เทพไท เสนพงศ์ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการพิจารณาในวาระที่สอง โดยกล่าวว่า การพิจารณาเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก โดยไม่คำนึงถึงวันหยุดราชการหรือวันสำคัญอื่น ๆ และเรียกร้องให้มีการพิจารณาในวันพฤหัสบดีบ่ายเพิ่มอีกวัน นอกจากนี้ เทพไท เสนพงศ์ ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการแปรญัตติในสภา โดยกล่าวหาว่าสมาชิกบางคนไม่ได้เข้าร่วมประชุมอย่างเต็มที่ และอาจมีการบิดเบือนข้อเท็จจริงในการนับองค์ประชุม
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภาและ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานนะครับว่าที่ผมแปรญัตติ ในมาตรา ๑ เป็นความตั้งใจของผมจริงนะครับท่านประธาน ไม่ได้เป็นการล้อเล่นเหมือนกับ ท่านสมาชิกบางท่านพูดเมื่อสักครู่นี้ว่าผมทำเรื่องนี้เป็นล้อเล่น ผมไม่ได้ล้อเล่นนะท่านประธาน ถ้าผมล้อเล่นผมจะต้องบอกว่ารัฐธรรมนูญรวบรัดเพื่อแม้วแห่งราชอาณาจักร อันนี้ผมล้อเล่นนะ แต่ว่าผมแก้ว่ารัฐธรรมนูญรวบรัดเพื่อทักษิณนี่ ผมต้องเรียนกับท่านประธานเป็นการให้เกียรติด้วยซ้ำไปครับ ไม่มีคำไหนว่าเป็นคำล้อเล่น หรือเยาะเย้ยถากถางเสียดสีใด ๆ ทั้งสิ้น และสมาชิกหลายคนในสภาแห่งนี้ก็ชื่นชอบ ชื่นชอบ มากกับชื่อนี้ด้วยซ้ำไป ผมคิดว่าเป็นเกียรติด้วยซ้ำไป จึงเอามาไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไข ฉบับนี้ครับ ส่วนที่กรรมาธิการบางท่านบอกว่าเรื่องแบบนี้ไม่เคยเห็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาหลายปีหลายฉบับแล้ว ผมก็อยากจะเรียนเช่นเดียวกันครับท่านประธานว่าพฤติกรรมรวบรัด แบบนี้ผมก็ไม่เคยเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับไหนที่รวบรัดแบบนี้ครับ ผมจึงจำเป็น ที่จะต้องแปรญัตติในมาตรา ๑ เป็นรัฐธรรมนูญรวบรัดเพื่อทักษิณแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ต้องเรียนกับท่านประธานอย่างตรงไปตรงมาครับว่า ความเห็นของผมที่จะแปรญัตติมาตรานี้ ผมเพิ่งคิดขึ้นมาในช่วงที่จะพิจารณาในวาระที่สอง จะเสร็จสิ้นแล้วครับท่านประธาน ก่อนหน้านี้ผมก็ไม่ได้คิด และผมคิดว่าในมาตรา ๑ โดยทั่วไปก็คงจะไม่มีใครที่จะมาแปรญัตติและสงวนคำแปรญัตติ แต่ผมได้ดูพฤติกรรมตั้งแต่ ต้นจนจบ ผมเห็นว่าพฤติกรรมที่ผ่านมามันสอดคล้องกับชื่อที่ผมกำลังแปรญัตติอยู่ในขณะนี้ จริง ๆ ครับท่านประธาน ตั้งแต่ตอนแรกท่านประธานที่เคารพครับ ในการคิดเรื่องการแก้ไข รัฐธรรมนูญ มีคนออกมานำเสนอว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญที่มาจาก คมช. เป็นผลผลิตของการปฏิวัติรัฐประหารจำเป็นที่จะต้องแก้ไข ในขณะที่หลายส่วนก็บอกว่า เรายังมีปัญหาในสังคมอีกมากมายที่จะเป็นปัญหาเร่งด่วนที่จะต้องแก้ไขก่อนรัฐธรรมนูญ การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้หมายความว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วมันจะแก้ปัญหาทุกอย่างได้ แก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วจะทำให้ข้าวของมันราคาถูกขึ้นหรือเปล่า แก้รัฐธรรมนูญแล้วทำให้ ราคาน้ำมันมันถูกหรือเปล่า หลายคนก็บอกว่าไปแก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนก่อน ก่อนที่จะมาแก้รัฐธรรมนูญ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญคนก็ตั้งข้อสังเกตว่าคนที่ได้ประโยชน์ ทางตรงเพียงคนคนเดียว นอกนั้นเป็นผลประโยชน์ทางอ้อมทั้งสิ้น แต่หลายฝ่ายก็ไม่ฟังครับ ก็พยายามที่จะดึงดัน โดยอ้างเสียง ๑๕ ล้านเสียงบ้าง อ้างความชอบธรรมในการได้รับเสียง ข้างมากบ้าง เสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญมา แม้แต่ใน ครม. ก็เพิ่งมาแก้ตอนหลังด้วยซ้ำไป ในขณะช่วงแรก ๆ ยังไม่ทราบว่าท่าทีการคัดค้านของสังคมมีความรุนแรงมากน้อยเพียงใด หลายคนก็บอกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นวิกฤติปัญหาของบ้านเมือง เพราะในยุคของ รัฐบาลคุณสมัคร สุนทรเวช ถ้าท่านประธานจำได้ครับ วันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๐ เป็นจุดเริ่มต้น ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญและมาซึ่งบ้านเมืองเจอทางตันแล้วก็เจอวิกฤติทางการเมือง ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน หลายคนก็ท้วงติงว่าทั้งรัฐบาล ทั้งพรรคฝ่ายค้าน ทั้งพรรคร่วมรัฐบาล และหน่วยงานและฝ่ายต่าง ๆ ไม่ควรที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควรที่จะทอดระยะเวลาออกไป ระยะหนึ่ง แม้แต่สมาชิกในฝ่ายรัฐบาลเองด้วยซ้ำไปนะครับ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม อย่างเช่น ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง หรือพันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย ด้วยซ้ำไปครับ ท่านก็บอกว่าควรจะทอดเวลาไปสัก ๘-๙ เดือน หรือ ๑ ปี และค่อยมาคิดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่สมาชิกหลาย ๆ ท่านก็ไม่ฟังครับ มีการเสนอมาอย่างน้อยที่เสนอมาก็คือจากเริ่มต้น ของกลุ่ม นปช. ที่นำโดยคุณธิดา ถาวรเศรษฐ ได้เสนอเมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ในภาคประชาชนครับ คุณนิรันดร์ ด่านไพบูลย์ ก็ได้เสนอมาในวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ และคุณเยี่ยมยอด ศรีมันตะ เสนอมาเมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๕ นี่คือร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ภาคประชาชน ในขณะเดียวกันในส่วนของรัฐบาลของสมาชิกพรรคเพื่อไทย คุณสุนัย จุลพงศธร และคณะก็ได้ยื่นเข้ามา รวมไปถึงสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาล คุณภราดร ปริศนานันทกุล และคณะก็ยื่นเข้ามา สุดท้ายคณะรัฐมนตรีเห็นว่าแนวทางที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปได้ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของสภา ก็เสนอในนามคณะรัฐมนตรีมาอีกฉบับหนึ่ง ด้วยกัน ที่ผมอภิปรายข้อที่ ๑ ก็คือที่บอกว่าเร่งรัดก็เพราะเห็นได้ชัดนะครับว่าการเสนอร่าง แก้ไขรัฐธรรมนูญมีทั้งหมด ๓ ฉบับ เป็นของภาคประชาชน ๓ ฉบับ เป็นของ ส.ส. และ ครม. ๓ ฉบับ ถ้าหากจะให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านประธานต้องให้ เครดิตกับภาคประชาชนก่อนครับ เพราะภาคประชาชนเป็นผู้เคลื่อนไหวและเป็นผู้รวบรวม รายชื่อประชาชนมาเสนอเพื่อจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อประธานบรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับต่าง ๆ เข้ามาที่ประชุมรัฐสภา ที่ผมแปลกใจก็คือว่าท่านประธานไม่ได้ให้ความสำคัญของ ๓ ร่างภาคประชาชน โดยอ้างว่าจะใช้เวลานานเพราะต้องมีการตรวจสอบรายชื่อ ต้องใช้เวลา ถึง ๒ เดือน ๓ เดือน ๖ เดือนก็สุดแท้แต่ที่จะตรวจสอบเสร็จ ซึ่งตรงนี้เองเป็นข้อที่ ๑ ที่ผมเห็นว่าเป็นการพิจารณาแก้ไขเรื่องนี้ในลักษณะลุกลี้ลุกลน รวบรัด ไม่ฟังเสียง ไม่เคารพ ร่างของภาคประชาชน ทั้ง ๆ ที่คนเหล่านี้หรือท่านประธานเองก็ทราบนะครับว่าหลายฝ่าย ก็พร่ำบอกตลอดเวลาโดยอ้างว่าเสียงประชาชนตลอดเวลา แล้วก็บอกว่าประชาชนเป็นใหญ่ ต้องฟังเสียงประชาชน แต่ว่าในขณะที่ประชาชนเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมไม่เห็น ท่านประธานให้ความสำคัญกับร่างแก้ไขของภาคประชาชนเลย กลับรวบรัดเพื่อจะเอาของ ๓ ร่างที่มันสำเร็จรูปอยู่แล้ว ตรงนี้เองนะครับผมจึงเป็นที่มาของการแปรญัตติเรื่องรวบรัด เพื่อทักษิณแห่งราชอาณาจักรไทย ข้อที่ ๑ ครับท่านประธาน
ส่วนข้อที่ ๒ ท่านประธานครับ เมื่อสภาแห่งนี้ได้พิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ใน ๓ ฉบับ ในวาระที่หนึ่ง ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๓ ลากต่อไปถึงวันที่ ๒๔ แล้วก็ไปถึงวันเสาร์ที่ ๒๕ ท่านประธานก็จะแลเห็นนะครับว่ามีการพิจารณากฎหมายสำคัญโดยท่านไม่ได้คำนึงถึง วันหยุดราชการ หรือวันใด ๆ ทั้งสิ้น วันสำคัญใด ๆ ทั้งสิ้น ท่านก็พยายามที่จะดึงดันเพื่อให้ มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว พอรัฐธรรมนูญผ่านวาระที่หนึ่งแล้วเข้าสู่วาระที่สอง ผมจะเล่าให้ท่านประธานฟังในบรรยากาศในฐานะที่ผมเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย มีการเร่งรัด การพิจารณาในวาระที่สองอย่างรวดเร็ว วันแรกในการประชุมคณะกรรมาธิการก็ได้แสดง ความเห็นว่าเราควรที่จะพิจารณาในวันพุธและวันพฤหัสบดีในตอนเช้า ๒ วัน การพิจารณา พูดจาสนทนาธรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเป็นไปด้วยดีครับ พิจารณาได้แค่ครั้ง ๒ ครั้ง ผมไม่แน่ใจว่ามันมีสัญญาณอะไรมาหรือไม่ หรือรีโมท (Remote) กดจากไหนหรือไม่ ท่านประธานก็บอกว่าถ้าอย่างนั้นขอเพิ่มเป็นวันพฤหัสบดีช่วงบ่ายอีกสัก ๑ วันจะได้หรือไม่ พวกผมก็ไม่ขัดข้องท่านประธาน ก็มีเป็นการพิจารณาเพิ่มวันพฤหัสบดีบ่าย ถัดมาการพิจารณา วาระที่สอง อาจจะไม่รวดเร็วทันใจ ขอเพิ่มเป็นวันพุธบ่ายอีกวันได้หรือไม่ พวกผมก็ไม่ขัดข้องครับ เอาเป็นวันพุธบ่าย ถึงที่สุดก็บอกว่าทั้งวันพุธ วันพฤหัสบดีเช้าบ่ายไม่ทันใจแล้ว ขอวันอังคารอีก ได้หรือไม่ครับ กรรมาธิการก็พิจารณาวันอังคารอีก ทำลักษณะรวบรัดตั้งแต่วันอังคาร วันพุธ วันพฤหัสบดี ทั้งวันครับ เพื่อที่จะให้การพิจารณาวาระที่สอง เสร็จอย่างรวดเร็ว ตามที่ ธงหลาย ๆ คนคิดว่าจะต้องเสร็จก่อนวันสงกรานต์
ประเด็นที่ ๓ เรื่องการชี้แจง การแปรญัตติของเพื่อนสมาชิกที่มีการขอแปรญัตติ ไปในมาตราต่าง ๆ ซึ่งนัดให้มีการแปรญัตติในวันพุธและวันพฤหัสบดี ถ้าท่านประธาน เห็นบรรยากาศการแปรญัตติท่านประธานก็คงทราบครับว่ามีการรวบรัดแค่ไหน ในวันนั้น ได้มีการประชุมเกี่ยวกับกฎหมายปรองดอง ท่านประธานก็จะเห็นนะครับว่ามีการวิ่งรอกกัน ระหว่างสมาชิกในการประชุมในสภาและในกรรมาธิการ และมีการพิจารณาในระหว่าง ที่องค์ประชุมไม่ครบตลอดเวลาครับ ผมยืนยันได้เลยว่าไม่ครบตลอดเวลาครับ เพียงแต่ว่า ไม่สามารถยืนยันได้เพราะไม่มีการนับองค์ประชุม แต่ทุกครั้งที่มีการนับองค์ประชุม ท่านประธานก็สั่งพักทุกครั้ง ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าองค์ประชุมไม่ครบครับ สิ่งที่ ส.ส. วัชระ เพชรทอง พูดเมื่อกี้นี้ผมคิดว่ามีเหตุอันควรเชื่อได้เลยว่าไม่ครบ และถ้าหากว่าไปเอาทีวี (TV) วงจรปิดในการประชุมและไปนับองค์ประชุมในขณะนั้นแล้วไม่พบจริง ๆ ผมคิดว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาแน่นอนครับ