สาธิต ปิตุเตชะ สงวนความเห็นไว้ในมาตรา ๒ กฎหมายรัฐธรรมนูญว่าใช้เวลา ๖๐ วัน หลังจากที่ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เพื่อเตรียมความพร้อมและไม่เร่งรีบในการออกกฎหมาย
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดระยอง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมคงใช้เวลาสั้น ๆ เพื่อให้ท่านประธานสบายใจไม่ต้องทักท้วงผม เพราะว่าที่ขอสงวนความเห็นไว้ ในมาตรา ๒ ก็เป็นเพียงประเด็นจำนวนวันที่บังคับใช้ของกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมสงวนความเห็นไว้ว่ารัฐธรรมนูญนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่ ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันถัดจาก วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เหตุผลของผมก็คือการเตรียมความพร้อมท่านประธาน ต้องขออนุญาตเล่าให้ท่านประธานฟังว่าในการทำงานในคณะกรรมาธิการ ต้องยอมรับว่า มันมีปัญหานี้เกิดขึ้น ซึ่งเวลาผมอภิปรายอาจจะไปทิ่มแทงใจ แต่ว่ามันเป็นเรื่องจริงที่ปฏิเสธ ไม่ได้ครับ คือเร่งรีบ รวบรัด รีบร้อน ในการทำกฎหมายฉบับนี้ ในเนื้อหาของมาตรา ๒ มีการพูดคุยมีการถกเถียงกันเรื่องการกำหนดวันบังคับใช้ มีการพูดคุยถึงความพร้อมว่า หน่วยงานที่เป็นหน่วยงานที่จะไปรับผิดชอบเรื่องการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือว่า สสร. เขามีความพร้อมแค่ไหน ในเบื้องต้นท่านประธานก็อยากจะมีดำริว่าให้เอาตาม ร่างของรัฐบาลไปเลย แต่สมาชิกฝั่งพวกผมลุกขึ้นมาทักท้วงว่ามันต้องฟังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็น กกต. ไม่ว่าจะเป็นศาลที่เกี่ยวข้องว่าเขาสามารถปฏิบัติหน้าที่ ในการเลือกตั้ง สสร. ได้มากน้อยแค่ไหน ท่านประธานสามารถก็เลยยอมให้คณะกรรมการ การเลือกตั้งมาชี้แจงกับที่ประชุมคณะกรรมาธิการร่วม ผลปรากฏก็เป็นไปอย่างที่พวกเราท้วงติง ท่านประธานคณะกรรมาธิการก็เห็นด้วยว่าทางหน่วยงานที่เขารับผิดชอบโดยตรง ท่านเป็นรัฐบาล ท่านคิดว่าเป็นองค์กรอิสระท่านจะไปสั่งงานเขา ไม่ได้ เพราะถือว่าหน่วยงาน กกต. เป็นหน่วยงานที่มีความเป็นอิสระ ฝ่ายบริหารจะไปแทรกแซงไม่ได้ เขาก็มาชี้แจง ในคณะกรรมาธิการครับ เขาบอกว่าเขาไม่สามารถไปจัดการเลือกตั้งตามกฎหมาย หรือระเบียบที่ร่างของคณะรัฐมนตรีเขียนไว้ในมาตรา ๒๙๑ วรรคห้า นั่นหมายความว่าเขาชี้แจงถึงขนาดบอกว่าถ้าเป็นไปตามที่ร่าง ครม. เขียน คือใช้คำว่า ร่างระเบียบหลักเกณฑ์วิธีการเลือกตั้ง โดยให้คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด อันนี้ก็ชัดว่า กฎหมายที่เรากำลังขอแก้ไขมันเป็นกฎหมายสูงสุด คือกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่มีกฎหมายไหน มีศักดิ์และสิทธิเหนือกว่ากฎหมายฉบับนี้อีกแล้ว แต่ให้ไปใช้ระเบียบซึ่งคณะกรรมการ การเลือกตั้งไปออกระเบียบกฎเกณฑ์มาใช้ในกฎหมายฉบับนี้มันใช้ไม่ได้ เขาก็มีข้อเสนอว่า จะทำอย่างไรในเมื่อเนื้อหาที่ร่างมาในร่างของ ครม. มันเป็นปัญหา ก็มีข้อเสนอกัน อีกหลายประการ ๑. จะไปเอาร่างกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว. ที่ประกาศใช้เป็นกฎหมาย พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เคยประกาศใช้ไปแล้วเอามาบังคับใช้ หรือจะไปออก พ.ร.บ. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สสร. ตามร่างแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ ซึ่งผมเห็นด้วยกับการที่จะไปออกกฎหมายโดยเฉพาะในการเลือกตั้ง สสร. ตามร่างแก้ไข เพิ่มเติมกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ นั่นหมายความว่าต้องไปดำเนินการออกร่างกฎหมาย พ.ร.บ. เพื่อใช้เฉพาะในการเลือกตั้ง เพราะมันมีปัญหาครับท่านประธาน สมมุติว่าไปใช้ ร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว. ก็ยังมีปัญหาว่าจะใช้หมวดไหน ไม่ใช้หมวดไหน เป็นปัญหาในการวินิจฉัยของหน่วยงานที่เขาทำงาน เช่นกันครับ วันนี้คณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยแล้วว่าให้ใช้ พ.ร.บ. เลือกตั้งท้องถิ่น ในขณะเดียวกันผู้ที่บังคับใช้กฎหมายนี้ก็บอกว่ามีปัญหาตามที่ท่านวิรัตน์ได้อภิปรายมาแล้ว ประเด็นก็คือผมก็เห็นว่าเพื่อเตรียมความพร้อม เพื่อจะไม่ต้องรีบเร่ง ไม่ต้องรีบร้อน ไม่ต้อง รวบรัดเราก็ไปทำกฎหมายโดยเฉพาะเสียในระหว่างที่หลังจากร่างแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา ผมก็เขียนไว้ว่าใช้เวลาในการเตรียมความพร้อม ๖๐ วัน ไปดำเนินการ ไปออกกฎหมาย ซึ่งก็ไปสอดคล้องกับที่ผมสงวนความเห็นไว้ในมาตรา ๒๙๑/๕ วรรคสี่ อันนี้ล่ะครับ เป็นเหตุผลที่เราได้มีการถกเถียงทำงานกันในคณะกรรมาธิการ ผมก็อยากจะให้ประธานได้รับทราบว่าที่เราทำงานร่วมกันมามีทั้งปัญหา มีทั้งอุปสรรค แต่อย่างน้อยที่สุดความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในการประชุมพิจารณาในวาระที่สอง ผมยังเห็นว่า ความจริงถ้าไม่เร่งรีบสามารถกลับไปทำให้สมบูรณ์ได้ ความจริงท่านประธานคณะกรรมาธิการ ไม่อยู่ ผมแสดงความเห็นใจกับท่าน ขอเลยไปนิดหนึ่งว่าความจริงมันไม่ต่างกันเลยครับ ถ้าสมมุติกลับไปทำให้สมบูรณ์แล้วกลับมาพิจารณาหลังสงกรานต์เวลาที่ผิดไปก็ไม่นานนัก อันนี้ก็ฝากไว้ว่าเผื่อท่านประธานสามารถจะคิดว่าเพื่อความสมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ของ ร่างที่เรากำลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ ผมก็เรียนกับท่านประธานว่าสำหรับมาตรา ๒ นั้น เพื่อความพร้อม ความถูกต้อง ไม่เร่งรีบ ผมก็สงวนความเห็นไว้เป็น ๖๐ วันหลังจาก ที่ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขาไปเตรียมกฎหมายเฉพาะของเขา หรือเราไปออกกฎหมายเพื่อให้ไปใช้ในการเลือกตั้ง สสร. โดยเฉพาะสำหรับการออกแบบ ให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เลยเรียนไว้ท่านประธาน ขอบพระคุณครับ