สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๓ มีนาคม ๒๕๕๔

ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง แสดงความกังวลเกี่ยวกับการแจกจ่ายเงินผู้สูงอายุ โดยเฉพาะกรณีที่ผู้สูงอายุเกิดในปีขาล พุทธศักราช ๒๔๙๓ ไม่ได้รับเงินผู้สูงอายุ ๕๐๐ บาท และเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบและดำเนินการเพื่อให้ได้รับสิทธิของตน ตั้งคำถามเกี่ยวกับงบประมาณที่ถูกตั้งไว้สำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการ โดยกล่าวว่าไม่เพียงพอและไม่ยุติธรรม

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ต้องขออนุญาตท่านประธานสภาและทางกรรมาธิการ ตลอดจนเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ในการที่จะได้อภิปรายในส่วนงบประมาณในมาตรา ๗ ของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีแผนงาน โครงการอยู่ ๒ โครงการนะครับ จากเอกสารในโครงการที่ ๒ ในส่วน (๑) และ (๒) แผนงาน สวัสดิการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการส่งเสริมการกระจายอํานาจ จริง ๆ แล้ว ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนครับ งบนี้ถ้าเราพูดกันตรง ๆ ก็คือเป็นงบสําหรับผู้สูงอายุ ในการ แจกจ่ายให้กับผู้สูงอายุคนละ ๕๐๐ บาท ตามที่ร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุได้ผ่านสภาไป เมื่อปีที่แล้ว จึงทําให้เกิดโครงการเบี้ยผู้สูงอายุขึ้นมา เพื่อจะใช้จ่ายให้กับผู้สูงอายุทุกคน ทีนี้ปัญหามันก็เกิดขึ้นจากการตั้งงบประมาณ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๔ ดังกล่าวเกิดขึ้นว่า จํานวนผู้สูงอายุนั้นไม่ครบจํานวนก็จะทําให้เกิดครบจํานวนเกิดขึ้น ก็คือ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อไม่ครบจํานวนนั้นก็เลยตั้งงบประมาณเพิ่มขึ้น ผู้สูงอายุก็คือขาดจาก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือ ๘๒๓,๓๓๕ คน ถ้าครบจํานวน ๘๐๐,๐๐๐ กว่ารายดังที่กล่าวนี้ก็แสดงว่าผู้สูงอายุ ในประเทศไทยทุกคนที่เกิดในปีขาล พุทธศักราช ๒๔๙๓ ครบอายุ ๖๐ ปี ได้เงินผู้สูงอายุ ทุกคน ๕๐๐ บาท ถ้าใครเกิดปีขาล ในปีพุทธศักราช ๒๔๙๓ ไม่ได้เงิน ๕๐๐ บาท แสดงว่า เกิดตกหล่นจากท่าน ท่านต้องได้รับเงินผู้สูงอายุทุกคน ทุกราย ย้อนหลังนะครับ ย้อนหลัง ก็คือตั้งแต่เดือนกันยายน ก็คือเริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ ท่านจะต้อง ได้เงินทุกคน ทุกราย และครบทุกราย ถ้านับถึงวันนี้ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับว่าผ่านไปเกือบ ๖ เดือนแล้วที่จะได้เงินในส่วนนี้ ถึงเดือนเมษายนนี้ก็จะครบ ๖ เดือน นั่นหมายความว่าถ้าเกิดว่าท่านไม่ได้ท่านก็ไปเรียกร้องสิทธิคืนจากงบประมาณ ที่ผ่านให้พี่น้องประชาชนในครั้งนี้จากรัฐบาล ผมพูดในที่นี้นะครับ ถ้าไม่ได้ ไม่ให้ ไปแจ้งความ ดําเนินคดีด้วย แจ้ง ป.ป.ช. ด้วยในการตรวจสอบ เป็นสิทธิของพี่น้องประชาชนทุกคนนะครับ อย่าให้ตกหล่น เรามีสิทธิต้องใช้สิทธิ อย่าปล่อยให้สิทธิของพี่น้องประชาชนนั้น เป็นเบี้ยใบ้รายทางทําให้เกิดงบประมาณที่ผลาญชาติผลาญแผ่นดิน สิทธิของพี่น้องประชาชน ที่มีอยู่พึงกระทําด้วย เพราะนั่นคือจุดรั่วไหลของเงินงบประมาณพี่น้องประชาชนและ พี่น้องประชาชนก็จะพูดกันอยู่ตลอดระยะเวลาว่าไอศกรีม (Ice cream) มาไม่ถึง พี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นเราช่วยกันครับ ผมเชื่อว่าในสิ่งที่พี่น้องประชาชนจะช่วยกัน ในครั้งนี้ก็จะทําให้สิทธิการใช้เงินงบประมาณตามที่พี่น้องมุ่งหวังและปรารถนานั้น ได้สัมฤทธิ์ผลตามเจตนารมณ์ของพวกผมมากขึ้น

ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับว่าผมได้กราบเรียนไปดังนั้น ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนครับว่าการตั้งงบประมาณดังกล่าวนี้เรามาถกเถียงกันว่า ในเรื่องของการตั้งงบประมาณในครั้งนี้เป็นงบประมาณเพิ่มเติม แล้วฝ่ายรัฐบาลก็ได้เขียน ขอประทานอภัยครับ สํานักงบประมาณนะครับ โดยสํานักงบประมาณผ่านมาทางรัฐบาลได้ ตั้งงบประมาณผ่านมาในกลางปีที่ใช้จ่ายแล้วก็มาถกเถียงกันว่า พอ ไม่พอ จํานวนผู้สูงอายุมากกว่าตามที่ตั้งไว้แต่เดิมในปีที่ผ่านไปก็เลยตั้งงบประมาณมาเพิ่มเติม ในเอกสาร ฉบับที่ ๒ เล่มสีเขียวนี่ครับ ก็ปรากฏว่าได้ไปเขียนไว้ในหน้า๓๖ ตามที่ เพื่อนสมาชิกได้กล่าวไปว่า ในหน้าที่ ๓๖ ในส่วนที่ ๒.๑.๓ ก็เขียนไว้ว่าระยะเวลา การดําเนินการนั้น ๖ เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๔ นั่นหมายถึงว่าเดือนเมษายนก็คือ นี่เดือนมีนาคม เดือนหน้าหลังจากผ่านงบประมาณ เรียบร้อยแล้วก็เป็นระยะเวลาพอดิบพอดี ถ้าเป็นตามที่เอกสารเขียนมานี้ก็นั่นหมายความว่า ทั้งคนพิการก็ดี ผู้สูงอายุก็ตามแต่ ทั้ง ๒ รายการครับท่านประธาน เมื่อสักครู่ผมพูดถึง ผู้สูงอายุอย่างเดียว ก็จะทําให้งบประมาณในส่วนนี้ถ้าเกิดตัดทอนออกตาม ๖ เดือน ก็จะ ประหยัดงบประมาณไปทั้งหมดทั้งสิ้นนะครับ ๒,๙๗๘ ล้านบาทเศษ ยังมีเศษอีกส่วนหนึ่ง แต่ถ้าใช้ครบนะครับ ใช้ครบหมายความว่าบอกว่าเอกสารผิด ใช้ครบ พี่น้องประชาชนก็ต้อง ย้อนหลังไปดังที่ผมกล่าวเมื่อสักครู่นี้ นั่นหมายความว่าพี่น้องประชาชนที่เกิดในปี ๒๔๙๓ ปีขาล เดือนกันยายน ถ้าท่านไม่ได้รับงบประมาณในส่วนที่ขาดไปสํารับผู้สูงอายุ ท่านไปเอา สิทธิได้เลยครับ ๑ ปี ๖,๐๐๐ บาท ครึ่งปีที่ผ่านมาคือ ๓,๐๐๐ บาท ท่านไม่ได้ท่านไปเอาได้ เลยนะครับ ถ้าไม่ได้ไปแจ้งความดําเนินคดีได้เลยในส่วนเหล่านี้ และท่านจะเห็นผู้ที่โกงกิน งบประมาณ กินแรงพี่น้องประชาชน ผมเองนั้นต้องขออนุญาตกราบเรียนครับว่าผมเองนั้น รู้สึกดีใจ แล้วก็ในส่วนงบประมาณในส่วนของผู้สูงอายุ ผู้พิการที่จะได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ตามสิทธิที่จะพึงมี ผมเองได้กล่าวไปแล้วก็พูดในการอภิปรายหลายครั้งในการงบประมาณ ในส่วนเหล่านี้ครับ ตั้งสําหรับให้ผู้สูงอายุ ๕๐๐ บาท ก็โอเค แต่ผมเห็นว่าน้อยไปครับ ความสามารถมีมากกว่านี้ไหม ถ้าให้เพียงพอโดยแท้นะครับ วันละประมาณ ๒๐๐ บาท สําหรับผู้สูงอายุ เดือนละ ๖,๐๐๐ บาท แต่ถ้าทําไม่ได้วันละ ๑๐๐ บาทได้ไหม ก็คือ ๓,๐๐๐ บาท ถ้าเดือนละ ๕๐๐ บาท น้อยจัดครับ ไม่พอเพียงกับชีวิตของผู้สูงอายุที่จะใช้เป็น กําลังเงินที่จะใช้ในแต่ละเดือน ข้อสําคัญก็คือในสิ่งเหล่านี้มันมาจากเงินภาษีที่ พี่น้องประชาชนต้องซื้อข้าวของแพงขึ้น เพราะอะไรครับ ท่านเก็บภาษีพี่น้องประชาชน จากกระเป๋าซ้ายแล้วท่านก็โยกมากระเป๋าขวาให้กับพี่น้องประชาชน ดูแล้วเสมือนหนึ่งไม่ได้ อะไรเลยนะครับ จริงอยู่พี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งอาจจะมองว่าได้ ๕๐๐ บาท แต่ในขณะเดียวกันรายที่ได้ ๕๐๐ บาท ผู้สูงอายุก็ได้ไป แต่ผู้ขาดไม่ได้รับก็คือ ผู้สูญเสียที่จะเสียภาษี เช่นเดียวกันรัฐก็ชดเชยให้ เช่น ข้าราชการก็ขึ้นเงินเดือนให้ ท้ายที่สุด ทุกคนก็ขึ้นหมด ทุกคนก็ได้หมด แต่ทุกอย่างก็คือต้องเก็บหมด ท้ายที่สุดก็คือเก็บของท่าน ไปใส่ท่านนั่นเอง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ได้ก็คือได้เสียเวลา ได้เสียโอกาสสําหรับพี่น้องประชาชน การบริหารประเทศ การบริหารงบประมาณ การบริหารการเงิน การคลัง ในลักษณะนี้ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ เป็นวิธีที่แย่มาก เป็นวิธีที่ผิด เป็นวิธีที่ไม่มีความ เหมาะสม วิธีการบริหารการเงิน การธนาคาร หรือการคลังให้มันดี ผมขออนุญาต ขอกราบเรียน ต้องเสริมรายได้ครับ เสริมรายได้ให้กับประเทศชาติ ไม่ใช่เก็บภาษี เสริมรายได้นะครับ ก็คือทําอย่างไรให้ชาติให้แผ่นดินนี้มีเงินเพื่อใช้จ่ายในประเทศ ให้มากโดยไม่เก็บภาษีพี่น้องประชาชน ผมพูดในที่นี้ แล้วผมพูดตลอดและย้ําตลอดเวลา รัฐที่ดี ผู้บริหารประเทศที่ดี ก็คือรัฐที่ไม่เก็บภาษีพี่น้องประชาชน ถ้าเมื่อใดก็ตามแต่ ประเทศ ไหนก็ตามแต่ รัฐไหนก็ตามแต่ ยังเก็บภาษีพี่น้องประชาชนอย่างสาหัสแล้วไซร้ ท่านอย่ามา คิดว่าท่านคือผู้บริหารประเทศที่ดี ไม่ใช่ ท่านกําลังเก็บเนื้อจากพี่น้องประชาชนจากผู้ประกอบการรายอื่น ๆ หรือผู้ทํางานอย่างอื่น แล้วเอามาใช้จ่ายตามอําเภอใจของท่านต่างหาก ท่านไม่ได้เป็นผู้มีพระคุณต่อเขาเลย เพียงแต่ท่านมาเป็นคนที่เก็บงบประมาณ เก็บภาษีเขามาใช้จ่ายเท่านั้นเอง ตามอําเภอใจ ของท่าน เพราะฉะนั้นต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ผมเองนั้นแม้จะเห็นด้วย แต่ก็ไม่ได้เห็นด้วยทั้งสิ้น แต่ถ้าจะเห็นด้วยทั้งสิ้นก็คือการบริหารที่ไม่รบกวนภาษีพี่น้อง ประชาชน แล้วก็ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะผู้พิการและผู้สูงอายุได้งบประมาณ หรือได้เงินตอบแทนให้มากกว่านี้ ก็ขออนุญาตกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ