สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๓ มีนาคม ๒๕๕๔

ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย คณะกรรมาธิการขอสงวนในมาตรา ๓ เสนอปรับลดงบประมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และฟ้องต่อประชาชนเกี่ยวกับการใช้เงินภาษี

นายไพจิต ศรีวรขาน กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย คณะกรรมาธิการขอสงวนในมาตรา ๓ ครับ ผมติดใจอย่างยิ่งครับท่านประธาน เนื่องจากการพิจารณางบประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการซักไซ้ไล่เลียงของกระทรวงทุกกระทรวงที่ได้รับจัดสรรงบประมาณผมขอปรับลดไว้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ก็แปลว่า ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ยอดที่ผมไม่ปรับเลยก็คือ ประมาณ ๘๕,๐๐๐ ล้านบาท เป็นการชดใช้เงินคงคลังประมาณ ๘๔,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ซึ่งโดยหลักโดยฐานะเท่าที่ฟังมาแม้จะไม่เชื่อว่าเงินจะสามารถจัดเก็บภาษีได้เกินกว่าเป้า ในการคาดการณ์ของกระทรวงการคลัง แต่ถ้าได้มาก็เอาใส่กระเป๋าซ้าย กระเป๋าขวาเพื่อเพิ่มสถานะทางการเงิน ทั้ง ๆ ที่ผมก็รู้ว่า จะต้องคอยในการที่จะใส่เงินอันนี้ไปในช่วงของสิ้นปี พอจะตั้งงบประมาณก็สามารถที่จะ ทําได้ แต่เพื่อที่จะเปิดโอกาสให้เงินคงคลังซึ่งมีอยู่ ณ วันนี้ประมาณแสนกว่าล้านบาท เดิมมันจะเฉลี่ยประมาณ ๓ แสนล้านบาทก็เลยจับจ่ายใช้ไปในโอกาสต่าง ๆ ที่ตั้งแต่รัฐบาล เข้ามายังไม่ถึงขาดมือ แต่ว่ามีความจําเป็นที่จะต้องใส่เข้าไปถ้าหากเก็บภาษีได้เกินเป้า ท่านประธานครับที่ผมปรับทั้งหมด ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทเนื่องจากในรายกระทรวงต่าง ๆ ที่ผมไปดูในเนื้อในของการที่จะจัดแล้ว ผมได้ฟังการอภิปรายในสภาในวาระที่หนึ่งว่าเป็นการ ให้ต่างตอบแทน ในการเขาเรียกว่าสมยอมอํานาจในเรื่องทางการเมืองกัน พอไปดูในแต่ละ กระทรวงก็จะเห็น แล้วก็พยายามจะขอให้ปรับในรายกระทรวงต่าง ๆ ท่านประธานครับ ความจริงกระทรวงที่ปรับก็จะเห็นในแต่ละรายการ บางกระทรวงนี่บาทเดียวก็ไม่ได้นะครับ ท่านประธาน ขอกันอยู่เป็นวันเป็นคืนให้ปรับหน่อย โดยฐานะศักยภาพที่เห็นมันกระจุก อยู่ตรงนี้มันไม่มีความจําเป็นที่จะใช้ หลาย ๆ แห่งซึ่งผมจะได้กราบเรียนท่านประธาน เป็นรายกระทรวง วันที่มีการปรับลด ๓๔ ล้านบาทเศษนะครับที่ทําให้ยอดลดลงจาก ๓๒,๔๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ที่ลดลงจากแสนล้านบาทนี่เพียง ๓๒,๔๐๐,๐๐๐ บาทเศษก็ต้อง ถือว่ากระทรวงที่เขาปรับให้ เขามีน้ําใจ เห็นฝ่ายค้านทํางานขอปรับขออะไรก็ลดให้ แต่หลาย กระทรวงยังยืนไม่ยอมปรับเลยแม้แต่บาทเดียว ผมก็ชี้ให้เห็นว่านี่งานแบบนี้มันล็อกสเปก งานแบบนี้มันฮั้วประมูล ก็ไม่ยอมกัน ในท้ายที่สุดผมก็ต้องยืนยันว่าจะต้องปรับออกทั้งหมด เมื่อจะต้องช่วยผู้ประสบอุทกภัย ก็ทราบอยู่แล้วว่าอุทกภัยที่เกิดขึ้นนี่เกิดในจังหวัดไหน ๆ ร้ายแรงมา เพราะฉะนั้นเม็ดเงินที่ไปก็ควรจะไปในกลุ่มเหล่านี้ แต่ลงไปในเนื้องานจะเห็นว่า ไม่ใช่หรอกครับ ภาคอีสาน ภาคกลาง แทนที่จะได้เงินเยอะ ๆ ไม่ได้ครับ ก็ได้ทางภาคใต้ของ ท่าน ของแกนรัฐบาลที่ทําเรื่องนี้ ผมก็สงสัยนะครับบางกระทรวงนี่เห็นว่า เอ๊ะ ไปอยู่ได้ อย่างไรเงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาทไปอยู่ ๖๐๐ ล้านบาท เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟังพอถึงกระทรวง นั้นนะครับ ทีละอัน ๆ เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าถ้าจะต้องจับจ่ายใช้เงินในภาวะแบบนี้ควรที่จะ ยืนยันให้มันเป็นประโยชน์ให้มากที่สุด ก็หน่วยงานอื่น ๆ ที่งบกลางที่ยังไม่ใช้ ของท่านนายกรัฐมนตรีก็มี ท่านก็บอกว่าต้องการให้พวกผมไปปรับไปดูเลย ปรับออก อะไรออก ผมก็ทําหน้าที่เต็มที่ แต่ว่าท้ายที่สุดก็ใช้คณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ผมนี่ คณะกรรมาธิการเสียงส่วนน้อยสงวนสิทธิในการที่จะต้องชี้แจงต่อความไม่ตรงไปตรงมา ผมกราบเรียนนะครับ ประโยคต้นที่ผมบอกว่าเป็นการประโยชน์ต่างตอบแทนในการ แก้รัฐธรรมนูญ เป็นอย่างไรผมก็ยังเชื่ออย่างนั้นอยู่ เพราะไม่มีการปรับเลย ต้องขอบคุณ บางกระทรวงนะครับที่ลดให้ ผมยกตัวอย่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นี่ถ้าให้มา มีการปรับลด การรถไฟแห่งประเทศไทยนี่เอาไป ๖๐ ล้านบาท ผมขอตามที่ประชุมบอก รู้ว่ากิจการเพื่อคนยากคนจนขอปรับหน่อยได้ ๖๐ ล้านบาท เขาใจดีนะครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านต้องขอบคุณเขา มีน้ําใจต่อกันนะครับ ผมขอปรับ ลด ๓,๐๐๐,๐๐๐บาท ท่านผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทยคนหนุ่ม ๆ บอกโอเค ก็ใช้ รายได้การรถไฟแห่งประเทศไทย ก็ปรับลดลงมา ๓,๐๐๐,๐๐๐บาท นี่เป็นน้ําใจที่ให้ต่อกัน ผมก้รู้ว่ามันต้องมียืด มีหด มีอ่อนแล้วก็มีแข็งให้กัน แต่ว่าก็ตําหนิว่าที่ต้องปรับเต็ม ๆ ๑๕ เปอร์เซ็นต์เพราะความไร้น้ําใจ มีอํานาจแล้วก็ไม่ฟังคนอื่น ท่านประธานครับ ผมก็เลย ต้องสงวนสิทธิในการที่จะต้องปรับลดอีก ๑๕,๐๐๐ บาท ก็แปลว่าฟ้องต่อพี่น้องประชาชน คนที่เสียภาษี ที่จะต้องซื้อน้ํามันปาล์มราคาแพงมาตรฐานโลกนี่นะครับ ฟ้องเขาว่าวันนี้เงินเอาออกมาจะมาใช้อย่างนี้ ที่มันท่วมไม่ทํา ที่ทําไม่ท่วม ที่เดือดร้อน ไม่ซ่อมแซม หรือทําเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่เป็นธรรมถามว่าพวกผมได้ตั้งเงื่อนไขว่าให้รีบไป ช่วยเหลือเขาเสีย ผมยังต้องขอบคุณนะครับว่าในส่วนที่ยังไม่ได้ซ่อมรีบไปทํากัน งบประมาณ ที่มีอยู่ในมือของฝ่ายรัฐบาลก็รีบไปเยียวยาแก้ปัญหาให้ แต่ว่าท่านประธานครับ เมื่อได้ทํา หน้าที่ในชั้นการพิจารณาแล้วก็มาฟ้องว่าด้วยเหตุผลว่าเงิน ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ที่ขอปรับ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นเรื่องใหญ่นะครับ เพื่อเป็นอุทาหรณ์บอกว่าต่อให้มีน้ําใจกัน ไม่ใช่ว่าตั้ง มาอย่างไรแล้วเสียงเยอะกว่าก็ไม่ยอมปรับอะไรเลย ไม่ฟังกันนะครับ ท้ายที่สุดผมก็ไล่เรียงดู ทุกอัน ต้องขอบพระคุณนะครับ ที่ใช้เวลา เวลาพิจารณาก็เร่งรีบ ท่านประธานท่านอาจจะ ไม่กล้ากําชับคณะกรรมาธิการ แต่ว่าในสายทางการเมืองก็บอกกันว่าต้องเสร็จ พิจารณาวันนี้ คืนนี้ต้องเสร็จตั้งคณะอนุกรรมาธิการท่านประธาน เพื่อที่จะไปปรับลด ผมต้องกราบเรียนว่า ตัวคณะอนุกรรมาธิการก็ต้องร้องต้องขอกันเพื่อให้พิจารณา แต่จริง ๆ ไม่ใช่ครับ เวลาไปทําก็ แทบจะไม่ได้ลงในรายละเอียดกันเท่าที่มาตรฐานของการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ งบประมาณทํา ท่านประธานไม่ทราบหรอกครับ แต่เวลาไปทําผมก็ไม่ได้เป็นคณะอนุ กรรมาธิการด้วยนะครับ แต่ว่าผมใช้สิทธิความเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญเข้าไปดูเพื่อจะให้ มันสามารถทําตามเจตนาที่สภาผู้แทนราษฎรได้รับหลักการไปในวาระที่ ๑ ท่านประธานครับ ก็น่าเสียดายนะครับ เพราะฉะนั้นต้องมาใช้เวทีห้องนี้สงวนสิทธิที่จะขอปรับลด ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ในงบรวมทั้งหมดในมาตรา ๓ ครับ ขอบพระคุณครับ