เจริญ จรรย์โกมล หารือเรื่องการยกเลิกเงิน 8,000 ล้านบาทที่นำมาใช้ในการก่อสร้างโรงพยาบาลระดับ 30 เตียง และโรงพยาบาลระดับอำเภอ และตั้งคำถามว่าเงินนี้จะใช้ไปในทางที่ถูกต้องหรือไม่ และยังแสดงความไม่มั่นใจว่าเงินจะใช้ไม่ทันและไม่มีประสิทธิภาพในการใช้จ่าย
ขอบคุณที่ท่านให้เวลา แต่ผมก็มี เหตุผล อันนี้เป็นเรื่องใหญ่เรื่องของชาติบ้านเมือง เพราะผมเห็นท่านนายกรัฐมนตรีออกมา โหวตแล้วผมจะอาศัยจังหวะนี้ถามท่านนายกรัฐมนตรีให้จบเสียทีเดียว ผมไม่รู้ว่าท่าน นายกรัฐมนตรีกล้าที่จะยกเลิกโครงการนี้ไหม เหตุผลที่ผมคิดนะครับ อันนี้เป็นความเห็น ส่วนตัวผมนะครับท่านประธาน ที่ถามว่าเกี่ยวข้องกับท่านประธานนั้นเราพูดกันตรงไปตรงมา ในสภาแห่งนี้ เขาบอกว่ารายการนี้ยังไม่ยกเลิกหรอกเดี๋ยวให้นายกรัฐมนตรีท่านตอบ ให้อภิปรายไม่ไว้วางใจผ่านไปก่อนเดี๋ยวเราค่อยเอาเงินนี้มาใช้ต่อไป ในประเด็นนี้ผมอาจจะ พูดค่อยหน่อยนะครับแต่ไม่รู้ใครไปพูดกับใคร ใครไปเจรจากับใคร แต่ผมเชื่อด้วยความสุจริต ว่าวันนี้ต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีเลย ท่านต้องลุกขึ้นมาตอบ ถ้าหากท่านยกเลิกจะเป็น พระคุณอย่างยิ่งแล้วเอาเงินนี้ไปใช้จ่ายในการก่อสร้างโรงพยาบาลระดับ ๓๐ เตียง หรือ โรงพยาบาลระดับอําเภอของเรา ซึ่งขณะนี้ยังขาดเงินอยู่อีกประมาณ ๕๔๗ ล้านบาท ทําไม ไม่เอาเงินนี้ไป เมื่อวานนี้เห็นท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการผม ผม เสียดายครับ ต้องไปเอาเงินที่จะสร้างโรงพยาบาลระดับชุมชนหรืออนามัยออกมา แล้วมา สร้างโรงพยาบาลระดับอําเภออีก ๔๗ แห่ง แล้วผมถามว่าทําไมไม่ไปคุยกับนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เงินนี้ ๘๐๐ กว่าล้านบาท ทําไมไม่เอาออกมาเอามาใช้ตรงนี้ ประชาชนเขาจะยกย่อง สรรเสริญครับ อันนี้มีการพูดกันเกิดขึ้น แต่ผมก็รอฟังท่านนายกรัฐมนตรีตอบอยู่เหมือนกันว่า ท่านจะกล้ายกเลิกอันนี้ไหม เพราะว่าอํานาจการยกเลิกรายการนี้ตามเอกสารที่ปรากฏต่อผม นะครับ ท่านรักษาการปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีเป็นคนพูดเอง ทําหนังสือถึงเลขาธิการ นายกรัฐมนตรี รายงานเรื่องนี้ละครับถึงเลขาธิการนายกรัฐมนตรี วันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๔ ท่านนายกรัฐมนตรีไปดูเองก็แล้วกัน ผมสรุปตอนท้ายเขาเขียนว่าอย่างนี้นะครับ สําหรับประเด็นเรื่องการเสนอขอให้ยกเลิกคําสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๗๖/๒๕๕๓ ลงวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๓ ตามเอกสารแนบ ๔ ก็คือในเรื่องเงินตัวนี้ละครับ รองนายกรัฐมนตรี ท่านสนั่น ขจรประศาสน์ พิจารณาเห็นสมควรแล้วให้เป็นดุลยพินิจของท่านนายกรัฐมนตรี เขาทําหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีแล้ว แล้วเขาก็ไปนินทากันอยู่เยอะแยะ ผมจึงบอก กรรมาธิการจากพรรคประชาธิปัตย์ท่านอาจารย์รัชฎาภรณ์ บอกไปกราบเรียน ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ เรื่องนี้ชื่อเสียงนะครับ แล้วเงินตัวนี้เอาไปใช้จ่ายโรงพยาบาลเรา ไม่ดีหรือ ประชาชนได้นะครับ เหตุผล ๒ เหตุนี้นะครับ ผมจึงไม่มีความมั่นใจและเชื่อมั่นว่า ๒,๗๐๐ กว่าล้านบาท ท่านจะไปใช้จ่ายเป็นไปตามวัตถุประสงค์ และเหลือเวลาอีก ๖ เดือน ประกอบกับหลายจังหวัดในขณะนี้ประกาศเขตภัยแล้ง แล้วฝนก็จะมาอีกแล้ว เสร็จแล้วเงินนี้ กว่าท่านจะไปดําเนินการได้ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพัสดุ ท่านจะต้องไปออกทีโออาร์ (TOR) รวมเบ็ดเสร็จ ๔๕ วันเป็นอย่างต่ํา ผมจึงกราบเรียน ท่านกรรมาธิการจากกรุงเทพมหานคร บอกกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีสิครับ ถ้าจะให้ เงินนี้มีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผลจริง ๆ ให้มติ ครม. ยกเลิกระเบียบนี้ออกไปใช้สัก ๒๕ วันพอ ผมติดตามงบประมาณครับท่านประธาน กระทรวงเดียวโดยเฉพาะ กรมชลประทานท่านเชื่อไหมปีที่ผ่านมามีเงินค้างท่ออยู่เกือบ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ทั่วประเทศ เหลือเงินอยู่เป็นแสนล้านบาท แล้วเราจะเชื่อได้อย่างไรว่าเงินใช้จ่ายนี้มันจะใช้ทันภายใน ๖ เดือน ผมถามท่านประธานผ่านไปที่ท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านจะกํากับดูแลในการบริหาร การจัดการนี้ด้วยความโปร่งใสไหม แล้วจะเสร็จสิ้นไหม ๖ เดือนท่านมั่นใจไหม ท่านวิเชียร พูดมาแล้วเงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาทตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ จนถึงปัจจุบันแม้แต่กรรมาธิการติดตาม การบริหารงบประมาณเตือนแล้วก็ยังไม่ฟัง ไม่เชื่อกัน ก็จะดันเอาให้ได้ ขณะนี้ท่านที่ออกมา พูดนี้กําลังไปให้ทหารดําเนินการอยู่ ไม่ได้โอนไปเปลี่ยนแปลงที่ไหน ท่านประธานครับ ทั้งเหตุผล ๓-๔ ข้อ ที่ผมกราบเรียนท่านมานี้ด้วยความเป็นห่วงว่า ๑. เงินจะใช้ไม่ทัน ๒. เม็ดเงินที่จะลงไปสู่พี่น้องประชาชนในการฟื้นฟูครั้งนี้กว่าจะเริ่มดําเนินการลงนาม ในสัญญาได้ ก็ต้องกินเวลาไม่น้อยกว่าเกือบ ๒ เดือน ๓. ระยะเวลาในการดําเนินการ ของท่านมันจะต้องประสบปัญหาในเรื่องของเดี๋ยวฝนมา ผมไม่มีความมั่นใจเลยว่า ๖ เดือน ของท่านนี้เป็น ๖ เดือนในระยะเวลา แต่ ๖ เดือนของการใช้จ่ายเงินนี้มันไม่ใช่ ฉะนั้นผมจึง ขอปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุผลอย่างที่ผมกราบเรียนมาทั้งหมดครับ