รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๐ เมษายน ๒๕๕๕

พีรพันธุ์ พาลุสุข อภิปรายเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยกล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไม่สมดุล และขาดความสมบูรณ์ของระบอบประชาธิปไตย

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกรัฐสภา ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ พวกเราใช้เวลาในการ อภิปรายมาตรานี้มาตราเดียวร่วม ๖ ชั่วโมงกว่า ตลอด ๖ ชั่วโมงนะครับ พวกกระผมซึ่งเป็น กรรมาธิการเสียงข้างมากก็ได้รับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกรัฐสภาที่ได้ขอสงวนคำแปรญัตติไว้ รวมทั้งท่านที่เป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ไม่ปรากฏว่ามีสมาชิกจากเสียงข้างมากท่านใด ได้ลุกขึ้นมาให้เหตุผลให้การสนับสนุน ผมอาจจะไม่ทราบเหตุผลในการที่ท่านใดไม่ลุกขึ้นมา สนับสนุนเหตุผลของคณะกรรมาธิการ แต่ว่าก็ทำให้ผมนึกถึงจากการที่ผมไปอ่าน ในตำรากฎหมายรัฐธรรมนูญของอเมริกาที่เขาบอกว่าเสียงข้างมากต้องอดทน เสียงข้างน้อย ท่านต้องกล้าหาญที่จะพูด ที่จะนำเสนอสิ่งที่ตรงกันข้ามกับเสียงข้างมาก ด้วยความหวังว่า ในการเลือกตั้งคราวหน้าท่านจะกลับมาเป็นเสียงข้างมาก เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ๖ ชั่วโมงที่เรานั่งฟังกันอยู่นี่ถ้าถามว่าพวกผมที่เป็นเสียงข้างมากนี่ได้ฟังถ้อยคำอยู่หลายคำ รัฐธรรมนูญนี้ไม่ได้มีไว้ให้ฉีก แถมยังมาแอบฉีกโดยการแก้มาตรา ๒๙๑ อีก มีคำว่า หักดิบ มีคำว่า เหิมเกริม มีคำว่า เผด็จการ ทุนสามานย์ ข้างมากลากไป เร่งรีบ รวบรัด ฮิตเลอร์ ถ้าถามว่าพวกเราที่อยู่ในสภาแห่งนี้ วันนี้ที่เป็นเสียงข้างมาก ฟังคำเหล่านี้ท่านจะมีความรู้สึก อย่างไร ผมก็ตอบคำเดียวว่าไม่เป็นไรครับก็ต้องอดทน แต่ว่าก็หวังว่าเหตุผลที่สมาชิกเสียงข้างน้อย ท่านให้มานั้น ถ้าเป็นเหตุผลที่ดีผมก็เชื่อว่ารัฐสภาแห่งนี้ก็คงจะรับฟัง มีหลายท่านอภิปรายไป ถึงขนาดว่าการแก้ไขอย่างนี้ก็จะนำไปฉีกรัฐธรรมนูญ แถมท่านยังอ้างว่าเห็นไหมตามมาตรา ๖๘ บุคคลจะใช้สิทธิโดยเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ ด้วยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้มิได้ ในกรณีที่มีบุคคลใด กระทำการอย่างนี้นะครับ ก็สามารถไปยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยสั่งการได้ ท่านประธานครับ การที่พวกผมลุกขึ้นมาขอแก้รัฐธรรมนูญโดยอาศัยกลไกในรัฐธรรมนูญนี่ล่ะ เป็นการได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งไม่ได้เป็นไปตามวิถีทาง ที่รัฐธรรมนูญกำหนดหรือครับ ผมก็อยากจะถามท่านทั้งหลายว่ามาตรา ๖๘ นี่ ที่จริงรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ก็มีบัญญัติไว้เช่นเดียวกัน ทำนองเดียวกัน คล้ายกัน แล้วก็ในวันที่มี บุคคลที่มีอาวุธเอารถถัง เอาปืนใหญ่มายึดอำนาจไปจากพวกเรามีใครใช้มาตรานี้บ้าง ผมก็เห็นก็เห็นแต่ลุงนวม ไพรวัลย์ ละครับ ที่เอารถแท็กซี่ไปชนกับรถถัง ก็เห็นพี่น้องจำนวนมาก ที่มาชุมนุมกัน ผมจำได้ว่าข้อเรียกร้องของพวกเขาก็คือขอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วก็จบลง ด้วยการเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก เพราะเหตุนี้ละครับท่านประธานว่าทำไมวันนี้พรรคเพื่อไทย รัฐบาลแล้วก็สมาชิกที่เป็นเสียงข้างมากจึงขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่แก้เพียงมาตรา คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นสามารถที่จะมีการแก้ไขในบทบัญญัติบางมาตราได้ หรือควรจะมี การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ มันมีข้อศึกษาที่มีข้อมูลกันอยู่ชัดเจนว่า ปัญหาที่เป็นปัญหา หลักมาก ๆ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นี้ก็คือความชอบธรรม ที่มาของมัน พวกเราไปอ่านดู ตัวบทบางอัน หมวดว่าด้วยสิทธิเสรีภาพหลายคนชื่นชอบมากมีดีกว่าปี ๒๕๔๐ เสียอีก ผมก็ยอมรับว่าดีกว่าปี ๒๕๔๐ แต่ถามว่าแล้วผลจากการที่บัญญัติไว้ดีกว่าปี ๒๕๔๐ เวลานำไปสู่ภาคปฏิบัติทำไมถึงมีปัญหา ที่มันมีปัญหาก็เพราะว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มันมีปัญหาเรื่องความชอบธรรมเรื่องที่มา จึงมีการศึกษากันอยู่หลาย ๆ ระดับ ไม่ใช่พวกเราครับ เป็นนักวิชาการข้างนอกที่เขาศึกษา มาแล้วว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มันมีข้อเด่นก็คือว่าสร้างระบบรัฐสภา สร้างกลไกของสภา ที่มีความเข้มแข็ง ขณะเดียวกันก็ทำให้ฝ่ายบริหารนั้นอ่อนแอเป็นรัฐธรรมนูญที่ระบบรัฐสภา ขาดสมดุล เป็นรัฐธรรมนูญที่ทำให้ระบอบประชาธิปไตยขาดความสมบูรณ์และทำให้ องค์กรรัฐบาลที่ไม่เข้มแข็ง เพราะฉะนั้นวิธีแก้การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สามารถจะแก้ไขเรื่องนี้ ด้วยการแก้ไขเพียงบางมาตรา เพราะเวลาจะแก้สิ่งที่จะต้องแก้นั้นก็มีคนเสนอว่าจะต้อง สร้างสมดุลยภาพระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหารใหม่ สร้างดุลยภาพระหว่าง ความรับผิดชอบของรัฐบาลกับการตรวจสอบรัฐบาลซึ่งมันมีลักษณะสุดโต่งมาก การรักษา ความเป็นสายกลางในการควบคุมตรวจสอบรัฐบาล ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของการตรวจสอบ และถ่วงดุล การสร้างระบอบประชาธิปไตยในระบบการเลือกตั้ง การสร้างความสมดุลย์ ระหว่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับพรรคการเมือง การสร้างความสามารถในการใช้อำนาจ บริหารของรัฐบาล หลายเรื่องเหล่านี้มันอยู่ในโครงสร้างของรัฐธรรมนูญนี้ไม่ได้อยู่ เพียงในหมวดหนึ่งหมวดใด เพราะฉะนั้นจึงมีข้อเสนอว่าการจะแก้จึงจำเป็นต้องแก้ทั้งฉบับ พอจะแก้ทั้งฉบับทำอย่างไรครับ ก็ต้องไปดูว่าในรัฐธรรมนูญนี้มีมาตราไหนบ้างที่บอกให้มี การแก้ทั้งฉบับได้ หลายท่านได้อภิปรายว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๒๙๑ (๑๖) ผมก็บอกแล้วใน (๑๖) เขาเขียนไว้ชัดเจนว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ท่านบอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่อนุญาตให้มีการแก้ไขทั้งฉบับนั้นก็เป็นความเห็นที่ถูกต้อง ทีนี้ในเมื่อเรา ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับทำอย่างไรล่ะครับ ก็ต้องอาศัยมาตรา ๒๙๑ นี่ล่ะเป็นบันได เปิดทางเพื่อให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ หลายท่านบอกว่าไม่อยากจะใช้คำว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ขอแก้ไขเพิ่มเติมได้ไหมแต่เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ผมก็เลยพูดในการประชุมคณะกรรมาธิการว่าถ้าผมจะขอแก้เป็นว่าการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญทั้งฉบับล่ะ เพื่อนกรรมาธิการเสียงข้างมากบอกว่าไม่เอาจะทำฉบับใหม่นี่ละ คือมันมีความจำเป็นต้องจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ และมาตรา ๒๙๑ ไม่ได้เปิดช่องไว้ เมื่อไม่เปิดช่องไว้ก็ต้องอาศัยมาตรา ๒๙๑ แก้ให้เพิ่มเติม เพิ่มหมวด ๑๖ เข้าไปเรียกว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ได้เป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญเลย แต่เป็นการใช้เสรีภาพ ตามรัฐธรรมนูญที่ให้ไว้ ถ้าหากรัฐสภาเห็นชอบด้วยว่าให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ และคนที่จะมาทำต้องเป็นองค์กรพิเศษ ก็คือ สสร. ถ้าหากรัฐสภาเห็นชอบด้วย เมื่อรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมนี้มีผลใช้บังคับก็จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับได้ เหตุผลก็มีแค่นี้ครับ นี่คือเหตุผลว่าทำไมจึงต้องแก้มาตรา ๒๙๑ อาศัยมาตรา ๒๙๑ เปิดทางให้มี การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับได้ เมื่อดำเนินการไปอย่างนี้แล้วนะครับ สภาเองก็ได้รับ หลักการมา ถ้าท่านสมาชิกได้ไปดูเหตุผลของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลักการก็เขียนไว้ชัดเจน ว่าให้มีความเห็นชอบ