รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๐ เมษายน ๒๕๕๕

ธนา ชีรวินิจ หารือเรื่องการดำเนินการตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา และเรียกร้องให้ท่านประธานรัฐสภาให้คำตอบเกี่ยวกับการรับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชนในกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังแสดงความไม่พอใจต่อคำสั่งของประธานสภาที่ทำให้เกิดปัญหาในการพิจารณา โดยเฉพาะเรื่องการนำร่างรัฐธรรมนูญไปพิจารณา ซึ่งมีข้อกังวลเกี่ยวกับการปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และการนำเสนอหลักการและเหตุผลที่ไม่ชัดเจน

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมประท้วงท่านประธานในข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ ๕ และบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าด้วยการที่ท่านประธานเร่งรีบ เสนอระเบียบวาระนี้เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ท่านสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายแล้ว ถึงข้อวิตกกังวลว่าการพิจารณาในวันนี้อาจจะไม่ชอบด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ท่านประธานต้องให้ประธานคณะกรรมาธิการตอบข้อซักถามของท่านสมาชิกในกรณีที่ ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าในบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านสุทัศ เงินหมื่น ได้ลุกขึ้นสอบถาม ท่านประธานว่าใน (๔) ที่ท่านระบุว่าในการพิจารณาในวาระที่สอง ขั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตรา ต้องจัดให้มีการรับฟังความเห็นจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติมด้วย การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สอง ขั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตราให้ ถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ (๕) เมื่อการพิจารณาวาระที่สองเสร็จสิ้นแล้วให้รอไว้ ๑๕ วัน เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้วให้รัฐสภาพิจารณาในวาระที่สามต่อไป ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ใน (๔) นั้น ความหมายของท่านประธานเหมือนจะอนุมานว่าคณะกรรมาธิการก็ได้ ไปดำเนินการในวาระที่สองแล้ว ผมกราบเรียนว่าไม่ใช่ สิ่งที่เรากำลังพูดกันใน (๔) ก็คือ เมื่อมีการเข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน การพิจารณาในวันนี้ ใน (๔) ต้องนำ ผู้ที่เสนอชื่อร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมให้มารับฟังความคิดเห็นด้วย เพราะอะไรครับ เพราะวันนี้เป็นการประชุมร่วมกันของรัฐสภา สมาชิกรัฐสภามีสิทธิที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย กับคณะกรรมาธิการ แต่สิ่งหนึ่งที่รัฐธรรมนูญให้บทบัญญัติไว้ก็คือสมาชิกรัฐสภาสมควร จะได้รับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย นั่นหมายถึงว่าเวลา ที่สมาชิกรัฐสภาลุกขึ้นซักถามการพิจารณาของคณะกรรมาธิการย่อมมีสิทธิที่จะสอบถาม ความเห็นของภาคประชาชน ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้พี่น้องประชาชนได้เสนอ ร่างรัฐธรรมนูญเข้ามาแล้ว ๓ ฉบับ แม้ว่าท่านประธานยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระแต่ถือว่า กระบวนการเสนอชื่อร่างรัฐธรรมนูญนั้นได้เสร็จสิ้นตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแล้ว ภาคประชาชนมีศักดิ์และสิทธิในการที่จะได้รับการคุ้มครองตามมาตรา ๒๙๑ (๔) ทุกประการ นั่นประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ก็คือใน (๔) เขียนไว้ชัดเจนครับว่าการพิจารณาในวาระที่สอง ขั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตราต้องให้เรียงลำดับมาตรา สิ่งที่ท่านสมาชิกขออนุญาตเอ่ยนาม คุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ลุกขึ้นสอบถามคณะกรรมาธิการว่าหลักการและเหตุผล ที่คณะกรรมาธิการหรือแม้กระทั่งสมาชิกได้สงวนความเห็นและแปรญัตติไว้นั้นท่านไม่ได้ บรรจุไว้เพราะเมื่อดูตามลำดับเรียงมาตราแล้วไม่ปรากฏรายละเอียด แต่ท่านประธาน คณะกรรมาธิการท่านเรียนให้ที่ประชุมทราบว่าท่านได้ไปบรรจุไว้อยู่ท้ายรายงานของการพิจารณา ของคณะกรรมาธิการนั่นหมายถึงว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญไม่ได้ปฏิบัติให้เป็นไปตาม บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ เนื่องจากสภาแห่งนี้จะต้องพิจารณาเรียงตามมาตรา หมายความว่าอย่างไรครับท่านประธาน หมายถึงเรียงตามกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... โดยเริ่มต้นตั้งแต่หลักการ เหตุผลและเข้าสู่ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตามมาตรา เพราะฉะนั้นสิ่งที่กรรมาธิการได้นำเสนอโดยเอาหลักการซึ่งอยู่ต้นไปอยู่ท้าย การพิจารณาของร่างรัฐธรรมนูญนั้น ผมถือว่าไม่ชอบด้วยบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ (๔) (๕) แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตท่านประธาน ผมไม่สบายใจที่ท่านประธาน บอกว่าจำเป็นจะต้องพิจารณาในวันนี้ เนื่องจากสมาชิกรัฐสภาทั้งท่าน ส.ว. ก็ดี ส.ส. ก็ดี จะต้องเดินทางไปดูงานต่างประเทศ ผมยืนยันครับว่าการดูงานเป็นเรื่องสำคัญ แต่การดูงานนั้น สามารถเลื่อนกำหนดการออกไปได้ครับ สภาปิดสมัยประชุม ๓ เดือน ท่านจะเลื่อนออกไป ๑ เดือน ๑๕ วัน การดูงานก็ไม่เสียหาย แต่ท่านประธานเลือกเอาการดูงานของกรรมาธิการ เป็นที่ตั้งแล้วมาเลื่อนร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาทำให้เกิดปัญหาในการพิจารณาในวันนี้ ผมเห็นว่า ท่านประธานใช้ดุลยพินิจของท่าน ใช้คำสั่งของท่านมีนัยแอบแฝงครับท่านประธาน