สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๓ มีนาคม ๒๕๕๔

อรรถพร พลบุตร ขอขอบคุณที่ได้รับโอกาสในการพูด และหารือเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเสริมประสิทธิภาพการทำงานของสภา และการเพิ่มศักยภาพในการแก้ไขปัญหาของประเทศ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณท่านประธานที่กรุณาให้โอกาสได้อภิปรายในการ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. .... ซึ่งวุฒิสภาลงมติให้แก้ไข เพิ่มเติม ผมได้พิจารณาการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภาในมาตรา ๑๓ มาตรา ๑๖ มาตรา ๒๖ และเพิ่มมาตรา ๓๔/๑ ลงไป ก็มีความคิดเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาดังต่อไปนี้ ท่านประธานครับ

ในมาตรา ๑๓ ผมมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกับท่านไพจิต ศรีวรขาน ซึ่งเป็นสมาชิกอาวุโสและอยู่ในสภาแห่งนี้มาหลายยุคหลายสมัย ผมมองบทบาทของ คณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา หรือที่เราเรียกว่า ก.ร. มีบทบาทที่กว้างขวางและสามารถ ที่จะกําหนดถึงแนวทางการพัฒนาสภาแห่งนี้ให้ก้าวไปข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นบทบาทในเรื่อง การเสนอแนะ ให้คําปรึกษา การกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและมาตรฐานการออกกฎต่าง ๆ ของ ก.ร. การตีความวินิจฉัยปัญหาต่าง ๆ ก็เรียกว่าเป็นคณะกรรมการ ซึ่งถือเป็นหัวใจ ที่สําคัญอย่างยิ่งองค์กรหนึ่งของสภาแห่งนี้ แต่เมื่อดูจากสัดส่วนองค์ประกอบของ คณะกรรมการชุดนี้แล้ว ผมมีความรู้สึกว่าข้าราชการรัฐสภา ซึ่งเขาเป็นคนที่ทํางานจริง ๆ เป็นคนที่ปฏิบัติงานจริง ๆ ทั้งในสภาแห่งนี้และนอกสภา เขามีสัดส่วนหรือว่าจํานวนเสียง ซึ่งจะเป็นปากเสียงในการพิทักษ์สิทธิหรือในการที่จะนําเสนอการมีส่วนร่วมในการพัฒนา ต่าง ๆ น้อยเกินไป จํานวนองค์ประกอบคณะกรรมการ ก.ร. แบ่งออกเป็น ๒–๓ ส่วน ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นประธานรัฐสภาและรองประธานรัฐสภา ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนของ องค์กรหลัก เช่น เลขาธิการ ก.พ. เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เลขาธิการวุฒิสภา แล้วก็ ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมี ๘ คน ส่วนหนึ่งมาจาก ส.ส. ๔ คน มาจาก ส.ว. ๔ คน เบ็ดเสร็จรวมกัน ๑๓ คนด้วยกัน แต่มีตัวแทนของข้าราชการจริง ๆ อยู่เพียง ๒ คน การเพิ่มจาก ๒ คน ให้เป็น ๔ คน โดยส่วนหนึ่ง ๒ คนมาจากสภาผู้แทนราษฎร และ ๒ คนมาจากวุฒิสภา เป็นเรื่องที่ชอบด้วยเหตุด้วยผล ผมเชื่อว่าตรงนี้จะทําให้แนวทางการทํางานของสภาผู้แทนราษฎร หรือรัฐสภานั้นดีขึ้น และข้าราชการรัฐสภาเขาก็จะได้มีความรู้สึกว่าเขาได้มีส่วนหนึ่งในการร่วม เป็นเจ้าขององค์กรนี้ร่วมกับพวกเรา ผมเห็นด้วยครับ อย่างไรก็มีข้อกังวลอยู่ในมาตรา ๒๖ เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนการเรียกตําแหน่งหน้าที่ในส่วนหัวหน้าส่วนราชการหรือตําแหน่ง ที่เรียกว่า ผู้อํานวยการกลุ่มงาน ผมเองก็ยังฟังการอภิปรายของท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ ก็ยังเห็น ข้อกังวลว่าจะมีปัญหาการขัดกันในระเบียบหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ อยากให้มี การพิจารณาทบทวนตรงนี้ให้รอบคอบมากที่สุดเพื่อให้เมื่อมีการแก้ไขมาตรา ๒๖ แล้วก็ จะมีผลทําให้เกิดการปรับปรุงประสิทธิภาพและเป็นขวัญกําลังใจของข้าราชการรัฐสภา อย่างแท้จริงนะครับ

และส่วนมาตรา ๓๔/๑ เป็นเรื่องที่สําคัญอย่างยิ่งและผมเห็นสอดคล้องกับ ท่านไพจิต ผมเห็นว่าการที่เราจะเพิ่มอัตราในส่วนของนักกฎหมายนิติบัญญัติเป็นเรื่องที่ จําเป็น ต้องยอมรับว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้บทบาทภาระมากยิ่งขึ้น และนั่นก็คือทิศทาง ประชาธิปไตยของประเทศไทยที่ต้องการให้รัฐสภาเป็นศูนย์รวมของการแก้ไขปัญหา ของประเทศ และเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง และนั่นหมายถึงองค์กรและ กระบวนการต้องมีประสิทธิภาพสูงสุดด้วย เอาเพียงแต่ว่า ส.ส. ซึ่งมีจํานวน ๔๘๐ ท่าน ณ ขณะนี้ ครึ่งหนึ่ง เสนอร่างพระราชบัญญัติ เสนอกฎหมาย ก็มากกว่า ๒๐๐ กว่าฉบับ แล้วครับ ซึ่งตรงนี้ผมเชื่อว่าถ้าไม่มีบุคลากรที่เพียงพอ สภาผู้แทนราษฎรก็อาจจะกลายเป็น โรงงานผลิตกฎหมายที่ขาดประสิทธิภาพ และขาดคุณภาพ และมีช่องโหว่ ช่องว่าง ไม่ส่งประโยชน์กับพี่น้องประชาชน การเพิ่มจํานวนนักกฎหมายนิติบัญญัติเป็นเรื่องที่ควร กระทําเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ก็เพื่อเสริมประสิทธิภาพการทํางานของพวกเรา และเราสามารถ กลับไปบอกชาวบ้านของเราได้ว่าการแก้ไขปัญหาของชาวบ้านด้วยกระบวนการทาง นิติบัญญัติ กระบวนการกฎหมายนั้นรวดเร็วทันใจ มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์กับ ประชาชน ผมยังเห็นเลยไกลไปถึงขนาดว่า อย่าว่าแต่เรื่องของนักกฎหมายนิติบัญญัติ เลยครับ ตํารวจสภานี่ครับวันนี้ควรยกฐานะเป็นสํานักตํารวจสภาด้วยซ้ําไป และขึ้นตรงต่อ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือประธานรัฐสภาโดยตรง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ เกิดขวัญกําลังใจในการทํางาน พิทักษ์รักษาความปลอดภัย และเป็นศักดิ์ศรีเกียรติยศของ สภาผู้แทนราษฎรและรัฐสภาแห่งนี้ อย่างไรก็ตามครับ ก็อยากให้มีการชี้แจงให้ชัดเจน ถึงกระบวนการทางงบประมาณ เราเขียนมาตรา ๓๔/๑ เราต้องการให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา จริง ๆ เสริมประสิทธิภาพสภาจริง ๆ โดยเฉพาะสภาแห่งใหม่ ซึ่งเป็นความภูมิใจของคน ทั้งชาติ อยากให้มีการชี้แจงให้ชัดเจนถึงกระบวนการทางงบประมาณ ความสมดุล ความเพียงพอ เพื่อให้สิ่งเหล่านี้ปรากฏขึ้นมาอย่างแท้จริง ผมอยากจะสนับสนุนความคิดเห็นที่จะให้มีการศึกษารายละเอียดโดยใช้เวลาอีกสัก ๑ อาทิตย์เถอะครับ ดูรายละเอียดต่าง ๆ เหล่านี้ในรูปของคณะกรรมาธิการร่วมกันและนํา กลับมาเสนอสภาแห่งนี้อีกครั้งหนึ่ง พวกผมทุกคนยินดียกมือสนับสนุนอย่างเต็มกําลัง ขอบคุณครับ