คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช แปรญัตติ มาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญ โดยอ้างว่า มาตรา 3 เป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญที่ประชาชนอาศัยอานิสงส์มาอยู่แล้ว และไม่เห็นด้วยกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ ดิฉันคนหนึ่งและดิฉันเชื่อว่า พรรคประชาธิปัตย์คงไม่รวมอยู่ใน ๖๐๐ กว่าคนที่จะฉีกรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอนค่ะ ดิฉันคนหนึ่งแล้วจะไม่ร่วมด้วยค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันขอแปรญัตติ มาตรา ๓ ด้วยเหตุผล ที่ดิฉันไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่หลักการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย คำหนึ่งก็รัฐธรรมนูญใหม่ ฉบับใหม่ สองคำก็รับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดิฉันขออ่านหลักการ ให้ท่านประธานได้ทราบนะคะว่าดิฉันไม่เห็นด้วยอย่างไรกับมาตรา ๓ กำหนดให้รัฐสภา ประชุมร่วมกันในกรณีให้ความเห็นชอบสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งมาจากการคัดเลือก โดยที่ประชุมรัฐสภา และกรณีการให้ความเห็นชอบญัตติให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (เพิ่มเติม) (๑๗) และ (๑๘) ของมาตรา ๑๓๖ ท่านประธานคะ ดิฉันมีเหตุผลหลายประการว่า ทำไมดิฉันไม่เห็นด้วยกับมาตรา ๓ และไม่เห็นด้วยกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พูดก็พูดเถอะว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีเอาไว้ให้แก้ ไม่ได้มีเอาไว้ให้ฉีกค่ะ ดิฉันเห็นด้วยกับ คุณวิทยา ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม หมวด ๑๕ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีเอาไว้ให้แก้ค่ะ ไม่ได้มีเอาไว้ให้ฉีกทิ้งตามหมวด ๑๖ ซึ่งหมวด ๑๕ และหมวด ๑๖ ก็เป็นคนละหมวด แล้วก็เป็นคนละเรื่องเดียวกัน เพราะว่าหมวด ๑๕ อนุญาตให้แก้ไข แต่หมวด ๑๖ อยู่ดี ๆ ก็มาแอบ ดิฉันต้องว่าแอบนะคะ มาเพิ่ม (๑๗) และ (๑๘) ในมาตรา ๑๓๖ ซึ่งรัฐบาลตลอดเวลาที่มีการพูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่เคยมีเลย ณ ครั้งใดที่รัฐบาล จะบอกความจริงกับประชาชน แก้มาตราเดียวทำไมเรื่องมากจัง มาตรา ๒๙๑ แก้มาตราเดียว แต่จริง ๆ แล้วท่านแก้กี่มาตราคะ ไม่เห็นบอกเลย คือเหมือนแอบทำ ดิฉันไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง การล้มล้างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ซึ่งพวกเราทุกคนก็อาศัยอานิสงส์จากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มิใช่หรือ แม้กระทั่งคณะรัฐมนตรีก็ตาม ก็อาศัยรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มิใช่หรือ ที่มารับตำแหน่งต่าง ๆ แล้วรัฐธรรมนูญก็บอกไว้ด้วยว่าก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งทุกคนจะต้อง ปฏิญาณตนตามมาตรา ๑๒๓ ซึ่งดิฉันจะขออ่านให้ท่านประธานฟังนะคะ มาตรา ๑๒๓ ก่อนเข้ารับหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาต้องปฏิญาณตนในที่ประชุม แห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกด้วยถ้อยคำดังต่อไปนี้ ข้าพเจ้า แล้วก็มีชื่อผู้ปฏิญาณตน ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ ต่อหน้าพระพักตร์ ต่อหน้าพระสาทิสลักษณ์ พวกเราลืมแล้วใช่ไหมคะว่าจะรักษา แล้ววันนี้ทำไมเสนอเข้ามาแก้ไข คำก็ฉบับใหม่ สองคำก็ฉบับใหม่ ท่านไม่มีสิทธิที่จะทำอย่างนั้นได้เพราะเขาไม่ได้อนุญาตไว้ หมวด ๑๖ ก็ผิด เพราะว่ามันไม่เกี่ยวข้องกับหมวด ๑๕ แล้วจะไปอาศัยจมูกของหมวด ๑๕ ใช่ไหมคะ มาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดิฉันไม่เห็นด้วยกับการตั้ง สสร. เพื่อจะมาแก้ไข รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ดิฉันไม่ใช่นักกฎหมาย ดิฉันเรียนปริญญาตรีนิติศาสตร์ เพราะฉะนั้น ดิฉันไม่กล้า ไม่บังอาจที่จะต่อล้อต่อเถียงกับผู้รู้ที่นั่งอยู่ข้างบน เพราะว่าท่านเป็นปรมาจารย์ ทางด้านกฎหมายอยู่แล้ว แต่ดิฉันมองว่าหมวด ๑๕ และหมวด ๑๖ คนละหมวด ในตัวของ หมวด ๑๖ เองไม่มีอำนาจ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้ให้ไว้ ท่านแก้ไขได้ตามหมวด ๑๕ แล้วหมวด ๑๖ ท่านจะทำใหม่ ท่านจะทำอะไรคะ เพราะฉะนั้นดิฉันจึงไม่เห็นด้วยว่าท่านไป ยัดเยียดหรือไปแอบใส่ (๑๗) และ (๑๘) ในมาตรา ๑๓๖ ที่ท่านไม่เคยบอกประชาชนเลย ดิฉันถือว่าไม่สุจริตใจ ท่านประธานคะ ตั้งแต่วันที่ ๒๗ มีนาคมเป็นต้นมา เราจะเห็นชัดเจน และประจักษ์กับสายตาของคนทั้งบ้านทั้งเมืองว่าเผด็จการรัฐสภา ทุนสามานย์ หักดิบการประชุม คณะกรรมาธิการ หักดิบสภา หักดิบรัฐสภา เหิมเกริม ไม่เกรงกลัวคำเตือน คำทักท้วง คำแนะนำจากสถาบันพระปกเกล้า ถ้าจะเจาะจง และภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคม แต่รัฐบาล กลับเย้ยหยันว่าไม่ทำตามคำแนะนำ เสียเวลาเปล่า ๆ แล้วก็รีบเร่งเดินเครื่องอย่างทุลักทุเล แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไว้ทุกข์ในช่วงพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้า ภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี สู่สวรรค์คาลัย รัฐบาลตั้งใจใช่ไหมคะ ที่จะทำลายความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ของประชาชนในช่วงสงกรานต์ ก่อนจะไปสงกรานต์ ก็ลุกขึ้นมาทำสิ่งที่ไม่สมควรที่จะทำ เป็นเผด็จการรัฐสภาครั้งแล้วครั้งเล่า ในวันครอบครัวด้วย ท่านทำได้ลงคอหรือคะ พวกท่านจะไปฉลอง ไปเฉลิม ไปสงกรานต์คงไม่มีใครว่า แต่ท่านทำให้ประชาชนเขาเครียดแล้วก็เป็นห่วงว่าสภานี้เสียงข้างมากลากไปใช่ไหมคะ ดิฉันไม่สบายใจเลยค่ะ ท่านประธานคะ หลายต่อหลายครั้งเกือบจะทุกคนของพรรครัฐบาลก็จะอ้างว่าเป็นเสียงข้างมาก แน่นอนที่สุดอยู่ในอวยแล้วค่ะ หมูอยู่ในอวย เอะอะท่านประธานเมื่อเช้านี้นะคะก็บอกว่า ไม่เห็นชอบมาให้เสนอให้โหวตเลย โหวตเมื่อไรก็แพ้เมื่อนั้น แต่ว่าคนร่างรัฐธรรมนูญประเทศ ใด ๆ ก็ตามนะคะ เสียงข้างมากในสภาก็จริง แต่ว่าต้องถูกกฎหมายและชอบธรรมด้วยค่ะ ถ้าไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรม ต่อให้เสียงมากมายเท่าไร ท่านก็ทำไม่ได้ค่ะ ท่านบอกว่า ท่าน ๑๕ ล้านเสียง ประชาชนที่ไม่ได้เลือกท่านมีมากกว่าท่านเท่าไรคะ ท่านไม่เกรงใจเขาเลยหรือคะ เขาไม่ได้เลือกท่านมากกว่าที่คนเลือกท่านนะคะ ขออย่าอ้างอีกต่อไปได้ไหมคะ ถ้าชอบธรรม ชอบด้วยกฎหมายทุกคนก็เห็นชอบอยู่แล้ว ท่านไม่ต้องอ้าง เพราะความที่ท่านอ้างอยู่เสมอ เลยเหิมเกริมมาก อะไรก็ชนะ ดิฉันกราบเรียนท่านประธานนะคะว่าดิฉันไม่เห็นด้วยที่จะให้มี การยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แล้วคุณวิทยาก็ได้กล่าวไปแล้ว คุณวิทยาก็เป็นนักกฎหมาย ว่ามันจะขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ แล้วก็นอกจากนั้นซึ่งในมาตราอื่น ๆ ดิฉันก็คงจะได้พูดต่อไป แต่ว่าประเด็นที่ผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ก็คงต้องให้นักกฎหมาย ถามท่านอาจารย์ก็คงทราบนะคะ ว่าผิดหรือไม่ผิด หรือท่านแกล้งทำเป็นไม่ทราบ ท่านก็รู้อยู่แก่ใจ เคยร่างรัฐธรรมนูญมาแล้ว การที่ให้อำนาจกับรัฐสภา ให้อำนาจกับประธานรัฐสภาอย่างมากมายในการร่างแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไปนับดูสิคะว่ามันมีอยู่กี่แห่งที่ประเดี๋ยวก็ประธานรัฐสภาเป็นคนกำหนด กฎ เกณฑ์ กติกา เป็นคนตัดสิน เป็นคนเลือก สมาชิกรัฐสภาไม่เคยมีความหมาย แล้วท่านให้ ความหมายกับ สสร. ซึ่งมาจากประชาชน หลายคนก็ว่าต้องให้เสียงประชาชน ทำไมไม่ให้ สสร. เขาเป็นคนเลือกอะไรของเขาเอง ดิฉันนับดูเกือบ ๒๐ แห่งที่ประธานรัฐสภา ที่สำคัญที่สุด ก็คือว่าเมื่อร่างเสร็จแล้ว เสนอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวลงพระปรมาภิไธย คนที่รับสนองพระบรมราชโองการโดยอาศัยมาตรา ๑๕๐ มาตรา ๑๕๑ นั้นโดยอนุโลม เขาไม่ได้ให้ประธานรัฐสภาเป็นคนสนอง ท่านเอาอำนาจที่ไหนที่มามอบให้ประธานรัฐสภา เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการรัฐธรรมนูญ ดิฉันขอถามด้วยความจริงใจเพื่อเป็นความรู้ค่ะว่า ท่านใช้ได้อย่างไร การอนุโลมตรงนั้นตรงนี้มีคนถามไปแล้วว่าจะมากน้อยแค่ไหน อย่างเช่น ให้เอกสิทธิ์กับ สสร. หรือสภาร่างรัฐธรรมนูญไม่ให้ถูกฟ้องเหมือน ส.ส. มากแค่ไหนคะ ทั้งหมดหรือบางส่วน ของเหล่านี้ผู้รู้แล้วก็ผู้ที่เป็นปรมาจารย์ทางด้านกฎหมายจะต้องบอกกับเรา ประชาชนเขาก็ไม่ทราบ ดิฉันเองนั่งอยู่ในสภาเป็น ๑๐ กว่าปีดิฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า ทำได้หรือไม่ ขอความกรุณาให้ความกระจ่างด้วยแล้วก็ขออย่าใช้ว่าเราเสียงข้างมาก ทุกคนทั้งประเทศ ทั้งโลกเขารู้อยู่แล้ว แต่ถ้าไม่ชอบธรรม ไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ควรจะ ระมัดระวังค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ