สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ระบุว่า มีข้อผิดพลาดในรายงานการประชุมรัฐสภา และขอให้ตรวจสอบใหม่เพื่อให้ถูกต้อง
ขอบคุณ ท่านประธานครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่าในฐานะที่เป็นสมาชิกรัฐสภาในซีกของ วุฒิสภา ก็ได้พยายามตั้งอกตั้งใจฟังข้อโต้แย้งระหว่างเพื่อนสมาชิก ซึ่งอยู่ในซีกฝ่ายค้าน กับคณะกรรมาธิการ ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ที่ผมสนใจตั้งอกตั้งใจฟังนั้นเนื่องจาก ประเด็นที่เป็นข้อโต้แย้งในขณะนี้นั้นเป็นประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของการประชุมชอบ หรือไม่ชอบด้วยข้อบังคับการประชุม ซึ่งผมถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญท่านประธาน เนื่องจากจะมีผลกระทบผูกพันเพื่อนสมาชิกทุกคน ถ้าการประชุมที่ทำอยู่ในขณะนี้นั้นขัดต่อ ข้อบังคับการประชุม ผมอยากเห็นภาพการประชุมของรัฐสภาเป็นภาพของการประชุม ที่ทุกคนเคารพกฎกติกาที่ว่าด้วยระเบียบการประชุม นั่นก็คือข้อบังคับการประชุมครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าถ้าเราไม่ยึดหลักและเป็นแม่แบบให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่า สภาแห่งนี้ประชุมโดยยึดหลักข้อบังคับการประชุมแล้ว เราจะไม่สามารถตอบคำถาม ของสังคมได้เลยว่าสิ่งที่สภาดำเนินการประชุมอยู่นั้นประชุมภายใต้กฎระเบียบอะไร หรืออาศัยเสียงข้างมากที่คิดว่าจะสามารถผลักดันและชนะการลงมติด้วยเสียงข้างมากทุกครั้ง ก็จะอาศัยเกณฑ์อย่างนั้นเป็นเกณฑ์ในการดำเนินการประชุม ผมเองได้พยายามตรวจสอบ รายงานการดำเนินการของคณะกรรมาธิการ ก็พยายามทำความเข้าใจครับว่าท่านอาจจะ มีข้อบกพร่องตกหล่นบ้าง เนื่องจากการทำงานด้านธุรการ แต่มันก็อดทำให้เกิดข้อสงสัยไม่ได้ แสดงว่าความละเอียดรอบคอบของคณะกรรมาธิการในการตรวจสอบรายงาน ซึ่งที่สุด ต้องผ่านการรับรองจากที่ประชุมของคณะกรรมาธิการ พวกเราทุกคนทำงานกรรมาธิการ มาหมดแล้วครับ เรารู้ภาพรู้ขั้นตอนการทำงานของคณะกรรมาธิการทั้งหมดก่อนนำเสนอสภา ไม่ว่าสภาใดสภาหนึ่งก็ตามรายงานนั้น ๆ ต้องผ่านการรับรองจากที่ประชุมคณะกรรมาธิการ ทีนี้เมื่อมีการแจกเป็นเอกสารแทรกเพิ่มเติมเข้ามาซึ่งเกี่ยวข้องกับมาตราต่าง ๆ อีก ๒-๓ มาตรา ก็อดมีคำถามไม่ได้ครับว่าแล้วข้อความที่เพิ่มเติมเป็นใบแทรกขึ้นมานั้นเป็นข้อความ ซึ่งผ่านการรับรองความถูกต้องของคณะกรรมาธิการแล้วหรือยัง หรือจะให้สภาแห่งนี้ เป็นคนตรวจสอบความถูกต้องเสียเอง นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ได้กรุณาตอบนะครับ แต่อย่างไรก็ตามผมพยายามเอาใจช่วยคณะกรรมาธิการนะครับ ก็ได้ตรวจสอบใบแทรกที่ท่านแจกเพิ่มเติมแล้วก็ต้องกราบเรียนท่านคณะกรรมาธิการ ผ่านท่านประธานนี้ครับว่าในส่วนที่กระผมได้ใช้สิทธิขอแปรญัตติเองในมาตรา ๓ ซึ่งจริง ๆ ผมกราบเรียนครับว่าผมเห็นมาตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว แต่ด้วยความเคารพกฎกติกาว่า การพิจารณานั้นจะพิจารณาเรียงมาตราผมก็ตั้งใจว่าผมจะอภิปรายเมื่อถึงมาตรา ๓ ที่ผมใช้สิทธิแปรญัตติ แล้วในรายงานฉบับนี้ระบุไว้ถูกต้องครับว่าผู้แปรญัตติคือกระผม และคณะได้สงวนคำแปรญัตติไว้ แต่ผมอยากจะกราบเรียนว่าในรายงานของท่านหน้า ๑๒ ซึ่งผมได้ใช้สิทธิแปรญัตติไว้นั้น ผมแปรญัตติอย่างนี้ครับท่านประธาน ผมแปรญัตติโดยขอตัด (๑๗) (๑๘) ซึ่งเป็นวงเล็บ ซึ่งร่างเดิมพูดถึงอำนาจหน้าที่ของที่ประชุมรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๖ ซึ่งร่างเดิมมีอำนาจเพิ่มมาอีก ๒ ประการ คืออำนาจตาม (๑๗) (๑๘) ผมแปรญัตติ ขอตัดทิ้งทั้ง ๒ วงเล็บครับ แล้วผมขอเพิ่ม (๑๙) มา แต่ท่านตรวจดูสิครับว่าในรายงานของท่าน หน้า ๑๒ ที่ท่านทำรายงานมาเสนอที่ประชุมนั้นไม่มี (๑๙) ที่ผมขอแปรญัตติเพิ่มเติมข้อความไว้ นี่คือข้อผิดพลาดอีกประการหนึ่ง ผมตรวจสอบจากเอกสารที่ท่านแจกเพิ่มเติมก็ไม่ปรากฏว่า ท่านมีข้อแก้ไขในข้อผิดพลาดเกี่ยวกับสิ่งที่ผมได้แปรญัตติไว้ในมาตรา ๓ ตามรายงานหน้า ๑๒ ดังกล่าว ตรงนี้ละครับ คือสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พอยิ่งดูก็ยิ่งเจอข้อผิดพลาดในรายงานฉบับนี้ เพราะฉะนั้นผมเองในฐานะที่เป็นสมาชิกคนหนึ่งท่านประธานครับ อดห่วงกังวลไม่ได้ว่า สิ่งที่เพื่อนสมาชิกจากพรรคฝ่ายค้านหรือกรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้พยายามนำเสนอนั้น ผมเริ่มคล้อยตามแล้วครับว่ามีเหตุผลว่ารายงานฉบับนี้ยังมีข้อบกพร่องไม่สมบูรณ์อยู่ เมื่อเป็นเช่นนี้นั้นเมื่อมีข้อทักท้วงเหตุไฉนท่านคณะกรรมาธิการไม่แสดงสปิริต (Spirit) หรือแสดงความเป็นสุภาพบุรุษในการน้อมรับข้อทักท้วงแล้วกลับไปตรวจสอบใหม่เสีย ให้ถูกต้อง ซึ่งผมเชื่อครับว่าเป็นผลดีกับท่านเองในการที่เราจะช่วยกันดูแลการแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้เป็นไปโดยอย่างถูกต้อง แล้วก็ไม่มีข้อทักท้วงใด ๆ ซึ่งอาจจะนำไปสู่ ประเด็นปัญหาต่อไปในอนาคตได้ ขออนุญาตกราบเรียนแสดงความคิดเห็นด้วยความเป็นห่วง และด้วยความเป็นกังวลต่อเรื่องความชอบด้วยข้อบังคับมา ณ ที่นี้ครับ ขอบพระคุณครับ