รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๐ เมษายน ๒๕๕๕

(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๓๘ นาฬิกา)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ ตอนนี้ องค์ประชุมยังไม่ครบนะครับ ผมขออนุญาตเพื่อไม่ให้เสียเวลาก็ให้สมาชิกได้หารือ ก็ฝากทางวิป (Whip) ช่วยประสานสมาชิกด้วยนะครับ เพราะองค์ประชุมยังขาดอีกเยอะ เชิญท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุโขทัย

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เนื่องจากว่า อสม. หลายอำเภอได้ร้องเรียนมาทางกระผมว่าที่ผ่านมาใน ๓ เดือนที่ผ่านมานี้ ยังไม่ได้รับค่าตอบแทนเงิน อสม. เพราะฉะนั้นก็ฝากถึงทางกระทรวงสาธารณสุขและ ทางรัฐบาลได้ตรวจสอบดูที่จังหวัดสุโขทัย เงิน อสม. นั้นยังไม่ได้รับ ไม่ทราบว่าไปติดขัด อยู่ที่ไหน หรือว่าไปติดขัดอยู่ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดหรือว่าทางรัฐบาลยังไม่ได้ส่งเงินไป อันนี้ก็ฝากกับทางกระทรวงสาธารณสุขได้ดูแลด้วยนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน เนื่องจากเกษตรกรที่ปลูกข้าวแล้วเข้าโครงการ รับจำนำข้าวนั้น ที่ผ่านมาหลายรายเป็นจำนวนมากก็ยังไม่ได้รับเงินจาก ธ.ก.ส. เนื่องจากว่า ใบประทวนซึ่งได้รับนั้นก็ล่าช้าแล้วก็เอาไปเข้ากับ ธ.ก.ส. ก็ช้า และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการซื้อข้าว โดยวิธีการสุ่มในเรื่องของการซื้อเงินสดแล้วก็ให้เกษตรกรนั้นเซ็นใบเปล่าแทน ก็เท่ากับว่า เป็นการสวมสิทธิใบประทวนด้วยนะครับ ฝากถึงท่านประธานว่าในเรื่องอย่างนี้ไม่น่าจะมีครับ โดยเฉพาะในพื้นที่ในจังหวัดสุโขทัยกลุ่มโรงสีต่าง ๆ นั้นก็รวมหัวกันที่จะโกงกับพี่น้องชาวนา เป็นจำนวนมาก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเคลื่อนย้ายข้าวก็อยากจะให้ทาง อคส. และรัฐบาล กระทรวงพาณิชย์นั้นตรวจสอบทุกโรงสี เพราะว่าได้มีการร้องเรียนมาว่ามีการเคลื่อนย้าย ข้าวของที่เข้าไปจำนำไว้ อันนี้ฝากกับทางรัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิค่ะ

เรื่องแรก ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือปัจจุบันค่ะ น้ำในแม่น้ำชี ที่ไหลผ่านจังหวัดชัยภูมิ ปัจจุบันมีการแห้งขอดค่ะ พี่น้องที่ต้องใช้น้ำชีในการอุปโภคบริโภค และทำการเกษตรทั้ง ๒ ริมฝั่งแม่น้ำชี เขาร้องเรียนกับดิฉันมาว่าปัจจุบันนี้สามารถเดินข้าม ผ่านแม่น้ำชีได้เลย น้ำมันค่อนข้างแห้งมากค่ะ อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลเรื่องการจัดสรรน้ำมาเพื่อให้พี่น้องได้มีน้ำกินน้ำใช้ แล้วก็น้ำเพื่อที่จะ ทำการเกษตรด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือดิฉันเองได้รับการร้องเรียน จากนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกอกค่ะว่าปัจจุบันศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโนนทอง เมื่อก่อนเขารับถ่ายโอนมาจากกรมพัฒนาชุมชน มีอาคารเป็นอาคารชั้นเดียวรองรับเด็กได้ ประมาณ ๖๐ คน แต่ปัจจุบันนี้มีเด็กในความรับผิดชอบของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กนี้ถึง ๑๑๐ คน ทำให้มีความแออัดแล้วก็ไม่เพียงพอต่อจำนวนเด็กเล็กที่ต้องไปใช้บริการค่ะ และที่สำคัญ เขาอยากจะได้ศูนย์แห่งใหม่หรืออาคารที่จะให้เด็กได้สามารถมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แล้วก็อยากจะได้อัตราครูพี่เลี้ยงที่มาดูแลเด็กด้วย เนื่องจากปัจจุบันนี้จำนวนยังไม่เพียงพอกับ จำนวนเด็กที่มากขึ้น ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย แล้วก็กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นให้ช่วยดูแลจัดสรรในเรื่องงบประมาณการก่อสร้าง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแล้วก็เงินเรื่องเกี่ยวกับอัตราค่าจ้างครูพี่เลี้ยงให้กับเด็กเล็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ที่บ้านโนนทอง ตำบลบ้านกอก อำเภอจัตุรัส ด้วยค่ะ

เรื่องสุดท้าย ที่อยากจะฝากท่านประธานก็คือดิฉันเองได้รับการบอกกล่าว จากพี่น้องตำบลท่ากูบ โดยเฉพาะที่บ้านโป่งเกตุ อำเภอซับใหญ่นะคะท่านประธานว่าตอนนี้ ถนนหนทางที่ต้องใช้สัญจรไปมาระหว่างตำบลท่ากูบ และตำบลตะโกทอง อำเภอซับใหญ่ เป็นหลุมเป็นบ่อ เดิมเป็นถนนลาดยางค่ะ ปัจจุบันชาวบ้านต้องเรี่ยไรเงินกันมาเพื่อซื้อลูกรัง มาลงเพื่อลดความขรุขระจะได้ใช้สัญจรไปมาได้ ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลแก้ไขปัญหาเรื่องถนนที่ได้รับความเสียหายด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่าน ส.ว. นะครับ พันตำรวจเอก สนธยา แสงเภา ครับ

พันตำรวจเอก สนธยา แสงเภา สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

กราบเรียน ท่านประธานครับ กระผม พันตำรวจเอก สนธยา แสงเภา สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอประทานกราบเรียนผ่านท่านประธาน ๒ เรื่องครับ

เรื่องแรก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๕ เมษายน กระผมพร้อมด้วยคณะอนุกรรมาธิการ ได้ไปที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ไปติดตามการบริหารงบประมาณครับ จากการติดตามปรากฏว่างบประมาณทางด้านการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดเชิงบูรณาการ ในปี ๒๕๕๕ ที่ได้ไป ๙,๔๕๔ ล้านบาทเศษนั้น แยกเป็นการบริหารจัดการ การป้องกัน การปราบปรามและการบำบัดเป็นไปตามเป้าหมายว่าด้วยการจัดสรรงบประมาณ ตามแผนการโครงการครับ

ประการต่อมาครับ เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นลักลอบ การลำเลียงยาเสพติดบนเส้นทางคมนาคม ทั้งสายหลัก สายรอง และเส้นทางล่อแหลม บช.ปส. จึงประสานกับ ผบ.ตร. โดยขอสนับงบประมาณเป็นกรณีเร่งด่วน เพื่อจัดซื้อเครื่องเอ็กซเรย์ (X-ray) สำหรับค้นตรวจยาเสพติดแบบกึ่งย้ายหรือถอดประกอบได้ ภาษาอังกฤษเรียกว่า ลีโอ แคพอะเบิล ไทพ์ (Leo capable type) พร้อมอุปกรณ์จำนวน ๒ ชุดเพื่อตั้งที่ด่านตรวจ ห้วยไร่ จังหวัดแพร่ และแม่พริก จังหวัดลำปาง กราบเรียนว่าเครื่องหนึ่งประมาณ ๔๐๐ ล้านบาท น่าจะเพิ่มเป็น ๔-๕ ชุดครับ เพื่อให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

ประการที่ ๒ ในการที่กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อจะเพิ่มบุคลากร ๓๐๐-๕๐๐ คนเพื่อในการป้องกันผู้ที่บุกรุกทำลายทรัพยากรของชาติ และเป็นการปลูกป่าเพิ่มขึ้น กราบเรียนท่านประธานว่ากระผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ และขอประทานกราบเรียนท่านประธาน ไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ดำเนินการตามข้อหารือ ของกระผมทั้ง ๒ ประการ กราบขอบพระคุณท่านประธานอย่างสูงครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านวัชระ เพชรทอง

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นับประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ

เรื่องแรก พี่น้องชาวหมู่บ้านศุภวรรณ ๓ เขตบางแค ร้องคัดค้านการที่ ผอ. เขตบางแคจะรื้อรั้วสังกะสีท้ายหมู่บ้าน อ้างว่าปิดกั้นทางสาธารณะ ซึ่งแท้ที่จริงแล้วไม่ได้เป็น ทางสาธารณะ ขอให้ผู้ว่า กทม. ตั้งกรรมการสอบสวนและให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชน ชาวหมู่บ้านศุภวรรณ ๓ เขตบางแค ในยุคข้าวของแพงด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ นายจรัล จันทร์บำรุง ร้องว่าน้ำถังซึ่งเป็นถังที่ชาวบ้านซื้อถังละ ๑๐ บาท ปัจจุบันขึ้นเป็นถังละ ๑๒ บาท ถือว่าขึ้น ๒๐ เปอร์เซ็นต์แพงมากครับ ขอให้รัฐบาล เร่งแก้ไขดำเนินการ

เรื่องที่ ๓ นโยบายค่าแรง ๓๐๐ บาทที่รัฐบาลอ้างว่าได้ดำเนินการแล้ว ปัจจุบันพี่น้องกรรมกรทั่วประเทศยังไม่ได้ ๓๐๐ บาทเป็นจำนวนมากครับ ขอให้รัฐบาล เร่งดำเนินการให้พี่น้องกรรมการได้วันละ ๓๐๐ บาท และได้ช่วยธุรกิจเอสเอ็มอี (SME) ซึ่งประสบปัญหาค่าแรงแพง ขอทราบนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาให้กับเอสเอ็มอี

เรื่องที่ ๔ นิตยสารเรดพาวเวอร์ (Red power) ฉบับนี้ครับ ขออนุญาตให้ ท่านประธานดูโฆษณา บริษัท ปตท. โฆษณานิตยสารเรดพาวเวอร์ ซึ่งบรรณาธิการนั้น ถูกดำเนินคดีข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ในหน้านี้มีภาพท่านนายกรัฐมนตรี และหน้าถัดมา ปรากฏว่าโจมตีศาลไทยว่าเป็นระบบเผด็จการ อยากจะถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ถือหุ้น ปตท. ว่าจะมีนโยบายและจะดำเนินการอย่างไร และจะให้นิตยสารนี้ โฆษณาตลอดทั้งปีหรือไม่ ถือว่าไม่เป็นธรรมกับผู้ถือหุ้นและบรรดาพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ที่เสียภาษี

เรื่องสุดท้าย วันนี้เป็นวันที่ไว้อาลัยเจ้าฟ้าเป็นพระราชพิธีอันสำคัญยิ่ง การที่ท่านประธานได้บรรจุระเบียบวาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้ามาอย่างเร่งรีบ รวบรัด และเร่งรัด ถือว่าเป็นการกระทำที่มิบังควรหรือไม่ และเป็นการกระทำที่สมเหตุสมผลหรือไม่ ในภาวะที่คนทั้งประเทศเศร้าโศกสลด แต่ท่านประธานกำลังเร่งรัดที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้กับคนบางคน ขอให้ท่านประธานได้โปรดวินิจฉัยและได้โปรดพิจารณา ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านละออง ติยะไพรัช

นางสาวละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงราย

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย วันนี้ดิฉันก็ต้องหารือท่านประธานในเรื่องเดิมค่ะ ก็คือเรื่องของอุบัติเหตุ ในเรื่องของช่วงที่ ตั้งแต่ด่านตรวจกิ่วทัพยั้งจนถึงทางโค้งของแม่จันเมื่อคืนก็เกิดอุบัติเหตุก็ยังไม่ได้ดำเนินการ อะไรนะคะ

เรื่องที่ ๒ ทางจังหวัดพะเยาตอนนี้ก็เกิดลูกเห็บตกหนัก ท่าน ส.ส. อรุณี ก็กำลังดำเนินการช่วยในการที่เป็นห่วงอยู่นะคะ

เรื่องที่ ๓ ตอนนี้ก็คือปีใหม่สงกรานต์ ส.ส. ภาคเหนือช่วงนี้ก็ต้องไปรดน้ำดำหัว กับผู้หลักผู้ใหญ่ของพวกเราทั้งหลายในภาคเหนือนะคะ แต่วันนี้เราต้องมาประชุมสภา ก็ต้องขอรดน้ำดำหัวแล้วก็อวยพรให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองพี่น้องทุกท่านในวันสงกรานต์ปีใหม่ นะคะ ขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ ครับ

พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

ประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตหารือท่านประธาน

ในประเด็นแรกครับ ขอให้ท่านประธานพิจารณาว่าในการอภิปรายปัญหา เกี่ยวกับการก่อการร้ายทางภาคใต้นี่ขอให้ท่านประธานให้มีการประชุมลับ เพราะหลายครั้ง ได้มีการอภิปรายทำให้เข้าทางของฝ่ายตรงข้ามเพราะเขาต้องการสร้างความหวาดกลัวให้แก่ พี่น้องประชาชนแล้วก็ต้องการรู้ความเคลื่อนไหวของฝ่ายรัฐบาล เพราะฉะนั้นถ้าสมมุติว่า เป็นการประชุมฝ่ายตรงข้ามก็จะยากที่ได้รับข้อมูลข่าวสารตรงนี้นะครับ

ประเด็นที่ ๒ ขอหารือท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงขอให้ท่าน เป็นเจ้าภาพในการที่จะปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพกองระบบเฝ้าตรวจ ขณะนี้รัฐบาลได้ ใช้งบประมาณมหาศาลในการซื้อกล้องโทรทัศน์วงจรปิดซีซีทีวี (CCTV) แต่ผมไม่มั่นใจว่า ได้มีการฝึกเจ้าหน้าที่ให้มีขีดความสามารถในการใช้ประโยชน์จากระบบเฝ้าตรวจเรียบร้อย หรือเปล่า ขอให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงจ้างที่ปรึกษาจากต่างประเทศ มาฝึกเจ้าหน้าที่ อาจจะเป็นจากประเทศอังกฤษหรือประเทศอิสราเอลก็ได้ และขยายผล การเฝ้าตรวจไปยังการจับกุม เพราะฉะนั้นถ้าสมมุติว่าเราปรับปรุงระบบตรงนี้ก็จะทำให้ การแก้ปัญหาเรื่องการก่อการร้ายใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นได้ผลดียิ่งขึ้นนะครับ

ประเด็นที่ ๓ ขอให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงได้เข้มงวด ในการเฝ้าตรวจการเข้าออกผ่านแดน เพราะว่าผู้ก่อการร้ายเมื่อก่อการแล้วก็จะหลบหนี ไปยังประเทศเพื่อนบ้านทำให้การจับกุมนั้นยากลำบากนะครับ

ประเด็นสุดท้าย ขอหารือไปยังท่านนายกรัฐมนตรีโดยตรงนะครับ เราใช้ การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยใช้การเมืองนำการทหารมาในระยะเวลาพอสมควร แล้วยังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะว่าทางฝ่ายการเมืองนั้นก็มีข้อขัดแย้งไม่ว่าจะเป็นทั้ง ฝ่ายรัฐบาลหรือว่าการเมืองในระดับชาติ การเมืองในระดับท้องถิ่นยังมีการแสวงหาประโยชน์ ตรงนี้ ขอให้หาแนวทางใหม่ครับ ให้ใช้เศรษฐกิจนำการเมือง ขอให้ดูข้อมูลว่าจังหวัดสตูลนั้น ซึ่งสงบเรียบร้อยเศรษฐกิจและรายได้ประชากรจะดีกว่าจังหวัดอื่นนะครับ กรุณาพิจารณา ประเด็นนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านธวัชชัย อนามพงษ์ ครับ

นายธวัชชัย อนามพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จันทบุรี

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม ธวัชชัย อนามพงษ์ ส.ส. จังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอหารือท่าน ๒ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ เรื่องผลไม้ ผลไม้ตอนนี้ก็ออกเยอะแล้วครับ ทุกปีก็จะขอผ่อนผัน การจับกุมรถบรรทุกผลไม้ ปีนี้อยากให้ท่านประธานฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ช่วยสั่งตำรวจทุกพื้นที่อย่าได้ไปขอเงินจากรถบรรทุกผลไม้ เพราะปีหนึ่งเขาได้ครั้งเดียว แต่ตำรวจจังหวัดจันทบุรีไม่ต้องห่วงนะครับ ผมคุยกับท่านผู้การแล้วเขาไม่เคยยุ่งเลยนะครับ เพราะปีหนึ่งหนเดียวจริง ๆ ครับ

เรื่องที่ ๒ เรื่องโครงการรับจำนำมันสำปะหลังที่ล้มเหลว ขอเรียนนะครับว่า เกษตรกรตอนนี้เดือดร้อนทั่วประเทศนะครับ รัฐบาลนี้นำโดยท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีโครงการรับจำนำขณะนี้ก็ได้กิโลกรัมละ ๒.๘๕ บาท ก็จริงอยู่นะครับ แต่เกษตรกร ปลูกมันสำปะหลังไม่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้เลย เพราะส่วนใหญ่เกษตรปลูกมันสำปะหลัง จะเป็นรายย่อยมีที่ดินอยู่ ๒๐ ไร่ ๓๐ ไร่ เวลาเข้าร่วมโครงการนะครับ ลานมันสำปะหลัง โรงแป้ง ก็ต้องไปเข้าคิว ยกตัวอย่างนะครับ มันสำปะหลังมี ๑๐๐ ตัน ก็จะถูกขอไป ๓๐ ๔๐ ไม่อย่างนั้นเขาจะให้คอยอยู่นั่นล่ะ แล้วเกษตรกรก็ทนไม่ไหว ก็ต้องยอม พอถึงเวลาถ้าได้คิวไป พอถึงคิวบอกเต็ม ถ้าไม่ยอมเขาเกษตรกรก็เดือดร้อนมากเลย เดือดร้อนอย่างแสนสาหัส

อีกประเด็นหนึ่ง มันสำปะหลังประเทศเขมรเข้ามาก็เข้าไปลานมันสำปะหลัง ไปตาก ถึงเวลาก็มีการฮั้ว มีการโกง มีกิน ก็แบ่งหุ้นกันนะครับ ผมคิดว่าเกษตรกรก็อดอยาก ปากแห้ง เพราะฉะนั้นจะฝากรัฐบาลนี้อีกครั้งนะครับ ช่วยไปดูโครงการเรื่องมันสำปะหลัง ล้มเหลวมากเลยนะครับ ทำไมถึงไม่เอาโครงการประกันรายได้ แล้วเกษตรกรเขาบอกว่า โครงการประกันรายได้นี่ดีมากแต่เขาไม่รู้จริง ๆ ว่ารัฐบาลจะเปลี่ยนนโยบาย ผมก็บอกว่า รัฐบาลที่แล้วเป็นโครงการประกันรายได้แต่รัฐบาลนี้จำนำแล้วก็ล้มเหลว มีการฮั้ว มีการโกงกิน ก็ฝากท่านประธานด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านอำนวย คลังผา ครับ

นายอำนวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลพบุรี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายอำนวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมขอหารือในเรื่องของความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน

เรื่องแรก คือ ณ ขณะนี้อยากจะฝากท่านประธานแจ้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะจังหวัดลพบุรีซึ่งในขณะนี้ฝายต่าง ๆ หรือประตูน้ำต่าง ๆ หายหมดครับ เนื่องจาก โจรไปตัดเหล็กขโมยไปหมด ก็อยากจะให้ท่านประธานแจ้งไปยังกรมชลประทานทั่วประเทศว่า ให้ช่วยตรวจสอบดูแลทรัพย์สินของทางราชการในขณะนี้พี่น้องประชาชนใช้ประโยชน์ไม่ได้เลย ของหายหมด นี่ก็คือว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เรื่องที่ ๒ กระทรวงคมนาคมก็เช่นกันครับท่านประธาน ในขณะนี้ป้ายจราจร ทั้งหมดสูญหายถูกเก็บเป็นเศษเหล็กในขณะนี้ ก็อยากจะฝากท่านประธานแจ้งกระทรวงคมนาคม ทั่วประเทศและโดยเฉพาะจังหวัดลพบุรีหายส่วนใหญ่ทำให้รถเกิดอุบัติเหตุในช่วงสงกรานต์นี้ ก็อยากจะให้ท่านประธานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการในส่วนนี้

และเรื่องสุดท้าย ท่านประธานครับ ซึ่งในขณะนี้พี่น้องประชาชนรอคอย โครงการต่าง ๆ ที่จะเร่งดำเนินการโครงการฟื้นฟู อยากจะให้ท่านประธานแจ้งทางรัฐบาลให้ เร่งดำเนินการงบประมาณต่าง ๆ ลงในพื้นที่ โดยเฉพาะจ้างเป็นกรณีพิเศษเพราะเนื่องจาก ในขณะนี้งานทุกอย่างยังไม่เร่งดำเนินการ หากว่าล่าช้าฝนตกแล้วโครงการดังกล่าวจะทำ ไม่ได้ นี่ก็ฝากท่านประธานแจ้งหน่วยงานที่ต้องเร่งดำเนินการครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์

นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลพบุรี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี เขต ๔ มีเรื่องปรึกษาหารือกับท่านประธานรัฐสภา ๓ เรื่องครับ

เรื่องที่ ๑ กระผมได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านตำบลเขารวก อำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรีว่าฝายบ้านวังทอง หมู่ ๕ ตำบลเขารวก ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นและ ใช้แหล่งน้ำที่ตำบลนี้ใช้เป็นเครื่องอุปโภคบริโภค ตอนนี้น้ำตื้นเขินแล้วก็ไม่สามารถที่จะเก็บกัก น้ำได้ อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมทรัพยากรน้ำหรือกรมชลประทานเข้าไปสำรวจ ดูแลแล้วก็ออกแบบขุดลอกให้ลึกเพิ่มขึ้นอีกหน่อยครับ

เรื่องที่ ๒ เรื่องความเดือดร้อนของชาวบ้านฟ่าวงาม บ้านหนองมะดัน ตำบลน้ำสุด อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เรื่องถนนลูกรังที่ต้องทนใช้มาเกือบ ๓๐ ปี มีแต่ฝุ่น หลุมบ่อ อยากจะขอเป็นถนนลาดยางระยะทาง ๓ กิโลเมตร ขอให้กรมทางหลวงชนบทช่วยสำรวจ ออกแบบก่อสร้างและของบประมาณมาด้วยครับ

เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องความเดือดร้อนของชาวบ้านตำบลหนองรี ตำบลเขารวก ตำบลหนองยายโต๊ะ ตำบลเกาะรัง อำเภอชัยบาดาล อำเภอลำสนธิ ทั้งหมด ๔ ตำบล ๒ อำเภอได้รับความเดือดร้อนจากถนนสายบ้านเขารวกกับบ้านหนองยายโต๊ะเป็นอย่างมาก เพราะว่าเป็นถนนลูกรังใช้มา ๑๐ กว่าปีแล้ว แล้วชาวบ้านต้องอาศัยสัญจรขนส่งพืชผล การเกษตรออกสู่ตลาดเป็นไปด้วยความยากลำบากครับ

เรื่องที่ ๔ อยากจะขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเช่นที่ท่าน ส.ส. อำนวยพูดไปเมื่อกี้นี้ ว่าตอนนี้โจรขโมยเยอะมาก ระบบไฟฟ้าแสงสว่างที่ติดตามถนนหนทางตอนนี้ถูกขโมยไป เกือบหมดแล้ว แล้วก็เป็นไฟดับมืดตลอดทาง

และเรื่องที่ ๕ คือตอนนี้ราคามันสำปะหลังที่รับจำนำไว้ชาวบ้านอยากจะได้ เป็นราคารับประกันเพราะว่าจะได้มีความหวังว่าเขาได้ราคาแค่ไหนครับ กราบขอบพระคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านนิยม วรปัญญา ครับ

นายนิยม วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายนิยม วรปัญญา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรจำนวนมาก ขอให้ช่วยฟื้นฟูจากภัยพิบัติน้ำท่วมมีถนน จำนวนหลายสาย เฉพาะอำเภอพัฒนานิคมมี ๒๐ สายครับ แล้วก็อำเภอลำสนธิ ๑๙ สาย อำเภอสระโบสถ์ ๒๐ สาย อำเภอโคกเจริญ ๒๐ สาย อำเภอท่าหลวง ๒๐ สาย ที่ชำรุดแล้วก็ ยังไม่บูรณะปรับปรุงดูแลให้ใช้การได้ดี

๒. ขอให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงกลาโหม ช่วยขุดลอก แล้วก็สร้างฝายแม้ว อ่างที่ชำรุดเสียหาย แล้วก็ขอให้สร้างอ่างให้ใหม่มีจำนวน อำเภอละ ๒๐ แห่งครับ

๓. แม่น้ำป่าสักตอนนี้น้ำตื้นเขินมาก บางแห่งก็มองเห็นก้นแม่น้ำแล้ว ฉะนั้น อยากจะขอให้กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเร่งขุดลอก ถ้าช้าไปเดี๋ยวน้ำหลากมาก็จะขุดไม่ได้ ตอนนี้ก็ได้ไปติดต่อกับ ทางกระทรวงคมนาคม กรมเจ้าท่าแล้วปรากฏว่ามีเครื่องจักรพร้อมที่จะไปทำให้ แต่ว่า ทางรัฐมนตรียังไม่ได้สั่งการก็รอรับการสั่งการก่อนครับ

๔. ขอให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทยช่วยเร่งผลิตกล้าไม้ กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แจกราษฎรเพื่อไปปลูกให้แก้ปัญหาโลกร้อนก๊าซเรือนกระจก

๕. ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพลังงานจัดให้มีการฝึกอบรมวิชาชีพครับ

๖. ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพลังงาน แล้วก็กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม ช่วยสร้างเขื่อนป่าสัก สัก ๒๔ ตอน เพื่อให้มีน้ำใช้การเกษตร เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และผลิตกระแสไฟฟ้าป้องกันภัยแล้ง น้ำท่วม

๗. ขอให้กระทรวงคมนาคมเยียวยาเกี่ยวกับถนนที่ชำรุด ขอให้ลาดยางใหม่ เป็นรีไซคลิ่ง (Recycling) ถ้าที่ใดถนนกว้างก็ขอให้ทำเป็นถนนแบบ ๔ ช่องจราจร แบบเกาะสี ตีตารางครับ

๘. ขอให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยลงลูกรังถนนที่ชำรุดเสียหาย ทั้งหมด ๙ ข้อด้วยกันนะครับ

๙. ขอให้กระทรวงสาธารณสุขเร่งส่งแพทย์และพยาบาลไปช่วยโรงพยาบาล ชัยบาดาลเพราะว่าคนไข้เต็มโรงพยาบาลทุกวัน แต่ไม่มีแพทย์ พยาบาลเพียงพอตามที่ผมได้ กราบเรียนนี้ ผมมีเอกสารส่งให้ท่านประธานครับ เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่าน ส.ว. ประเสริฐ ชิตพงศ์

รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา สงขลา

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสงขลา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ใคร่ขออนุญาตที่จะเรียนหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลเกี่ยวกับ เรื่องของการเกิดเหตุระเบิดที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ต้องการที่จะให้รัฐบาลได้มีการ ช่วยเหลือดูแลผู้ที่ถูกกระทบจากเหตุระเบิดครั้งนี้เป็นกรณีพิเศษเร่งด่วนนะครับ เนื่องจาก เหตุระเบิดครั้งนี้ได้รับความเสียหายค่อนข้างจะมาก คือเหตุระเบิดที่โรงแรมลีการ์เด้น พลาซ่า ที่อำเภอหาดใหญ่นะครับ ซึ่งเท่าที่ผลสำรวจพบเป็นเบื้องต้นปรากฏว่ามีรถยนต์ เสียหายประมาณ ๒๐๐ คัน แล้วมีร้านค้าย่อยซึ่งอยู่ในใต้ถุนโรงแรมเสียหาย ๑๐๐ กว่าล้านบาท แล้วมีผู้ที่ประสบกับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ที่ต้องการอยากที่จะให้ทางรัฐบาลได้ ช่วยเหลือดูแลเป็นพิเศษก็คือผู้ที่ประกอบการค้าอยู่ในร้านใต้ถุนโรงแรมซึ่งเสียหายประมาณ ๑๐๐ กว่าล้านบาท ตอนนี้ได้รับความเดือดร้อนมากเพราะว่าการประกันภัยที่ทางโรงแรม ได้ทำไว้ ซึ่งทางร้านย่อยเขาไม่ได้ทำ แต่ว่าทางโรงแรมได้ทำรวมไว้ ไม่ได้มีการประกัน ในเรื่องวินาศภัย ทำให้ผู้ประกอบการค้าทั้งหลายที่ถูกกระทบ รวมทั้งตัวโรงแรมเองก็ไม่ได้รับการดูแล ผู้ประกอบการต่าง ๆ ซึ่งได้รับทราบเบื้องต้นแล้วว่า ค่าเฉลี่ยของความเสียหายนั้นคนละประมาณ ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ บาท ก็เลยอยากให้ ทางรัฐบาลได้ช่วยไปดูแลสถาบันการเงินว่าเป็นไปได้ไหมที่จะให้มีสถาบันการเงินให้ไปช่วยดูแล เรื่องเงินกู้ ดอกเบี้ยต่ำหรือปลอดดอกเบี้ย และในขณะเดียวกันหากมีมาตรการทางภาษีที่จะไป ช่วยให้ผู้ประกอบการเหล่านี้ รวมทั้งผู้ประกอบการทางธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว ในอำเภอหาดใหญ่ที่จะมีส่วนช่วยลดภาษีเพื่อที่จะไปกระตุ้นให้มีการลดค่าบริการต่าง ๆ ลงมา และทำให้มีนักท่องเที่ยวมีอะไรต่ออะไรต่าง ๆ กลับมาที่หาดใหญ่ได้ ขณะเดียวกัน สำหรับผู้ที่ประสบภัยรถยนต์เสียหาย ซึ่งเสียหายประมาณ ๒๐๐ คันนี้ ทำอย่างไรถึงจะ มีโอกาสได้รับการดูแลเรื่องประกันภัยเพราะว่าประกันภัยทั้งหลายที่ประกันรถยนต์ไม่ได้ ครอบคลุมเรื่องประกันวินาศภัย ความเสียหายของรถยนต์ที่เกิดขึ้นนี้นะครับ ผู้ประสบภัย ทั้งหลายก็มีความรู้สึกว่าทำอย่างไรถึงจะได้รับการดูแลช่วยเหลือ อาจจะเป็นเรื่องของเงินกู้ ดอกเบี้ยต่ำหรืออย่างไรก็แล้วแต่นะครับ หรือมาตรการอื่นใดที่จะมาช่วยให้กับผู้ที่ได้รับ ผลกระทบจากความเสียหายเหล่านี้ได้ ก็อยากฝากไปยังรัฐบาลที่จะได้ช่วยดูแลให้กับ ผู้ประสบภัยในครั้งนี้เป็นกรณีพิเศษด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านศุภชัย ศรีหล้า

นายศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องประชาชนฝากผ่านกับผมกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่าขอให้ทางรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับปัญหาของพี่น้องประชาชน อย่าได้ให้ความสำคัญกับปัญหาส่วนบุคคลมากกว่าปัญหาของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วันนี้พี่น้องประชาชนมีปัญหาเรื่องปากท้อง ปัญหาค่าครองชีพ ข้อกังวลใจของพี่น้องประชาชน ที่ฝากผ่านกับผมกราบเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล ยกตัวอย่างเรื่องของค่าครองชีพ เรื่องกรณีขอให้ทางรัฐบาลได้กรุณาทบทวนนโยบายเรื่องค่าไฟฟรี ที่ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ได้เริ่มต้นไว้ ถ้าค่าไฟไม่เกิน ๙๐ หน่วย วันนี้รัฐบาลจะปรับลดลงมาเหลือ ๕๐ หน่วย นั่นแปลว่าพี่น้องประชาชนยังต้องควักสตางค์ในกระเป๋าชำระต่อเดือน เดือนละประมาณ ๓๐๐ บาท ซึ่งสภาพค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนตอนนี้อยู่ในสภาพที่ยากลำบากอยู่ พอสมควร ในขณะเดียวกันพี่น้องประชาชนก็ฝากผ่านกับผมมาด้วยว่าเรื่องนโยบายพลังงาน สมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เรื่องราคาพลังงานค่อนข้างนิ่ง แต่วันนี้ถ้าไม่มีเงิน ๕๐ บาท ในกระเป๋าสตางค์ไม่สามารถจะไปเติมน้ำมันใส่รถจักรยานยนต์ขับขี่ไปไหนมาไหนได้อีกแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องนโยบายพลังงานก็ขอให้ยึดเอาตัวอย่างที่สมัยที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ได้ดำเนินการไว้ ในขณะเดียวกันก็ฝากผ่านกระผมมาฝากกับท่านประธานด้วยว่าวันนี้ฤดูฝน กำลังจะเข้ามาแล้ว เรื่องการเร่งรัดการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม อีกปีหนึ่งซึ่งกำลังจะ เข้ามาถึง ขอให้เร่งรัดดำเนินการด้วย ยกตัวอย่างกรณีการขุดลอกลำเซบก การทำแก้มลิง ลำเซบก จากอำเภอม่วงสามสิบผ่านไปยังอำเภอดอนมดแดง ผ่านไปยังอำเภอตาลสุม พื้นที่ เหล่านี้ถ้าทางรัฐบาลเร่งรัดก็จะก่อประโยชน์กับพี่น้องประชาชน จึงฝากผ่านกับผมมาเรียนกับ ท่านประธานว่าเร่งรัดทำเถอะครับ อะไรที่เป็นปัญหาของประชาชนรีบทำ อย่าให้ความสำคัญ กับปัญหาส่วนบุคคลมากจนเกินไป

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

ท่านประธาน ที่เคารพครับ อำเภอจอมพระ เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดสุรินทร์ มี ๑๐ ตำบล ๑๐๐ หมู่บ้าน มีประชากร ๘๐,๐๐๐ กว่าคนโดยประมาณ จริง ๆ แล้วมีเรื่องจำเป็นที่พี่น้องมีความเดือดร้อน และความต้องการอยู่หลายเรื่อง แต่วันนี้ด้วยเวลาจำกัดครับ จะคุยเรื่องของสนามกีฬา ซึ่งหน้าที่ว่าการอำเภอจอมพระจะมีพื้นที่ว่างเปล่าอยู่ประมาณ ๓๐๐ ไร่ ซึ่งโดยปกติแล้ว ทั้งเยาวชน ประชาชน แล้วก็องค์กรต่าง ๆ ของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของปกครองส่วนท้องถิ่นก็ดี กรมการปกครองส่วนท้องถิ่นก็ดี นักเรียน ราชการ ก็จะใช้บริเวณตรงนี้แข่งขันกีฬา จัดกีฬา ประจำปีบ้าง กีฬาเชื่อมสัมพันธไมตรีบ้าง หลายอย่าง แต่ว่าขาดด้วยอุปกรณ์และโครงสร้าง ที่มั่นคงและมาตรฐาน ผมได้รับคำร้องจากเยาวชนบ้าง เพื่อนข้าราชการบ้างว่าให้ช่วยหา หน่วยงานที่รับผิดชอบไปสร้างสนามที่เป็นมาตรฐานให้กับอำเภอสักสนามหนึ่งอย่างน้อย เพราะอำเภอจอมพระนี้เยาวชนให้ความสนใจกับการกีฬามาก แล้วก็ห่างไกลจากตัวจังหวัด อยู่ประมาณ ๓๐ กิโลเมตรโดยประมาณ สามารถใช้เป็นสนามสาขาที่ ๒ ของจังหวัดได้นะครับ ซึ่งพื้นที่ตรงนี้ทุกคนเห็นดีกันหมดที่จะให้ทำเป็นสนามกีฬา ผมก็เลยอยากจะมากราบเรียนกับ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้โปรดนำเรื่องนี้ไปพิจารณาและเห็นแก่อนาคตของเยาวชน ให้เห็นแก่อนาคตของประชาชนในเรื่องของสุขภาพก็ดี หรือในเรื่องของการป้องกัน ปราบปรามยาเสพติดก็ดี ผมฝากเน้นจริง ๆ เพราะว่านานมาแล้วพี่น้องเขาต้องการเขา เรียกร้องกันมาก ท่านประธานที่เคารพครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านธานี เทือกสุบรรณ ครับ

นายธานี เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุราษฎร์ธานี

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ธานี เทือกสุบรรณ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องหารือท่านประธานครับ

เรื่องที่ ๑ ผมได้เดินทางไปจังหวัดนครศรีธรรมราชไปจังหวัดชุมพร ถนนสาย เอเชียซึ่งเป็นสายหลักของภาคใต้ ได้ชำรุดเสียหายมากมายอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ให้ฝากไปถึงกระทรวงคมนาคม อย่าไปยึดตัวอย่างอดีตรัฐบาลที่ไม่เลือกพรรคของตัวเอง และไม่ให้งบประมาณท่านประธาน

เรื่องที่ ๒ ถนนในจังหวัดสุราษฎร์ธานีหลายสายน้ำได้ท่วมเมื่อปีที่แล้ว ท่านประธานครับ แต่ทาง อบจ. ได้จ่ายขาดเงินสะสมแทนที่จะเอาไปซ่อมทุกสายเพื่อให้ ใช้จ่ายได้ก่อนกลับไปจ่ายเงินสะสมเพื่อไปทำเป็นสายบางสายแค่นั้นเองท่านประธาน ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานฝากไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ถึงกระทรวงมหาดไทย ได้เร่งรัดตรวจสอบด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ช่วงนี้เป็นช่วงเที่ยวสงกรานต์ สงกรานต์ รัฐบาลแทนที่จะชวนพี่น้องประชาชนเที่ยวเมืองไทย ไปเที่ยวรดน้ำจังหวัดเชียงใหม่ ไปเที่ยว งานสงกรานต์จังหวัดบุรีรัมย์ ไปเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดนครพนม แต่รัฐบาลกลับ ส่วนมากจะชวนคนไทยไปเที่ยวเขมร เที่ยวประเทศลาว ซึ่งไม่เห็นด้วยเลยครับท่านประธาน ฝากเรียนท่านประธานให้ส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านชูกัน กุลวงษา

นายชูกัน กุลวงษา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครพนม

กราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพ ผม ชูกัน กุลวงษา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ได้รับการร้องทุกข์จากกำนัน ผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้าน อพป. ในเขตพื้นที่ว่า เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓ จังหวัด อำเภอได้เรียกเก็บอาวุธปืนลูกซอง ๕ นัด จากหมู่บ้าน อพป. ไปเกือบทั้งหมด แล้วอยู่ ๆ เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ก็ส่งคืน แต่ปรากฏว่าการส่งคืนอาวุธปืนให้กับหมู่บ้าน อพป. นั้นไม่ครบจำนวนตามที่รับไป เพราะฉะนั้นทำให้หมู่บ้าน อพป. ผู้นำหมู่บ้าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ถืออาวุธปืนหมู่บ้าน อพป. ถูกต้องตามกฎหมายนั้น ให้ถามว่าขณะนี้อาวุธปืนที่ทางอำเภอหรือทางจังหวัด ได้เรียกไปนั้นตกอยู่ที่หน่วยงานใด ถ้าอยู่ในหน่วยงานราชการก็ได้แจ้งให้รับทราบด้วย กลัวว่า อาวุธปืนที่หายไปนั้นจะตกไปอยู่มือคนที่ไม่ใช่หน่วยงานราชการ จึงทำให้หมู่บ้าน อพป. ของจังหวัดนครพนมที่ถูกทางอำเภอ ถูกทางจังหวัดเรียกอาวุธปืนไปนั้นได้ชี้แจงให้หมู่บ้าน อพป. ได้รับทราบด้วย ก็ขอฝากท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทยได้ตรวจสอบว่าอาวุธปืน ของหมู่บ้าน อพป. นั้น ขณะนี้ไปอยู่ที่ใครและอยู่ที่ใด ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร ครับ

นายวุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ปัญหาของจังหวัดอุบลราชธานี มีดังนี้ครับ จังหวัดอุบลราชธานีเป็นจังหวัดรวมแม่น้ำโขง แม่น้ำชี แม่น้ำมูล แม่น้ำลำเซบก แม่น้ำลำเซบาย แม่น้ำลำโดมใหญ่ แม่น้ำลำโดมน้อย แล้วก็ห้วย หนอง คลอง บึงต่าง ๆ มากมาย แต่ว่าปัญหาคือไม่ค่อยได้รับงบประมาณที่จะไปดูแลเยียวยาพี่น้องประชาชน ในการกักเก็บน้ำ ในการป้องกันน้ำเท่าที่ควร ผมจึงนำเสนอปัญหา ๓ เรื่องในวันนี้ ที่เกี่ยวกับ การป้องกันน้ำและการกักเก็บน้ำให้กับพี่น้องประชาชนที่ใช้ในภาคการเกษตร

โครงการที่ ๑ คือโครงการอุทยานบึงบัวที่บริเวณตำบลหนองขอน อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ตรงนี้เป็นบึงขนาดใหญ่ที่ใช้ในการกักเก็บน้ำ ที่ใช้ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว มีโครงการที่สำรวจออกแบบเรียบร้อยจากสำนักชลประทานที่ ๗ โดยท่าน ผอ. ไกรสิทธิ์ ได้ยื่นผ่าน คณะกรรมาธิการเกี่ยวกับน้ำที่รัฐสภาของเราหลายคณะครับ แล้วก็ได้เห็นชอบไปแล้ว เพียงแต่ว่ายื่นมาหลายครั้งก็ยังไม่ได้รับงบจัดสรรไปทุก ๆ ปี เพราะฉะนั้นฝากท่านประธาน นำถึงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือแม้กระทั่ง งบประมาณในส่วนของงบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท และงบ พ.ร.ก. เงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อจะช่วยสร้างขุดลอกอุทยานบึงบัวในวงเงินประมาณ ๙๐ ล้านบาท เพื่อพี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดอุบลราชธานี

เรื่องที่ ๒ กับเรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องเดียวกัน คือการก่อสร้างโครงการเขื่อนป้องกันตลิ่ง บริเวณริมแม่น้ำมูล มีตำบลแจระแม อำเภอเมือง จะมีถนนอยู่เส้นหนึ่ง ซึ่งเป็นถนนที่ใช้ ในการท่องเที่ยวเชื่อมระหว่างบ้านคูเดื่อมาจนถึงบ้านทับไทย ณ ปัจจุบันนี้สัปดาห์ที่แล้ว ผมกับทางผู้นำแล้วก็ผู้บริหารกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ไปสำรวจพื้นที่ ตอนนี้ตลิ่งโดน แม่น้ำมูลกัดเซาะจนลึกถึงใต้ท้องถนนคอนกรีตบริเวณริมแม่น้ำมูลเชื่อมต่อ ๒-๓ ที่ระหว่าง บ้านคูเดื่อและบ้านทับไทย และอีกจุดหนึ่งจุดที่ ๓ คือบ้านท่ากกแห่ พระคุณเจ้าท่านพระครู ดอกเตอร์ประดิษฐ์ได้เคลื่อนกุฏิหนีน้ำที่กัดเซาะบริเวณตลิ่ง บริเวณวัดท่ากกแห่หลายรอบแล้ว จึงฝากทั้ง ๓ โครงการเพื่อพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานีจะได้รับผลประโยชน์ จากทางรัฐบาลครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับ ความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่เขตลาดกระบังค่ะ

เรื่องที่ ๑ ดิฉันขอประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดเข้าไปปรับปรุง สะพานข้ามคลอง ๔ สะพานข้ามคลอง ๔ นั้นเป็นสะพานที่ใช้เดินทางเข้าออกวัด และโรงเรียนปลูกศรัทธา ลักษณะของสะพานนั้นมีลักษณะที่ไม่สมดุล ไม่เหมาะสม ในการที่จะใช้เดินทาง คือมีระยะทางที่สั้นแต่ว่ามีระดับความสูงที่สูง จึงจะเห็นได้ว่าเมื่อใช้รถ และขึ้นสะพานนี้จะต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก บางครั้งก็สร้างอุบัติเหตุ ให้กับประชาชนที่เดินทางใช้รถใช้ถนนได้ และถนนที่เชื่อมต่อไป หลังจากลงสะพานนี้เพื่อเข้าสู่ โรงเรียนปลูกศรัทธาก็มีสภาพที่ขรุขระ ดิฉันจึงขอประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โปรดเข้าไปดำเนินงานแก้ไข เพราะถนนเส้นนี้มีนักเรียน ประชาชน นิสิตนักศึกษาใช้ เป็นจำนวนมาก เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินขอได้โปรดเข้าไปดำเนินการด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๒ เรื่องของสภาพถนนในศูนย์บรรจุและแยกสินค้ากล่อง สถานีไอซีดี (ICD) ลาดกระบัง สภาพถนนนั้นมีความขรุขระเป็นอย่างมาก รวมถึงบางครั้งมีรถคอนเทนเนอร์ (Container) รถบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ไปจอดเรียงรายตามทาง ทำให้การเดินทางเป็นไปด้วย ความยากลำบาก ไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนค่ะ รวมถึง ถนนเส้นที่ติดต่อใกล้เคียงกันที่มีรถขนส่งสินค้าได้เข้าไปใช้ถนนเส้นนั้น ๆ ของประชาชนที่อยู่ อาศัยตามบ้านเรือนด้วย ก็ทำให้มีสภาพขรุขระเช่นเดียวกัน ดิฉันจึงขอประสานท่านประธานไป ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้โปรดเข้าไปจัดการ ซ่อมแซมถนนเพื่อความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชนด้วยค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านบุณย์ธิดา สมชัย

นางสาวบุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องเดียวที่จะมาหารือกับท่านประธานค่ะ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เมื่อวานนี้ท่านประธานดิฉันได้รับโทรศัพท์จากท่านนายกองค์การ บริหารส่วนตำบลในหลาย ๆ ตำบล รวมทั้งจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียง มีบุคคลซึ่งกล่าวอ้างว่าเป็นตัวแทนของทางรัฐบาล ชื่อติ๋ม ค่ะท่านประธาน โทรไปหา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลต่าง ๆ ในเวลาซึ่งต้องบอกว่าไม่ใช่เวลาราชการ โทรไปตอน หกโมงครึ่ง ตอนเช้าท่านประธาน ซึ่งเป็นวันหยุดราชการด้วยนี่ โทรไปบอกว่าขณะนี้งบต่าง ๆ ที่ทาง อบต. ได้ส่งเข้าไปได้มาถึงกรมแล้ว ถ้าท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลอยากจะให้ นำงบลงไปในพื้นที่ ขอให้นำเงินมาจ่ายค่าเปอร์เซ็นต์ด้วย ท่านประธานคะ แล้วบุคคลนี้ ยังอ้างว่าและไม่ต้องกลัวว่าเรื่องนี้จะไปถึงไหนนะให้มาติดต่อกับดิฉันได้โดยตรง ซึ่งนี่ค่ะ คนชื่อติ๋มได้อ้างและได้พูดจา ต้องบอกว่าไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายและไม่เกรงกลัว ต่อใด ๆ ทั้งสิ้นค่ะ ท่านนายก อบต. หลาย ๆ ท่านได้โทรมาสอบถามดิฉันว่าทำไมรัฐบาล ถึงปล่อยให้มีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น แล้วทำไมถึงต้องปล่อยให้มีการอ้างแบบนี้นะคะ ท่านประธานเบอร์โทรของคนนี้ชื่อติ๋ม ๐๘๕ ๐๖๖๘๓๐๘ เขาบอกว่าให้ใครโทรมาหาเขาก็ได้ เขามีคำอธิบายทุก ๆ อย่าง เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าห่วงค่ะ เป็นเรื่องการคอร์รัปชัน (Corruption) อย่างที่ต้องบอกว่าโทรมาหากันอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายและไม่เกรงกลัว ใด ๆ ทั้งสิ้น อยากให้ท่านประธานฝากไปถึงรัฐบาลค่ะ ช่วยตรวจสอบว่าบุคคลนี้คือใคร เขาเป็นใครถึงสามารถอ้างได้เต็มปากเต็มคำว่ามาจากรัฐบาล มาจัดการเรื่องโครงการต่าง ๆ ที่จะลงไปทางองค์การบริหารส่วนตำบล ขอบคุณท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านชมภู จันทาทอง

นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หนองคาย

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันขอนำเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่นำมาหารือท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบค่ะ

เรื่องแรกนั้นที่จริงสะพานมิตรภาพไทย-ลาว นะคะท่านประธาน จังหวัดหนองคาย ขอตู้เอทีเอ็ม (ATM) ค่ะท่านประธาน ตู้เอทีเอ็มที่จริงแล้วมันจะอยู่หน้าด่านที่จะไปนครหลวง เวียงจันทน์ แต่ว่ามันไม่เพียงพอกับการใช้ของพี่น้องประชาชน ฉะนั้นคิวรถสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาวนั้น ประชาชนนั้นไม่ว่าประชาชนทั่วประเทศและประชาชนพี่น้องชาวลาวด้วยได้ใช้ และพำนักอยู่นั้นนาน ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยัง ฯพณฯ รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบได้สั่งการให้เอาตู้เอทีเอ็มของธนาคารไหนก็ได้หรือธนาคารกรุงไทย ได้มาจัดตั้งที่คิวรถและสะพานมิตรภาพไทย-ลาว จังหวัดหนองคายนั้นโดยด่วนด้วยค่ะ

ประการที่ ๒ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างมากมาย เกี่ยวกับพี่น้องถูกหวยใต้ดินแล้วได้ถูกเจ้ามือหวยใต้ดินนั้นโกงเป็นอย่างมาก ถ้าถูกตัวเต็งก็จะ ได้รับแค่ครึ่งเดียวหรือว่าเจ้ามือนั้นหนีไปเลยนะคะ ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล ที่จะมีการเอาหวยบนดินหรือหวยออนไลน์ (On-line) เลข ๒ ตัว ๓ ตัวนั้นที่จะมาบริการ พี่น้องประชาชนนั้น พี่น้องก็ขอให้รัฐบาลนั้นรีบอย่างเร่งด่วน ถึงแม้ว่าจะเป็นการเล่นการพนัน แต่ว่าพี่น้องประชาชนนั้นชอบเสี่ยงโชคในวันที่ ๑ และวันที่ ๑๖ ขอฝากท่านประธานด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์

นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุโขทัย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ผมมีเรื่อง ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่แล้ว ทำให้น้ำในแม่น้ำยมนั้นได้กัดเซาะริมตลิ่งบริเวณฝั่งขวาหลังวัดปากแคว หมู่ที่ ๑ และหมู่ที่ ๗ ตำบลปากแคว อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย โดยน้ำได้กัดเซาะตลิ่งทำให้ถนนคอนกรีต สายเลียบตลิ่งไหลพังลงแม่น้ำ สภาพเป็นถนนคอนกรีตลอยฟ้า ถนนดินได้ไหลลงสู่แม่น้ำ ทำให้ ประชาชนในละแวกหมู่ที่ ๑ และหมู่ที่ ๗ รอยต่อนะครับ ประสบปัญหาความเดือดร้อน ระยะทางไม่น้อยกว่า ๓๐๐ เมตรท่านประธาน ขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูครับ ก็อยากฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งถนนนั้นอยู่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำบลปักแควได้แก้ปัญหาเร่งด่วนด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๒ ขอให้เร่งรัดในการออกเอกสารสิทธิโฉนดที่ดินในพื้นที่ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย ซึ่งเป็นที่ดินทับซ้อนที่ทางกรมศิลปากรได้ประกาศให้เป็นเขต โบราณสถาน ซึ่งขณะนี้ประชาชนซึ่งมี ส.ค. ๑ ได้ยื่นคำร้องการออกเอกสารสิทธิและ กรมที่ดินโดยสำนักงานที่ดินจังหวัดสุโขทัยได้มีคำสั่งตามมาตรา ๖๐ ทวิ ให้ออกเอกสารสิทธิ ให้กับพี่น้องประชาชนได้แล้ว แต่ในขณะนี้โฉนดที่ดินยังไม่ได้รับ ได้รับเพียงที่วัดตระพังทอง ที่เดียว จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรมที่ดิน ได้มีการออกเอกสารสิทธิตามกฎหมาย ประมวลที่ดินด้วยนะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ ครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย กรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๔-๕ เมษายน ที่มีการอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องของการปรองดอง ซึ่งผมเองก็ได้ยกมือขอหารือท่านประธาน เพื่อที่จะใช้คิวในขณะนั้น แต่ท่านประธานเองบอกว่าขอเถอะ เพราะว่าไม่เคยขอผม ผมก็ให้ ท่านตามที่ท่านขอ ประการที่หนึ่งนั้นวันนี้ชาวบ้านถามว่าเอกสารที่ผมร้องขอให้ท่านประธาน ได้ดำเนินการในเรื่องการเปิดเผยเพราะว่าเป็นเอกสารซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับรายงาน ของกรรมาธิการของรัฐสภาโดยอาศัยอำนาจของอดีตท่านประธาน ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านประธานชัย ชิดชอบ ได้ใช้อำนาจในมาตรา ๑๓๗ วรรคหนึ่ง ประกอบกับข้อบังคับการประชุม ของสภาผู้แทนราษฎร เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๘ (๕) เพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการ ตามรัฐธรรมนูญ จึงให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ๒ ชุด (ฉบับที่ ..) ลงวันที่ ๑๖/๒๕๕๒ วันที่ ๑ พฤษภาคม ฉบับแรกเป็นฉบับซึ่งท่านดิเรก ถึงฝั่ง ได้รายงานสมานฉันท์ ฉบับที่ ๒ คือการสลายการชุมนุม แต่กรรมาธิการดำเนินการแล้วเสร็จโดยมีท่านประธาน ท่านสมศักดิ์ บุญทอง ในขณะนั้นได้รายงานเข้ามาสู่สภา ลงวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒ แต่ท่านประธานชัย ไม่ได้บรรจุครับ ผมร้องขอตั้งนาน เป็นเอกสารลับไปแล้วครับท่านประธาน มีรายละเอียด ๖ เล่ม อยู่ในนั้น เป็น ๖ เล่มนะครับ แต่ ๖ เล่มผมเผอิญเป็นคณะที่รวบรวมรายละเอียดได้มา ๑ เล่ม จึงจะมาเปิดเผย ในนั้นจะมีรายละเอียดถ้าเราจะปรองดองกันจริง ๆ มันมีรายละเอียดถึง การที่นำรถหรือการที่เดินทางไปร้องเรียนที่พัทยาหรือแม้กระทั่งที่การสลายการชุมนุม หน้าทำเนียบเหตุการณ์ต่าง ๆ รวมถึงพลทหารอรรณนพพรที่เสียชีวิต แล้วก็มีเสียงของ ท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งยังเป็นกรณีกันอยู่ในขณะนั้น เอกสารฉบับนั้นท่านประธานครับ เป็นเอกสารของรัฐสภา รายงานถ้าทำเสร็จเรียบร้อย ๕ เดือนควรที่จะเอามาเปิดเผยเพื่อเป็น ประโยชน์ของสภาแห่งนี้ แต่ถ้าท่านประธานเก็บไว้อย่างนี้โดยอดีตท่านประธานชัย ชิดชอบ อ้างบอกว่าเป็นเอกสารลับแล้วก็มอบให้กับบุคคลทั้งหมด ๓ ท่าน คือตัวท่านประธานชัย เก็บไว้ ๑ เล่ม ตัวท่านประธานประสพสุข บุญเดช ๑ เล่ม และตัวท่านนายกรัฐมนตรี ๑ เล่ม อีก ๒ เล่มอยู่ที่สภา อยู่ที่กองกรรมาธิการ ๓ ท่านประธานครับ รายงานฉบับนี้เป็นรายงาน ๔๐ คนทำนะครับ ทั้ง ส.ส. ส.ว. แล้วก็มีบุคคลซึ่งผมบอกได้เลยครับว่าเป็นบุคคลภายนอก เป็นคนกลางที่ท่านประธานชัยตั้งขึ้นมา ผมขออนุญาตท่านประธานครับ อย่าให้รายงานฉบับนี้ เป็นหมันเลยครับ เพราะมันจะเป็นการบ่งบอกว่าสภาแห่งนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบเรื่องดังกล่าวในการสลายการชุมนุมและเพื่อความเป็นธรรม เมื่อวันที่ ๘-๑๗ เมษายน ๒๕๕๒ ซึ่งประชาชนเองสอบถามผมมา ผมไม่สบายใจ ไม่อยากเป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์ เพราะเรื่องนี้ผมทวงถามตั้งแต่สมัยท่านประธานชัย ทำไมไม่เอาเข้า ท่านประธานครับ เราปรองดองกันแล้ว แต่หนังสือฉบับนี้รายงานกรรมาธิการเล่มนี้อยู่ที่อำนาจท่านประธานครับ จะรื้อฟื้นหรือเปล่า จะเอากลับเข้ามาเก็บไว้อย่างน้อย ๆ เป็นการศึกษาแล้วจะได้ดูข้อเท็จจริง ครับว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ มีใครอย่างไรในแต่ละช่วง แต่ละเหตุการณ์ เพราะมีบันทึกไว้หมด ขออำนาจท่านประธานได้วินิจฉัยด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เป็นเรื่องหารือนะครับ ซึ่งจะต้อง มีหนังสือจากฝ่ายรับเรื่องราวร้องทุกข์มาถึงผมอยู่แล้ว ขอเป็น ๒ ท่านสุดท้ายนะครับ ท่านพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล แล้วก็ตามด้วยท่านลีลาวดี วัชโรบล ท่านมีอะไรครับ

นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานเคยมีดำริว่าการหารือให้เป็นเรื่องของความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เมื่อสักครู่ ท่านสมาชิกลุกขึ้นได้พูดเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เป็นปัญหา ทางการเมือง แต่ท่านประธานอนุญาต ผมไม่ติดใจท่านประธาน แต่ขอให้ใช้บรรทัดฐานนี้ กับการหารือตลอดไปด้วย กราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ที่จริงหลักการมันมีอย่าง ที่ท่านพูดนะครับ แต่ประเด็นคือบางทีผมก็ปล่อยฝั่งฝ่ายค้านบ้าง แล้วก็ปล่อยฝ่ายรัฐบาล ตามสมควร ก็เท่านั้นเอง ท่านเชิญครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ท่านประธานรัฐสภา กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ คงต่อเนื่องจากท่านธนา เนื่องจากท่านประธานบอกว่าให้หารืออีก ๒ ท่าน ผมนี่คาดว่าจะเป็นลำดับต่อไป ผลปรากฏว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน กันอยู่ขณะนี้กลายเป็นไม่ได้หารือ ท่านประธานอนุญาตให้พูดเรื่องการเมืองจนกระทั่ง กินเวลาของคนอื่น ๑ นาที ๒๐ วินาทีเมื่อสักครู่นี้ เพราะฉะนั้นผมเรียกร้องสิทธิจาก ท่านประธานครับ เนื่องจากผมมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจริง ๆ ครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เมื่อกี้ผมฟังไม่ถนัด ตอนท้ายท่านขออะไรนะครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ผมขออนุญาต หารือเป็นลำดับต่อไปถัดจาก ๒ ท่านครับ เนื่องจากผมเป็นลำดับที่จะหารือต่อไปครับ ท่านประธานครับ มีปัญหาพี่น้องประชาชนเดือดร้อนจริง ๆ ที่เกาะลิบงครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมขออนุญาตครับ ท่านสมาชิก ถ้าจะให้ดี การหารือถ้าจะหยิบยกปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจริง ๆ ที่ไม่กระทบ กับการเมืองจะทำให้การหารือของสมาชิกได้ประโยชน์สูงสุด แต่ถ้าหยิบประเด็นการเมือง ขึ้นมาพูดแล้วมันกระทบแล้วก็มีการประท้วง มันจะเสียเวลาสูญเปล่าเหมือนกับไม่ได้มีโอกาส ในการหารือเท่ากับสมาชิกเสียประโยชน์เองนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าจะกรุณาเพื่อรักษา ประโยชน์ของสมาชิกเอง อย่าหยิบเรื่องประเด็นการเมืองขึ้นมาหารือนะครับ การเมืองที่หยิบ ขึ้นมาหารืออาจจะได้บ้างถ้าไม่กระทบหรือไม่มีคนประท้วง แต่ถ้าเป็นประเด็นที่มันล่อแหลม มีคนประท้วงแน่นอน ถ้าหลีกเลี่ยงได้เพื่อรักษาผลประโยชน์ของสมาชิกเอง ก็น่าจะต้อง ให้ความร่วมมือครับ อย่างนั้นนะครับ ที่ผมตั้งกติกาไว้ก็เพื่อรักษาประโยชน์ของสมาชิกให้ ได้ประโยชน์มากที่สุดเท่านั้นเองนะครับ ผมขอท่านพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล แล้วก็ท่านลีลาวดี วัชโรบล แล้วก็ตามด้วยท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ก็สัก ๓ ท่านสุดท้ายนะครับ เชิญครับ

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ดิฉันมีเรื่องที่ชาวบ้านร้องเรียนมาค่ะ ท่านประธานคะ แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่เพื่อนสมาชิกได้พูดกันเป็นประจำทุกอาทิตย์ แต่ดิฉัน ยังไม่เห็นว่าทางรัฐบาลจะหาหนทางแก้ไขให้พี่น้องคลายความเดือดร้อนได้อย่างไร นั่นก็คือ เรื่องของราคาสินค้าเกษตรตกต่ำค่ะ พื้นที่ดิฉันเองมีพืชเศรษฐกิจหลายตัว ไม่ว่าจะเป็น ยางพารา แล้วก็มะพร้าว วันนี้ท่านประธานคะ เมื่อเปรียบเทียบราคามะพร้าววันนี้กับปีที่แล้ว ณ วันเวลาเดียวกันค่ะ ราคาตกต่ำมากกว่าครึ่งหนึ่ง วันนี้รับซื้อกันแค่ ๖ บาทต่อลูก ก่อนหน้า รัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์สูงถึงเกือบ ๒๐ บาทต่อลูก วันนี้พี่น้องเกษตรกรที่เคยได้ราคาดี วันนี้เงินที่อยู่ในกระเป๋าก็ลดน้อยลง มิหนำซ้ำท่านประธานคะ ราคาของที่ขายอยู่ใน ท้องตลาดกลับมีราคาทวีเพิ่มสูงขึ้น รายได้ต่ำลงกว่าครึ่ง แต่รายจ่ายเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว จะทำให้พี่น้องได้ยังชีพอยู่อย่างปกติสุขได้อย่างไร แต่สิ่งที่ดิฉันเห็นการทำงานของรัฐบาล มุ่งหน้าแต่จะทำเรื่องปรองดองและแก้รัฐธรรมนูญค่ะ แม้ว่าเรื่องปรองดองจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่สิ่งที่ดิฉันเห็นการทำงานของรัฐบาลโดยข้าราชการที่ทำอยู่ก็คือการเดินหน้าเปิดหมู่บ้าน เสื้อแดงในพื้นที่ของจังหวัดนครศรีธรรมราช นำโดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัด อย่างนี้ท่านจะ เห็นว่าการปรองดองจะเกิดขึ้นได้อย่างไรคะ ในเมื่อท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเองเดินหน้า สร้างความแตกแยกเกิดขึ้นในชุมชน ปกติเราอยู่กันปกติสุข แม้จะมีความคิดเห็นทางการเมือง ที่แตกต่างกันแต่ไม่ได้หมายถึงว่าจะไปสร้างความเด่นชัดในการคิดเห็นที่แตกต่างกัน โดยยกหมู่บ้านให้เห็นว่าเป็นสีชัดเจน อย่างนี้ดิฉันเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และวันนี้ ท่านประธานเองยังนำเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสภาแม้ว่าจะอยู่ในวาระของเทศกาล สงกรานต์ พี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศกำลังเข้าสู่โหมด (Mode) ของความสุข แต่ทำไม ท่านประธานกลับเอาเรื่องของรัฐธรรมนูญซึ่งคำนึงถึงประโยชน์แค่คนคนเดียวเข้าสภา กราบขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านลีลาวดี วัชโรบล

นางสาวลีลาวดี วัชโรบล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวลีลาวดี วัชโรบล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ ดิฉันมีเรื่องอยากจะขอหารือ ท่านประธานถึงเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตดุสิต เขตราชเทวีดังนี้นะคะ

เรื่องแรก ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ที่แฟลต สถานีตำรวจ สน. พญาไท บอกว่าแฟลต อาคาร ที่พักอาศัยของข้าราชการตำรวจนั้น มีสภาพชำรุดทรุดโทรมลงอย่างมาก เพราะว่าอาคารหลังนี้ได้สร้างมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๗ นับรวม ดูแล้วก็กว่า ๑๘ ปี สภาพต่าง ๆ ทั้งภายในแล้วก็ภายนอกนั้นมีความทรุดโทรมลง อย่างเช่น สีที่ทาภายนอกก็หลุดร่อน ถนนโดยรอบก็แยกเป็นชั้น ๆ ภายในเองนั้นปั๊มน้ำก็เสียแล้วเสียอีก เรียกว่าประชาชนได้รับความเดือดร้อน จึงอยากจะขออนุญาตฝากท่านประธานไปถึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดได้จัดงบประมาณลงมาเพื่อจะซ่อมแซม ซึ่งพี่น้องตำรวจนั้นบอกว่า ขอภายนอกก่อนก็ได้เพื่อให้เกิดขวัญและกำลังใจในการทำงาน

ส่วนอีกหนึ่งเรื่อง ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เด็กและเยาวชนถามหาถึงโครงการของกระทรวงศึกษาธิการคือโครงการหารายได้ระหว่างเรียน บอกว่าในสมัยอดีตท่านนายกรัฐมนตรี ขออนุญาตที่เอ่ยนาม พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร สมัยท่านสมัคร สุนทรเวช และสมัยท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นั้น โครงการนี้เป็นโครงการที่ดี เป็นการหารายได้ระหว่างเรียน ทำให้เด็กและเยาวชนนั้นได้ใช้เวลาว่างอย่างเกิดประโยชน์ ทำให้เงินทุนที่ได้มานั้นสามารถเอาไปช่วยในการศึกษาและแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ทำให้เห็น คุณค่าของเงิน ก็เลยฝากถามดิฉันมาถึงรัฐบาลผ่านไปถึงกระทรวงศึกษาธิการว่าโครงการนี้ ยังทำอยู่หรือไม่ ถ้าทำอยู่สามารถประชาสัมพันธ์ในวงกว้างให้เด็กและเยาวชนได้เข้าถึง โครงการนี้ได้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการประชาสัมพันธ์ให้หน่วยงานของภาคเอกชน เข้าร่วมโครงการนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับเด็กและเยาวชน จึงขออนุญาตฝาก ท่านประธานไปถึงรัฐบาล แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เพิ่มให้ฝั่งฝ่ายค้าน ๑ ท่าน เพื่อไม่ให้มันเกิดการได้เปรียบเสียเปรียบก็จะเพิ่มให้ฝ่ายรัฐบาลได้อีก ๑ ท่าน ก็เป็นท่านสมบูรณ์ แล้วตามด้วยท่านเกียรติ์อุดมเป็นท่านสุดท้ายครับ เชิญท่านสมบูรณ์ครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เนื่องจากพื้นที่ ที่จังหวัดตรังมีเกาะที่พี่น้องประชาชนอาศัยอยู่จำนวน ๓ เกาะด้วยกันก็คือ เกาะมุก เกาะสุกร แล้วก็เกาะลิบง พี่น้องประชาชนทั้ง ๓ เกาะ มีไฟฟ้าใช้ตั้งแต่สมัยท่านนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี สมัยนั้นใช้ไฟฟ้าโดยอาศัยเครื่องปั่นไฟ ในสมัยรัฐบาล ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้อนุมัติโครงการขยายเขตไฟฟ้าด้วยเคเบิล (Cable) ใต้น้ำ ด้วยงบประมาณ ๓๓๘ ล้านบาท ขณะนี้พี่น้องทั้ง ๓ เกาะ ก็มีไฟฟ้าใช้ แต่ยังมีอีกชุมชนหนึ่ง ก็คือชุมชนทุ่งหญ้าคาของเกาะลิบงครับท่านประธาน เนื่องจากได้รับงบประมาณในการขยาย เขตไฟฟ้าเช่นเดียวกัน แต่ว่าเนื่องจากติดปัญหาเป็นพื้นที่อุทยาน ขอให้ท่านประธานได้ ทำหนังสือถึงกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้อนุญาตให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ได้ปักเสาพาดสาย เพื่อขยายเขตไฟฟ้าให้กับพี่น้องชุมชนทุ่งหญ้าคาจำนวนประมาณ ๓๐ ครอบครัวเท่านั้นครับ ท่านประธานครับ อย่างไรก็แล้วแต่พี่น้องประชาชนก็ต้องขอขอบคุณท่านนายกองค์การ บริหารส่วนจังหวัดตรังที่ได้ไปขยายเส้นทางให้พี่น้องได้เดินทางกันด้วยความสะดวก

และเรื่องสุดท้ายครับ ในยุคที่สินค้าราคาแพงขณะนี้เรายังไม่เห็นภาพว่า ท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็รัฐบาลแก้ปัญหาน้ำมันแพง ข้าวราดแกงแพงกันอย่างไร ขณะเดียวกันสินค้าเกษตรโดยเฉพาะยางพารา รัฐมนตรีซึ่งก็ได้เป็นอำมาตย์แล้วก็บอกว่า จะทำให้ราคายางพารา ๑๒๐ บาท ขณะนี้ยังไม่ถึงเลยครับ อย่าดีแต่โม้ ท่านประธานครับ ขอให้ช่วยพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสุดท้าย ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอขอบคุณท่านประธานครับ ที่ได้ให้โอกาสผมหารือเรื่อง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ซึ่งเมื่อวันเสาร์ที่แล้วครับท่านประธาน เกิดพายุโซนร้อน แล้วก็ฝนตกกระหน่ำลงมาพี่น้องชาวอำเภอศรีธาตุของกระผมเกิดไฟฟ้าช็อต บ้านเรือนไหม้ ไปทั้งหลังนะครับ ฝากท่านไปยังผู้ที่รับผิดชอบได้ออกไปดูแลพี่น้องประชาชนด้วย

ประเด็นที่ ๒ ประเด็นเรื่องถนนไร้ฝุ่นซึ่งเกิดขึ้นมานาน ถนนตรงนี้บ้านโยธา ตำบลค้อใหญ่ ถนนตรงนี้เป็นถนนตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ได้รับงบประมาณกรมทางหลวงชนบท ไปก่อสร้างถนนลาดยาง เว้นมาปัจจุบันนี้ยังไม่ได้ไปดำเนินการต่อเนื่อง พี่น้องประชาชน ฝากมาให้รัฐบาลนี้ได้เข้าไปดำเนินการให้ด้วยนะครับ

ประเด็นสุดท้าย เรื่องน้ำประปา ขณะนี้พี่น้องเดือดร้อนน้ำประปามาก ที่บ้านคำม่วง ผมเคยหารือท่านประธานหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปรับผิดชอบพี่น้อง เดือดร้อนน้ำมาก บ้านคำม่วง ตำบลหนองนกเขียน อำเภอศรีธาตุ จังหวัดอุดรธานี ช่วยเร่งให้หน่อย นะครับท่านประธาน

อีกประเด็นหนึ่ง เรื่องหารือที่ท่านประธานได้แจ้งให้ว่าเป็นความเดือดร้อน ของประชาชน เมื่อกี้ท่านสมาชิกบอกว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อคนคนเดียวนั้น ไม่จริงครับ ประชาชนทางเขตเลือกตั้งผม โดยเฉพาะจังหวัดอุดรธานีบอกให้แก้ไขรัฐธรรมนูญด่วน เลือกตั้งเข้ามาเพื่อจะให้แก้ไขรัฐธรรมนูญนะครับ ขอบคุณครับ

เริ่มประชุมเวลา นาฬิกา
จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๖๒๒ คน
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้ มีผู้ลงชื่อประชุม ๓๕๔ ท่าน ครบองค์ประชุม ผมขออนุญาตดำเนินการตามระเบียบวาระนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วครับ

ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)

เชิญท่านธนาครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมมีเรื่องที่อยากจะกราบเรียนถามท่านประธานถึงการบรรจุระเบียบวาระร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ที่นำสู่การพิจารณาของ รัฐสภาในวันนี้อยู่ ๓ ประเด็น

ประเด็นแรก ท่านประธานครับ ผมได้รับหนังสือของประธานคณะกรรมาธิการ ซึ่งนำส่งท่านประธานรัฐสภา ก็คือท่านประธานที่ทำหน้าที่อยู่ในขณะนี้ เรื่องร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... กราบเรียนประธานรัฐสภา ลงวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๕๕ ผมก็เลยอยากจะเรียนถามท่านประธานว่าวันที่ที่ประธาน คณะกรรมาธิการได้ลงอยู่ในหนังสือที่นำเรียนท่านประธานรัฐสภาเป็นวันหยุดราชการแล้วก็ ทางรัฐสภาก็ได้มีเลขรับ ด่วนที่สุด ที่ ๒๙๓๒/๒๕๕๕

ประเด็นแรกที่ผมอยากจะกราบเรียนถามก็คือ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ปกติ สมมุติว่าผมเป็นสมาชิกรัฐสภาคนหนึ่ง ผมอยากที่จะมีหนังสือถึงท่านประธานรัฐสภา ในวันหยุดราชการ ท่านประธานจะอนุญาตให้ผมมายื่นหนังสือเหมือนกับที่ประธาน คณะกรรมาธิการได้ทำลงวันที่ ๖ เมษายน อย่างที่ท่านประธานได้บรรจุในระเบียบวาระนี้หรือไม่ นั่นแสดงให้เห็นว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการได้ใช้เอกสิทธิ์เหนือสมาชิกรัฐสภาทั่วไป และท่านประธานรัฐสภาเองก็คงได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่มาทำงานในเวลาราชการเพียง เพื่อรับหนังสือฉบับนี้จากประธานคณะกรรมาธิการ นั่นประเด็นที่ ๑ ผมจึงต้องกราบเรียน ถามท่านประธานว่าเอกสิทธิ์ที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้รับในครั้งนี้เป็นมาตรฐาน เป็นบรรทัดฐานของรัฐสภาแห่งนี้ใช่หรือไม่

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานได้มีคำสั่งเรียกประชุมเป็นการเร่งด่วนในวันอังคารที่ ๑๐ เมษายน ก็คือวันนี้ เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา แล้วท่านประธานก็ได้มีคำสั่งแจ้งมาในมือถือ ของท่านสมาชิกว่า สำหรับรายงานของคณะกรรมาธิการที่สมาชิกได้มีการขอแปรญัตติไว้ ให้มารับได้เมื่อวานนี้ ท่านประธานทราบไหมครับว่าผมได้ประสานงานเพื่อขอรับรายงาน ของคณะกรรมาธิการ รายงานฉบับนี้เสร็จเมื่อประมาณ เวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกา รายละเอียด ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการมีมากมาย และมีบางเรื่องที่คณะกรรมาธิการได้ไปแก้ไข เพิ่มเติมจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับเดิมที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอไว้ ยกตัวอย่างเช่นการที่ให้ กกต. นำเอาพระราชบัญญัติว่าด้วยการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่นมาใช้ เพื่อการเลือกตั้ง สสร. ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่เคยอยู่ในร่างของ ครม. มาก่อน ท่านสมาชิกจำเป็นจะต้อง ใช้สิทธิในการอภิปราย ต้องทำความเข้าใจกับ พ.ร.บ. ว่าด้วยการเลือกตั้งผู้บริหาร และสมาชิก สภาท้องถิ่น แต่ว่าคณะกรรมาธิการสามารถที่จะส่งรายงานฉบับนี้ให้เมื่อวานนี้ เวลาประมาณ ๑๗.๐๐ นาฬิกา แล้วมาพิจารณากันในวันนี้เมื่อเวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ซึ่งผมเห็นว่า ท่านประธานได้มีการเรียกประชุมโดยเร่งรีบ ลุกลี้ลุกลน เร่งรัดที่จะให้รัฐสภาแห่งนี้พิจารณา ร่างรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นเรื่องสำคัญของพี่น้องประชาชน และโดยเฉพาะในวันนี้พวกเรา หลายคนมีภารกิจที่จะต้องไปร่วมงานในพิธีสำคัญ ซึ่งผมจะไม่กราบเรียนในที่ประชุมแห่งนี้ แต่ทุกคนควรที่จะได้มีจิตใจในการที่จะไว้ทุกข์ให้กับบุคคลสำคัญ แต่ท่านประธานก็ถือโอกาสนี้ เร่งเรียกประชุมโดยเร่งด่วน ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่ามาตรฐานที่ท่านประธานได้บรรจุ ระเบียบวาระในวันนี้ ท่านประธานมีมาตรฐานอย่างไร ท่านประธานสามารถที่จะทำให้ ประธานคณะกรรมาธิการมายื่นรายงานต่อท่านประธานในวันที่ ๖ เมษายน ถ้าเป็นคนอื่น ทำบ้างท่านประธานจะอนุญาตหรือไม่ แล้วก็ขอกราบเรียนทราบเหตุผลว่าทำไมท่านประธาน ถึงเร่งรีบ เร่งร้อนบรรจุวาระในวันนี้ครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านคุณหมอวรงค์ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาตพูด ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยด้วย ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าขณะนี้ เอกสารที่ผมได้รับมาแล้ว ผมถือว่าคณะกรรมาธิการทำเอกสารที่ไม่สมบูรณ์ ทำไมที่บอกว่า คณะกรรมาธิการทำเอกสารไม่สมบูรณ์ อยากเรียนผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการ ด้วยกัน ท่านคงจำได้ว่าในที่ประชุมเรามีการถกกันเยอะ โดยเฉพาะเรื่องหลักการและเหตุผล พวกเราหลายคนมองว่าการแก้ไขครั้งนี้คือการแก้ไข กติกาสูงสุดของประเทศ ไม่ใช่นโยบายของรัฐบาลในการออกกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่ง ในเมื่อเราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ โดยหลักการพวกเรา ไม่ขัดแย้งกับกรรมาธิการเสียงข้างมากในการที่จะบอกว่าให้มีการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา แต่ประเด็นที่เรามีความเห็นขัดแย้งในที่ประชุมคณะกรรมาธิการคือ (๑) ของหลักการ เพราะรัฐบาล ได้กำหนดไว้ว่าให้กำหนดให้รัฐสภาประชุมร่วมกัน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

คุณหมอครับ เอาไว้ เข้าระเบียบวาระแล้วประธานคณะกรรมาธิการแถลงแล้วถึงจุดที่ท่านจะ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ผมกำลังหารือท่านประธานครับ ผมถือว่าขณะนี้เอกสารนี้ท่านเสนอพวกเรามาไม่สมบูรณ์ครับ ท่านเอาสิ่งที่เราแปรญัตติไว้ เนื่องจากคณะกรรมาธิการบอกให้พวกผมเสนอคำแปรญัตติไว้ แต่รายงานคำแปรญัตติของ ผมมันหาย แล้วเพื่อนกรรมาธิการหลายท่านรายงานคำแปรญัตติประเด็นเหล่านี้ก็หายไปหมด ผมถือว่าขณะนี้เอกสารที่ท่านส่งพวกผมมามันไม่สมบูรณ์ ในเมื่อไม่สมบูรณ์พวกเราจะ ดำเนินการประชุมได้อย่างไรครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ช่วยชี้แจงหน่อยสิครับประเด็นนี้

นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สามารถ แก้วมีชัย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ก็อยากกราบเรียนท่านสมาชิกว่า คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ตามข้อบังคับทุกประการ ได้มีการตรวจสอบ ตรวจทาน แล้วก็เชิญท่านกรรมาธิการ ได้ตรวจยืนยันร่างของคณะกรรมาธิการ ตลอดจนรายงานที่จะนำเสนอท่านประธานรัฐสภา เพื่อนำมาบรรจุระเบียบวาระ

ในส่วนประเด็นที่ท่านสมาชิกผู้เกียรติ ท่านนายแพทย์วรงค์ได้กล่าวเมื่อสักครู่ว่า ด้วยการแก้ไขเพิ่มเติม ก็มีท่านสมาชิกได้ขอแปรญัตติและขอสงวนความเห็นก็ดี สงวนคำแปรญัตติ ในเรื่องหลักการและเหตุผล ก็ไม่ได้หายไปไหนนะครับ ถ้าท่านจะกรุณาดูในตอนท้าย ซึ่งในข้อบังคับ ข้อ ๙๙ ก็บัญญัติไว้ชัดเจนนะครับว่าในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ที่คณะกรรมาธิการ พิจารณาเสร็จแล้วให้รัฐสภาพิจารณาเริ่มต้นด้วยชื่อร่าง คำปรารภ แล้วพิจารณา เรียงลำดับตามมาตรา และให้สมาชิกรัฐสภาอภิปรายโดยเฉพาะถ้อยคำหรือข้อความที่มีการ แก้ไขเพิ่มเติมหรือมีการสงวนคำแปรญัตติ หรือมีการสงวนความเห็นไว้ ทั้งนี้ เว้นแต่ที่ประชุม รัฐสภาจะลงมติเป็นอย่างอื่น ฉะนั้นเนื้อหาสาระทั้งหลายที่ท่านได้แปรญัตติมาจะอยู่ในเอกสาร ท่านกรุณาเปิดไปดูด้านท้ายต่อจากคำแปรญัตติในรายมาตรา ตั้งแต่ชื่อร่างไปเรื่อย ๆ ท่านก็จะ เห็นว่าไม่ได้ตกหล่นหายไปไหน ทุกสิ่งทุกอย่างที่กรรมาธิการได้ดำเนินการเป็นไปโดยชอบ ด้วยข้อบังคับทุกประการครับ ท่านประธานรัฐสภาครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมขออนุญาตได้ชี้แจง ท่านธนาเพื่อจะได้จบไปเสียทีเดียว กรณีวันหยุดวันที่ ๖ ที่ผมได้อนุมัติให้ข้าราชการเขามา ทำงานเป็นกรณีพิเศษแล้วผมก็เข้ามาทำงานด้วย คือผมมาลงนามในวันที่ ๖ ซึ่งเป็นวันหยุด ตามข้อเท็จจริง ก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ทีนี้เหตุผลก็คือเนื่องจากมีทั้งทางท่าน ส.ส. และ ส.ว. หลายท่านได้มาหารือผมกรณีเรื่องที่จะไปดูงานต่างประเทศกัน ซึ่งผมก็ได้ให้แนวทางไปว่า เพื่ออำนวยความสะดวกเพื่อที่จะให้ไม่มีปัญหา ก็อยากจะขอร้องว่าน่าจะไปในช่วง เดือนพฤษภาคม ส่วนเดือนเมษายนอาจจะมีการขยายเวลาการประชุมซึ่งก็จะมีหลายเรื่อง ๑ ในนั้นก็มีเรื่องของรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งคงต้องหลังจากจบวาระที่สองเสร็จแล้วต้องคงไว้ อีก ๑๕ วัน ก็น่าจะอยู่ภายในปลายเดือนเมษายน ถ้าจะไปต่างประเทศก็น่าเป็นเดือนพฤษภาคม นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมต้องสละเวลาซึ่งเป็นวันหยุดของผมมาทำงาน แล้วอนุมัติให้ ข้าราชการเขาได้มาทำงานเพื่อบรรจุเรื่องรัฐธรรมนูญให้ทันตามกำหนด เพื่อไม่ให้ไปกระทบ ส.ส. กับ ส.ว. หลายท่านที่มาปรึกษา เหตุผลก็เท่านั้นเองครับ คงไม่ใช่เรื่องความผิดความถูก เป็นเรื่องของการที่วันหยุดแล้วไม่ได้หยุด แล้วก็อนุญาตให้ข้าราชการมาทำงานพิเศษ เฉพาะวันหยุดแล้วผมก็เอาวันหยุดตรงนั้นมาทำงานก็ไม่ถือเป็นบรรทัดฐานอะไร แล้วแต่เหตุผล ในแต่ละเรื่อง ผมว่าพอสมควรกระมังครับ ท่านสุทัศน์เชิญครับ

นายสุทัศน์ เงินหมื่น กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ความจริง ผมมีประเด็นเดียวที่จะเรียนท่านประธาน แต่เมื่อท่านประธานชี้แจงกรณีวันที่ ๖ ต้องมาเปิดทำการ แล้วก็ออกหนังสือเชิญประชุมโดยอ้างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ประสงค์ ที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ควรจะเปิดประชุมเพื่อให้รัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ เหตุผลนี้ฟังไม่ได้ ครับท่านประธาน เป็นเหตุผลที่ประชาชนรับไม่ได้เลย และสมาชิกรัฐสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาส่วนมากก็รับไม่ได้ เป็นเหตุผลส่วนตัว จริงอยู่การเดินทางไปดูงานต่างประเทศนั้น เป็นภารกิจครับ แต่ก็เป็นที่รู้ทั่วไปในการวิพากษ์วิจารณ์ของสื่อมวลชนว่าส่วนหนึ่งไปเที่ยวกัน ผมขอทราบบัญชีรายชื่อผู้ที่มาหารือท่านประธานว่าใครบ้าง จะได้ประจานให้ประชาชน รับทราบว่าคนเหล่านั้นเห็นประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าประโยชน์ของประเทศชาติ ผมไม่เห็นด้วย ท่านประธานที่บอกว่าเรื่องนี้เป็นอำนาจท่านประธานกระทำได้แต่ไม่ถูกหลักการและไม่ชอบ ด้วยเหตุผล รวมทั้งเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวสำคัญกว่าประโยชน์ของประเทศชาติ ท่านประธานต้องเปิดเผยชื่อครับ

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมเข้าใจว่าวันนี้เราจะพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม น่าจะไม่ชอบด้วยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ กรุณาอ่าน การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หมวด ๑๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ (๔) การพิจารณาในวาระที่สองนั้นขั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตรา ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติมด้วย คำถามของผมก็คือขณะนี้มีประชาชนผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายมาอยู่ ๓ กลุ่ม

กลุ่มแรก คือของนางธิดา โตจิราการ เป็นผู้เสนอ เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

กลุ่มที่ ๒ ท่านประธานครับ กลุ่มของนายนิรันดร์ ด่านไพบูลย์ เป็นผู้เสนอ เสนอเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

กลุ่มที่ ๓ กลุ่มของนายเยี่ยมยอด ศรีมันตะ เป็นผู้เสนอ เสนอเมื่อวันพุธที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๕ ทั้ง ๓ กลุ่มนี้ก็ได้รับเชิญจากกรรมาธิการให้ไปแสดงความเห็นแต่ไม่ใช่ เป็นเรื่องการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญ ที่ผมจะต้องกราบเรียนถามท่านประธานก็คือก่อนที่เราจะพิจารณาวาระที่สองในวันนี้นั้น ท่านได้ดำเนินการตามมาตรา ๒๙๑ (๔) หรือยัง ถ้าดำเนินการแล้ว ผลเป็นประการใด ถ้าหากยังไม่ดำเนินการผมเชื่อว่าการพิจารณาวันนี้นั้นน่าจะไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ หากในอนาคตมีการยื่นต่อองค์กรอิสระผู้มีอำนาจวินิจฉัย วันนี้เราจะพิจารณาล้มเหลวไปเลย ไม่มีผลแต่ประการใด

ประการที่ ๓ ที่ผมกราบเรียนท่านประธาน เมื่อสักครู่นี้ท่านประธาน กรรมาธิการได้กรุณาชี้แจงว่าหลักการและเหตุผลนั้น มีบรรจุไว้หลังรายงานของกรรมาธิการ ท่านประธานครับ การพิจารณาวันนี้นั้นถ้าจะพิจารณาตามข้อบังคับ ข้อ ๙๙ ก็คงจะต้องเริ่ม ที่ชื่อเรื่อง คำปรารภ แล้วก็เรียงลำดับมาตรา แต่ขณะเดียวกันการพิจารณาลักษณะนี้นั้น เราได้ทำในการพิจารณาขั้นกรรมาธิการ กล่าวคือไม่มีการพิจารณาหลักการและเหตุผล มีคนขอแก้ไขหลักการและเหตุผล ซึ่งก็ไม่มีบทบัญญัติข้อบังคับหรือกฎหมายใดห้ามที่จะ ไม่ให้มีการ แก้ไขหลักการและเหตุผล ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้แขวนไว้ยังไม่สรุปผล ของการแก้ไขหลักการและเหตุผล แล้วก็มีการพิจารณาเรียงลำดับมาตราไปเรื่อย ๆ สุดท้าย เมื่อเจอมาตรา ๒๙๑/๑ หรือ มาตรา ๒๙๑/๓ ผมจำไม่ได้แน่นอน เกิดปัญหาครับ เกิดปัญหา พิจารณาต่อไปไม่ได้ ท่านประธานคงเห็นข่าวที่มีเสียงข้างฝ่ายค้านชนะเสียงฝ่ายรัฐบาล ๑๒ เสียงต่อ ๑๐ เสียง ท่านประธานคณะกรรมาธิการต้องย้อนกลับมาพิจารณาเรื่องหลักการ และเหตุผลใหม่ จนต้องใช้เสียงข้างมากมาลงมติ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐภา

ท่านสุทัศน์ เอาพอสมควรครับ เอาพอสมควรก็พอแล้วครับ

นายสุทัศน์ เงินหมื่น กรรมาธิการ

นี่คือเหตุผลที่ ๓ ครับ ผมจะต้องเรียนว่า ถ้าจะลำดับแล้วควรจะต้องมีการพิจารณาหลักการ เหตุผลเป็นเบื้องต้นก่อนจึงเข้าไปสู่ เรียงลำดับมาตราเพื่อป้องกันไม่ให้มีปัญหาเหมือนการพิจารณาขั้นกรรมาธิการ ผมมี ๓ เหตุผล คงจะต้องขอคำตอบทั้งท่านประธานรัฐสภาและท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสุทัศน์ครับ กรณีไปดูงาน ต่างประเทศนี่มันเป็นเรื่องของการมองต่างมุมนะครับ ส่วนตัวผมมองว่ามันเป็นประโยชน์ ผมถึงได้อนุญาตอนุมัติให้สมาชิกได้ไปดูงานนะครับ แต่ถ้าท่านสมาชิกเห็นว่ามันไม่เป็น ประโยชน์ก็เสนอมาครับ ผมจะได้ตัดงบประมาณไปใช้ทำอย่างอื่น แต่ส่วนตัวผมเห็นว่า มันเป็นประโยชน์นะครับ แล้วเรื่องการหารือเป็นอำนาจของประธานนะครับ ผมได้ให้เกียรติ สมาชิกใช้เวลาในการหารือพอสมควร เพราะฉะนั้นผมขอเข้าประเด็นเลย เข้าระเบียบวาระ ขอเชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการแถลงครับ เชิญครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา

(นายสุทัศน์ เงินหมื่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ เชิญครับท่านสุทัศน์

นายสุทัศน์ เงินหมื่น กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ถ้าผมไม่ได้ชี้แจง ก็จะก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ผมไม่ได้เห็นว่าการไปดูงานต่างประเทศนั้น ไม่มีความสำคัญ ผมว่ามีความสำคัญ แต่ความสำคัญดังกล่าวนั้นเลื่อนไปได้ และความสำคัญ ดังกล่าวนั้นน่าจะน้อยกว่าความสำคัญของการพิจารณากฎหมายรัฐธรรมนูญครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ก็ผมเห็นว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ มีความสำคัญ ผมถึงได้เอาบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระก็ตามที่ท่านก็เห็นตรงกันแล้วนี่ครับ ผมขอดำเนินการเลยดีกว่ากระมังครับ ท่านใช้สิทธิประท้วง เมื่อสักครู่ท่านสุทัศน์ก็ใช้สิทธิประท้วง แต่ไม่ได้เอ่ย ไม่มีใครทำผิดข้อบังคับ แต่ท่านถือโอกาสมาชี้แจง แต่ผมก็ให้เกียรติท่านนะครับ ผมอนุโลมให้ ท่านดำเนินการผิดข้อบังคับผมก็ยังอนุโลม ทีนี้ใครผิดข้อบังคับข้อไหนครับ ท่านบุญยอดเชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมประท้วงท่านประธานครับ ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ๒๕๕๓ ข้อ ๑๓ ครับ ข้อ ๑๓ กล่าวว่าให้ส่งระเบียบวาระ การประชุมรัฐสภากับเอกสารที่เกี่ยวข้องไปพร้อมกับหนังสือนัดประชุมรัฐสภา ถ้าประธานรัฐสภา เห็นสมควรจะบรรจุเรื่องใดเพิ่มเติมในระเบียบวาระการประชุมก็บรรจุได้นะครับ แล้วก็บอกว่า เป็นเรื่องของไม่น้อยกว่า ๑ วัน แต่ท่อนแรกที่สำคัญก็คือว่าการส่งระเบียบวาระการประชุม กับเอกสารที่เกี่ยวข้องนั้นต้องไปพร้อมกันกับหนังสือนัดประชุม ท่านประธานครับ ผมจึงเรียน ต่อท่านประธานรัฐสภาว่าเอกสารรายงานกรรมาธิการฉบับนี้ซึ่งผมเชื่อว่าสมาชิกรัฐสภานั้น ไม่ได้รับพร้อมกับหนังสือนัดการประชุม ผมเองได้เห็นในตอนเช้าวันนี้เท่านั้นเอง ผมจึงเพิ่งจะ เริ่มได้รู้ว่าคณะกรรมาธิการมีการแก้ไขอย่างไรบ้าง การแปรญัตติเป็นอย่างไรบ้าง ไม่มีเวลา ในการศึกษาครับท่านประธาน ผมยิ่งเชื่อว่าไม่มีสมาชิกรัฐสภาท่านใดได้รับหนังสือตัว ของรายงานของคณะกรรมาธิการฉบับนี้ เราจะอภิปราย เราจะประชุมกันได้อย่างไรครับ และถ้าท่านประธานจะเคร่งครัดต่อระเบียบข้อบังคับของการประชุมอย่างที่ท่านประธานเอง ได้เคยพูดไว้อยู่เสมอในที่ประชุมทั้งสภาผู้แทนราษฎร และที่ประชุมร่วมของรัฐสภานั้น ท่านประธานพึงจะต้องรักษาระเบียบข้อบังคับ ข้อ ๑๓ อย่างเคร่งครัด ถ้าท่านยังไม่ได้ทำ ขอความกรุณาท่านใช้วินิจฉัยว่าขอเลื่อนการประชุมครั้งนี้ไปก่อนจะเป็นสัปดาห์หน้า ก็นัดประชุมใหม่ได้ เราทุกคนนะครับ ๖๔๘ คน มีเวลาในการศึกษาเล่มนี้เพราะท่านประธาน ก็พูดเองว่าเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญมิใช่หรือครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ครับ ขอบคุณท่านบุญยอดครับ กรณีนี้ทางสภาผู้แทนราษฎรเขาได้ชี้แจงบอกว่าได้ส่งในเว็บไซต์ให้กับสมาชิกแล้วเอกสาร ก็มารับได้ที่สภาซึ่งก็เคยปฏิบัติอย่างนี้เป็นปกติหลายครั้งนะครับ ก็ขอทำความเข้าใจ

(นายธนา ชีรวนิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)

เชิญท่านธนาครับ ท่านใช้สิทธิ ประท้วงนะครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมประท้วงท่านประธานในข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ ๕ และบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าด้วยการที่ท่านประธานเร่งรีบ เสนอระเบียบวาระนี้เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ท่านสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายแล้ว ถึงข้อวิตกกังวลว่าการพิจารณาในวันนี้อาจจะไม่ชอบด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ท่านประธานต้องให้ประธานคณะกรรมาธิการตอบข้อซักถามของท่านสมาชิกในกรณีที่ ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าในบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านสุทัศ เงินหมื่น ได้ลุกขึ้นสอบถาม ท่านประธานว่าใน (๔) ที่ท่านระบุว่าในการพิจารณาในวาระที่สอง ขั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตรา ต้องจัดให้มีการรับฟังความเห็นจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติมด้วย การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สอง ขั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตราให้ ถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ (๕) เมื่อการพิจารณาวาระที่สองเสร็จสิ้นแล้วให้รอไว้ ๑๕ วัน เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้วให้รัฐสภาพิจารณาในวาระที่สามต่อไป ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ใน (๔) นั้น ความหมายของท่านประธานเหมือนจะอนุมานว่าคณะกรรมาธิการก็ได้ ไปดำเนินการในวาระที่สองแล้ว ผมกราบเรียนว่าไม่ใช่ สิ่งที่เรากำลังพูดกันใน (๔) ก็คือ เมื่อมีการเข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน การพิจารณาในวันนี้ ใน (๔) ต้องนำ ผู้ที่เสนอชื่อร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมให้มารับฟังความคิดเห็นด้วย เพราะอะไรครับ เพราะวันนี้เป็นการประชุมร่วมกันของรัฐสภา สมาชิกรัฐสภามีสิทธิที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย กับคณะกรรมาธิการ แต่สิ่งหนึ่งที่รัฐธรรมนูญให้บทบัญญัติไว้ก็คือสมาชิกรัฐสภาสมควร จะได้รับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย นั่นหมายถึงว่าเวลา ที่สมาชิกรัฐสภาลุกขึ้นซักถามการพิจารณาของคณะกรรมาธิการย่อมมีสิทธิที่จะสอบถาม ความเห็นของภาคประชาชน ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้พี่น้องประชาชนได้เสนอ ร่างรัฐธรรมนูญเข้ามาแล้ว ๓ ฉบับ แม้ว่าท่านประธานยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระแต่ถือว่า กระบวนการเสนอชื่อร่างรัฐธรรมนูญนั้นได้เสร็จสิ้นตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแล้ว ภาคประชาชนมีศักดิ์และสิทธิในการที่จะได้รับการคุ้มครองตามมาตรา ๒๙๑ (๔) ทุกประการ นั่นประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ก็คือใน (๔) เขียนไว้ชัดเจนครับว่าการพิจารณาในวาระที่สอง ขั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตราต้องให้เรียงลำดับมาตรา สิ่งที่ท่านสมาชิกขออนุญาตเอ่ยนาม คุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ลุกขึ้นสอบถามคณะกรรมาธิการว่าหลักการและเหตุผล ที่คณะกรรมาธิการหรือแม้กระทั่งสมาชิกได้สงวนความเห็นและแปรญัตติไว้นั้นท่านไม่ได้ บรรจุไว้เพราะเมื่อดูตามลำดับเรียงมาตราแล้วไม่ปรากฏรายละเอียด แต่ท่านประธาน คณะกรรมาธิการท่านเรียนให้ที่ประชุมทราบว่าท่านได้ไปบรรจุไว้อยู่ท้ายรายงานของการพิจารณา ของคณะกรรมาธิการนั่นหมายถึงว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญไม่ได้ปฏิบัติให้เป็นไปตาม บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ เนื่องจากสภาแห่งนี้จะต้องพิจารณาเรียงตามมาตรา หมายความว่าอย่างไรครับท่านประธาน หมายถึงเรียงตามกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... โดยเริ่มต้นตั้งแต่หลักการ เหตุผลและเข้าสู่ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตามมาตรา เพราะฉะนั้นสิ่งที่กรรมาธิการได้นำเสนอโดยเอาหลักการซึ่งอยู่ต้นไปอยู่ท้าย การพิจารณาของร่างรัฐธรรมนูญนั้น ผมถือว่าไม่ชอบด้วยบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ (๔) (๕) แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตท่านประธาน ผมไม่สบายใจที่ท่านประธาน บอกว่าจำเป็นจะต้องพิจารณาในวันนี้ เนื่องจากสมาชิกรัฐสภาทั้งท่าน ส.ว. ก็ดี ส.ส. ก็ดี จะต้องเดินทางไปดูงานต่างประเทศ ผมยืนยันครับว่าการดูงานเป็นเรื่องสำคัญ แต่การดูงานนั้น สามารถเลื่อนกำหนดการออกไปได้ครับ สภาปิดสมัยประชุม ๓ เดือน ท่านจะเลื่อนออกไป ๑ เดือน ๑๕ วัน การดูงานก็ไม่เสียหาย แต่ท่านประธานเลือกเอาการดูงานของกรรมาธิการ เป็นที่ตั้งแล้วมาเลื่อนร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาทำให้เกิดปัญหาในการพิจารณาในวันนี้ ผมเห็นว่า ท่านประธานใช้ดุลยพินิจของท่าน ใช้คำสั่งของท่านมีนัยแอบแฝงครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมขอชี้แจงนะครับ การบรรจุ ระเบียบวาระ ผมดำเนินการตามขั้นตอนถูกต้องทุกประการครับ ทั้งเรื่องรัฐธรรมนูญแล้วก็ เรื่องของข้อบังคับ เพราะฉะนั้นมันไม่มีอะไรผิดพลาดหรอกครับ แล้วก็กรณีที่มีประชาชน เสนอกฎหมายรัฐธรรมนูญ ๓ ฉบับ ตอนนี้ก็อยู่ในระหว่างการตรวจสอบรายชื่อซึ่งก็ยัง ไม่เรียบร้อย เพราะฉะนั้นก็คงไม่มีอะไรที่จะมาทำให้ มันไม่เกี่ยวกับที่เรากำลังพิจารณากันอยู่ ตอนนี้ครับ เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการชี้แจงสักนิดหนึ่งครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม สามารถ แก้วมีชัย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ก็สรุปสั้น ๆ ด้วยความเคารพ ในท่านผู้ที่ประท้วงและตั้งข้อสังเกต กระผมขอกราบเรียนดังนี้นะครับ

ประเด็นแรก ที่ท่านพูดถึงมาตรา ๒๙๑ (๔) นี่นะครับ

(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสามารถครับ ท่านจะ ประท้วงก็ค่อยประท้วงหลังจากที่เมื่อกี้มีคนประท้วง แล้วก็จะให้ท่านประธานกรรมาธิการ ได้ชี้แจง ก็ต้องให้ท่านประธานกรรมาธิการได้มีโอกาสชี้แจง มีอะไรครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เมื่อกี้เข้าใจว่าท่านประธานยังไม่ได้แจ้งเรื่องการ ถ่ายทอดสดเลยครับ ท่านจะให้มีการถ่ายทอดสดหรือเปล่าครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

มีครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ ถ่ายทอดเลยนะครับ ตอนนี้เราจะเริ่มพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญกันแล้วยังไม่มีการถ่ายทอดสด ท่านประธานดูนี่นะครับ ท่านประธานครับ ตอนนี้มีเรื่องที่สำคัญของประเทศชาติอยู่นะครับ คือเรื่องของพระราชพิธีที่พี่น้องประชาชนเขาติดตามชมอยู่นะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เอาอย่างนี้ครับ หลักการ ต้องถ่ายทอดครับ ทีนี้ประเด็นคือเดี๋ยวให้ท่านเลขาธิการตรวจสอบข้อเท็จจริง เดี๋ยวจะแจ้งให้ พวกเราทราบอีกทีหนึ่ง

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ถ้าท่านประธาน เห็นว่าการถ่ายทอดรัฐธรรมนูญนี้เป็นเรื่องสำคัญครับ ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนควรจะได้รับรู้ ทั้งหมด ทุกขั้นตอนของการพิจารณากฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้นะครับ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าถ้ายังมีเรื่องสำคัญอยู่ซึ่งพี่น้องประชาชนก็ให้ความสนใจติดตามดูอยู่นี่ เรื่องรัฐธรรมนูญ เรารอให้พร้อมก่อนดีไหมครับ ถึงจะถ่ายทอดแล้วก็เริ่มพิจารณาพร้อม ๆ กัน เพราะฉะนั้น ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าอย่างไรเราพักการประชุมเอาไว้ก่อนดีไหมครับ พร้อมเมื่อไร ถ่ายทอดได้ เสร็จพระราชพิธีเราเริ่มประชุมแล้วก็เริ่มถ่ายทอดตอนนั้น ก็คิดว่าคงจะเป็นการดี ที่ให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้ทุกเรื่องราวที่เกี่ยวกับการอภิปรายในวันนี้นะครับ เพราะว่า มีสมาชิกติดใจตั้งแต่มาตรา ๑ เลย เท่าที่ผมอ่านนะครับ ท่านประธานเห็นเป็นอย่างไร ก็กรุณาตอบด้วยนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เอาอย่างนี้ครับ ถ้าตอนที่ ท่านประธานคณะกรรมาธิการแถลงยังไม่ถ่ายทอด ผมจะพักการประชุม เชิญท่านประธาน คณะกรรมาธิการช่วยชี้แจงครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตชี้แจงคำทักท้วงของท่านสมาชิก

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ฝากท่านเลขาธิการ ช่วยตรวจสอบเรื่องการถ่ายทอดด้วยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

ที่ท่านสมาชิกได้กล่าวอ้าง มาตรา ๒๙๑ (๔) อยากจะกราบเรียนว่ามาตรา ๒๙๑ (๔) เขาพูดถึงการพิจารณาในวาระที่สอง ชั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตรา ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่เข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมด้วยนั้น ตรงนี้หมายถึงว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญของ ประชาชนผ่านกระบวนการตรวจสอบทุกอย่างสมบูรณ์และบรรจุในระเบียบวาระและได้รับ การพิจารณาด้วยแล้ว เมื่อสภารับหลักการ พี่น้องประชาชนผู้เสนอร่างตามรัฐธรรมนูญไม่ได้ ให้สิทธิมานั่งเป็นกรรมาธิการด้วย ฉะนั้นถ้าหากมีร่างของประชาชนอยู่ด้วยในการพิจารณา ในวาระที่สอง รัฐธรรมนูญถึงบัญญัติให้ฟังเสียงประชาชนเหล่านั้นด้วยครับ แต่เนื่องจาก ๓ ร่างที่ประชาชนเสนอยังไม่ผ่านกระบวนการครบถ้วนสมบูรณ์นะครับ ยังไม่ได้บรรจุ ในระเบียบวาระของรัฐสภา ฉะนั้นใน (๔) นำมาใช้ไม่ได้ แต่ในชั้นกรรมาธิการท่านเองก็เป็น กรรมาธิการอยู่ ท่านก็คงเห็นว่าเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๒ มีนาคม ตั้งแต่บ่ายโมงครึ่งเป็นต้นไป เราได้เรียนเชิญตัวแทนผู้เสนอร่างฉบับประชาชนทั้ง ๓ ร่าง ทั้งท่านอาจารย์ธิดา ท่านนิรันดร์ แล้วก็ท่านเยี่ยมยอด ได้มาให้ข้อคิดเห็น มาให้ข้อมูลกับกรรมาธิการ นอกจากนั้นแล้วยังเชิญ ภาควิชาการจากมหาวิทยาลัยมหิดลด้วยนะครับ ได้มาแสดงความคิดเห็นประกอบการ พิจารณาของเรา ฉะนั้นประเด็นนี้ผมคิดว่ากรรมาธิการและท่านประธานรัฐสภาดำเนินการ ถูกต้องแล้วนะครับ

ส่วนอีกประเด็นหนึ่งท่านได้พูดถึงเรื่องการพิจารณา ก็อยากจะกราบเรียน ท่านว่าในข้อบังคับ ข้อ ๙๙ ข้อบังคับรัฐสภาพูดไว้ชัดเจนบอกว่าในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติมตามที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วให้รัฐสภาพิจารณาเริ่มต้นด้วยชื่อร่าง คำปรารภ แล้วพิจารณาเรียงตามลำดับมาตรา ฉะนั้นเราก็ดำเนินการตามข้อบังคับทุกอย่าง ส่วนหลักการ เหตุผล ก็จำเป็นต้องเอาไปไว้ด้านท้ายหลังจากที่เราพิจารณาเรียงตามลำดับ มาตราแล้ว ก็เป็นไปตามข้อบังคับ ถ้าท่านทั้งหลายประสงค์ที่จะเอาหลักการ เหตุผลขึ้นมา พิจารณาก่อนก็เป็นสิทธิที่ท่านจะเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภาเพื่อยกเว้นข้อบังคับตรงนี้ และให้รัฐสภาพิจารณาหลักการ เหตุผลก่อนก็ได้นะครับ ก็แล้วแต่มติที่ประชุมรัฐสภาว่า จะเห็นสมควรงดเว้นข้อบังคับ ข้อ ๙๙ หรือไม่ครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมขออนุญาตเลยนะครับ เมื่อกี้ทางเจ้าหน้าที่แจ้งบอกว่าช่อง ๑๑ ถ่ายทอดเรียบร้อยแล้ว ผมขอเข้าระเบียบวาระเลย นะครับ

(นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)

ท่านประท้วงนะครับ เชิญท่านธนาครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตต่อข้อซักถามของท่านประธานคณะกรรมาธิการที่ได้ตอบว่า ใน (๔) นั้นการพิจารณาในวาระที่สองขั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตรา ท่านก็บอกว่า ท่านพิจารณาจากที่มีการบัญญัติไว้ ก็คือท่านพิจารณาร่าง คำปรารภ ซึ่งเริ่มต้นด้วยชื่อร่าง คำปรารภ และพิจารณาเรียงลำดับมาตรา เพราะฉะนั้นถ้าสิ่งที่ท่านตอบผมเมื่อสักครู่นี้ก็แสดงว่าในชั้นกรรมาธิการก็ไม่ได้พิจารณา ให้เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญสิครับ เพราะในชั้นกรรมาธิการท่านพิจารณาหลักการ และเหตุผลก่อน แล้วท่านถึงเลยเข้าไปสู่ร่างรัฐธรรมนูญ คำปรารภ แล้วก็เรียงตามมาตรา ถ้าอย่างนั้นท่านพิจารณาไม่เหมือนกัน ทำไมในชั้นกรรมาธิการท่านพิจารณาหลักการ และเหตุผลก่อนแล้วถึงเข้าไปสู่การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ นั่นประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ การตีความของท่านประธานคณะกรรมาธิการนั้นตีความ ตามความเข้าใจของท่าน ท่านตอบผมว่าเมื่อมีประชาชนเข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไข เพิ่มเติมให้หมายความว่าร่างรัฐธรรมนูญนั้นผ่านการตรวจสอบแล้วก็บรรจุในระเบียบวาระ ครบถ้วนแล้วถึงจะมีสิทธิเสนอ ท่านบอกผมสิครับว่าในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเขียนสิ่งที่ท่าน มีความเข้าใจนั้นไว้ตรงไหน ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ (๔) เขียนใจความสั้น ๆ แต่เพื่อ รองรับภาคประชาชนไว้ว่าต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่เข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ผมกราบเรียนว่ากระบวนการเสนอชื่อ ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมนั้นได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว นำเสนอท่านประธานรัฐสภาแล้ว ส่วนกระบวนการการตรวจสอบรายละเอียดของร่างรัฐธรรมนูญภาคประชาชนนั้นเป็น เรื่องที่บทบัญญัติรัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติไว้ ท่านต้องตีความโดยเคร่งครัด นั่นหมายถึงว่า เมื่อมีการเสนอร่างรัฐธรรมนูญโดยภาคประชาชนแล้ว ท่านต้องให้เขาใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ (๔) สิ่งที่ท่านประธานกรรมาธิการลุกขึ้นมาชี้แจงนั้นเป็นความเข้าใจของท่าน ซึ่งไม่ได้มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญรองรับไว้ครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ที่จริงเรื่องนี้สภารับหลักการ ไปในวาระที่หนึ่งแล้วนะครับ ขอเชิญท่านประธานชี้แจงนิดหนึ่ง

นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ด้วยความเคารพในความเห็นข้อกฎหมายของท่านสมาชิกนะครับ จริง ๆ แล้วอาจจะมอง แง่มุมกฎหมายแตกต่างกันเป็นเรื่องธรรมดานะครับ แต่ผมอยากกราบเรียนในการจัดระเบียบ วาระในชั้นรัฐสภากับการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการนี้นะครับ ถ้าท่านอ่านข้อบังคับ ข้อ ๙๙ ให้ชัดเจน ถ้อยคำจะชัดเจนว่าในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่คณะกรรมาธิการ พิจารณาเสร็จแล้ว แปลว่าในชั้นกรรมาธิการเราพิจารณาเสร็จแล้ว ข้อบังคับถึงมาบัญญัติ บังคับว่าให้รัฐสภาพิจารณาเริ่มต้นด้วยชื่อร่าง คำปรารภ แล้วพิจารณาเรียงตามลำดับมาตรา ข้อบังคับนี้ไม่ได้ไปครอบคลุมถึงการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการนะครับ แต่พูดถึง เมื่อกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ให้รัฐสภาซึ่งกำลังจะพิจารณาในวาระที่สองพิจารณา เป็นไปตามข้อบังคับนี้ ฉะนั้นความแตกต่างด้านการตีความกฎหมายหรือข้อบังคับ มันอาจจะ ไม่เหมือนกันล่ะครับ ในรัฐธรรมนูญก็เช่นเดียวกันผมยืนยันนะครับว่าถ้าร่างฉบับประชาชน สมบูรณ์และได้รับการบรรจุในระเบียบวาระ ได้รับการรับหลักการจากรัฐสภานี้ไปแล้ว ประชาชนย่อมมีสิทธิที่จะต้องได้รับการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา ๒๙๑ (๔) อย่างที่ท่านว่า แต่เนื่องจากว่าทั้ง ๓ ร่างยังไม่ได้เข้าสู่ระเบียบวาระ ยังไม่ได้รับการพิจารณาของรัฐสภา ฉะนั้นก็ยังไม่เข้าตามมาตรา ๒๙๑ (๔) นี่ก็เป็นมุมมองกฎหมายที่ทางฝ่ายผมมองนะครับ ด้วยความเคารพท่านครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมเชิญประธาน คณะกรรมาธิการแถลงเลยครับ เชิญครับ คงไม่อนุญาตให้ใครหารือแล้วกระมังครับ พอแล้วครับ เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการเชิญเลยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา กระผม นายสามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย

(นายนิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านประท้วงใช่ไหมครับ ท่านนิพนธ์ครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมใช้สิทธิประท้วง ท่านประธานเพราะว่าสิ่งที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการชี้แจงนั้นผมคิดว่าท่านต้องชี้แจงให้ ชัดเจนครับว่าเมื่อสักครู่ที่ท่านบอกว่าหลักการและเหตุผลมาอยู่ด้านขวาครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ ต้องขออภัยนะครับ ผมให้เกียรติอย่างที่สุดแล้วครับ ท่านใช้สิทธิประท้วงแล้วท่านก็ขึ้นมาถาม ไม่มีใครทำผิด ข้อบังคับแล้วครับท่านครับ นั่งเถอะครับ ท่านครับนั่งเถอะครับ ไม่มีใครทำผิดข้อบังคับครับ ท่านประธานกรรมาธิการก็ได้ชี้แจงแล้ว เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเป็นอีกเรื่องครับ ท่านนั่งเถอะ ไม่มีใครผิดข้อบังคับครับ ว่าอย่างไรนะครับ ผมไม่ได้รวบรัดเลยครับ ผมก็ยังให้เกียรติหารือ ใช้เวลาพอสมควร พอสมควรแล้วครับ ผมไม่อนุญาตให้หารืออีกแล้วครับ ผมไม่อนุญาต ให้ท่านหารือครับ เป็นอำนาจของประธานนะครับ ที่จะอนุญาตให้หารือหรือไม่ แล้วผมก็ให้ เกียรติท่านได้หารือกันพอสมควรแล้วครับ จบแล้วครับ เชิญนั่งเถอะครับ ผมได้ให้โอกาส หารือทั้งที่ไม่ต้องให้ก็ได้นะครับ น่าจะสมควรแล้วครับ เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการ เชิญครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธาน กระผม นายสามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา และประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ผมขอกราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาเพื่อโปรดทราบดังนี้ ตามที่ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านบุญยอดประท้วง ใช่ไหมครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเห็นว่าในการหารือทั้งหมด ก็ยังมีปัญหาอยู่นะครับ ผมขอเสนอญัตติด่วนตามข้อบังคับ ข้อ ๓๑ และข้อ ๓๒ ประกอบกัน โดยที่ไม่ต้องเสนอล่วงหน้าหรือว่าเป็นหนังสือ ผมขอเสนอให้มีการเลื่อนการปรึกษา หรือการพิจารณาออกไปครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ครับ มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น หรือเปล่าครับ เชิญครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หนองบัวลำภู

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดหนองบัวลำภู ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมคิดว่าเรื่องที่เรากำลังพิจารณาอยู่นี้ เป็นเรื่องสำคัญ พี่น้องประชาชนจำนวนมากติดตามดู แล้วก็รอที่จะมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ เกิดการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง กระผมขอเสนอให้คงไว้ตามเดิมครับ ท่านประธาน ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ถ้าอย่างนั้น ผมขอมตินะครับ

(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนลงมติ)

เชิญสมาชิกข้างนอก เข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ เชิญครับ ท่านวรชัยเชิญครับ

นายวรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานครับ ช่วยกดยาว ๆ นาน ๆ หน่อยครับ เพื่อน ๆ ประชุมคณะกรรมาธิการอยู่หลายท่านครับ ท่านช่วยกดนาน ๆ ยาว ๆ หน่อยครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสุนัยมีอะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร กระผมคิดว่าอยากจะขอเวลาสักนิดเถอะครับ กราบเรียนผ่านท่านประธาน ไปถึงเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านบุญยอด สุขถิ่นไทย ผมคิดว่าบรรยากาศเรา ก็มีเจตนารมณ์ร่วมกันที่อยากจะเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อไปแก้ไขปัญหาของชาติ บ้านเมือง เมื่อท่านเสนอญัตตินี้แล้วผมคิดว่าเพื่อให้บรรยากาศมันปรองดอง ให้บรรยากาศ มันร่วมกันนี่ ถ้าท่านจะถอนญัตติเสียก็ไม่น่าจะเสียหายอะไรเพื่อให้ภาพลักษณ์ของสภาเรา ส่งสัญญาณไปถึงประชาชนว่าเราร่วมกันที่จะแก้ปัญหาของบ้านเมืองด้วยการแก้ไข รัฐธรรมนูญ จึงฝากกราบเรียนไปถึงท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านวัชระ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นับประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายสนับสนุน ท่านบุญยอด สุขถิ่นไทย ที่ได้เสนอเลื่อนวาระการประชุมออกไป กราบเรียนท่านประธานว่า วันนี้เป็นวันที่ประชาชนทั้งประเทศเศร้าสลด เป็นวันที่มีพระราชพิธีส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย และในวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันหยุดราชการคือวันจักรี ท่านประธานก็ยังไม่เคารพ ยังบรรจุเข้ามาในวันจักรี ผมถือว่าท่านประธานต้องพิจารณาตัวเองครับ ควรที่จะเลื่อนวาระ การพิจารณารัฐธรรมนูญออกไป และการที่ท่านสุนัย จุลพงศธร บอกว่ามีความคิดเห็น ร่วมกันกับฝ่ายค้าน ผมขอกราบเรียนท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่าไม่เป็น ความจริงครับ ท่านสุนัยพูดเท็จ เพราะเราไม่ได้มีความเห็นร่วมกับท่านสุนัย จุลพงศธร เลยแม้แต่ตัวอักษรเดียว ด้วยเหตุดังนี้จึงควรอย่างยิ่งที่จะเลื่อนวาระการประชุมออกไปเพื่อให้ ท่านประธานได้แสดงถึงความจงรักภักดี ขอขอบคุณ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญสมาชิกข้างนอกด้วย เข้าห้องประชุมครับ เชิญครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านบุญยอดมีอะไรครับ ท่านลุกขึ้นประท้วงอีกแล้วหรือครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตที่จะต้องใช้สิทธิถูกพาดพิงนะครับว่า การที่จะขอเลื่อนการพิจารณาในครั้งนี้ สมาชิกท่านหนึ่งบอกว่าเหมือนกับว่าจะไม่ปรองดอง ต้องขออธิบายนะครับว่าการปรองดองเกิดขึ้นได้และพวกเรายินดีปรองดองอยู่แล้วนะครับ ถ้าเรามีเหตุมีผลซึ่งกันและกัน การเลื่อนการพิจารณาในวาระนี้ก็เพื่อความปรองดองครับ เพราะว่าพวกเรามีความกังวลในกระบวนการต่าง ๆ และแน่นอนที่สุดก็คือว่าการเลื่อนไป ไม่ได้เสียหายอะไร

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ ที่จริงเขาพาดพิง แล้วไม่เสียหายนะครับ ต้องเสียหายเท่านั้นท่านถึงจะใช้สิทธิได้ แต่ไม่เป็นอะไรครับ ผมอนุญาตอนุโลมให้ท่านใช้สิทธิครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ก็ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ ที่ให้ผมใช้สิทธิ เพราะว่าคำกล่าวของท่านสมาชิกพูดทำนองเหมือนกับว่า ถ้าจะปรองดองกันก็ขอให้พิจารณาต่อไปนะครับ อย่าเลื่อนเลย ผมก็มองอีกมุมหนึ่งนะครับ ท่านประธานว่าถ้าจะปรองดองควรจะเลื่อน เพราะว่าเรามีความกังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กับการยื่นญัตตินี้เข้ามาของท่านประธานคณะกรรมาธิการนี่นะครับ ก็ขอให้ทางสมาชิกได้ ช่วยกันพิจารณานะครับว่าถ้าจะเลื่อนไป ๑ สัปดาห์ยังอยู่ในระเบียบวาระประชุมอยู่ อยู่ใน สมัยประชุมอยู่ ไม่ได้มีใครเสียหายครับ นอกจากว่าจะมีใครรีบร้อนเท่านั้นเองครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมชาย มีอะไรครับ

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

ท่านประธานที่เคารพครับ นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก็ขอบคุณท่านประธานครับ การประชุมรัฐสภานั้นไม่ได้มีแต่ ส.ส. ฝ่ายเดียวครับ มีวุฒิสภาด้วย ผมเองก็ยกมือตั้งนานแล้ว จะเรียนถามท่านประธานคณะกรรมาธิการเพื่อตัดสินใจว่าจะให้เลื่อนหรือไม่เลื่อนนี่นะครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการช่วยตอบผมนิดหนึ่งว่าหลังจากที่ท่านลงมติแก้ไขกันแล้ววันที่ ๔ วันที่ ๕ ซึ่งผมได้ไปชี้แจงต่อกรรมาธิการ ผมได้สอบถามท่านประธานคณะกรรมาธิการว่า จะให้พวกผมแปรญัตติและท่านจะรับฟังและจะลงมติมีการประชุมกันรอบหลังหรือไม่ครับ เท่าที่ทราบมีการประชุมถึง ๓ ทุ่มครึ่ง และมีผู้ประชุมอยู่ประมาณ ๓ ท่าน ไม่ทราบว่า ท่านใช้การประชุมตอนไหนครับ ลงมติว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับการแปรญัตติของผม และผู้แปรญัตติในวันที่ ๕ เพราะผมมาเห็นเอกสารอีกทีก็คือวันที่ ๖ แล้วก็มาเห็นเอกสาร อีกทีก็คือเมื่อกี้ที่หน้าห้องนะครับ ก็อยากเรียนถามว่ากรรมาธิการได้ประชุมวันไหน เวลาไหน และลงมติอย่างไร ลงมติวันที่ ๔ หรือลงมติวันที่ ๕ หรือลงมติวันที่ ๖ ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ อันนี้จะได้ตัดสินใจถูกครับว่าจะลงมติให้เลื่อนหรือไม่เลื่อนต่อไป ก็ขอกราบเรียนท่านประธาน ไปยังประธานคณะกรรมาธิการช่วยตอบข้อสงสัยของวุฒิสภาด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านประธานสามารถครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม สามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการครับ กราบเรียนว่าในวันที่ ๕ ทั้งวันเราได้เชิญท่านสมาชิกรัฐสภาที่ยื่นแปรญัตติได้ไปชี้แจงเหตุผลประกอบ ก็มีผู้ไปชี้แจง จนกระทั่งถึงเวลาประมาณ ๓ ทุ่มกว่านะครับ จากนั้นแล้วกรรมาธิการก็ได้มาทบทวนร่าง ทั้งหมดอีกครั้งหนึ่ง ขอยืนยันท่านนะครับว่าในการพิจารณาทบทวนร่างหลังจากที่ฟังเหตุผล ของผู้แปรญัตติแล้วครบองค์ประชุมนะครับ มีท่านสมาชิกฝ่ายกรรมาธิการที่จากฝ่ายค้านก็นั่ง อยู่ด้วย ท่าน ส.ว. ก็นั่ง ทุกคนยืนยันว่าครบองค์ประชุมแน่นอน และเราก็มีมติด้วยเสียงข้างมาก ตามร่างที่นำเสนอต่อท่านประธานรัฐสภานะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านมีอะไรครับ

นายกนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุตรดิตถ์

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ผม กนก วงษ์ตระหง่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานแล้วก็สอบถามไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ คือในวันที่ ๕ ผมเป็นคนหนึ่งที่ไปชี้แจง ตอนเที่ยงผมชี้แจงจนถึงประมาณบ่ายโมงนะครับ แล้วท่านประธานก็ได้เห็นนะครับ แล้วก็ในวันนั้นเท่าที่ผมดูด้วยสายตา มีกรรมาธิการที่เข้า ประชุมอยู่ ผมคิดว่าไม่ถึง ๑๐ ท่าน ท่านประธานครับ นั่นข้อที่ ๑

ข้อที่ ๒ ที่สำคัญก็คือว่าในรายงานตรงนี้นี่นะครับท่านประธาน มันเหมือนกับ รายงานกรรมาธิการปรองดองเลยครับท่านประธานครับ ก็คือว่าผมได้ชี้แจงและได้ขอแปรญัตติ เพิ่มเติมตั้งแต่มาตรา ๒๙๑ (๑) แต่ปรากฏว่าในรายงานนี้ ไม่มีคำแปรญัตติของผมที่ผมได้ แปรญัตติเพิ่มเติม แล้วก็มีเฉพาะที่อยู่ในลายลักษณ์อักษรที่ผมได้ยื่นไปประมาณเดือนเศษ แล้วนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมอยากขออนุญาตถามท่านประธานคณะกรรมาธิการว่าคำแปรญัตติของผม ในวันที่ ๕ ตอนเที่ยงนั้น หายไปไหน มันเหลือเฉพาะที่เป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น แล้วก็ ในวันที่ผมไปชี้แจงนั้นผมยืนยันได้นะครับว่ากรรมาธิการที่อยู่ในห้องประชุมนั้นผมเข้าใจว่า มีไม่ถึง ๑๐ ท่าน แล้วก็ออกมานอกห้องก็พบกับนายแพทย์เหวง โตจิราการ ท่านก็ยังบอกผม ว่าท่านฟังผมอยู่ แล้วก็ที่หน้าห้องนั้นถ้าผมจำไม่ผิดกระผมพบที่เป็นกรรมาธิการ ผมเข้าใจ ก็มีนายแพทย์เหวงเพียงท่านเดียวนะครับ ก็ขออนุญาตสอบถามท่านประธานว่า

(นายวรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

มีผู้ประท้วงครับ ท่านวรชัย เชิญครับ

นายวรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

ท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธานครับ ตามข้อ ๕ ขอให้ท่านประธานรักษาระเบียบ ในการประชุมนะครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องของการขอญัตตินะครับ ไม่ใช่อภิปรายในเนื้อหาครับ ท่านประธานครับ ขอให้ดำเนินการตามข้อบังคับด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกเพื่อไม่ให้ มีปัญหาครับ ผมพักการประชุมสัก ๑๐ นาที

พักประชุมเวลา ๑๑.๔๕ นาฬิกา

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๑.๕๒ นาฬิกา

เชิญสมาชิกข้างนอกด้วย สมาชิกครับ ขออนุญาตก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนครับ เชิญสมาชิกข้างนอก เข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ

(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)

ข้างหลังสุดโน่นมีอะไร เชิญครับ ท่านนิยมหรือเปล่าครับ

นายนิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผม นิยม ช่างพินิจ ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ขอให้ล้างระบบก่อนครับท่านประธาน ล้างระบบใหม่ครับ ท่านประธานเพราะมันกดค้างเอาไว้ครับ

(นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณ ครับท่านประธาน ผมยกมือประมาณ ๕ นาทีครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้แปรญัตติ กราบเรียน ท่านประธานว่าในวันที่แปรญัตติ วันศุกร์นั้นผมไปแปรญัตติตั้งแต่เวลา ๑๖.๓๐ นาฬิกา ถึงเวลา ๒๐.๐๐ นาฬิกา ท่านประธานครับ องค์ประชุมเหลือเพียง ๓ ท่าน มีท่าน ส.ว. สมชาติ พรรณพัฒน์ เป็นประธาน มีท่านกฤช อาทิตย์แก้ว ส.ว. นั่งอยู่เป็นองค์ประชุมและ มี ส.ส. อีกท่านเดียว แม้กระทั่งท่านประธานสามารถ แก้วมีชัย ก็ยังหนีไปรับประทานอาหาร ท่านประธานครับ องค์ประชุมไม่ครบครับ เพราะฉะนั้นเมื่อผมกราบเรียนท่านประธานว่า แม้ท่าน ส.ว. สมชาติ พรรณพัฒน์ ซึ่งท่านนั่งเป็นประธานท่านอยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ ท่านกรุณาลุกขึ้นยืนแล้วบอกท่านประธานรัฐสภาว่าองค์ประชุมมีเท่าไรครับ แต่ผมนับได้ ๓ ท่าน มีท่าน ส.ว. สมชาติ พรรณพัฒน์ ท่าน ส.ว. กฤช อาทิตย์แก้ว และ ส.ส. อีกท่านหนึ่งผมจำชื่อ ไม่ได้ ท่านประธานครับ มีเพียง ๓ คน องค์ประชุมไม่ครบครับ และที่ผ่านมาสภาไม่เคย มีประวัติศาสตร์มาก่อนครับ เมื่อลงมติไปแล้วกลับกลับมติในมาตราที่พรรคฝ่ายค้านชนะด้วย เสียง ๑๒ เสียง ต่อ ๑๐ เสียง ตั้งแต่ท่านประธานเป็น ส.ส. มาจนถึงปัจจุบันมีไหมที่กลับมติ แม้กระทั่งในสภาใหญ่ก็ไม่มี เพราะฉะนั้นคณะกรรมาธิการชุดนี้เป็นครั้งแรกไม่ทราบว่าจะ ลุกลี้ลุกลนไปไหน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ ที่จริงท่านใช้สิทธิ ประท้วงแล้วผมให้เกียรติ แต่ท่านก็ไม่ได้ประท้วงท่านกำลังอธิบาย ท่านมีอะไรเชิญครับ

นายสมชาติ พรรณพัฒน์ กรรมาธิการ

ท่านประธานขออนุญาตชี้แจงครับ ผม สมชาติ พรรณพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนครปฐม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในวันสุดท้าย ที่เราประชุมที่ท่านวัชระท่านได้พูด ผมขออนุญาตนะครับ ผมก็ไม่อยากกล่าวคำนี้ ผมคิดว่า มันไม่จริง วันนั้นผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการที่ท่านเข้ามาแปรญัตติแทนเพื่อนสมาชิก ของพรรคประชาธิปัตย์ เราก็มีการเดินไปเดินมาทานข้าวกันอยู่ตรงนั้น อันนี้ผมขอชี้แจง เพราะผมพูดเท็จไม่เป็นครับ และแต่งเรื่องไม่เป็นนะครับ แล้วสุดท้ายตอนที่เราทบทวน คำแปรญัตติ สมาชิกกรรมาธิการก็อยู่ครบองค์ประชุมนะครับ แล้วสุดท้ายที่ท่านประธาน สามารถอ่านคำรายงานก็อยู่ครบครับ องค์ประชุมครบตลอดครับ ซึ่งท่านก็ทราบดีข้างนอก ท่านยังกระเซ้าเย้าแหย่ท่านประธานสามารถซึ่งทานข้าว ท่านสามารถให้ผมทำหน้าที่เป็น ประธานแทนในช่วงนั้น ท่านก็อยู่ในที่ประชุมครับ โดยท่านเดินคุยกับเพื่อนกรรมาธิการ ด้วยความเคารพครับท่านวัชระ ผมไม่ได้มาโต้แย้งแต่สิ่งไหนที่เป็นเรื่องจริง ผมขอยืนยันครับ ท่านวัชระด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ

(นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมไม่อนุญาตแล้วนะครับ ไม่มีใครผิดข้อบังคับหรอกครับ เพราะยังไม่มีใครทำอะไรครับ ก็ท่านชี้แจงก็อยู่ที่ประชาชน เขาก็ฟังอยู่ เชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณ ครับท่านประธาน เทคนิคการประท้วงท่านประธานนี้มาจากท่านสุนัย จุลพงศธร ท่านสอนผมครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ จากการชี้แจงของกรรมาธิการ ท่าน ส.ว. สมชาติ พรรณพัฒน์ ไม่ว่าท่านจะเป็น ส.ว. สังกัด อะไรนะครับ แต่ที่ท่านชี้แจงผมกราบเรียนว่าท่านกล่าวคำเท็จกลางสภาผู้แทนราษฎร

ประการแรก ท่านยืนยันว่าองค์ประชุมครบตลอดเวลา เป็นเท็จครับ ถ้าองค์ประชุม ครบตลอดเวลาอย่างที่ท่านพูดจริง ผมยินดีลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ท่านประธานนำเทปบันทึกการประชุมของคณะกรรมาธิการที่ได้ถ่ายไว้ตลอดเวลา มาเปิดดูครับ ผมนับได้ ๓ ท่าน มีท่านนั่งเป็นประธาน มี ส.ว. กฤช อาทิตย์แก้ว แล้วมี ส.ส. อีกท่านหนึ่งผมจำชื่อไม่ได้ เพราะฉะนั้น ส.ว. ท่านไม่น่าจะเป็น ส.ว. ท่านมากล่าวคำเท็จ กลางสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ผมกล้าท้าเดิมพันตำแหน่งกับท่าน ท่านกล้าท้าเดิมพัน ตำแหน่งกับผมไหมครับ ผมมาจากการเลือกตั้งของประชาชนนะครับ ท่านกล่าวคำเท็จ ในสภาผู้แทนราษฎรทำให้วุฒิสภามัวหมอง ท่านไม่กล้ายอมรับความเป็นจริงครับ องค์ประชุมขณะนั้นมี ๓ คน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายสมชาติ พรรณพัฒน์ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม สมชาติ พรรณพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดนครปฐม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมก็บอกแล้ว ผมพูดเท็จไม่เป็น ผมไม่ได้บอกว่าท่านพูดเท็จ ผมพูดถึงตัวผมเอง ด้วยความเคารพครับ วันนั้นมีข้อตกลงกัน ผมก็ไม่อยากเอ่ยชื่อท่านซึ่งเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ท่านก็พูดแล้ว เป็นข้อตกลงกันว่าองค์ประชุมครบ ใครจะลุกเดินออกไปทำธุระก็ได้บางครั้ง บางครั้งก็เดินกัน อยู่ข้างนอกห้องรับรอง ห้องประชุม ก็มีวงจรปิด ก็เราเดินเข้าเดินออกกัน และโดยเฉพาะ ท่านประธานสามารถ ท่านก็อยู่ในนั้นเพียงแต่ให้ผมทำหน้าที่แทน ผมขออนุญาตนิดหนึ่งครับ ท่านประธานหรือใครก็ตามอาจจะไม่มีความอดทนเหมือนท่านวัชระที่ท่านนั่งอยู่ ๓ ชั่วโมงกว่า บางครั้งเราจำเป็นที่ต้องเข้าห้องน้ำ แล้วก็ไปเข้าห้องน้ำแล้วก็กลับมานั่ง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

สมควรแล้วกระมังครับ

นายสมชาติ พรรณพัฒน์ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ เพราะท่านวัชระ ผมก็เคารพท่านนะครับ แต่ผมรับคำท้าของท่านครับ รับคำท้าครับ ผมมาจากประชาชน ชาวจังหวัดนครปฐมนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ ผมขอพัก การประชุมครับ

นายสมชาติ พรรณพัฒน์ กรรมาธิการ

ผมรับคำท้าจากท่านครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมขอพักการประชุมอีก สักครึ่งชั่วโมงครับ

พักการประชุมเวลา ๑๒.๐๕ นาฬิกา

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๒.๓๕ นาฬิกา

ท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาตดำเนินการต่อนะครับ ขออนุญาตก่อนลงมติ ขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ

(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)

ขอเชิญสมาชิกข้างนอกด้วย ขอเชิญสมาชิกข้างนอกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ เชิญครับ

(นายนิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านครับ ระหว่างนี้อยู่ในช่วง ของการจะตรวจสอบองค์ประชุมเพื่อลงมตินะครับ แล้วก็ไม่มีใครทำผิดข้อบังคับอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องประท้วงหรือถ้าจะหารือผมก็ไม่อนุญาตครับ ใช้สิทธิประท้วงนะครับ ท่านเสียหายประเด็นไหนครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงใช้สิทธิพาดพิง เมื่อสักครู่ ท่าน ส.ว. สมชาติ บอกว่าได้ตกลงกับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ผมอยากจะให้ ท่านตอบมาว่าใคร เพราะว่าไม่อย่างนั้นกรรมาธิการที่ไปตกลงอย่างนั้นมันเสียหายครับ การที่ตกลงกันเรื่องไม่ยอมให้ครบองค์ประชุมและประชุมได้มันเสียหาย และผมยืนยันกับ ท่านประธานว่าในวันนั้นสมาชิกไม่ครบองค์ประชุมจริง ๆ ผมเลยให้นับองค์ประชุม ๒ รอบเลยครับ แต่ว่าในที่สุดประธานสั่งพักการประชุม รอจนกระทั่งบอกว่ามาแล้วก็ไม่ยอมให้นับองค์ ก็ประชุมต่อ ผมยืนยันในที่ประชุมนะครับว่าวันนั้นอยู่ในสภาพไม่ครบองค์ประชุมนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่บอกว่าตกลงกับพรรคประชาธิปัตย์นี้ผมยืนยันว่าไม่มีครับ ไม่ได้มีการตกลง ผมยืนยันท่านประธานได้ครับ เพราะว่าผมเป็นคนให้ตรวจสอบองค์ประชุมในขณะนั้น ๒ รอบครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ในนามสมาชิกรัฐสภา ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้พยายามจะสร้างบรรยากาศ ในสภานี้ให้อุณหภูมิมันลดลงเรื่อย ๆ ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ในนามผมเป็นกรรมาธิการวิสามัญร่างรัฐธรรมนูญด้วยครับ เราไม่อยากจะพูดว่าอะไรเป็น อะไรครับ แต่ว่าขอยืนยันตามที่ท่านประธานสมชาติบอกว่าองค์ประชุมครบถ้วนหมด แล้วอยากจะขอฝากไปถึงเพื่อนฝ่ายค้านครับว่าเรื่องบางสิ่งบางอย่างถ้าเราก้าวข้ามเสียบ้าง ก้าวข้ามเพียงเสียบ้างเถอะครับว่าจริง ๆ องค์ประชุมมันครบ กินข้าวกันอยู่ข้างนอกก็เหมือน อย่างนี้ละครับ ก็เหมือนอยู่ในสภาอย่างนี้ละครับ ถ้าเราก้าวข้ามเรื่องอย่างนี้ได้เราก็จะได้ก้าวข้าม เรื่องอื่น ๆ ได้อีก ขอให้ทุกอย่างเดินไปตามวาระการประชุมวันนี้เถอะครับ ด้วยความเคารพ จริง ๆ ครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

คงไม่อนุญาตใครแล้วนะครับ จะขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ

(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)

เชิญสมาชิกข้างนอกด้วยนะครับ ท่านสมชายมีอะไรครับ ผมว่าพอสมควรแล้วกระมังท่านสมชายครับ ขออนุญาตขอมติเลย ดีกว่าครับ ขออนุญาตไม่อนุญาตครับ ท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาตเลยนะครับ พร้อมแล้ว ขอให้แสดงตนได้เลยครับ เชิญครับ ไม่มีใครทำผิดข้อบังคับครับ ยังไม่มีใครทำอะไรเลยครับ ผมยังไม่ได้ทำอะไรแล้วจะผิดอย่างไร เมื่อกี้ผมยังไม่ได้อนุญาตให้พูดเลย แล้วก็ไม่ได้เปิด ไมโครโฟน ผมไม่อนุญาตให้หารือครับ ผมจะขอมติอย่างเดียวครับ ขออนุญาตครับ ขอมติเลยครับ ใช้สิทธิได้เลยครับ แสดงตนได้เลยครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

เรียบร้อยส่งผลได้เลยครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๓๖๗ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ

ผมขอมติเลยนะครับ ขอถามมติเลยครับว่าจะเลื่อนการพิจารณาออกไปก่อนตามที่มีผู้เสนอเมื่อกี้หรือเปล่าครับ ถ้าเห็นด้วยจะให้เลื่อนกดปุ่ม เห็นด้วย นะครับ ถ้าไม่เห็นด้วยกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย เชิญใช้สิทธิครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

เรียบร้อยนะครับ เรียบร้อย ปิดการลงคะแนนครับ ส่งผลได้เลยครับ มตินะครับ เห็นด้วย ๙๑ ไม่เห็นด้วย ๓๓๗ ถือว่า ที่ประชุมมีมติให้พิจารณาต่อนะครับ

เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการเชิญครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา กระผม นายสามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา และประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ผมขอกราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาเพื่อโปรดทราบดังนี้

ตามที่ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ถึงวันเสาร์ที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ได้พิจารณาและ ลงมติรับหลักการแห่งร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (นายสุนัย จุลพงศธร กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (นายภราดร ปริศนานันทกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) และตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณากำหนด การแปรญัตติภายใน ๓๐ วัน โดยใช้ร่างของคณะรัฐมนตรีเป็นหลักในการพิจารณานั้น

ในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ดังกล่าว คณะกรรมาธิการได้มีการประชุมพิจารณารวมทั้งสิ้น ๑๒ ครั้ง และเพื่อให้การพิจารณาของคณะกรรมาธิการเป็นไปด้วยความละเอียดรอบคอบ คณะกรรมาธิการได้เชิญตัวแทนทั้งจากภาควิชาการ คือสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทเกี่ยวกับกับการรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชนในกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญ ตัวแทนจากภาคประชาชนที่เสนอร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... แม้จะอยู่ในกระบวนการ ตรวจสอบความถูกต้องทั้ง ๓ ฉบับ และมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมด้วย คือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อให้ข้อมูล และข้อเสนอแนะตลอดจนชี้แจงและแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ ต่อการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ การประชุมคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พุทธศักราช .... ได้มีสมาชิกรัฐสภาเสนอ คำแปรญัตติทั้งสิ้น ๑๗๘ ท่าน รวม ๑๗๑ คำแปรญัตติ และมีกรรมาธิการสงวนความเห็น จำนวน ๑๗ ท่าน รายละเอียดตามรายงานของคณะกรรมาธิการ

บัดนี้คณะกรรมาธิการได้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ดังกล่าวเสร็จแล้ว จึงกราบเรียนเพื่อได้โปรดนำเสนอ ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณาต่อไป

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านเลขาธิการ ดำเนินการครับ เชิญครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ชื่อร่างรัฐธรรมนูญ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและผู้สงวนคำแปรญัตติ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านเทพไทครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาและเป็นกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยในการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ผมขอแปรญัตติในมาตรา ๑ โดยมาตรา ๑ ผมได้ แปรญัตติไว้ครับว่ารัฐธรรมนูญนี้เรียกว่า รัฐธรรมนูญรวบรัดเพื่อทักษิณแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ต้องเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านเทพไทครับ ขอความกรุณา ผมไม่แน่ใจว่าผมได้ดูรายละเอียดแล้ว มีท่านเทพไทได้สงวนความเห็น ตั้งชื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ว่า เป็นรัฐธรรมนูญรวบรัดเพื่อทักษิณแห่งราชอาณาจักรไทย แล้วก็มีท่านสาธิตก็สงวนความเห็น ตั้งชื่อรัฐธรรมนูญใหม่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับ นปช. ครองเมืองแห่งราชอาณาจักรไทย ผมไม่แน่ใจ ว่าที่สงวนความเห็นเอาไว้ตามที่ว่านี่ กรรมาธิการพิจารณาผ่านมาได้อย่างไร มันเป็นการใส่ร้าย ขัดข้อบังคับชัดเจน

นายเทพไท เสนพงศ์ กรรมาธิการ

คือท่านประธานไม่ได้เป็นกรรมาธิการ ท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมไม่มั่นใจว่ากรรมาธิการ ผ่านมาได้อย่างไร ขอให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการชี้แจงสักนิดหนึ่งครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพครับ กระผม สามารถ แก้วมีชัย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ก็อยากจะกราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาว่าเนื่องจากผู้สงวนความเห็นทั้ง ๒ ท่านนี้ ตามถ้อยคำที่ท่านประธานรัฐสภา ได้กล่าวไปแล้ว ทั้ง ๒ ท่านเป็นกรรมาธิการ ในขณะที่ประชุมเราก็เปิดโอกาสให้ท่านกรรมาธิการ ทุกท่านได้เสนอขอแปรญัตติถ้อยคำ ซึ่งทั้ง ๒ ท่านในขณะที่ประชุมท่านไม่ได้ยกคำแปรญัตติ ในมาตรา ๑ ที่ว่านี่นะครับขึ้นมาสู่การพิจารณาของที่ประชุม แต่เนื่องจากท่านได้อาศัยสิทธิ ในฐานะเป็นกรรมาธิการได้สงวนความเห็นในลายลักษณ์อักษรในภายหลังนะครับ ก็ได้มอบ ให้ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่หลังจากที่กรรมาธิการได้สรุปยืนยันร่างของกรรมาธิการเสียงข้างมากแล้ว เพราะฉะนั้นในความเห็นของกระผมต้องถือว่าทั้งมาตรา ๑ ของท่านเทพไท เสนพงศ์ และท่านสาธิต ปิตุเตชะ ที่ใช้ถ้อยคำดังกล่าว กระผมถือว่าน่าจะขัดต่อข้อบังคับไม่อาจจะ รับไว้พิจารณาได้ครับท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านเทพไทครับ ผมว่า มันไม่เหมาะไม่ควรกระมังครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานนะครับว่าการขอแปรญัตติของผมนี่มันเป็นเอกสิทธิ์นะครับ ท่านประธาน มันเป็นเอกสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ เป็นเอกสิทธิ์ตามข้อบังคับ ถ้าท่านประธาน จะมาท้วงติงนี่ ผมอยากจะเรียนกับท่านประธาน ท่านประธานมีสิทธิอะไรมาท้วงติงผม ท่านประธานคณะกรรมาธิการก็ได้ยอมรับแล้ว แล้วก็รายงานมาแล้วว่ามีการแก้ไขจริง ตามที่ผมนำเสนอ และท่านประธานต้องฟังผมก่อนว่าทำไมผมจะเสนอแบบนี้ อาจจะเป็น ที่ถูกใจของสมาชิกพรรคเพื่อไทยก็ได้ครับท่านประธาน ผมเกรงว่าชื่อของผมจะได้รับการ โหวตเสียด้วยซ้ำไปครับท่านประธาน เพราะคุณเฉลิมจะตั้งพรรคเพื่อคุณทักษิณด้วยซ้ำไป อันนี้รัฐธรรมนูญเพื่อทักษิณนี่ผมว่าเป็นเกียรติ ผมคิดว่าถ้าท่านประธานอนุญาตให้ ผมอภิปรายในเรื่องนี้ว่าทำไม ผมต้องเรียนกับท่านประธานดังนี้นะครับ มาตรานี้นี่

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ เฉพาะจะใช้ คำพูดในการอภิปรายก็ยังจะต้องให้ขอถอนเลยครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ กรรมาธิการ

ถอนคำไหนครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เพราะฉะนั้นจะมาสงวน ความเห็นว่าตั้งชื่อร่างรัฐธรรมนูญว่าเป็นรัฐธรรมนูญรวบรัดเพื่อทักษิณนี่มันไม่เหมาะไม่ควร แล้วยังตั้งชื่อรัฐธรรมนูญฉบับ นปช. ครองเมืองอย่างนี้ไม่ได้ครับ อย่างนี้ไม่ได้ เป็นการขัด ข้อบังคับโดยชัดเจนนะครับ เป็นการเสียดสีใส่ร้าย เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สามารถ แก้วมีชัย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ เมื่อท่านสมาชิกท่านอ้างสิทธิว่า เป็นสิทธิที่ท่านจะขอสงวนความเห็นถ้อยคำดังกล่าวได้ เพื่อให้ได้ข้อสรุปในเรื่องนี้นะครับ ผมคิดว่าประเด็นนี้ไม่จำเป็นจะต้องไปอภิปรายกันมากมาย กรรมาธิการเสียงข้างมาก ขอยืนยันมาตรา ๑ ตามร่างของกรรมาธิการและใช้รัฐสภาได้ตัดสินเลยครับ ท่านประธานครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา อยากจะ เรียนกับท่านประธานนะครับว่าถ้าหากว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการจะไม่ยอมรับคำแปรญัตติ ของผม ก็อยากจะเรียนถามว่ามันมีอยู่ในรายงานของคณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ฉบับนี้ส่งมา ที่สมาชิกทุกท่าน ถ้าท่านจะไม่อนุญาต ผมว่าท่านไม่ควรใส่เข้ามา แล้วผมก็จะไม่ต้องอภิปราย แต่เมื่อส่งเข้ามาแล้ว ผมจำเป็นต้องใช้สิทธินะครับ ตามข้อบังคับข้อไหนท่านประธานที่จะ ห้ามไม่ให้ผมอภิปรายเรื่องนี้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านวิชาญ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรรมาธิการ

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกที่กำลังพูดถึงคำที่ท่านได้ใส่แล้วก็สงวนไว้ในคำแปรญัตติ คือผมเรียนนิดหนึ่ง ในส่วนของกรรมาธิการทุกท่านที่เป็นกรรมาธิการอยู่เขาให้ความเคารพซึ่งกันและกันในการที่ จะเสนอคำแปรญัตติ โดยเฉพาะกรรมาธิการทุกท่านสามารถที่จะแปรญัตติได้จนกระทั่ง หมดเวลาในช่วงการพิจารณาแล้วก็ไปสู่การทบทวน แต่ส่วนหนึ่งเพื่อนสมาชิกเองก็จะใช้สิทธิ ของท่านในการส่งเป็นเอกสารเข้ามา ถ้าเอกสารเข้ามาเราก็เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน คือท่านส่งเข้ามาก็มีการรวบรวมแล้วก็นำมาใส่ไว้ ทีนี้คำแปรญัตติของท่านถ้ารัฐสภาแห่งนี้ ถ้ามองว่าเขียนไว้ในลักษณะซึ่งเอารัฐธรรมนูญซึ่งพวกเราเองมีการพิจารณาผ่านในวาระแรก แล้วก็ชื่อร่างของรัฐธรรมนูญนั้นเขียนไว้ชัดเจนว่าประสงค์อะไร แต่การที่ท่านเปลี่ยนแปลง โดยคำแปรญัตติของท่าน แล้วก็เปลี่ยนแปลงถ้อยคำซึ่งเป็นถ้อยคำหลัก ผมคิดว่าตรงนี้ไม่ควร ถึงแม้ว่าท่านเองจะมีสิทธิสงวนนะครับท่านประธาน แต่เราเองในฐานะสมาชิกรัฐสภา การที่รัฐธรรมนูญถือว่าเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ไม่ควรที่จะนำมาล้อเล่นนะครับ ผมใช้คำว่า ล้อเล่น ครับ เพราะท่านเองเขียนความหมายในลักษณะของการจงใจที่จะประชด ประชันจะเขียนให้เกิดความเสียหายต่อชื่อที่ท่านเขียนระบุไว้ แล้วก็เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เพราะท่านเองนั้นถือว่าเป็นกรรมาธิการอยู่ด้วย ถ้าท่านเทพไทเอง ด้วยความเคารพนะครับ ผมเองไม่เคยตอบโต้กับท่าน ท่านเองจะกรุณาว่าในเรื่องดังกล่าวนี้อาจจะเป็นสิทธิของท่าน แต่เมื่อนำสู่สภาแห่งนี้ และสภาเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ การเขียนหรือการแปลถ้อยคำที่ไม่ควร ผมคิดว่าท่านสมาชิกเองก็น่าจะมีการพิจารณาถอนคำแปรญัตติออกไปเถอะครับ เพราะว่า ถึงอย่างไรท่านอภิปรายไปแล้วมันมีแต่ความรู้สึกซึ่งท่านเองใส่ไว้ด้วยความมีอคติต่อ ความรู้สึกที่ท่านเอามาลงไว้ในที่นี้ครับ ผมขออนุญาตครับ ท่านประธานครับ ได้นำเรียน ชี้แจงในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านนิพนธ์ ข้างหลังครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยครับท่านประธาน ผมคิดว่าสิ่งที่ท่านประธานกรรมาธิการได้ชี้แจง เมื่อสักครู่นี้ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ข้อตกลงก็คือว่ากรรมาธิการมีสิทธิที่จะสงวนคำแปรญัตติ อย่างไรก็ได้ เป็นเอกสิทธิ์ เป็นสิทธิของกรรมาธิการ แล้วก็ตามข้อบังคับ ท่านประธาน ดูข้อบังคับ ข้อ ๕๘ ท่านลองดูครับ วรรคสองครับ กรรมาธิการซึ่งได้สงวนความเห็น เมื่อกรรมาธิการท่านได้สงวนความเห็นท่านก็มีสิทธิอภิปรายครับ มีข้อบังคับข้อไหนที่บอกว่า ไม่ให้ท่านอภิปราย ไม่มี เพราะฉะนั้นผมยืนยันว่าข้อบังคับท่านกรรมาธิการที่สงวนความเห็นจะต้องได้มีสิทธิอภิปราย เพราะไม่อย่างนั้นถ้าปฏิบัติอย่างนี้พวกกระผมกรรมาธิการเสียงข้างน้อยซึ่งได้สงวนความเห็นเอาไว้ ถ้าท่านใช้ข้อบังคับบอกว่าถ้าไม่ถูกใจท่าน ท่านไม่ให้อภิปราย พวกผมก็ไม่ต้องอภิปรายสิครับ พวกผมปฏิบัติตามข้อบังคับ เมื่อข้อบังคับบอกว่าพวกผมมีสิทธิอภิปราย ผมต้องได้อภิปราย ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๘ วรรคสอง ท่านเปิดดูสิครับ เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่ผมต้องยืนยันเอาไว้ แล้วท่านบอกว่ากรรมาธิการสงวนความเห็น อภิปรายไม่ได้ ไม่เคยมีประเพณีปฏิบัติในสภา แห่งนี้ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านอาจารย์พีรพันธุ์

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธร สมาชิกรัฐสภา ในฐานะ กรรมาธิการ ตามที่ได้มีสมาชิกได้ขอแปรญัตติไว้ ความจริงท่านก็อยู่ในคณะกรรมาธิการด้วย ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าข้อสงวนที่มีคำแปรญัตติ ไม่ว่าจะเป็นคำว่า รัฐธรรมนูญ รวบรัดเพื่อทักษิณ หรือจะเป็นคำว่า รัฐธรรมนูญฉบับ นปช. ครองเมือง ทั้ง ๒ คำนี้ตั้งแต่ มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาร่วม ๗๘ ปี ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่เคยเห็น และถ้าจะไปตรวจดูในสารบบกฎหมายทั้งหมดก็ไม่น่าจะมีคำอย่างนี้ ขณะเดียวกันนะครับ ของท่านที่ ๓ ที่บอกว่าเป็นฉบับยกเลิกรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ที่มาจากการลงประชามติเห็นชอบของประชาชนจำนวน ๑๔.๗ ล้านคน ก็ไม่ใช่ครับ คือถ้อยคำของการแปรญัตติ ถ้าเป็นถ้อยคำที่อยู่ในข้อ ๖๑ ก็จะเป็นถ้อยคำที่มีลักษณะใส่ร้าย เสียดสี แล้วก็เป็นคำที่ไม่เหมาะสม คือถ้ามีการอภิปรายต่อไปท่านประธานครับ ความไม่สงบ ความไม่เรียบร้อยก็จะเกิดขึ้น จึงเสนอท่านประธานว่าควรดำเนินการไปตามที่ประธาน

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก ได้ยืน และยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

อาจารย์พีรพันธุ์มีผู้ประท้วงครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา และเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมประท้วงท่านประธานและประท้วงเพื่อนกรรมาธิการ ที่กำลังอภิปราย ท่านกำลังทำผิดข้อบังคับ ข้อ ๔๐ ชัดเจนครับท่านประธาน เพราะข้อ ๔๐ เขียนไว้ชัดเจนว่าผู้มีสิทธิอภิปรายก่อนคือผู้ที่เสนอคำแปรญัตติ ขณะนี้ท่านเทพไทเป็นผู้เสนอ คำแปรญัตติในประโยคที่รัฐธรรมนูญฉบับทักษิณครองเมือง เพราะฉะนั้นคนที่จะต้อง อภิปรายก่อนคือท่านเทพไท หลังจากท่านเทพไทอภิปรายเสร็จเรียบร้อยแล้วท่านจะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยท่านค่อยขึ้นชี้แจงครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมยังไม่อนุญาตให้ชี้แจง เพราะมันมีการกระทำที่ขัดข้อบังคับ ซึ่งผมได้วินิจฉัยว่าเป็นเรื่องขัดข้อบังคับ แล้วผมก็ฟัง ความเห็นพวกเราเท่านั้นเอง เชิญคุณหมอครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ถ้าอย่างนั้น ที่ท่านประธานบอกว่าสิ่งเหล่านี้จะพูดไม่ได้หรือว่ามันเป็นประเด็นที่เป็นปัญหาเท่ากับว่าวันนี้ คณะกรรมาธิการของเรานำเสนอรายงานที่ไม่สมบูรณ์เข้าสภา กระบวนการตรวจสอบ รายงานฉบับนี้ยังไม่สมบูรณ์ ผมคิดว่าอย่างนี้ท่านประธานต้องถอนกลับไปก่อน ไปพิจารณา ให้รอบคอบแต่ละบรรทัด โดยเฉพาะของท่านสมชาย แสวงการ ท่านบอกว่าท่านแปรญัตติไว้ ท่านดอกเตอร์กนก วงษ์ตระหง่าน ก็บอกว่าแปรญัตติไว้ ประโยคเหล่านี้หายไปหมดเลย ก็แสดงว่ารายงานไม่สมบูรณ์ครับ เอาถอนกลับไปตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อนดีกว่าครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

อาจารย์พีรพันธุ์จบหรือยังครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข กรรมาธิการ

ก็คือทางผู้แปรญัตติเขาสงวนไว้ กรรมาธิการก็บอกว่ามันไม่ถูกต้องอยู่แล้วนะครับ แต่ว่าเมื่อเข้ามาอย่างนี้ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าถ้อยคำเหล่านี้เป็นลักษณะใส่ร้าย เสียดสี

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เอาอย่างนี้ครับ ประเด็นคือ ผมถามว่าการที่มีกรรมาธิการสงวนความเห็น แล้วสงวนความเห็นเข้ามาในลักษณะอย่างนี้ กรรมาธิการปล่อยผ่านมาได้อย่างไร เพราะเป็นการขัดข้อบังคับชัดเจนครับ จะใช้คำพูด ยังไม่ได้เลยครับ ผมยังต้องให้ถอนเลย เชิญประธานคณะกรรมาธิการครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการครับ กราบเรียนท่านประธานว่า ๑. สมาชิก ซีกเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อยเขาก็มีสิทธิที่จะสงวนความเห็น ฉะนั้นการสงวนความเห็น เข้ามาในมาตรา ๑ นะครับ ในถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม เขามีสิทธิสงวนความเห็นครับ แต่ขณะที่ จะอภิปรายก็มีข้อบังคับ ข้อ ๔๓ วรรคสอง กำกับอยู่ ถ้าท่านอภิปรายมีผลเป็นเรื่องของการ ใส่ร้าย เสียดสี ท่านก็ไม่สามารถอภิปรายได้ และที่ผมเรียนเมื่อสักครู่นะครับ ผมไม่ได้บอกว่า ท่านไม่มีสิทธิสงวนความเห็นนะครับ ท่านมีสิทธิสงวนความเห็น แต่กระผมในฐานะ กรรมาธิการเสียงข้างมาก ผมกราบเรียนท่านประธานว่ากรรมาธิการยืนยันว่าจะใช้มาตรา ๑ ตามถ้อยคำเดิมที่กรรมาธิการเสียงข้างมากเห็นชอบ ฉะนั้นก็น่าจะให้รัฐสภาลงมติว่าจะเห็น ด้วยกับที่มีคำสงวนความเห็นหรือไม่ ถ้าท่านประธานจะกรุณาให้เขาใช้สิทธิอภิปราย ก็อภิปรายได้ แต่ขณะเดียวกันท่านประธานก็ต้องระมัดระวังตามข้อ ๔๓ วรรคสอง ด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกผมขออนุญาต ทำความเข้าใจอย่างนี้ครับ เฉพาะชื่อเรื่องมันก็ไม่ได้แล้วครับ มันเป็นการใส่ร้ายตั้งแต่ต้นแล้ว ผมขออนุญาตให้ถอนคำ ท่านสมาชิกครับ เขียนคำว่า รัฐธรรมนูญรวบรัดเพื่อทักษิณ แห่งราชอาณาจักรไทย และอีกท่านสงวนความเห็นว่าตั้งชื่อรัฐธรรมนูญใหม่ว่า รัฐธรรมนูญ ฉบับ นปช. ครองเมืองแห่งราชอาณาจักรไทย อย่างนี้เป็นการใส่ร้ายชัดเจน ซึ่งไม่ได้เลย ข้อบังคับ ข้อ ๔๓ ชัดเจน ขัดข้อบังคับ ข้อ ๔๓ ชัดเจน เป็นการเสียดสี ใส่ร้ายครับ ท่านสมาชิก ผมขออนุญาตอย่างนี้ครับ ผมขออนุญาตใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ ขอให้ที่ประชุมรัฐสภาวินิจฉัย คำที่ผมได้ชี้ว่าเป็นเรื่องของการขัดข้อบังคับ ข้อ ๔๓

นายเทพไท เสนพงศ์ กรรมาธิการ

ไม่ได้ ท่านประธานอย่าเอาเสียงมาก ลากไปครับ

(นายขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านขจิตรครับ ผมอนุญาตให้พวกท่านตั้งหลายคนแล้วครับ ทีนี้อนุญาตให้ฝั่งนี้แค่คนเดียวท่านบอกไม่เป็นกลาง

นายขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม ขอประท้วงท่านสมาชิกที่กำลังยกมือประท้วงเยอะแยะอยู่นั้นนะครับว่า ผิดข้อบังคับ ข้อ ๔๕ และท่านประธานได้วินิจฉัยว่ามันไม่เหมาะสมในคำเหล่านั้น ผมอยู่ใน สภานี้มานานไม่เคยเห็นการที่จะใช้กฎหมาย หรือใช้ความรู้สึกของตัวเองโดยไม่คำนึงถึง ความเหมาะสม แม้แต่ข้อ ๔๓ ที่ท่านประธานวินิจฉัยไปแล้ว แม้แต่พูดก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้น ในข้อ ๔๕ เมื่อท่านประธานวินิจฉัยแล้วต้องถือเป็นเด็ดขาด การไม่แสดงความเคารพประธาน อย่างที่กำลังกระทำกันอยู่ อาจจะทำกันมาแล้ว ไม่ควรจะทำอีก การประชุมดำเนินไปได้ เพราะความเด็ดขาดของท่านประธาน ผมเห็นว่าท่านประธานได้ดำเนินการถูกต้องแล้ว สมาชิกที่กำลังประท้วงไม่ถูก ผิดตามข้อบังคับ ข้อ ๔๕ ครับ โปรดพิจารณาครับ

(นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ความจริงแล้วท่านประธานทำผิดข้อบังคับนะครับ มี ๒ ประเด็นท่านประธานครับ

ประการที่ ๑ ก็คือท่านทักท้วงขึ้นมาบอกว่ากรรมาธิการปล่อยให้คำแปรญัตติ อย่างนี้เข้ามาได้อย่างไร ประการที่ ๑ ซึ่งผมถือว่าผิดข้อบังคับ

ประการที่ ๒ ก็คือท่านประธานเสนอให้ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ ผมก็บอกว่าผิด ผิดเพราะอะไรครับ การแปรญัตติรัฐธรรมนูญได้มีอยู่ในข้อบังคับชัดเจนในข้อบังคับ ข้อ ๙๖ วรรคสาม ซึ่งเขียนไว้ว่าการแปรญัตติเพิ่มมาตราขึ้นใหม่ หรือตัดทอน หรือแก้ไขมาตราเดิม ต้องไม่ขัดกับหลักการแห่งร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เว้นแต่การแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ที่เกี่ยวเนื่องกับหลักการนั้น ท่านประธานกลับไปดูหลักการของรัฐธรรมนูญครับ ในหลักการ ของรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมเขียนไว้ชัดเจนครับว่ามีหลักการอยู่ ๓ ข้อด้วยกัน

ประการที่ ๑ ท่านเขียนเรื่องกำหนดรัฐสภาประชุมร่วมกรณีให้ความเห็นชอบ สสร.

ประการที่ ๒ ท่านกำหนดให้มีสภาร่างเพื่อทำหน้าที่จัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ขึ้นมาใหม่

และหลักการข้อที่ ๓ กำหนดให้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีผลบังคับใช้ อยู่ในมาตรา ๕

เพราะฉะนั้นการวินิจฉัยว่าคำแปรญัตติของเพื่อนสมาชิกนั้นสามารถกระทำได้ หรือไม่ มีข้อบังคับข้อนี้เขียนไว้เพียงข้อเดียวเท่านั้นที่ชัดเจนว่าการแปรญัตตินั้นกระทำได้ หรือไม่ ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยมีอันเดียวเท่านั้นละครับว่าคำแปรญัตติเพื่อนสมาชิกนั้นขัดกับ หลักการแห่งร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่ ประเด็นก็คือทั้ง ๓ หลักการที่ท่านเขียนมา คำแปรญัตติท่านเทพไทก็ดี ท่านสาธิต ปิตุเตชะ ก็ดี ท่านวัชระก็ดี ไม่ขัดกับหลักการ แห่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่ม เมื่อไม่ขัดกับหลักการก็เป็นว่าต้องตามข้อบังคับ การประชุมรัฐสภา ข้อ ๙๖ ดังนั้นเมื่อต้องตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ ๙๖ แล้ว ประธานจึงไม่มีสิทธิวินิจฉัยเกินกว่าข้อบังคับที่เขียนเอาไว้ การวินิจฉัยเกินกว่าข้อบังคับนั้น กระทำไม่ได้ครับ อำนาจประธานนั้นมีจำกัดครับ ส่วนจะเหมาะสมหรือไม่ในคำอภิปรายนั้น ท่านก็พิจารณาไปตามข้อบังคับครับ ท่านจะบังคับสภาบอกว่าต้องไปใช้ข้อ ๑๑๗ นั้น ประเด็นนี้ไม่มีประเด็นต้องวินิจฉัยตามข้อบังคับครับ ข้อ ๑๑๗ จะใช้ได้เมื่อมีประเด็นวินิจฉัย เมื่อมีข้อบังคับเขียนไว้ชัดเจนเช่นนี้ไม่อาจตีความเป็นอื่นได้ครับ เพื่อนสมาชิกสามารถที่จะ ใช้สิทธิในฐานะกรรมาธิการผู้สงวนคำแปรญัตติอภิปรายได้ ส่วนถ้อยคำกับการลงมติเป็น อีกเรื่องหนึ่งครับ ผมไม่อยากใช้วิธีการอย่างนี้นะครับ เพราะว่าท่านประธานมักจะวินิจฉัย การวินิจฉัยเป็นดุลยพินิจของท่านนะครับ แต่ดุลยพินิจต้องอยู่ในข้อบังคับ อยู่ในรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยเกินกว่าข้อบังคับ อย่างที่ท่านประธานทำทำไม่ได้ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ ผมวินิจฉัย ตามหลักการ ตามข้อบังคับทุกประการนะครับ แต่อย่างไรก็แล้วแต่เพื่อให้การประชุมเป็นไป ด้วยความเรียบร้อยครับ ผมจะอนุญาตให้ผู้สงวนความเห็นได้อภิปรายนะครับ ท่านเทพไท เชิญครับ แต่ท่านต้องระมัดระวังคำพูดนะครับให้อยู่ในกรอบข้อบังคับ เชิญครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภาและ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานนะครับว่าที่ผมแปรญัตติ ในมาตรา ๑ เป็นความตั้งใจของผมจริงนะครับท่านประธาน ไม่ได้เป็นการล้อเล่นเหมือนกับ ท่านสมาชิกบางท่านพูดเมื่อสักครู่นี้ว่าผมทำเรื่องนี้เป็นล้อเล่น ผมไม่ได้ล้อเล่นนะท่านประธาน ถ้าผมล้อเล่นผมจะต้องบอกว่ารัฐธรรมนูญรวบรัดเพื่อแม้วแห่งราชอาณาจักร อันนี้ผมล้อเล่นนะ แต่ว่าผมแก้ว่ารัฐธรรมนูญรวบรัดเพื่อทักษิณนี่ ผมต้องเรียนกับท่านประธานเป็นการให้เกียรติด้วยซ้ำไปครับ ไม่มีคำไหนว่าเป็นคำล้อเล่น หรือเยาะเย้ยถากถางเสียดสีใด ๆ ทั้งสิ้น และสมาชิกหลายคนในสภาแห่งนี้ก็ชื่นชอบ ชื่นชอบ มากกับชื่อนี้ด้วยซ้ำไป ผมคิดว่าเป็นเกียรติด้วยซ้ำไป จึงเอามาไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไข ฉบับนี้ครับ ส่วนที่กรรมาธิการบางท่านบอกว่าเรื่องแบบนี้ไม่เคยเห็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาหลายปีหลายฉบับแล้ว ผมก็อยากจะเรียนเช่นเดียวกันครับท่านประธานว่าพฤติกรรมรวบรัด แบบนี้ผมก็ไม่เคยเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับไหนที่รวบรัดแบบนี้ครับ ผมจึงจำเป็น ที่จะต้องแปรญัตติในมาตรา ๑ เป็นรัฐธรรมนูญรวบรัดเพื่อทักษิณแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ต้องเรียนกับท่านประธานอย่างตรงไปตรงมาครับว่า ความเห็นของผมที่จะแปรญัตติมาตรานี้ ผมเพิ่งคิดขึ้นมาในช่วงที่จะพิจารณาในวาระที่สอง จะเสร็จสิ้นแล้วครับท่านประธาน ก่อนหน้านี้ผมก็ไม่ได้คิด และผมคิดว่าในมาตรา ๑ โดยทั่วไปก็คงจะไม่มีใครที่จะมาแปรญัตติและสงวนคำแปรญัตติ แต่ผมได้ดูพฤติกรรมตั้งแต่ ต้นจนจบ ผมเห็นว่าพฤติกรรมที่ผ่านมามันสอดคล้องกับชื่อที่ผมกำลังแปรญัตติอยู่ในขณะนี้ จริง ๆ ครับท่านประธาน ตั้งแต่ตอนแรกท่านประธานที่เคารพครับ ในการคิดเรื่องการแก้ไข รัฐธรรมนูญ มีคนออกมานำเสนอว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญที่มาจาก คมช. เป็นผลผลิตของการปฏิวัติรัฐประหารจำเป็นที่จะต้องแก้ไข ในขณะที่หลายส่วนก็บอกว่า เรายังมีปัญหาในสังคมอีกมากมายที่จะเป็นปัญหาเร่งด่วนที่จะต้องแก้ไขก่อนรัฐธรรมนูญ การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้หมายความว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วมันจะแก้ปัญหาทุกอย่างได้ แก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วจะทำให้ข้าวของมันราคาถูกขึ้นหรือเปล่า แก้รัฐธรรมนูญแล้วทำให้ ราคาน้ำมันมันถูกหรือเปล่า หลายคนก็บอกว่าไปแก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนก่อน ก่อนที่จะมาแก้รัฐธรรมนูญ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญคนก็ตั้งข้อสังเกตว่าคนที่ได้ประโยชน์ ทางตรงเพียงคนคนเดียว นอกนั้นเป็นผลประโยชน์ทางอ้อมทั้งสิ้น แต่หลายฝ่ายก็ไม่ฟังครับ ก็พยายามที่จะดึงดัน โดยอ้างเสียง ๑๕ ล้านเสียงบ้าง อ้างความชอบธรรมในการได้รับเสียง ข้างมากบ้าง เสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญมา แม้แต่ใน ครม. ก็เพิ่งมาแก้ตอนหลังด้วยซ้ำไป ในขณะช่วงแรก ๆ ยังไม่ทราบว่าท่าทีการคัดค้านของสังคมมีความรุนแรงมากน้อยเพียงใด หลายคนก็บอกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นวิกฤติปัญหาของบ้านเมือง เพราะในยุคของ รัฐบาลคุณสมัคร สุนทรเวช ถ้าท่านประธานจำได้ครับ วันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๐ เป็นจุดเริ่มต้น ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญและมาซึ่งบ้านเมืองเจอทางตันแล้วก็เจอวิกฤติทางการเมือง ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน หลายคนก็ท้วงติงว่าทั้งรัฐบาล ทั้งพรรคฝ่ายค้าน ทั้งพรรคร่วมรัฐบาล และหน่วยงานและฝ่ายต่าง ๆ ไม่ควรที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควรที่จะทอดระยะเวลาออกไป ระยะหนึ่ง แม้แต่สมาชิกในฝ่ายรัฐบาลเองด้วยซ้ำไปนะครับ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม อย่างเช่น ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง หรือพันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย ด้วยซ้ำไปครับ ท่านก็บอกว่าควรจะทอดเวลาไปสัก ๘-๙ เดือน หรือ ๑ ปี และค่อยมาคิดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่สมาชิกหลาย ๆ ท่านก็ไม่ฟังครับ มีการเสนอมาอย่างน้อยที่เสนอมาก็คือจากเริ่มต้น ของกลุ่ม นปช. ที่นำโดยคุณธิดา ถาวรเศรษฐ ได้เสนอเมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ในภาคประชาชนครับ คุณนิรันดร์ ด่านไพบูลย์ ก็ได้เสนอมาในวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ และคุณเยี่ยมยอด ศรีมันตะ เสนอมาเมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๕ นี่คือร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ภาคประชาชน ในขณะเดียวกันในส่วนของรัฐบาลของสมาชิกพรรคเพื่อไทย คุณสุนัย จุลพงศธร และคณะก็ได้ยื่นเข้ามา รวมไปถึงสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาล คุณภราดร ปริศนานันทกุล และคณะก็ยื่นเข้ามา สุดท้ายคณะรัฐมนตรีเห็นว่าแนวทางที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปได้ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของสภา ก็เสนอในนามคณะรัฐมนตรีมาอีกฉบับหนึ่ง ด้วยกัน ที่ผมอภิปรายข้อที่ ๑ ก็คือที่บอกว่าเร่งรัดก็เพราะเห็นได้ชัดนะครับว่าการเสนอร่าง แก้ไขรัฐธรรมนูญมีทั้งหมด ๓ ฉบับ เป็นของภาคประชาชน ๓ ฉบับ เป็นของ ส.ส. และ ครม. ๓ ฉบับ ถ้าหากจะให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านประธานต้องให้ เครดิตกับภาคประชาชนก่อนครับ เพราะภาคประชาชนเป็นผู้เคลื่อนไหวและเป็นผู้รวบรวม รายชื่อประชาชนมาเสนอเพื่อจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อประธานบรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับต่าง ๆ เข้ามาที่ประชุมรัฐสภา ที่ผมแปลกใจก็คือว่าท่านประธานไม่ได้ให้ความสำคัญของ ๓ ร่างภาคประชาชน โดยอ้างว่าจะใช้เวลานานเพราะต้องมีการตรวจสอบรายชื่อ ต้องใช้เวลา ถึง ๒ เดือน ๓ เดือน ๖ เดือนก็สุดแท้แต่ที่จะตรวจสอบเสร็จ ซึ่งตรงนี้เองเป็นข้อที่ ๑ ที่ผมเห็นว่าเป็นการพิจารณาแก้ไขเรื่องนี้ในลักษณะลุกลี้ลุกลน รวบรัด ไม่ฟังเสียง ไม่เคารพ ร่างของภาคประชาชน ทั้ง ๆ ที่คนเหล่านี้หรือท่านประธานเองก็ทราบนะครับว่าหลายฝ่าย ก็พร่ำบอกตลอดเวลาโดยอ้างว่าเสียงประชาชนตลอดเวลา แล้วก็บอกว่าประชาชนเป็นใหญ่ ต้องฟังเสียงประชาชน แต่ว่าในขณะที่ประชาชนเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมไม่เห็น ท่านประธานให้ความสำคัญกับร่างแก้ไขของภาคประชาชนเลย กลับรวบรัดเพื่อจะเอาของ ๓ ร่างที่มันสำเร็จรูปอยู่แล้ว ตรงนี้เองนะครับผมจึงเป็นที่มาของการแปรญัตติเรื่องรวบรัด เพื่อทักษิณแห่งราชอาณาจักรไทย ข้อที่ ๑ ครับท่านประธาน

ส่วนข้อที่ ๒ ท่านประธานครับ เมื่อสภาแห่งนี้ได้พิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ใน ๓ ฉบับ ในวาระที่หนึ่ง ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๓ ลากต่อไปถึงวันที่ ๒๔ แล้วก็ไปถึงวันเสาร์ที่ ๒๕ ท่านประธานก็จะแลเห็นนะครับว่ามีการพิจารณากฎหมายสำคัญโดยท่านไม่ได้คำนึงถึง วันหยุดราชการ หรือวันใด ๆ ทั้งสิ้น วันสำคัญใด ๆ ทั้งสิ้น ท่านก็พยายามที่จะดึงดันเพื่อให้ มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว พอรัฐธรรมนูญผ่านวาระที่หนึ่งแล้วเข้าสู่วาระที่สอง ผมจะเล่าให้ท่านประธานฟังในบรรยากาศในฐานะที่ผมเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย มีการเร่งรัด การพิจารณาในวาระที่สองอย่างรวดเร็ว วันแรกในการประชุมคณะกรรมาธิการก็ได้แสดง ความเห็นว่าเราควรที่จะพิจารณาในวันพุธและวันพฤหัสบดีในตอนเช้า ๒ วัน การพิจารณา พูดจาสนทนาธรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเป็นไปด้วยดีครับ พิจารณาได้แค่ครั้ง ๒ ครั้ง ผมไม่แน่ใจว่ามันมีสัญญาณอะไรมาหรือไม่ หรือรีโมท (Remote) กดจากไหนหรือไม่ ท่านประธานก็บอกว่าถ้าอย่างนั้นขอเพิ่มเป็นวันพฤหัสบดีช่วงบ่ายอีกสัก ๑ วันจะได้หรือไม่ พวกผมก็ไม่ขัดข้องท่านประธาน ก็มีเป็นการพิจารณาเพิ่มวันพฤหัสบดีบ่าย ถัดมาการพิจารณา วาระที่สอง อาจจะไม่รวดเร็วทันใจ ขอเพิ่มเป็นวันพุธบ่ายอีกวันได้หรือไม่ พวกผมก็ไม่ขัดข้องครับ เอาเป็นวันพุธบ่าย ถึงที่สุดก็บอกว่าทั้งวันพุธ วันพฤหัสบดีเช้าบ่ายไม่ทันใจแล้ว ขอวันอังคารอีก ได้หรือไม่ครับ กรรมาธิการก็พิจารณาวันอังคารอีก ทำลักษณะรวบรัดตั้งแต่วันอังคาร วันพุธ วันพฤหัสบดี ทั้งวันครับ เพื่อที่จะให้การพิจารณาวาระที่สอง เสร็จอย่างรวดเร็ว ตามที่ ธงหลาย ๆ คนคิดว่าจะต้องเสร็จก่อนวันสงกรานต์

ประเด็นที่ ๓ เรื่องการชี้แจง การแปรญัตติของเพื่อนสมาชิกที่มีการขอแปรญัตติ ไปในมาตราต่าง ๆ ซึ่งนัดให้มีการแปรญัตติในวันพุธและวันพฤหัสบดี ถ้าท่านประธาน เห็นบรรยากาศการแปรญัตติท่านประธานก็คงทราบครับว่ามีการรวบรัดแค่ไหน ในวันนั้น ได้มีการประชุมเกี่ยวกับกฎหมายปรองดอง ท่านประธานก็จะเห็นนะครับว่ามีการวิ่งรอกกัน ระหว่างสมาชิกในการประชุมในสภาและในกรรมาธิการ และมีการพิจารณาในระหว่าง ที่องค์ประชุมไม่ครบตลอดเวลาครับ ผมยืนยันได้เลยว่าไม่ครบตลอดเวลาครับ เพียงแต่ว่า ไม่สามารถยืนยันได้เพราะไม่มีการนับองค์ประชุม แต่ทุกครั้งที่มีการนับองค์ประชุม ท่านประธานก็สั่งพักทุกครั้ง ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าองค์ประชุมไม่ครบครับ สิ่งที่ ส.ส. วัชระ เพชรทอง พูดเมื่อกี้นี้ผมคิดว่ามีเหตุอันควรเชื่อได้เลยว่าไม่ครบ และถ้าหากว่าไปเอาทีวี (TV) วงจรปิดในการประชุมและไปนับองค์ประชุมในขณะนั้นแล้วไม่พบจริง ๆ ผมคิดว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาแน่นอนครับ

(นายขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านประท้วงหรือครับ เชิญครับ

นายขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอประท้วงผู้อภิปรายว่า ผิดตามข้อบังคับ ข้อ ๔๓ ประเด็นที่พูด

ประการที่ ๑ การพูดว่าองค์ประชุมไม่ครบตลอดเวลา พูดไม่ได้ครับ เป็นการพูดเท็จ ถ้าองค์ประชุมไม่ครบตลอดเวลาที่จริงจะต้องไม่มีการพิจารณา กรรมาธิการไม่สามารถเสนอ เข้ามาได้ คำนี้ไม่สามารถจะใช้ในที่ประชุมนี้ได้อย่างเป็นทางการ ถ้าประชาชนผู้ฟังอยู่เขาก็ย่อม คิดว่าถ้าปล่อยให้พูดอย่างนี้ไป ก็คือการกระทำของกรรมาธิการนี้ถูกต้องทั้งลายลักษณ์อักษร ทั้งพฤติกรรม นี่ประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ชื่อซึ่งท่านประธานได้อนุโลมในการแปรชื่อของผู้แปรญัตติ ผมก็เพิ่งเคยเห็นนี่ละครับว่าการใช้อำนาจหน้าที่ หรือการใช้สิทธิของตัวเองที่มีเจตนาอย่างนี้ ชื่อนี้กล่าวไม่ได้เป็นการกล่าวใส่ร้าย แต่ว่าเขียนได้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าไม่ควรให้ มีการอภิปรายแล้วกล่าวคำที่ใส่ร้ายเป็นระยะ ๆ ตามที่ชื่อท่านแปรญัตติมา เจตนาของ การออกกฎหมายหรือเจตนาของสภาผู้แทนราษฎรนี้ แม้ว่ามีใครจะอภิปรายใช้เล่ห์เหลี่ยม ฉ้อฉลของตนเองเพื่อให้เกิดความชอบธรรม มันก็ไม่ชอบธรรมหรอกครับ ผมไม่อยากให้ สภาแห่งนี้เป็นสภาที่ใครแปรญัตติเข้ามาใช้ข้อความ ถ้าพูดผิดข้อบังคับ ถ้าเขียนไม่ผิด ข้อบังคับจะทำกันอย่างนี้ต่อไปได้อย่างไรครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

พอสมควรครับ เดี๋ยวผม วินิจฉัยครับ

นายขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ขอให้ประธาน ได้โปรดพิจารณาครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมวินิจฉัยครับ ประเด็นแรก ก็เอาไว้เป็นหน้าที่ของกรรมาธิการที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงก็แล้วกัน ก็ให้ท่านอภิปรายของท่าน ไปส่วนประเด็นเรื่องตั้งชื่อสงวนความเห็นอะไรพวกนี้ เราถือว่าเราผ่านประเด็นนั้นไปแล้ว ได้อนุญาตให้ได้อภิปรายแล้วก็ต้องว่ากันตามนั้น แต่ก็ต้องให้อยู่ในกรอบพอสมควรเท่านั้นเอง เชิญท่านต่อเลยครับ ท่านไม่ได้เสียเวลาให้ต่อเลยดีกว่ากระมัง นี่เป็นประโยชน์ของท่าน โดยเฉพาะแล้วนะครับ ให้อภิปรายต่อเถอะครับ เชิญหมอวรงค์

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย เพราะเมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านขจิตรได้ประท้วง ท่านเทพไทในประโยคที่ท่านเทพไทได้มีการพาดพิงถึงว่าในขั้นตอนของการแปรญัตติ บางครั้งองค์ประชุมไม่ครบ ผมเป็นกรรมาธิการครับท่านประธาน และผมก็เข้า ๆ ออก ๆ ตลอด ผมยืนยันว่าองค์ประชุมไม่ครบในช่วงเวลาหลายครั้งมาก และผมก็เชื่อว่าสามารถตรวจสอบ จากเทปบันทึกภาพการประชุมได้ โดยเฉพาะที่ท่านวัชระ เพชรทอง ได้มีการกล่าวถึง เพื่อนสมาชิกวุฒิสภา ช่วงนั้นมีองค์ประชุมอยู่แค่ ๔ คน เพราะผมเข้าไปอยู่ในที่ประชุมนั้น ดังนั้นสิ่งที่ท่านเทพไทพูดว่าหลายช่วงที่องค์ประชุมไม่ครบ จึงเป็นความจริงครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ครับ พอใจแล้วนะครับ ยังไม่พออีกหรือครับ คุณหมอสุกิจเชิญครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๕ เพื่อเป็นบรรทัดฐานครับ เพราะว่าเมื่อกี้นี้ผู้ประท้วง ขออนุญาตเอ่ยนามครับ คุณขจิตร ไม่ทราบว่าท่านไปอยู่ที่ไหนมา เขาพูดกันไปจบแล้วท่านประธานวินิจฉัยไปแล้วเรื่องเกี่ยวกับการแปรญัตติของท่านเทพไท เอามาประท้วง แต่ท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

คุณหมอครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ท่านครับ เดี๋ยวครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมให้เกียรติเต็มที่แล้ว แล้วท่านก็มาประท้วงประเด็นที่ผมวินิจฉัยแล้วนั่นล่ะ มันจบไปแล้วครับ มันจบแล้วครับ สมควรพอแล้วกระมังครับจะได้อภิปรายต่อ เชิญท่านครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ในประเด็นที่ผม ประท้วง ผม หมอสุกิจ ส.ส. จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๕ เพราะว่าท่านอนุญาตให้เขาพูดอย่างไรครับ ในประเด็นที่ท่านตัดสินไปแล้วแต่ท่านก็ยัง ปล่อยให้เขาใช้เวลาพูดไปอีกตั้งนาน ในขณะที่พอผมประท้วงท่านประธานตัด เดี๋ยวก็ตัด นี่ท่านกำลังจะตัดอีกแล้ว

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ก็เหมือนกันละครับ ประเด็นเดียวกันวินิจฉัยแล้วก็ยังไม่จบ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ผมจะเรียนว่าเวลา ฝ่ายโน้นท่านให้พูดมาก ท่านไม่เป็นกลาง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมให้ฝ่ายท่านพูดมากกว่า

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ท่านประธานต้อง ควบคุมการประชุม ทีหลังอย่าให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีก

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

จบหรือยังครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ข้างผมพูดท่านให้ พูดบ้าง ให้พูดให้จบสิครับ แล้วคนอื่นเขาประท้วงในประเด็นที่ท่านวินิจฉัยแล้วท่านก็ให้พูด พวกผมประท้วงประเด็นใหม่ ๆ ท่านเห็นท่านก็บอกว่าไม่ต้องแล้ว ไม่เอาแล้วอย่างนี้มันเป็นธรรม หรือครับ ผมเรียกร้องให้ท่านคุมการประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๕ ให้เป็นกลางที่สุดครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

จบแล้วใช่ไหมครับ เชิญครับ ประเด็นไหนครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระยอง ในฐานะของสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานในข้อ ๖๑ วรรคสอง เมื่อสักครู่พอท่านประธานวินิจฉัย เสร็จแล้วท่านประธานใช้คำพูดว่าพอใจแล้วหรือยัง อันนี้ท่านประธานมันไม่สมควรครับ ท่านประธานประชดเสียดสีเพื่อนสมาชิกครับ ท่านประธานต้องถอน เพราะท่านประธานเป็น คนที่คุมกติกา คุมข้อบังคับ แต่ท่านประธานผิดข้อบังคับเสียเองในการเสียดสีเพื่อนสมาชิก ท่านประธานต้องถอนครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมถือว่าไม่ได้เสียดสีครับ ผมก็ถามว่าพอใจหรือยัง ถ้าอย่างนั้นพอใจก็จะได้จบ

นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมาธิการ

สำเนียงและเนื้อหาของท่านเสียดสี

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ก็อนุญาตให้เกินขอบเขต พอเถอะครับ อย่าทะเลาะเลยครับ ท่านขจิตร ผมว่าขอกันกินมากกว่านี้ท่านพอเถอะครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมาธิการ

ท่านต้องวินิจฉัยของผมก่อนครับ ท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมวินิจฉัยแล้วครับ ผมไม่ถอน เชิญท่านเทพไทต่อเถอะครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมาธิการ

ท่านเสียดสีนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านขจิตรครับ ผมว่าขอกันกิน มากกว่านี้ครับ ปล่อยเถอะครับ ท่านครับปล่อยเถอะครับ สมควรแล้วครับ เอาละครับ ขอกิน มากกว่านี้ท่านเชื่อเถอะ เอาแล้วครับ พอแล้วครับท่านขจิตร เชื่อผมเถอะครับขอกันกิน มากกว่านี้ เชื่อเถอะ เอาแล้วครับ พอเถอะครับ ท่านไม่ได้อยู่ไหน ท่านอยู่นี่ตลอดผมเห็น พอเถอะครับ ขอกันกินมากกว่านี้ เชิญครับ ท่านเทพไทต่อเลยครับ ท่านกรุณาเถอะครับ ผมยืนยันให้แล้วว่าผมเห็น เชิญครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภาและกรรมาธิการเสียงข้างน้อยครับ ผมต้องเรียนกับท่านประธานต่อไปว่าเหตุผล ที่ผมต้องสงวนคำแปรญัตติให้ใช้ชื่อว่ารัฐธรรมนูญรวบรัดเพื่อทักษิณแห่งราชอาณาจักรไทยนั้น ผมมีเหตุผลอยู่ทั้งหมด ๗ ข้อ ในข้อ ๓ ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าได้มีการพิจารณา รวบรัดเห็นได้ชัด ผมยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าระหว่างการประชุมคณะกรรมาธิการในบางช่วง บางตอนอยู่ไม่ครบองค์ประชุมหรอก และทุกครั้งที่พวกผมนับองค์ประชุมก็จะต้องมีการ พักการประชุมแล้วก็โทรศัพท์เรียกกันมา อันนี้เป็นปกติเป็นที่รับรู้ครับ แต่เป็นวิธีการ ที่พยายามที่จะทำให้การพิจารณาในวาระที่สามเสร็จสิ้นโดยเร็ว แม้กระทั่งเรื่องการรับฟัง การแปรญัตติของเพื่อนสมาชิกในวันที่ ๔ และวันที่ ๕ ในบางช่วงที่แปรญัตติผมเรียน กับท่านประธานตรง ๆ เลยครับ มีสมาชิกอยู่ไม่ครบ และไม่แน่ใจด้วยซ้ำไปว่าคำแปรญัตติ ของเพื่อนสมาชิกจะได้รับความสนใจจากที่ประชุมมากน้อยแค่ไหน เพราะอย่างน้อยที่สุด เป็นที่ยืนยันนะครับว่าในเอกสารรายงานฉบับนี้มีไม่ครบทุกคน นี่เพิ่งตรวจว่าไม่ครบ ๓-๔ ท่าน ผมคิดว่าถ้าทุกคนตรวจดูอาจจะมีมากกว่านี้ด้วยซ้ำไปซึ่งเป็นเรื่องในอนาคตที่จะต้องพิจารณาว่า รายงานฉบับนี้สมบูรณ์หรือไม่ แต่เห็นจากการรวบรัดเพื่อที่จะให้มีการจบในวาระที่สองให้ได้ ในคืนวันที่ ๕ ท่านประธานก็เห็นนะครับว่ามีการนั่งประชุมกันดึก ๆ ดื่น ๆ จนถึงเที่ยงคืน กว่าจะเสร็จเพื่อที่จะให้เอกสารมันเสร็จสิ้นในวันที่ ๖ ถึงแม้ว่าที่จะเป็นวันหยุด ที่ท่านประธาน บรรจุด้วยก็ตามนี่ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ลุกลี้ลุกลนรวบรัด เร่งรัด จึงเป็นเหตุผลหนึ่งสำหรับ การที่ผมจำเป็นต้องมาแปรญัตติชื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ

ในประเด็นที่ ๔ ผมเห็นว่ามีการรวบรัดเร่งรัดให้ทันกาลในช่วงสงกรานต์ จะเห็นได้ว่าระหว่างมีการพิจารณาในมาตรา ๒๙๑/๑ จำนวนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในวันนั้นมีการประชุมและมีความเห็นที่แตกต่างกัน มีการเสนอให้ลงมติเรื่องจำนวน สสร. ซึ่งร่างรัฐบาลเสนอ ๙๙ คน ในขณะที่กรรมาธิการหลายท่านเสนอ ๒๐๐ คน และมีญัตติของ กรรมาธิการประมาณ ๙ ญัตติ เวลาลงมติแล้วนี่ครับท่านประธาน ผมไม่แน่ใจว่าประธาน คณะกรรมาธิการในวันนั้นท่านประเมินสถานการณ์อย่างไร แต่ว่าท่านได้มีการลงมติ และผลการลงมติก็คือร่างของรัฐบาลได้ ๑๐ เสียง ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล ๑๒ เสียง ทำให้ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับร่างของรัฐบาลชนะครับ แล้วก็มีการโต้เถียงกันไปโต้เถียงกันมา หาทางออกไม่ได้ ต้องเลิกประชุมแล้วก็มาประชุมใหม่ จนเป็นที่มาของความอัปยศของการประชุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกลับมติซึ่งไม่เคยมีในประวัติศาสตร์การเมือง ในประวัติศาสตร์ของสภา แห่งนี้ครับ แพ้แล้วไม่ยอมแพ้กลับไปใหม่เพื่อเอาชนะคะคานให้ได้นี่ ตามคำสั่งของใคร ผมไม่ทราบได้ครับ แต่เป็นที่ทราบได้ว่าในคืนนั้นก็ถูกเฉ่งกันไปตาม ๆ กันในกรรมาธิการบางคน จึงเป็นที่มาของการปรับเปลี่ยนมติและให้โหวตใหม่ จนที่สุดก็ผ่านไปโดยใช้ลักษณะเสียงข้างมาก ลากไปครับท่านประธาน

ในประเด็นที่ ๕ ถ้าท่านประธานดูร่างของรัฐบาล ท่านประธานก็จะได้เห็นว่า มีรวบรัดเร่งรัดมากในทุกประเด็น ทุกมาตรา ทุกขั้นตอน เห็นได้จากไหนบ้างครับ ท่านประธานครับ เห็นได้จากร่างของรัฐบาลที่ร่างมา ห้วงเวลามีการกำหนด มีการล็อก (Lock) ไว้ในร่างฉบับนี้ทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาตรา ๒ ทันทีเลยครับท่านประธาน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้บังคับวันถัดไปจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป คือหมายความว่าประกาศปั๊บมีผลทันทีครับ ไม่ต้องทอดเวลายาวไป ไม่จำเป็น ในกรณี มาตรา ๒๙๑/๕ เลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน ๗๕ วัน ท่านประธานลองคิดดูสิครับ การเลือกตั้ง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญการที่มีขั้นตอนอยู่มากมีการรวบรัดภายใน ๗๕ วัน และให้มีการ ตราพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญภายใน ๑๕ วัน ใช้ลักษณะ วัน เวลา ล็อกไว้หมด แล้วก็โดยเวลาที่จำกัดมาก ทั้ง ๆ ที่ในบางประเด็นผู้ปฏิบัติ ไม่สามารถจะปฏิบัติได้ด้วยซ้ำไป รวมไปถึงมาตรา ๒๙๑/๕ (๓) จะต้องกำหนดวันเลือกตั้ง ไม่เกิน ๔๐ วัน ทั้ง ๆ ที่โดยทั่วไป แล้วก็จะใช้ลักษณะ ๔๕ วัน หรือ ๖๐ วัน แต่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ทุกอย่างลดทอนลงหมดทั้งสิ้น แม้แต่เรื่องของการรับรองผลการเลือกตั้ง สมาชิก สสร. กำหนดให้ใช้เวลาเพียง ๑๕ วัน ท่านประธานลองคิดดูก็แล้วกัน ๑๕ วัน จะรับรอง สมาชิก สสร. ได้โดยสมบูรณ์ บริสุทธิ์ ยุติธรรมหรือไม่ เลือกตั้ง ส.ส. เลือกตั้ง ส.ว. ใช้ ๓๐ วัน ยังทำอะไรไม่ได้เลย ไม่เคยให้ใบแดง ใบอะไรใครได้เลยแม้แต่คนเดียวด้วยซ้ำท่านประธาน แล้วอันนี้มา ๑๕ วัน ก็จะมีการปล่อยผี มีการอะไรอีกมากมาย แต่เหตุผลถามว่าทำไม ถึงเร่งรัด ก็เพราะต้องการให้มันเสร็จสิ้นโดยเร็ว ต้องการให้มีรัฐธรรมนูญใหม่โดยเร็ว ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นครับท่านประธาน ในประเด็นที่ต้องออกกฎหมายลูก เพื่อมีการเลือกตั้ง สสร. ซึ่งร่างแรกรัฐบาลใช้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ส.ส. ส.ว. โดยอนุโลม เมื่อมีการถกเถียงกันไป ถกเถียงกันมา มีการอภิปรายกันไปกันมา ก็เห็นท่าว่าไปไม่รอด ก็ไปค้นหากฎหมายมาอีกฉบับหนึ่งว่าด้วยการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นมาแทน ทั้ง ๆ ที่ กกต. บอกว่าการเลือกตั้งในลักษณะเช่นนี้ควรจะมีกฎหมายเฉพาะ ก็คือกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สสร. แต่เหตุผลที่ไม่เอาไม่ใช่เพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะการออกกฎหมาย พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สสร. มันต้องใช้เวลา ต้องใช้เวลาอย่างน้อย ๒-๓ เดือน ผ่านวาระแรก วาระที่สอง วาระที่สาม ก็ทำให้เสียเวลาอีก จึงพยายามรวบรัดให้ใช้กฎหมายใดกฎหมายหนึ่งที่มีอยู่แล้ว ที่มีอยู่เดิมขึ้นมาเป็นกฎหมาย ประกอบในการเลือกตั้ง สสร. ซึ่งจะต้องมีปัญหาในอนาคต และจะต้องมีการอภิปราย ในมาตราต่อไปด้วยซ้ำไป แต่ว่าที่ผมชี้ให้ท่านประธานเห็นก็คือว่า ทั้งหมดในประเด็นที่ ๕ ก็คือว่าเป็นการชี้ชัดให้เห็นเรื่องกรณีการรวบรัดให้มีการร่างรัฐธรรมนูญออกมาให้เสร็จสิ้น โดยเร็ว

ส่วนประเด็นที่ ๖ เมื่อกรรมาธิการได้พิจารณาจบไปแล้วด้วยความเร่งรัด รวบรัด หรือแบบรวบหัวรวบหางก็ตาม แล้วก็ทำรายงานมาถึงท่านประธานในแบบตกหล่น แบบลวก ๆ แบบมีปัญหาซึ่งจะต้องตีความในอนาคต ท่านประธานก็ใช้วิธีการรวบรัด เร่งรัด โดยการ เรียกประชุมขึ้นมาทันทีในวันที่ ๑๐ และวันที่ ๑๑ ครับ ต้องถามท่านประธานนะครับว่า ด้วยเหตุผลใดครับท่านประธานถึงเร่งรัด เร่งรีบ ให้มีการประชุมในวันที่ ๑๐ และวันที่ ๑๑ ทั้ง ๆ ที่การประชุมสามารถที่จะประชุมหลังจากสงกรานต์แล้วด้วยก็ได้ หรือไม่เป็นวันที่ ๑๑ วันที่ ๑๒ ก็ได้ วันที่ ๑๐ ท่านประธานทราบนี่ครับว่าพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพเจ้าฟ้า ก็ยังดำเนินการอยู่ภายใน ๓ วัน และในพระราชพิธีต่าง ๆ ท่านประธาน ท่านรองประธาน บุคคลสำคัญของประเทศ หรือบุคคลสำคัญในสภาแห่งนี้ต้องเข้าร่วมพระราชพิธีโดยทั่วหน้ากัน ด้วยซ้ำไป แต่ว่าท่านประธานก็ดึงดันที่จะให้เรียกประชุมในวันที่ ๑๐ ซึ่งในวันที่ ๑๐ ท่านประธาน ก็เห็นตั้งแต่ตอนเช้า มีพระราชพิธี มีการถ่ายทอดสด ท่านประธานก็บอกว่าการประชุม รัฐสภา ในการพิจารณาวาระนี้ต้องมีการถ่ายทอดสด สุดท้ายก็ทำไม่ได้ด้วยซ้ำไป พฤติกรรม ตรงนี้ผมเห็นว่าเป็นพฤติกรรมที่ลุกลี้ลุกลน รวบรัดของท่านประธานครับ ถ้าท่านประธาน จะประชุมให้เสร็จก่อนสงกรานต์ ทำไมท่านประธานไม่เลือกนัดในวันที่ ๑๑ หรือวันที่ ๑๒ ผมตั้งสมมุติฐานว่าที่ท่านประธานรวบรัดแบบนี้มันมีอยู่ ๒ เหตุผลเท่านั้นเอง คือถ้าจะประชุม ในวันที่ ๑๑ วันที่ ๑๒ ท่านประธานเกรงว่าการประชุม ๒ วัน จะไม่เสร็จ แล้วจะเลยไป หลังสงกรานต์ ท่านประธานจะไม่ยอม กับ ๒. ท่านประธานที่เว้นไว้วันที่ ๑๒ ก็ต้องการจะประชุม วันที่ ๑๐ และวันที่ ๑๑ ให้เสร็จ และวันที่ ๑๒ จะให้สมาชิกของท่านประธานไปรดน้ำดำหัว พันตำรวจโท ทักษิณที่ประเทศลาว ที่ประเทศกัมพูชา อันนี้ชัดนี่ท่านประธาน เป็นเจตนา ของท่านประธานที่ผมเห็นว่าเป็นการเอาเรื่องส่วนตัว เอาประโยชน์ส่วนตัว เอาประโยชน์ ส่วนบุคคลมากกว่ากฎหมายสำคัญของประเทศ จึงนัดประชุมในวันที่ ๑๐ และวันที่ ๑๑ และผมอยากจะเรียนต่อกับท่านประธานนะครับว่า ถ้าหากว่าการประชุมในวันที่ ๑๐ และวันที่ ๑๑ วันนี้ไม่เสร็จ ผมอยากจะเรียนเสนอวันที่ ๑๒ ท่านไม่ควรประชุม ไปประชุม ต่อหลังจากสงกรานต์ไปแล้ววันที่ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ไปเลยครับ และถ้าจะลงวาระที่สาม หลังจาก วาระที่สองผ่านไปแล้ว ๑๕ วัน ท่านก็ไปเปิดสมัยวิสามัญหรือไปใช้สมัยสามัญทั่วไปในวันที่ ๑ สิงหาคม ก็ได้ ไม่มีใครว่าครับ เพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญไม่จำเป็นต้องเร่งรัด ไม่ต้อง ลุกลี้ลุกลน ปัญหาอื่นมันมีมากมายครับ แก้รัฐธรรมนูญไม่เสร็จไม่มีใครจะเป็นจะตายหรอกครับ ผมอยากจะเรียนท่านประธานครับว่าอยากจะให้ความสำคัญกับเรื่องห้วงเวลานี้ด้วย

ข้อที่ ๗ เหตุที่ลุกลี้ลุกลน ต้องการมีเรื่องเดียวครับท่านประธาน ผมเชื่อว่ามีธง มีใบสั่งต้องการให้เสร็จสิ้นก่อนสงกรานต์เพื่อให้จบก่อนสงกรานต์ และรู้ว่าสงกรานต์จะมีคน ไปที่ประเทศลาว ไปประเทศกัมพูชา ถ้าหากว่าทำเรื่องนี้เสร็จแล้วก็จะนำเรื่องนี้ไปเป็นผลงาน นำเรื่องนี้เป็นของขวัญวันสงกรานต์ให้กับนายใหญ่ที่ประเทศลาวและประเทศกัมพูชา ด้วยเหตุผลทั้งหมด ๗ ข้อที่ผมคิดว่าเป็นพฤติกรรมลุกลี้ลุกลนเร่งรีบ เร่งรัด มันเหมาะสม และสอดคล้องกับร่างที่ผมได้สงวนคำแปรญัตติไว้ นั่นก็คือในมาตรา ๑ รัฐธรรมนูญรวบรัด เพื่อทักษิณแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ด้วยเหตุผลทั้งหมด ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกก็คงจะเห็นด้วยกับผม โดยเฉพาะสมาชิกฝ่ายรัฐบาล การแปรญัตติ และสงวนคำแปรญัตติครั้งนี้เป็นการเชิดชูคนที่ชื่อทักษิณ เพราะฉะนั้นเพื่อเป็นเกียรติประวัติ ไหน ๆ ก็จะทำรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อนายใหญ่แล้วผมขอเสียงสนับสนุนจากสมาชิก ฝ่ายรัฐบาลโปรดได้ลงมติให้กับคำแปรญัตติของผม ก็คือร่างรัฐธรรมนูญรวบรัดเพื่อทักษิณ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... เพื่อเป็นประวัติหน้าใหม่ ของการเมืองไทย ขอบคุณครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านสาธิต ปิตุเตชะ ครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดระยอง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเรียนท่านประธานว่าผมได้สงวนความเห็นไว้ในร่างแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญฉบับนี้ซึ่งก็เป็นไปตามสิทธิ ตามระเบียบข้อบังคับการประชุมร่วมกันของรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๓ ในข้อ ๗๒ ผมต้องขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานเพื่อทำความเข้าใจว่าสิทธิ อันนี้เป็นของกรรมาธิการที่ไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ข้อ ๗๒ บอกว่า กรรมาธิการผู้ใดไม่เห็นด้วยกับมติของคณะกรรมาธิการในข้อใดจะสงวนความเห็นไว้ เพื่อขอให้รัฐสภาวินิจฉัยก็ได้ อันนี้ละครับเป็นสิทธิ และเมื่อสงวนแล้ว มีการอภิปรายแล้ว นำเสนอเหตุผลแล้ว ก็สิทธิเป็นของสภาแห่งนี้ที่จะวินิจฉัยว่าสิ่งที่ผมขอสงวนไว้เพื่อนสมาชิก มีความเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ คำที่ผมใช้ตั้งชื่อร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ก็คือคำว่า ร่างรัฐธรรมนูญ นปช. ครองเมือง ความจริงผมก็ไม่อยาก แปรญัตติในมาตรานี้ แต่ว่าผมทนไม่ได้กับพฤติกรรมของคณะกรรมาธิการ พฤติกรรมของ คณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่เป็นไปด้วยความเร่งรีบ รวบรัด เหตุผลมีหลายอย่างครับ มันก็ชัดเจนอยู่ในตัวมันเองแล้ววันนี้ เริ่มต้นท่านประธานบอกว่ามีการถ่ายทอดสด ก็เป็น เพราะว่าท่านไปเร่งรีบ รวบรัดจนไม่ทันพิธีสำคัญของบ้านเมืองวันนี้ ท่านบอกว่าจะมีการถ่ายทอดสด แต่ปรากฏว่าติดงานพระราชพิธีสำคัญ นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งหรือตัวชี้วัดอีกอย่างหนึ่งว่า ท่านเร่งรีบ ความไม่สมบูรณ์ของรายงานการแปรญัตติของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ท่านประธานก็ไม่ฟังคำทักท้วงครับ พอบอกว่าไม่สมบูรณ์ บอกให้เอากลับไป ท่านก็ไม่เอากลับ แต่พอผมแปรญัตติว่าคำแปรญัตติจะผิดข้อบังคับหรือไม่ ท่านก็บอกว่า ไม่สมบูรณ์ แต่ก็ไม่เอากลับอีกเหมือนกันนะครับ สุดท้ายผมเลยไม่ทราบว่าท่านประธานมีความคิดอย่างไร ผมก็รับไม่ได้ในพฤติกรรมของ กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ผมจะให้เหตุผลอย่างนี้ครับ ผมมีเหตุผล ๒-๓ ข้อใหญ่ ๆ เพื่อให้ ท่านประธานได้รับทราบ ก่อนอื่นก็คือผมจะเรียนท่านประธานว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ผมไม่เห็นด้วยตั้งแต่ต้น ที่ไม่เห็นด้วยไม่ได้หมายความว่าผมบอกว่ารัฐธรรมนูญแก้ไม่ได้ เป็นกฎหมายสำคัญ แตะต้องไม่ได้ ไม่ใช่อย่างนั้นครับ แต่ผมคิดว่าสถานการณ์เอง ความเป็นไปของบ้านเมือง ขณะนี้ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมีมากมาย การแก้รัฐธรรมนูญ ก็ต้องแก้ได้ แต่ว่าต้องมีเหตุผลสนับสนุนพอสมควร แต่ที่มีความชัดเจนที่สุดก็คือว่าวันนี้ การแก้รัฐธรรมนูญ ที่บอกว่าเร่งรีบ รีบร้อน เร่งด่วน กลับไปถามประชาชนท่านกล้าถามไหมล่ะครับ ว่าถ้าเขาให้เลือกระหว่างให้รัฐบาลไปแก้ปัญหาราคาจำนำข้าว มันสำปะหลัง ราคาผลไม้ ที่กำลังจะมีผลผลิตออกมา เขาเลือกแล้วเขาจะเลือกอะไรที่มันเร่งรีบกว่ากัน เร่งด่วนกว่ากัน ที่สำคัญที่สุดความคาดเดาของสังคมก็คาดเดาไม่ผิดครับ บังเอิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยที่ผมเคารพก็นั่งอยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ด้วย ท่านก็ออกมายอมรับนะครับว่า ร่างปรองดองเสร็จจะนำไปสู่ พ.ร.บ. นิรโทษกรรม กฎหมายรัฐธรรมนูญนี้ก็เหมือนกันครับ เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่คิดไว้เผื่ออาศัยคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทาง การสร้างความปรองดองแห่งชาติทางหนึ่ง สำเร็จหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อีกช่องทางหนึ่ง ก็คือการแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช่ไหมครับ เหตุผลที่ผมไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญก็คือว่า ท่านกำลังเอามาตรา ๒๙๑ เสี่ยงกับความเป็นไปของบ้านเมือง ท่านแก้หนทางในการแก้ รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ถึงแม้ว่าท่านจะอ้างว่าไปเลือกตั้ง สสร. ตามแบบ ๙๙ คน ๗๗ คน บวก ๒๒ คน เขาจะร่างมาอย่างไรก็เป็นเรื่องของเขา ให้ความเป็นอิสระกับเขา แต่ที่มาจริง ๆ ในร่างของ ครม. ที่ท่านหวงแหนเหลือเกิน หวงแหนอะไรครับ ก็หวงแหนเพื่อให้ท่านล็อก ความคิดเห็นของ สสร. ได้ จนมีการทำเข้าข่ายผิดข้อบังคับหรือไม่ ต้องไปพิสูจน์กันในอนาคต ว่าการที่ท่านมากลับมติอีกครั้งหนึ่งในการลงมติไปแล้วในคณะกรรมาธิการนั้น ท่านจะมีสิทธิ ทำได้หรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผลเรื่องแรกที่ผมจะเรียนท่านประธานว่าที่ผมตั้ง ชื่อว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับ นปช. ครองเมือง ก็คือพฤติกรรมที่เร่งรีบ รวบรัด และพยายามบริหารจัดการให้เป็นไปตามกำหนด ตามที่คณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ต้องการ ผมเรียนกับท่านประธานว่าเบื้องต้นก็มีการนัดประชุม ตกลงกันในคณะกรรมาธิการชัดเจนว่า ๒ วัน วันพุธเช้าเลิกเที่ยง วันพฤหัสบดีเช้าเลิกเที่ยง ประชุมได้สัก ๑ อาทิตย์ ๒ อาทิตย์ ท่านประธานก็มาใหม่ จาก ๒ วัน เช้าเที่ยง เปลี่ยนเป็น ๒ วัน เต็มวันพวกกรรมาธิการ ฝ่ายผมเสียงข้างน้อยก็ไม่ได้ปฏิเสธ ก็มาร่วมประชุม แถมไปเป็นองค์ประชุมให้พวกท่านด้วย วันดีคืนดีนั่งประชุมอยู่ดี ๆ ฝ่ายท่านที่รีบทำนี่ละครับ เหลียวไปแลมาองค์ประชุมฝ่ายรัฐบาล ไม่รู้หายไปไหนหมด ผมก็เสนอนับองค์ประชุมครับ นับองค์ประชุมก็องค์ประชุมไม่ครบ ความจริงเมื่อองค์ประชุมไม่ครบท่านประชุมต่อไม่ได้นะครับ ท่านจะต้องยุติการประชุม แต่ท่านเลือกวิธีให้พักการประชุมไว้ก่อน แล้วท่านใช้วิธีการโทรศัพท์ตามมา แล้วก็มาแสดงตัว ในคณะกรรมาธิการ พฤติกรรมแบบนี้ละครับมันทำให้ไม่ต้องไปใช้คำว่ากล่าวหา แต่ว่าพฤติกรรมแบบนี้มันเป็น พฤติกรรมที่ชี้ชัดว่าอันนี้เร่งรีบ แต่ตัวเองก็ไม่มาร่วมประชุม นอกจากวันประชุม ๓ วัน ท่านประธานกรรมาธิการที่ผมเคารพนับถือก่อนหน้านี้ ผมพูดเสมอว่าท่านสามารถ แก้วมีชัย เป็นคนที่มีหลักการคนหนึ่งนะครับ แต่ก็ปรากฏครับ ท่านสามารถไปสัมภาษณ์สื่อมวลชน บอกว่ามาตรา ๒๙๑ ที่จะมีการคัดสรร สสร. ทั้ง ๒ แบบ จะประชุมกันให้เสร็จสิ้นภายในวันนี้ ผมเรียนท่านประธานว่าเป็นประธานกรรมาธิการมันจะมาบริหารจัดการการประชุมกรรมาธิการ ซึ่งต้องรับฟังความคิดเห็นทุกฝ่ายได้อย่างไรล่ะครับ การกำหนดวันประชุมจะต้องเป็นไปตาม ความคิดเห็นในเวทีกรรมาธิการทุกฝ่าย แล้วก็ต้องมีการสรุปในความเห็นของกรรมาธิการว่าเห็นต่าง เห็นตรงอย่างไร ผมเรียนท่านประธานนะครับว่าเวทีกรรมาธิการแค่ใช้คำก็แตกต่างแล้วครับ กรรมาธิการหมายความว่าเป็นคณะกรรมการที่ใหญ่กว่าคณะกรรมการ และในบางประเด็นนะครับ ทั้งซีกฝ่ายรัฐบาลเสียงข้างมากและอีกซีกหนึ่งคือซีกฝ่ายค้านในบางประเด็นอาจจะเห็น ตรงกันและต่างกัน ต่างฝ่ายก็ได้ แต่ท่านประธานสามารถก็ไม่ได้ใช้วิธีนี้ในการจัดการประชุม ควบคุมการการประชุมคณะกรรมาธิการให้เป็นไปตามกลไกของคณะกรรมาธิการ ท่านพูด เสมอครับ ออกไปพูดว่าต้องเสร็จวันนี้ สุดท้ายท่านพูดครั้งสุดท้ายว่า ท่านบอกว่าร่างแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเสร็จสมบูรณ์พร้อมยื่นให้กับสภาในวันที่ ๑๐ วันที่ ๑๑ คือวันนี้ครับ ก็ไปกำหนดล่วงหน้าอย่างนั้นสิครับ เจ้าหน้าที่ทำงานไม่ทันครับ ขณะนี้ผมเข้าใจว่าตัวรายงาน ฉบับที่กรรมาธิการทำเสร็จผมมั่นใจว่ามันมีความไม่สมบูรณ์อยู่ ส่วนการนำไปสู่การยื่นให้กับ ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความว่าทำได้หรือไม่ อย่างไร ก็เป็นเรื่องในอนาคตที่กรรมาธิการ ต้องรับผิดชอบ ท่านประธานที่เคารพครับ จากวันนัดประชุม จากการกำหนดการประชุมยังมี พฤติกรรมที่เข้าข่ายว่าทำผิดข้อบังคับ การลงมติในมาตรา ๒๙๑ ผมก็สงสัยครับ มาตรา ๒๙๑ คือที่มาของ สสร. ครับ ต้องขออนุญาตต้องเอ่ยนามเพื่อนกรรมาธิการด้วยกัน คุณหมอเหวง คุณหมอเหวงก็มีความคิดที่ต่างไปจากร่างของรัฐบาล ซึ่งผมก็เคารพความคิดของหมอเหวงด้วย เพราะว่าท่านก็มีความคิดว่า สสร. ก็น่าจะมีจำนวนมากกว่า ๗๗ แต่เป็นการเลือกตั้งจาก ประชาชนโดยตรง ๑๐๐ คน ท่านไปคิดคำนวณเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้วก็มาเสนอในกรรมาธิการ ก็มีเพื่อนบางคนในซีกรัฐบาลเห็นด้วย ผมก็ไปถามว่าท่านคิดอย่างนี้ท่านมีสูตรอย่างไร ผมก็เห็นด้วยครับ วันรุ่งขึ้นเท่านั้น ปรากฏเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์บอกว่าคุณหมอเหวง ไม่ควรไปเสนอความเห็นในกรรมาธิการ ท่านประธานกรรมาธิการยังถูกตำหนิด้วยซ้ำไปว่า แม่นข้อบังคับ แต่ว่าไม่ทันเกมการเมือง นั่นละครับเป็นที่มาของมาตรา ๒๙๑ ที่ทำไม หวงแหนนักหนา ๗๗ ๒๒ ก็ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ตั้งแต่ต้นว่า ๗๗ นี่ก็ไปเลือกตั้งจากทุกจังหวัด กรรมาธิการบางท่านก็เสนอนะครับว่าการเลือกตั้งความจริงถ้าจะเฉลี่ยทั้งเสียงข้างมาก เสียงข้างน้อย คำนวณตามเกณฑ์ประชากรในแต่ละจังหวัด บางท่านก็เสนอ ๑๐๐ บางท่านก็เสนอ ๑๒๕ บางท่านก็เสนอ ๑๕๐ ผมเองเสนอ ๑๕๐ และให้ประชาชนเลือกได้คนเดียว แต่ปรากฏว่า พอลงมติไม่เอาร่างของรัฐบาล คือไม่เอา ๗๗ กับ ๒๒ และ ๒๒ ก็มาจากสถาบันการศึกษา มาจากภาคเศรษฐกิจ ภาคเอกชน แต่สุดท้ายก็มาให้สภาลงให้ความเห็นชอบ มีหลายความเห็นครับ แต่ที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จก็คือว่าร่างของรัฐบาลมันตกไปแล้ว ก็ต้องเอาความเห็นอีก ๘-๙ ความเห็น และวันนั้นก็มีการลงมติเรียบร้อยแล้วครับว่าให้เอาร่างของท่าน ส.ว. เจตน์ กับท่านวิรัตน์มาเป็นหลัก ลงมติแพ้กันไปเรียบร้อย ผมเองเป็นคนพูดในกรรมาธิการว่า ท่านประธานต้องยืนยันนะครับว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นแล้ว แต่ท่านประธานทราบไหมครับ วันรุ่งขึ้น ผมก็อ่านข่าวอีกละครับว่าท่านประธานกรรมาธิการถูกตำหนิจากเพื่อนในพรรคว่า ไม่ทันเกม ผมก็นึกในใจอยู่แล้วครับว่าวันรุ่งขึ้นต้องมีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลง กลับมาในที่ประชุม กรรมาธิการก็เปลี่ยนจริง ๆ ครับ จริง ๆ เดิมก็ไม่กล้าคิดว่าจะเปลี่ยน แต่ท่านประธาน ก็เปลี่ยน เปลี่ยนไปลงมติใช้เสียงข้างมากเอาร่างที่เสนอประกบขึ้นมาพิจารณา แทนที่จะเอา ความเห็นของกรรมาธิการส่วนใหญ่ขึ้นมาพิจารณาแทน พวกเราก็ทักท้วงครับ วอล์ค เอาท์ (Walk out) วอล์ค เอาท์ก็แล้ว ทำทุกอย่างก็แล้ว ก็สู้เสียงข้างมากไม่ได้ ท่านก็ยืนยัน และท่านก็เดินมาข้างหน้า แล้วก็กลับไปเอาร่างของผู้ที่เสนอประกบ ซึ่งไปดูก็ปรากฏว่า มีเนื้อหาที่ตรงกับร่างรัฐบาล ผมเรียนกับท่านประธานว่าทำไมล่ะครับ ทำไมจะหวงแหน ขนาดนั้น กลไกเวทีกรรมาธิการมันหายไปไหน ทำไมเพื่อนสมาชิกคิด ก็กลายเป็นว่าคิดไม่ได้ ทำไมต้องฟังตามคำสั่งอย่างเดียว ต้องฟังตามเสียงข้างมาก ต้องเสร็จตามกำหนด ทุกอย่าง ต้องเป็นอย่างนี้หรือครับ ใครไม่เห็นด้วยเป็นศัตรู หลักของบ้านเมืองมันพังไปหมดแล้วใช่ไหม ครับท่านประธาน ผมไปฟังสัมภาษณ์ฝั่งรัฐบาลบางคนบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ชวนทะเลาะ ไม่จริงครับ เราไม่เคยชวนทะเลาะ คนชวนทะเลาะฝั่งท่านครับ เพราะสิ่งที่ฝ่ายค้านพูดอยู่ใน หลักการความถูกต้องของกฎหมายบ้านเมือง การอภิปรายของพวกผมก็อยู่ในระเบียบ ข้อบังคับ พวกท่านสิครับชวนทะเลาะ ชวนทะเลาะไม่ว่า ชวนทำให้บ้านเมืองมีความเสี่ยง อีกต่างหาก วันนี้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ท่านจะรีบไปไหนล่ะครับ ก็โดยพฤติกรรมแบบนี้ มันเลยทำให้ต้องแปรญัตติในมาตรา ๑ ไว้ว่ามันมีพฤติกรรมคล้าย ๆ กับการชุมนุม เมื่อปี ๒๕๕๓ การชุมนุมที่ว่าเป็นการชุมนุมที่ใช้กำลัง กกต. จะวินิจฉัยก็เอากำลังไปที่หน้า กกต. อย่างไรครับ ใครไม่เห็นด้วยก็เอาคนไปเยอะหน่อย ขู่ว่าจะเผาบ้าง คนก็กลัวครับ สังคมไทย เป็นคนขี้กลัว ไม่กลัวได้อย่างไรครับ เพราะเคยทำมาแล้ว ทำจริง เกิดขึ้นแล้ว พอคนกลัวก็ไม่กล้า แสดงความคิดเห็น ก็ทำให้คนเสียงดังครองเมือง ผมก็เลยตั้งชื่อว่า นปช. ครองเมือง ซึ่งมีพฤติกรรมคล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นในคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผลประเด็นต่อมาครับ ท่านประธานกรรมาธิการ ได้ดำเนินการประชุมในวันแปรญัตติ ผมเรียนสนับสนุนข้อมูลของท่านวัชระ เพชรทอง วันที่มีการแปรญัตติกัน ท่านประธานก็เร่งให้มีการนัดให้เพื่อนสมาชิกมาแปรญัตติ ๒ วัน ถึงแม้ว่าท่านประธานจะบอกว่าจะขยัน ทำตั้งแต่เช้าไปจน ๔ ทุ่ม ผมไม่เคยเห็นกรรมาธิการไหน ขยันมากเท่านี้มาก่อน จาก ๒ เป็น ๓ จาก ๒ ครึ่งวัน เป็น ๒-๓ วัน ท่านประธานนัดแปรญัตติ คณะกรรมาธิการที่นั่งรับฟังการแปรญัตติโดยระบบแล้วจะต้องรับฟังและมีการสอบถามว่า คนที่แปรญัตติมีความคิดอย่างนี้กรรมาธิการเห็นอย่างไร ถ้ากรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ก็ลงความเห็นว่ายืนตามคณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ แต่ถ้า บังเอิญผู้แปรญัตติมีเหตุผล เพราะว่ากระบวนการของกรรมาธิการต้องรับฟังความคิดเห็นให้รอบด้าน ถ้าผู้แปรญัตติแปรญัตติ รับฟังแล้วมีเหตุผลกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าที่เขามาแปรญัตติก็น่าจะรับฟังแล้วน่าจะ เปลี่ยนแปลงไปตามผู้แปรญัตติได้ ก็สามารถเปลี่ยนแปลงไปตามความเห็นของผู้แปรญัตติได้ ช่วงแรก ๆ ก็ถือว่าท่านประธานได้ทำหน้าที่อย่างดีครับ รับฟังการแปรญัตติ มีเพื่อนสมาชิก อยู่ครบองค์ประชุม ผมยังจำได้ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้าไปชี้แจงในคณะกรรมาธิการในการแปรญัตติก็แปรญัตติเรียงมาตรา แล้วก็สอบถามรายมาตรา ผมยังพูดไว้กับท่านประธานว่าผมอยากให้กลไกของกรรมาธิการดำเนินไปอย่างเคร่งครัด เพราะมันจะได้รอบคอบได้ทุกเนื้อหา ที่สำคัญก็เป็นการรักษากลไกของการปฏิบัติหน้าที่ ในคณะกรรมาธิการ ท่านประธานก็เห็นด้วย ผมยังเสนอต่อไปว่าพอแปรญัตติเสร็จแล้ว ผมขอให้มีการทบทวนทั้งหมดอีกครั้งหนึ่ง ทบทวนเพื่ออะไร ทบทวนก็เพื่อที่จะได้มี ความรอบคอบมากยิ่งขึ้น แต่ไม่ใช่ยืนยัน เอะอะก็จะเอาตามร่างเดิม เอาตามร่างเดิม ลงมติ กับเสียงข้างมากเอาตามร่างเดิม ที่ผมเห็นมีเปลี่ยนก็มีเรื่องที่สำคัญที่พอที่จะเอ่ยชมได้ ก็คือ เรื่องคุณสมบัติของ สสร. ในข้อ ๕ ที่เติมเข้าไป แต่เรื่องอื่นท่านไม่แตะต้องครับ ท่านจะเดินไป ข้างหน้าอย่างเดียว ท่านก็รับฟังอย่างนั้น เพื่อน ส.ว. มาเสนอคำแปรญัตติ เพื่อน ส.ว. ก็ถามว่า แล้วที่ประชุมกรรมาธิการเห็นอย่างไรครับกับคำแปรญัตติของผม ท่านประธานก็บอกว่า ท่านแปรญัตติไว้เดี๋ยวที่ประชุมจะไปดูกันเอง ความจริงมันไปลัดขั้นตอนอย่างนั้นไม่ได้ ความจริงท่านประธานจะต้องถามในที่ประชุมว่ามติเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยหรือเห็นต่าง เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากที่แก้ไขไว้แล้วหรือไม่ อย่างไร ต้องทำอย่างนั้น แต่ที่ทำไม่ได้ก็เพราะองค์ประชุมมันไม่ครบครับ ท่านประธานวุฒิสภาที่เคารพ ที่กำลังปฏิบัติ หน้าที่ประธานรัฐสภา ผมเรียนด้วยความเคารพว่าวันนี้สิ่งที่ท่านวัชระพูดก็คือองค์ประชุม ในขั้นตอนการแปรญัตติ ถ้าท่านประธานคณะกรรมาธิการกล้าเอากล้องวงจรปิดมาเปิดเผย สิครับท่าน ช่วงที่ผมนั่งอยู่ผมเข้าใจว่ามีอยู่ ๕ ท่าน ชื่อเซ็นครบแน่ ท่านวิชาญ ชื่อเซ็นครบ แต่การนั่งพิจารณาผมคิดว่าไม่ครบ และผมก็ต้องไปดูว่าหลักฐานตัวนี้จะมีความสมบูรณ์ ในการทำร่างกฎหมายฉบับนี้หรือไม่ อย่างไร โดยพฤติกรรมที่ผมเรียนมาทั้งหมด ผมคิดว่า วันนี้บ้านเมืองเรากฎหมายสำคัญสูงสุดของประเทศนี้ กฎหมายรัฐธรรมนูญแทนที่จะทำ ด้วยความรอบคอบ ยึดหลักนิติธรรม ยึดหลักความถูกต้อง แต่ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้ มันอยู่ภายใต้อิทธิพลของคนบางคนที่สั่งการลงมา และผมเสียใจที่สุดก็คือการสั่งการนั้น เป็นการสั่งการบุคคลชั้นนำของประเทศที่ยอมตามคำสั่งทุกประการ ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่า บุคคลคนนั้นมีความสำคัญแค่ไหนถึงสามารถบิดเบือนความคิดเห็นกลไกต่าง ๆ ของคน ในประเทศนี้ รวมทั้งการร่างกฎหมายที่สูงสุดของประเทศ คือกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในขั้นต้น ผมขอให้เหตุผลว่าที่ผมแปรญัตติสงวนความเห็นไว้ในการตั้งชื่อว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับ นปช. ครองเมืองไว้ครับ โดยพฤติกรรมของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากที่มีลักษณะ คล้ายกับลักษณะของ นปช. ขอบพระคุณท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านวัชระ เพชรทอง

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นับประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง ท่านประธานในฐานะที่เป็นรองประธานรัฐสภามาจากวุฒิสภา ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเล็กน้อยก็คือว่าการที่ผมยืนยันในที่ประชุมแห่งนี้ว่าในการ พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญในขณะที่ผมไปแปรญัตติเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตั้งแต่เวลา ๑๖.๓๐ นาฬิกา ถึงเวลา ๒๐.๐๐ นาฬิกา โดยประมาณนั้น มีองค์ประชุมอยู่ ๓ ท่าน ท่านประธานครับ ทั้ง ๓ ท่าน ล้วนแต่เป็นสมาชิกวุฒิสภาผู้ทรงเกียรติ ผมต้องเคารพในความรับผิดชอบของท่าน ท่านผู้ทำหน้าที่ เป็นประธาน คือท่านสมชาติ พรรณพัฒน์ ทำหน้าที่เป็นประธานแทนท่านสามารถ แก้วมีชัย และมีท่านกฤช อาทิตย์แก้ว สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดกำแพงเพชร และอีกท่านหนึ่ง ผมเดินไปพบท่านนอกห้องประชุม ท่านบอกว่าท่านคือ ๑ ใน ๓ ที่อยู่ในห้องประชุม ท่านพูดกับ กระผม ก็คือท่าน ส.ว. เจตน์ ศิรธรานนท์ ท่านประธานครับ สมาชิกวุฒิสภา ๓ ท่านอยู่ใน ห้องประชุมแห่งนั้นในเวลานั้น จากองค์ประชุมทั้งหมด ๔๕ ท่าน ถามว่าครบองค์ประชุม หรือไม่ แล้วก็มีการท้าทายกันกลางสภาแห่งนี้ ผมก็ยังยืนยันว่ารับคำท้าเหมือนเดิมทุกประการ การที่ ส.ว. ของท่านรับผิดชอบในการประชุมร่างรัฐธรรมนูญโดยอยู่ตลอดเวลานั้น ผมเคารพและนิยมยกย่อง แต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านอื่นทำอย่างไร ผมก็ไม่ขอพูดถึง แต่ขอกราบเรียนท่านประธานว่าไม่ครบองค์ประชุมในขณะที่ผมแปรญัตติอย่างแน่นอน ท่านประธานครับ รัฐบาลโดยท่านประธานาธิบดียิ่งลักษณ์ ท่านประธานครับ ประทานโทษ ผมเข้าใจผิด ผมนึกว่าท่านเป็นนายกรัฐมนตรีประเทศมาเลเซีย

(นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ได้ยืน และยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านวัชระครับ มีผู้ประท้วงครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรรมาธิการ

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ ในฐานะสมาชิกแห่งรัฐสภา ท่านประธานครับ เมื่อกี้คำพูดที่เพื่อนสมาชิก ได้กล่าวว่าท่านประธานาธิบดียิ่งลักษณ์ ซึ่งไม่ควรพูดแล้วก็ไม่ควรเอ่ยในสภาแห่งนี้ ผมถือว่า ท่านควรที่จะถอนคำพูดดังกล่าวออกครับ ท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านวัชระพูดใช่ไหมครับ กรุณาถอนนะครับ เราไม่มีประธานาธิบดีครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับตามที่ท่านวิชาญ ขอให้ผมถอนคำว่า ท่านประธานาธิบดียิ่งลักษณ์ ด้วยความเคารพท่านวิชาญ ซึ่งเคยให้ยาผม ๒,๐๐๐ กล่อง ในสมัยผมเป็นฝ่ายค้าน ผมถอนครับ ขอขอบคุณไว้ ณ โอกาสนี้อีกครั้งหนึ่ง แต่กราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าเราเอ่ยชื่อผู้นำประเทศผิดนี่เสียหายครับ และถ้านายกรัฐมนตรีไทย พูดถึงนายกรัฐมนตรีมาเลเซียบอกว่าเป็นประธานาธิบดี ผมว่ากระทรวงการต่างประเทศก็ต้อง ชี้แจงครับ ท่านประธานที่เคารพ การที่พรรคของท่าน พรรครัฐบาลต้องการที่จะแก้ไข คือล้มเลิก ล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อที่จะเป็นไปตามความประสงค์ของบุคคลที่อยู่นอกประเทศ ผมมีความรู้สึกว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ประหนึ่งดังเป็นสภาตรายาง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเคารพในนโยบายที่ท่านได้หาเสียงกับพ่อแม่พี่น้องประชาชน ท่านได้ให้สัญญากับ พี่น้องประชาชนเอาไว้ ผมอยากให้ท่านประธาน นี่คือแผ่นปลิวการหาเสียงของพรรคเพื่อไทย และมีนโยบายข้อหนึ่งที่ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังพ่อแม่พี่น้องประชาชน ทั้งประเทศ ท่านให้สัญญาประชาคมไว้ว่าจะตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เพื่อให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง โดยให้ประชาชนลงประชามติว่าจะใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับพุทธศักราช ๒๕๔๐ หรือฉบับพุทธศักราช ๒๕๕๐ เป็นฐานในการยกร่าง เมื่อยกร่าง เสร็จแล้วให้ประชาชนลงประชามติอีกครั้งหนึ่ง นี่ครับท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีแต่งตัวสวย มีความรู้มากมาย มีความรู้ชนิด ที่เรียกว่าผู้นำประเทศต่าง ๆ อายไปเลย ท่านประธานครับ ในแผ่นพับนโยบายที่ท่านไปหาเสียง กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนท่านบอกไว้ว่าอะไรครับ ท่านจะให้ลงประชามติ ๒ ครั้ง โดยใช้ รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ หรือปี ๒๕๕๐ เป็นฉบับยกร่าง แล้วร่างเสร็จก็จะให้ลงประชามติ อีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพแล้วใครตระบัดสัตย์กับพี่น้องประชาชน ใครโกหก หลอกลวงกับพี่น้องประชาชน ถ้าพรรคการเมืองไปโกหกหลอกลวง ไปให้สัญญาในลักษณะ ที่โกหกเช่นนี้ ไปให้สัญญาในลักษณะที่ตระบัดสัตย์ทรยศต่อประชาชนเช่นนี้ ผมถาม ท่านประธานว่าแล้วประชาชนจะเชื่อถือพรรคการเมืองได้อย่างไร เมื่อมาเป็นร่างนโยบาย ของรัฐบาลก็ปรากฏว่าเหลือการลงประชามติเพียงครั้งเดียวในข้อ ๑.๑๖ โดยนางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านได้ยืนอ่าน ณ ที่นั่งตรงที่ข้าง ๆ ท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ ท่านนั่งอยู่ใน ขณะนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อ่านว่า ๑.๑๖ เร่งรัดและผลักดันการปฏิรูปการเมือง ที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง โดยมีสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นอิสระยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่เพื่อวางกลไกการใช้อำนาจอธิปไตยที่ยึดหลักนิติธรรมและองค์กรที่ใช้อำนาจรัฐ ที่มีความรับผิดชอบต่อประชาชน และพร้อมรับการตรวจสอบ ทั้งนี้ให้ประชาชนเห็นชอบ ผ่านการออกเสียงประชามติ ท่านประธานครับ อยู่ในหน้า ๑๑ บรรทัดที่ ๑-๕ ในคำแถลงนโยบาย ของคณะรัฐมนตรีโดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แล้วในใบโฆษณาหาเสียงของท่านท่านบอกว่า จะลงประชามติ ๒ ครั้ง แล้วพอมาแถลงนโยบายทำไมเหลือครั้งเดียว ทำไมไม่ตรงไปตรงมา กับประชาชน ทำไมโกหกหลอกลวงกับประชาชนครั้งแล้วครั้งเล่าและนี่ก็เป็นอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานก็ทราบ วันนี้เป็นวันที่ประชาชนทั้งประเทศเศร้าโศกสลดและไว้อาลัยต่อ การเสด็จสู่สวรรคาลัยของเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ท่านประธานครับ ท่านประธานท่านที่แล้ว ท่านบอกว่าที่ให้อภิปรายในมาตรา ๑ นี้เป็นไปโดยอนุโลม ท่านไม่มีสิทธิอนุโลม และประธาน สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ท่านก็ไม่มีสิทธิที่จะอนุโลมครับ เพราะว่าพวกผมซึ่งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้แปรญัตติทั้ง ๓ คนนี้ ไม่ว่าจะเป็นท่านเทพไท เสนพงศ์ ท่านสาธิต ปิตุเตชะ และกระผมต่างได้แปรญัตติเอาไว้ โดยเฉพาะผมท่านประธานครับ ผมได้แปรญัตติไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๗.๕๐ นาฬิกา ผมแปรญัตติ เป็นลายลักษณ์อักษรนะครับ ไม่เหมือนกับเพื่อนสมาชิกที่ใช้สิทธิในการเป็นกรรมาธิการ สงวนคำแปรญัตติในการพิจารณาได้ ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้า พระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตามกฎหมายรัฐธรรมนูญทุกประการ ท่านประธานครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญเล่มนี้ที่ผู้อยู่นอกประเทศไม่ชอบ มีทั้งหมด ๓๐๙ มาตรา เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ไปรับมาคนละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท จะคิดอย่างไรผมไม่ทราบ รวมแล้ว ๕๐ กว่าล้านบาทท่านประธานครับ จ่ายมาแล้วเพื่อผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมกราบเรียนถามท่านประธานว่าถ้าคนเราสามารถที่จะรับเงินแล้วผลักดันให้แก้ไขกฎหมาย เพื่อคนบางคนที่อยู่นอกประเทศอะไรจะเกิดขึ้น

(นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ได้ยืน และยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านครับ มีผู้ประท้วง เชิญครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้กำลังอภิปราย อภิปรายนอกประเด็น ไม่ได้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ให้ร้ายป้ายสี จะพูดเรื่องรัฐธรรมนูญก็พูดไป ไม่เห็นด้วยก็อย่ามาให้ร้ายสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปรับ ๒๐๐,๐๐๐ บาท นี้คืออะไร ท่านต้องถอนคำพูด ท่านประธานต้องวินิจฉัยนะครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านวัชระครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ผมไม่ได้เอ่ยชื่อ ท่านประธานครับ เขากินปูนร้อนท้องหรือเปล่าครับ ผมไม่ได้เอ่ยชื่อครับ ท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เอาอย่างนี้นะครับ ท่านไม่ได้ เอ่ยชื่อ แต่ว่าถ้าท่านพูดอย่างนั้นมันก็อยู่ด้วยกันนี่ละครับ ขอท่านกรุณาระมัดระวังหน่อยนะครับ แล้วก็กรุณาอยู่ในประเด็นด้วยนะครับ เชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ประท้วงไปแล้ว ๒ ท่านครับ ขอบคุณท่านประธานที่ได้วินิจฉัยไปแล้วครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่าน ผมวินิจฉัยไปแล้วนะครับ ถ้าเป็นประเด็นเรื่องเดียวกัน ผมไม่ให้พูดต่อนะครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเคารพการวินิจฉัยของท่านประธาน แต่ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็หมายถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาผู้แทนราษฎรเสียหายหมดแล้วครับท่านประธาน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมก็ได้ชี้แจงไปแล้วนะครับ ว่ามันก็หมายถึงพวกเรานี่ละ ท่านที่ฟังอยู่ก็คงเข้าใจนะครับ ผมขอให้ท่านวัชระกรุณาปฏิบัติ ตามที่ผมได้เตือนด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ต้องถอน นะครับท่านประธาน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ไม่เป็นไรครับ ผมวินิจฉัยแล้วครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เรามาพูดความจริงกันดีกว่าครับ ความจริงที่ว่าความจริงนั้นเป็นสิ่งไม่ตาย สัจจังเว อมตะวาจา ท่านประธานครับ นี่คือคำขวัญเป็นภาษิตประจำพรรคประชาธิปัตย์ และเป็นสิ่งที่ผมยึดถือ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ๓๐๙ มาตรา ที่บางคน กระเหี้ยนกระหือรือที่จะล้มล้างทั้งฉบับนั้น ท่านประธานครับ ถามว่าคนที่ลงชื่อให้แก้ไข หรือล้มเลิกนั้น หรือเปลี่ยนแปลงนั้นมีสักกี่คนครับที่อ่านจบทุกมาตรา ทุกหน้า มีไหมครับ อ่านก็ยังไม่ได้อ่านครับ ท่านประธานครับ เมื่อเขาไม่ได้อ่านรัฐธรรมนูญทั้งฉบับแต่กลับไป ลงชื่อแก้ไข เปลี่ยนแปลง ยกเลิกรัฐธรรมนูญ ผมรู้สึกว่าจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับเยาวชน และเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับพ่อแม่พี่น้องประชาชน เพราะพ่อแม่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ก็ได้เห็นว่า แม้กระทั่งคนที่เข้าชื่อแก้ไขตามที่เขาว่ากันนั้น ก็ยังอ่านรัฐธรรมนูญไม่จบ อ่านไม่ทุกบรรทัด ไม่ทุกมาตรา ท่านประธานครับ ผมพูดอย่างนี้เพราะว่าผมอ่านจบทุกมาตราครับ และทุกบรรทัด เพราะท่านอดีตหัวหน้าพรรค ท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน ท่านสอนผมครับ บอกว่าต้องอ่านให้จบ ๑. รัฐธรรมนูญ ๒. ข้อบังคับการประชุมสภา ถ้าอ่านไม่จบเป็น ผู้แทนราษฎรไม่ได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ คนที่จะแก้ไขยังไม่อ่าน ผมก็แปลกใจ มากว่าทำไมเขาไม่อ่านให้จบ ไม่ศึกษา เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีข้อดีอยู่มากมายให้กับ พี่น้องประชาชน เป็นการกระจายอำนาจ เป็นการลดอำนาจรัฐ เป็นการให้อำนาจองค์กรอิสระ ในการที่จะตรวจสอบ ถ่วงดุลกับฝ่ายการเมืองที่ทุจริตคอร์รัปชัน ผมจึงอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าที่ผมได้เสนอคำแปรญัตติตามมาตรา ๑ โดยผมได้เสนอคำแปรญัตติดังต่อไปนี้

มาตรา ๑ รัฐธรรมนูญนี้ เรียกว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับยกเลิก รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐) ที่มาจากการลงประชามติ เห็นชอบของประชาชน จำนวน ๑๔.๗ ล้านเสียง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานกรุณาสังเกตจะเห็นว่าการที่ผมได้อ้างอิงถึงเสียงที่ลงประชามติจากพ่อแม่ พี่น้องประชาชน จำนวน ๑๔.๗ ล้านเสียงนั้น เป็นเพราะว่าเสียงประชาชนนั้นคือเสียงสวรรค์ครับ ท่านอาจารย์พีรพันธุ์ พาลุสุข ท่านสอนวิชากฎหมายรัฐธรรมนูญผมในมหาวิทยาลัยรามคำแหง แล้วบรรดานักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงนั้นรู้จักอภัย ตั้งใจศึกษา บูชาพ่อขุน สนองคุณชาติ แต่ที่แน่ ๆ เราไม่สนองคุณทรราช ไม่อาจจะสนองคุณทรราชได้โดยเด็ดขาด ท่านประธานครับ ไม่ว่าใครเป็นทรราช และไม่ว่าใครจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน หากเป็นทรราชเราไม่อาจจะสนองคุณได้ ไม่ว่าทรราชจะอยู่ใน หรืออยู่นอกประเทศนี้ หรือแม้กระทั่งจะอยู่ที่ประเทศดูไบก็ตาม ท่านประธาน ปัญหาของชาติบ้านเมืองที่เกิดขึ้นทุกวันนี้เป็นเพราะคนคนเดียว อย่างที่ท่านประธานได้ทราบ ได้รู้ ได้เห็น และปัญหานี้จะไม่จบครับ เมื่อเขาพยายามที่จะบีบบังคับสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ บีบบังคับวุฒิสภา ให้ออกกฎหมายเพื่อตัวเขาให้ได้ประโยชน์ ก็เขาไม่ได้ประโยชน์จาก รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านประธานครับ เพราะอะไรครับ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ไม่ได้เอื้ออำนวยประโยชน์ให้กับระบบทักษิณ ไม่ได้เอื้ออำนวยให้เลยครับ แต่เมื่อเขาพยายาม ที่จะแก้ ล้มล้าง ยกเลิก โดยอาศัยกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นข้ออ้าง ท่านประธานครับ เขาบอกว่าเหตุผลเพื่อปรับปรุงโครงสร้างทางการเมืองขึ้นใหม่ ท่านประธานครับ นี่คือเหตุผล บรรทัดที่ ๔ ของร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอเข้ามา เพื่อปรับปรุงโครงสร้างทางการเมืองขึ้นใหม่ อยากให้ท่านประธานได้ดูกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ วรรคสาม ท่านประธานครับ ท่านประธานดูไปพร้อม ๆ ผมครับ เพราะว่าเรามีเวลาครับ ไม่ต้องเร่งรีบครับ คนที่อยู่ ประเทศดูไบรอได้ครับ มาตรา ๒๙๑ วรรคสาม ท่านประธานที่เคารพ หน้า ๒๒๒ บรรทัดที่ ๗ ครับ ในมาตรานี้เขียนไว้อย่างชัดเจนว่าญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการ เปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐจะเสนอมิได้ ท่านประธานครับ ประโยคสุดท้ายประโยคเดียว ที่บอกว่าเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐมิได้ เปลี่ยนแปลงรูปของรัฐมิได้ แต่ในหลักการและเหตุผล ของท่าน ท่านระบุชัดเจนว่าต้องเพื่อปรับปรุงโครงสร้างทางการเมืองขึ้นใหม่

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ได้ยืน และยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านวัชระครับ มีประท้วงครับ เชิญครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงราย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมจำเป็นต้อง ประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับแห่งรัฐสภา ข้อ ๕ วรรคสี่ ท่านประธานครับ ท่านปล่อย ให้ผู้อภิปรายใส่ร้าย เสียดสีบุคคลภายนอกซึ่งไม่มีโอกาสมาตอบโต้ในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ต้องขอให้ท่านประธานควบคุมการประชุม และวินิจฉัยด้วยครับว่า การที่บุคคลซึ่งจะต้อง ระหกระเหเร่ร่อนอยู่ต่างประเทศไม่มีสิทธิที่จะมาบังคับสมาชิกรัฐสภาให้ดำเนินการใด ๆ ได้ โดยเฉพาะเรื่องของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ไม่มีใครมาบังคับสมาชิกวุฒิสภา หรือสภาผู้แทนราษฎรที่จะให้ยกมือทำอย่างโน้น อย่างนี้ได้ ขอให้ท่านประธานใช้ข้อบังคับ ข้อ ๕ อย่างเคร่งครัด เพราะเสียหายกับบุคคลอื่น ขอให้ท่านวินิจฉัยครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านวัชระครับ วันนี้เรากำลัง จะพูดถึงเรื่องชื่อ มาตรา ๑ ในขณะนี้นะครับ ประเดี๋ยวยังมีอีกหลายมาตรา ขอความกรุณา ท่านอยู่ในประเด็นแล้วก็กรุณาละเว้นที่จะพูดถึงบุคคลภายนอกด้วยครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ที่ ส.ส. พรรครัฐบาล นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ทักษิณได้ลุกขึ้นมาประท้วงผมนั้นผมเห็นว่าไม่เข้า ข้อบังคับเลยครับ ไม่เข้าข้อบังคับครับ ท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านวัชระท่านก็ไม่ค่อยเชื่อ ผมเหมือนกันนะครับ ขอความกรุณานิดหนึ่งนะครับ เอาให้อยู่ในประเด็น เรายังมีเรื่อง จะต้องประชุมอีกเยอะ ไม่อย่างนั้นเสียเวลานะครับ ไม่อย่างนั้นผมจะไม่ให้อภิปรายนะครับ ท่านมีอะไรครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงราย

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมไม่โต้แย้งกับผู้อภิปรายเพราะ มันไม่มีราคาสำหรับผม ผมบอกแล้วว่าทักษิณนะพ่อผม คุณไม่ต้องมาพาดพิงผม ขอบคุณ ท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ไม่เป็นอะไรครับ ผมวินิจฉัยแล้ว เชิญท่านต่อเลยครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณ ครับท่านประธาน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ไม่เตือนอีกแล้วนะครับท่าน

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

ผมอยู่ใน ประเด็นครับท่านประธานและผมก็ให้ราคากับคุณพิเชษฐ์เสมอมาว่ามีราคาครับ ท่านประธานครับ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กราบเรียน ท่านประธานว่าผมจะให้ท่านประธานได้ดูว่าเหตุผลของคณะรัฐมนตรีที่เสนอมานั้น เพื่อต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการเมืองขึ้นมาใหม่มันจะขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ วรรคสามหรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ วรรคสาม ห้ามไม่ให้ เปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ แต่ว่าท่านเสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการเมือง ขึ้นมาใหม่ ตรงนี้ผมเห็นว่าน่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ และเมื่อท่านได้เสนอรัฐธรรมนูญเข้ามา ทั้ง ๆ ที่วันหยุดราชการท่านประธานก็ทราบ ท่านประธานก็เคยดื่มน้ำพิพัฒน์สัตยา เสนอเข้ามา ในวันจักรีวันที่ ๖ เมษายน สภานี้เปิดได้อย่างไร ท่านประธานควรพินิจพิจารณากราบเรียน ไปยังคณะกรรมาธิการด้วยว่าการที่ท่านได้เร่งรีบถึงขนาดที่ว่าแม้วันหยุดราชการเพียงวันเดียว คือวันจักรีซึ่งเป็นวันที่มีคุณค่าอย่างมหันต์ต่อชนชาติไทย ท่านยังกล้าเสนอเข้ามา ในวันหยุดราชการและมาพิจารณาในวันนี้อย่างเร่งรีบ รวบรัด โดยท่านจะไม่ฟังความคิดเห็น ของสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ด้วยซ้ำไป ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่าที่ผมได้เสนอ คำแปรญัตติโดยอ้างอิงเสียงของพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ได้ลงประชามติ จำนวน ๑๔.๗ ล้านเสียง ที่ได้ลงประชามติเห็นชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านประธานครับ ๑๔.๗ ล้านเสียง ลงประชามติ เห็นชอบเอาไว้ เศษ .๗ ล้านเสียงเกินครึ่งหนึ่ง ถือว่าประมาณ ๑๕ ล้านเสียง ผมอยากจะ เรียนท่านประธานว่าท่านอาจารย์นรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญได้ประกาศไว้ ในราชกิจจานุเบกษา หน้าที่ ๘ วันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๐ เล่มที่ ๑๒๔ ตอนที่ ๔๕ ก ท่านประธานครับ ผลการออกเสียงประชามติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง จำนวนทั้งสิ้น ๑๔,๗๒๗,๓๐๖ เสียง นี่คือพี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้ลงประชามติเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๐ และมีเสียงไม่เห็นชอบ จำนวน ๑๐,๗๔๗,๔๔๑ เสียง เราก็ต้องเคารพ เสียงส่วนน้อย ท่านประธานครับ เมื่อมาดูตามรายภาค ภาคกลางเห็นชอบ ๕,๗๑๔,๙๗๓ เสียง ไม่เห็นชอบ ๒,๘๗๔,๖๗๔ เสียง ภาคใต้เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญคือรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นี้ จำนวน ๓,๒๑๔,๕๐๖ เสียง ไม่เห็นชอบ ๔๒๕,๘๘๓ เสียง ภาคอีสานเห็นชอบ ๓,๐๕๐,๑๘๒ เสียง ไม่เห็นชอบ ๕,๑๔๙,๙๕๗ เสียง และภาคเหนือท่านประธานครับ เห็นชอบ ๒,๗๔๗,๖๔๕ เสียง ไม่เห็นชอบ ๒,๒๙๖,๙๒๗ เสียง โดยสรุปเห็นชอบรวม ๑๕ ล้านเสียงโดยประมาณ และไม่เห็นชอบ ๑๑ ล้านเสียงโดยประมาณ คือเศษเกิน ๗๐๐,๐๐๐ เสียงก็ปัดขึ้นทั้ง ๒ ฝ่าย ท่านประธานครับ เมื่อมาดูรายจังหวัดสักเล็กน้อย จะเห็นว่าอย่างกรุงเทพมหานครเห็นชอบ ๑,๔๘๒,๖๑๔ เสียง ไม่เห็นชอบ ๗๗๔,๓๓๖ เสียง ท่านประธานครับ ไปดูที่จังหวัดที่น่าสนใจครับ คือจังหวัดเชียงใหม่ เห็นชอบ ๓๔๔,๒๑๙ เสียง ไม่เห็นชอบ ๔๕๑,๓๐๙ เสียง ท่านประธานครับ ผมขอยกตัวอย่างเพียงสั้น ๆ ให้ท่านประธานเห็นว่านี่คือเสียงสวรรค์ของพี่น้องประชาชน นี่คือการลงประชามติของพี่น้องประชาชนและรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ผ่านการลงประชามติ จากพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ คนที่เห็นด้วยมีเป็นจำนวนมาก คนที่ไม่เห็นด้วย ก็มีเป็นจำนวนมากเหมือนกันและรัฐบาลมักจะอ้างว่ามี ๒๐ ล้านเสียง ท่านประธานครับ ๒๐ ล้านเสียงของรัฐบาลมาจากไหนครับ เพราะว่าการเลือกตั้งครั้งล่าสุดของรัฐบาลนั้น ได้เพียงโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ได้แค่ ๑๕,๗๔๔,๑๙๐ เสียง ก็ตีเป็นว่า ๑๕-๑๖ ล้านเสียง เสียงเท่า ๆ กันครับ เสียงของพรรคเพื่อไทยกับเสียง ที่ลงประชามตินั้นเท่า ๆ กัน คือ ๑๕ ล้านเสียง ท่านประธานครับ เราจะใช้เสียงข้างมากลากไป ในสภาแห่งนี้หรือ และเสียงที่ไม่เห็นด้วยท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธาน ขออนุญาตท่านประธานได้ดูว่าคนที่ไม่เห็นด้วยเขามีพฤติการณ์อย่างไรและก่อให้เกิด เหตุการณ์อย่างไร ซึ่งผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าเราปล่อยให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่างรวดเร็วนั้นปัญหาก็จะเกิด คือเกิดการเผชิญหน้าของพี่น้องประชาชนระหว่าง คนที่เห็นด้วยกับคนที่ไม่เห็นด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ เพื่อที่จะได้โชว์ภาพนี้ให้ท่านประธานเห็นว่านี่คือคนที่ไม่เห็นด้วย คนที่ไม่เห็นด้วยใส่เสื้อ เขียนชัดเจนว่าโหวตไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านวัชระครับ เราอภิปราย มาตรา ๑ นะครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ใช่ครับ ท่านประธานครับ คือผมกราบเรียนท่านประธาน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ช่วยกรุณาสรุปได้ไหมครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ด้วยความยินดีครับผม อยากจะสรุปให้ท่านประธานได้เห็น และภาพนี้ครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานดูครับท่านสื่อมวลชนดูนะครับ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้ดู

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านวัชระครับ เอกสารท่าน ไม่ได้ขออนุญาตใช่ไหมครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ผมขออนุญาต ท่านประธานตรงนี้เลยครับ ท่านประธานครับ เพราะเป็นคนที่ไม่เห็นด้วย ผมยกตัวอย่าง ทั้งคนที่เห็นด้วยและคนที่ไม่เห็นด้วยครับ นี่คือคนที่ไม่เห็นด้วยครับ ท่านประธานครับ ผมอยากให้ท่านประธานได้ดู นี่ครับท่านประธานครับแล้วความรุนแรงถ้าเกิดขึ้นพี่น้องประชาชน ๑ ชีวิตก็มีค่าครับ ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานว่าที่ผมยกตัวอย่างเพราะที่เสื้อนี้ เขียนว่าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ วันที่ ๑๙ สิงหาคม ท่านประธานครับ นี่คือปัญหาครับ

(นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านครับมีผู้ประท้วงครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

เชิญผู้ประท้วงท่านที่ ๔ ครับ

นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ท่านจะนับ ผมเป็นคนที่ ๔ คนที่ ๕ ท่านนับไว้เลย แต่ผมต้องประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ การประชุมสภา ข้อ ๕ ในเวลาที่สมาชิกรัฐสภาท่านใดก็ตาม จะมีการอภิปรายโดยการนำเอกสาร มาเสนอในสภานั้น ต้องได้รับการอนุญาตจากท่านประธาน ไม่ใช่ท่านประธานปล่อยปละละเลย โดยที่ท่านสมาชิกจะนำเอกสารอะไรขึ้นมาอภิปรายก็ได้ตามอัธยาศัย เรื่องนี้ไม่ถูกต้อง นั่นคือประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน ท่านสมาชิกท่านนี้ท่านกรุณาที่จะพูดพาดพิง ถึงบุคคลอื่น ๆ ซึ่งผิดข้อบังคับ ข้อ ๔๓ บ่อยครั้ง ท่านประธานก็ได้ตักเตือนแล้วก็ยังปล่อยให้ มีการพาดพิงมีการอภิปรายเช่นนี้บ่อยครั้ง ผมจะไปโทษท่านสมาชิกท่านไม่ได้หรอกครับ เพราะนิสัยถาวรโดยสันดานท่านเป็นอย่างนั้น ผมถอนคำว่า สันดาน ครับ ผมลืมไป

(นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านวัชระเชิญครับ

นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมยังประท้วงไม่เสร็จ สักครู่ได้ไหมครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยวนะครับ ท่านกำลังประท้วง แต่ว่ามันมีประท้วงซ้ำนะครับ

นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กระผมถอน แล้วอย่างไรครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมลืมไปนะครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านวัชระจะพูดเรื่องเมื่อกี้ หรือเปล่าครับ เรื่องที่ท่านพายัพพูด

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ผมประท้วง ท่าน ส.ส. พายัพ ปั้นเมฆ ประทานโทษ ปั้นเกตุ ครับ ที่ท่านได้กล่าวหาผมว่าด้วยถ้อยคำที่ไม่พึงพูด ท่านประธานควรที่จะบอกสมาชิกพรรครัฐบาลให้อดทนหน่อยนะครับ เงินก็รับไปแล้ว

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านวัชระครับ คืออย่างนี้ครับ คำพูดเมื่อกี้นี้ท่านถอนไปแล้วครับ เชิญท่านพายัพต่อนิดหนึ่งครับ

นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณ ท่านประธานด้วยความเคารพครับที่กรุณาฟังผมแล้วก็ฟังเพื่อนสมาชิกได้พูดเหน็บแนมเพื่อน ๆ เป็นประจำก็ไม่ว่ากัน แต่ว่าเราอยากให้การประชุมสภาครั้งนี้เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย และท่านประธานรัฐสภาก็ทำหน้าที่ในการรักษาข้อบังคับการประชุมนี้เป็นประจำ ข้อบังคับ ข้อ ๕ ทั้งหมด เพราะว่าสิ่งที่ผมต้องประท้วงเพราะว่าท่านสมาชิกท่านนี้ท่านได้พูดพาดพิงหลายครั้ง หลายประเด็นจนบ่อยนะครับ ผมนั่งจดอยู่ และเพื่อนสมาชิกหลายครั้ง ตั้งแต่คนที่ ๑ จนถึง คนที่ ๕ ผมเป็นคนที่ ๓ นี่นะครับ ขอความกรุณาท่านกรุณาเถอะครับ บอกท่านสมาชิก คนหน้าตาน่ารักคนนี้ด้วยว่าขอความกรุณาให้พูดอยู่ในประเด็นด้วย เพราะเราก็ต่างเป็น สมาชิกรัฐสภาด้วยกัน ผมทนฟังท่านด้วยความตั้งใจ ผมอยากฟังเนื้อหาสาระท่านมากเลย ทีเดียวนะครับ เพราะดูแล้วหน้าตาท่านน่าจะมีสาระมากกว่าคำวิจารณ์นะครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านวัชระครับ เอกสารไม่จำเป็น นี่ไม่อนุญาตนะครับ แล้วก็ผมว่าท่านใกล้จะจบหรือยังครับ ถ้าหากว่าใกล้จบขอความกรุณานะครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณ ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานครับ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นับประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง รวมทั้งจังหวัดสิงห์บุรีด้วยครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยสุนทรียสนทนา ผมไม่ได้อยากเป็นรัฐมนตรี ผมไม่ได้อยากได้ เงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาทเมื่อวานนี้ ผมไม่อยากที่จะมีตำแหน่งในรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่ผมอยากราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าเรากำลังแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจารย์ผม อาจารย์พีรพันธุ์ พาลุสุข เป็นกรรมาธิการนั่งอยู่บนบัลลังก์ บัดนี้ท่านไม่อยู่ ท่านอยู่ข้าง ๆ ท่านประธานครับ อาจารย์สอนผมว่าเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ และชนชั้นใดเขียนก็แน่ไซ้เพื่อชนชั้นนั้น เพราะฉะนั้นในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชน ที่มาจากการเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ผมต้องการให้พี่น้องประชาชนที่อยู่นอกสภาที่ฟังการ พิจารณารัฐธรรมนูญในวันนี้ทั่วประเทศให้ได้มีส่วนแบ่งบ้างครับ ไม่ใช่ส่วนแบ่งใน ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท ผมไม่ต้องการเลย ท่านประธานที่เคารพ กราบเรียนท่านประธานว่าขอให้ท่านประธานได้ โปรดกรุณารับฟังและไม่ใช่เพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือ ท่านประธานครับ เผาไปเลยพี่น้องผมรับผิดชอบเอง ก็ได้เป็นรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ประโยชน์ไหมครับ เป็นประโยชน์ครับ แม้กระทั่งชักชวนให้ผู้คนเผาบ้านเผาเมืองกันทั้งประเทศ เผาไปเลยพี่น้องได้เป็นรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ อันนี้เป็นความจริงครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ถ้าชาติบ้านเมืองเราไม่อาจที่จะพูดความจริงและดูถึงนโยบาย สัญญา ประชาคม สิ่งที่รัฐบาลได้ให้สัญญาไว้และสิ่งที่รัฐบาลประพฤติปฏิบัติและนำมาปฏิบัติในสภาแห่งนี้ ผมมาจากคนยากคนจนเป็นปากเสียงให้กับพี่น้องประชาชนผู้ด้อยโอกาสในสังคม ท่านประธานครับ เขาโจมตีรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ทำให้ท่านประธานได้นั่งเป็นรองประธานรัฐสภาว่า เป็นรัฐธรรมนูญโจร ท่านประธานครับ แล้วอย่างนี้ท่านประธาน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านวัชระครับ ผมว่าท่านใช้ เวลาเยอะมากแล้วนะครับ เผื่อเวลาเหลือให้ท่านอื่นบ้าง แล้วอีกอย่างหนึ่งผมเตือนท่าน หลายรอบแล้วนะครับ ขอให้อยู่ในประเด็นที่เราคุยกันมาตรา ๑ นะครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ด้วยความเคารพ ครับท่านประธานครับ

(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญสรุปเถอะครับ เชิญครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ทนฟังท่านนานครับไม่อยากจะประท้วง ท่านประธานด้วยความเกรงใจ ด้วยความเคารพท่านจริง ๆ ตามข้อ ๕ แต่เนื่องจากท่าน ขัดจังหวะการอภิปรายของสมาชิกมากเกินไปครับ เมื่อกี้นี้ผมอยากให้ท่านใช้มาตรฐาน เดียวกับท่านประธานสมศักดิ์นะครับ มีฝ่ายผมสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ประท้วง ท่านสมศักดิ์ว่าท่านกระแหนะกระแหนผม ท่านก็บอกว่าขอกันกินครับ เพราะฉะนั้นอยากจะ ให้ท่านใช้มาตรฐานนี้ครับเรียนไปยังฝ่ายรัฐบาลด้วยว่าขอกันกินครับ ถ้าท่านไม่ยอมรับ อันนี้ก็ต้องให้ท่านประธานสมศักดิ์มาถอนคำพูดให้ผมด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ครับ ขอบคุณครับ เชิญครับ เชิญต่อครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ครับ ขอบคุณท่านประธานที่ยังมีความเป็นธรรม ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคฝ่ายค้าน เสียงในสภาก็น้อยกว่ารัฐบาล ท่านประธานวินิจฉัยผมเคารพครับและกราบเรียนท่านประธานว่า ผมจะไม่มีภาพอื่นใดหรือเอกสารอื่นใดมาแสดงกับท่านประธาน เพราะที่ท่านประธานได้ อนุญาตให้ผมแสดงภาพที่คนที่ไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญแล้วก่อให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ ที่ท่านประธานได้อนุญาตในตอนต้นนั้นผมขอกราบขอบพระคุณครับ ผมต้องการที่จะสื่อ ไปยังท่านประธานว่าถ้าเราปล่อยให้มีการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญอย่างรวดเร็วแล้วผลที่สุด ท่านประธานครับ ความขัดแย้ง ความขัดแย้งในรูปนี้ครับท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านครับ เก็บเถอะครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ได้อนุญาตตอนต้นไปแล้ว ขอบคุณที่ท่านประธานอนุญาต เสร็จสิ้นนะครับ ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกพรรครัฐบาลข้างล่างก็โห่ขึ้นมาแม้ว่าจะเป็นเสียงโห่ที่น่ารัก แต่กราบเรียนว่า ให้ท่านยอมรับความจริงครับว่าถ้าพี่น้องประชาชน ๒ ฝ่าย ระหว่างฝ่ายที่มีความจงรักภักดี ต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ กับอีกฝ่ายหนึ่งที่เข้าใจไม่ตรงกันแล้วมาขัดแย้งกัน เรื่องรัฐธรรมนูญ ผมถามท่านประธานว่าถ้าพี่น้องประชาชนตายแม้แต่ศพเดียวใครจะรับผิดชอบ แล้วถ้าตายขึ้นอีกนั้นจะได้ ๗,๗๕๐,๐๐๐ บาทหรือไม่ ผมไม่เคยปลุกระดมให้พี่น้องประชาชน ไปตายแม้แต่คนเดียว ตลอดชีวิตผมไม่เคยพาใครไปตายแม้แต่คนเดียว เมื่อผมนำ เพื่อนนักศึกษาออกจากรั้วมหาวิทยาลัย ๑. ต้องกลับมหาวิทยาลัยโดยสวัสดิภาพโดยยึดหลัก ๓ ไม่ คือ ไม่ตาย ไม่บาดเจ็บ และไม่ถูกตำรวจจับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นคนที่ เดินตามหลังผมต้องกลับไปหาพ่อแม่อย่างปลอดภัย แต่ถ้าเราปลุกระดมให้พี่น้องประชาชน ไปตายคนพูดปลุกระดมนั้นพูดง่ายครับ เขาบอกว่าเผาไปเลยพี่น้องผมรับผิดชอบเอง เขาบอก ว่าเขาจะเปลี่ยนรัฐไทยใหม่ที่ซึ่งไม่ใช่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี เขาบอกว่า จะไม่มีโรงพยาบาลศิริราชเหลืออยู่บนแผ่นดินนี้ เขาบอกต่าง ๆ นานา ท่านประธานได้ยินไหมครับ และสิ่งนี้จะเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เชิญผู้ประท้วงท่านที่ ๖ ครับ

(นายก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านผู้ประท้วงครับ

นายก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม ก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงท่านผู้กำลังอภิปราย ข้อ ๔๓ นะครับ ที่จริงผมไม่อยากจะประท้วงครับ ท่านประธานครับ พยายามนั่งฟังด้วยความอดทน เพราะว่าถ้าเขาพูดไม่ดีสังคมจะตัดสินเขาเอง เพียงแต่ว่าเมื่อกี้ท่านผู้อภิปรายกำลังพูดในสิ่งที่เป็นเท็จแล้วก็กำลังพูดให้สังคมไทยเข้าใจผิด ในเรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง ในประเด็นของกรณีโรงพยาบาลศิริราชนะครับ เมื่อพูดอย่างนี้ คนไทยที่ฟังอยู่นี่ ถ้าไม่ติดตามข้อมูลข่าวสารจะเข้าใจผิดไปไกลมากนะครับ ผมเลยอยากจะ กราบเรียนท่านประธานนะครับว่าอยากจะขอให้ท่านผู้อภิปรายนั้นได้ถอนคำพูดคำนี้นะครับ แล้วขอให้ท่านประธานช่วยใช้ความเด็ดขาดในการควบคุมการประชุมด้วยครับ มิฉะนั้นแล้ว จะพูดจาในสิ่งที่หลอกลวงประชาชน ในสิ่งที่ไม่จริงแล้วสร้างความเสียหายให้กับสังคมครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตให้ท่านได้ช่วยกรุณาควบคุมการประชุมแล้วขอให้ผู้กำลัง อภิปรายช่วยถอนคำพูดเมื่อกี้ด้วยครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านวัชระ ผมเตือนท่าน หลายหนแล้วนะครับ หากท่านไม่ให้ความร่วมมือกับผม ผมจะไม่ให้ท่านพูดต่อนะครับ เชิญครับ ขอความกรุณาสรุปนะครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ที่เคารพ ผมขอประท้วงท่านผู้ประท้วงผม ท่านที่ ๖ ครับ ท่านก่อแก้ว พิกุลทอง ที่กล่าวหาว่า ผมกล่าวคำเท็จในสภา ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ผมกล่าวคำเท็จ ตรงไหนครับ นี่คือคำพูดของนายจตุพร พรหมพันธุ์ บอกว่าโรงพยาบาลศิริราช ทำเนียบรัฐบาล สนามบิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ศาลยุติธรรม องค์กรอิสระ คุณไม่ต้องบอก หากคุณใช้ ความรุนแรงกับคนเสื้อแดงรับรองว่าสิ่งที่คุณพูดจะไม่เหลืออยู่ในประเทศไทย จตุพร พรหมพันธุ์

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เอาเถอะครับ เอาในประเด็น พอเถอะครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ยินดีครับ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ อย่างนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่าขอบคุณท่านประธาน ที่ยืนยันว่าผมพูดจริง ท่านประธานครับ ก่อแก้วเพื่อนผมครับ เรียน กกต. หลักสูตร พตส. ๓ รุ่นเดียวกันครับ

(นายก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เพื่อนท่านประท้วงอีกแล้วครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ยินดีครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านก่อแก้วครับ

นายก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ก่อแก้ว พิกุลทอง ขอประท้วงเพื่อนของผมอีกทีครับ ท่านประธานครับ ในสิ่งที่ผู้อภิปรายได้ยกมาพูดเมื่อกี้นะครับ ผมเองอยู่ในเวทีปราศรัยเสื้อแดง มานานไม่เคยได้ยินครับ แล้วเชื่อว่าสิ่งที่คุณวัชระ เพชรทอง ได้ยกมาพูดนั้นเป็นเรื่องเท็จครับ แล้วขอให้คุณวัชระกรุณาได้ถอนคำพูดนะครับ เพราะว่าขณะนี้สังคมกำลังติดตามท่านอยู่ อย่าให้สังคมตัดสินท่านว่าหน้าตาน่ากลัวแล้วทำตัวหน้าเกลียดนะครับ ท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมว่าทั้ง ๒ ฝ่ายนี่นะครับ ต่างก็ได้ชี้แจงแสดงเหตุผลนะครับ ผมเชื่อว่าผู้ฟังท่านวินิจฉัยได้ว่าใครพูดปด พูดจริงนะครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณ ท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ตอนนี้ผมจำเป็นแล้วละครับ ท่านวัชระครับ ขอความกรุณาท่านสรุปนะครับ เพราะเดี๋ยวผมจะให้ลงมติแล้วครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ คนเราเกิดมา เลือกสีผิวได้ไหมครับ ท่านประธานก็เลือกไม่ได้ ผมก็เลือกไม่ได้ครับ แต่เราเลือกที่จะ จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ได้ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธาน ผมอภิปรายตามรัฐธรรมนูญ และเมื่อได้กล่าวคำปฏิญาณต่อพระบรมสาทิสลักษณ์แล้ว ผมไม่เคย พูดเท็จในสภาผู้แทนราษฎร ผมไม่เคยรับเงิน ๑๐๐ ล้านบาท

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ไม่เอานะครับ ถ้าอย่างนั้น ผมไม่ยอมให้ท่านพูดแล้วนะครับ ท่านวัชระครับ ท่านพูดเรื่องอะไรก็ไม่ทราบ ผมว่าไม่เหมาะครับ มันนอกประเด็นครับท่าน หลายรอบแล้วนะครับท่าน กรุณาสรุปครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

สรุปครับ ท่านประธาน ท่านประธานครับ เขากำลังจะแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญเพื่อทักษิณ ชินวัตร ครับ โดยยุบศาลรัฐธรรมนูญ ยุบศาลปกครอง โดยคนที่พูดเรื่องนี้คือ นายวัฒนา เมืองสุข ครับ และผมได้ไปอภิปรายที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับท่านอาจารย์พีรพันธุ์ พาลุสุข ครับ

(นางมุกดา พงษ์สมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

เชิญท่านที่ ๗ เชิญครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญครับท่าน

นางมุกดา พงษ์สมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอนแก่น

ท่านประธาน ที่เคารพคะ ดิฉัน มุกดา พงษ์สมบัติ ดิฉันขอประท้วงผู้อภิปรายค่ะ ที่จริงก็อยู่คณะกรรมาธิการ คณะเดียวกันนะคะ แต่วันนี้ฟังแล้วดิฉันขอประท้วงท่าน ข้อ ๔๓ ท่านพูดวกวน ซ้ำซาก ฟุ่มเฟือย ใช้วาจา ข้อ ๔๓ วรรคสอง เสียดสีบุคคลที่อยู่ภายนอก และขอประท้วงท่านประธาน ข้อ ๑๔ ขอให้ใช้อำนาจท่านประธานให้หยุดอภิปราย ดิฉันขอประท้วงท่านประธานด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

(นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านวัชระครับ ขอท่าน ๑ นาที เดี๋ยวผมจะให้ลงมติแล้วนะครับ เชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ผมยกมือ อย่างนี้แสดงว่าผมประท้วงท่านประธาน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ประท้วงผม เชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ตามข้อบังคับ ข้อ ๕ ครับ ท่านประธานต้องเป็นกลางครับ และในการอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในวาระนี้เป็นเอกสิทธิ์ครับ เป็นเอกสิทธิ์ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๒ ประกอบด้วย มาตรา ๑๒๓ ไม่เชื่อท่านประธานเปิดอ่านดูนะครับ การอภิปรายของสมาชิก โอเค ท่านประธาน อาจจะบอกได้ว่าขอร้องให้สัก ๑ นาที ผู้อภิปรายก็อาจจะอภิปรายตามสมควร แต่ไม่ใช่ ท่านประธานจะมาสั่งครับ ท่านประธานเป็นสภาสูง ท่านประธานต้องธำรงไว้ซึ่งเกียรติที่สูงส่ง ให้สมกับที่เขาเรียกว่าสภาสูง ผมเป็นสภาล่างคือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเป้าหมายของการที่จะล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เป็นไป เพื่อทักษิณ ชินวัตร ครับ ซึ่งเป็นนักโทษชายอยู่นอกประเทศ

(นางมุกดา พงษ์สมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น ได้ยืน และยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

มีประท้วงอีกแล้วครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

เชิญครับ ท่านที่ ๘

นางมุกดา พงษ์สมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอนแก่น

ไม่ต้องนับละค่ะ ท่านวัชระ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน มุกดา พงษ์สมบัติ ขอท่านประธาน ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๔ ขอให้ผู้อภิปรายยุติการอภิปราย ขอท่านประธานได้โปรดพิจารณาค่ะ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านวัชระฟังอยู่นะครับ ขอความกรุณาเถอะครับ ถ้าไม่อย่างนั้นผมว่ามันเดินต่อไปไม่ได้หรอกครับท่าน เชิญนิดเดียวครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ด้วยความเคารพ ท่านประธานเป็นอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ ท่านประธานจะให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฝ่ายรัฐบาลสั่งท่านประธานอย่างนั้นมิได้ครับ แต่ผมจะจบของผมเองครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมกำลังทำหน้าที่นะครับ ผมไม่ได้ให้ใครสั่งครับ ท่านก็สั่งผมไม่ได้ ไม่มีใครสั่งผมได้หรอกครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ครับ ขอบพระคุณ ที่ไม่มีใครสั่งท่านได้

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมกำลังจะสั่งนะครับท่าน

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ครับ ท่านประธานครับ ผมสรุปสั้น ๆ อย่างที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าในขณะนี้มันมีอยู่ ๓ เรื่อง ๓ เรื่องเท่านั้นครับ

เรื่องที่ ๑ เขาจะยุบศาลรัฐธรรมนูญ ยุบศาลปกครอง แทรกแซงศาลยุติธรรม โดยเฉพาะศาลยุติธรรมครับ ผมยอมไม่ได้โดยเด็ดขาด ท่านประธานครับ และไม่ว่าศาลใด รวมถึงองค์กรอิสระใด ป.ป.ช. หรือ กกต. ที่มีความพยายามจะยุบ ผมก็ไม่สนับสนุนครับ และคัดค้านครับ

เรื่องที่ ๒ ผมไปอภิปรายที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับท่านอาจารย์พีรพันธุ์ พาลุสุข ท่านอาจารย์พีรพันธุ์ พาลุสุข ท่านยืนยันว่าจะไม่มีมาตรา ๓๐๙ ครับ

(นายวรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

มีประท้วงครับ เชิญครับ

นายวรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

ท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมประท้วงตามข้อ ๔๓ ท่านอภิปรายโกหกพูดเท็จ ซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าเราจะล้มศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองหรือว่าแทรกแซงศาลยุติธรรมครับ ไม่จริงครับท่านประธานครับ และพูดเท็จใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นซ้ำซากตลอดเวลาที่อภิปรายครับ ทั้งเสียดสี พูดเท็จ ใส่ร้ายป้ายสีตลอดเวลาแล้วท่านประธานยังให้อภิปรายต่อได้อย่างไรครับ ตามข้อ ๔๔ ครับท่านประธาน ถ้าท่านเห็นว่าพอสมควรแล้วท่านมีอำนาจในการที่จะหยุด การอภิปรายได้ครับ ขอให้ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๔ ตามรัฐธรรมนูญครับ ท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมกำลังจะใช้นี่ละครับ ท่านวัชระครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านผู้ประท้วงผมครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ไม่ละครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่ได้ครับ เป็นเอกสิทธิ์สมาชิกเพราะว่าเขากล่าวว่าหาผมโกหก พูดเท็จ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ที่ผมอภิปรายมาทั้งหมดไม่มีคำใดเท็จครับท่านประธานครับ และผมไม่ต้องการให้เพื่อนสมาชิก ถอนคำพูดนะครับ แต่ผมจะอภิปรายต่อไปเพื่อให้จบ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ผมเหลือประเด็นสั้น ๆ ที่จะจบ

(นายวรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านครับ ประท้วงอีกแล้วครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ก็เป็นหน้าที่ ของเขา เพราะรับงานมาแล้ว

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายวรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

กระผม วรชัย เหมะ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมไม่ได้รับงานใครครับ ท่านประธานครับ แล้วก็ไม่ได้พูดเท็จแม้แต่นิดเดียว ท่านประธานครับ แล้วจะโกหกได้อย่างไร ผมจะพูดเท็จได้อย่างไร ก็ในเมื่อ สสร. ยังไม่ได้ตั้งครับ แล้วเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของ สสร. ท่านประธานครับ แล้วเราจะพูดเท็จได้อย่างไรครับ เรื่องนี้ยังไม่เกิดขึ้นเลยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผู้อภิปรายนั่นละพูดเท็จ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านครับ ท่านพูดเข้าใจแล้วครับ เอาเถอะครับ ต่างฝ่ายต่างก็อธิบายกันแล้วผมว่าผู้ฟังก็เข้าใจ ทีนี้ผมกำลังจะใช้อำนาจแล้ว ขอให้ท่านวัชระสรุปนะครับ ไม่อย่างนั้นผมไม่ให้พูดต่อแล้วนะครับ สรุปสั้น ๆ นะครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณ ท่านประธานที่เคารพที่วินิจฉัยด้วยความเป็นธรรม ท่านประธานครับ มีเสียงสมาชิกโห่ ไม่พอใจท่านประธาน ท่านประธานครับ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณท่านประธานวุฒิสภา ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานและสรุป จริง ๆ แล้ว ผมมีสรุปแค่ ๓ ข้อ แต่เมื่อจะสรุปข้อสุดท้ายเพื่อนสมาชิกพรรครัฐบาลก็ลุกขึ้นมาประท้วง ทุกครั้งไป กราบเรียนท่านประธานว่าเรื่องที่ ๑ เขาต้องการที่จะยุบศาล จริงไม่จริงท่านประธาน หนังสือพิมพ์มติชนอันนี้ต้องให้เครดิตมติชนครับ พาดหัวเอาไว้ว่ายุบศาลรัฐธรรมนูญ ยุบศาลปกครองตามคำสัมภาษณ์ของ นายวัฒนา เมืองสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นี่คือเรื่องที่ ๑ ครับ

เรื่องที่ ๒ ผมไปอภิปรายที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตามคำเชิญขององค์กร ภาคประชาชนร่วมกับท่านอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ และท่านอาจารย์พีรพันธุ์ พาลุสุข ซึ่งเป็นอาจารย์สอนกฎหมายรัฐธรรมนูญผม อาจารย์พีรพันธุ์อภิปรายเมื่อเดือนที่แล้วครับ ท่านอภิปรายพูดจาชัดเจนต่อหน้าท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ และกระผม โดยบอกว่าจะยกเลิก มาตรา ๓๐๙ ยกเลิกมาตรา ๓๐๙ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แต่อย่าไปถามท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์เลยครับว่า มาตรา ๓๐๙ อยู่หน้าไหน ท่านประธานครับ อาจารย์พีรพันธุ์ พาลุสุข ประทานโทษอาจารย์ผมครับ ผมเคารพรักมาก แม้ว่าอยู่คนละพรรค ก็เป็นเรื่องทางการเมือง แต่กราบเรียนท่านประธานว่าเมื่อ สสร. ยังไม่ตั้ง ทำไมถึงรู้ว่าจะยกเลิกมาตรา ๓๐๙ นี่เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน

สุดท้ายท่านกรรมาธิการผู้ทรงเกียรตินั่งใส่แว่นอยู่ข้างบนนั้น เหมือนผมใส่แว่น แต่ท่านเป็นคุณหมอ ท่านไปปลุกระดมมวลชนกับพี่น้องประชาชนคนเสื้อแดงบอกว่าถ้าแก้ไข รัฐธรรมนูญสำเร็จจะพา พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร กลับมาอย่างสง่างาม ผมก็ไม่ทราบว่า คลุมธงชาติเข้ามาหรือไม่ ท่านประธานครับ เพราะในกฎหมายรัฐธรรมนูญทั้ง ๓๐๙ มาตรา

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านวัชระท่านไม่เชื่อฟังผมเลย มีประท้วงอีกแล้ว

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

นี่ครับท่านประธาน ผมกำลังจะจบครับ คือมันเป็นหน้าที่ของเขา เขารับงานมาครับ

(นางมุกดา พงษ์สมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

มันอย่างไรก็ไม่ได้หรอกครับ มีผู้ประท้วงเชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

จะให้เขา ไม่ประท้วงฝ่ายค้านเป็นไปไม่ได้หรอกครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ถ้าไม่ได้ผมจะใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๑๔ นะครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ผมกำลังจะจบแล้ว ท่านประธานครับ

นางมุกดา พงษ์สมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอนแก่น

ท่านประธาน ที่เคารพคะ ดิฉัน มุกดา พงษ์สมบัติ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานปล่อยได้อย่างไรคะ ดิฉันประท้วงหลายรอบแล้วค่ะท่านประธาน ท่านก็ยังให้อภิปราย สรุปแล้ว แต่พาดพิงแบบนี้ ดิฉันขออนุญาตท่านประธานข้อบังคับ ข้อ ๔๓ ท่านประธานคะ พูดได้อย่างไรคะท่าน ท่านฟังแล้วท่านยังทนไม่ได้ แล้วเพื่อน ๆ พวกเราล่ะคะ อภิปรายฟุ่มเฟือย ซ้ำซาก เสียดสีค่ะ ท่านประธานคะ ขอให้ท่านประธานโปรดใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๔ ดิฉันขอประท้วง ข้อ ๑๔ ด้วยค่ะ ขอให้ท่านประธานยุติ ให้ผู้อภิปรายยุติอภิปรายได้ไหมคะ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมพยายามจะให้เกียรติ ทุกท่านนะครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ครับ ท่านประธาน ผมกำลังจะจบแล้วครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านวัชระเดี๋ยวนะครับ ผมพยายามจะให้เกียรติทุกท่านเสมอกัน ผมพยายามที่จะอยู่ตรงกลางอย่างชัดเจนนะครับ ผมปฏิบัติหน้าที่ด้วยความที่เข้าใจเพื่อนสมาชิก แล้วอยากจะให้ทุกท่านมีเกียรติจริง ๆ นะครับ ดังนั้นท่านจะเห็นได้ว่าผมจะขอร้อง ขอความกรุณา ขอความเห็นใจ ขอความร่วมมือนะครับ ผมก็หวังว่าเพื่อนสมาชิกจะให้สิ่งเหล่านั้นมาที่ผมด้วย เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะ ขอความกรุณาท่านเถอะครับ อย่าให้ผมต้องปฏิบัติตามข้อบังคับอะไรซึ่งผมว่าพวกเรา ก็ไม่อยากที่จะให้เกิดนะครับ หากท่านวัชระกรุณาอยู่ในกรอบก็ได้แล้วละครับ ไม่อย่างนั้น เดี๋ยวผมไม่อนุญาตแล้วนะครับ สุดท้ายแล้วนะครับ เชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณ ท่านประธานที่วินิจฉัยด้วยความเป็นธรรม ที่อนุญาตให้ฝ่ายค้านได้พูดต่อไป ท่านประธานครับ ถ้าเพื่อนสมาชิกพรรครัฐบาลอยู่คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนด้วยกัน ไม่ลุกขึ้นมาประท้วง ผมก็จบไปนานแล้วครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่ามีอยู่ ๓ ข้อ อย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว และกราบเรียนท่านประธานว่า ในรัฐธรรมนูญมาตรา ๓๐๙ นี้ ท่านประธานครับ กราบเรียนไปยังท่านคณะกรรมาธิการ และพ่อแม่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ไม่มีแม้แต่มาตราใดที่ห้ามไม่ให้ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร หรือนักโทษชายทักษิณ ชินวัตร กลับมาประเทศไทย ไม่มีครับ เข้ามาได้อย่างเสรี เพียงแต่ว่าท่านกล้าที่จะเข้ามาในประเทศไทยเหมือนคนสามัญธรรมดาหรือไม่

สุดท้ายครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน ซึ่งวินิจฉัยด้วยความเป็นกลาง เสมอมา ท่านประธานครับ ท่าน ส.ส. สุนัย จุลพงศธร ก็มานั่งบอกบทผม ก็ขอขอบคุณ แต่ผมจะจบด้วยคำกล่าวของท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ ท่านณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ท่านประกาศว่าอะไรครับ เราไม่ได้มาสร้างสงคราม แต่มาสร้างสันติภาพ ฟังดูสวยหรูครับ ต้องการให้การต่อสู้ครั้งสุดท้ายของชนชั้นล่าง โค่นชนชั้นสูงที่กดขี่มาโดยตลอด หากเราชนะก็ชนะด้วยกัน นายอภิสิทธิ์ยุบสภา คือหลักกิโลเมตรแรก แต่ขบวนการต่อสู้ อำมาตย์ยังอยู่ ชุมนุมครั้งนี้เป็นการแสดงพลังครั้งยิ่งใหญ่ แต่ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย เป้าหมาย ของเราคือต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศ ไทยโพสต์ วันที่ ๙ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓ หน้า ๔ เป้าหมายของเราคือต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศ เพราะฉะนั้นเผาไปเลยพี่น้อง ผมรับผิดชอบเองแล้วได้เป็นรัฐมนตรี นี่คือประโยชน์ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ท่านประธานครับ แล้วจะล้มล้างทำไมครับ ก็ล้มล้างเพื่อนักโทษชายทักษิณ ชินวัตร ที่บงการอยู่ในต่างประเทศ ขณะนี้ ขอขอบคุณ จบครับท่านประธาน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

พอแล้วครับท่าน ขอบคุณ สำหรับความร่วมมือนะครับ ท่านกรรมาธิการมีอะไรเชิญครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม สามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการ ในมาตรา ๑ ถ้อยคำที่บัญญัติไว้ คือรัฐธรรมนูญนี้เรียกว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ซึ่งเป็นถ้อยคำเดิมที่ใช้อยู่ในร่างเดิมที่รัฐสภานี้รับหลักการคณะกรรมาธิการ ไม่ได้แก้ไขเพิ่มเติมเลยครับ ฉะนั้นคณะกรรมาธิการขอยืนยันมาตรา ๑ ตามถ้อยคำเดิม ทุกประการครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ต่อไปผมจะขอมตินะครับ ก่อนจะขอมติของตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ

(พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)

ผมเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาแล้วกรุณากดบัตร แสดงตนด้วยนะครับ ท่านสมาชิกเข้ามาแล้วกรุณากดแสดงตนด้วยนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ท่านกดบัตรแสดงตนครบ ทุกท่านแล้วนะครับ ขณะนี้มีผู้เข้าประชุม ๓๖๐ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ

สรุปประเด็นมาตรา ๑ คณะกรรมาธิการไม่มีการแก้ไข มีสงวนความเห็น และสงวนคำแปรญัตติ ผมจะถามมติว่าเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการให้คงไว้ตามร่างเดิม ของคณะกรรมาธิการ ถ้าท่านเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการคือคงร่างเดิม ให้กด เห็นด้วย หากท่านเห็นด้วยกับการแก้ไขของผู้สงวนทั้ง ๓ ท่านโดยรวมนะครับ ให้กด ไม่เห็นด้วย เชิญลงมติครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ท่านลงมติหมดแล้วนะครับ มีท่านผู้ใดยังไม่ได้ลงมติครับ เชิญครับ ปิดการลงมติครับ ขอผลครับ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๔๘๑ ท่าน เห็นด้วยกับร่างของคณะกรรมาธิการ ๓๕๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๐๗ ท่าน งดออกเสียง ๑๘ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับร่างของคณะกรรมาธิการนะครับ

เชิญ มาตรา ๒ ครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ รัฐสภา

มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธานนิดหนึ่งครับก่อนจะเข้ามาตรา ๒ ในรายงานของ คณะกรรมาธิการได้ระบุไว้ในมาตรา ๒ ว่า นายธนา ชีรวินิจ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นายวรงค์ เดชกิจวิกรม และนายวิรัตน์ กัลยาศิริ กรรมาธิการ ขอสงวนความเห็นแก้ไขความในมาตรา ๒ ซึ่งก็ระบุว่ามาตรา ๒ รัฐธรรมนูญนี้ให้ใช้บังคับ เมื่อพ้นกำหนด ๓๐ วันนับแต่วันที่ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานครับว่าในการประชุม ของคณะกรรมาธิการนั้นเมื่อพิจารณาไปตามมาตรากรรมาธิการก็จะแสดงความเห็น แล้วก็ได้บอกที่ประชุมไว้ว่าในส่วนประเด็นนี้จะขอสงวนไว้แปรญัตติ แต่ว่าเราก็ได้ตกลงกัน ในชั้นกรรมาธิการว่าท้ายที่สุดสมาชิกกรรมาธิการจะทำคำแปรญัตติอันดับสุดท้าย เมื่อการพิจารณาเสร็จสิ้นเสนอเข้าสู่กรรมาธิการ ซึ่งก็ถือว่าเป็นฉบับสุดท้ายแล้วก็มีผลบังคับ ตามที่เราได้เสนอความเห็นเพื่อแปรญัตติ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า ในคำแปรญัตติของผมนี่นะครับ ไม่ได้ติดใจมาตรา ๒ แล้ว ผมได้แปรญัตติในมาตราอื่น ซึ่งเขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรครบถ้วน สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า เนื่องจากกรรมาธิการประชุมกันวันเสาร์ที่ ๕ กันจนกระทั่ง ๔ ทุ่ม คือก่อนหน้านั้นมีผู้แปรญัตติ ๑๐๐ กว่าท่าน ท่านประธานคณะกรรมาธิการก็พยายามที่จะรวบรัดเพื่อที่จะให้เสร็จ ในวันที่ ๕ แล้วดูจากรายงานของคณะกรรมาธิการก็มายื่นต่อประธานรัฐสภาในวันที่ ๖ ซึ่งเป็นวันหยุดราชการอย่างที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้ว ท่านสมาชิกหลายท่าน ลุกขึ้นว่ารายงานฉบับนี้ไม่ถูกต้อง ไม่ชอบ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนในประเด็นแรกก็คือว่า สิ่งที่ผมได้สงวนความเห็นได้แปรญัตติไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ผมไม่ติดใจประเด็นมาตรา ๒ แต่ท่านก็ยังใส่ว่าผมยังติดใจแปรญัตติมาตรา ๒ นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ แสดงว่ารายงานของ คณะกรรมาธิการไม่ได้มีการปรับปรุงให้ทันสมัย ให้ถูกต้องตรงตามข้อเท็จจริง

ประเด็นที่ ๒ มีเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ซึ่งขณะนี้ผมตรวจสอบได้ ๒ ท่าน คือท่านเจิมมาศ จึงเลิศศิริ กับท่านชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ซึ่งได้ยื่นแปรญัตติไว้ตามกำหนดระยะเวลา ๓๐ วันที่รัฐสภานี้ได้กำหนด และสมาชิกทั้ง ๒ ท่านก็ได้แปรญัตติไว้อยู่เป็นเอกสารที่ผมชูให้ ท่านประธาน ซึ่งในเอกสารขอแปรญัตติของท่านเจิมมาศกับท่านชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ได้ขอให้ แก้ไขเพิ่มเติมโดยตัดข้อความในมาตรา ๒๙๑/๖ วรรคสอง ออกทั้งหมด และให้ใช้ข้อความ ดังต่อไปนี้แทน ซึ่งมีอยู่ ๒ วรรค แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ผมตรวจดูในรายงานของคณะกรรมาธิการไม่มีคำแปรญัตติ ของท่านชำนิ ศักดิเศรษฐ์ และท่านเจิมมาศ จึงเลิศศิริ นี่เฉพาะที่ผมตรวจสอบใช้เวลาสั้น ๆ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าการที่รายงานไม่ถูกต้อง ไม่เป็นไปตามสิทธิของท่านสมาชิก ที่ได้ขอแปรญัตติไว้ แต่ท่านประธานรัฐสภาก็พยายามจะดึงดันนำเข้ามาพิจารณาในวันนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เอกสิทธิ์ของท่านสมาชิก ได้รับการยอมรับและรับรองโดยรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นกราบเรียนถามท่านประธานว่า ท่านประธานจะให้คณะกรรมาธิการนำรายงานนี้กลับไปพิจารณาให้ถูกต้องก่อนจะดีไหมครับ ท่านประธาน เพราะถ้าไม่ถอนออกไปเกิดปรากฏอย่างที่ผมได้เรียนท่านประธานว่ามีสมาชิก ซึ่งเขาเสียสิทธิในคณะกรรมาธิการแล้วท่านจะตรวจสอบอย่างไร นั่นเป็นประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ จะทำให้การพิจารณาของรัฐสภาในวันนี้ขัดต่อบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่าถ้าท่านเร่งรีบ อย่างนี้ท้ายที่สุดท่านก็จะเจอปัญหา แล้วปัญหานี้ก็จะเป็นบ่วงรัดคอท่าน ท้ายที่สุดการแก้ไข รัฐธรรมนูญนี้ก็จะไม่สามารถสัมฤทธิผลได้ ขออนุญาตปรึกษาท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญคุณหมอวรงค์ ใช่ไหมครับ เชิญครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะ คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย จริง ๆ แล้วผมเป็นผู้เสนอคำแปรญัตติในมาตรา ๒ ไว้ แต่เนื่องจากเมื่อสักครู่ผมได้รับคำปรึกษาจากเพื่อนของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หลายท่าน ประเด็นที่ปรึกษาหารือพวกผมเนื่องจากว่าพวกผมเป็นคณะกรรมาธิการซึ่งสอดคล้องกับ เพื่อนสมาชิกคือท่านธนา อย่างน้อยท่านประธานก็เห็นนะครับว่าท่านธนาไม่ได้เสนอคำแปรญัตติ ในมาตรา ๒ แต่ในร่างที่คณะกรรมาธิการเสนอเข้ามากลับมีชื่อท่านธนา ขณะเดียวกัน มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่มีการเสนอคำแปรญัตติเข้าไปแบบมีลายลักษณ์อักษร แต่ปรากฏว่า ตกหล่นจากรายงานของคณะกรรมาธิการ มันจึงทำให้สะท้อนว่าวันนี้กรรมาธิการเร่งรีบครับ วันนี้เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่ากรรมาธิการเร่งทำงานมาก โดยเฉพาะการประชุม ๓ วันสุดท้าย ท่านประธานคงจำได้ โดยเฉพาะเรียกประชุมวันอังคาร ท่านเรียกประชุมเราตั้งแต่เช้า ซึ่งนอกวาระการประชุมปกติ เราประชุมกันวันพุธและวันพฤหัสบดี เรามีข้อตกลงกันไว้ว่า ถ้าเราจำเป็นจะต้องประชุมเพิ่มเติม เราจะปรึกษาหารือในที่ประชุม แต่ท่านประธานสามารถ ก็เรียกประชุมเป็นวาระพิเศษเป็นวันอังคาร และวันอังคารวันนั้นเราประชุมกันตั้งแต่เช้าถึงดึกครับ ก็สะท้อนให้เห็นถึงความเร่งรีบ ขณะเดียวกันเพื่อนสมาชิกแปรญัตติเข้ามา ๑๗๒ คน การตกหล่น มันเยอะมาก เวลาในการพิจารณาของท่านก็น้อยครับ และตกหล่นขึ้นมา เกิดถ้าเพื่อนสมาชิก ร้องศาลรัฐธรรมนูญขึ้นมาผมว่ามันจะยิ่งทำให้การพิจารณาของคณะกรรมาธิการเสียเวลา ไปกันใหญ่ครับ ผมสอดคล้องเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกครับ โดยเฉพาะท่านธนา ท่านถอนไป พิจารณาอีกสัก ๒-๓ วัน ท่านประธานครับ แล้วอาทิตย์หน้าเราเอาเข้ามาอีกสักครั้งหนึ่ง ผมว่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านพีระพันธุ์ แล้วก็ ท่านอลงกรณ์นะครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรรมาธิการ

ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สมาชิกรัฐสภาครับ ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานย้ำอีกครั้งครับ เพราะผมไม่อยากให้ท่านประธานต้องทำผิดข้อบังคับ นะครับ เพราะว่าอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวไปครับ ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการผมเป็น กรรมาธิการเสียงข้างน้อย แต่ว่าผมมีตำแหน่งเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง ผมนั่งอยู่ข้างท่านประธาน ผมก็เรียนท่านประธานคณะกรรมาธิการหลายครั้งว่ามันจะต้อง มีการประชุมอีกครั้งหนึ่งนะครับ เพื่อรับรองรายงานการประชุมหรือรายงานที่จะเสนอสภา แล้วก็จะต้องมีการตรวจสอบกันอีกครั้งหนึ่งถึงรายงานว่าจะถูกผิดอย่างไร แต่ว่าไม่มีนะครับ หลังจากที่มีการประชุม แล้วก็ไม่มีประชุมชี้แจงผู้สงวนคำแปรญัตติ ท่านประธานจะเห็นว่า เมื่อเช้าตั้งแต่เริ่มประชุมกันมาก็จะมีประเด็นเรื่องที่บอกว่าคำแปรญัตติของเพื่อนสมาชิก ๒-๓ ท่าน ซึ่งผมไม่ขออนุญาตเอ่ยนามนี่นะครับ ถูกหรือผิด ใช้ได้หรือไม่ได้ ท่านประธานสภา ในขณะนั้น ท่านประธานคณะกรรมาธิการก็บอกไม่เหมาะสม ตรงนี้มันเป็นเครื่องยืนยัน ให้เห็นว่าไม่ได้มีการไปตรวจทานหรือดูแลรายงานการประชุมกันมาก่อนที่พูดถึงวันนี้เลย ณ ขณะนี้ก็เช่นเดียวกันอีกนะครับ เพื่อนสมาชิกที่ควรจะมีคำแปรญัตติก็ไม่มี เพื่อนสมาชิก ที่ไม่ควรจะมีคำแปรญัตติก็กลับมี เพราะว่าสุดท้ายนี้ได้มีการปรับปรุงคำแปรญัตติกัน ในวันสุดท้ายกันอีกครั้งหนึ่ง ตรงนี้แสดงให้เห็นได้ชัดเจนครับว่ารายงานการประชุม ที่ท่านประธานกรรมาธิการได้นำเข้าสู่รัฐสภาในวันนี้อาจจะมีปัญหาในเรื่องของความถูกต้อง ของการรับรองรายงานการประชุมแล้วการตรวจสอบรายงานการประชุมนั้น ซึ่งถ้าหาก มีปัญหาอย่างที่ว่าแล้วละก็ ท่านประธานก็กำลังพิจารณาในรายงานการประชุมซึ่งไม่ถูกต้อง ก็จะมีปัญหาต่อผลของการประชุมรัฐสภาในวันนี้ด้วยครับ ขอกราบเรียนท่านประธาน เพื่อโปรดพิจารณาครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านอลงกรณ์ และเดี๋ยวผมให้ท่านชี้แจง เชิญครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ซึ่งเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อยในคณะกรรมาธิการพิจารณา ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... กระผม เป็นผู้ที่สงวนความเห็นในคำแปรญัตติในฐานะกรรมาธิการในมาตรา ๒ ซึ่งได้แปรญัตติ ถ้อยคำปรากฏอยู่ในรายงาน ความจริงกระผมยกมือนั้นก็เพื่อขอใช้สิทธิในการที่จะอภิปราย เพื่อแสดงเหตุผล เพื่อขอให้สภานั้นได้พิจารณา เพื่อมีความเห็นที่ต่างออกไปจากกรรมาธิการ เสียงข้างมาก แต่ว่าอย่างไรก็ตามเมื่อมีประเด็นที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ๓ ท่านได้หยิบยก ประเด็นเพื่อขอให้ท่านประธานได้พิจารณาแล้วก็ต้องการคำชี้แจงจากท่านประธาน คณะกรรมาธิการ มีประเด็นที่กระผมเกี่ยวข้องแล้วความจริงก็ยกมือตั้งแต่เช้า ตั้งแต่ตอน ท่านประธานสมศักดิ์ ขออภัยที่ได้เอ่ยนามท่าน ได้แสดงความเห็นเสมือนตำหนิการทำงาน ของคณะกรรมาธิการของเรา ผมเองก็เป็นกรรมาธิการส่วนหนึ่ง ประหนึ่งว่าคำแปรญัตติ ในมาตรา ๑ ในเรื่องชื่อของรัฐธรรมนูญนั้นมีความไม่เหมาะสม แล้วก็จะไม่อนุมัติ ไม่อนุญาต ให้มีการอภิปราย ซึ่งตอนนั้นผมก็อยากจะเรียนต่อที่ประชุมเพื่อให้เหตุผลแล้วก็ เสนอข้อเท็จจริงบางประการ เผอิญว่าตอนนี้ก็มีกรรมาธิการได้ยกประเด็นขึ้นแล้ว ท่านประธานก็เตรียมจะตอบ กระผมก็เลยถือโอกาสนี้เรียนท่านประธานเพื่อที่จะให้ ความเห็นต่อประเด็นดังกล่าวในฐานะเป็นกรรมาธิการด้วยว่า ในรายงานฉบับดังกล่าว ที่เข้ามาสู่วาระที่สองของรัฐสภานั้น ก็ต้องยอมรับครับว่าท่านประธานได้นัดประชุมในวันที่ ๓ วันที่ ๔ วันที่ ๕ คือวันอังคาร วันพุธ วันพฤหัสบดีในสัปดาห์ที่แล้ว แล้วก็ต้องยอมรับว่า ในชั้นของการเปิดโอกาสให้สมาชิกรัฐสภาทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ได้เสนอคำแปรญัตตินั้น เราประชุมกันตั้งแต่เช้าครับ ๒ วัน ประชุมกันเช้าบ่ายจนค่ำ โดยเฉพาะวันสุดท้ายผมเอง เป็นกรรมาธิการที่อาจจะกล่าวได้ว่านั่งอยู่เกือบตลอดการประชุมตั้งแต่เช้าจนเกือบเที่ยงคืน มีประเด็นที่ได้มีการตกลงกันว่าในการสงวนคำแปรญัตติของสมาชิกรัฐสภาก็ดี หรือการสงวน ความเห็นของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็ดี หรือว่ากรรมาธิการบางท่านที่มีความเห็นต่าง ก็จะได้รับการเคารพต่อสิทธิดังกล่าว เรื่องนี้ท่านประธานคณะกรรมาธิการคงยืนยันได้ ขณะเดียวกันก็มีกรรมาธิการได้แสดงความกังวลว่าด้วยความรีบเร่งและด้วยกำหนดในใจ ที่ทางเสียงข้างมากต้องการให้มีการประชุมในสัปดาห์หน้านั้น ก็คือในวันนี้ครับ อาจจะ มีปัญหาในเรื่องของความชอบ ไม่ชอบ แล้วก็ในเรื่องของความเรียบร้อยของรายงาน แล้วก็น่าจะได้มีการประชุมเพื่อการรับรอง แต่ว่าเมื่อได้มีการประชุมเพื่อรับรองดังกล่าวนั้น ผลที่ตามมาก็เป็นอย่างที่ท่านประธานรัฐสภาทำหน้าที่ในตอนเช้าได้ทักท้วงขึ้น ต้องเรียนว่า คำแปรญัตติดังกล่าว กระผมเองและกรรมาธิการทั้งหมดไม่มีใครได้เห็นก่อนครับ นี่คือประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ก็คือในช่วงของการแปรญัตติ โดยส่วนใหญ่วันนั้นเรามีการประชุม ของสภาผู้แทนราษฎรในการรับทราบรายงานพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง แห่งชาติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นกรรมาธิการส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในห้องประชุมเลยครับ บางช่วงนั่งประชุมกัน ๓ คน ผมนี่อยู่ตลอดท่านประธานและกรรมาธิการเสียงข้างมาก คงจะยืนยันได้ ผมต้องการให้ความจริงปรากฏ แล้วก็ยืนยันว่าเหตุการณ์เป็นเช่นนั้น จะมีช่วง ตอนที่มีการแปรญัตติเสร็จสิ้นแล้วเวลา ๓ ทุ่มเศษโดยประมาณ ก็มีกรรมาธิการเข้ามา ครบองค์ประชุม เพราะฉะนั้นความรีบเร่งจึงทำให้รายงานดังกล่าวนั้นถูกทักท้วง ถูกติติง โดยสมาชิกรัฐสภาทั้งในซีกของสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา หลายท่านที่ได้ ถอนคำแปรญัตติแต่ปรากฏมีชื่อ บางท่านเสนอคำแปรญัตติแต่ไม่ปรากฏครับ ผมเองแม้แต่ คำแปรญัตติในมาตรา ๒ ของผมเหมือนกับอีก ๔ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็นำไปแยกอยู่ อีกที่หนึ่ง ตรงนี้ครับที่ต้องเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านประธานคณะกรรมาธิการว่า มันเป็นสิ่งที่ผิดพลาดจริง ๆ แล้วกระผมไม่ขัดข้องนะครับถ้าจะมีการถอนรายงานดังกล่าวไป ดำเนินการให้ถูกต้อง แล้วก็คืนสิทธิให้กับสมาชิกไม่ว่าจะเป็นซีกของฝ่ายค้าน รัฐบาล หรือสมาชิกวุฒิสภา เพียงแต่ว่าอยากจะมานำเสนอข้อเท็จจริงในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่ง และกระผมขออนุญาตท่านประธานที่จะใช้สิทธิในการอภิปรายต่อไปหลังจากที่ท่านประธาน คณะกรรมาธิการได้ชี้แจงต่อที่ประชุมครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านประธาน คณะกรรมาธิการครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม สามารถ แก้วมีชัย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ก็อยากกราบเรียน ผ่านท่านประธานรัฐสภาไปยังท่านสมาชิกตอบข้อซักถามในประเด็นต่าง ๆ

ประเด็นแรกที่ท่านธนาได้ยกประเด็นว่าท่านได้ขอสงวนความเห็นพร้อมกับ ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยดังที่ปรากฏรายชื่ออยู่ในรายงานนี้นะครับ ในขณะที่เรา มีการประชุมกันท่านก็ขอสงวนไว้ เจ้าหน้าที่ก็บันทึกแล้วก็นำมาลงในรายงาน ส่วนท่านจะไป ขอถอนหลังจากที่เรารับรองรายงานไปแล้วเป็นลายลักษณ์อักษรมันยังปรากฏชื่อของท่าน และคณะยังอยู่ในการสงวนนะครับ ดังนั้นผมคิดว่าถ้าท่านไม่ติดใจท่านก็ไม่ต้องอภิปรายนะครับ

ส่วนที่ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ท่านได้สอบถามถึงความชอบ ความถูกต้อง ตามข้อบังคับในการรับรองร่างและรับรองรายงานก็กราบเรียนนะครับ ท่านอลงกรณ์ในฐานะ กรรมาธิการท่านนั่งอยู่กับคณะกรรมาธิการจนจบ ซึ่งเราครบองค์ประชุมและดำเนินการ ทุกอย่างถูกต้องตามข้อบังคับ ส่วนที่มีรายชื่อบางท่านที่บอกว่าสงวนแล้วไม่มีชื่อผม ได้รับทราบจากเจ้าหน้าที่ทางฝ่ายเลขานุการว่าหลายท่านหาชื่อไม่เจอ พอเจ้าหน้าที่ เข้าไปช่วยหาก็เจอ แต่เนื่องจากว่ามีผู้แปรญัตติและสงวนไว้ถึง ๑๗๘ ท่าน ก็ขอความกรุณาท่าน เราไม่ให้ตกหล่นละครับ ทุกท่านที่สงวนจะมีรายชื่อปรากฏอยู่ แต่เนื่องจากจำนวนผู้สงวน มันมากถึง ๑๗๘ ท่าน ฉะนั้นก็จะได้มอบให้ฝ่ายเลขานุการได้ประสานกับท่านที่คิดว่า ชื่อท่านหายจริง ๆ มันมีหลายท่านที่ได้พูดแต่ต้นว่าชื่อหายแต่ในที่สุดก็มีอยู่ในบันทึกนี้แล้วครับ ก็กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาถึงท่านสมาชิกว่าคณะกรรมาธิการได้ดำเนินการทุกอย่าง อย่างรอบคอบ แล้วก็ถูกต้องตามข้อบังคับทุกประการครับท่านประธาน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

มีท่านสุกิจ ท่านนิพนธ์ เชิญครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานได้ยินไหมครับ ท่านประธาน คณะกรรมาธิการท่านยอมรับแล้วว่ารายงานนี้บกพร่องครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะ กราบวิงวอนท่านประธานให้ฟังเสียงของสมาชิกที่เขาจะเสียโอกาสในการแสดงความคิดเห็น ในการวิพากษ์วิจารณ์อภิปรายเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งความผิดปกติอีกหลายอย่าง ที่เกิดขึ้นในวันนี้ตั้งแต่เรื่องของการนัดประชุม แม้แต่สมาชิกวุฒิสภาของท่านเองหลายท่าน ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ เมื่อวานยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวันนี้มีการประชุมเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญนะครับ ผมขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านวิเชียร คันฉ่อง ท่านเจอกับผมบนเครื่องบิน ท่านเตรียมตัว ที่จะซื้อตั๋วกลับวันนี้ พอรู้ว่ามีการประชุมเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ท่านเลยเปลี่ยนโปรแกรม (Program) ท่านบอกว่าถ้าท่านไม่เจอผม ท่านไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวันนี้มีการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ เป็นถึงขนาดนี้ครับ ท่านประธานครับ อย่าว่าแต่จะได้รับรายงานเลยครับ ผมเองเพื่อนสมาชิกทุกคนไม่ได้รับ รายงานฉบับนี้เลยครับ อันนี้คือประเด็นแรกครับ แต่ที่สำคัญคือประเด็นที่ท่านสมาชิกหลายท่าน ได้พูดเมื่อกี้ท่านประธานจะไม่รับฟังเลยหรือครับ และท่านประธานคณะกรรมาธิการ ก็ยอมรับแล้วว่าบกพร่อง และจะให้เขาถอน เขาไม่ถอนครับ เพราะฉะนั้นผมวิงวอน ท่านประธานครับ ท่านประธานกรุณาใช้อำนาจของท่านตามข้อบังคับขอเลื่อน ขอให้มีการเลื่อน การประชุมเรื่องนี้ไปก่อนเถอะครับ เพื่อความถูกต้อง แล้วก็เป็นหลักยึดในโอกาสต่อไปนะครับ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ พวกเราทุกคนอยากให้รัฐธรรมนูญออกมาดีที่สุดครับ เพราะฉะนั้นผมเห็นไม่มีทางเลือกอื่นแล้วครับ นอกจากขอให้ท่านประธานนี่ละ ท่านเป็นหลัก ของพวกเรา ท่านเป็นประมุขของพวกเราครับ ท่านได้โปรดตัดสินใจเพื่อประเทศชาติเถอะครับ ขอให้ท่านตัดสินใจเองครับ ขอเลื่อนเรื่องเกี่ยวกับการพิจารณารัฐธรรมนูญในวาระที่สอง ไปก่อนครับ ขอกราบวิงวอนครับ ท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านกรรมาธิการ เชิญครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการครับ ถ้าไม่ชี้แจงจะเสียหาย ผมไม่ได้บอกว่า เป็นความบกพร่องของกรรมาธิการนะครับ ผมเพียงแต่เรียนกระบวนการขั้นตอนในการ ดำเนินการว่าถูกต้องตามข้อบังคับทุกประการ ผมและกรรมาธิการเสียงข้างมากก็รักษาสิทธิ ของเพื่อนสมาชิกทั้งที่เป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่สงวนความเห็น และท่านสมาชิกรัฐสภา ที่ขอสงวนคำแปรญัตตินะครับ ฉะนั้นขอให้ท่านตรวจสอบได้ทุกอย่างถูกต้องตามข้อบังคับ ทุกประการครับ

(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง ได้ยืนและยกมือ ขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

คุณหมอสุกิจเชิญครับ ประท้วงนะครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมไม่ได้กล่าวหานะครับท่านประธาน คณะกรรมาธิการว่ากรรมาธิการบกพร่อง ผมเพียงแต่บอกว่าท่านยอมรับแล้วว่ารายงานนี้ ไม่สมบูรณ์สมควรที่จะถอนออกไปก่อน เพราะว่าเราจะมาพิจารณารายงานที่ไม่ถูกต้อง ได้อย่างไรครับ เรื่องสำคัญของประเทศชาติครับ ผมถึงบอกว่านี่ท่านยอมรับเมื่อกี้ว่า เป็นรายงานที่ไม่สมบูรณ์ แล้วให้พวกเรามานั่งพิจารณากันหรือครับ รายงานที่ไม่สมบูรณ์ ท่านไม่ถอน ผมก็อยากจะให้ท่านประธานใช้อำนาจของท่าน ในเมื่อท่านเห็นแล้วว่า สมาชิกฝ่ายค้านหลาย ๆ ท่านได้พูดให้ท่านฟังแล้วว่าเขาแปรญัตติแล้ว แล้วก็ไม่มีปรากฏอยู่ เขาก็เสียโอกาสครับ เพราะฉะนั้นใช้เวลารออีกหน่อยหนึ่งเอาไปปรับปรุงก่อนแล้วเข้ามาใหม่ ผมว่าไม่ได้เสียหายอะไรเลยต่อประเทศชาติ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้ผมนั่งพิจารณาการแก้ไข รัฐธรรมนูญด้วยความไม่สบายใจจริง ๆ ครับ เพราะว่าการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการนั้น คงต้องเอาความจริงมาพูดในสภาแห่งนี้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบความเป็นจริง ท่านประธานครับ ก็คงจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์จริง ๆ นะครับว่าการพิจารณา ในการลงมติในเรื่องใด ๆ ของคณะกรรมาธิการ หรือของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภานั้น เมื่อมีการลงมติไปแล้วจะไม่มีการมาทบทวนหรือเรียกประชุมเพื่อมาลบล้างมติที่มีการ ลงมติไปแล้ว นี่ก็คงเป็นครั้งแรกในการทำงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้เป็นประเด็นแรก

ส่วนประเด็นที่ ๒ นั้น คงเอาความจริงมาพูดในสภาแห่งนี้ ผมเป็นผู้หนึ่ง ที่แปรญัตติ สงวนคำแปรญัตติไว้ แล้วแปรญัตติไว้ในหลายมาตรานะครับ ผมเข้าไปชี้แจง ในที่ประชุมหลายครั้งต้องเรียนตรง ๆ ว่าองค์ประชุมไม่ครบจริง ๆ ผมเข้าไปนั้นจะพบ ท่านประธานสามารถเป็นส่วนใหญ่แล้วก็ดอกเตอร์จารุพรรณจะนั่งอยู่ในที่ประชุมตลอด นี่ผมชื่นชมท่านนะครับ แต่จริง ๆ แล้วไม่ครบจริง ๆ อยู่กัน ๓-๔ คน แล้ววันนั้นมีท่านวัชระ ขอให้นับองค์ประชุม คือเป็นผู้แปรญัตติ ประธานเองได้ท้วงว่าท่านไม่มีสิทธิที่จะให้นับองค์ประชุม ถูกครับ แล้วท่านนิพนธ์ บุญญามณี ก็ขอให้นับ ท่านประธานเลยพักการประชุม หลังจากนั้น ผมเข้าไปอีกหลายครั้งเพื่ออยากจะชี้แจงในที่ประชุม ผมต้องเรียนว่าการทำงานของ คณะกรรมาธิการนั้นในกรณีมีผู้มาสงวนคำแปรญัตติ กรรมาธิการต้องอยู่ครบองค์ประชุมแล้ว เมื่อฟังแล้วไม่เห็นด้วยกับผู้แปรญัตติกรรมาธิการต้องชี้แจงกับผู้แปรญัตติว่ากรรมาธิการ ไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นขอให้คุณสงวนคำแปรญัตติไว้มาพูดอภิปรายในที่ประชุม

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ได้ยืน และยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านพิเชษฐ์ ประท้วงอะไรครับ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียนว่า

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านนิพนธ์มีผู้ประท้วงครับ ประท้วงอะไรครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงราย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง ในข้อบังคับรัฐสภา ข้อ ๕ (๔) ท่านประธานครับ ท่านให้ท่านสมาชิก ๒ ท่าน ลุกขึ้นมา ในฐานะประท้วง หรืออภิปราย หรือหารือ ผมไม่ทราบ แล้วที่บอกว่าไม่สมบูรณ์ก็พูดอยู่ อย่างนั้นละครับ วันนี้มันจะเข้ามาตรา ๒ แล้ว ท่านประธานต้องควบคุมการประชุมนะครับ แล้วให้เป็นไปตามระเบียบวาระ ใครแปรญัตติก็ให้เขาพูด ใครไม่ได้แปรญัตติก็ไม่ต้องให้พูด ถ้าประท้วง ประท้วงข้อไหนนะครับ ให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

พอดีผมก็ฟังว่าท่านผู้สงวนคำแปรญัตติ คือท่านธนาได้หารือ แล้วขณะนี้ เดี๋ยวนะครับ ท่านธนาอะไรครับ ผมขอวินิจฉัยก่อนนะครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

ท่านประธานวินิจฉัยก่อนใช่ไหมครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมกำลังฟังอยู่นะครับ ยังอยู่ในขั้น ของการหารืออยู่ เรายังไม่ได้เข้ามาตรา ๒ นะครับ ผมก็พยายามฟังอยู่ ตอนนี้ท่านนิพนธ์ ไม่อภิปรายนะครับ จะได้จบเร็วนะครับ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

คืออย่างนี้ครับ คงต้องเอาความจริงมาพูดกันในที่นี้ การทำงานนี่องค์ประชุมมันไม่ครบจริง ๆ มันไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องจริง ๆ เพราะฉะนั้นเมื่อเราจะพิจารณาเรื่องที่มันมีความไม่ถูกต้อง ไม่สมบูรณ์ ผมคิดว่าน่าจะมีปัญหา เพราะฉะนั้นผมอยากจะฝากไปยังท่านประธาน คณะกรรมาธิการและกรรมาธิการ ถ้าจะนำไปทบทวนอย่างไร ทบทวนให้ถูกต้องเถอะครับ ผมพร้อมที่จะร่วมมือในการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นจึงอยากจะฝากว่าอะไร ที่มันไม่ถูกต้องคือไม่ถูกต้อง แก้ให้ถูกต้องไม่ได้หรอกครับ ผมต้องเรียนตรงนี้ครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยวให้กรรมาธิการตอบนะครับ เชิญครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรรมาธิการ

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ วิชาญ มีนชัยนันท์ ในฐานะกรรมาธิการครับ ท่านประธานครับ ผมเองฟังตั้งแต่เริ่มที่จะเข้าสู่ การพิจารณาในส่วนของญัตติที่มีการพิจารณาเสร็จ ที่ได้รับมอบหมายจากทางรัฐสภา คือกรรมาธิการชุดของท่านสามารถ จนกระทั่งมาสู่มาตรา ๒ ซึ่งท่านเลขาธิการก็อ่านแล้วครับ และท่านประธานเองก็อนุญาตให้เพื่อนสมาชิก คือท่านธนา ขออนุญาตเอ่ยนามครับ พูดในลักษณะว่า อันนี้ไม่ถูก ไม่ชอบ ซึ่งจริง ๆ แล้วผมเรียนเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ ถ้าท่านบอกว่า ร่างดังกล่าวไม่สมบูรณ์ ไม่เหมาะสม ท่านต้องถามกรรมาธิการครับ กรรมาธิการจะได้ชี้แจง ทีนี้ท่านเพียงแต่บอกว่าในขณะที่พิจารณาองค์ประชุมครบ ไม่ครบ ท่านประธานครับ มีการนับองค์ประชุมตลอด นับทีไรก็ครบครับ ยอมรับไหมครับ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยครับ เพราะท่านเองก็เป็นผู้นับองค์ประชุม เมื่อนับแล้วก็ครบองค์ประชุม แต่ส่วนการชี้แจงในการแปรญัตติ ๑๗๐ กว่าท่านเขาก็ฝากมาแปรญัตติ บางท่านก็ใช้เวลาไปถึง ๓ ชั่วโมง แล้วการประชุมนอกจากการประชุมคณะกรรมาธิการแล้วที่เราได้รับมอบหมาย มันมีการประชุมที่นอกเหนือจากคณะกรรมาธิการชุดนี้ เพื่อนสมาชิกเองทั้งกรรมาธิการ ๔๕ ท่าน ก็เข้าออกเป็นเรื่องปกติเหมือนกับสภาแห่งนี้ ท่านประธานลองนับองค์ประชุมสิครับ พอนับองค์ประชุมกดออดเขาก็มาครบละครับ แต่ในคณะกรรมาธิการมันไม่มีออดให้กด ก็ต้องใช้วิธีการเรียกโดยอาศัยโทรศัพท์บ้าง เครื่องอิเล็กทรอนิกส์บ้าง หรือพักประชุมบ้าง เพราะว่ามันเดินไกล ไม่ใช่บอกว่านับองค์ประชุมต้องอยู่ครบตลอด ผมเรียนท่านประธาน ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเพื่อนสมาชิกด้วยกันครับ ถ้าท่านอยากจะให้การดำเนินการพิจารณาตรงนี้ติดขัดท่านก็ใช้วิธีการในพูดอ้างตรงโน้นตรงนี้ แต่ถ้าเมื่อไรท่านบอกว่าต้องการให้มันจบเร็วท่านก็ใช้วิธีการว่าปล่อยไป มันมีอยู่ ๒ ทางเลือก ตอนนี้ท่านกำลังเลือกวิธีการที่อยากจะให้การพิจารณานี้เป็นไปด้วยความล่าช้า ผมไม่อยากพูด หรอกครับ มีบางท่านเขาบอกว่าท่านประธานสามารถก็ทำหน้าที่ของท่านไป ท่านชวลิต ก็ทำหน้าที่ของท่านไปให้เร็ว ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งก็บอกว่าพยายามที่จะทำให้ล่าช้าที่สุด เพราะฉะนั้นวันนี้ในส่วนของรัฐสภาแห่งนี้ผมว่าทุกคนทราบครับว่าต่างคนต่างทำหน้าที่ แต่ในเมื่อหน้าที่ของแต่ละท่านเองที่จะต้องทำวันนี้มาสู่รัฐสภาแล้วซึ่งรัฐสภาเองจะเป็น ผู้พิจารณา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตว่าท่านประธานพยายามควบคุม

(นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านครับมีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตประท้วง ท่านวิชาญซึ่งกำลังอภิปรายใส่ร้ายกรรมาธิการเสียงข้างน้อยว่าทำหน้าที่คล้าย ๆ กับถ่วงเวลา ซึ่งความจริงไม่ใช่ การทำหน้าที่ของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนั้นก็เป็นการอภิปราย แล้วก็แสดงความคิดเห็นแล้วก็เป็นไปตามข้อบังคับทุกประการ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ ท่านวิชาญได้ถอนสิ่งที่ท่านวิชาญอภิปรายแล้วตีความหมายว่ากรรมาธิการเสียงข้างน้อย เป็นการทำงานในลักษณะการถ่วงเวลา ท่านประธานโปรดวินิจฉัยด้วยครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมว่าเราอภิปรายกันเรื่องนี้ ตั้งแต่เช้ามานี้ผมว่าทุกคนเข้าใจนะครับว่าอะไรเป็นอะไร ก็พูดกันนี่ละเรื่ององค์ประชุม องค์ประชุมก็ชี้กันไปชี้กันมา ตอนนี้ผมว่าเรามาถึงตรงนี้แล้วกรรมาธิการก็ชี้แจงว่า ได้ดำเนินการตามขั้นตอนถูกต้องหมดทุกอย่าง ผมขอดำเนินการประชุมต่อเลยนะครับ เชิญเลขาธิการรัฐสภา มาตรา ๒ ครับ ผมไม่อนุญาตแล้วครับ เดี๋ยวท่านรอตามวาระนะครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ รัฐสภา

มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและมีผู้แปรญัตติ ขอสงวนคำแปรญัตติ

(นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านเลขาธิการรัฐสภา เดี๋ยวครับ ท่านนิพิฏฐ์จะประท้วง เชิญครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมจำเป็นต้องยืนขึ้น ลุกขึ้นประท้วงท่านวิชาญและลุกขึ้นประท้วงท่านประธานด้วย ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ ๙๗ ท่านประธานอ่านตามนะครับ ข้อ ๙๗ วันนี้ เราเถียงกันเยอะครับว่ารายงานนี้ถูกต้องตามข้อบังคับหรือไม่ ผมจะไม่พูดถึงเรื่ององค์ประชุม แต่ผมกำลังพูดถึงข้อบังคับ ข้อ ๙๗ ท่านประธานอ่านสิครับ คือมันต้องจับกันอย่างนี้ แล้วเถียงกันอยู่ได้ ท่านประธานครับ ในมือของกระผมคือคำแปรญัตติที่ผมเสนอ ผมนี่เป็น กรรมาธิการ ท่านประธานสามารถบอกว่าคณะกรรมาธิการให้ยื่นคำแปรญัตติได้ภายในวันที่ ๕ เวลา ๑๖.๓๐ นาฬิกา ตรงกันนะครับ นี่คือคำแปรญัตติของกระผม ยื่นเวลาประมาณ ๑๕.๐๐ นาฬิกาของวันที่ ๕ ครับ แล้วอ่านดูข้อบังคับสิครับ ข้อบังคับรัฐสภา ข้อ ๙๗ เมื่อสักครู่นะครับ ในการแปรญัตติ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอ่านนะครับ เมื่อคณะกรรมาธิการได้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเสร็จแล้วให้เสนอ ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมนั้น โดยแสดงร่างเดิมและการแก้ไขเพิ่มเติมพร้อมทั้งรายงาน ต่อประธานรัฐสภา รายงานนั้นอย่างน้อยต้องระบุว่าได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมในมาตราใดบ้าง และถ้ามีการแปรญัตติ มติของคณะกรรมาธิการเกี่ยวด้วยคำแปรญัตตินั้นเป็นประการใด หรือตรงนี้ครับ หรือมีการสงวนคำแปรญัตติของผู้แปรญัตติ หรือมีการสงวนความเห็น ของกรรมาธิการก็ให้ระบุไว้ในรายงานด้วย ประโยคสุดท้ายนี้นะครับ ที่ผมกำลังประท้วง ท่านประธานและประท้วงคณะกรรมาธิการว่าให้ถอนออกไป ถ้าท่านคำนึงถึงความถูกต้อง ผมไม่อยากยืนขึ้นประท้วงเลย แต่ท่านวิชาญได้กรุณาพูดว่าสมาชิกกำลังทำเรื่อง ๒ เรื่อง คือ ๑. ทำให้เรื่องนี้ติดขัด ๒. ถ้าไม่อยากให้ทำติดขัดก็ปล่อย ๆ กันไป ผมติดใจครับว่า ท่านบอกว่าเรากำลังทำให้เรื่องนี้ติดขัด ท่านประธานครับ ในคำแปรญัตติของกระผมนะครับ ผมมีสำเนาอยู่ ไปดูสิครับในมาตรา ๒๙๑/๑ มีคำแปรญัตติของกระผมไหม ไม่มีครับ แล้วเมื่อไม่มี คำแปรญัตติของกระผมนี้เรากำลังทำผิดข้อบังคับ ข้อ ๙๗ มันต้องมีคำสงวนคำแปรญัตติ ของกระผมด้วย มันต้องจับเท็จกันอย่างนี้ครับ ถ้าผมแปรญัตติแล้ว ผมสงวนแล้วแล้วไม่มี มันขัดข้อบังคับ ไม่ขัดอย่างไรครับ ผมจะยื่นให้ท่านประธานครับว่าผมสงวนแล้วแล้วไม่มี ข้อความของกระผมอยู่ มันขัดข้อ ๙๗ เถียงกันอย่างนี้ครับ หาให้ผมสิครับในรายงานฉบับนี้ มันมีคำสงวนคำแปรญัตติของกระผมไหม ถ้าไม่มี เรากำลังฝ่าฝืนข้อบังคับ ข้อ ๙๗ ของรัฐสภา เอาสิครับ ประชุมต่อสิครับ แล้วผมจะยื่นให้ท่านประธานว่านี่คำสงวนคำแปรญัตติ ของกระผม แล้วไม่มีในร่างของคณะกรรมาธิการ ถอนไปเถอะครับ มันไม่มีทางออกหรอกครับ ถ้าไม่ถอนมันก็ฝ่าฝืนข้อบังคับ แล้วผมคิดว่าสมาชิกของรัฐสภาหลายท่านที่ยื่นคำแปรญัตติ แล้วไม่ได้ดูเรื่องของท่านก็ตกไปด้วย หยิบขึ้นมาดูสิครับ แล้วก็ต้องจับเท็จกันอย่างนี้ครับ ชี้ให้ผมดูสิครับ ถ้าท่านดำเนินการต่อไปนะครับ ขัดข้อบังคับ ข้อ ๙๗ ท่านประธานครับ ผมจบแค่นี้ครับ ผมจะยื่นให้ท่านประธานแล้วท่านประธานต้องชี้แจงเรื่องนี้กับกระผมครับ ขอบพระคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านธนาครับ เดี๋ยวนะครับ แป๊บหนึ่ง

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านสมาชิกกรรมาธิการเสียงข้างมากได้ลุกขึ้นมาชี้แจงแล้วก็พาดพิง ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานครับว่ากรรมาธิการเสียงข้างน้อยอย่างพวกผมไม่ประวิงเวลา หรอกครับ แต่ว่าขอให้ยึดอยู่บนหลักการ ความถูกต้อง ผมลุกขึ้นมาเรียนท่านประธานว่า สมาชิกรัฐสภา ๒ ท่าน คือท่านชำนิ ศักดิเศรษฐ์ และท่านเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ซึ่งขณะนี้ ตรวจสอบคำแปรญัตติของเขาที่ได้ยื่น นี่ครับ ท่านประธานครับ เขายื่นเมื่อวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ขอแปรญัตติในมาตรา ๒๙๑/๖ ให้ตัดข้อความเดิมแล้วเพิ่มข้อความใหม่ที่เขาได้ แปรญัตติไว้ ผมตรวจดูแล้วในรายงานคณะกรรมาธิการไม่มีรายชื่อของท่านชำนิ ศักดิเศรษฐ์ และคุณเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ซึ่งขัดต่อข้อบังคับ ข้อ ๙๖ ข้อ ๙๗ อย่างที่ท่านนิพิฏฐ์ได้กราบเรียน ผมเรียนท่านประธานครับว่าผมได้ยื่นคำแปรญัตติอันนี้ครับ ฉบับของผมครับท่านประธาน มีเจ้าหน้าที่ลงรับเอกสารเมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๕ ซึ่งในการตกลงของกรรมาธิการ พูดกันชัดครับว่าในการพิจารณาไปถ้ากรรมาธิการคนไหนอยากสงวนความเห็นก็พูดไว้ แต่ท้ายที่สุดให้ทำเป็นเอกสารมาและเอกสารนั้นถือเป็นที่สิ้นสุด สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าท่านเล่นประชุมแปรญัตติของสมาชิกในวันที่ ๕ จนกระทั่ง ๔ ทุ่มกว่า เจ้าหน้าที่ไม่มีเวลาละครับที่จะมารวบรวมผลการแปรญัตติกับรายงาน ล่าสุดของคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย หรือแม้กระทั่งสมาชิกที่เขาได้แปรญัตติไว้ เพราะท่านมีเวลาทำเพียงแค่ ๒-๓ ชั่วโมง ทำไมผมถึงบอก ๒-๓ ชั่วโมงครับ ก็เพราะว่า มีรายงานของประธานคณะกรรมาธิการ ท่านสามารถ แก้วมีชัย นี่นะครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านเอารายงานฉบับนี้นั่นหมายถึงว่ารายงานคณะกรรมาธิการเสร็จสิ้นแล้วในวันที่ ๖ ตอนเช้า ก็เพราะว่าว่าท่านเร่งรีบอย่างไรครับ ท่านรีบเร่งรัดอย่างไรครับ รีบทำรายงานอย่างไรครับ ว่าการที่ท่านยกขึ้นมากล่าวอ้างว่ามีสมาชิกแปรญัตติถึง ๑๗๒ ท่าน ท่านครับนั่นคือสิ่งดี ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เพราะสมาชิกรัฐสภาเขาเห็นความสำคัญเรื่องการแก้ไขบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญเขาถึงแปรญัตติ แต่ท่านไปมองเจตนาเขาเป็นอื่น สิ่งหนึ่งที่ท่านต้องทำก็คือ เมื่อมีผู้ขอแปรญัตติเยอะถึงขนาด ๑๗๒ ท่าน ท่านย่อมทราบดีว่าอาจจะมีการตกหล่น ผิดพลาดได้ การที่ท่านให้เจ้าหน้าที่รวบรวมรายงานของคณะกรรมาธิการเพียงไม่กี่ชั่วโมง แล้วเสนอสภา นั่นคือความผิดพลาดอย่างไรครับ และผมกราบเรียนท่านประธานตรงนี้ ประเด็นสำคัญครับ

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านธนามีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านประสิทธิ์ ไชยศรีษะ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมขอประท้วงผู้อภิปรายทำผิด กฎข้อบังคับ ข้อ ๔๓ อภิปรายวกวนซ้ำซาก ลุกขึ้นมาแต่ละคนก็พูดเรื่องเดิม ๆ อยู่นั่นละครับ ประชาชนเขาฟังอยู่เขารู้เรื่อง เกมแบบนี้มันเกมตื้น ๆ ท่านประธาน ผมก็ต้องขอประท้วง ท่านประธานทำผิดกฎข้อบังคับ ข้อ ๕ ท่านประธานวินิจฉัยไปแล้วว่าจะให้ดำเนินการ ในการประชุมไปแล้วจะให้เลขาธิการอ่านไปแล้ว ท่านประธานก็ยังปล่อยให้เขาลุกขึ้นมา อภิปรายพูดซ้ำซากเดิม ๆ ครับ ท่านประธานต้องยึดข้อบังคับเป็นสำคัญ ขอให้ท่านประธาน วินิจฉัยด้วยครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ท่านธนาสรุปครับ

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก ได้ยืน และยกมือขึ้น)

เชิญท่านคุณหมอวรงค์ครับ ประท้วงหรือครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ จังหวัดพิษณุโลก ผมประท้วงท่านผู้ประท้วงเมื่อสักครู่ครับ ซึ่งปกติ ผมคุ้นเคยกับเขาครับ ผมเรียกเขาว่า จ่าของผม ผมประท้วงจ่าของผมอีกรอบหนึ่งครับ ท่านประธาน ผมประท้วงในประโยคคำพูดที่ว่าเกมแบบนี้เป็นเกมตื้น ๆ เป็นการกล่าวหาใส่ร้าย แล้วก็เสียดสี ท่านประธานคงทราบขณะนี้เรากำลังเอาข้อบังคับมาสู้กัน เราดูตามข้อเท็จจริง เมื่อสักครู่ผมไปตรวจสอบเอกสารจากท่านนิพิฏฐ์ ท่านนิพิฏฐ์ก็ยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร ให้ผมได้ดู เนื่องจากว่าพวกผมคือคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานลองคิดดูครับ ขนาดกรรมาธิการด้วยกันยังตกหล่น นับประสาอะไรกับเพื่อนสมาชิก ดังนั้นท่านจ่านะครับ ท่านไม่เข้าใจข้อบังคับว่าขณะนี้เรากำลังดูข้อบังคับอย่างจริง ๆ จัง ๆ มิฉะนั้นแล้ว กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้มันจะมีปัญหา ผมขอให้ท่านสมาชิกท่านสักครู่ที่ประท้วง ถอนคำพูดนะครับ ถอนคำพูดว่า เกมแบบนี้เป็นเกมตื้น ๆ มันไม่ใช่เกมครับ มันเป็น ข้อเท็จจริงครับ ขอให้เขาถอนนะครับท่านประธาน ถอนประโยคที่ว่า เกมแบบนี้เกมตื้น ๆ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เกมตื้น ๆ คุณประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ว่าอย่างไร เกมตื้น ๆ ถอนไหม

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

ท่านประธานผมพูดผิดหรือครับ ผมประท้วงผู้อภิปรายและประท้วงท่านประธาน ตามกฎข้อบังคับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เกมตื้น ๆ ท่านหมายความว่า อย่างไร

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

เกมตื้น ๆ ก็เล่นเกมการเมืองแบบเดิม ๆ วนไปวนมาซ้ำซากตามข้อบังคับ ข้อ ๔๓ อย่างไรครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

คืออย่างนี้นะครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

หรือจะให้เปลี่ยนเป็นเกมลึก ๆ หรือครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เอาอย่างนี้ครับ อันนี้ไม่ใช่เกม เป็นเรื่องของการทำงานของรัฐสภา มันไม่มีการเล่นเกมเล่นอะไรนะครับ เกมไม่พูดได้ไหมครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

ได้ครับท่านประธาน แต่ถ้าสภาศักดิ์สิทธิ์ ท่านประธานศักดิ์สิทธิ์ ท่านประธานได้วินิจฉัยไปแล้ว และอนุญาตให้เลขาธิการลุกขึ้นอ่านไปแล้ว สุดท้ายก็ยาวอยู่อย่างนี้ ไม่ได้เดินไปถึงไหน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ไม่เป็นอะไร เดี๋ยวนิดเดียวเลย เดี๋ยวผมขอฟังเสียงวุฒิสมาชิกสักท่านหนึ่งนะครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

โอเคครับท่านประธานครับ ท่านเดียวนะครับท่านประธาน หลายท่านไม่ได้นะครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านวิเชียรครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม ธนา ชีรวินิจ ผมค้างอยู่ครับ เมื่อสักครู่นี้เขาประท้วงขณะที่ผมอภิปรายยังไม่จบครับท่านประธาน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

โอเคครับ เชิญครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

ผมเรียนท่านประธาน อันนี้เป็นประเด็น สำคัญนะครับ ท่านประธานครับ ในรายงานของคณะกรรมาธิการในมาตรา ๒ เขียนว่า มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ แล้ววรรคสอง นายธนา ชีรวินิจ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นายวรงค์ เดชกิจวิกรม นายวิรัตน์ กัลยาศิริ กรรมาธิการ ขอสงวนความเห็นแก้ไขความในมาตรา ๒ ดังนี้ แล้วก็ใส่ข้อความที่มีการแก้ไข ผมลุกขึ้นเรียนท่านประธานว่าผมไม่ได้สงวนความเห็นไว้เพราะผมได้ยื่นคำแปรญัตติของผม ครบถ้วนแล้วเมื่อวันที่ ๕ เมษายน แต่กรรมาธิการไม่ได้มีความรอบคอบตรวจสอบรายงาน การประชุมกับคำแปรญัตติของกระผมจึงใส่ข้อความนี้มา เพราะฉะนั้นเมื่อถึงมาตรา ๒ ท่านประธานครับจะมาอ่านว่าผมแปรญัตติไม่ได้ เพราะผมไม่ได้แปรญัตติ กรรมาธิการ ต้องนำเรื่องนี้กลับไปแก้ไขรายงานการประชุมใหม่ เพราะผมยังยืนยันสิทธิของผมว่าผมไม่ได้ แปรญัตติในมาตรา ๒ แล้ว ปรากฏตามรายงานคำแปรญัตติของผมฉบับวันที่ ๕ ที่ถืออยู่ในมือนี้ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ ท่านจะมาบอกว่าพอถึงชื่อผมให้ผมนั่งเฉย ๆ แล้วก็ผ่านไป ไม่ได้ครับ การประชุมรัฐสภาเป็นการประชุมที่จะต้องยึดถือกฎ กติกา และระเบียบข้อบังคับ เมื่อผมไม่ได้แปรญัตติ กรรมาธิการจะมาใส่ชื่อผมเป็นผู้ขอแปรญัตติไม่ได้ กรรมาธิการ ต้องกลับไปแก้ไขรายงานของคณะกรรมาธิการให้ตรงตามข้อเท็จจริง สอดคล้องกับสมาชิก เมื่อสักครู่ ๒-๓ ท่าน ที่คำแปรญัตติเขาตกหล่น ท่านต้องไปดำเนินการให้เขา ท่านจะลุกขึ้นมา แล้วบอกว่าขอแก้ไขตามที่ผมพูดไม่ได้ เพราะท่านประธานคนเดียวไม่ใช่องค์ประชุมของ คณะกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นผมเรียนท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการต้องนำเรื่องนี้ กลับไปแก้ไขให้ถูกต้องตรงกับข้อเท็จจริงแล้วถึงจะเข้าสู่สภาได้ ไม่อย่างนั้นขัดต่อข้อบังคับ ข้อ ๖๖ ข้อ ๙๖ และข้อ ๙๗ และขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญครับท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านวิเชียรครับ

นายวิเชียร คันฉ่อง สมาชิกวุฒิสภา ตรัง

กราบเรียนท่านประธาน และรัฐสภาที่เคารพ กระผม วิเชียร คันฉ่อง สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดตรัง ท่านประธานครับ ความจริงวันนี้ผมมาตามที่หมอนัดมาตรวจสุขภาพนะครับ บังเอิญเมื่อวานนี้เจอกับหมอสุกิจ ที่สนามบินก็เลยได้รู้ว่าวันนี้เป็นวันนัดประชุมสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตนะครับในฐานะที่ เคยอยู่สภามานานพอสมควร อยากจะให้ข้อสังเกตกับท่านประธานแล้วก็เพื่อนสมาชิกว่า ในระยะหลัง ๆ นี่รู้สึกว่ากฎข้อบังคับของเรามันเหมือนกับเขียนเอาไว้อย่างนั้นนะครับ ยกตัวอย่างเช่นข้อ ๑๒ ซึ่งอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานดังนี้ บอกว่าการนัดประชุม รัฐสภาต้องทำเป็นหนังสือเว้นแต่เมื่อได้บอกนัดในที่ประชุมแล้ว การนัดประชุมให้นัดล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า ๓ วัน โดยไม่นับรวมวันส่งหนังสือและวันประชุม แต่ถ้าท่านประธานรัฐสภา เห็นสมควรจะนัดเร็วกว่านั้นก็ได้ในกรณีเร่งด่วนแต่ต้องไม่น้อยกว่า ๑ วัน ผมอยู่ต่างจังหวัดนะครับ เอกสารที่เขาแจกที่นี่ไม่รับและไม่รู้นะครับ เพิ่งจะมาเห็นเอาวันนี้เอง เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ คือสิ่งหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานว่าทำอย่างไรที่จะเปิดโอกาสให้เพื่อนสมาชิก ที่อยู่ต่างจังหวัดมีโอกาสได้รับรู้รับเห็นก่อนที่จะมีการประชุม ไม่ใช่ว่าคิดจะตั้งใจว่าจะประชุม แล้วก็จะประชุม ประชุมกัน ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วกฎข้อบังคับนี่มันใช้ไม่ได้ มีอยู่คราวหนึ่ง ท่านประธานจำได้ไหมครับ เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคมปีที่แล้วเราพิจารณา ถ้าผมจำไม่ผิดก็คงจะ เกี่ยวกับเรื่องกฎหมายงบประมาณ ผมบันทึกเอาไว้อย่างนี้นะครับว่าในคืนวันที่ ๒๔ นี่มี ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ขอให้ปิดการประชุม อีกฝ่ายหนึ่งขอให้อภิปรายต่อไปนะครับ ปรากฏว่า ท่านประธานในที่ประชุมตอนนั้นไม่ใช่ท่านนะครับ ท่านสมศักดิ์ขอมติในที่ประชุมปรากฏว่า องค์ประชุมขอให้ปิดการประชุม แต่ในขณะเดียวกันปรากฏว่าการประชุมยังไม่เสร็จสิ้น ในที่สุดคืนวันที่ ๒๔ นั้นเองส่งแมสเซจ (Message) ถึงเพื่อนสมาชิกว่าให้มาประชุม ในวันรุ่งขึ้น ผมก็ได้รับแมสเซจเหมือนกันครับ แต่บังเอิญว่าที่จังหวัดตรังเขานัดเอาไว้ล่วงหน้า เพราะฉะนั้นผมก็ต้องกลับบ้าน เมื่อกลับบ้านนี่ผมต้องขาดประชุมใช่ไหมครับ เพราะปรากฏว่า ท่านประธานนี่ส่งแมสเซจ ไม่ได้นัดในที่ประชุม แต่ปรากฏว่าในที่ประชุมอาศัยมติยกเว้น ข้อบังคับไม่จำเป็นต้องใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๒ ที่ว่านี้ ท่านประธานลองมาคิดดูสิครับว่า ถ้าใช้วิธีการอย่างนี้ตลอดไป ผมว่าน่าจะไม่เหมาะสมกระมัง เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเป็นไปได้ ขอให้ทบทวนในเรื่องการบอกกล่าวระยะเวลาของการประชุมให้เป็นไปตามกฎข้อบังคับ นั่นคือประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ในเรื่องการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ขออนุญาต ที่จะกราบเรียนครับว่าผมได้รับหนังสือจากท่านกรรมาธิการว่าให้ไปชี้แจงคำขอแปรญัตติ แต่ท่านประธานลองมาคิดดูครับ ปรากฏว่าผู้แปรญัตติมีทั้งหมด ๑๗๘ ท่านครับ ถามว่า ใช้ระยะเวลา ๒ วัน คือวันที่ ๔ กับวันที่ ๕ มนุษย์มนาไหนมันจะทำทัน ผมก็เคยเป็นประธาน คณะกรรมาธิการรู้ครับว่าเวลามีการชี้แจง ใครไปชี้แจงเราต้องหักล้างข้อเท็จจริงกัน ต้องอาศัยเหตุอาศัยผล แต่ปรากฏว่าในกฎหมายรัฐธรรมนูญนี่ให้ผู้ชี้แจงไป ๑๗๐ กว่าคน ภายในระยะเวลา ๒ วันนี่มันทำไม่ทันครับ นี่คือสิ่งที่เราเห็นว่าพฤติกรรมเหล่านี้ ผมคิดว่า มันจะควรหรือไม่ เพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสำคัญยิ่ง ผมก็เลยขอถือโอกาส แสดงความคิดเห็นต่อท่านประธานเพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ ท่านครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญกรรมาธิการครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพครับ กระผม สามารถ แก้วมีชัย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ก็กราบเรียน ชี้แจงท่านสมาชิกผ่านทางท่านประธานนะครับ กรณีท่านนิพิฏฐ์ได้ยกข้อบังคับ ข้อ ๙๗ ก็กราบเรียนนะครับ ที่อยู่ในมือผมนี่ก็คือเอกสารของท่านนิพิฏฐ์และคณะ ซึ่งเราได้ทำไว้ก่อน ที่จะเปิดประชุมพิจารณาแล้ว เจ้าหน้าที่ได้มามอบให้ผมว่าจะขอแจกให้กับท่านสมาชิก ผมก็บอกว่าให้รอถึงมาตรา ๒๙๑/๑ จะขออนุญาตท่านประธานเพื่อแจกเป็นใบแทรก เพิ่มเติมให้กับท่านสมาชิก เพราะว่าตรงนี้ก็เป็นเอกสารที่เวลาเราทำงานธุรการมันอาจจะ ตกหล่น ผมไม่ได้มาพิมพ์เมื่อกี้นะครับ มีก่อนหน้าที่ท่านนิพิฏฐ์จะยกขึ้นมาแล้วนะครับ เพียงแต่ผมบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าอย่าเพิ่งแจก รอให้ท่านประธานอนุญาตเมื่อถึงมาตรานั้นก่อน ฉะนั้นก็ไม่ได้ตกหล่นหายไปไหน เช่นเดียวกับของท่านเจิมมาศและอีกหลาย ๆ ท่าน ท่านชำนิ ในส่วนของท่านนิพิฏฐ์ได้ยกประเด็นขึ้นมาก็จะมีมาตรา ๒๙๑ ของท่านนิพิฏฐ์ ของท่านวิรัช ร่มเย็น ของท่านอลงกรณ์ พลบุตร และท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ก็กราบเรียน ให้ทราบว่าไม่ได้หายไปไหนนะครับ เพียงแต่ว่าด้านธุรการอาจจะตกหล่นไปบ้างก็ต้องขอ เพื่อนสมาชิกว่าเนื่องจากมีผู้แปรญัตติเยอะ แล้วก็สงวนกันไว้มาก แต่ผมรับรองนะครับว่า จะรักษาสิทธิของเพื่อนสมาชิกที่สงวนคำแปรญัตติไว้ทุกท่านนะครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านนิพิฏฐ์ครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุง ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ จริง ๆ ผมกราบเรียนท่านประธาน ความจริงผมไม่อยากจะนำเรื่องนี้มาเป็นข้อประท้วงเลย นะครับว่ารายงานฉบับนี้มันไม่สมบูรณ์ แต่ว่าท่านวิชาญได้กรุณาพูดเลยเถิดไปว่ามีสมาชิก ส่วนหนึ่งกำลังทำให้การพิจารณาติดขัด ผมก็เลยต้องยืนขึ้นมาประท้วงว่ารายงานนี้ มันไม่สมบูรณ์จริง ๆ แล้วผมไม่ได้ใช้อารมณ์นะครับ สู้กันด้วยข้อเท็จจริงครับ ท่านครับ อย่าใช้สำนวนแบบท่านว่าติดขัด ปล่อยไป อันนี้ผมไม่เอา ผมบอกว่ารายงานนี้ไม่สมบูรณ์ แล้วผมบอกว่าไม่สมบูรณ์อย่างไร ผมบอกว่าไม่สมบูรณ์เพราะว่าขัดข้อบังคับ ข้อ ๙๗ เนื่องจากผมยื่นคำสงวนคำแปรญัตติแล้ว แล้วไม่มีในรายงาน ซึ่งข้อบังคับ ข้อ ๙๗ บอกว่า ต้องมีในรายงานด้วย เมื่อไม่มีก็คือขัดต่อข้อบังคับ ผมไม่อยากลุกขึ้นประท้วงเลยนะครับท่าน แต่ว่าท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมไปตรวจสอบตั้งแต่ตอนเช้าแล้ว แล้วเจ้าหน้าที่ก็บอกว่า มันผิดพลาดจริง ๆ ไม่มี ผมเลยปล่อยให้เจ้าหน้าที่เขาทำงานไป ผมรู้ตั้งแต่ตอนเช้าแล้วครับ และผมไม่อยากทักท้วงด้วย แต่ชี้ให้ท่านประธานเห็นว่าในกรณีอย่างนี้มันยังมีอยู่ เพราะฉะนั้นเราจะฝ่าฝืนข้อบังคับไม่ได้ ท่านยอมรับแล้วว่าในขณะนี้รายงานนี้มันไม่สมบูรณ์ มันต้องอยู่ในรายงานนะครับ เพราะฉะนั้นผมแนะนำท่านนะครับ ถ้าท่านต้องการทำให้เรื่องนี้ มันครบถ้วนกระบวนความ ท่านต้องพักการประชุมออกไป แล้วไปประชุมเรื่องของท่านสัก ๑๐ นาที ๑๕ นาทีแล้วมาประชุมใหม่ แล้วใส่ข้อสงวนคำแปรญัตติของผมไว้ในรายงานด้วย จะทำอย่างนี้ไม่ได้ ถ้าท่านขืนทำอย่างนี้เดี๋ยวผมมีข้อประท้วงท่านอีก แล้วการประชุม มันจะติดขัดอย่างที่ท่านว่านะครับ แต่ว่าทั้งหมดนี้สู้กันด้วยข้อเท็จจริงนะครับ ผมสู้ท่านด้วย ข้อเท็จจริง ถ้าท่านมีข้อเท็จจริง ท่านประธานครับ ฝากถึงท่านวิชาญ ถ้าท่านมีข้อเท็จจริง ที่เหนือกว่าผมยืนขึ้นแล้วบอกว่ารายงานของท่านสมบูรณ์ แต่ผมบอกว่าไม่สมบูรณ์เพราะ คำสงวนคำแปรญัตติของผมไม่มีและไม่อยู่ในรายงานซึ่งมันขัดกับข้อบังคับ เพราะฉะนั้น เรากำลังทำสิ่งซึ่งขัดกับข้อบังคับ รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ครับ อันนี้มันไม่ใช่ญัตติธรรมดา นะครับ มันไม่มีกฎหมายไหนที่มันใหญ่ ศักดิ์สิทธิ์เท่ากับรัฐธรรมนูญอีกแล้วครับ เรากำลัง ทำเล่น ๆ ครับ เราคิดว่าเรามีอำนาจ เราทำอะไรก็ได้ แม้กระทั่งรัฐธรรมนูญเราก็ทำอย่างนี้ได้ มันไม่สง่างามครับ ท่านอาจจะชนะจริงครับ แต่มันไม่สวยงามครับ ขอบพระคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ชี้แจงอีก เชิญครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรรมาธิการ

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ วิชาญ มีนชัยนันท์ กรรมาธิการ ด้วยความเคารพครับ ที่ท่านพูดนั้นถูกครับ แต่ที่ผมพูดนี้หมายถึงว่า ในเรื่องของประเด็นการให้ความร่วมมือ ด้วยความเคารพท่านนิพิฏฐ์ครับ ส่วนเรื่องประเด็น ที่ท่านสามารถชี้แจง เมื่อกี้ผมก็ลงไปดูครับ เอกสารทุกอย่างบางทีมันก็มาก แล้วไม่แปลกครับ ในที่ประชุมสภาหรือรัฐสภาเคยขออนุญาตท่านประธานนำเอกสารเพิ่มเติมนะครับ แต่ถ้า ท่านนิพิฏฐ์เองหรือหลายท่านก็บอกว่าจะให้ความร่วมมือกับในเรื่องของการพิจารณาตั้งแต่ อยู่ในกรรมาธิการท่านก็บอก ทีนี้เราก็ทำงานร่วมกัน ขอความกรุณาตรงนี้เลยครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านอาคมครับ เชิญครับ

นายอาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม อาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกรัฐสภาจากจังหวัดกระบี่ ผมขออนุญาต กราบเรียนกับท่านประธานโดยใช้เวลาเพียงเล็กน้อยนะครับ ท่านประธานครับ เราคงจำได้ เวลาเราพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ผู้แปรญัตติจะมีอยู่ทุกคน แล้วก็มีผู้สงวนคำแปรญัตติก็จะมีอยู่ในบันทึกตลอด เพราะว่านั่นเป็นเอกสารสำคัญ ทางราชการ ท่านประธานครับ นี่เป็นเอกสารของคณะกรรมาธิการ เป็นเอกสารรายงาน ต่อสภา วันหนึ่งข้างหน้าที่พวกข้างบนนั้น พวกข้างล่างนี้ตายหมด ลูกหลานเขาต้องขอ เอกสารนี้ดูได้นะครับ นี่เป็นเอกสารทางประวัติศาสตร์ว่าครั้งหนึ่ง นายสามารถ แก้วมีชัย เคยเป็นประธานคณะกรรมาธิการ และนำเอกสารนี้เข้ามาในสภา แล้วมันขัดต่อข้อบังคับ ข้อ ๙๗ ได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพ ด้วยความเคารพ ผมรู้จักกับท่านประธาน เป็นการส่วนตัว ในข้อ ๑๐ การประชุมรัฐสภาให้เป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๓๖ ของรัฐธรรมนูญ เห็นไหมครับ วันนี้เราทำตามข้อบัญญัติของรัฐธรรมนูญแล้วหรือยัง เขาบอกว่า ในกรณีที่แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ให้ใช้ข้อ ๙๗ ท่านนิพิฏฐ์พยายามจะบอกว่าข้อ ๙๗ สำคัญอย่างไร พี่น้องประชาชนทางบ้านไม่เข้าใจ ผมขออนุญาตอ่านแล้วผมจะนั่งลง แล้วให้ท่านวินิจฉัยว่าเราจะเดินหน้าต่อไปหรือพักการประชุม หรือว่าเลื่อนการประชุมไป เพื่อไปทำให้รายงานมันสมบูรณ์ ท่านประธานครับ ในข้อบัญญัติ ข้อ ๙๗ เขียนไว้ชัดเลยว่า ถ้ามีการแปรญัตติ มติของคณะกรรมาธิการเกี่ยวด้วยคำแปรญัตตินั้นเป็นประการใด หรือมีการสงวนคำแปรญัตติของผู้แปรญัตติ หรือมีการสงวนความเห็นของคณะกรรมาธิการ ก็ให้ระบุไว้ในรายงานด้วย เห็นไหมครับ เขาบัญญัติไว้ชัดเจนว่าผู้แปรญัตติที่ไปแปรญัตติ ต่อกรรมาธิการแล้วสู้กรรมาธิการไม่ได้ ต้องสงวนคำแปรญัตติมา แล้วต้องมีอยู่ในรายงาน ถามว่าทำไมต้องมีครับ เพื่อที่ผู้สงวนคำแปรญัตตินั้นจะได้มาให้เหตุผลในสภานี้เพื่อขอให้ สภานี้มีมติตามเขาหรือไม่ ถ้าไม่ตาม เห็นด้วยกับเสียงข้างมากก็โหวตแพ้ไป นี่คือหลักการ ของสภา ผมอยู่ในสภาแห่งนี้มา ๒๙ ปีครับท่านประธานครับ ผมไม่เคยเห็น วันนี้ผมจำเป็นจะต้อง ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่าด้วยความเคารพนะครับ อย่างไร ๆ รัฐธรรมนูญ ฉบับที่ท่านกำลังทำอยู่นี้ผมเชื่อว่ามันสามารถผ่านสภาได้อยู่แล้ว แต่ผมอยากจะขอให้ ท่านประธานอย่าบังคับขืนใจเกินไป ให้ทำตามข้อบังคับ แม้ว่าเสียงข้างน้อยเป็นเสียง ที่เราต้องยอมรับเสียงข้างมากแต่ต้องคำนึงถึงเสียงข้างน้อย วันนี้พวกผมมาต่อรองกับ ท่านประธานว่าให้เอารายงานนี้กลับไปทำมาใหม่ให้สมบูรณ์ จะ ๒ วัน ๓ วัน ๕ วัน สุดแล้วแต่ เพื่อรักษากติกาที่พวกเราช่วยกันร่างไว้และเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ต้องการ ให้สภานี้ศักดิ์สิทธิ์ครับท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านวิรัตน์ครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย กระผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่ขอให้ท่านประธาน ดำเนินการไปตามข้อ ๙๗ ซึ่งแปลว่าจะต้องมีการลงรายละเอียดเกี่ยวกับการแปรญัตติ หรือมีการแก้ไข ไม่มีการแก้ไข ท่านประธานครับ ผมคิดว่าในการประชุมคณะกรรมาธิการ แม้กฎหมายเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็มีการบันทึกชวเลข อันนี้แน่นอนครับมีการบันทึกชวเลขแน่นอน ท่านประธานจะกรุณาพักประชุมแล้วก็ให้เจ้าหน้าที่เอาชวเลขมาดูนะครับ ตั้งคณะสอบทาน ตรวจสอบแล้วก็รายงานในส่วนใดไม่ถูกต้องจะได้ปรับ ผมว่ามันอยู่บนพื้นฐานของความจริง ของข้อเท็จจริง ของวิธีปฏิบัติครบถ้วนนะครับ เพราะถ้าเป็นอย่างนี้ได้การประชุมก็จะได้ เดินหน้าครับท่านประธานครับ ชวเลขมีแน่นอน เพราะฉะนั้นท่านประธานพักประชุม สั่งเอาชวเลขมา งานการประชุมก็จะได้เดินหน้าได้แต่ต้องตรวจสอบก่อน สอบทานก่อนครับ ท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านสุนัย

นายสุนัย จุลพงศธร กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกรัฐสภา ในฐานะกรรมาธิการ ต้องกราบขอบพระคุณ ที่ท่านประธานได้ดำเนินการประชุมได้ดีมากตามข้อ ๕ ซึ่งขณะนี้เราอยู่ในวาระของ การพิจารณามาตรา ๒ ท่านประธานครับ ต้องขอประทานโทษท่านประธานที่อาจจะต้อง นำเหตุการณ์สักเล็กน้อยในห้องคณะกรรมาธิการมากราบเรียนต่อท่านประธานในที่นี้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกัน สิ่งที่ท่านประธานเห็นอยู่นี้เป็นบรรยากาศในห้องประชุม คณะกรรมาธิการ มีลักษณะละเอียดรอบคอบทุกขั้นตอน ท่านประธานครับ มีการท้วงติง มีการเสนอนับองค์ประชุมในห้องคณะกรรมาธิการ มีกระบวนการแปรญัตติที่กล่าวยาวนาน ทั้งหมดนี้ท่านประธานครับ ผมคิดว่าต้องกราบขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกฝ่ายค้าน ผมคิดว่า เราไม่ได้ละเลยเสียงข้างน้อยเลยครับ อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานรัฐสภาว่า ท่านประธานสามารถได้ให้โอกาสมากจริง ๆ ในห้องประชุม จนกระทั่งจบเรียบร้อยถึงขณะนี้ แต่แน่นอนครับในบางสิ่งบางอย่างก็มีอย่างที่กราบเรียนถึงเอกสารแทรก อันนี้ก็ต้อง กราบขอบพระคุณท่านนิพิฏฐ์นะครับ ท่านก็เป็นสมาชิกรัฐสภามายาวนาน ท่านก็เป็น กรรมาธิการ ท่านก็ไม่ได้ติดใจอะไร ผมเห็นว่าเหมาะสมแล้วครับท่านประธานครับน่าจะ เดินต่อไปนะครับ มาตรา ๒ ครับ ขอบพระคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ครับ

นายสุทัศน์ เงินหมื่น กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมค่อนข้างกังวลว่า ถ้าหากท่านประธานไม่ถอนรายงานนี้ไปปรับปรุงใหม่นั้น เราจะเดินหน้าไปสู่ทางตัน หากมีการยื่นให้ตีความ หรือให้วินิจฉัยต่อองค์กรที่มีอำนาจ แทนที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเสร็จสิ้น โดยเร็วกลับจะต้องล่าช้า กระผมได้ท้วงตั้งแต่วาระแรกที่มีการประชุมถึงการไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๗ (๔) แล้วก็มาท้วงในเรื่องการไม่ครบองค์ประชุมของบรรดาสมาชิกในขณะที่ มีการแปรญัตติ ผมคิดว่าประเด็นเรื่องครบ ไม่ครบองค์ประชุมนั้น ชวเลขมี การถ่ายวิดีโอ (Video) ไว้ในห้องประชุม มี สามารถตรวจสอบได้ ซึ่งถ้าจะให้ชัดเจนต้องตรวจสอบ เพราะหากว่าไม่ครบองค์ประชุมระหว่างการประชุมชี้แจงการแปรญัตตินั้นย่อมไม่ชอบ ด้วยกฎหมายแน่นอน ไม่ชอบด้วยข้อบังคับอย่างแน่นอน รวมทั้งการที่ส่งรายงานมาบกพร่อง ซึ่งการส่งรายงานมานั้นข้อบังคับ ข้อ ๙๗ ระบุไว้ชัดเจนว่าถ้ามีการแปรญัตติมติของ คณะกรรมาธิการ เกี่ยวด้วยกับคำแปรญัตตินั้นเป็นประการใด หรือมีการสงวนคำแปรญัตติ ของผู้แปรญัตติใด หรือมีการสงวนความเห็นของกรรมาธิการก็ให้ระบุไว้ในรายงาน ในรายงานที่ส่งมานั้นไม่ได้มีข้อความเหล่านี้ไว้ชัดเจน ส่วนข้อบกพร่องที่จำเป็นต้องส่ง ใบแทรกมานั้น กระผมเห็นว่าอยู่ ๆ จะส่งใบแทรกมาไม่ได้ เพราะเมื่อเป็นการแปรญัตติ ของสมาชิก และของกรรมาธิการเสียงข้างน้อย คณะกรรมาธิการจะต้องมีการประชุม เพื่อพิจารณาญัตติ คำแปรญัตติดังกล่าวนั้น และมีความเห็นว่าเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย ประการใด เพราะฉะนั้นการส่งใบแทรกมาเมื่อสักครู่นี้ไม่ชอบด้วยข้อบังคับ ไม่ชอบด้วยธรรมเนียม ประเพณีใด ๆ ทั้งสิ้น กระผมได้เคยท้วงท่านประธาน ขอประทานโทษท่านประธานสามารถ ในขณะที่มีการชี้แจงคำแปรญัตติของท่านสมชาย แสวงการ ท่านชี้แจงคำแปรญัตติ ซึ่งสอดคล้องกับแนวความคิดของผม และเพื่อนสมาชิกหลายท่านสอดคล้องกัน รวมทั้ง สอดคล้องกับแนวความคิดของภาคประชาชน โดยเฉพาะคุณธิดา ถาวรเศรษฐ ซึ่งเสนอให้ มีการเพิ่มจำนวนสมาชิก สสร. มาจากการเลือกตั้งจากประชาชนทั้งหมด ซึ่งกรรมาธิการส่วนหนึ่ง เห็นชอบด้วยในร่างดังกล่าวนั้น ก็อยากจะแสดงความเห็นประกอบ แต่ท่านสามารถท่านก็เร่ง ที่จะบอกว่าไม่เป็นอะไรเรารับฟังแล้ว เราก็มาพิจารณากันทีหลัง แต่มาพิจารณากันทีหลังนี้ ผมไม่แน่ใจว่าได้มีการพิจารณากันเมื่อไร ตรงนี้เองครับกระผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่า โดยเหตุผลที่มันมีข้อบกพร่องทั้งหลายเป็นลำดับมา จนกระทั่งมายอมรับความจริงกันว่า บกพร่องในเรื่องใบแทรกของท่านนิพิฏฐ์ และของเพื่อนสมาชิก ท่านชำนิ และอีกหลายท่าน ต้องส่งเข้ามาในห้องประชุมวันนี้นั้น เป็นข้อบกพร่องซึ่งไม่ชอบด้วยข้อบังคับ กระผมจึงเห็นว่า ควรจะถอนร่างนี้ไป ประชุมกันใหม่แล้วเอากลับเข้ามาครับ กระผมพร้อมที่จะร่วมมือในการ แก้ไขรัฐธรรมนูญ เวลาไม่จำเป็นครับ อย่างไร ๆ ท่านก็ขยายเวลาการประชุมออกไปแล้ว จะขยายออกไปอีกเมื่อไรก็ได้ ถอนไปก่อนเถอะครับ แล้วเอากลับเข้ามาใหม่ให้สมบูรณ์ อย่าให้ร่างรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายแม่บทสำคัญของประเทศออกไปแบบด่างพร้อยเช่นนี้ครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านไพจิตครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมนี่เป็น กรรมาธิการกับคณะที่อยู่ข้างบนด้วยครับ ท่านประธานครับ แล้วก็อยู่กับคณะซีกที่เป็น เสียงข้างน้อย ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าขณะที่พิจารณากันตั้งแต่ช่วงต้นมา จนถึงเกือบจะเที่ยงคืนของวันที่ ๕ ทุกคนพูดตรงกันนะครับ พูดอย่างไรครับท่านประธานว่า การดำเนินการการประชุมทั้งหมดชอบตามข้อบังคับทุกประการ แล้วก็ทราบว่าจะต้องมีการสรุป ตรวจสอบ ทบทวนรายงานทั้งหมดด้วยคณะกรรมาธิการเต็มคณะทุกท่านนะครับ ผมยังได้ยินว่าชื่อผู้สงวนคำแปรญัตติที่เห็นอยู่ในวันนี้นะครับท่านประธานครับ ก็มีครบอยู่แล้ว มีข้อเสนอของกรรมาธิการของเสียงข้างน้อยบอกว่าจะต้องส่งเป็นเอกสารก็ชอบที่จะให้ส่งได้ นี่เป็นความใจกว้างที่ต้องการทำให้เกิดการผ่อนสั้นผ่อนยาว อยากให้เป็นข้อยุติร่วมกัน บรรยากาศดีมากนะครับท่านประธาน วันสุดท้ายการพิจารณาครั้งสุดท้ายดีจริง ๆ ผมกลับมาเห็น วันนี้ทำไมมันเป็นแบบนี้ วันที่พิจารณาบอกว่าใบแทรกอะไรที่จะต้องเข้าไปนี่ ก็ยินดี เข้ามาได้เลย นี่หูผมได้ยินอย่างนี้จากปากของเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่กันมา ๒๐ กว่าปี ผมได้ยิน ผมก็ยังเชื่อว่าบรรยากาศแบบนี้ยังครบเป็นไปตามเจตนาทุกประการ ชื่อกรรมาธิการที่ขอสงวน ผมอ่านดูที่ท่านดูนี่ก็เห็นครบเพียงแต่เนื้อหาบางเรื่องที่ท่านมาใส่ในใบแทรกบอกตรงนี้ จะเปลี่ยนแล้ว จะเปลี่ยนโพยออกแล้วนะครับหลังจากที่บอกว่าเป็น ๙๐ วันบ้าง ๖๐ วันบ้าง ๓๐ วันบ้าง แตกต่างกันในเรื่องผลบังคับของพระราชบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกไป ผลบังคับตั้งแต่เมื่อไร แรก ๆ ก็มาเป็นทีมแบบนี้ แต่ว่าพอมีรายละเอียดอาจจะต่างกันโดยนัย ท่านประธานครับ ผมเห็นว่าขณะนี้เรามาถึงท่านประธานได้ดำเนินการตามข้อบังคับถูกต้อง ซึ่งก็แปลว่าขึ้นมาตรา ๒ ท่านเลขาธิการอ่านไปแล้ว สุดแล้วนะครับไม่มีการแก้ไข เพียงแต่ ขอไปเอากรรมาธิการขอสงวน วันนี้ก็จะบอกว่าให้ขอมาพิจารณาทบทวนเอาไป เอากลับคืนไปใหม่ ผมขอให้ท่านประธานได้กรุณาได้ดำเนินการตามข้อบังคับการประชุม คือมาตรา ๒ ต่อไป โดยนัยแบบนี้ แล้วมีความเห็นที่ไม่ได้เป็นญัตติไม่ได้เป็นคำร้องขออย่างอื่นนะครับ ฝ่ายขอปรึกษาก็ขอปรึกษานะครับ แต่เมื่อได้ฟังเหตุฟังผลกระผมก็อยู่กับสภามา กับคณะ อาจจะน้อยกว่าบางท่านเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อยู่นานนะครับ แล้วก็บอกด้วยว่านักการเมือง เวลาอยู่ในสถานะแบบใด เวลาเข้ามาอยู่ในท่ามกลางพี่น้องประชาชนก็ควรที่จะคงหลักการ ยืนตามที่ได้หารือให้คำมั่นต่อกันในการประชุมคณะกรรมาธิการอย่างไรก็อย่างนั้นนะครับ ท่านประธานครับ ขอให้ดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไปครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยวขอฟังเสียงท่านวิปฝ่ายค้าน ท่านจุรินทร์ครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานครับว่าความจริงข้อบกพร่องหลายประการที่พวกเรา ได้พูดกันมาตั้งแต่เช้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขององค์ประชุมหรือว่าเป็นเรื่องของการที่รายงาน ซึ่งถือว่าเป็นเอกสารที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของการที่จะใช้ในการพิจารณาวาระที่เรากำลัง พูดกันอยู่นี้ ขาดตกชื่อของผู้แปรญัตติหลายท่าน รวมทั้งตัวกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นไว้ด้วยนี่ เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น แต่ว่าทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้มีเฉพาะประเด็นปัญหานี้ครับ ยังมีประเด็น ปัญหาอื่นเพิ่มเติมถึงกรณีรายละเอียดที่ระบุไว้ในเอกสารฉบับนี้ผิดพลาดอย่างมีนัยสำคัญ อีกบางประการ และขัดข้อบังคับ ข้อ ๙๗ อย่างที่พวกเราได้กราบเรียน ที่กระผมขออนุญาต เรียนเป็นข้อมูลกับท่านประธานก็คือว่าถ้ากรรมาธิการจะไปดูในมาตรา ๒๙๑/๓ ซึ่งระบุไว้ ในเรื่องของบุคคลที่มีลักษณะดังต่อไปนี้เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งร่างเดิมของรัฐบาลนั้นได้ระบุว่า (๑) เป็นบุคคล ซึ่งมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา ๑๐๒ (๑) (๒) (๓) (๔) แล้วก็ข้าม (๕) ไป ไปเป็น (๖) (๗) (๙) (๑๒) (๑๓) หรือ (๑๔) ซึ่งเพื่อนสมาชิก หลายท่านได้ขอแปรญัตติให้เติม (๕) เข้าไปในคุณสมบัติด้วยว่า เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุก โดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึง ๕ ปี ในวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ ก็จะต้องห้ามสมัครเป็นสมาชิก สสร. ด้วย แต่ปรากฏว่าต่อมาผมเข้าใจว่ากรรมาธิการได้ไปปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปตามนี้แล้ว นั่นก็คือ เพิ่มคุณสมบัติ ตัดคุณสมบัติข้อนี้ทิ้งไป ก็คือถ้าติดคุกมาไม่เกิน ๕ ปีก็จะไม่สามารถที่จะสมัคร สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญได้ แต่ปรากฏว่าในเอกสารฉบับนี้กลับมีรายละเอียดที่ตรงกันข้าม นั่นก็คือได้ระบุไว้ว่าคณะกรรมาธิการไม่เห็นด้วยกับคำแปรญัตติ ซึ่งความจริงพอผมไป ตรวจสอบในรายละเอียดของเอกสารและพบว่ากรรมาธิการเห็นด้วยกับการสงวนคำแปรญัตติ เพราะฉะนั้นถ้าเห็นด้วยก็ต้องไม่ระบุไว้ในเอกสารฉบับนี้ว่ากรรมาธิการไม่เห็นด้วย

(นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านจุรินทร์ มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ขอประท้วง ท่านผู้อภิปรายและขอประทานโทษท่านจริง ๆ ครับ ท่านประธานวิปของฝ่ายค้าน ตอนนี้ เราพูดกันถึงมาตรา ๒ ในวาระของแปรญัตติรายมาตรา ถ้าจะพูดถึง ขณะนี้มาตรา ๒ ไม่มีข้อผิดพลาดอะไรเลย ผมอยากจะให้ท่านประธานเดินตามวาระไป ส่วนท่านจุรินทร์คิดว่า ยังมีปัญหาอะไรต่าง ๆ อย่างที่ท่านติดอกติดใจ ให้ผ่านไปสักอีกมาตราได้ไหมครับ เพื่อให้ ประชาชนข้างนอกเห็นว่านี่ไม่ใช่การยื้อกันเลยครับ เราเรียงตามมาตราไปอย่างนี้ได้ไหมครับ ท่านประธานครับ ผมขอเสนออีกทีครับท่านประธานครับ ให้ท่านเดินตามวาระเลยครับ มันถึงมาตรา ๒ แล้วไม่มีข้อผิดพลาดอะไร แล้วก็ไม่มีใครท้วงติงอะไรในมาตรา ๒ ครับ ไปสักมาตราหนึ่งก่อนได้ไหมครับ เพื่อจะได้ให้ประชาชนข้างนอกเห็นว่าเราตั้งใจจริง ที่จะสมานสามัคคีกันในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ

(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง ได้ยืน และยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

กรรมาธิการมีอะไรไหมครับ ท่านประท้วงอะไรครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ขณะนี้ท่านประธานวิปฝ่ายค้านกำลังหารือกับ ท่านประธานอยู่ ผมคิดว่ายังไม่เสร็จสิ้นกระบวนความครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอโทษครับ เชิญท่านจุรินทร์ครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเข้าใจอย่างที่เพื่อนสมาชิกทักท้วงเมื่อสักครู่ แต่ว่าขณะนี้ เรากำลังพูดกันในประเด็นที่ว่าเอกสารสำคัญของกรรมาธิการมีข้อบกพร่องหลายประการ สมควรที่จะได้นำกลับไปทบทวนปรับปรุงแก้ไขให้เรียบร้อย จึงนำกลับมาให้รัฐสภาพิจารณา กระผมจึงลุกขึ้นกราบเรียนกับท่านประธานว่า ความผิดพลาดไม่ได้เกิดเฉพาะประเด็นรายชื่อ ผู้แปรญัตติตกหล่นเท่านั้น แต่แม้แต่เมื่อหามติของกรรมาธิการก็ผิดพลาด ดังเช่นที่ระบุไว้ ในมาตรา ๒๙๑/๓ ซึ่งกรรมาธิการเห็นด้วยกับผู้แปรญัตติ แต่ปรากฏว่าในเอกสารระบุว่า ผู้แปรญัตติทั้ง ๗๐ ท่านมีรายชื่อครบถ้วน รวมชื่อกระผมเองด้วยระบุว่ากรรมาธิการไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นผู้สงวน ๗๐ ท่านจึงขอแปรญัตติ ซึ่งมันไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะความเป็น จริงกรรมาธิการได้เห็นด้วยแล้ว ซึ่งอันนี้ก็แสดงให้เห็นอีกประเด็นหนึ่งว่าเอกสารชิ้นนี้ มีข้อบกพร่องมากมายหลายประการ สมควรนำไปปรับปรุงแก้ไขให้เรียบร้อย จึงนำกลับมาสู่ ที่ประชุมรัฐสภาอีกครั้งหนึ่ง อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ยืนยันครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญกรรมาธิการครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพครับ กระผม สามารถ แก้วมีชัย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ก็กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาว่า เรื่องเอกสารในรายงานที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้ตั้งข้อสังเกตว่า ยังมีความบกพร่อง ก็อยากกราบเรียนนะครับ เอกสารทั้งหมดมีอยู่ ๓๔๙ หน้า ฉบับที่ กรรมาธิการได้ตรวจสอบนี่นะครับทุกอย่างก็ครบถ้วนสมบูรณ์ แต่ในงานธุรการจัดพิมพ์ เข้าเล่มนี่นะครับ บางหน้าอาจจะหลุดหายไป ซึ่งมีทั้งหมดอยู่ ๓ หน้า กรรมาธิการอยากจะกราบเรียนท่านประธานรัฐสภานะครับ จะขออนุญาตแจกเอกสาร ๓ หน้า ที่หายไปจากรายงานให้กับท่านสมาชิกเพื่อประกอบการพิจารณาโดยกรรมาธิการขอยืนยัน นะครับว่ากรรมาธิการจะรักษาสิทธิของท่านสมาชิกรัฐสภาที่สงวนคำแปรญัตติไว้ทุกท่านนะครับ เรามีเอกสารที่ไม่ครบถ้วนอยู่เพียง ๓ หน้า เนื่องจากงานธุรการที่จัดพิมพ์เข้าหน้านะครับ เพราะว่าเอกสารทั้งหมดมี ๓๔๙ หน้า ท่านประธานจะสังเกตนะครับว่าในรายงานเบื้องต้น ที่มีรายชื่อผู้แปรญัตติจะมีครบทุกรายชื่อ ๑๗๘ รายชื่อ เพียงแต่ว่าเอกสารขณะที่เข้าเล่ม อาจจะหายไป ฉะนั้นก็ขอได้แจกเพิ่มเติมให้กับเพื่อนสมาชิกรัฐสภาด้วยครับ ซึ่งได้เตรียมไว้ พร้อมแล้ว ขออนุญาตท่านประธานเพื่อแจกครับ

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก ได้ยืน และยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ แจกได้ เดี๋ยวนะครับ ท่านคุณหมอวรงค์ ประท้วง ใช่ไหมครับ เชิญครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมประท้วงท่านประธาน คณะกรรมาธิการครับ เพราะว่าประเด็นที่ท่านตอบกับประเด็นท่านประธานวิปฝ่ายค้าน คือท่านจุรินทร์ซักถามหรืออภิปรายไปมันคนละประเด็นครับ ท่านพูดถึงเรื่องประเด็นเอกสาร ตกหล่น อันนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ประเด็นที่ท่านจุรินทร์พูดถึงคือเอกสารหน้าที่ ๘๕ พอดีเมื่อสักครู่ท่านประธานวิปไม่ได้บอกว่าให้เปิดเอกสารหน้า ๘๕ ท่านอาจจะตามไม่ทัน กำลังจะสะท้อนให้เห็นว่าความบกพร่องของรายงานฉบับนี้ไม่ใช่เป็นเพียงแต่ว่ารายชื่อตกหล่น หรือเอกสารตกหล่น เพียงแต่ว่าการพิมพ์ข้อความก็ทำให้สื่อความหมายผิด เพราะว่า ตามรายงานหน้า ๘๕ รายงานจะต้องพิมพ์ข้อความว่าคณะกรรมาธิการเห็นด้วย ต้องพิมพ์อย่างนี้ว่า คณะกรรมาธิการเห็นด้วย เพราะว่ากรรมาธิการเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกที่แปรญัตติ แต่ปรากฏว่าในนี้กลับมาพิมพ์ว่ากรรมาธิการไม่เห็นด้วย ผู้แปรญัตติขอสงวน ซึ่งข้อเท็จจริง ไม่ใช่ กรรมาธิการท่านเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิก ๗๐ กว่าท่าน แต่เวลาในนี้พิมพ์บอกว่า กรรมาธิการไม่เห็นด้วย ท่านประธานจึงต้องการสะท้อนว่ารายงานมันบกพร่องมาก ทั้งจำนวนคน ทั้งเอกสารจำนวนมาก และสาระที่เป็นสาระสำคัญ จึงขออนุญาตเรียนให้กับ ท่านประธานสามารถได้เข้าใจประเด็นเหล่านี้ครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพครับ กระผม สามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการ ก็กราบเรียนท่านสมาชิก นะครับ เมื่อสักครู่ผมได้เรียนขออนุญาตท่านประธานรัฐสภาในการแจกเอกสารเพิ่มเติม ในส่วนที่การเข้าเล่มตกหล่นไปซึ่งท่านประธานรัฐสภาก็อนุญาตแล้ว ส่วนประเด็นของ ท่านจุรินทร์นี่นะครับ ในมาตรา ๒๙๑/๓ ที่มีเพื่อนกรรมาธิการได้ขอแปรญัตติโดยเฉพาะ อย่างยิ่งใน (๑) ที่ให้เติมเรื่องของ (๕) เข้าไป ซึ่งกรรมาธิการก็เห็นด้วยเฉพาะเรื่องการเติม (๕) ส่วนประเด็นอื่น ๆ ที่ท่านได้ขอแปรญัตติมากรรมาธิการไม่เห็นด้วย ท่านก็สงวนไว้ ซึ่งมันมีหลากหลาย ไม่ใช่เฉพาะ (๕) อย่างเดียวครับ ท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญคุณหมอวรงค์

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมถึงพยายามย้ำให้เห็นว่า วันนี้แม้แต่ท่านประธานสามารถเองท่านก็เบลอ ไม่ใช่ว่ารายงานฉบับนี้มันเบลอเท่านั้นครับ ตัวท่านประธานเองท่านก็ไม่เข้าใจ คือขณะนี้เรากำลังต้องการจะสื่อกับท่านประธานสามารถว่า สาระที่ท่านพิมพ์มามันก็ผิด ท่านเข้าใจไหมครับ ผมกำลังจะย้ำว่าสาระที่เจ้าหน้าที่พิมพ์มา รายงานฉบับนี้มันสาระโดยหลักมันผิดไปเลย ท่านควรจะต้องพิมพ์สาระว่าคณะกรรมาธิการ เห็นด้วย ท่านต้องพิมพ์อย่างนี้ เพราะเพื่อนสมาชิกแปรญัตติเข้ามาแล้วใน (๕) ท่านพร้อมที่จะ เติมเข้ามา เมื่อเวลาท่านเติมเข้ามาท่านก็ต้องพิมพ์ว่าคณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วย ก็คือจบไป แต่ปรากฏว่าในหน้า ๘๕ ท่านพิมพ์คำว่า กรรมาธิการไม่เห็นด้วย มันจึงเป็น ความผิดพลาดในสาระที่เป็นสำคัญครับ ท่านประธานครับ ซึ่งท่านประธานสามารถก็ไม่เข้าใจ มันถึงสะท้อนว่าวันนี้รายงานมันเร็วมาก เร่งรีบมาก จึงเกิดความบกพร่องเยอะท่านประธาน ถ้าเป็นเป็นไปได้เอากลับไปทบทวนใหม่อีกทีจะดีกว่าครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านเจือครับ

นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมเข้าร่วมประชุมตั้งแต่เช้า ท่านประธานคนก่อน ท่านก็พยายามจะรวบรัดแล้วก็ลุกลี้ลุกลนกันมาตลอดเวลา แต่ว่าประธานคนก่อนก็ยังสั่งให้ พักการประชุมไป ๒ ครั้ง ท่านประธานครับ ลุกลี้ลุกลนรวบรัดก็พอทำใจได้ แต่ว่าขณะนี้ กรรมาธิการทำผิดข้อบังคับ ซึ่งทำให้ผู้แปรญัตติไม่มี แล้วมีใบปลิวออกมา ๒ ใบ กฎหมาย รัฐธรรมนูญนะครับท่านประธานครับ ไม่ใช่เอาใบปลิวตอนไหนมาแจกก็ได้ ท่านประธานรัฐสภา ไม่ทราบฟังผมอยู่หรือเปล่าครับ ท่านประธานครับ ผมกำลังจะเรียนกับท่านประธานว่า ขณะนี้เรามีใบปลิวอยู่ ๒ ใบ ใบปลิวนี้มันจะเป็นหลักฐานยืนยันอย่างไรได้นะครับท่าน ไม่ใช่ว่า สมาชิกรัฐสภาท่านใดบอกว่าของผมตกไป ท่านก็มีมาใบหนึ่ง ท่านธนา ท่านนิพิฏฐ์ชี้แจง ท่านก็มีมาใบหนึ่ง ท่าน ส.ว. สมชาย เมื่อเช้าท่านบอกว่าของท่านก็ตกไป แล้วมันอยู่ใบไหนละครับ ยังเหลืออีกใบไหมครับ คือผมคิดว่าสภาเราทำไมลุกลี้ลุกลนถึงขนาดนี้ เมื่อเช้ากรรมาธิการ ท่านหนึ่งพูดว่าเหมือนเราจะเป็นเด็กเล่น จริง ๆ ผมไม่อยากใช้คำนั้น แต่ว่าขณะนี้เรากำลัง เดินไปแบบนั้นจริง ๆ ครับ เพื่อการทำหน้าที่ของประธานรัฐสภาให้มันเป็นมาตรฐาน ท่านอย่าไปให้เขาใช้งานท่านเลยนะครับ ถ้าไม่เป็นมาตรฐานนี่ครับ ท่านสั่งพักการประชุมเถอะ แล้วให้กรรมาธิการไปทำเสียให้เรียบร้อย แล้วพวกผมจะให้ความร่วมไม้ร่วมมือท่านเต็มที่ อยากเรียนท่านประธานรัฐสภาสั่งพักการประชุมเถอะครับ แล้วก็ให้กรรมาธิการไปทำใหม่ ขอขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่าน ส.ว. สุรชัย ครับ

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน 🔗

ขอบคุณ ท่านประธานครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่าในฐานะที่เป็นสมาชิกรัฐสภาในซีกของ วุฒิสภา ก็ได้พยายามตั้งอกตั้งใจฟังข้อโต้แย้งระหว่างเพื่อนสมาชิก ซึ่งอยู่ในซีกฝ่ายค้าน กับคณะกรรมาธิการ ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ที่ผมสนใจตั้งอกตั้งใจฟังนั้นเนื่องจาก ประเด็นที่เป็นข้อโต้แย้งในขณะนี้นั้นเป็นประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของการประชุมชอบ หรือไม่ชอบด้วยข้อบังคับการประชุม ซึ่งผมถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญท่านประธาน เนื่องจากจะมีผลกระทบผูกพันเพื่อนสมาชิกทุกคน ถ้าการประชุมที่ทำอยู่ในขณะนี้นั้นขัดต่อ ข้อบังคับการประชุม ผมอยากเห็นภาพการประชุมของรัฐสภาเป็นภาพของการประชุม ที่ทุกคนเคารพกฎกติกาที่ว่าด้วยระเบียบการประชุม นั่นก็คือข้อบังคับการประชุมครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าถ้าเราไม่ยึดหลักและเป็นแม่แบบให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่า สภาแห่งนี้ประชุมโดยยึดหลักข้อบังคับการประชุมแล้ว เราจะไม่สามารถตอบคำถาม ของสังคมได้เลยว่าสิ่งที่สภาดำเนินการประชุมอยู่นั้นประชุมภายใต้กฎระเบียบอะไร หรืออาศัยเสียงข้างมากที่คิดว่าจะสามารถผลักดันและชนะการลงมติด้วยเสียงข้างมากทุกครั้ง ก็จะอาศัยเกณฑ์อย่างนั้นเป็นเกณฑ์ในการดำเนินการประชุม ผมเองได้พยายามตรวจสอบ รายงานการดำเนินการของคณะกรรมาธิการ ก็พยายามทำความเข้าใจครับว่าท่านอาจจะ มีข้อบกพร่องตกหล่นบ้าง เนื่องจากการทำงานด้านธุรการ แต่มันก็อดทำให้เกิดข้อสงสัยไม่ได้ แสดงว่าความละเอียดรอบคอบของคณะกรรมาธิการในการตรวจสอบรายงาน ซึ่งที่สุด ต้องผ่านการรับรองจากที่ประชุมของคณะกรรมาธิการ พวกเราทุกคนทำงานกรรมาธิการ มาหมดแล้วครับ เรารู้ภาพรู้ขั้นตอนการทำงานของคณะกรรมาธิการทั้งหมดก่อนนำเสนอสภา ไม่ว่าสภาใดสภาหนึ่งก็ตามรายงานนั้น ๆ ต้องผ่านการรับรองจากที่ประชุมคณะกรรมาธิการ ทีนี้เมื่อมีการแจกเป็นเอกสารแทรกเพิ่มเติมเข้ามาซึ่งเกี่ยวข้องกับมาตราต่าง ๆ อีก ๒-๓ มาตรา ก็อดมีคำถามไม่ได้ครับว่าแล้วข้อความที่เพิ่มเติมเป็นใบแทรกขึ้นมานั้นเป็นข้อความ ซึ่งผ่านการรับรองความถูกต้องของคณะกรรมาธิการแล้วหรือยัง หรือจะให้สภาแห่งนี้ เป็นคนตรวจสอบความถูกต้องเสียเอง นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ได้กรุณาตอบนะครับ แต่อย่างไรก็ตามผมพยายามเอาใจช่วยคณะกรรมาธิการนะครับ ก็ได้ตรวจสอบใบแทรกที่ท่านแจกเพิ่มเติมแล้วก็ต้องกราบเรียนท่านคณะกรรมาธิการ ผ่านท่านประธานนี้ครับว่าในส่วนที่กระผมได้ใช้สิทธิขอแปรญัตติเองในมาตรา ๓ ซึ่งจริง ๆ ผมกราบเรียนครับว่าผมเห็นมาตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว แต่ด้วยความเคารพกฎกติกาว่า การพิจารณานั้นจะพิจารณาเรียงมาตราผมก็ตั้งใจว่าผมจะอภิปรายเมื่อถึงมาตรา ๓ ที่ผมใช้สิทธิแปรญัตติ แล้วในรายงานฉบับนี้ระบุไว้ถูกต้องครับว่าผู้แปรญัตติคือกระผม และคณะได้สงวนคำแปรญัตติไว้ แต่ผมอยากจะกราบเรียนว่าในรายงานของท่านหน้า ๑๒ ซึ่งผมได้ใช้สิทธิแปรญัตติไว้นั้น ผมแปรญัตติอย่างนี้ครับท่านประธาน ผมแปรญัตติโดยขอตัด (๑๗) (๑๘) ซึ่งเป็นวงเล็บ ซึ่งร่างเดิมพูดถึงอำนาจหน้าที่ของที่ประชุมรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๖ ซึ่งร่างเดิมมีอำนาจเพิ่มมาอีก ๒ ประการ คืออำนาจตาม (๑๗) (๑๘) ผมแปรญัตติ ขอตัดทิ้งทั้ง ๒ วงเล็บครับ แล้วผมขอเพิ่ม (๑๙) มา แต่ท่านตรวจดูสิครับว่าในรายงานของท่าน หน้า ๑๒ ที่ท่านทำรายงานมาเสนอที่ประชุมนั้นไม่มี (๑๙) ที่ผมขอแปรญัตติเพิ่มเติมข้อความไว้ นี่คือข้อผิดพลาดอีกประการหนึ่ง ผมตรวจสอบจากเอกสารที่ท่านแจกเพิ่มเติมก็ไม่ปรากฏว่า ท่านมีข้อแก้ไขในข้อผิดพลาดเกี่ยวกับสิ่งที่ผมได้แปรญัตติไว้ในมาตรา ๓ ตามรายงานหน้า ๑๒ ดังกล่าว ตรงนี้ละครับ คือสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พอยิ่งดูก็ยิ่งเจอข้อผิดพลาดในรายงานฉบับนี้ เพราะฉะนั้นผมเองในฐานะที่เป็นสมาชิกคนหนึ่งท่านประธานครับ อดห่วงกังวลไม่ได้ว่า สิ่งที่เพื่อนสมาชิกจากพรรคฝ่ายค้านหรือกรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้พยายามนำเสนอนั้น ผมเริ่มคล้อยตามแล้วครับว่ามีเหตุผลว่ารายงานฉบับนี้ยังมีข้อบกพร่องไม่สมบูรณ์อยู่ เมื่อเป็นเช่นนี้นั้นเมื่อมีข้อทักท้วงเหตุไฉนท่านคณะกรรมาธิการไม่แสดงสปิริต (Spirit) หรือแสดงความเป็นสุภาพบุรุษในการน้อมรับข้อทักท้วงแล้วกลับไปตรวจสอบใหม่เสีย ให้ถูกต้อง ซึ่งผมเชื่อครับว่าเป็นผลดีกับท่านเองในการที่เราจะช่วยกันดูแลการแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้เป็นไปโดยอย่างถูกต้อง แล้วก็ไม่มีข้อทักท้วงใด ๆ ซึ่งอาจจะนำไปสู่ ประเด็นปัญหาต่อไปในอนาคตได้ ขออนุญาตกราบเรียนแสดงความคิดเห็นด้วยความเป็นห่วง และด้วยความเป็นกังวลต่อเรื่องความชอบด้วยข้อบังคับมา ณ ที่นี้ครับ ขอบพระคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

คืออย่างนี้นะครับ ท่านนิพิฏฐ์คนเดียวนะครับ เดี๋ยวผมจะพูดแล้วนะครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุง ผมคิดว่าที่ท่านวุฒิสมาชิก ได้กรุณาอภิปรายไปแล้วมีเหตุผล ผมจะไม่ซ้ำประเด็นนี้อีกแล้ว ความถูกต้องของแผ่นปลิว แผ่นเพิ่มใบแทรกใบนี้จะถูกต้องหรือเปล่า มันต้องเป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการ อันนี้ไม่ใช่ เป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการนะครับ ที่ท่านพูดมาเมื่อสักครู่ ท่านแก้ไขอย่างนี้ผิดถูกเดี๋ยวว่ากัน แต่ว่าที่ผมจะถามท่านประธานเพิ่ม ท่านประธานครับ ท่านประธานดูเอกสารที่ผมส่งให้ ท่านประธานซึ่งอยู่ในมือของท่านประธานแล้วครับ ท่านประธานดูนะครับ ผมไม่ได้แปรญัตติ มาตรา ๒ ท่านประธานพลิกดูสิครับ ผมไม่ได้พูดเหลวไหลครับ ท่านดูนะครับ ผมไม่ได้แปรญัตติ ในมาตรา ๒ แต่ว่าท่านประธานอ่านดูนะครับ ในมาตรา ๒ หน้า ๘ บอกว่ามีคณะกรรมาธิการสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติขอสงวนความเห็น มีชื่อของกระผมด้วยในมาตรา ๒ ว่าผมแปรญัตติและสงวน และท่านประธานดูเอกสาร ที่ผมยื่นกับท่านประธานนะครับ ผมไม่ได้แปรญัตติ มาตรา ๒ ในกรณีอย่างนี้ท่านจะใช้วิธี แก้ปัญหาใช้ใบแทรกไม่ได้ครับ ถ้ามันตกไป ท่านสามารถแก้ปัญหาด้วยใบแทรกอย่างที่ท่านทำอยู่ ผิดถูก ผมไม่ว่าครับ แต่ว่าในส่วนที่ผมไม่ได้แปรญัตติเลย ท่านเขียนไว้ในหน้า ๘ มาตรา ๒ ว่า ผมเป็นกรรมาธิการและสงวนคำแปรญัตติด้วยนะครับ ซึ่งผมไม่ได้ทำเลย ท่านประธานดูสิครับ ผมไม่ได้แปรญัตติเลย ท่านจะแก้ปัญหาอย่างไรครับ นี่คือความไม่สมบูรณ์ของรายงานครับ ผมว่าต้องถอนออกไป อันนี้มันเป็นเรื่องรายงานของรัฐธรรมนูญ การพิจารณารัฐธรรมนูญ และจะผิดพลาดขนาดนี้ไม่ได้หรอกครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านพีรพันธุ์ กรรมาธิการครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกรัฐสภา กรรมาธิการครับ ผมต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ช่วยกัน ดูรายงานต่าง ๆ ที่ได้เสนอมานะครับ อย่างไรก็ตามผมอยากจะเรียนว่าคณะกรรมาธิการเอง ก็พยายามทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถมันอาจจะหลงหู อาจจะหลงไปบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งก็ต้องมาดูว่าเรื่องที่ผิดพลาดไปนั้นมันมีสาระสำคัญเพียงใดหรือไม่ ในกรณีของมาตรา บังเอิญที่บางท่านดูไปล่วงหน้า มาตรา ๒๙๑/๓ ถ้าดูทั้งหมดตั้งแต่หน้า ๘๒ ถึงหน้าที่ร้อยกว่า จำนวนไม่น้อย ก็คือจำนวนผู้แปรญัตติไว้ ก็พบว่าในหน้า ๘๕ ที่บันทึกไว้ว่าคณะกรรมาธิการ ไม่เห็นด้วย ที่ถูกต้องเป็นบอกว่าคณะกรรมาธิการเห็นด้วยและผู้แปรญัตติพอใจนะครับ มติของคณะกรรมาธิการนี้เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ท่านประธานครับ คือกรรมาธิการได้เพิ่ม มาตรานี้เข้าไปแล้ว และผมก็จำได้ว่าเราได้ชี้แจงบอก (๕) เพิ่มไปแล้วนะครับ แต่ว่าที่ยังมี รายงานขึ้นมาอย่างนี้พบในจำนวนไม่หลายสิบหน้า จำนวนน้อยนะครับ พบเพียงคนเดียว ผมก็เข้าใจว่าความผิดพลาดอย่างนี้มันอาจจะมีขึ้นได้ ก็ต้องถือว่าที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่าเป็น ฮิวแมน เออเรอร์ (Human error) คือความผิดที่มนุษย์อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่ว่าก็สามารถจะ แก้ไขได้ ผมก็อยากจะเรียนต่อท่านสมาชิกว่าถ้าพบอย่างนี้ ถ้าท่านสมาชิกไม่อยากจะให้มีการ แจกเพิ่มภายหลัง ก็อาจจะใช้วิธีให้ประธานคณะกรรมาธิการขอแก้ไขในรายงานนี้ซึ่งก็น่าจะ เป็นไปได้ เพราะมันไม่ได้ทำให้สาระสำคัญเสียหายอะไร ของบางท่านที่บอกว่า อย่างเช่น มาตราที่เราจะพิจารณาต่อไปในหน้า ๑๒ ที่ท่านสมาชิกได้พูดไปไว้ว่าไม่ตรงกับที่ขอแก้ไขจริง ผมก็ได้ตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ว่าในตามข้อบังคับ ถ้าท่านขอสงวนคำแปรญัตติไว้แล้ว การจะขอมาแก้ไขอย่างไร หรือไม่ ในข้อบังคับก็พูดไว้ชัดว่าเมื่อญัตติที่บรรจุเข้าวาระ การประชุมแล้วนะครับ ถ้าผู้สงวนคำแปรญัตติจะถอนญัตติ แก้ไขเพิ่มเติม ก็จะต้องถอนได้ แต่ว่าถ้าจะมาขอแก้ไขเพิ่มเติมหลังระยะเวลาทำไม่ได้ คือผมไม่แน่ใจว่าท่านที่มาบอกว่า มาขอแก้ภายหลังมันพ้นเวลา ๓๐ วันแล้วหรือยัง ถ้าพ้นไปแล้วท่านมาขอแก้ไขเพิ่มเติม ภายหลังก็จะไม่ตรงกับข้อ ๓๗ ผมได้รับคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่อย่างนี้ เพราะฉะนั้นคงจะต้อง ตรวจสอบความถูกต้องจริง ๆ อีกทีหนึ่ง ท่านประธานครับ ผมคิดว่าสิ่งที่เกิดพบ ผมยืนยันว่า เป็นความผิดที่ผมเรียกว่าเป็น ฮิวแมน เออเรอร์ ซึ่งมนุษย์ทุกคนสามารถที่จะเกิดขึ้นมาได้ เราให้ตรวจสอบกันได้ ถ้าพบก็ขอแก้ไขในที่ประชุมนี้ได้ ก็จะทำให้การประชุมเดินหน้าต่อไปได้ โดยที่หลักใหญ่ของการพิจารณายังคงดำเนินการต่อไปครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

พอแล้วนะครับ คืออย่างนี้ ผมว่าผมได้เปิดโอกาสให้พวกเราได้หารือกัน ได้ใช้ความคิด ความรู้สึกอะไรชี้แจงกัน ความเป็นจริงต่าง ๆ ก็เป็นที่เข้าใจแล้วนะครับ พูดไปพูดมาก็จะซ้ำกันอย่างเดิมอีกนะครับ แล้วก็ที่สำคัญอันนี้เราเป็นการพิจารณาวาระที่สองนะครับ ซึ่งตามกติกานี้มันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่า ผู้ใดมีสิทธิอภิปรายบ้าง แล้วผมก็ได้วินิจฉัยไปแล้วให้ดำเนินการตามวาระ ก็คือขณะนี้ เราจะเข้าสู่มาตรา ๒ แล้วก็ได้ให้เลขาธิการได้อ่านแล้วนะครับ ต่อไปนี้ผมขอเชิญท่านเทพไท เสนพงศ์ ผู้สงวนความเห็น เชิญอภิปรายได้ ท่านผู้อื่นผมไม่อนุญาตแล้วครับ เราได้คุยกันนาน หลายชั่วโมงแล้วครับ เชิญท่านเทพไทครับ

(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง ได้ยืน และยกมือขึ้น)

ท่านสมบูรณ์ประท้วงอะไร นะครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงผู้อภิปราย โดยเฉพาะกรรมาธิการเมื่อสักครู่นี้นะครับ ท่านประธานจะเห็นว่าการอภิปรายในสภา หรือการพิจารณาเรื่องรัฐธรรมนูญเริ่มจะเป็นปัญหา ถ้าคิดว่าวันนี้รายงานของคณะกรรมาธิการ อาจจะหลงหูหลงตาไปบ้าง ท่านประธานต้องคิดนะครับ อาจจะหลงหูหลงตาไปบ้าง แล้วจะ เห็นว่ารายงานฉบับนี้มีทั้งขาด หลายท่านก็อธิบายให้ฟังแล้วว่าขาดของท่านนิพิฏฐ์บ้าง ท่านใดบ้าง ท่านประธานครับ เดี๋ยวรออีกสักครู่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกหลายท่านครับ ที่ยังขาดในการแปรญัตติ แล้วไม่อยู่ในรายงาน

ส่วนที่ ๒ รายงานฉบับนี้ครับท่านประธาน เกินไป ก็คือทำมากกว่าที่กรรมาธิการ เขาขอสงวนไว้ เหมือนที่ท่านนิพิฏฐ์และท่านธนาบอกว่า มาตรา ๒ ไม่ได้แปรญัตติ ไม่ได้ สงวนความเห็น แต่รายงานก็ใส่ไป ก็จะบอกว่าไม่เป็นอะไรหรอกมันหลงหูหลงตาไปบ้าง ขาดไปเพียงแค่ ๓ ใบ แทรกออกมาก็ได้ อย่างนี้หรือครับท่านประธาน ท่านประธานเป็น อดีตผู้ตรวจการรัฐสภา ผมชื่นชมในความเป็นกลางของท่านมาก ผมเชื่อว่าวันนี้มติจะเอา เสียงข้างมากว่าเราจะถูไถกันไป ในการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ ท่านใช้ไปเถอะครับ แต่ท่านต้อง คิดถึงเสียงของมหาชน แล้ววันนี้เสียงของสมาชิกวุฒิสภาหลายท่านครับ เขาเริ่มเห็นด้วยกับ ฝ่ายค้านว่ารายงานไม่สมบูรณ์ กลับไปเพียงแค่เอารายงานกลับไปแก้ไขครับ ใช้เวลา ๑ วัน หรือ ๒ วันก็แล้วแต่ท่าน ท่านก็เรียกนัดสมาชิกรัฐสภาอีกครั้งหนึ่ง อย่าใช้เสียงข้างมาก ทำอย่างนี้เลย ท่านสามารถไปรายงานใครก็ได้ที่เขมร ที่ลาว บอกว่าเริ่มทำแล้ว แต่ว่ายังทำผิดอยู่ ก็ขอเวลาสักครู่นะครับท่านประธาน ขอให้คณะกรรมาธิการนำกลับไปเถอะครับ อย่าเอา เสียงข้างมากทำผิดกฎหมายกันอีกซ้ำ ๆ ซาก ๆ กันไปเลยครับ วันก่อนกฎหมายปรองดอง ก็มีความรู้สึกว่ารายงานก็เป็นรายงานเถื่อน วันนี้รายงานการแก้รัฐธรรมนูญท่านบอกว่า มันอาจจะหลงหูหลงตาไปบ้าง มันอาจจะขาดไปบ้าง อย่างนี้หรือครับรัฐสภาของเรา ผมเชื่อมั่นในระบบรัฐสภาครับ ขอทำให้ถูกเถอะครับ ใช้เวลาอีกนิดเดียว นำรายงานกลับไป เถอะครับท่านประธาน

(นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ได้ยืน และยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านธนาประท้วงอะไรครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานที่ไม่ทำหน้าที่ให้เป็นไปตามข้อบังคับ ข้อ ๕ แห่งข้อบังคับรัฐสภา ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า ท่านประธานไม่ได้ฟังสิ่งที่สมาชิกลุกขึ้น ชี้แจง แล้วก็นำความเห็นให้ท่านประธานว่ารายงานฉบับนี้มีข้อผิดพลาดอย่างไร ท่านประธานวิปรัฐบาลได้ลุกขึ้นบอกว่าสมาชิกจำนวน ๗๐ กว่าท่านขอแปรญัตติในมาตรา ๒๙๑/๓ แล้วก็ขอเพิ่ม (๕) เข้าไป ส่วนอื่นไม่ได้มีการแก้ไข ตัดทอน เพิ่มเติมเลย ซึ่งตรงกับ กรรมาธิการเสียงข้างมากได้มีมติให้นำ (๕) กลับเข้าไปในมาตรา ๒๙๑/๓ สิ่งที่ผมเรียน ท่านประธาน ท่านประธานต้องดูตามไปครับ หน้า ๘๔ และหน้า ๘๕ ปกติเมื่อสมาชิกขอแปรญัตติ โดยทั่ว ๆ ไปกรรมาธิการก็จะมีความเห็นอยู่แล้วว่าไม่เห็นด้วย ท่านก็ไปใส่ว่ากรรมาธิการ ไม่เห็นด้วย ผู้แปรญัตติขอสงวน สิ่งที่ท่านประธานวิปลุกขึ้นกล่าวก็คือว่า สมาชิกทั้ง ๗๒ ท่าน ท่านแปรญัตติไว้ซึ่งตรงตามกรรมาธิการเสียงข้างมาก ไม่ได้มีการผิดเพี้ยนเลย เพราะฉะนั้น รายงานของคณะกรรมาธิการต้องเขียนว่าคณะกรรมาธิการเห็นด้วยคำแปรญัตติของ ท่านสมาชิก ๖ ท่าน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านประท้วงผมใช่ไหมครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

ใช่ครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เข้าใจแล้วครับท่าน

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

เดี๋ยวท่านประธานฟังต่ออีกนิดหนึ่งเถอะครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

คือท่านพูดแล้วก็ซ้ำอย่างเดิม

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

ไม่ซ้ำหรอกครับ เดี๋ยวผมจะบอก ท่านประธานว่าทำไมมันถึงผิดพลาด ทำไมถึงผิดพลาดรู้ไหมครับท่านประธาน เพราะว่า กรรมาธิการประชุมเสร็จก่อนที่จะให้ผู้ขอแปรญัตติมารายงาน รายงานมันถึงพิมพ์ไว้ล่วงหน้า อย่างไรละครับท่านประธาน

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ได้ยืน และยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเป็นสมาชิก ผมไม่ได้มีหน้าที่ประท้วง ผมเบื่อมาก ที่จะประท้วง ท่านประธานครับ ขอให้ท่านประธานใช้ข้อบังคับ ข้อ ๕ อย่างเคร่งครัด ท่านปล่อยให้ท่านสมบูรณ์ท่านผู้นี้อภิปรายเขาประท้วงท่านประธาน ข้อ ๕ ให้ท่านประธาน รีบวินิจฉัยว่าเขาประท้วงเรื่องอะไร แล้วก็มาอภิปรายซ้ำแล้วซ้ำเล่าซ้ำแล้วซ้ำอีกประชาชน โทรมาบอกทนไม่ได้แล้ว

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เอาล่ะครับ ผมจะวินิจฉัย ตัวเองแล้วนะครับ เชิญทุกท่านนั่งนะครับ เมื่อสักครู่นี้ผมได้เรียนไปแล้วเชิญท่านนั่งก่อนครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

ผมอภิปรายค้างอยู่แล้วมีเพื่อนสมาชิก ลุกขึ้นประท้วง ท่านประธานต้องให้ผมอภิปรายให้จบครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ไม่ล่ะครับ ผมกำลังจะ วินิจฉัยตัวเองเมื่อสักครู่นี้ท่านว่าผม เชิญท่านนั่งครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ วันนี้พิจารณา รัฐธรรมนูญนะครับ ผมเรียนท่านประธานนะครับว่าไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องเร่งรีบเลย

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านธนาเชิญนั่งก่อนนะครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

เดี๋ยวท่านประธานต้องให้ผมอภิปรายต่อ นะครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมขอเรียนอย่างนี้นะครับ ท่านต้องเข้าใจนะครับว่าทำหน้าที่มันก็มีกฎเกณฑ์กติกา ผมได้เปิดโอกาสให้ทุกท่านได้หารือ เป็นเวลาประมาณ ๒ ชั่วโมงกว่า เมื่อกรรมาธิการซึ่งเป็นเจ้าของเรื่องได้ชี้แจงแล้ว ได้ยืนยันแล้วว่า คณะกรรมาธิการได้ทำอย่างไร มีข้อผิดพลาดหรือตกหล่นอย่างไร แล้วก็ได้ยืนยันแล้วว่า การกระทำของคณะกรรมาธิการเป็นไปตามข้อบังคับทุกอย่าง ผมในฐานะที่เป็นประธานที่ประชุม ผมก็ต้องทำหน้าที่ ท่านต้องเข้าใจนะครับ ขณะนี้มันเป็นการประชุมในวาระที่สอง ผมก็ได้พูดไป ตั้งแต่ต้นแล้วว่าผมเข้ามาตรา ๒ ถ้าท่านไม่มีรายชื่อก็ไม่มีสิทธิอภิปราย แต่ว่าที่ผ่านมา ได้ให้ตรงนั้นแล้ว ผมขอพูดอีกครั้งหนึ่งนะครับว่าผมวินิจฉัยตัวเองให้ดำเนินการต่อนะครับ เชิญท่านเทพไทครับ ท่านเทพไทไม่อยู่ใช่ไหมครับ อยู่ไหมครับ เชิญท่านเทพไทครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ กรรมาธิการ

ต้องอยู่ครับท่านประธาน ผมไม่มีสมาธิ ถ้าเพื่อนสมาชิกประท้วงอยู่

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมไม่รับประท้วงแล้วครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ กรรมาธิการ

แต่ว่าเป็นเอกสิทธิ์ของเขา ท่านประธาน เขาประท้วงแล้วผมก็เสียสมาธิ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ก็เป็นสิทธิของผมเหมือนกัน ที่จะให้ท่านเทพไทพูดตามมาตรา ๒ วาระที่สองด้วย เชิญทุกท่านนั่งเถอะครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ กรรมาธิการ

คือสมาชิกก็ยังไม่นั่ง เขาต้องใช้สิทธิ ประท้วงเป็นเอกสิทธิ์ครับท่านประธาน จะให้ผมทำอย่างไรครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมขอให้ท่านอื่นนั่งนะครับ แล้วตอนนี้ผมเชิญท่านเทพไทอภิปราย ถ้าเผื่อท่านไม่อภิปรายผมก็จะได้ผ่านไปครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ กรรมาธิการ

ผมอภิปรายสิครับ ผมอยากอภิปราย อยู่แล้ว ผมเตรียมตัวมาหลายวันแล้วท่านประธาน แต่ว่าสมาชิกยังใช้เอกสิทธิ์อยู่ครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมวินิจฉัยแล้วครับ ถ้าเผื่อ ท่านเทพไทไม่อภิปราย เดี๋ยวผมเชิญท่านอื่นต่อนะครับ เชิญครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภาและกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมอยากจะอภิปรายในมาตรา ๒ ที่ขอสงวน คำแปรญัตติไว้ แต่ว่าข้างหน้าผมมีท่านสมาชิกประท้วงอยู่ ผมก็ไม่มีสมาธิอภิปรายครับท่าน ท่านต้องให้เอกสิทธิ์ท่านก่อนสิครับ ท่านก็ยืนยกมืออยู่ข้างหน้าผมแล้วท่านประธานจะให้ผม มีสมาธิอภิปรายได้อย่างไรครับ ท่านประธานครับ ก็ให้เขาเสร็จกระบวนความไปก่อนแล้วผมจะได้ อภิปรายโดยอย่างมีสมาธิครับ ท่านครับ ท่านจะอนุญาตท่านนิพนธ์ บุญญามณี หรือเปล่า ท่านครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านนิพนธ์ประท้วงอะไรครับ สั้น ๆ นะครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมนั่งฟังท่านประธานใช้ดุลยพินิจ ผมคิดว่าท่านประธานใช้ข้อบังคับ ข้อไหนครับ เพราะว่าตามข้อบังคับเขียนชัดเจนถ้าสมาชิกยกมือขึ้น ยกมือและยืนขึ้นแสดงว่า สมาชิกประท้วง ท่านประธานจะต้องเปิดโอกาสให้คนที่เขาประท้วงชี้แจงว่าเขาประท้วงข้อไหน ผิดข้อบังคับข้อไหนท่านจึงจะวินิจฉัย ท่านประธานต้องฟังเขาก่อนครับว่าเขาประท้วงอะไร แล้วจึงจะวินิจฉัยว่าเขาผิดหรือไม่ผิด ถ้าไม่ผิดก็ให้นั่งลง จะนึกเอาส่วนตัวไม่ได้ อันนี้มันรัฐสภา ไม่ใช่ที่บ้านครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านว่าต่อ

นายนิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการ

ก็นี่ครับที่ว่าอยู่นี้ครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

จบหรือยังครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการ

ก็จบครับ บอกว่าท่านประธาน ทำผิดข้อบังคับครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านต่อไปครับ วินิจฉัยว่า ผมทำตามระเบียบวาระครับ วินิจฉัยแล้วครับ เชิญท่านนั่งครับ เชิญต่อครับ

(นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเทพไท เสนพงศ์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ ยังมีท่านประท้วงอีกแล้วล่ะครับท่าน คือท่านต้องให้ผู้ประท้วงไม่ต้องประท้วง คือให้จบกระบวนความก่อนแล้วผมจะได้อภิปราย แต่ว่าเมื่อมีสมาชิกคลางแคลงใจแล้วใช้ เอกสิทธิ์อยู่นี้ผมก็เกรงใจเพื่อนสมาชิกครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านครับ ท่านประท้วง อะไรครับ

นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กาญจนบุรี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมก็ประท้วง ท่านประธานข้อแรกก่อนครับ ข้อ ๔๕ เมื่อสักครู่นี้ที่ผมยกมือแล้วท่านประธานรัฐสภา ไม่ให้โอกาสผมได้ชี้แจง ข้อที่ ๒ ผมขอประท้วงท่านประธานรัฐสภาในการไม่ปฏิบัติตามข้อ ๕ (๓) และ (๗) (๗) อำนาจและหน้าที่อื่นตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้หรือตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ในข้อบังคับนี้ ซึ่งกฎหมายก็ได้กำหนดไว้ตามข้อ ๙๗ ซึ่งมีสมาชิกได้ทักท้วงและกรรมาธิการ ก็ได้ยอมรับแล้วว่ารายงานฉบับนี้มีข้อผิดพลาด ท่านประธานครับ สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง ในเมื่อกรรมาธิการผิดพลาดแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ ท่านประธานอาจจะพักการประชุม แล้วให้กรรมาธิการไปทบทวนรายงานฉบับนี้ก่อน นี่เรากำลังพิจารณารัฐธรรมนูญนะครับ สูงสุดของประเทศนี้ครับ ท่านเห็นประเทศไทยเป็นอะไรกันครับ เราทำเพื่อประเทศไม่ใช่หรือครับ ไม่ได้ทำเพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ทำไมเราจะต้องเร่งรีบ รวบรัดจนเกินไปครับ ท่านประธานครับ

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ซ้ำครับ ท่านธนาเดี๋ยวเอา ทางนี้บ้างครับ คุณประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ว่าอย่างไรครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมขอประท้วงท่านประธานทำผิดกฎข้อบังคับ ข้อ ๕ และผมขอประท้วงผู้อภิปรายโดยเฉพาะคุณเทพไท ตกลงคุณเทพไทเป็นประธานหรือครับ จะชี้ให้คนโน้นพูดก่อน คนนี้พูดก่อน ในเมื่อท่านประธานวินิจฉัยแล้วให้คุณเทพไทอภิปราย ทุกอย่างมันก็ต้องเดินตามไป ท่านประธานต้องยึดข้อบังคับให้เด็ดขาด ในกฎข้อบังคับ ข้อ ๔๕ ก็เขียนไว้ชัดเจนอยู่แล้วว่าคำวินิจฉัยของประธานถือว่าเด็ดขาดแล้ว มันเขียนชัดเจน อยู่ตรงนี้แล้ว แล้วมาถามว่าใช้กฎข้อบังคับตรงไหน ท่านประธานต้องวินิจฉัยให้เด็ดขาด แล้วคำวินิจฉัยของประธานต้องเด็ดขาดตามกฎข้อบังคับ ข้อ ๔๕ ขอให้ท่านประธานวินิจฉัย ด้วยครับ ไม่อย่างนั้นก็เสียเวลาอยู่อย่างนี้ครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ผมก็พยายาม จริง ๆ นะครับแต่ว่าท่านประท้วงซ้ำซากนะครับ พอแล้วนะครับท่านธนา ท่านอะไรนะครับ เดี๋ยวท่านธนา

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ผมประท้วงในมาตรา ๒ นี้เลยครับ ท่านประธานได้อ่านชื่อผมเป็นผู้ขอแปรญัตติ เห็นไหมครับท่านประธาน ผมเรียนอย่างนี้ครับ ผมลุกขึ้นมา

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอโทษนะครับ ท่านธนา ยังไม่ถึงท่าน

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

ไม่ใช่ครับท่านประธาน ผมไม่ใช้สิทธิ อภิปรายครับ เพราะผมไม่ได้แปรญัตติ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ไม่เป็นอะไร เดี๋ยวท่าน ค่อยว่าแล้วกันนะครับ ที่จริงอันนี้ท่านเป็นคนหารือตั้งแต่ต้นเลย ต้นเหตุของ ๒ ชั่วโมง มาจากตรงนี้ เพราะฉะนั้นผมขออย่างนี้นะครับ พอแล้วครับ ให้โอกาสผมกับท่านเทพไท ว่าต่อเลยครับ เชิญท่านเทพไทครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาและกรรมาธิการเสียงข้างน้อย สำหรับมาตรา ๒ ที่ผมสงวนคำแปรญัตติไว้ โดยมาตรา ๒ ในร่างของกรรมาธิการเสียงข้างมากได้บอกว่า มาตรา ๒ รัฐธรรมนูญนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ซึ่งนั่นหมายความว่า เมื่อประกาศใช้แล้วจะมีผลบังคับทันที ซึ่งผมไม่เห็นด้วยครับท่านประธาน ผมเห็นว่า การเขียนแบบนี้เป็นการรวบรัดให้รัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้โดยเร็ว และจะเห็นได้ว่า ในร่างรัฐธรรมนูญนี่มีปัญหาเรื่องเงื่อนเวลาจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการ จัดการเลือกตั้งในมาตรา ๒๙๑/๖ ที่บอกว่า ให้รัฐสภาดำเนินการคัดเลือกสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) ให้เสร็จภายใน ๗๕ วัน รวมไปถึงการเลือกตั้ง ผมอยากจะเรียนว่าใน ๗๕ วันถ้าจะแบ่งเป็นระยะเวลาที่กำหนดก็คือ ๑๕ บวก ๒๐ บวก ๔๐ แล้วก็บวก ๑๕ ๑๕ วันแรกนั้นก็คือการประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง สสร. ๒๐ วันคือวันรับสมัคร ๔๐ วันคือวันหาเสียง และ ๑๕ วันคือวันรับรองผลการเลือกตั้ง ถ้าหากว่าเราเร่งรัดที่จะให้มีการบังคับใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญเลยนี่ผมเกรงว่ากระบวนการ ต่าง ๆ ที่มันเข้มงวดหรือใช้ระยะเวลาค่อนข้างจำกัดอยู่แล้วนี่จะเป็นปัญหาตามมา ถ้าเรา ทอดระยะเวลาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญออกไปตามที่เพื่อนสมาชิกได้สงวนคำแปรญัตติไว้นี่ ผมคิดว่าน่าจะเป็นการเตรียมตัวให้การเตรียมการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนี่ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ในความเห็นของผมนี่ผมขอแปรญัตติมาตรา ๒ รัฐธรรมนูญนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่ ๓๐ วันนับตั้งแต่จากวันประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา ถ้าหากว่า ท่านประธานเห็นว่าเจตนารมณ์ของกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ ต้องการที่จะให้เสร็จสิ้น โดยเร็วนี่ ผมคิดว่าถ้าเขาทำได้ถึงขั้นที่บอกว่ามีผลตั้งแต่วันพิมพ์ได้เลยนี่ผมคิดว่าเขาอาจ เขียนลงไปนะครับท่านประธาน ระหว่างที่ออกจากแท่นพิมพ์ นี่ถ้าเขียนได้นะครับ ท่านประธาน ผมก็คิดว่าเขาคงเขียนนะครับ ว่าให้มีผลบังคับใช้หลังจากออกจากแท่นพิมพ์ แผ่นแรก เมื่อแผ่นสุดท้ายจบมีผลบังคับใช้ทันที ผมว่าเขาต้องเขียนอย่างนี้นะครับ ท่านประธาน ผมไม่เข้าใจว่ามันเร่งรัดไปทำอะไรกันแน่ท่านประธาน เร่งรัดไปเพื่ออะไร ถ้าหากว่าเราต้องการให้ทุกอย่างมันเป็นด้วยดี เดินไปด้วยความรอบคอบเรียบร้อยนี่มันต้อง ให้เวลาในการเตรียมการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบอกว่าหลังจากการประกาศใช้ในราชกิจจานุเษกษานี่กี่วัน ในความเห็นของผม ๓ วัน เพื่อนสมาชิกก็บอกว่า ๔๕ วัน ๖๐ วัน ๙๐ วัน ก็แล้วแต่ ผมว่านี่คือ เป็นการเตรียมการซึ่งสามารถทำได้ครับ การบังคับใช้แบบนี้ในกฎหมายทั่วไปครับ แต่การที่มายืนหลักการเดียวหลักการเดิมก็คือว่าหลังจากประกาศใช้แล้วปั๊บมีผลบังคับใช้ทันที ผมต้องเรียนกับท่านประธานอย่างตรงไปตรงมาล่ะครับว่าการรวบรัด รวบหัว รวบหาง เพื่อต้องการที่จะให้การเลือกตั้งหรือมีรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นโดยเร็ว ผมเชื่อว่ามันไปไม่ได้หรอก คุณคาดหวังให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ใช้โดยเร็ว ในทางกลับกันผมคิดว่าอาจจะไม่ได้ใช้ก็ได้ ในมาตรา ๒๙๑/๑๐ มาตรา ๒๙๑/๑๑ เห็นได้ชัดครับบอกว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญจะต้อง จัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายใน เมื่อก่อนร่างเดิมบอกว่าภายใน ๑๘๐ วัน คือ ๖ เดือน ให้เสร็จเลย มีรัฐธรรมนูญประเทศไหนที่เป็นรัฐธรรมนูญใช้ปกครองประเทศเป็นกฎหมาย สูงสุดใช้เวลา ๖ เดือน คลอดออกมา ชีวิตคนตั้ง ๙ เดือนท่านประธาน รัฐธรรมนูญใช้แค่ ๖ เดือน แต่ในคณะกรรมาธิการก็ได้เข้าไปแปรญัตติเป็น ๒๔๐ วัน คือใช้ ๘ เดือน ก็ยังน้อยกว่า คนตั้งครรภ์อีกครับท่านประธาน คลอดออกมาแล้วนี่แสดงว่าคลอดไม่ครบเดือนท่านประธาน ถ้าเป็นชีวิตคน แค่ ๘ เดือน เพราะฉะนั้นเมื่อร่างมาตรา ๒๙๑/๑๑ ได้กำหนดเวลา ๘ เดือน แล้วผมคิดว่าเราก็เพิ่มสักอีก ๑ เดือนให้มันครบ ๙ เดือน ให้มันเท่ากับชีวิตของเด็กของคน แล้วก็ร่างรัฐธรรมนูญนี้ก็ได้คลอดมาเป็นรัฐธรรมนูญที่สมบูรณ์ ผมจึงจำเป็นที่จะต้องสงวน คำแปรญัตติในมาตรา ๒ เพิ่มอีก ๓๐ วันเพื่อให้เป็นการเตรียมตัวหรือว่าเป็นการเตรียมพร้อม ที่จะทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เสร็จสิ้นครับ ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่ารัฐธรรมนูญ ใช้เวลาเพียง ๘ เดือน ผมไม่แน่ใจว่าใน ๘ เดือนที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เสร็จ อะไรมันจะเกิดขึ้น ตามมา อย่าคาดหวังว่าทำ ๘ เดือนแล้วจะถูกใจนายใหญ่ นายใหญ่ของประเทศคือประชาชน ถ้าประชาชนไม่เห็นด้วยผมคิดว่ามันก็ไปไม่ได้หรอกรัฐธรรมนูญ วันนี้พวกท่านรวบรัด เร่งรัด รวบหัว รวบหาง ทำทุกอย่างเหมือนกับชื่อรัฐธรรมนูญที่ผมแก้ในมาตรา ๑ รัฐธรรมนูญรวบรัด เพื่อทักษิณแห่งราชอาณาจักรไทย ไม่มีผิดหรอกครับ เพราะอะไรครับท่านประธานครับ เพราะคนเหล่านี้กะว่ามีเสียงข้างมากจะทำอย่างไรก็ได้ จะรวบหัว รวบหางอย่างไรก็ได้ แล้วโอกาสในขณะนี้ฝ่ายที่คัดค้านยังรวมตัวไม่ติด ยังไม่มีผู้นำ ท่านประธานต้องบอกเขาว่า อย่าดูถูกพลังประชาชน อย่าดูถูกคนไทย ผมเชื่อว่าถึงวันหนึ่งเมื่อมีการกดดันลุแก่อำนาจ ใช้เสียงมากลากไปไม่คำนึงถึงกฎกติกาของบ้านเมือง กฎกติกาของสภา เขาไม่ยอมหรอกครับ แล้ววันนั้นก็จะมีผู้นำโดยธรรมชาติเกิดขึ้นมา แล้วจะเกิดความขัดแย้งในสังคมเกิดขึ้นมาเป็น รอบใหม่ ผมจะถามท่านประธานถ้าหากวันนั้นมาจริงเกิดกลียุคในบ้านเมืองใครจะรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นในมาตรา ๒ ผมขอแก้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่ ๓๐ วันนับตั้งแต่ จากวันประกาศใช้ในราชกิจจานุเษกษาเป็นต้นไปครับ ท่านประธานครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์ เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ ท่านสงวนความเห็นเอาไว้นะครับว่าส่วนใหญ่จะคล้าย ๆ กันเกือบทั้งหมดในเรื่องของ วันที่มีผลใช้บังคับนะครับ ซึ่งก็สงวนกันไว้ในทำนองลักษณะอย่างนี้ เพราะฉะนั้นอยากให้ ท่านที่สงวนความเห็นนี่ได้อภิปรายเฉพาะในประเด็นที่ท่านสงวนความเห็นเท่านั้นนะครับ จำนวนวันที่ว่าท่านมีเหตุผลอะไร ที่จริงประชุมเรื่องรัฐธรรมนูญถ้าจะยาวต่อกันสัก ๗ วัน ๗ คืน ผมก็ว่าน่าจะเข้าท่าดีเหมือนกันนะครับ ยอมเหนื่อยกันสักตั้งหนึ่งก็น่าจะเข้าท่า ไม่ใช่ หลังสงกรานต์นะ ไม่ต้องเที่ยวสงกรานต์กันเลย ที่จริงประเด็นมันมีไม่กี่มาตรา แล้วเนื้อหา ก็ไม่มีอะไรมากนะครับ เพราะฉะนั้นก็ต้องขอความร่วมมือท่านสมาชิกครับ ขอความร่วมมือ นะครับว่าควรจะใช้เวลากันพอสมควรน่าจะดีกว่า ก็ไม่มีใครผิดข้อบังคับอะไรครับ ถ้าเห็นว่า ผมเสียดสี ผมก็ขอถอนคำพูด ไม่มีปัญหาครับ แล้วก็เดินหน้าต่อก็ปฏิบัติตามนี้ก็แล้วกันนะครับ อภิปรายเฉพาะในส่วนที่ท่านสงวนความเห็นเท่านั้นครับ เชิญผู้ที่สงวนความเห็นต่อไปครับ ท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ เชิญครับ ผมจะอนุญาตให้เฉพาะผู้ที่สงวนความเห็นเท่านั้น แล้วผมได้เชิญ ท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ เชิญครับ ตกลงท่านสงวนคำแปรญัตติไว้ใช่ไหมครับ ท่านพูดเองนะว่า ท่านไม่ได้สงวน ก็ไม่เป็นอะไรครับ ท่านไม่ได้สงวน ผมก็ไม่ได้เรียก ท่านนิพิฏฐ์ ท่านสงวนคำแปรญัตติไว้ใช่ไหมครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นะครับ เมื่อสักครู่ผมได้อภิปรายในเรื่องนี้ไปแล้ว ท่านประธานได้ดูคำสงวนคำแปรญัตติ ของกระผมไหมครับ ผมยื่นให้ท่านประธานแล้ว อยู่ตรงหน้าท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

สรุปว่าท่านสงวนไว้ และยื่นเอาไว้แล้วใช่ไหมครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ กรรมาธิการ

ผมไม่ได้สงวนคำแปรญัตติ มาตรา ๒ ไว้ครับ แต่ว่าในรายงานของคณะกรรมาธิการนี่ครับ ท่านดูนะครับ ผมยื่นเอกสาร ให้ท่านแล้ว ท่านดูประกอบนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านได้สงวน มาตรา ๒ หรือเปล่า

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ กรรมาธิการ

ผมไม่ได้สงวนไว้ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ไม่ต้องอธิบายครับ ท่านนั่งครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ กรรมาธิการ

ก็นี่อย่างไร ผมถึงบอกว่ารายงานนี้ มันไม่สมบูรณ์ เมื่อสักครู่ท่านประธานครับ ผมบอกว่า

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมไม่อนุญาตแล้วครับ ผมจะอนุญาตเฉพาะผู้ที่สงวนความเห็น แล้วผมเชิญวิรัตน์ กัลยาศิริ ไม่เป็นอะไร ท่านไป ทำความเข้าใจกับทางกรรมาธิการตรงไหนที่ขาดตกบกพร่องท่านช่วยชี้แจงแล้วก็ไปแก้ไขกัน เท่านั้นเองครับ

(นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง ได้ยืน และยกมือขึ้น)

ท่านประท้วงประเด็นไหนครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านใจเย็น นิดหนึ่งเถอะครับ ผมไม่ได้เหลวไหลนะครับท่าน ผมไม่ได้ประท้วงคณะกรรมาธิการ ผมประท้วงท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านเข้าประเด็นเลยครับ ประท้วงผมเรื่องอะไรครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ กรรมาธิการ

ผมประท้วงท่านตามข้อ ๙๗ เมื่อสักครู่ครับ มาตรา ๒๙๑/๑ ผมเป็นผู้สงวนคำแปรญัตติไว้ แล้วไม่มี คณะกรรมาธิการ แก้ปัญหาอย่างไรครับ แก้ปัญหาด้วยการมีใบแทรกเข้ามา ๑ แผ่นบอกว่านี่ของผมตกไป ก็เลยพิมพ์ขึ้นมา ทีนี้ในมาตรา ๒ ผมไม่ได้แปรญัตติแต่คณะกรรมาธิการเขียนในรายงานว่า ผมกับท่านธนานี่เป็นผู้สงวนคำแปรญัตติด้วย ผมเลยประท้วง ตามข้อ ๙๗ ว่ารายงานนี้ มันไม่สมบูรณ์นะครับ เมื่อไม่สมบูรณ์มันก็ต้องแก้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ไม่เป็นอะไรครับ เดี๋ยวแก้ไขครับ ท่านครับ ผมทราบประเด็นหมดแล้วเพราะพูดแล้วพูดอีกครับ หลายรอบ เอาอย่างนี้ครับ ถ้าไม่มีชื่อก็ตัดทอนชื่อออกไปแก้ไขให้ถูกต้อง ทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องให้ถูกต้อง ซึ่งในขั้นกรรมาธิการ ก็ทำอย่างนี้มาโดยตลอดครับ เชิญท่านกรรมาธิการครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ กรรมาธิการ

มีผู้ประท้วงอยู่ท่านประธาน

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ในฐานะกรรมาธิการ อยากจะกราบเรียนที่ประชุมนะครับว่า ได้สอบถามทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายเลขานุการแล้วกรณีมีรายชื่อของท่านผู้มีเกียรติอยู่ในรายงาน เป็นไปตามที่ท่านได้เคยแสดงความประสงค์ไว้ในคณะกรรมาธิการในตอนต้นนะครับ เจ้าหน้าที่จะบันทึกไว้ จะไปดูรายละเอียดในชวเลขก็ได้นะครับ แต่เมื่อท่านมีแสดงความประสงค์ ที่จะถอน ไม่ติดใจตรงนี้ ทางคณะกรรมาธิการก็พร้อมที่จะตัดรายชื่อของท่านออกนะครับ การที่ท่านมาแสดงความประสงค์ในภายหลังนั้น เจ้าหน้าที่อีกชุดหนึ่งซึ่งเขาดูจากการที่ ท่านแสดงความประสงค์ไว้ตั้งแต่ต้นเขาก็ลงไว้ เกรงว่าจะคลาดเคลื่อน ไม่ได้ลงไว้นะครับ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายเลขานุการให้โอกาสทุกฝ่ายในอันที่จะแสดงความจำนง ในการแปรญัตติไว้นะครับ แต่เมื่อท่านมาไม่ติดใจในภายหลังก็เป็นเรื่องที่ถอนได้ในภายหลังครับ ขออนุญาตกราบเรียนที่ประชุมครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

สรุปคือแก้ไขในสิ่งที่ ไม่ถูกต้องให้ถูกต้อง ก็จบครับ ผมขออนุญาตให้ท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ ครับ เชิญเลยครับ

(นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ได้ยืน และยกมือขึ้น)

ท่านเป็นคนพูดเองนะครับว่า ท่านไม่ได้เป็นคนสงวนความเห็น เขาถอนชื่อออกก็ถูกต้อง ไม่รู้จะประท้วงเรื่องอะไร เชิญท่านครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

ท่านประธานรัฐสภา ผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมไม่สบายใจจริง ๆ ครับ เวลาท่านประธานทำหน้าที่แล้วก็เป็นอย่างนี้ทุกครั้ง ผมมีรายชื่อของกรรมาธิการอยู่ ท่านประธานไม่มีสิทธิที่จะไม่เรียกชื่อผม ส่วนเมื่อเรียกผมแล้ว ผมจะใช้สิทธิอย่างไรเป็นเอกสิทธิ์ ของผม ซึ่งผมมีสิทธิที่จะกราบเรียนท่านประธาน ท่านไปปรึกษากรรมาธิการตอนไหนครับว่า ผมถอนรายชื่อ ผมเพียงแต่อภิปรายให้เห็นว่ารายงานของคณะกรรมาธิการมีปัญหาอย่างไร ใจเย็น ๆ นะครับ เอาวันสงกรานต์ก็ได้ แต่ว่าท่านต้องทำใจให้เป็นกลางแล้วฟังการประชุม

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ สมควรแล้วครับ ผมว่าท่านผู้ชมที่อยู่ทางบ้านได้ยินเหมือนผมได้ยินว่าท่านขอถอนชื่อตรงนี้ออก พูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่พอจะถอนจริง ๆ ตามที่ท่านเสนอขอ ท่านก็ประท้วงอีก

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

ท่านรู้ได้อย่างไรครับว่าผมจะใช้สิทธิ อภิปราย

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ ผมได้ยินท่านบอกว่า ท่านจะขอถอนชื่อเพราะไม่มีชื่อสงวนความเห็น ท่านต้องการเอาชื่อของท่านออก ทีนี้กรรมาธิการไม่ขัดข้อง ก็พร้อมจะเอาออกตามที่ท่านเสนอ เรื่องก็ควรจบ แล้วท่านไม่ได้ พูดครั้งเดียวครับ พูดแล้วหลายครั้งครับ ประชาชนทั้งประเทศเขาก็ได้ยิน สมควรแล้วครับ จบเถอะครับ ไม่ฟังแล้วครับ จบแล้วครับ เชิญท่านวิรัตน์ครับ เชิญครับ

(นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ได้ยืน และยกมือขึ้น)

นั่งเถอะครับ ผมวินิจฉัย ไปแล้วครับ ท่านนั่งเถอะครับ ท่านนั่งเถอะครับ ท่านนั่งเถอะครับ ผมใจเย็นที่สุดแล้วครับ ฟังไม่รู้กี่รอบแล้วครับ ก็คำเดิมนั่นละครับ ท่านนั่งเถอะครับ ผมไม่อนุญาตแล้วครับ ท่านธนาครับ นั่งเถอะครับ ผมอนุญาตให้ ๑ นาที ท่านอย่าซ้ำประเด็นนะครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม ธนา ชีรวินิจ สิ่งที่ผมลุกขึ้นมาก็คือว่าเมื่อรายงานของคณะกรรมาธิการเข้าสู่รัฐสภา มีชื่อผมแปรญัตติ ซึ่งผมไม่ได้แปรญัตติ เป็นไปตามข้อตกลงของคณะกรรมาธิการว่าในตอนพิจารณา แต่ละมาตรานั้นใครจะสงวนความเห็นไว้แปรญัตติก็ให้บอก แต่ท้ายที่สุดให้แปรญัตติ เป็นเอกสารภายในวันที่ ๕ เมษายน เวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา นี่คือรายงานการแปรญัตติของผม ไม่มีมาตรา ๒ สิ่งที่ผมจะเรียกร้องท่านประธานก็คือวันนี้การประชุมรัฐสภาไม่ใช่ขายของนะครับ ไม่ใช่ เล่นเหมือนเด็กนะครับท่านประธาน สิ่งไหนไม่ถูกต้องไปทำมาให้ถูกต้อง คณะกรรมาธิการ ยอมรับเองว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้นแต่ก็ยังจะเดินหน้าต่อ ผมเรียนท่านประธานว่า เมื่อผมไม่ได้เป็นผู้แปรญัตติ กรรมาธิการต้องกลับไปถอนชื่อผมออกจากรายงานที่ได้เขียนไว้ว่า แปรญัตติไว้ให้ออกไป แล้วไม่ใช่ท่านประธานลุกขึ้นมาแล้วบอกขอถอนชื่อผม ไม่ได้ครับ การทำหน้าที่ของกรรมาธิการมันมีภารกิจของมันอยู่ เพื่อนสมาชิกลุกขึ้นมาหาผมแล้วบอกว่า เดี๋ยวจะลุกขึ้นพูด บางมาตราไม่ได้แปรญัตติแต่ไปใส่ให้เขาแปรญัตติ บางมาตราที่แปรญัตติ แต่ไม่มี เดี๋ยวเดินหน้าต่อไปทุกมาตราท่านกรรมาธิการท่านจะทำอย่างไรล่ะครับ ผมถึงบอกว่า วันนี้ทุกประเด็นที่เกิดปัญหากรรมาธิการออกไปนอกห้องประชุม เรียกประชุม พวกผมจะ เข้าไปประชุมกับท่าน ใครที่มีข้อตกหล่นผิดพลาดที่ไหนแล้วมาแก้กันทีเดียวเอาเข้าสู่สภา อย่างนี้ผมก็ยอมท่านประธาน แต่ว่าเมื่อผิดแล้วยังดันทุรังจะเดินหน้าต่อ ผมเรียนท่านนะครับ วันนี้ยังไม่มีการประชุมกรรมาธิการนะครับ เพราะประชุมเสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวันที่ ๕ เมษายน ท่านประธานคนเดียวจะลุกขึ้นมาว่าเป็นมติที่ประชุมไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมยังยืนยันต่อ ท่านประธานว่าเมื่อมีรายงาน มีชื่อผมเป็นผู้ขอแปรญัตติแล้วผมไม่ได้แปรญัตติ กรรมาธิการ ต้องไปถอนชื่อผมออกจากรายงานเพราะไม่ถูกต้องตามข้อเท็จจริงครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านจบแล้วนะครับ ผมปล่อยเต็มที่แล้วนะครับ ทีนี้ผมขออนุญาตวินิจฉัยครับ ในวาระที่สองในขั้นของ กรรมาธิการนี้นะครับ เรามีการแก้ไขในสิ่งที่มันไม่ถูกต้องหรือแม้แต่จะเปลี่ยนข้อความ อะไรต่าง ๆ ได้ทั้งนั้นถ้ากรรมาธิการไม่ขัดข้องแล้วที่ประชุมไม่ขัดข้อง ก็ปฏิบัติกันมาอย่างนี้ โดยตลอด แล้วทีนี้ท่านเป็นคนแสดงเจตจำนง เจตนาออกมาชัดเจนว่าท่านไม่ได้ สงวนความเห็น ขอถอนชื่อท่านออก ท่านก็พูดซ้ำแล้วซ้ำอีก คนทั้งประเทศก็ฟังไม่รู้กี่รอบ เหมือนผมฟัง ทีนี้ผมก็สนองตามที่ท่านต้องการ กรรมาธิการก็ไม่ขัดข้อง ยินดีให้ท่าน ถอนออกไป มันก็จบก็ควรดำเนินการต่อ ประเด็นมีแค่นี้แล้วก็มาพูดซ้ำแล้วซ้ำอีก เรื่องประเด็นนี้ครับ พอผมไม่อนุญาตก็หาว่าผมไม่เป็นกลาง ก็งงเหมือนกันว่าไม่เป็นกลาง ตรงไหน ผมขออนุญาตดำเนินการกันต่อนะครับ ผมวินิจฉัยแล้ว แล้วผมไม่อนุญาตใครทั้งนั้น พออนุโลมบ้างมันก็อย่างนี้ล่ะครับ ต่อไปผมไม่อนุโลมแล้ว ผมจะใช้ข้อบังคับอย่างเด็ดขาดแล้วครับ ผมไม่อนุโลมใครทั้งนั้นล่ะครับ คุณหมอนั่งเถอะครับ ผมไม่อนุญาตแล้วครับ ประเด็นนั้นหารือกัน มา ๒-๓ ชั่วโมงแล้ว จบแล้วครับ ไม่มีประเด็นอะไรแล้วครับ ไม่อนุญาตแล้วครับ เชิญครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ที่เสนอคำแปรญัตติไว้ ผมสับสนต่อลำดับคิวในการเรียกของท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสับสนไม่เกี่ยวครับ ประเด็นนี้ไม่เกี่ยวท่านใช้สิทธิประท้วง

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ท่านยังฟังไม่จบเลยท่านประธาน เนื่องจากใช้สิทธิ

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก ได้ยืน และยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านใช้สิทธิประท้วงครับ ใครทำผิดข้อบังคับข้อไหน ท่านต้องชี้แจงใครทำผิดข้อบังคับข้อไหน

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมประท้วง ท่านประธานข้อ ๕ ใจเย็น ๆ ท่านประธาน อย่าเพิ่งครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ข้อ ๕ นี้ ประธานต้องทำหน้าที่ ควบคุมการประชุมให้มีประสิทธิภาพ ผมได้ทำตามข้อ ๕ แล้วครับ ผมไม่อนุญาตแล้วครับ คุณหมอครับ ถ้ามีปัญหาก็คุยกับกรรมาธิการเพื่อแก้ไข จบแล้วครับไม่อนุญาตแล้วครับ เชิญท่านวิรัตน์ครับ คุณหมอครับใช้เวลาจะ ๓ ชั่วโมงแล้วครับ เขาฟังจน ๓ ชั่วโมงแล้วท่าน จบแล้วครับ พอแล้วครับ เชิญครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์จังหวัดพิษณุโลก ประเด็นที่ผมจะถามท่าน คือคิวของผมก่อนท่านวิรัตน์ แค่นี้เองท่านประธาน ท่านประธานดูสิครับว่า

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

แล้วประท้วง ท่านใช้สิทธิ ประท้วงแค่นี้ แล้วบอกว่าประท้วง

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ก็ใช่สิครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

อย่างนี้ไม่ใช่ประท้วงแล้วครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ก็ประท้วงตามข้อ ๕

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

กรณีประท้วงต้องมีคน ผิดข้อบังคับ ไม่มีใครผิดข้อบังคับ ไม่มีสิทธิประท้วงทั้งนั้นครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ท่านต้องเรียกผมก่อนท่านวิรัตน์ แค่นี้เอง แล้วท่านไม่ยอมฟัง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญครับคุณหมอ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ผมเข้าใจว่าสี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง ประธานก็พลาดอยู่เรื่อย ๆ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ไม่มีพลาดหรอกครับคุณหมอ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ก็อย่างที่กราบเรียนนะครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยว พี่น้องประชาชนที่บ้านเข้าใจผิด ผมเป็นผู้สงวนคำแปรญัตติ แล้วในชื่อก็มีชื่อท่านธนา ท่านนิพิฏฐ์ ผม หมอวรงค์ แล้วก็ท่านวิรัตน์ ซึ่งท่านผิดพลาดจริง ๆ ในการดู แล้วผมมีสิทธิ ในการอภิปรายก่อน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

คุณหมอครับ ท่านสงวนความเห็นไว้เป็นกลุ่ม เพราะฉะนั้นในกลุ่ม ผมประธานจะอนุญาตใครก่อนหลัง ไม่ใช่ความผิดพลาด เป็นสิทธิประธานจะอนุญาตใครก่อนหลังก็ได้ในกลุ่มที่สงวนความเห็น แต่เพื่อสนองความต้องการผมก็เลยให้คุณหมอ ก็ตามประสงค์ครับ จะได้อภิปรายก่อน ก็เชิญเลยครับ เข้าประเด็นเลยนะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก วันนี้จริง ๆ แล้วมีประเด็น ที่อยากจะคุยกับประธานเยอะจังเลยนะครับ แต่สิ่งที่ผมขอสงวนคำแปรญัตติในมาตรา ๒ ซึ่งในร่างของรัฐบาล คือร่างของคณะรัฐมนตรีได้มีการพูดถึงมาตรา ๒

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านวิรัตน์จะประท้วง ใช่ไหมครับ หรือท่านจะอภิปรายก่อน เชิญครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ผม วิรัตน์ กัลยาศิริ คือตั้งคำถามท่านประธานอย่างเดียว หมอวรงค์จะอภิปรายก่อนหลังผมไม่ติดใจ แต่ติดใจก็คือท่านประธานอนุญาตผมไว้ คาอยู่ ผมก็ยืนอยู่ แล้วต่อมาอนุญาตคุณหมอวรงค์ ถ้าท่านประธานชี้ขาดว่าท่านวิรัตน์นั่งก่อน ให้คุณหมอวรงค์ พอคุณหมอวรงค์เสร็จแล้ว ให้นายวิรัตน์ อย่างนี้ได้ แต่ท่านไม่ยอม ผมก็ยืนเฉย ผมก็ไม่รู้ว่าท่านจะเอาอย่างไร

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านนั่งก่อนครับ เดี๋ยวให้ คุณหมออภิปรายครับ เชิญครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขอกลับเข้าสู่ประเด็นที่จะต้อง พูดคุยกับคณะกรรมาธิการในประเด็นของมาตรา ๒ ซึ่งในร่างของคณะรัฐมนตรีได้พูดถึง เรื่องการมีผลบังคับใช้ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในร่างของรัฐบาลได้เขียนไว้ว่ารัฐธรรมนูญนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ซึ่งผมไม่เห็นด้วยครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานอย่าลืมนะครับว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ขณะนี้เป็นกฎหมาย สูงสุดที่จะผ่านการแก้ไขออกมา และกระบวนการต่าง ๆ ที่รัฐบาล รวมทั้งคณะกรรมาธิการ พวกเราทำค่อนข้างจะเร่งรีบมาก เร่งรีบจนกระทั่งลุกลี้แล้วก็ลุกลน แม้แต่ในขั้นตอนของ คณะกรรมาธิการ ท่านประธาน พวกเราทุกคนรู้อยู่แก่ใจครับ โดยเฉพาะ ๓ วันสุดท้าย มันเป็นกระบวนการที่รวบรัดตัดตอนเพื่อให้ทุกอย่างจบเร็วที่สุด ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้อง เร่งรีบขนาดนี้ เร่งรีบแม้แต่วันที่มีผลบังคับใช้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ นอกประเด็น ที่สงวนความเห็นครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ท่านประธานมันสัมพันธ์กันหมด เพราะว่าผมก็จะโยงให้เห็นว่าแม้แต่วันที่มีผลบังคับใช้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านนิดเดียว ท่านสงวนความเห็น ท่านฟังผมหน่อยสิ ท่านสงวนความเห็นเอาไว้นะครับ คือแก้ไขให้รัฐธรรมนูญนี้ให้มีผลใช้บังคับ เมื่อพ้นกำหนด ๓๐ วัน นับแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ท่านสงวนไว้เท่านี้ครับ เพราะฉะนั้นท่านอธิบายเฉพาะในประเด็นที่ท่านสงวนไว้ตรงนี้เท่านั้นครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก จริง ๆ แล้วเวลาเราจะบ่นเพราะว่า เราไม่เห็นชอบ เพราะเราต้องการให้ ถ้าในแง่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒ ผมก็ต้องการให้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้เว้นวรรคไป ๓๐ วัน อยู่ ๆ การที่ ผมจะมาบอกว่าผมลุกขึ้นมา ผมขอเว้นวรรค ๓๐ วัน แล้วให้รัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ จบเลย มันไม่ได้อรรถรส ท่านก็ทราบในทางการเมืองเราควรจะต้องมีการปูพื้นให้พี่น้องประชาชน ตลอดจนเพื่อนสมาชิก

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสงวนความเห็นไว้เฉพาะ ในประเด็นนี้ ท่านก็อธิบายไม่เห็นด้วย แล้วขอสงวนความเห็นประเด็นนี้ไว้ด้วยเหตุผลอะไร ก็ว่าไปสิครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ 🔗

ก็ใช่สิครับ ผมกำลังอธิบายที่มาที่ไปเอง เพราะผมมีความรู้สึกว่ามันเร่งรีบมากเกินไปครับ หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาปุ๊บ มีผลบังคับใช้ทันทีปั๊บ แล้วมันจะไปทันอะไรท่านประธาน ผมถึงต้องการจะสื่อให้เห็นว่า ทุกกระบวนการ ทุกขั้นตอนมันค่อนข้างจะรวบรัด ตัดตอน ท่านประธานอ่านร่างแก้ไขฉบับนี้ มันจะมีสูตรดังนี้ ๑๕ บวก ๒๐ บวก ๔๐ และบวก ๑๕ ผมช้า ๆ นะครับเพื่อให้ พี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านได้ตามเรื่องนี้ทันด้วย สูตร ๑๕ บวก ๒๐ บวก ๔๐ บวก ๑๕ ก็เท่ากับ ๙๐ วันพอดี คือ ๑๕ วันแรก หลังจากถ้ามีผลบังคับใช้ทันทีนี่ ๑๕ วันแรก มีการประกาศกฤษฎีกาเพื่อเลือกตั้ง สสร. ๒๐ วันถัดมาก็คือ มีการรับสมัคร ๔๐ วันก็คือ ให้มีการหาเสียงเลือกตั้ง สสร. หรือดำเนินการของรัฐสภา และ ๑๕ สุดท้าย ก็คือให้ประกาศ รับรอง สสร. ก็เท่ากับว่ากระบวนการนี้ทั้งหมด ๑๕ บวก ๒๐ บวก ๔๐ บวก ๑๕ เบ็ดเสร็จแล้ว ๙๐ วัน เท่ากับว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาทุกอย่างต้องจบ ภายใน ๙๐ วัน ท่านประธานครับ มันจะเร่งรีบไปถึงไหนท่านประธาน ผมกังวลเป็นอย่างยิ่งว่า โดยเฉพาะกระบวนการในการคัดเลือก สสร. ก็คือการเลือกตั้ง สสร. จากพี่น้องประชาชน วันนี้เราก็ยังไม่เห็นความชัดเจนของข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่ประชาชนที่สนใจจะเข้าสู่ กระบวนการรับสมัครคัดเลือกเป็น สสร. ใจผมคิดว่าก็ในเมื่อถ้าเราอ่านในภาพรวมของร่างนี้ ทั้งหมดแล้วเราจะเห็นภาพว่าร่างแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมากให้อำนาจ กกต. ใช้ พ.ร.บ. เลือกตั้งท้องถิ่น พูดภาษาชาวบ้านคือเอามาประยุกต์ใช้โดยอนุโลม ถ้าสิ่งไหน ที่ไม่ต้องการจะใช้ให้เอามาประกาศในราชกิจจานุเบกษา ท่านประธานอย่าลืมนะครับว่า สมมุติว่าลงนามประกาศในราชกิจจานุเบกษาปุ๊บทุกอย่างต้องเริ่มต้นทันที ทุกอย่างเริ่มนับ ๑ นับ ๒ นับ ๓ นับ ๔ ไปทันที ถามว่าความลุกลี้ลุกลนผมเกรงว่าจะเกิดปัญหาอีกครั้งหนึ่ง ในอนาคต วันนี้ท่านประธานเห็นไหมครับว่ากระบวนการต่าง ๆ ที่ดำเนินการมามันเร่งมาตลอด มันจึงเกิดปัญหามาตลอด ลำพังแค่รายงานฉบับนี้เข้าสู่สภาวันนี้ก็เถียงกันมาหลายชั่วโมง เพราะมันเร่งรีบมาก แต่ถ้ารัฐธรรมนูญนี้หลังจากเสร็จสิ้นแล้วประกาศในราชกิจจานุเบกษา ท่านประธานไม่มีระยะพักสักช่วงเวลาหนึ่งให้หายใจสักนิดหนึ่ง อย่างน้อยผมเชื่อว่า ที่ผมเสนอไว้ ๓๐ วัน ช่วง ๓๐ วันนี้เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา ช่วง ๓๐ วัน กกต. เขาทำการบ้านแล้วท่านประธาน กกต. อาจจะต้องเอากฎหมายท้องถิ่นมาดูแล้วอาจจะต้อง รับฟังหลาย ๆ ภาคส่วน คิดว่าควรจะต้องเตรียมข้อบังคับหรือเตรียมระเบียบว่าด้วย การเลือกตั้ง สสร. อย่างไรบ้าง โดยเอากฎหมายท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ ผมคิดว่าการที่ให้ กกต. เขามีช่วงระยะเวลาพักสัก ๓๐ วัน ไปเตรียมความพร้อมองค์ประกอบเหล่านี้ และหลังจากนั้นแล้วค่อยเริ่มต้นผมว่ามันจะเป็นทางออกที่ดี ท่านประธานอย่าลืมนะครับว่า อยู่ ๆ ลงนามประกาศในราชกิจจานุเบกษาปุ๊บภายใน ๑๕ วัน รัฐบาลมีพระราชกฤษฎีกา เลือกตั้ง กกต. รับสมัครเลือกตั้ง ทุกอย่างมันไปเลยท่านประธาน ถ้ามันมีปัญหาขึ้นมา เกิดถ้าสมมุติ กกต. เขาไม่พร้อมขึ้นมา สิ่งที่ กกต. อาจจะร่างเอากฎหมายท้องถิ่นเอามาประยุกต์ แล้วมันเกิดปัญหาขึ้นมา มีหลายฝ่ายหลายส่วนแสดงความคิดเห็น ไม่เห็นด้วย เกิดถ้ามันช้าขึ้นมา กระบวนการจัดการเลือกตั้งก็ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ วันนี้เท่ากับทุกอย่างท่านบังคับไว้ ๙๐ วัน ผมฟ้องประชาชนแล้วนะครับ วันนี้แค่กระบวนการทุกอย่างท่านบังคับมาหมดแล้ว แต่หลังจากลงนามประกาศในราชกิจจานุเบกษาท่านบังคับไว้ทุกอย่างต้องจบภายใน ๙๐ วัน คือ ๙๐ วันทุกอย่างกระบวนการทุกอย่างต้องจบ ผมว่ามันรวบรัดมาก ผมถึงอยากจะย้ำนะครับ ขอเวลาสัก ๓๐ วัน ให้หลาย ๆ ภาคส่วนได้เตรียมความพร้อมของตัวเอง ยังน้อย ๆ ช่วงสูตร ๑๕ บวก ๒๐ บวก ๔๐ และบวก ๑๕ บวก ๑๕ หลังผมก็ยังกังวลใจท่านประธานครับ มันจะทำให้ การเลือกตั้งครั้งนี้เมื่อท่านเร่งรีบจนเกินไป กกต. มีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง โกงช่างมัน โกงไม่เป็นอะไรครับ เพราะว่า กกต. เขาก็บอกในที่ประชุมคณะกรรมาธิการ พวกเราก็รับรู้ เพราะ กกต. ไม่มีเวลาในการที่จะมาสอยพวกนี้ กกต. เขามีหน้าที่ส่งศาลอย่างเดียว ก็เท่ากับว่า กกต. ก็เหมือนเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง แต่ไม่ต้องมามีหน้าที่ในการตรวจสอบ เรื่องการทุจริตการเลือกตั้ง เพราะ กกต. แทบจะไม่มีอำนาจในการให้ใบเหลือง ใบแดง มีเวลา ๑๕ วัน ต้องดำเนินการส่งศาลอย่างเดียว แล้วผมเรียนท่านประธานนะครับว่าวันนี้ในเมื่อความชัดเจน พวกนี้ไม่มีนี่สิ่งที่ตามมาก็คือประสิทธิภาพของ สสร. ครับ ถ้ามีการซื้อเสียงกันสนุกสนาน ท่านประธานครับ มันจะกลายเป็น สสร. รับจ๊อบ (Job) นะครับ มันจะไม่ใช่ สสร. ที่เป็น ผู้แทนของประชาชนครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะย้ำกับพวกเราทุกคน ย้ำกับเพื่อนสมาชิกกรรมาธิการเสียงข้างมาก เรื่องนี้แม้แต่ในที่ประชุมเอง เราก็จำได้ว่า กกต. เองก็เคยมีหนังสือมาถึงพวกเรา บอกว่า ต้องการได้ พ.ร.บ. หรือกฎหมายสักฉบับหนึ่งว่าด้วยการเลือกตั้ง สสร. แต่วันนี้อยู่ ๆ ท่านล็อกไว้อย่างนี้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาปุ๊บมีผลทันทีปั๊บ ท่านไม่มีเวลาให้ทุกอย่าง เตรียมความพร้อม ผมถึงอยากจะเรียกร้องเวลา ๓๐ วัน เพราะผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกบางคน เรียกร้องนานกว่านั้น อย่างน้อยให้เราได้เห็นภาพ กฎเกณฑ์กติกาที่ กกต. จะประกาศใช้ ซึ่งท่านอาจจะเรียกระเบียบหรือเรียกอะไรก็แล้วแต่ แต่อย่างน้อยคนที่เข้าสู่การเลือกตั้ง สสร. จะได้เข้าใจว่านี่คือกติกา แล้วก็หลายคนจะได้เตรียมพร้อมเข้าสู่กระบวนการจัดการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า รัฐธรรมนูญนี้คือกฎหมายสูงสุด ของประเทศ ไม่ใช่กฎหมายหรือข้อบังคับของบริษัท และสิ่งเหล่านี้มีผลกับประชาชนคนไทย ทั้งประเทศ ทั้งคนเห็นด้วยกับท่านและคนที่ไม่เห็นด้วยกับท่าน ท่านต้องใจเย็น ๆ นิดหนึ่งครับ วันนี้เราเริ่มต้นมาตั้งแต่เช้า เราวุ่นวายเพราะความเร่งรีบของคณะกรรมาธิการ เร่งรีบ เพราะท่านต้องการสร้างผลงานบางสิ่งบางอย่างหรือไม่ เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นด้วยกับข้อนี้ ผมจึงแปรญัตติเพิ่มเติมอีก ๓๐ วัน หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ สงวนความเห็นในประเด็นเดียวกันนะครับ ให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด ๓๐ วัน เชิญครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ กรรมาธิการ

ท่านประธานรัฐสภา ผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเป็นกรรมาธิการด้วยท่านประธานครับ เป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย

เรื่องแรก ที่อยากจะประหยัดเวลาของสภาก็คือหลายฝ่าย หลายคน หลายท่านอ้างว่าสิ่งที่ท่านแปรญัตติไว้ไม่มีในรายงาน ผมเรียนกับท่านประธานอีกครั้งหนึ่งว่า ท่านสั่งให้เอาชวเลขมาดู เอาชวเลขมาวาง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านอย่านอกประเด็นนะครับ เข้าประเด็นที่ท่านสงวนนะครับ มีผลใช้บังคับตั้งแต่เมื่อพ้นกำหนด ๓๐ วันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา ท่านสงวนไว้แค่นี้เองครับ ท่านให้เหตุผลประกอบตรงประเด็นนี้เท่านั้นครับ เชิญครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ กรรมาธิการ 🔗

ผมสงวนเกือบทุกมาตราท่านประธานครับ เอาเข้าประเด็นเลยนะครับ มีอยู่ ๒-๓ ประเด็นหลัก ๆ ที่ผมกังวลอย่างยิ่ง คือรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. ที่เรายกร่างขึ้นไปตัดสิทธิสำคัญของประชาชน คือสิทธิในการเลือกตั้ง ท่านประธานอาจจะบอกว่ามันเกี่ยวอะไรกับเรื่อง ๓๐ วัน เกี่ยวท่านประธาน ฟังผมนิดเดียว ๑. สิทธิในการเลือกตั้งล่วงหน้า ซึ่งถ้าดูสถิติย้อนหลังไปท่านประธานครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ไล่มานะครับ ผู้ที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า แปลว่า ณ วันที่เลือกตั้งเขามีภาระ เรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญ เพราะอะไรครับ เพราะว่าเป็นการเขียนกติกาของประเทศ เมื่อเทียบแล้ว ผมเชื่อว่าสำคัญกว่า ส.ส. สำคัญกว่า ส.ว. เพราะฉะนั้นเมื่อรัฐธรรมนูญจงใจ ต้องใช้คำว่า จงใจไปตัดสิทธิการเลือกตั้งล่วงหน้า เรื่องนี้จะต้องมีการรณรงค์ท่านประธานครับ รณรงค์ว่า ติดธุระอย่างไรก็อย่าไป เพราะถ้าไปคุณเสียสิทธิ เพราะถ้าไปอาจจะแพ้ชนะกันเสียงเดียว ๒ เสียง ๓ เสียง เพราะเสียงคุณที่ไม่ไปเลือกตั้ง ประเทศชาติเปลี่ยนได้ นั่นคือประเด็นที่ ๑ ที่ผมอยากจะได้เวลา ๓๐ วันไว้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนจะได้จัดการทำธุระที่เดือดร้อน มีเหตุผลนะครับท่านประธานครับ

ข้อต่อไปครับ รัฐธรรมนูญที่แก้นี้นะครับ ในการเลือก สสร. นี้ ไม่มีการเลือกตั้ง ต่างประเทศ ในการเลือกตั้งต่างประเทศครับมีการทำกันมาตลอดเป็นการเคารพสิทธิคนไทย คนไทยส่วนใหญ่ กระผมว่าเป็นล้านคนหรือกว่านั้น ไปทำงานหาเงินส่งกลับมาพัฒนาประเทศ รอบนี้เขาเสียสิทธิครับ ผมอยากจะได้เวลา ๓๐ วันในส่วนนี้ให้เขาเหล่านั้นได้ปรับทิศปรับทาง จะได้กลับมาเมืองไทย เพื่อที่จะได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ไม่ใช่ว่าขอเวลา ๓๐ วัน เล่น ๆ นะครับ ท่านประธานครับ ไม่ใช่ครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องสำคัญอีก ๒ ประเด็นครับท่านประธาน ประเด็นก็คือว่า เราใช้กฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นโดยอนุโลม ผมเป็นกรรมาธิการ ผมนั่ง ผมก็ท้วงติง แต่ว่า ก็แพ้เสียงส่วนใหญ่นะครับ ปัญหาสำคัญก็คือคนที่เป็นกรรมการการเลือกตั้ง ๕ คน ไม่สบายใจ ไม่สบายใจเขาพูดก่อนแล้ว ตอนที่ฝ่ายรัฐบาลยกร่างมาว่าให้ใช้ระเบียบในการเลือกตั้ง กกต. บอกใช้ระเบียบไม่ได้ เขาไม่สามารถออกกฎ ออกระเบียบไปบังคับได้ พอ กกต. บอกว่า ออกระเบียบไม่ได้ ก็มาแก้ พวกผมเสนอครับว่าต้องยกร่างเป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ หรือพระราชบัญญัติว่าด้วยการเลือกตั้ง สสร. มันจะได้ชัดเจน ถูกต้องครบถ้วน ไม่เอาครับ ก็เลยมาเป็นเอาพระราชบัญญัติเลือกตั้งท้องถิ่นมา วันนี้ครับท่านประพันธ์ นัยโกวิท ต้องขออนุญาตเอ่ยนาม บอกว่าการที่นำกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นมาใช้โดยอนุโลม มันเกิดปัญหา ปัญหาตรงไหน ปัญหาตรงว่าแค่ไหน เพียงใด เรียกว่าอนุโลม ประเด็นใด อนุโลม ประเด็นใดไม่อนุโลม

ประการต่อไปครับ ท่านประธานครับ กกต. จะไม่ใช้กฎหมายในส่วนใด ให้นำลงมาประกาศในราชกิจจานุเบกษา และพี่น้องประชาชนจะตามทันหรือครับ รวมถึงในการที่มาเลือกตั้ง ผู้ที่ไม่มาเลือกตั้ง ไม่ว่าพี่น้องที่อยู่ต่างแดน ไม่ว่าคนที่มีธุระ ในวันเลือกตั้งมาไม่ได้ เสียสิทธิ หรือไม่เสียสิทธิ ประเด็นเหล่านี้เป็นเรื่องที่จะต้องชี้ให้ชัด เพราะว่าถ้าเสียสิทธิ ใครเป็นคนบอกว่าเสียสิทธิ ถ้าบอกว่าไม่เสียสิทธิ แล้วการเลือกตั้ง ระดับนี้จะว่าอย่างไร เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่จะต้องมีการชี้แจงพี่น้องประชาชน ให้ชัดว่าถ้ามาหรือไม่มา เสียสิทธิหรือไม่เสียสิทธิ เอาระยะเวลาในส่วนนี้ ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งครับ ศาลอุทธรณ์ภาคแต่ละภาคไม่ชัดเจนโดยในนัยทั้งหลาย ซึ่งผมพยายาม อธิบายผมบอกว่า ๓๐ วันนับแต่วันไหน กรรมาธิการเสียงข้างมากก็แก้แล้วว่า ๓๐ วันนับแต่ วันรับเรื่อง แต่ไม่ได้เขียนไปบอกว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งมีสิทธิอุ้ม มีสิทธิถือ มีสิทธิ ครองสำนวนไว้ได้กี่วัน ได้กี่ชั่วโมง และสำคัญว่ากรณีนี้พี่น้องประชาชนฟ้องไปเอง หรือว่าต้องผ่าน กกต. ถ้าฟ้องเองครับ ท่านประธานครับ เขามีเวลาศึกษาวิธีการฟ้องแค่ไหน เพียงใด ถ้าจะให้เขาร้อง กกต. ก็จะต้องมีเวลาอย่างน้อย ๓๐ วัน ให้เขาได้รับรู้รับทราบ กระบวนการนะครับ ท่านประธานครับ และยังไม่ชัดเจนครับว่า ในกฎหมายเลือกตั้ง ยังไม่ชัดเจนว่า กกต. มีหน้าที่แค่เลือกตั้ง หรือ กกต. มีหน้าที่ต้องสอบสวน รวบรวมสำนวนแค่ไหน นี่แค่กฎหมายเดียวครับท่านประธาน อีกกฎหมายหนึ่งซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญ คือกฎหมาย เรื่องการออกเสียงประชามติ ซึ่งร่างของรัฐบาลให้ใช้ในส่วนนี้ด้วย ผมนั่งเป็นประธาน คณะกรรมาธิการร่วมกันของสภาชุดที่แล้วเรื่องการออกเสียงประชามติ การออกเสียง ประชามติจะต้องเปิดโอกาสให้ฝ่ายที่เห็นด้วยกับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยมีสิทธิเท่าเทียมกันในสื่อทุกสื่อ ฝ่ายเห็นด้วยสนับสนุนดี ๆ คนทางไกลจะได้รีบกลับมา คนที่ไม่เห็นด้วย ไม่ดี ๆ บ้านเมือง จะเดือดร้อนเลิกระบบนิติรัฐ เพราะฉะนั้นจึงจะกราบเรียนท่านประธานครับว่าของเหล่านี้จำเป็นต้องใช้เวลาที่จะให้ พี่น้องประชาชนเข้าใจ ท่านประธานลองลงลึกไปดูในกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น ที่น่ากลัวที่สุด การให้ใบแดงกับ สสร. ต้องเป็นมติเอกฉันท์ ตรงนี้เองที่จะต้องรณรงค์ให้พี่น้องประชาชน ได้เข้าใจ เพราะว่าถ้าเอกฉันท์นี่นะครับ แปลว่าโอกาสได้ใบแดงไม่มีครับ เพราะถ้า กกต. คนหนึ่งคนใดซิกแซก หรือไม่ตรง หรือมีความเห็นเอียงข้างทางหนึ่งทางใด เรียบร้อย สำคัญไปกว่านั้นท่านประธานครับ เปิดโอกาสให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เปิดโอกาสให้นายอำเภอ ร้องได้ด้วย สมมุติว่า สสร. ในเขตอำเภอ ก เป็น สสร. ที่ฝ่ายเสียงข้างมากไม่อยากได้ ส่งสัญญาณให้นายอำเภอ นายอำเภอเฮ้ยร้องมาเลยสร้างพยานหลักฐานเท็จขึ้นมา อส. ก็ได้ ใครก็ได้ บ้านเมืองมันจะเดือดร้อน ของต่าง ๆ เหล่านี้ครับ แค่ไหนที่เอาไว้ แค่ไหนที่เอาออก แค่ไหนที่จะต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาว่าไม่ใช้ ต้องให้ชัดเจนท่านประธาน ผมกราบเรียน ท่านประธาน เพราะว่าผมมีอีกหลายมาตราที่จะต้องเรียนในที่ประชุมนี้ให้เห็นว่า เมื่อกฎหมายออกมาแบบลักลั่นไม่ครบถ้วน ลุกลี้ลุกลนอย่างที่หลายคนพูด เพราะฉะนั้น ระยะเวลา ๓๐ วันก่อนที่รัฐธรรมนูญมีผลจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ต่อไปท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ครับ สงวนไว้ในประเด็นเดียวกันนะครับ แต่มีข้อความต่างกันนิดหนึ่ง รัฐธรรมนูญให้มีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา เชิญครับ ไม่อยู่นะครับ ถ้าอย่างนั้นผมไปที่ท่านสาธิต ปิตุเตชะ ครับ สงวนไว้ในประเด็นเดียวกันครับ รัฐธรรมนูญให้มีผลบังคับตั้งแต่ ๖๐ วันนับจากวันถัดจาก วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดระยอง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมคงใช้เวลาสั้น ๆ เพื่อให้ท่านประธานสบายใจไม่ต้องทักท้วงผม เพราะว่าที่ขอสงวนความเห็นไว้ ในมาตรา ๒ ก็เป็นเพียงประเด็นจำนวนวันที่บังคับใช้ของกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมสงวนความเห็นไว้ว่ารัฐธรรมนูญนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่ ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันถัดจาก วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เหตุผลของผมก็คือการเตรียมความพร้อมท่านประธาน ต้องขออนุญาตเล่าให้ท่านประธานฟังว่าในการทำงานในคณะกรรมาธิการ ต้องยอมรับว่า มันมีปัญหานี้เกิดขึ้น ซึ่งเวลาผมอภิปรายอาจจะไปทิ่มแทงใจ แต่ว่ามันเป็นเรื่องจริงที่ปฏิเสธ ไม่ได้ครับ คือเร่งรีบ รวบรัด รีบร้อน ในการทำกฎหมายฉบับนี้ ในเนื้อหาของมาตรา ๒ มีการพูดคุยมีการถกเถียงกันเรื่องการกำหนดวันบังคับใช้ มีการพูดคุยถึงความพร้อมว่า หน่วยงานที่เป็นหน่วยงานที่จะไปรับผิดชอบเรื่องการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือว่า สสร. เขามีความพร้อมแค่ไหน ในเบื้องต้นท่านประธานก็อยากจะมีดำริว่าให้เอาตาม ร่างของรัฐบาลไปเลย แต่สมาชิกฝั่งพวกผมลุกขึ้นมาทักท้วงว่ามันต้องฟังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็น กกต. ไม่ว่าจะเป็นศาลที่เกี่ยวข้องว่าเขาสามารถปฏิบัติหน้าที่ ในการเลือกตั้ง สสร. ได้มากน้อยแค่ไหน ท่านประธานสามารถก็เลยยอมให้คณะกรรมการ การเลือกตั้งมาชี้แจงกับที่ประชุมคณะกรรมาธิการร่วม ผลปรากฏก็เป็นไปอย่างที่พวกเราท้วงติง ท่านประธานคณะกรรมาธิการก็เห็นด้วยว่าทางหน่วยงานที่เขารับผิดชอบโดยตรง ท่านเป็นรัฐบาล ท่านคิดว่าเป็นองค์กรอิสระท่านจะไปสั่งงานเขา ไม่ได้ เพราะถือว่าหน่วยงาน กกต. เป็นหน่วยงานที่มีความเป็นอิสระ ฝ่ายบริหารจะไปแทรกแซงไม่ได้ เขาก็มาชี้แจง ในคณะกรรมาธิการครับ เขาบอกว่าเขาไม่สามารถไปจัดการเลือกตั้งตามกฎหมาย หรือระเบียบที่ร่างของคณะรัฐมนตรีเขียนไว้ในมาตรา ๒๙๑ วรรคห้า นั่นหมายความว่าเขาชี้แจงถึงขนาดบอกว่าถ้าเป็นไปตามที่ร่าง ครม. เขียน คือใช้คำว่า ร่างระเบียบหลักเกณฑ์วิธีการเลือกตั้ง โดยให้คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด อันนี้ก็ชัดว่า กฎหมายที่เรากำลังขอแก้ไขมันเป็นกฎหมายสูงสุด คือกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่มีกฎหมายไหน มีศักดิ์และสิทธิเหนือกว่ากฎหมายฉบับนี้อีกแล้ว แต่ให้ไปใช้ระเบียบซึ่งคณะกรรมการ การเลือกตั้งไปออกระเบียบกฎเกณฑ์มาใช้ในกฎหมายฉบับนี้มันใช้ไม่ได้ เขาก็มีข้อเสนอว่า จะทำอย่างไรในเมื่อเนื้อหาที่ร่างมาในร่างของ ครม. มันเป็นปัญหา ก็มีข้อเสนอกัน อีกหลายประการ ๑. จะไปเอาร่างกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว. ที่ประกาศใช้เป็นกฎหมาย พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เคยประกาศใช้ไปแล้วเอามาบังคับใช้ หรือจะไปออก พ.ร.บ. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สสร. ตามร่างแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ ซึ่งผมเห็นด้วยกับการที่จะไปออกกฎหมายโดยเฉพาะในการเลือกตั้ง สสร. ตามร่างแก้ไข เพิ่มเติมกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ นั่นหมายความว่าต้องไปดำเนินการออกร่างกฎหมาย พ.ร.บ. เพื่อใช้เฉพาะในการเลือกตั้ง เพราะมันมีปัญหาครับท่านประธาน สมมุติว่าไปใช้ ร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว. ก็ยังมีปัญหาว่าจะใช้หมวดไหน ไม่ใช้หมวดไหน เป็นปัญหาในการวินิจฉัยของหน่วยงานที่เขาทำงาน เช่นกันครับ วันนี้คณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยแล้วว่าให้ใช้ พ.ร.บ. เลือกตั้งท้องถิ่น ในขณะเดียวกันผู้ที่บังคับใช้กฎหมายนี้ก็บอกว่ามีปัญหาตามที่ท่านวิรัตน์ได้อภิปรายมาแล้ว ประเด็นก็คือผมก็เห็นว่าเพื่อเตรียมความพร้อม เพื่อจะไม่ต้องรีบเร่ง ไม่ต้องรีบร้อน ไม่ต้อง รวบรัดเราก็ไปทำกฎหมายโดยเฉพาะเสียในระหว่างที่หลังจากร่างแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา ผมก็เขียนไว้ว่าใช้เวลาในการเตรียมความพร้อม ๖๐ วัน ไปดำเนินการ ไปออกกฎหมาย ซึ่งก็ไปสอดคล้องกับที่ผมสงวนความเห็นไว้ในมาตรา ๒๙๑/๕ วรรคสี่ อันนี้ล่ะครับ เป็นเหตุผลที่เราได้มีการถกเถียงทำงานกันในคณะกรรมาธิการ ผมก็อยากจะให้ประธานได้รับทราบว่าที่เราทำงานร่วมกันมามีทั้งปัญหา มีทั้งอุปสรรค แต่อย่างน้อยที่สุดความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในการประชุมพิจารณาในวาระที่สอง ผมยังเห็นว่า ความจริงถ้าไม่เร่งรีบสามารถกลับไปทำให้สมบูรณ์ได้ ความจริงท่านประธานคณะกรรมาธิการ ไม่อยู่ ผมแสดงความเห็นใจกับท่าน ขอเลยไปนิดหนึ่งว่าความจริงมันไม่ต่างกันเลยครับ ถ้าสมมุติกลับไปทำให้สมบูรณ์แล้วกลับมาพิจารณาหลังสงกรานต์เวลาที่ผิดไปก็ไม่นานนัก อันนี้ก็ฝากไว้ว่าเผื่อท่านประธานสามารถจะคิดว่าเพื่อความสมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ของ ร่างที่เรากำลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ ผมก็เรียนกับท่านประธานว่าสำหรับมาตรา ๒ นั้น เพื่อความพร้อม ความถูกต้อง ไม่เร่งรีบ ผมก็สงวนความเห็นไว้เป็น ๖๐ วันหลังจาก ที่ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขาไปเตรียมกฎหมายเฉพาะของเขา หรือเราไปออกกฎหมายเพื่อให้ไปใช้ในการเลือกตั้ง สสร. โดยเฉพาะสำหรับการออกแบบ ให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เลยเรียนไว้ท่านประธาน ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ต่อไปท่านอลงกรณ์ พลบุตร สงวนไว้ในเรื่องทำนองเดียวกันนะครับ รัฐธรรมนูญให้มีผลบังคับเมื่อพ้นกำหนด ๓๐ วัน นับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เชิญครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานรัฐสภาครับ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ซึ่งเป็นกรรมาธิการที่ได้สงวนความเห็นในคำแปรญัตติที่แตกต่างจาก คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก โดยที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากยังยืนยันในการที่จะ บัญญัติมาตรา ๒ ไว้ดังนี้

รัฐธรรมนูญนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป ส่วนกระผมได้เสนอคำแปรญัตติแตกต่างโดยเขียนดังนี้ครับ

มาตรา ๒ รัฐธรรมนูญนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่ วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ผมมีเหตุผล ๓ ประการที่กราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปถึงคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากในการพิจารณาทบทวนเหตุผลและข้อเท็จจริง ที่กระผมจะได้นำเสนอซึ่งถ้าเห็นว่ามีเหตุผล กรรมาธิการเสียงข้างมากสามารถที่จะขอในการ ที่จะเปลี่ยนแปลงตามที่กระผมได้เสนอคำแปรญัตติ ๓ เหตุดังกล่าวนั้น

เหตุผลประการแรก ก็คือเรื่องของการเตรียมความพร้อมในการออกเสียง ประชามติ

เหตุผลประการที่ ๒ คือการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง สสร. และการคัดเลือก สสร.

และเหตุผลประการที่ ๓ คือความพร้อมของประชาชนสำหรับรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่

ในเหตุผลประการแรกนั้น ในเรื่องการเตรียมความพร้อม การออกเสียง ประชามติ ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าไปโยงกับมาตรา ๕ ที่กระผมได้แปรญัตติในเรื่อง ให้มีการออกเสียงประชามติสำหรับในวาระเริ่มแรกของการที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งให้มีการเพิ่มหมวด ๑๖ ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญ กระผมเข้าใจว่าท่านประธาน และกรรมาธิการเสียงข้างมากคงจะมีประสบการณ์เดียวกันว่าในรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ ที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๐ ที่กระผมถืออยู่ในมือ แล้วก็เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน มีอยู่ด้วยกัน ๓๐๙ มาตรา มีอยู่ด้วยกัน ๑๕ หมวด แล้วก็ ๑ บทเฉพาะกาล ในรัฐธรรมนูญดังกล่าวนั้นได้กำหนดไว้ ในหมวด ๑๕ ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นั่นก็คือในมาตรา ๒๙๑ แต่เมื่อมีการเสนอ เพื่อให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยการเสนอให้มีการเพิ่มหมวด ๑๖ ว่าด้วยการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถือได้ว่าเป็นเหตุผลและข้อเสนอที่ต่างออกไปจากเจตนารมณ์เดิมของ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แน่นอนที่สุดว่าในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้นได้ให้อำนาจรัฐสภา ในการให้ความไม่เห็นชอบ หรือในการพิจารณาข้อเสนอไม่ว่าจะมาจากประชาชน ไม่ว่าจะมาจาก คณะรัฐมนตรี มาจาก ส.ส. และ ส.ว. ใน ๔ ช่องทางดังกล่าวนั้น เฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เท่านั้น ซึ่งรัฐสภาก็ได้มีการพิจารณาในร่างของคณะรัฐมนตรี ในร่างของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เสนอเข้ามา ส่วนร่างของประชาชนนั้นเสนอเข้ามาแต่อยู่ระหว่างการตรวจรายชื่อ ก็ไม่ถือว่าได้มีการรับเข้ามาสู่การพิจารณา นั่นคือการดำเนินการตามมาตรา ๒๙๑ ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในหมวด ๑๕ เมื่อมีการเสนอให้มีการเพิ่มเติมหมวด ๑๖ ว่าด้วย การจัดทำรัฐธรรมนูญ กระผมเห็นว่าเป็นการนอกอำนาจ หรือเกินกว่าเจตนารมณ์ ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ให้สมาชิกรัฐสภาในการพิจารณา ดังนั้นในมาตรา ๕ ที่กระผม ขออนุญาตท่านประธานได้พาดพิงเกี่ยวข้องไปถึงเพราะว่ามันเป็นเหตุผลที่มาโยงกับการที่ กระผมเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ควรให้เวลาต่อการเตรียมความพร้อมในการออกเสียง ประชามติ นั่นหมายความว่าเมื่อรัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เท่ากับว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ จะมีบทบัญญัติใหม่ในหมวด ๑๖ ว่าด้วยการจัดทำ ร่างรัฐธรรมนูญ ในขณะที่รัฐธรรมนูญฉบับเดิมยังมีผลบังคับใช้อยู่ จึงเห็นควรที่จะต้อง ให้มีการออกเสียงประชามติมอบหมายให้ กกต. ไปดำเนินการกำหนดวันออกเสียงประชามติ โดยที่ใช้พระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติโดยอนุโลม ดังนั้นขั้นตอนของการออกเสียง ประชามตินั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการเตรียมความพร้อม นี่คือเหตุผลประการที่ ๑ และผมกราบเรียนท่านประธานว่าในช่วง ๒๐ ปี ที่ได้อยู่ในสภาแห่งนี้นั้นเราได้เคยมีการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๓๔ ในแนวทางเหมือนกันครับ ก็คือการที่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๓๔ นั้น มีมาตรา ๒๑๑ ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และด้วยแนวทางการปฏิรูปการเมืองในขณะนั้น จึงได้มีการเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๑ ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญทั้งฉบับใหม่ได้ คราวนี้เป็นครั้งที่ ๒ ซึ่งวัน เวลา ก็ห่างกันเป็นเวลา ๑๐ กว่าปี ด้วยเหตุและผลดังกล่าวนั้น กระผมจึงเห็นว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนั้น ได้กำหนดในเรื่องของการ แก้ไขรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่เมื่อมีการดำเนินการภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับเดิม และให้มีการ จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น สมควรที่จะต้องมีการออกเสียงประชามติว่าประชาชน จะเห็นด้วยหรือไม่ที่จะให้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ถ้าหากว่ามีความเห็นด้วย ในเสียงข้างมากของประชาชนที่มาออกเสียงประชามติก็ให้ดำเนินการตามมาตรา ๒๙๑/๑ ต่อไป นั่นคือเหตุผลที่เห็นว่ารัฐธรรมนูญซึ่งเป็นเรื่องใหม่สำหรับยุคนี้ พ.ศ. นี้ จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องมีการเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะเรื่องการออกเสียงประชามติ นั่นคือเหตุผลข้อแรก

เหตุผลข้อที่ ๒ ก็คือในเรื่องของการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งตามร่างของคณะรัฐมนตรีที่ถือเป็นหลักในการพิจารณานั้น และเป็นร่างของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ยังคงไว้ซึ่งการได้มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ๒ ประเภทด้วยกัน ประเภทหนึ่งมาจากการเลือกตั้ง จากทุกจังหวัด จังหวัดละ ๑ คน ประเภทที่ ๒ มาจากการคัดเลือกโดยรัฐสภา ซึ่งถือว่ามาจากองค์กรต่าง ๆ และท่านประธาน ก็เป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ในเรื่องเหล่านี้ และให้สมาชิกรัฐสภาในการคัดเลือก ซึ่งก็ถือว่า เป็นเรื่องที่ใหม่ และเป็นเรื่องที่จะมี ๓ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรง ๑. ก็คือองค์กรของสาธารณกุศล องค์กรทางศาสนา องค์กรทางสถาบันการศึกษา และอื่น ๆ ที่จะมีการกำหนดกฎเกณฑ์ ระเบียบต่าง ๆ ออกมา แล้วก็ต้องเสนอรายชื่อเข้ามา ในส่วนของคุณสมบัติ ๓ ประเภท ของผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งกฎหมายมหาชน กฎหมายรัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ แล้วก็ประเภทที่ถือว่ากว้างขวางมากที่สุด ก็คือในสาขาด้านอื่น ๆ ทั้งเศรษฐกิจ และอื่น ๆ นั่นคือประเภทที่มาจากการคัดเลือก จำเป็นที่จะต้องมีการเตรียมความพร้อม ทั้งในส่วนของ ตัวองค์กรที่จะเสนอเข้ามา และในส่วนของบุคคลที่คิดว่ามีคุณสมบัติอยากจะเสนอตัวเข้ามา รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมในส่วนของท่านประธานรัฐสภาเอง แล้วก็ในส่วนของรัฐสภา

ส่วนที่ ๒ คือการเลือกตั้งโดยตรงของ สสร. ในแต่ละจังหวัด ในส่วนนั้น ตัวผู้ที่มีความประสงค์ที่จะลงสมัคร ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะเป็นใครบ้าง ก็จำเป็นที่จะต้องมีเวลา และตรงนี้เองคือการที่จะต้องมีการศึกษาถึงรัฐธรรมนูญที่ประกาศใช้ เพราะว่าจะมีเวลาน้อยมาก ในการที่จะได้มาซึ่ง สสร. จากการเลือกตั้ง และจากการคัดเลือก

สุดท้ายก็คือเหตุผลในเรื่องของประชาชนในการที่จะเตรียมความพร้อม ท่านประธานครับ การตรากฎหมายแต่ละฉบับนั้นก็มีศักดิ์ มีศรี มีระดับของกฎหมายแตกต่างกัน แต่กล่าวได้ว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นเป็นกฎหมายสูงสุด แล้วเราก็ถือหลักเดียวกัน ไม่ว่ากฎหมายต่างศักดิ์ ต่างศรี ต่างระดับอย่างไร ก็ถือว่าประชาชนต้องรู้กฎหมาย แต่ความจริง ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะแม้แต่กฎหมายที่อยู่ในชั้นต่ำกว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ เช่น พระราชบัญญัติ ขนาดกฎหมายที่ท่านประธานทราบดีนะครับว่า กฎหมายที่ใช้กันมาก ใช้กันบ่อย ก็คือกฎหมายอาญาและกฎหมายแพ่ง เราไม่สามารถกล่าวได้เลยว่าประชาชนนั้น รู้ทุกมาตรา และเข้าใจกฎหมายในทุกข้อ จะเข้าใจ จะรู้ก็เฉพาะในส่วนที่กระทบ หรือมีผล ในทางหนึ่งทางใดกับชีวิต แล้วนี่รัฐธรรมนูญละครับ โดยหลักทฤษฎีเราก็บอกว่าประชาชนนั้นจะต้องรู้กฎหมาย รู้รัฐธรรมนูญ แต่รัฐธรรมนูญ ที่เราแก้ไขก็ถือว่าเป็นกฎหมายใหม่และมีความสลับซับซ้อน ไม่ใช่มีเพียง ๕ มาตรา หรือ ๖ มาตรา แต่มีอนุมาตราที่ซอยย่อยอยู่ในนั้นอีกอย่างน้อย ๑๗ ๑๘ อนุมาตรา ผมคิดว่าการเตรียมความพร้อม ให้ประชาชนได้เกิดความเข้าใจก็จะเกิดการยอมรับ ดังนั้นจึงได้ขอเวลาต่อคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากครับว่าเมื่อเห็นชอบแล้วแล้วประกาศในราชกิจจานุเบกษาก็ขอเวลาระยะหนึ่ง ๓๐ วันที่จะให้ทั้งประชาชนได้เตรียมความพร้อมในการทำความเข้าใจ ขณะเดียวกัน ในส่วนของ กกต. ที่จะต้องเตรียมในเรื่องการออกเสียงประชามติสำหรับวาระเริ่มแรก หรือแม้แต่ในตัวเนื้อหาสาระของตัวรัฐธรรมนูญ สุดท้ายก็คือในเรื่องของผู้ที่จะลงสมัครเป็น สสร. หรือบุคคลที่คิดว่าตัวมีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่รู้นะครับว่าคุณสมบัตินั้น เป็นเช่นไร เขาจะมีสิทธิหรือไม่ อย่างไร ตรงนี้ผมเห็นว่ามันมีความสำคัญ ก็กราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการเสียงข้างมากได้โปรดทบทวนด้วยเหตุด้วยผลข้อเท็จจริง ที่ผมได้นำเสนอ ขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ เริ่มซ้ำประเด็นแล้วนะครับ ท่านต่อไปท่านคำนูณ สิทธิสมาน ได้สงวนไว้ในทำนองเดียวกันครับ ให้รัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด ๓๐ วันนับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าให้ซ้ำประเด็นนะครับ

นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม คำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในฐานะ ผู้สงวนคำแปรญัตติ ท่านประธานครับ ผมทำตัวเรียบร้อยมาโดยตลอดตั้งแต่เช้า อยากจะ ร่วมวงอภิปรายประเด็นเรื่องรายงานคณะกรรมาธิการก็สู้อดทนไว้ว่าจะพูดในมาตรานี้ ท่านประธานก็กรุณาเตือนล่วงหน้าว่าอย่าให้ซ้ำประเด็นนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านคำนูณครับ ผมไม่ได้ เตือนท่านครับ ผมเตือนท่านสมาชิกโดยรวม ต้องขออภัยนะครับ

นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร ผมบอกว่าขอบคุณ เพียงแต่บังเอิญก่อนหน้าผมพูดพอดี แล้วตอนที่ ผมยื่นคำแปรญัตติตรงนี้ ผมก็ได้ปรึกษากับท่าน ส.ว. สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ เพียงท่านเดียว ท่านอื่นจะแปรญัตติเหมือนผม หรือต่างจากผม หรือคล้ายกับผมผมก็ไม่ได้มีส่วนร่วมด้วย เอาล่ะครับเพื่อประหยัดเวลานะครับ โดยหลักการผมเห็นว่าไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามแต่ ไม่ว่าจะมีคนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งโดยนัยก็คือการเขียน รัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ แต่ในทางปฏิบัติถ้าไม่เกิดมีปาฏิหาริย์ใดการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ก็คงจะต้องเดินหน้าต่อไป แล้วก็มีแนวโน้มที่จะต้องเดินหน้าตามที่กรรมาธิการเสียงข้างมาก ได้มีความเห็นร่วมกันไว้ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากให้กระบวนการนี้ดำเนินไปอย่างสง่างาม หมดจด หมดข้อสงสัยใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่อยากให้เกิดบรรยากาศการถกเถียงกันในเรื่องข้อบังคับ ในเรื่องวิธีการมากกว่าเรื่องเนื้อหา จนถึงบัดนี้เราก็ยังไปไม่ถึงเนื้อหาส่วนที่เป็นสาระสำคัญ ในประเด็นที่ผมได้สงวนคำแปรญัตติไว้ให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด ๓๐ วันนับแต่ วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในประการสำคัญก็คือเพื่อเปิดเวลาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีความพร้อมเต็มที่ในการดำเนินการ

ในประการแรก ก็คงจะเป็นการพร้อมตามร่างเดิมที่คณะรัฐมนตรีเสนอเข้ามา แล้วก็ตามร่างที่กรรมาธิการเสียงข้างมากได้กรุณาแก้ไขเข้ามา ๓๐ วันไม่ได้เป็นเวลา ที่ยาวนานเกินไปเลยครับ เพราะว่าหลังจากมีผลใช้บังคับแล้วท่านก็จะเห็นร่างรัฐธรรมนูญนี้ บังคับไว้เป็น ๑๕ วัน ๒๐ วัน ๔๐ วัน ๑๕ วัน รวมแล้วเท่ากับ ๙๐ วัน ทุกอย่างต้องจบ ทุกอย่างต้องเสร็จสิ้น ในขณะที่ยังมีประเด็นที่ยังเป็นปัญหาอยู่ก็คือตัวกฎหมายเลือกตั้ง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้น ร่างเดิมของรัฐบาลบอกว่าให้ใช้ระเบียบที่ กกต. กำหนด ต่อมาร่างของกรรมาธิการเสียงข้างมากที่เรากำลังพิจารณาอยู่นี้นะครับ ก็ให้เอากฎหมายท้องถิ่น เลือกตั้งท้องถิ่นมาบังคับโดยอนุโลม แต่ประเด็นก็อยู่ที่ท่านเขียนไว้นะครับว่าในการนี้ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจประกาศกำหนด บทบัญญัติใดแห่งกฎหมายดังกล่าว ที่ไม่จำเป็นต้องนำมาบังคับใช้ในราชกิจจานุเบกษาด้วย อะไรควรจะบังคับใช้ อะไรไม่ควร จะบังคับใช้ กระผมเข้าใจว่ามันมีผลดีผลเสียแตกต่างกันและถ้าเผื่อว่าไม่พิจารณาโดยรอบคอบ ก็จะทำให้ประเด็นความบริสุทธิ์ยุติธรรมในการเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญมัวหมอง หรือถูกตั้งข้อสงสัยหรือถูกตำหนิได้ ซึ่งก็จะไปขัดหลักการที่ผมเห็นว่าไหน ๆ จะเขียน รัฐธรรมนูญใหม่กันทั้งที แล้วก็ด้วยความหวังที่ทุกท่านที่ตั้งใจที่จะเขียนรัฐธรรมนูญใหม่นี้ ตั้งใจว่าจะให้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับสุดท้ายไม่มีการแก้ไขอีก ไม่มีการยกเลิกอีก ไม่มีการกระทำ การนอกรัฐธรรมนูญอีก เพราะฉะนั้นก็ควรที่จะให้กระบวนการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ มาด้วยความรอบคอบ อันนี้เป็นประเด็นสำคัญครับ

ประเด็นที่ ๒ ก็คือนอกจากเตรียมความพร้อมให้ครบถ้วนสมบูรณ์บวกไว้ อีก ๓๐ วันแล้ว ทางกระผมเองก็ยังได้แปรญัตติคือแปรญัตติไว้เยอะครับ แต่ประเด็นสุดท้าย ที่ได้แปรญัตติไปนี่อยู่ในมาตราสุดท้ายคือ มาตรา ๕ คือผมต้องการให้ก่อนที่จะมีการ ดำเนินการนับ ๑ จัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ตามร่างแก้ไขนี้ ขอให้มีการออกเสียงประชามติ ของประชาชนก่อน ท่านประธานครับ เรื่องนี้ก็คงจะได้เอาไปอภิปรายในมาตรา ๕ แต่ในชั้นนี้ ก็ขออนุญาตกล่าวโดยสังเขปว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น ไม่ว่าการออกเสียงลงประชามติ ของประชาชนที่เขาเห็นชอบด้วยนั้นจะเพราะยินยอมพร้อมใจเต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จะเพราะขอให้มีการเลือกตั้งไปก่อนแล้วมาแก้ไขทีหลังหรือจะเพราะเหตุผลอะไรก็ตาม แต่ผลในทางทฤษฎีที่ประกาศออกมาก็คือเป็นรัฐธรรมนูญที่มีการลงประชามติรับรอง เมื่อจะเขียนรัฐธรรมนูญใหม่กันทั้งทีให้มีการประชามติเห็นพ้องต้องกันอีกสักครั้งหนึ่งจะเป็นอะไรไป ในเมื่อท่านก็อาจจะมีความเห็นว่าพี่น้องประชาชนทั้งประเทศหรือเสียงข้างมากนั้นต้องการ ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อยู่แล้ว ผลการลงประชามติก็ไม่น่าจะแปรเปลี่ยนอะไรไปได้ เพราะฉะนั้นกระผมจึงแปรญัตติไว้ในประเด็นที่ ๑๓ ในมาตรา ๕ เพิ่มเติมไว้ด้วย เพราะฉะนั้น เมื่อจะต้องมีการลงประชามติว่าประชาชนเห็นสมควรให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ ก็ควรจะต้องมีการเตรียมพร้อมของคณะกรรมการการเลือกตั้งเพิ่มเติมขึ้นกว่าตามร่างที่ผ่าน คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากมานี้นะครับ อันนี้จึงเป็นเหตุผลที่กระผมขออนุญาตเรียน โดยย่นย่อแต่เพียงเท่านี้ กราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ ข้อบังคับ ข้อ ๔๓ เขียนไว้ชัดเจนนะครับ ในการอภิปรายต้องอยู่ในประเด็นหรือเกี่ยวกับประเด็น ที่กำลังปรึกษากันอยู่ ต้องไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ำซากหรือซ้ำกับผู้อื่น ประเด็นที่กำลัง อภิปรายตอนนี้กำลังซ้ำในประเด็นว่าที่ขยายเวลาตรงนี้ออกไปแต่ละท่านสงวนความเห็นมา ทำนองเดียวกันนี้นะครับ แล้วก็อ้างเหตุผลว่าต้องการเวลาตรงนั้นไปให้หน่วยงานต่าง ๆ เตรียมความพร้อมโดยเฉพาะในเรื่องของ กกต. เกือบจะทุกท่านก็พยายามชี้ประเด็นนี้ ก็วนเวียนซ้ำซากอยู่ประเด็นนี้ ถ้าไม่ให้วนเวียนซ้ำซากจะเป็นพระคุณครับ ต่อไปครับ ท่านสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ครับ ได้สงวนไว้ในทำนองเดียวกันครับ รัฐธรรมนูญนี้ให้มีผลใช้บังคับ เมื่อพ้นกำหนด ๓๐ วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เชิญครับ

นางสาวสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา เพชรบุรี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ดิฉัน นางสาวสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเพชรบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กราบเรียนท่านประธานนิดหนึ่งว่าการที่ดิฉันแปรญัตติโดยไม่เห็นด้วยกับ มาตรา ๒ ที่กล่าวไว้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาเป็นรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด ๓๐ วัน นับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ท่านประธานรัฐสภาไม่อยากให้พูดซ้ำซาก แต่ในนัยของคน ที่แปรญัตติตรงนี้ แน่นอนมันก็ต้องอยู่ตรงนี้ว่าสาระสำคัญดิฉันจะใช้เวลาเพียงนิดเดียวว่า ก็เหมือนกับที่เพื่อนสมาชิกรัฐสภาได้กล่าวมาแล้วว่า แน่นอนก็เพื่อไม่ให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด ใคร ๆ ก็รู้ทั้งประเทศนี้ว่ามันเป็นกฎหมายที่ออกมาอย่างรีบร้อน ลุกลี้ลุกลน เพราะฉะนั้นทำไมละกฎหมายธรรมดา ๆ หรือพระราชบัญญัติธรรมดา ๆ ยังต้องมีกฎกระทรวงออกมาใช้บังคับหลังจากลงในราชกิจจานุเบกษาแล้วยังต้องมี กฎกระทรวงภายในกี่วัน ๆ จึงจะมีผลบังคับใช้ต่อกฎหมายนั้น หรือจะมีการแต่งตั้งกรรมการ ในการพิจารณากฎหมายนั้น ๆ แล้วเหตุไฉนรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดจึงไม่ให้เวลาเลย ในการที่ดิฉันคิดว่า ๓๐ วันนี่ก็ไม่ได้มากอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวไปแล้ว ในการที่จะ ทำอะไรต่ออะไร เพราะฉะนั้นการที่จะทำกฎหมายที่เป็นกฎหมายสูงสุดนี้ให้สง่างาม ไม่ให้คนนินทา ติฉินอะไรทั้งหลายทั้งปวง ยืดเวลาไปแค่อีก ๓๐ วัน ๑ เดือนเท่านั้นเอง ดิฉันว่าไม่มากนัก ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านก็ซ้ำประเด็นนะครับ กรณีลุกลี้ลุกลน ได้ยินทั้งวันเลยครับ ต่อไปท่านเจริญ คันธวงศ์ สงวนไว้ทำนองเดียวกันอีกนะครับ รัฐธรรมนูญนี้ให้มีผลใช้บังคับเมื่อในวันที่ครบ ๑๘๐ วันนับแต่วันถัดจากประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา ไม่มีอะไรครับ ท่านนั่งเถอะครับ ไม่มีอะไรครับ มันซ้ำประเด็นครับ ผมทักท้วงว่าซ้ำประเด็นเท่านั้นเอง ก็ได้ยินทั้งวันครับ เชิญอาจารย์เจริญต่อเลยครับ

นายเจริญ คันธวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายเจริญ คันธวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมจะขออภิปรายในมาตรา ๒ นี้โดยไม่ซ้ำประเด็น กับคนอื่น สาเหตุที่ผมขอแปรญัตติว่าให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้น ๑๘๐ วันไปแล้วนั้น ทั้งนี้ก็เพราะว่าผมกราบเรียนว่าผมมองปัญหาทางความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ท่านประธานยอมรับหรือไม่ครับว่าขณะนี้การแบ่งแยกกันในสังคมไทยยังมีอยู่ ด้วยเหตุนี้ เราจึงพยายามพูดว่าให้มีการปรองดองกัน แล้วก็การแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ผมคิดว่าน่าจะเป็น สาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนยังแตกแยก ยังระแวงสงสัยกันอยู่ ฉะนั้นผมจึงแปรญัตติว่าให้มีผลใช้บังคับ เมื่อครบ ๖ เดือนไปแล้ว หรือ ๑๘๐ วันไป ทั้งนี้เพื่อว่าประชาชนจะได้มีโอกาสสุนทรีย์ เสวนากันมากขึ้น ทำความเข้าใจกันมากขึ้น เพราะว่ามีคนระแวงสงสัยว่าพรรครัฐบาลนั้น จะหาทางแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้เพื่อช่วย พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร กลับเข้ามาสู่เมืองไทย โดยที่ว่าไม่ต้องถูกลงโทษตามที่ศาลได้ตัดสินไปแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาต ทำความเข้าใจเสียก่อนว่าผมกับ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นั้นสนิทสนมกันมาก เพราะว่า เราเป็นนักเรียนโรงเรียนมงฟอร์ตเชียงใหม่ด้วยกัน แล้วเขาเป็นนักเรียนรุนหลังกันกับผม เราสนิทสนมกับครับ ชอบพอกันมาก ไปที่ไหนเราก็ทักกันอยู่เป็นประจำ แล้วก็เราเล่นกีฬา ด้วยกัน เล่นกอล์ฟด้วยกัน ผมความเห็นส่วนตัวนั้นก็คืออยากจะให้ท่านกลับมาสู่เมืองไทย แต่ว่ายังมีคนอีกจำนวนมากที่ยังไม่สบายใจในการที่ท่านจะกลับเข้ามาโดยไม่ได้รับโทษนั้น ยังมีความไม่สบายใจ แม้ว่ากลับมารับโทษ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ด้วยความเคารพอาจารย์ครับ อย่าไปไกลขนาดนั้นเลยครับ เอาประเด็นที่ท่านสงวนความเห็นไว้นะครับ มันโยงยาวเกินครับ

นายเจริญ คันธวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ผมจะเข้าไปสู่ ตรงนั้นนะครับ แม้แต่ว่ากลับเข้ามา แม้ว่ารับโทษก็ตาม ก็มีคนไม่เห็นด้วยอีกจำนวนมาก ท่านประธานที่เคารพครับ สาเหตุที่ยึดอำนาจเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายนนั้น ๔ สาเหตุใหญ่ ๆ คือ ๒ สาเหตุใหญ่ที่เกี่ยวข้องกันกับเรื่องนี้ก็คือว่าเกิดความแตกแยกในประเทศ และต่อไปก็คือ จาบจ้วงสถาบัน เหตุการณ์อย่างนี้ยังมีอยู่ ผมไม่ได้ไปกล่าวหาใครว่าใครทำ เหตุการณ์นี้ยังมีอยู่

(นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตท่านอาจารย์เจริญครับ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๕ ผมอดทนและเฝ้าติดตามการทำหน้าที่ของท่านประธานรัฐสภามาเป็นเวลานาน ผมกำลังมองว่า ท่านกำลังขัดขวางการทำหน้าที่สมาชิกรัฐสภาไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหนก็ตาม ท่านประธานซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า มีการอภิปรายวนเวียนซ้ำประเด็น ทั้งที่จริง ๆ ก็เป็นอิสระทัศน์ เป็นเอกสิทธิ์ เป็นแนวคิด ของแต่ละท่านที่ได้แปรญัตติเอาไว้ พอผู้อภิปรายกำลังจะโยงเหตุผลเพื่อให้เกิดบูรณาการ ของเรื่องราวนำไปสู่ประเด็นที่แปรญัตติ ท่านก็ขัดขวาง ผมขอประท้วงท่านและอาจจะต้องใช้คำว่า ท่านลุกลี้ลุกลนไปหน่อยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมขอวินิจฉัยคำประท้วง ของท่านด้วยการอ่านข้อบังคับให้ฟังซ้ำอีกรอบหนึ่งครับ ข้อ ๔๓ ในการอภิปราย ต้องอยู่ใน ประเด็น หรือเกี่ยวกับประเด็นที่กำลังปรึกษากันอยู่ ต้องไม่ฟุ่มเฟือยวนเวียนซ้ำซาก หรือว่า ซ้ำกับผู้อื่น นี่คือข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ ๔๓ เพราะฉะนั้นผมวินิจฉัยตามข้อบังคับ เพราะฉะนั้นประเด็นที่ท่านอาจารย์เจริญสงวนความเห็นเอาไว้ให้รัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับ ในวันที่ครบ ๑๘๐ วัน นับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ท่านต้องชี้ประเด็นว่า ท่านเห็นว่าที่ใช้ ๑๐๐ กว่าวันด้วยเหตุผลอะไร

นายเจริญ คันธวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมอยากจะให้มันเนิ่นนานไปกว่านี้ครับให้เหตุการณ์มันสงบลงไปหน่อยค่อยประกาศใช้ รัฐธรรมนูญ เพราะว่ารัฐธรรมนูญธรรมดาแล้ว ของประเทศอังกฤษไม่ได้เขียนไว้เลย เป็นรัฐธรรมนูญโดยจารีตประเพณี ฉบับเดียวก็ใช้ได้ ของประเทศสหรัฐอเมริกาก็ฉบับเดียว แต่มีการแก้ไขกัน ไม่จำเป็นต้องร่างบ่อย ๆ ครับ รัฐธรรมนูญนี้ ด้วยเหตุนี้ผมคิดว่าที่มีอยู่แล้ว มันไม่ดีที่สุด แต่ว่าจะร่างอย่างไรมันไม่ถูกใจคนทั้ง ๖๓ ล้านคนหรอกครับ ด้วยเหตุนี้ผมคิดว่า ถ้าหากว่าเราพยายามร่างนั้นให้มีผลใช้บังคับให้มันช้าลงไปแล้ว ความระแวงสงสัยกัน มันจะได้ลดลงไป และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผมขอยกตัวอย่างนะครับ เมื่อเช้านี้ ผมและ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ไปวางพวงหรีดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิกับที่สี่แยกคอกวัว เพราะว่า อุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตทุกคน เวลาทั้งผมไปและกลับยังมีคนแต่งเสื้อแดงมายืนด่า พวกผมอยู่ เหตุการณ์อย่างนี้ก็ยังมีอยู่ แล้วก็มีคนของผมตามมาบอกว่าล้อมมันเสียเลยดีไหมครับ ผมก็บอกว่าอย่าไปทำเลย เพราะเรื่องต่าง ๆ อย่างนี้ก็ชี้ให้เห็นว่าความแตกแยก ความระแวงสงสัยกัน มันยังมีอยู่ ซึ่งเราในฐานะที่เป็นนักการเมืองเราจะต้องใจกว้างพอที่จะไม่เอาไปถือโทษโกรธไป สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราจะต้องระมัดระวัง

และอีกประการหนึ่งเรื่องการจาบจ้วงสถาบันนี้ ขณะนี้ยังมีอยู่นะครับ ยกตัวอย่างทางภาคเหนือครับ มีการปลดภาพสำคัญในประเทศไทย เอาออกไปก็มี ของสำคัญ ที่คนไทยนับถือเอาออกไปก็มี แล้วเอาภาพอย่างอื่นเข้ามาทดแทนก็มี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ยังมีอยู่ ด้วยเหตุนี้ผมคิดว่าการที่รีบเอาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขโดยเร็วนั้น เพื่อว่าจะช่วยคนคนหนึ่ง นี่คนเขาระแวงสงสัยว่าจะช่วยคนคนหนึ่ง ความไม่สงบยิ่งจะเกิดขึ้นด้วยเหตุนี้ ผมคิดว่า อยากจะให้เนิ่นนานไป ไม่ให้เร่งรัฐธรรมนูญโดยเร็ว และผมดีใจที่คณะกรรมาธิการได้แก้ไข ในมาตรา ๒๙๑/๑๑ ว่าให้ร่างรัฐธรรมนูญใช้เวลาอีก ๘ เดือนไป อันนั้นผมสบายใจขึ้นครับ ผมไม่อยากจะให้เร่งเร็ว ๆ อย่างที่ต้นร่างเดิม เหตุผลของผมก็คือว่าสาเหตุที่ผมแก้ไข แปรญัตติในมาตรานี้ก็เพราะว่าไม่ต้องการให้เร่งประกาศใช้รัฐธรรมนูญเพื่อต้องการให้ความสงบ ความคืนดีกัน ความเข้าใจคืนดีกันกลับมามากขึ้น แล้วค่อยว่ากันในเรื่องรัฐธรรมนูญต่อไปครับ เพราะว่าในขณะนี้เราควรจะระดมกันทางฝ่ายค้านกับรัฐบาลแก้ไขปัญหาความทุกข์ยาก ของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งของแพงครับ ไม่ใช่แก้ไขรัฐธรรมนูญครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านวัชระ เพชรทอง สงวนประเด็นทำนองเดียวกันนะครับ ให้รัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับ เมื่อพ้นกำหนด ๓๖๕ วัน เชิญครับ ไม่อยู่นะครับ ไปที่ท่านต่อไปนะครับ ท่านอานิก อัมระนันทน์ สงวนไว้ในเรื่องทำนองเดียวกันครับ ให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด ๙๐ วัน เชิญครับ

นางอานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในสถานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันได้เสนอไว้ว่าในมาตรา ๒ รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด ๙๐ วันนับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป เพราะดิฉันเห็นว่าถ้ามีผลทันทีแล้วจะมีความไม่เรียบร้อยแล้วก็จะไม่ได้ วัตถุประสงค์ที่ควรจะได้นะคะ เพราะว่าในหลักการเหตุผลของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ระบุไว้ว่า เป็นการปรับปรุงโครงสร้างทางการเมืองขึ้นใหม่เพื่อให้มีเสถียรภาพและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นจะต้องกระทำอย่างรอบคอบและละเอียดอ่อน มันก็เป็นส่วนหนึ่งของผลพวง จากหลักการของร่างรัฐธรรมนูญอันนี้ที่ระบุว่าจะต้องให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. ซึ่งก็เปรียบเสมือนกับการรื้อรัฐธรรมนูญทิ้งใหม่หมด เหมือนกับเป็นเช็คเปล่า โดยที่ไม่มีการระบุ ให้ชัดเจนว่ามีประเด็นอะไรที่ควรจะต้องเปลี่ยนแปลง ประเด็นอะไรที่เป็นปัญหาอย่างโปร่งใส อาจจะมีแต่ก็ไม่เปิดเผยและไม่โปร่งใส แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในเมื่อเสียงข้างมากได้ลงมติแล้วว่าจะทำ ดิฉันว่าเราก็ต้องทำ แต่ว่าประชาชนจำนวนมาก ดิฉันเชื่อว่ามากกว่า ๑๐ ล้านคน อีกหลายล้านคน ไม่สบายใจแล้วก็เป็นกังวลใจมาก ดิฉันไม่อยากให้บรรยากาศแย่ไปกว่านี้ เพราะฉะนั้น อยากจะให้การที่เราทำครั้งนี้ได้เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส เป็นโอกาสที่เราจะได้รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด ที่เป็นประชาธิปไตยที่สุด ที่ประชาชนทุกคนหรืออย่างน้อยส่วนใหญ่มาก ๆ พูดได้เต็มปากว่า เป็นรัฐธรรมนูญที่เขาต้องการ แล้วก็สะท้อนความต้องการเขาอย่างเข้าใจแล้วก็รู้เท่าทันนะคะ รู้เท่าทันฝ่ายการเมืองหรือฝ่ายใดก็ตามที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการร่างรัฐธรรมนูญอันนี้นะคะ และประเด็นสำคัญที่สุดที่ดองกับการที่จะต้องเลื่อนเวลาจากทันทีไปเป็น ๙๐ วัน ที่จะให้มีผลบังคับใช้ ก็เพื่อที่จะให้มีผู้มีสิทธิมาใช้สิทธิในการเลือก สสร. หรือในกรณีที่ต้องทำประชามติ ซึ่งร่างที่ดิฉันเสนอแปรญัตติจะไม่เหมือนของท่านนะคะ อยากจะให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม มากที่สุดนะคะ เพื่อจะให้เป็นประชาธิปไตยมากที่สุด เพราะฉะนั้นก็จำเป็นจะต้องมีเวลา ที่เพียงพอกับหน่วยงานต่าง ๆ ดิฉันจะไม่เอ่ยชื่อหน่วยงานเดี๋ยวจะซ้ำคำอย่างที่ท่านประธาน ได้เอ่ยแล้วนะคะ แต่มันจะต้องมีการเตรียมพร้อม มีความชัดเจนในกฎ ระเบียบ กติกาต่าง ๆ และต้องไม่ให้ประชาชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเสียสิทธิค่ะ เขาจะต้องได้รับสิทธิที่จะมีส่วนร่วม อย่างเต็มที่ไม่ว่าเขาจะอยู่ต่างถิ่น ต่างประเทศนะคะ เพราะในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อกลางปีที่แล้วทุกท่านก็คงทราบดีว่า มีประชาชนเสียสิทธิเยอะมาก ๆ เป็นแสน ๆ คน อันนั้นถึงแม้จะมีเวลาเตรียมตัวล่วงหน้า เพราะฉะนั้นในกรณีนี้เป็นกรณีพิเศษ เป็นกรณีที่เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศของเรานะคะ ก็อยากจะวิงวอนกับท่านประธานว่าให้เลื่อนเวลาเถอะ เพื่อจะได้มีการเตรียมการทำ อย่างรอบคอบ และเราก็จะได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง แล้วก็สามารถที่จะ เป็นประโยชน์กับสันติสุขของประเทศในระยะยาวได้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ครับ ผู้สงวนความเห็น ได้แสดงความเห็นครบถ้วนหมดแล้วนะครับ ผมจะให้กรรมาธิการได้ชี้แจง ประเด็นที่ชี้แจง มีประเด็นเดียวเท่านั้นนะครับ คือเลื่อนผลการบังคับใช้รัฐธรรมนูญออกไป ขอให้ชี้แจง ประเด็นนี้เท่านั้นครับ จะได้ไปที่มาตรา ๓ เลยครับ เชิญคุณหมอชลน่าน

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน สมาชิกรัฐสภา ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ผมขออนุญาตท่านประธานชี้แจงในประเด็นที่ ท่านกรรมาธิการ ๔ ท่านได้สงวนความเห็นไว้ เพื่อนสมาชิก ๔ ท่านได้เสนอคำแปรญัตติ และได้สงวนคำแปรญัตติเอาไว้ ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ในประเด็นที่ท่านประธาน ได้กรุณา ผมอยู่ในประเด็นแน่นอน ประเด็นที่ท่านสมาชิกได้กรุณาสงวนความเห็น และสงวนคำแปรญัตติ ก็คือการขยายระยะเวลาหรือเลื่อนเวลาบังคับใช้รัฐธรรมนูญแก้ไข เพิ่มเติมฉบับนี้ เป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม มีทั้ง ๓๐ วัน ๖๐ วัน ๑๘๐ วัน เหตุผล ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านประธานได้รับฟังจากท่านกรรมาธิการผู้สงวนความเห็น และสมาชิกผู้สงวนคำแปรญัตติ กรรมาธิการได้ฟัง ได้สอบถาม ได้ฟังความเห็นของ ผู้ที่ได้สงวนความเห็นและแปรญัตติในชั้นกรรมาธิการนะครับ ท่านได้เห็นรายงานว่า กรรมาธิการไม่เห็นด้วยกับผู้สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติ ก็เป็นสิทธิของท่านกรรมาธิการ สมาชิกที่สงวนคำแปรญัตติที่จะได้มาบอกกล่าวกับท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก รัฐสภาแห่งนี้ได้ให้ช่วยกันพิจารณาว่าจะเห็นชอบกับผู้แปรญัตติ หรือผู้สงวนความเห็น หรือกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือไม่ เหตุผลที่ท่านให้มานะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ด้านการเตรียมความพร้อม ด้านการให้สิทธิและโอกาสของพี่น้องประชาชน หรือเพื่อลดข้อขัดแย้ง ลดข้อกังวลต่าง ๆ ล้วนเป็นเหตุผลที่เรารับฟัง กรรมาธิการก็ยังยืนยันนะครับว่าวันบังคับใช้ รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ ซึ่งจะเป็นฉบับที่ ๓ ถ้ามีการประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ถ้าได้รับการโปรดเกล้าฯ ลงพระปรมาภิไธย วันบังคับใช้ยืนยันครับ เป็นวันถัดจาก วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เหตุผลที่สำคัญที่สุดครับ ที่กรรมาธิการได้ปรึกษาหารือกัน ที่ไม่เห็นคล้อยตามของเพื่อนสมาชิก ต้องขอบคุณนะครับ ความเห็นต่าง ๆ เป็นประโยชน์ครับ แต่กรรมาธิการไม่เห็นคล้อยตามเนื่องจากว่ารัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมถึงแม้จะมีเฉพาะ มาตรา ๓ และมาตรา ๔ ที่เข้าไปอยู่ในเนื้อในของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๕ เป็นบทเฉพาะกาลก็เป็นไปตามบทบัญญัติที่เป็นไปตามข้อบังคับที่บัญญัติไว้ว่าบังคับใช้เมื่อไร ท่านประธานครับ ด้วยความจำเป็นที่รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดเสมือนเป็นแม่ที่จะต้อง คลอดลูกให้ลูกมีชีวิตต่อแล้วเดินหน้าต่อไปเพื่อให้มีชีวิต ตรงนั้นเป็นเหตุผลสำคัญที่สุดครับ ถ้าไม่มีอำนาจตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ก็ถามว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง จะไปกำหนดเรื่องของกฎหมายที่จะใช้ในการเลือกตั้งได้อย่างไร รัฐสภาที่จะออกไปประกาศ เรื่องกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่จะสรรหาและเลือก สสร. ที่เลือกโดยรัฐสภาได้อย่างไร สิ่งเหล่านี้ละครับเป็นการเริ่มต้นให้องคาพยพทั้งหมดที่มีหน้าที่รับผิดชอบต้องเริ่มนับแต่วันที่ มีการประกาศใช้ ถ้าท่านจะบอกว่าเมื่อประกาศแล้วรอให้ครบ ๓๐ วันจึงใช้จะได้มีเวลา ท่านประธานที่เคารพครับ นั่นคือเวลาที่รอเฉย ๆ ครับ เขาไปออกกฎหมาย ไปตราข้อบังคับ ไปกำหนดระเบียบต่าง ๆ มารองรับไม่ได้เพราะไม่มีอำนาจ อันนั้นคือเหตุผลหลักที่ผมต้อง กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่ามีความจำเป็น เพราะมันเป็นกฎหมายหลัก ถ้าไม่มีกฎหมายหลักออกมากฎหมายอื่น ๆ ระเบียบ ประกาศอื่น ๆ ที่จะนำมาบังคับใช้ ตามบทมาตราที่เราเขียนรองรับกระทำไม่ได้ นี่คือเหตุผลหลักจริง ๆ ท่านประธานครับ ผมชี้แจงท่านประธานด้วยความเคารพครับ และยืนยันครับว่าคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ยืนยันที่จะให้เป็นไปตามร่างของคณะกรรมาธิการ คือบังคับใช้ถัดจากวันที่ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านกรรมาธิการพิชิต ชื่นบาน เชิญครับ

นายพิชิต ชื่นบาน กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม พิชิต ชื่นบาน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา แล้วก็เป็นกรรมาธิการ กล่าวเสริมสั้น ๆ ครับ เหตุที่คงร่างไว้ ไม่ได้มีวาระซ่อนเร้นหรือไม่ได้รีบร้อนอะไร ก็คงเพียงต้องการให้รัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับ แล้วก็การร่างเช่นนี้ก็มีตัวอย่างอยู่ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) พุทธศักราช ๒๕๕๔ มาตรา ๒ แล้วรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๔ พอมีผลใช้บังคับก็มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะฉะนั้นแล้วตัวอย่างมีอยู่แล้วตามรัฐธรรมนูญที่ผมกล่าวมา เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องรีบร้อน ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านได้สงวนความเห็นไว้ หรือแปรญัตติหรือเปล่านี่ ถ้าอย่างนั้นผมขอมติเลยครับ ท่านวิทยาไม่ได้สงวนความเห็นนี่ครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเรียนกับท่านประธานว่า ผมไม่ได้สงวนคำแปรญัตติมาตรานี้ครับ แต่ฟังข้อชี้แจงจากคณะกรรมาธิการแล้วผมอยากให้ ท่านฉุกใจคิดสักนิดหนึ่งครับ การแก้ไขฉบับนี้ไม่ได้เหมือนกับการแก้ไขฉบับอื่น ๆ ที่ผ่านมาเลยครับ การแก้ไขฉบับนี้จะเป็นกรณีพิเศษคือเอาลูกมาฆ่าแม่เลย ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ท่านกำลัง ทำการฆาตกรรมรัฐธรรมนูญฉบับที่เราใช้อยู่ปัจจุบัน เพราะฉะนั้นการที่สมาชิกเสนอเวลาว่า ให้ท่านฉุกใจคิดสักนิด ทอดระยะเวลาสักนิดเป็นเรื่องที่ควรคิด จะอ้างว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับก่อน ๆ แก้โดยวิธีการว่ามีผลทันทีผมเข้าใจว่าไม่เหมือนกันครับ ก็ฝากท่านไว้แค่นั้นเองครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมขอมติเลยนะครับ

(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

เชิญสมาชิกข้างนอก เข้าห้องประชุมเพื่อลงมติ เชิญครับ ท่านสมาชิกครับ ก่อนลงมติ ผมขออนุญาตตรวจสอบ องค์ประชุมนะครับ พร้อมนะครับ ใช้สิทธิแสดงตนได้เลยนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

เรียบร้อยนะครับ ส่งผลได้เลยครับ องค์ประชุม ๓๖๙ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ

ผมขอมติในมาตรา ๒ เลยนะครับ จะเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือไม่ครับ ใช้สิทธิลงคะแนนได้เลย เห็นด้วยหรือไม่ เชิญครับ เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ หรือไม่นะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

เรียบร้อยนะครับ ปิดการลงคะแนนครับ ส่งผลครับ มติเห็นด้วย ๓๔๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๒๒ ท่าน งดออกเสียง ๔ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามกรรมาธิการนะครับ

ผมไปที่มาตรา ๓ เลยครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

มาตรา ๓ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้สงวนคำแปรญัตติ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านเทพไท เสนพงศ์ เชิญครับ ไม่อยู่เชิญท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เชิญครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ ผมได้ขอสงวนความเห็น ในร่างมาตรา ๓ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยครับ อยากจะขออนุญาตเรียน ท่านประธานครับว่าเหตุผลที่ผมได้สงวนคำแปรญัตติไว้ดังนี้นะครับว่า มาตรา ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๑๗) และ (๑๘) ของมาตรา ๑๓๖ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย (๑๗) การให้ความเห็นชอบสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ มาตรา ๒๙๑/๒ (๒) (๑๘) การให้ความเห็นชอบญัตติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามมาตรา ๒๙๑/๑ ท่านประธานที่เคารพครับ ในนี้ที่ผมได้ขอสงวนคำแปรญัตติไว้ ก็จะเป็น จุดเริ่มต้นส่วนหนึ่งของการที่ผมได้สงวนคำแปรญัตติในมาตราอื่น ๆ ไว้ครับ ที่ผมเรียนอย่างนี้ เพราะว่าตามร่างของรัฐบาล และตามที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณานั้น คณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาตามร่างของรัฐบาลซึ่งเป็นหลัก ได้กำหนดไว้แต่เพียงดังนี้ครับ ใน (๑๗) การให้ความเห็นชอบสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) แล้วก็ใน (๑๘) ที่เพิ่มขึ้นมาของรัฐบาล และที่กรรมาธิการใช้เป็นร่างของกรรมาธิการด้วย การให้ความเห็นชอบ ญัตติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามมาตรา ๒๙๑/๑๖ ท่านประธานครับ เหตุผล ประการแรก ผมเห็นว่าร่างของรัฐบาล และที่กรรมาธิการยึดเป็นแนวทางนี้ไม่น่าจะถูกต้อง เนื่องจากว่าตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมีสมาชิกอยู่ ๒ ประเภท ประเภทที่ ๑ มาจาก การเลือกตั้ง ประเภทที่ ๒ มาจากการคัดเลือก ซึ่งก็เป็นไปตาม (๑๗) แต่ว่าใน (๑๘) การให้ความเห็นชอบญัตติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามมาตรา ๒๙๑/๑๖ นั้น เป็นกรณีที่เกิดเหตุขัดข้องหลังจากได้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรก คือรัฐธรรมนูญตกไป หรือไม่สำเร็จตามระยะเวลาที่ได้กำหนดไว้เป็นต้น ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นญัตติประการหนึ่ง เหมือนกับการเสนอกฎหมาย เสนอร่างพระราชบัญญัติ เวลาที่เราจะมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติ หรือเสนอขอให้มี การแก้ไขปรับปรุงเรื่องใดนั้นก็ต้องมีการพูดจาหารือกันในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรก็ดี วุฒิสภาก็ดี หรือที่ประชุมรัฐสภาก็ดี ต้องมีเจ้าของญัตติ มีผู้ลงมติ แล้วถ้าหากว่าสภาต่าง ๆ โดยเฉพาะกรณีรัฐธรรมนูญนี้ที่ประชุมเห็นชอบให้มีการปรับปรุงแก้ไข มีมติให้ดำเนินการตามนั้น ถึงไปสู่กระบวนการที่ ๒ คือให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือมีการ ไปดำเนินการให้มีการคัดเลือกกัน ท่านประธานจะเห็นครับว่า การร่างรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญที่จะมีการปรับปรุงแก้ไขนี้ จะต้องเริ่มที่มาตราอื่นก่อนครับ ไม่ใช่เริ่มที่ มาตรา ๒๙๑/๑๖ ครับ มาตรา ๒๙๑/๑๖ นั้น เป็นมาตราที่เกิดขึ้น ผมอยากจะใช้คำว่า เป็นอุบัติเหตุระหว่างทาง หลังจากที่เกิดสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาแล้ว แล้วเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าเรื่องอะไรที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๙๑/๑๖ จึงทำให้ต้องมีการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือมีการร่างรัฐธรรมนูญกันใหม่ ถึงได้มีการมาลงมติว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบที่ได้กำหนดไว้ ในมาตรา ๓ (๑๘) แต่ในนี้ไม่ได้มีพูดถึงเลยครับว่า แล้วตอนครั้งแรกละครับ ผมไม่อยากจะ ไปพูดถึงมาตรา ๕ มาตรา ๕ เป็นบทเฉพาะกาลของครั้งแรกหลังจากที่มีการแก้ไขปรับปรุง รัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ เพราะฉะนั้นหลังจากที่มีการแก้ไขปรับปรุงรัฐธรรมนูญฉบับนี้ การที่มี การแก้ไขครั้งแรกไปใช้ร่างมาตรา ๕ แต่หลังจากที่มีการแก้ไขปรับปรุงเสร็จเรียบร้อย มีผลบังคับใช้ มาตรา ๕ ไม่มีผลบังคับใช้แล้ว กฎหมายฉบับนี้เราก็ต้องถือว่ามันยังติดอยู่กับ รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ต่อไป เพราะเราไม่สามารถจะไปกำหนดกฎเกณฑ์ กติกาได้ครับ แล้วในอนาคตสภาร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีขึ้นตามมาตรา ๕ ก็อาจจะเอารูปแบบแนวทาง ของตรงนี้ไปเป็นแม่แบบในการที่จะไปยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แล้วถ้าหากว่าในประเด็น ที่เกิดขึ้นคือว่า แล้วการเกิดสภาร่างรัฐธรรมนูญครั้งแรกก่อนมาตรา ๒๙๑/๑๖ มันจะเกิดได้ อย่างไรครับ ถ้าเราไม่นับมาตรา ๕ ตามร่างของรัฐบาล หรือกรรมาธิการพิจารณามันจะมาเริ่ม ที่มาตรา ๒๙๑/๑ เลยครับ ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ แต่ว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญถ้าใช้คำว่า ให้มีก็แปลว่า ต้องมีตลอดไป แต่กรณีนี้ไม่ใช่ครับ จะมีสภาร่างรัฐธรรมนูญก็ต่อเมื่อมีเงื่อนไข ให้เกิดการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามมาตรา ๒๙๑/๑ หรือทับอะไรก็สุดแล้วแต่ มันจะต้อง มีจุดเริ่มต้นก่อน เมื่อมีจุดเริ่มต้นแล้วรัฐสภานี้ก็ต้องมีอำนาจในการให้การรับรองเช่นเดียวกับ (๑๘) ครับ แต่ว่าในขณะนี้นะครับท่านประธาน ถ้าท่านกรรมาธิการได้กรุณาอ่านดูในนี้ มันไม่มีจุดเริ่มต้นครับ มันไม่มีจุดเริ่มต้นของการยกร่างหลังจากที่ร่างนี้มีผลใช้บังคับ มันมีจุดเริ่มต้นของมาตรา ๕ เท่านั้นเองครับ เป็นเรื่องบทเฉพาะกาล หลังจากนั้นในมาตรา ๓ ที่ท่านใส่ใน (๑๘) ไว้ อันนั้น มันเป็นการจุดเริ่มต้นของกรณีเกิดอุบัติเหตุระหว่างทางของมาตรา ๒๙๑/๑๖ แล้วก่อนจะเกิด มาตรา ๒๙๑/๑๖ แล้วให้มันเกิดมาตรา ๒๙๑/๑ ได้อย่างไรละครับ อยู่ดี ๆ มันจะเกิด สภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาได้อย่างไรครับ เว้นแต่เราบอกให้เหมือนสภาผู้แทนราษฎร เหมือนวุฒิสภาที่มันมีขึ้นโดยรัฐธรรมนูญโดยตัวของมันเอง ไม่ต้องมีใครมารับรองหรือว่า ยื่นญัตติให้เกิด แต่กรณีของเราที่เรากำลังพูดที่เราได้อภิปรายกันในห้องประชุมกรรมาธิการนั้น มันต้องมีจุดเริ่มต้น ซึ่งเพื่อนสมาชิกในกรรมาธิการบางท่าน ขออภัยเอ่ยนามไม่ได้เสียหาย ท่านอลงกรณ์ พลบุตร ท่านยังเป็นผู้ที่จุดประกายขึ้นมาว่าน่าจะให้มีการลงประชามติก่อน ถ้าหากว่ามีประชามติเห็นชอบว่าให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วถึงจะไปเกิด สภาร่างรัฐธรรมนูญ ตรงนั้นผมก็ได้พูดเสริมท่านขึ้นมาว่า เช่นเดียวกันนะครับ เพราะว่า เมื่อเป็นเช่นนั้นรัฐสภาก็จะต้องมีอำนาจในการรับรองญัตติที่จะให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ขึ้นมาก่อนถึงจะไปเกิดสภาร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนจะไปทำประชามติเหมือนที่ท่านกรรมาธิการ ในขณะนั้นแสดงความเห็นไว้คือท่านอลงกรณ์หรือไปเงื่อนไขประการอื่นค่อยว่ากัน ตรงนั้น คือจุดเริ่มต้นของการมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ แล้วหลังจากนั้นเมื่อไปเกิดอุบัติเหตุระหว่างทาง มันเข้าเงื่อนไขตามมาตรา ๒๙๑/๑๖ มันถึงจะมาเข้าเงื่อนไขของ (๑๘) ที่รัฐบาลได้ยกร่าง มาแล้วที่กรรมาธิการหยิบยกขึ้นมาเป็นแนวทาง แต่ถ้าหากว่าไม่มีจุดเริ่มต้นมันจะเกิด มาตรา ๒๙๑/๑๖ ได้อย่างไรครับ แล้วการที่จะมีสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ มันเกิดได้อย่างไรครับ มันไม่ได้เกิดมาโดยการแก้รัฐธรรมนูญ ถ้าอย่างนั้นแปลว่าเป็นองค์กรถาวร ผมถึงได้เรียนในที่ประชุมกรรมาธิการแล้วก็เรียนท่านประธานคณะกรรมาธิการด้วยว่า สภาร่างรัฐธรรมนูญตามเจตนารมณ์ของเรา อันนี้มันจะเป็นสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มีอยู่คู่ถาวร คู่กับสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือว่ามันจะเกิดขึ้นแล้วก็แตกดับสลายไปเมื่อเสร็จสิ้น ภารกิจ ซึ่งคำตอบก็คือว่ามันเกิดมาแล้วก็ดับไป แล้วก็เงื่อนไขอื่นในร่างรัฐธรรมนูญนี้ ก็เขียนไว้ให้สิ้นสุดอายุไปเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจตามกำหนดระยะเวลาหรือเมื่อดำเนินการเสร็จ เพราะฉะนั้นจึงเป็นปัญหาว่าแล้วสภาร่างรัฐธรรมนูญนี้จึงมีการเกิดขึ้นแล้วก็ดับสิ้นไป เป็นระยะ ๆ ประเด็นจึงตามมาว่าเมื่อจบไปแล้วมันจะเกิดขึ้นมาใหม่ถ้าไม่พูดถึงมาตรา ๕ มันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วใครจะเป็นคนรับรองญัตตินี้ในเมื่อมาตรา ๓ ที่มีการปรับปรุง แก้ไขเพิ่ม ๒ อนุมาตราเข้าไปไม่ได้พูดถึงเลย

ประการที่ ๒ ผมได้เห็นว่าเมื่อเป็นเช่นนี้การแก้ไขพระราชบัญญัติทั่วไป ซึ่งเป็นกฎหมายเรียกว่าลำดับรองลงมาจากรัฐธรรมนูญยังจะต้องมีการยื่นญัตติเข้าสภา ต้องมีการพูดจาอภิปรายกัน ต้องมีการรับรองมติ ต้องมีการโหวตลงคะแนนเห็นชอบแล้ว ถึงไปดำเนินการแก้ไขปรับปรุง แต่นี่มันเป็นรัฐธรรมนูญครับ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด ของประเทศ เป็นกติกาสำคัญสูงสุดของประเทศ แล้วเราจะไม่ต้องมีการพูดจาหารือแล้วมีมติว่า อย่างน้อยในที่ประชุมรัฐสภาเห็นชอบให้มีการแก้ไขปรับปรุงยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ทั้งฉบับเชียวหรือครับ แล้วมันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ด้วยเหตุตรงนี้ผมคิดว่ามันควรไม่ต่ำไปกว่า การเสนอให้มีการปรับปรุงแก้ไขหรือยกร่างกฎหมายซึ่งเรียกว่า ระดับพระราชบัญญัติ หรือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรม ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนั้นผมจึงคิดว่าควรจะต้องมีเงื่อนไข ที่จะต้องผ่านการรับรอง รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ถึงแม้พวกเราเป็น สมาชิกรัฐสภา เราเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย แต่เราก็ควรจะให้โอกาสให้คนที่เลือกเรามา ให้เขาได้มีโอกาสมีส่วนร่วมในการที่จะเห็นดีเห็นงามเห็นชอบ หรือเห็นด้วยไม่เห็นด้วย กับการที่เราจะอยู่ดี ๆ ก็จะมารื้อเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ผมจึงคิดว่าจุดเริ่มต้นของการที่จะมี สภาร่างรัฐธรรมนูญหลังจากที่สภามีความเห็นว่าจะต้องมีการยกร่างรัฐธรรมนูญกันใหม่นั้น ควรที่จะให้ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยอันแท้จริงเป็นผู้เลือกเรามานั้น ให้เขามีส่วนร่วมว่าเขาจะเห็นชอบให้ฉันทานุมัติให้กับเราในการที่จะไปดำเนินการ ยกร่างรัฐธรรมนูญกันใหม่หรือไม่ต่อไป นั่นคือเป็นหลักการที่ผมคิดว่าควรจะต้องเป็นเช่นนั้น ถึงได้เรียกว่า เป็นจุดเริ่มต้น และหลังจากนั้นเมื่อเดินไประหว่างทางมันไปเกิดอุบัติเหตุ ตามมาตรา ๒๙๑/๑๖ ค่อยมาว่ากันตาม (๑๘) เพราะในสิ่งที่ผมได้สงวนคำแปรญัตติไว้นอกจากในมาตรานี้จึงจะมีมาตราอื่น ๆ อีก โดยกำหนดแนวทางตามที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไว้เมื่อสักครู่ว่าจะต้องเริ่มต้น เป็นขั้นเป็นตอนอย่างไรให้พี่น้องประชาชนเข้ามามีโอกาสมามีส่วนร่วมในการที่จะต้องเข้ามา มีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่อยู่ดี ๆ เราจะไปแก้รัฐธรรมนูญหรือเราจะไปเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ทั้งฉบับได้อย่างไร ตรงนี้ครับคือเหตุผลที่ผมได้มีการเพิ่มเติมตั้งแต่ (๑๗) ใส่ของทางรัฐบาล และของกรรมาธิการ มาตรา ๒๙๑/๑ แล้วก็ (๒) เลย ส่วนของผม มาตรา ๒๙๑/๑ มาตรา ๒๙๑/๒ แล้วก็ถึงจะมี (๒) เพราะผมจะมีการเพิ่มมาตรา ๒๙๑/๑ และมาตรา ๒๙๑/๒ เข้าไปอีกเพื่อให้เข้าเงื่อนไขของกระบวนการที่ผมได้เรียนท่านประธาน ซึ่งไม่มีในร่างรัฐบาล และกรรมาธิการไม่ได้ดำเนินการเลย ตรงนี้จะเห็นได้ชัดนะครับว่าถ้าหากว่ากรรมาธิการได้ใช้เวลา ให้โอกาสพวกเราในการที่จะพิจารณาให้เกิดความรอบคอบ จะเห็นนะครับว่าร่างของรัฐบาลก็ดี ที่กรรมาธิการพิจารณาก็ดีนั้นมันไม่มีจุดเริ่มต้นของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๙๑/๑ แต่มันมีจุดเริ่มต้นของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑/๑ ในมาตรา ๕ เท่านั้นเอง แล้วก็คิดแต่เพียงว่า เมื่อเกิดมาตรา ๕ แล้วไปเกิดอุบัติเหตุระหว่างทาง มันจึงกลับมาใช้มาตรา ๒๙๑/๑๖ จึงมาเขียนตรงนี้ไว้ แต่ท่านไม่ได้ไปคิดถึงเลยครับว่าถ้าหากว่าต่อไปไม่มีมาตรา ๕ ไม่ใช้แล้ว จะเริ่มอย่างไร เพราะฉะนั้นตรงนี้ครับ เป็นปัญหาซึ่งผมได้ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน คณะกรรมาธิการและได้ขอสงวนความเห็นไว้เพื่อเอามาอภิปรายอีกครั้งหนึ่งในที่ประชุม รัฐสภาแห่งนี้ครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านประท้วงหรืออะไร คงไม่อนุญาตให้หารือครับ ไม่เป็นอะไรครับ ประสานกรรมาธิการได้เลยครับ เชิญครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดระยอง ผมเรียนว่าอันนี้เป็นความบกพร่องอีกครั้งหนึ่งและความไม่สมบูรณ์ของเอกสารฉบับที่ ทางคณะกรรมาธิการได้ทำเสนอเข้ามาในสภาแห่งนี้ ความจริงในมาตรา ๓ ผมก็ได้ขอเพิ่ม ทั้งมาตรานะครับ โดยมีเนื้อหาข้อความว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะไม่มีการแก้ไขในหมวด ๑ และหมวด ๒ ซึ่งผมต้องการแก้ไขในมาตรานี้แล้วก็ขอเปลี่ยน ขอแทรกในมาตรานี้ไปแทน มาตรา ๓ แต่ว่าขณะเดียวกันในรายงานฉบับนี้ไปมีรายละเอียดของผมคือถ้าตรวจตามมาตรา ๓ ไม่มีปรากฏว่าผมได้สงวนความเห็นไว้ ผมจึงไม่มีสิทธิในการอภิปรายเพราะผมไม่มี รายละเอียดในการพิมพ์ไว้ในมาตรา ๓ ทีนี้ท่านประธานจะให้ผมทำอย่างไรครับ ทั้ง ๆ ที่ ผมได้สงวนความเห็นไว้ตามสิทธิ ตามข้อบังคับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ไม่เป็นอะไรครับท่าน ถ้าได้สงวนไว้จริง ๆ นะครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมาธิการ

ผมสงวนไว้ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ยังติดใจก็ประสานกับ กรรมาธิการแล้วผมจะอนุญาต

นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมาธิการ

ผมจะประสานกรรมาธิการทำไมครับ ในเมื่อผมกำลังหารือกับท่านประธานอยู่และสิ่งนี้เป็นไปตามข้อบังคับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมไม่มีเอกสาร หลักฐาน อะไรต่าง ๆ อยู่ในมือ เพราะฉะนั้นต้องให้ไปคุยกับกรรมาธิการถ้าตกหล่นจริง ก็ยินดีพร้อมที่จะ

นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมาธิการ

ไม่ใช่ความผิดผมครับ เป็นความผิดของ คณะกรรมาธิการ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ไม่เป็นอะไรครับ ถ้าเป็น ข้อเท็จจริงก็บรรจุเข้ามาเดี๋ยวผมจะอนุญาต

นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมาธิการ

แล้วไปอยู่ที่ไหนล่ะครับ อันดับที่เท่าไร

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ไม่เป็นอะไรครับ เดี๋ยวให้ ตรวจสอบ

นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมาธิการ

นี่ล่ะครับ ท่านประธานครับ เป็นความรีบร้อน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

กำลังตรวจสอบครับ ไม่เป็นอะไร เดี๋ยวผมดูให้ ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากมีผู้สงวนความเห็นไว้หลายท่านนะครับ บางท่าน ก็อาจจะไม่ติดใจหรือบางท่านติดใจ เพราะฉะนั้นผมใช้วิธีให้ท่านได้ยกมือนะครับ ถ้าติดใจ จะให้ท่านยกมือผมจะได้อนุญาตตามแต่ละท่านครับ ท่านหลังสุดเลยครับ มองไม่ถนัด ท่านวิรัตน์หรือเปล่าครับ เชิญครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสงขลา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาและในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมได้แปรญัตติแล้วก็ได้ สงวนความเห็นในมาตรา ๓ โดยขอตัด (๑๘) ในมาตรา ๓ เป็นการเพิ่มเติมข้อความ (๑๗) และ (๑๘) ของมาตรา ๑๓๖ รัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตวางพื้นไว้นิดหนึ่ง นะครับว่า ในมาตรา ๑๓๖ รัฐธรรมนูญ ให้รัฐสภาประชุมร่วมกันมีทั้งหมด ๑๖ วงเล็บ

(๑) กรณีให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

(๒) การปฏิญาณตนของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต่อรัฐสภา

(๓) การแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาล

(๔) การรับทราบหรือให้ความเห็นชอบในการสืบราชสมบัติ

เพราะฉะนั้น (๑) (๒) (๓) (๔) ก็เป็นเรื่องของราชวงศ์ เป็นเรื่องของ กฎมณเฑียรบาล เป็นเรื่องของผู้สำเร็จราชการนะครับ วงเล็บที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ที่ผมขออนุญาต ตัด (๑๘) ออกเพราะเหตุว่าถ้าท่านประธานได้ดู มาตรา ๑๓๖ (๑๖) บัญญัติไว้ชัดเจนครับว่า ในกรณีต่อไปนี้ให้รัฐสภาประชุมร่วมกัน (๑๖) การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑ ท่านประธานอ่านดูครับ ไปดูมาตรา ๑๙๑ ก็คือมาตราหลักในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ผมอภิปรายในที่ประชุมคณะกรรมาธิการว่ารัฐธรรมนูญอนุญาตให้เฉพาะการแก้ไขเท่านั้นนะครับ แต่เมื่อเสียงข้างมากพยายามผลัก พยายามดัน พยายามเดินไปข้างหน้า เรื่องการแก้ไข รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เพราะฉะนั้นท่านจะเห็นครับว่า ใน (๑๖) ในมาตรา ๑๓๖ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ บัญญัติไว้ชัดเจนครับว่ารัฐสภามีอำนาจในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑ มีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการที่เสียงข้างมากเพิ่มเติม (๑๘) การให้ความเห็นชอบบทบัญญัติ ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นะครับ อันนี้ให้เห็นนัยชัดเจนว่านี่คือการแก้ไข รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ผมพยายามพูดในที่ประชุมคณะกรรมาธิการทำนองว่า การแก้ไข รัฐธรรมนูญทั้งฉบับนี้ผมไม่เห็นด้วย แล้วก็ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ผมโดนไล่ออกจากห้องประชุม คณะกรรมาธิการนะครับ แล้วในที่สุดลองดูสิครับว่ามีการอภิปรายให้ผมว่าถ้าไม่พอใจ ไม่เห็นด้วย ก็ออกจากห้องประชุมไป ผมแก้ตรงนั้นหน่อยจะได้ไม่ต้องเสียเวลานะครับ แปลความให้ ท่านประธานเห็นว่าเรื่องนี้ถ้าเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทำได้อยู่แล้ว แต่เหตุที่ เสียงข้างมาก เหตุที่รัฐบาลเสนอให้มีการเพิ่ม (๑๘) ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ แปลความเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลยท่านประธานครับ นี่คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งผมยืนยันว่ามีโอกาสสุ่มเสี่ยงต่อการขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมอภิปรายไว้ แล้วก็เรียนชี้แจง ในคณะกรรมาธิการหลายรอบ จนหลายท่านก็บอกว่าวนเวียนซ้ำซาก เพราะฉะนั้น ท่านประธานด้วยความเคารพครับ ถ้าเสียงข้างมากยังดึงดันให้มี (๑๘) ก็คือให้ความเห็นชอบ ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ผมค่อนข้างมั่นใจครับ แล้วเชื่อว่าการบัญญัติ (๑๘) ไว้ ในมาตรา ๓ ให้เพิ่ม (๑๘) เข้าไปในมาตรา ๑๓๖ แห่งรัฐธรรมนูญ ผมเชื่อว่ากรณีนี้ ขัดต่อรัฐธรรมนูญนะครับ แล้วถ้าที่ประชุมยังดึงดันครับ ถ้าที่ประชุมยังดึงดันผมอาจจะต้อง ใช้สิทธิเพื่อยื่นต่อองค์กรที่เกี่ยวข้องว่าขัดหรือไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญอย่างไร ซึ่งกรณีเช่นนี้ ก็อาจจะทำให้การดำเนินการเร่งรีบ รีบเร่งของท่านทั้งหลายเสียเวลา แต่กราบเรียน ด้วยความเคารพว่าถ้าท่านจะแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญบางมาตรา ท่านทำได้อยู่แล้ว ตามมาตรา ๑๓๖ (๑๖) ของรัฐธรรมนูญชัดเจนอยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นก็กราบเรียน ท่านประธานสามารถด้วยความเคารพ กราบเรียนกรรมาธิการเสียงข้างมากว่าถ้าคิดว่า เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญท่านใช้ (๑๖) ของมาตรา ๑๓๖ ชัดเจน ถ้าเป็นไปได้ ขอให้ท่านตัดออก ในมาตรา ๓ ตัด (๑๘) ออกนะครับ ทุกอย่างก็สามารถเดินได้ครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมจะเรียงลำดับที่ยกมือ ก่อนหลังนะครับ คุณหมอวรงค์เชิญครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยครับ ที่จริงแล้วผมอยากจะเรียนท่านประธานนิดเดียวครับเรื่องการใช้สิทธิของเพื่อนสมาชิกนะครับ ท่านประธานต้องให้สิทธิคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยก่อนแล้วหลังจากนั้นเพื่อนสมาชิก จะยกมือนี่ผมไม่ขัดข้องครับท่านประธาน เพราะพวกผมก็จะได้วางแผนในเรื่องอภิปรายด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

จะทำอย่างที่แนะนำครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานครับ ในประเด็น มาตรา ๓ พวกผมแปรญัตติไว้ในการตัดโดยเฉพาะตัด (๑๗) ออก ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชน ที่อยู่ทางบ้านรวมทั้งเพื่อนสมาชิกถ้าไม่ได้ติดตามเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ อย่างละเอียดอาจจะไม่เข้าใจ เพราะว่าในประเด็นมาตรา ๓ หมายถึงอำนาจรัฐสภา โดยทั่วไปแล้วรัฐสภาได้มีอำนาจไว้ ๑๖ วงเล็บ แต่วันนี้ทางคณะกรรมาธิการได้เพิ่มมา ๒ วงเล็บ แต่ประเด็นสำคัญที่ผมต้องการจะตัดออกก็คือประเด็นที่ว่าด้วยการแต่งตั้ง สสร. ผมจะขอพูดภาษาชาวบ้านครับท่านประธานครับ เพราะว่าเรื่องนี้ในร่างของรัฐบาล ได้มีการกำหนดที่มา สสร. ไว้ ๒ ประเภท

ประเภทที่ ๑ คือ สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ๗๗ จังหวัด ๗๗ คน

ประเภทที่ ๒ คือ สสร. ที่มาจากการแต่งตั้งของรัฐสภา ๒๒ คน ก็คือสูตร ๗๗ บวก ๒๒ ฉะนั้นครั้งนี้ที่ผมจะต้องตัดวงเล็บนี้ออกเนื่องจากว่าในวงเล็บนี้ให้อำนาจของ รัฐสภาในการแต่งตั้ง สสร. ทั้งหมด ๒๒ คน ซึ่งผมไม่เชื่อท่านประธาน แล้วผมก็เชื่อว่า เพื่อนสมาชิกเสียงข้างมากไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมาธิการ หรือเพื่อน ส.ส. ซีกรัฐบาล ผมจำได้ว่า พวกท่านเองก็เคยปฏิเสธการแต่งตั้ง โดยเฉพาะการแต่งตั้ง ส.ว. เพราะวันนี้ สสร. ที่มาจาก การเลือกตั้ง และ สสร. ที่มาจากการแต่งตั้งไป ๆ มา ๆ ท่านก็กลืนน้ำลายตัวเอง ท่านก็ให้สิทธิ สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง และ สสร. ที่มาจากการแต่งตั้งมีสิทธิและเท่าเทียมกัน ก็เท่ากับว่า สิ่งที่ก่อนหน้านี้ท่านพยายามโจมตีเรื่องการแต่งตั้งและไฉนเลยวันนี้ท่านจึงต้องมาดำเนินการ แต่งตั้งในสิ่งที่ท่านเคยปฏิเสธ แม้แต่ในที่ประชุมของคณะกรรมาธิการผมจำได้ว่า เพื่อนกรรมาธิการเสียงข้างมากพยายามบอกว่าการแต่งตั้ง ๒๒ คนนี้เป็นการแต่งตั้ง ผู้ทรงคุณวุฒิไม่ว่าจะมีความรู้ทางด้านกฎหมายหรือความรู้ทางด้านรัฐศาสตร์ หรือความรู้ ทางด้านเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินทั้งหมด ๒๒ คน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นอาทิตย์ที่ผ่านมาทำให้ ผมไม่เชื่อกระบวนการในการแต่งตั้ง อยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าผมเกรงว่า ตำแหน่ง สสร. จะเป็นตำแหน่งแต่งตั้งคนที่ทำงานให้รัฐบาลครับ ทำไมผมกังวลตรงนี้ครับ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาได้พิสูจน์ชัดเจนแล้วว่าใครที่ทำงานให้รัฐบาลคนนั้นมีตำแหน่งครับ บางคนได้ไปเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีครับ ท่านประธานเห็นไหมครับ บางคนไปทำหน้าที่ ในศาลรัฐธรรมนูญไปแอบถ่ายคลิป ถ่ายโน่นถ่ายนี่มาได้ตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรี บางคนได้ เป็นบอร์ดของรัฐวิสาหกิจ ดังนั้นผมกังวลว่า สสร. ที่มาจากการแต่งตั้งแทนที่จะได้ผู้มีความรู้ ความสามารถจริง ๆ กลับกลายเป็นว่า สสร. เหล่านี้คือตำแหน่งสำหรับคนที่ทำงาตอบสนอง รัฐบาล แทนที่จะได้คนที่มีความรู้ความสามารถจริง ๆ ดังนั้นผมจึงไม่เห็นด้วยที่จะให้มีมาตรานี้ ฉะนั้นโดยหลักการคือผมไม่เห็นด้วยกับ สสร. ที่มาจากการแต่งตั้ง สสร. ที่ดีควรจะมาจาก การเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนทั้งหมด และผมจะต้องย้ำให้เห็นว่าการที่ สสร. ที่มาจากการ แต่งตั้ง ๒๒ คน ในมาตรา ๓ ผมถือว่ารัฐบาลเอาเปรียบพวกผมครับ วันนี้รัฐบาลแต่งตั้ง สสร. ทั้งหมด ๙๙ คน ในมาตรานี้ให้รัฐสภาแต่งตั้ง ๒๒ คน เท่ากับว่า เสียงข้างมากเป็นของท่านครับ ท่านประธานก็คงทราบเสียงข้างมากเป็นของรัฐบาลเท่ากับ รัฐบาลก็ตุน ๒๒ เสียงอยู่ในมือไว้เรียบร้อยแล้ว แล้วก็ ๗๗ เสียงที่มาจากการเลือกตั้ง ของประชาชนบวกกันแล้วนี่ผมว่า สสร. ซีกรัฐบาลก็ไม่ต่ำกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เท่ากับว่า รัฐบาลจะทำอะไรก็ได้ นอกจากท่านได้เปรียบ ส.ส. ซีกฝ่ายค้าน เพราะว่าท่านแต่งตั้งได้หมด ๒๒ คน แล้ว ๒๒ คนนี้ ผมก็เชื่อว่าท่านก็ตอบสนองคนที่สามารถสนองความต้องการของ ทางรัฐบาลได้ ผมจึงไม่เห็นด้วยกับประเด็นเหล่านี้นะครับ ผมยังมีมุมที่น่าสนใจท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วที่มาของ สสร. มันอาจจะคาบเกี่ยวกันนิดหนึ่งเพราะว่ามันอาจจะคาบเกี่ยวมาตราอื่น เพราะว่ามาตรานี้พูดถึงเรื่องการแต่งตั้ง สสร. เรารู้อยู่แล้วว่า สสร. สูตร ๒๒ บวก ๗๗ ซึ่งในที่ประชุมคณะกรรมาธิการตอนที่เรามีการถกกันนี่ ท่านประธานสามารถกับกรรมาธิการ ทั้งเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อยก็ถกกันอย่างเต็มที่ แล้วท่านประธานก็คงจำได้ว่า พี่น้องสื่อมวลชนก็มีการลงชัดเจนว่าเคยมีการลงมติไปครั้งหนึ่งแล้ว ในมติ ๑๒ ต่อ ๑๐ ซึ่งในที่ประชุมคณะกรรมาธิการเสียงที่ชนะก็คือเสียงข้างน้อยชนะ ผมไม่รู้ว่าวันนั้น เพื่อนซีกเสียงข้างมากไปอยู่ที่ไหนนะครับ แต่วันนั้นพวกผมชนะ ๑๒ ต่อ ๑๐ ก็เท่ากับว่า สูตรที่พวกผมชนะก็คือพวกผมมีความเห็นว่า สสร. ควรจะมาจากการเลือกตั้งของ พี่น้องประชาชน แต่ด้วยเล่ห์ ด้วยกล ด้วยเพทุบาย ไม่ว่าจะอ้างมีร่างของเพื่อนสมาชิก ๒ ร่าง หรือไม่ว่าจะเอา ๒ ร่างของเพื่อนสมาชิกมาประกบกับ ๙ ร่างคำแปรญัตติ หรือแม้แต่ที่ พวกผมเถียงไว้ เอาข้อบังคับมายันไว้ สุดท้ายก็กลับไปที่เรื่องที่ว่าด้วยหลักการและเหตุผล สุดท้ายท่านก็เอาเสียงข้างมากลากไป ท่านก็ลงมติใหม่ แล้วท่านก็กลับมติของพวกเรา ที่เคยชนะท่าน ๑๒ ต่อ ๑๐ ผมต้องถือว่าอันนี้คือการปล้นมติ เพราะฉะนั้นผมอยากจะย้ำกับ ท่านประธานนะครับว่าในมาตรานี้ที่ว่าด้วยอำนาจรัฐสภาที่จะให้รัฐสภาแต่งตั้ง สสร. ๒๒ คน ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งและอยากจะกราบเรียนพี่น้องประชาชนที่ติดตามจับตาดู สสร. ๒๒ คน ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน รัฐบาลจะแต่งตั้ง สสร. ๒๒ คนครับ คนเหล่านี้คือคนที่ทำประโยชน์ ให้กับทางรัฐบาลทั้งสิ้น เป็นการปูนบำเหน็จ ปูนรางวัลให้กับคนเหล่านี้ อย่างน้อยตำแหน่ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีเต็มไปแล้ว ตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีเต็มไปแล้ว ก็เอาคนที่ทำความดี ความชอบให้กับรัฐบาลมาเป็น สสร. ดังนั้นผมจึงไม่เห็นด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมจะเรียกตามลำดับที่ยกมือ แล้วก็พยายามที่จะให้กรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้อภิปรายนะครับ เมื่อกี้หมอเหวงยกมือ จะใช้สิทธิกรรมาธิการเสียงข้างน้อยหรือเปล่าครับ เชิญครับ

นายเหวง โตจิราการ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย สมาชิกรัฐสภาและกรรมาธิการนะครับ ท่านประธานครับ ผมต้องเริ่มต้น อย่างนี้ก่อนว่ากรณีของผมนี่เป็นกรณีตัวอย่างครับ กรณีตัวอย่างที่ว่าระบอบประชาธิปไตย มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้และนี้เป็นความงดงามของระบอบประชาธิปไตย ผมเอง ก็เคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องมีจุดบรรจบครับ จุดบรรจบนั้นก็คือ การใช้เสียงตัดสินนะครับ การใช้วิจารณญาณแล้วก็ยกเป็นคะแนนเสียงตัดสิน เพราะฉะนั้น ผมได้อภิปรายปัญหานี้ในพรรคเพื่อไทยมาไม่ต่ำกว่า ๓ หรือ ๔ ครั้ง ขณะเดียวกันนั้น ผมก็ได้กราบเรียนคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ของพรรคเพื่อไทย ของรัฐบาลหลายชุดด้วยกัน ผมยังกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าพรรคเพื่อไทยก็ดี รัฐบาลชุดนี้ก็ดีไม่มีลักษณะ ที่ถูกกล่าวหา หาว่าเสียงข้างมากลากไปหรือเผด็จการเสียงข้างมาก ไม่มีครับ กรณีผมนี้เป็น ตัวอย่าง ถ้ามีเสียงข้างมากลากไปหรือเผด็จการเสียงข้างมาก ผมไม่สามารถยืนตรงนี้ได้ครับ ผมยืนตรงนี้ได้ทั้งนี้เนื่องจากว่าคณะกรรมการบริหารพรรคชุดต่าง ๆ สนับสนุนให้มาเป็น กรรมาธิการที่ตรงนี้ แล้วก็เพื่อนสมาชิกในพรรคเพื่อไทยสนับสนุนให้ผมได้มีโอกาสแสดง ความคิดเห็น ที่ผมกราบเรียนอย่างนี้เพื่อตอกย้ำท่านประธานอีกทีหนึ่งครับว่านี่คือความงดงาม ของระบอบประชาธิปไตยครับ ระบอบประชาธิปไตยจะมีความคิดเห็นแตกต่างกันได้ แล้วอยู่ร่วมกันได้แต่ตัดสินโดยเสียงข้างมากครับ ดังนั้นใครก็ตามที่ใส่ร้ายป้ายสีหาว่าเป็น เผด็จการเสียงข้างมาก เขาเหล่านั้นไม่เข้าใจประชาธิปไตยหรืออาจจะมีจิตใจแฝงเร้น ด้วยระบบเผด็จการหรือเปล่า ผมไม่ทราบนะครับ ผมกราบเรียนเพราะกรณีผมนี่เกิดขึ้นแล้ว เพราะผมมีความเห็นต่างจากเสียงส่วนใหญ่ของพรรคเพื่อไทย แต่หลักประชาธิปไตย มีข้อหนึ่งนะครับ ก็คือว่าหลังจากที่โหวตเสียงแล้ว เราต้องปฏิบัติตามเสียงข้างมาก แต่ในขณะเดียวก็เคารพเสียงข้างน้อยด้วย ดังนั้นนี่คือแบบฉบับนะครับ เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่พยายามที่จะบอกว่าเผด็จการรัฐสภา เสียงข้างมากลากไป เขาเหล่านั้นล้วนแล้วแต่ไม่เข้าใจประชาธิปไตย จะแสร้งไม่เข้าใจหรือไม่เข้าใจอย่างแท้จริงไม่ทราบ หรือจะมีจิตใจเป็นเผด็จการหรือเปล่า ไม่รู้เหมือนกัน ผมขออนุญาตกราบเรียนเข้าสู่ประเด็น นะครับ ท่านประธานครับ ผมเป็นคนที่ไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการชุดปัจจุบันที่ผมเป็นส่วนหนึ่ง ของกรรมาธิการอยู่ แต่ผมก็ใช้หลักอย่างที่กราบเรียนท่านประธานแล้วครับ ก็คือว่าปฏิบัติตาม เสียงข้างมาก แต่สงวนความคิดเห็นและเคารพความคิดเห็นของเสียงข้างน้อย นี่จึงเป็นเหตุให้ ผมได้มีโอกาสขึ้นมาพูดครับ ถ้าหากว่าพรรคเพื่อไทยกดขี่ข่มเหงเสียงข้างน้อย ผมไม่มีโอกาส มาแสดงความคิดเห็นตรงนี้ครับ ดังนั้นกราบเรียนท่านประธานอีกครั้งหนึ่งนะครับว่า สิ่งที่เรียกว่าเผด็จการเสียงข้างมากไม่ได้เกิดกับพรรคเพื่อไทย ไม่ได้เกิดกับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ นะครับ แต่เกิดกับใครผมไม่ทราบได้ ขอเข้าประเด็นนะครับ ท่านประธานครับ

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก ได้ยืน และยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลกครับ ผมประท้วงรัฐบาล ผมประท้วงท่านประธานเต็ม ๆ เลยครับท่านประธาน ท่านประธาน ๒ มาตรฐานให้เห็นชัด ๆ เวลาพวกผมพูดออกไปข้างนอกนิดหนึ่ง ท่านประธานก็พยายามตบเข้ามาไม่ยอมให้ผมพูด เพราะผมต้องการพยายามโยงประเด็น แต่วันนี้เพื่อนสมาชิกจากซีกรัฐบาลท่านพูดเรื่องอะไร ท่านประธาน เผด็จการรัฐสภาหรือเผด็จการเสียงข้างมาก หรือเสียงข้างมากลากไป มันเกี่ยวอะไรกับมาตรานี้ ท่าน ๒ มาตรฐานชัด ๆ เลยตรงนี้ เพราะฉะนั้นท่านต้องวินิจฉัยนะครับ ท่านประธานว่าสิ่งที่ผมประท้วงท่านถูกต้องหรือไม่ และท่านจะต้องควบคุมให้เป็นไปตาม ข้อบังคับ ข้อ ๔๓ ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

คุณหมอครับ ช่วยกระชับ แล้วก็ตรงประเด็นที่สงวนนะครับ

นายเหวง โตจิราการ กรรมาธิการ 🔗

ครับ ขอบคุณครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานเข้าประเด็นเลยนะครับ ที่ผมแปรญัตติไว้ก็คือว่าผมตัดข้อความใน (๑๗) ในตัวแถวบนนะครับ ให้เพิ่มข้อความต่อไปนี้เป็น (๑๗) ผมตัดออก และ ก็ตัดออกนะครับ แล้วเปลี่ยน (๑๘) เป็น (๑๗) แล้วก็ตัวข้อความ (๑๗) ก็ตัดออกทั้งหมดแล้วกลายเป็น (๑๘) ผมมีเหตุผลประกอบ ๕ ประการด้วยกัน ท่านประธานครับ ผมเชื่อมั่นว่าท่านประธาน คงจะเห็นด้วยกับผม แล้วก็สมาชิกทุกท่านก็คงเห็นด้วยกับผม ก็คือว่าเราอยากให้รัฐสภา ชุดที่ ๒๔ นี้เป็นรัฐสภาที่ให้กำเนิดรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุดของประเทศไทย เราคงไม่อยากได้ รัฐธรรมนูญฉบับที่เลวกว่าหรือด้อยกว่าฉบับปี ๒๕๕๐ ที่กำลังใช้อยู่ เราอยากได้ฉบับที่ดีกว่าเก่า จึงเป็นที่มาที่เราประชุมกันหลายวันหลายคืนและจะต้องมีการต่อเนื่องอีกนะครับ ทีนี้คำว่า ดีที่สุด ของผม ท่านประธานครับ หมายความว่าจะต้องเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่เป็น ประชาธิปไตยที่สุดครับ ต้องเป็นฉบับที่เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ คำว่า ประชาธิปไตย ของผมหมายความว่าอำนาจสูงสุดนั้นต้องเป็นของประชาชนทั้งหลาย เมื่อเป็นอย่างนี้ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ แล้วผมก็อยากจะกราบเรียนสมาชิก ทุกท่าน ท่านโปรดช่วยกรุณาชี้แนะผมได้ไหมครับว่ารัฐธรรมนูญ ๑๘ ฉบับที่ผ่านมานี้ มีฉบับไหนบ้างที่ร่างโดยประชาชน ไม่มีนะครับท่านประธาน ๑๘ ฉบับที่ผ่านมาล้วนแล้วแต่ ร่างโดยคนอื่นซึ่งไม่ใช่ประชาชน แต่กล่าวอ้างประชาชน หรือประชาชนอาจจะมีส่วนร่วม แต่น้อยนิดเหลือเกิน ดังนั้นจึงกราบเรียนท่านประธานว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เรากำลัง จะร่างอยู่นี้เราควรจะไว้วางใจประชาชนและมอบอำนาจในการร่างทั้งหมดให้กับประชาชนครับ เราควรจะมอบอำนาจและสิทธิในการร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมดนี้ให้กับประชาชน นี่จึงเป็นที่มาที่ว่า ผมอยากจะได้รัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุด เมื่อเป็นอย่างนี้ สสร. ที่จะมาร่าง เราควรจะต้อง ไว้วางใจประชาชนครับ ก็คือให้ประชาชนเลือกมาโดยตรงครับ แล้วตรงนี้มันจะแก้ข้อครหา ทุกข้อเลยนะครับ ก็คือสิทธิประชาธิปไตยที่ไม่เท่าเทียมกัน อาทิเช่นกรุงเทพมหานคร มีจำนวนประชากร ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน แล้วก็จังหวัดระนอง ขออนุญาตที่เอ่ยชื่อจังหวัด ไม่ได้เสียหายอะไรนะครับ ถ้าหากว่า ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน ได้ สสร. ๑ คน เท่ากับจังหวัดระนอง เราอธิบายไม่ได้ว่าสิทธิประชาธิปไตยที่เท่าเทียมกันหายไปไหน ดังนั้นจึงกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพว่าในทัศนะส่วนตัวของผม ผมอยากให้ สสร. ทั้งหมดมาจาก การเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน สำหรับผมเองก็เห็นว่าจำนวน ๑๐๐ คนน่าจะเหมาะสม แต่ผมจะไม่ก้าวล่วงไปอภิปราย มาตรา ๒๙๑/๑ เมื่อเป็นอย่างนี้นะครับ สสร. ที่มาจาก การคัดสรรหรือจากการคัดเลือกของรัฐสภาผมจึงไม่เห็นชอบด้วยนะครับ เพราะมิฉะนั้นแล้ว ก็จะทำให้รัฐธรรมนูญที่มาจากการร่างของประชาชนมัวหมองครับ จะมีส่วนหนึ่งที่มาจาก การคัดเลือกของรัฐสภา มันจะมัวหมองไปครับท่านประธาน ผมไม่อยากให้รัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑๙ มัวหมองเลยครับ รัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑๙ ควรจะต้องเป็นรัฐธรรมนูญที่มาจาก ประชาชนโดยตรง จึงจะกลายเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุดของประเทศไทยเท่าที่เคยร่างกัน มานะครับ

ข้อที่ ๒ ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ ผมเองก็ตั้งข้อสังเกตนะครับว่า ทำไมรัฐธรรมนูญฉบับต่าง ๆ ถูกฉีกทิ้งฉบับแล้วฉบับเล่า มีคณะรัฐประหารฉีกทิ้งฉบับแล้วฉบับเล่า กระผมเองคงไม่สามารถที่จะตอบคำถามนี้ได้ทั้งหมดนะครับ แต่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานประกอบการพิจารณาว่าถ้าครั้งนี้ให้ประชาชนมีส่วนร่วมร่างโดยตรง ผมเชื่อว่า การรัฐประหารจะยากครับ เพราะประชาชนเขามีความรู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่บังอาจรัฐประหาร ผมเชื่อว่าประชาชนจะลุกฮือขึ้นสู้กับ คณะรัฐประหารอย่างแน่นอน ผมไม่ได้ชี้ชวนให้ประชาชนมาลุกขึ้นสู้นะครับ เพียงแต่ กราบเรียนท่านประธานให้เห็นชัดเจนว่าถ้าประชาชนเป็นคนร่างโดยตรงนี้ โอกาสของการ ทำรัฐประหารนี้ผมว่าริบหรี่เต็มแก่ ถ้าหากจะรัฐประหารจริงก็คงจะต้องทำลายประชาชน จำนวนมหาศาลเลยครับ ซึ่งคณะรัฐประหารก็ต้องคิดหนักเหมือนกันนะครับ

ข้อต่อมาเป็นการไม่มองข้ามประชาชน ใครก็ตามที่อยากจะมาร่าง โปรดลงสมัครเลยครับ อาสากับประชาชน ท่านอาจจะมีความรู้ทางด้านรัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์แล้วก็กฎหมายมหาชนอะไรต่าง ๆ ดีเลิศวิเศษศรีไม่มีปัญหาครับ ผมเคารพครับ ท่านก็ลงให้ประชาชนเลือกตั้งสิครับ กระทั่งคนที่มีความคิดซึ่งเคยสนับสนุน การรัฐประหารในอดีต ท่านลงเลือกตั้งสิครับ ผมถึงกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ถ้าหากมีการเลือกตั้งโดยประชาชนก็จะไม่มีความขัดแย้งเพราะผมกราบเรียนท่านประธาน ไม่ต้องการที่จะไปเสียดสีใครทั้งสิ้น เพราะมีกระแสเสียงพูดมาโดยตลอดนะครับว่าถ้าหากว่า ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญแบบนี้แล้วจะก่อให้เกิดวิกฤติทางการเมืองขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ผมว่า ไม่เกิดหรอกครับท่านประธาน เพราะใครก็ตามที่อยากจะร่างรัฐธรรมนูญก็ลงมาสิครับ ลงมาในสนามให้ประชาชนเขาเลือกสิครับ อย่านั่งอยู่ข้างนอกแล้วก็พอมีอะไรขึ้นมาแล้ว ก็ใช้อำนาจนอกระบบหรืออะไรก็แล้วแต่นะครับท่านประธาน

เพราะฉะนั้นของผมประการที่ ๓ ก็คือไม่มองข้ามประชาชนนะครับ เคารพ ประชาชนนะครับ แล้วก็ใครที่คิดว่าตัวเองมีความสามารถในการร่างก็ลงให้ประชาชนเลือก

ข้อต่อมาคือประการที่ ๔ ตรงนี้สำคัญมาก นี่เป็นทัศนะส่วนตัวของผมนะครับ ท่านประธานอาจจะผิดก็ได้ คือผมมีความเห็นว่าเนื่องจากสถาบันการศึกษาของเรานี้ ถูกครอบงำ โดยเผด็จการยุคแล้วยุคเล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่สมัยจอมพล ป. เป็นต้นมา พ.ศ. ๒๔๙๐ พอรัฐประหารยึดอำนาจตูมนี้ คณะรัฐประหารก็จะส่งคนของเขาไปควบคุม สถาบันการศึกษาชั้นสูงทั้งหลาย ดังนั้นในขณะนี้ทัศนะส่วนตัวของผมก็คือว่านักวิชาการ ทั้งหลายในสถาบันการศึกษาชั้นสูงทั้งหลายส่วนใหญ่ถูกครอบงำด้วยความคิดอนุรักษ์นิยม จารีตนิยมครับ เพราะฉะนั้นเราจะสรรหาที่ไหนครับที่จะมีความคิดเสรีประชาธิปไตย ที่มีความคิดรักประชาธิปไตย รักประชาชน ผมดูแล้วริบหรี่เหลือเกิน สำหรับสายตาของผมนี้ ผมรู้สึกว่าเหมือนงมเข็มในมหาสมุทรเลยครับ เพราะฉะนั้นจะเอา ๒๒ คนซึ่งจะเป็นอรหันต์ ในการร่างมาจากไหนครับ นี่คือทัศนะส่วนตัวของผมนะครับ อย่างที่ผมกราบเรียนแล้วว่า พรรคผมนี้ใจกว้างมาก อนุญาตให้ผมมาพูดความคิดเห็นที่ไม่ตรงกับพรรคนะครับ นี่คือท่วงทำนองประชาธิปไตย

ข้อต่อมาผมอยากจะเรียนท่านประธานนะครับว่าจริง ๆ แล้วมันจะมีประเด็น ที่โยงไปสู่มาตรา ๒๙๑/๑ ดังนั้นผมก็ขออนุญาตที่จะสงวนสิทธิในการที่จะอภิปรายอีกครั้งหนึ่ง ตอนที่ถึงมาตรา ๒๙๑/๑ ผมก็ขอรบกวนเวลาสภาเพียงเท่านี้นะครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมจะเรียงลำดับผู้อภิปราย ตามนี้นะครับตามที่ยกมือที่ว่านี้ อันดับแรกท่านอภิวัฒน์ เงินหมื่น ตามด้วยท่านวิทยา คุณหญิงกัลยาและท่านธนานะครับ และตามด้วยท่านนริศ ที่พูดนี้กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ทั้งนั้นเลยครับ เชิญครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ข้อบังคับเขาต้องให้กรรมาธิการที่สงวนความเห็นไว้ได้อภิปรายให้จบไปหมดก่อนครับ จึงจะไปถึงเพื่อนสมาชิกที่สงวนคำแปรญัตติเอาไว้ ท่านประธานจะต้องดูว่าในกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยมีใครกี่ท่านที่ประสงค์จะอภิปราย ท่านประธานต้องไล่ไปตามนั้นก่อนครับ แล้วพอจบแล้วท่านจึงจะให้สมาชิกที่สงวนความเห็นเอาไว้อภิปรายต่อไป อย่างนี้ไม่ได้ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ถ้าอย่างนั้นเชิญท่านธนา

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานรัฐสภา ผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ การพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนั้น วันนี้ได้เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนที่ได้ติดตามรับชมและรับฟังทางสถานีโทรทัศน์และวิทยุ ทั่วประเทศครับ ในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นมีเรื่องทางเทคนิคเป็นเรื่องวิธีการ อยู่มากพอสมควร เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่าในการอภิปรายของผมนั้นก็จะมีการทำความเข้าใจ กับพี่น้องประชาชนที่ได้มีโอกาสรับชมและรับฟังอยู่ทางบ้านด้วยเพื่อให้พี่น้องประชาชน ได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปพร้อมกับรัฐสภา ผมกราบเรียน ท่านประธานครับ ในมาตรา ๓ ผมได้ขอให้ตัดความในมาตรา ๓ ทั้งหมด ซึ่งเดิมได้เขียนไว้ว่า มาตรา ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๑๗) และ (๑๘) ของมาตรา ๑๓๖ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย (๑๗) การให้ความเห็นชอบสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) (๑๘) การให้ความเห็นชอบญัตติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามมาตรา ๒๙๑/๑๖ สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมได้แปรญัตติเพื่อให้ตัดข้อความในมาตรา ๓ ทั้งหมด เนื่องจากผมเห็นว่าการดำเนินการตามมติ แล้วก็การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ ครม. ได้เสนอร่างมา ในมาตรา ๓ นั้น เป็นเรื่องที่ไม่สมควร และไม่เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ผมกราบเรียน ท่านประธานครับว่าในมาตรา ๑๓๖ ที่ทางร่างของคณะรัฐมนตรีได้นำเสนอนั้น ก็คือในกรณี ที่รัฐสภามีหน้าที่ต้องประชุมร่วมกันในภารกิจสำคัญ ๆ ซึ่งผมก็จะกราบเรียนเพื่อให้เป็น แนวทางได้ทราบว่าในมาตรา ๑๓๖ นั้นคืออะไร ยกตัวอย่างการให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้ง ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ก็ดี การมีมติให้รัฐสภาพิจารณาเรื่องอื่นในสมัยสามัญ นิติบัญญัติได้ ตามมาตรา ๑๒๗ ซึ่งเมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้วท่านประธานก็ได้นำคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติขึ้นมา เพื่อขอความเห็นชอบ จากรัฐสภาอนุญาตให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ การเปิดประชุมรัฐสภาก็ดี การตราข้อบังคับการประชุมรัฐสภาก็ดี การให้ความเห็นชอบในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ หรือร่างพระราชบัญญัติ ตามมาตรา ๑๘๕ การให้ความเห็นชอบ ให้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ หรือร่างพระราชบัญญัติต่อไป ตามมาตรา ๑๕๓ วรรคสอง ผมขออนุญาตเน้น (๑๑) วรรคแรก ที่เขียนว่า ให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม นั่นเป็นประเด็นแรก มา (๑๖) ซึ่งให้อำนาจรัฐสภาไว้ ก็คือ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๙๑ ซึ่งเรากำลังพิจารณาวันนี้ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งได้ผ่านประชามติของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ด้วยความเห็นชอบ ๑๔.๗ ล้านเสียง และประกาศใช้รัฐธรรมนูญมาเป็นระยะเวลาประมาณ ๕ ปี นับจนถึงบัดนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับ ๒๕๕๐ ก็ได้ใช้ปฏิบัติ สามารถที่จะเดินหน้าในการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองมาโดยตลอด แต่วันนี้มีคณะบุคคล มีคณะรัฐมนตรีที่เห็นว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มีปัญหาในทางปฏิบัติที่อยากจะแก้ไข และสอดคล้องกับแนวทางของกลุ่ม มวลชน ซึ่งเดินคู่ขนานกับคณะรัฐบาลในปัจจุบัน ก็ได้มีความคิดว่าสมควรที่จะมีการแก้ไข รัฐธรรมนูญ และเพื่อนสมาชิกที่ได้อภิปรายก่อนหน้าผมไปในมาตรา ๑ ก็ได้พูดชัดเจนครับว่า พรรคเพื่อไทยในเวลาหาเสียงเลือกตั้งก็ได้ชูประเด็นของการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะนำเอา รัฐธรรมนูญฉบับของประชาชนเข้ามาแก้ไขให้เป็นไปตามความต้องการของพี่น้องประชาชน วันนี้ท่านเป็นรัฐบาล ท่านตัดสินใจที่จะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยที่ท่านไม่สนใจเสียง ข้างน้อย หรือเสียงที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะท่านยึดมั่นในคำสัญญา ที่ท่านให้ไว้กับกลุ่มมวลชนที่เดินคู่ขนานกับท่าน ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าวันที่ ท่านหาเสียงเลือกตั้ง ท่านสามารถที่จะให้ตกปากรับคำใครก็ได้ แต่เมื่อท่านมาเป็นรัฐบาลแล้ว ท่านไม่ได้เป็นรัฐบาลของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ท่านไม่ได้เป็นรัฐบาลของคนสีใดสีหนึ่ง แต่ท่านเป็นรัฐบาลของคนไทยทั้งประเทศ ท่านรู้ดีครับว่าวันนี้การแก้รัฐธรรมนูญนั้นมีปัญหา เนื่องจากมีคนกลุ่มหนึ่งที่ถือหาง หรือสนับสนุนรัฐบาล ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ท่าน ก็ทราบดีครับว่ามีคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ของสังคมพอสมควรที่เขาไม่เห็นด้วยกับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่วันนี้ท่านเลือกข้างที่จะเดิน แก้ไขรัฐธรรมนูญ เอาละครับ นั่นเป็น สิทธิของท่าน แต่ผมกราบเรียนท่านประธานว่ารัฐบาลมีหน้าที่ที่จะสร้างความผาสุก การที่จะทำให้ ประเทศชาติเดินหน้าไปโดยอาศัยพลังทุกหมู่เหล่าของพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ วันนี้เมื่อท่าน ตัดสินใจแก้รัฐธรรมนูญ ผมเรียนท่านประธานครับว่าใน (๑๘) การให้ความเห็นชอบญัตติ ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามมาตรา ๒๙๑/๑๖ ประเด็นแรกที่ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานก็คือวันนี้ทุกคนพูดกัน นักวิชาการทุกแขนงพูดกัน เหมือนกัน ในทิศทางเดียวกันว่าการเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญของคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้นั้น ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๖ ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไว้แล้ว ทั้งใน (๑๑) ก็ดี (๑๖) ก็ดี เขียนไว้ชัดเจนครับว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นทำได้โดยเฉพาะเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมเท่านั้น ไม่ได้อนุญาตให้มีการแก้ไข หรือร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับเหมือนที่ท่านได้ยื่นเข้าสู่รัฐสภาในวันนี้ แน่นอนครับ การประชุมรัฐสภาแห่งนี้ท่านประธานก็ยืนยันเสียงข้างมากที่ผ่านวาระที่หนึ่งมาแล้ว ผมก็เคารพในกระบวนการระบอบประชาธิปไตย เมื่อเสียงข้างมากยืนยันที่จะเดินหน้าอย่างที่ ตัวเองคิด โดยที่ไม่ได้ฟังเสียงข้างน้อยอย่างพวกผม พวกผมก็ต้องหาความชอบธรรมในการที่จะ ให้คนกลางซึ่งมีหน้าที่ในการตีความบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญว่าการดำเนินการ ของคณะรัฐมนตรีในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับที่ทำกันอยู่ในฉบับในปัจจุบันนี้ถูกต้อง เป็นไปตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ และผมเชื่อว่าบ้านเมืองมีหลักการ มีวิธีการและมีความเป็นธรรม ที่ยังหลงเหลืออยู่ ผมก็จะรอการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานก็คือในวันที่ท่านบอกกับพี่น้องประชาชนว่าเมื่อท่านมาเป็นรัฐบาล ท่านจะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่เป็นของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง วันนี้ท่านก็เห็นแล้วภาคประชาชนที่ยืนเคียงข้างท่าน ต่อสู้กับท่านมาจนท่านได้อำนาจรัฐ ปกครองประเทศ คนกลุ่มคนเสื้อแดงที่เดินคู่ขนานกับท่านเขาสงวนสิทธิที่จะใช้สิทธิในการ แก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยการเสนอชื่อเข้าต่อรัฐสภาเพื่อให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้ววันนี้ เป็นอย่างไร วันที่ท่านเคยบอกว่าท่านจะทำเมื่อท่านได้อำนาจรัฐ ท่านจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้เป็นไปตามความต้องการของประชาชน แต่วันนี้เขาเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เข้ามา เหมือนกับท่าน แต่ท่านไม่เอา วันนี้ผ่านกระบวนการต่อสู้ร่วมกันมา ท่านได้อำนาจรัฐแล้ว ประชาชนท่านวางไว้ข้างหลัง ท่านเอาความคิดเห็นของท่านเป็นใหญ่อย่างไรครับ ท่านไม่ได้ ทำตามที่ท่านรับปากกับคนกลุ่มที่เดินต่อสู้มากับท่าน ท่านไม่ทำอย่างเดียว แต่ท่านพยายาม ที่จะเดินตามแนวความคิดของท่านอย่างที่ไม่ลดละความพยายาม ในคณะกรรมาธิการ นี่นะครับท่านประธานตอนที่เรามีการโหวตว่าที่มาของ สสร. นั้นควรจะมาอย่างไร กรรมาธิการวันนั้นโหวตกันมาเสียง ๑๒ ต่อ ๑๐ ให้ร่างของ ครม. ตกไป และกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยซึ่งชนะคะแนนเสียงโหวตในวันนั้นพูดชัดเจนครับว่าจะพยายามที่จะหยิบยก ร่างของพี่น้องประชาชนที่เสนอเข้ามาโดยให้ สสร. มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด จะไม่เอา นักวิชาการ เพราะเขามีความรู้สึกว่านักวิชาการที่เข้ามาไม่ได้ทำหน้าที่เพื่อปกป้องผลประโยชน์ ของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง วันนั้นเป็นโอกาสของท่านครับ ที่ท่านจะเดินตาม ความต้องการของพี่น้องประชาชนได้อย่างเต็มที่ แต่ท่านก็ไม่ทำ ท่านใช้มติของเสียงข้างมาก ในคณะกรรมาธิการหักสิ่งที่พวกเราได้ลงมติไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่สิ่งที่เราลงมติไปแล้วนั้น เป็นไปตามเจตนารมณ์ของภาคประชาชนที่ได้เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมถึงกราบเรียน ท่านอย่างไรครับว่าวันที่ท่านเดินกันมาด้วยกัน ต่อสู้กันมาด้วยกัน ท่านบอกประชาชนยิ่งใหญ่ แต่เมื่อท่านได้อำนาจรัฐแล้ววันนี้ร่างของพี่น้องประชาชนที่เสนอมาประกบกับท่าน ท่านแม้แต่ จะไม่เหลียวดูว่าเขาต้องการอย่างไร สิ่งที่ท่านหมอเหวงขออนุญาตเอ่ยนาม ได้ลุกขึ้น แสดงความชื่นชมว่ารัฐบาลให้สิทธิในการที่จะแสดงออกทางการเมืองในเรื่องความเห็นต่าง ผมกราบเรียนว่าสิทธิแค่นั้นไม่พอหรอกครับท่านประธาน สิทธิของคนที่ต่อสู้ร่วมกันมา ซึ่งท่านยืนยันแข็งขันว่าท่านต้องการรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน วันนี้สิทธิอันนั้นไปไหนละครับ ทำไมท่านไม่ยืนหยัดต่อสู้ต่อไป พวกผมนี่ล่ะครับที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นเรื่องที่อาจจะเป็นอันตรายต่อความเสียหาย ต่อความขัดแย้งของคนในสังคมไทย เราไม่ปฏิเสธความจริงครับท่านประธานว่า เรามีรัฐธรรมนูญมาแล้ว ๑๘ ฉบับ เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกจากพรรคฝ่ายรัฐบาลก็ได้บอกว่า ทั้ง ๑๘ ฉบับไม่ได้มาจากความรู้สึกหรือความต้องการของพี่น้องประชาชน วันนี้ท่านมีโอกาส ที่จะทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ฉบับที่ ๑๙ แต่ท่านก็ทิ้งร่างประชาชนไว้กับพื้น แล้วท่าน ก็เดินหน้าต่อไปตามความต้องการของท่าน นี่คือสิ่งที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ผมได้ติดตามการดำเนินการของรัฐบาลมาตลอด และสิ่งนี้ผมอยากที่จะชี้แจงว่า เมื่อท่านใช้ เขาหมดแล้ว เขาก็หมดความสำคัญ ท่านประธานที่เคารพ ในมาตราของการให้ความเห็นชอบ ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามมาตรา ๒๙๑/๑๖ จะเป็นการสร้างปัญหาที่ไม่รู้จักจบ ให้กับสังคมไทยครับ ท่านประธาน นั่นหมายถึงอะไรครับ หมายถึงว่าวันนี้ท่านบรรจุ รายละเอียดของการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ ให้รัฐสภาสามารถที่จะดำเนินการได้ โดยไม่มีที่สิ้นสุดนับแต่วันที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้บังคับ พี่น้องประชาชนที่ล้มตายมากมาย เพื่ออุดมคติในการที่จะเข้ามาสู่การแก้รัฐธรรมนูญ ทำให้บ้านเมืองเสียหายมาขนาดไหนละครับ ท่านประธาน แล้วเราจะเอาเงื่อนไขอย่างนี้ใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของเราต่อไป ท่านประธานอยากจะเห็นความแตกแยก ความขัดแย้งในสังคมนี้เดินหน้าไปขนาดไหนครับ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้เมื่อมีความต้องการของภาคประชาชนอยากจะ แก้รัฐธรรมนูญ ถ้าแก้เสร็จแล้วต้องจบครับ จบแล้วต้องยึดถือและใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้กันไป การที่ท่านเห็นรัฐธรรมนูญเป็นของที่ฉีกทิ้งได้ง่าย เปลี่ยนได้ นั่นไม่ใช่กฎหมายสูงสุด ของประเทศหรอกครับท่านประธาน ในบางประเทศกฎหมายรัฐธรรมนูญเขียนอยู่ไม่กี่คำครับ รับรองสิทธิของพลเมือง รับรองเสรีภาพของพี่น้องประชาชน เพียงเท่านั้น แต่ท่านมา ดูรัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรไทยฉบับที่ขอแก้ไขทั้งฉบับของ ครม. ดูสิครับ ท่านใส่ รายละเอียดทุกอย่าง กลายเป็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญที่ใส่ทุกอย่างที่ท่านอยากใส่ ซึ่งในแบบ ในกระบวนการ ในลักษณะของรัฐธรรมนูญที่นานาอารยประเทศเขาใช้กัน ไม่มีใคร เขาทำกันครับ เพราะอะไรครับ เพราะเมื่อท่านใส่รายละเอียดไว้เยอะ ปัญหามันจะตามมา เวลาที่จะต้องมีการตีความรัฐธรรมนูญว่าจะพิจารณากันอย่างไร เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญที่ดี ต้องเขียนน้อยที่สุด แต่วางหลักประกันของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศให้ได้รับ การรับรองจากรัฐธรรมนูญให้มากที่สุดเท่านั้นพอครับ ผมถึงกราบเรียนท่านประธานว่า การที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอมาตรา ๓ โดยเฉพาะ (๑๗) การให้ความเห็นชอบของ สภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะอ่าน มาตรา ๒๙๑/๑ (๒) ให้ท่านสมาชิกและผู้ชมที่อยู่ทางบ้านได้รับทราบการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปพร้อม ๆ กัน

มาตรา ๒๙๑/๑ ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญทำหน้าที่จัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ตามหมวดนี้ ประกอบด้วยสมาชิกดังต่อไปนี้

(๑) สมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนจังหวัดละ ๑ คน

(๒) สมาชิกซึ่งมาจากการคัดเลือกโดยที่ประชุมของรัฐสภาจำนวน ๒๒ คน ดังต่อไปนี้

(ก) ผู้เชี่ยวชาญสาขากฎหมายมหาชนจำนวน ๖ คน

(ข) ผู้เชี่ยวชาญสาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์จำนวน ๖ คน

(ค) ผู้มีประสบการณ์ด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน เศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย หรือการร่างรัฐธรรมนูญตามหลักเกณฑ์ที่ประธานรัฐสภาประกาศกำหนด จำนวน ๑๐ คน

ผมขออนุญาตท่านประธานใน (๑) สมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ของประชาชนจังหวัดละ ๑ คน การที่ร่างของ ครม. ได้กำหนดจำนวนสมาชิก สสร. มาจาก จังหวัดโดยการเลือกตั้งโดยตรงจังหวัดละ ๑ คน ไม่ตอบสนองและตอบโจทย์ของการแก้ไขปัญหา ความขัดแย้งในบ้านเมืองนี้ได้เลย ทำไมผมถึงกราบเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน การแก้ไข รัฐธรรมนูญ ณ เวลานี้รัฐบาลมีความมั่นใจว่าตัวเองมีเสียงข้างมากในรัฐสภา มีเสียงข้างมาก จากการเลือกตั้งเทียบจังหวัดของประเทศไทย เพราะฉะนั้นรัฐบาลจึงคิดว่าการเลือกตั้ง โดยตรงของประชาชนจำนวน ๑ คน ก็คือตัวแทนที่รัฐบาลจะเข้าไปดำเนินการเพื่อให้ได้มา ซึ่งไม่ตอบโจทย์การขัดแย้งของสังคมไทย วันนี้สังคมไทยเรามีความเห็นอยู่ ๒ ประการ แตกต่างกันชัดเจนทางการเมือง มีเสียงข้างมาก แล้วก็มีเสียงข้างน้อย สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานก็คือถ้ารัฐบาลมีความจริงใจและตั้งใจที่จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น สามารถทำให้ประเทศชาติเดินหน้าได้ ให้ทุกคนในภาคส่วนของสังคม ไม่ว่าจะเป็นเสียงข้างมาก เสียงข้างน้อย หรือคนที่ไม่ได้ออกเสียง ได้มามีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ ก็จะสามารถ แก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้ในระดับหนึ่ง ผมกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าสมาชิก สสร. มาจากการเลือกตั้งของจังหวัดแต่ละจังหวัด แต่ให้จังหวัดหนึ่งเลือก สสร. ได้ ๒ คน แต่ประชาชนลงคะแนนได้ ๑ คน สิ่งเหล่านี้จะตอบโจทย์ความขัดแย้งของสังคมและ การมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญของพี่น้องประชาชนได้ เพราะแน่นอนครับ คนที่ได้ อันดับ ๑ ในจังหวัดจะเป็นตัวแทนของเสียงข้างมากชัดเจน วันนี้มีความแตกแยกทางการเมือง ชัดเจน เพราะฉะนั้นคนที่ได้เสียงข้างมาก ก็คือเสียงที่รัฐบาลมั่นใจนั่นละครับ แต่ในขณะเดียวกันคนที่ได้คะแนนเสียงรองลงมาในสถานการณ์ที่บ้านเมืองมีความคิดเห็น ทางการเมืองแตกต่างกันชัดเจน ท่านจะได้ตัวแทนเสียงข้างน้อยเข้ามาทำหน้าที่ สสร. ด้วย การที่มีตัวแทนทั้งเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อยเข้ามาร่วมจัดทำรัฐธรรมนูญ จะสามารถ ระดมปัญหาแนวทางความคิดเข้ามาสลายในการจัดทำรัฐธรรมนูญด้วยกัน คนที่เป็นเสียงข้างน้อย ก็ไม่มีสิทธิที่จะปฏิเสธว่าตัวเองไม่มีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะไม่มีตัวแทน ของตัวเองเข้ามาในสภาร่างรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพครับ การทำรัฐธรรมนูญนั้น จะต้องมุ่งเน้นไปที่ผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก วันนี้ผมไม่ทราบว่า รัฐบาลหรือ ครม. เห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญสูงสุดอยู่ที่ไหน ถ้ารัฐบาลให้ความสำคัญ และจริงใจว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ทำเพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ความแตกแยก ความแตกต่าง ความรุนแรงทางความคิดไม่เกิดครับ ถ้าท่านตั้งธงว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญคราวนี้ ทำอย่างไรที่จะให้คนทุกภาคส่วนทั้งเสียงข้างมาก เสียงข้างน้อย เข้ามามีส่วนร่วม ในกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านจะได้แรงตอบรับจากพี่น้องประชาชน เพราะคน ทุกภาคส่วนจะมาทำเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ แต่พอท่านตั้งธงไม่ชัดเจนว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญท่านทำเพื่อใครหรือทำเพื่อพี่น้องประชาชนถึงเกิดความแตกแยกกันครับ ถึงเกิดความคิดเห็นต่างในสังคมอย่างไร ถึงมีมวลชนมาอยู่หน้ารัฐสภาเพื่อแสดงความคิดเห็น ของเขาว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ท่านไม่ได้มีจุดเป้าหมายเพื่อผลประโยชน์ ของประเทศชาติและประชาชน ความจริงความแตกแยกวันนี้ไม่น่าจะเกิดเลยครับ ท่านมีเสียงข้างมากในรัฐสภาแล้ว ท่านมีเสียงข้างมากในรัฐบาล ท่านสามารถเดินหน้า แก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนได้อย่างเต็มที่ แล้วสมาชิกพรรคฝ่ายค้านอย่างพวกผมครับ มีคุณภาพพอครับ สิ่งไหนที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนพวกเราสนับสนุน การให้ความเห็นชอบ รัฐสภาในการอนุมัติให้รัฐบาลไปดำเนินกิจการที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติเราเห็นด้วยทุกฉบับ แต่ทำไมรายงานการปรองดอง แต่ทำไมรายงานคณะกรรมาธิการเรื่องรัฐธรรมนูญพวกผม ถึงต้องค้านครับท่านประธาน เพราะท่านไม่ชัดเจนว่าท่านแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยมีเป้าหมายผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นที่ตั้งอย่างไรครับ แล้วเวลาเราถามท่านว่าทำไมท่านต้องเร่งรัด เร่งรีบ เพราะการจะแก้ไขปัญหาของ ประเทศชาติมันต้องมีความเห็นพ้องและเดินไปด้วยกัน ความเห็นพ้องจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วย การทำความเข้าใจครับ ไม่ใช่ด้วยการใช้มติเสียงข้างมากหักเอา ถ้าอย่างนั้นก็จะมีคนชนะ ในสังคมแล้วก็มีคนแพ้ในสังคม และท้ายที่สุดคนแพ้ก็จะถูกผลักออกไปให้ไปต่อสู้ ในกระบวนการที่ไม่ได้อยู่ในรัฐสภาแห่งนี้ ซึ่งท่านประธานก็ได้เห็นบทเรียนของประเทศไทย มาหลายครั้งหลายหนแล้ว ผมถึงกราบเรียนท่านประธานอย่างไรครับว่า วันนี้พวกเรา ทำหน้าที่ท่านประธานอาจจะเห็นว่ามันยืดเยื้อ มันยืดยาด แต่สิ่งที่พวกเราพูดทั้งหมดนั่นคือ หลักเกณฑ์ นั่นคือกติกาของบ้านของเมือง ถ้าเราปล่อยให้หลักเกณฑ์กติกาของบ้านเมือง มันถูกละเลยไป และระบบนิติรัฐ นิติธรรม จะอยู่ตรงไหนละครับท่านประธาน เราจะปล่อยให้ เสียงข้างมากคือความถูกต้องของประเทศอย่างเช่นทุกวันนี้ต่อไปใช่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้น เสียงข้างมากก็จะลากไปในทุกเรื่อง ผมชอบใจครับ คำที่ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ได้อภิปรายไว้ว่า เสียงข้างมากไม่ใช่เสียงที่ถูกต้องเสมอไป ถ้าท่านเลือกทำในสิ่งที่เป็นผลประโยชน์ของ พี่น้องประชาชน แน่นอนนั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง แต่เมื่อไรก็ตามที่เสียงข้างมากเลือกที่จะใช้ เสียงข้างมากมาทำสิ่งที่มันผิดกฎหมายให้กลายเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายเมื่อไร กลียุคเกิดขึ้นครับ ท่านประธาน และโดยเฉพาะคนที่เข้ามาสู่อำนาจและสามารถแก้ไขกฎกติกาเพื่อให้คนของตัวเอง พวกของตัวเองได้หลุดพ้นจากพันธนาการต่าง ๆ โดยไม่ได้คำนึงถึงหลักนิติรัฐ นิติธรรม ต่อไป คนก็จะแสวงหาอำนาจด้วยการชนะเลือกตั้ง พาสังคมไปสู่สิ่งที่ตัวเองต้องการ ทุจริตคอร์รัปชัน บ้านเมืองเกิดกลียุคกลับมาสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ วงจรอุบาทว์ของประเทศชาติก็เกิดขึ้น อย่างนี้ตลอดไป ท่านประธานอยากเห็นอย่างนั้นหรือครับ วันนี้ที่ผมลุกขึ้นสอบถาม ท่านประธานด้วยความเคารพ อาจจะทำให้ท่านประธาน ท่านรองประธานรัฐสภาไม่สบายใจ แต่ขอให้ท่านมั่นใจเถอะครับว่าสิ่งที่พวกผมลุกขึ้นมาพูดนั้นอยากที่จะธำรงไว้ให้รัฐสภาแห่งนี้ เป็นที่พึ่งที่หวังของพี่น้องประชาชนว่ายังมีความถูกต้องชอบธรรมอยู่ที่นี่ วันนี้พวกผมโหวต ไม่ชนะ ไม่เป็นอะไรครับ แต่บันทึกประวัติศาสตร์ของรัฐสภาแห่งนี้ต้องมีอยู่ตลอดไป วันข้างหน้าเมื่อเรามีอำนาจมาปกครองประเทศ บริหารประเทศไม่ทำอย่างนี้แน่นอน เราจะเอาความสมานฉันท์และความปรองดองของคนทั้งประเทศเป็นที่ตั้ง เราจะไม่หักด้วย ความรู้สึกที่ว่าเสียงข้างมากทำอะไรก็ได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อช่วงบ่าย ที่ผมได้ใช้สิทธิที่จะเรียนท่านประธานว่า เมื่อกรรมาธิการยอมรับความผิดพลาด แล้วเราจะ ปล่อยให้ความผิดพลาดนี้เดินหน้าต่อไปได้อย่างไร ผมกำลังเรียกร้องหลักแห่งความถูกต้อง ให้เกิดขึ้นในรัฐสภาแห่งนี้ ผมขออนุญาตท่านประธานครับว่าการอภิปรายวันนี้ก็เพื่อ ประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง ยังไม่สายครับ ถ้ารัฐบาลจะมายืนยัน การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้วท่านเอาธงประเทศเป็นที่ตั้ง ท่านลองดูสิครับ ความขัดแย้ง หมดไปทันที ความวุ่นวายหมดไปทันที แต่วันนี้ท่านไม่ทำ ผมก็ไม่ทราบว่าท่านมีอะไรแอบแฝง มีวัตถุประสงค์อะไรแอบแฝงกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ ความจริงต้องปรากฏครับ อาจจะต้องใช้เวลาเดือน ๒ เดือน ๓ เดือน อำนาจไม่จีรังหรอกครับ เมื่อไรก็ตามที่อำนาจ ได้มาแล้วใช้อย่างไม่ถูกต้องมันก็จะหมดไปครับ ท่านประธานครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านนิพนธ์ บุญญามณี ครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา และกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมได้สงวนความเห็นในมาตรา ๓ ไว้ร่วมกับท่านธนา ชีรวินิจ แล้วก็ท่านวิรัช ร่มเย็น ในประเด็นที่ให้ตัดมาตรา ๓ นี้ออกไป ด้วยเหตุผลส่วนหนึ่งนั้นผมคิดว่าท่านธนาได้กราบเรียนต่อสภาแห่งนี้ไปแล้ว ผมคงประเด็น เพิ่มเติมในส่วนที่คิดว่าสาระสำคัญที่เป็นสิ่งที่ผมกังวลก็คือว่าที่ให้ตัด (๑๗) ออกไปเพราะผม คิดว่าผมไม่อยากจะเห็นที่ต้องให้รัฐสภาต้องให้ความเห็นชอบ การให้ความเห็นชอบ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) ซึ่งถ้าหากว่าสภาผ่านไปอย่างนี้ก็เท่ากับว่า ต่อไปนี้รัฐสภาจะต้องให้ความเห็นชอบในการที่จะให้ สสร. ที่มาจากการสรรหา ซึ่งผมคิดว่า สิ่งนี้ถ้าเราคิดจะร่างรัฐธรรมนูญใหม่ในความเห็นส่วนตัวผม ผมคิดว่า สสร. ควรมาจาก การเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ไม่จำเป็นจะต้องมาจากผู้ทรงคุณวุฒิ เพราะผมถือว่า คนที่ประชาชนเลือกเข้ามานั้นต้องมีคุณวุฒิหรือว่ามีความสามารถพอที่จะไปร่างกฎหมายได้ ถ้าเราไม่เชื่อว่าคนที่ประชาชนเลือกมาจะมีความสามารถไปเขียนกฎหมายได้ปัจจุบันนี้ เราทำอะไรอยู่ครับ ปัจจุบันนี้พวกเรารัฐสภาแห่งนี้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ออกกฎหมายไปบังคับใช้ประชาชาชน ถ้าเราเขียนอย่างนี้ว่าต่อไปนี้ต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิด้วย แสดงว่ากฎหมายที่เราออกไปแล้วมันเขียนผิด เขียนถูกกันหรืออย่างไร การที่เราไม่เอา นักวิชาการหรือว่าผู้ทรงคุณวุฒิตามที่เราบอกไว้ใน (๑)-(๓) มันจะทำให้ สสร. ขาดความสมบูรณ์ไปหรืออย่างไร นี่คือสิ่งที่ผมไม่เห็นด้วยว่าจะต้องบัญญัติใน (๑๗) ไว้ด้วย ผมจึงให้ตัดมาตรานี้ทั้งมาตราและ (๑๗) (๑๘) ออกไป โดยผมคิดว่า (๑๗) ไม่มีความจำเป็น อย่างยิ่งที่จะบัญญัติเอาไว้ในมาตรา ๓ เพราะท่านประธานคงจำได้นะครับ สภาแห่งนี้ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้หลายท่านพูดจามักจะกระแนะกระแหนว่ามาจากต้นไม้เป็นพิษ เมื่อต้นไม้เป็นพิษผลไม้ก็เป็นพิษ วันนี้ฝ่ายนี้กล่าวอย่างนี้วันหนึ่งข้างหน้าเราไปเลือกคนคนหนึ่ง ที่มาจากการกำหนดของใครคณะใดคณะหนึ่งหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง อีกฝ่ายหนึ่งก็จะไป กล่าวอ้างได้ในวันข้างหน้าว่า สสร. ที่มาร่างชุดนี้มาจากการล็อกสเปก (Lock spec) อาจจะ เรียกกล่าวคำรุนแรงมากกว่าต้นไม้เป็นพิษ ผลไม้เป็นพิษ อาจจะมาจากเรียกว่ามาจากคณะโจร เพราะฉะนั้นใครรับผลรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็รับของโจร วันหนึ่งข้างหน้าความขัดแย้งอย่างนี้ ก็ไปกันอีก ผมไม่อยากจะให้มีคำพูดอย่างนี้ต่อท้าย เพราะฉะนั้นคนที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องมาจากการล็อกสเปกของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ผมอยากที่จะเห็นคนที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญ มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรงทั้งหมด จะกี่คนก็แล้วแต่ แต่ผมคิดว่าถ้าจำนวนสัก ๒๐๐ คน แล้วเป็นไปตามเกณฑ์ประชากรในจังหวัดนั้น ๆ โดยกำหนดให้ประชาชน ๑ คน เลือก สสร. ได้ ๑ คน เพราะฉะนั้นมันจะไม่มีการไปล็อกสเปกหรือว่ามันจะไม่มีการไปบล็อกโหวต (Block vote) ว่าในจังหวัดนั้นใครจะมาเป็น สสร. แล้วก็ไม่ต้องมี ๒ ประเภท มีประเภทเดียวนี่ละ ไปร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้ก็จะได้เป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากตัวแทนของประชาชน โดยตรง ไม่มีการที่จะต้องไประบุว่ามาจากกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง นั่นคือสาเหตุที่ผมจะกราบเรียน ท่านประธานเพิ่มเติมในเหตุผลที่กระผมได้ขออนุญาตที่จะสงวนคำแปรญัตติ ตัดมาตรา ๓ ออกทั้งมาตราครับท่านประธาน ส่วนใน (๑๘) นั้นการให้ความเห็นชอบญัตติให้มีการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามมาตรา ๒๙๑/๑๖ นั้น ผมคิดว่าแทบจะไม่มีความจำเป็นอะไรเลย ที่จะต้องบัญญัติเอาไว้ มาตรา ๒๙๑ ก็ควบคุมอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่มีเหตุจำเป็นอย่างใด ที่จะต้องไปบัญญัติเพิ่มเติมในมาตรา ๑๓๖ (๑๘) เข้าไปอีก ผมจึงคิดว่าด้วยเหตุผลดังกล่าว ผมไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากที่จะได้บัญญัติมาตรา ๓ เอาไว้ ขอบคุณครับ ท่านประธาน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านนริศ ขำนุรักษ์ ครับ ท่านยกมือมีอะไรครับ คือท่านนริศเป็นกรรมาธิการ

นายนริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ไม่ได้เป็นครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

มิได้เป็นหรือครับ โทษครับ ในนี้ให้ข้อมูลผิด ถ้าอย่างนั้นเชิญท่านอภิวัฒน์ เงินหมื่น ครับ กรรมาธิการขณะนี้ชื่อที่ผมมี ไม่มีแล้วนะครับ คราวนี้เรียงตามชื่อใช่ไหมครับ ตอนนี้ก็ไม่มีกรรมาธิการแล้ว เพราะฉะนั้น ชื่อที่ผมมีก็มีท่านอภิวัฒน์ ท่านวิทยา แล้วก็คุณหญิงกัลยา ท่านนริศ เชิญครับ

นายอภิวัฒน์ เงินหมื่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อำนาจเจริญ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายอภิวัฒน์ เงินหมื่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอำนาจเจริญ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอแปรญัตติมาตรา ๓ โดยขอตัดมาตรา ๓ ออกทั้งมาตรา แล้วขอใช้ข้อความต่อไปนี้แทนนะครับ คือมาตรา ๓ ให้เพิ่มข้อความต่อไปนี้ เป็นมาตรา ๒๙๑/๑ มาตรา ๒๙๑/๒ มาตรา ๒๙๑/๓ มาตรา ๒๙๑/๑๔ มาตรา ๒๙๑/๑๕ มาตรา ๒๙๑/๑๖ มาตรา ๒๙๑/๑๗ และมาตรา ๒๙๑/๑๘ ซึ่งมาตราต่าง ๆ ที่ผมจะขอให้ แปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมสรุปสาระสำคัญดังนี้ คือมาตรา ๒๙๑/๑ จะเป็นเรื่องการได้มา ซึ่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมเสนอให้มาจากการเลือกตั้งโดยเหมือนกับการเลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภา พุทธศักราช ๒๕๔๓ คือมีจำนวน ๒๐๐ คน มาตรา ๒๙๑/๒ จะเป็นเรื่อง คุณสมบัติของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑/๑๔ จะเป็นเรื่องห้ามแก้ไขในหมวด ที่ว่าด้วยราชอาณาจักรไทยและหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์ มาตรา ๒๙๑/๑๕ จะเป็นเรื่อง ห้ามแก้หมวดว่าด้วยองค์กรอิสระ และสุดท้ายครับ มาตรา ๒๙๑/๑๖ จะต้องไม่เป็นการแก้ไข เพื่อยกโทษ หรือนิรโทษกรรมบุคคลใด ๆ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านวิทยา แก้วภราดัย

นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา มาตรา ๓ เป็นเรื่อง ที่เราบัญญัติให้มีการเพิ่มเติมสาระ ๒ ประการ เป็นสาระของการประชุมรัฐสภา ซึ่งแต่เดิม ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๖ เราสามารถที่จะประชุมรัฐสภาได้ใน ๑๖ กรณี คราวนี้เรามาเพิ่มกรณีที่ ๑๗ กับกรณีที่ ๑๘ ขึ้นมา โดยจะให้สภาเป็นคนพิจารณา สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) ซึ่งกระผมไม่เห็นด้วยครับ ก็ได้ขอแปรญัตติไว้ จากการให้ความเห็นชอบสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๙๑ ผมแก้ไข เป็นการให้ความเห็นชอบสมาชิกสภาแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เหตุผลที่ผมขอแก้ไข เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่า ผมเข้าใจว่าเราพูดมาเรื่องแก้ไข แก้ไขกันจนหลายคนไม่เข้าใจครับ โดยสาระจริง ๆ วันนี้ก็คือเรากำลังทำการฉีกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันด้วยเทคนิคทางกฎหมาย ก็คือแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสักมาตราหนึ่ง และเปิดช่องให้มีการทำลายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ด้วยรัฐธรรมนูญที่บอกว่ามีการลงประชามติโดยประชาชน ที่สำคัญครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีการกำหนดหมวด ๓ ส่วนที่ ๑๓ ว่าด้วยสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญไว้ ผมเข้าใจเป็นฉบับแรก ๆ ที่กำหนดหน้าที่ของพลเมืองในการที่จะพิทักษ์รัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นถ้าอ่านมาตรา ๖๘ ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ท่านประธานฟังช้า ๆ นะครับ มาตรา ๖๘ บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือเพื่อให้ได้มา ซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศด้วยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ ในรัฐธรรมนูญนี้ ใครจะเป็นผู้บริหารประเทศนี้ ใครจะใช้อำนาจประเทศนี้ ต้องไปเป็นตามวิถีทาง รัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ขณะนี้เรากำลังแก้กฎหมาย ๒-๓ มาตรา เพื่อตั้งคณะบุคคลบุคคลหนึ่ง ขึ้นมาฉีกกฎหมายรัฐธรรมนูญนี้ แล้วก็เขียนกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่สำคัญครับ ท่านประธานครับ ไปดูเหตุผลประกอบสิครับว่าทำไมเขาต้องทำอย่างนี้ เหตุผลในการเสนอ ร่างฉบับนี้นะครับ ผมเอาย่อนะครับ เพื่อปรับปรุงโครงสร้างทางการเมืองขึ้นใหม่ ให้มีเสถียรภาพและประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อันนี้อยู่ในเหตุผลของการยกร่างแก้ไขเพิ่มเติม อันนี้ถามว่าข้อความที่ว่าเพื่อปรับปรุงโครงสร้างทางการเมืองขึ้นมาใหม่ ให้มีเสถียรภาพ และประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สะท้อนอะไรครับ สะท้อนว่าเรากำลังรู้สึกครับว่ารัฐบาลปัจจุบัน อำนาจไม่มาก การต่อเนื่องทางการเมืองไม่ค่อยเข้มแข็ง และเราต้องการที่จะปรับปรุง โครงสร้างทางการเมืองขึ้นใหม่ให้มีเสถียรภาพ และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เหตุการณ์อย่างนี้ เคยเกิดขึ้นไหมครับ ตอนเรายกร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ รัฐบาลปีก่อนปี ๒๕๔๐ ตั้งรัฐบาล แล้วอยู่กันไม่นานครับ อยู่กัน ๒ ปี อยู่กัน ๑ ปี อยู่กัน ๑๑ เดือน รัฐบาลก็ล้ม ก็เป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์ครับ รัฐบาลล้ม เพราะรัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ จึงเป็นรัฐธรรมนูญที่เขียนให้รัฐบาลมีความเข้มแข็งขึ้นมาทำให้การตรวจสอบรัฐบาลยุ่งยาก ยากขึ้นและทำให้รัฐบาลหวังว่าจะมีการต่อเนื่องทางนโยบาย รัฐบาลมีความเข้มแข็งครับ ปี ๒๕๔๐ ได้เกิดรัฐธรรมนูญขึ้นมาที่สร้างเสถียรภาพให้กับรัฐบาล เราเห็นอะไรครับ ท่านประธานครับ ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในยุคนั้น เป็นปรากฏการณ์ครั้งแรก รัฐบาลอยู่ครบ ๔ ปี โดยนายกรัฐมนตรีไม่เคยโดนอภิปรายไม่ไว้วางใจเลย ท่านประธานครับ นอกจากไม่อภิปรายไม่ไว้วางใจครับ รัฐบาลก็มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น ๆ จนกลายเป็นว่า ผู้คุมอำนาจบริหารประเทศเริ่มเข้าไปแทรกแซงองค์กรอิสระมากขึ้น ๆ แทรกแซงองค์กรอิสระ ไม่ว่าครับ มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐสภานี้ถูกครอบงำโดยรัฐบาลเสียงข้างมาก และวิจารณ์กันครับ จากเพื่อนวุฒิสมาชิกเองครับ เดี๋ยวสักครู่ท่านอยากฟัง ยังมีท่านที่นั่งอยู่ในนี้ครับ เขาเคยบอกว่า มีการซื้อเสียงวุฒิสมาชิกครับ เพื่อให้หนุนรัฐบาล ๔ ปีแรกรัฐบาลไม่เคยโดนอภิปราย ไม่ไว้วางใจเลยครับ นั่นคือความมีเสถียรภาพที่เราต้องการ ถัดจาก ๔ ปี ขึ้นสมัยที่ ๒ รัฐบาลไม่ได้โดนอีกละครับ รัฐบาลนัดหมายพวกผมมาเจอกันในสภาครับ นัดวันกันเรียบร้อยว่า จะเจอกันในสภาเพื่อให้ตรวจสอบกรณีขายหุ้นสัมปทานของประเทศไทยในธุรกิจบางอย่าง ให้กับต่างประเทศ ซึ่งคนสงสัยครับว่าการขายอันนั้นเป็นการขายสิทธิบางอย่าง ซึ่งไม่น่าจะ ถูกต้องหรือไม่ นัดกันครับ แต่ถึงเวลาจริงรัฐบาลยุบสภาหนีครับ ๕ ปีเต็ม ประสิทธิภาพที่แข็ง ๆ เราตรวจสอบไม่ได้เลย เกิดอะไรขึ้นครับ ท่านเชื่อไหมองค์กรอิสระแบบ กกต. กลับถูก แทรกแซงเข้าด้วยช่วยเหลือ ผมไม่ได้พูดเองครับ เพราะสุดท้ายศาลมีคำพิพากษาจำคุก กกต. เพราะเข้าด้วยช่วยเหลือกับรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ รัฐธรรมนูญฉบับที่มีเสถียรภาพมาก การตรวจสอบก็ไม่เกิดครับ หลายเรื่อง หลายราวที่รัฐบาลที่มีเสถียรภาพมาก เข้มแข็งมาก ก้าวเข้าไปในการที่จะล้วงเข้าไปในเรื่องบางเรื่องที่ล่อแหลมต่อการผิดกฎหมาย กระบวนการ ยุติธรรมเริ่มต้นก็ไม่ทำครับ พนักงานสอบสวนก็ไม่ว่า ป.ป.ช. ก็ขึ้นเงินเดือนจนตัวเอง ก็ถูกคดีกันระเนระนาด กกต. ก็ติดคุก กระบวนการในการตรวจสอบรัฐบาลง่อยเปลี้ยหมดครับ นั่นคือการมีเสถียรภาพ แต่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นและน่ากังวลแล้วก็ยังเป็นฝันร้ายฝังใจกับคนที่เคยใช้อำนาจอย่างนั้น ก็คือมันมีองค์กรหนึ่งซึ่งยังแทรกแซงไม่ได้ องค์กรนั้นก็คือองค์กรตุลาการ เราก็เห็น คำพิพากษาตั้งแต่ศาลรัฐธรรมนูญออกมาแล้วก็สะเทือนใจเรื่องการยุบพรรค เราก็เห็น คำพิพากษาของศาลกรณีจำคุกคณะกรรมการการเลือกตั้ง เราได้ยินคำว่า ตุลาการภิวัฒน์ เพราะอำนาจตุลาการยังแทรกแซงไม่ได้ เหตุผลเฉพาะในร่างของรัฐบาลเสนอมาพูดถึง การสร้างโครงสร้างทางการเมืองขึ้นใหม่ให้มีเสถียรภาพและประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ฟังอย่างนี้ เป็นภาษาสละสลวยครับ แต่ถ้าท่านประธานไปดูเหตุผลของร่างของเพื่อนสมาชิกอีก ๒ ฉบับ เขาเปิดเผยชัด ๆ เลยครับว่าอำนาจในทางประชาธิปไตยของเราที่แบ่งเป็น ๓ ฝ่าย พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจบริหารผ่านรัฐบาล ทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติผ่าน สภาผู้แทนราษฎร รัฐสภาใช้อำนาจตุลาการผ่านศาลยุติธรรม เขาบอกว่าศาลยุติธรรมไม่มี การยึดโยงกับภาคประชาชน เพราะสภาผู้แทนราษฎรมาจากการเลือกตั้ง ใครชนะก็ได้ เป็นเสียงข้างมากในสภา และรัฐบาลก็มาจากการแต่งตั้งโดยสภาผู้แทนราษฎร เขาบอกว่า เหตุผลของร่างอีก ๒ ร่าง ซึ่งเสนอประกบมากับร่างรัฐบาลก็คือศาลไม่ได้มีการดุลอำนาจ ถ้าบวก ๒ เหตุผลเข้าด้วยกันท่านประธานก็จะเริ่มรู้ธงครับว่าการร่างรัฐธรรมนูญ โดยฉีกรัฐธรรมนูญฉบับนี้และไปตั้งกรรมการที่เรียกว่า สสร. คือสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ เขามีธงให้ไปครับ ธงที่ให้ไปก็คือปรับปรุงโครงสร้างทางการเมืองขึ้นใหม่ให้มีเสถียรภาพ และประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สร้างความเข้มแข็งให้กับรัฐใหม่ขึ้นมา เพราะฉะนั้นจะบอกว่าไม่มีธง ให้กับ สสร. ไม่จริง เพราะเหตุผลของการตั้งคณะชุดนี้ขึ้นมาเพื่อสร้างเสถียรภาพ และประสิทธิภาพทางการเมืองขึ้นมาใหม่ กระบวนการที่วิพากษ์วิจารณ์ได้นำเสนอกับ เพื่อนสมาชิกบางคนหลุดจากปากจนต้องถอนคำพูด ก็คือกระบวนการที่จะแทรกแซง กระบวนการตุลาการ เดี๋ยวผมจะว่าอีกรอบหนึ่งครับ ที่ต้องห้ามกันไว้ก่อนความคิดที่จะล้ม ศาลรัฐธรรมนูญ ยกเลิกศาลปกครองแล้วตั้งศาลสูงสุดของประเทศไทย คิดต่อกันไหมครับ แล้วผมก็ส่งสัญญาณเตือนไปในวงการตุลาการศาลของประเทศไทยด้วยครับว่าวันหนึ่ง ถ้าที่สภาแห่งนี้เป็นคนโหวตตั้งประมุขตุลาการ ถ้าประธานศาลฎีกานะครับ วันนี้กระบวนการ ของศาลยุติธรรมเป็นกระบวนการทางจารีตที่มีความเข้มแข็งยิ่งกว่ารัฐธรรมนูญ ใครเป็นผู้พิพากษาสอบได้ปีนี้ชี้ชะตาได้ครับว่าวันที่อายุครบ ๖๕ ปีจะอยู่ตำแหน่งไหน ไม่ต้องวิ่งเต้นกันครับ จบตรงไหนอยู่ตรงนั้น แต่ถ้าสภาแห่งนี้เป็นที่โหวตของประมุขตุลาการ เมื่อไรท่านประธานเชื่อไหมครับว่าตุลาการก็จะปั่นป่วนหมด เพราะถ้าใครกุมอำนาจ จากการชนะเลือกตั้งได้ก็เท่ากับคุณสามารถกุมอำนาจบริหารได้ และที่สำคัญคุณกุมอำนาจ ตุลาการได้เมื่อไร ตรงนี้ละครับที่เขาบอกว่าเผด็จการเสียงข้างมาก เพราะประชาธิปไตย คือการคานอำนาจกัน ระหว่างนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ แต่เมื่อไรคนที่ชนะ การเลือกตั้งสามารถกำหนดผู้นำประมุขทางนิติบัญญัติได้ กำหนดประมุขทางบริหารได้ และกำหนดประมุขทางตุลาการได้ คนกำหนดได้ก็คือผู้นำที่เป็นเผด็จการ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมต้องแก้ไขว่าผมปล่อยให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมายกร่างภายใต้ตรงเหตุผล ที่เป็นไปอย่างนี้ไม่ได้

ประการที่ ๒ ท่านไม่สามารถตั้งกรรมการยกร่างได้ครับ ท่านประธานครับ ท่านเปิดดูไหมครับ ท่านยกร่างกฎหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขัดกันเองทั้งหมดครับ ท่านตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้ครับ ท่านตั้งได้แค่สภาแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครับ เพราะอะไรครับ เพราะหลังจากมีการยกร่างอันนี้ขึ้นมา สังคมวิพากษ์วิจารณ์เยอะครับ วิพากษ์วิจารณ์กันค่อนข้างดุเดือดรุนแรง วิพากษ์วิจารณ์ถึงขั้นว่าท่านจะไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวดเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ พอวิจารณ์กันเยอะก็ร้อนตัวครับ พอร้อนตัวก็ป้องกันตัวเอง ท่านประธานไปดูในมาตรา ๒๙๑/๑๑ ผมจะอ่านให้ฟังทั้งมาตรา แล้วท่านประธาน ตามผมไปช้า ๆ นะครับ สภาร่างรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้เกิดไม่ได้ครับ มาตรา ๒๙๑/๑๑ ที่ท่านบัญญัติไว้ยังไม่ถึงครับ เดี๋ยวถึงว่าอีกรอบแต่ผมจะอ่านให้ ท่านประธานสภาฟังครับ สภาร่างรัฐธรรมนูญจะต้องจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จ ภายในกำหนด ๒๔๐ วันนับแต่วันถัดจากวันประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญครั้งแรก วรรคแรกสะท้อนให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังใช้ที่ถกกันอยู่ตั้งแต่เช้าครับ ฉบับนี้จะถูกฉีกทิ้งไปใน ๒๔๐ วันนับจากนี้ไป วรรคสอง ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญนั้น สภาร่างรัฐธรรมนูญอาจนำรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งที่เห็นว่ามีความเป็นประชาธิปไตยสูง มาเป็นต้นแบบในการยกร่างก็ได้ ก็ยกให้สภาที่ท่านจะตั้งใจร่างไปหยิบคว้าฉบับไหนมาเป็น ต้นร่างก็ได้ แต่ที่สำคัญวรรคห้า ท่านประธานฟังผมนะครับ ร่างรัฐธรรมนูญที่มีผล เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขบทบัญญัติในหมวดว่าด้วย พระมหากษัตริย์จะกระทำมิได้ ผมถามครับว่าหมวดที่แก้ไม่ได้หมวดพระมหากษัตริย์ ท่านเอารัฐธรรมนูญฉบับไหน ถ้าท่านห้ามแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้เรื่องหมวดพระมหากษัตริย์ สภาท่านยกร่างไม่ได้ครับ สภาท่านต้องเอารัฐธรรมนูญฉบับนี้ล่ะครับเป็นต้นแบบ เพราะต้องเว้นหมวดพระมหากษัตริย์ไว้ นอกนั้นทุกหมวดท่านยำได้หมดครับ เพราะฉะนั้น สภาที่ท่านตั้งไม่ใช่สภาร่างรัฐธรรมนูญครับ สภาแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ล่ะครับ สิ่งที่กรรมาธิการแก้ไขเพิ่มเติมต้องตอบกับผมว่าหมวดพระมหากษัตริย์ท่านเอารัฐธรรมนูญ ฉบับไหน ถ้าท่านเอารัฐธรรมนูญฉบับไหนก็หมายความว่าท่านไปยกร่างใหม่ไม่ได้ครับ และผมถือว่าตามที่ท่านเขียนแก้ไขในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านกำลังบอกครับว่า ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ท่านแตะหมวดพระมหากษัตริย์ไม่ได้ เมื่อท่านแตะหมวด พระมหากษัตริย์ไม่ได้ ผมถามว่าท่านจะฉีกรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างไร สภาที่ท่านตั้งขึ้น เป็นสภาแก้ไขครับ ท่านล็อกตัวท่านเองไว้นะครับ เพราะฉะนั้นผมถึงแปรญัตติไว้แล้วว่า ผมไม่ให้ชื่อว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญ สภาชุดนี้ทำหน้าที่แก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้ได้ทุกหมวดครับ ยกเว้นหมวดพระมหากษัตริย์ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ส่วนธงที่เหตุผลรัฐบาลให้ไปครับ เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เดี๋ยวว่ากันอีกรอบหนึ่งครับ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องกำลังสะท้อนครับว่าทำไมถึงได้รีบร้อนกันนักหนาท่านครับ ถามว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นอุปสรรคเรื่องอะไรบ้างครับวันนี้ สภาก็ชนะครับ รัฐบาลก็เป็นครับ เหลืออะไรบ้างที่ยังไม่ได้ครับ อยากได้เสถียรภาพจากอะไรครับ ในการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมไม่เคยเห็นปรากฏการณ์ครับ ท่านประธานครับ ผมอยู่ในสภามา ๒๐ กว่าปี ไม่เคยเห็น ปรากฏการณ์ประเภทนี้ครับ จะพูดคำว่า เสียงข้างมากลากไปก็กระไรอยู่ครับ เสียงข้างมาก ก็ชนะเสียงข้างน้อยครับ แต่พฤติกรรมที่ใช้กับสภาครับ ดูถูกสภาโดยตลอดครับ ไม่เคยให้เกียรติต่อสภาครับ ถือว่ามากกว่าจะข่มขืนเอาอย่างไรก็ได้ พวกผมยังทำอย่างอื่น ไม่ได้ครับ เที่ยวนี้โดนข่มขืนแน่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่อย่างน้อยก็สิทธิในการป้องกันตนเอง ในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญ เขากำหนดให้พวกผมไว้ครับ ท่านประธานเคยเห็นไหมครับว่าเพราะอยากกระสันจะแก้รัฐธรรมนูญ สภาจะปิดสมัยประชุม วันที่ ๑๙ แล้ว ยกเหตุผลขยายอายุสภาออกไปไม่มีกำหนดอ้างว่ามีกฎหมายค้างมาก ให้มันแน่สักรายเถอะครับ ไม่ต้องปิดสภาพิจารณากฎหมายที่ค้างในสภาให้หมดทุกฉบับ ผมจะให้ความร่วมมือ แต่ดักกันไปดักกันมาสุดท้ายเฉลยเมื่อเช้านี้เอาแค่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน ปิดสภาครับ ขอให้ได้สภาร่างรัฐธรรมนูญไปฉีกรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้แล้วปิดสภาทันที ตกลงความกระตือรือร้นมีแค่นี้เองหรือครับ มีความจริงใจกับระบอบประชาธิปไตยจริงหรือเปล่า ท่านเคยเห็นวิธีการหลาย ๆ อย่างที่ทำกับสภาไหมครับ วันนี้เขาบอกว่าเสียงข้างมากลากไป ไม่เป็นไรครับ เสียงข้างมากต้องชนะ แต่ถ้าท่านย่ำยีถึงขั้นจะเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นะครับ แล้วก็จะล้วงเข้าไปอำนาจอธิปไตยอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งเขามีจารีตที่เข้มแข็งเป็นมืออาชีพ ที่ทำหน้าที่ในทางตุลาการ ถ้าท่านจะตั้งประมุขตุลาการเอง จะไปยุบศาลปกครอง จะไปยุบศาลรัฐธรรมนูญเพราะไม่พอใจในคดีที่ค้างคา จะแทรกแซงอำนาจตุลาการได้ ก็ต่อเมื่อตั้งประมุขตุลาการได้ ถ้าคิดอย่างนั้นผมว่าท่านก้าวล่วงไปแล้วครับ ไม่ใช่เสียงข้างมาก ลากไปนะครับ เขาเรียกว่า เผด็จการรัฐสภาจริง ๆ เพราะถ้าคนคนเดียวคุมทั้งนิติบัญญัติ คุมทั้งบริหารและคุมทั้งตุลาการได้มันก็ไม่ต่างกับฮิตเลอร์หรอกครับที่แก้กฎหมาย ให้นายกรัฐมนตรีเป็นคนออกกฎหมายแทนสภาได้ เพราะฉะนั้นไขปริศนาอันนี้ ผมคิดว่า มันไม่ต้องหลอกกันหรอกครับ คนในสังคมไม่ได้มีใครโง่กว่าใครครับ แต่ผมก็ยอมรับครับ ไปบอกประชาชนที่ไหนว่าจะกันเขาได้ไหม เจอผู้พิพากษาในศาลฎีกาก็อยากถามว่า จะทำอย่างไรอย่าให้การเมืองมาแทรกแซงศาลยุติธรรม เจอหน้าศาลปกครองก็ทำอย่างไร จะปกป้องศาลปกครองให้เป็นที่พึ่งประชาชนได้ เจอศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่อยากให้การเมือง เข้ามาแทรก แต่ท่านครับ วันนี้เรากำลังจะทำสิ่งที่หลายคนกังวลกัน แล้วถ้าปฏิเสธว่าไม่จริง ก็โกหกครับ เพราะโกหกกันมาตลอดครับ ขยายเวลาสภาเพราะมีกฎหมายค้างเยอะ โกหกครับ ขยายอายุสภาก็เพราะว่าอยากจะเอารัฐธรรมนูญเป็นของขวัญบำนาญให้กับใครสักคน แล้วนี่ก็จะเจ็บปวดรวดร้าวมากว่าถ้าผมอภิปรายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในวาระที่สองข้ามไปถึง วันที่ ๑๒ หรือไปแตะเช้าวันที่ ๑๓ ผมก็คิดว่าคงเห็นอาการทุรนทุรายแปลก ๆ ของคน ทำหน้าที่ประมุขนิติบัญญัติตรงนี้ จะเห็นพฤติกรรมแปลก ๆ ที่ไม่เคยเกิดนะครับ สิทธิในการอภิปรายวาระที่สองเป็นของเพื่อนสมาชิกทุกคนที่ได้สงวนคำแปรญัตติ ความสวยงามของระบอบประชาธิปไตยอยู่ตรงนี้ครับ กล้าที่จะฟังความเห็นต่างและกล้าจะรับฟัง ในเหตุในผลซึ่งกันและกัน ทำการบ้านมาจากบ้าน รับคำสั่งมาจากใครก็ตามครับ ผมเรียนว่าระบอบประชาธิปไตยมันต้องคานอำนาจซึ่งกันและกัน วันนี้พวกผมเป็นเสียงข้างน้อย ในสภาทำหน้าที่คานอำนาจของรัฐบาล แล้วก็แพ้ตลอดครับ แพ้เพราะแพ้การเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่โหวตในสภาพวกผมแพ้ แต่อย่างน้อยก็เป็นเสียงสะท้อนของเสียงข้างน้อย ให้กับสังคมได้รับรู้ครับ แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้ากับการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ มันไปไกลเกินครับท่านประธานสภาครับ ผมขออนุญาตพูดกับท่านประธานตรง ๆ ครับ ท่านเป็นบุคคลที่พวกผมชื่นชมครับ ก้าวขึ้นเป็นประมุขของวุฒิสภาด้วยความสง่างาม ท่านไม่ใช่บุคคลประเภทที่เขาเอาเงินฟาดหัวแล้วเขามีความสุข ท่านทำได้ครับ ความเป็นกลาง ที่จะพิทักษ์ระบอบประชาธิปไตย พิทักษ์กระบวนการประชาธิปไตยเอาไว้ วันข้างหน้า เขาบอกว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญจะแก้ไขอย่างไรก็ตาม ไม่จริงครับท่าน เขาให้ธงไว้แล้วครับ เมื่อให้ธงไว้แล้วเดินตามธง ท่านประธานก็จะเห็นครับว่าบ้านเมืองเราจะเดินไปสู่อะไรครับ เราเรียกร้องประชาธิปไตยอยากเห็นความหลากหลาย เห็นความแตกต่าง ขณะเดียวครับ กลุ่มบางกลุ่มเขาอยากรวบอำนาจไว้ในมือคนเดียว ผมยืนยันครับหลายคนกระแนะกระแหน ว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เหมือนเดิมเป็นพรรคที่เคยต่อสู้กับเผด็จการ สมาชิกบางคนก็บอกว่า เดี๋ยวนี้รู้สึกจะเชียร์ทหาร ผมเรียนกับท่านประธานครับ คนที่พูดก็เพิ่งเชียร์ทหารที่ปฏิวัติเสร็จ ไปหมาด ๆ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วครับ คนที่ปฏิวัติตัวเองออกจากรัฐบาลวันนี้ปรบมือกันเกรียวครับ เมื่อหัวหน้าคณะปฏิวัตินั้นเห็นด้วยกับตัวเอง แต่ผมเรียนท่านประธานสภาผ่านไปด้วยครับ ถึงพี่น้องประชาชนครับ อุดมการณ์พรรคประชาธิปัตย์เขาเขียนไว้ชัดครับ เราจะคัดค้านเผด็จการ ทุกรูปแบบครับ ถ้าอาศัยการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ๔-๕ มาตรา แล้วหวังยึดอำนาจ ประชาธิปไตยไว้ภายใต้อุ้งมือคนเดียวพวกผมก็คัดค้านครับ เพราะนั่นคือเผด็จการรูปแบบหนึ่ง ท่านประธานครับ ที่ผมอภิปรายตั้งใจจะอภิปรายกับท่านประธานครับ ผมเชื่อกรรมาธิการ ทุกคนที่นั่งอยู่ข้างบนมีธงอยู่ในใจครับ ท่านประธานคนเดียวที่นั่งฟังและไม่มีธงอยู่ในใจ ผมก็อยากเห็นท่านประธานได้ลุกขึ้นมาพิทักษ์รัฐธรรมนูญตามสิทธิของพลเมืองไทยครับ มาตรา ๖๙ บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ละครับ เป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่กำหนดให้ ประชาชนมีหน้าที่และสิทธิในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๙ บุคคลย่อมมีสิทธิต่อต้าน โดยสันติวิธีซึ่งการกระทำใด ๆ ที่เป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ รัฐธรรมนูญนี้นะครับ ไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่จะเขียนขึ้นมาใหม่ แล้วก็ข้ออภิปรายเพื่อนสมาชิกบางคนครับ ผมคิดว่า มันจบไม่ง่ายหรอกครับ ถ้าตั้งใจฉีกรัฐธรรมนูญเพราะท่านอาจจะเจอเรื่องทั้งหมด ที่ศาลรัฐธรรมนูญครับ สภานี้ไม่มีหน้าที่ไม่มีอำนาจในการฉีกรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การร่วมกันฉีกครั้งนี้คุณไม่ได้ฟังเสียงประชาชนเลย รัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับท่านประธานครับ เขาลงมติโดยประชาชนมา แต่ขณะนี้เรากำลังจะใช้เสียงในสภา ๖๐๐ กว่าคนมาฉีก รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขาเขียนถึงการพิทักษ์รัฐธรรมนูญไว้ครับ ๖๐๐ กว่าคนจะมาร่วมกันฉีก ผมเข้าใจว่าหน้าจะเจอกันก่อนที่รัฐธรรมนูญ สสร. จะได้เริ่มต้นครับ ผมฝากท่านประธานครับ ตั้งใจอภิปรายกับท่านประธานคนเดียว แล้วก็ผมฝากความหวังว่าคนแบบท่านประธานซึ่งเป็นชายชาติทหารเหมือนกันน่าจะ ทำหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาในการพิทักษ์ปกป้องรัฐธรรมนูญ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเป็นคุณหญิงกัลยา แล้วก็ท่านนริศนะครับ เชิญคุณหญิงกัลยาครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

คุณหญิงครับแป๊บหนึ่ง เชิญท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร กรรมาธิการ

ขอประทานโทษคุณหญิงแป๊บเดียวครับ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านอภิปรายไปแล้วผมก็ไม่อยาก ขัดท่าน แต่อยากจะขอฝากกราบท่านประธานเถอะครับ มาตรา ๓ ให้มันเข้าอยู่ประเด็น หน่อยเถอะครับท่านประธานครับ ถ้ามันไปไกลมากผมก็คิดว่ามันก็ผิดข้อบังคับแล้วก็เสียเวลา ทุกฝ่ายครับ มันอยู่นิดเดียวเท่านั้นเองครับ แต่ว่าไปไกลมากเหลือเกินครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ก็ขอความกรุณา ท่านผู้อภิปรายด้วยนะครับ ช่วยกันอยู่ในประเด็นนะครับ ท่านวิทยามีอะไรครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ผมขออนุญาตท่านประธาน ผม วิทยา แก้วภราดัย ผมเรียนยืนยันกับท่านว่าผมพูดอยู่ใน มาตรา ๓ ครับ ผมไม่เห็นด้วยแล้วก็ตัดคำว่า สภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมตั้งสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญ และผมให้เหตุผลว่าทำไมผมถึงไม่ให้เขาตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ให้ได้แค่สภาแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นทั้งเหตุผลข้อกฎหมายแล้วก็ข้อเท็จจริงทั้งหมดประกอบครับ ไม่ได้นอกประเด็นครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ไม่เป็นอะไรครับ เข้าใจครับ เชิญคุณหญิงครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่าน ส.ว. สมชาย มีอะไรครับ

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

ท่านประธานครับ สมชาย แสวงการ ต้องขออภัยคุณหญิงด้วยนะครับ ต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ เมื่อสักครู่ก่อนที่ท่านประธานจะขึ้นบัลลังก์นี่ ท่านประธานท่านที่แล้วนี่ ท่านบอกว่า ให้สมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมยกมือถ้าจะขออภิปราย แต่ผมขอเรียนนะครับว่า สมาชิกวุฒิสภาหลายท่านอยู่ข้างนอกท่านก็ไม่ได้มายกมือ ทีนี้เราก็รอคิวอยู่ตามที่คิวเดิม เรียงมาตรามา หลายท่านนั่งรออยู่ เพราะตามรายชื่อที่เขียนเรียงมาของกรรมาธิการนี่ ปรากฏว่าก็อยากจะให้ท่านประธานทำความเข้าใจว่าน่าจะต้องเดินไปตามเดิมไหมครับ เพราะว่าเราก็รออยู่จะได้อภิปรายต่อจากคุณหญิงเหมือนที่ท่านประกาศไปแล้ว เราก็จะได้ เดินหน้าต่อเพราะว่าหลายท่านไม่ได้มายกมือเพราะท่านออกไปข้างนอกครับท่านประธาน ขอความกรุณาท่านช่วยจัดตามลำดับเดิมตั้งแต่ต้นจะดีกว่าครับ ขอบพระคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ถ้าไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ก็จะเอาอย่างที่ท่าน ส.ว. เสนอนะครับ ท่านที่ยังไม่ได้ตอนนั้นมีสักกี่ท่านครับ เชิญครับ ท่านเลขาธิการช่วยจดด้วยนะครับ เดี๋ยวผมจะให้ทางสำนักงานจัดให้นะครับ เชิญท่านตวงครับ

นายตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตได้ทบทวนสิ่งที่ ท่านประธานท่านก่อนได้ตั้งประเด็นเอาไว้กับข้อบังคับว่าให้กรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้พูดเสร็จ ทีนี้พอกรรมาธิการเสียงข้างน้อยท่านพูดเสร็จนี่ อยากจะให้สลับสมาชิกวุฒิสภาด้วยครับ เพราะว่าไม่เช่นนั้นถ้าจะอาศัยวิธีการยกมือเหมือนเดิมนี่ ผมคิดว่าคืนนี้ไม่ได้พูดแน่นอนครับ จึงกราบเรียนท่านประธานว่าจะทำอย่างไร จะให้สมาชิกวุฒิสภาที่รอคิวได้มีโอกาสได้พูดครับ จึงกราบเรียนหารือท่านประธาน ต้องขออภัยคุณหญิงด้วยครับ จะได้เดินหน้าต่อไปข้างหน้าได้ครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณมาก เมื่อกี้ท่านยกมือแล้ว ทางเลขาธิการก็จะจดชื่อแล้วเดี๋ยวผมจะจัดให้ตามที่ว่านะครับ เชิญคุณหญิงครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ ดิฉันคนหนึ่งและดิฉันเชื่อว่า พรรคประชาธิปัตย์คงไม่รวมอยู่ใน ๖๐๐ กว่าคนที่จะฉีกรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอนค่ะ ดิฉันคนหนึ่งแล้วจะไม่ร่วมด้วยค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันขอแปรญัตติ มาตรา ๓ ด้วยเหตุผล ที่ดิฉันไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่หลักการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย คำหนึ่งก็รัฐธรรมนูญใหม่ ฉบับใหม่ สองคำก็รับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดิฉันขออ่านหลักการ ให้ท่านประธานได้ทราบนะคะว่าดิฉันไม่เห็นด้วยอย่างไรกับมาตรา ๓ กำหนดให้รัฐสภา ประชุมร่วมกันในกรณีให้ความเห็นชอบสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งมาจากการคัดเลือก โดยที่ประชุมรัฐสภา และกรณีการให้ความเห็นชอบญัตติให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (เพิ่มเติม) (๑๗) และ (๑๘) ของมาตรา ๑๓๖ ท่านประธานคะ ดิฉันมีเหตุผลหลายประการว่า ทำไมดิฉันไม่เห็นด้วยกับมาตรา ๓ และไม่เห็นด้วยกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พูดก็พูดเถอะว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีเอาไว้ให้แก้ ไม่ได้มีเอาไว้ให้ฉีกค่ะ ดิฉันเห็นด้วยกับ คุณวิทยา ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม หมวด ๑๕ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีเอาไว้ให้แก้ค่ะ ไม่ได้มีเอาไว้ให้ฉีกทิ้งตามหมวด ๑๖ ซึ่งหมวด ๑๕ และหมวด ๑๖ ก็เป็นคนละหมวด แล้วก็เป็นคนละเรื่องเดียวกัน เพราะว่าหมวด ๑๕ อนุญาตให้แก้ไข แต่หมวด ๑๖ อยู่ดี ๆ ก็มาแอบ ดิฉันต้องว่าแอบนะคะ มาเพิ่ม (๑๗) และ (๑๘) ในมาตรา ๑๓๖ ซึ่งรัฐบาลตลอดเวลาที่มีการพูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่เคยมีเลย ณ ครั้งใดที่รัฐบาล จะบอกความจริงกับประชาชน แก้มาตราเดียวทำไมเรื่องมากจัง มาตรา ๒๙๑ แก้มาตราเดียว แต่จริง ๆ แล้วท่านแก้กี่มาตราคะ ไม่เห็นบอกเลย คือเหมือนแอบทำ ดิฉันไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง การล้มล้างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ซึ่งพวกเราทุกคนก็อาศัยอานิสงส์จากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มิใช่หรือ แม้กระทั่งคณะรัฐมนตรีก็ตาม ก็อาศัยรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มิใช่หรือ ที่มารับตำแหน่งต่าง ๆ แล้วรัฐธรรมนูญก็บอกไว้ด้วยว่าก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งทุกคนจะต้อง ปฏิญาณตนตามมาตรา ๑๒๓ ซึ่งดิฉันจะขออ่านให้ท่านประธานฟังนะคะ มาตรา ๑๒๓ ก่อนเข้ารับหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาต้องปฏิญาณตนในที่ประชุม แห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกด้วยถ้อยคำดังต่อไปนี้ ข้าพเจ้า แล้วก็มีชื่อผู้ปฏิญาณตน ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ ต่อหน้าพระพักตร์ ต่อหน้าพระสาทิสลักษณ์ พวกเราลืมแล้วใช่ไหมคะว่าจะรักษา แล้ววันนี้ทำไมเสนอเข้ามาแก้ไข คำก็ฉบับใหม่ สองคำก็ฉบับใหม่ ท่านไม่มีสิทธิที่จะทำอย่างนั้นได้เพราะเขาไม่ได้อนุญาตไว้ หมวด ๑๖ ก็ผิด เพราะว่ามันไม่เกี่ยวข้องกับหมวด ๑๕ แล้วจะไปอาศัยจมูกของหมวด ๑๕ ใช่ไหมคะ มาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดิฉันไม่เห็นด้วยกับการตั้ง สสร. เพื่อจะมาแก้ไข รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ดิฉันไม่ใช่นักกฎหมาย ดิฉันเรียนปริญญาตรีนิติศาสตร์ เพราะฉะนั้น ดิฉันไม่กล้า ไม่บังอาจที่จะต่อล้อต่อเถียงกับผู้รู้ที่นั่งอยู่ข้างบน เพราะว่าท่านเป็นปรมาจารย์ ทางด้านกฎหมายอยู่แล้ว แต่ดิฉันมองว่าหมวด ๑๕ และหมวด ๑๖ คนละหมวด ในตัวของ หมวด ๑๖ เองไม่มีอำนาจ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้ให้ไว้ ท่านแก้ไขได้ตามหมวด ๑๕ แล้วหมวด ๑๖ ท่านจะทำใหม่ ท่านจะทำอะไรคะ เพราะฉะนั้นดิฉันจึงไม่เห็นด้วยว่าท่านไป ยัดเยียดหรือไปแอบใส่ (๑๗) และ (๑๘) ในมาตรา ๑๓๖ ที่ท่านไม่เคยบอกประชาชนเลย ดิฉันถือว่าไม่สุจริตใจ ท่านประธานคะ ตั้งแต่วันที่ ๒๗ มีนาคมเป็นต้นมา เราจะเห็นชัดเจน และประจักษ์กับสายตาของคนทั้งบ้านทั้งเมืองว่าเผด็จการรัฐสภา ทุนสามานย์ หักดิบการประชุม คณะกรรมาธิการ หักดิบสภา หักดิบรัฐสภา เหิมเกริม ไม่เกรงกลัวคำเตือน คำทักท้วง คำแนะนำจากสถาบันพระปกเกล้า ถ้าจะเจาะจง และภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคม แต่รัฐบาล กลับเย้ยหยันว่าไม่ทำตามคำแนะนำ เสียเวลาเปล่า ๆ แล้วก็รีบเร่งเดินเครื่องอย่างทุลักทุเล แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไว้ทุกข์ในช่วงพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้า ภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี สู่สวรรค์คาลัย รัฐบาลตั้งใจใช่ไหมคะ ที่จะทำลายความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ของประชาชนในช่วงสงกรานต์ ก่อนจะไปสงกรานต์ ก็ลุกขึ้นมาทำสิ่งที่ไม่สมควรที่จะทำ เป็นเผด็จการรัฐสภาครั้งแล้วครั้งเล่า ในวันครอบครัวด้วย ท่านทำได้ลงคอหรือคะ พวกท่านจะไปฉลอง ไปเฉลิม ไปสงกรานต์คงไม่มีใครว่า แต่ท่านทำให้ประชาชนเขาเครียดแล้วก็เป็นห่วงว่าสภานี้เสียงข้างมากลากไปใช่ไหมคะ ดิฉันไม่สบายใจเลยค่ะ ท่านประธานคะ หลายต่อหลายครั้งเกือบจะทุกคนของพรรครัฐบาลก็จะอ้างว่าเป็นเสียงข้างมาก แน่นอนที่สุดอยู่ในอวยแล้วค่ะ หมูอยู่ในอวย เอะอะท่านประธานเมื่อเช้านี้นะคะก็บอกว่า ไม่เห็นชอบมาให้เสนอให้โหวตเลย โหวตเมื่อไรก็แพ้เมื่อนั้น แต่ว่าคนร่างรัฐธรรมนูญประเทศ ใด ๆ ก็ตามนะคะ เสียงข้างมากในสภาก็จริง แต่ว่าต้องถูกกฎหมายและชอบธรรมด้วยค่ะ ถ้าไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรม ต่อให้เสียงมากมายเท่าไร ท่านก็ทำไม่ได้ค่ะ ท่านบอกว่า ท่าน ๑๕ ล้านเสียง ประชาชนที่ไม่ได้เลือกท่านมีมากกว่าท่านเท่าไรคะ ท่านไม่เกรงใจเขาเลยหรือคะ เขาไม่ได้เลือกท่านมากกว่าที่คนเลือกท่านนะคะ ขออย่าอ้างอีกต่อไปได้ไหมคะ ถ้าชอบธรรม ชอบด้วยกฎหมายทุกคนก็เห็นชอบอยู่แล้ว ท่านไม่ต้องอ้าง เพราะความที่ท่านอ้างอยู่เสมอ เลยเหิมเกริมมาก อะไรก็ชนะ ดิฉันกราบเรียนท่านประธานนะคะว่าดิฉันไม่เห็นด้วยที่จะให้มี การยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แล้วคุณวิทยาก็ได้กล่าวไปแล้ว คุณวิทยาก็เป็นนักกฎหมาย ว่ามันจะขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ แล้วก็นอกจากนั้นซึ่งในมาตราอื่น ๆ ดิฉันก็คงจะได้พูดต่อไป แต่ว่าประเด็นที่ผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ก็คงต้องให้นักกฎหมาย ถามท่านอาจารย์ก็คงทราบนะคะ ว่าผิดหรือไม่ผิด หรือท่านแกล้งทำเป็นไม่ทราบ ท่านก็รู้อยู่แก่ใจ เคยร่างรัฐธรรมนูญมาแล้ว การที่ให้อำนาจกับรัฐสภา ให้อำนาจกับประธานรัฐสภาอย่างมากมายในการร่างแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไปนับดูสิคะว่ามันมีอยู่กี่แห่งที่ประเดี๋ยวก็ประธานรัฐสภาเป็นคนกำหนด กฎ เกณฑ์ กติกา เป็นคนตัดสิน เป็นคนเลือก สมาชิกรัฐสภาไม่เคยมีความหมาย แล้วท่านให้ ความหมายกับ สสร. ซึ่งมาจากประชาชน หลายคนก็ว่าต้องให้เสียงประชาชน ทำไมไม่ให้ สสร. เขาเป็นคนเลือกอะไรของเขาเอง ดิฉันนับดูเกือบ ๒๐ แห่งที่ประธานรัฐสภา ที่สำคัญที่สุด ก็คือว่าเมื่อร่างเสร็จแล้ว เสนอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวลงพระปรมาภิไธย คนที่รับสนองพระบรมราชโองการโดยอาศัยมาตรา ๑๕๐ มาตรา ๑๕๑ นั้นโดยอนุโลม เขาไม่ได้ให้ประธานรัฐสภาเป็นคนสนอง ท่านเอาอำนาจที่ไหนที่มามอบให้ประธานรัฐสภา เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการรัฐธรรมนูญ ดิฉันขอถามด้วยความจริงใจเพื่อเป็นความรู้ค่ะว่า ท่านใช้ได้อย่างไร การอนุโลมตรงนั้นตรงนี้มีคนถามไปแล้วว่าจะมากน้อยแค่ไหน อย่างเช่น ให้เอกสิทธิ์กับ สสร. หรือสภาร่างรัฐธรรมนูญไม่ให้ถูกฟ้องเหมือน ส.ส. มากแค่ไหนคะ ทั้งหมดหรือบางส่วน ของเหล่านี้ผู้รู้แล้วก็ผู้ที่เป็นปรมาจารย์ทางด้านกฎหมายจะต้องบอกกับเรา ประชาชนเขาก็ไม่ทราบ ดิฉันเองนั่งอยู่ในสภาเป็น ๑๐ กว่าปีดิฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า ทำได้หรือไม่ ขอความกรุณาให้ความกระจ่างด้วยแล้วก็ขออย่าใช้ว่าเราเสียงข้างมาก ทุกคนทั้งประเทศ ทั้งโลกเขารู้อยู่แล้ว แต่ถ้าไม่ชอบธรรม ไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ควรจะ ระมัดระวังค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านนริศ ขำนุรักษ์ ครับ

นายนริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ สมาชิกของรัฐสภา ในวาระที่หนึ่งผมก็มีความเห็นไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขเปลี่ยนแปลง รัฐธรรมนูญฉบับนี้และผมก็ได้ติดตามการทำงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้แล้วก็พบว่า หลังจากที่ท่านทำงานงานได้กลับมาที่สภาในมาตรา ๓ ซึ่งเป็นมาตราหลักสำคัญอีกมาตราหนึ่ง ก็ไม่ได้มีการแก้ไข ผมจึงขอแปรญัตติ แล้วจะได้อภิปรายเหตุผล ในมาตรา ๓ ที่กระผมกราบเรียนท่านประธาน ว่าเป็นหัวใจสำคัญอีกมาตราหนึ่ง ก็คือ เป็นมาตราที่บัญญัติให้อำนาจบทบาทหน้าที่ ของสมาชิกรัฐสภาไว้ ๑๖ ประการสำคัญ เริ่มตั้งแต่การให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้ง ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ไล่มาจนถึงการมีมติให้อำนาจรัฐสภาพิจารณาเรื่องอื่น ในสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ ซึ่งพวกเราก็ได้ดำเนินการไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว แล้วก็ไล่เลียง มาถึงเรื่องการเปิดอภิปรายทั่วไป การให้ความเห็นชอบในการประกาศสงคราม และสุดท้ายคือ (๑๖) คือการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๙๑ คณะกรรมาธิการได้ไปเพิ่มเติม ๒ วงเล็บ คือ (๑๗) กับ (๑๘) (๑๗) ก็คือบัญญัติให้การให้ความเห็นชอบสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) กับเพิ่มเติม (๑๘) การให้ความเห็นชอบญัตติให้มีการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามมาตรา ๒๙๑/๑๖ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าสำหรับ (๑๗) ก็คือให้รัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบกับ สสร. ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ตามร่างของคณะกรรมาธิการ สสร. มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ๗๗ คน แล้วก็มาจากผู้เชี่ยวชาญ จากการคัดเลือกมาอีก ๒๒ คน แล้วมาตรา ๓ ให้อำนาจรัฐสภาเลือก ๒๒ คน ตรงนี้ครับ เป็นประเด็นที่ผมไม่เห็นด้วย ๗๗ คนจากหลายจังหวัด จากการเลือกตั้งโดยตรงพอรับได้ แม้ว่าไม่ตรงกับที่ผมได้แปรญัตติไว้ ตามสมควร เพราะว่าเพื่อนสมาชิกบางคนก็แปรญัตติหลากหลาย มาจากจังหวัดละ ๒ คน มาจาก ๓๐๐,๐๐๐ คนต่อ ๑ คน หรือจังหวัดละ ๑ คน แต่ว่าร่างของท่าน ร่างที่เรากำลัง พิจารณากันอยู่ คือจังหวัดละ ๑ คน ส่วน ๒๒ คน ท่านให้ที่ประชุมรัฐสภาเป็นผู้คัดเลือก อันนี้ผมไม่เห็นด้วย ผมเห็นว่า ๒๒ คน มันควรมาจาก สสร. มาจาก สสร. ๑ ที่เลือกกันมา จังหวัดละ ๑ คน เป็นผู้ให้ความเห็นชอบ สสร. ๒ เพราะว่า สสร. ๑ ๑. มาจากการเลือกตั้ง ในบรรยากาศที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องยอมรับครับว่าพวกเราเป็นผู้แทนราษฎร เรามาจากการเลือกตั้ง แต่ว่าเมื่อปีกว่าที่แล้วท่านสมาชิกก็มากกว่า ๑ ปี วันที่เลือกวุฒิสมาชิก วันที่เลือกพวกเราบรรยากาศแก้รัฐธรรมนูญยังไม่มี หรือมีก็ไม่มากนักครับ แต่ว่าขณะนี้ บรรยากาศทั่วไปมีบรรยากาศของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเชื่อว่าในวันที่เลือก สสร. ๑ สสร. ที่มาจากจังหวัดละ ๑ คน ประเด็นนี้จะเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกทั่วทั้งประเทศนะครับ แล้วถ้าสมมุติว่าเราให้ สสร. ๑ เลือกผู้เชี่ยวชาญ หรือที่ผมเรียกว่า สสร. ๒ ผมคิดว่า น่าจะได้ สสร. ๒ ที่ดีกว่า ดีกว่าพวกเราเลือกกันในสภา แม้ว่าเสี่ยงที่จะได้ สสร. ๒ จากรัฐบาล จากเสียงข้างมากในสภา เพราะว่าในสภาอย่างไรก็มีเสียงข้างมากชัดเจนแน่นอน รัฐบาลมากกว่า พวกผมแน่นอน แล้ว สสร. ที่มาจากพื้นที่ โอกาสที่จะอยู่ข้างรัฐบาลข้างเสียงข้างมาก มีโอกาสมากกว่าอันนี้คือความเป็นจริงในทางการเมืองที่ปฏิเสธกันไม่ได้ แล้วถ้าเราให้พวกเรา รัฐสภาไปเลือก ซึ่งมีเสียงข้างมากกันอยู่แล้ว ไปเลือก สสร. ๒ ผมคิดว่าก็เป็นไปตามนั้นละครับ ยอมเสี่ยงที่จะให้ สสร. ๑ ที่มาจากแต่ละจังหวัดเลือก สสร. ๒ เสีย ผมคิดว่าโอกาสเสี่ยง โอกาสที่จะได้คนดีมีความรู้ มีความสามารถน่าจะมากกว่าด้วยเหตุผลว่าบรรยากาศ ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดขึ้น และดำรงอยู่ในขณะนี้ ผมจึงเห็นว่ารัฐสภาไม่ควรมีอำนาจ ใน (๑๗) คือให้ความเห็นชอบสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญจากผู้เชี่ยวชาญ ๒๒ คน นี่เป็นประเด็นที่ ๑ ครับ

สำหรับประเด็น (๑๘) ผมมีความเห็นสั้น ๆ ครับ แต่ว่าคลางแคลงใจ กรรมาธิการอยู่ ถ้ากรรมาธิการมีความบริสุทธิ์ใจว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงบางประเด็น (๑๖) ของมาตรา ๑๓๖ กำหนดไว้แล้วครับว่าให้อำนาจพวกเราในการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญอยู่แล้วครับ แต่ว่าการบัญญัติไว้ใน (๑๘) การให้ความเห็นชอบญัตติให้จัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมานี่ อันนี้จะทำทั้งฉบับไหมครับ ท่านกรรมาธิการต้องตอบคำถาม แสดงความบริสุทธิ์ใจผ่าน (๑๘) นี้ด้วยว่ามันคืออะไร ท่านซุกซ่อนอะไรไว้หรือเปล่า ผมดูเพื่อนสมาชิกก็เคลือบแคลงสงสัย ผมเองก็เคลือบแคลงสงสัย เพราะวงเล็บนี้มีอยู่ใน (๑๖) แล้ว ทำไมมีเหตุผลอะไรท่านจึงมาเพิ่มเติมใน (๑๘) ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๖ ด้วยนะครับ ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าผมจึงไม่เห็นด้วยกับมาตรา ๓ ที่ทางกรรมาธิการ เสนอให้พวกเราพิจารณาในวันนี้ ด้วยเหตุผลที่ว่าใน (๑๗) ผมไม่เห็นด้วยที่จะให้รัฐสภา ให้ความเห็นชอบ สสร. ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญกับผมสงสัยว่าทางกรรมาธิการมีเจตนาอะไร ที่ให้มีขณะที่มี (๑๖) ของมาตรา ๑๓๖ อยู่แล้วให้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ท่านมี (๑๘) ขึ้นมาทำไม ท่านคิดจะแก้ไขทั้งฉบับหรือไม่ หรืออย่างไรครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมขอทำความเข้าใจกับ เพื่อนสมาชิกนิดหนึ่งนะครับ เมื่อตอนผมขึ้นมาเปลี่ยนหน้าที่ตรงนี้ก็ได้ทราบว่าท่านประธาน ได้เห็นว่าจำนวนสมาชิกมีเยอะ แล้วท่านทราบว่าบางท่านอาจจะไม่อยากอภิปราย บางท่านอภิปราย ท่านก็ใช้ยกมือนะครับ แล้วก็เรียงรายชื่อมาซึ่งผมดำเนินการไปแล้วตามลำดับ ทีนี้ก็มีเสียงทักท้วง จากเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาว่าจะไม่มีโอกาสได้พูดเลย ก็ขณะนี้ประเดี๋ยวก็จะถึงคิวท่านนะครับ ก็จะขอให้เปลี่ยนบรรยากาศไปทางท่าน ส.ว. ครับ แต่ว่าโดยเหตุที่มีกรรมาธิการ ๑ ท่าน ยังไม่ได้พูดนะครับ แล้วก็มีชื่ออยู่ตรงนี้ ผมก็เลยต้องขอให้ท่านกรรมาธิการท่านนี้พูดก่อน แล้วต่อด้วย ส.ว. นะครับ เดี๋ยวผมจะเรียนให้ท่านทราบนะครับ เชิญท่านเทพไทกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยครับ

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

ท่านประธานครับ ขอหารือท่านประธานนิดเดียวครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ได้ครับ เชิญท่านสุรชัยครับ

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

ขอบคุณครับ ขออภัยท่านเทพไท ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานจะใช้วิธีการบริหารการประชุมอย่างไร ถือตามรายชื่อในสมุดรายงาน ของกรรมาธิการหรือว่าจะใช้วิธีชูมือท่านประธานพูดให้ชัดเจน อันนั้นประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ผมขอความกรุณาท่านประธานช่วยประกาศรายชื่อผู้ที่จะได้สิทธิ อภิปรายในลำดับต่อไปสักคราวละ ๕ คนได้ไหม เพราะพวกเราจะได้บริหารเวลาถูกครับว่า ตัวเองจะอยู่ในลำดับที่เท่าไร ใช้เวลารอคอยนานอีกแค่ไหน เราจะได้บริหารเวลาตัวเองได้ด้วย กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมก็คงจะต้องทำตาม ที่ท่านสุรชัยเสนอก็คือว่าเนื่องจากลำดับตามในเอกสารก็จะมีว่าบางท่านไม่ได้ขออภิปรายไว้ มันก็จะข้ามมา แต่ว่า ณ ขณะนี้มีเสียงว่าท่าน ส.ว. ยังไม่ได้โอกาสตรงนี้ ดังนั้นก็จะให้ท่าน ส.ว. ต่อจากท่านเทพไทสัก ๓ ท่านนะครับ เชิญท่านคำนูณครับ

นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

กราบเรียนท่านประธาน ผม คำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภาในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ถ้ามันจะง่ายกว่า ก็คือเอาตามประเพณีที่ทำกันมาทั้ง ๒ สภา ดีไหมครับ ก็ในเมื่อเรามีสมุดรายงานของ กรรมาธิการอยู่ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็ดี ผู้แปรญัตติที่ขอสงวนคำแปรญัตติก็ดี มันก็ไล่ไป ตามลำดับอยู่แล้ว ถ้าถึงคิวท่านถ้าเรียกไม่อยู่ ก็ถือว่าผ่านไป ถือว่าไม่ติดใจ ถ้าอย่างนี้ มันก็ง่ายครับท่าน แต่ถ้าเผื่อว่าต้องยกมือ ก็ไม่ทราบว่าจะยกตอนไหน อย่างไร ถ้าอย่างนั้น เราจะมีรายงานกรรมาธิการไว้ทำไมละครับ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพนะครับ ทั้ง ๒ สภาก็ถือปฏิบัติมาเหมือน ๆ กัน คือกรรมาธิการที่สงวนคำแปรญัตติ เมื่อถึงคิวท่าน ถ้าท่านไม่อยู่ก็ถือว่าท่านไม่ติดใจ ขณะที่ผู้แปรญัตติที่ขอสงวนคำแปรญัตติที่มีบันทึกไว้ ตามลำดับนี้ก็ไล่เลียงไป สมาชิกทุกคนทั้งกรรมาธิการ ทั้งสมาชิกผู้สงวนคำแปรญัตติ เมื่อมีรายงานเล่มโตนี้อยู่ในมือ ท่านก็จะรู้ได้ว่าใครที่อภิปรายไปก่อนจะถึงท่านแล้ว ท่านก็บริหารจัดการได้ ไม่อย่างนั้นก็ต้องคอยนั่งเฝ้ากันอยู่ตลอดเวลา และมันจะทำให้เกิด ความสับสนปั่นป่วนขึ้นมา ถ้าจะต้องสลับไปมาระหว่าง ส.ส. กับ ส.ว. นี่ก็ไม่ใช่การอภิปราย ในประเด็นวาระที่หนึ่งที่จะต้องสลับกันครับ แต่ว่าเราไล่ไปตามที่มีบรรจุอยู่ในรายงานของ กรรมาธิการท่านเอง ถ้าถึงคิวท่านใดแล้ว ท่านประธานเรียก ๒ ครั้ง ท่านไม่อยู่ ก็ถือว่าท่านไม่ติดใจ ผมเข้าใจว่าทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาก็ถือปฏิบัติเช่นนี้มาโดยตลอด กราบเรียน ท่านประธานได้โปรดวินิจฉัย และถ้าจะให้ดีนะครับ ท่านผู้ทำหน้าที่ประธานทั้ง ๒ ท่านนี่นะครับ ท่านควรจะได้ตกลงกันให้ชัดเจนและถือปฏิบัติเป็นมาตรฐานเดียวกัน ด้วยความเคารพครับ ท่านประธานอีกท่านหนึ่งก็จะเน้นย้ำเรื่องการอภิปรายซ้ำกับผู้อภิปรายท่านก่อน ท่านประธาน อีกท่านหนึ่ง ท่านก็จะเปิดกว้างมาก ทีนี้มันก็แล้วแต่โชคชะตาวาสนาของสมาชิกที่สงวน คำแปรญัตติไว้ว่า ดวงจะมาลงล็อกกับประธานท่านไหน ถ้าอย่างนี้ผมก็ว่ามันก็ไม่ค่อย เป็นธรรมนักครับ ด้วยความเคารพครับท่านประธาน โปรดวินิจฉัยแล้วก็โปรดชี้แจงให้ยึดถือ ปฏิบัติเป็นบรรทัดฐานด้วยครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ประเดี๋ยวผมขอให้ ท่านเทพไทในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยอภิปรายก่อนนะครับ และเดี๋ยวผมจะจัดตาม ที่ท่านคำนูณเสนอนะครับ เชิญท่านเทพไทครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา และกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมอาจจะเป็นคนโชคดีที่ได้อภิปรายในช่วงที่ท่านประธาน ขึ้นมาเป็นประธานทุกครั้งครับ แล้วผมภาวนาว่าที่ผมแปรญัตติทุกมาตราก็อยากจะได้มีสิทธิ อภิปรายตอนที่ท่านประธานเป็นประธานนะครับ ต้องขอประทานอภัยท่านประธานนะครับ ที่ผมเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย แต่ว่าก็ได้ใช้สิทธิอภิปรายในช่วงนี้เพราะว่าผมมีนัดกับ สายล่อฟ้านิดหนึ่ง แล้วก็ไปทำภารกิจ แต่ก็ถือว่ายังไม่เสียงานเพราะยังอยู่ในมาตรา ๓ ที่ผมได้แปรญัตติไว้นะครับ ในมาตรา ๓ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้เสนอตัดทั้งมาตราครับ นั่นก็คือในมาตรา ๓ บอกว่าให้เพิ่มเติมข้อความต่อไปนี้เป็น (๑๗) และ (๑๘) ของมาตรา ๑๓๖ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ใน (๑๗) การให้ความเห็นชอบสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) นั่นก็คือการให้รัฐสภาเป็นคนคัดเลือกสมาชิกรัฐสภาที่มาจาก ผู้ทรงคุณวุฒิในหลายสาขา ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญสาขากฎหมายมหาชน จำนวน ๖ คน ผู้เชี่ยวชาญ สาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ จำนวน ๖ คน ผู้มีประสบการณ์ทางด้านการเมือง และการบริหารราชการแผ่นดิน เศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย หรือร่างรัฐธรรมนูญ ตามหลักเกณฑ์ที่ประธานรัฐสภากำหนด จำนวน ๑๐ คน ตรงนี้ในร่างที่ผมได้เสนอคำแปรญัตติ ก็คือผมตัดหมดครับท่านประธาน คือผมไม่เห็นด้วยกับการที่ให้รัฐสภาเป็นคนคัดเลือก สสร. ประเภท ๒ เพราะผมไม่มั่นใจ ผมไม่ไว้ใจสมาชิกรัฐสภาว่าจะมีการบล็อกโหวตหรือไม่ แม้แต่ว่าอาจจะมีหลายคนบอกว่ารัฐบาลไม่ใช่เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร เพราะมีเสียงแค่ ๓๐๐ เสียง ถ้าจะได้เสียงข้างมากก็ต้อง ๓๒๕ เสียงเป็นต้นไป ผมเชื่อว่า พูดอย่างนี้ใคร ๆ ก็พูดได้ครับ แต่ว่าในความเป็นจริงมันไม่ใช่เป็นอย่างนั้นละครับ เสียง ๒๕ เสียง นี่ก็สามารถที่จะหาได้ เพราะรู้อยู่นะครับว่ามีสมาชิกบางท่านก็มีความฝักใฝ่แล้วก็อยากจะ สนับสนุนรัฐบาลอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่ใช่เป็นเรื่องยากเลยสำหรับที่จะบล็อกโหวตสมาชิก ประเภทที่ ๒ ผมจึงใช้สิทธิในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยครับ ตัด (๑๗) คือการให้ความเห็นชอบ กับสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑/๑ (๒) ออกทั้งหมดครับ

ส่วน (๑๘) การให้ความเห็นชอบญัตติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามมาตรา ๒๙๑/๑๖ นั่นก็คือมาตรา ๒๙๑/๑๖ ที่บอกว่าถ้ารัฐธรรมนูญที่จัดทำขึ้น ตามหมวดนี้ตกไป ตามมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคหก หรือการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญไม่แล้วเสร็จ เพราะเหตุสภาร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลง ตามมาตรา ๒๙๑/๑๕ (๑) หรือ (๒) คณะรัฐมนตรี หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของ สภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสองสภา มีสิทธิเสนอต่อรัฐสภาเพื่อให้รัฐสภาลงมติ มีมติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามหมวดนี้อีกได้ การออกเสียงลงคะแนนให้ความเห็นชอบ ของรัฐสภาจะต้องได้เสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ทั้งนี้ บุคคลที่เคยเป็น สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญชุดเดิมจะเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญอีกไม่ได้ ความหมายคืออะไรครับ ท่านประธานครับ ความหมายก็คือถ้าหากว่ารัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นมาใหม่แล้วก็ไม่ผ่านประชามติ หรือด้วยเหตุผลใดก็ตาม นั่นก็แสดงว่าจะต้องมีการร่างขึ้นมาใหม่ได้ตามมาตรา ๒๙๑/๑๖ ซึ่งผมเห็นว่ามันไม่ชอบธรรมครับ ในเมื่อประชามติไม่เห็นชอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วก็ไม่มีสิทธิที่จะมาร่างใหม่ นั่นก็คือว่าเป็นการไม่อนุมัติให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยกลาย ๆ ครับท่านประธาน ด้วยเหตุนี้เองผมเลยขอเสนอตัดในมาตรา ๓ (๑๙) คือการให้ ความเห็นชอบญัตติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ตามมาตรา ๒๙๑/๑๖ เมื่อผมตัดมาตรา ๓ ทั้งมาตราเดิม ผมก็เพิ่มข้อความใหม่ครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธานได้อ่านข้อความใหม่ที่ผมได้แปรญัตตินะครับ คือให้จัดทำประชามติถามความเห็นของประชาชนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อน การเลือกตั้ง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนไม่เห็นชอบกับการแก้ไข รัฐธรรมนูญให้ยกเลิกการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เหตุผลที่ผมเพิ่มข้อนี้ขึ้นมา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องการให้มีการทำประชามติเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถามความเห็นของพี่น้องประชาชนก่อนจะมีการแก้ไข ถ้าหากท่านประธานย้อนกลับไปดู รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แม้ว่าที่มาจะมาจาก คมช. อาจจะมาจากสภาร่างที่ คมช. แต่งตั้งขึ้นมา หรืออะไรก็แล้วแต่นะครับท่านประธาน แต่ผมคิดว่าสิ่งที่สังคมยอมรับได้นั่นก็คือรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ได้มีการทำประชามติ และในการทำประชามติก็ได้มีการรณรงค์ให้ความรู้กับ พี่น้องประชาชนอย่างถ่องแท้ จนพี่น้องประชาชนเข้าใจและตัดสินใจด้วยตัวเองว่าเห็นควร ที่จะรับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ หรือไม่ เมื่อเสียงจากการลงประชามติของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีสูงถึง ๑๔.๗ ล้านเสียง ก็ถือว่าเป็นเสียงข้างมากที่ประชาชนทั้งประเทศยอมรับเพราะฉะนั้น การที่จะมาแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่ประชาชนได้ทำประชามติและยอมรับด้วยเสียงข้างมาก โดยเราละเลยที่จะไม่ถามความเห็นของประชาชนเลย ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องครับ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่หลายท่านบอกว่าเป็นรัฐธรรมนูญของเผด็จการ ที่มาจากเผด็จการหรืออย่างไรก็แล้วแต่ครับ แต่มันก็มีความเป็นประชาธิปไตยหลงเหลืออยู่ นั่นก็คือการผ่านประชามติ ในขณะเดียวกันหลายท่านก็พูดถึงรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย นั่นก็คือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ โดยอ้างว่าเป็นรัฐธรรมนูญมาจากประชาชน แต่ต้องเรียนว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่ผ่านจากการร่างของประชาชนและเป็นประชาธิปไตยมากกว่า รัฐธรรมนูญฉบับใด ๆ นั้นไม่ได้ผ่านประชามติ และในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ก็ยังมีจุดอ่อน ถ้าเทียบกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ โดยเราไม่ต้องรังเกียจที่มาของรัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ฉบับ แต่ว่ามาดูเนื้อหาของรัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ฉบับ ทั้งฉบับปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๕๐ หลายคนก็เชื่อว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีความก้าวหน้ามากกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เสียด้วยซ้ำไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นเรื่องการตรวจสอบฝ่ายบริหาร ซึ่งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ให้สิทธิกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใช้เสียงแค่ ๑ ใน ๕ ก็สามารถที่จะตรวจสอบฝ่ายบริหารได้ เป็นการเปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบและการถ่วงดุลโดยง่ายดาย ซึ่งต่างกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่ต้องใช้เสียงถึง ๒ ใน ๕ เยอะมากครับท่านประธาน ถ้าหากว่าฝ่ายค้านมีเสียงจำนวนน้อย จำนวนไม่มาก ก็ไม่สามารถที่จะใช้สิทธิตรวจสอบฝ่ายบริหารได้ จึงเป็นที่มาของรัฐบาลเข้มแข็ง และรัฐบาลเหลิงอำนาจ และเป็นที่มาถึงซึ่งการปฏิวัติรัฐประหารตามที่ท่านประธานก็ได้ทราบครับ เรื่องการแยกอำนาจบริหารกับอำนาจนิติบัญญัติ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ บอกว่าแยกโดยเด็ดขาด ท่านประธานก็เห็นนะครับ เมื่อแยกอำนาจโดยคนที่ไปเป็นรัฐมนตรีแล้วลาออกจาก ส.ส. ก็ไม่ให้ความสนใจกับงานของสภาจนหลายคนเรียกว่า ควรที่จะให้ตำแหน่งรัฐมนตรีมาจาก ส.ส. เพื่อจะยึดโยงกับอำนาจนิติบัญญัติ แม้ว่าในปัจจุบันอาจจะมีข้อยกเว้นว่ารัฐมนตรีในรัฐบาล ปัจจุบันแม้ว่าจะไม่ลาออกจาก ส.ส. ไปเป็นรัฐมนตรี แต่ว่าก็ไม่ได้มาสภาเป็นการแยกอำนาจ โดยเด็ดขาดกลาย ๆ เสียด้วยซ้ำไปครับท่านประธาน แต่เราก็ได้ค้นพบว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เป็นรัฐธรรมนูญที่ไปปิดช่องโหว่และรูรั่วของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการควบรวมกิจการพรรคการเมือง ท่านประธานจะได้แลเห็นว่า ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ พรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลและมีเสียงไม่มากพอที่จะเป็นเสียงข้างมาก โดยเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในสภาผู้แทนราษฎร ก็ใช้ช่องว่างของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ควบรวม กิจการพรรคการเมืองเหมือนกับควบรวมบริษัท เพื่อให้ได้เสียงมากจนเสียงฝ่ายค้านไม่พอที่จะ อภิปรายไม่ไว้วางใจหรือตรวจสอบรัฐบาลได้ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็เห็นช่องโหว่ตรงนี้ ก็เลยห้ามเรื่องการควบรวมกิจการพรรคการเมืองในระหว่างที่มีอายุของสภายังดำรงอยู่ และข้อแตกต่างที่สำคัญที่สุดครับท่านประธานที่เป็นสาเหตุ แล้วก็ที่เป็นกล่าวขานกันมากที่สุด นั่นก็คือการแทรกแซงองค์กรอิสระในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เพราะคณะกรรมการสรรหา กรรมการองค์กรอิสระมีตัวแทนพรรคการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องและเข้าไปเป็นกรรมการ และได้มีการบล็อกโหวตมีการจุนเจือกันในระหว่างพรรคการเมืองด้วยกัน มีฮั้วกันในระหว่าง พรรคการเมืองด้วยกัน และเป็นที่มาของกรรมการในองค์กรอิสระ ซึ่งรัฐบาลเมื่อสามารถที่จะ ไปแทรกแซงได้แล้วก็ไปแทรกแซงการทำงานได้ด้วย จึงเป็นที่มาของความล้มเหลว ขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ และเป็นที่มาของการปฏิวัติรัฐประหาร นั่นก็เป็น ๑ ใน ๔ ข้อของคณะรัฐประหารที่ทำต่อรัฐบาลในขณะนั้น ด้วย ๔ ข้อนี้ครับท่านประธานที่เคารพ ผมคิดว่าเราควรที่จะบรรจุเรื่องการทำประชามติถามความเห็นของพี่น้องประชาชน ซึ่งผมไม่แน่ใจ วันนี้การที่จะไปพูดบอกว่า ๑๕ ล้านเสียง ที่ได้ฉันทานุมัติจากพี่น้องประชาชนเพื่อมาให้แก้ รัฐธรรมนูญมันเป็นจริงหรือเปล่า มันแค่ลมปาก มันแค่วาทกรรม มันเป็นแค่การคุยโม้โอ้อวด เพื่อสร้างความชอบธรรมขอให้กับตัวเอง เพื่อจะมาแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อไปรับใช้ใครบางคน หรือไม่ท่านประธาน เพราะผมเชื่อว่าถ้าหากว่าตราบใดยังไม่มีประชามติถามความเห็น ของพี่น้องประชาชนเราก็ไม่สามารถจะยืนยันได้นะครับว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ประชาชนจะให้มี การแก้ไขหรือไม่ ผมเชื่อว่าลึก ๆ แล้วถ้าได้มีการรณรงค์เพื่อถามประชามติ ผมยังเชื่อมั่นว่า ๑๔.๗ ล้านเสียงยังยืนยันอยู่กับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ในขณะที่ ๑๐ ล้านเสียงอาจไปยืนยัน อยู่ให้กับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าหากว่าเราจะให้ความเป็นธรรมกับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง สสร. ก็ควรที่จะจัดทำประชามติถามความเห็น ของประชาชนว่าเห็นควรจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นี้หรือไม่ ถ้าหากว่าสภาแห่งนี้ ได้เห็นชอบตามคำแปรญัตติของผมแล้วให้มีการจัดทำประชามติ ผมคิดว่ามันจะไม่เป็นปัญหา กับมาตรา ๒๙๑/๑๖ นั่นก็คือถ้าหากประชามติบอกว่าให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แม้ว่ามีการเลือกตั้ง สสร. แล้ว สสร. แก้ไขแล้วและไปถามประชามติรอบ ๒ ประชามติไม่ผ่าน เราก็มีความชอบธรรมที่จะแก้จะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมาอีก เพราะประเด็นแรกก็คือ ประชาชนได้ให้โอกาสได้ฉันทานุมัติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว เพียงแต่กระบวนการแก้ไข รัฐธรรมนูญมันไม่เป็นที่ถูกอกถูกใจของพี่น้องประชาชน ไม่เป็นที่ชื่นชอบของพี่น้องประชาชนเลย ประชามติรอบ ๒ ไม่ผ่าน แต่ถ้าเราไม่มีประชามติในรอบแรกเราไม่สามารถที่จะอนุมานได้ว่า ประชามติในรอบ ๒ ตามมาตรา ๒๙๑/๑๖ ประชาชนไม่พอใจเนื้อหาการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือไม่พอใจการแก้ไขรัฐธรรมนูญรัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้น จึงเป็นที่มาขอการบรรจุหรือบัญญัติ การจัดทำประชามติถามความเห็นของพี่น้องประชาชนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อน การเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญในมาตรา ๓ ขึ้นมาครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกว่าเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเพื่อความเป็นธรรมของทุกฝ่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเสียงที่คัดค้านในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ไม่ว่ากลุ่มการเมืองภาคประชาชน สมาชิกชมรม สสร. ปี ๒๕๕๐ หรือหน่วยงานใดก็ตาม ถ้าหากว่าเราได้จัดทำประชามติถามความเห็นของพี่น้องประชาชนก่อนการเลือกตั้งสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ผมคิดว่าผลออกมาอย่างไรทุกคนเคารพและไม่มีใครขัดข้อง ผมจึงจำเป็นต้องเสนอแปรญัตติด้วยข้อความให้จัดทำประชามติถามความเห็นของประชาชน ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน ไม่เห็นชอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้ยกเลิกการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ขอขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ ผมขอชุดนี้ เป็นชุดที่ผสมผสานกันจากคำสั่งท่านประธานที่แล้วนะครับ ผมก็คงไปยกเลิกท่านไม่ได้ ผสมกันนะครับ ๔ ท่านต่อไปนี้จะเป็นท่านสุรจิต ชิรเวทย์ ท่านชัยวุฒิ ท่านสมชาย แสวงการ ท่านศาสตราจารย์เกียรติคุณตรึงใจ เชิญท่านสุรจิตครับ

นายสุรจิต ชิรเวทย์ สมาชิกวุฒิสภา สมุทรสงคราม

ขอบคุณครับท่านประธาน กระผม นายสุรจิต ชิรเวทย์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสมุทรสงคราม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา โดยที่กระผมได้ลงมติไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมนี้ในวาระที่หนึ่ง ก็ด้วยเหตุผลว่าเป็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นะครับ ขัดต่อเจตนารมณ์ของมาตรา ๒๙๑ แต่ว่าเมื่อเป็นเสียงข้างน้อยก็ต้องอาศัยการแปรญัตติแก้ไขต่อไปในวาระที่สองตามกติกานะครับ โดยกระผมได้ขอตัดมาตรา ๓ ในร่างแก้ไขออกไปทั้งมาตรานะครับ คือในร่างแก้ไขซึ่งจริง ๆ แล้ว ก็ไม่ใช่ร่างแก้ไข แต่เป็นร่างที่กำหนดวิธีการไปยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับนะครับ ก็ต้องยอมรับว่ารัฐบาลกับพรรคร่วมเก่ง ๆ จริงในเรื่องช่างคิดพลิกแพลงนี่นะครับ โดยมาตรา ๓ ของร่างดังกล่าวได้เพิ่มข้อความในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๖ อีก ๒ ประการ เป็น (๑๗) และ (๑๘) ซึ่งก็ไปเกี่ยวข้องกับการคัดเลือก สสร. แต่งตั้ง ๒๒ คน กับ สสร. เลือกตั้ง ๗๗ คน ในมาตรา ๒๙๑/๑ ที่กระผมขอยกเลิกมาตรานี้ก็เพราะว่าไปแก้ไขมาตรา ๒๙๑/๑ ให้เป็นการเลือกตั้ง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมด ๒๐๐ คน ก็เห็นว่ารัฐบาลเองก็ชอบอ้างการยึดโยงกับประชาชน ก็เลยคิดว่าถ้าเลือกตั้งหมดเลย ๒๐๐ คน รัฐบาลก็น่าจะเห็นด้วยนะครับ ผมก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมกรรมาธิการไม่ลดละยอมเสียบ้างในเรื่องพรรณอย่างนี้ มันน่าจะแก้ได้ ก็อ้างอยู่ประจำเลยว่า เวลาวุฒิสภาสรรหาองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญอะไรก็บอกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ไม่ยึดโยง กับประชาชน ก็คราวนี้เราก็เสนอให้เลือกตั้ง ๒๐๐ คน ซึ่งก็มีแตกต่างกันในเรื่องจำนวนบ้าง แต่ว่าก็หลายเสียงที่แก้ไขก็คือต้องการให้เป็นการเลือกตั้งโดยตรง เพราะว่าผู้ทรงคุณวุฒิ ท่านก็สามารถตั้งเป็นอนุกรรมการขึ้นมาช่วยทำได้อยู่แล้วนะครับ ทีนี้ถ้าท่านออกแนวนี้ มันก็เท่ากับว่าตั้งใจเอาชนะเกินไป อย่างไรเสียงข้างมากก็พาไปได้อยู่แล้ว คุณหมอเหวง ก็เพิ่งพูดถูกใจผมวันนี้ ก็เห็นตรงกันในเรื่องนี้ใช่ไหมครับ คือมิใช่ว่าเสียงข้างมากทำอะไร ขัดกับสิ่งที่ตัวเองพูดมาแล้ว อันนี้มันถือว่าถูกหรืออย่างไร มันเป็นมาตรฐานเดียว หรือว่าจริง ๆ แล้ว มันไม่มีมาตรฐานอะไรเลยหรืออย่างไร เพราะว่าตรงนี้ผมเห็นว่ากรรมาธิการไม่น่าจะมีทิฐิมานะ และจะได้ผ่านไปได้เร็วด้วย มันก็เป็นสิ่งที่ยอมรับกันได้อยู่แล้วนี่นา แล้วหลักการ ในมาตรา ๑๓๖ ๑๖ ข้อใช้กันมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๔๘๙ ในการประชุมร่วมรัฐสภา ทำในเรื่องอะไรบ้าง เป็นหลักการที่คงเดิมตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ด้วย ที่ท่านชอบว่า มีข้อดีอยู่มากกว่าก็อะไรนั่นละ เพราะฉะนั้นจะไปแก้มันทำไมมาตรา ๓ ไปแก้มาตรา ๑๓๖ นี่ ทีนี้ประเด็นต่อไปก็คือการเพิ่ม (๑๘) ก็คือการที่จะนำไปสู่การแก้ไขแบบเบ็ดเสร็จให้ได้ อันนี้ก็ไปล้อเหตุการณ์ปี ๒๕๓๙ ใช่ไหม ที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แต่ว่าสถานการณ์ มันไม่เหมือนกันนะครับ วันนั้นกระแสปฏิรูปการเมือง แต่ตอนนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลกับพรรคร่วม อยากจะแก้เอง สถานการณ์มันไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นท่านจะเขียนเปิดไว้เพื่อว่าจะได้ไม่ต้อง ไปนับ ๑ ใหม่ ผมคิดว่ามันไม่จำเป็นต้องรีบร้อนขนาดนั้น แล้วก็ทำให้ดูเป็นสุภาพบุรุษดูดี ตรงนี้คณะกรรมาธิการน่าจะแก้ได้นะ ผมไม่ใช่คนดุเดือดอะไร แล้วเราก็มองดูแล้วว่า เราเห็นพ้องกันเยอะมากในประเด็นนี้ ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่แก้ไขเสีย คือให้เขาบ้าง เดี๋ยวมาตราอื่นจะได้ได้บ้าง เสียบ้าง ประชาธิปไตยมันก็เป็นอย่างนี้ละ ผมขอแค่นี้ละครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว ครับ

นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ ความคิดในการแก้ไข รัฐธรรมนูญเป็นความคิดของผู้ที่เสียโอกาสหรือไม่ อย่างไร ผมขออนุญาตถามประธาน ถามคณะกรรมาธิการ ความคิดในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นความคิดของผู้ที่เสียโอกาส ผลประโยชน์ทางการเมืองหรือไม่ อย่างไร อันนี้ผมต้องตั้งคำถามนะครับ ดังนั้นท่านประธานครับ ผมเองที่ได้ขอแปรญัตติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยเฉพาะมาตรา ๓ ที่ผมขออนุญาต ตัดทั้งมาตรา ประเด็นมันอยู่ที่ว่าพวกเรามักจะอ้างอยู่เสมอในระบอบประชาธิปไตย ระบอบประชาธิปไตยบางคนพูดว่าต้องมาจากการเลือกตั้ง หลายคนพูดเป็นประจำนะครับว่า ประชาธิปไตยต้องมาจากการเลือกตั้งแม้แต่ในสภาแห่งนี้เองก็ตามพูดกันบ่อยเหลือเกินครับ แต่ไฉนเล่ามาตรา ๓ ที่ท่านเพิ่มเข้าไปโดยเฉพาะ (๑๗) ถึงเป็นเช่นนี้ครับ (๑๗) ของมาตรา ๓ ที่ท่านเพิ่มเข้าไป โดยเฉพาะในเรื่องของการให้ความเห็นชอบสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) นัยมันเป็นอย่างไรครับ สาระมันเป็นอย่างไร ผมขออนุญาตที่จะชี้แจง แล้วก็เห็นแย้งกับท่านคณะกรรมาธิการนะครับ ท่านคณะกรรมาธิการบอกว่าสมาชิก ซึ่งมาจากการคัดเลือกโดยที่ประชุมของรัฐสภาจำนวน ๒๒ คน ดังต่อไปนี้ครับ ผมอ่านแล้วนะครับ เห็นแล้วใจหาย ผมไม่ทราบว่าทางคณะกรรมาธิการคิดได้อย่างไร หรือมีใครสั่งให้คิด ผู้เชี่ยวชาญสาขากฎหมายมหาชน ผมก็ต้องถามครับท่านประธานผ่านไปยังท่านประธาน คณะกรรมาธิการว่าผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชนในประเทศไทยมีกี่คน ไม่ทราบว่า ท่านตอบได้หรือไม่ ท่านเอามา ๖ คน ถามว่าทุกคนที่มีความรู้ความสามารถท่านเอามา คัดเลือกไหม ภาคใต้มีกี่คน ภาคเหนือมีกี่คน ภาคอีสานมีกี่คน ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ มีกี่คน ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน และวิธีการที่คัดสรรเดี๋ยวผมจะพูดให้ฟังครับว่ามันไม่เป็น ประชาธิปไตยอย่างไร ส่วนในเรื่องของผู้เชี่ยวชาญสาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มันก็เหมือนกับกฎหมายมหาชน เราก็ต้องเฟ้นหามาใช่ไหมครับ ทั้งหมดในประเทศไทยมีกี่คน รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ที่อยู่ต่างประเทศหรือไม่ หรือท่านมีธงอยู่ในใจแล้วว่าต้องเอา นาย ก นาย ข หรือ นาย ง ผมมิอาจทราบได้ แต่ถ้าหากว่าท่านมีธงอยู่ในใจแล้วท่านเลิกคิดเรื่องนี้ ท่านต้องคิดถึงผลประโยชน์ประเทศไทยเป็นหลักครับ คิดถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ เป็นหลักสำคัญไปกว่านั้น ใน (ค) ท่านเขียนไว้อย่างไรครับผู้มีประสบการณ์ด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน เศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย หรือการร่างรัฐธรรมนูญตาม หลักเกณฑ์ที่ประธานรัฐสภาประกาศกำหนด ผมไม่แน่ใจว่าตามหลักเกณฑ์ที่ประธานรัฐสภา กำหนดเป็นหลักเกณฑ์ของประธานรัฐสภาที่มาจากประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือว่า เป็นหลักเกณฑ์ตามประกาศของประธานวุฒิสภาท่านต้องตอบให้ชัดนะครับ มิหนำซ้ำสาขาที่ควรจะเอามา ภาคเกษตรอยู่ไหนล่ะครับ คนด้อยโอกาส ผู้พิการล่ะครับ เขามีโอกาสไหมตรงนี้ เขามีโอกาสหรือเปล่าครับ คนเหล่านั้นล้วนแต่มีความสามารถ ล้วนแต่ มีความรู้ แล้วก็เป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย ท่านประธานครับ ดังนั้นในเรื่องมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) เป็นเรื่องที่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ท่านบอกว่าเป็นประชาธิปไตย ผมจะเปรียบเทียบอะไร ให้ฟังครับ มีพระราชบัญญัติอยู่ฉบับหนึ่งที่เราเพิ่งผ่านไปนะครับ โดยเฉพาะเมื่อปี ๒๕๕๓ เป็นเรื่องของพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓ ผมจะเปรียบเทียบให้ฟังครับ เหมือนกันครับ เขาเลือกตัวแทนจังหวัดละ ๑ คนเหมือนกันครับ แต่ผู้ทรงคุณวุฒิเขาเลือก อย่างไรครับ เขาก็ใช้ตัวแทนเหล่านั้นเลือกผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นมา เขาไม่ใช้เหมือนกับ มาตรา ๒๙๑/๑ (๒) เขาไม่ใช้แบบนั้นนะครับ เขายังเป็นประชาธิปไตยมากกว่านะครับ ขณะเลือกสภาเกษตรกรแห่งชาติแล้วนี่ละครับ เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และประชาธิปไตย อยู่ไหน เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญนะครับ ถ้าย้อนถามไปเรื่องของ สสร. ที่มา จริงอยู่ครับ สสร. ปี ๒๔๙๑ จำนวน ๔๐ คน สสร. ปี ๒๕๔๐ ๙๕ คน เราลองย้อนไป สสร. ปี ๒๕๕๐ ๑๐๐ คน ถึงแม้ ๑๐๐ คนที่ได้มาเขาไปเลือกอีก ๒๕ คน เป็นผู้ทรงคุณวุฒินะครับ นั่นหมายความว่าอย่างไรครับ เขามาจากการเลือกตั้ง เขาเลือกกันเอง เขาไม่ไปแทรกแซงครับ ดังนั้นผมอยากจะเปรียบเทียบให้เห็นได้ชัดว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง หากเราไปแทรกแซง ในเรื่องกระบวนการในการสรรหาหรือเลือกตั้งขึ้นมาแล้วมันจะเป็นปัญหาอย่างแน่นอนนะครับ ดังที่ผมชี้ให้เห็นแล้วว่าแม้แต่การเลือกสภาเกษตรกรแห่งชาติยังมีความเป็นประชาธิปไตย มากกว่าตรงนี้ที่ท่านเขียนขึ้นมาตรงนี้ ตามมาตรา ๓ ที่ผมขอตัดไปสำหรับในเรื่องของมาตรา ๓ (๑๘) อันนี้ต้องตั้งคำถามว่าท่านเพิ่มตรงนี้ขึ้นมาเพื่อรื้อรัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือไม่ครับ ท่านต้องตอบคำถาม ท่านต้องชี้แจงพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ มิฉะนั้นพี่น้องประชาชนเขาจะเคลือบแคลง ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถามว่าเมื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว หรือเรากำลังแก้ไข รัฐธรรมนูญนี่ครับ ราคาสินค้า น้ำมันจะถูกลงไหมพรุ่งนี้ น้ำมันดีเซลจะถูกลงหรือเปล่า น้ำมันเบนซินจะถูกลงไหมพรุ่งนี้ ราคาปุ๋ยจะถูกลงไหม ราคาสินค้าโดยเฉพาะยางพารา จะแพงขึ้นไหม ราคาข้าวที่มีปัญหา และมันสำปะหลังที่มีปัญหาหรือแม้กระทั่งเกษตรกร ผู้เลี้ยงกุ้งที่รับผลกระทบเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้ราคาตก จะแก้ไขให้เขาหรือไม่ครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านสมชาย แสวงการ ครับ

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก็กราบเรียนท่านประธานครับว่า ผมเองนั้นต้องเรียนว่าไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่อ้างว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพียงมาตราเดียว แล้วไปยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ก็ได้ลงมติในวาระที่หนึ่งไปแล้วว่าไม่เห็นด้วย แล้วก็ยืนยันครับว่าจะลงมติในวาระที่สามว่าไม่เห็นด้วย เหตุผลครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาด้วยการร่าง ถึงแม้จะอ้างว่ามาจากคณะปฏิวัติรัฐประหาร มาจากต้นไม้พิษ ที่ได้ผลไม้พิษก็ตาม ผมเรียนว่าเรื่องนี้พูดความจริงไม่หมดครับ เราไม่พูดถึงเหตุการณ์ก่อนเกิด ๑๙ กันยา ๒๕๔๘ เลยหรือ เราไม่พูดถึงรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งผมคิดว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดฉบับหนึ่ง ผมเองก็เป็น ส่วนรวมในการรณรงค์รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เช่นกัน แต่รัฐธรรมนูญใช้ไปแล้ว มีมนุษย์ที่เก่ง ฉลาด หารูล ออฟ ลอว์ ( Rule of law) หรือช่องว่างของกฎหมายได้ ๘ รูโหว่ใหญ่ ๆ นะครับ เราก็ต้องยอมรับครับว่าทำให้รัฐบาลเข้มแข็งจนกระทั่งไม่สามารถตรวจสอบได้ ท้ายสุด นำไปสู่การเดินขบวนของประชาชน นำไปสู่การที่เกิดวิกฤติทางการเมือง และท้ายที่สุด สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น ไม่คาดฝันก็เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกครั้งหนึ่งนะครับ ผมว่าเราพูดกัน เพียงแค่ว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาจากผลพวงการปฏิวัติรัฐประหารอย่างเดียวไม่พอครับ เอกสารฉบับนี้เป็นเอกสารข้อมูลกฎหมายของสำนักกฎหมาย สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งผมถือว่าดีที่สุดฉบับหนึ่ง รวบรวมกฎหมายที่มาจากคณะปฏิวัติเต็มไปหมดเลยครับทั้งเล่ม มีเป็นร้อยฉบับครับ ที่รัฐบาลไม่สนใจจะแก้ไข แม้กระทั่งท่านมีเสียง ๓๗๗ เสียงในขณะนั้น ก็ไม่ได้สนใจแก้คำสั่งคณะปฏิวัติเหล่านี้เลย วันนี้ท่านอ้างอย่างเดียวครับว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาจากการรัฐประหาร โดยไม่พูดถึงเหตุที่แท้จริง ไม่พูดถึงการรวบอำนาจในการทำให้องค์กร อิสระอ่อนแอ เข้าไปแทรกแซงการแต่งตั้ง กกต. ป.ป.ช. ที่อยากได้ใครก็บันดาลเอา ส.ว. ปี ๒๕๔๓ เป็น ส.ว. ที่ดีที่สุดที่มาจากการเลือกตั้ง ๒๐๐ คน แต่ท่านเข้าไปสามารถจัดการ ดำเนินการให้ ส.ว. ๘๐-๑๒๐ คน รับฟังคำบัญชาได้ ส.ว. ท่านหนึ่งที่เป็นหัวหน้ากลุ่มนั้น เคยโทรศัพท์ต่อหน้าผมเองครับที่ร้านอาหารญี่ปุ่นในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว โทรศัพท์ หาคนคนหนึ่งที่บัดนี้ไม่ได้อยู่ในประเทศไทยแล้ว เพื่อให้รัฐมนตรีท่านหนึ่งรับงานไปทำ เกี่ยวกับการก่อสร้างแห่งหนึ่ง แล้วบอกว่าเขามีเสียง ส.ว. ๑๒๐ คน ในมือ นั่นคืออะไรครับ นั่นคือคำว่า สภาทาส ได้เกิดขึ้นกับวุฒิสภาปี ๒๕๔๓ ในช่วงท้าย แต่ต้องยอมรับครับว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น จริงอยู่ครับ แก้ข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ หลายบท หลายมาตรา จนกระทั่งมีมากถึง ๓๐๙ มาตรา ผมเองก็ไม่เห็นด้วยครับว่ารัฐธรรมนูญอะไรกัน เขียนถึง ๓๐๙ มาตรา รัฐธรรมนูญที่มีบทบัญญัติ บทคำพูดมาก เป็นการสะท้อนถึงการที่ต้อง ใส่กฎหมายหลายฉบับ หรือเกือบทุกอย่างที่กลัวใส่เข้าไปในรัฐธรรมนูญฉบับนั้น ในประเทศ ที่พัฒนาแล้ว รัฐธรรมนูญที่มีน้อยมาตราเขาก็เขียนกฎหมายประกอบ เขียนพระราชบัญญัติ ประกอบ แล้วก็ทำให้รัฐธรรมนูญนั้นอยู่ยงคงกระพัน โดยไม่ต้องมีการปฏิวัติรัฐประหารอีกเลย ไม่ต้องยกตัวอย่างอย่างที่ท่านชอบอ้างกันคือรัฐธรรมนูญของประเทศสหรัฐอเมริกา แต่มีการแก้ไข บทบัญญัติทีละหมวด ทีละมาตราหลายครั้ง แต่นี่ท่านกำลังทำในการยกเลิกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แล้วก็จะไปร่างกันใหม่ ไม่รวมถึงการไม่ฟังเสียงประชาชนที่มาจากการ ลงประชามติ ผมเรียนว่าโดยหลักสากลของกฎหมายแล้วการลงประชามติ ซึ่งประชาชนนั้น เป็นตัวการ ท่านเป็นสมาชิกเหมือนผมเป็นแค่ตัวแทน ท่านมาอ้างเสียงในการที่จะทำอะไรก็ได้ แล้วลงมติ แล้วอ้างว่านี่คือเสียงประชาชน จริงอยู่ครับ สภาทำอะไรก็ได้ครับ ท่านอดีตประธาน วุฒิสภาได้บอกกับพวกเราว่ารัฐสภาอังกฤษเคยออกกฎหมาย ต้องขออภัยที่ต้องเล่าให้ ท่านฟังครับว่า สัตว์ปีกรวมถึงนกและสุกร เพราะท่านจะเขียนกฎหมายควบคุมโรคที่เกิด จากสัตว์ปีก รัฐสภาอังกฤษก็ยังเขียนนะครับว่าสุกรเป็นสัตว์ปีก ถามว่าทำได้ไหม ทำไปแล้ว รัฐสภาอังกฤษ รัฐสภาแห่งนี้จะทำแบบนั้นก็ได้ครับท่านมีเสียงข้างมาก ท่านอ้างความเป็น ประชาธิปไตยจะทำอะไรก็ได้ ผมกราบเรียนครับว่าเสียงข้างมากเป็นเรื่องที่ตัดสินความถูกของกฎหมาย ถูกของความชอบธรรม ถูกของความถูกต้องไม่ได้ ท่านอาจจะถูกใจแต่ทำไม่ถูกตามทำนองครองธรรมนั้นทำไม่ได้ครับ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่าไหน ๆ ผมก็ทานเสียงของท่านไม่ได้แล้ว ท่านมี ๓๐๐ เสียง บวกกับอีก ๖๐-๙๐ เสียง อย่างไรก็ชนะวันยังค่ำ หมดวาระที่สามเขียนแปะข้างฝาไว้ได้เลยครับว่า ท่านมี ๓๖๐-๓๙๙ เสียง แต่ถามว่ารัฐธรรมนูญที่ท่านจะร่างออกมานั้นไม่มีกรอบแตกต่างกับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งขณะนั้นมี คพป. ที่อาจารย์ประเวศมีท่านชุมพลเขียนกรอบไว้ให้ เที่ยวนี้ไม่กรอบเลยครับ เราไม่มีหลักประกันเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าท่านร่างรัฐธรรมนูญที่ดี ผมก็จะยินดีสรรเสริญ แต่ถ้าท่านร่างรัฐธรรมนูญที่ออกมาแล้วสังคมสงสัยและต่อต้าน ผมก็มีคำถามครับว่ารัฐธรรมนูญนั้นอาจจะร่างเสร็จ แต่ถามว่าจะได้ใช้หรือเปล่า ผมไม่แน่ใจว่า จะเกิดอะไรขึ้นและเพราะผมเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของบ้านเมืองนี้ บ้านเมืองนี้ไม่สามารถที่จะให้ ใครคนใดคนหนึ่งยึดไปครองได้ บ้านเมืองนี้ไม่สามารถทำตามอำเภอใจของใครก็ได้ แล้วใช้เสียงข้างมากลากไปสู่อะไรก็ตามที่อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลง ต้องขออนุญาต ท่านประธานอ่านในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก่อนที่จะมีพระบรมราชโองการได้เขียนไว้ว่า โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยชั่วคราว พุทธศักราช ๒๕๔๙ ได้บัญญัติให้มี สภาร่างรัฐธรรมนูญและคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมีหน้าที่จัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ทั้งฉบับสำหรับเป็นแนวทางการปกครองประเทศโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม แสดงความคิดเห็นอย่างกว้างทุกขั้นตอน และนำความคิดเห็นเหล่านั้นมาเป็นข้อคำนึงพิเศษ ในการยกร่างและพิจารณาแปรญัตติโดยต่อเนื่อง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่จัดทำใหม่ มีสาระเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกันของประชาชนไทยในการธำรงรักษาไว้ซึ่งเอกราช และความมั่นคงของชาติ การทำนุบำรุงศาสนาทุกศาสนาให้สถิตสถาพร การเทิดทูน พระมหากษัตริย์เป็นประมุขและเป็นมิ่งขวัญของชาติ การยึดถือระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขในการปกครองประเทศ การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของ ประชาชนให้ประชาชนมีบทบาทและมีส่วนร่วมในการปกครองและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ อย่างเป็นรูปธรรม การกำหนดกลไกสถาบันทางการเมืองทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร ให้มีดุลยภาพและประสิทธิภาพตามวิถีการปกครองแบบรัฐสภา รวมทั้งให้สถาบันศาล และองค์กรอิสระอื่นสามารถปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตและเที่ยงธรรม ผมกราบเรียนครับว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ลงประชามติมาด้วยประชาชนเสียงข้างมากเช่นกัน ท่านอ้างเสียงในสภาเกินกว่า ๓๒๕ เสียงของ ๖๕๐ เสียง โหวตยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้วร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าหลักการที่ผมอ่านไปเมื่อสักครู่นี้จะยังคงอยู่ครบทุกประการหรือไม่ ไม่รวมถึง ความสงสัยต่าง ๆ ในสังคมอีกมากมายที่เขากำลังจะกล่าวหา หรือเขากล่าวหามาแล้วว่า กำลังจะสร้างรัฐไทยใหม่ อย่างไรก็ตามผมก็ยังไม่เชื่อว่าสิ่งเหล่านั้นจะเกิดขึ้นเพราะผมยังเชื่อ ในความศักดิ์สิทธิ์ และผมเชื่อว่าพระสยามเทวาธิราชมีจริง ดลบันดาลคนชั่วและสาปแช่งคนชั่ว ไม่ให้ได้ผุดได้เกิดในชาติหน้าและทำไม่ให้สำเร็จในชาตินี้ ผมกราบเรียนครับว่าผมนั้น ไม่ค่อยจะเห็นสอดคล้องกับนายแพทย์เหวง โตจิราการ เท่าไรในทุก ๆ เรื่อง แต่บางเรื่อง ผมก็เห็นสอดคล้องกับท่าน เพียงแต่ต้องถามความจริงใจเท่านั้นเองครับว่าสิ่งที่ท่านพร่ำ เรื่องประชาธิปไตยนั้นท่านทำจริงหรือเปล่าครับ ท่านเสนอให้มี สสร. มาจากการเลือกตั้ง ทั้งหมด ผมเองมาจากการสรรหา มาจากการสรรหาของ ๗ คนที่ท่านกล่าวหาว่าเป็น ส.ว. ลากตั้ง ผมเลือกแบบเดียวกับท่านเลยครับ สสร. มาจากการเลือกตั้งทั้ง ๒๐๐ คน แต่ผมเชื่อว่า หมอเหวงก็มีเสียงเดียวในพรรคเพื่อไทย โหวตออกมาสิครับ ท่านลองหาสมาชิกทั้งพรรค โหวตร่วมกับ ส.ว. ว่าเราจะเอา สสร. มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ๒๐๐ คน ท่านทำได้ไหมครับ ถ้าทำได้ผมเอาด้วยกับท่านครับ ลองดูสิครับ ผมถามหาความจริงใจครับว่าท่านอยากร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุดของประเทศไทยไหม ไหน ๆ ถ้าเราไม่อยากได้รัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้ว ผมก็บอกว่าถ้าเงื่อนเวลามันยังไม่ตกผลึก ความปรองดองยังไม่เกิด ท่านจะรีบร่างรีบเร่ง ร้อนรน ผมก็ไม่ว่ากระไร แต่ความจริงใจต้องเกิดครับ ต้องเริ่มต้นตั้งแต่ตรงนี้ว่า ๑. ผมลองเสนอให้มี สสร. มาจากการเลือกตั้งทั้ง ๒๐๐ คน โดยไม่ต้องมี สสร. จากการแต่งตั้งหรือเรียกว่า สสร. ลากตั้งอีก เพราะ ๒๒ คนไม่ต้องเอ่ยนะครับ เดี๋ยวผมเขียนแปะข้างฝาเลยครับว่าชื่ออะไรบ้าง มาจากไหนบ้าง แล้วเป็นโควตาของพรรคไหนบ้าง เพราะท่านก็ใช้เสียงในนี้โหวตออกไปได้ตามสัดส่วนอยู่แล้ว ขณะที่เราสามารถใช้นักเทคนิค กฎหมายมหาชน นักกฎหมายรัฐศาสตร์ต่าง ๆ เป็นกรรมาธิการที่เป็นคณะทำงานได้ ให้ภาคประชาชนลองร่างกฎหมายที่ดีที่สุดดูสิครับ

ประการที่ ๒ ผมต้องเรียนไปถึงกฎหมายที่ควรจะใช้ในการให้ทำ สสร. ให้ดีที่สุด ก็คือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. แต่ท่านกลับไม่เลือก ท่านไปเลือกพระราชบัญญัติเรื่องการปกครองท้องถิ่น ซึ่งทำให้ พรรคการเมืองสามารถเข้าไปแทรกแซงได้ ท่านกำหนดตัวคนได้ ทำให้มาตรฐานของผู้ที่จะ ร่างรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เป็นกติกาที่ท่านกำลังจะบอกว่าให้เกิด ความปรองดองกลับมีมาตรฐานที่ต่ำกว่าหรือคุณภาพของ ส.ส. และ สสร. ที่จะได้มานั้น ต่ำกว่า ส.ส. และ ส.ว. ผมไม่ได้ดูถูกว่า สสร. ที่จะมาจากโครงสร้างนี้ดีหรือไม่ดีกว่า แต่ผมเรียนครับว่าอยากให้ใช้คุณสมบัติที่มีมาตรฐานในระดับหนึ่งเพื่อเป็นหลักประกัน ก็ขอกราบเรียนไปยังหมอเหวงครับว่าลองไหมครับ ลองร่างรัฐธรรมนูญแบบนี้ด้วยกัน ถ้าท่านเอาเราก็เอาด้วย ลองดูนะครับ แล้วท่านจะลองไปช่วยโน้มน้าวคนในพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาลให้ได้สัก ๓๐๐ เสียง ไม่ใช่โหวตออกมาแล้วได้ท่าน ๑ เสียง มันก็เสียเวลาที่จะพร่ำถึงประชาธิปไตยเหมือนที่เราเคยพูดกันที่ราชดำเนินตอนท่านไปอยู่กับ พันธมิตร แล้วท่านก็ย้ายมาอยู่กับ นปช. ก็เสียเวลาเปล่านะครับ ผมขอเรียนว่าในมาตรา ๓ นั้น ผมขอให้ท่านตัดออกทั้งมาตรา ไม่ว่าจะเป็น (๑๗) เรื่องการให้ความเห็นชอบของ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) ก็อย่างที่เรียนครับว่าไม่จำเป็น ต้องมี สสร. ลากตั้งอีกแล้ว ลองดูสิครับ

ประการที่ ๒ ถ้าท่านจะทำรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดก็ตัดอีกใน (๑๘) ครับ เรื่องการให้ความเห็นชอบญัตติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามมาตรา ๒๙๑/๑๖ เหตุผลก็คือว่าถ้าไหน ๆ เราจะร่างรัฐธรรมนูญที่เราเชื่อว่าเป็นประชาธิปไตย แล้วเป็นร่างรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ได้เอื้อประโยชน์กับใครคนใดคนหนึ่งหรือพวกใดพวกหนึ่งหรือเพื่อสร้างอำนาจของ กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพื่อไปกดขี่กลุ่มหนึ่งแล้ว เราก็ต้องเชื่อว่ารัฐธรรมนูญที่ท่านจะทำดีที่สุดนั้น มาจากการเห็นชอบของประชาชนและต้องไม่รีบ ไม่ร้อน ไม่รน ให้เวลาเขาในการทำประชามติ ที่มากพอตาม พ.ร.บ. ประชามติ ซึ่งผมกราบเรียนท่านประธานเลยว่าในการร่างของท่านมานี้ นอกจากเอกสารที่ผิด ๆ ถูก ๆ เมื่อเช้าผมเรียนท่านประธานแล้ว ท่านประธานไม่ฟังผม แล้วท่านประธานก็หน้าแตกไปเองครับ เพราะว่ามีร่างรัฐธรรมนูญฉบับของท่านเทพไท เสนพงศ์ มาตรา ๑ รัฐธรรมนูญนี้เรียกว่า รัฐธรรมนูญรวบรัดเพื่อทักษิณแห่งราชอาณาจักรไทย กับรัฐธรรมนูญของท่านสาธิต ปิตุเตชะ เรียกว่า รัฐธรรมนูญฉบับ นปช. ครองเมือง ผมขออภัย เมื่อเช้าผมจะทักท่านประธานว่าอันนี้มันเป็นความผิดพลาดนอกเหนือจากเอกสารทั้งหมด ที่ผิดพลาดเยอะแยะมากมาย เสร็จจากโรงพิมพ์ตอนเที่ยงคืนเมื่อคืนนี้เอง ทำทั้งทีทำให้ดีครับ ถ้าจะทำรัฐธรรมนูญที่ดี เพราะฉะนั้นไม่มีความจำเป็นครับว่าเรากลัวจะไม่ผ่านประชามติ ถ้าไม่ผ่านประชามติก็ไม่ต้องเสนอรัฐธรรมนูญใหม่ เรามีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เราก็ลองท้ากัน ดูว่าทำให้ดีแล้วไปประชามติ ประชาชนเอาก็จบ ไม่เอาก็ไม่ต้องมีอีก เพราะฉะนั้นตรงมาตรา ๓ ทั้งมาตรายกเลิกไปได้เลยครับไม่ต้องมี ก็เรียนว่าเป็นความหวังเล็ก ๆ น้อย ๆ ของคนที่ผมคิดว่า เป็นเสียงข้างน้อยในสภาแห่งนี้ กราบเรียนครับว่า ผมไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่อ้างว่าแก้ไขมาตรา ๒๙๑ มาตราเดียว ที่พูดมาแล้วตั้งแต่ต้นว่าเป็นการเซ็นเช็คเปล่าให้กับคณะคณะหนึ่งที่จะถูกควบคุม หรือถูกกำหนดหรือมีพิมพ์เขียวอยู่แล้ว ผมไม่พูดถึงการเดินทางไปฮ่องกงเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่แล้ว ของใครก็ตามนะครับ โรงแรมแห่งไหนก็ตาม แล้วพิมพ์เขียวหรือไม่ก็ตาม แต่ผมอยากเห็น การร่างรัฐธรรมนูญ ถึงแม้จะเป็นความหวังเล็ก ๆ ว่าถ้าท่านทำเรื่องปรองดองได้จริงนะครับ ถ้าท่านทำเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นกติกาใหม่ที่ทั้งท่านและผมยอมรับกันได้ คนทั้งสังคม ยอมรับกันได้ ผมคิดว่าความแตกแยกที่ทนกันมา ๗-๘ ปี เราก็คงจะหมดไปได้ แต่ความหวังนั้น ผมยังไม่แน่ใจครับว่าท่านจะทำได้จริงหรือเปล่า เพราะมันต้องถามหาความจริงใจของท่านว่า แท้ที่จริงแล้วท่านต้องการประชาธิปไตยจริง ๆ หรือ หรือต้องการเพียงเพื่อ ทำเพื่อตอบสนอง คำสั่งของใครบางคน ขอบพระคุณครับท่านประธาน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านศาสตราจารย์ เกียรติคุณตรึงใจ บูรณสมภพ

ศาสตราจารย์เกียรติคุณตรึงใจ บูรณสมภพ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ศาสตราจารย์เกียรติคุณตรึงใจ บูรณสมภพ สมาชิกวุฒิภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันเป็นอีกผู้หนึ่งที่จะขอตัดมาตรา ๓ ทั้งมาตราในข้อความที่เพิ่มเข้ามา ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นใน (๑๗) (๑๘) ของมาตรา ๑๓๖ ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ดิฉันคิดว่าถ้าท่านกรรมาธิการและสมาชิกรัฐสภาเสียงข้างมากเชื่อดิฉันนี่ท่านอาจจะขอบคุณ ดิฉันก็ได้ เพราะว่าถ้ามาตรานี้ออกไปซึ่งจะเป็นมาตราที่เกี่ยวกับมาตรา ๔ ในการสรรหา หรือว่าเลือกตั้ง สสร. ก็ตาม รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมีสมญาที่ประชาชนอาจจะตั้งชื่อให้ใหม่ คืออาจจะไม่ใช่ชื่อที่ท่านสมาชิกของเราเสนอทั้ง ๒ ชื่อ เพราะว่าอาจจะรุนแรงเกินไปนะคะ ชื่อที่ท่านเสนอไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับรวบรัดเพื่อทักษิณ หรือฉบับ นปช. ครองเมืองก็ตาม แต่อาจจะมีชื่อใหม่ว่า รัฐธรรมนูญฉบับลุกลี้ลุกลน รัฐธรรมนูญฉบับรวบอำนาจ รัฐธรรมนูญฉบับขี้คุก เพราะว่ามีอยู่ในมาตราหนึ่งประเดี๋ยวเราจะต้องอภิปรายกันต่อไป หรือรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการ ดิฉันเองไม่ไว้ใจที่มาของ สสร. ที่จะร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เช่นเดียวกับไม่ไว้ใจรัฐบาล ที่ประกาศอยู่ตลอดเวลาว่าทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อประชาธิปไตย แต่ในการกระทำของท่านนั้น ท่านรวบอำนาจ ทำตามอำเภอใจ ท่านเป็นเผด็จการ ไม่ว่าจะเป็นการเยียวยาก็ดี เงินที่ท่านให้ชดเชย เยียวยามากเหลือเกิน ท่านให้ผู้เสียชีวิตรวมแล้วคนละ ๗,๗๕๐,๐๐๐ บาท ในขนาดที่เมื่อเร็ว ๆ นี้ เกิดเหตุการณ์ระเบิดที่อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งมีผู้บริหารประเทศเรียกว่าจังหวัดหาดใหญ่ ผู้บริหารบางคน ดิฉันว่าท่านแย่มาก ๆ การที่มีผู้เสียชีวิตที่อำเภอหาดใหญ่ ทางจังหวัดให้ชดเชย คนละ ๕๐,๐๐๐ บาท ท่านคิดดูต้องมีผู้เสียชีวิตถึง ๑๕๕ คนถึงจะได้เท่ากับผู้เสียชีวิต เมื่อครั้งก่อการจลาจลของ นปช. ๑ คน อันนี้ไม่เรียกว่าทำตามอำเภอใจหรือคะ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องอะไรก็ตามนโยบายประชานิยมทั้งหลายล้วนแต่ใช้เงินงบประมาณแผ่นดินมากมายมหาศาล ดิฉันเองยอมรับไม่ได้ว่าเป็นประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นดิฉันจะไม่พูดซ้ำกับท่านอื่นแต่ขอให้ ท่านกรรมาธิการและสมาชิกรัฐสภาฟังเสียงข้างน้อยบ้าง เราลงอยู่ในเรือลำเดียวกัน ท่านเป็นเสียงข้างมากถ้าท่านใช้เสียงข้างมากอยู่เรื่อย ๆ เรือก็จะตะแคง เมื่อเรือตะแคงมากขึ้น ๆ เรือก็จะล่มค่ะ ดิฉันขอเสนอเท่านี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมขอเรียนถามท่านสมาชิก ที่อยู่ในกลุ่มของท่านนริศ ขำนุรักษ์ ที่สงวนคำแปรญัตติไว้ตามเอกสารในหน้า ๑๑ ว่า จะมีท่านผู้ใดในกลุ่มของท่านนริศ ท่านสุพัชรี ธรรมเพชร กลุ่มนี้ที่ยังไม่ได้อภิปราย แล้วประสงค์จะอภิปรายมีไหมครับ มีท่านรสนา มีท่านอื่นอีกไหมครับ ท่านสุพัชรี ธรรมเพชร ใช่ไหมครับ ได้โปรดแสดงตนนิดหนึ่งครับ เดี๋ยวท่านสุทัศน์ผมทราบแล้วครับ มีอีกไหมครับ ท่านสุพัชรีอยู่ไหม ไม่อยู่นะครับ ตกลงในกลุ่มนี้เหลืออยู่ท่านเดียวที่จะอภิปรายคือท่านรสนา ผมก็จะขอให้ท่านรสนาอภิปรายตอนนี้แล้วก็เดี๋ยวจะย้อนมาที่ท่านสุทัศน์ เชิญท่านรสนาครับ

นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะคะ ในมาตรา ๓ ดิฉันได้ขอแปรญัตติโดยการตัดทั้ง ๒ วงเล็บ คือ (๑๗) และ (๑๘) ของมาตรา ๑๓๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แต่ก่อนอื่น ดิฉันอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าดิฉันเองก็เป็นผู้หนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับการที่จะแก้ มาตรา ๒๙๑ เพื่อนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับนะคะ ดิฉันเองก็ยืนยัน เช่นเดียวกับเพื่อนสมาชิกก่อนหน้านี้ที่ว่าแม้ในวาระที่สามดิฉันก็จะไม่เห็นด้วยเช่นเดียวกัน ดิฉันถือว่ากระบวนการที่เข้ามาสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นกระบวนการที่อาศัยเพียงเสียงข้างมาก แต่ไม่ได้อาศัยสิ่งที่เป็นเรื่องของความชอบธรรมนะคะ เป็นการใช้เล่ห์อุบายในการที่จะมี การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ดิฉันไม่เห็นด้วยกับมาตรา ๓ ที่มีการเพิ่มเติม (๑๗) และ (๑๘) ของมาตรา ๑๓๖ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาญาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ก็คือการเพิ่มบทบาทหน้าที่ในส่วนของการประชุมร่วม ๒ สภาในการที่จะพิจารณารับรอง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญแล้วก็รวมไปถึงการเห็นชอบญัตติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด เพราะว่าในกระบวนการที่ท่านยกร่างขึ้นมาหมายความว่า ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ผ่านประชามติก็เปิดโอกาสที่จะให้คณะรัฐมนตรีสามารถ ยกร่างขึ้นใหม่เรื่อย ๆ ดิฉันเองคิดว่าจริง ๆ แล้วรัฐมนตรี คณะรัฐบาล สภาทั้งหมด ถ้าหากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติสมควรลาออกด้วยซ้ำไปเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ไม่ใช่ถือโอกาสยกร่างใหม่ไปเรื่อย ๆ แล้วก็รวมไปถึงประเด็นเรื่องที่ให้ความเห็นชอบ สภาร่างรัฐธรรมนูญ ดิฉันก็ไม่เห็นด้วยเช่นเดียวกันดิฉันคิดว่าเพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปรายไปบ้างแล้ว ในส่วนที่ว่าในเมื่อ ส.ส. ของรัฐบาลหลาย ๆ ท่านมักจะกล่าวหา ส.ว. สรรหาว่าเป็น ส.ว. ลากตั้ง ไม่มีความเป็นธรรม เพราะฉะนั้นก็อย่าทำตัวแบบว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองนะคะท่านประธาน ก็ไม่ควรที่จะให้มีการสรรหา สสร. เช่นเดียวกัน และดิฉันก็คิดว่าในกระบวนการยกร่าง โดยตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาทำให้ดิฉันนึกถึงกระบวนการที่เราถือว่าเป็นเผด็จการรัฐสภา ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คือประวัติศาสตร์ของประเทศเยอรมนีที่ในสมัยที่ฮิตเลอร์ ขึ้นสู่อำนาจได้ทำกฎหมายฉบับหนึ่งที่เขาเรียกว่ากฎหมายมอบอำนาจ เรียกว่า เอนเนบริงจ์ แอค (Enabling act) หรือเรียกว่า รัฐบัญญัติเพื่อการมอบอำนาจ รัฐบัญญัตินี้ชื่อไพเราะมาก เหมือนกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ท่านเขียนถึงนะคะ เขากล่าวว่าเอนเนบริงจ์ แอค เขาแปลว่า กฎหมายเพื่อการเยียวยาความยากลำบากของประชาชนและชาติ เป็นกฎหมาย ที่ผ่านโดยรัฐสภาไรท์ทาส์ก ดิฉันนึกถึงอะไรที่ชื่อถัก ๆ ให้มันดูอะไรคล้าย ๆ กันนะคะ กฎหมายฉบับนี้เปิดโอกาสที่จะให้ ฮิตเลอร์สามารถยึดกุมอำนาจทั้งหมดโดยที่ไม่ต้องอาศัยรัฐสภาอีกต่อไป แล้วเวลานี้ รัฐสภาของเราก็กำลังจะผ่านร่างรัฐธรรมนูญที่เหมือนกับเป็นการยกอำนาจออกไปให้ สภาร่างรัฐธรรมนูญในการที่จะเขียนอะไรต่อมิอะไรซึ่งถูกตั้งธงเอาไว้แล้วอย่างแน่นอน เพราะว่าสิ่งที่เห็นก็คือเวลาว่าเขาว่าไม่อยากมี ส.ว. ลากตั้ง จริง ๆ ส.ส. ก็มีพวกลากตั้งเหมือนกัน เพราะว่าประเภทที่มาแบบปาร์ตี้ ลิสท์ (Party list) อย่างนี้เราถือว่าลากตั้ง นายตั้ง เงินตั้ง เหมือนกันนะคะ เพราะฉะนั้นก็อย่าไปว่าเพราะว่าหลาย ๆ คนถ้าไม่ใช่นายตั้งก็ไม่มีโอกาส ได้เข้ามานั่งแน่นอน ถ้าลงไปแข่งขันก็คงจะไม่ได้ก็มีหลาย ๆ ท่านอยู่ แต่ว่าก็ไม่เป็นอะไร ในเมื่อรังเกียจการลากตั้งก็ไม่ควรที่จะมี สสร. ลากตั้งเหมือนกันนะคะ แล้วดิฉันก็ไม่เห็นด้วย กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็เพราะว่ามันเสมือนการมอบอำนาจออกไป เพราะว่าที่จริงแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาตรา ๒๙๑ ท่านแก้มาตราไหนก็ได้ แก้ไปเลย ๓๐๙ มาตรานี่ แก้ได้หมด แต่ที่ไม่แก้เพราะว่าไม่อยากให้คนเห็นร่างที่ปรากฏออกมา เพราะฉะนั้นเมื่อไม่ต้องการให้คนเห็นว่า ต้องการจะแก้อะไร ต้องการจะแก้เพื่อที่จะปลดล็อกคดีอาญาทั้งหลาย แล้วก็รวมไปถึง ในเรื่องของการยึดอำนาจต่าง ๆ จึงต้องทำกฎหมายเสมือนหนึ่งแบบเดียวกับที่ฮิตเลอร์ เคยทำคือกฎหมายมอบอำนาจออกไปให้คนอื่นเขียน เพราะพอมอบออกไปให้คนอื่นเขียน กลุ่มคนที่ตัวเองตั้งเอาไว้ก็จะเป็นคนมารับช่วงต่อในการที่จะยกร่างกฎหมายขึ้นมา ดิฉันคิดว่า สิ่งที่ฮิตเลอร์ได้ทำนะคะ ทำให้ดิฉันนึกถึงสิ่งที่ ส.ส. ในพรรคของรัฐบาลได้พูดนะคะว่า ถ้ารัฐธรรมนูญเสร็จแล้วนี่ พรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาธิปัตย์จะสูญพันธุ์นะคะ เพราะว่า จริง ๆ ในกฎหมายเอนเนบริงจ์ แอค ของฮิตเลอร์ก็เป็นแบบเดียวกัน เพราะว่าหลังจาก ที่กฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้ทำให้ฮิตเลอร์สามารถที่จะยึดอำนาจได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในประเทศเยอรมนี แล้วก็สามารถที่จะกำจัดพรรคการเมืองอื่น ๆ ที่ทำหน้าที่ทางการเมือง โดยการบีบบังคับให้พรรคเหล่านั้นยุบพรรคไปอย่างถาวร เพราะฉะนั้นสิ่งที่สมาชิกท่านหนึ่งพูดว่า เมื่อรัฐธรรมนูญสำเร็จเสร็จสิ้นแล้วพรรคประชาธิปัตย์ก็จงสูญพันธุ์ไปเสีย นี่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ ดิฉันค่อนข้างจะเกิดความรู้สึกสนใจว่ามันก็คล้าย ๆ กับกฎหมายของฮิตเลอร์เหมือนกันนะคะ ดิฉันคิดว่าประเทศไทยปี ๒๕๕๕ นี้ ครบ ๑๕๐ ปีระหว่างความสัมพันธ์ไทย-เยอรมัน ดิฉันคิดว่า เราควรจะเรียนรู้จากเยอรมันเพราะหลังจากพรรคนาซีซึ่งประสบความสำเร็จมากมาย การทำประชามติจำนวนมากโดยฮิตเลอร์ประสบความสำเร็จ แต่หลังจากเวลาผ่านไปแล้ว ประชาชนคนเยอรมันเองได้พบว่าประชามติหลาย ๆ อย่างนั้นนำไปสู่เผด็จการ คือการทำให้ประชาธิปไตยนั้นเป็นบันไดไต่เต้าไปสู่เผด็จการอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะฉะนั้น ดิฉันคิดว่าร่างรัฐธรรมนูญของคณะรัฐมนตรีที่กำหนดไว้ให้รัฐสภามีหน้าที่ที่จะต้องมาให้ ความเห็นชอบกับสภาร่างรัฐธรรมนูญ ดิฉันไม่เห็นด้วย เพราะว่ามันเป็นการยกอำนาจของ รัฐสภาที่เรามีอำนาจในการแก้รัฐธรรมนูญได้อยู่แล้วทุกมาตราออกไปให้คนอื่น ซึ่งเป็นการทำ ในลักษณะที่อำพรางความปรารถนาส่วนตัวของตัวเองนะคะ ไม่ต้องการที่จะให้มีคนรู้เห็น แล้วก็ยกอำนาจออกไปให้กับกลุ่มเครือข่ายวงศ์วานพรรคพวกของตัวเองที่ตั้งเอาไว้แล้ว เพื่อที่จะเข้ามาทำหน้าที่ในการยกร่างรัฐธรรมนูญต่อไป แล้วก็ดิฉันคิดว่าขาดหิริโอตัปปะ ที่ถ้าไม่ผ่านประชามติแล้วยังมีความไม่มั่นใจว่าถ้าไม่ผ่านประชามติแล้วก็จะขอยกร่างไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะประสบความสำเร็จ ดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดิฉันไม่สามารถที่จะเห็นด้วยได้นะคะ แล้วก็ไม่เห็นด้วยเลยกับกระบวนการในการที่จะยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ คือดิฉันคิดว่า จริง ๆ แล้วพรรคเพื่อไทยกับรัฐบาล คณะ ครม. เขาก็ฉลาดนะคะ ดิฉันมาดูหลักการและเหตุผล ตอนแรกคิดว่าพูดเหมือนกัน ที่จริงร่างของพรรคเพื่อไทย ตอนที่ต้องการจะยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่พูดไปถึงเรื่องของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ปี ๒๕๕๐ ที่ให้กำเนิดบรรดา ส.ส. ทั้งเลือกตั้งและลากตั้งทั้งหลายนี่ว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นเผด็จการ เป็นรัฐธรรมนูญที่ปราศจากหลักนิติรัฐและนิติธรรม ดิฉันคิดว่าคนเหล่านี้อ้างเรื่องรัฐธรรมนูญ เป็นต้นไม้พิษจึงเกิดเป็นผลไม้พิษ โดยที่ไม่ได้มองว่าตัวเองก็เป็นส่วนหนึ่งของผลไม้พิษ ที่เกิดขึ้นมาด้วย ถ้าหากว่ารัฐธรรมนูญนั้นเป็นต้นไม้พิษ คนที่นั่งอยู่ในสภานี้ทั้งหมด ก็เป็นผลไม้พิษทั้งหมด จริง ๆ ไม่ควรที่จะเข้ามาเลยด้วยซ้ำไป แต่การที่เข้ามาแล้วประกาศว่า แหล่งกำเนิด บิดามารดาของตัวเองที่ให้กำเนิดตัวเองมานั้นเป็นสิ่งที่ชั่ว ทราม ถ่อย สถุนนะคะ ดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็นเครื่องบ่งสัญญาณให้เห็นว่าบุคคลที่ปรารถนาจะแก้ มันเป็นสิ่งมีชีวิตอื่นที่เรียกว่าเอเลี่ยนที่เข้ามาฝังกายอยู่ในต้นไม้นั้นแล้วก็ต้องการที่จะทำลาย ต้นไม้นั้น โดยที่จริง ๆ คนเหล่านี้ก็กล่าวคำปฏิญาณที่จะปกป้องรักษารัฐธรรมนูญ แต่คนเหล่านี้ ก็ไม่ได้ทำเช่นนั้น ถ้าหากจะเปรียบเป็นบุคคลต้องถือว่าเป็นลูกอกตัญญูหรือเป็นพวกควาย ทรพีที่มุ่งหมายจะฆ่าพ่อแม่ของตัวเอง เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ให้อำนาจ ในการที่จะยกร่างใหม่ แต่การที่เราถือว่าคนเหล่านี้มาโดยเสียงข้างมาก ๑๕ ล้านเสียง แล้วทำอะไรก็ได้ จะขึ้นมาเพื่อยึดอำนาจโดยการเล่นเล่ห์เพทุบายในการยกร่างรัฐธรรมนูญว่า ขอยกเพียงมาตราเดียว แก้มาตราเดียว แต่ในที่สุดก็นำไปสู่การที่จะล้มทั้งหมด ดิฉันคิดว่าจริง ๆ แล้วต้องถามประชาชนนะคะ ประชาชนส่วนใหญ่ ๑๔ ล้านเสียงที่เขาโหวต รัฐธรรมนูญฉบับนี้มาเขาเห็นด้วยกับท่านหรือไม่ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าสิ่งที่ท่านทั้งหลายแก้นั้น เป็นสิ่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

(นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านรสนา มีผู้ประท้วงครับ

นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร

ดิฉันพูดจบแล้วค่ะ ท่านไม่ต้องประท้วงหรอกค่ะ ดิฉันพูดจะจบแล้วว่าสิ่งที่ท่านทำนั้นเป็นสิ่งที่รับไม่ได้ แล้วดิฉันเอง ก็จะไม่เห็นด้วยไปจนถึงวาระที่สาม ขอบพระคุณค่ะ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญผู้ประท้วงครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมต้องขอประท้วงท่านสมาชิกรัฐสภาที่ท่านได้อภิปรายไปสักครู่นี้นะครับ จริง ๆ ต้องเรียนว่าสิ่งที่ท่านอภิปรายไปนี้ผิดข้อบังคับ ข้อ ๔๓ เนื่องจากใส่ร้ายผู้อื่น แม้ท่านจะจบ การอภิปรายแล้วนี่ผมจะกราบเรียนท่านประธานว่าอย่าให้บรรทัดฐานแบบนี้ได้ปรากฏขึ้นมา อีกในการอภิปรายนะครับ เพราะว่าเราเสียเวลาเป็นจำนวนมากกว่าจะผ่านทีละมาตรานี้ ผมอยากฟังท่านสมาชิกได้แปรญัตติทุกคน แต่ต้องพูดด้วยสาระแล้วก็ไม่ว่ากล่าวใส่ร้ายผู้อื่น ท่านประธานครับท่านประธานต้องควบคุมการประชุมด้วยครับ ผมไม่ต้องขอให้ถอนคำพูดนะครับ แต่อยากจะบอกให้ท่านประธานได้กรุณาควบคุมการประชุมด้วยครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านประสิทธิ์ ไชยศีรษะ เชิญครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ กระผมขอประท้วงผู้อภิปรายทำผิดกฎข้อบังคับ ข้อ ๔๓ กล่าวให้ร้ายบุคคลอื่นโดยเฉพาะ สภาผู้แทนราษฎร ท่านผู้ทรงเกียรติที่มานั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ ไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนไหน มาจากการลากตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งระบบบัญชีรายชื่อและระบบเขตมาจาก การเลือกตั้งทั้งนั้นครับ การอภิปรายของผู้อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้นอกจากกล่าวเท็จแล้ว ยังใช้วาจาไม่สุภาพ ใช้คำหยาบคายในสภาแห่งนี้ ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมก็ฟังอยู่ครับ ก็ยังไม่เกินเลยนะครับ ผมวินิจฉัยว่าไม่เป็นอะไรครับ เชิญท่านบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกรัฐสภาจากพรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมก็ขอบคุณท่านประธานที่ท่านวินิจฉัยอย่างนั้น เพราะว่าฟังอยู่เหมือนกันนะครับ ถามว่าถ้ามีการเปรียบเทียบว่า ส.ส. มาจากลากตั้งเพราะเป็นบัญชีรายชื่อ ผมเป็นบัญชี รายชื่อครับ ถูกครับ ไม่เห็นมีปัญหานี่ครับ บัญชีรายชื่อก็มาจากพรรคการเมืองซึ่งใส่เข้ามา ในบัญชีรายชื่อ ท่าน ส.ว. รสนา ขออนุญาตเอ่ยนามท่านครับ ท่านบอกว่าบัญชีรายชื่อ บางคนไม่กล้าลงพื้นที่ ไม่กล้าลงไปใน ส.ส. เขต ผมเชื่อว่ามีหลายคนไม่กล้าลงนะครับ เราท้าทายกันได้ครับ ลองจตุพร พรหมพันธุ์ ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ลองลงพื้นที่สิครับ ลงพื้นที่ ในเขตบ้านตัวเองนะครับแล้วลองดูครับว่าจะมีการเลือกตั้งได้หรือไม่ ก็ไม่มีสิทธิที่จะได้เข้ามา นั่งในสภาแห่งนี้ ผมก็เห็นด้วยกับท่านรสนาครับ ผมก็ไม่เห็นว่าจะแปลกประหลาดอะไรถ้า มั่นใจลงเลือกตั้งครั้งหน้า ไปบอกประสิทธิ์นะครับ ไม่ใช่ประสิทธิ์ ไชยนะครับท่านประธาน พูดชื่อเขาผิดหลายครั้งนะครับ จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ ชื่อ จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ นามสกุล ไชยศีรษะ นะครับ ไม่ใช่ จ่าประสิทธิ์ ไชย นะครับ ท่านก็พูดชื่อเขาให้ถูกหน่อยนะครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับท่านครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

เขาคือ จ่าเสื้อแดงนะครับ ถ้าแน่จริงให้เขาลงเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดตัวเขาเอง

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านบุญยอดครับ เข้าใจแล้วครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ให้ลงทุกครั้ง แล้วก็พิสูจน์กันว่าประชาชนจะเลือกเขาหรือไม่ครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

คืออย่างนี้นะครับว่าเสียหาย อะไรครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมเสียหายกรณีที่ผู้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้อภิปรายพาดพิงกระผม แค่เอ่ยชื่อ ก็ผิดแล้ว ผมไม่ได้ชื่อพะฉิด ผมชื่อ ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ และลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ไม่ต้องมา ประท้วงหรือท้าผมเพราะผมอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดสุรินทร์อยู่แล้ว ผมเป็น ส.ส. มาจาก จังหวัดสุรินทร์ ไม่ได้มาจากจังหวัดอื่น โปรดเข้าใจให้ถูกต้องด้วยแล้วท้าให้ผมไปลงจังหวัดไหนล่ะ แปลกฟังไม่เข้าใจ พูดไม่เข้าใจแล้วมาท้าส่งเดช

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านประสิทธิ์ครับ ท่านได้ชี้แจงแล้ว เชิญนั่งครับ เดี๋ยวผมจะขอย้อนไปนิดหนึ่ง เรายังมีกรรมาธิการเสียงข้างน้อย อีก ๒ ท่าน ซึ่งท่านมีสิทธิอภิปรายก่อน แต่บังเอิญมันผ่านมานะครับ เดี๋ยวผมจะย้อนหลัง ให้นิดหนึ่งคือมีท่านวิรัช ร่มเย็น กับท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ขอถามว่าท่านวิรัชอยู่ไหมครับ ท่านประสงค์จะอภิปรายไหมครับ เชิญท่านสุทัศน์ เงินหมื่น นะครับ

นายสุทัศน์ เงินหมื่น กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมได้แปรญัตติ ขอตัดข้อความในมาตรา ๓ ออกทั้งหมด ข้อความเดิมออกทั้งหมด ทั้งนี้เพราะข้อความเดิมนั้น ได้พูดถึงเรื่องการเห็นชอบสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญแบบสรรหา และเป็นข้อความที่ให้มี การเห็นชอบญัตติที่มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ กระผมขอตัดออกทั้งหมด แล้วกระผมก็ได้ไปเพิ่มข้อความในหลายมาตรา ในสาระข้างในลำดับถัดไป ถ้าไม่ตัด ๒ วงเล็บนี้ออก ท่านประธานครับ หรือไม่ตัดข้อความในมาตรา ๓ ออกทั้งหมด ก็จะไม่สามารถไปเพิ่มข้อความ ในสาระในมาตราถัดไปได้ สาระที่กระผมไปเพิ่มนั้นจำเป็นที่จะต้องอภิปรายเบื้องต้นก่อนที่จะ อภิปรายในลำดับถัดไปในรายละเอียด ทั้งนี้เพราะเป็นการเกี่ยวเนื่องกัน กระผมได้ไปแปรญัตติ เพิ่มเติมในมาตรา ๒๙๑/๑ ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงกับการตัดมาตรา ๓ ที่กราบเรียนแล้ว ในมาตรา ๒๙๑/๑ นั้น กระผมได้แปรญัตติเพิ่มให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน ๒๐๐ คน จำนวน ๒๐๐ คน เป็นการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนเท่านั้นนะครับ ไม่มีการสรรหา ตามมาตรา ๒๙๑/๒ (๒) ทั้งนี้เพราะผมมีความเชื่อว่าประชาชนน่าจะเป็นผู้ที่มีบทบาท มากที่สุดในการร่างรัฐธรรมนูญโดยตัวของประชาชนเอง ซึ่งในร่างของรัฐบาลนั้นได้กำหนด ให้มีประชาชนมาจากการเลือกตั้งจังหวัดละ ๑ คน รวมเป็น ๗๗ คน ๗๗ จังหวัด ซึ่งกระผม ไม่เห็นชอบด้วย ทั้งนี้เพราะว่าถ้ามีการเลือกตั้งแบบดังกล่าวนั้นจะไม่เกิดความเป็นธรรม ต่อประชาชนทั้งประเทศ เพราะบางจังหวัดอย่างกรุงเทพมหานครก็จะมีสมาชิก สสร. เพียง ๑ คน จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดใหญ่ ๆ ก็จะมีสมาชิก สสร. เพียง ๑ คน จังหวัดเล็ก ๆ เช่น จังหวัดระนอง หรือจังหวัดอำนาจเจริญ ก็จะมี สสร. เพียง ๑ คนเท่ากัน รวมทั้งประเทศ เป็น ๗๗ คน ซึ่งกระผมเห็นว่าไม่เป็นธรรมต่อประชาชน ถ้าใช้วิธีการเลือกตั้งดังที่กระผมได้ แปรญัตตินั้น จะต้องเลือกตามอัตราส่วนของประชากรในพื้นที่ เหมือนกับการเลือก สมาชิกวุฒิสภาในปี ๒๕๔๓ ตามรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๔๐ ก็จะได้จำนวน สสร. ทั้งหมด ๒๐๐ คน วิธีการดังกล่าวนั้นกระผมเชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหาการบล็อก (Block) ตัว สสร. ได้ วิธีการดังกล่าวนั้นเป็นการสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑ พุทธศักราช ๒๕๔๐ แต่รัฐบาลเสนอมานั้นไม่ได้เอาด้วย กระผมก็ไม่เข้าใจเพราะมีผู้ใหญ่ในรัฐบาลหลายคน หลายท่านได้มาหาเสียง และพูดเสมอว่าไม่เอารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แต่ต้องการใช้ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ทั้ง ๆ ที่พูดเอง แต่ไม่ได้เอาตามนั้น ผมก็ไม่ทราบว่าเพราะอะไร หรือว่าเอาตามนั้นเฉพาะสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง แต่หากไม่เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง ก็จะไม่เอาตามรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ แล้วยังมากล่าวบอกว่า ปี ๒๕๕๐ เป็นรัฐธรรมนูญ ต้นไม้พิษ ซึ่งพวกเราเองก็เป็นผลผลิตของต้นไม้พิษ ท่านประธานครับ นอกจากการที่กระผม ได้เห็นว่าตัว สสร. จำนวน ๒๐๐ คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนแล้วนะครับ กระผมยังไม่เห็นชอบที่จะให้มีการเลือกมาจากนักวิชาการ หรือผู้เชี่ยวชาญสาขาอาชีพต่าง ๆ เป็นปัญหามีว่าถ้าเช่นนั้นแล้วเราจะได้ใครมาเป็นผู้เชี่ยวชาญในการร่างรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ จำนวน สสร. ๒๐๐ คนนั้นเขามีสิทธิและสามารถที่จะตั้งผู้เชี่ยวชาญตั้งใครก็ได้ มาเป็นกรรมาธิการในการร่างรัฐธรรมนูญหรือในการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ อย่าไปดูถูก ภูมิปัญญาของประชาชน แนวความคิดดังกล่าวของกระผมนั้นสอดคล้องกันครับ สอดคล้องกัน กับแนวความคิดของฝ่ายประชาชนที่เสนอร่างกฎหมายโดยประชาชนเข้าชื่อ กระผมกราบเรียนว่า ร่างกฎหมายที่ประชาชนเข้าชื่อนั้นมีอยู่ ๓ ร่างสำคัญ ๆ คือร่างที่ ๑ ของอาจารย์ธิดา ร่างที่ ๒ ของคุณเยี่ยมยอด ศรีมันตะ ร่างที่ ๓ เป็นของคุณนิรันดร์ ด่านไพบูลย์ ทั้ง ๓ ร่างนี้ ต่างเห็นสอดคล้องต้องกันว่าสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญควรจะมาจากประชาชนโดยการเลือกตั้ง โดยตรงเท่านั้นไม่ได้มาจากการสรรหา ไม่ได้มาจากนักวิชาการแต่ประการใด อาจารย์ธิดา ได้กรุณามาชี้แจงต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการ ได้หอบบัญชีรายชื่อของประชาชนผู้เข้าชื่อ มาเป็นแสนคนครับ เอามากองไว้บนโต๊ะเลย สูงแค่เอวครับ ขณะเดียวกันท่านก็อธิบายว่านี่ คือความต้องการของประชาชนทั้งประเทศ นี่คือความต้องการของกลุ่มประชาชนที่ท่านเป็น ประธานอยู่ นั่นคือความต้องการของพี่น้องเสื้อแดงที่ท่านเป็นประธานอยู่ว่าต้องการ ให้มี สสร. มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเท่านั้น เพียงแต่จำนวนแตกต่างกับผมครับ จำนวนของท่านมีประมาณ ๑๐๐ คน ของผม ๒๐๐ คน ตรงกันก็คือมาจากการเลือกตั้ง ของประชาชน ผมก็กังวลว่าแล้วทางรัฐบาลจะตอบคำถามของอาจารย์ธิดาอย่างไร ในเมื่อทางรัฐบาลต้องการที่มาจากการสรรหา และมาจากการเลือกตั้งของประชาชนคละกันไป ตรงนี้ครับก็คงเป็นเรื่องที่ท่านจะต้องไปตอบกันเองละครับว่าทำไมจึงไม่ยืนอยู่บนพื้นฐาน ความคิดที่ให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง นั่นประการที่ ๑ ที่ผมได้ตัดมาตรา ๓ นี้ออกทั้งมาตรา

ในส่วนที่เกี่ยวกับเสนอร่างรัฐธรรมนูญนั้นกระผมเห็นว่าในมาตรา ๓ ของร่างรัฐบาลนั้น ที่กระผมตัดออกได้ไปเปิดโอกาสให้มีสมาชิก เปิดโอกาสให้มีการเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเป็นการจัดทำ ทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ ท่านประธานครับ ถ้าเราจะดูรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แล้ว จะไม่มีบทมาตราใดเลยที่จะเปิดโอกาสให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ เว้นแต่จะมาแก้ไขมาตรา ๒๙๑ แล้วก็ออกข้าง ๆ คู ๆ ว่าเป็นการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม เพราะบทบัญญัติของการแก้ไขเพิ่มเติมนั้นจะมีไว้เฉพาะในหมวด ๑๕ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งกำหนดไว้ในมาตรา ๒๙๑ แล้วก็จะบอกรายละเอียดไปถึง (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) และ (๗) ซึ่งเป็นกระบวนการของการแก้ไขเพิ่มเติม เพราะฉะนั้น ร่างที่รัฐบาลนำมาเสนอนี้เป็นร่างที่นำไปสู่การยกร่างใหม่ทั้งฉบับ จึงเป็นคำกล่าวว่า เรากำลังเอาเช็คเปล่าให้กับ สสร. เรากำลังเปิดโอกาสให้ สสร. ไปกรอกข้อความอะไรก็ได้ ในการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งความไม่สบายใจของทั้งฝ่ายภาคประชาชนและฝ่ายพวกเราเอง ก็คือ สสร. นั้นจะมาอย่างไร ในจำนวนที่กำหนดของร่างรัฐบาลนั้นเป็นที่น่าสงสัยว่า จะมีการบล็อกโหวตหรือจะมีการล็อบบี้ (Lobby) กันได้หรือไม่ นั่นก็คือข้อห่วงใยของทาง ฝ่ายซีกของกระผมเอง ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้นแล้วการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้นกระผมเอง เป็นกรรมาธิการ เป็นการพิจารณาที่เต็มไปด้วยความอึดอัดที่สุด เพราะเป็นการเร่งรีบ ผมไม่อยากใช้คำว่าเสียงข้างมากลากไป แต่เกิดขึ้นมาได้แล้วก็คือเสียงข้างมากสามารถ จะกลับลำได้ทุกครั้งหากไม่เป็นไปตามที่พอใจ ดังที่เป็นข่าวท่านประธานคงทราบ การพูดถึง เรื่องจำนวน สสร. ๒๐๐ คนนั้น ญัตติของฝ่ายค้านชนะในกรรมาธิการ ๒๐๐ คน ชนะ ๗๗ คน แต่สุดท้ายก็มีการย้อนกลับมาให้มีการลงมติใหม่ จนพวกกระผมเองได้มีการวอล์คเอาท์ หรือเดินออกจากห้องประชุมเมื่อมีการย้อนกลับมาลงมติใหม่ เพราะเห็นว่าเป็นวิธีการที่พวกเรา เห็นว่าเป็นการใช้เสียงข้างมากลากไป ท่านประธานครับ โดยเหตุดังกล่าวนั้นเราก็เกิดมีความกังวล มีความกังวลว่าในอนาคต สสร. ทั้งหลายนั้นจะไปร่างอย่างไร เมื่อกังวลดังกล่าวนั้นจึงจำเป็นต้องไป บรรจุข้อความไว้ในร่างที่เราขอแก้ ๑. ฐานะเป็นเสียงข้างน้อย โดยพวกกระผมได้ไปเพิ่ม ในมาตรา ๒๙๑/๑๔ ในมาตรา ๒๙๑/๑๔ นั้นเป็นบทบัญญัติที่ว่าด้วยการต้องห้ามไม่ให้มี การแก้ไขเพิ่มเติมในส่วนของหมวด ๑ และหมวด ๒ ในส่วนของหมวด ๑ และหมวด ๒ นั้น จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับราชอาณาจักรไทย ในหมวด ๒ นั้นจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่เรากังวลว่าไม่อยากให้มีการไปแตะต้อง โดยจะต้องออกหลักการกำหนดไว้ว่า สสร. ต้องไม่ไปแตะต้อง ๒ หมวดดังกล่าวนั้นเพราะอะไร เพราะความไม่มั่นใจ เนื่องจากมีหลายคน ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ในฟากรัฐบาลเอง ได้มีพฤติกรรมและมีคดีหลายเรื่องซึ่งอยู่ในระหว่าง การพิจารณาเกี่ยวกับองคมนตรี และขณะเดียวกันข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่นี้ก็คือได้ปรากฏ มีเว็บไซต์ (Website) ต่าง ๆ ได้พาดพิงไปถึงเบื้องสูงจำนวนมากมาย ในส่วนเหล่านั้นเราจึงมี ความกังวลว่า ๒ ส่วนนี้น่าจะไม่ไปแตะต้องเป็นเด็ดขาด ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากความกังวลดังกล่าวนั้น ทางซีกของพรรคกระผมก็ยังมีความกังวลถึงการที่จะไปแตะต้อง หรือไปรื้อโครงสร้างของศาล ทำไมจึงกังวลครับ เพราะมีผู้ใหญ่ในพรรคของท่านเอง ในรัฐบาลเองไปพูดถึงการจะปรับโครงสร้างของศาล แล้วยังไปพูดถึงเรื่องการจะยุบศาลปกครอง ยุบศาลรัฐธรรมนูญเอาไปไว้เป็นแผนกหนึ่งในศาลฎีกา ท่านประธานครับ ศาลปกครองก็ดี ศาลรัฐธรรมนูญก็ดี ตั้งขึ้นมาตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ท่านอาจจะไม่พอใจ ศาลรัฐธรรมนูญที่ตัดสินทำให้มีปัญหาในเรื่องคดีความ ท่านประธานครับ ถ้าตัดสินเป็นที่พอใจ ก็บอกเป็นธรรม แต่ถ้าตัดสินไม่เป็นที่พอใจก็บอก ๒ มาตรฐาน คำกล่าวเช่นนี้เราจะได้ฟังกัน อยู่บ่อย ๆ แต่กระผมจำเป็นจะต้องกราบเรียนท่านประธานว่าศาลรัฐธรรมนูญนั้น ต้องขึ้นตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ถ้าจะขออนุญาตกราบเรียนท่านว่า คนที่นำร่างกฎหมายเสนอจัดตั้งศาลรัฐธรรมนูญเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร เสนอต่อคณะรัฐมนตรีนั้น คนที่นำเสนอชื่อนายสุทัศน์ เงินหมื่น และคนที่เป็นปลัดกระทรวงในขณะนั้น ก็คือ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ครับ เพราะฉะนั้นการที่จะบอกไม่เป็นที่พอใจ หรืออะไรนั้น กระผมก็จำเป็นต้องขออนุญาตเอ่ยนามของท่าน เพราะท่านก็เป็น ปลัดกระทรวงในขณะนั้น และเป็นผู้เสนอกฎหมายร่วมกับกระผม ศาลรัฐธรรมนูญ จึงเป็นศาลที่ตั้งขึ้นมาตามรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๔๐ หากไม่เป็นที่พอใจ หรือหากจะไป แตะต้องหรือจะไปยุบ ก็คงจะต้องคำนึงเหมือนกันว่าตั้งมาโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และคนตั้งก็คือใคร กระผมก็ได้กราบเรียนแล้วท่านประธานครับ ตรงนี้พวกกระผมจึงได้ไปมี บทบัญญัติไว้ข้างในมาตรา ๒๙๑/๑๕ มาตรา ๒๙๑/๑๖ ต้องห้ามไม่ให้สมาชิก สสร. ไปแตะต้อง ในส่วนที่เกี่ยวกับกระบวนการศาลและองค์กรอิสระอื่น ๆ นอกจากนั้นแล้วที่กระผมได้ขอตัดมาตรา ๓ นั้นยังไปเกี่ยวเนื่องกับเนื้อความในมาตราถัดไป ทั้งนี้เพราะเราเห็นว่าในการกำกับดูแลการเลือกตั้ง ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งกำกับดูแล การเลือกตั้ง สสร. นั้นทางฝ่ายร่างรัฐบาลเดิมให้เป็นแต่เพียงการออกระเบียบ แต่หลังจาก คณะกรรมการการเลือกตั้งแจ้งว่าการออกแต่เพียงระเบียบนั้นน่าจะทำไม่ได้นะครับ ทางคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากจึงไปแก้ว่าให้ใช้การเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้ ในการเลือกตั้ง สสร. ท่านประธานครับ การเลือกตั้ง สสร. นั้นเราจะเลือกเขามาทำหน้าที่ วางโครงสร้างของประเทศ จะเลือกเขามาทำหน้าที่กำหนดบทบาทของกลไกในกฎหมายสูงสุด ของประเทศ แต่เราใช้กฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นมากำกับดูแลการเลือกตั้งของเขาเหมาะสม หรือไม่ครับท่านประธาน อีกทั้งกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นนั้น ประชาชนคนไทย อยู่ต่างประเทศไม่สามารถใช้สิทธิได้ครับ และประชาชนคนไทยที่มีภารกิจไม่สามารถกลับไป ใช้สิทธิเลือกตั้งในพื้นที่ได้ก็ไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าได้ รวมทั้งการเลือกตั้งท้องถิ่นนั้น บทบัญญัติในการลงโทษผู้กระทำความผิดในการเลือกตั้งยังไม่เป็นที่ทันใจและยังไม่เป็นที่ชัดเจน เรื่องนี้ครับ จึงเป็นข้อกังวลของเราว่าที่มาของ สสร. ๗๗ คนตามความคิดของรัฐบาล และที่มาของ สสร. โดยการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้งกำกับดูแลการเลือกตั้ง โดยใช้กฎหมายท้องถิ่นนั้นน่าจะไม่เพียงพอ เพราะ สสร. คือคนหรือกลุ่มบุคคลที่จะมา กำหนดกลไกของประเทศ กำหนดหลักเกณฑ์ของประเทศ ท่านประธานครับ ด้วยเหตุนี้ กระผมจึงขอตัด มาตรา ๓ ออกทั้งหมด และใช้ข้อความอื่นแทน ที่กระผมกราบเรียนมาแล้ว ขอบคุณท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านวิรัชอยู่ไหมครับ เชิญครับ ท่านเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนะครับ

นายวิรัช ร่มเย็น กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัช ร่มเย็น พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดระนอง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา และในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ มาตรา ๓ ขออนุญาตเรียนท่านประธานว่ามาตรา ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้ เป็น (๑๗) และ (๑๘) ของมาตรา ๑๓๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

(๑๗) การให้ความเห็นชอบสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒)

(๑๘) การให้ความเห็นชอบญัตติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามมาตรา ๒๙๑/๑๖

ท่านประธานครับ ทั้ง ๒ วงเล็บคือ (๑๗) และ (๑๘) ขออนุญาตท่านประธาน อธิบายสั้น ๆ เหตุผลในการตัดก็คือว่าการให้ความเห็นชอบสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) นั่นก็คือการให้ความเห็นชอบสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งมาจาก การเลือกของสมาชิกรัฐสภา จากนักวิชาการหลายแขนง หลายประเภท กระผมเห็นว่า ในการแปรญัตติของผมในมาตรา ๔ นั้น กระผมให้มี สสร. ประเภทเดียวและเป็นประเภท ที่มาจากการเลือกตั้ง โดยให้มีการเลือกตั้งจังหวัดละ ๒ คน รายละเอียดผมจะได้อภิปราย ในมาตรา ๔ ขออนุญาตท่านประธานว่าเหตุผลก็คือว่าการร่างรัฐธรรมนูญนั้นพี่น้องประชาชน เลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมา จริง ๆ แล้วอำนาจในการร่างรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจของ สภาผู้แทนราษฎร เป็นอำนาจของ ส.ส. และ ส.ว. แต่เมื่อสังคมบอกว่าชนใดร่างกฎหมาย ก็เพื่อชนนั้น ก็เลยให้มีสมาชิกอีกประเภทหนึ่งซึ่งก็มีศักดิ์และมีฐานะเหมือนกับ ส.ส. เหมือนกับ ส.ว. นั่นก็คือ สสร. สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมไม่เห็นว่ามีความจำเป็น ที่จะต้องไปเลือก สสร. ประเภทที่ ๒ คือ (๒) ของมาตรา ๒๙๑ เหตุผลก็คือว่า สสร. สามารถ จะมีการประชุมกันแล้วก็ดำเนินการให้มีนักวิชาการ ผู้ชำนาญการ หรือให้มีนักวิชาการ ทุกประเภทที่บัญญัติไว้สามารถจะดำเนินการได้อยู่แล้วครับ

ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าสำหรับการให้ความเห็นชอบญัตติ ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งก็ไปสอดคล้องหรือเขียนไว้ ในมาตรา ๒๙๑/๑๖ มาตรา ๒๙๑/๑๖ ถ้าร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทำขึ้นตามหมวดนี้ตกไปตามมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคหก หรือการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญไม่แล้วเสร็จเพราะเหตุสภาร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลง ตามมาตรา ๒๙๑/๑๕ (๑) หรือ (๒) ก็ให้อำนาจคณะรัฐมนตรีก็ดี ให้อำนาจสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ดี สมาชิกวุฒิสภาก็ดี ในการที่จะฟื้นให้มีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ ให้มี สสร. ขึ้นมาใหม่ ผมไม่เห็นด้วยครับ ในการที่เราดำเนินการให้มี สสร. สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญ ถ้าไม่สามารถทำสำเร็จ ไม่สามารถทำได้ไม่ว่าโดยเหตุใด ๆ ผมคิดว่าครั้งเดียวพอแล้ว นั่นแปลว่า ไม่จำเป็นจะต้องมีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ด้วยเหตุผล ๒ ข้อนี้ ท่านประธานครับ กระผมเห็นว่า ไม่จำเป็นที่จะต้องมีมาตรา ๓ ไว้ จึงขออนุญาตตัดมาตรา ๓ (๑๗) และ (๑๘) และผมได้แปรญัตติ ในมาตรา ๔ ที่มาของ สสร. ซึ่งได้กราบเรียนเบื้องต้นไปแล้ว ในมาตรา ๔ นั้นผมจะได้อธิบาย โดยละเอียด สำหรับในมาตรานี้ก็ขออนุญาตท่านประธานว่าขอตัดข้อความทั้งหมดในมาตรา ๓ ออกไปครับ ขออนุญาตครับ ขอบพระคุณครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านบุญยอด สุขถิ่นไทย ไม่มีกรรมาธิการเสียงข้างน้อยแล้วนะครับ เชิญท่านบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมตัดในมาตรานี้เช่นเดียวกันกับสมาชิกท่านอื่น ๆ ผมก็ไม่มั่นใจว่า กรรมาธิการและประธานคณะกรรมาธิการนั้นจะฟังเสียงของสมาชิกท่านอื่น ๆ หรือไม่ จะคุ้มค่าหรือไม่ที่จะพูดกันตอนนี้นะครับ ๔ ทุ่ม กับ ๓๗ นาที จะพูดสักกี่นาทีก็ตาม ผมไม่ทราบว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการจะฟังเสียงและจะเห็นคล้อยตามบรรดา สมาชิกเสียงข้างน้อยหรือเปล่า ผมเล่าให้ท่านประธานฟังนิดเดียวครับว่า ผมไปแปรญัตติ ในวันที่ ๕ เมษายนที่ผ่านมา นัดหมายกันเวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา ท่านประธานสามารถมา เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกาเศษ ๆ เริ่มต้นกันผมจำได้ว่า ส.ส. วัชระ เพชรทอง ทักท้วงกับกรรมาธิการว่า ขณะนี้เวลา ๐๙.๔๐ นาฬิกาแล้ว เลยเวลาของการประชุมของกรรมาธิการแล้วตามปกติ นั่นคือให้เวลาไว้ ๓๐ นาที ถ้ากรรมาธิการมาไม่ครบก็ต้องเลื่อนการประชุมออกไป ขณะนั้นเวลาประมาณ ๐๙.๔๐ นาฬิกา ถามท่านประธานสามารถว่าจะเอาอย่างไรต่อไป ท่านก็ให้หารือกันต่อ มีสมาชิกบางคนก็บอกว่าขอแปรญัตติไว้ ขอสงวนคำแปรญัตติไว้ ขอสงวนคำแปรญัตติให้เพื่อนต่าง ๆ แต่เราก็ทักท้วงกันตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกาเศษ ๆ ที่ว่า ผมเป็นคนหนึ่งที่เป็นผู้แปรญัตติที่บอกว่าถ้าสมาชิกกรรมาธิการมาไม่ครบ ขออนุญาตแปรญัตติ อีกครั้งหนึ่งตอนบ่ายก็แล้วกัน ท่านประธานสามารถคงจำได้ ผมกลับมาอีกครั้งหนึ่งตอนบ่าย บ่ายก็ยังไม่ครบครับ ท่านประธานครับ บ่ายก็เป็นอีกครั้งหนึ่ง บ่ายโมงกว่า ๆ สมาชิกในขณะนั้น มีจำนวนไม่ครบนะครับ จนกระทั่งมีการพักกัน ๑๐ นาที แล้วก็เรียกกรรมาธิการต่าง ๆ เข้ามา กรรมาธิการคนหนึ่งบอกนะครับ บอกว่าเราจะหยุดโลกทั้งโลกเพื่อคนคนเดียวไม่ได้ ผมบอกว่าใช่ครับ เราไม่ควรหยุดโลกเพื่อคนคนเดียวผมก็เลยไปประชุม

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านบุญยอดที่จริงผม ไม่อยากตัดบทจริง ๆ แต่ทีนี้ท่านสงวนคำแปรญัตติเอาไว้ ท่านมีสิทธิอภิปรายเฉพาะในส่วนที่ ได้สงวนคำแปรญัตติ อยากให้ท่านอยู่ในประเด็นตรงนี้ครับ ไม่อย่างนั้นก็ยาวไปเรื่อย ก็ประเด็นที่เราได้หารือกันใช้เวลาหลายชั่วโมง อยากให้ท่านเข้าสู่ประเด็นที่ท่านขอสงวนคำแปรญัตติ ในมาตรา ๓ ครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

ผมเรียนท่านประธานว่า ผมกำลังเล่าให้ฟังว่าผมแปรญัตติไว้อย่างไร และบรรยากาศ ในการแปรญัตตินั้นเป็นอย่างไร จึงต้องมาพูดกันในที่ประชุมแห่งนี้ครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าคณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่นั้นไม่ได้ฟัง ไม่ได้มีท่าทีที่จะฟังต่อคำแปรญัตติ ของผู้แปรญัตติจึงต้องมาสงวนอย่างไรครับ ผมกำลังเล่าให้ท่านประธานฟัง เพราะว่าเล่าให้ ท่านทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าวันนั้นกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ฟังเสียงของผู้ที่มาแปรญัตติ แล้วมีมติว่ามีเหตุผลอย่างไรที่จะรับฟัง ไม่รับฟัง และพูดกัน วันนี้ผมอาจจะไม่ต้องมาสงวนคำ แปรญัตตินี้ก็ได้ ผมก็เล่าให้ท่านประธานฟังนะครับ ผมก็เชื่อว่าประธานรัฐสภา ซึ่งพูดกับเราอยู่เสมอว่า ประธานรัฐสภานั้นเป็นส่วนหนึ่งของอำนาจ ๓ ส่วน แล้วประธานก็จะเป็นผู้ที่มีอิสระ ในการตัดสินใจด้วยตนเอง ผมยังเชื่อท่านอยู่จนถึงวันนี้ จนถึงวินาทีนี้ ผมเล่าต่ออีกนิดเดียว ไม่เกินครึ่งนาทีว่าหลังจากที่ไปแปรญัตติแล้วในตอนบ่ายโมง ผมกลับไปอีกครั้งหนึ่ง ตอน ๕ โมงเย็น ผมยืนยันตาม ส.ส. วัชระ เพชรทอง ว่าขณะนั้นไม่มีกรรมาธิการ เป็นองค์ประชุมอยู่ในขณะนั้น ผมนับในขณะนั้นแล้วบันทึกอยู่ในที่ประชุมว่ามีทั้งหมด ๑๑ คน ในห้องประชุม มี ๒ คนนอกห้องประชุม ที่ท่านอาจจะอ้างว่ามีการกินข้าวกันบ้าง เข้าห้องน้ำบ้าง ๒ คนนอกห้องประชุมคือท่านอุดมเดช รัตนเสถียร และหมอชลน่าน ศรีแก้ว อยู่นอกห้องประชุม ในห้องประชุมผมนับ ๑๑ คน รวมทั้งหมด ๑๓ คน ที่ประชุมมี ๔๕ คน ถ้าจะพิจารณากัน ต้องมี ๑ ใน ๓ เป็นอย่างน้อย นั่นคือ ๑ ใน ๓ ถูกไหมครับ ๑๕ คน ไม่ใช่ ๑๓ คน ผมจึงทักท้วงว่าผมจึงขอสงวนคำแปรญัตติไว้ทั้งหมด เพราะผมไม่เชื่อว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ จะปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมที่เกิดขึ้นทั้งห้องประชุมใหญ่และห้องประชุมเล็กนะครับ เพราะผมไม่เชื่อผมจึงต้องกลับมาอีกครั้งในวันนี้ ผมเรียนท่านประธานครับ ประเด็นใหญ่สำคัญ ในขณะนี้ก็คือมาตราที่ต้องตัดเพราะมาตรา ๒๙๑ ที่ท่านจะแก้ไข ท่านแก้ไขโดยที่ไม่ได้แก้ไข (๑) ถูกไหมครับ ท่านกรรมาธิการกรุณาอ่านตามผมนะครับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด ๑๕ มาตรา ๒๙๑ (๑) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมนั้นต้องมาจากคณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีจำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีของสภาผู้แทนราษฎร หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภามีจำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ท่านดูมาตราที่ผมตัดสิครับ มาตราที่ตัดคือ (๑๗) และ (๑๘) (๑๗) เดี๋ยวผมจะอธิบายต่อไป แต่ (๑๘) ที่บอกว่าเป็นการขัดกันต่อมาตรา ๒๙๑ (๑) ที่ยังคาอยู่ (๑๘) คือบอกว่าการให้ความเห็นชอบญัตติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามมาตรา ๒๙๑/๑๖ /๑๖ ของท่าน ๑ ใน ๓ ครับ มาตรา ๒๙๑ (๑) ที่ยังมีอยู่คือ ๑ ใน ๕ มาตรา ๒๙๑/๑๖ ของท่านคือ ๑ ใน ๓ ขัดกันไหมครับ แค่นี้อัตราก็ไม่เท่ากันแล้วครับ ท่านประธาน เขียนรัฐธรรมนูญ ๒ มาตราขัดกันท่านจะให้มีปรากฏไว้ได้อย่างไรครับ ท่าน ประธานคณะกรรมาธิการซึ่งเคยเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรช่วยอธิบายผมสิครับว่า เขียนกฎหมายสูงสุดของประเทศนี้แล้วขัดกันจาก (๑) ที่คาอยู่กับ (๑๖) ที่ท่านมีอัตราส่วน ขัดกันตกลงจะให้ใช้อัตราไหนครับ นี่อย่างไรครับถึงต้องขอให้ตัดทิ้งส่วนใน (๑) ที่ต้องตัดทิ้ง ก็เพราะเหตุผลเช่นเดียวกับท่านสมาชิกท่านอื่น ๆ นะครับ ผมไม่เชื่อว่าการเลือกโดยรัฐสภา จะเป็นการเลือกโดยอิสระและมีความยุติธรรมครับ วันนี้คนเขียนกติกาเขียนโดยรู้ว่า สมาชิกรัฐสภามีใครบ้าง มีพรรคใดบ้างอยู่ในนี้ มี ส.ว. คนใดบ้างมีใจกับรัฐบาลอยู่ในนี้ครับ สมาชิกรัฐสภาของท่านมีมากเกินกว่าครึ่งหนึ่งใช่หรือไม่ ท่านจึงกล้าเขียนว่าให้ ๒๒ คน มาจากการเลือกของสมาชิกรัฐสภา ถ้าพวกผมเขียนบ้างแบบนี้ผมถามท่านจริง ๆ ท่านกรรมาธิการทุกท่านครับ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์เขียนแบบนี้บ้างท่านให้ผ่านไหมครับ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์มีเหมือนเท่าท่าน มีสมาชิกวุฒิสภาเหมือนเท่าท่านมากเกินกว่าครึ่งหนึ่ง แล้วเลือก ๒๒ คนได้ ท่านให้พรรคประชาธิปัตย์เขียนแบบนี้ไหมครับ ผมเชื่อว่าไม่ เพราะเรื่องนี้คือความไม่ยุติธรรมและไม่เป็นธรรมในการเลือกอย่างไรครับ สมาชิก สสร. ที่กำลังจะเกิดขึ้น ๒๒ ท่านมาจากการเลือกของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งมาจากพวกท่าน ๒๒ คน คือพวกท่านครับ อย่าบอกว่านี่ไม่ใช่เผด็จการเสียงข้างมาก นี่คือเผด็จการเสียงข้างมาก อย่างแท้จริงที่ท่านทำในวันนี้ ดังนั้นผมจึงขอตัด (๑) ออกไปว่าการเลือก สสร. ต้องเลือก โดยประชาชนเท่านั้น ตัวเลขของผมคือ ๒๕๐ คน เหตุผลคือครึ่งหนึ่งของสมาชิก ส.ส. อย่างไรครับ ส.ส. มี ๕๐๐ คน มันมีเหตุผลมาอย่างไรครับ ถ้ามีเหตุผลอย่างไรใน ๕๐๐ คน สสร. จะมาร่างรัฐธรรมนูญ ผมขอให้มีการเลือกตั้งมา ๒๕๐ คน คือครึ่งหนึ่งของ ส.ส. เท่านี้เองครับ หลักคิดง่ายมาก คนจะมาร่างรัฐธรรมนูญที่เป็น สสร. ให้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ใครที่มาจากการสรรหา ที่มาจากนักกฎหมาย มาจากนักเศรษฐศาสตร์ทั้งหลายมาลงเลือกตั้งสิครับ แล้วให้ประชาชนเลือกตั้ง ตรงนี้หลักคิดน่าจะเหมือนกับนายแพทย์เหวง โตจิราการ ใช่ไหมครับ ตัวเลขอาจจะเปลี่ยนแตกต่างกันนิดหน่อย แต่ผมคิดว่าถ้าท่านคุณหมอเหวง ผมจะดูท่านลงมตินี่ ว่าท่านจะลงมติอย่างไรในมาตรานี้ ท่านจะยืนยันในหลักคิดหลักการของท่านหรือไม่ว่า สสร. ต้องมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น เพราะมาจากสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ แล้วกำหนดกฎกติกามาจากประธานรัฐสภาซึ่งก็คือท่านนี่ครับ ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ในขณะนี้ ซึ่งพวกผมไม่เชื่อว่าท่านเป็นกลางครับ ท่านประธานครับ พฤติกรรม วิธีการ การนำเสนอการบรรจุญัตติของท่านมีพฤติกรรมที่ไม่ชอบมาพากล มีข้อสงสัยมาตลอดครับ ไม่ต้องอภิปรายต่อ ท่านไม่ต้องทักท้วงผมนะครับ ผมไม่อภิปรายต่อครับ ผมเชื่อว่าตัวท่านเองรู้แท้อยู่ในใจของท่านว่าท่านทำไปเพื่ออะไร ทำไมต้องวันที่ ๖ เมษายน วันจักรีที่จะบรรจุญัตตินี้เข้ามา ทำไมครับ ทำไมไม่รออีกสัปดาห์หนึ่ง ซึ่งผมขอเสนอญัตติ ให้เลื่อนอภิปรายออกไปแล้ว สัปดาห์หนึ่งใครจะเป็นจะตายครับ ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่า คนดูไบอาจจะตายเร็ว ๆ นี้ก็ได้นะครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

อย่าประท้วงเลยครับ ไม่เป็นอะไรขอกันกินมากกว่านี้ คำพูดเดิมครับ ขอกันกินมากกว่านี้ เอาละครับ พอแล้วครับ ผมอยากสลับไปที่ท่าน ส.ว. บ้างครับ ท่านตวงเชิญครับ

นายตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอประทานอนุญาต ได้เริ่มต้นที่จะกราบเรียนท่านประธานที่ผมได้แก้ไขโดยมีการขอแปรญัตติเพื่อตัด (๑๗) ออก ซึ่งผมเรียนท่านประธานตั้งแต่ตอนต้นในวาระที่หนึ่งว่าแม้ผมจะไม่เห็นด้วยกับการที่จะ ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งด้วยเหตุผลตามรัฐธรรมนูญที่ผมได้อภิปรายไปแล้ว ประกอบไปด้วยมาตรา ๖๘ มาตรา ๑๓๖ ประกอบกัน แต่เมื่อสภาได้ผ่านมา ผมก็ยังกราบเรียน ท่านประธานต่อไปว่าหัวใจสำคัญของมาตรา ๒๙๑/๑ ที่จะพูดต่อไปนี้มันคือมาตรา ที่ผมตัดออกนี้ละครับ มันคือ (๑๗) ถ้าเราเริ่มต้นใน (๑๗) ได้ไปพร้อมกัน เราจะได้เข้าใจว่า ทั้งหมดที่จะเขียนในมาตรา ๒๙๑/๑ นั้นเป็นอย่างไร หลักการสำคัญที่กราบเรียน ท่านประธานว่าทำไมผมตัดออกนั้น

ผมกราบเรียนท่านประธานว่าประการแรก ผมเห็น สสร. ไม่ควรมาจากการแต่งตั้ง อีกต่อไป บนปรัชญาและความตั้งใจของรัฐบาลนี้ที่จะให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญ ที่มาจากประชาชน เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟังว่าประชาชนนั้นขาดโอกาสมาตั้งแต่อดีตจนถึง ปัจจุบันนี้ เวลานี้ วินาทีนี้ประชาชนควรจะมีโอกาสในการที่จะเขียนรัฐธรรมนูญด้วยตัวเขาเอง

ประการที่ ๒ ที่ผมตัด (๑๗) ออกไปนั้น ผมเห็นว่าเพื่อให้สอดคล้องกับ มาตรา ๒๙๑/๑ ที่จะเกิดขึ้นในลำดับถัดไป ถ้าไม่ตัดตรงนี้ออกนั่นหมายความว่า เราไม่สามารถที่จะให้ สสร. มาจากการเลือกตั้งของประชาชนได้

ประการที่ ๓ ผมคิดว่า (๑๗) ที่กราบเรียนว่ามันคือเครื่องมือสำคัญ ของการเปลี่ยนแปลงประเทศด้วยประชาชน อย่างที่ท่านพูดถึง เราเชื่อ เราศรัทธาต่อ ประชาชนว่าวันนี้ประชาชนเท่านั้นที่จะนำพาประเทศก้าวข้ามผ่านความขัดแย้งทั้งหมดไปได้ เราต้องเชื่อให้สุดใจครับ เราอย่าเชื่อครึ่งหนึ่ง และไม่เชื่อครึ่งหนึ่ง เพราะถ้าเขียนแบบนี้ แปลว่าเชื่อครึ่งหนึ่ง ไม่เชื่อครึ่งหนึ่ง

ประการต่อมา เหตุผลสำคัญที่ผมกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าเราไม่จำเป็น จะต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากการสรรหาอีกแล้ว เพราะผู้ทรงคุณวุฒินั้นมาได้หลายทาง ท่านประธานคงทราบดีว่าเราอยู่สภามานี่ ถ้าอยากจะได้ผู้ทรงคุณวุฒิมาช่วยงาน เราสามารถเข้ามาช่วย ในฐานะที่เป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมาธิการ เราสามารถแต่งตั้งมาในฐานะของกรรมาธิการวิสามัญ เราสามารถเชิญเข้ามาเป็นผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้ให้คำปรึกษาหรือผู้ชี้แจงต่อกรรมาธิการได้ นั่นทางที่ ๑ ที่ผมคิดว่าสภาก็ใช้มาตลอด

ทางที่ ๒ ที่เราสามารถได้ผู้ทรงคุณวุฒิที่เราอยากจะได้ในมาตรา ๒๙๑/๑ ที่จะพูดถึงนั้น ใครที่สนใจที่จะเข้ามาช่วยชาติบ้านเมืองก็ไปสมัครครับ ให้ประชาชนเลือกเข้ามาเลย ทีนี้ที่ผมบอกว่าวันนี้เป็นโอกาสสำคัญ เป็นหัวใจสำคัญของการก้าวเข้าไปสู่ที่จะให้ประชาชน มาจากการเลือกตั้งนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานนิดเดียวว่า ถ้าท่านประธานย้อนกลับไปดู ประวัติศาสตร์ของการมี สสร. ในทัศนะของผม ท่านประธานจะพบว่าประชาชนไม่ได้มีโอกาส เข้ามายกร่างรัฐธรรมนูญด้วยตัวของเขาเลย ตั้งแต่ สสร. ชุดแรกปี ๒๔๙๑ ก็ใช้รัฐสภาเป็นคนเลือก จาก ส.ส. จาก ส.ว. แล้วเลือกจาก ๔ ประเภท ถัดมาปี ๒๕๐๒ ก็ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ เป็นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นั่นแปลว่าประชาชนก็ไม่ได้มีโอกาสมาร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๓๙ ที่เราบอกว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ประชาธิปไตยมากที่สุด ก็เป็น สสร. ที่มาจาก ๒ ส่วน ส่วนแรกมาจากการเลือกตั้งจังหวัดละ ๑ คน ส่วนที่ ๒ มาจากรัฐสภาเลือกเหมือนกัน ดูนัยว่า เรากำลังจะอาศัยรูปแบบมาตรา ๒๑๑ นี้เป็นเครื่องมือ และเป็นกลไก ครั้งนี้ที่เป็นข้อเสนอของผม ก็คือว่า ถ้าเราตัด (๑๗) ออกไป เราจะได้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้น ผมไม่พูดถึงปี ๒๕๔๙ แม้จะมาจากการเลือกโดยสมัชชาก็ตาม แต่ผมถือว่าโอกาสนี้เป็นโอกาสสำคัญที่รัฐบาล จะทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ปราศจากข้อโต้แย้งใด ๆ ทั้งสิ้น ท่านประธานครับ ถ้าท่านยังทำแบบกั๊ก ทำแบบเชื่อประชาชนครึ่งหนึ่ง ไม่เชื่อครึ่งหนึ่งแบบนี้ ก็จะมีคำถามเหมือนกันว่า ไม่ต่างจากรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งครึ่งหนึ่ง มาจากการสรรหาครึ่งหนึ่ง เหมือนสมาชิกได้พูดเมื่อสักครู่ครับ

ข้อเสนอของผมประการต่อมาก็คือว่า ถ้าเราทำอย่างนี้ นั่นหมายความว่า เราให้คุณค่าและความสำคัญของประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน จะแก้ปัญหาที่มีข้อครหา ท่านประธานจำได้ไหมครับ ในวาระที่หนึ่ง มีคนกล่าวว่าถ้าให้เลือกจังหวัดละ ๑ คน พรรครัฐบาลของท่านสามารถที่จะบล็อกคนได้เลย เราจะต้องยอมรับความเป็นจริง เราอย่าปฏิเสธ บล็อกได้อยู่แล้ว แต่ถ้าปล่อยให้มีการเลือกตั้งโดยอาศัยจำนวนสัดส่วน ประชากรมาเฉลี่ย แล้วคนในจังหวัดระยอง คนจังหวัดระนอง คนจังหวัดชุมพร คนกรุงเทพมหานคร คนจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น ไม่เท่ากันครับ มีประชากรมาก ก็ได้มากครับ นั่นหมายความว่าไม่อาจที่จะบล็อกจำนวน สสร. เข้ามา ไปสู่เป้าหมายสุดท้าย ที่มีคนกล่าวหาว่าที่สุดก็จะทำรัฐธรรมนูญเพื่อคนคนเดียว ผมคิดว่าตรงนี้สิ่งที่ได้มากที่สุด ก็คือรัฐบาล สิ่งที่ได้มากที่สุดก็คือสภาแห่งนี้ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังสภาว่า (๑๗) คือหัวใจสำคัญของการเริ่มต้น อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกรัฐสภาว่าถ้าท่านจะเมตตาให้ประชาชนมีโอกาส มายกร่างรัฐธรรมนูญนั้นได้โปรดเปลี่ยนแปลง (๑๗) และ (๑๘) โดยเฉพาะ (๑๗) นั้น ไม่ควรจะมี เพื่อให้ไปเกิดในมาตรา ๒๙๑/๑ ก็คือ สสร. มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ส่วนตัวเลขนั้นจะ ๒๐๐ คน ๒๕๐ คน ผมไม่ติดใจท่านประธานครับ ประเด็นเดียวที่ผมคิดว่า มีความสำคัญ และมีความจำเป็นที่จะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังสภาก็คือว่า วันนี้ สสร. ต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ด้วยเหตุผลที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานดังกล่าว จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่จะกราบเรียนท่านประธานว่าขอความเมตตาจากสภาได้โปรดให้โอกาส ประชาชนได้เลือกคนของเขามายกร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าแพ้มาตรานี้ท่านประธานครับ มิใยต้องไปพูดถึงมาตรา ๒๙๑ เพราะตรงนั้นก็จะแบ่งออกมาจากการเลือกตั้ง ก็จะมาจาก การสรรหาเหมือนเดิม จึงได้กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังสมาชิกรัฐสภา ได้โปรดพิจารณาด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอ ส.ว. อีกสักท่านนะครับ ท่านนิคมเชิญครับ

นายนิคม ไวยรัชพาณิช สมาชิกวุฒิสภา ฉะเชิงเทรา

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม นิคม ไวยรัชพาณิช สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดฉะเชิงเทรา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ความจริงแล้วก่อนที่ผมจะขออภิปรายในคำแปรญัตติของผมนั้น ผมใคร่ขอเรียนกับ ท่านประธานอย่างนี้นะครับ ความจริงแล้วในการพิจารณากฎหมายนั้น ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายทั่วไป หรือกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นเรามีข้อบังคับการประชุม เรามีระเบียบแบบแผน คือถ้าท่านยังใช้ วิธีการให้ยกมือแล้วก็สลับกันไปสลับกันมาอย่างนี้มันจะทำให้การทำงานหรือคนที่เตรียมตัว อภิปรายนั้นไม่สามารถที่จะกำหนดเวลาได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ไม่อยู่ในห้องประชุม หรือผู้ที่ไม่ประสงค์อภิปรายนั้นท่านไม่ต้องไปถามหรอกครับ ในระหว่างที่ท่านเรียกนั้น ถ้าท่านใช้รายงานของกรรมาธิการแล้วท่านเรียกตามลำดับของผู้สงวนความเห็น จบแล้วท่านใด ที่อยู่ในห้องประชุมท่านก็อภิปรายไป ท่านใดไม่อยู่ถือว่าท่านนั้นสละสิทธิเป็นไปตามข้อบังคับ การประชุม เสร็จแล้วถึงต่อด้วยผู้สงวนคำแปรญัตติท่านก็ไล่ชื่อตามที่กรรมาธิการได้รายงาน ถ้าอย่างนี้มันก็จะเป็นไปตามระเบียบแล้วก็จะไปเป็นตามระบบ ทุกคนจะรู้ตัวเอง ทุกคนถึงเวลานั้น จะไม่กล้าไปไหน การที่ท่านประธานได้ย้อนกลับไปอีกมันทำให้กระบวนการพิจารณานั้น ผมว่าเริ่มสับสน ต้องขอประทานโทษท่านประธานครับ ผมนั้นทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมมา ๔ ปีกว่าแล้ว เพราะฉะนั้นผมยึดกฎระเบียบ ยึดกติกา เพราะฉะนั้นที่ประชุมก็ไม่สามารถ ที่จะประท้วงหรือเรียกร้องหรือว่าจะใช้สิทธิอะไรได้ถ้าท่านเดินตามนี้ ท่านประธานที่เคารพ ผมนั้นขอแปรญัตติในมาตรา ๓ ใน (๑๗) โดยเหตุผลผมได้ขอแปรญัตติใน มาตรา ๔ ก็คือ กำหนดให้ สสร. มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ๒๐๐ คน แต่เมื่อกรรมาธิการไม่รับคำแปรญัตติของผม ยังคงยืนยันในจำนวน ๙๙ ท่าน มาจากเลือกตั้งจังหวัดละ ๑ ท่าน มาจากผู้ทรงคุณวุฒิ ๒๒ ท่าน เพราะฉะนั้นในคำแปรญัตติของผมนั้นใน (๑๗) ซึ่งผมขอตัดออก แต่ผมไปเพิ่มเติมอะไร ท่านทราบไหมครับ ถ้าท่านย้อนกลับไปดูในมาตรา ๒๙๑/๑๖ และ ๒๙๑/๑๑ ท่านจะเห็นว่า ผู้ยกร่างนั้นอาจจะตกหล่นเพราะเนื่องจากว่าวรรคหก ในกรณีที่รัฐสภาวินิจฉัยว่า ร่างรัฐธรรมนูญมีลักษณะตามวรรคห้าให้ร่างรัฐธรรมนูญเป็นอันตกไป เพราะในวรรคห้านั้น เขียนอย่างนี้ครับ ร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไข บทบัญญัติในหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์จะกระทำมิได้ แต่เนื่องจากว่าในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๖ มีทั้งหมด ๑๖ อนุมาตรา ไม่ได้พูดเรื่องนี้ไว้ เพราะฉะนั้นผมจึงได้แปรญัตติ เรื่องนี้ขอเปลี่ยนแปลงใน (๑๗) ของมาตรา ๓ โดยรัฐสภากำหนดให้การวินิจฉัย ร่างรัฐธรรมนูญมีลักษณะต้องตาม ๒๙๑/๑๑ วรรคห้า คือให้อำนาจของรัฐสภานั้นสามารถ ที่จะวินิจฉัย สามารถที่จะพิจารณาในมาตรา ๒๙๑/๑๑ นี่คือเหตุผลที่ผมได้ขอแปรญัตติเอาไว้ และคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของที่ประชุมแห่งนี้ และถ้าเป็นไปได้ท่านคิดว่า มาตรา ๓ ซึ่งความจริงแล้วผู้มีเกียรติได้อภิปรายหลายท่าน ผมก็นั่งพิจารณาอย่างถ่องแท้แล้ว จะมีหรือไม่มีก็ย่อมได้ เพราะเนื่องจากว่าในมาตรา ๑๓๖ (๑๖) นั้นครอบคลุมเรียบร้อยหมดแล้ว แต่ประเด็นที่ตกก็คือในยกร่างของท่านในมาตรา ๒๙๑/๑๑ ผมว่าตกในสาระสำคัญอย่างนี้ครับ นี่คือเหตุผลที่ผมขอแปรญัตติครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาต อ่านรายชื่อที่ขอสงวนคำแปรญัตติไว้เป็นกลุ่ม ถ้าใครมีความประสงค์ที่อยู่ในกลุ่ม ท่านสุพัชรี ธรรมเพชร เชิญครับ

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันได้สงวนคำแปรญัตติไว้ในมาตรา ๓ โดยที่กรรมาธิการเสียงข้างมากได้เพิ่มข้อความต่อไปนี้ใน (๑๗) และ (๑๘) ของมาตรา ๑๓๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยไว้ ซึ่งมาตรา ๑๓๖ ก็พูดในเรื่องของการประชุมร่วมกัน ของรัฐสภาซึ่งมีทั้งหมด ๑๖ ข้อ ทางกรรมาธิการได้เพิ่ม (๑๗) แล้วก็ (๑๘) ไว้ก็คือ (๑๗) การให้ความเห็นชอบสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) และ (๑๘) การให้ความเห็นชอบญัตติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามมาตรา ๒๙๑/๑๖ ดิฉันก็ได้ตัดทั้ง (๑๗) และ (๑๘) ทั้ง ๒ วงเล็บ โดยดิฉันให้เหตุผลว่า (๑๗) การให้ความเห็นชอบ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการคัดเลือกโดยที่ประชุมของรัฐสภาจำนวน ๒๒ คน โดยผู้เชี่ยวชาญสาขากฎหมายมหาชน ๖ คน ผู้เชี่ยวชาญสาขารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ จำนวน ๖ คน และที่สำคัญก็คือผู้ที่มีประสบการณ์ด้านการเมืองการบริหารราชการแผ่นดินเศรษฐกิจ ตามหลักเกณฑ์ที่ประธานรัฐสภาประกาศกำหนดจำนวน ๑๐ คน ย้ำนะคะ ตามหลักเกณฑ์ ที่ประธานรัฐสภาประกาศกำหนด ตรงนี้ดิฉันเห็นว่าประธานรัฐสภาก็มาจากพรรคการเมือง มาจากเสียงข้างมาก ย่อมที่จะทำตามมติของพรรคแล้วก็ที่สำคัญเราก็ดูตัวอย่างตอนนี้ ประธานรัฐสภาของเราก็พูดอยู่เสมอว่าผมเป็นกลางอยู่ตลอด แต่โดยพฤติกรรมที่ท่านได้ทำ แล้วก็พูดถึงพฤติกรรมที่ท่านได้พูดนะคะ ดิฉันก็ต้องบอกว่าวันนี้ท่านก็ไม่ได้เป็นกลางเสียอย่างใด แล้วถ้าเราจะมาตั้ง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสุพัชรีครับ กระผมไม่อยากทักท้วงนะครับ แต่อย่าพูดลอย ๆ อย่างนี้ กล่าวหาลอย ๆ แล้วไม่เป็นกลาง แล้วก็พูดย้ำแล้วย้ำอีกผมว่าไม่ควรครับ ด้วยความเคารพจริง ๆ นะครับ เชิญต่อเลยครับ

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาแทนราษฎร พัทลุง

อันนี้โดยความเห็น ของดิฉันนะคะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญต่อเลยครับ เป็นความเห็นและกล่าวหาให้คนอื่นเสียหายลอย ๆ ไม่ได้ครับ

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาแทนราษฎร พัทลุง

ในความเห็นของดิฉัน ดิฉันก็คิดว่าอย่างนี้นะคะว่า

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านต่อเถอะครับ

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ดิฉันคิดว่า อย่างนี้นะคะว่าวันนี้เราได้เจอกับประธานสภาเป็นแบบไหนนะคะ แล้วก็ถ้าเกิดว่า เอาประธานสภามาตั้ง สสร. ทั้ง ๒๒ คน แล้วมันจะเป็นกลางหรือเปล่าคะท่านประธาน ข้อ ๑๘ การให้ความเห็นชอบญัตติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามมาตรา ๒๙๑/๑๖ ดิฉันก็เห็นด้วยนะคะกับคุณรสนา ท่าน ส.ว. รสนา วันนี้ถ้ารัฐธรรมนูญตกไป คนที่ต้องรับผิดชอบ ก็คือรัฐบาล รัฐบาลก็ต้องลาออกไปไม่ใช่ต้องมาบอกว่าจะต้องใช้มติ ๑ ใน ๓ ของ ส.ส. ทั้งหมด หรือว่าใช้มติของ ส.ว. และ ส.ส. ไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของสมาชิกทั้งหมดเพื่อที่จะนำเสนอญัตติ ทำร่างรัฐธรรมนูญอันใหม่ อันนี้ดิฉันคิดว่าไม่เป็นธรรมเลยนะคะ แล้วก็บอกว่าพวกมากลากไป ดิฉันก็เห็นด้วยว่าถ้าตรงนี้เราทำเพื่อจะทำกฎหมายรัฐธรรมนูญนี้แล้วทุกท่านก็บอกว่า ทำเพื่อให้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือว่าทำเพื่อให้กับคนที่อยู่ต่างประเทศให้กลับมา ยังประเทศไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบ ดิฉันก็คิดว่ามาตรานี้เราก็ต้องตัดออก ดิฉันขออนุญาต ตัดทั้ง ๒ ข้อ ก็คือ (๑๗) และ (๑๘) ค่ะ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ กลุ่มที่แปรญัตติร่วมกันนะครับ ผมจะอ่านชื่อโดยรวมทั้งหมดนะครับ และท่านที่ประสงค์ จะได้อภิปรายก็จะได้ยกมือนะครับ มีท่านสาคร เกี่ยวข้อง กับท่านสมชาย โล่สถาพรพิพิธ ท่านวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ท่านสุรเดช จิรัฐิติเจริญ ท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ท่านวิชัย ล้ำสุทธิ ท่านสุกิจ ก้องธรนินทร์ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ท่านชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ท่านเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ท่านผุสดี ตามไท นะครับ เชิญท่านยุคลครับ

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จันทบุรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดจันทบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ ผมขอแปรญัตติในมาตรา ๓ ด้วยเหตุผล ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ฉบับนี้ก็เป็นเพราะว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ที่ไม่ใช่การขอแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๙๑ เหตุผล เพราะไม่ได้ระบุรายละเอียดในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๕๐ นะครับว่า ขอแก้ไขเพิ่มเติมมาตราใดและประเด็นไหนนะครับ ท่านประธานครับ ผมขอแก้ไข นำหลักการและเหตุผลของญัตติขอแก้ไขโดยต้องแสดงถึงความจำเป็นด้วย และตามวัตถุประสงค์ด้วยนะครับ และหลังจากนั้นการขอแก้ไขนี้จะต้องขัดแย้งที่บ่งชี้ว่า บทบัญญัติหรือบทมาตราใดที่เป็นอุปสรรคต่อการบังคับใช้ หรือบทมาตราใดที่ไม่ตอบสนอง ต่อความต้องการของพี่น้องประชาชนโดยรวมนะครับ หรือขัดแย้งต่อศีลธรรมอันดี ของประชาชน หรือขัดต่อเจตจำนงส่วนรวมของประชาชนที่ใช้รัฐธรรมนูญมาตรานั้น ๆ นะครับ ผมขอถามคณะกรรมาธิการนะครับว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เมื่อยังไม่ปรากฏเหตุผล หรือจำเป็นที่ขอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราใด ท่านมีเหตุผลอันใดที่จะร่างใหม่เกิดขึ้นมา หรือการร่างใหม่ทั้งฉบับมันขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ หรือผิดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๖ (๑๖) ว่าด้วยการประชุมร่วมของรัฐสภาใช่หรือไม่นะครับ นี่คือเป็นคำถาม การขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ หรือขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๖ (๑๖) ขัดหรือไม่นะครับ

ท่านประธานที่เคารพ ผมขอถามคณะกรรมาธิการว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ที่ท่านใช้ในปัจจุบันนี้มันผิดขั้นตอนไหน มาตราไหนบ้างนะครับ และรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เราได้ผ่านกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนใช่หรือไม่ครับ นี่คืออยากจะเรียนถาม ท่านคณะกรรมาธิการที่เคารพรักทุกท่านด้วยนะครับ สรุปได้ว่าคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ยังไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ หรือมาตรา ๑๓๖ (๑๖) หรือรัฐบาลมาดำเนินการ แก้ไขมาตรา ๒๙๑ เพื่อให้ได้อำนาจการแก้ไขทั้งฉบับหรือยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ถือได้ว่า เป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญซึ่งมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขใช่หรือไม่นะครับ ต้องถามคณะกรรมาธิการ และการกระทำผิดขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ ด้วยใช่หรือไม่ ตรงนี้ต้องตอบให้พี่น้องประชาชนที่รับฟังอยู่ทางบ้านได้รับทราบด้วย ผมจึงไม่เห็นด้วยกับ การร่างรัฐธรรมนูญหรือแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช ....ในมาตรา ๓ (๑๗) นี่คือ เป็นเหตุผลที่ต้องการถามคณะกรรมาธิการนะครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านผุสดี ตามไท ครับ ท่านแปรญัตติไว้ สงวนคำแปรญัตติไว้ใน (๑๘)

นางผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ใช่ค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

การให้ความเห็นชอบญัตติ ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามมาตรา ๒๙๑/๑๖

นางผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ ดิฉันได้สงวนคำแปรญัตติเอาไว้ ในมาตรา ๓ ดิฉันขอให้ตัดมาตรา ๓ ใน (๑๘) ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องของการที่รัฐสภาจะประชุมร่วมกัน ในกรณีดังต่อไปนี้ ซึ่ง (๑๘) นี้เป็นเรื่องของการให้ความเห็นชอบญัตติให้มีการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามมาตรา ๒๙๑/๑๖ ท่านประธานคะ ดิฉันต้องขออนุญาตอภิปรายพาดพิง ไปถึงมาตรา ๒๙๑/๑๖ เพราะดิฉันคิดว่ามาตราตรงนี้มันสะท้อนถึงความเป็นเผด็จการชัดเจน ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ท่านประธานคะ ด้วยวิธีการและอะไรทั้งหลายทั้งปวง เสียงข้างมาก ท่านน่าที่จะต้องร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้เป็นผลสำเร็จตามที่ท่านปรารถนาแต่ท่านก็ยัง พะวงว่าเอาเข้าจริงแล้วอาจจะเป็นไปได้ อาจจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้ว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญ ที่จัดทำขึ้นตามหมวดนี้ตกไป ตกไปอย่างไรค่ะ ตกไปในเรื่องสำคัญเสียด้วย ตกไปในกรณี ที่รัฐสภาวินิจฉัยว่าร่างรัฐธรรมนูญมีลักษณะที่จะต้องมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขบทบัญญัติในหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์จะกระทำมิได้ ดิฉันเสียใจจริง ๆ ถ้าท่านคิดว่าท่านไม่สามารถจะทำสำเร็จก็แปลว่าคงจะต้องมีความพยายามอย่างเหลือเกินเลย ใน สสร. ที่จะก่อให้เกิดของอย่างนี้ขึ้น ท่านถึงได้พยายามจะปิดช่องโหว่แล้วก็บอกว่า ถ้าเกิดมันตกไปด้วยเหตุอันนั้น ลุกขึ้นทำกันใหม่อีก ไม่เพียงเท่านั้นท่านประธานคะ มาตรา ๒๙๑/๑๖ ท่านยังเขียนต่อไปอีกว่าหรือการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญไม่แล้วเสร็จ เพราะเหตุสภาร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลงตามมาตรา ๒๙๑/๑๕ (๑) หรือ (๒) นั่นก็คือว่า ถ้าเผื่อสภาร่างรัฐธรรมนูญมีจำนวนสมาชิกเหลืออยู่ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง หรืออันที่ ๒ สภาร่างรัฐธรรมนูญ จัดทำร่างรัฐธรรมนูญไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลาตามมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคหนึ่ง ซึ่งก็คือตามกำหนดเวลาที่ท่านแก้ไขไว้เป็น ๒๔๐ วัน ท่านประธานคะ ถ้าแม้ว่าดำเนินการ แล้วไม่สำเร็จท่านยังคงเขียนไว้อีกว่าให้คณะรัฐมนตรี หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของจำนวน สมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้ง ๒ สภามีสิทธิที่เสนอญัตติต่อรัฐสภาเพื่อให้รัฐสภามีมติ ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามความในหมวดนี้อีกได้ อีกแล้วหรือคะ ทำแล้ว ไม่สำเร็จ ข่มขืนน้ำใจไม่สำเร็จ ขอโอกาสอีกครั้งหนึ่งหรือคะ ดิฉันคิดว่าดิฉันรับไม่ได้เลย ตกแล้ว ก็จบกัน ลุกขึ้นคิดกันขึ้นมาใหม่ ท่านมีโอกาสทุกอย่างทั้งเสียงข้างมากรวมถึงความกังวลของ ประชาชนที่เขาคิดว่า สสร. ที่จะเข้ามานั่งทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นมีโอกาสมาก ที่จะถูกครอบงำ ดิฉันคิดว่าท่านคงจะปฏิเสธข้อเท็จจริงไม่ได้เลยว่าผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ต่าง ๆ นั้น แน่นอนค่ะย่อมต้องการฐานเสียงทางการเมือง และวันนี้ท่านก็คิดว่าจะให้ สสร. ที่เลือกตั้งมานั้นมาจากจังหวัดละ ๑ คน โอกาสมากเหลือเกินที่ สสร. จะถูกชักนำไป แล้วที่เขานินทากันไว้ว่าเสียงข้างมากลากไปนั้นก็มีโอกาสเป็นจริง ท่านประธานคะ ดิฉันรับไม่ได้ ในมาตรา ๒๙๑/๑๖ ซึ่งบังเอิญมันโยงมาถึงในมาตรา ๓ (๑๘) นั่นก็หมายความว่าหน้าที่ ของรัฐสภาที่จะต้องลุกขึ้นมาประชุมร่วมกันนี้เพื่อจะให้ความเห็นชอบญัตตินี้ ดิฉันคิดว่า หยุดเถอะค่ะ หยุดข่มขืน หยุดความเป็นเผด็จการ มีโอกาสแล้วทั้ง ๆ เงื่อนไขทุกอย่าง เอื้ออำนวยแล้วถ้าท่านยังทำไม่สำเร็จท่านต้องหยุดค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกรัฐสภา ผมได้แปรญัตติในมาตรา ๓ ซึ่งมีเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่านที่แปรญัตติ ในข้อความเดียวกัน แต่จริง ๆ ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าการจัดทำรายงาน ที่นำเอาผู้แปรญัตติหลายท่านมารวมกันไม่ได้หมายความว่าจริง ๆ เราแปรญัตติเป็นกลุ่ม ผมเข้าใจว่ากรรมาธิการหยิบเอาการแปรญัตติที่มีข้อความเดียวกันมาไว้ เพราะว่าผมเห็นท่านประธาน จะเรียกบอกว่าที่แปรญัตติเอาไว้เป็นกลุ่มร่วมกันมันไม่ใช่นะครับ ต่างคนก็ต่างก็ได้มีการดำเนินการ แปรญัตติมา ผมต้องขอใช้เวลาในช่วงแรกนะครับ เพราะว่าผมแปรญัตติเอาไว้หลายมาตรา พูดถึงหลักคิดเบื้องต้นนิดหน่อยจะได้ไม่ต้องเสียเวลาในการที่พูดหลักคิดนี้ในทุกมาตรา กราบเรียนท่านประธานครับว่าในมาตรานี้ ประเด็นหลักที่กระผมได้เสนอให้มีการแปรญัตติ แล้วก็ได้ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการในวันที่เชิญผมไปชี้แจง คือต้องการที่จะให้เรายอมรับว่า เรื่องของรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ซึ่งเป็นกติกาที่ใช้ในการทำงาน ทางการเมืองกัน มันมีสถานะที่ค่อนข้างจะพิเศษกว่ากฎหมายอื่น ๆ แล้วก็ไม่ควรจะที่จะใช้ แนวปฏิบัติเกี่ยวกับกฎหมายทั่วไปมาใช้กับรัฐธรรมนูญ ทำไมผมกราบเรียนอย่างนั้นนะครับ ก็เพราะว่าในเรื่องของกฎหมายส่วนหนึ่งก็เป็นกติกาของสังคม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันก็เป็น เครื่องมือสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดินในปัจจุบันจะเป็นกฎหมายในลักษณะที่เป็นการไปห้าม เป็นการไปส่งเสริม เป็นการไปสนับสนุน ซึ่งพอกฎหมายเป็นเครื่องมือในการบริหารราชการแผ่นดิน ตรงนี้ก็จะผูกพันอยู่กับการมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรตามระบบรัฐสภา รัฐบาลที่มา จากการเลือกตั้งในแต่ละครั้ง ในแต่ละยุค ในแต่ละสมัยก็ย่อมมีสิทธิในการที่จะนำเอาสิ่งที่เป็น นโยบายที่เป็นคำมั่นสัญญากับพี่น้องประชาชนมาดำเนินการ ซึ่งก็ต้องมีการผลักดันกฎหมาย แต่รัฐธรรมนูญไม่ใช่เครื่องมือในลักษณะนั้นครับ รัฐธรรมนูญเป็นกติกาของสังคมที่เป็น กฎหมายสูงสุดที่จะต้องใช้และในประเทศประชาธิปไตยทั้งหลายก็นิยมจะใช้ในลักษณะที่เป็น ลักษณะถาวรมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พวกเราอยู่ในสภากันมาหลายท่านก็อยู่หลายสิบปี เรามักจะบ่นกันเสมอนะครับ ๑. เราบ่นล่ะในฐานะที่เราเป็นนักการเมืองในวิถีทาง ประชาธิปไตยว่าทำไมกติกาสูงสุดของสังคมรัฐธรรมนูญถึงได้ถูกยกเลิก ถูกฉีกกันได้ง่าย บางคนยังบอกว่าเป็นเรื่องแปลกว่าในสังคมของเรามีการปฏิวัติรัฐประหารทีนี่กฎหมายสูงสุดไป แต่กฎระเบียบระดับเล็กที่สุดอยู่ กฎกระทรวงก็อยู่ ระเบียบก็อยู่ กฎจราจรก็อยู่ แต่กติกาสูงสุด ของสังคมถูกเปลี่ยน แล้วเราก็มักจะพูดเสมอครับว่าเวลาที่เรามีการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญบ่อย มันก็เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการขาดเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศของสังคม ผมไม่ได้พูดถึงเสถียรภาพของรัฐบาลแต่ผมพูดถึงเสถียรภาพของระบบการเมือง ซึ่งมีความสำคัญมากกว่าเสถียรภาพของรัฐบาล เพราะในโลกประชาธิปไตยเขายอมรับได้ ว่ารัฐบาลมีการเปลี่ยนแปลงไปตามวิถีทาง แต่ว่าถ้าตัวกติกา ตัวระบบการเมือง มีความไม่แน่นอนอันนี้กระทบต่อภาพลักษณ์ อันนี้กระทบต่อความเชื่อมั่น ดังนั้นเมื่อเป็น เช่นนี้

ข้อแรก ก็คือว่ารัฐธรรมนูญจะต้องเป็นกติกาซึ่งมีลักษณะที่เป็นถาวรมากที่สุด เท่าที่จะทำได้ แม้กระทั่งการแก้ไขเพิ่มเติมปกติก็จะไม่เปิดโอกาสให้ทำได้ง่ายนัก

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่ากติกาสูงสุดของสังคมซึ่งเป็นกติกาในการทำงานทางการเมือง มันไม่ควรจะถูกเปลี่ยนโดยผู้เล่นฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้ง่าย มิฉะนั้นก็จะสามารถทำให้เกิด การเปลี่ยนแปลงกติกาเข้าหาคนที่มีอำนาจในยุคใดยุคหนึ่ง เพิ่มอำนาจของตนเอง เป็นกติกา ซึ่งสามารถที่จะไปตอกย้ำหรือเสริมอำนาจของตนเองจนกระทั่งสังคมเสียสมดุล

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรครับ ต้องขออภัย ด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ ที่จริงผมให้เกียรติท่าน นะครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าท่านประธาน ไม่ฟังเหตุผลตรงนี้ ท่านจะไม่ทราบเลยว่าทำไมผมถึงตัดวงเล็บ (๑๘) ออก

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านฟังผมก่อนครับ ผมให้เกียรติท่านอยู่แล้ว ตอนนี้เป็นวาระที่สอง ไม่อยากให้ท่านอภิปรายเหมือนวาระที่หนึ่ง ท่านมีการสงวนคำแปรญัตติไว้ ผมอยากให้ยังไม่จำเป็นต้องเข้าประเด็นนี้ก่อนก็ได้นะครับ แต่อยากให้ท่านช่วยกระชับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

โอเคครับ เพราะผมไม่อธิบาย ท่านยังไม่เข้าใจเลยครับว่าสิ่งที่ผมพูด

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ นิดหนึ่งครับ ท่านช่วยกระชับนิดหนึ่ง ผมจะอนุโลมให้นะครับ แต่อย่าให้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าท่านตอบ ผมได้เลยนะครับว่าสิ่งที่ผมพูดเกี่ยวกับ (๑๘) อย่างไร ผมจะหยุดพูดครับ ถ้าท่านตอบไม่ได้ ผมก็ต้องอธิบาย

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ ถ้าให้เหตุผลอย่างนี้ ทุกคนก็สามารถอภิปรายเหมือนวาระที่หนึ่งได้หมด

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ใช่ครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ ด้วยความเคารพ ไม่อยากโต้แย้งนะครับ ผมอนุโลมให้ท่าน แต่

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านไม่ต้องอนุโลม ให้ผมครับ ท่านทำตามข้อบังคับครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ถ้าทำตามข้อบังคับก็ต้องเข้า

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ผมนี่อภิปราย ตามข้อบังคับ ไม่ได้ออกนอกประเด็น ผมต้องอธิบายว่าทำไมผมตัด (๑๘) ไม่ให้อำนาจรัฐสภา ในการที่จะให้ความเห็นชอบญัตติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามมาตรา ๒๙๑/๑๖ ไม่ได้ออกนอกประเด็นเลยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ ท่านให้หลักคิด ผมอนุโลมให้นะครับ แล้วก็หลักคิดควรจะต้องกระชับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

หลักคิดนี้ ถ้าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ต้องกระชับสักนิดนะครับ ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นอภิปรายไปวาระที่หนึ่ง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ครับ ท่านครับ ถ้าอภิปรายวาระที่หนึ่ง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านครับ เชิญครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร 🔗

ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ผมกำลังกราบเรียนท่านประธานครับว่าการจะตัดสินใจให้รัฐสภามีอำนาจ ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดกับรัฐธรรมนูญ ประการแรกควรจะต้องคำนึงถึงความเป็นกติกาสูงสุด ของประเทศซึ่งบ่งบอกถึงตัวระบบ และหมายความว่าถ้ามีการเปลี่ยนแปลงบ่อยก็แปลว่า ตัวระบบขาดเสถียรภาพ ประการที่ ๒ ความที่เป็นกติกาทางการเมือง กติกาสูงสุดของสังคม นั่นหมายความว่าไม่พึงที่จะให้ผู้มีอำนาจในยุคใดยุคหนึ่งสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงกันได้ง่าย ๆ ตามใจชอบ เพราะจะทำให้ความสมดุลของสังคมนั้นเสียไป เมื่อเป็นเช่นนี้ท่านประธาน ก็ต้องมาดูครับว่า (๑๘) ของมาตรา ๓ ที่ปรากฏอยู่นี้มันเป็นเรื่องอะไร ที่จริงแล้ว เพื่อนสมาชิกหลายท่านอภิปรายไม่เห็นด้วยกับการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ เพราะว่ากันตามจริงแล้วทุกครั้งที่มีการจัดทำรัฐธรรมนูญกันใหม่ทั้งฉบับส่วนใหญ่ ก็มีการนำเอารัฐธรรมนูญฉบับเดิมมาเป็นต้นร่างปรับแก้ไขเพิ่มเติมกันอยู่แล้ว และรัฐธรรมนูญก็อนุญาตให้รัฐสภาหรือแม้กระทั่งปัจจุบันประชาชนสามารถเข้าชื่อ ในการแก้ไขเพิ่มเติมได้อยู่แล้ว เอาละ เมื่อเราบอกว่าต้องการที่จะยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อไม่ให้กติกาสูงสุดของสังคมเป็นผลผลิตตกค้างของการรัฐประหารก็จัดทำกันใหม่ ปี ๒๕๔๐ หรือปี ๒๕๓๙ ปี ๒๕๔๐ เราก็เคยทำกันมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับ ในกระบวนการการจัดทำใหม่แล้วท่านยกร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะเห็นว่ามีความสับสนมาก ระหว่างการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นเรื่องของกติกาถาวรหรือเป็นเรื่องเฉพาะกิจ ตกลง เราจะทำกระบวนนี้กันครั้งเดียวใช่ไหมครับ เพราะถ้ามันทำสำเร็จตัวรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันมันหายไปอยู่แล้ว แต่ประเด็นก็คือถ้ามันทำไม่สำเร็จมันมีเหตุผลมา รองรับอะไรครับ ที่บอกว่าถ้าทำไม่สำเร็จก็ทำอีก นี่ยังดีนะครับ เดิมตามร่างเดิม แม้กระทั่ง รัฐธรรมนูญซึ่งร่างขึ้นมาใหม่ไม่ผ่านประชามติแล้วตอนแรกก็ยังจะอนุญาตให้จัดทำกันใหม่ ก็ทราบว่าทางกรรมาธิการได้ไปปรับแก้มาตรา ๒๙๑/๑๖ ไปเพื่อไม่ให้เกิดกรณีนั้นขึ้น แต่ก็ยังคงกรณีที่การจัดทำรัฐธรรมนูญครั้งใหม่นี้ไม่สำเร็จอยู่อีกอย่างน้อย ๓ กรณี ๑. ก็คือระหว่างทางจะด้วยเหตุผลกลใดก็สุดแล้วแต่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ครบจำนวน ๒. ก็คือกรณีที่การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา ซึ่งปัจจุบันก็ยืดไปถึง ๒๔๐ วัน เอา ๒ กรณีนี้ก่อนนะครับ กราบเรียนท่านประธานว่าใน ๒ กรณีนี้ผมก็มองว่านั่นน่าจะหมายความว่ากระบวนการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มันมีปัญหาเสียแล้ว ไม่อย่างนั้นกรณี ๒ กรณีนี้คงไม่เกิดขึ้น ถามว่าเมื่อมีปัญหา จนกระทั่งถึงที่สุดนี้มันไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของกระบวนการนี้แล้วมันตกไปนี้ ทำไมต้องบอกว่า เปิดโอกาสให้รัฐสภาเสนอญัตติเห็นชอบกับญัตติที่จะจัดทำใหม่อีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ ท่านประธานจะเห็นแล้วนะครับที่ผมอภิปรายมาทั้งหมดที่ท่านประธานอาจจะไม่เข้าใจว่า มันเกี่ยวโยงอย่างไร มันเกี่ยวสิครับ ๑. มันทำให้เกิดความไม่แน่นอนอีกว่าตกลงรัฐธรรมนูญ ฉบับที่เราใช้อยู่ปัจจุบันมันจะมีความต่อเนื่องได้นานแค่ไหน ขนาดจัดทำกันใหม่จนเกิดปัญหา ทำไม่เสร็จตามเวลา สมาชิกไม่ครบก็ยังเปิดโอกาสให้สภามาทำใหม่อีก ซ้ำร้ายกว่านั้น กรณีที่ ๓ ไปจัดทำกันใหม่แล้วถึงขั้นที่รัฐสภาวินิจฉัยว่ารัฐธรรมนูญที่จัดทำใหม่เป็นผลให้มี การเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ ไม่ดำรงรักษาไว้ในวิถีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กระบวนการไปถึงขั้นนั้นแล้วจนสภาวินิจฉัยแล้วว่าตกไป ก็ยังอนุญาตให้รัฐสภามาลงมติเพื่อที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่อีกครั้งหนึ่ง เห็นไหมครับ ความไม่แน่นอน เสถียรภาพของตัวระบบการเมือง กติกาสูงสุดของสังคมได้รับผลกระทบ จากบทบัญญัติตรงนี้ ทีนี้ท่านประธานดูต่อไปนะครับมันมีแปลกไปกว่านั้นอีก ที่แปลกไปกว่านั้น อีกก็คือว่าในมาตรา ๒๙๑/๑๖ ซึ่งมาโยงกับ (๑๘) ยังบอกด้วยนะครับว่าเมื่อสภามีมติ อย่างหนึ่งอย่างใดไปแล้วจะเสนอญัตติอีกไม่ได้เว้นแต่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ ตกลงมันจะจบจะสิ้นเมื่อไรครับ หมายความว่าถ้ารัฐสภาผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปจัดทำกัน สะดุดกลางทางไม่ประสบความสำเร็จ สภาก็ยังหยิบยกอันนี้ขึ้นมาได้อีกหรือถ้าสมมุติ มีการเลือกตั้งก็ยกขึ้นมาได้อีก พอยกขึ้นมาเสร็จทำมีปัญหาเลือกตั้งใหม่ก็ยกขึ้นมาได้อีก อย่างนั้นใช่หรือไม่ครับ สิ่งที่กระผมยืนยันก็คือว่ามันไม่สอดคล้องกับหลักคิดว่ารัฐธรรมนูญนั้น เป็นกฎหมายสูงสุดไม่จำเป็นก็ไม่ต้องแก้ไข จะจัดทำกันใหม่ก็ไม่ใช่จัดทำกันบ่อยครั้ง มิฉะนั้น เขาก็จะมองครับว่าคือจริง ๆ เวลาเขาเก็บสถิติว่าประเทศไหนมีรัฐธรรมนูญมาแล้วกี่ฉบับ ยิ่งน้อยยิ่งดีนะครับ ที่เราชื่นชมกันเป็นแม่แบบประชาธิปไตยมีน้อยฉบับทั้งนั้น แล้วก็แก้ไขกัน ยากพอสมควรแต่ก็แก้ไขปรับเข้าได้กับสถานการณ์แต่ถ้าเขียนเอาไว้อย่างนี้อาจจะเกิด สถานการณ์ในอีกหลายปีข้างหน้าที่เขาก็มองว่าตกลงประเทศไทยจัดทำรัฐธรรมนูญกันไม่เสร็จ ไม่สิ้นเสียทีใช่หรือไม่ ความมุ่งหมายก็จะมีประการเดียวว่าฉบับนี้จะต้องอยู่บนความไม่แน่นอน ไปเรื่อย ๆ หรือเปล่า ถ้าแก้แล้วจัดทำใหม่แล้วก็ไม่สำเร็จ ขอให้มีการเลือกตั้งใหม่ก็หยิบขึ้นมาได้อีก ผมคิดว่านั่นไม่น่าจะเป็นเจตจำนงของการที่เราพูดถึงการปฏิรูปทางการเมือง นั่นไม่ใช่ เจตจำนงของการที่จะบอกว่าเรากำลังมาค้นหาฉันทามติของประชาชนในการที่จะกำหนด กติกาของสังคมกันใหม่บนพื้นฐานความคิดเพียงแค่ว่าทำอย่างไรก็ได้ที่จะให้ในที่สุดแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับที่เราใช้อยู่มันหมดสภาพไปเฉย ๆ ทั้งที่กระบวนการที่ไปนั้นมีความซ้ำซ้อน ซ้ำซาก อาจจะบ่งบอกถึงความแตกแยกในสังคม ผมกราบเรียนนะครับว่านอกเหนือจาก การเป็นกติกาซึ่งไม่พึงเปลี่ยนแปลงบ่อยแล้ว ผมย้ำครับ กติกาของสังคมที่เป็นกติกาสูงสุดนั้น สมควรหาฉันทามติจากประชาชนให้มากที่สุด กระบวนการใดที่บ่งบอกว่าสังคมมีความแตกแยก ไม่สามารถที่จะบรรลุข้อตกลงในเรื่องของการจัดทำกติกากันได้นี้มันไม่ควรจะเดินต่อ สิ่งเหล่านี้คือเหตุผลนะครับที่ผมกราบเรียนอยู่ในประเด็นทุกประการว่าทำไมจึงจำเป็น ต้องตัด (๑๘) ของมาตรา ๓ ซึ่งไปเชื่อมโยงกับมาตรา ๒๙๑/๑๖ ครับ ขอขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ผมไปที่ทาง ท่านอัญชลี มีชื่ออยู่ในนี้ใช่ไหมครับ หน้า ๑๓ ใช่ไหมครับ เชิญท่านอัญชลี วานิชเทพบุตร เชิญครับ

นางอัญชลี วานิชเทพบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ภูเก็ต 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อัญชลี วานิชเทพบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ ดิฉันได้ขอสงวนคำแปรญัตติไว้ ในมาตรา ๓ ซึ่งได้ทำการแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๓๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยไว้ นั่นก็คือการกำหนดหน้าที่ให้รัฐสภาได้ประชุมร่วมกันใน ๑๖ กรณี แล้วทางคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากก็ได้กำหนดไว้ใน (๑๗) และ (๑๘) (๑๗) ก็อย่างที่ทุก ๆ ท่านคงได้ทราบกันดีแล้ว ที่ได้มีการบัญญัติไว้ว่าการให้ความเห็นชอบสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) และ (๑๘) การให้ความเห็นชอบญัตติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามมาตรา ๒๙๑/๑๖ ซึ่งดิฉันเองนั้นได้ขอแปรญัตติใน (๑๘) ไว้ดังนี้ค่ะ คือการให้ความเห็นชอบญัตติให้มีการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งต้องไม่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐค่ะ ท่านประธานคะ เหตุผลที่ดิฉันได้ขอสงวนคำแปรญัตติที่แตกต่างจากความเห็นของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก มีอยู่ ๒-๓ ประการค่ะ

ประการแรก ก็คือการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถือว่าเป็นการจัดทำ รัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑๙ ก็ว่าได้ หากมีการแก้ไข หรือว่ายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้สำเร็จ แม้ว่าท่านจะเพียรพยายามว่าหากพลาดไปแล้วนั้นก็จะสามารถทำได้ใหม่ ตามมาตรา ๒๙๑/๑๖ อย่างที่มีเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปก็ตาม แต่ดิฉันต้องขอเรียนค่ะว่าโดยกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบัน คือปี ๒๕๕๐ มีผู้คนชอบกล่าวอ้างค่ะว่าเป็นผลไม้พิษ ซึ่งเกิดจากต้นไม้พิษ นั่นก็คือเกิดจากการปฏิวัติรัฐประหารเมื่อปี ๒๕๔๙ แต่ท่านประธานก็ต้องอย่าลืมค่ะว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ นั้น ถือได้ว่าเป็นกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับแรก เหมือนกันค่ะ ที่ได้ผ่านการทำประชามติของประชาชนเป็นฉบับเดียว และฉบับแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนั้นที่ได้มีการทำประชามติค่ะ ผู้ที่มีสิทธิออกเสียงลงประชามติ ในขณะนั้นมีอยู่ประมาณ ๔๕ ล้านคน มีผู้มาใช้สิทธิทั้งสิ้นประมาณ ๒๕ ล้านคน ผู้ที่เห็นชอบ ที่จะให้มีการใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ นั้น มีอยู่ถึง ๑๔.๗ ล้านคน คนที่ไม่เห็นชอบ มีอยู่ด้วยกันประมาณ ๑๐.๗ ล้านคน ในขณะที่กฎหมายรัฐธรรมนูญที่มาจากการปฏิวัติ รัฐประหารเท่าที่รวบรวมกันมาได้ เข้าใจว่ามีทั้งหมด รัฐธรรมนูญฉบับผลไม้พิษที่มักมีคน กล่าวอ้างว่าต้นเหตุมาจากการปฏิวัติรัฐประหารนั้น มีด้วยกันทั้งหมด ๕ ฉบับด้วยกัน

ครั้งแรก ก็คือเมื่อมีการปฏิวัติการเปลี่ยนแปลงการปกครองใน พ.ศ. ๒๔๗๕ มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๗๕

ครั้งที่ ๒ จากการรัฐประหารเมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๔๙๐ มีรัฐธรรมนูญ ฉบับถาวรแห่งราชอาณาจักรไทยอีกครั้งหนึ่งในปี ๒๔๙๒

ครั้งที่ ๓ ก็มีการรัฐประหารอีกครั้งหนึ่งในวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๒๐ ออกกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในปี ๒๕๒๑

ครั้งที่ ๔ เข้าใจว่าจะเป็นรุ่น ๆ พวกเราที่คงจะได้เห็นการรัฐประหารในครั้งนั้น ก็คือการรัฐประหารของ รสช. เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๔ ท่านประธานคะ มีการเลือกตั้ง แล้วก็มีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในปีพุทธศักราช ๒๕๓๔ และครั้งล่าสุดค่ะ ก็คือการรัฐประหารเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ แล้วก็เป็นที่มาของการทำรัฐธรรมนูญ ในปี ๒๕๕๐ ที่เราใช้กันอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ แต่วันนี้มีประชาชนทั่วประเทศยังคลางแคลงใจว่า รัฐธรรมนูญฉบับปีที่จะถึงนี่ค่ะ หมายความว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ฉบับที่ ๑๙ นั้นจะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับผลไม้พิษ จากเผด็จการรัฐสภาหรือไม่ นอกจากนั้นค่ะ คงมีคนพูดจากันอยู่ค่อนข้างมากว่ากฎหมาย รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำลังจะยกร่างนั้นเป็นไปอย่างเร่งรีบแล้วก็รวบรัดค่ะ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ จะมากล่าวอ้างกันเพียงรูปแบบของประชาธิปไตยมาเป็นเสื้อคลุมของประชาธิปไตย จากการเลือกตั้งเท่านั้นหรือเปล่า สิ่งที่ดิฉันอยากจะเรียนต่อคณะกรรมาธิการว่าเนื้อหาสาระ ในกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ต่างหากที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็น ประชาธิปไตยจริงหรือไม่ การใช้อำนาจสูงสุดของประเทศทั้ง ๓ อำนาจค่ะ ไม่ว่าจะเป็น อำนาจบริหาร อำนาจนิติบัญญัติ หรืออำนาจตุลาการ อย่างที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม ท่านวิทยา แก้วภราดัย ได้กล่าวแล้วค่ะว่า ๓ อำนาจสูงสุดตรงนี้ค่ะ เป็นการชี้ขาดเจตนารมณ์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญที่สำคัญที่สุดว่าจะเกิดเหตุการณ์ในอดีต ที่เกิดขึ้นหรือเปล่าว่าอำนาจบริหารนั้นสามารถก้าวก่ายไปถึงอำนาจนิติบัญญัติ และในที่สุด ก็แตะไปถึงอำนาจตุลาการได้ ตรงนี้เป็นสิ่งที่ประชาชนทั้งประเทศจับตาอยู่นะคะ เราจะถูกรวบรัด เราจะถูกแทรกแซงเหมือนในอดีตที่เกิดขึ้นหรือเปล่า องค์กรอิสระต่าง ๆ ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลต่าง ๆ จะถูกแทรกแซงอีกหรือไม่ แล้วข้อสำคัญที่สุดที่พวกเราเป็นห่วงเป็นใยกันมาก ก็คือกฎหมายรัฐธรรมนูญในหมวด ๑ และหมวด ๒ ค่ะ จะถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือซ่อนเงื่อน อะไรต่าง ๆ ไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ เมื่อเป็นเช่นนี้เพื่อความไม่ประมาท ดิฉันจึงจำเป็นว่าจะต้องมีการขอสงวนคำแปรญัตติในมาตรา ๓ นี้ไว้ค่ะว่าการให้ความเห็นชอบ ในญัตติในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามมาตรา ๒๙๑/๑๖ นั้น จะต้องไม่มีผล เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือมีการเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ นี่จึงเป็นข้อที่ดิฉันจะต้องแปรญัตติไว้เพื่อให้ที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ จะได้ตระหนักถึงภารกิจและหน้าที่ที่จะต้องทำต่อไปในอนาคตค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ยังเหลือใครครับ มีไหมครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระยอง

ท่านประธานครับ ผมขอใช้สิทธิครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญเลยครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดระยอง ในฐานะ ของสมาชิกรัฐสภา แล้วก็ในฐานะของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนะครับ ความจริงผมรักษาสิทธิ ในกรณีประเด็นมาตรา ๓

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสาธิตของท่านแปรญัตติไว้ อยู่หน้าไหนครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระยอง

ของผมมาตรา ๓ หน้าที่ ๙ ครับ ท่านประธานได้พูดไว้ในที่ประชุมที่จะให้ผมได้มีสิทธิอภิปราย

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระยอง

ผมในฐานะ ของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนะครับได้แปรญัตติเพิ่มในมาตรา ๓ ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะไม่มีการแก้ไขในหมวด ๑ แล้วก็หมวด ๒ ความจริงก็มีการถกเถียงกัน แล้วก็มีการอภิปรายพูดคุยกัน ในกรรมาธิการนะครับว่าประเด็นในหมวด ๑ หรือหมวด ๒ ควรที่จะเป็นแนวคิดที่ตกผลึก ร่วมกันของกรรมาธิการทุกฝ่ายว่าการร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะไม่มีการไปแตะต้อง หมวด ๑ และหมวด ๒ แต่ทั้งหมดก็ยังเกิดความไม่ไว้ใจของกรรมาธิการเสียงข้างมาก ที่จะพยายามไม่ยอมรับความคิดเห็นนี้นะครับ จนในที่ประชุมมีกรรมาธิการบางท่านยังไม่เห็นด้วย กับแนวคิดที่จะไม่แตะต้องหมวดที่ ๑ แล้วก็หมวดที่ ๒ จนสุดท้ายในที่ประชุมกรรมาธิการ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ ของท่านอยู่หน้า ๙ ที่เขียนบอกมาตรา ๒/๑ ตรงนั้นใช่ไหมครับ แต่มาอยู่ในมาตรา ๓ ใช่ไหมครับ ที่ท่านขอสงวนความเห็นไว้ในเรื่องรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะไม่มีการแก้ไขในหมวด ๑ และหมวด ๒ ตรงนี้ใช่หรือเปล่าครับใช่ไหมครับ ถูกต้องนะครับ

นายสาธิต ปิตะเตชะ กรรมาธิการ

ใช่ครับ ถูกต้องครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ทีนี้กรณีอย่างนี้นะครับ กรรมาธิการเสียงข้างมากเขาเห็นชอบด้วยแล้วไม่ใช่หรือครับ อยู่ในมาตรา ๒๙๑/๑๑

นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมาธิการ

ใช่ครับ แต่ผมไม่ไว้ใจอย่างไรครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ทีนี้กรรมาธิการเขาเห็นชอบ แล้วก็น่าจะจบแล้วนี่ครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมาธิการ

ไม่ใช่ครับ ท่านประธานครับ คือความจริง ตัวร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภาก็พูดไว้ชัดอยู่แล้วครับว่า

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ สงวนความเห็น หมายถึงกรรมาธิการไม่เห็นชอบด้วย เรากรรมาธิการเสียงข้างน้อยเลยสงวนความเห็น แต่ทีนี้ กรรมาธิการเขาเห็นชอบด้วยแล้วก็ถือว่าไม่มีความจำเป็นต้องสงวนแล้วนี่ครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมาธิการ

ผมเข้าใจครับ แต่มันแตกต่างกันครับ แตกต่างที่การเขียนไว้ที่ตรง ที่กรรมาธิการเสียงข้างมากเขียนไว้มันไม่ได้เป็นคำการันตีว่า จะไม่ไปแตะต้อง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เท่าที่ผมดู มาตรา ๒๙๑/๑๑ เขาก็เขียนไว้ชัดเจนตามที่ท่านได้แปรญัตติเอาไว้นะครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมาธิการ

ผมเข้าใจครับท่านประธานครับ แต่ว่ามันแตกต่างกันครับ เพราะผมต้องการเขียนไว้ในหลักการในมาตรา ๓ อยู่ในหมวด ๑ ด้วยครับ ท่านประธานฟังผมสักนิดหนึ่งครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสักเล็กน้อยนะครับ เชิญเลยครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมาธิการ

คือความจริงกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ พยายามพูดนะครับว่า การเขียนอย่างที่ท่านประธานพูดถึง ก็เป็นสิ่งที่การันตีแล้วว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐจะเสนอมิได้ อันนี้ก็เป็น แบบฟอร์มทั่วไปอยู่แล้วครับท่านประธานครับ เพียงแต่ว่าผมในฐานะของกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ไม่ไว้ใจ ก็เลยขอแปรญัตติมาไว้ที่มาตรา ๓ สิ่งที่ยืนยันชัดเจนนะครับก็มีกรรมาธิการบางท่าน ที่อยู่ในที่ประชุมก็ยังมีแนวคิดไม่เห็นด้วยกับเสียงส่วนใหญ่ในเรื่องนี้ จึงมีการที่จะเขียน แล้วก็มีความเห็นที่จะไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนท่านประธานว่าบนข้อไม่ไว้ใจของผม มันไม่ได้หมายความว่าคิดเองนะครับ แล้วก็เป็นความรู้สึกฝันไปเอง แต่ว่ามันมีการดำเนินการ การให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ในหลายรูปแบบ ในเรื่องหมวดพระมหากษัตริย์ หมวดที่ ๑ และหมวดที่ ๒ ประเด็นนี้นะครับ ผมก็เลยไม่ไว้ใจแล้วก็พยายามที่จะเขียนไว้ให้มันมีความแตกต่างในมาตรา ๓ ที่ขอแปรญัตติไว้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

มีท่านใดอภิปรายอีกเชิญ ครับ

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน 🔗

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา แล้วก็ผู้สงวนคำแปรญัตติสำหรับข้อความในร่างมาตรา ๓ นะครับท่านประธาน ก่อนอื่นผมต้อง ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ผมได้ยื่นคำแปรญัตติสำหรับร่างแก้ไข รัฐธรรมนูญไว้ทั้งหมด ๑๓ ประเด็น สำหรับมาตรา ๓ นั้นเป็น ๑ ใน ๑๓ ประเด็นที่ ผมได้ยื่นขอแก้ไขไว้ แล้วก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าผมได้ยื่นไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ซึ่งก่อนครบกำหนด ๔ วัน แต่ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานได้กรุณาดูรายงาน ของทางกรรมาธิการซึ่งจะปรากฏรายชื่อผมแล้วก็มีท่านสมาชิกวุฒิสภาท่านอื่น ๆ ที่ได้ยื่น คำแปรญัตติไว้นั้นจะปรากฏอยู่ในรายงานหน้า ๑๒ ในรายงานของกรรมาธิการหน้า ๑๒ นั้น ระบุว่าประเด็นที่ผมขอแปรญัตติไว้ผมได้ขอแก้ไข (๑๗) แก้ไขเพิ่มเติม (๑๗) แล้วก็ขอตัด (๑๘) ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่ ผมได้ขอแปรญัตติโดยตัด (๑๗) ตัด (๑๘) แล้วก็ ขอเพิ่มเติมวงเล็บใหม่เป็น (๑๙) นี่คือประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่ารายงานของกรรมาธิการที่เสนอนี้ มีประเด็นปัญหาเรื่องของความถูกต้อง ผมจึงได้กราบเรียนไปเมื่อช่วงเช้าว่าเรื่องนี้ ผมเห็นคล้อยตามกับสมาชิกจากพรรคประชาธิปัตย์ที่ว่ารายงานของกรรมาธิการฉบับนี้ เป็นฉบับที่มีปัญหาเรื่องความถูกต้อง ซึ่งทางกรรมาธิการควรที่จะต้องแสดงสปิริต ในการตรวจสอบรายงานฉบับนี้เสียใหม่ เอาละครับ แต่เมื่อที่ประชุมแห่งนี้ยังยืนยันที่จะ พิจารณาเรื่องนี้ต่อไป ผมก็ขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าสิ่งที่ผมขอแปรญัตติ โดยตัด (๑๗) และ (๑๘) ในมาตรา ๓ ซึ่งเป็นบทบัญญัติของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๖ ซึ่งผมขอกราบเรียนท่านประธานครับว่ามาตรา ๑๓๖ นั้น คือบทบัญญัติของ มาตราที่ว่าด้วยเรื่องของกิจกรรมที่จะต้องทำร่วมกันในที่ประชุมรัฐสภา ซึ่งบทบัญญัติเดิมนั้น จะมีอยู่ ๑๖ กรณี ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ได้ขอเพิ่มเติมอีก ๒ กรณีคือ (๑๗) การให้ความเห็นชอบ ของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) กับกรณีตาม (๑๘) คือการให้ความเห็นชอบ ญัตติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามมาตรา ๒๙๑/๑๖ ซึ่งทั้ง ๒ กรณีนี้ มันจะเชื่อมโยงกับแนวทางในการที่จะจัดให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานเป็นเบื้องต้นว่าผมเองไม่เห็นด้วยกับการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในลักษณะนี้มาตั้งแต่วาระที่หนึ่งก็ด้วยเหตุผลที่ว่าการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญในลักษณะนี้ เป็นการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การยกเลิกรัฐธรรมนูญ ซึ่งถ้าพวกเราสังเกต หรืออ่านรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๓๖ โดยละเอียดแล้วเราจะพบครับว่าเหตุผลในมาตรา ๑๓๖ ของรัฐธรรมนูญเดิมนั้นไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการตั้ง สสร. ไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับ การให้ความเห็นชอบสำหรับญัตติในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อยู่ในมาตรา ๑๓๖ ก็ด้วยเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่เขาไม่ต้องการให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่เปิดโอกาสที่จะให้แก้ไขรัฐธรรมนูญได้ถ้าเราเห็นว่าบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตราใด มาตราหนึ่งนั้น สมควรที่จะได้รับการแก้ไขก็ใช้ช่องทางผ่านมาตรา ๒๙๑ และหลักการ ของรัฐธรรมนูญทุกฉบับที่เรามีมาแล้ว ๑๗ ฉบับก็ใช้หลักการนี้ทั้งหมดท่านประธาน ก็คือหลักของการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ แต่ไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับไหนเลยที่จะมีบทบัญญัติให้ สามารถไปยกเลิกรัฐธรรมนูญในตัวเองได้ นั่นคือหลักการสำคัญของการตรารัฐธรรมนูญทุกฉบับ ที่เราใช้หลักการนี้มาโดยตลอด ด้วยเหตุผลนี้ผมจึงเห็นว่าการที่เราได้พยายามที่จะมีการแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อนำไปสู่การยกเลิกและนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมจึงไม่เห็นด้วย เมื่อไม่เห็นด้วย ผมจึงไม่เห็นด้วยแม้กระทั่งการที่จะต้องมีการจัดตั้ง สสร. ไม่ว่าประเภท ๑ หรือประเภท ๒ ตามที่เรามาเพิ่มเติมให้รัฐสภาเป็นผู้ให้ความเห็นชอบ ในมาตรา ๑๓๖ (๑๗) เพราะฉะนั้นผมก็ไม่เห็นด้วยกับการที่จะให้รัฐสภาเป็นผู้ให้ความเห็นชอบต่อญัตติในการ จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามที่มีการเพิ่มเติมในมาตรา ๑๓๖ (๑๙) อย่างไรก็ตาม ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่าเมื่อเรามีความพยายามที่จะมีการแก้ไข รัฐธรรมนูญ และเมื่อสภาแห่งนี้ได้เห็นชอบโดยเสียงข้างมากที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่ประเด็นที่ผมได้กราบเรียน ก็คือประเด็นเรื่องของการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมจึงจำเป็นที่จะต้องยอมรับเสียงข้างมากตามกฎเกณฑ์ของการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย แต่ผมก็เห็นต่อไปครับว่าเมื่อเราจะมีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเราให้น้ำหนักในเรื่องของความเป็นประชาธิปไตยเราให้น้ำหนักกับเรื่องของการ ที่ไม่ต้องการให้มีการคงเหลืออยู่ซึ่งผลผลิตของการรัฐประหาร ผมจึงเห็นว่าถ้าเป็นเช่นนั้นควรที่จะได้คนกลางจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนทั้งหมด มาทำหน้าที่ในการยกร่างรัฐธรรมนูญ หรือที่เรียกว่า สสร. ผมจึงเห็นว่าไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องแบ่งประเภท สสร. ออกเป็น ๒ ประเภท ด้วยเหตุผลที่ผมกราบเรียนผมจึงได้แปรญัตติ ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือสมาชิก สสร. นั้นมีจำนวน ๒๐๐ คน แล้วมาจากการเลือกตั้ง จากประชาชนโดยตรงทั้งหมด เมื่อเป็นเช่นนี้จึงไม่มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. ๒ ประเภท ตามร่างเดิมของ ครม. แล้วก็เมื่อเป็นเช่นนี้อีกเช่นเดียวกันครับ จึงไม่จำเป็นที่จะต้องมี (๑๗) ของมาตรา ๑๓๖ ด้วยเหตุผลนี้ผมจึงได้เสนอแปรญัตติขอตัด (๑๗) ออก นี่คือเหตุผลประการที่ ๒ ที่ผมได้แปรญัตติตัด (๑๗) ออก

สำหรับเหตุผลประการที่ ๒ ที่ผมได้ตัด (๑๘) ของมาตรา ๑๓๖ ออกนั้น ด้วยผมเห็นว่าเมื่อรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เมื่อภาวะการเมือง เปลี่ยนแปลงไป เมื่อเสียงส่วนใหญ่ในสภาเห็นว่าจำเป็นที่จะต้องมีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเพื่อเป็นการยอมรับกฎกติกาในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เมื่อเสียงส่วนใหญ่ เห็นควรให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็ควรเป็นวาระแห่งชาติร่วมกัน ควรเป็นครั้งเดียว ครับท่านประธาน วาระแห่งชาติไม่ควรที่จะมีบ่อยครั้ง เพื่อให้การเมืองการปกครองนั้น มีความมั่นคงและเดินหน้าต่อไปภายใต้กฎเกณฑ์ซึ่งเป็นข้อยุติ ผมจึงเห็นว่าหากรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ที่มีการจัดทำขึ้นโดย สสร. ไม่ผ่านประชามติก็ดี หรือไม่อาจจัดทำได้แล้วเสร็จภายใน เวลาที่กำหนดก็ดี หรือมีเหตุอื่นใดที่จะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตกไป ควรที่จะยุติแค่นั้น แล้วประเทศชาติควรเดินหน้าต่อไป ด้วยความสมัครสมานสามัคคีของผู้คนในประเทศ ผมจึงเห็นว่าไม่มีความจำเป็นใด ๆ เลยที่จะต้องเปิดโอกาสให้คณะรัฐมนตรี หรือ ส.ส. หรือ ส.ว. ๑ ใน ๓ เข้าชื่อเสนอญัตติเพื่อขอยกร่างรัฐธรรมนูญอีกเมื่อไรก็ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ ผมจึงเห็นว่ารัฐสภาไม่ควรที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ผมคิดว่าไม่สมควรที่จะต้องมี ซ้ำซากอีก ด้วยเหตุผลนี้ผมจึงได้เสนอตัด (๑๘) ออก เป็นเหตุผลประการที่ ๒ ที่ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธาน อย่างไรก็ดีท่านประธานครับ เมื่อ สสร. ที่เราได้พยายามที่จะจัดตั้งขึ้น ถ้าที่ประชุมนี้เห็นด้วยว่าควรจะมาจากการเลือกตั้งทั้งหมดทั้ง ๒๐๐ คน ผมจึงเห็นว่า ถ้าเราได้ สสร. ที่เป็นกลางมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน โดยรัฐสภาไม่ว่าเสียงข้างมาก เสียงข้างน้อย ไม่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการที่จะไปแต่งตั้งคนของตัวเอง ไม่มีประเภทที่มา จากการแต่งตั้งของรัฐสภาแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็สมควรที่จะได้รับการสนับสนุน ในกรณีเช่นนี้ควรให้รัฐสภามีส่วนร่วมในการตรวจสอบว่ารัฐสภาจะเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบด้วย กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในฐานะที่รัฐสภาเป็นสถานที่ที่ประกอบไปด้วยผู้แทนของปวงชนชาวไทย ก่อนที่จะนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนั้นไปให้พี่น้องประชาชนทำประชามติ ผมเห็นควรว่า เราควรที่จะมีกฎเกณฑ์ในส่วนนี้เพิ่มเติม ซึ่งผมจะขออนุญาตท่านประธานอภิปราย แสดงเหตุผลในรายละเอียดเมื่อถึงมาตราที่ผมกราบเรียนให้ทราบ แต่เนื่องจากว่า มันเชื่อมโยงกับ (๑๙) ที่ผมได้ขอเพิ่มเติมไว้ ก็คือว่าร่างเดิมได้กำหนดไว้แต่เพียงว่า เมื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วเสร็จให้เสนอท่านประธานรัฐสภาเป็นคนตรวจสอบเรื่องของรูปแบบ ถ้าเห็นว่ารูปแบบถูกต้องส่ง กกต. ทำประชามติ ผมเห็นว่ากระบวนการเหล่านี้ตัดรัฐสภา ซึ่งเป็นผู้ให้ความเห็นชอบในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญ ประเด็นนี้เราก็พูดกันตอนสมัยที่เราพิจารณาวาระที่หนึ่งว่าถ้าอย่างนี้เหมือนกับรัฐสภาตีเช็คเปล่า ให้ไปหรือเปล่า ส.ส. ซีกรัฐบาลหลายคนก็ยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการตีเช็คเปล่า ถ้าเราเห็นพ้อง ต้องกันว่าไม่ใช่เป็นการตีเช็คเปล่าท่านก็ต้องแก้ไขให้มีกระบวนการหนึ่งเกิดขึ้น ก็คือกระบวนการของการที่ยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จเรียบแล้วกลับมาให้รัฐสภานี้เห็นชอบก่อน รัฐสภาในฐานะที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนควรที่จะได้ตรวจสอบร่างรัฐธรรมนูญ เสียก่อนเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ลงประชามติว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในอีกขั้นตอนหนึ่ง เพราะฉะนั้นกระบวนการนี้จะเกิดขึ้นได้มีความจำเป็นครับ ที่จะต้องไปเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ ของรัฐสภาที่มีอยู่เดิมในมาตรา ๑๓๖ นี่คือเหตุผลว่าทำไมผมจึงเพิ่มเติม (๑๙) ขึ้นมา คืออนุที่ว่าด้วยอำนาจของรัฐสภาในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามมาตรา ๒๙๑/๑๓ เพื่อให้กระบวนการนี้ได้ผ่านการตรวจสอบของรัฐสภาแล้วจบครับ ถ้ารัฐสภาไม่เห็นด้วย ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนั้นก็ตกไปแล้วไม่ต้องกลับมารื้อฟื้นกันอีกอย่างที่ผมได้กราบเรียน ให้ท่านประธานได้รับทราบไปแล้ว

ประการสุดท้ายครับ ท่านประธานครับ เรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ กระผมขอกราบเรียนท่านประธานครับว่า ไม่ว่าสิ่งที่ผมแปรญัตติซึ่งที่สุดต้องมีการลงมติ ที่ประชุมจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็สุดแล้วแต่ แต่ผมก็ถือว่ากระผมเองได้ทำหน้าที่ในฐานะ สมาชิกรัฐสภาคนหนึ่ง แล้วก็ได้ทำหน้าที่ในการอภิปรายรวมตลอดถึงได้แปรญัตติในมาตราอื่น ๆ ซึ่งจะได้ขออนุญาตอภิปรายต่อท่านประธานในโอกาสต่อไป แต่สิ่งหนึ่งซึ่งผมอยากจะกราบเรียน ให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้กรุณารับทราบว่าต่อประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งพวกเราได้กำลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้นั้น ผมมีข้อมูลที่อยากจะกราบเรียนเพื่อเตือนความจำ หรือเพื่อทบทวนความจำพวกเราร่วมกัน ๒ เรื่องครับท่านประธาน

เรื่องแรกก็คือท่านประธานและเพื่อนสมาชิกจากสภาผู้แทนราษฎรคงจำ รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ที่สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณากันอย่างหามรุ่งหามค่ำเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้ ผมกราบเรียน อย่างนี้ครับว่าผมเองก็ในฐานะที่เป็นสมาชิกรัฐสภาได้ติดตามเรื่องนี้ตลอดเวลาเนื่องจาก ตัวเองก็มีส่วนร่วมในการให้ความเห็นชอบต่อสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณาเรื่องนี้ ในระหว่างสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติได้ แต่เป็นที่น่าเสียดายครับว่าในระหว่างการประชุม ของสภาผู้แทนราษฎรนั้นมีการหยิบยกเรื่องนี้ไปบิดเบือน บอกว่ารายงานการศึกษาของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาตินั้น ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภามาก่อนแล้วทั้ง ส.ส. ส.ว. ให้ความเห็นชอบหมดแล้ว ก็ต้องกราบเรียนอีกครั้งครับว่าที่ประชุมร่วม ๒ สภาที่เห็นชอบไปนั้นก็คือเพียงแต่เห็นชอบ ให้ท่านคือสภาผู้แทนราษฎรเอาเรื่องนี้ไปศึกษาได้ในสมัยสามัญนิติบัญญัติ นั่นคือประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ดูในรายงานฉบับนี้ หน้า ๓๐ ครับท่านประธานคณะกรรมาธิการ เขาชี้ประเด็นออกมาว่ามีเรื่องอ่อนไหวที่อาจนำไปสู่การเผชิญหน้าของผู้คนในสังคม และนำไปสู่เหตุการณ์รุนแรงได้ในที่สุดมีอยู่ ๓ เรื่องครับ ที่ผมต้องเอาเรื่องนี้มาพูดอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบกับรายงานนี้ไปแล้ว เมื่อเห็นชอบไปว่าเรื่องนี้ท่านก็ต้อง เห็นชอบด้วย คือเรื่องที่คณะกรรมาธิการเขาตั้งข้อสังเกตว่ามี ๓ เรื่องที่จะนำไปสู่ความรุนแรง ของสังคมได้

เรื่องที่ ๑ คือประเด็นเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ ซึ่งเชื่อมโยงกับเรื่องของรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่ผมได้สงวนคำแปรญัตติไว้เช่นเดียวกันนะครับกับ

เรื่องที่ ๒ ที่พูดในรายงานนี้ก็คือ เรื่องประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นี่คือประเด็นที่ ๒ สำหรับรายงานปรองดองที่ผมอยากจะกราบเรียนให้ทราบว่าเขาพูดดักทางไว้ ล่วงหน้าแล้วว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจจะนำไปสู่การเกิดการเผชิญหน้าแล้วเหตุการณ์ ความรุนแรงในสังคมได้

สุดท้ายครับ มีอีก ๑ หน่วยงานที่เขาทำความเห็นเกี่ยวกับเรื่องการแก้ไข รัฐธรรมนูญมาเสนอก็คือ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งเขามีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๔๔ ท่านประธาน แล้วผมทราบว่าส่งเรื่องมาที่ท่านประธานแล้ว ได้ตั้งข้อสังเกต เกี่ยวกับความไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ ๓ ประเด็น ผมจะไม่รบกวนเวลา ท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมจะไม่ลงรายละเอียดว่า ๓ ประเด็นมีอะไรบ้าง ซึ่งผมเชื่อว่า ท่านประธานทราบดี เพียงแต่อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่าหน่วยงานแห่งนี้ เป็นองค์กรอิสระ มีหน้าที่ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ คือมาตรา ๒๔๔ ที่ได้รับมอบหมาย ให้เขาเป็นคนติดตาม ตรวจสอบ ศึกษา และประเมินผลการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ รวมทั้งถ้ามี ประเด็นปัญหาที่จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๔๔ เขียนให้หน่วยงานนี้เป็นคนทำ ความเห็นเสนอครับ ถ้าท่านประธานจะกรุณาปฏิบัติให้ถูกต้องตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับองค์กรอื่น ๆ ในการเคารพกฎกติกาของรัฐธรรมนูญ กรุณาฟังเสียง ของผู้ตรวจการแผ่นดินได้ก็จะเป็นการดีมาก และท่านประธานเองจะได้มีข้อมูลมา ประกอบการพิจารณาในเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ครับ ขออีกสักท่านดีไหม เชิญครับ

พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ผมเป็นผู้ที่สงวนคำแปรญัตติก่อนอื่นผมต้องขอกราบเรียนท่านประธานว่า เพื่อนสมาชิกได้ให้ข้อคิดเห็นกับท่านรองประธานรัฐสภา หรือประธานวุฒิสภาไปแล้วว่า มาตรฐานในการที่จะดำเนินการประชุมของท่านประธานและรองประธานนั้นควรจะ เหมือนกัน อย่างเช่น กระบวนการที่จะเรียกให้ผู้สงวนคำแปรญัตติหรือผู้สงวนความเห็นนั้น น่าจะเป็นมาตรฐานเดียวกัน ผมก็รอตามวาระ ตามข้อบังคับอยู่ก็ปรากฏว่าไม่ได้เรียก จนกระทั่งถึงสุดท้ายแล้วก็มีการข้ามกัน ก็ฝากท่านประธานช่วยพิจารณาด้วยนะครับว่า ในระหว่างที่ท่านประธานรัฐสภากับท่านรองประธานรัฐสภาดำเนินการประชุมน่าจะมี มาตรฐานเหมือนกันเพราะว่าเราใช้ข้อบังคับเดียวกัน ในส่วนที่ผมได้สงวนคำแปรญัตติไว้ คือมาตรา ๓ นั้น ต้องขออนุญาตท่านประธานว่าจะต้องโยงไปถึงมาตรา ๒๙๑/๑ แล้วก็มาตรา ๒๙๑/๑๖ และที่จะต้องโยงไปถึงมาตรา ๒๙๑/๑๓ ผมจะใช้เวลาสั้น ๆ ในส่วนของมาตรา ๒๙๑/๑ นั้น ผมได้เสนอคำแปรญัตติไว้ว่าให้มี สสร. ประเภทเดียว คล้าย ๆ กับ เพื่อนสมาชิก ผมมีเหตุผลอย่างนี้ครับ

ประเด็นแรก ก็คือเท่าที่ผ่านมา ถ้ามีนักวิชาการเข้ามาในการร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนใหญ่นักวิชาการจะต้องเป็นกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็จะเป็นผู้ที่จะนำความคิด จนทำให้สมาชิก สสร. ไม่สามารถที่จะเอาความเห็นของประชาชนเข้าไปได้ เพราะฉะนั้น กระบวนการตรงนี้คือผมอยากจะฝากท่านกรรมาธิการช่วยกรุณาพิจารณาด้วยว่าการที่จะเอา นักวิชาการเข้ามามีฐานะเท่ากับ สสร. นั้น จะมีผลในเรื่องของการดำเนินการหรือไม่ เพราะบทเรียนที่ผ่านมาในการยกร่างรัฐธรรมนูญแม้กระทั่งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๕๐ นั้น กรรมาธิการยกร่างที่เป็นนักวิชาการนั้นมีอิทธิพลต่อการกำหนดสาระ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้เห็นว่า สสร. นั้น น่าจะมีประเภทเดียว คือจากการเลือกตั้งโดยตรง ซึ่งในกรณีนี้เป็นการทดสอบแนวคิดอีกอันหนึ่งครับ ที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านเห็นว่าในอนาคตข้างหน้าสมาชิกรัฐสภาเราน่าจะมา จากการเลือกตั้งโดยตรง เมื่อเป็นเลือกตั้งโดยตรงเราอาจจะไม่มีนักวิชาการ หรือผู้เชี่ยวชาญ ในแต่ละสาขาที่มาดูในเรื่องของกฎหมาย เพราะฉะนั้นการใช้ สสร. ที่ไม่มีนักวิชาการนั้น อาจจะเป็นการทดสอบแนวคิดอันนี้ แล้วก็ดูกระบวนการนิติบัญญัติในอนาคตว่าถ้าเผื่อ เราไม่มีผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้มีประสบการณ์ในการทำงานออกกฎหมายแล้ว กฎหมายเราจะเป็น อย่างไร ซึ่งกระบวนการตรงนี้ก็น่าจะมีการทดลอง ด้วยเหตุผลนี้ผมจึงได้เสนอให้มีการตัด ข้อความใน (๑๗) ในส่วนที่ ๒ ก็คือเกี่ยวกับการเลือกตั้งออกนะครับ ในข้อความใน (๑๗) ตามเอกสารหน้า ๑๓ ผมได้เปลี่ยนเอามาตรา ๒๙๑/๑๓ ที่ผมขอแปรญัตติไป ก็คือว่าหลังจากที่ สสร. ได้มี การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้วให้ส่งเข้ามาที่รัฐสภาเพื่อให้ความเห็นชอบโดยไม่มี การแก้ไขนะครับ เรื่องนี้ก็จะคล้ายกับหลักการที่พรรคชาติไทยได้พัฒนาได้เสนอเข้ามาว่า ก่อนที่จะทำประชามตินั้นน่าจะให้สมาชิกรัฐสภาได้มีการตรวจสอบ แล้วก็มีการวิพากษ์ สาระของรัฐธรรมนูญที่ว่า สสร. นั้นอาจจะไม่มีความรู้ หรือไม่มีประสบการณ์เพียงพอ ในการที่จะบริหารราชการแผ่นดิน อาจจะมองอะไรในลักษณะที่เป็นไปในทางสุดโต่ง ด้านใดด้านหนึ่ง การที่เอากลับมาให้สมาชิกรัฐสภาได้วิพากษ์ แล้วก็จะเป็นประโยชน์ในการที่จะ ให้ความรู้ต่อประชาชนก่อนที่จะทำประชามติด้วย เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ผมคิดว่า ท่านกรรมาธิการช่วยกรุณาพิจารณาด้วยครับว่า การที่เราจะเอากลับมาซึ่งตอนนี้เดี๋ยวพอถึง มาตรา ๒๙๑/๑๓ ก็คงจะมีการอภิปรายชี้แจงรายละเอียดกันนะครับ แต่ประเด็นที่ผมคิดว่า กรรมาธิการน่าจะทบทวนเป็นอย่างยิ่ง ก็คือในเรื่องของที่เพื่อนสมาชิกหลายคนขอตัด (๑๘) ออก ผมก็มีเหตุผลคล้ายคลึงกับเพื่อนสมาชิก แต่ผมอยากจะเรียนว่าไม่มีประเทศไหนหรอกครับที่ เขาเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญบ่อย ๆ หลาย ๆ ท่านก็บอกว่าสิ่งที่เราจะเปลี่ยนรัฐธรรมนูญนั้น เราจะต้องมีเหตุผลในการเปลี่ยน เพราะว่ารัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่จะบ่งบอกถึงโครงสร้าง การบริหารราชการแผ่นดิน โครงสร้างการบริหารประเทศ โครงสร้างการปกครอง รวมทั้ง สิทธิมนุษยชน ซึ่งสิ่งต่าง ๆ พวกนี้คือกระบวนการที่เราต้องมองว่าอะไรจะเปลี่ยนไม่เปลี่ยน ในเมื่อสมาชิกรัฐสภามีความเห็นพ้องต้องกันว่าจะมี สสร. แล้ว ครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการยอมรับ แต่เราไม่น่าจะมีบ่อย ๆ สิ่งต่าง ๆ อันนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้พบกับอดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมของประเทศเยอรมัน เขาก็ถามว่าประเทศไทยจะเปลี่ยนรัฐธรรมนูญกันอีกหรือ เขาก็เล่าให้ฟังว่าที่ประเทศเยอรมันเองนั้นเขาจะไม่มีกฎหมายในการที่จะแก้ไข ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้เลย แล้วก็บังคับด้วยว่ามีอยู่ ๓ หมวดที่ไม่สามารถจะแก้ได้ คือโครงสร้างการบริหารเรื่องสิทธิมนุษยชน แล้วก็กระบวนการยุติธรรม เพราะฉะนั้น ๓ สิ่งนี้ ที่ผมอยากจะเรียนว่า อยากจะฝากกรรมาธิการว่าท่านน่าจะลองทบทวนในประเด็นการตัด (๑๘) ออก เพราะว่าหลายคนคิดว่าเราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญกันบ่อย ๆ เพื่อดำเนินการ เมื่อครั้งหนึ่งแล้วไม่สำเร็จ หรือมีปัญหาที่ประชาชนไม่ยอมรับ แล้วเราทำไม ไม่ยอมรับเสียงสวรรค์ที่เราต้องการ เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้กรรมาธิการช่วยกรุณา ทบทวนในเรื่องนี้ ท่านอาจจะไม่ยอมรับในเรื่องอื่น ผมก็คิดว่าเป็นความเห็นของท่าน แต่สิ่งที่เราน่าจะพบกันครึ่งทางได้ก็คือว่า เมื่อเราจะมีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว ถ้าประชาชนไม่ให้ความเห็นชอบแล้วเราไม่น่าที่จะฝืนทำ ด้วยใช้กระบวนการตามที่กำหนดไว้ ในร่างของท่านในมาตรา ๒๙๑/๑๖ ผมก็เลยอยากจะฝากเรียนว่าในเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญนะครับ เราไม่อยากจะให้มีสิ่งต่าง ๆ ที่เราจะต้องมองว่าเราเข้าสู่สากลด้วย ไม่ใช่ว่าเรานึกอยากจะทำอะไร ตามอำเภอใจแบบไทยแท้ ๆ ว่าถ้าทำไม่ได้แล้วก็ทำใหม่ก็ได้ อย่างนี้ไม่ใช่นะครับ สิ่งที่เรา จะต้องเข้าไปเป็นประชาคมอาเซียน เราจะต้อมีมาตรฐานในการที่จะใช้การบริหารจัดการ เพื่อนบ้านเราก็ได้มีการพัฒนาไปแล้ว เราน่าจะทดลองครั้งนี้เป็นครั้งแรก แล้วใช้เวลา ๒๔๐ วัน แบบที่ท่านเสนอร่างมาผมก็ไม่ขัดข้อง แต่สิ่งที่เราน่าจะตัดออกไป ก็คือ (๑๘) ผมขอความกรุณา ท่านกรรมาธิการช่วยพิจารณาด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านครับ

นายอนุรักษ์ นิยมเวช สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอนุรักษ์ นิยมเวช สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมได้มีการแปรญัตติในส่วนของมาตรา ๓ ในหลักการผมมีการขอแปรญัตติใน ๒ ประเด็น

ประเด็นที่ ๑ ในเรื่องของมาตรา ๑๓๖ ซึ่งจะมีประเด็นอื่นที่ต่อเนื่องกับ มาตรา ๑๓๖ ซึ่งในโอกาสต่อไปก็จะอภิปรายในส่วนที่เกี่ยวข้อง คราวนี้ในมาตรา ๑๓๖ ก็คือ เป็นเรื่องของตัวบทบัญญัติในเรื่องของการประชุมรัฐสภาที่ว่าปัจจุบันเดิมมีอยู่แค่ ๑๖ วงเล็บ ทางกรรมาธิการเพิ่มอีก ๒ วงเล็บขึ้นมา ก็คือเรื่องของวงเล็บที่กรรมาธิการก็คงร่างเดิม ก็คือเป็นเรื่องของการให้ความเห็นชอบสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญในประเภทของสรรหา กับอีกกรณีหนึ่งการให้ความเห็นชอบญัตติการให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามมาตรา ๒๙๑/๑๖ โดยส่วนของผมมี ๒ ประเด็นนะครับท่านประธาน ในหลักการแล้ว ในเรื่องของการได้มาซึ่ง สสร. โดยหลักการแล้วตามที่กรรมาธิการเห็นว่ามีวิธีการได้มา สสร. ๒ ประเภท ประเภทหนึ่งก็คือวิธีการเลือกตั้ง อีกประเภทหนึ่งก็คือวิธีการสรรหา

ประเด็นที่ ๑ ในตัวนี้ถ้าเปรียบเทียบกับตัว สสร. ที่ดำเนินการ สสร. ๑ ในปี ๒๕๔๐ ในหลักการแล้วผมคิดว่าในฉบับนี้ดีกว่าถ้าเราเทียบกับตัว สสร. ปี ๒๕๔๐ ซึ่ง สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อปี ๒๕๔๐ ตรงนั้นเป็นการเลือกกันเอง ๑๐ คน แล้วก็มาให้ เลือกที่สภาหรือว่าในแง่ของการสรรหาก็มาเลือกที่สภาทั้ง ๒ ประเภท ถ้าเป็นเปรียบเทียบกัน แล้วในเรื่องของการเลือกตั้งก็เป็นการที่จะให้ประชาชนเลือกตั้งโดยตรง แต่ผมติดใจ ตรงในส่วนของการสรรหา ก็คือถ้าเราต้องการตั้งโจทย์ว่าให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชนจริง ๆ แล้วก็เพื่อประชาชนแล้วโดยประชาชนจริง ๆ เพราะฉะนั้นเหตุใด ผมคิดว่าเจตนารมณ์ของคณะกรรมาธิการพยายามจะให้ตัวฉบับนี้ เป็นฉบับที่ดี มีความใกล้ชิด ให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ ได้มีการใช้สิทธิจริง ๆ เพราะฉะนั้น ในหลักการผมเห็นด้วยในส่วนที่มีการเลือกตั้งจากประชาชน แต่วิธีการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร ตรงส่วนนั้นผมก็แปรญัตติ ผมเห็นว่าในลักษณะของ ๑ จังหวัด ๑ คน อาจจะไม่เหมาะสม ซึ่งคิดว่าน่าจะสอดคล้องกับจำนวนประชาชนในพื้นที่เป็นตามสัดส่วน ซึ่งผมคิดว่าน่าจะอยู่ ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ คนต่อ ๑ สสร. ตรงนั้นในส่วนของมาตราที่เกี่ยวข้องจะอภิปราย เพราะฉะนั้นตรงนี้ในส่วนของการให้ความเห็นชอบสมาชิกสภาร่าง ตรงนี้ผมก็เลยขอคำชี้แจง จากรรมาธิการว่าในส่วนนี้ผมเห็นว่ามันไม่มีความจำเป็นแล้วไม่มีจุดเกาะเกี่ยวกับประชาชน ถ้าให้มีความเห็นชอบเลือกโดยรัฐสภา ถึงแม้รัฐสภาจะเป็นตัวแทนจากประชาชนอีกทอดหนึ่ง จากทางอ้อม ผมว่าถ้ามีวิธีที่เลือกได้ดีกว่าวิธีนี้ ก็คือว่าให้มีการเลือกจากประชาชนโดยตรง เลยก็จะลดความขัดแย้งแล้วก็เป็นกระบวนการที่ค่อนข้างจะโปร่งใส ผมคิดว่าต้องขอคำชี้แจง จากตัวกรรมาธิการในประเด็นนี้ในประเด็นที่๑

ในอีกประเด็นหนึ่งก็คือในส่วนของกระบวนการการให้ความเห็นชอบที่ผม เพิ่มเติมขึ้นมาก็คือการให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ผมเพิ่มเติมขึ้นมาก็คือมาตรา ๒๙๑/๑๓ คือถ้าเราดูกันแล้วในการตัวการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันจะแตกต่างจากตัวการแก้ไข ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ ก็คือว่าในรัฐธรรมนูญฉบับนี้พอมีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ ก็มีการกำหนด สสร. ตามนี้ก็คือ ๙๐ วัน หลังจากนั้นสสร. ก็ไปดำเนินการจัดทำ ร่างภายใน ๒๔๐ วัน ซึ่งมีการแก้ไขเพิ่มเติมเหมือนกับที่ผมแปรญัตติไว้ พอหลังจากนั้นแล้ว ร่างดังกล่าวที่มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไม่กลับมาสู่สภาแล้ว จะไปทำประชามติเลย ซึ่งต้องใช้เวลาในการทำประชามติอาจจะประมาณสัก ๙๐ วันอะไรทำนองนั้น ทีนี้ปัญหาก็คือว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มันจะไม่ได้รับความเห็นชอบโดยที่สภาจะได้มีการตรวจทาน มีอยู่ประเด็นเดียวก็คือว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นการต้องห้ามตามที่มีการแก้ไขหรือเปล่า ซึ่งทางท่านกรรมาธิการก็ให้ความกรุณาก็คือแก้ไข ๒ ประเด็น คือ ๑. จะต้องไม่มี การเปลี่ยนแปลงระบบการปกครอง ก็คือสอดคล้องกับตัวรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ว่าการแก้ไขนั้นต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แล้วก็มีการเพิ่มเติมอึกประเด็นหนึ่งก็คือว่าจะไม่มีการแก้ไขในส่วนเกี่ยวกับหมวด พระมหากษัตริย์ ซึ่งผมเห็นด้วย

อีกอันหนึ่งในส่วนเพิ่มเติม ก็คือว่าที่จริงมันมี ๒ หมวด ก็คือหมวด ๑ ทั่วไป หมวด ๒ พระมหากษัตริย์ ก็ยังมีประเด็นในส่วนที่หมวด ๑ ทั่วไปอยู่ ทีนี้ในประเด็นดังกล่าว นั่นคืออำนาจของตัวรัฐสภาที่จะเป็นคนชี้อย่างเดียว เพราะฉะนั้นในตัวเนื้อหาของตัว รัฐธรรมนูญจะพิจารณาแล้วชอบหรือไม่ชอบ วันนี้สภาไม่สามารถที่จะพิจารณาได้ ฉะนั้น ในตัวหลักการแล้วผมเลยเพิ่มขึ้นมาก็คือเป็นอีกหมวดหนึ่งที่ควรจะให้อำนาจของตัวรัฐสภาแห่งนี้ มีอำนาจในการให้ความเห็นชอบ เราไม่ได้ใช้อำนาจในการพิจารณา ก็คือให้ความเห็นชอบ ในแง่ของตัวร่างรัฐธรรมนูญที่ทำโดย สสร. หลังจาก สสร. เสร็จแล้วก็กลับมาที่สภา เพื่อให้ความเห็นชอบ ผมเลยเพิ่มเติมในส่วนของมาตรา ๑๓๖ เข้าไปในส่วนนี้ ในขณะเดียวกันหลังจากให้ความเห็นชอบแล้วผมคิดว่าควรจะต้องกลับไปสู่ประชามติอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากเหตุผลที่ว่าทำไมตรงหลักการนี้อาจจะแตกต่างจากตัว สสร. ปี ๒๕๔๐ ใน สสร. ปี ๒๕๔๐ หลังจากที่ สสร. ทำเสร็จแล้วกลับมาสู่สภาให้ความเห็นชอบเหมือนร่างของทาง พรรคชาติไทยพัฒนานะครับ ถ้าตรงนั้นสภาให้ความเห็นชอบแล้วก็ไม่ต้องทำประชามติ เพราะว่าในตัวรัฐธรรมนูญฉบับก่อนปี ๒๕๔๐ ไม่ได้ผ่านประชามติมานะครับ เพราะฉะนั้น โดยหลักการแล้วผมคิดว่าก็ยังจำเป็นนะครับว่าถึงแม้ในหลักการที่ทางท่านร่างนี้นะครับ ไปประชามติควรจะต้องให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบและกลับไปทำประชามติเนื่องจาก รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ผ่านการที่ประชาชนให้ความเห็นชอบโดยประชามติ ๑๔.๗ ล้านเสียง เพราะฉะนั้นโดยหลักการแล้วก็ต้องเกาะเกี่ยวท่าน ผมก็เห็นชอบด้วยนะครับที่ว่าอย่างไรก็ตาม ก็ต้องไปจบที่ตรงประชามติเป็นจุดเกาะเกี่ยวก็คือมี ๑๔.๗ ล้านเสียง เพราะฉะนั้นในการ ที่แก้ไขตัวรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็ต้องมีประชามติเป็นตัวสุดท้ายก่อนที่ตัวสภาจะพิจารณา ให้ความเห็นชอบ เพราะฉะนั้นโดยหลักการแล้วผมก็เลยมีความเห็นว่าตัวมาตรา ๑๓๖ นั้น ในเรื่องของการประชุมรัฐสภาควรจะต้องมีการปรับปรุงพิจารณาตรงนี้ให้สอดคล้องกับ พื้นฐานที่ทางตัวคณะรัฐมนตรีเสนอขึ้นมาว่าต้องการให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ การแก้ไขเป็นไป โดยประชาชนของประชาชนเพื่อประชาชนจริง ๆ กราบขอบคุณครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

คงไม่มีใครแล้วนะครับ ก็เชิญกรรมาธิการชี้แจงครับ ใครจะชี้แจงก่อน เชิญครับ

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดศรีสะเกษ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา และเป็นกรรมาธิการนะครับ ผมขออนุญาตเรียนต่อท่านประธานครับว่าในการทำงานของ คณะกรรมาธิการในครั้งนี้ได้ใช้ความระมัดระวังและรอบคอบตามสมควรครับ ท่านประธานครับ และเนื่องจากว่าเอกสารที่มีอยู่นี้มีจำนวนถึง ๓๕๐ หน้าและมีมากกว่า ๖๕๐ ชุดนะครับ อาจจะมีบางส่วนซึ่งอาจจะมีการพิมพ์ในลักษณะที่อาจจะคลาดเคลื่อนจากคำแปรญัตติของ ท่านกรรมาธิการแต่โดยสาระสำคัญจริง ๆ แล้วก็เป็นไปตามที่ท่านเพื่อนสมาชิกได้มีการแปรญัตติ เอาไว้ครับ ขออนุญาตให้ท่านประธานได้ดูถึงคำแปรญัตติของท่านสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ท่าน ส.ว. ผมขออนุญาตให้มีการโพสต์ (Post) ดูตรงหน้ากระดาษนี้นะครับ เพื่อที่จะได้เห็น ข้อความว่าข้อความดังกล่าวเป็นอย่างไรครับ คือผมขออนุญาตอ่านเลยแล้วกันนะครับ ท่านประธานครับ คือมาตรา ๓ ท่านแปรญัตติอย่างนี้ครับว่าให้เพิ่มข้อความต่อไปนี้ เป็น (๑๗) นะครับ ท่านได้ขีดฆ่าออก และ ก็ขีดออกเช่นเดียวกัน (๑๘) ก็ขีดฆ่าออกนะครับ และ (๑๙) ของมาตรา ๑๓๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หลังจากนั้น ใน (๑๗) กับ (๑๘) ท่านได้ขีดฆ่าออกทั้งหมดนะครับ หลังจากนั้นจึงมี (๑๙) การพิจารณา ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามมาตรา ๒๙๑/๑๓ คือในการแปรญัตติของท่านนี้นะครับ ท่านตัด (๑๗) และ (๑๘) ออก และใส่ (๑๙) เพิ่มไปเป็นการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามมาตรา ๒๙๑/๑๓ นะครับ ท่านประธานครับ เมื่อมาดูในคำแปรญัตติในหน้า ๑๒ การเขียนจึงคลาดเคลื่อนจากที่ท่านผู้แปรญัตติได้เขียนไว้นะครับ ในมาตรา ๓ ที่เจ้าหน้าที่ได้มี การพิมพ์ลงไปได้เขียนของท่านเป็นมาตรา ๓ (๑๗) คือในคำแปรญัตติของท่านเป็น (๑๙) นะครับ แต่ในหนังสือเป็น (๑๗) แต่เนื้อหาเหมือนกันทุกประการ คือการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ ตามมาตรา ๒๙๑/๑๓ ซึ่งข้อความตรงกันกับที่มีการทำแปรญัตติที่ได้ส่งให้กับทาง กรรมาธิการ แต่ต่างกันแค่ตัวเลขแค่นั้นเองครับ (๑๙) กับ (๑๗) ซึ่งโดยจริง ๆ แล้วก็เป็น ความปรารถนาดีของเจ้าหน้าที่ครับ เนื่องจากว่าท่านได้ตัด (๑๗) กับ (๑๘) ออก (๑๗) (๑๘) ไม่มีอยู่แล้ว ดังนั้นในร่างของท่านจึงมีเฉพาะ (๑๗) เท่านั้น แต่ว่าร่างที่แปรมาเป็น (๑๙) ความคลาดเคลื่อนเช่นนี้ครับ โดยจริง ๆ แล้วก็เป็นความคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยนะครับ แต่โดยสาระสำคัญก็ตรงกับที่ท่านได้มีการแปรญัตติมาโดยทุกประการครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภาสภา

เชิญอาจารย์พีรพันธุ์

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกรัฐสภา ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ พวกเราใช้เวลาในการ อภิปรายมาตรานี้มาตราเดียวร่วม ๖ ชั่วโมงกว่า ตลอด ๖ ชั่วโมงนะครับ พวกกระผมซึ่งเป็น กรรมาธิการเสียงข้างมากก็ได้รับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกรัฐสภาที่ได้ขอสงวนคำแปรญัตติไว้ รวมทั้งท่านที่เป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ไม่ปรากฏว่ามีสมาชิกจากเสียงข้างมากท่านใด ได้ลุกขึ้นมาให้เหตุผลให้การสนับสนุน ผมอาจจะไม่ทราบเหตุผลในการที่ท่านใดไม่ลุกขึ้นมา สนับสนุนเหตุผลของคณะกรรมาธิการ แต่ว่าก็ทำให้ผมนึกถึงจากการที่ผมไปอ่าน ในตำรากฎหมายรัฐธรรมนูญของอเมริกาที่เขาบอกว่าเสียงข้างมากต้องอดทน เสียงข้างน้อย ท่านต้องกล้าหาญที่จะพูด ที่จะนำเสนอสิ่งที่ตรงกันข้ามกับเสียงข้างมาก ด้วยความหวังว่า ในการเลือกตั้งคราวหน้าท่านจะกลับมาเป็นเสียงข้างมาก เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ๖ ชั่วโมงที่เรานั่งฟังกันอยู่นี่ถ้าถามว่าพวกผมที่เป็นเสียงข้างมากนี่ได้ฟังถ้อยคำอยู่หลายคำ รัฐธรรมนูญนี้ไม่ได้มีไว้ให้ฉีก แถมยังมาแอบฉีกโดยการแก้มาตรา ๒๙๑ อีก มีคำว่า หักดิบ มีคำว่า เหิมเกริม มีคำว่า เผด็จการ ทุนสามานย์ ข้างมากลากไป เร่งรีบ รวบรัด ฮิตเลอร์ ถ้าถามว่าพวกเราที่อยู่ในสภาแห่งนี้ วันนี้ที่เป็นเสียงข้างมาก ฟังคำเหล่านี้ท่านจะมีความรู้สึก อย่างไร ผมก็ตอบคำเดียวว่าไม่เป็นไรครับก็ต้องอดทน แต่ว่าก็หวังว่าเหตุผลที่สมาชิกเสียงข้างน้อย ท่านให้มานั้น ถ้าเป็นเหตุผลที่ดีผมก็เชื่อว่ารัฐสภาแห่งนี้ก็คงจะรับฟัง มีหลายท่านอภิปรายไป ถึงขนาดว่าการแก้ไขอย่างนี้ก็จะนำไปฉีกรัฐธรรมนูญ แถมท่านยังอ้างว่าเห็นไหมตามมาตรา ๖๘ บุคคลจะใช้สิทธิโดยเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ ด้วยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้มิได้ ในกรณีที่มีบุคคลใด กระทำการอย่างนี้นะครับ ก็สามารถไปยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยสั่งการได้ ท่านประธานครับ การที่พวกผมลุกขึ้นมาขอแก้รัฐธรรมนูญโดยอาศัยกลไกในรัฐธรรมนูญนี่ล่ะ เป็นการได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งไม่ได้เป็นไปตามวิถีทาง ที่รัฐธรรมนูญกำหนดหรือครับ ผมก็อยากจะถามท่านทั้งหลายว่ามาตรา ๖๘ นี่ ที่จริงรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ก็มีบัญญัติไว้เช่นเดียวกัน ทำนองเดียวกัน คล้ายกัน แล้วก็ในวันที่มี บุคคลที่มีอาวุธเอารถถัง เอาปืนใหญ่มายึดอำนาจไปจากพวกเรามีใครใช้มาตรานี้บ้าง ผมก็เห็นก็เห็นแต่ลุงนวม ไพรวัลย์ ละครับ ที่เอารถแท็กซี่ไปชนกับรถถัง ก็เห็นพี่น้องจำนวนมาก ที่มาชุมนุมกัน ผมจำได้ว่าข้อเรียกร้องของพวกเขาก็คือขอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วก็จบลง ด้วยการเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก เพราะเหตุนี้ละครับท่านประธานว่าทำไมวันนี้พรรคเพื่อไทย รัฐบาลแล้วก็สมาชิกที่เป็นเสียงข้างมากจึงขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่แก้เพียงมาตรา คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นสามารถที่จะมีการแก้ไขในบทบัญญัติบางมาตราได้ หรือควรจะมี การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ มันมีข้อศึกษาที่มีข้อมูลกันอยู่ชัดเจนว่า ปัญหาที่เป็นปัญหา หลักมาก ๆ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นี้ก็คือความชอบธรรม ที่มาของมัน พวกเราไปอ่านดู ตัวบทบางอัน หมวดว่าด้วยสิทธิเสรีภาพหลายคนชื่นชอบมากมีดีกว่าปี ๒๕๔๐ เสียอีก ผมก็ยอมรับว่าดีกว่าปี ๒๕๔๐ แต่ถามว่าแล้วผลจากการที่บัญญัติไว้ดีกว่าปี ๒๕๔๐ เวลานำไปสู่ภาคปฏิบัติทำไมถึงมีปัญหา ที่มันมีปัญหาก็เพราะว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มันมีปัญหาเรื่องความชอบธรรมเรื่องที่มา จึงมีการศึกษากันอยู่หลาย ๆ ระดับ ไม่ใช่พวกเราครับ เป็นนักวิชาการข้างนอกที่เขาศึกษา มาแล้วว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มันมีข้อเด่นก็คือว่าสร้างระบบรัฐสภา สร้างกลไกของสภา ที่มีความเข้มแข็ง ขณะเดียวกันก็ทำให้ฝ่ายบริหารนั้นอ่อนแอเป็นรัฐธรรมนูญที่ระบบรัฐสภา ขาดสมดุล เป็นรัฐธรรมนูญที่ทำให้ระบอบประชาธิปไตยขาดความสมบูรณ์และทำให้ องค์กรรัฐบาลที่ไม่เข้มแข็ง เพราะฉะนั้นวิธีแก้การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สามารถจะแก้ไขเรื่องนี้ ด้วยการแก้ไขเพียงบางมาตรา เพราะเวลาจะแก้สิ่งที่จะต้องแก้นั้นก็มีคนเสนอว่าจะต้อง สร้างสมดุลยภาพระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหารใหม่ สร้างดุลยภาพระหว่าง ความรับผิดชอบของรัฐบาลกับการตรวจสอบรัฐบาลซึ่งมันมีลักษณะสุดโต่งมาก การรักษา ความเป็นสายกลางในการควบคุมตรวจสอบรัฐบาล ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของการตรวจสอบ และถ่วงดุล การสร้างระบอบประชาธิปไตยในระบบการเลือกตั้ง การสร้างความสมดุลย์ ระหว่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับพรรคการเมือง การสร้างความสามารถในการใช้อำนาจ บริหารของรัฐบาล หลายเรื่องเหล่านี้มันอยู่ในโครงสร้างของรัฐธรรมนูญนี้ไม่ได้อยู่ เพียงในหมวดหนึ่งหมวดใด เพราะฉะนั้นจึงมีข้อเสนอว่าการจะแก้จึงจำเป็นต้องแก้ทั้งฉบับ พอจะแก้ทั้งฉบับทำอย่างไรครับ ก็ต้องไปดูว่าในรัฐธรรมนูญนี้มีมาตราไหนบ้างที่บอกให้มี การแก้ทั้งฉบับได้ หลายท่านได้อภิปรายว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๒๙๑ (๑๖) ผมก็บอกแล้วใน (๑๖) เขาเขียนไว้ชัดเจนว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ท่านบอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่อนุญาตให้มีการแก้ไขทั้งฉบับนั้นก็เป็นความเห็นที่ถูกต้อง ทีนี้ในเมื่อเรา ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับทำอย่างไรล่ะครับ ก็ต้องอาศัยมาตรา ๒๙๑ นี่ล่ะเป็นบันได เปิดทางเพื่อให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ หลายท่านบอกว่าไม่อยากจะใช้คำว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ขอแก้ไขเพิ่มเติมได้ไหมแต่เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ผมก็เลยพูดในการประชุมคณะกรรมาธิการว่าถ้าผมจะขอแก้เป็นว่าการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญทั้งฉบับล่ะ เพื่อนกรรมาธิการเสียงข้างมากบอกว่าไม่เอาจะทำฉบับใหม่นี่ละ คือมันมีความจำเป็นต้องจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ และมาตรา ๒๙๑ ไม่ได้เปิดช่องไว้ เมื่อไม่เปิดช่องไว้ก็ต้องอาศัยมาตรา ๒๙๑ แก้ให้เพิ่มเติม เพิ่มหมวด ๑๖ เข้าไปเรียกว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ได้เป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญเลย แต่เป็นการใช้เสรีภาพ ตามรัฐธรรมนูญที่ให้ไว้ ถ้าหากรัฐสภาเห็นชอบด้วยว่าให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ และคนที่จะมาทำต้องเป็นองค์กรพิเศษ ก็คือ สสร. ถ้าหากรัฐสภาเห็นชอบด้วย เมื่อรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมนี้มีผลใช้บังคับก็จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับได้ เหตุผลก็มีแค่นี้ครับ นี่คือเหตุผลว่าทำไมจึงต้องแก้มาตรา ๒๙๑ อาศัยมาตรา ๒๙๑ เปิดทางให้มี การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับได้ เมื่อดำเนินการไปอย่างนี้แล้วนะครับ สภาเองก็ได้รับ หลักการมา ถ้าท่านสมาชิกได้ไปดูเหตุผลของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลักการก็เขียนไว้ชัดเจน ว่าให้มีความเห็นชอบ

(นายชื่นชอบ คงอุดม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครได้ยืน และยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

นายชื่นชอบ คงอุดม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชื่นชอบ คงอุดม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอประท้วงท่านประธาน ในข้อ ๕ ท่าน ๒ มาตรฐาน ในกรณีของท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านก็บอกว่า นี่อยู่ในวาระที่สอง ตอนนี้ท่านกรรมาธิการพูดเสมือนประหนึ่งว่าตอนนี้เราอยู่ในวาระที่หนึ่ง ก็อยากจะให้ท่านประธานช่วยวินิจฉัยด้วยนะครับว่าที่ท่านได้วินิจฉัยไปนี่มันเป็นมาตรฐาน เดียวกันหรือเปล่าครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เป็นคนละกรณีนะครับ เพียงแต่ท่านอาจารย์พีรพันธุ์ตอบชี้แจงกับท่านสมาชิกที่ได้สงวนความเห็นแปรญัตติไว้ อย่างที่ท่านบอกตั้ง ๖ ชั่วโมงกว่า แต่อย่างไรก็แล้วแต่ท่านอาจารย์ครับ กระชับหน่อยครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ง่าย ๆ อย่างนี้ครับ มาตรา ๒๙๑ (๑๖) ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นบางมาตรา เป็นบางประเด็น ๆ ได้ ไม่มีการแก้ไข ทั้งฉบับ แต่พวกเรา พวกผมนี่เห็นว่าการแก้ไขเป็นบางมาตรานี่มันไม่ได้แก้ปัญหาของประเทศ ไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องความชอบธรรมของรัฐธรรมนูญ ต้องแก้ทั้งฉบับ เมื่อจะแก้ทั้งฉบับก็ต้องอาศัย มาตรา ๒๙๑ แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อเปิดช่องให้มีการแก้ไขทั้งฉบับได้ เหตุผลก็มีแค่นี้ เพราะฉะนั้นเมื่อมีการแก้ไขเพิ่มเติมทั้งฉบับขึ้นไปก็จำเป็นต้องไปเพิ่มตามหลักการที่ได้รับมา คือเพิ่ม (๑๗) การให้ความเห็นชอบสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๙๑ (๑) กับ (๒) ก็คือสมาชิกประเภทที่มาจากการเสนอของภาควิชาการ อันนี้ถ้าตัดตรงนี้ออกไปหลักการ บอกว่าให้มีสมาชิกสภานี่ ๒ ประเภท ตัดอันนี้ออกมันก็ขัดกับหลักการสิครับ เพราะในข้อบังคับ ก็เขียนเอาไว้ว่า ข้อ ๙๖ นะครับ การแปรญัตติเพิ่มเติมขึ้นใหม่ตัดทอนหรือแก้ไขเพิ่มเติม ต้องไม่ขัดกับหลักการแห่งร่างแก้ไขเพิ่มเติม เว้นแต่การแก้ไขเพิ่มเติมมาตราที่เกี่ยวข้องกับ หลักการนั้นครับ แต่ที่เรารับมา สสร. มี ๒ ประเภท ท่านตัดประเภทนี้ออกไปก็เหลือประเภทเดียว เพราะฉะนั้นมันก็ไม่ตรงกับสิ่งที่เรารับมา

ส่วนข้อ ๒ (๑๘) การให้ความเห็นชอบการบัญญัติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ตามมาตรา ๒๙๑ (๑๖) ก็คือถ้ามีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ไม่แล้วเสร็จ เพราะเหตุผล ตามที่เขียนเอาไว้แล้วในมาตรา ๑๖ นั้น สามารถที่จะมีการจัดทำใหม่ได้ จะทำได้หรือไม่ได้ ก็อยู่ที่รัฐสภาครับ ไม่ได้อยู่ที่ผู้เสนอ ถ้าหากรัฐสภาเห็นด้วยว่าควรจะทำใหม่ได้ก็ทำใหม่ได้ ทั้งหมด นี่คือเหตุผลที่ผมอยากจะเรียนสั้น ๆ กับท่านประธานว่า มาตรา ๒๙๑ ย้ำอีกทีว่า มาตรา ๒๙๑ ที่มีอยู่มันไม่เปิดช่องให้มีการแก้ทั้งฉบับ ต้องแก้ไขอย่างนี้จึงจะดำเนินการ แก้ไขได้นะครับ

สุดท้ายนิดเดียวครับ ท่านประธานครับ เนื่องจากหลายท่านได้อภิปรายว่า รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นี่ผ่านประชามติมานะ แล้วท่านก็อ้างตัวเลขของการลงประชามติ อย่างชัดเจนนะครับ ผมก็อยากจะเรียนท่านทั้งหลายที่อ้างว่า ปี ๒๕๕๐ นี่ผ่านประชามติมา ก่อนจะแก้ก็ควรจะถามประชามติด้วย ท่านคงลืมไปว่าตอนทำประชามตินะครับ เสียงเห็นด้วย ๑๔ ล้านคน ไม่เห็นด้วย ๑๐ กว่าล้านคน ต่างกันไม่มากนะครับ แต่ว่าท่านลืมที่จะพูดต่อไปว่า ในขณะที่ทำประชามตินั้น ๓๐ จังหวัดอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ มีการออกเสียงในขณะนั้น มีปัญหาเยอะมาก ไม่น่าจะมีการทำประชามติ มีอีกอันหนึ่งที่หลายคนไม่ได้พูดถึง ผมเพียงแต่ ต้องการอยากจะช่วยฟื้นความจำของท่านสมาชิกนะครับ ก็คือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๙ มาตรา ๓๒ ขออนุญาตอ่านสั้น ๆ นิดเดียวว่าในกรณีที่สภาร่างรัฐธรรมนูญจัดทำไม่แล้วเสร็จ หรือประชามติไม่ผ่านให้สภาร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลง แล้วให้คณะมนตรีแห่งความมั่นคงแห่งชาติ ประชุมร่วมกับคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่เคยประกาศใช้แล้ว ฉบับใดฉบับหนึ่งมาปรับปรุงแล้วประกาศใช้ ตรงนี้อย่างไรครับ ที่หลายคนลืมไปแล้วหรือว่า อันนี้ล่ะมันทำให้การลงประชามติมันผิดเพี้ยนกันไปหมด ผมก็จำได้หลายคนบอกว่ารับไปเถอะ รับไปเถอะ ถ้าไม่รับเดี๋ยวเจอมาตรานี้เข้าจะเจออะไรก็ไม่รู้ถ้าอย่างนั้นกูรับมึงไปก่อน แล้วก็แก้เอาคราวหน้า นี่คือเหตุผลว่าทำไมถึงจะต้องแก้ทั้งฉบับ อันนี้ละครับที่ที่มีส่วนสำคัญด้วย ขอบคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมขอมติเลยนะครับ ท่านวิเชียรมีอะไรครับ

นายวิเชียร ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม วิเชียร ขาวขำ พรรคเพื่อไทย ผมนั่งฟังทั้งวันวันนี้ ต้องกราบเรียนท่านประธานว่า อย่างนี้ครับ หลายท่านไปอภิปรายเหมือนวาระที่หนึ่ง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

มันจบแล้วครับท่าน

นายวิเชียร ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ก็ต้องเป็นวันพรุ่งนี้ อีกทีครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

จะขอมติแล้วครับ

นายวิเชียร ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ผมอยากเรียน ท่านประธานอย่างนี้ว่าการอภิปรายวาระที่สองท่านต้องอภิปรายที่เขาแก้ไขหรือไม่แก้ไขแล้ว ท่านจะแก้อย่างไร กรรมาธิการเห็นอย่างไร

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ทราบครับ ทราบครับ

นายวิเชียร ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่อย่างนั้นไม่จบ ท่านประธานก็ไม่คุมครับ มันไม่จบ แล้ววันนี้ทั้งวัน ๖ ชั่วโมงได้มาตราเดียว แล้วพรุ่งนี้ ก็ต้องเป็นอย่างนี้อีก ต้องเป็นวาระที่สองจริง ๆ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ขอมติเลยนะครับ เชิญท่านครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ คืออยากจะกราบเรียนว่าจริง ๆ ที่ท่านสมาชิกพูดไปเมื่อสักครู่นะครับ ผมก็สนับสนุนว่า มาพูดกันตามวาระที่สอง แต่ท่านประธานจะเห็นนะครับว่าผู้ตอบเมื่อสักครู่นี้ใช้เวลาว่า ทำไมถึงจะแก้ไขทั้งฉบับ แต่ที่มาตรานี้มันเกี่ยวกับว่าทำไมพอจะจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ มันตกไปแล้วจึงไปอนุญาตให้เอากลับเข้ามาอีก ทั้งที่ความเป็นจริงสภาในแต่ละยุค เขาก็สามารถที่จะเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมได้เหมือนกับที่เสนออยู่ในปัจจุบัน แต่เขาอาจจะเปลี่ยนวิธีการในเรื่องของ สสร. ทำไมไปผูกมัดไว้อย่างนั้น ตรงนี้กลับ ไม่มีคำตอบเลยครับ

(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญสมาชิกข้างนอก เข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ เชิญครับ ขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ ถ้าพร้อมใช้สิทธิได้เลยครับ แสดงตนได้เลยครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

เรียบร้อยนะครับ ส่งผลได้เลยครับ ๓๔๙ ท่านครับ ครบองค์ประชุมครับ

ผมขอมติเลยนะครับ มาตรา ๓ เห็นด้วยกับกรรมาธิการหรือไม่ครับ เห็นด้วย กดปุ่ม เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยกดปุ่ม ไม่เห็นด้วยครับ เชิญใช้สิทธิครับ เห็นด้วยกับกรรมาธิการ หรือไม่ครับ เชิญครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

เรียบร้อยปิดการลงคะแนนครับ ส่งผลได้เลยครับมติเห็นด้วย ๓๓๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๕๑ ท่าน ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบด้วย กับกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ

ก่อนที่จะไปที่มาตรา ๔ มีท่าน พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์ สงวนมาตรา ๓/๑ ไว้ ขอเชิญครับ

พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลอากาศเอก วีรวิทย์ คงศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมได้เสนอสงวนคำแปรญัตติมาตรา ๓/๑ ไว้ โดยสาระ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับขอนิดเดียวครับ อย่าเพิ่งไปไหนนะครับ คงจะได้ลงมติต่อ คงใช้เวลาไม่มากเพราะมีท่านเดียว

พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ 🔗

โดยสาระที่ผม สงวนคำแปรญัตติไว้จริง ๆ แล้วจะมีเพื่อนสมาชิกได้แปรญัตติไว้ในมาตรา ๔ แต่มีสาระเหมือนกัน โดยหลักการที่เสนอก็คือว่าอยากจะให้มีการทำประชามติก่อนที่จะมีการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งหลักการตรงนี้เป็นหลักการที่หลายประเทศใช้แล้วก็ อย่างเช่นในช่วงที่สาธารณรัฐฝรั่งเศส สาธารณรัฐที่ ๔ ได้ใช้ ก็คือว่ามีการตรวจสอบกันว่าประชาชนนั้นมีความต้องการอย่างไร และถ้าเผื่อทำได้กระบวนการนั้นถ้าหากประชาชนต้องการให้มีการยกร่างใหม่ทั้งฉบับนั้น น่าจะมีกระบวนการในการสอบถามประเด็นสำคัญซึ่งจะมีการขอแก้ไขด้วย สาเหตุที่น่าจะมี การพิจารณาทำในเรื่องของประชามติก่อนเพราะว่าการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับครั้งนี้เป็นการแก้ ที่แตกต่างกับการที่ทำเมื่อปี ๒๕๔๐ ที่ใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๑ เมื่อตอนครั้งที่แก้ไข ปี ๒๕๔๐ ที่เรายกร่างทั้งฉบับนั้นจะมีกรอบความคิดว่าแนวทางในการจะทำอย่างไรแต่ขณะนี้ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่มีอะไรเลย เพราะฉะนั้นการที่สมาชิกรัฐสภาจะมอบอำนาจหน้าที่ ที่เรามีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ เดิมนั้นไปให้กับกลุ่มคนที่เราจะแต่งตั้งขึ้นมาใหม่ ก็คือ สสร. ถึงแม้ว่าจะมาจากเลือกตั้งหรือจะมาจาก ๒ ส่วนก็ตาม แต่กระบวนการในการทำนั้น เหมือนกับว่าหลายคนบอกว่าเป็นเช็คเปล่าแต่ผมคิดว่ามันเหมือนกับการที่เราเซ็นสัญญาเปล่า หรือเปล่า สสร. สามารถจะกำหนดทุกสิ่งที่กำหนดได้ ผมยังไม่อยากจะมองว่า สสร. นั้น จะอยู่ใต้อิทธิพลหรืออำนาจของผู้ใด แต่กระบวนการตรงนั้นถ้ามีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ออกมา ในลักษณะที่แปลกหรือเป็นสิ่งที่เป็นรูปแบบใหม่ขึ้นมา กระบวนการตรงนี้ก็ไปจบกันที่การทำ ประชามติ เพราะฉะนั้นในสิ่งแรกนั้นผมคิดว่าเราคงไม่ต้องมองว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น เป็นเรื่องที่มีการประชามติและภายใต้เงื่อนไขใด ๆ แต่เมื่อเราจะคิดทำอะไรตอนนี้เป็นเรื่องของ งานใหญ่ที่เราจะมองเรื่องโครงสร้างของประเทศใหม่และเหตุผลที่รัฐบาลที่ให้มาก็คือ เรื่องของการที่เราจะมีการปฏิรูปการเมือง เรื่องของการปฏิรูปการเมืองนั้นเป็นเรื่องใหญ่นะครับ ตั้งแต่เรื่องของกระบวนการเข้าสู่อำนาจจนถึงกระบวนการใช้อำนาจ เราต้องยอมรับว่า รัฐธรรมนูญที่ออกมาและกระบวนการทางการเมืองทั้งหมดนั้นเรายังไม่ได้มีกระบวนการ ในการพูดถึงเรื่องของการใช้อำนาจรัฐที่ถูกต้อง ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนที่แท้จริง ในช่วง ๘๐ ปีที่ผ่านมาเราก็อยู่ในวังวนของกระบวนการเข้าสู่อำนาจความสัมพันธ์เชิงอำนาจ ระหว่างนักการเมือง ข้าราชการประจำและในส่วนต่าง ๆ แล้วส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องของที่เรา กำลังทำอยู่ ก็คือการใช้เสียงจำนวนข้างมากในสภาเป็นการตัดสินความถูกต้อง ชอบธรรม ซึ่งบางครั้งนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่ดีก็ได้ ในบางส่วนไม่ดีก็ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมคิดว่า เราน่าจะเริ่มเดินใหม่ ก็คือให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน เมื่อครั้งที่แล้วเรามีข้อคลางแคลงใจ เหมือนกับท่านกรรมาธิการท่านหนึ่งพูดว่าเรามีกระบวนการในการที่อาจจะมีอำนาจอิทธิพล ในการทำประชามติ ครั้งนี้ทำไมเราไม่ลองละครับ เราไม่ลองให้ประชาชนลองทดสอบดูสิว่า ประชาชนต้องการอะไรแน่ ๆ ต้องการจะให้เรายกร่างทั้งฉบับ หรือจะให้แก้ตามหลักการเดิม ซึ่งส่วนนี้เป็นสิ่งเราน่าคิด เราอย่าไปมองว่าประชาชนนั้นให้เขาฉันทานุมัติมา เพราะในตอนหาเสียงกัน ท่านไม่ได้บอกว่าท่านจะยกร่างทั้งฉบับนะครับ ผมเป็นประชาชนคนหนึ่งที่รับฟัง ท่านก็บอกว่า ท่านจะเข้ามาแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญกับการยกทั้งฉบับนั้นมันคนละเรื่อง ฟังดูก็เหมือนกับว่าเป็นเรื่องเดียวกันแต่จริง ๆ ไม่ใช่นะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าเราคิดว่า เราเชื่อใจประชาชน แล้วก็นับถือประชาชน แล้วถือว่าอำนาจอธิปไตยตามระบอบประชาธิปไตย เป็นของประชาชน ทำไมเราไม่ทำประชามติในช่วงแรก แล้วถ้ามีการประชามตินั้น ผมคิดว่า ประเด็นที่เรายังตกลงกันไม่ได้ในบางเรื่อง เช่น ส.ส. จะสังกัดพรรคการเมืองใดหรือไม่ หรือจะไม่ต้อง อย่างที่เรากำลังกังวลอยู่นี้ ผมเชื่อว่ายังเป็นปัญหาที่เราหาข้อยุติไม่ได้ ลองถามประชาชนสิครับ ในกระบวนการที่เขาทำประชามติสมัยใหม่นั้น เขามีกระบวนการ ในการที่จะถามได้แม้กระทั่งเชิงประเด็น ซึ่งประเด็นนั้นจะไม่มากครับ ประมาณ ๔-๕ ประเด็น ที่เราคิดว่าเราน่าจะถามประชาชนว่าเขาต้องการอะไรในสิ่งเหล่านี้นะครับ เพราะฉะนั้น ผมเลยเสนอเป็นหลักการขึ้นมาว่าโดยเพิ่มเป็น มาตรา ๓/๑ แต่อย่างไรก็ตามจะมีเพื่อนสมาชิก ถ้าเราอ่านเลยไปนะครับ ในสาระเดียวกัน แต่ไปเขียนไว้ในมาตรา ๔ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ถ้าจะพิจารณากันแล้วน่าจะพิจารณาพร้อมกัน จะเป็นวันนี้หรือวันรุ่งขึ้นก็แล้วแต่ แต่ผมยังเชื่อว่า เพื่อนสมาชิกหลายคนอยากจะให้มีการทำประชามติก่อนที่จะดำเนินการ

ประเด็นที่ ๒ ที่ผมใส่ไว้ในคำแปรญัตติ ก็คือว่าตามพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการลงประชามตินั้นได้กำหนดวันในการที่จะให้ประชาชนได้รับความรู้ ผมเรียนว่าการทำประชามติจะได้ผลนั้นจะต้องให้ความรู้กับประชาชน ในพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญได้เขียนไว้ว่าไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน แต่ไม่เกิน ๑๒๐ วัน แต่ร่างที่เรากำลัง เขียนอยู่เราตัดสั้นลงเหลือ ๔๕ วัน และไม่เกิน ๖๐ วัน ก็คือพูดง่าย ๆ คือลดมาครึ่งหนึ่ง แล้ว ๔๕ วันเราแน่ใจหรือครับว่าเราจะให้ความรู้ ให้ข้อมูลกับประชาชนได้อย่างครบถ้วน การทำประชามตินั้นไม่ได้เป็นผลที่ทำ เพราะฉะนั้นในคำแปรญัตติที่ผมขอเสนอนั้นนะครับ สรุปแล้วมี ๒ ประเด็น คือให้มีการที่จะทำประชามติ ขอประชามติจากประชาชน โดยให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้ดำเนินการให้เรียบร้อยภายใน ๙๐ วัน แต่กระบวนการนั้นจะต้องมีการให้ข้อมูลประชาชนก่อนเป็นเวลา ๙๐ วัน แต่จะต้องทำ ประชามติได้ภายในไม่เกิน ๑๒๐ วัน หลังจากนั้นก็ให้ กกต. แจ้งผลมาให้รัฐสภาทราบว่า กระบวนการจะดำเนินการต่อไปอย่างไร ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านประธาน คณะกรรมาธิการครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพครับ กระผม สามารถ แก้วมีชัย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ก็ด้วยความเคารพ ท่านผู้ขอแปรญัตตินะครับ ที่ท่านปรารถนาจะเพิ่มเติม มาตรา ๓/๑ เพื่อจะให้มีการถาม ประชามติประชาชนว่าก่อนจะจัดทำรัฐธรรมนูญควรจะทำหรือไม่ จะทำทั้งฉบับ หรือจะทำ รายมาตรา กรรมาธิการเสียงข้างมากได้พิจารณาแล้วนะครับ ก็คิดว่าไม่อาจจะบัญญัติ ตามที่ท่านขอแปรญัตติได้ เนื่องจากเรารับหลักการของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้มา ถ้าท่านจะกรุณาดูใน (๓) จะพูดไว้ชัดเจนในหลักการว่ากำหนดให้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เมื่อรัฐธรรมนูญนี้มีผลใช้บังคับ ตามมาตรา ๕ ก็แปลว่าพอรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ก็ไม่ได้บัญญัติไว้ในหลักการให้ต้องทำประชามติถามประชาชนก่อน ฉะนั้นกรรมาธิการยืนยันว่า จะคงไว้ตามร่างเดิม ไม่ได้เพิ่มเติมตามที่ท่านเสนอขอแปรญัตติมา เพราะมันไม่สอดคล้องกับ หลักการที่รับไปจากรัฐสภาครับท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ถ้าอย่างนั้นผมขอมติเลยครับ เชิญท่านครับ

พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ด้วยความเคารพท่านประธานกรรมาธิการนะครับ หลักการนั้น เป็นเรื่องของส่วนหลัง แต่สิ่งที่เราน่าจะพิจารณาคือว่าการถามประชาชนนั้นคงไม่มีข้อห้าม หลักการที่ไหนก็ไม่ห้าม แต่ถ้าเผื่อท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากมีความเห็นว่าไม่สมควร ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่จะลงมติกัน แต่ผมไม่อยากจะให้มีการจำกัดว่าการสอบถามประชาชนนั้น มีหลักการห้ามไม่ให้ทำ ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่ทำลายระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอมตินะครับ คงไม่ต้อง ตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ เพราะเพิ่งตรวจสอบเมื่อสักครู่ ผมขอมติเลยครับจะเห็นด้วย กับกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือไม่ ใช้สิทธิได้เลยครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

เรียบร้อยนะครับ ปิดการลงคะแนนครับ ส่งผลได้เลยครับ มตินะครับ เห็นด้วย ๓๓๒ ไม่เห็นด้วย ๓๗ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบตามกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ

เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ เชิญครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานครับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ สอบถามนิดเดียวนะครับ เมื่อสักครู่นี้มีการขอเพิ่ม มาตรา ๓/๑ ท่านบอกว่าต้องลงมติ ทีนี้กรณีคุณสาธิตที่สงวนความเห็นให้เพิ่ม มาตรา ๒/๑ นี่ทำไมไม่ต้องลงมติครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

กรณีของคุณสาธิตมันมีระบุอยู่ ในมาตรา ๒๙๑/๑๑ อยู่แล้วครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานครับ มิได้ที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๙๑/๑๑ เป็นเรื่องของการไม่แก้ไขหมวดพระมหากษัตริย์ของคุณสาธิต มีหมวด ๑ ด้วย ไม่ใช่หมวด ๒ แล้วก็ในรายงานเขียนชัดเจนว่าเขาขอสงวนความเห็นครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ก็ไม่มีใครทักท้วงตอนนั้นนะครับ ก็ถือว่า

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

คุณสาธิต ก็ทักท้วงอย่างไรครับ เขาถึงอภิปราย เพียงแต่ว่าเข้าใจว่าท่านให้ลงมติรวมไปกับมาตรา ๓ ผมก็เลยแปลกใจว่าพอมีท่านสมาชิกบอกว่าจะเพิ่มมาตรา ๓/๑ ต้องมีการลงมติ ผมก็อยากจะให้ปฏิบัติไปแนวทางเดียวกันเท่านั้นเอง ไม่อย่างนั้นก็จะสับสน เพราะผมไม่ทราบว่า ในรายงานนี้จะมีกรณีแบบนี้อีกหรือเปล่าที่คนขอเพิ่มมาตราขึ้นมา

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ก็ถือว่ามันผ่านไปแล้วครับ ก็จะเอาแนวทางนี้ก็แล้วกันตามที่ท่านแนะนำ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

มาตรา ๔ เพิ่มความเป็นหมวด ๑๖ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการสงวนความเห็นและผู้สงวน คำแปรญัตติ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

มีท่านใดจะอภิปรายเชิญนะครับ ขอยกมือเลยครับ ท่านคุณหญิงกัลยาครับคุณหญิงได้สงวนไว้หรือเปล่าครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

สงวนไว้ค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

อยู่หน้าที่ ๑๖ นะครับ ขอบคุณครับ ขออภัยนิดหนึ่งครับ มีอะไรครับ ท่านสมชายมีอะไรครับ

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

เรียนถามหารือ ท่านประธานนิดหนึ่งครับ ท่านประธานจะดำเนินการประชุมต่อไปอีกใช่ไหมครับ เพราะว่า สมาชิกวุฒิสภาที่เป็นสมาชิกรัฐสภาอยู่ด้วยนะครับ เราก็ได้รับแจ้งว่าเราจะประชุม สักประมาณเที่ยงคืนเพื่อมาประชุมพรุ่งนี้ต่อ ทีนี้ถ้าท่านประธานจะประชุมต่อไปเรื่อย ๆ ผมคิดว่าเป็นการตัดสิทธิของผู้สงวน ซึ่งท่านก็ได้กลับไปแล้ว ผมเรียนท่านประธานครับ ท่านประธานมีเสียงข้างมาก ท่านจะโหวตทุกมาตราเลยก็ได้โดยไม่ต้องให้เราอภิปราย แต่ถามว่าท่านจะได้อะไรครับ ท่านจะได้ความชอบธรรมหรือเปล่า

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมคงต้องใช้เวลาสักระยะ อาจจะสักอีกชั่วโมงก็พอแล้วครับ เพราะต้องไปพักผ่อนอยู่แล้ว

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

ท่านประธานครับ ผมว่าเราหยุดการประชุมดีกว่าไหมครับ ไหน ๆ ท่านคิดว่าจะปรองดอง ท่านให้มาพรุ่งนี้เช้า ๙ โมงค่อยว่ากันต่อนะครับ แล้วหลังจากนั้นไม่พอสงกรานต์ก็ข้ามไปวันที่ ๑๗ วันที่ ๑๘ เราก็ไม่ติดขัดครับ ท่านประธานอย่าทำแบบนั้นเลยครับ ผมก็ขอความกรุณาว่าที่ตกลงกันไว้ กับวิปว่าจะปิดตอนเที่ยงคืน ผมคิดว่าก็เหมาะสมแล้ว ท่านประธานจะทำแบบนั้น ผมว่าวุฒิสภาลำบากใจนะครับที่จะเข้าร่วมกับท่านประธานอีก

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

วิปยังไม่ได้แจ้งผมเลยนะครับ ผมไม่ทราบเลยว่าได้ตกลงไว้ถึงเที่ยงคืน เชิญครับ

นายกุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุทัยธานี

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม กุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุทัยธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านครับ ตกลงข้อตกลงของวิป ไม่ต้องคำนึงถึงใช่ไหมครับ ท่านถือว่าท่านกำลังได้เปรียบ ก็ลงมติทุกมาตราเลยสิครับ วิป ๓ ฝ่ายตกลงกันว่าเลิกไม่เกินเที่ยงคืน ขณะนี้ตีหนึ่งแล้วครับ แล้วแต่ท่านวินิจฉัย ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ที่จริงวิปไม่ได้แจ้งเวลาว่า จะเลิกเที่ยงคืน ผมไม่ทราบ ไม่เป็นอะไรครับ เดี๋ยวท่านประธานวิปรัฐบาลจะชี้แจงอยู่แล้ว

นายอุดมเดช รัตนเสถียร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อุดมเดช รัตนเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรีพรรคเพื่อไทยครับ เดิมได้มีการพูดคุยกันเอาไว้ว่าถ้าหากว่าเสร็จประมาณสัก ๖ ทุ่มกว่า ๆ แล้วเรามาเริ่มต้นกัน ในวันพรุ่งนี้ ถ้าหากว่าได้รับความร่วมมือจากทางเพื่อนสมาชิกมันก็น่าที่จะทำให้การประชุม ได้ราบรื่นไปได้ แต่อยากจะเรียนนะครับว่าจริง ๆ ก็ไม่ใช่เป็นมติของวิปที่พิจารณาร่วมกัน เพราะว่ายังไม่ได้พูดคุยกัน เพียงแต่ว่าได้มีการพูดเปรย ๆ กันขึ้นมาว่าถ้าเป็นไปได้น่าจะเป็น อย่างนั้น เพราะว่าถึงวันนี้ในส่วนของตัวแทนวิป ทั้งส่วนของ ส.ว. ในส่วนของฝ่ายค้านเอง ที่จะมาหารือกับทางวิปรัฐบาลยังไม่ได้พูดกันเป็นกิจจะลักษณะ เพียงแต่มีการพูดคุยกันบ้าง แต่อย่างไรก็ตามผมก็เห็นว่าถ้าหากว่าวันนี้การประชุมราบรื่นไปได้ระยะหนึ่งแล้ว แล้วถ้าวันพรุ่งนี้ จะได้รับความร่วมมือจากเพื่อนสมาชิก ผมก็คิดว่าก็ได้เวลาพอสมควรก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ ของท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอพักการประชุม ไปประชุมต่อพรุ่งนี้ เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา

พักประชุมเวลา ๐๐.๕๘ นาฬิกา

ของวันพุธที่ ๑๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๕

เริ่มประชุมต่อเวลา ๐๙.๔๐ นาฬิกา

ของวันพุธที่ ๑๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๕

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ จากการประชุม เมื่อเวลา ๐๑.๐๐ นาฬิกาของวันนี้ ที่ประชุมก่อนจะมีการพักการประชุมนะครับ ได้พิจารณา ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ซึ่งคณะกรรมาธิการ พิจารณาเสร็จแล้ว โดยเริ่มตั้งแต่ชื่อร่างรัฐธรรมนูญ คำปรารภ แล้วพิจารณาเรียงลำดับมาตรา จนถึงมาตรา ๔ เราก็ได้พักการประชุมกันนะครับ ดังนั้นผมขอดำเนินการประชุมต่อนะครับ เชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)

ก่อนการอภิปราย ก่อนที่เรา จะดำเนินการต่อนะครับ ผมขอเรียนทำความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกอีกครั้งหนึ่งนะครับ การอภิปรายในวันนี้ผมจะขอถือรายงานของคณะกรรมาธิการ คือเล่มนี้เป็นหลัก เมื่อถึงลำดับ ท่านใดแล้วไม่อยู่ จะถือว่าท่านสละสิทธินะครับ แต่หากท่านจะขอใช้สิทธิก็จะให้ไปต่อท้าย หลังจากที่ได้จบอภิปรายของท่านอื่นหมดแล้ว คือก่อนที่จะลงมติก็จะให้โอกาสท่านอีกครั้งหนึ่ง อันนี้ก็จะเรียงตามลำดับที่อยู่ในเล่มนี้นะครับ เพื่อความสะดวกของท่านสมาชิกท่านจะได้ทราบว่า ใกล้จะถึงเวลาที่ท่านจะอภิปรายแล้วหรือยัง สำหรับอีกเรื่องหนึ่งที่ผมต้องขอความร่วมมือ จากเพื่อนสมาชิกก็คือขอให้การอภิปรายอยู่ในประเด็นที่ท่านได้สงวนคำแปรญัตติไว้นะครับ โปรดอย่าอภิปรายนอกประเด็นนะครับ หรืออภิปรายในภาพรวมทั่วไปในลักษณะเหมือนกับ การอภิปรายเมื่อก่อนรับหลักการในวาระที่หนึ่ง ทั้งนี้เพื่อให้การอภิปรายเป็นไปตามระเบียบ อยู่ในประเด็น แล้วเป็นการประหยัดเวลาอีกด้วยนะครับ ขอเชิญท่านธนา ชีรวินิจ ครับ ท่านบุญยอด มีอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ผมหารือท่านประธานในเรื่องของลำดับของการอภิปรายนะครับ เมื่อสักครู่ ที่ท่านอธิบายผมเข้าใจแล้วนะครับ แต่ว่าเมื่อวานนี้ท่านก็คงเห็นว่าบางคนชื่อตกหล่น แล้วก็มีการแทรกเป็นใบแทรกเข้ามา ท่านยังไม่ได้อธิบายถึงชื่อที่ตกหล่นนะครับ ถ้าสมมุติว่า ผมอยู่ในมาตรานี้ชื่อผมตกหล่นไป แต่ผมยืนยันได้ว่าผมได้แปรญัตติไว้ ท่านจะให้ผมไปอยู่ ลำดับไหนครับ ช่วยอธิบายด้วยครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านกรรมาธิการครับ สำหรับ รายชื่อผู้ที่ขอสงวนคำแปรญัตติไว้ที่ตกหล่น ถ้าสมมุติว่ามี ท่านผู้ใดรู้ว่าตกหล่นให้มาแจ้ง แล้วท่านจะจัดลำดับอย่างไร เชิญครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม สามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการครับ เมื่อวานนี้ได้มีการขออนุญาตท่านประธาน ได้แจกใบแทรกเพิ่มเติมสำหรับรายชื่อของผู้แปรญัตติและผู้ได้สงวนไว้แล้วนะครับ ฉะนั้น ก็คิดว่าคงจะครบถ้วน แต่ถ้าเกิดกรณีท่านยืนยันว่าท่านได้แปรญัตติ ได้สงวนไว้ และมีลายลักษณ์อักษร ชัดเจนนะครับ ฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมาธิการก็พร้อมที่จะตรวจสอบ แล้วก็เพิ่มเติม รายชื่อของท่าน ผมขอยืนยันว่าเราจะสงวนสิทธิ รักษาสิทธิของท่านสมาชิกผู้สงวนคำแปรญัตติ ทุกท่านครับ ท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านสุทัศน์ครับ

นายสุทัศน์ เงินหมื่น กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมขออนุญาตทำความเข้าใจ กับท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องครับ

เรื่องแรก กรณีสมาชิกผู้แปรญัตติและสงวนไว้ ถ้าท่านประธานจะกรุณา เรียงลำดับตามที่ระบุไว้ในรายงานก็จะเป็นประโยชน์ต่อการประชุม แต่ถ้าไม่มีท่านสมาชิก ที่แปรญัตติ แล้วก็สงวนยกมือก็คงจะข้ามไป แต่ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิของท่านเหล่านั้นนะครับ ท่านประธาน ขณะเดียวกันกรณีมีสมาชิกแปรญัตติหลายท่านด้วยกันและไม่ใช่แปรญัตติเป็นกลุ่มครับ ท่านประธาน แต่บังเอิญข้อความมันคล้าย ๆ กัน ก็เลยอยู่ในชื่อใกล้ ๆ กัน ตามข้อบังคับแล้ว สิทธิของผู้สงวนนั้นมีสิทธิที่จะอภิปรายทุกคน แต่บางครั้งก็คงไม่สามารถนั่งอยู่ในห้องประชุม ได้ตลอดเวลา อาจจะไปประชุมคณะกรรมาธิการบ้าง ไปทำภารกิจอื่นบ้าง ในวาระที่ยังมี การพิจารณามาตรานั้นอยู่ผู้มีชื่อเหล่านั้นไม่ว่าจะมีชื่อในฐานะผู้แปรญัตติ ไม่ว่าจะมีชื่ออยู่ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยย่อมมีสิทธิจะอภิปรายได้ตลอดเวลาครับท่านประธาน ไม่ว่าเขาจะยกมือตอนไหนย่อมมีสิทธิจะอภิปรายได้ตลอดเวลาครับท่านประธาน ไม่ว่า เขาจะยกมือตอนไหนย่อมมีสิทธิอภิปรายได้ตลอดเวลาเว้นแต่เขาสละสิทธิไม่ยกมือ ขออภิปราย นั่นประเด็นที่ ๑ ครับ

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ท่านประธานบอกว่าให้อภิปรายอยู่ในประเด็น แน่นอนที่สุดผมเชื่อว่าสมาชิกทุกคนก็เข้าใจตรงนี้ แต่บางครั้งท่านประธานครับ มันต้องมี การพูดถึงเรื่องอื่นซึ่งเกี่ยวเนื่องกันด้วย อย่างกรณีมาตรา ๒๙๑ มันจะต้องเกี่ยวไปมาตราอื่นด้วย หรือกรณีเมื่อวานนี้เราพิจารณามาตรา ๓ มันก็เกี่ยวเนื่องเข้ามาในเนื้อหาสาระของมาตราอื่นด้วย แล้วบางครั้งก็ยังเกี่ยวเนื่องไปถึงการจัดทำรัฐธรรมนูญ ตรงนี้ผมคิดว่าท่านประธานครับ จะเอาเป๊ะ ๆ ว่าจะต้องว่าอย่างนี้ ๆ คงไม่ได้ ต้องอนุญาตให้สมาชิกพูดถึงส่วนอื่น ๆ ซึ่งมันเกี่ยวเนื่องกัน หรืออาจจะพูดถึงเหตุการณ์อื่น ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่จะมาสนับสนุน คำแปรญัตติครับท่านประธาน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ สำหรับการอภิปราย ก็คงเป็นไปตามที่ผมได้เรียนไปแล้วนะครับ แล้วตามที่ท่านสุทัศน์ได้กรุณาพูดซ้ำอีกครั้งหนึ่ง คือในกรณีที่ในรายงานนี้ขาดตกบกพร่อง สมมุตินะครับ ก็ไม่เป็นอะไร ก็มาเพิ่มชื่อทีหลังได้ ส่วนที่เป็นกลุ่มที่อยู่ในรายงานนี้จะเห็นได้อย่างในหน้า ๑๖ ก็จะมีกลุ่มก็คงจะเรียงชื่อตามนั้น คือที่ผมเรียนหมายความว่าทุกท่านจะทราบเลยว่าเราจะเดินตามเอกสารเล่มนี้นะครับ ดังนั้น ท่านพอจะคะเนได้หรือประมาณได้ว่าตอนไหนจะถึงท่าน เมื่อถึงท่านแล้วท่านไม่อยู่ก็จะขอว่า ให้ท่านไปต่อท้าย เพราะอันนี้เราได้พูดไว้ก่อนแล้วนะครับ สำหรับการอภิปรายก็ไม่เป็นอะไร ก็คงอยู่ในดุลยพินิจของที่ประชุม รวมทั้งประธานด้วยนะครับที่จะคอยช่วยกันดูแลว่ามากน้อย แค่ไหน อย่างไร ก็คงจะเป็นคล้าย ๆ กับเมื่อวานนี้นะครับ ท่านสาธิตมีอะไรเชิญครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดระยอง ผมขอหารือท่านประธานครับ ปรากฏว่ามีหนังสือจาก ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่งความเห็นเป็นหลักการว่ามีแนวความคิดที่เสนอแนะให้กับสภาแห่งนี้ ทีนี้ผมอยากได้ในข้อหารืออันนั้นซึ่งเป็นรายละเอียด ซึ่งจะคล้าย ๆ กับกรณีที่คณะปฏิรูปกฎหมาย ได้ส่งหนังสือมาที่รัฐสภาแห่งนี้ในวาระแรก ท่านประธานก็มีดำริให้แจกให้กับเพื่อนสมาชิก อันนี้ผมก็อยากจะหารือท่านประธานว่าอยากได้หนังสือฉบับนี้ได้เอาสำเนาแจกให้กับเพื่อนสมาชิก เพื่อประกอบในการพิจารณาในวาระที่สองด้วยครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตท่านประธาน ในประเด็นที่ท่านได้กรุณาปรึกษาหารือแล้วชี้แจงต่อเพื่อนสมาชิกนะครับ กรณีปฏิบัติ กรณี เป็นผู้สงวนคำแปรญัตติหรือผู้สงวนความเห็นในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานได้กรุณาบอกว่า ถ้าผู้แปรญัตติไม่อยู่ในที่ประชุม หรือผู้สงวนคนอื่นไม่อยู่ในที่ประชุมก็จะผ่านไปและท่านเอง ก็จะให้โอกาสกรณีมาขอใช้สิทธิภายหลัง ผมเกรงว่าจะไม่ชอบด้วยข้อบังคับ ข้อ ๓๘ ท่านประธานครับ เพราะถ้าทำอย่างนั้นเสมือนเราไปยกเว้นข้อบังคับ แต่ประเด็นอยู่ที่ว่า ถ้าท่านสมาชิกผู้ใดคิดว่าตัวเองไม่อยู่ในเวลานั้นจริง ๆ นะครับ ข้อบังคับเราก็เปิดโอกาสอยู่แล้วว่า ได้มอบหมายให้มีผู้อื่นได้กรุณาบอกกล่าวหรือชี้แจงแทน แต่ต้องทำเป็นหนังสือเป็น ลายลักษณ์อักษรตามข้อ ๓๘ ไม่อย่างนั้นเราจะใช้คำปรึกษาหารือท่านประธานเป็นการยกเว้น ข้อบังคับ ผมก็เชื่อว่ามันจะไม่ชอบด้วยข้อบังคับ ท่านประธานโปรดได้พิจารณาครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ที่ท่านคุณหมอชลน่านพูด เดี๋ยวผมจะพิจารณานะครับ ที่ท่านสาธิตพูดเมื่อกี้ ผมยังไม่เห็นเอกสารที่ว่านะครับ เดี๋ยวผม ขอดูก่อนนะครับ เพราะวันนี้เราคุยกันเรื่องนี้อยู่นะครับ เชิญนายแพทย์วรงค์ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมจะขอสนับสนุน ความคิดของท่านสาธิต ปิตุเตชะ เพราะผมคิดว่าข้อคิดของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ผ่านสื่อมา ส่วนหนึ่งแล้ว ผมว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง แล้วก็อย่างน้อยท่านประธานได้สำเนาให้กับ สมาชิกรัฐสภาในช่วงการแปรญัตติ ผมว่าอย่างน้อยจะทำให้กรรมาธิการเสียงข้างมากได้เอา วิธีคิดขององค์กรอิสระมีส่วนในการพัฒนารัฐธรรมนูญของประเทศ นี่คือประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ในการเรียกเพื่อนสมาชิก ผมสังเกตดูว่า ท่านประธานขึ้นมาท่านก็มีแนวอย่างหนึ่ง และเวลาท่านประธานสมศักดิ์ขึ้นมาก็จะมีแนว อีกอย่างหนึ่ง ผมก็เกรงว่าแนวของท่านทั้งสองจะไม่ตรงกัน ที่ผมพูดอย่างนี้เนื่องจากว่า เมื่อวานนี้ตอนที่ท่านประธานสมศักดิ์ขึ้นมา ท่านเปิดโอกาสให้คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย อภิปรายก่อน ซึ่งอันนั้นโอเคครับ แล้วหลังจากนั้นแล้วท่านจะให้คนที่ต้องการอภิปราย ที่มีรายชื่อก็คือยกมือตามความสะดวก แต่วันนี้ท่านขึ้นมาท่านก็บอกว่าท่านจะไล่ตามรายชื่อ ตัวผมเอง ผมไม่ติดใจท่านประธานครับ ท่านจะเอาอย่างไรก็ได้ แต่ขอให้เอาอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อเราจะได้วางแผนในการอภิปรายได้ถูกต้องครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ คืออย่างนี้ เรื่องนี้ ผมคิดว่าเมื่อวานนี้ตอนท้าย ๆ เราได้มีการคุยกันเป็นหลายความเห็นนะครับ แต่ว่าโดยสรุปแล้ว เดี๋ยวผมจะพูดกับท่านสมศักดิ์ว่าตามนี้ครับ เชิญคุณหมอครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต่อคำชี้แจง ของคุณหมอชลน่าน ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ ผมเกรงว่าจะเป็นบรรทัดฐานที่ผิดนะครับ เพราะที่ท่านกล่าวอ้างถึงข้อบังคับ ข้อ ๓๘ อันนั้นเป็นเรื่องของการแปรญัตติครับ ถ้าผู้แปรญัตติ ไม่ไปแปรญัตติก็ถือว่าเสียสิทธิไป แต่ในส่วนอื่น ส่วนของการอภิปราย ถ้าดูในข้อบังคับจะเริ่ม ตั้งแต่หน้า ๑๙๔ ส่วนที่ ๓ ส่วนของการอภิปรายไม่มีการบัญญัติข้อนี้เอาไว้ครับ เพียงแต่บอกว่า ให้อภิปรายสลับฝ่ายสนับสนุน และฝ่ายคัดค้านเท่านั้น ไม่มีการที่ว่าผู้อภิปรายไม่อยู่ แล้วจะโดน ตัดสิทธิแต่ประการใด อันนี้เป็นหน้าที่ของท่านประธาน เป็นอำนาจของท่านประธานครับ ที่ท่านจะให้อภิปรายหรือไม่อภิปรายครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญคุณหมอชลน่าน

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องขออนุญาตท่านประธาน ด้วยความเคารพนะครับ ท่านสมาชิกได้กรุณากล่าวชื่อผม แล้วก็บอกจะทำความเสียหาย ต่อรัฐสภา ก็ด้วยความเคารพท่านประธานอ่านข้อบังคับ ข้อ ๓๘ การใช้ข้อบังคับของรัฐสภา มีตั้งแต่ ข้อ ๑ ไปจนถึงข้อสุดท้าย ท่านก็ต้องใช้ให้ถูกให้สอดคล้อง เราใช้คำว่าผู้แปรญัตตินะครับ ผู้แปรญัตติ หมายถึง บุคคล คำแปรญัตติคือข้อความที่ท่านเปลี่ยนแปลงแก้ไข ข้อบังคับ ข้อ ๓๘ เขียนชัดเจนครับ ถ้าผู้เสนอญัตติ หรือผู้แปรญัตติไม่ชี้แจงในที่ประชุมรัฐสภาเมื่อถึงเวลาประชุม ถึงวาระพิจารณา ในที่ประชุมรัฐสภาแล้วก็เข้าสู่ระเบียบวาระ ท่านเรียกชื่อเขา ถ้าเขาไม่อยู่ หรือไม่ชี้แจง หรือผู้เสนอญัตติ หรือผู้แปรญัตติไม่อยู่ในที่ประชุมรัฐสภา โดยไม่มีผู้ชี้แจงแทนในฐานะ ผู้รับมอบหมาย ญัตติหรือคำแปรญัตตินั้นเป็นอันตกไป กระผมถามท่านประธานครับ ในเอกสารที่ท่านประธานใช้ นี่คือคำแปรญัตติของสมาชิกครับ และคำสงวนความเห็นของ กรรมาธิการก็เสมือนเป็นผู้เสนอคำแปรญัตติเช่นกัน แต่ในฐานะกรรมาธิการเราเรียกว่า สงวนความเห็นไว้เป็นความเห็น ก็ต้องใช้ข้อบังคับข้อนี้ละครับ ในการที่จะพูดเรื่องของผู้แปรญัตติ เรื่องอภิปรายคือเรื่องอภิปรายครับ คนละประเด็นกันครับ ท่านประธานโปรดวินิจฉัย ผมต้อง กราบเรียนด้วยความเคารพนะครับ เพราะว่าดูตามข้อบังคับให้เป็นไปอย่างนั้น ท่านไม่อยู่ ก็ทำหนังสือมอบหมายให้ท่านประธานผู้อื่นชี้แจงแทนก็ผ่านพ้นไป ขอบคุณท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

อันนี้เดี๋ยวผมรับไปพิจารณา เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกรัฐสภา นิดเดียวนะครับ สิ่งที่เป็นข้อปรึกษาของคุณหมอชลน่าน ประทานโทษ เอ่ยนามนะครับ เกรงว่าท่านจะเข้าใจผิดนะครับ คือ กรณีที่ท่านประธานพูด หมายความว่า ยังอยู่ในมาตราเดียวกัน ท่านประธานจะเรียกชื่อตามลำดับในรายงาน ปรากฏว่าผู้นั้นไม่อยู่ ในที่ประชุมในขณะนั้น แต่สมมุติว่าต่อมาเข้ามาอยู่ในห้องประชุม และยังอยู่ในมาตรานั้น ก็ย่อมมีสิทธิที่จะอภิปรายได้ครับ ไม่ต้องเกี่ยวกับการยกเว้นข้อบังคับครับ ข้อบังคับ ให้พิจารณาเรียงลำดับมาตราครับ ไม่ได้บอกว่าเรียงตามลำดับรายชื่อที่คณะกรรมาธิการ เขียนมาในรายงาน แต่ว่าถ้าเป็นกรณีซึ่งผ่านพ้นมาตราไปแล้ว อันนั้นอีกเรื่องหนึ่งครับ ก็ต้องไม่ได้นะครับ แต่ถ้าอยู่ในมาตราเดียวกัน ผมคิดว่าจะไปตัดสิทธิสมาชิกซึ่งแปรญัตติ แล้วมีสิทธิที่จะอภิปรายคงจะไม่ได้ครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เรื่องนี้จบนะครับ เดี๋ยวผม จะพิจารณาครับ เชิญคุณสาธิตครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมาธิการ

ผมนิดเดียวครับท่านประธาน ต่อเนื่อง กับเรื่องนี้ละครับ คือร่างที่มาอยู่สภายังมีกรณีขาดตกบกพร่องด้วยนะครับ อย่างผมกรณีเมื่อวานนี้ ที่ผมเรียนท่านประธานผ่านไปยังประธานคณะกรรมาธิการว่า สิ่งที่ผมสงวนไว้ก็อย่างหนึ่ง แต่ว่าที่ปรากฏวันนี้ก็อย่างหนึ่ง แต่ถ้าเกิดอยู่ในมาตรานั้น แล้วผมประสงค์จะอภิปรายแล้ว ผมไม่อยู่ ผมกลับเข้ามาผมต้องมีสิทธิในการอภิปราย

อีกประเด็นก็คือว่า ถ้ามันมีขาดตก หรือบกพร่องตามร่างที่นำเสนอ มันมีความผิดนะครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เข้าใจครับท่านสาธิต เชิญท่าน นิคมครับ

นายนิคม ไวยรัชพานิช สมาชิกวุฒิสภา ฉะเชิงเทรา

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายนิคม ไวยรัชพานิช สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดฉะเชิงเทรา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ในการพิจารณากฎหมาย ไม่ว่าจะกฎหมายทั่วไป หรือรัฐธรรมนูญนั้นมีข้อบังคับการประชุมซึ่งให้ถือปฏิบัติ และโดยธรรมเนียมปฏิบัติ ของการประชุมนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวาระที่สองนั้น ข้อบังคับประชุมรัฐสภา ข้อ ๙๙ ระบุไว้เลยว่า ให้พิจารณาเริ่มต้นตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ เรียงลำดับตามมาตรา แล้วก็ยังมี ข้อบังคับการประชุมกำหนดไว้อีกนะครับท่านประธาน ในการที่จะอภิปรายได้นั้นผู้ที่จะ อภิปรายได้หรือไม่ได้นั้น ข้อบังคับจะกำหนดไว้ ท่านใดที่เป็นกรรมาธิการที่สงวนความเห็นไว้ หรือที่เราเรียกกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านมีสิทธิอภิปรายในประเด็นที่ท่าน สงวนความเห็นไว้ สมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ขอสงวนคำแปรญัตติไว้ท่านก็มีสิทธิ และถ้ามาตราใด ท่านกรรมาธิการไปแก้ไข ท่านสมาชิกนั้นก็มีสิทธิที่จะอภิปรายในประเด็นที่กรรมาธิการแก้ไข เฉพาะประเด็นที่กรรมาธิการแก้ไขนะครับ ท่านก็อภิปรายไปถึงเหตุและผลว่าทำไมท่านเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย ท่านประธานครับ ในการดำเนินการนั้นผมเชื่อว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินั้น ได้ผ่านการพิจารณากฎหมายมาเป็นจำนวนร้อย ๆ ฉบับ ทุกท่านนั้นมีประสบการณ์ ทุกท่านรู้ว่า ระเบียบวิธีการประชุมน่าจะดำเนินการอย่างไร ผมเห็นด้วยกับท่านชลน่าน ถ้าเราไม่ยึดระเบียบ ถ้าเราไม่ยึดแบบแผนของการทำงานนั้น สภาตรงนี้มันจะไปไม่ได้ คนที่รอคิวอยู่ ถึงคิวตัวเองปุ๊บก็ไม่สามารถจะกำหนดได้ว่าขณะนี้ จะมีโอกาสได้อภิปรายหรือยังไปให้ถึงตัวเอง ท่านประธานครับ ขอให้ท่านได้ใช้ข้อบังคับ โดยเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นข้อ ๓๘ ในการอภิปรายผู้สงวนคำแปรญัตติหรือว่าผู้ที่ยื่นญัตติ ผมจะไม่พูดถึงข้อบังคับ ข้อ ๗๐ เพราะข้อ ๗๐ ในขั้นกรรมาธิการนั้นถ้าท่านไม่ไปชี้แจง ต่อคณะกรรมาธิการภายใน ๓๐ วัน ถือว่าท่านไม่ประสงค์จะอภิปราย ไม่ประสงค์ที่จะ ขอแก้ไข แต่วันนี้เรามีข้อบังคับให้เดิน เรามีข้อบังคับให้ปฏิบัติ ผมอยากจะขอร้องวิงวอนให้ ท่านสมาชิกนั้นได้ถือปฏิบัติ ท่านใดถึงคิวปั๊บท่านใช้รายงานของคณะกรรมาธิการแล้ว เรียงลำดับ เพราะเจ้าหน้าที่นั้นจะจัดไว้แล้วว่าใครสงวนความเห็น ใครสงวนคำแปรญัตติ ท่านดำเนินการตามนั้น ถ้าไม่อยู่ที่ประชุมในเวลาที่ท่านเรียกผู้นั้นไม่ควรที่จะมีสิทธิที่จะไป ต่อท้ายอีก เพราะถ้าท่านให้โอกาสอย่างนั้นการประชุมไม่ไปไหน เมื่อวานนี้เป็นตัวอย่างแล้วว่า ถึงเวลาผมรอคิวอยู่ อยู่ ๆ ท่านก็บอกย้อนกลับไปใหม่ ย้อนกลับไปจนผมรอถึง ๔ ทุ่ม ๕ ทุ่ม ท่านครับ ส.ว. อายุเยอะแล้วครับ ท่านเห็นใจผมบ้างครับ พวกเราอยากให้การประชุมสภานั้น เดินหน้าอย่างเป็นระบบ ผมอยากให้ผู้ชมทางบ้าน ผู้ฟังที่ฟังวิทยุได้เห็นการทำงาน ของสมาชิกรัฐสภาไปแนวทางที่จรรโลงสร้างสรรค์ ไม่อยากจะเห็นการเล่นการเมืองที่ทำให้ คนนั้นเกิดความเบื่อหน่าย ท่านประธานครับ ขอให้ได้ปฏิบัติตามข้อบังคับโดยเคร่งครัด แล้วท่านไม่ต้องห่วงครับ พวกเราในฐานะสมาชิกรัฐภาหรือวุฒิสภานั้นยินดีที่จะช่วยให้ บรรยากาศการประชุมนั้นเป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อย ท่านไม่ต้องกังวลครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎร จากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกรัฐสภา กระผมขออนุญาตหารือ ท่านประธานผ่านไปยังประธานคณะกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่ง เรื่องของใบแทรกที่มาเพิ่มเติม ประกอบคำรายงาน ท่านประธานคณะกรรมาธิการยืนยันว่า ยืนยันมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว และรวมทั้งวันนี้ด้วยว่ามีใบแทรกทั้งหมด ๓ แผ่นเท่านั้น คำถามก็คือว่าในระหว่าง การพิจารณาจะมีใบแทรกเพิ่มเติมอีกหรือไม่ และกระบวนการออกใบแทรกมาต้องผ่าน การรับรองจากคณะกรรมาธิการอย่างไร มีประเด็นหนึ่งซึ่งท่านประธานวิปฝ่ายค้านได้กรุณา หยิบยกมาเมื่อวานนี้ คือเอกสารในหน้า ๘๔ หน้า ๘๕ ซึ่งเป็นคำรายงานที่เขียนไว้ผิดพลาด ก็คือคณะผู้แปรญัตติเข้าใจว่า ๖๘ คน ขอแก้ไขความในมาตรา ๒๙๑/๓ ที่ให้เพิ่ม (๕) เกี่ยวกับเรื่องของบุคคลต้องห้ามเป็น สสร. และกรรมาธิการได้ระบุบอกว่าไม่เห็นด้วย ผู้แปรญัตติขอสงวน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วคณะกรรมาธิการเห็นด้วย แต่ผู้แปรญัตติขอสงวน หรือไม่ ไม่ทราบ เพราะฉะนั้นเพื่อความชัดเจนในเรื่องนี้ท่านประธานคณะกรรมาธิการ จะออกใบแทรกกรณีนี้หรือไม่ ข้อซักถามของผมก็คือว่าการออกใบแทรกแต่ละครั้งต้องผ่าน ความเห็นชอบร่วมกันของคณะกรรมาธิการหรือไม่ กราบขอบพระคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านธนาครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ก่อนที่ผมจะได้ใช้สิทธิอภิปรายในมาตรา ๔ ผมขออนุญาตที่จะปรึกษาหารือ กับท่านประธานถึงข้อหารือ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ที่ได้ปรึกษา ท่านประธานกรณีที่ท่านประธานเรียกชื่อสมาชิกที่ขอแปรญัตติแล้วแต่ไม่อยู่ในที่ประชุม แล้วให้ถือว่าคำแปรญัตตินั้นตกไป ผมขออนุญาตท่านประธานทำความเข้าใจในประเด็นนี้ให้ชัดเจนนะครับ เพราะว่า มีท่านสมาชิกวุฒิสภาก็ได้ลุกขึ้นมาแสดงความคิดเห็นในแนวทางเดียวกัน ท่านประธาน ที่เคารพครับ ข้อบังคับการประชุม ข้อ ๓๘ เขียนไว้อย่างนี้ครับ ญัตติหรือคำแปรญัตติใด ถึงวาระพิจารณาในที่ประชุมรัฐสภาแล้วถ้าผู้เสนอญัตติหรือผู้แปรญัตติไม่ชี้แจงในที่ประชุม รัฐสภา หรือผู้เสนอญัตติ หรือผู้แปรญัตติไม่อยู่ในที่ประชุมรัฐสภาโดยไม่มีผู้ชี้แจงแทน ในฐานะผู้รับมอบหมาย ญัตติหรือคำแปรญัตตินั้นเป็นอันตกไป ถ้าท่านประธานจะใช้ ดุลยพินิจเป็นไปตามท่านคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ผมยกตัวอย่างครับ เมื่อวานนี้เรามีรายงาน ของคณะกรรมาธิการเข้าสู่สภาและที่ประชุมได้ถกเถียงกันมากว่ารายงานฉบับนี้ มีข้อผิดพลาดตกหล่นมากมายจนกรรมาธิการต้องเสนอขอแก้ไขเป็นระยะ ๆ แล้ว ท่านประธานสมศักดิ์ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านก็ลุกขึ้นมาทำหน้าที่ประธาน ผมสงวนความเห็น ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยเป็นคนแรก ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เป็นท่านที่ ๒ คุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม เป็นท่านที่ ๓ และคุณวิรัตน์ กัลยาศิริ เป็นท่านที่ ๔ ท่านประธานสมศักดิ์ลุกขึ้นปั๊บปกติต้องชี้ผมเพราะรายชื่อผมเป็นไปตามรายงานของ คณะกรรมาธิการคือชื่อแรกที่ขอแปรญัตติ แต่ท่านไปเรียกท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ ให้อภิปราย ผมก็ลุกขึ้นซักถามว่าผมเป็นชื่อแรกทำไมท่านไม่เรียกผม สมมุตินะครับว่าในขณะนั้นท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ ไม่อยู่ เพราะเห็นว่าตารางการอภิปรายนั้นเรียงตามลำดับจากชื่อผมเป็นท่านนิพิฏฐ์ คุณหมอวรงค์แล้วถึงเป็นท่านวิรัตน์ ถ้าอย่างนั้นท่านวิรัตน์ก็จะถือว่าคำแปรญัตติของท่านวิรัตน์ ตกไปอย่างนั้นหรือครับท่านประธาน ผมถึงเรียนท่านประธานว่า ๑. ผมเห็นด้วยกับ ท่านประธานที่จะกำหนดหลักเกณฑ์ในการเรียกชื่อผู้แปรญัตติให้เป็นไปตามรายงานของ คณะกรรมาธิการอย่างนั้นท่านสมาชิกจึงจะสามารถตรวจสอบได้ว่าขณะนี้อยู่ในลำดับที่เท่าไร และตัวเองจะต้องมาทำหน้าที่หรืออยู่ในที่ประชุมรัฐสภาอย่างไร แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ถึงแม้ว่าขณะในการพิจารณาในวาระนั้นเขาไม่ได้อยู่แต่เขากลับมาอยู่ในวาระการพิจารณา คำแปรญัตติอยู่ คำแปรญัตติเขายังไม่ตกครับท่านประธาน ซึ่งสอดคล้องกับที่ท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรได้ลุกขึ้นชี้แจงว่าการจะตกไปนั้นจะต้องตกไปเมื่อการพิจารณาในวาระ แปรญัตตินั้นผ่านพ้นไปแล้ว ผ่านมาตรานั้นไปแล้วเขาจะขอกลับมาใช้สิทธิแปรญัตติอีกไม่ได้ นั่นคือข้อเท็จจริงที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานให้ยึดถือแนวทางปฏิบัติ เพราะขนาด รายงานของคณะกรรมาธิการผิดพลาด ตกหล่น แก้ไข เราขอให้คณะกรรมาธิการกลับไป แก้ไขกี่ครั้งท่านก็ไม่ยอม ท่านก็อ้าง แม้ว่าเราจะบอกว่าข้อบังคับการประชุมรัฐสภาหรือ รัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนท่านก็ยังไม่ยอม เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ผมกราบเรียนท่านประธานครับ เพื่อให้เกิดการอภิปรายได้ราบรื่นแล้วก็ท่านสมาชิกก็จะได้รู้ลำดับของตัวเอง ท่านประธาน ใช้บรรทัดฐานนี้ล่ะครับ เสร็จแล้วท่านบอกเรียนท่านสมศักดิ์ด้วยว่าขอให้ใช้บรรทัดฐานนี้ ต่อไป ผมเชื่อว่าการทำงานในรัฐสภาจะไม่มีปัญหาครับ ท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ คงไม่มีเรื่องเดียว ซ้ำกันอีกนะครับ เป็นเรื่องใหม่นะครับท่าน นายแพทย์วรงค์เชิญครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยครับ ท่านประธาน บังเอิญวันนี้เราคงจะมีการพิจารณากันหลายมาตราแล้วก็เรื่องรัฐธรรมนูญ มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วน เกี่ยวข้องกับ กกต. ด้วย ผมได้รับคำท้วงติงจากเพื่อน ส.ส. ว่าที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีหนังสือชี้แจงกรรมาธิการพวกเราอย่างเป็นทางการมานี้ พวกเพื่อนสมาชิกเองก็อยากจะเห็นเอกสารฉบับนั้น ผมก็เลยขออนุญาตท่านประธาน ช่วยเรียนท่านประธานคณะกรรมาธิการ ช่วยถ่ายสำเนาคำชี้แจงของ กกต. ต่อคณะกรรมาธิการ ของพวกเราแจกเพื่อนสมาชิก อย่างน้อยจะได้เป็นประโยชน์ในการพิจารณามาตรา ๒๙๑/๕ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เรื่องเอกสารทั้ง ๒ ฉบับ เดี๋ยวจะดูให้ครับ เชิญท่านสมบูรณ์ครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ตามที่ท่านประธาน ได้ให้สมาชิกได้หารือเรื่องการอภิปรายในการแปรญัตตินะครับ ท่านประธานครับ

เหตุผลข้อที่ ๑ ท่านประธานก็คงทราบว่ารายงานของคณะกรรมาธิการขณะนี้ เป็นรายงานที่ไม่สมบูรณ์ทั้งบางส่วนที่ขาดไป ทั้งบางส่วนที่เกินเข้ามานะครับ

ส่วนที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมไม่อยากให้ประธานเป็นเพียงแค่คนอ่าน รายงาน ท่านประธานจะสังเกตไหมครับ ถ้าเกิดท่านประธานที่เข้าทำหน้าที่อ่านรายชื่อผู้ที่จะ แปรญัตติหรือคนอภิปราย แล้วโดยปกติท่านประธานครับ ในการแปรญัตติถ้าเกิดผมเอง แปรญัตติเสร็จแล้ว คณะกรรมาธิการอาจจะชี้แจงหรือเพื่อนสมาชิกผมอภิปรายอยู่ใน ลักษณะเดียวกัน ผมก็อาจจะมีความรู้สึกว่าผมเห็นด้วยกับเพื่อนที่อภิปรายแล้ว ถ้าเกิดผมลุกขึ้น อภิปรายซ้ำ ก็จะเป็นการซ้ำประเด็น หรือคณะกรรมาธิการอาจชี้แจงแล้วผมพอใจ ผมก็อาจจะไม่อภิปราย

อีกกรณีหนึ่งก็คือโดยลักษณะการอภิปรายควรจะเป็น ๒ ด้าน ด้านฝ่ายสนับสนุน แล้วก็ด้านฝ่ายค้าน แต่ถ้าเกิดท่านประธานจะอ่านตามรายงานครับ เช่น ผมยกตัวอย่าง หน้า ๘๔ ท่านก็จะให้ผู้แปรญัตติแปรกันด้านเดียว ๗๐ ท่านอย่างนั้นใช่ไหมครับ พอจบ ๗๐ ท่านแล้วมาให้คณะกรรมาธิการตอบสักท่านหนึ่ง อย่างนี้ผมคิดว่าสภาคงเดินไปยากครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าวันนี้ในการอภิปรายแต่ละมาตรา ก็คือให้ผู้ที่ได้สงวนคำแปรญัตติ ได้ยกมือขึ้นแสดงความจำนง และในกรณีที่ไม่เป็นที่พอใจก็มีสิทธิที่จะยกมือสอบถาม คณะกรรมาธิการได้อีกจำนวนหลายครั้งด้วยกันครับท่านประธาน และในกรณีที่บางท่าน อาจจะเข้ามาอภิปรายไม่ได้ตามลำดับแต่ยังอยู่ในมาตราก็มีสิทธิที่จะอภิปรายได้ ไม่อยากให้ ท่านประธานเป็นเพียงแค่คนอ่านรายงาน เป็นประธานในที่ประชุมครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอเป็นดุลยพินิจของประธาน เชิญท่านประธานวิปฝ่ายค้านครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกรัฐสภา กระผมเห็นด้วยและสนับสนุนท่านประธานครับ แล้วก็อยากจะให้ท่านประธานได้ตัดสินใจ แล้วก็แจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบให้มีความชัดเจน เพื่อพวกกระผมจะได้ปฏิบัติได้ถูกต้อง ต่อไป ข้อสนับสนุนที่กระผมเห็นด้วยกับท่านประธานก็คือว่าสำหรับผู้ที่ได้แปรญัตติไว้ หรือสงวนคำแปรญัตติไว้ทั้งหมดนั้นสามารถที่จะใช้สิทธิได้ตราบใดที่ยังไม่ได้ข้ามพ้นมาตรา ที่พิจารณานั้นไป โดยเริ่มต้นด้วยการให้พิจารณาสงวนคำแปรญัตติได้อภิปรายเรียงตามลำดับ ชื่อที่ปรากฏในเอกสาร แต่ถ้าข้ามผู้ใดไปก็สามารถกลับมาใช้สิทธิได้ ถ้ายังไม่พ้นการพิจารณา มาตรานั้น ที่ทำเช่นนั้นก็เป็นไปตามข้อบังคับทุกประการครับ ข้อบังคับที่ว่าก็คือว่าข้อบังคับ ที่อยู่ในหมวด ๗ ซึ่งระบุไว้เป็นการเฉพาะสำหรับการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ที่เขียนไว้ในข้อบังคับการประชุมร่วมรัฐสภา ซึ่งระบุไว้ตั้งแต่ข้อ ๘๖ ไปจนกระทั่งถึงข้อ ๑๐๖ ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าต้องการให้ความสำคัญกับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไข รัฐธรรมนูญโดยเฉพาะ ซึ่งอย่าว่าแต่การสลับรายชื่อที่ระบุไว้ในเอกสารรายงานของ คณะกรรมาธิการว่านาย ก นาย ข นาย ค จะสลับ เอานาย ค มาพูดก่อนนาย ก แม้แต่การพิจารณา เรียงลำดับมาตราก็สามารถสลับมาตราได้ เช่น จะเอามาตรา ๔ ขึ้นมาพิจารณาก่อนมาตรา ๓ ก็สามารถทำได้ เป็นไปตามข้อบังคับ ข้อ ๙๙ ทุกประการครับ ข้อบังคับ ข้อ ๙๙ ระบุไว้ชัดว่า ในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่มีคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ให้รัฐสภาพิจารณาเริ่มต้นด้วยชื่อร่าง คำปรารภ แล้วพิจารณาเรียงตามลำดับมาตรา ทั้งนี้ เว้นแต่ที่ประชุมรัฐสภาจะมีมติเป็นอย่าอื่น ซึ่งหมายความว่าถ้าที่ประชุมนี้เห็นร่วมกันกับ ท่านประธาน ก็สามารถดำเนินการได้ตามดำริท่านประธานทุกประการ แล้วถ้าท่านประธาน ยืนยัน พวกกระผมจะได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามนี้ตลอดการพิจารณาครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

คืออย่างนี้นะครับ อย่างที่ เพื่อนสมาชิกก็ได้แสดงความคิดเห็นมาหลายท่านแล้วนะครับ ที่ผมได้เรียนให้ที่ประชุมทราบ เพื่อเป็นข้อตกลงสำหรับการประชุมของพวกเราในวันนี้ ก็เป็นไปตามที่ผมได้พูดไปแล้ว คือผมเห็นว่าการดำเนินการตามรายชื่อในนี้มันเป็นโอกาสดีที่ท่านทั้งหลายจะได้ทราบว่า ท่านอยู่ตรงไหนของเวลาที่จะอภิปรายนะครับ แล้วผมก็มีเงื่อนไขนิดหนึ่งว่าเมื่อถึงชื่อท่านแล้ว ถ้าหากท่านไม่อยู่จำเป็นต้องผ่านไปแล้วก็จะไม่ย้อนกลับเหมือนอย่างที่ท่านสมาชิกได้พูดไว้ สักครู่นี้ว่ามันย้อนกลับมาแล้วทำให้เสียจังหวะของท่าน เราจะให้โอกาสท่านก่อนการลงมติ เมื่อผ่านไปจนกระทั่งสุดแล้วก่อนลงมติก็จะให้โอกาส อันนี้คือสิ่งที่ผมคิด เพราะผมได้มองถึง สิ่งแวดล้อมปัจจัยต่าง ๆ หน้าที่ที่พวกเราทุกคนต้องปฏิบัตินอกเหนือจากการนั่งอยู่ใน ที่ประชุมแห่งนี้นะครับ ผมเข้าใจดีว่าทุกท่านมีภารกิจ ทุกท่านอาจจะต้องอยู่ตรงโน้น ตรงนี้ ไม่เป็นอะไร แต่เมื่อถึงโอกาสแล้วเราให้สิทธิท่าน ทั้งนี้จะไปยึดข้อบังคับข้อใดข้อหนึ่งชัดเจน นักผมว่ามันไม่ใช่วิธีการปฏิบัติที่พวกเราซึ่งเป็นผู้ที่มีคุณวุฒิ มีศักยภาพ มีทุกสิ่งทุกอย่างสูงสุด ผมว่าเราไปกันแบบสบาย ๆ แล้วให้งานมันเดินได้ผมถึงได้กำหนดไปตามที่ผมได้เรียน ตั้งแต่ต้นแล้ว เราก็ได้หารือกันมานานแล้วผมขอเริ่มเลยนะครับ เชิญท่านธนา ชีรวินิจ ครับ แล้วก็ต่อไปจะเป็นท่านนิพนธ์ ท่านวิรัตน์นะครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ เช้านี้ท่านประธานได้ทำให้ที่ประชุมรัฐสภา แห่งนี้มีความสบายใจแล้วก็จะได้เดินหน้าตามข้อตกลงที่ท่านประธานได้ตกลงไว้กับ ท่านสมาชิก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล่ะครับท่านประธานที่ได้ทำหน้าที่เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับก็สามารถทำให้การประชุมเดินหน้าไปได้ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่า ผมได้ขอแปรญัตติในมาตรา ๔ ซึ่งมีข้อความว่า ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด ๑๖ การจัดทำ รัฐธรรมนูญ ผมอ่านร่างของ ครม. ก่อนนะครับ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑/๑๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หมวด ๑๖ การจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมได้กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาตั้งแต่การอภิปรายเมื่อวานนี้ว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรีนั้นมีข้อผิดพลาดบกพร่องและสุ่มเสี่ยง ต่อการขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เมื่อวานนี้ผมได้อภิปรายชี้ให้เห็นถึงความเร่งรีบ เร่งร้อน ของคณะกรรมาธิการในการเร่งที่จะดำเนินการประชุมให้เสร็จสิ้น โดยที่พวกเราก็ไม่ทราบสาเหตุ ว่าเป็นเพราะอะไร เมื่อเสร็จสิ้นแล้วท่านไม่ปล่อยเวลาแม้แต่ ๑ วัน ๑ อาทิตย์ ท่านรีบเสนอ ประธานรัฐสภาเพื่อให้เร่งบรรจุ แม้กระทั่งวันหยุดราชการคือวันที่ ๖ เมษายน และประธาน ก็ได้กรุณาเร่งรีบบรรจุตามความเห็นของคณะกรรมาธิการ ซึ่งเราได้พิจารณากันเมื่อวานนี้ สิ่งที่ผมต้องยกขึ้นมาพูดด้วยความเร่งรีบเร่งร้อนจะทำให้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหา เช้านี้ถ้าพี่น้องประชาชนหรือแม้กระทั่งสมาชิกรัฐสภาได้มีโอกาสอ่านหนังสือพิมพ์ก็คงจะได้ ทราบถึงข้อทักท้วงห่วงใยของสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นเสียงข้างน้อยในรัฐสภาถึงความ ไม่ชอบมาพากลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ตั้งข้อสังเกตในประเด็นของ การจัดทำรัฐธรรมนูญครั้งนี้ว่าจะมีความผิดพลาดและมีแนวโน้มที่จะขัดต่อบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญใน ๓ ประเด็น ผมจะไม่เท้าลึกเข้าไปในความเห็นของผู้ตรวจการแผ่นดินทั้งหมด แต่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่ายกตัวอย่างประเด็นหนึ่งที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ ยกขึ้นก็คือการที่ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมสนองพระบรมราชโองการ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งอาจจะเสี่ยงต่อการขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งที่ผม อยากจะกราบเรียนท่านประธานต่อไปตามที่ผมได้แปรญัตติก็คือ ผมได้ขอให้ตัดมาตรา ๕ มาตรา ๔ เป็นมาตรา ๓ เนื่องจากผมไม่เห็นด้วยในมาตรา ๓ เดิมของ ครม. และผมให้ตัดข้อความที่เขียนว่า ฉบับใหม่ ออกทั้ง ๒ วรรคและให้ตัดมาตรา ๒๙๑/๑๗ เป็นมาตรา ๒๙๑/๑๔ ข้อความที่ผมขอแปรญัตติ จึงเป็นอย่างนี้ครับท่านประธาน มาตรา ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด ๑๖ ของการจัดทำ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑/๑๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หมวด ๑๖ การจัดทำรัฐธรรมนูญ สิ่งที่ผมกราบเรียนตอนต้นก็คือว่ารายงานของ คณะกรรมาธิการที่ผิดพลาดตกหล่นและท่านกรรมาธิการก็ยังยืนยันที่จะไม่ถอน ผมกราบเรียน ท่านประธานครับ นี่จะเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ทำให้การทำรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาว่าจะขัดต่อ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ทำไมผมต้องกล่าวอย่างนั้นครับท่านประธาน เพราะผมได้แปรญัตติ นี่คือเอกสารคำแปรญัตติของผมครับท่านประธาน ซึ่งได้เสนอต่อท่านประธานคณะกรรมาธิการ เมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๕ ประมาณบ่าย ๒ โมงของวันที่ ๕ ดังกล่าว คำแปรญัตติ เจ้าหน้าที่ได้เซ็นรับเอกสารถูกต้อง สิ่งที่ผมจะเรียนต่อไปก็คือการที่คณะกรรมาธิการยังดึงดัน ที่จะรายงานเรื่องนี้ต่อรัฐสภาในเวลานี้ ท่านจะทำอย่างไรครับกับคำแปรญัตติของผม ท่านฟังให้ดีนะครับ ผมแปรญัตติมาตรา ๔ ตัดเปลี่ยนเป็นมาตรา ๓ แต่ว่าในรายงานของ คณะกรรมาธิการท่านไม่ได้เปลี่ยนมาตรา ๔ ของผมเป็นมาตรา ๓ ประเด็นตรงนี้ยังไม่สำคัญครับ

ต่อไปผมขอให้ตัดคำว่า ฉบับใหม่ ออก ซึ่งตรงกับที่ผมแปรญัตติ แต่สิ่งที่ไม่ตรง ก็คือ มาตรา ๒๙๑/๑๗ ผมขอให้ตัดและเปลี่ยนเป็นมาตรา ๒๙๑/๑๔ ท่านไม่ได้แก้ไขให้ผม นี่อย่างไรครับ คือการเร่งรีบ เร่งร้อน เจ้าหน้าที่ไม่มีทางที่จะทำได้ถูกต้องทั้งหมดครับ เพราะเอกสารต้องมีการพิจารณาคำแปรญัตติเป็นพันฉบับ ใช้เวลาหลังจากพิจารณาแปรญัตติ ไม่ถึง ๖ ชั่วโมง แล้วท่านมายื่นต่อประธานรัฐสภา นี่คือสิ่งที่ผมกราบเรียนท่านและสิ่งที่ผม กราบเรียนท่านต่อไปก็คือนี่จะเป็นกับดักอีกอันหนึ่งที่ท่านจะทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะถ้าสมมุติว่า ที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้เห็นด้วยกับคำแปรญัตติของผม นั่นหมายถึงว่าจะต้องกลับไปใช้เป็นถึง มาตรา ๒๙๑/๑๔ แต่ท่านไม่ได้แก้ไขเป็นไปตามที่ผมแปรญัตติ เพราะฉะนั้นเมื่อผมชนะ คำแปรญัตติต่อท่าน รายงานของท่านยังยืนยันว่าเป็นมาตรา ๒๙๑/๑๗ ซึ่งไม่ใช่เป็นไปตาม เจตนารมณ์ที่ผมได้ขอแปรญัตติไว้ แล้วจะไปตัดในมาตรา ๒๙๑/๑๗ ก็ไม่ได้ หมายความว่า อย่างไรครับ หมายความว่าคำแปรญัตติของผมไม่มีผลในทางปฏิบัติและไม่สามารถ เปลี่ยนแปลงแก้ไขได้เพราะคณะกรรมาธิการได้ประชุมเสร็จแล้ว ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผมเคารพเสียงข้างมาก ที่ประชุมของพวกเราโดยเฉพาะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยรวมถึง สมาชิกรัฐสภาที่เป็นซีกฝ่ายค้านได้พยายามหยิบยกประเด็นข้อห่วงใยและข้อเป็นห่วงถึง การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่ามันมีข้อผิดพลาดมากมาย เราเพียงแต่ถอยไปก้าวหนึ่ง คณะกรรมาธิการถอยออกไปแล้วเรียกประชุมคณะกรรมาธิการใหม่ เชิญเจ้าหน้าที่ทั้งหมด มาตรวจชวเลข ส่วนไหนที่มีการแปรญัตติถูกต้องตรงกับข้อเท็จจริงหรือไม่ อย่างไร ผมคิดว่า ใช้เวลาไม่เกิน ๑ วันหรอกครับท่านประธาน เราก็จะได้รายงานที่สมบูรณ์ แต่เมื่อท่านยังดึงดัน ที่จะเดินต่อไป ผมก็กราบเรียนท่านประธานว่าผมเคารพเสียงข้างมาก แต่เสียงข้างมากไม่ฟัง เสียงข้างน้อยอย่างพวกผม พวกผมก็จะเสนอรายงานเรื่องอย่างนี้ล่ะครับ ต้องลุกขึ้นมาหยิบยก ไว้ในที่ประชุมของรัฐสภาเพื่อผมจะได้ใช้สิทธิต่อไป ในการที่จะให้ศาลรัฐธรรมนูญได้ตีความว่า การดำเนินการของที่ประชุมรัฐสภาในวันนี้ถูกต้องเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นที่ ๒ ที่ผมตัดคำว่า ฉบับใหม่ ออกทั้ง ๒ ข้อความ เนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้บัญญัติ ไว้ชัดเจนว่าเรื่องไหนกระทำได้ กระทำไม่ได้ ในหมวดในส่วนที่ ๕ แห่งบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เรื่องการประชุมร่วมกันของรัฐสภา มาตรา ๑๓๖ ซึ่งเมื่อวานนี้ได้มีการหยิบยกกัน บางประเด็นแล้ว ผมกราบเรียนท่านประธานเลยครับว่าที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้จะดำเนินการ เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญได้ ๒ กรณีเท่านั้น ก็คือใน (๑๑) การให้ความเห็นชอบให้พิจารณา ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมและใน (๑๖) การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะนำท่านประธานไปที่มาตรา ๒๙๑ มาตรา ๒๙๑ เขียนไว้ อย่างนี้ครับท่านประธาน การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้กระทำได้ตามหลักเกณฑ์และ วิธีการดังต่อไปนี้ ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมี จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรหรือ จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภามีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิก ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา หรือจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า ห้าหมื่นคนตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ท่านประธานอ่านดูสิครับ ทั้ง ๒ มาตรานี้เขียนเฉพาะการดำเนินการที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ชัดเจนทั้ง ๓ วรรค ก็คือจะดำเนินการได้นั้นจะต้องเป็นการดำเนินการเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่คณะรัฐมนตรีซึ่งใช้อำนาจตามมาตรา ๒๙๑ ซึ่งระบุไว้ชัดเจนว่าญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งในส่วนที่มาจากคณะรัฐมนตรีนั้น คณะรัฐมนตรีฉบับนี้เสนอขอให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทำไมผมถึงต้องบอกว่าเป็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะเป็นไปตามคำเสนอในการ แก้ไขรัฐธรรมนูญของ ครม. ที่ระบุไว้ในมาตรา ๔ ให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตาม มาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑/๑๗ และบรรจุหมวดใหม่ หมวดที่ ๑๖ การจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พวกเราได้พยายามที่จะหยิบยกข้อห่วงใยไปยังท่านประธานรัฐสภา ไปยังคณะรัฐมนตรีและสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลทุกคนว่าการทำหน้าที่ของสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน และกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนั้นเราพยายามพูดในประเด็นที่เป็นข้อเท็จจริงของกฎหมาย เราพยายามพูดในประเด็นข้อเท็จจริงของรัฐธรรมนูญ แต่ท่านก็บอกอยู่ตลอดเวลา พยายามที่จะ ตอบโต้กลับว่าการทำหน้าที่ของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนั้นเป็นการไม่เคารพเสียงข้างมาก ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่พูดมีเหตุมีผล มีหลักฐาน มีรัฐธรรมนูญรองรับ ถ้าสิ่งที่พวกเรา ได้พูดกับที่ประชุมรัฐสภานั้นไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นอย่างนี้ คงไม่เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักวิชาการหรือแม้กระทั่งผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งขณะนี้ ก็ได้ทำความเห็นออกมาแล้วว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญที่เร่งรีบ เร่งรัด มีประเด็นที่เสี่ยงต่อ การขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญถึง ๓ ประเด็น นั่นยังไม่ได้รวมกระบวนการพิจารณา ในชั้นคณะกรรมาธิการซึ่งได้รวบรัด รีบร้อน แก้ไข กลับมติ การเร่งรัด การเร่งรีบ รีบร้อน นำเข้า บรรจุในวาระการประชุม มีผู้หยิบยกรายงานการประชุมและรายงานคณะกรรมาธิการ ที่ไม่ถูกต้อง ขอให้ถอนกลับไปท่านก็ไม่ถอน วันนี้ผมถึงต้องหยิบยกประเด็นของผมว่า ถ้าประเด็นของผมชนะโดยมติที่ประชุมรัฐสภา ท่านจะไม่สามารถเดินหน้าการแก้ไข รัฐธรรมนูญในวาระที่สองนี้ได้เลย เพราะท่านยืนยันว่าท่านจะไม่กลับไปประชุม คณะกรรมาธิการใหม่อีกแล้ว แล้วท่านก็จะได้เห็นปัญหาของรายงานที่ไม่ถูกต้องนับแต่นี้ไป ตลอดเวลาครับท่านประธาน เพื่อสำทับ เพื่อยืนยันว่าทิฐิที่ท่านยืนยันต่อรัฐสภานั้นจะเกิด ปัญหาต่อการทำงานของรัฐสภาอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น จะเป็นปัญหาต่อไปในอนาคต เพราะเมื่อเราปรากฏชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ท่านจะชอบ ไม่ชอบ แต่ว่าท่านไม่มีสิทธิที่ปฏิเสธความถูกต้องชอบธรรมแห่งบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่ได้ผ่าน ความเห็นชอบของประชาชน ๑๔.๗ ล้านคน ท่านจะเห็นด้วยหรือไม่ สิ่งหนึ่งที่ท่านต้องเดินต่อ ก็คือยึดหลัก ยึดแนวทาง ยึดกฎและกติกา เมื่อเขาเขียนว่าไม่สามารถดำเนินการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ จะทำได้ในกรณีเดียวกันก็คือการแก้ไขเพิ่มเติมเท่านั้น ทำไมเขาเขียน อย่างนี้ล่ะครับท่านประธาน เพราะว่าการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในอดีตที่ผ่านมานี่นะครับ ท่านประธาน มันมีเฉพาะการปฏิวัติรัฐประหารเปลี่ยนแปลงอำนาจรัฐ ถึงมีการร่าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นี่อย่างไรครับถึงเป็นที่มาที่เราเรียกกันอยู่ตลอดเวลาว่าวันนี้จะมีเผด็จการ ทางรัฐสภาในรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้น แม้กระทั่งรัฐธรรมนูญก็ไม่ยอม ต้องร่างใหม่กันทั้งฉบับ ท่านบอกผมหน่อยสิครับท่านประธานครับว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่ท่านเห็นว่ามันไม่ถูก มันไม่ต้อง มันไม่ชอบ มันไม่ถูกใจท่าน มันมีประเด็นไหน ท่านต้องให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วม ในการที่จะเดินหน้าไปกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญของท่าน วันนี้ประชาชนยังไม่ได้มีโอกาสที่จะ รับรู้เลยครับว่า ครม. มีแนวความคิดอย่างไรที่จะขอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตราไหนบ้าง ในสิ่งไหนบ้าง เพราะท่านสับขาหลอกอย่างไรครับ ท่านสับขาหลอกมาตลอดเวลาจน ประชาชนวันนี้ไม่รู้ว่าจะเดินหน้ารัฐธรรมนูญอย่างไร เมื่อวานนี้ผมได้พูดกับท่านประธานแล้วว่า ถ้า ครม. มีความจริงใจใช้ประเด็นและธงของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง วันนี้ไม่เกิด ปัญหาหรอกครับ ความแตกแยกทางความคิด ความแตกแยกของสังคม ความขัดแย้ง ไม่เกิดขึ้นหรอกครับ แต่วันนี้ท่านเหมือนท้าทาย เหมือนท่านไม่กลัว เหมือนท่านรู้ว่าวันนี้ ท่านมีอำนาจรัฐอยู่ ท่านไม่แคร์เสียงคนที่ไม่เห็นด้วยกับท่าน ท่านผลักคนที่ไม่เห็นด้วยกับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญไปยืนอยู่อีกข้างหนึ่งของสังคม เพราะท่านเลือกข้างเอาคนที่เห็นด้วยกับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งคนเป็นรัฐบาลต้องไม่ทำ คนเป็นรัฐบาลต้องถนอมและนำ แนวความคิดเห็นที่แตกต่างมาประสานให้เกิดเป็นแนวความคิดในทิศทางเดียวกันให้ได้แล้ว เดินหน้าสู่เป้าหมายของประเทศ แต่ท่านเลือกที่จะยืนเคียงข้างกับกลุ่มแกนนำ กลุ่มมวลชน ที่ท่านยึดถือว่าเป็นแนวทางคู่ขนานกับท่าน ท่านผลักไสคนที่ไม่เห็นด้วยกับท่าน ท่านเมิน เสียงข้างน้อยไม่รับฟังแม้กระทั่งกระบวนการที่จะให้เขาเข้ามาสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านไม่ทำ ท่านปฏิเสธ และนี่คือสิ่งที่พวกเราไม่สบายใจ ท่านประธานที่เคารพครับ การทำหน้าที่ในรัฐสภาแห่งนี้ สิ่งหนึ่งที่พวกเรามีความภาคภูมิใจที่จะได้ทำสิ่งหนึ่งก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือการทำหน้าที่ ในการปกป้องรัฐธรรมนูญ วันนี้เราเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังสามารถเดินหน้าได้ไม่เป็นปัญหา ไม่เป็นอุปสรรคในการบริหารราชการแผ่นดิน ท่านบอกผมมาสักคำสิครับว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีมาตราไหนบ้างที่ไปขัดขวางการทำหน้าที่ของรัฐบาลในการที่จะสร้างความผาสุกให้กับ พี่น้องประชาชน นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนว่าเมื่อเป็นรัฐบาลแล้วท่านต้องมุ่งมั่นที่จะ สร้างผลประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน สิ่งไหนก็ตามที่จะเป็นการดำเนินการแล้ว ขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายรัฐธรรมนูญท่านต้องไม่ทำ

(นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านประท้วงครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอประท้วงท่านผู้กำลังอภิปรายอยู่ในขณะนี้ตามข้อบังคับ ข้อ ๔๓ ท่านประธานที่เคารพครับการอภิปรายในวาระที่สองนั้นเป็นการอภิปรายเมื่อท่านได้ สงวนความเห็นหรือสงวนการแปรญัตติเอาไว้นี้ ท่านต้องชี้ให้เห็นถึงเหตุผลว่าท่านเห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงข้างมากหรือไม่เห็นด้วยอย่างไร แต่นี่ท่านพูดเรื่อยเปื่อยเลยนะครับ เรื่อยเปื่อย ไปเรื่อยจนไม่เกี่ยวข้องกับมาตราที่กำลังจะเข้าประเด็นอยู่ เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ผมอยากให้ ท่านประธานได้ควบคุมการประชุมนะครับ เพราะถ้าปล่อยอย่างนี้อีกหลายวันก็ไม่เสร็จ ถ้าท่านพูดเข้าเนื้อหาผมไม่ว่าเลย ขอให้ท่านประธาน ควบคุมการประชุมด้วยครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ก็ต้องขอให้ ท่านธนากรุณาอยู่ตามที่ผมได้เรียนตอนเริ่มประชุมนะครับ ผมก็พยายามฟังอยู่ว่า ท่านจะเลี้ยวเข้าประเด็นอย่างไร ตรงไหนนะครับ เชิญท่านช่วยกรุณาสรุปด้วยนะครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผมว่าถ้าท่านประธาน ฟังการอภิปรายของผม ผมชี้ประเด็นคำแปรญัตติผม ซึ่งผมถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ เพราะผมกำลังจะชี้ว่ารายงานของคณะกรรมาธิการที่เห็นด้วยกับร่างของคณะรัฐมนตรีให้มี การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ผมเชื่อว่าถ้าท่านสมาชิก นั่งฟังอยู่ท่านก็คงเข้าใจ สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานให้เห็นก็คือว่าถ้าเราปล่อยให้มาตรานี้ ผ่านไปโดยที่มีข้อความหรือมีวิธีการที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเราจะทำได้อย่างไรละครับ ท่านประธาน ถ้าท้ายที่สุดรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าไม่เป็นไปตาม บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ การดำเนินการทั้งหมดมันก็เสียเปล่า นี่คือสิ่งที่ผมพูดอย่างไรครับ ผมไม่ได้ออกนอกประเด็นเลยแม้แต่ข้อความเดียวครับท่านประธาน ผมเกาะยึดอยู่กับหลัก คำแปรญัตติของผมทั้งสิ้น ผมกราบเรียนท่านประธานว่าคณะรัฐมนตรีซึ่งมีที่ปรึกษากฎหมาย ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมเชื่อว่าท่านปรึกษาคณะกรรมการกฤษฎีกา ผมก็มีความเป็นห่วงความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งในพักหลังออกมาในประเด็น ที่มีปัญหาอยู่หลายครั้ง ผมได้หยิบยกประเด็นนี้พูดจาในคณะกรรมาธิการอยู่ ๒-๓ ครั้ง เรื่องความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งขณะนี้มีลักษณะคล้ายกับสนองนโยบายของ คณะผู้บริหารมากจนเกินไป จนบางครั้งหลักกติกาหรือบทบัญญัติของกฎหมายมันสูญเสียไป นั่นคือความเป็นห่วงเป็นใยที่ผมได้ฝากคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ช่วยไปดูแล ให้ช่วยไป ทบทวน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าวันนี้ถ้าเราเดินหน้า แล้วก็แก้ไข ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมาธิการซึ่งเห็นสอดคล้องกับคณะรัฐมนตรียังคงรายละเอียดของ การจัดทำรัฐธรรมนูญ โดยอนุญาตให้จัดทำทั้งฉบับเป็นฉบับใหม่ อย่างนี้ผิดบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญแน่นอน และการที่รายงานของคณะกรรมาธิการไม่ตรงกับคำขอแปรญัตติของผม ที่ได้ยื่นไว้ผมจะได้ใช้สิทธิเพื่อพิสูจน์ต่อไปว่าการดำเนินการการประชุมวันนี้ของ คณะกรรมาธิการเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายข้อบังคับ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่ แล้วเราคอยดูกันครับ ท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านนิพนธ์ บุญญามณี

นายนิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา และกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้สงวนคำแปรญัตติ ในมาตรา ๔ ไว้นะครับ ซึ่งผมคิดว่าสิ่งที่จะเป็นปัญหาก็คือว่ากรรมาธิการเสียงข้างมาก ไม่ได้ทำให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่กระผมได้ยื่นขอสงวนคำแปรญัตติไว้ ความผิดพลาดอันนี้ ใครจะรับผิดชอบ อันนี้เป็นสิ่งที่ต้องกราบเรียนท่านประธานเสียก่อนว่าท่านไม่ทำให้เป็นไป ตามเจตนารมณ์ของกระผม จงใจละเว้นปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ อันนี้เป็นข้อที่ผมจะต้องเรียนกับ ท่านประธานนะครับว่าท่านจงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกรัฐสภาที่มอบหมาย ให้ท่านไปดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วสมาชิกสงวนคำแปรญัตติ และท่านจงใจไม่ทำให้ เป็นไปตามคำสงวนคำแปรญัตติของท่านสมาชิก อย่างนี้ถือว่าท่านกำลังจะโดนข้อหาละเว้น การปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ อย่างไร เป็นประเด็นที่ผมตั้งข้อสังเกตกับท่านประธานเอาไว้ก่อน เพราะว่าท่านประธานครับ ท่านไปดูเอกสารที่ผมได้สงวนคำแปรญัตติผมยื่นเป็นทางการ ชัดเจนครับ มีเลขรับชัดเจน เลขรับผมไปยื่นที่ศูนย์ประสานงานคณะกรรมาธิการ รับที่ ๑๕๑๙/๕๕ วันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๕ เวลา ๑๓.๔๕ นาฬิกา ลงเลขรับชัดเจน ผมนึกว่า ปัญหานี้ต้องเกิดขึ้นแน่นอน ผมเลยทำไว้ แล้วผมเซ็นชื่อกำกับทุกแผ่น ในเอกสารที่ผมแปรญัตติ ผมเซ็นชื่อกำกับทุกแผ่นกระดาษเลยครับ มีลายเซ็นผมกำกับไว้ด้วย เพราะผมคาดการณ์ว่า คณะกรรมาธิการอาจจะเล่นกลกับผมก็ได้ ผมเซ็นชื่อกำกับเอาไว้ทุกแผ่นครับ นี่ครับ มีทุกแผ่นเลย ท่านไปเอามาดูครับ มีทุกแผ่นกำกับนี่ ผมยื่นคำแปรญัตติทั้งหมดนี่รวมแล้ว ๘ แผ่นกระดาษ แต่ว่าท่านไม่ได้ทำให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของผม เมื่อสักครู่ท่านธนาได้พูดไป บางประเด็น แต่ว่าท่านเขียนในคำแปรญัตติของผมนี่ท่านดูนะครับ มาตรา ๔ ให้เพิ่มเติม ข้อความต่อไปนี้เป็นหมวด ๑๖ การจัดทำรัฐธรรมนูญ ผมตัดคำว่า ฉบับใหม่ ออกไปนะครับ แล้วก็มาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑/๑๗ ไม่ใช่ ของผมมาตรา ๒๙๑/๑๔ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ท่านประธานถ้าหากว่าท่านประธานจะไม่เชื่อ ผมจะให้เจ้าหน้าที่ เอาไปให้ท่านประธานดูก็ได้สักฉบับ อยู่นี่ครับ เจ้าหน้าที่เอาให้ท่านประธานดูหน่อย เพราะถ้าอย่างนี้ผมอธิบายความไม่ได้เลยครับ ผมจะอธิบายอย่างไร เพราะว่าถ้อยคำที่ผม สงวนคำแปรญัตติไว้กับเอกสารที่กรรมาธิการเสียงข้างมากทำมาให้ผมนี่มันคนละเรื่องกัน มันจะเดินหน้าอย่างไรครับ ท่านแก้เมื่อวานท่านก็ไม่ยอมแก้ สมาชิกสภาเมื่อวานเขาบอกว่า ให้ท่านถอนรายงานกลับไป ท่านก็ไม่ถอน แสดงว่าท่านจงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ สภานี้มอบหมายหรืออย่างไร เพราะเมื่อวานให้ถอนท่านก็ไม่ถอน แล้ววันนี้ผมคิดว่าข้อที่ผม หลักฐานท่านประธานดูสิครับ ตรงกันไหมครับ จะให้ผมอภิปรายอย่างไร ผมมีลายเซ็นกำกับ ไว้ทุกแผ่นกระดาษ ๘ แผ่นนั้นผมเซ็นหมด ท่านประธานจะให้ผมใช้เอกสารไหนละครับ เพราะว่ามันไม่เหมือนกับเจตนารมณ์ที่ผมสงวนคำแปรญัตติเอาไว้ ท่านดูข้อความที่ผมแปรญัตติ เอาไว้ครับท่านประธานครับ หน้าที่ ๒ ที่มาตรา ๔ ผมขีดฆ่าเป็นมาตรา ๓ เพราะว่า ในคำสงวนคำแปรญัตติผมนี่มาตรา ๓ ผมให้ตัดออกไปแล้ว ท่านประธานดูไหมครับ เห็นไหมครับ ท่านประธานเห็นไหมมาตรา ๔ ครับ เพราะฉะนั้นมาตราที่ผมบอกว่าถึงมาตรา ๒๙๑/๑๗ ผมฆ่าออกเป็นมาตรา ๒๙๑/๑๔ มันไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ผมให้สงวนคำแปรญัตติเอาไว้ เพราะว่ามันมีผลผูกพันกับมาตราอื่นด้านหลังที่ผมแปรญัตติเอาไว้ครับ ของผมเป็นแพคเกจ (Package) เป็นทั้งหมดเลย เป็นฉบับ และผมเซ็นกำกับไว้ด้วย จะบอกว่าของผมปลอมไม่ได้ เพราะแต่ละแผ่นผมมีลายเซ็น ผมคาดการณ์แล้วว่าจะต้องเล่นแร่แปรธาตุกับผมอย่างนี้ละครับ ผมเลยเซ็นชื่อกำกับทุกแผ่น ท่านประธานจะให้ผมอภิปรายอย่างไรละครับทีนี้

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญคณะกรรมาธิการครับ ท่านนิพนธ์ เดี๋ยวเชิญคณะกรรมาธิการชี้แจงเลยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สามารถ แก้วมีชัย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ก็เพื่อไม่ให้การพิจารณา หรือการอภิปรายของท่านผู้สงวนคำแปรญัตติหรือสงวนความเห็นจะต้องมีปัญหานะครับ คือผมขออนุญาตทำความเข้าใจอย่างนี้นะครับ ทั้งท่านธนา ท่านนิพนธ์ แล้วก็มีอีก ๑ ท่าน คือท่านวิรัช ร่มเย็น ที่ท่านขอแปรญัตติในมาตรา ๔ ถ้าท่านประธานจะกรุณาดูนะครับ ท่านก็จะเห็นว่าท่านไปขอแก้ไขถ้อยคำ ตัดคำว่าฉบับใหม่ออก แล้วท่านก็ไปพูดถึงมาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑ ที่ในร่างที่กรรมาธิการทำรายงาน เขียนว่าถึงมาตรา ๒๙๑/๑๗ แต่ท่านไปยื่นคำแปรญัตติบอกว่าจะเหลือมาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑/๑๔ ถูกต้องครับ แต่ถ้าท่านจะกรุณาไปดูคำแปรญัตติอื่นของทั้ง ๓ ท่าน ประกอบ คือท่านไปตัดมาตรา ๒๙๑/๖ มาตรา ๒๙๑/๗ และมาตรา ๒๙๑/๑๖ ออก ๓ มาตรา ฉะนั้นโดยนิติวิธีในการทำรายงาน ถ้าท่านไปชนะโหวตของ ๓ มาตราดังกล่าวที่ ท่านเสนอตัด มันก็จะตัดออกไป ๓ มาตรา เขาก็จะเลื่อนขึ้นมาเป็นมาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑/๑๔ ให้ท่าน แต่ถ้าทั้ง ๓ มาตราท่านไม่ชนะนี่นะครับ มันก็จะคงมาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑/๑๗ เหมือนเดิม ฉะนั้นนี่เป็นวิธีการที่จะเขียนรายงาน เพราะไม่อย่างนั้น ถ้าไปตัดเหลือมาตรา ๒๙๑/๑๔ ไว้เลย มันก็ไปทำให้มาตราข้างหลังคลาดเคลื่อนหมด ฉะนั้น ท่านผู้แปรญัตติท่านก็ทราบนะครับ ผมยกตัวอย่างให้ท่านดูก็ได้ครับ ถ้าท่านจะดูอย่าง ในหน้า ๑๓๙ ท่านธนา ท่านนิพนธ์ ท่านวิรัช ท่านไปตัดมาตรา ๒๙๑/๖ ออกทั้งมาตรา และเปิดไปดูอีกมาตรา ๒๙๑/๗ ในหน้า ๑๘๔ ท่านก็ไปตัดออกในมาตรา ๒๙๑/๗ และข้ามไป อีก ๑ มาตรา คือมาตรา ๒๙๑/๑๖ ในหน้า ๓๑๐ ท่านก็ไปตัดมาตรา ๒๙๑/๑๖ ออก ถ้าท่านสามารถ จะตัดมาตรา ๒๙๑/๖ มาตรา ๒๙๑/๗ มาตรา ๒๙๑/๑๖ ออก เลขที่ท่านเสนอคำแปรญัตติ นะครับ จะเหลือมาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑/๑๔ ตามที่ท่านต้องการ นี่เป็นนิติวิธีที่เขา ทำกันเป็นปกติครับท่านประธานครับ ฉะนั้นไม่มีปัญหาเลยครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านนิพนธ์ต่อครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผมคิดว่า นั่นคือการที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการพยายามที่จะหาเหตุผลมาชี้แจงกับผม มันไม่ใช่ครับ ผมเข้าใจครับท่านประธาน ผมอยู่ที่นี่มา ๒๐ ปีเหมือนกันครับท่านประธานครับ ๘ สมัยแล้วครับ เป็นผู้แทนราษฎรมา ไม่มีอย่างนี้ครับ ถ้าผมแปรญัตติอย่างไรต้องเขียนให้ผมก่อนว่าผมแปรญัตติ อย่างไร ที่ผมขีดฆ่าของผมออกไป มาตรา ๒๙๑/๑๗ ผมเอาออกไป ผมบัญญัติมาตรา ๒๙๑/๑๔ เอาไว้ ผมต้องการให้เห็นว่านั่นคือผมเชื่อมโยงอย่างไรครับ มันต้องเชื่อมโยงให้ผมเห็นก่อนว่า มาตรา ๒๙๑/๑๔ ผมต้องมีอยู่ตรงนี้ ถ้าวันนี้อยู่ ๆ มาเป็นมาตรา ๒๙๑/๑๗ แล้วมาตรา ๒๙๑/๑๔ ผมมาอย่างไรละครับ มาตรา ๒๙๑/๑๔ ผมจะมาอย่างไรถ้าท่านไม่เขียนมาให้ผม ถ้าผมไม่เขียนไว้ ตรงนี้ว่าเป็นมาตรา ๒๙๑/๑๔ อยู่ ๆ แล้วท่านจะถามได้ไหมว่ามีการแก้ไขตามที่ผมได้สงวน คำแปรญัตติเอาไว้ เพราะอย่างนี้มันไม่บอกว่าผมสงวน ผมแก้นี่ครับ จากมาตรา ๒๙๑/๑๗ เป็นมาตรา ๒๙๑/๑๔ อันนี้ต้องเขียนให้ผมก่อนว่า ผม นายนิพนธ์ บุญญามณี ขอสงวน คำแปรญัตติอันนี้เอาไว้ จากมาตรา ๒๑๙/๑๗ เป็นมาตรา ๒๑๙/๑๔ ต้องมีให้ผมก่อน อย่างนี้ มันไม่ถูกต้องชัดเจนครับ เมื่อวานผมนึกว่าจะถอน ที่ผมไม่พูดเมื่อวาน ผมเข้าใจว่าท่านคงจะถอน แต่วันนี้ท่านไม่ถอนแสดงว่าท่านจงใจ ผมให้เวลาท่าน ๑ วันเมื่อวาน นึกว่าท่านจะถอน แต่วันนี้ท่านไม่ถอน เมื่อท่านไม่ถอนแสดงว่าท่านไม่ยอมแก้ให้ผมตามเจตนารมณ์ผม ถ้าหาก ท่านบอกว่าเสียงส่วนใหญ่เห็นตามผม เห็นอย่างไรละครับ เพราะว่าท่านไม่ได้เขียนเอาไว้ ในมาตรา ๒๙๑/๑๗ ว่าผมขอแก้เป็น ๒๙๑/๑๔ ถ้าเป็นอย่างนี้เท่ากับผมไม่ได้แก้ไขครับ ท่านประธานลองวินิจฉัยดู ท่านนั่งทำหน้าที่เป็นประธาน ผมจะอภิปรายอย่างไร ผมเดินหน้า ไม่ได้ ผมคิดว่ารายงานฉบับนี้ไม่ถูกต้องนะครับ ผมไม่อยากใช้คำว่า รายงานโจร ไม่ใช้ครับ รายงานโจร แต่ว่ามันเอากันซึ้งหน้าเลยขนาดผมมีรายชื่อ ท่านประธานเห็นนะครับ เซ็นกำกับชื่อลายเซ็น ผม ๘ แผ่น ผมเซ็นหมดเลย ๘ แผ่น ผมเดินหน้าอย่างไรละครับ เพราะอย่างนี้ผมถือว่าไม่ได้แก้ ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของผมเสียก่อน ท่านต้องเขียนให้ผมมีรอยขีดฆ่าที่มาตรา ๒๙๑/๑๗ เอาไว้ แล้วเขียนมาตรา ๒๙๑/๑๔ นั่นแสดงว่า นายนิพนธ์ บุญญามณี ไม่ต้องการให้มีคำว่า มาตรา ๒๙๑/๑๗ ก็ขอแก้เป็นมาตรา ๒๙๑/๑๔ แล้ว ถ้าผ่านไปอย่างนี้แสดงว่าผมไม่ได้สงวน คำแปรญัตติเพราะไม่มีรอยแก้ไข แต่ว่าผมเสนอให้แก้ไขก่อน ไม่ได้ล่ะครับ ท่านประธานครับ ผมไม่สามารถอภิปรายในเอกสารที่เป็นเท็จได้ ผมจะไม่ใช้เอกสารเป็นเท็จในการประกอบ การอภิปรายอย่างนี้เพราะของผมเอกสารจริง มีลายเซ็น ๘ แผ่น ผมยื่นท่านประธานไปแล้ว ผมไม่สามารถใช้เอกสารเป็นเท็จประกอบการอภิปรายได้ท่านประธานครับ รายงานนี้ รายงานเท็จ ถ้าไม่บอกว่ารายงานเท็จคือรายงานโจร

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยวให้ท่านกรรมาธิการ ชี้แจงนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม สามารถ แก้วมีชัย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ด้วยความเคารพในความคิดเห็น ของท่านผู้แปรญัตติ คณะกรรมาธิการขอยืนยันนะครับว่ารายงานของคณะกรรมาธิการทำชอบ และทำถูกต้องตามกระบวนการนิติวิธีทุกประการนะครับ ผมกราบเรียนแล้วนะครับว่ามันไปพัน กับมาตรา ๒๙๑/๖ มาตรา ๒๙๑/๗ มาตรา ๒๙๑/๑๖ ที่ท่านขอตัดออกทุกมาตรานะครับ มาตรา ๒๙๑/๖ มาตรา ๒๙๑/๗ มาตรา ๒๙๑/๑๖ ฉะนั้นในเมื่อท่านตัดออก ๓ มาตรา ถ้าท่านชนะโหวตในสภานี้ลำดับเลขของท่านก็จะปรับขึ้นไปเหลือมาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑/๑๔ แต่ถ้าสมมุติท่านชนะบางมาตรามันก็จะปรับขึ้นไป อาจจะ มาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑/๑๕ ก็แล้วแต่นะครับ ฉะนั้นท่านไม่ต้องห่วงละครับถ้าท่านประสงค์ที่จะขอตัด ๓ มาตรานั้น และที่ประชุมรัฐสภาเห็นชอบกับท่าน ตัวเลขที่ท่านได้เสนอคำแปรญัตติมามันก็จะปรับให้ โดยอัตโนมัติในการทำข้อสรุปของรัฐสภาที่จะออกเป็นรัฐธรรมนูญนะครับท่านประธาน ขอยืนยันว่าไม่ใช่รายงานโจร และไม่ใช่รายงานเถื่อนอะไรทั้งนั้นละครับ เราทำทุกอย่าง ชอบด้วยข้อบังคับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะ ผมถ่ายไว้แค่ ๒ ชุด คือชุดหนึ่งผมใช้ประกอบ ชุดที่ ๒ ผมมอบให้ท่านประธานไป ลองให้ ท่านประธานอ่านดูหน่อยไหมครับ มันต้องเขียนขีดฆ่าของผมก่อน แล้วถ้าชนะมันจึงเอา อย่างที่ท่านบอกนั่นละครับ มันต้องเขียนให้ผมก่อน ท่านเอาให้ดูหน่อยมันต้องทำรายงาน ให้ถูกต้องเสียก่อน เขาจึงเห็นว่าถ้าชนะแล้วจึงจะไม่มีรอยขีดฆ่า แต่ว่าถ้าผมไม่ชนะก็จบไป แต่ถ้าชนะเอารอยขีดฆ่านั้นมาเป็นตัวหลัก ผมเข้าใจครับ ไม่ใช่เพิ่งอยู่ที่นี้ อยู่มา ๒๐ ปีแล้ว ท่านประธาน

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ได้ยืน และยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านนิพนธ์มีผู้ประท้วง เชิญผู้ประท้วง

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงราย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมประท้วงผู้อภิปราย ในข้อบังคับแห่งรัฐสภา ข้อ ๔๓ ขอให้ท่านผู้อภิปรายได้ถอนคำพูดว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นของโจร แล้วก็เป็นรายงานเท็จ ซึ่งเกิดความเสียหายกับสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็วุฒิสภา อันทรงเกียรติแห่งนี้ ฉะนั้นขอให้นายนิพนธ์ได้ถอนคำพูดที่ผมได้กล่าวไป แล้วถ้านายนิพนธ์ คิดว่ารายงานฉบับนี้เป็นรายงานเท็จก็ไม่ต้องอภิปราย ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านนิพนธ์ครับ เอกสาร หรือรายงานโจรอะไรผมว่าเอาออกเถอะครับ ไม่ใช่หรอกครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการ

คือท่านประธานครับ เอาละครับ อาจจะไม่โจรตอนนี้ เดี๋ยวโจรจะถึง แต่ว่าต้องเท็จ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ไม่เป็นอะไรครับ ท่านเอาโจร ออกครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการ

เอาโจรออกแล้วครับ โจรเอาออกไปก่อน ตอนนี้เอาเท็จก่อน คือมันไม่ตรงกับของผม ของผมของจริง ถ้าไม่ตรงกับของจริงมันต้อง เรียกว่าของปลอมหรือของเท็จ ถูกไหมครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เอานะครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการ

อันนี้ไม่ถอน อันคำว่า เท็จ ไม่ถอน เพราะว่าของจริงมันอยู่นี่มีลายเซ็น

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

พอเข้าใจแล้วครับ เดี๋ยวฟัง คณะกรรมาธิการ เชิญครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรรมาธิการ

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะสมาชิกรัฐสภาและกรรมาธิการครับ ท่านประธานครับ ท่านนิพนธ์ใจเย็น ๆ ครับ ท่านอย่าใจร้อนครับ ใจร้อนแล้วเดี๋ยวทำอะไร ไม่ถูกนะท่าน ก็ขออนุญาตว่าสิ่งที่ท่านนิพนธ์พูดที่เป็นเอกสารได้แปรญัตติให้กับทาง คณะกรรมาธิการ ผมได้ขออนุญาตเอาตัวจริงมานะครับ ซึ่งก็ตรงกับของท่านนิพนธ์ ท่านนิพนธ์ได้พูดนะครับว่าได้มีการแปรญัตติในมาตรา ๓ ก่อนนะครับ ขออนุญาตขยายความก่อน ท่านตัดมาตรา ๓ ทั้งหมด ในความหมายของท่าน แล้วก็ขยับมาตรา ๔ ขึ้นมาเป็นมาตรา ๓ ในส่วนหนึ่ง แล้วก็ไปตัดการจัดทำรัฐธรรมนูญ คำว่า ฉบับใหม่ ออก ในส่วนต่อมาท่านก็เขียนว่า มาตราตั้งแต่มาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑ จริง ๆ แล้วมันถึงมาตรา ๒๙๑/๑๗ ท่านก็บอก ให้ตัดออก แล้วก็ขยับขึ้นมาเป็นมาตรา ๒๙๑/๑๔ ซึ่งจริง ๆ แล้วเรียนท่านประธานครับว่า ขั้นตอนที่ทำเป็นขั้นตอนที่ท่านนิพนธ์เองดูเหมือนนึกว่าถ้าท่านแปรญัตติแล้วข้อความ หรือถ้อยคำต่าง ๆ จะต้องลงมาสู่ในรายละเอียดตรงนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ไม่ผิดเหมือนกัน ท่านประธานครับ แต่โดยความเป็นจริงแล้วในการพิจารณานี่นะครับ การที่จะต้องเรียง หรือดำเนินการในส่วนของรายละเอียดจะต้องเขียนให้ตรงกับหลักการของการพิจารณา ก่อนนะครับ

(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านสมบูรณ์ประท้วงอะไร เชิญครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ คือทนฟังการชี้แจงที่ไม่ถูกต้อง แล้วก็ไม่รู้เรื่องไม่ได้ครับ ท่านประธานต้องฟังด้วย คณะกรรมาธิการชี้แจงไปเรื่อยอย่างนี้ ท่านประธานต้องเข้าใจสิครับว่าท่านนิพนธ์ท่านแปรญัตติเหลือแค่มาตรา ๒๙๑/๑๔ แล้วจะให้ท่านอภิปรายอย่างไรถึงมาตรา ๒๙๑/๑๗ มันเป็นข้อมูลที่เท็จอยู่แล้ว ชัดเจน แล้วท่านชี้แจง ก็ไม่ได้เรื่องเลยครับ ผมคิดว่านำข้อมูลกลับไปเถอะครับ ท่านประธานครับ เราจะได้ ดำเนินการให้ถูกต้อง

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมกำลังฟังอยู่ แล้วเดี๋ยวผม จะวินิจฉัย ขณะนี้มีคณะอาจารย์และนักเรียนวิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี จำนวน ๑๕ คน มาเยี่ยมชมนะครับ การประชุมของรัฐสภาขณะนี้เป็นเรื่องรายงานของ คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ในวาระที่สองนะครับ เชิญท่านกรรมาธิการต่อครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ขออนุญาต เพื่อนสมาชิกนะครับ ท่านได้กล่าวคำว่า ไม่ได้เรื่อง คือคณะกรรมาธิการมีหน้าที่ชี้แจงนะครับ ถ้าท่านบอกว่าไม่ได้เรื่องท่านกำลังกล่าวร้ายผม เพราะว่าผมเองชี้แจงตามเอกสาร ส่วนความเข้าใจ ของเพื่อนสมาชิกท่านนิพนธ์บอกว่า ท่านกำลังที่จะตัดมาตรา ๒๙๑/๑๗ ออก แล้วก็ไปเพิ่ม ในส่วนของมาตรา ๒๙๑/๑๔ เข้าไป ก็เป็นสาระของท่านที่จะมีสิทธิที่จะดำเนินการในเรื่องของ การเพิ่มลงไปในส่วนของมาตรา ๒๙๑/๑๔ แต่การพิจารณาที่เรากำลังพิจารณา ท่านอภิปราย ในส่วนนี้ได้ครับ สาระในเอกสารที่เขียนไว้ในขณะนี้มันก็คือสาระที่ท่านกำลังพูดอยู่ แต่ท่านบอกว่า ทำไมไม่บันทึกลงไป ไม่บันทึกลงไป ถ้าท่านประสงค์อยากจะให้บันทึก ท่านก็อภิปรายลงไป ในส่วนนี้ แต่ส่วนเอกสารถ้าท่านบอกว่าถ้ามีการพิจารณาตัดแล้ว เมื่อกี้ท่านสามารถก็ชี้แจงแล้ว มันก็จะเป็นการปรับมาตราขึ้นมาอีกส่วนหนึ่งนะครับ พอตัดออกมาตรา ๑๗ ในส่วนนี้ ก็ขยับขึ้นมา คือในสาระตรงนี้ถ้าท่านบอกว่าต้องขยับขึ้นมาก่อนตามที่ท่านบอกแล้วก็มาปรับตัด ก็ส่วนของรายละเอียดอีกส่วนหนึ่งนะครับ ผมเรียนท่านประธานนะครับว่าถ้าจะให้ปรากฏชัด เป็นเอกสารใบแทรกในส่วนหนึ่งก็ได้ครับ ถ้าท่านประสงค์นะครับ เพราะว่าเอกสารที่ท่าน กำลังพูดอยู่ทางคณะกรรมาธิการก็ได้รับไม่ได้เอาไปไหน ท่านบอกว่าท่านเซ็นเอกสาร เซ็นชื่อไว้หมด แล้วท่านก็กล่าวหาบอกว่าคณะกรรมาธิการในส่วนของเสียงข้างมากไม่ได้เอารายละเอียดมา เกรงว่าจะยัดไส้ทำอะไร ผมเรียนว่าไม่มีใครยัดไส้หรอกครับ เพราะว่าถึงอย่างไรก็ต้องมี การพิจารณาในส่วนนี้ต่อรัฐสภา ท่านใจเย็นนิดหนึ่งครับในส่วนนี้ ไม่ใช่บอกว่าท่านกล่าวหา อย่างเดียวนะครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านพีระพันธุ์ครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรรมาธิการ 🔗

ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาและคณะกรรมาธิการที่เคารพครับ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาและกรรมาธิการเสียงข้างน้อยครับ ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานครับว่าผมก็พยายามฟังว่าข้อขัดข้องระหว่างท่านกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย ท่านนิพนธ์กับท่านคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะท่านประธานที่ลุกขึ้นมาชี้แจง ประเด็นมันคืออะไร เพราะว่าผมก็ไม่ได้เป็นผู้แปรญัตติในประเด็นที่เกิดขึ้นนะครับ แต่ฟังดูแล้ว ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ประหนึ่งเหมือนกับว่าท่านนิพนธ์ ขออภัยเอ่ยนาม พยายามจะอธิบายว่าคำแปรญัตติของท่านที่ได้ส่งเป็นทางการต่อคณะกรรมาธิการเขียนไว้ อย่างหนึ่ง แต่ว่าในรายงานการประชุมเขียนไว้อีกอย่างหนึ่งโดยเอาท่านไปรวมไว้กับท่านธนา กับท่านวิรัช ร่มเย็น ซึ่งเนื้อหาของท่านนั้นไม่ได้ตรงกับของท่านธนากับของวิรัชทีเดียวทั้งหมด ท่านจึงพยายามบอกว่าคำแปรญัตติที่เขียนเป็นเอกสารในรายงานนี้ไม่ตรงกับคำแปรญัตติ ของท่าน ซึ่งเป็นคำแปรญัตติที่ไม่ถูกต้อง ส่วนท่านประธานคณะกรรมาธิการได้กรุณา ลุกขึ้นมาชี้แจงว่าการแปรญัตติที่เขียนไว้เป็นถ้อยคำในเอกสารรายงานนั้น จริง ๆ แล้วก็คือว่า ได้มีการไปปรับปรุงให้ตรงกับความเป็นจริง ถ้าหากว่าในที่ประชุมเมื่อประชุมไปแล้วไม่เห็น สอดคล้องกับท่านนิพนธ์ก็จะต้องยืนยันตามเลขมาตราเดิม แต่ถ้าหากว่าที่ประชุมเห็น สอดคล้องกับท่านนิพนธ์ก็จะต้องมีการปรับตัวเลขไปตามที่ท่านนิพนธ์ว่า ถ้าหากว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่ารายงานการประชุม มีปัญหาครับ เพราะว่ารายงานการประชุมต้องใส่ข้อเท็จจริงที่เป็นจริงครับ ไม่ว่าจะเป็นผม หรือใครที่เขียนคำแปรญัตติว่าอย่างไรก็ต้องเขียนอย่างนั้นครับ ถ้าหากว่าท่านคณะกรรมาธิการ เห็นว่าไม่ถูกต้องหรือควรจะเขียนใหม่ท่านก็จะต้องเรียกเจ้าของคำแปรญัตติไปหารือเพื่อว่า ขอปรับเปลี่ยนอย่างนี้ได้หรือไม่ แต่ว่าท่านไม่สามารถเอาคำแปรญัตติของผมหรือของใคร ไปปรับเปลี่ยนตามความเข้าใจของท่านได้เองโดยพลการ โดยไม่ได้ถามเจ้าตัวครับ ส่วนกระบวนการที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้กรุณาชี้แจงนั้น อันนั้นเป็นวิธีการทำงาน ของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่ของพวกเราในฐานะกรรมาธิการหรือในฐานะสมาชิกรัฐสภา เมื่อที่ประชุม รัฐสภาประชุมหารือมีมติอย่างไรแล้วเป็นภาระหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เขาต้องไปปรับแต่ง ตัวเลขให้เป็นไปตามความเป็นจริงตอนขั้นสุดท้าย ตอนที่จะออกเป็นพระราชบัญญัติออกมา ต่างหากครับ แต่ว่าไม่ใช่ภาระหน้าที่ของคณะกรรมาธิการที่จะต้องทำไว้ล่วงหน้าว่าจะต้อง ออกอย่างนั้น ออกอย่างนี้ เพราะอันนั้นมันคนละขั้นตอนครับ ผมได้เคยกราบเรียน ท่านประธานไว้ตั้งแต่เมื่อวานตอนที่ผมอภิปรายไปครั้งหนึ่งว่าผมไม่อยากให้คณะกรรมาธิการ ของเรา หรือรัฐสภาของเรา หรือรายงานฉบับนี้มีปัญหาเพราะว่ามันจะส่งผลอย่างอื่นตามมา อีกหลายอย่าง แต่ว่าตั้งแต่เมื่อวานจนมาถึงนาทีนี้มีข้อเท็จจริงเกิดขึ้นหลายครั้ง หลายเรื่อง แล้วก็หลายขั้นตอนทีเดียวที่แสดงให้เห็นถึงปัญหาของการจัดทำรายงานคณะกรรมาธิการชุดนี้ ซึ่งมันจะค่อย ๆ โผล่ออกมาถึงตรงนั้นตรงนี้ว่ามีปัญหาตรงนั้นตรงนี้ ซึ่งทั้งหมดมันแสดงให้เห็น ถึงความรีบร้อนและการที่ไม่ได้มีการตรวจสอบตามระบบที่ถูกต้อง ตามครรลองและประเพณี รวมถึงข้อบังคับที่พึงกระทำ ตรงนี้ผมคิดว่าสิ่งที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้ชี้แจง เมื่อสักครู่นี้ที่ผมพยายามฟังอยู่ด้วยข้อเท็จจริงมันชัดเจนว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการยืนยัน โดยถ้อยคำท่านว่าข้อความในรายงานนี้ไม่ใช่ของท่านนิพนธ์หรอกครับ แต่เป็นสิ่งที่ความเป็นจริง มันควรจะเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ ซึ่งตรงนั้นก็แปลว่าท่านประธานหรือผู้ที่จัดทำเอาคำแปรญัตติ ของท่านนิพนธ์ไปปรับปรุง ปรับแต่งเองครับ ตรงนั้นไม่ได้ครับ ผมคิดว่าท่านประธานรัฐสภาก็ดี ท่านประธานคณะกรรมาธิการก็ทราบว่าแม้แต่คำแปรญัตติ ของท่านคนอื่นเอาไปปรับแต่งไม่ได้ครับ เว้นแต่มาหารือหรือมาขออนุญาตกับท่านก่อน แล้วขอว่าขอเขียนอย่างนี้ได้ไหม ถ้าอย่างนั้นผมคิดว่าได้ แต่ถ้ากรณีนี้ยังไม่ได้มีการไปหารือ กับท่านนิพนธ์เจ้าของคำแปรญัตติแล้วไปปรับแต่งเองตามความคิด ความเข้าใจในประเด็น ตรงนั้น ผมว่าเป็นการไปปรับเปลี่ยนคำแปรญัตติของเจ้าของคำแปรญัตติ ซึ่งไม่น่าจะทำได้ครับ ส่วนผลของการพิจารณาสุดท้ายจะเพิ่มเป็นมาตรา ๒๙๑/๑๙ หรือมาตรา ๒๙๑/๒๐ ขัดกับ หลักการหรือไม่ หรือว่าจะปรับลดลงมา อันนั้นคือผลของการประชุมซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องไป ปรับแต่งเองสุดท้ายไม่ใช่เรื่องของคณะกรรมาธิการ และไม่ใช่เรื่องของรายงานการประชุมครับ ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพื่อให้เกิดความชัดเจนครับ ถ้าเป็นไปได้น่าจะเอากลับไป ทำให้ถูกต้องครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านวิรัชครับ

นายวิรัช ร่มเย็น กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัช ร่มเย็น พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดระนอง ในฐานะสมาชิกรัฐสภาและกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมจะชี้ทางสวรรค์ให้ประธาน ผมยกมือผมถูกพาดพิง ท่านประธานครับ ข้อเท็จจริง ที่ขอประทานอภัย เพื่อนผมคุณนิพนธ์ บุญญามณี พูดตรงกันหมดครับ ถ้าท่านประธาน คณะกรรมาธิการ ท่านสามารถ แก้วมีชัย ขอประทานอภัยเอ่ยนาม ถ้าท่านยอมรับสั้น ๆ แล้วมันจบ มันตรงกัน ท่านประธานครับ คือไม่ได้ไปขีดมาตรา ๒๙๑/๑๗ แล้วใส่มาตรา ๒๙๑/๑๔ เข้าไป ร่างของผมสำเนามันตรงกันนะครับ กับท่านนิพนธ์ แล้วก็ท่านธนานี้นะครับ ขอประทานอภัยท่านประธาน ผมเรียนท่านประธานสั้น ๆ เป็นแนวทางเดียวที่ทำได้ ท่านประธาน พักประชุมสัก ๓๐ นาทีแล้วให้คณะกรรมาธิการไปเคลียร์ (Clear) ขอประทานอภัย ไปสำรวจตรวจสอบว่าที่เขาแปรญัตติมาอะไรที่ไม่ได้ไปทำให้ตรงกับสำเนาที่เขามีอยู่ ซึ่งมีอยู่ หลายท่านนะครับ อย่างน้อยที่ท่านประธานรับทราบ ๓ ท่าน ๓ คนแล้ว คุณนิพนธ์ ผม แล้วก็คุณธนา ถ้าอย่างนี้ไปได้ท่านประธาน ถ้าเถียงกันอย่างนี้ คุณนิพนธ์ถามอย่างหนึ่ง ข้างบนตอบมาอย่าง คุณนิพนธ์ถามกินข้าวหรือยัง ทางโน้นบอกไปไหนมาอย่างนี้ไม่ได้ครับ ท่านประธาน ไม่สามารถจะบรรลุได้ พักประชุมแล้วคณะกรรมาธิการโดยท่านประธานสามารถ เชิญมาทำให้ตรงกันข้อเท็จจริงมีอยู่ในมือแล้วเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ทุกคนถ่ายสำเนาไว้หมด ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านธนาครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ เมื่อสักครู่นี้ได้ฟังคำชี้แจงของ คณะกรรมาธิการแล้วคำชี้แจงของท่านนี่ละครับจะขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญชัดเจน การแปรญัตติเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกรัฐสภาทุกคน ท่านไม่มีสิทธิไปเปลี่ยนแปลง ตัดทอน แก้ไขใด ๆ ทั้งสิ้น เจ้าหน้าที่ไม่มีสิทธิไปใช้ดุลยพินิจในการเปลี่ยนแปลงคำแปรญัตติของท่านสมาชิก เพราะนี่คือเอกสิทธิ์ที่ได้รับการรับรองโดยรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ สิ่งที่ผมได้เรียน ท่านประธานมาตลอดก็คือว่าผมได้เสนอตัดมาตรา ๒๙๑/๑๗ เป็นมาตรา ๒๙๑/๑๔ ท่านก็ มาชี้แจงว่าเดี๋ยวคณะกรรมาธิการพิจารณาไปบางมาตราอาจจะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ตัวเลข มันก็จะปรับเปลี่ยนไป ถูกต้องครับ แต่คำแปรญัตติผมเป็นอย่างไรท่านต้องใส่ให้ผมอย่างนั้น สมมุติว่าท้ายที่สุดที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาแล้วมีการตัดทอน เปลี่ยนแปลงมาตราทำให้ ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ก่อนที่การประชุมจะเสร็จสิ้นครับท่านประธาน มีข้อบังคับไว้ ท่านประธานคณะกรรมาธิการต้องร้องขอท่านประธานรัฐสภาเพื่อขอแก้ไขมาตราให้ตรงกับ การแก้ไขของรัฐสภา ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับที่จะไม่มีการแก้ไขข้อความหรือถ้อยคำใด แต่เป็นการแก้ไขเล็กน้อยเพื่อให้ถูกต้องตรงตามมติของรัฐสภา นั่นคือสิ่งที่ท่านต้องทำ แต่ท่านไม่มีสิทธิมาตัดทอน เปลี่ยนแปลง แก้ไขคำแปรญัตติของผมและเพื่อนสมาชิก เพราะนั่นเป็น เอกสิทธิ์ ผมถึงกราบเรียนท่านประธานอย่างไรครับว่า ท่านจงใจจะใช้เสียงข้างมาก แล้วเสียงข้างมาก ที่ไม่ถูกต้องมันก็จะเป็นวัวพันหลัก แล้วท้ายที่สุดคำชี้แจงของคณะกรรมาธิการจะเป็น สิ่งที่ท่านไม่สามารถตอบเป็นอย่างอื่นได้ ในชั้นที่ศาลรัฐธรรมนูญจะนำท่านไปวินิจฉัยครับ ท่านประธาน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ เชิญท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพครับ กระผม สามารถ แก้วมีชัย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการนะครับ คณะกรรมาธิการได้ไปตรวจสอบรายละเอียดจากทางฝ่ายเลขานุการและธุรการแล้วนะครับ ก็ขอแก้ไขตัวเลข ก็จะแก้อยู่ ๒ ประเด็นนะครับ คือ ๑. ท่านได้แปรญัตติจากมาตรา ๔ เป็นมาตรา ๓ และมาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑/๑๗ เดิม ท่านขอเป็นมาตรา ๒๙๑/๑๔ คณะกรรมาธิการก็ขอปรับเปลี่ยนตัวเลขให้สอดคล้องตรงกับที่ท่านได้ยื่นเอกสารแปรญัตติไว้ แต่กระผมกราบเรียนท่านนะครับว่า ก็อาจจะเป็นความแตกต่างในเรื่องของวิธีคิด ของการทำงานนะครับ แต่จริง ๆ เจตนาเหมือนกัน เพราะถ้าถึงเวลาพิจารณาไปถึงมาตรา ๒๙๑/๖ มาตรา ๒๙๑/๗ มาตรา ๒๙๑/๑๖ แล้ว ถ้ามันมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงมันอาจจะเหลือ มาตรา ๒๙๑/๑๕ มาตรา ๒๙๑/๑๖ หรือจะเหลือมาตรา ๒๙๑/๑๓ มาตรา ๒๙๑/๑๔ อะไรก็แล้วแต่นะครับ แต่เจตนาเราตรงกัน ถ้ารัฐสภาเห็นชอบตามท่านก็จะปรับเปลี่ยน ตัวเลขตอนท้ายสุดอย่างที่ท่านธนาว่า แต่เพื่อไม่ให้มีปัญหา ตอนนี้คณะกรรมาธิการก็ยินดี ที่จะปรับแก้ตัวเลขตามคำแปรญัตติของท่านครับ ท่านประธานครับ

(นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านธนาประท้วงอะไรครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกรัฐสภา ผมกราบเรียนว่าสิ่งที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ลุกขึ้นมาตอบท่านประธานว่าคณะกรรมาธิการมีความเห็นว่าให้ดำเนินการตามที่ผมและ ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ได้ร้องขอนั้น ผมตอบว่าท่านประธานยังไม่ได้เรียกประชุม คณะกรรมาธิการเลยครับ ท่านประชุมเรียกตอนไหนละครับ ผมเป็นคณะกรรมาธิการกับท่าน ท่านประธานจะอาศัยว่าตัวท่านเองเป็นกรรมาธิการไม่ได้ครับ เรื่องนี้ต้องมีการตรวจสอบ และต้องมีการเรียกประชุมคณะกรรมาธิการ แล้วมาดูรายละเอียดทั้งหมดว่าเป็นไปตาม ข้อทักท้วง ท้วงติง หรือไม่ การที่ท่านประธานลุกขึ้นมาตอบแล้วว่าคณะกรรมาธิการพิจารณาแล้ว ให้ดำเนินการอย่างนี้ไม่ชอบด้วยข้อบังคับ เพราะไม่มีการประชุมคณะกรรมาธิการ ผมเป็นหนึ่ง ในคณะกรรมาธิการกับท่านด้วย ผมไม่ได้รับรู้เรื่องที่ท่านได้พูดเมื่อสักครู่นี้เลย เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับ ท่านต้องทำให้ถูกต้องตามข้อบังคับ และบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ถ้าจะมี การวินิจฉัยเรื่องนี้ท่านประธานต้องขออนุญาตพักการประชุม แล้วเรียกประชุม คณะกรรมาธิการ แล้วไปนั่งดูกันว่าจะแก้ไขตรงไหนให้ถูกต้อง กราบเรียนท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการ

นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพครับ ผม สามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการครับ คือจริง ๆ แล้วก็ อยากกราบเรียนท่านสมาชิกว่าเราไม่ได้ไปประชุมเพื่อจะแก้อะไรนะครับ เพียงแต่ว่าเอกสาร ที่ท่านยื่นกับการพิมพ์ลงไปในบันทึกมันไม่ตรงกัน ก็แก้ตัวเลขให้มันตรงกับข้อเท็จจริงที่ท่าน ยื่นมาก็เท่านั้นเอง มันไม่จำเป็นจะต้องไปประชุมขอมติอะไร เพราะนี่คือข้อเท็จจริง ตามเอกสารที่ท่านยื่น แล้วทางคณะกรรมาธิการก็ยอมรับว่าประสานกับทางฝ่ายเลขานุการแล้ว ทางฝ่ายเลขานุการก็บอกว่าตัวเลขตรงนี้มันผิดไปก็แก้ไขให้ถูกต้องตามที่ท่านต้องการครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านธนามีอะไรอีกครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกรัฐสภา ผมกราบเรียนนะครับว่าผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการ ขออนุญาตเอ่ยนามด้วยความเคารพจริง ๆ ท่านสามารถ ท่านจะมีทิฐิไปถึงไหน วันนี้คณะกรรมาธิการหมดสิ้นหน้าที่ในการพิจารณาแล้ว วันนี้มารายงานอย่างเดียวครับ การที่ท่านจะมาพูดว่าเมื่อท่านดูแล้วเห็นว่าถูกต้อง ท่านไม่มีสถานะของกรรมาธิการ เมื่อจะมี การแก้ไขที่เปลี่ยนไปจากรายงานที่เสนอรัฐสภาท่านต้องทำในนามคณะกรรมาธิการ เพราะผมยืนยันว่าสิ่งที่คณะกรรมาธิการนำเสนอท่านประธานก็คือรายงานฉบับนี้ ถ้านอกเหนือจากนี้ท่านประธานไม่มีอำนาจที่จะมาแก้ไขด้วยตัวท่านเอง ต้องแก้ไขด้วยมติ ของคณะกรรมาธิการเท่านั้น ทำให้ถูกต้องเถอะครับ ท่านจะเสียเวลาอีกนิดหนึ่งทำไมท่าน ทำไม่ได้ ทำนิดหนึ่งเพื่อให้ความถูกต้องเดินหน้าได้ ท่านไม่มีสถานะที่จะมาลุกขึ้นชี้แจงว่า คณะกรรมาธิการมีมติให้แก้เพราะไม่เคยมีการเรียกประชุม ผมเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมไม่ได้รับเชิญประชุมจากท่าน ทำให้ถูกต้องเถอะครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

คืออย่างนี้นะครับ ขณะนี้ ประเด็นนี้ก็ได้ชี้แจงกันทุกฝ่ายแล้ว ทั้งเพื่อนสมาชิกแล้วก็ทางคณะกรรมาธิการ ผมคิดว่า พวกเราทุกคนที่อยู่ที่นี่คงจะเข้าใจตรงกันแล้วในประเด็นที่เป็นข้อบกพร่อง ข้อผิดพลาด แล้วก็เนื้อหา เจตนา ผมเชื่อว่าทุกคนทราบ ดังนั้นผมขออนุญาตเชิญท่านนิพนธ์อภิปรายต่อนะครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ นี่คือสิ่งที่ผม ได้กราบเรียนท่านประธานว่ารายงานฉบับนี้มันเชื่อถือไม่ได้ นี่คือสิ่งที่ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าของผมเป็นอุทาหรณ์หนึ่งเท่านั้นที่จะชี้ให้เห็นการจัดทำรายงานของ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากมีข้อบกพร่องผิดพลาด ลุกลี้ลุกลนตามที่ท่านสมาชิกได้กล่าวอ้างกัน แล้วท่านก็รีบรวบรัด ไม่ได้ตรวจสอบให้รอบครอบ เพราะฉะนั้นถ้าท่านประธานได้ชี้แจงว่า ท่านประธานมีความผิด มีความบกพร่องในรายงานฉบับนี้ มันก็คนละเหตุผลกับที่ท่านบอกว่า ประเพณีปฏิบัติเราทำกันอย่างนี้ ซึ่งผมยืนยันว่าไม่ใช่ อันนี้ต้องบันทึกเอาไว้นะครับว่า สิ่งที่ท่านชี้แจงมา ประทานโทษ ไม่ว่าจะเป็นท่านประธานคณะกรรมาธิการชี้แจงผมก็ดี หรือว่า ท่านวิชาญจะชี้แจงผมก็ดี ท่านต้องยอมรับว่าคำชี้แจงของท่านนั่นไม่ใช่เหตุผล จบนะครับ ประเด็นนั้น ท่านชี้แจงผมนั่นคือข้อแก้ตัวของคณะกรรมาธิการก็ว่าไป ผมไม่รับฟัง แต่ถ้าท่านบอกว่า ท่านรับผิด ท่านทำผิดข้อบังคับ ท่านทำผิดที่เราปฏิบัติกันมาว่าผมแปรญัตติอย่างไร ท่านต้องเขียน คำแปรญัตติผมอย่างนั้น อันนี้ผมรับได้ว่าท่านคณะกรรมาธิการผิดพลาดแล้ว ท่านจะจงใจ หรือไม่จงใจเรื่องนี้ก็ไปสืบกันต่อไปว่าเจตนาเป็นอย่างไร จงใจจะเป็นอย่างนี้หรือไม่ หรือว่า บกพร่องประมาทเลินเล่อหรือว่าเจตนามีเถยจิตเป็นโจรก็ค่อยว่ากัน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้สงวนครับ

(นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านสาธิตประท้วงหรือครับ เชิญครับ ท่านประท้วงอะไรครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมประท้วงท่านประธานในข้อ ๘ เรื่องการควบคุมการประชุม คือเมื่อสักครู่นี้ท่านประธาน ได้วินิจฉัยเป็นที่ทราบกันในที่ประชุมนี้ว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่ในเอกสารรายงานของคณะกรรมาธิการ มันไม่ถูกต้องและท่านประธานก็ได้วินิจฉัยให้ท่านนิพนธ์อภิปรายต่อ แต่สิ่งที่ผมคิดและเป็นเรื่อง ที่ถูกต้องท่านควรจะต้องหาทางออกว่าเมื่อมันไม่ถูกต้องสภาแห่งนี้จะทำอย่างไร ท่านประธานคณะกรรมาธิการจะหาทางออกวิธีไหน ถ้าเราจะพิจารณารายงานที่คิดว่า ไม่ถูกต้องไป ซึ่งจะเป็นปัญหาในแต่ละรายมาตราแล้วก็ไม่มีใครรับรองว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทำแล้ว สมบูรณ์หรือไม่ ก็ไปตกหนักที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการอีกล่ะครับ ท่านประธาน คณะกรรมาธิการก็ต้องแบกรับภาระสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็เกิดเป็นข้อเท็จจริงแล้ว เห็นแล้วในสภาแห่งนี้ เพราะฉะนั้นคำวินิจฉัยของท่านประธานที่บอกว่าข้อเท็จจริงยุติแล้วว่ามันไม่ถูกต้อง อันนี้ต้องโยนกลับไปที่ฝั่งคณะกรรมาธิการนะครับว่าฝั่งคณะกรรมาธิการจะหาทางออก ในเรื่องนี้อย่างไร เพราะไม่เช่นนั้นแล้วเราสภาในวาระที่สองนี้กำลังจะพิจารณาเรื่อง ที่ไม่ถูกต้องในรายงานฉบับที่เราเรียกว่าจะเป็นโจรหรือไม่สมบูรณ์แต่ว่าต้องยอมรับว่า มันไม่ถูกต้องหลายประการด้วยกันแล้วจะมีการพูดถึงในเรื่องนี้อีก ด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

คืออย่างนี้นะครับท่านสาธิต เมื่อกี้ผมได้วินิจฉัยแล้วนะครับว่ามันเป็นความผิดพลาดแล้วได้มีบันทึกอยู่ในการประชุมของเรา เรียบร้อย ทางคณะกรรมาธิการได้ชี้แจงอธิบายเหตุผลรวมทั้งได้ยอมรับในเรื่องการแก้ไข ให้เป็นไปตามญัตติที่เสนอโดยท่านนิพนธ์ ทุกอย่างอยู่ในบันทึกหมดแล้วครับ แล้วผิดถูกอย่างไร ผมได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับ ขอให้ท่านนิพนธ์เชิญต่อเถอะครับ เชิญท่านครับ ท่านวิรัชเชิญครับ

นายวิรัช ร่มเย็น กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ วิรัช ร่มเย็น พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดระนอง ในฐานะกรรมาธิการ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมอยากเรียนท่านประธานว่ามันต้องมีกรรมวิธีที่ผมเรียนท่านประธาน แล้วมันไม่ยากเลยท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ไม่เป็นอะไรครับท่านวิรัช ผมวินิจฉัยแล้วนะครับ ขอบคุณครับท่าน

นายวิรัช ร่มเย็น กรรมาธิการ

มันไม่มีวิธีการอย่างนี้มาก่อน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญนั่งครับ ท่านครับ ขอบคุณครับ เชิญท่านนิพนธ์ต่อครับ

(นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา ได้ยืน และยกมือขึ้น)

ท่านประท้วงอะไรครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยะลา

ท่านประธานครับ ผม ประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ จังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านครับ ที่ท่านคณะกรรมาธิการได้ยอมรับผิดแบบที่ท่านชี้แจงแล้วก็บอกว่า จะทำเอกสารแก้ไขและท่านประธานก็ได้พูดคำว่า ท่านคณะกรรมาธิการได้ชี้แจงทุกคนเข้าใจ ถูกต้องแล้ว ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่าประการที่ ๑ คือถ้ายอมรับผิดที่หลายท่าน บอกว่าให้เอาไปทำใหม่ แต่ท่านประธานก็ตัดบทว่าไม่ให้ทำก็ไม่เป็นอะไร อันนั้นค่อยว่ากันไป ตอนหนึ่ง แต่ว่าตอนนี้ในขณะนี้ท่านนิพนธ์บอกว่าตามที่ท่านได้เสนอคำแปรญัตติไว้ มีเพียง ๒ ชุด ชุดหนึ่งอยู่ที่ท่านนิพนธ์ ชุดหนึ่งอยู่ส่งไปให้ท่านประธาน แล้วท่านประธานคณะกรรมาธิการ ก็ได้รับผิด สมาชิกคนอื่นยังไม่มีเอกสารอยู่ในมือเลยครับ ไม่ทราบว่าจะอ่านตามไปกับผู้ที่ กำลังจะอภิปรายได้อย่างไร เพราะท่านต้องไปให้กรรมาธิการจัดพิมพ์เอกสารให้ถูกต้อง แล้วจะทำออกมาเอามาแจกสมาชิกทุกท่านก่อนครับ แล้วเราก็จะได้ฟังการอภิปรายแล้วก็ ได้ติดตามกันต่อไปว่าเนื้อแท้ที่การเสนอคำแปรญัตติมีเหตุผลกลใดจะรับได้รับไม่ได้จะได้รู้ กันต่อไป แต่ตอนนี้เราไม่มีอะไรเลยครับ ท่านอ่านมาผมก็จดไม่ทันครับ ท่านก็บอกว่าแก้ตรงนั้น แก้ตรงนี้ ผมจดไม่ทัน ฟังยังไม่ทันเลยครับ มันต้องมีเอกสารควบคู่กันไป นี่เป็นหลักสากล เป็นหลักของสภาครับ ท่านประธานครับ ช่วยดำเนินการก่อนครับ ถ้ายังไม่ได้ก็พักสัก ๑๐ นาที ไปพิมพ์เอกสารอะไรมาให้เรียบร้อยแล้วส่งมาให้พวกเราอ่านครับ

(นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านประท้วงครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกรัฐสภาจากจังหวัดนครราชสีมา ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงท่านสมาชิกที่ประท้วงเมื่อสักครู่นี้นะครับ ผมถือว่า คำวินิจฉัยของท่านประธานถือว่าเป็นที่สุดแล้วนะครับ เพื่อให้งานนี้ได้เดินหน้าต่อไปได้ครับ ถ้าท่านประธานปล่อยให้พูดในประเด็นเก่าอย่างนี้ ประท้วงแต่ในเรื่องเก่า ๆ อย่างนี้ ตลอดเวลาอย่างนี้ ผมว่างานมันเดินหน้าไม่ได้แล้วก็ไม่มีเหตุผลนะครับ และคำวินิจฉัย ของประธานถือว่าเป็นเด็ดขาดแล้วซึ่งท่านประธานก็ได้สั่งการไปแล้วนะครับ ขอให้ท่านประธาน ได้กรุณาได้วินิจฉัยแล้วก็ดำเนินการประชุมโดยเคร่งครัดด้วยครับ และให้ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ท่านได้อภิปรายต่อในวาระที่สองต่อไปนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านสมบูรณ์เชิญครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ขออนุญาต ต่อเนื่องครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยะลา

ท่านประธานครับ ผม ประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ จากจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้ตอแย อะไรครับ ผู้ที่มาประท้วงเมื่อสักครู่เข้าใจผิดครับ ผมไม่ได้ว่าอะไรเลย ผมเพียงแต่ขอร้องว่า ให้เอาเอกสารมาแจกครับ ช่วยไปทำใหม่แล้วมาแจกให้พวกเราอ่าน ในห้องประชุมนี้ นอกจากท่านประธานกับคุณนิพนธ์ บุญญามณี แล้ว มีใครมีเอกสารอยู่ในมือบ้างครับ มีไหมครับ ท่านประธานครับ ไม่มีอย่างไรครับ ผมก็ขอร้องว่าช่วยทำเอกสารให้หน่อย

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เข้าใจครับ ท่านประเสริฐครับ ผมเข้าใจแล้ว คืออย่างนี้ครับ ท่านสมบูรณ์เรื่องเดียวกันหรือเปล่าครับ สั้น ๆ นะครับ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัยรวมเลยครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมเคารพมติของท่านประธาน ที่ท่านประธานได้วินิจฉัย แต่ผมคิดว่ามีทางออกที่ดี เมื่อวานนี้ทางคณะกรรมาธิการได้ทำ ใบแทรกครับท่านประธาน ในการแปรญัตติของท่านนิพิฏฐ์ วันนี้ท่านก็สามารถที่จะทำ ใบปลิวแทรกคำผิดได้ครับ เพราะว่าคณะกรรมาธิการยอมรับแล้วครับว่าวันนี้ คณะกรรมาธิการทำรายงานมาผิดพลาด เพราะฉะนั้นผมคิดว่าท่านประธานก็คือ ตามข้อเสนอของท่านวิรัชนะครับ พักการประชุมแล้วไปทำใบปลิว ใบอะไรก็แล้วแต่ที่ท่านคิดว่า ท่านจะแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ไปให้ได้ เพื่อเป็นของขวัญให้กับพี่น้องชาวต่างประเทศครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านชลน่าน

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกรัฐสภา ในฐานะกรรมาธิการ ในประเด็นข้อเสนอเพื่อนสมาชิกที่จะให้ทาง ท่านประธานได้สำเนาเอกสารซึ่งเป็นคำแปรญัตติส่วนบุคคลของแต่ละท่านแจกให้สมาชิก ทั้งหมด นั่นประการที่ ๑ ผมจะขออนุญาตที่จะแสดงความเห็น

ประการที่ ๒ การจัดทำใบแทรกกรณียกตัวอย่างเมื่อวาน ผมขอกราบเรียน ท่านประธานด้วยเคารพครับ กรณีที่เราทำใบแทรกนั้นมันเป็นมติที่เราตกลงไว้เรียบร้อย แต่ว่าไม่ได้นำเอกสารนั้นใส่มาในรายงาน ก็จัดเพิ่มเติมเข้ามา ต้องกราบเรียนท่านประธานครับ ทุกอย่างในรายงานเรามีมติไปเรียบร้อยนะครับ ไม่ได้มีมติให้ไปทำใหม่ มีมติไปเรียบร้อยแล้วว่า ให้จัดพิมพ์อย่างนี้ ทำอย่างนี้ แต่บางครั้งต้องยอมรับกรณีมีการตกหล่นและมีความเข้าใจผิด ของด้านเทคนิคด้านธุรการ อย่างเช่น ของท่านนิพนธ์ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านครับ ผมก็ไปดูด้วยตาตนเอง ท่านพิมพ์เสมือนที่ท่านนำเสนอจริง ๆ ครับ แต่ด้วยความเข้าใจ ของฝ่ายธุรการ ฝ่ายเทคนิคเขาเกรงว่าในสิ่งที่ท่านทำก็อยู่ในรายงานนี้ทั้งหมด สาระไม่ขัดครับ เพียงแต่ว่าลืม ไม่ใช่ลืมครับ เขาเข้าใจแล้วก็ไปเอาตัวเคาะที่ขีดฆ่าเลข ๔ แล้วใส่เลข ๓ ออก ขีดฆ่าเลข ๑๗ ใส่เลข ๑๔ ออก ด้วยความเข้าใจคลาดเคลื่อนอย่างนั้น ผมก็ไปดูของท่านจริง ผมก็มานำเรียนท่านประธานสามารถ ประเด็นนี้มันเป็นแค่ตัวเลขแล้วก็ขออนุญาตแก้ไข ตัวเลขให้มันสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เรามีมติไปแล้วก็แค่นั้นนะครับ ไม่จำเป็นต้องมี ใบแทรกอะไร ก็ยอมรับนะครับว่าของท่านเป็นอย่างนั้น ข้อเท็จจริงมีจริง ๆ ก็แก้ ให้สอดคล้องก็เป็นรายงานอยู่ตรงนี้ ไม่มีเป็นอื่นครับ ไม่ได้เพิ่มเติมอะไรนอกเหนือจากท่าน ของท่านธนาเช่นกันครับ ของท่านวิรัชเช่นกัน เพราะลักษณะการแปรญัตติเหมือนกัน ถ้อยคำทุกถ้อยคำ เช่น มาตรา ๔ ตรงนี้ก็แก้ไขสอดคล้องเท่านั้นเองครับท่านประธาน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านเจือครับ

นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกของรัฐสภา ท่านประธานครับ ตั้งแต่เมื่อวานแล้วที่ผม ได้นำเรียนกับท่านประธานว่า ท่านประธานกรุณาทำตามข้อบังคับ ใจเย็น ๆ ครับท่านประธาน ผมนั่งฟังท่านประธานขึ้นมาทำหน้าที่ของท่านประธานว่า ท่านจะยึดถือตามข้อบังคับ ดูใครแปรญัตติไว้ ดูตามที่แปรญัตติ ดูตามระเบียบ พวกผมนะครับท่านประธาน ก็พยายาม ให้ความร่วมมือกับท่านประธานเต็มที่ แต่ว่าขณะนี้คณะกรรมาธิการกำลังทำผิดข้อบังคับ ผู้แปรญัตติได้แปรญัตติเอาไว้แต่ว่า ในรายงานไม่ตรง ไม่ตรงหลายครั้งครับท่านครับ ความหมายคืออะไรครับ ความหมายคือ การเร่งรีบ การลุกลี้ลุกลน การรีบทำ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ผิดข้อบังคับชัดเจนครับ ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ได้แปรญัตติเอาไว้ แต่ว่าอยู่ ๆ ประธานคณะกรรมาธิการมาบอกว่าเราจะขอแก้ไข ซึ่งทำไม่ได้ครับ ทำไม่ได้มันต้องมีการประชุมก่อนครับท่านประธานครับ อันที่ ๒ ผมเอง ขอแปรญัตติไว้หลายมาตราซึ่งข้างหลังก็ผิดมาก ซึ่งยังไม่ได้ถึงเวลาที่จะได้พูดแต่ว่ามันมีผิด หลายหน้าครับ มันผิดหลายกรณีมาก ๆ ผมต้องเรียนกับท่านประธานว่าต้องประชุม ต้องมีความรับผิดชอบมันไม่ใช่ว่าพูดอะไรขึ้นมาก็มีใบแทรกเดี๋ยวมีใบปลิวขึ้นมาหลายใบ ท่านประธานบอกกับพวกผมว่าให้ผมแปรญัตติแล้วก็อยู่ในกรอบ มีรายชื่อเอาไปตามลำดับ พวกผมให้ความร่วมมือ แต่เวลาคณะกรรมาธิการมีแก้โน้น แก้นี่ ท่านก็ให้ไปเรื่อย ไม่ได้ทำ อย่างนี้ครับ เราต้องมีหลักมีเกณฑ์มาตรฐานของสภาเราตกต่ำทุกวันครับท่านประธาน ท่านประธานเป็นชายชาติทหารไม่ต้องไปเกรงใจใครครับท่านครับ ยุติการประชุมแล้วก็บอก ให้เขาไปประชุมกันให้เรียบร้อยแล้วมารายงานให้สภาได้รับทราบอีกครั้งหนึ่งครับ ท่านไม่ต้อง ไปเกรงใจใครครับท่านครับ ต้องมีหลักมีเกณฑ์ครับท่านเดี๋ยวจะมีใบปลิวออกมาใบที่ ๓ ใบที่ ๔ ใบที่ ๕ ใบที่ ๖ ใบที่ ๗ ใบที่ ๘ เพื่อให้เสร็จ เพื่อสนองเจตนารมณ์ของใครคนใดคนหนึ่ง ผมเรียนให้เป็นหลักเป็นเกณฑ์เอาไว้ ผมขออนุญาตให้ท่านประธานใช้อำนาจของท่าน พักการประชุมนะครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

คืออย่างนี้ท่านครับ ผมก็ฟัง ทุกท่านนะครับ ผมฟังทุกท่าน ทุกความเห็นด้วยความเป็นกลางนะครับ ผมทำหน้าที่ของผม พยายามทำหน้าที่ของผมโดยไม่บกพร่อง ผมมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามวาระการประชุม เมื่อมีเรื่องเข้ามาแล้ว เข้าสู่ที่ประชุมแล้วผมมีหน้าที่ดำเนินการประชุมให้เป็นไปตามระเบียบวาระ เมื่อมีข้อบกพร่อง มีการแก้ไข มีการชี้แจง เมื่อคณะกรรมาธิการชี้แจงแล้ว คณะกรรมาธิการ ยืนยันแล้ว ผมก็ต้องดำเนินการตามนั้นต่อนะครับ ส่วนปัญหาอื่น ๆ เราได้พูดกันมากนะครับ เมื่อวานนี้ ผมคิดว่าอย่าพูดซ้ำซากเลยครับ อยากจะขอให้จบแล้วก็ผมขอดำเนินการต่อ เชิญท่านนิพนธ์ครับ

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก ได้ยืน และยกมือขึ้น)

เชิญนายแพทย์วรงค์ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมประท้วงท่านประธานครับ เพราะผมมีความรู้สึกว่าขณะนี้เรากำลังพิจารณากฎหมายสูงสุด ของประเทศครับ อยากจะฝากไปยังกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ นี่คือกฎหมายสูงสุดของ ประเทศนะครับ ไม่ใช่ชีทติวครับ และใบแทรกต่าง ๆ ไม่ใช่ใบเซียมซีนะครับท่านประธาน และคำวินิจฉัยของกรรมาธิการเสียงข้างมากในการที่บอกโน่นบอกนี่ถามว่าท่านมีอยู่กี่คน องค์ประชุมของคณะกรรมาธิการเท่าไรและท่านปรึกษากันกี่คนครับ ผมถึงบอกว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญท่านประธานครับ จะทำสุกเอาเผากินอะไรไปเรื่อยไม่ได้ คือผมอยากให้ อย่างไร ท่านชนะอยู่แล้วท่านผ่านอยู่แล้ว แต่พวกผมเองต้องการความสง่างามของการจัดทำ รัฐธรรมนูญที่ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของประเทศและคือทิศทางของประเทศ ผมร่วมมือกับ ท่านอยู่แล้วท่านไม่ต้องกลัว แต่ผมเห็นท่านปรึกษากันแค่ไม่กี่คนแล้วท่านบอกแก้โน้น แก่นี่ มันไม่ใช่ ท่านมาปรึกษาหารือกับพวกเราข้างนอกสักนิดหนึ่ง ฟังเสียงกรรมาธิการเสียงข้างน้อย สักนิดหนึ่งในการปรับปรุงเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด แล้วก็มีคุณค่าที่สุดเพื่อประโยชน์ของประเทศครับ เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าท่านเสียเวลาสัก ๑๕ นาที ๒๐ นาทีเราไปคุยกันข้างนอกครับ ท่านประธาน หลังจากคุยได้ข้อสรุปหมดแล้ว และท่านประธานก็ประกาศว่าท่านสมาชิกคนไหนให้ทุกท่าน ตรวจสิทธิของท่าน ณ บัดนี้ แล้วก็ท่านถึงเอาเข้ามาเสนอกับพวกเรา ถ้าหลังจากที่ท่าน เปิดโอกาสให้ตรวจสิทธิแล้ว คนไม่เสนอหลังจากนั้นเข้ามาโวยวาย คณะกรรมาธิการ เรามีความสง่างามในการที่ตำหนิแล้ว เปิดโอกาสให้ท่านทวงสิทธิแล้วทำไมท่านไม่ทวง อย่างนี้ผมว่าดูดีกว่า แต่ถ้าปล่อยอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็จะมีใบเซียมซีแทรกมาเรื่อย ๆ ครับ ถ้าอย่างนั้นท่านประธานได้โปรดครับ ท่านประธานสามารถครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญกรรมาธิการครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

เดี๋ยวผมไปประชุมกับท่านด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านอย่าเพิ่งประท้วงนะครับ ให้คณะกรรมาธิการเลยครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ กรรมาธิการ

กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการและเป็นเลขานุการของ คณะกรรมาธิการคณะนี้ รายงานฉบับนี้กรรมาธิการเสียงข้างมากไม่ได้ทำฝ่ายเดียว เรานั่งพิจารณาร่วมกันทั้งกรรมาธิการฝ่ายเสียงข้างมากและกรรมาธิการเสียงข้างน้อย เรารับรอง ร่วมกัน แต่แน่นอนนะครับ เมื่อมีการคลาดเคลื่อนทางธุรการ ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ก็ได้เรียนต่อที่ประชุมแล้วเราก็ขอปรับเพื่อให้ตรงกับเจตนารมณ์ของท่านนะครับ แล้วก็ ในขณะเดียวกันถ้าบรรยากาศในที่ประชุมของคณะกรรมาธิการได้นำมาใช้กับตรงนี้ผมคิดว่า น่าจะเป็นเรื่องดี ผมยังจำได้นะครับ ท่านผู้อาวุโสนิพนธ์ถึงขนาดบอกว่าท่านประธานเอาใบแทรก มาแทรกก็ยังได้นะครับ ผมอยากให้จำบรรยากาศในวันนั้นแล้วเอามาใช้กันในวันนี้เพื่อให้งาน ของเรามันเดินต่อไปได้ ขอยืนยันอีกครั้งครับว่าเราไม่ได้ทำฝ่ายเดียว เรารับผิดชอบร่วมกัน แต่เราไม่ได้ผลักภาระไปตรงนั้นนะครับ เมื่อมีการคลาดเคลื่อนทางธุรการ เราก็สามารถปรับ ให้ตรงกับข้อเท็จจริงและให้งานของเราเดินต่อไปได้ ไม่ใช่ว่าหยุดไว้เพียงเท่านี้ เดินต่อไปไม่ได้ ขออนุญาตกราบเรียนครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมขออย่างนี้นะครับ ประเด็นมาตรา ๔ นี้นะครับ มันเป็นเรื่องของความคลาดเคลื่อนในข้อความ คณะกรรมาธิการ ได้ชี้แจงแก้ไขโดยชัดเจนแล้วนะครับ ผมขอวินิจฉัยอีกครั้งหนึ่งว่าให้ดำเนินการประชุมต่อไป อภิปรายต่อไป เชิญท่านนิพนธ์ครับ ผมไม่อนุญาตแล้วครับ

(นายกุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี ได้ยืน และยกมือขึ้น)

ท่านประท้วงอะไรครับ โทษครับ เชิญครับท่านประท้วงนะครับ เชิญผู้ประท้วงครับ

นายกุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุทัยธานี

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม กุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ผมยกมือขึ้นประท้วงท่านประธานก่อนที่ ท่านประธานจะมีคำวินิจฉัย ขออนุญาตนะครับ ผมเหนื่อย พอดีผมรีบขึ้นมา อย่างนี้ครับ พยายามที่จะประท้วงท่านก่อนที่ท่านจะวินิจฉัย เพราะเดี๋ยวผมประท้วงและท่านเรียกผม หลังที่ท่านวินิจฉัยแล้ว ท่านก็ว่าผมผิดข้อบังคับ ข้อ ๔๓ ต้องประท้วงท่านอย่างนี้ครับ เนื่องจากวันนี้เป็นการประชุมรัฐสภานะครับ ท่านครับ คำว่า รัฐสภา คือสภาทั้ง ๒ สภา

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมผิดข้อบังคับตรงไหนครับ

นายกุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุทัยธานี

นี่ล่ะครับ เดี๋ยวสิครับ ข้อบังคับ ข้อ ๕ ท่านไม่ควบคุมการประชุมให้ถูกต้องครับ เนื่องจากรายงาน มีข้อผิดพลาด สมาชิกหลายท่านก็ยืนยันให้คณะกรรมาธิการเอาไปแก้ไขนะครับ ผมถามว่า มันรีบร้อนมากขนาดนั้นเลยหรือครับ เสียเวลาพักการประชุม ๓๐ นาทีไปทำการแก้ไข ให้ถูกต้องครับ วันนี้เราพิจารณากฎหมายรัฐธรรมนูญนะครับ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของ ประเทศนะครับ จะมาทำกันเล่น ๆ แก้ตามนี้ครับ กรรมาธิการบอกแก้เลขตามนี้ เอาดินสอ ติ๊กฆ่า ผมว่าไม่ถูกต้องหรอกครับ ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณท่านกุลเดชครับ ผมได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับ ผมขอวินิจฉัยเป็นครั้งที่ ๒ แล้วนะครับ ผมขอดำเนินการประชุม ต่อครับ

(นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืน และยกมือขึ้น)

ท่านพีระพันธุ์ประท้วง ใช่ไหมครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรรมาธิการ

ขออนุญาตท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ ท่านประธานกำลังทำผิดข้อบังคับ ข้อ ๗๓ ผมเห็นด้วย ที่ท่านประธานบอกเมื่อสักครู่นะครับว่าท่านประธานจะต้องทำตามระเบียบวาระ นั่นคือ หน้าที่ท่านประธาน แต่หน้าที่ของท่านประธานที่ต้องทำให้ถูกต้องตามข้อบังคับ ข้อ ๗๓ คือพิจารณารายงานที่คณะกรรมาธิการทำเสร็จแล้วครับ กรณีนี้ผมขออนุญาตเรียน ท่านประธานว่า ด้วยความเคารพในคำวินิจฉัยท่านประธาน ผมอยากให้ท่านประธานทบทวน แต่ว่าท่านประธานจะไม่ทบทวนก็ไม่เป็นอะไรครับ ให้ผมบันทึกไว้ว่าผมประท้วงครับ กรณีนี้ ไม่สามารถทำใบแทรกมาแก้ไขได้ครับ เพราะกรณีนี้ไม่เหมือนกรณีอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นมาก่อน หน้านี้ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการยอมรับว่าผิดพลาดแล้วก็มาแก้ไข แต่กรณีนี้ที่ผมกราบเรียน ท่านประธาน ผมขออนุญาตลุกขึ้นมาอภิปรายไปเมื่อสักครู่นั้น ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ยืนยันว่าท่านทำถูกต้อง เพียงแต่ท่านคิดว่าคำแปรญัตติของท่านนิพนธ์นั้นจะต้องเขียนแบบนี้ ท่านจึงได้เขียนรายงานมาแบบนี้ เพราะฉะนั้นรายงานแบบนี้จึงเป็นรายงานที่ถูกต้องแล้ว ไม่สามารถมาแก้ไข มาแทรกได้ครับ ถ้าหากจะพิมพ์ใบแทรกเหมือนกรณีอื่นมันคือกรณีที่ คณะกรรมาธิการรับว่าผิดครับ รับว่าพิมพ์ผิดถึงแก้ไข แต่กรณีนี้ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ยืนยันชี้แจงตั้งแต่ต้นครับว่าท่านวินิจฉัยอย่างนี้ ท่านเห็นอย่างนี้ แล้วท่านถึงได้พิมพ์มาอย่างนี้ ถ้าหากว่าเป็นลักษณะเช่นนี้ใบแทรกทำไม่ได้ท่านประธานครับ เพราะว่าไม่ได้มีอะไรผิดครับ รายงานนี้ถูกครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการยืนยัน มีชวเลขในที่ประชุมของสภานี้ว่า ท่านยืนยันพูดแบบนี้ ไม่เหมือนกับกรณีอื่นครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านพีระพันธุ์ คืออย่างนี้นะครับ ผมได้เรียนให้ที่ประชุมทราบแล้วนะครับว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในประเด็นนี้ทาง คณะกรรมาธิการก็ได้แก้ไขตามความต้องการของท่านสมาชิกเจ้าของญัตติแล้วนะครับ แล้วผมได้วินิจฉัยแล้วนะครับ สิ่งที่ทั้งหมดทุกท่านพูดบันทึกอยู่ในรายงานการประชุมครับ ผมขออนุญาตดำเนินการประชุมต่อเถอะครับ เชิญครับ ท่านนิพนธ์ครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ที่จริงผมจบแล้ว เมื่อสักครู่ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากขึ้นมาชี้แจง ไปกันใหญ่อีก ที่จริงผมก็ด้วยความเคารพรัก ใคร่กันทั้งนั้นครับข้างบน หมอชลน่านมาชี้แจงกลับไปคงเดิมอีก ไปเดิมอีก ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ เจตนารมณ์ผมก็คือว่าผมรับได้ถ้าคณะกรรมาธิการบอกว่าพลาดไปแล้ว ผิดไปแล้ว อันนี้รับได้ เมื่อสักครู่ท่านชวลิตท่านมาพูดว่าผมก็เคยพูดคำว่า ใช้ใบแทรกได้ ผมก็ยอมรับว่าผมพยายาม หาทางออก เป็นคณะกรรมาธิการกับท่านนี่พยายามหาทางออก อะไรที่มันแก้ได้ก็แก้ แต่ประเด็นนี้ถ้าท่านใช้ที่ประชุมอยู่ผมจะแก้ท่านบอกว่าอย่างนี้ออกมาไม่ได้ แต่ที่มันเกิดขึ้น เพราะว่าฝ่ายข้างน้อยไม่ได้รับรู้เลยครับ ถ้าผมนั่งอยู่ด้วยอันนี้จะได้บอกท่านว่าไม่ควรออกมา อย่างนี้ สิ่งที่ท่านชวลิตพูดผมก็คงเข้าใจว่าท่านหมายถึงประเด็นในมาตรา ๒๙๑/๕ ที่ไปกำหนดให้ศาลอุทธรณ์เป็นคนตัดสินคดีให้เสร็จภายใน ๓๐ วัน ผมทักท้วงขึ้นมาบอกว่า ๓๐ วันนับจากไหน ก็บอกว่า ก็หารือกัน ผมก็เสนอว่าต้องนับจากวันที่ได้รับคำร้อง แต่ที่ประชุมผมทราบวันนั้นว่ามันไปก่อน ที่คณะกรรมาธิการประชุมไม่เสร็จ ร่างมันไปแล้ว ผมบอกว่าไม่เป็นอะไรครับ ผมเข้าใจว่าเมื่อรีบกันอย่างนี้ก็ทำเป็นใบแทรกเข้ามา เพราะตอนนั้น มันอยู่ในห้องประชุมคณะกรรมาธิการ ผมบอกว่าแทรกไปเถอะ เพื่อให้กฎหมายมันสมบูรณ์ ผมไม่ขัดข้องเลย เพื่อทำให้กฎหมายสมบูรณ์ อะไรที่เห็นเป็นข้อผิดพลาด ผมพยายามจะปิดช่องว่าง เอาไว้เพราะต้องรับผิดชอบในฐานะเป็นกรรมาธิการครับ แต่ประเด็นที่ของผมสงวนคำแปรญัตติ มาผมเชื่อว่าผมไม่ได้มีส่วนรับรู้ เพราะถ้าหากว่าเอาเข้ามาให้ผมดูในห้องประชุมเสียก่อน ผมจะได้ทักท้วง แต่ว่านี่คือการไม่ทำเข้ามาหารือในของคณะกรรมาธิการทั้งหมด ความบกพร่อง ความผิดพลาดจึงเกิดขึ้นท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นประเด็น

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านนิพนธ์เชิญอภิปราย ต่อเถอะครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการ 🔗

ก็นี่อย่างไรครับ กำลังอภิปราย ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ ผมไม่อยากเห็นการแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มันบันทึกสิ่งที่ ไม่ปกติเอาไว้ เพราะนี่คือวันหนึ่งลูกหลานเรามาอ่านดู เพราะมันจะเป็นการร่างกฎหมาย ฉบับประวัติศาสตร์ ฉบับนี้อาจจะคงทนก็ได้ อาจจะอยู่ยาวนานก็ได้ แล้วลูกหลานเรา วันข้างหน้าเขาจะได้มาเปิดรายงานการประชุมดูว่าใครพูดอย่างไรไว้ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เพราะนี่มันมีการบันทึก นี่คือการประชุมรัฐสภา ผมไม่อยากเห็นรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นรัฐธรรมนูญแผ่นปลิวหรือใบปลิว นี่คือสิ่งที่จะต้องทำประวัติศาสตร์ไว้ให้ลูกหลานเรา ได้อ่านในวันข้างหน้าท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า เมื่อที่ประชุม เมื่อคณะกรรมาธิการยอมรับว่ารายงานฉบับนี้บกพร่องผิดพลาด แล้วการแก้ไข จะถูกต้องหรือไม่ก็ไปว่ากันในชั้นศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่เป็นอะไรครับเมื่อท่านไม่ถอน ท่านจะให้ พิจารณาไปในภาวะอย่างนี้ ผมก็จำใจต้องอภิปรายต่อท่านประธานครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าในคำแปรญัตติของผมท่านจะเห็นได้ว่าผมได้สงวนคำแปรญัตติให้ตัดคำว่า ฉบับใหม่ ออกไป ผมไม่ประสงค์จะให้มีคำว่า ฉบับใหม่ ปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเราคิดว่า น่าจะเป็นฉบับถาวร ผมหวังเป็นอย่างยิ่งท่านประธานครับ ผมหวังว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถ้าเราจะให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้อีกมันควรจะเป็นฉบับสุดท้ายที่ใช้กันได้อย่างยั่งยืน และถาวรในประเทศไทย ผมไม่อยากจะเห็นว่ามีใครที่จะบอกว่ามีความปรารถนาหรือว่า รักประเทศไทยมากกว่าคนอื่นใดอีกแล้วต่อไปนี้ แล้วเราก็จะได้ใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ใช้ในการเป็นกฎหมายหลักของแผ่นดินนี้ เมื่อเราหวังว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จัดทำขึ้น ต่อไปนี้เป็นฉบับที่คงทนถาวรแล้ว เราก็ไม่ต้องไปบัญญัติเอาว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่อีก เพราะถ้าเขียนฉบับใหม่ไว้เรื่อย มันเสมือนหนึ่งว่าฉบับที่เป็นอยู่ปัจจุบันมันไม่ คงทน ไม่ใช่ฉบับถาวร เรายังมีโอกาสร่างกันไปเรื่อย ๆ ไม่รู้จักจบ ไม่รู้จักสิ้น ภาษาอังกฤษ เขาเรียกว่าอะไรครับ อินฟินิตี้ (Infinity) อันนี้คือมุมมองที่มันยั่วยุให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทางรัฐธรรมนูญอยู่เรื่อย ถ้าตราบใดที่มีคำว่าฉบับใหม่ อยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับที่เราบังคับใช้แล้ว ยังเขียนว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อยู่นี้มันเสมือนหนึ่งมีแรงยั่วยุให้เกิดความอยากจะ เปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อย นักวิชาการคนไหนเกิดร้อนวิชาขึ้นมาอีกบอกว่าของเก่าไม่ดี ทำใหม่ได้แล้ว ใช้ไป ๑๐ ปี ใช้ไป ๑๕ ปีมันล้าหลังแล้ว เพราะรัฐธรรมนูญก็เปิดช่องให้มีฉบับใหม่อยู่แล้ว เขียนไปทำไมคำว่าฉบับใหม่ ครับ นี่คือเรียกว่าเป็นเจตนาอะไรครับ ยั่วยุให้เกิดการทำ รัฐธรรมนูญใหม่อยู่เรื่อย เสมือนหนึ่งว่าเราคิดว่าต่อไปนี้สภาร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นสภา คู่ขนานกับสภาผู้แทนราษฎรหรืออย่างไร ผมไม่ประสงค์จะให้สภาร่างรัฐธรรมนูญมีความรู้สึกว่า ถ้าใครสอบตกผู้แทนราษฎร ใครสอบตก ส.ว. ก็ไปสมัครสภาร่างรัฐธรรมนูญได้เพราะต่อไปนี้ เราจะมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กันเรื่อยเพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้แล้วว่าการทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทำได้ทุกโอกาส ทำได้ทุกวาระเพราะในหมวด ๑๖ รัฐสภาชุดปี พ.ศ. ๒๕๕๕ เปิดช่องให้ทำได้ต่อเนื่องตลอดเวลา ผมไม่อยากจะให้ใครไปอ้างอย่างนั้นท่านประธานครับ ผมจึงไม่เห็นด้วยที่กรรมาธิการเสียงข้างมากไปบัญญัติคำว่า ในมาตรา ๔ ของร่างกรรมาธิการ เสียงข้างมากที่ผ่านมานี้บอกว่ามาตรา ๔ ให้เพิ่มเติมข้อความต่อไปนี้ เป็นหมวด ๑๖ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑/๑๗ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย หมวด ๑๖ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เท่ากับว่าเรารองรับ หมวด ๑๖ ไว้ในรัฐธรรมนูญที่บังคับใช้อยู่ว่ามันมีโอกาสจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อยู่เรื่อย อย่างนี้มันเป็นการเขียนรัฐธรรมนูญแบบยั่วยุเอาไว้ให้มีความรู้สึกอยากจะเปลี่ยนแปลง รัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้อยู่ ผมคิดว่ามันไม่ถูกครับ กรรมาธิการเสียงข้างมากจะต้องไตร่ตรอง ให้รอบคอบนะครับเรื่องนี้ว่าท่านกำลังทำสิ่งที่เรียกว่าเปิดช่องให้มีการ ผมใช้คำว่า กฎหมาย ประมวลกฎหมายอาญาเขียนไว้แล้วครับว่าอาจจะมีการเปิดช่องให้ใช้กำลังประทุษร้ายหรือ ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ อันนี้มันกบฏนะครับ มาตรา ๑๑๓ ในประมวลกฎหมายอาญา ผมจึงไม่อยากเปิดช่องให้มีการยั่วยุ ให้มีมูลเหตุจูงใจให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อยู่เรื่อย ผมอยากจะเห็นว่าต่อไปนี้ เมื่อจะมี สสร. ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ผมเคยมีความหวังครับ ท่านประธานครับ เป็นผู้แทนราษฎรมาตั้งแต่ ๒๕๓๕/๑ วันที่มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ ผมหวังเหลือเกินว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ จะเป็นรัฐธรรมนูญคงทนถาวรที่สุดในประเทศไทยแล้ว เราจะไม่มีรัฐธรรมนูญชุดใหม่ หรือว่าฉบับใหม่อีกต่อไปแล้ว แต่ว่าสิ่งที่ผมหวัง ผมปรารถนา มันก็เกิดขึ้นจนได้ วันนี้เรากำลังจะร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กันอีกแล้ว ผมก็หวังลึก ๆ อีกว่าผมอยากจะเห็นว่ารัฐธรรมนูญที่กำลังจะร่างใหม่ครับ ท่านประธานครับ ไม่ว่าจะออก บังคับใช้ในปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ หรือปี ๒๕๕๘ ก็แล้วแต่ครับ ก็ขอให้เป็นฉบับสุดท้ายเถอะ ให้มันคงทนถาวร ไม่อยากให้มีการทำใหม่อีกแล้ว เราเลิกพูดกันเสียทีว่าประเทศไทยเป็น ประเทศที่ใช้รัฐธรรมนูญเปลืองที่สุดในโลก แต่ถ้าท่านประธานคณะกรรมาธิการยังไม่ยอม เปลี่ยนแปลง ไม่ยอมไปแก้ไข และขืนบัญญัติอย่างนี้ไว้ ท่านประธานต้องรับผิดชอบนะครับว่า ท่านประธานนั่นละเป็นคนยั่วยุที่จะให้เกิดความไม่คงทนถาวร การบังคับใช้กฎหมาย รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งท่านประธานกำลังจะคลอด สสร. ใหม่ เพราะฉะนั้นถ้อยคำนี้ไม่ควรที่จะ บันทึกไว้ในรัฐธรรมนูญเลยครับท่านประธาน ท่านจะเรียกอย่างไรก็แล้วแต่ เรียกไปเถอะครับ แต่อย่าเรียกว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่อย่างนั้นอย่างที่ผมกราบเรียนไปเบื้องต้นแล้วว่า ใครเกิดร้อนวิชาขึ้นมา ไปต่างประเทศ เห็นอะไรที่ต่างประเทศ เขามีการเปลี่ยนแปลง เขามีการบัญญัติศัพท์เอาไว้ เขามีโครงสร้างอย่างนั้นอย่างนี้ ก็คิดจะมาลองของในประเทศไทยเรื่อย ก็จะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อยู่เรื่อย ฉบับแก้ไขไม่เอาสิครับทีนี้ มันมีมาตรา ๒๙๑ อยู่แล้ว รัฐธรรมนูญบอกว่าถ้าจะแก้ไขเราก็บัญญัติไว้ว่ามันมีหมวดว่าด้วยการแก้ไข ถ้าฉบับตัวร่าง จริง ๆ มันไม่ดีก็แก้ไขไป ทำไมต้องไปร่างใหม่ เสมือนท่านกำลังคิดอยู่เหมือนหนึ่งว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ท่านกำลังเปิดโอกาสว่าในเมื่อปี ๒๕๕๐ มาจากต้นไม้เป็นพิษ ลูกไม้ ผลไม้ ต้องเป็นพิษ เสมือนท่านหนึ่งท่านกำลังจะเข้าใจว่าถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญโจร คนที่ได้ผลประโยชน์ คนที่ใช้ก็เป็นคนรับของโจร ท่านจึงคิดว่าเปิดโอกาสให้คนข้างหน้า ค่อยมาเปลี่ยนใหม่ มาร่างใหม่อีกครั้งหนึ่ง อย่างนั้นหรือกระไร ผมจึงไม่อยากจะให้ท่านได้ บัญญัติคำว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เอาไว้ ผมจึงให้สงวนคำแปรญัตติ เพื่อที่จะให้สภาแห่งนี้ ได้พิจารณาให้ถี่ถ้วน ให้ถ้วนถี่ว่า คำว่า ฉบับใหม่ ควรจะบัญญัติไว้หรือไม่ในรัฐธรรมนูญที่เรา จะบังคับใช้ ถ้ารัฐธรรมนูญที่เราบังคับใช้ร่างขึ้นมาใหม่ และบังคับใช้ไปสักระยะหนึ่ง สัก ๑๐-๒๐ ปี แล้วมันมีข้อเห็นได้ว่ามันมีช่องว่าง มันมีข้อบกพร่อง มันมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นแล้ว มันไม่ทัน กาลเวลาแล้ว ท่านก็ไปใช้ช่องแก้ไขปรับปรุงสิครับ ไม่ใช่ไปร่างใหม่กันอีก ไม่อย่างนั้นประเทศไทย จะเป็นประเทศที่ใช้รัฐธรรมนูญเปลืองที่สุดจริง ๆ ฉบับนี้ ๑๘ แล้ว กำลังจะร่างฉบับที่ ๑๙ แสดงว่าเราต้องการให้มีฉบับที่ ๒๐ ฉบับที่ ๒๑ ฉบับที่ ๒๒ ฉบับที่ ๒๓ ไปเรื่อยหรืออย่างไรครับ ท่านประธานครับ เราจึงใช้คำว่า ฉบับใหม่เอาไว้อีก หมวดว่าด้วยการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไปเรื่อยในรัฐธรรมนูญที่เราประกาศใช้ ผมจึงบอกว่ามันไม่มีเหตุมีผลเลยครับท่านประธาน ท่านประธานจะว่าอย่างไรก็แล้ว แต่คำว่า หมวด ๑๖ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ควรจะมี บัญญัติไว้ครับ ท่านจะบอกว่าใช้ฉบับชั่วคราว ใช้อะไรก็แล้วแต่ท่านไปว่าเอา ถ้าท่านคิดว่าเสียง ข้างบนนั้นท่านมากพอ ท่านก็ไปกำหนดประชุม แล้วก็บัญญัติถ้อยคำใหม่ขึ้นมาก่อนที่จะเอา ถ้อยคำนี้ไปบังคับใช้ ไปเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ แล้วผมไม่ อยากจะเป็นคนส่วนหนึ่งที่ต้องรับผิดชอบในประวัติศาสตร์ ที่บอกว่าในครั้งหนึ่งที่เป็น กรรมาธิการ แล้วผมไปเขียนกฎหมายอย่างนี้เอาไว้ในรัฐธรรมนูญ ผมไม่อยากให้ตราบาปนี้ปรากฏติดตัวผมไปครับ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่กรรมาธิการเสียงข้างมาก ต้องทบทวนครับท่านประธาน ท่านทบทวนข้อบกพร่อง ข้อผิดพลาดเมื่อสักครู่ได้ ไม่พิมพ์มา ท่านก็บอกว่าแก้ไข เพิ่มได้ อันนี้ถ้าพิมพ์แล้วมันจะทำให้เกิดความอัปยศ หรือว่าเกิดความเสียหาย เกิดมีรอยตำหนิในรัฐธรรมนูญนี่ผมคิดว่าท่านก็น่าจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงปรับปรุงได้ เราไม่อยากจะให้มีใครมากล่าวอ้างได้ว่า คณะกรรมาธิการชุดแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปแก้ไข รัฐธรรมนูญเสมือนหนึ่งยั่วยุให้มีการร่างรัฐธรรมนูญอย่างไม่รู้จบรู้สิ้นเกิดขึ้น ในประเทศไทย นี่คือสิ่งที่ผมต้องกราบเรียนกับท่านประธานนะครับ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๔ ที่จริงต้องเชื่อมโยงไปในมาตราที่ผมตัดออกไปด้วย แต่ว่าด้วยความเคารพว่า อาจจะมีเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่านอภิปรายอยู่ ผมขอสงวนสิทธิที่จะอภิปรายในมาตราที่ผม ได้สงวนไว้ในมาตราต่อ ๆ ไป ผมขอกราบเรียนท่านประธานด้วยเหตุผลอย่างนี้ครับว่าผมไม่เห็นด้วย ในการที่จะไปบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญว่าจะต้องมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไว้ ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับท่านครับ ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีคณะภิกษุสามเณรภาคฤดูร้อนในโครงการบรรพชาสามเณรอบรมศีลธรรม ภาคฤดู ร้อนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และอุบาสกอุบาสิกาจากวัดวังใหม่ ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา มาเยี่ยมฟังการประชุมของพวกเราที่นี่ วันนี้เป็นการประชุมรัฐสภา พิจารณา ร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมนะครับ

อีกข่าวหนึ่งที่ผมจะขอเรียนให้ท่านสมาชิกทราบนะครับ การถ่ายทอดทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยและสถานีวิทยุรัฐสภาตามปกติตามที่เราได้ทำกันอยู่แล้ว นี่นะครับ ประธานรัฐสภาได้อนุญาตให้มีการถ่ายทอดการประชุมทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ จนเสร็จสิ้นการประชุมด้วยนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๙ วรรคสอง แต่สำหรับวันนี้เวลา ๑๖.๑๕ นาฬิกา ถึงเวลา ๑๙.๓๐ นาฬิกา ทางสถานี ติดภารกิจถ่ายทอดสดพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระอัฐิสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตน์ แล้วก็จะตัดกลับมาเสนอข่าวให้เราอีกครั้งหนึ่งนะครับ แล้วก็เว้นไปอีกทีหนึ่ง ก็ตอนเวลา ๒๐.๐๐-๒๐.๓๐ นาฬิกา เป็นข่าวในพระราชสำนักนะครับ ขอเรียนให้ที่ประชุม ทราบครับ เชิญท่านต่อไป ท่านวิรัชเชิญครับ

นายวิรัช ร่มเย็น กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ วิรัช ร่มเย็น พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดระนอง ในฐานะสมาชิกรัฐสภาและกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ ผมก็เช่นเดียวกันกับท่านธนา ชีรวินิจ และท่านนิพนธ์ บุญญามณี ได้มีการแปรญัตติ ในมาตรา ๔ ครับท่านประธาน มาตรา ๔ เดิมบอกว่าให้เพิ่มข้อความต่อไปนี้เป็นหมวด ๑๖ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑/๑๗ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย หมวด ๑๖ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ท่านประธานครับ เมื่อคืนนี้ ผมบอกว่าผมได้ตัดมาตรา ๓ ทั้งมาตรา แล้วก็กำหนดให้มาตรา ๔ นั้นเป็นมาตรา ๓ แล้วก็ ให้เพิ่มข้อความให้มีข้อความดังต่อไปนี้ครับ ในการแปรญัตติ มาตรา ๓ ผมจากมาตรา ๔ เป็นมาตรา ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด ๑๖ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ ผมตัดออกไปครับ มาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑/๑๔ ประเด็นที่มีปัญหาเมื่อสักครู่นี้ครับ ผมก็ตัดคำว่ามาตรา ๒๙๑/๑๗ ออกไป เอามาตรา ๒๙๑/๑๔ มาแทนนะครับ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หมวด ๑๖ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมตัดคำว่า ฉบับใหม่ ออกไป เหตุผลก็คล้าย ๆ กับของท่านเพื่อนสมาชิก คือท่านธนา ชีรวินิจ และท่านนิพนธ์ บุญญามณี ครับท่านประธานครับ ผมนำเรียนท่านประธานนิดหนึ่งครับ ด้วยความเคารพท่านประธานและประธานคณะกรรมาธิการนะครับ ผมอยากจะฝาก ท่านประธานว่าการจัดทำรายงานของคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ผมกราบเรียนว่าขอให้เป็น ฉบับสุดท้ายที่ทำในลักษณะนี้ ผมอยู่ในสภานี้มานานพอสมควรท่านประธาน แต่ผมมี ความรู้สึกว่ารูปเล่มในการจัดทำนั้นด้วยความเร่งรีบ เมื่อเร่งรีบจึงมีเหตุให้ต้องมีการเสียเวลา เมื่อสักครู่นี้ไปมาก เพราะว่าเมื่อเร่งรีบ ผมไม่ค่อยเห็นใจเพื่อนคณะกรรมาธิการหรอกครับ แต่เห็นใจเจ้าหน้าที่ เห็นใจเขาจริง ๆ เขาไม่สามารถจะไปปฏิบัติหน้าที่ในวันหยุดได้เลยครับ ผมยืนยันได้เลย เขาต้องทำรูปเล่มให้เสร็จเรียบร้อยให้ทัน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะว่า นี่เป็นกฎหมายสำคัญของประเทศและจะเป็นหลักต่อไป แต่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตามครับ เมื่อเป็นคำสั่งของท่านผู้มีหน้าที่ในคณะกรรมาธิการ พูดกันง่าย ๆ ว่าท่านประธาน คณะกรรมาธิการท่านต้องการอย่างนั้น เจ้าหน้าที่เขาก็ละเลยไม่ได้ นี่ด้วยความเห็นใจจริง ๆ ที่ต้องพูดเรื่องนี้เพราะไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก ท่านพิจารณาเถอะครับ ผมไม่เคยเห็น ทำรูปเล่มแล้วก็มีเทปใส ๆ มาปิดไว้ คงจะกันเราไปถูกเนื้อ ก็เลยกันไว้ ลักษณะนี้ ด้านหน้า ด้านหลัง ที่ผ่านมารูปเล่มสวยงามครับ เพราะเอกสารนี้ต้องเก็บไว้ เก็บไว้นาน ถ้าตามเจตนารมณ์ เก็บไว้นานเท่านาน ท่านประธานครับ มาพูดถึงเรื่องที่ผมแปรญัตติ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่า อันนี้หมายถึงว่าเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ท่านประธาน คณะกรรมาธิการก็คงจะแก้ของผมด้วย ถูกไหมครับ ท่านพยักหน้าหน่อยสิครับท่านประธาน คณะกรรมาธิการครับ แก้เหมือนกับท่านนิพนธ์นะครับ คือขีดมาตรา ๒๙๑/๑๗ ออกและเอา มาตรา ๒๙๑/๑๔ เข้าไปใส่ ท่านประธานครับ เดี๋ยวท่านพูดโทรศัพท์เสร็จแล้วก็ตอบผมหน่อย ก็แล้วกัน ท่านประธานที่เคารพ ผมเรียนท่านประธานครับว่า ที่ต้องตัดคำว่า ฉบับใหม่ ออกไป เหตุผลเช่นเดียวกับท่านนิพนธ์ครับ คือถ้าใส่คำว่า ฉบับใหม่ ไป มันก็จะใหม่อยู่เรื่อย มันก็จะมีการทำอย่างหนึ่งอย่างใดให้มันมีฉบับใหม่เกิดขึ้น นี่เราใช้ สสร. เราทำ สสร. ให้เกิดขึ้น จริง ๆ ผมต้องการ สสร. จังหวัดละ ๒ คน แต่ว่าร่างรัฐบาลซึ่งก็ตรงใจกับคณะกรรมาธิการ ส่วนใหญ่ ท่านบอกว่าให้ สสร. จังหวัดละ ๑ คน รวมแล้ว ๗๗ จังหวัด ๗๗ คน ท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธานว่า สสร. จะเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งท่านใช้ในคำของท่านว่า ฉบับใหม่ ท่านประธานครับ เมื่อร่างแล้วเราใช้เวลา ๘ เดือนครับ เราแก้เป็น ๒๔๐ วัน ตามที่ทราบกัน เราใช้เวลาขนาดนี้ พร้อมกับนักวิชาการ ซึ่งจากทุกแขนง ทุกวิชาชีพ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัย ๒๒ คน เมื่อเราทำให้เขาให้เกิดขึ้นมาแล้วเป็นคณะร่างรัฐธรรมนูญ ที่เรียกว่าสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญจำนวน ๙๙ คนแล้ว วิธีการได้มาก็ไม่ใช่ง่าย ต้องมีการเลือกตั้ง ต้องผ่านกระบวนการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งถึงเวลาตรงนั้น มาตรานั้น ท่านประธานครับ ผมก็จะได้พูดเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งก็มีข้อด้วยความเคารพจริง ๆ ผมใช้ว่า ข้อบกพร่อง ไม่ตรงกับใจผม เช่นเดียวกับมาตรานี้ครับท่านประธาน ผมอยากให้ อย่ามีคำว่า ฉบับใหม่ เลย ถ้าใช้ของท่านนิพนธ์ บุญญามณี ขออภัยเอ่ยนามก็คือยั่วยุ ฉบับใหม่แปลว่า มันต้องใหม่อยู่เรื่อย พอมันจะเก่าก็ทำให้ใหม่ นี่คือเหตุผลในการที่ผมแปรญัตติในมาตรานี้ จริง ๆ แล้วกระบวนการในการแปรญัตติ มาตรานี้มันอยู่ในมาตรา ๔ เดิม ท่านประธานครับ ต้องควบกันไปกับมาตรา ๒๙๑/๑ เพราะร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันมี ๕ มาตรา มาตรา ๔ จริง ๆ แล้วต้องพูดถึงมาตรา ๒๙๑/๑ ซึ่งผมถือว่าเป็นมาตราพระเอก หลังจากนั้นก็มีอีกหลายมาตรา แต่เมื่อรูปแบบของสภาผู้แทนราษฎรของรัฐสภาของเรา ต้องการอย่างนี้นะครับ ให้แปรญัตติเฉพาะข้อความที่ปรากฏในมาตรา ๔ เดิมนี่นะครับ ซึ่งผมแปรญัตติเป็นมาตรา ๓ ผมก็ขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนว่าผมต้องตัดคำว่า ฉบับใหม่ ออก รวมทั้งหมวด ๑๖ การจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ก็ตัดออกไป ให้มีข้อความตามที่ผมได้ แปรญัตติไว้นะครับ ส่วนเหตุผลอื่น ๆ การได้มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กฎเกณฑ์ต่าง ๆ เอากฎหมายใดมาใช้บังคับกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมขออนุญาตเป็น ในมาตราอื่น ๆ ต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับท่าน ต่อไปเชิญ ท่านนายแพทย์วรงค์ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย ผมได้ขอสงวนคำแปรญัตติในการเพิ่มเติมประเด็นก่อนที่จะเข้าสู่ในหัวข้อ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งประเด็นนี้ผมอยากจะเรียนถามท่านประธานคณะกรรมาธิการ เนื่องจากว่าประเด็นนี้เรามีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อยากจะถามความรู้สึกของ กรรมาธิการเสียงข้างมาก โดยเฉพาะท่านประธานสามารถ เพราะผมเชื่อว่าท่าน เป็นคนดีครับ บางครั้งท่านทำหน้าที่รองประธานสภา ท่านสังเกตไหมครับตอนที่พวกผม ทำหน้าที่ในฐานะสมาชิก ท่านนั่งบนบัลลังก์พวกผมเชื่อท่าน เพราะว่าเชื่อวิธีการคิด การตัดสินใจของท่าน คือเวลาอะไรก็แล้วแต่ประธานบางคนเราไม่ค่อยเคารพนับถือครับ แต่ถ้าท่านประธานสามารถขึ้นทำหน้าที่เราเชื่อท่าน แล้ววันนี้พวกผมในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย ตอนเข้าไปทำหน้าที่กับท่านในฐานะที่ท่านเป็นประธานคณะกรรมาธิการ เราก็ โอเคครับ ด้วยท่าทีที่ประนีประนอมของท่านในการรับฟังเสียงของพวกผม แต่ทำไปทำมา ผมก็ชักไม่มั่นใจว่าท่านเป็นตัวตนของคนที่ชื่อว่าสามารถ แก้วมีชัย หรือไม่ เพราะตัวตนของท่าน ไม่ใช่อย่างนี้ท่านประธาน คือผมเชื่อว่าตัวตนของประธานคณะกรรมาธิการของผมคนนี้คือ คนที่มองประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก แต่วันนี้ผมมีความรู้สึกท่านเร่งรีบจนเกินไปครับ ที่ผมต้องกล้าว่าการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ครั้งนี้ท่านเร่งรีบก็เพราะว่าประสบการณ์ การทำหน้าที่กรรมาธิการของพวกเราทุกคนเป็น ส.ส. กันมานานแล้วครับ เราพิจารณา กฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งเราใช้เวลา ๑ ครั้งต่อ ๑ สัปดาห์ แต่วันนั้นตอนที่เราเริ่มต้น ประเด็นมาท่านเปิดมาเลย สุดท้ายเราใช้เวลา ๒ วัน ต่อ ๑ สัปดาห์ แค่ลำพัง ๒ วัน พวกเรา มองหน้ากันเรารู้สึกว่ามันมากผิดปกติ แต่ไป ๆ มา ๆ ท่านมาเร่งในสัปดาห์สุดท้าย ท่านมา เรียกประชุมในวาระพิเศษซึ่งโดยใช้อำนาจของประธานเอง แล้ววันนั้นคือวันที่ ๓ ถ้าจำไม่ผิด ท่านก็เร่งรีบให้ทุกอย่างจบในวันนั้นเลย ตั้งแต่เช้าถึงประมาณสัก ๔ ทุ่ม พวกเราแปลกใจครับ แล้วท่านก็ถูกตำหนิจากพวกเราครับ เพราะในที่ประชุมเราตกลงกันไว้ว่าถ้า ๒ วันไม่พอเรา จะมาปรึกษาหารือในการเพิ่มวัน เหมือนท่านได้รับใบสั่งมาว่าทุกอย่างต้องจบภายในอาทิตย์ ที่ผ่านมา เพื่อจะเข้าสู่สภาวันนี้ให้ได้ คล้าย ๆ กับว่าจะเอาไปเป็นของขวัญวันสงกรานต์ให้กับ ใครบางคนหรือไม่ ผมไม่ทราบ แต่ท่านมีความรู้สึกหนังถลอกไหมครับ เอาแค่เหตุการณ์ เมื่อวานผ่านไป ๑ วัน เมื่อวานนี้ก็วุ่นวายในความไม่สมบูรณ์ของการจัดทำรายงาน ผมต้อง ออกตัวไปยังเพื่อนพี่น้องท่านทีมงานสำนักงานเลขาธิการของคณะกรรมาธิการชุดนี้ พวกผม ในนามของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยไม่ตำหนิพวกท่านแม้แต่นิดครับ ไม่ว่าจะมีความผิด พลาดอะไรก็แล้วแต่ที่เกิดขึ้น แต่ต้องตำหนิท่านประธานและกรรมาธิการเสียงข้างมาก เพราะท่านเร่งครับ ท่านประชุม ๓ ๔ ๕ และคืน ๕ สรุปเลย มันมีที่ไหนครับ เพราะปกติแล้ว กฎหมายฉบับอื่นหรือการศึกษาของคณะกรรมาธิการในเรื่องอื่น ๆ เมื่อศึกษาเสร็จแล้ว เรามักจะรอ ๑ สัปดาห์ เรามานัดตรวจทานกัน เราก็มีเวลาให้เจ้าหน้าที่ในการทำงานอีก ๑ อาทิตย์ เวลาเรามาประชุมเพื่อหาข้อสรุปเพื่อตรวจทานสิ่งถูกต้องสิ่งผิดพลาดค่อนข้างจะ โอเค ผมถามพวกเราทุกคนว่าหลาย ๆ เรื่องเวลาเข้าสู่คณะกรรมาธิการเคยมีการท้วงติง รุนแรงขนาดนี้ไหม ในรอบปีที่ผ่านมาที่เราเป็น ส.ส. เข้ามา หรือแม้แต่อดีตที่เป็น ส.ส. มา ผมไม่เคยเจอครับ ผมเป็น ส.ส. ๓ สมัย แต่ผมเพิ่งเคยเจอ ๒ ครั้ง ที่คณะกรรมาธิการถูกตำหนิอย่างรุนแรง ก็คือ ครั้งแรกตอนรายงานปรองดองครับ อันนั้นก็รับจ๊อบ (Job) มาเหมือนกัน เร่งรีบ รวดเร็ว คณะกรรมาธิการถูกเพื่อนสมาชิกวิพากษ์วิจารณ์จนหนังถลอกกลับไป และเจอครั้งนี้เป็น ครั้งที่ ๒ ก็คือร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ท่านเร่งรีบลุกลี้ลุกลนจนผิดปกติ และท่านก็ถูก วิพากษ์วิจารณ์ ถ้าเป็นการชกมวยก็คือท่านก็ช้ำแบบไม่เป็นท่า แต่อาศัยว่ายาโดป (Dope) ดีท่านถึงยังอยู่ได้ เพราะฉะนั้นผมถึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าที่ผมจะต้อง แปรญัตติเพิ่มเติมหมวดนี้เข้ามา ก็คือประเด็นที่ผมพยายามจะร้อยเรียงให้ท่านเห็นภาพ เผื่ออย่างน้อยเพื่อนสมาชิกรัฐสภาที่จะต้องโหวต อาจจะโหวตเห็นชอบให้กับผมในสิ่งที่ผม กำลังแปรญัตติเข้ามา ถึงแม้พวกผมจะแพ้ ผมก็หวังว่าพี่น้องประชาชนทั้งประเทศกำลังฟังอยู่ ถึงจะแพ้ในรัฐสภาแต่ถ้าชนะใจประชาชน ทางการเมืองเราก็ยังอยู่ได้ครับ ผมอ่านอารมณ์ สื่อมวลชนให้ท่านประธานฟังนิดหนึ่งหลังจากเหตุการณ์ผ่านไปเมื่อวาน สื่อเขียนประเด็นว่า เดินเครื่องแก้มาตรา ๒๙๑ เปิดประตูรื้อรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ตามคาดประชุมวันแรกขุนค้อน ทุบโต๊ะใช้เสียงข้างมากรวบรัดพิจารณาวาระที่สองเป็นรายมาตรา เมินพรรคประชาธิปัตย์ที่แฉ คณะกรรมาธิการองค์ประชุมไม่ครบ และสงวนรายชื่อผู้สงวนคำแปรญัตติตกหล่น เปิดร่าง แก้ไขรัฐธรรมนูญพบคนไทยในต่างประเทศไม่มีสิทธิเลือก สสร. ห้ามแตะหมวด พระมหากษัตริย์ ไม่เช่นนั้นร่างเป็นอันตกไป แต่ประเคนอำนาจให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ วินิจฉัยชี้ขาด อันนี้คืออารมณ์ของสื่อมวลชนที่สะท้อนให้กับคนไทยทั้งประเทศได้รับรู้ว่า สังคมมีความรู้สึกอย่างไรต่อการทำหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ ในการเร่งรีบที่จะผลักดัน การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ได้ยืน และยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

คุณหมอครับ มีประท้วงครับ เชิญผู้ประท้วงครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงราย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมต้องประท้วงท่านประธานนะครับว่าท่านหลับอยู่ หรือเปล่าครับ เพราะว่าผู้อภิปรายพูดนอกประเด็นนะครับ นอกประเด็นไปมากเลยนะครับ ผมอยากจะให้กระชับนะครับ แล้วเดี๋ยวสักพักผมจะหารือว่าที่แปรญัตติเป็นร้อย ๆ คนน่าจะ ควบคุมเวลาไหม น่าจะกำหนดเวลาไหมว่าคนละกี่นาที เพราะฉะนั้นขอให้ท่านประธาน ช่วยวินิจฉัยว่าสมควรที่จะให้เขาเข้าเรื่องได้แล้วนะครับ เพราะว่ามีผู้แปรญัตติเป็นร้อย ๆ คน เดี๋ยวเวลาจะไม่พอนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ช่วยวินิจฉัยด้วยครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมก็กำลังฟังอยู่นะครับ แล้วคุณหมอเท่าที่ฟังนะครับ ก็ยังอยู่ในเหตุผลอันนี้ แต่ขอความกรุณาคุณหมออย่าให้ไกล เกินไป ผมฟังอยู่ครับ โอเคครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ก็เพราะ เสียงข้างมากเป็นอย่างนี้ท่านประธาน เสียงข้างมากชอบขู่เอา ขู่เอา แล้วผมก็เชื่อว่ามันจะทำให้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหา ถ้าเสียงข้างมากอดทนใจเย็น ๆ ฟังเสียงข้างน้อย ผมอยากจะบอก กับเพื่อนกรรมาธิการและเพื่อนสมาชิกนะครับ ถ้าตราบใดที่เสียงข้างมากพยายามที่จะขู่พวกผม มันไปไม่ได้ ไม่ต้องอะไรมาก ท่านดูคนในพี่น้องของท่านเอง ท่านมีลูกหลานอยู่สัก ๓-๔ คน ถ้าคนที่เป็นพี่คนโตพยายามจะขู่น้องอย่างเดียวครอบครัวก็ไม่มีความสุข เหมือนกันครับ การร่างรัฐธรรมนูญก็เหมือนกัน ท่านพยายามจะอ้างเสียงข้างมากอย่างเดียว ไม่มีทางครับ ท่านประธาน

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านประสิทธิ์ครับ ประท้วงใช่ไหมครับ เชิญครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมขอประท้วงผู้อภิปรายกระทำผิด กฎข้อบังคับ ข้อ ๔๓ กล่าวเสียดสีใส่ร้าย กล่าวหาว่าฝ่ายผมข่มขู่ ใช้เสียงข้างมากในการข่มขู่ ในสภา สภานี้เป็นสภาประชาธิปไตย พวกเราเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ เขายึดถือเสียงข้างมากเป็นสำคัญในการที่จะตัดสินใจหรือดำเนินการใด ๆ ไม่ใช้เสียงข้างมาก มาข่มขู่เสียงข้างน้อย ไม่ใช่ เสียงข้างน้อยต่างหากที่ข่มขู่เสียงข้างมาก พูดกล่าวให้ร้าย ตลอดเวลานะครับ สภาเป็นจุดตัดสินว่าทุก ๆ อย่างที่จะดำเนินการนั้นไปในแนวทางใด และใช้มติ เสียงส่วนใหญ่ของสภาในการที่จะตัดสินเรื่องทุกอย่าง ในการดำเนินการทุก ๆ อย่างตาม ระบอบประชาธิปไตยครับท่านประธาน ให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยนะครับ เราไม่ได้ข่มขู่ สภาใช้เสียงส่วนใหญ่ทั้งนั้นนะครับ ในโลกนี้ที่เป็นประชาธิปไตยสภาใช้เสียงข้างมากเท่านั้นนะครับ เว้นแต่เผด็จการเท่านั้นละครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านก็ได้ชี้แจงแล้วนะครับ เชิญท่านคุณหมอต่อครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ข้างหลังประท้วงครับ ท่านประธาน

(นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญผู้ประท้วงครับ

นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบุรี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมประท้วงท่านผู้ประท้วงก็คือคุณจ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ผิดข้อบังคับ ข้อ ๔๓ ท่านประท้วงด้วยเจตนาที่จะรบกวนการอภิปรายของคุณหมอวรงค์ ซึ่งได้ใช้ สิทธิตามเอกสิทธิ์และอภิปรายด้วยเหตุด้วยผล และเป็นการอภิปรายกับคณะกรรมาธิการ และท่านประธานรัฐสภา ขอให้ท่านประธานได้ควบคุม คุณหมอวรงค์อภิปรายต่อคณะกรรมาธิการ และต่อประธานรัฐสภาเหมือนสมภารเขาคุยกัน เด็กวัดไม่เกี่ยวครับ

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านคุณหมอวรงค์ต่อครับ พอเถอะครับท่านประสิทธิ์ครับ พอดีกันแล้วครับท่าน พอดีกันทั้ง ๒ ฝ่ายแล้วครับท่าน เชิญท่านนั่งเถอะครับ ไม่แล้วครับท่าน เชิญนั่งเถอะครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

ผมไม่ใช่เด็กวัดครับ ผมเป็น ส.ส. นะครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เข้าใจครับ ผมว่าคนฟังเข้าใจครับ คนฟังทราบว่าท่านเป็น ส.ส. จากจังหวัดสุรินทร์ด้วยครับ เชิญครับ ไม่ใช่ครับ เชิญท่านนั่งครับ เชิญคุณหมอครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมก็อยากจะกราบเรียน ไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการและเพื่อนสมาชิกครับ ผมคิดว่าการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ครั้งนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วในเจตนาของมาตรา ๒๙๑ ก็เขียนไว้ชัดเจนในหมวด ๑๕ ว่าเป็นแค่ ร่างแก้ไขเพิ่มเติม ผมย้ำนะครับ เผื่อพี่น้องประชาชนไม่ได้ตามเรื่องรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ มีเจตนาเขียนชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องการให้มีแค่แก้ไขเพิ่มเติม แต่วันนี้เสียงข้างมากเอง ก็พยายามที่จะใช้เทคนิคทางข้อกฎหมายเป็นการร่างแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อนำไปสู่การร่างใหม่ ทั้งฉบับ คือของพวกนี้เราก็รู้อยู่แก่ใจท่านประธานครับ เราร่างแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อนำไปสู่ การร่างใหม่ทั้งฉบับ ถ้าท่านร่างใหม่ทั้งฉบับบนพื้นฐานของความเห็นชอบของพวกผมด้วย พื้นฐานความเห็นชอบของพี่น้องประชาชนบนประโยชน์ของประชาชนผมว่าอย่างนั้นสุดยอดเลย ท่านประธาน อยากจะกราบเรียนไปยังท่านประธานสามารถและเพื่อนคณะกรรมาธิการ ซีกข้างมาก โอกาสขณะนี้เป็นโอกาสที่ดีของท่านมากในการที่จะนำประเทศไปสู่ ความปรองดอง ความรัก ความสามัคคี เพราะขณะนี้ถ้าท่านร่างเพื่อประโยชน์ของสังคมจริง ๆ ผมว่ามันโอเคครับ แต่ถ้าใช้เสียงข้างมากลากไป หรือเดี๋ยวนี้มีประโยคที่ฮิต (Hit) ก็คือ ประโยคคำว่าเผด็จการรัฐสภาลากไปมันจะไปกันใหญ่ครับ ที่ผมกล้าพูดอย่างนี้เนื่องจาก มันเป็นเหมือนกับลูกตุ้มนาฬิกาท่านประธานครับ ในยุคหนึ่งมีเผด็จการมาปฏิวัติ ท่านวิพากษ์วิจารณ์ ลูกตุ้มมันแกว่งไปด้านหนึ่ง เวลาลูกตุ้มลูกนี้มันแกว่งกลับมามันก็กลับมาว่า จากเผด็จการทหารกลับกลายเป็นเผด็จการรัฐสภาและผมท้าเลยท่านประธานครับ ผมไม่แน่ใจว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ แต่ด้วยความรู้สึกของผมจากความบริสุทธิ์ใจ จากประสบการณ์ทางการเมืองของผม จากที่ผมอ่านหนังสือพิมพ์ จากที่ผมรับฟังพี่น้องประชาชน มันไปไม่ได้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้อิงประโยชน์ของประชาชนมันไปไม่ได้ ย้ำนะครับ แล้วสุดท้ายมันก็ต้องเปลี่ยนอีก วันนี้คำถามถามว่าในหมวด ๑๖ ที่บอกว่าการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถามจริง ๆ ว่าท่านมีเจตนาเพื่อให้ประเทศชาติอยู่ได้ยาวนานหรือเปล่า เพื่อให้สังคมมันไปได้ไหม กติกานี้มันไปได้ไหม หรือท่านกำลังทำเพื่อตอบสนองความต้องการ ของคนบางคน ถ้าท่านทำเพื่อตอบสนองความต้องการคนบางคนสุดท้ายมันก็ต้องแก้อีก แล้วอาจจะถึงวันนั้นขึ้นมาเมื่อลูกตุ้มแกว่งกลับขึ้นมาก็จะมีการรณรงค์ว่าถึงเวลาแล้วว่า มีผลไม้พิษมาใหม่อีกต้นหนึ่ง เนื่องจากว่ารัฐธรรมนูญฉบับนั้นเป็นฉบับเผด็จการรัฐสภาขึ้นมา จะเป็นอย่างไรท่านประธาน เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจึงฝากท่าน ท่านใจเย็น ๆ นิดหนึ่ง เพราะแค่กระบวนการเริ่มต้นที่เกิดขึ้นรัฐธรรมนูญฉบับนี้เขาตอนปลายเดือนกุมภาพันธ์แป๊บเดียว กลับเข้ามาสู่ในที่ประชุมรัฐสภาอีกครั้งหนึ่งแล้ว มันดูเร่งรีบผิดปกติ ทั้งเมื่อวานนี้และวันนี้ ทั้งเพื่อนสมาชิกกรรมาธิการด้วยกันเอง เราอยู่ด้วยกันหลายคนก็วิพากษ์วิจารณ์ ลำพังผมเองพยายามเรียกร้องว่านี่ไม่ใช่ชีทติว แผ่นพับนี้ไม่ใช่แผ่นใบเซียมซี แผ่นแทรก คือผมแค่เรียกร้องว่าเราพักสัก ๒๐ นาทีไหม ครึ่งชั่วโมงไหม แล้วจังหวะนี้ให้ท่านประธานสภา บอกพวกเราเลยว่าสมาชิกรัฐสภาให้ตรวจสอบรายงานของคณะกรรมาธิการ เราจะพัก ครึ่งชั่วโมงนะแล้วให้ท่านมายื่นคำจำนงแล้วที่ประชุมเราจะประชุมกันแล้วมีมติจบเลยครับ แล้วหลังจากนั้นถ้าท่านจะมาโวยวายอีกไม่ให้แล้วนะ ผมว่ามันดูสง่ามาก ลำพังแค่นี้เอง ท่านยังไม่ยอมเลย ผมถึงอยากจะฝากท่านนะครับว่าวันนี้ท่านตัดสินใจผิดพลาดมากในการที่จะ เร่งรีบถูไถไปเรื่อย ๆ ผมมีประเด็นที่อยากจะย้ำกับท่านในประเด็นที่สำคัญอีกอันหนึ่งคือย้ำว่า กติกานี้เป็นกติกาสูงสุด ท่านไม่ได้ผลักดันพระราชบัญญัติที่เป็นนโยบายรัฐบาล ถ้าพระราชบัญญัติที่เป็นนโยบายรัฐบาลท่านเอาเสียงข้างมากโหวตแล้วชนะอันนี้ผมไม่ว่า เลยครับ แต่ท่านกำลังผลักดันกติกาสูงสุดท่านต้องให้ทุกฝ่ายยอมรับ รวมทั้งพวกผมด้วย นั่นคือกติกาที่เป็นกลางที่สุด ให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด แต่วันนี้ท่านทำอะไร อย่างไร ผมไม่แน่ใจนะครับ พวกเราจึงเกิดความไม่ไว้วางใจ คำถามถามว่าในการร่างหมวด ๑๖ ที่ท่านพูดชัดเจนคือร่างใหม่ สิ่งที่พวกผมไม่ไว้วางใจ พรรคประชาธิปัตย์ไม่สบายใจใน ๔ ประเด็น ดังต่อไปนี้

ประเด็นที่ ๑ ก็คือหมวดว่าด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งตรงนี้ท่านประธาน อาจจะไม่เข้าใจในอารมณ์ของคณะกรรมาธิการ ตอนที่พวกเราอยู่ในชั้นคณะกรรมาธิการ เรามีการถกกันครับ แต่โอเคสุดท้ายคณะกรรมาธิการก็มีการประนีประนอมกันว่าทุกคนตกผลึก ทางความคิดว่าเราจะไม่แตะหมวด ๒ ว่าด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์ หมายความว่า สสร. ไม่มีสิทธิเข้าไปแก้ไข เพราะแต่เดิมเพื่อนสมาชิกบางท่านบอกว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขจะมีการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบ ของรัฐไม่ได้ จะเขียนไว้ลอย ๆ แค่นั้นเรากังวล เพราะเราก็เห็นว่าในโลกนี้มีหลายประเทศที่มี สถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างเช่น ประเทศเขมร เขาก็อ้างว่าเขาเป็นประชาธิปไตยมีสถาบัน พระมหากษัตริย์เหมือนกัน แล้วตอนแรกท่านประธานเชื่อไหมครับว่าในช่วงที่พวกเราจะขอมติ ในการให้คณะกรรมาธิการใส่เข้าไปในร่างของเสียงข้างมาก ตอนแรกก็จะไม่ยอม แต่สุดท้าย เราก็มีการท้วงติงสัญญาสุภาพบุรุษกัน โอเคท่านยอมในการบรรจุประโยคนี้เข้ามา ดังนั้นข้อ กังวลใจข้อที่ ๑ ของพรรคประชาธิปัตย์จึงหมดไป แล้วผมก็เชื่อว่าก็เป็นข้อกังวลใจของพี่น้อง ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ แต่ข้อกังวลใจข้อที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมพยายามที่จะแปรญัตติ เข้าไปเพราะว่าผมต้องย้ำ อันนี้คือประโยคของร่างใหม่ เรากังวลใจว่าขณะนี้คนของท่าน หรือผู้ใหญ่ของท่านหลายคนมีความรู้สึกอาฆาตมาดร้ายต่อกระบวนการยุติธรรม ผมกล้าพูด อย่างนี้เนื่องจากว่าหลายสิ่งหลายอย่างที่ท่านได้ดั่งใจท่านเงียบกริบเลย ศาลฎีกาพิพากษา ท่านหลาย ๆ เรื่องท่านเงียบหมด ศาลรัฐธรรมนูญพิพากษาในสิ่งที่ท่านได้ประโยชน์ท่านเงียบหมด แต่วันใดเมื่อศาลพิพากษาในสิ่งที่ท่านเสียประโยชน์ ประโยคที่บอกว่า ๒ มาตรฐานเกิดขึ้นมา ทันทีครับ ดังนั้นข้อกังวลในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เราจึงกังวลว่าท่านจะไปล้างแค้นศาล คำว่า ล้างแค้น ก็คือท่านจะเข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมผ่านรัฐธรรมนูญ นี่คือ ข้อกังวลใจข้อที่ ๒

ข้อกังวลใจข้อที่ ๓ ซึ่งขณะนี้ระบบ ๓ อำนาจ ระบบบริหาร ตุลาการ ระบบนิติบัญญัติ ที่บอกว่าให้ถ่วงดุลกันมันไม่จริง ลำพังฝ่ายบริหารกับนิติบัญญัติ ผมถามท่านประธานวันนี้ มันตรวจสอบถ่วงดุลกันจริงหรือไม่ มันไม่จริงครับ วันนี้เราก็มีกระบวนการยุติธรรมอีก ๑ กระบวนการที่เรายังกังวลครับว่าเมื่อแก้รัฐธรรมนูญตรงนี้แล้วจะมีการเข้าไปแทรกแซงเขา หรือไม่ แต่ข้อที่ ๓ ที่เรากังวลใจก็คือองค์กรอิสระ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ได้ใส่องค์กรอิสระ เข้ามาหลายหน่วยงานเพื่อช่วยทำหน้าที่ในการตรวจสอบการทำหน้าที่ของฝ่ายรัฐบาล แล้วองค์กรอิสระหลายองค์กรท่านอาฆาตมาดร้ายไว้ ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. แม้แต่ สตง. พวกเราก็กังวลใจว่าเมื่อมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วเนื้อหาสาระของการแก้ไข จะนำไปสู่การแทรกแซงองค์กรอิสระ

และข้อกังวลใจข้อสุดท้าย อันนี้ตรงไปตรงมาครับ เพราะขณะนี้ ผมมีความรู้สึกว่ารัฐบาลกำลังเปิดศึกคู่ขนานครับ ด้านปีกซ้ายนำโดยท่าน พลเอก สนธิ ปรองดองครับ ปีกขวานำโดยท่านสามารถ แก้วมีชัย คือรัฐธรรมนูญ เราไม่แน่ใจว่าปีกซ้าย หรือปีกขวาจะนำไปสู่การนิรโทษกรรมบุคคลที่ต้องรับผิดชอบทางอาญา

เพราะฉะนั้นข้อกังวลใจข้อที่ ๔ อยากจะกราบเรียนคณะกรรมาธิการของ พวกนี้มันตรงไปตรงมา เป็นข้อกังวลใจ เป็นข้อห่วงใย เรากังวลว่าการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ จะนำไปสู่การนิรโทษกรรมคนบางกลุ่ม หรือคนบางคน จึงอยากจะกราบเรียนท่านสมาชิก ทุกท่านว่าเราจะทำอย่างไรละให้สังคมที่มีความกังวลใจ ความระแวง ความสงสัยต่อ การกระทำของคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะการให้ที่ได้มาซึ่ง สสร. ท่านต้องทำให้สังคมหมด ความหวาดระแวง ถ้าสังคมสบายใจทุกอย่างก็โอเค แต่วันนี้สิ่งที่ท่านดันมามันเหมือน พยายามดัน ๆ โดยที่ไม่สนใจเสียงคัดค้าน ตรงนี้เองมันยิ่งทำให้เกิดความหวาดระแวง ความสงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น มันจึงเป็นที่มาที่ผมจะต้องแปรญัตติประโยคนี้ ผมแปรญัตติ เพิ่มเติมเข้ามาว่า ก่อนเข้าสู่กระบวนการการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญให้มีการทำ ประชามติขอความเห็นชอบจากประชาชน ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก่อน ถ้าผลประชามติประชาชนไม่เห็นชอบ ถือว่าการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเป็นอันสิ้นสุด ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่คือสาระที่ผมกังวลใจ ผมถึงมีความรู้สึกว่าดังนั้นในเมื่อเรามีข้อกังวลใจ เราถามประชาชนดีกว่าไหมว่าประชาชนเห็นชอบไหมว่าจะมีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ หรือแม้แต่รัฐธรรมนูญมาตรา ๒๙๑ ก็เขียนไว้ชัดเจนว่าการแก้ไข ก็คือการแก้ไขเพิ่มเติมเฉย ๆ แต่ขณะนี้ทุกท่านกำลังซิกแซกเพื่อจะนำไปสู่การร่างใหม่ ผมมีประเด็นที่จะต้องย้ำว่าที่ผมพูดด้วย ความมั่นใจ เนื่องจากว่าท่านเคยพูดไว้ เมื่อวานนี้เพื่อน ส.ส. ของผม คือท่านวัชระ เพชรทอง ก็ได้เอาเอกสารหาเสียงของท่าน ท่านก็พูดไว้ชัดเจนว่าเมื่อท่านเข้ามาแล้วท่านจะปฏิรูปการเมือง ท่านจะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ท่านก็จะถามพี่น้องประชาชนว่าจะเอารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ หรือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาเป็นต้นร่างในการร่างใหม่ เท่ากับว่าท่านสัญญากับ ประชาชนไว้ว่าท่านจะมีการทำประชามติ ซึ่งการทำประชามติก็คือมีการทำประชามติ ๒ ครั้ง ดังนั้นก่อนที่จะร่างใหม่ท่านต้องถามประชาชนว่าประชาชนเห็นชอบหรือไม่ เพราะถ้าถาม ความเห็นของผม ณ วันนี้ ท่านกำลังจะเอากระบวนการทั้งปรองดอง ทั้งรัฐธรรมนูญที่ท่านทำอยู่ ขณะนี้กลบความทุกข์ยากของประชาชน ถ้าเป็นไปได้เผื่อเพื่อนสมาชิกรัฐสภาเห็นชอบกับผม เพราะผมว่านี่เป็นประเด็นสำคัญ เวลาทำประชามติถามประชาชนก่อนเลือก สสร. ท่านลองถาม เปรียบเทียบกับโครงการจำนำมันสำปะหลัง จำนำข้าว ถามเปรียบเทียบกับโครงการ เงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท ที่เลื่อนไปถึงปี ๒๕๕๗ ถามเปรียบเทียบกับเรื่องการกระชาก ค่าครองชีพ ถามเปรียบเทียบเกี่ยวกับเรื่องค่าแก๊สแอลพีจี (Gas LPG) ค่าน้ำมันที่ต้องการ ให้มันถูกลง มันไม่ถูกจริง พวกนี้คือความล้มเหลวของทุกท่าน ท่านลองถามประชาชน นิดเดียวครับว่า ท่านทำประชามติถามประชาชนว่าระหว่างให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งฉบับ กับให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาดังต่อไปนี้ ๑. จำนำข้าวที่ถูกโกงเยอะ ๒. จำนำ มันสำปะหลังที่ถูกโกงเยอะ ๓. ค่าแรง ๓๐๐ บาทที่ทำไม่ได้ ๔. การปรับเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท ต้องเลื่อนไปปี ๒๕๕๗ ๕. การกระชากค่าครองชีพ ของก็แพงขึ้นและแพงทั้งแผ่นดิน ๖. ค่าน้ำมัน ค่าแก๊สที่ท่านบอกจะยกเลิกกองทุนน้ำมัน รัฐบาลจะทำอะไรก่อน จะแก้ปัญหาอะไรก่อน

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้กลับขึ้นบัลลังก์)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

มีผู้ประท้วงท่านครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ในฐานะที่เป็นสมาชิกรัฐสภา จริง ๆ แล้วไม่อยากจะประท้วง ผู้อภิปราย ไม่อยากให้สภานี้เสียเวลา แต่ผู้อภิปรายก็ทำผิดกฎข้อบังคับ ข้อ ๔๓ อภิปราย นอกประเด็นไม่เกี่ยวเลยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่เกี่ยวกันเลยนะครับ นอกประเด็น นอกเรื่อง นอกราวนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณมาก

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

ให้ท่านประธานวินิจฉัยและควบคุมการอภิปรายให้อยู่ในประเด็นด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

คุณหมอครับ ช่วยกระชับ และอยู่ในประเด็นด้วยนะครับ เชิญต่อเลยครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก

(นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสงคราม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่ดิฉันไม่เคารพนะคะ อยากจะประท้วงท่านประธาน ข้อ ๕ ท่านต้องควบคุมผู้ประท้วงหน่อยค่ะ ประท้วงอย่างเดียว ตั้งแต่ดิฉันเป็นผู้แทนราษฎรมา เห็นประท้วงอย่างเดียวแม้กระทั่งประชุมสภาผู้แทนราษฎรหรือประชุมรัฐสภาไม่เคยอภิปรายเลย มีหน้าที่ประท้วงอย่างเดียวจนคนข้างนอกเขาโทรมาบอกว่าช่วยให้ประธานเอาไม้บรรทัด มาให้เขาคาบหน่อยค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ตกลงท่านประท้วงท่านประสิทธิ์ ที่จริงท่านก็ไม่ได้ทำผิดอะไร ผมว่าสมควรแล้ว พอแล้วครับ ผมขออนุญาตอย่างนี้ครับ ขออภัยทุกท่าน คุณหมอและท่านประสิทธิ์ด้วย ผมขออนุญาตทำความเข้าใจกับพวกเรา สัก ๕ นาทีเท่านั้นเอง ท่านนั่งลงก่อนครับ ที่จริงการประชุมของเราดำเนินการมาได้ช้ามาก แล้วบรรยากาศการประชุมผมอยากให้บรรยากาศการประชุมของเราดำเนินไปด้วยดี เพราะฉะนั้นอะไรที่ผมจะให้ความร่วมมือกับสมาชิกได้ผมจะพยายามให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพื่อให้บรรยากาศการประชุมดำเนินไปด้วยดี อย่างไรก็แล้วแต่เราก็ยังต้องยึดข้อบังคับ สมาชิกก็ต้องเข้าใจผมตรงนี้ด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากชี้แจงกับท่านสมาชิกก็มีอยู่สัก ๔ เรื่อง

เรื่องแรก เรื่องเอกสารของผู้ตรวจการ ก็ขออนุญาตแจ้งทางเลขาธิการรัฐสภา ช่วยแจกให้กับสมาชิกทุกท่านด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๒ การที่จะดำเนินการขานชื่อจะให้ใครพูดอะไรก่อนหลัง ผมก็จะยึดถือ ตามคำวินิจฉัยของท่านประธานธีรเดชเพื่อให้การประชุมดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย ก็จะเรียงตามลำดับในรายงาน แล้วท่านไหนที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิก็เอาไว้ใช้ตอนท้ายเพื่อให้เรียบร้อย จะได้เกิดความชัดเจน

อีกเรื่องหนึ่ง จำนวนวันในการอภิปราย ถ้าวันนี้ไม่จบก็ไม่เป็นอะไร ผมพร้อม ให้ความร่วมมือกับสมาชิกเต็มที่ เรามาช่วยกันสร้างบรรยากาศของการประชุม ไม่อย่างนั้น ก็โต้กันไปโต้กันมา มันไม่จบครับ อะไรที่ผมจะทำให้บรรยากาศการประชุมดำเนินไปด้วยดีได้ ผมยินดีครับ ก็ขอความร่วมมือกับสมาชิกทุกท่านด้วยนะครับ ไม่อย่างนั้นต่างคนต่างมองต่างมุม มันก็ไม่จบ ทำให้บรรยากาศมันเสียไป ประชาชนเขาก็เบื่อหน่าย เพราะฉะนั้นอะไรที่อะลุ่มอล่วยได้ ผมจะพยายามแต่ต้องมีหลักการ ก็คือมีข้อบังคับอย่างที่พูดเมื่อสักครู่นี้ จำนวนวันจะเอากี่วัน ผมไม่ขัดข้อง ถ้าวันนี้ไม่จบต่อพรุ่งนี้ พรุ่งนี้ไม่จบจะต่อมะรืนหรือจะเอาอย่างไรก็ลองคุยกันดู ไม่ขัดข้องจริง ๆ ครับ ให้การประชุมดำเนินไปด้วยดี แล้วนี่เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องสำคัญของประเทศชาติ เราต้องการบรรยากาศของความปรองดอง เพราะฉะนั้น จะดำเนินการตามนี้ ก็แล้วแต่ท่านสมาชิกวิป ๓ ฝ่ายคุยกันครับ รวมทั้งทางวุฒิสภา ๓ ฝ่ายคุยกัน จะเอากี่วัน และเอาวันไหนบ้างให้ได้ข้อสรุป ผมยินดีครับ แต่ถ้ายังไม่มีข้อสรุปผมก็จะ ดำเนินการไปอย่างนี้เรื่อย ๆ จะกี่วันก็เอาตามเนื้อผ้า กี่วันก็เท่านั้น เพียงแต่ต้องดูเรื่องเนื้อหา และข้อบังคับเท่านั้นเอง ก็ขอความร่วมมือจากสมาชิกในกรณีนี้ ส่วนกรณีที่เราใช้เวลามาก แล้วก็ถกเถียงกันอยู่ตลอดทำให้การประชุมดำเนินต่อไปไม่ได้ ติดขัดอยู่ตลอดก็คือ เรื่องข้อบกพร่องอะไรต่าง ๆ แล้วมีคนเสนอว่าน่าจะพักการประชุมแล้วไปทำให้ถูกต้องก่อนดีไหม แม้แต่เมื่อสักครู่นี้คุณหมอวรงค์ก็พูด ก่อนหน้านั้นก็พูดกัน พูดกันหลายท่านครับ ผมฟังแล้ว ผมก็ไม่ค่อยสบายใจ ก็ต้องการให้มีข้อยุติที่ชัดเจนให้บรรยากาศการประชุมมันดูเรียบร้อยครับ เพราะฉะนั้นเมื่อกี้ คุณหมอวรงค์ก็เสนอว่าพักสัก ๓๐ นาทีไปทำให้มันถูกต้องแล้วก็มาว่ากันต่อจะได้ไม่ต้องมา เสียเวลาคุยกันเรื่องนี้อีก ผมเห็นด้วยครับ แต่ทีนี้ก็ต้องขอ ๓๐ นาทีจริง ๆ ถ้ายังไม่เสร็จ ขาดเหลือเล็กน้อยก็ค่อยมาต่อเติมกันทีหลัง อย่างนี้ไม่ขัดข้องใช่ไหมครับ ได้ไหมครับ ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ ดีไหมครับ ถ้าดีผมจะพักการประชุมสักครึ่งชั่วโมง แล้วค่อยว่ากัน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานครับ ก็ขอบคุณท่านประธานนะครับ เพราะว่าผมเห็นว่าปมที่เสียเวลามากก็เป็นเรื่องตัวว่ารายงาน สมบูรณ์ ไม่สมบูรณ์ ทีนี้เพื่อความแน่ใจผมคิดว่าก่อนท่านพักนี้ครับ ท่านจะกรุณากดออด แล้วก็แจ้งเพื่อนสมาชิกทั้งหมดเลยไหมว่าช่วงครึ่งชั่วโมงที่พักนี้ครับ ใครมีปัญหาเรื่องรายงาน ให้ไปพบกับทางคณะกรรมาธิการ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็จะมีคนที่ขณะนี้ไม่อยู่ในห้องประชุมนี้ ไม่ทราบอีก จะเป็นปัญหา ท่านกดออดแล้วก็เชิญทุกท่านมาแล้วก็ให้คุยกันว่า ๓๐ นาทีนี้ ใครมีปัญหาอะไรไปพบคณะกรรมาธิการให้เรียบร้อย

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ยินดีครับ ท่านไม่ประท้วง แล้วกระมังครับ จบแล้วครับ เอาล่ะครับพอสมควรครับ ท่านครับ ผมขออนุญาตใช้คำเดิมครับ ขอกันกินมากกว่านี้ คำเดิมครับ เอาล่ะครับ บรรยากาศกำลังดีครับ ขอบิณฑบาตเถอะครับ เอาล่ะครับ ขอบิณฑบาตเถอะครับ กำลังดีครับ ท่านประสิทธิ์ครับ ไม่อย่างนั้นก็ไม่จบ บรรยากาศกำลังสวยครับ ขอบิณฑบาตเถอะครับ ขอกันกินมากกว่านี้ครับ ไม่เป็นอะไรครับ ขอกันกินมากกว่านี้ คำพูดเดิมครับ ขอบิณฑบาตเถอะครับ ท่านประสิทธิ์ครับ เป็นสุภาพบุรุษ ดีกว่าครับ ประชาชนเขาเข้าใจท่านเชื่อผมเถอะ ขอบคุณมากเลยครับ ขอบคุณจริง ๆ ครับ ขอบคุณครับ บรรยากาศกำลังดีนะครับ เชิญสมาชิกข้างนอกด้วยครับ เชิญครับ

ท่านสุนัยมีอะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ผมอยากจะขอเวลานิดเดียวครับ เพื่อให้ทุกสิ่งทุกอย่างมันเดินไปได้ด้วยดีแล้วก็ต้อง กราบขอบพระคุณท่านจ่าประสิทธิ์ที่ได้ฟังคำขอร้องของท่านประธาน ท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานที่โอนอ่อนผ่อนตามให้แก่ท่าน ส.ส. ฝ่ายค้านที่นำเสนอท่าน ให้พักครึ่งชั่วโมง แต่เพื่อให้การพิจารณานี้ครับ ขอความร่วมมือทั้ง ๒ ฝ่าย แล้วก็ทางฝ่าย ส.ว. ก็บอกว่าอยากจะให้เสร็จวันนี้ เพราะพรุ่งนี้ท่านก็จะต้องเดินทางไปในภารกิจงานประเพณี อย่างนี้ได้ไหมครับ เท่าที่เฝ้าดูนะครับ ท่านประธานครับ ส่วนใหญ่เราเสียเวลากับการอภิปราย ที่เสมือนหนึ่งเป็นวาระที่หนึ่งครับ ท่านครับ กับ ๒. เราอภิปรายมีลักษณะออกนอกประเด็น ซึ่งถ้าออกนอกนิดหน่อยก็ไม่เป็นอะไรครับ ท่านครับ ดังนั้น ๒ ประเด็นนี้ครับ ขอให้อยู่ในวาระที่สอง แล้วก็ขอให้ประเด็นการเจรจานี้ครับอยู่ตรงนี้ด้วยครับ ท่านครับ นอกจากไปปรับเรื่องทำ อะไรให้เรียบร้อยแล้วนี้นะครับ ครึ่งชั่วโมงนี้ครับ ขอความร่วมมือทั้ง ๒ ฝ่ายครับ ท่านประธานครับ เรื่องมันจะได้เดินเร็วขึ้นครับ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านประธานวิปรัฐบาลครับ

นายอุดมเดช รัตนเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นนทบุรี

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม อุดมเดช รัตนเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ในช่วงที่ท่านประธานได้เปิดโอกาสให้มีการพัก การประชุมนี่ ถ้าหากว่าท่านสมาชิกท่านใดเห็นว่าในส่วนของความบกพร่องของรายงาน ที่ทางคณะกรรมาธิการได้นำเสนอเข้ามานี่ขอให้ไปดำเนินการแจ้งกับทางคณะกรรมาธิการ

อีกส่วนหนึ่งที่อยากจะหารือก็คือว่าอยากจะใช้โอกาสนี้ให้ท่านประธานได้เชิญ ท่านประธานคณะกรรมาธิการทั้งของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาหารือกับท่านรองประธาน เจริญนะครับ เพื่อที่จะกำหนดกรอบในการที่จะพิจารณากันด้วย ผมได้มีโอกาสนัดกับ ท่านประธานวิปของวุฒิสมาชิกแล้วนะครับ เวลาประมาณ ๑๓.๓๐-๑๓.๔๕ นาฬิกา จะมีโอกาส หารือกันในเรื่องของกรอบเวลาในการที่จะพิจารณา ในขณะเดียวกันก็ขอโอกาสนี้ขออนุญาต เชิญชวนตัวแทนของวิปฝ่ายค้านด้วย ผมได้ประสานไว้บางส่วนแล้วนะครับ ก็จะได้มา มีโอกาสพูดคุยกันในเรื่องของการที่จะใช้เวลาในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญร่วมกันครับ ๑. คือขอโอกาสให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการของทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ วุฒิสมาชิกได้มีโอกาสไปประชุมร่วมกันที่ห้องของท่านเจริญ จรรย์โกมล นะครับ อีกส่วนหนึ่ง ก็คือว่าขอให้ท่านคณะกรรมาธิการหรือแม้กระทั่งท่าน ส.ส. ที่มีข้อขัดข้องอะไรก็แล้วแต่ กับรายงานของคณะกรรมาธิการนี่ได้ใช้โอกาสนี้ไปพูดคุยเพื่อที่จะได้ปรับในส่วนที่อาจจะ บกพร่องไปบ้าง เราสามารถจะเดินหน้าต่อไปได้ อีกประเด็นหนึ่งก็คือว่าผมได้นัด ท่านประธานวิปของวุฒิสมาชิก แล้วก็ขอโอกาสนี้นัดท่านประธานวิปของฝ่ายค้านเพื่อจะมา หารือกันในเรื่องของกรอบการพิจารณาร่วมกันครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เมื่อกี้ผมได้หารือแล้ว ได้ข้อเสนอแนะจากท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรครับ เมื่อสักครู่ผมได้หารือแล้วได้คำแนะนำจากผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร ผมเห็นว่าเป็นคำแนะนำที่ดีนะครับ ก็อยากจะได้ฟังท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรอีกสักรอบหนึ่งครับ เป็นข้อเสนอแนะจากท่านครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ที่ท่านประธานแจ้งที่ประชุมแล้วก็ที่ท่านประธานวิปรัฐบาลได้พูดไปเมื่อสักครู่นี้ น่าจะเหมาะสมนะครับ ก็คือท่านประธานจะกรุณาพักการประชุมครึ่งชั่วโมง ระหว่างนี้ ท่านสมาชิกหรือท่านกรรมาธิการท่านใดซึ่งเห็นว่ารายงานของคณะกรรมาธิการขาดตกบกพร่อง ในเรื่องใดก็ขอให้ไปพบกับท่านประธานคณะกรรมาธิการ ถ้าจะแก้ไขอะไรก็ทำกันในช่วง พักการประชุม กลับมาก็จะได้เข้าสู่เนื้อหาอย่างเดียว ไม่ต้องมาอภิปรายกันอีกแล้วว่ารายงาน นี่มันขาดตกบกพร่องสมบูรณ์ ไม่สมบูรณ์อย่างไร ขณะเดียวกันเพื่ออยู่กับความเป็นจริงนะครับว่า การอภิปรายวันนี้น่าจะไปถึงไหน อย่างไร ก็อยากจะให้ทางประธานคณะกรรมาธิการของ ทั้งสองสภาได้พูดคุยกันด้วยนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมจะขออนุญาตดำเนินการ ตามข้อแนะนำของท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ไม่มีท่านใดขัดข้องนะครับ ผมขออนุญาตดำเนินการตามนี้นะครับ ขอพักการประชุม ๓๐ นาทีครับ

พักการประชุมเวลา ๑๒.๔๔ นาฬิกา

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๓.๒๕ นาฬิกา

ท่านสมาชิกครับ ขออนุญาตต่อ นะครับ ที่หลายฝ่ายก็ยังคงต้องคุยหารือได้ข้อสรุปแล้วคงให้แจ้งที่ประชุม ผมขออนุญาต ในช่วงนี้ไม่เสียเวลา อนุญาตให้ท่านหมอวรงค์ได้อภิปรายต่อครับ เชิญคุณหมอครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย จริง ๆ ท่านประธานครับผมคิดว่าขณะนี้ทางคณะกรรมาธิการกำลังประชุมปรึกษาหารือกันอยู่ แล้วดูประเด็นที่จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขและบังเอิญผมก็เป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมเกรงว่าถ้าเกิดผมอยู่ ๆ มาพูดเลยโดยที่คณะกรรมาธิการยังไม่เรียบร้อยเลยท่านประธาน ผมคิดว่าท่านน่าจะใจเย็นอดใจรอสักครู่ในช่วงที่คณะกรรมาธิการกำลังประชุมปรึกษาหารือกันอยู่ และหลังจากนั้นแล้วเราค่อยเอาเข้ามาอีกทีหนึ่ง เพราะเจตนาของผมตัวผมก็เป็น คณะกรรมาธิการด้วยท่านประธานและอย่างนี้เพื่อนสมาชิกคนอื่นพูดไปพูดให้ประธานฟัง ท่านประธานก็ไม่มีสิทธิในการแก้ไขครับ เพราะว่าเราก็ต้องพูดให้คณะกรรมาธิการฟัง ถ้าอย่างนั้นผมว่ารอให้คณะกรรมาธิการได้ประชุมให้เรียบร้อยก่อนดีไหมครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

น่าจะใช้เวลาอีกนานไหมครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ เพราะจริง ๆ แล้ว อำนาจไม่ได้อยู่ที่ผมท่านประธาน อยู่ที่คณะกรรมาธิการที่กำลังประชุมกันที่ห้องข้างบนครับ ท่านประธาน เพราะถ้าเกิดมาพูดกันอย่างนี้เราไปพูดให้ใครฟังครับท่านประธาน เพราะเรา ก็หวังว่าประธานฟังแล้วจะได้มีการปรับปรุงแก้ไข ถ้าอย่างนั้นผมคิดว่าท่านประธานสั่งพักต่อ อีกสักระยะหนึ่งแล้วเดี๋ยวทางคณะกรรมาธิการเรียบร้อยแล้วลงมาครับ เริ่มต่อได้เลยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ที่จริงเราคุยกันว่าสัก ๓๐ นาที นี่ก็ปาเข้าไป ๔๕ นาทีนะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ท่านประธานตำหนิผมไม่ได้นะครับ ท่านประธานก็ต้องตำหนิคณะกรรมาธิการครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ไม่ได้ตำหนิครับ ทีนี้ กำลังหารือว่าควรจะอย่างไรดี เชิญท่านชินวรณ์ครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมอยากจะกราบเรียน กับท่านประธานสภาว่าถ้าท่านประธานจะได้เห็นภาพในการประชุมในวันนี้ ในฐานะที่ผมเป็น สมาชิกรัฐสภา ผมไม่ได้เป็นกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือไม่ได้เป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย แต่ท่านประธานต้องยอมรับความเป็นจริงว่าการที่รัฐสภาของเราได้มอบหมายให้ คณะกรรมาธิการไปดำเนินการในการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้น คณะกรรมาธิการต้องไปดำเนินการให้เป็นไปตามข้อบังคับและที่สำคัญที่สุดก็คือว่าการจัดทำ รายงานเข้ามาสู่สภาจะต้องมีความรอบคอบถูกต้องชัดเจน แต่บรรยากาศในขณะนี้ ท่านประธานเห็นได้ชัดนะครับว่าท่านประธานขึ้นมานั่งในที่ประชุมแล้วก็ให้โอกาสคุณหมอวรงค์ ได้พูดในขณะที่ประธานคณะกรรมาธิการยังหารือกันยังไม่แล้วเสร็จ นี่เป็นประเด็นแรก ที่อยากจะชี้ให้เห็นถึงบรรยากาศในขณะนี้ว่ามันเป็นบรรยากาศที่ทำให้คนมองว่าท่านประธาน อย่างน้อยก็เป็นคนหนึ่งที่มีอำนาจในการตัดสินใจแล้วก็นำไปสู่ภาพให้เห็นถึงความรวบรัด ในการที่จะพิจารณากฎหมายฉบับนี้

ประการที่ ๒ ครับท่านประธานครับ ผมคิดว่าข้อท้วงติงของเพื่อนสมาชิก ตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นประเด็นในเรื่องของวิธีการ ไม่ใช่เป็นประเด็นในเรื่องของสาระสำคัญ ในบทบัญญัติซึ่งท่านประธานจะใช้เสียงข้างมากไม่ได้เลยครับ โดยวิธีการปฏิบัติผมกราบเรียนกับ ท่านประธานว่าท่านประธานเองตอนเป็นสมาชิกอยู่ข้างล่างเคยท้วงติงผมจำได้นะครับ เคยท้วงติงว่าเมื่อคณะกรรมาธิการทำรายงานมาไม่เรียบร้อยควรที่จะให้คณะกรรมาธิการ กลับไปทบทวน ผมคิดว่าโดยวิธีปฏิบัติเราเป็นอย่างนี้มาตลอดครับ ผมเพิ่งมาเห็นภาพบรรยากาศในวันนี้แล้ว ผมไม่สบายใจเลยครับว่าท่านประธานที่ทำหน้าที่ประธานทั้ง ๒ ท่านกลับยืนยันแทน คณะกรรมาธิการที่ทำรายงานไม่สมบูรณ์ให้สภานี้ได้พิจารณาต่อไป ผมคิดว่าเพียงแต่ คณะกรรมาธิการนำร่างถอยกลับออกไปแล้วไปดูจุดอ่อนทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากข้อท้วงติง ของเพื่อนสมาชิกแล้วก็ปรับปรุงรายงานให้ถูกต้องเสียเข้ามาพิจารณา คณะกรรมาธิการที่เรา มอบหมายไปก็จะสง่างาม แล้วที่สำคัญที่สุดก็คือท่านประธาน ในฐานะที่เป็นผู้รับผิดชอบ โดยตรงครับ ท่านประธานจะต้องสร้างบรรทัดฐานที่ดีให้เกิดขึ้นในสภาแห่งนี้นะครับ ถ้าไม่เช่นนั้นแล้ว ผมคิดว่าก็จะมีปัญหาในการดำเนินการต่อไป

ประการสุดท้ายครับ ท่านประธานครับ ที่อยากจะกราบเรียนกับท่านประธาน ก็คือว่าตอนนี้เพิ่งจะเป็นมาตรา ๔ นะครับ สาระสำคัญอยู่ที่มาตรา ๒๙๑ ตามลำดับต่อไป แต่เมื่อกระบวนการในการที่คณะกรรมาธิการไปแก้ไขแล้วปรากฏว่าคำแปรญัตติของเพื่อนสมาชิกก็ดี การจัดพิมพ์ก็ดี ไม่มีเรียบร้อย นี่เป็นเหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่งครับ ที่ผมคิดว่า ท่านประธานควรจะได้สั่งการให้ประธานคณะกรรมาธิการไปทบทวน เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่ เป็นเรื่องของการที่จะไปใช้มติ เพราะใช้มติไม่ได้ เพราะท่านไม่มีการประชุมคณะกรรมาธิการ แต่ต้องใช้อำนาจของประธานรัฐสภาเพื่อรักษาบรรทัดฐานต่อไปครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านตวงครับ

นายตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ตวง อันทะไชย

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านตวงครับ เดี๋ยวขออนุญาต ให้คุณหมอนิดหนึ่งก่อน

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะกรรมาธิการเสียงน้อย เพราะเมื่อสักครู่ ผมยังค้างอยู่ครับ ถ้าท่านประธานไปเชิญท่านอื่นแล้วผมจะไปไม่ได้เลย ผมเรียนท่านประธานว่า ขณะนี้คณะกรรมาธิการผมได้รับการแจ้งว่าเรากำลังประชุมที่ห้องหมายเลข ๔ ชั้น ๒ อาคารหลังนี้ แล้วเขาก็ตามย้ำคณะกรรมาธิการทุกคนต้องไปประชุมร่วมกัน แล้วขณะเดียวกันผมก็ได้ รับคำแจ้งของทางวิปฝ่ายค้านแจ้ง ส.ส. ทุกคนว่าให้ไปตรวจสอบรายงานของตัวเอง เพราะฉะนั้นผมก็จำเป็นจะต้องไปประชุมกับทางเพื่อนกรรมาธิการ ผมคิดว่าเรายังไม่ควรจะ มีการอภิปรายต่อเนื่องจากผมยังค้างอยู่ แต่ผมจะขออนุญาตท่านประธานไปประชุม คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญก่อนครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ถ้าอย่างนั้น ขอฟังท่านตวง นิดหนึ่งครับ

นายตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอประทานอนุญาตหารือ ท่านประธานผ่านไปยังสภาเพื่อโปรดพิจารณาด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

ประการแรก ก็คือข้อหารือของผมประการแรกนี่ผมคิดว่าถ้าอยากจะให้สภา เดินไปข้างหน้าได้ต้องกราบเรียนท่านประธานให้ที่ประชุมได้พิจารณาว่าพวกเราส่วนหนึ่ง จะต้องรอคณะกรรมาธิการอยู่หรือไม่ ถ้ารอนี่

ประการที่ ๒ ก็คือสมาชิกวุฒิสภาที่ไม่ได้มีปัญหาในประเด็นของบันทึกการประชุม จะต้องทำอย่างไร หรือจะต้องให้คณะกรรมาธิการประชุมเสร็จเรียบร้อยถึงมาเริ่มต้นประชุมใหม่ ข้อเสนอของผมที่จะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังสภาก็คือว่าถ้าแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน

ส่วนแรก ก็คือว่าส่วนใดที่มีปัญหานั้นก็จะต้องไปดำเนินการตามข้อตกลง แล้วก็ดำเนินการให้แล้วเสร็จ

แต่ส่วนที่ไม่ได้มีปัญหา เช่น กรณีของสมาชิกวุฒิสภาหรือสมาชิกบางท่าน ที่จะได้ขอแปรญัตติแล้วมีบรรจุเอาไว้ถูกต้องตามกระบวนการของการประชุม แล้วก็ ตามข้อบังคับนั้น ควรหรือไม่ที่จะต้องให้ดำเนินการอภิปรายต่อไป จึงกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังสภาว่าได้โปรดพิจารณาถ้าจะให้รอเราจะได้วางแผนกระบวนการในการที่จะทำงาน ต่อไปในอนาคตข้างหน้าครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านวิรัตน์ครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภาและในฐานะกรรมาธิการ กราบเรียนว่าก่อนที่จะพักประชุมท่านประธานได้สั่งประชุม อยู่ ๒ ชุดนะครับ ประชุมวิปวุฒิสภา วิปฝ่ายค้าน วิปรัฐบาลชุดหนึ่งครับ อีกชุดหนึ่งท่านรองประธาน เจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานเจริญประชุมกับประธานคณะกรรมาธิการ ทุกคณะ และเรื่องที่ ๓ ซึ่งกำลังดำเนินการประชุมปรับแก้รายงานของคณะกรรมาธิการอยู่ที่ห้อง ๔ ตอนนี้ท่านประธานสามารถ คณะกรรมาธิการ และผมประชุมอยู่ที่ห้อง ๔ แล้วก็รีบกลับมา ว่าจะถูกลัดคิวแล้วก็ข้ามคิวไปจะทำให้เสียเวลา เพราะฉะนั้นผมจะรบกวนท่านประธาน ๑. เมื่อท่านประธานสั่งให้มีการประชุมวิปวุฒิสภา วิปฝ่ายค้าน วิปรัฐบาลชุดหนึ่ง ๒. ท่านรองประธาน เจริญประชุมประธานคณะกรรมาธิการชุดหนึ่ง และ ๓. ท่านสามารถ ประธานคณะกรรมาธิการ พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... กำลังประชุมอยู่ ขอให้ท่านประธานพักการประชุมนี้ก่อน เพราะว่ากำลังปรับแก้ ในสาระสำคัญของรายงานครับ ท่านประธานครับ แล้วถ้าท่านประธานอนุญาตผมจะได้รีบ กลับไปประชุมในห้อง ๔ ด้วย ขอสัก ๒๐ นาทีครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

๒๐ นาทีใช่ไหมครับ ท่านพิเชษฐ์ เชิญครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงราย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ คือผู้ที่แปรญัตติ มีเป็นร้อย ๆ ท่านนะครับ ถ้าทางฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์มีปัญหาที่จะต้องแก้ไขก็ให้แก้ไขไป ในส่วนผู้แปรญัตติในฝ่ายของวุฒิสภาที่ไม่มีปัญหา ผมอยากจะให้ทางฝ่ายวุฒิสภาได้เสนอต่อ สภาว่าขอแก้ไขอะไรบ้าง จะได้ไม่ต้องเสียเวลา เราเสียเวลามามากแล้วครับ ท่านประธานครับ เสียเวลามามากจริง ๆ ผมอยากจะให้ท่านประธานพิจารณาว่าให้โอกาสท่านวุฒิสมาชิก ได้อภิปรายไปก่อนนะครับ อย่างไรแล้วก็เป็นที่บันทึกในรัฐสภาอยู่แล้วนะครับ ไม่ต้องรอครับ คนที่มีปัญหาก็ไปจัดการปัญหาของตัวเองนะครับ ให้ท่านประธานพิจารณาด้วยครับ ทำไมต้องพัก อยู่เรื่อย ๆ ครับ พักมา ๒ วันแล้วนะครับ ขอท่านประธานพิจารณาด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ครับ ขอบคุณครับ ขอฟังเสียง วุฒิสมาชิกอีกสักทีครับ ต่อข้อเสนอของท่านพิเชษฐ์ ท่านวุฒิสมาชิกเห็นอย่างไรครับ หรือจะพัก ผมแล้วแต่ครับ ขอฟังความเห็นนิดหนึ่ง เชิญครับท่านสมบูรณ์

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่รู้สึกท่านสมาชิกจากพรรคเพื่อไทย อาจจะเข้าใจผิดนะครับ ทำให้พรรคประชาธิปัตย์เสียหาย วันนี้ในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ขณะนี้ที่เกิดปัญหาอยู่เป็นการเกิดปัญหาจากคณะกรรมาธิการ ไม่ใช่ปัญหาเกิดจาก พรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากคณะกรรมาธิการทำรายงานผิดพลาดครับ ไม่สมบูรณ์ ทั้งขาด ในเรื่องของสมาชิกที่แปรญัตติ ทั้งผิดในเรื่องของการแปรญัตติ และขณะนี้คณะกรรมาธิการ กำลังประชุมกันอยู่ในห้อง ๔ นะครับ ผมถามว่าให้สมาชิกไม่ว่าจะเป็นท่านวุฒิสมาชิกหรือ เป็นฝ่ายค้าน หรือเป็นฝ่ายรัฐบาล เวลาเขาจะขอแปรญัตติแปรกับใครครับท่านประธาน ก็คือ พูดกับท่านประธานผ่านไปถึงคณะกรรมาธิการให้เขาเห็นด้วย ให้เขาแก้ไขตามที่เราต้องการ มันไม่ใช่พูดกับท่านประธานหรือพูดไปเฉย ๆ โดยไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาเลยนะครับ ท่านประธานครับ ผมขอเรียนว่าไม่ใช่เป็นความผิดของพรรคประชาธิปัตย์นะครับ เป็นความผิดของคณะกรรมาธิการครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญคุณหมอเจตน์ครับ

นายเจตน์ ศิรธรานนท์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ ก็เป็นไปตามที่ เพื่อนสมาชิกได้หารือกับท่านประธานเมื่อสักครู่นี้นะครับว่าในขณะนี้ทางคณะกรรมาธิการ กำลังประชุมอยู่ด้วยข้อเสนอจากกรรมาธิการเสียงข้างน้อยจากพรรคประชาธิปัตย์ เพราะฉะนั้นในการที่จะอภิปรายหรือการที่จะสงวนคำแปรญัตติของเพื่อนสมาชิก ไม่ว่าจะเป็น ทั้ง ส.ส. หรือ ส.ว. ต่อไปก็ตามนะครับ ก็จะเป็นกรณีที่จะต้องสงวนคำแปรญัตติที่จะต้องทำ ต่อคณะกรรมาธิการ ดังนั้นเมื่อคณะกรรมาธิการไม่ได้อยู่ในห้องประชุมนะครับ ซึ่งก็อยู่ผมคนเดียว ผมก็คิดว่าตรงนี้ดูจะไม่เหมาะสม ผมคิดว่าท่านประธานควรจะพักการประชุมเพื่อรอให้ คณะกรรมาธิการได้ประชุมเสร็จครับ อันนี้ผมเห็นด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ถ้าอย่างนั้นผมดำเนินการ ตามข้อเสนอเมื่อกี้ ขอพักต่ออีกสัก ๒๐ นาทีโดยประมาณนะครับ ขอพักการประชุมครับ

พักประชุมเวลา ๑๓.๓๙ นาฬิกา

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๓.๔๖ นาฬิกา

เรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้น ผมขออนุญาตดำเนินการประชุมต่อนะครับ เชิญคุณหมออภิปรายต่อเลยครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ก่อนที่ผมจะ เข้าสู่การอภิปราย พอดีผมไปที่ไหนเพื่อนสมาชิกก็จะถามว่าตกลงสรุปกันอย่างไรของ คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ที่เราไปคุยกันเมื่อสักครู่ ผมเลยขออนุญาตให้ท่านประธานช่วยแจ้งที่ประชุม เรานิดหนึ่งดีไหมครับว่าที่ท่านดำเนินการประชุมกันแล้วมีบทสรุปอย่างไร ทุกท่านจะได้ สบายใจครับ เชิญเลยครับ ขอนิดหนึ่งครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านประธานคณะกรรมาธิการ เชิญครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ ผม สามารถ แก้วมีชัย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการนะครับ ในช่วงที่ท่านประธาน ได้สั่งพักการประชุม คณะกรรมาธิการทั้งฝ่ายเสียงข้างมาก และเสียงข้างน้อยได้ไปประชุม ปรึกษาหารือเพื่อจะแก้ปัญหากรณีที่รายงานอาจจะมีส่วนที่ขาดตกบกพร่องในเชิงธุรการนะครับ ก็ได้เชิญให้ท่านสมาชิกทั้งหลายที่ท่านได้เสนอคำแปรญัตติ และได้สงวนไว้ แต่เปิดดูแล้ว ไม่พบข้อความของท่านนะครับ ก็ได้มาแจ้งกับฝ่ายธุรการเพื่อเพิ่มเติมเข้าไป ก็จะทำเป็น ใบแทรกมอบให้ท่านสมาชิก และในบางประเด็นที่มีถ้อยคำที่อาจจะไม่สอดคล้องกับที่ได้มีมติ ยกตัวอย่างเช่น ในคุณสมบัติของมาตรา ๒๙๑/๓ กรรมาธิการได้เติม (๕) ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๒ เข้าไปแล้ว แต่ในรายงานบอกว่ากรรมาธิการยังไม่เห็นด้วยกับสมาชิก ขณะนี้ เราก็ปรับให้มันสอดคล้องกับความเป็นจริง เดี๋ยวพอถึงมาตรา ๒๙๑/๓ ก็จะได้แถลงต่อที่ประชุม และขออนุญาตท่านประธานรัฐสภาเพื่อทำเอกสารชุดใหม่นะครับ ซึ่งผ่านการเห็นชอบของ กรรมาธิการเสียงข้างมากที่ได้ประชุมปรึกษาหารือกัน มอบให้กับท่านสมาชิกรัฐสภาต่อไป ส่วนท่านที่เป็นสมาชิกและได้ยื่นคำแปรญัตติเราก็ไม่ค่อยห่วง เพราะว่าคำแปรญัตติของท่านมี กำหนดเวลายื่นภายใน ๓๐ วัน และทุกท่านได้ยื่นเป็นเอกสาร มีสมาชิกให้คำรับรอง ฉะนั้นก็จะ มีหลักฐานชัดเจน ถ้ากรณีพิมพ์ขาด พิมพ์ตก ที่ประชุมคณะกรรมาธิการก็ขอให้ เพิ่มเติมให้ถูกต้อง ก็จะได้ดำเนินการต่อไป ผมก็ขอกราบขอบพระคุณท่านกรรมาธิการ ทั้งเสียงข้างมาก เสียงข้างน้อยที่ได้กรุณาให้ความร่วมมือ ได้ร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง แม้จะใช้เวลากราบเรียนเชิญท่านอาจจะสั้น ก็ไปกันเกินองค์ประชุมละครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านวิรัตน์เชิญครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ ในฐานะกรรมาธิการ กราบเรียนท่านประธานว่า โดยปกติแล้วผู้ที่ทำหน้าที่ เป็นคณะกรรมาธิการสามารถแปรญัตติความเห็นโดยพูดในห้องประชุมคณะกรรมาธิการ เจ้าหน้าที่ก็จะถอดชวเลข แล้วก็ไปลงบันทึกว่าแปรญัตติความเห็นส่วนใด สงวนความเห็น ในส่วนใด แต่รอบนี้ได้มีการปฏิบัติที่พิเศษไปยิ่งกว่า ก็คือกรรมาธิการพวกผมแปรญัตติ ความเห็นเป็นหนังสือเข้าไปนะครับ ก็มีคนรับรองถูกต้อง เหมือนกับสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน คนที่แปรญัตติความเห็นไว้ถ้าทำเป็นหนังสือครบครับ แต่ถ้าแปรญัตติในห้องประชุมมีขาดตก มีเกิน มีขาด แล้วก็มีบกพร่องอย่างที่ประธานทราบ ผมได้กราบเรียนท่านประธานสามารถ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม เมื่อสักครู่นี้นะครับว่าถ้าเอาชวเลขมาไล่ดูข้อความจะถูกต้อง ครบถ้วนทันที อันนี้ก็ติงไว้เพื่อที่ประชุมรัฐสภาจะได้รับทราบ เพราะไม่แน่ใจว่าเดินไปข้างหน้า จะเจออีกแค่ไหน เพียงใด เพราะฉะนั้นเตรียมชวเลขไว้แล้วก็สอบทานกับชวเลข ตั้งชุดตรวจสอบแล้วถึงจะเดินงานได้ครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านพายัพหรือเปล่าครับ อยู่ไกล ๆ โน่นครับ ท่านพายัพหรือเปล่า เชิญครับ

นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกรัฐสภา ขอกราบเรียนหารือ ท่านประธานด้วยความเคารพครับว่าเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นท่านวุฒิสมาชิก หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งต่างก็เป็นสมาชิกรัฐสภาทั้งหมดทั้งสิ้น คือในเวลาที่เรานั่งฟังคำสั่ง ท่านประธาน ท่านประธานให้พักการประชุมหลายครั้งเพื่อปรึกษาหารือในประเด็น ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของคณะกรรมาธิการ คือคณะกรรมาธิการจะมีข้อบกพร่องใด ๆ ก็ตาม เกี่ยวกับเรื่องของการสงวนคำแปรญัตติ ซึ่งในส่วนที่มีปัญหาก็มีอยู่ส่วนเดียวเท่านั้นเอง แต่ว่า สมาชิกรัฐสภาส่วนอื่น ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกของรัฐสภาที่เป็นพรรคเพื่อไทยหรือวุฒิสภานั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านพายัพครับ ผมว่า มันกำลังไปด้วยดี ขอความกรุณาเถอะครับ

นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ด้วยเหตุผล ที่จะไปด้วยดี ผมเห็นด้วยว่าให้ทางมันเดินไปด้วยดี ผมไม่อยากให้เกิดบรรยากาศอย่างนี้ เกิดขึ้นในการพักประชุมในคราวหน้าต่อไป เพราะว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านวุฒิสมาชิก ก็อยากทำหน้าที่ คนที่ไม่สงวนคำแปรญัตติไว้ก็อยากรับฟังความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิก ที่แปรญัตติไว้ ประชาชนที่อยู่ทางบ้านเขาก็อยากฟังความคิดเห็น ผมอยากให้เรื่องนี้เดินไปเรื่อย ๆ ข้างหน้าให้จบสิ้น ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

จะเดินแล้วครับ เรียบร้อย หมดแล้วครับ พอแล้วกระมังครับ เชิญคุณหมอครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมมีความรู้สึกว่านาน ๆ ผมจะเจอโอกาสอย่างนี้สักครั้งหนึ่ง ท่านประธานคงเข้าใจนะครับ เวลาพูดไป ๆ จนกระทั่งเครื่องเริ่มติดเราก็ต้องพักการประชุมว่ากลับมาจะมาเริ่มพูดต่อฟีล (Feel) มันไม่ได้ครับ ผมขออนุญาตปูพื้นสั้น ๆ ครับ ถ้าให้ผมมาอยู่ต่อและสรุปเลย จบเลย ผมมีความรู้สึกเหมือนพูดไม่ได้ ผมขอปูพื้นกับท่านประธานคณะกรรมาธิการสั้น ๆ นิดเดียวว่า อย่างไรผมก็ต้องเท้าความว่าเรื่องนี้มันเร่งรีบจริง ๆ มันจึงทำให้เกิดบรรยากาศการประชุม ๒ วันที่ผ่านมามีการสั่งพักการประชุมหลายครั้ง เพราะว่ารายงานผมใช้คำว่า พวกเรา คณะกรรมาธิการทำมาทำด้วยความเร่งรีบแล้วก็ไม่รอบคอบ ผมยังย้ำนะครับว่าไม่ได้เป็น การตำหนิเจ้าหน้าที่ แต่ผมถือว่ากรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือจะเอาพวกผมเข้าไปด้วยก็ได้ ที่จะต้องร่วมรับผิดชอบกับสิ่งนี้ แต่อย่างน้อยบุคคลที่ชื่อว่า สามารถ แก้วมีชัย จะต้องถูก บันทึกไว้ว่าเป็นประธานคณะกรรมาธิการยกร่างฉบับเร่งรีบ รวบรัด เพราะว่ามันทำให้เกิด ปัญหาเยอะ และผมอยากจะเรียกร้องท่านว่าถ้าท่านพยายามเตือนสติตัวท่านเองให้เป็น ตัวท่านจริง ๆ ผมเชื่อว่าผลงานนี้จะดีมาก แต่วันนี้ผมเชื่อว่ายิ่งไปเข้าสู่มาตรา ๒๙๑ ท่านก็คง รับทราบว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้น เพราะวันนั้นท่านไม่ได้เป็นตัวท่าน ผมถึงเรียกร้องท่านลองดึง อารมณ์ท่านออกมานิดหนึ่งว่าถ้าท่านเป็นตัวท่านท่านจะทำเรื่องนี้อย่างไร

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

คุณหมอครับ เครื่องคงพอติด แล้วกระมังครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

กำลังจะเริ่มติด ท่านประธาน เบรก (Brake) อีกแล้วมันก็ไม่ติดสิครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญเข้าประเด็นเลย ดีกว่านะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ผมอยากจะกราบเรียนกับ ท่านประธานว่าวันนี้ผมได้แปรญัตติในมาตรา ๔ ซึ่งเป็นวรรคพิเศษเพิ่มขึ้นมา เพราะผมถือว่า สิ่งเหล่านี้คือหัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะอย่างที่ผมกราบเรียนนะครับว่า บรรยากาศท่ามกลางความหวาดระแวงของสังคม ท่านต้องเข้าใจนะครับ ถ้าไม่มีวาระ ปรองดองเข้ามาด้วยความเร่งรีบ ผมว่าอยู่ ๆ ท่านจุดประเด็นเรื่องการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีประเด็นโน้นประเด็นนี้ที่เรามีความรู้สึกว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ผมว่าสังคมรับได้ แต่เนื่องจากท่านมีวาระปรองดองเข้ามาด้วยความเร่งรีบผ่านนายพลท่านหนึ่ง แล้วก็มีวาระ รัฐธรรมนูญเข้ามาด้วยความเร่งรีบผ่านอดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎรอีกท่านหนึ่ง ความหวาดระแวงมันจึงเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นใจผมเองผมคิดว่าทำไมท่านไม่ถามประชาชนด้วย ที่ผมจะต้องย้ำอย่างนี้เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้ในเอกสารที่ท่านเคยหาเสียงไว้ ท่านก็บอกว่า ท่านจะถามประชาชน และผมถึงบอกว่าผมจึงจำเป็นต้องเสนอแนะท่านว่าเราควรจะต้องทำ ประชามติเพื่อจะซักถามประชาชน และประเด็นที่จะต้องซักถามครับ ผมกล้าพูดได้เต็มปาก ท่านประธานครับ เพราะช่วงที่ผ่านมานโยบายของรัฐบาลชุดนี้ได้เกี่ยวข้องกับพี่น้องคนยาก คนจนเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นโครงการจำนำข้าว โครงการจำนำมันสำปะหลัง ท่านลองถาม สักนิดหนึ่งไหมครับว่าขอทำประชามติถามประชาชนว่าให้ติ๊กเลยว่าระหว่างแก้ไขราคามัน ตกต่ำ ประชาชนเจ๊งไม่เป็นท่า กับแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประชาชนคิดว่าจะให้ทำอะไร หรือแม้แต่ ปัญหาเรื่องค่าแรง ๓๐๐ บาททั้งแผ่นดิน ขณะเดียวกันรัฐบาลทำได้แค่ ๗ จังหวัดหรือแม้แต่ ราคาพลังงานค่าแก๊ส ค่าน้ำมันที่ราคามันสูงขึ้น ตลอดจนสัญญาที่บอกว่าจะเริ่มต้นเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาทสำหรับข้าราชการในเดือนเมษายนนี้ เมื่อวานนี้ท่านก็เพิ่งมีมติไป รัฐบาลของ ท่านเพิ่งมีมติไปเลื่อนเป็นวันที่ ๑ มกราคม ปี ๒๕๕๗ ผมว่าถ้าท่านเอาประเด็นเหล่านี้ทำ ประชามติซักถามประชาชนว่าท่านคิดว่าถามประชาชนง่าย ๆ อย่างนี้ครับว่าการทำ ประชามติกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญกับการแก้ปัญหาเรื่องโครงการจำนำมันสำปะหลังเจ๊ง โครงการจำนำข้าวถูกโกง โครงการ ๓๐๐ บาททำไม่ได้ทั้งประเทศ หรือแม้แต่ข้าวของแพงทั้ง แผ่นดิน แม้แต่ ๑๕,๐๐๐ บาท ต้องเลื่อนไปถึงปี ๒๕๕๗ ถามประชาชนสักนิดหนึ่งว่า ประชาชนต้องการทำอะไรก่อนกัน ผมเชื่อนะครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าผมมีโอกาสได้ ไปหลายจังหวัดเนื่องจากพรรคได้ให้ผมมีโอกาสได้เข้าไปดูแลพี่น้องเกษตรกร ผมไปทุก ๆ ที่ครับ เกษตรกรก็มักจะบอกว่าเขาไม่เข้าใจเลยว่ารัฐธรรมนูญทำเขาอิ่มหรือไม่ แต่เขารู้อย่างเดียวว่า วันนี้จำนำมันสำปะหลังแล้วเจ๊ง แต่ถ้าในพื้นที่ที่มีข้าวเขาก็จะพูดคล้าย ๆ กันว่าเขาไม่เข้าใจว่า แก้รัฐธรรมนูญแล้วเขาได้อะไร แต่รู้อย่างเดียวว่าเวลาไปโครงการจำนำข้าวไม่ได้ราคา ๑๕,๐๐๐ บาทตามที่รัฐบาลประกาศ แต่ปรากฏว่าถูกพ่อค้าคนกลางโกงครับ เพราะฉะนั้น จึงเป็นความเห็นของผมที่ผมถึงเรียกร้องไปยังเพื่อนสมาชิก เพราะประเด็นนี้สำคัญมากครับ ท่านประธาน ประเด็นที่ท่านเคยพูดกับพี่น้องมวลชนไว้ว่าความเหลื่อมล้ำมันเกิดขึ้นในสังคม แล้ววันนี้ทุกท่านเป็นรัฐบาลครับ ท่านสามารถใช้นโยบายของท่านเองในการแก้ปัญหา ความเหลื่อมล้ำได้ ทำไมท่านไม่ช่วงชิงในช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างนี้มาแก้ปัญหาความ เหลื่อมล้ำ ถ้าท่านสามารถแก้ได้โดยที่เก็บรัฐธรรมนูญไว้ อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวผมนะครับ ท่านเก็บรัฐธรรมนูญไว้ใจเย็น ๆ แล้วแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรายได้แม้แต่ปัญหาเรื่องการเก็บภาษีที่ดิน ถ้าพี่น้องประชาชนได้รับการดูแล ผมก็เชื่อว่าประชาชนจะสนับสนุนท่าน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

คุณหมอครับ มันไกลไป นิดหนึ่งครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

มันไม่ไกลครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

กรุณาครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

เพราะว่ามันคือเรื่องการทำ ประชามติ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ผมกำลังจะเสนอให้ทาง คณะกรรมาธิการได้โปรดบรรจุวรรคนี้เข้าไป เพื่อซักถามความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนว่า พี่น้องประชาชนที่รักทุกท่านระหว่างการทำประชามติเพื่อแก้รัฐธรรมนูญกับการทำ ประชามติเพื่อถามสิว่าแก้ปัญหาปากท้อง ปัญหาราคาพืชผลเกษตร ประชาชนต้องการ แก้อะไรก่อน ผมเชื่อว่าทุกคนคิดได้ครับ ดังนั้นมันจึงเป็นที่มาที่ผมได้เพิ่มคำแปรญัตติ ในมาตรา ๔ ที่เขียนไว้ว่า ก่อนเข้าสู่กระบวนการการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญให้มี การทำประชามติขอความเห็นชอบจากประชาชน ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก่อน ถ้าผลประชามติประชาชนไม่เห็นชอบถือว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นอันสิ้นสุด ผมคิดว่า มันไม่ยากท่านประธาน เพราะผมต้องย้ำครับว่าอย่างน้อยพรรคเพื่อไทยก็เคยหาเสียงให้กับ พี่น้องประชาชนไว้ และประเด็นสำคัญอีกอันหนึ่งคือไม่ว่าท่านจะกล่าวหารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ อย่างไร กล่าวหาว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นี้เป็นผลพวงของผลไม้พิษ แต่เราก็ปฏิเสธ ไม่ได้ว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่มีการทำประชามติจากพี่น้องประชาชน ต่อให้ท่านจะมาอ้างว่าการทำประชามติในยุคนั้นหลายจังหวัดมีการประกาศกฎอัยการศึก เป็นการทำประชามติภายใต้กระบอกปืน จริง ๆ ผมว่าถ้าเราทำใจให้กว้าง และวันนั้นท่านแพ้แล้ว ไม่เป็นอะไรหรอก ท่านแพ้ต่อการทำประชามติ ตัวเลขคร่าว ๆ คือ ๑๔ ล้านกว่าเสียง เกือบ ๆ ๑๕ ล้านเสียง กับ ๑๐ ล้านเสียงเศษ ๆ ท่านแพ้แล้ว เพราะถือว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีการทำประชามติ ดังนั้นเมื่อถึงวันนี้ท่านจะทำการแก้ไขยกร่างใหม่ท่านก็ควรจะต้องถาม ประชาชนว่าประชาชนมีความเห็นชอบหรือไม่กับการที่จะต้องทำประชามติเพื่อรื้อหรือทิ้งไปเลย รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานเพื่อฝากไปยังท่านประธาน คณะกรรมาธิการ เพราะผมเรียนตรง ๆ นะครับว่า คนที่นั่งอยู่บนโน้นหลายคนผมนับถือครับ แต่ผมนับถือท่านสามารถมากที่สุดครับ ผมนับถือท่านจริง ๆ ครับ เพราะว่าผมเจอท่านทีไร ผมยกมือไหว้ท่านตลอด ถ้าคนผมไม่ค่อยนับถือบางครั้งผมก็แกล้งมองไม่เห็น ผมอยากจะ เรียกร้องท่านอย่างนี้นะครับท่านประธาน ท่านดึงสติของท่านทำเพื่อประโยชน์ของ ประเทศชาติจริง ๆ ทำกติกาสูงสุดนี้ให้ได้รับความชอบธรรม ให้ทุกภาคส่วนเห็นพ้อง ไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และ ส.ว. ผมเชื่อว่าชื่อท่านจะได้รับการจารึก แล้วผมอยากจะบอกนะครับว่า พวกเราทั้งท่านด้วย ทั้งคนอื่นด้วย แม้แต่พวกผมอยู่อีกไม่กี่ปีก็ตายแล้วนะครับ จริง ๆ ไม่มี ใครอยู่ได้นานหรอก ท่านทักษิณอีกไม่กี่ปีก็ตายเหมือนกัน เพราะอายุท่านก็มากแล้ว เหมือนกัน ฉะนั้นท่านทำในสิ่งที่คิดว่ามันเป็นประโยชน์แก่สังคม สร้างกติกาที่คิดว่ากติกานี้ จะอยู่คู่สังคมไทยตลอดไป ผมว่าสุดยอดแล้วท่านประธาน แต่ถ้าท่าน

(นายวรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ ได้ยืน และยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญครับท่านวรชัย

นายวรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

ท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวรชัย เหมะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ขอประท้วงผู้อภิปราย ตามข้อ ๙๙ ครับ ให้สมาชิกรัฐสภาอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคำหรือข้อความที่มีแก้ไขเพิ่มเติม หรือมีการสงวนคำแปรญัตติ หรือมีการสงวนความเห็นไว้เท่านั้นครับท่านประธาน ท่านผู้อภิปราย

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ เดี๋ยวผม วินิจฉัยเลยครับ ทราบแล้วครับ ท่านคุณหมอครับ จะจบแล้วนี่ครับ กระชับด้วยนะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ผมเสียดายอย่างยิ่งครับ เมื่อกี้กว่า ผมจะขึ้นนั้นขึ้นยากท่านประธาน เพราะว่าท่านประธานเบรกผมไปประมาณสัก ๔๐ นาที กว่าผมจะเทค ออฟ (Take off) ขึ้นไปได้นี่ติดลมบนหน่อย ๆ มีเวลาจำกัดเกรงใจเพื่อนก็จะ แลนด์ดิ้ง (Landing) ปรากฏว่าถูกเบรกท่านประธาน มันแลนด์ (land) ไม่ลงท่านประธาน ขอวนอีกสักรอบครับ ผมเรียนท่านประธานนะครับว่าที่ผมบอกว่า คืออันนี้พูดจากใจจริง ๆ ท่านประธานครับ เพราะการทำประชามตินี่ผมเชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่ประชาชนยอมรับครับ แล้วไม่มีใครสามารถตำหนิติเตียนท่านได้ แล้วก็เรียกร้องไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการว่า เพราะสิ่งนี้มันเป็นสิ่งสำคัญที่ผมต้องการจะชี้ว่าท่านก็อยู่อีกไม่เกิน ๑๐ กว่าปี อย่างมาก ตอนนี้ท่านก็ ๖๐ กว่าปี อีก ๑๐ กว่าปีก็คือ ๘๐ ปีผมว่าก็เยอะแล้ว ทุก ๆ คนก็มีเวลาอยู่อีก ได้ไม่นาน ถ้าท่านสามารถทำรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้เป็นที่ยอมรับมันจะอยู่ได้ยาว แต่ผมย้ำคำพูดผม ไว้ว่าถ้าวันนี้ท่านยังดื้อดึง เร่งรีบ ถูไถ ไม่รับฟังเสียงของเสียงส่วนน้อยหรือพี่น้องประชาชน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องถูกรื้ออีกครับ แล้วผมก็ไม่มั่นใจว่ารูปแบบการรื้อจะเป็นรูปแบบการรื้อ แบบฉีก หรือว่ารื้อทั้งฉบับ เพราะว่าข้อกล่าวหาว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับเผด็จการ รัฐสภาครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา กระผม นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมได้สงวนความเห็นไว้ในมาตรา ๔ สาระสำคัญ ตามร่างของรัฐบาลใช้คำว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ผมปรับขอสงวนความเห็น ให้แก้เป็น แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ถ้าพูดสั้น ๆ อย่างนี้แล้วก็จบเลย ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชน ไม่เข้าใจละครับท่านประธาน เพราะว่าเขาไม่ได้ติดตามรัฐธรรมนูญ พี่น้องประชาชนมีภาระ มีหน้าที่ที่จะต้องทำมาหากิน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง พี่น้องประชาชน ผ่านไปที่ประธานคณะกรรมาธิการว่า เหตุผลใดที่กระผมได้สงวนความเห็น ที่เสียงข้างมากใช้คำว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งผมไม่เห็นด้วย และปรับแก้เป็น ขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญมี ๑๕ หมวดสำคัญ หมวด ๑๕ อนุญาตได้อย่างเดียวคือ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเท่านั้น ไม่มีหมวดใดในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่ให้มีการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เลย ซึ่งอันนี้กรรมาธิการเสียงข้างมากก็ยอมรับประมาณเที่ยงคืนครึ่ง เมื่อคืนยอมรับว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ไม่อนุญาตให้มีการแก้รัฐธรรมนูญนี้ทั้งฉบับจึงต้องร่าง สสร. ขึ้น จึงต้องแก้มาตรา ๒๙๑ เพื่อที่จะไปปรับรื้อปรับแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือรื้อใหม่ ทั้งฉบับ ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนว่ารัฐธรรมนูญจะดีหรือไม่ดีผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าให้ดูที่รัฐธรรมนูญฉบับใดให้สิทธิ ให้เสรีภาพกับพี่น้องประชาชนมากกว่ากัน ผมได้รับข้อความทางเฟซบุค (Facebook) จากหลายคนแต่ว่าคนหนึ่งที่มีข้อความกินใจครับ คือคุณเจษฎา ถวิลวรรณะ บอกว่าต้องไม่แก้รัฐธรรมนูญเพื่อผู้มีอำนาจคนจนยังจนอยู่ ให้รีบแก้ความยากจน ขอให้รัฐบาลฟังเสียงประชาชนอย่าฟังแต่เสียงข้างมาก อันนี้คือเสียงหนึ่ง ที่สะท้อนมา ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าเรื่องนี้ในการแก้รัฐธรรมนูญรอบนี้ มีวาระซ่อนเร้นมากมาย เรื่องแรกก็คือเรามีรัฐสภา เรามี ส.ส. ๕๐๐ คน เรามี ส.ว. อีก ๑๕๐ คน ๖๕๐ คน แล้วก็เมื่อเทียบสัดส่วนเทียบเปอร์เซ็นต์กันระหว่างฝ่ายค้านอย่างพวกผม หรือฝ่ายรัฐบาล เสียงของรัฐบาลมากมหาศาล ส.ว. ที่เห็นด้วยกับรัฐบาลก็ล้นเหลือจะเหตุผลใด ผมไม่พูดนะครับ ซึ่งการที่รัฐบาลเสียงมากขณะนี้ไม่มีเหตุผลใดเลยถ้าเสนอรัฐธรรมนูญแล้ว ไม่ผ่านเป็นไปไม่ได้ แต่ทำไมจึงไม่ใช้รัฐสภา เป็นข้อซ่อนเร้น ข้อที่ ๑

ประการที่ ๒ เรื่องนี้มีพี่น้องประชาชนเสนอร่างกฎหมายเข้ามา รัฐบาลไม่รอครับ อ้างเหตุโน่น นี่ นั่น แล้วเราไปดูมาตรา ๒๙๑ (๔) บัญญัติไว้ครับในการพิจารณาวาระที่สอง ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนที่เสนอร่างเข้ามา ก็ไม่นะครับ และสำคัญที่สุด การที่ผมและเพื่อนสมาชิกจากฝ่ายรัฐบาลเอาหมอเหวงก็ได้อย่างน้อยชัดเจนยืนยันได้นะครับ ไปร่วมรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนเขาอยากได้ สสร. ๒๐๐ เลือกตั้งตรงจากทั่วประเทศ ไม่ต้องมีนักวิชาการเพราะ ส.ว. เดี๋ยวนี้ก็เลือกตั้งตรงไม่มีนักวิชาการ ส.ส. อย่างพวกผม ทั้งบัญชีรายชื่อและเขตเลือกตั้งก็เลือกตรงไม่มีนักวิชาการ เราก็ทำงานเราผลิตกฎหมายมาได้ มากมายมหาศาลรัฐบาลก็ไม่เอา มีการพูดเรื่องเลือกตั้งตรงจำนวน ๒๐๐ จำนวน ๑๕๐ จำนวน ๒๐๐ กว่า รัฐบาลเพิกเฉย ตรงนี้เองทำให้มีความรู้สึกว่ารัฐบาลหรือเสียงข้างมาก ไม่ได้ฟังเสียงประชาชน ต่อไปปรากฏว่ารัฐบาลไปยึด ๙๙ คน ๙๙ คนมาจาก ๗๗ จังหวัดละ ๑ คน ๗๗ จังหวัด จังหวัดละ ๑ คน อันนี้รัฐบาลรู้นี่ครับว่าถ้า ๗๗ จังหวัด ๖๐ เปอร์เซ็นต์ น่าจะอยู่ฝ่ายรัฐเพราะคำนวณเสียงได้ อีก ๔๐ เปอร์เซ็นต์เป็นของพรรคฝ่ายค้าน แต่อีก ๒๒ คน ที่มาจากนักวิชาการจะเขียนอย่างไรก็แล้วแต่ท่านประธานครับผ่านมาในที่ประชุมรัฐสภาก็ได้ รัฐบาลไปทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ที่ผมตั้งใจอย่างนี้ก็เพราะว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่ามีพิมพ์เขียวรออยู่ หรือต้องการคนที่สั่งซ้ายหันขวาหันได้ตลอดเวลา สำคัญต่อไปที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ก็คือว่าไม่

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านวิรัตน์ครับ ด้วยความเคารพ จริง ๆ นะครับ ท่านสงวนไว้คือการแก้ไขข้อความเท่านั้นเอง ถ้าจะให้ดีเอาพอสมควรครับ ขอเป็นพอสมควรครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ กรรมาธิการ

ผมพยายามอธิบายให้สังคมรู้นิดเดียวครับ ผมไม่ยาวมาก

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เอาพอสมควรก็พอครับ ช่วยกระชับสักนิดหนึ่งครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ กรรมาธิการ

ได้ครับ การที่ไม่ยอมกลับให้สภา มาพิจารณาให้ความเห็นชอบอีกที นี่ก็เป็นจุดหนึ่งที่ถือว่าเป็นวาระซ่อนเร้น หรือกรณีที่ไม่ยอม ให้ทำประชามติก่อนทั้ง ๆ ที่ ปี ๒๕๕๐ ทำประชามติ ถ้าทำประชามติก่อนท่านประธานครับ ประชาชนเอาหรือไม่เอา เอาประเด็นไหน ไม่เอาประเด็นไหน เราจะได้เป็นกรอบในการพิจารณา ก็ไม่ยอมนะครับ และสำคัญที่สุดนะครับ มีประเด็นพาดพิงไปถึงมาตรา ๑๑๒ พาดพิงไปถึง จะแก้เกี่ยวกับสถาบันซึ่งอันนี้เสียงข้างมากยอมแล้วละครับ แต่ว่าผมเสนอบอกว่าเขียนเอาไว้ ชัดอย่าไปยุ่งกับองค์กรอิสระ อย่าไปแตะศาล เสียงข้างมากไม่ยอม พูดว่าอย่าไปช่วยคดี คนโน้น คนนี้ คนนั้น คดีที่ติดคุกแล้ว คดียึดทรัพย์ เสียงข้างมากก็ไม่ยอม พวกผมต้องสงวนเอาไว้ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ อนุญาตให้แก้เป็นประเด็น ๆ ไป โดยใช้คำว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้กระทำได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ย้อนไปดูเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเช่นกัน แก้ได้เป็น ประเด็น ๆ แต่รอบนี้รัฐบาลซิกแซกต้องใช้คำว่า ซิกแซก อ้างว่าแก้มาตราเดียวแต่คือการรื้อ ทั้งฉบับ ซึ่งเมื่อคืนประมาณเที่ยงคืนครึ่ง กรรมาธิการเสียงข้างมากก็ยอมรับว่าเป็นอย่างนั้น ผมกังวลที่สุดท่านประธานครับ กลัวจะเอาไปใช้ ปี ๒๕๔๐ ให้มีอำนาจเต็มสามารถซื้อ พรรคการเมืองได้ ต้องใช้ ๓๐๐ เสียงที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ซื้อสื่อได้ หรือคุมองค์กรอิสระเอาไว้ในมือ เพราะฉะนั้นต้องกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าเราไม่พูดให้ชัดว่า ไม่สามารถแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้ ให้แก้ได้เป็นประเด็น ๆ ซึ่งผมอภิปรายไว้จนผมเกือบจะ ถูกไล่ออกในคณะกรรมาธิการอย่างที่กราบเรียนเมื่อวานนี้ จึงอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าเรื่องรัฐธรรมนูญแก้ทั้งฉบับไม่ได้ แก้ให้เป็นมาตรา แก้ให้เป็นหมวด แก้ให้เป็นเรื่องไป ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุโขทัย

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้แปรญัตติ เอาไว้ในมาตรา ๔ ขอให้เพิ่มความในมาตรานี้เป็นหมวด ๑๖ ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งมาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑/๑๗ แต่ผมได้แปรญัตติเพิ่มเป็นมาตรา ๒๙๑ จนถึง มาตรา ๒๙๑/๒๒ นะครับ เพิ่มไปอีก ๕ หมวดด้วย ฉะนั้นในการที่ผมนั้นได้แปรญัตติ ในมาตรา ๔ ในครั้งนี้ ต้องเรียนกับท่านประธานนะครับว่าสืบเนื่องมาจากว่าไม่มีความมั่นใจ กับทางคณะ ซึ่งจะมีการเลือกตั้ง สสร. ขึ้นมาในไม่ช้านี้ ถ้าหากว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้มีการประกาศใช้แล้วก็จะต้องมีการเลือก สสร. ขึ้นมาอย่างฉับไวนั้น ตามที่ทางรัฐบาล พยายามที่จะเร่งรัดในการที่จะแก้รัฐธรรมนูญให้เกิดขึ้นให้ไวที่สุด ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า จะเป็นผลพวงเพื่อประโยชน์ต่อใครบ้าง แต่การที่จะได้มาของ สสร. นั้นผมดูแล้วมันจะเป็น การที่จะต้องมีการล็อกสเปกหรือเรียกว่าถ้าใครอยากจะเป็น สสร. นั้นจะต้องเหมือนกับ เดินเข้าสู่ระบบพรรคการเมืองเหมือนกัน ทั้ง ๆ ที่ในรัฐธรรมนูญนั้นไม่ได้เขียนไว้ในระบบ พรรคการเมืองว่า สสร. จะต้องสังกัดพรรคการเมือง แต่มันก็หนีไม่พ้นในเรื่องของการที่จะให้ ทางพรรคการเมืองนั้นเป็นผู้สนับสนุนในการช่วยให้ตัวเองนั้นได้รับการเลือกตั้งเป็นตัวแทน ในสภาร่างรัฐธรรมนูญ ฉะนั้น สสร. เองก็ต้องเดินเข้าหาพรรคเพื่อให้ความช่วยเหลือเพราะว่าความอยากจะมาเป็น สสร. นะครับ จึงทำให้เกิดที่มาของการได้มาโดยไปอิงกับพรรคการเมืองแล้วผลสุดท้ายถ้ามาเป็น คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมานั้นก็จะต้องไปเอื้อต่อพรรคนั้น ๆ ในการที่จะแก้ให้ถูกใจ ต่อในพรรคการเมืองที่มีความต้องการที่ปรารถนาอยากจะแก้อย่างไรนะครับ แล้วก็ในมาตรา ๔ ซึ่งกระผมเองได้แปรญัตติไว้ในการที่เพิ่ม ก็มีความเป็นห่วงในเรื่องขององค์กรอิสระต่าง ๆ ซึ่งมีข่าวหนาหูมาตลอดว่าในองค์กรอิสระต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทางศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ กกต. หรือแม้องค์กรอิสระอื่น ๆ อีกมากมายนะครับ ซึ่งก็จะมีการถูกล้มไป หรือว่ายุบไป อย่างนี้เป็นต้นนะครับ เพราะว่าเขาไม่ต้องการที่จะให้มีองค์กรอิสระที่จะมาขวาง การทำงานในข้างหน้าต่อไปนะครับ ฉะนั้นผมจึงได้พยายามที่จะแปรญัตติในเรื่องของการวางกรอบ ให้กับทางสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นไปดำเนินการ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่มีข่าว มาตลอด และพี่น้องประชาชนนั้นเขาก็ได้ติดตามในเรื่องข่าวคราวมาตลอด ก็เกี่ยวกับเรื่อง ของการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ นั่นเอง ซึ่งมีมาตลอดว่าในการที่จะล้มล้าง เกี่ยวกับเรื่องสถาบันอะไรต่าง ๆ อย่างนี้ ซึ่งจะเป็นจริงหรือไม่เป็นจริงอย่างไรก็ช่างนะครับ เพราะว่าประชาชนโดยทั่วไปเขาไม่สบายใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน หมวด ๑ หมวด ๒ ซึ่งผมเองนั้น ก็ได้แปรญัตติเพิ่มเติมไว้ในมาตรา ๒๙๑ ในทั้ง ๒ หมวดนี้ไว้เหมือนกันนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนจังหวัดสุโขทัยที่บ้านผมเองนั้นก็ฝากมาว่าในฐานะที่จังหวัดสุโขทัยเป็นเมืองหลวงแห่งแรก ของประเทศไทย แล้วมีสถาบันกษัตริย์ซึ่งปกครองจังหวัดสุโขทัยมา ตั้งแต่กรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงรัตนโกสินทร์มาอยู่ทุกวันนี้ เขาไม่ต้องการที่จะให้มีการล้มล้างเกี่ยวกับสถาบันอะไรต่าง ๆ นะครับ เขาก็ไม่ไว้ใจ เขาก็ฝากมาว่าทำอย่างไรว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ต้องไม่แตะ ในหมวดเกี่ยวกับเรื่องของพระมหากษัตริย์เลยนะครับ อันนี้ผมก็ได้ดูในเรื่องของร่างของ คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ฉบับนี้ก็ได้ทำไว้เหมือนกัน แต่เพื่อความสบายใจและความแน่ใจในการที่จะ ไม่ให้มีการที่จะไปแตะต้องในเรื่องของสถาบันต่าง ๆ นั้นนะครับ ผมก็ได้แปรญัตติไว้นะครับ ส่วนในเรื่องของรายละเอียดในการที่จะว่ากันไปในมาตรา ๒๙๑/๑ จนถึงมาตรา ๒๙๑/๒๒ ผมเองนั้นก็จะได้อภิปรายชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ต่อไปนะครับ สำหรับในเรื่องของรายละเอียดต่าง ๆ ก็จะได้ลงลึกตามรายมาตราต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ ผมจะเรียง ตามลำดับอย่างที่ได้ชี้แจงนะครับ แต่ทีนี้ท่านก็พอจะทราบเพราะมีรายงานอยู่ในมืออยู่แล้ว ถ้าทราบว่ามันถึงคิวตัวเองก็อยากให้ยกมือ ถ้าไม่ยกมือผมก็จะได้ผ่านเลย ถือว่าท่านไม่ติดใจ แล้ว อย่างนี้นะครับ ถ้าท่านยังติดใจก็อยากจะให้ยกมือ แต่อย่างไรก็แล้วแต่หลังจากนั้น ก่อนจะปิดจบมาตราใครประสงค์ก็ยัง เชิญท่านสมบูรณ์ครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เราจะเห็นความผิดปกติ ของสภาของเราในช่วงเดือนนี้นะครับ มีการเร่งรีบในการที่จะออกกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น พระราชบัญญัติปรองดองแห่งชาติเพื่อออกกฎหมายนิรโทษกรรมหรือการจะทำรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า ท่านประธานครับ ผมทราบว่าสภาของเราแห่งนี้เป็นที่ที่สำหรับที่จะออกกฎหมาย เพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เราจะสังเกตว่าถ้าเกิดพี่น้องประชาชนเดือดร้อน เรื่องอะไรก็แล้วแต่ เราก็พยายามที่จะหาระเบียบกฎหมายนั้นมาออกบังคับให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อเขาจะได้แก้ไขความเดือดร้อน ยุคนี้เราถือกันว่าเป็นยุคข้าวยากหมากแพงครับ พี่น้องประชาชน ถูกขูดรีดภาษี ก็เฝ้ามองว่ารัฐบาลกำลังจะหาวิธีกันอย่างไร เราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภาก็พยายามที่จะกระตุ้นให้ทางรัฐบาลลองหาวิธีสิครับว่าน้ำมันแพงนี่คุณจะออก กฎหมายอย่างไรบ้าง ควบคุมการใช้น้ำมันอย่างไร เก็บภาษีสรรพสามิตอย่างไร ของที่แพง จะแก้กันอย่างไร แต่ท่านประธานครับวันนี้เราจะเห็นว่ารัฐบาลและสภาของเรากลายเป็น ไม่ได้ดูปัญหาของพี่น้องประชาชน เรากลับมามุ่งหวังที่จะทำรัฐธรรมนูญ ผมก็พยายามดูว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มันผิดอย่างไร มันไม่ดีอย่างไร พยายามไปศึกษานะครับ มีข้อสรุปง่าย ๆ ว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ดีต่อพี่น้องประชาชน ให้สิทธิกับพี่น้องประชาชนและเป็นรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านประชามติมา แล้วทำไมรัฐบาลนี้ สภาแห่งนี้ถึงอยากจะแก้ ถึงอยากจะเปลี่ยนมันนักล่ะครับ ข้ออ้างก็เยอะครับว่ามันมาจากคณะรัฐประหารอะไรก็แล้วแต่ แต่ว่าไปดูจากการวิจัยครับ ซึ่งเราถือว่าเป็นทางวิชาการที่สุด

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมบูรณ์ครับ ด้วยความเคารพครับ ไม่อยากทักท้วงจริง ๆ มันไกลเกินไปกระมังครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ไม่ไกลครับ ท่านประธาน กำลังจะเข้าให้เห็นว่าผมแปรญัตติอย่างไร ผมกำลังจะชี้ให้ท่านประธานเห็นนะครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ช่วยกระชับหน่อยเถอะครับ อยู่ในประเด็นด้วยครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ผมเรียนท่านประธานว่า ถ้าเกิดวันใดก็แล้วแต่ที่ท่านประธานให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือรัฐสภาของเราได้พูดนะครับ ใช้เวลาไม่นานหรอกครับ แต่ถ้าวันใดก็แล้วแต่ถูกห้าม ถูกปิดปากนี้มันจะใช้เวลานาน ท่านประธานครับ ผมเลยเรียนท่านประธานไปถึงคณะกรรมาธิการว่าทำไมท่านต้องการที่จะ ทำรัฐธรรมนูญใหม่ ก็ต้องไปดูหลักฐานทางวิชาการล่ะครับท่านประธาน จะพูดขึ้นมาลอย ๆ ไม่ได้ ผลปรากฏว่ามีการสำรวจ มีพี่น้องประชาชนนะครับเขาตอบแบบสอบถามมา ไม่รู้หรอกครับว่ารัฐธรรมนูญมีประเด็นใดเป็นประเด็นสำคัญบ้างเพราะมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว บางประเด็นก็จำได้ว่าเป็นสิทธิของพี่น้องประชาชน แต่ก็ไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญ ขณะที่บางส่วนระบุว่าจำได้แต่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ดีต่อ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร และกลุ่มสนับสนุนรัฐบาลชุดปัจจุบัน ผมเลยมาเจอสาเหตุนะครับว่านี่รัฐสภาของเราต้องการ ที่จะแก้รัฐธรรมนูญก็คือไปช่วยทักษิณ ชินวัตร แค่นั้นเอง ก็ไปดูอีกครับว่าแล้วท่านอดีต นายกรัฐมนตรีทักษิณมีปัญหาอะไรกับรัฐธรรมนูญ ก็ไปพบว่ามีอยู่ ๔-๕ ประเด็นครับท่าน ประธาน ผมเลยต้องเพิ่มไว้ในการแปรญัตติ ในการแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ ผมเพิ่มเข้าไป ทั้งหมด ๕ อนุมาตราด้วยกัน ของคณะกรรมาธิการในมาตรา ๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น หมวด ๑๖ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑/๑๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ผมเพิ่มไปอีก ๕ อนุมาตราครับท่านประธาน ผมเพิ่มไป ๕ อนุมาตรา ผมต้องการให้ทางคณะกรรมาธิการได้บรรจุไว้ครับ บรรจุไว้เพื่ออะไร ไว้เพื่อป้องกันปัญหา ผมเชื่อว่าขณะนี้ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณมีปัญหาขัดแย้งกันอยู่ ๓ ประเด็นหลัก ๆ ครับท่านประธาน ๑. ก็คือเรื่องสถาบัน เหตุผลที่ผมพูดตรงนี้เพราะ เนื่องจากหลังจากมีการ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมบูรณ์ครับ ด้วยความเคารพจริง ๆ นะครับ ผมพยายามอนุโลม พูดนอกประเด็น นอกกรอบ แล้วก็ยังไป ใส่ร้ายอะไรต่าง ๆ ท่านเอาพอสมควรได้ไหมครับ ผมพยายามอนุโลม แต่ท่านเอาพอสมควร ก็พอแล้ว อย่าไปไกลมากนัก แล้วก็อย่าไปใส่ร้ายเลยครับ กรุณาเถอะครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ผมกำลังชี้ ให้ท่านประธานเห็น นี่ผมเอามาจากงานทั้งนั้นครับ ตัวเลขคดีหมิ่นเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตระหนก นับตั้งแต่รัฐประหารปี ๒๕๔๙ โดยคาดการณ์ว่าน่าจะมีไม่ต่ำกว่า ๕๐๐ คดี เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง นี่ผมเลยบอกว่าเพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่คุณจัดทำขึ้นใหม่จะต้องไม่ไปกระทบกับ หมวดของพระมหากษัตริย์ แน่นอนครับ ท่านคณะกรรมาธิการอาจจะบอกว่าเราเพิ่มไปแล้วที่ มาตรา ๒๙๑/๑๑ ก็ต้องขอบคุณครับ อย่างน้อยวันนี้เสียงเรียกร้องของพี่น้องประชาชน ในเรื่องสถาบันท่านก็มาดูแล แต่มันยังมีหมวด ๑ ครับ ท่านประธานครับ ผมแก้ไข (๑๘) เข้าไป เพิ่มขึ้นไปว่าการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ต้องไม่เป็น การแก้ไขเพิ่มเติมในส่วนของหมวด ๑ และหมวด ๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ท่านประธานครับ ถ้าพูดแค่หมวด ๑ หมวด ๒ ของรัฐธรรมนูญ บางท่าน พี่น้องประชาชนอาจจะไม่เข้าใจ ท่านประธานทราบไหมครับ เอแบค โพล (ABAC Poll) บอกว่า พี่น้องประชาชน ๕๗.๕ ร้อยละ ๕๗.๕ ไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญ อ่านบ้าง ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ครับ คนที่อ่านทั้งฉบับ ๓.๘ แล้วผมก็ไม่มั่นใจว่าทุกท่านในนี้ได้อ่านกันครบทั้งฉบับหรือเปล่า ผมเลยบอกว่าหมวด ๑ ครับท่านประธาน สาระสำคัญคือตรงนี้ครับ มาตรา ๑ หมวด ๑ บททั่วไป ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้ ผมกลัวตรงนี้ครับ รัฐธรรมนูญอาจจะเขียนไว้อย่างนี้ แต่ด้วยนโยบายของทางรัฐบาลในการแยกการปกครอง ท่านประธานคงเห็นว่าวันนี้พี่น้องชาวใต้บ้านผมมีปัญหา มีหมู่บ้านเสื้อแดง มีนครปัตตานี หลายเรื่องครับ รวมถึงเรื่องงบประมาณ ผมเลยบอกว่าวันนี้ท่านจะต้องบรรจุเรื่องนี้ไว้ว่า ท่านจะต้องไม่แก้ไขในหมวด ๑ โดยเฉพาะเรื่องของมาตรา ๒ ประเทศไทยมีการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ท่านประธานครับ ผมอาจจะเป็น คนคลั่งเจ้า เพราะผมเชื่อว่าพระเจ้าแผ่นดินของผมช่วยพี่น้องประชาชน ผมไม่คลั่งโจรครับ เพราะผมเชื่อว่าโจรจะโกงพี่น้องประชาชนทุกวินาที ผมเพิ่มมาตรา ๒๙๑ (๒) เป็นเรื่องของ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ต้องไม่มีผลกระทบต่อองค์กรอิสระ และองค์กรตามรัฐธรรมนูญตามที่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ที่ทุกคนเป็นห่วงอยู่ เป็นห่วงว่าระบอบที่ท่านกำลังจะทำรัฐธรรมนูญ เพื่อตอบสนอง มีปัญหากับองค์กรอิสระมากครับที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. มีการส่งฟ้อง อดีตผู้นำว่ารวยผิดปกติ ๗๖,๐๐๐ ล้านบาท เป็นสิ่งที่เราเป็นห่วง ผมเพิ่มมาตรา ๒๙๑/๒๐ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญต้องไม่เป็นการจัดทำเพื่อแก้โทษ หรือการนิรโทษกรรมบุคคลใดซึ่งมีความผิด ไม่ว่าคดีความผิดดังกล่าวอยู่ในกระบวนพิจารณา คดีในชั้นใด ท่านครับ ท่านก็คงทราบแล้วการเผาบ้านเผาเมือง การถูกยึดทรัพย์จากการทุจริต คอร์รัปชันของประเทศ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมบูรณ์ครับ ผมเตือน หลายรอบแล้วนะครับ ผมให้เกียรติท่าน ท่านต้องให้เกียรติประธานด้วยนะครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ท่านประธาน ผมกำลังชี้ ผมชี้นิดเดี๋ยว เดี๋ยวผมอภิปรายรายละเอียดอยู่แล้ว แต่วันนี้ผม

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านพยายามพูดนอกประเด็น ผมก็ให้เกียรติ เสร็จแล้วก็ไปใส่ร้าย ท่านกรุณาเถอะครับ เอาพอสมควร

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ผมใส่ร้าย ตรงไหนครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เอาพอสมควรครับ พอสมควรก็พอแล้วครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ท่านประธาน ผมพูดถึงว่าอย่าใส่เรื่องนิรโทษกรรม ท่านประธานครับ ท่านไม่ต้องปกป้องมากหรอกครับ ผมเชื่อว่าท่านได้รางวัลแน่นะครับ มาตรา ๒๙๑/๒

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมบูรณ์ครับ กรุณาเถอะครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ก็ท่านเบรก ผมทำไมล่ะครับ ผมกำลังอภิปราย ผมแสดงความคิดเห็นในฐานะพี่น้องประชาชน ซึ่งท่านกำลัง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

นี่วาระที่สองแล้วครับ อภิปรายได้เฉพาะที่สงวนไว้ในกรอบนั้นเท่านั้น

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ก็นี่อย่างไรครับ ผมสงวนไว้ว่าผมพูดไป ๕ อนุมาตราครับท่านประธาน มาตรา ๒๙๑/๒๑ ครับ

(นายไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม ได้ยืน และยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

มีผู้ประท้วงครับ ท่านไพจิต เชิญครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงท่านผู้อภิปราย ข้อ ๔๓ วรรคสองครับ แสดงกิริยาและใช้ วาจาไม่สุภาพในการประชุมสภาขณะที่ท่านประธานได้ทำหน้าที่ตามข้อบังคับ ข้อ ๕ ให้มี การระมัดระวังให้อยู่ในประเด็น แต่ว่าก็ไม่เชื่อฟังท่านประธานครับ ผมขอความกรุณาให้ใช้ โดยเคร่งครัดแล้วก็ให้เกียรติกับผู้ที่อยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ด้วยครับ ด้วยความเคารพผู้อภิปราย และเคารพท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมบูรณ์ครับ ขอความกรุณา เถอะครับ ให้กระชับสักนิดแล้วก็อยู่กรอบนะครับ ขอความกรุณาจริง ๆ ครับ ผมผ่อนปรน อย่างที่สุดครับเพื่อให้บรรยากาศมันดีครับ ไม่อยากขัดเลย ท่านเชิญต่อเลยครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธานตรง ๆ ครับว่าเป็นความเป็นห่วงครับว่า วันนี้ท่านไปแก้รัฐธรรมนูญ ท่านทำรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่นี่เราก็กังวลว่าท่านจะไปออกกฎหมาย หรือไปทำอะไรก็แล้วแต่เหมือนตามที่มันเป็นกระแสข่าวอยู่ เหมือนการที่มันมีปัญหาอยู่ในขณะนี้ ครับท่านประธาน ผมเลยต้องเพิ่ม ๕ อนุมาตราไปว่าท่านอย่าให้ สสร. เขาไปแก้ตรงนี้นะครับ เช่น ต้องไม่มีผลกระทบ คือการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้องไม่มีผลกระทบต่ออำนาจตุลาการครับ และองค์กรตรวจสอบอำนาจรัฐทุกองค์กร ท่านประธานคงทราบครับ อำนาจตุลาการก็คือ เรื่องของศาล ผมกลัวต่อไปมันจะมีการแก้แค้นนะครับ วันนี้โชคดีครับศาลเราไม่ได้ตัดสินบน ระบบขนม ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทนะครับ มันรอดมา ไม่อย่างนั้นมันเป็นเรื่องนะครับ และท่านประธาน รู้ไหมครับตอนนี้มีคนบอกว่าเวลาคนจนทำผิดกฎหมายเขาบอกว่าจะบอกว่าไม่รู้ไม่ได้ คนจนทำผิดกฎหมายบอกว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้ แต่พอคนรวยทำผิดกฎหมายเขาบอกว่าไม่ได้ทำผิด กฎหมายครับ แต่ทำสิ่งที่ กฎหมายไม่ได้ห้ามไว้ครับ นี่ละครับ เขาเรียกศรีธนญชัยทางกฎหมายครับ เราเลยเป็นห่วง

ท่านประธานครับ ข้อสุดท้ายครับ มาตรา ๒๙๑/๒๒ ที่ผมเพิ่มไป ในการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญต้องไม่จัดทำในลักษณะให้มีผลย้อนหลัง ลบล้างความผิดใด ๆ ซึ่งองค์กรตุลาการหรือองค์กรที่มีอำนาจตามกฎหมายได้ลงมติแล้วว่า บุคคล หรือคณะบุคคลนั้นมีความผิด หรือได้มีการตัดสินคดี ผมใส่ไว้แล้วครับ และโดยเฉพาะ คตส. ครับ ซึ่งแปลว่า แค้นต้องสะสางนี่ผมกลัวมาก วันนี้การตรวจสอบทรัพย์สิน การขัดกัน แห่งผลประโยชน์ท่านต้องระวังให้ สสร. ที่มาทำรัฐธรรมนูญนะครับ จะต้องมีข้อกำหนดนี้ไว้ นี่ครับท่านประธานถามว่าผมออกนอกเรื่องที่ไหน เป็นความห่วงใยของพี่น้องประชาชนว่า สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญถ้าคุณทำกฎหมายขึ้นมานี่ไปบังคับต่อพี่น้องประชาชนนี่ ท่านระวังให้เพิ่ม ๕ อนุมาตรานี้เข้าไปด้วย ถ้าเกิดท่านสมาชิกวุฒิสภานะครับ ถ้าท่านคิดว่า ท่านเป็นห่วงต่อพี่น้องประชาชน ห่วงต่อประเทศชาติ วันนี้ประเทศของเราบอบช้ำกันแล้ว ช่วยผมเถอะครับ เห็นด้วยกับการเพิ่มอีก ๕ อนุมาตรา ตั้งแต่ (๑๘) จนถึง (๒๒) ซึ่งผมจะลง ในรายละเอียดเมื่อถึงการอภิปรายในมาตราดังกล่าวครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ สมาชิกรัฐสภากรุงเทพมหานคร เขต ๒๓ พระโขนง บางนา พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมได้ขอแปรญัตติร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๔ ให้เพิ่มข้อความดังต่อไปนี้ครับ ในหมวด ๑๖ จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑/๑๗ ก็ได้ขออนุญาต ท่านคณะกรรมาธิการที่ไม่เห็นด้วยก็อยากจะให้ฝากตรงนี้ด้วยว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องเพิ่มอีก ๕ อนุมาตราด้วยกันที่เราต้องต่อท้ายนะครับ ท่านครับ คือการที่จะจัดร่าง รัฐธรรมนูญขึ้นมาก็จากประสบการณ์ที่ผ่านมาเมื่อปี ๒๕๔๐ ก็ได้ร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา และค่อนข้างจะถูกใจผู้บริหารประเทศชาติ เพราะส่วนใหญ่ก็จะคืนให้อำนาจรัฐบาล ได้มีอำนาจที่สูง ที่ใครมาเป็นแล้วก็รู้สึกสบายใจในการบริหาร แต่ในขณะเดียวกันในความสะดวกสบาย เขียนขึ้นมาเปิดโอกาสให้กับผู้บริหารได้บริหารที่ดี ในบางช่วงก็ทำให้ผู้ที่บริหารก็สามารถที่จะ หาผลประโยชน์ทับซ้อนจากการบริหารได้ ในขณะที่มีการกอบโกยผลประโยชน์ทับซ้อนนั้น ก็ทำให้เกิดการปฏิวัติเมื่อปี ๒๕๔๙ ถึงได้มีการร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ขึ้นมาใหม่ ก็เห็นครับ มันเป็นปัญหาอย่างยิ่งจากที่ผมได้มานั่งในสภานี้ก็ได้ยิน ได้ฟังอยู่ตลอด ซีกฝ่ายรัฐบาลก็จะ ตำหนิติเตียนอยู่ตลอดเวลาว่าปี ๒๕๕๐ น่ารังเกียจ มันมาไม่ชอบมาพากล ไม่ดี ทหารเป็นคนร่าง แต่ก็ดีใจนะครับว่าเวลานี้ได้จับมือกันเรียบร้อยกับท่านอดีตปฏิวัตินะครับ ผมเองก็อยากจะ กราบเรียนท่านประธานตรงนี้ครับว่าถ้าเผื่อการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาแล้วพี่น้องประชาชน อยู่ทางบ้านไม่สบายใจ ประชาชนไม่ได้ผลประโยชน์จากการที่ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมว่า อันนี้ก็จะเป็นปัญหาอีกครับท่าน ก็เลยอยากจะเพิ่มให้เกิดความสบายใจขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกิดความห่วงใยว่าเราจะได้มีการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์หรือไม่ ก็อยากจะเพิ่ม มาตรา ๒๙๑/๑๘ บอกว่าในหมวด ๑ หมวด ๒ เราจะไม่ไปแตะเขา พอไปแตะเชื่อเถอะครับว่า ปัญหาจะต้องเกิดแน่นอนครับท่าน และมาตรา ๒๙๑/๑๙ หมวดองค์กรอิสระ ตรงนี้ผมเอง ก็ได้อยู่คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ผมก็ได้ดูแล้วครับว่าจะมีการฉ้อราษฎร์บังหลวงจำนวนมาก อาทิเช่น เรื่องโรคระบาดถ้าไปตรวจสอบจะเห็นเลยนะครับว่าจะมีการโกงกินหลายพันล้านบาท อยู่ในนั้นครับ ในส่วนตรงนี้ก็อยากจะฝากด้วยนะครับว่าถ้าเผื่อหากเราทำให้พี่น้องสบายใจ ฝ่ายค้านสบายใจในหลาย ๆ ส่วนสร้างความยุติธรรมให้เกิด ทำความจริงให้ปรากฏ เรื่ององค์กรศาลต่าง ๆ ทั้งหมด ถ้าหากเราไม่ไปยุ่งเกี่ยว ไม่ไปแตะในส่วนตรงนั้น อย่าไปล่วงล้ำละเมิดในส่วนตรงนั้นผมเชื่อนะครับว่าปัญหาหลาย ๆ ภาคส่วนก็ถูกแก้ไขกันไป แล้วก็จะคุยกันง่ายขึ้นครับท่าน แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวาน บรรยากาศของเมื่อวานกับ บรรยากาศของเมื่อเช้ามาถึงตอนนี้ผมว่าท่านประธานคิดถูกครับ ที่ท่านได้ปรับรูปแบบการประชุม แล้วก็ปรับให้บรรยากาศของการประชุมดีขึ้นเลยทำให้เดินหน้าสะดวกขึ้นครับ ก็อยากจะเห็น บรรยากาศอย่างนี้ต่อจากนี้ไปเราก็จะได้ลืมบรรยากาศเก่า ๆ เพราะท่านเป็นประมุข แห่งนิติบัญญัตินะครับ ก็หวังว่าจะได้บรรยากาศที่ดีตลอดไปครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านวิทยาสงวนไว้ ตรงหน้าไหนครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ ผม วิทยา หน้า ๑๗ ครับท่าน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

หน้า ๑๗ นะครับ เชิญครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมได้แปรญัตติไว้ ในมาตรา ๔ จากข้อความเดิมอย่างนี้นะครับ ให้เพิ่มความต่อไปนี้ในหมวด ๑๖ การจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ มาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑/๑๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หมวด ๑๖ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมทราบดีครับว่าข้ออภิปรายผมก็คงไม่มีอิทธิพล ในการจะไปโน้มน้าวจิตใจของคณะกรรมาธิการ หรือคงไม่มีอิทธิพลในการที่จะโน้มน้าว ฝ่ายเสียงข้างมากได้ แต่ผมจำเป็นที่ต้องอภิปรายแล้วก็ได้แสดงความคิดเห็นไว้คราวหนึ่งแล้ว เมื่อวานนี้ครับ เพราะผมจำเป็นต้องเรียนกับท่านว่าการเขียนรัฐธรรมนูญของเราตามร่างที่ทำมา จะเผชิญกับปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นข้างหน้าครับ ผมเรียนกับท่านตั้งแต่เมื่อวานนะครับ และยืนยันครับว่าโดยช่องทางของรัฐธรรมนูญฉบับที่เราใช้อยู่ปัจจุบัน เราไม่มีทางที่จะทำให้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้หายไปได้ครับ เราไม่มีบทบัญญัติที่จะทำให้ล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับที่เราใช้อยู่ ปัจจุบันได้ การเปิดช่องของท่านโดยการบัญญัติการแก้ไขเพิ่มเติมครั้งนี้ขึ้นมาโดยเตรียมการ ไปจัดตั้งคณะบุคคลขึ้นมาทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมก็คิดว่าเป็นกุศโลบายทางกฎหมายครับ ในการที่จะทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยการพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมเรียน ตั้งแต่เมื่อวานครับว่ามันค่อนข้างจะประหลาดนะครับ เรากำลังจะผลิตติ่งหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ครับ เพื่อเอาติ่งนั้น ๆ ไปทำการฆาตกรรมรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบัน แต่ด้วยความกังวลครับ ผมเข้าใจว่าถ้าท่านจะฟังแล้วก็ตามผมช้า ๆ สักนิดครับ ท่านก็จะรู้ว่าท่านทำอย่างนั้นไม่สำเร็จหรอกครับ ท่านจะจัดตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ครับ เพราะว่าในการแก้ไขครั้งนี้ท่านได้ไปแก้ไขมาตรา ๒๙๑/๑๑ ที่บัญญัติขึ้นมาใหม่ ท่านไปเพิ่มเติมข้อความขึ้นมาครับ เป็นการเพิ่มเติมตามกระแสเรียกร้องของสังคม สังคม เขากังวลครับว่าท่านจะไปเปลี่ยนรูปแบบการปกครองซึ่งโดยกฎหมายรัฐธรรมนูญทำไม่ได้ครับ ฉบับนี้บอกว่าทำไม่ได้ เว้นแต่ท่านจะไปเขียนติ่ง จะเปลี่ยนรูปแบบการปกครองได้ ท่านก็ไปเขียนว่า จะไม่เปลี่ยนรูปแบบการปกครอง แต่สังคมก็กังวลครับว่าคณะบุคคลที่จะมายกร่าง รัฐธรรมนูญในวันข้างหน้า ถึงแม้ว่าจะมาจากการเลือกตั้งจังหวัดละคน ๗๗ จังหวัด ๗๗ คน ถ้าไม่เพิ่มนะครับ ๗๗ คูณบวกผนวกกับอีก ๒๒ คนที่โหวตโดยรัฐสภา สังคมเชื่อว่า ๒๒ คน ที่โหวตโดยรัฐสภาจะเป็นโควตาที่มาจากซีกรัฐบาลทั้ง ๒๒ คน แล้วก็ประชาชนคิดเป็นครับ การเลือกตั้ง สสร. ๗๗ จังหวัดเขาก็เชื่อครับว่าคนที่เป็นรัฐบาลวันนี้จะได้ สสร. มามากกว่าครึ่งหนึ่ง มากกว่าครึ่งหนึ่งบวกกับ ๒๒ คน คณะกรรมการที่ท่านจะไปบัญญัติให้เป็นคนร่างรัฐธรรมนูญ ก็จะเป็นคณะที่คุมเสียงข้างมากในรัฐธรรมนูญ เสียงข้างมากก็ชนะครับ พอเสียงข้างมากชนะ คนในสังคมเขาก็กังวลครับ กลัวว่าท่านจะไปแก้ไขบทบัญญัติในหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์ ถามว่าทำไมกังวล ท่านประธานฟังคนที่อภิปรายเขามาหลาย ๆ คนครับ เขาพูดถึงสถิติคดีที่ เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์มันทะลุรุนแรงแล้วก็มากมายมหาศาล กระทู้ถามหรือข้อสอบถามในสภาเกือบทุกสัปดาห์ สมาชิกสอบถามความคืบหน้าในการ เอาจริงเอาจังของรัฐบาลนี้ต่อการปราบปรามคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ สังคมเขาก็ ตั้งข้อเรียกร้องครับ พอสังคมตั้งข้อเรียกร้องคณะกรรมาธิการที่ไปพิจารณากันก็ตั้งข้อสังเกต ตั้งความเห็น สุดท้ายครับ กรรมาธิการเสียงข้างมากก็เพิ่มข้อความดังต่อไปนี้ขึ้นไปครับ ๑. เปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐไม่ได้ เขียนไว้แล้วในร่างเดิม หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไข บทบัญญัติในหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์จะกระทำมิได้ ทีนี้ผมเรียนถามท่านประธาน ผ่านไปยังประธานคณะกรรมาธิการ คำว่า หมวดพระมหากษัตริย์

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านวิทยาครับ ขออนุญาต ทำความเข้าใจนิดหนึ่งครับ ท่านสงวนคำแปรญัตติสงวนจากคำเดิมนะครับ ที่เขาเขียนว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญ ท่านขอสงวนแก้ไขเป็น แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ดูแล้วมันเป็นแค่ การแก้ไขถ้อยคำเท่านั้นนะครับ ทีนี้ไม่ใช่ว่าสงวนตรงนี้ไว้แล้วจะอภิปรายอะไรก็ได้ เพราะฉะนั้นขอความกรุณาเถอะครับ เมื่อวานผมก็นั่งฟังท่านตลอด เพราะฉะนั้นกรณีอย่างนี้ ที่จริงแล้วเป็นการแก้ไขถ้อยคำเท่านั้นเอง ผมจะอนุโลมและจะพยายามนั่งฟังครับ แต่ขอความกรุณาเถอะครับ ให้กระชับแล้วก็เอาพอสมควร ท่านครับ ด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ เราก็อยู่ด้วยกันมานานแล้วนะครับ ด้วยความรักเคารพขอความกรุณาเถอะครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ด้วยความเคารพนะครับ ท่านฟังผม เตือนแล้วว่าท่านฟังผมช้า ๆ นะครับ และผมรับรอง ยืนยันได้ครับว่าวิธีการสงวนคำแปรญัตติ ผมเตือนทุกคนมาตลอดครับ สงวนแค่ไหนพูดแค่นั้น ผมกำลังสงวนคำแปรญัตติจากคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็น คณะกรรมการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ทีนี้ผมบอกเตือนท่านประธานผ่านไปยังประธานคณะกรรมาธิการด้วยครับว่า ท่านตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้ เพราะท่านไม่ได้ล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทั้งฉบับ ผมกำลังเรียนถามท่านประธาน พอดีท่านก็ทักผม ผมถามท่านประธานว่าบทบัญญัติ หมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์มันอยู่ตรงไหนครับท่าน ตราบใดที่มันยังอยู่ในรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ครับ ท่านล้มไม่หมดนี่ครับ ท่านเหลือไว้หมวดหนึ่งครับ เพราะฉะนั้นคณะกรรมการที่ท่าน จะร่างขึ้นมาจะทำอย่างไรก็ตามคุณต้องเหลือหมวดพระมหากษัตริย์ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไว้ และมันจะเป็นคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้อย่างไร ถ้าแน่จริงคุณต้องเขียนขาดไปเลยสิครับ ไม่ต้องสงวนไว้สักหมวดหนึ่ง มันจะได้ล้มไปทั้งฉบับ แต่เมื่อคุณสงวนหมวดว่าด้วย พระมหากษัตริย์ไว้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังคงอยู่ครับ เพราะฉะนั้นตอบผมสิครับว่า คณะกรรมการที่ท่านตั้งขึ้นมาตามกฎหมายที่ตั้งใจเขียนนี่ มันตั้งขึ้นมาเพื่ออะไรครับ มันก็มา แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้นะครับ ยกเว้นหมวดพระมหากษัตริย์แก้ไม่ได้ แต่ถ้าท่านบอกผมว่า ล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทั้งฉบับด้วยคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ถามว่าที่ท่านเขียนติ่ง ท่านเอาไว้ไหน หมวดพระมหากษัตริย์หมายถึงรัฐธรรมนูญฉบับไหน หรือท่านเขียนว่า หมวดพระมหากษัตริย์หมายถึงรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๐๑ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๑๑ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๑๗ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ หรือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๔๗๕ ครับ แต่ถ้าแก้รัฐธรรมนูญในมาตรานี้นะครับ จากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ อ้ายติ่งที่เหลืออยู่ คำว่า หมวดพระมหากษัตริย์ มันก็คือรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ เมื่อเหลือรัฐธรรมนูญฉบับนี้อยู่ ท่านไปตั้งคณะยกร่างมาได้อย่างไรครับ ผมถึงได้สงวนอย่างไรครับท่านประธานว่าใช้ คำว่า คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ ท่านจะตั้งสภาก็ตั้งสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะไปเลือกมา ๗๗ คน ล็อกไว้ ๒๒ คน รวมกันแล้วชนะอีกก็ตามท่านตั้งได้แค่สภาแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วผม เรียนยืนยันกับท่านครับว่า ถ้าเป็นสภาร่างรัฐธรรมนูญเมื่อไร รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็จะขัดกับ รัฐธรรมนูญตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว สภาร่างมันตั้งไม่ได้ครับ ถ้าตั้งได้ท่านตัดหมวดนี้ออกไปสิครับ ข้อความที่ท่านเพิ่มเติมขึ้นมา ท่านจะต้องไม่เหลือซากฉบับนี้ไว้เลยครับ ท่านถึงจะร่างใหม่ได้ แต่ถ้าท่านเหลือไว้หมวดใดหมวดหนึ่งเท่ากับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๐๐ ยังคงเหลืออยู่ครับ ผมก็ถามว่าอยากฟังคำชี้แจงครับท่านประธาน ไม่ใช่พูดในสายลมแสงแดดท่านก็พยายามติง ผมว่าจะนอกประเด็น ผมยืนยันไม่นอกประเด็น ผมแก้แค่นี้ละครับ และต้องการคำตอบด้วย เมื่อวานผมตั้งคำถามไปรอบไม่มีคำตอบ แค่นี้ไม่เสียเวลาครับ ช่วยตอบผมหน่อยสิครับว่า ท่านตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญได้อย่างไรในเมื่อท่านฉีกรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ ท่านฉีกไม่ได้ เพราะว่ามาตรา ๒๙๑/๑๑ ท่านบอกให้เหลือหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์ของรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ไว้ ท่านตอบวิธีฉีกรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ผมหน่อยสิครับถึงจะตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญกันได้ ถ้าท่านตอบไม่ได้ท่านก็ต้องแก้ตามผม ถ้าไม่แก้ตามผมท่านก็จะวิ่งชนกับศาลรัฐธรรมนูญ สิ่งที่ท่านไม่ชอบอยู่แล้วละครับ ท่านวิ่งชนแน่ครับ แล้วถ้าท่านขับรถปล่อยมืออย่างนี้ท่านชนมา ผมบอกได้เลยครับว่าเสียหาย บ้านเมืองเสียหายแล้วครับวิธีคิดอย่างนี้ แต่ที่จะเสียหายตาม คือพวกท่านทั้งหมดละครับ ผมถามอย่างต้องการคำตอบครับ ถ้าจะกรุณาครับท่านประธาน ผมไม่ได้ยืดเยื้อนะท่านแล้วประเด็นเดียว ท่านช่วยฝากท่านประธานคณะกรรมาธิการ ช่วยตอบคำถามผมด้วยครับ ไม่อย่างนั้นผมก็ต้องถามท่านอย่างนี้ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

คุณหญิงกัลยาครับ คุณหญิงครับ คุณหญิงสงวนแก้ไขไว้นะครับ จากของเดิม การจัดทำรัฐธรรมนูญ คุณหญิงขอเป็น การแก้ไขจัดทำรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการแก้ไขถ้อยคำ จริง ๆ แล้วก็อย่างที่ผมพยายามเตือนทุกท่าน ก็ขอความกรุณาคุณหญิงด้วยนะครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานค่ะ สำหรับมาตรา ๔ นี้นะคะ ดิฉันจะขอท่านประธานว่าดิฉันขอแก้ หมวด ๑๖ การแก้ไขจัดทำรัฐธรรมนูญนั่นก็จริง แต่ว่าเมื่อพูดถึงหมวด ๑๖ แล้วดิฉัน จะอภิปรายมาตรา ๒๙๑/๑ ไปด้วยเลย อันนั้นคือหัวข้อ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

มาตรา ๒๙๑/๑ ตรงนั้น ก็เป็นอีกมาตราหนึ่ง เพราะฉะนั้นเอาประเด็นเฉพาะครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ขณะนี้ก็พูดถึงมาตรา ๒๙๑/๑ อยู่แล้วใช่ไหมคะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

มันก็จะไปซ้ำกันครับ คุณหญิง

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

มาตรา ๔ อย่างไรคะ คือมาตรา ๔ ดิฉันแปรญัตติไว้ แล้วก็แก้ทั้งชื่อหมวด

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ที่จริงโดยความเห็นส่วนตัว ของผมคุณหญิงครับ ที่ขอสงวนไว้มันไม่มีอะไรต้องให้อภิปรายด้วยซ้ำ เพราะเป็นการแก้ไข ถ้อยคำเท่านั้นเท่าที่ผมดูนะครับ เพราะฉะนั้นผมจะอนุโลมให้ คุณหญิงใช้เวลาพอสมควรครับ แล้วก็อยู่อย่าไปไกลมากเท่านั้นเองครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ ก่อนที่ดิฉัน จะได้อภิปรายต่อไปดิฉันก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าดิฉันดีใจมากที่ดิฉันได้ทักท้วงไป ๒ ประเด็น ซึ่งก็เป็นประเด็นที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ทำหนังสือมาถึงท่านประธานรัฐสภาและทำถึง ท่านนายกรัฐมนตรีในกรณีที่การแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ให้อำนาจท่านประธานรัฐสภา มากเกินไปในหลาย ๆ ประเด็น แต่ดิฉันเน้นเมื่อวานนี้ก็คือเรื่องที่ประธานจะรับสนอง พระบรมราชโองการ ซึ่งก็ตรงกับของผู้ตรวจการแผ่นดิน ดิฉันดีใจที่ดิฉันก็คิดเหมือนกับ หลาย ๆ ท่าน และที่ปรึกษาของท่าน ๑๐ ท่านเหมือนกันนะคะ แล้วก็ให้ท่านประธานรัฐสภา ทำอะไรมากมาย ซึ่งดิฉันก็จะขอพูดเพียงแค่นี้ ดิฉันไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรกว่าในการแก้ไข รัฐธรรมนูญครั้งนี้ ไม่เห็นด้วยกับที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ดิฉันก็ได้อภิปราย ไปแล้วว่าเพราะอะไร ดิฉันตัดมาตรา ๓ ออกทั้งมาตรา เพราะว่าอันนั้นคือเป็นบันไดหรือเป็นกุญแจก็ตามที่จะทำให้ไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญ ทั้งฉบับได้ ถ้าเผื่อว่าเราใช้ตรรกะของหมอเหวง ขออภัยที่ต้องเอ่ยนามนะคะ ที่พูดว่า มีการปฏิวัติรัฐประหารเมื่อใดก็จะต้องฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งเมื่อนั้น ดิฉันขอถามว่าครั้งนี้ ใครปฏิวัติรัฐประหารจึงจะฉีกทิ้งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ได้ค่ะ ประเด็นที่ดิฉันอยากจะขอเพิ่มเติม ที่ขออนุญาตท่านประธานไว้ว่าเมื่อเราพูดถึง มาตรา ๔ มาตราแรก มาตรา ๒๙๑/๑ ดิฉัน ก็ขอแก้ไขแทนที่จะเลือกผู้ที่จะมาแก้รัฐธรรมนูญ ดิฉันขอทุก ๆ คำที่มีการจัดทำรัฐธรรมนูญ ทั้งฉบับขอแก้เป็น แก้ไขจัดทำร่างรัฐธรรมนูญตามหมวดนี้ค่ะ ดิฉันให้คำนวณการเลือกผู้ที่จะมา จัดทำร่างรัฐธรรมนูญตามหมวดนี้ ถ้าดิฉันจะใช้คำของคุณวิทยาอีกครั้งหนึ่ง ก็ขออภัย ที่ใช้ชื่อท่านนะคะว่าท่านจะตั้งสภามาแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับมิได้ ท่านสามารถที่จะตั้งคณะ สภาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญได้เท่านั้นเอง ดิฉันจะขอให้การเลือกตั้งผู้คณะที่จะแก้ไขจัดทำ ร่างรัฐธรรมนูญนี้โดยอาศัยผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๓๐๐,๐๐๐ คนต่อ ๑ สมาชิกสภาแก้ไขจัดทำ ร่างรัฐธรรมนูญ ๑ คน ก็มีรายละเอียดว่าถ้าไม่ถึง ๓๐๐,๐๐๐ คน ก็ขอให้ ๑๐๐,๐๐๐ คน ก็มีการเลือกสมาชิกที่จะมาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญได้ ๑ คน อันนั้นก็ไม่ค่อยมีปัญหามาก ก็คำนวณได้ว่าแต่ละจังหวัดควรจะมีผู้แทนได้กี่คน ดิฉันคำนวณคร่าว ๆ นะคะ ก็ประมาณ ๑๕๐ คนค่ะ สำหรับสมาชิกที่จะมาจัดทำร่างแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญประเภทที่ ๒ ที่ได้กำหนดไว้ใน มาตรา ๒๙๑/๑ (๒) เป็นสมาชิกที่คัดเลือก ไม่ใช่เลือกตั้ง มาจากที่ประชุม ดิฉันขอแก้ว่า มาจากที่ประชุมของสมาชิกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน ๒๕ คน ดิฉันไม่ติดใจเรื่องผู้เชี่ยวชาญ สาขากฎหมายมหาชน จำนวน ๖ คน ผู้เชี่ยวชาญสาขารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ จำนวน ๖ คน แต่ดิฉันขอเพิ่ม ซึ่งอันนี้อยากจะขอท่านประธาน อยากจะกราบเรียนท่านประธาน เป็นกรณีพิเศษเลยนะคะว่าถ้าจะให้มีผู้ที่มามีส่วนร่วมในการแก้ไขจัดทำร่างรัฐธรรมนูญแล้วละก็ ดิฉันขอผู้เชี่ยวชาญทางสาขาทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและสุขภาพ จำนวน ๓ คน แล้วก็เช่นเดียวกันค่ะ มีผู้ประสบการณ์ด้านการเมือง การบริหารการแผ่นดิน เศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย และการร่างรัฐธรรมนูญตามกฎเกณฑ์ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ดิฉันขอให้เป็นคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้ประกาศกำหนด จำนวน ๑๐ คน ดิฉัน ให้เหตุผลว่าทำไมดิฉันจึงให้เพิ่มผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสุขอนามัย เพราะว่าปัจจุบันนี้สังคมโลกต้องประสบกับสิ่งแวดล้อมหรือที่เรียกว่า ภาวะโลกร้อน มีอุบัติภัย อุทกภัย เกิดขึ้นบ่อยและหนักหน่วงและรุนแรงทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เพราะฉะนั้นในการใช้ชีวิตไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจ หรือเป็นนักเรียน หรือเป็นนักการเมืองก็ตาม ต่างก็จะต้องเผชิญกับผลพวงของการที่ภาวะโลกร้อนเกิดขึ้น นักวิทยาศาสตร์ได้ประกาศ แล้วก็พิสูจน์ให้เห็นว่าอุบัติภัยที่เกิดขึ้นอย่างหนักหน่วงและผิดปกตินี้เกิดขึ้นจากมนุษย์ค่ะ ประเทศไทย มนุษย์คนไทยก็คงไม่ได้ยกเว้น ประเทศไทยก็จะต้องประสบปัญหานี้ อย่างแน่นอนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดิฉันอยากจะเน้นเฉพาะผู้ที่จะต้องมาลงทุนในประเทศไทยค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

คุณหญิงครับ ขอความกรุณาเถอะ ขออภัยสักนิดหนึ่งครับ ที่จริงมาตรา ๔ มีข้อความสั้น ๆ เท่านั้นเองว่า หมวด ๑๖ การจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีข้อความแค่บรรทัดเดียว การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แล้วพวกเราทุกคน ก็มาสงวนคำแปรญัตติด้วยการไปแก้ข้อความคำว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แก้ไขเป็น การแก้ไขจัดทำรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็เป็นการแก้ไขถ้อยคำเท่านั้น ผมก็ยังไม่เข้าใจว่าจะไปอธิบาย อะไรได้ ถ้าจะอภิปรายต้องอภิปรายว่าแก้ไขข้อความใหม่ มันดีกว่าข้อความเก่าตรงไหน เท่านั้นเอง

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ได้ค่ะ แล้วก็

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ทีนี้ก็อาศัยตรงนี้ แล้วอภิปรายยืดยาวไปแบบไม่มีขอบเขตเลย ผมว่ามันคงไม่ใช่ครับ แล้วทุกท่านก็สงวนอย่างนี้ หมดเลย ทั้งที่มันมีอยู่บรรทัดเดียวเท่านั้น

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เพราะฉะนั้นผมพยายาม ให้เกียรติครับ แล้วก็ไม่อยากทักท้วง แต่ถ้าจะกระชับ แล้วพอสมควรก็จะเป็นความกรุณา ผมเอาพอสมควรเถอะครับคุณหญิงครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ถ้าอย่างนั้น

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

อย่าประท้วงเลยครับ ผมพูดมันไม่มีอะไรเลยครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ถ้าอย่างนั้นดิฉันก็จะขอสงวนสิทธิไว้อภิปรายตอนมาตรา ๒๙๑/๑ อีกครั้งค่ะ

(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

คุณหญิงครับ มีผู้ประท้วงครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ครับ จริง ๆ แล้วผมไม่อยากจะประท้วงท่านประธานเลยครับ อย่างที่เขาพูดกันว่าวันนี้บรรยากาศ กำลังดี แต่ท่านประธานควรจะให้โอกาสกับคุณหญิงสักนิดหนึ่งนะครับ เพราะว่าท่านประธาน ต้องเข้าใจว่าแต่ละมาตรามันโยงกันครับ ท่านแก้นิดเดียวแล้วท่านจะให้พูดแค่คำ ๒ คำ มันคงไม่ได้ เพราะฉะนั้นคุณหญิงโยงไปที่ประเด็นที่คุณหญิงอยากจะเข้า ก็คือเรื่องที่เป็นประโยชน์ ที่จะออกไปสู่จอทีวีบ้าง ดีกว่าที่จะเอาเรื่องไร้สาระมาพูดกัน ผมฟังแล้วเป็นเรื่องที่มีประโยชน์นะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ท่านประธานให้โอกาสคุณหญิงสักนิดหนึ่ง โดยไม่ขัดขวางได้ไหมครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณคุณหมอสุกิจครับ ผมให้เกียรติอยู่แล้วนะครับ ที่จริงแล้วอย่างที่ผมอธิบายชัดเจนครับ หมวด ๑๖ มีข้อความ แค่บรรทัดเดียวสั้น ๆ แล้วท่านก็ไปแก้ไขถ้อยคำเท่านั้นเอง แล้วก็ถือโอกาสตรงนั้น มาอภิปรายกันยาวเหยียดเลย แล้วทุกท่านทำอย่างนี้หมดเลย ที่จริงคุณหญิงพูดมีประโยชน์ ผมก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร เพียงแต่ขอความกรุณาว่าเอาแค่พอสมควรก็พอเท่านั้นครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตท่านประธานอย่างนี้ได้ไหมคะว่า ดิฉันขอพูดให้จบกระบวนความ แล้วก็เมื่อถึง มาตรา ๒๙๑/๑ ดิฉันจะไม่อภิปราย

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบพระคุณครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ดิฉัน เข้าใจท่านว่าให้แก้เฉพาะถ้อยความก็ยืนยันว่าดิฉันไม่เห็นด้วยว่าจะร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เอาว่าคุณหญิงสงวนไว้ มาตรา ๒๙๑/๑ ด้วยใช่ไหมครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

มาตรา ๒๙๑/๑ ด้วยค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ก็ขออนุญาตว่าอภิปราย เลยไปถึงตรงนั้นเลย ถ้าอย่างนี้มีเหตุผลครับ เชิญคุณหญิงครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

แล้วก็ เมื่อถึงมาตรา ๒๙๑/๑ ดิฉันก็จะไม่อภิปรายค่ะ

(นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ถ้าอย่างนั้นก็เชิญเลยครับ เชิญครับ พอแล้วกระมังครับ ท่านจะได้อภิปรายต่อ เชิญคุณหญิงเถอะครับ เชิญผู้ประท้วงครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาต ประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๕ ครับ ก็พยายามนั่งด้วยความใจเย็นตลอดนะครับว่า ท่านควรจะควบคุมการประชุมด้วยความเรียบร้อย แต่ผมเข้าใจว่าท่านเริ่มไม่ค่อยปกติ ในการควบคุม ท่านต้องควบคุมตัวท่านเองก่อนครับว่าถ้าท่านไม่เปิดโอกาสให้เหตุผลในการที่เขา สงวนคำแปรญัตติ ถ้าขึ้นมาอ่านว่าสงวนคำแปรญัตติอะไร แล้วนั่งลงอย่างนี้คนที่เขาฟังทางบ้าน คณะกรรมาธิการเขาฟังจะโน้มน้าวท่านคิดจะให้ทำอะไร ผมว่าท่านต้องใจเย็นสักนิดครับ ท่านประธานครับ ไม่อย่างนั้นท่านก็สร้างความปั่นป่วนในสภาได้ทั้งวันครับ ผมอภิปรายเมื่อสักครู่ เพียงแค่ยกเหตุผล ผมแก้ไข ๒ คำ แต่การแก้ไข ๒ คำผมเป็นเรื่องที่มันส่งผลกระทบขนาดไหน อธิบายให้ท่านฟังท่านก็ฟังไม่ได้ นี่พอคุณหญิงกัลยามาอีก เดี๋ยวท่านพยายามนั่งดูตัวเองนะครับว่า มีคนไหนบ้างลุกขึ้นอภิปรายแล้วท่านไม่ติงเขา จะรู้ว่าผิดที่ผมหรือว่าผิดที่ท่านครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมก็ชี้แจงซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่คงไม่ถือโอกาสให้เสียเวลา ก็จะไม่อธิบายอะไรนะครับ เชิญคุณหญิงต่อเถอะครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

ขอบคุณท่านประธานมากค่ะ อันนี้เป็นความในใจเพราะว่าดิฉันเองให้ความสนใจกับเรื่อง สิ่งแวดล้อมมาตลอดชีวิต แล้วดิฉันเองปลูกป่าต้นน้ำมาเป็นระยะเวลากว่า ๒๕ ปี ดิฉัน ก็อยากจะถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานแล้วก็ถึงผู้ฟังทางบ้านด้วยว่าประเทศเรากำลัง ตกอยู่ในภาวะที่เราทุกคนในประเทศจะต้องร่วมมือร่วมใจกันรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อพวกเราเอง เพื่อลูกหลาน เพื่ออนาคตของประเทศไทย ถ้าท่านประธานยังจำได้นะคะว่าน้ำท่วมปี ๒๕๕๔ รุนแรงแค่ไหน วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ คณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านรับสั่งวิธีการแก้น้ำท่วม ท่านรับสั่งอยู่เรื่องเดียวค่ะ เรื่องการปลูกป่าต้นน้ำ ทั้งไม้โตเร็ว และไม้โตช้า ไม้เนื้อแข็งและไม้เนื้ออ่อนเพื่อที่จะแก้ปัญหาของประเทศ จะได้ไม่เกิดภัยแล้ง ไม่เกิดน้ำท่วม ไม่เกิดน้ำหลากต่อไปในอนาคต แม้ว่าการแก้ปัญหาทางสิ่งแวดล้อมอาจจะ ไม่ได้ช่วยทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นทันที อาจจะไม่ได้ช่วยให้น้ำไม่ท่วมทันที แต่เป็นความจำเป็น อย่างยิ่งยวดที่คนไทยทุกคนจะต้องร่วมกันปลูกป่าต้นน้ำ ฟื้นป่า ฟื้นความอุดมสมบูรณ์ กลับให้ประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง ดิฉันถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานเรื่องนี้ก็เพื่อให้ ท่านประธานและคณะกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ตระหนักว่าเราจะลืมเรื่องนี้ไม่ได้เลย เพราะนักลงทุนที่บอกว่าน้ำจะท่วมหรือไม่ท่วม เขาก็คงจะต้องดูว่าประเทศไทยเราให้ ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร มากน้อยแค่ไหน แล้วถ้าเรามีการพิจารณารัฐธรรมนูญ ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม มีกฎหมาย มีกติกาที่ให้ผู้ที่จะมาลงทุนได้ทราบชัดเจนแน่นอน เขาก็จะได้ตัดสินได้ เศรษฐกิจประเทศไทยก็จะก้าวหน้า ลูกหลานเราก็จะมีงานทำ ความสงบสุข ของประเทศก็จะกลับคืนมา เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะขอเน้นว่าต้องไม่ลืมผู้เชี่ยวชาญ ทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสุขอนามัย ก็ไหนว่าเราสนใจประชาชน เราสนใจสุขภาพของประชาชน ถ้าไม่ดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างเช่นหมอกควันทางเหนือ เราไม่ได้ ให้ความสนใจแล้วประชาชนจะอยู่อย่างไร จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เข้าโรงพยาบาลกันเป็นแถวเลย ดิฉันพูดกับท่านรองนายกรัฐมนตรีเมื่อวานนี้เองว่า ถ้าท่านประธานบอกต่อไปยังรัฐบาลว่าเปิดใจกว้าง ดิฉันมีวิธีการที่จะแก้หมอกควันของประเทศ ถ้าเปิดใจกว้างดิฉันจะบอกว่าอย่างไร เพราะประสบการณ์ในการปลูกป่าต้นน้ำ ๒๕ ปี ดิฉัน มีวิธีการค่ะ ดิฉันปลูกป่ามาเป็นแสนไร่ ไฟไม่เคยเข้าพื้นที่ปลูกป่าของดิฉันเลย แถมประชาชน ที่อยู่รอบบริเวณปลูกป่ามีรายได้ เขาส่งลูกเรียนจบมหาวิทยาลัยได้ ทั้งหมดทั้งปวงที่พูดถึงนี้ ก็เพื่อให้ท่านประธานไปถึงท่านประธานคณะกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการว่าเราจะทำ อะไรต่อไปนี้ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศเราจะต้อง ให้ความสำคัญเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสุขอนามัยของประชาชนค่ะ จึงจะเกิดประโยชน์อย่างสูงสุดแล้วก็อย่างประเทศภูฏานนะคะ ท่านประธาน เขาเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญเลยว่าป่าของประเทศเขาจะต้องมีถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ประเทศ แล้วท่านประธานทราบไหมคะว่าประเทศไทยเราก็เคยมีค่ะ เมื่อตอนดิฉัน ยังเป็นเด็กเราก็มีป่าถึง ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศไทย จึงมีคำพูดที่ว่าประเทศไทย ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว แผ่นดินของเรานี้แสนอุดมสมบูรณ์ เราจะต้องนำพาประเทศด้วย กฎหมายสูงสุด รัฐธรรมนูญนำพาประเทศให้อยู่ในประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์กลับคืนมา อีกครั้งหนึ่งค่ะ คนก็จะมาลงทุนถ้าเราดูแลสิ่งแวดล้อม คนก็จะมาท่องเที่ยวถ้าเราดูแล สิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรม ประชาชนที่อยู่รอบอุตสาหกรรม อย่างเช่น มาบตาพุด ก็เช่นเดียวกันค่ะ เราจะต้องดูแลสุขอนามัยของเขา การที่มีบุคลากรเชี่ยวชาญทางด้าน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็จะเป็นผู้ที่ช่วยทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีความชัดเจน ซึ่งดิฉันจะขออภิปรายในโอกาสต่อไปในวาระอื่น ในมาตราอื่นว่าจะต้องมีกฎหมายทางด้าน สิ่งแวดล้อมด้วยเพื่อให้คดีทางด้านสิ่งแวดล้อมที่ประชาชนมีสิทธิในการเรียกร้องได้รับความยุติธรรม อย่างที่พวกเราต้องการด้วยค่ะ ดิฉันก็ขออนุญาตท่านประธานสำหรับมาตรา ๒๙๑/๑ คือ ๓๐๐,๐๐๐ คนต่อ ๑ คนแล้วก็ประเภทที่เป็นผู้เชี่ยวชาญนี้ขอเพิ่มบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยเข้าไปด้วยค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ครับ ประเด็นเดียวกันนะครับ แก้ไขถ้อยคำจากการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นการแก้ไขจัดทำ รัฐธรรมนูญครับ

นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สระบุรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสระบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอร่วมเสนอความเห็นนะคะ เพราะว่าดิฉันก็เป็นผู้หนึ่ง ที่ได้แปรญัตติร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติมในครั้งนี้นะคะ ในมาตรา ๒๙๑/๑ ในเรื่องของการให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญทำหน้าที่แก้ไข จัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ตามหมวดนี้นะคะ ซึ่งใน (๑) ดิฉันได้มีความเห็นว่าสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรง ของประชาชน โดยการคำนวณจากราษฎรทั้งหมดตามหลักฐานทะเบียนราษฎร์ที่ประกาศ ปีสุดท้าย โดยใช้เกณฑ์ประชากรจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ คนต่อสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ๑ คน เหตุที่ดิฉันตั้งไว้ว่าจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ คนนะคะ ก็เนื่องจากว่าในแต่ละจังหวัดนี้ จำนวนประชากรก็แตกต่างกันนะคะ อย่างจังหวัดใหญ่ เช่น กรุงเทพมหานครกับจังหวัดสระบุรี ของดิฉัน จำนวนประชากรก็แตกต่างกันเป็นจำนวนมาก ดังนั้นถ้าคิดว่าให้เลือกตั้งโดยใช้ จังหวัดละ ๑ คน ก็จะเป็นการที่ไม่ครอบคลุมในเรื่องของความต้องการของพี่น้องประชาชน ซึ่งมีจำนวนอยู่จริงในพื้นที่นั้น ๆ นะคะ อันนี้ก็เป็นเหตุผลประการหนึ่ง ที่ดิฉันได้เสนอ ร่างแก้ไขเอาไว้นะคะ แล้วก็ในเรื่องที่ซ้ำกับผู้อภิปรายหรือสมาชิกท่านอื่นดิฉันก็จะไม่พูด เพิ่มเติมนะคะ เพื่อที่จะได้ประหยัดเวลาของรัฐสภา แต่จะพูดถึงเหตุผลของดิฉันว่าในร่าง ที่ทางรัฐบาลหรือคณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ได้ให้ความเห็นชอบไว้ว่าเลือกมาจากจังหวัดละ ๑ คน เป็น ๗๗ คน บวกกับ ๒๒ คน ซึ่งมาจากทางรัฐบาลนะคะ คือทางสภาผู้แทนราษฎร ได้เลือกนี้นะคะ เราก็ทราบดีกันอยู่แล้วนะคะว่าเสียงส่วนใหญ่นั้นก็เป็นเสียงของรัฐบาล ๒๒ คน ที่ท่านเลือกก็ต้องเป็นเสียงของรัฐบาลแน่นอน ส่วนใน ๗๗ คนนั้น ถ้าเลือกตามจังหวัดใหญ่นี้ ส่วนใหญ่มันก็จะต้องใช้ฐานคะแนนใช่ไหมคะ ก็จะต้องเป็นส่วนของคือรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ดิฉันก็คิดว่าถ้าเป็นตามนี้ก็น่าจะเป็นรัฐธรรมนูญของรัฐบาลนะคะ ก็คือไม่น่าจะใช่ รัฐธรรมนูญของประชาชนส่วนใหญ่นะคะ ในส่วนนี้ดิฉันจึงขอแก้ไขเอาไว้ แล้วก็ใน (๒) สมาชิกซึ่งมาจากการคัดเลือกโดยที่ประชุม ของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตาม (๑) จำนวน ๒๕ คน ดิฉันสงวนไว้ในเรื่องของ ๒๕ คน ก็เพราะว่าใน (ก) (ข) และ (ง) นั้น ดิฉันไม่ติดใจตามจำนวนที่ท่านได้เสนอเอาไว้ก็คือ (ก) นั้น ๖ คน (ข) ๖ คน และ (ง) ๑๐ คน แต่ดิฉันมีความเห็นเหมือนคุณหญิงกัลยาที่ท่านได้อยากให้ มีการเพิ่มในสาขาของผู้เชี่ยวชาญแล้วก็ทรัพยากรธรรมชาติสุขภาพและการศึกษาอีก ๓ คน แต่เหตุผลที่ดิฉันอยากให้เสนอเพิ่มนั้นโดยส่วนตัวของดิฉันคิดว่าเป็นสาขาที่มีผู้เชี่ยวชาญ อาจจะไม่มาก ดังนั้นวันนี้ท่านประธานคะเรายังไม่มีองค์กรไหนที่จะยุยงให้คนที่มีความรู้ ความสามารถซึ่งอยู่ในสาขาของสิ่งแวดล้อมหรือว่าสาขาต่าง ๆ ที่ดิฉันพูดใน (ค) เข้ามาสมัคร เลือกตั้งแข่งเพื่อที่จะเข้าสู่ สสร. ครั้งนี้ได้ค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านกัลยาท่านกำลังพูด เรื่องมาตรฐาน

นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สระบุรี

(๒) สมาชิกสภาร่างนะคะ ดิฉันพูดในเรื่องของข้อ ๒ (๑) ผู้เชี่ยวชาญสาขากฎหมายมหาชน จำนวน ๖ คน ดิฉันไม่ติดใจ ใน (ข) ดิฉันก็ไม่ติดใจ ส่วน (ง) ดิฉันก็ไม่ติดใจ ดิฉันเพียงจะขอเพิ่ม ในส่วนของข้อ ค คือในสาขาสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติ สุขภาพ การศึกษาอีก ๓ คน แต่เหตุที่ดิฉันเสนอเพิ่มนี้ เนื่องจากดิฉันคิดว่าคนเก่งและคนดีในสาขาเหล่านี้ไม่อาจจะสู้ นักการเมืองอาชีพในการหาเสียงเลือกตั้ง ดังนั้นถ้าเราไม่คัดเลือกผู้มีความรู้ความสามารถ ในเรื่องของสิ่งแวดล้อมนี้นะคะซึ่งกฎหมายรัฐธรรมนูญนี้ต้องถือว่าเป็นกฎหมายสูงสุด ใช้ปกครองคนของประเทศเรานะคะ ถ้าเราไม่มีผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาเข้ามานี้เราก็จะ ออกกฎหมายนี้ให้ครอบคลุมกับพี่น้องประชาชนได้ยากนะคะ อันนี้คือเหตุผลของดิฉันค่ะ ท่านประธานสงสัยอะไรคะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญต่อครับ

นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สระบุรี

เห็นประธาน ไม่ปิดไมค์ ถ้าไม่สงสัยนะคะ ดิฉันก็มีข้อ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

อย่างนี้ครับ ท่านสงวนไว้ ในมาตรา ๔

นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สระบุรี

มาตรา ๔ มาตรา ๒๙๑/๑ นะคะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ทีนี้จะอภิปรายข้ามไป มาตรา ๒๙๑/๑ ด้วยอย่างนั้นใช่ไหม

นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สระบุรี

ดิฉันพูด มาตรา ๒๙๑/๑ ค่ะ ไม่ทราบว่าเห็นเรียกดิฉันก็พูดเลยค่ะ เพราะดิฉันตั้งใจจะพูดแบบนี้ค่ะ คือเป็นความตั้งใจของดิฉันที่ดิฉันอยากจะแก้ไขในหมวดนี้ ก็เห็นทางท่านประธานเรียกชื่อ ดิฉันก็พูดเลย นึกว่าพาส (Pass) คิวให้ค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เอาไว้ถึงมาตรา ๒๙๑/๑ ค่อยพูดอีกทีดีไหมครับ

นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สระบุรี

ก็เป็นอันว่า ดิฉันแสดงความเห็นเอาไว้ตรงนี้ก็แล้วกันนะคะ ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ เชิญท่านบุญยอด สุขถิ่นไทย ครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ประธานคงต้องทำความเข้าใจ กับสมาชิกหน่อยนะครับ บางคนเขาอาจจะงงนะครับว่าในส่วนนี้มันคือมาตรา ๔ เท่านั้น เฉพาะหัวข้อถูกไหมครับ เรายังไม่ได้เข้าไปในเนื้อหาของมาตรา ๒๙๑/๑ มาตรา ๒๙๑/๒ ที่ว่าสมาชิกก็เลยงง ๆ นะครับ ในส่วนนี้ก่อนที่จะอภิปรายนะครับ ผมขออนุญาตทำความเข้าใจ กับท่านประธานก่อน เมื่อสักครู่นี้ผมพยายามยกมือโดยไม่ลุกขึ้นประท้วง ท่านก็ไม่กล้าเรียก ไม่ทราบว่าท่านกลัวอะไรผมนักหนานะครับ คำที่ต้องอธิบายกับท่านคือ ข้อบังคับ ข้อ ๙๙ นี้ ในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมนี้นะครับ ใช่ครับ มีเขียนว่า ให้สมาชิกรัฐสภานั้น อภิปรายได้เฉพาะถ้อยคำหรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม แต่ต่อไปนะครับ หรือที่มี การสงวนคำแปรญัตติ หรือที่มีการสงวนความเห็นไว้ เห็นไหมครับ มันคือหรือนะครับ มันคนละเรื่อง กันนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นท่านประธานจะมาจี้ให้ทุกคนบอกว่าคุณแก้เฉพาะชื่อ เล็ก ๆ สั้น ๆ ตัวเลขสั้น ๆ และให้อภิปรายแค่นั้น ไม่ใช่ครับ ผมไม่ได้ทำหน้าที่ในฐานะสมาชิก รัฐสภาปกตินะครับ ผมทำในฐานะคนที่แปรญัตติถูกไหมครับ ดังนั้นเมื่อผมแปรญัตติ ผมจึงต้องมาอธิบายต่อที่ประชุมแห่งนี้เพื่อโน้มน้าวให้สมาชิกทั้งรัฐสภาแห่งนี้เห็นคล้อยตาม ผมว่าทำไมผมถึงมีเหตุผลแบบนั้น ผมเข้าไปในคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการ ก็ไม่มีองค์ประชุมอยู่ ผมเข้าไป ๓ รอบนะครับ เท้าความสั้น ๆ ว่า ๓ รอบนั้นไม่มีองค์ประชุมอยู่ ผมจึงแค่ฝากคำแปรญัตติไว้แล้วก็เป็นไปอย่างที่ผมคาดคิดครับว่าสุดท้ายคณะกรรมาธิการ ก็ไม่พิจารณาคำแปรญัตติของสมาชิกคนใดเลย ท่านก็ยืนตามเดิมทุกประการโดยไม่มี การแก้ไข สิ่งที่ผมขอแก้ไขในตรงนี้ก็คือในมาตรา ๔ ของท่านบอกว่าให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด ๑๖ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑/๑๗ แต่ของผมมี มาตรา ๒๙๑/๒๖ ครับ ของท่านมีมาตรา ๒๙๑/๑๗ ผมมีมาตรา ๒๙๑/๒๖ ผมจะขออภิปราย ต่อไปว่าทำไมของผมจึงมีมากกว่าท่านมาตรา ๒๙๑/๑๘ ของผมคือการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญต้องไม่เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมในส่วนของหมวด ๑ และหมวด ๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ทำไมคณะกรรมาธิการ เสียงส่วนใหญ่ไม่สนใจเรื่องนี้ล่ะครับ ไม่สนใจที่จะเขียนเรื่องนี้ให้ชัดเจนไปประชาชนเขาจะได้ ไม่ต้องมาวิตกกังวลว่าสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจะตั้งขึ้นมา แล้วก็แน่นอนสิ่งที่ท่านเขียนไว้ ก็คือรัฐสภาเป็นคนตั้ง รัฐสภาซึ่งมีกรรมการรู้อยู่แล้วว่าเป็นใครบ้างกรรมการเหล่านั้น ตั้งคนของตัวเองแน่นอนอยู่แล้วนะครับใน ๒๒ คนแล้วก็ไปหาเสียงกับ ๗๗ เสียง คณิตศาสตร์การเมืองคำนวณกันได้ครับ ใน ๗๗ คนท่านหาอีกแค่ ๓๐ คนท่านก็ได้ ๕๕ คน แล้วใน ๙๙ คนถูกไหมครับ ๕๒ คนใน ๙๙ คนครับขออภัย ๓๐ บวก ๒๒ เท่ากับ ๕๒ ใน ๙๙ ท่าน ทำแค่นี้ถูกไหมครับ ดังนั้นผมจึงขอให้เขียนมาตรา ๒๙๑/๑๙ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญต้องไม่มีผลกระทบต่อองค์กรอิสระและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ตามที่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ทำไมไม่เขียนล่ะครับ มันจะได้รู้กันไปอีกใช่ไหมครับ เอาให้ชัดครับว่าการร่างใหม่จะไม่กระทบกับองค์กรอิสระ ที่เขามีอยู่เดิม หรือท่านต้องการรื้อเขาล่ะครับ นี่คือธงของท่านใช่ไหมครับหรือเขาแก้แค้น ไม่แก้ไขใครเคยพูดไว้ครับ วันนี้ชัดนะครับว่าแก้แค้นอย่างเดียวแก้ไขปัญหาชาวบ้านไม่ทำครับ มาตรา ๒๙๑/๒๐ ที่ผมเพิ่มไว้ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้น ต้องไม่เป็นการจัดทำเพื่อแก้โทษหรือการนิรโทษกรรมบุคคลใด ๆ ซึ่งมีความผิด ไม่ว่าคดี ความผิดดังกล่าวอยู่ในกระบวนพิจารณาคดีในชั้นใด ทำไมท่านไม่เขียนล่ะครับ หรือท่านจะแก้ หรือท่านจะนิรโทษครับ หรือท่านจะยกมาตรา ๓๙๐ ออกไปทั้งหมด รื้อคดีทั้งหมด คืนเงิน ๔๖,๐๐๐ ล้านบาทใช่ไหมล่ะครับ นี่คือเจตนาของกรรมาธิการของเสียงส่วนใหญ่ใช่หรือไม่ มาตรา ๒๙๑/๒๑ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญต้องไม่มี ผลกระทบต่ออำนาจตุลาการและองค์กรตรวจสอบอำนาจรัฐทุกองค์กรตามที่ได้บัญญัติไว้ใน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ครับ ต้องแต่งตั้งตุลาการผ่านสภาอีก ไหมครับ อย่างนั้นใช่ไหมครับ ท่านจะเอาอย่างนั้นใช่ไหมครับ นี่คือธงท่านใช่ไหมครับ ทำไม ท่านไม่กล้าเขียนคำนี้ลงไปล่ะครับถ้าท่านจะไม่ทำ ผมจึงเรียกร้องให้ท่านต้องใส่คำนี้นะครับ และผมเรียกร้องต่อสมาชิกรัฐสภาด้วยว่าถ้าเราจะให้บ้านเมืองนั้นปรองดองได้อยู่ใน บรรยากาศที่ดีได้ ท่านก็ต้องยืนยันกับประชาชนครับว่าเราจะไม่แก้ไขในสิ่งที่เราจะไปก้าวล่วงเขา ทั้งองค์กรอิสระ ทั้งตุลาการ มาตรา ๒๙๑/๒๒ ผมขอให้เพิ่มคำว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นต้องไม่จัดทำในลักษณะให้มีผลย้อนหลังลบล้างความผิดใด ๆ ซึ่งองค์กรตุลาการหรือองค์กรที่มีอำนาจตามกฎหมายได้ลงมติแล้วว่าบุคคลหรือคณะบุคคลนั้น มีความผิดหรือได้มีการตัดสินคดีครับ มาตรา ๒๙๑/๒๓ ที่ผมเพิ่มขึ้นแล้วแตกต่างไปจากร่าง ของคนอื่นอย่างชัดเจนครับ ภายหลังเมื่อมีสมาชิกร่างรัฐธรรมนูญแล้วก่อนจะดำเนินการ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมขอให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญกำหนดประเด็นที่จะต้องทำการแก้ไข ให้ชัดเจน และต้องนำประเด็นเหล่านี้ไปประชาพิจารณ์ให้ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ก่อนจะดำเนินการแก้ไขต่อไปครับ ไม่ใช่จู่ ๆ สภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นจะทำอะไรก็ได้ จะแก้อะไร ก็ได้อย่างที่สภาร่างรัฐธรรมนูญอยากจะทำครับ กำหนดประเด็นมาแล้วไปถามประชาชนว่า ถ้าจะแก้อย่างนี้คุณว่าอย่างไร ถูกไหมครับ เพราะท่านกำลังจะไปแก้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ซึ่งมีการลงประชามติมาแล้วและการลงประชามตินั้นก็เป็นเสียงส่วนใหญ่นี่ครับ พวกท่านบอกให้ ผมเคารพเสียงส่วนใหญ่ในวันนี้แล้ววันนั้นท่านไม่เคารพแล้วหรือครับ วันนั้นเป็นเสียงส่วนใหญ่ ที่ผ่านรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาครับท่านจะแก้อะไรสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้น ต้องกำหนดประเด็นให้ชัดเจนแล้วไปประชาพิจารณ์ก่อน มาตรา ๒๙๑/๒๔ ที่ผมเพิ่มเติมขึ้น เมื่อสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญได้ดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นแล้วให้นำ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขดังกล่าวออกทำประชามติครับ โดยมีกำหนดระยะเวลาอย่างนี้นะครับ ว่าต้องมีระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๙๐ วันแต่ไม่เกิน ๑๒๐ วัน ทำไมต้อง ๙๐ ครับ เพราะว่าเราต้อง ไปอธิบายให้ประชาชนเขาเข้าใจก่อนว่าสิ่งที่มีการแก้ไขนั้นมีอะไรบ้างให้เวลาหน่อยสิครับ อย่าเร่งรีบ เร่งร้อน รวบรัดที่จะร่างฉบับใหม่ขึ้นมาให้ได้ทันใจ ทันใจใครผมไม่ทราบนะครับ ๙๐-๑๒๐ วันนับแต่วันจัดทำร่างรัฐธรรมนูญนั้นเสร็จสิ้น แต่ผมยังเติม อีกครับ เพื่อความรอบคอบนะครับ แล้วผมเชื่อว่ากรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ไม่ได้ดูเลยเรื่องนี้ ทั้งนี้หากมีการยื่นคำคัดค้านการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญต่อศาลรัฐธรรมนูญให้นับระยะเวลา ดังกล่าว นับจากเมื่อศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยแล้วครับ ท่านไม่มีการพิจารณาเรื่องนี้ หรือครับว่าสิ่งที่ร่างมาตกลงว่าเป็นเรื่องที่ผิดหรือไม่ เปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่ ใครเป็นคนพิจารณา ในของผมนี่ผมขอให้ ศาลรัฐธรรมนูญเป็นคนพิจารณานะครับ ผมไม่ให้ประธานรัฐสภาเป็นคนพิจารณาครับ เพราะผมเชื่อว่าถึงวันนั้นถ้าประธานรัฐสภาชื่อสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ผมก็ไม่ไว้วางใจครับว่า ท่านจะมองอย่างตรงไปตรงมามีหลักการอย่างที่ว่าจริงหรือไม่ มาตรา ๒๙๑/๒๕ ครับ ภายหลังจากที่สมาชิกภาพของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลงแล้ว ห้ามมิให้สมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวสมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งทางการเมืองทุกตำแหน่งภายใน กำหนด ๕ ปีนับจากวันสิ้นสุดสมาชิกภาพ ความหมายของผมในข้อนี้ก็คือว่าถ้าใครมาจาก พรรคการเมืองใด ทำงานเสร็จสิ้นเรียบร้อยคงมีการปราบดาตำแหน่งต่าง ๆ ให้ใช่หรือไม่ ถ้าเราอยากจะให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นเป็นอิสระอย่างแท้จริงไม่ถูกครอบงำ โดยพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองใด สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญจะต้องบอกตัวเองกับ สังคมครับว่าคุณเข้ามาแก้กฎหมายสูงสุดของประเทศแล้ว คุณทำเสร็จแล้วคุณจะไม่รับ ตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ เป็นเวลา ๕ ปีน่าจะเหมาะสมครับ บอกสิครับว่าตัวเอง ขาวสะอาดพอ กล้าที่จะบอกว่าตัวเองนั้นไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงจึงเข้ามาอาสารับใช้ ทำงานใหญ่ขนาดนี้ในการแก้ไขกฎหมายสูงสุดของประเทศ มาตรา ๒๙๑/๒๖ ข้อสุดท้ายนะครับ ถ้าเราอยากจะให้สภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นปลอดจากการครอบงำทางการเมือง ห้ามมิให้ พรรคการเมืองและนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องกับการได้มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมโดยไม่สุจริต ในกรณีที่มีการกระทำดังกล่าวให้คณะกรรมการ การเลือกตั้งพิจารณาดำเนินการไต่สวน หากเห็นกรณีมีมูลเป็นที่เชื่อได้ว่ามีการเข้าไป เกี่ยวข้องโดยไม่สุจริตนักการเมืองดังกล่าวต้องถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง หากนักการเมืองดังกล่าวมีตำแหน่งเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองให้มีโทษต้องถูกเว้น วรรคทางการเมืองเป็นเวลา ๕ ปีด้วยครับ ท่านไม่กล้าเขียนหรือครับ ท่านตอบประชาชนสิครับว่า ถ้าท่านไม่เขียนคำต่าง ๆ เหล่านี้ลงไป มาตราต่าง ๆ เหล่านี้ที่ผมเพิ่มเติมมาให้ท่านด้วย ความบริสุทธิ์ว่าผมอยากจะเห็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้น เป็นสมาชิกที่อิสระปราศจาก การครอบงำทางการเมืองอย่างแท้จริง ทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง ทำไมท่านไม่เขียนสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล่ะครับ ท่านตอบประชาชนสิครับว่าพวกท่านกำลังจะครอบงำ สภาร่างรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ ท่านจะส่งคนเข้าประกวดใช่หรือไม่ ท่านจะคัดสรร คัดเลือก จากประธานรัฐสภาเป็นคนกำหนดกติกาเอง กำหนดกรรมการเอง กรรมการที่ท่านกำหนดมา เดี๋ยวผมก็อยากให้ประชาชนตรวจสอบนะครับ ประธานรัฐสภาคนนี้จะแต่งตั้งใครบ้าง เสื้อแดงอีกไหม คนนำการชุมนุมประท้วงอีกไหม ที่ว่าเป็นกรรมการในสภาแห่งนี้อย่างที่ท่านเคยทำ อย่างไรครับ ไม่ใช่ท่านไม่เคยทำนะครับ นั่นคือสิ่งที่ผมเพิ่มเติมมาแล้วข้อสงวนคำแปรญัตติไว้ แล้วท้าทายต่อกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่นะครับว่าท่านไม่เติมสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ นี่คือตราบาป ของท่านครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

คณะกรรมาธิการจะชี้แจง ไหมครับ เชิญครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพครับ กระผม สามารถ แก้วมีชัย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการขอชี้แจงประเด็น ที่ท่านสมาชิกได้สงวนคำแปรญัตติ แล้วท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้สงวนความเห็นใน มาตรา ๔ ดังนี้นะครับ

มาตรา ๔ เป็นการให้เพิ่มข้อความเป็นหมวด ๑๖ ในเรื่องของการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยได้เพิ่มมาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑/๑๗ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย สรุปคือเป็นหมวดใหม่ขึ้นมาคือหมวดว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ทั้งฉบับนะครับ กราบเรียนว่าคณะกรรมาธิการคงไว้ตามร่างเดิมทุกประการเป็นร่าง ที่รัฐสภาได้รับหลักการด้วยคะแนนเสียง ๓๙๙ เสียงนี่นะครับ แล้วที่สำคัญก็คือเป็นถ้อยคำที่ระบุบัญญัติไว้ชัดเจนในหลักการ ถ้าท่านสมาชิกท่านจะดู หลักการของรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมท่านก็คงจะเห็นชัดเจนนะครับ ในหลักการดังกล่าว จะบัญญัติไว้ใน (๒) พูดถึงกำหนดให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อทำหน้าที่จัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่และกำหนดกระบวนการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (เพิ่มหมวด ๑๖ การจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กับเพิ่มมาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑/๑๗) และใน (๓) กำหนดให้มี การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ฉะนั้นคณะกรรมาธิการ ก็ยึดถือในหลักการที่รับไปจากรัฐสภานะครับ ฉะนั้นที่ท่านสมาชิกได้สงวนความเห็นก็ดี สงวนคำแปรญัตติก็ดี ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการให้บัญญัติชื่อหมวดไปในลักษณะว่าไม่ให้ทำทั้งฉบับ ให้แก้ไขเพิ่มเติมบ้าง ให้แก้ไขการจัดทำ หรือให้กระทำรัฐธรรมนูญโดยการทำประชามติ ก่อนที่จะดำเนินการว่าประชาชนจะให้จัดทำทั้งฉบับหรือไม่ เป็นต้น นอกจากนั้นแล้วหลายท่าน ก็ได้ไปเพิ่มเติมมาตราขึ้นมาในหมวด ๑๖ ผมยกตัวอย่าง ท่านสมาชิกบางท่านก็ไปเพิ่มเติม ถ้อยคำในลักษณะที่เป็นการกำหนดกรอบให้ สสร. ที่จะตั้งขึ้นว่าให้ทำอะไรได้บ้าง ไม่ให้ทำอะไร ให้เขียนอะไรได้บ้างนะครับ ซึ่งคณะกรรมาธิการเห็นว่าที่ไปบัญญัติไว้ก็เพราะเราถือว่า สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่จะมาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญนั้นท่านมาจากการเลือกตั้งของ พี่น้องประชาชนส่วนหนึ่ง และมาจากภาควิชาการส่วนหนึ่ง ทุกท่านยึดโยงกับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่มาจากประชาชนโดยตรง หรือที่มาจากสมาชิกรัฐสภาเป็นคนเลือกขึ้นมา ประกอบกันเป็นสภาร่างรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นเราคงจะต้องให้อิสระท่านที่จะพิจารณาว่าท่านจะ จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ออกมาในลักษณะอย่างไร ถ้าเราไปกำหนดกรอบทุกอย่างไว้หมด ก็จะเป็นปัญหาว่าเราไม่ได้ให้โอกาสท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญได้ดำเนินการจัดทำ รัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่นะครับ ฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ คณะกรรมาธิการขอยืนยันว่า คณะกรรมาธิการคงมาตรา ๔ ไว้ตามร่างของกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

เรียน ท่านประธานรัฐสภา ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภาครับ ผมลุกขึ้นประท้วงท่านเพราะว่าท่านทำผิดข้อบังคับการประชุม ห้ามใช้โทรศัพท์ อันเป็นการรบกวนต่อการประชุม ท่านประธานรับโทรศัพท์จากใครครับ ท่านเป็นประธานรัฐสภา นะครับ สูงสุดในอำนาจ ๑ ใน ๓ ของอำนาจ ท่านรับโทรศัพท์จากใครครับ ท่านไม่มี เลขานุการรับโทรศัพท์แทนท่านหรือครับ ท่านมีผู้ช่วยต่าง ๆ เต็มไปหมดนะครับ ทั้งในตำแหน่งประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ผมเห็นท่านหลายครั้งแล้วครับ เวลาท่านประชุมปั๊บท่านจะมีรับโทรศัพท์ ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งนะครับ ผมจึงถามท่านว่า ใครโทรศัพท์หาท่านในเวลานี้ครับ ใครครับ ดูไบหรือเปล่าครับ หรืออย่างไรครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขออภัยครับ ผมกำลังหารือ กับประธานวิปรัฐบาลเพื่อขอข้อสรุปที่ได้ไปปรึกษากันว่ามีข้อสรุปได้อย่างไร

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ใช้วิธีเขียนโน้ตมาก็ได้นี่ครับ ว่าจะปรึกษาอย่างไร มันไม่เหมาะสมครับท่านประธาน ผมถ่ายรูปท่านตอนรับโทรศัพท์ไว้แล้วนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ไม่เป็นอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ผมจะได้ เอาไปโพสต์ต่อครับว่าประชาชนคิดอย่างไรครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ เชิญท่านรังสิมา เชิญครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันจะเรียนถามท่านประธานนะคะว่า ดิฉัน สงวนคำแปรญัตติไว้ในมาตรา ๔ ดิฉันแปรญัตติคล้ายกับคุณสัมพันธ์ คุณสมบูรณ์ แล้วก็คุณสุทธิ แต่ชื่อดิฉันมันไปอยู่แปรญัตติในหมวด ๑๖ จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ท่านจะให้ดิฉัน อภิปรายตรงไหนคะ คือเอาชื่อดิฉันไปใส่ผิด ดิฉันวิ่งไปหลังบัลลังก์แล้วไปหาทางเจ้าหน้าที่ค่ะ เพราะว่าดิฉันจะต้องไปอยู่หน้า ๑๕ แต่ชื่อดิฉันไปอยู่หน้า ๑๖ ดิฉันเลยงงนะคะ เลยไม่ได้ ยกมือก่อน พอดิฉันมาดูอันนี้มันไม่ใช่ แล้วท่านจะให้ดิฉันอภิปรายตรงไหนหรือว่าพักประชุม ไปก่อนไหมคะ อีกครึ่งชั่วโมง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เมื่อสักครู่นี้ก็ได้พักไปแล้ว เพื่อให้ไปพูดคุยเพื่อที่จะแก้ไขปัญหา ทีนี้ประเด็นของท่านข้อเท็จจริงมันคืออะไรล่ะ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

ท่านเปิดสิคะ ดิฉันได้แก้ไขหน้า ๑๖ ค่ะ มาตรา ๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด ๑๖ การจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑/๒๒ ดิฉันเพิ่มอีก ๕ อนุมาตรานะคะ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ดิฉันไม่ได้แก้ตรงที่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่อันนี้ดิฉัน ไม่ได้แก้ค่ะ ดิฉันแก้มาตรา ๒๙๑/๒๒

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ตามที่ได้แก้ไขใหม่ใช่ไหม ครับท่านประธานคณะกรรมาธิการถูกต้องไหมครับ มีอะไรครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ คือรายงานฉบับนี้ของคุณรังสิมา รอดรัศมี นี้ได้ขอแปรญัตติ แก้ไขเพิ่มเติมความในมาตรา ๔ เหมือนกับของที่กระผมขอแปรญัตติไป เพื่อให้ถูกต้องก็คือ ที่นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล และนายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ จะต้องมี นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ที่จะแปรญัตติเป็นแก้ไขเพิ่มเติมข้อความเหมือนกันครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ถ้าอย่างนั้นก็แก้ไขตามที่ ท่านสมบูรณ์ได้เสนอ เชิญท่านรังสิมาเลยครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

เหตุผลนะคะที่ดิฉันต้องขอเพิ่มเติมนี้ ดิฉันขอเพิ่มเติมมาตรา ๒๙๑/๑๘ การจัดทำ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญต้องไม่เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมในส่วนของ หมวด ๑ และหมวด ๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ตรงนี้ ดิฉันอยากจะให้ระบุไปเลยนะคะว่าประเทศไทยห้ามแบ่งแยก เพราะว่าพวกท่านนี้บอกว่า จะตั้งรัฐไทยใหม่นะคะ ทีนี้ดิฉันก็เป็นห่วงว่าท่านจะแบ่งแยกการปกครอง ส่วนหมวด ๒ เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ดิฉันกลัวว่าจะแก้ไขเปลี่ยนเป็นประธานาธิบดีนะคะ อยากจะให้ระบุไปเลยค่ะว่าห้ามแตะต้อง ๒ หมวดนี้ ส่วนมาตรา ๒๙๑/๑๙ การจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญต้องไม่มีผลกระทบต่อองค์กรอิสระและ องค์กรตามรัฐธรรมนูญตามที่ได้บัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ตรงนี้ก็เช่นกัน ดิฉันมามองว่าองค์กรอิสระอันไหนที่เป็นประโยชน์กับพวกท่าน ท่านก็จะไม่ไป แตะต้อง แต่ถ้าองค์กรไหนที่ไปมีผลกระทบต่อท่านไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. กกต. ท่านก็บอกว่า พวกท่านไม่ได้รับความเป็นธรรม ท่านก็จะไปแก้ไขตรงนี้นะคะ ก็อยากจะให้ระบุเอาไว้เลยว่า ท่านจะไม่แตะต้ององค์กรอิสระตามที่ดิฉันได้อภิปรายไว้ ส่วนมาตรา ๒๙๑/๒๐ การจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญต้องไม่เป็นการจัดทำเพื่อแก้โทษหรือ การนิรโทษกรรมบุคคลใด ๆ ซึ่งมีความผิดไม่ว่าคดีความผิดดังกล่าวอยู่ในกระบวนพิจารณา คดีในชั้นใด อันนี้ก็เช่นกัน ดิฉันอยากจะให้ระบุไปเลยนะคะว่าท่านจะไม่นิรโทษกรรม เพราะว่าคนเผาบ้าน เผาเมือง ทำผิดแล้วก็ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ติดคุก อย่างที่ดิฉันได้อภิปรายไปแล้วเมื่อคราวที่แล้ว ในชั้นปรองดองว่าคนรวยมีเงินก็ไม่ติดคุก คนจนติดคุก ต่อไปตะรางก็มีไว้ขังหมาเท่านั้น ที่ดิฉันได้อภิปรายทิ้งไว้ เพราะฉะนั้นคนเผาบ้านเผาเมืองท่านก็ต้องไม่ไปยกเลิก ไม่ไป นิรโทษกรรมให้เขา ทรัพย์ที่ถูกยึดมาก็ต้องไม่คืน ไม่อย่างนั้นต่อไปคนโกงภาษีนิดหน่อย ติดคุก แต่คนโกงแผ่นดิน ทุจริต ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ติดคุกด้วย แถมเงินได้คืนอีก เพราะฉะนั้น

(นายวรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ ได้ยืน และยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

คุณรังสิมาครับ มีผู้ประท้วงครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

ให้เขาประท้วงไปเลยค่ะ เพราะเขาอยากจะออกทีวีมากเลยค่ะ ให้เขาประท้วงไปเลยค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านวรชัยครับ

นายวรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

ท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๙๙ ครับ ท่านอภิปรายนอกประเด็น นอกคำสงวนคำแปรญัตติครับ ที่บอกว่า ข้อ ๙๙ ให้สมาชิก อภิปรายได้เฉพาะถ้อยคำ หรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือมีการสงวนคำแปรญัตติไว้ เท่านั้นครับ วันนี้พูดนอกเรื่องเลยครับ แล้วก็ใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นตามข้อ ๔๓ ด้วยครับ แล้วผมขอประท้วงท่านประธานตามข้อ ๕ ครับ ท่านครับ ขอให้ท่านดำเนินการประชุมด้วย ความเรียบร้อย เพราะวันนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นมติของเสียงข้างมากของรัฐสภา นะครับ ๓๙๙ เสียงครับ ท่านประธานครับ แล้วก็มวลชนเลือกคนเสียงข้างมากมาเท่ากับเป็น มติของมหาชนแล้วครับ ท่านประธานครับ ท่านปล่อยให้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

สมควรแล้วครับ ผมเข้าใจ แล้วครับ

นายวรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

ขอให้ท่าน ดำเนินการตามนี้ด้วยครับ ถ้าเข้าใจครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

คุณบุญยอดมีอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานรัฐสภาครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ผมเห็นว่าท่านประธานต้องทำความเข้าใจกับสมาชิกให้ชัดเจน ไม่อย่างนั้นมันก็ จะมีการประท้วงกันในแนวนี้ แล้วก็รวมทั้งผมคิดว่าประธานให้ความเข้าใจที่ผิด ข้อ ๙๙ เมื่อสักครู่ ตอนต้นที่ผมจะอภิปราย ผมก็ได้เรียนกับท่านแล้วว่า ข้อ ๙๙ สมาชิกรัฐสภา ถ้าไม่ได้แปรญัตติไว้ถูกไหมครับ ไม่ได้สงวนความเห็นไว้จึงจะมาอภิปรายในนี้ หลังจากกระบวนการที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อยเสร็จแล้วอะไรทั้งหลายว่าไปนะครับ หลังจากนั้น จะพูดได้เฉพาะในส่วนที่มีการแก้ไข อันนี้เราเข้าใจตรงกันครับ แต่คนที่เขาแปรญัตติไว้ เขาต้องอธิบายโน้มน้าวให้เหตุผลว่าทำไมเขาถึงต้องแปรญัตติอย่างนั้น เขาสู้ใน กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่แพ้มาแล้ว คณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย คนสงวนก็ขอแปรญัตติที่จะมาสงวนความเห็นไว้ในที่ประชุมใหญ่แห่งนี้ถูกไหมครับ ถ้าเรา ทำความเข้าใจกันแบบนี้จะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายกับเรื่องนี้อีกนะครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมขอวินิจฉัยนะครับ ที่จริง ก็อย่างที่ผมพยายามเตือนมาโดยตลอด ผมพยายามจะให้เกียรติ แต่ทีนี้ก็ไม่อยากให้ไปไกล มากนักนะครับ เอาพอสมควรก็พอ ผมพยายามย้ำว่าเอาพอสมควรก็พอครับ แต่อย่าเลยเถิด ไปไกลมากนัก เพราะผมก็ให้เกียรติเต็มที่อยู่แล้ว แล้วก็ท่านสมาชิกฝั่งนี้เท่าที่ผ่านมา ก็พยายามให้เกียรติไม่ประท้วงอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็เอาพอสมควรเถอะครับ เพื่อให้การประชุม มันดี ซึ่งบรรยากาศก็เริ่มดีแล้ว ก็ให้ดีต่อไป ขอความกรุณาท่านรังสิมาครับ เชิญต่อเลยนะครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

ท่านประธานคะ ดิฉันก็ไม่ได้ออกนอกเรื่องเลยนะคะ ดิฉันอภิปรายตามที่ดิฉันสงวนคำแปรญัตติ คนประท้วงไม่ได้อ่านหรืออย่างไรคะ คุณอ่านก่อนนะคะ คุณจะได้ประท้วงไม่ผิด

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เอาละครับ พอสมควรแล้ว ท่านต่อ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

ไม่ใช่ ท่านประธานวินิจฉัยตามคนประท้วงดิฉันก็เสียหาย ดิฉันไม่ได้หาเรื่องนะคะ ดิฉันอภิปราย ตามที่ดิฉันสงวนเป๊ะเลย พูดตามมาตราที่ดิฉันเพิ่มเติม ดิฉันก็ต้องให้เหตุผลว่าทำไมดิฉันถึงได้ เพิ่มเติมอีก ๕ อนุมาตรา ดิฉันไปหาเรื่องตรงไหน ท่านประธานไม่ได้อ่านหรืออย่างไร อ่านหรือเปล่าคะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เอาละครับ ท่านต่อ ของท่านเถอะครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

ไม่ใช่ ประธานต้องรู้ด้วย ไม่ใช่ไปเออออตามเขา อยากออกทีวีอย่างนี้ไม่ได้ มันเสียหาย ดิฉัน ไม่ได้หาเรื่องเลยนี่

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านรังสิมาขอความกรุณา เถอะครับ เอาพอสมควร ผมได้วินิจฉัยไปแล้วควรจะจบครับ เพราะฉะนั้นท่านก็อธิบายอยู่ใน กรอบของประเด็น จะออกนอกประเด็นบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่เป็นไร แต่อย่าเลยเถิดไปไกล มากนักเท่านั้นเอง เอาละครับ ท่านต่อของท่านดีกว่า

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

อย่าเพิ่งให้ประท้วงนะคะ เดี๋ยวให้เสร็จค่อยประท้วงใหม่ เลยลืมเลยเมื่อสักครู่ถึงไหนแล้ว เดี๋ยวเริ่มใหม่เลยนะคะ เริ่มใหม่ก็มาตรา ๒๙๑/๑๘ อันนั้นในหมวดที่ห้ามแตะต้องคือหมวด ๑ กับหมวด ๒ มาตรา ๒๙๑/๑๙ อันนั้นก็ห้ามแตะต้ององค์กรอิสระ แล้วก็องค์กร ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑/๒๐ อันนี้ก็ห้ามนิรโทษกรรมให้คนเผาบ้านเผาเมือง คนโกงแผ่นดิน คนที่ถูกยึดทรัพย์

ต่อไปมาตรา ๒๙๑/๒๑ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ต้องไม่มีผลกระทบต่ออำนาจตุลาการและองค์กรตรวจสอบอำนาจรัฐทุกองค์กร อันนี้จะ ยกเลิกศาลปกครองนะคะ จะปรับปรุงอำนาจหน้าที่ดิฉันไม่อยากให้ไปแตะต้อง อยากให้ อำนาจของศาลนี่อยู่เหมือนเดิมนะคะ คือดิฉันก็มามองคราวที่แล้วดิฉันก็อภิปราย พอเวลาศาล ตัดสินให้พรรคของท่าน อย่างเช่น การกู้เงิน พอถูกก็เงียบ แต่พอไม่ถูก พอตัดสินว่าผิดก็บอกว่าศาล ๒ มาตรฐานจะเอาอย่างไรกันแน่ เพราะฉะนั้นถ้าอำนาจศาลนี่ไม่เป็นธรรมนี่ประเทศ มันไม่สงบสุขหรอกค่ะ ดิฉันยังเชื่อนะคะว่าศาลเท่านั้นที่จะทำให้บ้านเมืองสงบสุขได้ เพราะฉะนั้นจะให้ ส.ส. มาเลือกตั้งตุลาการดิฉันไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นดิฉันไม่อยากให้ แตะต้องอำนาจของศาล

ต่อไปมาตรา ๒๙๑/๒๒ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของสมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญต้องไม่จัดทำในลักษณะให้มีผลย้อนหลังลบล้างความผิดใด ๆ ซึ่งองค์กรตุลาการ หรือองค์กรที่มีอำนาจตามกฎหมายได้ลงมติแล้วว่าบุคคลหรือคณะบุคคลนั้นมีความผิด หรือได้มีการตัดสินคดี อันนี้ก็เช่นกันดิฉันเห็นว่าถ้าท่านมีความจริงใจก็ควรที่จะไม่ไปแตะต้อง อันนี้เช่นกัน เพราะว่าดิฉันก็กลัวว่าเมื่อศาลตัดสินไปแล้วนี่ คตส. ก็ตัดสินไปแล้วทักษิณติดคุก ๒ ปี ยึดทรัพย์แล้วก็จะมาล้มล้างความผิด อันนี้ดิฉันคิดว่าห้ามย้อนหลังเด็ดขาด เพราะฉะนั้น ก็ควรที่จะบรรจุเอาไว้นะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันก็จะ ให้เขาประท้วงก่อนค่ะ เดี๋ยวดิฉัน ค่อยอภิปรายต่อ

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านประสิทธิ์ครับ จะจบกระมังครับ จะจบอยู่แล้วครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

ถ้าประท้วงอย่างนี้เดี๋ยวดิฉันเริ่ม ๑ ใหม่อีก เพราะดิฉันลืมทุกครั้งเลย พอดิฉันจะเลิก แล้วก็ประท้วง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เอาละครับ สมควรแล้ว ท่านประสิทธิ์ครับ อย่าประท้วงเลย จะจบแล้วครับ ท่านประสิทธิ์ครับเชื่อเถอะครับจะจบแล้ว ท่านประสิทธิ์ครับขอความกรุณาเถอะนั่งดีกว่าจะจบแล้ว อีกนิดเดียวจะจบแล้ว เชิญต่อเลยครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

เลยลืมเลย เดี๋ยวเอาใหม่ เมื่อสักครู่ดิฉันพูดถึงมาตรา ๒๙๑/๒๒ ที่ว่าดิฉันไม่เห็นด้วยกับ การย้อนหลังให้ยกเลิกความผิด ลบล้างความผิดให้กับผู้ที่ถูกศาลตัดสินให้ติดคุก อย่างเช่น ของท่านทักษิณ ชินวัตร ติดคุก ๒ ปี ถูกยึดทรัพย์ ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท พอเสร็จแล้วท่านจะมา ลบล้างอันนี้ให้คืนทรัพย์ให้กับคนที่ทุจริต โกงกินประเทศชาติ แล้วก็ไม่ให้ติดคุกดิฉันไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นควรระบุไว้เลยนะคะ ก็ขอสงวนทุกอย่างไว้เดี๋ยวพอเวลาถึงมาตรานี้ดิฉันก็ขอ อภิปรายซ้ำค่ะ ขอบคุณค่ะ

(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านประสิทธิ์จะประท้วง ให้ได้เลยหรือครับ ผมว่าอย่าเลยดีกว่ากระมังครับ ผมว่าอย่าเลย เชิญครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านประสิทธิ์ขอความกรุณา นิดหนึ่งครับ อย่ามีของแถมนะครับ ถ้าประท้วงก็เอาเฉพาะที่อยู่ในกรอบข้อบังคับแค่นั้น ขอความกรุณานะครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอประท้วง ผู้อภิปรายทำผิดข้อบังคับ ข้อ ๔๓ อภิปรายวกวนซ้ำซากทุกครั้งที่ลุกขึ้นมาอภิปรายก็จะ พูดอยู่แบบนี้เป็นประจำ เสียดสีใส่ร้ายบุคคลอื่น ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่ไม่สามารถ มาโต้ตอบในสภาแห่งนี้ได้ และที่สำคัญที่สุด นำข้อความอันเป็นเท็จมากล่าวให้ร้ายบุคคลอื่น ในสภา มันเกิดความเสียหายกับบุคคลอื่น ดังนั้นให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ ขอบคุณครับ

(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง ได้ยืน และยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ที่จริงผมก็พยายาม ให้เกียรตินะครับ แต่ทีนี้ก็พยายามตักเตือนอยู่ตลอด ท่านประท้วงอะไรอีกครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา จริง ๆ เรื่องนี้คงต้องถึงครูอังคณาแน่ครับ ท่านประธาน ท่านประธานให้ผู้ประท้วงกล่าวเท็จในสภาเรื่องกล่าวหาว่าคุณรังสิมาพูดเท็จ คดีของท่านทักษิณ ชินวัตร เป็นการพิจารณาแล้ว แล้วก็พูดจริง จริง ๆ การประท้วงของจ่า ดังกล่าวเป็นเรื่องที่แบบทำให้เกิดรำคาญแค่นั้นเอง ถ้าพูดง่าย ๆ อยู่ในสภานี้เหมือนกับ แมลงวันครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านอย่าเถอะครับ พอเถอะครับ ผมว่าควรจบได้แล้ว ที่จริงเมื่อสักครู่ท่านประสิทธิ์ประท้วงก็พูดอยู่ในกรอบไม่ได้ทำให้เกิด ความเสียหาย

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

เมื่อสักครู่ ท่านประธานไม่ได้ฟังหรือครับ จ่าแมลงวันอะไรนี่พูดเลยครับว่า

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

คำว่า จ่าแมลงวัน ตรงนี้ ต้องถอนต่างหาก

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ผมถอนครับ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมว่าพอสมควรแล้วครับ ประชาชนเขาดูอยู่เขาคง ขอความกรุณาเถอะครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

ประชาชนดูอยู่ดิฉันเสียหายท่านต้องให้ดิฉันพูดก่อน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เอาประเด็นที่ท่านบอกว่า เสียหาย ขอทราบประเด็นก่อนครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

กราบเรียน ท่านประธานค่ะ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านผู้ประท้วงนี่ ประท้วงแล้วก็บอกว่า ดิฉันอภิปรายเท็จ ดิฉันถามว่าดิฉันเท็จตรงไหน ศาลตัดสินจริงไม่ว่าทักษิณโกง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เอาล่ะครับ พอแล้ว ท่านรังสิมาครับ มันพอสมควรแล้วนะครับ ที่จริงผมปล่อยให้อภิปรายมาพอสมควร เพราะฉะนั้นมันควรจะจบได้แล้วล่ะ ก็ได้ชี้แจงไปแล้วครับ ก็ถือว่าจบไปแล้ว พอแล้วครับ พอเถอะครับ ที่จริงประชาชนเขาดูอยู่นะครับ ผมว่าพอสมควรกระมัง เชิญเลยครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา คือท่านจ่าประสิทธิ์ได้เป็นคู่กัดกับดิฉันมาตลอด ไม่ว่าดิฉันจะลุกตอนไหน ท่านก็อยากออกทีวีดิฉันก็ให้ออก แต่พอออกทีวีแล้วมาใส่ร้ายดิฉันนี่ ดิฉันเสียหาย บอกว่าดิฉัน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เอาประเด็นที่ท่านบอกว่า ท่านเสียหายครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

ดิฉัน จะอธิบายให้ท่านฟัง ท่านอย่าเพิ่งปิดสิ ทนฟังสักนิดหนึ่งไม่ได้หรือ เสียงดิฉันมันไปกระทบ ประสาทท่านตรงไหน ดิฉันอยากจะทราบ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านอย่างน้อย ๆ ก็ให้เกียรติประธานรัฐสภาเขานะครับ ท่านไม่ให้เกียรติผมไม่เป็นอะไรครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

ก็ประธานไม่ให้เกียรติดิฉันอย่างไร ดิฉันถึงบอกว่าดิฉันไม่เคารพท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เอาละครับ เชิญครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

ก็บอกว่าดิฉันอภิปรายเท็จ ดิฉันเป็นคนตรงไปตรงมา ดิฉันอภิปรายทุกครั้งถามประชาชน ทั้งประเทศได้ที่ดูดิฉัน ๑. เข้าใจง่าย ๒. พูดตรงไปตรงมา ๓. พูดเรื่องจริงไม่มีโกหก อันนี้ ก็ศาลตัดสินแล้ว บอกว่าทักษิณโกง ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ติดคุก ๒ ปี ท่านหนีอยู่ตอนนี้ ดิฉันก็อภิปรายเรื่องจริง บอกดิฉันไปใส่ร้าย ใส่ร้ายตรงไหนท่านประธาน ไหนท่านประธาน วินิจฉัยสิว่าดิฉันใส่ร้ายตรงไหน ต้องถอนนะคะว่าดิฉันอภิปรายเป็นเท็จนี่

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

จบหรือยังครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

ต้องถอนค่ะ ต้องถอน ไม่อย่างนั้นดิฉันเสียหาย ดิฉันตรงไปตรงมาอยู่แล้ว ไม่เคยใส่ร้ายใครนะคะ ด่าใคร ก็ด่าตรง ๆ ค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เอาล่ะครับ พอสมควรแล้วครับ จะได้เดินต่อ ท่านครับ อย่ากระนั้นเลยครับ ขอความกรุณาเถอะครับ เอาว่าผมวินิจฉัยว่า เตือนท่านประสิทธิ์ก็แล้วกัน เอาแค่นี้ครับ แล้วขอเดินหน้าเลยครับ เชิญท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ ท่านครับ จะเอาอะไรกันหนักหนาล่ะครับ ผมพูดโกหกตรงไหนเอ่ย ท่านประสิทธิ์ครับ ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ ผมให้ท่านถอนได้ไหมครับ จะได้จบ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมพูดอยู่ในข้อบังคับ ผมไม่ได้ละเมิดข้อบังคับข้อไหนเลย

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมทราบครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

และท่านประธานก็ได้วินิจฉัยไปแล้ว

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ไม่เป็นอะไรครับ เพื่อความเป็น สุภาพบุรุษอยากให้ท่านถอน

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

นิดเดียวท่านประธาน ผมเคารพในคำวินิจฉัยของประธานว่ากรณีอย่างนี้ ยกตัวอย่าง คุณรังสิมา

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

อย่ายกตัวอย่างเลยครับ เอาประเด็นนี้ เอาละครับ พอแล้วครับ เอาว่าให้ท่านแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ เราถอนดีกว่า เอาละครับ เราขอกันกินมากกว่านี้อีก คำเดิมนั่นละครับ เอาเถอะครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

ท่านประธานครับ ทุกวันนี้ผมก็เป็นสุภาพบุรุษอยู่แล้ว ผมไม่ได้เป็นตุ๊ดสักหน่อย

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เอาละครับ พอสมควรนะครับ ท่านถอนเถอะครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

แล้วมากล่าวหาว่าผมอยากออกทีวี

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านถอนเถอะครับ เอาละครับ พอสมควร ถอนนะครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ทำผิดอะไรเลย และท่านประธานให้ผมถอนนี่ หรือว่าให้ผมเห็นแก่ ประธาน ให้เห็นแก่ว่าสภานี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผมถอนครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

ครับผม

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ ต่อครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกรัฐสภา อยากจะกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาไปยังประธาน คณะกรรมาธิการรัฐธรรมนูญนะครับ เรียกโดยย่อ เนื่องจากในมาตรา ๒๙๑/๑๑ ในวรรคห้า ท่านได้บัญญัติยอมรับไว้ก็คือยอมรับว่าคณะกรรมาธิการ หรือ สสร. จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง แก้ไขบทบัญญัติในหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์ อันนี้เมื่อเป็นอย่างนี้แปลว่าคณะกรรมการ ที่จะตั้งขึ้นจะไม่มีการแตะหมวด ๒ เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ เพราะฉะนั้นที่ถูกต้องจะต้อง ปรับแก้จากคำว่า สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เป็น สมาชิกสภาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นจริง ตรงนี้เองอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยัง ท่านประธานสามารถว่า เมื่อไม่ไปแตะหมวด ๒ สถาบันพระมหากษัตริย์แล้ว ก็ต้องปรับชื่อ ปรับแก้เสียให้ถูกต้อง จากสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เป็น สมาชิกสภาร่างแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญ เพื่อให้ถูกต้องตามความเป็นจริง ด้วยความเคารพท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสามารถ มะลูลีม ครับ

นายสามารถ มะลูลีม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสามารถ มะลูลีม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมได้แปรญัตติ ในมาตรา ๔ ในเนื้อความของมาตรา ๒๙๑/๑ โดยได้ขอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมข้อความ ดังต่อไปนี้

วรรคหนึ่ง (๑) และ (๒) เป็นดังนี้ มาตรา ๒๙๑/๑ ให้แก้ไขเพิ่มเติมข้อความ ในเรื่องให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญทำหน้าที่แก้ไขจัดทำร่างรัฐธรรมนูญตามหมวดนี้ ประกอบด้วยสมาชิกดังต่อไปนี้

๑. สมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน โดยการคำนวณ ราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานทะเบียนราษฎร์ที่ประกาศปีสุดท้าย โดยใช้เกณฑ์ประชากร ๒๐๐,๐๐๐ คน ต่อจำนวนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ๑ คน จังหวัดใดมีประชากรไม่ถึง จำนวนดังกล่าวให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญได้ ๑ คน จังหวัดใดที่มีเศษเหลือ จากการคำนวณดังกล่าว ประชาชนเกิน ๑๐๐,๐๐๐ คน ก็ให้เลือกตั้งสมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญได้อีก ๑ คน

๒. สมาชิกซึ่งมาจากการคัดเลือกโดยที่ประชุมของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสามารถ ขออภัย ท่านกำลังอยู่มาตราไหน

นายสามารถ มะลูลีม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

มาตรา ๔ แต่เกี่ยวพันไปถึงมาตรา ๒๙๑/๑ ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

มาตรา ๒๙๑/๑ เอาไว้ให้ถึง ตรงนั้นเดี๋ยวผมจะเชิญ

นายสามารถ มะลูลีม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

คือผม ก็อีกไม่นานหรอกครับ ก็เหลืออีกนิดเดียวครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับมันข้ามไปอย่างนั้น ไม่ได้ ตอนนี้อยู่ในมาตรา ๔ เดี๋ยวผมจะเชิญท่านอีกทีไม่เป็นอะไรครับ เชิญท่านรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันได้สงวนความเห็นแก้ไขความในมาตรา ๔ นี้นะคะว่าดิฉัน ได้เพิ่มเติมข้อความในหมวดนี้ ในหมวด ๑๖ ในมาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑/๒๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ท่านประธานคะ ในภาพรวม ที่ดิฉันได้เสนอก็เพราะว่าดิฉันก็มีหลักแนวคิดที่ไม่ค่อยเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ ดิฉันแปลกใจ เพราะว่ามันเหนื่อยนะคะ อย่างมาตรา ๒๙๑/๑ แล้วก็ ๒-๓ ทับ ดิฉันก็มีหลักว่าถ้าสมาชิก ทั้งหลายที่มาจากการสรรหา มาจากการเลือกสรร หรือมาจากการแต่งตั้งมันควรจะต้องมี ทั้งหญิงและชาย ดิฉันพูดเอาไว้หลายแห่งในที่นี้ น่าเสียดายเพราะว่าท่านประธาน คณะกรรมาธิการท่านเคยเป็น สสร. ในปี ๒๕๔๐ ซึ่ง สสร. และรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มีหลายมาตรามากเลย ไม่ว่าจะเป็นมาตรา ๔ ในหมวดทั่วไปที่พูดถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มาตรา ๕ พูดถึงว่าประชาชนชาวไทยไม่ว่าเหล่ากำเนิดหรือเพศ หรือนับถือศาสนาใด คือในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่ระบุในเรื่องความเสมอภาคทางเพศเอาไว้เยอะมากเลย รวมทั้ง มาตรา ๓๐ ที่เราได้มาตรา ๓๐ วรรคสอง ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน รวมทั้งวรรคสาม ก็บอกว่าห้ามเลือกปฏิบัติ เพราะคนมีความแตกต่างกัน ตอนรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ๑๑ อย่าง พอปี ๒๕๕๐ ห้ามเลือกปฏิบัติเพราะคนต่างกัน ๑๒ อย่าง แล้วพอมาถึงวรรคสี่ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐ ก็ยังบอกว่ารัฐสามารถที่จะมีมาตรการพิเศษได้ในการส่งเสริมความเสมอภาค แล้วไปถึงมาตรา ๔๐ พูดถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรม พูดถึงมาตรา ๕๒ คุ้มครองความรุนแรง ในครอบครัว สมัยรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เป็นมาตรา ๕๓ ที่ไม่ให้รัฐต้องคุ้มครองความรุนแรง ในครอบครัวสำหรับสตรีและเด็กอย่างนี้ค่ะ ดิฉันก็ยังนึกว่ารวมไปถึงทั้งกระทั่งพูดถึงเรื่อง การส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย การคุ้มครองแรงงานหญิง แรงงานเด็ก และพูดไปถึง นโยบายของการมีส่วนร่วมตั้งหลายอย่าง แล้วรัฐธรรมนูญก็บอกด้วยว่าการมีส่วนร่วมของ ประชาชนตามมาตรา ๘๗ ต้องคำนึงถึงสัดส่วนของหญิงชายที่ใกล้เคียงกัน แล้วก็รวมไปถึง ส.ส. ที่มาของ ส.ส. ถ้าเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อนอกจากที่จะให้กระจายตามภาคอย่างเป็นธรรม แล้วก็ยังต้องคำนึงถึงโอกาสและสัดส่วนที่เหมาะสมและความเท่าเทียมกันระหว่างหญิงชาย มาตรา ๑๑๔ วรรคสอง การสรรหา ส.ว. ก็เช่นเดียวกันให้คำนึงถึงความรู้ความสามารถ ที่มันมีหลากหลาย แล้วก็ต้องให้โอกาสและเท่าเทียมกัน ความเท่าเทียมกันทางเพศ สัดส่วน ของบุคคลที่ใกล้เคียงกัน เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ได้พูดถึงเรื่องเหล่านี้เอาไว้มาก ดิฉันยังนึกว่าดิฉันไม่ต้องแปรญัตติเรื่องนี้เลย แต่ก็เพิ่งทราบว่าในสภาเวลาพูดเรื่องนี้รู้สึกบอกว่า เห็นความสำคัญของผู้หญิง ของผู้ชาย เป็นคนเหมือนกันแต่ถึงเวลากำหนดอย่างนี้มันสะท้อน ได้ชัดเจนมากเลย ตอนปีที่แล้วที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เหมือนกันดิฉันก็ต้องแปรญัตติเรื่องนี้ค่ะ เรื่องที่มาของ ส.ส. ส.ว. ต้องมีหญิง มีชาย เพราะฉะนั้นก็อยากจะเรียนท่านว่าดิฉันเสียใจ ที่ขนาดรัฐบาลไม่ยก ไม่ร่างเข้ามาแล้ว

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

มีอะไรอีกหรือครับ

นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ภูเก็ต

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต อารีรอบ ๒๐ นาทีที่ผ่านมาผมต้องมีความจำเป็นต้องลุกขึ้น ที่นี่ครับ เนื่องจากว่าที่จังหวัดภูเก็ตเกิดแผ่นดินไหวผู้คนแตกตื่นพอสมควรครับ ๘.๙ ริกเตอร์ แต่ว่าศูนย์เตือนภัยที่จังหวัดภูเก็ตไม่ทำงานครับ ผมในฐานะร่วมกับคุณฮอชาลี เป็นตัวแทนของคนภูเก็ตบอกผ่านไป ท่านประธานสภาไปยัง รัฐบาลครับ ต้องให้ประชาชนรู้ข้อมูลและเป็นอย่างไร ตอนนี้ศูนย์เตือนภัยไม่มีใครเตือนเลย ท่านครับ แต่ว่าประชาชนแตกตื่นพอสมควรครับ เรื่องแผ่นดินไหวที่จังหวัดภูเก็ตครับ ฝากรัฐบาลดูแลอย่างใกล้ชิดท่านครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เมื่อสักครู่นี้ข่าวที่ว่าอาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย หรือจังหวัดภูเก็ต

นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ภูเก็ต

แต่มาถึง จังหวัดภูเก็ตแล้วท่านครับ ยังไม่รู้ว่าจะเกิดสึนามิหรือไม่เป็นอย่างไรท่านครับ ฝากไปยัง รัฐบาลให้ดูแลอย่างใกล้ชิดครับ ทั้งอันดามันด้วยครับ ทั้งจังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดระนอง จังหวัดกระบี่ แต่ที่จังหวัดภูเก็ตตอนนี้คนโทรมาเป็นไม่ต่ำกว่า ๗๐ สาย คนแตกตื่นพอสมควรครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ครับ ก็ฝากทางประธาน วิปรัฐบาลช่วยประสานทางรัฐบาลเขาด้วยนะครับ แล้วก็เมื่อสักครู่นี้ผมสั่งให้เจ้าหน้าที่ ช่วยเช็กข่าวนะครับ เชิญท่านสมบูรณ์

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ท่านประธาน ที่เคารพครับ เนื่องจากพื้นที่ที่แผ่นดินไหว เป็นพื้นที่ที่เกิดสึนามิเดิมครับ ๖ จังหวัดของฝั่งอันดามัน ฝากเรียนท่านประธานได้ประสานกับทางรัฐบาลด่วนเดี๋ยวนี้เลยครับ และโดยเฉพาะการเตือนภัย ถ้าเกิดเตือนไม่ทันนะครับ พื้นที่บริเวณเกาะแล้วก็ชายฝั่งทะเลทั้ง ๖ จังหวัดครับ เราเป็นห่วงมาก คราวที่แล้วเสียชีวิตกันเป็นแสนคน ประเทศไทยประมาณ ๕,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้น เพื่อป้องกันชีวิตของพี่น้องประชาชนที่จะสูญเสียจากแผ่นดินไหว ขอให้ท่านประธานถ้าเกิด อย่างไรก็แล้วแต่อาจจะพักการประชุมด่วนเพื่อให้รัฐบาลได้เตือนภัยถึงพี่น้องประชาชน ด่วนที่สุดเลยครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมบูรณ์ครับ ผมมองเห็นท่านรัฐมนตรี คุณหมอสุรวิทย์ ก็นั่งอยู่ที่นี่ ผมเชื่อว่ากำลังประสานอยู่ เชิญคุณหมอครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผมรับทราบ ผมจะพยายามประสานติดต่อผู้เกี่ยวข้องโดยเร็วครับ ท่านเรวัตครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ปล่อยเป็นหน้าที่คุณหมอ ช่วยประสานนะครับ แล้วอย่างไรก็ช่วยกรุณาแจ้งข่าวพวกเราด้วยนะครับ เพราะพวกเรา ก็เป็นห่วงกัน

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานมากครับ พวกกระผมบ้านก็อยู่ฝั่งทะเลอันดามัน ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ด้วยนะครับ แล้วก็ประสานเสร็จแล้วกรุณาปฏิบัติหน้าที่ แล้วแจ้งพวกเราในสภาด้วยก็จะเป็น พระคุณอย่างยิ่งครับ เพราะพวกเราก็เป็นห่วงพี่น้องประชาชนที่นั่นทั้งหมดเช่นเดียวกันครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ฝากคุณหมอด้วยนะครับ คุณหมอสุรวิทย์ครับ ทันทีที่ทราบข้อมูลขอให้แจ้งพวกเราด้วย ท่านบุญยอด มีอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ สมาชิกรัฐสภาของเราหลายคนเขาก็เป็นห่วงบ้านเขานะครับ ถ้าเป็นท่าน ถ้าเป็นผมมีญาติอยู่ริมฝั่งทะเลอันดามัน ผมว่าเราทุกคนอยู่ไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ ขอความกรุณาเถอะครับ ผมได้ยินว่ามีการประสานกันว่าจะประชุมวันนี้ถึง ๓ ทุ่ม แล้วก็ จะยุติใช่ไหมครับ กลับมาอีกครั้งหนึ่งในสัปดาห์หน้าในเรื่องของร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าท่านไม่รีบร้อน ไม่มีอะไรเร่งรัดมากมาย เห็นแก่ชาวบ้าน เห็นแก่สมาชิกด้วยนะครับ สมาชิกมีทั้งวุฒิสภา มีทั้ง ส.ส. ทุกคนมีญาติ มีพี่น้องอยู่ที่นั่น ขอให้ท่านพิจารณาครับ ขอยุติการประชุมไว้ก่อน แล้วเรากลับมาใหม่ในสัปดาห์หน้าได้ไหมครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านสมบูรณ์ครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ทางรัฐบาล ซึ่งท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ปี ๒๕๔๗ แผ่นดินไหวเพียงประมาณ ๙ ริกเตอร์ครับ วันนี้ ๘.๙ ถือว่า ใกล้เคียงกันมาก แล้วสึนามิที่เกิดรุนแรงมากครับท่านประธาน ท่านประธานอาจจะเป็นจังหวัด ที่ไม่ได้อยู่ชายฝั่งทะเล ผมเองพี่น้องชาวจังหวัดระนอง จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบี่ จังหวัดตรัง แล้วก็จังหวัดสตูล เราสูญเสียชีวิตแล้วก็ทรัพย์สินกันอย่างมโหฬาร ท่านประธานคงทราบ วันนี้ถ้าเกิดสึนามิมาอีก ผมคิดว่าในขณะนี้อยากให้ทางรัฐบาลอย่างน้อยได้โทรศัพท์ถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประสานว่าทราบในเรื่องดังกล่าวแล้วให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งหลายได้อุ่นใจสักนิดครับท่านประธาน วันนี้เรากำลังทำหน้าที่แทนพี่น้องประชาชน แต่ว่า ถ้าเกิดภัยพิบัติขึ้นอีกการปฏิบัติหน้าที่คงด้วยความกังวล ถ้าเกิดท่านประธานจะอนุญาตให้มี การเลื่อนการประชุมก็จะเป็นพระคุณมากครับท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรี สุรวิทย์ก็รับปาก กำลังประสาน และแจ้งตามที่ท่านได้กรุณาแนะนำ เอาว่าเราขอดำเนินการ ต่อนะครับ คุณหมอเชิญครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กระผมได้ประสานไปยังท่านรัฐมนตรีปลอดประสพ สุรัสวดี ซึ่งดูแลในเรื่องของเตือนภัยต่าง ๆ ท่านได้แจ้งว่าได้รับทราบเรื่องนี้แล้ว ได้รายงานท่านนายกรัฐมนตรีแล้ว ขอเวลา ๑๐ นาที กำลังประชุมตัดสินใจกันอยู่ว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่อย่างไรก็ตามก็กราบเรียนให้ทราบว่า หลังจากที่เราทราบขณะนี้ ถ้าเผื่อว่ามีสึนามิเกิดขึ้นจะมีเวลาที่จะเตรียมการได้ประมาณ ๑.๓๐ ชั่วโมง แต่ว่าเราไม่รอถึงตอนนั้นนะครับ เราจะตัดสินใจในช่วงนี้ว่าจะดำเนินการ อย่างไรภายใน ๑๐ นาทีนี้ครับ ก็กราบเรียนเบื้องต้น แล้วคืบหน้าอย่างไรผมจะนำเรียนต่อไปครับ ขณะนี้ทางรัฐบาลได้รับทราบและได้ปรึกษาหารือกัน และจะตัดสินใจโดยด่วนว่าจะให้ทำ อย่างไรต่อไปครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

แล้วข้อมูลที่ทราบคุณหมอ พอทราบรายละเอียดไหมครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุข

ทางรัฐบาลทราบมาก่อนแล้ว เขาตัดสินใจกันอยู่ ประชุมกันอยู่ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านอัญชลี

นางอัญชลี วานิช เทพบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ภูเก็ต

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน อัญชลี วานิช เทพบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดภูเก็ตค่ะ คงต้องเรียน ท่านประธานเหตุเกิดแผ่นดินไหวได้รับรายงานจากพี่น้องประชาชนที่เขาโทรศัพท์กลับเข้ามาบอก ปรากฏว่าเป็นแผ่นดินไหวค่อนข้างแรงที่จังหวัดภูเก็ต จังหวัดอื่น ๆ อาจจะได้รับ การกระทบกระเทือนยังสั่นไหวไม่มากเท่าที่จังหวัดภูเก็ตนะคะ ประเด็นขณะนี้ก็คือว่า รอคำประกาศจากรัฐบาลว่าจะเตือนภัยสึนามิหรือไม่ ที่เกาะสุมาตราแผ่นดินไหว ๘.๙ ริกเตอร์แล้ว เขาประกาศเตือนภัยสึนามิแล้ว ตอนนี้ประกาศเตือนภัยสึนามิแล้ว คราวนี้ทางจังหวัดภูเก็ต ก็รอว่าถ้ารัฐบาลประกาศว่าเป็นการเตือนภัยสึนามิ เขาจะได้มูฟ (Move) นักท่องเที่ยว กับผู้คนทั้งหลายขึ้นสู่ที่สูงได้ เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น ดิฉันอยากจะให้ทางรัฐบาล ช่วยกรุณาเช็กเรื่องนี้โดยด่วน เพราะทางโน้นจะได้มีการมูฟคนได้ทัน เพราะทางเขาหลัก จังหวัดพังงา ทางจังหวัดกระบี่ที่เคยเกิดเหตุ จังหวัดตรัง แล้วก็จังหวัดสตูลก็จะมีปัญหาอยู่ ด้วย ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน เพราะดิฉันพยายามติดต่อด้วยเองแล้วติดต่อไม่ได้เลยค่ะ ติดต่อเข้าไปที่ศูนย์ไม่ได้เลยค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านอรรถพรครับ ขอคุณหมอสุรวิทย์ เชิญครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผมเรียนอีกครั้งหนึ่งว่าภายใน ๑๐ นาทีนี้ รัฐบาลจะมีประกาศให้ทำอย่างไร ภายใน ๑๐ นาที นี้ครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านนายกรัฐมนตรีทราบแล้ว แล้วกำลังประชุมหารือนะครับ ก็เพื่อที่จะแก้ปัญหา ท่านอรรถพรเชิญครับ

นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบุรี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกรัฐสภา ผมเองก็มาจากแผ่นดินริมฝั่งทะเลครับ และพี่น้องประชาชน บ้านผมก็อยู่ริมฝั่งทะเล แม้ว่าจะเป็นทะเลอีกซีกหนึ่ง แต่ก็อยู่ในข้อวิตกกังวลว่าจะได้รับ ผลกระทบอย่างรุนแรงถ้าหากเกิดภาวะสึนามิเกิดขึ้น ผมกราบเรียนท่านตรง ๆ ผมไม่มีกะจิตกะใจ จะนั่งมองหน้าพวกเรา มองหน้าท่านเพื่อมาอภิปรายเรื่องรัฐธรรมนูญ ซึ่งมันไกลตัวเป็นอย่างยิ่ง และผมเชื่อว่าผู้แทนราษฎรพื้นที่ฝั่งทะเล ไม่ว่าจะอันดามัน หรืออ่าวไทย ๒๗ จังหวัด เกือบ ๑๐๐ ท่าน ณ ที่นี้ คงไม่มีใครมีกะจิตกะใจที่จะมาอภิปรายเรื่อง สสร. เรื่องการแก้ไข รัฐธรรมนูญอีกต่อไป ในขณะที่ชาวบ้านของเรากำลังเผชิญภาวะซึ่งอาจจะร้ายแรงเป็นอย่างยิ่ง ผมเสนอท่านประธานว่าให้ยกเลิกประชุม เลื่อนการประชุมไปก่อนครับ แล้วไปเริ่มใหม่ วันที่ ๑๘ เมษายน เราจะอภิปรายไปถึงเวลา ๒๑.๐๐ นาฬิกา มันไม่เกิดประโยชน์หรอกครับ ถ้าหัวใจของเรา พี่น้องประชาชนของเราเขากำลังมองหาความหวังจากพวกเราที่อยู่ใน สภาแห่งนี้ ท่านประธานต้องทำให้สภาแห่งนี้เป็นหลัก เป็นความหวังในความมืดมิด ของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ เลื่อนการประชุมออกไปครับ เลื่อนใหม่วันที่ ๑๘ วันที่ ๑๙ เมษายน กราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เมื่อสักครู่ที่ผมกำลังคุย โทรศัพท์กับท่านประธานวิป แต่คุยค้างไว้ยังไม่ได้ข้อสรุป ก็มีคนทักท้วงนะครับ เพราะฉะนั้น ผมขอทราบรายละเอียดสักนิดครับ ได้คุยกัน แล้วตกลงมีข้อสรุปอย่างไร

นายอุดมเดช รัตนเสถียร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อุดมเดช รัตนเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ได้มีการประสานงานกับตัวแทนของวิปฝ่ายค้าน ตัวแทนของ วิปวุฒิสมาชิก ก็ได้ข้อสรุปว่าเนื่องจากว่าเมื่อคืนนี้ท่านสมาชิกวุฒิสภาแล้วท่าน ส.ส. จำนวนมาก ได้ให้ความร่วมมือในการประชุมอยู่กับพวกเราถึงประมาณตีหนึ่งเมื่อคืนนี้ เพราะฉะนั้น ถ้าวันนี้เราจะใช้เวลามาก ดึกเหมือนเมื่อคืนนี้ก็จะทำให้บางท่านไม่สะดวก ถ้าเป็นไปได้วันนี้ ก็จะตกลงกันว่าจะเลิกกันประมาณสัก ๓ ทุ่ม ในขณะเดียวกันท่านสมาชิกวุฒิสภาส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนใหญ่ก็จะเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ก็ไม่นึกว่าจะมีการอภิปรายล่วงเลยถึงวันที่ ๑๒ บางท่านก็ได้มีโอกาสที่จะไปนัดทั้งพี่ ๆ น้อง ๆ ในพื้นที่บ้าง หรืออาจจะเป็นผู้เคยเป็น ผู้ใต้บังคับบัญชาที่เคยบังคับบัญชากันมาในช่วงที่รับข้าราชการก็กลายเป็นว่าหลายท่าน อาจจะไม่สะดวกในการที่จะมาประชุมในวันพรุ่งนี้ นั่นหมายความว่าในส่วนของท่าน วุฒิสมาชิกส่วนหนึ่งก็หวังว่าถ้าหากเป็นไปได้วันที่ ๑๒ พรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันใกล้วันสงกรานต์ซึ่งถือว่า เป็นวันปีใหม่ไทยก็อยากให้มีโอกาสที่จะงดในการที่จะประชุมร่วม ครั้นวันที่ ๑๗ ซึ่งเป็นวันจันทร์ เปิดมาก็เป็นวันที่ท่านสมาชิกวุฒิสภากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนหนึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ในการที่จะเข้าเฝ้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ซึ่งก็ถือว่าเป็นมงคลกับชีวิตของท่าน ทั้งหลายเหล่านั้นด้วย ถ้าเราจะประชุมร่วมในการที่จะหารือในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็เกรงว่าจะเกิดผลกระทบกับองค์ประชุมอีกเช่นกัน ถ้าเป็นไปที่ได้พูดคุยกันเอาไว้ก็คือว่าวันนี้ เลิกประมาณสัก ๓ ทุ่ม เพื่อชดเชยเมื่อคืนนี้ที่เลิกกันดึกตีหนึ่งแล้วเราไปประชุมกันวันที่ ๑๘ คือวันอังคาร ต่อจากนั้นก็จะเป็นวันที่ ๑๙ ถ้าหากว่าวันที่ ๑๙ เวลาล่วงเลยเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา ไปก็จะเท่ากับเป็นวันที่ ๒๐ เมื่อเรามาดูในข้อกำหนดตามรัฐธรรมนูญต้องเว้นไว้ ๑๕ วัน ในการที่จะลงมติในวาระที่สาม เรานับไปเรียบร้อยก็จะเป็นประมาณวันที่ ๕ พฤษภาคม วันที่ ๕ พฤษภาคม บังเอิญเป็นวันเสาร์และเป็นวันฉัตรมงคลด้วยก็จะเป็นโอกาสให้หยุดวันที่ ๕ ๖ ๗ เปิดวันแรกเป็นวันที่ ๘ คือวันอังคาร ที่ประชุมหารือร่วมกันก็บอกว่าถ้าอย่างนั้นเราได้ตกลง ร่วมกันว่าจะลงมติวาระที่สามในวันที่ ๘ ก็สรุปว่าวันนี้ถ้าเป็นไปได้เราเลิก ๓ ทุ่ม แล้วเรามา ประชุมต่อในวันที่ ๑๘ ๑๙ ถ้าไม่เสร็จวันที่ ๑๙ อาจจะล่วงเลยวันที่ ๒๐ บ้างก็ไม่เป็นอะไร แต่ขณะเดียวกันเราก็กำหนดที่จะลงมติวาระที่สามในวันที่ ๘ ครับ นี่คือสิ่งที่ได้มีการหารือกันไว้

ประเด็นที่เมื่อสักครู่ท่านเพื่อนสมาชิกและไม่ว่าจะเป็นทางส่วนที่มีภูมิลำเนา อยู่ทางใต้ ไม่ว่าจะเป็น ส.ว. ส.ส. ก็มีความเป็นห่วงกังวล ถ้าหากว่าวันนี้เราจำเป็นจะต้อง เลิกเร็วขึ้นเพื่อที่จะไปดูแลพี่น้องประชาชน เวลาที่จะร่นมาจาก ๓ ทุ่มแล้วก็เลิกปัจจุบันนี้ ก็สามารถที่จะไปชดเชยในช่วงของวันที่ ๑๘ ๑๙ ๒๐ ได้ แต่อย่างไรก็ตามในเมื่อท่านรัฐมนตรี สุรวิทย์ได้ยืนยันว่าขณะนี้รัฐบาลกำลังตรวจสอบความเสียหายอยู่ ถ้าหากว่ามีผลกระทบจาก ทางภาคใต้ของพวกเรา ถ้าท่านประธานจะมีดำริอย่างไรในการที่จะให้เลิกเร็วขึ้นเพื่อจะไป ดูแลพี่น้องประชาชนก็เป็นสิ่งที่ชอบแล้ว เพียงแต่ช่วงนี้ขอให้ตรวจสอบให้ชัดเจนเสียก่อนว่า เกิดผลกระทบอย่างไร นี่คือสิ่งที่ได้มีการหารือกันครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

มี ๒ ประเด็น ประเด็นแรก คือเราจะไปเลิกตอน ๓ ทุ่มหรือจะเลิกตอนนี้ ประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ เราเลื่อนออกไป ไม่ว่าวันนี้จะเลิกกี่โมงแต่เราเลื่อนไปประชุม วันที่ ๑๘ ๑๙ ๒๐ เป็นข้อตกลงว่าเราจะใช้เวลาไม่เกิน ๓ วันนี้ใช่หรือเปล่า หรืออย่างไร อยากฟังความเห็น ๓ ฝ่ายที่ไปหารือกันครับ เชิญท่านจุรินทร์ครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกรัฐสภา

ประเด็นที่ ๑ เรื่องข้อตกลงที่ได้ไปหารือกันก็คือว่า ๑. วันนี้จะเลิกประชุม ไม่เกิน ๓ ทุ่ม

ข้อ ๒ ก็คือว่าจะรบกวนท่านประธานให้นัดประชุมใหม่เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ วันที่ ๑๘ ส่วนจะพิจารณาไปถึงวันไหน อย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง

ประการที่ ๓ จะมีการลงมติกันในวันที่ ๘ พฤษภาคม อันนี้เป็นสิ่งที่ได้หารือ ร่วมกันทั้งหมด ส่วนกรณีของการประชุมในวันนี้จะเลิกก่อนเวลา ๓ ทุ่ม หรือไม่ อย่างไร ก็ขอให้เป็นดุลยพินิจของท่านประธานครับ ที่จะเป็นผู้พิจารณา

เรื่องที่ ๓ สำหรับกรณีของปรากฏการณ์แผ่นดินไหว กระผมขออนุญาต กราบเรียนว่าที่พวกกระผมพูดเมื่อสักครู่นี้ผมต้องขออภัย

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เมื่อสักครู่ผมต้องขออภัย เมื่อสักครู่นี้ผมไม่ได้ฟังของวันที่ ๑๘-๑๙

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ข้อตกลงทั้งหมดนะครับ

ประเด็นที่ ๑ ตกลงกันเบื้องต้นว่าวันนี้จะเลิกไม่เกินเวลา ๓ ทุ่ม

ประเด็นที่ ๒ ก็คือจะนัดประชุมใหม่วันที่ ๑๘ ส่วนจะประชุมจบในวันที่ ๑๘ หรือจะไปวันที่ ๑๙ หรือจะอย่างไร ขอให้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง

และประเด็นที่ ๓ ก็คือกำหนดวันลงมติ เรื่องแก้รัฐธรรมนูญชัดเจนในวาระที่สาม วันที่ ๘ พฤษภาคม ส่วนกรณีของการประชุมในวันนี้จะเลิกประชุม

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

วาระที่สาม หมายถึงว่า ตกลงกันเป็นวันที่ ๘

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ใช่ วันที่ ๘ ครับ ที่จะลงมติในวาระที่สาม

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ก็หมายความว่าอย่างช้าที่สุด เราก็ต้องไม่เกินในล็อกนั้น ใช่ไหมครับ หมายถึงบวก ๑๕ วันแล้ว ต้องอยู่ในล็อกไม่เกิน วันที่ ๘ ใช่ไหมครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ครับ ถูกต้องครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

อันนี้เป็นข้อตกลงนะครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ใช่ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เพราะฉะนั้นเราจะประชุม วันที่ ๑๘ โดยที่ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงตามความเหมาะสม แต่ต้องให้จบเพื่อที่จะไปลงมติ ในวาระที่สามได้ในวันที่ ๘

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ถูกต้องครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ชัดเจนนะครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ เชิญต่อเลยครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ส่วนเรื่องที่ ๒ ครับ กรณีของการประชุมในวันนี้ถ้าจะเลิกการประชุมก่อนเวลา ๒ ทุ่ม ก็ขอให้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของท่านประธานครับ

เรื่องที่ ๓ สำหรับกรณีแผ่นดินไหวนะครับ พวกกระผมที่เป็นผู้แทนราษฎร ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าทั้งผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบี่ จังหวัดตรัง จังหวัดสตูล รวมถึงผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี แล้วก็อีกหลายจังหวัด ในฝั่งทะเลอันดามัน มีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นจึงเป็นที่มาที่กระผมต้องรบกวนเวลาท่านประธานกราบเรียนสถานการณ์ ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่และขอให้รัฐบาลได้ทำหน้าที่ดูแลพี่น้องประชาชนในทุกจังหวัดที่อาจจะ ได้รับผลกระทบให้ดีที่สุดครับ แล้วก็ขอความกรุณาได้โปรดแจ้งให้พวกเราได้รับทราบความคืบหน้า เป็นระยะต่อไปด้วย ถ้าหากว่ายังมีการประชุมต่อไป เพราะพวกเราทุกคนที่เป็นผู้แทนราษฎร เป็นห่วงพี่น้องประชาชนที่นั่น ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ท่านจุรินทร์ เป็นการหารือ ๓ ฝ่ายนะครับ ผมขอฟังความเห็นฝ่าย ส.ว. ด้วยครับ ตัวแทนที่ไปหารือครับ เชิญครับท่านใดครับ ตัวแทนที่ไปหารือครับ ทางฝ่ายของวุฒิสภาครับ

นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผู้ที่ไปร่วม หารือนั้นก็มีท่านนิคม ไวยรัชพานิช อยู่ด้วย ท่านชูชัย เลิศพงศ์อดิศร แล้วก็กระผมก็เป็นไป ตามที่ทั้งท่านประธานวิปรัฐบาลและประธานวิปฝ่ายค้านได้กล่าวมาเมื่อสักครู่นี้ โดยตารางเวลาครับท่านประธาน ก็น่าจะเป็นกำหนดเวลาที่ดีที่สุดที่จะลงมติวาระที่สาม ในเช้าวันอังคารที่ ๘ พฤษภาคม เพราะว่าก่อนหน้านั้น ๓ วันคือวันหยุดราชการ วันที่ ๕ วันที่ ๖ วันที่ ๗ และการนัดประชุมต่อในวาระที่สองนั้น ก็ไม่มีวันอื่นที่จะดีไปกว่าวันพุธที่ ๑๘ เมษายน เนื่องจากว่าวันที่ ๑๖ ยังเป็นวันหยุดราชการ วันที่ ๑๗ เป็นวันที่สมาชิกส่วนหนึ่ง จำเป็นจะต้องเข้าไปรับพระราชทานสายสะพาย และเมื่อประชุมวันที่ ๑๘ นั้น ก็ตกลงกัน โดยหลักการว่าเป็นการประชุมไปตามความเป็นจริงโดยเริ่มต้นเวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา และในคืน วันที่ ๑๘ ก็ให้เสร็จสิ้นในเวลาประมาณไม่เกินเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา ถ้าสามารถจะเสร็จสิ้น ในวันที่ ๑๘ ได้ก็ดี ถ้าไม่ได้ก็ต่อวันที่ ๑๙ หรือยังมีสำรองวันที่ ๒๐ ซึ่งเป็นวันศุกร์ไว้อีก ๑ วัน เพราะว่าไม่ว่าท่านจะเสร็จวันไหนก็ต้องไปลงมติในวันอังคารที่ ๘ พฤษภาคมอยู่ดี และสมมุติ ในกรณีที่ยืดเยื้อสูงสุด ๓ วัน คือ วันพุธที่ ๑๘ วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ วันศุกร์ที่ ๒๐ เมษายน ที่ประชุม ๓ ฝ่ายก็มีความเห็นว่าน่าจะพอควรแก่กรณี พอควรแก่เหตุ ทีแรกจะได้มีการเปิด วาระที่สามไว้กว้างว่าจะเป็นวันอังคารที่ ๘ หรือวันพุธที่ ๙ พฤษภาคม แต่ว่าทางวิปวุฒิสภา ก็ได้ขอร้องทุกฝ่ายว่าปัญหาที่เราเกิดขึ้นในขณะนี้คือเราไม่สามารถที่จะกำหนดล็อกวันลงมติ ในวาระที่สามได้ เพราะฉะนั้นถ้าเป็นวันอังคารที่ ๘ พฤษภาคมได้ก็จะดี ก็ได้รับความกรุณา จากท่านประธานวิปฝ่ายค้าน ท่านประธานวิปฝ่ายรัฐบาล ก็เป็นที่ตกลงกันดังนี้ กราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

สรุปอย่างนี้นะครับ ๓ ฝ่าย ได้ข้อตกลงร่วมกัน ตรงกันว่าวันนี้เราจะประชุมถึงกี่โมงเดี๋ยวค่อยหารืออีกประเด็นหนึ่งนะครับ ส่วนประชุมต่อไปอีกหลังสงกรานต์คือวันที่ ๑๘ เมษายนเป็นต้นไปนะครับ แล้วกำหนดเวลาว่า ไม่เกินเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกาด้วยใช่ไหมครับ ไม่เกินเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกาด้วยใช่ไหมครับ ในแต่ละวัน อย่างนี้ชัดเจนนะครับ แล้วก็ไปลงมติกันในวาระที่สามวันที่ ๘ พฤษภาคมตอนเช้า อย่างนี้ชัดเจนนะครับ เพราะฉะนั้นเหลืออยู่ประเด็นเดียวครับ ประเด็นว่าเราควรที่จะต้อง ประชุมต่อไหมในขณะนี้ อยู่ที่ท่าน ส.ส. ทางใต้ครับ เห็นอย่างไรครับ หารือครับ เชิญครับ ท่านอภิชาตเชิญครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่เมื่อสักครู่ท่านได้กรุณาลุกขึ้นชี้แจงแล้วก็บอกว่า รัฐบาลจะตัดสินใจภายใน ๑๐ นาทีนี้ว่าจะเตือนภัยสึนามิหรือว่าจะดำเนินการประการใด กรณีเกิดแผ่นดินไหว ขณะนี้เวลาผ่านไป ๑๕ นาทีแล้วนะครับ พวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในภาคใต้เป็นห่วงในเรื่องนี้มากเพราะว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่รุนแรงถึง ๘.๙ ริกเตอร์ ไม่ได้ส่งผลสะเทือนเฉพาะฝั่งอันดามัน แต่ว่าภาคใต้ทั้งภาคได้รับแรงสั่นสะเทือนนี้ แม้กระทั่ง จังหวัดนครศรีธรรมราชซึ่งอยู่ในพื้นที่ฝั่งอ่าวไทยก็ยังได้รับผลกระทบ พี่น้องประชาชนในเขตเทศบาล นครนครศรีธรรมราชซึ่งอยู่บนตึกสูงวิ่งหนีภัยกันจ้าละหวั่นนะครับ ห้างสรรพสินค้า ธนาคาร สถานที่ราชการได้รับการเตือนให้ลงมาจากที่สูง ซึ่งผลกระทบอันนี้รุนแรงมาก ก็อยากจะฟังความคืบหน้าจากรัฐบาลนะครับว่าได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เมื่อสักครู่นี้มี ส.ว. ทางใต้ ยกมือใช่หรือเปล่าครับ เชิญครับ

นายสุริยา ปันจอร์ สมาชิกวุฒิสภา สตูล

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม สุริยา ปันจอร์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสตูล นั่งฟังอภิปรายเต็ม ๆ ไม่ไปไหนครับ แต่วันนี้ด้วยความเป็นห่วงก็เลยต้องหารือในที่ประชุมแห่งนี้ว่าจะดำเนินการอย่างไร เมื่อสักครู่นี้ผมได้ติดต่อไปทางจังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงาและที่จังหวัดสตูล ได้รับทราบข้อมูลซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่ชัดเจนเท่าไรนัก แต่โดยเฉพาะที่จังหวัดสตูลนั้นชัดเจน พอสมควรว่าพี่น้องที่อยู่ริมฝั่งต่างตื่นตระหนกตกใจแล้วก็กำลังรอรับฟังข่าวจากทางราชการ อยู่ว่าจะใช้ชีวิตอย่างไรในภาวะอย่างนี้เพราะว่าตัวเลข ๙.๘ กับ ๗ จุดกว่า ๆ เมื่อครั้งที่ผ่านมานี้ ต่างกันพอสมควร เพราะฉะนั้นในขณะนี้น่าจะเป็นภาระและหน้าที่ของรัฐบาลโดยรีบด่วน ที่จะต้องดำเนินการแจ้งเพื่อความปลอดภัย ชีวิตของพี่น้องประชาชน ส่วนการประชุมในวันนี้ ผมขอถือโอกาสที่จะนำเสนอเนื่องจากขณะนี้เรากำลังพิจารณามาตรา ๔ อยู่ แล้วกำลังจะจบมาตรา ๔ ซึ่งต่อไปก็จะขึ้นมาตรา ๒๙๑/๑ ผมขอเรียนเสนออย่างนี้ครับว่า เราหารือปรึกษาและประชุม และขอมติในมาตรา ๔ ให้จบ ด้วยความเป็นห่วงกับ พี่น้องประชาชนที่อยู่ฝั่งอันดามัน เราให้ขวัญกำลังใจกับ ส.ส. ส.ว. ที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว อย่างน้อย ๆ แม้จะกลับบ้านไม่ทันก็ทำให้ใจดีขึ้น ขณะนี้ผมเองมีความรู้สึกวิตกกังวล เป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นขอเสนอว่ามติมาตรา ๔ แล้วก็ขอยกยอดไปประชุมกันในวันที่ ได้กำหนด ซึ่งวิปทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ส.ว. ได้ตกลงและได้แจ้งให้ทราบแล้วเมื่อสักครู่นะครับ ขอขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ถ้าจะดำเนินการตามที่ ท่านผู้ทรงเกียรติ ท่าน ส.ว. แนะนำจะมีท่านใดเห็นเป็นอื่นไหมครับ อย่างนั้นเชิญครับ ผมเชิญท่านธนาก่อนดีกว่าครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกรัฐสภา ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ขณะนี้ศูนย์ป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ ได้ประกาศอพยพคน ๖ จังหวัดทางฝั่งอันดามันเรียบร้อยแล้ว แล้วทางประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ประกาศเตือนมายังประเทศไทยให้อพยพคนบริเวณชายฝั่งทั้งหมด เดิมนี่มีความคลาดเคลื่อน ของทางประเทศสหรัฐอเมริกาที่ยืนยันการไหวของแผ่นดินไหว ซึ่งทางรัฐบาลไทยยืนยัน ตัวเลขไม่ตรงกับทางประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งทางประเทศสหรัฐอเมริกาเตือนมามากกว่า ที่เราประกาศตอนแรก แต่ท้ายที่สุดทางกองทัพเรือยืนยันแล้วครับว่าสิ่งที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ประกาศนั้นตรงตามข้อเท็จจริงทุกประการ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าวันนี้เกิดความหวาดวิตก และช่อง ๑๑ ของรัฐบาลนี่ล่ะครับจะช่วยเป็นสื่อที่จะประชาสัมพันธ์ให้กับพี่น้องที่อยู่ ทางภาคใต้ หรือใครก็ตามที่มีญาติสนิทมิตรสหายที่อยู่ทางภาคใต้จะได้ช่วยกันโทรศัพท์ ไปแจ้งเตือนภัย ถ้าคราวนี้เราช่วยเตือนภัยได้ก่อน เขารู้ตัวก่อนแม้มันจะไม่เกิดความเสียหาย แต่สามารถป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนได้ ท่านประธานวันนี้ท่านประธาน ใช้ดุลยพินิจเลยครับ สิ่งที่ท่านประธานเคยใช้มาตลอดแล้วจะได้รับการสรรเสริญครับ ท่านประธาน ไม่ต้องรออีก ๑๐ นาที ๒๐ นาทีแล้ว ประกาศพักการประชุม เลื่อนการประชุมไป แล้วให้พี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนได้ระดมส่งกำลังใจแล้วก็หาทางที่จะช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยภาคใต้ครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมขอฟังข้อมูลจากทาง รัฐบาลนิดหนึ่งครับ ท่านรัฐมนตรีเชิญครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กระผมได้ประสานไปทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้รับแจ้งว่าท่านอธิบดี ได้ประสานไปผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง ๖ จังหวัด ได้สั่งการให้อพยพผู้คนรวมถึงแจ้งที่ศูนย์ ทุกศูนย์ใน ๖ จังหวัดภาคใต้ ขณะนี้ผมกำลังประสานดูว่าศูนย์เตือนภัยนั้น ขณะนี้ศูนย์เตือน ภัยทางภาคใต้ยังไม่ได้สั่งนะครับ แต่ว่าผมได้ประสานนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดใน ๖ จังหวัดแล้วได้รับทราบ เขาก็กำลังพากันอพยพผู้คนอยู่ครับ ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ ก็คงจะเพิ่มเติมเป็นระยะ ๆ นะครับ ตอนนี้ยังไม่มีเหตุ แต่ว่าทุกคนก็เตรียมพร้อมและ บางส่วนอพยพแล้วครับ ทางรัฐบาลก็คงจะรอดูว่าจะเปิดศูนย์เตือนภัยหรือไม่เท่านั้นเอง แต่ว่าประชาชนทราบแล้วนะครับ มีการใช้วิทยุ ใช้เครือข่ายประชาสัมพันธ์ทุกอย่างในพื้นที่ ขณะนี้ทุกฝ่ายอยู่ในความสนใจในเรื่องนี้เรื่องเดียวเลยครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ บรรยากาศคงไม่เหมาะที่จะประชุมต่อ ผมขอปิดการประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๖.๓๙ นาฬิกา