ชาดา ชี้รัฐบาลตั้งงบต่ำปกปิดปัญหาขาดดุล เรียกร้องแก้โครงสร้างสะพานลดน้ำท่วม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๓ มีนาคม ๒๕๕๔

ชาดา ไทยเศรษฐ์ วิจารณ์การตั้งงบประมาณที่ไม่ถูกต้องของสำนักงบประมาณ โดยชี้ว่ารัฐบาลตั้งรายจ่ายต่ํากว่าความเป็นจริงเพื่อปกปิดปัญหาขาดดุล และเรียกร้องให้แก้ไขอำนาจผูกขาดในการจัดสรรงบประมาณ ชาดา ไทยเศรษฐ์ ชี้ว่าการตั้งงบประมาณต่ำในอดีตทำให้เงินคงคลังสูง แต่ปัจจุบันปัญหาการไม่เก็บภาษีอย่างถูกต้องจากบริษัทใหญ่และรายได้ที่แท้จริงสูงกว่างบที่ตั้งไว้ ทำให้รัฐบาลไม่สามารถสร้างนโยบายชัดเจนได้ พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขโครงสร้างสะพานเพื่อลดปัญหาน้ำท่วม

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ในปีงบประมาณ ๒๕๕๔ นี้ รัฐบาล หรือในงบเพิ่มเติมปีนี้ รัฐบาลได้ตั้งรายจ่ายงบประมาณเพิ่มเติมอีกประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็คณะกรรมาธิการได้ปรับไปบางส่วน ผมกราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพว่า จริง ๆ แล้วดูเหมือนประหนึ่งว่ารัฐบาลนี้ได้เก็บงบประมาณเพิ่มเติมขึ้น ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่จริง ๆ ในสภาพความเป็นจริงไม่ใช่ ไม่ใช่ แล้วก็จะเป็นปัญหา ที่เป็นอยู่ทุกปี ไม่ใช่คือ ๑. ในปี ๒๕๕๓ นั้นตั้งไว้ ๑,๓๕๐,๐๐๐ กว่าล้านล้านบาทนะครับ ปรับปรุงเพียงแต่ไตรมาสแรก คณะรัฐมนตรีปรับปรุงไป ๑,๕๘๓,๐๐๐ ล้านบาท เพียงแต่ ๓ เดือนหรือไตรมาสแรกรัฐบาลก็ปรับเพิ่มไปอีก ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นั่นบ่งบอกถึงว่า การตั้งงบประมาณทุก ๆ ปีผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นสํานักงบประมาณหรือจะเป็น อื่นใดก็ตาม ตั้งงบประมาณไว้ต่ํากว่าความเป็นจริงเยอะมาก ผมขออนุญาตท่านประธานว่า ในปี ๒๕๕๓ นั้น เพียงแต่ไตรมาสแรกก็เก็บได้ ๑๕๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ในปี ๒๕๕๔ ตั้งไว้ ๑๖๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถือว่างบประมาณนั้นห่างกันเพียง ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ยังไม่ได้นับอีก ๓ ไตรมาส นั่นบ่งบอกถึงการทํางบประมาณที่ไม่ถูกต้องของ สํานักงบประมาณ ในปีที่แล้วรัฐบาลเก็บได้ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เกือบ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ไม่ได้ทําเรื่องงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ปีนี้ต้องทําเพราะว่าต้อง ใช้หนี้เงินคงคลังคืน มันบ่งบอกถึงอะไรครับท่านประธานที่เคารพ มันบ่งบอกถึงว่าการพัฒนา ประเทศนี้มันมีปัญหา สํานักงบประมาณผูกอํานาจผูกขาดในการตั้งงบประมาณไว้เพียง คนเดียว ผมกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่าเพียงแต่ไตรมาสแรกของปี ๒๕๕๓ กับปี ๒๕๕๔ แล้วก็งบของปี ๒๕๕๔ ก็ห่างกันเพียงแสนกว่าล้านบาท นี่คือสภาพ ความเป็นจริงที่เกิดกับบ้านเมืองนี้ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า จริง ๆ แล้ว ในงบประมาณภาพรวมนั้นรัฐบาลตั้งได้ถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จากรายได้สุทธิ ซึ่งจริง ๆ ไม่ต้องมาทํางบขาดดุล นี่คือหลักการและข้อเท็จจริงที่เห็น ๆ เลย ที่สํานักงบประมาณ ตั้งงบประมาณในกรมต่าง ๆ ที่มีหน้าที่ในการเก็บงบประมาณ บีบให้ตั้งให้ต่ําแล้วเพื่อให้ท่วม รายจ่าย ดูประหนึ่งว่ามีความสามารถ แต่นั่นคือปัญหาของประเทศ การพัฒนา ขาดการพัฒนา หลายโครงการในประเทศไทยนั้นมีปัญหา หลายโครงการต้องรองบประมาณ ดังนั้นประเทศชาติจึงก้าวหน้าต่อไปไม่ได้ นักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรี หรือ คณะกรรมาธิการก็ไม่สามารถ เพราะว่าของเราไม่มีการแปรญัตติในเรื่องรายรับ เราพูดกันแต่ แปรญัตติในเรื่องรายจ่าย ดังนั้นอํานาจส่วนนี้จึงเป็นอํานาจของสํานักงบประมาณและส่วนที่ เกี่ยวข้อง

ผมกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่า ที่ผมพูดวันนี้ ก็ถือว่าอาจจะเป็นการ อภิปรายงบประมาณครั้งสุดท้ายของสภาแห่งนี้ กราบเรียนว่าในอดีตการตั้งงบประมาณ ต่ํากว่าความเป็นจริงนั้นในสภาพงบขาดดุล เพื่อให้เหลือเงินคงคลังไว้ กลัวว่านักการเมือง กลัวว่าจะมีการใช้จ่ายเงินมากมาย ก็ตั้งงบประมาณต่ํา แต่รายรับที่ท่วมก็ตกเป็นเงินคงคลัง แต่ในปัจจุบันนี้มันต่างกันเยอะกับนักการเงินในสมัยก่อน เพราะว่าในปัจจุบันนี้มีการไม่เก็บ มีการไม่เก็บภาษี ไม่ว่าบกพร่อง บริษัททางการเกษตรแห่งหนึ่งรายได้ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปดูบ้างไหมครับว่าเสียภาษีเท่าไร มีอยู่ ๕–๖ บริษัทใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นแบงก์บางแบงก์ นี่คือสิ่งที่ทําให้บ้านเมืองนี้เกิดปัญหา เพราะว่าไม่มีการเก็บภาษีที่ถูกต้องและเป็นธรรม และครบถ้วน แล้วยังมาตั้งงบประมาณกดไว้อีก ดังนั้นคนที่เป็นนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ไม่สามารถจะสร้างนโยบายที่ชัดเจนในการบริหาร หรือว่าสร้างงานให้กับประเทศนี้ เพราะถูกบีบด้วยรายรับ แต่ไปเป็นงบท่วมปลายปีก็ถือว่าตกเป็นเงินคงคลังไป อันนั้นก็เรื่องดี แต่จริง ๆ มันมีปัญหาในการพัฒนา อยากจะชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลอย่าไปคิดว่าแสนล้านบาท เพียงไตรมาสแรกนี้มันคือสิ่งที่เพิ่ม จริง ๆ มันไม่ได้เพิ่ม เพราะตั้งต่ํา กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ นี่คือลักษณะการทํางบประมาณของแผ่นดินไทย แล้วถ้ายังทําอยู่อย่างนี้ต่อไป ผมเชื่อว่ามีปัญหาแน่นอน

มาพูดถึงในงบของเรื่องผู้สูงอายุ ผมยินดีและเห็นด้วย และภูมิใจมาก แต่ฝาก ท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ในงบผู้สูงอายุนั้น ในปีนี้รวมแล้ว จากผู้สูงอายุที่ตั้ง ประมาณการไว้ชุดแรกและชุดหลังรวม ๖,๑๐๗,๐๐๐ กว่าคน รวมเป็นเงิน ๕๐๐ บาท ๑๒ เดือน ก็ ๓๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท เรียนท่านประธานว่านี่ยังไม่ได้หักผู้ที่จะต้องเสียชีวิตอีก แสนกว่าคน แล้วยอดจริง ๆ นั้นรับก็ไม่ถึง ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าจะมีเงิน เหลือเยอะในงบประมาณอันนี้ ผมพูดได้เลยว่าปลายปีนี้จะมีเงินเหลือในเงินผู้สูงอายุ จํานวนมาก เพียงแต่ว่าขอให้ไปสู่ท้องถิ่นก็แล้วกัน ฝากท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอย่าเซ็นยกเว้นระเบียบในคณะกรรมการการกระจายอํานาจ เพราะการยกเว้นระเบียบ ทําให้กระทรวงมหาดไทยและคณะกรรมการการกระจายอํานาจเกิดอํานาจแฝงในการ ตั้งงบประมาณ เกิดอํานาจแฝงในการตั้งงบประมาณ แล้วก็ทําให้เกิดปัญหากับบ้านเมือง เกิดปัญหากับท้องถิ่น นี่คือเรื่องความเป็นจริง อยู่ที่ท่านนายกรัฐมนตรีเท่านั้นที่จะเซ็นยกเว้น ระเบียบของคณะกรรมการการกระจายอํานาจ กราบเรียนด้วยความเคารพ เพราะว่าจะมี เงินเหลืออีกหลายพันล้านบาท นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้าเป็นไปตามข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย ในสิ้นปี ๒๕๕๔ จะมีถึง ๘,๐๐๐,๐๐๐ คน นั่นคือเริ่มต้นในปี ๒๕๕๕ เดือนกันยายน ปี ๒๕๕๔ ๘,๐๐๐,๐๐๐ คน นั่นคือเพียงการประมาณการ นั่นคือต้องไปตั้งงบในปี ๒๕๕๕ ไม่ใช่ว่าจะมี ๘,๐๐๐,๐๐๐ คนในปี ๒๕๕๔ นี้นะครับ กราบเรียนด้วยความเคารพ เพราะว่า เงินตรงนี้ ถ้าจะเหลือก็ขอให้เป็นของท้องถิ่นเขา เป็นการคิดและกระทําโดยท้องถิ่นมิใช่ขอยกเว้นระเบียบแล้วเงินไม่ลงไป แล้วก็มีการตั้ง งบประมาณไปตามใจชอบไปอุดหนุนในเรื่องต่างๆ ขอกราบเรียนด้วยความเคารพ ในการตั้ง งบประมาณเพิ่มเติมของรัฐบาลในครั้งนี้เกิดขึ้นจากปัญหาอุทกภัยเป็นปัญหาใหญ่ที่เราทราบ กันดีว่าประเทศไทย ๖๐ จังหวัดนั้นน้ําท่วมแทบหมด จังหวัดนครราชสีมาพื้นที่ที่ไม่เคย น้ําท่วมก็น้ําท่วม แต่สิ่งหนึ่งที่ผมจะฝากท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่า ผมเองนั้น จะเล่นการเมืองต่อในสมัยหน้าหรือไม่ก็ยังไม่ทราบ หรือถ้าเล่นแล้วอาจจะสอบตกก็ได้ แต่ท่านนายกรัฐมนตรี ผมเชื่อว่าท่านกลับมามีส่วนในการปกครองบ้านเมืองนี้แน่ ปัญหา เรื่องน้ําเป็นปัญหาใหญ่ เป็นปัญหาที่คนไทยและผู้มีอํานาจจะต้องมานั่งคิด ไม่ว่าจะเกิดที่ ภาคใต้ หรือภาคเหนือ หรือภาคอีสานก็ตาม เกี่ยวข้องกับทุกกระทรวง ไม่ว่าจะกรมทาง หลวง กรมทางหลวงชนบท กรมเจ้าท่า กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ํา อบจ. อบต. แม้แต่งบยุทธศาสตร์จังหวัดของผู้ว่าราชการจังหวัดก็ลงไปทําเรื่องนี้ แต่ท่านเชื่อไหมครับไม่มี ใครเป็นเจ้าภาพเรื่องน้ําจริง ๆ กรมชลประทานดูในพื้นที่ของกรมชลประทาน กรมเจ้าท่าดู ริมตลิ่ง นี่คือปัญหาที่ว่าเวลาเกิดผลกระทบไปทั่วแต่ไม่มีใครรับผิดชอบเรื่องน้ํา ต่างคน ต่างทํางาน ต่างคนต่างสร้างปัญหาในเรื่องน้ํา ผมกราบเรียนว่ากรมทางหลวงหรือทางหลวง ชนบทสร้างสะพานก็ทําให้เกิดปัญหาน้ําท่วมขังและพังได้ เพราะอะไรครับ ตอหม้อของ สะพานถ้าวันนี้กรมทางหลวงหรือกรมทางหลวงชนบทคิดใหม่เอาตอหม้อสะพานเป็น รูปหัวเรือคือเป็นรูปสามเหลี่ยม ทุกวันนี้เป็นหน้าตัดถ้าผมจะขออนุญาตนะครับ ปัจจุบันนี้ นะครับ นี่เป็นกระแสน้ํามา ตอหม้อสะพานมองจากด้านบนลงไป ทุกกระทรวง ทบวง กรม จะทําแบบนี้ครับ ทําแบบนี้แล้วผักหรือขยะมาติดม้วนทําให้ตอหม้อมีปัญหาน้ําท่วมขัง เพียงแต่ปรับวิธีคิด ขอให้เป็นรูปแฉกเหมือนหัวเรือ ผักที่ลอยมาก็จะไม่ติด ปัญหาขยะต่าง ๆ ก็จะไม่ติด ทําให้น้ําอืดน้ําไหลช้า นี่คือแค่เพียงแค่นี้แต่ก็ทํากันมาตลอดเพราะถือว่าทําแค่ สะพานไม่ได้เกี่ยวกับน้ํา นี่คือปัญหาเล็ก ๆ ที่ผมมองเห็น และกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องยอมรับความจริงกับเรื่องน้ํา กรมทางหลวงแผ่นดินสร้างถนน ระดับท่อของท้องถิ่นมีปัญหา น้ําเคยไหลข้างถนน ชาวบ้านถมทางเข้าบ้านไม่มีท่อลอด น้ําก็ท่วม ปัจจุบันนี้เราบังคับน้ําไม่ได้และน้ําจะมาทางไหนก็ไม่มีใครที่จะรู้ได้เพราะว่าน้ํา ระบาดไปทั่ว ผมยกตัวอย่างกรมชลประทานในการทําฝายกั้นน้ํา ยกตัวอย่างง่าย ๆ เลยครับ ปัญหาน้ําไหลมาด้านนี้เวลาที่กรมชลประทานจะทําฝายกั้นน้ํา ในคลองธรรมชาติ เดิมกรมชลประทานจะไม่ทํา กรมชลประทานจะไปทําอ้อมเหมือนทางเบี่ยง เหมือนที่เรา ทําทางเบี่ยงรถยนต์แล้วก็ทําตัวกันอยู่ตรงนี้ เสร็จแล้วก็จะปิดเส้นนี้ ปิดน้ําที่ไหลธรรมชาติ ให้เลี้ยวไปเป็นการทําที่ง่ายครับ แต่ปัญหามันเกิดครับ น้ําวิ่งมาช่วงที่ปิดกั้นตรงนี้ไว้ ธรรมชาติของน้ําเวลาแรงไม่มีใครสู้ได้ครับ ไม่มีใครสู้กับน้ําได้ถ้าเวลาน้ําหลาก ปรากฏว่า ก็พังหมดเพราะไม่ได้เอาแนวคลองธรรมชาติเดิม จะเรื่องเทคนิคการก่อสร้างอันใด ผมไม่ทราบแต่อันนี้คือปัญหาที่มันเกิดขึ้นกับบ้านเมืองนี้ แล้วน้ําก็มาจากทุกสารทิศโดยที่ ไม่มีใครบังคับได้ ผมกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่าเสนอยังผู้บริหารว่าสมควรจะมี คณะกรรมการหรือมีผู้ที่รับผิดชอบ กรมทรัพยากรน้ําทําตรงไหนผมไม่รู้ แต่กรมทรัพยากรน้ํา น่าจะเป็นแม่งานหลัก เพราะกรมชลประทานดูแลเฉพาะกรมชลประทานน่าจะมีแผนของ ประเทศไม่ใช่ว่าทําให้เกิดปัญหา วันนี้ปัญหาน้ํา แม่น้ําลําคลองตื้นเขินเรารับรู้เรารู้กันทั้งหมด แต่เป็นหนทางในการหาเงิน เพราะอะไรครับ แม่น้ําของประเทศไทยมีทรายครับ เราไม่ได้เอาน้ํามาจากหิมะแบบในต่างประเทศ มีทราย ฝายแต่ละฝายที่ไม่ใช่ฝายตัวเอ็ม (M) ที่ไม่สามารถชักหน้ากว้างได้ทําให้เกิดปัญหาในทราย งบอะไรต่าง ๆ ไม่รู้ อบต. อบจ. หรืองบยุทธศาสตร์จังหวัดก็ขุดลอกทราย ขุดแล้วก็ปีหน้า ก็มาใหม่ ก็ทํากันอยู่อย่างนี้ น้ําก็แตกแม่ไวเพราะว่าทรายอยู่ในพื้นที่ กรมชลประท่านก็ดูแล เฉพาะส่วนของตัวเองในพื้นที่กรมชลประทาน ผมว่าน่าจะมีผู้ที่รับผิดชอบแล้วทําได้ชัดเจน บางครั้งยุทธศาสตร์จังหวัดกับ อบจ. อบต. ยังทับกันเลยครับในการทํางาน ปัญหาเรื่องน้ํา แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ วันนี้น้ําท่วม ๓ เดือนยังไม่ถึง ๓ เดือนนะครับเกิดภัยแล้ง นี่คือปัญหาที่ผมบอก เพราะว่าไม่มีการจัดเก็บน้ําที่แน่นอน ไม่มีการกักเก็บ มีประเทศไหน ในโลกขออนุญาตครับท่านประธานครับ มีผู้ประท้วงครับ