พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค แสดงความกังวลเกี่ยวกับรายงานการประชุมที่มีปัญหา และเรียกร้องให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและความถูกต้องของรายงาน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาและคณะกรรมาธิการที่เคารพครับ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาและกรรมาธิการเสียงข้างน้อยครับ ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานครับว่าผมก็พยายามฟังว่าข้อขัดข้องระหว่างท่านกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย ท่านนิพนธ์กับท่านคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะท่านประธานที่ลุกขึ้นมาชี้แจง ประเด็นมันคืออะไร เพราะว่าผมก็ไม่ได้เป็นผู้แปรญัตติในประเด็นที่เกิดขึ้นนะครับ แต่ฟังดูแล้ว ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ประหนึ่งเหมือนกับว่าท่านนิพนธ์ ขออภัยเอ่ยนาม พยายามจะอธิบายว่าคำแปรญัตติของท่านที่ได้ส่งเป็นทางการต่อคณะกรรมาธิการเขียนไว้ อย่างหนึ่ง แต่ว่าในรายงานการประชุมเขียนไว้อีกอย่างหนึ่งโดยเอาท่านไปรวมไว้กับท่านธนา กับท่านวิรัช ร่มเย็น ซึ่งเนื้อหาของท่านนั้นไม่ได้ตรงกับของท่านธนากับของวิรัชทีเดียวทั้งหมด ท่านจึงพยายามบอกว่าคำแปรญัตติที่เขียนเป็นเอกสารในรายงานนี้ไม่ตรงกับคำแปรญัตติ ของท่าน ซึ่งเป็นคำแปรญัตติที่ไม่ถูกต้อง ส่วนท่านประธานคณะกรรมาธิการได้กรุณา ลุกขึ้นมาชี้แจงว่าการแปรญัตติที่เขียนไว้เป็นถ้อยคำในเอกสารรายงานนั้น จริง ๆ แล้วก็คือว่า ได้มีการไปปรับปรุงให้ตรงกับความเป็นจริง ถ้าหากว่าในที่ประชุมเมื่อประชุมไปแล้วไม่เห็น สอดคล้องกับท่านนิพนธ์ก็จะต้องยืนยันตามเลขมาตราเดิม แต่ถ้าหากว่าที่ประชุมเห็น สอดคล้องกับท่านนิพนธ์ก็จะต้องมีการปรับตัวเลขไปตามที่ท่านนิพนธ์ว่า ถ้าหากว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่ารายงานการประชุม มีปัญหาครับ เพราะว่ารายงานการประชุมต้องใส่ข้อเท็จจริงที่เป็นจริงครับ ไม่ว่าจะเป็นผม หรือใครที่เขียนคำแปรญัตติว่าอย่างไรก็ต้องเขียนอย่างนั้นครับ ถ้าหากว่าท่านคณะกรรมาธิการ เห็นว่าไม่ถูกต้องหรือควรจะเขียนใหม่ท่านก็จะต้องเรียกเจ้าของคำแปรญัตติไปหารือเพื่อว่า ขอปรับเปลี่ยนอย่างนี้ได้หรือไม่ แต่ว่าท่านไม่สามารถเอาคำแปรญัตติของผมหรือของใคร ไปปรับเปลี่ยนตามความเข้าใจของท่านได้เองโดยพลการ โดยไม่ได้ถามเจ้าตัวครับ ส่วนกระบวนการที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้กรุณาชี้แจงนั้น อันนั้นเป็นวิธีการทำงาน ของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่ของพวกเราในฐานะกรรมาธิการหรือในฐานะสมาชิกรัฐสภา เมื่อที่ประชุม รัฐสภาประชุมหารือมีมติอย่างไรแล้วเป็นภาระหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เขาต้องไปปรับแต่ง ตัวเลขให้เป็นไปตามความเป็นจริงตอนขั้นสุดท้าย ตอนที่จะออกเป็นพระราชบัญญัติออกมา ต่างหากครับ แต่ว่าไม่ใช่ภาระหน้าที่ของคณะกรรมาธิการที่จะต้องทำไว้ล่วงหน้าว่าจะต้อง ออกอย่างนั้น ออกอย่างนี้ เพราะอันนั้นมันคนละขั้นตอนครับ ผมได้เคยกราบเรียน ท่านประธานไว้ตั้งแต่เมื่อวานตอนที่ผมอภิปรายไปครั้งหนึ่งว่าผมไม่อยากให้คณะกรรมาธิการ ของเรา หรือรัฐสภาของเรา หรือรายงานฉบับนี้มีปัญหาเพราะว่ามันจะส่งผลอย่างอื่นตามมา อีกหลายอย่าง แต่ว่าตั้งแต่เมื่อวานจนมาถึงนาทีนี้มีข้อเท็จจริงเกิดขึ้นหลายครั้ง หลายเรื่อง แล้วก็หลายขั้นตอนทีเดียวที่แสดงให้เห็นถึงปัญหาของการจัดทำรายงานคณะกรรมาธิการชุดนี้ ซึ่งมันจะค่อย ๆ โผล่ออกมาถึงตรงนั้นตรงนี้ว่ามีปัญหาตรงนั้นตรงนี้ ซึ่งทั้งหมดมันแสดงให้เห็น ถึงความรีบร้อนและการที่ไม่ได้มีการตรวจสอบตามระบบที่ถูกต้อง ตามครรลองและประเพณี รวมถึงข้อบังคับที่พึงกระทำ ตรงนี้ผมคิดว่าสิ่งที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้ชี้แจง เมื่อสักครู่นี้ที่ผมพยายามฟังอยู่ด้วยข้อเท็จจริงมันชัดเจนว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการยืนยัน โดยถ้อยคำท่านว่าข้อความในรายงานนี้ไม่ใช่ของท่านนิพนธ์หรอกครับ แต่เป็นสิ่งที่ความเป็นจริง มันควรจะเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ ซึ่งตรงนั้นก็แปลว่าท่านประธานหรือผู้ที่จัดทำเอาคำแปรญัตติ ของท่านนิพนธ์ไปปรับปรุง ปรับแต่งเองครับ ตรงนั้นไม่ได้ครับ ผมคิดว่าท่านประธานรัฐสภาก็ดี ท่านประธานคณะกรรมาธิการก็ทราบว่าแม้แต่คำแปรญัตติ ของท่านคนอื่นเอาไปปรับแต่งไม่ได้ครับ เว้นแต่มาหารือหรือมาขออนุญาตกับท่านก่อน แล้วขอว่าขอเขียนอย่างนี้ได้ไหม ถ้าอย่างนั้นผมคิดว่าได้ แต่ถ้ากรณีนี้ยังไม่ได้มีการไปหารือ กับท่านนิพนธ์เจ้าของคำแปรญัตติแล้วไปปรับแต่งเองตามความคิด ความเข้าใจในประเด็น ตรงนั้น ผมว่าเป็นการไปปรับเปลี่ยนคำแปรญัตติของเจ้าของคำแปรญัตติ ซึ่งไม่น่าจะทำได้ครับ ส่วนผลของการพิจารณาสุดท้ายจะเพิ่มเป็นมาตรา ๒๙๑/๑๙ หรือมาตรา ๒๙๑/๒๐ ขัดกับ หลักการหรือไม่ หรือว่าจะปรับลดลงมา อันนั้นคือผลของการประชุมซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องไป ปรับแต่งเองสุดท้ายไม่ใช่เรื่องของคณะกรรมาธิการ และไม่ใช่เรื่องของรายงานการประชุมครับ ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพื่อให้เกิดความชัดเจนครับ ถ้าเป็นไปได้น่าจะเอากลับไป ทำให้ถูกต้องครับ ขอบคุณครับ