สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๓ มีนาคม ๒๕๕๔

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หารือเรื่องงบประมาณของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการจัดสรรเงินงบประมาณส่วนท้องถิ่น และเรียกร้องให้ตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันในโครงการต่างๆ พร้อมขอให้ปรับลด 50 เปอร์เซ็นต์ของเงินงบประมาณที่จัดสรรให้ท้องถิ่น

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ จากพรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าในส่วนของกระทรวงมหาดไทยในงบกลางปี ๒๕๕๔ มีหลายประเด็นเหลือเกิน ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้อภิปรายไปบ้าง ผมจะพยายาม กระชับเวลาแล้วก็ไม่ซ้ําประเด็น แต่ในเบื้องต้นนี้ผมต้องกราบเรียนว่าผมรู้สึกดีใจได้ยิน ท่านนายกรัฐมนตรีตอบมาว่าถ้ามีทุจริตยกเลิก วันนี้ในงบประมาณนี้ท่านรอฟัง แล้วท่านจะรู้ ว่ามันมีอะไรแอบแฝงอยู่บ้าง แล้วผมจะดูว่าการดําเนินการของท่านรวมถึงคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากและเพื่อนสมาชิกจะดําเนินการอย่างไร เพราะว่ามันมีการทุจริตรอชงมาถึง ปากทางแล้ว เราจะทําอะไรกับมัน เราจะปล่อยผ่านให้มีการทุจริตเกิดขึ้น หรือเราจะยกเลิก ณ เวลานี้ด้วยสภาแห่งนี้ ผมก็กราบฝากผ่านท่านประธานไป ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย แบ่งงบประมาณเป็นกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ๒,๗๐๐ ล้านบาท กับในส่วนของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๖,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ ในส่วนของ ปภ. ผมต้อง กราบเรียนด้วยความเคารพปัญหาที่ค้นพบอยู่ในกรรมาธิการงบประมาณในฐานะ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย เรื่องแรกเลยก็คือเรื่องของความที่หน่วยงานไม่ได้มีความจําเพาะ เจาะจงในการบริหารงาน ในการทําโครงการในลักษณะที่เขาได้ขอมา ผมกราบเรียน ด้วยความเคารพว่ามันมีการขอเงินงบประมาณในงบกลางปีนี้มา ๒,๗๔๐ ล้านบาทนี้ แต่ถ้าไปดูรายละเอียดในงบประมาณที่ผ่านทาง ปภ. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในส่วนของการตั้งงบประมาณทดลองจ่ายคืองบของผู้ว่าราชการจังหวัด ๕๐ ล้านบาท ๕๐ ล้านบาทไปเรื่อย ๆ ทั่วประเทศ ๖๗ จังหวัดเบิกเงินไปแล้วถึง ๕,๑๕๓ ล้านบาท แล้วมัน ก็ไปลงเรื่องของท่านเจริญที่มีการตรวจสอบ จนกระทั่งพบว่าหลายจังหวัดทุจริต ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉลี่ยแล้วไม่ต่ํากว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ที่มีการทุจริตคอร์รัปชันในเรื่องของ งบประมาณเพื่อเข้าไปช่วยเหลือ แต่เอาละมันผ่านไปแล้ว งบประมาณกลางปีนี่เราไม่พูดถึง เพราะว่าอันนั้นเป็นเรื่องของการตรวจสอบ ท่านเจริญในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ติดตามการบริหารงบประมาณก็จะดูในส่วนของการทุจริตคอร์รัปชันต่าง ๆ เราก็จะ มีหน่วยงานเข้าไปดู แต่อย่างไรก็ตามงบประมาณที่ได้ผ่านไปถึง ๕,๑๐๐ กว่าล้านบาท ที่ได้ผ่านไปแล้ว และมีการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเห็นได้ชัด วันนี้จะมาขอเพิ่มอีก ๒,๗๐๐ ล้านบาท เหมือนกับติดลมอะไรสักอย่างหนึ่งว่ามันชักเริ่มสนุกแล้ว แต่มันเทียบกัน ไม่ได้ครับ เพราะ ๕,๑๐๐ ล้านบาท ที่ได้จ่ายไปแล้วจากงบฉุกเฉินนั้นมันเป็นงบประมาณ ในส่วนที่มันเกิดเหตุการณ์เฉพาะหน้า ก็มีการประกาศเขตภัยพิบัติมีการเบิกจ่ายผ่านทาง จังหวัด ผ่านทางอําเภอ อันนี้เราไม่ว่ากัน เพราะมันฉุกเฉิน แต่วันนี้ ปภ. ตั้งงบประมาณมา ๒,๗๐๐ ล้านบาทนี้ มันออกไปในรูปลักษณะของการที่จะเข้าไปซ่อมแซม ซึ่งแน่นอนว่างานพวกนี้ไม่ใช่งานของท่าน งานของใครครับ ถ้าหากเป็นชลประทานก็มีอยู่แล้ว กรมทรัพยากรน้ําบาดาลก็ทําอยู่แล้ว ถนนหนทางก็มีทั้งกรมทางหลวงและทางหลวงชนบท วันนี้ก็มีการตั้งงบประมาณมาในงบกลางปีโดยปกติอยู่แล้ว และถามว่า ปภ. เข้าไปเล่น บทบาทตรงไหน วันนี้ด้วยสายตาที่ระแวดระวังในหน่วยงานนี้ ผมมองว่าเราไม่มีความเหมาะสม ที่เราจะตั้งไป และที่สําคัญตัวอย่างที่ได้พูดคุยกันในคณะกรรมาธิการงบประมาณรวมถึง อีกหลายโครงการที่ยังดูไม่ละเอียด อย่างที่ได้เรียนไปแล้ว มีการเร่งรัดในเรื่องการพิจารณา ผมไม่ทราบว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ได้มีโอกาสเอาหนังสืองบประมาณที่ทาง ปภ. เขาส่งให้ ทางกระทรวงมหาดไทยส่งให้ไปให้ ท่านนายกรัฐมนตรีดูหรือเปล่า ถ้ามีโอกาสก็นําไปให้ท่านดูครับ ท่านจะได้รู้ว่าโครงการ อย่างบางจังหวัด อําเภอบ้านคา หมู่บ้านเดียวตั้งงบประมาณมา ๒๒ โครงการ แบ่งเป็น ๒๒ ช่วง ช่วงละ ๑๘๘,๐๐๐ บาทเท่ากันหมด ก็ถามว่างบประมาณอย่างนี้จะปล่อยผ่านไปหรือ คณะอนุกรรมาธิการไปพยายามที่จะปรับลด ปรับออก ในที่สุดก็ทําได้เพียงแค่ปรับลด เล็กน้อย ปรับลดลงมาโดยเฉลี่ย ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ แต่ผมก็ยังดูตัวเลขแล้วปรากฏว่า ๒๐ กว่าโครงการในหมู่บ้านเดียวที่ยกเป็นตัวอย่าง ดึงออกไปประมาณสัก ๔-๕ อันครับ ๑๘๘,๐๐๐ บาทตัดออก ๔-๕ อัน ที่เหลือจะปรับลด บางอันก็ ๑๑,๐๐๐ บาท บางอัน ๔๐๐ บาท บางอัน ๓,๘๐๐ บาท ตัวเลขไม่มีหลักการใด ๆ มารับรอง รองรับเลยว่าทําไมถึง ปรับลดเท่านี้ เพราะถามว่าคณะอนุกรรมาธิการที่พิจารณาลงพื้นที่หรือ หรือว่าหน่วยงาน ราชการกลับพื้นที่ไปดูว่า โอเค ตัวนี้มันปรับลดได้ ตัวนั้นปรับลดได้ ไม่มีเวลาหรอกครับ ปรับลดตามอารมณ์ความรู้สึก ปรับลดตามหลักเหตุผลที่พึ่งพาไม่ได้ เพราะอะไร เพราะปรับลด ไม่เท่ากันเพื่อไม่ให้มันออกมาเป็นตะกร้าเหมือนเก่า ตอนแรกมันเป็นตะกร้า ๑๘๘,๐๐๐ บาท พอปรับลดอย่างนี้ ดูเผิน ๆ มันอาจจะไม่เท่ากัน ไม่เป็นตะกร้าแต่อาจจะเป็นโครงการที่ดีก็ได้ แล้วโครงการลักษณะนี้เราจะปล่อยผ่านหรือครับเพื่อนสมาชิก เราจะปล่อยผ่านหรือครับ ท่านคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ผมเสนอให้ปรับลดปรับตัดออกไปวันนี้ก็เลยเสนอ แปรญัตติในส่วนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อคัดสรร คัดออกเอาโครงการที่มีปัญหาเหล่านี้ออกไปจากสารบบ วันนี้ต้องมาเป็นภาระกับเพื่อนที่เป็น คณะกรรมาธิการข้อสังเกต ต้องมาเขียนในข้อสังเกตบอกว่า โครงการเหล่านี้ไม่สามารถแบ่ง ดําเนินการเป็นโครงการย่อยได้ แปลว่าใหญ่แล้วห้ามแบ่งย่อย โครงการใดที่จัดทําเป็น โครงการย่อยและอยู่ในพื้นที่เดียวกันขอให้รวมดําเนินการเป็นโครงการเดียว ขอนะครับ ไม่ใช่ ต้อง นะครับ ขอให้ดําเนินการเป็นโครงการเดียว แล้วถามว่าใครจะไปตาม จะให้ สมาชิกเราไปนั่งเฝ้าการดําเนินการของหน่วยงานแบบที่ ปปท. ลงไปสํารวจจนกระทั่งพบ ทุจริต ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์อย่างนั้นหรือ มันคงไม่ใช่ มันเป็นหน้าที่ของรัฐบาล มันเป็นหน้าที่ ของหน่วยงาน และมันเป็นหน้าที่ของสภาแห่งนี้ ถ้าเรามองว่าโครงการนี้มันเป็นโครงการ ที่ตั้งใจมาเพื่อมีการทุจริตคอร์รัปชันก็ตัดมันออกเสีย ณ วันนี้ ณ ที่นี้เลย ผมเองบอกเลยว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ไม่ใช่เยอะหรอกครับ แต่วันจะสามารถรีดไขมัน รีดเอาโครงการที่มัน เตรียมการทุจริตคอร์รัปชันลักษณะนี้ออกไป ๑๘๘,๐๐๐ บาท ไม่ใช่มีแค่ ๒๒ โครงการ มีเป็นร้อย นี่แค่อําเภอเดียวที่ยกมาเป็นตัวอย่าง แล้วผมจะเรียนถามว่าสรุปว่าเราจะเอา อย่างนี้หรือเปล่า ผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีด้วยว่า ที่บอกว่าถ้าโครงการไหน มีทุจริตจะปรับออก จะเอาออก จะยกเลิก อันนี้ยกเลิกไหมครับ ถ้ายกเลิกท่านสั่งการไปเลย บอกกระซิบผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกที่เป็นฝ่ายรัฐบาลลูกพรรคท่าน บอกปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์จะได้เอาพวกนี้ออกไปเสีย ผมกราบฝากผ่านท่านประธานไป

ในส่วนต่อมาเป็นส่วนของงบประมาณส่วนท้องถิ่น ซึ่งให้ไว้ในหลักการ และเหตุผลว่า เพื่อกระตุ้นเพื่อสนับสนุนพัฒนาการกระจายอํานาจว่าไป ข้อเท็จจริงมันเข้า อีหรอบเดิม เป็นงบฝาก เอางบเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุกับเบี้ยผู้พิการและทุพพลภาพไปฝากเขา ๖,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าวันนี้ปัญหา มันเกิดจากการประมาณการของรัฐบาลเองในตอนตั้งงบประมาณประจําปี ๒๕๕๔ ผู้สูงอายุ ตั้งงบประมาณไว้ ประมาณการไว้อยู่ที่ ๕,๐๐๐,๐๐๑ คน มันลงทะเบียนจริงไป ๖ ล้านคน ลักษณะเดียวกันเกิดกับในส่วนของเบี้ยทุพพลภาพ ผมถามว่าเมื่อประมาณเสร็จ เรามี พ.ร.บ. งบประมาณไปบอกให้สั่งจ่ายได้ ๕,๑๐๐,๐๐๐-๕,๒๐๐,๐๐๐ คน พอมาลงทะเบียน ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน จ่ายเข้า ๆ จ่ายเต็มจํานวนคือ ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน เมื่อเป็นอย่างนี้ถ้าไม่มีงบ กลางปี โครงการนี้เดือดร้อนแน่ เงินไม่พอจ่าย วันนี้สํานักงบประมาณโอนเงินไปแล้วครึ่งหนึ่ง ที่ตั้งไว้ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท จาก ๕,๐๐๐,๐๐๑ คน มัน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕,๐๐๐,๐๐๑ คนนี่ โอนเงินไปแล้วครึ่งหนึ่ง ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทไป กองอยู่ที่กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น ผมต้องกราบเรียนว่าวันนี้เราปล่อยให้มีการจ่ายเกินกว่าที่ได้ผ่าน พ.ร.บ. ไป มีการถกเถียง กันมากในคณะกรรมาธิการ ทางสํานักงบประมาณได้ชี้แจงทําความเข้าใจ เอาเป็นว่ายอมรับ ได้ก็แล้วกัน ถึงแม้ว่าความเห็นจะแตกต่างกันในเรื่องของข้อกฎหมาย ในเรื่องของวิธีการ ปฏิบัติ แต่เอาเป็นว่ายอมรับได้ในส่วนนั้น แต่อย่างไรก็ตามการตั้งงบประมาณครั้งนี้มันเป็น การตั้งแบบย้อนหลัง คือเราจะเอาไปจ่ายให้กับในส่วนที่เราได้ตั้งเกินไว้ ๘๐๐,๐๐๐ คน ๘๐๐,๐๐๐ คนที่ยังขาดไปนี่เอาไปชดเชยเขาตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นมา มุมมองผมอย่างไร ก็เป็นการจ่ายเงินย้อนหลังก็ตั้งไม่ได้ และที่สําคัญที่สุดต้องกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยัง เพื่อนสมาชิก แล้วก็ผ่านไปยังพี่น้อง อบท. ทั่วประเทศ ๘,๐๐๐ กว่าองค์กรว่าวันนี้มันเป็น ลักษณะของการฝากงบประมาณ ถามว่าถ้าโครงการนี้มันเป็นไปตามอย่างที่ท่านวิทยา อย่างเพื่อนสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน อย่างผมปรับลด ๕๐ เปอร์เซ็นต์โครงการมันไปได้ไหม มันไปได้ เพราะในที่สุดรัฐบาลก็ต้องไปดึงเงินเอาจากงบกลางซึ่งยังเหลืออยู่ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เอามาโปะให้กับโครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เพราะฉะนั้นโครงการมันไม่ได้เดือดร้อน เราไม่ได้มีปัญหากับการจ่ายเงินให้ผู้สูงอายุหรือผู้ทุพพลภาพ แต่เรามีปัญหากับการที่รัฐบาล เอาโครงการไปยัดไว้ในมือของท้องถิ่นให้เขาจ่ายให้ ให้เขาทําหน้าที่เป็นแคชเชียร์ (Cashier) ท่านประธานลองนึกสภาพดู ตาม พ.ร.บ. กระจายอํานาจ เราเป็นหนี้ท้องถิ่น รัฐบาลเป็นหนี้ ท้องถิ่น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานเป็นหนี้ผม ๒๕ บาท เอาเงินมาคืนผม ๒๕ บาท ท่านประธานบอกว่าฝากจ่ายค่าน้ํา ค่าไฟที่บ้านท่านประธานด้วย ๑๐ บาท ผมบอกอย่างนี้ ผมตายแล้วครับ ผมไม่ได้คืน ๒๕ บาทอย่างที่ผมควรจะได้เลย เป็นการฝากเงินงบประมาณ ไว้ในมือโดยที่เขาไม่สามารถจะนําไปพัฒนาได้ ผมอยากจะให้เพื่อนสมาชิกปรับลด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ในส่วนนี้ แต่ปรับทิ้งไม่ได้เพราะ พ.ร.บ. การกระจายอํานาจกําหนดว่าต้อง ให้เขา ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นปรับออก ๒๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วไปแปรญัตติเพิ่มลอยไว้ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ให้เขาไปเป็นงบทั่วไปเอาไปบริหารจัดการในการพัฒนาต่าง ๆ ผมไม่ห่วงละครับ ถึงเวลาท่านจะมาใช้กลไกใด ๆ บอกว่าฟากฝั่งของฝ่ายค้านไม่ได้งบ รัฐบาลได้งบแบบที่เคย เป็นมาหลายปีตามสบายเลยครับ แต่อย่างน้อยขอให้เงินจํานวนนี้มันเป็นของท้องถิ่นอย่าง แท้จริง ผมกราบฝากท่านประธานไว้ครับ ขอบคุณครับ