วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือประเด็นมาตรา ๓ และเสนอให้ตัดอำนาจรัฐสภาในการแต่งตั้ง สสร. โดยชี้แจงที่มาของ สสร. วรงค์ แสดงความไม่เห็นด้วยกับอำนาจรัฐสภาในการแต่งตั้ง สสร. อีก ๒๒ คน โดยมองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้รัฐบาลและเป็นการปล้นมติเดิมที่เคยชนะในคณะกรรมาธิการ
ท่านประธานครับ ในประเด็น มาตรา ๓ พวกผมแปรญัตติไว้ในการตัดโดยเฉพาะตัด (๑๗) ออก ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชน ที่อยู่ทางบ้านรวมทั้งเพื่อนสมาชิกถ้าไม่ได้ติดตามเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ อย่างละเอียดอาจจะไม่เข้าใจ เพราะว่าในประเด็นมาตรา ๓ หมายถึงอำนาจรัฐสภา โดยทั่วไปแล้วรัฐสภาได้มีอำนาจไว้ ๑๖ วงเล็บ แต่วันนี้ทางคณะกรรมาธิการได้เพิ่มมา ๒ วงเล็บ แต่ประเด็นสำคัญที่ผมต้องการจะตัดออกก็คือประเด็นที่ว่าด้วยการแต่งตั้ง สสร. ผมจะขอพูดภาษาชาวบ้านครับท่านประธานครับ เพราะว่าเรื่องนี้ในร่างของรัฐบาล ได้มีการกำหนดที่มา สสร. ไว้ ๒ ประเภท
ประเภทที่ ๑ คือ สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ๗๗ จังหวัด ๗๗ คน
ประเภทที่ ๒ คือ สสร. ที่มาจากการแต่งตั้งของรัฐสภา ๒๒ คน ก็คือสูตร ๗๗ บวก ๒๒ ฉะนั้นครั้งนี้ที่ผมจะต้องตัดวงเล็บนี้ออกเนื่องจากว่าในวงเล็บนี้ให้อำนาจของ รัฐสภาในการแต่งตั้ง สสร. ทั้งหมด ๒๒ คน ซึ่งผมไม่เชื่อท่านประธาน แล้วผมก็เชื่อว่า เพื่อนสมาชิกเสียงข้างมากไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมาธิการ หรือเพื่อน ส.ส. ซีกรัฐบาล ผมจำได้ว่า พวกท่านเองก็เคยปฏิเสธการแต่งตั้ง โดยเฉพาะการแต่งตั้ง ส.ว. เพราะวันนี้ สสร. ที่มาจาก การเลือกตั้ง และ สสร. ที่มาจากการแต่งตั้งไป ๆ มา ๆ ท่านก็กลืนน้ำลายตัวเอง ท่านก็ให้สิทธิ สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง และ สสร. ที่มาจากการแต่งตั้งมีสิทธิและเท่าเทียมกัน ก็เท่ากับว่า สิ่งที่ก่อนหน้านี้ท่านพยายามโจมตีเรื่องการแต่งตั้งและไฉนเลยวันนี้ท่านจึงต้องมาดำเนินการ แต่งตั้งในสิ่งที่ท่านเคยปฏิเสธ แม้แต่ในที่ประชุมของคณะกรรมาธิการผมจำได้ว่า เพื่อนกรรมาธิการเสียงข้างมากพยายามบอกว่าการแต่งตั้ง ๒๒ คนนี้เป็นการแต่งตั้ง ผู้ทรงคุณวุฒิไม่ว่าจะมีความรู้ทางด้านกฎหมายหรือความรู้ทางด้านรัฐศาสตร์ หรือความรู้ ทางด้านเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินทั้งหมด ๒๒ คน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นอาทิตย์ที่ผ่านมาทำให้ ผมไม่เชื่อกระบวนการในการแต่งตั้ง อยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าผมเกรงว่า ตำแหน่ง สสร. จะเป็นตำแหน่งแต่งตั้งคนที่ทำงานให้รัฐบาลครับ ทำไมผมกังวลตรงนี้ครับ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาได้พิสูจน์ชัดเจนแล้วว่าใครที่ทำงานให้รัฐบาลคนนั้นมีตำแหน่งครับ บางคนได้ไปเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีครับ ท่านประธานเห็นไหมครับ บางคนไปทำหน้าที่ ในศาลรัฐธรรมนูญไปแอบถ่ายคลิป ถ่ายโน่นถ่ายนี่มาได้ตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรี บางคนได้ เป็นบอร์ดของรัฐวิสาหกิจ ดังนั้นผมกังวลว่า สสร. ที่มาจากการแต่งตั้งแทนที่จะได้ผู้มีความรู้ ความสามารถจริง ๆ กลับกลายเป็นว่า สสร. เหล่านี้คือตำแหน่งสำหรับคนที่ทำงาตอบสนอง รัฐบาล แทนที่จะได้คนที่มีความรู้ความสามารถจริง ๆ ดังนั้นผมจึงไม่เห็นด้วยที่จะให้มีมาตรานี้ ฉะนั้นโดยหลักการคือผมไม่เห็นด้วยกับ สสร. ที่มาจากการแต่งตั้ง สสร. ที่ดีควรจะมาจาก การเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนทั้งหมด และผมจะต้องย้ำให้เห็นว่าการที่ สสร. ที่มาจากการ แต่งตั้ง ๒๒ คน ในมาตรา ๓ ผมถือว่ารัฐบาลเอาเปรียบพวกผมครับ วันนี้รัฐบาลแต่งตั้ง สสร. ทั้งหมด ๙๙ คน ในมาตรานี้ให้รัฐสภาแต่งตั้ง ๒๒ คน เท่ากับว่า เสียงข้างมากเป็นของท่านครับ ท่านประธานก็คงทราบเสียงข้างมากเป็นของรัฐบาลเท่ากับ รัฐบาลก็ตุน ๒๒ เสียงอยู่ในมือไว้เรียบร้อยแล้ว แล้วก็ ๗๗ เสียงที่มาจากการเลือกตั้ง ของประชาชนบวกกันแล้วนี่ผมว่า สสร. ซีกรัฐบาลก็ไม่ต่ำกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เท่ากับว่า รัฐบาลจะทำอะไรก็ได้ นอกจากท่านได้เปรียบ ส.ส. ซีกฝ่ายค้าน เพราะว่าท่านแต่งตั้งได้หมด ๒๒ คน แล้ว ๒๒ คนนี้ ผมก็เชื่อว่าท่านก็ตอบสนองคนที่สามารถสนองความต้องการของ ทางรัฐบาลได้ ผมจึงไม่เห็นด้วยกับประเด็นเหล่านี้นะครับ ผมยังมีมุมที่น่าสนใจท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วที่มาของ สสร. มันอาจจะคาบเกี่ยวกันนิดหนึ่งเพราะว่ามันอาจจะคาบเกี่ยวมาตราอื่น เพราะว่ามาตรานี้พูดถึงเรื่องการแต่งตั้ง สสร. เรารู้อยู่แล้วว่า สสร. สูตร ๒๒ บวก ๗๗ ซึ่งในที่ประชุมคณะกรรมาธิการตอนที่เรามีการถกกันนี่ ท่านประธานสามารถกับกรรมาธิการ ทั้งเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อยก็ถกกันอย่างเต็มที่ แล้วท่านประธานก็คงจำได้ว่า พี่น้องสื่อมวลชนก็มีการลงชัดเจนว่าเคยมีการลงมติไปครั้งหนึ่งแล้ว ในมติ ๑๒ ต่อ ๑๐ ซึ่งในที่ประชุมคณะกรรมาธิการเสียงที่ชนะก็คือเสียงข้างน้อยชนะ ผมไม่รู้ว่าวันนั้น เพื่อนซีกเสียงข้างมากไปอยู่ที่ไหนนะครับ แต่วันนั้นพวกผมชนะ ๑๒ ต่อ ๑๐ ก็เท่ากับว่า สูตรที่พวกผมชนะก็คือพวกผมมีความเห็นว่า สสร. ควรจะมาจากการเลือกตั้งของ พี่น้องประชาชน แต่ด้วยเล่ห์ ด้วยกล ด้วยเพทุบาย ไม่ว่าจะอ้างมีร่างของเพื่อนสมาชิก ๒ ร่าง หรือไม่ว่าจะเอา ๒ ร่างของเพื่อนสมาชิกมาประกบกับ ๙ ร่างคำแปรญัตติ หรือแม้แต่ที่ พวกผมเถียงไว้ เอาข้อบังคับมายันไว้ สุดท้ายก็กลับไปที่เรื่องที่ว่าด้วยหลักการและเหตุผล สุดท้ายท่านก็เอาเสียงข้างมากลากไป ท่านก็ลงมติใหม่ แล้วท่านก็กลับมติของพวกเรา ที่เคยชนะท่าน ๑๒ ต่อ ๑๐ ผมต้องถือว่าอันนี้คือการปล้นมติ เพราะฉะนั้นผมอยากจะย้ำกับ ท่านประธานนะครับว่าในมาตรานี้ที่ว่าด้วยอำนาจรัฐสภาที่จะให้รัฐสภาแต่งตั้ง สสร. ๒๒ คน ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งและอยากจะกราบเรียนพี่น้องประชาชนที่ติดตามจับตาดู สสร. ๒๒ คน ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน รัฐบาลจะแต่งตั้ง สสร. ๒๒ คนครับ คนเหล่านี้คือคนที่ทำประโยชน์ ให้กับทางรัฐบาลทั้งสิ้น เป็นการปูนบำเหน็จ ปูนรางวัลให้กับคนเหล่านี้ อย่างน้อยตำแหน่ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีเต็มไปแล้ว ตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีเต็มไปแล้ว ก็เอาคนที่ทำความดี ความชอบให้กับรัฐบาลมาเป็น สสร. ดังนั้นผมจึงไม่เห็นด้วยครับ ขอบคุณครับ