วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เร่งรีบไม่ให้พักให้ประชาชนได้ตรวจสอบ และไม่ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขหมวด ๑๖ ที่เกี่ยวข้องกับการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และขอให้ท่านประธานสภาใจเย็น ๆ และให้พักให้ตรวจสอบรายงานของคณะกรรมาธิการ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องรัฐธรรมนูญ โดยกล่าวถึงข้อกังวลใจที่เกี่ยวข้องกับประเด็นนี้ เช่น ความเป็นกลางของศาล และความเสี่ยงของการล้างแค้นผ่านรัฐธรรมนูญ
ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมก็อยากจะกราบเรียน ไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการและเพื่อนสมาชิกครับ ผมคิดว่าการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ครั้งนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วในเจตนาของมาตรา ๒๙๑ ก็เขียนไว้ชัดเจนในหมวด ๑๕ ว่าเป็นแค่ ร่างแก้ไขเพิ่มเติม ผมย้ำนะครับ เผื่อพี่น้องประชาชนไม่ได้ตามเรื่องรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ มีเจตนาเขียนชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องการให้มีแค่แก้ไขเพิ่มเติม แต่วันนี้เสียงข้างมากเอง ก็พยายามที่จะใช้เทคนิคทางข้อกฎหมายเป็นการร่างแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อนำไปสู่การร่างใหม่ ทั้งฉบับ คือของพวกนี้เราก็รู้อยู่แก่ใจท่านประธานครับ เราร่างแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อนำไปสู่ การร่างใหม่ทั้งฉบับ ถ้าท่านร่างใหม่ทั้งฉบับบนพื้นฐานของความเห็นชอบของพวกผมด้วย พื้นฐานความเห็นชอบของพี่น้องประชาชนบนประโยชน์ของประชาชนผมว่าอย่างนั้นสุดยอดเลย ท่านประธาน อยากจะกราบเรียนไปยังท่านประธานสามารถและเพื่อนคณะกรรมาธิการ ซีกข้างมาก โอกาสขณะนี้เป็นโอกาสที่ดีของท่านมากในการที่จะนำประเทศไปสู่ ความปรองดอง ความรัก ความสามัคคี เพราะขณะนี้ถ้าท่านร่างเพื่อประโยชน์ของสังคมจริง ๆ ผมว่ามันโอเคครับ แต่ถ้าใช้เสียงข้างมากลากไป หรือเดี๋ยวนี้มีประโยคที่ฮิต (Hit) ก็คือ ประโยคคำว่าเผด็จการรัฐสภาลากไปมันจะไปกันใหญ่ครับ ที่ผมกล้าพูดอย่างนี้เนื่องจาก มันเป็นเหมือนกับลูกตุ้มนาฬิกาท่านประธานครับ ในยุคหนึ่งมีเผด็จการมาปฏิวัติ ท่านวิพากษ์วิจารณ์ ลูกตุ้มมันแกว่งไปด้านหนึ่ง เวลาลูกตุ้มลูกนี้มันแกว่งกลับมามันก็กลับมาว่า จากเผด็จการทหารกลับกลายเป็นเผด็จการรัฐสภาและผมท้าเลยท่านประธานครับ ผมไม่แน่ใจว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ แต่ด้วยความรู้สึกของผมจากความบริสุทธิ์ใจ จากประสบการณ์ทางการเมืองของผม จากที่ผมอ่านหนังสือพิมพ์ จากที่ผมรับฟังพี่น้องประชาชน มันไปไม่ได้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้อิงประโยชน์ของประชาชนมันไปไม่ได้ ย้ำนะครับ แล้วสุดท้ายมันก็ต้องเปลี่ยนอีก วันนี้คำถามถามว่าในหมวด ๑๖ ที่บอกว่าการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถามจริง ๆ ว่าท่านมีเจตนาเพื่อให้ประเทศชาติอยู่ได้ยาวนานหรือเปล่า เพื่อให้สังคมมันไปได้ไหม กติกานี้มันไปได้ไหม หรือท่านกำลังทำเพื่อตอบสนองความต้องการ ของคนบางคน ถ้าท่านทำเพื่อตอบสนองความต้องการคนบางคนสุดท้ายมันก็ต้องแก้อีก แล้วอาจจะถึงวันนั้นขึ้นมาเมื่อลูกตุ้มแกว่งกลับขึ้นมาก็จะมีการรณรงค์ว่าถึงเวลาแล้วว่า มีผลไม้พิษมาใหม่อีกต้นหนึ่ง เนื่องจากว่ารัฐธรรมนูญฉบับนั้นเป็นฉบับเผด็จการรัฐสภาขึ้นมา จะเป็นอย่างไรท่านประธาน เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจึงฝากท่าน ท่านใจเย็น ๆ นิดหนึ่ง เพราะแค่กระบวนการเริ่มต้นที่เกิดขึ้นรัฐธรรมนูญฉบับนี้เขาตอนปลายเดือนกุมภาพันธ์แป๊บเดียว กลับเข้ามาสู่ในที่ประชุมรัฐสภาอีกครั้งหนึ่งแล้ว มันดูเร่งรีบผิดปกติ ทั้งเมื่อวานนี้และวันนี้ ทั้งเพื่อนสมาชิกกรรมาธิการด้วยกันเอง เราอยู่ด้วยกันหลายคนก็วิพากษ์วิจารณ์ ลำพังผมเองพยายามเรียกร้องว่านี่ไม่ใช่ชีทติว แผ่นพับนี้ไม่ใช่แผ่นใบเซียมซี แผ่นแทรก คือผมแค่เรียกร้องว่าเราพักสัก ๒๐ นาทีไหม ครึ่งชั่วโมงไหม แล้วจังหวะนี้ให้ท่านประธานสภา บอกพวกเราเลยว่าสมาชิกรัฐสภาให้ตรวจสอบรายงานของคณะกรรมาธิการ เราจะพัก ครึ่งชั่วโมงนะแล้วให้ท่านมายื่นคำจำนงแล้วที่ประชุมเราจะประชุมกันแล้วมีมติจบเลยครับ แล้วหลังจากนั้นถ้าท่านจะมาโวยวายอีกไม่ให้แล้วนะ ผมว่ามันดูสง่ามาก ลำพังแค่นี้เอง ท่านยังไม่ยอมเลย ผมถึงอยากจะฝากท่านนะครับว่าวันนี้ท่านตัดสินใจผิดพลาดมากในการที่จะ เร่งรีบถูไถไปเรื่อย ๆ ผมมีประเด็นที่อยากจะย้ำกับท่านในประเด็นที่สำคัญอีกอันหนึ่งคือย้ำว่า กติกานี้เป็นกติกาสูงสุด ท่านไม่ได้ผลักดันพระราชบัญญัติที่เป็นนโยบายรัฐบาล ถ้าพระราชบัญญัติที่เป็นนโยบายรัฐบาลท่านเอาเสียงข้างมากโหวตแล้วชนะอันนี้ผมไม่ว่า เลยครับ แต่ท่านกำลังผลักดันกติกาสูงสุดท่านต้องให้ทุกฝ่ายยอมรับ รวมทั้งพวกผมด้วย นั่นคือกติกาที่เป็นกลางที่สุด ให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด แต่วันนี้ท่านทำอะไร อย่างไร ผมไม่แน่ใจนะครับ พวกเราจึงเกิดความไม่ไว้วางใจ คำถามถามว่าในการร่างหมวด ๑๖ ที่ท่านพูดชัดเจนคือร่างใหม่ สิ่งที่พวกผมไม่ไว้วางใจ พรรคประชาธิปัตย์ไม่สบายใจใน ๔ ประเด็น ดังต่อไปนี้
ประเด็นที่ ๑ ก็คือหมวดว่าด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งตรงนี้ท่านประธาน อาจจะไม่เข้าใจในอารมณ์ของคณะกรรมาธิการ ตอนที่พวกเราอยู่ในชั้นคณะกรรมาธิการ เรามีการถกกันครับ แต่โอเคสุดท้ายคณะกรรมาธิการก็มีการประนีประนอมกันว่าทุกคนตกผลึก ทางความคิดว่าเราจะไม่แตะหมวด ๒ ว่าด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์ หมายความว่า สสร. ไม่มีสิทธิเข้าไปแก้ไข เพราะแต่เดิมเพื่อนสมาชิกบางท่านบอกว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขจะมีการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบ ของรัฐไม่ได้ จะเขียนไว้ลอย ๆ แค่นั้นเรากังวล เพราะเราก็เห็นว่าในโลกนี้มีหลายประเทศที่มี สถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างเช่น ประเทศเขมร เขาก็อ้างว่าเขาเป็นประชาธิปไตยมีสถาบัน พระมหากษัตริย์เหมือนกัน แล้วตอนแรกท่านประธานเชื่อไหมครับว่าในช่วงที่พวกเราจะขอมติ ในการให้คณะกรรมาธิการใส่เข้าไปในร่างของเสียงข้างมาก ตอนแรกก็จะไม่ยอม แต่สุดท้าย เราก็มีการท้วงติงสัญญาสุภาพบุรุษกัน โอเคท่านยอมในการบรรจุประโยคนี้เข้ามา ดังนั้นข้อ กังวลใจข้อที่ ๑ ของพรรคประชาธิปัตย์จึงหมดไป แล้วผมก็เชื่อว่าก็เป็นข้อกังวลใจของพี่น้อง ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ แต่ข้อกังวลใจข้อที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมพยายามที่จะแปรญัตติ เข้าไปเพราะว่าผมต้องย้ำ อันนี้คือประโยคของร่างใหม่ เรากังวลใจว่าขณะนี้คนของท่าน หรือผู้ใหญ่ของท่านหลายคนมีความรู้สึกอาฆาตมาดร้ายต่อกระบวนการยุติธรรม ผมกล้าพูด อย่างนี้เนื่องจากว่าหลายสิ่งหลายอย่างที่ท่านได้ดั่งใจท่านเงียบกริบเลย ศาลฎีกาพิพากษา ท่านหลาย ๆ เรื่องท่านเงียบหมด ศาลรัฐธรรมนูญพิพากษาในสิ่งที่ท่านได้ประโยชน์ท่านเงียบหมด แต่วันใดเมื่อศาลพิพากษาในสิ่งที่ท่านเสียประโยชน์ ประโยคที่บอกว่า ๒ มาตรฐานเกิดขึ้นมา ทันทีครับ ดังนั้นข้อกังวลในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เราจึงกังวลว่าท่านจะไปล้างแค้นศาล คำว่า ล้างแค้น ก็คือท่านจะเข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมผ่านรัฐธรรมนูญ นี่คือ ข้อกังวลใจข้อที่ ๒
ข้อกังวลใจข้อที่ ๓ ซึ่งขณะนี้ระบบ ๓ อำนาจ ระบบบริหาร ตุลาการ ระบบนิติบัญญัติ ที่บอกว่าให้ถ่วงดุลกันมันไม่จริง ลำพังฝ่ายบริหารกับนิติบัญญัติ ผมถามท่านประธานวันนี้ มันตรวจสอบถ่วงดุลกันจริงหรือไม่ มันไม่จริงครับ วันนี้เราก็มีกระบวนการยุติธรรมอีก ๑ กระบวนการที่เรายังกังวลครับว่าเมื่อแก้รัฐธรรมนูญตรงนี้แล้วจะมีการเข้าไปแทรกแซงเขา หรือไม่ แต่ข้อที่ ๓ ที่เรากังวลใจก็คือองค์กรอิสระ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ได้ใส่องค์กรอิสระ เข้ามาหลายหน่วยงานเพื่อช่วยทำหน้าที่ในการตรวจสอบการทำหน้าที่ของฝ่ายรัฐบาล แล้วองค์กรอิสระหลายองค์กรท่านอาฆาตมาดร้ายไว้ ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. แม้แต่ สตง. พวกเราก็กังวลใจว่าเมื่อมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วเนื้อหาสาระของการแก้ไข จะนำไปสู่การแทรกแซงองค์กรอิสระ
และข้อกังวลใจข้อสุดท้าย อันนี้ตรงไปตรงมาครับ เพราะขณะนี้ ผมมีความรู้สึกว่ารัฐบาลกำลังเปิดศึกคู่ขนานครับ ด้านปีกซ้ายนำโดยท่าน พลเอก สนธิ ปรองดองครับ ปีกขวานำโดยท่านสามารถ แก้วมีชัย คือรัฐธรรมนูญ เราไม่แน่ใจว่าปีกซ้าย หรือปีกขวาจะนำไปสู่การนิรโทษกรรมบุคคลที่ต้องรับผิดชอบทางอาญา
เพราะฉะนั้นข้อกังวลใจข้อที่ ๔ อยากจะกราบเรียนคณะกรรมาธิการของ พวกนี้มันตรงไปตรงมา เป็นข้อกังวลใจ เป็นข้อห่วงใย เรากังวลว่าการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ จะนำไปสู่การนิรโทษกรรมคนบางกลุ่ม หรือคนบางคน จึงอยากจะกราบเรียนท่านสมาชิก ทุกท่านว่าเราจะทำอย่างไรละให้สังคมที่มีความกังวลใจ ความระแวง ความสงสัยต่อ การกระทำของคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะการให้ที่ได้มาซึ่ง สสร. ท่านต้องทำให้สังคมหมด ความหวาดระแวง ถ้าสังคมสบายใจทุกอย่างก็โอเค แต่วันนี้สิ่งที่ท่านดันมามันเหมือน พยายามดัน ๆ โดยที่ไม่สนใจเสียงคัดค้าน ตรงนี้เองมันยิ่งทำให้เกิดความหวาดระแวง ความสงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น มันจึงเป็นที่มาที่ผมจะต้องแปรญัตติประโยคนี้ ผมแปรญัตติ เพิ่มเติมเข้ามาว่า ก่อนเข้าสู่กระบวนการการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญให้มีการทำ ประชามติขอความเห็นชอบจากประชาชน ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก่อน ถ้าผลประชามติประชาชนไม่เห็นชอบ ถือว่าการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเป็นอันสิ้นสุด ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่คือสาระที่ผมกังวลใจ ผมถึงมีความรู้สึกว่าดังนั้นในเมื่อเรามีข้อกังวลใจ เราถามประชาชนดีกว่าไหมว่าประชาชนเห็นชอบไหมว่าจะมีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ หรือแม้แต่รัฐธรรมนูญมาตรา ๒๙๑ ก็เขียนไว้ชัดเจนว่าการแก้ไข ก็คือการแก้ไขเพิ่มเติมเฉย ๆ แต่ขณะนี้ทุกท่านกำลังซิกแซกเพื่อจะนำไปสู่การร่างใหม่ ผมมีประเด็นที่จะต้องย้ำว่าที่ผมพูดด้วย ความมั่นใจ เนื่องจากว่าท่านเคยพูดไว้ เมื่อวานนี้เพื่อน ส.ส. ของผม คือท่านวัชระ เพชรทอง ก็ได้เอาเอกสารหาเสียงของท่าน ท่านก็พูดไว้ชัดเจนว่าเมื่อท่านเข้ามาแล้วท่านจะปฏิรูปการเมือง ท่านจะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ท่านก็จะถามพี่น้องประชาชนว่าจะเอารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ หรือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาเป็นต้นร่างในการร่างใหม่ เท่ากับว่าท่านสัญญากับ ประชาชนไว้ว่าท่านจะมีการทำประชามติ ซึ่งการทำประชามติก็คือมีการทำประชามติ ๒ ครั้ง ดังนั้นก่อนที่จะร่างใหม่ท่านต้องถามประชาชนว่าประชาชนเห็นชอบหรือไม่ เพราะถ้าถาม ความเห็นของผม ณ วันนี้ ท่านกำลังจะเอากระบวนการทั้งปรองดอง ทั้งรัฐธรรมนูญที่ท่านทำอยู่ ขณะนี้กลบความทุกข์ยากของประชาชน ถ้าเป็นไปได้เผื่อเพื่อนสมาชิกรัฐสภาเห็นชอบกับผม เพราะผมว่านี่เป็นประเด็นสำคัญ เวลาทำประชามติถามประชาชนก่อนเลือก สสร. ท่านลองถาม เปรียบเทียบกับโครงการจำนำมันสำปะหลัง จำนำข้าว ถามเปรียบเทียบกับโครงการ เงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท ที่เลื่อนไปถึงปี ๒๕๕๗ ถามเปรียบเทียบกับเรื่องการกระชาก ค่าครองชีพ ถามเปรียบเทียบเกี่ยวกับเรื่องค่าแก๊สแอลพีจี (Gas LPG) ค่าน้ำมันที่ต้องการ ให้มันถูกลง มันไม่ถูกจริง พวกนี้คือความล้มเหลวของทุกท่าน ท่านลองถามประชาชน นิดเดียวครับว่า ท่านทำประชามติถามประชาชนว่าระหว่างให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งฉบับ กับให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาดังต่อไปนี้ ๑. จำนำข้าวที่ถูกโกงเยอะ ๒. จำนำ มันสำปะหลังที่ถูกโกงเยอะ ๓. ค่าแรง ๓๐๐ บาทที่ทำไม่ได้ ๔. การปรับเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท ต้องเลื่อนไปปี ๒๕๕๗ ๕. การกระชากค่าครองชีพ ของก็แพงขึ้นและแพงทั้งแผ่นดิน ๖. ค่าน้ำมัน ค่าแก๊สที่ท่านบอกจะยกเลิกกองทุนน้ำมัน รัฐบาลจะทำอะไรก่อน จะแก้ปัญหาอะไรก่อน