รสนา โตสิตระกูล เสนอแปรญัตติตัดวงเล็บในมาตรา 136 และคัดค้านการแก้มาตรา 291 เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยเปรียบเทียบกับกฎหมายมอบอำนาจของฮิตเลอร์ที่ละเมิดประชาธิปไตย
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะคะ ในมาตรา ๓ ดิฉันได้ขอแปรญัตติโดยการตัดทั้ง ๒ วงเล็บ คือ (๑๗) และ (๑๘) ของมาตรา ๑๓๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แต่ก่อนอื่น ดิฉันอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าดิฉันเองก็เป็นผู้หนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับการที่จะแก้ มาตรา ๒๙๑ เพื่อนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับนะคะ ดิฉันเองก็ยืนยัน เช่นเดียวกับเพื่อนสมาชิกก่อนหน้านี้ที่ว่าแม้ในวาระที่สามดิฉันก็จะไม่เห็นด้วยเช่นเดียวกัน ดิฉันถือว่ากระบวนการที่เข้ามาสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นกระบวนการที่อาศัยเพียงเสียงข้างมาก แต่ไม่ได้อาศัยสิ่งที่เป็นเรื่องของความชอบธรรมนะคะ เป็นการใช้เล่ห์อุบายในการที่จะมี การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ดิฉันไม่เห็นด้วยกับมาตรา ๓ ที่มีการเพิ่มเติม (๑๗) และ (๑๘) ของมาตรา ๑๓๖ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาญาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ก็คือการเพิ่มบทบาทหน้าที่ในส่วนของการประชุมร่วม ๒ สภาในการที่จะพิจารณารับรอง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญแล้วก็รวมไปถึงการเห็นชอบญัตติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด เพราะว่าในกระบวนการที่ท่านยกร่างขึ้นมาหมายความว่า ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ผ่านประชามติก็เปิดโอกาสที่จะให้คณะรัฐมนตรีสามารถ ยกร่างขึ้นใหม่เรื่อย ๆ ดิฉันเองคิดว่าจริง ๆ แล้วรัฐมนตรี คณะรัฐบาล สภาทั้งหมด ถ้าหากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติสมควรลาออกด้วยซ้ำไปเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ไม่ใช่ถือโอกาสยกร่างใหม่ไปเรื่อย ๆ แล้วก็รวมไปถึงประเด็นเรื่องที่ให้ความเห็นชอบ สภาร่างรัฐธรรมนูญ ดิฉันก็ไม่เห็นด้วยเช่นเดียวกันดิฉันคิดว่าเพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปรายไปบ้างแล้ว ในส่วนที่ว่าในเมื่อ ส.ส. ของรัฐบาลหลาย ๆ ท่านมักจะกล่าวหา ส.ว. สรรหาว่าเป็น ส.ว. ลากตั้ง ไม่มีความเป็นธรรม เพราะฉะนั้นก็อย่าทำตัวแบบว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองนะคะท่านประธาน ก็ไม่ควรที่จะให้มีการสรรหา สสร. เช่นเดียวกัน และดิฉันก็คิดว่าในกระบวนการยกร่าง โดยตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาทำให้ดิฉันนึกถึงกระบวนการที่เราถือว่าเป็นเผด็จการรัฐสภา ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คือประวัติศาสตร์ของประเทศเยอรมนีที่ในสมัยที่ฮิตเลอร์ ขึ้นสู่อำนาจได้ทำกฎหมายฉบับหนึ่งที่เขาเรียกว่ากฎหมายมอบอำนาจ เรียกว่า เอนเนบริงจ์ แอค (Enabling act) หรือเรียกว่า รัฐบัญญัติเพื่อการมอบอำนาจ รัฐบัญญัตินี้ชื่อไพเราะมาก เหมือนกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ท่านเขียนถึงนะคะ เขากล่าวว่าเอนเนบริงจ์ แอค เขาแปลว่า กฎหมายเพื่อการเยียวยาความยากลำบากของประชาชนและชาติ เป็นกฎหมาย ที่ผ่านโดยรัฐสภาไรท์ทาส์ก ดิฉันนึกถึงอะไรที่ชื่อถัก ๆ ให้มันดูอะไรคล้าย ๆ กันนะคะ กฎหมายฉบับนี้เปิดโอกาสที่จะให้ ฮิตเลอร์สามารถยึดกุมอำนาจทั้งหมดโดยที่ไม่ต้องอาศัยรัฐสภาอีกต่อไป แล้วเวลานี้ รัฐสภาของเราก็กำลังจะผ่านร่างรัฐธรรมนูญที่เหมือนกับเป็นการยกอำนาจออกไปให้ สภาร่างรัฐธรรมนูญในการที่จะเขียนอะไรต่อมิอะไรซึ่งถูกตั้งธงเอาไว้แล้วอย่างแน่นอน เพราะว่าสิ่งที่เห็นก็คือเวลาว่าเขาว่าไม่อยากมี ส.ว. ลากตั้ง จริง ๆ ส.ส. ก็มีพวกลากตั้งเหมือนกัน เพราะว่าประเภทที่มาแบบปาร์ตี้ ลิสท์ (Party list) อย่างนี้เราถือว่าลากตั้ง นายตั้ง เงินตั้ง เหมือนกันนะคะ เพราะฉะนั้นก็อย่าไปว่าเพราะว่าหลาย ๆ คนถ้าไม่ใช่นายตั้งก็ไม่มีโอกาส ได้เข้ามานั่งแน่นอน ถ้าลงไปแข่งขันก็คงจะไม่ได้ก็มีหลาย ๆ ท่านอยู่ แต่ว่าก็ไม่เป็นอะไร ในเมื่อรังเกียจการลากตั้งก็ไม่ควรที่จะมี สสร. ลากตั้งเหมือนกันนะคะ แล้วดิฉันก็ไม่เห็นด้วย กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็เพราะว่ามันเสมือนการมอบอำนาจออกไป เพราะว่าที่จริงแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาตรา ๒๙๑ ท่านแก้มาตราไหนก็ได้ แก้ไปเลย ๓๐๙ มาตรานี่ แก้ได้หมด แต่ที่ไม่แก้เพราะว่าไม่อยากให้คนเห็นร่างที่ปรากฏออกมา เพราะฉะนั้นเมื่อไม่ต้องการให้คนเห็นว่า ต้องการจะแก้อะไร ต้องการจะแก้เพื่อที่จะปลดล็อกคดีอาญาทั้งหลาย แล้วก็รวมไปถึง ในเรื่องของการยึดอำนาจต่าง ๆ จึงต้องทำกฎหมายเสมือนหนึ่งแบบเดียวกับที่ฮิตเลอร์ เคยทำคือกฎหมายมอบอำนาจออกไปให้คนอื่นเขียน เพราะพอมอบออกไปให้คนอื่นเขียน กลุ่มคนที่ตัวเองตั้งเอาไว้ก็จะเป็นคนมารับช่วงต่อในการที่จะยกร่างกฎหมายขึ้นมา ดิฉันคิดว่า สิ่งที่ฮิตเลอร์ได้ทำนะคะ ทำให้ดิฉันนึกถึงสิ่งที่ ส.ส. ในพรรคของรัฐบาลได้พูดนะคะว่า ถ้ารัฐธรรมนูญเสร็จแล้วนี่ พรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาธิปัตย์จะสูญพันธุ์นะคะ เพราะว่า จริง ๆ ในกฎหมายเอนเนบริงจ์ แอค ของฮิตเลอร์ก็เป็นแบบเดียวกัน เพราะว่าหลังจาก ที่กฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้ทำให้ฮิตเลอร์สามารถที่จะยึดอำนาจได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในประเทศเยอรมนี แล้วก็สามารถที่จะกำจัดพรรคการเมืองอื่น ๆ ที่ทำหน้าที่ทางการเมือง โดยการบีบบังคับให้พรรคเหล่านั้นยุบพรรคไปอย่างถาวร เพราะฉะนั้นสิ่งที่สมาชิกท่านหนึ่งพูดว่า เมื่อรัฐธรรมนูญสำเร็จเสร็จสิ้นแล้วพรรคประชาธิปัตย์ก็จงสูญพันธุ์ไปเสีย นี่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ ดิฉันค่อนข้างจะเกิดความรู้สึกสนใจว่ามันก็คล้าย ๆ กับกฎหมายของฮิตเลอร์เหมือนกันนะคะ ดิฉันคิดว่าประเทศไทยปี ๒๕๕๕ นี้ ครบ ๑๕๐ ปีระหว่างความสัมพันธ์ไทย-เยอรมัน ดิฉันคิดว่า เราควรจะเรียนรู้จากเยอรมันเพราะหลังจากพรรคนาซีซึ่งประสบความสำเร็จมากมาย การทำประชามติจำนวนมากโดยฮิตเลอร์ประสบความสำเร็จ แต่หลังจากเวลาผ่านไปแล้ว ประชาชนคนเยอรมันเองได้พบว่าประชามติหลาย ๆ อย่างนั้นนำไปสู่เผด็จการ คือการทำให้ประชาธิปไตยนั้นเป็นบันไดไต่เต้าไปสู่เผด็จการอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะฉะนั้น ดิฉันคิดว่าร่างรัฐธรรมนูญของคณะรัฐมนตรีที่กำหนดไว้ให้รัฐสภามีหน้าที่ที่จะต้องมาให้ ความเห็นชอบกับสภาร่างรัฐธรรมนูญ ดิฉันไม่เห็นด้วย เพราะว่ามันเป็นการยกอำนาจของ รัฐสภาที่เรามีอำนาจในการแก้รัฐธรรมนูญได้อยู่แล้วทุกมาตราออกไปให้คนอื่น ซึ่งเป็นการทำ ในลักษณะที่อำพรางความปรารถนาส่วนตัวของตัวเองนะคะ ไม่ต้องการที่จะให้มีคนรู้เห็น แล้วก็ยกอำนาจออกไปให้กับกลุ่มเครือข่ายวงศ์วานพรรคพวกของตัวเองที่ตั้งเอาไว้แล้ว เพื่อที่จะเข้ามาทำหน้าที่ในการยกร่างรัฐธรรมนูญต่อไป แล้วก็ดิฉันคิดว่าขาดหิริโอตัปปะ ที่ถ้าไม่ผ่านประชามติแล้วยังมีความไม่มั่นใจว่าถ้าไม่ผ่านประชามติแล้วก็จะขอยกร่างไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะประสบความสำเร็จ ดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดิฉันไม่สามารถที่จะเห็นด้วยได้นะคะ แล้วก็ไม่เห็นด้วยเลยกับกระบวนการในการที่จะยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ คือดิฉันคิดว่า จริง ๆ แล้วพรรคเพื่อไทยกับรัฐบาล คณะ ครม. เขาก็ฉลาดนะคะ ดิฉันมาดูหลักการและเหตุผล ตอนแรกคิดว่าพูดเหมือนกัน ที่จริงร่างของพรรคเพื่อไทย ตอนที่ต้องการจะยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่พูดไปถึงเรื่องของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ปี ๒๕๕๐ ที่ให้กำเนิดบรรดา ส.ส. ทั้งเลือกตั้งและลากตั้งทั้งหลายนี่ว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นเผด็จการ เป็นรัฐธรรมนูญที่ปราศจากหลักนิติรัฐและนิติธรรม ดิฉันคิดว่าคนเหล่านี้อ้างเรื่องรัฐธรรมนูญ เป็นต้นไม้พิษจึงเกิดเป็นผลไม้พิษ โดยที่ไม่ได้มองว่าตัวเองก็เป็นส่วนหนึ่งของผลไม้พิษ ที่เกิดขึ้นมาด้วย ถ้าหากว่ารัฐธรรมนูญนั้นเป็นต้นไม้พิษ คนที่นั่งอยู่ในสภานี้ทั้งหมด ก็เป็นผลไม้พิษทั้งหมด จริง ๆ ไม่ควรที่จะเข้ามาเลยด้วยซ้ำไป แต่การที่เข้ามาแล้วประกาศว่า แหล่งกำเนิด บิดามารดาของตัวเองที่ให้กำเนิดตัวเองมานั้นเป็นสิ่งที่ชั่ว ทราม ถ่อย สถุนนะคะ ดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็นเครื่องบ่งสัญญาณให้เห็นว่าบุคคลที่ปรารถนาจะแก้ มันเป็นสิ่งมีชีวิตอื่นที่เรียกว่าเอเลี่ยนที่เข้ามาฝังกายอยู่ในต้นไม้นั้นแล้วก็ต้องการที่จะทำลาย ต้นไม้นั้น โดยที่จริง ๆ คนเหล่านี้ก็กล่าวคำปฏิญาณที่จะปกป้องรักษารัฐธรรมนูญ แต่คนเหล่านี้ ก็ไม่ได้ทำเช่นนั้น ถ้าหากจะเปรียบเป็นบุคคลต้องถือว่าเป็นลูกอกตัญญูหรือเป็นพวกควาย ทรพีที่มุ่งหมายจะฆ่าพ่อแม่ของตัวเอง เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ให้อำนาจ ในการที่จะยกร่างใหม่ แต่การที่เราถือว่าคนเหล่านี้มาโดยเสียงข้างมาก ๑๕ ล้านเสียง แล้วทำอะไรก็ได้ จะขึ้นมาเพื่อยึดอำนาจโดยการเล่นเล่ห์เพทุบายในการยกร่างรัฐธรรมนูญว่า ขอยกเพียงมาตราเดียว แก้มาตราเดียว แต่ในที่สุดก็นำไปสู่การที่จะล้มทั้งหมด ดิฉันคิดว่าจริง ๆ แล้วต้องถามประชาชนนะคะ ประชาชนส่วนใหญ่ ๑๔ ล้านเสียงที่เขาโหวต รัฐธรรมนูญฉบับนี้มาเขาเห็นด้วยกับท่านหรือไม่ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าสิ่งที่ท่านทั้งหลายแก้นั้น เป็นสิ่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ