จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หารือเกี่ยวกับงบประมาณที่รีบเร่งและไม่เหมาะสม โดยชี้ให้เห็นว่าเกณฑ์การพิจารณาในการใช้งบประมาณไม่ถูกต้อง และมีโครงการที่ไม่เคยเสร็จในอดีตที่ได้รับการสนับสนุนเงินมาก แต่ไม่มีการตรวจสอบและควบคุมอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังระบุว่าโครงการต่าง ๆ ไม่มีความมั่นใจในการแก้ไขปัญหา และอาจกลายเป็นการแสวงหาผลประโยชน์ของกลุ่มบุคคล กลุ่มนักการเมือง หรือกลุ่มข้าราชการบางกลุ่ม
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะของ คณะกรรมาธิการ ต้องกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับว่า ผมมีโอกาสได้เป็น คณะกรรมาธิการงบประมาณกลางปี ๒๕๕๔ ในครั้งนี้ เข้าไปพิจารณางบประมาณ ๑ แสนล้านบาทที่ทางรัฐบาลตั้งมา เป็นงบสัดส่วนของทั้งการชดเชยเงินคงคลังกับส่วนของ การแก้ไขปัญหาอุทกภัย ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าทางคณะกรรมาธิการพยายาม ทํางานกันอย่างเต็มที่ ผมชื่นชมทุกท่านนะครับ ไม่ว่าจะเป็นฟากฝั่งของฝ่ายค้านหรือ ฝ่ายรัฐบาล แต่อย่างไรก็ตามนี่นะครับจากการปฏิบัติภารกิจเราพบปัญหาหลายอย่าง ส่วนตัว ผมพบปัญหาหลายอย่าง รวมถึงการแก้ไขปัญหาของเรื่องการจัดสรรงบประมาณให้เป็นธรรม ให้มันกระจายตัว ให้มันมีประสิทธิภาพ ผมยังมองว่ามันยังขาดตกบกพร่อง ผมจะพยายาม ชี้แจงเป็นประเด็น
ในเรื่องแรกเลยนี่นะครับ ผมเองต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าผมไม่ได้ สงวนคําแปรญัตติในมาตรานี้ก็ตาม แต่เห็นสมควรกับเพื่อน ส.ส. หลายท่านที่ได้สงวน คําแปรญัตติ และได้นําเสนอความเห็นไว้ว่าจริง ๆ เราควรจะปรับลดให้มันมากกว่านี้ เพราะประเด็นแรกเลย งบประมาณครั้งนี้ตั้งขึ้นมาจากแหล่งรายได้ซึ่งเกิดจากการไปรีดไถ เอากับพี่น้องประชาชน พอดูตัวเลขหลังจากที่เป็นคณะกรรมาธิการนะครับ ดูตัวเลขชัด ๆ แล้ว มันเห็นได้ชัดเจนเลยว่าสัดส่วนที่เก็บภาษีมาเพิ่มจากประมาณการได้ ชัดเจนเลยว่ามาจาก ๑. เงินได้บุคคลธรรมดา ๒. เงินได้นิติบุคคล ๓. ภาษีมูลค่าเพิ่ม ๔. ภาษีน้ํามันของ สรรพสามิต ภาษีรถยนต์ ภาษีรถยนต์ไม่เป็นอะไรมันสินค้าฟุ่มเฟือย แต่อื่น ๆ ก่อนหน้า ที่ได้พูดมานี้นะครับ ภาษีน้ํามันเก็บถ้วนหน้าทุกหัวจนรวยโดนเท่ากันหมด ทําการเกษตร หรือจะเป็นนายแบงก์จะเป็น ส.ส. เป็นรัฐมนตรี เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร เสียภาษี น้ํามันเท่ากันทุกบาท ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล เหล่านี้เอามาจากพี่น้อง ประชาชนที่ทํามาหาเลี้ยงชีพ ภาษีมูลค่าเพิ่ม เก็บพี่น้องประชาชนทุกคนหัวละ ๗ เปอร์เซ็นต์ จากการที่บริโภคทุกอย่างทุกสิ่ง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทําให้เกินเป้าในการจัดเก็บขึ้นมา แต่ถามว่า ภาษีเหล่านี้มันเกิดจากอะไร มันเกิดจากน้ําพักน้ําแรงของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก แต่เรา กําลังจะเอาเงินภาษีเหล่านี้ไปใช้อย่างไม่เกิดประโยชน์อย่างฟุ่มเฟือย อย่างเกินความจําเป็น ทําไมถึงใช้คําว่า เกินความจําเป็น ผมได้อภิปรายไปในวาระหนึ่งแล้วว่า การทํางบประมาณ ครั้งนี้มันไม่มีทางเลือก ไม่ใช่ว่าวันนี้อย่างไร ๆ เราต้องตั้งงบประมาณให้ได้ ต้องฝืนต้องฝ่า มันไป มีเงินเก็บเกินมา ๑๒๐,๐๐๐ บาท ต้องตั้งให้ได้ ๑๐๐,๐๐๐ บาทไม่ใช่เลยครับ ท่านประธาน ความเป็นจริงก็คือว่างบประมาณในครั้งนี้ถ้าไม่ตั้งขึ้นมาก็ไม่มีอะไรเสียหาย เงินที่จะเก็บได้เกินจากการจัดเก็บก็จะไปตัดลดการขาดดุลงบประมาณในปีปัจจุบัน ขาดดุล งบประมาณก็คือไปกู้เขามา ในส่วนที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้เรียนชี้แจงเมื่อช่วงเช้า ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ ท่านชี้แจงว่าปรับลดเกินกว่า ๑๖ เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ เดี๋ยวมันจะไปกินเอาในส่วนของเงินคงคลัง การชดเชยเงินคงคลัง ผมต้องกราบเรียน ด้วยความเคารพว่าไม่ใช่นะครับ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญกําหนดว่าถ้าใช้เงินคงคลัง แล้วจะต้องจัดสรรเงินชดเชยเงินคงคลังในการทํางบประมาณครั้งถัดไป ก็คือครั้งนี้ครับ เราตั้งงบประมาณไว้ ๘๔,๐๐๐ ล้านบาทชดเชญเงินคงคลัง แต่การแปรญัตติปรับลดนั้น รัฐธรรมนูญมาตรา ๑๖๘ ชี้แจงไว้ชัดเจนครับ ว่าในการแปรญัตตินี้จะแปรญัตติเพิ่มไม่ได้ ได้แต่ในทางลดหรือตัดทอนรายจ่าย ซึ่งไม่ใช่รายจ่ายตามข้อผูกพันอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ๑. เงินส่งใช้ต้นเงินกู้ ๒. ดอกเบี้ยเงินกู้ ๓. เงินที่กําหนดให้จ่ายตามกฎหมาย ไม่ได้พูดถึงการชดใช้เงินคงคลังเลยว่าตัดลดไม่ได้ แต่ทําไมถึงตัดลดไม่ได้ในกรณีที่ทํา งบประมาณปกติทราบไหมครับ เพราะกฎหมายกําหนดให้ชดเชยเงินคงคลังก่อน แล้วค่อย ตั้งงบประมาณตัวอื่น ๆ เมื่อเรามีงบประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านล้านบาท เงินคงคลังที่ต้อง ชดเชยมันแค่หลักแสน ตัดลดอย่างไรเราคงไม่ตัดไปถึงสัดส่วนที่เป็นของเงินคงคลัง แต่วันนี้ เพื่อนสมาชิกหลายคนปรับลดไว้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ยังมีเลย ถามว่าทําได้ไหม ทําได้ครับ นั่นก็คือตัดลดในส่วนของการลงทุน การซ่อมแซมปัญหาภัยพิบัติ ที่บอกนี้ ที่ผมบอกว่ายังไม่จําเป็นเดี๋ยวผมจะชี้แจงให้ฟังว่าทําไมไม่จําเป็นตอนนี้ ตัดลด ในส่วนนั้น ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ออกไปก่อน อีก ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท สมมุติผมตัดลด ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ตัดลด ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท ไปอีก ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท เหลือ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านจะไปชดใช้เงินคงคลังในส่วนไหนก็แล้วแต่ท่าน จะเอาไปจ่ายเป็นค่าชดเชย ค่าอุดหนุน เงินค่ารักษาพยาบาลราชการก็ว่าไป จะไปช่วยในส่วนของการชดใช้ตั๋วเงินคงคลังก่อนกําหนด ก็ตามสะดวกท่าน แต่นี่คือการปรับลดของสภาผู้แทนราษฎรที่เพื่อนสมาชิกหลายท่าน ได้นําเสนอมา ในส่วนของการที่บอกว่าการปรับลดนี้ ถ้าเกิดจะไปปรับลดในส่วนของงบลงทุน ที่เป็นการซ่อมแซมปัญหาต่าง ๆ ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ผมเข้าใจถึงปัญหาดีว่า หลายจังหวัดหลายพื้นที่นี้มีความเดือดร้อนจากน้ําท่วม จากอุทกภัย ๓-๔ ครั้งในรอบปี ที่ผ่านมา ทุกคนอยากให้ซ่อมครับ รัฐบาลบอกว่าต้องทําให้ได้ เร่งให้ได้ ต้องรีบผ่าน งบประมาณ
- ๗๘/ งบประมาณครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมเข้าไปแล้วผมรู้สึกว่า เอ๊ะ ทําไมมันเหมือนมีไฟลนก้น ตลอดเวลา ทําไมมันเร่งกันจังเลย ต้องรีบให้เสร็จภายในวันไหน ๓ วัน ๕ วัน ตอนแรก บอกจะเอาวันเดียวเสร็จ ผมฟังแล้วผมตกใจ ผมบอก เอ๊ะ ผมพูดคนเดียวก็จะวันอยู่แล้ว แล้วเพื่อนสมาชิกอีกตั้งหลายท่านต้องแสดงความคิดเห็นเพื่อให้เกิดความรอบคอบในการ ใช้งบประมาณครับ มีการเร่งรัดกันถึงขนาดจะเอาวันเดียว สองวัน ในที่สุดผมก็พยายาม กับเพื่อนสมาชิก ทุกคนที่อยู่ในคณะกรรมาธิการก็พยายามพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ใช้เวลา ๕ วันครับ แต่ ๕ วันก็ยังมีเดดไลน์ (Deadline) ครับ ยังมีกําหนดนัดว่าจะต้องให้เสร็จ เสร็จคืนวันพฤหัสบดี วันศุกร์เช้าต้องพิมพ์แล้ว ต้องเอาให้จบ นั่งรอกันไป รองาน รอพิมพ์ รอเอกสาร ถ่ายเอกสาร ผมรอถึงเที่ยงคืนครึ่งกว่าจะจบกรรมาธิการงบประมาณในปีนี้ ถามว่ารีบทําไมครับ ถามว่าถ้ารีบจริง อยากจะรีบจริงทําอย่างไรครับ งบกลางก็มีครับ งบกลางตั้งงบประมาณไว้ประจําปี ๒๕๕๔ ว่าชื่ออะไรครับท่านประธาน ท่านทราบไหมครับ งบรายจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจําเป็น น้ําท่วมฉุกเฉินไหม ฉุกเฉิน ก็ใช้ไปสิ ปรากฏ เสียดายของ เสียดายเงินที่มันงบกลางอยู่ในสัดส่วนของนายกรัฐมนตรีจะใช้อะไรก็ได้ ใช้เมื่อไรก็ได้ ใช้อย่างไรก็ได้ เสียดายครับ ต้องมาตั้งงบประมาณ และถามว่ารีบขนาดนี้เดี๋ยว ถึงเวลาก็ต้องไปผ่านสมาชิกวุฒิสภาให้เขาปรับแก้มาอีก ปรับแก้มาอีก ดีไม่ดีสภา ผู้แทนราษฎรเราบอกยังไม่สบายใจกับวุฒิสภาปรับแก้ ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมอีก เดือนหนึ่ง ไม่รู้จะได้หรือเปล่า และมันรีบจริงหรือครับอย่างนี้ ที่สําคัญที่สุดเกณฑ์ในการพิจารณา ในเรื่องของงบประมาณ โดยเฉพาะงบที่เป็นเงินอุดหนุนในครั้งนี้ต้องกราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ เกณฑ์มันมีอยู่ ๓–๔ ข้อ เอาข้อสําคัญ ๆ ๑. มีโครงการพร้อม ๒. ทําเสร็จ ในปีงบประมาณปีปัจจุบัน ผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าผมเห็นหลาย โครงการเลย ผมเห็นแล้วไม่สบายใจ บางโครงการ ๙๐ ล้านบาท ๑๐๐ กว่าล้านบาท เท่าที่ ผ่านมาในการพิจารณางบประมาณการศึกษางบประมาณมา โครงการ ๑๐๐ กว่าล้านบาททํา ปีเดียวไม่เคยเสร็จหรอกครับ กว่าจะจัดซื้อจัดจ้าง กว่าจะทําอะไร กว่าจะเริ่มโครงการ ผูกพัน ๒ ปี ๓ ปีบางครั้ง วันนี้บอกต้องทําเสร็จภายในปีปัจจุบัน คือปี ๒๕๕๔ เดือนตุลาคมนี้ เดือนกันยายนนี้นะครับ ถามว่าจะทําเสร็จหรือ ไปตั้งกติกาอย่างนี้ แต่ก็เอาจนได้ครับ อย่างไรก็ผ่าน
อีกข้อหนึ่งบอกว่าเกณฑ์การพิจารณาต้องมีรูปประกอบ บอกต้องมีรูป ประกอบมาด้วย รูปประกอบนวัตกรรมใหม่ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปลื้มนักปลื้มหนา บอกว่าเป็นสิ่งซึ่งจะยืนยันความชอบธรรมของงบประมาณครั้งนี้ เห็นแล้ว ดูแล้วจะรู้ว่า มันเสียหายจริง ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ๑. รูปภาพเป็น พัน ๆ รูปให้มันเป็นสิ่งเสียหาย ถนนเสียหายอยู่หลังบ้านผมนี่ผมยังถ่ายรูปมาผมยังตอบไม่ได้ เลย เป็นถนนลูกรัง ถ่ายรูปมารูปหนึ่ง แล้วก็มีต้นไม้ ๆ กับถนนลูกรัง อยู่จังหวัดนนทบุรี ท่านประธานทราบไหมอยู่ตรงไหน ไม่มีใครทราบครับ คณะกรรมาธิการไม่สามารถยืนยันได้ เลยว่าความเสียหายนั้นเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ๒. รูปภาพมีการซ้ําซ้อนและผิดพลาด ผมต้อง กราบเรียนด้วยความเคารพว่ามีการปรับลดงบประมาณในครั้งนี้ ๓๐ กว่าล้านบาท สาเหตุ หนึ่งที่มีการปรับลด ๑. โครงการบางโครงการทําไปแล้วครับ ๒. หลายโครงการมีรูปภาพ ที่มันซ้ําซ้อนหารูปจริงมายืนยันก็หาไม่ได้ก็โดนตัด แล้วผมถามว่าเกณฑ์การพิจารณาบอกต้อง มีรูปประกอบ ถ้าผมเป็นพื้นที่หนึ่งที่ผมเป็นนายอําเภอผมต้องส่งเรื่องเกี่ยวกับความเสียหาย ของพื้นที่ผม ฝายมันแตกส่งมาให้ พอถึงคณะกรรมการระดับชาติที่มีท่านรัฐมนตรีประจํา สํานักนายกรัฐมนตรีนั่งอยู่ ลืมถ่ายรูปมา โดนตีตกไป พี่น้องประชาชนไม่ได้ซ่อม ปรากฏส่ง เข้ามาในสภา รูปภาพมั่วซั่วไปหมด ซ้ํากันเต็มไปหมด ชี้ชัดอะไรก็ไม่ได้ โอ้โฮ ผมเสียใจ ตายเลยท่านประธาน ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนโดนคณะกรรมการปฏิเสธ เพราะสาเหตุนี้ ท่านประธานลองนึกภาพสิครับ ความเสียหาย ความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน วันนี้ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ จากการเร่งรัดพิจารณาทําให้เกิด ความหละหลวม ขนาดพิจารณากันอย่างเร่งขนาดนี้ยังตัดลดไปได้ ๓๐ กว่าล้านบาท จากงบประมาณแค่นี้ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทที่เป็นงบลงทุนตัดกันไป ๓๐ กว่าล้านบาท แล้วถาม ท่านประธานว่าถ้าเกิดเราพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบมันจะโดนตัดไปเท่าไร และโครงการที่ ๑. อาจจะมีรูปภาพซ้ําซ้อน หารูปภาพจริงไม่ได้เสียหายจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ท่านสุวโรช พะลัง เมื่อสักครู่อภิปรายได้ชัดเจนบอกว่าไปตรวจสอบคณะกรรมาธิการ ช่วยตอบหน่อยสิ สิ่งที่มันเสียหายมันเสียจริงหรือเปล่ามันซ่อมได้จริงหรือเปล่า มันซ่อมได้ ครบไหม ผมบอก ผมไม่รู้ครับผมเป็นคณะกรรมาธิการผมตอบไม่ได้จริง ๆ เพราะเราไม่มีเวลา ไปศึกษาให้มันถี่ถ้วน แต่วันนี้เร่งให้ผ่าน ก็ผ่านได้ครับ คณะกรรมาธิการก็เอาเร่งก็เร่ง ไม่ผ่าน ก็ต้องโหวตผ่านกันไป วันนี้เงินงบประมาณที่เป็นภาษีอากรของพี่น้องประชาชน เราไม่ดูแล ให้มันละเอียดรอบคอบและเกิดศักยภาพในการใช้งาน นอกจากนั้นงบประมาณการตั้งในครั้ง นี้ มีการกระจุกตัวอย่างเห็นได้ชัด ผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า งบประมาณกระจุกตัวที่ภาคใต้ ไม่ว่ากันครับถ้าเสียหาย เสียหายทุกคนครับ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลางมีความเสียหายหมด แต่หลายหน่วยงาน เดี๋ยวผมลงรายมาตรา แล้วผมจะชี้แจงให้ท่านประธานฟังว่างบประมาณที่มีความเสียหาย ภาคใต้ซ่อมแซม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน เหลือไว้ครับซ่อมไม่หมด แล้วผม จะตอบคําถามพี่น้องประชาชนได้อย่างไรถ้าอย่างเป็นอย่างนี้ เพื่อนสมาชิกจะไปตอบ คนที่บ้านอย่างไรครับ คนที่อยู่ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง ก็ตอบคําถามไม่ได้ครับ นี่คือ การกระจุกตัวของงบประมาณอย่างเห็นได้ชัด ในอดีต รัฐบาลปัจจุบันชอบบอกว่า พรรคไทยรักไทยตั้งงบประมาณกระจุกตัว กระจุกตัว วันนี้เห็นหรือยังครับว่าเกิดอะไรขึ้น จะแก้ไขหรือไม่ จะแก้ไขอย่างไร อันนี้เป็นเรื่องของสภาในวันนี้ที่เราจะมาพิจารณากัน ในส่วนของงบประมาณท้องถิ่นก็มีการตั้งงบประมาณที่เรียกว่าเป็นตะกร้าเตรียมการที่จะ ทุจริตคอร์รัปชันเดี๋ยวดูกัน เดี๋ยวพอถึงรายมาตราผมจะลงรายละเอียดให้ท่านประธานฟัง โครงการที่มีการล็อกสเปกในบางหน่วยงานใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างที่มีผู้รับเหมาน้อยราย เพื่อที่จะล็อกได้ว่าจะเป็นคนนั้นคนนี้ เดี๋ยวนี้นะครับท่านประธาน เมื่อก่อนในอดีต ๕ ปี ๑๐ ปี ที่แล้วชาวบ้านเขาบอกไปหา ส.ส. กัน อยากได้งบประมาณมาทําที่บ้าน เดี๋ยวนี้เขา ไม่มาหาแล้วครับ ส.ส. มันติดมาตรา ๒๖๗ มาตรา ๒๖๘ มาตรา ๒๖๖ ของรัฐธรรมนูญ ปีปัจจุบัน ปี ๒๕๕๐ เขาไม่มาหา ส.ส. ครับ เขาบอก ไปหาผู้รับเหมาดีกว่า เสร็จหมดครับ โครงการไปหาผู้รับเหมา ฟังแล้วสบายใจไหมครับเพื่อนสมาชิก ฟังแล้วสบายใจไหมครับ ท่านประธาน วันนี้ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าโครงการต่าง ๆ มันไม่มีความมั่นใจ ให้กับผม รวมถึงเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่านที่ผมฟังการอภิปรายมาว่าในที่สุดมันจะแก้ไข ปัญหาได้จริงหรือไม่ ในที่สุดมันจะกลายเป็นการแสวงหาผลประโยชน์ของกลุ่มบุคคล กลุ่มนักการเมือง กลุ่มข้าราชการบางกลุ่มหรือเปล่ามันต้องมองด้วยความระแวงไว้ก่อน ของอย่างนี้ โดยเฉพาะการตั้งงบประมาณที่เห็น ๆ กันอยู่ในวันนี้ ยิ่งได้เข้าไปอยู่ ในคณะกรรมาธิการต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่ามันมีอะไรทะแม่ง ๆ หลายสิ่งหลาย อย่างที่ไม่น่าไว้วางใจนะครับ ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ผมคง จะต้องตามเพื่อนสมาชิกที่สงวนคําแปรญัตติไว้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ตอนแรกผมไม่ได้สงวนแต่ว่า วันนี้ผมคงจะต้องตามเขาในการแปรญัตติปรับลดงบในภาพรวม ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ การใช้เงินเป็นประโยชน์สูงสุด อยากจะซ่อมแซม ไปเอาเงินงบกลางไปซ่อม ชดเชยเงินคงคลัง ก็ชดเชยไปเท่าที่มี ส่วนที่เหลือไปชดเชยกันปีหน้า กฎหมายไม่ได้ห้ามครับต้องฝาก ท่านประธานด้วยครับ