เจริญ จรรย์โกมล หารือเรื่องการบริหารจัดการงบประมาณที่ไม่มีวินัยและทุจริต โดยเฉพาะโครงการที่มีงบประมาณ 873 ล้านบาทที่ไม่ได้ใช้จ่ายในปีนั้นเลย นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบและวินัยการใช้จ่ายเงิน ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินอย่างมีประสิทธิภาพและความโปร่งใส
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ที่ผมขอ ปรับลดไว้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ในงานของแผนงานฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากภัยพิบัติ เป็นยอดเงินจํานวน ๒,๗๖๙ ล้านบาท ท่านประธานครับ ที่ผมจะต้องขอปรับลดนั้น โดยภารกิจในการที่ของบประมาณในการดําเนินงานในครั้งนี้นั้น ผมเองไม่มีความขัดข้อง ประการใด ซึ่งใครเป็นรัฐบาลก็มีหน้าที่ที่จะต้องบําบัดและฟื้นฟูการซ่อมแซมโครงสร้าง พื้นฐาน อย่างเช่น ถนน สะพาน เขื่อนป้องกันริมตลิ่ง อันนี้เป็นภารกิจ ส่วนตัวผมเห็นด้วย แต่ที่ผมจําเป็นจะต้องปรับลดการใช้จ่ายเงินในครั้งนี้ไปถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ผมดูแล้วจาก การใช้จ่ายเงินที่ผ่านมาด้วยความเป็นห่วงเป็นใยอย่างที่ผมได้ลุกขึ้นมาพูดเมื่อกี้นี้ ผมมีเหตุผลที่จะต้องอธิบายโดยเป็นพยานหลักฐานได้ แล้วก็ฟังเป็นที่ยุติว่าการใช้จ่ายเงินของ หน่วยงานนี้ที่ผ่านมา อันนี้เป็นเหตุผลเลยนะครับว่าที่ผมปรับลดคือผมไม่เชื่อมั่นและเชื่อใจ ในการบริหารการจัดการอย่างที่ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีได้เสนอเข้ามาขอ วงเงินอีก ๒,๗๐๐ กว่าล้านบาทในการที่จะไปฟื้นฟู เหตุผลที่ผมจะต้องอธิบายความก็คือว่า ผมดูจากการใช้จ่ายเงินของหน่วยงานนี้ที่ผ่านมา มันได้ปรากฏนะครับว่าโดยเฉพาะ การใช้จ่ายเงินในการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติต่าง ๆ ผมก็ได้หลักฐานเอกสารฉบับหนึ่งขึ้นมา ผมอยากเรียนท่านนายกรัฐมนตรีด้วยว่าเมื่อกี้ท่านเข้ามานั่งท่านจะได้ทราบด้วยแล้วจะได้ ถามท่านในคราวเดียวกันในครั้งนี้เลย เหตุผลที่ผมไม่มีความเชื่อมั่นว่าการใช้จ่ายเงินจะมี ประสิทธิภาพประสิทธิผลและสัมฤทธิ์ผลอย่างที่พวกเรามีความปรารถนาที่จะขอต่อสภา แห่งนี้ก็คือว่า ท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ ผมได้รับหนังสือเอกสารฉบับหนึ่งซึ่งไม่ใช่ ของผมเลยนะครับ เป็นหนังสือของราชการ แล้วราชการนี้ก็ไม่ใช่อื่นไกลนะครับเป็นหนังสือ ถึงท่านนายกรัฐมนตรี รายงานถึงผลการปฏิบัติงานของการช่วยเหลือภัยพิบัติในกรณีฉุกเฉิน และจําเป็น ในปีที่ผ่านมาเขารายงานถึงท่านนายกรัฐมนตรีอย่างนี้ครับท่านประธาน เขาบอกว่า หน่วยงานราชการชื่อว่าหน่วยงานหนึ่งซึ่งเป็นหน่วยงานของกระทรวงยุติธรรม เขาบอกว่า เขาได้ลงไปตรวจสอบในพื้นที่ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ รวมจํานวน ๒๑ จังหวัด ๘๘ อําเภอ จํานวน ๓๗๓ โครงการ เป็นงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับ ภัยพิบัติที่ผ่านมา เขารายงานออกมาผมยกตัวอย่างเอาภาคอีสานก่อนนะครับตามเอกสาร เดี๋ยวผมจะบอกว่าเอกสารอะไร ภาคอีสานตรวจสอบ ๖ จังหวัด ๓๘ อําเภอ ๑๙๗ โครงการ ตรวจพบโครงการผิดปกติ ๑๙๗ โครงการ เป็นความผิดถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เขาบอกจังหวัด สุรินทร์มี ๘ อําเภอ จํานวน ๒๘ โครงการ ตรวจสอบผิดปกติถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ นี่ภาคอีสานเรานะครับท่านประธาน จังหวัดร้อยเอ็ด ๘ อําเภอ ๕๑ โครงการ มีความผิดปกติ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่เหลือสักโครงการเลย ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณนั่งอยู่นี่ท่านจะต้อง รับรู้ด้วย จังหวัดกาฬสินธุ์ ๘ อําเภอ ๔๗ โครงการ มีความผิด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จังหวัดอุดรธานีของท่านวิเชียรที่พูดเมื่อสักครู่นี้ ๗ อําเภอ ๓๔ โครงการ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ภาคอีสานนะครับ จังหวัดนครพนม ๓ อําเภอ ๑๕ โครงการ มีความผิด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จังหวัดสกลนคร ๔ อําเภอ ๒๒ โครงการ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ภาคอีสาน ทั้งหมดเลยครับท่านประธาน พอขึ้นไปภาคเหนือจังหวัดเชียงราย ๒ อําเภอ ๖ โครงการ ผิด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จังหวัดต่อมาครับท่านประธาน จังหวัดแพร่ของท่านวรวัจน์ ซึ่งจะ อภิปรายท่านต่อไปนะครับ ๒ อําเภอ ๗ โครงการ ผิด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ประทานโทษครับ จังหวัดตากนี้อยู่ทางภาคเหนือ ของท่านกรรมาธิการด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้ ๓ อําเภอ ๑๕ โครงการ ผิด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านนั่งอยู่ได้อย่างไร ท่านกรรมาธิการจากซีกรัฐบาล พอมาถึงภาคกลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยาลงไปตรวจสอบ ๑ โครงการ ผิด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จังหวัดกาญจนบุรี ๓ อําเภอ ๙ โครงการ ผิด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ลงภาคใต้ จังหวัดชุมพรตรวจสอบมา ๓ อําเภอ ๖ โครงการ มีความผิดปกติถึง ๙๗.๘๔ เปอร์เซ็นต์ ในโครงการที่เขาลงไปตรวจสอบ คําถามถามต่อไปว่าเหตุผลที่ผมต้องปรับลดก็คือใครไป ตรวจ ถามว่าคณะกรรมาธิการติดตามงบของผมไปตรวจใช่ไหม ผมก็มีความพึงระมัดระวัง เหมือนกันว่าถ้าผมไปตรวจเอง เดี๋ยวเขาบอกว่าประธานอยู่ฝ่ายค้าน ผมก็ได้รับความกรุณา จากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะกรรมาธิการผมก็ได้ทําหนังสือถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ขอยืมเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานของกระทรวงยุติธรรม ชื่อว่าหน่วยงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ช่วยลงไปตรวจสอบพื้นที่ ทั้ง ๔ ภาคให้ผมหน่อยสิว่าการใช้จ่ายเงินดังกล่าวนี้มีความโปร่งใสไหม มีความสุจริตไหม มีประสิทธิผลเป็นอย่างไร มีผลสัมฤทธิ์เป็นอย่างไร ก็ปรากฏว่าตรวจสอบไปทั้งหมดที่ผม ได้เรียนต่อท่านประธานไป เขายังสรุปว่าประเด็นปัญหาที่ตรวจพบคือ
เรื่องที่ ๑ เขาบอกว่าการประกาศเขตภัยพิบัติไม่ถูกต้อง ตายแล้วท่านประธาน ประกาศเขตภัยพิบัติไม่ถูกต้อง อันนี้เริ่มต้นตั้งแต่แรกก็เริ่มแล้วครับ มีการทุจริตตั้งแต่ ยังไม่ดําเนินการ ผมก็ยังไม่รู้ว่าท่านรัฐมนตรีที่คุมกรมบัญชีกลาง ที่คุมในเรื่องของภัยพิบัติก็ดี สํานักงบประมาณท่านนั่งอยู่นี่ท่านรู้หรือเปล่า ข้อที่ ๒ เขารายงานอย่างนี้ครับ การอนุมัติ ให้ความช่วยเหลือไม่ถูกต้อง ข้อที่ ๓ การจัดซื้อจัดจ้างก็ไม่ถูกต้องอีก กรมบัญชีกลางอยู่ที่ไหน ก็ไม่ทราบ ข้อที่ ๔ เขาบอก การควบคุมงานก็ไม่ทั่วถึง ข้อที่ ๕ การตรวจรับก็ไม่ถูกต้อง ใครละครับเป็นคนลงนามในฉบับนี้มีรายละเอียดทั้งหมด ๑๕ หน้า ทําหนังสือฉบับนี้ ถึงนายกรัฐมนตรี ใครทําถึงครับ คนที่ทําถึงคือ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กราบเรียนถึงท่านนายกรัฐมนตรีพร้อมกับให้ดําเนินการ แล้วก็รายงานถึงความไม่ถูกต้อง ความทุจริตและให้ดําเนินการตามกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้ลงนาม คนที่รับทราบท่านแรกก็คือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี บอกว่ากราบเรียน นายกรัฐมนตรีเพื่อโปรดพิจารณา ลงชื่อ สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี วันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๓ พอถึงท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีลงนามในวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๓ เห็นชอบ นับแต่ท่านเห็นชอบมาจนถึงวันนี้ยังไม่ดําเนินการอะไรเลยครับ อย่างนี้จะให้เงินไปได้อย่างไร ท่านไม่สงสัยหรือครับว่าทําไมเราให้เงินไปตั้งเยอะแยะ ในภัยพิบัติต่าง ๆ ประกาศภัยทุกครั้ง ทีนี้หน่วยงานของรัฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้รายงานเองนะครับ จนถึงวันนี้ทางรัฐบาลหรือผู้บริหารชาติบ้านเมืองไม่เคยดําเนินการ ใด ๆ เลย
เรื่องที่ ๒ ที่ผมจะต้องมีเหตุผลในการปรับลดของผมก็คือว่า ผมได้ทําหนังสือ ในนามคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ อันนี้เป็นเหตุผลซึ่งผมจะต้อง ถามท่านประธาน อันนี้คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีอยู่ทุกพรรคครับท่านประธาน ได้ทําหนังสือกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีเกี่ยวข้อง กับจังหวัดท่านประธานด้วยนี่ละ ที่เขาบอกว่ามีอยู่ ๗๙๔ โครงการที่จะต้องใช้เงิน ๘๗๓ ล้านบาท โดยมีท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ ท่านรองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้พิจารณาโครงการเหล่านี้ ในกรณีภัยพิบัติต่าง ๆ โดยหลักเกณฑ์โดยทั่วไปเขาต้อง ใช้จ่ายเงินในทันท่วงทีและต้องใช้ให้แล้วเสร็จในปีงบประมาณ อันนี้เป็นหลักเกณฑ์ที่จะต้อง ปฏิบัติอย่างเข้มงวด และเป็นการบริหารงบประมาณอย่างมีระเบียบและวินัย ปรากฏว่า คณะกรรมาธิการเขาได้ตรวจสอบไปแล้วปรากฏว่าเงินที่จะต้องใช้จ่ายกัน ๘๗๓ ล้านบาทนี้ มันกระจุกอยู่ที่ ๗–๘ จังหวัดเท่านั้นเอง จังหวัดบุรีรัมย์ของท่านประธานล่อเข้าไป จังหวัดเดียว ๔๐๐ กว่าล้านบาท ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกครับ แต่ที่พวกผมสงสัยอยู่ ก็คือว่าในรายการที่ขอมาทําไมไม่ใช้จ่ายในปีนั้นเลย ในปีงบประมาณที่ผ่านมา ปล่อยปละละเลยไปทําอะไร ผมถามดูสิ นี่ท่านกําลังจะเอาเงินไปอีก ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ที่ให้ไปแล้ว ๘๐๐ กว่าล้านบาทนี้ไม่ดําเนินการ นอกจากไม่ดําเนินการยังมีพฤติกรรม ในการฝ่าฝืนกฎระเบียบและวินัยการใช้จ่ายเงินอย่างเห็นได้ชัดเจน ชัดเจนอย่างไรครับ เขาให้ใช้จ่ายในปีงบประมาณ เขาไม่ให้ข้ามปี ก็ปรากฏว่าไม่ได้ใช้เงิน ให้เงินท่านไปแท้ ๆ จังหวัดบุรีรัมย์ทําไมไม่ใช้ พอให้ไปเสร็จสรรพเรียบร้อย ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการ ได้ตรวจสอบพบว่า ๑. งบประมาณมันมีปัญหาเกิดขึ้น แล้วทําไมไม่ใช้จ่ายในปีงบประมาณ ๒. ทําไมมันกระจุกอยู่ ไม่ใช่ว่าขอแค่แค่ ๘ จังหวัด ขอมามากกว่า ๘ จังหวัด แต่ได้ ๘ จังหวัด ๓. เราสงสัยว่าทําไมไม่เบิกจ่ายในปีงบประมาณปี ๒๕๕๓ ให้แล้วเสร็จ เราอยากให้นะครับ ท่านประธาน ไม่ใช่ไม่อยากให้ ๔. เราตั้งข้อสังเกตว่าอย่างที่ผมให้เหตุผลที่ผ่านมานี้มันมีการ ทุจริต ก็ปรากฏว่าปรากฏว่าเงินยังไม่ไป งวดเงินไปยังไม่ถึงจังหวัดเลยมีการจัดเก็บ เงินเปอร์เซ็นต์กันเรียบร้อย ผมก็ให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ไปตรวจสอบมา ขณะนี้ได้หลักฐาน เก็บไว้นะครับ จะไม่ให้ท่านประธานหรอกครับ ๕. คณะกรรมาธิการเขาจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ยกเลิกรายการนี้ขึ้นมาในจํานวนเงินทั้งสิ้น ๘๗๔ ล้านบาท ให้ยกเลิกโครงการนี้เพราะว่า มันไม่มีความจําเป็นใด ๆ ทั้งสิ้นที่จะไปทํา นี่หน้าฝนแล้ว ปีนี้กําลังประกาศออกมาอีกแล้ว ๑๕–๑๖ จังหวัดบอกภัยแล้ง กําลังจะเอาโครงการเก่ามาสวม แล้วผมยังเข้าใจว่าอาจจะ มีเกี่ยวข้องกับโครงการพวกนี้เกิดขึ้น ก็ปรากฏว่าท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ ก็ได้รายงานขึ้นไป จนถึงปัจจุบันนี้ผมได้มีหนังสือสอบถามไปที่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านจะ ยกเลิกไหม ท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณก็มีหนังสือไปที่ท่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ท่านปลัด สํานักนายกรัฐมนตรีรายงานไปที่เลขาธิการนายกรัฐมนตรีบอกว่าอํานาจในการยกเลิก คือท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านจะยกเลิกหรือไม่ยกเลิก ผมจึงจะถามด้วยครับ วันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีมานี่ท่านจะกล้าไหม แต่ผมเชื่อว่าท่านไม่กล้ายกเลิก นี่อย่างไรครับ การใช้จ่ายเงินไม่มีวินัยทางด้านการเงินและการคลัง ทําให้การบริหารการจัดการที่ท่าน บอกว่าเศรษฐกิจมันไม่เดิน เงินมันไม่เดินสะพัดถ้าไม่ใช้จ่ายเงิน พอไม่ใช้จ่ายเงินยิ่งแล้วไป มากกว่านั้น สํานักงบประมาณกับกรมยังมีความเห็นไปให้ ครม. กันเงินข้ามปีอีก คือกันเงิน เหลื่อมปีให้ไปกันใหญ่เลย ท่านทําไมไม่ใช้เงินนี้ละครับ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ ที่วันนี้ เรามาพิจารณาทําไมไม่ใช้เงินนี้ ท่านประธานที่เคารพ ผมเห็นใจที่จังหวัดบุรีรัมย์ มีบางอําเภอของท่านยังไม่มีโรงพยาบาลระดับอําเภอ ทําไมไม่เอาเงินนี้ให้ท่านรัฐมนตรี จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ละครับ ไปก่อสร้างโรงพยาบาลในขณะนี้ที่ยังขาดอยู่ ๔๗ แห่ง ทั่วประเทศ ท่านนายกรัฐมนตรีกล้าตอบไหม ผมถาม เดี๋ยวฝากถามท่านประธานไปที่ ท่านนายกรัฐมนตรีให้ท่านตอบเลยวันนี้