สุนทรี ชัยวิรัตนะ ขอปรับลดงบประมาณเพิ่มเติม ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยชี้ว่ายังมีเงินคงเหลือในงบกลางและงบสำรองจ่ายฉุกเฉินเพียงพอสำหรับการแก้ไขปัญหาอุทกภัย พร้อมทั้งหารือประเด็นการจัดสรรงบประมาณที่ไม่เป็นธรรมระหว่างภาคใต้กับภาคอีสาน รวมถึงเรียกร้องให้ตรวจสอบความล่าช้าในการแก้ไขปัญหาที่จังหวัดชัยภูมิ และตั้งข้อสังเกตว่าการจัดสรรดังกล่าวไม่ครอบคลุม จึงขอให้กรรมาธิการตรวจสอบความซ้ำซ้อนและโปร่งใส
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทยค่ะ ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานนะคะที่ได้ให้โอกาสดิฉันในการอภิปรายเกี่ยวกับ งบประมาณในวาระที่สองและวาระที่สามในวันนี้ ก่อนอื่นดิฉันต้องเรียนท่านประธานค่ะว่า ดิฉันได้สงวนความเห็นโดยขอปรับลดเอาไว้ที่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ต้องอธิบายค่ะท่านประธานว่า การจัดทํางบประมาณเพิ่มเติมในครั้งนี้มีวงเงินที่ ๑ แสนล้านบาทเป็นการชดใช้เงินคงคลัง ๘๕,๐๐๐ ล้านบาท ส่วน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ที่ดิฉันขอตัดจาก ๑ แสนล้านบาทก็คือประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทมาจากในส่วนที่ดิฉันขอตัดโดยเฉพาะเลยนะคะในส่วนที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่าย ที่จ่ายให้กับหน่วยงานต่าง ๆ นําไปบริหารเพื่อฟื้นฟูให้กับพี่น้องที่ประสบอุทกภัย ก็ต้อง เรียนว่าตรงส่วนนี้ที่ดิฉันบอกว่าดิฉันขอตัดในส่วนของวงเงิน ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทที่ต้อง นําไปใช้ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ก็เนื่องมาจากว่าดิฉันจําได้ค่ะว่าเมื่อตอนที่มี งบประมาณปี ๒๕๕๔ เราได้ทํางบประมาณเอาไว้นะคะมันมีในหมวดของงบกลางแล้วก็มีงบ เพื่อใช้ในเงินงบสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินถึง ๔๗,๐๐๐ ล้านบาท ดิฉันทราบมานะคะว่า ปัจจุบันนี้เงินในวงเงินนี้ยังเหลืออีกประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จริง ๆ แล้วงบประมาณ ที่เราจัดทําเพิ่มเติมครั้งนี้อาจจะไม่จําเป็นต้องจัดทําเลยก็ได้ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปใช้ วงเงินตรงนี้ ซึ่งตั้งมาแค่ ๑๕,๐๐๐ บาทมีเหลืออยู่ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท พอเพียงค่ะ ก็ต้อง เรียนว่าตรงนี้จึงเป็นสาเหตุทําให้ดิฉันขอปรับลดจํานวน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่แค่สาเหตุนี้ เท่านั้นค่ะท่านประธานที่ดิฉันขอปรับลดในส่วนนี้ มีสาเหตุอีกหลายประการ
ประการแรกที่ต้องขอปรับลดในภาพรวม ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็คือ การกระจุกตัว ไม่กระจายลงไปในพื้นที่ที่เกิดปัญหาอุทกภัยอย่างแท้จริง เรียนเลยค่ะท่านประธาน ดิฉันนี่ อาจจะดูได้ไม่ทั่วถึงทุกกรมนะคะ ดิฉันก็ลงไปดูค่อนข้างเยอะในหลายหน่วยงาน วันนี้ยกตัวอย่างให้เห็นชัด ๆ กันเลยแล้วกันเดี๋ยวจะหาว่าดิฉันเอาอะไรมาอ้างอิงว่าจัดทํา ไม่เป็นการกระจายตัวนะคะท่านประธาน ดูง่าย ๆ เลยค่ะท่านประธานอยู่ที่กรมชลประทาน ต้องเรียนว่าพื้นที่ที่เกิดน้ําท่วมมีทั้งหมดประมาณ ๕๐ กว่าจังหวัด ถ้าดิฉันจําไม่ผิดนี้อยู่ที่ ๕๔ จังหวัด ก็ต้องเรียนค่ะท่านประธานดิฉันไปดูแล้วลองคิดทั้งหมดเบ็ดเสร็จออกมา ท่านประธานคะอยู่ที่ภาคอีสาน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ภาคเหนือ ๘ เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ภาคกลาง และตะวันออก ๒๑ เปอร์เซ็นต์ อยู่ภาคใต้ ๔๑ เปอร์เซ็นต์ ต้องเรียนค่ะท่านประธาน ทําไม ลงไปภาคใต้เยอะนักละคะ ในขณะที่ภาคใต้จังหวัดที่ถูกน้ําท่วมเขามี ๑๔ จังหวัดแต่ท่วม ไม่กี่จังหวัด แต่ภาคอีสานของดิฉันค่ะ ๑๙ จังหวัดภาคอีสานเราเรียกได้ว่า ๑๙ จังหวัดนี้ ท่วมทุกจังหวัด ก็ต้องสอบถามค่ะว่าทางคณะกรรมาธิการงบประมาณปีนี้ได้มีการสอบถาม ไหมคะ ทําไมลงไปเยอะแต่ภาคใต้จังคะ หรือว่าภาคใต้นี่สําคัญกว่าภาคอื่น ๆ นี่ดิฉันพูดแทน ในฐานะที่ดิฉันเห็นความไม่เป็นธรรมในการจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้ ที่สําคัญท่านประธาน ลงไปดูอีกนิดหนึ่งค่ะ ดูที่งบของกระทรวงศึกษาธิการ ดิฉันดูแล้วก็เกิดความน้อยเนื้อต่ําใจค่ะ ท่านคณะกรรมาธิการได้ถามไหมคะว่า ทําไมถึงจัดลงไปที่ภาคใต้ ๕๙๒ ล้านบาทมี ๑,๑๙๘ ล้านบาท จัดลงไปที่ภาคใต้ ๕๙๒ ล้านบาท ภาคเหนือ ๑๕๒ ล้านบาท ภาคกลาง ภาคตะวันออก ๒๐๗ ล้านบาท ภาคอีสานของดิฉันท่านประธาน ๒๔๗ ล้านบาทพูดง่าย ๆ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ค่ะท่านประธานลงภาคใต้อีกเช่นกัน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ที่กระทรวงศึกษาธิการได้รับ ก็ต้องเรียนถามอีกเหมือนกันค่ะได้เยอะเพราะอะไรคะ เพราะว่าพรรคประชาธิปัตย์ฐานเสียงเยอะอยู่ที่ภาคใต้ หรือว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการอยู่ที่ภาคใต้ละคะ ถึงมีการจัดสรรงบประมาณอย่างนี้ ต้องเรียนถาม ท่านประธานคณะกรรมาธิการนี่ละค่ะ ว่าท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เห็นการจัดสรรงบช่วยเหลือคนที่ไม่สมเหตุสมผลและไม่กระจายตัวอย่างนี้ ท่านยอมให้มี เกิดขึ้นได้อย่างไร ทําไมท่านไม่ให้มีการปรับลดงบประมาณในส่วนนี้ ต้องเรียนอีกค่ะ ท่านประธาน ดิฉันทราบข่าวมาจากกรรมาธิการงบประมาณเสียงข้างน้อยหลาย ๆ ท่านที่พูด ในวันนี้ละค่ะ เขาบอกดิฉันมาว่างบประมาณปีนี้ กระทรวงศึกษาธิการนี่นะคะ จัดให้ ในส่วนของภาคใต้ ๕๙๒ ล้านบาท ขอมาเท่านี้ก็ให้ไปซ่อม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็มเลยค่ะ มันจริงไหมคะ กรรมาธิการได้มีการติดตามดูไหมคะว่าทําไมภาคใต้ถึงได้เต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ภาคอื่นเขามีข้อมูลมาบอกเหมือนกันว่า ภาคกลางและภาคตะวันออก ยังไม่ได้รับงบประมาณอีกประมาณ ๔๕ ล้านบาท ภาคอีสานของดิฉันอีก ๓๑ ล้านบาท ส่วนภาคเหนืออีก ๒๒ ล้านบาท เป็นลูกเมียหลวงหรือคะ ๓ ภาคที่ดิฉันว่ามานี้คือ ลูกเมียหลวงใช่ไหมคะ จึงไม่ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เหมือนภาคใต้ ต้องบอกเป็นลูกเมียหลวงค่ะ ท่านประธาน ถ้าลูกเมียน้อยนี่มันต้องได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็มเหมือนกันละค่ะ กรณีอย่างนี้ ดิฉันพูดด้วยความคับแค้นใจนะคะ ท่านอาจจะบอกว่าดิฉันใส่ร้ายป้ายสี ลองย้อนกลับไป อีกนิดท่านประธาน ดูที่กรมชลประทาน ดิฉันต้องพูดเรื่องกรมชลประทานค่ะ ดิฉันเด็กเก่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดิฉันอยู่กับชาวบ้าน ออกเยี่ยมชาวบ้านมาทุกวัน ข่าวก็ลงกัน ทุกวันเลยค่ะท่านประธาน ท่านกรรมาธิการ ดิฉันว่าเป็นคนที่ดูติดตามข่าวสารบ้านเมือง มาเป็นอย่างดี ท่านเห็นไหมคะที่จังหวัดชัยภูมิของดิฉัน น้ําท่วมลงข่าว ท่านนายกรัฐมนตรี เดินทางไปดู ต้องถามท่านนายกรัฐมนตรีเป็นอย่างไรคะ น้ําที่จังหวัดชัยภูมิ ลงเรือสนุก ไหมคะ ขนาดต้องลงเรือไป ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ก็ไป หลายรัฐมนตรีค่ะ ไปเยี่ยมน้ําท่วม ของจังหวัดชัยภูมิ แล้วทําไมการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องที่จังหวัดชัยภูมิของดิฉันจึงเป็น อย่างนี้ละคะ นี่ประชาชนชาวชัยภูมิเขาฝากถามดิฉันมา ถามมาถึงกรรมาธิการปีนี้ค่ะว่า จังหวัดชัยภูมินี่นะคะ เอาง่าย ๆ แค่กรมชลประทานกรมเดียวแล้วกันท่านประธาน ของบประมาณมาที่ ๒๕๐ ล้านบาท ทราบไหมคะว่ากรมชลประทานจัดไปแก้ไขปัญหาเพื่อ ฟื้นฟูผู้ที่ได้รับปัญหาอุทกภัยเท่าไร จัดไปให้จังหวัดชัยภูมิ ๖๔ ล้านบาท ตอนแรกดิฉันก็คิด น้อยใจค่ะ คือจังหวัดชัยภูมิได้แค่ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วอีก ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ละคะ ต้องรอใครแก้ไขคะ ถ้าไม่ใช่รัฐบาล ต้องเรียนถามกรรมาธิการเลยค่ะ ได้มีการ สอบถามประเด็นเหล่านี้ไหม ที่สําคัญนอกจากนั้นมันน่าน้อยใจ ท่านประธานคะ งบประมาณ ของกรมชลประทานที่ลงไปที่จังหวัดชัยภูมิกระจุก ไม่กระจุก เดี๋ยวดิฉันจะพูดให้ท่านประธาน ได้ฟัง งบประมาณลงไปที่จังหวัดชัยภูมิ ๕๔ โครงการ เป็นโครงการที่ลงในเขตเลือกตั้ง ที่ ๑ ๔๕ โครงการ ขออนุญาตพาดพิงเพื่อน ส.ส. ที่อยู่ต่างพรรคซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ท่านประธาน ในเขตเลือกตั้งของเขา คือเขตเลือกตั้งที่ ๑ ที่มี ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล ได้โครงการไปทั้งสิ้น ๔๕ โครงการ ลงในอําเภอเกษตรสมบูรณ์ ๓๓ โครงการ อําเภอเมืองค่ะ ท่านนายกรัฐมนตรีไปดูน้ําท่วมเยอะ น้ําท่วมบริเวณตัวกลางเมือง ๔ เมตร ต้องนั่งเรือไปดู ได้มา ๓ โครงการ ในเขตเลือกตั้งดิฉันเอง ออกข่าวทั้งสรยุทธ์ไปช่วย คนนั้นคนนี้ไปช่วย ออกข่าวทุกวัน อําเภอจัตุรัสได้ไป ๑ โครงการ อําเภอบ้านเขว้าอยู่ริมแม่น้ําชี ได้ไป ๑ โครงการ ไม่ต้องพูดถึงยอดเงินนะคะ ไม่ถึงล้านบาทค่ะท่านประธาน อย่างนี้เรียก กระจุกตัวไหมคะ กระจุกตัวตามอะไรคะ กระจุกตัวตามการอยู่ของรัฐบาลหรือเปล่า อันนี้ ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการว่าได้สอบถามประเด็นเหล่านี้ไหม ดิฉัน ต้องพูดค่ะ เขตเลือกตั้งของดิฉันเขตเลือกตั้งที่ ๓ อยู่บริเวณต้นน้ําแม่น้ําชีท่านประธาน แม่น้ําชีต้นน้ํายังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาเลยค่ะ แล้วปลายน้ําไปทางด้านจังหวัดขอนแก่น กลับได้รับการช่วยเหลือ ก็ต้องเรียนถามท่านประธานกรรมาธิการอีกละค่ะว่า ทําไมถึงมีการ จัดสรรงบประมาณได้กระจุกตัวอย่างนี้ หรือว่าท่านคิดว่าประชาชนในเขตเลือกตั้งของดิฉัน ไม่สําคัญเท่ากับประชาชนที่อยู่ภาคใต้ละคะ อันนี้ต้องเรียนถาม เพราะดิฉันรู้สึกน้อยเนื้อ ต่ําใจกับการจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้เป็นอย่างมากนะคะ
ประเด็นต่อไปค่ะท่านประธาน เรียนแล้วว่าที่ดิฉันต้องตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ อีกสาเหตุหนึ่งที่ต้องขอตัดก็เนื่องมาจากว่าท่านบอกทุกครั้งเลยค่ะที่มีการมาพูดเรื่อง งบประมาณกันเกี่ยวกับงบกลางปี ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในครั้งนี้ ท่านบอกว่าวัตถุประสงค์ หลักเลยเพื่อชดเชยหรือฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดจากอุทกภัย ดิฉันลงไปดูรายละเอียด ที่ท่านแจกซีดีให้นี่ละค่ะ พบว่าอะไรคะท่านประธาน นอกจากจะกระจุกตัวแล้วยังไม่พอ บางอันเป็นงานสร้างใหม่ด้วยค่ะ แต่ใช้ชื่อหลอกลวงเอาไว้หรือเปล่า ต้องฝาก ท่านกรรมาธิการงบประมาณปีนี้ค่ะว่าได้สอบถามไหม โครงการที่ได้ทําลงไปนี้โครงการไหน ที่ทําไปบ้างหรือเปล่า เป็นโครงการที่ซ้ําซ้อนด้วยหรือเปล่า อาจจะเป็นไปได้ท่านประธาน เพื่อนกรรมาธิการ เพื่อน ส.ส. เราที่เป็นกรรมาธิการนี่ละคะมาเล่าให้ดิฉันฟัง บอกว่า การจัดสรรงบประมาณงวดนี้ให้ไปดูดี ๆ ที่จังหวัดราชบุรี จังหวัดราชบุรี ที่หมู่ ๑๐ เขาบอกว่าอยู่ที่หมู่ ๑๐ มี ๒๒ โครงการ โครงการละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ประมาณ ไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาทค่ะท่านประธาน ๒๒ โครงการ ทําไมทําต่อเนื่องแล้วไม่สัญญาเดียวคะ มันเป็นเพราะอะไรคะ ทําเพื่อล็อกสเปคให้ผู้รับเหมาหรือเปล่า อันนี้ต้องเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการด้วยค่ะ เพราะดิฉันเกิดความไม่แน่ใจแล้วค่ะ เหตุผล วัตถุประสงค์หลักที่ท่านบอกว่า จะขอนํางบประมาณกลางปีไปใช้ ก็เพื่อช่วยเหลือแล้วก็ ชดเชยเงินคงคลัง แล้วก็ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยที่ได้รับในประเทศไทยของเรา แต่เมื่อ การจัดการเป็นไปอย่างนี้ดิฉันก็เกิดความไม่มั่นใจค่ะ เลยมาคิดได้อีกนิดหนึ่ง ท่านประธานคะ ๓๒ ล้านบาทที่กรรมาธิการตัดได้งวดนี้ตัดได้เนื่องจากอะไรคะ เมื่อกี้ท่านจุลพันธ์ ขออนุญาต ที่ต้องเอ่ยนามท่าน ท่านก็บอกว่าเร่งรีบการพิจารณากันมากเลย เร่งกันทั้งวันทั้งคืน ทําไม ต้องรีบขนาดนี้ ดิฉันก็เริ่มเกิดประเด็นสงสัย ที่สําคัญต้องบอกเลยค่ะว่า ๓๒ ล้านบาทนี้ดิฉัน เริ่มเข้าใจหลังจากที่ฟังกรรมาธิการหลายท่านอภิปรายมา ตัดได้เพราะอะไรคะ เป็นโครงการ ที่เกิดซ้ํากันหรือคะ หรือว่าเป็นโครงการที่เขาทําเสร็จแล้วถึงทําคะเลยตัดได้ เพราะเมื่อกี้ หลายท่านกรรมาธิการบอกมาว่าขอตัดอย่างไรก็ตัดไม่ได้ แต่อุตส่าห์มีตัดได้ตั้ง ๓๒ ล้านบาท ไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์นะคะท่านประธาน ๐.๐๕ เปอร์เซ็นต์ยังไม่ถึงเลยค่ะ ๓๒ ล้านบาท ดูแล้ว น่าน้อยใจนะคะ ถ้าการจัดสรรงบประมาณของเรายังเป็นการกระจุกตัวแล้วก็ไม่เพื่อ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่มีมากทั่วประเทศอย่างแท้จริง โดยที่ไปกระจุกตัวอยู่เฉพาะ เขตใครเขตมัน เขตของพรรครัฐบาล ประชาชนทั้งประเทศ ๖๕ ล้านบาท ตอนนี้เรายอมรับ ว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีของเรา แต่ถ้าท่านยังไม่ดูแล การจัดสรร งบประมาณให้มันครอบคลุมทุกพื้นที่ที่เกิดปัญหา ดิฉันก็เริ่มคิดแล้วละค่ะว่าทําไมท่านถึง ไม่ใช้เงินฉุกเฉินที่ท่านมีอยู่ เหลืออีกประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทไปถึงต้องมาขอเงิน มันมีการคิดจะทําการทุจริตหรือเปล่า ปัจจุบันข่าวการทุจริตดังมาก ต้องฝากท่านประธาน ผ่านไปยังท่านกรรมาธิการด้วยค่ะ รายละเอียดต่าง ๆ ที่ดิฉันพูดมาดิฉันคงจะมาลง ในรายละเอียดในรายมาตราอื่น ๆ ต่อไป ก็ต้องฝากท่านประธานถามไปยังท่านกรรมาธิการ งบประมาณปีนี้ด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ