รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๐ เมษายน ๒๕๕๕

ธนา ชีรวินิจ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยชี้ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้มีประเด็นที่เสี่ยงต่อการขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญถึง 3 ประเด็น และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการดำเนินการแก้ไขที่ถูกต้องตามข้อเท็จจริงและไม่เสนอรายงานนี้ต่อรัฐสภาในเวลานี้

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ เช้านี้ท่านประธานได้ทำให้ที่ประชุมรัฐสภา แห่งนี้มีความสบายใจแล้วก็จะได้เดินหน้าตามข้อตกลงที่ท่านประธานได้ตกลงไว้กับ ท่านสมาชิก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล่ะครับท่านประธานที่ได้ทำหน้าที่เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับก็สามารถทำให้การประชุมเดินหน้าไปได้ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่า ผมได้ขอแปรญัตติในมาตรา ๔ ซึ่งมีข้อความว่า ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด ๑๖ การจัดทำ รัฐธรรมนูญ ผมอ่านร่างของ ครม. ก่อนนะครับ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑/๑๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หมวด ๑๖ การจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมได้กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาตั้งแต่การอภิปรายเมื่อวานนี้ว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรีนั้นมีข้อผิดพลาดบกพร่องและสุ่มเสี่ยง ต่อการขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เมื่อวานนี้ผมได้อภิปรายชี้ให้เห็นถึงความเร่งรีบ เร่งร้อน ของคณะกรรมาธิการในการเร่งที่จะดำเนินการประชุมให้เสร็จสิ้น โดยที่พวกเราก็ไม่ทราบสาเหตุ ว่าเป็นเพราะอะไร เมื่อเสร็จสิ้นแล้วท่านไม่ปล่อยเวลาแม้แต่ ๑ วัน ๑ อาทิตย์ ท่านรีบเสนอ ประธานรัฐสภาเพื่อให้เร่งบรรจุ แม้กระทั่งวันหยุดราชการคือวันที่ ๖ เมษายน และประธาน ก็ได้กรุณาเร่งรีบบรรจุตามความเห็นของคณะกรรมาธิการ ซึ่งเราได้พิจารณากันเมื่อวานนี้ สิ่งที่ผมต้องยกขึ้นมาพูดด้วยความเร่งรีบเร่งร้อนจะทำให้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหา เช้านี้ถ้าพี่น้องประชาชนหรือแม้กระทั่งสมาชิกรัฐสภาได้มีโอกาสอ่านหนังสือพิมพ์ก็คงจะได้ ทราบถึงข้อทักท้วงห่วงใยของสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นเสียงข้างน้อยในรัฐสภาถึงความ ไม่ชอบมาพากลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ตั้งข้อสังเกตในประเด็นของ การจัดทำรัฐธรรมนูญครั้งนี้ว่าจะมีความผิดพลาดและมีแนวโน้มที่จะขัดต่อบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญใน ๓ ประเด็น ผมจะไม่เท้าลึกเข้าไปในความเห็นของผู้ตรวจการแผ่นดินทั้งหมด แต่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่ายกตัวอย่างประเด็นหนึ่งที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ ยกขึ้นก็คือการที่ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมสนองพระบรมราชโองการ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งอาจจะเสี่ยงต่อการขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งที่ผม อยากจะกราบเรียนท่านประธานต่อไปตามที่ผมได้แปรญัตติก็คือ ผมได้ขอให้ตัดมาตรา ๕ มาตรา ๔ เป็นมาตรา ๓ เนื่องจากผมไม่เห็นด้วยในมาตรา ๓ เดิมของ ครม. และผมให้ตัดข้อความที่เขียนว่า ฉบับใหม่ ออกทั้ง ๒ วรรคและให้ตัดมาตรา ๒๙๑/๑๗ เป็นมาตรา ๒๙๑/๑๔ ข้อความที่ผมขอแปรญัตติ จึงเป็นอย่างนี้ครับท่านประธาน มาตรา ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด ๑๖ ของการจัดทำ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑/๑๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หมวด ๑๖ การจัดทำรัฐธรรมนูญ สิ่งที่ผมกราบเรียนตอนต้นก็คือว่ารายงานของ คณะกรรมาธิการที่ผิดพลาดตกหล่นและท่านกรรมาธิการก็ยังยืนยันที่จะไม่ถอน ผมกราบเรียน ท่านประธานครับ นี่จะเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ทำให้การทำรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาว่าจะขัดต่อ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ทำไมผมต้องกล่าวอย่างนั้นครับท่านประธาน เพราะผมได้แปรญัตติ นี่คือเอกสารคำแปรญัตติของผมครับท่านประธาน ซึ่งได้เสนอต่อท่านประธานคณะกรรมาธิการ เมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๕ ประมาณบ่าย ๒ โมงของวันที่ ๕ ดังกล่าว คำแปรญัตติ เจ้าหน้าที่ได้เซ็นรับเอกสารถูกต้อง สิ่งที่ผมจะเรียนต่อไปก็คือการที่คณะกรรมาธิการยังดึงดัน ที่จะรายงานเรื่องนี้ต่อรัฐสภาในเวลานี้ ท่านจะทำอย่างไรครับกับคำแปรญัตติของผม ท่านฟังให้ดีนะครับ ผมแปรญัตติมาตรา ๔ ตัดเปลี่ยนเป็นมาตรา ๓ แต่ว่าในรายงานของ คณะกรรมาธิการท่านไม่ได้เปลี่ยนมาตรา ๔ ของผมเป็นมาตรา ๓ ประเด็นตรงนี้ยังไม่สำคัญครับ

ต่อไปผมขอให้ตัดคำว่า ฉบับใหม่ ออก ซึ่งตรงกับที่ผมแปรญัตติ แต่สิ่งที่ไม่ตรง ก็คือ มาตรา ๒๙๑/๑๗ ผมขอให้ตัดและเปลี่ยนเป็นมาตรา ๒๙๑/๑๔ ท่านไม่ได้แก้ไขให้ผม นี่อย่างไรครับ คือการเร่งรีบ เร่งร้อน เจ้าหน้าที่ไม่มีทางที่จะทำได้ถูกต้องทั้งหมดครับ เพราะเอกสารต้องมีการพิจารณาคำแปรญัตติเป็นพันฉบับ ใช้เวลาหลังจากพิจารณาแปรญัตติ ไม่ถึง ๖ ชั่วโมง แล้วท่านมายื่นต่อประธานรัฐสภา นี่คือสิ่งที่ผมกราบเรียนท่านและสิ่งที่ผม กราบเรียนท่านต่อไปก็คือนี่จะเป็นกับดักอีกอันหนึ่งที่ท่านจะทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะถ้าสมมุติว่า ที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้เห็นด้วยกับคำแปรญัตติของผม นั่นหมายถึงว่าจะต้องกลับไปใช้เป็นถึง มาตรา ๒๙๑/๑๔ แต่ท่านไม่ได้แก้ไขเป็นไปตามที่ผมแปรญัตติ เพราะฉะนั้นเมื่อผมชนะ คำแปรญัตติต่อท่าน รายงานของท่านยังยืนยันว่าเป็นมาตรา ๒๙๑/๑๗ ซึ่งไม่ใช่เป็นไปตาม เจตนารมณ์ที่ผมได้ขอแปรญัตติไว้ แล้วจะไปตัดในมาตรา ๒๙๑/๑๗ ก็ไม่ได้ หมายความว่า อย่างไรครับ หมายความว่าคำแปรญัตติของผมไม่มีผลในทางปฏิบัติและไม่สามารถ เปลี่ยนแปลงแก้ไขได้เพราะคณะกรรมาธิการได้ประชุมเสร็จแล้ว ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผมเคารพเสียงข้างมาก ที่ประชุมของพวกเราโดยเฉพาะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยรวมถึง สมาชิกรัฐสภาที่เป็นซีกฝ่ายค้านได้พยายามหยิบยกประเด็นข้อห่วงใยและข้อเป็นห่วงถึง การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่ามันมีข้อผิดพลาดมากมาย เราเพียงแต่ถอยไปก้าวหนึ่ง คณะกรรมาธิการถอยออกไปแล้วเรียกประชุมคณะกรรมาธิการใหม่ เชิญเจ้าหน้าที่ทั้งหมด มาตรวจชวเลข ส่วนไหนที่มีการแปรญัตติถูกต้องตรงกับข้อเท็จจริงหรือไม่ อย่างไร ผมคิดว่า ใช้เวลาไม่เกิน ๑ วันหรอกครับท่านประธาน เราก็จะได้รายงานที่สมบูรณ์ แต่เมื่อท่านยังดึงดัน ที่จะเดินต่อไป ผมก็กราบเรียนท่านประธานว่าผมเคารพเสียงข้างมาก แต่เสียงข้างมากไม่ฟัง เสียงข้างน้อยอย่างพวกผม พวกผมก็จะเสนอรายงานเรื่องอย่างนี้ล่ะครับ ต้องลุกขึ้นมาหยิบยก ไว้ในที่ประชุมของรัฐสภาเพื่อผมจะได้ใช้สิทธิต่อไป ในการที่จะให้ศาลรัฐธรรมนูญได้ตีความว่า การดำเนินการของที่ประชุมรัฐสภาในวันนี้ถูกต้องเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นที่ ๒ ที่ผมตัดคำว่า ฉบับใหม่ ออกทั้ง ๒ ข้อความ เนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้บัญญัติ ไว้ชัดเจนว่าเรื่องไหนกระทำได้ กระทำไม่ได้ ในหมวดในส่วนที่ ๕ แห่งบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เรื่องการประชุมร่วมกันของรัฐสภา มาตรา ๑๓๖ ซึ่งเมื่อวานนี้ได้มีการหยิบยกกัน บางประเด็นแล้ว ผมกราบเรียนท่านประธานเลยครับว่าที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้จะดำเนินการ เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญได้ ๒ กรณีเท่านั้น ก็คือใน (๑๑) การให้ความเห็นชอบให้พิจารณา ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมและใน (๑๖) การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะนำท่านประธานไปที่มาตรา ๒๙๑ มาตรา ๒๙๑ เขียนไว้ อย่างนี้ครับท่านประธาน การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้กระทำได้ตามหลักเกณฑ์และ วิธีการดังต่อไปนี้ ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมี จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรหรือ จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภามีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิก ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา หรือจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า ห้าหมื่นคนตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ท่านประธานอ่านดูสิครับ ทั้ง ๒ มาตรานี้เขียนเฉพาะการดำเนินการที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ชัดเจนทั้ง ๓ วรรค ก็คือจะดำเนินการได้นั้นจะต้องเป็นการดำเนินการเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่คณะรัฐมนตรีซึ่งใช้อำนาจตามมาตรา ๒๙๑ ซึ่งระบุไว้ชัดเจนว่าญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งในส่วนที่มาจากคณะรัฐมนตรีนั้น คณะรัฐมนตรีฉบับนี้เสนอขอให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทำไมผมถึงต้องบอกว่าเป็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะเป็นไปตามคำเสนอในการ แก้ไขรัฐธรรมนูญของ ครม. ที่ระบุไว้ในมาตรา ๔ ให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตาม มาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑/๑๗ และบรรจุหมวดใหม่ หมวดที่ ๑๖ การจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พวกเราได้พยายามที่จะหยิบยกข้อห่วงใยไปยังท่านประธานรัฐสภา ไปยังคณะรัฐมนตรีและสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลทุกคนว่าการทำหน้าที่ของสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน และกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนั้นเราพยายามพูดในประเด็นที่เป็นข้อเท็จจริงของกฎหมาย เราพยายามพูดในประเด็นข้อเท็จจริงของรัฐธรรมนูญ แต่ท่านก็บอกอยู่ตลอดเวลา พยายามที่จะ ตอบโต้กลับว่าการทำหน้าที่ของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนั้นเป็นการไม่เคารพเสียงข้างมาก ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่พูดมีเหตุมีผล มีหลักฐาน มีรัฐธรรมนูญรองรับ ถ้าสิ่งที่พวกเรา ได้พูดกับที่ประชุมรัฐสภานั้นไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นอย่างนี้ คงไม่เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักวิชาการหรือแม้กระทั่งผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งขณะนี้ ก็ได้ทำความเห็นออกมาแล้วว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญที่เร่งรีบ เร่งรัด มีประเด็นที่เสี่ยงต่อ การขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญถึง ๓ ประเด็น นั่นยังไม่ได้รวมกระบวนการพิจารณา ในชั้นคณะกรรมาธิการซึ่งได้รวบรัด รีบร้อน แก้ไข กลับมติ การเร่งรัด การเร่งรีบ รีบร้อน นำเข้า บรรจุในวาระการประชุม มีผู้หยิบยกรายงานการประชุมและรายงานคณะกรรมาธิการ ที่ไม่ถูกต้อง ขอให้ถอนกลับไปท่านก็ไม่ถอน วันนี้ผมถึงต้องหยิบยกประเด็นของผมว่า ถ้าประเด็นของผมชนะโดยมติที่ประชุมรัฐสภา ท่านจะไม่สามารถเดินหน้าการแก้ไข รัฐธรรมนูญในวาระที่สองนี้ได้เลย เพราะท่านยืนยันว่าท่านจะไม่กลับไปประชุม คณะกรรมาธิการใหม่อีกแล้ว แล้วท่านก็จะได้เห็นปัญหาของรายงานที่ไม่ถูกต้องนับแต่นี้ไป ตลอดเวลาครับท่านประธาน เพื่อสำทับ เพื่อยืนยันว่าทิฐิที่ท่านยืนยันต่อรัฐสภานั้นจะเกิด ปัญหาต่อการทำงานของรัฐสภาอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น จะเป็นปัญหาต่อไปในอนาคต เพราะเมื่อเราปรากฏชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ท่านจะชอบ ไม่ชอบ แต่ว่าท่านไม่มีสิทธิที่ปฏิเสธความถูกต้องชอบธรรมแห่งบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่ได้ผ่าน ความเห็นชอบของประชาชน ๑๔.๗ ล้านคน ท่านจะเห็นด้วยหรือไม่ สิ่งหนึ่งที่ท่านต้องเดินต่อ ก็คือยึดหลัก ยึดแนวทาง ยึดกฎและกติกา เมื่อเขาเขียนว่าไม่สามารถดำเนินการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ จะทำได้ในกรณีเดียวกันก็คือการแก้ไขเพิ่มเติมเท่านั้น ทำไมเขาเขียน อย่างนี้ล่ะครับท่านประธาน เพราะว่าการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในอดีตที่ผ่านมานี่นะครับ ท่านประธาน มันมีเฉพาะการปฏิวัติรัฐประหารเปลี่ยนแปลงอำนาจรัฐ ถึงมีการร่าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นี่อย่างไรครับถึงเป็นที่มาที่เราเรียกกันอยู่ตลอดเวลาว่าวันนี้จะมีเผด็จการ ทางรัฐสภาในรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้น แม้กระทั่งรัฐธรรมนูญก็ไม่ยอม ต้องร่างใหม่กันทั้งฉบับ ท่านบอกผมหน่อยสิครับท่านประธานครับว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่ท่านเห็นว่ามันไม่ถูก มันไม่ต้อง มันไม่ชอบ มันไม่ถูกใจท่าน มันมีประเด็นไหน ท่านต้องให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วม ในการที่จะเดินหน้าไปกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญของท่าน วันนี้ประชาชนยังไม่ได้มีโอกาสที่จะ รับรู้เลยครับว่า ครม. มีแนวความคิดอย่างไรที่จะขอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตราไหนบ้าง ในสิ่งไหนบ้าง เพราะท่านสับขาหลอกอย่างไรครับ ท่านสับขาหลอกมาตลอดเวลาจน ประชาชนวันนี้ไม่รู้ว่าจะเดินหน้ารัฐธรรมนูญอย่างไร เมื่อวานนี้ผมได้พูดกับท่านประธานแล้วว่า ถ้า ครม. มีความจริงใจใช้ประเด็นและธงของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง วันนี้ไม่เกิด ปัญหาหรอกครับ ความแตกแยกทางความคิด ความแตกแยกของสังคม ความขัดแย้ง ไม่เกิดขึ้นหรอกครับ แต่วันนี้ท่านเหมือนท้าทาย เหมือนท่านไม่กลัว เหมือนท่านรู้ว่าวันนี้ ท่านมีอำนาจรัฐอยู่ ท่านไม่แคร์เสียงคนที่ไม่เห็นด้วยกับท่าน ท่านผลักคนที่ไม่เห็นด้วยกับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญไปยืนอยู่อีกข้างหนึ่งของสังคม เพราะท่านเลือกข้างเอาคนที่เห็นด้วยกับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งคนเป็นรัฐบาลต้องไม่ทำ คนเป็นรัฐบาลต้องถนอมและนำ แนวความคิดเห็นที่แตกต่างมาประสานให้เกิดเป็นแนวความคิดในทิศทางเดียวกันให้ได้แล้ว เดินหน้าสู่เป้าหมายของประเทศ แต่ท่านเลือกที่จะยืนเคียงข้างกับกลุ่มแกนนำ กลุ่มมวลชน ที่ท่านยึดถือว่าเป็นแนวทางคู่ขนานกับท่าน ท่านผลักไสคนที่ไม่เห็นด้วยกับท่าน ท่านเมิน เสียงข้างน้อยไม่รับฟังแม้กระทั่งกระบวนการที่จะให้เขาเข้ามาสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านไม่ทำ ท่านปฏิเสธ และนี่คือสิ่งที่พวกเราไม่สบายใจ ท่านประธานที่เคารพครับ การทำหน้าที่ในรัฐสภาแห่งนี้ สิ่งหนึ่งที่พวกเรามีความภาคภูมิใจที่จะได้ทำสิ่งหนึ่งก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือการทำหน้าที่ ในการปกป้องรัฐธรรมนูญ วันนี้เราเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังสามารถเดินหน้าได้ไม่เป็นปัญหา ไม่เป็นอุปสรรคในการบริหารราชการแผ่นดิน ท่านบอกผมมาสักคำสิครับว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีมาตราไหนบ้างที่ไปขัดขวางการทำหน้าที่ของรัฐบาลในการที่จะสร้างความผาสุกให้กับ พี่น้องประชาชน นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนว่าเมื่อเป็นรัฐบาลแล้วท่านต้องมุ่งมั่นที่จะ สร้างผลประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน สิ่งไหนก็ตามที่จะเป็นการดำเนินการแล้ว ขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายรัฐธรรมนูญท่านต้องไม่ทำ