นฤมล ธารดํารงค์ สนับสนุนการลดงบประมาณวาระสองของงบประมาณกลางปี ๒๕๕๔ แต่กล่าวว่าการจัดสรรงบประมาณไม่เท่าเทียมกัน โดยเฉพาะจังหวัดสมุทรปราการที่มีปัญหาน้ำท่วม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องงบประมาณช่วยเหลืออุทกภัย การบริหารงบประมาณในการซ่อมแซมโรงเรียนที่ประสบภัยพิบัติ และสํานักพุทธศาสนา โดยเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและให้เหตุผลเกี่ยวกับการใช้งบประมาณนั้น และขอให้รัฐบาลบริหารงบประมาณกลางปีให้สำเร็จภายใน 6 เดือน โดยให้ความสำคัญกับจังหวัดสมุทรปราการที่มีปัญหาน้ำท่วม
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นฤมล ธารดํารงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย จากการที่ได้ดูงบประมาณวาระสองนะคะ ดิฉันขอเสนอตัดงบประมาณ วาระสอง ของงบประมาณกลางปี ๒๕๕๔ ไว้ที่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็มีเหตุผลหลาย ๆ อย่าง ประกอบกันมากมาย แต่มันก็มีหลายประเด็นนะคะที่ท่านประธานบอกว่าอันนี้มันจะซ้ํา ประเด็นในเรื่องของกระจุกการกระจายแต่อันนี้มันช่วยไม่ได้จริง ๆ นะคะท่านประธาน เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่เรามองเห็น มองเห็นในจุดเดียวกัน มองเห็นในส่วนที่มันเป็น ความเด่นชัด ความเหลื่อมล้ํา ไม่รู้จะหาคําพูดตรงไหนมาแทนคําว่า กระจุก กระจาย ตรงนี้ จริง ๆ เพราะมันพูดแล้วมันสื่อให้พี่น้องที่ฟังวิทยุอยู่ทางบ้านได้เข้าใจจริง ๆ จะบอกว่ามัน เอามากองรวมกัน มันไม่กระจัดกระจายไปทั่วประเทศ ก็คงจะต้องใช้คําพูดนี้แทนนะคะ คราวนี้ก่อนอื่นดิฉันก็ขอพูดถึงเรื่องของ เดิมทีนะคะ จังหวัดสมุทรปราการประกาศ เป็นจังหวัดที่ประสบอุทกภัยหรือวาตภัย ไม่ได้เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ประกาศนี่เหล่านั้น แต่เมื่อมาดูงบของชลประทานนะคะ งบของชลประทานตัวนี้จริง ๆ แล้วดิฉันน่าจะดีใจนะคะ ว่าจังหวัดตัวเองได้งบชลประทานด้วย แต่ก็ไม่ทราบว่างบตัวนี้ไปลงอยู่ที่ไหน เพราะว่า มีการเขียนว่างบตัวนี้มีการขอไป ๓๙ ล้านบาท แล้วอนุมัติมาให้ ๑๘ ล้านบาท ก็ไม่ทราบว่า ไปอยู่ส่วนไหน เพราะว่าก่อนหน้านี้ดิฉันเคยมีการอภิปรายขอไปบ้างเกี่ยวกับเรื่องของงบ อุทกภัยและวาตภัย เพราะว่าอะไร เพราะว่าในเขตบ้านดิฉันเจออุทกภัย อาจจะไม่เจอ เป็นระลอกอย่างพี่น้องชาวภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ แต่ภาคกลาง ในส่วนของจังหวัดสมุทรปราการมันเป็นน้ําเจิ่งขัง น้ํานองตลอด ในช่วงหน้าน้ํา น้ําหลากมา ก็จะมากองกันอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ มากองอยู่ที่อ่าวไทย ส่วนนี้ไม่เคยมีการลงไปดูแล อย่างจริงจังและทั่วถึง ต้องพูดคําว่า จริงจังและทั่วถึง เพราะว่าอะไร เพราะว่าเท่าที่ผ่านมา ก็มีการเอางบไปแหย่ลงเล่น ๆ ๕ ล้านบาท ๑๐ ล้านบาท ซ่อมตรงโน้น ทําตรงนี้ ซ่อมตลิ่ง ซ่อมเขื่อน ซ่อมเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปเรื่อย ๆ แต่โครงการใหญ่ ๆ ที่จะทําจริง ๆ ตรงนี้จริง ๆ กลับไม่มีการจริงจัง เวลาทวงถามไปมักจะออกมาในเรื่องของกําลังศึกษาดูโครงการอยู่ หลาย ๆ ตัวนะคะ
ทีนี้กับเรื่องของประเด็นวาระสองดิฉันจึงลองมาดู มีหลายตัวนะคะ อย่างกรณีที่ว่ามีการตั้งหลักเกณฑ์ของระยะเวลาในการใช้งบประมาณตัวนี้เกี่ยวกับเรื่องของ งบประมาณช่วยเหลืออุทกภัยตัวนี้ ให้ระยะเวลาไว้ ๖ เดือน คือตั้งแต่เดือนเมษายน ถึงเดือนกันยายน ๒๕๕๔ ดิฉันก็จึงมาแปลกใจว่าช่วงเวลา ๖ เดือนนี้มันมีช่วงเวลา ของหน้าฝนด้วยนะคะ ทําไมถึงต้องพูดว่ามีช่วงเวลาหน้าฝนด้วย ปกติแล้วหน้าฝนการที่จะมา ทําเขื่อนสร้างถนน หรือแม้แต่สร้างอีกหลาย ๆ อย่าง โรงเรียน ซ่อมแซมต่าง ๆ ค่อนข้างที่จะ เป็นอุปสรรคอย่างสูง ก็ไม่ทราบว่า ๖ เดือนของท่านจะทําทันได้อย่างไร ดิฉันไม่ไว้ใจเท่าไร เกี่ยวกับเรื่องของการบริหารงบประมาณในตรงนี้ เพราะที่ผ่านมาดิฉันก็เคยเป็น คณะกรรมาธิการพิจารณางประมาณปี ๒๕๕๒ งบประมาณปลายปียังเหลือใช้ไม่หมด บางกระทรวงใช้ไปไม่ถึง ๑๐ ถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ท่านให้เวลา ๖ เดือนใช้งบให้หมด ตรงนี้ดิฉันยิ่งคิดว่าจะใช้ทันได้อย่างไร อย่างตัวอย่างง่าย ๆ เลย ถนนสายบ้านดิฉัน ตัวนี้ข อไปนานมากแล้วนะคะ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ จนมาถึงปี ๒๕๕๒ ถนนสุขสวัสดิ์ ช่วงตั้งแต่สามแยก พระสมุทรเจดีย์ถึงป้อมพระจุลจอมเกล้ามีการเริ่มโครงการตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๕๓ ก็เริ่มขยายเสาไฟฟ้าออกซ้ายออกขวา ชาวบ้านก็ดีใจนะคะ มันเหมือนกับตีฆ้องร้องป่าวว่า เอาละถนนมาแล้ว เพราะว่าถนนเส้นนี้ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างมาก ไม่ว่าจะเจอน้ําท่วม ก็น้ําท่วมตลอด ปรากฏว่าจนถึงวันนี้ยังไม่มีการเริ่มโครงการอะไรที่เห็นเป็นรูปธรรมเลย เวลาผ่านมา ๕ เดือน เต็ม ๆ นะคะ ดิฉันก็เลยแปลกใจในส่วนนี้ว่าแล้วการตั้งงบฉุกเฉินตัวนี้จะทําทันได้อย่างไร ขยับมานะคะ มาดูงบของกระทรวงศึกษาธิการที่เพื่อน ๆ หลาย ๆ คนก็ได้พูดไปแล้วว่า งบกระทรวงศึกษาธิการนี่มีการตั้งข้อสังเกตว่าทําไมการเอางบจัดสรรลงไป ๓ ภาค ของภาคเหนือ ภาคกลางและภาคอีสาน รวมกันถ้ามองเป็นตัวเลขกลม ๆ แล้วมันก็คือ ๕๐ : ๕๐ เมื่อเทียบกับของภาคใต้ ก็มีรัฐมนตรี เมื่อสักครู่หรือก่อนหน้านี้อีกหลายท่านก็ได้ ออกมาชี้แจงกันหลายส่วน ดิฉันนั่งฟังอยู่ไม่ได้ลุกไปไหนเลย ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าขนาด ยกตัวอย่างง่าย ๆ ดิฉันก็ไม่ทราบว่าในรายละเอียดของท่านอาจจะมีมากกว่าดิฉันหรือเปล่า แต่ดิฉันขอเอาเฉพาะรายละเอียดและข้อมูลที่ดิฉันมีอยู่เอามาอ้างอิงอย่างกระทรวง ศึกษาธิการง่าย ๆ เลยนะคะ ดิฉันดูอยู่อย่างมหาวิทยาลัยค่ะ ดิฉันแปลกใจมาก ดูอย่างเรียกว่า อ่านกันง่าย ๆ ภาคอีสานดิฉันเห็นมีแค่เฉพาะมหาวิทยาลัยราชภัฎ มีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาแห่งเดียวจริง ๆ ที่ได้รับการปรับปรุงซ่อมแซม มหาวิทยาลัย แล้วมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่อยู่ในละแวกจังหวัดนครราชสีมา อําเภอปักธงชัย ทั้งหลายที่โดนน้ําท่วม เขาไม่เดือดร้อน ไม่ต้องซ่อมแซมไม่ต้องปรับปรุงกันบ้างเลยหรือคะ ต่อมาก็มาดูอย่างมหาวิทยาลัยราชภัฎกําแพงเพชร หรือแม้แต่จะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ แม่โจ้ ๒ แห่งนี้อยู่ทางภาคเหนือ ก็เหมือนกันนะคะ มหาวิทยาลัยราชกัฏโดยรอบหรือแม้จะ เป็นมหาวิทยาลัยโดยรอบ แต่ละจังหวัดเหล่านี้ก็มีมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่งนะคะ ไม่เดือดร้อน น้ําไม่ท่วมหรือคะ ฝนตก วาตภัยเกิด หรือน้ําท่วม ท่วมเฉพาะราชภัฏเหล่านี้ เท่านั้นหรือคะที่มาระบุกันตรงนี้เท่านั้น แล้วเมื่อไล่ลงมาเรื่อย ๆ เพราะมีการขอมาประมาณ ๙ แห่ง มีการปรับปรุงซ่อมแซม ๙ แห่ง มาดูนะคะจังหวัดสงขลา จังหวัดสงขลามีถึง ๓ มหาวิทยาลัย มีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย อันนี้ก็ยังพอคาดคะเนได้ว่าอาจจะเดือดร้อน คล้าย ๆ กัน ก็จึงต้องมีการซ่อมแซมคล้าย ๆ กัน แต่ก็ยังให้สงสัยเหมือนกันจริง ๆ นะคะว่า อีก ๖ แห่ง เป็นทางภาคใต้ทั้งหมด มีภาคเหนืออยู่ ๒ แห่ง และมีภาคอีสานอยู่แห่งเดียว ซึ่งดิฉันดูแล้วมันก็แปลก ๆ ท่านประธานบอกว่าประเด็นกระจุก กระจาย ไม่ให้พูดแล้ว ดิฉัน ก็ต้องบอกว่างบประมาณทําไมมันไปกองอย่างนี้ละคะ มันไหลลงไปอยู่ข้างล่างหรืออย่างไร คะ มันไหลตามน้ําบ่าไป ใช่ไหมคะ เพราะว่าตอนที่เกิดอุทกภัยและวาตภัยทั้งหลายมันเริ่ม เกิดจากภาคเหนือก่อน จากภาคเหนือเดือนกรกฎาคม ไล่ลงมา เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน เดือนตุลาคม จนกระทั่งมาถึงเดือนธันวาคม แล้วลงมาที่ ภาคใต้เป็นเดือนมกราคม แสดงว่าน้ํามันพัดพางบประมาณลงไปภาคใต้ทั้งหมดหรืออย่างไร คะ สงสัยมากเลยค่ะตรงนี้
ต่อมานะคะ ท่านมาดูตรงสํานักงานปลัดของกระทรวงศึกษาธิการ เกี่ยวกับ เรื่องมีการกําหนดงบว่า เขียนแผนงานฟื้นฟูและแก้ไขนะคะ ผลกระทบจากภัยพิบัติต่าง ๆ อ่านไปก็ดีใจไปเรื่อย ๆ แต่เมื่อมาดูสถานที่ดําเนินการ เป็นสถานศึกษาเอกชนในจังหวัด ที่ประสบภัย จํานวนทั้งหมด ๑๙๓ แห่ง ๑๙๓ แห่งนี่ก็ไม่น่าจะแปลกใจอะไร แต่เอะใจตรงที่ ทําไมท่านถึงเอาไปซ่อมแซมสถานศึกษาเอกชนละคะ ดิฉันก็แปลกใจว่าทําไมเราถึงจะต้องไป จ่ายเงินสําหรับส่วนนั้นด้วย ในเมื่อเอกชนก็เลี้ยงดูตัวเองได้อยู่แล้ว ก็เลยลงไปอ่านอีก ลงรายละเอียดลงไปเรื่อย ๆ ได้รับคําชี้แจงจากกรรมาธิการที่ถามกันโดยส่วนตัว ก็จะมี กรรมาธิการตอบว่า ในส่วนตรงนี้เอกชนมีการของบเข้ามา บางโรงเรียนนะคะ ดิฉันต้องขอพูดว่าบางโรงเรียนในจังหวัดภาคใต้ของบ เขียนว่า งบซ่อมแซมสนามกีฬา เป็นเงินจํานวน ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท ดิฉันไม่ได้อิจฉาเลยนะคะ ไม่ได้อิจฉาเลยจริง ๆ แต่ดิฉัน แปลกใจว่า ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาทตัวนี้ค่ะมันสร้างใหม่ได้เลยไม่ใช่หรือคะ งบตัวนี้มันสร้างใหม่ ได้เลย มันไม่ใช่งบปรับปรุงและซ่อมแซมหรอกนะคะ ดิฉันก็แปลกใจว่าโรงเรียนนี้ โรงเรียนเอกชนตรงนี้มีการสร้างมาก่อนแล้วหรือเปล่า ทําไมมาซ่อมแซมเยอะขนาดนี้ มันมีการพลิกแผ่นดิน พลิกพื้นสนามกีฬาแบบคว่ําไม่เป็นท่าเลยหรือเปล่า หกคะมําหรือเปล่า มันถึงได้เหมือนการสร้างใหม่ขนาดนี้ เพราะว่ามาดูตอนที่เกิดทางภาคใต้ก็เกิดพายุดีเปรสชั่น เข้ามา มันไม่ได้เกิดแผ่นดินไหวเหมือนอย่างนิวซีแลนด์นี่คะ ที่พังล้มระเนระนาดที่จะต้อง ลงไปสร้างอะไรกันใหม่ทั้งหมด อันนี้เป็นข้อสังเกตที่ดิฉันสงสัย ถ้าท่านตอบได้ก็อยากให้ตอบ ด้วยว่ามันเพราะอะไร แล้วก็มีการมาข่าวเบื้องลึกอีกบอกว่า โรงเรียนเอกชนบางแห่ง ขอซ่อมแซมประตู อย่างถ้าปกติโรงเรียนรัฐบาลทั่วไป ถ้าประตูโรงเรียนธรรมดาหรือว่าประตู ห้องเรียนก็อาจจะอยู่ที่ประมาณ ๑,๐๐๐ บาท แต่ถ้าเป็นโรงเรียนเอกชนที่ของบประมาณมา ตัวนี้จะขอมาถึงในจํานวนราคา ๒,๐๐๐ บาท ดิฉันก็แปลกใจว่าทําไมเอกชนมันถึงจะได้อะไร ที่แพงกว่าของรัฐบาลละคะ ในเมื่อโรงเรียนของรัฐบาลต้องใช้เงินอุดหนุนจากรัฐบาลแท้ ๆ แล้วเอกชนที่ผ่านมาก็ได้เงินเต็ม ๆ จากทางผู้ปกครองของเด็กนักเรียนอยู่แล้ว ปรากฏว่า ได้รับคําตอบว่า เพราะว่าโรงเรียนเอกชนบอกว่า ที่ผ่านมาวัสดุก่อสร้างทั้งหลายเขาใช้แต่ของ ดี ๆ เมื่อจะมาทําให้เขา จะมาซ่อมแซมให้เขาก็ควรที่จะเอาของดี ๆ เสมอกันกับที่เขา เสียหายไป ดิฉันก็ยังแปลกใจว่า งบตัวนี้หันกลับมาอ่านวัตถุประสงค์ของการใช้งบตัวนี้ มันเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของโรงเรียนที่ประสบภัยพิบัติไม่ใช่หรือคะ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็ต้องขอฝากไว้ว่ามันเกิดอะไรกันขึ้น และเมื่อมาดูการซ่อมโรงเรียนของ สพฐ. โรงเรียน ของ สพฐ. มีประมาณ ๒,๔๔๘ โรงเรียน ดูแล้วก็น่าจะสมน้ําสมเนื้อกับหลาย ๆ ภาคที่ โรงเรียนนี้เสียหาย ก็พอจะเข้าใจได้ว่า โอเค โรงเรียนเหล่านี้เดือดร้อนจริง ๆ เพราะเท่าที่ ติดตามดูข่าวนะคะ ไม่ว่าจะเป็นช่อง ๓ ช่อง ๗ ช่อง ๙ นะคะ ก็จะเห็นข่าวความเดือดร้อน อย่างมาก ขออีกสักนิดหนึ่งค่ะท่านประธาน ขออีกนิดหนึ่งนะคะ
ต่อไป ดิฉันจะขอข้ามไปเกี่ยวกับเรื่องของสํานักพุทธศาสนานะคะ สํานักพุทธศาสนานี่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย หลาย ๆ ท่านยังไม่ได้พูดถึงเลย สํานักพุทธศาสนา ซ่อมแซมวัดถึง ๖๒๗ วัด จากความเดือดร้อนที่ประสบภัยถึง ๒๘ จังหวัด ได้งบประมาณ ไปแค่ ๑๖๒ ล้านบาท เฉลี่ยแล้วแต่ละวัดจะได้ประมาณ ๒๕๘,๐๐๐ บาท ดิฉันก็ดูว่าตัวเลข มันน้อยนิดเหลือเกิน แต่เมื่อมาดูตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ อ่านแล้วน่าเสียใจนะคะ น่าเสียใจแทน วัดเหล่านั้นจริง ๆ ทําไมถึงต้องเสียใจ เพราะว่าอะไรคะ ตัวชี้วัดที่ท่านต้องการและประเมิน เป้าหมายเอาไว้นะคะ ท่านต้องการแค่ว่าให้วัดเหล่านั้นสามารถประกอบศาสนกิจได้ตามปกติ ร้อยละ ๘๐ เท่านั้นค่ะ และอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ไปไหนละคะ วัดต้องไปตะเกียกตะกายไป บอกบุญให้ชาวบ้าน พ่อแม่พี่น้องลงมาทําบุญกันหรือคะ ในขณะที่โรงเรียนเอกชน โรงเรียน เอกชนที่ผ่านมาเขาให้แต่ภาษีกลับคืนสังคมเท่านั้น แต่ถามว่าทําไมคะ ตัวชี้วัดคุณภาพ ของเขากลับมีการเขียนบ่งไว้ว่า จะต้องใช้เรียนประกอบการสอนได้ถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ดิฉันก็อยากถามเหมือนกัน เนื่องจากเวลาหมดแล้ว ก็ต้องขอฝากรัฐบาลนี้ไว้ ดิฉันก็ไม่สามารถที่จะไว้วางใจตรงนี้ได้แล้วก็ไม่เชื่อว่าท่านจะบริหารงบประมาณกลางปีตัวนี้ ได้สําเร็จภายใน ๖ เดือน และทันต่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะภาคใด ก็ตาม ถึงแม้ว่าวันนี้ดิฉันจะมองว่าท่านเทงบลงไปในทางภาคใต้เยอะ และไม่ได้ลงมา ทางภาคกลาง โดยเฉพาะจังหวัดสมุทรปราการ ไปดูได้เลยนะคะ โรงเรียนและวัดไม่มีเลย ในจังหวัดสมุทรปราการ ก็เลยอยากจะถามฝากไว้ตรงนี้ด้วยนะคะว่าจังหวัดสมุทรปราการ ถึงแม้จะไม่ได้โดนวาตภัยเต็ม ๆ เหมือนอย่างที่พี่น้องหลาย ๆ ภาคโดน และไม่ได้โดน น้ําท่วมขังเกิน ๗ วันอย่างพี่น้องที่อื่นโดน แต่ที่นี่ท่วมทั้งปี เพราะฉะนั้นโครงการถนนไร้ฝุ่น ที่ผ่านมาของรัฐบาลใช้กับจังหวัดสมุทรปราการไม่ได้เพราะอะไร เพราะจังหวัดสมุทรปราการ มีน้ําท่วมขังบนถนนบ่อยมากจนไม่เหลือฝุ่นอีกแล้ว เขาจะเปลี่ยนถนนเป็นคลองไปแล้วนะคะ ตรงนี้ก็ต้องขอฝากไว้ด้วยนะคะ ถ้าแปรตรงนี้ไปได้ก็อยากให้แปรไปทําสิ่งที่เป็นประโยชน์ ให้กับประชาชนในส่วนที่ไม่ได้งบไปลงทุนเหล่านี้นะคะ ขอบพระคุณค่ะ