รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๐ เมษายน ๒๕๕๕

เหวง โตจิราการ หารือเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดของประเทศไทย โดยเน้นย้ำว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ควรเป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชนโดยตรง และไม่ควรให้รัฐสภาคัดสรรหรือคัดเลือกสส. นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่างรัฐธรรมนูญ และไม่ให้มีการรัฐประหารอีกครั้ง นอกจากนี้ยังเห็นว่านักวิชาการส่วนใหญ่ถูกครอบงำด้วยความคิดอนุรักษ์นิยม จารีตนิยม และไม่เห็นความตั้งใจในการสร้างความคิดเสรีประชาธิปไตย

นายเหวง โตจิราการ กรรมาธิการ

ครับ ขอบคุณครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานเข้าประเด็นเลยนะครับ ที่ผมแปรญัตติไว้ก็คือว่าผมตัดข้อความใน (๑๗) ในตัวแถวบนนะครับ ให้เพิ่มข้อความต่อไปนี้เป็น (๑๗) ผมตัดออก และ ก็ตัดออกนะครับ แล้วเปลี่ยน (๑๘) เป็น (๑๗) แล้วก็ตัวข้อความ (๑๗) ก็ตัดออกทั้งหมดแล้วกลายเป็น (๑๘) ผมมีเหตุผลประกอบ ๕ ประการด้วยกัน ท่านประธานครับ ผมเชื่อมั่นว่าท่านประธาน คงจะเห็นด้วยกับผม แล้วก็สมาชิกทุกท่านก็คงเห็นด้วยกับผม ก็คือว่าเราอยากให้รัฐสภา ชุดที่ ๒๔ นี้เป็นรัฐสภาที่ให้กำเนิดรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุดของประเทศไทย เราคงไม่อยากได้ รัฐธรรมนูญฉบับที่เลวกว่าหรือด้อยกว่าฉบับปี ๒๕๕๐ ที่กำลังใช้อยู่ เราอยากได้ฉบับที่ดีกว่าเก่า จึงเป็นที่มาที่เราประชุมกันหลายวันหลายคืนและจะต้องมีการต่อเนื่องอีกนะครับ ทีนี้คำว่า ดีที่สุด ของผม ท่านประธานครับ หมายความว่าจะต้องเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่เป็น ประชาธิปไตยที่สุดครับ ต้องเป็นฉบับที่เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ คำว่า ประชาธิปไตย ของผมหมายความว่าอำนาจสูงสุดนั้นต้องเป็นของประชาชนทั้งหลาย เมื่อเป็นอย่างนี้ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ แล้วผมก็อยากจะกราบเรียนสมาชิก ทุกท่าน ท่านโปรดช่วยกรุณาชี้แนะผมได้ไหมครับว่ารัฐธรรมนูญ ๑๘ ฉบับที่ผ่านมานี้ มีฉบับไหนบ้างที่ร่างโดยประชาชน ไม่มีนะครับท่านประธาน ๑๘ ฉบับที่ผ่านมาล้วนแล้วแต่ ร่างโดยคนอื่นซึ่งไม่ใช่ประชาชน แต่กล่าวอ้างประชาชน หรือประชาชนอาจจะมีส่วนร่วม แต่น้อยนิดเหลือเกิน ดังนั้นจึงกราบเรียนท่านประธานว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เรากำลัง จะร่างอยู่นี้เราควรจะไว้วางใจประชาชนและมอบอำนาจในการร่างทั้งหมดให้กับประชาชนครับ เราควรจะมอบอำนาจและสิทธิในการร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมดนี้ให้กับประชาชน นี่จึงเป็นที่มาที่ว่า ผมอยากจะได้รัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุด เมื่อเป็นอย่างนี้ สสร. ที่จะมาร่าง เราควรจะต้อง ไว้วางใจประชาชนครับ ก็คือให้ประชาชนเลือกมาโดยตรงครับ แล้วตรงนี้มันจะแก้ข้อครหา ทุกข้อเลยนะครับ ก็คือสิทธิประชาธิปไตยที่ไม่เท่าเทียมกัน อาทิเช่นกรุงเทพมหานคร มีจำนวนประชากร ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน แล้วก็จังหวัดระนอง ขออนุญาตที่เอ่ยชื่อจังหวัด ไม่ได้เสียหายอะไรนะครับ ถ้าหากว่า ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน ได้ สสร. ๑ คน เท่ากับจังหวัดระนอง เราอธิบายไม่ได้ว่าสิทธิประชาธิปไตยที่เท่าเทียมกันหายไปไหน ดังนั้นจึงกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพว่าในทัศนะส่วนตัวของผม ผมอยากให้ สสร. ทั้งหมดมาจาก การเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน สำหรับผมเองก็เห็นว่าจำนวน ๑๐๐ คนน่าจะเหมาะสม แต่ผมจะไม่ก้าวล่วงไปอภิปราย มาตรา ๒๙๑/๑ เมื่อเป็นอย่างนี้นะครับ สสร. ที่มาจาก การคัดสรรหรือจากการคัดเลือกของรัฐสภาผมจึงไม่เห็นชอบด้วยนะครับ เพราะมิฉะนั้นแล้ว ก็จะทำให้รัฐธรรมนูญที่มาจากการร่างของประชาชนมัวหมองครับ จะมีส่วนหนึ่งที่มาจาก การคัดเลือกของรัฐสภา มันจะมัวหมองไปครับท่านประธาน ผมไม่อยากให้รัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑๙ มัวหมองเลยครับ รัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑๙ ควรจะต้องเป็นรัฐธรรมนูญที่มาจาก ประชาชนโดยตรง จึงจะกลายเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุดของประเทศไทยเท่าที่เคยร่างกัน มานะครับ

ข้อที่ ๒ ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ ผมเองก็ตั้งข้อสังเกตนะครับว่า ทำไมรัฐธรรมนูญฉบับต่าง ๆ ถูกฉีกทิ้งฉบับแล้วฉบับเล่า มีคณะรัฐประหารฉีกทิ้งฉบับแล้วฉบับเล่า กระผมเองคงไม่สามารถที่จะตอบคำถามนี้ได้ทั้งหมดนะครับ แต่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานประกอบการพิจารณาว่าถ้าครั้งนี้ให้ประชาชนมีส่วนร่วมร่างโดยตรง ผมเชื่อว่า การรัฐประหารจะยากครับ เพราะประชาชนเขามีความรู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่บังอาจรัฐประหาร ผมเชื่อว่าประชาชนจะลุกฮือขึ้นสู้กับ คณะรัฐประหารอย่างแน่นอน ผมไม่ได้ชี้ชวนให้ประชาชนมาลุกขึ้นสู้นะครับ เพียงแต่ กราบเรียนท่านประธานให้เห็นชัดเจนว่าถ้าประชาชนเป็นคนร่างโดยตรงนี้ โอกาสของการ ทำรัฐประหารนี้ผมว่าริบหรี่เต็มแก่ ถ้าหากจะรัฐประหารจริงก็คงจะต้องทำลายประชาชน จำนวนมหาศาลเลยครับ ซึ่งคณะรัฐประหารก็ต้องคิดหนักเหมือนกันนะครับ

ข้อต่อมาเป็นการไม่มองข้ามประชาชน ใครก็ตามที่อยากจะมาร่าง โปรดลงสมัครเลยครับ อาสากับประชาชน ท่านอาจจะมีความรู้ทางด้านรัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์แล้วก็กฎหมายมหาชนอะไรต่าง ๆ ดีเลิศวิเศษศรีไม่มีปัญหาครับ ผมเคารพครับ ท่านก็ลงให้ประชาชนเลือกตั้งสิครับ กระทั่งคนที่มีความคิดซึ่งเคยสนับสนุน การรัฐประหารในอดีต ท่านลงเลือกตั้งสิครับ ผมถึงกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ถ้าหากมีการเลือกตั้งโดยประชาชนก็จะไม่มีความขัดแย้งเพราะผมกราบเรียนท่านประธาน ไม่ต้องการที่จะไปเสียดสีใครทั้งสิ้น เพราะมีกระแสเสียงพูดมาโดยตลอดนะครับว่าถ้าหากว่า ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญแบบนี้แล้วจะก่อให้เกิดวิกฤติทางการเมืองขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ผมว่า ไม่เกิดหรอกครับท่านประธาน เพราะใครก็ตามที่อยากจะร่างรัฐธรรมนูญก็ลงมาสิครับ ลงมาในสนามให้ประชาชนเขาเลือกสิครับ อย่านั่งอยู่ข้างนอกแล้วก็พอมีอะไรขึ้นมาแล้ว ก็ใช้อำนาจนอกระบบหรืออะไรก็แล้วแต่นะครับท่านประธาน

เพราะฉะนั้นของผมประการที่ ๓ ก็คือไม่มองข้ามประชาชนนะครับ เคารพ ประชาชนนะครับ แล้วก็ใครที่คิดว่าตัวเองมีความสามารถในการร่างก็ลงให้ประชาชนเลือก

ข้อต่อมาคือประการที่ ๔ ตรงนี้สำคัญมาก นี่เป็นทัศนะส่วนตัวของผมนะครับ ท่านประธานอาจจะผิดก็ได้ คือผมมีความเห็นว่าเนื่องจากสถาบันการศึกษาของเรานี้ ถูกครอบงำ โดยเผด็จการยุคแล้วยุคเล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่สมัยจอมพล ป. เป็นต้นมา พ.ศ. ๒๔๙๐ พอรัฐประหารยึดอำนาจตูมนี้ คณะรัฐประหารก็จะส่งคนของเขาไปควบคุม สถาบันการศึกษาชั้นสูงทั้งหลาย ดังนั้นในขณะนี้ทัศนะส่วนตัวของผมก็คือว่านักวิชาการ ทั้งหลายในสถาบันการศึกษาชั้นสูงทั้งหลายส่วนใหญ่ถูกครอบงำด้วยความคิดอนุรักษ์นิยม จารีตนิยมครับ เพราะฉะนั้นเราจะสรรหาที่ไหนครับที่จะมีความคิดเสรีประชาธิปไตย ที่มีความคิดรักประชาธิปไตย รักประชาชน ผมดูแล้วริบหรี่เหลือเกิน สำหรับสายตาของผมนี้ ผมรู้สึกว่าเหมือนงมเข็มในมหาสมุทรเลยครับ เพราะฉะนั้นจะเอา ๒๒ คนซึ่งจะเป็นอรหันต์ ในการร่างมาจากไหนครับ นี่คือทัศนะส่วนตัวของผมนะครับ อย่างที่ผมกราบเรียนแล้วว่า พรรคผมนี้ใจกว้างมาก อนุญาตให้ผมมาพูดความคิดเห็นที่ไม่ตรงกับพรรคนะครับ นี่คือท่วงทำนองประชาธิปไตย

ข้อต่อมาผมอยากจะเรียนท่านประธานนะครับว่าจริง ๆ แล้วมันจะมีประเด็น ที่โยงไปสู่มาตรา ๒๙๑/๑ ดังนั้นผมก็ขออนุญาตที่จะสงวนสิทธิในการที่จะอภิปรายอีกครั้งหนึ่ง ตอนที่ถึงมาตรา ๒๙๑/๑ ผมก็ขอรบกวนเวลาสภาเพียงเท่านี้นะครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ