วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องการทำร่างรัฐธรรมนูญ โดยวิพากษ์วิจารณ์ประธานและกรรมาธิการเสียงข้างมากที่เร่งรีบในการดำเนินการ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย ผมได้ขอสงวนคำแปรญัตติในการเพิ่มเติมประเด็นก่อนที่จะเข้าสู่ในหัวข้อ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งประเด็นนี้ผมอยากจะเรียนถามท่านประธานคณะกรรมาธิการ เนื่องจากว่าประเด็นนี้เรามีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อยากจะถามความรู้สึกของ กรรมาธิการเสียงข้างมาก โดยเฉพาะท่านประธานสามารถ เพราะผมเชื่อว่าท่าน เป็นคนดีครับ บางครั้งท่านทำหน้าที่รองประธานสภา ท่านสังเกตไหมครับตอนที่พวกผม ทำหน้าที่ในฐานะสมาชิก ท่านนั่งบนบัลลังก์พวกผมเชื่อท่าน เพราะว่าเชื่อวิธีการคิด การตัดสินใจของท่าน คือเวลาอะไรก็แล้วแต่ประธานบางคนเราไม่ค่อยเคารพนับถือครับ แต่ถ้าท่านประธานสามารถขึ้นทำหน้าที่เราเชื่อท่าน แล้ววันนี้พวกผมในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย ตอนเข้าไปทำหน้าที่กับท่านในฐานะที่ท่านเป็นประธานคณะกรรมาธิการ เราก็ โอเคครับ ด้วยท่าทีที่ประนีประนอมของท่านในการรับฟังเสียงของพวกผม แต่ทำไปทำมา ผมก็ชักไม่มั่นใจว่าท่านเป็นตัวตนของคนที่ชื่อว่าสามารถ แก้วมีชัย หรือไม่ เพราะตัวตนของท่าน ไม่ใช่อย่างนี้ท่านประธาน คือผมเชื่อว่าตัวตนของประธานคณะกรรมาธิการของผมคนนี้คือ คนที่มองประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก แต่วันนี้ผมมีความรู้สึกท่านเร่งรีบจนเกินไปครับ ที่ผมต้องกล้าว่าการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ครั้งนี้ท่านเร่งรีบก็เพราะว่าประสบการณ์ การทำหน้าที่กรรมาธิการของพวกเราทุกคนเป็น ส.ส. กันมานานแล้วครับ เราพิจารณา กฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งเราใช้เวลา ๑ ครั้งต่อ ๑ สัปดาห์ แต่วันนั้นตอนที่เราเริ่มต้น ประเด็นมาท่านเปิดมาเลย สุดท้ายเราใช้เวลา ๒ วัน ต่อ ๑ สัปดาห์ แค่ลำพัง ๒ วัน พวกเรา มองหน้ากันเรารู้สึกว่ามันมากผิดปกติ แต่ไป ๆ มา ๆ ท่านมาเร่งในสัปดาห์สุดท้าย ท่านมา เรียกประชุมในวาระพิเศษซึ่งโดยใช้อำนาจของประธานเอง แล้ววันนั้นคือวันที่ ๓ ถ้าจำไม่ผิด ท่านก็เร่งรีบให้ทุกอย่างจบในวันนั้นเลย ตั้งแต่เช้าถึงประมาณสัก ๔ ทุ่ม พวกเราแปลกใจครับ แล้วท่านก็ถูกตำหนิจากพวกเราครับ เพราะในที่ประชุมเราตกลงกันไว้ว่าถ้า ๒ วันไม่พอเรา จะมาปรึกษาหารือในการเพิ่มวัน เหมือนท่านได้รับใบสั่งมาว่าทุกอย่างต้องจบภายในอาทิตย์ ที่ผ่านมา เพื่อจะเข้าสู่สภาวันนี้ให้ได้ คล้าย ๆ กับว่าจะเอาไปเป็นของขวัญวันสงกรานต์ให้กับ ใครบางคนหรือไม่ ผมไม่ทราบ แต่ท่านมีความรู้สึกหนังถลอกไหมครับ เอาแค่เหตุการณ์ เมื่อวานผ่านไป ๑ วัน เมื่อวานนี้ก็วุ่นวายในความไม่สมบูรณ์ของการจัดทำรายงาน ผมต้อง ออกตัวไปยังเพื่อนพี่น้องท่านทีมงานสำนักงานเลขาธิการของคณะกรรมาธิการชุดนี้ พวกผม ในนามของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยไม่ตำหนิพวกท่านแม้แต่นิดครับ ไม่ว่าจะมีความผิด พลาดอะไรก็แล้วแต่ที่เกิดขึ้น แต่ต้องตำหนิท่านประธานและกรรมาธิการเสียงข้างมาก เพราะท่านเร่งครับ ท่านประชุม ๓ ๔ ๕ และคืน ๕ สรุปเลย มันมีที่ไหนครับ เพราะปกติแล้ว กฎหมายฉบับอื่นหรือการศึกษาของคณะกรรมาธิการในเรื่องอื่น ๆ เมื่อศึกษาเสร็จแล้ว เรามักจะรอ ๑ สัปดาห์ เรามานัดตรวจทานกัน เราก็มีเวลาให้เจ้าหน้าที่ในการทำงานอีก ๑ อาทิตย์ เวลาเรามาประชุมเพื่อหาข้อสรุปเพื่อตรวจทานสิ่งถูกต้องสิ่งผิดพลาดค่อนข้างจะ โอเค ผมถามพวกเราทุกคนว่าหลาย ๆ เรื่องเวลาเข้าสู่คณะกรรมาธิการเคยมีการท้วงติง รุนแรงขนาดนี้ไหม ในรอบปีที่ผ่านมาที่เราเป็น ส.ส. เข้ามา หรือแม้แต่อดีตที่เป็น ส.ส. มา ผมไม่เคยเจอครับ ผมเป็น ส.ส. ๓ สมัย แต่ผมเพิ่งเคยเจอ ๒ ครั้ง ที่คณะกรรมาธิการถูกตำหนิอย่างรุนแรง ก็คือ ครั้งแรกตอนรายงานปรองดองครับ อันนั้นก็รับจ๊อบ (Job) มาเหมือนกัน เร่งรีบ รวดเร็ว คณะกรรมาธิการถูกเพื่อนสมาชิกวิพากษ์วิจารณ์จนหนังถลอกกลับไป และเจอครั้งนี้เป็น ครั้งที่ ๒ ก็คือร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ท่านเร่งรีบลุกลี้ลุกลนจนผิดปกติ และท่านก็ถูก วิพากษ์วิจารณ์ ถ้าเป็นการชกมวยก็คือท่านก็ช้ำแบบไม่เป็นท่า แต่อาศัยว่ายาโดป (Dope) ดีท่านถึงยังอยู่ได้ เพราะฉะนั้นผมถึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าที่ผมจะต้อง แปรญัตติเพิ่มเติมหมวดนี้เข้ามา ก็คือประเด็นที่ผมพยายามจะร้อยเรียงให้ท่านเห็นภาพ เผื่ออย่างน้อยเพื่อนสมาชิกรัฐสภาที่จะต้องโหวต อาจจะโหวตเห็นชอบให้กับผมในสิ่งที่ผม กำลังแปรญัตติเข้ามา ถึงแม้พวกผมจะแพ้ ผมก็หวังว่าพี่น้องประชาชนทั้งประเทศกำลังฟังอยู่ ถึงจะแพ้ในรัฐสภาแต่ถ้าชนะใจประชาชน ทางการเมืองเราก็ยังอยู่ได้ครับ ผมอ่านอารมณ์ สื่อมวลชนให้ท่านประธานฟังนิดหนึ่งหลังจากเหตุการณ์ผ่านไปเมื่อวาน สื่อเขียนประเด็นว่า เดินเครื่องแก้มาตรา ๒๙๑ เปิดประตูรื้อรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ตามคาดประชุมวันแรกขุนค้อน ทุบโต๊ะใช้เสียงข้างมากรวบรัดพิจารณาวาระที่สองเป็นรายมาตรา เมินพรรคประชาธิปัตย์ที่แฉ คณะกรรมาธิการองค์ประชุมไม่ครบ และสงวนรายชื่อผู้สงวนคำแปรญัตติตกหล่น เปิดร่าง แก้ไขรัฐธรรมนูญพบคนไทยในต่างประเทศไม่มีสิทธิเลือก สสร. ห้ามแตะหมวด พระมหากษัตริย์ ไม่เช่นนั้นร่างเป็นอันตกไป แต่ประเคนอำนาจให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ วินิจฉัยชี้ขาด อันนี้คืออารมณ์ของสื่อมวลชนที่สะท้อนให้กับคนไทยทั้งประเทศได้รับรู้ว่า สังคมมีความรู้สึกอย่างไรต่อการทำหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ ในการเร่งรีบที่จะผลักดัน การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้