บุญยอด สุขถิ่นไทย สงวนวาระการแปรญัตติ และอ้างว่าไม่เชื่อในความยุติธรรมในการเลือกสมาชิกสภาสมัยใหม่
ผมเรียนท่านประธานว่า ผมกำลังเล่าให้ฟังว่าผมแปรญัตติไว้อย่างไร และบรรยากาศ ในการแปรญัตตินั้นเป็นอย่างไร จึงต้องมาพูดกันในที่ประชุมแห่งนี้ครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าคณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่นั้นไม่ได้ฟัง ไม่ได้มีท่าทีที่จะฟังต่อคำแปรญัตติ ของผู้แปรญัตติจึงต้องมาสงวนอย่างไรครับ ผมกำลังเล่าให้ท่านประธานฟัง เพราะว่าเล่าให้ ท่านทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าวันนั้นกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ฟังเสียงของผู้ที่มาแปรญัตติ แล้วมีมติว่ามีเหตุผลอย่างไรที่จะรับฟัง ไม่รับฟัง และพูดกัน วันนี้ผมอาจจะไม่ต้องมาสงวนคำ แปรญัตตินี้ก็ได้ ผมก็เล่าให้ท่านประธานฟังนะครับ ผมก็เชื่อว่าประธานรัฐสภา ซึ่งพูดกับเราอยู่เสมอว่า ประธานรัฐสภานั้นเป็นส่วนหนึ่งของอำนาจ ๓ ส่วน แล้วประธานก็จะเป็นผู้ที่มีอิสระ ในการตัดสินใจด้วยตนเอง ผมยังเชื่อท่านอยู่จนถึงวันนี้ จนถึงวินาทีนี้ ผมเล่าต่ออีกนิดเดียว ไม่เกินครึ่งนาทีว่าหลังจากที่ไปแปรญัตติแล้วในตอนบ่ายโมง ผมกลับไปอีกครั้งหนึ่ง ตอน ๕ โมงเย็น ผมยืนยันตาม ส.ส. วัชระ เพชรทอง ว่าขณะนั้นไม่มีกรรมาธิการ เป็นองค์ประชุมอยู่ในขณะนั้น ผมนับในขณะนั้นแล้วบันทึกอยู่ในที่ประชุมว่ามีทั้งหมด ๑๑ คน ในห้องประชุม มี ๒ คนนอกห้องประชุม ที่ท่านอาจจะอ้างว่ามีการกินข้าวกันบ้าง เข้าห้องน้ำบ้าง ๒ คนนอกห้องประชุมคือท่านอุดมเดช รัตนเสถียร และหมอชลน่าน ศรีแก้ว อยู่นอกห้องประชุม ในห้องประชุมผมนับ ๑๑ คน รวมทั้งหมด ๑๓ คน ที่ประชุมมี ๔๕ คน ถ้าจะพิจารณากัน ต้องมี ๑ ใน ๓ เป็นอย่างน้อย นั่นคือ ๑ ใน ๓ ถูกไหมครับ ๑๕ คน ไม่ใช่ ๑๓ คน ผมจึงทักท้วงว่าผมจึงขอสงวนคำแปรญัตติไว้ทั้งหมด เพราะผมไม่เชื่อว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ จะปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมที่เกิดขึ้นทั้งห้องประชุมใหญ่และห้องประชุมเล็กนะครับ เพราะผมไม่เชื่อผมจึงต้องกลับมาอีกครั้งในวันนี้ ผมเรียนท่านประธานครับ ประเด็นใหญ่สำคัญ ในขณะนี้ก็คือมาตราที่ต้องตัดเพราะมาตรา ๒๙๑ ที่ท่านจะแก้ไข ท่านแก้ไขโดยที่ไม่ได้แก้ไข (๑) ถูกไหมครับ ท่านกรรมาธิการกรุณาอ่านตามผมนะครับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด ๑๕ มาตรา ๒๙๑ (๑) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมนั้นต้องมาจากคณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีจำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีของสภาผู้แทนราษฎร หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภามีจำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ท่านดูมาตราที่ผมตัดสิครับ มาตราที่ตัดคือ (๑๗) และ (๑๘) (๑๗) เดี๋ยวผมจะอธิบายต่อไป แต่ (๑๘) ที่บอกว่าเป็นการขัดกันต่อมาตรา ๒๙๑ (๑) ที่ยังคาอยู่ (๑๘) คือบอกว่าการให้ความเห็นชอบญัตติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามมาตรา ๒๙๑/๑๖ /๑๖ ของท่าน ๑ ใน ๓ ครับ มาตรา ๒๙๑ (๑) ที่ยังมีอยู่คือ ๑ ใน ๕ มาตรา ๒๙๑/๑๖ ของท่านคือ ๑ ใน ๓ ขัดกันไหมครับ แค่นี้อัตราก็ไม่เท่ากันแล้วครับ ท่านประธาน เขียนรัฐธรรมนูญ ๒ มาตราขัดกันท่านจะให้มีปรากฏไว้ได้อย่างไรครับ ท่าน ประธานคณะกรรมาธิการซึ่งเคยเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรช่วยอธิบายผมสิครับว่า เขียนกฎหมายสูงสุดของประเทศนี้แล้วขัดกันจาก (๑) ที่คาอยู่กับ (๑๖) ที่ท่านมีอัตราส่วน ขัดกันตกลงจะให้ใช้อัตราไหนครับ นี่อย่างไรครับถึงต้องขอให้ตัดทิ้งส่วนใน (๑) ที่ต้องตัดทิ้ง ก็เพราะเหตุผลเช่นเดียวกับท่านสมาชิกท่านอื่น ๆ นะครับ ผมไม่เชื่อว่าการเลือกโดยรัฐสภา จะเป็นการเลือกโดยอิสระและมีความยุติธรรมครับ วันนี้คนเขียนกติกาเขียนโดยรู้ว่า สมาชิกรัฐสภามีใครบ้าง มีพรรคใดบ้างอยู่ในนี้ มี ส.ว. คนใดบ้างมีใจกับรัฐบาลอยู่ในนี้ครับ สมาชิกรัฐสภาของท่านมีมากเกินกว่าครึ่งหนึ่งใช่หรือไม่ ท่านจึงกล้าเขียนว่าให้ ๒๒ คน มาจากการเลือกของสมาชิกรัฐสภา ถ้าพวกผมเขียนบ้างแบบนี้ผมถามท่านจริง ๆ ท่านกรรมาธิการทุกท่านครับ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์เขียนแบบนี้บ้างท่านให้ผ่านไหมครับ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์มีเหมือนเท่าท่าน มีสมาชิกวุฒิสภาเหมือนเท่าท่านมากเกินกว่าครึ่งหนึ่ง แล้วเลือก ๒๒ คนได้ ท่านให้พรรคประชาธิปัตย์เขียนแบบนี้ไหมครับ ผมเชื่อว่าไม่ เพราะเรื่องนี้คือความไม่ยุติธรรมและไม่เป็นธรรมในการเลือกอย่างไรครับ สมาชิก สสร. ที่กำลังจะเกิดขึ้น ๒๒ ท่านมาจากการเลือกของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งมาจากพวกท่าน ๒๒ คน คือพวกท่านครับ อย่าบอกว่านี่ไม่ใช่เผด็จการเสียงข้างมาก นี่คือเผด็จการเสียงข้างมาก อย่างแท้จริงที่ท่านทำในวันนี้ ดังนั้นผมจึงขอตัด (๑) ออกไปว่าการเลือก สสร. ต้องเลือก โดยประชาชนเท่านั้น ตัวเลขของผมคือ ๒๕๐ คน เหตุผลคือครึ่งหนึ่งของสมาชิก ส.ส. อย่างไรครับ ส.ส. มี ๕๐๐ คน มันมีเหตุผลมาอย่างไรครับ ถ้ามีเหตุผลอย่างไรใน ๕๐๐ คน สสร. จะมาร่างรัฐธรรมนูญ ผมขอให้มีการเลือกตั้งมา ๒๕๐ คน คือครึ่งหนึ่งของ ส.ส. เท่านี้เองครับ หลักคิดง่ายมาก คนจะมาร่างรัฐธรรมนูญที่เป็น สสร. ให้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ใครที่มาจากการสรรหา ที่มาจากนักกฎหมาย มาจากนักเศรษฐศาสตร์ทั้งหลายมาลงเลือกตั้งสิครับ แล้วให้ประชาชนเลือกตั้ง ตรงนี้หลักคิดน่าจะเหมือนกับนายแพทย์เหวง โตจิราการ ใช่ไหมครับ ตัวเลขอาจจะเปลี่ยนแตกต่างกันนิดหน่อย แต่ผมคิดว่าถ้าท่านคุณหมอเหวง ผมจะดูท่านลงมตินี่ ว่าท่านจะลงมติอย่างไรในมาตรานี้ ท่านจะยืนยันในหลักคิดหลักการของท่านหรือไม่ว่า สสร. ต้องมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น เพราะมาจากสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ แล้วกำหนดกฎกติกามาจากประธานรัฐสภาซึ่งก็คือท่านนี่ครับ ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ในขณะนี้ ซึ่งพวกผมไม่เชื่อว่าท่านเป็นกลางครับ ท่านประธานครับ พฤติกรรม วิธีการ การนำเสนอการบรรจุญัตติของท่านมีพฤติกรรมที่ไม่ชอบมาพากล มีข้อสงสัยมาตลอดครับ ไม่ต้องอภิปรายต่อ ท่านไม่ต้องทักท้วงผมนะครับ ผมไม่อภิปรายต่อครับ ผมเชื่อว่าตัวท่านเองรู้แท้อยู่ในใจของท่านว่าท่านทำไปเพื่ออะไร ทำไมต้องวันที่ ๖ เมษายน วันจักรีที่จะบรรจุญัตตินี้เข้ามา ทำไมครับ ทำไมไม่รออีกสัปดาห์หนึ่ง ซึ่งผมขอเสนอญัตติ ให้เลื่อนอภิปรายออกไปแล้ว สัปดาห์หนึ่งใครจะเป็นจะตายครับ ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่า คนดูไบอาจจะตายเร็ว ๆ นี้ก็ได้นะครับ ขอบพระคุณครับ