สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๓ มีนาคม ๒๕๕๔

เรวัต สิรินุกุล แสดงความไม่พอใจต่อกรรมาธิการที่ไม่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบทุจริตในโครงการต่าง ๆ รวมถึงการกระจายรายได้ให้ประชาชน และช่วยเหลือการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ดีขึ้น

นายเรวัต สิรินุกุล แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ งบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมประจําปี ๒๕๕๔ ซึ่งกระผมได้ขอแปรญัตติปรับลดลงร้อยละ ๑๐ ซึ่งกระผม มีเหตุผลที่จะกราบเรียนนะครับ แต่ว่าเท่าที่กระผมได้ฟังท่านกรรมาธิการ อย่างน้อย ๆ ก็ ๒-๓ ท่าน ได้ชี้แจงได้อภิปราย ในฐานะที่ท่านเป็นกรรมาธิการแล้ว ผมฟังแล้ว ก็รู้สึกไม่สบายใจครับท่านประธานว่า ท่านได้เข้าไปสู่กรรมาธิการในฐานะตัวแทนของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเท่าที่ผมสังเกตก็มีทุกครั้งครับท่านประธานครับ มีทุกครั้งที่เมื่องบประมาณเข้าวาระสอง ทุกครั้งที่มีนะครับ ท่านคณะกรรมาธิการจะได้พูดถึงปัญหาต่าง ๆ ที่ได้เข้าไปพิจารณามา ที่สําคัญที่สุดในขณะนี้ที่รับฟังนั่นก็คือว่า ในโครงการต่าง ๆ นั้นไม่เป็นไปตามความต้องการ ของพี่น้องประชาชน คณะกรรมาธิการหลายหน่วยงานครับได้ฟังแล้วก็อย่างที่สุดท้ายก็ต้อง ประทานโทษเอ่ยนามท่าน ท่านซูการ์โน ว่ายังไม่พอใจที่คณะกรรมาธิการได้พูดอย่างนั้น บอกว่าจะต้องมีการต่อต้านคณะกรรมาธิการเหล่านั้นอย่างนี้เป็นต้น

และอีกที่สําคัญครับท่านประธานครับ งานที่เอาไปทํานั้นปฏิบัติก็ไม่ตรงกับ ข้อเท็จจริง แล้วก็ส่อไปในทางทุจริต มีหลายงานหลายโครงการเป็นอย่างนี้ และได้ฟัง ท่านคณะกรรมาธิการเช่นเดียวกันในฐานะเป็นรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีด้วย คือ ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ท่านก็ได้ชี้แจงว่าให้มีการตรวจสอบ ผมก็เลยอยากถือโอกาสนี้ กราบเรียนท่านประธานและถือโอกาสนี้เรียนไปยังคณะกรรมาธิการติดตามการใช้จ่าย งบประมาณของแผ่นดินได้ตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยครับ ตรวจสอบให้เข้มด้วยว่าเป็นไปอย่างที่ เขาพูดกันไหมว่ามีการทุจริตในเรื่องของโครงการต่าง ๆ นี่คือสิ่งที่กระผมอยากจะเห็นจริง ๆ ไม่อยากเห็นคณะกรรมาธิการซึ่งพิจารณาในชั้นกรรมาธิการแล้วได้มากราบเรียน ที่กราบเรียนนั่นผมเชื่อว่าทนไม่ได้ ทนไม่ได้ แล้วเห็นอย่างนั้น สภาพอย่างนั้นไม่ได้ ก็เลยต้อง มากราบเรียนให้สภาแห่งนี้รับทราบ นี่คือสิ่งที่เป็นอยู่และเป็นอยู่เป็นประจํา เหมือนกับ งบประมาณที่เข้ามาทุกครั้ง ซ้ําซากครับท่านประธาน มีปัญหาซ้ําซากในเรื่องเหล่านี้ครับ นี่คือข้อเท็จจริงและความจริงที่เกิดขึ้น ท่านประธานครับ ผมยังเห็นด้วยกับ ท่านคณะกรรมาธิการบางท่านที่ได้บอกว่างบประมาณนี้เอาภาษี รีดภาษีมาจากพี่น้อง คนยากคนจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษีน้ํามัน ภาษีมูลค่าเพิ่ม รีดภาษีมาจากของที่แพง ของแพงขึ้นภาษีแวท (VAT) ได้สูงขึ้น สิ่งเหล่านี้ทั้ง ๆ ที่สินค้าเราแพง ราคาแพงขึ้นพี่น้อง ก็เดือดร้อนอยู่แล้ว เมื่อได้งบประมาณมามากขึ้นก็เกิดปัญหาที่ว่าจะเอางบประมาณเหล่านี้ ไปทําอะไร เมื่อเป็นอย่างนี้ครับท่านประธาน ผมก็เลยคิดว่า ผมก็เห็นด้วยนะครับว่าภาษี น้ํามันหรือภาษีแวทเหล่านี้แทนที่จะลดลงในขณะที่พี่น้องมีความเดือดร้อน ใช่ว่าพี่น้อง มีความกินดีอยู่ดีในขณะนี้ ไม่ ไม่ใช่ครับ เงินทองก็หายาก ยากจนก็ยากจน มิหนําซ้ําพืชผล ทางการเกษตรก็ตกต่ํา นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนะครับ ความจริงภาษีที่เก็บได้ดีนะครับ ที่บอกว่า รายได้ประชาชาติหรือจีดีพีนั้นเติบโตเท่าไร ๆ ความจริงไปวัดเอาจากรายได้จากคน กลุ่มเดียวครับท่านประธานครับ รายได้จากคนกลุ่มเดียวที่ส่งออกครับ ส่งออกรถยนต์ ส่งออกสินค้าส่งออกในเรื่องของเครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งเหล่านี้ได้เงินเยอะครับ ได้เงิน เยอะครับ แต่อุตสาหกรรมด้านการเกษตร การส่งออกไปนั้นน้อย แล้วก็ได้เงินน้อยครับ เมื่อได้เงินน้อย เงินนี้ก็ไม่ถึงรากหญ้า ไม่ถึงครับ ภาษีส่วนใหญ่ที่ได้ได้จากบริษัทไม่กี่บริษัท ไม่กี่บริษัทครับ แล้วก็จากคนที่ดูแลไม่เท่าไร อย่างโรงงานหนึ่ง โรงงานหนึ่ง โรงงานอย่าง รถยนต์อย่างนี้ก็มีอย่างมากก็พันกว่าคน ๒,๐๐๐ คน แล้วเครื่องจักรต่าง ๆ ก็สั่งมาจาก ต่างประเทศ นําเข้ามาจากต่างประเทศ และเครื่องจักรต่าง ๆ ก็สั่งมาจากต่างประเทศ นําเข้ามาจากต่างประเทศ ไม่ใช่เกิดขึ้น ในประเทศไทย ไม่ใช่เกิดขึ้นเพราะวัตถุดิบในประเทศไทยขายแต่แรงงาน แล้วคนเหล่านี้ ก็รับผิดชอบคนหนึ่งในบ้านต่อบ้านนี่ก็ไม่เท่าไรหรอกครับ เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นอย่างนี้กระผม ยังคิดว่า รายได้อย่างนี้ถ้ามาเทียบว่า จีดีพี โตขึ้น สูงขึ้น คงคิดได้ครับ แต่ไม่ได้ประโยชน์ถึง พี่น้องประชาชนโดยแท้จริง พี่น้องที่จะได้ประโยชน์ที่แท้จริง นั่นคือหมายความว่าในชนบท ต่าง ๆ สามารถขายพืชผลทางการเกษตรราคาดี เดี๋ยวนี้ไปดูสิครับ เดี๋ยวนี้ไปฟังสิครับ ท่านประธานครับ ข้าวเปลือกก็ราคาตกครับ เกวียนหนึ่งได้ไม่ถึง ๑๒,๐๐๐ บาทหรือ ๑๐,๐๐๐ บาท เท่าที่รัฐบาลรับประกันราคาเอาไว้ด้วยซ้ําไป ผลจากตรงนี้ก็ไม่ได้ เงินตรงนี้ ก็ไม่ได้ นี่คือสิ่งที่กระผมอยากจะกราบเรียนว่านี่คือผิดข้อเท็จจริง เมื่อเป็นอย่างนี้ เมื่อเอาเงิน จํานวนนี้ไปก็ได้ฟังอีกครับ ได้ฟังเยอะครับ อย่างเป็นต้นว่า ผมก็ไม่อยากจะฟังแล้ว ไม่อยากเชื่อ แต่ว่าเอางบตรงนี้ไปแจกให้พรรคต่าง ๆ เพื่อแลกกับการให้ความเห็นชอบ ในเรื่องของรัฐธรรมนูญ อย่างนี้ผมก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นอย่างนั้น นี่คือสิ่งที่ฟังมา ถ้าฟัง อย่างนี้ครับท่านประธานครับ ผมก็เชื่อไปแล้วว่าผู้ที่ไปเป็นกรรมาธิการนั่นน่ะเขามีจิตสํานึก และก็ผู้ชํานาญงานในเรื่องนี้โดยเฉพาะ เดี๋ยวพรรคต่าง ๆ ที่ส่งไปนี่ผู้ที่เข้าไปเป็นกรรมาธิการ งบประมาณพิจารณางบประมาณนี่แต่ละท่าน ๆ มีความรู้ มีความสามารถและเข้าใจดีด้วย มันสามารถอธิบายได้ด้วย เมื่ออธิบายอย่างนี้ก็ต้องเข้าใจครับ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นจริง จะมาอธิบายอย่างไรก็คงจะลบล้างในสิ่งที่กรรมาธิการพูดไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมไม่อยาก เห็นว่าปัญหาเกิดขึ้นซ้ํา ๆ ซาก ๆ ของคณะกรรมาธิการ เกือบทุกปีท่านประธานครับ ท่านคอยดูสิปีต่อไปปี ๒๕๕๕ งบประมาณปี ๒๕๕๕ เข้ามาก็จะเป็นอย่างนี้ ซ้ํา ๆ ซาก ๆ ในเรื่องของโครงการต่าง ๆ กระจุกตัวไม่กระจาย แล้วก็งบประมาณเอาไปใช้ฟุ่มเฟือยนะครับ แล้วก็เกิดโครงการที่ส่อให้เกิดทุจริต หรือการตั้งงบประมาณเอื้ออํานวยให้เกิดทุจริตอย่างนี้ เป็นต้น นี่คือสิ่งที่ได้ฟังกันตลอด ผมถือโอกาสกราบเรียนอีกครั้งหนึ่งครับ กราบเรียน ซ้ําแล้วซ้ําอีกว่าคณะกรรมาธิการการติดตามงบประมาณรายจ่ายของสภานั้นมีให้ตรวจสอบ อย่างเข้มงวดอย่างที่เรียกว่าให้เห็นเลยว่านี่มันเท็จจริงเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นมันก็มีการพูด กันไปต่าง ๆ นานา นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนไว้

และอีกเรื่องหนึ่งที่ได้ฟังคณะได้ฟังท่านกรรมาธิการพูดแล้ว อย่างโครงการ บางโครงการซึ่งไม่อยากจะให้เกิดขึ้น แต่หน่วยงานต่าง ๆ นั้นมีน้ําใจ อย่างเป็นต้นว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย ความจริงผมก็เห็นด้วยนะครับว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยนั้น เป็นรถไฟสาธารณะที่จะให้พี่น้องประชาชนขึ้นฟรี ไม่ว่าเรื่องรถเมล์ก็ดีเรื่องอะไรดี ก็เป็นเรื่อง ที่ถูกต้องครับ ที่ช่วยเหลือพี่น้องคนยาก คนจน คนลําบากอย่างนี้ต้องช่วย อย่างการรถไฟ แห่งประเทศไทย จริง ๆ แล้วเป็นสิ่งที่ก่อเกิดประโยชน์ให้กับพี่น้องคนรากหญ้ามา ตั้งแต่ไหนแต่ไรครับในต่างจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในต่างจังหวัด แม้อยู่ในขณะนี้ยังใช้อยู่ การรถไฟแห่งประเทศไทย อย่างยกตัวอย่างเป็นต้นว่า อย่างรถไฟน้ําตกธนบุรี สายน้ําตก- ธนบุรี จากจังหวัดกาญจนบุรี นี่คนไปท่องเที่ยวกันเยอะ คนใช้ก็เยอะ ตรงนี้เป็นเรื่องที่ดีครับ ที่ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยไม่ต้องลดแต่ว่าต้องให้งบประมาณเพิ่มขึ้นด้วยซ้ําไป เพื่อที่จะ สร้างรางสร้างทางอะไรก็แล้วแต่ แต่นี่เป็นงบที่ช่วยเหลือในความเดือดร้อนในเรื่องน้ําท่วม ก็ตาม อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นกระผมจึงเห็นด้วยว่าจากนี้ต่อไปก็จะต้องฝากครับ หรือไม่ฝากก็สุดแท้แต่ท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานคณะกรรมาธิการผู้ซึ่งมีอํานาจทั้งรัฐบาลในฐานะ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วยนะครับ ท่านดูดี ๆ หน่อย อย่าให้มีคําครหาให้ เกิดขึ้นในสภาแห่งนี้ซ้ําแล้วซ้ําเล่าว่าคณะกรรมาธิการหรืองบประมาณนั้นส่อไปในทาง พูดให้ เพราะ ๆ หน่อยก็แล้วกันว่า ส่อไปในทางไม่สุจริต แล้วก็เป็นโครงการเอื้อต่อการบริหารงาน ให้กับผู้รับเหมา อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียนฝากไว้ครับ นี่คือสิ่งที่ กระผมอยากจะกราบเรียนครับ ขอบคุณท่านประธานครับ