สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๓ มีนาคม ๒๕๕๔

สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เสนอปรับลดงบประมาณ 10% หรือ 10,000 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงการควบคุมงบประมาณและป้องกันการทุจริต คอร์รัปชัน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องน้ำท่วมในจังหวัดชัยภูมิและขอแนะนำให้สร้างสะพานและท่อเหลี่ยมระบายน้ำเพิ่มเติมเพื่อป้องกันน้ำท่วม และหารือเรื่องการให้งบประมาณแก่โรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและวาตภัย

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมได้ขอแปรญัตติปรับลดงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็คือ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท จากงบประมาณทั้งหมดที่ตั้งไว้ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เหตุผลที่ตัดลด งบประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์นั้นก็เพราะว่ากระผมได้ติดตามตั้งแต่ งบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๔ ซึ่งมีงบกลางสํารองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็นเหลืออยู่ อีกจํานวนมาก ไม่จําเป็นต้องใช้งบประมาณถึงขนาดนี้ จึงขอปรับลดงบประมาณลงไป แต่อย่างไรก็ตามครับ ถึงแม้ไม่ใช้งบกลางสํารองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็นของปี ๒๕๕๔ ยังใช้งบประมาณที่หลังจากตัดลดไป ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ยังสามารถที่จะซ่อมแซมถนน ซ่อมแซม อาคารเรียน หรือในการบูรณะต่าง ๆ ในสิ่งที่ชํารุดเสียหายจากน้ําท่วมได้เต็มรูปแบบตามที่ตั้ง โครงการเอาไว้ ถึงแม้จะตัดลดงบประมาณไป ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท หมายความว่าเนื้องาน ยังเท่าเดิม เหตุผลที่กระผมกราบเรียนว่าตัดลดเงินไป ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เนื้องาน ยังเหลือเท่าเดิมก็เพราะว่าในขณะนี้เราต้องยอมรับว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันมากมาย หลายโครงการมีการตั้งงบประมาณไว้สูงกว่าที่จําเป็น ตั้งงบประมาณไว้ แต่ว่าพอเวลา ไปประมูลจัดซื้อจัดจ้าง ผู้รับเหมานั่นละครับเป็นผู้ที่มองออกว่าเขาจะใช้เงินเท่าไร ยกตัวอย่าง งบประมาณโครงการขุดลอกที่จังหวัดชัยภูมิ ขุดลอกโครงการหนึ่งคือขุดลอก หนองนาแซง ตั้งงบประมาณไว้ ๓๕ ล้านบาท มีการประกวดราคาแข่งขันกัน คนที่ประมูลได้ ประกวดราคาได้ ให้ราคาต่ําสุด เขาให้ราคาเพียง ๒๕ ล้านบาทเขาก็ทํา เรียกว่า ๒๕ ล้านบาท เขาก็ทําได้ ทําได้เต็มตามโครงการถ้าเขาจะทํา ทั้ง ๆ ที่ลดลงไปถึง ๑๐ ล้านบาท อันนี้ก็คือสิ่งที่เราเห็นชัดเจนว่าการตั้งงบประมาณอาจจะสูงกว่าที่จําเป็น แล้วก็ทําให้ส่วนที่ สูงกว่าจําเป็นนั้นเป็นส่วนถ้าไม่มีการประกวดราคากันอย่างโปร่งใสก็จะเกิดการทุจริต คอร์รัปชัน มีการฮั้วงานกัน อันนี้ก็กราบเรียนว่าเป็นเรื่องที่ผมเห็นว่างบประมาณจําเป็น ต้องปรับลดลง เพราะตั้งงบประมาณไว้สูงกว่าที่จําเป็น ท่านประธานที่เคารพครับ ในงบประมาณที่ผ่านมาผมได้ติดตามดู อย่างลงลูกรังถนน บางทีทํางานเวลากลางคืน คืนเดียวเสร็จ ปรับเกลี่ยเสร็จ ตอนไปตรวจรับจะทราบอย่างไรว่าลงหินลูกรังไปจํานวนเท่าใด มีหลายหมู่บ้านโทรศัพท์มาบอกผม เมื่องบประมาณปีสองปีที่ผ่านมา บอกว่า ท่านผู้แทน งบประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ตามถนนเส้นที่ลงลูกรังในหมู่บ้าน ปรากฏว่ามาลงเพียง ๒-๓ รถ แล้วก็ปรับ เกรดเสร็จ มอบงานเสร็จ ผู้ใหญ่บ้านไปถามก็ขู่ผู้ใหญ่บ้านมาอีก เพราะฉะนั้นคราวนี้ผมก็ฝากไว้ว่าการตรวจสอบ ผมอยากจะให้ผู้ใหญ่บ้าน กํานัน สมาชิก อบต. ผู้ที่อยู่ในท้องถิ่นในพื้นที่ได้มาร่วมรับทราบว่ามีงบประมาณจํานวนเท่าใดลงในพื้นที่นั้น และถ้าเป็นไปได้ตั้งคนในพื้นที่เป็นกรรมการตรวจรับด้วย จะทําให้การทํางานต่าง ๆ ได้เต็มเนื้องาน จะไม่ทําให้สูญเสียเงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชน อย่างถนนลาดยาง ที่เห็นอยู่ทุกวันนี้บางครั้ง ลาดยางยังไม่เสร็จ งานยังไม่ส่งมอบได้ซ่อมแล้ว ยังไม่ส่งมอบเลย นะครับ ได้ซ่อมแล้ว เพราะอย่างลงท่อบางทีพอลาดยางเสร็จ ยุบ ก็ต้องปรับปรุงแก้ไข พอฝนตกยิ่งยุบมากอีก เหล่านี้ผมมองว่า นั่นคือสิ่งที่การตั้งงบประมาณไว้ หรือการ ควบคุมงานไม่เป็นไปตามที่ควร จะเป็น จึงทําให้ผมอยากปรับลดงบประมาณบางส่วนที่ เจ้าหน้าที่ของเราไม่ควบคุมงานให้เต็มประสิทธิภาพ ท่านประธานที่เคารพ อย่างแหล่งน้ํา บางแห่งการขุดแหล่งน้ํา แทนที่จะใช้ ความลึก ๒ เมตร ๓ เมตรตามที่กําหนดไว้ กลับมายก คันคูสูง แล้วก็วัดจากคูที่ตั้งสูงขึ้น ก็ส่งมอบงาน หลายโครงการกําลังร้องเรียนกันอยู่ อันนี้ ก็เป็นสิ่งที่ฝากไว้ว่างบประมาณครั้งนี้ ที่ลงไปครั้งนี้ก็ขอให้มีการตรวจรับกันอย่างเคร่งครัด ให้สมกับงบประมาณ ซึ่งประเทศเราก็กําลังถือว่าตอนนี้ก็ไม่ใช่ว่าร่ํารวย งบประมาณทุกบาท ทุกสตางค์ขอให้ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่างบประมาณ บางอย่าง การป้องกัน ซึ่งใช้งบประมาณไม่มาก อาจจะได้ผลมากกว่างบประมาณที่ไป ซ่อมแซม ผมยกตัวอย่าง แบบนี้ครับ โรงพยาบลชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ โรงพยาบาลจังหวัด ครับ ปีนี้ได้ทราบว่ามีงบประมาณที่ไปซ่อมแซมสิ่งชํารุดจากน้ําท่วมประมาณ ๑๒ ล้านบาท ก็ต้องขอบคุณครับ๑๒ ล้านบาทที่ให้ไป แต่ผมกราบเรียนว่าได้ซ่อมทุกปี ปีละประมาณ ๑๒ ล้านบาท ๑๕ ล้านบาท ความจริงแล้วทางโรงพยาบาลของบป้องกัน ทํารั้วที่กันไม่ให้ น้ําไหลเข้าไปท่วมประมาณ ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท และทําคลองระบายน้ําใต้ดินขนาด ๒ คูณ ๒ เมตร ยาว ๑๕๐ เมตร ก็ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เขื่อนกั้นน้ําที่มีลําน้ํา ห้วยเสียวไหลผ่านข้าง ๆ โรงพยาบาลก็อีก ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท เครื่องสูบน้ํา ๒ เครื่อง เครื่องละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท รวมแล้วการป้องกันครั้งเดียวใช้เงินประมาณ ๑๕ ล้านบาท แต่ซ่อมทุกปี ปีละ ๑๒-๑๓ ล้านบาท ผมฝากไว้ครับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ครับ ป้องกันครั้งเดียว ๑๕ ล้านบาท แต่ซ่อมทุกปีประมาณปีละ ๑๒-๑๓ ล้านบาท ผมคิดว่า เรามองในแง่ของการประหยัดงบประมาณของแผ่นดิน อยากจะให้งานป้องกันซึ่งใช้เงิน ไม่มาก ขอให้ช่วย และโรงพยาบาลขอมาทุกปีนะครับ ของบป้องกัน แต่ไม่ได้ พอชํารุดปั๊บ ก็ซ่อม ปีนี้ก็ซ่อม ๑๒ ล้านบาท ปีที่แล้วขอป้องกัน ๑๕ ล้านบาท ถ้าป้องกันครั้งเดียวมันก็ ไปได้นาน อันนี้ก็กราบเรียนว่าในเรื่องการป้องกันเช่นเดียวกัน อย่างที่อําเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ ขอเป็นประตูปิด-เปิดน้ําประมาณ ๒๐ ล้านบาท แต่ว่าปีนี้น้ําท่วมเสียหายทั้งอําเภอ แล้วก็ไม่ใช่ ปีนี้ปีเดียวครับ ทุกปีต้องใช้เงินในการแก้ปัญหาเรื่องข้าวเสียหาย เรื่องสิ่งก่อสร้างเสียหาย ประมาณปีละ ๕๐-๖๐ ล้านบาททุกปี แต่ถ้าไปก่อสร้างประตูปิด-เปิดน้ําป้องกันไม่ให้น้ําไหล เข้าไปท่วม เพราะอําเภอคอนสวรรค์อยู่ติดกับลําน้ําชี ถ้าน้ําลําน้ําชีไหลผ่านไปมันก็ไม่ท่วม ถ้าเราทําประตูปิด-เปิดน้ําไว้ก็จะช่วยไม่ให้น้ําท่วม ก็จะไม่เสียหาย ทําครั้งเดียวมันก็จะแก้ได้ ป้องกันได้ อันนี้ก็ฝากไว้นะครับ ผมคิดว่ามีหลายอย่าง เช่น ขุดแก้มลิงบึงนกโม่ ขุดแก้มลิง กุดหวาย ขุดลอกลําน้ําก่ํา ขุดลอกลํานาแซง เหล่านี้เป็นเรื่องที่จะช่วย ไม่ใช่เฉพาะ เรื่องน้ําท่วม ยังป้องกันภัยแล้งด้วย สิ่งที่ทําได้ก็ขอฝากให้ทางราชการได้กรุณาอนุเคราะห์

อีกเรื่องหนึ่งครับ ที่จังหวัดชัยภูมิ น้ําท่วมตัวจังหวัด ฝนตกนิดหน่อยก็ท่วม ตกนิดหน่อยก็ท่วม ก็เพราะอะไรครับ เพราะว่าถนนทางเลี่ยงเมืองมันไม่มีทางระบายน้ํา เพียงพอ ปีที่แล้วผมก็ได้ฝาก ได้ขอไปว่าก่อสร้างบล็อก คอนเวิร์ท (Block convert) ท่อเหลี่ยมระบายน้ําก็สร้างให้ แต่ว่าไม่เพียงพอ ก็อยากจะให้สร้างเป็นสะพานเพิ่มเติม ท่อเหลี่ยมเพิ่มเติมระบายน้ําอีกส่วนหนึ่ง ส่วนในเรื่องอื่นก็ยังมีหลายเรื่องที่จะช่วยป้องกัน นะครับ ก็คิดว่าการก่อสร้างสะพานในถนนสายที่เป็นที่ลุ่ม การก่อสร้างสะพานในถนน เป็นเรื่องจําเป็น ผู้ออกแบบก่อสร้างน่าจะต้องดูด้วยว่าหน้าฝนเป็นอย่างไร ไม่ใช่ว่าถึงเวลา ออกแบบก่อสร้าง สร้างถนนยาว ไม่มีสะพาน พอฝนตก ถึงหน้าฤดูฝนน้ําท่วมเสียหาย ก็มีหลายสายครับ เช่น ถนนเลี่ยงเมืองชัยภูมิที่กําลังจะก่อสร้างเพิ่มเติม ก็ขอฝากว่า ให้ก่อสร้างเป็นสะพานหรือท่อเหลี่ยมระบายน้ําให้มากขึ้นกว่าที่ทําอยู่ ถ้าจะดีก็บอกว่า หน้าฝนช่างน่าจะต้องไปดู ไม่ใช่ไปออกแบบหน้าแล้ง พอถึงหน้าฝนน้ําท่วม แบบนี้ก็เป็นเรื่อง ที่ไม่ควรจะปล่อยแบบนี้ครับ

อีกเรื่องหนึ่งครับ สําหรับในเรื่องของโรงเรียนนะครับ การให้งบประมาณครั้งนี้ เท่าที่ผมดูมันเป็นงบประมาณน้ําท่วม แต่โรงเรียนหลายโรงเรียนในอําเภอคอนสวรรค์ จังหวัด ชัยภูมิถูกวาตภัยเสียหาย หลังคาพัง ซ่อมไว้ น่าจะต้องให้งบประมาณเข้าไปด้วยนะครับ เช่น โรงเรียนสหราษฎร์นุเคราะห์ อําเภอคอนสวรรค์ น้ําไม่ท่วม แต่ว่าเรื่องวาตภัยยังไม่ได้รับ การซ่อมแซม น่าจะต้องมีงบประมาณในช่วงนี้ หรือถ้าไม่ได้จัดตอนนี้ก็จัดงบประมาณอื่น งบสํารองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็นที่มีอยู่ ก็น่าจะจัดไปให้นะครับ ไม่ใช่ว่าแก้ปัญหาเฉพาะ เรื่องน้ําท่วม แต่ความเสียหายอื่น ๆ ก็น่าจะต้องถือโอกาสนี้ได้ช่วยดูแลแก้ไขให้ด้วยครับ ยังมีหลายโรงเรียน โรงเรียนบ้านหนองบัวบานเย็น ซึ่งลมพัดหลังคาพัง อาคารพัง ก็ไม่ได้รับ งบประมาณในครั้งนี้ ผมคิดว่ายังมีอีกหลายโครงการที่ตกหล่น ถ้าหากไม่ได้ใช้งบประมาณ งบกลางปีก็ขอให้ใช้งบฉุกเฉินหรือจําเป็นที่มีอยู่ หรืองบอื่น ๆ ที่มีอยู่นะครับ ผมคงใช้เวลา ตามที่ได้รับคือ ๑๐ นาที ขอบคุณครับ สวัสดีครับ