ธนา ชีรวินิจ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมีส่วนร่วมของประชาชนและเคารพหลักเกณฑ์กติกาของบ้านเมือง และเสนอการเปลี่ยนแปลงบทความมาตรา ๒๙๑/๑ เพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ท่านประธานรัฐสภา ผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ การพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนั้น วันนี้ได้เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนที่ได้ติดตามรับชมและรับฟังทางสถานีโทรทัศน์และวิทยุ ทั่วประเทศครับ ในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นมีเรื่องทางเทคนิคเป็นเรื่องวิธีการ อยู่มากพอสมควร เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่าในการอภิปรายของผมนั้นก็จะมีการทำความเข้าใจ กับพี่น้องประชาชนที่ได้มีโอกาสรับชมและรับฟังอยู่ทางบ้านด้วยเพื่อให้พี่น้องประชาชน ได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปพร้อมกับรัฐสภา ผมกราบเรียน ท่านประธานครับ ในมาตรา ๓ ผมได้ขอให้ตัดความในมาตรา ๓ ทั้งหมด ซึ่งเดิมได้เขียนไว้ว่า มาตรา ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๑๗) และ (๑๘) ของมาตรา ๑๓๖ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย (๑๗) การให้ความเห็นชอบสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) (๑๘) การให้ความเห็นชอบญัตติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามมาตรา ๒๙๑/๑๖ สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมได้แปรญัตติเพื่อให้ตัดข้อความในมาตรา ๓ ทั้งหมด เนื่องจากผมเห็นว่าการดำเนินการตามมติ แล้วก็การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ ครม. ได้เสนอร่างมา ในมาตรา ๓ นั้น เป็นเรื่องที่ไม่สมควร และไม่เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ผมกราบเรียน ท่านประธานครับว่าในมาตรา ๑๓๖ ที่ทางร่างของคณะรัฐมนตรีได้นำเสนอนั้น ก็คือในกรณี ที่รัฐสภามีหน้าที่ต้องประชุมร่วมกันในภารกิจสำคัญ ๆ ซึ่งผมก็จะกราบเรียนเพื่อให้เป็น แนวทางได้ทราบว่าในมาตรา ๑๓๖ นั้นคืออะไร ยกตัวอย่างการให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้ง ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ก็ดี การมีมติให้รัฐสภาพิจารณาเรื่องอื่นในสมัยสามัญ นิติบัญญัติได้ ตามมาตรา ๑๒๗ ซึ่งเมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้วท่านประธานก็ได้นำคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติขึ้นมา เพื่อขอความเห็นชอบ จากรัฐสภาอนุญาตให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ การเปิดประชุมรัฐสภาก็ดี การตราข้อบังคับการประชุมรัฐสภาก็ดี การให้ความเห็นชอบในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ หรือร่างพระราชบัญญัติ ตามมาตรา ๑๘๕ การให้ความเห็นชอบ ให้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ หรือร่างพระราชบัญญัติต่อไป ตามมาตรา ๑๕๓ วรรคสอง ผมขออนุญาตเน้น (๑๑) วรรคแรก ที่เขียนว่า ให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม นั่นเป็นประเด็นแรก มา (๑๖) ซึ่งให้อำนาจรัฐสภาไว้ ก็คือ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๙๑ ซึ่งเรากำลังพิจารณาวันนี้ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งได้ผ่านประชามติของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ด้วยความเห็นชอบ ๑๔.๗ ล้านเสียง และประกาศใช้รัฐธรรมนูญมาเป็นระยะเวลาประมาณ ๕ ปี นับจนถึงบัดนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับ ๒๕๕๐ ก็ได้ใช้ปฏิบัติ สามารถที่จะเดินหน้าในการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองมาโดยตลอด แต่วันนี้มีคณะบุคคล มีคณะรัฐมนตรีที่เห็นว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มีปัญหาในทางปฏิบัติที่อยากจะแก้ไข และสอดคล้องกับแนวทางของกลุ่ม มวลชน ซึ่งเดินคู่ขนานกับคณะรัฐบาลในปัจจุบัน ก็ได้มีความคิดว่าสมควรที่จะมีการแก้ไข รัฐธรรมนูญ และเพื่อนสมาชิกที่ได้อภิปรายก่อนหน้าผมไปในมาตรา ๑ ก็ได้พูดชัดเจนครับว่า พรรคเพื่อไทยในเวลาหาเสียงเลือกตั้งก็ได้ชูประเด็นของการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะนำเอา รัฐธรรมนูญฉบับของประชาชนเข้ามาแก้ไขให้เป็นไปตามความต้องการของพี่น้องประชาชน วันนี้ท่านเป็นรัฐบาล ท่านตัดสินใจที่จะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยที่ท่านไม่สนใจเสียง ข้างน้อย หรือเสียงที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะท่านยึดมั่นในคำสัญญา ที่ท่านให้ไว้กับกลุ่มมวลชนที่เดินคู่ขนานกับท่าน ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าวันที่ ท่านหาเสียงเลือกตั้ง ท่านสามารถที่จะให้ตกปากรับคำใครก็ได้ แต่เมื่อท่านมาเป็นรัฐบาลแล้ว ท่านไม่ได้เป็นรัฐบาลของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ท่านไม่ได้เป็นรัฐบาลของคนสีใดสีหนึ่ง แต่ท่านเป็นรัฐบาลของคนไทยทั้งประเทศ ท่านรู้ดีครับว่าวันนี้การแก้รัฐธรรมนูญนั้นมีปัญหา เนื่องจากมีคนกลุ่มหนึ่งที่ถือหาง หรือสนับสนุนรัฐบาล ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ท่าน ก็ทราบดีครับว่ามีคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ของสังคมพอสมควรที่เขาไม่เห็นด้วยกับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่วันนี้ท่านเลือกข้างที่จะเดิน แก้ไขรัฐธรรมนูญ เอาละครับ นั่นเป็น สิทธิของท่าน แต่ผมกราบเรียนท่านประธานว่ารัฐบาลมีหน้าที่ที่จะสร้างความผาสุก การที่จะทำให้ ประเทศชาติเดินหน้าไปโดยอาศัยพลังทุกหมู่เหล่าของพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ วันนี้เมื่อท่าน ตัดสินใจแก้รัฐธรรมนูญ ผมเรียนท่านประธานครับว่าใน (๑๘) การให้ความเห็นชอบญัตติ ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามมาตรา ๒๙๑/๑๖ ประเด็นแรกที่ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานก็คือวันนี้ทุกคนพูดกัน นักวิชาการทุกแขนงพูดกัน เหมือนกัน ในทิศทางเดียวกันว่าการเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญของคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้นั้น ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๖ ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไว้แล้ว ทั้งใน (๑๑) ก็ดี (๑๖) ก็ดี เขียนไว้ชัดเจนครับว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นทำได้โดยเฉพาะเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมเท่านั้น ไม่ได้อนุญาตให้มีการแก้ไข หรือร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับเหมือนที่ท่านได้ยื่นเข้าสู่รัฐสภาในวันนี้ แน่นอนครับ การประชุมรัฐสภาแห่งนี้ท่านประธานก็ยืนยันเสียงข้างมากที่ผ่านวาระที่หนึ่งมาแล้ว ผมก็เคารพในกระบวนการระบอบประชาธิปไตย เมื่อเสียงข้างมากยืนยันที่จะเดินหน้าอย่างที่ ตัวเองคิด โดยที่ไม่ได้ฟังเสียงข้างน้อยอย่างพวกผม พวกผมก็ต้องหาความชอบธรรมในการที่จะ ให้คนกลางซึ่งมีหน้าที่ในการตีความบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญว่าการดำเนินการ ของคณะรัฐมนตรีในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับที่ทำกันอยู่ในฉบับในปัจจุบันนี้ถูกต้อง เป็นไปตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ และผมเชื่อว่าบ้านเมืองมีหลักการ มีวิธีการและมีความเป็นธรรม ที่ยังหลงเหลืออยู่ ผมก็จะรอการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานก็คือในวันที่ท่านบอกกับพี่น้องประชาชนว่าเมื่อท่านมาเป็นรัฐบาล ท่านจะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่เป็นของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง วันนี้ท่านก็เห็นแล้วภาคประชาชนที่ยืนเคียงข้างท่าน ต่อสู้กับท่านมาจนท่านได้อำนาจรัฐ ปกครองประเทศ คนกลุ่มคนเสื้อแดงที่เดินคู่ขนานกับท่านเขาสงวนสิทธิที่จะใช้สิทธิในการ แก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยการเสนอชื่อเข้าต่อรัฐสภาเพื่อให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้ววันนี้ เป็นอย่างไร วันที่ท่านเคยบอกว่าท่านจะทำเมื่อท่านได้อำนาจรัฐ ท่านจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้เป็นไปตามความต้องการของประชาชน แต่วันนี้เขาเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เข้ามา เหมือนกับท่าน แต่ท่านไม่เอา วันนี้ผ่านกระบวนการต่อสู้ร่วมกันมา ท่านได้อำนาจรัฐแล้ว ประชาชนท่านวางไว้ข้างหลัง ท่านเอาความคิดเห็นของท่านเป็นใหญ่อย่างไรครับ ท่านไม่ได้ ทำตามที่ท่านรับปากกับคนกลุ่มที่เดินต่อสู้มากับท่าน ท่านไม่ทำอย่างเดียว แต่ท่านพยายาม ที่จะเดินตามแนวความคิดของท่านอย่างที่ไม่ลดละความพยายาม ในคณะกรรมาธิการ นี่นะครับท่านประธานตอนที่เรามีการโหวตว่าที่มาของ สสร. นั้นควรจะมาอย่างไร กรรมาธิการวันนั้นโหวตกันมาเสียง ๑๒ ต่อ ๑๐ ให้ร่างของ ครม. ตกไป และกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยซึ่งชนะคะแนนเสียงโหวตในวันนั้นพูดชัดเจนครับว่าจะพยายามที่จะหยิบยก ร่างของพี่น้องประชาชนที่เสนอเข้ามาโดยให้ สสร. มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด จะไม่เอา นักวิชาการ เพราะเขามีความรู้สึกว่านักวิชาการที่เข้ามาไม่ได้ทำหน้าที่เพื่อปกป้องผลประโยชน์ ของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง วันนั้นเป็นโอกาสของท่านครับ ที่ท่านจะเดินตาม ความต้องการของพี่น้องประชาชนได้อย่างเต็มที่ แต่ท่านก็ไม่ทำ ท่านใช้มติของเสียงข้างมาก ในคณะกรรมาธิการหักสิ่งที่พวกเราได้ลงมติไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่สิ่งที่เราลงมติไปแล้วนั้น เป็นไปตามเจตนารมณ์ของภาคประชาชนที่ได้เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมถึงกราบเรียน ท่านอย่างไรครับว่าวันที่ท่านเดินกันมาด้วยกัน ต่อสู้กันมาด้วยกัน ท่านบอกประชาชนยิ่งใหญ่ แต่เมื่อท่านได้อำนาจรัฐแล้ววันนี้ร่างของพี่น้องประชาชนที่เสนอมาประกบกับท่าน ท่านแม้แต่ จะไม่เหลียวดูว่าเขาต้องการอย่างไร สิ่งที่ท่านหมอเหวงขออนุญาตเอ่ยนาม ได้ลุกขึ้น แสดงความชื่นชมว่ารัฐบาลให้สิทธิในการที่จะแสดงออกทางการเมืองในเรื่องความเห็นต่าง ผมกราบเรียนว่าสิทธิแค่นั้นไม่พอหรอกครับท่านประธาน สิทธิของคนที่ต่อสู้ร่วมกันมา ซึ่งท่านยืนยันแข็งขันว่าท่านต้องการรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน วันนี้สิทธิอันนั้นไปไหนละครับ ทำไมท่านไม่ยืนหยัดต่อสู้ต่อไป พวกผมนี่ล่ะครับที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นเรื่องที่อาจจะเป็นอันตรายต่อความเสียหาย ต่อความขัดแย้งของคนในสังคมไทย เราไม่ปฏิเสธความจริงครับท่านประธานว่า เรามีรัฐธรรมนูญมาแล้ว ๑๘ ฉบับ เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกจากพรรคฝ่ายรัฐบาลก็ได้บอกว่า ทั้ง ๑๘ ฉบับไม่ได้มาจากความรู้สึกหรือความต้องการของพี่น้องประชาชน วันนี้ท่านมีโอกาส ที่จะทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ฉบับที่ ๑๙ แต่ท่านก็ทิ้งร่างประชาชนไว้กับพื้น แล้วท่าน ก็เดินหน้าต่อไปตามความต้องการของท่าน นี่คือสิ่งที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ผมได้ติดตามการดำเนินการของรัฐบาลมาตลอด และสิ่งนี้ผมอยากที่จะชี้แจงว่า เมื่อท่านใช้ เขาหมดแล้ว เขาก็หมดความสำคัญ ท่านประธานที่เคารพ ในมาตราของการให้ความเห็นชอบ ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามมาตรา ๒๙๑/๑๖ จะเป็นการสร้างปัญหาที่ไม่รู้จักจบ ให้กับสังคมไทยครับ ท่านประธาน นั่นหมายถึงอะไรครับ หมายถึงว่าวันนี้ท่านบรรจุ รายละเอียดของการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ ให้รัฐสภาสามารถที่จะดำเนินการได้ โดยไม่มีที่สิ้นสุดนับแต่วันที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้บังคับ พี่น้องประชาชนที่ล้มตายมากมาย เพื่ออุดมคติในการที่จะเข้ามาสู่การแก้รัฐธรรมนูญ ทำให้บ้านเมืองเสียหายมาขนาดไหนละครับ ท่านประธาน แล้วเราจะเอาเงื่อนไขอย่างนี้ใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของเราต่อไป ท่านประธานอยากจะเห็นความแตกแยก ความขัดแย้งในสังคมนี้เดินหน้าไปขนาดไหนครับ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้เมื่อมีความต้องการของภาคประชาชนอยากจะ แก้รัฐธรรมนูญ ถ้าแก้เสร็จแล้วต้องจบครับ จบแล้วต้องยึดถือและใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้กันไป การที่ท่านเห็นรัฐธรรมนูญเป็นของที่ฉีกทิ้งได้ง่าย เปลี่ยนได้ นั่นไม่ใช่กฎหมายสูงสุด ของประเทศหรอกครับท่านประธาน ในบางประเทศกฎหมายรัฐธรรมนูญเขียนอยู่ไม่กี่คำครับ รับรองสิทธิของพลเมือง รับรองเสรีภาพของพี่น้องประชาชน เพียงเท่านั้น แต่ท่านมา ดูรัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรไทยฉบับที่ขอแก้ไขทั้งฉบับของ ครม. ดูสิครับ ท่านใส่ รายละเอียดทุกอย่าง กลายเป็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญที่ใส่ทุกอย่างที่ท่านอยากใส่ ซึ่งในแบบ ในกระบวนการ ในลักษณะของรัฐธรรมนูญที่นานาอารยประเทศเขาใช้กัน ไม่มีใคร เขาทำกันครับ เพราะอะไรครับ เพราะเมื่อท่านใส่รายละเอียดไว้เยอะ ปัญหามันจะตามมา เวลาที่จะต้องมีการตีความรัฐธรรมนูญว่าจะพิจารณากันอย่างไร เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญที่ดี ต้องเขียนน้อยที่สุด แต่วางหลักประกันของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศให้ได้รับ การรับรองจากรัฐธรรมนูญให้มากที่สุดเท่านั้นพอครับ ผมถึงกราบเรียนท่านประธานว่า การที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอมาตรา ๓ โดยเฉพาะ (๑๗) การให้ความเห็นชอบของ สภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะอ่าน มาตรา ๒๙๑/๑ (๒) ให้ท่านสมาชิกและผู้ชมที่อยู่ทางบ้านได้รับทราบการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปพร้อม ๆ กัน
มาตรา ๒๙๑/๑ ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญทำหน้าที่จัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ตามหมวดนี้ ประกอบด้วยสมาชิกดังต่อไปนี้
(๑) สมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนจังหวัดละ ๑ คน
(๒) สมาชิกซึ่งมาจากการคัดเลือกโดยที่ประชุมของรัฐสภาจำนวน ๒๒ คน ดังต่อไปนี้
(ก) ผู้เชี่ยวชาญสาขากฎหมายมหาชนจำนวน ๖ คน
(ข) ผู้เชี่ยวชาญสาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์จำนวน ๖ คน
(ค) ผู้มีประสบการณ์ด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน เศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย หรือการร่างรัฐธรรมนูญตามหลักเกณฑ์ที่ประธานรัฐสภาประกาศกำหนด จำนวน ๑๐ คน
ผมขออนุญาตท่านประธานใน (๑) สมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ของประชาชนจังหวัดละ ๑ คน การที่ร่างของ ครม. ได้กำหนดจำนวนสมาชิก สสร. มาจาก จังหวัดโดยการเลือกตั้งโดยตรงจังหวัดละ ๑ คน ไม่ตอบสนองและตอบโจทย์ของการแก้ไขปัญหา ความขัดแย้งในบ้านเมืองนี้ได้เลย ทำไมผมถึงกราบเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน การแก้ไข รัฐธรรมนูญ ณ เวลานี้รัฐบาลมีความมั่นใจว่าตัวเองมีเสียงข้างมากในรัฐสภา มีเสียงข้างมาก จากการเลือกตั้งเทียบจังหวัดของประเทศไทย เพราะฉะนั้นรัฐบาลจึงคิดว่าการเลือกตั้ง โดยตรงของประชาชนจำนวน ๑ คน ก็คือตัวแทนที่รัฐบาลจะเข้าไปดำเนินการเพื่อให้ได้มา ซึ่งไม่ตอบโจทย์การขัดแย้งของสังคมไทย วันนี้สังคมไทยเรามีความเห็นอยู่ ๒ ประการ แตกต่างกันชัดเจนทางการเมือง มีเสียงข้างมาก แล้วก็มีเสียงข้างน้อย สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานก็คือถ้ารัฐบาลมีความจริงใจและตั้งใจที่จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น สามารถทำให้ประเทศชาติเดินหน้าได้ ให้ทุกคนในภาคส่วนของสังคม ไม่ว่าจะเป็นเสียงข้างมาก เสียงข้างน้อย หรือคนที่ไม่ได้ออกเสียง ได้มามีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ ก็จะสามารถ แก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้ในระดับหนึ่ง ผมกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าสมาชิก สสร. มาจากการเลือกตั้งของจังหวัดแต่ละจังหวัด แต่ให้จังหวัดหนึ่งเลือก สสร. ได้ ๒ คน แต่ประชาชนลงคะแนนได้ ๑ คน สิ่งเหล่านี้จะตอบโจทย์ความขัดแย้งของสังคมและ การมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญของพี่น้องประชาชนได้ เพราะแน่นอนครับ คนที่ได้ อันดับ ๑ ในจังหวัดจะเป็นตัวแทนของเสียงข้างมากชัดเจน วันนี้มีความแตกแยกทางการเมือง ชัดเจน เพราะฉะนั้นคนที่ได้เสียงข้างมาก ก็คือเสียงที่รัฐบาลมั่นใจนั่นละครับ แต่ในขณะเดียวกันคนที่ได้คะแนนเสียงรองลงมาในสถานการณ์ที่บ้านเมืองมีความคิดเห็น ทางการเมืองแตกต่างกันชัดเจน ท่านจะได้ตัวแทนเสียงข้างน้อยเข้ามาทำหน้าที่ สสร. ด้วย การที่มีตัวแทนทั้งเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อยเข้ามาร่วมจัดทำรัฐธรรมนูญ จะสามารถ ระดมปัญหาแนวทางความคิดเข้ามาสลายในการจัดทำรัฐธรรมนูญด้วยกัน คนที่เป็นเสียงข้างน้อย ก็ไม่มีสิทธิที่จะปฏิเสธว่าตัวเองไม่มีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะไม่มีตัวแทน ของตัวเองเข้ามาในสภาร่างรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพครับ การทำรัฐธรรมนูญนั้น จะต้องมุ่งเน้นไปที่ผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก วันนี้ผมไม่ทราบว่า รัฐบาลหรือ ครม. เห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญสูงสุดอยู่ที่ไหน ถ้ารัฐบาลให้ความสำคัญ และจริงใจว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ทำเพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ความแตกแยก ความแตกต่าง ความรุนแรงทางความคิดไม่เกิดครับ ถ้าท่านตั้งธงว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญคราวนี้ ทำอย่างไรที่จะให้คนทุกภาคส่วนทั้งเสียงข้างมาก เสียงข้างน้อย เข้ามามีส่วนร่วม ในกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านจะได้แรงตอบรับจากพี่น้องประชาชน เพราะคน ทุกภาคส่วนจะมาทำเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ แต่พอท่านตั้งธงไม่ชัดเจนว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญท่านทำเพื่อใครหรือทำเพื่อพี่น้องประชาชนถึงเกิดความแตกแยกกันครับ ถึงเกิดความคิดเห็นต่างในสังคมอย่างไร ถึงมีมวลชนมาอยู่หน้ารัฐสภาเพื่อแสดงความคิดเห็น ของเขาว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ท่านไม่ได้มีจุดเป้าหมายเพื่อผลประโยชน์ ของประเทศชาติและประชาชน ความจริงความแตกแยกวันนี้ไม่น่าจะเกิดเลยครับ ท่านมีเสียงข้างมากในรัฐสภาแล้ว ท่านมีเสียงข้างมากในรัฐบาล ท่านสามารถเดินหน้า แก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนได้อย่างเต็มที่ แล้วสมาชิกพรรคฝ่ายค้านอย่างพวกผมครับ มีคุณภาพพอครับ สิ่งไหนที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนพวกเราสนับสนุน การให้ความเห็นชอบ รัฐสภาในการอนุมัติให้รัฐบาลไปดำเนินกิจการที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติเราเห็นด้วยทุกฉบับ แต่ทำไมรายงานการปรองดอง แต่ทำไมรายงานคณะกรรมาธิการเรื่องรัฐธรรมนูญพวกผม ถึงต้องค้านครับท่านประธาน เพราะท่านไม่ชัดเจนว่าท่านแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยมีเป้าหมายผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นที่ตั้งอย่างไรครับ แล้วเวลาเราถามท่านว่าทำไมท่านต้องเร่งรัด เร่งรีบ เพราะการจะแก้ไขปัญหาของ ประเทศชาติมันต้องมีความเห็นพ้องและเดินไปด้วยกัน ความเห็นพ้องจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วย การทำความเข้าใจครับ ไม่ใช่ด้วยการใช้มติเสียงข้างมากหักเอา ถ้าอย่างนั้นก็จะมีคนชนะ ในสังคมแล้วก็มีคนแพ้ในสังคม และท้ายที่สุดคนแพ้ก็จะถูกผลักออกไปให้ไปต่อสู้ ในกระบวนการที่ไม่ได้อยู่ในรัฐสภาแห่งนี้ ซึ่งท่านประธานก็ได้เห็นบทเรียนของประเทศไทย มาหลายครั้งหลายหนแล้ว ผมถึงกราบเรียนท่านประธานอย่างไรครับว่า วันนี้พวกเรา ทำหน้าที่ท่านประธานอาจจะเห็นว่ามันยืดเยื้อ มันยืดยาด แต่สิ่งที่พวกเราพูดทั้งหมดนั่นคือ หลักเกณฑ์ นั่นคือกติกาของบ้านของเมือง ถ้าเราปล่อยให้หลักเกณฑ์กติกาของบ้านเมือง มันถูกละเลยไป และระบบนิติรัฐ นิติธรรม จะอยู่ตรงไหนละครับท่านประธาน เราจะปล่อยให้ เสียงข้างมากคือความถูกต้องของประเทศอย่างเช่นทุกวันนี้ต่อไปใช่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้น เสียงข้างมากก็จะลากไปในทุกเรื่อง ผมชอบใจครับ คำที่ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ได้อภิปรายไว้ว่า เสียงข้างมากไม่ใช่เสียงที่ถูกต้องเสมอไป ถ้าท่านเลือกทำในสิ่งที่เป็นผลประโยชน์ของ พี่น้องประชาชน แน่นอนนั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง แต่เมื่อไรก็ตามที่เสียงข้างมากเลือกที่จะใช้ เสียงข้างมากมาทำสิ่งที่มันผิดกฎหมายให้กลายเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายเมื่อไร กลียุคเกิดขึ้นครับ ท่านประธาน และโดยเฉพาะคนที่เข้ามาสู่อำนาจและสามารถแก้ไขกฎกติกาเพื่อให้คนของตัวเอง พวกของตัวเองได้หลุดพ้นจากพันธนาการต่าง ๆ โดยไม่ได้คำนึงถึงหลักนิติรัฐ นิติธรรม ต่อไป คนก็จะแสวงหาอำนาจด้วยการชนะเลือกตั้ง พาสังคมไปสู่สิ่งที่ตัวเองต้องการ ทุจริตคอร์รัปชัน บ้านเมืองเกิดกลียุคกลับมาสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ วงจรอุบาทว์ของประเทศชาติก็เกิดขึ้น อย่างนี้ตลอดไป ท่านประธานอยากเห็นอย่างนั้นหรือครับ วันนี้ที่ผมลุกขึ้นสอบถาม ท่านประธานด้วยความเคารพ อาจจะทำให้ท่านประธาน ท่านรองประธานรัฐสภาไม่สบายใจ แต่ขอให้ท่านมั่นใจเถอะครับว่าสิ่งที่พวกผมลุกขึ้นมาพูดนั้นอยากที่จะธำรงไว้ให้รัฐสภาแห่งนี้ เป็นที่พึ่งที่หวังของพี่น้องประชาชนว่ายังมีความถูกต้องชอบธรรมอยู่ที่นี่ วันนี้พวกผมโหวต ไม่ชนะ ไม่เป็นอะไรครับ แต่บันทึกประวัติศาสตร์ของรัฐสภาแห่งนี้ต้องมีอยู่ตลอดไป วันข้างหน้าเมื่อเรามีอำนาจมาปกครองประเทศ บริหารประเทศไม่ทำอย่างนี้แน่นอน เราจะเอาความสมานฉันท์และความปรองดองของคนทั้งประเทศเป็นที่ตั้ง เราจะไม่หักด้วย ความรู้สึกที่ว่าเสียงข้างมากทำอะไรก็ได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อช่วงบ่าย ที่ผมได้ใช้สิทธิที่จะเรียนท่านประธานว่า เมื่อกรรมาธิการยอมรับความผิดพลาด แล้วเราจะ ปล่อยให้ความผิดพลาดนี้เดินหน้าต่อไปได้อย่างไร ผมกำลังเรียกร้องหลักแห่งความถูกต้อง ให้เกิดขึ้นในรัฐสภาแห่งนี้ ผมขออนุญาตท่านประธานครับว่าการอภิปรายวันนี้ก็เพื่อ ประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง ยังไม่สายครับ ถ้ารัฐบาลจะมายืนยัน การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้วท่านเอาธงประเทศเป็นที่ตั้ง ท่านลองดูสิครับ ความขัดแย้ง หมดไปทันที ความวุ่นวายหมดไปทันที แต่วันนี้ท่านไม่ทำ ผมก็ไม่ทราบว่าท่านมีอะไรแอบแฝง มีวัตถุประสงค์อะไรแอบแฝงกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ ความจริงต้องปรากฏครับ อาจจะต้องใช้เวลาเดือน ๒ เดือน ๓ เดือน อำนาจไม่จีรังหรอกครับ เมื่อไรก็ตามที่อำนาจ ได้มาแล้วใช้อย่างไม่ถูกต้องมันก็จะหมดไปครับ ท่านประธานครับ