รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๐ เมษายน ๒๕๕๕

สมชาย แสวงการ หารือเรื่องรัฐธรรมนูญ ปี 2550 โดยแสดงความไม่เห็นด้วยที่ไม่ได้พูดถึงเหตุการณ์ก่อนเกิด 19 กันยา 2548 และรัฐธรรมนูญ ปี 2540 ที่เข้าใจว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด ฉบับหนึ่ง นอกจากนี้ยังแสดงความไม่เห็นด้วยที่รัฐธรรมนูญ ปี 2550 มีบทบัญญัติและบทคำพูดมากจนเกือบทุกอย่างที่กลัวใส่เข้าไปในรัฐธรรมนูญนั้น และเสนอให้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยไม่รีบหรือร้อนใจ และให้เวลาประชาชนในการทำประชามติอย่างเพียงพอ

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

ท่านประธานที่เคารพ สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก็กราบเรียนท่านประธานครับว่า ผมเองนั้นต้องเรียนว่าไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่อ้างว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพียงมาตราเดียว แล้วไปยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ก็ได้ลงมติในวาระที่หนึ่งไปแล้วว่าไม่เห็นด้วย แล้วก็ยืนยันครับว่าจะลงมติในวาระที่สามว่าไม่เห็นด้วย เหตุผลครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาด้วยการร่าง ถึงแม้จะอ้างว่ามาจากคณะปฏิวัติรัฐประหาร มาจากต้นไม้พิษ ที่ได้ผลไม้พิษก็ตาม ผมเรียนว่าเรื่องนี้พูดความจริงไม่หมดครับ เราไม่พูดถึงเหตุการณ์ก่อนเกิด ๑๙ กันยา ๒๕๔๘ เลยหรือ เราไม่พูดถึงรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งผมคิดว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดฉบับหนึ่ง ผมเองก็เป็น ส่วนรวมในการรณรงค์รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เช่นกัน แต่รัฐธรรมนูญใช้ไปแล้ว มีมนุษย์ที่เก่ง ฉลาด หารูล ออฟ ลอว์ ( Rule of law) หรือช่องว่างของกฎหมายได้ ๘ รูโหว่ใหญ่ ๆ นะครับ เราก็ต้องยอมรับครับว่าทำให้รัฐบาลเข้มแข็งจนกระทั่งไม่สามารถตรวจสอบได้ ท้ายสุด นำไปสู่การเดินขบวนของประชาชน นำไปสู่การที่เกิดวิกฤติทางการเมือง และท้ายที่สุด สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น ไม่คาดฝันก็เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกครั้งหนึ่งนะครับ ผมว่าเราพูดกัน เพียงแค่ว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาจากผลพวงการปฏิวัติรัฐประหารอย่างเดียวไม่พอครับ เอกสารฉบับนี้เป็นเอกสารข้อมูลกฎหมายของสำนักกฎหมาย สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งผมถือว่าดีที่สุดฉบับหนึ่ง รวบรวมกฎหมายที่มาจากคณะปฏิวัติเต็มไปหมดเลยครับทั้งเล่ม มีเป็นร้อยฉบับครับ ที่รัฐบาลไม่สนใจจะแก้ไข แม้กระทั่งท่านมีเสียง ๓๗๗ เสียงในขณะนั้น ก็ไม่ได้สนใจแก้คำสั่งคณะปฏิวัติเหล่านี้เลย วันนี้ท่านอ้างอย่างเดียวครับว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาจากการรัฐประหาร โดยไม่พูดถึงเหตุที่แท้จริง ไม่พูดถึงการรวบอำนาจในการทำให้องค์กร อิสระอ่อนแอ เข้าไปแทรกแซงการแต่งตั้ง กกต. ป.ป.ช. ที่อยากได้ใครก็บันดาลเอา ส.ว. ปี ๒๕๔๓ เป็น ส.ว. ที่ดีที่สุดที่มาจากการเลือกตั้ง ๒๐๐ คน แต่ท่านเข้าไปสามารถจัดการ ดำเนินการให้ ส.ว. ๘๐-๑๒๐ คน รับฟังคำบัญชาได้ ส.ว. ท่านหนึ่งที่เป็นหัวหน้ากลุ่มนั้น เคยโทรศัพท์ต่อหน้าผมเองครับที่ร้านอาหารญี่ปุ่นในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว โทรศัพท์ หาคนคนหนึ่งที่บัดนี้ไม่ได้อยู่ในประเทศไทยแล้ว เพื่อให้รัฐมนตรีท่านหนึ่งรับงานไปทำ เกี่ยวกับการก่อสร้างแห่งหนึ่ง แล้วบอกว่าเขามีเสียง ส.ว. ๑๒๐ คน ในมือ นั่นคืออะไรครับ นั่นคือคำว่า สภาทาส ได้เกิดขึ้นกับวุฒิสภาปี ๒๕๔๓ ในช่วงท้าย แต่ต้องยอมรับครับว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น จริงอยู่ครับ แก้ข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ หลายบท หลายมาตรา จนกระทั่งมีมากถึง ๓๐๙ มาตรา ผมเองก็ไม่เห็นด้วยครับว่ารัฐธรรมนูญอะไรกัน เขียนถึง ๓๐๙ มาตรา รัฐธรรมนูญที่มีบทบัญญัติ บทคำพูดมาก เป็นการสะท้อนถึงการที่ต้อง ใส่กฎหมายหลายฉบับ หรือเกือบทุกอย่างที่กลัวใส่เข้าไปในรัฐธรรมนูญฉบับนั้น ในประเทศ ที่พัฒนาแล้ว รัฐธรรมนูญที่มีน้อยมาตราเขาก็เขียนกฎหมายประกอบ เขียนพระราชบัญญัติ ประกอบ แล้วก็ทำให้รัฐธรรมนูญนั้นอยู่ยงคงกระพัน โดยไม่ต้องมีการปฏิวัติรัฐประหารอีกเลย ไม่ต้องยกตัวอย่างอย่างที่ท่านชอบอ้างกันคือรัฐธรรมนูญของประเทศสหรัฐอเมริกา แต่มีการแก้ไข บทบัญญัติทีละหมวด ทีละมาตราหลายครั้ง แต่นี่ท่านกำลังทำในการยกเลิกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แล้วก็จะไปร่างกันใหม่ ไม่รวมถึงการไม่ฟังเสียงประชาชนที่มาจากการ ลงประชามติ ผมเรียนว่าโดยหลักสากลของกฎหมายแล้วการลงประชามติ ซึ่งประชาชนนั้น เป็นตัวการ ท่านเป็นสมาชิกเหมือนผมเป็นแค่ตัวแทน ท่านมาอ้างเสียงในการที่จะทำอะไรก็ได้ แล้วลงมติ แล้วอ้างว่านี่คือเสียงประชาชน จริงอยู่ครับ สภาทำอะไรก็ได้ครับ ท่านอดีตประธาน วุฒิสภาได้บอกกับพวกเราว่ารัฐสภาอังกฤษเคยออกกฎหมาย ต้องขออภัยที่ต้องเล่าให้ ท่านฟังครับว่า สัตว์ปีกรวมถึงนกและสุกร เพราะท่านจะเขียนกฎหมายควบคุมโรคที่เกิด จากสัตว์ปีก รัฐสภาอังกฤษก็ยังเขียนนะครับว่าสุกรเป็นสัตว์ปีก ถามว่าทำได้ไหม ทำไปแล้ว รัฐสภาอังกฤษ รัฐสภาแห่งนี้จะทำแบบนั้นก็ได้ครับท่านมีเสียงข้างมาก ท่านอ้างความเป็น ประชาธิปไตยจะทำอะไรก็ได้ ผมกราบเรียนครับว่าเสียงข้างมากเป็นเรื่องที่ตัดสินความถูกของกฎหมาย ถูกของความชอบธรรม ถูกของความถูกต้องไม่ได้ ท่านอาจจะถูกใจแต่ทำไม่ถูกตามทำนองครองธรรมนั้นทำไม่ได้ครับ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่าไหน ๆ ผมก็ทานเสียงของท่านไม่ได้แล้ว ท่านมี ๓๐๐ เสียง บวกกับอีก ๖๐-๙๐ เสียง อย่างไรก็ชนะวันยังค่ำ หมดวาระที่สามเขียนแปะข้างฝาไว้ได้เลยครับว่า ท่านมี ๓๖๐-๓๙๙ เสียง แต่ถามว่ารัฐธรรมนูญที่ท่านจะร่างออกมานั้นไม่มีกรอบแตกต่างกับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งขณะนั้นมี คพป. ที่อาจารย์ประเวศมีท่านชุมพลเขียนกรอบไว้ให้ เที่ยวนี้ไม่กรอบเลยครับ เราไม่มีหลักประกันเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าท่านร่างรัฐธรรมนูญที่ดี ผมก็จะยินดีสรรเสริญ แต่ถ้าท่านร่างรัฐธรรมนูญที่ออกมาแล้วสังคมสงสัยและต่อต้าน ผมก็มีคำถามครับว่ารัฐธรรมนูญนั้นอาจจะร่างเสร็จ แต่ถามว่าจะได้ใช้หรือเปล่า ผมไม่แน่ใจว่า จะเกิดอะไรขึ้นและเพราะผมเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของบ้านเมืองนี้ บ้านเมืองนี้ไม่สามารถที่จะให้ ใครคนใดคนหนึ่งยึดไปครองได้ บ้านเมืองนี้ไม่สามารถทำตามอำเภอใจของใครก็ได้ แล้วใช้เสียงข้างมากลากไปสู่อะไรก็ตามที่อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลง ต้องขออนุญาต ท่านประธานอ่านในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก่อนที่จะมีพระบรมราชโองการได้เขียนไว้ว่า โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยชั่วคราว พุทธศักราช ๒๕๔๙ ได้บัญญัติให้มี สภาร่างรัฐธรรมนูญและคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมีหน้าที่จัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ทั้งฉบับสำหรับเป็นแนวทางการปกครองประเทศโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม แสดงความคิดเห็นอย่างกว้างทุกขั้นตอน และนำความคิดเห็นเหล่านั้นมาเป็นข้อคำนึงพิเศษ ในการยกร่างและพิจารณาแปรญัตติโดยต่อเนื่อง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่จัดทำใหม่ มีสาระเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกันของประชาชนไทยในการธำรงรักษาไว้ซึ่งเอกราช และความมั่นคงของชาติ การทำนุบำรุงศาสนาทุกศาสนาให้สถิตสถาพร การเทิดทูน พระมหากษัตริย์เป็นประมุขและเป็นมิ่งขวัญของชาติ การยึดถือระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขในการปกครองประเทศ การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของ ประชาชนให้ประชาชนมีบทบาทและมีส่วนร่วมในการปกครองและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ อย่างเป็นรูปธรรม การกำหนดกลไกสถาบันทางการเมืองทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร ให้มีดุลยภาพและประสิทธิภาพตามวิถีการปกครองแบบรัฐสภา รวมทั้งให้สถาบันศาล และองค์กรอิสระอื่นสามารถปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตและเที่ยงธรรม ผมกราบเรียนครับว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ลงประชามติมาด้วยประชาชนเสียงข้างมากเช่นกัน ท่านอ้างเสียงในสภาเกินกว่า ๓๒๕ เสียงของ ๖๕๐ เสียง โหวตยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้วร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าหลักการที่ผมอ่านไปเมื่อสักครู่นี้จะยังคงอยู่ครบทุกประการหรือไม่ ไม่รวมถึง ความสงสัยต่าง ๆ ในสังคมอีกมากมายที่เขากำลังจะกล่าวหา หรือเขากล่าวหามาแล้วว่า กำลังจะสร้างรัฐไทยใหม่ อย่างไรก็ตามผมก็ยังไม่เชื่อว่าสิ่งเหล่านั้นจะเกิดขึ้นเพราะผมยังเชื่อ ในความศักดิ์สิทธิ์ และผมเชื่อว่าพระสยามเทวาธิราชมีจริง ดลบันดาลคนชั่วและสาปแช่งคนชั่ว ไม่ให้ได้ผุดได้เกิดในชาติหน้าและทำไม่ให้สำเร็จในชาตินี้ ผมกราบเรียนครับว่าผมนั้น ไม่ค่อยจะเห็นสอดคล้องกับนายแพทย์เหวง โตจิราการ เท่าไรในทุก ๆ เรื่อง แต่บางเรื่อง ผมก็เห็นสอดคล้องกับท่าน เพียงแต่ต้องถามความจริงใจเท่านั้นเองครับว่าสิ่งที่ท่านพร่ำ เรื่องประชาธิปไตยนั้นท่านทำจริงหรือเปล่าครับ ท่านเสนอให้มี สสร. มาจากการเลือกตั้ง ทั้งหมด ผมเองมาจากการสรรหา มาจากการสรรหาของ ๗ คนที่ท่านกล่าวหาว่าเป็น ส.ว. ลากตั้ง ผมเลือกแบบเดียวกับท่านเลยครับ สสร. มาจากการเลือกตั้งทั้ง ๒๐๐ คน แต่ผมเชื่อว่า หมอเหวงก็มีเสียงเดียวในพรรคเพื่อไทย โหวตออกมาสิครับ ท่านลองหาสมาชิกทั้งพรรค โหวตร่วมกับ ส.ว. ว่าเราจะเอา สสร. มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ๒๐๐ คน ท่านทำได้ไหมครับ ถ้าทำได้ผมเอาด้วยกับท่านครับ ลองดูสิครับ ผมถามหาความจริงใจครับว่าท่านอยากร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุดของประเทศไทยไหม ไหน ๆ ถ้าเราไม่อยากได้รัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้ว ผมก็บอกว่าถ้าเงื่อนเวลามันยังไม่ตกผลึก ความปรองดองยังไม่เกิด ท่านจะรีบร่างรีบเร่ง ร้อนรน ผมก็ไม่ว่ากระไร แต่ความจริงใจต้องเกิดครับ ต้องเริ่มต้นตั้งแต่ตรงนี้ว่า ๑. ผมลองเสนอให้มี สสร. มาจากการเลือกตั้งทั้ง ๒๐๐ คน โดยไม่ต้องมี สสร. จากการแต่งตั้งหรือเรียกว่า สสร. ลากตั้งอีก เพราะ ๒๒ คนไม่ต้องเอ่ยนะครับ เดี๋ยวผมเขียนแปะข้างฝาเลยครับว่าชื่ออะไรบ้าง มาจากไหนบ้าง แล้วเป็นโควตาของพรรคไหนบ้าง เพราะท่านก็ใช้เสียงในนี้โหวตออกไปได้ตามสัดส่วนอยู่แล้ว ขณะที่เราสามารถใช้นักเทคนิค กฎหมายมหาชน นักกฎหมายรัฐศาสตร์ต่าง ๆ เป็นกรรมาธิการที่เป็นคณะทำงานได้ ให้ภาคประชาชนลองร่างกฎหมายที่ดีที่สุดดูสิครับ

ประการที่ ๒ ผมต้องเรียนไปถึงกฎหมายที่ควรจะใช้ในการให้ทำ สสร. ให้ดีที่สุด ก็คือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. แต่ท่านกลับไม่เลือก ท่านไปเลือกพระราชบัญญัติเรื่องการปกครองท้องถิ่น ซึ่งทำให้ พรรคการเมืองสามารถเข้าไปแทรกแซงได้ ท่านกำหนดตัวคนได้ ทำให้มาตรฐานของผู้ที่จะ ร่างรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เป็นกติกาที่ท่านกำลังจะบอกว่าให้เกิด ความปรองดองกลับมีมาตรฐานที่ต่ำกว่าหรือคุณภาพของ ส.ส. และ สสร. ที่จะได้มานั้น ต่ำกว่า ส.ส. และ ส.ว. ผมไม่ได้ดูถูกว่า สสร. ที่จะมาจากโครงสร้างนี้ดีหรือไม่ดีกว่า แต่ผมเรียนครับว่าอยากให้ใช้คุณสมบัติที่มีมาตรฐานในระดับหนึ่งเพื่อเป็นหลักประกัน ก็ขอกราบเรียนไปยังหมอเหวงครับว่าลองไหมครับ ลองร่างรัฐธรรมนูญแบบนี้ด้วยกัน ถ้าท่านเอาเราก็เอาด้วย ลองดูนะครับ แล้วท่านจะลองไปช่วยโน้มน้าวคนในพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาลให้ได้สัก ๓๐๐ เสียง ไม่ใช่โหวตออกมาแล้วได้ท่าน ๑ เสียง มันก็เสียเวลาที่จะพร่ำถึงประชาธิปไตยเหมือนที่เราเคยพูดกันที่ราชดำเนินตอนท่านไปอยู่กับ พันธมิตร แล้วท่านก็ย้ายมาอยู่กับ นปช. ก็เสียเวลาเปล่านะครับ ผมขอเรียนว่าในมาตรา ๓ นั้น ผมขอให้ท่านตัดออกทั้งมาตรา ไม่ว่าจะเป็น (๑๗) เรื่องการให้ความเห็นชอบของ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) ก็อย่างที่เรียนครับว่าไม่จำเป็น ต้องมี สสร. ลากตั้งอีกแล้ว ลองดูสิครับ

ประการที่ ๒ ถ้าท่านจะทำรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดก็ตัดอีกใน (๑๘) ครับ เรื่องการให้ความเห็นชอบญัตติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามมาตรา ๒๙๑/๑๖ เหตุผลก็คือว่าถ้าไหน ๆ เราจะร่างรัฐธรรมนูญที่เราเชื่อว่าเป็นประชาธิปไตย แล้วเป็นร่างรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ได้เอื้อประโยชน์กับใครคนใดคนหนึ่งหรือพวกใดพวกหนึ่งหรือเพื่อสร้างอำนาจของ กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพื่อไปกดขี่กลุ่มหนึ่งแล้ว เราก็ต้องเชื่อว่ารัฐธรรมนูญที่ท่านจะทำดีที่สุดนั้น มาจากการเห็นชอบของประชาชนและต้องไม่รีบ ไม่ร้อน ไม่รน ให้เวลาเขาในการทำประชามติ ที่มากพอตาม พ.ร.บ. ประชามติ ซึ่งผมกราบเรียนท่านประธานเลยว่าในการร่างของท่านมานี้ นอกจากเอกสารที่ผิด ๆ ถูก ๆ เมื่อเช้าผมเรียนท่านประธานแล้ว ท่านประธานไม่ฟังผม แล้วท่านประธานก็หน้าแตกไปเองครับ เพราะว่ามีร่างรัฐธรรมนูญฉบับของท่านเทพไท เสนพงศ์ มาตรา ๑ รัฐธรรมนูญนี้เรียกว่า รัฐธรรมนูญรวบรัดเพื่อทักษิณแห่งราชอาณาจักรไทย กับรัฐธรรมนูญของท่านสาธิต ปิตุเตชะ เรียกว่า รัฐธรรมนูญฉบับ นปช. ครองเมือง ผมขออภัย เมื่อเช้าผมจะทักท่านประธานว่าอันนี้มันเป็นความผิดพลาดนอกเหนือจากเอกสารทั้งหมด ที่ผิดพลาดเยอะแยะมากมาย เสร็จจากโรงพิมพ์ตอนเที่ยงคืนเมื่อคืนนี้เอง ทำทั้งทีทำให้ดีครับ ถ้าจะทำรัฐธรรมนูญที่ดี เพราะฉะนั้นไม่มีความจำเป็นครับว่าเรากลัวจะไม่ผ่านประชามติ ถ้าไม่ผ่านประชามติก็ไม่ต้องเสนอรัฐธรรมนูญใหม่ เรามีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เราก็ลองท้ากัน ดูว่าทำให้ดีแล้วไปประชามติ ประชาชนเอาก็จบ ไม่เอาก็ไม่ต้องมีอีก เพราะฉะนั้นตรงมาตรา ๓ ทั้งมาตรายกเลิกไปได้เลยครับไม่ต้องมี ก็เรียนว่าเป็นความหวังเล็ก ๆ น้อย ๆ ของคนที่ผมคิดว่า เป็นเสียงข้างน้อยในสภาแห่งนี้ กราบเรียนครับว่า ผมไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่อ้างว่าแก้ไขมาตรา ๒๙๑ มาตราเดียว ที่พูดมาแล้วตั้งแต่ต้นว่าเป็นการเซ็นเช็คเปล่าให้กับคณะคณะหนึ่งที่จะถูกควบคุม หรือถูกกำหนดหรือมีพิมพ์เขียวอยู่แล้ว ผมไม่พูดถึงการเดินทางไปฮ่องกงเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่แล้ว ของใครก็ตามนะครับ โรงแรมแห่งไหนก็ตาม แล้วพิมพ์เขียวหรือไม่ก็ตาม แต่ผมอยากเห็น การร่างรัฐธรรมนูญ ถึงแม้จะเป็นความหวังเล็ก ๆ ว่าถ้าท่านทำเรื่องปรองดองได้จริงนะครับ ถ้าท่านทำเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นกติกาใหม่ที่ทั้งท่านและผมยอมรับกันได้ คนทั้งสังคม ยอมรับกันได้ ผมคิดว่าความแตกแยกที่ทนกันมา ๗-๘ ปี เราก็คงจะหมดไปได้ แต่ความหวังนั้น ผมยังไม่แน่ใจครับว่าท่านจะทำได้จริงหรือเปล่า เพราะมันต้องถามหาความจริงใจของท่านว่า แท้ที่จริงแล้วท่านต้องการประชาธิปไตยจริง ๆ หรือ หรือต้องการเพียงเพื่อ ทำเพื่อตอบสนอง คำสั่งของใครบางคน ขอบพระคุณครับท่านประธาน