไข ในมาตรา ๑๓ มาตรา ๑๖ มาตรา ๒๖ นั้น ในส่วนตัวผมเองนั้น ผมคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนะครับ ถ้าจะว่าไปเพื่อประหยัดเวลานี่ผมคิดว่าเป็น ความรอบคอบแล้วก็น่าที่จะให้ผ่านกฎหมายฉบับนี้ไปเสียด้วยซ้ําในวันนี้เลยนะครับ คือให้ ความเห็นชอบด้วย โดยเฉพาะมาตรา ๑๓ นั้นก็เพียงการเพิ่มจํานวนคนขึ้นมาจาก ๒ คนเป็น ๔ คน อันนี้ไม่น่าจะมีปัญหา ผมจะไม่อธิบายซ้ําอีก เพราะว่าหลายท่านได้อภิปรายแล้ว ในมาตรา ๑๖ ก็ที่เพิ่มเติมเข้ามาก็เพื่อให้เกิดความรอบคอบนั้นผมก็เห็นว่าเหมาะสม อย่างยิ่งอยู่แล้ว คือจะให้ดํารงตําแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้ ก็เห็นด้วยนะครับ ที่มีปัญหาที่พูดกันในมาตรา ๒๖ ในส่วนของกระผมเองถ้าเปรียบเทียบกับที่เคยรับราชการ มาแล้วก็เห็นว่าส่วนงานของรัฐสภานี้ ตําแหน่งข้าราชการสามัญ ๔ ประเภทที่แก้ไขนั้นก็เป็น ความรอบคอบของวุฒิสภาที่ให้แก้ไขเพิ่มเติม ในมาตรา ๓๔/๑ ที่แก้ไขเพิ่มเติมเข้ามานั้น ผมก็เห็นว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะว่าเป็นการเพิ่มประโยชน์ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนา คุณภาพการปฏิบัติงานมีการแจกแจงตําแหน่งต่าง ๆ ให้เกิดความรอบคอบมากขึ้น ผมคิดว่า เพื่อประหยัดเวลาของสภานี้ก็น่าที่จะให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านไปได้ครับ เห็นชอบด้วยครับ ที่วุฒิสภาแก้ไขครับผม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อยากจะขอความกรุณา พักสัก ๕ นาทีนะครับ ให้ประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรกับฝ่าย คุณวิรัตน์ได้ตกลงกันนะครับ เชิญตกลงกันให้เรียบร้อย ฝ่ายท่านประธานคณะกรรมาธิการ กิจการสภาผู้แทนราษฎรจะเอาอย่างไรครับ เชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์ ผมเข้าใจว่าท่านประธานยังไม่ได้สั่งพักการประชุม นะครับ เพราะว่าตอนนี้ก็มีการหารือกันนอกรอบไปก่อนได้ ผมขออนุญาตใช้เวลาเพียงสั้น ๆ ในการอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภาในส่วนที่วุฒิสภา ได้มีการกําหนดหรือคําเขียนเพิ่มขึ้นนะครับ ในมาตรา ๓๔/๑ ท่านประธานครับ ผมมีคําถาม ๒ คําถามนะครับ อันนี้ถามจริง ๆ เพราะว่าอาจจะเนื่องจากเป็นสมาชิกในสมัยแรก ผมอาจจะไม่เข้าใจว่าในเรื่องของอํานาจหน้าที่ขอบข่ายของวุฒิสภานี้สามารถที่จะเขียน กฎหมายในลักษณะเพิ่มเติมขึ้นมาเป็นมาตราเลยนะครับท่านประธาน คือเพิ่มกฎหมาย ขึ้นมาแล้วก็เพิ่มตําแหน่งต่าง ๆ เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากที่สภาผู้แทนราษฎรได้เขียนไปก่อนนี้ได้ หรือไม่นะครับ อยู่ในอํานาจหน้าที่ของเขาหรือไม่

ประเด็นที่ ๒ คือเมื่อดูในรายละเอียดของมาตรา ๓๔/๑ แล้วท่านประธาน ก็คงจะเห็นว่ามีการเพิ่มตําแหน่งเพิ่มขึ้น แล้วก็ต้องมีอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นด้วย ในส่วนนี้ จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายที่ว่าด้วยการเงินเกี่ยวข้องด้วยการเงิน ซึ่งนายกรัฐมนตรีต้องมาดูแลด้วยหรือเปล่า เพราะว่ากฎหมายนี้ก็จะทําให้บัญชีเงินเดือน ต่าง ๆ นั้นเพิ่มมากขึ้น แล้วก็จะเพิ่มขึ้นโดยตลอดไปนะครับ อันนี้จะเกี่ยวด้วยหรือเปล่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้เห็นในส่วนที่เพิ่มเติมขึ้นนี้แล้วหรือยัง อย่างนี้นะครับ ผมคิดว่า มี ๒ ประเด็นที่จะต้องขอตั้งคําถามไว้ แล้วถ้าหากว่าจะได้ตั้งเป็นคณะกรรมาธิการร่วม ระหว่าง ๒ สภา เพื่อที่จะได้ศึกษาต่าง ๆ เรื่องนี้ก็ขอให้ดําเนินการต่อไปครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือผมเรียนอย่างนี้ คุณบุญยอด วุฒิสภาเขาก็มีหน้าที่ในด้านกฎหมาย คือหมายความว่าเราเสนอไปแล้วเขาก็ต้อง ดูว่าอะไรควรที่จะเป็นผลประโยชน์ จะเป็นผลดีผลเสียอะไร แล้วเขาก็มีสิทธิที่จะเพิ่มเติม ยิ่งมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณา อันนี้ก็ว่าไม่ได้ เขาก็ส่งมาเราไม่เอาด้วยก็ได้เป็น สิทธิของเรา ส่วนปัญหาเรื่องด้านการเงินพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นพระราชบัญญัติการเงิน นายกรัฐมนตรีเสนอมาในนามของรัฐบาลนะครับ เพราะรัฐสภาเราไม่มีอํานาจที่จะเสนอ ท่านก็ต้องรับรู้ ฉะนั้นปัญหาต่าง ๆ ไม่มีอะไร ทีนี้ผมจะเรียนเบื้องหน้าเบื้องหลังให้ทราบสักนิดหน่อยนะครับ คือ ๑๗ ปีมานี้ กฎหมายสภา ของเราสภาไทยไม่มีการแก้ไข ตั้งแต่เริ่มดําเนินการมาไม่มีการแก้ไขเลย ก็เพิ่งมาสรุปเพราะ กฎหมายอัยการ ก็ทํานองเดียวกัน ๔ ฉบับเหมือนกัน แบบเดียวกันครับ แล้วเราก็พิจารณา ผ่านไปแล้ว ทํานองเดียวกัน กฎหมายอัยการกับกฎหมายสภาเหมือนกัน เพราะเราจะต้อง เป็นหน่วยงานอิสระ สภาเราไม่มีเอกภาพเพราะกฎหมายเราไม่มีเป็นเอกภาพ ถ้ากฎหมาย ฉบับนี้มันผ่านสภาไป ก็เป็นเอกภาพในการบริหาร ส่วนการแก้ไขต่าง ๆ นั้นทางสภาเอง โดยคณะกรรมาธิการทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาได้มีการดําเนินการสอบถามจาก ข้าราชการทั้ง ๒ สภา เขาก็เสนอแนะมาวิธีการนี้ เขามีความต้องการอย่างนี้ ทางวุฒิสภา ก็ดําเนินการ กระผมก็ได้ให้คุณไพจิตตามเรื่องตลอดตั้งแต่ต้นมานะครับ ปัญหาต่าง ๆ มันแก้ไขกันได้ครับ แต่ทีนี้ปัญหาว่าเราส่งไป ๔ ฉบับ ผ่านแล้ว ๒ ฉบับ ยังค้างอยู่ ๒ ฉบับ ทีนี้ถ้าเสนอประกาศ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ๒ ฉบับนั้น ๒ ฉบับที่เหลือนี้ ก็คาราคาซัง มันทําอะไรไม่ได้ และตัวนี้เป็นตัวแม่ของกฎหมายของสภาเรา ถ้าเรามัวแต่ ไม่คิดถึงผลประโยชน์ส่วนรวมของสภาเรา ผมก็ไม่ขัดข้องอะไร เพราะว่าผมทํามา เพื่อประโยชน์ของพวกเราในอนาคต เราไม่รู้ว่าอนาคตกฎหมายฉบับนี้จะผ่านหรือไม่เราก็ไม่รู้ เราก็ยังมองไม่ออก ทีนี้ถ้าเราจะให้การพิจารณานี้ผ่านไปด้วยความเรียบร้อยแล้วก็ค่อยแก้ไข ตอนหลัง กระผมว่าก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะว่ามันเรื่องของระบบ ก็ระบบของสภาเรานี้ไม่มี อะไรเลย ท่านตรวจสอบดูเลย ตั้งแต่ต้นมา ผมเข้ามาเป็นประธานรัฐสภาก็คิดว่าเราจะทํา ประโยชน์ในสมัยพวกเรานี้ให้มีกฎหมายเป็นอิสระจริง ๆ ของสภาเรา เจตนาผมมีแค่นี้ก็จึงได้ เสนอร่างพระราชบัญญัตินี้โดยขอความกรุณาจากฝ่ายรัฐบาล เราร่างเสร็จแล้วเสนอไป รัฐบาล รัฐบาลก็ได้อนุเคราะห์ส่งมาให้สภานี้พิจารณา ซึ่งผ่านขั้นตอนจากวุฒิสภาไป ๒ ฉบับ เหลืออีก ๒ ฉบับ เชิญครับท่านวิรัตน์ครับ และอยากจะเรียนอย่างนี้ด้วยนะครับ เดี๋ยวผมขอ ต่ออีกนิดหนึ่ง คิดว่า ๗ วันไม่มีทางครับ ทําไมไม่มีทาง เราเสนอ ๗ วันวันนี้ เราตั้ง คณะกรรมาธิการของเราเสร็จ วุฒิสภาเขาก็ต้องตั้งคณะกรรมาธิการอีกนะครับ โน่นครับ อีก ๒ อาทิตย์ ผมคิดว่าถ้าเราค้างอยู่นี้ก็จะไปสมัยนิติบัญญัติหน้า คือว่าสภาหน้า แต่สภาหน้าจะหยิบยกมาหรือไม่ผมไม่ทราบ เชิญครับท่านวิรัตน์

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสงขลา ด้วยความ เคารพท่านประธานครับ เจตนาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเข้าใจว่าทุกท่านเห็นด้วย กับกฎหมายนี้ แล้วก็เห็นด้วยกับท่านประธานที่อยากจะผลักดัน ทุกคนเห็นด้วยหมดละครับ เพียงแต่ว่ามันมีข้อกังวล แล้วก็ถ้าวันนี้อย่างที่กระผมกราบเรียนก็คือว่าวันนี้สภา ตั้งกรรมาธิการร่วมกัน วันจันทร์วุฒิสภาตั้งกรรมาธิการร่วมกัน วันพุธ วันพฤหัสบดีเรา ประชุมให้จบนะครับ ด้วยความเคารพเป็นสัจจะวาจา ต้องกลับมาสู่สภานี้แล้วก็ให้ทันสมัย สภานี้ครับ เพราะว่าผมเชื่อว่าถ้าได้มีการปรึกษาหารือร่วมกันในคณะกรรมาธิการร่วมกัน ผมเชื่อว่าใช้เวลาแค่ ๒ วัน ก็รวมแล้วนับแต่วันนี้ไปไม่น่าจะเกิน ๒ สัปดาห์ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นได้หารือกับท่านไพจิต ขอประทานที่เอ่ยนาม ท่านเป็นสมาชิกอาวุโส ก็เห็นว่าถ้า ทําให้เสร็จภายใน ๑๔-๑๕ วัน ผมมั่นใจว่ากฎหมายนี้ซึ่งหลักการหลักเกณฑ์ดีอยู่แล้วครับ แต่ ว่ามีช่องโหว่ช่องว่างบางประเด็นซึ่งจะต้องปรับปรุงเล็กน้อย ผมก็มั่นใจว่าข้าราชการรัฐสภา ทุกท่านก็จะได้ประโยชน์ซึ่งก็เกิดประโยชน์กับพี่น้องคนไทยด้วย ขออนุญาตเดินทางนั้นครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือกฎหมายนี้ประชาชน ไม่ได้ประโยชน์หรอกครับ ข้าราชการ ๒ สภานี้ได้ประโยชน์ผมเรียนอย่างนี้ เชิญคุณชลน่าน

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน จากการที่ท่านประธานได้บรรจุระเบียบวาระ พิจารณากรณีวุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจําตําแหน่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เข้าสู่ สภาผู้แทนราษฎรให้พิจาณาว่าจะเห็นชอบกับที่วุฒิสภาแก้ไขแล้วก็มีการเพิ่มเติมหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นที่วุฒิสภาแก้ไขในมาตรา ๑๓ มาตรา ๑๖ และ มาตรา ๒๖ ผมเองไม่ติดใจ เพราะว่าในประเด็นที่วุฒิสภาแก้ไขก็เหมือนที่ท่านประธาน ได้กรุณาแสดงความเห็นต่อสภาแห่งนี้ว่าจะเป็นประโยชน์กับข้าราชการของรัฐสภา คือทั้ง ๒ สภา โดยเฉพาะมาตรา ๒๖ การเปลี่ยนแปลงจากร่างเดิมของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาได้ไปยกเอาผู้บริหารระดับสํานัก ระดับสํานักในสภาผู้แทนราษฎรหรือในวุฒิสภา ในขณะนี้ผมเข้าใจว่ามีไม่เกิน ๖ สํานัก ของเราเองก็ ๓ สํานัก เช่น สํานักวิชาการ สํานัก การประชุม เป็น ผอ. สํานักอยู่แล้วในขณะนี้นะครับ เป็นข้าราชการ ถ้าเทียบเดิมก็เป็น ข้าราชการระดับ ๙ ก่อนที่จะเข้าสู่ระบบแท่ง ผมเชื่อว่าอย่างนั้นเป็นข้าราชการระดับ ๙ ที่ได้ สายสะพาย ขึ้นเป็นผู้บริหารตําแหน่งประเภทบริหารในการจัดแท่งใหม่ ซึ่งเดิมร่างเดิม เราเขียนอยู่ประเภทอํานวยการ เพราะฉะนั้นร่างที่แก้ไขมาท่านประธานครับก็จะได้ ประโยชน์เฉพาะผู้บริหารสํานักเท่านั้นเอง ที่จะยกขึ้นไปเป็นในแท่งของตําแหน่งประเภท บริหาร ซึ่งแน่นอนครับ เงินประจําตําแหน่ง อัตราเงินเดือนขึ้นต่ําขึ้นสูงก็จะมีอัตราที่สูงกว่า ประเภทอื่นอยู่แล้ว อันนี้ก็ถือว่าได้ประโยชน์ ถามเป็นภาระกับทางงบประมาณหรือไม่ นะครับ แน่นอนเมื่อเพิ่มขึ้นก็เป็นภาระแต่ว่ารับได้ไหม ถ้ารับได้ก็ไม่มีปัญหา ผมเชื่อว่า รับได้ครับ รับได้ในภาระงบประมาณก็เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญด้วยครับ รัฐสภาเรา เป็นองค์กรที่จะต้องได้รับงบประมาณพอเพียง ถ้าไม่พอก็สามารถที่จะเสนอคําแปรญัตติ ได้เองด้วยนะครับ ในมาตรา ๒๖ ประเด็นที่ผมมีอยู่นิดเดียวเองนะครับซึ่งจริง ๆ แล้ว เป็นความปรารถนาดีของวุฒิสภาที่เพิ่มเติมเข้ามาในมาตรา ๓๔/๑ ไปกําหนดตําแหน่ง ประเภทข้าราชการสามัญ ๒ ตําแหน่งขึ้นมา คือข้าราชการสามัญ ตําแหน่งนักกฎหมาย นิติบัญญัติ นักกฎหมายนิติบัญญัติ เพื่อมาทํางานด้านกฎหมายของรัฐสภา กับตําแหน่ง นักวิชาการนิติบัญญัติของรัฐสภา เป็นตําแหน่งนักวิชาการรัฐสภา ท่านประธานครับ ความห่วงใยของวุฒิสภาตรงนี้ โดยข้อเท็จจริงแล้วจะทําเป็นข้อสังเกต กรณีถ้าไม่มีตําแหน่งนี้ อยู่ในโครงสร้างเดิมก็อาจจะเป็นประโยชน์ เพราะว่าการไปเขียนให้เพิ่มเติมเข้ามาประเด็น ของให้มีค่าตอบแทนไม่ต่ํากว่าค่าตอบแทนของนักกฎหมาย กฤษฎีกา ตรงนี้อาจจะเป็น ประเด็นบ้าง แต่ว่าผมเชื่อว่าเมื่อนําสู่ปฏิบัติแล้วก็คงไม่เป็นปัญหาใด ไม่เขียนก็ได้ ท่านประธานจริง ๆ เขียนก็ได้ไม่เขียนก็ได้ เพราะว่าในการกําหนดตําแหน่งเหล่านี้ อย่างเช่น มาตรา ๓๔๑/๑ ตรงนี้ที่ได้เขียนมาพอเข้าสู่แท่งแล้ว เข้าสู่ประเภทแล้วก็จะเข้าสู่แท่ง ประเภทนักวิชาการอยู่แล้ว ที่ ก.ร. เราสามารถกําหนดได้เลยว่าจะเป็นระดับปฏิบัติการ ระดับชํานาญการ ชํานาญการพิเศษ เชี่ยวชาญหรือทรงคุณวุฒิทําได้ แต่ถ้าไปเขียนอย่างนี้ อาจจะมีประเด็นบ้างเล็กน้อย แต่เขาสามารถเข้าสู่แท่งได้ ความเห็นผมนะครับถ้าจะให้ผ่าน ไปก็น่าจะทําได้ ถ้าแก้ ถ้าจะไปแก้นะครับโดยตั้ง กรรมาธิการร่วมก็เฉพาะประเด็นมาตรา ๓๔/๑ เท่านั้นเอง เฉพาะมาตรา ๓๔/๑ ถ้าจะแก้นะครับ จริง ๆ ก็พอรับได้ ผมเองถ้าสมมุติ ว่ามีความจําเป็นที่จะต้องผ่านไปก็พอรับได้ครับ ถือว่ารับได้มันไม่ดีที่สุดหรอกครับ มันไม่ดี ที่สุดหรอกเพราะแก้มามันก็ดูทะแม่ง ๆ อยู่เหมือนกันถ้าเพิ่มเติมเข้ามา เพราะว่ามาตรา ๓๔ ว่าด้วยเรื่องของการได้รับเงินเพิ่ม เป็นบทบัญญัติที่ว่าด้วยการรับเงินเพิ่มสําหรับตําแหน่ง แต่เผอิญมาใส่มาตรา ๓๙/๑ เป็นการกําหนดตําแหน่งเพิ่มระงับเงินเพิ่มเข้าไปอีก ซึ่งจริง ๆ ถ้าจะเขียนน่าไปเขียนในมาตรา ๒๗/๑ ก็ได้ หรือมาตราอื่นที่เกี่ยวกับการกําหนด ตําแหน่ง ก็เป็นประเด็น อยากกราบเรียนท่านประธานครับ โดยความเห็นผมแล้วแก้มา ในมาตราที่แก้ไข ๓ มาตรารับได้ เพิ่มเติมมาก็พอรับได้ และคิดว่าน่าจะผ่านไปครับ น่าจะ เห็นชอบกับวุฒิสภาแก้ไขครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็เพื่อไม่ให้เสียเวลานะครับ เพราะเราเหลืออีก ๒ ฉบับ แล้วเราจะเข้าสู่งบประมาณนะครับ เราก็ได้ฟังมาพอสมควร พอวินิจฉัยได้ครับ ผมจะขอโหวต เพราะมีผู้ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมนะครับ ถ้าเรา ไม่รับเราก็ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมอีก ๒ ทางครับ ก็ขอเชิญสมาชิกที่นอกห้องประชุมเข้าห้อง ประชุมครับ เพื่อลงมติครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนลงมติ)

ท่านวิรัตน์ช่วยเสนออีกครั้งครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอญัตติให้ ต่อร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. …. ซึ่งวุฒิสภาแก้ไข ขอให้มีการตั้ง คณะกรรมาธิการร่วมระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองนะครับ ช่วยรับรองด้วยครับ ผู้รับรองถูกต้องนะครับ คุณไพจิตครับ มีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ผมได้มอบหมายให้ท่าน

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ครับ ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ก็ได้อภิปรายยืนยันว่าถ้าโดยสาระ ทั้งหมดเป็นคุณ แม้ว่าในวรรคสุดท้ายในมาตรา ๓๑/๑ ที่จะมีปัญหาอยู่บ้างก็ยังมีอํานาจของ ก.ร. ที่จะไปทําในรายละเอียดอยู่แล้ว ก็เป็นความประสงค์ที่อยากจะให้พระราชบัญญัตินี้ได้ ผ่านมามีผลบังคับใช้ครับ ก็ไม่อยากให้มีคณะกรรมาธิการร่วม แต่ฝ่ายรัฐบาลก็ยืนยันว่าจะทํา ให้เสร็จโดยเร็วครับท่านประธานครับ ผมก็คิดว่าทางที่จะทําให้ลุล่วงและร่วมมือกัน และทํา ให้เสร็จโดยเร็ว ก็วิตกตามที่ท่านประธานบอกครับว่า มันจะไม่เสร็จโดยเร็ว มันจะมีปัญหา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในประเด็นที่ท่านประธานได้กรุณาให้ท่านวิรัตน์ ขออนุญาต เอ่ยนามท่านได้แสดงความเห็นและเสนอเป็นญัตติไป กระผมคิดว่าไม่น่าจะชอบด้วย บทบัญญัติรัฐธรรมนูญนะครับ เพราะว่าการที่วุฒิสภาแก้ไขกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎร เมื่อมีการแก้ไขหรือมีการเพิ่มเติมก็ต้องส่งกลับมาผู้แทนราษฎรว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ นะครับ ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ ครับ ญัตติ ตรงนี้มันเป็นญัตติอยู่ในสภาอยู่แล้วครับ การโหวตก็โหวตจะรับหรือไม่รับตามที่วุฒิสภาแก้ไข หรือไม่ ถ้ารับก็จบไป ถ้าเห็นชอบกับวุฒิสภาแก้ไขก็จบไป ถ้าไม่เห็นชอบถึงจะไปเป็นกรณี ที่ท่านวิรัตน์เสนอ นั่นเป็นไปโดยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญอยู่แล้วครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คืออยากจะให้บันทึกเป็น เรคคอร์ด (Record) เอาไว้ครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกนะครับ ช่วยกรุณาเข้าห้องประชุม ด่วนครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ท่านสมาชิกที่อยู่ นอกห้องประชุมนะครับ ช่วยกรุณาเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนที่จะลงมติ กันนะครับ เมื่อท่านนั่งประจําที่แล้ว โปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ ขอความร่วมมือทุก ฝ่ายนะครับ ช่วยเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ ผมจะได้สอบถามที่ประชุมว่าถ้าจะเห็นด้วยก็จะ ได้ให้ท่านนายกรัฐมนตรีนําความกราบบังคมทูลฯ ถ้าไม่เห็นด้วยก็ต้องตั้งกรรมาธิการร่วมกัน มี ๒ ทางเท่านั้นละครับตามกฎหมาย เชิญครับท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ขณะนี้ท่านได้เสียบบัตร แสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ ส่งผลของที่ประชุม มีอะไรคุณธนาครับ ขณะนี้มีสมาชิก อยู่ในห้องประชุม ๒๘๖ ท่านครับ ครบองค์ประชุมครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ บัตรของผมไม่ขึ้น นะครับ ขอให้นับด้วยครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒๘๗ ครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ผมด้วยครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒๘๘ ครับ

นางอานิก อัมระนันทน์ แบบสัดส่วน

ด้วยค่ะท่านประธานคะ แสดงตน อานิก อัมระนันทน์ ค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ก็ถือว่าครบก็แล้วกัน นะครับ ครบองค์ประชุม เกินองค์ประชุมไปเยอะแล้วนะครับ วันนี้ได้รับความพร้อมเพรียง อย่างเต็มที่จากทุกฝ่ายนะครับ ผมขอกราบขอบพระคุณนะครับ

ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมนะครับ คือพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. .... นี้นะครับ วุฒิสมาชิกได้แก้ไข ๓ มาตรา คือมาตรา ๑๓ มาตรา ๑๖ มาตรา ๒๖ (๔) มาตรา ๔๓/๑ ครับ ก็หวังว่าทุกท่านได้อ่าน เรียบร้อยแล้วนะครับ แล้วก็ได้ฟังการอภิปรายพอสมควร ถ้าท่านรับ เราจะได้เสนอไปยัง รัฐบาลเพื่อให้รัฐบาลกราบบังคมทูลไปเพราะเรามีพระราชบัญญัติ ๔ ฉบับ ๒ ฉบับนั้น ผ่านแล้วครับ วุฒิสภาไม่มีการแก้ไข แต่ ๒ ฉบับหลังนี้มีการแก้ไข นี่คือฉบับแรก ผมจะถาม มติที่ประชุมว่าท่านผู้ใดเห็นด้วยกับที่วุฒิสมาชิกแก้ไขโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด ไม่เห็นชอบตามที่วุฒิสมาชิกแก้ไขโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิครับ ทุกท่านใช้สิทธินะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

เพราะขณะนี้เจ้าหน้าที่ รัฐสภาทั้ง ๒ สภากําลังรอความหวังจากพวกท่านครับ ส่งผลมา ลงคะแนนเรียบร้อยแล้ว นะครับ ปิดการลงคะแนน ส่งผลมา จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๓๘ ท่าน เห็นด้วย ๑๐๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๒๕ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้ ไม่รับตามที่วุฒิสภาแก้ไขนะครับ

ต่อไปเราจะทําอย่างไรครับ เชิญคุณวิรัตน์

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการ ร่วมกันระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ขอผู้รับรองด้วยครับ ขอเสนอเป็นญัตติครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้อง เราก็ตั้งคณะกรรมาธิการ ๑๑ ท่านนะครับ แบ่งอย่างนี้นะครับพรรคเพื่อไทย ๔ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๑ ท่าน พรรคเพื่อแผ่นดิน ๑ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน ๑๑ ท่านพอดีนะครับ เชิญเสนอเลยครับพรรคเพื่อไทย เพราะว่าข้าราชการรัฐสภาสองสภาเขาก็รอฟังอยู่ว่าจะเร็วหรือช้า ถ้าช้าผมก็ไม่รับผิดชอบ นะครับเรื่องของพวกท่าน เชิญครับ เชิญเสนอ ๔ ท่าน

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย นะครับ คณะกรรมาธิการร่วมในส่วนของ พรรคเพื่อไทย ๔ ท่าน ๑. กระผม ไพจิต ศรีวรขาน ๒. นายขจิตร ชัยนิคม ๓. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ แล้วก็ ๔. นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๔ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่านครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานครับ ขออนุญาตเปลี่ยน จากท่านชัยวัฒน์ เป็นท่าน พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เปลี่ยนเป็น พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน ไม่มีใครขัดข้องครับ เชิญครับพรรคประชาธิปัตย์ครับ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลดังนี้นะคะ พรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๔ ท่าน ๑. นายวิรัตน์ กัลป์ยาศิริ ๒. นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ๓. นายสัมพันธ์ ทองสมัคร ๔. นายชุมพล กาญจนะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

และสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ๑ ท่าน นายจุมพฏ บุญใหญ่ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปครับ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

ในสัดส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดิน ๑ ท่าน คือนายนิมุคตาร์ วาบา ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องครับ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

สัดส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา จํานวน ๑ ท่าน คือ นางสาวพัชรี โพธสุธน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ครบ ๑๑ ท่านนะครับ เชิญเลขาธิการอ่านทบทวนรายชื่อ

นายจเร พันธุ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

คณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการรัฐสภา (พ.ศ. ....) จํานวน ๒๒ ท่าน ฝ่ายสภาผู้แทนราษฎร จํานวน ๑๑ ท่านดังนี้ ๑. นายไพจิต ศรีวรขาน ๒. นายขจิตร ชัยนิคม ๓. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ๔. พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน ๕. นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ๖. นายสัมพันธ์ ทองสมัคร ๗. นายชุมพล กาญจนะ ๘. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ๙. นายจุมพฏ บุญใหญ่ ๑๐. นายนิมุคตาร์ วาบา และ ๑๑. นางสาวพัชรี โพธสุธน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มีการแก้ไขนะครับ ถือว่า ที่ประชุมนี้ได้ตั้งคณะกรรมาธิการ ๑๑ ท่าน ท่านวิรัตน์ว่าจะทําให้เสร็จภายในอาทิตย์นี้ ท่านจะประชุมวันนี้เลยหรือพรุ่งนี้เลย ผมจะได้ออกคําสั่งให้เรียบร้อยไปเลยในวันนี้

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

ผม วิรัตน์ กัลยาศิริ จะรบกวนท่านประธาน ประสานประธานวุฒิสภาให้ตั้งร่วมในวันจันทร์ และวันพุธ วันพฤหัสบดี ประชุม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมมอบหมายให้ท่าน ไปประสานกับวุฒิสภาครับ เพราะว่าท่านรับปาก ท่านต้องดําเนินการทั้ง ๒ อย่างนะครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

ถือว่าได้รับมอบหมายจากท่านประธาน นะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

ด้วยความขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปก็เป็นการพิจารณา เรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน

เรื่องที่ ๒ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน และเงินประจําตําแหน่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภาครั้งที่ ๖ (สมัยสามัญทั่วไป) วันจันทร์ที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ที่ประชุมได้ลงมติแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจําตําแหน่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วก็ส่งเรื่อง ดังกล่าวมาเพื่อดําเนินการต่อไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๔๗ (๓) ถ้าเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม ก็ถือว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบ จากรัฐสภาแล้ว แต่ถ้าไม่เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมก็ให้แต่ละสภาตั้งบุคคลซึ่งเป็น หรือไม่ได้เป็นสมาชิกแห่งสภานั้น ๆ มีจํานวนเท่ากันตามที่สภาผู้แทนราษฎรกําหนด ประกอบเป็นคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านสมาชิก ท่านใดจะอภิปรายไหมครับ แก้มาตราเดียว มาตรา ๓ เชิญครับ

(ไม่มีสมาชิกขออภิปราย)

ถ้าไม่มีท่านผู้ใดอภิปราย ก็จะถามมติที่ประชุมเลยนะครับ ไม่มีท่านผู้ใดอภิปราย ผมขอปิดการอภิปราย นะครับ ขอถามมติที่ประชุมนะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมนะครับ เพื่อตรวจสอบองค์ประชุม ลงมติร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจําตําแหน่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านโปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ มีอะไรท่าน

(สมาชิกทําการเสียบและกดปุ่มบัตรแสดงตน)
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ ตามที่ได้รับความกรุณามอบหมายจากท่านประธานให้ประสานกับวุฒิสภา เรื่องการบรรจุวาระตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันวันจันทร์ ได้รับความกรุณาจากวุฒิสภาครับ บรรจุในวันจันทร์นี้ครับ ก็แสดงว่าสามารถประชุมในวันพุธ วันพฤหัสบดีครับ จึงเรียนมา เพื่อโปรดทราบครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณมากครับ เสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อยแล้วทุกท่านนะครับ ท่านอย่าเพิ่งวิ่งออกวิ่งเข้าเสร็จกฎหมาย ฉบับนี้เหลืออีกกฎหมายที่สําคัญที่สุดอีกฉบับหนึ่งนะครับ ท่านอย่าลุกไปไหนครับ กรุณา เสียบบัตรแสดงตนนะครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนมีไหมครับ คุณพีรพันธุ์ครับ เสียบบัตรแสดงตนหรือยังครับ เสียบบัตรแสดงตนแล้วนะครับ ขอบพระคุณนะครับ ยังไม่ เสียบบัตรมาเสียบบัตร ท่านนเทอดพงษ์ก็กําลังมา เอ้า รีบเสียบบัตร เราแก่ด้วยกันแล้ว ส่งผลมาครบหรือไม่ครบ มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๗๖ ท่าน ครบองค์ประชุม

ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมนะครับ ท่านผู้ใดเห็นชอบตามที่วุฒิสภาแก้ไข เพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจําตําแหน่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ลงมติกันเรียบร้อยแล้ว นะครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้ลงมติ ไม่มีนะครับ งดการใช้สิทธินะครับ ส่งผล มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๒๖ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๐ คือไม่มีอะไร งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๖ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน และเงิน ประจําตําแหน่ง (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. ....

ต่อไปเป็นเรื่องที่ ๓ เรื่องนี้สําคัญ ร่างพระราชบัญญัติบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)

เชิญรัฐมนตรีแถลงหลักการและเหตุผลครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในนามของคณะรัฐมนตรี ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีหลักการและเหตุผล ดังนี้

หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติบําเหน็จบํานาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๔๙๔ โดยเพิ่มมาตรา ๑๙ วรรคสี่ เพื่อกําหนดให้การพ้นจากราชการของทหาร ผู้ดํารงตําแหน่งผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย

เหตุผล โดยที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร ได้ทรง ปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพระตําแหน่งองค์ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวาย ความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งส่งผลให้หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัย รักษาพระองค์เจริญก้าวหน้ามาโดยลําดับ มีระบบและระเบียบแผนเป็นมาตรฐานมาด้วย ความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อกองทัพไทยและประเทศชาติ สมควรสนองพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ และเนื่องจากตําแหน่ง ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์เป็นตําแหน่งที่มีความสําคัญ อย่างยิ่งที่จะต้องปฏิบัติงานใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท และได้รับความไว้วางพระราชหฤทัย สมควรกําหนดให้การพ้นจากราชการของทหารผู้ดํารงตําแหน่งผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการ ถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์เป็นไปตามพระราชอัธยาศัยเช่นเดียวกับข้าราชการพล เรือนในพระองค์ สมุหราชองครักษ์และรองสมุหราชองครักษ์ จึงจําเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้

ท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อให้การพ้นจากราชการของทหาร ผู้ดํารงตําแหน่งผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์เป็นไปตาม พระราชอัธยาศัย เช่นเดียวกันกับข้าราชการพลเรือนในพระองค์ สมุหราชองครักษ์ และรองสมุหราชองครักษ์ ตามหลักการและเหตุผลข้างต้น กระผมจึงใคร่ขอกราบเรียน เพื่อขอให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบต่อร่างพระราชบัญญัติบําเหน็จบํานาญ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านสมาชิกอภิปรายครับ คุณหมอชลน่านติดใจหรือครับ เชิญเลยครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน ตามที่ท่านประธานได้บรรจุ ระเบียบวาระนี้เข้าสู่ที่ประชุมเป็นการด่วนและเป็นการเพิ่มเติมเมื่อวาน ซึ่งเป็นความเห็นชอบ ของสมาชิก และท่านเองได้หารือที่ประชุม ผมเองก็เห็นชอบด้วยครับ ต้องบรรจุเป็นเรื่องด่วน และมีความจําเป็น ฟังหลักการและเหตุผลที่คณะรัฐมนตรีหรือท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังได้เสนอในหลักการและเหตุผลก็ยิ่งต้องเห็นชอบ แต่ผมเองผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับ การที่ท่านประธานเกริ่นและดําริว่าเป็นจากประเทศ เยอรมัน เป็นจากการติดใจอย่างนี้ ผมเชื่อว่าความศักดิ์สิทธิ์ของตราพระราชบัญญัติ เพื่อไปบังคับใช้ในการบริหารราชการแผ่นดินของสภาแห่งนี้น่าจะขาดความชอบธรรม ท่านประธานครับ ผมไม่อยากให้คําพูดของท่านถูกบันทึกในสภา ถ้าเป็นไปได้กรุณา ด้วยความเคารพท่านประธานนะครับ ถอนไปเถอะครับ ถอนคําพูดว่ามาจาก ประเทศเยอรมัน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมถอน ลบด้วยนะ ลบเทปด้วย ถอนแล้วลบเทป ผมมักจะเผลอครับ ถ้าท่านไม่เตือนผมนี่แย่เลยครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ผมด้วยความเคารพท่านประธานครับ เพราะว่าวันนี้ท่านประธานอารมณ์ดีเป็นพิเศษครับ บางครั้งการกระเซ้าเย้าแหย่สมาชิกไป ก็เป็นเรื่องที่น่าจะผ่อนคลายความตึงเครียดในห้องประชุมได้ แต่บางครั้งกลับสร้างความตึงเครียดครับ อย่างในเรื่องนี้ผมเองสะท้อนใจครับ รับไม่ได้จริง ๆ ก็ขอบคุณที่ท่านประธานถอนครับ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผมคิดว่าในวาระรับ หลักการคงไม่มีผู้ใดขัดข้อง ท่านประธานก็คงลงมติ ดําริท่านประธานอีกเรื่องหนึ่งที่ผม จําเป็นต้องลุกขึ้นมาอภิปรายครับ ผมก็เห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับว่ามีการแก้ไขสอดรับ สอดคล้อง เพียงมาตราเดียว เพื่อให้ผู้บัญชาการของทหารที่ดํารงตําแหน่ง ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ให้เป็นไปตามพระราช อัธยาศัยเช่นเดียวกับข้าราชการที่เป็นพลเรือนในพระองค์ สมุหราชองครักษ์ แล้วก็ รองสมุหราชองครักษ์ อันนี้จริง ๆ แล้วผมเชื่อว่าสภาแห่งนี้ไม่มีผู้ใดขัดข้องเลยครับ ท่านประธาน เพราะนั้นถ้าผ่านการรับหลักการแล้วผมใคร่ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไป ยังคณะรัฐมนตรีเลยครับ อาศัยข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ คณะรัฐมนตรีเสนอนิดเดียวครับ ขอตั้ง คณะกรรมาธิการเต็มสภาพิจารณาในชั้นวาระที่สอง แล้วก็วาระที่สาม ถ้าท่านรัฐมนตรี ไม่เสนอ จะอาศัยสมาชิกก็ได้ครับ แต่ต้องเสนอเป็นญัตติและมีผู้รับรอง ๒๐ คน กราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณครับ มีท่านผู้ใด อภิปรายไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกขออภิปราย)

ไม่มีผู้อภิปรายนะครับ ผมจะขอมติที่ประชุมว่าจะรับร่างพระราชบัญญัติบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้หรือไม่ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุมนะครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎรมีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุม ทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

โปรดเสียบบัตรแสดงตน ทุกท่าน เพื่อให้มันถูกต้องนะครับ เสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ สภายินดีต้อนรับ ชมรมศูนย์พัฒนาครอบครัว ตําบลดอนไก่ดี อําเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร จากคุณสุธรรม ระหงษ์ เสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ ส่งผลครับ มีสมาชิก อยู่ในห้องประชุม ๓๒๖ ท่าน ครบองค์ประชุม

ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่า ท่านผู้ใดเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติ บําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ฉบับนี้นะครับโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด ไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิของท่านนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

มีท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิ บ้างครับ ไม่ได้ใช้สิทธิใช่ไหมครับ คุณสมคิดเสียบบัตรลงคะแนนหรือยัง เสียบบัตร ลงคะแนนเลย เพราะตอนนี้ยังไม่ได้ปิดการลงคะแนนครับ ยังมีสิทธิที่จะลงคะแนนได้ตอนนี้ เรียบร้อยแล้วนะท่านสุทัศน์ เรียบร้อยแล้วนะครับ ปิดการลงคะแนนนะครับ โปรดส่งผล มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๕๐ ท่านครับ เห็นด้วย ๓๔๙ ผมจะประกาศดีไหมครับ ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน ก็จําเป็นต้องปฏิบัติครับ งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี ถือว่าที่ประชุมนี้ เห็นชอบ มีเสียงเดียวไม่เป็นไรหรอกครับ

ต่อไปเสนออย่างไรครับ เชิญครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก จากเหตุผลและความจําเป็นที่ ท่านรัฐมนตรีได้เสนอเข้ามานะครับ ผมขอเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภาตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ ครับ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอผู้รับรองครับ มีผู้รับรอง ถูกต้อง รับรองเต็มสภาก็หมดเรื่องครับ ถือว่าเรียบร้อยนะครับ กฎหมายนี้สําคัญมากครับ เมื่อตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภาแล้วเชิญแปรญัตติได้ครับ ท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โปรดดําเนินการตามระเบียบครับ เชิญครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ผมถึงเห็นว่าเมื่อประธานกล่าวว่า พระราชบัญญัติฉบับนี้มีความจําเป็นท่านประธานก็ต้องปฏิบัติตามระเบียบ เมื่อตั้ง คณะกรรมาธิการเต็มสภาโดยหลักการของพระราชบัญญัติท่านประธานก็ต้องอ่านว่า เมื่อสมาชิกมีความเห็นได้นําเสนอไม่มีผู้ใดก็ถือว่าคัดค้าน ก็ถือว่าตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภา จากนั้นท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็ต้องทําหน้าที่ ไล่ไปในรายมาตรา ๆ ครับ ท่านประธาน ท่านกรุณาได้ปฏิบัติตามข้อบังคับด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือผมตื่นเต้นเกินไปครับ ไม่เคยเห็นสภามีความพร้อมเพรียงกันอย่างนี้ มันตื่นเต้นในหัวใจคนแก่ครับ มีอะไร คุณหมอชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดน่าน ด้วยความตื่นเต้นท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเพิ่มเติม ในประเด็นท่านประธานวิป (Whip) ฝ่ายค้านได้เสนอต่อท่านประธาน ท่านประธานต้องใช้ ข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ ให้ถูกต้องนะครับ แล้วก็ยึดเอาข้อบังคับ ข้อ ๘๐ ด้วยในวรรคสอง ท่านประธานครับ การวินิจฉัยการตราพระราชบัญญัติ มติจะต้องเป็นโดยการลงคะแนน ไม่มีเสียเวลามากหรอกครับ ท่านประธานทําตามข้อบังคับเราจะได้เดินหน้าวาระสองต่อเลย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมจะปฏิบัติตามครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ขอบคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ตักเตือนบ้าง อย่างนี้ก็ดีครับ ผมจะได้รับปฏิบัติให้ถูกต้อง เชิญเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรอ่าน

นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่..) พ.ศ. ....

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีอะไรอีกครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ ท่านประธาน ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ท่านประธานวิปฝ่ายค้านได้ กรุณาให้ท่านประธานทําตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ เพราะว่ามีเงื่อนไขว่า และที่ประชุมอนุมัติ สมาชิกเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภาพิจารณาในวาระที่สอง ข้อบังคับ เขียนว่า และที่ประชุมอนุมัตินะครับ ทีนี้ที่ประชุมอนุมัตินี่ก็เป็นหน้าที่ท่านประธานที่จะ สอบถามที่ประชุมว่าที่ประชุมจะเห็นชอบ จะอนุมัติหรือไม่ ผมก็เรียนท่านประธาน ต่อเนื่องนิดเดียวครับ ท่านก็ไปดูข้อบังคับ ข้อ ๘๐ วรรคสอง หน่อยเดียวเอง ก็ให้ที่ประชุม ลงคะแนนอนุมัติก็จบ ก็เข้าสู่วาระที่สองได้นะครับ อย่าเพิ่งรีบเลยครับท่านประธาน เดี๋ยวจะมีปัญหาในเรื่องการตรากฎหมาย ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่ประชุมอนุมัติหรือไม่ อนุมัติครับ ผมจะถามมติที่ประชุมถ้าให้ลงคะแนนเลยครับ ว่าที่ประชุมอนุมัติหรือไม่อนุมัติ ท่านผู้ใดอนุมัติตามที่มีผู้เสนอตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภาโปรดลงคะแนนนะครับ กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ผมปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่ ท่านวิปฝ่ายค้านได้แนะนําและท่านหมอชลน่านแนะนํา ปฏิบัติให้มันถูกต้องตามระเบียบ เสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ เมื่อเรียบร้อยแล้ว ผมงดการใช้สิทธิ ส่งผลมา มีผู้เข้าประชุม ๓๔๖ ท่าน เห็นด้วย ๓๔๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน ก็ถือว่าที่ประชุมนี้อนุมัตินะครับ เห็นชอบนะครับ

ต่อไปจะดําเนินการตามวิธีปฏิบัติต่อไปนะครับ เชิญเลขาธิการอ่าน ร่างพระราชบัญญัติ เรียงตามลําดับมาตราไป

นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยบําเหน็จบํานาญ ข้าราชการ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มีท่านผู้ใดติดใจนะครับ เพราะสภาอนุมัติแล้ว

นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติ บําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....”

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผ่านครับ

นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจาก วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผ่านครับ

นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสี่ ของมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติบําเหน็จบํานาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๔๙๔ ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ๒๕) พ.ศ. ๒๕๕๑

“ให้นําความในวรรคสองและวรรคสามมาใช้บังคับกับทหารผู้ดํารงตําแหน่ง ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ด้วยโดยอนุโลม”

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มีท่านผู้ใดติดใจ ผ่านเลยครับ ต่อไปมีการแก้ไขเพิ่มเติมดูตัวอักษรอะไรต่าง ๆ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ มีแก้ไขไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)

ไม่มีก็ผ่านนะครับ ต่อไป ผมจะถามมติที่ประชุมเลยนะครับ ท่านผู้ใดเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ขอมตินะครับ ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใด งดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิ เชิญใช้สิทธิกันทุกท่านนะครับ ผมถือว่า ที่ประชุมนี้ไม่ได้ไปไหนนะครับ ถือว่าครบองค์ประชุมก็ใช้สิทธิเลยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ทุกท่านใช้สิทธิเรียบร้อยแล้ว นะครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิ มีไหมครับ ไม่มีนะครับ ผมขอให้งดใช้สิทธิลงคะแนน ส่งผลมา มีผู้เข้าประชุม ๓๕๖ ท่าน เห็นด้วย ๓๕๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติบําเหน็จบํานาญ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)

ผมขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ผมจะได้ดําเนินการ ส่งเรื่องนี้ไปยังวุฒิสภาในวันนี้นะครับ มีอะไรครับท่าน เห็นท่านฝ่ายค้านยกมือทําอะไรครับ ยังไม่ถึงอภิปรายไม่ไว้วางใจเลย

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานครับ กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกพรรคเพื่อไทย คือหลักการในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินี้ จริง ๆ เราก็เรียนนะครับเราตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภา ท่านประธานก็รีบจริง ๆ นะครับ คือในวาระที่สอง ก็คือรับหลักการในวาระที่สองและวาระที่สาม จริง ๆ กี่ท่านก็ต้องทําตาม ขั้นตอนทั้งหมด แต่ท่านบอกว่าเห็นชอบผ่าน คือตกลงแล้วท่านพิจารณาแค่ ๒ วาระเองครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เปล่าครับคือวาระที่สอง มันตามมาตรา

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

เข้าใจครับแต่ท่านก็ต้องอ่านให้ มันตรง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แล้วผมก็ถามวาระที่สาม เลยครับ เพราะไม่เห็นมีใครติดใจอะไร เพราะว่าที่ประชุมอนุมัติ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ผมติงท่านประธานไว้นะครับว่า ท่านประธานก็ต้องมีหลักการในการพิจารณาอย่างที่กระผมได้นําเรียนครับ ผ่านเรียบร้อยแล้ว ครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าไม่ผ่านสงสัยผมจะได้ ถามใหม่ครับ

นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ พิษณุโลก

ท่านประธานครับ เดี๋ยวผม ขออนุญาตครับ ผม มนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ครับ เมื่อสักครู่ที่ว่าคะแนนไม่เห็นด้วยผมว่าตั้งใจ ผมกดเห็นด้วยนะครับ แต่ผลออกมามันไม่เห็นด้วย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเองหรือ

นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ พิษณุโลก

ผมไม่รู้เหมือนกันนะครับว่า มันเป็นเพราะอะไร ผมแก้ไขเป็นเห็นด้วยหมดนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าอย่างนั้นท่านไม่ลง คะแนนเสียงไปด้วยก็แล้วกันครับ เพิ่งเห็นตัวจริง

นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ พิษณุโลก

ผมไม่รู้จริง ๆ นะครับ เพราะว่า ผมกดเห็นด้วยนะครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เป็นไรก็ไม่ถือสา กันหรอกครับ

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

๔.๑ ร่างพระราชบัญญัติรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว

นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ก็ต้องฝาก ท่านประธานแก้ไขรายงานการประชุมด้วย เพราะว่าไม่อย่างนั้นมันจะผิดพลาดขึ้นมาเป็นผลเสียหาย ผมเห็นด้วย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์กับร่างพระราชบัญญัติบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เป็นไรครับมันมี ในรายงานการประชุม เพราะคุณพูดว่าคุณเข้าใจผิด

นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ พิษณุโลก

ขอให้บันทึกต่อท้ายระเบียบวาระ การประชุมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มันลบล้างไปแล้วครับ เชิญคณะกรรมาธิการเข้านั่งประจําที่ครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

ท่านสมาชิกโปรดเงียบ อยู่ในวินัยบ้างครับ เพราะเรากําลังพิจารณากฎหมายอยู่ครับ เชิญท่านประธานแถลงครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน กระผม นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. .... สภาผู้แทนราษฎรขอเสนอรายงานการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. .... ต่อท่านประธาน และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรดังนี้

สภาผู้แทนราษฎรได้ประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. .... ตามที่คณะรัฐมนตรีเสนอเป็นจํานวน ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทถ้วน และได้มีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ในวาระที่ ๑ เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ แล้วมีมติแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. .... เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. .... โดยมีกระผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญนั้น กระผมใคร่ขอ เรียนสรุปสาระสําคัญของผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. .... ต่อที่ประชุมดังนี้

คณะกรรมาธิการสามัญได้เริ่มพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตั้งแต่วันที่ ๒๑ ถึง ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ รวม ๔ วัน โดยได้ร่วมกันพิจารณารายละเอียดงบประมาณของ ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจรวม ๒๐ หน่วยงาน ในประเด็นเกี่ยวกับวัตถุประสงค์และ เป้าหมายการดําเนินงาน วิธีการดําเนินงาน กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับประโยชน์ ความพร้อม ในการดําเนินงาน และความซ้ําซ้อนของโครงการ เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่าง มีประสิทธิภาพและประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติ รับหลักการไว้ในการประชุมวาระที่ ๑ การพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญได้มีมติ ปรับลดงบประมาณลงลงจํานวน ๓๒,๔๖๘,๗๐๐ บาท เป็นผลงานให้วงเงินงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ มีจํานวนทั้งสิ้น ๙๙,๙๖๗,๕๓๑,๓๐๐ บาท

สําหรับรายละเอียดผลการพิจารณารวมทั้งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญปรากฏตามเอกสารรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ได้เสนอท่านประธานและ ท่านสมาชิกแล้ว ท่านประธานที่เคารพ ในนามของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. .... กระผมใคร่ขอถือโอกาสนี้ขอบคุณท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญทุกท่านที่ได้ให้ความสําคัญ เสียสละเวลาและร่วมมือกันในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. .... อย่างเต็มที่จนสําเร็จลุล่วงไปด้วยดี พร้อมทั้ง ขอขอบคุณท่านหัวหน้าส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจที่ได้ให้ความร่วมมือในการชี้แจง รายละเอียดและจัดเตรียมเอกสารให้คณะกรรมาธิการวิสามัญเป็นอย่างดีเช่นกัน

สุดท้ายนี้กระผมและคณะกรรมาธิการวิสามัญยินดีและพร้อมที่จะชี้แจง รายละเอียดหากจะมีข้อซักถามของท่านสมาชิกในแต่ละมาตราต่อไป ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

การพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. .... ในวาระที่ ๒ นี้จะเป็นการพิจารณาเรียงตามลําดับมาตรา หากมาตราใดมีการแก้ไขผมจะให้ คณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นไว้หรือสมาชิกที่สงวนคําแปรญัตติไว้ได้อภิปรายก่อน ส่วนท่านสมาชิกที่ไม่ได้สงวนคําแปรญัตติไว้อภิปรายได้เฉพาะถ้อยคําหรือข้อความที่มี การแก้ไขเพิ่มเติมหรือที่ผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติไว้ หรือที่คณะกรรมาธิการขอสงวน ความเห็นไว้เท่านั้นจากนั้นคณะกรรมาธิการชี้แจงจบแล้วจึงจะเป็นการลงมติในมาตรานั้น ๆ เชิญท่านเลขาธิการอ่านร่างพระราชบัญญัติเรียงตามลําดับมาตราและผู้แปรญัตติครับ

นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ และมาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและมี ผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณธนิตพล ไชยนันทน์ ไม่ติดใจนะครับ และไม่อยู่ในห้องประชุม คุณอํานวย คลังผา เชิญครับ ติดใจไหมครับ ถ้าไม่ติดใจจะได้ผ่าน เชิญครับ

นายอํานวย คลังผา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย กระผม ไม่ติดใจ ตามที่ท่านประธานได้นั่นครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณครับ ต่อไป คุณสิรินทร รามสูต

นางสิรินทร รามสูต กรรมาธิการ

ไม่ติดใจค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณครับ ต่อไป คุณไพจิต ศรีวรขาน เชิญครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย คณะกรรมาธิการขอสงวนในมาตรา ๓ ครับ ผมติดใจอย่างยิ่งครับท่านประธาน เนื่องจากการพิจารณางบประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการซักไซ้ไล่เลียงของกระทรวงทุกกระทรวงที่ได้รับจัดสรรงบประมาณผมขอปรับลดไว้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ก็แปลว่า ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ยอดที่ผมไม่ปรับเลยก็คือ ประมาณ ๘๕,๐๐๐ ล้านบาท เป็นการชดใช้เงินคงคลังประมาณ ๘๔,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ซึ่งโดยหลักโดยฐานะเท่าที่ฟังมาแม้จะไม่เชื่อว่าเงินจะสามารถจัดเก็บภาษีได้เกินกว่าเป้า ในการคาดการณ์ของกระทรวงการคลัง แต่ถ้าได้มาก็เอาใส่กระเป๋าซ้าย กระเป๋าขวาเพื่อเพิ่มสถานะทางการเงิน ทั้ง ๆ ที่ผมก็รู้ว่า จะต้องคอยในการที่จะใส่เงินอันนี้ไปในช่วงของสิ้นปี พอจะตั้งงบประมาณก็สามารถที่จะ ทําได้ แต่เพื่อที่จะเปิดโอกาสให้เงินคงคลังซึ่งมีอยู่ ณ วันนี้ประมาณแสนกว่าล้านบาท เดิมมันจะเฉลี่ยประมาณ ๓ แสนล้านบาทก็เลยจับจ่ายใช้ไปในโอกาสต่าง ๆ ที่ตั้งแต่รัฐบาล เข้ามายังไม่ถึงขาดมือ แต่ว่ามีความจําเป็นที่จะต้องใส่เข้าไปถ้าหากเก็บภาษีได้เกินเป้า ท่านประธานครับที่ผมปรับทั้งหมด ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทเนื่องจากในรายกระทรวงต่าง ๆ ที่ผมไปดูในเนื้อในของการที่จะจัดแล้ว ผมได้ฟังการอภิปรายในสภาในวาระที่หนึ่งว่าเป็นการ ให้ต่างตอบแทน ในการเขาเรียกว่าสมยอมอํานาจในเรื่องทางการเมืองกัน พอไปดูในแต่ละ กระทรวงก็จะเห็น แล้วก็พยายามจะขอให้ปรับในรายกระทรวงต่าง ๆ ท่านประธานครับ ความจริงกระทรวงที่ปรับก็จะเห็นในแต่ละรายการ บางกระทรวงนี่บาทเดียวก็ไม่ได้นะครับ ท่านประธาน ขอกันอยู่เป็นวันเป็นคืนให้ปรับหน่อย โดยฐานะศักยภาพที่เห็นมันกระจุก อยู่ตรงนี้มันไม่มีความจําเป็นที่จะใช้ หลาย ๆ แห่งซึ่งผมจะได้กราบเรียนท่านประธาน เป็นรายกระทรวง วันที่มีการปรับลด ๓๔ ล้านบาทเศษนะครับที่ทําให้ยอดลดลงจาก ๓๒,๔๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ที่ลดลงจากแสนล้านบาทนี่เพียง ๓๒,๔๐๐,๐๐๐ บาทเศษก็ต้อง ถือว่ากระทรวงที่เขาปรับให้ เขามีน้ําใจ เห็นฝ่ายค้านทํางานขอปรับขออะไรก็ลดให้ แต่หลาย กระทรวงยังยืนไม่ยอมปรับเลยแม้แต่บาทเดียว ผมก็ชี้ให้เห็นว่านี่งานแบบนี้มันล็อกสเปก งานแบบนี้มันฮั้วประมูล ก็ไม่ยอมกัน ในท้ายที่สุดผมก็ต้องยืนยันว่าจะต้องปรับออกทั้งหมด เมื่อจะต้องช่วยผู้ประสบอุทกภัย ก็ทราบอยู่แล้วว่าอุทกภัยที่เกิดขึ้นนี่เกิดในจังหวัดไหน ๆ ร้ายแรงมา เพราะฉะนั้นเม็ดเงินที่ไปก็ควรจะไปในกลุ่มเหล่านี้ แต่ลงไปในเนื้องานจะเห็นว่า ไม่ใช่หรอกครับ ภาคอีสาน ภาคกลาง แทนที่จะได้เงินเยอะ ๆ ไม่ได้ครับ ก็ได้ทางภาคใต้ของ ท่าน ของแกนรัฐบาลที่ทําเรื่องนี้ ผมก็สงสัยนะครับบางกระทรวงนี่เห็นว่า เอ๊ะ ไปอยู่ได้ อย่างไรเงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาทไปอยู่ ๖๐๐ ล้านบาท เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟังพอถึงกระทรวง นั้นนะครับ ทีละอัน ๆ เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าถ้าจะต้องจับจ่ายใช้เงินในภาวะแบบนี้ควรที่จะ ยืนยันให้มันเป็นประโยชน์ให้มากที่สุด ก็หน่วยงานอื่น ๆ ที่งบกลางที่ยังไม่ใช้ ของท่านนายกรัฐมนตรีก็มี ท่านก็บอกว่าต้องการให้พวกผมไปปรับไปดูเลย ปรับออก อะไรออก ผมก็ทําหน้าที่เต็มที่ แต่ว่าท้ายที่สุดก็ใช้คณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ผมนี่ คณะกรรมาธิการเสียงส่วนน้อยสงวนสิทธิในการที่จะต้องชี้แจงต่อความไม่ตรงไปตรงมา ผมกราบเรียนนะครับ ประโยคต้นที่ผมบอกว่าเป็นการประโยชน์ต่างตอบแทนในการ แก้รัฐธรรมนูญ เป็นอย่างไรผมก็ยังเชื่ออย่างนั้นอยู่ เพราะไม่มีการปรับเลย ต้องขอบคุณ บางกระทรวงนะครับที่ลดให้ ผมยกตัวอย่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นี่ถ้าให้มา มีการปรับลด การรถไฟแห่งประเทศไทยนี่เอาไป ๖๐ ล้านบาท ผมขอตามที่ประชุมบอก รู้ว่ากิจการเพื่อคนยากคนจนขอปรับหน่อยได้ ๖๐ ล้านบาท เขาใจดีนะครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านต้องขอบคุณเขา มีน้ําใจต่อกันนะครับ ผมขอปรับ ลด ๓,๐๐๐,๐๐๐บาท ท่านผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทยคนหนุ่ม ๆ บอกโอเค ก็ใช้ รายได้การรถไฟแห่งประเทศไทย ก็ปรับลดลงมา ๓,๐๐๐,๐๐๐บาท นี่เป็นน้ําใจที่ให้ต่อกัน ผมก้รู้ว่ามันต้องมียืด มีหด มีอ่อนแล้วก็มีแข็งให้กัน แต่ว่าก็ตําหนิว่าที่ต้องปรับเต็ม ๆ ๑๕ เปอร์เซ็นต์เพราะความไร้น้ําใจ มีอํานาจแล้วก็ไม่ฟังคนอื่น ท่านประธานครับ ผมก็เลย ต้องสงวนสิทธิในการที่จะต้องปรับลดอีก ๑๕,๐๐๐ บาท ก็แปลว่าฟ้องต่อพี่น้องประชาชน คนที่เสียภาษี ที่จะต้องซื้อน้ํามันปาล์มราคาแพงมาตรฐานโลกนี่นะครับ ฟ้องเขาว่าวันนี้เงินเอาออกมาจะมาใช้อย่างนี้ ที่มันท่วมไม่ทํา ที่ทําไม่ท่วม ที่เดือดร้อน ไม่ซ่อมแซม หรือทําเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่เป็นธรรมถามว่าพวกผมได้ตั้งเงื่อนไขว่าให้รีบไป ช่วยเหลือเขาเสีย ผมยังต้องขอบคุณนะครับว่าในส่วนที่ยังไม่ได้ซ่อมรีบไปทํากัน งบประมาณ ที่มีอยู่ในมือของฝ่ายรัฐบาลก็รีบไปเยียวยาแก้ปัญหาให้ แต่ว่าท่านประธานครับ เมื่อได้ทํา หน้าที่ในชั้นการพิจารณาแล้วก็มาฟ้องว่าด้วยเหตุผลว่าเงิน ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ที่ขอปรับ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นเรื่องใหญ่นะครับ เพื่อเป็นอุทาหรณ์บอกว่าต่อให้มีน้ําใจกัน ไม่ใช่ว่าตั้ง มาอย่างไรแล้วเสียงเยอะกว่าก็ไม่ยอมปรับอะไรเลย ไม่ฟังกันนะครับ ท้ายที่สุดผมก็ไล่เรียงดู ทุกอัน ต้องขอบพระคุณนะครับ ที่ใช้เวลา เวลาพิจารณาก็เร่งรีบ ท่านประธานท่านอาจจะ ไม่กล้ากําชับคณะกรรมาธิการ แต่ว่าในสายทางการเมืองก็บอกกันว่าต้องเสร็จ พิจารณาวันนี้ คืนนี้ต้องเสร็จตั้งคณะอนุกรรมาธิการท่านประธาน เพื่อที่จะไปปรับลด ผมต้องกราบเรียนว่า ตัวคณะอนุกรรมาธิการก็ต้องร้องต้องขอกันเพื่อให้พิจารณา แต่จริง ๆ ไม่ใช่ครับ เวลาไปทําก็ แทบจะไม่ได้ลงในรายละเอียดกันเท่าที่มาตรฐานของการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ งบประมาณทํา ท่านประธานไม่ทราบหรอกครับ แต่เวลาไปทําผมก็ไม่ได้เป็นคณะอนุ กรรมาธิการด้วยนะครับ แต่ว่าผมใช้สิทธิความเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญเข้าไปดูเพื่อจะให้ มันสามารถทําตามเจตนาที่สภาผู้แทนราษฎรได้รับหลักการไปในวาระที่ ๑ ท่านประธานครับ ก็น่าเสียดายนะครับ เพราะฉะนั้นต้องมาใช้เวทีห้องนี้สงวนสิทธิที่จะขอปรับลด ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ในงบรวมทั้งหมดในมาตรา ๓ ครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อกี้คุณสิรินธรบอกว่า ไม่ติดใจมาตรา ๓

นางสิรินทร รามสูต กรรมาธิการ

ขอโทษค่ะ คือดิฉันเข้าใจผิดว่า ท่านประธานถามถึงมาตรา ๑ และมาตรา ๒ ค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑ มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไขนี่ครับ แต่ท่านพูดเอง แต่ไม่เป็นอะไรถ้าท่านยังติดใจก็เชิญ ตามอัธยาศัยเลย วันนี้

นางสิรินทร รามสูต กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานและท่าน สมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน สิรินธร รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน ในฐานะ คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ในมาตรา ๓ นี้ ดิฉันขอตัดลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะดิฉัน ไม่เห็นด้วยกับการจัดสรรงบประมาณ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ไม่ใช่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์

นางสิรินทร รามสูต กรรมาธิการ

๑๐ เปอร์เซ็นต์หรือคะ ขอโทษค่ะ เพราะดิฉันไม่เห็นด้วยกับการจัดสรรงบประมาณในลักษณะนี้ เป็นการจัดสรรงบประมาณ ในลักษณะกระจุกตัว ไม่กระจายไปถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างที่รัฐบาลให้ เหตุผลไว้ ถ้ารัฐบาลให้เหตุผลไว้ว่าในการจัดสรรงบประมาณครั้งนี้เพื่อที่จะใช้งบประมาณ ในการฟื้นฟูบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่เกิดประสบปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ ปัญหาอุทกภัยในปี ๒๕๕๓ นั้น ได้เกิดขึ้นทั่วภูมิภาคของประเทศไทย กรมป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัยได้ประกาศถึง ๗ ครั้งในการเกิดอุทกภัยของพื้นที่ประเทศไทยในครั้งนั้น เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ไปสิ้นสุดเอาเดือนธันวาคมและเดือนมกราคม ก็เกือบครึ่งปี ของปีงบประมาณนะคะ แต่ว่าเราจะเห็นว่าการจัดสรรงบประมาณนั้นไปกระจุกตัวอยู่ ในภาคใต้เป็นส่วนใหญ่ ทางรัฐบาลหรือผู้ที่เกี่ยวข้องอาจจะลืมนึกถึงภาพที่เกิดขึ้น ในเดือนกรกฎาคม เดือนมิถุนายน เพราะว่าฝนจะเริ่มตก น้ําจะท่วมตั้งแต่ภาคเหนือลงมา ภาคกลาง และภาคใต้นะคะ ท่านอาจจะลืมไป ท่านมองเห็นแต่ภาพของภาคใต้ในเดือน พฤศจิกายน เดือนธันวาคม แต่ว่าภาคกลางละคะ ภาคเหนือละคะ ที่เขาเกิดเหตุอุทกภัยขึ้น ก่อนนั้น ท่านอาจจะมองไม่เห็นภาพนะคะ เพราะฉะนั้นงบประมาณที่จัดสรรไป โดยเฉพาะ ของกระทรวงศึกษาธิการ ๔๗ เปอร์เซ็นต์อยู่ในภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๓ ภูมิภาครวมกันได้ประมาณ ๕๓ เปอร์เซ็นต์ ก็เปรียบเสมือนพ่อแม่หาเงินได้มา ๑๐๐ บาท ให้ลูกที่อยู่ภาคใต้เอาไป ๕๐ บาท ภาคเหนือ เอาไป ๑๐ บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเอาไป ๑๕ บาท ภาคกลางเอาไป ๑๕ บาท ความยุติธรรมมันอยู่ที่ไหนคะ เดือดร้อนเหมือนกันทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะ บอกกับพี่น้องประชาชนว่าการจัดสรรงบประมาณครั้งนี้ดิฉันไม่เห็นด้วย เพราะเป็นการ จัดสรรงบประมาณที่กระจุกตัวอยู่ในเฉพาะภูมิภาค ดิฉันจึงขอตัดลดงบประมาณ ในมาตรา ๓ นี้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีจะตอบครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมขออนุญาตที่จะยังไม่ชี้แจงนะครับ เพียงแต่มีหน้าที่ ที่จะต้องรายงานต่อที่ประชุมเล็กน้อยนะครับว่าในเอกสารรายงานของคณะกรรมาธิการที่ได้ แจกท่านไปมีการพิมพ์ผิดอยู่ ๒ รายการนะครับ ก็เพื่อความชัดเจนขออนุญาตที่จะใช้โอกาสนี้ ในการที่จะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือท่านขอแก้ไขใช่ไหมครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ใช่ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หน้าไหน

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

หน้า ๑๔ ครับ บรรทัดที่ ๓ ขอแก้จากคําว่า รายการที่ขอแปรญัตติ แก้ไขเป็น รายการที่ขอสงวนความเห็น อันนี้ของท่านวิทยาเอง แล้วในส่วนของหน้า ๑๐๑ บรรทัดที่ ๒ จากคําว่า มีคณะกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติดังนี้ แก้เป็น มีคณะกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น ดังนี้ คือไม่มีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปท่านประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัด ชัยภูมิ ในฐานะคณะกรรมาธิการนะครับที่ขอสงวนความเห็น ที่ผมต้องตัด ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ผมได้พิจารณาแล้วความจริงรัฐบาลใช้เงินแค่ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ในงบกลางปีเหลือเฟือ ทําไมครับ ผมอยากเรียนครับ รัฐบาลชุดนี้เอาเงินเป็นตัววัด อะไรก็เงิน คําหนึ่งก็เงิน สองคําก็เงิน สามคําก็เงิน นี่คือปัญหาที่มันจะเกิดขึ้น เงินมาก ๆ ไม่ใช่ว่าจะดีนะครับ เงินมาก ๆ บางครั้งเป็นพิษครับ ท่านประธานครับ โดยเฉพาะ ท่านนายกรัฐมนตรียืนยันว่ารูปภาพ โอ้โฮ วิสัยทัศน์ท่านบอกว่าท่านให้รายละเอียดเป็น รูปภาพ จะยืนยันชัดเจนว่าตรงนั้นตรงนี้ไม่สามารถที่จะมีการทุจริตกันได้ แต่ไปดูจริง ๆ ครับ คณะกรรมาธิการตรวจแล้วปรากฏว่ามีรูปซ้ํากัน ขนาดเม็ดก้อนหินเล็ก ๆ ยังเหมือนกันเลย ท่านประธาน แล้วอยู่หน้าเดียวกันด้วยครับ ผมนั่งดูแล้วก็งง ยิ่งกระทรวงศึกษาธิการนะครับ รูปภาพซ้ํากันครับ จังหวัดสุราษฎร์ธานีรูปภาพซ้ํากันเกือบ ๒๐ แห่ง ผมก็เลย เอ๊ะ แบบนี้ มันชักไม่ค่อยดี ต้องขอบคุณท่านวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ครับท่านดูละเอียดมาก ดูละเอียด จริง ๆ ผมตาไม่ค่อยดีครับดูทีแรกไม่เห็น พอคุณวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ชี้ปัง โอ้โฮ ท่านไปชี้ ที่เม็ดหินครับเหมือนกันเลย เม็ดหิน แล้วรูปหน้าเดียวกัน ก็เลยดูกันใหญ่ครับ ทีนี้ซ้ํากัน ซ้ําไป ซ้ํา ๆ หมด ผมถึงบอกว่ารูปภาพที่ท่านนายกรัฐมนตรียืนยันว่าจะสามารถตรวจสอบได้ นี่ผิดเลยครับ มีการเอารูปมาแปะกันสนุกสนานนะครับ มันเหมือนกับงบไทยเข็มแข้งของ กระทรวงสาธารณสุขอย่างไรก็อย่างนั้นเลยครับ แบบไม่ชัด ดูแล้วมันน่าสังเวช ท่านประธาน ดูงบประมาณผมก็ทักนะครับทักหลายที โดยเฉพาะรัฐบาลชุดนี้ใช้เงินฟุ่มเฟือยมากไป ใช้จนลืมตัว จนต้องไปเอาเงินคงคลังออกมา ท่านเพิ่มเงินเดือนเพิ่มโน่นเพิ่มนี่เพิ่มตลอด แม้แต่วันหยุดก็เพิ่มจนงง ท่านประธานรู้ไหมครับ หยุดจนชาวบ้าน เอ้า จะหยุดไปทํา อะไรอีกนี่ จะให้ทํางานไหม ข้าราชการเขาถามผมว่าเมื่อไรจะเลิกวันหยุดสักที เขางงครับ หยุดให้เขา มากเกินไป นี่ก็เช่นเดียวกันครับใช้กัน ทําให้เงินเบี้ยหวัด บําเหน็จ บํานาญต้องเอาเงินคงคลัง มาใช้ เพราะตั้งแล้วไม่พอ นี่ถ้าหลวงตามหาบัวท่านมีชีวิตผมว่าท่านออกมาต่อว่ารัฐบาลชุดนี้ แน่นอน เงินอะไรครับ ทุกอย่างดูสิครับ สมทบเงินชดเชยข้าราชการอะไรต่ออะไร ผมดูแล้ว ทําไมใช้สนุกเกินไป ผมฝากรัฐบาลนะครับ โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีตอนนี้ท่านหยุดเป็น ซานตาครอส (Santacross) ได้แล้วครับ ผมบอกท่านถ้าจะเป็นซานตาครอสท่านต้องเสกได้ เสกกระดาษให้เป็นเงินครับ ไม่ใช่เสกเงินให้กลายเป็นเศษกระดาษ ตอนนี้รัฐบาลชุดนี้ใช้เงิน มากมาย แต่กลายเป็นเศษกระดาษไปหมด เพราะอะไรครับ เกิดการทุจริตคอร์รัปชันกันไป ทุกจุด เป็นงบประมาณที่เป็นการอนุมัติซื้อลูกรังมากที่สุดตั้งแต่ตั้งประเทศไทยมา ซื้อกันสนุก ครับแล้วใครจะไปนับเม็ดลูกรัง ผมไม่เคยเห็นจะใช้งบในการซื้อลูกรังมากมายจนน่าตกใจ มีการล็อกสเปกทางหลวง รีไซคลิ่ง (Recycling) ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทอย่างนี้นะครับ ไม่ให้ คนอื่นทํา ผมไปดูแล้วจริง ๆ นับไปนับมา ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมว่าก็มากเกินไป ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับท่านประธาน น่าจะเอาไปใช้หนี้บ้าง ดอกเบี้ยก็ ๑,๙๙๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปใช้เงินกู้ดีกว่าครับ ผมอยากเรียนท่านประธานครับว่าหลาย เรื่องการตรวจสอบสําคัญมากท่านประธานครับ โดยเฉพาะกรมป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ปภ. ตัดลงได้เยอะแต่ปรากฏว่าคณะกรรมาธิการเขาบอกว่า เช่นที่จังหวัดราชบุรี ท่านประธาน ไปดูเถอะครับ ๑๘๐,๐๐๐ ๑๘๘,๐๐๐ ๑๘๘,๐๐๐ ๖๐ กว่าโครงการ เสียหายจริง ท่านประธาน บ้านเดียวกัน ๓ โครงการ ๑๘๐,๐๐๐ ๑๘๘,๐๐๐ มันทําไมแบ่งกันดีจังครับ ท่านประธาน ผมถึงบอกว่าตัดออกไป ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ผมยังอยากจะตัดให้มากกว่านี้ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ถ้าท่านคิดไม่ออกบอกผมได้ครับ ผมจะเอาไปจํานําพืชไร่ จํานําราคา ข้าวตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้อนกันจริง ๆ วัวตกต่ําจนเดี๋ยวนี้วัวบอยอุบลก็ตายแล้วครับ ตายแล้ววัวบอยอุบลของ ส.ส. กุ่ย จาก ๓๐ ล้านบาท เหลือไม่ถึง ๓๐๐,๐๐๐ บาทตรอมใจ ตายไปแล้ว วัวของท่านเรืองเดช สุพรรณฝ่าย ก็ตายอีกครับ ๖,๐๐๐,๐๐๐บาท เหลือ ๖๐,๐๐๐ บาท เอาไปช่วยวัวได้ไหมครับ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ ถ้าเป็นไปได้อยากให้ไป ช่วยยกอาชีพของเกษตรกรผู้เลี้ยงวัว ตอนนี้เดือดร้อนกันมากครับท่านประธาน ผมถึงขอ สงวนความเห็นตรงนี้ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปใช้ในส่วนที่ดีเถอะครับ เอาไปชดใช้หนี้ก็ได้ เอาไปช่วยเกษตรกรผู้เลี้ยงวัว ตอนนี้นอนเต็มไปหมดเลยครับ ราคาข้าวเปลือกตกต่ํา ท่านประธาน แต่ปรากฏว่าราคาข้าวสารถุงขึ้นราคา มันอะไรกันครับ ปีนี้จริง ๆ เป็นปีที่ เกษตรกรน่าจะมีกําไร เป็นปีที่เกษตรกรน่าจะมีรายได้ มีเงินมีทองมากมาย ใช้หนี้ใช้สิน จนหมด อุทกภัยทั่วโลกครับ ทั้งแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด น้ําท่วม หิมะตก เกษตรกร ของไทยบอกว่าดีแต่ยางมันกรีดได้กี่เจ้าครับ บ้านผมอยู่บนหลังเขากรีดได้อยู่ไม่เกิน ๑๐ คน รวยอยู่ ๑๐ คน ราคาสูงก็จริงครับ ภาคใต้ก็จริงครับ น้ําท่วมครับ ไร่สวนยางเสียหายไป กี่แสนไร่ครับแม้แต่ภาคใต้ก็ยังไม่ค่อยได้เท่าที่ควร เพราะมันเสียหายน้ําท่วม ผมอยากฝาก ท่านประธานเพื่อผ่านไปถึงประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณ ผมถึงขอสงวนความเห็นเรื่องนี้ไว้ไปใช้ในสิ่งที่จําเป็นกรุณาอย่าใช้เงินฟุ่มเฟือยครับต้องบอก ท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังซึ่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการ งบประมาณ ท่านต้องขี้เหนียวครับ ท่านอย่าใจใหญ่จ่าย จะไปทําเหมือนเดิมที่ท่านเคยเป็น ไม่ได้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต้องหวงแหนงบประมาณเหมือนท่านสมหมาย ฮุนตระกูล ใครจะขอเงิน แกขี้เหนียวครับไม่ให้ นั่นคือเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังที่ดี ที่สุด ถึงแม้เขาจะไม่จบการเงิน การคลัง แต่เขาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังที่ผมยอมรับ ครับ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไม่ใช่นายกรัฐมนตรีบอกสั่ง ๆ เอาโน่นเอานี่ ไม่ใช่ครับ ก็อยากฝากท่านประธานเรื่องนี้ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ขออนุญาตชี้แจง สั้น ๆ ๒ ประเด็นเท่านั้นครับ เพราะผมเกรงว่าถ้าอภิปรายในแนวนี้แล้วเดี๋ยวเพื่อนสมาชิก จะสับสนแล้วก็พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ก็อาจจะสับสนไปด้วย ก่อนหน้านี้ต้องขออนุญาต เอ่ยนามนะครับ ท่านไพจิตได้แสดงความคิดเห็นขอสงวนที่จะปรับลดงบประมาณในส่วน อื่น ๆ นอกจากส่วนเม็ดเงินคงคลัง ๘๔,๐๐๐ ล้านบาทไว้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ซึ่งเป็นสิทธิของท่าน แต่หลังจากนั้นเมื่อสักครู่ต้องขออนุญาตเอ่ยนามเช่นเดียวกันนะครับ ท่าน ส.ส. คุณหมอประสิทธิ์ได้เสนอว่าอยากที่จะปรับลดงบประมาณลง ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมขออนุญาตเรียนด้วยความเคารพนะครับว่า ท่านทําเช่นนั้นไม่ได้ครับ ผิดกฎหมาย และผิดรัฐธรรมนูญ ประเด็นคืองบประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแต่เดิมแล้วก็ปรับลดลงมา โดยกรรมาธิการเหลือ ๙๙,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น มีสัดส่วน ๘๔ เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ ๘๔,๐๐๐ ล้านบาทที่ต้องตั้งโดยรัฐธรรมนูญ มีบทบัญญัติไว้นะครับเป็นการชดใช้เงินคงคลัง ที่ได้ใช้ในปีงบประมาณปีก่อนหน้านี้ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ท่านปรับลดไม่ได้ แล้วนอกเหนือจากนั้นความจริงอีก ๖,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งต้องจัดสรรให้กับท้องถิ่นก็เป็นไปตาม เงื่อนไขรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน ท่านก็ปรับลดตรงนั้นไม่ได้ คณะกรรมาธิการก็ปรับลด ตรงนั้นไม่ได้ เพราะฉะนั้นส่วนที่เป็นส่วนที่ใช้จ่ายจริงนอกเหนือจากข้อบังคับในแง่ของ ตัวรัฐธรรมนูญที่มีกําหนดไว้ ก็คือประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ใช้ในการฟื้นฟู แล้วก็ซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน วัด โรงพยาบาลหรือถนนหนทาง จากอุทกภัยในช่วงปีที่แล้ว ซึ่งท่านอาจจะเสนอตัดลดตรงนั้นได้ แล้วก็จริง ๆ ถ้าความหมาย ของท่านก็คือท่านอาจจะเสนอตัดลดตรงนั้นทั้งหมดเลย ซึ่งก็หมายความว่าถ้าไม่ต้องการให้ ไปซ่อมแซมอะไรเลย แต่ในส่วนของ ๓๐,๐๐๐ บาทนั้นต้องขออนุญาตเรียนด้วยความเคารพ นะครับ ทําไม่ได้ครับ ทีนี้ท่านได้พูดถึงการใช้เงินคงคลัง ซึ่งท่านได้บอกว่าเป็นการใช้ เงินคงคลัง ที่ค่อนข้างฟุ่มเฟือย เพราะว่ามีวงเงินที่ใช้ไปสูงถึง ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท ก็ขออนุญาตชี้แจงนะครับว่า ประมาณครึ่งหนึ่งของ ๘๔,๐๐๐ ล้านบาทที่ได้ใช้ไป คือ ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท เป็นการนําไปทําในสิ่งที่ท่านเพิ่งแนะนําเมื่อสักครู่ ก็คือไปใช้หนี้ ไปใช้หนี้ล่วงหน้า ซึ่งผมขออนุญาตเรียนท่านในที่นี้ด้วยนะครับว่า การที่ทางกระทรวง การคลังได้ใช้รายได้ที่เก็บได้เกินเป้าหมายที่กําหนดไว้เดิมไปใช้หนี้ล่วงหน้า ทําให้รัฐประหยัด เม็ดเงินงบประมาณที่เป็นภาระดอกเบี้ยได้กว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นตรงนี้ ก็สะท้อนให้เห็นถึงความระมัดระวังในการบริหารเงินภาษีของพี่น้องประชาชน แล้วก็ การบริหารงบประมาณหรือรายได้ของรัฐบาลให้มีความคุ้มค่าสูงสุดต่อพี่น้องประชาชน และประเทศชาติครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง คุณประท้วงอะไร

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณประท้วงอะไรครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผมอยากจะใช้ สิทธิในฐานะกรรมาธิการครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นี่เรากําลังใช้สิทธิ คณะกรรมาธิการครับ นี่เรียงตามในเล่มนะครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กรรมาธิการ

ท่านชัยวัฒน์ไม่ได้เป็น กรรมาธิการครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เขาแปรญัตติไว้ครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กรรมาธิการ

ทราบครับท่านประธาน ผมกราบเรียนด้วยความเคารพ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมยังไม่ให้คุณพูดหรอกครับ นั่งลงก่อนครับ ผมทําตามข้อบังคับครับ เชิญนั่งลงครับ เชิญคุณชัยวัฒน์ครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ต้องขออนุญาตท่านประธานและก็กราบรบกวนเวลาอันมีค่าของสภา แล้วก็เรียนไปยัง ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และท่าน คณะกรรมาธิการทุกท่านนะครับ ผมเองได้ตัดลดงบประมาณเพิ่มเติมงบประมาณ เพิ่มเติม ในปีพุทธศักราช ๒๕๕๔ ในเรื่องของการที่ใช้งบประมาณ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๐.๐๑ เปอร์เซ็นต์ครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท 🔗

ผมตัดไป ๐.๐๑ เปอร์เซ็นต์ครับ ท่านประธานครับ ถ้าคิดเป็นงบประมาณในแสนล้านบาทก็ประมาณ ๑๐ ล้านบาท ถ้าฟังจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อให้ย่นย่อขึ้น ก็คือการที่พระราชบัญญัตินี้ จัดตั้งงบประมาณไว้นี้แจกแจงเป็น ๔ รายการ รายการที่ ๑ ก็คือไปสําหรับในเรื่องของ การฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในปีพุทธศักราช ๒๕๕๓ ต่อปีพุทธศักราช ๒๕๕๔ อีกส่วนหนึ่งก็คือไปในเรื่องของสวัสดิการของผู้สูงอายุ ซึ่งในส่วนนี้ ก็เป็นลักษณะของเงินงบประมาณในการสนับสนุนเบี้ยยังชีพ ในส่วนที่ ๓ ก็คือส่งเสริม การกระจายอํานาจการปกครองส่วนท้องถิ่น และส่วนที่ ๔ ก็คือการใช้เงินคงคลัง การใช้ เงินคืนคงคลังนี้ที่ใช้ไปแล้ว ใช้เกินไปก็คือ ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าโดยสรุปแล้ว ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อสักครู่ท่านประธานท่านชี้แจงว่างบประมาณ ในส่วนนี้ก็จะประมาณสัก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เอาไปใช้กันจริง ๆ หรือหมื่นกว่าล้านบาท เล็กน้อย ผมตัดลดไป ๐.๐๑ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเทียบจากงบประมาณในการที่จะใช้จริง ที่ไม่สามารถดําเนินการตัดได้ เพราะอย่างเงินคงคลังนี้ เคยใช้เงินคงคลังก็ไม่ได้ไปตัดลด ถ้าเอาตัวเลขตรงนี้มาคิดแล้วก็คงต้องขอกราบเรียนท่านประธานครับ ก็จะประมาณ ๑ เปอร์เซ็นต์ของงบในการจัดครั้งนี้ที่ตัดลดลง ผมคิดว่าการตัดลดของผมนี้ผมตัดลด ด้วยเป็นเหตุเป็นผลในเรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณ ผมคิดว่าวิธีการจัดทํางบประมาณ หรือการดําเนินการงบประมาณ ผมเชื่อว่าทางฝ่ายจัดทํานี้ไม่ว่าจะเป็นสํานักงบประมาณ ก็ตามแต่ ไม่ว่ากระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ก็พยายามพิจารณาด้วยความระมัดระวัง ผมเชื่อว่าอย่างนั้นครับ แล้วก็พยายามจะทําให้ดีที่สุดในการที่จะใช้จ่ายงบประมาณโดยการ ยึดหลักของวิธีการงบประมาณ ก็คือการประหยัดและมีประโยชน์อย่างคุ้มค่า แล้วก็สิ่งที่ได้ก็ คือได้กับพี่น้องประเทศชาติของเขาโดยตรง แต่อย่างไรก็ตามแต่ขออนุญาตกราบเรียนครับว่า ถ้าเราทําอะไรก็ตามแต่ ถ้าเราคิดถึงวิธีการที่จะประหยัดได้ วันนี้เราประหยัดได้เท่าไร แล้วเราคิดว่าเรามีโอกาสจะประหยัดเพิ่มขึ้นไหม เสมือนหนึ่งว่าวันนี้เรามีโอกาสในการ ประหยัดงบประมาณได้สัก ๑ เปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่าประเทศชาติเราก็จะประหยัดเพิ่มขึ้น เสมือนหนึ่งรัฐบาลในยุคต่าง ๆ หรือรัฐบาลในยุคไหนก็ตามแต่ก็เรียกร้องในการเรียกร้องให้ พี่น้องประหยัดไฟ อย่างนี้เป็นต้น ช่วยกันประหยัดไฟ ช่วยกันลดภาระค่าครองชีพ ลดอะไร อย่างนี้ เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตกราบเรียนครับ ในทํานองเดียวกันถ้าเรามาลดงบประมาณ โดยรัฐบาลจัดเป็นในลักษณะของใช้ตนเองให้เป็นหลักของการใช้ชีวิตว่ารัฐบาลนั้นแม้จะ จัดงบประมาณเท่าไรก็ตามแต่ ก็ยังสามารถที่จะพอถึงเวลาพิจารณาจริงก็ยังสามารถที่จะ มาตรวจแล้วก็ลดงบประมาณไปอีกได้ แต่ขออนุญาตกราบเรียนครับ ไป ๆ มา ๆ คณะกรรมาธิการปรับลดมากกว่าที่ผมคิดไปเสียอีก ก็คือปรับลดไปทั้งหมดเป็นเงินจํานวน ทั้งหมด ๓๒,๔๖๘,๗๐๐ บาท แต่ก็ยังกราบเรียนนะครับว่าการปรับลดอย่างนี้เป็นเพราะว่า เนื่องจากคณะกรรมาธิการไปตรวจเจอในบางเรื่องที่ได้ยัดเอกสารมา แล้วก็แสดงถึง ความไม่พร้อม แต่ผมขออนุญาตกราบเรียนครับว่าตรงนั้นผมเชื่อด้วยความสุจริตใจนะท่านประธานว่าพี่น้อง ประชาชนมีความเดือดร้อนจริง แต่เนื่องจากวิธีการทํางานและวิธีการดําเนินการ ด้วยความเร่งรีบนะครับท่านประธานเอกสารอาจจะหลุดไปบ้าง เพราะฉะนั้นผมเชื่อด้วย ความบริสุทธิ์ใจครับว่าถ้าการปรับลดงบประมาณที่เพิ่มมากขึ้นอย่างนี้ผมคิดว่าปัญหาการ ทํางานในพื้นที่ของข้าราชการจะประสบปัญหาพอสมควร พี่น้องประชาชนก็จะได้รับ ผลกระทบมาก เพราะฉะนั้นขออนุญาตกราบเรียน จริง ๆ แล้วก็ไม่อยากจะตัด แต่ว่าการตัด ดังกล่าวเพื่อที่เราใช้อะไรก็ตามแต่เราต้องตระหนักในการที่จะทําให้เป็นนิสัยด้วยความ ตระหนี่ถี่เหนียว เพราะว่าประเทศชาติของเรายังมีปัญหาอีกเยอะ ต้องใช้งบประมาณอีกมาก สิ่งสําคัญก็คือท่านประธานครับ ถ้าตรวจดูเอกสารทั้งหมดไป ผมเองไม่ได้เป็นกรรมาธิการ วิสามัญครั้งนี้ ครั้งก่อนเป็นแต่ครั้งนี้ไม่ได้เป็น ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่า ไปปรับลดหน่วยงานนะครับ มันมีมากด้วย น้อยด้วย ที่มากเพราะไปตรวจเจอเอกสาร ที่ผิดพลาด ปรับลดไปตั้ง ๒๘,๘๖๗,๐๐๐ บาท นี่คือสิ่งที่เป็นปัญหา และผมเชื่อว่าตรงนี้ เจ้าหน้าที่จะทํางานแล้วจะมีปัญหาในพื้นที่ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยนะครับ หน่วยงานโดยตรงเลย เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ ถ้าเป็นจริงให้ เขาพิสูจน์มาได้ไหม ผมอยากจะร้องขอให้เจ้าหน้าที่เขาพิสูจน์มา พี่น้องประชาชนพิสูจน์ เอกสารมาหรือดําเนินการกลับมาได้ไหม ขออนุญาตกราบเรียน ไม่อย่างนั้นพี่น้องประชาชน จะได้รับความลําบากถูกทอดทิ้งนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งก็คือในเรื่องของการปรับลดหน่วยงานที่น้อยที่สุด ๑,๗๐๐ บาท ครับท่านประธาน ผมเคยอภิปรายและเคยพูดในที่นี้ เคยปรับลด ๑๐๐ กว่าบาท ปรากฏว่า ค่าเอกสารในการปรับลด ท่านได้ปรับลดงบประมาณประมาณ ๑๐๐ กว่าบาทจริง ตอนนั้น ผมจําตัวเลขไม่ผิด ๑๕๐ บาท ท่านประธานครับ คําถามที่หาคําตอบไปปรับลด ๑๕๐ บาท แบบนั้น เอกสารที่ผมพูดไว้ตอนนั้นก็คือว่าค่าเอกสารในการปรับลดแก้ไขทั้งหมดในระบบ ทั้งประเทศเกินกว่า ๑๕๐ บาท เกินแน่นอนครับ แต่ว่าตรงนั้นหวังผลอะไร หวังผลให้ตัวเลข มันกลม ๆ ใช่ไหม ให้ตัวเลขมันถูกต้องและยันกันได้ใช่ไหม แต่วิธีการทําอย่างนั้นเป็นวิธีการ ที่ผิด เช่นเดียวกันครับท่านประธาน ตรงนี้ไปตัดลดเขา ๑,๗๐๐ บาทครับท่านประธาน ผมเองไม่แน่ใจครับท่านประธานว่าในระบบตรงนี้ ในระบบที่ไปตรงนี้ก็คือระบบที่เอาไปใช้ ในท้องถิ่นนะครับ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นนะครับ เป็นค่าใช้จ่ายสําหรับสนับสนุน การสงเคราะห์เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ การสงเคราะห์เบี้ยผู้สูงอายุในขณะนี้นะครับท่านประธาน รายเดือนคนละ ๕๐๐ บาท ถ้า ๓ คน ๑,๕๐๐ บาท ๑,๗๐๐ บาทไม่รู้ว่าเอาตัวเลขมาอย่างไร ครับท่านประธาน มันค่าอะไร แสดงว่าระบบนี้มันผิดพลาด ไม่ถูกต้อง หรือว่าเป็นค่าใช้จ่าย ดําเนินการของข้าราชการซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ครับท่านประธาน ค่าน้ํา ค่าเรือ ค่ารถ ค่าไฟ ค่าอะไรมันไม่ได้ใช้ตรงนี้แล้ว เพราะว่าตรงนั้นมันเป็นงบประมาณโดยปกติที่ใช้อยู่ ในปี ๒๕๕๔ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่าการพิจารณา งบประมาณนี้ผมอยากจะให้พิจารณาด้วยความถ่องแท้ ให้ถูกต้อง มีความเหมาะสม เพื่อที่ เราจะได้ดําเนินการให้ถูกต้อง เป็นมรรคเป็นผลต่อพี่น้องประชาชนให้มากยิ่งขึ้น ในการตัดลด งบประมาณเช่นเดียวกันใน ๑,๗๐๐ บาทอย่างนี้ก็ไม่อยากให้ทํานะครับ แม้ว่าตัวเลขบางครั้ง มีความผิดพลาด ยันตัวเลขไม่ได้ ดําเนินการไม่ได้ ต้องหาวิธีอื่น ไม่ใช่วิธีนี้ครับ วิธีนี้ผมว่าเป็น วิธีที่ไม่แน่ใจ ผมไม่อยากจะใช้คําว่าอะไร ผมใช้ไปอาจจะเรียกว่าอย่างไร เดี๋ยวก็จะเป็น ลักษณะอาจจะมีความรุนแรงเกินไป ก็เลยอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่าขอเขา ปรับครับ วิธีการที่จะทําสิ่งเหล่านี้ให้กับบ้านเมืองให้เป็นแบบแผนให้ดียิ่งขึ้นครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ การปรับลดงบประมาณของผมวัตถุประสงค์ก็คือ เพื่อที่จะให้ประหยัดงบประมาณครับ เพราะว่าบ้านเมืองเราถ้าเราเก็บภาษีมาก ใช้จ่ายมาก พี่น้องประชาชนจะเดือดร้อนเยอะ ผมเองได้มีโอกาสพูดจาปราศรัยกับพี่น้องประชาชน วันนี้ประเทศไทยเราแค่น้ํา ๆ เดือดร้อนกันแค่น้ํา ๆ นะครับท่านประธาน น้ํามา น้ําแล้ง อะไรก็ตามแต่ รวมทั้งน้ํามันพืช น้ํามันปาล์มอะไรก็ตามแต่ เนื้อ ๆ กําลังจะตามมาท่านประธาน เร็ว ๆ นี้ เนื้อ ๆ กําลังจะตามมาท่านประธาน กลางปี ปลายปีนี้ เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานครับ ฝากรัฐบาล ฝากท่านนายกรัฐมนตรีดูแลให้ดีนะครับ คิดว่ายุบสภาเร็ว ๆ นี้ จะดีหรือไหม ผมเองฝ่ายผมนี่อยากให้ยุบนะครับ เรียกร้องมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ตอนนี้ถามบอกว่าอย่างไรครับท่านประธาน ตอนนี้ถ้ายุบสภาขาลอยนะครับ แล้วบ้านเมือง มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ในเรื่องของปัญหาต่าง ๆ ที่ตามมา กลางปีน้ํามันกําลังจะขึ้นนะครับ ทุกอย่างเศรษฐกิจกําลังปรับตัวท่านประธานตอนนั้นผมบอกได้เลยพรรคเพื่อไทยนี่กระแส มาแรงนะครับ เพราะฉะนั้นขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ท่านประธานลองคิดดู ถึงตอนนั้นเลือกตั้งถ้าเป็นอย่างนั้น พรรคประชาธิปัตย์แพ้ราบคาบนะครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณเจะอามิง โตะตาหยง

(นายเจะอามิง โตะตาหยง ไม่อยู่ในที่ประชุม)

ไม่อยู่นะครับ ต่อไป คุณสถาพร มณีรัตน์

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ที่กระผมได้ปรับลดงบประมาณลงไป๐.๐๕ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากมีเหตุผลหลายประการที่จะต้องฟ้องพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่ กระทบอุทกภัยเหมือนกันหมด แต่ทิศทางงบประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้กระจุกอยู่ เฉพาะเขตเลือกตั้ง อยู่เฉพาะคนที่มีอํานาจวาสนา อยู่เฉพาะมีประเด็นทางการเมือง ซึ่งมีเป็น การอภิปรายเก็บข้อมูลไว้ตั้งแต่เริ่มแรก และผมสังเกตเห็นท่านประธานถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ การจัดสรรงบประมาณเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ที่ผมต้องยกตัวอย่างในจังหวัด ลําพูนของกระผมนี่ เพราะมันมีรูปแบบที่ชัดเจน จังหวัดลําพูนของกระผมน้ําท่วมเมื่อวันที่ ๒๑ ถึงวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๓ ท่วม ๓ วัน ๓ คืน แม่น้ําที่ท่วมคือแม่น้ําลี้ ระยะความยาว ของแม่น้ํา ๑๖๐ กิโลเมตร ต้นแม่น้ําเกิดที่อําเภอทุ่งหัวช้าง ไหลผ่านอําเภอลี้ อําเภอบ้านโฮ่ง ไปลงแม่น้ําปิงที่อําเภอเวียงหนองล่อง เป็นแม่น้ําสายสั้น ๆ แต่ไหลแรง เนื่องจากว่า ความลาดชันมันสูง วันที่ ๒๑ ถึงวันที่ ๒๓ ตุลาคม น้ําได้พัดพาพี่น้อง ๒-๓ อําเภอนี้เสียหาย ของบประมาณมา ทั้งหมด ๒๕๗ ล้านบาทท่านประธาน เสียหายจริง ๆ ทั้งรูปถ่าย ทั้งทีวี วิทยุ ผู้คนเสียชีวิต ๒-๓ คน หมู หมา กา ไก่ พัดไปหมด ๒ ฝั่งลําน้ําลี้ อําเภอลี้ อําเภอบ้านโฮ่ง อําเภอเวียงหนองล่อง ปรากฏว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้จัดให้จังหวัดลําพูน ๕๗ ล้านบาท ท่านประธาน น้อยกว่างบโฆษณาขายไข่เป็นกิโลกรัมอีกผมถึงน้อยใจ ท่านประธานว่าอุบัติภัยที่มันเกิดจากภัยธรรมชาติ พิสูจน์ยืนยันได้ชัดเจนว่าเกิดกับความ เสียหายกับพี่น้องประชาชน ปรากฏว่าในอีกจังหวัดหนึ่งผมไปเปิดเว็บไซต์ (Website) ย้อนหลังน้ําท่วมนิดเดียว ผมไม่อยากจะให้เป็นที่ระคายเคืองของพี่น้องประชาชนจังหวัด นั้น ๆ แต่ท่านโชคดีที่มีผู้บารมีอยู่ในรัฐบาลชุดนี้ได้ไป ๒๗๐ ล้านบาทครับ ผมไม่ได้อิจฉา พี่น้องจังหวัดนั้นเลย ท่านโชคดีเหลือเกินที่มีผู้บารมีอยู่ในรัฐบาล อยู่ในคณะกรรมาธิการชุดนี้ ท่านเอาไป ๒๗๐ ล้านบาท แต่ผมน้อยใจที่จังหวัดลําพูนของกระผมไม่มีอํานาจวาสนา น้ําตาจะไหล น้ําท่วมขนาดนี้ได้ไป ๕๗ ล้านบาท ผมนี่อยากจะร้องไห้วันละ ๓ เวลาจริง ๆ ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ หรือว่าคนจังหวัดลําพูนนี่มันเป็นคนชายขอบ เสียงไม่ดัง และเป็นพรรคฝ่ายค้าน กระนั้นหรือเปล่า ผมจําเป็นที่จะต้องตัด ๐.๐๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าตัดได้ผมจะไปทําอะไรท่านประธาน ผมจะเอาไปปรับที่น้ําพัดเสียหาย ตลิ่งของลําน้ําลี้ ยาวทั้งหมด ๒๗ กิโลเมตร พี่น้องของผมที่ทางที่อยู่ชายฝั่งลําน้ําลี้หายไปประมาณ ๖๐ ไร่ ผมจะไปถมคืนเขาครับ ผมจะไปทํากันพังที่เป็นแบบที่ถาวรชัดเจน ไม่ใช่แบบผู้ว่าราชการจังหวัดครับ แบบผู้ว่าราชการจังหวัดไปซื้อไม้ยูคาลิปตัสแล้วเอากระสอบปุ๋ยใส่ทรายแล้วอัด ๆ ลง เบิกจ่าย ๆ ครับ ผมจะไปทําคอนกรีต บล็อก (Block) อย่างดีครับ ให้สมกับเป็นมาตรฐาน ของงบประมาณแผ่นดินครับ ไม่ใช่ไปซื้อลูกรัง ๒๗,๐๐๐ บาท ๆ ทําจริง ๕,๐๐๐ บาท มไม่เอา นี่งบประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ค่าลูกรัง ท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ พวกเรามันรู้ทันกัน มันรู้กันครับว่าอันไหนที่เป็นงบซ่อนไว้ อันไหนที่เป็นงบต่างตอบแทน อันไหนเป็นงบจริง ๆ จัง ๆ วันนี้เอะอะโวยวายประกาศภัยแล้งอีกแล้ว เอาเงิน ๕๐ ล้านบาท ที่ท่านประธานผ่านไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ใช้ไปแล้ว แล้งจริง ไม่จริงไม่รู้ เอาเงิน ๕๐ ล้านบาทใช้ไปก่อน แล้วก็ซ้ําซ้อนกับเงินตัวนี้ กว่าเงินตัวนี้จะไป ไหนจะเข้า สภาผู้แทนราษฎร เข้าวุฒิสภาอีกต้องแปรญัตติกันอีก ผู้ว่าราชการจังหวัดก็เอาเงิน ๕๐ ล้านบาทใช้ไปก่อนแล้ว พอเงินตรงนี้ตกไป เรียบร้อย ก็ถมทับที่เดิมนั่นละครับ นี่อย่างไร ครับงบประมาณแผ่นดินเราถึงถมไม่รู้จักเต็ม ผมนี่ชอบหลวงพ่อคูณเหลือเกินครับ ท่านเทศนามีวรรคหนึ่งว่า ลูกหลานเอ้ย เอาเงินงบประมาณไป ๑๐ บาท ขอใช้สัก ๕ บาท มันก็คุ้มแล้ว แสดงว่าหลวงพ่อท่านรู้ เอาไป ๑๐ บาท ใช้สัก ๓ บาทเท่านั้นแหละครับ นอกนั้น ก็ตกเรี่ยไร่ร่ายทาง เพราะฉะนั้นท่านประธาน ผมเองต้องลุกขึ้นมาอภิปรายเรียกร้องถึง ความเป็นธรรม ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ที่เสียภาษีเท่ากัน น้ําท่วมเหมือนกัน แต่พอ ถึงเวลาได้เงินไม่เท่ากัน ผมต้องฟ้องท่านประธาน เพราะท่านก็อยู่ในสภานี้นาน วิธีการจัดงบ เวลาพ่อชัยเป็นประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณพวกเรามีความสุข จัดสรรผลประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนเท่าเทียมกัน เพราะท่านเป็นผู้แทนราษฎรต่างจังหวัด ท่านรู้ ท่านดู ท่านเห็น แต่คณะกรรมาธิการชุดนี้เป็นลูกผู้ดี เป็นผู้มีประสบการณ์ แต่เอาเงินไปซื้อลูกรัง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เห็นกันอยู่ ลูกรังท่านประธาน ผมเจ็บใจจริง ๆ โดยเฉพาะพี่น้อง จังหวัดลําพูนผมได้ ๕๗ ล้านบาท น้อยกว่างบโฆษณาขายไข่เป็นกิโลกรัมอีก นั่นแหละครับ ผมอภิปรายนี่นะ ทั้งเจ็บ ทั้งปวดรวดร้าว จะอภิปรายทุกมาตราแล้วก็จะพูดอย่างนี้ วนเวียน ซ้ําซากอย่างนี้แหละ ที่กันไว้นี่จะบอกว่าทําไมจังหวัดลําพูนได้ ๕๗ ล้านบาท ทุกมาตรา จะถามหมด มันเจ็บปวดครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมได้ใช้เวลามามาตรานี้เป็นมาตรา แรก มาตราต่อไปผมก็จะฟ้อง ฟ้อง ฟ้อง ฟ้อง บอกว่า ไม่เป็นธรรม จัดสรรงบประมาณ ไม่สมประโยชน์ เอาความเดือดร้อนพี่น้องประชาชนบางส่วนหมกเม็ดไว้ เอาไปซื้อลูกรัง เอาไปทําไม่จริง ขอบคุณครับท่านประธาน

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมต้องขอประท้วง ต่อผู้อภิปรายนะครับว่าในขณะนี้เป็นวาระที่สองครับ ท่านต้องอภิปรายในเฉพาะส่วนที่มี การแก้ไข ท่านก็ประกาศแล้วเมื่อกี้ว่าจะอภิปรายแบบนี้ทุกมาตรา จะพูดซ้ํา ซ้ํา ซ้ํา อีก

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สิทธิครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านทําตามข้อบังคับครับ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เขาก็ดู ประธานก็ดูข้อบังคับ อยู่แล้วครับ เขาพูดอยู่ในกรอบครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

คําถามคือที่เขาอภิปราย อยู่ในส่วนแก้ไขตรงไหนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เขาก็ตัดงบประมาณ ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วเขาก็พูดว่าจังหวัดเขาได้ ๕๗ ล้านบาท เขาก็อยู่ในกรอบนะครับ คือเป็น สิทธิของผู้แทนราษฎร ในวาระที่สองเขามีสิทธิอภิปรายที่เขาสงวนครับ ผมก็ปฏิบัติให้ถูกต้อง ตามข้อบังคับแล้วครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ผมคิดว่าท่านประธานต้อง ควบคุมนะครับว่าในการอภิปรายต้องไม่ซ้ํานะครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็พยายามครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

ผมเสียหาย นิดเดียวครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอแล้วครับ ผมวินิจฉัย ให้แล้วนะครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

ผมฝากที่ถูกพาดพิงฝากไปยังท่านบุญยอด เถอะครับ อย่ากินปูนร้อนท้องครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอแล้วครับ ต่อไปมี คุณศุภชัย ศรีหล้า คุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล คุณสรรเสริญ สมะลาภา นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธุ์ นางสาวเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ นายธาดา ไทยเศรษฐ์ นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ เชิญครับ มีอยู่คนเดียวนอกนั้นไม่มีใครอยู่ ก็ถือว่าตัดสิทธิไป เชิญคุณอภิชาตครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้เสนอปรับลดงบประมาณในมาตรานี้ไว้ ๑ เปอร์เซ็นต์ ตัวเลข เมื่อแปรญัตติจาก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็คือเสนอปรับลดไป ๑,๐๐๐ ล้านบาท โดยที่ในการ แปรญัตติของผมนั้นไม่ได้เข้าไปแตะต้องในกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งจัดงบไว้ทั้งหมด ๑,๓๒๒ ล้านบาท ไม่เข้าไปแตะต้องสํานักงานพระพุทธศาสนา ๑๖๒ ล้านบาท แล้วก็ ไม่เข้าไปแตะต้องในงบชดใช้เงินคงคลัง ๘๔,๑๔๒ ล้านกว่าบาท

เหตุผลก็เนื่องจากว่าการจัดงบของกระทรวงศึกษาธิการและสํานัก พระพุทธศาสนานั้นเป็นการจัดงบประมาณเพื่อการฟื้นฟูและแก้ไขผลกระทบจากภัยพิบัติ ซึ่งเราก็พบความจริงว่ามีโรงเรียน มีสถานศึกษา มีวัดจํานวนมากที่ได้รับผลกระทบจากภัย พิบัติจากอุทกภัย ซึ่งจําเป็นที่จะต้องได้รับการฟื้นฟูแก้ไขโดยด่วน และผมก็เข้าใจดีว่า การจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลกลางปีในครั้งนี้ก็เป็นการจัดสรรงบประมาณตามความ จําเป็น ไม่ได้เป็นการจัดสรรเพื่อที่จะกระจายงบให้เท่า ๆ กัน เหมือนกับที่เพื่อนสมาชิก บางท่านได้ลุกขึ้นแล้วบอกว่า ทําไมจังหวัดของตัวเองได้น้อย ทําไมพื้นที่บางพื้นที่ได้มาก รัฐบาลได้จัดงบตามความจําเป็น ซึ่งผมก็เข้าใจนะครับ แล้วก็เสนอปรับลด ๑ เปอร์เซ็นต์ ๑,๐๐๐ ล้านบาท คณะกรรมาธิการไปปรับลดรวมแล้วทั้งหมด ๓๒,๔๖๘,๗๐๐ บาท หรือ ประมาณ ๐.๐๐๓ เปอร์เซ็นต์ เมื่อไปดูรายละเอียดแล้วก็รับได้ เนื่องจากว่าแม้ว่าจะเป็น ตัวเลขที่ไม่มาก แต่ว่าได้ปรับลดในส่วนที่ไม่มีความจําเป็น แล้วก็เข้าใจว่าคณะกรรมาธิการก็มี เหตุผลในการปรับลดในส่วนนั้น ยกตัวอย่างเช่น งบเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ๑,๗๐๐ บาท หรืองบ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ๒๘,๘๖๗,๐๐๐ กว่าบาท ซึ่งผมคิดว่ามีเหตุผล ซึ่งสามารถอธิบายได้ มีเพื่อนสมาชิกบางท่านได้พูดถึงเรื่องการกระจายงบพื้นฟูภัยพิบัติ ในภาคใต้มากกว่าพื้นที่อื่น ๆ ผมในฐานะเป็นผู้แทนราษฎรในภาคใต้ก็อยากจะใช้โอกาสนี้ ทําความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกด้วยว่าภาคใต้นั้นประสบอุทกภัยเช่นเดียวกับพี่น้องในภาคอื่น เพียงแต่เกิดขึ้นทีหลัง แต่ขณะเดียวกันผลกระทบที่ได้รับและเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ในภาคใต้นั้นต่อเนื่องและยาวนานมาก ภาคอื่นอาจจะเริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน แต่ว่าภาวะน้ําท่วมขังนั้นไม่ยาวนาน ภาคใต้เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ เป็นการ เริ่มต้นเข้าสู่ฤดูมรสุมที่ร้ายแรงมาก คือฝนตกหนักแล้วกระหน่ําซ้ําด้วยพายุหรือวาตภัย ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายทั้งพืชสวน ทั้งพืชไร่ แล้วก็นาข้าวรุนแรงมาก พื้นที่ภาคใต้ในบาง พื้นที่ที่อยู่ราบชายเขาน้ําแห้งลดลงอย่างรวดเร็วก็หลากไป แต่ว่าในพื้นที่ป่าพรุซึ่งเป็นพื้นที่ รับน้ําพี่น้องเกษตรกรที่ทําอาชีพอยู่ในบริเวณนั้นแล้วตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่ได้รับความ เดือดร้อนรุนแรงมาก วันที่ ๑ พฤศจิกายน ไม่พอนะครับ วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ก็ถูกซ้ําด้วยมรสุม อีกระลอกหนึ่งก็เกิดน้ําท่วมระลอก ๒ ต้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลมา จนกระทั่งบัดนี้ ความเดือดร้อนของพี่น้องในภาคใต้บางพื้นที่ ยกตัวอย่างเช่น จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งต้องขอรับการช่วยเหลือจากรัฐบาลในการชดเชยเงินน้ําท่วมขังรายละ ๕,๐๐๐ บาท ยังมี ปัญหาอยู่ที่ยังจะต้องพิสูจน์ว่าเขาได้รับผลกระทบจริงหรือไม่นะครับ ตรงนี้เขาก็ยังคงรอคอย การช่วยเหลืออยู่ แล้วความเดือดร้อนของพี่น้องผู้ยากไร้เหล่านั้นก็ไม่แตกต่างกับพี่น้อง ในภาคอื่นหรอกครับ เพราะฉะนั้นขอให้ความเห็นใจกับพี่น้องในภาคใต้ด้วยว่าเราก็ได้รับ ผลกระทบ เราก็เดือดร้อน แต่ว่าเราก็เข้าใจดีว่ารัฐบาลก็พยายามที่จะให้การช่วยเหลือ อย่างทั่วถึง อย่างเป็นธรรมอยู่แล้วนะครับ ท่านประธานครับ ในเรื่องของงบที่มีการปรับลด ที่ตั้งไว้ ๑,๐๐๐ ล้านบาทนั้น แม้ว่าจะเป็นตัวเลขที่สูง คือเสนอปรับลด ๑ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ รัฐบาลปรับลด ๐.๐๓ เปอร์เซ็นต์นั้น ก็ด้วยความไม่สบายใจเมื่อมีการผ่านวาระ ๑ ไปก็คือว่า การจัดการเรื่องแก้ไขฟื้นฟูผลกระทบจากน้ําท่วมที่จัดงบประมาณให้กับกรมทางหลวงชนบท เอย กรมทางหลวงเอย หรือกรมทรัพยากรน้ําเอย ลักษณะการแก้ไขตามแผนงานฟื้นฟู ผลกระทบจากภัยพิบัตินั้น โดยส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นการแก้ไขโดยที่เป็นการตั้งรับ ก็คือไม่ได้ มีลักษณะในเชิงรุกที่จะเป็นการป้องกัน เพราะเราทราบดีนะครับว่าโครงสร้างพื้นฐาน หลายอย่างเป็นตัวการที่ทําให้เกิดปัญหาอุทกภัย ยกตัวอย่างเช่น ถนนของกรมทางหลวง หรือกรมทางหลวงชนบท ก็มักจะออกแบบแล้วก็ไปวางอยู่บนเส้นทางที่ขวางทางน้ํา โดยที่ ไม่ได้คิดให้ถี่ถ้วนว่าเมื่อวางขวางทางน้ําแล้วมีระบบในการระบายน้ําออกให้ผ่านถนนเส้นนั้น ให้เร็วที่สุดได้อย่างไร แล้วก็พยายามทําอย่างไรที่จะใช้เงินในการก่อสร้างให้น้อยที่สุด แต่ว่า ไปละเลยในเรื่องของการป้องกันอุทกภัย ผมถึงไม่สบายใจในตอนแรก จึงพยายามที่จะตั้ง ตัวเลขในการปรับลด ในภาพรวมไว้ถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาท อย่างไรก็ตามเมื่อเห็นรายงานของ คณะกรรมาธิการออกมาเช่นนี้แล้วก็มีความสบายใจในระดับหนึ่ง แต่ว่าในรายละเอียดเมื่อลง ไปถึงกรมทางหลวงชนบท กรมทรัพยากรน้ํา แล้วก็กระทรวงมหาดไทยในส่วนของ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผมขออนุญาตที่จะลุกขึ้นมาแสดงความคิดเห็นอีกครั้งหนึ่ง ในช่วงนั้น กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอบพระคุณครับ ต่อไปคุณเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม

(นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ไม่อยู่ในที่ประชุม)

ไม่อยู่นะครับ ตัดไปนะครับ คุณเจิมมาศ จึงเลิศศิริ

(นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

ไม่อยู่ก็ตัดไปนะครับ คุณสุกิจ อัถโถปกรณ์

(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

คุณนริศ ขํานุรักษ์ ติดใจไหมครับ ไม่ติดใจนะครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ไม่ติดใจครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสมบัติ ยะสิน

(นายสมบัติ ยะสิน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

คุณยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา เชิญครับ

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดจันทบุรีครับ ผมในฐานะผู้ขอสงวนคําแปรญัตติ ในมาตรา ๓ ให้ปรับลดเพียง ร้อยละ ๓ เป็นภาพรวมทุกมาตรา พร้อมให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับบางโครงการที่อาจจะซ้ําซ้อนได้ จึงขอให้คณะกรรมาธิการวิสามัญให้พิจารณาเรื่องบางโครงการที่ซ้ําซ้อนนั้นให้รอบคอบ นะครับ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานสภา ผ่านไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. .... ในวงเงินไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ โดยรัฐบาลนี้มีความจําเป็นที่จะต้องขออนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎรของเราเพื่อนําเงินเหล่านี้ ไปช่วยเหลือฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาและผลกระทบเนื่องจากภัยพิบัติ หรือน้ําท่วม ที่ท่านประธานได้รับทราบรับรู้หลายจังหวัดมีปัญหามีความเดือดร้อนเสียหายมากมาย พี่น้อง ได้รับความเดือดร้อนมาก็ร้องเรียนมายังสภาผู้แทนราษฎรของเรา ร้องเรียนมายัง ท่านนายกรัฐมนตรี ยังคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ท่านห่วงใยพี่น้องด้วยหัวใจที่แท้จริง ได้จัดงบประมาณเป็นกรณีพิเศษ เขาเรียกว่าขอตั้ง งบประมาณเพิ่มเติมช่วยเหลือพี่น้องด้วยวงเงินทั้งสิ้นที่พี่น้องเดือดร้อนในการแก้ไขปัญหา อุทกภัยหรือน้ําท่วมครั้งนี้ จํานวนวงเงินประมาณ ๙,๙๐๐ ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือซ่อมแซม ปรับปรุงบ้านเรือน ตลอดไปถึงวัดวาอารามต่าง ๆ และที่อยู่อาศัยของพี่น้องที่ได้รับ ความเดือดร้อนตลอดไปถึงที่ทํากินต่าง ๆ ยังซ่อมแซมถนนหนทาง สะพานที่พังที่ขาดที่เกิด จากน้ําท่วมที่ผ่านมานะครับ คืออยากจะเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องที่เคารพรัก ทุกท่านที่ฟังรายการวิทยุก็ดี ที่อยู่ทางบ้านนะครับว่ารัฐบาลนี้เข้าใจ ห่วงใย เห็นใจกับพี่น้อง ผู้ที่มีผลกระทบจากภัยพิบัติหรือน้ําท่วมที่ผ่านมานะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านยังคิดต่อครับว่าเรายังมีผู้สูงอายุ เรายังมีผู้พิการ ที่มาขึ้นทะเบียนกับ อบต. ก็ดี เทศบาลก็ดีในพื้นที่แต่ละจังหวัดนะครับ ท่านคิดต่อครับว่า เมื่อขอเพิ่มงบประมาณประจําปีไปแล้วท่านจะต้องจัดสรรงบประมาณให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเพื่อนําไปช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้พิการที่มาขึ้นทะเบียนใหม่ ด้วยวงเงินทั้งสิ้น ๙,๙๐๐ ล้านบาท นี่คือความห่วงใยของท่านนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ยังมีวงเงิน เหลืออยู่ ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเชื่อไหมครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรัฐบาลชุดนี้คิดต่อไปอีกครับเมื่อมีวงเงินเหลืออยู่ ๘๔,๐๐๐ ล้านบาทนั้นต้องจําเป็นครับ รัฐบาลมีจิตสํานึกในการแก้ไขปัญหาและรัฐบาลได้พิจารณารอบคอบแล้วว่าจะต้องคํานึงถึง แนวโน้มในอนาคตต่อไปข้างหน้าเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยในอนาคต จึงนําเงินไปไถ่ถอน เขาเรียกว่าตั๋วสัญญาใช้เงินก่อนกําหนดและรัฐบาลได้ชําระหนี้ตามที่ได้สัญญากับพี่น้อง คนทั้งชาติ คนทั้งประเทศเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า เมื่อรัฐบาลมีรายได้หรือเก็บภาษีเกินเป้า เราจําเป็นจะต้องชําระหนี้ให้หมดในจํานวน ๘๔,๐๐๐ ล้านบาทก่อนกําหนด นี่คือได้สัญญา และได้ทําไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อทางสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้อนุมัติให้นะครับ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมเข้าใจท่านประธานและเข้าใจท่านนายกรัฐมนตรี เข้าใจ คณะกรรมาธิการวิสามัญและรัฐบาลชุดนี้ดีนะครับว่าคนไทยทั้งชาติเมื่อเห็นว่าถ้าสภาแห่งนี้ อนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมไปช่วยเหลือพี่น้องฟื้นฟูพี่น้อง ตลอดไปถึงชําระหนี้แล้วเขาดีใจ ครับพี่น้องคนทั้งชาติดีใจครับที่เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้มีความสามารถหารายได้เข้าประเทศและ สามารถที่จะส่งชําระหนี้ได้ด้วยนะครับ แต่ถ้าหากมีใครคนใดคนหนึ่งไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล ชุดนี้ ไม่ว่าชําระหนี้ก่อนกําหนด ๘๔,๐๐๐ ล้านบาทก็ดี หรือมีใครคนใดคนหนึ่งไม่เห็นด้วย เกี่ยวกับการฟื้นฟูซ่อมแซมบ้านอยู่อาศัยหรือวัดวาอาราม หรือถนนหนทาง ตลอดไปถึงสะพานชํารุดเสียหายที่เกิดจากภัยพิบัติหรือน้ําท่วมนะครับ ในวงเงินประมาณ ๙,๙๐๐ ล้านบาท แต่ถ้าหากท่านใดที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลชุดนี้ ไปช่วยเหลือพี่น้องผู้สูงอายุ พี่น้องผู้พิการที่ยังขาดเบี้ยยังชีพอยู่ และรัฐบาลเห็นความสําคัญต้องการให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ได้รับเบี้ยยังชีพทุกเดือนนะครับ ถ้าผู้ใดผู้หนึ่งที่ไม่เห็นด้วยก็ขอให้พี่น้องได้รับทราบรับรู้ ด้วยว่าไม่เห็นด้วย เพราะในไม่ช้านี้มีการเลือกตั้งนะครับ เขาจะได้พิจารณาได้ตรงคนตรงจุด และตรงผู้แทนในจังหวัดนั้น ๆ และวันนี้ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานและ คณะกรรมาธิการทุกท่านที่พิจารณาเรื่องนี้ และมีข้อสังเกตของผมว่าบางโครงการที่ซ้ําซ้อน หรือมีปัญหานะครับ ขอให้พิจารณาให้รอบคอบ และการบริหารจัดการงบประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ลงไปให้กับพี่น้องอย่างมีประสิทธิภาพประสิทธิผล สมความหวัง ของพี่น้อง ความตั้งใจของพี่น้องที่เดือดร้อนต่อไปครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่าน ประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ

(ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

ไม่อยู่นะครับ ผ่านไป นะครับ ท่านชาดายังติดใจมาตรา ๓ อยู่ไหมครับ เชิญเลยครับ เพราะเมื่อกี้ท่านไม่อยู่ แล้วก็ ต่อจากท่านชาดา ก็คุณจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล ต่อเลยครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ในปีงบประมาณ ๒๕๕๔ นี้ รัฐบาล หรือในงบเพิ่มเติมปีนี้ รัฐบาลได้ตั้งรายจ่ายงบประมาณเพิ่มเติมอีกประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็คณะกรรมาธิการได้ปรับไปบางส่วน ผมกราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพว่า จริง ๆ แล้วดูเหมือนประหนึ่งว่ารัฐบาลนี้ได้เก็บงบประมาณเพิ่มเติมขึ้น ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่จริง ๆ ในสภาพความเป็นจริงไม่ใช่ ไม่ใช่ แล้วก็จะเป็นปัญหา ที่เป็นอยู่ทุกปี ไม่ใช่คือ ๑. ในปี ๒๕๕๓ นั้นตั้งไว้ ๑,๓๕๐,๐๐๐ กว่าล้านล้านบาทนะครับ ปรับปรุงเพียงแต่ไตรมาสแรก คณะรัฐมนตรีปรับปรุงไป ๑,๕๘๓,๐๐๐ ล้านบาท เพียงแต่ ๓ เดือนหรือไตรมาสแรกรัฐบาลก็ปรับเพิ่มไปอีก ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นั่นบ่งบอกถึงว่า การตั้งงบประมาณทุก ๆ ปีผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นสํานักงบประมาณหรือจะเป็น อื่นใดก็ตาม ตั้งงบประมาณไว้ต่ํากว่าความเป็นจริงเยอะมาก ผมขออนุญาตท่านประธานว่า ในปี ๒๕๕๓ นั้น เพียงแต่ไตรมาสแรกก็เก็บได้ ๑๕๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ในปี ๒๕๕๔ ตั้งไว้ ๑๖๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถือว่างบประมาณนั้นห่างกันเพียง ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ยังไม่ได้นับอีก ๓ ไตรมาส นั่นบ่งบอกถึงการทํางบประมาณที่ไม่ถูกต้องของ สํานักงบประมาณ ในปีที่แล้วรัฐบาลเก็บได้ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เกือบ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ไม่ได้ทําเรื่องงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ปีนี้ต้องทําเพราะว่าต้อง ใช้หนี้เงินคงคลังคืน มันบ่งบอกถึงอะไรครับท่านประธานที่เคารพ มันบ่งบอกถึงว่าการพัฒนา ประเทศนี้มันมีปัญหา สํานักงบประมาณผูกอํานาจผูกขาดในการตั้งงบประมาณไว้เพียง คนเดียว ผมกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่าเพียงแต่ไตรมาสแรกของปี ๒๕๕๓ กับปี ๒๕๕๔ แล้วก็งบของปี ๒๕๕๔ ก็ห่างกันเพียงแสนกว่าล้านบาท นี่คือสภาพ ความเป็นจริงที่เกิดกับบ้านเมืองนี้ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า จริง ๆ แล้ว ในงบประมาณภาพรวมนั้นรัฐบาลตั้งได้ถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จากรายได้สุทธิ ซึ่งจริง ๆ ไม่ต้องมาทํางบขาดดุล นี่คือหลักการและข้อเท็จจริงที่เห็น ๆ เลย ที่สํานักงบประมาณ ตั้งงบประมาณในกรมต่าง ๆ ที่มีหน้าที่ในการเก็บงบประมาณ บีบให้ตั้งให้ต่ําแล้วเพื่อให้ท่วม รายจ่าย ดูประหนึ่งว่ามีความสามารถ แต่นั่นคือปัญหาของประเทศ การพัฒนา ขาดการพัฒนา หลายโครงการในประเทศไทยนั้นมีปัญหา หลายโครงการต้องรองบประมาณ ดังนั้นประเทศชาติจึงก้าวหน้าต่อไปไม่ได้ นักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรี หรือ คณะกรรมาธิการก็ไม่สามารถ เพราะว่าของเราไม่มีการแปรญัตติในเรื่องรายรับ เราพูดกันแต่ แปรญัตติในเรื่องรายจ่าย ดังนั้นอํานาจส่วนนี้จึงเป็นอํานาจของสํานักงบประมาณและส่วนที่ เกี่ยวข้อง

ผมกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่า ที่ผมพูดวันนี้ ก็ถือว่าอาจจะเป็นการ อภิปรายงบประมาณครั้งสุดท้ายของสภาแห่งนี้ กราบเรียนว่าในอดีตการตั้งงบประมาณ ต่ํากว่าความเป็นจริงนั้นในสภาพงบขาดดุล เพื่อให้เหลือเงินคงคลังไว้ กลัวว่านักการเมือง กลัวว่าจะมีการใช้จ่ายเงินมากมาย ก็ตั้งงบประมาณต่ํา แต่รายรับที่ท่วมก็ตกเป็นเงินคงคลัง แต่ในปัจจุบันนี้มันต่างกันเยอะกับนักการเงินในสมัยก่อน เพราะว่าในปัจจุบันนี้มีการไม่เก็บ มีการไม่เก็บภาษี ไม่ว่าบกพร่อง บริษัททางการเกษตรแห่งหนึ่งรายได้ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปดูบ้างไหมครับว่าเสียภาษีเท่าไร มีอยู่ ๕–๖ บริษัทใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นแบงก์บางแบงก์ นี่คือสิ่งที่ทําให้บ้านเมืองนี้เกิดปัญหา เพราะว่าไม่มีการเก็บภาษีที่ถูกต้องและเป็นธรรม และครบถ้วน แล้วยังมาตั้งงบประมาณกดไว้อีก ดังนั้นคนที่เป็นนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ไม่สามารถจะสร้างนโยบายที่ชัดเจนในการบริหาร หรือว่าสร้างงานให้กับประเทศนี้ เพราะถูกบีบด้วยรายรับ แต่ไปเป็นงบท่วมปลายปีก็ถือว่าตกเป็นเงินคงคลังไป อันนั้นก็เรื่องดี แต่จริง ๆ มันมีปัญหาในการพัฒนา อยากจะชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลอย่าไปคิดว่าแสนล้านบาท เพียงไตรมาสแรกนี้มันคือสิ่งที่เพิ่ม จริง ๆ มันไม่ได้เพิ่ม เพราะตั้งต่ํา กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ นี่คือลักษณะการทํางบประมาณของแผ่นดินไทย แล้วถ้ายังทําอยู่อย่างนี้ต่อไป ผมเชื่อว่ามีปัญหาแน่นอน

มาพูดถึงในงบของเรื่องผู้สูงอายุ ผมยินดีและเห็นด้วย และภูมิใจมาก แต่ฝาก ท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ในงบผู้สูงอายุนั้น ในปีนี้รวมแล้ว จากผู้สูงอายุที่ตั้ง ประมาณการไว้ชุดแรกและชุดหลังรวม ๖,๑๐๗,๐๐๐ กว่าคน รวมเป็นเงิน ๕๐๐ บาท ๑๒ เดือน ก็ ๓๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท เรียนท่านประธานว่านี่ยังไม่ได้หักผู้ที่จะต้องเสียชีวิตอีก แสนกว่าคน แล้วยอดจริง ๆ นั้นรับก็ไม่ถึง ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าจะมีเงิน เหลือเยอะในงบประมาณอันนี้ ผมพูดได้เลยว่าปลายปีนี้จะมีเงินเหลือในเงินผู้สูงอายุ จํานวนมาก เพียงแต่ว่าขอให้ไปสู่ท้องถิ่นก็แล้วกัน ฝากท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอย่าเซ็นยกเว้นระเบียบในคณะกรรมการการกระจายอํานาจ เพราะการยกเว้นระเบียบ ทําให้กระทรวงมหาดไทยและคณะกรรมการการกระจายอํานาจเกิดอํานาจแฝงในการ ตั้งงบประมาณ เกิดอํานาจแฝงในการตั้งงบประมาณ แล้วก็ทําให้เกิดปัญหากับบ้านเมือง เกิดปัญหากับท้องถิ่น นี่คือเรื่องความเป็นจริง อยู่ที่ท่านนายกรัฐมนตรีเท่านั้นที่จะเซ็นยกเว้น ระเบียบของคณะกรรมการการกระจายอํานาจ กราบเรียนด้วยความเคารพ เพราะว่าจะมี เงินเหลืออีกหลายพันล้านบาท นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้าเป็นไปตามข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย ในสิ้นปี ๒๕๕๔ จะมีถึง ๘,๐๐๐,๐๐๐ คน นั่นคือเริ่มต้นในปี ๒๕๕๕ เดือนกันยายน ปี ๒๕๕๔ ๘,๐๐๐,๐๐๐ คน นั่นคือเพียงการประมาณการ นั่นคือต้องไปตั้งงบในปี ๒๕๕๕ ไม่ใช่ว่าจะมี ๘,๐๐๐,๐๐๐ คนในปี ๒๕๕๔ นี้นะครับ กราบเรียนด้วยความเคารพ เพราะว่า เงินตรงนี้ ถ้าจะเหลือก็ขอให้เป็นของท้องถิ่นเขา เป็นการคิดและกระทําโดยท้องถิ่นมิใช่ขอยกเว้นระเบียบแล้วเงินไม่ลงไป แล้วก็มีการตั้ง งบประมาณไปตามใจชอบไปอุดหนุนในเรื่องต่างๆ ขอกราบเรียนด้วยความเคารพ ในการตั้ง งบประมาณเพิ่มเติมของรัฐบาลในครั้งนี้เกิดขึ้นจากปัญหาอุทกภัยเป็นปัญหาใหญ่ที่เราทราบ กันดีว่าประเทศไทย ๖๐ จังหวัดนั้นน้ําท่วมแทบหมด จังหวัดนครราชสีมาพื้นที่ที่ไม่เคย น้ําท่วมก็น้ําท่วม แต่สิ่งหนึ่งที่ผมจะฝากท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่า ผมเองนั้น จะเล่นการเมืองต่อในสมัยหน้าหรือไม่ก็ยังไม่ทราบ หรือถ้าเล่นแล้วอาจจะสอบตกก็ได้ แต่ท่านนายกรัฐมนตรี ผมเชื่อว่าท่านกลับมามีส่วนในการปกครองบ้านเมืองนี้แน่ ปัญหา เรื่องน้ําเป็นปัญหาใหญ่ เป็นปัญหาที่คนไทยและผู้มีอํานาจจะต้องมานั่งคิด ไม่ว่าจะเกิดที่ ภาคใต้ หรือภาคเหนือ หรือภาคอีสานก็ตาม เกี่ยวข้องกับทุกกระทรวง ไม่ว่าจะกรมทาง หลวง กรมทางหลวงชนบท กรมเจ้าท่า กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ํา อบจ. อบต. แม้แต่งบยุทธศาสตร์จังหวัดของผู้ว่าราชการจังหวัดก็ลงไปทําเรื่องนี้ แต่ท่านเชื่อไหมครับไม่มี ใครเป็นเจ้าภาพเรื่องน้ําจริง ๆ กรมชลประทานดูในพื้นที่ของกรมชลประทาน กรมเจ้าท่าดู ริมตลิ่ง นี่คือปัญหาที่ว่าเวลาเกิดผลกระทบไปทั่วแต่ไม่มีใครรับผิดชอบเรื่องน้ํา ต่างคน ต่างทํางาน ต่างคนต่างสร้างปัญหาในเรื่องน้ํา ผมกราบเรียนว่ากรมทางหลวงหรือทางหลวง ชนบทสร้างสะพานก็ทําให้เกิดปัญหาน้ําท่วมขังและพังได้ เพราะอะไรครับ ตอหม้อของ สะพานถ้าวันนี้กรมทางหลวงหรือกรมทางหลวงชนบทคิดใหม่เอาตอหม้อสะพานเป็น รูปหัวเรือคือเป็นรูปสามเหลี่ยม ทุกวันนี้เป็นหน้าตัดถ้าผมจะขออนุญาตนะครับ ปัจจุบันนี้ นะครับ นี่เป็นกระแสน้ํามา ตอหม้อสะพานมองจากด้านบนลงไป ทุกกระทรวง ทบวง กรม จะทําแบบนี้ครับ ทําแบบนี้แล้วผักหรือขยะมาติดม้วนทําให้ตอหม้อมีปัญหาน้ําท่วมขัง เพียงแต่ปรับวิธีคิด ขอให้เป็นรูปแฉกเหมือนหัวเรือ ผักที่ลอยมาก็จะไม่ติด ปัญหาขยะต่าง ๆ ก็จะไม่ติด ทําให้น้ําอืดน้ําไหลช้า นี่คือแค่เพียงแค่นี้แต่ก็ทํากันมาตลอดเพราะถือว่าทําแค่ สะพานไม่ได้เกี่ยวกับน้ํา นี่คือปัญหาเล็ก ๆ ที่ผมมองเห็น และกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องยอมรับความจริงกับเรื่องน้ํา กรมทางหลวงแผ่นดินสร้างถนน ระดับท่อของท้องถิ่นมีปัญหา น้ําเคยไหลข้างถนน ชาวบ้านถมทางเข้าบ้านไม่มีท่อลอด น้ําก็ท่วม ปัจจุบันนี้เราบังคับน้ําไม่ได้และน้ําจะมาทางไหนก็ไม่มีใครที่จะรู้ได้เพราะว่าน้ํา ระบาดไปทั่ว ผมยกตัวอย่างกรมชลประทานในการทําฝายกั้นน้ํา ยกตัวอย่างง่าย ๆ เลยครับ ปัญหาน้ําไหลมาด้านนี้เวลาที่กรมชลประทานจะทําฝายกั้นน้ํา ในคลองธรรมชาติ เดิมกรมชลประทานจะไม่ทํา กรมชลประทานจะไปทําอ้อมเหมือนทางเบี่ยง เหมือนที่เรา ทําทางเบี่ยงรถยนต์แล้วก็ทําตัวกันอยู่ตรงนี้ เสร็จแล้วก็จะปิดเส้นนี้ ปิดน้ําที่ไหลธรรมชาติ ให้เลี้ยวไปเป็นการทําที่ง่ายครับ แต่ปัญหามันเกิดครับ น้ําวิ่งมาช่วงที่ปิดกั้นตรงนี้ไว้ ธรรมชาติของน้ําเวลาแรงไม่มีใครสู้ได้ครับ ไม่มีใครสู้กับน้ําได้ถ้าเวลาน้ําหลาก ปรากฏว่า ก็พังหมดเพราะไม่ได้เอาแนวคลองธรรมชาติเดิม จะเรื่องเทคนิคการก่อสร้างอันใด ผมไม่ทราบแต่อันนี้คือปัญหาที่มันเกิดขึ้นกับบ้านเมืองนี้ แล้วน้ําก็มาจากทุกสารทิศโดยที่ ไม่มีใครบังคับได้ ผมกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่าเสนอยังผู้บริหารว่าสมควรจะมี คณะกรรมการหรือมีผู้ที่รับผิดชอบ กรมทรัพยากรน้ําทําตรงไหนผมไม่รู้ แต่กรมทรัพยากรน้ํา น่าจะเป็นแม่งานหลัก เพราะกรมชลประทานดูแลเฉพาะกรมชลประทานน่าจะมีแผนของ ประเทศไม่ใช่ว่าทําให้เกิดปัญหา วันนี้ปัญหาน้ํา แม่น้ําลําคลองตื้นเขินเรารับรู้เรารู้กันทั้งหมด แต่เป็นหนทางในการหาเงิน เพราะอะไรครับ แม่น้ําของประเทศไทยมีทรายครับ เราไม่ได้เอาน้ํามาจากหิมะแบบในต่างประเทศ มีทราย ฝายแต่ละฝายที่ไม่ใช่ฝายตัวเอ็ม (M) ที่ไม่สามารถชักหน้ากว้างได้ทําให้เกิดปัญหาในทราย งบอะไรต่าง ๆ ไม่รู้ อบต. อบจ. หรืองบยุทธศาสตร์จังหวัดก็ขุดลอกทราย ขุดแล้วก็ปีหน้า ก็มาใหม่ ก็ทํากันอยู่อย่างนี้ น้ําก็แตกแม่ไวเพราะว่าทรายอยู่ในพื้นที่ กรมชลประท่านก็ดูแล เฉพาะส่วนของตัวเองในพื้นที่กรมชลประทาน ผมว่าน่าจะมีผู้ที่รับผิดชอบแล้วทําได้ชัดเจน บางครั้งยุทธศาสตร์จังหวัดกับ อบจ. อบต. ยังทับกันเลยครับในการทํางาน ปัญหาเรื่องน้ํา แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ วันนี้น้ําท่วม ๓ เดือนยังไม่ถึง ๓ เดือนนะครับเกิดภัยแล้ง นี่คือปัญหาที่ผมบอก เพราะว่าไม่มีการจัดเก็บน้ําที่แน่นอน ไม่มีการกักเก็บ มีประเทศไหน ในโลกขออนุญาตครับท่านประธานครับ มีผู้ประท้วงครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ใช่ประท้วงครับ ท่านคงยกมือเพื่อเตรียมจะอภิปรายกระมังครับ จะขออภิปรายกระมังครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

ขอโทษครับ คือปัญหาเรื่องน้ํา หลังจาก น้ําท่วมช่วงระยะเวลาเดียวเราเกิดภัยแล้งมันเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมืองนี้ แต่น้ําท่วมไปยัง ไม่ทันที่จะอะไรเลยมาเกิดภัยแล้งอีกแล้ว เป็นเรื่อง เป็นโจทย์ที่ต้องขบคิดแล้วผมเชื่อว่า อีกไม่นานประเทศไทยจะมีปัญหาสงครามแย่งน้ําถ้าเราไม่แก้ไขปัญหานี้ก่อน กราบเรียน ด้วยความเคารพว่า ผมต้องขอชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี แล้วก็ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่คราวนี้ประสบอุทกภัย ในอดีตความเสียหายต่อไร่ ของนานั้นเพียง ๖๐๖ บาทแต่ท่านนายกรัฐมนตรีได้จ่าย ๒,๕๐๐ บาท ซึ่งตรงกับความเป็น จริงแต่ก็เสียใจนิดหนึ่งว่าไม่ได้เป็นการแก้ระเบียบ เป็นการใช้ระเบียบในกรณีพิเศษ ซึ่งปัจจุบันนี้ไร่ละ ๖๐๐ บาทนั้นต้นทุนคงเป็นไปไม่ได้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบครั้งนี้เป็น ระเบียบ เป็นกรณีพิเศษ ๒,๕๐๐ กว่าบาทแล้วเป็นการแจกได้ไว ต้องขอชื่นชมตรงนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ไปแจกได้ไวมาก ทุกครั้งน้ําท่วมจะไปแจกตอน ฝนแล้ง เวลาฝนแล้งจ่ายค่าน้ําท่วม เวลาไปให้เหมือนกับวันนี้ครับ กว่าจะอนุมัติ กว่าจะทํา อะไรกันหน้าหนาวหมดไปแล้วไปแจกเรื่องผ้าห่มตอนกําลังร้อนมันก็เป็นความรู้สึก แต่มันก็ เป็นระเบียบราชการที่เราต้องควบคุมดูแลไม่ให้มีการใช้จ่ายอย่างบกพร่อง นี่คือความเป็นจริง ที่มันเกิดขึ้น ปัญหาน้ําท่วมเดือนเดียวฝนแล้ง น้ําแล้งไม่มี มันเกิดอะไรขึ้น ฝากท่านประธาน ถึงคณะผู้บริหารโดยการนําของท่านนายกรัฐมนตรีว่าเรื่องน้ําต้องมีเจ้าภาพดูแล อย่างน้อย ไม่ไปเป็นการก้าวก่ายในกระทรวง ทบวงการต่าง ๆ แต่อย่างน้อยต้องมีหน่วยงานหนึ่ง หน่วยงานใดที่รับทราบว่าทางน้ําของประเทศไทย ปีนี้ใครทําอะไรไปบ้าง ได้รับงบประมาณ แล้ว อนุมัติแล้วก็น่าจะส่งรายการให้กับกรม กระทรวง หรือว่าสํานักงานที่จะตั้งขึ้นมา เพื่อรับผิดชอบและรู้ทางความเป็นไปของน้ําในเมืองไทย รู้ว่าอะไรคือตัวกีดขวาง อะไรคือ ตัวปัญหา เพราะถ้าไม่อย่างนั้นเราก็จะทํางานกันไปแบบต่างคนต่างทํา เพราะว่ามันไม่รู้ว่า ใครเป็นคนรับผิดชอบ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพ นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วจะเป็นปัญหา ใหญ่ ปัญหาของน้ําท่วมและฝนแล้งนั้นเป็นปัญหาหลักของประเทศไทย มีผลกับเกษตรกร มีผลกับพี่น้องประชาชนในการสัญจรไปมา ทุกกระทรวง ทบวง กรมเกี่ยวข้อง ผมกราบเรียน ด้วยความเคารพว่า ท่านประธานที่เคารพครับ ฝากไปยังผู้บริหารว่าต้องดําเนินการแล้ว แล้วถึงเวลาแล้ว ไม่อย่างนั้นจะเกิดวิกฤติน้ําทั้งท่วมและแล้ง ด้วยความเคารพอย่างสูงครับ กราบขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีเรื่องจะหารือสมาชิกนะครับ เนื่องจากท่านประธานท่านจะอ่านรายชื่อผู้สงวนความคิดเห็น แล้วขอสงวนคําแปรญัตติเรียงตามลําดับจํานวนเปอร์เซ็นต์ที่ตัดลดนะครับ ท่านอ่านมาตลอด ทุกท่าน ท่านวิปฝ่ายรัฐบาลเสนอมาว่าเนื่องจากมีผู้สงวนความคิดเห็น และผู้สงวน คําแปรญัตติเป็นจํานวนมาก หลายท่านก็ไม่ได้อยู่ในห้องประชุมนะครับ ก็ขอให้ผมได้อ่าน ตามผู้ที่ยกมือในแต่ละมาตราซึ่งเราได้เคยปฏิบัติดังนั้นนะครับ ผมก็จะพิจารณาตามนี้ เพื่อความสะดวกในการอภิปราย และจะทําให้การอภิปราย รวดเร็วขึ้น ไม่อย่างนั้นจะต้องมานั่งอ่านตามลําดับ แล้วหลายท่านไม่อยู่ก็อาจจะไม่เหมาะสม ผมจะดําเนินการตามนี้เลยนะครับ ท่านต่อไปคุณจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล ครับ ขอให้เลขาธิการจดตามผู้ที่ยกมือด้วยนะครับ

นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล นครราชสีมา 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๒ พรรคเพื่อแผ่นดิน ดิฉันได้สงวนคําแปรญัตติไว้ในมาตรา ๓ ๓ เปอร์เซ็นต์ สาเหตุ อย่างนี้ค่ะท่านประธานสภาคะ ดิฉันดูว่าในความจําเป็น วัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง งบประมาณกลางปีนี้โดยทั่ว ๆ ไป ก็จะทราบว่าเป็นการฟื้นฟูจากผลกระทบอุทกภัยหรือ วาตภัยในปีที่เกิดเหตุ เนื่องจากเงินไม่เพียงพอ ถึงตั้งเงินงบประมาณกลางปี ก็อยากจะ กราบเรียนอย่างนี้นะคะว่า ในส่วนของการดูแลผู้สูงอายุก็ถือว่าเป็นความจําเป็นอย่างยิ่ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูนะคะว่ามีความจําเป็นมากน้อยขนาดไหนในเรื่องของการจัดทํา งบประมาณให้กับผู้สูงอายุ เพราะว่าบางครั้งผู้สูงอายุก็ไม่อยากได้ในสิ่งที่ทางรัฐบาลจะจัดให้ ทุกเดือน คือเดือนละ ๕๐๐ บาท เนื่องจากผู้สูงอายุมีฐานะดีแล้ว สําหรับความเหมาะสม กับความสอดคล้องสําหรับผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส เขาอยากได้เงินงบประมาณที่มากกว่านี้ แต่ทางรัฐบาลก็ให้น้อย ดิฉันก็อยากจะกราบเรียนนะคะว่าในเมื่อถ้าคิดจะแจกจ่าย ให้มากมายขนาดนี้ รัฐบาลก็ต้องคิดนะคะว่ารัฐบาลจะต้องหาเม็ดเงินงบประมาณมาให้กับ ประชาชนได้อย่างทัดเทียม แล้วก็ได้อย่างทั่วถึง จนถึงขนาดว่ามาตั้งงบประมาณในกลางปี ในส่วนนี้ดิฉันก็ไม่เห็นด้วยว่าในการตั้งงบประมาณ เพราะเปรียบเสมือนกับคนเรานะคะว่า มีความอุดมสมบูรณ์แล้วในบางสถานะ บางครอบครัว แต่รัฐบาลก็ไปยัดเยียดให้ ตรงนี้ ก็ต้องดูว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ ดิฉันก็อยากจะพูดอยู่ในเรื่องของสาเหตุของน้ําท่วม ขนาดทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในส่วนของพรรคเพื่อไทยยังชื่นชม ขออนุญาตเอ่ยนาม อดีตท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ซึ่งท่านได้พูดถึง ในเรื่องของการออกแบบในเรื่องของการแก้ปัญหา ในเรื่องของน้ํา การบริหารจัดการน้ํา หมู่บ้านลิ่มทอง ที่อยู่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเมืองไทยนี้มีน้ํา ถามว่ามากมายพอที่จะกักเก็บหรือไม่ นําเรียนอย่างนี้นะคะว่า มี แต่ขาดในเรื่องของคนที่เหมาะสมในส่วนที่จะทํางาน ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของรัฐมนตรีที่ทํางาน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการบริหารเม็ดเงินงบประมาณที่จะ ลงไปให้เกิดความคุ้มค่าและเหมาะสมให้มากที่สุดกับสิ่งที่จะทํา ทําไมดิฉันถึงขออนุญาต อภิปราย เพราะว่าอะไรก็ตามมันจะต้องมีเหตุและผล มีสาเหตุ มีของเหตุ การเกิดก่อน แล้วผลถึงจะตามมา ผลกระทบก็จากการเกิดอุทกภัย ผลเกิดจากการแล้งก็เนื่องจากการ ขาดการกักเก็บน้ําหรือการออกแบบการบริหารจัดการที่ดี กระทรวงวิทยาศาสตร์ปีหนึ่ง งบประมาณก็มีอยู่มาก แต่ถ้าทํางานร่วมกันในการออกแบบต่าง ๆ ปัญหาของบ้านเรา ก็ไม่เกิดขึ้น ดิฉันก็อยากจะขออนุญาตพูดอยู่ประโยคหนึ่งให้ฟังอย่างนี้นะคะว่า เมืองไทย ไม่ใช่จะขาดแคลนน้ํา แต่ขึ้นอยู่กับว่าการบริหารจัดการเราจะจัดการอย่างไร ก็คงจะไม่ปฏิเสธนะคะว่าในการแก้ปัญหานี้ส่วนใหญ่ก็จะนําตามพระราชดําริเศรษฐกิจ พอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จนมีผู้คนพูดนะคะว่าอีสานนั้นแล้งมานาน แต่ที่จริงอีสานไม่ได้ขาดแคลนน้ํา แต่อีสานขาดแคลนแหล่งกักเก็บน้ําต่างหาก จะเห็นว่า หมู่บ้านลิ่มทองนี้นะคะท่านประธานมีเงิน ๘๐๐,๐๐๐ บาทก็สามารถที่จะช่วยเหลือ ประชาชนในเรื่องการกักเก็บน้ําถึง ๒ หมู่บ้าน ๑๖๐ ครัวเรือน ดิฉันก็อยากจะเห็นภาพที่ทาง รัฐบาลช่วยเหลือประชาชนในสิ่งที่เขาอยากได้โดยที่การเก็บน้ําจากระบบที่จะใช้นี้ ใช้เม็ดเงิน งบประมาณไม่เยอะ ทั้งอีสานทั้งระบบ ๑๐๐ ล้านบาท ใช้เม็ดเงินงบประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ตามระบบเต็มที่ แต่ถ้าคิดตามที่หมู่บ้านลิ่มทองจัดการจะเห็นได้ว่า สามารถที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในส่วนที่เดือดร้อนตามตัวอย่างของหมู่บ้านลิ่มทอง เป็นตัวอย่างที่ดี ดิฉันก็อยากจะให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลและขยายผลต่อไปในส่วนนี้ แล้วก็ดูทีวีนะคะ เมื่อเช้าของ ๒ วันที่แล้วก็ตกใจนะคะท่านประธาน คิดว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมาพูดถึงการเป็นสมาชิกของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกี่ยวกับการเป็นสมาชิกว่าพี่น้องประชาชนได้ประโยชน์อะไรจากการเป็นสมาชิกบ้าง ฟังไป ฟังมานะคะท่านประธาน กลายเป็นท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดิฉันตกใจมากว่า เอ๊ะ เป็นไปได้อย่างไร เพราะว่ามันน่าจะสอดคล้องนะคะท่านประธาน ตรงที่ว่าการกระจาย อํานาจหรือการกระจายงานให้กับส่วนที่เกี่ยวข้อง จะได้ดูแลในงานนั้น ๆ ให้ถูกต้อง ทีนี้ดิฉัน ขอวกกลับมาอีกนิดหนึ่งในส่วนของการดูแลพี่น้องประชาชน ต้องรู้นะคะว่าประชาชน บอกผ่านผู้แทนราษฎรมาในสภานี้หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการออกเอกสารสิทธิ์ ที่ดิน แต่นี่ก็มีในส่วนของนายกองค์การบริหารส่วนตําบลกุดโบสถ์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านนายกองค์การบรหารส่วนตําบลวิวัฒน์ ไล่กระโทก ท่านก็ได้พูดนะคะว่าเป็นไปได้หรือไม่ ว่าจะโดยการสํารวจ จะเป็นภาพถ่ายหรืออะไรก็ตามว่าที่ดินรกร้างว่างเปล่าในประเทศไทยนี้ ถ้าจะดูกัน หรือคนที่อยู่ในพื้นที่จะทราบอย่างแน่ชัดว่าที่รกร้างว่างเปล่าอยู่ตรงไหน เป็นไปได้ หรือไม่รัฐบาลนี้ใช้เงินเก่ง แต่ก็ต้องหานะคะว่าจะหาเงินนี้อย่างไรเพื่อที่จะเป็นรายจ่ายต่อไป ไม่ใช่หาเก่งอย่างเดียว ท่านก็ได้เสนอนะคะว่าที่รกร้างว่าเปล่า ที่หวงห้ามดูแลให้ถูกต้อง โดยให้คิดค่าเช่าวันละบาท ๓๖๕ บาทต่อปี แล้วชาวบ้านเขาจะได้มีที่ทํากินอย่างถูกต้องโดย ที่ไม่ต้องมาอยู่ที่กรุงเทพมหานคร หรืออยู่ที่โรงงานต่าง ๆ ก็จะทําให้ครอบครัวขาดความ อบอุ่น อันนี้เป็นข้อเสนอแนะจากทางนายกองค์การบริหารส่วนตําบลฝากมา

และอีกเรื่องหนึ่ง ในภาคอีสานน้ําก็พอมีพอสมควรถ้ามีการบริหารจัดการที่ดี มีการกักเก็บอย่างดี แต่ก็มีนะคะ จากที่ดิฉันไปเยี่ยมในวันเสาร์วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็มี นายอุดมสิทธิ์ หยุดกระโทก ก็ได้พูดถึงว่าโครงการรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นการประกันราคา พืชผลทางการเกษตรดีหรือไม่ ก็ดีนะคะ เพียงแต่ราคาข้าวต่ําไปนิดหนึ่ง ก็อยากจะให้เพิ่ม ให้ด้วย

แล้วก็มีอีกท่านหนึ่ง ท่านก็ได้พูดถึงนะคะว่าเห็นผู้แทนราษฎรพูดกับทาง รัฐบาลบ่อยมาก เสนอในเรื่องการขยายเขตไฟฟ้า ก็อยากจะเสนอนะคะ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่าน ท่านบุญเพิ่ม กิ่งทอง อยู่บ้านกุดโบสถ์ ท่านอยากได้ไฟฟ้ามากค่ะท่านประธาน ก็เสนอ แนวความคิดว่า เอ๊ะ เป็นไปได้หรือไม่ เห็นผู้แทนราษฎรนี่พูดกันอยู่ประจํา ๆ ว่าอยากได้ ไฟฟ้าเพื่อที่จะไปทํามาหากิน รัฐบาลจะได้ไม่ต้องเลี้ยงดูตลอดไป ทางเกษตรกรสมทบ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ทางรัฐบาลจ่ายให้ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็เป็นข้อเสนอแนะจากพี่น้อง ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ฝากมานะคะ ทีนี้ในส่วนของการทํางานต่าง ๆ ของทางรัฐบาล ดิฉันก็เห็นด้วยว่าขั้นตอนต่าง ๆ ก็จะต้องมีกรรมาธิการดูแลอย่างถูกต้อง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของคนที่เข้าใจงานอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นทางกระทรวงไอซีที (ICT) ดิฉันก็อยากจะให้ลงไปสํารวจตรวจตราออกระบบ ออกแบบในเรื่องของแหล่งน้ํา ทําไมดิฉัน ถึงพูดอย่างนี้ว่าถ้ามีการบริหารจัดการที่ดี ออกแบบอย่างดี งบกลางปีก็คงจะไม่ต้องมาขอ สภาอย่างนี้ ถ้าหากว่าเรามีการบริหารจัดการ มีการวางแผนอย่างดี ก็ขอฝากไปยัง คณะผู้บริหารประเทศว่าอะไรก็ตามอยากจะให้ยึดถืออยู่บนหลักของความเป็นจริง ดูแลประชาชน ถ้ารู้ว่าเขาอยากได้อะไร เช่น ในเรื่องของเอกสารสิทธิ์ที่ดิน ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของแหล่งน้ํา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของส่งเสริมอาชีพหรือฟื้นฟูต่าง ๆ รัฐบาล สนใจ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของภาคต่าง ๆ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคอีสานมีอะไรคะ มีพืช ภาคเกษตรมากมาย ดิฉันขออนุญาตพูดถึงอยู่ในส่วนหนึ่งว่าเห็นมีอบรมกันอยู่บ่อย ๆ ระหว่างพืชอาหาร พืชพลังงาน ในสมัยท่าน ขออนุญาตเอ่ยนามท่านรัฐมนตรีระนองรักษ์ สุวรรณฉวี ที่ท่านจะเอาที่ของกรมธนารักษ์ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ให้เช่า ๒๐ บาท พอมาถึง ณ วันนี้สิ่งเหล่านี้เป็นความหวังของประชาชน ดูงบประมาณของทางรัฐบาลที่รายงานผล ดําเนินงาน ทําได้แค่ ๕๐,๐๐๐ ไร่ ส่วนมากทางรัฐบาลจะทําอะไรก็จะติดขัดไปหมด แต่ถ้าท่านคิดนอกกรอบ บริหารให้อยู่ในกฎตามที่พูดงานก็คงจะทําให้ประสบผลสําเร็จ ได้ยาก แต่ถ้าท่านนึกถูกใจ ถูกต้อง การทํางานอยากจะให้นึกหลักประชาชนมากกว่า แล้วอย่าหลงเกินไปว่าเสียงดีแล้ว หรือถูกใจแล้ว เอามาแจกให้กับพี่น้องประชาชน ถ้าดูแล อย่างทั่วถึงอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย อย่างเต็มที่ ประชาชนก็จะรักผู้บริหารประเทศนั้น ขอบคุณค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับบรรดาครูอาจารย์ นักศึกษาจากคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติฟิลิปปินส์ ออน เดอะ บีฮาล์ฟ ออฟ เดอะ เฮ้าส์ ออฟ รีเพรเซนเททีฟ ออฟ ไทยแลนด์ ไอ แอม แอพพรีซิเอท ทู เวลคัม ออล ออฟ เดอะ ปาร์ติซิแพนท์ ฟรอม เดอะ เนชันแนล คอลเลจ ออฟ แอดมินิสเตรชัน แอนด์ กัฟเวอร์แนนซ์ ฟรอม เดอะ รีพับลิค ออฟ ฟิลิปปินส์ แทงค์ ยู (On the behalf of the House of Representative of Thailand, I am appreciated to welcome all of the participants from The National College of Administration and Governance from the Republic of Philippines, thank you)

ผมจะอ่านรายชื่อผู้อภิปรายเลียงตามลําดับดังนี้เลยนะครับ คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ คุณสุวโรช พะลัง คุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ คุณเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข คุณอนุรักษ์ บุญศล คุณเรวัต สิรินุกุล คุณนฤมล ธารดํารงค์ คุณสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ คุณวิทยา บุรณะศิริ คุณซูการ์โน มะทา แล้วก็คุณเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ที่เมื่อสักครู่นี้ยกมือ เรียงตามลําดับดังนี้ครับ แล้วก็ท่านที่ยกมือต่อเดี๋ยวจดเพิ่มเติมนะครับ ช่วงนี้เนื่องจากมี ผู้อภิปรายเยอะผมขอท่านละสัก ๑๒ นาทีก็แล้วกันนะครับ แต่ถ้ายังมีเนื้อหาก็จะอภิปราย เพิ่มเติมได้อีก ก็จดเพิ่มเติมให้นะครับ พอดีท่านเลขาธิการท่านจดมาตามนี้ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมจัดลําดับให้ใหม่

นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม อุดรธานี

ขออนุญาตนะครับ ขอหารือ ท่านประธาน ผม เกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย เมื่อกี้นี่มีชื่อในการที่จะอภิปรายงบประมาณของผมเรียบร้อยแล้วนะครับ ผมอยากเรียนท่านประธานว่า ผมขอใช้สิทธิก่อนที่จะไปถึงท่านต่อไปได้หรือไม่ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าคุณจุลพันธ์ไม่ขัดข้องนะครับ ก็เชิญคุณเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ก่อนนะครับ เชิญเลยครับ

นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม อุดรธานี 🔗

กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปี งบประมาณ ๒๕๕๔ พ.ศ. .... ซึ่งผมได้สงวนคําแปรญัตติไว้ทุกมาตรา เหตุผลเนื่องจากว่า งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปี ๒๕๕๔ เป็นงบประมาณที่จะต้องใช้อย่างมีวินัยและ ใช้อย่างเป็นประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนทุกพื้นที่ สิ่งที่ผมเป็นห่วง เนื่องจากว่า การจัด งบประมาณกลางปีครั้งนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ เช่น กรณีน้ําท่วม ซึ่งมีอยู่ทั่วทุกภูมิภาค แต่ปัญหาที่เจอ ที่พบเห็น แล้วก็ได้ยินจากพี่น้องในพื้นที่ ก็คือว่า งบประมาณจะมีการกระจุกอยู่ในพื้นที่บางพื้นที่ เช่น พี่น้องภาคเหนือ ภาคอีสาน ก็จะได้รับ งบประมาณในส่วนนี้น้อยกว่าพี่น้องในภาคใต้ ซึ่งท่านสมาชิกหลายท่านก็ให้ข้อสังเกตไว้ว่า หรือว่าเป็นเพราะผู้มีหน้าที่ ผู้บริหารพยายามที่จะผลักดันงบประมาณลงไปในพื้นที่เพื่อที่จะ เป็นการหาเสียงล่วงหน้าหรือเปล่า นี่เป็นข้อสังเกตที่พี่น้องมวลสมาชิกของเราเป็นห่วง แต่ก็ดีใจถ้างบประมาณนี้ไปถึงผู้ประสบภัย พี่น้องที่เดือดร้อนจากภัยพิบัติน้ําท่วม ไม่ว่า จะเป็นโรงเรียนต่าง ๆ ที่ได้รับภัยพิบัติก็ต้องได้รับการแก้ไขและเยียวยาอย่างพอเหมาะ พอควร และสามารถดําเนินการแก้ไขปัญหาได้ ผมเห็นด้วยในการที่จะแก้ไขปัญหาในส่วนนี้ แต่อยากให้ดูเรื่องการกระจุกในพื้นที่ ซึ่งอาจจะเป็นพื้นที่ของผู้มีอํานาจ อาจจะเป็นพื้นที่ของ รัฐบาลมากกว่าฝ่ายค้านหรือไม่อย่างไร เราก็ตั้งข้อสังเกตไว้นะครับ อย่างพี่น้องที่เดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดนครราชสีมา ภาคอีสาน จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดกาฬสินธุ์ แม้แต่ จังหวัดอุดรธานีก็มีภัยพิบัติน้ําท่วมเหมือนกัน แต่ได้งบประมาณเพียงน้อยนิด ซึ่งเป็นเรื่องที่ พวกเราไม่ค่อยสบายใจในการใช้งบประมาณกลางปีของรัฐบาลชุดนี้ครับ จึงฝากเป็น ข้อสังเกต แล้วก็อยากให้งบประมาณส่วนนี้กระจายไปยังพี่น้องทั่วทุกภูมิภาคโดยเท่าเทียมกัน ตามความจําเป็น ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ส่วนงบที่ไปแก้ไขปัญหาเบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุ เบี้ยยังชีพผู้พิการ เป็นเรื่องจําเป็นที่เราจะต้องแก้ไขปัญหา แต่ต้องกระจายอํานาจ ลงไปยังท้องถิ่นให้เขาได้บริหารจัดการนะครับ อย่าให้กระทรวงมหาดไทยใช้อํานาจเข้าไป ดูแลแก้ไข โดยที่ท้องถิ่นเขาไม่สามารถที่จะบริหารจัดการงบประมาณตรงนี้ได้ อันนี้เป็นเรื่องสําคัญที่เราจะต้องเอาใจใส่เพื่อความเป็นธรรมในหลักธรรมาภิบาลในการแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อน เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจํานวน ๖ ล้านกว่าบาทไม่เป็นที่พอเพียงกับพี่น้อง หรอกครับ ๕๐๐ บาท แต่ต้องให้กระจายและได้รับความเป็นธรรม อันนี้เป็นหลักที่เราจะต้อง ดูแลแก้ไขร่วมกันในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ อยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล ว่างบประมาณกลางปีมีคนกล่าวขาน มีคนตั้งข้อสังเกต ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องประชาชน ไม่ว่า จะเป็นสื่อมวลชนตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการต่างตอบแทนตั้งงบประมาณขึ้นมา ๑ แสนล้านบาท เป็นการต่างตอบแทนกันหรือเปล่า เป็นการที่จะหาประโยชน์กันหรือไม่อย่างไร นี่เป็น ข้อสังเกตนะครับว่าทําไมแม้แต่นายกรัฐมนตรีซึ่งมีอํานาจในการที่จะบริหารจัดการ งบประมาณซึ่งมีอยู่แล้วทําไมต้องมาของบกลางปี ๑ แสนล้านบาทจากสภาผู้แทนราษฎร ทําไมไม่ใช้งบประมาณที่นายกรัฐมนตรีบริหารจัดการอยู่ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นข้อเป็นห่วงที่พวกเรา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยากเห็นงบประมาณซึ่งเป็นภาษีของพี่น้องประชาชนทุกบาท ทุกสตางค์ใช้อย่างมีคุณค่าและเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนจริง ๆ ไม่อยากให้เกิดการ ทุจริตคอร์รัปชันกับงบประมาณของแผ่นดิน ซึ่งเป็นเรื่องที่เจ็บปวดของผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนคนยากคนจน เราต้องดูแลพี่น้องนอกจากรัฐบาลจะเพิ่มภาษี ต่าง ๆ เก็บภาษีต่าง ๆ แล้วเราก็ทราบดีว่ายุคนี้เป็นยุคข้าวยากหมากแพง เป็นยุคที่ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนทุกอย่าง เรื่องน้ํา ไม่ว่าจะเป็นน้ํามันปาล์ม น้ํามันเชื้อเพลิงต่าง ๆ ขึ้นราคาทุกวี่ทุกวัน เป็นเรื่องที่พี่น้องของเราได้รับความเดือดร้อน และที่สําคัญครับเรื่องน้ํา เป็นเรื่องปัญหาที่จะต้องเข้ามาบริหารจัดการอย่างเป็นวาระแห่งชาติ เพราะว่าน้ําคือชีวิต ถ้าประเทศไทยของเราไม่สามารถบริหารจัดการแหล่งน้ํา ๒๕ ลุ่มน้ําได้ก็ไม่มีวันที่จะแก้ไข ปัญหาของชาติบ้านเมืองได้ อย่างเช่นที่ภาคอีสานซึ่งมีภูมิภาคเป็นก้นกระทะ น้ําที่ตกมา ประมาณ ๗ แสนล้านลูกบาศก์เมตรทุกปีไม่สามารถที่จะกักเก็บน้ําได้เนื่องจากว่าเราไม่มี แหล่งกักเก็บน้ํา ไม่มีงบประมาณที่จะไปบริหารจัดการน้ําที่ตื้นเขิน อย่างเช่นหนองหาน ที่จังหวัดอุดรธานี จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นแหล่งน้ําซึ่งใหญ่มาก แล้วก็สามารถเลี้ยงดูพี่น้อง ภาคอีสานได้หลายจังหวัด เราก็ไม่สามารถผลักดันงบประมาณลงไปบริหารจัดการน้ํา เรื่องสําคัญผมฝากไว้นะครับว่าถ้าพรรคเพื่อไทยมีโอกาสเป็นรัฐบาลก็ต้องมาแก้ไขปัญหา แหล่งน้ําทั่วประเทศ ๒๕ ลุ่มน้ํา แก้ปัญหาน้ําภาคอีสาน ภาคเหนือให้เป็นพี่น้องเกษตรกร ของเราได้ใช้ แล้วก็ไม่ต้องเปลืองงบประมาณของทางราชการที่จะต้องมาแก้ไข แล้วก็มาขอ งบประมาณกลางปี ซึ่งเป็นเรื่องที่บางทีอาจจะเป็นการตําน้ําพริกละลายแม่น้ํา อันนี้ก็ฝาก ท่านผู้บริหารคณะรัฐบาลชุดนี้ว่าให้มองถึงประโยชน์ของพี่น้องประชาชน แล้วก็ฝากว่า การแก้ไขปัญหาน้ําไม่ว่ารัฐบาลไหนต่อไปพรรคไหนที่เข้ามาเป็นรัฐบาลก็ฝากไว้ว่าต้องเป็น วาระแห่งชาติถึงจะสามารถแก้ปัญหาความยากจนของพี่น้องประชาชนได้ อย่าเห็นแก่ การทุจริตคอร์รัปชัน อย่าเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ให้ทุกท่าน ทุกพรรคการเมือง แล้วก็นํา นโยบายของพรรคของท่านไปสู่พี่น้องประชาชนให้เกิดเป็นรูปธรรม ซึ่งเราเห็นแล้วปัญหา ซึ่งแก้ไขกันมานั้นว่า ๓๐ บาทรักษาทุกโรคกับรักษาฟรีมันมีปัญหาแตกต่างกันอย่างไร เรียนฟรี ๑๔ ปี ซึ่งพรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชาชนตอนนั้นได้ทํามาท่านต่อยอดมา ๑ ปี บอกว่าเป็น ๑๕ ปี ปรากฏว่าเสียงของพี่น้องประชาชน เสียงของผู้ปกครองเขาสะท้อน กลับมายังสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่าอย่างไรบ้าง เราต้องมองทั้งภาพดีและภาพที่มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในการบริหารชาติบ้านเมือง และงบประมาณกลางปีปีนี้ ซึ่งเป็นที่เป็นห่วงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายค้านหรือรัฐบาลว่าท่านจะใช้งบประมาณอย่างมีคุณภาพ อย่างเป็นธรรมหรือว่าจะมี การทุจริตคอร์รัปชันหรือไม่ อันนี้เป็นเรื่องที่ผมฝากข้อห่วงใยไปยังรัฐบาลและขอให้ท่านได้ใช้ งบประมาณเพื่อพี่น้องประชาชนอย่างคุ้มค่าและเป็นประโยชน์ที่สุด ขอกราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสุวโรช พะลัง ครับ

นายสุวโรช พะลัง ชุมพร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอแสดงความคิดเห็นนะครับ ประกอบการแปรญัตติปรับลดงบประมาณในมาตรา ๓ ของกระผม ๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพครับ มาตรา ๓ คงเป็นภาพรวมของรายจ่าย งบประมาณเพิ่มเติมนะครับ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการได้ไปพิจารณาแล้วก็มีการปรับลดลงไป บ้างบางส่วน ซึ่งทางท่านประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณได้แถลงต่อท่านประธานและ ที่ประชุมสภาไปแล้วนะครับ ในส่วนของผมนะครับ คงมีประเด็นที่อยากจะกราบเรียน เพราะการซักถามในวันนี้นะครับ เป็นการประชุมในวาระที่สอง ผมก็มีประเด็นที่อยากจะ ซักถามผ่านท่านประธานไปยังทางคณะกรรมาธิการ ในฐานะที่ท่านได้รับมอบหมายจากสภา ของเรานะครับ ไปตรวจสอบเม็ดเงินงบประมาณไม่น้อยกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ว่าทั้งงบรายรับก็ดี งบรายจ่ายก็ดี รัฐบาลมีความพร้อมในการที่จะมีงบเป็นงบรายรับที่จะมา จัดงบประมาณเพิ่มเติมในกลางปีนี้ครับ ในวงเงินไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทได้หรือไม่ อีกส่วนหนึ่งก็คือในส่วนของงบรายจ่าย ซึ่งส่วนใหญ่นะครับก็จะเป็นงบที่มาจากการประสบ อุทกภัยน้ําท่วมในปีที่ผ่านมา ซึ่งตรงนี้ครับทั้งสภาก็ไม่มีใครขัดข้อง ประเด็นของปัญหา ที่อยากจะกราบเรียน สําหรับตัวกระผมคงมี ๒ ส่วนด้วยกัน ท่านประธานครับ ที่ผมได้ขอ ปรับลดงบประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ แท้ที่จริงก็เพื่อที่จะสงวนคําแปรญัตติตรงนี้ไว้ซักถาม ทางคณะกรรมาธิการที่ได้รับมอบจากสภาแห่งนี้ไปตรวจสอบนะครับ ฝ่ายบริหาร ๒ ส่วน ด้วยกันท่านประธาน ในส่วนที่ ๑ งบรายรับตรงนี้ในวาระที่หนึ่ง ผมได้ฟังการแสดง ความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บางท่านได้ให้ความเห็นในทํานองคล้าย ๆ กับว่าไม่มั่นใจว่ารัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่ในการจัดเก็บ รายได้นะครับว่าสามารถที่จะจัดเก็บรายได้นะครับ มีงบที่ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามงบเพิ่มเติมกลางปีนี้ได้หรือไม่ ตรงนี้คือประเด็นที่อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธาน ถามทางคณะกรรมาธิการครับว่าในห้วงเวลาที่ท่านไปทําหน้าที่ในชั้นกรรมาธิการนะครับ ท่านได้เชิญส่วนราชการที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บรายได้ ไม่ว่าจะเป็นกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร เหล่านี้เป็นต้นมาซักถามเพื่อให้เกิดความมั่นใจบ้างได้หรือไม่ จริงอยู่ครับในไตรมาสแรกกว่า ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นก็คือเกินเป้าจากที่เป็นประมาณการ ในไตรมาสแรก แต่นั่นละครับไตรมาส ๒ ไตรมาส ๓ ถ้าหากสภาวการณ์ของบ้านเมืองเหมือน สภาพที่เป็นอยู่ในขณะนี้ การชุมนุมการแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ ที่หลากหลายซึ่งเป็นเรื่อง ปกติสําหรับครรลองในระบอบประชาธิปไตย ตรงนี้จะเห็นได้ว่าทางรัฐบาลเองได้เข้าใจและ ได้ตระหนักถึงความคิดเห็นที่แตกต่างกันว่าเราแตกต่างในความคิดกันได้ แต่เราไม่อาจ แตกแยกกันได้เพราะเราคือคนไทยด้วยกัน สิ่งเหล่านี้ครับทางกรรมาธิการได้ตรวจสอบ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องที่มีหน้าที่ในการหารายได้ว่าจากผลกระทบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นที่มีอยู่ ในขณะนี้ แล้วกําลังจะเกิดขึ้นอยู่ในวันข้างหน้าทางคณะกรรมาธิการได้ซักถามส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องไหมว่าท่านมั่นใจได้หรือไม่ แค่ไหน เพียงใด ว่าสามารถจัดเก็บรายได้และ มีเงินเหลือไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นก็คือในเรื่องของรายรับ

ส่วนในเรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ก็คือในส่วนของรายจ่าย ส่วนหนึ่งก็เป็น ในเรื่องของการชดเชยบรรเทาในส่วนของสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่มีอยู่ก่อนที่เกิดอุทกภัย โครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ที่มีอยู่ ในส่วนตรงนี้ทางคณะกรรมาธิการได้เชิญส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องตามกรอบในมาตราต่าง ๆ ของงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมตรงนี้มาทุก ส่วนราชการแล้ว ได้มีการซักถามไหมครับว่าทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่ผ่านมา ทั้งหมดมีทั้งหมดเท่าไร กี่โครงการด้วยกัน แต่ละหน่วยแต่ละส่วนที่เกี่ยวข้อง ถ้าหาก ส่วนตรงนี้ทางคณะกรรมาธิการได้ซักถามแล้ว มีเอกสารมีรายละเอียดเหล่านี้ครับให้กับ ทางพวกเราบ้างได้หรือไม่ เพราะเราจะได้ช่วยกันตรวจสอบในส่วนตรงนี้ครับว่า ในส่วนที่จัด ในงบกลางปีไปแล้วทั้งหมดเท่าไรเหลืออยู่เท่าไร มันก็จะไปผนวกกับในงบรายจ่ายประจํา ในปี ๒๕๕๕ นั่นก็คือในส่วนที่ ๒ ที่เป็นส่วนงบรายจ่ายในส่วนต่อมานะครับที่อยากจะ กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการ ทางกรรมาธิการได้เชิญส่วนราชการ ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาซักถาม และท่านได้ดูบ้างหรือไม่ โครงสร้างพื้นฐานบางส่วน ยกตัวอย่าง เช่น ถนนของกรมทางหลวงอย่างนี้ครับ ถนนของทางหลวงชนบทอย่างนี้ครับ ซึ่งเดิมเป็น ถนนที่ใช้ในการสัญจรไปมาของยวดยานพาหนะต่าง ๆ แต่ว่านั่นละครับ การสร้างถนน ในอดีตที่ผ่านมาก็ต้องยอมรับครับว่ามีถนนอยู่หลายสาย ซึ่งท่านประธานเองก็คงจะเคย เห็นนะครับว่าถนนเหล่านั้นนะครับ แทนที่จะเป็นถนนที่ช่วยระบายน้ํา กลับเป็นถนนที่เป็น บล็อกกั้นหรือสกัดแม่น้ํานะครับ มันไหลไปได้แล้วส่วนตรงนั้นครับเป็นส่วนหนึ่งที่ทําให้เกิด อุทกภัย ตรงนี้ครับทางคณะกรรมาธิการได้ซักถามส่วนราชการที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ นี่ครับ แค่ไหนเพียงไร ว่ามีถนนที่อยู่ในความดูแลของทาง กรมทางหลวงชนบทเท่าไรอยู่ที่ไหนบ้าง ส่วนของทางกรมทางหลวงชนบทนะครับ มีอยู่ทั่วประเทศเท่าไร และที่ได้รับผลกระทบจาก อุทกภัยนี่ครับมันมาจากสาเหตุอะไร ถนนเหล่านั้นนะครับเป็นถนนที่เป็นเหมือนกับเป็น ผนังที่กั้นน้ําไม่ให้ไหลในการระบายน้ําลงไปได้รวดเร็ว ทําให้เกิดน้ําท่วม อย่างนี้ครับก็เป็น ส่วนหนึ่งที่ทําให้ถนนได้รับความเสียหายท่อบล็อกมันแคบไปมีอยู่เท่าไร สิ่งเหล่านี้ ทางคณะกรรมาธิการได้ซักถามบ้างหรือไม่ครับว่าการที่จะจัดงบประมาณเพื่อที่จะมาบรรเทา หรือมาเยียวยาในส่วนที่มีอยู่ก่อน ให้มันกลับคืนสู่สภาพเดิม แทนที่จะแก้ปัญหาน้ําท่วม กลับไปสร้างปัญหาให้เกิดน้ําท่วมอีก เพราะบล็อกที่มีอยู่ ถนนที่มีอยู่มันเป็นผนังที่กั้นน้ํา เพราะฉะนั้นตรงนี้ทางคณะกรรมาธิการได้ซักถามหน่วยราชการบ้างไหมครับว่า ถนนที่มีอยู่ เราอาจจะหาทางเบี่ยงหรือการทําบล็อกให้มันกว้างขึ้น ในส่วนเหล่านี้ทั้งหมดทาง ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้มีการสํารวจออกแบบ พร้อมที่จะทําให้น้ํามันระบายไป เมื่อถึงเวลา น้ําหลากนี่ครับอย่างรวดเร็วมากกว่าที่ผ่านมา เพราะมิฉะนั้นท่านประธานครับ มันจะ กลายเป็นว่าจัดงบประมาณเพื่อชดเชยส่วนที่ได้รับความเสียหายไป เท่ากับเป็นการสร้างผนัง กั้นไม่ให้น้ํามันระบายไปได้แล้วที่สุดครับ ก็ซ่อมแล้วซ่อมอีกใส่งบประมาณใส่ไปแล้วใส่ไปอีก ในที่สุดน้ําก็จะท่วมอยู่เหมือนเดิม ความเสียหายก็จะมีอยู่ทุกครั้งในช่วงของฤดูน้ําหลากหรือ น้ําท่วมของทุก ๆ ปี ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดนะครับผมคิดว่าเป็นหน้าที่ของทางคณะกรรมาธิการ ที่จะต้องไปซักถามรายละเอียด รูปแบบประมาณการ งบประมาณต่าง ๆ และสิ่งเหล่านี้ ทั้งหมดทางคณะกรรมาธิการนะครับ พอจะประเมินออกมาไหมครับว่าเมื่อซ่อมจาก งบประมาณที่ได้ในปีงบกลางปีนี้แล้วนะครับ ส่วนเหล่านั้นจะไม่ได้รับความเสียหายจากน้ํา ท่วมหรือน้ําหลากในฤดูกาลต่อไป หรือในช่วงที่มีน้ําหลากอีกต่อไปบ้างหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ ทั้งหมดนะครับผมกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการครับ อยากจะได้ รายละเอียดคําชี้แจงเพื่อให้เกิดความมั่นใจของฝ่ายนิติบัญญัติของเราครับ กราบขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะของ คณะกรรมาธิการ ต้องกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับว่า ผมมีโอกาสได้เป็น คณะกรรมาธิการงบประมาณกลางปี ๒๕๕๔ ในครั้งนี้ เข้าไปพิจารณางบประมาณ ๑ แสนล้านบาทที่ทางรัฐบาลตั้งมา เป็นงบสัดส่วนของทั้งการชดเชยเงินคงคลังกับส่วนของ การแก้ไขปัญหาอุทกภัย ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าทางคณะกรรมาธิการพยายาม ทํางานกันอย่างเต็มที่ ผมชื่นชมทุกท่านนะครับ ไม่ว่าจะเป็นฟากฝั่งของฝ่ายค้านหรือ ฝ่ายรัฐบาล แต่อย่างไรก็ตามนี่นะครับจากการปฏิบัติภารกิจเราพบปัญหาหลายอย่าง ส่วนตัว ผมพบปัญหาหลายอย่าง รวมถึงการแก้ไขปัญหาของเรื่องการจัดสรรงบประมาณให้เป็นธรรม ให้มันกระจายตัว ให้มันมีประสิทธิภาพ ผมยังมองว่ามันยังขาดตกบกพร่อง ผมจะพยายาม ชี้แจงเป็นประเด็น

ในเรื่องแรกเลยนี่นะครับ ผมเองต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าผมไม่ได้ สงวนคําแปรญัตติในมาตรานี้ก็ตาม แต่เห็นสมควรกับเพื่อน ส.ส. หลายท่านที่ได้สงวน คําแปรญัตติ และได้นําเสนอความเห็นไว้ว่าจริง ๆ เราควรจะปรับลดให้มันมากกว่านี้ เพราะประเด็นแรกเลย งบประมาณครั้งนี้ตั้งขึ้นมาจากแหล่งรายได้ซึ่งเกิดจากการไปรีดไถ เอากับพี่น้องประชาชน พอดูตัวเลขหลังจากที่เป็นคณะกรรมาธิการนะครับ ดูตัวเลขชัด ๆ แล้ว มันเห็นได้ชัดเจนเลยว่าสัดส่วนที่เก็บภาษีมาเพิ่มจากประมาณการได้ ชัดเจนเลยว่ามาจาก ๑. เงินได้บุคคลธรรมดา ๒. เงินได้นิติบุคคล ๓. ภาษีมูลค่าเพิ่ม ๔. ภาษีน้ํามันของ สรรพสามิต ภาษีรถยนต์ ภาษีรถยนต์ไม่เป็นอะไรมันสินค้าฟุ่มเฟือย แต่อื่น ๆ ก่อนหน้า ที่ได้พูดมานี้นะครับ ภาษีน้ํามันเก็บถ้วนหน้าทุกหัวจนรวยโดนเท่ากันหมด ทําการเกษตร หรือจะเป็นนายแบงก์จะเป็น ส.ส. เป็นรัฐมนตรี เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร เสียภาษี น้ํามันเท่ากันทุกบาท ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล เหล่านี้เอามาจากพี่น้อง ประชาชนที่ทํามาหาเลี้ยงชีพ ภาษีมูลค่าเพิ่ม เก็บพี่น้องประชาชนทุกคนหัวละ ๗ เปอร์เซ็นต์ จากการที่บริโภคทุกอย่างทุกสิ่ง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทําให้เกินเป้าในการจัดเก็บขึ้นมา แต่ถามว่า ภาษีเหล่านี้มันเกิดจากอะไร มันเกิดจากน้ําพักน้ําแรงของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก แต่เรา กําลังจะเอาเงินภาษีเหล่านี้ไปใช้อย่างไม่เกิดประโยชน์อย่างฟุ่มเฟือย อย่างเกินความจําเป็น ทําไมถึงใช้คําว่า เกินความจําเป็น ผมได้อภิปรายไปในวาระหนึ่งแล้วว่า การทํางบประมาณ ครั้งนี้มันไม่มีทางเลือก ไม่ใช่ว่าวันนี้อย่างไร ๆ เราต้องตั้งงบประมาณให้ได้ ต้องฝืนต้องฝ่า มันไป มีเงินเก็บเกินมา ๑๒๐,๐๐๐ บาท ต้องตั้งให้ได้ ๑๐๐,๐๐๐ บาทไม่ใช่เลยครับ ท่านประธาน ความเป็นจริงก็คือว่างบประมาณในครั้งนี้ถ้าไม่ตั้งขึ้นมาก็ไม่มีอะไรเสียหาย เงินที่จะเก็บได้เกินจากการจัดเก็บก็จะไปตัดลดการขาดดุลงบประมาณในปีปัจจุบัน ขาดดุล งบประมาณก็คือไปกู้เขามา ในส่วนที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้เรียนชี้แจงเมื่อช่วงเช้า ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ ท่านชี้แจงว่าปรับลดเกินกว่า ๑๖ เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ เดี๋ยวมันจะไปกินเอาในส่วนของเงินคงคลัง การชดเชยเงินคงคลัง ผมต้องกราบเรียน ด้วยความเคารพว่าไม่ใช่นะครับ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญกําหนดว่าถ้าใช้เงินคงคลัง แล้วจะต้องจัดสรรเงินชดเชยเงินคงคลังในการทํางบประมาณครั้งถัดไป ก็คือครั้งนี้ครับ เราตั้งงบประมาณไว้ ๘๔,๐๐๐ ล้านบาทชดเชญเงินคงคลัง แต่การแปรญัตติปรับลดนั้น รัฐธรรมนูญมาตรา ๑๖๘ ชี้แจงไว้ชัดเจนครับ ว่าในการแปรญัตตินี้จะแปรญัตติเพิ่มไม่ได้ ได้แต่ในทางลดหรือตัดทอนรายจ่าย ซึ่งไม่ใช่รายจ่ายตามข้อผูกพันอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ๑. เงินส่งใช้ต้นเงินกู้ ๒. ดอกเบี้ยเงินกู้ ๓. เงินที่กําหนดให้จ่ายตามกฎหมาย ไม่ได้พูดถึงการชดใช้เงินคงคลังเลยว่าตัดลดไม่ได้ แต่ทําไมถึงตัดลดไม่ได้ในกรณีที่ทํา งบประมาณปกติทราบไหมครับ เพราะกฎหมายกําหนดให้ชดเชยเงินคงคลังก่อน แล้วค่อย ตั้งงบประมาณตัวอื่น ๆ เมื่อเรามีงบประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านล้านบาท เงินคงคลังที่ต้อง ชดเชยมันแค่หลักแสน ตัดลดอย่างไรเราคงไม่ตัดไปถึงสัดส่วนที่เป็นของเงินคงคลัง แต่วันนี้ เพื่อนสมาชิกหลายคนปรับลดไว้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ยังมีเลย ถามว่าทําได้ไหม ทําได้ครับ นั่นก็คือตัดลดในส่วนของการลงทุน การซ่อมแซมปัญหาภัยพิบัติ ที่บอกนี้ ที่ผมบอกว่ายังไม่จําเป็นเดี๋ยวผมจะชี้แจงให้ฟังว่าทําไมไม่จําเป็นตอนนี้ ตัดลด ในส่วนนั้น ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ออกไปก่อน อีก ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท สมมุติผมตัดลด ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ตัดลด ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท ไปอีก ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท เหลือ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านจะไปชดใช้เงินคงคลังในส่วนไหนก็แล้วแต่ท่าน จะเอาไปจ่ายเป็นค่าชดเชย ค่าอุดหนุน เงินค่ารักษาพยาบาลราชการก็ว่าไป จะไปช่วยในส่วนของการชดใช้ตั๋วเงินคงคลังก่อนกําหนด ก็ตามสะดวกท่าน แต่นี่คือการปรับลดของสภาผู้แทนราษฎรที่เพื่อนสมาชิกหลายท่าน ได้นําเสนอมา ในส่วนของการที่บอกว่าการปรับลดนี้ ถ้าเกิดจะไปปรับลดในส่วนของงบลงทุน ที่เป็นการซ่อมแซมปัญหาต่าง ๆ ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ผมเข้าใจถึงปัญหาดีว่า หลายจังหวัดหลายพื้นที่นี้มีความเดือดร้อนจากน้ําท่วม จากอุทกภัย ๓-๔ ครั้งในรอบปี ที่ผ่านมา ทุกคนอยากให้ซ่อมครับ รัฐบาลบอกว่าต้องทําให้ได้ เร่งให้ได้ ต้องรีบผ่าน งบประมาณ

- ๗๘/ งบประมาณครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมเข้าไปแล้วผมรู้สึกว่า เอ๊ะ ทําไมมันเหมือนมีไฟลนก้น ตลอดเวลา ทําไมมันเร่งกันจังเลย ต้องรีบให้เสร็จภายในวันไหน ๓ วัน ๕ วัน ตอนแรก บอกจะเอาวันเดียวเสร็จ ผมฟังแล้วผมตกใจ ผมบอก เอ๊ะ ผมพูดคนเดียวก็จะวันอยู่แล้ว แล้วเพื่อนสมาชิกอีกตั้งหลายท่านต้องแสดงความคิดเห็นเพื่อให้เกิดความรอบคอบในการ ใช้งบประมาณครับ มีการเร่งรัดกันถึงขนาดจะเอาวันเดียว สองวัน ในที่สุดผมก็พยายาม กับเพื่อนสมาชิก ทุกคนที่อยู่ในคณะกรรมาธิการก็พยายามพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ใช้เวลา ๕ วันครับ แต่ ๕ วันก็ยังมีเดดไลน์ (Deadline) ครับ ยังมีกําหนดนัดว่าจะต้องให้เสร็จ เสร็จคืนวันพฤหัสบดี วันศุกร์เช้าต้องพิมพ์แล้ว ต้องเอาให้จบ นั่งรอกันไป รองาน รอพิมพ์ รอเอกสาร ถ่ายเอกสาร ผมรอถึงเที่ยงคืนครึ่งกว่าจะจบกรรมาธิการงบประมาณในปีนี้ ถามว่ารีบทําไมครับ ถามว่าถ้ารีบจริง อยากจะรีบจริงทําอย่างไรครับ งบกลางก็มีครับ งบกลางตั้งงบประมาณไว้ประจําปี ๒๕๕๔ ว่าชื่ออะไรครับท่านประธาน ท่านทราบไหมครับ งบรายจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจําเป็น น้ําท่วมฉุกเฉินไหม ฉุกเฉิน ก็ใช้ไปสิ ปรากฏ เสียดายของ เสียดายเงินที่มันงบกลางอยู่ในสัดส่วนของนายกรัฐมนตรีจะใช้อะไรก็ได้ ใช้เมื่อไรก็ได้ ใช้อย่างไรก็ได้ เสียดายครับ ต้องมาตั้งงบประมาณ และถามว่ารีบขนาดนี้เดี๋ยว ถึงเวลาก็ต้องไปผ่านสมาชิกวุฒิสภาให้เขาปรับแก้มาอีก ปรับแก้มาอีก ดีไม่ดีสภา ผู้แทนราษฎรเราบอกยังไม่สบายใจกับวุฒิสภาปรับแก้ ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมอีก เดือนหนึ่ง ไม่รู้จะได้หรือเปล่า และมันรีบจริงหรือครับอย่างนี้ ที่สําคัญที่สุดเกณฑ์ในการพิจารณา ในเรื่องของงบประมาณ โดยเฉพาะงบที่เป็นเงินอุดหนุนในครั้งนี้ต้องกราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ เกณฑ์มันมีอยู่ ๓–๔ ข้อ เอาข้อสําคัญ ๆ ๑. มีโครงการพร้อม ๒. ทําเสร็จ ในปีงบประมาณปีปัจจุบัน ผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าผมเห็นหลาย โครงการเลย ผมเห็นแล้วไม่สบายใจ บางโครงการ ๙๐ ล้านบาท ๑๐๐ กว่าล้านบาท เท่าที่ ผ่านมาในการพิจารณางบประมาณการศึกษางบประมาณมา โครงการ ๑๐๐ กว่าล้านบาททํา ปีเดียวไม่เคยเสร็จหรอกครับ กว่าจะจัดซื้อจัดจ้าง กว่าจะทําอะไร กว่าจะเริ่มโครงการ ผูกพัน ๒ ปี ๓ ปีบางครั้ง วันนี้บอกต้องทําเสร็จภายในปีปัจจุบัน คือปี ๒๕๕๔ เดือนตุลาคมนี้ เดือนกันยายนนี้นะครับ ถามว่าจะทําเสร็จหรือ ไปตั้งกติกาอย่างนี้ แต่ก็เอาจนได้ครับ อย่างไรก็ผ่าน

อีกข้อหนึ่งบอกว่าเกณฑ์การพิจารณาต้องมีรูปประกอบ บอกต้องมีรูป ประกอบมาด้วย รูปประกอบนวัตกรรมใหม่ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปลื้มนักปลื้มหนา บอกว่าเป็นสิ่งซึ่งจะยืนยันความชอบธรรมของงบประมาณครั้งนี้ เห็นแล้ว ดูแล้วจะรู้ว่า มันเสียหายจริง ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ๑. รูปภาพเป็น พัน ๆ รูปให้มันเป็นสิ่งเสียหาย ถนนเสียหายอยู่หลังบ้านผมนี่ผมยังถ่ายรูปมาผมยังตอบไม่ได้ เลย เป็นถนนลูกรัง ถ่ายรูปมารูปหนึ่ง แล้วก็มีต้นไม้ ๆ กับถนนลูกรัง อยู่จังหวัดนนทบุรี ท่านประธานทราบไหมอยู่ตรงไหน ไม่มีใครทราบครับ คณะกรรมาธิการไม่สามารถยืนยันได้ เลยว่าความเสียหายนั้นเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ๒. รูปภาพมีการซ้ําซ้อนและผิดพลาด ผมต้อง กราบเรียนด้วยความเคารพว่ามีการปรับลดงบประมาณในครั้งนี้ ๓๐ กว่าล้านบาท สาเหตุ หนึ่งที่มีการปรับลด ๑. โครงการบางโครงการทําไปแล้วครับ ๒. หลายโครงการมีรูปภาพ ที่มันซ้ําซ้อนหารูปจริงมายืนยันก็หาไม่ได้ก็โดนตัด แล้วผมถามว่าเกณฑ์การพิจารณาบอกต้อง มีรูปประกอบ ถ้าผมเป็นพื้นที่หนึ่งที่ผมเป็นนายอําเภอผมต้องส่งเรื่องเกี่ยวกับความเสียหาย ของพื้นที่ผม ฝายมันแตกส่งมาให้ พอถึงคณะกรรมการระดับชาติที่มีท่านรัฐมนตรีประจํา สํานักนายกรัฐมนตรีนั่งอยู่ ลืมถ่ายรูปมา โดนตีตกไป พี่น้องประชาชนไม่ได้ซ่อม ปรากฏส่ง เข้ามาในสภา รูปภาพมั่วซั่วไปหมด ซ้ํากันเต็มไปหมด ชี้ชัดอะไรก็ไม่ได้ โอ้โฮ ผมเสียใจ ตายเลยท่านประธาน ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนโดนคณะกรรมการปฏิเสธ เพราะสาเหตุนี้ ท่านประธานลองนึกภาพสิครับ ความเสียหาย ความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน วันนี้ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ จากการเร่งรัดพิจารณาทําให้เกิด ความหละหลวม ขนาดพิจารณากันอย่างเร่งขนาดนี้ยังตัดลดไปได้ ๓๐ กว่าล้านบาท จากงบประมาณแค่นี้ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทที่เป็นงบลงทุนตัดกันไป ๓๐ กว่าล้านบาท แล้วถาม ท่านประธานว่าถ้าเกิดเราพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบมันจะโดนตัดไปเท่าไร และโครงการที่ ๑. อาจจะมีรูปภาพซ้ําซ้อน หารูปภาพจริงไม่ได้เสียหายจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ท่านสุวโรช พะลัง เมื่อสักครู่อภิปรายได้ชัดเจนบอกว่าไปตรวจสอบคณะกรรมาธิการ ช่วยตอบหน่อยสิ สิ่งที่มันเสียหายมันเสียจริงหรือเปล่ามันซ่อมได้จริงหรือเปล่า มันซ่อมได้ ครบไหม ผมบอก ผมไม่รู้ครับผมเป็นคณะกรรมาธิการผมตอบไม่ได้จริง ๆ เพราะเราไม่มีเวลา ไปศึกษาให้มันถี่ถ้วน แต่วันนี้เร่งให้ผ่าน ก็ผ่านได้ครับ คณะกรรมาธิการก็เอาเร่งก็เร่ง ไม่ผ่าน ก็ต้องโหวตผ่านกันไป วันนี้เงินงบประมาณที่เป็นภาษีอากรของพี่น้องประชาชน เราไม่ดูแล ให้มันละเอียดรอบคอบและเกิดศักยภาพในการใช้งาน นอกจากนั้นงบประมาณการตั้งในครั้ง นี้ มีการกระจุกตัวอย่างเห็นได้ชัด ผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า งบประมาณกระจุกตัวที่ภาคใต้ ไม่ว่ากันครับถ้าเสียหาย เสียหายทุกคนครับ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลางมีความเสียหายหมด แต่หลายหน่วยงาน เดี๋ยวผมลงรายมาตรา แล้วผมจะชี้แจงให้ท่านประธานฟังว่างบประมาณที่มีความเสียหาย ภาคใต้ซ่อมแซม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน เหลือไว้ครับซ่อมไม่หมด แล้วผม จะตอบคําถามพี่น้องประชาชนได้อย่างไรถ้าอย่างเป็นอย่างนี้ เพื่อนสมาชิกจะไปตอบ คนที่บ้านอย่างไรครับ คนที่อยู่ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง ก็ตอบคําถามไม่ได้ครับ นี่คือ การกระจุกตัวของงบประมาณอย่างเห็นได้ชัด ในอดีต รัฐบาลปัจจุบันชอบบอกว่า พรรคไทยรักไทยตั้งงบประมาณกระจุกตัว กระจุกตัว วันนี้เห็นหรือยังครับว่าเกิดอะไรขึ้น จะแก้ไขหรือไม่ จะแก้ไขอย่างไร อันนี้เป็นเรื่องของสภาในวันนี้ที่เราจะมาพิจารณากัน ในส่วนของงบประมาณท้องถิ่นก็มีการตั้งงบประมาณที่เรียกว่าเป็นตะกร้าเตรียมการที่จะ ทุจริตคอร์รัปชันเดี๋ยวดูกัน เดี๋ยวพอถึงรายมาตราผมจะลงรายละเอียดให้ท่านประธานฟัง โครงการที่มีการล็อกสเปกในบางหน่วยงานใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างที่มีผู้รับเหมาน้อยราย เพื่อที่จะล็อกได้ว่าจะเป็นคนนั้นคนนี้ เดี๋ยวนี้นะครับท่านประธาน เมื่อก่อนในอดีต ๕ ปี ๑๐ ปี ที่แล้วชาวบ้านเขาบอกไปหา ส.ส. กัน อยากได้งบประมาณมาทําที่บ้าน เดี๋ยวนี้เขา ไม่มาหาแล้วครับ ส.ส. มันติดมาตรา ๒๖๗ มาตรา ๒๖๘ มาตรา ๒๖๖ ของรัฐธรรมนูญ ปีปัจจุบัน ปี ๒๕๕๐ เขาไม่มาหา ส.ส. ครับ เขาบอก ไปหาผู้รับเหมาดีกว่า เสร็จหมดครับ โครงการไปหาผู้รับเหมา ฟังแล้วสบายใจไหมครับเพื่อนสมาชิก ฟังแล้วสบายใจไหมครับ ท่านประธาน วันนี้ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าโครงการต่าง ๆ มันไม่มีความมั่นใจ ให้กับผม รวมถึงเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่านที่ผมฟังการอภิปรายมาว่าในที่สุดมันจะแก้ไข ปัญหาได้จริงหรือไม่ ในที่สุดมันจะกลายเป็นการแสวงหาผลประโยชน์ของกลุ่มบุคคล กลุ่มนักการเมือง กลุ่มข้าราชการบางกลุ่มหรือเปล่ามันต้องมองด้วยความระแวงไว้ก่อน ของอย่างนี้ โดยเฉพาะการตั้งงบประมาณที่เห็น ๆ กันอยู่ในวันนี้ ยิ่งได้เข้าไปอยู่ ในคณะกรรมาธิการต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่ามันมีอะไรทะแม่ง ๆ หลายสิ่งหลาย อย่างที่ไม่น่าไว้วางใจนะครับ ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ผมคง จะต้องตามเพื่อนสมาชิกที่สงวนคําแปรญัตติไว้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ตอนแรกผมไม่ได้สงวนแต่ว่า วันนี้ผมคงจะต้องตามเขาในการแปรญัตติปรับลดงบในภาพรวม ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ การใช้เงินเป็นประโยชน์สูงสุด อยากจะซ่อมแซม ไปเอาเงินงบกลางไปซ่อม ชดเชยเงินคงคลัง ก็ชดเชยไปเท่าที่มี ส่วนที่เหลือไปชดเชยกันปีหน้า กฎหมายไม่ได้ห้ามครับต้องฝาก ท่านประธานด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี ครับ

นายอสิ มะหะมัดยังกี สตูล

ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี ส.ส. จังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือท่านประธานสภานะครับว่า ขอให้ท่านประธานทําตามข้อบังคับข้อ ๘ (๑) (๒) (๓) ในการควบคุมการอภิปราย เนื่องจาก ผมเห็นว่าหลายท่านอภิปรายเป็นการอภิปรายเหมือนวาระที่หนึ่งนะครับ ไม่ใช่ วาระที่สอง ซึ่งต้องลงในรายละเอียดลึกว่าไม่เห็นด้วยในแต่ละโครงการอย่างใดบ้าง ไม่ใช่ว่า ขี่ม้าเลียบค่าย ตอนนี้ต้องพังประตูค่ายแล้วครับไม่ได้หมายความว่าประธานไม่แข็งผมยัง เชื่อว่าประธานแข็งอยู่นะครับเพียงแต่ว่าขอให้ประธานเข้มงวดมากกว่านี้ครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าท่านสมาชิกจะเห็นนะครับ ผมเริ่มกําหนดเวลานะครับ แล้วผมก็ดูนะครับว่ากําลังคิดว่า ถ้าเฉลี่ยส่วนใหญ่ไม่เกิน ๑๐ นาทีเดี๋ยวผมก็จะกําหนดให้เหลือ ๑๐ นาทีเพื่อเป็นการรวบรัด อยู่แล้วนะครับ อันนี้ก็เป็นมาตรการที่ใช้ในการสร้างประสิทธิภาพในการอภิปรายนะครับ

นายอสิ มะหะมัดยังกี สตูล

ท่านประธานครับ ผมทราบครับ ท่านประธาน ผมก็นับถือเคารพในการตัดสินใจของท่านประธานมาก แต่ว่าหลายท่าน อภิปรายเหมือนวาระที่หนึ่งนะครับไม่ต่างกันเลยครับ ซึ่งผมว่าไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของ การอภิปรายงบประมาณ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวต้องขอสมาชิกให้อภิปรายอยู่ในวาระที่สอง วาระที่สามนะครับ ถ้าเกินเลยไปผมก็ จะต้องตักเตือนนะครับ ต่อไปคุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ ครับ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทยค่ะ ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานนะคะที่ได้ให้โอกาสดิฉันในการอภิปรายเกี่ยวกับ งบประมาณในวาระที่สองและวาระที่สามในวันนี้ ก่อนอื่นดิฉันต้องเรียนท่านประธานค่ะว่า ดิฉันได้สงวนความเห็นโดยขอปรับลดเอาไว้ที่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ต้องอธิบายค่ะท่านประธานว่า การจัดทํางบประมาณเพิ่มเติมในครั้งนี้มีวงเงินที่ ๑ แสนล้านบาทเป็นการชดใช้เงินคงคลัง ๘๕,๐๐๐ ล้านบาท ส่วน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ที่ดิฉันขอตัดจาก ๑ แสนล้านบาทก็คือประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทมาจากในส่วนที่ดิฉันขอตัดโดยเฉพาะเลยนะคะในส่วนที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่าย ที่จ่ายให้กับหน่วยงานต่าง ๆ นําไปบริหารเพื่อฟื้นฟูให้กับพี่น้องที่ประสบอุทกภัย ก็ต้อง เรียนว่าตรงส่วนนี้ที่ดิฉันบอกว่าดิฉันขอตัดในส่วนของวงเงิน ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทที่ต้อง นําไปใช้ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ก็เนื่องมาจากว่าดิฉันจําได้ค่ะว่าเมื่อตอนที่มี งบประมาณปี ๒๕๕๔ เราได้ทํางบประมาณเอาไว้นะคะมันมีในหมวดของงบกลางแล้วก็มีงบ เพื่อใช้ในเงินงบสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินถึง ๔๗,๐๐๐ ล้านบาท ดิฉันทราบมานะคะว่า ปัจจุบันนี้เงินในวงเงินนี้ยังเหลืออีกประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จริง ๆ แล้วงบประมาณ ที่เราจัดทําเพิ่มเติมครั้งนี้อาจจะไม่จําเป็นต้องจัดทําเลยก็ได้ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปใช้ วงเงินตรงนี้ ซึ่งตั้งมาแค่ ๑๕,๐๐๐ บาทมีเหลืออยู่ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท พอเพียงค่ะ ก็ต้อง เรียนว่าตรงนี้จึงเป็นสาเหตุทําให้ดิฉันขอปรับลดจํานวน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่แค่สาเหตุนี้ เท่านั้นค่ะท่านประธานที่ดิฉันขอปรับลดในส่วนนี้ มีสาเหตุอีกหลายประการ

ประการแรกที่ต้องขอปรับลดในภาพรวม ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็คือ การกระจุกตัว ไม่กระจายลงไปในพื้นที่ที่เกิดปัญหาอุทกภัยอย่างแท้จริง เรียนเลยค่ะท่านประธาน ดิฉันนี่ อาจจะดูได้ไม่ทั่วถึงทุกกรมนะคะ ดิฉันก็ลงไปดูค่อนข้างเยอะในหลายหน่วยงาน วันนี้ยกตัวอย่างให้เห็นชัด ๆ กันเลยแล้วกันเดี๋ยวจะหาว่าดิฉันเอาอะไรมาอ้างอิงว่าจัดทํา ไม่เป็นการกระจายตัวนะคะท่านประธาน ดูง่าย ๆ เลยค่ะท่านประธานอยู่ที่กรมชลประทาน ต้องเรียนว่าพื้นที่ที่เกิดน้ําท่วมมีทั้งหมดประมาณ ๕๐ กว่าจังหวัด ถ้าดิฉันจําไม่ผิดนี้อยู่ที่ ๕๔ จังหวัด ก็ต้องเรียนค่ะท่านประธานดิฉันไปดูแล้วลองคิดทั้งหมดเบ็ดเสร็จออกมา ท่านประธานคะอยู่ที่ภาคอีสาน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ภาคเหนือ ๘ เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ภาคกลาง และตะวันออก ๒๑ เปอร์เซ็นต์ อยู่ภาคใต้ ๔๑ เปอร์เซ็นต์ ต้องเรียนค่ะท่านประธาน ทําไม ลงไปภาคใต้เยอะนักละคะ ในขณะที่ภาคใต้จังหวัดที่ถูกน้ําท่วมเขามี ๑๔ จังหวัดแต่ท่วม ไม่กี่จังหวัด แต่ภาคอีสานของดิฉันค่ะ ๑๙ จังหวัดภาคอีสานเราเรียกได้ว่า ๑๙ จังหวัดนี้ ท่วมทุกจังหวัด ก็ต้องสอบถามค่ะว่าทางคณะกรรมาธิการงบประมาณปีนี้ได้มีการสอบถาม ไหมคะ ทําไมลงไปเยอะแต่ภาคใต้จังคะ หรือว่าภาคใต้นี่สําคัญกว่าภาคอื่น ๆ นี่ดิฉันพูดแทน ในฐานะที่ดิฉันเห็นความไม่เป็นธรรมในการจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้ ที่สําคัญท่านประธาน ลงไปดูอีกนิดหนึ่งค่ะ ดูที่งบของกระทรวงศึกษาธิการ ดิฉันดูแล้วก็เกิดความน้อยเนื้อต่ําใจค่ะ ท่านคณะกรรมาธิการได้ถามไหมคะว่า ทําไมถึงจัดลงไปที่ภาคใต้ ๕๙๒ ล้านบาทมี ๑,๑๙๘ ล้านบาท จัดลงไปที่ภาคใต้ ๕๙๒ ล้านบาท ภาคเหนือ ๑๕๒ ล้านบาท ภาคกลาง ภาคตะวันออก ๒๐๗ ล้านบาท ภาคอีสานของดิฉันท่านประธาน ๒๔๗ ล้านบาทพูดง่าย ๆ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ค่ะท่านประธานลงภาคใต้อีกเช่นกัน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ที่กระทรวงศึกษาธิการได้รับ ก็ต้องเรียนถามอีกเหมือนกันค่ะได้เยอะเพราะอะไรคะ เพราะว่าพรรคประชาธิปัตย์ฐานเสียงเยอะอยู่ที่ภาคใต้ หรือว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการอยู่ที่ภาคใต้ละคะ ถึงมีการจัดสรรงบประมาณอย่างนี้ ต้องเรียนถาม ท่านประธานคณะกรรมาธิการนี่ละค่ะ ว่าท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เห็นการจัดสรรงบช่วยเหลือคนที่ไม่สมเหตุสมผลและไม่กระจายตัวอย่างนี้ ท่านยอมให้มี เกิดขึ้นได้อย่างไร ทําไมท่านไม่ให้มีการปรับลดงบประมาณในส่วนนี้ ต้องเรียนอีกค่ะ ท่านประธาน ดิฉันทราบข่าวมาจากกรรมาธิการงบประมาณเสียงข้างน้อยหลาย ๆ ท่านที่พูด ในวันนี้ละค่ะ เขาบอกดิฉันมาว่างบประมาณปีนี้ กระทรวงศึกษาธิการนี่นะคะ จัดให้ ในส่วนของภาคใต้ ๕๙๒ ล้านบาท ขอมาเท่านี้ก็ให้ไปซ่อม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็มเลยค่ะ มันจริงไหมคะ กรรมาธิการได้มีการติดตามดูไหมคะว่าทําไมภาคใต้ถึงได้เต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ภาคอื่นเขามีข้อมูลมาบอกเหมือนกันว่า ภาคกลางและภาคตะวันออก ยังไม่ได้รับงบประมาณอีกประมาณ ๔๕ ล้านบาท ภาคอีสานของดิฉันอีก ๓๑ ล้านบาท ส่วนภาคเหนืออีก ๒๒ ล้านบาท เป็นลูกเมียหลวงหรือคะ ๓ ภาคที่ดิฉันว่ามานี้คือ ลูกเมียหลวงใช่ไหมคะ จึงไม่ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เหมือนภาคใต้ ต้องบอกเป็นลูกเมียหลวงค่ะ ท่านประธาน ถ้าลูกเมียน้อยนี่มันต้องได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็มเหมือนกันละค่ะ กรณีอย่างนี้ ดิฉันพูดด้วยความคับแค้นใจนะคะ ท่านอาจจะบอกว่าดิฉันใส่ร้ายป้ายสี ลองย้อนกลับไป อีกนิดท่านประธาน ดูที่กรมชลประทาน ดิฉันต้องพูดเรื่องกรมชลประทานค่ะ ดิฉันเด็กเก่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดิฉันอยู่กับชาวบ้าน ออกเยี่ยมชาวบ้านมาทุกวัน ข่าวก็ลงกัน ทุกวันเลยค่ะท่านประธาน ท่านกรรมาธิการ ดิฉันว่าเป็นคนที่ดูติดตามข่าวสารบ้านเมือง มาเป็นอย่างดี ท่านเห็นไหมคะที่จังหวัดชัยภูมิของดิฉัน น้ําท่วมลงข่าว ท่านนายกรัฐมนตรี เดินทางไปดู ต้องถามท่านนายกรัฐมนตรีเป็นอย่างไรคะ น้ําที่จังหวัดชัยภูมิ ลงเรือสนุก ไหมคะ ขนาดต้องลงเรือไป ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ก็ไป หลายรัฐมนตรีค่ะ ไปเยี่ยมน้ําท่วม ของจังหวัดชัยภูมิ แล้วทําไมการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องที่จังหวัดชัยภูมิของดิฉันจึงเป็น อย่างนี้ละคะ นี่ประชาชนชาวชัยภูมิเขาฝากถามดิฉันมา ถามมาถึงกรรมาธิการปีนี้ค่ะว่า จังหวัดชัยภูมินี่นะคะ เอาง่าย ๆ แค่กรมชลประทานกรมเดียวแล้วกันท่านประธาน ของบประมาณมาที่ ๒๕๐ ล้านบาท ทราบไหมคะว่ากรมชลประทานจัดไปแก้ไขปัญหาเพื่อ ฟื้นฟูผู้ที่ได้รับปัญหาอุทกภัยเท่าไร จัดไปให้จังหวัดชัยภูมิ ๖๔ ล้านบาท ตอนแรกดิฉันก็คิด น้อยใจค่ะ คือจังหวัดชัยภูมิได้แค่ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วอีก ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ละคะ ต้องรอใครแก้ไขคะ ถ้าไม่ใช่รัฐบาล ต้องเรียนถามกรรมาธิการเลยค่ะ ได้มีการ สอบถามประเด็นเหล่านี้ไหม ที่สําคัญนอกจากนั้นมันน่าน้อยใจ ท่านประธานคะ งบประมาณ ของกรมชลประทานที่ลงไปที่จังหวัดชัยภูมิกระจุก ไม่กระจุก เดี๋ยวดิฉันจะพูดให้ท่านประธาน ได้ฟัง งบประมาณลงไปที่จังหวัดชัยภูมิ ๕๔ โครงการ เป็นโครงการที่ลงในเขตเลือกตั้ง ที่ ๑ ๔๕ โครงการ ขออนุญาตพาดพิงเพื่อน ส.ส. ที่อยู่ต่างพรรคซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ท่านประธาน ในเขตเลือกตั้งของเขา คือเขตเลือกตั้งที่ ๑ ที่มี ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล ได้โครงการไปทั้งสิ้น ๔๕ โครงการ ลงในอําเภอเกษตรสมบูรณ์ ๓๓ โครงการ อําเภอเมืองค่ะ ท่านนายกรัฐมนตรีไปดูน้ําท่วมเยอะ น้ําท่วมบริเวณตัวกลางเมือง ๔ เมตร ต้องนั่งเรือไปดู ได้มา ๓ โครงการ ในเขตเลือกตั้งดิฉันเอง ออกข่าวทั้งสรยุทธ์ไปช่วย คนนั้นคนนี้ไปช่วย ออกข่าวทุกวัน อําเภอจัตุรัสได้ไป ๑ โครงการ อําเภอบ้านเขว้าอยู่ริมแม่น้ําชี ได้ไป ๑ โครงการ ไม่ต้องพูดถึงยอดเงินนะคะ ไม่ถึงล้านบาทค่ะท่านประธาน อย่างนี้เรียก กระจุกตัวไหมคะ กระจุกตัวตามอะไรคะ กระจุกตัวตามการอยู่ของรัฐบาลหรือเปล่า อันนี้ ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการว่าได้สอบถามประเด็นเหล่านี้ไหม ดิฉัน ต้องพูดค่ะ เขตเลือกตั้งของดิฉันเขตเลือกตั้งที่ ๓ อยู่บริเวณต้นน้ําแม่น้ําชีท่านประธาน แม่น้ําชีต้นน้ํายังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาเลยค่ะ แล้วปลายน้ําไปทางด้านจังหวัดขอนแก่น กลับได้รับการช่วยเหลือ ก็ต้องเรียนถามท่านประธานกรรมาธิการอีกละค่ะว่า ทําไมถึงมีการ จัดสรรงบประมาณได้กระจุกตัวอย่างนี้ หรือว่าท่านคิดว่าประชาชนในเขตเลือกตั้งของดิฉัน ไม่สําคัญเท่ากับประชาชนที่อยู่ภาคใต้ละคะ อันนี้ต้องเรียนถาม เพราะดิฉันรู้สึกน้อยเนื้อ ต่ําใจกับการจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้เป็นอย่างมากนะคะ

ประเด็นต่อไปค่ะท่านประธาน เรียนแล้วว่าที่ดิฉันต้องตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ อีกสาเหตุหนึ่งที่ต้องขอตัดก็เนื่องมาจากว่าท่านบอกทุกครั้งเลยค่ะที่มีการมาพูดเรื่อง งบประมาณกันเกี่ยวกับงบกลางปี ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในครั้งนี้ ท่านบอกว่าวัตถุประสงค์ หลักเลยเพื่อชดเชยหรือฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดจากอุทกภัย ดิฉันลงไปดูรายละเอียด ที่ท่านแจกซีดีให้นี่ละค่ะ พบว่าอะไรคะท่านประธาน นอกจากจะกระจุกตัวแล้วยังไม่พอ บางอันเป็นงานสร้างใหม่ด้วยค่ะ แต่ใช้ชื่อหลอกลวงเอาไว้หรือเปล่า ต้องฝาก ท่านกรรมาธิการงบประมาณปีนี้ค่ะว่าได้สอบถามไหม โครงการที่ได้ทําลงไปนี้โครงการไหน ที่ทําไปบ้างหรือเปล่า เป็นโครงการที่ซ้ําซ้อนด้วยหรือเปล่า อาจจะเป็นไปได้ท่านประธาน เพื่อนกรรมาธิการ เพื่อน ส.ส. เราที่เป็นกรรมาธิการนี่ละคะมาเล่าให้ดิฉันฟัง บอกว่า การจัดสรรงบประมาณงวดนี้ให้ไปดูดี ๆ ที่จังหวัดราชบุรี จังหวัดราชบุรี ที่หมู่ ๑๐ เขาบอกว่าอยู่ที่หมู่ ๑๐ มี ๒๒ โครงการ โครงการละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ประมาณ ไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาทค่ะท่านประธาน ๒๒ โครงการ ทําไมทําต่อเนื่องแล้วไม่สัญญาเดียวคะ มันเป็นเพราะอะไรคะ ทําเพื่อล็อกสเปคให้ผู้รับเหมาหรือเปล่า อันนี้ต้องเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการด้วยค่ะ เพราะดิฉันเกิดความไม่แน่ใจแล้วค่ะ เหตุผล วัตถุประสงค์หลักที่ท่านบอกว่า จะขอนํางบประมาณกลางปีไปใช้ ก็เพื่อช่วยเหลือแล้วก็ ชดเชยเงินคงคลัง แล้วก็ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยที่ได้รับในประเทศไทยของเรา แต่เมื่อ การจัดการเป็นไปอย่างนี้ดิฉันก็เกิดความไม่มั่นใจค่ะ เลยมาคิดได้อีกนิดหนึ่ง ท่านประธานคะ ๓๒ ล้านบาทที่กรรมาธิการตัดได้งวดนี้ตัดได้เนื่องจากอะไรคะ เมื่อกี้ท่านจุลพันธ์ ขออนุญาต ที่ต้องเอ่ยนามท่าน ท่านก็บอกว่าเร่งรีบการพิจารณากันมากเลย เร่งกันทั้งวันทั้งคืน ทําไม ต้องรีบขนาดนี้ ดิฉันก็เริ่มเกิดประเด็นสงสัย ที่สําคัญต้องบอกเลยค่ะว่า ๓๒ ล้านบาทนี้ดิฉัน เริ่มเข้าใจหลังจากที่ฟังกรรมาธิการหลายท่านอภิปรายมา ตัดได้เพราะอะไรคะ เป็นโครงการ ที่เกิดซ้ํากันหรือคะ หรือว่าเป็นโครงการที่เขาทําเสร็จแล้วถึงทําคะเลยตัดได้ เพราะเมื่อกี้ หลายท่านกรรมาธิการบอกมาว่าขอตัดอย่างไรก็ตัดไม่ได้ แต่อุตส่าห์มีตัดได้ตั้ง ๓๒ ล้านบาท ไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์นะคะท่านประธาน ๐.๐๕ เปอร์เซ็นต์ยังไม่ถึงเลยค่ะ ๓๒ ล้านบาท ดูแล้ว น่าน้อยใจนะคะ ถ้าการจัดสรรงบประมาณของเรายังเป็นการกระจุกตัวแล้วก็ไม่เพื่อ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่มีมากทั่วประเทศอย่างแท้จริง โดยที่ไปกระจุกตัวอยู่เฉพาะ เขตใครเขตมัน เขตของพรรครัฐบาล ประชาชนทั้งประเทศ ๖๕ ล้านบาท ตอนนี้เรายอมรับ ว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีของเรา แต่ถ้าท่านยังไม่ดูแล การจัดสรร งบประมาณให้มันครอบคลุมทุกพื้นที่ที่เกิดปัญหา ดิฉันก็เริ่มคิดแล้วละค่ะว่าทําไมท่านถึง ไม่ใช้เงินฉุกเฉินที่ท่านมีอยู่ เหลืออีกประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทไปถึงต้องมาขอเงิน มันมีการคิดจะทําการทุจริตหรือเปล่า ปัจจุบันข่าวการทุจริตดังมาก ต้องฝากท่านประธาน ผ่านไปยังท่านกรรมาธิการด้วยค่ะ รายละเอียดต่าง ๆ ที่ดิฉันพูดมาดิฉันคงจะมาลง ในรายละเอียดในรายมาตราอื่น ๆ ต่อไป ก็ต้องฝากท่านประธานถามไปยังท่านกรรมาธิการ งบประมาณปีนี้ด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ตอนนี้ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีจะขอชี้แจงนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรี สาทิตย์ครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ในฐานะกรรมาธิการครับ ผมได้รับฟังเพื่อนสมาชิกได้อภิปราย ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายกลางปี ในวงเงินไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตั้งแต่ วาระที่หนึ่ง จนกระทั่งในคณะกรรมาธิการ และกลับมายังสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่ง นะครับ ผมคิดว่ามีประเด็นที่อภิปรายแล้วท่านอาจจะเกิดความไม่มั่นใจว่าคณะกรรมาธิการ ได้ไปทําหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มอบหมายความไว้วางใจไปหรือไม่ ประการหนึ่ง กับอีกประการหนึ่ง เนื่องจากว่าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย กลางปีนี้ก็เป็นการจัดตั้งงบประมาณโดยคณะรัฐมนตรี โดยรัฐบาล ซึ่งหลายท่านที่อภิปราย ก็เกรงเรื่องของการกระจุกตัวของงบประมาณ แล้วก็มีการยกตัวอย่างขึ้นมา ซึ่งถ้าไม่ชี้แจง ก็อาจจะทําให้เกิดความเข้าใจที่ผิดพลาดจากตัวเลขข้อเท็จจริงได้ ผมกราบเรียนท่านประธาน เป็นเบื้องต้นครับว่า ในแง่ที่มาที่ไปของงบประมาณรายจ่ายกลางปีในครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบที่เราเรียกว่าว่างบช่วยเหลือน้ําท่วม ๙,๙๐๐ ล้านบาทนี้ที่มาที่ไป ของงบประมาณเหล่านี้ก็มีที่มาที่ไปจากการเสนอขึ้นมาตามลําดับขั้นตอน ตามที่ผมได้ชี้แจง ในวาระที่หนึ่งแล้วว่าจะต้องเป็นงบประมาณหรือโครงการที่เสนอขึ้นมาโดยผ่าน คณะกรรมการระดับอําเภอที่เรียกว่า ก.ช.ภ.อ. ซึ่งจะมีนายอําเภอเป็นประธานแล้วก็มี ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งองค์กรปกครองท้องถิ่นก็จะมีส่วนเข้าไปในการที่จะเสนอ งบประมาณด้วย หลังจากนั้นโครงการทั้งหมดนี้จะต้องผ่านกรรมการที่เรียกว่า ก.ช.ภ.จ. ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ทุกโครงการที่ถูกเสนอเข้ามา ๙,๙๐๐, ล้านบาทนี้ ที่ผ่านกรมต่าง ๆ นั้นก็จะต้องผ่านโดยกระบวนการเช่นนี้ เมื่อ กชพจ. มีการเสนอขึ้นมาแล้วในแต่ละกรมก็มีการจัดเรียงลําดับความสําคัญ ตัวเลขที่ของบประมาณ มาทั้งหมดนี้ ๒๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่เรามีเงินงบประมาณรายจ่ายกลางปีอยู่ที่ ๙,๙๐๐ ล้านบาทก็จําเป็นที่จะต้องมีการพิจารณาปรับลดงบประมาณบางส่วนลงไป ซึ่งในวาระที่หนึ่ง ผมก็ชี้แจงแล้วว่าใครจะได้ แล้วส่วนที่เหลือก็จะมีการใช้งบประมาณ รายจ่ายปี ๒๕๕๕ มีการจัดตั้งงบประมาณกันต่อไป ผมเรียนท่านประธานตรงนี้เพื่อยืนยันว่า กระบวนการในการจัดงบประมาณนั้นมีที่มาที่ไปจากตัวอําเภอและตัวจังหวัด โดยที่รัฐบาลนี่ ไม่ได้เป็นคนตั้งโครงการด้วยตัวของรัฐบาลเอง ทีนี้ประเด็นถัดมาก็คือว่าเมื่อจะมีการจัดตั้ง รายจ่ายงบประมาณรายจ่ายกลางปีนั้นก็จะมีทางเลือก ๒ ทางครับ ทางที่ ๑ ก็คือจัดตั้งเป็น เงินงบกลาง แล้วก็มีตัวงบเฉพาะที่เป็นตัวเลขเอาไว้ ๙,๙๐๐๐ ล้านบาทแล้วก็ไม่แสดง รายจ่าย ซึ่งเคยมีการตั้งมาแล้วในอดีตครับ หลายหมื่นล้านบาทด้วย เป็นเงินงบกลางไว้ที่ นายกรัฐมนตรี แต่ท่านนายกรัฐมนตรีเห็นว่า คณะรัฐมนตรีเห็นว่าเพื่อให้เกิดความโปร่งใส แล้วสภาสามารถตรวจสอบได้ จึงให้มีการจัดทําเป็นแผนงาน แล้วแยกออกเป็นรายกระทรวง เมื่อแยกออกเป็นรายกระทรวงเราก็จะเห็นรายละเอียดของงบประมาณในแต่ละแผนงาน โครงการนี่ชัดเจนครับว่าอยู่ที่ไหน ถ้าเจตนาของรัฐบาลต้องการจะทุจริต ต้องการจะปกปิด มุบมิบซ่อนเร้นเอาเฉพาะคนในรัฐบาลก็ทําเป็นงบกลางครับ มีตัวเลขกลม ๆ ๙,๙๐๐ ล้านบาท แล้วก็ไปจัดสรรกันในภายหลัง ถ้าเป็นอย่างนั้นโอกาสที่จะเกิดความ ไม่สุจริตก็มีครับ แต่เมื่อเป็นแผนงานก็เป็นการแสดงเจตนาแต่ต้นว่าประสงค์ที่จะให้มี การตรวจสอบ ซึ่งต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการหลายท่าน ซึ่งได้ตรวจสอบอย่างเข้มข้น ทีเดียว เมื่อเข้าสู่คณะกรรมาธิการวิสามัญแล้ว คณะกรรมาธิการวิสามัญก็มีการตั้ง อนุกรรมาธิการขึ้นมา แล้วก็มีการไปตรวจสอบแต่ละโครงการมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นจริงครับ ในเรื่องของภาพถ่ายที่มีความซ้ํากัน มีตัวเลขซึ่งแต่ละกรมได้ทํารายงานกลับมานว่าเขามีภาพ ซ้ํากันอยู่ที่จํานวนเท่าไร แต่สิ่งหนึ่งที่คณะกรรมาธิการไปตรวจสอบแล้วนี่พบว่าภาพ อาจจะซ้ํา แต่ที่ตั้งของโครงการไม่มีซ้ํากัน อย่าว่าแต่ภาพเป็นพัน ๆ โครงการผิดพลาดเลย ครับ กระทั่งภาพกรรมาธิการวิสามัญมีอยู่หน้าเดียวยังมีภาพซ้ํากัน ๒ คนเลย แต่เจตนาอยู่ ตรงไหนครับ เจตนาอยู่ตรงที่ว่าในงบประมาณรายจ่ายกลางปีไม่เคยมีหรอกครับปีไหนที่จะมี แนบภาพถ่ายด้วย ก็เจตนาแนบภาพถ่ายครั้งนี้ก็เพื่อตรวจสอบ ตรวจสอบพบก็ต้องนําไปสู่ การพิจารณาแก้ไข งบที่ปรับลดลงไปนี่ก็เรียนว่าไม่ใช่เป็นเพราะที่ตั้งโครงการซ้ําซ้อนกัน แต่เป็นเพราะคณะกรรมาธิการโดยอนุที่เขาเสนอมานี่เห็นว่ามีรายละเอียดบางประการ ซึ่งสามารถปรับลดได้ กรมชลประทานปรับลดลงไป ๖๐๐,๐๐๐ บาท อย่างนี้เป็นต้นนะครับ หรือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างที่ท่านว่า แต่อันนี้คือสมเจตนาของรัฐบาล ที่ประสงค์ให้สภาตรวจสอบ สิ่งหนึ่งที่เรากํากับเอาไว้ก็คือว่า แนวทางรัฐบาลเห็นว่าถ้างบ ถูกปรับลดลงไป จะไม่มีการนํามาจัดงบประมาณใหม่ แปลว่าตัดทิ้งแล้วก็ทิ้งไปเลย อันนี้ ก็เป็นอีกทางหนึ่งครับที่ชี้ให้เห็นว่าโครงการต้องโปร่งใส จึงกราบเรียนท่านประธานเบื้องต้น

ข้อที่ ๒ ครับ ข้อสงสัยของท่านว่า งบจะมีการกระจุกตัวเฉพาะภาคใต้หรือ ภาคใดภาคหนึ่ง เพราะเป็นฐานเสียงรัฐบาลหรือไม่ ความจริงแล้วผมเคยเรียนในวาระ ๑ ว่าความจริงแล้วผมเคยเรียนในวาระที่หนึ่งว่า ตัวงบที่เอาไปซ่อมแซมน้ําท่วม อย่าดูเฉพาะ งบกลางปี งบกลางปีมี ๙,๙๐๐ ล้านบาท แต่ก่อนหน้านั้นครับ มีงบเงินกันปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ อีก ๓,๕๘๘ ล้านบาท มีการปรับงบเอสพี ๒ (SP2) ไทยเข้มแข็ง ๖,๓๓๓ ล้านบาท มีปรับแผนปกติอีก ๔,๗๑๓ ล้านบาท เมื่อรวมงบกลางปี ๙,๙๐๐ ล้านบาท ก็จะเป็นเงิน รวมทั้งสิ้น ๕๐,๓๖๘ ล้านบาท ที่ท่านสงสัยว่าในบางกระทรวง เช่น กระทรวงศึกษาธิการ ทําไมในงบกลางปีมีภาคใต้เยอะ คําตอบก็มีอย่างนี้ครับว่า น้ํานี่ท่วมมาตั้งแต่ช่วง ๑๐ ตุลาคม ภาคใต้ วาตภัยเข้าวันที่ ๑ พฤศจิกายน มีบางจังหวัดที่ขอน้ําท่วม ท่วมก่อน ๑๐ ตุลาคม ส่วนนั้นเขาจะได้เงินกันเอสพี ๒ และปรับแผนไปก่อนแล้วครับ แล้วต้องดูอีกตัว คืองบทดรองราชการของจังหวัด ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีให้ขยายเงินทดรองราชการตั้งแต่ต้น ผมยกตัวอย่างเช่น จังหวัดลําพูน เพื่อนสมาชิกอภิปรายบอกว่าได้เงิน ๕๗ ล้านบาท ความจริงในงบประมาณรายจ่ายกลางปีนี้ ท่านได้ไป ๖๘,๓๑๔,๐๐๐ กว่าบาท แต่ในงบที่เป็น งบทดรองราชการ มีการดําเนินการไป ๙๘ ล้านบาท และได้ปรับแผนปกติ รวมแล้ว จังหวัดลําพูนได้ไป ๒๐๖ ล้านบาท นี่คือภาพรวมที่ได้ไปทั้งหมด แต่ถ้าถามว่าในส่วนของงบ ที่เป็นงบประมาณรายจ่ายกลางปี ๙,๙๐๐ ล้านบาท มันมีการกระจายตัวหรือไม่ คําตอบ มันเป็นอย่างนี้ครับว่า มีการตั้งงบทั้งสิ้นครอบคลุม ๖๙ จังหวัด ๙,๖๕๘ รายการ เป็นเงิน ๙,๙๐๐ ล้านบาท ภาคเหนือ ๑๖ จังหวัด ท่านได้ไป ๑,๕๑๒ ล้านบาท นี่ไม่รวมเอสพี ๒ เงินกันปรับแผนปกติซึ่งได้ไปก่อนแล้ว ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๑๗ จังหวัด ได้สูงสุดครับ ๒,๙๘๒ ล้านบาท ภาคกลาง ๒๒ จังหวัด ได้ไป ๒,๕๕๐ ล้านบาท ภาคใต้ซึ่งน้ําท่วมหลังสุด และไม่ได้รับอานิสงส์จากพวกงบปกติที่ทําไปก่อนนี่ ทั้งหมด ๑๔ จังหวัด ๒,๘๕๔ ล้านบาท ถ้าถามว่างบจํานวนนี้มีการจัดโดยกระจุกตัวหรือไม่ ให้กับฐานเสียงของพรรคที่เป็น พรรครัฐบาลหรือไม่ มันมีตัวเลขค่อนข้างชัดครับ เอาเฉพาะในงบกลางปีครับ จังหวัดชัยภูมิ ท่านได้ไป ๘๖๕ รายการ ๔๗๒ ล้านบาท ในเวลาที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีนี้นะครับ ซึ่งท่านก็ทราบ ว่าเป็นจังหวัดใคร ได้ไปเพียง ๒๐๙ ล้านบาท อันนี้เป็นการยืนยันครับว่าเป็นการจัดไป ตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง จังหวัดได้สูงสุดคือจังหวัดนครราชสีมาครับ ก็ท่วมเยอะที่สุด ๑,๒๗๗ ล้านบาท จังหวัดอื่น ๆ ที่ได้ในระดับใกล้เคียงกันครับ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็ได้ไป ๔๓๘ ล้านบาท จังหวัดที่น้ําท่วมเยอะ ๆ อย่างจังหวัดสงขลา ก็ได้ไป ๘๐๗ ล้านบาท ตัวเลขมีครบครับ เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้มันก็มีการกระจายตัวกันไป เพื่อที่จะตอบคําถาม ของเพื่อนสมาชิกว่างบมีการกระจุกตัว เห็นภาคนั้นภาคนี้จะมีความสําคัญกว่าหรือไม่ คําตอบก็คือ การจัดมันทําอย่างนั้นไม่ได้ครับ รัฐบาลมีหน้าที่ต้องดูแลพี่น้องประชาชนทุกคน ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ผมถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานเพิ่มเติมเล็กน้อยครับ เพราะคนทวงกันเยอะคือเรื่องเงิน ๕,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือน ที่ผ่านมามีการจ่ายไปแล้วทั้งสิ้น ในขณะนี้ ๗๕๑,๐๐๐ กว่าครัวเรือน ตกค้างอยู่ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือนครับ ซึ่งส่งข้อมูลมาในวันที่ ๒๔ ธันวาคม เมื่อสักครู่นี้ผมได้ประชุมคณะทํางานแล้ว เพื่อที่จะเรียน คําตอบนี้ไปถึงเพื่อนสมาชิกทุกคนว่า ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคนที่ตกค้างนี่ หลังจากไปตรวจสอบ พบว่าในบางจังหวัดนั้นมีการให้ตัวเลขมาในลักษณะเอาชื่อผู้ไม่มีสิทธิเข้ามาด้วย ปรับลดลงไป ขณะนี้เหลืออยู่เพียง ๒๐๐,๐๐๐ กว่าราย แล้วจะเริ่มจ่ายตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๗ เดือนมีนาคม คือสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป ยกเว้นบางจังหวัดที่จะต้องไปตรวจสอบเพิ่มเติม แต่เรียนท่านประธานว่ามีอยู่จังหวัดหนึ่งครับ ผมได้ขอให้คณะอนุกรรมาธิการของชุด คชอ. อนุกรรมการครับ ประสาน ป.ป.ท. ไปตรวจสอบ พบครับว่ามีลักษณะทําเป็นกระบวนการ ตั้งแต่ผู้ที่มีอํานาจทางฝ่ายปกครองไปจนกระทั่งถึงฝ่ายของท้องถิ่นและชาวบ้าน มีคน ร้องเรียนมาจริง ผมขออนุญาตเอ่ยนาม โฆษกของพรรคเพื่อไทยไปแถลงข่าวครับว่า มีการ ร้องเรียน ระบุชื่อจังหวัดด้วย ผมเรียนว่าขณะนี้มีรายงานกลับมาแล้วครับว่า เรื่องนี้มีมูลจริง และ ป.ป.ท. จะส่งเรื่องนี้ให้กับคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไปดําเนินการ เพราะฉะนั้น ทุกเรื่องครับ ผมเรียนท่านประธานว่าเราต้องร่วมมือร่วมใจกันในการตรวจสอบเรื่องของ การทุจริตทั้งหลาย งบประมาณกลางปีที่ตั้งนี้ก็เพื่อความโปร่งใส ก็เปิดให้สมาชิกได้ตรวจสอบ และยังยินดีครับว่า ถึงอนุมัติงบประมาณไปแล้ว กรรมาธิการติดตามงบประมาณก็ดี สตง. ก็ดี หน่วยงานอื่น ๆ ก็ดี ก็ต้องติดตามตรวจสอบอีก ก็เรียนยืนยันท่านประธานอีกครั้งหนึ่งครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสุนทรี ก็ขอให้รวบรัดด้วยนะครับ เพราะว่าไม่อย่างนั้นจะเป็นการถามไปถามกลับนะครับ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทยค่ะ ก่อนอื่น ต้องขอบคุณทางท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ค่ะ ที่กรุณาให้ความกระจ่างกับดิฉัน แต่ว่าดิฉันว่า ประเด็นที่ดิฉันสอบถามนะคะ ดิฉันคงไม่ได้ติดใจอะไรมากมายในกรณีที่บอกว่าจัดเงินไปให้ จังหวัดสุราษฎร์ธานีเท่าไร ให้จังหวัดสงขลาอะไร เท่าไร แต่ดิฉันติดใจตรงที่ว่าทําไม การจัดสรรงบประมาณงวดนี้กระจุกตัว กระจุกตัวในที่นี้ดิฉันหมายถึง ไม่กระจายลงไป ในพื้นที่ที่ได้รับอุทกภัยอย่างแท้จริง ที่ดิฉันยกตัวอย่างจังหวัดชัยภูมิ เพราะดิฉันเป็น ส.ส. ที่ชัยภูมิค่ะ ดิฉันก็ต้องรู้อยู่ดีละค่ะว่า โครงการไหนที่เขาได้รับงบซ่อมแซมไปแล้วบ้าง แต่เขตเลือกตั้งที่ดิฉันว่าของตัวดิฉันเองนี่ ดิฉันยังไม่เห็นงบประมาณที่จะไปซ่อมแซมเลยค่ะ ท่านประธาน ดิฉันก็เลยต้องสอบถามว่า ท่านบอกมาว่า ๘๖๕ โครงการของชัยภูมินี้มีแล้ว มันอยู่ตรงไหนบ้างละคะ ทําไมในเขตเลือกตั้งของดิฉันยังเห็นพี่น้องที่ประสบปัญหาเดือดร้อน เยอะแยะเลยค่ะ ท่านบอกว่าจังหวัดชัยภูมิได้ตั้ง ๔๗๒ ล้านบาท ก็ต้องเรียนถามท่านค่ะ มันไปอยู่ตรงส่วนไหนบ้างล่ะคะ เพราะว่าดิฉันยังเห็นประชาชนในเขตเลือกตั้งของดิฉันที่เป็น ต้นแม่น้ําชีได้รับความเดือดร้อนจากเรื่องที่เขาประสบภัยพิบัติจากน้ําท่วมอยู่เลย แต่ดิฉันเห็น จากเอกสารที่ท่านทํามาในวันนี้ค่ะ ดิฉันพูดตามเอกสารของท่าน ก็ไปลงอย่างที่ดิฉันว่า เอกสารที่ท่านภูมิใจนักภูมิใจหนาว่าเป็นครั้งแรกที่ท่านเปิดเผยว่าโครงการลงที่ไหนบ้าง ก็ต้องยอมรับค่ะว่าเป็นครั้งแรกจริง แต่กว่าจะได้ออกมาเป็นซีดีแผ่นนี้ทวงกันมากี่ครั้งแล้ว ละคะท่านรัฐมนตรี ก็ต้องบอกว่าดิฉันจําได้ ดิฉันนั่งฟังอยู่ที่นี่ทุกวัน ทวงกันมาหลายครั้ง เพิ่งจะเป็นครั้งแรกที่มี ก็ขอบคุณค่ะ เพราะจะได้แสดงถึงความจริงใจในการไม่คิดจะทุจริต แต่ว่าประเด็นที่ดิฉันฝากท่านนะคะ คือประเด็นของการกระจุกตัว ไม่แก้ไขปัญหา คงไม่ได้ มาเถียงหรอกค่ะว่าตรงไหนได้อะไรอย่างไร เราต้องยอมรับความเป็นจริงค่ะ มันจัดสรร ออกมาแล้วมันเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว เพราะฉะนั้นดิฉันก็ยอมรับค่ะ จังหวัดชัยภูมิ ท่านบอก ๔๐๐ กว่าล้านบาท ดิฉันก็ต้องลงไปตรวจสอบอีกละค่ะว่ามันอยู่ตรงไหนบ้าง เพราะระยะที่ผ่านมายังไม่เห็นเลยค่ะท่านประธาน กราบขอบพระคุณค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป คุณเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ครับ

นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เลย 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ดิฉันได้ขอสงวนคําแปรญัตติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๔ หรืองบประมาณกลางปี จํานวน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะคะ ในมาตรา ๓ นี้ดิฉันขอปรับลดงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ค่ะ สาเหตุนะคะ ก็เกิดจากที่ มีการใช้งบประมาณที่พวกเราทางฝ่ายค้านเห็นว่าใช้แบบไม่เหมาะสมและกระจุกตัว จาก วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ นะคะท่าน ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านก็ได้มาชี้แจงเกี่ยวกับ หลักการและเหตุผลที่จําเป็นที่จะต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบกลางปี ๒๕๕๔ ด้วยเหตุเพราะภัยพิบัติเกิดขึ้นนะคะ ด้วยเหตุผลของท่านนะคะ ท่านก็ได้ขอตั้งงบ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้นะคะ และท่านก็แสดงความภาคภูมิใจ และได้แสดงความโปร่งใส ของรัฐบาล โดยจัดซีดีแผ่นนี้มาค่ะท่าน ท่านพูดแบบท่านภูมิใจมาก ท่านบอกว่าท่านเป็นรัฐบาลแรกที่ท่านได้ทําซีดีเพื่อชี้แจง โครงการแต่ละโครงการนะคะ ลงมาในแผ่นซีดีนี้และท่านก็ได้เปรียบเทียบกับรัฐบาลเดิม ๆ ตั้งแต่สมัยไหน ๆ ว่าไม่มีใครเปิดเผยเท่าท่าน ดิฉันก็ต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี และพรรคร่วมรัฐบาลนะคะ ที่ท่านได้มีใจกว้างที่จะให้พวกเราตรวจสอบและงบประมาณนี้ ตกลงไปยังจังหวัดที่มีประสบปัญหาอุทกภัยหรือวาตภัยทั้งหลายแหล่ ท่านคะ ส่วนนี้ดิฉัน ก็ขอพูดถึงการใช้งบประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในมาตรา ๓ ซึ่งเป็นภาพรวมว่าท่าน บอกว่าท่านจะเอาไปฟื้นฟูแก้ไขปัญหาผลกระทบจากภัยพิบัติ ๙,๙๐๐ ล้านบาท ดิฉัน ไม่ขอพูดในส่วนของที่จะไปให้ผู้สูงอายุหรือคนพิการและเงินคงคลังนะคะ เงินส่วนนี้ ท่านบอกว่าในซีดีนี้ส่วนด้านหลังจะพูดถึงให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องส่วนราชการว่ามีทั้งหมด ๖ หน่วยงานหรือ ๖ กระทรวงที่จะได้รับงบประมาณส่วนนี้และมีโครงการทั้งหมด ๙,๑๓๔ โครงการ ซึ่งแต่ละกระทรวงนี้ได้รับไป ท่านประธานคะ ดิฉันได้แสดงความคิดเห็น วันนั้นเกี่ยวกับเรื่องซีดีนี้ ขอพูดอีกครั้งหนึ่งว่าซีดีในวันนั้นดิฉันมาตั้งแต่ ๘ โมงกว่า วาระการประชุม ๙ โมงกว่าจะได้แผ่นซีดีแผ่นนี้นะคะ เกือบ ๑๐ โมงกว่า วันนั้นดิฉันก็ได้ อภิปรายไปว่า ทําไมถ้าท่านมีความจริงใจ ท่านแสดงความบริสุทธิ์ใจจริง ๆ ทําไมท่านไม่ให้ พวกเราก่อนล่วงหน้าหรือที่พวกเราจะเข้ามาประชุม ในวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ นี้ท่านควรจะมี แมสเสจ (Massage) ส่งไปหรือข้อความส่งไปว่าให้ท่านนําไอแพด (iPad) หรือโน้ตบุ้ค (Notebook) เอามาด้วยเพื่อที่จะเปิดหรือตรวจสอบโครงการในแผ่นซีดีนี้ แต่ท่านก็ไม่ได้ มีการส่งข้อความไปให้พวกเราเลย พวกเราก็อภิปรายกันไปแบบส่วนที่มอบให้เป็นเอกสาร ๔ เล่มนั้นก็พูดกันไป ส่วนนี้และเมื่อหลังจากนั้นก็เอากลับไปเปิดดูที่บ้าน คณะกรรมาธิการ ก็มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบกลางปีนี้ พวกเราพูดตรงกันเลยค่ะว่า ๑. รูปภาพซ้ําซ้อนกระจุกตัว และถ้าจะปริ้นท์ (Print) เอกสารนําข้อมูลจากซีดีนี้ออกมาเป็น ร้อย ๆ แผ่น ถือว่าเอกสารนั้นเยอะมาก แต่ดิฉันขอตําหนิติเตียนเกี่ยวกับเรื่องข้อมูลที่ท่านให้ ที่ท่านแสดงความชื่นชมยินดีและเปิดเผยของท่านค่ะว่าท่านเคยตรวจสอบไหม ท่านว่าเขา ส่งมาแต่ละจังหวัดส่งมาให้ที่เขาเดือดร้อน พบภัยพิบัติต่าง ๆ เขาเดือดร้อนเขาส่งมาให้ พวกเราก็เลยรวม ๆ แล้วก็เลยกลายเป็นโครงการ ๙,๑๓๔ โครงการอย่างนั้นหรือ ท่านไม่มี เจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบหรือเช็คตรวจสอบลงไปในจังหวัดแต่ละจังหวัดที่ส่งโครงการ มาเลยหรือคะ เพราะฉะนั้นผลงานที่ออกมาในนี้ก็เกิดความบกพร่องเยอะ ก็เกิดจาก การเร่งรีบ ไม่ได้มีการตรวจสอบ จึงพบโครงการที่ทับซ้อน ที่มีงบประมาณ มีโครงการ บางเส้นบางสายก็ไปทับซ้อนกับของท้องถิ่นที่เขาได้ตั้งไว้หรือได้สร้างไปแล้วตรงนี้ส่วนนี้ ท่านประธานคะ ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นก็มีเพื่อน ส.ส. หลายคนที่ได้พูดถึงความไม่ยุติธรรมในการ จัดสรรงบประมาณส่วนนี้ เพราะว่าในจังหวัดเขาน่าเห็นใจนะคะ เพราะเขาเดือดร้อน ทางภาคเหนือเกิดก่อนเพราะว่าเป็นที่ราบสูงเป็นที่สูงอยู่ทางเหนือ ภัยพิบัติเกี่ยวกับ เรื่องน้ําท่วมนี้เกิดขึ้นก่อน ดิฉันจําได้ เพราะดูข่าวติดตามมาตลอดเวลาและไหลลงมาเรื่อย ๆ มาเป็นภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็ถูกเหมือนกันนะคะ เรื่องภัยพิบัติต่าง ๆ แล้วถึงจะมาลงภาคใต้ ท่านประธานคะ งบประมาณถ้าคิดเป็น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะคะ ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ประมาณ ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ส่วนภาคใต้ได้ ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็ทําให้พวกเราที่เป็น ส.ส. ในจังหวัดภาคอีสาน ถึงแม้ว่า ในจังหวัดเลยของดิฉันจะถูกน้ําท่วมบ้างไม่มาก ดิฉันก็ไม่ได้อิจฉาคนภาคใต้เลย ดิฉันเห็นใจ เห็นในภาพข่าวก็รู้สึกไม่สบายใจเลย แต่ว่างบประมาณที่ตกลงไปนั้นมันไม่เป็นธรรม กับพี่น้องทางภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือเลย ก็ทําให้พวกเราซึ่งเป็น ส.ส. ทางซีกนี้คิดว่า เอ๊ะ ที่เขาพูด ๆ กันว่ารัฐบาลนี้ ๒ มาตรฐานน่าจะจริง เพราะดูได้จาก งบประมาณกลางปีที่ดิฉันตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์มันน้อยนะคะ ก็เห็นว่าตั้งงบน้อย พี่น้อง เดือดร้อนเยอะก็ควรที่จะเอาไปเยอะ ๆ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ก็ขอเป็นปากเป็นเสียงให้กับพี่น้อง ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและไม่ได้ความเป็นธรรมเกี่ยวกับเรื่องการจัดสรร งบประมาณที่จะช่วยเหลือเขาที่เขาเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ ดังนั้นดิฉันจึงขอปรับลดงบประมาณ มาตรา ๓ ซึ่งเป็นภาพรวม ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าดิฉันมีโอกาสที่จะขอแปรญัตติได้ ดิฉันขอนําเอาไปสร้างสถานีสูบน้ํา ด้วยไฟฟ้า แล้วก็ขุดลอกแหล่งน้ําในหมู่บ้านที่ตื้นเขินหรือแม้กระทั่งขุดบ่อบาดาล เพราะว่า ในพื้นที่ ยกตัวอย่าง อย่างเช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในจังหวัดเลยของดิฉันเป็นคน ที่ราบสูง เพราะฉะนั้นน้ํามันอยู่ต่ํากว่าผืนแผนดินทําอย่างไรน้ํามันจะขึ้นมาได้ ก็ต้องสถานี สูบน้ําส่วนนี้เพื่อที่จะสร้างแหล่งน้ําให้กับพี่น้องประชาชนให้มีน้ําไว้ใช้อุปโภค บริโภค และทําการเกษตรหน้าแล้ง ท่านประธานคะ อีกไม่นานอาจจะครึ่งเดือนหรืออีกเดือนหนึ่ง หรือ ๒ เดือนข้างหน้านี้ภัยแล้งจะคุกคามคนภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีกแล้ว ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่างบประมาณส่วนนี้ หรือเสียงที่ดิฉันพูดตรงนี้อาจจะไปถึงหูของ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอธิบดีกรมชลประทานช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนคนที่ราบสูงด้วย และเพื่อลดและบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน ไม่มากก็น้อยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ เริ่มอภิปรายซ้ําประเด็นบ้างแล้วนะครับ โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณกระจุก แต่ไม่กระจาย เพราะฉะนั้นเอาประเด็นอื่นบ้างนะครับ ขอเชิญ คุณอนุรักษ์ บุญศล ครับ

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ร่างพระราชบัญญัติบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๔ พ.ศ. .... ดิฉันขอสงวนคําแปรญัตติโดยขอตัดงบประมาณที่ตั้งไว้ในรายการมาตรา ๓ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ปรับลดลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ค่ะท่านประธาน แล้วดิฉันจะบอกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์เหลือตั้ง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ดิฉันจะเอาไปทําอะไรนะคะ รัฐบาลอ้างว่าเก็บเงินได้ การเก็บเงินได้หมายความว่า การเก็บภาษีเพิ่มขึ้นจากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศใช่หรือไม่ แต่ตอนนี้ประชาชน เดือดร้อนมาก เช่น น้ํามันแพงขึ้น น้ํามันปาล์มแพงแต่ไม่มีขาย ปลากระป๋องแพงขึ้น ทุกอย่างที่เป็นเครื่องอุปโภคบริโภคท่านประธานที่เคารพคะ แพงขึ้นทั้งหมด ดิฉันจะอภิปราย ตามความเป็นจริงขั้นพื้นฐาน ต้องบอกว่าขั้นพื้นฐาน ความจริงมันอาจจะไม่เสนาะหู เหมือนกับคํายกย่องสรรเสริญเยินยอกันที่คนใกล้ ๆ ตัวเล่าให้ฟัง ดีครับนาย ได้ครับผม เหมาะสมครับท่าน สักเท่าไรนัก แต่ว่ามันอาจจะฝืดเคืองหูอยู่ไม่ใช่น้อย แต่นั่นก็คือความจริง ค่ะท่านประธาน และดิฉันกราบเรียนท่านประธานว่าท่านกรรมาธิการหลาย ๆ ท่านที่อยู่แต่เฉพาะหอคอย งาช้าง อาจจะไม่เคยพบเคยเจอสิ่งเหล่านี้ที่ดิฉันจะอภิปรายต่อไปนี้เลยค่ะ ใครก็พูดถึงแต่ น้ํามันปาล์ม ๆ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันจะพูดถึงปลาทู อาหารของคนจนที่ใกล้ชิดสนิท ในหัวใจแยบยลมากที่สุดนี้คือปลาทูค่ะ ปลาทู ปลากระป๋อง ไข่ ขึ้นราคานะคะ สบู่ ยาสีฟัน ยาสระผม แพงขึ้นมาก นี่คือชีวิตประจําวันที่คนจนจะต้องวกวนเวียนอยู่กับสิ่งเหล่านี้ ซึ่งไม่ต่างจากคนรวยสักเท่าไรนัก แต่ว่ามันคนละเกรดคนละชั้นกัน ปลาทูจาก ๑๐ บาทค่ะ อันนี้เอาเกรดต่ําสุดนะคะท่านประธานคะ ขึ้นมา ๑๕ บาท แล้วเดี๋ยวนี้เกรดต่ําสุดขึ้นมา ๒๐ บาท ข้างหลังดิฉันบอกว่า ๒๕ บาทแล้ว แต่ดิฉันไปเดินเมื่อวานยัง ๒๐ บาทอยู่นะคะ ทีนี้ปลาทู ๒๐ บาท เมื่อก่อนนี้ได้ ๓ ตัว ถ้าวันไหนได้ ๓ ตัวเป็นโชคดีของแม่บ้านแล้วละค่ะ แต่ปกติแล้วจะ ๒ ตัว ให้ ๓ ตัวก็แล้วกันค่ะ ทีนี้พ่อแม่ลูก ลูก ๒ คน ครอบครัวหนึ่ง ๔ คน ปลาทูจะต้องนําไปทอด ใช้น้ํามันปาล์มใช่ไหมคะ เพราะว่าถูกที่สุดค่ะ แล้วจะต้องมา แบ่งกันกิน มี ๓ ตัว ทั้งครอบครัวมี ๔ คน พ่อแม่จะต้องกินครึ่งตัว แล้วก็ลูกที่จะเติบโตไป ในวันข้างหน้าอาจจะได้สารไอโอดีนบ้างจากปลาทู ให้กินคนละ ๑ ตัว เห็นไหมคะ นี่คือ ความเป็นจริงของชีวิต ดิฉันบอกว่าอะไรมาเล่าเรื่องปลาทู ปลาทูนี่ละคะเป็นสิ่งที่สําคัญที่สุด และมหัศจรรย์ที่สุด แล้วดิฉันจะบอกว่าอยู่ในแวดวงประชาชนคนไทยกี่ล้านคน ต้องติดตาม ดิฉันมาค่ะ ทีนี้สามีนั้นรับจ้าง ได้ค่าจ้างวันละ ๑๗๐ บาท แม่บ้านนั้นทํานาเฉพาะ ฤดูทํานา นอกจากนั้นแล้วก็ว่างงาน เงิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ดิฉันอยากจะเอามาเสริมตรงนี้ละค่ะ แต่ทีนี้จะแจงให้ท่านประธานผ่านไปถึงคณะกรรมาธิการได้รับทราบก่อน ดังนี้ค่ะ ๑๗๐ บาท ที่สามีไปหามาได้ เช้า ๆ จะต้องเอามาจ่ายอะไรบ้าง ซื้อปลาทู ๑ เข่ง ๒๐ บาท ได้ ๒ ตัว ถ้าวันไหนได้แถมเพิ่มมาอีก ๑ ตัวให้เป็นเครดิต (Credit) ของนายกรัฐมนตรี ข้อ ๒ ซื้อพริก ๑ หยิบ ๑๐ บาท ถ้าได้แถม ๓ เม็ด ให้เป็นเครดิตของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไป ซื้อต้นหอมแล้วก็ผักชีไว้สําหรับโรยหน้าบ้างนะคะ ๑ มัดเล็ก ๆ เท่านิ้วก้อย นิ้วก้อย ที่เอาไว้คืนดีกันนะคะ เล็ก ๆ ๕ บาท ถ้าวันไหนได้แถมสะระแหน่ไปใส่ ยําใหญ่ ให้เครดิต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมค่ะ สุดท้ายวันนั้นดิฉันแม่บ้าน ดิฉันลืม ผงชูรส ต้องกลับไป ซื้อผงชูรส ๑๐ บาทค่ะท่านประธานที่เคารพคะ ๑๐ บาท ถ้าได้ของแท้ ๆ ในวันนั้น

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอคุณอนุรักษ์ให้เข้าประเด็นในการอภิปรายงบประมาณวาระสอง วาระสามด้วยนะครับ

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

เป็นพระคุณอย่างสูงค่ะ ที่เตือนแม่บ้าน ที่ยากจนอย่างดิฉันให้เข้าสู่งบประมาณที่เป็นแสน ๆ ล้านบาทนะคะ ซื้อผงชูรส ๑๐ บาทค่ะ ถ้าได้ของแท้ ๆ ให้เครดิตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย น้ําปลาและอื่น ๆ พอเหลือ อยู่บ้าง รวมค่าอาหารในเช้าวันนั้น ซึ่งแม่บ้านที่ยากจนอย่างดิฉันนะคะ รวมค่าอาหาร และเครื่องเคียงอาหารสมอง ๔๕ บาทพอดีค่ะ หลังจากนั้นแล้วสามีก็ไปทํางาน เติมน้ํามัน ๒ ลิตร ๘๐ บาท ๘๐ บาท บวก ๔๕ บาท ต้องไปบวก ๒๐ บาท ค่าลูก ไปโรงเรียน ๒ คนด้วยค่ะ ให้ค่าอาหารไปโรงเรียนนะคะ ให้ข้าวเหนียวไปค่ะ ถ้าเป็นภาคอื่น ก็ข้าวเจ้าไป ข้าวสวยไป แต่ว่าไม่มีกับข้าว ให้ไปซื้อส้มตํากินเองที่โรงเรียนนะคะ รวมแล้วสามีหาได้ ๑๗๐ บาท ลบค่าใช้จ่าย ๑๔๕ บาท เหลือเก็บ ๒๕ บาท ท่านประธาน ที่เคารพคะ วันนั้นเครียดสามีและภรรยาว่าพรุ่งนี้จะกินอะไรก็เลยปวดท้องอย่างหนัก ก็เลยไปซื้อยาธาตุน้ําขาว ตรานายห้างตราใบห่อ กินแล้วก็เอามาดูค่ะ หน้าสี่เหลี่ยม แก้ความขมขื่นและรอคอยการกลับมาค่ะ ถามค่ะถามผู้บริหารประเทศว่าประชาชน ในวันพรุ่งนี้จะกินอะไร เพราะว่าอย่างนี้ค่ะ รายได้ที่ดิฉันเล่านี่นะคะ ๑๗๐ บาท และกิน ปลาทูนี่ค่ะ ปลาทูกับเครื่องเคียงที่เล่าให้ฟัง มีประชากรอยู่ ๒๒ ล้านคนค่ะ รายได้มีดังนี้ค่ะ ประชากรในประเทศไทยที่มีรายได้มากกว่า ๓๐๐,๐๐๐ บาท มี ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน ๔.๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ถึง ๓๐๐,๐๐๐ บาทต่อปีนะคะมี ๖.๕ ล้านคน แค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๐๐,๐๐๐ บาท บวกลบไม่เกิน ๒ เปอร์เซ็นต์นะคะ มี ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่เกิน ๑๕.๓ เปอร์เซ็นต์ มี ๑๐ ล้านคน ไม่เกิน ๑๕.๓ เปอร์เซ็นต์ค่ะ ต่ํากว่า ๕๐,๐๐๐ บาท มี ๒๔ ล้านคน แต่ที่ยากจนข่นแค้นน่าเห็นใจ ๒๒ ล้านบาท รายได้ไม่แน่นอน ท่านประธาน ผ่านไปถึงกรรมาธิการที่เคารพรักทุกท่านคะ ดิฉันอยากที่จะแปรและตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทไปสร้างรายได้ สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับแม่บ้านนี้ได้ไหม เพราะว่า ถ้า ๒ คนหา ๑ บวก ๑ มีอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งบอกไว้ ไม่ต้องเป็น ๒ สมมุติ ๑๗๐ บาท บวก ๑๗๐ บาท ได้ ๓๔๐ บาท ถ้าหาได้เดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท บวก ๑๐,๐๐๐ บาท ได้ ๒๐,๐๐๐ บาท พี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดีนะคะท่านประธานที่เคารพคะ ดังนั้นดิฉันจึงตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ค่ะ เวลาของดิฉันยังไม่หมดนะคะท่านประธานคะ ท่านประธานที่เคารพคะ พี่น้องประชาชนของดิฉันเป็นอย่างนี้ค่ะ ปากยังร้อง ท้องยังหิว ไส้กิ่วขอด ภัยพิบัติก็ตลอด ไม่รอดหนี ถามท่านกรณ์ เวรหรือกรรมกระหน่ําไม่ปราณี งบประมาณนี้ ไม่ถึงพี่น้องจึงต้องแปร ดิฉันขอตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับกลุ่มแม่บ้านทั้งประเทศ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ

(นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤๅชัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ขอผมต้อนรับท่านผู้มีเกียรติก่อนสักนิดนะครับ ท่านทวีวัฒน์ครับเชิญนั่งลง ก่อนครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับพี่น้องประชาชนจากอําเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ประสานงานโดยท่าน ส.ส. เจะอามิง โตะตาหยง ครับ ขณะนี้สภากําลังพิจารณา พระราชบัญญัติงบประมาณกลางปีประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ในวาระสอง และวาระสาม อยู่นะครับ ก็ขอให้ท่านเดินทางปลอดภัยครับ ขอขอบคุณครับ

(นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ลฤๅชัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณทวีวัฒน์ประท้วงอะไรครับ

นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤๅชัย สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย พรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดสกลนคร ท่านประธานครับ ด้วยความ เคารพท่านประธานนะครับ และเคารพท่านผู้อภิปรายหลาย ๆ ท่าน ในวาระสองนี้ผมขอใช้ สิทธิตามข้อบังคับที่ ๖๑ หารือท่านประธาน หรือประท้วงก็ได้ครับ คือพูดง่าย ๆ ว่าหลาย ๆ ท่านก็อภิปรายก็มีประโยชน์ครับ ก็ได้ความรู้ดี มีประโยชน์ดี สะท้อนปัญหาของชีวิต ความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชนดี แต่ว่าถ้าให้อภิปรายแบบนี้ในวาระสอง ผมว่า ๓ วัน ๓ คืนก็ไม่จบครับ เพราะฉะนั้นขอให้ท่านใช้ข้อบังคับหน่อยครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต้องขอท่านสมาชิกด้วยนะครับให้อภิปรายอยู่ในประเด็นของวาระที่สองของ พระราชบัญญัติงบประมาณนะครับ เมื่อกี้ผมก็ได้ทักท้วงท่านสมาชิกไปครั้งหนึ่งนะครับ แต่ก็ เป็นสิทธิที่ท่านสมาชิกบอกว่าจะตัดเพราะอะไรก็ต้องอธิบาย บางครั้งประธานก็จะต้องฟัง ให้จนจบถ้วนกระบวนความเหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตามก็ขอให้อยู่ในประเด็นด้วยนะครับ ต่อไปคุณนฤมล ธารดํารงค์ ครับ

นางนฤมล ธารดํารงค์ สมุทรปราการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นฤมล ธารดํารงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย จากการที่ได้ดูงบประมาณวาระสองนะคะ ดิฉันขอเสนอตัดงบประมาณ วาระสอง ของงบประมาณกลางปี ๒๕๕๔ ไว้ที่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็มีเหตุผลหลาย ๆ อย่าง ประกอบกันมากมาย แต่มันก็มีหลายประเด็นนะคะที่ท่านประธานบอกว่าอันนี้มันจะซ้ํา ประเด็นในเรื่องของกระจุกการกระจายแต่อันนี้มันช่วยไม่ได้จริง ๆ นะคะท่านประธาน เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่เรามองเห็น มองเห็นในจุดเดียวกัน มองเห็นในส่วนที่มันเป็น ความเด่นชัด ความเหลื่อมล้ํา ไม่รู้จะหาคําพูดตรงไหนมาแทนคําว่า กระจุก กระจาย ตรงนี้ จริง ๆ เพราะมันพูดแล้วมันสื่อให้พี่น้องที่ฟังวิทยุอยู่ทางบ้านได้เข้าใจจริง ๆ จะบอกว่ามัน เอามากองรวมกัน มันไม่กระจัดกระจายไปทั่วประเทศ ก็คงจะต้องใช้คําพูดนี้แทนนะคะ คราวนี้ก่อนอื่นดิฉันก็ขอพูดถึงเรื่องของ เดิมทีนะคะ จังหวัดสมุทรปราการประกาศ เป็นจังหวัดที่ประสบอุทกภัยหรือวาตภัย ไม่ได้เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ประกาศนี่เหล่านั้น แต่เมื่อมาดูงบของชลประทานนะคะ งบของชลประทานตัวนี้จริง ๆ แล้วดิฉันน่าจะดีใจนะคะ ว่าจังหวัดตัวเองได้งบชลประทานด้วย แต่ก็ไม่ทราบว่างบตัวนี้ไปลงอยู่ที่ไหน เพราะว่า มีการเขียนว่างบตัวนี้มีการขอไป ๓๙ ล้านบาท แล้วอนุมัติมาให้ ๑๘ ล้านบาท ก็ไม่ทราบว่า ไปอยู่ส่วนไหน เพราะว่าก่อนหน้านี้ดิฉันเคยมีการอภิปรายขอไปบ้างเกี่ยวกับเรื่องของงบ อุทกภัยและวาตภัย เพราะว่าอะไร เพราะว่าในเขตบ้านดิฉันเจออุทกภัย อาจจะไม่เจอ เป็นระลอกอย่างพี่น้องชาวภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ แต่ภาคกลาง ในส่วนของจังหวัดสมุทรปราการมันเป็นน้ําเจิ่งขัง น้ํานองตลอด ในช่วงหน้าน้ํา น้ําหลากมา ก็จะมากองกันอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ มากองอยู่ที่อ่าวไทย ส่วนนี้ไม่เคยมีการลงไปดูแล อย่างจริงจังและทั่วถึง ต้องพูดคําว่า จริงจังและทั่วถึง เพราะว่าอะไร เพราะว่าเท่าที่ผ่านมา ก็มีการเอางบไปแหย่ลงเล่น ๆ ๕ ล้านบาท ๑๐ ล้านบาท ซ่อมตรงโน้น ทําตรงนี้ ซ่อมตลิ่ง ซ่อมเขื่อน ซ่อมเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปเรื่อย ๆ แต่โครงการใหญ่ ๆ ที่จะทําจริง ๆ ตรงนี้จริง ๆ กลับไม่มีการจริงจัง เวลาทวงถามไปมักจะออกมาในเรื่องของกําลังศึกษาดูโครงการอยู่ หลาย ๆ ตัวนะคะ

ทีนี้กับเรื่องของประเด็นวาระสองดิฉันจึงลองมาดู มีหลายตัวนะคะ อย่างกรณีที่ว่ามีการตั้งหลักเกณฑ์ของระยะเวลาในการใช้งบประมาณตัวนี้เกี่ยวกับเรื่องของ งบประมาณช่วยเหลืออุทกภัยตัวนี้ ให้ระยะเวลาไว้ ๖ เดือน คือตั้งแต่เดือนเมษายน ถึงเดือนกันยายน ๒๕๕๔ ดิฉันก็จึงมาแปลกใจว่าช่วงเวลา ๖ เดือนนี้มันมีช่วงเวลา ของหน้าฝนด้วยนะคะ ทําไมถึงต้องพูดว่ามีช่วงเวลาหน้าฝนด้วย ปกติแล้วหน้าฝนการที่จะมา ทําเขื่อนสร้างถนน หรือแม้แต่สร้างอีกหลาย ๆ อย่าง โรงเรียน ซ่อมแซมต่าง ๆ ค่อนข้างที่จะ เป็นอุปสรรคอย่างสูง ก็ไม่ทราบว่า ๖ เดือนของท่านจะทําทันได้อย่างไร ดิฉันไม่ไว้ใจเท่าไร เกี่ยวกับเรื่องของการบริหารงบประมาณในตรงนี้ เพราะที่ผ่านมาดิฉันก็เคยเป็น คณะกรรมาธิการพิจารณางประมาณปี ๒๕๕๒ งบประมาณปลายปียังเหลือใช้ไม่หมด บางกระทรวงใช้ไปไม่ถึง ๑๐ ถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ท่านให้เวลา ๖ เดือนใช้งบให้หมด ตรงนี้ดิฉันยิ่งคิดว่าจะใช้ทันได้อย่างไร อย่างตัวอย่างง่าย ๆ เลย ถนนสายบ้านดิฉัน ตัวนี้ข อไปนานมากแล้วนะคะ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ จนมาถึงปี ๒๕๕๒ ถนนสุขสวัสดิ์ ช่วงตั้งแต่สามแยก พระสมุทรเจดีย์ถึงป้อมพระจุลจอมเกล้ามีการเริ่มโครงการตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๕๓ ก็เริ่มขยายเสาไฟฟ้าออกซ้ายออกขวา ชาวบ้านก็ดีใจนะคะ มันเหมือนกับตีฆ้องร้องป่าวว่า เอาละถนนมาแล้ว เพราะว่าถนนเส้นนี้ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างมาก ไม่ว่าจะเจอน้ําท่วม ก็น้ําท่วมตลอด ปรากฏว่าจนถึงวันนี้ยังไม่มีการเริ่มโครงการอะไรที่เห็นเป็นรูปธรรมเลย เวลาผ่านมา ๕ เดือน เต็ม ๆ นะคะ ดิฉันก็เลยแปลกใจในส่วนนี้ว่าแล้วการตั้งงบฉุกเฉินตัวนี้จะทําทันได้อย่างไร ขยับมานะคะ มาดูงบของกระทรวงศึกษาธิการที่เพื่อน ๆ หลาย ๆ คนก็ได้พูดไปแล้วว่า งบกระทรวงศึกษาธิการนี่มีการตั้งข้อสังเกตว่าทําไมการเอางบจัดสรรลงไป ๓ ภาค ของภาคเหนือ ภาคกลางและภาคอีสาน รวมกันถ้ามองเป็นตัวเลขกลม ๆ แล้วมันก็คือ ๕๐ : ๕๐ เมื่อเทียบกับของภาคใต้ ก็มีรัฐมนตรี เมื่อสักครู่หรือก่อนหน้านี้อีกหลายท่านก็ได้ ออกมาชี้แจงกันหลายส่วน ดิฉันนั่งฟังอยู่ไม่ได้ลุกไปไหนเลย ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าขนาด ยกตัวอย่างง่าย ๆ ดิฉันก็ไม่ทราบว่าในรายละเอียดของท่านอาจจะมีมากกว่าดิฉันหรือเปล่า แต่ดิฉันขอเอาเฉพาะรายละเอียดและข้อมูลที่ดิฉันมีอยู่เอามาอ้างอิงอย่างกระทรวง ศึกษาธิการง่าย ๆ เลยนะคะ ดิฉันดูอยู่อย่างมหาวิทยาลัยค่ะ ดิฉันแปลกใจมาก ดูอย่างเรียกว่า อ่านกันง่าย ๆ ภาคอีสานดิฉันเห็นมีแค่เฉพาะมหาวิทยาลัยราชภัฎ มีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาแห่งเดียวจริง ๆ ที่ได้รับการปรับปรุงซ่อมแซม มหาวิทยาลัย แล้วมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่อยู่ในละแวกจังหวัดนครราชสีมา อําเภอปักธงชัย ทั้งหลายที่โดนน้ําท่วม เขาไม่เดือดร้อน ไม่ต้องซ่อมแซมไม่ต้องปรับปรุงกันบ้างเลยหรือคะ ต่อมาก็มาดูอย่างมหาวิทยาลัยราชภัฎกําแพงเพชร หรือแม้แต่จะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ แม่โจ้ ๒ แห่งนี้อยู่ทางภาคเหนือ ก็เหมือนกันนะคะ มหาวิทยาลัยราชกัฏโดยรอบหรือแม้จะ เป็นมหาวิทยาลัยโดยรอบ แต่ละจังหวัดเหล่านี้ก็มีมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่งนะคะ ไม่เดือดร้อน น้ําไม่ท่วมหรือคะ ฝนตก วาตภัยเกิด หรือน้ําท่วม ท่วมเฉพาะราชภัฏเหล่านี้ เท่านั้นหรือคะที่มาระบุกันตรงนี้เท่านั้น แล้วเมื่อไล่ลงมาเรื่อย ๆ เพราะมีการขอมาประมาณ ๙ แห่ง มีการปรับปรุงซ่อมแซม ๙ แห่ง มาดูนะคะจังหวัดสงขลา จังหวัดสงขลามีถึง ๓ มหาวิทยาลัย มีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย อันนี้ก็ยังพอคาดคะเนได้ว่าอาจจะเดือดร้อน คล้าย ๆ กัน ก็จึงต้องมีการซ่อมแซมคล้าย ๆ กัน แต่ก็ยังให้สงสัยเหมือนกันจริง ๆ นะคะว่า อีก ๖ แห่ง เป็นทางภาคใต้ทั้งหมด มีภาคเหนืออยู่ ๒ แห่ง และมีภาคอีสานอยู่แห่งเดียว ซึ่งดิฉันดูแล้วมันก็แปลก ๆ ท่านประธานบอกว่าประเด็นกระจุก กระจาย ไม่ให้พูดแล้ว ดิฉัน ก็ต้องบอกว่างบประมาณทําไมมันไปกองอย่างนี้ละคะ มันไหลลงไปอยู่ข้างล่างหรืออย่างไร คะ มันไหลตามน้ําบ่าไป ใช่ไหมคะ เพราะว่าตอนที่เกิดอุทกภัยและวาตภัยทั้งหลายมันเริ่ม เกิดจากภาคเหนือก่อน จากภาคเหนือเดือนกรกฎาคม ไล่ลงมา เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน เดือนตุลาคม จนกระทั่งมาถึงเดือนธันวาคม แล้วลงมาที่ ภาคใต้เป็นเดือนมกราคม แสดงว่าน้ํามันพัดพางบประมาณลงไปภาคใต้ทั้งหมดหรืออย่างไร คะ สงสัยมากเลยค่ะตรงนี้

ต่อมานะคะ ท่านมาดูตรงสํานักงานปลัดของกระทรวงศึกษาธิการ เกี่ยวกับ เรื่องมีการกําหนดงบว่า เขียนแผนงานฟื้นฟูและแก้ไขนะคะ ผลกระทบจากภัยพิบัติต่าง ๆ อ่านไปก็ดีใจไปเรื่อย ๆ แต่เมื่อมาดูสถานที่ดําเนินการ เป็นสถานศึกษาเอกชนในจังหวัด ที่ประสบภัย จํานวนทั้งหมด ๑๙๓ แห่ง ๑๙๓ แห่งนี่ก็ไม่น่าจะแปลกใจอะไร แต่เอะใจตรงที่ ทําไมท่านถึงเอาไปซ่อมแซมสถานศึกษาเอกชนละคะ ดิฉันก็แปลกใจว่าทําไมเราถึงจะต้องไป จ่ายเงินสําหรับส่วนนั้นด้วย ในเมื่อเอกชนก็เลี้ยงดูตัวเองได้อยู่แล้ว ก็เลยลงไปอ่านอีก ลงรายละเอียดลงไปเรื่อย ๆ ได้รับคําชี้แจงจากกรรมาธิการที่ถามกันโดยส่วนตัว ก็จะมี กรรมาธิการตอบว่า ในส่วนตรงนี้เอกชนมีการของบเข้ามา บางโรงเรียนนะคะ ดิฉันต้องขอพูดว่าบางโรงเรียนในจังหวัดภาคใต้ของบ เขียนว่า งบซ่อมแซมสนามกีฬา เป็นเงินจํานวน ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท ดิฉันไม่ได้อิจฉาเลยนะคะ ไม่ได้อิจฉาเลยจริง ๆ แต่ดิฉัน แปลกใจว่า ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาทตัวนี้ค่ะมันสร้างใหม่ได้เลยไม่ใช่หรือคะ งบตัวนี้มันสร้างใหม่ ได้เลย มันไม่ใช่งบปรับปรุงและซ่อมแซมหรอกนะคะ ดิฉันก็แปลกใจว่าโรงเรียนนี้ โรงเรียนเอกชนตรงนี้มีการสร้างมาก่อนแล้วหรือเปล่า ทําไมมาซ่อมแซมเยอะขนาดนี้ มันมีการพลิกแผ่นดิน พลิกพื้นสนามกีฬาแบบคว่ําไม่เป็นท่าเลยหรือเปล่า หกคะมําหรือเปล่า มันถึงได้เหมือนการสร้างใหม่ขนาดนี้ เพราะว่ามาดูตอนที่เกิดทางภาคใต้ก็เกิดพายุดีเปรสชั่น เข้ามา มันไม่ได้เกิดแผ่นดินไหวเหมือนอย่างนิวซีแลนด์นี่คะ ที่พังล้มระเนระนาดที่จะต้อง ลงไปสร้างอะไรกันใหม่ทั้งหมด อันนี้เป็นข้อสังเกตที่ดิฉันสงสัย ถ้าท่านตอบได้ก็อยากให้ตอบ ด้วยว่ามันเพราะอะไร แล้วก็มีการมาข่าวเบื้องลึกอีกบอกว่า โรงเรียนเอกชนบางแห่ง ขอซ่อมแซมประตู อย่างถ้าปกติโรงเรียนรัฐบาลทั่วไป ถ้าประตูโรงเรียนธรรมดาหรือว่าประตู ห้องเรียนก็อาจจะอยู่ที่ประมาณ ๑,๐๐๐ บาท แต่ถ้าเป็นโรงเรียนเอกชนที่ของบประมาณมา ตัวนี้จะขอมาถึงในจํานวนราคา ๒,๐๐๐ บาท ดิฉันก็แปลกใจว่าทําไมเอกชนมันถึงจะได้อะไร ที่แพงกว่าของรัฐบาลละคะ ในเมื่อโรงเรียนของรัฐบาลต้องใช้เงินอุดหนุนจากรัฐบาลแท้ ๆ แล้วเอกชนที่ผ่านมาก็ได้เงินเต็ม ๆ จากทางผู้ปกครองของเด็กนักเรียนอยู่แล้ว ปรากฏว่า ได้รับคําตอบว่า เพราะว่าโรงเรียนเอกชนบอกว่า ที่ผ่านมาวัสดุก่อสร้างทั้งหลายเขาใช้แต่ของ ดี ๆ เมื่อจะมาทําให้เขา จะมาซ่อมแซมให้เขาก็ควรที่จะเอาของดี ๆ เสมอกันกับที่เขา เสียหายไป ดิฉันก็ยังแปลกใจว่า งบตัวนี้หันกลับมาอ่านวัตถุประสงค์ของการใช้งบตัวนี้ มันเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของโรงเรียนที่ประสบภัยพิบัติไม่ใช่หรือคะ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็ต้องขอฝากไว้ว่ามันเกิดอะไรกันขึ้น และเมื่อมาดูการซ่อมโรงเรียนของ สพฐ. โรงเรียน ของ สพฐ. มีประมาณ ๒,๔๔๘ โรงเรียน ดูแล้วก็น่าจะสมน้ําสมเนื้อกับหลาย ๆ ภาคที่ โรงเรียนนี้เสียหาย ก็พอจะเข้าใจได้ว่า โอเค โรงเรียนเหล่านี้เดือดร้อนจริง ๆ เพราะเท่าที่ ติดตามดูข่าวนะคะ ไม่ว่าจะเป็นช่อง ๓ ช่อง ๗ ช่อง ๙ นะคะ ก็จะเห็นข่าวความเดือดร้อน อย่างมาก ขออีกสักนิดหนึ่งค่ะท่านประธาน ขออีกนิดหนึ่งนะคะ

ต่อไป ดิฉันจะขอข้ามไปเกี่ยวกับเรื่องของสํานักพุทธศาสนานะคะ สํานักพุทธศาสนานี่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย หลาย ๆ ท่านยังไม่ได้พูดถึงเลย สํานักพุทธศาสนา ซ่อมแซมวัดถึง ๖๒๗ วัด จากความเดือดร้อนที่ประสบภัยถึง ๒๘ จังหวัด ได้งบประมาณ ไปแค่ ๑๖๒ ล้านบาท เฉลี่ยแล้วแต่ละวัดจะได้ประมาณ ๒๕๘,๐๐๐ บาท ดิฉันก็ดูว่าตัวเลข มันน้อยนิดเหลือเกิน แต่เมื่อมาดูตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ อ่านแล้วน่าเสียใจนะคะ น่าเสียใจแทน วัดเหล่านั้นจริง ๆ ทําไมถึงต้องเสียใจ เพราะว่าอะไรคะ ตัวชี้วัดที่ท่านต้องการและประเมิน เป้าหมายเอาไว้นะคะ ท่านต้องการแค่ว่าให้วัดเหล่านั้นสามารถประกอบศาสนกิจได้ตามปกติ ร้อยละ ๘๐ เท่านั้นค่ะ และอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ไปไหนละคะ วัดต้องไปตะเกียกตะกายไป บอกบุญให้ชาวบ้าน พ่อแม่พี่น้องลงมาทําบุญกันหรือคะ ในขณะที่โรงเรียนเอกชน โรงเรียน เอกชนที่ผ่านมาเขาให้แต่ภาษีกลับคืนสังคมเท่านั้น แต่ถามว่าทําไมคะ ตัวชี้วัดคุณภาพ ของเขากลับมีการเขียนบ่งไว้ว่า จะต้องใช้เรียนประกอบการสอนได้ถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ดิฉันก็อยากถามเหมือนกัน เนื่องจากเวลาหมดแล้ว ก็ต้องขอฝากรัฐบาลนี้ไว้ ดิฉันก็ไม่สามารถที่จะไว้วางใจตรงนี้ได้แล้วก็ไม่เชื่อว่าท่านจะบริหารงบประมาณกลางปีตัวนี้ ได้สําเร็จภายใน ๖ เดือน และทันต่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะภาคใด ก็ตาม ถึงแม้ว่าวันนี้ดิฉันจะมองว่าท่านเทงบลงไปในทางภาคใต้เยอะ และไม่ได้ลงมา ทางภาคกลาง โดยเฉพาะจังหวัดสมุทรปราการ ไปดูได้เลยนะคะ โรงเรียนและวัดไม่มีเลย ในจังหวัดสมุทรปราการ ก็เลยอยากจะถามฝากไว้ตรงนี้ด้วยนะคะว่าจังหวัดสมุทรปราการ ถึงแม้จะไม่ได้โดนวาตภัยเต็ม ๆ เหมือนอย่างที่พี่น้องหลาย ๆ ภาคโดน และไม่ได้โดน น้ําท่วมขังเกิน ๗ วันอย่างพี่น้องที่อื่นโดน แต่ที่นี่ท่วมทั้งปี เพราะฉะนั้นโครงการถนนไร้ฝุ่น ที่ผ่านมาของรัฐบาลใช้กับจังหวัดสมุทรปราการไม่ได้เพราะอะไร เพราะจังหวัดสมุทรปราการ มีน้ําท่วมขังบนถนนบ่อยมากจนไม่เหลือฝุ่นอีกแล้ว เขาจะเปลี่ยนถนนเป็นคลองไปแล้วนะคะ ตรงนี้ก็ต้องขอฝากไว้ด้วยนะคะ ถ้าแปรตรงนี้ไปได้ก็อยากให้แปรไปทําสิ่งที่เป็นประโยชน์ ให้กับประชาชนในส่วนที่ไม่ได้งบไปลงทุนเหล่านี้นะคะ ขอบพระคุณค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สําหรับมาตรา ๓ ยังเหลือผู้ประสงค์จะอภิปรายอีก ๖ ท่านนะครับ คือ นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ คุณวิทยา บุรณศิริ คุณซูการ์โน มะทา นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว คุณสมคิด บาลไธสง คุณอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ก็ต้องเรียนสมาชิก คุณละออง ติยะไพรัช ด้วยครับ เผอิญเมื่อกี้ท่านเลขาธิการจดตกไปนะครับ ยังมียกอีกหลายท่านนะครับ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

ท่านประธาน ดิฉันได้แปรญัตติ ในมาตรานี้ค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณวรศุลีด้วยใช่ไหมครับ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

ค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่เป็นอะไรครับ เดี๋ยวท่านยกมือผมจะสลับให้นะครับ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

ค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญนายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ต้องเรียนสมาชิกนะครับ เรากําลังอภิปราย ในวาระสอง วาระสาม เพราะฉะนั้นหลายท่านอภิปรายเสมือนกับเป็นวาระรับหลักการ ก็ขอความกรุณารวบรัดด้วยนะครับ นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ 🔗

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมได้ขอแปรญัตติปรับลดงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็คือ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท จากงบประมาณทั้งหมดที่ตั้งไว้ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เหตุผลที่ตัดลด งบประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์นั้นก็เพราะว่ากระผมได้ติดตามตั้งแต่ งบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๔ ซึ่งมีงบกลางสํารองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็นเหลืออยู่ อีกจํานวนมาก ไม่จําเป็นต้องใช้งบประมาณถึงขนาดนี้ จึงขอปรับลดงบประมาณลงไป แต่อย่างไรก็ตามครับ ถึงแม้ไม่ใช้งบกลางสํารองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็นของปี ๒๕๕๔ ยังใช้งบประมาณที่หลังจากตัดลดไป ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ยังสามารถที่จะซ่อมแซมถนน ซ่อมแซม อาคารเรียน หรือในการบูรณะต่าง ๆ ในสิ่งที่ชํารุดเสียหายจากน้ําท่วมได้เต็มรูปแบบตามที่ตั้ง โครงการเอาไว้ ถึงแม้จะตัดลดงบประมาณไป ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท หมายความว่าเนื้องาน ยังเท่าเดิม เหตุผลที่กระผมกราบเรียนว่าตัดลดเงินไป ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เนื้องาน ยังเหลือเท่าเดิมก็เพราะว่าในขณะนี้เราต้องยอมรับว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันมากมาย หลายโครงการมีการตั้งงบประมาณไว้สูงกว่าที่จําเป็น ตั้งงบประมาณไว้ แต่ว่าพอเวลา ไปประมูลจัดซื้อจัดจ้าง ผู้รับเหมานั่นละครับเป็นผู้ที่มองออกว่าเขาจะใช้เงินเท่าไร ยกตัวอย่าง งบประมาณโครงการขุดลอกที่จังหวัดชัยภูมิ ขุดลอกโครงการหนึ่งคือขุดลอก หนองนาแซง ตั้งงบประมาณไว้ ๓๕ ล้านบาท มีการประกวดราคาแข่งขันกัน คนที่ประมูลได้ ประกวดราคาได้ ให้ราคาต่ําสุด เขาให้ราคาเพียง ๒๕ ล้านบาทเขาก็ทํา เรียกว่า ๒๕ ล้านบาท เขาก็ทําได้ ทําได้เต็มตามโครงการถ้าเขาจะทํา ทั้ง ๆ ที่ลดลงไปถึง ๑๐ ล้านบาท อันนี้ก็คือสิ่งที่เราเห็นชัดเจนว่าการตั้งงบประมาณอาจจะสูงกว่าที่จําเป็น แล้วก็ทําให้ส่วนที่ สูงกว่าจําเป็นนั้นเป็นส่วนถ้าไม่มีการประกวดราคากันอย่างโปร่งใสก็จะเกิดการทุจริต คอร์รัปชัน มีการฮั้วงานกัน อันนี้ก็กราบเรียนว่าเป็นเรื่องที่ผมเห็นว่างบประมาณจําเป็น ต้องปรับลดลง เพราะตั้งงบประมาณไว้สูงกว่าที่จําเป็น ท่านประธานที่เคารพครับ ในงบประมาณที่ผ่านมาผมได้ติดตามดู อย่างลงลูกรังถนน บางทีทํางานเวลากลางคืน คืนเดียวเสร็จ ปรับเกลี่ยเสร็จ ตอนไปตรวจรับจะทราบอย่างไรว่าลงหินลูกรังไปจํานวนเท่าใด มีหลายหมู่บ้านโทรศัพท์มาบอกผม เมื่องบประมาณปีสองปีที่ผ่านมา บอกว่า ท่านผู้แทน งบประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ตามถนนเส้นที่ลงลูกรังในหมู่บ้าน ปรากฏว่ามาลงเพียง ๒-๓ รถ แล้วก็ปรับ เกรดเสร็จ มอบงานเสร็จ ผู้ใหญ่บ้านไปถามก็ขู่ผู้ใหญ่บ้านมาอีก เพราะฉะนั้นคราวนี้ผมก็ฝากไว้ว่าการตรวจสอบ ผมอยากจะให้ผู้ใหญ่บ้าน กํานัน สมาชิก อบต. ผู้ที่อยู่ในท้องถิ่นในพื้นที่ได้มาร่วมรับทราบว่ามีงบประมาณจํานวนเท่าใดลงในพื้นที่นั้น และถ้าเป็นไปได้ตั้งคนในพื้นที่เป็นกรรมการตรวจรับด้วย จะทําให้การทํางานต่าง ๆ ได้เต็มเนื้องาน จะไม่ทําให้สูญเสียเงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชน อย่างถนนลาดยาง ที่เห็นอยู่ทุกวันนี้บางครั้ง ลาดยางยังไม่เสร็จ งานยังไม่ส่งมอบได้ซ่อมแล้ว ยังไม่ส่งมอบเลย นะครับ ได้ซ่อมแล้ว เพราะอย่างลงท่อบางทีพอลาดยางเสร็จ ยุบ ก็ต้องปรับปรุงแก้ไข พอฝนตกยิ่งยุบมากอีก เหล่านี้ผมมองว่า นั่นคือสิ่งที่การตั้งงบประมาณไว้ หรือการ ควบคุมงานไม่เป็นไปตามที่ควร จะเป็น จึงทําให้ผมอยากปรับลดงบประมาณบางส่วนที่ เจ้าหน้าที่ของเราไม่ควบคุมงานให้เต็มประสิทธิภาพ ท่านประธานที่เคารพ อย่างแหล่งน้ํา บางแห่งการขุดแหล่งน้ํา แทนที่จะใช้ ความลึก ๒ เมตร ๓ เมตรตามที่กําหนดไว้ กลับมายก คันคูสูง แล้วก็วัดจากคูที่ตั้งสูงขึ้น ก็ส่งมอบงาน หลายโครงการกําลังร้องเรียนกันอยู่ อันนี้ ก็เป็นสิ่งที่ฝากไว้ว่างบประมาณครั้งนี้ ที่ลงไปครั้งนี้ก็ขอให้มีการตรวจรับกันอย่างเคร่งครัด ให้สมกับงบประมาณ ซึ่งประเทศเราก็กําลังถือว่าตอนนี้ก็ไม่ใช่ว่าร่ํารวย งบประมาณทุกบาท ทุกสตางค์ขอให้ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่างบประมาณ บางอย่าง การป้องกัน ซึ่งใช้งบประมาณไม่มาก อาจจะได้ผลมากกว่างบประมาณที่ไป ซ่อมแซม ผมยกตัวอย่าง แบบนี้ครับ โรงพยาบลชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ โรงพยาบาลจังหวัด ครับ ปีนี้ได้ทราบว่ามีงบประมาณที่ไปซ่อมแซมสิ่งชํารุดจากน้ําท่วมประมาณ ๑๒ ล้านบาท ก็ต้องขอบคุณครับ๑๒ ล้านบาทที่ให้ไป แต่ผมกราบเรียนว่าได้ซ่อมทุกปี ปีละประมาณ ๑๒ ล้านบาท ๑๕ ล้านบาท ความจริงแล้วทางโรงพยาบาลของบป้องกัน ทํารั้วที่กันไม่ให้ น้ําไหลเข้าไปท่วมประมาณ ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท และทําคลองระบายน้ําใต้ดินขนาด ๒ คูณ ๒ เมตร ยาว ๑๕๐ เมตร ก็ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เขื่อนกั้นน้ําที่มีลําน้ํา ห้วยเสียวไหลผ่านข้าง ๆ โรงพยาบาลก็อีก ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท เครื่องสูบน้ํา ๒ เครื่อง เครื่องละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท รวมแล้วการป้องกันครั้งเดียวใช้เงินประมาณ ๑๕ ล้านบาท แต่ซ่อมทุกปี ปีละ ๑๒-๑๓ ล้านบาท ผมฝากไว้ครับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ครับ ป้องกันครั้งเดียว ๑๕ ล้านบาท แต่ซ่อมทุกปีประมาณปีละ ๑๒-๑๓ ล้านบาท ผมคิดว่า เรามองในแง่ของการประหยัดงบประมาณของแผ่นดิน อยากจะให้งานป้องกันซึ่งใช้เงิน ไม่มาก ขอให้ช่วย และโรงพยาบาลขอมาทุกปีนะครับ ของบป้องกัน แต่ไม่ได้ พอชํารุดปั๊บ ก็ซ่อม ปีนี้ก็ซ่อม ๑๒ ล้านบาท ปีที่แล้วขอป้องกัน ๑๕ ล้านบาท ถ้าป้องกันครั้งเดียวมันก็ ไปได้นาน อันนี้ก็กราบเรียนว่าในเรื่องการป้องกันเช่นเดียวกัน อย่างที่อําเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ ขอเป็นประตูปิด-เปิดน้ําประมาณ ๒๐ ล้านบาท แต่ว่าปีนี้น้ําท่วมเสียหายทั้งอําเภอ แล้วก็ไม่ใช่ ปีนี้ปีเดียวครับ ทุกปีต้องใช้เงินในการแก้ปัญหาเรื่องข้าวเสียหาย เรื่องสิ่งก่อสร้างเสียหาย ประมาณปีละ ๕๐-๖๐ ล้านบาททุกปี แต่ถ้าไปก่อสร้างประตูปิด-เปิดน้ําป้องกันไม่ให้น้ําไหล เข้าไปท่วม เพราะอําเภอคอนสวรรค์อยู่ติดกับลําน้ําชี ถ้าน้ําลําน้ําชีไหลผ่านไปมันก็ไม่ท่วม ถ้าเราทําประตูปิด-เปิดน้ําไว้ก็จะช่วยไม่ให้น้ําท่วม ก็จะไม่เสียหาย ทําครั้งเดียวมันก็จะแก้ได้ ป้องกันได้ อันนี้ก็ฝากไว้นะครับ ผมคิดว่ามีหลายอย่าง เช่น ขุดแก้มลิงบึงนกโม่ ขุดแก้มลิง กุดหวาย ขุดลอกลําน้ําก่ํา ขุดลอกลํานาแซง เหล่านี้เป็นเรื่องที่จะช่วย ไม่ใช่เฉพาะ เรื่องน้ําท่วม ยังป้องกันภัยแล้งด้วย สิ่งที่ทําได้ก็ขอฝากให้ทางราชการได้กรุณาอนุเคราะห์

อีกเรื่องหนึ่งครับ ที่จังหวัดชัยภูมิ น้ําท่วมตัวจังหวัด ฝนตกนิดหน่อยก็ท่วม ตกนิดหน่อยก็ท่วม ก็เพราะอะไรครับ เพราะว่าถนนทางเลี่ยงเมืองมันไม่มีทางระบายน้ํา เพียงพอ ปีที่แล้วผมก็ได้ฝาก ได้ขอไปว่าก่อสร้างบล็อก คอนเวิร์ท (Block convert) ท่อเหลี่ยมระบายน้ําก็สร้างให้ แต่ว่าไม่เพียงพอ ก็อยากจะให้สร้างเป็นสะพานเพิ่มเติม ท่อเหลี่ยมเพิ่มเติมระบายน้ําอีกส่วนหนึ่ง ส่วนในเรื่องอื่นก็ยังมีหลายเรื่องที่จะช่วยป้องกัน นะครับ ก็คิดว่าการก่อสร้างสะพานในถนนสายที่เป็นที่ลุ่ม การก่อสร้างสะพานในถนน เป็นเรื่องจําเป็น ผู้ออกแบบก่อสร้างน่าจะต้องดูด้วยว่าหน้าฝนเป็นอย่างไร ไม่ใช่ว่าถึงเวลา ออกแบบก่อสร้าง สร้างถนนยาว ไม่มีสะพาน พอฝนตก ถึงหน้าฤดูฝนน้ําท่วมเสียหาย ก็มีหลายสายครับ เช่น ถนนเลี่ยงเมืองชัยภูมิที่กําลังจะก่อสร้างเพิ่มเติม ก็ขอฝากว่า ให้ก่อสร้างเป็นสะพานหรือท่อเหลี่ยมระบายน้ําให้มากขึ้นกว่าที่ทําอยู่ ถ้าจะดีก็บอกว่า หน้าฝนช่างน่าจะต้องไปดู ไม่ใช่ไปออกแบบหน้าแล้ง พอถึงหน้าฝนน้ําท่วม แบบนี้ก็เป็นเรื่อง ที่ไม่ควรจะปล่อยแบบนี้ครับ

อีกเรื่องหนึ่งครับ สําหรับในเรื่องของโรงเรียนนะครับ การให้งบประมาณครั้งนี้ เท่าที่ผมดูมันเป็นงบประมาณน้ําท่วม แต่โรงเรียนหลายโรงเรียนในอําเภอคอนสวรรค์ จังหวัด ชัยภูมิถูกวาตภัยเสียหาย หลังคาพัง ซ่อมไว้ น่าจะต้องให้งบประมาณเข้าไปด้วยนะครับ เช่น โรงเรียนสหราษฎร์นุเคราะห์ อําเภอคอนสวรรค์ น้ําไม่ท่วม แต่ว่าเรื่องวาตภัยยังไม่ได้รับ การซ่อมแซม น่าจะต้องมีงบประมาณในช่วงนี้ หรือถ้าไม่ได้จัดตอนนี้ก็จัดงบประมาณอื่น งบสํารองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็นที่มีอยู่ ก็น่าจะจัดไปให้นะครับ ไม่ใช่ว่าแก้ปัญหาเฉพาะ เรื่องน้ําท่วม แต่ความเสียหายอื่น ๆ ก็น่าจะต้องถือโอกาสนี้ได้ช่วยดูแลแก้ไขให้ด้วยครับ ยังมีหลายโรงเรียน โรงเรียนบ้านหนองบัวบานเย็น ซึ่งลมพัดหลังคาพัง อาคารพัง ก็ไม่ได้รับ งบประมาณในครั้งนี้ ผมคิดว่ายังมีอีกหลายโครงการที่ตกหล่น ถ้าหากไม่ได้ใช้งบประมาณ งบกลางปีก็ขอให้ใช้งบฉุกเฉินหรือจําเป็นที่มีอยู่ หรืองบอื่น ๆ ที่มีอยู่นะครับ ผมคงใช้เวลา ตามที่ได้รับคือ ๑๐ นาที ขอบคุณครับ สวัสดีครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปคุณวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ครับ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรครวมชาติพัฒนา ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลีค่ะ ได้อภิปรายไว้ตั้งแต่วาระหนึ่งในกรณีที่ว่าในกรณี เห็นด้วย แต่ในกรณีที่ทางคณะรัฐมนตรีทั้งหลายที่จัดงบประมาณไปแต่ละกระทรวงนั้น ไม่สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่ท่านได้แถลงเอาไว้ว่าจะแก้ไขปัญหาเรื่องอุทกภัยและวาตภัย ในพื้นที่ที่ได้ประสบภัยพิบัติในขณะนั้น ท่านประธานที่เคารพ ๕๙ จังหวัด ดิฉันได้รับข้อมูล มาจากนี้ ๕๙ จังหวัดที่เป็นปัญหาอุทกภัยขณะนั้น แต่ปรากฏว่าในช่วงที่ดิฉันได้อภิปรายวาระหนึ่งนั้นก็คือ ๕๖ จังหวัด ดิฉันว่าใน ๕๖ จังหวัด หรือ ๕๙ จังหวัดนั้นไม่เท่าไร แต่ในส่วนที่ท่านจัดงบประมาณในส่วนของวาระหนึ่งนั้นท่านจัด ลงไปได้แค่ ๔๖ จังหวัด ในวาระสองนี้ ดิฉันก็เลยขอตัดงบประมาณใน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไป ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ใน ๒๐ เปอร์เซ็นต์นี้ไม่ใช่ว่าตัดออกไปเลยนะคะ ตัดเพื่อที่จะให้กลับไปสู่คลัง แล้วให้กลับไปสู่ให้ท่านนายกรัฐมนตรีพิจารณาไว้ว่างบกลาง ที่ท่านตั้งเอาไว้แล้วท่านได้รับปากเอาไว้ในสภาผู้แทนราษฎรนี้ ในกรณีที่จะแก้ไขปัญหาเรื่อง น้ําท่วมเพื่อจะต้องแก้ไขให้ยั่งยืนตลอดไป ไม่ใช่ว่าปีนี้น้ําท่วม ท่านแก้ไขโดยจัดถุงยังชีพไปให้ แค่นั้นเอง แล้วก็ใช้เครื่องสูบน้ํา ซื้อเครื่องสูบน้ําไปสูบน้ําเข้านา ไปสูบน้ําออกจากนา นี่ละค่ะ เป็นสิ่งที่ดิฉันว่าในการจัดงบประมาณในงบกลางปีนี้ดีใจกับประชาชนชาวพื้นที่ ๕๖ จังหวัด ที่ประสบอุทัยภัย วาตภัย ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้งหรือน้ําท่วม ท่านคะ ๔๖ จังหวัดที่จัดไปให้ท่าน กระจุกไว้ แต่อยู่ในจุดจุดเดียว ๑๐ กว่าปีแล้วนะคะที่สระบุรีน้ําท่วม ๓๐ ปีค่ะสระบุรีถึงจะ น้ําท่วมครั้งหนึ่ง จังหวัดนครราชสีมา ๓๐ ปีถึงจะท่วมครั้งหนึ่ง แต่ปัญหานี้ไม่ใช่ ประเด็นสําคัญในกรณีที่ดิฉันแปรตัดงบประมาณ ดิฉันว่าในส่วนที่ท่านดูแลช่วยเหลือนั้น ท่านก็ไม่น่าที่จะไปจัดลงในพื้นที่มัน ๓๐ ปี ๕๐ ปี ถึงจะมีน้ําท่วม แต่ในทุก ๆ ปีที่เกิดน้ําท่วม ท่านไม่เหลียวแล ท่านไม่มองเห็น ดิฉันได้อภิปรายในวาระหนึ่ง แล้วบอกว่าสิ่งสําคัญที่สุด ในการที่จะจัดสรรให้กับประชาชนชาวภาคพื้นอีสาน ท่านคะดิฉันได้รับรายงานมาในนี้ค่ะ กลุ่มลุ่มแม่น้ําสาขา ๒๕ สาขา ปรากฏว่าอยู่ในทางภาคพื้นอีสานกลุ่มลุ่มแม่น้ําสาขาแม่น้ําโขง มีปริมาณน้ําและลุ่มน้ําสาขานั้นมากที่สุดในทุก ๆ ภาค ๙๕ ลุ่มน้ําสาขา กระจุกอยู่ที่ ลุ่มน้ําโขง ลุ่มน้ํากก ลุ่มน้ําชี ลุ่มน้ํามูล ลุ่มน้ําตูน อ่านไม่ออก ท่านคะไม่ว่าจะเป็นลุ่มน้ําชี ลุ่มน้ําโขง ลุ่มน้ํามูล ลุ่มน้ํากก กระจุกอยู่ที่ตะวันออกเฉียงเหนือ คือภาคอีสาน ๑๙ จังหวัด ท่านได้รับรายงานว่า น้ําหลากมาเยอะ น้ํามีเยอะ ลุ่มน้ําสาขามีเยอะ แล้วปัญหาน้ําแล้งละคะ ท่านคะ มีฝนตกลงมาน้ําท่วม แต่พอฝนหายไปน้ําแล้ง ปัญหาที่เกิดขึ้นที่โชว์ในสถิตินี้ ท่านได้เห็นอยู่ตลอดเวลา วันที่ ๒๕ สิงหาคม สถิติที่จังหวัดมุกดาหาร ดิฉันอยากจะอ่านให้ ท่านประธานทราบ ในเหตุผลที่ดิฉันแปรตัดงบประมาณในส่วนนี้ว่าท่านจัดลงไปในส่วนที่จุด ไม่เกิดประโยชน์ในงบประมาณภาษีแผ่นดิน วันที่ ๔ สิงหาคม ปี ๒๕๕๓ น้ําฝนตกอยู่ที่ ๗๒.๓ มิลลิลิตร พอมาถึงวันที่ ๒๔ สิงหาคม เพิ่มขึ้นมาแล้วค่ะ ๑๐๖ มิลลิลิตร พอถึง วันที่ ๒๘ เพิ่มขึ้นเป็น ๑๗๒ มิลลิลิตร นี่คือปริมาณที่ได้มีสถิติที่ปรากฏทุก ๆ ปี ที่ดิฉันได้ อภิปรายในวาระหนึ่ง นั้นได้บอกไว้แล้วว่าวันที่ ๒๕ สิงหาคมของทุกปีจังหวัดมุกดาหาร จะน้ําท่วม น้ําหลากจะมาละ วันที่ ๒๗ สิงหาคมน้ําท่วมจังหวัดมุกดาหาร ท่วมอยู่ ๓ วัน ในเขตเทศบาล พอมาถึงเดือนกันยายน เดือนพฤศจิกายนน้ําหนุนแม่น้ําโขงหนุนขึ้นมาอีก ท่วมมาอีกในจังหวัดมุกดาหาร นี่ละท่านคะ แล้วปากห้วยมุก ปากห้วยแข้ ปากห้วยลึคึ ที่ดิฉันได้อภิปรายไว้ ประตูเปิดปิดน้ําแค่นั้นเอง แต่ถ้าท่านรู้จักบริหารจัดการน้ําท่านจะ ไม่สามารถที่จะมองเห็นเลยว่ามุกดาหารจะแล้งน้ํา เพราะน้ํามีอยู่แล้ว เพราะน้ํามีอยู่แล้ว ท่านคะ กรณีนี้ดิฉันอยากจะเรียนท่านประธานว่า ในงบประมาณกลางปี ปี ๒๕๕๔ กลางปีนี้จัดมา ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะแก้ไขอุทกภัยและวาตภัย จังหวัดมุกดาหารได้อะไรจากภาษีราษฎรที่จัดสรรมาให้ ที่เขาทํางานมาให้ ประชาชน ชาวจังหวัดมุกดาหารไม่มีความสําคัญกับรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ ดิฉันไม่เข้าใจ แต่เข้าใจแต่ว่า การจัดสรรงบประมาณนั้นท่านนายกรัฐมนตรีได้บอกไว้ตั้งแต่ดิฉันได้อภิปรายวันนั้นว่าจะจัด งบประมาณลงไปให้การก่อสร้างประตูเปิด-ปิดน้ําห้วยแข้ ประตูเปิด-ปิดน้ํา ห้วยมุก ทั้ง ๆ ที่เขียนงบประมาณเข้ามานี้ ประตูเปิด-ปิดน้ําห้วยมุก ๒๑๒ ล้าน ประตูเปิด-ปิดน้ําห้วยแข้ เขียนเข้ามา ๑๙๔ ล้านบาท ประตูเปิด-ปิดน้ําห้วยบางทรายเขียนเข้ามา ๔๕๐ ล้านบาท ในกรณีจํานวนเงินที่ปรากฏนี้ไม่ใช่ว่าในขณะที่วรศุลีได้เป็นผู้แทนราษฎร แต่ปรากฏจํานวน ยอดนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ ค่ะท่านประธานคะ นี่ละคะ คือเหตุผลที่ดิฉันว่า ในกรณีที่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านแถลงไว้ว่าท่านจะแก้ไขปัญหาเรื่อง อุทกภัย วาตภัย ในงบประมาณงบกลางปี ๑๐๐,๐๐๐ ล้านนี้ แต่ปรากฏให้ท่านเห็นค่ะ ประตูเปิด-ปิดน้ํา ห้วยแข้ ท่านปรับลงมาในวันทีท่านทําหนังสือส่งให้กับจังหวัดมุกดาหารปรับลงมาเหลือ ๙๘ ล้านบาท ในปากห้วยแข้ ๙๘ ล้านบาท ปากห้วยมุกเหลือ ๙๘ ล้านบาทเช่นเดียวกัน แต่ปรากฏ ณ เวลานี้ ณ ปัจจุบันนี้โต้เถียงกันระหว่างหน่วยงานแต่ละหน่วยงานที่ดิฉันได้ อภิปรายให้ทางสภานี้บันทึกเอาไว้ ปรากฏปัจจุบันนี้ยังไม่มีเม็ดเงินลงไปถึงจังหวัดมุกดาหาร ประตูเปิด-ปิดน้ํานี้ก็ยังไม่ปรากฏว่าจะมีการก่อสร้างเกิดขึ้นเลย แล้วพอฝนตกลงมาละคะ จะเป็นอย่างไร น้ําท่วมจังหวัดมุกดาหารอีก ท่านจะส่งงบประมาณลงไปเป็นพัน ๆ ล้านบาท ในกรณีซื้อเครื่องสูบน้ํา ซื้อถุงยังชีพ แล้วในกรณีแค่ ๙๘ ล้าน ๒ ประตูเปิด-ปิดน้ํานี้ ท่านไม่มอบลงไป เราไม่เข้าใจว่าการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาน้ําในพื้นที่อุทกภัยและวาตภัย นี้เป็นอย่างไร พอมาถึงในช่วงฤดูน้ําหลาก น้ําท่วม พอฤดูน้ําแล้งฝนไม่ตกแค่ ๑ เดือน เท่านั้นเองละคะแล้งน้ําทันที ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันจึงบอกว่าในกรณีการบริหารจัดการ งบประมาณในครั้งนี้ ดิฉันเห็นกระจุกตัวอยู่แต่เฉพาะจังหวัดที่ ๓๐ ปีถึงปรากฏน้ําท่วม ๒๐ ปี ถึงปรากฏน้ําท่วม แต่เราก็ไม่คิดหรอกนะคะว่าในพื้นที่สูงขนาดนั้นจะเกิดมีน้ําท่วมเกิดขึ้น ท่านก็ต้องเป็นคนคิด ในแต่ละกระทรวงน้ําทั้งหลายต้องเป็นคนคิดแล้ว ปัญหาที่ดิฉันได้บอก แล้วว่าในจังหวัดมุกดาหาร ถนนบ้านโคก ตําบลบ้านโคก ภาษาอีสานดิฉันได้อภิปรายไปแล้ว ครั้งหนึ่งว่า ภาษาอีสานบอกว่า บ้านโคกคือพื้นที่สูง แต่ในกรณีพื้นที่สูงไม่ได้รับงบประมาณ ในการแก้ไขปัญหาน้ําท่วม ทําให้ถนนขาด ทําให้ที่นาท่วม นี่ละค่ะพื้นที่สูง บ้านโคก ภาษาอีสานแปลว่า สูง ค่ะท่าน แต่ตอนนี้เราไม่เข้าใจถึงบอกว่า ในกรณีที่ดิฉันอภิปรายนี้ เพื่อจะสะท้อนให้ท่านว่าในกรณีแปรตัดงบประมาณไปนั้นไม่ใช่ว่าให้ท่านตัดคืนไปแล้วไป แปรญัตติเข้าไปในส่วนที่กลุ่มที่ยังไม่ได้ในจังหวัดอื่น ๆ นั้น ดิฉัน วรศุลี ส.ส. จังหวัด มุกดาหาร ขอนะคะ ขอเป็นตัวแทนของชาวจังหวัดมุกดาหาร งบประมาณที่แปรญัตติตัด ลงไป ที่ตัวดิฉันแปรญัตติตัดในวันนี้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ขอให้ท่าน เถอะค่ะ ขอให้จังหวัดมุกดาหารและจังหวัดใกล้เคียงที่อยู่ริมแม่น้ําโขง ท่านนํางบประมาณ ตัวนี้ไปก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพัง เขื่อนป้องกันตลิ่งพังจากจังหวัดหนองคาย จากจังหวัด เลย จังหวัดสกลนคร จังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดอุบลราชธานี แค่นี้ละค่ะ ๑. ท่านก็จะสามารถที่จะรับน้ําได้ อีกอย่างหนึ่งท่านจะไม่เสียดินแดนของแผ่นดินไทยไปเลย สถิติปรากฏให้ทราบ ตอนนี้พอน้ําหลากเข้ามาในเดือนสิงหาคม เดือนกันยายน เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน ดินตลิ่งนี้จะพังลงไปเรื่อย ๆ ฟังไปเรื่อย ๆ ในจังหวัดมุกดาหารมีสํารวจ ออกมาเลยค่ะ ๑ ปี แผ่นดินในจังหวัดมุกดาหารหายไปสู่ที่ประเทศลาว ๓๐ ไร่ ๓๐ ไร่ค่ะ น้ําตาประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เขตชายแดนนั้นจะทําอย่างไร น้ําเซาะแต่ละปี น้ําท่วมที่บ้าน ของตนเอง น้ําท่วมที่นาของตนเอง พอน้ําท่วมเสร็จตลิ่งพังลงไปแผ่นดินของตนเองหายไป อยู่ในน้ํา สนธิสัญญาระหว่างประเทศบอกว่าร่องน้ําลึกที่ติดไทยคือของไทย แล้วที่มันโผล่ ไปที่ดอนนั้นเป็นร่องน้ําลึกหรือเปล่า ไม่ใช่ เป็นของประเทศลาวไปเสียเลย นี่ละค่ะท่านคะ งบประมาณกลางปีในปีนี้ดิฉันไม่เข้าใจนะคะว่าทําอย่างไรที่จะสามารถแปรญัตติกลับมา ให้กับประชาชนตาดํา ๆ ที่รอคอยอยู่ ตอนนี้น้ําแล้งแล้วค่ะ รอคอยภัยแล้งของท่าน งบภัยแล้งท่านบอกว่าท่านกระจายไปทั่ว ๆ ถึง ๆ แล้ว แต่ในจังหวัดมุกดาหารนี้ยังไม่ได้รับ งบภัยแล้ง งบน้ําท่วมได้ไปส่วนหนึ่ง จากที่ได้ไป ๖๐๐ กว่าบาท แล้วท่านไปรับปากบอกว่า จะให้อยู่ ๒,๐๙๘ บาทต่อไร่ แต่เงินจํานวนนั้นก็ยังไม่ถึง แต่ที่เขาเหล่านั้น ประชาชน ทั้งหลายที่ในจังหวัดมุกดาหารมองในทีวี ดูทีวีช่อง ๓ ช่อง ๗ จากที่ดูแล้วสะท้อนกลับ โอ๊ย ไม่ดูแล้วละไปดูละครดีกว่า เพราะได้เห็นแต่ภาพที่มอบเงินน้ําท่วมในจังหวัด นครราชสีมา และอยู่ที่จังหวัดสระแก้ว จังหวัดสระบุรี ในพื้นที่ที่สูง ๆ นั้นละคะได้รับเงิน น้ําท่วมไป ๒,๐๙๘ บาทต่อไร่ ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันก็เลยขอนะคะว่าจะขอแปรญัตติตัด งบประมาณในครั้งนี้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์เป็น ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ใน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ขอฝากท่านประธานนะคะ ขอฝากท่านประธานส่งถึงท่านรัฐมนตรีที่ดูแลแต่ละกระทรวง ซึ่งเกี่ยวพันกับเรื่องน้ําท่วม อุทกภัย วาตภัย ก็คือน้ําท่วมกับภัยแล้ง น้ําท่วมกับภัยแล้งนี้ดูแล ประชาชนให้ดีที่สุดด้วยนะคะ ใกล้จะถึงวาระการเลือกตั้งแล้ว แม้ว่าจะดีอย่างไรนะคะ ถ้าท่านแก้ไขปัญหานี้ไม่ได้ สิ่งที่ดี ๆ งาม ๆ นั้นก็จะไม่เกิดผลสะท้อนกลับคืนมาใน สภาผู้แทนราษฎรนี้อีก ขอขอบคุณท่านประธานค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะอาจารย์และนักศึกษาจากคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติฟิลิปปินส์ครับ ออน เดอะ บีฮาล์ฟ ออฟ เดอะ เฮ้าส์ ออฟ รีเพรเซนเททีฟ ออฟ ไทยแลนด์ วี แอพพรีชีเอท แอนด์ วูด ไลค์ ทู เวลคัม ออล เดอะ ปาร์ติ ซิแพนท์ ฟรอม เดอะ คอลเลจจ์ ออฟ ดิ แอดมินิสเตรชัน แอนด์ กัฟเวอร์แนนซ์ ฟรอม เดอะ รีพับลิค ออฟ ฟิลิปปินส์ แทงค์ ยู (On the behalf of The House of Representative of Thailand, we appreciate and would like to welcome all the participant from The College of The Administration and Governance from The Republic of Philippines, thank you.) ต่อไปจะเป็น คุณซูการ์โน มะทา ครับ

นายซูการ์โน มะทา ยะลา 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคเพื่อไทย ความจริงแล้วผมก็ต้องขอบคุณ ทางคณะกรรมาธิการที่ได้ปรับลดในมาตรา ๓ นี้ ซึ่งในฐานะที่ผมเป็นกรรมาธิการคนหนึ่ง แต่เป็นคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ในมาตรา ๓ นั้นผมไม่ได้มีการแปรญัตติหรือสงวน คําแปรญัตติ เพราะเกรงว่าจะเข้าประเด็นที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการคือท่านรัฐมนตรี กรณ์ได้พูดถึงการปฏิบัติที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญของปี ๒๕๕๐ ความจริงแล้วก็ต้องใช้สิทธิ ของคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย แล้วก็ขอใช้สิทธิในเรื่องของการแก้ไขในมาตรา ๓ มาอภิปรายในภาพรวมของการจัดทํางบประมาณกลางปีของรัฐบาลในครั้งนี้ ท่านประธาน ที่เคารพ จากการได้ศึกษาและพิจารณางบประมาณรายจ่ายกลางปีหรืองบประมาณเพิ่มเติม ของรัฐบาลในครั้งนี้ ผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่งจากจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ก็ได้มีโอกาสเข้ามาทําหน้าที่ในการพิจารณางบประมาณกลางปีครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ แต่ในการพิจารณาครั้งนี้มันแตกต่างจากการพิจารณาในครั้งที่ผ่านมาเมื่อกลางปี ที่ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นงบของไทยเข้มแข็ง ในการพิจารณาครั้งนี้รัฐบาลภายใต้ การนําของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านได้ประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนในหลักการ และเหตุผลของการจัดทํางบประมาณเพิ่มเติมในครั้งนี้ว่า เพื่อฟื้นฟูและแก้ปัญหาอุทกภัย หรือภัยพิบัติที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ท่านประธานที่เคารพ ภายหลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรเราได้รับมอบรับร่างในหลักการ วาระที่หนึ่งแล้ว ได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาในวาระที่สองนั้น สิ่งหนึ่งในฐานะ ที่ผมเป็นคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ในคณะกรรมาธิการชุดนี้ รู้สึกลําบากใจเป็นอย่างยิ่ง ก็คือว่าที่มาที่ไปของการจัดทํางบประมาณในครั้งนี้นั้น ก็เกิดจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นโดยทั่วไป ทั่วประเทศที่เกิดขึ้น และผมเชื่อว่าในการจัดทํางบประมาณของรัฐบาลนั้นมีระยะเวลาในการ ดําเนินการหรือในการตรวจสอบ ตั้งแต่ระดับล่างจนถึงระดับบน ใช้ระยะเวลานาน แต่เมื่อ ผ่านสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่หนึ่ง แล้วเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการ พวกเรา ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยมีเวลาในการพิจารณาแค่ ๑ อาทิตย์ ท่านประธานที่เคารพ ในการพิจารณางบประมาณครั้งนี้นั้น อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายแล้วนั้นว่า งบประมาณครั้งนี้มันมีลักษณะของการกระจุกตัว และก็มีลักษณะของการที่ส่อให้เห็นว่า อาจจะมีการทุจริตเชิงงบประมาณหรือในนโยบายการแก้ปัญหาภัยพิบัติในครั้งนี้ หลาย ๆ ประเด็นที่คณะกรรมาธิการพยายามตั้งข้อสังเกตและเพื่อที่จะตัดลดงบประมาณลง แต่ท่านประธานที่เคารพ ผมเชื่อว่าพวกเราที่เป็นกรรมาธิการและเป็นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรในขณะนี้นั้น ไม่มีใครหรอกครับที่จะใจดําตัดลดงบประมาณให้มันส่งผลกระทบต่อพี่ น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนหรือลําบาก แต่การพิจารณางบประมาณครั้งนี้มันไม่ได้ กระจายทั่วถึงทุกจังหวัดที่มีผลกระทบทางภัยพิบัติในครั้งนี้ เหมือนกับที่ท่านสมาชิกหลาย ท่านได้ตั้งข้อสังเกต ก็อยากฝากผ่านท่านประธานว่าวันนี้ถ้าเราดูในเนื้อหารายละเอียดของ การพิจารณาของงบประมาณนั้น ผมขออนุญาตเสนอต่อท่านประธานถึงท่าน คณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะท่านประธานคณะกรรมาธิการ คือรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังว่า ก่อนที่ท่านจะเสนองบประมาณเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรนั้น ท่านควรจะ มีการตรวจสอบที่ละเอียดกว่านี้ ท่านต้องมีการตรวจสอบ ความถูกต้อง ตรงตามเป้าที่พี่น้อง ประชาชนเดือดร้อนหรือไม่ ท่านต้องมีการป้องกันไม่ให้มีการคิดหรือจัดทํางบประมาณ ในลักษณะของการส่อในทางทุจริต ซึ่งในมาตรา ๔ หรือมาตราต่อไปนั้นผมจะพูดและ อภิปรายในประเด็นที่เป็นข้อเฉพาะรายมาตรา แต่มาตรานี้ผมขอติติงว่าการจัดทํา งบประมาณครั้งนี้ผิดพลาดอย่างมหันต์ โดยกระบวนการตรวจสอบตั้งแต่ระดับอําเภอ ระดับ จังหวัด แล้วมาที่กรม และมาที่คณะรัฐมนตรี ซึ่งมีท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เป็นประธานคณะกรรมการที่ตรวจสอบการจัดทํางบประมาณครั้งนี้ หลาย ๆ ท่านได้พูดถึงว่า มีหลาย ๆ โครงการที่ส่อไปในทางการทุจริตในการจัดทํางบประมาณ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในงบส่วนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แค่คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้จับ ประเด็นของการตัดตอนหรือซอยโครงการจาก ๑,๕๐๐,๐๐๐ กว่าบาท มาเป็นโครงการละ ๑๘๘,๐๐๐ ล้านบาทนั้น มันส่อไปในทางที่มิชอบ เพราะแสดงถึงเจตนาในการจัดทํา งบประมาณครั้งนี้ว่ามันมีเจตนาที่คิดจะทุจริต เพราะว่าสิ่งหนึ่งที่เรามองได้ว่า พี่น้องประชาชนในพื้นที่ก็รู้ ผู้ที่ติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมืองก็รู้ ว่าก่อนที่งบประมาณ ครั้งนี้จะเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรนั้น ประเด็นสําคัญทางการเมืองที่ได้รับความสนใจจากพี่น้อง ประชาชนก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นมันมีประเด็นอยู่ ๒ ประเด็น คือ ๓๗๕ : ๑๒๕ ๔๐๐ : ๑๐๐ ซึ่งจุดยืนของพรรคร่วมรัฐบาลก็ยืนอยู่ที่ ๔๐๐ : ๑๐๐ แต่ท่านประธานที่เคารพ ในวาระสอง วาระสาม ก็เป็นที่ชัดเจนว่าก่อนรัฐบาลนี้จะเสนอ งบกลางปีนั้นมันก็ออกไปอีกแบบหนึ่ง แล้วเมื่อมาถึงในรายละเอียดของงบประมาณ ครั้งนี้ กระทรวงที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณครั้งนี้ก็มีประมาณ ๖ กระทรวง คือกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมต้อง ขอเรียนตามตรงว่าวันนี้ก็รู้สึกไม่สบายใจว่าการเอาเงินภาษีของพี่น้องประชาชนที่เก็บรายได้ จากที่มาของรายได้ของงบประมาณครั้งนี้นั้น มาจากทุกภาคส่วนของประเทศ มีที่มาจาก ทุกสาขาอาชีพ ทุกภูมิภาค แต่การกระจายงบประมาณกลับไปกระจุกอยู่ที่ภาคใต้ ผมในฐานะ ส.ส.ภาคใต้คนหนึ่งขอเรียนว่า ความจริงแล้วภาคใต้ก็มีผลกระทบ อย่างที่ เพื่อนสมาชิกได้รับทราบตามสื่อนะครับ แต่ผมจะยกประเด็นว่าภาคใต้ไม่ใช่ทุกจังหวัด ที่ได้รับงบประมาณงบเพิ่มเติมกลางปีของรัฐบาลครั้งนี้ โดยเฉพาะในส่วนของงบประมาณ ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย งบประมาณของกรมทางหลวงแผ่นดิน กรมทางหลวงของกระทรวงคมนาคม จังหวัดยะลา ซึ่งก็ได้รับผลกระทบและได้รับ ความเสียหายจากภัยพิบัติ ไม่ได้รับงบประมาณในการแก้ไขปัญหาบรรเทา สิ่งเหล่านี้ ผมจะลงไปในรายละเอียด

สําหรับผมในวันนี้ในมาตรา ๓ นั้น ผมอยากฝากผ่านท่านประธานถึงประธาน คณะกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากว่า ข้อสังเกตที่ผมอยากเสนอโดยผ่านว่า ต่อไปนี้ถ้ารัฐบาลคิดจะทํางบประมาณหรือเสนอขอให้รัฐสภาแห่งนี้ หรือสภาแห่งนี้พิจารณา งบประมาณกลางปี หรืองบประมาณประจําปีของรัฐบาล ผมเชื่อว่าในกระบวนการตรวจสอบ ก่อนจัดทํางบประมาณนั้นอยากฝากให้รัฐบาลได้เข้มงวดและตรวจสอบ อย่าให้มีข้อผิดพลาด แล้วเอาสภาแห่งนี้ หรือเอากรรมาธิการในสภาที่ได้รับการแต่งตั้งจากสภามาเป็นตราบาป ให้กับ ส.ส. หรือกรรมาธิการ วันนี้ผมเชื่อว่าท่านประธานก็คงจะทราบว่าในการตรวจสอบนั้น การเร่งรีบจัดทํางบประมาณ มันเป็นส่วนหนึ่งที่ให้เกิดข้อผิดพลาดในการจัดทํางบประมาณ ตามที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้ตรวจจับและพบเจอ ผมไม่อยากพูดถึงประเด็นของ จังหวัดราชบุรี ผมไม่อยากพูดประเด็นของจังหวัดที่มีปัญหาหลาย ๆ จังหวัด แต่ข้อเท็จจริง มันปรากฏในเอกสารหลักฐานที่รัฐบาลได้นํามาชี้แจง หรือฝ่ายราชการได้พยายามมาชี้แจง ต่อคณะกรรมาธิการ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พวกผมในฐานะที่เป็นเสียงของคณะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยแล้วไม่สบายใจ ก็อยากฝากถึงท่านประธานกรรมาธิการโดยผ่าน ท่านประธานว่า ครั้งต่อไปท่านตรวจสอบสิครับให้ถูกต้อง ท่านมีเวลาในการตรวจสอบ ใช้เวลานานในการจัดทํางบประมาณทุกครั้ง อย่าปล่อยให้ข้าราชการเขามาสอดแทรก หรือส่อเจตนาว่าจะมีการทุจริต และสิ่งหนึ่งที่ผมไม่สบายใจอย่างยิ่งก็คือว่า ในช่วงของการ ขึ้นมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการจากส่วนราชการต่าง ๆ นั้น หลายสิ่งหลายอย่างผมได้รับฟัง ได้ยินมากับหูของผมเองว่า มีหน่วยราชการบางหน่วยราชการนั้นได้พูดถึงว่า คอยดู ถ้าคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ท่านได้ปรับลดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนแล้ว ผมจะประจาน ผมจะไปพูดในสื่อให้คน ๆ นี้ ให้คน ๆ นั้นไม่ได้เป็น นักการเมือง ให้คน ๆ นี้ ให้พรรคนี้ ให้พรรคนั้นต้องมีปัญหาทางการเมือง สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ ไม่ควรจะเกิดขึ้นในสภาอันทรงเกียรติ หรือในการชี้แจงของหน่วยงานของรัฐ ก็อยากฝาก ท่านประธานในประเด็นสุดท้ายว่า จังหวัดยะลา ในส่วนของกรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบจากภัยน้ําท่วมซ้ําซากปีนี้ ๔ ถึง ๕ ครั้ง ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเสนอโครงการมา ๑๑ โครงการ ไม่ได้รับ เม็ดเงินงบประมาณ ก็อยากฝากท่านประธานผ่านท่านประธานคณะกรรมาธิการว่าช่วยดูแล จังหวัดที่ไม่ได้รับเม็ดเงินงบประมาณครั้งนี้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้มาขึ้นบัลลังก์ดําเนินการประชุมต่อไป)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ มาตรา ๓ ก็พูดกันมาจํานวนหลายท่านนะครับ ก็อยากจะให้ท่านที่จะ อภิปรายต่อได้โปรดกระชับตรงประเด็นและอยู่ในกรอบของการพิจารณาในวาระสองนะครับ จริงอยู่ท่านประธานกําหนดเวลาให้ ๑๒ นาที ก็ไม่จําเป็นต้องใ ๑๒ นาทีเต็มนะครับ เอาเข้า ประเด็นจะได้ไปมาตราอื่นต่อ เชิญท่านชลน่าน ศรีแก้ว ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผม ได้อภิปรายต่อกรณีที่ประธานสภาได้บรรจุระเบียบวาระร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติม ประจําปีพุทธศักราช ๒๕๕๔ พ.ศ. .... ของคณะกรรมาธิการซึ่งเป็นร่างของ คณะกรรมาธิการวิสามัญที่สภาได้มอบอํานาจให้ ๔๕ ท่านไปพิจารณา พิจารณาเสร็จแล้ว กลับสู่การพิจารณาของสภาในวาระที่สอง และวาระที่สาม ซึ่งในวาระที่สองเป็นการพิจารณา รายมาตรา ท่านประธานที่เคารพครับผมได้ดูร่างของคณะกรรมาธิการที่เสนอต่อสภา คณะกรรมาธิการได้ไปพิจารณาและมีการปรับลด มีการแก้ไขในร่างที่สภาส่งไป จากวงเงิน เดิมทั้งหมด ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นงบรายจ่ายเพิ่มเติมเหลือตัวเลขที่แก้ไขมีการปรับลด ทั้งสิ้นนะครับ ๓๒ ล้านบาทเศษ ที่เหลือก็เป็นตัวเลขงบประมาณที่ทางคณะกรรมาธิการ เสนอต่อสภาเพื่อให้พิจารณาเพื่อให้ความเห็นชอบ ผมได้ตรวจสอบในการปรับลดนะครับ มีการปรับลดของส่วนที่เป็นแผนหรือวัตถุประสงค์เพื่อช่วยภัยพิบัติของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ของกรมชลประทานไป ๖๐๐,๐๐๐ บาท ของกระทรวงมหาดไทย ในกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัยไป ๒๘ ล้านบาทเศษ ตัวเลขกลม ๆ นะครับ และ ทางกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น ๑,๗๐๐ ลานบาท และการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจไป ๓ ล้านบาท อันนี้คือตัวเลขที่คณะกรรมาธิการปรับลด ในส่วนของ ผมเองสมาชิกได้สงวนคําแปรญัตติเอาไว้เพื่อที่จะมาบอกกล่าวกับท่านประธานผ่านไปยัง เพื่อนสมาชิกเพื่อจะได้เห็นว่าการจัดตั้งงบประมาณครั้งนี้สมควรจะเป็นอย่างไร จะเห็นตามกระผมหรือไม่หรือว่าเป็นไปตามคณะกรรมาธิการ ด้วยความเคารพท่านประธาน ครับ ผมปรับลดเอาไว้ถ้าคิดเป็นเงินก็เกือบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมมีความจําเป็นที่จะต้อง ปรับลด โดยมี เหตุผลข้อเท็จจริงที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานภายในเวลาที่ผมมีอยู่ขณะนี้

ประการที่ ๑ เป็นเหตุผลที่รัฐบาลเสนอเข้ามาเพื่อให้สภาแห่งนี้รับพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมปีนี้ ซึ่งผมพอจะสรุปได้อยู่ ๔ ด้าน ๓ ด้านหลัก ด้านที่ ๑ คือด้านเหตุผลความจําเป็นอย่างที่ท่านบอก เช่น จําเป็นต้องแก้ไข เรื่องปัญหาภัยพิบัติจากน้ําท่วม เรื่องของสวัสดิการสังคม เรื่องที่จะต้องคืนให้กับ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วก็เรืองของจําเป็นต้องชดใช้เงินคงคลัง อันนั้นเป็นเหตุผลที่เป็น ความจําเป็นตามวัตถุประสงค์

แล้วท่านบอกว่าเป็นเหตุผลสําคัญอีกเรื่องหนึ่งคือ เหตุผลด้านการจัดเก็บ รายได้ ท่านบอกว่ามีรายได้โดยคาดการณ์ เมื่อสิ้นปีงบประมาณจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ จากการคาดการณ์นะครับเพราะท่านคาดการณ์ในปีงบประมาณ ๒๕๕๔ งบประมาณต้นปีที่เราพิจารณาไปคือ ๑,๖๕๐,๐๐๐ บาท คาดว่าท่านจะเก็บได้ ทั้งหมด ๑,๗๗๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นคือท่านคาดว่าจะได้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็มีความจําเป็นที่จะเอา ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้มาใช้จ่าย

เหตุผลอีกเรื่องหนึ่งนะครับที่ท่านให้กับสภาแห่งนี้ แล้วผมก็ฟัง ผมเองไม่มี โอกาสได้อภิปรายในวาระที่ ๑ เนื่องจากเวลาจํากัดและให้เวลาเพื่อนสมาชิกไป ประเด็น ที่เป็นเหตุผลการชดใช้เงินคงคลังกับเป็นเหตุผลที่บอกว่าจําเป็นต้องผ่านสภาแห่งนี้ เพื่อการตรวจสอบ ผมเองกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ผมมีอีกซีกหนึ่ง ที่เป็นข้อเท็จจริงที่ผมคิดว่าผมจําเป็นต้องปรับลดงบประมาณรายจ่ายประจําเพิ่มเติมตรงนี้ เนื่องจากว่าเหตุผลที่ท่านให้ ประการแรกสุดนะครับ เหตุผลที่ท่านให้ว่ามีความจําเป็นต้องชดใช้เงินคงคลัง และมีความ จําเป็นที่ต้องจัดสรรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เหตุผลเรื่องนี้ผมเองต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น ไม่ใช่ฐานะที่ผมเป็นฝ่ายค้านจะต้องพูดอย่างนี้ แต่มันเป็นเหตุผลที่เมื่อท่านจัดทํางบประมาณรายจ่าย รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ ก็ดี ร่างพระราชบัญญัติเรื่องเงินคงคลัง ปี ๒๔๙๑ มาตรา ๗ ก็ดี บังคับไว้เลยครับว่าท่านต้อง คืนคลัง ต้องชดใช้คลัง ท่านไม่จัดไม่ได้ มันจะเป็นผลต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นท่านจะเอามาว่า เพื่อชดใช้เงินคงคลัง ไม่ได้ครับ ถ้าท่านไม่จัด ท่านก็ไม่ต้องใช้ ๘๔,๐๐๐ ล้านบาทที่ท่านต้อง ใช้เงินคงคลัง เป็นเงินที่ท่านจ่ายมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ นะครับ เป็นเงินคลังที่ท่านเอาเงิน ปี ๒๕๔๓ มาจ่าย เพราะฉะนั้นกฎหมายระบุว่าถ้ามีการจัดสรรงบประมาณไม่ว่าจะเป็น รายจ่ายประจําปี หรือเพิ่มเติม ครั้งถัดไปนี่ครับท่านต้องเอาเงินมาจ่ายเงินคลังนี่กฎหมาย กําหนด มันก็จําเป็นที่ท่านจ่าย รายจ่ายที่ท่านแสดงมาเราก็ไม่ว่ากัน เป็นรายจ่ายจําเป็นที่ ท่านต้องทํา ไม่ว่าจะเป็นรายจ่ายที่ผ่านกรมบัญชีกลาง ๓๔,๐๐๐ ล้านบาทเศษ จ่ายผ่าน หน่วยงานของรัฐอื่น เช่น กรมธนารักษ์ สํานักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีความจําเป็น อันนี้เราไม่ว่ากัน เพราะท่านเอาเงินคลังไปจ่ายตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แล้วก็กฎหมาย ว่าด้วยเงินคงคลัง กรณีจําเป็นเร่งด่วน จะจ่ายไปก่อนก็ได้ แต่ไม่อย่างนั้นครับ มาตรา ๑๖๙ แต่ว่าในการจัดสรรงบประมาณครั้งต่อไปต้องเอามาคืน จ่ายก่อนก็ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ท่าน เอาไปจ่ายเมื่อปี ๒๕๔๓ ก็คือผ่านสํานักงานบริหารหนี้สาธารณะ ๔๔,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ไม่ว่าครับ ท่านมีเหตุผลชี้แจงว่า ๔๒,๐๐๐ ล้านบาทนี้ไปไถ่ถอนตั๋วสัญญาใช้เงิน ไม่ว่าเลย เพราะว่าท่านบอกว่าจะบริหารความเสี่ยง ก็สามารถลดภาระหนี้ได้ไปตัวเลขที่ท่านให้ผมมา ๑,๑๒๖ ล้านบาทเศษ ลดภาระหนี้ได้ เพราะเป็นการใช้หนี้ของกลุ่มที่เป็นหนี้ระยะสั้น ท่านก็ใช้ก่อนไป ลดภาระหนี้ได้ ๑,๑๐๐ ล้านบาทเศษ ก็ถือเป็นความดีครับ ไม่ว่ากัน แต่ถามว่าจําเป็นไหมครับที่ต้องมาจ่ายขณะนี้ ไม่ได้จําเป็นเลยครับ เพราะว่าเงินพวกนี้ ท่านจ่ายไปหมดแล้ว การลดภาระหนี้ท่านก็เอาเงินคลังไปจ่ายแล้วนะครับ โดยเฉพาะเรื่อง ของการไถ่ถอนตั๋วเงินคลัง ๒,๗๔๖ ล้านบาท ท่านก็เอาเงินคลังไปจ่ายเรียบร้อยตั้งแต่ ปี ๒๕๔๓ เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๔๓ เพราะท่านออกพันธบัตรรัฐบาล ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ได้ ออกได้ไปส่วนหนึ่ง ขาดอีก ๒,๗๐๐ ล้านบาท ท่านก็ต้องเอาเงินคลังไปโปะ ถามว่า ไปตั้งเงินคลังปี ๒๕๕๕ ได้ไหม ได้ครับ เพราะฉะนั้นเหตุผลท่านบอกว่า เพื่อทําให้การจัดสรร งบประมาณในปี ๒๕๕๕ มีประสิทธิภาพมากขึ้นนําเงินไปใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น จริง ๆ ไม่เกี่ยวครับ อาจจะช่วย แต่ไม่เกี่ยว ถ้าท่านไม่ตั้งงบกลางปี ท่านก็เอาเงินงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ไปจ่ายเงินคลังคืน ท่านประธานครับ ถึงแม้ท่านบอกว่าจ่ายเงินคลังไปแล้วท่าน จะทําให้สถานะเงินคงคลังดีขึ้น ตั้งงบประมาณปี ๒๕๕๕ จะไม่ต้องจ่ายเงินคงคลัง ไม่ใช่ครับ เพราะเงินคงคลัง ปี ๒๕๕๔ ท่านตั้งขาดดุลไว้ ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างไร ก็ต้องจ่าย ส่วนหนึ่งท่านเอาเงินคลังมาจ่าย ผมเชื่อว่าท่านขอยืมเงินคลังมาจ่ายแน่นอน ในกรณีจําเป็นเร่งด่วนที่จะเกิดขึ้นในปี ๒๕๕๔ นี่ เพราะฉะนั้นเหตุผลที่ท่านอ้างตรงนี้ ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานว่าผมรับไม่ได้ มันไม่มีความจําเป็น หลายท่านบอกปรับ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาจจะบอกว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะกฎหมายไม่ได้ห้าม นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน บอกว่าต้องให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๕,๙๐๐ ล้านบาทเศษ ท่านประธานครับ อันนี้ก็เป็นไปตาม กฎหมายอีก ถ้าท่านจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมกลางปีไม่จัดสรรให้ท้องถิ่น ท่านก็ทําผิด กฎหมาย เพราะอะไรครับ เพราะว่าท่านไปตั้งตั้งแต่ต้นปีว่าต้องจ่ายให้ท้องถิ่นไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเพิ่มของว่ารายได้ภาครัฐเข้าไปโดยไม่เพิ่มท้องถิ่นท่านก็ให้ สัดส่วนร้อยละของท้องถิ่นหายไป เพราะฉะนั้นท่านจัดเพื่อไม่ให้ท้องถิ่นเพื่อรักษาสภาพไม่ให้เกิน ไม่ให้ต่ํากว่าร้อยละ ๒๕ อันนี้ก็คือสภาพบังคับ แต่ก็น่าเสียใจครับท่านประธานครับ ท้องถิ่นก็ได้แต่รับกิจกรรม ส่วนคุณงามความดีก็เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลเพราะท่านอ้างว่าไปให้ผู้สูงอายุกับผู้พิการ ผมไม่ปฏิเสธนะครับว่าต้องให้ ไม่ปฏิเสธเลย แต่วิธีการให้นี่ไม่จําเป็นต้องตั้งงบกลางปี หรืองบเพิ่มเติมก็ได้นะครับ โดยเฉพาะแผนงานกระจายอํานาจท่านประธานสังเกตไหมครับ การเขียนแผนงานลงมาค่อนข้างที่จะมีข้อสงสัยมาก จริง ๆ ผมควรจะอภิปรายในวาระที่หนึ่ง แต่ว่ามีโอกาสตรงนี้ในการปรับลดในมาตรา ๓ นี้ แผนงานส่งเสริมการกระจายอํานาจ การปกครองจํานวน ๑,๐๑๗ ล้านบาทเศษ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งเขียนว่าเป็นแผนงาน สวัสดิการสังคมและความมั่นคงมนุษย์ จํานวน ๔,๙๐๐ ล้านบาทเศษเพื่อให้ผู้สูงอายุ แต่ข้างล่างบอกว่าให้ผู้พิการ ๑๖๐,๐๐๐ กว่าราย ทําไมครับ ผู้พิการกับผู้สูงอายุไม่อยู่ใน แผนงานเดียวกัน งานเดียวกันครับ สวัสดิการสังคม ผมเลยมีข้อกังขาเลขครับ ฝากผู้ที่มี หน้าที่ในการตรวจสอบติดตามว่า จริง ๆ แล้วเอาไปทําอะไร ตัวเลขผู้พิการ ๑๖๗,๐๐๐ กว่าคนนี่ใช่หรือไม่ อย่ายัดไส้นะครับ เพราะผมแอบรู้มาว่าตั้งตัวเลขลอย ๆ ไว้ อีกหน่อย ก็ใช้วิธีการ กลไก เอาตัวนี้ไปทําเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน เรื่องของการปรับแก้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านอาจจะไม่ทราบก็ได้ครับ แต่ผมบอกท่านไว้ ขอให้ท่านช่วยติดตาม เพราะมันมีนัยสําคัญในการเขียนแยกเอาไว้ตรงนี้ ทําไมไม่เขียน ๕,๙๐๐ ล้านบาทมาที่เดียวกันครับ นี่คือข้อสังเกตผม ท่านประธานที่เคารพครับ กรณีที่มี ความจําเป็นใช้จริง ๆ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเองครับ แต่ว่ารัฐบาล คณะรัฐมนตรียอมที่จะเอา ๘๔ ล้านบาทไปแลกโดยคืนคลังเขาไป ๘๔,๐๐๐ ล้านบาทนี่ โดยใช้เงินแค่ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทมาเป็นงบกลาง และป้องกันภัยพิบัติแค่ ๙,๙๐๐ ล้านบาท อย่างนี้ ๙,๙๐๐ ล้านบาทเองครับ ทําไมไม่ใช้งบกลางปีที่มีอยู่ หลายคนเขาถาม ท่านนายกรัฐมนตรีตอบอย่างนี้ครับ บอกว่า เนื่องจากมันมีความสงสัย มีความกังขาไม่ผ่าน การตรวจสอบ ถ้าผ่านสภาแล้วจะมีการตรวจสอบจะได้สบายใจ ตรวจสอบในชั้นกรรมาธิการ กรรมาธิการซูการ์โน ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน พูดเมื่อสักครู่ครับ ตรวจสอบได้ในระดับหนึ่ง เท่านั้นเอง การติดตามการใช้งบประมาณต้องเข้มครับ จะเอาตรายางสภามาประทับปุ๊บ บอกว่าตรวจสอบไม่ได้ ผมไม่เห็นด้วยครับ อย่างที่ผมฝากข้อสังเกตเอาไว้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เรื่องที่ผมได้ นําเรียนท่านประธานเป็นสิ่งที่ โดยข้อเท็จจริงแล้วอยากจะปรับ ทั้งหมดนะครับ ไม่ต้องตั้งก็ได้โดยใช้กลไกการบริหารจัดการ ถ้าจ่ายไม่พอ ท่านก็ไปเอา เงินคลังมาจ่ายได้ ก็ไปตั้งที่งบ การคลังเพิ่มในปีต่อไป แต่ว่าด้วยข้อบังคับ ด้วยบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง ผมก็จําเป็นต้องอาศัยกลไกวิธีการอย่างนี้ จริง ๆ ไม่อยากเห็นด้วย ไปตั้งงบกลางปี แต่เห็นด้วยว่าจําเป็นต้องช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ยิ่งตั้งงบกลางปีนะครับ ยิ่งช้าแล้วไม่ครอบคลุม ท่านให้เขาได้แค่ ๒,๗๐๐ ล้านบาท ทั้งที่เขาขอมา ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท มันไม่ทั่วถึงละครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ต่อไปเชิญท่านเรวัต สิรินุกุล ครับ จากท่านเรวัตนะครับ จะเป็นท่านสมคิด บาลไธสง ท่านละออง ติยะไพรัช ท่านอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ท่านทองดี มนิสสาร ท่านมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ท่านพิษณุ หัตถสงเคราะห์ แล้วก็ปิดท้ายท่านประธานวิปฝ่ายค้าน ท่านวิทยา บุรณศิริ นะครับ เชิญท่านเรวัตครับ

นายเรวัต สิรินุกุล แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ งบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมประจําปี ๒๕๕๔ ซึ่งกระผมได้ขอแปรญัตติปรับลดลงร้อยละ ๑๐ ซึ่งกระผม มีเหตุผลที่จะกราบเรียนนะครับ แต่ว่าเท่าที่กระผมได้ฟังท่านกรรมาธิการ อย่างน้อย ๆ ก็ ๒-๓ ท่าน ได้ชี้แจงได้อภิปราย ในฐานะที่ท่านเป็นกรรมาธิการแล้ว ผมฟังแล้ว ก็รู้สึกไม่สบายใจครับท่านประธานว่า ท่านได้เข้าไปสู่กรรมาธิการในฐานะตัวแทนของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเท่าที่ผมสังเกตก็มีทุกครั้งครับท่านประธานครับ มีทุกครั้งที่เมื่องบประมาณเข้าวาระสอง ทุกครั้งที่มีนะครับ ท่านคณะกรรมาธิการจะได้พูดถึงปัญหาต่าง ๆ ที่ได้เข้าไปพิจารณามา ที่สําคัญที่สุดในขณะนี้ที่รับฟังนั่นก็คือว่า ในโครงการต่าง ๆ นั้นไม่เป็นไปตามความต้องการ ของพี่น้องประชาชน คณะกรรมาธิการหลายหน่วยงานครับได้ฟังแล้วก็อย่างที่สุดท้ายก็ต้อง ประทานโทษเอ่ยนามท่าน ท่านซูการ์โน ว่ายังไม่พอใจที่คณะกรรมาธิการได้พูดอย่างนั้น บอกว่าจะต้องมีการต่อต้านคณะกรรมาธิการเหล่านั้นอย่างนี้เป็นต้น

และอีกที่สําคัญครับท่านประธานครับ งานที่เอาไปทํานั้นปฏิบัติก็ไม่ตรงกับ ข้อเท็จจริง แล้วก็ส่อไปในทางทุจริต มีหลายงานหลายโครงการเป็นอย่างนี้ และได้ฟัง ท่านคณะกรรมาธิการเช่นเดียวกันในฐานะเป็นรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีด้วย คือ ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ท่านก็ได้ชี้แจงว่าให้มีการตรวจสอบ ผมก็เลยอยากถือโอกาสนี้ กราบเรียนท่านประธานและถือโอกาสนี้เรียนไปยังคณะกรรมาธิการติดตามการใช้จ่าย งบประมาณของแผ่นดินได้ตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยครับ ตรวจสอบให้เข้มด้วยว่าเป็นไปอย่างที่ เขาพูดกันไหมว่ามีการทุจริตในเรื่องของโครงการต่าง ๆ นี่คือสิ่งที่กระผมอยากจะเห็นจริง ๆ ไม่อยากเห็นคณะกรรมาธิการซึ่งพิจารณาในชั้นกรรมาธิการแล้วได้มากราบเรียน ที่กราบเรียนนั่นผมเชื่อว่าทนไม่ได้ ทนไม่ได้ แล้วเห็นอย่างนั้น สภาพอย่างนั้นไม่ได้ ก็เลยต้อง มากราบเรียนให้สภาแห่งนี้รับทราบ นี่คือสิ่งที่เป็นอยู่และเป็นอยู่เป็นประจํา เหมือนกับ งบประมาณที่เข้ามาทุกครั้ง ซ้ําซากครับท่านประธาน มีปัญหาซ้ําซากในเรื่องเหล่านี้ครับ นี่คือข้อเท็จจริงและความจริงที่เกิดขึ้น ท่านประธานครับ ผมยังเห็นด้วยกับ ท่านคณะกรรมาธิการบางท่านที่ได้บอกว่างบประมาณนี้เอาภาษี รีดภาษีมาจากพี่น้อง คนยากคนจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษีน้ํามัน ภาษีมูลค่าเพิ่ม รีดภาษีมาจากของที่แพง ของแพงขึ้นภาษีแวท (VAT) ได้สูงขึ้น สิ่งเหล่านี้ทั้ง ๆ ที่สินค้าเราแพง ราคาแพงขึ้นพี่น้อง ก็เดือดร้อนอยู่แล้ว เมื่อได้งบประมาณมามากขึ้นก็เกิดปัญหาที่ว่าจะเอางบประมาณเหล่านี้ ไปทําอะไร เมื่อเป็นอย่างนี้ครับท่านประธาน ผมก็เลยคิดว่า ผมก็เห็นด้วยนะครับว่าภาษี น้ํามันหรือภาษีแวทเหล่านี้แทนที่จะลดลงในขณะที่พี่น้องมีความเดือดร้อน ใช่ว่าพี่น้อง มีความกินดีอยู่ดีในขณะนี้ ไม่ ไม่ใช่ครับ เงินทองก็หายาก ยากจนก็ยากจน มิหนําซ้ําพืชผล ทางการเกษตรก็ตกต่ํา นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนะครับ ความจริงภาษีที่เก็บได้ดีนะครับ ที่บอกว่า รายได้ประชาชาติหรือจีดีพีนั้นเติบโตเท่าไร ๆ ความจริงไปวัดเอาจากรายได้จากคน กลุ่มเดียวครับท่านประธานครับ รายได้จากคนกลุ่มเดียวที่ส่งออกครับ ส่งออกรถยนต์ ส่งออกสินค้าส่งออกในเรื่องของเครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งเหล่านี้ได้เงินเยอะครับ ได้เงิน เยอะครับ แต่อุตสาหกรรมด้านการเกษตร การส่งออกไปนั้นน้อย แล้วก็ได้เงินน้อยครับ เมื่อได้เงินน้อย เงินนี้ก็ไม่ถึงรากหญ้า ไม่ถึงครับ ภาษีส่วนใหญ่ที่ได้ได้จากบริษัทไม่กี่บริษัท ไม่กี่บริษัทครับ แล้วก็จากคนที่ดูแลไม่เท่าไร อย่างโรงงานหนึ่ง โรงงานหนึ่ง โรงงานอย่าง รถยนต์อย่างนี้ก็มีอย่างมากก็พันกว่าคน ๒,๐๐๐ คน แล้วเครื่องจักรต่าง ๆ ก็สั่งมาจาก ต่างประเทศ นําเข้ามาจากต่างประเทศ และเครื่องจักรต่าง ๆ ก็สั่งมาจากต่างประเทศ นําเข้ามาจากต่างประเทศ ไม่ใช่เกิดขึ้น ในประเทศไทย ไม่ใช่เกิดขึ้นเพราะวัตถุดิบในประเทศไทยขายแต่แรงงาน แล้วคนเหล่านี้ ก็รับผิดชอบคนหนึ่งในบ้านต่อบ้านนี่ก็ไม่เท่าไรหรอกครับ เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นอย่างนี้กระผม ยังคิดว่า รายได้อย่างนี้ถ้ามาเทียบว่า จีดีพี โตขึ้น สูงขึ้น คงคิดได้ครับ แต่ไม่ได้ประโยชน์ถึง พี่น้องประชาชนโดยแท้จริง พี่น้องที่จะได้ประโยชน์ที่แท้จริง นั่นคือหมายความว่าในชนบท ต่าง ๆ สามารถขายพืชผลทางการเกษตรราคาดี เดี๋ยวนี้ไปดูสิครับ เดี๋ยวนี้ไปฟังสิครับ ท่านประธานครับ ข้าวเปลือกก็ราคาตกครับ เกวียนหนึ่งได้ไม่ถึง ๑๒,๐๐๐ บาทหรือ ๑๐,๐๐๐ บาท เท่าที่รัฐบาลรับประกันราคาเอาไว้ด้วยซ้ําไป ผลจากตรงนี้ก็ไม่ได้ เงินตรงนี้ ก็ไม่ได้ นี่คือสิ่งที่กระผมอยากจะกราบเรียนว่านี่คือผิดข้อเท็จจริง เมื่อเป็นอย่างนี้ เมื่อเอาเงิน จํานวนนี้ไปก็ได้ฟังอีกครับ ได้ฟังเยอะครับ อย่างเป็นต้นว่า ผมก็ไม่อยากจะฟังแล้ว ไม่อยากเชื่อ แต่ว่าเอางบตรงนี้ไปแจกให้พรรคต่าง ๆ เพื่อแลกกับการให้ความเห็นชอบ ในเรื่องของรัฐธรรมนูญ อย่างนี้ผมก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นอย่างนั้น นี่คือสิ่งที่ฟังมา ถ้าฟัง อย่างนี้ครับท่านประธานครับ ผมก็เชื่อไปแล้วว่าผู้ที่ไปเป็นกรรมาธิการนั่นน่ะเขามีจิตสํานึก และก็ผู้ชํานาญงานในเรื่องนี้โดยเฉพาะ เดี๋ยวพรรคต่าง ๆ ที่ส่งไปนี่ผู้ที่เข้าไปเป็นกรรมาธิการ งบประมาณพิจารณางบประมาณนี่แต่ละท่าน ๆ มีความรู้ มีความสามารถและเข้าใจดีด้วย มันสามารถอธิบายได้ด้วย เมื่ออธิบายอย่างนี้ก็ต้องเข้าใจครับ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นจริง จะมาอธิบายอย่างไรก็คงจะลบล้างในสิ่งที่กรรมาธิการพูดไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมไม่อยาก เห็นว่าปัญหาเกิดขึ้นซ้ํา ๆ ซาก ๆ ของคณะกรรมาธิการ เกือบทุกปีท่านประธานครับ ท่านคอยดูสิปีต่อไปปี ๒๕๕๕ งบประมาณปี ๒๕๕๕ เข้ามาก็จะเป็นอย่างนี้ ซ้ํา ๆ ซาก ๆ ในเรื่องของโครงการต่าง ๆ กระจุกตัวไม่กระจาย แล้วก็งบประมาณเอาไปใช้ฟุ่มเฟือยนะครับ แล้วก็เกิดโครงการที่ส่อให้เกิดทุจริต หรือการตั้งงบประมาณเอื้ออํานวยให้เกิดทุจริตอย่างนี้ เป็นต้น นี่คือสิ่งที่ได้ฟังกันตลอด ผมถือโอกาสกราบเรียนอีกครั้งหนึ่งครับ กราบเรียน ซ้ําแล้วซ้ําอีกว่าคณะกรรมาธิการการติดตามงบประมาณรายจ่ายของสภานั้นมีให้ตรวจสอบ อย่างเข้มงวดอย่างที่เรียกว่าให้เห็นเลยว่านี่มันเท็จจริงเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นมันก็มีการพูด กันไปต่าง ๆ นานา นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนไว้

และอีกเรื่องหนึ่งที่ได้ฟังคณะได้ฟังท่านกรรมาธิการพูดแล้ว อย่างโครงการ บางโครงการซึ่งไม่อยากจะให้เกิดขึ้น แต่หน่วยงานต่าง ๆ นั้นมีน้ําใจ อย่างเป็นต้นว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย ความจริงผมก็เห็นด้วยนะครับว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยนั้น เป็นรถไฟสาธารณะที่จะให้พี่น้องประชาชนขึ้นฟรี ไม่ว่าเรื่องรถเมล์ก็ดีเรื่องอะไรดี ก็เป็นเรื่อง ที่ถูกต้องครับ ที่ช่วยเหลือพี่น้องคนยาก คนจน คนลําบากอย่างนี้ต้องช่วย อย่างการรถไฟ แห่งประเทศไทย จริง ๆ แล้วเป็นสิ่งที่ก่อเกิดประโยชน์ให้กับพี่น้องคนรากหญ้ามา ตั้งแต่ไหนแต่ไรครับในต่างจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในต่างจังหวัด แม้อยู่ในขณะนี้ยังใช้อยู่ การรถไฟแห่งประเทศไทย อย่างยกตัวอย่างเป็นต้นว่า อย่างรถไฟน้ําตกธนบุรี สายน้ําตก- ธนบุรี จากจังหวัดกาญจนบุรี นี่คนไปท่องเที่ยวกันเยอะ คนใช้ก็เยอะ ตรงนี้เป็นเรื่องที่ดีครับ ที่ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยไม่ต้องลดแต่ว่าต้องให้งบประมาณเพิ่มขึ้นด้วยซ้ําไป เพื่อที่จะ สร้างรางสร้างทางอะไรก็แล้วแต่ แต่นี่เป็นงบที่ช่วยเหลือในความเดือดร้อนในเรื่องน้ําท่วม ก็ตาม อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นกระผมจึงเห็นด้วยว่าจากนี้ต่อไปก็จะต้องฝากครับ หรือไม่ฝากก็สุดแท้แต่ท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานคณะกรรมาธิการผู้ซึ่งมีอํานาจทั้งรัฐบาลในฐานะ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วยนะครับ ท่านดูดี ๆ หน่อย อย่าให้มีคําครหาให้ เกิดขึ้นในสภาแห่งนี้ซ้ําแล้วซ้ําเล่าว่าคณะกรรมาธิการหรืองบประมาณนั้นส่อไปในทาง พูดให้ เพราะ ๆ หน่อยก็แล้วกันว่า ส่อไปในทางไม่สุจริต แล้วก็เป็นโครงการเอื้อต่อการบริหารงาน ให้กับผู้รับเหมา อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียนฝากไว้ครับ นี่คือสิ่งที่ กระผมอยากจะกราบเรียนครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ผมจะอ่านรายชื่ออีกครั้งหนึ่งแล้วนะครับ แล้วถ้าท่านใดพอถึง ลําดับท่าน ไม่อยู่ในห้องประชุมก็ถือว่าท่านไม่ติดใจที่จะอภิปรายนะครับ จากนี้จะเป็น ท่านละออง .ติยะไพรัช ท่านสมคิด บาลไธสง ท่านอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ท่านทองดี มนิสสาร มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ท่านพิษณุ หัตถสงเคราะห์ แล้วก็ท่านวิทยา บุรณศิริ เชิญ ท่านละออง ติยะไพรัช ครับ

นางสาวละออง ติยะไพรัช เชียงราย 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันได้ตัดลดงบประมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ จาก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ดิฉันคิด ตอนนี้ปรับลดลงมาประมาณ ๙,๙๐๐ ล้านบาท แต่ว่าดิฉันก็ขอให้เป็นตัวเลขกลม ๆ นะคะว่า ในส่วนงบประมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทที่ดิฉันตัดงบลงมานี่ ดิฉันไม่อยากให้รัฐบาลนําเงิน จํานวนนี้ไปใช้เลยในการบริหารจัดการงบประมาณ เพราะเหตุผลส่วนหนึ่งก็คือ การบริหาร จัดการในเรื่องของอุทกภัยหรือปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ดิฉันว่างบประมาณในส่วนงบกลาง ของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีน่าจะบรรเทาในการที่จะใช้งบประมาณนี้ได้ ในส่วนความคิด ของดิฉันนะคะ

อันที่ ๒ ในเรื่องการจัดทํางบประมาณนี่ เป็นการจัดงบประมาณที่ไม่มี ความรอบคอบ ไม่มีการได้วิเคราะห์ว่าสิ่งที่รัฐบาลจะใช้จ่ายเงินไปนี่จะได้ประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนมากน้อยแค่ไหน ซึ่งจากที่ดิฉันได้ดูจากเอกสารงบประมาณ แล้วก็แผ่นซีดี ตรงนี้นะคะ ที่สมาชิกหลายท่านพูดก็คือ งบกระจุกไม่กระจาย ก็คือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง และดิฉันอยากจะให้ทางรัฐบาลที่แจกซีดีให้พวกเราดูนี่ลองกลับเข้าไปดูอีกทีว่าการจัด งบประมาณของท่านมีความเป็นธรรมไหมกับพี่น้องประชาชน และถึงแม้นจะกระจุก ดิฉันก็ยังไม่ว่าอะไรในการกระจุก ถ้ากระจุกและทําให้เกิดประโยชน์จริง ๆ ดิฉันก็เห็นด้วย แต่ว่าสิ่งที่กระจุกนี่มันไม่ได้แก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุของการเกิดอุทกภัยหรือปัญหาที่เกิดขึ้น ของประเทศไทยเราเลยดิฉันอยากจะยกตัวอย่างนะคะว่า ในพื้นที่ในจังหวัดเชียงรายเอง ได้งบประมาณส่วนของอุทกภัยประมาณ ๑๒๕ ล้านบาท ถือว่าก็เยอะมากพอสมควร แต่เมื่อ เราเข้าไปดูข้างใน ดิฉันขอพูดรวม ๆ นะคะ มาตราอื่นดิฉันคงไม่พูด ปรากฏว่าดิฉันเข้าไปดู ข้างในปุ๊บ ปัญหาที่จะเกิดขึ้นมาก็คือว่า การที่เอางบไปทําเขื่อนป้องกันตลิ่งพังในตําบลเดียว ประมาณ ๒๗ ล้านบาท เป็นระยะทางประมาณ ๑๐ กว่ากิโลเมตร ซึ่งตรงนี้ดิฉันก็ดีใจ ที่งบประมาณเข้าไปในพื้นที่ แต่ปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือว่า ในส่วนของแม่น้ํานี่ แม่น้ํา แม่คําที่ท่านจะเอางบไปลงมันมี ๒ ฝั่ง ฝั่งหนึ่งได้งบประมาณที่ทําคันดินสูงประมาณ ๒.๕ เมตร แต่อีกฝั่งหนึ่งไม่ได้งบประมาณเลย อะไรจะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน เมื่อน้ําหลากเข้ามาปุ๊บพื้นที่อีกด้านหนึ่งก็คือได้รับการป้องกัน อีกด้านหนึ่งก็คือน้ําก็จะท่วม อันนี้เป็นเรื่องธรรมดา แต่ดิฉันไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะอะไรคะ ดิฉันได้ปรึกษาหารือ ท่านประธานตลอดเวลาตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ ว่าทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เอางบให้ตําบลแม่คํา อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ทําเขื่อนป้องกันตลิ่งพังประมาณ ๑๑ กิโลเมตร ก็เป็นเงินหลายสิบล้านบาทอยู่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ก็คือปัญหาของพี่น้องทางอีกฟากหนึ่งคือ ตําบลศรีค้ํา น้ําท่วมทุกปี ดิฉันได้ปรึกษาหารือทางกระทรวงก็บอกว่าได้ดูแลจัดการปัญหานี้แล้ว แต่ว่าเข้าไปดูก็คือ ยังไม่ได้มีการจัดการปัญหานี้เลย แต่ตรงนี้ปุ๊บนี่ดิฉันก็มาย้อนคิดถึงว่า ทางหน่วยงานที่ทํางาน หรือหน่วยงานราชการ หรือว่าผู้ที่จัดสรรงบประมาณ เราไม่ได้ใช้ความสามารถให้เต็มที่ใน การที่ทํางานใช้เงินที่เป็นชิ้นหนึ่งชิ้นใด เพราะว่าที่ท่านทํานี่เหมือนสักว่าทํางบประมาณ แต่ ไม่ได้ดูว่าสิ่งที่เราทําไปแล้วมันป้องกันได้จริงไหม ท่านเชื่อเถอะค่ะว่า น้ําท่วมครั้งนี้ ฝนตกมา ครั้งนี้ก็ไม่หนีว่า ตลิ่งที่ท่านทําก็ต้องพังอีก เพราะท่านไม่ได้แก้ปัญหาในต้นเหตุว่าปัญหาของ น้ํา น้ําท่วมคืออะไร ปัญหาของน้ําแล้งเราจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ซึ่งเราพูดกันจนไม่รู้จะพูด อย่างไรว่า ท่านต้องใช้ความสามารถที่ท่านมีอยู่นี้ให้เต็มที่ ว่าการบริหารจัดการน้ําหรือการ แก้ไขปัญหาน้ําท่วมน้ําแล้งหรืออุทกภัยที่เกิดขึ้น ปัญหาสาเหตุมันแก้ได้ มันต้องแก้ได้อยู่แล้ว แต่ท่านไม่ได้ใช้ความสามารถให้เต็มที่ จนเพื่อน ๆ หลายคนว่าจะแสวงหาผลประโยชน์กัน หรือเปล่า อันนี้เป็นสิ่งที่ถ้าพี่น้องประชาชนมาเห็นเหมือนกับที่ ส.ส.ตัวแทนของพี่น้อง ประชาชนเห็นก็คงจะต้องน้ําตาตกในละคะท่าน เรามองดูว่างบประมาณที่ท่านทําให้นี่มัน สวยหรู มันเหมือนกับการกระจายตัวของงบประมาณนี่ไปทั่วทุกจังหวัด แต่ละจังหวัดถ้าเรา มองลึกเข้าไป วันนี้ได้ฟังเพื่อน ๆ ไม่ว่าชัยภูมิ หรือว่าทั้งยะลาทั้งทุกที่ที่พูดถึง จนท่าน ประธานไม่อยากให้พูดคําว่า คําที่ซ้ําซ้อนก็คือ เรื่องงบประมาณกระจุกตัว ไม่กระจายตัว ดิฉันก็อยากเสนอให้รัฐบาลว่า งบตรงนี้อย่าเพิ่งใช้ เพราะว่าการที่ท่านทํางบประมาณนี่ท่าน ยังไม่มีการรอบคอบในการที่จะดูแล้วก็เหมือนกับให้เราไม่มีงานวิจัยที่จะทํางานชิ้นหนึ่งชิ้นใด งบประมาณลงไปประมาณตอนนี้ ๒๗ ล้านบาท ๙๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาท ท่านบอกว่า งบประมาณที่ต่ํากว่า ๑๐ ล้านบาท ท่านจะมีรูปให้ดู ก็ปัญหาก็เกิดขึ้นล่ะคะว่าเพื่อนสมาชิกที่ เป็นคณะกรรมาธิการเขาบอกว่ามีรูปที่ซ้ํากันเยอะแยะ แสดงว่าในการทํางานนี่เราไม่ได้ใช้ ความรอบคอบหรือว่าศึกษาแผนภูมิปัญหาที่เกิดขึ้นว่าเราจะจัดการในเรื่องต่าง ๆ นี่ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ นี้อย่างไร เราสักแต่ไปใช้เงิน แล้วก็แจกเงิน สิ่งตรงนี้ดิฉันรู้สึกว่าเหมือนเราเอา งบประมาณนี่ตําน้ําพริกละลายแม่น้ํา มันไม่ได้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติ มีแต่เรื่องที่จะ บั่นทอนจิตใจของพี่น้องประชาชน เพราะตอนนี้สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ข้าวยากหมากแพง วันนี้หลายคนก็บอกผักถูก ผักที่ท้องตลาดนี่ราคาถูก แล้วก็อาหารโปรตีนนี้ก็คือพวกเนื้อสัตว์ นี้แพงขี้น เขาก็บอกว่าพวกหมูพวกไก่นี้แพงไม่เป็นอะไร เราก็กินผัก แต่ท่านไม่มีความสงสาร หรือท่านไม่มีความเมตตากับพี่น้องประชาชนที่เป็นเกษตรกรบ้างหรือคะว่า ท่านเคย เดินตลาดไหมว่า ผักกาดหรือผักกะหล่ําปลีทุกมัด ๑๐๐ มัดนี่จะได้เงินเท่าไร มันสามารถที่จะ ใช้เลี้ยงดูครอบครัวให้มีสุขภาพ อยู่ในสังคมที่มีคุณภาพได้ไหม สิ่งเหล่านี้ท่านไม่ได้คิดที่จะทํา แล้วก็มีอีกเรื่องหนึ่งในส่วนดิฉันตั้งใจที่จะพูดเหมือนกันว่า งบประมาณที่ท่านทําอีลุ่ยฉุยแฉก ตรงนี้นะคะ มันไม่เกิดประโยชน์ ถ้าท่านอยากจะทําจริง ๆ นี่ได้บุญกุศลด้วย ดิฉันมองถึง กองทุนการศึกษาเพื่อคนพิการ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีคณะกรรมการการศึกษาของคนพิการเขา มาขอที่จะออกสลากเพื่อช่วยการศึกษาของคนพิการ ๙๖ ล้านฉบับ ซึ่งเป็นเงิน ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ดิฉันก็ถามว่า ทําไมทางหน่วยงานนี้ถึงจะต้องดิ้นรนขายสลาก เขาบอกว่าของบประมาณอย่างไรก็ไม่ผ่านกับเด็กพิเศษนี่นะคะ และการศึกษานี่เด็กพิเศษ กับเด็กปกตินี่ได้งบประมาณที่จัดสรรเท่ากัน ซึ่งถ้าสามัญสํานึกของคนทั่วไป การศึกษา คนพิเศษกับคนธรรมดา ค่าใช้จ่ายมันจะต้องไม่เท่ากัน เด็กพิเศษจะต้องมีเรื่องอุปกรณ์ เรื่องอะไรที่จะเสริมสร้าง ที่มันจะต้องแพงกว่าเด็กปกติ คราวนี้เขาก็ไปออกสลาก ดิฉันก็ สงสัยนะคะว่า ทําไมทางหน่วยงานเขาถึงมีจิตสํานึก ถึงมีความจะต้องเหน็ดเหนื่อย ที่จะต้องไปขายสลาก ก็หนีไม่พ้นละคะ หนีไม่พ้นที่ทาง ส.ส. หน่วยงาน ครูบาอาจารย์นี่ ก็จะต้องช่วยกันซื้อสลากตรงนี้เพื่อที่จะเอาเงินมาช่วยทางเด็กพิการหรือเด็กพิเศษ ตรงนี้ ดิฉันอยากให้รัฐบาล จนบัดนี้ผมว่าไม่ต่ํากว่า ๕ ปีแล้วมันก็ยังเหมือนเดิม นี่คือตัวอย่าง อีกตัวอย่างนะครับ ถนนหนทางที่อยู่ในความดูแลของกรมทางหลวงเอย กรมทางหลวงชนบทเอย หรือ อบจ. อบต. ก็แล้วแต่ ท่านประธาน จังหวัดท่านประธานกับจังหวัดผมภูเขามันก็เยอะเหมือนกัน ผลปรากฏว่าเป็นอย่างไรท่านประธาน พอผ่านหน้าฝน น้ํากัดถนนบ้าง ลําห้วยที่อยู่ข้างถนน เซาะถนนบ้าง บางทีน้ําข้างถนน เหลือถนนอยู่ครึ่งเดียว ภาพเช่นนี้มีอยู่ทั่วไปเลยในพื้นที่ ภูเขา ไม่ใช่เพิ่งปีที่แล้วนะท่านประธานหลายปีมาแล้วด้วย แล้วผลปรากฏว่าเป็นอย่างไรครับ ท่านประธาน เพิ่งทราบจากท่านกรรมาธิการท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นรัฐมนตรี เมื่อกี้ไม่ใช่ ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ปรากฏว่าเขาบอกว่าเรียงตามลําดับความเร่งด่วน เรียงตามลําดับความสําคัญ จัดลําดับตามความเสียหายที่เกิดขึ้น ในจังหวัดท่านประธาน ก็อย่างนี้ที่เห็นภาพเช่นนี้ ท่านประธานครับความสําคัญคืออะไร ผมเล่าตัวอย่างให้ตัวอย่าง หนึ่งก็ได้ ครูคนหนึ่งอายุ ๒๐ กว่าปียังไม่ถึง ๓๐ ปี ครูผู้หญิง ลูกอายุแค่ ๒ ขวบ เพิ่งสร้าง บ้านใหม่เสร็จท่านประธานครับเพิ่งได้รับการบรรจุหลังจากที่ไปเป็น เขาเรียกว่า พนักงาน ข้าราชการที่ไปช่วยสอนเสียหลายปี เพิ่งได้บรรจุประมาณปีกว่า ปรากฏว่าขี่มอเตอร์ไซค์ ไปตกหลุมใหญ่ ๆ หัวน็อค (Nock) พื้นตาย ตายท่านประธาน พ่อแม่เขามีลูกสาว อยู่คนเดียวด้วย เพิ่งสร้างบ้านให้กับพ่อแม่เขา รวมทั้งลูกที่อายุ ๒ ขวบนี่ แต่ว่าตัวเองตาย แล้วท่านประธาน อันนี้ความเสียหายมากไหมครับท่านประธาน ความเสียหายของผู้นํา ครอบครัวคนหนึ่งที่ยังมีภาระอีกเยอะแยะ ผลปรากฏว่ามอเตอร์ไซค์ไปตกหลุมที่เกิดจากฝน ที่ตกลงมาทําให้มันเกิด นี่คือความสําคัญหรือไม่ ท่านประธานครับ ผมยอมรับครับ ท่านประธานครับว่า การอภิปรายที่พูดในวันนี้มันคล้าย ๆ กับการอภิปรายในวาระที่หนึ่ง คือขั้นรับหลักการ ทําไมต้องทําเช่นนั้น ก็เพราะว่า ขั้นวาระที่หนึ่ง นี่มีคนที่ต้องการจะ อภิปรายมากมาย แต่ผลปรากฏว่าให้เวลานิดเดียว ผมก็อยากจะอภิปราย แต่มันไม่ได้ อภิปราย เพราะมันไม่มีเวลาให้ ท่านประธานครับการพิจารณางบประมาณนี้เป็นการ พิจารณาที่สําคัญที่สุดที่จะทําให้พวกเรา ส.ส. นี่ สามารถสะท้อนประเด็นปัญหาที่เกิดในพื้นที่ ต่าง ๆ ที่ตัวเองเป็นผู้แทนเขาอยู่นี่ได้ดีที่สุด แล้วก็จะถึงทางรัฐบาลรวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ ข้าราชการระดับสูงคอยฟังอยู่มากที่สุด เขาจะต้องคอยฟังตลอดเวลา เพราะฉะนั้นมันจะเป็น การสะท้อนปัญหาได้อย่างดีที่สุดท่านประธาน เพราะฉะนั้นมันเลี่ยงไม่ได้ที่เราจําเป็น ที่จะต้องอภิปรายคล้าย ๆ กับในวาระที่ ๑ คือขั้นรับหลักการ แล้วทําไมถึงต้องมาพูดกัน ในวันนี้มาก ก็อย่างที่เรียนไปแล้วท่านประธาน ทางคณะกรรมาธิการนี่ท่านรีบเร่งมากเลย เพื่อที่จะทํางานให้เสร็จ ก็ไม่รู้เร่งอะไรขนาดนั้นปรากฏว่าผู้ที่แปรญัตติไว้ไม่สามารถเข้าไป ชี้แจงในนั้นได้เลย ถ้าเกิดว่าเข้าไปชี้แจงในนั้นได้เราก็ไม่ต้องใช้เวลาอภิปรายมากมาย เหมือนที่กําลังใช้กันในขณะนี้ แล้วก็เจตนารู้สึกผมคือผมอาจจะคิดมากไป เจตนาคือรีบ แล้วก็อยากให้รีบมันผ่านไปด้วยก็เลยเอาเข้ามาในวันนี้วันพฤหัสบดีตอนบ่าย เหมือนกับ ตีไก่ง่วงท่านประธาน เหมือนกับตีไก่ง่วง เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเป็นแบบนี้มันช่วยไม่ได้ที่เรา จะต้องพูดกันเยอะครับท่านประธาน

คราวนี้มาพูดถึงเรื่องมาตรา ๓ ก็ชื่นชมนะครับทางคณะกรรมาธิการที่กรุณา ตัดงบลงมาถึง ๓๒ ล้านบาท ผมชื่นชมจริง ๆ นะครับท่านประธาน แต่ผมจะชื่นชมมากกว่านี้ ถ้าหากว่าตัดลงไปมากกว่านี้ให้อีกมาก ๆ ที่จริงมันน่าจะตัดเป็น ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทเลย ทําไมถึง ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน ๙,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่จะใช้เพื่อแผนงานฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากภัยพิบัติ ๙,๙๐๐ ล้านบาทนี่ ที่จริงเราน่าตัดออกไปเลย ถามว่าท่าน ส.ส. อดุลย์ ไม่เห็นด้วยหรือที่ว่า จะต้องเอาไปฟื้นฟูเอาไปซ่อมแซมไปบูรณะอะไรที่มันถูกน้ําท่วม เห็นด้วยท่านประธาน เห็นด้วย แต่ที่ว่าผมไม่อยากตัดตัวนี้ แต่ว่ามันเป็นการกระทบชิ่งไปถึงเงินอะไร เงินเบี้ยหวัด บําเหน็จบํานาญจํานวน ๑๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท เงินช่วยเหลือข้าราชการลูกจ้างและ พนักงานของรัฐจํานวนอีกเท่าไรครับท่านประธาน อีก ๒๕๘ ล้านบาท เงินสมทบ เงินชดเชย อะไร ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท เงินสมทบลูกจ้างประจํา ที่จริงผมอยากจะตัดตัวนี้ แต่มันตัดไม่ได้ เพราะมันเป็นกฎหมายที่ห้ามตัด ทําไมถึงอยากจะตัด คือที่จริงไม่อยาก ให้มันมีเลยที่งบประมาณกลางปีนี้ เพราะผมดูว่ามันเหมือนกับเป็นทริค (Trick) ใช้คําพูดว่า อะไรดีท่านประธาน ภาษาไทย พลิกแพลง เป็นการทํางบประมาณอย่างพลิกแพลง ถามว่า ทําไมทํางบประมาณอย่างพลิกแพลง เงินเบี้ยหวัดบํานาญ เงินช่วยเหลือข้าราชการ เงินสมทบ เงินอะไรต่ออะไรพวกนี้ ที่จริงมันไม่ใช่จ่ายทีเดียว มันก็จ่ายมาเรื่อย ๆ และถามว่า ทางกรมบัญชีกลางหรือท่านประธานคณะกรรมาธิการซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังนี้รู้ไหม ผมว่าถ้าเกิดไม่รู้ก็โง่แล้ว มันคํานวณได้ท่านประธาน มันประมาณ ได้ แล้วงบประมาณปี ๒๕๕๔ นี่ของเราพิจารณาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน จนวาระสามไปโน่นไปกลาง ๆ เดือนสิงหาคม บางปีก็ต้นเดือนกันยายน ทําไมไม่ตั้งเข้าไป งบประมาณปี ๒๕๕๔ เลยครับท่านประธาน ก็จ่ายมันเข้าไปในนั้นเลย ก็ตั้งงบกลางไปตั้ง ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท พวกนี้ก็อยู่ในงบกลางทั้งนั้น ทําไมไม่เพิ่มในงบกลางเข้าไปอีก แต่คราวนี้เสียดายมันตัดไม่ได้ เพราะกฎหมายมันห้ามตัด นี่ผมยังไม่ได้พูดถึงการใช้ พวกตั๋วเงินพวกอะไรต่ออะไร ทําไม ผมก็สงสัยจริง ๆ ว่าทําไมจะต้องใช้วันที่ ๑๖ กันยายน เรื่องที่ว่าจะประหยัดดอกเบี้ยหรือประหยัดอะไรต่ออะไรนี้ ถามทําไมไม่ใช้ไปวันที่ ๑๕ สิงหาคมละ ทําไมไม่ใช่วันที่ ๑๕ กรกฎาคม อันนี้เป็นการวางไว้เพื่อที่จะมาทํางบกลางปี ได้ไหม ใช่ไหมท่านประธาน มาทํางบกลางปีใช่ไหม ท่านประธาน การทํางบต่าง ๆ นี้ไม่ว่า งบกลางปีหรืองบร่างพระราชบัญญัติประจําปีนี้ มันเป็นการคาดการณ์อนาคตทั้งนั้น นี่เพิ่งใช้จ่ายไปแค่ ๔ เดือน ตอนที่จะเริ่มเข้า ท่านคาดการณ์แล้วจะเก็บได้มาก จะมาใช้ งบรายจ่ายปี ๒๕๕๔ ประจําปีนี้ มันก็เป็นเงินกู้นะท่านประธาน ถ้าเกิดเก็บได้มากก็เอาไว้ ไปโปะตอนนั้น ถ้าเกิดมันมีความจําเป็นงบเผื่อกรณีฉุกเฉินและจําเป็นก็ยังมีอีกเยอะ ถ้าเกิดไม่พอละ ก็ใช้เงินคงคลังต่อไปอีกก็ได้ท่านประธาน เพราะฉะนั้นมันเป็นการพลิกแพลง งบประมาณแล้วไม่อยากจะให้ รัฐบาลไหนก็ตามจัดทําโดยไม่จําเป็น ผมเห็นว่ามันไม่จําเป็น ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญท่านทองดี มนิสสาร ครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท แบบสัดส่วน

ท่านประธานคะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านมีอะไรครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท แบบสัดส่วน

ท่านประธานคะ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันมีความเห็นว่าการอภิปราย เฉพาะมาตรา ๓ นี้ ก็มีการอภิปรายไปมากมายแล้ว แล้วก็ใช้เวลานาน แล้วก็ส่วนใหญ่ คือท่านก็ไม่ได้พูดถึงว่าจะตัดอะไร อย่างไร เหตุผลอะไร ก็เป็นการอภิปรายทั่วไป แล้วเรา ก็ยังเหลืออีกตั้ง ๙ มาตรานะคะ ก็เลยอยากจะเสนอปิดอภิปรายค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้นะครับ ท่านสมาชิกครับ การที่ผู้ขออภิปราย เขาก็ใช้สิทธิในฐานะเป็นผู้สงวน ความเห็น เป็นผู้สงวนคําแปรญัตติ และขณะเดียวกันในมาตรานี้ มาตรา ๓ คณะกรรมาธิการ ได้มีการแก้ไขปรับลดเงิน ฉะนั้นสมาชิกทุกท่านก็มีสิทธิที่จะอภิปราย ซึ่งขณะนี้ก็เหลืออีก ไม่กี่ท่านนะครับ ก็จะเสร็จแล้ว ผมว่าขอความกรุณาเหลือท่านทองดี ท่านมานิตย์ ท่านพิษณุ ท่านวิทยา ก็หมดแล้วครับ ผมจะได้ขอให้ท่านผู้อภิปรายได้เข้าประเด็นในกรอบ ของวาระสอง เดี๋ยวเราให้กรรมาธิการชี้แจง แล้วจะได้ผ่านมาตรานี้นะครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท แบบสัดส่วน

อย่างนั้นก็ขอให้ท่านกรุณา ควบคุมด้วยนะคะ ให้อภิปราย ในวาระที่สองเถอะค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ก็ขอความกรุณาอภิปรายอยู่ในกรอบวาระที่สองนะครับ ว่าท่านแปรญัตติตัดมาตรา ๓ กี่เปอร์เซ็นต์ เหตุผลที่ท่านตัดเพราะอะไร และอย่างที่ผมเรียน ให้ทราบ เวลาตั้งไว้ให้ท่าน ๑๒ นาที ถ้ามันเข้าประเด็นก็ประเด็นไม่จําเป็นจะต้องให้หมด ๑๒ นาทีก็ได้นะครับ เอาไว้ให้คนหลัง ๆ เชิญท่านทองดีครับ

นายทองดี มนิสสาร อุดรธานี 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ทองดี มนิสสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขออภิปราย วาระที่สองของงบประมาณร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีเพิ่มเติมประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ขออนุญาตมาตรา ๓ งบกลางครับ จะโยงถึงมาตรา ๔ กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ มาตรา ๕ กระทรวงคมนาคม มาตรา ๖ กระทรวทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มาตรา ๗ กระทรวงมหาดไทย มาตรา ๘ กระทรวงศึกษาธิการ ผมจะให้ อยู่ในประเด็นที่สุดนะครับ

ท่านประธานที่เคารพ งบกลางของมาตรา ๓ จะเป็นการปรับลดลง ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ คือมันเหตุและจําเป็นที่จได้ชี้แจงในที่ประชุมพิจารณางบประมาณ วาระส่วนกลางในวันนี้ที่ปรับลด ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน ผู้มีอํานาจในการดูแลงบประมาณและการดําเนินงานในโครงการนั้น ให้มีการตรวจสอบให้อยู่ในประเด็นของงบประมาณเพื่อไปนําใช้จ่ายประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชนให้สูงสุด กรมชลประทานคือการขุดลอกหนองน้ํา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมการพัฒนาเรื่องขุดลอกหนองน้ํา งานมันซ้อนกันอยู่ ในเมื่อโครงการไปแล้ว ไม่รีบดําเนินการ ไม่รีบไปทําโครงการให้ได้ทันเวลางบประมาณในการงบกลางก็ขอให้รีบเร่ง ด้วย งบประจําปีก็ยังไม่ลง และเดี๋ยวนี้การเขียนแบบโครงการต่าง ๆ นั้นของงบประจําปี งบแปรญัตติก็ยังเรียบร้อยนะครับ

มาตรา ๕ ครับ กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงชนบท ผมขออนุญาต ยกตัวอย่างว่าถนนปลอดฝุ่น ถนนเสียหายมาก ขออนุญาตยกตัวอย่างเส้นทางเส้นเดียว นะครับ หมายเลขถนน จําไม่ได้ว่าระหว่างบ้านนิคมหนองตาลถึงบ้านโคกถาวร หรือบ้าน เรืองชัยโคกถาวรครับ ถนน ๓๐ กว่ากิโลเมตร บางตอนยังเห็นถนนเป็นลูกรังอยู่ บางตอน นะครับถนนดี ๆ ไปซ่อมเฉพาะส่วนที่ได้ประโยชน์และทําง่ายที่สุด ๕๐๐ เมตร ส่วนที่เหลือ นะครับ ๑ เมตร ๓ หลุมครับ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมากครับ ในหมู่บ้านฝุ่นตลบเลย นะครับ อย่างนี้ไม่ใช่ถนนปลอดฝุ่นครับ ถนนปอดเป็นฝุ่นครับ ขอให้รีบดําเนินการด้วย จังหวัดอุดรธานีไม่ได้รับงบประมาณงบกลางนี้ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นกระจุกตัวอยู่ที่ไหน รวมอยู่ที่ใดก็ขออนุญาตว่าผู้มีอํานาจในการดูแลตรงนี้ดูแลให้ทั่วถึงกับความจําเป็นเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนด้วยครับ เพราะพี่น้องประชาชนเดือดร้อนครับ ไม่ใช่ว่ามาพิจารณาแล้ว ไปกระจุกอยู่ส่วนใดส่วนหนึ่งเพื่อประโยชน์ในทางการเมืองเท่านั้น เพราะระบบตัวแทน คือพวกเราเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนครับ

มาตรา ๗ กระทรวงมหาดไทยครับ กรมบรรเทาสาธารณภัย ไฟ วาตภัย อุทกภัย และบรรเทาสาธารณภัยที่เกิดน้ําท่วม อุทกภัยนั้นครับ จริง ๆ แล้วหลายท่าน อภิปรายไปแล้วผมไม่อยากให้ซ้ําประเด็น คือเกี่ยวกับการทํางบบรรเทาสาธารณภัยระหว่าง สิ้นปีงบประมาณ หารอําเภอ ๑๐ กิโลเมตร หรืองบประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ลงหินได้ถึง ๑๐ คันรถ ติดตามตรงนี้กรมบรรเทาสาธารณภัยของกระทรวงมหาดไทย ได้ประโยชน์ ไหมครับ ติดตามไหมว่าการโกงกินหรือการคอร์รัปชัน ตรงนี้มีมากที่สุด เพราะฉะนั้นผมได้ไป ถ่ายภาพถนนนะครับหลายพื้นที่มาดูแล้ว ก็ไปบังคับให้ผู้ใต้บังคับบัญชาหรือผู้น้อยได้รับ ความเดือดร้อน ถ้าร้องไปก็ถือว่าข้าราชการผู้น้อยเดือดร้อนครับ แล้วก็กรมปกครองส่วนท้องถิ่น งบประมาณ ส่วนนี้ อย่างเช่นว่าเบี้ยผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการอะไรต่าง ๆ ผมได้กราบเรียนเรื่องจําเป็น ความเดือดร้อนให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้ดูแลพี่น้องประชาชน ให้ตั้งหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น ตั้งงบประมาณช่วยดูแลตรงนี้ แต่ภาษีเก็บไม่ได้ แล้วทําไมไม่ตั้งโดยตรงไปให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเขาดูแล ความจําเป็นเดือดร้อนของพี่น้องคนจนจริง ๆ ละครับ มันไม่มีเลยนะครับตรงนี้ แล้วไปให้ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นจัดนิทรรศการหรือไปสนับสนุนงานของราชการที่ไปจัดสัมมนา อะไรต่าง ๆ นั้น แต่งานจริง ๆ แล้วไม่ได้ทํา น้ําไม่ไหล ไฟไม่สว่าง ทางไม่ดี ถนนไม่ดีนั้นไม่ได้ ทําตรงนี้เลยนะครับ เอางบประมาณในส่วนที่มีอยู่ไปจัดสัมมนามากกว่า เพื่อทางการเมือง เท่านั้น

มาตรา ๘ ครับสําคัญที่สุด กระทรวงศึกษาธิการ งบส่วนใหญ่ของ กระทรวงศึกษาธิการนั้นจะเป็นงบที่บุคลากร เพราะมีบุคลาการทางการศึกษามากที่สุด เพราะการแข่งขันในกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็คือการแข่ง ที่การศึกษา สพฐ. เขตการศึกษา ได้รับความเดือดร้อนที่สุดก็คืออาคารเรียนและสถานที่ คือ โรงเรียนนะครับ ไม่พอกับการที่ลูกหลานเข้าไปในโรงเรียนแล้วก็การศึกษาตรงนั้น และแล้ว ครับผุพังจนปลวกอะไรกินจนไม่มีที่จะเรียนแล้ว ลมพายุมาก็พัดพังไปหมดแล้ว มีงบประมาณตรงนี้ชัดเจนลงไปซ่อมหรือไปสร้างใหม่ให้ไหม เห็นแล้วไม่ค่อยมี การแปรญัตติ งบประมาณนั้น ขออนุญาตยกตัวอย่างว่า กระผมคนหนึ่งที่ต้องเห็นตรงนี้ตลอดว่า พี่น้องครับ ท่านประธานที่เคารพครับ คือกรมการปกครองสั่งหน่วยงานต่าง ๆ ที่ให้การสนับสนุนอยู่ แต่อํานวยการศึกษาเป็นเอกสิทธิ์ส่วนหนึ่งของกระทรวงศึกษาธิการ เพราะฉะนั้น บ ร ว นะครับ บ้าน วัด โรงเรียน สังคมตรงนี้ไม่เจริญรุกหน้าไปพร้อม ๆ กันแล้ว สังคมประชาชน พี่น้องลูกหลานเราเดือดร้อนครับ เพราะฉะนั้นฝากด้วยครับว่า ถ้าวาระสอง แล้วก็คงจะไม่มี อะไรมากกว่านี้ ไม่เสียเวลา ผมขออนุญาตให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับทางฝ่ายรัฐบาลให้ไป ปรับปรุงและแก้ไข อย่าให้ ๑. กระจุกตัว แล้วก็ให้ตรวจสอบดําเนินการให้บริสุทธิ์ยุติธรรมด้วย ขอบคุณมาก สวัสดีครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ ในฐานะที่ กระผมเป็นนักกฎหมาย แล้วก็เป็นผู้แทนราษฎร กระผมมีความจําเป็นต้องดูแลผลประโยชน์ ของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง คณะกรรมาธิการว่า ในการที่ท่านเข้าไปนั่งเป็นคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณนี้นั้น โดยเฉพาะท่านที่เป็นนักกฎหมาย และแม้จะไม่เป็นนักกฎหมายก็ตาม ข้อกฎหมายง่าย ๆ ที่อยู่ต้นทางปากทาง ท่านได้นํามาพิจารณากันบ้างหรือเปล่า อย่างเวลา ที่ศาลจะพิจารณาพิพากษาคดี ผมก็ต้องพูดถึงเรื่องศาล เพราะว่าผมเคยเป็นผู้พิพากษามา นาน ท่านประธานครับ ศาลจะต้องดูก่อนนะครับว่าคําฟ้อง คําร้อง คําขอ ที่ยื่นต่อศาลนั้น ชอบด้วยกฎหมายไหม ผู้ยื่นมีอํานาจฟ้องไหม เสียก่อนนะครับ ผมกราบเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการว่าในเรื่องนี้ท่านดูคุณสมบัติของผู้ที่เสนอ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฉบับนี้หรือยัง หรือเปล่า ถ้ายัง หรืออาจจะคิดไม่ถึง ผมกราบเรียนนะครับว่าบทบัญญัติของกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายรัฐธรรมนูญได้บัญญัติ ไว้ชัดเจนเลยว่า ทั้งรัฐธรรมนูญนะท่านประธาน มีทั้งฉบับที่แท้จริงและฉบับปลอมนะครับ ฉบับที่แท้จริงคือฉบับที่เป็นฉบับของปวงชนชาวไทยที่ได้มีการตรา โดยคําแนะนําและ ยินยอมของรัฐสภา ส่วนฉบับของปลอมนั้นเป็นฉบับที่มิได้ตราผ่านคําแนะนําและยินยอมของรัฐสภา แต่ผ่าน สภาอื่นที่มีชื่ออย่างอื่น เช่น สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ฉบับนั้นต้องถือว่าเป็นฉบับปลอม แต่ว่า อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญทั้งฉบับแท้จริง ทั้งฉบับปลอม ฉบับปลอมก็เอา ของแท้จริงมาปน บัญญัติไว้ชัดเจนนะครับท่านประธานว่า ร่างพระราชบัญญัติหรือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญจะเสนอได้ก็แต่โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือ คณะรัฐมนตรี ในที่นี้ผมจะพูดถึงแต่คณะรัฐมนตรี คําว่า คณะรัฐมนตรี ในที่นี้ในเรื่องนี้ นะครับท่านประธาน ต้องหมายความถึงคณะรัฐมนตรีที่ชอบด้วยกฎหมายนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านมานิตย์ครับ ผมขออภัยนะครับ ด้วยความเคารพ ขณะนี้เรากําลังพิจารณางบประมาณ วาระสอง ในมาตรา ๓

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

เข้าใจครับ เข้าใจท่านประธาน อีกนิดเดียวครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แล้วก็จะพิจารณาตัดงบ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ตัดทั้งหมดครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจะให้เหตุผลอย่างไรก็ขอความกรุณาเข้าอยู่ในกรอบนะครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ถ้ากระผมไม่พูดอย่างนี้ก่อน แล้วอยู่ ๆ จะไปตัดทั้งหมดอย่างไรท่านประธาน ท่านประธานฟังผมก่อน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านก็ให้อยู่ในกรอบหน่อยนะครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

มันที่มาอย่างไรครับ ที่มาของ ผู้เสนอร่างพระราชบัญญัตินี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะว่าเป็นคณะรัฐมนตรีที่ไม่ชอบด้วย กฎหมายรัฐธรรมนูญ ทําไมจึงไม่ชอบ เพราะว่าไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา แต่ไปแถลง นโยบายที่กระทรวงการต่างประเทศ ไม่มีหรอกครับ ไม่เคยมีประวัติในสภานี้ ในประเทศนี้

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประเด็นนี้นะครับมีผู้ประท้วงแล้วครับ เชิญท่านผู้ประท้วงครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมคิดว่าท่านผู้อภิปรายท่านนี้ กําลังให้ข้อมูลที่เป็นเท็จต่อสภานะครับ รัฐบาลนี้อภิปรายต่อรัฐสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วเป็นที่ยอมรับ มีการประชุมอย่างแท้จริง มีการลงมติกันอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้น ท่านต้องเลิกพูดเท็จต่อเรื่องนี้ รวมทั้งเรื่องของรัฐธรรมนูญที่ท่านพูดอยู่เสมอนะครับ ถ้าท่าน ยังเป็น ส.ส. อยู่ในรัฐธรรมนูญนี้ ท่านต้องเคารพรัฐธรรมนูญนี้ ถ้าท่านไม่เคารพรัฐธรรมนูญนี้ ท่านก็กรุณาลาออกไปครับ แล้วท่านเป็นแบบสัดส่วนท่านลาออกง่ายมากครับ ลาออกวันนี้ พรุ่งนี้ได้เลยครับ ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ เอาอย่างนี้นะครับ ท่านมานิตย์ครับ ขอความกรุณาเถอะครับ คืออยากให้เข้าประเด็น

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

พูดอย่างนี้ไม่ได้นะครับ ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ตัดงบประมาณ มาตรา ๓

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

เข้าใจครับ ผมตัดหมดเลย เพราะว่าผู้เสนอพระราชบัญญัติไม่มีอํานาจเสนอพระราชบัญญัติ ฟังอีกสักนิดเดียว ละครับ ลาออกหรือไม่ลาออกไม่สําคัญหรอก มันอยู่ที่ว่าเข้าใจหรือไม่ว่า กฎหมายน่ะคืออะไร กฎหมายจะต้องตราโดยปวงชนชาวไทยผู้เป็นเจ้าของอํานาจอธิปไตย ไม่ใช่ผู้ปฏิวัติ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับท่านครับ คืออย่างนี้นะครับ ผมขอความกรุณาท่านอีกครั้งนะครับคือความจริง แล้วถ้าท่านจะพูดเรื่องนี้ท่านต้องไปพูดอีกเวทีหนึ่ง อีกวาระอื่น แต่ตรงนี้เนื่องจากผมต้อง ปฏิบัติตามข้อบังคับนะครับ อยู่ในวาระสอง ท่านต้องให้เหตุผลที่ท่านจะตัดงบประมาณ จะตัดกี่เปอร์เซ็นต์ ตัดเพราะอะไร แต่ถ้าท่านไปพูดแบบนี้มันก็จะมีปัญหา ก็จะมีการ ประท้วงกันอยู่อย่างนี้ละครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

มีก็ต้องมี ท่านก็วินิจฉัย

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ผมวินิจฉัยว่าให้ท่านเข้าไปในกรอบของการอภิปรายในวาระสองครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ก็เข้าสิครับ ท่านไม่ฟังให้จบ อีกนิดเดียวท่านประธานครับ ถ้าเราไม่ยอมรับความจริงกัน ใครก็ได้มานั่งในสภานี้ นั่งในที่นี้ แล้วก็มานั่งเขียน ๆ เถียง ๆ เหมือนพวกเราที่เป็นผู้แทนราษฎรนี้ แล้วก็เรียกว่ากฎหมาย แล้วก็เป็นผู้แทนราษฎร

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงครับ เอาละให้ท่านผู้ประท้วงก่อนครับ ถ้าท่านพูดอย่างนี้ก็จะมีผู้ประท้วงแบบนี้ ละครับ เชิญท่านอรรถพรครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ก็ไม่ว่าครับ ก็ประท้วงไปครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วงผู้ที่กําลังอภิปรายนะครับ ผมยังไม่แน่ใจด้วยซ้ําไปว่า ท่านมีชื่อในการเป็นผู้แปรญัตติด้วยหรือไม่ มีสิทธิในการพูดหรือไม่ และที่สําคัญประเด็น การพูดของท่านไม่ได้เกี่ยวข้องเลยกับการพิจารณางบประมาณในวาระสอง วาระสาม ซึ่งจะต้องพิจารณาว่าจะปรับลดงบประมาณส่วนไหนในมาตรา ๓ และมาตราอื่น ๆ ผมขอให้ ท่านประธานได้ควบคุมการประชุม และผมขอให้ท่านผู้อภิปรายไปพบแพทย์โดยด่วนเลยครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

คนไม่รู้ภาษากฎหมายนี่ ฟังไว้เถอะครับจะเกิดประโยชน์ แล้วในที่สุดมันก็ไม่ติดคุก

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกฟังประธานวินิจฉัยครับ ประธานขอวินิจฉัยให้ท่านพูดอยู่ในกรอบเรื่องการ ปรับลดงบประมาณ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

แน่นอนครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

และเหตุผล แล้วก็ไม่ต้องไปพูดเท้าความถึงเรื่องรัฐธรรมนูญ เรื่องอะไรครับ เพราะว่า ไม่อย่างนั้นก็จะโดนประท้วงอย่างนี้ เพราะไม่เข้าตามกรอบที่กําลังพิจารณาอยู่ว่า ท่านปรับลดด้วยเหตุผลอะไร ถ้าท่านชี้แจงว่าท่านปรับลดเพราะเหตุผล ผู้เสนอเขา ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญอะไรก็ถือว่าจบแล้วนะครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ไม่ทราบว่า ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่อย่างนั้นผมก็ให้ท่านอภิปรายต่อไม่ได้หรอกครับ ประธานได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

แล้วผมจะบอกว่าอย่างไร ที่จะไปตัดงบเขา ถ้าไม่ให้เหตุผล แล้วผมจะไปขอตัดงบเขาได้อย่างไร

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้นะครับ ถ้าท่านจะพูดเรื่องนี้ท่านต้องไปพูดตั้งแต่วาระแรกแล้วครับ ตอนนี้มา วาระที่สองเรารับหลักการไปแล้ว กรรมาธิการไปทํางานมาแล้ว วันนี้กรรมาธิการนํามาเสนอ เรากําลังพิจารณารายมาตราว่าที่กรรมาธิการแก้ไขมา เราเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยอย่างไร นะครับ จะปรับลดเพราะเหตุผลอะไร แต่ถ้าท่านไปพูดแบบนั้นผมว่าก็ไม่จบละครับ ขอความกรุณานะครับ ประธานวินิจฉัยแล้วครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ประเทศไทยนั้นไม่ได้มีคนไทยเฉพาะอยู่ในสภานี้นะครับ นอกสภามีอีกเป็น ๖๐ กว่าล้านคน เขาต้องได้ฟัง เขาต้องได้รู้

(นายอสิ มะหะมัดยังกี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละ มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ เชิญผู้ประท้วงครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ผมก็คิดแล้วว่า พอยืนขึ้นมา พูดอย่างนี้ก็ต้องมี แล้วไม่ฟังก็พากันโง่อย่างนี้ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ฟังผู้ประท้วงก่อนครับ

นายอสิ มะหะมัดยังกี สตูล

ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี ส.ส. จังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ข้อ ๖๓ เขียนไว้ชัดเจนว่า คําวินิจฉัยของประธาน ถือเป็นเด็ดขาดครับ เพราะฉะนั้นในที่นี้ประธานใหญ่ที่สุด ท่านอาจจะเป็นใหญ่ในเวทีอื่น แต่ไม่ใช่สภาครับ เพราะฉะนั้นขอให้ท่านถือตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ และผมขอให้ประธาน รักษาข้อบังคับ ข้อ ๘ ด้วยครับ ควบคุมการประชุมให้อยู่ในวาระ แล้วก็อย่าออกนอกประเด็น แบบนี้มันไม่ใช่แล้วท่านประธาน เพราะฉะนั้นขอให้เป็นไปตามข้อบังคับด้วยครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านมานิตย์ครับ ผมขอความกรุณาครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ถ้าอย่างนั้นผมจะต้องบอก สั้น ๆ ว่า เหตุที่ผมตัดงบประมาณทั้งหมดที่เสนอ เพราะคณะรัฐมนตรีไม่ได้แถลงนโยบาย ต่อรัฐสภา นอกจากนั้นคณะรัฐบาลนี้ยังเอารัฐธรรมนูญที่ไม่ใช่รัฐธรรมนูญแท้ ของปวงชนชาวไทยมาบริหารประเทศ ท่านจึงไม่มีสิทธิที่จะเสนอร่างพระราชบัญญัติ แล้วรายละเอียดต่อไปถ้าไม่ให้ผมพูดนี่ผมพูดไว้แค่นี้ ผมคิดว่าคนที่เป็นนักกฎหมาย คนที่เป็น ประชาชนคนไทยที่เขารู้ภาษากฎหมายเขาเข้าใจดี

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ เชิญนั่งเถอะครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ผมต้องการรักษาผลประโยชน์ ของปวงชนชาวไทย ไม่ใช่เอาเงินเป็นแสนล้านบาทมาใช้ ใช่ไหม เราเป็นผู้แทนราษฎร แล้วเราไม่ดูแลผลประโยชน์ของปวงชนชาวไทยหรือครับ เขาเสียภาษีนะครับ ถึงไม่เสียภาษี โดยตรง เขาก็เสียภาษีโดยอ้อม เขาต้องเสียแวต เวลาไปซื้อสินค้า แล้วเราไม่ช่วยกันดูแล ผลประโยชน์ของเขาหรือครับ ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ พอแล้วครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

แล้วเราเป็นผู้แทนราษฎร ไปทําไม ไปเอากฎที่คนอื่นร่างเอามาใช้แทนกฎหมายของประชาชน แล้วจะเป็น ผู้แทนราษฎรไปทําไม

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่งได้แล้วครับ ท่านจบประเด็นแล้วครับ ขอบคุณครับ ก็เป็นความคิดเห็นของท่านนะครับ ท่านได้ใช้สิทธิแล้วครับ พอแล้วครับ เชิญนั่งเถอะครับ เชิญนั่งเถอะครับท่านครับ ขอความ กรุณาเถอะครับ ผมก็ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับนะครับ เชิญท่านนั่งลงครับ เชิญนั่งครับ ขอบคุณครับ เชิญท่านพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ครับ เชิญครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเป็นผู้หนึ่งที่ได้ แปรญัตติตัดลดงบประมาณในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี เพิ่มเติม ๒๕๕๔ ผมตัดลดลง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ด้วยหลักการ และเหตุผลดังต่อไปนี้นะครับ จากหลักการที่ทางคณะรัฐมนตรี ซึ่งเสนอร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าวนี้มาขออนุมัติสภา ในหลักการนั้นเขียนไว้ชัดเจนท่านประธานครับ ว่าทางรัฐบาล ต้องการที่จะใช้เงินอีก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นงบเพิ่มเติม โดยแบ่งเป็น ๒ ไอเท็ม (Item) ที่สําคัญ อันหนึ่งที่รัฐบาลจะต้องใช้ก็คือ เป็นค่าใช้จ่ายให้กับรัฐบาลแล้วก็รัฐวิสาหกิจ จํานวน ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็อีกงานหนึ่ง งานใหญ่ใน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ก็คือ รัฐบาลตั้งเป็น เงินชดเชยเงินคงคลัง ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท ผมแปรญัตติปรับลดลง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ท่านประธานครับ พูดง่าย ๆ คือผมไม่เห็นด้วย กับรัฐบาลในการตั้งงบประมาณกลางปี ซึ่งผมมีเหตุผลที่สามารถที่จะนําเสนอท่านประธาน ผ่านไปยังพี่น้องประชาชนดังต่อไปนี้ ท่านประธานครับ การตั้งงบกลางปีโดยอาศัยเหตุผล รัฐบาลอ้างในเหตุผลที่เสนอสภานี้ก็คือว่า มีการเกิดอุทกภัย รัฐบาลจําเป็นเหลือเกินที่จะต้อง เข้าไปฟื้นฟูช่วยเหลือและแก้ไขปัญหา บรรเทาผลกระทบที่เกิดจากภัยพิบัติ ซึ่งนี่เป็นข้ออ้าง สําคัญในการจัดทํางบประมาณรายจ่ายกลางปีครั้งนี้ แต่ผมนําเรียนท่านประธานว่าผมเข้าไป ดูในรายละเอียด เงิน ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณที่ทางรัฐบาลหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะไป ฟื้นฟูภัยพิบัตินั้น ผมเรียนท่านประธานว่าเกาไม่ถูกที่คันครับ เงิน ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทนี้ เอามาใช้ก็จะละลายน้ําไปอีก ปีหน้าน้ําก็จะท่วมที่เดิมนั่นละครับท่านประธานครับ แล้วก็ ซ่อมกันไปอีก แสดงว่ารัฐบาลจะเอาปีละ ๑๕,๐๐๐ล้านบาท ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทนี่ ซ่อมเข้าไป โดยไม่ได้ลงไปดูปัญหาที่แท้จริงว่าน้ําที่มานั้นมันเกิดจากการบริหารจัดการ ถ้าหากว่ารัฐบาลวางแผนครอบคลุมหรือว่าเตรียมแผนล่วงหน้า ไม่จําเป็นต้องใช้เงินถึงขนาด ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อที่จะมาแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ รัฐบาลน่าจะนําเงิน ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ที่ว่าจะใช้เป็นงบกลางปีนี้เอาไปวางแผนสําหรับปีหน้าครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังครับ วางแผนนี่ทําอย่างไรที่จะไม่ให้เกิดอุทกภัยซ้ําซ้อนขึ้นมาอีก ซึ่งมัน เกิดขึ้นทุกปี เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าไม่จําเป็นที่จะต้องตั้งงบกลางปีถึง ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท แล้วถามว่า แล้วเกิดปัญหาขึ้นขณะนี้ท่าน ส.ส. พิษณุ แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาแก้ไขปัญหา ให้พี่น้องประชาชน ผมนําเรียนท่านประธานว่า งบประมาณประจําปี ๒๕๕๔ ซึ่งท่านมิ่งขวัญ เองก็อภิปรายได้ชัดเจน ท่านสรุปไว้อย่างชัดเจนเลยว่าเรามีเงินครับท่านประธานครับ แล้วก็ ได้เตรียมเงินไว้แล้วในกรณีที่เป็นเงินสํารองเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็น ปี ๒๕๕๔ เตรียมไว้ ๔๗,๖๐๐ ล้านบาทครับ อย่ามาบอกสภาแห่งนี้ว่าไม่มีสตางค์แล้วก็ทําไม่ได้ แล้วมาขอ งบกลางปี ไม่ได้ครับท่านประธานครับ ท่านมีเงินอยู่แล้ว ผมถามว่าอุทกภัยเกิดขึ้นเดือนไหน เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน เดือนตุลาคม มีอยู่ ๓ เดือนครับท่านประธาน แล้วนับจาก เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ นี่ ๕ เดือน เข้าไปแล้วครับ รัฐบาลทําอะไรกันอยู่ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในส่วนนี้ มันน่าจะได้แก้มาตั้งแต่เมื่อ ๕ เดือนที่แล้ว ไม่ใช่เดี๋ยวนี้ แล้วจะต้องไปรอผ่านใครอีก รอผ่านวุฒิสภาอีก ถ้าวุฒิสภาไม่เห็นชอบก็ต้องมาตั้งกรรมาธิการร่วมกันอีก ดีไม่ดีอีก ๒ เดือนยังไม่ได้ใช้เงินเลยครับท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ผมแนะนําว่าเงิน ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทตรงนี้ถอยออกไปเถอะครับ แล้วก็ใช้งบกลางแก้ปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนได้ตรง รวดเร็ว ครอบคลุม แล้วก็เป็นธรรมด้วย

ท่านประธานครับ เดี๋ยวมาดูคราวนี้เงินที่ตั้งไว้อีกนะครับ ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท ที่กะว่าจะเอาไปชดใช้หนี้คงคลัง ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ ผมไม่สบายใจที่ รัฐบาลเองขณะนี้กําลังผิดในเรื่องของการเงิน การคลัง เพราะรัฐบาลคาดการณ์ว่า ๓-๔ เดือน ที่ผ่านมานี้ ตั้งแต่เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม เดือนมกราคม ๔ เดือน ที่ผ่านมานี่ ปรากฏว่าจะด้วยโชคดีหรือว่าจะด้วยช่วงก่อนหน้านั้นคนอั้นไม่ได้ใช้เงินเยอะ ก็ดูเปรียบเสมือนหนึ่งว่ารัฐบาลนี้เก็บภาษีขึ้นมาเกินเป้า ถ้าลงไปดูรายละเอียด ซึ่งทาง สํานักงบประมาณมาชี้แจงพวกผมวิปฝ่ายค้าน เขาบอกว่า ๔ เดือนที่ผ่านมาเขาเก็บเงินได้ เพิ่มขึ้นมาประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์จากประมาณการ ๑๐ เปอร์เซ็นต์จากประมาณการ เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็เลยประมาณการต่อไปอีกว่าถ้าอย่างนั้นถ้าดู ๔ เดือนแรก หรือว่า ไตรมาสแรกเก็บได้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เกินมา ก็คาดหวังว่าพอสิ้นปีน่าจะได้ทบกันแล้วประมาณ แสนกว่าล้านบาท นี่คือการคาดเดาจากภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นปี ซึ่งรัฐบาลเอง วางแผนงบประมาณงบประมาณรายจ่ายกลางปีมาจากที่มาของเงินที่คาดว่า ผมใช้คําว่า คาดว่า คิดว่า เข้าใจว่าและหวังว่า รัฐบาลจะเก็บเงินภาษีได้มากกว่าเป้า แต่ท่านประธาน ที่เคารพครับ ปีนี้กับปีที่แล้วไม่เหมือนกันครับ ปีนี้ไม่หมูครับ เปิดปีขึ้นมาก็เอาแล้วครับ เกิดปัญหาวิกฤติในตะวันออกกลาง ซึ่งเมื่อเช้าพี่น้อง ส.ส. พรรคเราก็ได้ถามกระทู้สดไป แล้วท่านประธานทราบไหมครับว่า เกิดปัญหาขึ้นตะวันออกกลางแล้วมันจะไม่ลามไปทั่วโลกหรือครับ และมันจะไม่ส่งผล เรื่องของของราคาน้ํามัน ที่ขณะนี้ถ้าไปดูในตารางครับเดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม น้ํามันกําลังขึ้นมาครับ และขึ้นมาในแนวสูงด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาล คาดการณ์ไว้ว่าจะเก็บภาษีได้เกินเป้า แล้วสิ้นปีจะมีเงินเกินจากที่วางไว้เก็บภาษีได้ ๑,๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ถ้าขาดไม่ถึงละครับท่านประธาน เกิดว่าท่านรัฐมนตรี ขออภัย ที่เอ่ยนามท่านกรณ์ จาติกวณิช คาดการณ์พลาด แล้วเงินที่เอาไปจ่ายเงินคงคลัง โดยเฉพาะ เงินที่ไปจ่ายตั๋วเงินก่อนเวลา ไถ่ถอนตั๋วสัญญาใช้เงินก่อนกําหนด ๔๒,๐๐๐ ล้านบาทไถ่ถอน ตั๋วเงินคงคลังอีก ๒,๗๔๖ ล้านบาท ๒ ไอเทม นี่ก็ ๔๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมเข้าไปดู ในรายละเอียดท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านครับ ตั๋วเงินคงคลัง เหล่านั้นรัฐบาลกู้มา ก็ช่วงในระหว่างปี ๒๕๕๐ นี่ละครับ มีตั้งแต่วันที่ ๒๗ ธันวาคมปี ๒๕๕๐ แล้วก็กู้ใหม่ ๆ หมาด ๆ ก็วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ปี ๒๕๕๐ ตั๋วสัญญาวันที่ ๒๗ ธันวาคมนั้น วันครบกําหนดก็คือ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๓ อันนี้ครบกําหนดแล้วครับท่านประธาน ครบกําหนด แล้วอย่างไรก็ต้องได้จ่าย แต่ตั๋วสัญญาอย่างของธนาคารโตเกียว มิซูบิชิ นี่ วันที่ กู้เงิน ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๐ วันครบกําหนดสัญญาตั๋วกู้เงินตัวนี้ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๖ แล้วมาดูดอกเบี้ยท่านประธานครับ ดอกเบี้ยที่กู้ตอนนั้นก็ได้ดอกเบี้ยที่ดีครับ ๑.๕๗ เปอร์เซ็นต์ครับ รัฐบาลก็จะอ้างว่านี่จะเป็นผลงาน เพราะว่าเอาไปใช้หนี้ก่อนปั๊บ จะประหยัดสตางค์ไป ๔๐ กว่าล้านบาท รวมเบ็ดเสร็จแล้วรัฐบาลคิดว่าจะลดภาระดอกเบี้ย ไปเฉพาะปี ๒๕๕๔ ถึงปี ๒๕๕๖ นี่ ๗๖๖ ล้านบาทนี่มาจาก แอสซัมชัน (Assumption) หรือ จากการคาดคารณ์ว่ารัฐบาลจะสามารถเก็บเงินได้เกินอีก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทท่านประธาน ครับ แต่ถ้ามองมุมกลับกันเกิดว่าปีนี้ไม่หมูเหมือนปีที่แล้ว เกิดว่าปีนี้วิกฤติเศรษฐกิจของโลก มันลามจากลิเบียแล้วก็ลามไปทั่ว โดยเฉพาะประเทศในตะวันออกกลาง ซึ่งเราก็ส่งแรงงาน ไทยไปหาเงินกลับเข้ามา แค่นี้ก็เห็นแล้วครับว่าเดือน ๒ เดือนนี้คนที่อยู่ในจังหวัดเรา จังหวัด หนองบัวลําภูบ้านผมนี่ชัดเจน ไปทํางานต่างประเทศส่งเงินเข้ามาเดือนหนึ่ง ๒๐,๐๐๐ บาท ถึง ๓๐,๐๐๐ บาท ตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไปสะดุดแล้วครับท่านประธาน เงินหายออกจาก กระเป๋าไป ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาทต่อเดือนครับ แล้วที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้ว่าสิ้นปีนี้ จะเก็บเงินได้อีก ๑๒๐,๐๐๐ บาท ผมมองไม่เห็นอนาคตท่านประธาน เพราะฉะนั้น จึงเป็นที่มาที่ไปที่ผมคิดว่าเราไม่จําเป็นต้องตั้งงบประมาณกลางปีท่านประธานครับ เราบริหารจัดการในสิ่งที่เรามีอยู่ในมือนี่ละครับท่านประธาน เอาความเป็นจริงเข้าว่า เอาหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวงครับ อย่าไปคิดมองการณ์ไกลจนเรามองไม่เห็นว่า อนาคตมันจริงหรือไม่จริง อย่าไปยึดติดกับภาพลงลวงตา ถามว่าแล้วพี่น้องประชาชน ที่เดือดร้อนจากภัยน้ําท่วมนี่พรรคเพื่อไทยจะไม่สนับสนุนหรือผมบอกเลยว่าเราสนับสนุน แน่นอน แล้วเราก็บอกนายกรัฐมนตรีแล้วว่าเราอนุมัติงบประมาณประจําปี ๒๕๕๔ ให้ท่าน ในหมวดฉุกเฉินไป ๔๖,๕๐๐ ล้านบาท ท่านเอาเงินตรงนั้นออกมาใช้ทันทีครับ อนุมัติพรุ่งนี้ ก็ได้ครับ แก้ปัญหาให้เขาเลยครับ ไม่ต้องมาเสียเวลาผ่านสภานี่ไปแล้วไปวุฒิสภาแล้ว กลับมาแก้ไปแก้มาอีก ๒ เดือนก็ไม่เสร็จ นี่คือเหตุผลที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นเหตุผลที่สําคัญ ที่ทางรัฐบาลน่าจะเอาไปฟัง เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตปรับลดงบประมาณในส่วนนี้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ขอกราบขอบคุณท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านวิทยา บุรณศิริ ครับ

นายวิทยา บุรณศิริ กรรมาธิการ 🔗

กราบขอบคุณครับท่านประธานครับ ผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกพรรคเพื่อไทยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฐานะคณะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย หลายท่านได้อภิปรายไปก็ครอบคลุมหลายประการ แต่ว่าส่วนตัวกระผม เองนั้น ผมต้องขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการผ่านท่านประธานได้รับทราบ แล้วก็อยากจะได้รับฟังคําตอบ ประเด็นที่ผมได้หยิบยกมานะครับท่านประธาน ในร่างพระราชบัญญัติเพิ่มเติมประกอบงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๔ พ.ศ. .... หลักการนั้นเขียนไว้ชัดนะครับว่าตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๔ เป็นจํานวนเงินไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สําหรับเป็นค่าใช้จ่าย ในส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่นเป็นจํานวนเงินไม่เกิน ๑๕,๘๐๐ กว่าล้านบาทเศษ และเพื่อชดใช้เงินคงคลัง ๘๔,๐๐๐ กว่าล้านเศษ เหตุผลครับท่านประธาน ในเหตุผลนี้ที่ผมใคร่อภิปรายนะครับว่า เหตุผลโดยที่รัฐบาลมีความจําเป็นต้องใช้จ่ายเงิน ในการดําเนินการฟื้นฟูช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาจากผลกระทบอันเนื่องจากเกิดภัยพิบัติ รวมทั้งการดําเนินการจัดสวัสดิการสังคมให้ทั่วถึง จึงต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม เป็นจํานวนเงินไม่เกิน ๑๕,๘๕๗,๔๔๓,๗๐๐ บาท โดยมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

ข้อที่ ๑ จัดสรรตามแผนงานฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากภัยพิบัติ เป็นจํานวนเงิน ๙,๙๐๐ ล้านบาท

ในเหตุผลข้อที่ ๒ เพื่อจัดสรรตามแผนงานสวัสดิการสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ เป็นจํานวนเงิน ๔,๙๔๐ ล้านบาทเศษ

ในข้อที่ ๓ จัดสรรตามแผนสวัสดิการส่งเสริมกระจายอํานาจ ๑,๐๑๗,๔๓๒,๐๐๐ บาท

ท่านประธานครับ มันมีประเด็นในเรื่องของเหตุผลในข้อที่ ๑ และข้อที่ ๒ ที่มีการแก้ไข ซึ่งการแก้ไขครั้งนี้ก็เป็นรายการของการปรับลด ซึ่งมี ในรายละเอียดตามมาตรา ๓ ที่ถูกปรับไปนะครับ ในรายการของกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ๖๐๐,๐๐๐ บาท กระทรวงมหาดไทย ๒๘,๘๖๘,๗๐๐ บาท และรัฐวิสาหกิจ ๓ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมเองได้อภิปรายท้วงติงว่าการดําเนินการอย่างนี้ชอบหรือไม่ ถ้าเราได้ดูในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณที่ผ่านมาในอดีต การเขียนด้วย เหตุผลอย่างนี้เราไม่เคยเจอครับ และที่สําคัญที่สุดนะครับว่า เมื่อมีการปรับลดไปแล้ว กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่มั่นใจหรือครับว่าการที่ไปเขียนไว้ในเหตุผลในข้อสังเกตนี้ถูกต้อง ผมเองได้มีการท้วงติงในชั้นกรรมาธิการ แล้วก็เรียนถามนะครับว่า ถ้าเกิดร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ผ่านจากสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็วุฒิสภาไป แล้วก็ลงพระปรมาภิไธยแล้วประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา ข้อสังเกตตัวนี้มันจะไปติดอยู่ตรงไหนครับท่านประธาน เพราะมันมีการ ปรับลด จริงนะครับในหลักการเขียนไว้ว่าใช้จ่ายนะครับว่า ตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๔ เป็นจํานวนเงินไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ฟังดูแล้วน่าจะ เข้าใจว่าไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถ้าดูในเหตุผลที่มีการแก้ไขนะครับ มันไปอยู่ ในข้อสังเกตครับท่านประธาน เวลาประกาศในราชกิจจานุเบกษามันก็ไม่ได้ขึ้นเรื่องข้อสังเกต นะครับ มันก็จะขึ้นเฉพาะหน้าหลักการและเหตุผล ตรงนี้ละครับที่ผมต้องถามว่าทางปฏิบัติ นั่น แนวทางนั้นจะทําอย่างไร ผมไม่อยากให้กรรมาธิการคิดไปเองนะครับว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับโน้นฉบับนี้มีการแก้ไข แต่นี่เป็นร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง กับการเงิน เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ท่านประธานลองคิดสิครับ มันก็ไม่ได้เขียน ในหน้านี้ เหตุผลมันก็จะคงไว้ในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติ ผมย้ํานะครับว่า แม้ว่าท่านจะ เขียนไว้ว่าตั้งงบประมาณเป็นจํานวนเงินไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ข้อเท็จจริงที่ท่าน ต้องชี้แจงนะครับว่าในวาระที่หนึ่งนั้น ผมเรียนให้ท่านนะครับว่าเล่มนี้คือวาระที่หนึ่ง เดี๋ยวจะ มีภาค ๒ และภาค ๓ ต่อไปที่ผมจะต้องอภิปรายที่มา โดยเฉพาะของกระทรวงมหาดไทย ในเรื่องของถ่ายโอนภารกิจ เรื่องการกระจายอํานาจ จะมีผู้อภิปรายให้เห็นชัดนะครับ สิ่งนี้ที่ ผมต้องถาม เพราะผมติดใจว่าในส่วนนี้ทางปฏิบัติในการประกาศราชกิจจานุเบกษานั้น ข้อสังเกตนั้นบันทึกอย่างไร ท่านต้องตอบให้ได้นะครับ เพราะร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะถูกนะครับ เมื่อผ่านสองสภา ประกาศในราชกิจจานุเบกษานั้น ข้อสังเกตสามารถนําไปสู่การปฏิบัติได้อย่างไร สมบูรณ์ หรือไม่ ต้องส่งไปตีความหรือเปล่าครับ ตรงนี้ท่านต้องตอบให้ได้นะครับ เพราะว่าเราไม่มี อํานาจที่จะพิจารณาในส่วนนั้น เพราะว่าบังเอิญเป็นการเขียนร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมที่ผมไม่เคยพบว่าต้องใส่ตัวเงินลงไปถึงขนาดในเหตุผล มันจําเป็นต้องมัดไว้ถึงขนาดนั้น แต่บังเอิญว่ามันมีการแก้ไข ท่านต้องตอบให้ได้นะครับ เพราะว่าจะได้บันทึกไว้นะครับ ผมมีเจตนาที่ เรียนตามตรงนะครับว่า ได้ท้วงติงไว้ในฐานะที่ เป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อยในการพิจารณาในคณะกรรมาธิการแล้ว แต่ผมก็ได้รับคําตอบ จากกรรมาธิการนะครับ ผมไม่ได้รับคําตอบจากนักกฎหมายที่จะมายืนยัน เช่น กฤษฎีกา หรือเรื่องในอดีตนั้นเคยทํา ท่านก็ต้องตอบต่อที่ประชุมแห่งนี้ว่าเคยทํามาแล้ว ทําได้ นะครับว่า ข้อสังเกตนั้นสามารถที่จะมาเป็นเงื่อนไขผนวกในราชกิจจานุเบกษา แล้วก็ ทําให้ร่างพระราชบัญญัตินั้นสมบูรณ์ กรุณาช่วยตอบด้วยครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานกรรมาธิการนะครับ ผ่านท่านประธาน ผมมีประเด็นในมาตรา ๓ อย่างนี้นะครับ เพราะว่ามันเป็นความจําเป็น ซึ่งเราพิจารณาแล้วว่าในรายละเอียดอื่น ๆ นั้น ในการพิจารณา งบประมาณนั้นเราไม่เคยพบนะครับว่า เมื่อเราเขียนเหตุผลไว้อย่างนี้แล้วเหตุผลในนี้มันไม่ได้ ถูกนะครับ พูดง่าย ๆ ว่า มันไม่ได้มีการแก้ไขในหน้าของเหตุผล มันไปแก้แล้วก็ไปผนวกไว้ ในข้อสังเกต ผมเป็นห่วงครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการได้ตอบชี้แจงครับ

นายวิรัช รัตนเศรษฐ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรครวมชาติพัฒนา ก่อนอื่นครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตตอบเฉพาะในส่วนของรายจ่ายฟื้นฟูและแก้ไขปัญหา ผลกระทบจากภัยพิบัติ ในวงเงินจํานวน ๙,๙๐๐ ล้านบาท ในส่วนของท่านวิทยา เดี๋ยวท่านผ่องศรีกับทางท่านประธานและท่านรองประธานจะเป็นผู้ตอบ ผมขออนุญาตเรียน อย่างนี้นะครับว่า ในส่วนการจัดหลักเกณฑ์ในการพิจารณา โดยเฉพาะงบภัยพิบัติ หลังจาก ที่ได้รับมอบหมายจากทางสภา คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างกฎหมายพระราชบัญญัติ เพิ่มเติมงบประมาณรายจ่าย ได้มีการตั้งอนุกรรมาธิการชุดหนึ่งขึ้นมาพิจารณาในส่วนของ งบ ๙,๙๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะหาแนวทางและหารายละเอียดทั้งหมดว่าการดําเนินงานนั้น เราจะต้องนํารายละเอียดทั้งหมดนั้นมารายงานให้ทางสภาอย่างไร ผมต้องเรียนอย่างนี้ นะครับว่า ในขั้นแรกเราได้เตรียมการไว้ก็คือ หลักเกณฑ์ในการพิจารณา ในส่วนทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นของกรมชลประทาน กรมทางหลวงชนบท กรมทางหลวง กรมป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัย ตลอดจนถึงกรมชลประทาน สิ่งที่เราได้วางหลักไว้ก็คือ ๑. เกิดภัยพิบัติ ในพื้นที่นั้นจริงหรือเปล่า มีแบบประมาณราคาถูกต้องหรือไม่ ๓. ณ ถึงวันนี้ยังมีความจําเป็น ในการที่จะต้องใช้โครงการที่จะต้องขอมา อยู่หรือเปล่า เริ่มต้นเลยครับ พอได้หลักการตรงนี้ เสร็จ ต้องเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่า ทางคณะอนุกรรมาธิการก็ได้เริ่มพิจารณา ผมเองในฐานะที่ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานอนุกรรมาธิการ มีเลขานุการก็คือ ท่านวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ซึ่งได้รับมอบหมายหน้าที่ให้ดูตรวจสอบรูป เพราะครั้งนี้ต้องเรียนท่านประธาน ว่าเป็นการดูงบประมาณที่มีรูปภาพถ่ายประกอบ ผลปรากฏว่าท่านเลขานุการได้ดู ในรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของกรมชลประทาน กรมทางหลวง หรือแม้กระทั่ง ในส่วนของสํานักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการ เราได้มีโอกาสได้พบว่า ๑. ได้มีรูปซ้ําหลายกรม ได้มีการใช้สถานที่เดี๋ยวกันแต่ถ่ายรูปหลายครั้ง ซึ่งทางคณะอนุกรรมาธิการก็ได้พิจารณาว่า อะไรที่เราควรจะต้องตัดออก เช่น ถ้ารูปซ้ํา ต้องเรียนให้ทราบว่าอาจจะเป็นความพลั้งเผลอ หรือเป็นความเผอเรอของทางเจ้าหน้าที่ ก็ได้เรียกทางหน่วยงานมาซักถาม มาสอบถาม อีกครั้งหนึ่งว่ายังมีความจําเป็นไหม สาเหตุที่ติดรูปผิดเพราะอะไร แต่ในส่วนของ บางหน่วยงานได้มีการใช้สถานที่เดียวกัน แล้วก็ถ่ายหลายครั้ง ในส่วนนี้ก็ได้ตัดออก ได้ปรับ ออกไปเลยก็มี เพราะฉะนั้นในข้อสงสัยของท่านกรรมาธิการในส่วนตรงนี้ก็คือ เราพยายาม ทําอย่างยิ่งอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากว่าด้วยเวลาอันจํากัด แล้วก็ในขณะเดียวกันเวลา ในการพิจารณาดูในรายละเอียดนั้นมีน้อย สิ่งที่เราทําได้ดีที่สุดก็คือได้เชิญหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้มายืนยันว่าในส่วนนี้ทั้งหมดนั้นยังมีความต้องการที่จะใช้เงินงบประมาณไหม ข้อที่ ๒ เป็นไปตามราคามาตรฐานตามที่สํานักงบประมาณได้กําหนดหรือไม่ ในเมื่อถ้าเผื่อ ทั้งสํานักงบประมาณยืนยันแล้วก็ทางหน่วยงานยืนยัน แล้วก็มายืนยันต่อคณะอนุกรรมาธิการ ซึ่งมีทั้งหมด ๑๐ ท่าน แต่ในเวลาในการประชุมต้องเรียนท่านประธานว่าได้รับความสนใจ จากท่านคณะกรรมาธิการได้มาร่วมประชุมถึง ๒๐ กว่าท่าน ได้มีการให้ข้อคิดเห็นได้ให้มี ข้อเสนอแนะต่าง ๆ เราก็พิจารณากัน บางครั้งท่านประธานต้องเรียนว่าด้วยเวลาอันน้อยนิด ๙ โมงจนถึงเที่ยงคืน เที่ยงคืนกว่าเกือบทุกวัน จนเราได้พิจารณาในรายละเอียดเกือบ ทุกหน่วยงานเกือบเสร็จ อย่างบางรายการที่ท่านได้ท้วงติงโดยเฉพาะในส่วนของจังหวัด ราชบุรีที่มีโครงการ ๑๘๘,๐๐๐ บาท ในส่วนนี้ครับก็ได้เรียกทั้งทางจังหวัดทั้งกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยมาดูเหตุผลความจําเป็นว่าทําไมถึงจะต้องแบ่งเป็นโครงการนั้น เราใช้เวลาในการพิจารณา โดยเฉพาะในส่วนโครงการของจังหวัดราชบุรีใช้เวลาถึง ๓ ชั่วโมงเต็ม ๆ แล้วเราก็ได้รายละเอียดออกมาว่ามีความจําเป็นก็ให้ไปปรับลด ซึ่งคณะ อนุกรรมาธิการได้มาเสนอต่อคณะกรรมาธิการชุดใหญ่ เราได้ปรับลดไปแล้วชั้นหนึ่ง คณะกรรมาธิการชุดใหญ่ก็ยังเห็นว่ายังปรับลดไม่พอก็ให้ปรับเพิ่มอีก เราก็ได้ดําเนินการ ปรับเพิ่มอีก ก็เลยเป็นข้อมูลว่าในส่วนนี้ก็ได้มีการปรับลดลงไป โดยเฉพาะโครงการของ จังหวัดราชบุรี ได้สอบถามถึงความจําเป็นแล้วว่าทางจังหวัดมีความจําเป็น แล้วก็พี่น้อง ประชาชนในเขตจังหวัดราชบุรีนั้นก็ยังมีความจําเป็นในการที่จะใช้โครงการนี้อยู่ ส่วนของ ที่จังหวัดร้อยเอ็ดที่บอกว่าใช้เงินงบประมาณในการก่อสร้างถนน ๒ กิโลเมตร ใช้เงิน งบประมาณ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท ในส่วนนี้ครับเราก็ได้หาข้อเท็จจริงว่ามันเป็นอย่างไร ถนนมันถึงมีราคาสูง ซึ่งเราก็ได้รับคําตอบว่าเป็นการเขียนโครงการที่อาจจะคลาดเคลื่อน เพราะข้อเท็จจริงก็คือเป็นการสร้างเขื่อนกั้นน้ําในลักษณะที่เป็นการไม่ให้น้ําได้มาท่วม ในปีต่อไป เป็นการบําบัดให้พี่น้องได้มีโครงการลักษณะที่เป็นเขื่อนกึ่งถนนแบบถาวร เพราะฉะนั้นก็จึงเป็นโครงการที่จะต้องใช้ถมดินสูง แล้วก็มีลักษณะที่บดอัดก็เลยถาม ลึกลงไปว่า แล้วราคาตามมาตรฐานของสํานักงบประมาณไหม ก็มอบให้ทาง สํานักงบประมาณกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยไปยืนยันมาว่าในโครงการนี้ จะต้องใช้เงินทั้งหมดเท่าไร ซึ่งทางสํานักงบประมาณแล้วก็ทางกรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยก็ยืนยันมา เราก็ได้มีโอกาสได้ปรับลดลงไปประมาณอีกเกือบ ๑ ล้านบาท เพราะฉะนั้นในเรื่องอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของสํานักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือแม้กระทั่งในส่วนของบางจังหวัดต้องเรียนท่านประธานนะครับว่าในงบประมาณของ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย บางจังหวัดนี่ไม่ได้รับเลย ผมอยากจะขออนุญาตเรียน ท่านประธานมีหลายจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดมหาสารคาม จังหวัดบุรีรัมย์หรือแม้กระทั่ง จังหวัดยโสธรไม่ได้รับเงินในส่วนนี้เลย แต่ก็ได้รับข้อมูลมาว่าในการที่เกิดอุทกภัยหรือภัยพิบัติ นั้นในช่วงแรกนั้นทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้เบิกเงินทดรอง ๕๐ ล้านบาทมาใช้ไปก่อน และบางจังหวัดก็ได้มีการเบิกไปหลายครั้ง เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ก็ได้ดําเนินการแก้ไขปัญหา ไปแล้ว แล้วผมเองก็ทราบว่ายังมีอีกหลายโครงการที่กําลังของบมายังหน่วยงานกลาง เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาในส่วนจังหวัดที่ไม่ได้รับงบประมาณ ในขั้นแรกในส่วนของมาตรา ๓ ท่านประธานครับ ก็ขออนุญาตตอบเพียงแค่นี้ก่อนครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีกรรมาธิการท่านใดจะชี้แจงเพิ่มเติม เชิญครับท่านผ่องศรี

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กรรมาธิการ ดิฉันขออนุญาตตอบตามข้อสังเกตที่ท่านวิทยาได้กรุณาตั้งข้อซักถามเกี่ยวกับ กระบวนการการปรับปรุงแก้ไขข้อสังเกตนะคะ ดิฉันก็กราบเรียนในเบื้องต้นว่าการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีนั้นก็เป็นเช่นเดียวกับกระบวนการ เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับอื่น ๆ ที่จะต้องเสนอหลักการและเหตุผลประกอบในการเสนอ ร่างกฎหมายด้วย คงจะเป็นที่รับทราบกันว่าเรื่องของการรับหลักการในชั้นของสภานั้น เราก็คงทราบว่ากฎหมายทุกฉบับที่รับหลักการจากสภาในวาระที่หนึ่งนั้นก็คงจะไปแก้ไข เกินหลักการไม่ได้ ในกรณีที่กฎหมายการเงินฉบับนี้นะคะ อันดับแรกเลยก็คือเรื่องของ หลักการ คณะกรรมาธิการไม่ได้มีการปรับปรุงแก้ไข เนื่องจากว่าในสาระสําคัญได้เขียนไว้ว่า ถึงแม้ว่าจะมีการปรับลดงบประมาณ แต่ว่าในหลักการเราใช้คําว่า ตั้งงบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติมประจําปีเป็นจํานวนไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ ก็คือไม่เกินนะคะ แต่ก็ปรับลดไป เพราะฉะนั้นในตัวหลักการไม่กระทบ แต่ที่ท่านให้ข้อสังเกตนะคะก็คือในส่วนของเหตุผล ที่รัฐบาลได้ให้เหตุผลไว้ว่า โดยที่มีความจําเป็นต้องใช้จ่ายเงินในการดําเนินการ ตามวัตถุประสงค์ ๓ รายการนี่ค่ะ ซึ่งก็มียอดงบประมาณที่ปรับลดลงไปแล้วก็มีระบุตัวเหตุผล ตัวหัวข้อใหญ่ใช้คําว่า ไม่เกิน เช่นกันนะคะ แต่ในรายละเอียดของวัตถุประสงค์มีการปรับแก้ ไขตัวเลข ดังนั้นกระบวนการในการแก้ไขเหตุผล เนื่องจากตัวเลขได้มีตัวกําหนดอยู่ เราก็ใช้ วิธีการเช่นเดียวกับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับอื่น ๆ ซึ่งดิฉันเองก็ได้มีบทเรียน แล้วก็ได้ศึกษาว่าสามารถกระทําได้โดยสามารถเอามาใส่ไว้ในข้อสังเกต ยกตัวอย่างเช่น ร่างพระราชบัญญัติที่เพิ่งผ่านการพิจารณาของสภาไปนะคะ ร่างพระราชบัญญัติกองทุน การออมแห่งชาติก็มีการแก้ไขเหตุผลเช่นกัน แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติอีกหลายฉบับที่ดิฉัน ได้มีโอกาสเป็นกรรมาธิการ เมื่อมีการแก้ไขเหตุผลก็ให้เอามาใส่ไว้ในข้อสังเกตเป็นข้อสังเกต ข้อที่ ๑ นะคะว่า กรรมาธิการได้พิจารณาแล้วคิดว่าเหตุผลมันจะไม่สอดคล้องกับเนื้อความ ก็ได้มีการแก้ไข ก็ใส่ไว้ ข้อสังเกตเหตุผลนี้นะคะไม่ได้ถูกส่งไปที่สมาชิกวุฒิสภา เพราะว่าเวลา ที่กระบวนการพิจารณากฎหมายของสมาชิกวุฒิสภาเขาจะบอกว่ารับไปแต่ตัวร่างกฎหมาย ไม่ได้รับหลักการและเหตุผลไปด้วย ดังนั้นเราจะเห็นว่ากฎหมายหลายฉบับที่ส่งไปที่สมาชิก วุฒิสภาจะได้มีทั้งการปรับปรุงแก้ไข บางครั้งไปปรับปรุงในสาระสําคัญด้วย ซึ่งในทางฝ่าย สภาผู้แทนราษฎรเราก็ได้มีข้อสังเกตหลายครั้งว่าเหตุใดทําไมสมาชิกวุฒิสภาจึงได้แก้ไข เกินหลักการได้ นั่นก็คือเหตุผลว่าทาง ส.ว. เขาไม่ได้รับหลักการและเหตุผล ถามว่าแล้วจะมี ผลเปลี่ยนแปลงอย่างไรนะคะ ในตัวเหตุผลที่ส่งไปนี้ก็จะถูกค้างไว้ เมื่อกฎหมายของเรานี้ ถ้าสภารับรองอนุญาตให้รับรองข้อสังเกตหลังจากที่พิจารณา ๓ วาระแล้วท่านประธานก็ต้อง ถามว่าจะรับข้อสังเกตนี้หรือไม่ เมื่อรับก็แสดงว่ารับการแก้ไขเหตุผลนี้ไปด้วย เมื่อส่งกฎหมาย ได้ถูกตราเป็นร่างพระราชบัญญัติเรียบร้อยและปรากฏในราชกิจจานุเบกษาในตัวหลักการ และเหตุผลนี้ก็จะไม่ใช่ตัวส่วนหนึ่งของกฎหมายนะคะ มันเป็นส่วนหนึ่งของการเสนอ ร่างกฎหมาย แต่จะปรากฏอยู่ในเหตุผลว่า เหตุผลที่แก้ไขนั้นเป็นอย่างไรนะคะเพื่อให้ สอดคล้อง เพราะฉะนั้นดิฉันก็กราบเรียนเบื้องต้นว่าเฉพาะส่วนนี้นะคะก็น่าจะกระทําได้ ไม่ใช่น่าค่ะ กระทําได้แล้วก็ทํามาแล้วในทุกครั้งที่มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติ

ส่วนในเรื่องของข้อสังเกตที่ท่านบอกว่าข้อสังเกตทั้งหมดอื่น ๆ ไม่ใช่ เฉพาะตัวเหตุผลนะคะ ที่ดิฉันในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการข้อสังเกตได้ประมวลไว้ ทั้งหมดได้แบ่งออกเป็นกรอบต่าง ๆ ตามรายการที่ปรากฏให้ท่านศึกษา ในนี้ตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๙๗ ได้ระบุไว้ว่า ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ถ้าคณะกรรมาธิการเห็นว่ามีข้อสังเกตที่คณะรัฐมนตรี ศาลหรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ที่เกี่ยวข้องควรทราบหรือควรปฏิบัติ ก็ให้บันทึกข้อสังเกตดังกล่าวไว้ในรายงาน ของคณะกรรมาธิการเพื่อให้สภาพิจารณา ถ้าหากสภาเห็นชอบในการพิจารณาข้อสังเกต ให้สภาลงมติว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยโดยไม่มีการอภิปราย ในกรณีที่สภาเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ให้ประธานสภาส่งรายงาน และข้อสังเกตไปยังคณะรัฐมนตรี ศาล หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง ถามว่า แล้วจะมีผลในทางปฏิบัติอย่างไร ข้อสังเกตนี้ดิฉันได้นําเสนอรายงานต่อที่ประชุมของ กรรมาธิการแล้ว ดิฉันก็ถือว่าข้อสังเกตที่คณะอนุกรรมาธิการทํามาได้ผ่านการเห็นชอบ ของคณะกรรมาธิการงบประมาณเรียบร้อยแล้ว ถือว่าเป็นมติของที่ประชุม ก็บรรจุ อยู่ในรายงานแล้วก็ส่งมาที่สภา ถ้าสภาเห็นชอบก็ส่งไป และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะ ตอบมาว่าข้อสังเกตที่เราให้ไปนั้นสิ่งใดที่ควรจะทํา หรือว่าทําแล้วทําหรือยังเขาก็จะชี้แจง กลับมา ซึ่งดิฉันก็ได้มีโอกาสได้อ่านข้อชี้แจงของหน่วยงานต่าง ๆ หลายครั้ง เพราะว่า กฎหมายหลายฉบับที่เราได้ให้ข้อสังเกตไปก็จะมีหน่วยงานที่ตอบกลับมา ดิฉันขออนุญาต กราบเรียนเป็นเบื้องต้นสําหรับในกรณีของข้อสังเกตค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านวิทยาครับ

นายวิทยา บุรณศิริ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา นะครับ กระผม วิทยา บุรณศิริ ประเด็นที่ผมได้เรียนถามก็คือว่าที่ผมมีความเป็นห่วง ก็เนื่องจากว่าเหตุผลถูกแก้ แต่เหตุผลที่ถูกแก้ไปถูกบันทึกไว้ในข้อสังเกต ที่ผมมีความเป็นห่วง เนื่องจากร่างพระราชบัญญัตินั้นเป็นร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับเงินงบประมาณ เมื่อลงพระปรมาภิไธยเสร็จแล้วประกาศในราชกิจจานุเบกษา ที่ผมต้องเรียนถาม ผมยืนยัน นะครับว่าข้อสังเกตนี้จะไม่ได้ลงในราชกิจจานุเบกษา เพราะฉะนั้นจึงขอบันทึกไว้ นะครับว่าความสมบูรณ์ของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฉบับนี้ ผมยืนยันนะครับว่า ผมอภิปรายท้วงติงก็คือว่ามันไม่น่าที่จะสมบูรณ์ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ เนื่องจากว่า ข้อสังเกตที่ท่านกรรมาธิการผ่องศรีได้ชี้แจงก็ตรงกับที่ท่านชี้แจงในที่ประชุม เป็นความเห็น ของท่าน แล้วท่านมีประสบการณ์ในตัวนั้น แต่ตัวนี้มันเป็นเรื่องของการใช้จ่ายเงิน มีตัวเงินที่เขียนไว้ชัดและต้องปฏิบัติ แม้ว่าในหลักการเขาจะเขียนว่าไม่เกิน คือไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เมื่อมีการปรับลด ซึ่งปรับลดนั้นเป็นสาระสําคัญของเหตุผล ที่เขียนไว้ในพระราชบัญัติฉบับนี้ แต่ว่าเราไปแก้ไขเหตุผลเสร็จแล้วเราไประบุไว้ในข้อสังเกต เมื่อท่านยืนยันผมก็ขอบันทึกไว้ในที่ประชุมนะครับว่า เมื่อประกาศในราชจานุเบกษานั้น ผมยังยืนยันว่าข้อสังเกตนี้จะไม่ได้อยู่ในราชกิจจานุเบกษา ก็คงจะอยู่ในหลักการและเหตุผล ที่ท่านกล่าวแค่นั้น ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ มาตรา ๓ มีผู้สงวนความเห็นผู้แปรญัตติทั้งหมด ๑๙ กลุ่มนะครับ แปรตัด ตั้งแต่ ๐.๐๑ เปอร์เซ็นต์ ไปจนถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมจะต้องถามมตินะครับ เพราะว่า ก็คงติดใจให้ถามมติ ขอเชิญท่านสมาชิกได้เข้าห้องประชุมเพื่อลงมติในมาตรา ๓ นะครับ

(นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนตรวจสอบองค์ประชุม)

เชิญท่านสมาชิกที่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติในมาตรา ๓ แห่งร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๔ พ.ศ. .... ว่าท่านจะเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากที่ได้มีการแก้ไขมา หรือเห็นด้วยกับ ผู้สงวนความเห็น ผู้สงวนคําแปรญัตติ ก่อนจะถามมติก็ขอตรวจสอบองค์ประชุม ฉะนั้น เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมแล้วโปรดเสียบบัตร กดแสดงตนนะครับ มาตรา ๓ เราใช้เวลาพิจารณามาประมาณ ๕ ชั่วโมง ก็ถือว่า เป็นมาตราหลัก เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุม ท่านที่อยู่ในห้องประชุมแล้ว กรุณากดแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้อง ประชุม เชิญท่านเข้าห้องประชุมครับ เมื่ออยู่ในห้องประชุมแล้วโปรดกดแสดงตน เพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนที่จะลงมติในมาตรา ๓ นะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

เชิญนะครับสมาชิกที่อยู่นอกประชุมครับ กรุณาเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม ก่อนลงมติในมาตรา ๓ ว่าท่านจะเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือไม่เห็นด้วย ท่านแสดงตนครบทุกท่านแล้วนะครับ ขอทราบผลครับ มีจํานวนสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ทั้งสิ้น ๒๕๔ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปผมถามมติที่ประชุม ท่านสมาชิกท่านใดเห็นด้วยในมาตรา ๓ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ซึ่งคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ได้มีการแก้ไข ถ้าท่านเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากกรุณากด เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยกด ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงกด งดออกเสียง เชิญลงมติครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ลงมติครบทุกท่านนะครับ ปิดการลงมติ ขอทราบผลครับ มีจํานวนสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๓๔๕ ท่าน เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๒๔๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๙๔ ท่าน งดออกเสียง ๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่าน ก็เป็นอันว่ามาตรา ๓ ก็เป็นไป ตามที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้มีการแก้ไขมานะครับ

ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการครับ

นายจเร พันธุ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๔ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอเชิญท่านคณะกรรมาธิการผู้สงวนความเห็นและท่านสมาชิกที่สงวนคําแปรญัตติ ท่านประสงค์จะอภิปรายไหมครับ ก็มีคณะะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นมีท่านธนิตพล ไชยนันทน์ ท่านอํานวย คลังผา ท่านสิรินทร รามสูต ที่จริงทุกท่านมีเอกสารอยู่ในมือแล้ว นะครับ ท่านกรุณาดูตรงไหนที่ท่านสงวนคําแปรญัตติไว้ กรุณายกมือ ประธานจะได้ให้ โอกาสท่านได้อภิปรายนะครับ จะไม่ขานชื่อ เพราะมันจะเสียเวลา ถ้าท่านไม่ติดใจก็ผ่าน ไปเลยนะครับ เชิญครับ เชิญท่านจุลพันธ์ครับ ส่วนท่านอื่นก็ยกมือไว้นะครับ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ จะได้บันทึกชื่อท่าน เชิญท่านจุลพันธ์ครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จังหวัดเชียงใหม่ จากพรรคเพื่อไทย ในร่างของพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปี ๒๕๕๔ ในมาตรา ๔ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีการตั้งงบประมาณไว้ ๑,๖๙๖ ล้านบาท เศษในกรมชลประทาน เป็นแผนฟื้นฟูภัยพิบัติ ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าในส่วนตัว ไม่ได้มีการสงวนคําแปรญัตติเพิ่มเติมหลังจากที่ทางคณะกรรมาธิการได้มีการปรับลด เพราะว่าโดยส่วนตัวเองผมกราบเรียนว่าได้ดูในรายละเอียดของโครงการต่าง ๆ แล้ว กรมชลประทานผมต้องชื่นชมในส่วนหนึ่ง นั่นคือเป็นหน่วยงานที่การกระจุกตัว ของงบประมาณไม่เลวร้ายเท่าหน่วยงานอื่นที่ตั้งมา ของหน่วยงานอื่นพอดูตัวเลขแล้ว เดี๋ยวเมื่อถึงมาตราที่ถึงนี้ ผมจะชี้ให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้เห็นว่างบประมาณ ของบางหน่วยงานมันกระจุกตัวจนกระทั่งเถียงไม่ได้ เรียกว่าของบประมาณในส่วนของภาคใต้ซ่อมจนหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ของภาคอื่นยังเหลือ โครงการอยู่ มันให้คําตอบกับสภาแห่งนี้ ให้คําตอบกับพี่น้องประชาชนผู้เป็นเจ้าของภาษี ไม่ได้ แต่ในส่วนของกรมชลประทานต้องกราบเรียนว่ายังพออะลุ้มอล่วย แต่ผมเองคงใช้เวลา ของสภาแห่งนี้ในกรมชลประทานไม่มาก แต่จะชี้ถึงประเด็นหนึ่งซึ่งเป็นประเด็นซึ่งเป็น ข้อสงสัยของกรรมาธิการหลายท่าน รวมถึงเป็นประเด็นที่อาจจะเป็นบ่อเกิดแห่งการ ทุจริตคอร์รัปชันขึ้นได้ในงบประมาณที่ตั้งไว้ ต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ โครงการของ กรมชลประทานทั้งหมด ทั้งใหญ่และเล็กมีทั้งหมดประมาณ ๗๕๐ โครงการ ที่ตั้งงบประมาณ ไว้ที่มีแผนที่จะทําเสร็จภายใน ๑ ปี แน่นอนครับประเด็นนี้ผมได้พูดไปแล้วในมาตรา ๓ ก็คง ไม่ยกมาอีกว่าโครงการที่บอกจะทําเสร็จใน ๑ ปีนี้ ของกรมชลประทาน มีครับ บางโครงการ ๙๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาท ถามว่าในทางปฏิบัติจะสามารถปฏิบัติ จะเอางบประมาณไปใช้ ให้เสร็จภายในปีงบประมาณปัจจุบันได้ไหมยังเป็นข้อสงสัย แต่นั่นไม่ใช่สาเหตุที่ผมจะบอกว่า จะปรับลดหรือไม่ในงบประมาณในส่วนนี้ เพราะอาจจะเป็นไปได้ครับถ้ามีความตั้งใจ มีความพยายามที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่เขาเดือดร้อนจากปัญหาอุทกภัยจนกระทั่ง มีความเสียหายเกิดขึ้นได้เงินไป เร่งทําจริง ๆ ๖ เดือนอาจจะไหวอยู่เป็นไปได้ ไม่อยากจะ ไปใช้ตัวนี้เป็นตัวยืนยันว่าไม่ได้หรือได้ในเรื่องของงบประมาณ แต่อย่างไรก็ตาม ๗๕๐ โครงการนี้มันมีหลายโครงการเหลือเกินที่เป็นโครงการที่หน่วยงานนําเอางบประมาณ ไปใช้ ไปปฏิบัติ ไปทําเองไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างตามวิธีการปกติ ในงบประมาณทั่วไปนะครับ ถ้าท่านประธานดูงบประมาณประจําปีมันก็จะมีโครงการลักษณะนี้อยู่เป็นปกติครับ ไม่ใช่ไม่มีครับ งบประมาณอาจจะราคาแตกต่างกันบ้างไม่มาก แต่มันมีอยู่แล้ว แต่อย่างไร ก็ตามเมื่องบกลางปีนี้เข้ามาสิ่งที่กรรมาธิการได้พบ ๗๕๓ โครงการ โครการที่ต่ํากว่า ๒ ล้านบาท มีอยู่ประมาณ ๕๐๐ โครงการ ๔๐๐ กว่าโครงการในนั้นเกินกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นโครงการที่หน่วยงานปฏิบัติเอง ทําเอง ในโครงการที่มีราคา ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถึง ๑๐ ล้านบาท มีอยู่ ๒๓๕ โครงการ ๑๘๐ กว่าโครงการเป็นโครงการที่หน่วยงานทําเอง ไม่จ้างเหมา ในส่วนที่โครงการมากกว่า ๑๐ ล้านบาท

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ ท่านจุลพันธ์มีผู้ประท้วงครับ ท่านบุญยอดประท้วงอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ต้องขออนุญาตประท้วง ท่านประธานในการควบคุมการประชุมนะครับ ผมเข้าใจว่าท่านจุลพันธ์เองไม่ได้อยู่ ในกรรมาธิการหรือการขอเสนอแปรญัตติ ผมเข้าใจอย่างนั้นนะครับ แล้วเมื่อกี้ผมก็ได้ยิน ท่านก็พูดในตอนต้นว่าท่านไม่ได้มีรายชื่ออยู่ในการแปรญัตติในมาตรา ๔ กระทรวงเกษตร และสหกรณ์แต่อย่างใด แล้วก็อีกประเด็นหนึ่งครับท่านประธานครับ คงต้องควบคุมเวลาด้วย ไม่ว่าใครจะขึ้นมาผมคิดว่าเราต้องบริหารจัดการเวลาในการประชุมอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยครับ ขออนุญาตท่านประธานว่ากําหนดไปเลยดีไหมครับคนละ ๗ นาที ถ้าใคร จะอภิปรายต่อไปจะได้คุมได้ในมาตราต่าง ๆ เรามีอีก ๙ มาตรา ด้วยกันนะครับ ขอท่าน วินิจฉัยด้วยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมวินิจฉัยนะครับ ประเด็นแรกท่านจุลพันธ์ก็ไม่ได้สงวนความเห็น แต่เผอิญในร่างนี้มันมี การแก้ไขโดยกรรมาธิการ ฉะนั้นท่านจุลพันธ์ท่านยกมือคนแรก ผมมองเห็นก็เลยให้อภิปราย ไปก่อน ในฐานะได้มีการแก้ไข ส่วนเรื่องคุมเวลาผมเห็นด้วยนะครับ ผมก็เห็นด้วยกับ ท่านบุญยอดนะครับ ก็เอาสัก ๑๐ นาทีก็แล้วกัน อย่า ๗ นาทีเลย เอา ๑๐ นาทีกําลังดี ใครจบก่อน ๑๐ นาทีได้ก็ดีนะครับ เชิญท่านจุลพันธ์ต่อครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กรรมาธิการ

ครับท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ ครับ ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ในส่วนของโครงการที่บอกว่า ๗๐๐ กว่าโครงการ ต่ํากว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๕๐๐ โครงการ ทําเองไป ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ๔๐๐ กว่าโครงการ มูลค่า ๒-๑๐ ล้านบาท ๒๓๕ โครงการทําเองไป ๑๘๐ โครงการ โครงการที่มากกว่า ๑๐ ล้านบาทนั้นมีอยู่ ๒๐ โครงการ ทําเองหมดครับ นี่คือ สิ่งที่กรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการได้ค้นพบระหว่างที่มีการประชุมกรรมาธิการ งบประมาณกลางปีครั้งนี้ ซึ่งมันทําให้เกิดข้อไม่สบายใจหลายอย่าง เพราะอะไรหรือครับ ก็เขียนโครงการเอง เหตุผล วัตถุประสงค์ ทําแผนเอง คนที่ใช้ทํางานก็คนของกรม น้ํามัน ก็ของกรม ประมูลจัดซื้อจัดจ้างก็ไม่ต้อง ตรวจรับเองอีกต่างหาก แล้วถามว่าความโปร่งใสในการใช้งบประมาณมันอยู่ที่ไหนในเรื่องของโครงการที่ทําเอง ผมเข้าใจในงบประมาณประจําปี บางครั้งมันมีโครงการลักษณะนี้อยู่ เพราะอะไร เพราะว่า โครงการลักษณะนี้ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่ามันก็มีข้อดีของมันอยู่ และหน่วยงาน ก็มีกําลังพอที่จะทําได้ แต่เพียงแค่งบประมาณประจําปี ๒๕๕๔ ในหน่วยงานของ กรมชลประทานเองก็ล้นมืออยู่แล้ว นี่ยังจะเอามาอีก ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วมาทําเอง ไป ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพ ผมไม่เชื่อว่ายิ่งท่านมีกําหนดเวลา ว่าต้องทําให้เสร็จภายในงบประมาณ ผมไม่เชื่อว่าท่านสามารถปฏิบัติได้ ในส่วนนี้มีการ ถกเถียงกันมาก ต้องกราบขอบพระคุณทางคณะอนุกรรมาธิการในที่สุดมีการปรับแก้ครับ โดยมีการต่อรองกันระหว่างคณะอนุกรรมาธิการกับทางหน่วยงานคือกรมชลประทาน ในที่สุดเขาปรับเปลี่ยนสัดส่วนบอกว่า จะทําเองเพียงแค่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ไปจัดซื้อจัดจ้าง ทําไมอยากให้จัดซื้อจัดจ้าง ต้องกราบเรียนอย่างนี้ เพราะจัดซื้อจัดจ้าง มันมีการประมูล มันมีการเข้าไปสู้ราคา ในที่สุดเป็นการประหยัดเงินงบประมาณของ พี่น้องประชาชน เงินภาษีของพี่น้องประชาชน ซึ่งจุดนี้ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ ผมต้องขอบพระคุณทางคณะอนุกรรมาธิการที่ปฏิบัติภารกิจได้อย่างดี ได้อย่างสมบูรณ์ อย่างน้อยก็ลดภาระเงินภาษีของชาวบ้านไปได้ส่วนหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามผมเองก็คงจะต้อง อภิปรายในส่วนนี้ แล้วก็ฝากไว้เป็นข้อสังเกตในการทํางบประมาณ ไม่ว่าจะกลางปี หรืองบประมาณประจําปีในครั้งต่อ ๆ ไป ว่าโครงการลักษณะของกรมชลประทาน หรือหน่วยงานอื่นใดก็ตามที่จะปฏิบัติภารกิจเอง จะทําเองโดยไม่ไปจ้างเหมาให้เกิด การแข่งขันที่สมบูรณ์ ผมต้องขอติงไว้ให้มันมีจํานวนน้อยที่สุดเท่าที่มีความจําเป็นเท่านั้น ก็กราบฝากไว้ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญกรรมาธิการผู้สงวนความเห็น ท่านประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ๑๐ นาทีครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ท่านประธานครับ ผมได้สงวนความเห็นเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมตัดไปทั้งหมด ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ผมอยากกราบเรียนท่านประธาน สาเหตุของการ ตัดงบประมาณนี้ ผมยกตัวอย่างจังหวัดชัยภูมิเป็นหลัก เพราะผมเห็นกับตา ผมได้สัมผัส กับมือ ท่านประธานครับ ทั้งหมด ๖๔ ล้านบาทที่จัดสรรลงไป ที่ผมไปตรวจนะครับ เช่น ที่อําเภอเกษตรสมบูรณ์ ๓๐ โครงการ ผมไปดู จุดนี้ผมบอกได้เลยน้ําท่วมหัวครับ แต่ไม่ใช่หัวคนนะครับ หัวนิ้วโป้ง ท่วมหัวนิ้วโป้ง บ้านผมในเทศบาลเมืองน้ําท่วม ๓ เมตร ๔ เมตร ไม่มีเงินลงไปเลยครับ มีไปซ่อมฝายอะไรก็ไม่ทราบครับ ไม่อยู่ในเขตน้ําท่วมเลย นี่เฉพาะจังหวัดชัยภูมินะครับ ซึ่งผมเห็น ผมสัมผัสได้ ผมก็แปลกใจว่าทําไมกรมชลประทาน เขาไม่เห็น นายช่างชลประทานเขาไม่เห็น นายกรัฐมนตรีเห็นครับ นายกรัฐมนตรีไปเยี่ยม ที่ชัยภูมิ น้ําท่วมขี่เรือไปครับ ในเขตเลือกตั้งผมนี่แหละ แต่ไม่ได้บอกผมสักนิดนะครับ ไม่ได้บอกว่าจะไปเยี่ยมตอนน้ําท่วม ไปเจอกันที่หน้าสํานักงานครับท่านประธาน ท่านก็ มีน้ําใจครับ รถมายาวเป็นหางว่าวเลยครับ คนเดินเข้ามา ลูกน้องตะโกนลั่นคิดว่ามีอะไร บอกว่านายกรัฐมนตรีเดินลุยน้ํา ตอนที่ท่านลุยน้ําตอนนั้นน้ําลงแล้วครับ น้ําลงแล้ว ที่สํานักงานผมนี่ประมาณคางนะครับ เกือบ ๒ เมตรครับ แต่ผมไม่ได้เอา ๕,๐๐๐ บาท ของท่านนะครับ ไม่ได้เอาครับ ไม่เอา บ้านผมไม่เอาครับ ผมอยากเรียนว่าท่านไปดูแล้ว แทนที่ท่านจะสั่งกรมชลประทานทําอย่างไรครับ ในเขตเทศบาลนี้ผมสะท้อนให้ท่านฟัง ตอนท่านทักษิณไปเยี่ยมที่จังหวัดอุดรธานี จังหวัดขอนแก่นน้ําท่วม ท่านให้งบประมาณครับ แบบแผนมีไหม จังหวัดชัยภูมิ อําเภอเมืองนี้น้ําลําปะทาวมันไหลเข้ามาน้ําชีไหลเข้ามา มันไม่ได้ยากเลยท่านประธาน ถ้าตั้งใจจริง ๆ จะแก้จริง ๆ มันไม่ยาก เอาน้ําออก สูบน้ําออก กั้นคันเหมือนกรุงเทพมหานคร มีแบบไว้เรียบร้อยครับท่านประธาน แต่ผมมาดูจัดสรรงบ ป้องกันน้ําท่วม ไปป้องกันน้ําท่วมหัวนิ้วเท้า อ้ายที่น้ําท่วมศีรษะนี่ไม่เอาหรือครับ ผมดูแล้วสะท้อนใจว่างบประมาณนี้เห็นแล้ว ก็น่ากังวลใจ ไปซ่อมตรงไหน ซ่อมตรงที่ไม่รู้น้ํามันท่วมมาตั้งแต่ปีไหน ไปดูครับ ที่อําเภอ เกษตรสมบูรณ์คลองน้ําเต็มผมรู้ เมื่อก่อนเป็นเขตเลือกตั้งผม ตรงที่ซ่อมนี่ไม่มีท่วมเลย ผมบอกได้เลย ไม่มีท่วมนะครับ ลําน้ําพรมที่เกษตรบ้านหันนี้โอกาสท่วมน้อยมาก แล้วปีนี้ เขาไม่ได้มีปัญหาน้ําท่วมเหมือนกับเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ ผมถึงกังวลใจว่าไม่รู้จังหวัดอื่น จะเป็นเหมือนจังหวัดชัยภูมิหรือไม่ เห็นแล้วก็ โอ้โฮ แบบนี้ไม่ไหว มีการทักท้วงเรื่องตอนแรก เขาจะจัดทําเองอย่างที่ว่า ถ้าจัดทําเองก็สวัสดีเลยครับ ดูรูปถ่ายก็มีปัญหา ของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์เริ่มต้นมาก็อย่างที่ผมบอกเจอก้อนหิน ๑-๒ รูปมีก้อนหินอันเดียวกัน เหมือนกันเดี๊ยะ รูปร่างเป็นอย่างไร ท่านรัฐมนตรีก็ยิ้มเลย ท่านก็เห็น รูปเท่ากันเลยครับ รูปเหลี่ยม โอ้โฮ ซ้าย ขวา มุมโค้งเป็นอย่างไร โอ้โฮ มันเหมือนกันเดี๊ยะเลย ท่านประธาน ผมเป็นคณะกรรมาธิการงบประมาณผมก็เศร้าใจ นี่ละครับ จัดเพื่อป้องกันภัยน้ําท่วม ป้องกันความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เห็นแล้วมันสังเวชใจเหมือนที่แก้ไขปัญหา น้ํามันพืชนี่ครับ ถึงวันนี้ถ้าผมเป็นนายกรัฐมนตรี ผมจับแหลกเลยครับ ผมจับจริง ๆ ท่านก็ไม่จับ ท่านใจดี ท่านไปตรวจแต่ท่านไม่จับ ไม่จับมันก็ขาย เมื่อกี้ดูทีวีช่อง ๓ ขาย ๔๙ บาท ไปจับเขาครับ ท่านนายกรัฐมนตรีกรุณาไปปล่อยเขาเลยครับ ไปปล่อยเขาเลย ๔๙ บาทจับเขา จับได้อย่างไร

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ เอาเรื่องมาตรา ๔

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ กรรมาธิการ

มันสะท้อนใจ ท่านประธาน ผมดู ทีวีช่อง ๓ เขาบอก ซื้อมา ๔๗ บาท ขาย ๔๙ บาท จับ จับไปทําอะไร จับทําไมครับ จับไป เพื่ออะไร เพื่อความสะใจของตํารวจอย่างนั้นหรือ ตํารวจที่ไปจับนั่นนะครับ ผมว่าน่าจะ ปลดมันออกจากตํารวจเลย มันแน่จริง ทําไมไม่ไปจับโรงงานใหญ่ ๆ เห็นชัดเจนครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณหมอครับ เอาที่แปรญัตติครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ กรรมาธิการ

นี่เข้าประเด็นแล้วครับ มันสะท้อนใจเลยต้องพูดหน่อย อยากกราบเรียนครับว่างบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เห็นแล้ว

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ ประธานวินิจฉัยให้เข้าประเด็นแล้ว นั่งลงครับ เข้าประเด็นแล้วครับ เชิญนั่งครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ กรรมาธิการ

พูดน้ํามันปาล์มไม่ได้ น้ํามันพืช ไม่ได้ มันก็แปลกนะครับ อันดับสามของโลกครับ แต่ปรากฏว่าไม่มีน้ํามันพืช อยากเรียน ท่านประธานครับ เรื่องกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถ้าพูดเป็นรายจังหวัดผมว่าที่ผมบอก ๑๘๐,๐๐๐ บาทยังตัดไม่ได้เลยครับท่านประธาน พวกผมจะรุมตัด บอกว่าตัดไม่ได้ มีคนขอมา ผมว่าอันไหนที่มันไม่เข้าท่า ผมฝากไปถึงสํานักงบประมาณนะครับ นี่ละครับ ปัญหาที่ไม่ผ่านสํานักงบประมาณ ท่าน ผอ. สํานักงบประมาณท่านก็ส่ายหน้ามันไม่ผ่าน จริง ๆ ต้องให้ผ่านหมด ต้องให้ผ่านครับ ถ้าไม่ผ่านงบประมาณนี้มันก็จะเหมือนไทยเข้มแข็ง นั่นละครับ เร่งเอามาก็เลยกระฉูดเลยครับ กระทรวงสาธารณสุขได้คืนเงินตั้ง ๑,๔๐๐ กว่าล้านบาท ผมอยากฝากท่านประธานเพื่อผ่านไปถึงประธานคณะกรรมาธิการ นะครับ ว่าการจัดสรรเม็ดเงินนี้เป็นของประชาชนนะครับ ไม่ใช่ของเราเลยครับ เราจะคิด เอาไปทําปู้ยี่ปู้ยํานะครับ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี่จะว่ามากมันก็ไม่มากครับ จะว่าน้อย มันไม่น้อยครับ อย่างน้อยถ้าทําจริง ๆ จังหวัดชัยภูมิน้ําจะไม่ท่วมเหมือนจังหวัดอุดรธานี จังหวัดขอนแก่น จังหวัดที่น้ําท่วมต้องไปดูแลกันจริง ๆ แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับ หลายจังหวัดที่น้ําท่วม หัวนิ้วโป้งได้มากกว่าจังหวัดชัยภูมิอีก อยากฝากไปถึงรัฐบาลครับ ทําจริงสักทีครับ แก้ไขปัญหาอะไร อย่าลูบหน้าปะจมูกอย่างนี้ ท่านเอาเงินเป็นตั้ง ใช้เงินอย่างเดียว ใช้เงิน ๆ แต่ต้องให้ความรู้นะครับ คนเราใช้ไปใช้มาเงินก็หมด ถ้าเงินหมดให้เขาแบมือหรือครับ แบอย่างเดียว ดีมาก ให้ ๕,๐๐๐ บาท ให้ ๒,๐๙๘ บาท ให้ไปแล้วแต่เขาไม่มีงาน เขาไม่สามารถจะสร้างผลงาน จะสร้างรายได้ของเขาเข้าตัวเอง นี่ก็เช่นเดียวกันครับ น้ําท่วมจังหวัดชัยภูมิงวดนี้เดือดร้อนกันจริง เดือดร้อนกันมาก ได้แต่ ๕,๐๐๐ บาท กับ ๒,๐๙๘ บาท แต่โครงการที่ควรจะทํา ไม่ได้รับการดูแล ผมอยากฝากถึง ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านไปแล้วท่านต้องไปดูแล ท่านไปเหยียบเป็นช้างเหยียบนา พระยาเหยียบเมืองแล้ว ท่านจะปล่อยให้เขาเป็นเหมือนเดิม ปีหน้าน้ําก็ท่วมจังหวัดชัยภูมิอีก ถ้าเป็นผม ผมอายมาก ถึงวันนี้ท่านสั่งเถอะครับ ถึงแม้งบตรงนี้ไม่มี ท่านอย่าไปคิดว่าเป็นของ หมอประสิทธิ์ อย่าไปคิดครับ ไม่ใช่ของผมครับ จังหวัดชัยภูมิก็เป็นพี่น้องจังหวัดชัยภูมิ ก็เป็นคนไทยคนหนึ่งเช่นเดียวกัน ให้ท่านไปทําให้หน่อยครับ ผมเสียดาย ถ้าไม่ถูกปฏิวัติ ผมได้เงินแล้วครับ อยากฝากไปถึงประธานคณะกรรมาธิการครับว่าเรื่องกระทรวงเกษตร และสหกรณ์นี้อยากฝากไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ควบคุม ดี ๆ ครับ อย่าให้มีการทุจริต ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปผู้สงวนคําแปรญัตติ ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชิญครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ผมปรับลดไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แผนงาน ฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ ท่านประธานครับ ผมเสียใจที่ของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ได้งบแบบนี้ วันนี้การเกษตรของประเทศเป็นหัวใจหลัก เราผลิตสินค้าเกษตร ผลิตยางพาราเป็นอันดับ ๑ ของโลก ผลิตข้าวอันดับ ๑ อันดับ ๒ แต่เรามาแก้ไขปัญหาแค่ ภัยพิบัติทางด้านการเกษตร ท่านประธานครับ แทนที่รัฐบาลชุดนี้น่าจะให้ความสําคัญ เรื่องของน้ํา วันนี้น้ําทํานาปรังพี่น้องเกษตรกรแทบจะฆ่ากันตาย บ่อน้ําใต้ดินถ้าจะขุดบ่อหนึ่ง ก็เป็นหมื่น ไฟฟ้าที่จะมาสูบก็ไม่มี ต้องใช้น้ํามัน บ่อแก้มลิงก็ไม่มี วันนี้ถ้าเราให้งบเขาไป ขุดบ่อแก้มลิงแก้ปัญหาภัยพิบัติ วันนี้เขามีน้ําที่จะสูบเข้านาปรัง นอกจากมีน้ําสูบเข้านาปรัง ก็ยังมีการเลี้ยงปลาเอาไว้กินอีกด้วย ปลูกผักบนคันนาด้วย ท่านประธานครับ ผมไม่อยากเห็น การแก้ไขปัญหาแบบนี้ และใช้เงินเพียงแค่ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท จริง ๆ แล้วถ้าทําให้มัน เกิดประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกรจริง ๆ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทก็ยังน้อยไป มันเป็นการตั้งงบ ที่ไม่ก่อเกิดรายได้ทั้งนั้นเลย ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทงบกลางปีนี้ไม่ก่อเกิดรายให้ได้กับพี่น้อง ประชาชนเลย นอกจากไปใช้หนี้เงินคงคลังแล้ว กระทรวงอื่น ๆ ไม่ก่อเกิดรายได้ครับ นอกจากเราจะกู้มาภายใน ๒ ปี ๑,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว เราก็ยังตั้งงบประมาณ ที่ไม่ก่อเกิดรายได้กับประเทศอีก และเราจะหาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ได้ทัน ใช้ดอกเบี้ยได้ ท่านประธานครับ ผมปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ผมไม่เห็นด้วยครับ แล้วงบประมาณปรับปรุง แหล่งน้ําที่ต่ํากว่า ๑๐ ล้านบาท ๗๓๘ รายการ คาดว่าไม่ถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทครับ ๑,๙๐๐,๐๐๐ บาท ๗๐๐ กว่ารายการ ผมอยากจะให้สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ได้ไปตรวจสอบดูสิ ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ใช้เงิน ๑,๒๐๐ กว่าล้านบาทนี้ ไปทํา ๗๐๐ กว่ารายการนี้ผลมันเป็นอย่างไร เชื่อได้เลยว่าก่อนเลือกตั้งนี้จบหมด ผมถามผู้ใหญ่บ้านที่อําเภอเชียงของที่บ้านผม อ้าว ทําไมขุดลอกแค่ชั่วโมงเดียวทําไมเลิกละ เขาบอกงบพิเศษ เขาไม่ให้พูด พูดไม่ได้ นี่คือ งบขุดลอก อันนี้ก็ไปขุดซ้ําขุดซ้อน ขุดแล้วขุดอีก เอาไปทําที่มันเกิดประโยชน์จริง ๆ สิครับ ไฟฟ้าในฟาร์ม ในไฟฟ้าในทุ่งนา ถนนเข้าทุ่งน่าก็ยังจะดีกว่า ขุดบ่อน้ําใต้ดินวันนี้จําเป็นมาก ต้องขุดบ่อกว้าง ๒ เมตร แล้วเอาเครื่องสูบน้ําลงไปสูบข้างล่าง ๑๐ กว่าเมตร ๒๐ กว่าเมตร ท่านประธานครับลําบากมาก ฉะนั้นอยากจะฝากรัฐบาลว่าคุณมีโอกาสวันนี้แต่คุณไม่ทํา ทําในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ ฟ้าดินจะลงโทษ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปครับ ท่านสุรชัย เบ้าจรรยา ผู้สงวนคําแปรญัตติ

นายสุรชัย เบ้าจรรยา แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สุรชัย เบ้าจรรยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานสภาที่เคารพครับ วันนี้ผมขอสงวนคําแปรญัตติรายจ่ายเพิ่มเติมปี ๒๕๕๔ มาตรา ๔ ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นงบของกรมชลประทาน จํานวน ๑,๖๙๗ ล้านกว่าบาท ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กรมชลประทานจะปฏิเสธไม่ได้ว่า กรมเล็กไม่ได้หรอกครับ ก็เป็นกรมใหญ่ ซึ่งเป็นกรมหลักในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมสนับสนุนครับ แต่ว่าการบริหารราชการแผ่นดินของกรมชลประทาน ผมคิดว่าช้ามาก ขณะนี้ได้รับความเดือดร้อนเป็นบางส่วนในแต่ละจังหวัดในภาคอีสานเกิดภัยแล้งเข้ามา ท่านรัฐมนตรีว่าการมาพอดีเลยครับ ยกตัวอย่างที่ผ่านมาท่านประธานที่เคารพรักครับ ผมมี รายละเอียดต่าง ๆ ที่จะชี้แจงให้ท่านประธานทราบว่า ผ่านไปไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี่ละครับ เกิดขึ้นในวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓ ฝนตกหนัก พอตกปั๊บน้ําท่วมทันทีเลย อย่างเพื่อนสมาชิก อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ที่จังหวัดชัยภูมินี่ละครับ จังหวัดชัยภูมิเป็นต้นทางต้นน้ําลําธารของ ลําแม่น้ําชี ในเมื่อฝนตกเยอะ ๆ น้ํามันท่วม ท่วมจากจังหวัดชัยภูมิมันก็ไหลลงไปที่ จังหวัดขอนแก่น ลงไปที่จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด อีสานตอนล่างท่วมหมด ฉะนั้นก็แสดงว่าทางรัฐบาลไม่ได้เตรียมงานอะไรเลย ฝนตกทีไรน้ําท่วมทุกทีครับ อันนี้ก็จะถึง หน้าแล้งอีกแล้ว ไม่ทราบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ท่านก็นั่งอยู่ตรงนี้ ภัยแล้งก็มาแล้วท่านเตรียมการไว้หรือยัง ฉะนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างนี้แล้ว จังหวัดชัยภูมิผมมาดูตัวเลขนะครับ ปริมาณน้ํา ที่ท่วม ๘๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะไหลไปตามลําน้ําชีไปท่วมที่จังหวัดขอนแก่น ก็มีอําเภอโคกโพธิ์ชัย อําเภอมัญจาคีรี อําเภอบ้านแฮด อําเภอชนบทไหลท่วมอําเภอเมือง ท่านประธานที่เคารพรักครับ เฉพาะในอําเภอมันก็รับแม่น้ําชีอีกสายหนึ่งที่จะลงไป ลําน้ําคลอง ก็มาบรรจบกันอยู่ที่อําเภอเมือง อําเภอเมืองไม่เคยท่วมมากถึงขนาดนี้ครับ ครั้งที่ผ่านมา ๑-๒ เมตรครับ ชาวไร่ ชาวนาได้รับความเดือดร้อนกันทั่วเลยครับ ฉะนั้น ความเสียหายที่เกิดขึ้น ท่านประธานครับ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนทั้งหมด ๒,๐๗๐ ครัวเรือน อันนี้ตัวเลขที่ผมเอามาให้ท่านประธานทราบนะครับ ความเสียหาย ทางภาคพื้นการเกษตรจํานวน ๑๕,๘๑๑ ไร่ อันนี้ประมาณการมานะครับ อาจจะมากกว่านี้ ฉะนั้นปริมาณน้ําที่ท่วม ที่ให้เกิดความเสียหาย ๘๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรที่จังหวัดขอนแก่น ท่านประธานสภาที่เคารพรักครับ รัฐบาลได้งบประมาณไปแล้วก็เยอะ ไม่ใช่ไม่เยอะ นะครับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมชลประทาน แล้วผมก็มาดูตัวเลข ย้อนหลังไปว่า ปี ๒๕๕๒ กรมชลประทานได้รับงบประมาณไป ๓๕,๑๙๙ ล้านกว่าบาท อันนี้คือปี ๒๕๕๒ นะครับ อันนี้ของกรมชลประทานนะครับ แล้วก็ปี ๒๕๕๓ กรมชลประทานก็ได้รับงบประมาณไป ๒๔,๓๘๔ ล้านกว่าบาท พอมาปี ๒๕๕๔ ที่ผ่านไป ไม่กี่เดือนนี้เองครับ กรมชลประทานก็รับไปอีก ๔๑,๑๑๕ ล้านกว่าบาท ไม่ใช่น้อยครับ ท่านประธานครับกรมนี้กรมเดียว มิหนําซ้ํางบเพิ่มเติมที่เรากําลังจะผ่านคืนนี้ก็ได้เพิ่มมาอีก ๑,๖๙๗ ล้านกว่าบาท ฉะนั้นการบริหารงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของรัฐบาล ผมถามว่าท่านบริหารแบบไหนครับ ทําให้ประชาชนเดือดร้อน ฉะนั้นวันนี้ผมอยากถามท่าน นิดหนึ่งนะครับ ว่าท่านได้รับงบประมาณไปเกือบ ๒,๐๐๐ ล้านบาทเหมาะสมหรือไม่ ดูจากผ่าน ๆ มาชาวไร่ ชาวนา นอกจากทําไร่ทํานาแล้วไม่ได้พืชผลทางการเกษตร พอมีข้าว ข้าวก็ไม่มีราคา มีนา นาก็ถูกน้ําท่วม ท่านประธานสภาที่เคารพรักครับ ความเดือดร้อนต่าง ๆ พวกผมในฐานะมาเป็นผู้แทนต่างจังหวัดได้รับทราบข้อปัญหาทุกอย่าง ฉะนั้นพวกผม ถึงมาบอกท่านประธานผ่านถึงรัฐมนตรีถึงรัฐบาลว่าการแก้ปัญหาในส่วนนี้ อย่าช้าสิครับ น้ําท่วมไป ๓ เดือนรัฐบาลค่อยไปช่วย ภาคเอกชนเขาไปแล้ว ๓ รอบ ๔ รอบ หน้าแล้ง กําลังจะมาอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านะครับ เดือนหน้าก็มาแล้ว แล้งสุด ๆ เลย ขณะนี้ก็แล้งอยู่ ท่านมีการเตรียมการไว้หรือยัง น้ําต่าง ๆ ก็เริ่มแห้ง แล้วก็แห้งแล้งครับท่านประธาน ฉะนั้นหัวใจหลักอของการแก้ปัญหาก็คือกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันนี้ผมขออธิบายตัวอย่างคร่าว ๆ ให้ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่ากระทรวงเกษตร และสหกรณ์ถึงรัฐบาลว่าเรามีแผนรองรับที่ดีหรือเปล่าครับ ถ้ามีแผนรองรับที่ดีหน้าแล้งก็จะ ไม่มีปัญหาอะไร หน้าฝนจะไม่มีปัญหาอะไร งบประมาณแต่ละปีไม่ใช่น้อยครับท่านประธาน ประชาชนเขาเดือดร้อนขอให้เขากลับคืนมา ฉะนั้นเห็นเป็นอย่างนี้แล้วครับผมพิจารณาว่า งบประมาณส่วนนี้ของกรมชลประธานผมขอเสนอตัด ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนทรีเชิญครับ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ต้องขอบพระคุณท่านประธานค่ะ เมื่อสักครู่นี้ดิฉันยกมือไม่ทัน ก็เลยต้องขออนุญาต ท่านประธานในการที่ดิฉันได้สงวนความเห็นในการจะปรับลดในมาตรา ๔ จํานวน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เหตุที่ดิฉันปรับลดนะคะท่านประธาน ดิฉันได้เกริ่นนําในมาตรา ๓ ไปแล้ว ว่ามีสาเหตุมาจากอะไร แต่คงจะต้องพูดย้ํากันอีกรอบหนึ่งค่ะท่านประธาน เนื่องจากดิฉันเอง อย่างที่เรียนให้ท่านประธานได้ทราบมาก่อนแล้ว ดิฉันเป็น ส.ส. ที่เรียกว่า ส.ส. อยู่เขต บ้านนอกค่ะ คือไม่ได้อยู่ในเขตอําเภอเมือง เมื่อสักครู่นี้ทางคุณหมอประสิทธิพูดไปก็เป็นเขต อําเภอเมืองค่ะ แต่เขตเลือกตั้งของดิฉันเองเป็นเขตที่อยู่นอกเมือง ต้องบอกท่านประธาน ผ่านไปยังท่านคณะกรรมาธิการด้วย เนื่องจากเขตของดิฉันเป็นต้นน้ําแม่น้ําชี แม่น้ําชี ต้องเรียกว่ามีความสําคัญมาก ๆ ไหลผ่านหลายจังหวัดค่ะ แม่น้ําชีเส้นนี้ที่ทําให้ชีวิต ความเป็นอยู่ของเกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นหรือแย่ลงก็ขึ้นกับล้ําน้ําชีของดิฉันนี่ละค่ะ เหตุที่ดิฉันต้องพูดเนื่องจากดิฉันเกิดความน้อยเนื้อต่ําใจแทนพี่น้องในเขตเลือกตั้งของดิฉันค่ะ ไม่รู้เหมือนกันว่าทําไมเขาถึงได้รับการจัดสรรงบประมาณอย่างเช่นนี้สําหรับของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมชลประทาน ท่านประธานทราบไหมคะนอกจากที่ดิฉัน ได้พูดไปแล้วครั้งหนึ่งว่างบประมาณกระจุกตัว ยกง่าย ๆ ค่ะไม่ต้องไปพูดอําเภออื่น ตําบลอื่น หรือว่าจังหวัดอื่น เส้นนี้สําหรับของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมชลประทาน ท่านประธาน ทราบไหมคะ นอกจากที่ดิฉันได้พูดไปแล้วครั้งหนึ่งว่างบประมาณกระจุกตัว ยกง่าย ๆ ค่ะ ไม่ต้องไปพูดอําเภออื่น ตําบลอื่นหรือว่าจังหวัดอื่น เอาง่าย ๆ ที่จังหวัดชัยภูมิของดิฉัน ๕๔ โครงการสําหรับโครงการเล็ก ๆ ค่ะ ต้องเรียนเลยค่ะท่านประธาน ดิฉันลองดูแล้วนะคะ จุดที่น้ําท่วมค่อนข้างเยอะเป็นข่าวบ่อยมาก ๆ อันดับแรก อําเภอเมือง อันดับที่ ๒ อําเภอจัตุรัส อันดับที่ ๓ อําเภอบ้านเขว้า ต้องเรียนค่ะ อําเภอจัตุรัสผ่านมาคุณป้าของดิฉัน อยู่ที่อําเภอจัตุรัสมา ๕๐-๖๐ ปี คุณป้าบอกไม่เคยเจอน้ําท่วม ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีน้ําท่วม ที่อําเภอจัตุรัส ท่วมเข้ามาในเขตเทศบาลเลยนะคะท่านประธาน ท่านประธานทราบไหมคะ น้ําท่วมเยอะ ออกข่าวเยอะ ได้รับงบประมาณเท่าไรสําหรับอําเภอจัตุรัส ได้รับงบประมาณ เพียง ๔๐๐,๐๐๐ บาท ๑ โครงการนะคะท่านประธาน ท่วมเยอะได้ ๑ โครงการ เป็นโครงการเกี่ยวกับซ่อมแซมคลองส่งน้ํา อ่างเก็บน้ําห้วยทองหลาง ก็ต้องเรียนค่ะ ท่านประธาน นี่ก็น่าแปลกใจนะคะ อําเภอจัตุรัสมีประชากรอยู่ประมาณเกือบ ๙๐,๐๐๐ คน ได้รับงบในการมาแก้ไขปัญหาอุทกภัย ๔๐๐,๐๐๐ บาท น้อยนิดไหมคะ ไปอีกอําเภอหนึ่งค่ะ ท่านประธาน เขตเลือกตั้งดิฉันเองอําเภอบ้านเขว้า ท่านประธานคะ อําเภอบ้านเขว้าดิฉันนี่ เหมือนลูกเมียหลวงอย่างที่บอก น้ําท่วมมาทุกปีน่าจะมีวิธีการป้องกันการแก้ไขปัญหา น้ําท่วมได้ดีกว่านี้ แต่ท่านประธานปีก่อนนั้นก็มีการเกิดปัญหาเกี่ยวกับงบที่ท่านจัดให้ นี่ละคะ เป็นงบที่ไปซ่อมแซมเกี่ยวกับอ่างเก็บน้ําบาซ่านที่เคยพังไปแล้วเมื่อปีงบประมาณ ที่ผ่านมา ปีนี้ท่านประธานคะ ๑ โครงการที่ได้ คือโครงการซ่อมแซมระบบส่งน้ําอ่างเก็บน้ํา บาซ่าน งบประมาณที่ได้รับในการไปช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบอุทกภัย ๓๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานไปดูที่อําเภอเกษตรสมบูรณ์ ๓๓ โครงการ ดิฉันก็ดีใจแทนพี่น้องที่ อําเภอเกษตรสมบูรณ์ แต่ละโครงการท่านประธานคะเห็นแล้วน่าใจหาย หลักล้านก็เยอะ หลัก ๘๐๐,๐๐๐ บาท ๙๐๐,๐๐๐ บาท เยอะมากเลยค่ะ ก็ต้องเรียนถามท่านประธาน ผ่านไปยังกรรมาธิการนี่ละคะ ดูแลจัดสรรอย่างไรคะ อําเภอเกษตรสมบูรณ์เท่าที่ทราบ น้ําท่วมขังน้อยกว่าที่อําเภอบ้านเขว้า อําเภอเมือง อําเภอจัตุรัส แต่ทําไมได้รับงบประมาณ มากกว่า ดิฉันดีใจส่วนหนึ่งที่มีงบประมาณลงไปตรงบริเวณอําเภอเกษตรสมบูรณ์ แต่ดิฉัน ก็ต้องน้อยเนื้อต่ําใจแทนพี่น้องในอีก ๑๕ อําเภอในเขตจังหวัดชัยภูมิค่ะ ทําไมปฏิบัติ ไม่เหมือนกันละคะ ต้องถามท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการค่ะ มีการเรียกหน่วยงาน มาสอบถามหรือเปล่า ทําไมจัดสรรอย่างนี้ ทําไมทําให้เกิดคําว่า ๒ มาตรฐานสําหรับพี่น้อง ที่เป็นเกษตรกร ต้องเรียนอีกค่ะท่านประธาน เรื่องที่ดิฉันว่านี่ตอนแรกดิฉันก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอมาดูไปดูมาท่านประธาน ยิ่งเปิดดูรายละเอียดโครงการต่าง ๆ ของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์เกิดความรู้สึกเลยค่ะท่านประธาน อย่างนี้ที่เขาเรียกว่าประชาชนต้องมาก่อน ก็ต้องถามเลยค่ะว่าเลือกเป็นเฉพาะจุดหรือเปล่า สําหรับคําว่า ประชาชน ต้องมาก่อน เฉพาะเขตที่มี ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลหรือเปล่า หรือว่าเฉพาะเขตที่มี ส.ส. ของพรรค ที่รัฐมนตรีอยู่ภายใต้กํากับดูแล อยู่ตรงนั้นหรือเปล่าถึงมีการจัดสรรงบประมาณอย่างนี้ ทําไมแม่น้ําชี ท่านประธานน้อยเนื้อต่ําใจอย่างมาก ดูแล้วดิฉันก็ไม่เข้าใจค่ะ ดิฉันเคย อภิปรายไว้ตอนวาระที่หนึ่งไปแล้วรอบหนึ่ง ก็คิดว่าเรามีการแต่งตั้งกรรมาธิการให้ไปทํา หน้าที่ดูแลแทนเราที่เป็นสมาชิก ก็น่าจะได้มีการไปดูแลและหาเหตุผลมาว่าเพราะอะไร ทําไมถึงมีการจัดงบประมาณกระจุกตัวเช่นนี้ แต่ปรากฏว่าท่านประธานตัดมาได้ก็นิดเดียวค่ะ สําหรับกรมชลประทาน ๖๐๐,๐๐๐ บาท น้อยนิดมากนะคะสําหรับงานที่ซ้ําซ้อนกันอย่างนี้ แล้วดิฉันเป็น ส.ส. อย่างนี้ดิฉันจะไปตอบประชาชนได้อย่างไรละคะ น้ําท่วมก็ท่วมเยอะ กว่าเขา เสียหายก็เสียหายเยอะ ข่าวก็ออกกันทุกวัน ที่เขตเลือกตั้งของดิฉันกับในเมืองนี้ ออกข่าวเยอะแยะ ตอนแรกดิฉันก็คิดว่าหรือว่ามันจะเป็นเหตุหนึ่งที่ว่าท่านรัฐมนตรีไปดู ก็ไม่ใช่ค่ะ เพราะที่อําเภอเมือง ท่านนายกรัฐมนตรีไปดูที่อําเภอเมืองก็ได้รับงบประมาณเพียง ๓ โครงการ ดิฉันก็เลยไม่เข้าใจเหมือนกันว่าการดูแลนี้จะให้ดิฉันโทษใครดีในการที่มาจัดสรร งบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดชัยภูมิอย่างนี้ ต้องโทษใครคะท่านประธาน ต้องถามท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการด้วย ได้มีการตรวจสอบไหมว่าหน่วยงานที่เขา เสนอขึ้นมานี้ทําไมไม่ดูแล้วก็จัดสรรเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องที่ประสบอุทกภัย อย่างแท้จริง วัตถุประสงค์ดิฉันอ่านแล้วดิฉันเข้าใจเลยว่าหลักก็คือเพื่อฟื้นฟูพัฒนาแหล่งที่ ได้รับอุทกภัย ปัญหาภัยพิบัติต้องได้รับการแก้ไข แต่อย่างที่เรียนค่ะดิฉันออกพื้นที่ทุกอาทิตย์ ปัญหาที่ชาวบ้านมาบอกดิฉันก็เกิดจากปัญหาที่เกี่ยวกับการที่เขาได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทุกวัน ผ่านมาท่านประธานคะเอาแค่ต้นปีค่ะ ๓ เดือนสําหรับเดือนนี้ หลังน้ําท่วม ๔-๕ เดือน แล้วค่ะท่านประธาน ปัญหาในการแก้ไขยังไม่ลงไปอย่างทั่วถึง ให้ได้เงินแค่ ๕,๐๐๐ บาท เท่านั้นหรือคะ ให้ได้เงินไร่ละ ๒,๐๙๘ บาทเท่านั้นใช่ไหม แล้วระยะยาวละคะ พี่น้อง ของดิฉันจะเอาน้ําที่ไหนมาทําการเกษตร ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการ ด้วยค่ะ ดิฉันอยากฟังคําตอบในเรื่องนี้ ที่สําคัญท่านประธานท้ายที่สุดคงไม่ฝากอะไรมาก ท่านก็ยิ้มกับดิฉัน ดิฉันก็คิดว่าท่านน่าจะเห็นใจดิฉันที่พูดแทนประชาชนที่เป็นเกษตรกร ที่สําคัญท่านประธานคะอีกนิดหนึ่ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นี้ดิฉันเองก็หวังกับท่าน มาอย่างเยอะว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์นี่จะเป็นกระทรวงที่ดูแลพี่น้องประชาชนให้กับ ดิฉันเป็นอย่างดี ทราบมาอีกเหมือนกันว่าส่วนใหญ่โครงการที่ลงไปที่ชัยภูมิจะเป็นโครงการที่ ให้หน่วยงานทําเองส่วนใหญ่ ก็ต้องเรียนถามเลยค่ะ ส่วนใหญ่มั่นใจได้แค่ไหนคะ ซึ่งต้องยอมรับว่าที่ชัยภูมิมีเจ้าหน้าที่ไม่เยอะหรอกค่ะ ไปดําเนินการเองทั่วถึงหรือคะ ดิฉันว่า มันไม่ทั่วถึงหรอก นอกจากจะไม่ทั่วถึงแล้วคุณภาพของผลงานที่จะทําในการแก้ไขปัญหา ให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย ดิฉันไม่คาดคิดว่าโครงการที่ลงไปเยอะ จะทําได้อย่างทันห้วงเวลาในระยะเวลาแค่ ๖ เดือน ดิฉันคิดว่ามันคงจะต้องมีการดําเนินการ ที่ดีกว่านี้ ก็ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการให้ช่วยดูแลแก้ไข แล้วก็คิดว่า ข้อเสนอแนะที่ดิฉันบอกคงจะได้รับการแก้ไขในวันหนึ่งในอนาคตซึ่งไม่ไกลจากที่เป็นอยู่ กราบขอบพระคุณค่ะ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมเรียนท่านสมาชิกนะครับ วันนี้ต้องเหนื่อยหน่อยเอาให้จบนะครับ จะสว่างพวกเราก็สู้ ๓ คนสู้ครับ เอาให้มันจบเลย เพราะว่าไหน ๆ เราอยู่แล้วก็อยู่ให้มันจบเลยครับ ต่อไปเชิญคุณชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ผมว่าสรุป ๆ หน่อย ให้เข้าหลักเกณฑ์ในการพิจารณาในวาระที่สอง ไม่ใช่วาระที่หนึ่งครับ

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี ในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยครับ สําหรับมาตรา ๔ งบประมาณเพิ่มเติมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ตั้งเป็นจํานวน ๑,๖๙๗ ล้านบาท ซึ่งผมเห็นด้วยในการที่จะนํางบประมาณไปพัฒนา เรื่องแหล่งน้ําให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งเงิน ๑,๖๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งทางกรรมาธิการเรา ได้ตรวจสอบ ปีนี้เป็นปีพิเศษที่เราดูงบประมาณและมีรูปภาพให้พวกเราดูด้วย ก็ได้พบ รูปภาพหลาย ๆ รูปที่ซ้ําซ้อน ก็มีการตัดรูปที่ซ้ําซ้อนออกนะครับ แล้วก็มีการได้ขอให้ทาง กรมชลประทานให้ปรับลดงบประมาณซึ่งเราก็ได้ปรับลดงบประมาณไป แล้วก็โครงการ ที่กรมดําเนินการเองเราก็ขอให้เป็นจ้างเหมา ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ดําเนินการเอง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ในวงเงินของงบประมาณทั้งหมดมีประมาณ ๑,๖๙๗ ล้านบาท เป็นงบ ที่ต่ํากว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๔๘๗ ล้านบาท ทางกรรมาธิการเสียงข้างน้อยไม่ได้ติดใจ แต่มากกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท มีทั้งหมด ๗๘๖ ล้านบาท กรรมาธิการเสียงข้างน้อยของพรรคเพื่อไทยก็ขอให้ทางกรมได้ปรับเป็นจ้างเหมา ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ดําเนินการเอง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ และเกิน ๑๐ ล้านบาท กรมก็ดําเนินการ แต่ที่ต้องเสียใจเพราะว่ามีทุกจังหวัดเลยครับจากงบประมาณของกรมชลประทาน แต่จังหวัด อุบลราชธานีเป็นจังหวัดใหญ่ที่รับน้ําจากแม่น้ํามูล แม่น้ําชีไหลลงแม่น้ําโขง มีน้ําท่วม แต่ไม่ได้รับงบประมาณแม้แต่บาทเดียว ก็อยากจะฝากถึง ฯพณฯ รัฐมนตรีครับว่า ในปี ๒๕๕๕ อยากให้ท่านได้จัดงบประมาณให้กับพี่น้องชาวจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อแก้ไข ปัญหาความแห้งแล้ง เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญเลยครับ ผู้ที่ยกมือท้ายสุด สรุปหน่อยครับ

นายพิกิฏ ศรีชนะ ยโสธร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพิกิฏ ศรีชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อแผ่นดิน ผมได้ แปรญัตติมาตรา ๔ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปรับลด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมปรับลด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากผมดูรายละเอียดโครงการ ของงบประมาณที่จัดสรรนะครับ ดูแล้วก็ยอมรับนะครับว่างบประมาณมันมีน้อย แต่ดูหลายจังหวัดอย่างเพื่อนหลาย ๆ ท่านที่อภิปรายเกิดขึ้นอุทกภัยน้ําท่วม แต่ก็ไม่ได้รับ การดูแล ฉะนั้นผมถือว่าการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะ กรมชลประทาน ๑,๖๙๗ ล้านกว่าบาทนี้ไม่เป็นธรรม ทําไมถึงพูดอย่างนั้นครับ เพราะว่า จังหวัดยโสธรของกระผมถึงจะเป็นจังหวัดเล็ก ๆ แม่น้ําชีก็ไหลผ่าน แต่ไม่ได้รับการ จัดสรรเลยครับ มีหลายแหล่งน้ําที่ไดรับผลกระทบจากอุทกภัยนะครับ ผมยกตัวอย่าง อย่างอ่างเก็บน้ําลําเซบาย บ้านหนองคูน้อย ตําบลน้ําคํา อําเภอไทยเจริญ ได้รับการจัดสรร งบประมาณไทยเข้มแข็งไปก่อสร้างวงเงิน ๔๐ กว่าล้านบาท ในปีงบประมาณที่ผ่านมา แต่หลังจากเกิดอุทกภัยอ่างตัวนี้ชํารุดเสียหาย แต่ผมก็พยายามเปิดดูในโครงการที่ทาง กรมชลประทานถ่ายรูปมาก็ไม่เห็นมีครับ ทั้งที่เพิ่งก่อสร้างไปได้แค่ ๓-๔ เดือน ก็โดนอุทกภัย น้ําจากลําเซบายพัด ทําให้อ่างนี้เสียหายอย่างมหาศาลแต่ก็ไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณ กลางปีเพิ่มเติมให้ ผมถือว่าการจัดสรรงบประมาณยังไม่มีความเป็นธรรมเท่าที่ควรครับ ในส่วนหนึ่งผมอยากกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า กรมชลประทานถือว่าเป็นกรมที่ดูแล ในเรื่องของการบริหารจัดการน้ําทั้งประเทศ แต่ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นงบประมาณประจําปี หรืองบกลางปี แต่ผมเห็นว่าไม่ค่อยได้รับการแก้ไขปัญหาให้กับคนอีสานเท่าที่ควร จะเน้นไป ที่ภาคกลางเป็นส่วนมาก ต้องยอมรับนะครับว่าที่จัดสรรในครั้งนี้ภาคอีสานอาจจะได้บ้าง ๒๒๙ ล้านบาท แต่ถ้ามองในภาพรวมแล้วมันก็เป็นเพียงนิดเดียวเองครับ แต่งบประจําปีทุกปี ที่ท่านจัดไปให้ ทั้งที่อีสาน ส.ส. ทุกท่านต้องพูดตลอดว่าอีสานนี่แล้ง อีสานนี่ขาดแคลนน้ํา แล้วก็ ส.ส. อีสานนี้มากอันดับ ๑ ใน ๓ ของประเทศ พื้นที่ก็มาก ๑ ใน ๓ ของประเทศ แต่งบประมาณในเรื่องการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําไม่ได้รับการดูแล ฉะนั้นผมก็คงจะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอธิบดี กรมชลประทานนะครับ ผมอยากให้ท่านคิดเรื่องการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําให้กับคนอีสาน อย่างเป็นระบบและครบวงจรด้วยครับ กราบขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ เชิญครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ครับท่านประธาน ส.ส. จังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเป็นผู้ขอแปรญัตติเป็นผู้ขอสงวนคําแปรญัตติ โดยขอตัดงบประมาณ ที่ตั้งไว้ในมาตรา ๔ นี้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งที่จริงก็เป็นของกรมชลประทานนั่นละครับ ท่านประธาน เพราะมีอนุมาตราเดียว ท่านประธานครับ ขอประทานโทษพอดีท่านนั่งอยู่ ตรงนี้พอดี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้ที่รู้เรื่องดี ผมว่าน่าจะที่สุด ในคณะรัฐมนตรี เพราะว่าท่านเคยเป็นอธิบดีกรมชลประทานมาก่อน รวมทั้งเคยทําโครงการ ใหญ่ ๆ มาเยอะ ท่านเคยพูดเองในกรรมาธิการส่งเสริมราคาผลิตผลเกษตรกรรมท่านคงจําได้ บอกว่าที่น้ําท่วม น้ําแล้ง แมลงลง ไฟป่า พวกนี้มันต้องพัฒนาแหล่งน้ําทั้งนั้นท่านประธาน ท่านประธานครับ ปีนี้ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนภัยแล้งมาเร็วจริง ๆ ยังไม่ได้ประกาศภัยแล้ง แต่ผมเชื่อว่าอีกหน่อยท่านต้องประกาศแน่นอน ตอนนี้น้ําในลําห้วยแห้งหมดแล้วท่านประธาน บางแห่งที่เคยไหลตลอดปีแล้วไหลเยอะด้วย ตอนนี้ก็แห้งแล้วไม่ค่อยไหลแล้ว นี่เพิ่ง วันที่ ๓ มีนาคม ที่จริงมันแล้งมาตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว ท่านประธานครับการที่เราจะพัฒนา แหล่งน้ํา อย่างเช่นเขื่อนเพื่อให้น้ําอุดมสมบูรณ์มันสามารถที่จะป้องกันอะไรได้เยอะ นี่เดี๋ยว ไฟป่าก็จะมา แต่ถ้าเกิดว่ามีเขื่อน มีแหล่งน้ําที่ดี ไฟป่าก็จะลดลงแน่นนอน แต่ปีนี้ไม่มีทาง ที่จะลด ท่านประธานครับ ที่ผมพูดเช่นนี้ผมอยากจะยกตัวอย่าง อย่างเช่นเขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ท่านรัฐมนตรีท่านคงรู้ดี ก่อนที่จะทําเขื่อนแก่งกระจานผลปรากฏว่าตอนนี้ ป่าถูกบุกรุก ไม้เอาไปขาย ไม้เอาไปทําถ่าน ต้นแห้งหมดแล้ว ท่านประธานครับ ผลปรากฏว่า พอมีเขื่อนแก่งกระจานขึ้นมาตอนนี้เป็นอย่างไร ป่าอุดมสมบูรณ์สมบูรณ์ไปหมดในบริเวณนั้น ไม้ไร่ดีไปหมด น้ําท่าดี ทุกอย่างดีไปหมด น้ําท่วมแทบไม่ค่อยปรากฏ แล้งก็น้อย ท่านประธานครับ ห้วยฮ่องไคร้โครงการพระราชดําริ กรมชลประทานเองเป็นผู้ที่ ไปดําเนินการ เดี๋ยวนี้เป็นอย่างไร จากที่แห้งแล้งผลปรากฏว่าเกิดประโยชน์ต่อห้วยฮ่องไคร้ ชาวบ้านแถวนั้นอย่างมหาศาล ท่านประธานครับ ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนผลปรากฏว่ารายได้ ต่อหัวของประชากรแทบจะน้อยที่สุดในประเทศไทย หมายความว่าอย่างไร หมายความว่า มันน่าจะจนที่สุด ที่จริงมันน่าจะแก้ได้ แต่ที่ผมกําลังบอกว่าที่ผมต้องตัดก็เพราะเหตุว่า การดําเนินการของกรมชลประทาน โดยเฉพาะที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนนี้ช้ามาก ช้าจริง ๆ เราแทบไม่เห็นผลงานเลย นาน ๆ จะมีโครงการที่จะไปแก้ปัญหาต่าง ๆ รวมทั้งจะเพิ่มรายได้ ให้กับเกษตรกร ถ้าเกิดว่ามีแหล่งน้ํา มีเขื่อน มีอะไรที่สมบูรณ์มันจะเพิ่มรายได้ให้เขา อย่างมหาศาล ไม่เฉพาะเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างดีอีกด้วย ท่านประธานได้ยินปางอุ๋ง ๒ ไหมครับ ตอนนี้โด่งดังไปทั่วประเทศ ก็เพราะมีแหล่งน้ํา แล้วก็ปรากฏว่ามีทิวทัศน์ที่สวยงามคนก็เลยไปเที่ยวอย่างมหาศาล รายได้ของคน ในตําบลหมอกจําแป่ดีขึ้นอย่างมากมาย แต่ที่ผมพูดเช่นนี้ว่าทําไมกรมชลประทานถึงจําเป็น จะต้องโดนตัด ก็เพราะเหตุว่าอย่างเช่นเมื่อกี้นี้มีผู้อภิปรายแล้วว่าโครงการชลประทานทําเอง เดี๋ยวนี้ทําเองมากเหลือเกิน แทนที่จะให้เขาประมูล แทนที่จะเอกชนเข้ามาร่วมก่อสร้าง มาร่วมทําอะไร ปรากฏว่ากรมชลประทานเลือกที่จะเลือกดําเนินการเอง เมื่อสักครู่นี้ มีผู้อภิปรายแล้ว ท่านประธานครับสิ่งนี้ทําให้มันช้า ยกตัวอย่างองค์การโทรศัพท์แต่ก่อนนี้ เป็นอย่างไร พอให้สัมปทานปั๊บมันพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วมาก กรมชลประทานเคยทํางาน ได้เร็ว ผลปรากฏว่าตอนหลังดําเนินการเอง โดยเฉพาะที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนนี้ดําเนินการเอง เสียเป็นส่วนใหญ่เลย ทําให้การที่จะแก้ปัญหาความเดือดร้อนภัยแล้ง รวมทั้งความต้องการ แหล่งน้ําช้ามาก ทําไมกรมชลประทานไม่ไปรีบเร่งเพื่อสํารวจที่จะพยายามพัฒนาแหล่งน้ํา วางแผนที่จะพัฒนาแหล่งน้ําให้เป็นระบบ โดยเฉพาะลุ่มน้ําสําคัญ ๆ อย่างเช่นที่อําเภอปายนี้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทําเงิน แล้วก็มีคนไปเที่ยวมากมายในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผลปรากฏว่าตอนนี้น้ําเริ่มขาดแล้ว เดือนหน้าน้ําเริ่มขาด เขื่อนทํากลางนี้เมื่อไรจะไปทําต่อ สักที ที่จริงชาวบ้านเขาฝันมากว่าจะไปช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ําในเขตเทศบาล แล้วก็โรงแรมต่าง ๆ ผลปรากฏว่าตอนนี้ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรถึงอืดยืด แหล่งน้ําของสามารถ ที่จะทําเป็นแหล่งน้ําได้อย่างดี ท่านจําได้ไหมปี ๒๕๔๘ น้ําทะลุเข้าไปในเทศบาลปาย ท่วมเสียหายมหาศาล แต่หลังจากนั้นพอปีต่อมาจนถึงปีนี้น้ําขาดแคลนหมดเลย ในแหล่งท่องเที่ยวในเมือง ทําไมไม่หาทางพัฒนาแหล่งน้ําของ โอเค มันอยู่ในเขตรักษา พันธุ์สัตว์ป่า สิ่งนี้คือสิ่งที่ผมคิดว่าทางกรมชลประทานควรจะเริ่มดําเนินการ เตรียมเอกสาร แล้วก็รีบเร่งขออนุญาต การขออนุญาตที่จะใช้พื้นที่ทีหนึ่งกี่ปีท่านก็รู้อยู่แล้ว แต่ผลปรากฏว่า แหล่งน้ําในแม่ฮ่องสอนยังขาดอีกเยอะแยะ ตําบลห้วยผึ้งถ้าเกิดมีขึ้นมาเขาจะได้มีการพัฒนา ทําแถวนั้น บุกรุกป่าน้อยลงเพราะเขามีพื้นที่ทํากิน มีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้น มันจะได้ บุกรุกป่าน้อยลงครับท่านประธาน บางที่พอทําขึ้นมาแล้วก็ตัดทางที่มันจะเข้าไปลักลอบตัดไม้ เอามาค้าขายกัน เอาไปขายเอาไปอะไรต่ออะไร ที่มีปัญหาวุ่นวายอยู่ในปัจจุบันนี้ ทําไม ไม่รีบทํา ปัจจุบันนี้ท่านได้ขออนุญาตแหล่งน้ําในจังหวัดแม่ฮ่องสอนสักกี่ที่ แล้วพอที่จะ ได้อนุญาตมันสักกี่ที่กัน ท่านประธานครับ ผมเลยขอกราบเรียน ผมไม่ได้ตําหนิท่าน แต่ผมคิดว่าจําเป็นจะต้องมีการปรับปรุงการบริหารจัดการครับ ท่านประธานครับ แล้วก็การขออนุญาตการที่จะวางแผนไปข้างหน้าให้มันเร็วขึ้น บางทีท่านก็อาจจะต้อง ให้พวกผมช่วยกันกระตุ้นที่จะให้รัฐบาลนี้เล็งเห็นถึงความสําคัญของการพัฒนาแหล่งน้ํา ท่านรัฐมนตรีครับ ก็ไม่มีอะไรนอกจากตัดเพื่อขออนุญาตขึ้นมาย้ําเตือนท่าน ให้ท่านเกา ให้ถูกที่คัน พื้นที่ไหนจําเป็นที่จะต้องรีบเร่งดําเนินการ หรือว่าต้องวางแผนล่วงหน้าไว้นาน ๆ ก็ได้โปรดดําเนินการ อันไหนที่มันไม่จําเป็น คนของท่านที่จะเอามาทําอย่างอื่นได้เยอะแยะ ท่านประธานครับ อย่าเอาคนของท่านไปทําดําเนินการเองแล้วก็ต้องไปลงรายละเอียด จนคนไม่ค่อยมี แล้วก็ผลปรากฏว่าพอทําเองก็ช้ามาก ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนนี้ ทําเองเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยครับท่านประธาน ผมยังไม่ได้เช็คดูที่ท่านไปทําฝาย บ้านแอโก๋ บ้านแสนคําลือ อันนั้นแหล่งน้ําอย่างดีเลย ไม่รู้ว่าทําเองหรือไม่ ผมก็ยังไม่ได้เช็ค ท่านประธานครับ ขออนุญาตอภิปรายแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ผมว่าสมควร ที่จะลงมติได้แล้วครับ คุณบุญรื่นติดใจอยู่หรือครับ เชิญครับ

นางบุญรื่น ศรีธเรศ กาฬสินธุ์

ท่านประธานคะ ขอพูดสักนิดหนึ่งค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉัน บุญรื่น ศรีธเรศ ค่ะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทยค่ะ ดิฉันได้ขอแปรญัตติในมาตรา ๔ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทานค่ะ ทีนี้ดิฉันมาดูเอกสารนะคะ อําเภอฆ้องชัย ฝายวังยาง มีความเดือดร้อน อย่างที่สุดค่ะ เพราะว่าอําเภอนี้เป็นอําเภอที่ถูกน้ําท่วมซ้ําซาก ท่วมทุกปีค่ะ เนื่องจากได้รับ ผลกระทบจากแม่น้ําชี ทีนี้พอมาดูเอกสารแล้วถูกตัด ไม่ได้รับการพัฒนา เพราะว่าอยู่ใน ภัยพิบัติเหมือนกัน พอดีอยากจะพูด ท่านรัฐมนตรีอยู่ตรงนี้พอดี ดิฉันตัด ๕ เปอร์เซ็นต์นะคะ อย่างไร ๆ ก็ขอมาแก้ปัญหาให้ฝายวังยางของอําเภอฆ้องชัยด้วยค่ะท่านประธาน ดิฉัน อยากฝากแค่นี้ละค่ะ เพราะว่าเป็นที่น่าเวทนาเหลือเกินค่ะ เพราะว่าไปเยี่ยมทุกปีเขามีปัญหา เขาจะอพยพไปที่ไหนก็ไม่ได้แล้ว มันเป็นวิถีของอําเภอฆ้องชัยแล้วค่ะท่านประธาน ฝากท่านรัฐมนตรีด้วยค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อําเภอฆ้องชัยนะครับ ท่านรัฐมนตรี ขอบพระคุณครับ เชิญท่านวิรัชในฐานะกรรมาธิการสรุปเลยครับ

นายวิรัช รัตนเศรษฐ กรรมาธิการ

ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผม วิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรครวมชาติพัฒนา ผมเองขออนุญาตตอบสั้น ๆ นะครับว่า ในชั้นแรกในการพิจารณาของงบของ กรมชลประทาน ท่านประธานครับ เราปรับไปประมาณ ๘,๔๔๐,๐๐๐ บาท แต่เนื่องจาก บรรดาท่านกรรมาธิการหลายท่านได้พูดคุยกันแล้วก็ได้เอารูปมาดูกันใหม่อีกครั้งหนึ่ง ก็ได้มีการคืนงบประมาณก่อนที่จะมาถึงทางห้องใหญ่ ทีนี้ประเด็นปัญหาก็อยู่ที่ของ ท่านบุญรื่น ก็คือในส่วนของที่อําเภอฆ้องชัย ๓๐๐,๐๐๐ บาท กับในส่วนของตําบลโนนพะยอม อําเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น ๓๐๐,๐๐๐ บาท ในส่วนนี้ผมได้คุยกับทางท่านอธิบดี ท่านอธิบดีกรมชลประทานท่านก็ยืนยันว่าจะปรับเงินในส่วนของงบปกติให้กับทาง ทั้ง ๒ โครงการที่ถูกปรับลดไป แต่เพื่อเป็นการยืนยันเมื่อกี้นี้ผมก็ได้เรียนทาง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งท่านก็ยืนยันว่าได้รับการซ่อมแซม ก่อนโครงการอื่นแน่นอน

สําหรับในส่วนของโครงการอื่น ท่านประธานครับ ได้มีโอกาสได้ซักถาม ทางกรมชลประทานในเรื่องงานทําเอง หลายท่านมีความสงสัยว่าจะทําทันไหม ซึ่งแต่ละ โครงการไม่ว่าจะเป็นในส่วนของทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือแม้กระทั่งในส่วนของ จังหวัดสงขลาก็ตามที ทางกรมชลประทานบอกว่าจะระดมเครื่องมือที่มีทั้งหมดเอามา ระดมทํา แล้วก็จะให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ จึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ในเบื้องต้น ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ได้รายละเอียดพอสมควร ยังติดใจอยู่ไหมครับ ถ้าไม่ติดใจผมจะผ่านนะครับ

นางบุญรื่น ศรีธเรศ กาฬสินธุ์

ท่านประธานคะ ก็ต้องขอกราบ ขอบพระคุณทั้งรัฐบาลและคณะกรรมาธิการแทนพี่น้องชาวอําเภอฆ้องชัยด้วยค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อย่าลืมบุญรื่นก็แล้วกัน ถ้าได้เบอร์อะไรค่อยกาให้ ก็ผ่านมาตรา ๔ นะครับ ต่อไปมาตรา ๕ เชิญท่านรองเลขาธิการ

นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๕ กระทรวงคมนาคม ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการสงวนความเห็น และมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ ท่านผู้สงวน คําแปรญัตติครับ เชิญท่าน ส.ส. เชียงใหม่ครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ จากพรรคเพื่อไทย ในส่วนของ มาตรา ๕ กระทรวงคมนาคมซึ่งเป็นงบกลางปีแบ่งเป็นกรมทางหลวงอยู่ ๑,๘๐๐ ล้านบาท กับกรมทางหลวงชนบท ๑,๑๐๐ ล้านบาท รวมกันเป็น ๒,๙๐๐ ล้านบาท เป็นแผนงานฟื้นฟู และแก้ไขปัญหาผลกระทบจากอุทกภัยทั้งสิ้น ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ในขั้นคณะกรรมาธิการงบประมาณ ผมเป็นคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมแปรญัตติไว้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ มีการปรับลดบ้างเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตามผมต้องกราบเรียนด้วยความ เคารพ หลายสิ่งหลายอย่างที่ค้นพบในคณะกรรมาธิการงบประมาณกลางปีครั้งนี้เป็นที่ น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะของกรมทางหลวง ในกรมทางหลวงชนบทนั้นผมไม่ติดใจมากนัก แต่อย่างไรก็ตามต้องมากราบเรียนฝากผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกทุกท่านก่อนในเบื้องต้น สิ่งที่กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทได้มาชี้แจงในคณะกรรมาธิการงบประมาณ กลางปีนั้น แบ่งในเรื่องของการจัดเรียงลําดับความสําคัญของโครงการไว้ชัดเจนเป็น ๕ ลําดับ ในการที่แต่ละโครงการจะได้รับการพิจารณาแล้วก็บรรจุ เพราะว่างบประมาณมันไม่เพียงพอ กับความเสียหายที่เกิดขึ้น แน่นอนว่า ๑. มีคณะกรรมการของท่านรัฐมนตรีประจําสํานัก นายกรัฐมนตรีท่านดูในเรื่องของรายละเอียดว่าโครงการครบหรือไม่ ทําเสร็จใน ๑ ปีหรือไม่ หลายสิ่งหลายอย่างเหล่านั้น ๔ ข้อนี้ท่านดูอย่างเรียบร้อยแล้ว ตัวเลขมันจบแล้ว โครงการ ที่ผ่านข้อกําหนดเหล่านั้น มีจํานวนมากกว่าเงินงบประมาณที่ได้ตั้งไว้สําหรับงบกลางปี ที่จะมาให้กับกรมทางหลวงชนบทแล้วก็กรมทางหลวง ต้องกราบเรียนให้เพื่อนสมาชิก ทุกท่านทราบ เพราะว่าอย่างนี้ครับ ทางคณะกรรมาธิการงบประมาณ ๑. ก็คือมีการเร่งรัด ในการพิจารณา ๒. เวลาแล้วก็การลงพื้นที่มันไม่มี จะถามว่าโครงการแต่ละโครงการ มันเสียหายมากน้อยกว่ากัน ยังขาดเหลือที่ไหนบ้างมันยังไม่ชัดเจน พวกเราที่เป็น กรรมาธิการไม่มีเวลาไปลงพื้นที่ไปดูสภาพความเสียหายที่แท้จริง ต้องกราบเรียนด้วยความ เคารพ เพราะเราใช้เวลาพิจารณาเพียงแค่ ๕ วันเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามโครงการที่เขา เรียงลําดับความสําคัญไว้นี้มันจะมี ๕ ลําดับ ลําดับแรก บอกว่าสะพานขาด ลําดับที่ ๒ สายทางขาด ลําดับที่ ๓ มีดินสไลด์ (Slide) มาปิดทาง ลําดับที่ ๔ เป็นเรื่องของอาคาร ระบายน้ํา และลําดับสุดท้าย เป็นเรื่องของผิวทาง เมื่อดูอย่างนี้มันดูง่ายขึ้นครับ มีเรียงลําดับ ความสําคัญ ๕ ลําดับ ผมไปเปิดดูในโครงการ ในแผนงานงบประมาณกลางปีครั้งนี้ ปี ๒๕๕๔ ผมได้พบหลายเส้นทางที่มีการซ่อมบํารุงผิวทาง ดูง่ายครับ คราวนี้มันก็สรุปได้ แล้วก็มีการสอบถาม ผมเป็นคนสอบถามในกรรมาธิการงบประมาณเอง ผมบอกว่าเห็นผิวทางซ่อมนี้แสดงว่า ไม่มีแล้วนะครับ ทางขาด สะพานขาด ดินสไลด์นี่ไม่เหลือแล้ว โครงการที่มันเสียหายนี่ ได้รับคํายืนยันว่าใช่ แต่อย่างไรก็ตามต้องฝากเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่อยู่ในแต่ละพื้นที่ กลับบ้านไปดูเสีย ถ้าท่านมีทางขาด สะพานขาด ดินสไลด์ จะได้มาร้องเรียนกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ฝากผ่านท่านประธานสภามาหารือก็ได้ ว่าเราได้ให้คําสัญญาตามข้อกําหนด จริง ๆ แล้วระเบียบการจัดเรียงความสําคัญอันนี้ทางหน่วยงานเป็นคนบอกมาเอง ไม่ใช่เรา กําหนดนะครับ เขากําหนดมาเอง เพราะฉะนั้นเมื่อเราเห็นผิวทางได้รับการซ่อมแซมแล้ว ถ้าบ้านผมมีดินสไลด์ปิดทางอยู่ มีถนนขาดอยู่ มันควรจะได้รับการซ่อมแซมเช่นเดียวกัน ผมก็ฝากผ่านเพื่อนสมาชิก ผ่านท่านประธานไปตรวจสอบกัน

ในส่วนของกรมทางหลวงที่ผมมีปัญหามากที่สุด ผมกราบเรียนด้วยความ เคารพอย่างนี้ครับ มันมีเรื่องของการกระจุกตัว อันนี้แน่นอนครับ ผมคงไม่พูดประเด็นนี้แล้ว เพราะว่าพูดกันมามาก แต่อย่างไรก็ตามมันมีงบประมาณหนึ่งที่พวกเรารู้จักกันดีในนามของ งบประมาณที่เรียกว่ารีไซกิ้ง (Recycling) คุยกันในคณะกรรมาธิการงบประมาณนี้ เป็นหลายชั่วโมง ตัวเลขที่ออกมาโครงการที่มีขนาดโครงการใหญ่กว่า ๓๐ ล้านบาท ของกรมทางหลวงมี ๑๗ โครงการ ๑๕ โครงการเป็นรีไซกิ้งครับ ที่เราเรียกว่ารีไซกิ้ง ผมเองพยายามสอบถามในกรรมาธิการ ผมพยายามจะหาข้อเปรียบเทียบมาให้ ในที่สุด ไม่ได้ข้อมูล บอกว่าจะส่งตามมา จนวันนี้ยังมาไม่ถึงมือ ต้องร้องเรียนผ่านท่านประธานไปยัง ท่านประธานคณะกรรมาธิการว่าเมื่อไรจะได้ข้อมูลคําถามที่ถามไป ผมถามว่าอะไรครับ ท่านประธาน ๑. ค่าเฉลี่ยในการจัดซื้อจัดจ้างที่บอกรีไซกิ้งมันดีนักดีหนา แน่นอนมันใช้ ของเก่ามาทํา มันเป็นการใช้ผิวถนนที่มันเสียหายมาทําใหม่ แต่มันมีจํานวนผู้จัดซื้อ จัดจ้างน้อย ให้คําตอบผมมาว่ามีอยู่ ๑๐๔ บริษัท ปีนี้จดทะเบียนเพิ่มมาอีก ๑๕ บริษัท เป็น ๑๑๙ บริษัท ทั่วประเทศนะครับท่านประธาน ๗๐ กว่าจังหวัด จังหวัดหนึ่งไม่เกิน ๒ เจ้าแล้ว แล้วถามว่าบริษัทเหล่านี้บางบริษัทจดทะเบียนมานี้เจ้าของเดียวกันหรือเปล่า ก็ไม่รู้ ดีไม่ดีเจ้าของเดียวกัน แล้วถามว่าในจังหวัด จังหวัดหนึ่งมีอยู่ ๑-๒ เจ้านี้ฮั้วกันได้ไหม มันฮั้วอยู่แล้ว นี่คือโครงการรีไซกิ้งที่พวกเรามีปัญหาในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน มาโดยตลอด ผมก็เลยถามเขาบอกว่า ๑๐๔ บริษัทนี้เปรียบเทียบให้ดูหน่อยสิ ๒ อย่าง นะครับ ๑. ท่านบอก ๑๐๔ บริษัทมีการแข่งขันที่เป็นธรรม ผมไม่เชื่อ ลองเอาตัวเลขของ บริษัทที่สามารถจัดซื้อจัดจ้างในวิธีอื่นให้ผมดูหน่อย จะเป็นลาดยาง จะเป็นทําคอนกรีต เอามาให้ดูสิ มันจะมากี่พันกี่หมื่น แน่นอนว่าการแข่งขันมันเป็นธรรมกว่า ในที่สุดมันมีการ ประมูลจัดซื้อจัดจ้างที่ทําให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เกิดความเป็นธรรม เกิดศักยภาพในการใช้งบประมาณมากที่สุด ๒. สิ่งที่ผมได้ขอไปแล้วยังไม่ได้คําตอบก็คือ ขอค่าเฉลี่ยให้ดูหน่อยสิว่าการจัดซื้อจัดจ้างที่บอกดีนักดีหนานี้ ในที่สุดรีไซกิ้งนี้ค่าเฉลี่ยมัน มีการประมูลแล้วมันตัดราคา มันฟันราคากันกี่ครั้งไปกี่เปอร์เซ็นต์ แล้วเทียบกับประเภทอื่นสิ แบบทําถนนคอนกรีต เดี๋ยวนี้การแข่งขันมันสูงขนาดที่ว่าประมูลข้ามจังหวัด อยู่จังหวัดภูเก็ต มาประมูลจังหวัดเชียงใหม่ยังได้เลย เพราะว่าเครื่องไม้เครื่องมือมันพร้อมหมด มันมีอยู่ ทั่วทุกภูมิภาค มีบริษัทที่สามารถทํางานประเภทเหล่านั้นได้มันเยอะจนกระทั่งการแข่งขัน มันเป็นธรรม ผมก็เลยบอกว่าโครงการรีไซกิ้งนี่ปรับลดได้ไหม ในที่สุดไม่ได้รับการตอบรับจาก ทางคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ก็ต้องเป็นที่น่าเสียดาย แต่อย่างไรก็ตามนะครับ อย่างที่บอก โครงการสูงกว่า ๓๐ ล้านบาท ๑๗ โครงการ เป็นรีไซกิ้งไป ๑๕ โครงการ แล้วต่ํากว่า ๓๐ ล้านบาท ไม่ให้ข้อมูลดูไม่เห็นข้อมูลยังตอบไม่ได้ครับ เพราะว่าผมไม่เห็น ในเรื่องของแผนโครงการต่าง ๆ ก็เลยไม่กล้ายืนยันว่าต่ํากว่า ๓๐ ล้านบาทนี้ ดีไม่ดีอีก ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์เป็นรีไซกิ้งหรือเปล่า ทําไมมันชอบกันนักกันหนา นี่มันเป็นคําถามที่ผม ต้องฝากผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก รวมถึงหน่วยงานที่จะ เข้ามาปฏิบัติภารกิจในส่วนนี้ วันนี้อย่างที่ได้บอกในตอนมาตรา ๓ ผมพูดเกริ่นไปแล้ว วันนี้เขาบอกครับท่านประธาน มาตรา ๒๖๖ รัฐธรรมนูญกําหนดไม่ให้สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรเข้าไปเกี่ยวเนื่องด้วยเรื่องของงบประมาณ ด้วยเรื่องของโครงการอะไรต่าง ๆ เราก็อยู่ห่างกันมา ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีครับ แต่อย่างไรก็ตามวันนี้เขาบอกว่าอยากได้งบประมาณ เมื่อก่อนวิ่งหา ส.ส. เดี๋ยวนี้อยากได้ โครงการวิ่งหาผู้รับเหมา เราฟังอย่างนี้แล้วเพื่อนสมาชิกในสภานี้สบายใจหรือไม่ เพราะอะไร เพราะโครงการเหล่านี้เขาบอกว่า มีเจ้าของหมดแล้วครับ รู้ตัวคนทําหมดแล้วครับ ใครจะทํา ที่ไหน แบ่งกันอย่างไร กี่เส้น กี่ล้านบาทเขารู้หมด เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้อย่าปล่อยให้มัน อยู่ในสังคมไทย อย่าปล่อยให้มันอยู่ในระบบของราชการ ระบบของการทํางานงบประมาณ อีกต่อไป ผมขอท่านปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุด้วยผลที่ได้ชี้แจงมาแล้วนะครับ ก็หวังว่าเพื่อนสมาชิกจะได้รับฟัง ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณบุญรื่น ศรีธเรศ ครับ

นางบุญรื่น ศรีธเรศ กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน บุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ดิฉันเป็นผู้หนึ่ง ในการแปรญัตติ มาตรา ๕ เกี่ยวกับกระทรวงคมนาคม พอดีได้ฟังท่านจุลพันธ์พูด อันนี้คือข้อเท็จจริงนะคะ ว่าถนนหนทางจะได้รับการปรับปรุงแก้ไขจะไปถามที่ไหน ไปถามที่ ผู้รับเหมา อันนี้มันคงจะเป็นความจริงหรือเปล่าไม่ทราบนะคะ ท่านประธานรับฟังเอา ก็แล้วกันนะคะมันเป็นแบบนี้ค่ะ ดิฉันไม่อยากจะคิดว่ารัฐบาลทํางบประมาณแบบกระจุก และไม่กระจาย ไม่อยากจะพูดนะคะ เพราะว่าประท้วงกันมาหลายครั้งแล้ว ทีนี้ดิฉัน ดูเอกสารนะคะ เอกสาร ๖๐ โครงการนี้ก็ดีนะคะที่แก้ไขฟื้นฟูในพื้นที่ที่ได้รับภัยพิบัติ แต่แน่นอนบางโครงการมันจะไม่อยู่ในเขตภัยพิบัติ แต่ที่ดิฉันเป็นห่วงที่สุด อันนี้ก็เป็นการดี ที่รัฐบาลเอาใจใส่แก้ไข ปรับปรุงเพื่อให้ถนนหนทางมันดีขึ้น กระทรวงคมนาคม เป็นกระทรวงหลักของประเทศก็ว่าได้นะคะ เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าถ้าการพัฒนาถนนหนทาง การไปมาหาสู่ซึ่งกันและกันสะดวกสบาย อันนี้คือการพัฒนาประเทศได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ดิฉันเป็นห่วง เป็นห่วงมาก ๆ คือโครงการถนนไร้ฝุ่น ท่านลืมหรือยังคะ พี่น้องประชาชน ทั้งประเทศฝากความหวังไว้สูงสุดคือถนนไร้ฝุ่น ดิฉันจะยกตัวอย่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ ๓ ตําบลที่อยู่ห่างไกลอําเภอเมืองมาก ตําบลขมิ้น ตําบลภูดิน แล้วก็ตําบลบึงวิชัย ซึ่งมีพื้นที่ ติดต่อกัน ถนนลูกรังยังเยอะมากค่ะท่านประธาน เพราะฉะนั้นอยากจะให้ไปดูตรงนี้ ดิฉัน ขอตัดงบประมาณนี้ ๕ เปอร์เซ็นต์เหมือนกัน ถ้าเป็นไปได้อยากจะให้รัฐบาลนี้ใส่ใจถนนไร้ฝุ่น ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยนะคะ อันนี้เป็นหัวใจของเขา ที่เขาจะได้รับการพัฒนาก็อยู่ตรงนี้ ในการไปมาหาสู่ซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นฝากด้วยนะคะ มีทั้งรัฐมนตรี มีทั้งนายกรัฐมนตรี ฟังอยู่ที่นี่ เพราะฉะนั้นดิฉันขอฝากถนนไร้ฝุ่น ขอให้อยู่ในหัวใจของรัฐบาลนี้ด้วย ขอบคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านอํานวย คลังผา

นายอํานวย คลังผา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย สําหรับ โครงการของกระทรวงคมนาคมนั้น ซึ่งผมได้ปรับลดไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลเนื่องจากหลาย ท่านได้มีการอภิปรายในเรื่องของถนนรีไซกิ้ง ซึ่งตรงนี้ผมเห็นว่าถนนดังกล่าวนั้นไม่สามารถที่ จะหาผู้แข่งขันได้มากราย มีผู้แข่งขันน้อย ดังนั้นจึงเห็นว่าไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง แทนที่จะ มีผู้แข่งขันจํานวนรายมากขึ้น รัฐอาจจะได้ประโยชน์ เนื่องจากอาจจะมีการฟันกัน เงินก็จะ เหลือเข้ารัฐมากมาย นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ผมไม่เห็นด้วยในส่วนนี้ ดังนั้นก็อยากจะฝาก ท่านประธานคณะกรรมาธิการผ่านท่านประธานสภานะครับว่า การที่ทางกระทรวงคมนาคม กําหนดถนนรีไซกิ้งนั้นผมได้ไปดูมานะครับ ว่าของจริงนี้ถนนสายหนึ่ง ๖ กิโลเมตร ทําไม่ถึง ๕๐๐ เมตรครับ รวมแล้วอาจจะแค่ ๑๐๐ เมตรเท่านั้นเองที่เป็นรีไซกิ้ง เอาแต่ชื่อครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นเหตุผลที่ผมไม่เห็นด้วย ดังนั้นก็อยากจะฝากท่านประธานถึง ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญให้ช่วยพิจารณาในส่วนนี้เพื่อประโยชน์กับประเทศชาติ ในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณ เพราะฉะนั้นมีการแข่งขันผู้รับเหมาจํานวนน้อยราย เป็นการเฉพาะเจาะจง เพียง ๑๐๐ กว่ารายเท่านั้น หากว่าเปิดกว้างเป็นจํานวนอย่างอื่น ผมคิดว่าจะมีผู้รับเหมามามากรายจะเหลือเงินเข้ารัฐจํานวนมาก ดังนั้นที่ผมเห็นว่าในการ ปรับลดนี้สมควรที่จะให้มีการปรับลดให้มากขึ้น ดังนั้นก็อยากจะฝากทางท่านประธาน ให้ทบทวนในเรื่องของรีไซกิ้ง หากไปซื้อรีไซกิ้งมาก ๆ จะทําให้รัฐเสียเงินออกไปซื้อของ จากต่างประเทศจํานวนมาก หากว่าเอาของที่เรามีอยู่มันก็จะได้ประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน อย่างมากมาย นี่คือส่วนหนึ่งที่ผมเห็นด้วย ดังนั้นตามที่ผมไปเห็นมาหลายสายทําน้อยมาก ไม่เกิน ๕๐ เมตร ๖๐ เมตร ท่านเอาเครื่องไปลงไปทดลองเฉย ๆ แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้ทํา ตลอดสาย อยากตั้งข้อสังเกตไว้ดังนี้ครับ ผมจึงของปรับลดไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณอดุลย์

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส. จังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอสงวนคําแปรญัตติโดยขอตัดงบประมาณที่ตั้งไว้ในรายการมาตรา ๕ นี้จํานวน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จาก ๒,๙๐๐ ล้านบาท เป็นเงิน ๒๙๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ทําไม ผมถึงขอตัด มีหลายคนพูดไปแล้วครับท่านประธาน รีไซกิ้งของกรมทางหลวงที่ว่าดีนักดีหนา ท่านประธานครับ รีไซกิ้งเมื่อสักครู่ขอประทานโทษที่ต้องเอ่ยนาม ท่านอํานวย คลังผา ได้พูดไปแล้วว่าบางช่วงทําถนนสัก ๕ กิโลเมตร แต่ผลปรากฏว่าให้ทํารีไซกิ้งสัก ๓๐๐-๔๐๐ เมตรเพื่ออะไร เพื่อระบุว่าให้ผู้รับเหมาที่มีเครื่องมือรีไซกิ้งถึงจะประมูลได้ ท่านประธานครับ ผมได้ยินว่าการกระทําเช่นนี้เขาเรียกว่าการล็อก สเปก (Lock spec) จริงหรือเปล่า ต้องถามท่านประธาน ท่านประธานจะมีความรู้ทางด้านการก่อสร้างถนนนี้ มากกว่าผม อันนี้ถามท่านประธานก็คงได้ เพราะว่าอธิบดีไม่อยู่ ท่านประธานครับ ผมนี่ ถ้าหากว่าไม่ได้มาประชุม พอกลับไปพื้นที่ผมนั่งรถวันหนึ่งเป็น ๑๐๐ กิโลเมตร บางทีก็ ๒๐๐-๓๐๐ กิโลเมตร ถนนดีก็นั่ง ถนนไม่ดีก็นั่ง ถนนที่ว่าดีของกรมทางหลวงนี้ผมก็เคยเห็น เขาไปรีไซกิ้ง อันนี้เป็นระยะทางยาวนะครับ คือคล้าย ๆ กับมันลาดยาง มันเป็น แอสฟัลต์ติก (Asphaltic) อยู่แล้ว แล้วเขาก็ไปรีไซกิ้งกันใหม่ ดีไหม โอเคมันดี ตรงที่ว่ามันไม่ต้องไปขนวัสดุใหม่มา วัสดุเก่านี้ก็อาจจะไม่ต้องเอาไปกองไว้ เขาว่ามันจะทําให้ สิ่งแวดล้อมมันไม่ค่อยดี ถ้าหากว่าอยู่ใกล้ ๆ กรุงเทพมหานครหรือเมืองใหญ่ ๆ มันไม่ค่อยมี ที่ทิ้งวัสดุเก่าออกไปมันก็น่าจะดีหรอกท่านประธาน แต่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนผมไม่มั่นใจว่า ดีนัก เพราะเหตุใดท่านประธาน เพราะเหตุว่าผมเคยเห็นเขาเอาเครื่องรีไซกิ้งนี้ไป ไปรีไซกิ้ง แล้วก็ปูแอสฟัลต์ติกทับเรียบร้อย ๓-๔ เดือนเองท่านประธานมันแตก แตกแบบหนังจระเข้นี่ เยอะมากเลย ตอนหลังผ่านไปอีกทีหนึ่งที่วิ่งมานี้ปรากฏว่าเราก็เออสบายแล้วตอนนี้เราจะนั่ง ไม่โขยกเขยก นั่งสบายหน่อย ตอนนี้เขาก็ไปดําเนินการซ่อมเป็นจุด ๆ แล้วก็เอาแอสฟัลต์ติก ไปปะทําให้มันไม่เรียบ เพราะฉะนั้นผมก็เลยไม่แน่ใจว่ามันดีจริงหรือเปล่า ทําไมทําบางที ๒-๓ เดือน มันฟังแล้ว ก็เท่ากับว่ามันเป็นจุดอ่อนแล้วตรงนั้นเขาเรียกว่า ซอฟท์ สปอร์ต (Soft Spot) ครับท่านประธาน แล้วทําไมมันทํารีไซกิ้งแล้วทําไมถนนมันพังง่ายยิ่งขึ้น สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทางกรมทางหลวงจําเป็นจะต้องหยุดก่อนแล้วก็มาพิจารณาดูก่อนว่ามันดี จริงไหม ใช่ไหมครับท่านประธาน แต่ผมก็ยังเห็นมีการลงงบประมาณเยอะแยะจนเพื่อน พี่น้อง ส.ส. เรานี่ออกมาโวย นี่คือของกรมทางหลวงครับท่านประธาน

ประการที่ ๒ กรมทางหลวงชนบท ท่านประธานครับ การที่เราจะทํา ถนนใด ๆ ก็ตาม ๑. คือการก่อสร้าง ๒. คือการบํารุงรักษา ๓. คือการซ่อมแซม รีไซกิ้งนี่ เขาขอเงินกันง่ายเหลือเกิน แต่ไม่ว่ากรมทางหรือว่ากรมทางหลวงชนบท การจะขอเงินเฉพาะ แค่ก่อสร้างนี่ก็แย่แล้ว อย่างเช่น กรมทางหลวงนี่บางเส้นต้องไปทําชั้นผิวลูกรังก่อน แต่ทางเขามันไม่ใช่ทางเรียบ ๆ นี่ครับท่านประธาน มันเป็นแบบนี้ พอน้ําวิ่งผ่านทีมันก็เซาะ เป็นร่องเป็นอะไรต่ออะไร พอปีรุ่งขึ้นจะไปทําผิวเพื่อให้มันแข็งแรง อาจจะผิวคอนกรีต ผิวลาดยางอะไรก็แล้วแต่ ปรากฏว่าต้องไปซ่อมของเดิม เสียเงินซ่อมของเดิมอีกทั้ง ๆ ที่ เพิ่งทําไป ขอเงินยากจริง ๆ กว่าจะขอได้สัก ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐ ล้านบาท นี่เลือดตา แทบกระเด็นกัน แล้วปีหนึ่งก็ได้น้อยมาก มีโครงการที่บอกว่าโครงการถนนไร้ฝุ่น ๗,๐๐๐ กิโลเมตร ให้จบโครงการนี้ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ท่านประธานยังมีฝุ่นอีกเป็นพัน ๆ กิโลเมตรเหมือนกัน ท่านประธานครับ ของเรานี่นะครับบางครั้งผมก็โดนชาวบ้านถาม แล้วก็ขอมากเลยไม่รู้จะตอบอย่างไร ก็ต้องบอก ส.ส. ก็อยากจะได้เหมือนกันแต่เขาไม่ยอมให้ จะทําอย่างไร เพราะว่า ส.ส. ขึ้นมา ท่านประธานครับ ช่วยบอกให้ท่านผู้อาวุโสอย่านิวแซนซ์ (Nuisance) เลยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มีอะไรนะครับ เชิญต่อเลย

นายสัมพันธ์ ทองสมัคร นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ ผมขออภัย ท่านผู้อภิปรายครับ ผม นายสัมพันธ์ ทองสมัคร ท่านประธานครับ คือผมขอปรึกษา ท่านประธานว่าการอภิปรายลักษณะนี้เป็นการพิจารณาวาระที่หนึ่ง ซึ่งเราเป็นผู้แทน มาหลายสมัยแล้ว และเวลาเด็กรุ่นใหม่ ๆ ฟังก็ขายหน้าเขา แค่นั้นละครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เพราะคุณอดุลย์ เป็นวุฒิสมาชิกมาแล้วท่านรู้ดีครับ ท่านกําลังจะเข้าเนื้อหา เชิญครับ เดี๋ยวสรุปเลยครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานครับ ผมกําลัง ให้เหตุผลว่าทําไมผมถึงต้องตัดลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธานครับ ผมเห็นว่าการจัด งบประมาณ การจัดโครงการไม่เหมาะสมครับท่านประธาน การสร้างถนนนี้ถ้าเกิด ท่านประธานสร้างไปปั๊บ ผลปรากฏว่าทางเขาละ ที่จริงผู้ที่ได้พูดเมื่อสักครู่นี้ผมไม่ได้ เอ่ยนามท่าน มันไม่ดี ท่านเป็นผู้อาวุโส ท่านก็มีภูเขาท่านก็รู้อยู่แล้วว่าเวลาสร้าง มันต้องมี สิ่งประกอบครับท่านประธาน เราสร้างถนนไปถ้าเกิดเป็นเขามันต้องมีรางระบายน้ํา ด้านข้างไหม ไม่มีปั๊บ พอผ่านฝนปั๊บเดี๋ยวมันกัดลงเป็นร่องลึกเลย แล้วกว่าจะมาทํานี่ เสียเงินมาก แล้วถนนก็เสียอีกเยอะแยะไปหมด ถนนเวลามีท่อแล้วลอดมันจะต้องให้มีน้ํา ลอดเพราะมันลงจากเขา พอลงไปถ้าเกิดว่าไม่มีที่เขาเรียกว่าชูท แดม (Shoot dam) คือตัวรับน้ําแล้วก็พามันไปลงข้างล่าง มันก็ไปกัดที่ท้ายท่อแล้วมันก็พังลงไป สิ่งเหล่านี้ ทางคณะกรรมาธิการได้พิจารณาไหม ให้ไปบางไหม การป้องกันการสไลด์ของดิน ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนเขาทั้งนั้น แต่มันน้อยมาก เพราะฉะนั้นแต่ละที่พอเวลามันโดนน้ํากัด ลงมามันมาถมร่องน้ํา พอถมร่องน้ําแล้วน้ํามันก็ต้องวิ่งมาบนถนน พอวิ่งลงบนถนน ก็วิ่งลงไปอีกข้างหนึ่งมันก็ไปกัดอีกข้างหนึ่ง น้ําลงที่ไหนมันกัดที่นั้น เพราะฉะนั้นในสิ่งนี้ผมถึง ต้องขอตัดงบประมาณลง และอีกอย่างหนึ่งท่านประธานกรมทางหลวงชนบทที่ดูแลทางนี้ อบจ. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบต. เขาก็ดูแล เสร็จแล้วถ้าเกิดว่าผ่านไปในเขตเขาแม้แต่ ของกรมทางหลวงชนบทเอง ถ้าเกิดมันเสียหายชาวบ้านก็จะมาพยามให้เข้าไปซ่อม เขาก็ไม่มีงบซ่อม ท่านประธานครับ บางส่วนมันต้องตัดจากตัวนี้ไปให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมากกว่านี้ เขาอาจจะไปทําเป็นถนนคอนกรีตก็ได้ อะไรก็ได้ นี่คือสิ่งที่ผมจําเป็น จะต้องอธิบายให้ท่านประธานฟังว่าทําไมผมถึงตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นผมเข้าใจดี แล้วรู้ระเบียบด้วยท่านประธาน และผมก็อภิปรายอยู่ในวาระหนึ่ง ผมขอตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เหตุผลพอเพียงที่จะตัดได้นะครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

แต่ว่านี่คือเหตุผลที่ขอตัด แล้วผมเรียนท่านประธานตรงนี้เลยเมื่อสักครู่นี้ท่านประธานไม่อยู่ ที่จริงผมก็อยากจะไปพูด ในคณะกรรมาธิการ แต่คณะกรรมาธิการเขาไม่ให้ไปพูด ผมก็ต้องมาใช้สภานี้พูดนะครับ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เป็นอะไรครับ ผมเปิดโอกาสให้แล้ว

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

นั่นสิครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นไม่ควรจะมีใครมาบอกว่าวาระหนึ่งหรือวาระอะไร ผมบอกแล้วเวลาที่จะทําให้ ผู้แทนสะท้อนปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชนได้ดีที่สุด ก็คือนี่ละครับท่านประธาน คืองบประมาณ เพราะมันมีทั้งรัฐมนตรีฟัง มีทั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ฟัง นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว ท่านประธาน แล้วจะไม่ให้เราทําหน้าที่ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นผมเลยกราบเรียน ท่านประธาน ผมไม่อยากจะโต้เถียงกับใครก็แล้วแต่ที่อาวุโส ผมยิ่งไม่อยากจะทําครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือเรื่องท่านตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

เพราะฉะนั้นผมจึงขออนุญาต เรียนท่านประธานตามที่ผมอภิปรายไปแล้วครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณครับ ต่อไป คุณเปล่งมณี เอาผู้หญิงก่อน ก่อนคุณประสิทธิ์ครับ เชิญครับ

นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เลย 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทยค่ะ ดิฉันได้ขอแปรญัตติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปี ๒๕๕๔ ในมาตรา ๕ กระทรวงคมนาคม ๑๐ เปอร์เซ็นต์ที่ได้ตั้งงบประมาณไว้ ๒,๙๐๐ ล้านบาท ปรับลดลงไป ๒๙๐ ล้านบาทนี้ ดิฉันมีเหตุผลค่ะ ก็อย่างที่ท่าน ส.ส. หลาย ๆ ท่านได้กล่าวไป นะคะว่า กระทรวงคมนาคมได้ตั้งงบประมาณกลางปีที่จะดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ที่ประสบอุทกภัยทั้งหลายแหล่ ก็ส่อแววที่จะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องความไม่โปร่งใส ไม่ว่าจะ เป็นถนนรีไซกิ้งที่ได้กล่าวมา ไม่ว่าจะ ๓๐ ล้านบาท หรือที่สูงกว่า ๓๐ ล้านบาท และน้อยกว่า ๓๐ ล้านบาท และมีงบประมาณเกี่ยวกับเรื่องการกระจุกตัวให้กับพรรคพวกหรือไม่ อันนี้คือพวกเราก็ช่วยกันตรวจสอบ มีส่วนหนึ่งที่ดิฉันขอยกตัวอย่าง อย่างเช่น งบประมาณ ของกระทรวงคมนาคมที่ได้ตั้งงบประมาณที่ใช้ซ่อมแซมถนนในจังหวัดต่าง ๆ ที่ได้รับ ผลกระทบจากอุทกภัยเมื่อปลายปี ๒๕๕๓ และงบประมาณโครงการไทยเข้มแข็งในเรื่อง ของถนนไร้ฝุ่นที่มีความซับซ้อนกับงบประมาณของท้องถิ่น ท่านประธานคะ การจัด งบประมาณในการซ่อมแซมถนนดังกล่าว ในบางจังหวัดไม่ได้ถูกน้ําท่วมในอดีต ก็ได้งบประมาณ ส่วนที่ถูกน้ําท่วมกลับไม่ได้รับงบหรือได้รับงบน้อย และดิฉันก็มีตัวอย่าง ๓ จังหวัดในอดีตที่มีเจ้าหน้าที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. ได้ลงไปตรวจสอบ อย่างเช่น จังหวัดสกลนคร ซึ่งมีทั้งหมาด ๑๗ อําเภอ ได้เบิกจ่ายงบประมาณซ่อมแซมไปที่เสียหายไปเกิดจากน้ําท่วมเมื่อเดือนสิงหาคมถึงเดือน พฤศจิกายน ปี ๒๕๕๓ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ได้ลงไปตรวจสอบก็พบพิรุธเกี่ยวกับเรื่องการ ซ่อมแซมถนนหลายสายที่มีความไม่โปร่งใส โครงการส่วนใหญ่มีการตั้งงบซ่อมแซมถนน ที่ชํารุดจากน้ําท่วมของอําเภอ ที่ตั้งเกินความเป็นจริง ก็คือตั้งงบประมาณไว้สูงเกิน หรือแม้กระทั่งบางพื้นที่ที่ไม่ได้ประสบปัญหาก็กลับได้งบประมาณ และในบางพื้นที่พบพิรุธ หลายอย่าง อย่างเช่น การนําดินลูกรังมาซ่อมแซมถนนไม่เป็นไปตามความเป็นจริง เพราะมีการนําดินลูกรังลงไปใส่ถนนเป็นช่วง เป็นจุด เป็นจุด จากนั้นก็เอารถเกรดมาเกรด แล้วก็บดทับเล็กน้อยก็เบิกเงิน มันหากินกันง่ายอย่างนี้หรือคะ แล้วมีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ลงไปตรวจสอบอีกพร้อมถ่ายรูปมานะคะ ยืนยันว่าในบางอําเภอในจังหวัดสกลนครนี้ ไปทับซ้อนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เขาได้เบิกจ่ายงบประมาณไปแล้ว มีการทับซ้อน อย่างชัดเจน ในจังหวัดต่อมาก็คือ จังหวัดนครปฐม อําเภอบางเลน ในหมู่บ้าน หมู่ที่ ๒ และหมู่ที่ ๔ ตําบลนิลเพชร อําเภอบางเลน เดิมถนนสายนี้ได้รับงบประมาณประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ถูกปรับลดลงไป ๓๐๐,๐๐๐ บาทเศษ เหลืองบประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ เพราะอะไรคะที่โดนตัดลดงบประมาณ ก็เพราะว่าราคาวัสดุหินคลุก ราคาสูงกว่าความเป็นจริง หรือว่านําหินคลุกไปลงไม่เป็นไปตามโครงการวัสดุยางไพร์ม โคท (Prime Coat) ก็อาจจะเป็นยางที่ไม่มีคุณภาพ ยางหมดอายุ ลาดยางไปไม่นาน เปิดใช้ถนน ไม่นานถนนลาดยางนั้นก็หลุดร่อน อันที่ ๓ คือวัสดุยางแอสฟัลต์ติกคอนกรีต และโดนปรับลดนี้สมแล้วค่ะที่ถูกปรับลด แต่ว่าดูรู้สึกปรับลดตรงนี้น้อยไปหน่อย ๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาทเอง อีกจังหวัดหนึ่ง ก็คือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถนนที่ได้รับงบประมาณในการซ่อมแซมมีทั้งหมด ๒๔๐ โครงการ เป็นเงินงบประมาณ ๑๐๑ ล้านบาทเศษ ถูกปรับลดไป ๑๔ ล้านบาทเศษ เหลือ ๘๗ ล้านบาทเศษ ท่านทราบไหมคะว่าส่วนนี้ ๒๔๐ โครงการ ถูกตัดโครงการ ไปถึง ๘๗ โครงการ เหลือ ๑๖๗ โครงการ เพราะว่ามันทับซ้อนกันค่ะ ท่านประธานคะ นี่ละคะที่ดิฉันเห็นตัวอย่างจากปีที่แล้วที่ถูกน้ําท่วมเช่นเดียวกันนี่ละคะ มาปีนี้ดิฉัน ก็คิดว่าน่าจะเป็นเช่นนั้นอีกนะคะ ท่านประธานคะ นี่เป็นเพียงแค่ ๓ จังหวัดที่ดิฉัน ขอยกตัวอย่าง ยังมีการจัดตั้งงบประมาณทุก ๆ ปี ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบกลางปี งบเงินกู้ งบภัยไทยเข้มแข็ง งบฉุกเฉินต่าง ๆ ก็ถือว่าเป็นเงินงบประมาณแผ่นดิน เป็นเงินของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งสิ้นนี้ ก็น่าเห็นใจนะคะ ประชาชนคนตาดํา ๆ จะทําอะไรก็ให้คิดถึงเขาหน่อย เดี๋ยวนี้ประชาชน เขาหูทิพย์ ตาทิพย์หมดแล้วค่ะ ท่านโกหกอะไรไว้ระวังประชาชนจะลงโทษนะคะ ดังนั้น ทุกอย่างที่ดิฉันได้กล่าวมาก็เป็นเหตุผลสิ่งหนึ่งที่ดิฉันขอปรับลดงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์นี้ เป็นเงิน ๒๙๐ ล้านบาท ถ้าสามารถแปรญัตติได้ ดิฉันก็อยากจะให้นํางบประมาณส่วนนี้ ลงไปสร้างถนนไร้ฝุ่นให้กับพี่น้องประชาชนที่ในหมู่บ้าน ระหว่างหมู่บ้าน ระหว่างตําบล ระหว่างอําเภอยังเป็นดินลูกรังอยู่เลยค่ะท่านประธาน ก็ขอให้ใช้งบประมาณส่วนนี้ช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนที่ยังต้องใช้ถนนที่เป็นฝุ่นอยู่ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านนายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ เชิญครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ท่านประธานครับ ผมเป็นคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนะครับ ได้สงวน ความเห็นไว้ โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม ทั้งกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ให้ปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ผมอยากเรียนครับว่าผมไปดูงบประมาณแล้ว ผมรู้สึกอึดอัดใจ ท่านประธานทราบไหมครับบ้านผมน้ําท่วมหนักมาก แต่พอเทียบกับท่านประธานจังหวัด บุรีรัมย์ท่านได้ ๔ สาย ผมได้ ๒ สาย เขตเลือกตั้งผมไม่มีแม้แต่สายเดียว น้ําท่วมเยอะ แต่เขาบอกว่าเขาให้เงินแล้ว ผมดูงบประมาณผมเคยพูดไปครั้งหนึ่ง ผมมีความรู้สึกว่า ผมเคยถามท่านประธานคณะกรรมาธิการเพื่อผ่านไปถึงอธิบดีกรมทางหลวง บอกว่า ในปีงบประมาณ ๒๕๕๓ ต่อปี ๒๕๕๔ ท่านจัดงบสําหรับรีไซกิ้ง ๒ ปีนี้รวมเป็นเงินเท่าไร ปรากฏว่าไม่ตอบ จนถึงวันนี้ไม่ตอบ เขาบอกว่าจะให้เอกสารมา ท่านประธานทราบไหมครับ เท่าที่ผมทราบ ๑-๒ ปีที่ผ่านมานี้ ปี ๒๕๕๓ ต่อปี ๒๕๕๔ ผมไปรวบรวมนะครับ ทํารีไซกิ้ง ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท โครงการบางโครงการเขาเป็นถนน ๔ เลน เปลี่ยนเลย เปลี่ยนไส้ใน เช่นที่จังหวัดชัยภูมิของผม ผมเห็นชัด งบประมาณปี ๒๕๕๔ ท่านจัดสรรงบประมาณ เพื่อปรับปรุงถนน ๔ เลน สายบายพาส (Bypass) ๖.๕ กิโลเมตร เขียนไว้ในนั้น ๖.๕ กิโลเมตรทําทางครับ ผมไปดูแบบเก่าคือถนน ๔ เลน แต่ท่านประธานทราบไหมครับ ไม่ทราบว่าท่านประธานส่งใครไปทํา บริษัท พีทีที ผมไม่อยากเอ่ยชื่อเขาผมว่าท่านประธาน รู้ดีนะครับว่าใคร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมไม่รู้เรื่องด้วยครับ ประธานคนนี้ไม่มีผู้รับเหมาครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ กรรมาธิการ

หยอกเล็กน้อยครับท่านประธาน เห็นท่านประธานหยอกเล่น ผมก็หยอกท่านประธาน อยากเรียนนะครับว่าบอกว่า ทํา ๖.๕ กิโลเมตร แต่ไปทําจริง ๆ ไม่ใช่ครับ ทางบายพาส ๖.๕ กิโลเมตร ใช่ครับ แต่เขาไปทําเพิ่ม ไปทําตรงถนนที่มันดี ๆ อยู่แล้ว เห็นท่านโสภณก็ตอบว่าเป็นถนนที่ ๓ ปี ท่านประธานครับ ๓ ปี ถ้าไม่พังกรมทางหลวงเขาก็ไม่ซ่อมนะครับ นี่ปรากฏว่าไปขูดออก ขูดออกอีก ๕ กิโลเมตร รวมแล้ว ๑๑ กิโลเมตร ๔ เลนเลย ขูดยาวเลย ผมก็กังวล พอมา จัดงบ ๑,๘๐๐ กว่าล้านบาทของกรมทางหลวงเอาอีกแล้ว จะรีไซกิ้งอีกแล้ว ท่านประธาน ผมขับรถเองท่านประธานก็เห็นนะครับ แถวจังหวัดนครราชสีมาขูดแล้วขูดอีก ถนนดี ๆ ขูดอีกแล้ว ประเทศนี้มันรีไซกิ้งอย่างเดียวหรืออย่างไร คิดอย่างอื่นไม่เป็นเลยนะครับ ไปสร้างถนนไม่ได้เลยหรือ เดี๋ยวนี้กรมทางหลวงซ่อมอย่างเดียวซ่อมลูกเดียว แต่ผมมีโอกาส ไปจังหวัดเชียงรายเขาก็ทําทางนะครับ จังหวัดเชียงรายเขาทําทาง ผมอิจฉาจังหวัดเชียงราย เขาทําทางใหม่ใหญ่โตมโหฬาร ผมไปทําบุญไหว้พระมา ๔ วัด เขาทําทางครับ แต่ทาง ภาคอีสานตอนนี้มันไม่ทําทาง มีแต่ทํารีไซกิ้ง ผมไปดูนะครับทําไมเขาชอบจัง จริง ๆ รีไซกิ้ง ส่วนดีมีครับ ถ้าในพื้นที่ เช่น ในเมืองหลวงทําแล้วปั๊บ ๆ แต่พื้นล่างเสีย แต่ไม่ใช่ครับ อันนี้ ที่จังหวัดชัยภูมิที่ไปทํานี้พื้นล่างแน่นปั๋งขูดยางออกชาวบ้านถามผม ผมก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร ไปถามคนคนหนึ่ง พ่อใหญ่เขาบอกว่าหมอเขาขูดเอาเงิน ขูดนี้เพื่อเอาเงิน ผมก็เลยไปดูศึกษา ว่าเป็นอย่างไร รีไซกิ้งมันมีเครื่องจักรกัดยางออกแล้วเอาปูนซีเมนต์บางส่วนผสมลงไป เสร็จแล้วเอายางเก่านั่งละครับมาปูทับยางเดิม พื้นที่เดิม เขาทําในกรณีที่พื้นล่างมันเสียหาย พื้นล่างชั้นซับ เบส (Sub base) มันเสียหาย เพื่อเขาจะได้บดอัดแล้วทําเร็ว เสร็จเร็ว แต่ปรากฏว่าที่ไปทําของกรมทางหลวงไปทําตรงที่มันไม่เสียหายเลย มีเส้นหนึ่งที่เสียหายครับ เป็นช่วงจังหวัดนครราชสีมา ผมก็เคยพูดในสภาครับ ถนน ๔ เลน ช่วงจากอําเภอ หนองบัวโคกไปถึงอําเภอด่านขุนทด บริษัทที่ทํานี้ผมไม่อยากเอ่ยชื่อเขา เพราะเอ่ยชื่อ หลายครั้งแล้ว บริษัท สี่แสง นะครับ ทําทางไปหมด ผมไม่โทษบริษัทครับ มันต้องโทษ ช่างคุมงาน แต่ช่างคุมงานเขาบอกได้ดีกัน ตรงนี้น่าทําที่สุด ถ้าท่านประธานขับผ่านบ้านผม ท่านจะต้องขับส่ายไปส่ายมา ส่ายมาส่ายไป ผมก็งงครับสร้างในปีเดียวพังเลย เละเทะไปหมด ตรงนี้น่าทําที่สุด ไม่ครับ ไปทําช่วงอย่างที่ว่าครับ ๘๑.๕ ล้านบาท ผมคํานวณหมดทั้งหลาย ที่เขาทํานี้ลงทุนไม่เกิน ๔๐ ล้านบาทหรอกครับท่านประธาน อีก ๔๐ ล้านบาทไม่รู้ใครเอาไป กินกันสนุก นี่ก็กังวล ๑,๘๐๐ กว่าล้านบาทนี้ ท่านประธานรีไซกิ้ง ผมฟ้องท่านประธาน ผ่านประธานคณะกรรมาธิการไปถึงนายกรัฐมนตรี ท่านไม่รู้เลยหรือครับ ทําไมทํากันแบบนี้ ไม่รู้เรื่องเลยหรือ ผมก็บอกหลายครั้งครับ กระแสพระราชดํารัสในหลวงของเราท่านก็ ให้ซื่อสัตย์สุจริต ปีไหนท่านก็มีกระแสพระราชดํารัสอย่างนี้ตลอด นายกรัฐมนตรีต้องปฏิบัติ ท่านให้คํามั่นสัญญา ท่านให้สัตยาบัน ท่านให้หลายอย่างครับ แม้แต่ในสภาท่านก็บอก กฎเหล็ก ๙ ข้อ ก็มีข้อหนึ่งครับมันชัดเจนที่รัฐบาลชุดนี้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าปรับลดดีกว่าครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ กรรมาธิการ

เหลืออีก ๒ นาทีครับท่านประธาน ท่านประธานให้ผม ๑๐ นาที นี่ก็ปรับลด ทําไมถึงปรับลด เพราะมันส่อเจตนาทุจริต อย่างร้ายแรง ส่อเจตนาเอาไปแบ่งกัน ส่อเจตนาหลายอย่าง ซึ่งผมอยากฟ้องประชาชน ดูสิครับ เฉพาะจังหวัดชัยภูมินี้ ๒๐ สายรีไซกิ้ง ไม่รู้กลิ้งกันไปถึงไหน อภิปรายนี้คงจะฝาก ไปถึงนายกรัฐมนตรีนะครับว่าทําไมทําแบบนี้ อยากเรียนนะครับว่าที่เพิ่งปรับลดมานี้ ผมสงสารเกษตรกรชาวไร่ ชาวนา เอาไปให้เขาเถอะครับ ถ้าปรับได้ก็ปรับ ฝากเพื่อนสมาชิก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ของ ๑,๘๐๐ ล้านบาทนี้ก็ ๓๖๐ ล้านบาท เอาไปช่วยเหลือพี่น้องชาวไร่ ชาวนาเขามาประท้วงเอาไปช่วยเขาเถอะครับ ปัญหาราคาที่มันตกต่ํา โดยเฉพาะข้าว ผมเห็นแล้ว พูดถึงข้าวแล้วน่าช้ําใจ ชาวไร่ ชาวนานี่น่าช้ําใจที่สุด ทุกอย่างท่านประธาน เป็นกระดูกสันหลังที่ผุพัง บอกชดเชย แต่ท่านต้องให้อาชีพ ต้องให้รายได้ที่ดีครับ เขาไม่อยากได้ชดเชย เขาอยากได้ ๑๕ บาท อยากได้ ๒๐ บาท รัฐบาลไม่ต้องไปชดเชยครับ ถ้าผมเป็นรัฐบาลผมให้แน่ครับ ๑๕ บาท อย่างไรถ้าไม่มีเงินก็กู้เลยครับ เหมือนรัฐบาลชุดนี้ ก็กู้เลยครับ ผมจะกู้เหมือนกันครับ ถ้าผมเป็นรัฐบาลผมจะกู้ไปจํานําข้าว ๑๕ บาทให้ชาวนา ได้ไป ไม่ใช่กู้แล้วให้เศรษฐีเอาไปอย่างที่เห็น ไปสร้างอยู่ได้รถไฟฟ้า ๕ สาย กรมอุตุนิยมวิทยา เขาทํานายครับ อีก ๑๐ ปีข้างหน้าน้ําท่วม ๓ เมตร มันจะกู้รถไฟจากน้ําท่วมได้อย่างไร ขอบคุณนะครับท่านประธาน ผมก็ขอสงวนปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณครับ ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชิญครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในมาตรา ๕ งบ ๒,๙๐๐ ล้านบาทนั้นผมปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านเอาไปเยียวยาเรื่องภัยพิบัติ ที่จริง ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทมันก็ไม่มากนะครับ นิดเดียว แต่ถ้ามันไปทําในสิ่งที่มันจะต้องทํามันก็จะเกิดประโยชน์สูงสุด แต่ถ้าทําไปเพื่อจะเตรียมการ เลือกตั้ง อันนี้ผมก็เสียใจด้วยนะครับท่านประธาน ที่บ้านผมน้ําท่วมทุกปีที่อําเภอเชียงของ แล้วถนนก็พังทุกปี ตอนนี้ถนนที่เชื่อมระหว่างบ้านทุ่งงิ้ว บ้านเต๋นไปบ้านปากอิงของ อําเภอเชียงของเป็นทางเชื่อมระหว่างอําเภอ เป็นหลุมเป็นบ่อ พี่น้องประชาชนประสบ อุบัติเหตุมากมาย แต่ก็ไม่ได้รับการเหลียวแลจากทางหลวงชนบท อย่างไรถ้าท่านอธิบดี ได้ฟังอยู่ ก็ลองไปดูสิครับว่ามันเป็นอย่างที่ผมพูดไหม อย่างไรก็ไปซ่อมแซมให้หน่อย ไม่ใช่ว่า เอาไปทําตรงที่มีนักการเมืองของท่านอยู่ ที่จังหวัดเชียงรายที่ภูชี้ฟ้ามีนักท่องเที่ยวไปเที่ยว ฤดูหนาวเป็นแสน ๆ คน แต่ปรากฏว่ามีสะพาน สะพานมันทรุดใช้เหล็กดามไว้แล้วก็ ทําทางเบี่ยงไว้หลายปีแล้วครับก็ไม่มึใครไปดูแล อย่างไรถ้าฟังอยู่ก็ช่วยไปทําสะพานใหม่ ให้หน่อย เพราะว่าที่ใช้เหล็กดามนั้นสักวันมันก็จะล่วงลงมาจากหน้าผา ก็จะเกิดอุบัติเหตุได้ นะครับ ที่ปรับลดไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์นี้เอาไปทําให้ผมหน่อยก็แล้วกัน ที่จังหวัดเชียงรายมันหอมหวาน นะครับท่านประธาน งบหลายหมื่นล้านบาทไปลงที่จังหวัดเชียงรายก็จะเสร็จสิ้นปี ๒๕๕๕ ตามที่อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้วางแผนไว้ ปรากฏว่ามีพรรคของท่าน ท่านรัฐมนตรีไปบ่อยมาก รัฐมนตรีทุกคนต้องไปที่จังหวัดเชียงรายทุกอาทิตย์เปลี่ยนกันไป เพราะว่าอยากจะได้ ส.ส. ที่จังหวัดเชียงรายบ้าง ก็ปรากฏว่าท่านไปแล้วท่านได้ดูหรือเปล่า ท่านรัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ ไปบ่อย ถนน ๔ เลนจากสะพานข้ามแม่น้ําโขงจากประเทศลาว เข้ามา ปรากฏว่าจากพื้นดินมันสูงที่สุดในประเทศไทย สูงจากพื้นประมาณ ๒-๓ เมตร ถมดินอะไรกันนักหนาครับ ชาวบ้านเขาไม่ต้องการถนนที่สูงมากขนาดนั้น หรือว่าการถมดิน มันมีกําไรตรงนั้นหรือเปล่าผมไม่ทราบ เพราะผมไม่ใช่วิศวกร ๕๐ กิโลเมตรจากอําเภอ เชียงของไปอําเภอเทิง ชาวบ้านต้องหาผ้าเต็นท์ หาแผงผ้าอะไรมากันไว้ไม่ให้ดินร่วงเข้าไป ในบ้าน มันสูงมากออกจากบ้านก็ไม่ได้ รถต้องเอาไปจอดบ้านญาติ เข้าออกไม่ได้เลยครับ ท่านประธาน แล้วจะแก้ไขอย่างไรผมหารือท่านประธานมาครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ ตลอดแนวครับ ผมต้องขอบอกท่านรัฐมนตรีว่าอย่างไรแล้วตอนนี้กําลังก่อสร้างจะเสร็จแล้ว ทีนี้แค่เงินที่จะถมดินระหว่างถนน ๔ เลนลงมา เพื่อจะเอารถลงมาในบ้านมันก็มากมายแล้ว บางคนอายุ ๗๐-๘๐ ปี ไม่มีลูก ไม่มีหลาน มีบ้านอยู่ติดถนนไม่รู้จะทําอย่างไร จะรื้อบ้านใหม่ ก็ไม่มีเงิน มันเป็นไปได้ไหมที่จะหาทางเยียวยาโดยที่ว่าหางบมาสักก้อนได้ไหม เอามาทําทาง ให้พี่น้องได้ขึ้นลงบ้านให้ได้ ใครมีรถปิกอัพก็ต้องทํายาวไปหน่อย ถ้าไม่มีถนนลาดยางลงไปถึง ในบริเวณบ้านมันก็ทรุดครับ พี่น้องประชาชนที่อยู่ข้าง ๆ สองข้างทางถ้าจะลาดปูนซีเมนต์ มันก็แพงนะครับท่านประธาน สร้างบ้านได้หลังหนึ่ง หรือถ้าใครจะไปซื้อที่ดินที่อยู่ ๒ ข้างถนนมันต้องถม ๒ เมตรนะครับท่านประธาน ลําบากมากครับ เป็นถนนที่ผมเพิ่ง เคยเห็นครับ ฝากว่าผมตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าไม่มีเหตุผลที่จะเอาไปทําในสิ่งที่มัน จะต้องทํานะครับ ฝากรัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ นะครับว่าท่านเป็นรัฐมนตรีมาถึงวันนี้ บุญวาสนาก็สูงส่ง สุดท้ายเหลือไม่กี่เดือนทําประโยชน์ให้กับประเทศชาติเสีย ไถ่บาปเสีย ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณครับ ผมว่า ได้ฟังกันพอสมควร ยังติดใจอยู่ไหมครับว่าเราจะต้องโหวตไหมครับ หรือว่าจะผ่านเลยครับ ไม่มีท่านผู้ใดติดใจเพราะได้ระบายพอสมควร ท่านยังติดใจใช่ไหมครับ ถ้าติดใจก็จะโหวตครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนตรวจสอบองค์ประชุม)

ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติในมาตรา ๕ ครับ ขณะนี้งานเราก็เดินไปพอสมควร แล้วครับ ต่อไปก็นั่งประจําที่เราจะได้โหวตไปเรื่อย ๆ จะได้จบเร็ว ๆ เพื่อจะได้พักผ่อน ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเชิญเข้าห้องประชุมด่วนด้วยนะครับ เพื่อจะพิจารณาลงมติ รับหรือไม่รับในมาตรา ๕ ครับ ผมขอความกรุณาเข้าห้องประชุมด้วยนะครับท่านสมาชิก ดูเพื่อนฝูงที่อยู่ใกล้ ๆ ถ้าใครหลับใหลก็ช่วยปลุกมาด้วยนะครับ เมื่อท่านนั่งประจําที่แล้ว โปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ เพื่อจะตรวจสอบองค์ประชุมว่าจะครบหรือไม่ครบครับ ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ช่วยกรุณาเข้าห้องประชุมด้วย เชิญท่านพิเชษฐ์ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ถ้าเกิดสมาชิกมาไม่ครบก็เลื่อนเป็นวันพรุ่งนี้ก็ได้ เมื่อสักครู่นี้นะครับ ผ่านมาแค่ ๖ เสียงเอง ถ้าไม่กดแทนกันนะครับ ไม่ครบหรอกครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็คงไม่กระมังครับ ท่านช่วย ดูให้ผมด้วยก็แล้วกันครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ฝากท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ท่านช่วยตรวจสอบ แทนผมด้วยก็แล้วกันครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมครับช่วยกรุณาเข้าห้องประชุม ด่วนด้วยนะครับ เมื่อท่านนั่งประจําที่แล้วโปรดเสียบบัตรแสดงตนเพื่อจะนับองค์ประชุม ก่อนที่จะลงมติในมาตรา ๕ นะครับ เพราะท่านได้ไปพักผ่อนพอสมควรแล้ว ผมก็ยังนั่งอยู่ ตรงนี้ ท่านใดพักผ่อนก็ควรจะนั่งพักผ่อนในห้องก็ได้ ไม่ต้องเดินไปเดินมานะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

เสียบบัตรแสดงตน กันเรียบร้อยแล้วนะครับ ส่งผลจะครบหรือไม่ครบก็รู้ครับ เชิญส่งผลมาครับ ถ้าทุกคน เสียบบัตรแสดงตนมันก็เกินนะครับ มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๕๔ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุม

ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมว่าในมาตรา ๕ กระทรวงคมนาคมนั้นก็มีการ แปรญัตตินะครับ ผมจะถามที่ประชุมว่าท่านผู้ใดเห็นตามที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือร่างที่ไม่ได้มีการแปรญัตติตัดนี้นะครับโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นชอบ ตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่แปรญัตติโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ทุกท่านโปรดใช้สิทธินะครับ เชิญใช้สิทธิได้ครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ทุกท่านใช้สิทธิเรียบร้อย แล้วนะครับ เมื่อใช้สิทธิเรียบร้อยแล้วกระผมขอให้งดการใช้สิทธินะครับ ส่งผลมา ผู้อยู่ในห้องประชุมที่ลงมติกัน ๓๕๑ ท่าน เห็นด้วย ๒๔๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๙๖ ท่าน งดออกเสียง ๖ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๗ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้รับงบประมาณในมาตรา ๕ กระทรวงคมนาคมนะครับ

ต่อไปมาตรา ๖ เชิญเลขาธิการครับ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๖ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวิเชียรแปรญัติไว้ หรือเปล่า หรือกรรมาธิการครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

แปรญัตติไว้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แปรญัตติไว้นะครับ เชิญเลยครับ รวบรัดหน่อยครับจะเป็นพระคุณครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิเชียร ขาวขํา พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี ผมแปรญัตติตัดงบประมาณของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไว้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุผลที่อยากกราบเรียน ท่านประธานดังนี้ ท่านประธานครับ ท่านประธานได้เป็นคณะกรรมาธิการงบประมาณ อยู่กับผมมาหลายสมัย แล้วเสียดายท่านวิรัช รัตนเศรษฐ ก็เป็นกรรมาธิการหลายสมัย และท่านกรณ์ จาติกวณิช ปกติแล้วท่านประธานชัย ชิดชอบ นี่เคยซักแล้วเคยพูดตลอดเวลาว่างบประมาณที่ให้ไป ปีที่แล้วคุณเสร็จหรือยัง ๒ ปี ๓ ปี เอามาให้ดูสิ ท่านประธานครับเหตุผลที่ผมตัด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เพราะว่างบประมาณขุดลอกแหล่งน้ําตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เอาไปขุดลอกที่หนองหานกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่งบประมาณปี ๒๕๕๑ ปีนี้จะจัดงบประมาณปี ๒๕๕๕ แล้ว ยังไม่ได้ ดําเนินการ เพราะอะไรครับท่านประธานฟังให้ดี ท่านรัฐมนตรีกรณ์ และท่านนายกรัฐมนตรี ฟังให้ดีครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปยกเลิก การประมูลประกวดราคาเขา ๒ ครั้ง ครั้งแรก บริษัท ซีวิล เอ็นจิเนียริ่ง จํากัด กับ บริษัท สามประสิทธิ์ จํากัด และบริษัท ไทยวัฒน์วิศวการทาง จํากัด ๓ บริษัทนี้เขา จอยท์ เวนเจอร์ (Joint Venture) กัน คือเขาร่วมหุ้นกัน แล้วเขายื่นซองประกวดราคา ชนะการประกวดราคา แล้วมันมีนักการเมืองอดีต ส.ส. คนหนึ่งไปเรียกเขา ๑๘ เปอร์เซ็นต์ เขาสู้ไม่ไหว เขาไม่ให้ พอเขาไม่ให้แล้วก็ยกเลิกสัญญาเขา ก็มาประกวดราคาใหม่ ประกวด ราคาได้มาอีกบริษัทหนึ่ง ไปเรียกเขาอีก ๑๘ เปอร์เซ็นต์ เรียก ๑๘ เปอร์เซ็นต์เขาไม่ให้ ก็ยกเลิกอีก ตอนนี้เขาฟ้องศาลปกครอง เขาร้อง สตง. สตง. บอกให้ชี้แจง ทางกระทรวง ทางกรมทรัพยากรน้ําไม่ชี้แจง พอไม่ชี้แจงปุ๊บอยู่ ๆ ทําเรื่องถึงกรมบัญชีกลางขอยกเลิก การประกวดราคาเป็นครั้งที่ ๓ ท่านประธานครับ ท่านเคยพูดไว้ในคณะกรรมาธิการทุกครั้ง งบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ขุดลอกหนองหานกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี เข้า ๔ ปี ยังไม่ประกวด ราคาเสร็จสิ้น แล้วงบ ๑,๐๐๐ ล้านบาทนี้จะเอาไปทําไมครับ ผมถามนิดหนึ่ง แล้วมัน ไม่แค่นั้นนะครับ งบในกระทรวงนี้ผมเสียดายมากที่พรรคผมไม่ได้ใส่ชื่อคุณสุวิทย์ คุณกิตติ เข้าอภิปรายไม่ไว้วางใจ น่าจะเอาท่านองอาจออกไป ท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ เอาออก แล้วเอา คุณสุวิทย์ คุณกิตติ ใส่ เพราะว่ารองอธิบดี ผอ. กองคนไหนชื่ออะไรไปเก็บเงิน มาจากไหน จากไหน โยงใยแต่งตั้งโยกย้ายเละเทะไปหมด ผมเสียดายมาก แล้วกราบเรียน ท่านประธานว่าท่านกรณ์ จาติกวณิช เป็นประธานคณะกรรมาธิการ ท่านไม่รู้หรือว่า งบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ที่เขาเอาไปขุดลอกหนองหานกุมภวาปี ยังไม่ได้ทําตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ท่านทราบไหม ถ้าทราบท่านต้องไม่ให้งบนี้เขาไป ๑,๐๐๐ ล้านบาทนี้ท่านต้องไปตรวจสอบ ในฐานะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วย ถามกรมบัญชีกลางไปแล้วถามกรมไปว่า ทําไมดําเนินการ ๔ ปี แล้วจะเข้างบประมาณปี ๒๕๕๕ แล้วทําไมทําไม่เสร็จ ถามอย่างนี้ นี่คือเหตุผลที่ผมตัดงบ ๙๐๐ กว่าล้านบาทของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่ผมไม่มีเหตุผล ถ้าท่านดําเนินการตามแผนงานไม่มีการคิดคดทรยศเรื่องเปอร์เซ็นต์ ผมไม่ว่าสักคํานะครับแล้วทํามาตามแผน ท่าน ส.ส. เกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ เมื่อเช้านี้หารือ ท่านประธาน บอกว่าผักตบชวา ตะกอนต่าง ๆ เดี๋ยวนี้ลําน้ําตื้นเขินมาก กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสมัยนั้นผมเป็นกรรมาธิการงบประมาณ เราของบประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาทเราให้ไป คณะกรรมาธิการให้ไป ท่านกรณ์ก็อยู่ ท่านกรณ์ก็นั่งอยู่ด้วยกัน ปี ๒๕๕๑ แต่ว่างบปี ๒๕๕๒ ท่านอยู่ด้วยกัน เสร็จแล้วเราให้ไปป่านนี้จะเข้างบประมาณ ปี ๒๕๕๕ มันเกิดอะไรขึ้น ท่านต้องไปตรวจสอบครับ ต้องไปดู ปกติถ้าดูอย่างนี้พวกท่าน ต้องตัดแล้ว ที่ผมแปรญัตติด้วยเหตุผลประการนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุรชัย เบ้าจรรยา ครับ

นายสุรชัย เบ้าจรรยา แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สุรชัย เบ้าจรรยา แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น ท่านประธานที่เคารพ เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกก็ชี้แจงรายละเอียดของกรมทรัพยากรน้ําไปแล้ว ปัญหาตามมา เยอะแยะเลยครับ นอกจากผู้จัดซื้อจัดจ้างต่าง ๆ ที่ไม่มีความชอบธรรม โดยเฉพาะภาคอีสาน การขุดบ่อ การขุดสระน้ําเป็นเรื่องปัจจัยสําคัญเลย ฉะนั้นวันนี้ผมมาดูรายละเอียด ของกรมทรัพยากรน้ําที่ได้งบประมาณไป ๙๘๙ ล้านกว่าบาท มาเปรียบเทียบแต่ละปี ได้เพิ่มขึ้นทุกปี ปี ๒๕๕๒ ผมขอยกตัวอย่าง ได้ไป ๓,๓๒๑ ล้านกว่าบาท ปี ๒๕๕๓ ๕,๐๑๙ ล้านกว่าบาท แล้วก็ปี ๒๕๕๔ เพิ่งผ่านไปสด ๆ ร้อน ๆ ได้ไป ๖,๐๑๑ ล้านกว่าบาท เพิ่มขึ้นทุกปีครับ แล้วงบเพิ่มเติมก็ได้อีกเกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานสภาที่เคารพรักครับ การได้งบ ลงไปในพื้นที่ ผมถามว่าได้ประโยชน์อะไรไหม ไม่ได้ครับ เพราะว่าอะไรครับ ประการแรก การสํารวจออกแบบ เจ้าหน้าที่ของรัฐโดยเฉพาะกรมไปสํารวจต่าง ๆ ไม่เป็นไปตาม ความต้องการของชาวบ้านของเกษตรกร สมมุติที่ลุ่มที่เก็บกักน้ําได้ทําไมไม่ไปทําละครับ ไปทําตามอําเภอใจ ที่ดอนที่อะไรต่าง ๆ มันเก็บกักน้ําไม่ได้ครับ

แล้วอีกประเด็นหนึ่งที่ผมไปเจอมา สเปกของการขุดสระน้ํานี้สมมุติว่า ยาว ๓๐ เมตร คนทําจริง ๆ ก็แค่ ๒๐ เมตร ลึก ๓ เมตรก็ทําแค่ ๒ เมตร อย่างนี้สมรู้ร่วมคิด กับผู้รับเหมา โดยเฉพาะข้าราชการของกรม ฉะนั้นการทุจริตคดโกงในโครงการต่าง ๆ มันมีเยอะไม่ใช่ว่าท่านผู้มีเกียรติอย่างท่านวิเชียร ขาวขําท่านพูดไป อันนั้นเป็นเรื่องจริง แล้วอีกอย่างหนึ่งท่านประธานที่เคารพครับ การให้ความรู้ความสามารถของชาวบ้านหรือว่า ประชาชนที่เขาได้รับงบประมาณไปนี้ ข้าราชการของกรมต่าง ๆ ไม่สามารถที่จะชี้แจงได้ว่า ขุดสระมาแล้วนะต้องเลี้ยงอย่างนั้น ปลาต้องอย่างนี้ แล้วมิหนําซ้ําชายขอบสระควรจะ ปลูกพืชแล้วก็เป็นรายได้เสริม อย่างนี้มีไหมครับ ผมไปเห็นมาไม่มีเลยครับ ขุดสระแล้วก็ ทิ้งไปเลย พอฝนตกมาก็ไม่รู้จะทําอะไรครับท่านประธาน บางครั้งบางคราวมันก็เสียเงิน โดยใช่เหตุ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งคนใกล้ชิดของผู้มีอํานาจโดยเฉพาะรัฐมนตรี อันนี้เป็นเรื่อง สําคัญ งบประมาณเข้าแต่ละครั้งพากันวิ่งเลยครับ ผู้รับเหมารายไหนจะมา เพราะว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องจริง ฉะนั้นผมขอฝากท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีที่มีอํานาจให้ดูแลงบประมาณ ให้ทั่วถึงครับ โดยเฉพาะจะไปกระจุกตรงที่คนใกล้ชิดของท่านเอางบลงไปครับ ขอให้กระจาย ให้ทั่วถึงครับ ฉะนั้นกรมนี้จากงบ ๙๘๙ ล้านกว่าบาท ผมขอตัดลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็เล็กน้อยนะครับ ก็ยังติดใจ อยู่ใช่ไหมครับ จะให้โหวตไหมครับ โหวตนะครับ เชิญท่านไพจิตครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ขอสงวน ในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนะครับ ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าใน กรมนี้คณะกรรมาธิการในส่วนของพรรคเพื่อไทยจํานวนทุกท่านนะครับ ความจริง ผมมีความเห็นจะปรับลดสัก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าความเห็นของคณะเนื่องจากกรมนี้เป็น กรมที่ได้เงิน ๙๘๙,๒๐๐,๐๐๐ บาท แล้วไม่ปรับลดสักบาทนะครับ ท่านประธานฝ่ายค้านคือ ท่านวิทยา บุรณศิริ ก็เลยมีความเห็นว่าขอสงวนทั้งหมด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ในการปรับของกรมนี้ ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ ในชั้นการพิจารณากระผมสํานึกว่าการสร้างแหล่งน้ํา ให้กับประชาชนมีความจําเป็น แล้วการที่จะไปดูแลช่วยเหลือก็เหลืออยู่อย่างเดียวก็คือ ประสบอุทกภัย แล้วก็มาไล่เลียงดูทั้งหมดปรากฏว่าเงิน ๙๘๙ ล้านบาทนี้ อยู่ในภาคใต้เสีย เกือบ ๖๐๐ ล้านบาท มันอะไรนักหนา อันนี้ผมก็สงสัยไปดูในรายละเอียดครับท่านประธาน จังหวัดนราธิวาสจังหวัดเดียว ๓๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ไปดูในรายละเอียดอีก ความจริง ผมไม่ได้เป็นอนุกรรมาธิการหรอก แต่ว่าผมก็สนใจว่ามันทําอะไรกันนักหนาจังหวัดเดียว ถึงกว่า ๓๐๐ ล้านบาท ความจริงไม่ได้อิจฉาจังหวัดนราธิวาสนะครับ แต่ต้องการที่จะเข้าไปดู เนื้อใน ทําโครงการขุดลอกคลอง คลองละ ๙,๓๐๐,๐๐๐ บาท ๙,๔๐๐,๐๐๐ บาท ๙,๕๐๐,๐๐๐ บาท ๙,๖๐๐,๐๐๐ บาท ๙,๗๐๐,๐๐๐ บาท แบบนี้หมดนะครับท่านประธาน ไล่เข้าไปนี่ ๑๐ ตัว ก็ ๑๐๐ ล้านบาท ๙๐ กว่าล้านบาท ๒๐ ตัว ก็ร่วม ๒๐๐ ล้านบาท พอ ๓๐ ตัวมันก็ไปถึงแล้วครับ ผมก็สงสัยว่าปกติในจังหวัด ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็หาคน ทํายากอยู่แล้ว มันมีอะไรซับซ้อนอยู่ข้างในอยู่เยอะนะครับ ก็ขอให้ปรับหน่อย เอาไปให้ พี่น้องคนอีสานที่ยังมีความจําเป็นขาดแคลนการพัฒนาแหล่งน้ํา ไหนบอกว่าไม่กระจุก ไหนบอกว่าจะกระจายอย่างเป็นธรรม ท่านนายกรัฐมนตรีก็บอกมาในสภาแห่งนี้ แต่ว่า ท้ายสุดผมก็สงสัยว่าคณะอนุกรรมาธิการก็ไปดูนะครับ ไม่ได้อิจฉาตาร้อนอะไร แต่ถือว่า เงินอันนี้มันเป็นเงินเยียวยา เงินช่วยเหลือซับน้ําตาให้กับคนยากคนจนแล้วอย่าให้เกิดปัญหา อย่างนี้อีก ท่านประธานครับ ผมเห็นว่าถ้ายังปล่อยให้ทําแบบนี้อยู่ ก็เข้าไปอยู่แผ่นเสียง ตกร่อง บุญคุณต่างตอบแทน เห็นด้วยช่วยเหลือกันในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เสร็จแล้วก็ แบ่งให้ แต่อันนี้มันมากเกินไป ส.ส. ๕ คน พรรคนี้หัวหน้าพรรคไม่ได้เป็นผู้แทน สอบตก แล้วไม่ค่อยรู้จักผู้แทนราษฎรด้วยนะครับ ท่านสุวิทย์ คุณกิตติ นี่ผมก็สงสัยเหมือนกัน ความจริงเป็นนักการเมืองใหญ่ของคนอีสาน รุ่นพี่ผมแต่ว่าก็ถือว่าโชคชะตาราศีดีก็เลย มารับใช้แบบนี้ ก็อยากจะให้เป็นอุทธาหรณ์ฟ้องไปยังพี่น้องชาวจังหวัดขอนแก่นเสีย ต่อไป จะได้พิสูจน์กันแล้วนะครับว่าใครช่วยเหลือใครกันแน่ ช่วยเหลือหรือช่วยไม่ให้เหลือต่อคน อีสาน ผมอยากเห็นตรงนี้นะครับในการทํางาน เมื่อมีอํานาจสะท้อนในการบริหารเงิน ไปสู่การเยียวยาแก้ปัญหาคนจนเสีย ผมอยากให้เป็นแบบนี้นะครับ ก็เสียดายเหมือนอย่าง ท่านวิเชียรบอกว่าไม่มีบัญชีในรายการพิเศษ นัดหน้าไม่มีครับท่านประธาน ก็เลยเป็นโชคดีไป แต่ว่าไม่ได้ตัดสิทธิว่าความรับผิดชอบทั้งหมดอยู่ที่ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ท่านวิเชียร สามารถใช้สิทธิอภิปรายได้เพราะเป็นความรับผิดชอบของท่านนายกรัฐมนตรีในการบริหาร แบบนี้ ท่านประธานครับ เอาสรุปสั้น ๆ ว่าผมคัดค้านขอปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์เป็นทีม ของพรรคเพื่อไทยที่เป็นกรรมาธิการวิสามัญในการพิจารณา ประท้วงกันแล้ว ขอกันแล้ว ว่าปรับให้หน่อย ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๕ เปอร์เซ็นต์ นี่ไม่มีสักบาทนะครับ ท่านรองประธาน ท่านเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ก็ใจจืดใจดําไม่เห็นใจพวกผม ก็จะยกมืออย่างเดียวเอาให้เสร็จ ผมว่าเสร็จละครับ แต่ว่าฟ้องประชาชนเพื่อขอทําหน้าที่อันนี้ ท่านประธานครับ ขอสงวน แล้วก็ให้โหวตนะครับ ผมยืนยันว่าอยากให้เป็นประโยชน์ต่อการเยียวยารักษาช่วยเหลือ พี่น้องที่ประสบอุทกภัย ท่านประธานเป็นคนบอกผมนะครับ ให้เอาเงินไปช่วยเหลือนะครับ เอาถุงยังชีพไป ผมไปตามท่านบอกนะครับ คราวนี้พอมีเงิน ทําไมไม่ไปช่วยให้มันทั่วถึงกัน คนเสียชีวิตก็เยอะ ภาคอีสานนี่มากกว่าภาคใต้ แต่ว่าเวลาท่านได้เงินกรมทรัพยากรน้ํานี้ ท่านรักคนไม่เท่ากัน ลืมพวกผมครับ ผมก็ต้องประท้วง ท่านประธานครับ ขอให้ใช้สิทธิ การเป็น ส.ส. ของจังหวัดบุรีรัมย์ที่อาวุโสสูงสุด มีความเก่งกล้าสามารถที่สุดในฝ่ายนิติบัญญัติ ทักท้วงให้ผมหน่อยนะครับ เอาสิทธิอันนี้กลับคืนมาเถอะครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ก็ต้องโหวตกันละครับ เพื่อความเป็นธรรมทุกฝ่ายครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานครับ ขอนิดหนึ่งครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีอะไรอีกครับ ก็เมื่อกี้ ก็หนักพอสมควรแล้วครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ขอกราบเรียนท่านประธาน อยากกราบ เรียนท่านประธานว่าที่ผมอภิปรายไป ผมเห็นท่านรัฐมนตรีกรณ์มาคุยกับทางกรมบัญชีกลาง แล้วมันจริงไหมเรื่องอย่างนี้ ตอบผมสักคําสิครับที่ผมกราบเรียนท่านไป แล้วผมมีหลักฐาน ทุกอย่างนะครับ แล้วมันมีคนไปเรียกรับเงินเขา เขาไม่ให้ครับ แล้วไปยกเลิกสัญญาเขา ยกเลิกแล้วยกเลิกอีก แล้วนิดหนึ่งครับท่าน บอกเขาเขียนสเปกนะครับ จริง ๆ แล้วมันมี รองอธิบดีคนหนึ่งไปเขียนสเปกว่าต้องมีผลงานขุดลอกตั้งแต่ ๑๐๐ ล้านบาท แต่กลุ่มนี้เขามี ๑๓๐ ล้านบาท ตีเขาตกครับ เพราะอะไร เขาบอกว่าต้องไม่มีผลงานขุดลอกหนองน้ํา ก็ขุดลอกหนองน้ําไม่ให้เขามีผลงานขุดลอกหนองน้ําได้อย่างไร ท่านรัฐมนตรีกรณ์ตอบ สักนิดหนึ่งว่าใช่หรือไม่ใช่

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านประธานตอบครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช ประธานคณะกรรมาธิการ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ผม กรณ์ จาติกวณิช ในฐานะประธานกรรมาธิการ ขออนุญาตกราบเรียน ท่านสมาชิก ท่านวิเชียร ขาวขํา ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ เมื่อสักครู่พวกเรานั่งฟังท่าน อภิปรายในเรื่องนี้ก็สนใจ ผมจึงได้ถามทางสํานักงบประมาณถึงข้อเท็จจริงในกรณีที่ท่าน ได้อภิปรายไว้ว่า มีงบประมาณที่ได้จัดให้กับกรมทรัพยากรน้ําไว้ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ตั้งแต่ ปี ๒๕๕๒ ขออนุญาตเรียนตามข้อเท็จจริง ว่ามีการจัดสรรงบประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ให้กับกรมทรัพยากรน้ําไว้จริง แต่ในการพิจารณางบประมาณในปี ๒๕๕๑ ก็คืองบปี ๒๕๕๒ ที่มีการพิจารณาในปี ๒๕๕๑ สมัยท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร หลังจากนั้นมาดูว่าได้มีการ เบิกจ่ายงบประมาณตามที่ได้รับจัดสรรหรือไม่ ก็พบว่ามีประเด็นปัญหา ในรายละเอียด ก็ไม่แน่ใจว่าตรงกับที่ท่านอภิปรายหรือไม่ แต่ข้อเท็จจริงสุดท้ายก็คือยังไม่ได้สามารถที่จะ จัดหาผู้รับเหมาที่จะมาดําเนินการตามโครงการนี้ได้ ดังนั้นงบปี ๒๕๕๒ กับปี ๒๕๕๓ ที่อนุมัติมาในส่วนของโครงการนี้ประมาณ ๔๗๓ ล้านบาท จึงยังไม่ได้มีการเบิกจ่าย เป็นเหตุให้เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ปี ๒๕๕๓ ที่เพิ่งผ่านมา รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ จึงได้โยกงบประมาณส่วนนี้ เพราะเห็นว่ายังไม่ได้มีการจัดสรรไม่มีการเบิกจ่าย มาใช้ในการสนับสนุนแผนฟื้นฟูภายหลังอุทกภัย ก็คือมีมติ ครม. ในวันที่ ๑๔ ธันวาคม พูดง่าย ๆ ก็คือเห็นงบนี้ตั้งไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ และปี ๒๕๕๓ ยังไม่ได้มีการนํามาใช้ ตามวัตถุประสงค์ จึงได้โยกงบมาเพื่อที่จะมาใช้ในการฟื้นฟูอุทกภัย ซึ่งก็ได้ดําเนินการไปแล้ว ส่วนงบส่วนอื่นในโครงการ ๑,๐๐๐ ล้านบาทนี้ มีการตั้งไว้ในปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ แต่ก็ ยังไม่ได้มีการอนุมัติ ดังนั้นโครงการนี้ ณ ปัจจุบันก็ถือว่าตกไป ก็ขอชี้แจงตามข้อเท็จจริงนี้ เพราะฉะนั้นสุดท้ายโดยสรุปก็คือมีโครงการ ๑,๐๐๐ ล้านบาทนี้จริง ไม่เคยมีการจัดสรรจริง แต่ว่ามีการตั้งงบประมาณไว้เพียง ๔๗๓ ล้านบาท จาก ๑,๐๐๐ ล้านบาท และเมื่อรัฐบาล ชุดปัจจุบันเห็นว่าไม่ได้นํามาใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ ก็โยกมาใช้ในการฟื้นฟูอุทกภัย ซึ่งก็เป็นหนึ่งในงบประมาณ หรือที่มาของงบประมาณตามที่ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ได้ชี้แจงไว้ ล่วงหน้า ชี้แจงไว้เมื่อเช้านี้ว่าความจริงรัฐบาลได้จัดสรรงบจากส่วนต่าง ๆ ที่มีงบเหลือจ่าย เพื่อที่จะนํามาใช้ในการฟื้นฟู ก็เป็นสาเหตุที่ทําให้เวลาเรามาพิจารณาการจัดสรรงบในส่วน ของงบประมาณกลางปีชุดปัจจุบันนี้ จึงเป็นสาเหตุที่บางครั้งอาจจะดูเหมือนว่า มีความ กระจุกตัวในพื้นที่โน้นพื้นที่นี้ เพื่อให้ครบถ้วนโดยรวมว่ารัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ เพื่อที่จะฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอุทกภัยในช่วงที่ผ่านมา เราต้องเข้าไปดูแหล่งที่มา ของงบประมาณจากทุกแหล่ง ซึ่งตัวอย่างที่ท่านได้หยิบยกขึ้นมาก็เป็นตัวอย่างที่ดีส่วนหนึ่ง ว่ารัฐบาลได้จัดสรรเม็ดเงินงบประมาณที่เป็นงบเหลื่อมปี เพื่อที่จะมาฟื้นฟูในพื้นที่อื่น ๆ ไปแล้วนะครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณเจริญ จรรย์โกมล ครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ขออนุญาตต่อเนื่องนิดหนึ่งนะครับ ขออนุญาตแป๊บหนึ่งครับ สัก ๒-๓ นาทีครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมให้สัก ๑ นาทีก็พอแล้ว

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

มันเป็นความเจ็บปวดของประชาชน ชาวอําเภอกุมภวาปี แล้วก็ลุ่มน้ําปาวนะครับ เพราะว่า ส.ส. ในพื้นที่เขาเสนอความเห็นมา แล้วคณะกรรมาธิการงบประมาณ ซึ่งท่านกรณ์ก็เป็นกรรมาธิการด้วยกันในปีนั้น ได้จัดสรรงบประมาณไว้ ๑,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว อยู่ ๆ ก็มาเล่นแร่แปรธาตุกันบอกเหลือ ๔๐๐ กว่าล้านบาท แต่อย่างไรก็ตาม ๔๐๐ กว่าล้านบาท ผมก็ว่ามันพอสําหรับการขุดลอก หนองน้ําที่มันเป็นลําน้ําเป็นหัวใจของคนอําเภอกุมภวาปี แล้วลุ่มน้ํานี้เป็นต้นน้ําของเขื่อน ลําน้ําปาวของจังหวัดกาฬสินธุ์ เพราะฉะนั้นอยู่ ๆ ด้วยความไม่ชอบมาพากลของผู้ปฏิบัติ หน้าที่ นายกรัฐมนตรีกับท่านรัฐมนตรีกรณ์จะต้องตามไปดูให้ได้ว่าคนบกพร่องต่อหน้าที่ คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บกพร่องต่อหน้าที่ อย่างร้ายแรงครับ ท่านตามไปดูว่ายกเลิกสัญญาเขากี่ครั้ง เพราะอะไร มันมีอดีตนักการเมือง คนหนึ่ง อดีต ส.ส. คนหนึ่ง ตามไปถึงอุดรธานีครับ ไปเรียกเขา ๑๘ เปอร์เซ็นต์ เรียกเขา ๑๘ เปอร์เซ็นกี่บริษัท แต่เขาสู้ไม่ไหว เขาบอกเขาต้องจ่ายอธิบดี เขาต้องจ่าย ผอ. กอง อีก รวมแล้ว ๓๐ เปอร์เซ็นต์เขาสู้ไม่ไหว แล้วยกเลิกเขาไปหมด ยกเลิกแล้วยกเลิกอีก เสร็จแล้ว ท่านประธานคิดดูมันเป็นความเจ็บปวดของพวกผมไหม ของประชาชนไหม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าถ้าให้ดีท่านวิเชียร ทําเป็นเรื่อง

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ก็ต้องฟ้อง ป.ป.ช. ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทําเรื่องถึงประธานสภาก็ได้ ผมจะดําเนินการติดตามเรื่องนี้ให้ครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

แล้วอย่างไรก็ตาม เรื่องนี้งบประมาณปีหน้า อย่างไรก็ต้องจัดให้เขา ประชาชนรู้หมดแล้วว่ารัฐบาลและ ส.ส. พวกเรานี้จัดไป ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านเจริญในฐานะ ผู้ติดตามงบประมาณและเป็นประธานด้วย

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เดี๋ยวทางสภาและพี่น้องประชาชนจะสับสนจากการชี้แจงของท่านประธานคณะกรรมาธิการ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง งบประมาณนี้เริ่มต้นใช้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ เป็นเงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาทในการขุดลอกห้วยหลวงเพื่อกักเก็บน้ําและก็กระจายน้ําให้กับพี่น้อง อําเภอกุมภวาปี น้ํานี้สามารถที่จะผันให้กับพี่น้องราษฎรและเกษตรกรได้ไม่น้อยกว่า ๓,๐๐๐ ไร่ ซึ่งโครงการนี้ต่อยอดจากกรมชลประทานที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ แต่ก่อนท่านเป็นอธิบดีกรมชลประทาน แล้วต่อมาก็ยกโครงการนี้ให้กับ กรมทรัพยากรน้ํา ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นปัญหามันอยู่ที่ว่าท่านรัฐมนตรีอาจจะ ไม่ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้วมาตอบ ขณะนี้ทางคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณ มีความเป็นห่วงเป็นใยเรื่องนี้มาก เชิญท่านอธิบดีกรมทรัพยากรน้ํามาชี้แจง แล้วก็บอกว่า ขอความกรุณาท่านเร่งรัดหาผู้รับจ้างหน่อย ให้แล้วเสร็จในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ถ้าหากท่านไม่ดําเนินงานเราก็จะของบคืน ท่านก็มาชี้แจงรับปากต่อคณะกรรมาธิการ แล้วก็ไม่ดําเนินการ จนถึงปัจจุบันนี้ท่านทราบหรือเปล่าครับ ไม่มีการโอนไปนะครับ ขณะนี้ กรมทรัพยากรน้ํากําลังจะทําบันทึกข้อตกลงกับทหารให้มาทํา เงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ที่ท่านวิเชียรพูดนี่ราษฎรเขาเสียหายจากการที่จะต้องกักเก็บน้ํา ท่านคิดดูผลประโยชน์ ที่ราษฎรเขาจะได้จากรายการนี้อีกเท่าไร ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านไม่กํากับดูแลการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ท่านเป็นรัฐบาล คณะกรรมาธิการก็เลยสงสัยเรื่องนี้ เมื่อท่านวิเชียรได้พูดขึ้นมา มันก็เป็นเหตุผลหนึ่ง ซึ่งเขาน่าจะมีการปรับลดในเรื่องนี้ขึ้นมาว่างบประมาณให้ไปตั้ง ๑,๐๐๐ ล้านบาท ปัจจุบัน ยังไม่ดําเนินการ แต่เบื้องหน้าเบื้องหลังที่ท่านประธานด้วยความกรุณานะครับ บอกว่ามีอะไร บอกท่านประธาน เดี๋ยวผมจะบอกในมาตราต่อไป จะบอกท่านประธานว่ามาตราต่อไป ไม่รู้ใครไปบอกใครนะครับ บอกว่าอย่าเพิ่งใช้ อันนี้เดี๋ยวค่อยว่ากัน แต่เรื่องนี้ท่านต้องจัดการ ให้เรียบร้อย จะเอาคนเดิมก็ได้ ขณะนี้มีการฟ้องร้องกันขึ้นมา มาร้องเรียนต่อผมนี่แหละ เขาบอกเขาไม่ได้รับความเป็นธรรม เขาได้แล้วทําไมไปยกเลิกเขา ใครจะไปเจรจากันอย่างไร เราไม่ทราบ แต่มันต้องดําเนินการให้กับพี่น้องประชาชน ขณะนี้พี่น้องอําเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานีเขาเสียหายมาก ท่านประธานเร่งรัดได้ไหมครับ เรื่องนี้ฝากท่านประธาน หน่อยนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมไม่รู้เรื่อง ต้องทําเรื่องมา

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ก็ท่านประธานรับเมื่อกี้นี่

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต้องทําเรื่องมา

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม กรณ์ จาติกวณิช ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกนะครับที่ได้อภิปราย ในความกังวลที่ท่านมีเกี่ยวกับประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณที่ได้มีการจัดสรรไปแล้ว ก็ต้องขออนุญาตเรียนท่านว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันก็มีความกังวลเช่นเดียวกันกับท่าน แล้วนั่น ก็คือสาเหตุ ผมขอย้ําอีกครั้งหนึ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านได้มีคําบัญชา ว่างบประมาณประเภทนี้ที่มีการตั้งค้างมาหลายปี แต่ยังไม่สามารถที่จะนําไปดําเนินการ เพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ได้มีการปรับแผนที่จะนําเม็ดเงินประเภทนี้มาใช้ในการ ที่จะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งในกรณีนี้ก็หมายถึงการฟื้นฟู ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอุทกภัยที่ผ่านมา ทั้ง ๓๗๓,๐๐๐ ล้านบาทครับที่ได้มีการตั้งไว้ ให้กับกรมทรัพยากรน้ํา ทีนี้ก็จะขอเรียนเพิ่มเติมว่าในส่วนของงบประมาณกลางปี ณ ปัจจุบัน ที่ได้จัดสรรให้กับกรมนี้ ก็มีเงื่อนไขเช่นเดียวกันกับงบประมาณของกรมอื่น ๆ ก็คือต้องมี การดําเนินการให้ทันแล้วเสร็จภายในปีงบประมาณปีนี้ เพราะฉะนั้นเราก็จะติดตามว่าจะต้อง เป็นเช่นนั้น มิฉะนั้นก็จะไม่สามารถที่จะดําเนินการในส่วนนั้นได้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

๑๕๐/๑

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ปิดการอภิปรายแล้วครับ มาตรา ๖ ผมจะถามมติที่ประชุมแล้ว เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ นอกห้องประชุม เชิญเข้าห้องประชุมด่วนด้วยครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้อง ประชุมครับ โปรดเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติในมาตรา๖ นะครับ เชิญท่านสมาชิกครับ อดทนสักหน่อยครับเดี๋ยวก็จบแล้วเหลืออีก ๗ มาตราเท่านั้นเอง เชิญท่านสมาชิกครับ ท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่านนะครับ โปรดเข้าห้องประชุม เมื่อท่านเข้าห้องประชุมแล้วนั่งลงเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ เพื่อจะตรวจสอบองค์ประชุม ก่อนที่จะลงมตินะครับ อดทนหน่อยครับเหลืออีก ๗ มาตราก็จะจบแล้ว ท่านสมาชิกครับ กรุณาเข้าห้องประชุมด้วย ดูพรรคพวกที่นอนให้ปลุกด้วยครับ เราเห็นใจผู้แทนราษฎรครับ ทํางานทั้งกลางวันกลางคืนนะครับ พี่น้องประชาชนโปรดทราบตามที่ผมเรียนด้วยนะครับ เขาเหนื่อยมาก

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ท่านเสียบบัตรแสดงตน เรียบร้อยกันทุกท่านแล้วนะครับ ซีกซ้ายมือผมนี้ช่วยกรุณาเสียบบัตรด้วย ท่านเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ เดินดุ่ม ๆ มาช่วยเสียบบัตรแสดงตนด้วย เดี๋ยวไม่ได้มีใครไปเอาผักตบชวาออก นะครับ ส่งผลมา มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๒๕๓ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมครับ ในมาตรา ๖ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ท่านผู้ใดเห็นชอบในมาตรา ๖ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม เพราะว่าไม่มีการแก้ไขนะครับ ตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่แปรญัตติไว้ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านที่งดออกเสียงก็โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ เชิญใช้สิทธิทุกท่านครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ทุกท่านใช้สิทธิแล้วนะครับ ปิดการใช้สิทธินะครับ เชิญส่งผล มีผู้อยู่ในห้องประชุมจํานวนผู้เข้าประชุมอยู่ในห้อง ๓๕๘ ท่าน เห็นด้วย ๒๔๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๐๖ ท่าน งดออกเสียง ๕ ท่าน ไม่ลงคะแนน เสียง ๕ ท่าน ก็ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบในมาตรา ๖ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

ต่อไปมาตรา ๗ กระทรวงมหาดไทย เชิญเลขาธิการต่อกครบ ช่วยกรุณา อย่าไปไกลนะครับ ใกล้ ๆ นะครับ เพราะเดี๋ยวจะโหวตกันอีกแล้วครับ

ต่อไปมาตรา ๗ กระทรวงมหาดไทย เชิญเลขาธิการต่อครับ ช่วยกรุณา อย่าไปไกลนะครับ ใกล้ ๆ นะครับ เพราะว่าเดี๋ยวจะโหวตกันอีกแล้วครับ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๗ กระทรวงมหาดไทย มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญกรรมาธิการก่อนก็ได้ครับ เชิญท่านวิทยา บุรณศิริ ครับ

นายวิทยา บุรณศิริ กรรมาธิการ

ท่านประธานใจเย็นครับ จบแน่ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เป็นพระคุณครับ

นายวิทยา บุรณศิริ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัด พระนครศรีอยุธยา ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ ในมาตรา ๗ กระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะในรายการที่ ๑ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขอรับ สนับสนุนงบประมาณ ๒,๗๖๙,๒๘๑,๘๐๐ บาท ในคําขอที่ผมมีเอกสารก่อนที่จะปรับลด ท่านประธานครับ ในรายการนี้ผมปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุผลที่ว่า ในสิ่งที่ กรรมาธิการได้ตรวจสอบในรายละเอียด แล้วก็เรียนตามความจําเป็นว่าเอกสารที่จัดทํานั้น โดยเฉพาะสิ่งที่คณะกรรมาธิการได้พบนั้น แล้วก็มอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการได้ติดตาม ไปตรวจสอบในรายละเอียด เราก็จะเห็นว่าในรายการนั้นมีรายละเอียดของโครงการที่ เรียนตามตรงว่าบางจังหวัดตามที่สมาชิกได้มีการอภิปรายไปบ้างแล้ว ลักษณะของโครงการ ในพื้นที่เดียวกันมีการจัดทํางบประมาณในส่วนปลีกย่อยอย่างไม่คิดว่าน่าจะเป็น ซึ่งตรวจสอบแล้วเป็นคําตอบที่เรียนตามตรงนะครับว่า งบ อบต. เขายังไม่ทํากัน แล้วก็ไม่สามารถกระทําได้ ยกตัวอย่าง อย่างจังหวัดราชบุรีผมคิดว่าบางท่านอาจจะไป อภิปรายในรายละเอียด แต่ว่าในส่วนที่กรรมาธิการได้พิจารณาแล้วก็มีการได้รับการปรับลด แล้วก็ดําเนินการแก้ไขไปตามที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้ตั้งข้อสังเกตและได้อภิปรายไป ผมขออนุญาตนิดหนึ่งในส่วนของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีเพื่อนกรรมาธิการ มีเพื่อน สมาชิกได้อภิปราย โดยใช้คําอภิปรายมาเกี่ยวโยงกับกระทรวงคมนาคม จริง ๆ แล้วเป็นของ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แล้วก็มีการปรับลดไป ๑๔ ล้านบาทเศษ จริงครับ เนื่องจากว่ามีความซ้ําซ้อน แล้วก็ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในความซ้ําซ้อนนั้น กรรมาธิการจึงเห็นสมควรที่ดําเนินการปรับลดไป ก็เป็นเหตุผลที่เรา ได้พิจารณากันในห้องประชุมกรรมาธิการ

สําหรับรายการที่ ๒ ผมต้องขออนุญาตใช้เวลาของที่ประชุมแห่งนี้ในเรื่องของ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผมนั้นปรับลด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ มีการแก้ไขในส่วนของ หน่วยงาน โดยเฉพาะที่พิมพ์มาก็มีการคํานวณในการคลาดเคลื่อนก็แก้ไขไป ๑,๗๐๐ บาท สําหรับแผนงานสวัสดิการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นอกนั้นผมก็เสนอปรับลด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน โดยเหตุผลนะครับ เอกสารงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ฉบับที่ ๒ ผมคิดว่าสภาแห่งนี้ได้รับเอกสาร ในการพิจารณานะครับ นี่เป็นร่างพระราชบัญญัติเพิ่มเติม ถ้าท่านสมาชิกที่ประชุมแห่งนี้ จะหยิบขึ้นมาในรายละเอียด ท่านจะพบความเป็นจริงตามที่ผมจะอภิปรายต่อไปนี้ครับ ท่านประธาน ในหน้าที่ ๓๖ ครับท่านประธาน ท่านพยายามติดตามหน่อยครับ เพราะว่า นี่เป็นสังกัดของกระทรวงมหาดไทย เขียนไว้ชัดครับ ในเรื่องของแผนสวัสดิการสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ โครงการสร้างหลักประกันรายได้ของผู้สูงอายุ ตั้งงบประมาณไว้ ๔,๙๔๐,๐๑๐,๗๐๐ บาท วัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อให้เป็นการสร้าง หลักประกันรายได้ให้แก่ผู้สูงอายุที่มีอายุ ๖๐ ปีขึ้นไปอย่างทั่วถึง คําว่า ทั่วถึง นี้มันเป็น ปัญหากับการพิจารณาของตัวกระผม จากคําชี้แจงที่ได้รับนั้นคําว่า ทั่วถึง นั้นมันกลายเป็น เหตุผลซึ่งผมไม่อาจที่จะรับได้ครับท่านประธาน เพราะเหตุผลใดครับท่านประธาน กิจกรรมและวิธีดําเนินการ ระยะเวลาดําเนินการ ๖ เดือนครับท่านประธาน ๖ เดือนก็คือ เดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน ๒๕๕๔ ครับท่านประธาน กิจกรรมและวิธีดําเนินการส่งเสริม และสนับสนุนสร้างหลักประกันรายได้ให้แก่ผู้สูงอายุ อัตราคนละ ๕๐๐ บาทต่อเดือน ดําเนินการขึ้นทะเบียนผู้สูงอายุ หน่วยงานก็คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดําเนินการ ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สูงอายุ จัดทําทะเบียนประวัติของผู้สูงอายุและแจ้งรายชื่อผู้สูงอายุ ให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ๒.๑.๕ เป้าหมายของโครงการและตัวชี้วัด ผลสําเร็จครับ ท่านประธาน ๘๒๓,๓๓๕ คนครับ ตัวชี้วัดเชิงคุณภาพผู้สูงอายุได้รับหลักประกันมีรายได้ ร้อยละ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านลองคูณดูสิครับท่านประธานครับ ผมถือหลักคําชี้แจง ในหนังสืองบประมาณที่ได้รับ คูณไปมันก็เพิ่ง ๒,๔๗๐ กว่าล้านบาท นี่คือข้อเท็จริงที่ผมต้อง ขอเสนอปรับลด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านวรวัจน์เตรียมชาร์ท (Chart) แล้วครับ สิ่งที่ผมต้องบอก ต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการและมีการชี้แจงที่มีความพยายามที่จะบอกว่า คําว่า ทั่วถึง ผมไม่ทราบว่าท่านติดค้างกันมาเท่าไร เดี๋ยวรายละเอียดเดี๋ยวคุณวรวัจน์ก็คงจะอภิปราย ในส่วนนั้น แต่ผมได้เรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้นะครับว่าถ้าในหลักการ คําว่า ทั่วถึง ของผมก็คือ ๘๒๓,๓๓๕ คน นี่คือส่วนที่ขาดอยู่ ผมคูณอย่างไรผมก็ตามที่เรียนท่านประธานนะครับว่า คนละ ๕๐๐ บาท ในรายละเอียดของคําชี้แจงในงบประมาณ รายละเอียดเขาบอกว่า จ่ายเดือนละครั้งทุกวันที่ ๑๐ นี่คือภารกิจที่อุดหนุนไปให้ท้องถิ่นครับ นี่คือความจําเป็น ถ้าผมอ่านตามเอกสารอย่างนี้นะครับว่า เราส่งมาให้สภาได้พิจารณา เอกสารงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ผมไม่อาจว่าไปพูดถึงว่าเหตุผลตรงอื่น เพราะผมมีเอกสารในการดูอย่างนี้ท่านประธาน ท่านประธานก็เช่นเดียวกับผม

ในรายการต่อไปในเรื่องของส่งเสริมกระจายอํานาจการปกครอง โครงการ สนับสนุนส่งเสริมสวัสดิการทางสังคมให้แก่ผู้พิการหรือทุพพลภาพ ทั้ง ๒ เรื่องนี้ไม่ใช่ผม ไม่เห็นด้วยกับการที่จะจ่ายเงินให้กับผู้สูงอายุ และผู้ทุพพลภาพ และผู้พิการ แต่ความถูกต้อง ของโครงการต่องบประมาณเพิ่มเติมที่เขียนระยะเวลาไว้ชัดครับว่า ระยะเวลาดําเนินการ เช่นเดียวกันครับ เดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน ปี ๒๕๕๔ ระยะเวลาดําเนินการ ๖ เดือน อีกครับท่านประธาน จ่ายอัตราคนละ ๕๐๐ บาทต่อเดือน จํานวนผู้พิการหรือผู้ทุพพลภาพ ที่ได้รับเบี้ยยังชีพ ๑๖๙,๕๗๒ คน เอกสารเขาเขียนไว้อย่างนี้ครับท่านประธาน ผมคูณออกมา มันก็ได้ ๕๐๐ กว่าล้านบาทเศษ มันไม่ใช่ ๑,๐๑๗,๔๓๒,๐๐๐ บาท มันต้องหาร ๒ ครับ ท่านประธาน นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ผมได้รับคําชี้แจงจากเจ้าหน้าที่และหน่วยงาน เรียนตามตรง นะครับว่าผมไม่อาจที่จะทําคําชี้แจงได้ เนื่องจากว่ารายละเอียดงบประมาณเพิ่มเติมเขียนไว้ ชัดนะครับว่าหลังจากสภาแห่งนี้อนุมัติไป เดือนเมษายนใช่ไหมครับท่านประธาน งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมนั้นจะใช้ได้เดือนเมษายนครับ เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน ระยะเวลาดําเนินการ ๖ เดือน สภาจะไปรับรู้มากกว่านี้คงจะไม่ได้ครับ เพราะว่ารายละเอียดนั้นเขียนไว้ชัดนะครับว่าจํานวนเงิน ๕๐๐ บาทต่อเดือน ลักษณะของ โครงการเช่นเดียวกันครับ กระทําทุกเดือน จ่ายทุกวันที่ ๑๐ ของเดือน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ ผมต้องขออนุญาตนําชี้แจงต่อท่านประธานผ่านไปถึงท่านประธานคณะกรรมาธิการ แล้วก็ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ท่านอาจจะฟังหรือไม่ผมไม่ทราบนะครับ แต่ผมมีเอกสารในการ พิจารณาเป็นอย่างนี้ จึงเป็นเหตุผลที่ผมเรียนตามตรงนะครับว่าผมได้พิจารณาในฐานะ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย แล้วไม่สามารถที่จะจ่ายตามที่เขียนหรือตั้งงบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติมไว้ตามจํานวนที่ผมได้กล่าวก็คือว่า ในรายการของแผนงานสวัสดิการสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ โดยเฉพาะโครงการหลักประกันรายได้ให้แก่ผู้สูงอายุ จํานวนเงิน ๔,๙๔๐,๐๑๑,๗๐๐ บาทได้ ขอปรับลดในส่วนนี้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่หมายความว่าแก้ไข คําผิดด้วยนะครับ ก็คือคํานวณผิดก็คือ ๑,๗๐๐ บาท เพราะฉะนั้นหาร ๒ ออกมาผมปรับลด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ อีกรายการหนึ่งนะครับผมก็เรียนต่อท่านประธานแล้วนะครับว่าโครงการ สนับสนุนการส่งเสริมสวัสดิการทางสังคมโดยเฉพาะให้แก่ผู้พิการหรือทุพพลภาพ ถ้าตาม ข้อเท็จจริง ตามที่ผมได้คํานวณเดือนเมษายนถึงเดือนกันยายนก็ปรับลดอีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ คงเหลือ ๕๐๐ กว่าล้านบาทเศษ ผมจึงขอสงวนการปรับลดและชี้แจงเหตุผลต่อที่ประชุมดังนี้ ขอให้เพื่อนสมาชิกได้โปรดพิจารณา ถ้าเห็นด้วยกับผมก็กรุณาโหวตตามผม ขอบคุณครับ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เรียงตามลําดับนะครับ คุณเจริญ คุณจุลพันธ์ คุณชัยวัฒน์ เชิญครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ที่ผมขอ ปรับลดไว้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ในงานของแผนงานฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากภัยพิบัติ เป็นยอดเงินจํานวน ๒,๗๖๙ ล้านบาท ท่านประธานครับ ที่ผมจะต้องขอปรับลดนั้น โดยภารกิจในการที่ของบประมาณในการดําเนินงานในครั้งนี้นั้น ผมเองไม่มีความขัดข้อง ประการใด ซึ่งใครเป็นรัฐบาลก็มีหน้าที่ที่จะต้องบําบัดและฟื้นฟูการซ่อมแซมโครงสร้าง พื้นฐาน อย่างเช่น ถนน สะพาน เขื่อนป้องกันริมตลิ่ง อันนี้เป็นภารกิจ ส่วนตัวผมเห็นด้วย แต่ที่ผมจําเป็นจะต้องปรับลดการใช้จ่ายเงินในครั้งนี้ไปถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ผมดูแล้วจาก การใช้จ่ายเงินที่ผ่านมาด้วยความเป็นห่วงเป็นใยอย่างที่ผมได้ลุกขึ้นมาพูดเมื่อกี้นี้ ผมมีเหตุผลที่จะต้องอธิบายโดยเป็นพยานหลักฐานได้ แล้วก็ฟังเป็นที่ยุติว่าการใช้จ่ายเงินของ หน่วยงานนี้ที่ผ่านมา อันนี้เป็นเหตุผลเลยนะครับว่าที่ผมปรับลดคือผมไม่เชื่อมั่นและเชื่อใจ ในการบริหารการจัดการอย่างที่ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีได้เสนอเข้ามาขอ วงเงินอีก ๒,๗๐๐ กว่าล้านบาทในการที่จะไปฟื้นฟู เหตุผลที่ผมจะต้องอธิบายความก็คือว่า ผมดูจากการใช้จ่ายเงินของหน่วยงานนี้ที่ผ่านมา มันได้ปรากฏนะครับว่าโดยเฉพาะ การใช้จ่ายเงินในการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติต่าง ๆ ผมก็ได้หลักฐานเอกสารฉบับหนึ่งขึ้นมา ผมอยากเรียนท่านนายกรัฐมนตรีด้วยว่าเมื่อกี้ท่านเข้ามานั่งท่านจะได้ทราบด้วยแล้วจะได้ ถามท่านในคราวเดียวกันในครั้งนี้เลย เหตุผลที่ผมไม่มีความเชื่อมั่นว่าการใช้จ่ายเงินจะมี ประสิทธิภาพประสิทธิผลและสัมฤทธิ์ผลอย่างที่พวกเรามีความปรารถนาที่จะขอต่อสภา แห่งนี้ก็คือว่า ท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ ผมได้รับหนังสือเอกสารฉบับหนึ่งซึ่งไม่ใช่ ของผมเลยนะครับ เป็นหนังสือของราชการ แล้วราชการนี้ก็ไม่ใช่อื่นไกลนะครับเป็นหนังสือ ถึงท่านนายกรัฐมนตรี รายงานถึงผลการปฏิบัติงานของการช่วยเหลือภัยพิบัติในกรณีฉุกเฉิน และจําเป็น ในปีที่ผ่านมาเขารายงานถึงท่านนายกรัฐมนตรีอย่างนี้ครับท่านประธาน เขาบอกว่า หน่วยงานราชการชื่อว่าหน่วยงานหนึ่งซึ่งเป็นหน่วยงานของกระทรวงยุติธรรม เขาบอกว่า เขาได้ลงไปตรวจสอบในพื้นที่ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ รวมจํานวน ๒๑ จังหวัด ๘๘ อําเภอ จํานวน ๓๗๓ โครงการ เป็นงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับ ภัยพิบัติที่ผ่านมา เขารายงานออกมาผมยกตัวอย่างเอาภาคอีสานก่อนนะครับตามเอกสาร เดี๋ยวผมจะบอกว่าเอกสารอะไร ภาคอีสานตรวจสอบ ๖ จังหวัด ๓๘ อําเภอ ๑๙๗ โครงการ ตรวจพบโครงการผิดปกติ ๑๙๗ โครงการ เป็นความผิดถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เขาบอกจังหวัด สุรินทร์มี ๘ อําเภอ จํานวน ๒๘ โครงการ ตรวจสอบผิดปกติถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ นี่ภาคอีสานเรานะครับท่านประธาน จังหวัดร้อยเอ็ด ๘ อําเภอ ๕๑ โครงการ มีความผิดปกติ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่เหลือสักโครงการเลย ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณนั่งอยู่นี่ท่านจะต้อง รับรู้ด้วย จังหวัดกาฬสินธุ์ ๘ อําเภอ ๔๗ โครงการ มีความผิด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จังหวัดอุดรธานีของท่านวิเชียรที่พูดเมื่อสักครู่นี้ ๗ อําเภอ ๓๔ โครงการ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ภาคอีสานนะครับ จังหวัดนครพนม ๓ อําเภอ ๑๕ โครงการ มีความผิด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จังหวัดสกลนคร ๔ อําเภอ ๒๒ โครงการ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ภาคอีสาน ทั้งหมดเลยครับท่านประธาน พอขึ้นไปภาคเหนือจังหวัดเชียงราย ๒ อําเภอ ๖ โครงการ ผิด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จังหวัดต่อมาครับท่านประธาน จังหวัดแพร่ของท่านวรวัจน์ ซึ่งจะ อภิปรายท่านต่อไปนะครับ ๒ อําเภอ ๗ โครงการ ผิด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ประทานโทษครับ จังหวัดตากนี้อยู่ทางภาคเหนือ ของท่านกรรมาธิการด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้ ๓ อําเภอ ๑๕ โครงการ ผิด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านนั่งอยู่ได้อย่างไร ท่านกรรมาธิการจากซีกรัฐบาล พอมาถึงภาคกลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยาลงไปตรวจสอบ ๑ โครงการ ผิด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จังหวัดกาญจนบุรี ๓ อําเภอ ๙ โครงการ ผิด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ลงภาคใต้ จังหวัดชุมพรตรวจสอบมา ๓ อําเภอ ๖ โครงการ มีความผิดปกติถึง ๙๗.๘๔ เปอร์เซ็นต์ ในโครงการที่เขาลงไปตรวจสอบ คําถามถามต่อไปว่าเหตุผลที่ผมต้องปรับลดก็คือใครไป ตรวจ ถามว่าคณะกรรมาธิการติดตามงบของผมไปตรวจใช่ไหม ผมก็มีความพึงระมัดระวัง เหมือนกันว่าถ้าผมไปตรวจเอง เดี๋ยวเขาบอกว่าประธานอยู่ฝ่ายค้าน ผมก็ได้รับความกรุณา จากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะกรรมาธิการผมก็ได้ทําหนังสือถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ขอยืมเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานของกระทรวงยุติธรรม ชื่อว่าหน่วยงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ช่วยลงไปตรวจสอบพื้นที่ ทั้ง ๔ ภาคให้ผมหน่อยสิว่าการใช้จ่ายเงินดังกล่าวนี้มีความโปร่งใสไหม มีความสุจริตไหม มีประสิทธิผลเป็นอย่างไร มีผลสัมฤทธิ์เป็นอย่างไร ก็ปรากฏว่าตรวจสอบไปทั้งหมดที่ผม ได้เรียนต่อท่านประธานไป เขายังสรุปว่าประเด็นปัญหาที่ตรวจพบคือ

เรื่องที่ ๑ เขาบอกว่าการประกาศเขตภัยพิบัติไม่ถูกต้อง ตายแล้วท่านประธาน ประกาศเขตภัยพิบัติไม่ถูกต้อง อันนี้เริ่มต้นตั้งแต่แรกก็เริ่มแล้วครับ มีการทุจริตตั้งแต่ ยังไม่ดําเนินการ ผมก็ยังไม่รู้ว่าท่านรัฐมนตรีที่คุมกรมบัญชีกลาง ที่คุมในเรื่องของภัยพิบัติก็ดี สํานักงบประมาณท่านนั่งอยู่นี่ท่านรู้หรือเปล่า ข้อที่ ๒ เขารายงานอย่างนี้ครับ การอนุมัติ ให้ความช่วยเหลือไม่ถูกต้อง ข้อที่ ๓ การจัดซื้อจัดจ้างก็ไม่ถูกต้องอีก กรมบัญชีกลางอยู่ที่ไหน ก็ไม่ทราบ ข้อที่ ๔ เขาบอก การควบคุมงานก็ไม่ทั่วถึง ข้อที่ ๕ การตรวจรับก็ไม่ถูกต้อง ใครละครับเป็นคนลงนามในฉบับนี้มีรายละเอียดทั้งหมด ๑๕ หน้า ทําหนังสือฉบับนี้ ถึงนายกรัฐมนตรี ใครทําถึงครับ คนที่ทําถึงคือ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กราบเรียนถึงท่านนายกรัฐมนตรีพร้อมกับให้ดําเนินการ แล้วก็รายงานถึงความไม่ถูกต้อง ความทุจริตและให้ดําเนินการตามกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้ลงนาม คนที่รับทราบท่านแรกก็คือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี บอกว่ากราบเรียน นายกรัฐมนตรีเพื่อโปรดพิจารณา ลงชื่อ สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี วันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๓ พอถึงท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีลงนามในวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๓ เห็นชอบ นับแต่ท่านเห็นชอบมาจนถึงวันนี้ยังไม่ดําเนินการอะไรเลยครับ อย่างนี้จะให้เงินไปได้อย่างไร ท่านไม่สงสัยหรือครับว่าทําไมเราให้เงินไปตั้งเยอะแยะ ในภัยพิบัติต่าง ๆ ประกาศภัยทุกครั้ง ทีนี้หน่วยงานของรัฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้รายงานเองนะครับ จนถึงวันนี้ทางรัฐบาลหรือผู้บริหารชาติบ้านเมืองไม่เคยดําเนินการ ใด ๆ เลย

เรื่องที่ ๒ ที่ผมจะต้องมีเหตุผลในการปรับลดของผมก็คือว่า ผมได้ทําหนังสือ ในนามคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ อันนี้เป็นเหตุผลซึ่งผมจะต้อง ถามท่านประธาน อันนี้คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีอยู่ทุกพรรคครับท่านประธาน ได้ทําหนังสือกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีเกี่ยวข้อง กับจังหวัดท่านประธานด้วยนี่ละ ที่เขาบอกว่ามีอยู่ ๗๙๔ โครงการที่จะต้องใช้เงิน ๘๗๓ ล้านบาท โดยมีท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ ท่านรองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้พิจารณาโครงการเหล่านี้ ในกรณีภัยพิบัติต่าง ๆ โดยหลักเกณฑ์โดยทั่วไปเขาต้อง ใช้จ่ายเงินในทันท่วงทีและต้องใช้ให้แล้วเสร็จในปีงบประมาณ อันนี้เป็นหลักเกณฑ์ที่จะต้อง ปฏิบัติอย่างเข้มงวด และเป็นการบริหารงบประมาณอย่างมีระเบียบและวินัย ปรากฏว่า คณะกรรมาธิการเขาได้ตรวจสอบไปแล้วปรากฏว่าเงินที่จะต้องใช้จ่ายกัน ๘๗๓ ล้านบาทนี้ มันกระจุกอยู่ที่ ๗–๘ จังหวัดเท่านั้นเอง จังหวัดบุรีรัมย์ของท่านประธานล่อเข้าไป จังหวัดเดียว ๔๐๐ กว่าล้านบาท ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกครับ แต่ที่พวกผมสงสัยอยู่ ก็คือว่าในรายการที่ขอมาทําไมไม่ใช้จ่ายในปีนั้นเลย ในปีงบประมาณที่ผ่านมา ปล่อยปละละเลยไปทําอะไร ผมถามดูสิ นี่ท่านกําลังจะเอาเงินไปอีก ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ที่ให้ไปแล้ว ๘๐๐ กว่าล้านบาทนี้ไม่ดําเนินการ นอกจากไม่ดําเนินการยังมีพฤติกรรม ในการฝ่าฝืนกฎระเบียบและวินัยการใช้จ่ายเงินอย่างเห็นได้ชัดเจน ชัดเจนอย่างไรครับ เขาให้ใช้จ่ายในปีงบประมาณ เขาไม่ให้ข้ามปี ก็ปรากฏว่าไม่ได้ใช้เงิน ให้เงินท่านไปแท้ ๆ จังหวัดบุรีรัมย์ทําไมไม่ใช้ พอให้ไปเสร็จสรรพเรียบร้อย ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการ ได้ตรวจสอบพบว่า ๑. งบประมาณมันมีปัญหาเกิดขึ้น แล้วทําไมไม่ใช้จ่ายในปีงบประมาณ ๒. ทําไมมันกระจุกอยู่ ไม่ใช่ว่าขอแค่แค่ ๘ จังหวัด ขอมามากกว่า ๘ จังหวัด แต่ได้ ๘ จังหวัด ๓. เราสงสัยว่าทําไมไม่เบิกจ่ายในปีงบประมาณปี ๒๕๕๓ ให้แล้วเสร็จ เราอยากให้นะครับ ท่านประธาน ไม่ใช่ไม่อยากให้ ๔. เราตั้งข้อสังเกตว่าอย่างที่ผมให้เหตุผลที่ผ่านมานี้มันมีการ ทุจริต ก็ปรากฏว่าปรากฏว่าเงินยังไม่ไป งวดเงินไปยังไม่ถึงจังหวัดเลยมีการจัดเก็บ เงินเปอร์เซ็นต์กันเรียบร้อย ผมก็ให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ไปตรวจสอบมา ขณะนี้ได้หลักฐาน เก็บไว้นะครับ จะไม่ให้ท่านประธานหรอกครับ ๕. คณะกรรมาธิการเขาจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ยกเลิกรายการนี้ขึ้นมาในจํานวนเงินทั้งสิ้น ๘๗๔ ล้านบาท ให้ยกเลิกโครงการนี้เพราะว่า มันไม่มีความจําเป็นใด ๆ ทั้งสิ้นที่จะไปทํา นี่หน้าฝนแล้ว ปีนี้กําลังประกาศออกมาอีกแล้ว ๑๕–๑๖ จังหวัดบอกภัยแล้ง กําลังจะเอาโครงการเก่ามาสวม แล้วผมยังเข้าใจว่าอาจจะ มีเกี่ยวข้องกับโครงการพวกนี้เกิดขึ้น ก็ปรากฏว่าท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ ก็ได้รายงานขึ้นไป จนถึงปัจจุบันนี้ผมได้มีหนังสือสอบถามไปที่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านจะ ยกเลิกไหม ท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณก็มีหนังสือไปที่ท่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ท่านปลัด สํานักนายกรัฐมนตรีรายงานไปที่เลขาธิการนายกรัฐมนตรีบอกว่าอํานาจในการยกเลิก คือท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านจะยกเลิกหรือไม่ยกเลิก ผมจึงจะถามด้วยครับ วันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีมานี่ท่านจะกล้าไหม แต่ผมเชื่อว่าท่านไม่กล้ายกเลิก นี่อย่างไรครับ การใช้จ่ายเงินไม่มีวินัยทางด้านการเงินและการคลัง ทําให้การบริหารการจัดการที่ท่าน บอกว่าเศรษฐกิจมันไม่เดิน เงินมันไม่เดินสะพัดถ้าไม่ใช้จ่ายเงิน พอไม่ใช้จ่ายเงินยิ่งแล้วไป มากกว่านั้น สํานักงบประมาณกับกรมยังมีความเห็นไปให้ ครม. กันเงินข้ามปีอีก คือกันเงิน เหลื่อมปีให้ไปกันใหญ่เลย ท่านทําไมไม่ใช้เงินนี้ละครับ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ ที่วันนี้ เรามาพิจารณาทําไมไม่ใช้เงินนี้ ท่านประธานที่เคารพ ผมเห็นใจที่จังหวัดบุรีรัมย์ มีบางอําเภอของท่านยังไม่มีโรงพยาบาลระดับอําเภอ ทําไมไม่เอาเงินนี้ให้ท่านรัฐมนตรี จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ละครับ ไปก่อสร้างโรงพยาบาลในขณะนี้ที่ยังขาดอยู่ ๔๗ แห่ง ทั่วประเทศ ท่านนายกรัฐมนตรีกล้าตอบไหม ผมถาม เดี๋ยวฝากถามท่านประธานไปที่ ท่านนายกรัฐมนตรีให้ท่านตอบเลยวันนี้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ผมตอบเดี๋ยวนี้เลยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล กรรมาธิการ

อันนี้ผมถามท่านนายกรัฐมนตรีผ่าน ไปท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จะให้ผมตอบ ผมจะตอบ เดี๋ยวนี้เลยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล กรรมาธิการ

ขอให้ผมอภิปรายให้เสร็จก่อน ได้ไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็มันเกินเวลาตามกําหนดครับ เมื่อกี้ออดมันบอกแล้ว ผมก็ให้เวลาเกินครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล กรรมาธิการ 🔗

ขอบคุณที่ท่านให้เวลา แต่ผมก็มี เหตุผล อันนี้เป็นเรื่องใหญ่เรื่องของชาติบ้านเมือง เพราะผมเห็นท่านนายกรัฐมนตรีออกมา โหวตแล้วผมจะอาศัยจังหวะนี้ถามท่านนายกรัฐมนตรีให้จบเสียทีเดียว ผมไม่รู้ว่าท่าน นายกรัฐมนตรีกล้าที่จะยกเลิกโครงการนี้ไหม เหตุผลที่ผมคิดนะครับ อันนี้เป็นความเห็น ส่วนตัวผมนะครับท่านประธาน ที่ถามว่าเกี่ยวข้องกับท่านประธานนั้นเราพูดกันตรงไปตรงมา ในสภาแห่งนี้ เขาบอกว่ารายการนี้ยังไม่ยกเลิกหรอกเดี๋ยวให้นายกรัฐมนตรีท่านตอบ ให้อภิปรายไม่ไว้วางใจผ่านไปก่อนเดี๋ยวเราค่อยเอาเงินนี้มาใช้ต่อไป ในประเด็นนี้ผมอาจจะ พูดค่อยหน่อยนะครับแต่ไม่รู้ใครไปพูดกับใคร ใครไปเจรจากับใคร แต่ผมเชื่อด้วยความสุจริต ว่าวันนี้ต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีเลย ท่านต้องลุกขึ้นมาตอบ ถ้าหากท่านยกเลิกจะเป็น พระคุณอย่างยิ่งแล้วเอาเงินนี้ไปใช้จ่ายในการก่อสร้างโรงพยาบาลระดับ ๓๐ เตียง หรือ โรงพยาบาลระดับอําเภอของเรา ซึ่งขณะนี้ยังขาดเงินอยู่อีกประมาณ ๕๔๗ ล้านบาท ทําไม ไม่เอาเงินนี้ไป เมื่อวานนี้เห็นท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการผม ผม เสียดายครับ ต้องไปเอาเงินที่จะสร้างโรงพยาบาลระดับชุมชนหรืออนามัยออกมา แล้วมา สร้างโรงพยาบาลระดับอําเภออีก ๔๗ แห่ง แล้วผมถามว่าทําไมไม่ไปคุยกับนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เงินนี้ ๘๐๐ กว่าล้านบาท ทําไมไม่เอาออกมาเอามาใช้ตรงนี้ ประชาชนเขาจะยกย่อง สรรเสริญครับ อันนี้มีการพูดกันเกิดขึ้น แต่ผมก็รอฟังท่านนายกรัฐมนตรีตอบอยู่เหมือนกันว่า ท่านจะกล้ายกเลิกอันนี้ไหม เพราะว่าอํานาจการยกเลิกรายการนี้ตามเอกสารที่ปรากฏต่อผม นะครับ ท่านรักษาการปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีเป็นคนพูดเอง ทําหนังสือถึงเลขาธิการ นายกรัฐมนตรี รายงานเรื่องนี้ละครับถึงเลขาธิการนายกรัฐมนตรี วันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๔ ท่านนายกรัฐมนตรีไปดูเองก็แล้วกัน ผมสรุปตอนท้ายเขาเขียนว่าอย่างนี้นะครับ สําหรับประเด็นเรื่องการเสนอขอให้ยกเลิกคําสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๗๖/๒๕๕๓ ลงวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๓ ตามเอกสารแนบ ๔ ก็คือในเรื่องเงินตัวนี้ละครับ รองนายกรัฐมนตรี ท่านสนั่น ขจรประศาสน์ พิจารณาเห็นสมควรแล้วให้เป็นดุลยพินิจของท่านนายกรัฐมนตรี เขาทําหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีแล้ว แล้วเขาก็ไปนินทากันอยู่เยอะแยะ ผมจึงบอก กรรมาธิการจากพรรคประชาธิปัตย์ท่านอาจารย์รัชฎาภรณ์ บอกไปกราบเรียน ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ เรื่องนี้ชื่อเสียงนะครับ แล้วเงินตัวนี้เอาไปใช้จ่ายโรงพยาบาลเรา ไม่ดีหรือ ประชาชนได้นะครับ เหตุผล ๒ เหตุนี้นะครับ ผมจึงไม่มีความมั่นใจและเชื่อมั่นว่า ๒,๗๐๐ กว่าล้านบาท ท่านจะไปใช้จ่ายเป็นไปตามวัตถุประสงค์ และเหลือเวลาอีก ๖ เดือน ประกอบกับหลายจังหวัดในขณะนี้ประกาศเขตภัยแล้ง แล้วฝนก็จะมาอีกแล้ว เสร็จแล้วเงินนี้ กว่าท่านจะไปดําเนินการได้ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพัสดุ ท่านจะต้องไปออกทีโออาร์ (TOR) รวมเบ็ดเสร็จ ๔๕ วันเป็นอย่างต่ํา ผมจึงกราบเรียน ท่านกรรมาธิการจากกรุงเทพมหานคร บอกกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีสิครับ ถ้าจะให้ เงินนี้มีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผลจริง ๆ ให้มติ ครม. ยกเลิกระเบียบนี้ออกไปใช้สัก ๒๕ วันพอ ผมติดตามงบประมาณครับท่านประธาน กระทรวงเดียวโดยเฉพาะ กรมชลประทานท่านเชื่อไหมปีที่ผ่านมามีเงินค้างท่ออยู่เกือบ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ทั่วประเทศ เหลือเงินอยู่เป็นแสนล้านบาท แล้วเราจะเชื่อได้อย่างไรว่าเงินใช้จ่ายนี้มันจะใช้ทันภายใน ๖ เดือน ผมถามท่านประธานผ่านไปที่ท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านจะกํากับดูแลในการบริหาร การจัดการนี้ด้วยความโปร่งใสไหม แล้วจะเสร็จสิ้นไหม ๖ เดือนท่านมั่นใจไหม ท่านวิเชียร พูดมาแล้วเงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาทตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ จนถึงปัจจุบันแม้แต่กรรมาธิการติดตาม การบริหารงบประมาณเตือนแล้วก็ยังไม่ฟัง ไม่เชื่อกัน ก็จะดันเอาให้ได้ ขณะนี้ท่านที่ออกมา พูดนี้กําลังไปให้ทหารดําเนินการอยู่ ไม่ได้โอนไปเปลี่ยนแปลงที่ไหน ท่านประธานครับ ทั้งเหตุผล ๓-๔ ข้อ ที่ผมกราบเรียนท่านมานี้ด้วยความเป็นห่วงว่า ๑. เงินจะใช้ไม่ทัน ๒. เม็ดเงินที่จะลงไปสู่พี่น้องประชาชนในการฟื้นฟูครั้งนี้กว่าจะเริ่มดําเนินการลงนาม ในสัญญาได้ ก็ต้องกินเวลาไม่น้อยกว่าเกือบ ๒ เดือน ๓. ระยะเวลาในการดําเนินการ ของท่านมันจะต้องประสบปัญหาในเรื่องของเดี๋ยวฝนมา ผมไม่มีความมั่นใจเลยว่า ๖ เดือน ของท่านนี้เป็น ๖ เดือนในระยะเวลา แต่ ๖ เดือนของการใช้จ่ายเงินนี้มันไม่ใช่ ฉะนั้นผมจึง ขอปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุผลอย่างที่ผมกราบเรียนมาทั้งหมดครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือเรื่องนี้ท่านเจริญเคยพูด ที่สภามาหลายครั้ง ผมขอเรียนให้พี่น้องประชาชนได้ทราบ เพราะว่าพาดพิงมาถึงผม ในจังหวัดบุรีรัมย์ เรื่องเงิน ๘๐๐ กว่าล้านบาท ที่เป็นโครงการได้แก้ไขปัญหาให้พี่น้อง ประชาชน กระผมทราบจากที่ท่านเจริญเคยพูด ทีนี้ผมก็ไปติดตามผล ปรากฏว่าเรื่องเงิน ๘๐๐ กว่าล้านบาทนี้ไม่ได้ออกไปแม้แต่บาทเดียว สตางค์แดงเดียวก็ไม่ได้ออกจาก สํานักงบประมาณไป กรมบัญชีกลางก็ไม่ได้จ่าย ทราบมาอย่างนี้นะครับ ฉะนั้นที่ท่านพูดนั้น จะให้ประชาชนเข้าใจอย่างไร เพราะท่านเป็นคนทําเรื่องนายกรัฐมนตรี ไม่ให้นายกรัฐมนตรี อนุมัติเรื่องโครงการเหล่านี้ ทางราชการเขาก็ระงับหมด แล้วใครได้ประโยชน์ ใครเสียประโยชน์ ที่ท่านบอกว่ามีอะไรอยู่ในรักแร้ของท่านที่ท่านเสียบไว้นี่นะครับ ก็ยืนยัน มาเลยสิครับ ใครไปเรียกสินบนนั้น ถ้าบริสุทธิ์ใจนะครับต้องพูดตรง ๆ เลย มันก็หมดปัญหา กระผมมั่นใจในตัวผมเองนะครับที่จังหวัดบุรีรัมย์ที่ได้รับงบประมาณไปนั้นทราบว่า ทางจังหวัดเขาทําแผนโครงการมา ทั่วประเทศทางกระทรวงเขาทําไปแล้วไม่ส่งแผนงานมา มีแผนงานมา ๗-๘-๙ จังหวัดหรืออะไรในทํานองนี้ ผมศึกษาถึงขนาดนั้น ทางท่าน พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ ในฐานะที่ท่านเป็นประธานเรื่องโครงการนี้ ท่านก็ได้พิจารณา อนุมัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ แต่ขณะนี้งานต่าง ๆ ระงับไปหมดแล้วครับ ก็แจ้งให้พี่น้องประชาชนที่จะได้รับผลประโยชน์เรื่องนี้ เนื่องจากประธานผู้ติดตาม งบประมาณของสภาผู้แทนราษฎรได้สั่งระงับ แล้วท่านก็ไม่มีโอกาสได้ใช้เงินงบเหล่านี้ ก็แจ้ง ให้พี่น้องประชาชนที่ฟังเสียงนี้ได้เข้าใจตามนี้ด้วย ก็กราบเรียนให้ท่านทราบ นี่ก็เรียนให้ท่าน ทราบเลยครับ มีอย่างนี้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ถ้าท่านพูดอย่างนี้ ผมก็ต้องชี้แจง ผม เจริญ จรรย์โกมล ผมไม่มีอํานาจตามกฎหมายไปสั่งระงับเลย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ท่านทําหนังสือ ถึงนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีท่านก็สั่ง

นายเจริญ จรรย์โกมล กรรมาธิการ

เป็นความเห็นของฝ่ายบริหาร แล้วท่านประธานบอกว่าเงินขณะนี้ เรียนท่านประธานครับเงินขณะนี้สํานักงบประมาณ ออกงวดเงินไปอยู่ที่กรมแล้ว เหลือกรมอย่างเดียวที่จะต้องสั่งให้ดําเนินการประกวดราคา ทําสัญญาครับ มันไม่ใช่ไม่ออก ออกไปแล้ว กรรมาธิการจึงตรวจพบ ด้วยความเป็นห่วง เป็นใยของคนในสํานักงบประมาณนั่นละครับ เขาบอกว่าอย่าให้เงินนี้ใช้นะครับ เขาเป็นห่วง เป็นใย ท่านนายกรัฐมนตรีลุกขึ้นตอบสิครับ ท่านลูกผู้ชายท่านจะยกเลิกโครงการนี้ไหม ถ้าไม่ยกเลิกท่านก็ทําไป ผมก็ไม่ว่า เป็นอํานาจของท่านนายกรัฐมนตรี ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ความจริงประเด็นที่ ๒ ที่ท่านสมาชิกหยิบยกขึ้นมานี้ เป็นประเด็นที่ท่านเคยอภิปรายไปแล้ว แล้วผมก็เคยชี้แจงโดยอ่านหนังสือที่สํานักงบประมาณ ทําถึงผมหลังจากที่ผมได้มีบัญชาไปแล้ว ท่านบอกว่าเป็นลูกผู้ชายให้ลุกขึ้นมายืนยัน ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้นะครับ ถ้าโครงการมีปัญหาไม่เป็นประโยชน์ ผมระงับ และยกเลิกแน่นอนครับ ท่านสิครับ กล้าหาญเพียงพอที่จะลุกขึ้นมายอมรับหรือเปล่าว่า ท่านมีความเห็นให้ยกเลิก เพราะเวลาท่านประธานถามกลับไปว่าท่านเป็นคนอยากจะให้ ยกเลิก ท่านไม่กล้ายืนยัน ท่านบอกท่านไม่มีอํานาจ ผมพูดเลยครับ ถ้าโครงการไม่เป็น ประโยชน์มีการทุจริตผมยกเลิกแน่นอน ถึงแม้พี่น้องประชาชนอาจจะมองว่าเป็นโครงการ ซึ่งจะได้ประโยชน์อยู่บ้าง ผมกล้าที่จะพูดยกเลิกครับ ไม่เหมือนท่านครับ เมื่อกี้ลังเลที่จะบอก ว่าจะยกเลิกหรือไม่ยกเลิก หรือเห็นว่าจะยกเลิกหรือไม่ยกเลิก โยนกันไปโยนกันมา ไม่ใช่ครับ ผมกราบเรียนว่าหลังจากที่เขาทําหนังสือถึงผม ผมได้สั่งการแล้วก็ ผอ. สํานักงบประมาณ ก็ทํารายงานมาถึงผมชัดเจนว่ากรมได้ระงับการจัดสรรงบประมาณไปยัง ๘ จังหวัดแล้ว เพราะท่านรองนายกรัฐมนตรีสนั่น ซึ่งท่านรับผิดชอบคณะกรรมการในเรื่องนี้ให้ไปตรวจสอบ ประเด็นที่ว่างบประมาณเหล่านี้มีความจําเป็นสอดคล้องกับความเป็นจริงของความเดือดร้อน และมีความซ้ําซ้อนกับงบทดรองราชการที่จ่ายไปก่อนหน้านี้หรือไม่ครับ เพราะฉะนั้น ก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่าผมยืนยันครับ ไม่ถูกต้องผมยกเลิกครับ ท่านกล้าไหมละครับ ที่จะบอกว่าพี่น้องประชาชนไม่ต้องได้ประโยชน์ตรงนี้เพราะมันมีปัญหา ท่านก็เสนอให้ยกเลิก

ส่วนประเด็นแรกที่ท่านได้อภิปรายมา ซึ่งเป็นเรื่องของ ป.ป.ท. ก็ไม่จริงอีก ละครับที่ท่านพูดบอกว่าผู้บริหารประเทศไม่ได้ทําอะไรเลย ความจริงท่านก็ตามเรื่องละเอียด ผมก็อยากจะกราบเรียนว่า ประการแรกผมไม่เชื่อว่าปัญหาที่เกิดขึ้นตามที่ ป.ป.ท. รายงานนี้ เพิ่งมาเกิดขึ้นใน ๑-๒ ปีนี้ เพียงแต่ว่าก่อนหน้านี้เคยไปตรวจกันแบบนี้ไหมละครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมท่านพร้อมที่จะเข้าไปตรวจสอบ ท่านก็ตรวจสอบ รายงานผมมา ความจริงเขารายงานมาให้ผมนี้มันเป็นเรื่องเพื่อทราบ แล้วก็จริง ๆ แล้ว มันไม่ใช่งบประมาณในลักษณะนี้ครับ มันเป็นเงินทดรองราชการที่เป็นปัญหา ซึ่งเป็นปัญหา ว่าเรามีระบบที่มีการประกาศภัยพิบัติโดยฝ่ายจังหวัดจะเป็นผู้ดูหลักเกณฑ์ ประกาศไป เสร็จแล้วก็เอาเงินที่ผู้ว่าราชการจังหวัดถืออยู่แล้วก็ใช้จ่ายออกไป ไม่ใช่งบประมาณ ในลักษณะแบบนี้ที่เรากําลังมาพิจารณากันเป็นโครงการที่ผ่านสภา แต่ผมไม่ได้รับทราบเฉย ๆ นะครับ ผมสั่งการบอกว่าเมื่อมีการรายงานมาเช่นนี้ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ ทั้งหมดต้องไปดูว่าจะปรับปรุงแก้ไขไม่ให้เกิดอย่างไร ส่วนเรื่องที่เกิดไปแล้วส่งหน่วยงาน ที่จะต้องมีการดําเนินการ จะเป็น ป.ป.ช. หรือหน่วยงานใดดําเนินงานต่อครับ ยิ่งไปกว่านั้น ก็คือว่าหลังจากเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว ทางสํานักงบประมาณก็ยังรายงานมาบอกว่าปัญหา ในลักษณะนี้ยังไม่มีการรายงานกลับขึ้นมา ผมก็กําชับสั่งไปว่าให้เร่งรายงานกลับมาครับ เพราะไม่ต้องการให้เรื่องเหล่านี้ปล่อยผ่านไป นี่คือความแตกต่างในการทํางานครับ ผมพูดเสมอว่าในทุกรัฐบาลผมเชื่อว่ามีการทุจริต และผมก็บอกครับว่าในยุคปัจจุบันปัญหา การทุจริตยังเป็นปัญหาใหญ่ ความต่างจะอยู่ที่ว่าคนที่เป็นผู้บริหารทําอะไร ผมยืนยันครับ ทั้ง ๒ เรื่องที่ท่านได้ส่งขึ้นมาผมทําครับ ไม่เหมือนกับยุคก่อน ๆ ซึ่งเวลามีการท้วงติงอะไร ขึ้นมา ก็ปล่อยให้เรื่องผ่านไปเฉย ๆ และถ้าหากว่าโครงการใดแม้จะเป็นประโยชน์กับ ประชาชนบ้าง แต่ไม่ถูกต้อง ผมกล้ายืนที่จะพูดว่าผมพร้อมจะยกเลิก ท่านกล้ายืนขึ้น ไหมครับ แล้วบอกเสนอว่าท่านยกเลิก อย่าบอกว่าเป็นอํานาจฝ่ายบริหารครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คงไม่ต้องแล้วครับ ไม่อย่างนั้นจะเป็นการตอบโต้กันไปมานะครับ ขอเชิญคุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เลยครับ ไม่อย่างนั้นมันก็จะตอบโต้กันไปมานะครับ ถ้าจะพูดก็ต้องสั้น ๆ รวบรัด แล้วก็ไม่ต้องไปต่อล้อต่อเถียงนะครับ เชิญสั้น ๆ นะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ผมไม่ใช่นักโต้วาทีครับ ท่านประธาน ถามผมว่าผมกล้ายืนยันไหม ก็พวกผมก็ยืนยันไปแล้วบอกว่าสมควรจะยกเลิก คําสั่งสํานักนายกรัฐมนตรี ที่ ๗๖/๒๕๕๓ ลงวันที่ ๑๙ คือรายการนี้ ถามว่าผมมีอํานาจ ยกเลิกไหม ไม่มี เราจึงบอกว่าที่ท่านระงับไปนั้นมันไม่ได้ยกเลิก ท่านประธานเข้าใจไหม คําว่า ระงับ กับ ยกเลิก ไม่เหมือนกัน ปัจจุบันนี้ท่านระงับไว้เฉย ๆ ท่านประธานไม่เชื่อผม หลังจากอภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จ คอยดูรายการนี้จะมีการใช้จ่ายเงิน แต่อันนั้นก็เป็นเรื่อง ของรัฐบาล ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีเห็นว่ามีความจําเป็นสําหรับพี่น้องประชาชน พวกผม ไม่เคยขัดข้องเลยว่ามีความจําเป็น แต่เขาให้เหตุผลว่าการใช้จ่ายเงินมันต้องใช้จ่าย ในปีงบประมาณ ในรายการนี้เราในฝ่ายนิติบัญญัติเราก็มองเห็นว่าในเรื่องเหล่านี้มันเป็นวินัย ในทางด้านการบริหารการเงินก็ต้องรีบ เพราะว่าประชาชนพบเจอภัยพิบัติแล้วต้องรีบ ช่วยเขา อันนี้มิหนําซ้ํายังไปกันเงินข้ามปีให้อีก ผมอยากให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีสนั่น มาตอบ ผมถามอยู่ว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีสนั่นรู้เรื่องนี้ไหม ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ เอามาให้เซ็นผมก็เซ็น ผมจึงฝากท่าน แต่ไม่เป็นไร ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ท่านก็ กล้าตอบ ถามว่าผมกล้ายกเลิกไหม ถ้าผมเป็นนายกรัฐมนตรีผมจะยกเลิกครับ วันนี้ผม ไม่ได้เป็น ผมก็เพียงแต่ทําหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติ ผมก็ทําหน้าที่เข้าไปเสนอท่าน ท่านจะทํา หรือไม่ทําสุดแล้วแต่ความกรุณาของท่านนะครับ ที่ท่านระงับไปมันยังไม่ยกเลิกนะครับ ท่านแยกให้เห็นนะครับ ขณะนี้ท่านยังไม่มีหนังสือออกมาเลย ผมก็เลยติดตาม ล่าสุดผมยังมีหนังสือทวงถามไปที่ท่านนายกรัฐมนตรี วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ถามไปที่ท่านนายกรัฐมนตรีนี่ละครับ บอกว่าช่วยกรุณาแจ้งให้กรรมาธิการทราบด้วยจะเป็น พระคุณยิ่งว่าท่านจะยกเลิกหรือไม่ยกเลิก ถ้าท่านไม่ยกเลิกก็ไม่เป็นไร กรรมาธิการก็จะ ตรวจสอบไปตามภาระหน้าที่ก็เท่านั้นเอง กราบเรียนขอบคุณท่านประธาน ผมไม่ได้โต้วาที เอาเหตุผลมาว่ากันนะครับ ส่วนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรายงานท่านไป ก็มัน มีความผิดเกิดขึ้น เราในฐานะซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็เป็นเหตุผลหนึ่งในการที่จะ มาขอปรับลดงบประมาณ ส่วนท่านจะทําหรือไม่ทําก็สุดแล้วแต่ ท่านก็บอกว่าท่านทําไปแล้ว แต่ท่านทําผมก็จะติดตามต่อไปว่าท่านจะไปดําเนินการหลาย ๆ จังหวัดนี้อย่างไร แต่เท่าที่ ผมไปตรวจสอบยังไม่มีการดําเนินคดีกับคนกลุ่มพวกนี้เลย แล้วจะให้ผมทําอย่างไร ผมไม่ได้ มาโต้วาที ผมเป็นห่วงชาติบ้านเมืองเหมือนกัน ผมก็มีความเป็นห่วงเป็นใย ว่าทําไม ท่านรู้อยู่แล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมส่งเรื่องเข้าไปแล้วทําไมท่านไม่ดําเนินการ ท่านไม่ดําเนินการหรือดําเนินการก็สุดแล้วแต่ท่าน ผมก็เรียนแค่นี้ละครับ ผมจะไม่ต่อล้อ ต่อเถียง ไม่โต้วาที ขอบคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผมก็ไม่ทราบว่าท่านเป็นนักโต้วาทีหรือไม่นะครับ แต่ว่าถ้ารอบแรกท่านพูดอย่างที่ท่านพูดเมื่อกี้ก็ไม่มีปัญหาครับ แต่รอบแรกนี่ท่านกล่าวหาผม ว่าผมไม่ทําอะไร ทั้ง ๆ ที่ผมเชื่อว่าท่านทราบว่าผมมีการสั่งการ ไม่อย่างนั้นท่านไม่มา ติดตามอีก กับข้อที่ ๒ ผมก็ได้กราบเรียนแล้วว่าตามขั้นตอน ขณะนี้คือการระงับ แล้วก็ จะต้องมีการไปตรวจสอบ และถ้าจะมีการดําเนินโครงการต้องทําเสนอย้อนกลับขึ้นมาใหม่ ผ่านทางท่านรองนายกรัฐมนตรี ไม่เหมาะสมผมก็ยกเลิกเท่านั้นเองครับ แล้วผมก็ไม่ได้ มีปัญหาอะไรกับท่าน แต่ท่านมาท้าทายผม บอกว่าถ้าเป็นลูกผู้ชายต้องลุกขึ้นมาอย่างนั้น อย่างนี้ ผมก็เพียงแต่เห็นอาการของท่าน พอท่านประธานถามว่าตกลงท่านเสนอให้ยกเลิก ไหม ท่านยังไม่กล้าบอกเลยครับว่าท่านเสนอให้ยกเลิก ก็เท่านั้นเองครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ก็คงไม่ต้องต่อแล้วนะครับ คุณจุลพันธ์ครับ เผอิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านจะขอตอบก่อนใช่ไหมครับ ขอสักนิดนะครับ ท่านรัฐมนตรีพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เชิญครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ขออนุญาตใช้เวลาไม่มากครับ นิดเดียวครับ เพื่อความเข้าใจ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เผอิญเพื่อนสมาชิก ขออภัยเอ่ยนาม ท่านเจริญก็เหมือนเพื่อนรักผมคนหนึ่งทํางานด้วยกันมาเยอะ ผมคิดว่า หลายอย่างที่ท่านได้กล่าวไปนี้ไม่เป็นธรรมกับท่านนายกรัฐมนตรี เพราะว่าท่านบอกว่า ท่านนายกรัฐมนตรีไมได้ทําอะไร ผมขออนุญาตกราบเรียนครับว่า ประการแรกสิ่งที่ขณะนี้ท่านและกรรมาธิการทําอยู่ท่านคง จะเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีที่ทางรัฐบาลส่งเจ้าหน้าที่ไปช่วยท่านทํางาน แล้วสิ่งที่ท่าน ได้นําข้อมูลมาอภิปรายเมื่อสักครู่ ส่วนหนึ่งก็เป็นการทํางานร่วมกันของคณะกรรมาธิการ กับเจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ท. กระทรวงยุติธรรม นั่นละครับ ผมจะอนุญาตกราบเรียนว่า ก่อนที่จะส่งไปนั้นท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้อนุมัติให้ไปทําครับ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่า ท่านนายกรัฐมนตรีไม่อนุมัติหรือไม่ทําอะไรเลย ข้อมูลที่ท่านได้มาก็คงไม่ได้เท่านั้นละครับ เพราะฉะนั้นประการที่ ๑ คือท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ในบังคับบัญชาของผม การที่ผมจะอนุมัติ ให้เจ้าหน้าที่ไปช่วยท่านทํางานหาข้อเท็จจริงว่ามีการทุจริตหรือไม่นั้น นั่นละครับ คือการทํางานอันดับแรกของท่านนายกรัฐมนตรีแล้ว

ประการที่ ๒ ผมขออนุญาตกราบเรียนเพื่อความเข้าใจว่าคงต้องแยก ๒ อย่าง ระหว่างโครงการที่ต้องทําให้กับประชาชน กับการกระทําที่ทุจริตประพฤติมิชอบ ผมเข้าใจว่าสิ่งนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับฟังท่านไปครั้งที่แล้ว แล้วก็ไปดําเนินการก็คือว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง ถ้าหากว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างที่ท่านว่า ก็คงต้อง มีการดําเนินการต่อไปอย่างที่ท่านรัฐมนตรีได้บอกว่าขณะนี้ระงับเพื่อตรวจสอบ และสุดท้าย ก็คือว่าหลายเรื่องที่ทางกรรมาธิการของท่านได้ร่วมทํางานกับเจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ท. ก็ได้ส่งเรื่องไปที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว เพราะฉะนั้นท่านนายกรัฐมนตรีท่านไม่ได้ มีอํานาจ ในส่วนนั้น แต่หน่วยงานที่รับผิดชอบคือ ป.ป.ท. ในบังคับบัญชาก็ได้รายงานให้ ท่านรัฐมนตรีทราบแล้วก็ดําเนินการ ก็ส่งเรื่องไป ป.ป.ช. เพราะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐครับ ก็เรียนมาเพื่อความเข้าใจครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ จากพรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าในส่วนของกระทรวงมหาดไทยในงบกลางปี ๒๕๕๔ มีหลายประเด็นเหลือเกิน ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้อภิปรายไปบ้าง ผมจะพยายาม กระชับเวลาแล้วก็ไม่ซ้ําประเด็น แต่ในเบื้องต้นนี้ผมต้องกราบเรียนว่าผมรู้สึกดีใจได้ยิน ท่านนายกรัฐมนตรีตอบมาว่าถ้ามีทุจริตยกเลิก วันนี้ในงบประมาณนี้ท่านรอฟัง แล้วท่านจะรู้ ว่ามันมีอะไรแอบแฝงอยู่บ้าง แล้วผมจะดูว่าการดําเนินการของท่านรวมถึงคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากและเพื่อนสมาชิกจะดําเนินการอย่างไร เพราะว่ามันมีการทุจริตรอชงมาถึง ปากทางแล้ว เราจะทําอะไรกับมัน เราจะปล่อยผ่านให้มีการทุจริตเกิดขึ้น หรือเราจะยกเลิก ณ เวลานี้ด้วยสภาแห่งนี้ ผมก็กราบฝากผ่านท่านประธานไป ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย แบ่งงบประมาณเป็นกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ๒,๗๐๐ ล้านบาท กับในส่วนของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๖,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ ในส่วนของ ปภ. ผมต้อง กราบเรียนด้วยความเคารพปัญหาที่ค้นพบอยู่ในกรรมาธิการงบประมาณในฐานะ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย เรื่องแรกเลยก็คือเรื่องของความที่หน่วยงานไม่ได้มีความจําเพาะ เจาะจงในการบริหารงาน ในการทําโครงการในลักษณะที่เขาได้ขอมา ผมกราบเรียน ด้วยความเคารพว่ามันมีการขอเงินงบประมาณในงบกลางปีนี้มา ๒,๗๔๐ ล้านบาทนี้ แต่ถ้าไปดูรายละเอียดในงบประมาณที่ผ่านทาง ปภ. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในส่วนของการตั้งงบประมาณทดลองจ่ายคืองบของผู้ว่าราชการจังหวัด ๕๐ ล้านบาท ๕๐ ล้านบาทไปเรื่อย ๆ ทั่วประเทศ ๖๗ จังหวัดเบิกเงินไปแล้วถึง ๕,๑๕๓ ล้านบาท แล้วมัน ก็ไปลงเรื่องของท่านเจริญที่มีการตรวจสอบ จนกระทั่งพบว่าหลายจังหวัดทุจริต ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉลี่ยแล้วไม่ต่ํากว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ที่มีการทุจริตคอร์รัปชันในเรื่องของ งบประมาณเพื่อเข้าไปช่วยเหลือ แต่เอาละมันผ่านไปแล้ว งบประมาณกลางปีนี่เราไม่พูดถึง เพราะว่าอันนั้นเป็นเรื่องของการตรวจสอบ ท่านเจริญในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ติดตามการบริหารงบประมาณก็จะดูในส่วนของการทุจริตคอร์รัปชันต่าง ๆ เราก็จะ มีหน่วยงานเข้าไปดู แต่อย่างไรก็ตามงบประมาณที่ได้ผ่านไปถึง ๕,๑๐๐ กว่าล้านบาท ที่ได้ผ่านไปแล้ว และมีการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเห็นได้ชัด วันนี้จะมาขอเพิ่มอีก ๒,๗๐๐ ล้านบาท เหมือนกับติดลมอะไรสักอย่างหนึ่งว่ามันชักเริ่มสนุกแล้ว แต่มันเทียบกัน ไม่ได้ครับ เพราะ ๕,๑๐๐ ล้านบาท ที่ได้จ่ายไปแล้วจากงบฉุกเฉินนั้นมันเป็นงบประมาณ ในส่วนที่มันเกิดเหตุการณ์เฉพาะหน้า ก็มีการประกาศเขตภัยพิบัติมีการเบิกจ่ายผ่านทาง จังหวัด ผ่านทางอําเภอ อันนี้เราไม่ว่ากัน เพราะมันฉุกเฉิน แต่วันนี้ ปภ. ตั้งงบประมาณมา ๒,๗๐๐ ล้านบาทนี้ มันออกไปในรูปลักษณะของการที่จะเข้าไปซ่อมแซม ซึ่งแน่นอนว่างานพวกนี้ไม่ใช่งานของท่าน งานของใครครับ ถ้าหากเป็นชลประทานก็มีอยู่แล้ว กรมทรัพยากรน้ําบาดาลก็ทําอยู่แล้ว ถนนหนทางก็มีทั้งกรมทางหลวงและทางหลวงชนบท วันนี้ก็มีการตั้งงบประมาณมาในงบกลางปีโดยปกติอยู่แล้ว และถามว่า ปภ. เข้าไปเล่น บทบาทตรงไหน วันนี้ด้วยสายตาที่ระแวดระวังในหน่วยงานนี้ ผมมองว่าเราไม่มีความเหมาะสม ที่เราจะตั้งไป และที่สําคัญตัวอย่างที่ได้พูดคุยกันในคณะกรรมาธิการงบประมาณรวมถึง อีกหลายโครงการที่ยังดูไม่ละเอียด อย่างที่ได้เรียนไปแล้ว มีการเร่งรัดในเรื่องการพิจารณา ผมไม่ทราบว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ได้มีโอกาสเอาหนังสืองบประมาณที่ทาง ปภ. เขาส่งให้ ทางกระทรวงมหาดไทยส่งให้ไปให้ ท่านนายกรัฐมนตรีดูหรือเปล่า ถ้ามีโอกาสก็นําไปให้ท่านดูครับ ท่านจะได้รู้ว่าโครงการ อย่างบางจังหวัด อําเภอบ้านคา หมู่บ้านเดียวตั้งงบประมาณมา ๒๒ โครงการ แบ่งเป็น ๒๒ ช่วง ช่วงละ ๑๘๘,๐๐๐ บาทเท่ากันหมด ก็ถามว่างบประมาณอย่างนี้จะปล่อยผ่านไปหรือ คณะอนุกรรมาธิการไปพยายามที่จะปรับลด ปรับออก ในที่สุดก็ทําได้เพียงแค่ปรับลด เล็กน้อย ปรับลดลงมาโดยเฉลี่ย ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ แต่ผมก็ยังดูตัวเลขแล้วปรากฏว่า ๒๐ กว่าโครงการในหมู่บ้านเดียวที่ยกเป็นตัวอย่าง ดึงออกไปประมาณสัก ๔-๕ อันครับ ๑๘๘,๐๐๐ บาทตัดออก ๔-๕ อัน ที่เหลือจะปรับลด บางอันก็ ๑๑,๐๐๐ บาท บางอัน ๔๐๐ บาท บางอัน ๓,๘๐๐ บาท ตัวเลขไม่มีหลักการใด ๆ มารับรอง รองรับเลยว่าทําไมถึง ปรับลดเท่านี้ เพราะถามว่าคณะอนุกรรมาธิการที่พิจารณาลงพื้นที่หรือ หรือว่าหน่วยงาน ราชการกลับพื้นที่ไปดูว่า โอเค ตัวนี้มันปรับลดได้ ตัวนั้นปรับลดได้ ไม่มีเวลาหรอกครับ ปรับลดตามอารมณ์ความรู้สึก ปรับลดตามหลักเหตุผลที่พึ่งพาไม่ได้ เพราะอะไร เพราะปรับลด ไม่เท่ากันเพื่อไม่ให้มันออกมาเป็นตะกร้าเหมือนเก่า ตอนแรกมันเป็นตะกร้า ๑๘๘,๐๐๐ บาท พอปรับลดอย่างนี้ ดูเผิน ๆ มันอาจจะไม่เท่ากัน ไม่เป็นตะกร้าแต่อาจจะเป็นโครงการที่ดีก็ได้ แล้วโครงการลักษณะนี้เราจะปล่อยผ่านหรือครับเพื่อนสมาชิก เราจะปล่อยผ่านหรือครับ ท่านคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ผมเสนอให้ปรับลดปรับตัดออกไปวันนี้ก็เลยเสนอ แปรญัตติในส่วนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อคัดสรร คัดออกเอาโครงการที่มีปัญหาเหล่านี้ออกไปจากสารบบ วันนี้ต้องมาเป็นภาระกับเพื่อนที่เป็น คณะกรรมาธิการข้อสังเกต ต้องมาเขียนในข้อสังเกตบอกว่า โครงการเหล่านี้ไม่สามารถแบ่ง ดําเนินการเป็นโครงการย่อยได้ แปลว่าใหญ่แล้วห้ามแบ่งย่อย โครงการใดที่จัดทําเป็น โครงการย่อยและอยู่ในพื้นที่เดียวกันขอให้รวมดําเนินการเป็นโครงการเดียว ขอนะครับ ไม่ใช่ ต้อง นะครับ ขอให้ดําเนินการเป็นโครงการเดียว แล้วถามว่าใครจะไปตาม จะให้ สมาชิกเราไปนั่งเฝ้าการดําเนินการของหน่วยงานแบบที่ ปปท. ลงไปสํารวจจนกระทั่งพบ ทุจริต ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์อย่างนั้นหรือ มันคงไม่ใช่ มันเป็นหน้าที่ของรัฐบาล มันเป็นหน้าที่ ของหน่วยงาน และมันเป็นหน้าที่ของสภาแห่งนี้ ถ้าเรามองว่าโครงการนี้มันเป็นโครงการ ที่ตั้งใจมาเพื่อมีการทุจริตคอร์รัปชันก็ตัดมันออกเสีย ณ วันนี้ ณ ที่นี้เลย ผมเองบอกเลยว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ไม่ใช่เยอะหรอกครับ แต่วันจะสามารถรีดไขมัน รีดเอาโครงการที่มัน เตรียมการทุจริตคอร์รัปชันลักษณะนี้ออกไป ๑๘๘,๐๐๐ บาท ไม่ใช่มีแค่ ๒๒ โครงการ มีเป็นร้อย นี่แค่อําเภอเดียวที่ยกมาเป็นตัวอย่าง แล้วผมจะเรียนถามว่าสรุปว่าเราจะเอา อย่างนี้หรือเปล่า ผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีด้วยว่า ที่บอกว่าถ้าโครงการไหน มีทุจริตจะปรับออก จะเอาออก จะยกเลิก อันนี้ยกเลิกไหมครับ ถ้ายกเลิกท่านสั่งการไปเลย บอกกระซิบผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกที่เป็นฝ่ายรัฐบาลลูกพรรคท่าน บอกปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์จะได้เอาพวกนี้ออกไปเสีย ผมกราบฝากผ่านท่านประธานไป

ในส่วนต่อมาเป็นส่วนของงบประมาณส่วนท้องถิ่น ซึ่งให้ไว้ในหลักการ และเหตุผลว่า เพื่อกระตุ้นเพื่อสนับสนุนพัฒนาการกระจายอํานาจว่าไป ข้อเท็จจริงมันเข้า อีหรอบเดิม เป็นงบฝาก เอางบเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุกับเบี้ยผู้พิการและทุพพลภาพไปฝากเขา ๖,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าวันนี้ปัญหา มันเกิดจากการประมาณการของรัฐบาลเองในตอนตั้งงบประมาณประจําปี ๒๕๕๔ ผู้สูงอายุ ตั้งงบประมาณไว้ ประมาณการไว้อยู่ที่ ๕,๐๐๐,๐๐๑ คน มันลงทะเบียนจริงไป ๖ ล้านคน ลักษณะเดียวกันเกิดกับในส่วนของเบี้ยทุพพลภาพ ผมถามว่าเมื่อประมาณเสร็จ เรามี พ.ร.บ. งบประมาณไปบอกให้สั่งจ่ายได้ ๕,๑๐๐,๐๐๐-๕,๒๐๐,๐๐๐ คน พอมาลงทะเบียน ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน จ่ายเข้า ๆ จ่ายเต็มจํานวนคือ ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน เมื่อเป็นอย่างนี้ถ้าไม่มีงบ กลางปี โครงการนี้เดือดร้อนแน่ เงินไม่พอจ่าย วันนี้สํานักงบประมาณโอนเงินไปแล้วครึ่งหนึ่ง ที่ตั้งไว้ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท จาก ๕,๐๐๐,๐๐๑ คน มัน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕,๐๐๐,๐๐๑ คนนี่ โอนเงินไปแล้วครึ่งหนึ่ง ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทไป กองอยู่ที่กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น ผมต้องกราบเรียนว่าวันนี้เราปล่อยให้มีการจ่ายเกินกว่าที่ได้ผ่าน พ.ร.บ. ไป มีการถกเถียง กันมากในคณะกรรมาธิการ ทางสํานักงบประมาณได้ชี้แจงทําความเข้าใจ เอาเป็นว่ายอมรับ ได้ก็แล้วกัน ถึงแม้ว่าความเห็นจะแตกต่างกันในเรื่องของข้อกฎหมาย ในเรื่องของวิธีการ ปฏิบัติ แต่เอาเป็นว่ายอมรับได้ในส่วนนั้น แต่อย่างไรก็ตามการตั้งงบประมาณครั้งนี้มันเป็น การตั้งแบบย้อนหลัง คือเราจะเอาไปจ่ายให้กับในส่วนที่เราได้ตั้งเกินไว้ ๘๐๐,๐๐๐ คน ๘๐๐,๐๐๐ คนที่ยังขาดไปนี่เอาไปชดเชยเขาตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นมา มุมมองผมอย่างไร ก็เป็นการจ่ายเงินย้อนหลังก็ตั้งไม่ได้ และที่สําคัญที่สุดต้องกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยัง เพื่อนสมาชิก แล้วก็ผ่านไปยังพี่น้อง อบท. ทั่วประเทศ ๘,๐๐๐ กว่าองค์กรว่าวันนี้มันเป็น ลักษณะของการฝากงบประมาณ ถามว่าถ้าโครงการนี้มันเป็นไปตามอย่างที่ท่านวิทยา อย่างเพื่อนสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน อย่างผมปรับลด ๕๐ เปอร์เซ็นต์โครงการมันไปได้ไหม มันไปได้ เพราะในที่สุดรัฐบาลก็ต้องไปดึงเงินเอาจากงบกลางซึ่งยังเหลืออยู่ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เอามาโปะให้กับโครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เพราะฉะนั้นโครงการมันไม่ได้เดือดร้อน เราไม่ได้มีปัญหากับการจ่ายเงินให้ผู้สูงอายุหรือผู้ทุพพลภาพ แต่เรามีปัญหากับการที่รัฐบาล เอาโครงการไปยัดไว้ในมือของท้องถิ่นให้เขาจ่ายให้ ให้เขาทําหน้าที่เป็นแคชเชียร์ (Cashier) ท่านประธานลองนึกสภาพดู ตาม พ.ร.บ. กระจายอํานาจ เราเป็นหนี้ท้องถิ่น รัฐบาลเป็นหนี้ ท้องถิ่น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานเป็นหนี้ผม ๒๕ บาท เอาเงินมาคืนผม ๒๕ บาท ท่านประธานบอกว่าฝากจ่ายค่าน้ํา ค่าไฟที่บ้านท่านประธานด้วย ๑๐ บาท ผมบอกอย่างนี้ ผมตายแล้วครับ ผมไม่ได้คืน ๒๕ บาทอย่างที่ผมควรจะได้เลย เป็นการฝากเงินงบประมาณ ไว้ในมือโดยที่เขาไม่สามารถจะนําไปพัฒนาได้ ผมอยากจะให้เพื่อนสมาชิกปรับลด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ในส่วนนี้ แต่ปรับทิ้งไม่ได้เพราะ พ.ร.บ. การกระจายอํานาจกําหนดว่าต้อง ให้เขา ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นปรับออก ๒๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วไปแปรญัตติเพิ่มลอยไว้ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ให้เขาไปเป็นงบทั่วไปเอาไปบริหารจัดการในการพัฒนาต่าง ๆ ผมไม่ห่วงละครับ ถึงเวลาท่านจะมาใช้กลไกใด ๆ บอกว่าฟากฝั่งของฝ่ายค้านไม่ได้งบ รัฐบาลได้งบแบบที่เคย เป็นมาหลายปีตามสบายเลยครับ แต่อย่างน้อยขอให้เงินจํานวนนี้มันเป็นของท้องถิ่นอย่าง แท้จริง ผมกราบฝากท่านประธานไว้ครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ครับ ตามที่เขียนเรียงไว้จะเป็นคุณวรวัจน์ก่อนนะครับ แล้วต่อไป เป็นคุณชัยวัฒน์

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ ของกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ การจัดทํางบประมาณงบกลางปีวันนี้ เป็นความภาคภูมิใจของรัฐบาลอย่างยิ่ง รัฐบาลบอกว่าการจัดทํางบกลางปีเป็นความสําเร็จ ของทางรัฐบาล แต่ก่อนอื่นผมต้องเรียนรัฐบาลก่อน การจัดทํางบกลางปีที่เก็บภาษีของพี่น้อง ประชาชนมานี่มันเป็นการที่เอาเงินของประชาชนทั้งนั้นเลย เก็บภาษีเขามาทั้งนั้นเลย เพื่อมาใช้จ่าย จํานวน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็คือภาษีทั้ง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้รัฐบาล ภูมิใจมากครับ แต่พี่น้องประชาชนบอกเงินของเขาทั้งนั้นเลยที่เอามา วันนี้เงินนี้แบ่ง เป็นหลายส่วน ส่วนหนึ่งผมอยากเรียนท่านประธาน ผมเอาเรื่องของกรมป้องกันภัย ฝ่ายพลเรือนก่อน ผมต้องเรียนท่านประธานครับ กรมป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนเป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการ งบประมาณเมื่อนําเสนอเข้าไปนี่ อึ้งครับ อึ้งทั้งหมดเลย ผมบอกท่านประธานได้เลยครับ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีจะได้ยิน ท่านนายกรัฐมนตรีช่วยตรวจดูงบประมาณของกรมป้องกันภัย ฝ่ายพลเรือนและงบประมาณงบกลางปีทั้งหมด ขอความกรุณาช่วยตรวจสอบด้วย ผมเรียนท่านประธานเลยครับ ผมเป็นกรรมาธิการงบประมาณมาหลายปี เป็นสิบปีไปแล้ว ผมเป็นกรรมาธิการงบประมาณมา หลายปีนี้เป็นติดต่อกันทุกปี ผมตรวจสอบงบประมาณ ละเอียด ผมอยากเรียนท่านประธานเลยครับ ผมไม่เคยเห็นงบประมาณใดเหมือน งบประมาณกลางปีครั้งนี้ ไม่เคยจริง ๆ ครับ ผมกล้าพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคําเลยว่า งบประมาณกลางปีครั้งนี้โดยเฉพาะงบประมาณที่อยู่ในกรมป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน เป็นงบประมาณที่ตั้งเพื่อการทุจริตโดยเฉพาะ พูดอย่างอื่นไม่ได้เลยครับ ท่านประธานครับ หลายเรื่องที่อยู่ในนั้น ผมถามว่ายังจํากันได้ไหมครับ เอกสารของจังหวัดราชบุรี อําเภอบ้านคา ขึ้นมานี่กรรมาธิการถกเถียงกันแทบจะเรียกว่าต้องตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นไปพิจารณา นี่ทําอะไรไม่ได้เลย ได้แต่อันนี้อันเดียว อย่างอื่นเกือบไม่ได้ดูเลยนะครับ ผมเรียกว่าดู ไม่ถึงร้อยละ ๕ เท่านั้นเองครับ กรรมาธิการที่ดูไป เพราะว่าติดนี่ละครับ อําเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี ทําอะไรครับ ก็แบ่งซอยโครงการครับ ตําบลเดียวมีกี่โครงการ ท่านประธาน พอทราบไหมครับ ตําบลเดียวเปิดดู ขึ้นมาก่อนตําบลเดียวมีขุดลอกครับ รอบหมู่บ้าน รอบตําบล ตําบลเดียว แล้วก็ซอยโครงการเป็น ๑๘๐,๐๐๐ บาท ๑๘๐,๐๐๐ บาท ๑๘๐,๐๐๐ บาท ที่คณะกรรมาธิการตั้งข้อสังเกตเอาไว้เลย บอกซอยไม่ได้ อย่างนี้มันจงใจมีพฤติการณ์ การทุจริต แล้วก็ถกเถียงกันว่าจะเอากันอย่างไรตรงนี้ เราไม่ขัดข้องนะครับ ถ้าหาก งบประมาณนี้จะไปถึงมือพี่น้องประชาชน ไม่ขัดข้องครับ แต่คณะกรรมาธิการดูกันแล้ว เห็นว่าเกรงว่าจะไม่ไปถึงมือของพี่น้องประชาชนเสียมากกว่า นี่คือสิ่งที่เราตั้งข้อสังเกต แล้วผมเรียนท่านประธานเลยครับ คณะกรรมาธิการดูน้อยมาก เวลาที่ให้สั้นมากครับ แต่บางโครงการที่ดู โครงการนี้กรรมาธิการรับไม่ได้ หลายโครงการ ถ้าขุดลอกต้องยาวเป็น ๑๔-๑๕ เมตร กว้างมากครับ ซึ่งมันติดที่ดินของพี่น้องประชาชนแน่นอนทําไม่ได้ สุดท้าย มาโครงการนี้ก็ลดไปประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เราบอกต้องรวมโครงการ บางโครงการครับ ท่านประธาน จังหวัดร้อยเอ็ด ไม่รู้ตั้งกันมาได้อย่างไร จังหวัดร้อยเอ็ดนี่ทั้งนั้นเลย ท่านประธาน ทั้งเล่มนี่มีปัญหาทั้งเล่มเลย ถ้างบประมาณนี้ไปถึงมือพี่น้องประชาชน เราไม่ว่าครับท่านประธาน ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธาน ท่านประธานฟังแล้ว ก็จะอึ้ง เหมือนที่พวกเราอึ้งกัน อันนี้คณะกรรมาธิการอึ้งทุกคน ผมกล้าพูดเลยครับ ถ้ากรรมาธิการ คนใดลุกขึ้นมาตอบนี่ผมก็จะตอบต่อกรรมาธิการทันทีเลยว่าดูเหมือนกันไหม อึ้งเหมือนกันไหม ส่อทุจริตเหมือนกันไหม แล้วเราตรวจสอบไม่ทันเหมือนกันไหม ใช่เลยครับ เราตรวจสอบไม่ทัน แต่เฉพาะโครงการที่เราตรวจสอบนี่ งบประมาณหายไปทันทีเลย อย่างเช่น โครงการปรับปรุง ถนนลูกรังพร้อมยกระดับถนนบ้านหนองแก่ง หมู่ ๘ ตําบลพลับพลา อําเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด งบประมาณ ๗,๓๒๐,๐๐๐ บาท โครงการอะไรครับ ท่านประธานโครงการนี้ ทําถนนครับ ยาวเท่าไร ยาว ๒ กิโลเมตรครับ ถนนลูกรังครับ ท่านประธาน ถนนลูกรังยาว ๒ กิโลเมตร ๗,๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ส่งเข้าคณะกรรมาธิการไปนี่ คณะกรรมาธิการอึ้งครับ พูดไม่ออก ลูกรังที่ไหนแพงกว่าถนนแอสฟัลติก คอนกรีต (Asphaltic concrete) อีก ชี้แจงไปชี้แจงมา บอกถนนนี้สูง ๓ เมตรท่านประธาน ถนนลูกรังนี่นะครับ ถ้าท่านประธาน เห็นรูป ที่จริงไม่มีการถ่ายทอด จริง ๆ แล้วถ้าเห็นรูปนี่พี่น้องประชาชนเดินได้ครับ แต่จะทํา สูง ๓ เมตร สูง ๓ เมตรนี้ก็คือว่าสูงกว่าเพดานที่เรายืนอยู่ ท่านประธาน มีที่ไหนครับทําถนน สูง ๓ เมตรผ่านเข้าไปตรงกลางนี่ เป็นไปไม่ได้หรอกครับ งบ ๗,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาทเป็นถนน คสล. แค่ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าบาทเองนิดเดียวคิดเป็นประมาณ ๓.๑๘ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง แล้วมันก็กลายเป็นพนังกั้นน้ําแน่นอนครับ ถนนสายนี้ผมคิดว่าเดี๋ยวคณะกรรมาธิการติดตาม งบประมาณและพวกเราจะตามไปดูว่าจะทํากันอย่างไร เพราะปริมาณดินที่ตั้งไว้อย่างไร ก็ใช้ไม่หมด ไม่หมดแน่นอน ทันทีที่คณะกรรมาธิการทักท้วงครับ ลดไปได้ทันทีครับ ๑,๘๓,๖๐๐ บาท คิดเป็นลูกรัง ๕๐๐ ลูกบาศก์เมตร ตกลูกบาศก์ละ ๓,๕๐๐ บาท อะไรกันครับ กรรมาธิการอึ้งอีกครับ อะไรกันนักกันหนา แล้วก็บอกให้เขาไปปรับลด เขาบอกเขาปรับลด ไม่ได้แล้ว ผมก็จะดูเหมือนกันครับ ถนนสูง ๓ เมตรนี้จะเกิดอะไรขึ้นทั้งนั้นครับท่านประธาน ทั้งเล่มเลยของจังหวัดร้อยเอ็ดนี่นะครับ ผมอยากให้เม็ดเงินก้อนนี้ไปถึงมือพี่น้องประชาชน ผมอยากเรียนท่านประธานครับ งบประมาณที่เราเยียวยาในเรื่องของสิ่งก่อสร้าง ปีนี้ต้อง ยอมรับว่าน้ําท่วมทั้งประเทศเสียหายเยอะมาก แล้วพี่น้องประชาชนที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา มีเยอะมาก มีมากกว่างบประมาณที่ลงไปแน่นอน แต่เม็ดเงินเพียงก้อนเดียวนะครับ ท่านประธาน ผมเรียนท่านประธานว่ามันกระจุกตัวครับ แต่ไม่ได้หมายความว่ากระจุกตัว ในพื้นที่ของคนใดคนหนึ่งเท่านั้นนะครับท่านประธาน มันกระจุกตัวอยู่ในมือของผู้รับเหมา และนักการเมืองแน่นอน อันนี้ผมรับประกันท่านประธานได้ ดูโครงการนี้รู้เลยครับอยู่ในพื้นที่ ของใคร ใครเป็นเจ้าของโครงการ เป็นผู้ใดเห็นเลย หน้าออกมาเลย แล้วงบประมาณที่มี ลักษณะส่อทุจริตขนาดนี้ให้ผมเชื่อหรือครับนักการเมืองไม่มีผลประโยชน์ ท่านสั่งลงไป แน่นอนให้ทําตรงนั้น ตรงนั้น ตรงนั้น ท่านสั่งการลงไปแน่นอน นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะ เรียนท่านประธานว่าส่อทุจริตแน่นอน ผมอยากเรียนท่านประธานนะครับอีกอันหนึ่งที่อยู่ที่ จังหวัดร้อยเอ็ดเหมือนกันของอําเภอจังหาร รวม ๆ ๑๔ โครงการนะครับ มีตําบลแสนชาติ ๒ โครงการ ตําบลม่วงลาด ๓ โครงการ ตําบลดงสิงห์ ๓ โครงการ ตําบลดินดํา ๒ โครงการ ตําบลผักแว่น ๓ โครงการ ๑๓ โครงการเป็นเงิน ๔๑,๙๑๑,๕๐๐ บาท ผมไปรวมดูครับ เป็นปริมาณดินทั้งหมดประมาณ ๔๒๐,๐๐๐ คิว โครงการอะไรครับ โครงการก่อสร้าง พนังกั้นเลียบน้ําชีรอบหมู่บ้าน โครงการประเภทเดียวทั้งหมดครับท่านประธาน ถ้าทําถนน สายนี้ท่านประธาน ยาวประมาณ ๑๘ กิโลเมตร ถนนจะสูงประมาณ ๔.๗ เมตร ท่นประธานตึก ๒ ชั้น ๔.๗ เมตร เป็นไปไม่ได้ครับ เป็นไปไม่ได้เลย แล้วถนนดินมันก็ไปกั้นลําน้ํา ทั้งหมดเลย แล้วทั้งหมดนี้มีโครงการท่ออยู่ ๒๕๔,๐๐๐ บาท ประมาณ ๐.๖๑ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเทียบกับปริมาณงานทั้งหมด นี่คือผมเอามารวมคร่าว ๆ ดู ผมถึงบอกโครงการครั้งนี้ ปีนี้ ไม่โปร่งใสแน่นอนท่านประธาน อันนี้ก็ฝากท่านนายกรัฐมนตรี คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปตรวจสอบด้วย

ผมต้องเรียนอย่างนี้ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมเรียนนะครับ ผมมีเวลา อยู่ประมาณ ๑๕ นาทีได้นะครับ ขออนุญาตกราบเรียนด้วย ผมอยากเรียนอย่างนี้ ผมอยากเรียนพี่น้องเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันนี้การที่เรามาเป็นผู้แทนราษฎรเรามี งบประมาณที่เก็บเป็นเงินภาษีเข้ามาก้อนเดียว ผมรู้ทุกคนอยากจะตัดทอนเม็ดเงิน งบประมาณก้อนนี้ออกหมดเลย และระยะเวลาที่ให้มามันน้อยมาก แต่เป็นความเป็นเจ็บช้ํา ของพวกเรานะครับ รัฐบาลให้เวลาที่น้อยมากแล้วมีโครงการชุดอื่นเต็มไปหมดอย่างนี้พี่น้อง ประชาชนจะได้อะไร ไม่ได้หรอกครับ สุดท้ายมาผมเรียนไปถึงรัฐบาล เรียนถึงพรรคร่วม รัฐบาลนะครับว่าถ้าท่านคิดเอาเงินไปให้ผู้รับเหมาและนักการเมืองแบบนี้ ท่านคิดจะเอาไป ให้ประชาชนในพื้นที่ของท่านเองท่านจะไม่ได้คะแนนจากคนที่ได้รับความเดือดร้อน แล้วเสียหายจากน้ําท่วมครั้งนี้เลย เพราะปริมาณน้ําท่วมครั้งนี้เกือบทั้งประเทศ แต่ที่ท่านลง ไปเยียวยาตรงนี้นิดเดียว แล้วท่านคอยดูนะครับ ถ้าท่านจัดสรรงบประมาณแบบนี้ เอาเงินภาษีมาทําแบบนี้ ผมบอกได้เลยว่าท่านจะไม่รับคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชน ที่ถูกน้ําท่วมและไม่ได้รับการเยียวยาครั้งนี้เลย นี่คือสิ่งหนึ่งที่ผมจะเรียนท่านประธาน

ผมขออนุญาตกลับไปอีกอันหนึ่งคือเรื่องของบของกรมส่งเสริมการปกครอง ส่วนท้องถิ่น ท่านประธานครับ เอกสารงบประมาณตรงนี้ หน้า ๓๖ ผมเอาของผู้สูงอายุ ก่อนนะครับ มี ๒ เรื่องที่คล้าย ๆ กัน ของผู้สูงอายุ โครงการสร้างหลักประกันด้านรายได้ ให้แก่ผู้สูงอายุ ๔,๙๐๐ กว่าล้านบาท ทางกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นบอกว่า ปี ๒๕๕๔ ทางรัฐบาลตั้งงบประมาณไว้เพียง ๕,๑๐๐,๐๐๐ คน ไม่เพียงพอ บอกว่าขอตั้งเพิ่ม เป็น ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ในนี้เขียนไว้บอกว่า จะส่งเสริมและสนับสนุนการสร้าง หลักประกันด้านรายได้ให้แก่ผู้สูงอายุอัตราคนละ ๕๐๐ บาทต่อเดือน แล้วจะบอกว่าจะไป ดําเนินการขึ้นทะเบียนผู้สูงอายุ จะไปดําเนินการขึ้นทะเบียนกับผู้สูงอายุนะครับ แล้วก็จะ ถึงไปจัดทะเบียนประวัติผู้สูงอายุ นั่นแปลว่าตรงนี้ยังไม่ได้ทํา แต่พอถูกทักท้วงบอก ตั้งงบประมาณผิด งบประมาณตัวนี้มันเหลือแค่ ๖ เดือน ท่านต้องตั้งงบประมาณเพียง ๖ เดือน ประมาณ ๒,๔๐๐ กว่าล้านบาท ท่านบอกเลยครับ ถ้าอย่างนั้นขอแก้คําผิดครับนี่ครับ ท่านประธาน นี่คือการแก้คําผิดหมดนี่ครับ ท่านประธาน คําผิดครับ ไม่ใช่ครับ นี่คือ แก้เอกสารงบประมาณเลย ผ่านสภาไปแล้วมาขอแก้คําผิด ไม่ใช่คําผิดหรอกครับ แล้วไป เปลี่ยนข้อความบอกว่า ส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างหลักประกันด้านรายได้ให้แก่ผู้สูงอายุ ในอัตราคนละ ๕๐๐ บาทต่อเดือน เพื่อให้ครบถ้วนตามสิทธิและจํานวนที่ขึ้นทะเบียนไว้แล้ว พยายามจะอธิบายว่าอย่างไรครับ พยายามจะมาแก้ตัวครับ บอกว่า เอาละครับ ตั้งไว้ ๕,๑๐๐,๐๐๐ คนก็จริง แต่ว่าจ่ายไป ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน ผมถามสิครับ ท้องถิ่นทั่วประเทศ พี่น้อง อบต. พี่น้องเทศบาล พี่น้อง อบจ. มีไหมครับพวกเราที่เป็นท้องถิ่น ตั้งงบประมาณ ถนนไว้ ๑ กิโลเมตร ขอจ่าย ๒ กิโลเมตร ทําได้ไหมครับ แล้วงบประมาณไม่มี ไปเอา วันข้างหน้า ทําไม่ได้ครับ ขัดต่อหลักการงบประมาณชัดเจน ตรงนี้ทําไม่ได้ ท่านก็บอกว่าทําได้ เอาละครับ วันนี้เป็นบรรทัดฐานถ้าท่านปล่อยให้ทําอย่างนี้ได้ ต่อไปท้องถิ่นใดเบิกจ่าย จ่ายเกิน จ่ายล่วงหน้าโดยไม่มีเงินว่าเขาไม่ได้แล้วนะครับ ท่านกําลังทําขัดต่อหลักการการเงิน ของประเทศที่เราเคยทํากันมา แล้วอย่างไรครับ พอถูกทักท้วงก็บอกว่า โอเค ก็ไม่แก้คําผิด ไม่แก้คําผิดแล้วจะมาจ่ายได้อย่างไรครับ เพราะท่านก็ไม่สมทบตามสิทธิอะไรของท่าน เพราะฉะนั้นวันนี้เองต้องเรียนท่านประธานว่าการตั้งเม็ดเงินของกรมส่งเสริมการปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้นตั้งเกินไปทั้งหมดครับ ในส่วนของผู้สูงอายุจริง ๆ แล้วตั้งเอาไว้เพียง ๒,๔๗๐ ล้านบาท ก็สามารถใช้จ่ายผู้สูงอายุคนละ ๕๐๐ บาท ๖ เดือนครบถ้วน จ่ายตามระเบียบนะครับ ซึ่งการจ่ายย้อนหลังผมจะถามว่าจะจ่ายอย่างไรครับ ที่ท่านพยายาม จะบอกว่าท่านจะจ่ายย้อนหลังท่านจะจ่ายอย่างไรครับ แก้คําผิดของท่านที่แก้คําผิดยาวเป็น หน้ากระดาษ มันไม่ใช่คําผิด ท่านก็ไม่ได้แก้ พอไม่ได้แก้ท่านจะจ่ายย้อนหลังได้อย่างไรละครับ กฎหมายไม่ได้นะครับ เมื่อจ่ายย้อนหลังไม่ได้ตรงนี้ต้องตัดออกครับ ของผู้สูงอายุก็เหมือนกันครับ อีก ๕๐๐ กว่าล้านบาทก็เพียงพอแล้ว เพราะฉะนั้นท่านตั้งงบประมาณเกินไป ๒,๙๗๘ ล้านบาท เม็ดเงินก้อนนี้สามารถไปเยียวยาผู้สูงอายุได้เกือบล้านคน ท่านตั้งงบประมาณเกินไปท่านทํา ผิดหลักการทุกประการ เพราะฉะนั้นงบประมาณครั้งนี้ผมอยากเรียนท่านประธานนะครับ เอกสารที่ผมมีอยู่นี้เป็นเอกสารจากจีเอฟเอ็มไอเอฟ (GFMIF) ผมนําเอาเอกสารทั้งหมดนี้

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอรวบรัดด้วยนะครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล กรรมาธิการ

ผมเอาเอกสารทั้งนี้มาแยก วิเคราะห์ดูหมดแล้วเป็นงบประมาณสําหรับ ๖ เดือน เพราะฉะนั้นงบประมาณที่เหลืออยู่ ๑๕,๐๐๐ กว่าล้านบาทเพียงพอสําหรับคนอีก ๕,๑๐๐,๐๐๐ คน อีก ๖ เดือน เพราะฉะนั้น ไม่มีความจําเป็นที่จะต้องตั้งงบประมาณเกินไปถึง ๒,๙๐๐ กว่าล้านบาทแบบนี้ เรียนท่านประธานแล้วฝากเรียนไปด้วยนะครับว่าวันนี้เองเป็นความบกพร่องของรัฐบาล อย่างร้ายกาจ เป็นการใช้เม็ดเงินจากเม็ดเงินภาษีของพี่น้องประชาชนอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ส่อไปในทางทุจริต และไม่เป็นไปตามวิธีการงบประมาณที่เราเคยยอมรับกันได้ เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วยต่อการตั้งงบประมาณของรัฐบาลในครั้งนี้ เอาเม็ดเงินภาษี ของพี่น้องประชาชนมาแจกจ่ายให้กับผู้รับเหมาเป็นส่วนใหญ่ และผมเกรงว่างบประมาณ เหล่านี้จะไม่ถึงมือพี่น้องประชาชน ขอให้พี่น้องประชาชนได้จับตาตรวจสอบงบประมาณ แผ่นดินที่จัดสรรโดยงบกลางปีครั้งนี้ด้วยนะครับ เพื่อรักษาไว้ซึ่งสิทธิประโยชน์ของพี่น้อง ประชาชนครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญคุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ต้องขออนุญาตท่านประธานสภาและทางกรรมาธิการ ตลอดจนเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ในการที่จะได้อภิปรายในส่วนงบประมาณในมาตรา ๗ ของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีแผนงาน โครงการอยู่ ๒ โครงการนะครับ จากเอกสารในโครงการที่ ๒ ในส่วน (๑) และ (๒) แผนงาน สวัสดิการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการส่งเสริมการกระจายอํานาจ จริง ๆ แล้ว ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนครับ งบนี้ถ้าเราพูดกันตรง ๆ ก็คือเป็นงบสําหรับผู้สูงอายุ ในการ แจกจ่ายให้กับผู้สูงอายุคนละ ๕๐๐ บาท ตามที่ร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุได้ผ่านสภาไป เมื่อปีที่แล้ว จึงทําให้เกิดโครงการเบี้ยผู้สูงอายุขึ้นมา เพื่อจะใช้จ่ายให้กับผู้สูงอายุทุกคน ทีนี้ปัญหามันก็เกิดขึ้นจากการตั้งงบประมาณ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๔ ดังกล่าวเกิดขึ้นว่า จํานวนผู้สูงอายุนั้นไม่ครบจํานวนก็จะทําให้เกิดครบจํานวนเกิดขึ้น ก็คือ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อไม่ครบจํานวนนั้นก็เลยตั้งงบประมาณเพิ่มขึ้น ผู้สูงอายุก็คือขาดจาก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือ ๘๒๓,๓๓๕ คน ถ้าครบจํานวน ๘๐๐,๐๐๐ กว่ารายดังที่กล่าวนี้ก็แสดงว่าผู้สูงอายุ ในประเทศไทยทุกคนที่เกิดในปีขาล พุทธศักราช ๒๔๙๓ ครบอายุ ๖๐ ปี ได้เงินผู้สูงอายุ ทุกคน ๕๐๐ บาท ถ้าใครเกิดปีขาล ในปีพุทธศักราช ๒๔๙๓ ไม่ได้เงิน ๕๐๐ บาท แสดงว่า เกิดตกหล่นจากท่าน ท่านต้องได้รับเงินผู้สูงอายุทุกคน ทุกราย ย้อนหลังนะครับ ย้อนหลัง ก็คือตั้งแต่เดือนกันยายน ก็คือเริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ ท่านจะต้อง ได้เงินทุกคน ทุกราย และครบทุกราย ถ้านับถึงวันนี้ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับว่าผ่านไปเกือบ ๖ เดือนแล้วที่จะได้เงินในส่วนนี้ ถึงเดือนเมษายนนี้ก็จะครบ ๖ เดือน นั่นหมายความว่าถ้าเกิดว่าท่านไม่ได้ท่านก็ไปเรียกร้องสิทธิคืนจากงบประมาณ ที่ผ่านให้พี่น้องประชาชนในครั้งนี้จากรัฐบาล ผมพูดในที่นี้นะครับ ถ้าไม่ได้ ไม่ให้ ไปแจ้งความ ดําเนินคดีด้วย แจ้ง ป.ป.ช. ด้วยในการตรวจสอบ เป็นสิทธิของพี่น้องประชาชนทุกคนนะครับ อย่าให้ตกหล่น เรามีสิทธิต้องใช้สิทธิ อย่าปล่อยให้สิทธิของพี่น้องประชาชนนั้น เป็นเบี้ยใบ้รายทางทําให้เกิดงบประมาณที่ผลาญชาติผลาญแผ่นดิน สิทธิของพี่น้องประชาชน ที่มีอยู่พึงกระทําด้วย เพราะนั่นคือจุดรั่วไหลของเงินงบประมาณพี่น้องประชาชนและ พี่น้องประชาชนก็จะพูดกันอยู่ตลอดระยะเวลาว่าไอศกรีม (Ice cream) มาไม่ถึง พี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นเราช่วยกันครับ ผมเชื่อว่าในสิ่งที่พี่น้องประชาชนจะช่วยกัน ในครั้งนี้ก็จะทําให้สิทธิการใช้เงินงบประมาณตามที่พี่น้องมุ่งหวังและปรารถนานั้น ได้สัมฤทธิ์ผลตามเจตนารมณ์ของพวกผมมากขึ้น

ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับว่าผมได้กราบเรียนไปดังนั้น ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนครับว่าการตั้งงบประมาณดังกล่าวนี้เรามาถกเถียงกันว่า ในเรื่องของการตั้งงบประมาณในครั้งนี้เป็นงบประมาณเพิ่มเติม แล้วฝ่ายรัฐบาลก็ได้เขียน ขอประทานอภัยครับ สํานักงบประมาณนะครับ โดยสํานักงบประมาณผ่านมาทางรัฐบาลได้ ตั้งงบประมาณผ่านมาในกลางปีที่ใช้จ่ายแล้วก็มาถกเถียงกันว่า พอ ไม่พอ จํานวนผู้สูงอายุมากกว่าตามที่ตั้งไว้แต่เดิมในปีที่ผ่านไปก็เลยตั้งงบประมาณมาเพิ่มเติม ในเอกสาร ฉบับที่ ๒ เล่มสีเขียวนี่ครับ ก็ปรากฏว่าได้ไปเขียนไว้ในหน้า๓๖ ตามที่ เพื่อนสมาชิกได้กล่าวไปว่า ในหน้าที่ ๓๖ ในส่วนที่ ๒.๑.๓ ก็เขียนไว้ว่าระยะเวลา การดําเนินการนั้น ๖ เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๔ นั่นหมายถึงว่าเดือนเมษายนก็คือ นี่เดือนมีนาคม เดือนหน้าหลังจากผ่านงบประมาณ เรียบร้อยแล้วก็เป็นระยะเวลาพอดิบพอดี ถ้าเป็นตามที่เอกสารเขียนมานี้ก็นั่นหมายความว่า ทั้งคนพิการก็ดี ผู้สูงอายุก็ตามแต่ ทั้ง ๒ รายการครับท่านประธาน เมื่อสักครู่ผมพูดถึง ผู้สูงอายุอย่างเดียว ก็จะทําให้งบประมาณในส่วนนี้ถ้าเกิดตัดทอนออกตาม ๖ เดือน ก็จะ ประหยัดงบประมาณไปทั้งหมดทั้งสิ้นนะครับ ๒,๙๗๘ ล้านบาทเศษ ยังมีเศษอีกส่วนหนึ่ง แต่ถ้าใช้ครบนะครับ ใช้ครบหมายความว่าบอกว่าเอกสารผิด ใช้ครบ พี่น้องประชาชนก็ต้อง ย้อนหลังไปดังที่ผมกล่าวเมื่อสักครู่นี้ นั่นหมายความว่าพี่น้องประชาชนที่เกิดในปี ๒๔๙๓ ปีขาล เดือนกันยายน ถ้าท่านไม่ได้รับงบประมาณในส่วนที่ขาดไปสํารับผู้สูงอายุ ท่านไปเอา สิทธิได้เลยครับ ๑ ปี ๖,๐๐๐ บาท ครึ่งปีที่ผ่านมาคือ ๓,๐๐๐ บาท ท่านไม่ได้ท่านไปเอาได้ เลยนะครับ ถ้าไม่ได้ไปแจ้งความดําเนินคดีได้เลยในส่วนเหล่านี้ และท่านจะเห็นผู้ที่โกงกิน งบประมาณ กินแรงพี่น้องประชาชน ผมเองนั้นต้องขออนุญาตกราบเรียนครับว่าผมเองนั้น รู้สึกดีใจ แล้วก็ในส่วนงบประมาณในส่วนของผู้สูงอายุ ผู้พิการที่จะได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ตามสิทธิที่จะพึงมี ผมเองได้กล่าวไปแล้วก็พูดในการอภิปรายหลายครั้งในการงบประมาณ ในส่วนเหล่านี้ครับ ตั้งสําหรับให้ผู้สูงอายุ ๕๐๐ บาท ก็โอเค แต่ผมเห็นว่าน้อยไปครับ ความสามารถมีมากกว่านี้ไหม ถ้าให้เพียงพอโดยแท้นะครับ วันละประมาณ ๒๐๐ บาท สําหรับผู้สูงอายุ เดือนละ ๖,๐๐๐ บาท แต่ถ้าทําไม่ได้วันละ ๑๐๐ บาทได้ไหม ก็คือ ๓,๐๐๐ บาท ถ้าเดือนละ ๕๐๐ บาท น้อยจัดครับ ไม่พอเพียงกับชีวิตของผู้สูงอายุที่จะใช้เป็น กําลังเงินที่จะใช้ในแต่ละเดือน ข้อสําคัญก็คือในสิ่งเหล่านี้มันมาจากเงินภาษีที่ พี่น้องประชาชนต้องซื้อข้าวของแพงขึ้น เพราะอะไรครับ ท่านเก็บภาษีพี่น้องประชาชน จากกระเป๋าซ้ายแล้วท่านก็โยกมากระเป๋าขวาให้กับพี่น้องประชาชน ดูแล้วเสมือนหนึ่งไม่ได้ อะไรเลยนะครับ จริงอยู่พี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งอาจจะมองว่าได้ ๕๐๐ บาท แต่ในขณะเดียวกันรายที่ได้ ๕๐๐ บาท ผู้สูงอายุก็ได้ไป แต่ผู้ขาดไม่ได้รับก็คือ ผู้สูญเสียที่จะเสียภาษี เช่นเดียวกันรัฐก็ชดเชยให้ เช่น ข้าราชการก็ขึ้นเงินเดือนให้ ท้ายที่สุด ทุกคนก็ขึ้นหมด ทุกคนก็ได้หมด แต่ทุกอย่างก็คือต้องเก็บหมด ท้ายที่สุดก็คือเก็บของท่าน ไปใส่ท่านนั่นเอง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ได้ก็คือได้เสียเวลา ได้เสียโอกาสสําหรับพี่น้องประชาชน การบริหารประเทศ การบริหารงบประมาณ การบริหารการเงิน การคลัง ในลักษณะนี้ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ เป็นวิธีที่แย่มาก เป็นวิธีที่ผิด เป็นวิธีที่ไม่มีความ เหมาะสม วิธีการบริหารการเงิน การธนาคาร หรือการคลังให้มันดี ผมขออนุญาต ขอกราบเรียน ต้องเสริมรายได้ครับ เสริมรายได้ให้กับประเทศชาติ ไม่ใช่เก็บภาษี เสริมรายได้นะครับ ก็คือทําอย่างไรให้ชาติให้แผ่นดินนี้มีเงินเพื่อใช้จ่ายในประเทศ ให้มากโดยไม่เก็บภาษีพี่น้องประชาชน ผมพูดในที่นี้ แล้วผมพูดตลอดและย้ําตลอดเวลา รัฐที่ดี ผู้บริหารประเทศที่ดี ก็คือรัฐที่ไม่เก็บภาษีพี่น้องประชาชน ถ้าเมื่อใดก็ตามแต่ ประเทศ ไหนก็ตามแต่ รัฐไหนก็ตามแต่ ยังเก็บภาษีพี่น้องประชาชนอย่างสาหัสแล้วไซร้ ท่านอย่ามา คิดว่าท่านคือผู้บริหารประเทศที่ดี ไม่ใช่ ท่านกําลังเก็บเนื้อจากพี่น้องประชาชนจากผู้ประกอบการรายอื่น ๆ หรือผู้ทํางานอย่างอื่น แล้วเอามาใช้จ่ายตามอําเภอใจของท่านต่างหาก ท่านไม่ได้เป็นผู้มีพระคุณต่อเขาเลย เพียงแต่ท่านมาเป็นคนที่เก็บงบประมาณ เก็บภาษีเขามาใช้จ่ายเท่านั้นเอง ตามอําเภอใจ ของท่าน เพราะฉะนั้นต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ผมเองนั้นแม้จะเห็นด้วย แต่ก็ไม่ได้เห็นด้วยทั้งสิ้น แต่ถ้าจะเห็นด้วยทั้งสิ้นก็คือการบริหารที่ไม่รบกวนภาษีพี่น้อง ประชาชน แล้วก็ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะผู้พิการและผู้สูงอายุได้งบประมาณ หรือได้เงินตอบแทนให้มากกว่านี้ ก็ขออนุญาตกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เนื่องจากมาตรา ๗ มีผู้อภิปรายไปหลายท่านแล้วนะครับแต่ยังเหลือยกมืออีก ๒ ท่าน คือ คุณนายนิยม เวชกามา คุณชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ แล้วเดี๋ยวก็จะเป็นท่านกรรมาธิการ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล เพราะฉะนั้นผมขอลดเหลือ ๗ นาทีนะครับ คุณนิยม เวชกามา ครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเองมีความเห็นขอแปรญัตติปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของ กระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกับกรมส่งเสริม การปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ผมมีความเห็นว่าปรับลด ความจริงถ้ามองโดยรูปลักษณะของใน ท้องถิ่นซึ่งได้รับความกรุณาจากจังหวัดซึ่งเข้าไปดูแลโดยตรงกับกรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย เงิน ๒,๗๐๐ กว่าล้านบาทเป็นเงินจํานวนไม่มากครับ ถ้ามองลักษณะนั้นไม่มาก มันเงินนิดเดียวถ้ามองภาพรวม เพราะกรมนี้ต้องดูแลในหลายเรื่อง ไม่ว่าแล้ง ไม่ว่าหนาว ไม่ว่าน้ําท่วม แต่โดยความเป็นจริงแล้วมันไม่เป็นอย่างที่เราคิดกัน การทุจริตฉ้อโกงที่เกิดขึ้น ในบ้านในเมืองในวันนี้ ในระดับจังหวัดแล้วผมเห็นว่ามันอีลุ่ยฉุยแฉกจริง ๆ ครับ ท่านประธาน ทําไมผมจึงว่าอย่างนั้น ถุงยังชีพเอยถ้าเกิดน้ําท่วม พอภัยหนาวที่บ้านผม เข้ามาก็ผ้าห่ม ก็ลุยแจกกันอยู่ในกลุ่มของพรรคการเมือง กลุ่มพรรคการเมืองของอยู่ ในกระทรวงมหาดไทยซึ่งดูแลอยู่วันนี้ ไม่ว่าให้ท้องถิ่นเข้าไปจัดซื้อ อบจ. ซึ่งก็ทําอยู่เต็มบ้าน เต็มเมือง โดยเฉพาะที่บ้านผมจังหวัดสกลนครวันนี้ อบจ. ซึ่งดูแลไปมั่วกันอยู่กับทาง ผู้ว่าราชการจังหวัด อันนี้ก็ดึงงบในส่วนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยไปทําเงินกันอยู่ ถ้าถามว่ามีการทุจริตอย่างไรหรือไม่ ผมดูแล้วที่บ้านผมมันซื้อในท้องถิ่นจริง ๆ แม้กระทั่งผ้าห่มไปตั้งงบซื้อกัน ๑๒๐ บาท ๑๓๐ บาท ๑๕๐ บาท พี่น้องบ้านผมทําเอง โดยเฉพาะบ้านคําตากร้า ผืนละ ๘๐ บาท รู้กันทั้งบ้านทั้งเมืองแต่วันนี้ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งเหตุการณ์มันเกิดขึ้นวันนี้แล้วจะปล่อยให้เงินในส่วนนี้ลงไปอีกหรือ อันนี้เป็นคําถาม ซึ่งกระทรวงมหาดไทยต้องตอบ ผมจึงเห็นว่ามันเป็นเรื่องต้องบอกกันว่าวันนี้ไม่ได้ครับ ผมจะให้งบส่วนนี้ออกไปเลยไม่ได้ ขอฝากท่านผู้แทนราษฎร ท่านผู้ทรงเกียรติหลายท่าน ในวันนี้ โปรดพิจารณาว่าบ้านเมืองเราวันนี้แค่นี้ก็เจ็บปวด เงินมันไม่ถึงพี่น้องจริง ๆ มันไป แบ่งครึ่ง แบ่งปันกัน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ๕๐ เปอร์เซ็นต์กันอยู่แบบนี้แล้วเราจะยังปล่อยให้เงิน ส่วนนี้ลงไปให้คนอีกกลุ่มหนึ่งไปจัดสรรแบ่งส่วนกันมันวุ่นวายแบบนี้หรือครับท่านประธาน ผมเองซึ่งอยู่ในท้องถิ่นอยู่ในบ้านในเมืองผมนี่เห็นอยู่กับหูกับตาว่าภัยแล้งมาถึง เดี๋ยวก็แล้ง ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ประกาศทั้งจังหวัด ๑๘ อําเภอของบ้านผมว่าเป็นภัยพิบัติ ซึ่งความเป็น จริงไม่ถึงขนาดนั้น เป็นแค่อําเภอ ๒ อําเภอ หรือมีหลายอําเภอ แต่เป็นหมู่บ้าน ๒ หมู่บ้าน แต่ท่านก็ประกาศเพื่อที่จะจัดซื้อจัดจ้างอะไรของท่านว่าไป ซึ่งวันนี้การตรวจสอบบางอย่าง ผมต้องสนับสนุนท่านเจริญ จรรย์โกมล ออกมาพูดว่าจังหวัดสกลนคร ๔ อําเภอที่ตรวจสอบ จาก ป.ป.ท. รักษาการเลขาธิการ ป.ป.ท. มาชี้แจงต่อที่ประชุมกรรมาธิการป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัยชัดเจน ทุจริต ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ บ้านผม ๔ อําเภอที่ไปตรวจสอบ วันนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถึงแม้ว่านายกรัฐมนตรีผมนั่งฟังอยู่ บอกว่าดําเนินการแล้ว ๔ อําเภอตรวจสอบสิ ใน ๑๘ อําเภอ สุ่มตัวอย่าง ๔ อําเภอ แต่ก็พบ ชัดเจนว่ามีการทุจริต ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในอําเภอที่อากาศอํานวย ที่ไปตรวจกับอําเภอ กุสุมาลย์ อําเภอวาริชภูมิ อําเภอเจริญศิลป์ ใน ๔ อําเภอตรวจสอบ สุ่มนะท่านประธานครับ ไปสุ่มตรวจ ปรากฏไม่ได้ทําอะไรเลย แต่เบิกงบไปชัดเจน ผมยังสงสัย ไปถามท่าน รองเลขาธิการเขาไปดูว่า เอ๊ะ ถ้าไม่ได้ทํา ทําไมปล่อยให้มีการเบิกเงิน แล้วผู้รับเหมาเป็นใคร เขาบอกว่าเซ็นกันเอง เอาภารโรงบ้างมาเป็น ผู้รับจ้าง แล้ววันนี้ทําอะไรเกิดขึ้นไหม อันนี้มายืนยันกันครับ ข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างนั้น ผมจึงคิดว่า เอ๊ะ ถ้าปล่อยไปให้ งบประมาณตัวนี้ผ่านไปอีก งบกลางปีงบไม่กลางปีก็มีปัญหา ถ้างบกลางปีเข้าไปอีก อะไรมันจะเกิดขึ้น วันนี้ต้องขอบอกผู้บริหารบ้านเมืองเรา มันเป็นเรื่องจริงที่ต้องพูด ไม่ใช่ว่า พูดแล้วไม่มีเหตุมีผล ผมตามไปดูครับรองเลขาธิการ ป.ป.ท. เข้าไปตรวจสอบพื้นที่ผม ผมให้ลูกหลานเข้าไปดูเลย เข้าไปทําข่าวออกเป็นข่าว ทั้งสื่อหนังสือพิมพ์ ทั้งวิทยุ ทั้งทีวี แต่วันนี้ตรวจสอบแล้วยังเงียบอยู่ พอมาถามจริง ๆ ว่าเป็นที่สงสัย เอกสารชัดเจน รายงาน นี่ผมยืนยันว่าเห็นจริง ๆ กับหูกับตา อันนี้คือส่วนหนึ่งว่าผมยอมไม่ได้งบประมาณที่จะให้ผ่านไป ต้องการปรับลด ซึ่งด้วยความเป็นจริงต้องถามว่ากรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะต้อง ดูแลมากกว่านั้น เงินแค่นี้ไม่พอหรอก ใช่ครับ ไม่พอ เพราะดูแลทุกเรื่อง ทั้งแล้ง ทั้งท่วม แต่ปัญหาไม่เป็นอย่างที่คิดที่ผมพูดมานี่ มันเป็นการทุจริตจริง ๆ ผมเห็นกับตา ผ้าห่มนี่ครับ ผืน ๘๐ บาท พี่น้องได้ แต่ไปตั้งราคาขาย ๑๕๐ บาท ซื้อเขา ๑๕๐ บาท แล้วส่วนที่ต่าง มันไปไหน อบจ. ก็ทําครับ ตอนนี้ทําจริง ๆ เป็นเรื่องจริงครับ ผมจึงกราบเรียนท่านประธาน ว่าผู้บริหารบ้านเมืองคิดอย่างไรในเมื่อมันเป็นอย่างนี้ แล้วขอกราบเรียนจริง ๆ ครับ ท่านประธานครับ ผมจําเป็นต้องตัด อย่างมากก็ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ําไป แต่เพื่อเป็นการ บอกกล่าวว่าเรื่องนี้มันต้องตรวจสอบกัน ไม่ใช่ ป.ป.ท. ไปตรวจวันนี้ ยืนยันชัดเจนว่าใช่ แต่ไม่มีอะไรคืบหน้าจริง ๆ ข่าวออกมาแล้วก็เงียบไป ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็บอกว่าทํา ดําเนินการแล้วพูดได้แค่นั้นครับ ยุติแค่นั้น ดําเนินการแล้ว มีอะไรเกิดขึ้นไหม ผมไปสอบถาม นายอําเภอในบ้านในเมืองว่าหลังจากการที่มาตรวจสอบแล้วก็ไม่มีอะไรทําอีก อันนี้ต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าขอฝากถึงผู้บริหารบ้านเมืองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ว่าคิดอย่างไร ทําอะไร ขอบคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ครับ

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยนะครับ จากมาตรา ๗ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม กระทรวงมหาดไทย ตั้งเป็นเงิน ๘,๗๒๖,๗๒๕,๕๐๐ บาท โดยเฉพาะกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งพวกเราชอบจะเรียกว่า กรมผ้าห่ม ซึ่งในปี ที่ผ่านมาก็มีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดหนองคายได้เอาผ้าห่มมาชั่งกิโลแล้วก็ ห่มให้ที่สภาดู ปีนี้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ขอเงินเพื่อไปแก้ไขปัญหาน้ําท่วม ๒,๗๖๙,๒๘๑,๘๐๐ บาท เมื่อกรรมาธิการได้ตรวจสอบว่างบประมาณที่จะไปแก้ปัญหาฟื้นฟู และบรรเทาภัยพิบัติจากอุทกภัยในครั้งนี้เป็นการทํางบประมาณอย่างรวดเร็ว ซึ่งกรม ยังตั้งตัวไม่ได้ และคิดไม่ถึงว่าจะได้รับงบประมาณถึง ๒,๗๐๐ ล้านบาท เพราะในอดีตที่ผ่านมา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยก็มีหน้าที่นําน้ําไปส่งในภัยแล้งและไปซ่อมถนน หรือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน วันนี้ได้เงินไป ๒,๗๖๙ ล้านบาท เมื่อไปเปิดดู ท่านประธานครับ ตกใจครับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทําเขื่อนป้องกันตลิ่งได้ ทําฝายกั้นน้ํา แล้วก็ทําถนน คสล. ซึ่งจริง ๆ แล้วการที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะไปขุดลอกฟื้นฟูแหล่งน้ํา อันนี้ผมเห็นด้วย แต่จะไปทําถนนคอนกรีต ผมถามว่าทําไมถึงต้องทําถนนคอนกรีต เขาบอกว่าปีหน้าพอน้ําท่วมก็ไม่ต้องซ่อมถนนใหม่ เพราะเป็นถนนคอนกรีต เราเห็นถนน หลาย ๆ เส้นที่เป็นโคลนเขา ถ่ายรูปให้ดู บางรูปซ้ําซ้อนครับ รูปเหมือนกันแต่ทําคนละ จังหวัดคณะกรรมาธิการก็ได้ทักท้วง ยกตัวอย่างที่เพื่อนคณะกรรมาธิการได้พูดหลายคนว่า การทําขุดลอกแหล่งน้ํา ซึ่งจริง ๆ แล้วอย่างลําห้วย ก อย่างนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วเราต้อง ขุดทีเดียวหรือจ้างเหมาทีเดียว แต่จังหวัดราชบุรีไปทําโครงการทั้งหมด ๘๔ โครงการ โครงการละ ๑๘๘,๐๐๐ บาท เสร็จแล้วคณะกรรมาธิการได้ท้วงติง โดยเฉพาะ สํานักงบประมาณได้ท้วงติงเข้าไปปรับลดมาประมาณ ๑๐ โครงการ หลังจากปรับลด ๑๐ โครงการเสร็จแล้ว คณะกรรมาธิการก็ได้ตรวจสอบแล้วได้ซักถาม บอกว่าทําไมวิศวะ หรือช่างของท่านทําไมเก่งจังเลย เพราะขุดแต่ละที่ดินก็ต้องต่างกัน พื้นที่ลาดเอียงก็ต้อง ต่างกัน ทําไมท่านถึงคิดได้ ๑๘๘,๐๐๐ บาท ๑๘๘,๐๐๐ บาท ก็ไปปรับลดลงไปอีก ๙ โครงการ จาก ๘๔ โครงการ โดนตัดไป ๑๐ โครงการ เหลือ ๗๔ โครงการ ไปปรับลดอีก ๙ โครงการ วันนี้ก็เสนอคณะกรรมาธิการมา ๖๔ โครงการก็ไปปรับลด ซึ่งพวกกระผม ในฐานะคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็ให้ปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ทุกโครงการ แล้วก็ฝากไว้ ว่าอย่าไปประกวดราคาโครงการละ ๑๘๘,๐๐๐ บาท ให้รวมประกวดแหล่งน้ํา ๑ แห่ง จะมี ๖ ตอน ๗ ตอนก็ให้ประกวดทีเดียว เสร็จแล้วตามไปดูอีกครับ ทําบล็อก คอนเวิร์ท (Block convert) พื้นที่น้ําทําให้ถนนพังมันก็จะเป็นกว้าง ยาวไม่เท่ากัน แต่จังหวัดราชบุรี ทําบล็อกเท่ากันหมดเลยครับ ๒ เมตร ๑๐ เซนติเมตร คูณ ๒ เมตร ๑๐ เซนติเมตร เป็นวงเงิน ๓๔๐,๐๐๐ บาท ๓๔๐,๐๐๐ บาทนะครับ ซึ่งเราก็สงสัย ก็อยากจะฝากว่าให้ทาง รัฐบาลได้ติดตามตรวจสอบว่าการก่อสร้างทําไมต้องใช้เงินเท่ากัน แล้วก็พื้นที่ความจําเป็น ไม่เท่ากัน นอกจากนั้นแล้วก็ฝากเป็นประเด็นว่าการแก้ไขปัญหาน้ําท่วมไม่ใช่สร้าง ถนนคอนกรีต บางทีเราสร้างถนนคอนกรีตก็ไปกั้นทางน้ํา แล้วก็ทําให้น้ําท่วม ซึ่งวันนี้ งบประมาณนี่ถ้าเราเปรียบเทียบ ซึ่งผมเป็นคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ เราได้ลงไปดูครับ งบของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อย่างเช่นจังหวัดสุรินทร์ มีถนนสายหนึ่ง ถนนสาย ก ถึง ข อย่างนี้ งบประมาณประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ บาทแต่พอ ป.ป.ท. ลงไปตรวจสอบ ถนนเส้นนี้ไม่มีในสารบบ หมู่บ้านที่อ้างก็ไม่มีในสารบบ แล้วเบิกเงิน ไปใช้ แล้ว ป.ป.ท. ไปติดตามตรวจสอบมีการทุจริต ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ของจังหวัดสุรินทร์ แล้วก็ตามไปดูหลาย ๆ จังหวัด แล้วก็ได้ไปตรวจสอบก็มีการทุจริต ก็ไม่อยากให้การแก้ปัญหา อุทกภัยน้ําท่วมในปีนี้เอางบประมาณไปใช้ไม่เกิดประโยชน์ นอกจากนั้นแล้วได้มีการถกเถียง กันเรื่องสร้างหลักประกันรายได้ให้กับผู้สูงอายุ ซึ่งวันนี้ผมเกรงจะซ้ําซ้อนครับ เพราะว่า ผู้สูงอายุที่รัฐบาลได้ขอมา ๘๒๓,๓๓๕ คน ถ้าเดือนละ ๕๐๐ บาท ๖ เดือน ก็คือ ๓,๐๐๐ บาท รวมแล้วจะเป็นเงิน ๒,๔๐๐ ล้านบาท สําหรับผู้สูงอายุที่เป็นผู้พิการ ๑๖๙,๕๗๒ คน ก็จะประมาณ ๕๐๘ ล้านบาท รวมแล้วก็จะเป็นประมาณ ๒,๙๐๐ กว่าล้านบาท แต่วันนี้ รัฐบาลขอมา ๔,๙๔๐ ล้านบาท ก็ได้มีการถกเถียงกัน จนสุดท้ายต้องมีการโหวต ซึ่งไม่มี การประชุมคณะกรรมาธิการงบประมาณ มีการโหวตนะครับ ซึ่งวันนี้อยากจะฝากว่า การเมืองทําให้ผู้สูงอายุหรือคนพิการเสียโอกาส วันนี้นายกบางคน นายก อบต. นายกเทศบาล บางคนอยากได้คะแนนมาก ๆ ก็ไปเอารายชื่อผู้ที่เกษียณอายุราชการ ที่มีบําเหน็จบํานาญอยู่แล้วเอาชื่อมาใส่ ก็ทําให้มีจํานวนผู้สูงอายุมากขึ้น บางพื้นที่นี่ผู้สูงอายุไม่ได้อยู่ฝ่ายนายก อบต. ก็ไม่ได้รับงบประมาณผู้สูงอายุ หลายคนครับ ผมบอกว่าถ้าพี่น้องสูงอายุแล้ว เป็นผู้ทุพพลภาพแล้วก็จะได้ ๒ เด้ง ก็คือ ๕๐๐ บวก ๕๐๐ แล้วผมยังบอกอีกว่าถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลผมจะเสนอรัฐมนตรีว่าใครมีอายุ ๘๐ ปี จะให้ ๒ เด้งเพราะท่านอยู่นาน ท่านมีอายุยืนก็จะให้ ๒ เด้ง วันนี้จึงขอฝากให้รัฐบาล ได้ช่วยกันตรวจสอบของงบป้องกันบรรเทาสาธารณภัยที่เกรงว่าจะมีการทุจริต ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่าน กรณ์ จาติกวณิช ครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช ประธานคณะกรรมาธิการ

ขอบคุณท่านประธาน ครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ในส่วน งบของกรมส่งเสริมการท้องถิ่นก็ได้มีการอภิปรายโดยเพื่อนสมาชิกกันหลายท่าน แล้วก็ โดยเฉพาะในส่วนของแผนงานสวัสดิการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็คือเบี้ยผู้สูงอายุ ที่มีท่านกรรมาธิการหลายท่านได้อภิปราย ก็ต้องขออนุญาตเรียนเพื่อนสมาชิก ผ่านท่านประธานว่าประเด็นนี้ก็เป็นประเด็นที่ได้มีการอภิปรายกันในการพิจารณา ในชั้นกรรมาธิการ แต่ก็อย่างที่เรียนเพื่อความสบายใจของเพื่อนสมาชิกที่ได้ฟังการอภิปรายว่า เราก็ได้ตรวจสอบความถูกต้อง การจัดตั้งงบประมาณ ๔,๙๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทโดยประมาณ ในส่วนของการสร้างหลักประกันด้านรายได้ให้แก่ผู้สูงอายุ และอยากที่จะเรียนว่าได้มีการ ยืนยันในชั้นกรรมาธิการโดยกรรมาธิการเสียงข้างมากว่าการจัดตั้งงบประมาณนั้นถูกต้อง และไม่ได้เป็นปัญหาแต่อย่างใด คือเราก็ได้ระบุไว้ชัดเจนในส่วนของวัตถุประสงค์ว่า เพื่อให้การสร้างหลักประกันด้านรายได้ให้แก่ผู้สูงอายุที่มีอายุ ๖๐ ปีขึ้นไปอย่างทั่วถึง ในที่นี้คําว่า อย่างทั่วถึง นี่ เจตนาก็คือให้ครอบคลุมถึงผู้สูงอายุที่มาขึ้นทะเบียนไว้ทั้งหมด ๖,๑๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งมีบางส่วนที่มีการขึ้นทะเบียนในช่วงระหว่างปีงบประมาณ หลังจากนั้น เราก็ได้เขียนไว้นะครับ ซึ่งเป็นประเด็นที่มีการอภิปรายในแง่ของความหมายว่าระยะเวลา ดําเนินการของโครงการนี้คือ ๖ เดือน เดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน ปี ๒๕๕๔ ซึ่งท่านกรรมาธิการหลายท่านก็ได้ตั้งคําถามว่าความหมายคือให้จ่ายเพียงแค่ ๖ เดือนหรือไม่ แต่จริง ๆ ความหมายที่แท้จริงในส่วนของคําว่า ระยะเวลาดําเนินการ ก็คือช่วงระยะเวลา ที่จะต้องมีการเบิกจ่ายเม็ดเงิน ๔,๙๐๐ ล้านบาท ข้อเท็จจริงก็คือท้องถิ่นก็ได้มีการใช้งบประมาณ ส่วนที่ได้รับการจัดสรรไปแล้วในการที่จะจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุให้กับผู้สูงอายุที่มาขึ้นทะเบียน แต่ถ้าไม่มีการจัดสรรงบประมาณในส่วนงบกลางปีก็จะทําให้ท้องถิ่นมีงบประมาณไม่เพียงพอ ต่อการที่จะรับผิดชอบต่อผู้สูงอายุทั้ง ๖,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน ดังนั้นจึงมีเหตุจําเป็นที่เราต้อง จัดเม็ดเงินงบประมาณ ๔,๙๐๐ ล้านบาทเพื่อให้ครอบคลุมผู้สูงอายุอย่างทั่วถึง ตามวัตถุประสงค์ของโครงการทั้งปี ปี ๒๕๕๔ ทั้งนี้ทั้งนั้นท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ในรายละเอียดที่จะให้ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณในฐานะกรรมาธิการได้มีโอกาสชี้แจง เพิ่มเติมครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน ผอ. สํานักงบประมาณครับ

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานและ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ในรายละเอียดก็คือว่าประเด็นคําถามที่ถามกันมาว่า ใช้งบประมาณเกินกว่าที่ตั้งได้หรือไม่นะคะ เริ่มต้นจาก พ.ร.บ. งบประมาณ วิธีการงบประมาณเป็นกฎหมายวิธีการงบประมาณ ๒๕๐๒ มาตรา ๑๗ ให้อํานาจว่า ในกรณีที่จําเป็นต้องจ่ายเงินหรือก่อหนี้ผูกพันเกินกว่าหรือนอกเหนือจากที่กําหนดไว้ ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี คณะรัฐมนตรีอาจเสนอร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมต่อสภาได้ เพราะฉะนั้นคําตอบนี่ก็คือว่าถ้าหากเห็นว่า ไม่เพียงพอก็เสนองบประมาณกลางปีอย่างเช่นขณะนี้ แต่ว่าถ้าหากว่าไม่มีงบประมาณกลางปี เราก็จะจ่ายจากเงินสํารองจ่าย ประเด็นที่ถามว่าจ่ายย้อนหลังได้หรือไม่ ไม่มีการจ่าย้อนหลัง เพราะขณะนี้อย่างที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เรียนแล้วเราจ่ายเบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุไปแล้ว ๕ เดือน ถึงเดือนกุมภาพันธ์ แต่จํานวนผู้สูงอายุที่จ่าย ที่มาขึ้นทะเบียน ตอนตั้งงบประมาณนี่ประมาณการไว้ ๕,๐๐๐,๐๐๑ บาท แต่ว่ามาลงทะเบียนจริง การเริ่ม ลงทะเบียนจริงนี่หลังจากตั้งงบประมาณปี ๒๕๕๔ ไปแล้ว เพราะฉะนั้นเพิ่มขึ้นเป็น ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน ก็คือเพิ่มขึ้น ๘๐๐,๐๐๐ กว่าคนนี้เอง และการจ่ายตั้งแต่ ๑ ตุลาคมเป็นต้นมา จ่ายทั้ง ๖ ล้านคนค่ะ และเงินที่จ่ายไปก็ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ยังคงเหลือเงินในปีที่ตั้งไว้ ๓๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็เหลืออีก ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถ้าหากว่าไม่มีงบประมาณกลางปี เงินจํานวนนี้จะจ่ายได้อีกถึง เดือนกรกฎาคมเศษ ๆ จะขาดอีกประมาณเดือน ๒ เดือน เพราะฉะนั้นวิธีคํานวณก็คือ คํานวณจากยอดทั้งสิ้นว่าจ่าย ๖,๐๐๐,๐๐๐ คนมาตั้งแต่เดือนตุลาคม แล้วจะจ่าย ๖,๐๐๐,๐๐๐ คนต่อไปด้วยเงินที่ต้องขาด ก็คือขาดอีก ๔,๙๔๐ ล้านบาท การเขียนเอกสาร งบประมาณนี้เขียนโดยผู้เขียนที่มีความเข้าใจในเนื้องานอย่างมาก จึงทําให้การสื่อเจตนาและ การสื่อความหมายออกไปอาจจะไม่ตรงกับเจตนารมณ์ แล้วก็มีประเด็นที่ทําให้เกิดปัญหา แต่ก็ขอเรียนยืนยันว่างบประมาณรายการนี้ทั้งของเบี้ยยังชีพของผู้ชราและเบี้ยผู้พิการ ไม่มีการทุจริตและก็ได้รับครบถ้วนทุกท่านที่ลงทะเบียนค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณวรวัจน์ขอรวบรัดนะครับ ต่อเนื่องใช่ไหมครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ ของคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ จริง ๆ โดยเจตนาของการตั้ง งบประมาณเราจะสามารถตั้งงบประมาณได้ เราจะใช้จ่ายได้ก็ต่อเมื่อมีงบประมาณผ่านสภา ไปแล้ว เมื่อฝ่ายบริหารได้รับอนุมัติจากฝ่ายนิติบัญญัติจึงจะสามารถใช้จ่ายงบประมาณได้ ผมคิดว่าในประเด็นของ พ.ร.บ. ปี ๒๕๐๒ อาจจะบอกว่าถ้าหากว่างบประมาณไม่เพียงพอ ถึงตั้งงบกลางปีได้ แต่ว่าการใช้จ่ายก่อนผมคิดว่าทําไม่ได้ และเอกสารงบประมาณก็เขียนไว้ ชัดเจนครับ ใช้จ่าย ๖ เดือน ใช้จ่าย ๖ เดือนจะต้องเริ่มตั้งแต่ขึ้นทะเบียนผู้สูงอายุก่อน เขียนไว้ชัดเจนครับ ไม่ได้บอกว่าจ่ายไปแล้วถึงเอาไปดําเนินการได้ ในงบประมาณเขียนไว้ ชัดเจน เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาลบอกว่าจ่ายย้อนหลังผมคิดว่าทําไม่ได้ แล้วจริง ๆ แล้ว การเบิกจ่ายของสํานักงบประมาณนั้นเบิกจ่าย ๒ ครั้งครับ ครั้งละ ๖ เดือนไปเปรียบเทียบ ของ อสม. ของผู้สูงอายุ ของคนพิการทั้ง ๓ รายการ มีจ่าย ๒ ครั้งเหมือนกันก็คือจ่ายครั้งละ ๖ เดือน หรือถ้าจะบอกว่าของ อสม. จ่าย ๖ เดือน แต่ของผู้สูงอายุจ่าย ๕ เดือน ผมคิดว่า ทางสํานักงบประมาณคงจะต้องตรวจสอบงบประมาณตรงนี้ให้ดี และผมคิดว่าตรงนี้ ต้องเรียนท่านประธานไว้ด้วย ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูไหมครับ มาดูกันจริง ๆ ว่าจ่ายกัน จริง ๆ หรือเปล่า ขอดูตัวเลขทั้งหมด เอาตัวเลขจริง ๆ มาแฉกันสิครับว่าจ่ายจริง ๆ มันเป็นเท่าไร ผมอยากให้เม็ดเงินที่ขึ้นมาได้ถึงมือของผู้สูงอายุ ถึงมือคนพิการโดยทั่วถึง และไม่ประสงค์ให้เงินก้อนนี้ไปเป็นเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ไปตกอยู่ในมือของใคร แล้วก็ มีท้องถิ่นบอกนะครับ เพิ่งส่งรายชื่อเอง เพราะฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ครับที่จ่ายก่อนล่วงหน้า เพราะฉะนั้นตรงนี้นะครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตท่านประธานในฐานะที่เป็นประมุข ของฝ่ายนิติบัญญัติ ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบหน่อยว่าจริงหรือไม่ ถ้าจริงผมจะ คลายใจ แต่ถ้าไม่จริงผมถือว่าเป็นการบิดเบือนกระบวนการงบประมาณของแผ่นดิน ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรไม่เคยทําแบบนี้มาก่อน ก็เรียนท่านประธานครับ ทําด้วยเจตนาบริสุทธิ์ และไม่ต้องการให้เม็ดเงินก้อนนี้เสียหายไป ถ้าตั้งผิดก็เป็นผิดครับ และแก้ไข แต่ไม่ใช่ผิดแล้ว เลยตามเลยและให้เม็ดเงินเสียหาย เม็ดเงินงบประมาณตั้ง ๒,๙๐๐ กว่าล้านบาท ไม่ใช่น้อย นะครับในการที่เราเอาเม็ดเงินภาษีของพี่น้องประชาชนมาดําเนินการ วันนี้เองรัฐบาลทําได้ อย่างเดียวครับ ขึ้นทะเบียนแล้วจ่าย ๖ เดือนที่เหลือครับ ถ้าจะจ่ายย้อนหลังไปอีก ๖ เดือน ก็ไม่ได้ หรือแม้ท่านจะบอกว่าจ่ายล่วงหน้าไปแล้วการที่ท้องถิ่นจะจ่ายได้ต้องรู้แหล่งที่มาของ งบประมาณในอนาคตก่อนครับว่าจะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย ถ้าตรงนั้นท่านบอกว่าท้องถิ่น จ่ายไปแล้ว คาดว่าจะใช้เงินงบกลาง ต้องกลับไปใช้เงินงบกลาง ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าครับตั้งแต่ วันที่ท่านบอกว่าท้องถิ่นจ่ายไปก่อนล่วงหน้านั้น ไม่มีใครรู้ครับว่างบประมาณเงินจะท่วม ไม่มี ใครรู้ครับว่าจะเก็บภาษีได้มากขึ้น เพราะฉะนั้นวันที่เริ่มต้นจ่ายเกินกว่า ๕,๑๐๐,๐๐๐ คนไป เป็นไปไม่ได้ที่ท่านจะคาดการณ์ว่าเดือนกุมภาพันธ์จะมีการทํางบประมาณเพิ่มเติม สิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ท่านคาดการณ์ไม่ได้ เพราะฉะนั้นที่ท่านนําขึ้นมากล่าวอ้างนั้นผมคิดว่า เป็นการไม่ถูกต้อง ก็ขอให้ท่านประธานและขอท่านประธานคณะกรรมาธิการรักษาไว้ซึ่ง วินัยทางการเงินการคลังของแผ่นดินด้วย อย่าใช้สภาแห่งนี้บิดเบือนความเป็นจริงที่เกิดขึ้น เลยนะครับ หรือถ้าท่านแน่ใจนะครับ ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบดู แล้วเราจะได้ ชัดเจนกัน ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณชูวิทย์จะถามท่าน ผอ. สํานักงบประมาณเช่นเดียวกันใช่ไหมครับ ขอรวบรัดด้วยนะครับ เชิญ

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ กรรมาธิการ

ครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งขณะนี้ทราบว่า อบต. ได้รับหนังสือจากท่านนายกรัฐมนตรีให้จ่ายเงินผู้สูงอายุไปล่วงหน้า แล้วทีนี้ท่านรู้ได้อย่างไร ว่าจะต้องตั้งงบประมาณกลางปี เสร็จแล้วผมเป็นห่วงว่าถ้า ๖ เดือนจ่ายที เป็นห่วงผู้สูงอายุ จะได้รับเงินไม่ครบ เพราะว่าเดือนหนึ่ง ๕๐๐ บาท ๖ เดือนเป็น ๓,๐๐๐ บาท ผมอยาก ให้แบ่งจ่ายทุกเดือน ถึงสิ้นเดือนแล้วก็ให้ผู้สูงอายุมารับเงินเดือนที่ อบต. บาง อบต. ก็จะไป ส่งถึงบ้าน ผมอยากให้ผู้สูงอายุได้รับเงินทุกเดือน ถ้า ๖ เดือนจ่าย ผมเกรงว่าผู้สูงอายุจะได้ เงินไม่ครบ ๓,๐๐๐ บาท เพราะในขณะที่ผู้สูงอายุมารับเงินผู้สูงอายุที่ อบต. ๖ เดือน คนพามาก็เห็นแม่ได้เงินมาก ๓,๐๐๐ บาท ก็จะบอกว่าขอค่าน้ํามันสัก ๑,๐๐๐ บาท แม่เอาไป ๒,๐๐๐ บาทแล้วกัน บางทีพ่อมารับ ๓,๐๐๐ บาท ก็บอกว่าเก็บไว้กับฉันนี่ ๒,๐๐๐ บาท แล้วพ่อเอาไปใช้ ๑,๐๐๐ บาท ผู้สูงอายุก็จะไม่ได้รับเงินเดือนอย่างที่ว่า เดือนละ ๕๐๐ บาท ก็ฝากตรงนี้ว่าวันนี้ท่านจะจ่ายได้ไหม เพราะว่าเขาจ่ายล่วงหน้าไปแล้ว แล้วก็ถ้าจ่ายได้ก็ขอให้จ่ายเป็นเดือน ๆ นะครับ ผู้สูงอายุถึงจะได้รับเงินทุกเดือน ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณไพจิต ศรีวรขาน ครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. นครพนม พรรคเพื่อไทย ผมคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนะครับ ใช้สิทธิ ที่ได้สงวนคําแปรญัตติไว้ ท่านประธานครับ ในหมวดของเงินคนชราและคนพิการ มันเป็น เรื่องตลกเลยนะครับในการพิจารณากฎหมายของประเทศนี้ ผมเห็นว่าในวาระที่หนึ่งในชั้น รับหลักการเขียนกฎหมายมาบอกว่าจะขอจ่าย ๖ เดือน เขียนบอกว่า ๖ เดือนนะครับ แล้วก็ในชั้นแปรญัตตินี่ก็บอกว่าขอแก้คําผิด กฎหมายนะครับท่านประธาน ออกเป็นกฎหมาย ในวาระรับหลักการ บอกว่าขอจ่าย ๖ เดือน แล้วไปแก้ใช้ภาษาอะไรว่าต้องตามสิทธิ ตามอะไรว่าไปเพื่อจะให้มีการจ่ายย้อนหลังเป็น ๑๒ เดือน ท่านประธานคณะกรรมาธิการ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแล้วเป็นผู้รับผิดชอบในการที่จะออกพระราชบัญญัตินี้ แล้วปล่อยให้ออกมาแบบนี้แล้วมาแก้คําผิดกันเป็นเรื่องตลกเลยในการพิจารณา พวกเรา ก็หาทางบอกว่า ถ้าผิดก็ยอมรับผิดเสีย ก็เอาจ่าย ๖ เดือน ปรับออกที่เหลือนี่ แล้วก็ นายกรัฐมนตรีก็ไปแปรญัตติเพิ่มเข้ามา อย่าดันทุรังทํา แก้คําผิด ผมว่ามันเป็นเรื่องที่ ขาดความรอบคอบ ระดับบริหารประเทศนะครับ ผมไม่ได้ตั้งว่ามันจะทุจริต จะคดจะโกง แต่มันผิดธรรมเนียมในการออกกฎหมาย แล้วถ้าทําแบบนี้มันจะเป็นบรรทัดฐานที่ไม่ถูกต้อง ก็เจรจากันแล้วจนต้องพักกินข้าวนะครับ มาใหม่คราวนี้ก็บอกว่าจะแก้คําผิดอยู่นี่นะครับ ท้ายที่สุดต้องโหวตกันครับ พวกผมก็จับมือกันว่า ถ้าอย่างนั้นก็ขอปรับลด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ครึ่งราคาเลย ที่บอกรัฐบาลจะจ่าย ๑๒ เดือน พวกผมก็เคารพในหลักการที่หนึ่งก็บอกว่า ก็ขอมา ๖ เดือน ครึ่งปีไม่ย้อนหลัง ก็นับจากที่จะออกไปนี่กว่ากฎหมายจะออกมาใช้แล้วก็มี การลงทะเบียนจ่ายสตางค์กัน อย่าไปจ่ายย้อนหลัง ชะรอยว่ารัฐบาลจะหาเสียงจนลืม ลืมบอกว่าอยากได้เสียง จะเอาใครจ่ายไปให้ครบทุกคนหมด ผมยังเห็นด้วยกับท่านวรวัจน์ว่า จริง ๆ มันเท่าไรวันนี้ แล้วก็ยังไม่แน่ว่าท่านจะหาเงินได้ตามนี้ จริง ๆ ก็ว่าตั้งแต่ต้น แต่เมื่อบอกว่าไม่ทุจริตละครับ แต่ว่ามันไม่มีประสิทธิภาพ การขอนี่ผมยังบอกว่าไม่ถูกต้อง ท่านประธานครับ ก็ควรที่จะยืนยันให้ไปเสีย ๖ เดือน เมื่อขอมา ๖ เดือนก็ปรับลงมา เงินก็ไม่ได้ไปไหน ก็ยังคงไว้อยู่ แต่ว่าท่านจะบอกว่าเสียงส่วนใหญ่ของท่านได้ยอมรับการแก้ คําผิดแล้ว อายเขานะครับ กฎหมายระดับประเทศบอกแก้คําผิด แล้วก็บอกว่า ๖ เดือน เป็น ๑๒ เดือน ผมคิดว่าไม่อยากจะให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ด้วยความเคารพนะครับ ทีหลังอย่าทําแบบนี้อีกโดยเด็ดขาด ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่เป็นเจ้าของทํา กฎหมายที่สําคัญ แล้วเป็นงบประมาณที่ว่าแล้วมีหมวดนี้หมวดเดียวที่มันผิดขัดข้อง คนเขียน กฎหมายแล้วก็ไปใช้วิธีการไม่ยอมรับผิดก็มาแก้คําผิด โดยแก้กฎหมายแล้วใช้การพิมพ์ ไปขอให้กรรมาธิการได้พิจารณาในสาระสําคัญ สาระสําคัญเลยครับ เงินร่วม ๓,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่าไม่น่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น แต่ถ้าจะเอาอย่างนั้นผมก็ไม่เอาด้วย หรอกครับ ก็ฟ้องประชาชนไว้ว่าท่านอยากได้เสียง อยากเสนอนโยบายอะไรก็ทําเสียให้ รอบคอบ อย่ามาใช้สภาเป็นเครื่องมือเพื่อที่จะไปหาเสียงของท่านตามนโยบายของพรรค ของท่าน สุดแท้แต่ แต่พวกเราไม่เป็นเครื่องมือหรอกครับ ยืนยันว่าต้องทําตรงไปตรงมา ตามหลักการออกกฎหมายพระราชบัญญัติงบประมาณ ด้วยความเคารพครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขออีกท่านหนึ่งนะครับ เพื่อให้ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณท่านตอบ คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ ครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ วิชาญ มีนชัยนันท์ พรรคเพื่อไทย กรุงเทพมหานคร ขออนุญาตครับ ในมาตรา ๗ ในส่วนของ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งผมเองมีส่วนที่จะต้องสอบถามเพราะว่าได้มีการ แปรญัตติปรับลดไว้ ๓ เปอร์เซ็นต์ คือยังสงสัยว่าในส่วนนี้ที่มีการกล่าวถึงโดยเพื่อนสมาชิก ส่วนใหญ่ว่านําเงินงบประมาณส่วนหนึ่งเอามาตั้งเพื่อที่จะชดเชยให้กับผู้สูงอายุ แล้วก็ส่วน ของ อสม. ซึ่งถ้าบอกว่าในส่วนของกรุงเทพมหานครก็มีส่วนที่น่าจะมีส่วนร่วมในเรื่องของ การนําเม็ดเงินงบประมาณไปใช้ แต่ส่วนที่ผมเป็นห่วงก็คือว่าการที่รัฐบาลได้จัดทํา งบประมาณไว้ส่วนหนึ่งเพื่อที่จะเอาเงินไปคืนให้กับท้องถิ่น โดยอ้างว่าเป็นแนวทางนโยบาย จริง ๆ แล้วถ้าเป็นนโยบายต้องมีการจัดทํางบประมาณไว้ล่วงหน้า แต่ดูเหมือนว่าในวาระแรก คือวาระที่หนึ่งก่อนรับหลักการ ท่านก็บอกว่ามันเป็นความจําเป็น เพราะเป็นเรื่องที่เป็นโครงการ แล้วก็นําเม็ดเงินงบประมาณไปใช้จ่ายแล้ว เพราะฉะนั้นการตั้งเพื่อที่จะไปชดเชย ขณะนี้ ท่านทราบไหมครับว่าเฉพาะกรุงเทพมหานครเอง มีเม็ดเงินงบประมาณซึ่งถูกใช้ไป โดยเม็ดเงินของงบประมาณเอง ของกรุงเทพมหานครในการใช้จ่ายล่วงหน้าไปให้กับโครงการ ดังกล่าวทั้ง ๒ ส่วน แล้วตอนนี้ปรากฏออกมาชัดเจนครับว่างบประมาณที่ใช้จ่ายไปมันมี ผลกระทบต่อการบริหารจัดการกรุงเทพมหนคร มีหลายโครงการครับที่กรุงเทพมหานคร ใช้จ่ายเม็ดเงินโดยการจัดทํางบประมาณและมีการประกวดราคาเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว แต่เวลาส่งงวดงานผลปรากฏว่าเงินที่ถูกนําไปจ่ายในโครงการของทางรัฐบาลตามแนวทาง นโยบายทําให้กรุงเทพมหานครไม่สามารถที่จะเบิกจ่ายเงินงบประมาณของตัวเองได้ เพราะเอาเงินงบประมาณไปสํารองจ่ายไว้ก่อน ทีนี้ประการสําคัญก็คือว่าโครงการต่าง ๆ ที่กรุงเทพมหานครผูกพันไม่สามารถเบิกเงินได้ ทําให้บริษัทหรือผู้ประกอบการขาด สภาพคล่อง แล้วก็มีผลต่อกรุงเทพมหานคร เพราะว่าเงินงบประมาณต่าง ๆ เหล่านี้จะต้อง ได้รับเงินอุดหนุนมาส่วนหนึ่ง ประการนี้ละครับผมจึงจะต้องขออนุญาตเรียนถามว่า ถ้าเป็นอย่างนี้ในเรื่องของการเบิกจ่ายหรือการอุดหนุนเงินเข้ามาในส่วนของกรุงเทพมหานคร แล้วก็การเบิกจ่ายนี่จะได้รับคําตอบว่าล่าช้า สาเหตุที่ล่าช้าเพราะอาจจะมีปัญหาในเรื่องของ การโอนเงิน เพราะกรุงเทพมหานครแตกต่างจากจังหวัดอื่น เพราะว่าเป็นเขตการปกครอง ในส่วนของการปกครองพิเศษ แล้วก็เป็นส่วนของท้องถิ่น ซึ่งเรียนตรง ๆ ว่ากรุงเทพมหานคร วันนี้ต้องไปใช้จ่ายเงินสะสม เรียกว่าต้องขอเปิดสภากรุงเทพมหานครใช้จ่ายเงินสะสม ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ประเด็นดังกล่าวนี้ผมจะสอบถามว่าถ้ารัฐบาลจะจัดทํา งบประมาณในเรื่องของโครงการต่าง ๆ โดยเป็นนโยบาย ขอให้ตั้งเม็ดเงินงบประมาณ อุดหนุนให้กับท้องถิ่นทุกท้องถิ่น ไม่ใช่เฉพาะกรุงเทพมหานคร แต่ดูเหมือนว่าวันนี้ทําให้เขา เกิดความเดือดร้อน และทําให้การขาดสภาพคล่องนั้นมีผลกระทบต่อการบริหารจัดการ ของท้องถิ่นทุกท้องถิ่น ขอคําตอบด้วยครับว่าส่วนนี้ของกรุงเทพมหานครอุดหนุนที่ยังขาดอยู่ เท่าไรในยอดเงินทั้งหมด แล้วก็จากยอดทั้งหมดทางรัฐบาลจะมีการอุดหนุนเผื่อโครงการ ต่าง ๆ หรือเปล่า เพราะว่าทั้งหมดมานี้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นผลกระทบในเรื่องของปัญหา น้ําท่วมเสียมากกว่าในกรุงเทพมหานคร ไม่มีครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราฎร คนที่สอง

เชิญท่าน ผอ. สํานักงบประมาณครับ

นางสาววลัยลักษณ์ ศรีอรุณ กรรมาธิการ

ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ดิฉันขอตอบเป็นประเด็นนะคะ ไม่มีใบแก้คําผิดค่ะ เราได้พยายามร่างคําแก้คําผิดเพื่อชี้แจง ให้มีความเข้าใจตรงกัน แต่ได้เกิดประเด็นขัดแย้งว่าอันนั้นไม่ใช่ใบแก้คําผิดก็จึงถอนใบแก้ คําผิดนั้น แล้วไม่มีการแก้คําผิดนะคะ

ข้อที่ ๒ ก็คือว่ากระบวนการของงบประมาณตั้งแต่การตั้งจนใช้มีกฎหมาย หลายฉบับ และกฎหมายทุกฉบับเป็นกฎหมายในระดับเดียวกัน คือกฎหมายในระดับ พระราชบัญญัติ ในการตั้งงบประมาณใช้กฎหมายวิธีการงบประมาณ ปี ๒๕๐๒ ซึ่งได้เรียน ให้ทราบแล้วว่าถ้าตั้งไม่พอก็สามารถตั้งงบประมาณกลางปีได้ แต่เมื่อการตั้งงบประมาณ เป็นการตั้งงบประมาณโดยการประมาณวงเงินที่จะใช้จ่าย แล้วเป้าหมายที่ประมาณการไว้ กรณีนี้ก็มีการประมาณเป้าหมายผู้สูงอายุไว้ว่า ๕,๑๐๐,๐๐๐ คนในช่วงตอนทํางบประมาณ ล่วงหน้า ๑ ปี แต่เมื่อรอบของการลงทะเบียนจริงได้รับการยืนยันตัวเลขเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๓ ว่าผู้สูงอายุที่มีสิทธิรับตาม พ.ร.บ. ผู้สูงอายุเป็นกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง จํานวนผู้สูงอายุ เป็น ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน เพิ่มขึ้นมา ๘๐๐,๐๐๐ กว่าคน ตรงนั้นก็เป็นไปตามกฎหมาย พ.ร.บ. ผู้สูง ซึ่งมีศักดิ์และสิทธิเท่ากับ พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ ปี ๒๕๐๒ และ พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจําปี กฎหมาย ๓ ฉบับนี้มีสิทธิเท่ากันก็จะบังคับใช้เป็นระยะตาม ที่ว่ากระบวนการไปถึงขั้นตอนไหน จากนั้นเบี้ยคนพิการก็เช่นเดียวกัน การตรวจสอบตัวเลข การขึ้นทะเบียน รอบของการขึ้นทะเบียนมันจะเป็นภายหลังจากที่จัดทํางบประมาณไปแล้ว ฉะนั้นการเริ่มจ่ายเงินเมื่อขึ้นทะเบียนและได้รับการยืนยันตัวเลขผู้สูงอายุที่มีสิทธิ ๖,๐๐๐,๐๐๐ คนในเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๓ การจ่ายเงินได้เริ่มต้นขึ้นเดือนตุลาคม ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นปีงบประมาณ ๒๕๕๔ และการจ่ายเงินนี้จ่ายเต็มยอดผู้สูงอายุ ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน โดยจ่ายจากวงเงินงบประมาณ ๓๑,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นวงเงินงบประมาณที่ตั้งไว้สําหรับ ประมาณการจํานวนผู้สูงอายุ ๕,๑๐๐,๐๐๐ คน การจ่ายเงินนี้ไม่มีการจ่ายล่วงหน้า ไม่มีการจ่ายย้อนหลัง เป็นการจ่ายตามสิทธิของผู้สูงอายุ จ่ายเดือนละประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ขณะนี้จ่ายไปแล้ว ๕ เดือน ทุกวันที่ ๑๐ ของเดือน ก็เป็นวงเงินประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าใช้จ่ายจากเงินที่ได้ผ่านพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๔ ไป ยอดที่เหลือ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทก็อย่างที่เรียนแล้ว ว่าจะไม่พอจนถึงเดือนกันยายน ๒๕๕๔ ถ้าหากว่าไม่มีการทํางบประมาณกลางปีเราก็จ่าย จากเงินสํารองจ่าย ลักษณะเช่นนี้เปรียบเทียบได้กับเงินค่ารักษาพยาบาล ซึ่งรัฐบาลตั้งไว้ไม่ เพียงพอต่อสิทธิผู้รักษา แต่กระทรวงการคลังจะจ่ายตามสิทธิผู้รักษา และใช้เงินคงคลังตาม พ.ร.บ. เงินคงคลัง ซึ่งก็จ่ายได้เกินกว่าที่ตั้งไว้เช่นเดียวกันค่ะ และปีถัดมาเราก็จะตั้ง งบประมาณชดใช้เงินคงคลังนะคะ เพราะฉะนั้นระยะเวลาที่จ่ายก็จ่ายไปตามระยะเวลา ตามเกณฑ์ที่ต้องจ่าย ส่วนที่บอกว่าระยะเวลาดําเนินงาน ๖ เดือน เอกสารฉบับนี้ทั้งเล่มทุกโครงการจะเขียนว่า ระยะเวลาดําเนินงาน ๖ เดือนหมด เพราะว่าเป็นงบประมาณเพิ่มเติม เขาเอาระยะเวลา ๖ เดือนของที่เหลือในปีงบประมาณนี้เป็นระยะเวลาดําเนินงานทั้งหมด แต่การดําเนินงานจริง อาจจะใช้เวลา ๑ เดือน ๒ เดือน หรือ ๑ อาทิตย์ อย่างเช่นหน้า ๙๐ เรื่องของสํานักพระพุทธศาสนา ซ่อมกุฏิที่พักพระ ๖๐๐ กว่าแห่ง ใช้ระยะเวลาดําเนินงาน ๖ เดือน แต่ละแห่งก็ไม่ได้ซ่อมถึง ๖ เดือนนะคะ เพราะฉะนั้นระยะเวลาดําเนินงาน ๖ เดือนที่ว่าก็หมายความว่าเงินส่วน ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้จะต้องจ่ายภายในระยะเวลา ๖ เดือนในปีงบประมาณนี้ค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณวิทยา บุรณศิริ

นายวิทยา บุรณศิริ กรรมาธิการ

ขอบคุณครับท่านประธาน ผมวิทยา บุรณศิริ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในฐานะคณะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย ต้องขอบคุณท่าน ผอ. สํานักงบประมาณครับ เพราะประเด็นที่ถกเถียงกันนั้น ผมเองได้นําเรียนต่อที่ประชุมว่าในสิ่งที่ท่านตอบนั้นก็เป็นข้อเท็จจริงในทางปฏิบัติ แล้วก็เป็น ระเบียบด้วยวิธีการจ่ายเงินนะครับ ผมเข้าใจในเรื่องนั้น แต่ที่ผมนําเรียนต่อ ที่ประชุมแห่งนี้ หรือท่านกรรมาธิการได้อภิปรายผ่านมาแล้ว ผมเรียนตามตรงครับ ท่านประธาน ท่านประธานอภิวันท์อาจจะไม่ได้ฟังตอนที่ผมอภิปราย สมาชิกในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นได้รับเอกสารที่ผมถืออยู่นี้ เพราะฉะนั้นหลักการพิจารณา เราพิจารณาจากเอกสาร แต่ความเป็นจริงที่ท่านได้กล่าวนั้นผมยอมรับนะครับว่าเป็นความ เป็นจริงที่เป็นตัวเลขที่ต้องแสดงให้ชัดว่าจะนําไปทําอะไร แต่ถ้าความเป็นจริงตามที่ผม ได้อ่านนั้นเป็นเอกสารประกอบ เป็นเอกสารงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปี ๒๕๕๔ ฉบับที่ ๒ เขียนไว้ชัดครับ ท่านเลขาธิการลองอ่านดูก็ได้ ท่านอ่านเล่มนี้คํานวณออกมาก็เป็น อย่างที่พวกผมอภิปราย แต่ว่าความเป็นจริงในทางคํานวณที่จะต้องจ่ายให้ครบนั้นคํากล่าว ของท่านชี้แจงนะครับ ต้องขออนุญาตท่าน ผอ. สํานักงบประมาณ ท่านบอกว่าถ้าต้องจ่ายให้ ครอบคลุมจริง ๆ แล้ว ๕,๑๐๐,๐๐๐ คนนั้นเป็นตัวเลขประมาณ ตัวเลขที่ขาดอยู่ก็คือ ๙๐๐,๐๐๐ เพื่อให้ครบ ๖,๐๐๐,๐๐๐ คาดว่าจะตายหรือสูญเสียชีวิต ๑๐๐,๐๐๐ ก็เหลือ ๘๐๐,๐๐๐ประมาณ ๘๓๐,๐๐๐ ที่เราคํานวณ เพราะฉะนั้นใน ๘๓๐,๐๐๐ ที่คํานวณ ระยะเวลา ๖ เดือน มันบังคับการจ่ายไว้ว่า ๑ เดือน ทุกวันที่ ๑๐ นี่คือเหตุผลที่ผมอภิปราย ที่ต้องบันทึกไว้นะครับ ถ้าหากผมปรับลดอีกก็อภิปรายเสียให้ชัดเลยว่าถ้าปรับลด ๕๐ เปอร์เซ็นต์มันขัดกฎหมาย ขัดกฎหมายอย่างไรละครับ เพราะว่ารัฐบาลก็บอกว่าปรับลด เสร็จให้ไปแปรญัตติมา ก็บอกท่านประธานกรณ์นี่ละครับ เพราะถ้านําเอกสารตัวนี้มาคํานวณ มันก็เป็นอย่างที่กระผม ท่านวรวัจน์ ท่านไพจิต ได้อภิปราย คือมันไม่เชื่อคําชี้แจงของ ความต้องการของการขอรับสนับสนุนงบประมาณเมื่อปี ๒๕๕๔ ปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ทํามา ไม่ทัน จึงต้องมาทํางบเพิ่มเติม ผมเคารพท่าน ผอ. สํานักงบประมาณนะครับ แต่ว่าเอกสาร ที่ผมพิจารณานี้ผมพิจารณาตามเอกสารที่สภามีให้ แล้วเขียนไว้ชัดว่าระยะเวลาดําเนินการ เดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน มันต่างกับเงื่อนไขของสํานักพระพุทธศาสนานะครับ สํานักพระพุทธศาสนามันไม่มีเงื่อนไขว่าต้องจ่ายทุกเดือน เดือนละ ๕๐๐ บาท ทุกวันที่ ๑๐ ของทุกเดือน ไม่ใช่ครับ เพราะถ้า ๘๓๐,๐๐๐ กว่าคน คูณเอามาเดือนละ ๕๐๐ บาท ทุกเดือน ทุกวันที่ ๑๐ มันก็ออกมาเป็นตัวเลขอย่างที่ผมได้กล่าวต่อที่ประชุมแห่งนี้ แต่ถ้าผม กล่าวอย่างนี้เศษที่เหลือทําอย่างไร รัฐบาลก็ทําขัดกฎหมายหรือ เนื่องจากว่าแผนขั้นตอน กระจายอํานาจรัฐบาลจะต้องอุดหนุนให้กับท้องถิ่นเมื่อมีรายได้ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ผมจึงเสนอ ให้ไปแปรญัตติกลับเข้ามา ก็ไม่เป็นไรครับ ถ้าท่านตอบอย่างนั้นเป็นหลักการที่ถูก ผมขอบันทึกไว้ในที่ประชุมแห่งนี้ว่ากรรมาธิการเสียงข้างน้อยของผมนี่ถ้าปรับลด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือต้องการให้รัฐบาลไปแปรญัตติกลับมาเพื่อทําตามกฎหมาย กฌคือต้องอุดหนุนให้ท้องถิ่น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นยังขาดอีกครึ่งหนึ่งก็ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านก็ต้องไปแปรญัตติกลับเข้ามา นี่คือเหตุผลในห้องกรรมาธิการ แต่ขอบันทึกไว้อย่างนี้ แต่คําตอบที่ท่านชี้แจงนั้นเป็นความต้องการในการขอรับสนับสนุน งบประมาณในส่วนที่ขาด แต่ผมเรียนว่าถ้าตามเอกสารเล่มนี้แล้วผมพิจารณาอย่างไรก็ต้อง พูดอย่างที่ผมบอก และขอปรับลด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณท่านประธานครับ คือไม่ต้อง ชี้แจง แต่ผมต้องบันทึกไว้นะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีสมาชิกท่านใดติดใจอีกนะครับ ผมเห็นควรปิดการอภิปรายในมาตรา ๗ ขอเชิญสมาชิก เข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติด้วยครับ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติได้แล้วครับ เมื่อท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมแล้ว กรุณากดบัตรแสดงตนด้วย ขอเชิญกดบัตรแสดงตนครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ขอส่งผลการแสดงตนด้วยครับ ผู้เข้าร่วมประชุม ๒๗๗ ท่าน ครบองค์ประชุม

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้เรากําลังพิจารณามาตรา ๗ ซึ่งมีการแก้ไขมาตรา ๗ ของกระทรวงมหาดไทยนะครับ ผมจะถามท่านสมาชิกว่าท่านผู้ใดเห็นชอบตามร่างแก้ไข ของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย เชิญลงคะแนนได้แล้วครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

มีท่านผู้ใดยังไม่ได้ลงมติไหม ปิดการลงมติครับ ขอส่งผลการลงมติด้วยครับ ผู้เข้าร่วมประชุม ๓๖๓ ท่าน เห็นด้วย ๒๔๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๑๐ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน เป็นอันว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบในร่างแก้ไขของคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมาก มาตรา ๗ นะครับ

ต่อไปเชิญเลขาธิการดําเนินการต่อครับ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๘ กระทรวงศึกษาธิการ ไม่มีการแก้ไข แต่มีกรรมาธิการสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติสงวนคําแปรญัตติ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีสมาชิกติดใจจะอภิปรายไหมครับ เชิญคุณวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ครับ

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดเพชรบูรณ์ ตัวจริงเสียงจริงค่ะท่าน ดิฉันถูกพาดพิงมาจากท่านสมาชิก หลายท่านแต่ก็ไม่ได้ลุกขึ้นมาปรากฏตัว ก็ขออนุญาตที่จะแสดงตัวในโอกาสนี้ในฐานะ กรรมาธิการพิจารณางบประมาณเพิ่มเติมและเสียงข้างน้อย และเป็นอนุกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการชุดนี้ด้วยค่ะ ขออนุญาตอธิบายเหตุผลในการที่ดิฉันขอตัดงบประมาณ ในส่วนของมาตรา ๘ กระทรวงศึกษาธิการ แล้วก็เน้นที่จะตัดงบลงไปในส่วนของเงินที่ให้ ความช่วยเหลือในสํานักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จํานวนเงิน ๖๖,๔๗๐,๙๐๐ บาท ในตรงนี้ แฝงไปด้วยเงินช่วยในส่วนของสํานักปลัดกระทรวงศึกษาธิการส่วนหนึ่ง แล้วก็ไปที่ สถานศึกษาเอกชนส่วนหนึ่ง ไปที่สถานศึกษาเอกชนประมาณ ๔๕ ล้านบาทเศษค่ะ จากที่ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้กล่าวมาหลาย ๆ มาตรา ตั้งแต่ช่วงกลางวันจนถึง ณ เวลานี้ สิ่งที่ดิฉันจะพูดจะไม่ซ้ํากับของใคร เพราะว่าจากการที่ได้เข้าดูในรายละเอียดตั้งแต่ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม และในบางโอกาสก็วิ่งลงไปดู ในส่วนของการพิจารณาในส่วนของคณะอนุกรรมาธิการก็ได้พบเห็นเท่าที่เวลาจะอํานวย ในตรงนั้น พบเห็นปัญหาหลายประการโดยเฉพาะในส่วนของโรงเรียนสถานศึกษา ภาคเอกชน ตรงนี้ก็ได้พิจารณาจากกรอบของการพิจารณาให้ความช่วยเหลือซึ่งเกิดจาก อุทกภัยใน ๗ ครั้งที่ประกาศภัยพิบัตินี้เท่านั้น แล้วก็เป็นการเยียวยา เป็นการฟื้นฟูผลกระทบ ที่ได้รับจากอุทกภัยทั้ง ๗ ครั้งนั้น พร้อมด้วยแบบ พร้อมโครงการที่สามารถดําเนินการ ให้แล้วเสร็จภายใน ๖ เดือน หรือในปีงบประมาณ ๒๕๕๔ แล้วก็มีเอกสารประกอบตามที่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้บอกไว้ ก็คือมีภาพถ่ายและมีแผ่นซีดีประกอบในการพิจารณา มีแบบ รายละเอียดประกอบการพิจารณา มีประกอบด้วยราคาค่าเสียหาย แต่ท่านคะ หลาย ๆ กระทรวงซึ่งผ่านมา เท่าที่ทุกขั้นตอนของการพิจารณางบประมาณในตรงนี้ถูกจํากัดด้วยเวลา มาทุกขั้นตอน ตั้งแต่ระดับจังหวัด ผู้เสียหายระดับจังหวัดมาที่ส่วนกลาง มาที่สํานัก งบประมาณ เพราะฉะนั้นมาถึงสภาทุกคนก็คิดว่ามีเวลาดูแลได้เฉพาะในส่วนของ ตัวเองเท่านั้น ไม่ได้มีโอกาสที่จะเข้าไปดูในรายละเอียดของส่วนภาคอื่น แต่ในส่วนของการ ที่นําโครงการเข้ามาในสภา หน้าที่ของพวกเรากรรมาธิการเราก็ต้องดูทุกขั้นตอนในความ ถูกต้องในตรงนั้น ถึงแม้ว่าโครงการเหล่านั้นจะถูกกํากับดูแลและเซ็นเห็นชอบมาแล้วจาก ครม. ก็ดี ขออนุญาตยกตัวอย่างนะคะ ดิฉันไม่ได้มีนอกมีในจากการพิจารณางบในตรงนี้ ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับตรงนี้ ทํางานไปตามหน้าที่ และดิฉันก็หวังว่าสิ่งที่ดิฉันได้ทํานี้ ไม่ได้ทําเพื่อเป็นการประทับตรายางให้กับสิ่งที่ผ่านมาข้างหน้า แต่ทําด้วยความตั้งใจที่จะมอง แล้วก็ให้คําชี้แนะในความบกพร่องของการจัดทํางบประมาณในโอกาสซึ่งเงินเราก็น้อย ความเสียหายก็มากมาย สิ่งที่เขาได้พูดได้เห็นกันว่ามันไปกระจุก มันไม่กระจายนั้น แล้วมันเป็นจริงหรือเปล่าตามนั้น โครงการต่าง ๆ เหล่านั้นถูกบรรจุเข้ามาโดยความถูกต้อง หรือเปล่า โดยความเดือดร้อนจริง ๆ หรือไม่ ก็ขออนุญาตที่จะยกตัวอย่างสักระยะหนึ่ง สักหลาย ๆ อันให้ท่านได้เห็นนะคะ โรงเรียนเอกชน สถานประกอบการของเอกชนนะคะ ทราบจากผู้ชี้แจงว่ารัฐบาลไม่เคยได้ให้ความช่วยเหลือในส่วนของตรงนี้นอกจากเงินอุดหนุน ทางด้านวิชาการหรือว่าสิ่งอื่น ๆ ตรงนั้น แต่ในส่วนของอุทกภัยไม่เคยมีปรากฏในประวัติศาสตร์ ในการให้ความช่วยเหลือ ซึ่งเพิ่งจะเข้ามีตรงนี้ในโครงการนี้เท่านั้น ตัวอย่างที่ดิฉันจะ ยกมานี้เป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนที่ได้ขอความช่วยเหลือมา เอาเฉพาะตัวเลขที่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ดิฉันให้เจ้าหน้าที่ของ สช. ได้ทํามาให้ประกอบการพิจารณา เพราะว่า เท่าที่เขาพยายามจะชี้แจงพวกเรานะคะ เขาก็เพิ่งจะทําโครงการนี้เป็นโครงการแรก แต่เดิม ก็ไม่เคยมีโครงการประเภทนี้ให้เจ้าหน้าที่ได้ทํามาก่อน เพราะฉะนั้นขนาดเมื่อเช้านี้ก็ยังมี เจ้าหน้าที่พยายามตามเอาเอกสารเพิ่มเติมมาให้ดิฉันได้ดู เพราะว่าในช่วงที่มีการบรรจุ ระเบียบวาระเข้าไปในคณะกรรมาธิการชุดนี้ใหญ่ ดิฉันพอดีลงไปอยู่ในคณะอนุกรรมาธิการ ก็เลยไม่ได้ดูรายละเอียดตรงนั้น ก็พอได้มีโอกาสได้เข้ามาก็เลยร้องขอรายละเอียด แล้วก็ขอทราบในรายละเอียดตรงนี้ เพราะว่าทราบจากคณะใหญ่ว่าท่านก็ผ่านไปโดยที่ไม่ได้ดู ในรายละเอียดในตรงนั้น จากการที่ดิฉันได้เอาเอกสารไปตรวจดูนะคะ ขอท่านสมาชิก หลาย ๆ ท่านได้ลองพิเคราะห์และพิจารณาช่วยเจ้าหน้าที่ที่เขาปฏิบัติหน่อยนะคะว่าสิ่งที่เขา ได้ทําไปนั้น ได้ตัดสินใจขอเราเข้ามาในตรงนี้ถูกต้องหรือไม่ โรงเรียนเอกชนจะมีอยู่ ๓ ประเภทที่เข้าบรรจุโครงการเข้ามา ประเภทแรกก็คือเป็นมูลนิธิ ก็คือความเสียหายเท่าไร ก็ชดใช้ให้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ประเภทที่ ๒ ก็คือเอกชนทั่วไปในระบบและนอกระบบ ในระบบ ก็คือเปิดสอนสายสามัญ หรือ ปวช. ปวส. อะไรก็ดี เรียนกันเป็นเทอม มีการประเมินผล แล้วก็อีกประเภทหนึ่งก็คือนอกระเบบ ก็คือกําหนดหลักสูตรเองเป็นระยะสั้น หรือเก็บ ค่าเรียนลอยตัว อันนี้เขาก็จะไม่จ่าย เขาบอกว่าเขาไม่จ่ายค่าธรรมเนียมลอยตัว แต่ว่า จากการที่ดิฉันได้ไปตรวจเช็คดูนะคะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเพิ่มเวลาให้อีก ๓ นาที เป็น ๑๐ นาที เพราะว่าเมื่อกี้มาตรา ๗ ผู้อภิปรายเยอะเลยตัดลด เหลือ ๗ นาที มาตราที่เหลือนี้ก็จะกลับมาเป็น ๑๐ นาทีนะครับ

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ กรรมาธิการ 🔗

มีโรงเรียนหนึ่งนะคะเป็นโรงเรียน เอกชนประเภททั่วไป ขอค่าชดเชยมา ๑,๓๒๒,๐๑๔ บาท ให้ความช่วยเหลือไป ๑,๑๙๐,๗๘๕ บาท สิ่งที่เป็นข้อสังเกตในรีพอร์ท (Report) ชุดนี้ก็คือเครื่องเสียง ห้องประชาสัมพันธ์ ๑๗๖,๐๐๐ บาท มีการซื้อมิเตอร์ (Meter) แล้วก็มีแอมป์ เพาเวอร์ (Amp Power) ๒ ชุด ของพวกนี้ค่ะเป็นการทําธุรกิจ ท่านมีการตัดค่าเสื่อมหรือไม่ การพิจารณาของผู้เกี่ยวข้องของรัฐที่ให้กับเขาท่านให้เต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ถามว่าอันนี้ สมควรหรือไม่ ถ้าเป็นดิฉันท่านผู้ประกอบการในตรงนี้ บางทีของพวกนี้มันใช้กันอยู่ ๓ วันดี ๔ วันไข้โชคดีน้ํามันท่วมก็เลยได้ของใหม่มาใช้ อีกโรงเรียนหนึ่งนะคะ ขอมา ๒,๗๖๐,๒๗๐ บาทให้เต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ตรวจเช็คบิลไม่ครบ บิลส่วนหนึ่งเขียนด้วย ลายมือ บิลอีกส่วนหนึ่งเป็นใบเสนอราคา อีกส่วนหนึ่งเป็นใบพิมพ์ รายการซ้ํา ๆ กัน ข้อสังเกตก็คือว่ามีซื้อโต๊ะ เก้าอี้ ๒๐ ชุด ชุดละ ๒,๕๐๐ บาท แต่งโคมหน้าเวที ๒๕,๐๐๐ บาท ติดเหล็กติดตั้งเครื่องเสียง ๒๐,๐๐๐ บาท บอร์ดติดฝาผนัง ๒๐,๐๐๐ บาท อันนี้มันเป็นสาระสําคัญของการเรียนการสอนหรือเปล่า ดิฉันขอเรียนถามนะคะ อีกโรงเรียนหนึ่งขอความช่วยเหลือมา ๓,๒๐๑,๕๔๕ บาท พิจารณาให้ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท คือตัดไป ๕๐,๐๐๐ กว่าบาท มีรายการที่น่าสังเกต ทาสีอาคารใหม่ทั้ง ๙ อาคาร ๙๐๐,๐๐๐ กว่าบาทเกือบ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ปรับปรุงห้องเนอร์สเซอรี่ (Nursery) กั้นห้อง ทําไวท์บอร์ด (White Board) ห้องอนุบาล ทําสนามเด็กเล่นใหม่อีก ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท นอกนั้นเป็นการแก้ไขระบบไฟคอมแล้วก็มีซื้อเครื่องเสียงชุดใหม่ เครื่องเล่นดีวิดี (DVD) ให้ใหม่ แต่งห้องใหม่ ปูกระเบื้องใหม่เฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน (Built in) ใหม่อีก ๕๐๐,๐๐๐ บาท โรงเรียนนี้มีเป็นผู้ประกอบการ สถานที่เช็กดูแล้วสถานที่ตั้งเดียวกับโรงเรียนสอนภาษา ก็คือผู้ประกอบการ ผู้รับใบอนุญาต เจ้าเดียวกัน ขอมาตรงนี้อีกค่ะ ในกรอบของการพิจารณาให้ความช่วยเหลือ โรงเรียนที่เก็บ ค่าธรรมเนียมลอยตัวมีบันทึกเข้ามาในนี้ว่าไม่ช่วย ไม่อยู่ในข่ายช่วยเหลือ แต่ปรากฏว่า เอกสารขัดแย้งกัน อีกเล่มหนึ่งค่ะ ในช่วงที่ ๔๕ ล้านบาทนี่ปรากฏว่าให้เขา เพราะฉะนั้น ก็ไม่ทราบว่าเกิดความผิดพลาดอะไร ตรงนี้บอกไม่ให้ แต่ในตัวเงินที่ขออนุมัติมานี่ให้เขา ไปแล้วค่ะ ถ้าหากว่าอย่างนี้มันก็ผิดใช่ไหมคะ เพราะว่าเก็บค่าธรรมเนียมลอยตัว เก็บค่าธรรมเนียมเป็นแสน ๆ บาท ค่าเล่าเรียนเป็นแสน ๆ บาทนะคะ อีกโรงเรียนหนึ่งค่ะ ขอมา ๑,๔๐๐,๐๐๐ บาทก็ให้เต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ นี่ปรับภูมิทัศน์ เขาคิดแม้กระทั่ง ค่าต้นไม้ ค่ากระถางต้นไม้ ค่าปุ๋ยเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ยุติธรรมไหมคะท่าน ขณะที่ โรงเรียน สพฐ. ของเราเอง หลังคามันจะร่วง ฝ้ามันจะร่วงใส่หัวเด็ก หลอดไฟขาด ก๊อกน้ําหัก ก็ไม่มีเงินจะเปลี่ยนให้ อันนี้ที่กล่าวก็โรงเรียนเดียวกับอีกโรงเรียนหนึ่งก็คือทําพาณิชยการ ด้วยนะคะ อันนี้ก็ขอมา ๓,๒๐๐,๐๐๐ กว่าบาท สนับสนุนให้เขาไป ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เช่นกัน เทคอนกรีตลานรอบเสาธง ลานจอดรถ สนามบาสเก็ตบอล สนามตะกร้อ พื้นโรงงาน รวมทั้งหมด ๓,๒๙๖ ตารางเมตร ทําใหม่ ทั้งโรงเรียนเลยค่ะ น้ําท่วม โอเค ยอมรับน้ําท่วม แต่ในช่วงน้ําท่วม น้ําขังนี่ถนนในพื้นโรงเรียนเสียหรือคะ ถ้าไม่มีรถไปวิ่งหรือว่าไม่ตั้งใจ โชคดี มาก ๆ เลย น้ําท่วมได้ใหม่เลย ข้อสังเกตก็คือโรงเรียนนี้กับที่กล่าวมานี่ค่ะ ๒ โรงเรียนนี้ ได้เต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ทั้ง ๒ โรงเรียน ๒ โรงเรียนนี้รับไป ๔,๖๘๐,๐๐๐ กว่าบาท อีกโรงเรียนหนึ่งก็ขอมา ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท ให้เต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เหมือนกัน ข้อสังเกต นะคะ เอาไปเปลี่ยนหน้าต่าง ๑๑๗ บาน ซ่อมห้องเรียนต่าง ๆ ทําสนามเด็กอนุบาล ๑๘๗ ตารางเมตร ทํากําแพงใหม่ ไม่ทราบว่ากําแพงยาวแค่ไหน อย่างไร แล้วก็ความสูงของ กําแพงเป็นอย่างไร ซื้อเหล็กมาทํากําแพง ๒ ตัน ซื้อเครื่องสูบน้ําพร้อมติดตั้งให้ใหม่อีกค่ะ ของพรรค์นี้พิสูจน์ได้อย่างไรว่าคุณมีเครื่องสูบน้ํามาก่อน ถ้าในทางธุรกิจแล้วนี่เราก็ต้องดู ว่าเขามีหรือเปล่า ของตกแต่งพวกนี้ อีกโรงเรียนขอ ๒,๔๐๐,๐๐๐ บาท ให้เต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ทํากําแพงยาว ๕๑๒ เมตร ใช้ปูนเป็นรถ ๕๖ รถ อิฐบล็อก ๒๕,๐๐๐ กว่าก้อน ทําสนามวอลเล่ย์บอล ๒๐๐,๐๐๐ บาท ซื้อไม้อัดสร้างหอพัก ๘๕,๐๐๐ บาท ทําติด วอลเปเปอร์ (Wallpaper) ห้องสมุดอีก ๒๙,๕๐๐ กว่าบาท ตรงนี้อีก ๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท สมควรให้หรือไม่อีกโรงเรียนหนึ่งค่ะ ลงท้ายด้วยมูลนิธิ แต่ว่าเราไม่ได้ช่วย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้อยู่ในกฎเกณฑ์ของโรงเรียนทั่วไป ก็คือขอมา ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ให้เต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไปเช็กดูปรากฏทําอะไรคะ เทคอนกรีต ทําสนาม แล้วก็ถนนในอาคารโรงเรียนทั้งหมดเลย ๓,๖๐๐ ตารางเมตร แต่ก็เป็นที่ผิดสังเกตอีกเช่นกัน ท่านก็ขอมาเฉพาะตรงนี้ อย่างอื่นโครงสร้าง ในการเรียนการสอน อาคารเรียนเป็นอะไร เสียหายหรือเปล่า ทําไมไม่ขอมา อีกอันหนึ่ง ขอมา ๑,๒๓๓,๐๐๐ กว่าบาท อันนี้ตัดไป ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ที่เป็นที่น่าสนใจก็คือ ซื้อโต๊ะเรียนใหม่หมดเลย เหมือนกับเปิดโรงเรียนใหม่เลย ๖๖ ชุด ซื้อโต๊ะครูอีก ๑๐ ชุด ตู้เอกสาร เครื่องเล่นสนามเด็กเล่น ๑๐ ชุด เครื่องทําน้ํา สระว่ายน้ํา สนามหญ้า ปูหญ้า อีก ๗๐,๐๐๐ บาท ทํารั้วโรงเรียนอีก ๒๘๐,๐๐๐ บาท เทพื้นชํารุดอีก ๔๘๐,๐๐๐ บาท ศาลา ๓ หลัง อันนี้ก็รับไปเต็ม ๆ ดิฉันน้อยใจแทน สพฐ. นะคะ เด็กของดิฉัน ลูกคนยากคนจน เกษตรกรทํานานะคะ อยู่โรงเรียนหลังคาผุ ๆ พัง ๆ นะคะ แล้วตอนนี้ สพฐ. เองก็อยู่ในงบ ของกระทรวงศึกษาธิการเช่นกัน ถูกแบ่งไป จริงอยู่ช่วยไป ๒,๔๔๐ โรงเรียน แต่ก็ยังตกค้าง อยู่อีก ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือเพราะงบหมด อีก ๑๘๖ โรงเรียน ซึ่ง ๑๘๖ โรงเรียนนี้ ไม่มีตรงภาคใต้เลย มันกระจุกมาอยู่ตรง ภาคอีสาน ภาคเหนืออีก ๑๘๖ โรงเรียน อีก ๗๐ กว่าล้านบาทไม่ได้รับความช่วยเหลือในตรงนี้ ท่านสมควรไหมคะว่าท่านจะเอาเงิน ของส่วนตรงนี้เอาไปชดเชยให้กับเอกชนซึ่งเขาทําประกอบการมาเพื่อหวังผลกําไร เขากําหนดหลักสูตร เก็บเงินค่าธรรมเนียมสูง มันเป็นช่องทางเลือก มันเป็นทางเลือก ของผู้ปกครองที่เขามีเงินเขาก็ไปเรียนตรงนั้น ประกอบการของเขาต้องการผลกําไร ท่านไปให้โอกาสตัวเอง ไปเติมเต็มกําไรให้กับเขา แล้วถามว่าผู้ปกครองได้รับผลกระทบ อะไรไหม จริงอยู่ ผู้ปกครอง โรงเรียนก็อยู่ในสภาพซึ่งพร้อมที่จะมีการเรียนการสอนสวยงาม แต่เขาก็ไม่ได้ไปลดค่าเรียนให้กับผู้ปกครองตรงนี้ ก็เรียนชี้แจงผู้ปกครองโรงเรียนที่ได้รับ ผลกระทบตรงนี้ด้วยค่ะว่าสิ่งที่เรารัฐบาลเห็นความสําคัญของโรงเรียนเอกชนซึ่งเขาประกอบ ธุรกิจหวังผลกําไรในตรงนี้ เอาเงินส่วนหนึ่งของภาษีประชาชนนะคะ แทนที่จะช่วย คนยากจน โรงเรียนของรัฐบาล ก็เอาไปช่วยเขา ไปเติมเติมกําไรให้กับเขา แล้วโดยที่ ผู้ปกครองก็ยังต้องเสียเงินค่าธรรมเนียมให้ลูกเล่าเรียนในอัตราที่สูงอยู่เหมือนเดิม

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอความกรุณารวบรัดด้วยนะครับ คือ มาตรา ๘ นี้ไม่มีการแก้ไข แต่ท่านได้สงวน ความเห็นไว้ท่านก็มีสิทธิอภิปรายครับ แต่ขอความกรุณาสมาชิกแต่ละท่าน มาตราที่ไม่มี การแก้ไขก็ขอความกรุณารวบรัดด้วยนะครับ

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ กรรมาธิการ

ค่ะ คือดิฉันพยายามจะให้ข้อมูล เพื่อให้รัฐบาลได้เอาข้อมูลอันนี้ไปแก้ไขและปรับปรุง แล้วก็ไปดูเช็คย้อนกลับลงไปให้ความ ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ซึ่งเขารีพอร์ท ขึ้นมาว่าเขาทําโดยคําสั่งของผู้หลักผู้ใหญ่ที่สั่งลงไปให้เขา ทํา ๆ ขึ้นมาโดยที่ไม่ดูถึงความเหมาะสม แล้วโอกาสที่มันจะเข้าตัวเขาก็คือตัวผู้ปฏิบัติการ ไม่ใช่ผู้บริหารคนสั่งการเพราะมันไม่มีหลักฐาน แต่สิ่งที่จะมีหลักฐานและเล่นงานได้

(นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิรยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงครับ คุณเชิดชัยประท้วงอะไรครับ

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคภูมิใจไทย ผมต้อง ขอประทานอนุญาตท่านประธานจริง ๆ ครับ จริง ๆ แล้วท่านผู้กําลังอภิปรายนี้ก็อภิปราย ในเนื้อหาสาระที่มากมายเหลือเกิน ผมขอประท้วงท่านประธานครับ ท่านประธานช่วยกรุณา ควบคุมการประชุมให้เข้าสู่ระเบียบวาระ ตอนนี้เราไม่ได้มีการประชุมในระเบียบวาระที่ ๑ ท่านได้โปรดกรุณาครับ ขอขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิรยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับว่าจริง ๆ แล้วมาตรานี้ไม่มีการแก้ไข แต่อย่างไรก็ตามเป็นสิทธิ ของผู้สงวนความเห็นไว้ที่จะอภิปราย แล้วผมก็ได้เตือนไว้แล้วว่าการอภิปรายนี้มันเป็น วาระสองนะครับ แล้วเหมือนกับว่าเราได้รับหลักการไปเรียบร้อยแล้วโดยไม่มีการแก้ไข ก็ขอความกรุณาให้ท่านรวบรัดด้วยนะครับ สมาชิกท่านที่จะอภิปรายต่อ ๆ ไปด้วยเหมือนกัน อันนี้คือหลักการนะครับ เชิญครับ

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ กรรมาธิการ

จริง ๆ ดิฉันควรจะได้รับ คําขอบคุณในการที่ตรวจสอบการใช้เงินภาษีของประชาชนคนไทยนะคะ

พันเอก อภิวันท์ วิรยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ขอรวบรัดด้วยนะครับ

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ กรรมาธิการ

ดิฉันก็อยากจะเสนอว่าดิฉัน ตรวจเจอว่ามันมีนอกจากความเดือดร้อนตรงนั้น คือตัวเลขเป็นแสน ๆ เป็นล้าน ๆ แล้ว ซึ่งสมควรจ่ายหรือไม่จ่ายนั่นส่วนหนึ่ง แล้วก็ยังมีนี่ค่ะ ๓๑ บาท ๓๑ บาท คือความเดือดร้อน หรือไม่ ๓๑ บาทก็มีจ่ายค่ะท่าน ไม่มีรายการว่าเสียหายเพราะอะไร แต่ดิฉันก็เคยเจอ จากรีพอร์ทอื่นว่าแค่ไม้กวาด ไม้กวาดหายไป ๑๐ อัน อันละ ๓๐ บาทเขาก็มาเบิก มันหมายความได้อย่างไร นี่สาระสําคัญในการที่คุณตั้งโรงเรียนขึ้นมา แล้วมันเป็นโครงสร้าง ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยหรือไม่คะ ๒๕๕ บาท มี ๑,๐๐๐ กว่าบาทก็มี ๒,๐๐๐ กว่าบาทก็มี นี่คือความเดือดร้อนหรือคะ ขอปรับภูมิทัศน์ ซื้อหญ้าญี่ปุ่นมา ปูสนามหญ้า ตกแต่งเพื่อความสวยงาม มันเป็นสิ่งซึ่งคุณควรจะเอาเงินภาษีของคน ๖๐ กว่าล้านไปใช้ในตรงนี้หรือคะ คือแยกออกมาแล้วะ ผลสรุปออกมาเงิน ๔๕ ล้านบาท ที่ทาง สช. ได้รับไป จากงบที่นําเสนอเข้ามานี้ แล้วก็ดูจากเหตุและผลที่เข้ามา ซึ่งมี ความผิดพลาดเยอะแยะมากมาย แล้วพอแยกออกมาจริง ๆ แล้ว ออกมาเป็นโรงเรียนเอกชน เพื่อการกุศลแท้ ๆ แค่ ๙,๕๐๐,๐๐๐ บาท นอกนั้นเป็นเอกชน ซึ่งไปเติมเต็มกําไรให้กับเขา ไปเสริมธุรกิจของเขาให้เข้มแข็งมาสู้กับโรงเรียนของรัฐบาล ทั้งหมด ๔๐ กว่าล้านบาท ๔๐ กว่าล้านบาทค่ะท่าน ก็ขอเรียนถามไปทางท่านผู้เกี่ยวข้องในตรงนี้ตั้งแต่ประธาน คณะกรรมาธิการ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีที่บรรจุโครงการนี้เข้ามา ดิฉันได้ถามคําถามไป ในที่ประชุมก็ยังไม่มีคําตอบออกมาว่าในการใช้จ่ายเงินงบประมาณเพื่อฟื้นฟูและแก้ไข ปัญหาผลกระทบจากภัยพิบัติของสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เป็นการใช้งบประมาณตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่ โดยปกติแล้วสถานศึกษาเอกชนจะเป็นผู้ลงทุนสร้างอาคารสถานศึกษาและส่วนประกอบ อย่างอื่นเอง โดยภาครัฐไม่ได้ให้การช่วยเหลือค่าใช้จ่าย แต่เมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติในครั้งนี้ เหตุใดภาครัฐจึงต้องสนับสนุนงบประมาณให้กับการซ่อมแซมอาคารสถานศึกษาเอกชนที่ ได้รับความเสียหาย สถานศึกษาเอกชนสามารถดํารงอยู่ได้ด้วยผลกําไรจากการประกอบการ ของเขา ในรายการที่ขอมามันเหมาะสมหรือไม่ ก็ขอให้ท่านไปคิดแล้วก็ไปตรองดูในตรงนี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านวรวัจน์ครับ คณะกรรมาธิการผู้สงวนความเห็น เชิญครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะของ คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ผมไม่คิดว่าผมต้องมาอภิปราย จริง ๆ แล้วน้ําท่วมครั้งนี้ได้ก่อให้เกิดความเสียหายไปทั่ว ทั้งประเทศ น้ําท่วมปีนี้อาจจะไม่ได้เกิดจากวิกฤตพายุ แต่อาจจะเกิดจากการบริหารงาน ผิดพลาดของรัฐบาลเองที่ปล่อยให้เขื่อนน้ําเต็มและการแจ้งเตือนภัยไม่ชัดเจนจึงก่อให้เกิด ความเสียหาย แต่นั่นคือสิ่งที่ผมจะบอกว่าปีนี้เป็นปีที่ความเสียหายไล่ตั้งแต่ภาคเหนือลงมา ภาคกลาง ภาคอีสาน จนมาถึงภาคใต้ ความเสียหายกระจายไปทั่วประเทศ วันนี้เรามีเม็ดเงิน งบประมาณนิดเดียวเองครับท่านประธานในการที่เยียวยารักษา งบประมาณเพียงไม่มาก จริง ๆ ยังมีโรงเรียนอีกเยอะ มีเด็กน้อยตาดํา ๆ อีกมากมายหลายคนที่อยู่ในโรงเรียนจน ๆ ที่อยากได้รับการเยียวยารักษา งบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการผ่านเข้ามาที่จริง ผมปล่อยผ่านหมดเลย ไม่อยากจะดูครับ ถึงแม้ว่ามีบางส่วนที่เอาไปทําถนนทําอะไรอาจจะ ไม่ถูกต้อง เพราะงบประมาณเกี่ยวกับในเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของการซ่อมแซมในสิ่งที่เสียหาย แต่บางเรื่องเพื่อเด็กเราก็ปล่อย เราถือว่าให้เขาไปเยียวยารักษา ท่านประธานครับ บัญชี รายชื่อของโรงเรียนที่ได้รับการช่วยเหลือก็มีบัญชีหนึ่ง แต่ยังมีอีกบัญชีหนึ่งที่ยังไม่ได้รับ การเยียวยาช่วยเหลือ ยังมีอีกมากท่านประธานครับ อีกประมาณ ๑๘๘ โรงเรียน ที่ขอเข้าไปยังไม่ได้รับการเยียวยารักษา ซึ่งโรงเรียนเหล่านี้มีความเสียหายเยอะมากมาย ส่วนใหญ่จังหวัดพวกนี้จะอยู่ในเขตของจังหวัดภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ตรงนี้ไม่ได้ ส่วนใหญ่ไม่ได้ ที่เหลืออยู่ในมือผมนี้ครับ ๑๘๘ โรงเรียน เป็นสิ่งที่อยู่ในเขตภาคตอนบน ทั้งหมดเลย แต่ส่วนใหญ่ในเขตภาคใต้ได้เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ที่จริงที่ท่านวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ขึ้นมาพูดเมื่อสักครู่นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งในส่วนของสถานศึกษาเอกชน ซึ่งสถานศึกษาเอกชน เหล่านั้นเมื่อไปตรวจสอบดูเป็นโรงเรียนที่ร่ํารวยมีเงินมาก เจ้าของเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ รู้จักกับนักการเมืองระดับสูง สามารถส่งของบประมาณเข้ามาได้ อย่างไม่น่าเชื่อครับ บางสิ่ง ไม่สามารถจะขอได้ก็ขอได้ครับ เป็นสิ่งที่มหัศจรรย์จริง ๆ บางสิ่งไม่ใช่เรื่องที่เสียหายก็ขอมาได้ ท่านประธานครับ มีอะไรประหลาด ๆ เอกสารในมือผมนี่นะครับ ซ่อมอาคารเรียน ซ่อมฝ้าชั้น ๗ อาคาร ๗ ชั้น ทีบาร์ (T-Bar) แผ่นผ้าสําเร็จรูปก็ซ่อมได้ น้ํามันขึ้นไปไม่ถึงครับ ซ่อมตั้งแต่กระเบื้อง หลังคาลอนคู่ยาวไปเรื่อย ๆ ถามนะครับท่านประธาน เราเป็นผู้แทนราษฎร เวลาโรงเรียน หรือพี่น้องประชาชนที่ถูกน้ําท่วมเครื่องเสียงเสียหายซ่อมได้ไหมครับ ไม่ได้ อุปกรณ์ไฟฟ้า เสียหายซ่อมได้ไหมครับ ไม่ได้ นี่โรงเรียนเอกชนนะครับ ซ่อมตั้งแต่ระบบคอมพิวเตอร์ครับ ระบบแลน (LAN) ระบบไฟฟ้า สายไฟ ค่าแรงครับท่านประธาน บางอันค่าแรงครับ ท่านประธาน โรงเรียนกิตติวิทย์ อําเภอหาดใหญ่ งบประมาณ ๑๖๗,๐๐๐ บาท เป็นค่าแรง อย่างเดียว ๕๐,๐๐๐ บาทต่อหลัง ซ่อมแซมไฟฟ้ากับประตู เกือบ ๑ ใน ๓ ครับ อันนี้อีก โรงเรียนกิตติวิทย์ อําเภอหาดใหญ่ ซ่อมแซมห้องเรียนอนุบาล อันแรก ห้องพักครู ห้องเรียนอนุบาล ๑๙๐,๐๐๐ ค่าแรงอีก ๕๐,๐๐๐ กว่าบาท ซ่อมอิฐ ซ่อมประตู ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ผมเรียกว่าเป็นการก่อสร้างทั้งหมด ท่านประธานครับ ซึ่งปกติเราเบิกจ่ายกันไม่ได้ แล้วผมคิดว่างบประมาณ ท่านประธานครับ วันนี้โรงเรียนเอกชนเหล่านี้ซ่อมแซมเสร็จ เกือบหมดแล้วครับ โดยหลักการงบประมาณซ่อมแซมเสร็จหมดแล้วเบิกไม่ได้ครับ แต่เอามา ตั้งงบประมาณได้ ท่านประธานดูนี่ครับ อันนี้คือใบรับของชั่วคราว นี่แสดงว่าของรับไปแล้ว อันนี้โรงเรียนกิตติวิทย์ บิลเงินสด บิลเงินสดนี่จ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว โดยหลักการงบประมาณ เบิกได้อย่างไรครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ขัดต่อหลักการงบประมาณหมดเลย ผมเรียนว่า ในส่วนของกรรมาธิการงบประมาณก็มาทักท้วงนะครับ บอกไม่ถูก ๆ ไม่เห็นด้วย แต่ทําอะไร ไม่ได้ครับ รัฐบาลจะเอาเสียอย่าง แต่สิ่งเหล่านี้สงสารเด็กตาดํา ๆ ผมเรียนนะครับ ผมบอก ไปเลยนะครับ ผมได้แจ้งในคณะกรรมาธิการบอกไปเลยนะครับว่าวันนี้ถ้าท่านยังดึงดันขืน จะเอาให้ได้ วันนี้พี่น้องประชาชนและเด็กนักเรียนเดือดร้อนทั่วประเทศ โรงเรียนใดที่ไม่ได้ เด็กคนไหนที่ไม่ได้ พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ําท่วมแล้วไม่ได้รับ การเยียวยา ระวังเขาจะไม่เลือกรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลเลย ท่านทําแบบท่านเก็บเงิน ภาษีอากรของเขาไปนะครับ แล้วไปใช้จ่ายต่อคนร่ํารวยในสิ่งซึ่งไม่สมควร ทําได้อย่างไร ทําสนามหญ้า ซื้อปุ๋ย ซื้อหญ้า ทํากําแพง ก่อรั้ว ทําได้อย่างไรครับท่านประธาน ซ่อมลิฟต์ (Lift) ก็มี เอกสารนี่คือซ่อมลิฟท์ทั้งหมด ท่านประธานรู้ไหมอะไรครับ เขาบอกว่าพื้นถนน รอบเสาธงและบริเวณหน้าบ้านพักน้ําท่วมครับท่านประธาน เทถนนคอนกรีตใหม่เลย ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ทําพื้นที่จอดรถ สนามบาสเก็ตบอล และสนามตระกร้อ เทใหม่ หมดอีกเหมือนกัน อีก ๖๙๓,๐๐๐ บาท พื้นโรงงานครับ งานวางท่อระบายน้ํา ท่านประธาน นี่โรงเรียนเอกชนนะครับ วางท่อระบายน้ําใหม่เลย งานถมดินและทรายยกระดับอีก ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท รวมเป็นเงิน ๓,๒๐๐,๐๐๐ กว่าบาท เอกชนขอได้ครับ อย่างนี้ขอได้ อย่างไร โรงเรียนเทคโนโลยีช่างกลพณิชยการนครราชสีมา ท่านประธานครับ อันนี้อีกครับ ของโรงเรียนทําถนนจากห้างหุ้นส่วนจํากัด ไทยอาร์-เสริฐ ได้เสนอราคาเข้าไปอีก ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ขอเสนอราคาเทพื้นผิว คสล. ทับผิว คสล. เดิมที่ถูกน้ําท่วม ถนนคอนกรีต คสล. ถูกน้ําท่วมแล้วเทใหม่นะครับ บริเวณภายในโรงเรียนและสนามกีฬา เอนกประสงค์ เป็นเงิน ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท จริง ๆ ถ้าผมดูตรงนี้ทั้งหมด ท่านประธาน ครับ เยอะมาก แต่ผมไม่อยากใช้เวลามาก แต่ผมอยากเรียนตรงนี้ครับว่าวันนี้การใช้จ่าย เม็ดเงินของรัฐบาลไม่สมเหตุสมผล เอื้อผลประโยชน์ให้แก่เอกชนพรรคพวกตัวเองที่ร่ํารวย โดยไม่สงสารเด็กในโรงเรียนยากจนที่มีอยู่ และวันนี้คนในภาคเหนือ จังหวัดของท่านประธาน เลยครับ จังหวัดเชียงรายก็ไม่ได้ ถ้าผมไล่ชื่อนะครับ เกือบทุกจังหวัดในเขตภาคเหนือ และภาคอีสาน ภาคกลางไม่ได้ ตกค้างเยอะ แต่ภาคใต้ได้ทั้งหมด โรงเรียนเอกชนได้ทั้งหมด ขอเท่าไรได้เท่านั้น น่าเกลียด เป็นการจัดสรรงบประมาณที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เอารัดเอาเปรียบ พี่น้องประชาชน ใช้เม็ดเงินภาษีซึ่งไม่สมควร ก็ฝากไปถึงพี่น้องประชาชนด้วยครับ การจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลโดยการใช้เม็ดเงินภาษีอากรของท่านแบบนี้เอื้อประโยชน์ ให้กับพรรคพวก จําไว้เป็นบทเรียนครับ ถึงเวลาที่ท่านต้องตัดสินใจเลือกเขากลับมาบริหาร หรือไม่บริหาร ผมคิดว่าผลงานเลยครับ และสิ่งที่เขาทําไว้กับพี่น้องประชาชนจะเป็น ตัวพิสูจน์ ฝากท่านประธานไว้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านไพจิต ศรีวรขาน กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผู้สงวนความเห็นครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. นครพนม พรรคเพื่อไทย กรรมาธิการเสียงข้างน้อยครับท่านประธาน กระทรวงศึกษาธิการจัดสรรเงินให้กับเจ้ากระทรวงซึ่งเป็นพรรคประชาธิปัตย์ กระทรวงหลักกระทรวงเดียวที่ใช้เงินงบกลางปีอย่างเป็นล่ําเป็นสัน แล้วไม่มีการปรับลด แม้แต่บาทเดียว ท่านประธานครับ ผมพยายามซักไซ้ไล่เรียงกระทรวงนี้เป็นวันเป็นคืน นะครับ ข้ามคืนต่ออีกวันเพื่อจะขอให้ปรับลด เฉลี่ย กระจายให้เป็นธรรม ไม่ได้รับความเอาใจใส่เลย จากเสียงข้างมาก กรรมาธิการในส่วนของรัฐบาล ท่านประธานครับ เงินที่ช่วย ที่ให้ ภาคเอกชน โรงเรียนเอกชนนี่มันเป็นโรงเรียนที่ร่ํารวย โรงเรียนเดียวได้ ๓,๒๐๐,๐๐๐- ๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท ภาคภาษาต่างประเทศที่จังหวัดสงขลา ผมฟัง ๆ กรรมาธิการในส่วนของ พรรคประชาธิปัตย์เองก็ยังมานินทา ผมก็ได้ยิน ปรับออก ปรับออก แต่ว่าพอจริง ๆ ไม่ปรับ ละครับ ก็พวกเขา พวกท่านนะครับ ก็รักษาเอาเงินพวกนี้ไปให้ ท่านไปดูบริคณห์สนธิ คนที่ตั้งโรงเรียน ใครอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลัง ถ้าไม่เจอผมไม่รู้จะว่าอะไร นี่ผลประโยชน์ ช่วยเหลือพวกท่านเอง ผมรังเกียจนะครับถ้ามีอํานาจแบบนี้ ผมถามตรงนี้เพราะว่าวันที่ อภิปรายในวาระหนึ่ง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกระแนะกระแหนผม ว่ามาตรฐานผมต่ํา ผมเลยเอาดูให้ละเอียดเลย ท่านประธานครับ ๒,๐๐๐ โรงที่ได้รับ โดยประมาณ ภาคใต้ของท่านอย่างเดียว ๑,๐๐๐ โรง เงิน ๑,๑๐๐ ล้านบาทเศษ ประมาณ เกือบ ๖๐๐ ล้านบาทอยู่ทางภาคใต้ของท่าน จังหวัดสงขลาเยอะมากที่สุด ที่เพื่อน ๆ บอกมา ทั้งหมด ผมอยากให้ดูให้เห็นว่าอีก ๑,๐๐๐ โรงเรือน ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคเหนือ รวมกัน ๓ ภาค จํานวนโรงได้ประมาณ ๑,๐๐๐ โรงเรือน บวกลบนิดหน่อย แต่ว่ารวมกัน ๓ ภาคท่วมเยอะ และภาคใต้ของท่านท่วมก็ไม่นาน มาเร็วไปเร็ว เงินสวนยางก็ได้เยอะ อะไร ก็เยอะ เงินโรงเรียนยังเอาเยอะอีก นี่ก็ร่วม ๖๐๐ ล้านบาท ถ้าไปดูไล่ตัวเลข เผอิญผม ไม่อยากเสียเวลามาก ก็ชี้ให้เห็นว่านี่คืออะไร ท่านประธานครับ ผมดูโรงเรียนที่ได้รับเงินใน ๑,๐๐๐ โรงเรือน ประมาณ ๖๐๐,๐๐๐-๗๐๐,๐๐๐ บาทต่อโรง ๖๐๐,๐๐๐-๗๐๐,๐๐๐ ล้าน บาทก็มีทางภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลางนี่ก็ ๒๐๐,๐๐๐ ๓๐๐,๐๐๐ ๔๐๐,๐๐๐ บาท สุด แท้แต่นะครับ ยอดเงินมันเลยมาเป็นแบบนี้ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนว่าในเนื้อใน ทั้งหมดเกือบจะทุกโรงทําถนน คสล. ก็ดีครับ ท่านมีอํานาจก็เอาไป ทําให้มันเลอเลิศ ประเสริฐศรี เกือบทุกโรงเรียนทําถนน คสล. น้ําท่วมทําถนน คสล. ผมก็บอกว่าหลักในการ เยียวยาแก้ปัญหา ถ้าเป็นถนนอะไรก็ซ่อมเสีย บํารุงให้อยู่ในสถานะที่ใช้งานได้ มันก็น่าจะ เพียงเท่านั้น ถามบอกว่าทําไมภาคอื่น ๆ ถึงไม่ได้ ส่งช้า ส่งไม่ทันกําหนด ท่านประธานครับ จะทัน จะเร็ว จะช้านี่ใครละเป็นคนบอกให้เร็วให้ช้า มันก็มี ท่านประธานนี่ ประธานก็พรรค ที่เป็นแกนหลัก ประธานพิจารณาเรื่องเงินนี้นะครับ ประธานที่คิดเรื่องน้ําท่วม ท่านรัฐมนตรี ของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะฉะนั้นเวลาออกมาก็เป็นแบบนี้หมด ก็ท้วงกันไป ผมอ้อนวอน แล้วอ้อนวอนอีก ก็ยังต้องชื่นชมนะครับ ตัวเลขาธิการเขาก็มีความสํานึกว่า เออ มันไม่เป็นธรรม เขาก็อยากแก้อยู่ แต่ว่าฝ่ายของเราไม่มีน้ําใจเป็นนักกีฬากัน ก็บอกว่าบาทหนึ่งก็ปรับไม่ได้ ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนี่ละนั่งหัวโต๊ะเลย ตัดสินรอบสุดท้ายด้วยกัน ท่านประธานครับ ผมท้วงอีกอันหนึ่งก็คือ งบที่เห็นค่อนข้างชัดอยู่ ๓ อัน เผอิญงบของศึกษาปกติเราจะให้อนุคณะกรรมาธิการเป็นคนพิจารณาในรายละเอียดว่าแต่ละ อันเป็นอย่างไร แต่คราวนี้ไม่ทันมันชุลมุน อันนั้นก็ดูเรื่องกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ก็ประสาทแล้ว ๓ รอบ ๔ รอบ กระทรวงศึกษาธิการเลยต้องห้องใหญ่ต้องดูเอง ก็เหลือ ไม่กี่คนก็ดูกัน ผมก็พยายามดูในฐานะที่ทําเรื่องนี้มาก่อนก็ดูสิว่ามันเป็นตามที่บอกไหม เพราะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเขาบอกผมไว้ ผมมาตรฐานต่ํา ว่ามาตรฐานไม่ไปดู ผมก็เลยดูละเอียด ก็เห็นเลยนะครับ ทําเกินกว่าฐานะที่ควรจะทํา ถ้าท่านมีงบประมาณ เยอะแยะ แต่นี่คือไม่รู้จะเก็บได้ไม่ได้ แต่เอาไปใช้ก่อน ขอใช้ก่อนนะครับ ในงานที่ กระทรวงศึกษาธิการที่พรรคประชาธิปัตย์รับผิดชอบจัดการเรื่องนี้ ท่านประธานครับ ไปดูเสียให้ชัด ฝากท่านเจริญด้วยว่าโรงเรียนเอกชนที่ได้เงินนี่มันพวกของใครที่ฉ้อโกงเบียด บังอํานาจแล้วไปจัดสรรงบประมาณให้พวกเดียวกัน แม้ว่าจะมีสิทธิที่จะให้กันได้ ก็เหมือน คนรวยได้ทุนการศึกษาอะไรทํานองนั้น ทฤษฎีของท่านนะครับ คราวนี้ก็เช่นเดียวกันน้ําท่วม จะร่ํารวยโรงเรียนอะไรก็มีสิทธิที่จะให้กัน ท่านก็ว่าเป็นแบบนั้น ถ้าจะเป็นไปถึงขนาดนั้น ก็ต้องว่ากัน มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ดูในเนื้อในท่านประธาน ผมบอกว่าถ้าจะต้องให้ผ่าน เผอิญห้องข้างบนก็ติดพิจารณางบของกรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยอยู่ ผมก็เลยบอกว่าขอดูสัก ๓ มหาวิทยาลัยเป็นตัวอย่างที่โด่ขึ้นมาเยอะ ๆ ที่ผม บอกว่าพอของมหาวิทยาลัยทางภาคกลาง ภาคอีสานได้ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาททําอะไร ท่านประธานทราบไหมครับว่า ถนนแอสฟัลท์ติก ๒ สาย น้ําท่วมแล้วก็ทําแอสฟัลท์ติกถนน ซ่อมถนน เป็นถนนแอสฟัลท์ติก ๒ สาย ผมบอก มันเกินกว่าฐานะเสียแล้ว ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาทหลัก ๆ อยู่ มหาวิทยาลัย ราชมงคลศรีวิชัยก็ ๑๓ ล้านบาทเศษ อันนี้ก็ไม่เบานะครับ ตัวเลขโด่ ๆ เลย ที่อื่น ๆ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตรงนี้ฟาดเข้าไป ๑๓ ล้านบาท มหาวิทยาลัยสงขลา วิทยาเขตปัตตานี ๑๘ ล้านบาท นี่ก็ซ่อมปาร์เก้ (Parquet) ซ่อมไฟฟ้าไม่เป็นไร ซ่อมระบบ โทรศัพท์ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทเพราะพายุ บอกอย่างนั้น แต่พอไปซ่อมปาร์ เก้ เปลี่ยนเป็นกระเบื้องหมดทั้งหลัง มันเจ็บปวดนะครับ ก็ถือโอกาสทําเสียให้อะร้าอร่ามเลย มันไม่เหมาะสมครับวิธีการที่เป็นแบบนี้ ขอปรับหน่อย ๒ สายนี่ขอปรับออกสักสายได้ไหม ขอปรับหน่อยซ่อมปาร์เก้เปลี่ยนเป็นกระเบื้องวิลิศมาหรา ซ่อมไปเถอะ ตัวไหนมันเปียกก็ซ่อม เปลี่ยนปาร์เก้เป็นปาร์เก้ ไม่ได้ ต้องใหม่หมด ได้โอกาสแล้ว นาทีทองมาผมบอกว่าแบบนี้ผม มาตรฐานสูงครับท่านประธาน ผมไม่ยอมให้เรื่องแบบนี้ผ่านหูผ่านตา ฟ้องประชาชนนะครับ ว่าใครมีอํานาจ เขาทําเพื่อใคร อย่าให้โอกาสแบบนั้นมาถึงพวกผม ผมไม่ทําแบบท่านหรอก ครับ แต่ว่าขอให้มันเป็นธรรม จุนเจือเผื่อแผ่ ต่างคนต่างมีโอกาสที่จะทําหน้าที่ให้กับ บ้านเมือง ขอปรับลดนะครับ อันนี้ตั้งใจปรับลดไว้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์เลย ในรายการหลัก ๆ ที่ เห็นว่ามันไม่กระจาย แล้วมันกระจุกอยู่ในพวกของฝ่ายรัฐบาลแต่โดยลําพัง ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผู้สงวนความเห็นอีกท่านหนึ่ง ท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ เชิญครับ

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี กรรมาธิการ เสียงข้างน้อยครับ ซึ่งจากกระทรวงศึกษาธิการที่เราได้ไปดูงบประมาณกัน ก็ทราบว่าโรงเรียน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ําท่วมมีเป็นจํานวนมาก แต่ได้รับจัดสรรแบ่งโดยเป็นหลายส่วน แต่ถ้าเราได้ดูจากรายละเอียดงบประมาณแล้วนะครับ ภาคใต้จะได้รับงบประมาณมากเป็น พิเศษ คือ ๕๕ เปอร์เซ็นต์ของยอดวงเงินที่กระทรวงศึกษาธิการขอนะครับ ๑,๑๙๘ ล้านบาท แล้วก็ยังมีโรงเรียนที่ไม่ได้รับงบประมาณอีก ๑๘๖ โรงเรียน ๗๓ ล้านบาท โรงเรียนที่ไม่ได้รับ งบประมาณคือโรงเรียนที่อยู่ภาคเหนือ ภาคอีสาน วันนี้จึงอยากจะกราบเรียนว่าการจัดสรร งบประมาณนะครับ ภาคเหนือได้ประมาณ ๑๗๗ ล้านบาท ประมาณ ๙ เปอร์เซ็นต์ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ประมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ๒๗๕ ล้านบาท ภาตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคอีสานซึ่งมีประชากรเป็นจํานวนมาก ได้รับ ๑๙ เปอร์เซ็นต์ ๓๔๗ ล้านบาท ผมนั่งนึก ในขณะที่กําลังพิจารณางบประมาณว่าต้องโทษบรรพบุรุษหรือเปล่าที่ได้เงินส่วนน้อย เพราะอะไร เพราะว่าพ่อแม่คนอีสานนี่มองการณ์ไกล ก็คือเอาโรงเรียนไปสร้างในที่ดอน แล้วก็ทํานาในที่ลุ่ม ส่วนคนภาคใต้ก็เอาที่ดอนมาปลูกยางพารา เอาโรงเรียนไปสร้างในที่ลุ่ม พอฝนตกน้ําท่วมก็จึงท่วมโรงเรียนที่ภาคใต้เยอะกว่าภาคอีสาน ภาคอีสานจึงได้รับ งบประมาณน้อยกว่า นอกจากนั้นแล้วโรงเรียนเอกชนซึ่งไม่น่าจะได้รับงบประมาณเลย เพราะว่าโรงเรียนเอกชนได้จ่ายเงินซ่อมแซมโรงเรียนไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเขาไม่เคยคิดว่า เขาจะได้เงินจากอุทกภัยน้ําท่วม วันนี้มีบางโรงเรียนครับซึ่งเป็นงบปกติของโรงเรียนเขาเอง ที่เขาจะต้องพัฒนาโรงเรียนให้มีคุณภาพ การจัดการศึกษาให้มีคุณภาพ ที่จังหวันครราชสีมา โรงเรียนเกียรติคุณวิทยา ทําถนน ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ได้รับงบประมาณ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยครับ ซึ่งการแก้ปัญหาอุทกภัยน้ําท่วมโรงเรียนนี่นะครับ ความจําเป็น ก็คือไปซื้อโต๊ะ ซื้อเสื่อน้ํามัน แล้วก็เครื่องนอนของเด็กอนุบาล ซึ่งมีความจําเป็นแต่ไม่ได้รับ งบประมาณเลย เพราะไม่มีราคากลาง ก็จะได้ไปทําอะไรครับ โรงเรียนส่วนมากก็จะขอเงินไป ทําถนนคอนกรีตในโรงเรียน ผมก็เลยถามว่ามันเกี่ยวอะไรกับน้ําท่วม ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวอะไร กับน้ําท่วมโรงเรียนเลยไปทําถนนคอนกรีต เกือบจะทุกโรงเรียนในภาคใต้ แทนที่จะไปซ่อม ประตูห้องน้ํา เวลาเข้าไปแล้วต้องเอามือหนึ่งถือเชือกที่ประตูกลัวประตูเปิด ไม่มีกลอน นะครับ แล้วก็บางโรงเรียนนะครับ ฝาอาคารเรียนยังไม่มีอย่างนี้น่าจะไปทํา แต่วันนี้เอาไปทํา ถนนคอนกรีตซึ่งไม่มีความจําเป็นเลยนะครับ พวกผมจึงให้ขอไปปรับลดงบประมาณ แล้วเกลี่ยใหม่เพื่อจะให้กับโรงเรียนที่ไม่ได้การช่วยเหลือ ๑๘๖ โรงเรียน ๗๓ ล้านบาท แต่วันนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งเราก็บอกว่าในงบปี ๒๕๕๕ น่าจะจัดสรรเพิ่มให้กับพี่น้องประชาชน โรงเรียนในเขตภาคอีสาน ภาคเหนือเพื่อจะได้แก้ไขปัญหา เพราะว่าในขณะนี้ โรงเรียนแก้ปัญหาลําบาก เสร็จแล้วครูก็ยังไม่อยากไปโรงเรียน เด็กนักเรียนก็ไม่ได้หนังสือ มีผู้ปกครองหลายคนบ่นให้ผมฟังว่าวันนี้ลูกเขาไม่ได้หนังสือ ผมก็เลยถามว่าที่ไม่ได้หนังสือ เพราะแม่ไม่ซื้อหนังสือให้หรือเปล่า เขาบอกว่าหนังสือนี่ซื้อให้ ถือจนเอียงครับ ในกระเป๋ามีแต่หนังสือหลายกิโลกรัม แต่ว่าลูกเขาอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ซึ่งแต่ก่อนนี้ หนังสือเล่มเดียวครับ ก อา กา ๑ บาท อยู่ชั้น ป. ๑ พอขึ้นชั้น ป. ๒ หกสลึงครับ เด็กชายใหม่ รักหมู่ เป็นเด็กดี ตื่นนอนแต่เช้า ๆ ตื่นแล้วกวาดบ้าน ถูบ้าน ซักผ้าแล้วไป โรงเรียน เขาสอนในหนังสือครับ วันนี้เด็กไม่ได้หนังสือเพราะสอนอะไรครับ มานีชี้มานะ มานะชี้มานี ทั้ง ๒ คนต่างชี้กัน ชี้ตั้งแต่ ป. ๑ ถึง ป. ๖ เลยครับ มันจะไปรอดได้อย่างไร ก็ฝากไว้แค่นี้ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยผู้สงวนความเห็นอีกท่านหนึ่งครับ ท่านเจริญ จรรย์โกมล เชิญครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ผมขอปรับลดไป ๒๐ เปอร์เซ็นต์ และก็จะมีเหตุผลอธิบายประกอบต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ในเหตุผลหนึ่งก็คือว่า อย่างที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยได้พูดไปแล้ว อันนั้นก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่จะเป็นเหตุผลในการที่จะขอปรับลดก็คือ ในเรื่องของความเหมาะสม และก็การดําเนินงาน ความถูกต้องว่าพื้นที่ใด สถานที่ใด ถูกน้ําท่วม แล้วก็มีการที่จะปรับปรุงซ่อมแซมให้อยู่ในสถานะเดิม หรือสถานภาพเดิม ที่จะสามารถบริหารได้ ท่านประธานที่เคารพ ผมอาศัยเหตุผลของเอกสารงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ฉบับที่ ๒ ซึ่งทางสํานักนายกรัฐมนตรีได้เสนอต่อสภา แห่งนี้ ในรายการของกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะ สพฐ.นะครับ ซึ่งสํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จะได้รับงบประมาณ ๑,๑๙๘ ล้านบาท แต่ตัวเลข รายละเอียดจะไม่ขอลงไปทั้งหมดนะครับ วัตถุประสงค์ที่จะขอเงินมาในครั้งนี้เพื่ออะไรครับ เพื่อแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูผลกระทบจากเหตุอุทกภัย คือหมายความว่าอ่านแล้วก็คือน้ําท่วม ท่านประธานเชื่อไหมครับ ผมเองก็มีความสงสัยเหมือนกัน อย่างที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรได้พูด ผมก็พยายามที่จะดูว่าแต่ละโรงเรียนที่ได้มีการพิจารณาเพื่อจะขอเงินนี้ โรงเรียนไหนบ้างซึ่งมีน้ําท่วม แล้วก็มีผลเสียหายจากผลจากน้ําท่วมอย่างไร ท่านประธาน เชื่อหรือเปล่าครับ บางโรงเรียนก็ได้งบประมาณนี้ไปซ่อมหลังคาอาคารก็มี ผมก็สงสัย เหมือนกับคนอื่นเขาสงสัยว่ามันไปเกี่ยวอะไรกับน้ําท่วมเรื่องซ่อมหลังคาซ่อมอะไร ผมเองอยู่ กรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎร ผมก็ให้คนเข้าไปดูไปถามดู สิว่าโรงเรียนนี้ ที่ผมสงสัยมันเป็นอะไร ทําไมสภาพของห้องเรียนถูกน้ําท่วมหรือสภาพพื้น เสียหายเราก็พอที่จะพอเข้าใจได้ แต่ที่หลังคาที่มันชํารุดเสียหาย มันเสียหายมาจากผลน้ํา ท่วมหรือเปล่า ผมก็ให้คนไปดูหลายโรง แต่จะไม่พูด เพราะมันจะเสียเวลาของท่านทั้งหลาย ก็ปรากฏว่ามันไม่ใช่ มันเป็นเรื่องของเกี่ยวกับเรื่องภัยอื่นขึ้นมา หรือความเสียหายเกิดจาก สภาพของอาคารซึ่งมันหมดสภาพในเรื่องของวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้าง อันนี้ก็เป็นเหตุผลหนึ่ง ผมก็สงสัยเวลาท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีในฐานะซึ่งเป็นประธาน ในการพิจารณา ไหนบอกมีรูปภาพมีอะไรประกอบ ท่านได้พิจารณาไหม ผมไปเห็นว่าหลาย พื้นที่ ผมก็สงสัยว่าหลายพื้นที่ ผมก็ไปเอาเอกสารจากส่วนราชการมาดู ในจังหวัดอะไรบ้าง ที่น้ําท่วม แล้วในรายงานไหนบ้างที่สํานักงาน สพฐ. ที่รายงานเข้ามา ก็เป็นอย่างที่ ท่านคณะกรรมาธิการหลายท่านได้พูดขึ้นมา อันนี้มันไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของท่าน เป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมจะขอปรับลดในเรื่องนี้

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ อันนี้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมาก ผมได้อภิปราย ในคราวที่แล้วที่ผ่านมา เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานี้ คือวัตถุประสงค์ในการใช้เงินครั้งนี้ ๖ เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ท่านประธานเชื่อไหมครับ พอเริ่มต้นใช้วันที่ ๑ เมษายน มันไม่ได้ใช้ทันทีหรอกท่านประธาน มันจะต้องผ่านกระบวนการของระเบียบว่าด้วย สํานักนายกรัฐมนตรี คือการประกวดราคาการหาผู้รับจ้าง อีกตั้ง ๔๕ วัน อันนี้อย่างเร็ว เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายนนะครับ แต่ในหลายรายการมันไม่สามารถที่จะดําเนินการ หาผู้รับจ้างได้ทันที ผมก็เป็นห่วงว่าการใช้จ่ายเงินมันจะเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่เรา มาคุยกันในสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ อันนี้ก็เป็นเหตุผลประกอบ ในเหตุผลประกอบอันหนึ่ง ซึ่งมันพิสูจน์ให้เห็นแล้วก็คือว่าผมดูจากงบประมาณที่ผ่านมาของสํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน และปัจจุบันนะครับ ดูจากที่ผ่านมาในปีที่แล้ว การบริหารงบประมาณ การบริหารเงินเป็นอย่างไร ท่านประธานเชื่อไหมครับ เราเป็นห่วงเป็นใยในเรื่องของ การศึกษา เรื่องสถานการศึกษา มีงบประมาณที่มีการกันเงินโดยไม่ผูกพันของสํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรายิ่งเป็นห่วงมากเลยว่าถ้ามีการผูกพันโดยกันเงิน มันก็เป็นไปได้ แต่อันนี้ผูกพันโดยไม่กันเงิน ก็หมายความว่าการใช้จ่ายเงินมันจะขาดระเบียบ วินัย ทางเราเอง ผมเองก็เคยกราบเรียนต่อท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ท่านคุมกรมบัญชีกลาง เป็นอํานาจของกรมบัญชีกลางในการพิจารณา อันนี้ก็เป็นห่วง อีกประการหนึ่ง และประการสําคัญ ท่านประธานให้คนตามสิครับ ท่านวิรัตน์ซึ่งเป็น คณะกรรมาธิการไปไหน ผมเป็นห่วงมาก ผมไม่เชื่อว่าการใช้จ่ายเงิน ๑,๑๙๘ ล้านบาท จะเป็นไปตามที่พวกเรามาพูดกันในสภาแห่งนี้ ท่านไปพูดเองว่าในสํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐานซึ่งเราเรียกว่า สพฐ. เวลาสํานักงบประมาณออกงวดเงินให้ไป เวลา สพฐ. จะจัดสรรไปถึงปลายทาง มันไม่ไปครับท่านประธาน เห็นไหมครับ ขณะนี้ งบแปรญัตติในปีงบประมาณนี้ซึ่งกําลังสับสนวุ่นวายอยู่ แม้แต่จังหวัดเชียงรายของท่าน อันนี้เป็นบทพิสูจน์ให้เห็นอะไร เดี๋ยวนี้พอสํานักงบประมาณออกงวดเงินไปที่ สพฐ. เสร็จ แทนที่จะรีบส่งไปที่ต่างจังหวัดให้เขารีบดําเนินการหาผู้รับจ้าง ไม่มี ผมก็เลยสงสัย ผมไปเปิดรายงานการประชุมของคณะกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมา ก็มีท่านวิรัชท่านบอกว่ามันมี อยู่ ๒ คน คนหนึ่งมีอักษรย่อว่า ส. เสือ อีกคนหนึ่ง ท. ทหาร เป็นคนชักดึงงบประมาณไป ไม่ให้มันลงไปสักที วันนี้ท่านวิรัชเดินเข้ามาท่านต้องพูดนะ ไม่พูดเสียหายนะ ส. เสือนี้ คือใคร ท. ทหารนี้คือใคร แล้วทําไมเงินไม่ลงไป นี่เป็นเหตุผลหนึ่ง ผมก็มีความสงสัย เหลือเกินว่าผมอยู่ในฐานะซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณของ สภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาถามผม ผมก็ถึงบางอ้อว่าหลังจากที่ทราบ จากมีรายงานในคณะกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมา มันเป็นอะไรกันเกิดขึ้น ส. เสือนี้เป็นใคร ท. ทหารนี้เป็นใคร ผมก็พยายามถามท่านวิรัชว่าท่านบอกได้ไหมเป็นใคร ถ้าท่านไม่บอก ผมจะถามในสภา ท่านไม่พูดวันนี้ไม่ได้นะ คนที่ดึงชักคะเย่องบประมาณนี่ที่มันไม่ลงไป เพราะอะไร เสียดายท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการท่านไม่อยู่ด้วย ถ้าท่านอยู่ ท่านจะได้รู้ จัดการสักที ท่านอย่าปล่อยให้มีกระบวนการในการต่อรองงบประมาณ ถ้าใคร อยากจะได้เร็วต้องมาหาฉันนะ ถ้าคุณไม่มาหาฉัน งบประมาณก็จะดึงไปดึงมาอยู่อย่างนี้ ไม่ใช่ผมพูดเองนะครับ ท่านวิรัตน์เป็นคนหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้อันตรายมากในการบริหารการจัดการงบประมาณ

อีกประการหนึ่ง หลังจากที่เราได้เห็นแล้วว่าการใช้จ่ายเงินมันมีปัญหาเกิดขึ้น วันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการหรือเปล่า ผมมองไม่ชัดนะครับ ท่านลุกขึ้นตอบ ให้ผมหน่อย ท่านจะจัดการ ส. เสือ กับ ท. ทหาร ได้อย่างไร แล้วท่านรู้หรือเปล่า ส. เสือ กับ ท. ทหาร เป็นใคร ถ้าท่านไม่รู้ท่านลุกขึ้นมาตอบสิ ถ้าไม่รู้ผมจะถามท่านวิรัชเลยวันนี้ คือใคร แล้วใครเป็นคนดึงตัวนี้อยู่

ท่านประธานที่เคารพ อีกประการหนึ่งผมขอฝากท่านประธานไปที่ประธาน คณะกรรมาธิการในฐานะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอความกรุณาเถอะครับ นับแต่ต่อนี้ไปถ้ามีการกันเงินโดยไม่ผูกพัน ต่อไปอย่าให้มี แล้วก็เอาเงินนี้เข้าคืนคลังต่อไป ถ้าการกันเงินโดยไม่ผูกพันนี่มันจะเป็นวินัยในการบริหารการจัดการที่จะไม่ดี แล้วใครก็จะไป วิ่งเต้นกันได้ว่าเมื่อไม่ผูกพันฉันก็จะขอ ฉันขอที่กรมบัญชีกลาง อันนี้เสียหายมากนะครับ ท่านประธาน ขอขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เจอไหมครับ เหลืออีกท่านหนึ่งครับ ให้ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ ในฐานะสมาชิกผู้สงวน เชิญครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย กรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ในมาตรา ๘ ของกระทรวงศึกษาธิการผมได้ปรับลดไว้ ๓ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนสาเหตุที่ปรับลดนะครับ จริง ๆ แล้วก็ยังไม่ถึงกับติดใจมาก แต่เมื่อเพื่อนสมาชิกที่เป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย มีความเห็นตั้งแต่ท่านแรกจนถึงท่านสุดท้ายมีแนวโน้มว่าการจัดทํางบประมาณ ไม่สมประโยชน์ เพราะมีการเอื้อประโยชน์ให้กับสถาบันซึ่งเป็นสถาบันของภาคเอกชน ส่วนหนึ่ง แล้วก็ยังจัดทําในเรื่องของงบประมาณบางส่วนโดยผมเข้าใจว่ามันจะถูกต้อง ตามกฎหมายหรือเปล่า โดยเฉพาะในเรื่องของสิ่งที่เรากําลังจะเอาเงินงบประมาณไปชดเชย ในการซ่อมบํารุง ส่วนราชการผมไม่ว่าครับ ถ้าเป็นส่วนของเอกชนมันต้องมีกฎเกณฑ์ แล้วก็มี การที่จะใช้จ่ายเม็ดเงินตามระเบียบของพัสดุ แล้วก็เป็นระเบียบที่ว่าด้วยในเรื่องของ ข้อกฎหมายที่ว่ด้วยการช่วยเหลือในเรื่องของการบรรเทาสาธารณภัย ผมเรียนครับ เมื่อสักครู่ มีเพื่อนยามดึกคือคนขับรถแท็กซี่เขาโทรศัพท์มาให้ผมถาม ก็ขออนุญาตถามแทนเขาด้วย เพราะมันมีประชาชนสงสัย เขาบอกว่าบ้านเขาเมื่อปีที่แล้วถูกพายุพัด แล้วก็ล้มมา เพราะต้นไม้ทับทั้งหลังไปหมดเลยครับท่านประธาน ในกรุงเทพมหานคร ปรากฏว่าในกรณี กรอุดหนุนหรือการช่วยเหลือเงินในหน่วยงานกรุงเทพมหานครเป็นหน่วยงานแรกเข้าไป เขาช่วยเหลือเงินแค่ ๓๐,๐๐๐ บาท เขาบอกว่าช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น ในเรื่องของครอบครัวที่อยู่อาศัย ส่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขาช่วยอีก ๖๐,๐๐๐ บาท เพราะบ้านหลังคาหายโดนทับไปทั้งหมดครับท่านประธาน สรุปว่าช่วยได้ ทั้งหมดในส่วนกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัยช่วยได้ ๖๐,๐๐๐ บาท แล้วก็เป็นกฎเกณฑ์ นะครับถ้าจําไม่ผิดผมก็เคยไปขอเงินงบประมาณเขาให้ได้แค่นี้จริง ๆ ทีนี้ตรงนี้เมื่อเพื่อน สมาชิกได้อภิปรายในเรื่องของการให้การสนับสนุนเม็ดเงินงบประมาณของเอกชนลงไป ในโรงเรียนเอกชน จนกระทั่งมีการเทพื้น มีการปลูกสนามหญ้า กระถางต้นไม้หรือส่วนใด ถ้าจะจัดซื้อแบบนี้ผมเข้าใจว่าเฉพาะในส่วนนี้ถ้าเป็นโรงเรียนของรัฐมันมีเกณฑ์การอุดหนุน เงินให้ ให้ในส่วนของความเสียหาย คิดเป็นตัวเลขเปอร์เซ็นต์ไม่เกินเท่าไร เหมือนกับคนที่ ประกันรถยนต์ เวลารถชนเขาจะซ่อมกี่เปอร์เซ็นต์ จะเปลี่ยนใหม่ให้เท่าไรยกเว้นเป็นรถที่เป็น รถใหม่ในกรณีที่มีความต่างกัน ทีนี้ถ้าจะเทียบเกณฑ์แล้วผมจะถามครับ ถามท่านประธาน ถามคณะกรรมาธิการว่าในการกําหนดการให้นี้ถือกฎหมายฉบับใด ในระเบียบใด ที่สามารถ จัดงบประมาณในส่วนนี้ให้ได้ ถ้าท่านตอบจะได้บันทึกไว้เพราะผมจะตัดอยู่ตรงนี้ ๓ เปอร์เซ็นต์เพื่อใช้ในการอภิปราย แต่ถ้าท่านตอบแล้ว บันทึกไว้แล้ว เพื่อนสมาชิก ต้องพิจารณาตามด้วยครับว่าสิ่งที่ชดเชยให้โดยอาศัยอํานาจของสภาแห่งนี้เป็นตรายางมันจะชอบ หรือเปล่า เพราะถ้าคิดเทียบเคียงกับกฎหมายอื่นท่านต้องตอบให้ชัดนะครับ เอากฎหมายอื่น ที่เป็นพระราชบัญญัติมาตอบ การให้ความช่วยเหลือ หรือการชดเชยในเรื่องของอัคคีภัย บรรเทาสาธารณภัย วาตภัย หรือสิ่งต่าง ๆ ให้ได้เท่าไร ให้ได้เท่าไรเขียนให้ชัดครับ กับกรณี อย่างนี้ลักษณะให้ได้มากกว่าโดยอาศัยพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือเปล่าที่กําลังจะผ่านให้ ถ้าเป็นโดยพระราชบัญญัติฉบับนี้แสดงว่าพวกเรากําลังทํานอกเหนือข้อกฎหมายที่เป็น กฎหมายทั่ว ๆ ไป แต่กําลังให้โดยพิจารณาจากพระราชบัญญัติในเรื่องของการของบที่เป็น งบพิเศษหรืองบรายจ่ายเพิ่มเติมที่กําลังทําอยู่ ฉะนั้นผมเองถ้าไม่ได้รับตอบที่ชัดเจนก็คงขอ อนุญาตขอปรับลด ๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็คงจะมีคําถามต่อครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านจุลพันธ์ คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยผู้สงวนความเห็น ท่านสุดท้ายนะครับ เดี๋ยวท่านกรรมาธิการจะได้ตอบ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่จากพรรคเพื่อไทย ในส่วนประเด็น ของผมก็คงเป็นประเด็นที่เหมือนกันกับเพื่อนสมาชิกซึ่งได้อภิปรายไปหลายคน ก็จะรอฟัง คําตอบจากทางคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากก่อนดูว่าจะมีประเด็นเพิ่มเติมหรือไม่

แต่ประเด็นที่ฝากถามก็เช่นเดียวกับท่านวิชาญ คือโรงเรียนเอกชนเป็นหลัก เลยว่ามันสมควรแล้วหรือไม่ในขณะที่โรงเรียนใน สพฐ. ของเราที่อยู่ในต่างจังหวัดบอกว่า เรียนฟรี เรียนดี ๑๕ ปีอย่างมีคุณภาพวันนี้โรงเรียนยังปะผุกันทั้งนั้น ถามว่ามันมี ความเหมาะสมหรือไม่ที่เราจัดสรรงบไปช่วยโรงเรียนเอกชนที่หลายโรงเรียนเป็นโรงเรียน ผสม มีส่วนที่เป็นภาคภาษาไทยบ้าง เป็นอินเตอร์ (Inter) บ้าง ในส่วนอินเตอร์นี่เก็บค่าเทอม เป็นแสน แล้วเรายังจะไปช่วยงบประมาณในส่วนนี้ทั้งที่เขามีกําลังในการซ่อมแซมบูรณะ ตัวเองอยู่หรือไม่ มันสมควรแล้วหรือ

ส่วนที่ ๒ ก็คือเรื่องของการกระจุกตัวของงบประมาณซึ่งในส่วนของ กระทรวงศึกษาธิการ ต้องกราบเรียนว่าชัดเจนที่สุด เพราะว่างบประมาณในส่วนที่เหลือ ยังไม่ได้ซ่อมแซมภาคใต้ซ่อมหมดเลย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสานเหลือกันที่ละประมาณ ๔๐ ล้านบาท ๓๐ ล้านบาท เมื่อมันเป็นอย่างนี้มันชี้ชัดว่า มีการจัดงบประมาณอย่างกระจุกตัวไปเน้นที่ภาคใต้ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากว่าจะชี้แจงทําความเข้าใจได้อย่างไร นอกจากชี้แจงทําความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกในห้องนี้ ท่านต้องชี้แจงทําความเข้าใจกับ พี่น้องประชาชนที่อยู๋ในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสานที่เขาไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุน ในการซ่อมแซมปัญหาจากอุทกภัยครั้งนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านชัยวัฒน์ ผู้สงวนคําแปรญัตติ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ต้องขออนุญาตท่านประธานครับ ผมเองได้เป็นผู้หนึ่งที่ขอแปรญัตติตัดงบประมาณในส่วนนี้ แต่จริง ๆ แล้วต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ผมเองคงต้องเรียนว่าจริง ๆ แล้ว ต้องตัดมากกว่านี้ แต่ตัดมากกว่านี้ก็อยากจะฟังความเห็นเหมือนกัน ผมเลยตัดไว้ เพียงเพื่อที่จะให้ได้แสดงความเห็นแล้วก็เพื่อที่จะได้รับความคิดเห็นในคําชี้แจงของ คณะกรรมาธิการ หวังว่าคงชี้แจงเพื่อเป็นหลักฐานเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติในโอกาส ภายภาคหน้าของประเทศเรา ผมขออนุญาตกราบเรียนครับ ในการดําเนินงานในประเทศเรา เราก็คงแบ่งกันเป็น ๒ ลักษณะ คือการดําเนินงานภาครัฐแล้วก็การดําเนินงานภาคเอกชน ในส่วนของการดําเนินงานภาครัฐนั้นแน่นอนที่สุด ก็คือภาครัฐก็คือส่วนรวมของประเทศ วัด โรงเรียนใด ๆ ก็ตามแต่ที่เป็นทรัพย์สมบัติของพี่น้องประชาชนใช้ร่วมกันโดยงบประมาณ ของแผ่นดิน นั่นคือเราเรียกว่า สถานที่ราชการหรือว่าเราเรียกว่าเป็นส่วนราชการ หรือ เราเรียกว่าภาครัฐ ส่วนภาคเอกชนแน่นอนที่สุดครับท่านประธาน ก็คือพี่น้องประชาชน หรือคนในประเทศเรา คนในสังคมเราในการที่ใช้งบประมาณส่วนตัวส่วนตนจากใดก็ตามแต่ ในการที่จะไปดําเนินการในเรื่องของกิจการธุรกิจเพื่อการค้าหากําไร ในส่วนนี้ในมาตรา ๘ ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ในส่วนที่ผมตัดงบประมาณใน ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ นั้นจริง ๆ แล้วก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนตัดน้อยมาก ดังที่กล่าวข้างต้นเพื่อถาม ความคิดเห็นแล้วก็เป็นแนวทางในการอภิปราย ในเรื่องของการลงทุนของโรงเรียนเอกชน ได้รับความเสียหายในร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ที่มีเอกสารหลักฐานบอกมากล่าวมา ในที่นี้คือทั้งหมดทั้งสิ้นนั้น ๑๙๓ แห่งใช้งบประมาณทั้งสิ้นที่จะชดเชยในครั้งนี้ ๔๕,๔๐๕,๘๐๐ บาท ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ถ้าเราคิดตัวเลขเต็ม จํานวนแล้วหารแล้วนะครับท่านประธาน ประมาณ ๓ แสนต่อหลังต่อรายต่อที่ต่อแห่ง ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่า เราใช้งบประมาณดังกล่าวนี้เพื่อไปเยียวยาและดูแล ไม่ใช่ว่าเราเป็นคนไทยด้วยกันเราไม่ดูแล แต่ผมบอกว่าทิศทางในแนวทางของประเทศเรานี่เราจะเอาอย่างไร ให้ชัดเจน ผมใช้คําว่า ชัดเจน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมถามคําถามกลับว่าธุรกิจอื่นเมื่อเขาได้รับความเสียหาย จากภัยพิบัติต่าง ๆ เช่น น้ําท่วม เช่น อัคคีภัยหรือวาตภัยคือลม คําถามคือภาครัฐเคยให้ ความช่วยเหลือเขาหรือไม่อย่างไร มีที่ไหนอย่างไร ลองตอบสิ แต่ครั้งนี้ท่านเอาไปเยียวยา โรงเรียนอย่างนี้ถือว่าท่านกระทําผิด โดยแนวทางการปฏิบัติของรัฐ เราจะทําอย่างไรแนวทาง แห่งรัฐนั้นเรามีแนวทางร่วมกัน เห็นผลประโยชน์พี่น้องประชาชนในแนวทางเดียวกัน วันนี้ถามว่าโรงงานต่าง ๆ ที่เขาได้รับผลกระทบจากน้ําท่วมนี่มากมายมหาศาลในประเทศนี้ ท่านชดเชยหรือเปล่า ท่านไม่เคยทํา ถามว่าคนเหล่านั้นเขาไม่ใช่คนหรือ เขาไม่เสียภาษีหรือ เขาเสียภาษี เขาได้รับผลกระทบอย่างมากมายมหาศาลในกิจการโรงงานเขา คนงานต้องหยุด เงินเดือนต้องจ่าย คนงานหยุดนะ เงินเดือนต้องจ่ายนะ ไม่อย่างนั้นกองทัพแตก โรงงานพัง ลูกน้องกระจาย แต่ถามว่าท่านนั้นดูแลหรือไม่ ไม่ได้ดูแล ไม่มีครับ แต่โรงเรียนนี่เก็บค่าเทอม เด็กไม่ได้เรียนหนังสือนะ จ่ายค่าเทอมยังเหมือนเดิม ได้รับผลประโยชน์เช่นเดิม เงินก็ไปจ่าย ให้ครูเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเสียนะท่านประธาน หยุดเรียนไปเฉย ๆ ผลกระทบอาจจะกระทบ ในเรื่องของความเสียหายในกิจการโรงเรียนบ้าง เท่าที่ดูโรงเรียนรายละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ไม่มากเลยในกิจการโรงเรียนอย่างนี้ ถามว่าเขาสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ไหม ผมคําถาม คําตอบก็คือ ตอบให้เลย ทําได้ครับ ถ้าโรงเรียนเหล่านี้เขาไม่มีปัญญาที่จะแก้ไขปัญหา ของเขา เพียงงบประมาณ เพียงค่าใช้จ่ายในรายละประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ บาทโดยถัวเฉลี่ย ผมคิดว่าเขาเป็นผู้บริหารกิจการโรงเรียนไม่ได้ครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเพราะว่ารัฐบาลนั้น จะทําในลักษณะตนเองนั้นเผื่อแผ่ดูแลไม่ทอดทิ้ง ท่านกําลังใช้งบประมาณ ภาษีพี่น้อง ประชาชนในลักษณะเงินกู้ เก็บภาษีมาก ไม่ว่าภาษีน้ํามัน ภาษีอะไรก็ตามแต่ ภาษีบุหรี่ เหล้า ทุกอย่าง สิ่งเหล่านี้ถามว่าท่านทําถูกหรือไม่ในแผ่นดินนี้ สิ่งเหล่านี้ต้องขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานนะครับ ผมเองไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะว่าโรงเรียนเหล่านี้ เขาสามารถที่จะดูแลตนเองได้ในกิจการความเสียหายที่ไม่มากนัก แต่ในเรื่องของ ธุรกิจอื่นนั้นเขาเองต้องดูแลตนเองดังที่ผมกล่าว เราได้ให้ความยุติธรรมเขาหรือไม่ อย่างไร ในส่วนกลับกันนะท่านประธาน ในกิจการโรงเรียน จริง ๆ แล้วต้องบอกว่า ในสถานศึกษาเขาไม่ได้เสียภาษีนะ ผมเองได้รับโอกาสจากโรงเรียนภาคเอกชน ไม่ใช่ไม่เห็น คุณูปการ ที่ดีได้ทุกวันนี้ ที่มาได้ทุกวันนี้เพราะโรงเรียนเอกชน แต่เขาไม่ได้เสียภาษีนะ จริงอยู่มันเป็นช่องทาง มันเป็นแนวทางในการที่จะให้ลูกหลานได้มีโอกาสในรายการ รับการศึกษามากขึ้น รัฐเลยระงับไม่เสียภาษี หยุดในการเก็บหรือไม่เรียกเก็บ แต่ในแนวทาง เดียวกันต้องขออนุญาตกราบเรียนครับ โรงงานต่าง ๆ นั้นเขาเสียภาษี เราได้คืนภาษีให้เขา หรือไม่ คิดหรือไม่ ท่านอย่าใจกว้าง อย่าทําหน้าตากว้างในลักษณะไม่ให้ความสําคัญ หรือความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการ วันนี้ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ แนวทางนี้ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานครับ ขอคําชี้แจงครับ เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารประเทศนี้ต่อไป มิเช่นนั้น การบริหารประเทศนี้ไม่มีมาตรฐานอย่างแน่นอน ท่านคิดจะใช้งบประมาณอย่างไร ท่านคิดจะทําอะไร ท่านก็ทําโดยรัฐไร้เหตุผลในแนวทางการบริหารประเทศ เพราะฉะนั้น ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ แนวทางดังกล่าวนั้นจึงขออนุญาตกราบเรียน มาผ่านประธานในการหาคําชี้แจง ถ้าหากไม่ได้ก็ขออนุญาตท่านประธานในการที่จะลุกขึ้น ทวงถามอีกนะครับ กราบขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ต่อไปเชิญท่านกรรมาธิการชี้แจงครับ เชิญครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย กรรมาธิการครับ ผมได้รับฟังเพื่อนสมาชิกอภิปรายเพื่อซักถามถึง การทํางานของคณะกรรมาธิการในส่วนซึ่งเกี่ยวข้องกับงบของกระทรวงศึกษาธิการแล้วก็มี ความกังวลครับว่า มีความพยายามที่จะให้ข้อมูลในลักษณะที่ซักถามที่อาจจะทําให้เกิด ความเข้าใจผิด เช่น บอกว่าในการจัดนี้ไม่มีหลักการบ้าง เป็นการจัดที่มีลักษณะกระจุกตัว บ้าง ซึ่งผมก็กราบเรียนท่านประธานมาตั้งแต่ต้นแล้วครับว่า เวลาเราพิจารณางบประมาณ รายจ่ายกลางปีตัวนี้ ในการซ่อมแซมบูรณะเรื่องน้ําท่วม ไม่ได้มีแค่ ๙,๙๐๐ ล้านบาท ที่อยู่ ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณเพิ่มเติม ปี ๒๕๕๔ ฉบับนี้เท่านั้น แต่ยังมีเงินกัน เงินที่ปรับ แผนในส่วนของเอสพี ๒ (SP2) เงินปรับแผนจากงบประมาณปี ๒๕๕๔ อีกจํานวนหนึ่งด้วย ซึ่งมียอดวงเงินรวมกันทั้งสิ้นถึง ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นอกเหนือจากตัว ๙,๙๐๐ ล้านบาท ตัวนี้ เฉพาะในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการนั้น ได้มีการดําเนินการในการให้ความช่วยเหลือ เร่งด่วนไปก่อนแล้วครับ ซึ่งถ้าจําได้ขอให้ดูระยะเวลาของการเกิดอุทกภัยครับ ช่วงแรกที่เกิด จะเกิดในภาคกลาง ภาคอีสานก่อน ก่อนหน้านั้นก็จะเป็นภาคเหนือ ก็จะมีการปรับแผน ในลักษณะให้การช่วยเหลือเร่งด่วนไปแล้ว เบื้องต้น ๑๖๒ ล้านบาทเศษ นอกจากนั้นยังมีการ ใช้เงินกันเหลื่อมปีอีก ๖๗ ล้านบาท เงินเหลือจ่ายจากเอสพี ๒ อีก ๓๗๘ ล้านบาท เมื่อใช้เงิน ตรงนี้หมดไปแล้ว ก่อนหน้าที่จะมีคณะกรรมการ คชอ. พิจารณาแล้วส่งมาเป็นงบประมาณ รายจ่ายกลางปีตัวนี้ก็มีเหตุอุทกภัยเกิดขึ้นที่ภาคใต้ ถ้าจําได้เหตุการณ์เกิด ๑ พฤศจิกายน และไม่ได้เกิดเฉพาะอุทกภัย แต่เกิดวาตภัยซ้ําเข้าไปด้วย ถ้าจะดูจํานวนครัวเรือนผู้ประสบภัย ในประเทศนี้สูงสุดคือจังหวัดสงขลาครับ ตามยอดที่รายงานมาถึง ๓๐๐,๐๐๐ กว่าราย รองลงมาคือจังหวัดนครราชสีมา รองลงมาจากนั้นคือจังหวัดลพบุรี คือ จังหวัด นครศรีธรรมราช ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น นี่คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นการจัด งบประมาณทั้งหลายจึงเป็นการจัดตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง แต่เมื่อจัดตาม ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงงบประมาณก็จะครอบคลุมไปตามความเสียหายที่เกิดขึ้น ผมเรียน กับท่านประธานเบื้องต้นแล้วครับว่าทั่วประเทศในงบ ๙,๙๐๐ ล้านบาท ในงบรายจ่ายตัวนี้ จังหวัดได้รับสูงสุดก็คือจังหวัดนครราชสีมา ๑,๒๗๗ ล้านบาท รองลงมาก็คือจังหวัดสงขลา ๘๐๐ กว่าล้านบาท ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๑๗ จังหวัดนั้น ก็ได้สูงสุดอยู่ที่ ๒,๙๘๒ ล้านบาท ภาคกลางอื่น ๆ ก็ลดหลั่นกันลงไปครับ ตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เป็น เรื่องที่จะจัดเพื่อให้เกิดความกระจุกตัวแต่ประการใด ความจริงท่านยกเรื่องของ กระทรวงศึกษาธิการ ผมก็คิดว่าตัวเลขก็เป็นไปตามที่ท่านเห็น ท่านพยายามบอกว่า เป็นเฉพาะภาคใต้ ไปกระจุกตัวเฉพาะภาคใต้หรือเปล่า ถ้าท่านประธานดู ท่านประธานครับ ในงบของ สพฐ. ที่จัด ถ้าแยกเป็นรายจังหวัดแล้ว เอ่ยชื่อจังหวัดท่านจะนึกออกครับว่า จังหวัดนั้นเกิดความเสียหายจากอุทกภัยมากมายเพียงไร ในภาคเหนือนั้น จังหวัดนครสวรรค์จังหวัดเดียวได้ไป ๖๖ ล้านบาท อันนี้ก็คือนึกออกว่าน้ําท่วมเยอะ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สูงสุดคือจังหวัดชัยภูมิ ๔๙,๘๐๐,๐๐๐ บาท รองลงมาอีกจังหวัดหนึ่งครับ จังหวัด นครราชสีมา ก็ได้ไป ๘๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท ในจังหวัดภาคกลาง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็ได้ไป ๖๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ในจังหวัดภาคใต้ เอ่ยชื่อ ๒ จังหวัดนี้นึกได้เลยครับว่า เกิดวาตภัยผสมอุทกภัย จังหวัดสงขลา ๑๖๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท และจังหวัดพัทลุง ๑๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท นี่คือในบรรดาจังหวัดที่ได้สูงสุด เพราะฉะนั้นทุกอย่างก็เป็นการจัดไป ตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะเลือกปฏิบัติว่าจังหวัดนั้นจังหวัดนี้ ภาคนั้น ภาคนี้เป็นของพรรคการเมืองนั้นนี้ รัฐบาลชุดนี้ไม่มีครับ ที่จัดตามคนที่เลือกเรามาก่อน ไม่ได้ เป็นเช่นนั้น แต่จัดตามข้อเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ผมเรียนท่านประธานว่าถ้าไปดูงบอื่น อย่างงบกรมทางหลวง ภาคเหนือ ๑๖ จังหวัด รวมกันแล้วได้ไป ๔๑๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ไปสูงสุด ๖๗๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ภาคกลางได้ ๔๗๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท ภาคใต้ ๑๔ จังหวัด ได้ ๒๒๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท ทําไมไม่พูดครับว่าได้น้อย มันไม่ใช่ครับ มันเป็นการจัดตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เป็นความเสียหาย แต่เวลาท่านอภิปรายท่านก็ พยายามอภิปรายว่าอันนี้เป็นความจงใจที่จัดให้กระจุก แล้วท่านก็บอกว่ามีโรงเรียน สพฐ. ที่ยังไม่ได้จัดงบประมาณให้ และที่เหลืออยู่ไม่มีภาคใต้เลย ในมือผมเป็นบัญชีรายชื่อครับ ของโรงเรียนที่ยังจัดได้ไม่หมดและกระทรวงศึกษาธิการจะจัดในงบปี ๒๕๕๕ มีภาคใต้ครับ ในรายการที่มีในภาคใต้นั้นรวมจังหวัดตรัง จังหวัดกระบี่ ในจังหวัดตรังเยอะสุดครับ มีทั้ง อําเภอวังวิเศษ นี่เขตเลือกตั้งผมนะครับ ห้วยยอด เขตเลือกตั้งผมครับ และโรงเรียนที่ยังไม่ได้ จัดให้คือโรงเรียนห้วยยอด ซึ่งเป็นโรงเรียนเก่าของผมเอง ถ้าเจตนาจัดให้กระจุก เจตนาจัดให้ ในเขตพื้นที่เลือกตั้งตัวเอง เว้นไว้ทําไมล่ะครับ ก็ไม่ต้องเว้นครับ แต่ไม่มีเจตนาครับ มันเป็น การจัดตามข้อเสียหายที่เกิดขึ้นจริง เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่า เพื่อป้องกัน ความเข้าใจผิด เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องซึ่งยืนยันได้ว่าไม่มีเจตนาที่จะจัดให้มีการกระจุก ส่วนกรณี สช. สช. นั้นความจริงแล้วมีการของบประมาณมาอยู่ที่ ๕๓๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ที่สุดแล้ว มีการพิจารณาจัดให้ ๔๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท คําถามท่านถามว่าเคยจัดให้ไหม และจัดให้ตาม กฎหมายใด ผมเรียนท่านประธานครับว่าเราพยายามอภิปรายว่าโรงเรียนเอกชนคือโรงเรียน คนรวย ความจริงโรงเรียนเอกชนที่จัดให้มี ๓ ประเภทครับ

๑. โรงเรียนนอกระบบ เช่น ปอเนาะ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ซึ่งปกติเขาตั้งงบประมาณรายจ่ายประจําปีเป็นเงินอุดหนุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างด้านกายภาพ อยู่แล้ว

๒. โรงเรียนเอกชนการกุศล เช่น โรงเรียนวัดและมูลนิธิ ซึ่งโรงเรียนเหล่านี้ โดยปกติได้รับเงินอุดหนุน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ และไม่ได้เก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ปกครอง

๓. ก็คือโรงเรียนทั่วไป ซึ่งท่านได้พูดถึง

คําถามก็มีต่อว่าเคยจัดไหม คําตอบ เคยจัดครับ ในกรณีน้ําท่วมเมื่อเดือน พฤศจิกายน ปี ๒๕๕๑ มีการอนุมัติงบกลางต่อเนื่องมาจนกระทั่งถึงปี ๒๕๕๒ จ่ายไป ๑๐ จังหวัด ๔๗ โรงเรียน เป็นเงิน ๖,๕๐๐,๐๐๐ กว่าบาท และถัดมาปีงบประมาณ ๒๕๕๓ จัดอีก ๘ จังหวัด ๑๑๙ โรงเรียน อีก ๑๘,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ เคยจัดครับ คําถามท่าน ถามว่าเป็นการจัดตามกฎหมายใด ก็มีการชี้แจงว่าเป็นการดําเนินการตามพระราชบัญญัติ โรงเรียนเอกชน พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๓ (๑๐) ที่กําหนดให้คณะกรรมการส่งเสริม การศึกษาเอกชนปฏิบัติงานอื่นตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นกําหนด หรือตามที่ คณะรัฐมนตรีมอบหมาย โดยจัดสรรงบประมาณเป็นเงินอุดหนุนผ่านสํานักงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นงบอุดหนุน และเมื่อพระราชบัญญัติงบประมาณเพิ่มเติม ปี ๒๕๕๔ ผ่านสภาไปแล้ว คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนต้องรับไปดําเนินการตาม การกําหนดมาตรการช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนให้สอดคล้องกับนโยบายที่คณะรัฐมนตรี เห็นชอบตามมาตรา ๑๓ (๔) ของพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน ปี ๒๕๕๐ อันนี้ก็คือ ข้อชี้แจงทั้ง ๒ ข้อเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการวิรัชครับ

นายวิรัช รัตนเศรษฐ กรรมาธิการ 🔗

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม วิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรครวมชาติพัฒนา ก่อนอื่นผมต้อง ขออนุญาตท่านประธานพูดถึงในเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านเจริญ ได้กล่าวถึงผมในส่วนของการพิจารณางบประมาณ ผมเองในตอนช่วงที่พิจารณาในส่วนของ งบประมาณกระทรวงศึกษาธิการได้มีโอกาสได้ซักถาม โดยเฉพาะในส่วนของเลขาธิการ สํานักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือเราเรียกย่อว่า สพฐ. สิ่งหนึ่งที่ได้มีโอกาสได้ท้วงติง เหมือนอย่างบรรดาท่านสมาชิกได้สอบถามเมื่อสักครู่นี้ว่าในปีงบประมาณแต่ละปีที่ สพฐ. ได้รับมานั้นได้มีการตรวจสอบไหมว่าได้ใช้เงินไปแล้วเท่าไร ในส่วนนี้คณะกรรมาธิการผมเอง ก็คนหนึ่งที่จะต้องดูในรายละเอียดตรงนี้ สิ่งที่เราได้เห็นก็คือการใช้เงิน โดยเฉพาะงบลงทุน ของ สพฐ. สพฐ. ท่านประธานครับมีงบในส่วนของการบริหารการจัดการทั้งหมด ๒๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทต่อปี แต่งบลงทุนท่านประธานครับจะตกอยู่ประมาณ ๑๒,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วใน ๑๒,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ในระยะเวลางบประมาณปี ๒๕๖๔ เกือบ ๖ เดือน ใช้ไปเพียงแค่ ๑.๙ เปอร์เซ็นต์ ใน ๑.๙ เปอร์เซ็นต์นี้ล่ะครับเป็นสิ่งที่ท่านคณะกรรมาธิการทุกท่านเป็นห่วง และผมเองก็ถามทางท่าน เลขาธิการ สพฐ. ว่าท่านทราบไหมว่ามันติดกันอยู่ตรงไหน เพราะว่าหน่วยงาน สพฐ. นั้นเป็น หน่วยงานที่ใหญ่ มีบุคลากรมาก ทําอะไรมันก็อุ้ยอ้ายไปหมด ไม่ว่าจะเป็นในแต่ละแผนงาน หรือในแต่ละโครงการ ในส่วนของ สพฐ. เขตที่มีทั้งหมดทั่วประเทศ ๑๘๕ เขต ทําเรื่องส่งมา ทาง สพฐ. ใหญ่ สพฐ. ใหญ่ก็ส่งไปให้ สพฐ. เขตยืนยัน สพฐ. เขตยืนยันส่งกลับมา สพฐ. ใหญ่ ยืนยันกันไปยืนยันกันมาใช้ท่านประธานครับใช้เวลาทั้งหมดเกือบ ๖ เดือน ถ้าถามว่าเงินงวด ของเงินงบประมาณเขาออกให้หรือยัง เขาออกให้ไปตั้งแต่เดือนตุลาคม ออกให้หมดเลยครับ แต่การใช้เงินนะครับท่านประธานสิ่งที่ผมเองได้ท้วงติงทาง สพฐ. ก็คือ ท่านทํางานอาจจะ ทํางานในลักษณะที่กลัวมากหรือช้ามาก คําว่า กลัวมาก กับ ช้ามาก ท่านประธานครับก็เลย ทําให้งานทั้งหมดมันเสียหาย ทั้ง ๆ สพฐ. มีเงินลงทุนตั้ง ๑๒,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าเกิดภัยแล้งหรือภัยพิบัติอะไรก็ตามทีถ้าเราเอาเงินในจํานวนนี้เอาไปใช้ก่อนล่วงหน้ามันได้ หมดเลย แต่รอวันรอไปรอมายืนยันไปยืนยันมา แล้วในขณะเดียวกันผมก็บอกว่าถ้าเผื่อท่าน ไม่รู้ผมทราบมาว่าถ้าเผื่อจะทําโครงการอะไรมันไปติดอยู่ตรงนี้กลับไปกลับมามีชื่อย่อว่า ส เสือ กับ ธ ทหาร ท่านคณะกรรมาธิการท่านก็รับฟัง แต่ตัวท่านเลขาธิการ สพฐ. ท่านก็รู้ว่า ในองค์กรของท่านท่านจะแก้ไขอย่างไร ท่านคณะกรรมาธิการก็ยิ่งเป็นห่วงกันใหญ่ ท่านประธานครับแล้ววันนี้ สพฐ. จะดําเนินการอย่างไร ในงบประมาณที่มีงบลงทุนถึง ๑๒,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ยังใช่ไม่ได้ แล้วอยู่ ๆ จะเอามาเอาเงินงบประมาณอีก ๑๐,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท หรือจะมีเงินในส่วนของเอสพี ๒ เอามาเพิ่มอีก ก็ต้อง ถามคําถามต่อไปว่าจะใช้หมดอย่างไร เพราะถ้าเผื่อมีการยืนยันกลับไปกลับมา ยืนยันกลับไป กลับมา มันก็ไม่ไปไหนหรอกครับท่านประธาน มันก็เหมือนอย่างที่บรรดาท่านสมาชิก อภิปรายว่าเงินมันก็ค้างอยู่ในท่อ วันนี้ไม่ใช่เฉพาะแต่ในส่วนของ สพฐ. แห่งเดียว ท่านประธานครับ ท่านประธานครับฝากไปยังท่านรัฐมนตรีท่านลองไปดูในส่วนของ กระทรวงศึกษาธิการ อย่าไปดูงบในส่วนเงินเดือนรายจ่ายประจํา ต้องดูในงบลงทุน ท่านประธานครับมี ๒ เปอร์เซ็นต์ ๑.๙ เปอร์เซ็นต์ เก่งที่สุด ๓ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น เงินงบประมาณในส่วนตรงนี้ที่เราจะขับเคลื่อนทั้งระบบการศึกษาทั้งหมดท่านประธานครับ อย่างวันนี้เหมือนกันผมต้องเรียนท่านประธานเลยก็คือวันนี้ถ้าเงินงบประมาณที่เขาออกไป เงินงวดตั้งแต่เดือนตุลาคมถ้าเราจะทําอะไรท่านประธานครับเดือนพฤศจิกายนเราดําเนินการ เกิดเหตุภัยหรืออะไรเดือนธันวาคมซ่อมเสร็จหมดเรียบร้อยแล้ว วันนี้จะเอางบไปซ่อม ท่านประธานครับเด็กปิดเทอมแล้ว แล้วเปิดเทอมเดือนไหน เดือนพฤษภาคม ผมก็ยังไม่แน่ใจ เลยว่าเงินในส่วนนี้จะตกไปยังในเขตพื้นที่แต่ละเขตและดําเนินการกัน วันนี้ผู้บริหารทั้งหมดรอครับ ท่านประธานครับ วันนี้รอว่าเงินเมื่อไรมันจะลงไป ส่วนรายชื่อ ที่ต้องบอกให้แก้ไขก็คือ ท่านต้องไปปรับองค์กรในส่วนของสํานักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่ถ้าเผื่อไม่ปรับ ไม่ส่งเงินไปยังสํานักงานเขต ผมคิดว่าปีนี้ไม่ได้ใช้เงินละครับ แล้วงบลงทุน ปีนี้ผมต้องเรียนท่านประธานว่าเป็นการใช้เงินที่ช้าที่สุดในรอบ ๒๐ ปีของ สพฐ. เลยก็ว่าได้ ผมเองก็ขออนุญาตชี้แจงให้บรรดาท่านสมาชิกได้เข้าใจแล้วก็ขอความกรุณานะครับว่า ถ้าเผื่อมีเหตุอะไรที่นั่น ผมเองก็พยายามดูแลติดตามให้พวกท่านอยู่ แต่มันก็ช้าในส่วน อย่างที่ผมได้เรียนอย่างนี้นะครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ขออนุญาตขอให้รายละเอียดแย้งท่านที่เมื่อกี้ท่านรัฐมนตรี ได้มาบอกว่า งบที่มันไม่กระจุก มันกระจายนะคะ ดิฉันจะอ่านให้ฟัง ขออนุญาต ซึ่งมีทั้ง งบกันจากปี ๒๕๕๓ แล้วก็งบปรับแผน ๒๕๕๔ แล้วก็เอสพี ๒ แล้วก็งบเพิ่มเติม ปี ๒๕๕๔ แยกเป็นจังหวัดนะคะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต ๑ ได้รวม ๒๐ ล้านบาท เขต ๒ ได้ ๔๓.๙ ล้านบาท สสส. ๑ โรงเรียน ๙๙๐,๐๐๐ กว่าบาท จังหวัดนนทบุรี ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ ๑๒ ล้านบาท จังหวัดปทุมธานีก็ ๙,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ในส่วนของรายจังหวัดนะคะ จังหวัดนครศรีธรรมราช เขต ๑ รวม ๔๗,๙๔๒,๐๐๐ บาท จังหวัดสุราษฎร์ธานี ๕๘,๑๐๐,๐๐๐ บาท จังหวัดสงขลา ๑๒,๓๒๐,๐๐๐ บาท ๑๑๕ ล้านบาท เขต ๓ ๗๕,๔๐๐,๐๐ บาท จังหวัดพัทลุง เขต ๑ ๙๒ ล้านบาท เขต ๒ ๖๒ ล้านบาทเศษ นี่คือตัวอย่าง ที่จังหวัดยะลานะคะ ๒๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท ๓๓,๙๐๐,๐๐๐ บาท จังหวัดนราธิวาส ๘ ล้านบาทเศษ ๒๐,๑๑๐,๐๐๐ บาท เขต ๓ ๒๑ ล้านบาท ๑๙,๖๐๐,๐๐๐ บาท จังหวัดปัตตานี ๙,๙๐๐,๐๐๐ บาท เขต ๒ ๓๖,๙๐,๐๐๐ บาท เขต ๓ ๓๐ ล้านบาทเศษ ทั้งหมดนี่ค่ะ รวมนะคะ กระทรวงศึกษาธิการรับไปในครั้งนี้รวมงบกลางปีด้วยอีก ๑,๑๙๘ ล้านบาท รวมรับไปแล้วทั้งหมด ๑,๘๐๗ ล้านบาท แยกสรุปออกมาเป็นภาคเหนือ งบที่จัดสรรคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ๙.๘๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นตัวเงิน ๑๗๗ ล้านบาทเศษ ภาคกลางบวกภาคตะวันออก ๒๗๕,๙๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ๑๕.๒๗ เปอร์เซ็นต์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๓๔๗ ล้านบาทเศษ เป็นจํานวน ๑๙.๒๑ เปอร์เซ็นต์ ภาคใต้ ๑,๐๐๖,๙๔๔,๔๘๗ ล้านบาท คิดเป็น ๕๕.๗๒ เปอร์เซ็นต์ค่ะท่าน แล้วก็ดิฉันก็ดูบัญชี สรุปโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่ยืนยันว่ายังไม่ได้รับความช่วยเหลือ ดูนะคะ รายจังหวัดซึ่งเช็ก แล้วไม่มีภาคใต้จริง ๆ นะคะท่าน จังหวัดกาญจนบุรี ๑ โรงเรียน จังหวัด กาฬสินธุ์ ๒ เขต เขต ๑ ๒ โรงเรียน เขต ๒ ๑ โรงเรียน เขต ๓ ๔ โรงเรียน จังหวัด ฉะเชิงเทรา และมีจังหวัดชัยภูมิ มีจังหวัดเชียงราย เขต ๑ เขต ๒ เยอะเลยค่ะท่าน มันไม่มีค่ะ เมื่อกี้ไม่มีจังหวัดตรังจริง ๆ เลยไม่ทราบว่าบัญชีที่อยู่ในมือท่านรัฐมนตรีนั้น มีหรือเปล่า มีจังหวัดเชียงราย มีจังหวัดเชียงใหม่ มีจังหวัดนครราชสีมา มีจังหวัดนครนายก มีจังหวัดน่าน จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพะเยา จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ อนุบาลวังโป่ง โรงเรียนหายไปทั้งหลัง ของดิฉันอยู่ก็ไม่ได้ รับ ๘๖๐,๐๐๐ จังหวัดแพร่ ๑ โรงเรียน จังหวัดมหาสารคาม นี่ภาคเหนือกับภาค ตะวันออกเฉียงเหนือทั้งนั้นเลยค่ะ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดร้อยเอ็ด

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็เอาพอเป็นตัวอย่างนะครับ

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ กรรมาธิการ

จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์ ไม่มีภาคใต้เลยค่ะ ไม่มีจังหวัดตรังค่ะ หาแล้วไม่มีเลยค่ะ จังหวัดหนองคาย จังหวัดอุดรธานี ถึงจังหวัดอุบลราชธานี ขอบพระคุณค่ะท่าน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสาทิตย์

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ เพื่อความ เข้าใจนะครับ ผมไม่ทราบเอกสารท่านมีกี่หน้านะครับ แต่ท่านกรุณาดูหน้าที่ ๑๑ หน้าที่ ๑๑ มันจะเริ่มด้วยโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม ที่จังหวัดลพบุรี และโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ที่อําเภอชัยบาดาล โรงเรียนที่พระสมุทรเจดีย์ โรงเรียนที่อําเภอดําเนินสะดวก อําเภอปราณ บุรี แล้วก็ต่อด้วยจังหวัดตรัง แล้วก็ด้วยที่อําเภอพานทอง แล้วก็ไปหนองวัวซอ ศรีธาตุเพ็ญ เหล่านี้ครับ มันจบลงที่หน้า ๑๒ ครับ ทั้งหมด ๑๒ หน้าครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประสิทธิ์ครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย ชัยภูมิ ท่านรัฐมนตรีลุกขึ้นมาตอบ ผมเลยมันมาสะกิดความรู้สึก ท่านประธานครับ ในกรมอื่น ๆ พวกผมไม่ติดใจในเรื่องการจัดสรรงบประมาณ กระจุกตัวมากมาย แต่อยากกราบเรียน ท่านประธานครับว่าว่าจะไม่ลุกขึ้นมาพูด แต่ท่านพูดทํานองว่า โอ้โฮ จัดสรรงบประมาณ ดูแล้วไม่มีการเอารัดเอาเปรียบ ไม่กระจุกตัว ไปอ้างโน่นอ้างนี่ ท่านประธานมาอ่านสิครับ นี่มาจากกรรมาธิการงบประมาณเลยนะครับ ศช. ๔๕.๔ ล้านบาท เขาแบ่งให้เลยครับ ภาคกลาง ได้ ๑๐ ล้านบาท ภาคเหนือได้ ๑,๓๐๐,๐๐๐ บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ ๗,๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ภาคใต้ ๒๖ ล้านบาท นี่ ศช. การศึกษาเอกชน กศน. ๑๖.๕ ล้านบาท ภาคกลาง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ภาคเหนือ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๔,๖๐๐,๐๐๐ บาท ภาคใต้ ๙,๔๐๐,๐๐๐ บาท มาดูครับ การศักษาขั้นพื้นฐานอีก ๕๑ จังหวัด มาดูครับ เขาแบ่งภาคกลาง ภาคตะวันออก ๒๐๗ ล้านบาท ภาคเหนือ ๑๕๒ ล้านบาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๒๔๗ ล้านบาท ภาคใต้ ๕๙๒ ล้านบาท นี่มันชัดเจนครับ แม้แต่ในมหาวิทยาลัย วงเงินแค่ ๕๖ ล้านบาท ภาคกลาง ได้ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ ๕,๗๐๐,๐๐๐ บาท ภาคตะวันออกได้ ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท ภาคใต้ ๑๙ โครงการ ๔๙ ล้านบาท นี่มันแบ่งอย่างนี้เราดูในงบประมาณนี้นะครับ ท่านไป อ้างโน่นอ้างนี่ ผมก็ไม่อยากลุกขึ้นมาพูด แต่พอพูดออกมาแล้วมันไม่ใช่การจัดสรร งบประมาณของทางหลวงชนบท เขาดูไปที่นั่น พวกผมไม่เคยไปติงเขานะว่ามันจะ เป็นอย่างไร เพราะว่ามันเฉลี่ย มันเกลี่ยกันไป แต่กระทรวงศึกษาธิการ สงสัยท่านรัฐมนตรี ต้องลุกขึ้นพูดแล้ว เพราะว่าท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ตอบมามันกระเทือนไปถึงกระทรวง ศึกษาธิการแล้วครับ ถ้าท่านไม่ลุกขึ้นตอบมันไม่ใช่นะครับ ท่านต้องตอบว่าทําไมท่านจัด แบบนี้ ผมอยากถามจริง ๆ ทําไมจัดแบบนี้ มันชัดเจนเหลือเกินนะครับ เขาเขียนให้ชัดเจน แล้วบอกว่าไม่ได้เอารัดเอาเปรียบ ผมไม่ได้อิจฉาครับ ไม่ได้อิจฉาเลย มันก็เป็นปกตินะ ท่านครับ รัฐบาลในอดีตก็อาจจะมีบ้าง แต่รัฐบาลพวกท่านท่านนายกรัฐมนตรี มี ๙ ข้อ ๙ ข้อตัวนี้ครับ มันทําให้ท่านจําเป็นต้องเป็นคนที่ยุติธรรม แต่ท่านก็เหมือนทั่ว ๆ ไปครับ ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวฟังท่านจุลพันธ์อีกนิดได้ไหมครับเผื่อจะได้ตอบทีเดียว เชิญครับ ท่านจุลพันธ์ก็กระชับ หน่อยนะครับหลายรอบแล้วครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียน ด้วยความเคารพนะครับท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีผู้ชี้แจงเมื่อสักครู่นี้ งบประมาณ ผมก็มีในมือที่เป็นเรื่องของการมีส่วนของปรับแผนปี ๒๕๕๔ มาซ่อมแซมงบเอสพี ๒ ที่ปรับ มาซ่อมแซมแล้วก็งบเพิ่มเติมปี ๒๕๕๔ ที่มาซ่อมแซม รวมทั้งหมดนี่ ๑,๘๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตัวเลขมันก็ยังกระจุกอยู่ที่ภาคใต้ ๑,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทกับ ๑,๘๐๐ ล้านบาทนี่ ๕๕ เปอร์เซ็นต์ป็นการซ่อมแซมในภาคใต้ แต่เอาล่ะมันอาจจะเสียหายมากกว่าภาคเหนือ ภาคอีสานไม่ว่ากัน ตรงนี้ผมพยามจะชี้ประเด็นให้ว่าถ้ามันเสียหายมากกว่า ซ่อมมากกว่า ไม่เป็นไร ภาคเหนือเสียหายน้อยซ่อมน้อยตามสัดส่วนโอเค แต่คราวนี้ประเด็นปัญหามันเกิด จากเอกสารที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงเมื่อสักครู่นี้ละครับ ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ ผมอาจจะความรู้น้อยผมไม่เคยไปจังหวัดท่านต้องเรียนด้วยความเคารพจริง ๆ ผมก็เลยไม่รู้ ว่าวังวิเศษนี่อยู่บ้านท่าน ห้วยยอด พอมาดูแล้วผมก็เลย อ๋อ เพราะมันชื่อว่า สพม. ครับ มันไม่ใช่สํานักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษา เขาเรียกว่า สพม. ๑๓ แต่ในส่วนของเขตพื้นที่ที่ เป็นประถมศึกษาต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ ประถมศึกษาซ่อมแซมภาคใต้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ยังยืนยันตัวเลขนี้นะครับผม ในขณะที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ยังเหลือโครงการที่ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ แต่คราวนี้มาดู สพม. ๑๓ มีงบประมาณ ที่ยังไม่ได้ซ่อมแซมไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณทั้งสิ้น ๑,๖๑๐,๐๐๐ กว่าบาท พอมาดูเป็น เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน ผมต้องแก้ไขตัวเลขถอนคําพูดที่ได้อภิปรายไปก่อนหน้า ไม่ใช่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ตัวเลขที่ สพม. ๑๓ อยู่ภาคใต้ซ่อมแซมนี่คิดเป็น ๒.๑๗ เปอร์เซ็นต์ของ งบประมาณที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบ หมายความว่าภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน มีงบประมาณที่ยังไม่ได้ซ่อมแซมเป็นสัดส่วนทั้งสิ้น ๙๗.๘ เปอร์เซ็นต์เยอะไหมครับ นี่คือ กระจุกตัวไหมครับ การแก้ไขปัญหามันก็ยังเป็นปัญหาเดิม ผมเข้าใจท่านรัฐมนตรีดีครับบ้าน ท่านก็ยังไม่ได้ซ่อมผมก็ไม่รู้ว่าทําไมถึงไม่ได้รับการจัดสรร อาจจะเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ ยุตธรรมของท่านแต่อย่างไรก็ตามตัวเลขมันก็ยังชี้ชัดว่าสัดส่วนของภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสานที่ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเป็นเปอร์เซ็นต์มันมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ในส่วนของโรงเรียนเอกชน ผมกราบเรียนด้วยความเคารพ ท่านผู้มาชี้แจงจากทางสํานักปลัด สช. ก็มาชี้แจงทําความเข้าใจเช่นเดียวกับท่านรัฐมนตรีบอกเหมือนกันว่า มันแบ่งเป็น โรงเรียนการกุศล เป็นโรงเรียนที่ลอยตัว ลอยตัวคือเก็บเงินลอยตัวแล้วก็แพง กับโรงเรียน ที่มีการอุดหนุน ๗๐ ๓๐ คือรัฐอุดหนุน ๗๐ เขาเก็บอีก ๓๐ อันนี้ชัดเจนครับมี ๓ ประเภท แต่อย่างไรก็ตามนี่นะครับเราได้คุยกันในกรรมาธิการว่าโรงเรียนประเภทที่เก็บค่าเทอม แบบลอยตัวคือโรงเรียนรวยนี่เก็บนักเรียนก็ต้องรวย โรงเรียนก็รวยเราจะไม่ให้งบประมาณ ชัดเจนนะครับในกรรมาธิการงบประมาณ ท่านเลขาธิการนั่งอยู่ท่านยืนยันได้นะครับมีการพูด ในประเด็นนี้ บอกอย่างนั้นแบบลอยตัวเราไม่ให้ตกลงกันดิบดี พอกลับมาต้องกราบเรียน ด้วยความเคารพ มีการให้โรงเรียนผมยกตัวอย่างโรงเรียนเดียวนะครับเพื่อเป็น การประหยัดเวลา โรงเรียนพลวิทยาที่จังหวัดสงขลา ผมกราบขอประทานอภัยเพื่อนสมาชิก จากจังหวัดสงขลาแล้วก็ขอกราบประทานอภัยตัวโรงเรียนด้วยผมไม่มีอคติใด ๆ ทั้งสิ้น แต่โรงเรียนพลวิทยานี่นะครับได้รับงบประมาณจัดสรร ๓,๑๔๐,๐๐๐ บาท มีคําขอมา ๒ อัน ๑ โรงเรียนพลวิทยา ๓,๑๐๐,๐๐๐ บาท กับอีกอันหนึ่งคําขอแต่ถูกปฏิเสธครับ โรงเรียน พลวิทยาระบบ ๒ ภาษา นี่คือชื่อโรงเรียนครับ พลวิทยาระบบ ๒ ภาษา เป็นโรงเรียนที่มี ค่าธรรมเนียมลอยตัว ไปเช็กบ้านเลขที่ดูครับท่านประธานอาคารเดียวกัน ตึกเดียวกัน รั้วเดียวกัน แล้วถามว่าเราจัดสรรงบประมาณอย่างนี้เราก็ไปช่วยโรงเรียนที่มีเงินมีทองอยู่แล้ว เขาเก็บค่าเทอมดีไม่ดีเป็นแสนท่านประธาน แล้วเราจะเอางบประมาณในส่วนที่สามารถ จัดสรรให้กับโรงเรียนใน สพฐ. เองซึ่งยังขาดแคลนผมก็มองว่ามันไม่มีความเหมาะสม ผมฝากประเด็นทั้ง ๒ นี้ไว้กับท่านคณะกรรมาธิการแล้วก็เมื่อสักครู่เห็นท่านรัฐมนตรี ได้ให้ความกรุณาเตรียมจะยืนตอบ ถ้าตอบประเด็นนี้ได้ให้ความกระจ่างชัดก็ต้อง ขอขอบพระคุณครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญรัฐมนตรีว่าการะทรวงศึกษาธิการครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมรชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จริง ๆ แล้ว ผมไม่อยากจะรบกวนเวลาของเพื่อนสมาชิกนะครับ เพราะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ ที่จะต้องตอบชี้แจงต่อเพื่อนสมาชิก เพราะว่ากรรมาธิการได้รับการคัดเลือกจากสภาให้เป็น ตัวแทนของพวกเราไปนั่งดูรายละเอียดในการแปรญัตติงบประมาณเพิ่มเติมกลางปี เพราะฉะนั้นการซักถามจึงต้องซักถามกรรมาธิการ แต่เนื่องจากว่าท่านสมาชิกได้มีการ พาดพิงแล้วก็ได้มีการเอ่ยชื่อถึงผม ก็จําเป็นที่จะต้องรบกวนเวลาท่านประธานเล็กน้อย นะครับ

ประการแรกที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า การขอ งบประมาณเพิ่มเติมส่วนของกระทรวงศึกษาธิการในการช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยา ความเสียหายจากอุทกภัยปี ๒๕๕๔ ทางวกระทรวงศึกษาธิการนั้นได้ขอเป็นยอดรวมทั้งหมด ๓,๗๗๔ ล้านบาท ได้รับตามที่ ก.ช.ภ.อ. เสนอ ครม. เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม เพียง ๑,๓๒๒ ล้านบาท ได้รับตามคําขอจริง ๆ เพียง ๓๕.๓๑ เท่านั้นเอง ที่ผมชี้ตัวเลขตรงนี้ ให้เห็นก็เพราะว่าผมอยากจะเรียนเพื่อนสมาชิกในเบื้องต้นว่าเวลาเราเกิดภาวะที่ต้องประสบ อุทกภัย แน่นอนที่สุดผมเข้าใจว่าส่วนราชการหรือโรงเรียนต่าง ๆ ก็ต้องช่วยเหลือตนเอง ในระดับหนึ่ง

ประการที่ ๒ เราได้มีส่วนในการที่จะให้องค์กรหลักหรือว่าส่วนราชการที่ รับผิดชอบเยียวยาเป็นเบื้องต้น และแน่นอนในกรณีที่น้ําท่วมฉับพลันและน้ําท่วมขังเกิน ๗ วัน รัฐบาลก็จะต้องดูแลเพิ่มเติมจากความเสียหายดังกล่าว เหมือนกับดูแลส่วนราชการอื่น และพี่น้องประชาชน ผมจึงอยากจะกราบเรียนว่าในส่วนที่ท่านบอกว่าทําไมดูเหมือนงบ กระจุกตัว ผมอยากจะเรียนอย่างนี้นะครับว่าตัวเลขที่ท่านพูดมาชัดเจนนะครับ เพียงแต่ว่า ท่านพูดถึงเพียงครึ่งเดียว ครึ่งเดียวก็คือว่าในกรณีของภาคใต้นั้นมีหลายคนบอกว่าน้ําท่วม ทําไมต้องไปซ่อมแซมอาคาร ทําไมต้องไปซ่อมแซมหลังคาด้วย ก็ภาคใต้เกิดวาตภัยด้วยครับ เกิดวาตภัยนอกจากน้ําท่วมขัง ๗ วัน หรือท่วมขังอย่างฉับพลันแล้วก็เกิดวาตภัยด้วย เพราะฉะนั้นในความในความเสียหายในส่วนตรงนี้ก็เกิดขึ้นในจํานวนที่อาจจะเพิ่มมากกว่า ในส่วนอื่น และถ้าหากเราจําได้นะครับเหตุการณ์อุทกภัยในปีนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบหลาย ปีที่ผ่านมา เกิดมาจากภาคเหนือมาภาคกลางไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้วลงไปภาคใต้ เพราะฉะนั้นกระบวนการในการช่วยเหลือ ส่วนหนึ่งผมอยากจะกราบเรียนว่า ในส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง เราก็ได้ใช้งบปกติส่วนหนึ่งลงไป อีกส่วนหนึ่งก็ใช้งบโครงการ ไทยเข้มแข็งที่ปรับลดลงไป ๒๖๗ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเมื่อตัวเลขในการจัดสรรตรงนี้ถ้ามา ดูจํานวนโรงเรียนนะครับ ท่านพูดถึงภาพรวมว่าในภาคใต้ทําไมในส่วนของการได้รับการ จัดสรรได้ถึง ๕๙๒ ล้านบาท ในส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ ๒๔๗ ล้านบาท ในส่วน ภาคกลางและตะวันออก ๒๐๗ ล้านบาท ในภาคเหนือ ๑๕๒ ล้านบาท ผมอยากจะให้ท่านไป ดูจํานวนโรงเรียนว่าจํานวนโรงเรียนที่เสียหายทั้งหมดประมาณเกือบ ๒,๐๐๐ กว่าโรงเรียน นั้น ในส่วนโรงเรียนที่เสียหายและเข้าหลักเกณฑ์ในลักษณะที่น้ําท่วมฉับพลัน น้ําท่วมขังเกิน ๗ วัน และภาคใต้เกิดวาตภัยด้วย อันนี้ก็เป็นเรื่องที่จะต้องได้รับการจัดสรรเพื่อให้เกิด ความเป็นธรรม ผมอยากจะกราบเรียนตรงไปตรงมาว่าผมเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการผมไม่เกิดความรู้สึกกับโรงเรียนเพราะผมถือว่าเราต้องดูแลลูกหลาน ของเราทั่วประเทศ ผมไม่สามารถที่จะคิดหรอกครับว่าเราจะต้องจัดสรรให้กับโรงเรียนใน พื้นที่ที่เลือกเราก่อน เราเป็นนักการเมืองที่มาจากประชาชน ผมคิดว่าเราต้องจัดสรรตาม ภาวะความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน นี่คือหลักที่ได้ดําเนินการ ผมอยากจะกราบเรียน เพิ่มเติมอีกนิดหนึ่งครับ เมื่อสักครู่นี้ได้มีการพูดถึงโรงเรียนเอกชนนะครับ ผมอยากจะกราบ เรียนว่าในส่วนของโรงเรียนเอกชนนั้นก็เหมือนที่เพื่อสมาชิกได้กราบเรียนไปแล้วว่าโรงเรียน เอกชนนั้นเป็นไปตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชนซึ่งมีอยู่ ๓ ประเภทครับ โรงเรียนเอกชนตามมาตรา ๓๕ ก หมายถึง โรงเรียนเอกชนที่ตั้งขึ้นโดยองค์กรการกุศล มูลนิธิ หรือวัด โรงเรียนเหล่านี้เป็นโรงเรียนที่รัฐจะต้องเข้าไปช่วยเหลือดูแล ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ โรงเรียนประเภทที่ ๒ คือโรงเรียนตามมาตรา ๓๕ ข คือโรงเรียนที่สร้างขึ้นมาก่อนนะครับ ก่อนที่จะมีโรงเรียนรัฐบาลด้วยซ้ําไป โรงเรียนประเภทเหล่านี้ เท่ากับได้ช่วยบรรเทา ช่วยเหลือ รับภาระในค่าใช้จ่ายทางการศึกษาให้กับรัฐบาล รัฐบาลจึงอุดหนุนโรงเรียน ประเภทเหล่านี้ร้อยละ ๗๐ ครับ นอกจากนั้นก็จะเป็นโรงเรียนที่มีการจัดขึ้นมาใหม่ หรือโรงเรียนที่มีลักษณพิเศษที่ท่านได้พูดถึงว่าเป็นโรงเรียนที่มีความพร้อม เก็บค่าเล่าเรียน ลอยตัว โรงเรียนเหล่านี้รัฐก็ไม่เคยอุดหนุนนะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อโรงเรียนเอกชนถือว่า เป็นโรงเรียนที่จะต้องดูแลโดยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน และรัฐบาล ก่อนหน้านี้ก็เคยได้อุดหนุนโรงเรียนเอกชนดังกล่าว เมื่อเกิดภาวะอุทกภัยหรือประสบวาตภัย ในขณะเดียวกันผมอยากจะกราบเรียนว่าโรงเรียนเอกชนทั้งหมดนะครับได้มีการยื่นคําขอ มาทั้งหมด ๕๓๐ ล้านบาท แต่ว่าเราได้รับการจัดสรรงบประมาณไปเพียง ๔๕ ล้านบาท เท่ากับ ๘.๕๖ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองครับ ผมไม่อยากจะให้ท่านพูดถึงเรื่องของความแตกแยก เพื่อให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ําว่าทําไมไปช่วยโรงเรียนเอกชน เป็นโรงเรียนคนรวย แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่นะครับ โรงเรียนเอกชนนั้นเป็นโรงเรียนที่ช่วยเหลือตัวเอง เป็นโรงเรียนการกุศล ผมคิดว่าท่านทั้งหลายที่เคยไปเยี่ยมโรงเรียนคงจะทราบดี ผมไม่อยากจะให้เอาความเป็นพื้นที่และความเหลื่อมล้ํามาพูดในเรื่องของการที่จะเข้าไป ช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายจากอุทกภัย ผมยืนยันอีกครั้งหนึ่งจากตัวเลขทั้งหมดนี้ ได้ผ่านกระบวนการในการพิจารณาในการจัดสรรงบประมาณโดยผ่านคณะกรรมการ กชอ. ผ่านคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในระดับจังหวัดมาก่อน และมีรูปถ่าย มีแผนที่ที่ปรากฏว่ามีน้ําท่วมฉับพลันและมีน้ําท่วมขัง โดยเฉพาะในภาคใต้ปรากฏชัดเจนว่า ได้ประสบอุทกภัยและวาตภัยด้วย นี่คือส่วนที่จะต้องดําเนินการ ส่วนเพื่อนสมาชิกบางคน ขอประทานโทษที่ต้องเอ่ยนาม คือคุณเจริญ จรรย์โกมล ถามถึงผม ให้ผมตอบว่ามีอักษรย่อ ส ท หรืออะไรนะครับ ผมก็ไปถามแล้วไม่มีใครทราบ มีแต่ทราบว่ามีอักษร จ กับอักษร ว ชอบเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ ขอขอบคุณท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอแล้วกระมังครับ ผมว่าได้ให้ข้อมูล ตั้งข้อสังเกตกันพอสมควรแล้วนะครับ ท่านวันเพ็ญ มีอะไรอีกครับ

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ กรรมาธิการ

ค่ะท่าน วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ค่ะ ฝากกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีนะคะ แล้วก็ดิฉันขอฝากท่านรัฐมนตรี เมื่อกี้ท่านตอบว่า โรงเรียนที่ลักษณะพิศษก็คือค่าธรรมเนียมลอยตัวนะคะ ลําดับที่ ๑๖ ในงบประมาณที่ขอมา รวมอยู่ใน ๔๕ ล้านบาท มีโรงเรียนลําดับที่ ๒๖ นะคะ ลําดับที่ ๒๕ โรงเรียนพลวิทยา ๓,๑๔๐,๐๐๐ กว่าบาท ลําดับที่ ๒๖ โรงเรียนพลวิทยา ระบบ ๒ ภาษา อันนี้อนุมัติให้เขาไป ๓,๕๙๐,๙๑๙.๔๒ บาท ฝากให้ท่านไปดูตัวเลขตรงนี้ค่ะว่าเดี๋ยวเราจะจ่ายเงินผิดไปนะคะ ขอบพระคุณค่ะ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ขออนุญาตทําความเข้าใจประเด็นนี้นิดเดียว เมื่อกี้ผมไม่ได้ตอบนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ในกรณีโรงเรียนพลวิทยาทั้ง ๒ ระบบนั้นเป็นโรงเรียนตามมาตรา ๓๕ ข นะครับ แล้วก็ โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่ตรงกับน้ําท่วมฉับพลัน ถ้าท่านจําภาพได้นะครับ น้ําท่วมหาดใหญ่ ปีนี้ลงมาคืนเดียวครับสูง ๓ เมตร หลังจากนั้นอีกวันหนึ่งผมลงไป ท่านนายกรัฐมนตรีกรุณา ลงไปตรวจเยี่ยม ผมลงไปตรวจเยี่ยมวันต่อมา น้ําแห้งลงไปแล้วครับ ความรุนแรง ความเชี่ยว ของน้ํามีสูงจึงทําให้เกิดความเสียหายในบริเวณโรงเรียน ตามที่ผมได้รับรายงานเบื้องต้น นะครับ เขาเสียหายเป็นจํานวนมาก เพราะเป็นเส้นทางที่น้ําผ่านและอยู่ในบริเวณที่ไม่ใช่ เฉพาะโรงเรียนนะครับในส่วนนั้น พี่น้องประชาชนก็ได้รับความเสียหายและได้รับการเยียวยา จากทางท้องถิ่นและทางรัฐบาลไปแล้ว เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะกราบเรียนว่าเป็นเรื่องที่ ทางคณะกรรมการได้มีการตรวจสอบ และเข้าใจว่ากรรมาธิการก็ได้ตรวจสอบเรื่องนี้ อย่างชัดเจนแล้วครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอแล้วครับ ท่านกรรมาธิการครับ ผมว่าชี้แจงพอสมควรนะครับ จะได้ลงมติแล้วครับ

นายวิรัช รัตนเศรษฐ กรรมาธิการ

ผมขอนิดหนึ่งครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวจะยาวไปใหญ่นะครับ พอเถอะครับ

นายวิรัช รัตนเศรษฐ กรรมาธิการ

คงไม่ยาวครับท่านประธานครับ คือผมต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานครับ ผม วิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ก่อนอื่นผมเองต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานนะครับว่าผมติดใจที่ ท่านรัฐมนตรีบอกว่ามี จ กับ ว สิ่งซึ่งผมพูดออกไปหมายความว่าผมต้องการดูแลในส่วน ของงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ ผมเป็นประธานอนุกรรมาธิการพิจารณา งบประมาณกระทรวงศึกษาธิการ ๒ ปีซ้อนครับท่านประธาน แต่ในส่วนหนึ่งท่านประธานครับ เราได้เห็นความที่มันช้า สิ่งที่ผมได้บอกเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีก็คืองบประมาณของกระทรวงศึกษา มีงบลงทุน ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็ต้องถามท่านรัฐมนตรีว่าบริหารอย่างไรใช้ได้แค่ ๑.๙๐ เปอร์เซ็นต์ เวลา ๖ เดือนครับท่านประธาน ใช้อย่างไร ถ้าเผื่อปล่อยให้เป็นอย่างนี้ไปผมต้องถามสํานัก งบประมาณต่อว่าแล้วปีหน้าจะไปตั้งงบประมาณให้ทางหน่วยงานกระทรวงศึกษาอย่างนี้ อย่างไร มันช้าไปหมดเลยครับ ผมต้องเรียนให้ท่านประธานทราบครับ ไม่มีใครอยากยุ่งครับ ท่านประธาน แต่เพียงว่าอยากจะช่วยให้เงินที่มันค้างท่อไม่ให้มันตันเท่านั้นเองครับ ก็ให้ไป ทะลวงท่อแค่นั้นน่ะครับ ก็บอกชื่อย่อไปท่านจะทําหรือไม่ทําเรื่องของท่าน ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ไปตรวจสอบกันเองนะครับ พอแล้วครับ ผมจะขอมติแล้วนะครับ ในมาตรา ๘ ท่านจุลพันธ์ มีอะไรอีกครับ พอแล้วกระมังครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กรรมาธิการ

สั้นมากครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ผมต้องกราบเรียนว่าหนังสือเอกสารประกอบการชี้แจงของทางสํานักบริหาร คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สํานักปลัด ส่งมาหน้าแรกเปิดมาก็บอกว่า โรงเรียนพลวิทยาระบบ ๒ ภาษา เป็นโรงเรียนที่ไม่ได้รับการจัดสรรงบครั้งนี้เนื่องจาก โรงเรียนเก็บค่าธรรมเนียมลอยตัว แต่ผมด้วยความเคารพ ผมต้องเอาคําพูดท่านรัฐมนตรี เป็นหลัก ท่านรัฐมนตรีบอกว่าเขาไม่ลอยตัวก็ไม่ลอยตัวผมก็จะถือว่าประเด็นนี้ได้ผ่านไป แต่อย่างไรก็ตามเราจะติดตามตรวจสอบว่าโรงเรียนพลวิทยาที่บอก ๒ ภาษาสรุปว่าเป็น ระบบลอยตัวหรือไม่ ถ้ามันลอยตัวขึ้นมาแล้วท่านรัฐมนตรีเบิกจ่ายงบประมาณส่วนนี้ให้เขา ผมถือว่าคําที่ท่านรัฐมนตรีบอกท่านรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบนะครับ ก็ฝากไว้เป็นประเด็นแล้ว ก็บันทึกไว้ในสภาครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับผมขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมนะครับ เราจะได้ลงมติในมาตรา ๘ กระทรวงศึกษาธิการซึ่งคณะกรรมาธิการไม่ได้แก้ไขนะครับคงไว้ตามร่างเดิม แต่เนื่องจาก มีผู้สงวนความเห็นและสงวนคําแปรญัตติก็จะขอให้ท่านลงคะแนนนะครับ เชิญท่านสมาชิก เข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติครับ เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุม ครับเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติในมาตรา ๘ กระทรวงศึกษาธิการนะครับ

ท่านที่อยู่ในห้องประชุมแล้วกรุณากดแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติครับ กรุณากดแสดงตนด้วยนะครับท่านที่อยู่นอกห้องประชุมเชิญเข้าห้องประชุมครับ

(นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ก็เหลืออีกไม่กี่มาตราก็จะเสร็จแล้วนะครับ ท่านสมาชิกครับ ท่านที่อยู่ในห้องประชุม กดแสดงตนนะครับ ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติ ท่านที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณา เข้าห้องประชุมนะครับ แสดงตนครบทุกท่านแล้วนะครับ เชิญครับกดแสดงตนครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ขอทราบผลครับ มีท่านสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๒๗๖ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปผมขอถามมติ ในมาตรา ๘ กระทรวงศึกษาธิการ กรรมาธิการไม่ได้ แก้ไขนะครับ คงไว้ตามร่างเดิม แต่มีคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยสงวนความเห็น และมีสมาชิกสงวนคําแปรญัตติ จะถามว่าท่านสมาชิกท่านใดเห็นสมควรคงไว้ตามร่างเดิม กรุณากด เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นด้วยกด ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงกรุณากด งดออกเสียง เชิญลงมติครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ลงมติครบทุกท่านนะครับ ปิดการลงมติ ขอทราบผลครับ มีสมาชิกอยู่ในห้อง ๓๔๐ ท่าน เห็นด้วยคือคงไว้ตามร่างเดิม ๒๔๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๘๕ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่าน ก็เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติในมาตรา ๘ กระทรวงศึกษาธิการ ให้คงไว้ตามร่างเดิม

เชิญท่านเลขาธิการต่อไปครับ

นายสุวิจักษณ์ นาควัชระชัย รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๙ ส่วนราชการไม่สังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็จะให้โอกาสท่านกรรมาธิการผู้สงวนความเห็นก่อนนะครับ มาตรา ๙ ไม่มีการแก้ไข แต่มีกรรมาธิการเสียงข้างน้อยสงวนความเห็น ไม่ติดใจนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่ติดใจผ่านครับ ท่านวิชาญติดใจหรือครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ พรรคเพื่อไทย รุงเทพมหานคร ขออนุญาตในมาตรา ๙ สั้น ๆ ที่ท่านเขียนไว้ เพราะว่าเอาเงินไปซ่อมแซมหรือบํารุงในส่วนที่คิดว่ามีผลในเรื่องของการความมั่นคง คือความแข็งแรงอาจจะเกิดจากกรณีของน้ําหรือกรณีต่าง ๆ ทีนี้ประเด็นอย่างนี้เมื่อมีกรณี ฉุกเฉินผมเห็นด้วย คือการซ่อมบํารุง แต่ส่วนหนึ่งผมติงนิดหนึ่งครับ เพราะว่าผมแปรญัตติ งบประมาณตัดไว้ ๓ เปอร์เซ็นต์ มีหลายวัดที่ท่านอ้างถึงเกี่ยวกับเรื่องอุทกภัยแล้วบอกว่า จัดเงินไปบูรณะ แล้วก็ดูแลฟื้นฟู เพราะว่าอ้างว่ามันมีสภาพซึ่งไม่มั่นคงแข็งแรง แต่มีหลายวัด เหมือนกันครับที่ขณะนี้ อย่างโบสถ์หรือที่ยังใช้อยู่แจ้งเข้ามาในสํานักพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นจํานวนมาก ความมั่นคงแข็งแรงก็แย่มากเหมือนกันครับ แต่ท่านไม่ได้จัดงบประมาณให้ โดยท่านรัฐมนตรีครั้งที่แล้วตอบนะครับบอกว่ามีเงินอยู๋ ๕๐๐ ล้านบาทในการจัดซ่อมบํารุง แต่มีที่เข้าคิวในการซ่อมบํารุงในเรื่องความมั่นคงจํานวนมาก ผมจึงขออนุญาตนะครับ ประเด็นดังกล่าวถ้าท่านอ้างอย่างนี้ถึงความมั่นคงแข็งแรงที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ําท่วมที่ เสียหายอยู่เยอะท่านต้องจัดงบประมาณให้ลงไปเหมือนกันในลักษณะอย่างนี้ ผมจึงเรียนไป ทางคณะกรรมาธิการนะครับว่าในเกณฑ์อย่างนี้ที่ท่านรับพิจารณา เพราะว่าเป็นเงิน งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมที่ท่านคิดว่าไม่มีอุทกภัยที่เกิดขึ้นโดยเร็ว แล้วจึงจัดเงินอุดหนุน เข้าไปเพื่อดําเนินการซ่อม แต่ในลักษณะเดียวกันซึ่งเป็นยอดเงินที่ไม่ได้จัดสรรเนื่องจาก วิธีการหรืองบประมาณรายจ่ายประจําปีที่ท่านบอกว่ายังค้างอยู่เป็นจํานวนมาก แล้วก็ เกิดในลักษณะเดียวกันก็คือความมั่นคงแข็งแรง ผมจึงขออนุญาตครับว่าในประเด็นดังกล่าว ผ่านไปยังท่านประธานนะครับ ผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ แล้วก็ยัง ท่านนายกรัฐมนตรีว่าถ้าเป็นประเด็นเดียวกันก็ควรที่จะจัดสรรเงินงบประมาณต่าง ๆ เหล่านี้ให้ทั่วถึงในการซ่อมบํารุง เพราะในเรื่องของความมั่นคงแข็งแรงนั้นเป็นเรื่องสําคัญ ท่านช่วยตอบสักนิดหนึ่งครับว่าเกณฑ์ตรงนี้ดูอย่างไร

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประธานคณะกรรมาธิการ เชิญท่านกรรมาธิการผ่องศรี

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ กรรมาธิการนะคะ สําหรับการพิจารณาให้งบประมาณซ่อมแซมบูรณะ วัดนั้นก็เป็นหลักเกณฑ์เช่นเดียวกับการพิจารณาของหน่วยงานอื่น ๆ นะคะ แต่ว่าวัดนั้นที่ถูก น้ําท่วม อุทกภัยนั้นก็มีเวลาที่น้ําท่วมขังยาวนานติดต่างกันกับความมั่นคงแข็งแรงที่เกิดจาก วัดที่เสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา แล้วปูนที่แช่กับน้ําท่านก็คงทราบว่ามันสามารถไปทําลาย โครงสร้างที่แข็งแรงด้วย เพราะฉะนั้นมันก็จะมีถ้าถามว่าวัดที่ต้องบูรณะ ปกติแล้ว ศาสนสถานก็จะต้องใช้เป็นศูนย์รวมจิตใจส่วนมากก็จะต้องรอคิว แต่ว่าวัดที่ผ่านมาก็จะอยู่ ในส่วนนี้ค่ะ ก็ขอกราบเรียนเท่านี้ค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวิชาญ เชิญครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ขออนุญาต อีกครั้งนะครับ คือเกณฑ์ที่ว่านี้ถ้าพูดอย่างนี้บอกว่าน้ําท่วมขังแล้วความมั่นคงแข็งแรงมันจะ ไปเร็วท่านบอกว่าน้ําท่วมผมก็บอกว่ากรณีที่เขาเรียนกันมาตั้งนานแล้ว พออันนี้น้ําท่วม ฉับพลันท่านจัดให้เลย แต่กรณีที่เขาขอเงินงบประมาณมาเป็นแรมปีหลาย ๆ ปี โครงสร้างต่าง ๆ มันพังมากกว่า ตรงนี้นะครับ ท่านบอกว่า ตรงนั้นต้องไปเข้างบประมาณ ส่วนของตัวอาคารต่าง ๆ ที่ผมเรียน นะครับ มันโดนลมพังเหมือนกัน มีรายละเอียดที่ผมส่งให้รัฐมนตรีไปนี่ ๒ ปีแล้วครับ แต่ไม่ได้ รับการทดแทนงบประมาณครับ ก็เลยเป็นเหตุที่จะต้องสอบถามเพื่อเป็นหลักเกณฑ์ในการ พิจารณางบประมาณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ก็แล้วกันครับ ท่านวิชาญครับ เดี๋ยวให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทําหนังสือตอบท่าน เป็นทางการในเรื่องหลักเกณฑ์นี้นะครับ เพราะว่ามันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องของ มาตรา ๙ นี้นะครับ เป็นหลักเกณฑ์ท่านจะมาเทียบเคียงกัน ฉะนั้นเดี๋ยวให้ผู้รับผิดชอบ ได้ทําหนังสือตอบท่านอย่างเป็นทางการ ก็ไม่ติดใจนะครับ ก็ไม่ต้องลงมติ ผ่านมาตรา ๙ เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ มาตรา ๑๐

นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๐ รัฐวิสาหกิจ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็นและมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ผ่านนะครับ ไม่ติดใจ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

เชิญต่อครับ

นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๑ รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่มีผู้ติดใจ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ผ่านครับ

นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ ไม่มีการแก้ไข

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบการพิจารณาในวาระที่สองนะครับ เมื่อจบการพิจารณา ในวาระนี้แล้วก็จะเป็นการพิจารณาสรุปอีกครั้งหนึ่ง ท่านสมาชิกท่านใดมีการแก้ไขเพิ่มเติม ถ้อยคําหรือไม่ครับ

(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)

ถ้าไม่มี ก็จะเป็นการพิจารณาในวาระที่สามนะครับ ต่อไปเป็นการพิจารณาวาระที่สาม ผมจะขอมติจากที่ประชุมนะครับว่าจะเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๔ หรือไม่ ก็คงไม่ต้องตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ไม่ได้ลุกไปไหน

(นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

เพื่อให้รอบคอบก็ขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งนะครับ ท่านประธานใหญ่บอกตรวจหน่อย ก็ดี ฉะนั้นขอให้ท่านสมาชิกได้กรุณากดแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติ ในวาระที่สามนะครับ ขอความกรุณากดแสดงตนนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

กดแสดงตนครบทุกท่านแล้วนะครับ ขอทราบผลครับ ก็มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๒๗๔ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ

ต่อไปผมถามมติที่ประชุมนะครับ ท่านสมาชิกท่านใดเห็นชอบกับ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ในวาระที่สาม ขอความกรุณากดปุ่มเห็นด้วย ท่านที่ไม่เห็นด้วยกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ถ้างดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงมติครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ลงมติครบทุกท่านนะครับ ปิดการลงมติ ขอทราบผลครับ

นายประเสริฐ บุญเรือง กาฬสินธุ์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ผมปิดการลงมติ ท่านจะลงมติหรือ

นายประเสริฐ บุญเรือง กาฬสินธุ์

ลงมติครับ ท่านประธานครับ ผม ประเสริฐ บุญเรือง ๑๙๐ ครับ ไม่เห็นด้วยนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีจํานวนสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๓๔๘ ท่านนะครับ เห็นด้วย ๒๕๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๘๗ ท่าน บวกอีก ๑ ท่าน เป็น ๘๘ ท่านนะครับ งดออกเสียง ๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่าน ก็เป็นอันว่าที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. .... ในวาระสามนะครับ

เนื่องจากมีข้อสังเกตนะครับ อย่าเพิ่งไปไหนครับท่านสมาช ิก ตามที่ ที่คณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้สภาผู้แทนราษฎรจะต้องพิจารณาและลงมติว่าจะเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย โดยไม่มีการอภิปราย ซึ่งถ้าเห็นด้วยผมจะได้แจ้งให้คณะรัฐมนตรี ศาล หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องต่อไปตามข้อบังคับข้อ ๑๒๕ วรรคสอง และข้อ ๙๗ ซึ่งรายละเอียดของข้อสังเกตก็ปรากฏดังรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งให้ท่านสมาชิกได้ศึกษาล่วงหน้าแล้วนะครับ ต่อไปก็จะถามมตินะครับท่านสมาชิกท่านใดเห็นชอบตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นด้วยกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านที่งดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงมติครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ปิดการลงมติ ขอทราบผลครับ มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๒๗๗ ท่าน เห็นด้วยกับข้อสังเกต ๒๖๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่าน เป็นอันว่า ที่ประชุมเห็นชอบกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญนะครับ

จบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ จะได้ดําเนินการตาม กระบวนการต่อไป ขอบคุณท่านคณะกรรมาธิการ เรียนเชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในนามของรัฐบาลขอขอบคุณท่านประธาน คณะกรรมาธิการและเพื่อนสมาชิกครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ขอกราบขอบพระคุณทั้งคณะกรรมาธิการและเพื่อนสมาชิกที่ได้กรุณา ช่วยกันอยู่จนเสร็จภารกิจของเรานะครับ ขอบคุณทุกท่านครับ ขอปิดประชุมครับ

เลิกการประชุมเวลา ๐๑.๔๖ นาฬิกา

ของวันศุกร์ที่ ๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔