รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๐ เมษายน ๒๕๕๕

วรงค์ เดชกิจวิกรม แสดงความกังวลเกี่ยวกับกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญที่เร่งรีบเกินไป โดยเฉพาะกระบวนการคัดเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) โดยร้องขอให้กระบวนการนี้ให้พักช่วงเวลา 30 วัน เพื่อให้กระบวนการเตรียมความพร้อมของ กกต. และภาคส่วนอื่น ๆ เสร็จสมบูรณ์ก่อนเริ่มดำเนินการ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม กรรมาธิการ

ก็ใช่สิครับ ผมกำลังอธิบายที่มาที่ไปเอง เพราะผมมีความรู้สึกว่ามันเร่งรีบมากเกินไปครับ หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาปุ๊บ มีผลบังคับใช้ทันทีปั๊บ แล้วมันจะไปทันอะไรท่านประธาน ผมถึงต้องการจะสื่อให้เห็นว่า ทุกกระบวนการ ทุกขั้นตอนมันค่อนข้างจะรวบรัด ตัดตอน ท่านประธานอ่านร่างแก้ไขฉบับนี้ มันจะมีสูตรดังนี้ ๑๕ บวก ๒๐ บวก ๔๐ และบวก ๑๕ ผมช้า ๆ นะครับเพื่อให้ พี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านได้ตามเรื่องนี้ทันด้วย สูตร ๑๕ บวก ๒๐ บวก ๔๐ บวก ๑๕ ก็เท่ากับ ๙๐ วันพอดี คือ ๑๕ วันแรก หลังจากถ้ามีผลบังคับใช้ทันทีนี่ ๑๕ วันแรก มีการประกาศกฤษฎีกาเพื่อเลือกตั้ง สสร. ๒๐ วันถัดมาก็คือ มีการรับสมัคร ๔๐ วันก็คือ ให้มีการหาเสียงเลือกตั้ง สสร. หรือดำเนินการของรัฐสภา และ ๑๕ สุดท้าย ก็คือให้ประกาศ รับรอง สสร. ก็เท่ากับว่ากระบวนการนี้ทั้งหมด ๑๕ บวก ๒๐ บวก ๔๐ บวก ๑๕ เบ็ดเสร็จแล้ว ๙๐ วัน เท่ากับว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาทุกอย่างต้องจบ ภายใน ๙๐ วัน ท่านประธานครับ มันจะเร่งรีบไปถึงไหนท่านประธาน ผมกังวลเป็นอย่างยิ่งว่า โดยเฉพาะกระบวนการในการคัดเลือก สสร. ก็คือการเลือกตั้ง สสร. จากพี่น้องประชาชน วันนี้เราก็ยังไม่เห็นความชัดเจนของข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่ประชาชนที่สนใจจะเข้าสู่ กระบวนการรับสมัครคัดเลือกเป็น สสร. ใจผมคิดว่าก็ในเมื่อถ้าเราอ่านในภาพรวมของร่างนี้ ทั้งหมดแล้วเราจะเห็นภาพว่าร่างแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมากให้อำนาจ กกต. ใช้ พ.ร.บ. เลือกตั้งท้องถิ่น พูดภาษาชาวบ้านคือเอามาประยุกต์ใช้โดยอนุโลม ถ้าสิ่งไหน ที่ไม่ต้องการจะใช้ให้เอามาประกาศในราชกิจจานุเบกษา ท่านประธานอย่าลืมนะครับว่า สมมุติว่าลงนามประกาศในราชกิจจานุเบกษาปุ๊บทุกอย่างต้องเริ่มต้นทันที ทุกอย่างเริ่มนับ ๑ นับ ๒ นับ ๓ นับ ๔ ไปทันที ถามว่าความลุกลี้ลุกลนผมเกรงว่าจะเกิดปัญหาอีกครั้งหนึ่ง ในอนาคต วันนี้ท่านประธานเห็นไหมครับว่ากระบวนการต่าง ๆ ที่ดำเนินการมามันเร่งมาตลอด มันจึงเกิดปัญหามาตลอด ลำพังแค่รายงานฉบับนี้เข้าสู่สภาวันนี้ก็เถียงกันมาหลายชั่วโมง เพราะมันเร่งรีบมาก แต่ถ้ารัฐธรรมนูญนี้หลังจากเสร็จสิ้นแล้วประกาศในราชกิจจานุเบกษา ท่านประธานไม่มีระยะพักสักช่วงเวลาหนึ่งให้หายใจสักนิดหนึ่ง อย่างน้อยผมเชื่อว่า ที่ผมเสนอไว้ ๓๐ วัน ช่วง ๓๐ วันนี้เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา ช่วง ๓๐ วัน กกต. เขาทำการบ้านแล้วท่านประธาน กกต. อาจจะต้องเอากฎหมายท้องถิ่นมาดูแล้วอาจจะต้อง รับฟังหลาย ๆ ภาคส่วน คิดว่าควรจะต้องเตรียมข้อบังคับหรือเตรียมระเบียบว่าด้วย การเลือกตั้ง สสร. อย่างไรบ้าง โดยเอากฎหมายท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ ผมคิดว่าการที่ให้ กกต. เขามีช่วงระยะเวลาพักสัก ๓๐ วัน ไปเตรียมความพร้อมองค์ประกอบเหล่านี้ และหลังจากนั้นแล้วค่อยเริ่มต้นผมว่ามันจะเป็นทางออกที่ดี ท่านประธานอย่าลืมนะครับว่า อยู่ ๆ ลงนามประกาศในราชกิจจานุเบกษาปุ๊บภายใน ๑๕ วัน รัฐบาลมีพระราชกฤษฎีกา เลือกตั้ง กกต. รับสมัครเลือกตั้ง ทุกอย่างมันไปเลยท่านประธาน ถ้ามันมีปัญหาขึ้นมา เกิดถ้าสมมุติ กกต. เขาไม่พร้อมขึ้นมา สิ่งที่ กกต. อาจจะร่างเอากฎหมายท้องถิ่นเอามาประยุกต์ แล้วมันเกิดปัญหาขึ้นมา มีหลายฝ่ายหลายส่วนแสดงความคิดเห็น ไม่เห็นด้วย เกิดถ้ามันช้าขึ้นมา กระบวนการจัดการเลือกตั้งก็ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ วันนี้เท่ากับทุกอย่างท่านบังคับไว้ ๙๐ วัน ผมฟ้องประชาชนแล้วนะครับ วันนี้แค่กระบวนการทุกอย่างท่านบังคับมาหมดแล้ว แต่หลังจากลงนามประกาศในราชกิจจานุเบกษาท่านบังคับไว้ทุกอย่างต้องจบภายใน ๙๐ วัน คือ ๙๐ วันทุกอย่างกระบวนการทุกอย่างต้องจบ ผมว่ามันรวบรัดมาก ผมถึงอยากจะย้ำนะครับ ขอเวลาสัก ๓๐ วัน ให้หลาย ๆ ภาคส่วนได้เตรียมความพร้อมของตัวเอง ยังน้อย ๆ ช่วงสูตร ๑๕ บวก ๒๐ บวก ๔๐ และบวก ๑๕ บวก ๑๕ หลังผมก็ยังกังวลใจท่านประธานครับ มันจะทำให้ การเลือกตั้งครั้งนี้เมื่อท่านเร่งรีบจนเกินไป กกต. มีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง โกงช่างมัน โกงไม่เป็นอะไรครับ เพราะว่า กกต. เขาก็บอกในที่ประชุมคณะกรรมาธิการ พวกเราก็รับรู้ เพราะ กกต. ไม่มีเวลาในการที่จะมาสอยพวกนี้ กกต. เขามีหน้าที่ส่งศาลอย่างเดียว ก็เท่ากับว่า กกต. ก็เหมือนเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง แต่ไม่ต้องมามีหน้าที่ในการตรวจสอบ เรื่องการทุจริตการเลือกตั้ง เพราะ กกต. แทบจะไม่มีอำนาจในการให้ใบเหลือง ใบแดง มีเวลา ๑๕ วัน ต้องดำเนินการส่งศาลอย่างเดียว แล้วผมเรียนท่านประธานนะครับว่าวันนี้ในเมื่อความชัดเจน พวกนี้ไม่มีนี่สิ่งที่ตามมาก็คือประสิทธิภาพของ สสร. ครับ ถ้ามีการซื้อเสียงกันสนุกสนาน ท่านประธานครับ มันจะกลายเป็น สสร. รับจ๊อบ (Job) นะครับ มันจะไม่ใช่ สสร. ที่เป็น ผู้แทนของประชาชนครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะย้ำกับพวกเราทุกคน ย้ำกับเพื่อนสมาชิกกรรมาธิการเสียงข้างมาก เรื่องนี้แม้แต่ในที่ประชุมเอง เราก็จำได้ว่า กกต. เองก็เคยมีหนังสือมาถึงพวกเรา บอกว่า ต้องการได้ พ.ร.บ. หรือกฎหมายสักฉบับหนึ่งว่าด้วยการเลือกตั้ง สสร. แต่วันนี้อยู่ ๆ ท่านล็อกไว้อย่างนี้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาปุ๊บมีผลทันทีปั๊บ ท่านไม่มีเวลาให้ทุกอย่าง เตรียมความพร้อม ผมถึงอยากจะเรียกร้องเวลา ๓๐ วัน เพราะผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกบางคน เรียกร้องนานกว่านั้น อย่างน้อยให้เราได้เห็นภาพ กฎเกณฑ์กติกาที่ กกต. จะประกาศใช้ ซึ่งท่านอาจจะเรียกระเบียบหรือเรียกอะไรก็แล้วแต่ แต่อย่างน้อยคนที่เข้าสู่การเลือกตั้ง สสร. จะได้เข้าใจว่านี่คือกติกา แล้วก็หลายคนจะได้เตรียมพร้อมเข้าสู่กระบวนการจัดการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า รัฐธรรมนูญนี้คือกฎหมายสูงสุด ของประเทศ ไม่ใช่กฎหมายหรือข้อบังคับของบริษัท และสิ่งเหล่านี้มีผลกับประชาชนคนไทย ทั้งประเทศ ทั้งคนเห็นด้วยกับท่านและคนที่ไม่เห็นด้วยกับท่าน ท่านต้องใจเย็น ๆ นิดหนึ่งครับ วันนี้เราเริ่มต้นมาตั้งแต่เช้า เราวุ่นวายเพราะความเร่งรีบของคณะกรรมาธิการ เร่งรีบ เพราะท่านต้องการสร้างผลงานบางสิ่งบางอย่างหรือไม่ เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นด้วยกับข้อนี้ ผมจึงแปรญัตติเพิ่มเติมอีก ๓๐ วัน หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา ขอบคุณครับ