สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๓ มีนาคม ๒๕๕๔

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หารือเรื่องงบประมาณที่กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท โดยพบปัญหาการทุจริตในโครงการรีไซกิ้ง และจึงขอปรับลด 20% ของงบประมาณที่จัดสรรให้กับโครงการเหล่านี้ นอกจากนี้ ยังพบว่าโครงการที่มีการซ่อมบำรุงผิวทางบางโครงการไม่มีอยู่แล้ว ทำให้ไม่สามารถดำเนินการตามแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ จากพรรคเพื่อไทย ในส่วนของ มาตรา ๕ กระทรวงคมนาคมซึ่งเป็นงบกลางปีแบ่งเป็นกรมทางหลวงอยู่ ๑,๘๐๐ ล้านบาท กับกรมทางหลวงชนบท ๑,๑๐๐ ล้านบาท รวมกันเป็น ๒,๙๐๐ ล้านบาท เป็นแผนงานฟื้นฟู และแก้ไขปัญหาผลกระทบจากอุทกภัยทั้งสิ้น ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ในขั้นคณะกรรมาธิการงบประมาณ ผมเป็นคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมแปรญัตติไว้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ มีการปรับลดบ้างเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตามผมต้องกราบเรียนด้วยความ เคารพ หลายสิ่งหลายอย่างที่ค้นพบในคณะกรรมาธิการงบประมาณกลางปีครั้งนี้เป็นที่ น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะของกรมทางหลวง ในกรมทางหลวงชนบทนั้นผมไม่ติดใจมากนัก แต่อย่างไรก็ตามต้องมากราบเรียนฝากผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกทุกท่านก่อนในเบื้องต้น สิ่งที่กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทได้มาชี้แจงในคณะกรรมาธิการงบประมาณ กลางปีนั้น แบ่งในเรื่องของการจัดเรียงลําดับความสําคัญของโครงการไว้ชัดเจนเป็น ๕ ลําดับ ในการที่แต่ละโครงการจะได้รับการพิจารณาแล้วก็บรรจุ เพราะว่างบประมาณมันไม่เพียงพอ กับความเสียหายที่เกิดขึ้น แน่นอนว่า ๑. มีคณะกรรมการของท่านรัฐมนตรีประจําสํานัก นายกรัฐมนตรีท่านดูในเรื่องของรายละเอียดว่าโครงการครบหรือไม่ ทําเสร็จใน ๑ ปีหรือไม่ หลายสิ่งหลายอย่างเหล่านั้น ๔ ข้อนี้ท่านดูอย่างเรียบร้อยแล้ว ตัวเลขมันจบแล้ว โครงการ ที่ผ่านข้อกําหนดเหล่านั้น มีจํานวนมากกว่าเงินงบประมาณที่ได้ตั้งไว้สําหรับงบกลางปี ที่จะมาให้กับกรมทางหลวงชนบทแล้วก็กรมทางหลวง ต้องกราบเรียนให้เพื่อนสมาชิก ทุกท่านทราบ เพราะว่าอย่างนี้ครับ ทางคณะกรรมาธิการงบประมาณ ๑. ก็คือมีการเร่งรัด ในการพิจารณา ๒. เวลาแล้วก็การลงพื้นที่มันไม่มี จะถามว่าโครงการแต่ละโครงการ มันเสียหายมากน้อยกว่ากัน ยังขาดเหลือที่ไหนบ้างมันยังไม่ชัดเจน พวกเราที่เป็น กรรมาธิการไม่มีเวลาไปลงพื้นที่ไปดูสภาพความเสียหายที่แท้จริง ต้องกราบเรียนด้วยความ เคารพ เพราะเราใช้เวลาพิจารณาเพียงแค่ ๕ วันเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามโครงการที่เขา เรียงลําดับความสําคัญไว้นี้มันจะมี ๕ ลําดับ ลําดับแรก บอกว่าสะพานขาด ลําดับที่ ๒ สายทางขาด ลําดับที่ ๓ มีดินสไลด์ (Slide) มาปิดทาง ลําดับที่ ๔ เป็นเรื่องของอาคาร ระบายน้ํา และลําดับสุดท้าย เป็นเรื่องของผิวทาง เมื่อดูอย่างนี้มันดูง่ายขึ้นครับ มีเรียงลําดับ ความสําคัญ ๕ ลําดับ ผมไปเปิดดูในโครงการ ในแผนงานงบประมาณกลางปีครั้งนี้ ปี ๒๕๕๔ ผมได้พบหลายเส้นทางที่มีการซ่อมบํารุงผิวทาง ดูง่ายครับ คราวนี้มันก็สรุปได้ แล้วก็มีการสอบถาม ผมเป็นคนสอบถามในกรรมาธิการงบประมาณเอง ผมบอกว่าเห็นผิวทางซ่อมนี้แสดงว่า ไม่มีแล้วนะครับ ทางขาด สะพานขาด ดินสไลด์นี่ไม่เหลือแล้ว โครงการที่มันเสียหายนี่ ได้รับคํายืนยันว่าใช่ แต่อย่างไรก็ตามต้องฝากเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่อยู่ในแต่ละพื้นที่ กลับบ้านไปดูเสีย ถ้าท่านมีทางขาด สะพานขาด ดินสไลด์ จะได้มาร้องเรียนกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ฝากผ่านท่านประธานสภามาหารือก็ได้ ว่าเราได้ให้คําสัญญาตามข้อกําหนด จริง ๆ แล้วระเบียบการจัดเรียงความสําคัญอันนี้ทางหน่วยงานเป็นคนบอกมาเอง ไม่ใช่เรา กําหนดนะครับ เขากําหนดมาเอง เพราะฉะนั้นเมื่อเราเห็นผิวทางได้รับการซ่อมแซมแล้ว ถ้าบ้านผมมีดินสไลด์ปิดทางอยู่ มีถนนขาดอยู่ มันควรจะได้รับการซ่อมแซมเช่นเดียวกัน ผมก็ฝากผ่านเพื่อนสมาชิก ผ่านท่านประธานไปตรวจสอบกัน

ในส่วนของกรมทางหลวงที่ผมมีปัญหามากที่สุด ผมกราบเรียนด้วยความ เคารพอย่างนี้ครับ มันมีเรื่องของการกระจุกตัว อันนี้แน่นอนครับ ผมคงไม่พูดประเด็นนี้แล้ว เพราะว่าพูดกันมามาก แต่อย่างไรก็ตามมันมีงบประมาณหนึ่งที่พวกเรารู้จักกันดีในนามของ งบประมาณที่เรียกว่ารีไซกิ้ง (Recycling) คุยกันในคณะกรรมาธิการงบประมาณนี้ เป็นหลายชั่วโมง ตัวเลขที่ออกมาโครงการที่มีขนาดโครงการใหญ่กว่า ๓๐ ล้านบาท ของกรมทางหลวงมี ๑๗ โครงการ ๑๕ โครงการเป็นรีไซกิ้งครับ ที่เราเรียกว่ารีไซกิ้ง ผมเองพยายามสอบถามในกรรมาธิการ ผมพยายามจะหาข้อเปรียบเทียบมาให้ ในที่สุด ไม่ได้ข้อมูล บอกว่าจะส่งตามมา จนวันนี้ยังมาไม่ถึงมือ ต้องร้องเรียนผ่านท่านประธานไปยัง ท่านประธานคณะกรรมาธิการว่าเมื่อไรจะได้ข้อมูลคําถามที่ถามไป ผมถามว่าอะไรครับ ท่านประธาน ๑. ค่าเฉลี่ยในการจัดซื้อจัดจ้างที่บอกรีไซกิ้งมันดีนักดีหนา แน่นอนมันใช้ ของเก่ามาทํา มันเป็นการใช้ผิวถนนที่มันเสียหายมาทําใหม่ แต่มันมีจํานวนผู้จัดซื้อ จัดจ้างน้อย ให้คําตอบผมมาว่ามีอยู่ ๑๐๔ บริษัท ปีนี้จดทะเบียนเพิ่มมาอีก ๑๕ บริษัท เป็น ๑๑๙ บริษัท ทั่วประเทศนะครับท่านประธาน ๗๐ กว่าจังหวัด จังหวัดหนึ่งไม่เกิน ๒ เจ้าแล้ว แล้วถามว่าบริษัทเหล่านี้บางบริษัทจดทะเบียนมานี้เจ้าของเดียวกันหรือเปล่า ก็ไม่รู้ ดีไม่ดีเจ้าของเดียวกัน แล้วถามว่าในจังหวัด จังหวัดหนึ่งมีอยู่ ๑-๒ เจ้านี้ฮั้วกันได้ไหม มันฮั้วอยู่แล้ว นี่คือโครงการรีไซกิ้งที่พวกเรามีปัญหาในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน มาโดยตลอด ผมก็เลยถามเขาบอกว่า ๑๐๔ บริษัทนี้เปรียบเทียบให้ดูหน่อยสิ ๒ อย่าง นะครับ ๑. ท่านบอก ๑๐๔ บริษัทมีการแข่งขันที่เป็นธรรม ผมไม่เชื่อ ลองเอาตัวเลขของ บริษัทที่สามารถจัดซื้อจัดจ้างในวิธีอื่นให้ผมดูหน่อย จะเป็นลาดยาง จะเป็นทําคอนกรีต เอามาให้ดูสิ มันจะมากี่พันกี่หมื่น แน่นอนว่าการแข่งขันมันเป็นธรรมกว่า ในที่สุดมันมีการ ประมูลจัดซื้อจัดจ้างที่ทําให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เกิดความเป็นธรรม เกิดศักยภาพในการใช้งบประมาณมากที่สุด ๒. สิ่งที่ผมได้ขอไปแล้วยังไม่ได้คําตอบก็คือ ขอค่าเฉลี่ยให้ดูหน่อยสิว่าการจัดซื้อจัดจ้างที่บอกดีนักดีหนานี้ ในที่สุดรีไซกิ้งนี้ค่าเฉลี่ยมัน มีการประมูลแล้วมันตัดราคา มันฟันราคากันกี่ครั้งไปกี่เปอร์เซ็นต์ แล้วเทียบกับประเภทอื่นสิ แบบทําถนนคอนกรีต เดี๋ยวนี้การแข่งขันมันสูงขนาดที่ว่าประมูลข้ามจังหวัด อยู่จังหวัดภูเก็ต มาประมูลจังหวัดเชียงใหม่ยังได้เลย เพราะว่าเครื่องไม้เครื่องมือมันพร้อมหมด มันมีอยู่ ทั่วทุกภูมิภาค มีบริษัทที่สามารถทํางานประเภทเหล่านั้นได้มันเยอะจนกระทั่งการแข่งขัน มันเป็นธรรม ผมก็เลยบอกว่าโครงการรีไซกิ้งนี่ปรับลดได้ไหม ในที่สุดไม่ได้รับการตอบรับจาก ทางคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ก็ต้องเป็นที่น่าเสียดาย แต่อย่างไรก็ตามนะครับ อย่างที่บอก โครงการสูงกว่า ๓๐ ล้านบาท ๑๗ โครงการ เป็นรีไซกิ้งไป ๑๕ โครงการ แล้วต่ํากว่า ๓๐ ล้านบาท ไม่ให้ข้อมูลดูไม่เห็นข้อมูลยังตอบไม่ได้ครับ เพราะว่าผมไม่เห็น ในเรื่องของแผนโครงการต่าง ๆ ก็เลยไม่กล้ายืนยันว่าต่ํากว่า ๓๐ ล้านบาทนี้ ดีไม่ดีอีก ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์เป็นรีไซกิ้งหรือเปล่า ทําไมมันชอบกันนักกันหนา นี่มันเป็นคําถามที่ผม ต้องฝากผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก รวมถึงหน่วยงานที่จะ เข้ามาปฏิบัติภารกิจในส่วนนี้ วันนี้อย่างที่ได้บอกในตอนมาตรา ๓ ผมพูดเกริ่นไปแล้ว วันนี้เขาบอกครับท่านประธาน มาตรา ๒๖๖ รัฐธรรมนูญกําหนดไม่ให้สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรเข้าไปเกี่ยวเนื่องด้วยเรื่องของงบประมาณ ด้วยเรื่องของโครงการอะไรต่าง ๆ เราก็อยู่ห่างกันมา ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีครับ แต่อย่างไรก็ตามวันนี้เขาบอกว่าอยากได้งบประมาณ เมื่อก่อนวิ่งหา ส.ส. เดี๋ยวนี้อยากได้ โครงการวิ่งหาผู้รับเหมา เราฟังอย่างนี้แล้วเพื่อนสมาชิกในสภานี้สบายใจหรือไม่ เพราะอะไร เพราะโครงการเหล่านี้เขาบอกว่า มีเจ้าของหมดแล้วครับ รู้ตัวคนทําหมดแล้วครับ ใครจะทํา ที่ไหน แบ่งกันอย่างไร กี่เส้น กี่ล้านบาทเขารู้หมด เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้อย่าปล่อยให้มัน อยู่ในสังคมไทย อย่าปล่อยให้มันอยู่ในระบบของราชการ ระบบของการทํางานงบประมาณ อีกต่อไป ผมขอท่านปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุด้วยผลที่ได้ชี้แจงมาแล้วนะครับ ก็หวังว่าเพื่อนสมาชิกจะได้รับฟัง ขอบคุณครับ