อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ เสนอปรับลดงบประมาณลง 1 เปอร์เซ็นต์ เพื่อลดผลกระทบต่องบกระทรวงการศึกษา สํานักงานพระพุทธศาสนา และงบชดใช้เงินคงคลัง และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในภาคใต้
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้เสนอปรับลดงบประมาณในมาตรานี้ไว้ ๑ เปอร์เซ็นต์ ตัวเลข เมื่อแปรญัตติจาก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็คือเสนอปรับลดไป ๑,๐๐๐ ล้านบาท โดยที่ในการ แปรญัตติของผมนั้นไม่ได้เข้าไปแตะต้องในกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งจัดงบไว้ทั้งหมด ๑,๓๒๒ ล้านบาท ไม่เข้าไปแตะต้องสํานักงานพระพุทธศาสนา ๑๖๒ ล้านบาท แล้วก็ ไม่เข้าไปแตะต้องในงบชดใช้เงินคงคลัง ๘๔,๑๔๒ ล้านกว่าบาท
เหตุผลก็เนื่องจากว่าการจัดงบของกระทรวงศึกษาธิการและสํานัก พระพุทธศาสนานั้นเป็นการจัดงบประมาณเพื่อการฟื้นฟูและแก้ไขผลกระทบจากภัยพิบัติ ซึ่งเราก็พบความจริงว่ามีโรงเรียน มีสถานศึกษา มีวัดจํานวนมากที่ได้รับผลกระทบจากภัย พิบัติจากอุทกภัย ซึ่งจําเป็นที่จะต้องได้รับการฟื้นฟูแก้ไขโดยด่วน และผมก็เข้าใจดีว่า การจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลกลางปีในครั้งนี้ก็เป็นการจัดสรรงบประมาณตามความ จําเป็น ไม่ได้เป็นการจัดสรรเพื่อที่จะกระจายงบให้เท่า ๆ กัน เหมือนกับที่เพื่อนสมาชิก บางท่านได้ลุกขึ้นแล้วบอกว่า ทําไมจังหวัดของตัวเองได้น้อย ทําไมพื้นที่บางพื้นที่ได้มาก รัฐบาลได้จัดงบตามความจําเป็น ซึ่งผมก็เข้าใจนะครับ แล้วก็เสนอปรับลด ๑ เปอร์เซ็นต์ ๑,๐๐๐ ล้านบาท คณะกรรมาธิการไปปรับลดรวมแล้วทั้งหมด ๓๒,๔๖๘,๗๐๐ บาท หรือ ประมาณ ๐.๐๐๓ เปอร์เซ็นต์ เมื่อไปดูรายละเอียดแล้วก็รับได้ เนื่องจากว่าแม้ว่าจะเป็น ตัวเลขที่ไม่มาก แต่ว่าได้ปรับลดในส่วนที่ไม่มีความจําเป็น แล้วก็เข้าใจว่าคณะกรรมาธิการก็มี เหตุผลในการปรับลดในส่วนนั้น ยกตัวอย่างเช่น งบเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ๑,๗๐๐ บาท หรืองบ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ๒๘,๘๖๗,๐๐๐ กว่าบาท ซึ่งผมคิดว่ามีเหตุผล ซึ่งสามารถอธิบายได้ มีเพื่อนสมาชิกบางท่านได้พูดถึงเรื่องการกระจายงบพื้นฟูภัยพิบัติ ในภาคใต้มากกว่าพื้นที่อื่น ๆ ผมในฐานะเป็นผู้แทนราษฎรในภาคใต้ก็อยากจะใช้โอกาสนี้ ทําความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกด้วยว่าภาคใต้นั้นประสบอุทกภัยเช่นเดียวกับพี่น้องในภาคอื่น เพียงแต่เกิดขึ้นทีหลัง แต่ขณะเดียวกันผลกระทบที่ได้รับและเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ในภาคใต้นั้นต่อเนื่องและยาวนานมาก ภาคอื่นอาจจะเริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน แต่ว่าภาวะน้ําท่วมขังนั้นไม่ยาวนาน ภาคใต้เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ เป็นการ เริ่มต้นเข้าสู่ฤดูมรสุมที่ร้ายแรงมาก คือฝนตกหนักแล้วกระหน่ําซ้ําด้วยพายุหรือวาตภัย ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายทั้งพืชสวน ทั้งพืชไร่ แล้วก็นาข้าวรุนแรงมาก พื้นที่ภาคใต้ในบาง พื้นที่ที่อยู่ราบชายเขาน้ําแห้งลดลงอย่างรวดเร็วก็หลากไป แต่ว่าในพื้นที่ป่าพรุซึ่งเป็นพื้นที่ รับน้ําพี่น้องเกษตรกรที่ทําอาชีพอยู่ในบริเวณนั้นแล้วตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่ได้รับความ เดือดร้อนรุนแรงมาก วันที่ ๑ พฤศจิกายน ไม่พอนะครับ วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ก็ถูกซ้ําด้วยมรสุม อีกระลอกหนึ่งก็เกิดน้ําท่วมระลอก ๒ ต้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลมา จนกระทั่งบัดนี้ ความเดือดร้อนของพี่น้องในภาคใต้บางพื้นที่ ยกตัวอย่างเช่น จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งต้องขอรับการช่วยเหลือจากรัฐบาลในการชดเชยเงินน้ําท่วมขังรายละ ๕,๐๐๐ บาท ยังมี ปัญหาอยู่ที่ยังจะต้องพิสูจน์ว่าเขาได้รับผลกระทบจริงหรือไม่นะครับ ตรงนี้เขาก็ยังคงรอคอย การช่วยเหลืออยู่ แล้วความเดือดร้อนของพี่น้องผู้ยากไร้เหล่านั้นก็ไม่แตกต่างกับพี่น้อง ในภาคอื่นหรอกครับ เพราะฉะนั้นขอให้ความเห็นใจกับพี่น้องในภาคใต้ด้วยว่าเราก็ได้รับ ผลกระทบ เราก็เดือดร้อน แต่ว่าเราก็เข้าใจดีว่ารัฐบาลก็พยายามที่จะให้การช่วยเหลือ อย่างทั่วถึง อย่างเป็นธรรมอยู่แล้วนะครับ ท่านประธานครับ ในเรื่องของงบที่มีการปรับลด ที่ตั้งไว้ ๑,๐๐๐ ล้านบาทนั้น แม้ว่าจะเป็นตัวเลขที่สูง คือเสนอปรับลด ๑ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ รัฐบาลปรับลด ๐.๐๓ เปอร์เซ็นต์นั้น ก็ด้วยความไม่สบายใจเมื่อมีการผ่านวาระ ๑ ไปก็คือว่า การจัดการเรื่องแก้ไขฟื้นฟูผลกระทบจากน้ําท่วมที่จัดงบประมาณให้กับกรมทางหลวงชนบท เอย กรมทางหลวงเอย หรือกรมทรัพยากรน้ําเอย ลักษณะการแก้ไขตามแผนงานฟื้นฟู ผลกระทบจากภัยพิบัตินั้น โดยส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นการแก้ไขโดยที่เป็นการตั้งรับ ก็คือไม่ได้ มีลักษณะในเชิงรุกที่จะเป็นการป้องกัน เพราะเราทราบดีนะครับว่าโครงสร้างพื้นฐาน หลายอย่างเป็นตัวการที่ทําให้เกิดปัญหาอุทกภัย ยกตัวอย่างเช่น ถนนของกรมทางหลวง หรือกรมทางหลวงชนบท ก็มักจะออกแบบแล้วก็ไปวางอยู่บนเส้นทางที่ขวางทางน้ํา โดยที่ ไม่ได้คิดให้ถี่ถ้วนว่าเมื่อวางขวางทางน้ําแล้วมีระบบในการระบายน้ําออกให้ผ่านถนนเส้นนั้น ให้เร็วที่สุดได้อย่างไร แล้วก็พยายามทําอย่างไรที่จะใช้เงินในการก่อสร้างให้น้อยที่สุด แต่ว่า ไปละเลยในเรื่องของการป้องกันอุทกภัย ผมถึงไม่สบายใจในตอนแรก จึงพยายามที่จะตั้ง ตัวเลขในการปรับลด ในภาพรวมไว้ถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาท อย่างไรก็ตามเมื่อเห็นรายงานของ คณะกรรมาธิการออกมาเช่นนี้แล้วก็มีความสบายใจในระดับหนึ่ง แต่ว่าในรายละเอียดเมื่อลง ไปถึงกรมทางหลวงชนบท กรมทรัพยากรน้ํา แล้วก็กระทรวงมหาดไทยในส่วนของ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผมขออนุญาตที่จะลุกขึ้นมาแสดงความคิดเห็นอีกครั้งหนึ่ง ในช่วงนั้น กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน