รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๑
ครั้งที่ ๖ (สมัยวิสามัญ) เปึนพิเศษ
วันพุธที่ ๒๕ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๑
ณ ตึกรัฐสภา
ต่อไปก็ขอเชิญสมาชิก ได้อภิปรายต่อนะครับ ทางผู้เสนอให้ท่านใดเปึนคนอภิปราย ดูเหมือนจะเปึนคุณกรณ์ ใช่ไหมครับ กระทรวงการคลังใช่หรือเปล่า หรือท่านใดก่อนครับ เชิญครับคุณนริศ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตขอเวลา ท่านประธานสัก ๕ นาที ผู้อภิปรายกําลังเดินทางเข้ามา ขอ ๕ นาทีครับ
ท่านใดที่จะอภิปรายก่อน ก็มีสิทธิที่จะอภิปรายได้ อภิปรายถ่วงเวลาก็ได้นี่ครับ
ไม่ ผู้อภิปรายคนที่ ๑ อย่างไรครับ
อ๋อ คนที่จะมาอภิปราย
ขอเวลาอีก ๕ นาทีครับ
๕ นาทีนะครับ และจะให้ สภาทําอะไรครับ
ขออนุญาตหารือท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ
ผมยังไม่ได้บอกคุณศุภชัย ให้หารือเลย พูดเลย ผิดข้อบังคับตลอดนะครับ เชิญคุณศุภชัย ยกมือถูกต้องอย่างนี้ ผมให้พูดได้ครับ เชิญครับ
ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ แต่ขออนุญาตแก้ไขว่าที่ผิดข้อบังคับตลอดนี่คงไม่ใช่นะครับ เพราะว่าขณะนี้มีการถ่ายทอด ไปทั่วประเทศ เดี๋ยวพี่น้องที่จังหวัดนครพนมเขารับฟังแล้วผมเสียชื่อเสียง ผมไม่ขอให้ ท่านประธานถอนนะครับ แต่ว่าขอให้ท่านประธานได้ชี้แจง
เอาอย่างนี้ครับ เพื่อชาวจังหวัด นครพนมจะได้รู้จักคุณศุภชัยมากขึ้น ผมถอนครับ
กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ขณะนี้ได้เป่ดการประชุมแล้ว ในขณะที่พรรคฝ์ายค้านไม่พร้อมที่จะอภิปราย กระผม ขออนุญาตเรียนท่านประธานว่า ขอให้ ส.ส. ฝ์ายนั้น
คุณศุภชัย มีผู้ประท้วงครับ ขออภัยครับ เชิญคุณนริศครับ
อยากเรียนท่านประธานว่าขณะนี้พรรคฝ์ายค้าน
คุณสมบูรณ์นั่งลงก่อน
ขณะนี้พรรคฝ์ายค้านพร้อมแล้วครับ
พร้อมแล้วใช่ไหมครับ ให้ท่านนิพิฏฐ์ใช่ไหมครับ
ท่านประธานอนุญาตผมแล้ว ไหน ๆ ผมยืนแล้ว ขอสัก ๑ นาทีก็ยังดีครับ
ขอให้สัก ๑ นาทีนะครับ ให้คุณศุภชัยได้พูดสัก ๑ นาที ขอความกรุณา
ท่านประธานครับ
คุณสมบูรณ์มีอะไรครับ เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ช่วงเช้าวันนี้ก็เปึนบรรยากาศที่ดีในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ สําหรับ ผู้อภิปรายของพรรคประชาธิปัตย์เรามีพร้อมอยู่แล้ว แต่เนื่องจากในคิวนั้นเราต้องการ ที่จะให้ไปตามลําดับกระทรวง เช่น ท่านวินัย สมพงษ์ ท่านก็เตรียมพร้อมอยู่แล้ว แต่เมื่อสักครู่คุณศุภชัยบอกว่าพรรคฝ์ายค้านไม่พร้อมนี่ผมถือว่าทําให้เสียหาย ขอให้ถอน คําพูดตรงนี้ด้วยครับ เพื่อเราจะได้อภิปรายด้วยดีครับ
เพื่อปรองดองกัน คุณศุภชัย ถอนสักนิดเถอะครับ ไม่เสียหายหรอกครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตว่า ผมเองยืนขึ้นหลังจากที่ท่านนริศ ขํานุรักษ์ ขอประทานอภัย
คุณสมบูรณ์นั่งลง ทางฝ์ายโน้น พูดนะครับ นั่งลงก่อน
ผมขออนุญาตชี้แจงนิดหนึ่งเถอะครับ
ถ้าคุณยืนเท่ากับคุณประท้วง ผมอยู่
ผมได้ขออนุญาตท่านประธานขึ้นพูด เพื่อหารือท่านประธานเกี่ยวกับการประชุม
เปล่าครับคุณศุภชัย ผมให้เชิญ คุณสมบูรณ์นั่งลงก่อนแล้วคุณค่อยพูด เชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ชี้แจงว่า ผมได้ยกมือเพื่อหารือท่านประธานเกี่ยวกับการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ในวันนี้ หลังจากที่ท่าน ส.ส. นริศ ขํานุรักษ์ ฝ์ายพรรคประชาธิปัตย์ ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ได้หารือท่านประธานว่าผู้ที่จะอภิปรายของพรรคประชาธิปัตย์ยังเดินทางมาไม่ทัน ขออนุญาตใช้เวลาสัก ๕ นาที ก็แสดงว่านี่คือความไม่พร้อมของฝ์ายค้านที่จะอภิปราย
ไม่นะครับ ผมขอความกรุณา นิดหนึ่งเถอะครับ
ฉะนั้นผมจึงได้ขอหารือท่านประธาน
คุณศุภชัยอย่าเท้าความเลย คุณจะพูดอะไรเรื่องปรึกษาก็พูดไป ให้เวลา ๑ นาทีครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ที่ผมต้องชี้แจงตรงนี้ เนื่องจากว่าผมได้ถูกประท้วงจาก ส.ส. ฝ์ายค้านว่าผมพูดไม่ตรงกับข้อเท็จจริง พูดเท็จ ให้ผมถอนคําพูด ผมก็บอกว่าผมจะถอนคําพูดได้อย่างไร ผมก็พูดต่อจากคุณนริศ ที่บอกว่าขอ ๕ นาที ฉะนั้นผมก็ต้องชี้แจงต่อที่ประชุมได้รับทราบ ผมไม่ได้เกเรนะครับ ผมขออนุญาตหารือท่านประธานสั้น ๆ สัก ๑ นาทีครับว่า สภาแห่งนี้เปึนสถานที่ อันทรงเกียรติ พวกเราฝ์ายรัฐบาลไม่มีความประสงค์ที่จะขึ้นประท้วงให้เสียเวลา ของสภาแห่งนี้ เราเคารพท่านประธาน เคารพที่ประชุมแห่งนี้ แต่ขอร้องฝ์ายค้านนะครับว่า เรื่องใด ๆ ก็ตามที่จะนํามาอภิปรายในสภาแห่งนี้ขอให้นําข้อเท็จจริงมาอภิปราย อย่าได้ไปเก็บข้อคิดเห็นคําอภิปรายของฝ์ายพันธมิตรที่อยู่ข้าง ๆ ทําเนียบมาพูดในสภา อันทรงเกียรติแห่งนี้ มันไม่สมศักดิ์ศรีครับท่าน
ขอบคุณครับ คุณสาทิตย์ มีอะไร เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานกรรมการ ประสานงานพรรคฝ์ายค้านนะครับ ผมเรียนท่านประธานว่าผู้อภิปรายของเรามาพร้อม ตั้งแต่ก่อนเป่ดประชุม แต่ด้วยความเข้าใจของเราก็คือว่าทุกครั้งที่มีการเป่ดประชุมนั้น ก็ต้องมีการลงชื่อครบองค์ประชุมก่อน เราต้องไม่ลืมว่าวันนี้เปึนการออกระเบียบวาระ การประชุม เปึนการนัดประชุมอย่างถูกต้อง ท่านประธานเองก็เปึนคนลงชื่อในหนังสือ ที่แจ้งเรื่องวาระการประชุม จริงอยู่แม้ว่าจะมีการเลื่อนการประชุมมาตั้งแต่เมื่อคืนนี้ แต่ทุกครั้งที่มีการเลื่อนการประชุมก็คือว่า ก่อนเป่ดการประชุมสมาชิกก็ต้องลงชื่อ จนครบองค์ประชุมก่อนจึงเป่ด นี่คือความเข้าใจของเรา แต่ทันทีที่ท่านขึ้นมาก็บอกว่า องค์ประชุมก็ต่อเนื่องจากการเลื่อนเมื่อคืน กระผมก็เกรงว่าอันนี้ก็จะเปึนครั้งแรกที่เรา จะทํากันอย่างนั้น และกระผมก็ไม่ทราบด้วยว่าอันนี้จะต้องด้วยข้อบังคับหรือต้องด้วย รัฐธรรมนูญหรือไม่ ผมคิดว่าการอภิปรายของเราเราก็ดําเนินมาค่อนข้างจะไปได้ ด้วยความราบรื่นพอสมควรเมื่อวานนี้ ส่วนการกล่าวหาเรื่องข้อมูลอะไรต่าง ๆ มีความพยายามจะโยงพันธมิตรอะไรก็ตาม ผมก็เข้าใจว่าอันนี้คงเตรียมกันมาแล้วว่า จะมากล่าวหากันอย่างนี้ เพราะข้างนอกก็พูดกันเช่นนี้ แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏข้างใน ก็จะเปึนข้อเท็จจริงที่ท่านประธานก็คงจะเห็นว่าเมื่อวานนี้สิ่งที่เราพูดก็เปึนเรื่องซึ่งแตกต่าง นอกเหนือแล้วก็ลึกกว่าข้อมูลที่เคยมีการพูดกันมาก่อนแต่เจตนานั้นต่างกันแน่ ผมจึงเรียน ท่านประธาน ๒ เรื่องก็คือว่า
ข้อ ๑ การประชุมวันนี้จะต้องนับการลงชื่อครบองค์ประชุมก่อนหรือไม่ ถ้าบัดนี้ครบองค์ประชุมแล้วก็ไม่มีปัญหาครับ
ข้อ ๒ ผู้อภิปรายนั้นเขามาพร้อมอยู่ก่อนแล้ว สักครู่นี้ที่บอก ๕ นาที เขาอยู่ ที่ห้องน้ําเท่านั้นเองครับ เพราะเข้าใจว่าจะต้องบอกว่าลงชื่อครบองค์ประชุมก่อน ก็เรียน ท่านประธานเพื่อทราบ ขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณครับที่ได้เสนอแนะ สอนผมไปในตัว ขอบพระคุณมากครับคุณสาทิตย์ เนื่องจากว่าเมื่อวานมันข้ามมา ข้ามมา ก็นึกว่าจะเอากันถึงสว่าง คิดอย่างนั้น พวกผมก็เตรียมว่าเวลาไหนก็ตามคุณสาทิตย์เอง ก็เปึนคนบอกว่าเอาเวลาเท่านี้ตามมติของวิป (Whip) ๖ ทั้ง ๒ ฝ์าย ผมก็เห็นด้วย ก็มี การป่ดอภิปรายไป กระผมขอแจ้งว่าเมื่อวานนี้มีผู้เข้าประชุมทั้งหมด ๔๕๖ ท่าน ส่วนวันนี้ ผมเข้าใจว่าคงจะครบองค์ประชุม เลขาธิการเช็กดูสิครับ เดี๋ยวอย่าเพิ่งประท้วงครับ เพราะท่านสาทิตย์บอกว่าให้ผมทําให้เปึนระบบ ผมก็จะทําให้เปึนระบบครับ เดี๋ยวสักครู่ อย่าเพิ่งยกมือเลยให้มันถูกต้องไปก่อนครับ ถ้าท่านสาทิตย์ไม่ให้ผมใช้องค์ประชุมเมื่อวาน ก็ถือยังไม่ครบองค์ประชุม
(นายธนิตพล ไชยนันทน์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ขณะนี้มีผู้ลงชื่อ ๑๘๖ ท่าน ก็แจ้งให้ที่ประชุมทราบ ยังไม่ครบองค์ประชุม ผมจะพยายามเดินให้เร็วแต่กลับช้า ก็อยู่ที่ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลายนี่ละครับจะช้าจะเร็วอยู่ที่ท่าน เอาจังหวัดตากก่อนเถอะ เชิญ เห็นยืนนานแล้ว ปรึกษาใช่ไหม ให้เวลาปรึกษาสัก ๑ นาที เพราะเรายังไม่ครบ องค์ประชุมครับ
ไม่ได้ครับ คือผมไม่ได้ปรึกษา
ไม่ได้ก็ไม่ต้องพูด
ไม่ครับ ไม่ได้คือผมไม่ได้ปรึกษาครับ ท่านประธาน
เชิญครับ ท่านจะอภิปราย ใช่ไหมครับ
เชิญครับ ท่านจะอภิปราย ใช่ไหมครับ
ผมประท้วงท่านประธานครับ
ประท้วงก็ประท้วงมา ข้อบังคับข้อไหน
เมื่อสักครู่นี้ที่ท่านประธานให้ผู้อภิปราย
คือตอนนี้ยังไม่ครบองค์ประชุม ท่านจะประท้วงผมเรื่องอะไรเพราะมันยังไม่ครบองค์ประชุม
เรื่องนี้เปึนเรื่องที่เสียหายกับพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ถึงจะไม่ได้มีการเป่ดประชุมอย่างเปึนทางการ วิทยุของรัฐสภาก็ได้ถ่ายทอดเรียบร้อยแล้ว ซึ่งถ้าเกิดปล่อยให้การประชุมโดยมีผู้ประท้วงได้ทําให้พรรคประชาธิปัตย์เสียหาย แล้วท่านประธานเองก็ได้ตัดสินแล้วว่าควรจะให้ผู้ประท้วงนั้นได้ถอนคําพูดในส่วนที่ ท่านสมบูรณ์ได้ประท้วงไว้ แต่ว่าขณะนี้ผมยังไม่ได้ยินคําถอนคําพูดของท่านผู้ที่ขึ้นประท้วง เมื่อสักครู่ ขอยืนยันว่าท่านประธานจะวินิจฉัยคําเดิมหรือว่าจะเปลี่ยนแปลงคําวินิจฉัย ของท่านประธานครับ
ผมขอวินิจฉัยนะครับ ผมได้เรียน กับคุณศุภชัยแล้วว่าให้ถอน บังเอิญว่ามีการพูดกันหลายท่านก็เลยคาราคาซังอยู่ ก็อยากจะขอความกรุณาคุณศุภชัยช่วยถอนให้เขาสักหน่อยเถอะครับ เพื่อความเรียบร้อย ขององค์ประชุมของเรานะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ความจริงผมเคารพ ท่านประธาน ถ้าคุณนริศไม่บอกว่าขอเวลาอีก ๕ นาที เพราะว่าผู้ที่จะอภิปรายยังเดินทาง มาไม่ถึง ผมก็ได้หารือท่านประธานว่าเมื่อฝ์ายค้านยังไม่พร้อมผมก็ขอหารือท่านประธาน ในที่ประชุมเกี่ยวกับการประชุมได้ไหม ผมพูดแค่นี้มันเสียหายอะไร เอาล่ะครับ ถ้าท่านประธานเห็นว่าการยืนยันกับคําพูดของท่านนริศ ขํานุรักษ์ เปึนความเสียหาย ผมอยากจะให้ท่านประธานได้โปรดพิจารณาอีกครั้งหนึ่งครับว่า การวินิจฉัยลักษณะอย่างนี้ ถูกต้องไหม ผมมั่นใจว่ามันไม่ได้สร้างความเสียหายอะไร เพราะคุณนริศก็ขอเวลา ๕ นาที การขอเวลา ๕ นาทีนั้นก็แสดงว่าฝ์ายค้านยังไม่พร้อมจริง ๆ แม้แต่เดี๋ยวนี้ก็ยังมาตีรวน เรื่ององค์ประชุมว่ายังไม่พร้อม ตอนที่ท่านประธานในที่ประชุมจะป่ดประชุมเมื่อคืนนี้ ท่านประธานบอกว่าขอเลื่อนการประชุมคืนนี้ไปเปึนวันพรุ่งนี้ ท่านไม่ได้บอกว่าเปึนการป่ด ประชุมนะครับเมื่อคืนนี้ ฉะนั้นท่านประธานใช้องค์ประชุมเมื่อวานนี้ดําเนินการประชุมต่อ ได้เลยครับ หรือว่าทางฝ์ายค้านไม่พร้อมจริง ๆ ก็บอกมาเมื่อคืนนี้ท่านประธานในที่ประชุม ขอเลื่อนการประชุม ไม่ได้ป่ดประชุม เพราะฉะนั้นใช้องค์ประชุมของเมื่อวานนี้ดําเนินการ ประชุมต่อได้เลยครับท่านประธาน
ท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร ที่จริงอยากให้บรรยากาศมันเริ่มต้นไปด้วยดี อยากจะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกที่ท่านใช้คําว่าต่อว่าก็แล้วกันว่าทําไมฝ์ายค้าน ไม่พร้อม ขอเรียนข้อเท็จจริงนิดเดียวครับว่าบังเอิญผู้อภิปรายท่านแรกที่เราได้กําหนดไว้ คุณแม่ท่านเข้าโรงพยาบาลก็เลยต้องมีการปรับเปลี่ยน แต่ว่าบัดนี้ก็พร้อมครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเพื่อให้อยู่ในบรรยากาศที่ดีขอให้ท่านได้โปรดแสดงความเข้าใจตรงนี้ ขณะเดียวกันจะดําเนินการอย่างไรมันไม่ใช่เรื่องตีรวนขณะนี้ปัญหาก็คือว่าจํานวนสมาชิก ไม่ครบองค์ประชุม ผมก็ขอยืนยันว่าขณะนี้วิปทั้ง ๒ ฝ์ายก็กําลังตามคนเข้ามาให้เร็ว ที่สุดครับ
ขอบคุณผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรครับ เห็นประท้วงยกมือตั้งหลายครั้ง เชิญเลยครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตพาดพิง นิดหนึ่ง
เดี๋ยวคุณศุภชัย เกมแล้ว ท่านไม่ติดใจแล้วล่ะ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําพูน ขออนุญาตสนับสนุนท่านประธาน ไม่ประท้วงท่านประธาน แต่จะสนับสนุนท่านประธาน เพราะว่าเมื่อคืนนี้เราเลิกประชุม ประมาณเกือบตีหนึ่ง ซึ่งปกติทั่วไปแล้วเราถือว่าล่วงเลยเปึนเวลา ๑ วัน ผมยังจําได้ว่า เสมือนหนึ่งท่านประธานบอกให้เราพักการประชุม เพราะฉะนั้นวันนี้เราก็มากันแต่เช้า เหมือนกันครับ ก็สมควรเพื่อที่จะให้เวลาที่มีจํากัดอยู่แล้ว และไม่ได้เปึนข้ออ้างกับใคร ก็อยากให้ท่านประธานดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระตามปกติ องค์ประชุมนั้น เราล่วงเลยวันใหม่มาแล้วก็น่าที่จะยึดองค์ประชุมเดิมครับท่านประธาน ส่วนที่ ๒ ผมขออนุญาตฝากนําเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ขณะนี้ชาวนา ข้าวเหนียวที่จังหวัดภาคเหนือ ๓-๔ จังหวัดมาที่สํานักงานผมเต็มเลยครับ ผมไม่มีค่ารถ เขามาทวงค่าข้าวเหนียวครับ ท่านประธานช่วยบอกไปยังผู้เกี่ยวข้องเอาเงินให้ ธ.ก.ส. ไปให้ชาวนาที่ภาคเหนือด้วยนะครับ กราบขอบพระคุณครับ
คุณประชาประท้วงอะไรอีก
ขออนุญาตท่านประธานครับ ผมยกมือจะขอปรึกษาแต่ท่านไม่เห็นผมเลยยืน ขออนุญาตปรึกษาสั้น ๆ ๑ นาทีครับ ท่านประธานที่เคารพ
เชิญ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ประชา ประสพดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน ผมก็เปึนหนึ่งที่ได้ใช้สิทธิประท้วงค่อนข้างจะหลายครั้ง เพราะฉะนั้นหารือท่านประธานว่า กรณีผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้ยื่นญัตติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ทั้ง ๗ ท่าน ก็ต้องกราบเรียนว่าในญัตตินั้นผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเอง พรรคฝ์ายค้านเอง ข้อกําหนดของรัฐธรรมนูญได้ยื่นบุคคลที่จะเปึนนายกรัฐมนตรี มาพร้อมกันก็คือคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมก็พยายามจะตั้งใจฟังในเนื้อหาสาระสําคัญ เพราะฉะนั้นเอกสารที่พรรคฝ์ายค้านได้นํามาเสนอ เมื่อวานนี้เห็นว่าเอกสารบางแผ่น เปึนเอกสารตัดแปะไปถ่ายคัดลอกบทความมาเพียงบางส่วน ก็เลยกราบเรียนหารือ ท่านประธานว่า ในวันนี้ถ้าหากมีเอกสารใดที่จะใช้ในการอภิปรายก็ขอให้ท่านประธาน ได้ดูก่อนว่าเปึนเอกสารที่ถูกต้องไหม ยังเปึนเอกสารที่เปึนกระดาษแผ่นเดียวหรือไม่ เพื่อจะได้เกิดการประท้วงได้น้อยที่สุด เราก็จะได้สดับตรับฟังข้อมูลที่ฝ์ายค้านจะนํามา เสนอว่ามีความจริงบ้างหรือเปล่า เพราะว่ามันมีประโยชน์และเปึนผลโดยตรงต่อ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่จะตัดสินใจลงมติในครั้งนี้ ถ้าหากว่ารัฐบาลเกิดเพลี่ยงพล้ํา อันนั้นก็หมายความว่าบุคคลที่ฝ์ายค้านได้ยื่นคุณอภิสิทธิ์มานั้นก็จะเปึนนายกรัฐมนตรี แต่การเปึนนายกรัฐมนตรีนั้นต้องมีคุณภาพแล้วก็ต้องมีฝ้มือในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมก็จะพยายามสดับตรับฟัง จะไม่ประท้วงถ้าไม่จําเปึนครับ ท่านประธานที่เคารพ
คุณคมเดชเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๑ ท่านประธานครับ เมื่อวานผมนั่งจดเวลาเกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจตั้งแต่บ่ายสองถึงตีหนึ่ง เราจะเสียเวลาในช่วงการพูดถึงบุคคลที่ ๓ แล้วก็เสียเวลาการประท้วงไปประมาณ เกือบ ๓ ชั่วโมง ก็เลยอยากกราบเรียนท่านประธานว่า อยากให้ท่านประธานวางกรอบ การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะว่าเมื่อวานนี้เราจะเห็นว่าทางฝ์ายค้านใช้ชื่อ อดีตนายกรัฐมนตรี ก็เลยมีความสับสนว่าการเอ่ยชื่อบุคคลที่ ๓ แล้วก็มีการประท้วง ซึ่งเสียเวลาไปประมาณ ๒-๓ ชั่วโมง แล้วเราก็มีเวลาจํากัดว่าจากวันนี้ไปถึงห้าทุ่มครึ่ง อยากกราบเรียนท่านประธานว่าอยากให้วางกรอบชัดเจนนิดหนึ่งว่าเราไม่ควรพูดถึง บุคคลที่ ๓ จนเกินขอบเขต เพราะว่ามันจะเปึนเงื่อนไขในการที่จะต่อเวลาหรือไม่ต่อเวลา ในช่วงห้าทุ่มวันนี้ครับท่านประธาน อยากกราบเรียนถามเปึนแนวทางไว้ด้วย
ขอบคุณครับ ผมว่าขณะนี้ ก็คงจะครบองค์ประชุมแล้วนะครับ เพราะว่าท่านรองประธานอภิวันท์ได้มาเรียนกับผม เมื่อกี้ว่าเปึนการเลื่อนไม่ใช่ป่ด ก็คงจะดําเนินการต่อไปได้ คุณหมอมีอะไร เชิญครับ เพราะฉะนั้นอยากกราบเรียนกับประธานว่า ในการที่จะประท้วงให้คํานึงถึงข้อ ๓๒ ของข้อบังคับการประชุม ซึ่งสมาชิกมีสิทธิในการที่จะพาดพิงถึงบุคคลที่ ๓ ถ้าจําเปึน และสมาชิกท่านนั้นจะรับผิดชอบเองถ้ามีการฟัองร้องครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เราพูดกัน ตั้งแต่เมื่อวานแล้วเรื่องนี้ คุณสมบูรณ์นี่มากที่สุดเลยการประท้วง เห็นในรายละเอียดของ เขาเสนอมานี่นะครับ เชิญเลยครับ คุณสมบูรณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธาน กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมประท้วงตามข้อบังคับของสภาแห่งนี้ ผมไม่ใช่คันปากขึ้นมา ที่จะพูด ผมอยากจะถามท่านประธานว่า ขณะนี้วันนี้ท่านจะดําเนินการประชุมต่อ หรือรอองค์ประชุมตามที่ประธานวิปฝ์ายค้านเสนอ เพราะว่าตามข้อ ๑๘ ของข้อบังคับ การประชุมซึ่งเพิ่งออกมาเมื่อไม่กี่เดือนนี้ครับ ข้อ ๑๘ ก่อนเข้าประชุมทุกครั้งให้สมาชิก ที่มาประชุมลงชื่อในเอกสารที่จัดไว้หรือแสดงตนตามระเบียบที่ประธานสภากําหนด และวรรคสาม เมื่อมีสมาชิกมาลงชื่อครบองค์ประชุมและมีสัญญาณให้เข้าประชุมแล้ว ให้ประธานดําเนินการประชุมได้ ถ้าเกิดคิดว่าต่อตั้งแต่เมื่อวานแล้ววันนี้ไม่ต้องลงชื่อ เป่ดประชุมได้เลย ผมคิดว่าอาจจะผิดข้อบังคับ แต่ท่านประธานครับ ในการประท้วง ของผมแต่ละครั้งเนื่องจากมีสมาชิกของฝ์ายรัฐบาลขึ้นมาตําหนิ เสียดสีหรือกล่าว ที่ไม่ถูกต้องผมเลยประท้วง ผมไม่เคยขึ้นมาประท้วงแบบชุ่ย ๆ นะครับ เช่น มาบอกว่า ลิงบ้านผมเดือดร้อนต้องใส่ชุดให้ผมด้วย ซึ่งผมไม่ใช่เปึนคนประท้วงเช่นนั้นครับ ผมประท้วงมีเหตุมีผล ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ คุณนิสิต
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิสิต สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน ท่านประธาน ที่เคารพครับ เมื่อวานนี้การอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๘ มาตรา ๑๕๙ ซึ่งกระผมเองกับคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้พยายามสดับตรับฟังตลอดเวลาครับ ก็ปรากฏว่าการอภิปรายหลายครั้งได้เกินญัตติผู้ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ล่วงล้ํา ก้ําเกินรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เพราะการอภิปรายคราวนี้เปึนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยไม่มีการถอดถอน หลายครั้งที่มีการกล่าวหาเรื่องทุจริต เรื่องผิดกฎหมาย เรื่องผิด รัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นจึงจําเปึนอย่างยิ่งที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ต้องทักท้วง ผู้อภิปราย เพราะฉะนั้นผมอยากกราบเรียนต่อท่านประธานผ่านไปถึงผู้ยื่นญัตติ พรรคฝ์ายค้านว่า กรุณาอภิปรายตามญัตติที่ตัวเองได้ยื่นญัตติต่อประธานสภา เพื่อให้ บรรยากาศการอภิปรายนั้นครบครันเนื้อหาสาระ เพราะฉะนั้นก็กราบท่านประธานด้วย ทักท้วงด้วยนะครับ พวกผมเองไม่อยากประท้วงใด ๆ ทั้งสิ้น อยากจะให้พรรคฝ์ายค้าน ใช้เวลาเต็มที่กับเนื้อหาสาระข้อกล่าวหาต่อรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรี
ประเด็นที่ ๒ เมื่อวานนี้ได้มีการเอาเอกสารมาประกอบอภิปรายไม่ไว้วางใจ เอกสารหลายชิ้นเปึนเอกสารตัดต่อไม่ใช่เอกสารของทางราชการ ดังกรณีที่มีการรายงาน ของทหารหน่วยปฏิบัติเข้าไปตรวจสอบปราสาทเขาพระวิหารซึ่งเปึนรายงานเบื้องต้น เมื่อรัฐมนตรีชี้แจงนั้นคือรายงานเบื้องต้น เอารายงานเบื้องต้นมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งยังไม่สิ้นสุดกระบวนความทางการตรวจสอบอย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นเอกสารข้อมูล ทุกเรื่องที่ฝ์ายค้านอภิปรายวันนี้ต้องขออนุญาตท่านประธานและยื่นต่อท่านประธาน ตรวจสอบก่อนจึงทําให้ข้อมูลนั้นถูกต้อง เพราะเปึนการบิดเบือนนะครับ ถ้าข้อมูล ไม่ถูกต้องก็เปึนการบิดเบือนในการอภิปราย ก็กราบประทานถึงฝ์ายค้านโดยเฉพาะ ท่านหัวหน้าพรรคฝ์ายค้านจะมีอนาคตเปึนนายกรัฐมนตรีนะครับ ถ้าคราวนี้เอาเอกสารเท็จ มาอภิปรายสอบตกนายกรัฐมนตรีรอบหน้านะครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณชุมพล
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชุมพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ สภาแห่งนี้นั้นประกอบทั้งฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาล ในเมื่อท่านประธาน ยืนยันเกี่ยวกับเรื่ององค์ประชุม ไม่ใช่ฝ์ายค้านไม่พร้อม ฝ์ายรัฐบาลก็ต้องพร้อมด้วย ต้องรับผิดชอบร่วมกัน และตอนนี้นั้นฝ์ายค้านพร้อมแล้วครับ คุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ที่จะอภิปราย แล้วองค์ประชุมก็พร้อมครับ ขอบคุณมากครับ
พร้อมแน่นะ แต่ผมให้ตรวจสอบ ท่านเลขาธิการบอกว่าครบองค์ประชุมแล้ว ตอนนี้ ๒๔๐ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุม ผมขอเป่ดประชุม ขอยุติการหารือนะครับ เชิญคุณนิพิฏฐ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับมอบหมายจากเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ให้อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีในประเด็นตามญัตติข้อ ๕ กล่าวคือ นายสมัคร สุนทรเวช แสดงท่าทีปกปัองให้ท้ายกับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างออกหน้า แม้รัฐมนตรี ที่มีทัศนคติที่เปึนอันตรายต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนประมุข อันเปึนความผิดร้ายแรง นายสมัคร สุนทรเวช ก็ยังปกปัองโดยไม่ได้ คํานึงถึงผลกระทบต่อสถาบันอันเปึนที่เคารพยิ่งของประเทศชาติและประชาชน ผมกราบเรียนท่านประธานก่อนที่จะเข้าถึงเนื้อหาของญัตติในข้อ ๕ นี้ว่า เมื่อสักครู่ เพื่อนสมาชิกได้พูดพาดพิงว่าพรรคประชาธิปัตย์หรือใครก็ตามในฝ์ายค้านอย่าอ้าง เอกสารแผ่นเดียวมาอภิปรายซึ่งไม่รู้ว่าจะเปึนเรื่องเท็จหรือเรื่องจริง ท่านประธาน อยู่ในสภานี้มานานคงเปึนพยานให้กับผมได้ว่าเพื่อนสมาชิกที่เพิ่งมาอาจจะไม่ทราบ ตํานานเรื่องนี้ เอกสารเท็จ เอกสารแผ่นเดียวที่เคยนํามาอภิปรายในสภาและทําลาย รัฐมนตรี ผู้คนในสภานี้มาแล้ว ผู้ที่เปึนตํานานของเอกสารเท็จคือ นายสมัคร สุนทรเวช ในกรณีที่นายสมัคร สุนทรเวช อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผมคิดว่าบรรยากาศตรงนั้นหลายคนยังไม่เข้ามานั่งในสภาแห่งนี้ ท่านประธาน คงเปึนพยานได้ว่านั่นแหละคือตํานานของเอกสารเท็จในสภาแห่งนี้มาจากนายสมัคร สุนทรเวช และผมเรียนท่านประธานต่อไปว่าเอกสารทุกชนิดที่พรรคฝ์ายค้านได้นํามา อภิปรายและแสดงในสภาแห่งนี้เปึนเอกสารที่แท้จริงครับ ถ้าท่านประธานร้องขอ ผมคิดว่าผู้ที่อภิปรายทุกท่านทุกคนยินดีที่จะนําเอกสารนั้นให้ท่านประธาน ท่านประธานครับ ผมยืนขึ้นอภิปรายในวันนี้ผมไม่ได้ต้องการให้มีการเปลี่ยนขั้วในทางการเมืองเหมือนที่ หลายฝ์ายได้วิพากษ์วิจารณ์ไว้ การเปลี่ยนขั้วในทางการเมืองนั้นมันเปึนสํานึก ในความรับผิดชอบของแต่ละพรรคของแต่ละบุคคล เราสอนกันไม่ได้ เราห้ามกันไม่ได้ เราไม่มีวัตถุประสงค์ให้มีการเปลี่ยนขั้วในทางการเมืองครับ แต่เราต้องการแสวงหาสํานึก ของพรรคการเมืองและสมาชิกในสภาแห่งนี้เท่านั้นล่ะครับ
ประการที่ ๒ ใครก็ตามที่บอกว่าใช้เอกสารเท็จ ใช้เอกสารสักแผ่นหนึ่ง เอาเอกสารชัด ๆ ขึ้นมาสักอย่างหนึ่งให้ชัดไปเลย ไม่ใช่ครับ วันนี้เราไม่ได้อภิปราย ไม่ไว้วางใจเรื่องการทุจริต วันนี้เราบอกว่ารัฐบาลภายใต้การนําของนายกรัฐมนตรี ล้มเหลวไม่มีประสิทธิภาพ รังแต่จะทําความเสียหายกับบ้านเมือง เราไม่ได้กล่าวว่า ท่านทุจริต ท่านเข้าใจประเด็นนะครับ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ๔ เดือนของรัฐบาลนี้ สถาบันหลักของชาติ
คุณนิพิฏฐ์ครับ คุณเชาวริน ประท้วงครับ ผมว่าควรจะหยุดประท้วงได้กระมังวันนี้ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดราชบุรี ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ที่ท่านประธานได้ปรารภเมื่อสักครู่นี้ว่าควรจะหยุดประท้วงได้แล้ว แต่บางครั้งมันมีความจําเปึนก็ต้องประท้วงกันบ้าง ผมขออาศัยข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคสอง ที่บัญญัติไว้ว่า ห้ามผู้อภิปรายแสดงกิริยาหรือใช้วาจาอันไม่สุภาพใส่ร้ายหรือเสียดสี บุคคลใด ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านผู้อภิปรายได้พูดถึงตํานานการใช้เอกสารเท็จ ระบุชื่อว่า นายสมัคร สุนทรเวช เปึนคนแรกเปึนคนสร้างตํานาน ขณะนั้น ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ไม่ได้อยู่ในห้องประชุม ผมเองก็ได้อยู่ในโอกาสที่เพิ่งจะ เข้ามาสู่ห้องประชุมแห่งนี้กําลังจัดเอกสาร จัดร้านอยู่ว่าอย่างนั้นเถอะ อยากจะขอให้ ท่านประธานให้ผู้อภิปรายหยุดชั่วคราว แล้วผมขออนุญาตท่านประธานถาม ผมประท้วง แล้วก็ขอใช้โอกาสนี้ถามไปเลยครับ ถามท่านสมัคร สุนทรเวช ว่าที่ผู้อภิปรายได้กล่าว พาดพิงถึงท่านในทางที่จะทําให้เกิดความเสียหาย เพราะถูกบันทึกอยู่ในรายงาน การประชุม ท่านกรุณาให้ข้อมูลกับบรรดาสมาชิกในห้องประชุมแห่งนี้ได้ไหม และขณะเดียวกันผมเองในฐานะที่เปึนสมาชิกคนหนึ่งกลางเก่ากลางใหม่ ท่านประธานครับ เอกสารแผ่นเดียวทางฝ์ายโน้นเขาก็เคยทําเมื่อตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจหัวหน้าพรรคชาติไทย ขณะที่ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีก็เปึนที่รู้กันอยู่ครับ
คุณเชาวรินมีผู้ประท้วง
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมกําลังขอประท้วง ท่านประธาน ซึ่งประธานไม่สามารถควบคุมการประชุมให้เปึนไปตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓
ผมกําลังจะเรียนให้ทราบว่า ผมควบคุมอย่างเรียบร้อยกว่าที่ท่านพูดเสียอีก
ที่เป่ดมามันยังไม่เรียบร้อยเลย ท่านประธานครับ
เพื่อไม่ให้บรรยากาศมันเสีย ผมก็พยายามฟังเหตุผลทุกฝ์ายแล้วก็กําลังจะให้คุณเชาวรินหยุดครับ
เพราะว่าเมื่อสักครู่นี้ ท่านผู้ทําการประท้วง ผมก็ฟังอยู่ แต่สิ่งที่ท่านพูดอยู่ท่านกําลังอภิปรายและท่านกําลังจะชี้แจง แล้วท่านกําลังจะ ซักถาม ซึ่งไม่ใช่เปึนหน้าที่ของ ส .ส .เขาบอกว่าให้รอเปึนรัฐมนตรีก่อนค่อยชี้แจงหรือ ซักถามครับ
ขอบคุณที่ช่วยเตือนกัน ทุกฝ์ายครับ คุณเชาวรินครับ ผมว่าฝ์ายค้านเมื่อเขาอภิปรายไม่ไว้วางใจเขามีอะไรที่เขา จะพูดซึ่งมันเปึนเรื่องหมิ่นประมาทใส่ความกัน กระผมว่าก็คงไม่มีปัญหาอะไรเพราะว่า เขาเปึนโจทก์ฟัองจําเลยก็ต้องตอบ ฉะนั้นปัญหาต่าง ๆ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีท่านจะตอบเอง ไม่ต้องไปบังคับท่านหรอกเพราะระเบียบมันมีอยู่ ขอความกรุณาด้วยครับ
ท่านประธานครับ เคารพในคําวินิจฉัยของท่านประธาน และนี่แหละท่านสมควรที่จะได้รับการยกย่อง อย่างยิ่งในการปฏิบัติหน้าที่ การที่ผมประท้วงผมก็จําเปึนต้องอภิปรายเหตุและผลว่า ผมประท้วงด้วยเรื่องอะไร ไม่ใช่อยู่ ๆ ขึ้นมาผมขอประท้วงเสร็จแล้วก็นั่ง ผมไม่บ้า ขนาดนั้นครับท่านประธาน การประท้วงทุกครั้งไม่ว่าจะเปึนใครก็ตามต้องอธิบาย เหตุและผลว่าทําไมถึงประท้วง ที่ผมอภิปรายผมไม่ได้ซักถามอะไรมากมาย ผมอภิปราย ประกอบคําประท้วงของผม เพราะฉะนั้นท่านประธานกรุณาวินิจฉัย
ผมก็วินิจฉัยแล้วอย่างไรล่ะ ครับ เพราะว่าฝ์ายคุณเชาวรินไม่มีสิทธิที่จะบังคับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้ เพราะท่านมี สิทธิที่จะตอบอยู่แล้วนะครับ ท่านจะตอบเมื่อไรก็ได้เปึนสิทธิของท่าน
ตรงนี้ด้วยความเคารพ ท่านอายุคราวพ่อผมเลย เรียกพ่อก็ได้ อย่าใช้คําว่า ไม่มีสิทธิบังคับท่านนายกรัฐมนตรี ไม่บังอาจเด็จขาดเลยครับ ผมรู้ที่ต่ําที่สูง ผมไม่เคยคิดที่จะไปบังคับใครทั้งสิ้น แต่ที่สอบถาม ไปประกอบคําประท้วงนั้นก็เพราะท่านนายกรัฐมนตรีเปึนผู้เสียหายแล้วก็เดินเข้ามาพอดี ในจังหวะนั้น แต่ท่านเปึนผู้ใหญ่ท่านจะประท้วงเองไม่ได้ มันก็ต้องมีสมาชิกในพรรคการเมือง เดียวกันที่ลุกขึ้นมาแสดงความเห็น ลุกขึ้นมาสอบถาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อความอย่างนี้ มันเสียดสีไหมท่านประธานครับ นายสมัคร สุนทรเวช เปึนต้นตํานานของการใช้เอกสาร แผ่นเดียวมาโกหกกลางสภาประมาณนั้น
ท่านประธานครับ
ผมว่าไม่จบกันแล้ว คือคู่นี้ ไปด้วยกันได้เลยครับ ท่านสมบูรณ์กับท่านเชาวรินไปด้วยกันได้ เชิญคุณสมบูรณ์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้เราอยู่ในญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ๗ ท่าน --------------------------- ----------------------------------------------- ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านนิพิฏฐ์ก็ได้อภิปรายถึงพฤติกรรมพฤติการณ์ของ ท่านนายกรัฐมนตรี ทีนี้หลังจากที่อภิปรายเสร็จแล้วท่านนายกรัฐมนตรีก็มีสิทธิที่จะชี้แจง ตามข้อบังคับและตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมขอเรียนว่าสมาชิกพรรคฝ์ายรัฐบาล รอสักครู่ ข้อเท็จจริงทั้งหลายจะออกมาเรื่อย ๆ ท่านไม่ต้องกลัวความจริงครับ
ผมว่าประท้วงพอแล้ว กระมังครับ
ก็เรียนว่า
สมเหตุสมผลแล้วครับ เชิญนั่งได้ครับ เชิญคุณนิพิฏฐ์ต่อเลยครับ
ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผมอภิปราย ถึงไหนแล้วครับ เมื่อสักครู่ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ๔ เดือนของการบริหารราชการแผ่นดิน ของรัฐบาลนี้ภายใต้การนําของท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช อย่างน้อยที่สุด ๓ สถาบันหลักของชาติได้รับความกระทบกระเทือน ผมคิดว่าสถาบันสูงสุดของชาติ สถาบันพระมหากษัตริย์ถูกจาบจ้วงและไม่มีท่าทีในการปกปัองจากนายกรัฐมนตรี สถาบันหลักของชาติสถาบันที่ ๒ คือสถาบันชาติ วันนี้มีข้อที่หมิ่นเหม่ต่อการสูญเสีย บูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศนี้ ชาติ พระมหากษัตริย์ ๒ สถาบันหลักผมคิดว่า ได้รับการกระทบกระเทือนภายใต้การบริหารของรัฐบาลนี้ ผมคิดว่าอีกไม่กี่เดือนแล้วครับ ศาสนาจะเปึนเรื่องข้อขัดแย้งอีกครั้งหนึ่งของประเทศนี้ เมื่อคืนผมรับทราบมาพอสมควร ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า เมื่อได้รับมอบหมายจากพรรคประชาธิปัตย์ ให้อภิปรายไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีในประเด็นข้อ ๕ ที่ให้ท้ายรัฐมนตรีที่มีทัศนคติ ที่เปึนอันตรายต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ผมคิดว่าข้อหาอันนี้เปึนข้อหาที่รุนแรงที่สุดของนายกรัฐมนตรีของประเทศนี้เท่าที่เราเคยมี นายกรัฐมนตรีมา จริงอยู่ครับก่อนหน้านี้เคยมีข้อกล่าวหาในลักษณะทํานองนี้ต่อ อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร แต่ว่าเสียดายเราไม่ได้นําข้อความเหล่านั้นมา อภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร เสียดายครับ สภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้นถูกยุบเสียก่อน ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีสมัครนี่ละครับเปึนนายกรัฐมนตรีคนแรกที่มีข้อกล่าวหา และถูกอภิปรายว่าให้ท้ายหรือปกปัองผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างออกหน้าแม้ว่ารัฐมนตรีนั้น จะมีทัศนคติที่เปึนอันตรายต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนประมุข ท่านประธานครับ เมื่อได้รับมอบหมายจากพรรคประชาธิปัตย์ให้ทําหน้าที่ เปึนผู้อภิปรายในประเด็นนี้ ผมใช้เวลานานพอสมควรครับในการศึกษาเบื้องหน้า เบื้องหลังพฤติกรรมของท่านนายกรัฐมนตรีในอดีต ท้ายที่สุดผมเกือบจะถอดใจ ไม่อภิปรายท่านในญัตตินี้เพราะสงสารท่านครับ หรือจะให้ผมนั่งลงและไม่อภิปรายท่าน ผมเกือบจะไม่อภิปรายท่าน ผมสงสารท่านครับ ผมสงสารท่านว่าท่านควรจะใช้ชีวิต ในบั้นปลายอย่างสงบสุข แต่ว่าท่านกลับตัดสินใจมาเปึนนายกรัฐมนตรี ผมคิดว่า ท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งมีต้นทุนน้อยที่สุดในพรรคพลังประชาชน เปึนนายกรัฐมนตรี เพราะความอยากครับ ในภาษาสันสฤกตเขาเรียกความอยากว่า
ท่านประธานครับ ผมขอประท้วง
ประท้วงอะไรหมอ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงข้อ ๖๑ พูดจาเสียดสี ผมขออธิบาย ประกอบ เมื่อวานนี้พวกท่านกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีว่าเปึนผู้สูงอายุ พูดง่าย ๆ ว่า เปึนคนแก่ วันนี้ก็เอาอีกแล้วครับ ดูหมิ่นว่าเปึนคนแก่ ผมอยากถามพวกท่านว่าท่านแก่ ไม่เปึนหรือ วันนี้เรายกย่องคนแก่ วันหน้าเราก็จะได้รับการยกย่องจากคนรุ่นหนุ่ม ของพวกเรา คนแก่บางคนดีมีความสามารถ คนหนุ่มบางคนเสียอีกดีแต่ใส่ร้ายปัายสี พูดจากระทบกระเทียบไม่มีความสามารถ ขอให้ท่านวินิจฉัยครับ
ผมวินิจฉัยว่า เอาอีกแล้ว คุณเชาวริน เชิญ
ท่านประธานครับ ผมขอใช้สิทธิข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๖๒ วรรคสอง ท่านผู้อภิปราย ใช้วาจาเสียดสีคนละประเด็นกับที่สมาชิกคุณหมอประสิทธิ์ประท้วงเมื่อสักครู่ ของผม ประท้วงคําว่า ท่านเปึนนายกรัฐมนตรีเพราะความอยาก ท่านประธานครับ ผมขออธิบาย สักนิดหนึ่ง คนเราแค่อยากอย่างเดียวมันไม่ได้เปึนหรอกครับ มันต้องอยู่ที่บุญทํากรรมสร้าง มาแต่อดีตชาติ คุณงามความดีที่สั่งสมมาถึงได้เปึน ไม่ใช่ความอยากแล้วจะได้เปึน บางคนอยากแล้วก็นั่งเปึนฝ์ายค้านแหงนเต่ออยู่อย่างนั้นก็มีครับ
ท่านเชาวริน มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ ประท้วงเรื่องอะไรเชิญ เอาแต่ประท้วงไม่ต้องอภิปรายกันแล้ว ประท้วงกันไป เชิญ
ท่านประธานครับ ผม ทศพล เพ็งส้ม สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานยังไม่ได้วินิจฉัย ผู้ที่ประท้วงท่านแรกเลยนะครับ แต่ปรากฏว่ามีผู้ประท้วงท่านที่ ๒ ขึ้นมาแล้ว ผมว่า ท่านประธานกรุณาปฏิบัติตามข้อบังคับด้วยครับ
ครับ ผมก็จะรวบเลย ๒ คน รวบวินิจฉัยทั้ง ๒ ท่าน ท่านแรกยังไม่เข้าข่ายความผิด ท่านที่ ๒ ก็ไม่ผิดอีก เชิญคุณ นิพิฏฐ์ต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ .๒๕๔๒ หน้า ๔๕๐ บรรทัดที่ ๑๖ ให้คําจํากัดความว่า ความ ทะยานอยาก
คุณนิพิฏฐ์ครับ กระผมว่า เพื่อให้บรรยากาศมันไปได้สวย ผมขอความกรุณา ผมไม่เคยกดไม่ให้ท่านพูดเลย ผมไม่ใช้ หลักการนี้ ผมก็ขอความกรุณาคุณนิพิฏฐ์ไปตามเนื้อหาสาระ คือไม่ต้องเสียดสี ไม่ต้องอะไร ท่านเปึนทนายที่มีความรู้ดีครับ ท่านหลีกเลี่ยงได้อย่างสบาย ๆ แต่ว่าปัญหาต่าง ๆ ผมอยากจะขอความกรุณาเพื่อความเรียบร้อยของการประชุม ขอให้ท่านดําเนินการ ไปเลยว่าในข้อ ๕ มีอะไรบ้าง ผมว่ามันจะเข้ากรอบในการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะไป ได้สวยด้วยครับ
ขอบพระคุณท่านประธานครับ ความทะยานอยากในภาษาบาลีหมายถึงคําว่า ตัณหา ครับ ในมือของกระผมเปึนหนังสือ เรื่อง การเมืองเรื่องตัณหา เขียนโดย นายสมัคร สุนทรเวช เมื่อประมาณ ๓๐ ป้ที่แล้ว ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมก็ศึกษามาเยอะครับ ความจริงการเมืองที่บริสุทธิ์ และสูงส่งกว่านั้นมันไม่ใช่เรื่องของตัณหาหรอกครับ ไม่มีส่วนไหนในคําสอนทางศาสนา ที่บอกว่าการเมืองเปึนเรื่องของตัณหา และไม่มีหรอกครับในธรรม ๑๐ ประการ หรือทศพิธราชธรรม ธรรมของพระราชาหรือธรรมของนักปกครอง ไม่มีแม้แต่ข้อ ๑ ถึงข้อ ๑๐ หรอกครับที่บอกว่าการเมืองเปึนเรื่องของตัณหา ผมยกเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อ กราบเรียนกับท่านประธานว่า ผมขออนุญาตอ่านนะครับ ผมอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีว่าปกปัองให้ท้ายรัฐมนตรีที่มีทัศนคติที่เปึนอันตราย ผมก็ต้องสอบสวน ทวนความถึงประวัติของท่านนายกรัฐมนตรี ในหนังสือ การเมืองเรื่องตัณหา ในหัวข้อแรก ของหนังสือ ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านนิดเดียวครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเริ่มเขียนว่า ผมเกิดหน้าวังบางขุนพรหม ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า พ่อของท่านชื่ออะไรก็ว่าไป ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า พ่อของท่านได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ครั้งสุดท้ายเปึน เสวกเอกพระยาบํารุงราชบริพาร และท่านได้เขียนต่อไปว่า ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า ตอนที่เกิดนั้นผมเกิดผิดกว่าลูกทุกคนและค่อนข้างจะผิดปกติกว่าผู้คนธรรมดาเขาด้วย เพราะแทนที่จะเอาหัวออก ผมกลับเอาเท้าออกก่อน คุณแม่เคยเล่าให้ฟังเมื่อโตแล้วว่า เมื่อทําคลอดเสร็จ คุณหมอก็หันมาบอกคุณแม่ว่า คุณหญิงลูกคุณหญิงคนนี้เอาเท้าออก ขอให้เลี้ยงเอาไว้ให้ดีวันข้างหน้าจะช่วยครอบครัวช่วยวงศ์สกุล และจะเปึนคนช่วยบ้าน ช่วยเมืองได้ ผมคิดว่าหมอทํานายถูกตอนแรกครับ ตอนที่บอกว่าท่านนายกรัฐมนตรี วันข้างหน้าจะช่วยครอบครัวช่วยวงศ์สกุล แต่คําทํานายของหมอที่ทําคลอดท่านนายกรัฐมนตรี ตอนสุดท้ายที่บอกว่าคนคนนี้จะช่วยบ้านช่วยเมือง ผมคิดว่าผิดครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผมคิดว่า
มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ คุณนิพิฏฐ์ เชิญครับคุณประชา
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ประชา ประสพดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน ต้องขออนุญาตประท้วงในข้อ ๖๑ ที่จริงก็ไม่อยากประท้วงนะครับ วันนี้เราอภิปราย ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี แต่วันนี้ท่านผู้อภิปรายไปถึงเรื่องความอยาก ไปถึงเรื่องตัณหา แล้วไปอภิปรายในเรื่องตํานานชีวประวัติ ประวัติของท่านสู้ประวัติท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ อยากกับอยากมากนี่อยากเปึนนายกรัฐมนตรี ผมถามว่าผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อยากเปึนนายกรัฐมนตรีไหมที่ยื่นญัตติในครั้งนี้ ก็เพราะความอยาก เพราะฉะนั้นวันนี้ ขอให้ท่านประธานได้กรุณาวินิจฉัยว่าให้อภิปรายในประเด็นเลยครับ ให้มันตรงประเด็น นี่ไปอภิปรายในหนังสือที่หยิบขึ้นมาอีก มันเปึนเรื่องข้อเท็จจริงอยู่ในหนังสือ เอาข้อเท็จจริง สิครับที่ว่าท่านนายกรัฐมนตรีเปึนอย่างไร และเรื่องอยาก กับอยากมาก กับตัณหา ท่านผู้อภิปรายลองนึกถึงตัวเองดูนะครับ วันนี้อยากเปึนนายกรัฐมนตรีไหมทั้งนอกสภา และในสภาครับ
ท่านประธานครับ
ผมวินิจฉัยก่อนครับคุณบุญยอด คือเนื้อหาสาระของผู้อภิปรายเขาก็ต้อง เพราะเขาเปึนคนยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ เขาก็ต้อง หาเนื้อหาสาระในการอภิปรายก็ปล่อยเขาไปก่อน เขาก็ยังไม่ได้ผิดข้อบังคับข้อไหนครับ ประทานโทษครับ เดี๋ยวหยุดก่อน
ท่านประธานครับ ผมประท้วงผู้ประท้วงครับ ยกมือซ้ายนี่มันไม่เคารพ ต้องยกมือขวาครับ ธรรมเนียมปฏิบัติ ต้องยกมือขวา การยกมือซ้ายอย่างนี้เขาไม่ทํากันหรอกครับ
ผมขอความกรุณาเถอะครับ ขอให้เรื่องมันเดินไปข้างหน้า เมื่อวานก็ ๓ ชั่วโมง เสียเวลาเปล่า ๆ ๓ ชั่วโมง ท่านผู้ทรงเกียรติ ทั้งหลาย คุณบุญยอดก่อน เชิญครับ
ขอบพระคุณครับท่านประธาน บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งยกได้ทั้ง ๒ มือ ไม่ผิดข้อบังคับแต่ประการใด ขออนุญาตท่านประธานที่จะต้องให้ ประธานควบคุมการประชุมนะครับ ผมได้ยินตั้งแต่เช้าแล้วว่าท่านบอกว่าท่านจะประท้วง ให้น้อยที่สุด ท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ในห้องนี้ท่านมีสิทธิที่จะปกปัองตัวเองได้ตลอดเวลา อยู่แล้ว ท่านอื่น ๆ ไม่มีสิทธิที่จะยกขึ้นมาแล้วก็มาประท้วงอย่างพร่ําเพรื่อ ประชาชน เขาเบื่อมากนะครับ ขอท่านประธานได้ช่วยควบคุมการประชุมให้เปึนไปด้วยครับ
ผมก็พยายามควบคุมแล้ว คุณบุญยอด แต่ม้าออกศึกลําบากดึงยากครับ ก็ขอความกรุณาเถอะครับ ค่อยเปึนค่อยไป เดี๋ยวก็เข้าอยู่ในระบบ
ท่านประธานที่เคารพครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ จากอุดรธานี พรรคพลังประชาชน ผมขอประท้วงผู้ที่ประท้วงเมื่อสักครู่นี้ครับ ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมมีสิทธิที่จะใช้สิทธิของผมในการประท้วง เนื่องจากผู้ที่ กําลังอภิปรายนั้นอภิปรายนอกเรื่อง ไปหยิบไปค้นอะไรมาว่าท่านนายกรัฐมนตรีเอาขาออก เอาหัวออก มันเกี่ยวข้องอะไรกับการไม่ไว้วางใจ ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยครับ
ผมวินิจฉัยว่าเขามีสิทธิที่จะ พูดได้ เพราะเนื้อหาสาระก่อนจะคลอดก็หัวออกหรือว่าขาออกมันก็เรื่องธรรมดาของ หมอตําแยเขานะครับ
(นายนิรมิต สุจารี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญครับข้างหลังสุดเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน ขอประท้วงผู้อภิปราย อาศัยข้อ ๖๑ การอภิปรายวันนี้เปึนการอภิปรายการบริหารราชการแผ่นดินของ ท่านนายกรัฐมนตรี แต่ผู้อภิปรายได้พยายามหยิบยกเอาคําทํานายมาว่ากันบอกว่า ไม่ถูกต้องตามคําทํานาย ซึ่งมันไม่เปึนตามญัตติที่ยื่นต่อสภาในวันนี้ สภาวันนี้น่าจะได้มีโอกาสพิจารณาตามญัตติ ที่เสนอบอกว่า การบริหารราชการแผ่นดินของท่านนายกรัฐมนตรีบกพร่องตรงไหน ควรจะชี้ข้อเท็จจริงให้สภาได้รับทราบเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนผู้ที่กําลังเฝัารอฟัง การอภิปรายว่าไม่สมควรที่ไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ แผ่นดินตรงไหน ผมขอให้ท่านประธานได้วินิจฉัยครับ
ผมวินิจฉัยว่าเขากําลังเริ่ม เนื้อหาสาระ กําลังไหว้ครู พูดง่าย ๆ ครับ เขาก็ดําเนินการไปตามกระบวนการ ผมขออนุญาต สภานิดหนึ่ง ขณะนี้คณะกรรมการสภานักเรียนโรงเรียนอิสลามท่าอิฐ โรงเรียนท่าอิฐศึกษา และโรงเรียนญามีอุ้ลอิคควาน จํานวน ๔๒ ท่าน สภายินดีต้อนรับทุกท่าน สลามทุกท่านเลย เชิญครับ
กระผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีเข้าดํารง ตําแหน่งนายกรัฐมนตรีจะสืบทอดจากใครก็ตาม ผมคิดว่ามี ๒ เหตุผลด้วยกัน ที่ท่านนายกรัฐมนตรีรับตําแหน่งนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ เปึนหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ผมคิดว่ามีเหตุผลหนึ่งที่ท่านเปึนหัวหน้าพรรคและได้มาเปึนนายกรัฐมนตรีในวันนี้ โดยบุคลิกส่วนตัวของท่านมีความเชื่อว่าท่านมีความใกล้ชิดกับสถาบันทหาร ประการที่ ๒ ที่ผมคิดว่าเขาเลือกท่านมาเปึนหัวหน้าพรรคและท่านได้เปึนนายกรัฐมนตรี เพราะเขามี ความเชื่อว่าท่านจะมีความเข้มแข็งในการปกปัองสถาบันสูงสุดของชาติ เนื่องจากอดีต นายกรัฐมนตรีบางท่านถูกข้อครหาในเรื่องนี้ จึงจําเปึนต้องนํานายกรัฐมนตรีที่ชื่อสมัคร สุนทรเวช มาเปึนหัวหน้าพรรคและท่านเปึนนายกรัฐมนตรี ท่านเลยถึงกล้าประกาศ กับคนทั้งประเทศเลยว่าท่านคือนายกรัฐมนตรีที่มีเลือดสีน้ําเงิน ท่านนายกรัฐมนตรี ค่อยตอบคําถามผมครับ ผมคิดว่าไม่มีนายกรัฐมนตรีคนไหนในประเทศนี้ที่บอกว่า มีเลือดสีน้ําเงิน ไม่ใช่ครับ ด้วยเหตุผล ๒ ประการนี้ท่านเลยมาเปึนนายกรัฐมนตรี แต่ว่าท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าตั้งแต่ท่านเปึนนายกรัฐมนตรี ความเชื่อของผม และความเชื่อของคนส่วนหนึ่งข้างนอก ท่านนายกรัฐมนตรีไม่เคยมีท่าทีในการปกปัอง สถาบันสูงสุดของชาติ ถึงแม้ว่าท่านรัฐมนตรีบางท่านจะถูกกล่าวหาว่าจาบจ้วงหรือมี ทัศนคติที่เปึนอันตรายต่อสถาบันสูงสุด ไม่มีแม้แต่ครั้งเดียว แม้แต่คําเดียวที่ท่านนายกรัฐมนตรี ออกมาปกปัองในเรื่องนี้ครับ ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่าเมื่อมีคนพูดในลักษณะที่มี การปรามาสกับท่านว่าท่านไม่จงรักภักดีในสถาบันสูงสุด ท่านนายกรัฐมนตรีจะโกรธมาก และโกรธเปึนฟ๋นเปึนไฟทุกครั้งที่มีใครก็ตามสงสัยในเรื่องนี้ในตัวของท่าน ผมทวนความจํา ท่านประธาน ทวนความจําเพื่อนสมาชิกสักครั้งหนึ่งเถอะครับ ท่านประธานคงจําได้ ตอนที่มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ๆ พรรคชาติไทย พรรคเพื่อแผ่นดินดูเหมือนจะไม่ค่อยไว้วางใจ ท่านนายกรัฐมนตรีในเรื่องนี้ พรรคชาติไทย พรรคเพื่อแผ่นดินถึงได้มีข้อเรียกร้องเงื่อนไข ถึงนายกรัฐมนตรี ๕ ข้อด้วยกัน ผมไม่อ่านทุกข้อหรอกครับ แต่ว่าในข้อที่ ๑ พรรคชาติไทย พรรคเพื่อแผ่นดินมีเงื่อนไขว่า ๑. ต้องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ต้องทําให้เกิด ความกระจ่างว่าสถาบันพระมหากษัตริย์เปึนสถาบันสูงสุด ข้อที่ ๒ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เปึนรัฐบุรุษที่ต้องรักษาไว้ และต้องทําความเข้าใจว่า จะไม่มีการก้าวล่วง ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อพรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดินได้ยื่นเงื่อนไขดังนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีโกรธมากครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเป่ดแถลงข่าว ท่านนายกรัฐมนตรี เริ่มอย่างนี้ผมไม่อ่านทั้งหมด ขออนุญาตท่านประธานครับ ที่ผมจําเปึนต้องเท้าความ ถึงเรื่องนี้เพื่อมาสรุปว่าท่านไม่เคยมีท่าทีในการปกปัองสถาบันสูงสุดของชาติเลยครับ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า ผมชื่อ สมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม พรรคพลังประชาชนได้รับเลือกตั้ง ๒๓๓ ที่นั่ง เมื่อคืนนี้หมายถึงวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๐ คุณบรรหาร ศิลปอาชา ซึ่งได้รับเลือกตั้ง ๓๗ ที่นั่ง ได้มีเอกสารพาดพิง ถึงผม แต่จะพูดถึงเฉพาะข้อที่ ๑ เท่านั้น คืออยากจะบอกให้คุณบรรหารรู้ว่าที่คุณบรรหาร ได้แสดงความเห็นออกมาอย่างนั้นผมแปลความหมายได้ว่าคุณบรรหารดูหมิ่นผมว่า ผมไม่เปึนคนจงรักภักดีต่อเจ้าฟัาเจ้าแผ่นดิน เพราะฉะนั้นถ้าจะร่วมกับคุณบรรหาร ต้องแสดงความจงรักภักดีต่อเจ้าฟัาเจ้าแผ่นดิน ซึ่งผมจะบอกให้คุณบรรหารรู้ว่าแม้จะรู้จัก กันมานานแต่คุณบรรหารไม่ศึกษาผมว่าผมเปึนใครมาจากไหน และในตอนท้ายครับ ท่าน บอกว่าประวัติของท่านมาจากไหนอย่างไร ท่านสรุปว่า ผมได้รับพระราชทาน ตราทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ ที่พูดก็อยากจะบอกคุณบรรหารว่าคุณบรรหารควรจะ แหงนหน้าขึ้นมาดูที่หน้าอกผมด้วยว่าผมนั้นได้รับตราจุลจอมเกล้าวิเศษสูงกว่า คุณบรรหาร เพราะฉะนั้นคนอย่างคุณบรรหารไม่ต้องมาอบรมสั่งสอนผมในเรื่อง ความจงรักภักดีในสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมเท้าความเรื่องนี้เพื่อบอกกับท่านประธานว่า หลังจากนายกรัฐมนตรีได้โกรธเปึนฟ๋นเปึนไฟและแสดงท่าทีนี้ออกมาท่านพูดอย่างเดียว ท่านไม่เคยมีท่าทีในการปกปัองสถาบันสูงสุดของชาติเลย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่ารัฐมนตรีบางคนในคณะรัฐบาลของท่าน อดีตรัฐมนตรี จักรภพ เพ็ญแข มีข้อครหาว่ามีทัศนคติที่เปึนอันตรายต่อการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนพระประมุข นายจักรภพ เพ็ญแข ได้ไปแสดง ทัศนคติของนายจักรภพทั้งต่างประเทศและในประเทศ คนทั้งประเทศนี้ทนทุกข์ทรมาน เศร้าหมองหดหู่ต่อพฤติกรรมของนายจักรภพ เพ็ญแข และเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี จัดการในทางการเมืองกับนายจักรภพ เพ็ญแข ท่านนายกรัฐมนตรีบอกแล้วเมื่อวาน ท่านยังพูด ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าต้องปล่อยไปให้เปึนเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ยอมบริหารเรื่องนี้ครับ ไม่ยอมจัดการกับรัฐมนตรีที่มีข้อครหาว่า มีทัศนคติที่เปึนอันตรายบอกให้เปึนเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ท่านประธานที่เคารพ คนข้างนอกเขารับเรื่องนี้ไม่ได้ครับ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ถึงกับได้มีหนังสือถึง ท่านนายกรัฐมนตรี ถอดความ แปลความการพูดของนายจักรภพ เพ็ญแข ไปให้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับทราบ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้ใส่ใจครับ เปึนที่มาของคนที่ สะพานมัฆวานรังสรรค์ คนออกมาชุมนุมมากขึ้น คนใส่เสื้อเหลืองออกมาแสดงบอกว่า เขารักพระเจ้าอยู่หัว ชุมนุมเปึนหมื่นเปึนแสนบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีต้องจัดการเรื่องนี้ ให้ได้ หามิได้ครับ บุรุษเลือดสีน้ําเงินไม่ดําเนินการเรื่องนี้เลย ท้ายที่สุดเมื่อพนักงาน สอบสวนมีคําสั่งฟัองนายจักรภพ เพ็ญแข นายจักรภพ เพ็ญแข ตัดสินใจลาออก ด้วยตัวของนายจักรภพเอง วันที่นายจักรภพ เพ็ญแข ตัดสินใจลาออกจากตําแหน่ง รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี นายจักรภพ เพ็ญแข บอกว่าจําเปึนต้องลาออกเพื่อรักษาขุนไว้ นายจักรภพ เพ็ญแข เปรียบตนเองว่าเปึนเบี้ยตัวหนึ่งในกระดานหมากรุก ออกเพื่อรักษาขุนซึ่งหมายถึง ตัวท่านนายกรัฐมนตรี ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า การที่รัฐมนตรีในรัฐบาล ของท่านลาออกด้วยข้อหาว่ามีทัศนคติหรือหมิ่นสถาบันสูงสุดนั้น อย่าอ้างเชียวนะครับว่า เปึนการกระทําของท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลนี้ อย่าอ้างเชียวนะครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้แสดงท่าทีในการปกปัองสถาบันสูงสุด คนข้างนอกเขาทําทั้งนั้น แหละครับ คนเสื้อเหลืองที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าเปึนแก๊งข้างถนนเปึนคนกดดันให้ นายจักรภพลาออกด้วยข้อหาที่รุนแรง
ท่านประธานครับ
ผมขอร้องหน่อยได้ไหมครับ บรรยากาศเขาไปเรื่อย ๆ แล้ว
กราบเรียนนะครับ ท่านประธานต้องให้ผม ต้องอนุญาตก่อนนะครับ
อย่าขอร้อง ผมไม่อนุญาต นั่งลงก่อนครับ
ท่านต้องอนุญาตตามข้อบังคับครับ ท่านต้องอนุญาต
ถ้าผมไม่อนุญาต ข้อบังคับ ก็ทําอะไรผมไม่ได้ครับ เชิญนั่งลงก่อนครับ
ท่านประธานครับ ผมขอ เพราะว่ามันเปึน นอกประเด็นหมดนะครับท่านประธาน
คือฟังอีกสักนิดหนึ่งครับ
เพราะว่าจริง ๆ ข้อหาที่เขาตั้ง ถ้าข้อหา อย่างนี้คือไม่จงรักภักดีต้องยื่นถอดถอนด้วย เขาพูดนอกประเด็นตลอดท่านประธานครับ
คือมันจะจบอยู่แล้ว
มันผิดนะครับ เขาเปึนผู้อาวุโสแล้วยังพูด ผมขอชี้แจงเหตุผล ขอประท้วง ข้อ ๖๑ พูดนอกประเด็น ท่านประธานอนุญาตไหมครับ
ผมอนุญาต ๑ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ
มีผู้ประท้วงท่านอีกแล้วครับ
ไม่ใช่ครับ ผมต้องพูดก่อนครับ ผมต้อง ประท้วงก่อนครับท่านประธาน ถ้าไม่เข้า ท่านค่อยประท้วงผม
มีผู้ประท้วงท่านครับ
ไม่ได้ครับท่านประธาน ต้องให้ผม ประท้วงก่อน
ผมประท้วงผู้ประท้วงอยู่ในขณะนี้ครับ
ก็ต้องให้ผมพูดก่อนครับ เดี๋ยวผมพูด เหตุผลเสร็จ ท่านประธานวินิจฉัย ท่านค่อยประท้วง
ทะเลาะทั้ง ๒ ท่าน ทะเลาะกัน ให้พอ ผมจะนั่งฟังครับ ทะเลาะกันให้พอครับ ก็แสดงว่าไม่ได้เคารพจริงกับประธาน หลอกกันทั้งนั้นครับ ขอความกรุณาครับ เชิญนั่งก่อนครับ เดี๋ยวสักครู่ครับ
ผมเชื่อฟังท่านประธานนะครับ แต่ขอให้อีกท่านหนึ่งเชื่อฟังท่านประธานด้วยครับ
เชิญนั่งสักครู่ครับ เชิญคุณหมอครับ คุณหมอหยุดประท้วงสัก ๒ ชั่วโมงได้ไหมครับ ผมว่าบรรยากาศ มันจะไปได้เร็วครับ เชิญคุณหมอ ๑ นาทีครับ
ผมเชื่อฟังท่านประธานนะครับ แต่ว่า อยากให้เพื่อนสมาชิกพูดอยู่ในประเด็น อย่าไปล่วงเลยประเด็นที่มันไม่สมควรพูด ในความคิดผมคนไทยคนไหนก็มีความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ทุกคน ไม่มีใคร ที่ไม่จงรัก ถ้าคนไทยคนไหนท่านประธานคิดว่าคนไทยด้วยกันไม่จงรัก คนนั้นสมควร ตัดหัวเจ็ดชั่วโคตรครับท่านประธาน
ผมวินิจฉัยครับ ผู้อภิปราย เขาอภิปรายตามเนื้อหาที่เขากล่าวหา ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ให้เขากล่าวหาเอง แล้วเดี๋ยว ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีจะตอบเองครับ ไม่ต้องห่วงครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วงท่านประธานด้วยความเคารพครับ ให้ท่านประธานควบคุมการประชุม ให้ตามข้อบังคับ ด้วยเหตุว่าตั้งแต่เช้ามามีการประท้วงจากอีกฝ์ายหนึ่ง ๑๗ ครั้ง ท่านที่ประท้วงไปเมื่อสักครู่ประท้วงแล้ว ๔ ครั้ง ผมบันทึกการประชุมไว้โดยตลอด ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าอยากให้สภาแห่งนี้เปึนที่แสดงถึงปัญหาของพี่น้องประชาชน ท่านทนรับฟังหน่อยสิครับ ถ้าท่านไม่ทนรับฟังวันนี้ท่านก็อยากชี้แจง ขออนุญาตว่า วันหน้าท่านค่อยขึ้นไปนั่งข้างบนแล้วค่อยชี้แจงครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ผมวินิจฉัยครับ สิทธิ ตามข้อบังคับเขาก็มีสิทธิที่ประท้วง มีขอร้องอย่างเดียวเท่านั้นครับ ตอนนี้ผมก็ขอร้อง คุณหมอแล้วว่าให้หยุดสัก ๒ ชั่วโมง ก็ขอร้องแล้วครับ ก็เปึนอันจบไป เชิญคุณนิพิฏฐ์ครับ รวบรัดหน่อยก็แล้วกันครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกําลังจะ จบแล้วครับ ผมเรียนย้ําอีกสักครั้งนะครับ เพื่อนสมาชิกที่ประท้วงผม ผมเริ่มต้นบอกว่า ญัตติ ข้อ ๕ นี้ร้ายแรงมากสําหรับนายกรัฐมนตรีของประเทศนี้ และผมบอกว่าไม่เคยมี นายกรัฐมนตรีคนไหนครับที่โดนข้อหานี้มาก่อน ผมไม่ได้กล่าวแม้แต่คําเดียวว่าท่านไม่จงรักภักดี เข้าใจให้ตรงกันนะครับ ผมเพียงแต่ บอกว่าท่านปกปัองผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างออกหน้า แม้ผู้ใต้บังคับบัญชาหรือรัฐมนตรีนั้น มีทัศนคติที่เปึนอันตรายต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนประมุข เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีต้องยืนขึ้นแล้วท่านก็ต้องบอกว่าท่านได้ปกปัอง แล้วท่านทําอย่างไร เดี๋ยวคอยฟังท่าน แต่ผมบอกว่าที่นายจักรภพลาออกนั้นมิใช่การบริหาร มิใช่การจัดการในทางการเมืองของท่านนายกรัฐมนตรี เปึนเพราะแก๊งข้างถนนที่ท่านกล่าวหา ก็กดดันจนนายจักรภพต้องลาออก เท่านั้นแหละครับ ผมกราบเรียนท่านประธานต่อไป นะครับว่าเวลามีรัฐมนตรีโดนข้อหาอย่างนี้ รัฐ ตํารวจทํางานช้ามากครับ จนวันนี้ คดียังไม่ไปถึงไหนเลย ท่านประธานเคยได้ยินไหมครับ ผมอยากเอ่ยนามคนข้างนอก ไปสร้างพระอ้างสถาบันเบื้องสูงว่าจะสร้างพระทํานั้นทํานี้ ปลายป้ที่แล้วครับ ไม่ต้อง เอ่ยชื่อท่านประธานคงนึกออก ตํารวจจับแล้ว อัยการส่งฟัองแล้วครับ ยื่นประกันตัว ศาลไม่ให้ประกันตัว บอกว่ามีพฤติกรรมที่จาบจ้วงต่อสถาบันเบื้องสูง พนักงานอัยการ ไม่ให้ประกัน เรื่องนี้แหละครับมันเกิดขึ้นหลังพฤติกรรมของนายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีในกํากับของท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร เปึนคนธรรมดาเดินดินกินข้าวแกงครับ มีข้อหาจาบจ้วงสถาบันสูงสุด เรียบร้อยนอนในคุกแล้วครับ แต่ว่าเรื่องของนายจักรภพ เพ็ญแข ที่คนเขาออกมาชุมนุมทั้งประเทศนายกรัฐมนตรีไม่ได้ทําอะไรเลย ปล่อยให้ คนข้างนอกมาทํา ผมเลยบอกว่านโยบายของท่านในหน้าที่ ๒ ของนโยบายของรัฐบาล ที่บอกว่ารัฐบาลจะสร้างความสมานฉันท์ให้แก่คนไทยทุกภาคส่วน ในการที่จะร่วมมือกัน นําพาประเทศผ่านวิกฤติ ไม่ได้ทําอย่างนั้นเลยครับ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า ผมเองเสียด้วยซ้ําที่ไม่ได้แสดงความกล้าในการปกปัองสถาบันสูงสุดเหมือนคนข้างนอก เพราะเรามีขอบเขตของเราในการทําหน้าที่ คนข้างนอกเขาเข้มแข็งกว่า วันนี้คนข้างนอก เข้มแข็งกว่าคนข้างในในเรื่องการปกปัองชาติ เข้มแข็งกว่าสมาชิกหลายท่านในสภาแห่งนี้ ในการปกปัองบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศนี้ วันนี้คนข้างนอกเข้มแข็งในการปกปัอง สถาบันสูงสุดสูงกว่าสมาชิกหลายท่านในรัฐสภาแห่งนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีเคยดูโทรทัศน์ บางช่องไหมครับ วันที่เขาเปล่งวาจาว่าเขารักพระเจ้าอยู่หัว ตาเขาเปึนประกาย ตาเขามีความสุข เขายอมพลีชีพ เขายอมตายเพื่อปกปัองสถาบันสูงสุดของชาติ เรากล้า เท่าเขาไหมครับ เราไม่กล้าเท่าเขาเลยครับ ทําไมคนถึงออกมามากมายขนาดนั้นล่ะครับ คนเปึนหมื่นเปึนแสนที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ที่หน้าทําเนียบป้นเข้าทําเนียบได้ทําไม เขาไม่ป้นเข้าทําเนียบล่ะครับเพราะอะไร วิเคราะห์คนเหล่านี้สิครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานเพื่อให้ท่านนายกรัฐมนตรีของประเทศนี้ได้ตาสว่างและเห็นสัจธรรม ในอีกมุมหนึ่งของข้อเท็จจริงในบ้านเมืองนี้ ผมขออนุญาตท่านประธานนะครับว่า ขออนุญาตอ่านพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนิดเดียวครับ พระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่อง เมื่อข้าพเจ้าจากสยามสู่สวิตเซอร์แลนด์ เปึนพระราชนิพนธ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชนิพนธ์ไว้ในคราวเสด็จกลับไป ทรงศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๔๘๙ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชนิพนธ์ดังนี้ครับ ผมอ่านนิดเดียว ขออนุญาตท่านประธาน ท่านได้พระราชนิพนธ์ว่าเมื่อได้กราบลาพระแก้วมรกตแล้ว ได้เสด็จพระราชดําเนินไปตามถนนราชดําเนินกลางถึงวัดเบญจมบพิตร รถแล่นเร็วขึ้น ได้บ้าง ตามทางที่ผ่านมาได้ยินเสียงใครคนหนึ่งร้องขึ้นดัง ๆ ว่า อย่าละทิ้งประชาชน อยากจะร้องบอกเขาลงไปว่า ถ้าประชาชนไม่ทิ้งข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าจะละทิ้งอย่างไร แต่รถวิ่งเร็วและเลยไปไกลแล้ว ผมกราบเรียนท่านประธานในท้ายที่สุดตรงนี้เพื่อให้ นายกรัฐมนตรีได้ตาสว่างได้เห็นสัจธรรม ฝากท่านประธานผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรีครับ ฝูงชนที่ถนนราชดําเนิน ฝูงชนที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ หรือที่ทําเนียบรัฐบาลก็แล้วแต่ เปึนฝูงชนเปึนประชาชนที่ครั้งหนึ่งนายกรัฐมนตรีคิดที่จะใช้กําลังเข้าสลายการชุมนุม ผมเรียนท่านประธานว่า คนเหล่านั้นเขายอมเหน็ดเหนื่อยที่ถนนราชดําเนินก็เพราะ เขาต้องการประกาศให้คนทั้งประเทศได้รู้ว่าเขาไม่ทิ้งพระเจ้าอยู่หัวครับ แล้วเราล่ะครับ รัฐบาลล่ะครับทําอะไรอยู่ในขณะนี้ครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมจําเปึน ต้องอ่านพฤติกรรม ผมต้องดูพฤติกรรมของท่านนายกรัฐมนตรีตั้งแต่เบื้องต้นจนถึง วันนี้ครับว่ามีพฤติกรรมที่พอจะไว้วางใจได้หรือไม่ ผมจะสรุปว่าผมไม่เคยสงสัย ในชาติตระกูลของท่าน ผมไม่เคยสงสัยความจงรักภักดีของเสวกเอกพระยาบํารุงราชบริพารเลย แต่ว่าผมไม่วางใจลูกของท่านครับ ผมไม่ไว้วางใจนายสมัคร สุนทรเวช ในท่าทีที่ปกปัอง รัฐมนตรีที่มีทัศนคติที่มีอันตรายต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนประมุขครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ถ้าไม่มีประท้วง เดี๋ยวเดียวก็จบเท่านั้นเองครับ เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ความจริงถ้าอภิปรายปกติธรรมดา ไม่มาพาดพิงกันจนเกินไปผมก็ทนฟังได้ ผมนั่งเซ็นหนังสืออยู่ข้างหลัง แต่การเริ่มต้น ที่พูดว่าผมเปึนต้นตํารับของเรื่องการแสดงเอกสารเท็จในสภา ผมไม่ทราบว่าตอนที่ ผมแสดงนั่นคนที่พูดนั้นเปึนใครอยู่ที่ไหนอย่างไร คือเวลาเขาสู้กันตรงนั้นเขาสู้กัน เรื่องเอกสารเท็จนะครับ เอกสารที่ผมเอามาแสดงให้ดูเปึนเอกสารเท็จครับ เพราะข้อเท็จจริง มันเปึนอย่างนั้น ถ้าไม่รู้ล่ะก็ไปศึกษาเสียก่อนครับ เอกสารนั้นมันเปึนเอกสารเท็จครับ เอามาแสดงให้ดูเพราะคนเขาบอกว่ามีคนเอาเอกสารเท็จนี้ไปแสดงให้ดูเพื่อจะได้รับเงิน ส่วนที่มันเกินกว่าการลงทุน เอกสารที่เอามาให้เปึนเอกสารเท็จครับ แล้วคนก็ด่าว่า นายสมัครเอาเอกสารเท็จอะไรนี่มา ถูกต้องครับ เอกสารที่เอามาแสดงเปึนเอกสารเท็จ แล้วถามสิครับว่าคนเปึนรัฐมนตรีกับคนที่เปึน ส.ส. นั้นมีเส้นทางเดินเปึนอย่างไรล่ะครับ เขาเปึนรัฐมนตรีแล้วเขาก็ต้องถอยไปอยู่ที่อื่น เขาพูดกันเลยในสภานะครับว่าอ้ายคนที่ เปึนไม้สักนี่มันทําพื้นได้ ทําเสาได้ ตากแดดตากฝนได้คือคนอย่างนายสมัคร อ้ายคนที่เปึน ไม้ฉําฉามาปูพื้นมันทนฟัาทนฝนไม่ได้นานหรอกครับ งานการเมืองเขาสู้กันมาอย่างนั้น ไปศึกษาเสียก่อน ก่อนจะเอามาพูดจาว่าผมเปึนต้นฉบับแสดงเอกสารเท็จในสภา ถูกต้องครับ ขอย้ําว่าเอกสารที่แสดงวันนั้นเปึนเอกสารเท็จครับ เพราะคนเอาเอกสารเท็จ ไปแสดงครับ ไปแสดงเอาเงินเขาครับ แหมเรื่องอย่างนี้ผมจะบอกให้ฟังนะครับ ไป ๆ มา ๆ อภิปราย แล้วอภิปรายคุณสมบัติของคนอย่างผม ผมจะบอกให้ฟังนะครับ วิธีการที่ไปเอา เอกสารมาอ่าน หนังสือเล่มนั้นนะครับ ตอนพิมพ์มีคนซื้อไป ๘๔,๐๐๐ เล่ม หนังสือชื่อ การเมืองเรื่องตัณหา แล้วก่อนจะมาอ้าง ทศพิธราชธรรมว่าไม่มีอะไรนั้น ศึกษาพุทธศาสนามาแค่ไหนอย่างไรครับ คือสติปัญญา ของคนเวลาจะแสดงให้คนเขารู้ว่ามันไม่รู้เรื่องอะไรอย่างไร ถามที่สมัยพระพุทธเจ้า มีการเมืองหรือยังครับ ๒,๕๐๐ ป้ก่อนมันมีการเมืองไหมครับ ไม่มีคําว่าการเมืองด้วยซ้ํา ในสมัยนั้น แต่คําว่า ตัณหา นั้น คนเขียนหนังสือสามารถจะเขียนได้ว่าคนที่ไปหลงใหล การเมือง คนที่ยุ่งอยู่ในการเมือง การเมืองนั้นมันเปึนตัณหาชนิดหนึ่ง เปึนความเท็จ ตรงไหนครับ เปึนความผิดตรงไหนที่เขียนหนังสืออย่างนี้ นั่นก็เปึนตัณหา นี่ก็เปึนตัณหา การเมืองก็เปึนตัณหา การเมืองเรื่องตัณหา นั่นเล่ม ๑ ยังมีเล่ม ๒ ไปหาอ่านเสียสิครับ หนังสือเล่มนี้ตอนพิมพ์ ๘๔,๐๐๐ เล่ม ตอนหลังนี้เขามาพิมพ์ใหม่เพราะว่าเกิดมีคนเอาไป ใส่เว็บไซต์ (Web site) มีคนไปอ่านบทที่ ๑ บทที่ ๒ เลยเรียกร้องให้มีการพิมพ์กันใหม่ ไม่มาโฆษณาขายหนังสือหรอกครับ หนังสือเขาขายของเขาไปเรื่อย แต่ข้อสําคัญที่สุด ผมถามหน่อยสิครับว่าที่อ่านมาให้ฟังนั้นมันเสียหายกับคุณสมบัติของคนอย่างผม ตรงไหนครับ รู้ไหมครับว่าคนที่เอาเท้าออกมันมีกี่คนในโลกนี้ รู้ไหมครับว่าคนสําคัญ ในโลกนี้ใครที่เอาเท้าออก หมอที่นั่น ผมออกชื่อท่านก็ได้แม้จะล่วงลับไปแล้ว วงศ์ตระกูล ท่านก็ไม่มีใครมาว่าครับ ชื่อนายแพทย์เหล็ง ศรีจันทร์ ท่านพูดอย่างนั้นเพราะท่านเปึน หมอนักการเมือง ท่านอยู่ในพวกก่อการที่เปลี่ยนแปลงการปกครองด้วยครับ คุณหมอ ทําคลอดลูกคุณแม่ผมมาทุกคนครับ เปึนหมอทําคลอดมันเปึนอย่างไรครับ มันผิดอะไรกัน ตรงไหนอย่างไรถึงว่าทํานายได้อย่างไร จนป์านนี้ยังมองไม่เห็นหรือครับว่าเขาทํานายว่า จะช่วยครอบครัวได้ ครอบครัวผมก็ช่วยได้ครับ ตั้งแต่ไม่มีบ้านอยู่จนกระทั่งมีบ้านอยู่ เช่าบ้านเขาอยู่ตั้ง ๒๐ แห่ง จนกระทั่งผมสร้างบ้านให้พ่อแม่ผมอยู่เองได้ อ่านสิครับ อ่านให้จบหน่อย อย่าเอาบทนี้มาอ่าน ที่อ่านมันเยาะเย้ยถากถางตรงไหน ข้อที่ ๒ มาช่วย วงศ์ตระกูล แน่นอนครับ ผมเปึนคนมีชื่อเสียงในวงศ์ตระกูลญาติพี่น้องผม คุณตาผมมีลูก ๔ คน ต่อมา ๔ คน ก็แต่งเปึน ๔ ครอบครัว แล้วทั้ง ๔ วงศ์ตระกูลนี่แหละครับ ๔ คน เดี๋ยวนี้มี ๑๐๐ คนเวลาชุมนุมกัน ผมเปึนคนนําชื่อเสียงมาสู่วงศ์ตระกูลของผม คนในวงศ์ตระกูลผมมีชื่อเสียงหลายคนครับ เพราะฉะนั้นการที่บอกว่าทําชื่อเสียง การช่วยครอบครัวผมช่วยมาแล้วครับ ผมทํางานช่วยครอบครัวผม แต่ก่อนคุณพ่อคุณแม่ เลี้ยงผม แล้วต่อมาผมก็ทํางานเร็วแล้วผมก็เลี้ยงครอบครัวผมช่วยดูครอบครัวผม แล้วต่อมาผมก็มีชื่อเสียงทําให้วงศ์ตระกูลผมมีชื่อเสียง ใครรู้จักนามสกุลสุนทรเวช เพราะผมด้วยครับ และสุนทรเวชก็คุณพ่อผม คุณลุงผมก็เปึนแพทย์ประจําพระองค์ รัชกาลที่ ๖ คุณตาผมเปึนพระยาจางวางออกแบบเหรียญตรา รับราชการรัชกาลที่ ๕ รัชกาลที่ ๖ รัชกาลที่ ๗ จนรัชกาลที่ ๗ ได้เปึนอภิรัฐมนตรี เขารับราชการรัชกาลกันมา แล้วขอให้รู้ว่าเขาคุยกันเรื่องตราทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ ถ้าไม่รู้ความหมาย พูดแค่นั้น มันมีความหมายครับ ถ้าไม่รู้ความหมายจะแปลให้ฟัง ตรานี่นะครับ ธรรมดาสายสะพาย ที่ได้สี ๆ ต่าง ๆ เครื่องราชอิสริยาภรณ์นั้นราชการขอให้ แต่สีชมพูนี่ต้องพระราชทาน เปึนสายส่วนพระองค์ มีฝ์ายหน้า มีฝ์ายใน พระเจ้าอยู่หัวพระราชทานนะครับ ถ้าไม่โปรด พระราชทานไม่ได้หรอกครับ ไม่ได้ขอนะครับ ใครขอก็ไม่ได้ด้วย พิจารณาด้วยพระองค์เอง เพราะฉะนั้นต้องขอให้รู้นะครับว่าใครเขาได้เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าละก็ เขารู้กันอยู่ครับ ใครได้เขาต้องนับถือกันอยู่ว่าใครได้อย่างไร ๆ ผมได้ทุติยจุลจอมเกล้า ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม วันที่ผมได้ก็มีคนเปึนพยานดูอยู่ รับสั่ง ก่อนจะได้ด้วยซ้ําไป พระราชทานวันที่ ๕ พฤษภาคม วันที่ ๒๘ ทรงทักทาย วันนี้ ขอความกรุณา ตามธรรมเนียมเขาไม่เอาเรื่องเจ้ามีรับสั่งมาเอ่ยถึง แต่ว่าพอวันที่ ๒๘ วันที่ ๕ ผมก็ได้รับพระราชทาน ไม่ได้รับพระราชทานคนเดียวด้วย ภรรยาก็ได้ด้วยครับ เรียกว่าได้ทั้งผัวทั้งเมียครับ สมัยโบราณผัวเปึนเจ้าคุณ เมียเปึนคุณหญิง คนเขารู้นะครับว่าต้องโปรดถึงจะพระราชทาน แล้วต่อมาอีก ๑๘ ป้ ตอนนั้นรับราชการ กระทรวงคมนาคมได้ชั้น ๒ มาอยู่เปึนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ใครต่อใครด่ากันนักหนา ไม่มีผลงาน ไม่ทําอะไร แต่ว่าโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานตราทุติยจุลจอมเกล้า วิเศษ ขยับมาอีกชั้นหนึ่ง ถ้าสมัยก่อนเปึนพระยาสมัยนี้ก็เปึนเจ้าพระยาครับ เพราะฉะนั้น ก็ต้องขอให้รู้ว่าเรื่องพรรค์อย่างนี้คนต้องรู้ตัวครับ ใครไม่รับพระราชทานก็สุดแท้แต่เขาก็มี ความจงรักภักดี แต่คนที่รับพระราชทานแล้วอย่างผมนี่แหละครับ แล้วจะมาวิพากษ์วิจารณ์ คนอย่างผมเรื่องไม่จงรักภักดีควรจะไปศึกษาให้ดีก่อนครับ ผมน่ะสงสารจริง ๆ บอกตรง ๆ ไปรับอาสาเขามานี่ พูดจาเรื่องพรรค์อย่างนี้ ผมพูดเรื่องจักรภพแล้วเมื่อวานนี้ไม่ได้ฟังหรือ จักรภพ เพ็ญแข จะพูดอะไรที่ไหนอย่างไรเอาเถอะครับ แต่คนที่เปึนนายกรัฐมนตรี ต้องมีเหตุผล เพราะจักรภพพูดวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๐ ได้รู้กันไว้ ได้ถอดเทป (Tape) แล้วเก็บกันไว้ เสร็จแล้วมาเล่นงานจักรภพเดือนเมษายน ๒๕๕๑ นี่กันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน ๘ เดือนครับ จักรภพ ไปเหยียบหางเข้าหรืออย่างไรถึงได้ให้ตํารวจไปแจ้งความมีหลักฐานพร้อมหมดเลยครับ ทําไมล่ะครับ ๘ เดือนเก็บไว้ทําไม มันเก็บความเลวทรามของจักรภพไว้ ๘ เดือน ถ้าจักรภพไม่เปึนรัฐมนตรีก็ปลอดภัย มาเปึนรัฐมนตรีมาอยู่ตรงนี้ไปเหยียบหางใคร บางคนเข้านะครับ ผัวะเดียวทันทีให้พันตํารวจโทไปยํา เพราะเรื่องอย่างนี้ผมถึงบอก ตํารวจต้องวินิจฉัย ไม่ใช่ผมวินิจฉัย หัวหน้าฝ์ายค้านส่งเอกสารมาให้บอกมีพฤติการณ์ อย่างนั้น ผมบอกให้ตํารวจจัดการ จักรภพออกเพราะตํารวจเขาบอกว่าผิด ไม่ใช่อ้ายที่ไหน มาข่มมากดดันอะไรหรอก จะยกย่องคนที่สะพานมัฆวานรังสรรค์อะไรก็ยกย่องไปเถอะ แต่มาอ้างว่าจักรภพออกเพราะคุณ ไปถามเขาดูก็ได้ครับ เขาออกเพราะตํารวจบอกว่า เขาผิดแล้วเขาอยู่ไม่ได้เขาก็ต้องออก แต่ผมต้องให้ตํารวจจัดการ ทําไมล่ะครับเรื่องพรรค์ อย่างนี้ ผมไม่ใช่ศาลนะครับ แต่ผมต้องให้ตํารวจจัดการเพราะเหตุว่าเก็บเอาไว้ตั้งแต่ เดือนสิงหาคมไม่จัดการ พอถูกเหยียบหางเข้าก็จัดการไปแจ้งดําเนินคดีถึงบอกตํารวจ ช่วยจัดการ ไม่ใช่ความผิดครับ อย่างนี้ไม่ได้แสดงว่าไม่จงรักภักดี ไม่หรอกครับ คนจงรักภักดีไม่ต้องแสดงออกขนาดนั้นหรอก จะดูเก่ง จะเห็นสายตา จะเห็นว่าใคร เขาก็แสดงกันไม่มีใครตําหนิติเตียนนี่ครับ จะแสดงกระโดดโลดเต้นจะอะไรต่าง ๆ ก็เห็นกันอยู่คนไทยแสดงออกครับ ภาพที่ปลาบปลื้มอะไรต่าง ๆ นั่นละคนไทยทั้งประเทศ ไม่มีใครนั่นเลยครับ แต่ผมไม่ต้องไปแสดงอย่างนั้น ผมไม่ต้องแสดงอย่างนั้นผมเปึน สมาชิกของผมนั้นเขาเรียกว่าสมาชิกจุลจอมเกล้า ถึงวันที่ ๕ ไม่เฝัาตอนเย็นก็ต้องไป ตอนเช้า ต้องมีพาน มีดอกไม้ ต้องเข้าไปที่ปราสาทพระเทพบิดร ต้องไปสักการะ ผมได้รับ พระราชทานป้ ๒๕๒๗ ลองนับดูสิครับ ป้ ๒๕๒๗ ๒๔ ป้มาแล้วต้องไปทุกป้ครับ ต้องเข้า ไปถวายทุกป้ ความผูกพันอย่างนี้ไม่ต้องอธิบายอะไรอื่น แล้วอย่าได้สงสัยครับ แหมอุตส่าห์มาตั้งข้ออภิปรายผมเรื่องความไม่จงรักภักดีของนายสมัคร เรื่องท่าทีปกปัอง ผมต้องมีเหตุผลในการทําเรื่องอย่างนี้ โอ้โฮที่ผมก็เขียนไว้ต่าง ๆ นี้เดี๋ยวจะดูสักนิดหน่อย อย่างกรณีที่บอกว่าผมไปสลายการชุมนุม พูดอะไรครับไปสลายการชุมนุม ผมพูดชัดเจน แต่คนเอาไปแปลความ ผมออกโทรทัศน์เมื่อวันเสาร์ตอน ๙ โมงเช้าเปึนพิเศษไม่รอ วันอาทิตย์ เพราะเขาบอกว่าเขาจะจัดการให้เบ็ดเสร็จกันวันนี้ แปลว่าวันนั้นเขาบอก เขาจะยึดทําเนียบ เมื่อข่าวมาถึงเขาบอกเขาจะจัดการ ผมก็พูดบอกว่าเพราะเขาจะจัดการ ให้เสร็จกันวันนี้ผมจึงต้องออกโทรทัศน์ มีเหตุผลชัดเจน แต่ว่าพอออกมาเปึนข่าว ขนาดออกโทรทัศน์คนฟังทั้งเมือง พออยู่หน้าหนังสือพิมพ์บอกว่านายสมัครจะจัดการ ให้เบ็ดเสร็จ เขาจะจัดการให้เบ็ดเสร็จคือเขาจะยึดทําเนียบกันวันนั้น ผมก็ต้องจัดการ เพราะเขารอวันเสาร์ วันอาทิตย์ ข่าวมาวันศุกร์ วันเสาร์จะยึดทําเนียบผมจึงเก้าโมงเช้า วันเสาร์ออกโทรทัศน์ วันอาทิตย์ก็ออก แล้วมาบอกว่าไปบอกอย่างไร ผมพูดอย่างนั้นเสร็จ กลายเปึนว่าผมจุดชนวน มีคนเจ็บร้อนแทนคนอยู่ที่ตรงนั้น คนขวางถนนอยู่หน้าองค์การ สหประชาชาติรถราติดขัดไม่มีใครตําหนิติเตียนเลย รวมทั้งพรรคการเมืองฝ์ายค้านก็ไม่ตําหนิติเตียนก็ยกย่องสรรเสริญกันอยู่พูดคําก็ยกย่องคํา ก็ทําไปสิครับ แต่ผมเปึนนายกรัฐมนตรีผมต้องดูแลบ้านเมืองนี้ ผมต้องเจอทูตของอึงเซียน ผมต้องเจอพวกสํานักนั้น เขาบอกเขาต้องจอดรถ เขาต้องเดินเข้าไปองค์การสหประชาชาติ แล้วถามสิประเทศนี้มันเปึนอย่างไร ผมถึงต้องออกโทรทัศน์ว่าคุณทําอย่างนี้ไม่ได้ คุณขวางทาง ผมต้องบอกให้ตํารวจเขาดําเนินการ เท่านั้นละครับ ตรวจสอบกันเสร็จ พอรู้แน่ใจว่าไม่มีใครไปอยู่ข้างตัวอย่างไรเข้า ออกข่าวเลยครับ ปลุกระดมทันที ตํารวจ ขีดเส้นตาย ๕ โมงเย็น ผมพูดแล้วก็พูดอีก พูดกันเอง ปลุกระดมกันเอง เรื่องอย่างนี้ แต่ละถ้อยแต่ละคําลองลําดับดูสิครับ เรื่องสเตทเมนท์ (Statement) เอามาพูดจากันต่าง ๆ เพราะไม่รู้ เรื่องที่ผมพูดจาว่าเขาจะเอาให้เบ็ดเสร็จกันเย็นวันนี้ ไม่ใช่ผมครับ แต่ผม ต้องพูดแล้วก็มากล่าวหาผม แล้วเรื่องคุณจักรภพผมก็ให้เห็นชัดเจนว่ามันเปึนอะไร อย่างไร ถ้าเปึนใครก็ต้องทําอย่างนี้ให้ตํารวจจัดการ เพราะเหตุว่าเก็บเอาไว้ ๘ เดือน พอไม่ถูกใจเข้าไปยื่นดําเนินการ ก็ตํารวจดําเนินการก็ยื่นตํารวจ ตํารวจดําเนินการ คนเปึนนายกรัฐมนตรีแสดงความไม่จงรักภักดี เรื่องพรรค์อย่างนี้ไม่ต้องพูดมาก ไม่ต้อง คุยมากครับ เพราะฉะนั้นถ้าไม่เข้าใจผมก็ยินดีอธิบายให้ฟัง ผมเกรงใจคุณบรรหารท่าน รู้ไหมครับว่าเมื่อผมทําอย่างนั้นแล้ว พูดอย่างนั้นแล้วผมก็ต้องไปขอโทษคุณบรรหาร ท่านที่บ้าน บอกต้องอภัยให้ผมด้วยนะครับ มันจําเปึนจริง ๆ ในทางการเมือง เพราะว่า ผมต้องถูกตีความอย่างนั้นแน่ ผมต้องพูดเพื่อแสดงว่ามิฉะนั้นผมจะเปึนหัวหน้ารัฐบาล ต้องเปึนอย่างนี้ ผมแปลความเลยครับ ถ้าต้องเปึนอย่างนี้ตามข้อ ๑ แปลว่าผมไม่มี ความจงรักภักดีถ้าต้องทําอย่างนั้น ผมต้องใช้ทางการเมือง แน่นอนครับ คุณบรรหาร อาวุโสกว่าผม ไม่มีใครรู้หรอกครับ แต่ว่า ๒-๓วันผมไปขออภัยท่านที่บ้าน บอกคุณบรรหารต้องให้อภัยผมนะครับ เพราะการเมืองต้องรู้พร้อม ท่านยังกอดผม เพราะฉะนั้นการเมืองเขาก็อย่างนี้ครับ แล้วท่านไม่เคยตําหนิติเตียนแล้วท่านก็ร่วมรัฐบาล กับผม ของพรรค์อย่างนี้มันโต ๆ กันแล้ว มันต้องรู้ว่าอะไรเปึนอะไร สักจะว่ามาพูดจา ว่ากล่าวทําให้เสียหาย อภิปรายอย่างนี้ ที่ผมเขียนว่าเขียนไว้ ๙ ข้อ เห็นไหมครับ ๑ ใน ๙ ข้อ ข้อ ๕ เรื่องบอกว่าแสดงท่าทีไม่ปกปัองสถาบันพระมหากษัตริย์ นายสมัคร ไม่ปกปัองสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างนั้นไว้วางใจไม่ได้ แล้วไปหยิบเอาอะไรต่ออะไรมา ข้อสุดท้าย ที่ไปบอกว่าหมอดู เขาไม่ใช่หมอดูครับ เขาเปึนคนทําคลอด เขาเปึนหมอ ไม่ใช่หมอดู เขาไม่ใช่ทํานายนะครับ เขาบอกไว้เลยว่าลูกคุณหญิงออกมาเอาเท้าออก ให้เลี้ยงไว้ให้ดี มีไม่มากคนหรอก ไปนับดูสิครับ ปกติก็เอาหัวออกทั้งนั้นล่ะครับ แล้วถ้า ไม่รู้ก็ไปถามพระสิครับว่าใครเอาเท้าออก ไม่รู้แล้วมาแสดงอย่างนี้อุตส่าห์เอามาอ่าน เอาน่าผมยกให้ว่าโฆษณาหนังสือการเมืองเรื่องตัณหาถ้ามันยังขายไม่หมดคนก็จะได้ ไปซื้อมาอ่าน เรื่องพรรค์นี้ขอบอกให้รู้ว่าอภิปรายกันอย่างไร ๆ ที่ผมพูดคําว่า แค่น ผมหมายความอย่างนั้นจริง ๆ เพราะอย่างข้ออย่างนี้ลองคิดสิครับ ถ้าคนมีสติปัญญา ความคิด มันเขียนว่ากล่าวหัวหน้ารัฐบาลบอกไม่จงรักภักดี ยกย่องคนที่อยู่ริมถนนแล้วมา เหยียบย่ําคนเปึนนายกรัฐมนตรี แสดงประกายตามองเห็น ผมไม่ต้องใช้ประกายตา หรอกครับ แต่พฤติกรรมพฤติการณ์ของผมนี่ผมเปึนอะไรอย่างไร คนที่รู้จักเขาก็รู้ เพราะฉะนั้นต้องขอแสดงความเสียใจจริง ๆ ที่ว่าข้อนี้คงไม่ได้รับผลสําเร็จในการอภิปราย หรอกครับ ต้องขออภัยจริง ๆ แต่ที่ผมต้องตอบโต้นั้นจําเปึนจริง ๆ เพราะพูดจาคาบลูก คาบดอก พูดจาทําให้ผมเสียหายหลายขั้นหลายตอน และข้อสําคัญที่สุดก็คือว่า เรื่องอยากเปึน ไม่อยากเปึน มาอ่านการเมืองเรื่องตัณหาเลยแปลว่าผมอยากเปึน นายกรัฐมนตรี ผมจะบอกให้ฟังนะครับ โลกนี้มันแปลก อะไรที่มันอยากไม่ได้เปึนหรอก คนที่ไม่ได้อยากสิครับที่ต้องมาเปึน แต่ว่าเมื่อมาเปึนแล้วผมเปึนคนที่ทําหน้าที่ได้ครับ เพราะบังเอิญพื้นฐานนั้นมันได้ฝ๊กฝนมา มันเล่นการเมืองท้องถิ่นมาก่อน ผมเปึน ส.ส. ครั้งแรกเท่านั้นล่ะครับได้เปึนรัฐมนตรี แล้วผมเปึนรัฐมนตรีมา ๕ หน เปึนรองนายกรัฐมนตรี ๓ หน เลือกตั้ง กทม. ผมก็ได้รับเลือก ยังไม่มีใครได้รับคะแนนเลือกตั้งมากเท่าผมเลยครับ คะแนน ๑,๐๑๐,๐๐๐ ไม่มีนะครับ นั่นแปลว่าผมก็ได้รับความสําเร็จเลือกเข้ามา ผมบริหารที่โน่นมาทุกวันนี้คนใน กทม. ก็ยังรักผม ผมอยู่ที่ไหน กระทรวงไหนก็มีคนคิดถึงเสมอ เพียงแต่สภานี่นาน ๆ มาอยู่ที เท่านั้น มาเที่ยวนี้ก็เกิดมาเปึนนายกรัฐมนตรี ผมไม่ได้ว่าอะไรหรอกครับ ต่างคนต่างทํา หน้าที่ แต่อยากจะบอกคนทําหน้าที่ว่าควรจะมีความระมัดระวัง ควรบ้างครับ เขียนญัตติกัน แบบนี้แล้วต้องแค่น แค่นเขียนและต้องแค่นมาอภิปราย ก็ดูสิครับที่อภิปรายมาตรงนี้ มันไหวไหมล่ะครับ ถ้าคนไม่เข้าท่าอะไรมันอาจจะลงตัวได้ ว่ากล่าวกันได้ ชี้หน้ากันได้ แต่มาเจอคนอย่างผมเข้า ผมไม่ต้องอวดหรอกครับ ขอย้ําว่าผมไม่ต้องอวด เพราะฉะนั้น คนที่มาพูดจาอภิปรายทํานองเหยียบย่ําผมนั้นท่านเสียหายเองครับ ไม่ใช่ผม ขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ
มีอะไรครับ
ผมใช้เวลาไม่เกิน ๑ นาที ท่านประธานครับ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันนะครับ คือท่านนายกรัฐมนตรี อาจจะพูดเกินเลยไปผมไม่โทษท่านหรอก ผมไม่เคยกล่าวหาท่านตามที่ท่านพูดหรอกครับ ผมอภิปรายตามญัตติของผมว่าท่านมีท่าทีปกปัองรัฐมนตรีที่มีทัศนคติที่เปึนอันตราย ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เปึนประมุข ผมไม่เคย กล่าวหาท่าน เปึนเรื่องที่ ๑ แต่ว่าท้ายที่สุด ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้บอกเลยครับ ผมภูมิใจอย่างหนึ่งที่ท่านบอกว่า จักรภพลาออกเมื่อพนักงานสอบสวนเห็นว่าผิดแล้วก็ สั่งฟัอง ก็ยืนยันที่ผมพูดว่าท่านไม่เคยใช้เรื่องการเมือง ท่านไม่เคยใช้การบริหารในฐานะ นายกรัฐมนตรีจัดการเรื่องนี้ที่คนเขาข้องใจกันทั้งประเทศครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้งหมดที่พูดท่านนายกรัฐมนตรีจะคิดอย่างไรต่อสถาบันสูงสุด ท่านนายกรัฐมนตรีจะคิด อย่างไรต่อบ้านเมืองนี้เปึนความคิดของท่าน ท่านคิดอยู่ในใจของท่าน แต่ท่าทีของท่าน ที่แสดงออกมานั้นคนเขาไม่ได้รับรู้ด้วย ผมยืนยันว่าคนไม่ได้รับรู้ในพฤติกรรมของท่านเลย ผมพูดประโยคสุดท้ายตรงนี้ ผมเห็นด้วยกับท่าน คนที่เกิดเอาเท้าออกนั้นมีน้อยนะครับ มีน้อยคน และท่านก็เปึนคนหนึ่งที่นี่ครับ ปักษ์ใต้บ้านผมคนที่เกิดเอาเท้าออกมีประโยชน์ อย่างหนึ่งครับ เวลาก้างติดคอคนที่เกิดเอาเท้าออกไปตักน้ําให้กิน เขาบอกก้างมันจะหลุด ถ้าร้ายขึ้นไปกว่านั้นถ้าไม่หลุดอีกต้องเอาเท้าไปแหย่ครับ เอาเท้าไปแตะที่คอเขาบอก ก้างจะหลุด ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เอาเท้าท่านไปแตะที่คอรัฐมนตรีบางคนสิครับ รถเมล์มันอาจจะหลุดออกมาสัก ๖,๐๐๐ คันก็ได้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญครับท่านนายกรัฐมนตรี
ท่านประธานที่เคารพ การที่ผมทําหน้าที่มีคนเล่นสกปรกกับรัฐมนตรีจะด้วยอะไรก็ตามแต่ นายกรัฐมนตรีให้ตํารวจจัดการ ตํารวจจัดการเสร็จเขาก็เห็นว่าตํารวจชี้แจงอย่างนั้น เขาก็ออกไป นี่หรือครับไม่ได้ทําหน้าที่ ผมทําหน้าที่ ผมเร่งให้ตํารวจเปึนคนจัดการ แล้วเมื่อตํารวจวินิจฉัยเขาต้องออกไป แต่ขอย้ํานะครับคนที่เก็บเรื่องนี้ไว้ ๘ เดือน แล้วไม่ไปดําเนินการนั้นเห็นยกย่องสรรเสริญกันเหลือเกิน คนหัวเถิกนั่นล่ะครับ ผมจะบอกให้ด้วยนะครับว่า แม้จะอธิบายความให้ฟังเท่าไรก็ยังไม่เข้าใจ ออกไปจากนี่ วัดใกล้ที่สุดที่พอจะหาได้แถวนี้ เลือกเอาทางนี้ก็ได้ ทางโน้นก็ได้ครับ วัดเบญจมบพิตรก็ได้ ไปถามพระท่านดูสิครับว่าในโลกนี้ใครอีกคนหนึ่งที่เอาเท้าออก ขอบคุณครับ
ท่านหัวหน้าพรรคฝ์ายค้าน เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร บังเอิญท่านนายกรัฐมนตรีชี้แจงแล้วก็พาดพิง แล้วก็มี สมาชิกในซีกรัฐบาลที่ประท้วงหรือหารือแล้วก็พาดพิงมาถึงกระผมในทํานองเดียวกัน ขอใช้เวลาสั้น ๆ เท่านั้นครับ ในญัตติข้อ ๕ ที่เราเขียนแล้วก็ที่เพื่อนสมาชิกอภิปรายไป ผมขอยืนยันนะครับ แล้วท่านนายกรัฐมนตรีก็น่าจะยืนยันได้จากจดหมายที่ผมทําถึงท่าน ผมไม่ได้สงสัยในความจงรักภักดีของท่านเลยครับ ผมเพียงแต่เรียกร้องว่าเมื่อท่านเปึน บุคคลซึ่งเคยแสดงออกในเรื่องของความจงรักภักดีอย่างชัดเจน อยากให้ท่านใช้อํานาจ ทางการบริหารในทางการเมืองแก้ไขปัญหา ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าท่านได้สั่งการ ตํารวจ ผมก็เพียงแต่รู้สึกน้อยใจว่าผมทําหนังสือไปถึงท่านทําไมท่านไม่ตอบหนังสือผมมา ล่ะครับ ผมจะได้ทราบ ผมจะได้สบายใจ แต่ท่านเอาหนังสือไปให้คุณจักรภพ เอาหนังสือ ของผมไปให้คุณจักรภพ รวมทั้งเอกสารทั้งหลายทั้งปวง กระผมไม่ทราบว่าท่านเจตนา จะไปว่าใครในเรื่องของการเก็บเรื่องไว้ ๘ เดือน แต่พวกกระผมไม่ทราบจริง ๆ ครับ เรื่องที่คุณจักรภพไปบรรยายจนกระทั่งมันเปึนข่าวที่มีการแจ้งความ เมื่อผมทราบผมก็ส่ง ให้ท่าน เพราะผมเห็นว่าในอดีตเมื่อเกิดกรณีของคุณวีระ มุสิกพงศ์ ท่านก็เอามาอภิปราย ในสภา ท่านก็เอามาดําเนินการ แล้วสุดท้ายเมื่อตํารวจเขามีคําวินิจฉัย ท่านรัฐมนตรี ลาออก แต่ผมไม่ทราบท่านนายกรัฐมนตรีได้ฟังคําแถลงของท่านรัฐมนตรีไหมครับ ผู้สื่อข่าวถามท่านรัฐมนตรีว่าที่ลาออกเกี่ยวข้องกับการที่พนักงานตํารวจเขาวินิจฉัยหรือไม่ ท่านรัฐมนตรีตอบชัดเจนเลยว่าไม่เกี่ยว ไม่มีผลอะไรเลยครับ แต่ออกเพื่อรักษาขุน คือหมายถึงตัวนายกรัฐมนตรี นี่คือข้อเท็จจริงที่ผมอยากจะกราบเรียนว่าเรื่องนี้ที่พูด ที่อภิปรายก็เพราะเราเห็นว่าท่านน่าจะได้ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม แล้วก็ใช้วิธีการทางการเมือง การบริหาร ท่านมีทรรศนะที่ไม่ตรงกับพวกผม ท่านบอกท่านไปดําเนินการ ผมก็เพียงแต่ นึกอยู่ว่าท่านก็น่าจะตอบหนังสือผมมาเพราะจะได้เปึนที่เข้าใจกันว่าแต่ละคนแต่ละฝ์าย คิดกันอย่างไร
ประเด็นที่ ๒ บังเอิญเมื่อสักครู่มีสมาชิกพูดทํานองว่าพวกกระผมพูดจา ดูแคลนผู้ที่มีอายุมาก ไม่จริงครับ พวกกระผมให้ความเคารพกับผู้อาวุโส และสิ่งที่ เราอภิปรายทั้งหมดนี้เปึนเรื่องพฤติกรรม ไม่ได้เกี่ยวกับอายุครับท่าน ดีชั่วไม่ได้อยู่ที่ว่า แก่หรือหนุ่ม คนดีคนชั่วมีทั้งคนแก่ทั้งคนหนุ่มล่ะครับ เราก็ว่ากันไปตามข้อเท็จจริง แต่ว่าถ้าท่านอยากรู้ว่าดูแคลนผู้สูงอายุเปึนอย่างไร ท่านย้อนกลับไปวันจันทร์สิครับ วันจันทร์ที่เพื่อนสมาชิกวุฒิสภาอ้างอิงความเห็นของท่านอาจารย์อดุล วิเชียรเจริญ นายกรัฐมนตรีลุกขึ้นมาบอกว่าอาจารย์อดุลอายุเท่าไร อย่างนั้นล่ะครับเรียกว่าดูแคลน ผู้สูงอายุ ผมกราบเรียนว่าอย่าเอามาตรฐานอย่างนั้นแล้วมายัดเยียดใส่พวกผมครับ ไม่เคยทํา
ประการสุดท้าย พูดกันเรื่องว่าอยากหรือไม่อยากเปึนนายกรัฐมนตรี ผมสนใจการเมืองตั้งแต่เด็ก เขาบอกว่าอย่างที่ท่านพูดเลยครับ คนอยากเปึนมักจะ ไม่ได้เปึน คนไม่อยากเปึนจะได้เปึน แต่เขาบอกว่านักการเมืองไทยแทบจะเรียกว่า คนแรกเลยที่ประกาศตัวว่าอยากเปึนคือท่านครับ ประกาศบันได ๓ ขั้น ผมจําได้ครับ แต่ไปไม่ถึงขั้นที่ ๓ เท่านั้นเอง แต่จะด้วยโชคชะตาหรือความสามารถหรืออะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่ากันครับ สุดท้ายท่านก็มาตรงนี้ ถามว่าผมเปึนอย่างไรผมก็บอก ผมก็ทํางานการเมือง เปึนนักการเมืองอาชีพเหมือนท่าน ผมก็มาตามระบบและผมก็ไม่ได้ไปไหน ไม่ได้ออกไป ตั้งพรรคครับ บังเอิญสมาชิกพรรคที่ผมสังกัดมา ๑๐ กว่าป้เขาเลือกผมมาเปึน หัวหน้าพรรคผมก็อาสาตัว จะเรียกอยากหรือไม่อยากก็แล้วแต่ล่ะครับ แต่กราบเรียนว่า ถ้ามีความอยากก็คืออยากเข้าไปทํางาน แต่ถ้าไม่ได้ทํางานประชาชนไม่ให้โอกาส ไม่สามารถมาตามระบบไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมก็จะยอมรับคําตัดสินของประชาชน ผมจะได้เปึนหรือไม่อยู่ที่ประชาชนครับ แต่ผมจะต้องต่อสู้ด้วยตัวเองไม่เปึนนอมินี (Nominee) หรือหุ่นเชิดให้ใคร ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านนายกรัฐมนตรี
เวลาที่คนไม่ค่อยรู้เรื่องรายละเอียดแล้วชอบหยิบเอามาพูด อ้ายบันได ๓ ขั้นเขาตอบ คําถามกันเพราะว่าผู้สื่อข่าวมาถาม มีคนบอกว่าออกไปจากพรรคประชาธิปัตย์แล้วมันเจ๊งทุกราย บังเอิญผมออกมาแล้ว ผมก็ตั้งพรรคการเมือง พอเลือกตั้งครั้งแรกก็ได้มา ๓๒ คน ส่ง ๓๕ คนทั่วประเทศ ได้ ๓๒ คน กรุงเทพฯ ส่ง ๓๒ คน ได้ ๒๙ คน ขาดไป ๓ ที่นั่ง ผู้คนก็ตื่นเต้นกันทั้งเมือง แล้วเขาก็ถามว่าต่อไปจะเปึนอย่างไร ผมก็บอกว่าต่อไปวันข้างหน้าถ้าหากบันไดขั้นที่ ๒ มีพรรคการเมืองมาร่วมผมก็จะได้เปึนรัฐมนตรี ถ้าพรรคการเมืองใหญ่เขาชวนไปร่วม ผมก็จะเปึนรัฐมนตรี แต่บันไดขั้นที่ ๓ ก็คือว่าถ้าพรรคการเมืองนี้ใหญ่โตขึ้น แล้วผมยังเปึน หัวหน้าพรรคการเมืองอยู่แล้วพรรคการเมืองผมได้รับเสียงข้างมาก ผมก็เปึนนายกรัฐมนตรี ก็คงเปึนบันได ๓ ขั้น นั่นไม่ได้แสดงความอยากครับ นั่นแสดงการบอกอธิบายให้เขาเข้าใจว่า ทําไมถึงเปึนอย่างนั้น แล้วข้อสําคัญที่สุดก็คือว่าเมื่อเวลาที่ผมออกมาแล้วนั้น ผมก็ไม่เคย ไปรุกล้ําก้ําเกินอะไรพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อเวลาที่ผมชนะในกรุงเทพฯ ๓๒ ที่นั่ง ผมได้ ๒๙ ที่นั่ง ผู้คนตื่นเต้นกันทั้งเมือง ฝรั่งมังค่าก็ตื่นเต้นขนาดมานั่งซักถามใน ๓ คนที่ได้ นั่นละครับ ท่านอาจารย์คึกฤทธิ์ท่านได้ ๑ คน อาจารย์เกษมได้อีก ๑ คน ๒ คนติดกัน อีกคนหนึ่งคือ คุณถนัด คอมันตร์ แล้วหนังสือพิมพ์เขาก็บอกว่าคุณถนัด คอมันตร์ ได้ เพราะว่าเปึน ถนัด คอมันตร์ ถ้าไม่ใช่เปึนคุณถนัด คอมันตร์ พรรคประชาธิปัตย์ก็คงจะ ไม่ได้สักที่นั่งเดียวเลยในกรุงเทพฯ ก็วิพากษ์วิจารณ์เท่านั้นเอง และผมก็ไม่เคย ออกความเห็นเลย ไม่ได้เคยพูดถึง ไม่ได้เคยแสดงอวดศักดา แล้วผมก็เดินหน้าของผมมา การเมืองผมก็เดินหน้ามาอย่างนี้ครับ แต่ความอยากได้ใคร่ดีอะไรต่าง ๆ ผมไม่นั่น ผมพูด กันสนุก ๆ ว่าหมอดูชอบมาเอาดวงไปดู หมอดูชอบเอาดวงคนที่อยู่ในแวดวงการเมืองดู เขาเอาไปดูแล้วเขาจะคอยดูข้างนอก เขาดูอ้ายนี่มันขึ้นลงอย่างไร อ้ายนี่มันอย่างไรกัน มันขึ้น มันลง มันตกอย่างไร มันได้รับเลือกตั้งหรือไม่ได้รับเลือกตั้ง เขาดูกันอย่างนี้ แล้วหมอดูก็ชอบทํานายบอกว่าดวงนี้จะได้เปึนนายกรัฐมนตรี หมอดูคนนั้นบอกว่าดวงนี้ ต้องเปึนนายกรัฐมนตรี ผมก็หัวเราะแหะ ๆ แล้ววันหนึ่งผมก็ลาออกจากผู้แทนราษฎร ไปสมัครรับเลือกตั้งเปึนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผมบอกผมแก้เคล็ดให้หมอดู ผมไปสมัครรับเลือกตั้งถ้าผมได้รับเลือกผมก็เท่ากับเปึนนายกเล็ก กรุงเทพฯ แต่ก่อนก็คือ นายกเทศมนตรี เขาเรียกนายกเล็ก ต่อมาไปเรียกผู้ว่าราชการ ก็แปลว่านายกเล็ก ผมก็แก้เคล็ดแล้ว ผมบอกว่าผมคงไปไม่ถึงตรงนั้นหรอกครับ ไปปาฐกถาที่ไหนผมก็คุยเรื่องนี้ เท่านั้นเอง ผมบอกผมเปึนได้แค่รองนายกรัฐมนตรี ๓ หน ไม่ได้แสดงความทะเยอทะยาน ไม่ได้อะไรอยาก ไม่เลยครับ แล้วผมมาตรงนี้ก็มีคนมาชวนว่าเปึนหัวหน้าพรรคการเมืองนี้ แล้วก็สมัครรับเลือกตั้งผมก็เอา เพราะผมเสียดายคนที่จะถูกสับเปึนท่อน ๆ ถ้ารวมกันอยู่ ผมเปึนหัวหน้าพรรคผมก็ไปเปึนหัวหน้าพรรค แล้วผมก็รณรงค์เลือกตั้ง ต้องเรียกว่า เหนื่อยสายตัวแทบขาดในการรณรงค์ เพราะว่าผมรณรงค์มาด้วยตัวผมเอง ผมออกไป ต่างจังหวัดผมไปปราศรัย ผมดําเนินกิจกรรมทางการเมืองครบถ้วน แล้วผมก็ได้รับเลือกตั้ง ผมก็เปึนหัวหน้าพรรค พอเปึนหัวหน้าพรรคผมก็ดําเนินกิจกรรมทางการเมือง แล้วยัง ดําเนินการอยู่จนทุกวันนี้ แล้วเขาก็ไม่ได้แสดงความอยากได้ใคร่ดี แต่ว่าพรรคการเมือง ที่มันถูกเหยียบย่ําจนจะมิดดินแทบจะเปึนจะตายทุกวิถีทางไม่ให้มันเกิดได้ ผมจะบอก ให้ฟังนะครับ วันข้างหน้าคงจะมีคนได้อ่านหนังสือ ไม่ใช่ผมเขียนก็มีคนอื่นเขียน ความสกปรกที่มันเกิดขึ้นในเรื่องแวดวงทางการเมืองนั้นผมจะไม่ชี้ไปตรงไหนหรอกครับ แต่มันสกปรกจริง ๆ ความสกปรกอย่างยิ่งนี่ละครับที่ทําให้พรรคการเมืองที่ผมอาสา ไปแทนหัวหน้าพรรคเขานั้นได้มาต้องพูดว่าแค่ ๒๓๓ แค่ ๒๓๓ ครับ ปัองกันกันอย่างสุดฤทธิ์ แล้วก็ยังหลุดมาได้แค่นี้ เพราะฉะนั้นผมไม่ได้คาดคิดว่าผมจะได้เปึนนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อหลุดมาเท่านี้แล้วพรรคที่มาดไว้ก็ได้เท่านั้นเอง แล้วจะทําอย่างไรละครับ ก็หมากมันออกมาอย่างนี้นี่ครับ ก็มีอยู่ ๕ พรรค สุดท้ายก็ต้องตกลง ๓ ก่อน อีก ๒ เขาก็บอกเอาไปเปึนดีกว่า เขาอ่านไพ่ การเมืองก็อย่างนี้แหละเล่นกันอย่างสุภาพ เรียบร้อย ไม่มีการวิ่งเต้น ไม่ต้องการไปหาอะไรต่าง ๆ แล้วก็เปึนการเมืองปกติ แล้วก็ ดําเนินการกันอยู่ จะอยู่ได้เท่าไรยังไม่ทราบได้ แต่ว่าอยู่ได้ ๔ เดือนโดนอภิปราย ไม่ไว้วางใจ ทุกอย่างนี่แหละมันก็เปึนมาเปึนไปอย่างนั้น แต่ว่าการพูดจาอภิปรายกันผมบอกตรง ๆ ว่า สมัยนี้มันรุนแรงครับ เพราะฉะนั้นผมก็ต้องทนเพราะผมมาเปึนนายกรัฐมนตรี การอภิปราย ไปเที่ยวลากโน่นมาลากนี่มานั้นก็ต้องมาตามแก้ตามชี้ ผมนึกว่าอย่างตอนสรุปท้าย จะได้พูดสักหน ก็ต้องคอยพูดอย่างนี้ก็ลองดูสิครับขึ้นต้นว่าต้นฉบับของการเอาของปลอม มาใส่ อย่างโน้นอย่างนี้ลากกันไปลากกันมา แม้กระทั่งเอาเท้าออกก็อุตส่าห์ไปเก็บ เอามาออกแล้วก็ยังไม่เข้าใจอีกครับ ยังบอกปักษ์ใต้เขาใช้ตักน้ํามาให้คนก้างติดคอ เปึนกรุงเทพฯ เขาก็มีครับ เอาหัวแม่เท้าเขี่ยคอก้างหลุด ถ้ารู้แค่นั้นนึกว่าความสําคัญ ของคนที่เอาเท้าออกเปึนอย่างนั้น ผมถึงบอกไปถามพระ ถ้าไม่รู้ก็รู้เสียว่าคนเอาเท้าออกน่ะใคร เอาล่ะครับ ขอบคุณครับ
ผมเรียนปรึกษาทางฝ์ายค้านครับ ตอนนี้ข้อ ๕ ก็ผ่านไปแล้วเราเหลืออีก ๔ ข้อ ก็อยากจะเรียนถามทางวิปจะเอาอย่างไร เอาเปึนข้อ ๆ ไปดีไหมครับ เชิญครับคุณสาทิตย์
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ในส่วนของฝ์ายค้านเราจะจัดเตรียมผู้อภิปรายเอาไว้โดยคํานึงถึง ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งก็คือ คํานึงถึงญัตติว่าจะเปึนญัตติที่พิจารณารวมกัน ในเช้าวันนี้ก็ตั้งใจว่าในส่วนของ ท่านนายกรัฐมนตรีเดี๋ยวก็จะมีอีกประมาณ ๓-๔ ท่าน หลังจากนั้นก็จะเริ่มลงไปในระดับ ของรัฐมนตรีแต่ละกระทรวง แต่ต้องกราบเรียนท่านประธานเผื่อถึงท่านนายกรัฐมนตรี ไว้ก่อนว่าการอภิปรายของบางท่านก็อาจจะต้องมีการพูดถึงการบริหารราชการแผ่นดิน ของท่านนายกรัฐมนตรีด้วย ซึ่งท่านจะตอบเลยหรือท่านจะมาตอบในช่วงระยะเวลาใด เวลาหนึ่งหลังจากช่วงบ่ายไปแล้ว อันนี้ก็แล้วแต่ท่าน แต่ผมกราบเรียนว่าช่วงเช้านี้ เรียงต่อจากนี้ไปอีกสัก ๓-๔ ท่านก็จะเปึนเรื่องของท่านนายกรัฐมนตรีทั้งนั้น หลังจากนั้นแล้ว ก็จะลงไปในเรื่องของการแต่งตั้งรัฐมนตรี
ที่ผมถามเอาเปึนข้อ ๆ ไป หรือว่าเอารวมเลย
มิได้ครับ การอภิปรายของเราจะไม่แบ่ง เปึนข้อนะครับ แต่ว่าผู้อภิปรายเขาจะลุกขึ้นมาบอกว่าเขาจะพูดถึงในส่วนใดบ้าง นี่ส่วนที่ ๑
ส่วนที่ ๒ ผมเรียนท่านประธานว่า ในส่วนฝ์ายค้านเองซึ่งเรามีผู้อภิปรายเยอะ วันนี้เองเราก็พยายามที่จะให้แต่ละท่านพยายามจะดูเรื่องเวลาที่พยายามให้ทัน เพราะฉะนั้นผมก็ขอความกรุณาว่าถ้าเกิดเราประท้วงน้อยลงหน่อยในการอภิปราย เราก็จะใช้เวลาเหมาะสม แล้วผู้อภิปรายตอนนี้เขาก็มาพร้อมกันทุกคนแล้ว เพราะฉะนั้น การเรียงจะไม่เรียงเปึนข้อครับ ในส่วนของท่านนายกรัฐมนตรีอีก ๓-๔ ท่านนี่ก็คิดว่า เฉพาะเรื่องท่านนายกรัฐมนตรีก็จะจบลง แล้วก็จะไปในเรื่องของรัฐมนตรีแต่ละท่าน ในแต่ละท่านก็อาจจะมีการวกกลับมาพูดพิงถึงบ้าง แต่ก็จะเปึนเรื่องรัฐมนตรีรายกระทรวง เปึนหลักครับ
ท่านต้องจัดสรรเวลาของท่าน ให้พอดีนะครับ
จะพยายามอย่างเต็มที่นะครับ เพราะว่า
พอ ๒๒.๓๐ นาฬิกา แล้ว ผมก็จะให้ท่านหัวหน้าพรรคฝ์ายค้านเปึนคนดําเนินการ
เดี๋ยวนะครับท่านประธาน เรายังเหลือ รัฐมนตรีต้องอภิปรายอีก ๗ ท่านครับ
ก็นั่นละครับ ผมว่า ท่านต้องจัดเวลา เพราะว่าฝ์ายรัฐบาลก็ไม่มีใคร ต่อไปผมก็ร้องขออย่าได้ประท้วง เพื่อรวดเร็วขึ้น พยายามนะครับ แล้วฝ์ายท่านก็อย่าประท้วงก็แล้วกัน ต่างคนต่าง ไม่ประท้วงก็เดินหน้าไปได้ครับ
ผมเรียนท่านประธานต่ออีกนิดหนึ่งนะครับ รัฐมนตรี
แบ่งเวลาของท่านเอง ก็แล้วกันครับ
รัฐมนตรีอีก ๗ คน ผู้อภิปรายจริง ๆ แล้ว เหลืออีกประมาณ ๒๐ กว่าท่าน ถ้าดูเวลาไปแล้วกระผมก็เปึนห่วงนะครับ เพราะฉะนั้น บางคนที่อาจจะต้องเตรียมไว้ ๑ ชั่วโมง ก็จะลดเวลาลงเหลือ ๔๐ นาที
ก็แล้วแต่ท่านจะแบ่งเวลา เอานะครับ
เดี๋ยวนะครับ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าถึง ๒๒.๓๐ นาฬิกาแล้วจะต้องหยุดทั้งหมดนะครับ หลักของเราก็คือว่าต้องพูดได้ครบทุกคน ของรัฐมนตรีเฉลิม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะอยู่คนสุดท้ายอยู่แล้ว เพราะหลังจากชุดนี้ไปแล้วก็จะเริ่มต้นที่กระทรวงยุติธรรมนะครับ
คือผมได้เรียนเรื่องเวลา ให้ท่านแล้วนะครับ ท่านวิปฝ์ายค้านได้บอกเวลาท่านไว้แล้วก็ให้ท่านไปจัดสรรเวลากันเอง
มิได้ครับ
เชิญต่อไปครับ
เดี๋ยวท่านประธานจะยึดอยู่ว่า ๒๒.๓๐ นาฬิกา ต้องจบไม่ใช่ครับ เราจะพยายามไปถึงเวลาที่เราตกลงกันไว้ แต่ว่าถ้าเกิด มันไม่ครบก็ต้องให้ครบ ถูกไหมครับ เพราะญัตติ
มันล่วงวันไม่ได้ครับ
ทําไมครับ
เพราะว่าเรื่องสําคัญคือ เรื่องงบประมาณของแผ่นดิน
ก็ไม่เปึนไร ก็อภิปรายงบต่อได้นี่ครับ
คือทางฝ์ายพวกผม ได้เตรียมเวลากําหนดไว้แน่นอนแล้วจึงเรียนให้ทราบ ก็ดําเนินการไปแล้วกัน ท่านพูดมาก ยิ่งเสียเวลามากครับ
ไม่ครับท่านประธาน แต่อย่าบังคับว่า พอถึงเวลาแล้วต้องจบนะครับ ต้องตกลงกันก่อนว่าต้องอภิปรายจนครบครับ
ขอให้ท่านกับวิปฝ์ายรัฐบาล ไปตกลงกันเองก็แล้วกัน
ได้ครับ ถ้าเปึนอย่างนั้น
คุณเทพไทใช่ไหม เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปัตย์ได้มอบหมายให้ผมได้อภิปรายท่านนายกรัฐมนตรีในหัวข้อที่ ๙ นายสมัคร สุนทรเวช ใช้ฐานะและตําแหน่งนายกรัฐมนตรีแสดงออกต่อสาธารณะ อย่างไร้วุฒิภาวะ มีพฤติกรรมภาวะผู้นําบกพร่องทั้งทางวาจาและทัศนคติ ใช้โมหะคติ เอาอารมณ์เปึนเจ้าเรือน พูดท้าทายข่มขู่ต่อสื่อมวลชนและประชาชนตลอดเวลา จนเปึนชนวนให้วิกฤติความขัดแย้งในบ้านเมืองขยายตัวไม่มีที่สิ้นสุด นี่คือญัตติของผม ท่านประธานครับ แต่ก่อนที่จะอภิปรายผมอยากจะเรียนกับท่านประธานผ่านไปทาง นายกรัฐมนตรีว่าผมเองอายุไม่มากหรอกครับ เพราะว่าถ้าหากว่าผมอภิปราย นายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีมาตอบคําถามผมก็คงจะกระแหนะกระแหนเหมือนกับ หลาย ๆ ท่านก็จะถามว่าคุณเกิดหรือยัง คุณอายุเท่าไร ผมเรียนครับว่าผมอายุไม่มาก หรอกครับ ผมเกิดก็ช่วงราวที่ประเทศไทยเสียเขาพระวิหารไปครับท่านประธาน แต่ว่า อย่างไรก็ตามผมเองเปึนคนที่สนใจการเมือง ติดตามการเมืองมาโดยตลอดตั้งแต่เล็ก ผมได้เปึนผู้นํานักศึกษามหาวิทยาลัยรามคําแหงแล้วก็ได้สนใจติดตามการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักการเมืองที่ชื่อสมัคร สุนทรเวช ครั้งหนึ่งผมได้ติดตามว่านักการเมือง ที่ชื่อสมัคร สุนทรเวช ได้เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ ของกรุงเทพมหานคร ร่วมทีมกับหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช และคุณพิภพ อะสีติรัตน์ ถ้าผมจําไม่ผิด ผมได้เห็นการปราศรัยพูดจาเสนอตัวเลขอย่างฉะฉาน ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าจะถูกหรือผิด เพราะไม่สามารถตรวจสอบได้ แต่ถือว่าเปึนนักการเมืองที่พูดจาที่ประชาชนสนใจ แล้วก็ชอบพอเปึนอย่างยิ่ง ผมก็ได้ติดตามท่านนายกรัฐมนตรีมาโดยตลอดแล้วก็ได้ศึกษา ช่วงหลัง ๆ ผมก็ได้ศึกษาข้อมูลของท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ได้เรียนรู้พฤติกรรม และแนวทางของนายกรัฐมนตรีคนนี้ จึงเปึนที่มาที่ผมได้พยายามจะเปึนคนหนึ่ง ที่ตรวจสอบนายกรัฐมนตรี ถึงแม้ว่านายกรัฐมนตรีจะเอาชื่อผมไปถากถางเยาะเย้ย ในรายการสนทนาประสาสมัครว่าเปึนเทวดาประจําสภาบ้าง เทวดาไทยบ้าง ก็ถือว่า ได้รับเกียรติจากท่านนายกรัฐมนตรี แต่วันนี้ขอถือโอกาสที่เปึนผู้แทนปวงชนชาวไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีที่ชื่อสมัคร สุนทรเวช คําอภิปรายของผมจากนี้ไป ท่านประธานครับ ผมขอทําความเข้าใจกับท่านประธานผ่านมายังเพื่อนสมาชิก เพราะผม เชื่อว่าจะต้องมีคนมาประท้วงขัดคออยู่บ้าง ผมพยายามที่จะอภิปรายชี้ให้ท่านประธาน เห็นว่าคนที่ชื่อสมัคร สุนทรเวช ไม่มีความเหมาะสมที่จะเปึนนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป อย่างไร เพราะฉะนั้นจะให้ผมมาสรรเสริญเยินยอตามที่เพื่อนสมาชิกบางท่านต้องการ คงเปึนไปไม่ได้ ผมคงพูดไม่ได้ว่านายกรัฐมนตรีคนนี้แสนดีวจีไพเราะ ผมคงจะพูดไม่ได้ ท่านประธาน ผมจําเปึนต้องแสดงเหตุผลให้ท่านประธานได้เห็นว่าพฤติกรรมของ นายกรัฐมนตรีคนนี้มีพฤติกรรมอย่างไร ตามที่พรรคฝ์ายค้านได้เสนอหรือไม่ว่าไม่มี ความเหมาะสมที่จะเปึนนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป ท่านประธานครับ ผมเองจริง ๆ คิวอยู่ ข้างหลัง แต่ว่าเมื่อกี้ได้ฟังท่านนายกรัฐมนตรีตอบเรื่อง ๒ ข้อ ซึ่งอยู่ในสิ่งที่ผมได้รับรู้มา ผมก็เลยขออนุญาตท่านประธานวิปขอพูดก่อนเพื่อที่จะได้จับเท็จนายกรัฐมนตรีในสภา แห่งนี้ นายกรัฐมนตรีคงไม่ต้องถามว่าผมเกิดหรือยังในหลักฐานที่ผมเอามาชี้แจง แต่ผมอยากจะเรียนกับนายกรัฐมนตรีว่ายุคนี้เปึนยุคไฮเทค (Hightech) สามารถค้นได้ สิ่งที่นายกรัฐมนตรีพูดเรื่องกรณีสเตทเมนท์ที่คุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนาม ได้พูดถึงว่านี่คือตํานานการอภิปรายด้วยกระดาษแผ่นเดียวว่า เปึนกระดาษปลอม เปึนสเตทเมนท์ปลอม นายกรัฐมนตรีขึ้นมาแก้ข้อกล่าวหาเมื่อกี้ ท่านก็บอกว่า เปึนของปลอมจริง แต่ผมไปค้นคําอภิปรายของนายกรัฐมนตรีตอนนั้นที่ชื่อนายสมัคร สุนทรเวช อภิปรายคุณจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เมื่อเดือนมิถุนายน ป้ ๒๕๓๐ นายสมัคร สุนทรเวช อภิปรายว่าอย่างไรครับท่านประธาน ผมขออ่านเพื่อไม่ให้คลาดเคลื่อนกับข้อเท็จจริง เอกสารซึ่งเปึนเอกสารมีการเอาสตางค์ ไปใส่บัญชีในต่างประเทศแทนชื่อรัฐมนตรีในสายนายกรัฐมนตรี ซึ่งตอนนั้น ท่าน พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เปึนนายกรัฐมนตรี ก็ยังเปึนความจริงจนกระทั่งบัดนี้ แล้วเมื่อได้รับเอกสารชิ้นนี้แล้วมันเปึนสเตทเมนท์ที่ถ่ายมาจากธนาคารในสหรัฐอเมริกา เมื่อถ่ายออกมาเสร็จเรียบร้อยแล้วมีคนส่งสเตทเมนท์นี้มาให้ แล้วสเตทเมนท์นี้เขาก็เอา กระดาษสีน้ําตาลคลิป (Clip) ผมดูทั้งหมดครับ ท่านไม่เคยบอกเลยว่าเปึนเอกสารเท็จ เอกสารปลอม ท่านไม่มีการพูดเลยครับ หลังจากนั้นมีการโต้ตอบกันเพื่อให้สมเหตุสมผล ผมขออ่านคําชี้แจงของรัฐมนตรีจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นซึ่งได้อภิปรายในสภา ได้ท้าทายนายสมัคร สุนทรเวช ท่านบอกว่าจะให้ ผมลาออกจากตําแหน่งหรือ กระผมคิดว่าลาออกนั้นมันไม่พอ เพราะถ้าสมมุติว่าในช่วงที่ กระผมเปึนรัฐมนตรีนี้ผมมีเงินที่เข้าบัญชีของกระผมที่ไหนได้เปึนเงินถึง ๙๖ ล้านบาท อะไรนี่ อันนี้ส่อไปทางทุจริตอย่างแน่นอน รัฐมนตรีที่ส่อไปทางทุจริตนี่ลาออกอย่างเดียว ไม่พอ ต้องให้ไล่ออกแล้วดําเนินการตามกฎหมาย คราวนี้สิ่งที่กระผมอยากจะกราบเรียน ก็คือว่า ในขณะที่ท่านหัวหน้าพรรคประชากรไทยซึ่งเปึนพรรคเก่าของท่านที่เมื่อวาน ท่านเผลอพูดออกมานะครับ ได้ยื่นหลักฐานเข้ามาแล้วท่านเองก็ได้ออกไปพูดว่า ท่านได้ตรวจสอบหลักฐานอย่างแน่นอนแล้ว ผมขอย้ํานะครับ ท่านพูดว่า ได้ตรวจสอบ หลักฐานอย่างแน่นอนแล้ว รัฐมนตรีสายนายกรัฐมนตรีทุจริตหลักฐานมัดแน่น แน่นอนแล้ว จนกระทั่งใน ๖ อาทิตย์ที่แล้วนี่ไม่ใช่ตัวกระผมเองที่เสียชื่อเสียง แต่วงศ์ตระกูลได้สร้างชื่อเสียงมาด้วยดีตลอดชีวิตได้เสื่อมเสียไปด้วย กระผมอยากจะ ขอให้สภาแห่งนี้ได้ช่วยพิจารณาว่ากระผมไม่ได้ท้าทาย แต่กระผมอยากจะให้มี ความรับผิดชอบ ต่อมาครับ ท่านรัฐมนตรีจิรายุท่านบอกว่าท่านหัวหน้าพรรคประชากรไทย ซึ่งได้พูดไว้ว่าได้ตรวจสอบแล้ว แล้วก็ทําให้เกิดความเสียหายแก่กระผมแล้วในแง่ ความรับผิดชอบของท่าน ท่านจะลาออกจากการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไหม ศักดิ์ศรีนี้มันเท่ากันหรือไม่ครับ คุณจิรายุเอาตําแหน่งรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปึนเดิมพัน แต่ว่าก็ไม่รับคําท้านะครับ ทั้ง ๆ ที่นายกรัฐมนตรีคนนี้ก็ชอบคําท้า ชอบคําสาบานอยู่แล้ว หลังจากนั้นต่อมาเพื่อให้เรื่องนี้มันครบสมบูรณ์ ได้มีการร้อง ให้สภาโดยคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎรได้ตรวจสอบผ่าน เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจําประเทศไทย พบว่าสเตทเมนท์ที่นายสมัครนําออกมา แสดงนั้นเปึนของปลอม และนายจิรายุไม่เคยมีเงินฝากในธนาคารนั้น อย่างไรก็ตาม ไม่มีการดําเนินการทางกฎหมายใด ๆ กับนายสมัคร สุนทรเวช
ขอโทษทีครับ มีผู้ประท้วง เชิญท่านกุเทพครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน กระผม ขอประท้วงท่านประธานในข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ซึ่งแม้จะเกรงใจต่อข้อตกลงที่ท่านประธาน ได้วางหลักว่าไม่ควรจะมีการประท้วง แต่การอภิปรายของผู้อภิปรายที่ดําเนินอยู่ในขณะนี้ไม่ได้ตรงกับประเด็นในญัตติที่ท่านยื่นเลย ก่อนที่ท่านจะอภิปรายท่านได้อ่านเนื้อหาญัตติให้พวกเราฟัง เรื่องที่ท่านอภิปรายอยู่ เปึนเรื่องในอดีตมีการยกมาโดยผู้อภิปรายคนหนึ่งและท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ตอบชัดเจน ไปแล้ว การย้อนไปอีกไม่ใช่เรื่องที่จะทําให้เกิดความแจ่มชัดในประเด็นที่ท่านจะกล่าวหา นายกรัฐมนตรีในข้อกล่าวหาที่ท่านตั้งอยู่ในปัจจุบัน กระผมอยากให้ท่านประธาน ได้กรุณาฟังคําอภิปรายของผู้อภิปรายว่ากําลังโยงเอาเรื่องในอดีตที่ยาวนาน ซึ่งได้มี การทําความเข้าใจกันในระดับหนึ่งต่อสมาชิกแล้ว ถ้าปล่อยให้อภิปรายด้วยข้อมูล ที่ย้อนหลังไปขนาดนี้มันจะอยู่ในประเด็นที่เขาได้ยื่นอภิปรายในครั้งนี้หรือไม่ ถ้าท่านประธาน ไม่ควบคุมตรงนี้ก็จะทําให้ข้อตกลงของวิปไม่สามารถปฏิบัติตามกรอบเวลาได้ เพราะฉะนั้นกระผมกราบเรียนท่านประธานว่าอย่างไรท่านประธานได้ช่วยกรุณา ดูประเด็นที่ผู้อภิปรายอภิปรายด้วยว่าอยู่ในกรอบที่ท่านยื่นญัตติหรือไม่ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ขออนุญาตวินิจฉัย ท่านเทพไทขอความกรุณาอย่างนี้ดีกว่าครับ ถ้าจะเกริ่น ก็อยากจะให้เกริ่นพอประมาณแล้วเข้าประเด็นให้มากที่สุดจะได้กระชับ เชิญต่อเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ท่านประธานเองก็เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มามากพอสมควร
ท่านเทพไทต่อของท่านให้กระชับเถอะครับ พยายามอย่าเกริ่นให้มากนัก อยากให้ เข้าประเด็น
ผมต่อนะครับท่านประธาน หลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายจิรายุได้ลาออกจากตําแหน่งรัฐมนตรี ท่านแสดง สป่ริต (Spirit) โดยทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พ้นจากตําแหน่ง เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๓๐ และได้รับโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดํารงตําแหน่ง ผู้อํานวยการสํานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์และรองราชเลขาธิการสํานักพระราชวัง ตั้งแต่วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๓๐ จนถึงปัจจุบัน นี่คือวีรกรรมของคนชื่อสมัคร สุนทรเวช ในอดีต ที่ผมจําเปึนต้องยกเรื่องอดีตขึ้นมาเพราะวันนี้เปึนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรี ผมมีสิทธิที่จะเอาเรื่องอะไรก็ได้ที่เปึนความประพฤติของนายกรัฐมนตรี ที่แสดงให้เห็นว่าไม่เหมาะสมเปึนอย่างยิ่งที่จะดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีในประเทศนี้ ต่อไป เพราะในญัตติก็ได้บอกอยู่แล้วว่า
มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านจตุพร
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ผมตั้งใจที่จะ พยายามประท้วงให้น้อยที่สุดเท่ากับความจําเปึน แต่ญัตติของฝ์ายค้านที่ยื่นมายัง ประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้นเปึนญัตติขอเป่ดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรี สิ่งที่นายเทพไท เสนพงศ์ กําลังอภิปรายอยู่นั้นกําลังอภิปรายนายสมัคร สุนทรเวช ในป้ ๒๕๓๐ เหมือนกับเมื่อวานนี้ก็เปึนการอภิปรายในสมัยรัฐบาล จอมพล สฤษดิ์ ผมจึงบอกว่าพฤติการณ์ของการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นคือ การกระทําของนายสมัครในฐานะนายกรัฐมนตรีในตลอดระยะเวลาการเปึน นายกรัฐมนตรี ๔ เดือน แต่ถ้าสาวไปประวัติศาสตร์ผมจะบอกกับท่านประธานว่า มิฉะนั้นเราจะพูดกันไม่จบ เหมือนคดีเขาพระวิหารไปว่าความตามคนทรงเจ้า อดีตหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์
ท่านจตุพรครับ อย่าไปขยายความตรงนั้นเดี๋ยวก็ประท้วงกันไปมา ผมฟังท่านจบแล้ว เดี๋ยวผมวินิจฉัยครับ ท่านประท้วงผมให้ท่านใช้สิทธิเรียบร้อยแล้ว ผมไม่อยากให้ท่านไปพาดพิงกลับ มันไม่อย่างนั้นก็ไม่จบ ผมจะวินิจฉัยครับ ท่านเทพไท ขอความกรุณา การที่เราจะกล่าวนําหรือนําร่องเรื่องในอดีตตรงนั้นก็เปึนสิทธิแต่พอสมควร ใช้เวลาตรงนั้นให้กระชับพอสมควร แล้วชี้ประเด็นเลยครับว่ารัฐบาลบกพร่องตรงไหน ตามที่ท่านยื่นไม่ไว้วางใจเพื่อจะให้กระชับ เชิญต่อเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ สิ่งที่ผมจะอภิปรายนี่ผมจะชี้ให้เห็นนะครับว่ามันเข้ากับญัตติที่ผมได้อ่านไปแล้ว แต่ว่า สมาชิกบางท่านครับ ท่านเปึนสมาชิกใหม่อย่างที่ผมเข้าใจ เพราะฉะนั้น
ท่านเทพไทครับ ขอความกรุณานะครับ อย่าประชดกันไปประชดกันมา ไม่อย่างนั้นมันก็ ประท้วงกันอย่างนี้ ท่านจตุพรครับผมได้เตือนแล้ว ผมถือว่าผมวินิจฉัยแล้ว ท่านนั่งเถอะครับ ท่านเทพไทท่านต่อของท่านเลยนะครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมอยากจะชี้ให้ท่านประธานเห็นต่อไปในเรื่องที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้บิดเบือนข้อเท็จจริง กรณีที่คุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พูดขึ้นเมื่อกี้นะครับ กรณีที่ท่านไปออกรายการสนทนา ประสาสมัคร เมื่อวันเสาร์ที่ ๓๐ มิถุนายน เมื่อกี้ท่านพูดว่าที่คุณนิพิฏฐ์บอกจะสลายม็อบ (Mob) ท่านนายกรัฐมนตรียืนยันว่าท่านไม่ได้พูดอย่างนั้น ผมจดไว้ครับ ท่านนายกรัฐมนตรี พูดว่าเขาจะจัดการให้เสร็จภายในวันนี้ ท่านก็บอกว่าท่านไม่ได้สลายม็อบ ผมมีคําพูด ตัวต่อตัว คําต่อคําเลยครับ ขออนุญาตอ่านเพื่อให้ท่านประธานได้วินิจฉัยว่าคําพูดของ นายสมัครที่พูดในวันนั้นมันหมายถึงอะไร ที่ผมต้องพูดวันนี้ไม่รอพูดพรุ่งนี้เพราะจะเอากัน ให้แตกหักวันนี้ หมายความว่าอย่างไรครับ ผมต้องพูดเสียตอนนี้ให้คนทั้งบ้านทั้งเมือง ได้รู้ว่ารัฐบาลนี้รับผิดชอบ ตํารวจก็รับผิดชอบ ทหารก็รับผิดชอบ ผมเตรียมพร้อม ไว้หมดแล้ว ผมเปึนคนดูแลบ้านเมืองนี้ผมเปึนนายกรัฐมนตรี ผมบอกให้รู้ก็แล้วกัน ก็ลองดู ผมเตรียมไว้พร้อมหมดแล้ว ทั้งทหาร ทั้งตํารวจ ไม่ได้ขู่นะครับ แต่สิ่งที่พวกคุณ มาขู่กลางถนนกลางเมืองนั้นไม่ได้ผมจะดําเนินการพวกคุณกับสิ่งที่นายสมัคร สุนทรเวช พูดในสภาแห่งนี้เขาจะจัดการให้เสร็จภายในวันนี้ ต่างกันไหมท่านประธาน ผมชี้ให้เห็นว่า มันเข้าประเด็นที่ผมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแสดงออกต่อสาธารณะ ไร้วุฒิภาวะ มีพฤติกรรมภาวะผู้นําบกพร่องทั้งวาจาและทัศนคติ แล้วจะไม่ให้ผมพูดได้อย่างไรครับ จะให้มาชมหรือครับ นี่มันญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านประธานก็ทราบ เพราะฉะนั้น ต่อไปคือเรื่องที่ผมอยากจะชี้ให้ท่านประธานเห็นว่านายสมัคร สุนทรเวช พูดจาไม่อยู่ กับร่องกับรอย พูดกลับไปกลับมาตลอดเวลา ขาดความเชื่อถือ ทําให้ภาวะผู้นําบกพร่อง ตามญัตติที่ผมเสนอ
เรื่องแรก เปึนการใช้วาจาที่ไม่สุภาพตั้งหลายเรื่อง แต่ที่ผมยกมาเพียง เรื่องเดียวเพื่อให้ประธานสภาได้เห็นว่านี่แหละคือวุฒิภาวะ การใช้ภาษาของคนที่เปึน นายกรัฐมนตรี ตอนที่ท่านรับตําแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชาชนมีนักข่าวไปถาม นักข่าวถามว่า มีข่าวว่าคุณหญิงสุดารัตน์และนายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการบริหาร พรรคไทยรักไทยได้ร่วมกันจัดโผ ส.ส. สัดส่วนในคืนวันที่ ๖ พฤศจิกายนที่ผ่านมา จริงหรือไม่ นายสมัครตอบว่าผมไม่มีหน้าที่ที่จะต้องมาแถลง ที่ถามอย่างนี้มีใครไหว้วาน มาหรือไม่ ผมไม่ตอบ ผมจะไม่ตอบ ท่านดูสิครับพฤติกรรมของท่านนายกรัฐมนตรีต่อสื่อมวลชน ผู้สื่อข่าวก็ถามต่อไปอีกว่า การที่ไม่ตอบแสดงว่าไม่ปฏิเสธใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีก็บอกว่าการไม่ตอบไม่ได้แปลว่า ไม่ได้ปฏิเสธ อย่ามาถามผมเหมือนศาล อย่ามาแคะแกะเกา เพื่อต้องการทําให้เกิด ความเสียหายแก่พรรค พวกคุณรับจ้างไปมาถามทําไม น้ําเสียงผมอาจจะไม่เหมือนกับท่าน แต่ว่าเปึนคําพูดของท่านจริง ๆ นักข่าวก็ถามบอกว่าต้องถามในหน้าที่สื่อมวลชน รับจ้าง ประชาชนมา นายสมัครก็ต่อล้อต่อเถียงต่อว่าเอารายชื่อประชาชนมาสิมาจากฉบับไหน นักข่าวก็บอกว่ามาจากสยามรัฐ ท่านก็บอกว่าถ้ามีคนมากล่าวหาสยามรัฐในทางเสียหาย คุณจะตอบว่าอย่างไร ผู้สื่อข่าวก็บอกต้องให้ผู้บริหารชี้แจง ท่านเองเปึนผู้บริหารพรรค ท่านก็ชี้แจงประชาชนต้องการรับฟัง นายสมัครตอบกลับว่า อย่าว่าผมหยาบคายนะ เมื่อคืนคุณไปเสพเมถุนกับใครหรือไม่ ดูวุฒิภาวะของคนเปึนนายกรัฐมนตรีครับ ไม่น่าจะออกมาจากปากของคนที่เปึนนายกรัฐมนตรีเลย ผมชี้ให้เห็นถึงวุฒิภาวะ ของนายกรัฐมนตรีที่ผมไม่สามารถที่จะไว้วางใจได้อย่างไรครับท่านประธาน
อีกเรื่องหนึ่ง ที่ผมจะนํามาอภิปรายสนับสนุนวุฒิภาวะของคนเปึน นายกรัฐมนตรี ก็เรื่องเก่าอีกแล้วครับ เรื่องที่ผมได้อภิปรายนายกรัฐมนตรีในวันที่ แถลงนโยบายแล้วก็มีการประท้วงกันอึกทึกครึกโครม แล้วก็มีคนเขาบอกว่าเอาประเด็นนี้ ไปตั้งกระทู้ถามสิ ผมก็ได้ตั้งกระทู้ถามแล้ว แต่บังเอิญว่ามันหมดสมัยประชุม กระทู้ถามผม ก็ตกไปเมื่อมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้น และผมได้รับมอบหมายจากพรรคก็จําเปึน ต้องนําเรื่องนี้ขึ้นมาอภิปรายในสภาอีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะจับเท็จว่าคนที่เปึนนายกรัฐมนตรี วันที่ไม่ได้เปึนนายกรัฐมนตรีพูดอย่าง วันที่เปึนนายกรัฐมนตรีพูดอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งผม ไม่มั่นใจว่าวันเวลาเปลี่ยนไปมันทําให้ความคิดสมองคนมันเปลี่ยนไปด้วยตามวัยหรือไม่ หรือว่าท่านเปึนผู้สูงอายุความจําอาจจะเปลี่ยนแปลงคลาดเคลื่อน ผมไม่กล่าวหาท่านว่า ท่านเปึนอัลไซเมอร์ (Alzheimer) หรอก เพราะวันก่อนผมกล่าวหาท่านท่านก็ด่าผมไปแล้วว่า อ้ายเด็กบ้ามาหาว่าผมเปึนอัลไซเมอร์ ผมก็ได้รับเกียรติจากท่านนะครับ สิ่งที่ผมจะยกมา ก็คือว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปสัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ ซึ่งผมไม่เข้าใจว่าทําไมต้องไป สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ อาจจะเปึนเพราะคิดว่าสื่อต่างประเทศคงเข้ามาไม่ถึงเมืองไทย ทําให้คนไทยอาจจะไม่ได้รับรู้ข่าวสาร ซึ่งท่านอาจจะลืมไปว่าโลกนี้มันเปึนโลก แห่งการสื่อสารแล้วครับ ท่านไปสัมภาษณ์หนังสือ ผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็น (CNN) นายแดน รีเวอร์ส เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ เกี่ยวกับเหตุการณ์นองเลือด ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ นักข่าวถาม ผมเอาย่อ ๆ เลยว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเปึนทางการอยู่ที่ ๔๖ ราย จริง ๆ แล้วมันสูงกว่านั้น นายสมัครตอบว่าไม่ สําหรับผมไม่มีใครเสียชีวิต ยกเว้นชายผู้โชคร้ายคนหนึ่งที่ถูกทําร้าย และถูกเผาที่สนามหลวง มีผู้เสียชีวิตเพียงคนเดียวเท่านั้น วิญญาณวีรชน ๑๔ ตุลาคม ร้องไห้ระงมไปเลยท่านประธาน เขาเจ็บใจที่มีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อนายสมัครแล้วยังเจ็บใจ ที่นายกรัฐมนตรีสัมภาษณ์บิดเบือนประวัติศาสตร์อีก เท่านั้นยังไม่พอครับ ก็มีสํานักข่าว อัล-จาซีราห์ (Al-jasirah) ได้มาสัมภาษณ์นายกรัฐมนตรี เปึนนักข่าวผู้หญิง ท่านนายกรัฐมนตรี ใช้นิสัยเดิม ๆ ของท่านปฏิบัติต่อผู้สื่อข่าวทั้งไทยทั้งเทศเหมือนกันหมด ต่อว่ากระแหนะกระแหน ผู้สื่อข่าว แต่ที่ผู้สื่อข่าวถามก็คือว่า ดิฉันอยากจะย้อนไปในป้ ๑๙๗๖ เหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ช่วงที่มีนักศึกษาประท้วงกัน มีนักศึกษานับร้อยถูกทําร้าย ถูกยิงและถูกเผา นายสมัคร ตอบว่าอย่างไรครับ ตอบว่าคุณไปได้รับรายงานนั้นมาจากไหน นักข่าวก็บอกว่า ประวัติศาสตร์บอกไว้ว่าคุณออกรายการวิทยุปลุกระดมม็อบให้มาทําร้ายนักศึกษา ท่านตอบต่อเหมือนกับตอบสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นิสัยไม่เคยเปลี่ยนจริง ๆ ครับ นายกรัฐมนตรีคนนี้ท่านบอกว่าตอนนั้นคุณอายุเท่าไร คุณเกิดแล้วหรือยัง
มีผู้ประท้วงครับ
เชิญครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม เชิดชัย วิเชียรวรรณ พรรคพลังประชาชน จังหวัดอุดรธานี ผมขอประท้วงผู้กําลังอภิปราย ข้อ ๖๑ พูดวกไปวนมา ผู้กําลังอภิปรายพูดเรื่องนี้ในสภาแห่งนี้หลายครั้งแล้ว ไม่สร้างสรรค์เลย ให้ท่านวินิจฉัยครับ
คงยังไม่เข้าข่ายนะครับ เชิญท่านต่อครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ไม่เปึนไร เปึนการส่งเสริมอาชีพก็แล้วกัน
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน เมื่อกี้นี้นายเทพไท เสนพงศ์ ได้กล่าวหมิ่นประมาทว่าคนที่ลุกขึ้นมาประท้วง ซึ่งใช้สิทธิตามข้อบังคับของสภาบอกว่า เปึนการส่งเสริมอาชีพ ส่งเสริมรายได้ แปลความว่าคนที่ยกมือขึ้นมาประท้วงนั้นไปรับ สินบาทคาดสินบนมา ซึ่งผมเห็นว่าข้อกล่าวหาเปึนวิธีการที่ใช้ไม่ได้ ถ้านายเทพไทไม่ถอน ผมก็จะไม่ยอมให้การอภิปรายต่อไป เพราะการอภิปรายของนายเทพไทเปึนเรื่องอดีตทั้งสิ้น ไม่ใช่พฤติการณ์ของนายสมัคร
ขอบคุณท่านจตุพรครับ ท่านนั่งก่อนครับ เปึนอํานาจที่ผมจะต้องวินิจฉัยนะครับ ท่านเทพไท ท่านถอนเถอะครับ
ท่านประธานครับ ผมกลัวครับ ผมถอนแล้วครับ
ท่านประธานครับ
ท่านอดุลย์ประท้วงหรือครับ
ครับ ผมอยากจะให้ท่านประธาน เรียนเพิ่มเติมไปถึงสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทุกคน เพราะว่าเมื่อวานนี้เกิดขึ้นแล้ว ๒ คน ตอนนี้อีก ๑ คน
ไม่เปึนไรครับ ถือว่าท่านได้ถอนแล้วนะครับ ขอบคุณครับ ท่านต่อของท่านเลยครับ
ท่านประธานครับ เปึนคําถามที่เรา ได้ยินอยู่ประจํานะครับ ก็ถามว่าตอนนั้นคุณอายุเท่าไร คุณเกิดหรือยัง เดี๋ยวท่านมาตอบผม แล้วก็ถามผมอีกว่าผมอายุเท่าไร ผมเรียนกับท่านนะครับ ท่านอายุรุ่นราวคราวเดียวกับ คุณพ่อผมนะครับ แต่วันนี้ผมมาทําหน้าที่ผู้แทนราษฎรที่จะต้องตรวจสอบฝ์ายบริหาร เรื่องความเคารพ เรื่องความอาวุโส สังคมไทยที่ปฏิบัติกันมานี่ผมยอมรับ แต่วันนี้เราเอา เรื่องตัวเลขเอาเรื่องอายุนี่วางไว้ เอาศักดิ์ศรี เอาหน้าที่ความเปึนผู้แทนปวงชนชาวไทย มาอภิปรายกัน เพราะฉะนั้นต้องขอโทษท่านนายกรัฐมนตรีก่อนว่าถ้าหากว่ามีอะไร ล่วงเกินไปบ้าง นักข่าวบอกว่าคุณปฏิเสธในเรื่องนั้นหรือไม่ นายสมัครบอกว่าผมไม่ได้ กังวลเรื่องนั้นเลย พวกเขาเขียนประวัติศาสตร์ที่โสโครกเกี่ยวกับตัวผม ผมได้ยื่นฟัองพวกนี้ ต่อศาลมาหลายครั้งแล้ว ครั้งนั้นมีแค่ชาย ๑ คนเท่านั้นที่ตายในสนามหลวง เพราะมี คนไปทําร้ายเขาแล้วเผาด้วยยางรถยนต์ ขณะที่นักศึกษาร่วม ๓,๐๐๐ คนที่อยู่ใน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้นก็โดนจับ ทหารต้องการนํานักศึกษาออกมา พวกเขา เลยถอดเสื้อแล้วก็ทําอย่างนี้ ทําอย่างนี้ก็คือท่านนายกรัฐมนตรีทําท่าทางเอามือไพล่หลัง ซึ่งเปึนนิสัยบุคลิกของท่านที่ท่านประธานก็เห็น เดินเอามือไพล่หลังแบบนี้ก้มหน้าก้มตา ท่านก็ทําแสดงท่าทีเอามือไพล่หลัง นักข่าวก็ถามว่าแล้วศพก็อยู่บนพื้น นายสมัครก็บอกว่า ใช่ ใช่ ใช่ มี ๑ คน นักข่าวบอกว่า คุณบอกว่ามี ๑ คน นักข่าวย้ําอีกนะครับ ก็แปลกใจว่ามีได้อย่างไร ๑ คน ทั่วโลกตีข่าว บอกมีอีกตั้งเยอะแยะนายสมัครก็บอก ใช่ สุดท้ายครับ นักข่าวก็สัมภาษณ์พอสมควร และโดยมารยาทนักข่าวก็บอกโอเค (OK) ท่านนายกรัฐมนตรีคะเราก็ต้องพอกัน แค่นี้ก่อนค่ะ ขอบคุณมากสําหรับการให้สัมภาษณ์ อันนี้ไม่รู้ขอบคุณจริง ๆ หรือแกล้ง ขอบคุณแต่นายกรัฐมนตรีบอกว่าขอบคุณแต่โปรดไปทําการบ้านมาบ้าง สอนเขาอีกครับ อย่าหยิบเอาแค่ข้อมูลบางอย่างแล้วมาตั้งคําถาม ถ้าผมไม่ใช่ตัวจริงผมมาไกลขนาดนี้ ไม่ได้หรอกขอบคุณที่มาพอแล้ว นักข่าวยังตอบอีก แหมไม่ใช่เปึนผมนะนี่ นักข่าวบอก ขอบคุณมากยังมีไมตรีครับ นี่ชี้ให้เห็นนะครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าเรื่องนี้ตาย ๑ คน แต่ผมกลับไปดูประวัติศาสตร์ นี่ผมค้นมาเมื่อกี้สด ๆ ร้อน ๆ อุ่น ๆ เลย โหงว นั้ง ปัง ของนายวีระ มุสิกพงศ์ กับนายศิระ ดีระพัฒน์ ครับ ได้บอกว่านายกรัฐมนตรีได้ไปพูด เรื่องนี้วันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๒๐ ที่ซีเต้ ยูนิเวอร์ซิตี้ ประเทศฝรั่งเศส ตอนบรรยายเพื่อสร้าง ภาพพจน์ให้กับประเทศไทยในตอนนั้น ท่านพูดถึงเหตุการณ์ ๖ ตุลานะครับ พูดว่าตอนนั้น กลายเปึนสมรภูมิหาความผิดของใครไม่ได้เลย ฝ์ายที่เข้าไปก็มีป๋น ฝ์ายที่อยู่ข้างในก็มีป๋น มีการยิงกัน ผลการยิงนั้นมีคนตาย ๔๘ คน ผมขอย้ํานะครับ ๔๘ คน ในคนที่ตาย ๔๘ คน นั้นมีคนถูกเผาตายไป ๔ คน ผมก็ไม่รู้จะเชื่อข้อมูลไหน ข้อมูลตอนอายุป้ ๒๕๒๐ หรือว่า ข้อมูลล่าสุดนะครับ แต่ผมชี้ให้ท่านประธานเห็นว่านี่คือการพูดที่กลับไปกลับมา ไม่มีข้อเท็จจริงที่ยืนยัน ผมจําเปึนต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีนะครับ อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน เรื่องที่ผมเคยตั้งกระทู้ถามในสภาผู้แทนราษฎร เรื่องที่ ท่านนายกรัฐมนตรีไปประเทศกัมพูชาแล้วก็ท่านไปเห็นอะไรที่ประเทศกัมพูชาท่านก็คิดว่า กัมพูชาน่าจะศิวิไลซ์ (Civilize) กว่าเมืองไทยน่าจะเอาส่วนนั้นมาสร้างที่เมืองไทย เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๑ อันนี้อยู่ในช่วง ๔ เดือนพอดี อยู่ในช่วงจังหวะที่ท่านเปึน นายกรัฐมนตรีคงจะไม่ถูกประท้วงนะครับ นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ที่ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิว่า วันนี้อยากจะเล่าให้รู้ให้ฟังว่าน่าจะมีการพิจารณาเรื่องกาสิโนเสียที จะได้ ขึ้นมาเปึนมาตรฐานให้บ่อนเถื่อนป่ดหมด ใครอยากจะเล่นก็ไปเล่นเลยจะได้ไม่ต้องไปตามจับ ทําให้มันถูกต้องตามกฎหมาย ผมอ่านหนังสือพิมพ์แล้วขนลุกซู่เพราะเจอบทความ เขียนมาชมตนว่าเปึนคนกล้าตัดสินใจ กล้าออกความเห็นไม่ลังเล ท่านชอบมากเวลามี คนชม ใครอยากไปเที่ยว ใครอยากไปเล่นท่านก็บอกไปที่ไหนบ้าง ใครอยากไปเที่ยว ใครอยากไปเล่นซื้อบัตรใบละแสนบาทตํารวจไม่ต้องจับ ไม่ต้องมีบ่อนเสรี ต้องการให้มี กาสิโนแหล่งท่องเที่ยวแล้วให้คนไทยที่คันอยากไปได้เล่น อยากไปเล่นกันก็ซื้อตั๋ว ให้หมดเสียทีตํารวจจะได้ไปทํางานอื่นแค่นั้นครับท่านประธานแค่ท่านโยนหินถามทาง แค่นั้นสังคมก็มีการวิพากษ์วิจารณ์ ผมก็ได้ตั้งกระทู้ถามในสภาแห่งนี้นะครับ แต่ท่าน กลับตอบมาว่าท่านไม่ได้กุเรื่องนี้ขึ้นมา ไม่ได้ปูดเรื่องนี้ขึ้นมา มีคนเขียนคําถามไปถาม ในรายการสนทนาประสาสมัคร ท่านเลยหยิบเรื่องนี้ขึ้นมา ข้อเท็จจริงเปึนอย่างไรครับท่านประธาน ผมชี้ให้ประธานเห็นว่าเมื่อคนเปึนนายกรัฐมนตรี กล้าพูดแบบนี้ เจอกระแสสังคมต้านแบบนี้ ถอยกรูดครับ ผมไม่รู้ว่าถอยสุดซอยหรือเปล่า แต่ว่าถอยกรูด แล้วคนแบบนี้จะให้เปึนนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร ผมจึงไม่ไว้วางใจครับ ท่านประธาน เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ท่านประธานจําได้ไหมครับ เรื่องนี้ที่ด่าผมว่าผมเปึน อ้ายเด็กบ้าว่าอัลไซเมอร์ เพราะท่านบอกว่าท่านจะแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งใคร ๆ ก็เห็นด้วยว่า ควรแก้แต่ว่าจะแก้ประเด็นไหน จะแก้เมื่อไร ท่านก็บอกว่าเมื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วก็ยากที่คนจะเข้ามาเพราะไม่ค่อยมีคนอยากเข้ามา ต้องไปแก้ไขรัฐธรรมนูญเนื่องจาก รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนไว้เพื่อกีดกัน พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะ แหมผมอ่านเต็มยศ คงถูกใจ ร้อยตํารวจโท เชาวรินเลย ฉะนั้นการแก้ไข รัฐธรรมนูญต้องทําอย่างแน่นอนและต้องทําหลายประเด็นพร้อมกันทีเดียวแต่จะไม่ทํา ทันที จะแก้ไขต่อเมื่อเราจะไปกันแล้ว รอให้ถึง ๓ เดือนก่อนหมดวาระรัฐบาลจึงค่อยแก้ และสุดท้ายเปึนอย่างไรล่ะท่านประธาน ที่มันเดือดร้อนกัน มันวุ่นวายจนถึงทุกวันนี้ เพราะมีการเสนอญัตติการแก้รัฐธรรมนูญ ยังมีคาบเกี่ยวอีก ท่านบอกว่าท่านจะแก้ มาตรา ๒๓๗ โดยส่วนตัวท่าน ท่านบอกว่าจะแก้แค่มาตรา ๒๓๗ พอสุดท้ายท่านมา บอกว่าท่านเห็นคนเดียว เมื่อที่ประชุมพรรคจะเอามาตรา ๓๐๙ ด้วย ก็เอามาตรา ๓๐๙ พ่วงไปด้วย ผมสงสัยจริง ๆ ท่านเปึนถึงหัวหน้าพรรคท่านไม่สามารถจะโน้มน้าวจิตใจ เหตุผลสมาชิกพรรคได้เลยหรือว่าท่านไม่คาริสมา (Charisma) ขอโทษครับ ภาษาอังกฤษ แต่ภาษาไทยก็คือไม่มีบารมีพอที่จะโน้มน้าวจิตใจหรือชี้นําสมาชิกในพรรคได้หรืออย่างไร
อีกเรื่องหนึ่ง ที่ต้องการจะชี้ให้ประธานเห็นว่าท่านไม่เหมาะที่จะเปึน นายกรัฐมนตรีอีกต่อไปนั้นก็คือ ท่านพูดตลอดเวลาระหว่างที่ท่านเปึนนายกรัฐมนตรี ท่านปูดเรื่องการปฏิวัติ เช้า สาย บ่าย เย็น ๓ เวลาก่อนอาหาร ท่านพูดตลอด จะมีการปฏิวัติ มีคนจ้องปฏิวัติ มีการพบสื่อมวลชนที่ทําเนียบครับ พอมีคนบอกว่านายกรัฐมนตรีจะต้อง รับผิดชอบเมื่อท่านรู้ว่ามีขบวนการปฏิวัติทําไมท่านจะไม่ดําเนินการ ไม่ไปจับพวกปฏิวัติ เพราะผิดกฎหมาย เดี๋ยวจะผิดมาตรา ๑๕๗ ท่านบอกว่าท่านไม่ได้พูด นักข่าวยัดคําถาม ใส่ปากเอง ท่านบอกว่าอย่างนั้น ผมไปแกะคําต่อคําครับ สมัครกระพือ มีขบวนการปฏิวัติซ้ํา ท่านบอกว่าแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ วันนี้ยังมีคนไม่เลิก ยังวิ่งเต้นกันอยู่ ยังนัดประชุมกันอยู่ แต่ผมไม่อยากจะไปอะไรหรอก ประชุมกันยังคิดว่าปฏิวัติกันได้อยู่ ถามอีก มาอย่างนี้ เขายังประชุมกันอยู่ผมจะพูดได้ แต่ผมไม่วิตกทุกข์ร้อน ไม่ประเมินอะไรต่ออะไรด้วย นักข่าวก็เลยถามว่าแล้วท่านรู้เรื่องนี้มาได้อย่างไร ท่านรู้ได้อย่างไรว่ามีคนจะจ้องปฏิวัติ ท่านบอกว่ามีคนส่งข้อมูลมาให้ในทํานองว่ามีการส่งใบปลิวมาให้ นักข่าวก็ถามว่าผู้ส่ง ใบปลิวเปึนใคร ท่านก็ตอบว่าวางอยู่ข้างหน้า หันมาปัูบวางอยู่แล้ว และใบปลิวนี้ได้มา คนเดียว ครม. ไม่ได้ ทําให้นักข่าวสงสัยว่าการแจกใบปลิวใน ครม. ๓๖ คน ทําไมแจกที่ นายกรัฐมนตรีคนเดียว นักข่าวก็ถามว่าแล้วเนื้อหาเปึนอย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า เห็นเปึนชาร์ท (Chart) เลยว่ามีขบวนการทําลายล้างรัฐบาลนายสมัครเปึนอย่างนี้ ๆ บางที อาจจะให้ไม่ได้เพราะมีชื่อคนอยู่ในนั้นเยอะ แต่สุดท้ายท่านก็บอกว่าท่านไม่ได้พูดเรื่องนี้ เห็นไหมครับท่านประธาน ผมเลยคิดว่าคงจะลําบากแล้วที่จะให้ผมไว้วางใจให้บริหาร ประเทศนี้ต่อไป อีกเรื่องหนึ่งในสภาแห่งนี้ครับ มีการพูดเท็จในสภาแห่งนี้ คนที่ตั้งกระทู้ถาม นายกรัฐมนตรีในวันนั้นชื่อนายกรณ์ จาติกวณิช ซึ่งเปึนมือเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ ท่านตั้งกระทู้ถามที่ท่านนายกรัฐมนตรี ไปออกรายการถามจริงตอบตรง คุณกรณ์ตั้งกระทู้ถามว่าที่นายกรัฐมนตรีมาพูดเรื่อง แบงก์ (Bank) จะเจ๊ง ๒ แบงก์ แล้วตอนนี้มีคนถอนเงินแบงก์ก็จะเจ๊งจริง ๆ แล้ว นายกรัฐมนตรีจะรับผิดชอบอย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรีมาตอบในสภาแห่งนี้มีบันทึก การประชุมเรียบร้อย ท่านบอกท่านไม่ได้พูดสักคําหนึ่งว่าเจ๊ง แต่ว่าผมไปแกะมาอีกครับ ผมเปึนคนช่างแกะ แกะคําต่อคําอีกครับ ท่านนายกรัฐมนตรีพูดว่า ถามว่าอย่างนี้จะมี ประโยชน์ไหม ทํากันไว้อย่างนี้ผมต้องพูด ทํากันไว้หมดคือแบงก์เจ๊ง แบงก์นี้ก็เจ๊ง แบงก์นี้ก็เจ๊ง เอาเงินใส่เข้าไปก็รู้ว่าเจ๊ง ใส่เข้าไป ๘,๐๐๐ ล้านบาท พอใส่เข้าไปแล้วขาย ผิดปกติไหม มันผิดปกตินะ ผมตั้งใจจะเอาเรื่องนี้มาพูดไว้ตรงนี้ เพราะเวลาขายแล้ว มาแพะผม เขาทํากันไว้เรียบร้อยแล้ว ๒ แบงก์ นี่ถ้าทําอย่างดีเลยสุดท้ายก็มาขาย ตอนผมใช่ไหม จึงบอกมาให้รู้ นี่ถ้าไม่ไปเมืองนอกก็ไม่รู้กลับมาถึงรู้ อ๋ออย่างนี้นี่เอง แบงก์จะเจ๊งอยู่แล้วเอาไปใส่ ๘,๐๐๐ ล้านบาท พอใส่เข้าไป ๘,๐๐๐ ล้านบาท ประกาศขาย ท่านบอกท่านไม่เคยพูดคําว่า เจ๊ง ในสภา ท่านบอกว่า ข้อสําคัญที่สุด ผมไม่ได้บอกว่าธนาคารเจ๊ง ผมบอกว่าธนาคารเขามีปัญหาเอาเงินไปใส่ ๘,๐๐๐ ล้านบาท แล้วขาย ผมบอกอย่างนี้มันชอบกลมีสิทธิแสดงความคิดเห็น เพราะหากไม่ขายไม่ควร เอาเงินไปใส่ นี่ก็เปึนการเอาตัวรอดของท่านนายกรัฐมนตรีในสภาแห่งนี้ แต่บังเอิญว่า มีคนจับได้ไล่ทัน ผมก็เลยเอามาชี้แจงกับท่านประธานว่าเปึนเหตุผลหนึ่งที่ผมไม่ไว้วางใจ นี่คือทั้งหมดที่ชี้ให้เห็นว่าคนเปึนนายกรัฐมนตรีมีวุฒิภาวะ มีพฤติกรรมอย่างไร ผมย้อนกลับให้เห็นเลยว่าก็ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนคนพูดในรายการสนทนาประสาสมัคร เมื่อวันเสาร์ที่แล้วผมจําได้ท่านบอกว่าคนแบบท่านเสมอต้นเสมอปลายเปึนอย่างไร ก็จะเปึนอย่างนั้นไม่เปลี่ยนแปลง ฟังเมื่อวันเสาร์ที่แล้วผมถึงบางอ้อทันทีเลย ผมได้ ไปเห็นว่าสิ่งที่นายกรัฐมนตรีคนนี้ได้มีพฤติกรรมที่กลับไปกลับมาตลอดเวลา เพราะพฤติกรรมในอดีตมันเปึนอย่างนี้จริง ๆ ครั้งหนึ่งถ้าท่านประธานเปึนนักการเมือง ก็ไม่ไกลเกินไปและผมก็ยังตามทันก็คือว่านายสมัคร สุนทรเวช เคยไปใส่ความสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ ชื่อนายดํารง ลัทธพิพัฒน์ บอกว่าไปเกี่ยวพันกับการค้าเฮโรอีน ระหว่างประเทศถูกจับได้แล้วฆ่าตัวตายครอบครัวเขาเสียหาย คุณหญิงสมศรี ลัทธพิพัฒน์ ท่านฟัอง มีการสอบสวน มีการขึ้นโรงขึ้นศาล ผมสรุปย่อ ๆ เลย ศาลพินิจพิจารณาแล้วว่า จําเลยได้หมิ่นประมาทนายดํารงจริง เพราะท่านเขียนในหนังสือเดลิมิเรอร์ คอลัมน์ (Column) มุมน้ําเงิน ตอนนี้เจ๊งไปแล้ว ศาลบอกว่าได้ใส่ร้ายเขาจริง หมิ่นประมาทจริง ตัดสินจําคุก ๖ เดือน รออาญา ๒ ป้ ในฐานะที่มีตําแหน่งใหญ่โตเปึนคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ มาบ้างก็ให้รออาญา ๒ ป้ หลังจากนั้นท่านยังผูกใจเจ็บกับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง ๆ ที่เปึนพรรคที่ให้โอกาสท่าน ให้โอกาสตั้งแต่เปึนสมาชิกสภาเทศบาลด้วยซ้ําไป ท่านก็มากล่าวหาดอกเตอร์สาวิตต์ โพธิวิหค ว่าดอกเตอร์สาวิตต์ โพธิวิหค ตัดภูเขาทําถนนเข้าไปรีสอร์ท (Resort) ที่จังหวัดระยอง พาดพิงเลยว่าดอกเตอร์คนนี้ไปซื้อที่ดินแปลงเบ้อเร่อที่จังหวัดระยอง ตัดภูเขาทั้งลูก ผ่าภูเขาเข้าไปไม่เกรงกลัวกรมป์าไม้ กรมป์าไม้ก็กลัวฤทธิ์ดอกเตอร์คนนี้ เพราะใกล้ชิด นายกรัฐมนตรีเปรม ศาลพิจารณาตัดสินหมิ่นประมาทดอกเตอร์สาวิตต์ โพธิวิหค จริง จําคุก ๔ เดือน ปรับ ๔,๐๐๐ บาท รอลงอาญา ๒ ป้ เอาอีกแล้วครับ ไม่เข็ดหลาบ หลังจากนั้นยิ่งกว่านั้นอีก คดีที่สําคัญนะครับ คดีใส่ความ
ท่านเทพไทมีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านเฉลิม
ท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน แบบสัดส่วน กลุ่ม ๖ กรุงเทพมหานคร เมืองนนทบุรี และสมุทรปราการ ผมขออนุญาต ใช้สิทธิในฐานะสมาชิกของสภาผู้แทนราษฎรประท้วงการอภิปรายของท่านสมาชิก ซึ่งกําลังอภิปรายอยู่ ในข้อ ๖๑ ท่านประธานกรุณานิดหนึ่งเถอะครับว่า การอภิปราย ต้องอยู่ในประเด็นหรือเกี่ยวกับประเด็นที่กําลังปรึกษากันอยู่ ต้องไม่ฟุ์มเฟ๋อย วนเวียน ซ้ําซาก ท่านผู้อภิปรายกําลังอภิปรายเรื่องในอดีต บางเรื่องถ้าทําผิดจริงแล้วหนีไป แบบคนบางคน พอพ้น ๒๐ ป้ก็คดีหมดอายุความ ญัตติครั้งนี้เปึนญัตติไม่ไว้วางใจ ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอีก ๗ คน เปึนญัตติของพรรคการเมืองที่อ้างว่าตัวเอง มีมาตรฐานและมีหลักฐานในการอภิปรายเพื่อไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี และ ๗ รัฐมนตรี เปัาประสงค์ก็คือว่าให้พ้นจากตําแหน่ง แล้วก็บอกชัดว่าหลังอภิปรายเสร็จ รัฐบาลอยู่ไม่ได้ ก็จะให้ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขึ้นดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่การอภิปรายเปึนการอภิปรายในอดีต เปึนการอภิปราย คําพิพากษาของศาลซึ่งจบไปแล้วและไม่เกี่ยวข้องกับท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งบริหารราชการ บ้านเมืองมาได้ ๔ เดือน และซ้ําร้ายกว่านั้น ผมไม่อยากให้พูดจามดเท็จในสภาแห่งนี้ เมื่อตอนเช้าที่ ส.ส. นิพิฏฐ์ อภิปราย บอกชัดว่าตํารวจสั่งฟัองคดีอดีตรัฐมนตรีจักรภพ ผมตรวจสอบแล้วคดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน เขาบอกว่าคดีมีหลักฐานเขาก็เรียกตัวไป แต่ยังไม่ได้สั่งว่าผิดหรือถูก ฟัองหรือไม่ฟัอง ผมขอให้ท่านประธานพิจารณาด้วยครับว่า ท่านสมาชิกที่กําลังอภิปรายอยู่นี้ บอกสิครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีผิดอะไร บอกสิครับ ให้บริหารราชการไม่ได้ ก็ไปเอาคําพิพากษาพงศาวดาร
ท่านประธานครับ
ท่านเฉลิมครับ ผมเข้าใจแล้ว ท่านใช้สิทธิพอสมควรแล้วครับ ท่านประท้วงหรือเปล่าครับ ผมขออนุญาตวินิจฉัยครับ ท่านสมบรูณ์ ท่านเทพไทครับ ท่านสมบูรณ์ ผมขออนุญาต วินิจฉัยก่อน ท่านนั่งก่อนครับ ท่านเทพไทครับ ผมขออนุญาตวินิจฉัยนะครับ ที่จริงญัตติ ที่ยื่นเปึนญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาลชุดนี้ในช่วง ๔ เดือนที่ปฏิบัติราชการ เพราะฉะนั้น หลักการอภิปรายอาจจะเกริ่นเรื่องในอดีต เรื่องประวัติศาสตร์ เรื่องเก่า ๆ ไม่ผิดครับ เพียงแต่ต้องให้พอสมควร ยกตัวอย่างครับ ถ้าใช้เวลาสัก ๑๕ นาที ท่านจะเกริ่นเรื่องเดิม ๆ สักไม่เกิน ๓-๔ นาที ที่เหลืออีก ๑๐ นาที ๑๒ นาที พูดในช่วง ๔ เดือน บกพร่องตรงไหน ชี้ประเด็นเลย ผมว่ามันจะเข้าเนื้อหามากกว่า เพราะฉะนั้นผมไม่อยากให้ไปรื้อประวัติศาสตร์ เล่นเสียยาวเหยียดนะครับ อยากให้ เข้าประเด็นในช่วง ๔ เดือนบกพร่องอะไรตรงไหน ส่วนประวัติศาสตร์เรื่องเก่า ๆ ก็ให้พอสมควร ไม่อย่างนั้นเท่าที่ผมนั่งฟังอยู่มันก็ซ้ําซ้อน เดิม ๆ เรื่องนี้หนังสือพิมพ์เขาก็ ลงอยู่ประจําก็โต้กันไปโต้กันมา แม้แต่การตั้งกระทู้ถามก็ยังอย่างนี้ก็ถือว่าเปึนการซ้ําซ้อน เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้เข้าประเด็นเลยนะครับ เชิญครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ไม่น่าเชื่อว่า นายสมัคร สุนทรเวช
ท่านต่อของท่าน ท่านอย่าไปแขวะเขาคืนนะครับ
(ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านเฉลิมมีอะไรครับ ถ้าประเด็นนี้ผมวินิจฉัยแล้วนะครับ
ไม่ใช่ประเด็นนี้ครับท่านประธาน ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานตามลําดับ ท่านประธานรู้เท่าผมรู้ สมาชิกฝ์ายค้านรู้เท่าผมรู้ แล้วรู้เท่ากัน ไม่มีใครเหนือใครหรอก ในสภา ญัตติที่ยื่นมาต้องอภิปรายได้อย่างเดียวคือการบริหารราชการของนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีผิดพลาด บกพร่อง เขาห้ามอภิปรายเรื่องส่วนตัว ห้ามอภิปรายเรื่องทุจริต ถ้าท่านอยากอภิปรายเรื่องทุจริตก็ต้องร้อง ป.ป.ช. ด้วย ท่านประธานต้องเคร่งครัด ควบคุม และผมยืนยันที่ผมประท้วงครั้งนี้ไม่ได้กลัวพรรคประชาธิปัตย์
เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณครับ ผมได้เตือนแล้ว ท่านช่วยกรุณาหน่อยครับ ท่านสมบูรณ์ มีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ ก็มีโอกาสได้ประท้วงท่านรัฐมนตรีเพราะลงมาเปึนองครักษ์ ก็เปึนสิ่งที่ดีครับท่านประธาน
ท่านสมบูรณ์ครับ ถ้าจะประท้วงเรื่องเดิมผมถือว่าผมได้วินิจฉัยแล้ว จบแล้วนะครับ ท่านประท้วงประเด็นไหนครับ
ท่านประธานครับ ผมต้องการให้ ท่านรัฐมนตรี
ท่านประท้วงประเด็นไหน ขอประเด็นที่ท่านจะประท้วงนะครับ
ท่านประธานครับ ผมกําลังเรียนว่า ท่านรัฐมนตรีใส่ร้าย เนื่องจากเมื่อกี้กล่าวหาว่าคุณนิพิฏฐ์ ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายมดเท็จ ต้องถอนครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านนิพิฏฐ์ได้อภิปรายข้อเท็จจริงให้ทาง ท่านประธานได้รับทราบ เพราะฉะนั้นจะเท็จหรือจริงอยู่ในการพิสูจน์ในสภาของเราแห่งนี้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในการอภิปรายของคุณเทพไทตรงตามญัตติแล้วครับ ต้นน้ําดี ปลายน้ําย่อมดี ถ้าต้นน้ําไม่ดี
พอแล้วครับ
ท่านนั่งก่อนครับ ท่านจตุพรครับ ท่านเฉลิมท่านนั่งก่อนครับ ผมขอวินิจฉัยก่อน ผมต้อง วินิจฉัยก่อนครับ ท่านสมบูรณ์นั่งก่อนครับ ผมก็ฟังอยู่ที่ท่านเฉลิมได้พูดเมื่อกี้ ไม่มีการพาดพิง ทําให้เสียหายครับ เปึนการชี้แจง เพราะฉะนั้นก็คงไม่ต้องถอน ขอให้ท่านเทพไทต่อเลย ให้เข้าประเด็นเลยนะครับ ท่านเฉลิมครับด้วยความเคารพเมื่อกี้ผมฟังอยู่ไม่เสียหายครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ
ประเด็นไหนท่านครับ
ประเด็นที่ท่าน ส.ส. สมบูรณ์บอกว่าผมไปกล่าวหาคุณนิพิฏฐ์พูดเท็จ
ไม่มีแล้วครับ ผมวินิจฉัยแล้ว ผมวินิจฉัยไม่ต้องถอน ท่านก็ไม่ผิดท่านนั่งเถอะครับ ผมพูดแล้วครับ ผมบอกไม่ต้องถอน ท่านนั่งครับ
(นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านจตุพรมีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พลังประชาชน ขอประท้วงตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ว่าการอภิปรายจะต้องอยู่ในประเด็นหรือเกี่ยวกับประเด็น ญัตติไม่ไว้วางใจ ที่ลงเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายนของพรรคฝ์ายค้านนั้นมีเนื้อความอย่างนี้ครับท่านประธาน ท่านประธานต้องวินิจฉัย พรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นญัตติโดยระบุอย่างนี้ว่าภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ นายสมัคร สุนทรเวช ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมแต่งตั้งเปึนนายกรัฐมนตรีจัดตั้งรัฐบาลเข้าบริหารประเทศท่ามกลาง ความคาดหวังของประชาชนทั้งแผ่นดิน แล้วก็อธิบายความยาวไป ที่ผมประท้วงไปยัง ท่านประธานก็คือว่ายื่นญัตติไม่ไว้วางใจนับวันที่ ๒๓ ธันวาคม ในวันเลือกตั้งตาม ข้อกล่าวหาของพรรคประชาธิปัตย์ แล้วกระผมก็ยังยืนยันว่าสิ่งที่นายเทพไทอภิปราย ไปนั้นเกินญัตติแล้วก็เกินตั้งแต่เมื่อวานนี้ ผมได้ทักท้วงต่อท่านประธานคนก่อน มีการอภิปรายบอกว่ามีการทําผิดรัฐธรรมนูญ ปรากฏว่าปล่อยให้อภิปรายต่อไปได้ ทั้งที่ไม่มีการยื่นถอดถอน และคดีของจักรภพ ร้อยตํารวจเอก เฉลิมพูดจริงยังไม่มี การสั่งฟัองเพียงรับทราบข้อกล่าวหาเท่านั้นเอง
ขอบคุณครับ เมื่อกี้ผมได้วินิจฉัยประเด็นนี้แล้ว ท่านเทพไทครับขอความกรุณาให้เข้าประเด็น ตรงนี้ ชี้ประเด็นที่บกพร่องเลย อย่าไปรื้อประวัติศาสตร์มากมาย พอสมควรแล้วครับ เชิญครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ประเด็น ของผมก็คือว่าท่านนายกรัฐมนตรีมีพฤติกรรมภาวะผู้นําบกพร่อง พูดจากลับไปกลับมา พูดจาเท็จตลอดเวลา ตรงนี้เองผมชี้ให้ท่านประธานเห็นว่าคนเปึนคนเท็จ คนพูดโกหก ไม่ทําชั่วไม่มี ผมต้องการชี้ให้เห็นแล้วผมจะไม่ไว้วางใจ ทําไมใครต้องมาเดือดร้อนกันนัก กันหนา ตัวนายกรัฐมนตรีเองส่วนตัวท่านพอที่จะสู้กับผมอยู่แล้วท่านประธานในสภา แห่งนี้ ท่านไม่จําเปึนต้องใช้ตัวช่วยครับ
ท่านต่อของท่านนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อผม อภิปราย สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อภิปราย สมาชิกก็บอกว่าเปึนเรื่องเท็จบ้าง เปึนเรื่องที่ ไม่มีการพิสูจน์มาบ้าง พอผมเอาเรื่องที่มันพิสูจน์มาแล้ว ตัดสินแล้วในศาลมาพูดก็บอกว่า เปึนพงศาวดาร มันไม่เปึนพงศาวดารหรอกครับท่านประธาน
ท่านเทพไทผมถือว่าผมได้วินิจฉัยไว้แล้วนะครับ ท่านมีสิทธิที่จะพูดเรื่องเก่า ๆ เดิม ๆ ประวัติศาสตร์อะไรต่าง ๆ หนังมีไตเติล (Title) แต่ถ้าไตเติลยาวเกินเขาไม่ดูนะครับ เพราะฉะนั้นท่านมีสิทธิที่จะพูดถึงเรื่องในอดีต ประวัติศาสตร์อะไรต่าง ๆ ท่านนํามา เกริ่นได้แต่ให้พอสมควร ทีนี้ผมเห็นว่ามันพอสมควรแล้วไม่อย่างนั้นก็จะมีคนประท้วง อยู่อย่างนี้ล่ะครับ ท่านเข้าสู่ประเด็นเลยครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ผมไม่ซ้ํา ประเด็นนะครับ เรื่องใหม่ที่ผมไม่อยากจะพูดก็คือว่าเรื่องที่นายสมัคร สุนทรเวช ได้ทํา หนังสือปกดําโจมตีนายบรรหาร ศิลปอาชา ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม คดีนี้อยู่ในศาล ศาลตัดสินเรียบร้อยแล้วครับ ผลของศาลก็คือว่าจําคุก ๖ เดือน ปรับ ๓,๐๐๐ บาท กล่าวหานายบรรหาร
ท่านประธานครับ
ท่านเทพไทมีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านจตุพรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ พรรคพลังประชาชน ก็เมื่อญัตตินี้ยื่นอภิปรายนายสมัครในฐานะนายกรัฐมนตรี ถ้าอภิปรายต่อไปนี้พรรคประชาธิปัตย์เปึนรัฐบาลจะอภิปรายได้ตั้งแต่ ๖ เมษายน ๒๔๘๙ หรือไม่ ผมต้องถามอย่างนี้ท่านประธาน เพราะว่าถ้าถูกอภิปรายบ้างผมจะบอกว่าหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ไปว่าความโดยการ
ท่านจตุพรครับนั่งเถอะครับ ไม่มีอะไรครับ ผมป่ดเสียงไว้ ไม่มีอะไรครับ ท่านนั่งเถอะครับ ไม่เสียหายครับ ผมป่ดเสียงไว้แล้วไม่มีปัญหา ไม่มีใครเสียหาย ขอความกรุณาท่านเทพไทครับ ให้เอาอย่างนี้พอสมควรแล้วเข้าสู่ประเด็นเลยนะครับ อย่าไปรื้อแต่เรื่องเก่า เอาเรื่องเก่ามาเปึนเรื่องประกอบเท่านั้น อย่าเอาเปึนเรื่องหลัก ที่ฟังมาทั้งหมดเก่าทั้งนั้นเลย เชิญท่านครับ
ถ้าท่านคิดว่าเรื่องใส่ร้ายนายบรรหาร เปึนเรื่องเก่า เรื่องใส่ร้าย พลตรี สนั่นเปึนเรื่องเก่า ผมเอาเรื่องปัจจุบันเลยท่านประธาน เรื่องปัจจุบันที่มีการกล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีไปวิ่งเต้นศาลเพื่อล้มคดีโดยนายวีระ สมความคิด และนายวีระ สมความคิด ก็ท้าทายอยู่ตลอดเวลาว่าให้ฟัองเสียที จนถึงวันนี้ ยังไม่ได้ฟัองครับ เรื่องก็คือว่านายกรัฐมนตรีคนนี้จัดรายการโทรทัศน์ ช่อง ๕ ช่อง ๙ ชื่อรายการ เช้าวันนี้ที่เมืองไทย กับรายการสมัคร ดุสิต ฮิตตามวัน ใส่ร้ายสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์
ท่านเทพไทมีผู้ประท้วง เชิญท่านเฉลิมครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าท่านประธานต้องควบคุม การประชุมตามข้อบังคับ ไหนบอกว่ามีทีเด็ดรัฐบาลบริหารราชการผิดพลาด บกพร่อง เป่ดมาผัวะ ๆ น็อก (Knock) เลย เรื่องที่กําลังอภิปรายเปึนเรื่องส่วนตัวท่านนายกรัฐมนตรี เปึนเรื่องในอดีต พูดได้ครับต้องไปสะพานมัฆวานรังสรรค์พูดได้
ขอบคุณครับ ท่านนั่งเถอะครับ อย่างนี้ท่านครับ ฝ์ายค้านเขายื่นญัตติไม่ไว้วางใจ เขามีสิทธิ ที่จะกล่าวหาอยู่แล้ว ส่วนจะกล่าวหาอย่างไรก็เปึนหน้าที่ของท่านนายกรัฐมนตรีจะชี้แจง ไม่มีปัญหาหรอกครับ เชิญท่านต่อครับ
ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ว่าไม่ได้ห้ามเขากล่าวหา แต่ตามญัตติมันพูดเรื่องส่วนตัว กับเรื่องการทุจริตไม่ได้ เพราะช่องทางที่ยื่นมันเรื่องบริหารราชการบ้านเมืองผิดพลาด บกพร่อง
ครับ ผมฟังอยู่ ขอบคุณครับ ไม่เปึนไร ประท้วงเรื่องอะไรครับ ไม่มีอะไรเสียหาย ผมป่ดเสียง ไว้ทั้งหมดแล้ว ท่านนั่งเถอะครับ ผมไม่ได้ปล่อย ผมป่ดเสียงไว้หมดแล้ว ไม่มีอะไรเสียหาย ท่านนั่งเถอะครับ ผมป่ดตลอดครับ ท่านสุวโรชนั่งเถอะครับ ไม่มีอะไรเสียหาย ถ้าจะ ประท้วงเรื่องนี้ผมไม่อนุญาตครับ ท่านสุวโรชเชิญครับ ประเด็นที่เสียหายนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วง ท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ เพราะท่านประธานพูดเองเมื่อตะกี้ว่าเวลาใครจะประท้วง ให้ลุกขึ้นยืนแล้วให้ชี้ แล้วผมถามว่าท่านรัฐมนตรี ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ละเมิด ข้อบังคับลุกขึ้นมายืนแล้วพูด
ผมถึงป่ดเสียงไว้อย่างไรครับ ท่านนั่งเถอะครับ ไม่มีอะไรเสียหายครับ ถ้าท่านจะประท้วง ท่านบอกด้วยนะครับประท้วงใคร ข้อบังคับข้อไหน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้วันที่ ๒ แล้วผมไม่เคยประท้วง เพราะว่าผมคิดว่ามีวุฒิภาวะ
ท่านครับ ท่านใช้สิทธิประท้วง ผมถามท่านว่าท่านประท้วงใคร ผิดข้อบังคับข้อไหนครับ ท่านต้องบอกก่อนนะครับ ประท้วงใคร ผิดข้อบังคับข้อไหนครับ
ผมประท้วงท่านประธานสภา ตามข้อบังคับข้อ ๘ ท่านประธานต้องรักษาความเรียบร้อย
ผมทําหน้าที่นั้นแล้วครับ ไม่มีใครผิดข้อบังคับ ท่านนั่งเถอะครับ มีประเด็นอื่นใช่ไหมครับ
ผมอยากกราบเรียนว่าท่านประธาน ต้องควบคุมการประชุม
ประเด็นนี้ผมวินิจฉัยแล้ว จบแล้วครับ มีประเด็นอื่นอีกหรือเปล่าครับ ใครผิดข้อไหน ด้วยนะครับ
ประเด็นอื่น ข้อ ๖๓ ประท้วง ผู้อภิปราย คือท่านเฉลิม อยู่บํารุง จริง ๆ ข้อประท้วงของท่านเฉลิม
ท่านเฉลิมผิดตรงไหนครับ
ท่านประธานวินิจฉัยแล้วแต่ว่า เขายังไม่ยอมปฏิบัติตามที่ประธานวินิจฉัย
ท่านนั่งเถอะครับ ไม่มีใครไม่ปฏิบัติแล้วครับ เชิญท่านเทพไทต่อครับ
ท่านประธานครับ ผมใกล้จบแล้ว
ผมขอใช้สิทธิประท้วง และขอใช้สิทธิถูกพาดพิงในเวลาเดียวกัน ในกรณีที่ผมถูกพาดพิงก็เพราะว่ามีสมาชิก ท่านหนึ่งขึ้นแสดงอาการประท้วงเมื่อสักครู่นี้ แล้วกล่าวว่าที่ผ่านมาผมไม่ประท้วงเพราะมี วุฒิภาวะ นั่นหมายความว่าคนที่ประท้วงไม่มีวุฒิ
ท่านนั่งเถอะครับ เชิญครับคุณเทพไท
ท่านประธานที่เคารพ ผมใกล้ จะจบแล้ว เพียงแต่ว่าชี้ให้เห็นแค่ ๒ ประเด็นเท่านั้นเอง เรื่องที่ศาลพิจารณาพิพากษา ไปแล้ว ๒ คดี เปึนคดีเก่าผมไม่อภิปรายนะครับ แต่ว่าเรื่องล่าสุดที่ยังคาราคาซังอยู่ ผมขออนุญาตท่านประธานครับ ที่นายสมัคร สุนทรเวช ได้กล่าวหาสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเปึนสมาชิกในสภาแห่งนี้ ดอกเตอร์สามารถ ราชพลสิทธิ์ ตอนที่เปึนรองผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ท่านได้จัดรายการทีวีช่อง ๕ และช่อง ๙ รายการทางโทรทัศน์ รายการ เช้าวันนี้ที่เมืองไทย กับ
ท่านประธานครับ
ท่านจตุพรครับ ผมคิดว่าน่าจะใกล้จบแล้ว เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีจะได้ชี้แจงนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นที่ นายเทพไทกําลังจะพูดนั้นเรื่อง
ท่านประท้วงนะครับ ผิดข้อบังคับข้อไหนครับ
ข้อ ๑๑ ท่านฟังผมก่อนนะครับ
ประเด็นไหนครับ
เพราะประเด็นการอภิปรายต้อง อยู่ในประเด็น ท่านฟังผมก่อน แล้วเรื่องนี้เปึนความเสียหาย เรื่องที่นายเทพไทกําลังจะ พูดนั้นกําลังอยู่ในการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ แปลความก็คือว่าเรื่องนี้อยู่ใน การพิจารณาของชั้นศาล เรื่องที่อยู่ในศาลหยิบยกมาพูดในสภาได้อย่างไรในการอภิปราย ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วย
ท่านเทพไทครับ เรื่องที่อยู่ระหว่างดําเนินคดีในศาลนี่ถ้างดเว้นไม่พูดถึงได้ก็ดีนะครับ ให้เปึนหน้าที่ของศาล ถ้าจะเกริ่นก็เกริ่นได้เล็กน้อยแต่อย่าไปลงรายละเอียด ไม่อยากให้ กระทบกับศาลนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมจะพูด ในสิ่งที่ศาลยุติแล้ว
เชิญครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ
ท่านจตุพรที่จริงจบแล้วนะครับ เอาไว้ถ้าเขาพูดแล้วท่านค่อยประท้วงครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ คดีนี้ได้สิ้นสุด ที่ศาลชั้นต้น ผมจะพูดในสิ่งที่อยู่ในศาลชั้นต้นเพราะนายสมัคร สุนทรเวช ได้ใส่ความ ดอกเตอร์สามารถ ราชพลสิทธิ์ ว่าได้ไปซื้อรถบีเอ็มดับบลิว ซีรีส์ (BMW Series) ๗ ปัายแดง โดยรับเงินจาก
มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมได้ทักท้วง เพราะว่าเรื่องนี้กําลังอยู่ในชั้นศาล แม้นว่าศาลชั้นต้นจะตัดสินไปแล้วก็จริงแต่มีการยื่น อุทธรณ์ เพราะฉะนั้นเปึนเรื่องเดียวกันที่อยู่ในศาลอุทธรณ์ ถามว่ามาพูดได้อย่างไร ถ้าศาลฎีกาตัดสินแล้วแบบ ส.ป.ก. ๔-๐๑
นั่งเถอะครับ ท่านสมบูรณ์นั่งครับ ผมขออนุญาตวินิจฉัย ท่านนั่งครับ ท่านเทพไทเมื่อกี้ ผมได้วินิจฉัยแล้วแล้วก็ได้ตักเตือนท่านแล้วเรื่องยังอยู่ในขั้นศาลแล้วยังไม่ถึงที่สุด เพราะฉะนั้นได้โปรดระมัดระวังด้วย ถ้าไม่เอ่ยถึงได้ยิ่งดีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช
ท่านประธานครับ
ท่านทวีวัฒน์มีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย พรรคพลังประชาชน สกลนคร ผมเห็นว่าท่านผู้อภิปรายได้อภิปราย พอสมควรแล้ว ขอใช้ข้อ ๖๒ ควรให้ยุติการอภิปรายได้ เพราะถ้าขืนให้อภิปรายต่อไป
ท่านครับ ผมนั่งฟังอยู่ ท่านนั่งเถอะครับ เปึนอํานาจของผมครับ ข้อ ๖๒ ท่านนั่งเถอะครับ ท่านเทพไทครับ ถ้าเรื่องที่ยังอยู่ในขั้นศาลไม่พูดถึงได้ก็ดีครับ ท่านมีเรื่องที่จะพูดอีก เยอะแยะนี่ครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช ขอเรียนกับท่านประธานว่า เมื่อผมพูดเรื่องคดีที่ยุติไปแล้วสมาชิกก็บอกเปึนเรื่องเก่า พอพูดเรื่องกําลังพิจารณา ปัจจุบันก็บอกอยู่ในศาล ผมอยากเรียนกับท่านประธานนะครับว่า ผมไม่ได้ก้าวก่าย กระบวนการพิจารณาของศาลเลย ผมเพียงแต่อภิปรายผลการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้น ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับศาล และผมพร้อมจะรับผิดชอบในคําอภิปรายของผม เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าสิ่งที่ผมจะเสนอประธานต่อไปนี้เปึนข้อเท็จจริงในศาลชั้นต้นได้พิจารณาแล้ว แล้วก็ตีแผ่ทั่วไปแล้ว แต่ผมต้องการจะย้ําให้ท่านประธานเห็นว่าพฤติกรรมของ นายกรัฐมนตรีที่ชื่อสมัคร สุนทรเวช ไม่ควรจะเปึนนายกรัฐมนตรีต่อไป เพราะอะไรครับ ใส่ความดอกเตอร์สามารถว่าเอาเงินจากการประมูลก่อสร้าง กทม. ซึ่งเปึนความเท็จ มาซื้อรถส่วนตัวบีเอ็มดับบลิว
เชิญท่านจตุพร
ผมประท้วงท่านประธานและท่านสมาชิก ผู้อภิปราย ถ้าอย่างนี้กระบวนการที่จะมีการพิจารณาในชั้นศาลสามารถหยิบยกที่จะมา อภิปรายในสภาในช่วงระหว่างรอการตัดสินของศาลได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่า สภาเราก็ควรจะมีมาตรฐานเหมือนกัน ผมเชื่อว่านายกรัฐมนตรีก็สามารถตอบได้ แต่ว่า เมื่อพรรคฝ์ายค้านยื่นอภิปรายตั้งแต่ ๒๓ ธันวาคม
เอาละครับ พอแล้วครับ ท่านเทพไทครับ ขอความกรุณาให้เปึนหน้าที่ของศาลเถอะครับ เชิญต่อครับท่านเทพไท
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอร้อง นะครับว่าท่านประธานควรที่จะดูแลให้ผมได้มีโอกาสแสดงข้อเท็จจริง เพราะว่าญัตตินี้ เปึนญัตติสําคัญ สําคัญที่สุดในกระบวนการตรวจสอบของฝ์ายบริหาร ผมกําลังทําหน้าที่ ในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจคนที่เปึนนายกรัฐมนตรี ผมกําลังชี้ ให้สภาเห็น ให้ท่านประธานเห็นว่าคนที่เปึนนายกรัฐมนตรีมันไม่เหมาะสมอย่างไร ก็มีสมาชิกขึ้นมาขัดคอผมตลอดเวลา และท่านประธานก็ประนีประนอม ผมว่า ท่านประธานต้องยื่นว่าถ้าผมผิดข้อบังคับว่ามาเลย
ท่านเทพไทครับ ผมเข้าใจนะครับ เพียงแต่ขอความกรุณาท่านนิดเดียว เพราะผมได้วินิจฉัยแล้วประเด็นมันอยู่ตรงที่ท่านใช้เวลาในการเกิดเรื่อง ถ้าเปึนหนังไตเติล มันยาวเกินครับ มันก็เลยต้องทักท้วงหน่อย อยากให้เข้าสู่ประเด็น แล้วก็พอเข้าสู่ประเด็น ก็ไปมีปัญหาในเรื่องที่อยู่ในระหว่างขั้นตอนของศาล ก็เกรงว่ามันจะไปละเมิดศาลนะครับ ก็ให้เปึนเรื่องของศาลเถอะ ก็เท่านั้นเองครับ เชิญท่านต่อเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขอรับผิดชอบทุก ๆ สิ่งทุกอย่างที่ผมพูดไป แม้กระทั่งการละเมิดอํานาจศาล ผมเรียน สุดท้ายนะครับว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นได้พิจารณา คําพิจารณาน่าฟังมากครับ ท่านบอกว่า จําเลยเคยต้องคําพิพากษาให้ถึงที่สุด ให้จําคุกในความผิดฐานหมิ่นประมาท
ท่านครับ ถ้าจะฝ๋นพูด ท่านจตุพรก็ประท้วงอยู่อย่างนี้นะครับ แล้วผมถือว่าผมวินิจฉัย ไปแล้ว ขอเถอะครับประเด็นนี้ ให้เปึนหน้าที่ของศาลเถอะครับ ท่านนั่งเถอะครับ ท่านเทพไทครับ ให้เปึนหน้าที่ของศาลนะครับ ขอความกรุณา ขอเปึนเรื่องอื่นดีกว่า
๓ คําครับท่านประธาน แค่นี้เอง ทําไมทนฟังไม่ได้ครับ
ไม่ได้แน่นอนครับท่านประธาน
ท่านเทพไทครับ ไม่อย่างนั้นผมจะใช้อํานาจผมตามข้อ ๖๒ ให้ท่านหยุดอภิปรายครับ ขอเปึนประเด็นอื่นเถอะครับ ขอประเด็นอื่นดีกว่าท่านเทพไท ท่านนั่งเถอะครับ ท่านจตุพร นั่งครับ ท่านเทพไทครับ ผมวินิจฉัยแล้วนะครับ ผมไม่อนุญาตให้ท่านได้พูดถึงเรื่องที่อยู่ใน ขั้นตอนของการพิจารณาของศาล แล้วผมถือว่าคําวินิจฉัยผมเด็ดขาดแล้ว ถ้าท่านยัง ยืนยันที่จะพูด ผมก็จะใช้อํานาจข้อ ๖๒ ให้ท่านหยุดการอภิปรายครับ เชิญท่านต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเคารพท่านประธาน เมื่อท่านประธานวินิจฉัยอย่างนี้ ผมอยากให้สภาแห่งนี้ ได้บันทึกข้อวินิจฉัยของท่านประธาน และผมก็อยากจะเรียนกับท่านประธานว่าผมผิด ข้อบังคับตรงไหน แค่ท่านประธานจะเอาใจสมาชิกที่ประท้วงผม
ท่านต้องถอนคําพูดนะครับ
ถอนครับ
ต่อของท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ขอประท้วง ท่านที่กําลังอภิปรายครับ
ท่านนั่งเถอะครับ ไม่มีอะไรผิดแล้วครับ เชิญท่านต่อครับ
ท่านประธานครับ ผมก็จะยุติครับ เรื่องนี้ผมจะไม่พูด แต่ว่าผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานเพื่อจะใช้ภาพประกอบ การอภิปรายช่วงสุดท้ายครับ ท่านอนุญาตนะครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือ บุคลิกภาพของคนเปึนนายกรัฐมนตรี ท่านประธานเอนดูสิครับว่าเหมาะสมที่จะเปึน นายกรัฐมนตรีและมีสภาพเปึนนายกรัฐมนตรีจริงหรือไม่
ท่านเทพไทครับ ที่จริงเรื่องนี้ก็มีลงสื่อมวลชนตลอดทุกฉบับนะครับ เพราะฉะนั้นท่านครับ ผมไม่อนุญาตให้ใช้ภาพนะครับ ท่านอภิปรายต่อได้เลยครับ
ครับ ก็ไม่เปึนไร ท่านไม่ใช้ภาพ เมื่อกี้ท่านอนุญาต ท่านถอนอนุญาตก็ไม่มีปัญหาครับ ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่า
ท่านประธานครับ เดี๋ยวให้ผม ประท้วงก่อนครับ
ไม่มีประเด็นแล้วท่านนั่งเถอะครับ ท่านประชาครับ จบแล้วครับ เชิญครับท่านเทพไท
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ เมื่อท่านไม่อนุญาตที่จะให้อภิปรายด้วยภาพผมก็เคารพครับ แต่ว่าผมอยากจะ ชี้ให้ท่านประธานเห็นว่าสถานะการเปึนนายกรัฐมนตรีจะต้องเปึนคนที่มีวุฒิภาวะที่จะ บริหารประเทศได้ ผมไม่อยากให้ประเทศนี้มีคนป์วยมาเปึนนายกรัฐมนตรี เพราะว่า คนป์วย
ท่านประธานครับ
ท่านครับ คงต้องถอนคําว่า คนป์วย ต้องถอนนะครับ
ก็เปึนคนไม่สบายแล้วกันครับ ท่านประธาน
ท่านประธานครับ ขอใช้สิทธิประท้วงครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ประชา ประสพดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน ก็ฟังกันมาอยู่ตลอด กรณีป์วยหรือจะเปึนภาพที่โชว์อยู่บน
ประเด็นนี้ผมดูอยู่แล้วครับ ท่านนั่งเถอะ ท่านอย่าประชดประชันเลย ถอนคําว่า คนป์วย คนไม่สบาย อย่าไปพูดถึงตรงนั้นเลยครับ ขอความกรุณา เชิญต่อเถอะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ก็ถือว่าเปึนคนที่ไม่เหมาะสมกับตําแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ไหมครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าผมเองก็สงสารว่าถ้าท่านจะเปึนนายกรัฐมนตรีอีกต่อไปท่านจะต้อง ถูกแรงภาวะกดดันจากหลาย ๆ อย่าง ผมอยากจะให้ท่านได้สุขสบาย ให้ท่านได้กลับไป เลี้ยงหลานชื่อน้องสายป์านที่ท่านไปเยี่ยมเมื่อวันก่อนนะครับ ผมคิดว่าด้วยเหตุผลทั้งหมด ที่ผมได้อภิปรายแล้วก็อาจจะไม่ได้อภิปราย แล้วก็รู้อยู่แก่ใจตัวผม ผมคิดว่าผมไม่สามารถ ไว้วางใจให้นายสมัคร สุนทรเวช เปึนนายกรัฐมนตรีอีกต่อไปได้ ขอบคุณครับ
เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สมัคร สุนทรเวช ใครเปึนพวกพ้องไม่อับอายอย่างไรก็สุดแท้แต่ ผมอายแทนจริง ๆ ขอบคุณครับ
คุณมาลินีครับ
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน แพทย์หญิงมาลินี สุขเวชชวรกิจ ส.ส. สัดส่วน นครสวรรค์ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่ดิฉัน จะขึ้นมาอภิปรายท่านนายกรัฐมนตรีนั้นดิฉันได้ไตร่ตรองหลายครั้งว่าควรจะพูดหรือไม่ เพราะในความเปึนแพทย์และในความที่ต้องเปึน ส.ส. และรับผิดชอบ
ท่านมาลินีขออภัยครับ ท่านไม่ได้ผิดอะไร ผมขออนุญาตนิดหนึ่งครับ ญัตติไม่ไว้วางใจ มีอยู่ ๒ ญัตติ ญัตติของท่านนายกรัฐมนตรีกับรัฐมนตรีรายบุคคล นี่เวลาก็มาพอสมควร แล้วก็ยังอยู่ในประเด็นของท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ ผมไม่ได้ว่าอะไรเพียงแต่อยากให้ ท่านได้บริหารเวลา พยายามเนื้อหาให้กระชับ แล้วอย่าให้มันซ้ําซ้อนเพื่อที่จะได้มีเวลา เหลือไปอภิปรายรัฐมนตรีท่านอื่น ฝากท่านช่วยบริหารเวลาเท่านั้น ไม่ได้ว่าอะไรครับ ท่านสาทิตย์ครับ ขอให้ท่านมาลินีได้อภิปรายก่อนครับ ไม่เปึนไร ให้ท่านได้อภิปรายก่อน ท่านมาลินีเชิญครับ
ท่านประธานคะ ดิฉัน แพทย์หญิงมาลินี สุขเวชชวรกิจ ส.ส. สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันมานั่งไตร่ตรองแล้วความเปึนหมอ เราคงปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ถ้าหากว่ามีผู้ป์วยคนหนึ่งเปึนโรคลมบ้าหมูแล้ว เราเปึนหมอประจําตัวของเขาแล้วเรารู้ว่าถ้าคนนี้ไปเปึนนักบินแล้วเขาจะพาคนไป เสียชีวิตอีกเท่าไร แต่ว่าผู้ป์วยคนนั้นได้หลบไปให้หมอคนอื่นซึ่งไม่รู้ประวัติ แล้วก็เขียน ใบรับรองแพทย์ว่าสุขภาพแข็งแรงแล้วก็ไปเปึนนักบิน เราซึ่งเปึนหมอที่มีความรับผิดชอบ เราคงจะปล่อยเช่นนั้นไม่ได้ ต้องรีบแจ้งให้ทราบว่ามันเปึนอันตรายนะเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมาเปึน ส.ส. เปึน ส.ว. ดิฉันเปึนหมออาชีพจนเกษียณอายุราชการ ไม่ใช่เปึนหมอนักการเมือง เพราะฉะนั้นดิฉันมองเห็นความอันตรายของบ้านเมือง จะเกิดขึ้นอย่างไรจากการที่เรามีผู้บริหารประเทศนั้น ที่มีความต้องเรียนว่าดิฉันเฝัาสังเกต ท่านมาโดยตลอดนะคะ ต้องขออนุญาตที่จะอภิปรายให้แจ่มชัดกว่านี้เพื่อพี่น้องประชาชน และท่านประธานได้เข้าใจด้วยว่าทําไมดิฉันจึงอาจหาญนักที่จะมาพูดเรื่องของ ท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งดูแล้วเสมือนหนึ่งว่ามีผู้คนปกปัองท่านเปึนอย่างมากนะคะ ดิฉันขอกราบเรียนว่าก่อนอื่นต้องทราบประวัติดิฉันสักเล็กน้อยด้วย ดิฉันเปึนแพทย์ จบศิริราช ได้รับการฝ๊กอบรมที่สหรัฐอเมริกาในเรื่องของอายุรกรรมทั่วไปหรือเราเรียกว่า เรซซิเดนซี เทรนนิ่ง โปรแกรม อิน อินเทอร์นัล เมดิซิน (Residency Training Program in Internal Medicine) ได้รับทุนดับบลิวเอชโอ (WHO : องค์การอนามัยโลก) ไปเรียนโรคหัวใจ ที่นิวซีแลนด์ แล้วก็ได้มีโอกาสทํางานทั้งโรงพยาบาลพระปกเกล้าจังหวัดจันทบุรี จังหวัด นครสวรรค์ ได้เปึนหัวหน้าภาคฝ์ายจิตเวช แล้วก็ได้เห็นหัวหน้าทั้งฝ์ายอายุรกรรม ขึ้นมา เปึนผู้อํานวยการโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ ขึ้นมาเปึนผู้อํานวยการกองโรงพยาบาล ภูมิภาค ซึ่งดูแลโรงพยาบาลทั่วประเทศ โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป ๙๒ แห่ง มีผู้ใต้บังคับบัญชาเปึนหมื่นตั้งแต่แพทย์ไปจนถึงพยาบาล เจ้าหน้าที่ แล้วก็มีงบประมาณ ใช้จ่ายป้นั้น ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งดิฉันต้องมีหน้าที่คัดกรองคนที่จะมาเปึน ผู้อํานวยการโรงพยาบาล คนที่จะมาเปึนผู้บริหารนั้นนอกจากจะต้องเปึนคนที่มี ความสามารถ มีคุณธรรม มีจริยธรรม มีความเพียบพร้อมทุกประการแล้ว ต้องรู้จักที่จะ ครองตนอย่างไร ครองคนอย่างไร ครองงานอย่างไร แล้วก็สุดท้ายเรื่องสําคัญที่สุดคือ คนคนนั้นต้องมีสุขภาพที่แข็งแรง ทั้งกาย ทั้งจิต ทั้งวุฒิภาวะ ซึ่งตรงกับ ฯพณฯ มากาเร็ต แทชเชอร์ ท่านได้กล่าวไว้ในสป้ช (Speech) ของท่านว่า การที่จะคัดเลือกผู้นํานั้นจะมีดี ไปเสียทุกอย่างแล้วยังไม่เพียงพอ ยังจะต้องพูดถึงเรื่องสุขภาพเปึนเรื่องหลักด้วย ด้วยความห่วงใยต่อประเทศชาติ ด้วยความห่วงใยต่อท่านนายกรัฐมนตรี ดิฉันจึงจําเปึน อย่างยิ่งที่ ขอประทานโทษท่านนายกรัฐมนตรีด้วยที่จะต้องพูด นอกจากสุขภาพกาย ที่จะนําไปสู่เรื่องของสุขภาพจิตที่ไม่แข็งแรง เช่น อาจารย์หมอประสพ รัตนากร ก็ได้กล่าว ไว้ในหลายเรื่อง เช่น คนที่เปึนโรคหืดก็มักจะมีอารมณ์แปรปรวน เปึนโรคหงุดหงิด เปึนโรคกระเพาะก็มักจะมีอาการไม่แน่นอน บริหารงานก็หงุดหงิด ทํางานไม่ค่อยได้ เรื่องของสุขภาพจิตเปึนเรื่องที่สําคัญยิ่งมีเพื่อนนักจิตแพทย์ได้พยายามที่จะให้ดิฉัน พูดให้ได้ พี่จะต้องพูดให้ได้นะ เรื่องของโรคจิตนั้นดิฉันขออนุญาตท่านประธานที่จะต้อง ใช้เอกสารที่มาจากข้อมูลจากคุณหมอท่านนี้ด้วย
ท่านประธานสภา
ที่จริงถ้าไม่มีคนประท้วงผมก็จะไม่ขัดจังหวะคุณหมอนะครับ อย่างนี้ท่านมาลินีครับ เมื่อกี้ ก่อนท่านอภิปรายผมได้ขอขัดจังหวะเพื่อที่จะให้การประชุมดําเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ในเวลาที่มีจํากัด ผมก็ได้กําชับแล้วอยากให้อภิปรายเข้าประเด็นเลยนะครับ อย่าไปเกริ่น ให้มันยาวจนเกินเหตุ ใช้เวลาให้เปึนประโยชน์ครับ ประเด็นที่ท่านอภิปรายคือญัตติ ไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี อยากให้เข้าสู่ประเด็นเถอะนะครับ
ท่านประธานคะ ดิฉันจะพยายาม อย่างยิ่งเลยนะคะที่จะให้ท่านประธานเข้าใจก่อนว่าทําไมจึงมาถึงว่าท่านนายกรัฐมนตรี เปึนอย่างไรนะคะ เพราะฉะนั้นต้องเรียกว่าสังเกตท่านมาอย่างใกล้ชิดจริง ๆ ค่ะ
ท่านกระชับหน่อยเถอะครับ แล้วเข้าสู่ประเด็นเลยครับ
นิดหน่อยค่ะท่านประธานคะ จะพูดสั้น ๆ นะคะว่าบุคคลที่มีบุคลิกภาพที่ผิดปกติ หรือเราเรียกว่า เพอร์ซะนัล ดิสออร์เดอร์ (Personal Disorder) นั้น อันนี้เราจะ
ท่านประธานครับ
เชิญท่านอดุลย์ครับ
ผมขอประท้วงท่านผู้กําลัง อภิปรายครับ
เชิญครับ
ผม อดุลย์ วันไชยธนวงศ์ จากจังหวัดแม่ฮ่องสอนครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเรียนถามท่านผู้ที่กําลัง อภิปรายเลยว่าท่านกําลังจะพูดว่าท่านนายกรัฐมนตรีเปึนผู้มีจิตฟัืนเฟ๋อนไม่สมประกอบ ใช่ไหมครับ ซึ่งมันเปึนคุณสมบัติต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ สิ่งที่ผมกําลังจะประท้วง ท่านผู้อภิปรายก็คือว่าท่านกําลังยื่นมาตามมาตรา ๑๕๘ ของรัฐธรรมนูญ ประกอบ ข้อ ๑๖๘ ของข้อบังคับการประชุม ซึ่งตามมาตรา ๑๕๘ ของรัฐธรรมนูญบัญญัติว่า อย่างไรครับ บัญญัติในวรรคหนึ่งและวรรคสอง สําหรับในวรรคสอง ซึ่งเปึนเรื่องที่ว่าฝ์าฝ๋น บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ นั่นคือว่ามีคุณสมบัติตามต้องห้าม จะต้องมีการยื่นตาม มาตรา ๒๗๑ ก่อน เพราะฉะนั้นอันนี้เปึนการยื่นตามมาตรา ๒๗๑ ก็คือต้องยื่นถอดถอน จะต้องมีการยื่นตามมาตรา ๒๗๑ ก่อนแล้วถึงจะอภิปรายไม่ไว้วางใจได้
ท่านอดุลย์ครับ ผมถือว่าผมวินิจฉัยแล้วได้เตือนคุณหมอมาลินีแล้วนะครับ ให้กระชับ และเข้าประเด็นเลยครับ คุณหมอวรงค์นั่งเถอะครับ ไม่มีอะไรแล้วครับ คุณหมอมาลินี ต่อเลยนะครับ ให้กระชับแล้วเข้าประเด็นนะครับ
ท่านประธานคะ ดิฉัน แพทย์หญิงมาลินี สุขเวชชวรกิจ ส.ส. ประชาธิปัตย์ ดิฉันได้อภิปรายในประเด็นนะคะ ท่านประธานว่าในข้อ ๙ เราได้ยื่นไว้ว่าท่านสมัคร สุนทรเวช ในฐานะตําแหน่งนายกรัฐมนตรี แสดงออกต่อสาธารณะอย่างไร้วุฒิภาวะ มีพฤติกรรมภาวะผู้นําบกพร่องทั้งวาจา และทัศนคติ แล้วก็ที่พูดนี่เพื่อจะโยงเข้าไปเห็นว่าอันนี้นี่มีหลักฐานนะคะ ทางวิชาแพทย์ ยืนยันเช่นนั้น เพราะฉะนั้นไม่นอกประเด็นเลยนะคะ ดิฉันคิดว่าท่านสมาชิกอยากจะฟัง เพื่อจะได้เปึนความรู้ ดิฉันไม่นึกว่าจะเกิดการประท้วงเลย น่ากลุ้มใจจริง ๆ ค่ะ ดิฉันอยากจะเรียนว่าบุคลิกภาพที่สําคัญที่สุด
ท่านประธานที่เคารพครับ
ผมนั่งฟังอยู่ ไม่มีอะไรหรอกครับ ปล่อยให้คุณหมอเถอะ ท่านนั่งเถอะครับ เชิญท่านครับ
ท่านประธานคะ
คุณหมอครับ มีคนประท้วงครับ
ตอนนี้ผู้อภิปรายกําลังอภิปรายนอกประเด็น แล้วก็วกวนครับ
ท่านนั่งเถอะครับ ประเด็นนี้ผมได้วินิจฉัยแล้ว คุณหมอกระชับเข้าประเด็นเลยนะครับ
ท่านประธานคะ เอาล่ะถ้าเช่นนั้น ถ้าท่านไม่อยากจะเรียนรู้เรื่องของบุคลิกภาพของคนที่แปรปรวนนั้นเปึนอย่างไร ดิฉันก็จะ ไม่ว่าล่ะ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตให้ถอน นะครับท่าน เพราะว่าพาดพิงถึงผู้ที่นั่งประชุม เพราะว่าอันนี้อยากจะให้เปึนสิทธิส่วนของ ในพรรคประชาธิปัตย์ครับ เพราะว่า
ขอบคุณครับ คุณหมอครับ ผมเกรงว่าจะเปึนการใส่ร้ายนะครับ
(นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านนิพิฏฐ์ประท้วงใครครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุง ผมคิดว่าท่านประธานต้องดูในญัตติ ญัตติ ข้อ ๙ ที่คุณหมอได้กรุณาอ่านให้ท่านประธานฟังมันอยู่ในประเด็นที่กําลังอภิปราย อยู่ครับ เรากําลังกล่าวหานายกรัฐมนตรีว่าแสดงออกต่อสาธารณะอย่างไร้วุฒิภาวะ มีภาวะผู้นําบกพร่องทั้งวาจาและทัศนคติ ตรงนี้เปึนเรื่องที่ต้องนํามาขยายครับ เปึนเรื่องที่ ต้องนําข้อเท็จจริงในวุฒิภาวะของนายกรัฐมนตรีมาอภิปราย ไม่อภิปรายไม่ได้ครับ ถ้าไม่อภิปรายข้อนี้ ข้อนี้มันจะตกไป เพราะฉะนั้นเพื่อนสมาชิกที่ออกมาประท้วง ท่านต้องดู ข้อ ๙ คือตรงประเด็น ท่านจะเชื่อเรื่องความไร้วุฒิภาวะ
ผมเข้าใจแล้วท่านครับ นั่งเถอะครับ คุณหมอมาลินีท่านมีสิทธิที่จะอภิปรายตามนั้น เพียงแต่ให้กระชับแล้วเข้าประเด็นเลย อย่าไปเกริ่นยาวมากนัก ท่านชี้เลยบกพร่องอะไร เข้าประเด็นเลยครับ
ท่านประธานคะ เอาล่ะ ดิฉัน อยากจะเรียนว่าอย่างนี้ค่ะ ตั้งแต่วันแรกที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปรับใบรับรองจาก กกต. ดิฉันไปในวันนั้นด้วยและอยู่ใกล้มองเห็นท่านนายกรัฐมนตรีชัดเจนนะคะ แล้วจนกระทั่ง ลงมาข้างล่างก่อนจะจากกันนั้น ท่านหัวหน้าอภิสิทธิ์ได้ไหว้ท่านนายกรัฐมนตรี และท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้รับไหว้อย่างไร จนกระทั่งดิฉันมารายงานตัวที่สภาแห่งนี้ นั่งอยู่ก่อน แล้วท่านนายกรัฐมนตรีก็มานั่งประชิดอยู่ข้าง ๆ แล้วก็มีสื่อมวลชนถ่ายรูป มากมาย ดิฉันก็ออกมาบอกกับเพื่อน ๆ ว่าดิฉันหลบทางเพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรี จะได้ถ่ายรูปโดยผู้สื่อข่าว เพราะดิฉันไม่คิดว่าควรจะอยู่ในทีมนี้ด้วย จนกระทั่งวันที่เป่ดสภา แต่งชุดขาวมารอถ่ายรูป ดิฉันนั่งอยู่ที่โต๊ะและท่านนายกรัฐมนตรีก็มานั่งที่โต๊ะนั้นด้วย ดิฉันก็มองท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ตลอดเวลาด้วยความสนใจ เพราะเข้าใจอยู่แล้วว่า บุคคลผู้นี้จะเปึนนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย เพราะฉะนั้นดิฉันจึงสังเกตโดยตลอดว่า พฤติกรรมของท่านนั้นเปึนอย่างไร จากผู้ที่มีอาวุโสและไม่รับไหว้เด็ก นั่นบ่งบอกอะไรบ้าง เมื่อนั่งอยู่ที่โต๊ะท่านก็สั่งน้ําแดง มีน้ําแดงมาให้ท่านทานแล้วก็มีขนมเค้ก อันนี้ไม่ใช่ ก้าวก่ายส่วนตัว แต่ในความเปึนแพทย์เราต้องวิเคราะห์ว่าคนที่อายุเท่านี้แล้วทานอาหาร อย่างนี้นั่นบ่งบอกอะไรหลายอย่างนะคะ
คุณหมอมีผู้ประท้วงครับ คุณสุนัย เชิญครับ
ท่านประธานครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร ส.ส. สัดส่วนจากนครสวรรค์เหมือนท่านที่กําลังอภิปราย กระผมต้องขออนุญาต ท่านผู้อภิปรายด้วยลักษณะพิเศษในฐานะเปึนคนจังหวัดเดียวกัน นั่นคือประท้วง ด้วยความเห็นใจท่าน คือการอภิปรายไม่ไว้วางใจนี้จะต้องหาข้อบกพร่อง แต่บังเอิญ หลายท่านนี่ผมไม่ประท้วง เพราะเขาพูดไปแต่ไม่ได้เปึนหมอ ด้วยความเคารพต่อ ท่านผู้อภิปรายซึ่งเปึนแพทย์ โดยจรรยาบรรณของแพทย์นั้นจะวินิจฉัยว่าใครเปึน โรคอะไรนั้นแพทยสภาเขามีอยู่นะครับ จะต้องได้มีการตรวจ ทีนี้ท่านใช้วิธีอย่างนี้ ผมเกรงว่าท่านจะได้รับอันตราย แพทยสภาอาจจะถอนใบประกอบวิชาชีพของท่านได้
ท่านสุนัยครับ ได้ใช้สิทธิพอสมควร พอเถอะครับ ทําผิดข้อไหนครับ
ท่านได้ทําผิดในข้อ ๖๑ ซึ่งผมเปึน กรรมการยกร่างเอง ลักษณะนี้เปึนการใส่ร้าย ทั้ง ๆ ที่ท่านเปึนหมอและไม่ได้ตรวจครับ ดังนั้นการใช้วิจารณญาณอย่างนี้ผมห่วงท่านครับ จะเปึนอันตรายต่อวิชาชีพของท่านเอง ในฐานะคนบ้านเดียวกัน จึงขอประท้วงท่านให้ท่านเข้าประเด็น พี่หมอครับ อย่าให้เสียชื่อ คนนครสวรรค์เพราะคนนครสวรรค์
พอแล้วครับท่าน ประเด็นตรงนั้นคุณหมอได้พูดแล้วจบไปแล้วนะครับ แล้วผมก็ได้เตือน ไปแล้ว เพราะฉะนั้นคงเลยจุดนั้นไปแล้ว คุณหมอต่อเถอะครับ
ท่านประธานคะ ดิฉันต้อง รับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชนของดิฉัน ต่อประเทศชาติด้วยนะคะ ดิฉันใคร่ครวญแล้วว่า ดิฉันมีสิทธิ ไม่ได้ไปวินิจฉัยโรค
เชิญคุณหมอต่อครับ
ดิฉันไม่วินิจฉัยโรคว่าท่านเปึนโรค
คุณหมอต่อเถอะครับ เรื่องนั้นจบแล้วครับ
ดิฉันก็สังเกตดูว่าทําไมท่านมี พฤติกรรมที่บ่งบอกถึงการขาดวุฒิภาวะอย่างนั้น
ท่านประธานครับ ขอประท้วงผู้ที่กําลัง อภิปรายครับ
เชิญครับ
ท่านผู้อภิปรายพูดวกวน เพราะเกรงว่า ท่านจะเปึนโรคจิตเหมือนกันครับ
ท่านถอนคําพูดเมื่อกี้ครับ โรคจิตเมื่อกี้นะครับ
ขอถอนครับ คงไม่สบายเล็กน้อยครับ
คุณหมอเชิญครับ
เดี๋ยวครับท่านประธาน
ท่านสมบูรณ์ประท้วงอะไรครับ
ผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตรังครับ เมื่อสักครู่ท่านผู้ประท้วงแล้วกล่าวใส่ร้าย เสร็จแล้วถอนคําประท้วง ค่อนข้างเสียดสี ท่านประธานปล่อยให้นั่งเฉย ๆ ได้อย่างไรครับ
ท่านครับ ผมวินิจฉัยให้ถอนแล้วเขาก็ถอนแล้ว จบแล้วครับ เมื่อกี้ผมให้ถอนแล้วก็เตือน คําพูดห้อยท้ายเมื่อกี้ ท่านนั่งเถอะครับ พอแล้วครับ ท่านสมบูรณ์ครับ ผมเตือนแล้วครับ เชิญคุณหมอครับ
ท่านประธานคะ เมื่อวานนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีถามคําว่า ให้ข้อจํากัดความคําว่า วุฒิภาวะ หน่อยสิว่าแปลว่าอะไร ดิฉันอยากจะตอบวันนี้ว่าในทางการแพทย์นั้นเรามีเรื่องของไอคิว (IQ) เรื่องของอีคิว (EQ) อีคิว อีโมชันนัล ควอเทียนท์ (Emotional Quotient) ก็คือเรื่องวุฒิภาวะของการเจริญเติบโต ของทารกที่ออกจากครรภ์เปึนอย่างไร เราเรียกว่า มีโกรธ แอนด์ ดีเวลลอปเมนท์ (Growth and development) อย่างไร เช่น เด็กเกิดมาแล้ว ๑ เดือนมอง ๒ เดือนยิ้ม ๓ เดือนเปล่งเสียง ๑๐ เดือนคลาน ๑ ป้ยืน อะไรเหล่านี้ เรื่องของวุฒิภาวะก็เช่นเดียวกันก็จะมีหลักในการคํานวณ จนกระทั่งเราสามารถบ่งบอกได้ว่าวุฒิภาวะต่ํากว่าเกณฑ์หรือเปล่า ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น อายุ ๗๐ แล้วยังร้องไห้อยากจะได้ของเล่น เราเรียกว่าวุฒิภาวะเด็กต่ําไปแล้ว หรือว่า คนอายุตั้ง ๗๐ แล้วยังไปจ้องหน้าสื่อมวลชนเขา แล้วก็กวาดตาอย่างนี้นะคะ เหมือนจะ กินเลือดกินเนื้อ เราบอกว่าวุฒิภาวะไม่ใช่ ไม่ใช่คนที่มีวุฒิภาวะที่สมบูรณ์ ไม่ มาทัวริตี้ (Maturity) อันนี้ดิฉันจึงคิดว่าการที่พรรคประชาธิปัตย์นั้นได้ยื่นถอดถอนท่านในข้อ ๙ มีเหตุผลที่เชื่อได้ว่าน่าจะเปึนเช่นนั้น ขอประทานโทษอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ท่านจตุพรครับ ผมฟังอยู่ ไม่เปึนไรครับ ท่านนั่งเถอะครับ ผมฟังอยู่ ไม่เปึนไรจะจบแล้ว เชิญคุณหมอครับ
ท่านประธานอนุญาตแล้วใช่ไหมคะ ดิฉัน แพทย์หญิงมาลินี สุขเวชชวรกิจ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันอยากจะเรียนว่า มันเปึนความจําเปึนที่เราต้องมาพูดกันในวันนี้ว่าภาวะผู้นํานั้นจะนําความเสียหายมา ให้แก่ประเทศชาติได้ ผู้นําไม่ใช่ผู้บริหารธรรมดานะคะ ผู้นําจะต้องมีสิ่งสําคัญอย่างยิ่งคือ จะต้องมีการวินิจฉัย เมค ดีซิชั่น (Make decision) หรือวินิจฉัยในการที่จะทํางานตัดสินใจ อย่าบอกว่าเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นี้ ไม่ใช่จากสูงสุดนั้นคุณเอียงแค่ ๑ องศา ความผิดพลาดนั้น จะมหันต์ มันจะเลยเถิดไปเกินกว่าประเทศเลยละค่ะ อาจจะเข้าไปถึงต่างประเทศด้วย ที่จะมีผลกระทบอันนั้น มุสโสลินีนั้นตอนที่เขามีพฤติกรรมเบี่ยงเบนอย่างนั้น จากหลักฐาน ทางแพทย์ค่อนข้างเชื่อว่า ดิฉันมีเอกสารชัดเจนอยู่ในนี้หนังสือ ๒ เล่มนี้ค่ะ เรื่องของ เขาปล่อยให้ผู้ป์วยบริหารงานระดับชาติ โดยนายแพทย์บุตร ประดิษฐ์วณิช อีกเล่มหนึ่ง ก็คือผู้ป์วยปกครองโลก พลิกแฟัมลับนักบริหารสุขภาพเสื่อม ท่านอ่านได้เลย เพราะฉะนั้น เราจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องพูดกันตรงนี้
ท่านประธานครับ
คุณหมอครับ ขออภัยนะครับ ท่านจะกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีก็กล่าวหาเลย ท่านอย่า ไปหยิบเรื่องโน้นเรื่องนี้มากระทบกระเทียบ เดี๋ยวจะกลายเปึนประชดประชันและเสียดสี ท่านกล่าวหาเลยครับ เชิญท่านจตุพรครับ
ท่านประธานที่เคารพ การยื่น อภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคประชาธิปัตย์ เปึนการยื่นโดยไม่ได้ร้องขอตามมาตรา ๒๗๑ คือไม่มีการถอดถอน เพราะฉะนั้นพรรคประชาธิปัตย์จะอภิปรายในประเด็นร่ํารวยผิดปกติ ทุจริตหรือจงใจฝ์าบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายไม่ได้ ผมไม่ได้ขัดขวาง การอภิปรายของคุณหมอ แต่ว่าคุณสมบัติของการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งนายกรัฐมนตรีต้องเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น ใน (๔) มาตรา ๑๐๐ ต้องไม่เปึน บุคคลวิกลจริตหรือจิตฟัืนเฟ๋อนไม่สมประกอบ ต่อด้วยมาตรา ๑๐๑ แปลความก็คือว่า ถ้าต้องการจะเล่นงานนายกรัฐมนตรีโดยใช้วิธีการแบบนี้ จะต้องไปยื่นถอดถอนต่อ ประธานวุฒิสภาเพื่อส่งให้ ป.ป.ช. ที่มีการทักท้วงท่านประธานว่าคุณหมอไม่มีสิทธิ อภิปรายในประเด็นจงใจผิดบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ
ขออนุญาตวินิจฉัยครับ คุณหมอพูดในประเด็นที่ยื่นญัตติไว้ตามข้อ ๙ ก็ถือว่ามีสิทธิ ที่จะพูด เพียงแต่ผมได้เตือนแล้วเมื่อสักครู่ ให้ชี้ประเด็นเลยนะครับ อย่าไปหยิบโน่นหยิบนี่ มากระทบกระเทียบ เดี๋ยวจะกลายเปึนการเสียดสี ท่านวิทยามีอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท้วงติงความเห็นของท่านประธานที่มีต่อผู้กําลังอภิปรายครับ ท่านประธาน พยายามเน้นให้ผู้อภิปรายบอกว่าให้กล่าวหาเลย ผมกล่าวหาไว้ในญัตติเรียบร้อยแล้วครับ ผู้อภิปรายกําลังจะประกอบเหตุทั้งหมดของข้อกล่าวหา เพราะฉะนั้นท่านต้องใจเย็นฟัง แล้วก็ยืนยันครับ ไม่ได้กล่าวหาว่าท่านนายกรัฐมนตรีสติวิปลาสหรืออะไรทั้งสิ้นที่จะต้อง เข้ารัฐธรรมนูญข้ออื่น เขากําลังกล่าวหาตามข้อที่ได้กล่าวไว้ในข้อ ๘ ข้อ ๙ เพราะฉะนั้น ท่านใจเย็นนิดที่จะฟังครับ ข้อกล่าวหาตั้งไว้แล้วครับ
ขอบคุณท่านวิทยาครับ คุณหมอครับ ผมได้วินิจฉัยแล้วเมื่อสักครู่นี้นะครับ เพราะฉะนั้น ผมเพียงแต่เตือนเท่านั้นนะครับว่าอย่าไปหยิบเรื่องของคนโน้นคนนี้เพื่อมาประชดประชัน อาจจะทําให้เข้าข่ายเสียดสี เท่านั้นนะครับ เพราะฉะนั้นถือว่าผมได้เตือนคุณหมอ ก็ให้ช่วยดูแลตรงนี้ด้วยเท่านั้นนะครับ
ขอบคุณค่ะท่านประธาน
ท่านประธานครับ ผมขอประท้วง ท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาตประท้วง ท่านประธานครับ ผมสังเกตดูว่าวันนี้ท่านประธานกําลังทําหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะว่า ผมฟังดูท่านประธานกําลังตัดสินใจหรือวินิจฉัยหลาย ๆ อย่างนั้นไม่เปึนกลาง รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๕ วรรคสอง กําหนดไว้ว่าประธานต้องทําหน้าที่เปึนกลาง พจนานุกรมเล่มนี้ ผมเป่ดดูเมื่อสักครู่ คําว่า เปึนกลาง หมายความว่าการวินิจฉัยต้องไม่เข้าข้างฝ์ายใด ฝ์ายหนึ่ง ขอให้ประธานได้โปรดพิจารณาครับ
ขอบคุณคุณหมอครับ ผมวินิจฉัยเข้าข้างข้อบังคับ ไม่ผิดหรอกครับ เชิญคุณหมอเถอะครับ
ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าแม้แต่ จะไปศาลเรายังต้องบรรยายคําฟัองเลย แล้วเราอยู่ในนิติบัญญัติจะไม่ให้อภิปราย เพื่อโน้มน้าว
คุณหมอผมทําความเข้าใจอย่างนี้ครับ ญัตติของฝ์ายค้านยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วระบุว่าในช่วง ๔ เดือนที่บริหารราชการแผ่นดินมีความบกพร่อง หลายอย่างจนไม่อาจจะไว้วางใจได้ถึงได้ยื่นญัตติ เพราะฉะนั้นเนื้อหาที่จะพูด ผมอยากให้อยู่ในเนื้อหาที่ยื่นญัตติสัก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าจะเกริ่นนําก็สัก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ไตเติ้ลสัก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ได้ไหมเท่านั้นเองที่ผมเตือน อย่าไปหยิบประเด็นรอบข้าง หยิบคนโน้นคนนี้มากระทบกระเทียบ ผมอยากให้ชี้เข้าประเด็นเลยคุณหมอ เวลามีจํากัด ผมได้เตือนแล้วนะครับ เชิญคุณหมอครับ
(นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณสาทิตย์ประท้วงใช่ไหมครับ
ผมจําเปึนจริง ๆ ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ ผมจําเปึนต้องประท้วงท่านประธานจริง ๆ เพราะว่าท่านย้ําบ่อยเลยครับว่า ไม่อยู่ในประเด็น พวกเราก็ชี้แจงตลอดว่าที่คุณหมอพูดยังไม่ได้ผิดข้อบังคับอะไรเลย ท่านก็อยู่ในประเด็นตลอดเวลา แล้วท่านก็พยายามอธิบาย ท่านก็เห็นว่ากระบวนการ ที่พยายามป่ดปากก็เกิดขึ้นตลอด ผมก็ไม่คาดว่าท่านประธานจะใช้วิธีการนั้น แต่ว่าเวลา ท่านประธานพยายามที่จะพูดว่าอยู่ในประเด็นเถอะ หยิบประเด็นโน้นประเด็นนี้มาต่อกัน ก็เหมือนกับท่านประธานก็พยายามทําให้คนพูดเขาก็เกิดความกดดันไปด้วย ถ้าเรารับฟัง ท่านก็อยู่ในประเด็น การอ้างถึงเอกสารต่าง ๆ ก็เปึนเอกสารที่เป่ดเผยชัดเจน แล้วไม่ใช่ อ้างเพื่อประชดประชัน เปึนการอ้างโดยเหตุและผลว่ามีที่มาที่ไป เปึนหลักฐานซึ่งปรากฏ อยู่อย่างนี้ ผมก็กราบเรียนท้วงติงเท่านั้นเองครับ ก็หวังว่าทุกอย่างจะราบรื่น นี่บ่ายโมง แล้วครับ คนที่ ๓ ยังได้ไม่ครบเลย ถ้ากระบวนการเดินอย่างนี้ไปต่อผมว่าลําบากนะครับ ทางฝ์ายเราก็พยายามจะปรับ นี่มีบางคนก็ถอนตัวไปแล้วเพื่อที่ตัวเลขคนที่อภิปราย กระชับขึ้น แต่ว่าผู้อภิปรายผมก็ขอความกรุณานิดเดียวว่าให้เขาได้อภิปรายโดยสะดวก เถอะครับ แล้วมันก็จะจบครับ
ผมเห็นด้วยกับท่านสาทิตย์ในประเด็นเรื่องเวลาเรามีจํากัดผมถึงได้เตือนครับ อย่าขี่ม้า เลียบค่ายนานเกินเท่านั้นเองครับที่ผมเตือน แล้วก็อยากจะให้ชี้เข้าประเด็นเลยเท่านั้นเอง เชิญคุณหมอครับ
ท่านประธาน ดิฉันไม่อยากโต้เถียง ท่านประธานเลยนะคะ แต่ท่านประธานคิดดูสิ ท่านประธานบอกว่าให้ตรงประเด็นนั่นคือ ดิฉันเอาข้อ ๙ มาพูดเลยก็จบแล้วใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้นต้องให้ดิฉันอธิบายได้ว่าทําไมจึง เกิดข้อ ๙ ขึ้น ท่านประธานได้โปรดเถอะค่ะ ดิฉันไม่ใช่คนเกเรอะไรนะคะ
ให้พอสมควร ไตเติลอย่ายาวนักเท่านั้นเอง เชิญครับ
ดิฉันว่าเพียงเท่านี้คนยังไม่โหวต ให้ดิฉันเลย ดิฉันต้องพูดมากกว่านี้หน่อยคนถึงจะยอมโหวตให้ คือดิฉันจะยกตัวอย่างว่า ที่อังกฤษได้แต่งตั้งลอร์ด (Lord) ลิเทียนไปเปึนเอกอัครราชทูตในวอชิงตัน เพื่อไปกล่อมให้ อเมริกาเข้าร่วมสงคราม แต่ท่านลอร์ดได้มีพฤติกรรมที่ไร้วุฒิภาวะเบี่ยงเบน ทําให้เกิด ความอึดอัดและทํางานล้มเหลว อังกฤษไม่ได้รับการตอบสนอง ตรงนี้หลังจากนั้น ๒ ป้ ท่านก็เสียชีวิตด้วยโรคไตวาย หรือเราเรียกว่ายูรีเมีย (Uremia) เพราะฉะนั้นเปึนความจําเปึน อย่างยิ่งที่ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการตัดสินใจจะต้องมีสุขภาพกายที่แข็งแรงด้วย สุขภาพจิตจึงจะแข็งแรง วุฒิภาวะจึงจะอยู่ที่ในภาวะสมดุล อันนี้ก็จําเปึนที่จะต้องอธิบายตรงนี้ว่า ทําไมฮิตเลอร์จึงพาคนเข้าไปสู่สงคราม เพราะฮิตเลอร์ เปึนโรคพาร์กินสัน (Parkinson) แล้วก็กินยา ๒๘ ชนิด อันนี้คือก็พยายาม อีดี้ อามิน ทําอะไร เปึนเพราะอะไร เหล่านี้นะคะ เพราะฉะนั้นจึงจะต้องเปึนความจําเปึนอย่างยิ่ง ที่ต้องอภิปรายตรงนี้ให้เข้าใจ เผื่อว่าท่านสมาชิกจะได้เห็นคล้อยตามดิฉันว่าการเปึนผู้นํานั้น จะต้องมีสุขภาพกายและจิตที่แข็งแรง ที่ดิฉันบอกว่าดิฉันได้ติดตามดูท่านนายกรัฐมนตรี มาโดยตลอดนั้น หรือเรียกว่าโคลส ออบเซอเวชัน (Close observation) นั้น โดยที่ดิฉัน ได้มองเห็นว่าท่านมีหลายอย่างเพื่อประโยชน์ของท่าน และประโยชน์ของประเทศชาติ ดิฉันคิดว่าท่านควรจะหยุดพักและรักษาตัว ดูแลตัวเองให้มีสุขภาพแข็งแรงเพื่อประเทศชาติ ได้ปลอดภัย ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ผมก็คิดว่าไม่ควรจะต้อง คนพูดทีหนึ่งอภิปรายทีหนึ่ง เมื่อกี้ผมก็ยกประโยชน์ให้ ผมไม่เคยคาดคิดเลยครับว่า อยู่สภามาจนป์านนี้แล้วมาเจออะไรที่มันแปลกประหลาด คือคุณหมอเข้าสภาก็เข้ากันมา เยอะนะครับ แต่วันนี้อภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วก็เขียน ผมบอกแล้วอย่างไรว่าเขียนญัตติ แบบนี้แล้วก็เอาคุณหมอมานั่งวิเคราะห์ ผมจะบอกคุณหมอให้นะครับว่าคนเรานี่ครับ คนอายุ ๔๐-๕๐ ป้มันโง่เง่าปัญญาอ่อนก็มีครับ อายุเยอะแต่ปัญญายังดีก็มีนะครับ วุฒิภาวะนั่น แปลว่ามันต้องพูดกันไม่รู้เรื่อง เจอมือมันสั่น ๒ เล่มนั่นผมอ่านแล้วครับ ปล่อยให้คนป์วยครองโลก ผมอ่านแล้วครับ ผมอ่านหนังสือเยอะครับ ผมจะบอกคุณหมอ นะครับว่าจะอีคิว ไอคิวอะไรก็สุดแท้แต่เถอะครับ แต่มันอยู่ที่การแสดงออก ถ้าหากว่า การไปจ้องหน้าคนแล้วเปึนคนบ้านี่นะครับ นักแสดงก็คงแสดงอะไรไม่ได้หรอกครับ บ้ากันทั้งเรื่อง ทีวีกลางคืนมันบ้าทั้งนั้นเลย ละครกี่เรื่องมันบ้ากันทั้งนั้นเลย เพราะคน ธรรมดามันไม่พูดอย่างนั้นหรอก ตัวละครที่มันแสดงทุกคนบ้าหมด เพราะเขาแสดง ตามบทบาทที่เขียน แต่ว่าผมนี่ครับคุณหมอ ถ้าเผื่อไม่ทราบผมจะบอกให้ทราบนะครับ นั่งสังเกตกินน้ําแดง กินขนมเค้ก อะไรถึงขนาดนั้นหรือครับ ผมไม่รู้เลยนะครับมีหมอ มาคอยนั่งสังเกตผม แต่รู้ไหมครับ คุณหมอนามสกุลอะไร มีเวช ผมนามสกุล สุนทรเวช แปลว่า หมอดี พี่สาวผมก็หมอครับ ลูกพี่ลูกน้องผมก็หมอ ผมมีหมอรังสี มีหมอทั้งนั้น ล่ะครับ แล้วผมก็รู้จักหมอ ผมก็หาหมอ ผมจะบอกให้ฟังนะครับ จะวิพากษ์วิจารณ์อะไร อย่างไร ผมเรียนจริง ๆ ว่านึกถึงใบที่เขาอนุญาตกัน นึกให้ดีนะครับ มันใช้ในสภานี่ มันผิดที่ผิดทางนะครับ เอาล่ะครับเปึนของใหม่จะลองดู แต่มาวิเคราะห์วิจารณ์โรค กับคนกลางสภา เขาสอนให้ทําอย่างนี้หรือครับ ผมจะบอกให้ฟังนะครับ สติปัญญา ของคนมันจะรู้กันต่อเมื่อมานั่งคุยกัน ลองถามสิครับว่าใน ครม. ที่นั่ง ๓๕ คน มันมี คนตรวจผม ๓๕ คน ทุก ๆ วันอังคารประมาณ ๔ ชั่วโมง ว่าง ๆ ลองถามนะครับ ไปดู รายชื่อ ครม. แล้วไปถามว่าคนนั่งหัวโต๊ะมันผิดปกติหรือเปล่า ผมไม่ได้มาอวดอะไร อย่างไรหรอกครับ ถ้าผมทําไม่ได้ผมก็ทําไม่ได้ แต่ถ้าอยากจะรู้สถิติผม ไปขอเขาตรวจดู ที่โรงพยาบาลบํารุงราษฎร์ ผมตรวจโรคทุก ๓ เดือน แล้วตัวเลขที่ออกมาล่าสุดนี้ ปกติคนเกิน ๖๐ ป้นี่เขาจะให้ความดัน ๑๔๐/๙๐ ผมอายุ ๗๓ ป้นะครับ แต่วัดวันไหนก็ ๑๓๐/๘๐ แย่ไหมครับ ๑๓๐/๘๐ นี่ดีหรือเลว น้ําตาลเขาให้เท่าไรครับ น้ําตาลผมบางทีก็ ๙๐ บางทีก็ ๑๐๖ คอเรสเตอรอล (Cholesterol) เขาไม่ให้เกิน ๒๐๐ ผม ๑๔๐ ใช้ได้ไหม ค่าของไตผมก็ตรวจ ค่าของตับผมก็ตรวจ เรื่องสมองนี่เอาไหมครับ คุณหมอมาจําอะไร กับผมแข่งกันไหมครับ ถ้าคุณหมอว่าเฝัาดูผมใกล้ชิดแสดงว่าเที่ยวแต่นั่งดูเท่านั้นเองครับ ดูกินน้ําแดงกับ ขนมเค้กแล้วก็หวาดวิตก เปึนหมอเห็นคนกินเท่านี้แล้วหวาดวิตก ทําไมถึงตื่นเต้น ขนาดนั้นล่ะครับ ผมต้องขอโทษจริง ๆ คุณอภิสิทธิ์นะครับ ผมจะบอกให้ เมื่อเวลา คุณอภิสิทธิ์เดินจะขึ้น อ้ายนี่เหตุเกิดทําไมเรื่องไหว้ไม่ไหว้เลย เขาเดินเข้ามาผมนั่งอยู่ บนเวทีผมก็รับไหว้ แต่ขึ้นมาบนเวทีมานั่งไหว้อีกผมไม่ต้องรับแล้วครับตอนนั้น แต่ว่า ตอนที่ผมรับไหว้นั้นทีวีไม่ได้ถ่าย ตอนมาไหว้ผมตรงนี้ก็ไหว้กันหยก ๆ แล้ว ผมก็ไม่ได้ รับไหว้ด้วย ที่พูดเมื่อกี้นี้ไปรับใบอะไรต่าง ๆ ผมไม่ได้สังเกตหรอกครับ ผมไม่ทราบด้วยว่า คุณอภิสิทธิ์ไปตรงนั้น ถ้าเห็นทําไมจะไม่รับไหว้ครับ คุณหมอรู้ไหมครับว่าเมื่อวันงานศพ คุณแม่ของผู้บัญชาการทหารบก คุณหมอครับฟังผมพูดหน่อยสิครับ ผมจะบอกให้ฟัง ถามคุณอภิสิทธิ์ก็ได้ครับ เขาเชิญผมเปึนประธานที่จะไปวางดอกไม้ ผมรู้ทันที เพราะคุณอภิสิทธิ์ไปด้วย คุณอภิสิทธิ์นั่งเหลื่อมข้างหลังผม รองนายกรัฐมนตรีไปหลายคน วันนั้น ถ้าผมเปึนคนไม่มีความคิดผมก็วางเสร็จ พรรคพวกผมก็วางแล้วผมก็เดินออก ถ้าผมเปึนอย่างที่ว่านะ อย่าว่าแต่รับไหว้เลยครับผมก็ทําได้ แต่คุณหมอรู้ไหมสิ่งที่ผมทํา ผมทําอย่างไร ผมวางดอกไม้เสร็จผมกวักมือเรียกคุณอภิสิทธิ์ คุณอภิสิทธิ์เดินออกมา บอกนี่เปึนผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรคุณมาวางต่อจากผม ผมเปึนนายกรัฐมนตรี คุณอภิสิทธิ์ก็วาง วางเสร็จท่าน ผบ.ทบ. เดินจะมาส่ง บอกยังไม่ต้องส่ง ผมเดินจูงมือ คุณอภิสิทธิ์มาคุยกันเรื่องอะไรครับ คุยกันเรื่องว่าคุณแม่สบายดีหรือ ความจริง ผมต้องถามถึงคุณพ่อแต่ผมจะถามถึงคุณแม่ คุณอภิสิทธิ์บอกท่านสบายดีครับ แล้วทางคุณอภิสิทธิ์ก็บอกว่าได้ยื่นไม่ไว้วางใจ ผมบอกดีแล้วเราได้ช่วยกัน ก็เดิน มาด้วยกัน ภาพก็ออก คนผิดปกติเขาทําอย่างนี้หรือครับ นายกรัฐมนตรีสติปัญญาป์วย เดินคุยกับหัวหน้าพรรคฝ์ายค้านอย่างนี้หรือครับ พฤติกรรม พฤติการณ์อย่างนี้คุณหมอไม่ มีโอกาสได้แลเห็นผมหรอกครับ ไม่ต้องรีบร้อนอะไรหรอกครับ ผมพูดเรื่องดีไม่มีอะไร เสียหายหรอก ก็บอกให้ฟังเพียงแต่ว่าผมประหลาดใจวันนี้เท่านั้นเองว่า อะไรกันนักกันหนา ไป ๆ มา ๆ วงจรวันนี้เขียนญัตติตรงนี้ข้อ ๙ ก็อ้าง ก็ฟังดูก็น่าตื่นเต้นครับ ผมก็ตื่นเต้นครับ เพราะเหตุว่าญัตติเขียนเอาไว้จะต้องวิเคราะห์วิจารณ์ผม และคุณหมอก็เลยมาวิจารณ์ผม ผมก็บอกแล้วในสภามันเปึนอย่างนี้ได้ ในสภาอาจจะทําได้นะครับ แต่ว่าใบอนุญาต ของคุณหมอเขาให้ทําได้หรือครับ จะไปวิเคราะห์ วิจารณ์ใครเขานอกห้องตรวจ แล้วก็ ไปนั่งวิพากษ์เขาทํากันหรือครับ หมอธรรมดาเขาทํากันหรือครับ คิดหน่อยนะครับ ผมไม่ได้อะไรหรอกครับ ผมนั่งดูประหลาด รายเมื่อกี้ผมไม่ตอบหรอกครับ เพราะผมอาย แต่ทว่าอายแทนนะครับไม่ได้อายตัวผม แต่ว่าที่คุณหมอพูดเมื่อกี้นี้ก็ลองคิดดูหน่อย ผมก็ไม่เคยคิดว่าการเมืองมันจะโคจรเหมือนวันนี้ หมอเข้ามาในสภาเยอะ แต่ไม่เคยมี หมอมาแสดงอย่างนี้ ไม่เคยมีหมออภิปรายไม่ไว้วางใจแบบนี้ แต่คุณหมอมานั่งทําอะไร อย่างนี้ ไม่ใช่นั่งหัวเราะงอหายอย่างนี้หรอกครับ ต้องคิดด้วย ลองคิดดูสิครับว่า พออ่าน ญัตติมา ถือญัตติ ผมก็บอก โอเค ญัตติก็เข้า แต่มาวิเคราะห์วิจารณ์ จะเอาวุฒิภาวะ ก็คงจะต้องเปึนทํานองยั่วเย้ากระเซ้าแหย่อย่างโน้นอย่างนี้ แต่ว่ามาวิเคราะห์จะเอาจริง ๆ เหมือนกับว่าผมป์วยจิต มีหนังสือ ๒ เล่ม ผมอ่านครับเรื่องนั้น เขาปล่อยให้คนป์วย ครองโลกอ่านครับ เรื่องมุสโสลินีก็อ่าน เรื่องฮิตเลอร์ก็อ่าน มากาเร็ต แทชเชอร์ เรื่องประวัติ อะไรต่าง ๆ เรื่องเมื่อกี้ส่งคนไปช่วยเมื่อกี้ไปพูดไม่เปึน ๒ เดือนตายนั่นไม่ได้อ่าน อันนี้ไม่รู้จักคนนี้ อาจจะเปึนเพราะตาคนนี้ไม่ได้อ่าน แต่ทว่าลองคิดหน่อยสิครับการเมือง คน ๗๓ ป้ใช้ไม่ได้แล้วหรือครับ แล้วคนอื่น ๆ ที่อายุมากกว่าผมล่ะครับ มีคนอายุมากกว่า ผมเยอะนะครับข้างบนนี่สติปัญญายังเฉียบแหลมยังใช้ได้เห็นยกย่องสรรเสริญกัน แล้วทําไมคนอายุ ๗๓ ป้ผมทําไม่ได้ ผมต้องไม่อยู่แล้วครับ ต้องทําให้ได้ ผมอาจจะเดินช้า หน่อยครับ เพราะว่าขามันตึงก็เดินระมัดระวังหน่อย เท่านั้นล่ะครับ นอกนั้นจะทําอย่างไร เดินเอามือไพล่หลังก็มีคนวิพากษ์วิจารณ์ ผมไปจ้องหน้าผู้สื่อข่าวมันสิทธิของผมนะครับ ผมตรวจดูแล้วไม่มีมาตราไหนเลยห้ามจ้องหน้าผู้สื่อข่าว ผมจ้องครับ เพราะผมเล่าให้ฟัง แล้วว่าผมนัดด้วยตัวผมเอง อะไรกันขึ้นไปกินชั้น ๓๒ คน กิน ๘ คน คนตั้ง ๑๐๐ คน ขึ้นไป ยืนถ่ายกันหมด ผมก็เลยยืนมองดูมองดูว่าเขามาทําไมมากันได้อย่างไรเท่านั้นละครับ ไม่นานเท่าไร หรอกครับ หนังสือพิมพ์บางฉบับบอก ๒ นาที บางคนบอก ๓ นาที ไม่นานขนาดนั้น หรอกครับ อย่างมากสักนาทีกว่า ๆ ถ้าอย่างนั้นตามประสาหนังสือพิมพ์เขาก็ทําข่าว มันเสียหายอย่างไรครับ ผมเปึนนักแสดงนะครับ ผมแสดงครับ ผมแสดงความไม่พอใจ ให้เห็น แต่มันไม่เห็นจะเสียหายอย่างไร แต่ว่าผมประหลาดใจตรงนี้ว่าเออผมต้องมานั่งฟัง หมอวิเคราะห์กันกลางสภาออกอากาศไปทั่วประเทศฟังหมดเลย เอาละคุณหมอว่า คุณหมอดี อายุเท่าไรครับประทานโทษ ไม่ใช่เปึนอะไรนะครับ คุณหมอพูดเร็วเท่าผม ไหมครับ คุณหมอคิดได้เร็วอย่างผมไหมครับ การตัดสินใจของผมมีอะไรเสียหายบ้าง หรือยังครับ มีสติปัญญาไหมครับ ผมทําอะไรเสียหายในเวลา ๔ เดือนนี้บ้างหรือยังครับ ได้ถลุงเงินของบ้านเมืองไปแล้วได้ฉกฉวยอะไรไปอย่างไร โกงบ้างหรือยังครับ แต่ว่า การจะพูดการจะแสดงความเห็นนั้นอย่างไรครับกําลังแสดงกันอยู่ ฟังคุณหมอพูดแล้ว ผมก็นักวิเคราะห์วิจารณ์ คุณหมอวิจารณ์ผม ผมก็วิจารณ์คุณหมอได้ เห็นไหมครับ ต้องการแสดงให้เห็นเท่านั้นล่ะครับ เพราะญัตติเขียนอย่างนี้จึงต้องแสดงต้องเล่าเรื่องโน้น เรื่องนี้เรื่องอะไรต่าง ๆ ต้องเล่าให้ฟังครับ พูดไปพูดมาเหมือนมาคุยอวดนั่นแหละครับ เปึนการแสดงให้ดูว่าสติปัญญานั้นยังพอบริหารบ้านเมืองนี้ได้ ใครต่อใครไปดูเลยครับไปดู ที่ทําเนียบมี ๒๔ คนเท่านั้น ไปดูสิครับเปึนอย่างไรบ้าง ผมไม่เคยดูแคลนท่าน ที่มาเปึนเลย ผมก็อยู่คนที่ ๒๕ ต่อไปจะมีคนที่ ๒๖ คนที่ ๒๗ คนไหนก็ยังไม่รู้ได้ แต่ทว่าผมกําลังอยู่ในตําแหน่งอย่างนี้ แต่วันหนึ่งนั้นอดรนทนไม่ได้ก็ยื่นมา ผมก็อดรน ทนไม่ได้ผมก็บอกให้เป่ดอภิปราย แล้วก็อย่างนี้ล่ะครับ ๗-๘ คนเท่านั้น เวลาตั้งแต่ บ่ายโมงครึ่งวานนี้ยังเดินหน้าไปได้แค่ไหนละครับ คือจะนวดเอาผมให้ได้เพราะเขียนมา ๙ ข้อ ก็เอาเสียให้ครบเถอะครับ ไม่มีปัญหาหรอกครับ ผมนั่งทนได้ แต่สงสารพวกที่มา นั่งรอจะให้สับกันยังไม่โดนสักคนเดียว มีแต่นพดลโดนไปเมื่อคืนนี้ โปรดเข้าใจเถอะครับว่า เขียนมาอย่างนี้แล้วจะต้องมาพิสูจน์อย่างที่เขียน วันหน้าวันหลังเขียนระมัดระวัง หน่อยเถอะครับ ผมเห็นด้วยกับคุณจตุพรนะครับ เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยว่าถ้าจะอภิปราย จะเอาผมลงต้องไปยื่นถอดถอนผม ปล่อยไว้ไม่ได้ เปึนคนป์วย คนป์วยเปึนนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ครับ ต้องไปยื่นเลยครับ ต้องยื่นถอดถอนเอาไว้ได้อย่างไร อภิปรายไม่ไว้วางใจแปะ ๆ แล้วก็ว่ากันรุนแรงแต่ว่าไม่ถอดถอน ก็เอาพอสมควรนะครับ เสียเวลามา เวลาท่าน เหลือน้อยแล้ว ขอบคุณครับ
ความจริงบรรยากาศระหว่างท่านนายกรัฐมนตรีเดินคุยกับท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรเปึนบรรยากาศที่น่ารักดีนะครับ ท่านผู้อภิปรายท่านอื่นครับ เชิญท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม บัญญัติ บรรทัดฐาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอรับสารภาพกับท่านประธานตามตรงว่าฟังคุณหมอมาลินีพูดแล้ว แรก ๆ ก็ใจคอ ชักไม่ค่อยดีเหมือนกัน แต่เมื่อทราบจากปากคําท่านนายกรัฐมนตรีเองว่าท่านตรวจเลือด ท่านตรวจโรคทุก ๓ เดือน ทุกอย่างไม่มีปัญหาผมก็สบายใจมากขึ้น ขอเรียนท่านประธานว่า ผมคงรับหน้าที่แทนเพื่อนสมาชิกเติมเต็มในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ยังตกค้างอยู่ ให้ครบถ้วนบริบูรณ์เพื่อจะเดินหน้ากันต่อไป คงไม่ยาวครับท่านประธาน แล้วก็คงจะ ไม่รุนแรง เพราะว่ากระผมก็ไม่ใช่คนรุนแรงอยู่แล้ว สําคัญก็คือว่าไม่อยากเห็นภาพของ การประท้วงเหมือนตลอดช่วง ๒ วันที่ผ่านมาซึ่งดูจะมีการประท้วงกันมากเหลือเกิน สําคัญที่สุดก็คือว่าคงไม่ประสงค์ที่จะได้รับเกียรติจากคนที่เปึนรัฐมนตรีลงมาประท้วง ด้วยตนเอง ก่อนจะเดินหน้าต่อไปผมขออนุญาตกล่าวย้ําอีกสักนิดหนึ่งครับ ความจริง ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและเพื่อนสมาชิกของเราหลายต่อหลายคน ก็กล่าวย้ํากันมาแล้ว นั่นก็หมายถึงว่าที่พวกกระผมได้ทําหน้าที่มาตั้งแต่เมื่อวานนี้ จนกระทั่งบัดนี้ แท้ที่จริงแล้วเปึนการใช้สิทธิตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๘ และมาตรา ๑๕๙ นั่นก็หมายถึงว่าเมื่อพบความจริงว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็ตาม รัฐมนตรีก็ตาม บริหาร ราชการบ้านเมืองผิดพลาดบกพร่องอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายได้ ก็ควรจะได้ทําหน้าที่ ขอเป่ดอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อระงับยับยั้งกันเอาไว้ ที่ต้องนําเรื่องนี้มายืนยันอีกครั้งหนึ่ง ก็เพราะว่าผมสังเกตดูตลอดช่วงระยะเวลา ๒ วันที่ผ่านมา ผมไม่ค่อยแน่ใจว่า ท่านนายกรัฐมนตรีของเราซึ่งตรวจโรคทุก ๓ เดือนนั้นท่านซึมซับในภารกิจของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่จะทําหน้าที่นี้หรือไม่ เพราะว่าผมสังเกตดูว่าท่านค่อนข้างที่จะมี ความอดทนในการชี้แจงดูจะน้อยไปสักหน่อย ท่านบ่น ท่านพูดจาประชดประชันแดกดัน มาตลอดเวลา เมื่อสักครู่ก็ยังบ่นครับ ท่านบอกว่าญัตติแรงไป คนลุกขึ้นมาอภิปราย ก็อภิปรายด้วยถ้อยคําที่ค่อนข้างจะรุนแรงเปึนอันมาก ก็ต้องขอเรียนท่านประธานว่า ความจริงท่านนายกรัฐมนตรีเองก่อนหน้าจะมาเปึนนายกรัฐมนตรีในวันนี้ท่านก็ได้ผ่าน การทําหน้าที่ในฐานะฝ์ายค้านมาหลายครั้งหลายหน เรื่องญัตติเป่ดอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ร้อยทั้งร้อยก็ต้องแรงกันทั้งนั้นละครับ เพราะถ้าไม่แรงก็คงไม่มีเหตุผลที่จะต้องมา ขอเป่ดอภิปรายไม่ไว้วางใจกัน ท่านนายกรัฐมนตรีเองในเวลาที่ทําหน้าที่ฝ์ายค้าน ในอดีตนั้น ผมยังคิดว่าบางครั้งท่านอาจจะแรงกว่าที่พวกเราทํากันในช่วงวันสองวัน ที่ผ่านมานี้ก็อาจจะเปึนได้ ผมก็โดนท่านอภิปรายไม่ไว้วางใจมาแล้วครับ หลายคนที่นั่ง อยู่ในสภานี้ก็โดนกันมาแล้วทั้งนั้นละครับ แรงไม่แรงก็ทราบกันอยู่ แรงขนาดไหน เอาเถอะ ถ้าเชื่อผมไม่ได้ลองถามอดีตท่านนายกรัฐมนตรีบรรหารดูว่าคารมท่านนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ในอดีตนั้นรุนแรงขนาดไหนอย่างไร ผมคิดว่าวันนี้ก็ยังคงเปึนที่ประทับใจ กันอยู่ ท่านประธานครับ ที่ผมค่อนข้างจะไม่สบายใจ แล้วก็ทําท่าจะรู้สึกว่าน่าเกลียด น่าชังไปไม่น้อยเช่นเดียวกัน ก็คือถ้อยคําของนายกรัฐมนตรีที่ตัดพ้อต่อว่าท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรและเพื่อนสมาชิกในสภานี้ว่าเราจะเอาให้ตายกันหรืออย่างไรครับ ท่านพูดถึงความอยากได้ใคร่ดีมากเกินไป ซึ่งได้มาขับไล่กันในขณะที่ท่านทํางานมา เพียงแค่ ๔ เดือนเท่านั้นเอง ท่านประธานครับ ผมถึงอยากจะขอยืนยันว่านี่ไม่ใช่ เรื่องความอยากได้ใคร่ดีแต่มันเปึนการทําหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามบทบัญญัติ มาตรา ๑๕๘ มาตรา ๑๕๙ ที่ได้ยืนยันให้ท่านประธานได้รับทราบ เอาไว้แล้วตั้งแต่ต้นนั่นเองครับ ใคร ๆ ก็รู้กันทั้งนั้นว่าถ้าจะมาขอเป่ดอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีวันนี้เพื่อหวังที่จะให้นายกรัฐมนตรีพ้นไปจากตําแหน่งแล้วจะได้มีโอกาส เข้ามาทําหน้าที่เปึนนายกรัฐมนตรีต่อ เปึนรัฐบาลต่อ ผมคิดว่าใคร ๆ ก็รู้ว่ามันเปึน เรื่องเปึนไปไม่ได้ ในระบบรัฐสภาคนที่เปึนรัฐบาลคุมเสียงข้างมากไว้ในสภาผู้แทนราษฎร อย่างนี้จะเปึนไปได้อย่างไรว่าอภิปรายวันนี้แล้วนายกรัฐมนตรีพ้น ท่านหัวหน้าพรรค กระผมจะได้มีโอกาสเข้ามาทําหน้าที่เปึนนายกรัฐมนตรีต่อ พวกผมจะได้มานั่งเปึนรัฐมนตรี ไม่มีทางครับ ก็เห็นว่าเพิ่งประชุมกันมาเมื่อ ๔-๕ วันนี้ไม่ใช่หรือครับ ๔ พรรค ๕ พรรค แล้วบอกว่าทุกอย่างพร้อม หนังสือพิมพ์ลงข่าวว่าไม่มี ๔ คือไม่มียุบสภา ไม่มีลาออก ไม่มีปรับคณะรัฐมนตรี แล้วก็ไม่มีปฏิวัติรัฐประหาร หรือวันนี้ชักไม่ค่อยจะแน่ใจกันอยู่แล้ว เรื่องจะเอากันให้ตายผมคิดว่าก็ไม่ใช่ครับ เพราะถ้าท่านนายกรัฐมนตรีจะได้นึกย้อนรอย ถอยหลังไปสักนิดว่าก่อนจะมีการขอยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีวันนี้ เราเริ่มต้นกันอย่างไร พรรคการเมืองฝ์ายค้านได้เริ่มต้นแสดงความคิดความเห็นแนะนํา ไปยังท่านนายกรัฐมนตรีเองว่าเมื่อภาวการณ์ของบ้านเมืองมันล่วงเล่าเข้าวิกฤติ ถึงขนาดนี้แล้ว สิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีควรจะทําเปึนอย่างยิ่งก็คือใช้สิทธิตาม มาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญ แจ้งมายังประธานรัฐสภาขอให้เป่ดประชุมเพื่อรับฟัง ความคิดความเห็นของทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและของสมาชิกวุฒิสภาเสีย ในคราวเดียวกันก็น่าจะเปึนประโยชน์ เราได้ตัดสินใจทําไปเช่นนั้นก็เพราะมองเห็นว่าขณะนั้นท่านสมาชิกวุฒิสภาท่านได้เข้าชื่อกัน ครบถ้วนตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปึนสิทธิของท่านที่จะขอให้รัฐบาล มาชี้แจงเพื่อรับฟังความคิดความเห็นกับท่าน ทําความเข้าใจกับท่านในประเด็นปัญหา สําคัญ ๆ ของประเทศซึ่งกําลังเผชิญหน้าอยู่ เรามีความรู้สึกว่าตรงนั้นเปึนสิทธิของ ท่านสมาชิกวุฒิสภา แล้วเราก็มั่นใจว่าคนที่เปึนรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านก็เชี่ยวชาญงานสภาเปึนอันมากคงไม่ละเลยสิ่งนั้น เพราะดีไม่ดีอาจจะมี การตีความได้ว่าเปึนการจงใจฝ์าฝ๋นบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เพราะเมื่อสมาชิกวุฒิสภา เขามีหน้าที่ เขามีสิทธิ รัฐบาลก็ควรจะได้มีหน้าที่มาทําหน้าที่ชี้แจง เราก็มีความเห็นกันว่า ถ้าเช่นนั้นไหน ๆ ท่านจะมาชี้แจงต่อสมาชิกวุฒิสภาเสียแล้ว ท่านก็ควรจะได้ขอเป่ด รัฐสภาเสียในคราวเดียวกัน ฟังมันเสียทั้ง ๒ สภาซึ่งก็จะเปึนประโยชน์ ซึ่งท้ายที่สุด ก็เปึนที่น่าเสียใจว่าท่านก็ตัดไมตรีจิตท่านไม่สนองรับทั้ง ๒ สภา ผมคิดว่าตรงนั้นละครับ ถึงทําให้เกิดตัดสินใจกันใหม่ ความจริงคนที่ตัดสินใจเช่นนี้ในเบื้องต้น คือการตั้งใจ จะให้ใช้มาตรา ๑๗๙ ซึ่งความจริงก็เปึนไม้นวม เปึนประโยชน์กันทั้ง ๒ ฝ์าย คนที่นํา ความคิดเรื่องนี้ไปพูดจากันในพรรคแล้วก็หารือพรรคคือใครครับ ท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร ท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพราะฉะนั้นที่ใครต่อใครหลายคน มักจะตัดพ้อต่อว่ารวมกระทั่งท่านนายกรัฐมนตรีเองว่า ท่านหัวหน้าพรรคของกระผม ยังหนุ่ม ยังอายุน้อย ยังเด็กเกินไป ผมว่าไม่หรอกครับ คนอายุ ๔๓ นั้นต้องถือว่า เปึนผู้ใหญ่เต็มตัว ที่สําคัญที่สุดก็คือว่ามีความคิดความอ่าน มีวุฒิภาวะเปึนผู้ใหญ่ ผมคิดว่าใหญ่กว่าคนมีอายุมากบางคนเสียอีกก็เห็นจะกล่าวเช่นนั้นได้ ท่านประธานครับ เมื่อรัฐบาลท่านตัดไมตรีจิต ท่านนายกรัฐมนตรีไม่รับ ไม่ยอมขอเป่ดสภาเสียเอง ในฐานะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับเลือกตั้งมาจากประชาชนเราจะทําอย่างไร เราก็ต้องขอยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเพื่อทําหน้าที่ตรงนี้ให้ได้ มิฉะนั้น ก็จะแลดูเหมือนว่าภายใต้ภาวการณ์ของบ้านเมืองซึ่งค่อนข้างวิกฤติเต็มทีแล้ว คนที่ ได้ชื่อว่าเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคการเมืองฝ์ายค้าน อย่างพรรคประชาธิปัตย์ของเราก็อาจจะแลดูเปึนการละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ที่ควรจะ ปฏิบัติก็ได้เราก็ทํากันอย่างนั้น เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าเปึนเครื่องยืนยันให้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้เข้าใจกันเสียทีว่าอดทนหน่อยเถอะครับถ้าหวังที่จะใช้รัฐสภานี้ ใช้สภาผู้แทนราษฎรตรงนี้เปึนที่แก้ปัญหาของประเทศ ตลอดช่วงระยะเวลาเมื่อวานนี้ ครึ่งวันค่อนคืนรวมกระทั่งบัดนี้ต้องยอมรับความจริงว่า ท่านนายกรัฐมนตรียังขาด ความอดทนมากอยู่ การตอบถ้อยแถลงข้อชี้แจงของสมาชิกทั้งเมื่อวานนี้และวันนี้ ดูจะยังมีอารมณ์อยู่ไม่น้อย บางครั้งก็ดูจะรุนแรงไปกว่าเพื่อนสมาชิกไปเสียอีก อย่างเมื่อเช้านี้ก็ผุดมาหลายคํา เหยียบหางบ้าง อะไรต่ออะไรบ้าง ผมคิดว่าถ้อยคําอย่างนี้ ต้องถือว่ารุนแรงทั้งนั้น นั่งฟังท่านนายกรัฐมนตรีท่านชี้แจงมาตลอดช่วงระยะเวลา ๒ วันเต็ม ๆ ต้องยอมรับความจริงว่ายิ่งฟังท่านมากขึ้นเท่าไรยิ่งมีความรู้สึกด้วยซ้ําไป ครับว่าถ้อยคําที่ท่านบอกว่ารุนแรงในญัตติหรือแม้กระทั่งการพูดจาของสมาชิกในสภา ก็ดูจะไม่ได้รุนแรงไปกว่าที่ควรจะเปึนด้วยซ้ําไป ที่สําคัญที่สุด ซึ่งผมอยากจะเรียน ท่านประธานไว้ตรงนี้ก็คือว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้ละเลยไม่ชี้แจงเสียหลายข้อ ชี้แจงไม่ตรงกับประเด็นปัญหาที่ท่านสมาชิกผู้อภิปรายตั้งขึ้นมาเปึนประเด็น ก็ตาม ประสาของคนที่มีความรู้มีความเชี่ยวชาญในทํานองของนักปาฐกถาโต้วาทีตั้งแต่ สมัยเปึนนักศึกษามากระมังครับ ท่านก็สามารถที่จะเลียบ ๆ เคียง ๆ ข้าง ๆ คู ๆ ไปได้ ในที่สุด แม้กระทั่งในส่วนของประเด็นที่กระผมได้รับมอบหมายจากพรรคให้พูดในวันนี้คือ ประเด็นของการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อทดแทนบุญคุณผู้มีคุณบางคนหรือเพื่อลบล้าง การกระทําความผิดของพรรคการเมืองของตัวเองที่ได้กระทําไว้แล้วก็ตาม ท่านประธานครับ ประเด็นนี้ยกขึ้นมาเมื่อไรท่านก็ตอบโต้เหมือนกันทุกครั้ง พูดกับ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ พูดในรายการสนทนาประสาสมัครทุกเช้าวันอาทิตย์ แล้วก็ ในการไปตอบคําถามในที่ประชุมสมาชิกวุฒิสภาเมื่อวันก่อนโน้นรวมทั้งเมื่อวานนี้ ท่านก็ใช้ถ้อยคําคําเดิมว่าก็รัฐธรรมนูญมันแก้ได้ หาเสียงไว้แล้วจะแก้ก็ต้องแก้ แล้วการแก้ ก็เห็นกันอยู่แล้วว่าไม่ได้แก้เพื่อประโยชน์ใคร ไม่ใช่แก้เพื่อลบล้างการกระทําความผิด อย่างแน่นอน คนฟังฟังดูคงสบายใจครับ แต่ว่าสําหรับคนที่ติดตามเรื่องนี้มาตลอด ก็จะพบความจริงว่ามันไม่ได้เปึนเหมือนอย่างที่นายกรัฐมนตรีพูด ไม่ได้เปึนเหมือนอย่างที่ หัวหน้าพรรคพลังประชาชนพูดเพราะความจริงคืออะไรครับ ถ้าตามมาตลอดจะเห็นชัด เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ท่านนายกรัฐมนตรีก็พูดอย่างนี้ครับ ท่านบอกว่ารัฐธรรมนูญนั้น คงเอาไว้แก้เมื่อใกล้ ๆ ๓ เดือนก่อนจะครบเทอมครบวาระทุกคนก็สบายใจ ทุกคนก็มี ความรู้สึกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะชั่วดีทีเหลวอย่างไรก็เปึนรัฐธรรมนูญที่ได้รับการจัดทํา ประชามติ แม้ว่าประชาชนกว่า ๑๐ ล้านคนไม่เห็นด้วย แต่ว่ากว่า ๑๔ ล้านคนเขาเห็นด้วย เพราะฉะนั้นใช้สักพักค่อยมาแก้ก็น่าจะชอบด้วยเหตุผล ก็คิดกันไปว่าคง ๓ ป้ไปแล้ว ค่อยว่ากันนี่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พอถึงเดือนมีนาคมผ่านมากระแสการยุบพรรคเกิดขึ้น มีข้อเท็จจริงบอกว่าจะมีการยุบพรรคการเมืองเกิดขึ้นท่านเปลี่ยนใหม่ ท่านบอกว่า เมื่อมีเรื่องอย่างนี้คงต้องแก้กันแล้ว ก็เล่นมาเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อกีดกันคนบางคน เพื่อทําร้ายคนบางคนอย่างนี้จะเอาไว้ได้อย่างไร ท่านบอกว่าเรื่องอย่างนี้ใครไม่โดนเข้า กับตัวเองไม่รู้หรอกครับ แล้วท่านก็ยืนยัน ในทันทีที่มีการยืนยันคํานี้ออกมาต้องยอมรับ ความจริงว่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ดังมากขึ้น กลุ่มของผู้ชุมนุมที่เรียกกันว่าเปึนพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตยซึ่งเปึนไม้เบื่อไม้เมากับท่านนายกรัฐมนตรี แน่นอนก็เริ่มมี การเคลื่อนไหว ถ้ามีการแก้ไขก็ต้องมีการประท้วง ท่านนายกรัฐมนตรีก็เปลี่ยนทีท่า เล็กน้อยบอกว่า อย่างไรก็ตามก็ยังยืนยันหลักการว่าจะแก้เพื่อประโยชน์ในอนาคต จะแก้ไม่ให้มีผลบังคับใช้ทันที จะให้ใช้ก็มีการเลือกตั้ง ตรงมีการเลือกตั้งใหม่ครับ ถ้าฟังไม่ดีก็อาจจะตามไม่ทัน นั่นก็หมายถึงถ้าสมมุติว่ามีการจะยุบพรรคกันแล้ววันนี้ ท่านแก้รัฐธรรมนูญเสร็จท่านเลือกตั้งใหม่ บทบัญญัติมาตรา ๒๓๑ เปึนอันยกเลิก เขาเรียกว่า กฎหมายให้คุณ สามารถนํามาใช้ย้อนหลังได้ อย่างนี้พรรคการเมืองที่กระทํา ความผิดก็ได้รับประโยชน์ โต้แย้งเรื่องนี้กันอยู่พักใหญ่ ท้ายสุดเปึนอย่างไรครับ ท่านก็ ยืนยันของท่านอยู่เหมือนกับที่ยืนยันว่าจะแก้เพื่อประโยชน์ในอนาคต เดือนเมษายน มีการพูดถึงมาตรา ๓๐๙ มีรัฐมนตรีในรัฐบาลท่านเองบอกว่าต้องแก้ ท่านเองท่านไม่กล้าพูด หรอกครับ วันนี้ท่านก็ยังกล้อมแกล้มว่ามาตรา ๓๐๙ ไม่แก้ แต่ว่าคนในพรรคท่านพูด หรือว่าท่านไม่มีอํานาจในพรรคที่แท้จริง ที่ฟังแล้วค่อนข้างจะตกอกตกใจเปึนพิเศษ ก็คือว่าคนในพรรคของท่านบอกว่าต้องแก้มาตรา ๓๐๙ เพื่ออะไรครับ เพื่อประโยชน์ สําหรับคนที่ถูกกล่าวหาจะได้มีโอกาสในการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่อย่างเปึนธรรม ใครละครับที่กําลังจะถูกต่อสู้คดีอยู่ในขณะนี้ก็เห็น ๆ กันอยู่ ตรงนี้ละครับ ซึ่งมีความรู้สึกว่า นี่จะแก้เพื่อหนีการยุบพรรค นี่จะแก้เพื่อประโยชน์สําหรับคนบางคนในลักษณะที่ทดแทน บุญคุณกันใช่หรือไม่ กระแสนี้ดังมากขึ้น ๆ เดือนพฤษภาคมท่านเปลี่ยนทีท่าใหม่บอกว่า เมื่อแก้ ๒ มาตรานี้ไม่ได้ คนไม่ชอบกันก็เอาใหม่แล้ว แก้มันทั้งฉบับ แสดงความคิด ความเห็นอย่างชัดเจนว่าเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งได้ชื่อว่าเปึนรัฐธรรมนูญที่ได้รับ การยอมรับนับถือมากที่สุดมาใช้แทนป้ ๒๕๕๐ ก็แล้วกัน ยกเว้น ๒ หมวด คือหมวดทั่วไป กับหมวดพระมหากษัตริย์ ท่านประธานครับ พูดอย่างนี้ก็คงจะฟังดูดีสําหรับคนที่รู้ ไม่เท่าทัน แต่สําหรับคนที่รู้เท่าทันก็จะรู้ความจริงว่าเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาใช้ ก็แสดงว่าสาระสําคัญเนื้อหาของมาตรา ๒๓๗ และมาตรา ๓๐๙ ก็หมดไป มันก็สม ความมุ่งหมาย เมื่อต่อต้านหนักเข้า ๆ ทีท่าใหม่เกิดขึ้นบอกจะขอจัดทําประชามติก่อน คนก็ต่อต้านกันอีก บอกจะทําประชามติใช้เงินตั้ง ๒,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปใช้ทําไม ๒,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะที่บ้านเมืองกําลังมีปัญหา เอา ๒,๐๐๐ ล้านบาทมาช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบ อาชีพที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ จากราคาพลังงานที่สูงอย่างน่ากลัวในขณะนี้ ไม่ดีกว่าหรือ ก็เงียบกันไป แล้วพอถึงพฤษภาคมก่อนจะมีการป่ดสภาสมัยประชุม คราวที่แล้วก็มีการยื่นเสนอกันขึ้นมาเปึนอย่างที่ว่าจริง ๆ ครับ นําเอาบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาใช้แทนเกือบทั้งหมด แล้วผลที่สุดมาตรา ๒๓๗ กับมาตรา ๓๐๙ ก็หายไป การต่อต้านก็เกิดขึ้น การชุมนุมก็เกิดขึ้นซึ่งยังยืดเยื้อมาจนกระทั่งทุกวันนี้
ท่านประธานครับ แล้วท้ายสุดทีท่าใหม่ก็เกิดขึ้นอีก มีผู้ร่วมลงชื่อ หลายต่อหลายคนขอถอนชื่อ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเอง ท่านชัย ชิดชอบ ก็ใจดี คืนญัตติกลับไปให้แก้ไขใหม่ คงกลัวว่าญัตติจะตกแล้วจะไปเข้าหลักว่าญัตติที่ตก ในสมัยประชุมเดียวกันนั้นจะเสนอใหม่อีกไม่ได้ ก็ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันดีเหลือเกิน วันนี้แปรร่างใหม่เสียแล้วครับ คือแทนที่จะตั้งหน้าตั้งตาแก้ไขบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ อย่างที่ตัดสินใจกระทํากันไว้แต่เดิม แปรรูปใหม่มาเปึนการเข้าชื่อ การเสนอญัตติ เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาการแก้ไขบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ สภาให้เวลาไปคราวที่แล้วประมาณ ๖๐ วัน ผมเข้าใจว่าคงมีคนคิดว่าระยะเวลา ๖๐ วัน กระแสการต่อต้านอาจจะลดน้อยถอยลง จังหวะใหม่ก็อาจจะเริ่มขึ้นซึ่งร้อยทั้งร้อย ผมพยากรณ์ว่าก็คงมาในรูปแบบเดิม หรือแม้แต่อาจจะมีการจัดทําประชามติด้วยครับ เพื่อจะชี้แพ้ชี้ชนะกันตรงนั้นซึ่งมันก็ไม่เปึนประโยชน์กันทั้งนั้น ท่านประธานครับ บทบัญญัติมาตรา ๒๓๗ นั้นรุนแรงจริงหรือ ก็ต้องยอมรับว่ารุนแรง ถ้าบอกว่าเนื้อหา ของมาตรา ๒๓๗ รุนแรงก็ต้องยอมรับว่ายังรุนแรง นั่นก็หมายถึงว่าถ้ามีการกระทําทุจริต ผิดกฎหมายเลือกตั้ง พูดกันตรงไปตรงมาก็มีการซื้อเสียงเกิดขึ้น แล้วก็พบความจริงว่า ถ้าหัวหน้าพรรครู้ กรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งคนใดรู้อย่างนี้ต้องยุบพรรค แล้วเพิกถอน สิทธิเลือกตั้งของกรรมการบริหารพร้อม ๆ กันทั้งคณะ แต่ว่าอย่างไรก็ตามผมคิดว่า ใครก็ตามที่ติดตามการยกร่างรัฐธรรมนูญในขณะนั้น ซึ่งลงความเห็นกันว่าอุปสรรค อย่างยิ่งใหญ่ของประชาธิปไตยไทยก็คือการทุจริตด้วยการซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งดูทําท่าว่า จะหนักหนาสาหัสสากรรจ์มากขึ้นทุกวัน เมื่อซื้อเสียงมาก ลงทุนมาก ได้รับเลือกตั้ง เข้ามาแล้วมีโอกาสมาเปึนรัฐบาลอีก การทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) ก็มากขึ้น การเมืองก็เลวลงแล้วก็มีปัญหาให้เกิด วันดีคืนดีก็มีคนอ้างการทุจริตคอร์รัปชันเข้ามา ทําปฏิวัติรัฐประหารอีก ซึ่งเรียกกันว่า วงจรอุบาทว์ ก็มีการตัดสินใจกันว่าเพราะฉะนั้น ต้องแก้ตรงต้นเหตุ แก้ตรงนี้ก่อน ทําการเมืองให้มันสุจริตมากขึ้น ใช้เงินให้น้อยลงให้ได้ เพราะมันจะเปึนการแก้ปัญหา เราก็มีความเห็นว่าอย่างนี้ ถ้าพรรคการเมืองร่วมมือด้วย ยอมรับความเปึนธรรมาภิบาลเสียหน่อยคือไม่สนับสนุนส่งเสริม ให้สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคตัวเองไปซื้อสิทธิขายเสียง ทุกอย่างก็ดีขึ้น ในเวลาที่มีการยกร่าง ผมจําได้อย่างแม่นยําว่า คณะกรรมาธิการยกร่าง หรือสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นได้ส่งความเห็นไปยังพรรคการเมืองทุกพรรคก็ไม่มีใครคัดค้าน คงเกรงไปว่าถ้าแสดงความเห็นไม่เห็นด้วย คัดค้าน คนก็อาจจะบอกว่าแสดงว่า พรรคการเมืองพรรคนี้ซื้อเสียงก็ไม่กล้าคัดค้าน เมื่อวันหนึ่งเขาขอความเห็นไม่คัดค้าน ถัดมาเปึนกฎหมายใช้บังคับก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ก็เท่ากับทุกคนลงสมัครรับเลือกตั้ง ภายใต้การยอมรับนับถือในกติกาที่เขาวางกันขึ้นมาแล้ว อย่างนี้เลือกตั้งไปแล้วไปทุจริตซื้อเสียงถูกเขาจับได้ ผมคิดว่าไม่มีสิทธิที่จะมาโอดครวญว่า กฎหมายแรง ยามันแรง เพราะรู้ล่วงหน้ากันมาทั้งนั้น สําคัญก็คือว่าถ้าปล่อยให้มี การแก้ไขกฎหมายภายหลังการกระทําความผิด หลักนิติธรรมของประเทศคือการยอมรับ นับถือการเคารพกฎหมายอยู่ที่ตรงไหนครับ นี่คือมาตรา ๒๓๗ พวกกระผมพูดอย่างนี้ ไม่ได้หมายความว่าสะใจที่พรรคการเมืองอื่นจะถูกยุบ ไม่ใช่ เห็นใจครับ เราก็รู้ ไม่ใช่ไม่รู้ อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครเคยบอกว่าถ้าไม่โดนกับตัวเองไม่รู้ก็รู้ ก็โดนกันมาแล้ว ทั้งนั้น ในเวลาที่พรรคไทยรักไทยทําท่าจะถูกยุบเมื่อคราวที่แล้ว พรรคประชาธิปัตย์ก็ทําท่า จะโดนด้วยเพราะมีคนลากเข้าไปในลักษณะที่เปึนตัวประกัน ท่านนายกรัฐมนตรี พูดติดปากอยู่เสมอว่าพรรคใหญ่จ้างพรรคเล็กลงสมัครรับเลือกตั้งถูกยุบ แต่ว่าในเวลา ที่พรรคใหญ่จ้างพรรคเล็กให้ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งกลับไม่ถูกยุบ ความยุติธรรมอยู่ที่ ตรงไหน ผมคิดว่าพรรคประชาธิปัตย์ของเรารอดอุปสรรคตรงนี้มาได้เพราะเราไม่ได้ทํา อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครว่าคือเราไม่ได้ทําผิดมันก็เท่านั้นเอง วันนี้ก็ยังมีความพยายาม ที่จะลากพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปสู่วงการยุบพรรคอีกครั้งหนึ่ง แต่ไม่มีปัญหาหรอกครับ ผมคิดว่าพรรคการเมืองอย่างเราซึ่งเรามีความมั่นใจว่าเราไม่ได้กระทําความผิด ถ้ามี อันจะต้องถูกยุบก็ให้มันรู้กันไป นี่คือความตั้งใจของพวกเรา มาตรา ๓๐๙ นั้น ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่าคงยากละครับที่จะแก้ไข โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าแก้ไข ไปด้วยความมุ่งหมายอย่างที่รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีบางคนในรัฐบาลนี้บอกว่า เพื่อเป่ดโอกาสให้คนที่ถูกกล่าวหาได้ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ถ้าเขียนกฎหมายกันอย่างนี้ แก้กฎหมายกันอย่างนี้ผมคิดว่าก็ขาดหลักนิติธรรมเหมือนกัน มีการพูดกันอยู่มาก ครับท่านประธานว่า แท้ที่จริงแล้วที่จําเปึนต้องแก้เพราะเปึนบทบัญญัติที่ไปรับรอง ประกาศคําสั่งและการกระทําที่สืบเนื่องมาจากคําสั่งของคณะปฏิวัติรัฐประหารเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน เปึนกฎหมายที่เขียนขึ้นมาเพื่อคุ้มครองการกระทําอันเปึนเผด็จการ เพราะฉะนั้นรับไม่ได้ ความจริงไม่ใช่ คนที่ตามไม่ทันไม่รู้ แต่คนที่ตามทันรู้ ผมมีกรณี เทียบเคียงที่จะแสดงให้ท่านประธานได้รู้ได้เห็นอย่างชัดเจนเลยว่าคนที่คิดจะแก้กฎหมาย มาตรานี้คิดอย่างไร ท่านประธานครับ เมื่อป้ ๒๕๓๔ มีการปฏิวัติรัฐประหารเกิดขึ้น ในประเทศไทยภายใต้ชื่อคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ซึ่งเรียกย่อ ๆ ว่า รสช. รสช. ในขณะนั้นได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่งเรียกว่าคณะกรรมการ ตรวจสอบทรัพย์สิน คือ คตส. ชื่อย่อตรงกับ คตส. ปัจจุบันตั้งขึ้นมาทําไม ตั้งขึ้นมาให้มี หน้าที่ในการตรวจสอบทรัพย์สินของบุคคลที่เปึนรัฐมนตรีอยู่ในขณะนั้นให้มีอํานาจ ในการประกาศว่าถ้ารัฐมนตรีคนใดร่ํารวยผิดปกติก็จําเปึนจะต้องมาชี้แจงต่อ คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินว่าได้ทรัพย์สินมาอย่างไร ทรัพย์สินไหนได้มา โดยชอบด้วยกฎหมายไม่มีปัญหาปล่อยไป แต่ว่าถ้าทรัพย์สินใดได้มาโดยไม่ชอบ ด้วยกฎหมายต้องยึดไว้ ต้องอายัดไว้ แล้วก็ริบเปึนของแผ่นดิน ต่อมาได้มีการแก้ไข คําสั่งของ รสช. ฉบับนั้นคือคําสั่งฉบับที่ ๒๖ ถ้าผมจําไม่ผิด บอกว่าการริบทรัพย์สิน ยังไม่สิ้นสุดในชั้นของคณะกรรมการ คตส. แต่จะเป่ดโอกาสให้ผู้ร้องสามารถจะร้องไปยัง ศาลฎีกาอีกชั้นหนึ่ง ท้ายสุดมีคนใช้กฎหมายตรงนี้ให้เปึนประโยชน์ มีการยื่นคําร้องไปยัง ศาลฎีกา แล้วท้ายสุดศาลฎีกาก็วินิจฉัยว่าคําสั่ง รสช. ฉบับที่ ๒๖ดังกล่าวนั้นเปึนคําสั่ง ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เปึนคําสั่งที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ผมคิดว่า คนที่ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้นคงไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ํารอย เพราะเขา ถือว่าเขาก็เป่ดโอกาสให้ต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมแล้วคืออย่างไร ๆ ก็ต้องขึ้นศาล แต่ผมก็คิดว่าคงจะมีคนบางส่วนเหมือนกันที่อยากเห็นประวัติศาสตร์ซ้ํารอยคือแก้ มาตรา ๓๐๙ มันเสีย แล้ววันหนึ่งก็ใช้โอกาสฉวยเอาปัญหาข้อกฎหมายตรงนี้ครับให้เปึนประโยชน์ ซึ่งถ้าเปึน เช่นนั้นกระผมคิดว่าเปึนไปได้อย่างไรที่จะยอมกันได้ง่าย ๆ มีคนออกมาพูดจาท้าทาย เปึนอันมากบอกว่าแก้แล้วก็ยังต้องขึ้นศาล แต่ว่าผมก็อยากกราบเรียนท่านประธานว่า การขึ้นไปพิสูจน์กันในศาลด้วยการพิสูจน์ข้อเท็จจริงกับการเดินขึ้นไปสู่ศาลโดยกําเอา ปัญหาข้อกฎหมายที่มันบ่งชี้กันอยู่แล้วว่าศาลอาจจะวินิจฉัยได้ทันทีว่า คตส. ไม่ชอบ ด้วยกฎหมาย กระบวนการรวบรวมพยานหลักฐานไม่ชอบด้วยกฎหมาย คนที่เรียน กฎหมายมาอย่างท่านนายกรัฐมนตรีหรือใครก็แล้วแต่ย่อมรู้กันทั้งนั้นว่าถ้ากระบวนการ รวบรวมพยานหลักฐานไม่ชอบด้วยกฎหมายขึ้นไปสู่ศาล ศาลไม่รับพิจารณาอย่างนี้ ผลของคดีเปึนอย่างไร เมื่อ ๒-๓ วันที่แล้วมาผมคิดว่าใครก็ตามที่ติดตามเรื่องนี้มาตลอด ก็จะได้ยินคําแถลงของ คตส. บอกว่าทํางานมา ๑ ป้กับ ๙ เดือน ทําเสร็จ ๑๓ คดี เห็นได้ชัดว่ามีตัวเลขประมาณการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐประมาณ ๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาท อายัดไว้แล้วขณะนี้ ๖๕,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ามาตรา ๓๐๙ ได้รับ การแก้ไข แน่นอนครับ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ก็จะละลายหายไปซึ่งเปึนเรื่องที่น่าเสียดาย ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะกระหน่ําซ้ําเติมคนที่ถูกกล่าวหาหรือคนที่จะต้องเดินทางขึ้นสู่ศาล ตามกระบวนการรวบรวมพยานหลักฐานของ คตส. แต่ว่าถ้าเรามีความเชื่อมั่นว่า กระบวนการยุติธรรมของเราในระดับศาลยังพอเชื่อถือกันได้ ผมคิดว่าก็ไม่น่าจะต้องมา โอดครวญกันในเวลานี้ เพราะอย่างน้อยที่สุดโอกาสที่จะพิสูจน์ข้อเท็จจริงกันให้เห็น ได้อย่างจะ ๆ ว่าทรัพย์สินไหนมีอยู่ก่อนได้มาโดยชอบตามกฎหมายตามปกติ และทรัพย์สินไหนได้มาโดยไม่ชอบโดยกฎหมายมันพิสูจน์กันง่าย ผมถึงอยากเรียกร้อง รัฐบาลในขณะนี้ว่าที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่แก้แน่นอน ไม่ว่าจะเพื่อประโยชน์ใคร ก็ตามและจะแก้ก็เพื่อประโยชน์ในอนาคตเท่านั้น ก็ขอให้จริงเถอะครับ สังคมจะได้ หายวิกฤติในเรื่องรัฐธรรมนูญเสียที ท่านประธานครับ ต้องยอมรับความจริงว่า บ้านเมืองเราวันนี้ต้องถือว่าวิกฤติมากแล้วละครับ ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจหรือปัญหา วิกฤติประชาชนนั้นผมคิดว่าตามจริงก็รู้กันอยู่แก่ใจทั้งนั้น แล้วหลังจากนี้เปึนต้นไป ผมเข้าใจว่าเพื่อนสมาชิกของผมซึ่งได้รับมอบหมายให้ทําภารกิจในส่วนนี้ก็คงจะได้ช่วย อธิบายในส่วนนี้มากขึ้น แต่ว่าวิกฤติที่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศคงไม่ประสงค์ให้เกิดขึ้น ซึ่งจะเปึนการซ้ําเติมวิกฤติเศรษฐกิจก็คือวิกฤติของภาวะความเปึนผู้นําของตัวรัฐบาลเอง รีบเร่งรัดเอาใจใส่แก้ปัญหาวิกฤติประชาชนเถอะครับ แทนที่จะไปคิดแก้ปัญหาเพื่อคนนั้น แก้ปัญหาเพื่อคนนี้หรือไปทําในเรื่องที่ไม่ใหญ่ เรื่องวิกฤติปราสาทพระวิหารนั้น แม้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะยืนยัน เมื่อคืนนี้ว่าท่านไม่ได้มีความรู้สึกว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่โตอะไรเลย แต่ผมอยากจะบอก อยากจะเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่าเรื่องนี้คงนอนใจกันไม่ได้แล้ว ละครับ ท่านจะตีความของท่านอย่างไร ท่านอธิบายเขาทําอย่างไร แต่ว่าอีกด้านหนึ่ง ก็มีสิทธิที่จะอธิบายได้อีกอย่างหนึ่งแล้วก็ตีความได้อีกอย่างหนึ่งเพราะเปึนเรื่องของ มุมมองที่ต่างกัน สําคัญก็คือว่าวันนี้จะเห็นชัดทีเดียวครับว่าเริ่มมีการต่อต้าน เริ่มมี การแสดงออกในเรื่องนี้มากขึ้นเปึนลําดับ ๆ แล้วไม่ใช่เฉพาะคนที่มาชุมนุมกันเท่านั้น ระดับคนชั้นกลาง หรือแม้แต่ระดับคนชั้นสูงก็เริ่มมีความรู้สึกไม่ค่อยพออกพอใจในเรื่องนี้ มากขึ้น เรื่องปลุกระดมกันครับ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีดูจะปักใจเรื่องนี้เปึนพิเศษ โดยมีการชักตัวอย่างของช่างตัดเสื้อของตัวเองว่าตกเปึนเหยื่อของการปลุกระดม จนกระทั่งไขว้เขวกันไปหมด ทําไมท่านคิดง่าย ๆ อย่างนั้น ทําไมท่านคิดง่าย ๆ ว่า คนในประเทศนี้เวลานี้มันโง่กันไปหมดถูกพันธมิตร ๕ คนชักชวนเท่านั้นก็ไขว้เขว กันไปหมดแล้ว ไม่ใช่ครับ ท่านต้องมองให้ลึกลงไปอีกหน่อยว่ามันมีอะไรอยู่ตรงนั้น มันมีความรู้สึกไม่พอใจอะไรที่มันเปึนจุดร่วมที่ทําให้คนเปึนจํานวนหมื่นบางวัน ก็เกือบ ๆ จะแสนคนมาร่วมชุมนุมกันได้ ผมคิดว่าต้องขบคิดกันเรื่องนี้ให้หนักเปึนพิเศษ เมื่อคืนดูท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศท่านจะคุยด้วยความภาคภูมิใจ เปึนพิเศษว่าท่านน่าจะเปึนฮีโร่ (Hero) น่าจะเปึนผู้ได้ชื่อได้เสียงในการนี้ด้วยซ้ํา ท่านพูดกับ หนังสือพิมพ์ ท่านพูดกับโทรทัศน์เมื่อวันก่อน แต่เมื่อคืนนี้ก็พูดใกล้เคียงกันท่านบอกว่า การรวบรัดตัดความสนับสนุนให้กัมพูชาเขาสามารถจดทะเบียนปราสาทพระวิหาร เปึนมรดกโลกได้ เปึนการสงวนไม่ให้ประเทศไทยเสียดินแดนด้วยซ้ําไป ท่านกล้าพูด ถึงขนาดนั้น ผมคิดว่าท่านพูดเอาแต่ได้ ท่านบอกว่าท่านไม่สามารถจะมีใจเย็นพอ อดทนพอที่จะรอดูคําขอจดทะเบียนเปึนมรดกโลกของกัมพูชาที่ได้ยื่นไว้ต่อองค์การยูเนสโก (UNESCO) โดยผนวกเอาแผ่นดินของไทยส่วนหนึ่งเข้าไปร่วมด้วย ท่านถึงต้องเร่งรัดให้มัน จบ ๆ ไป ผมคิดว่าเรื่องอย่างนี้คนฟังที่ฟังไม่ทันก็อาจจะคล้อยตามท่านได้ ผมเข้ามา ในสภาเมื่อคืนนี้หลังจากที่ทําท่าจะจบญัตตินี้ ตั้งใจจะถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ บังเอิญท่านกลับไปเสียก่อนจะด้วยเหตุใดผมไม่ทราบ เหลือแต่ ท่านนายกรัฐมนตรีผมก็เลยไม่อยากถาม วันนี้ก็ยังไม่เห็นท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศเข้ามาตรงนี้ ก็ฝากถามผ่านท่านนายกรัฐมนตรีไปว่า ที่ท่านบอกว่าท่านกลัวว่าคณะกรรมการมรดกโลกของยูเนสโกจะตัดสินใจรับรอง การจดทะเบียนตามคําขอของรัฐบาลกัมพูชาในขณะที่มีการผนวกดินแดนของ ประเทศไทยเข้าไปด้วยให้เปึนมรดกโลก แล้วท่านบอกว่านั่นก็หมายถึงการเสียดินแดน ผมถามว่าเปึนไปได้หรือครับ ผมถามว่าเคยมีตัวอย่างที่ไหนบ้าง ผมถามว่าองค์การยูเนสโก จะอาศัยอํานาจตามตัวบทกฎหมายใดมารับคําขออย่างนั้นง่าย ๆ ในขณะที่เจ้าของ แผ่นดินที่แท้จริงคือประเทศไทยยังสงวน ยังโต้แย้ง ยังคัดค้านกันอยู่ ผมคิดว่านั่นข้อหนึ่ง
ข้อที่ ๒ ขณะนี้ท่านสรุปได้แล้วหรือยังครับว่าทําไมในขณะที่รัฐบาลไทย ก็พยายามที่จะดําเนินการให้มีการยื่นคําขอจดทะเบียนเปึนมรดกโลกพร้อม ๆ กันทั้งพื้นที่ ในส่วนที่เขาใช้อํานาจอธิปไตยอยู่ แล้วก็ทั้งพื้นที่ในส่วนที่เปึนดินแดนของเราโดยแท้ ทําไมรัฐบาลกัมพูชาเขาถึงพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอด ผมขอเรียนว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่ เพราะท่านประธานเองก็คงเข้าใจได้ดีว่าสําหรับคนไทยแล้วเรื่องอํานาจอธิปไตย เรื่องดินแดน เรื่องแผ่นดินนั้นเปึนเรื่องใหญ่จริง ๆ ผมไม่อยากให้รัฐบาลละเลยในเรื่องนี้ ท่านประธานครับ คําโอดครวญเรื่องเข้ามาทําหน้าที่เพียง ๔ เดือนก็จะขับไล่กันแล้ว แน่นอนครับ ระยะเวลาเพียง ๔ เดือนอาจจะเปึนระยะเวลาที่ยังสั้นอยู่ ระยะเวลาเพียง ๔ เดือนสําหรับรัฐบาลนี้ก็อาจจะไม่ได้ทําอะไรที่เปึนมรรคเปึนผลในการแก้ไขปัญหา ของประเทศ แก้ไขปัญหาวิกฤติของประชาชนมากนัก แต่ว่าระยะเวลา ๔ เดือนที่ผ่านมา ผมคิดว่าใครก็ตามที่ติดตามพฤติกรรมของรัฐบาลนี้มาโดยตลอดดูแล้วไม่สบายใจกัน ทั้งนั้นละครับ ในขณะที่ ๔ เดือนยังไม่ได้ทําประโยชน์มากนัก แต่ ๔ เดือน เปึน ๔ เดือน ของการสร้างปัญหาที่มีแนวโน้มที่จะนําไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น ผมคิดว่าตรงนี้ต่างหาก ที่ทําให้พรรคฝ์ายค้านจําเปึนต้องยื่นญัตติขอเป่ดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนี้ เราไม่สามารถที่จะไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอีก ๗ คนได้ครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
คุณจุติ ไกรฤกษ์ ครับ
ท่านประธานครับ
ท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวรินประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานครับ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ
ขอท่านจุติรอสักนิดครับ
ท่านประธานครับ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดราชบุรี ผมขอใช้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ประท้วง ท่านสมาชิกอาวุโสที่อภิปรายจบไปเมื่อสักครู่ อย่างนี้ครับท่านประธาน คําอภิปราย ของท่านบางตอน บางจังหวะได้ก่อให้เกิดความเสียหายกับผมและสมาชิกพรรคพลังประชาชน คนอื่น ๆ ซึ่งเดี๋ยวผมจะอธิบายว่าเสียหายอย่างไร ที่ผมไม่ประท้วงระหว่างที่ท่านสมาชิกอาวุโส กําลังอภิปรายอยู่นั้นด้วยเหตุผล ๒ ประการ ประการที่ ๑ ผมเปึนคนรู้จักกาลเทศะ ประการที่ ๒ ผมเปึนคนมีสัมมาคารวะ ท่านสมาชิกผู้นี้เปึนสมาชิกอาวุโสในสภา โดยส่วนตัวท่านเปึนรุ่นพี่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งผมเปึนรุ่นน้องต้องให้ความเคารพ นี่ผมมีความสัมมาคารวะ และผมรู้จักกาลเทศะคือไม่ไปรบกวนสมาธิของท่านในระหว่าง การอภิปราย ขณะเดียวกันผมให้ความเอาใจใส่การอภิปรายของท่านอย่างดียิ่ง ท่านเริ่มตั้งแต่เวลา ๑๓.๓๒ นาฬิกา สิ้นสุดการอภิปรายเวลา ๑๔.๑๐ นาฬิกา ตลอดเวลา ท่านประธานครับ เอามือล้วงกระเปิาซึ่งธรรมเนียมปฏิบัติ ประเพณีปฏิบัติเขาไม่ทํา เพราะเปึนการแสดงถึงความไม่เคารพประธานในที่ประชุม ไม่เคารพสถานที่ประชุม แต่บังเอิญท่านไม่ได้ล้วงอยู่ตลอดเวลา ขออภัยผมสาธิตนิดเดียว ท่านชักเข้าชักออก นับได้ ๕๔ ครั้งในระยะเวลา ๓๐ กว่านาทีเศษ ๆ ผมมีพยานครับ คุณชูวิทย์นั่งอยู่ข้าง ๆ คุณเชิดชัยนั่งอยู่ข้าง ๆ เมื่อสักครู่คุณมณฑลนั่งอยู่ด้วยและสมาชิกท่านต่อไปอีก ผมบอกว่าดูนะถ้าหากว่าเอามือล้วงกระเปิานี่ผมจะขีด แต่ถ้าไม่ล้วงเข้าไปในกระเปิา ผมก็ไม่ขีด ไม่ทราบว่าท่านคลําอะไรหรือเปล่า ลักษณะอย่างนี้เหมือนอย่างกับท่านไม่มี ความเชื่อมั่นตัวเองอย่างนั้น ทีนี้ผมจะกลับเข้ามาสู่ประเด็นที่ว่าท่านทําให้ผมเสียหาย ก็คือว่าท่านพูดถึงการแก้รัฐธรรมนูญที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่วนหนึ่งกับสมาชิก วุฒิสภายื่นเข้าไปก่อนหน้านี้ ท่านบอกว่าทําเพื่อทดแทนบุญคุณและลบล้างการกระทํา ความผิดของบุคคลบางคน ท่านประธานครับ ในฐานะที่ผมเปึนคนหนึ่งที่ลงชื่อในญัตติ แก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย ผมขอยืนยันว่าสิ่งที่ท่านพูดนั้นไม่เปึนความจริง ผมไม่น่าที่จะต้อง ไปทดแทน
ท่านเชาวรินหยุดก่อน มีผู้ประท้วงนะครับ คุณนิพิฏฐ์ประท้วงเรื่องอะไรครับ ประท้วงผู้ประท้วงหรือเปล่าครับ ถ้าประท้วงผู้ประท้วง เดี๋ยวให้ท่านผู้ประท้วงคือ ท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวรินประท้วงให้จบครับ แล้วเดี๋ยวผมจะได้วินิจฉัย
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุงครับ ผมคิดว่าท่านประธานได้นั่งฟัง คําประท้วงของเพื่อนสมาชิกมานานพอสมควรแล้วท่านประธานก็พอจะวินิจฉัยได้ว่า คําประท้วงของเพื่อนสมาชิกนั้นไม่เข้าข้อ ๖๑ หรือข้อใด ๆ ทั้งสิ้น และเปึนการฉวยโอกาสว่า เปึนการประท้วงลุกขึ้นเพื่อพูดเสียดสีท่านผู้ที่กําลังอภิปรายเมื่อสักครู่ครับ มีที่ไหนละครับ ที่บอกว่าท่านอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง วุฒิภาวะของ คุณเชาวรินเปึนอย่างนี้มาตลอดครับ
ผมขอให้คุณนิพิฏฐ์นั่งก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวผมจะวินิจฉัยที่ท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน ประท้วงครับ ขอเชิญคุณนิพิฏฐ์นั่งลงก่อนครับ เพราะผมยังไม่ได้วินิจฉัย อาจารย์ประกอบ ก็ยังไม่ต้องประท้วงครับ มิฉะนั้นการรักษาระเบียบในสภาผู้แทนราษฎรจะทําไม่ได้นะครับ จะต้องวินิจฉัยคนประท้วงคนแรกก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวก็เป่ดโอกาสให้อาจารย์ประกอบ กับคุณนิพิฏฐ์ได้ประท้วงครับ ขอให้ท่านเชาวรินสรุปการประท้วงเลยนะครับ ผมกําลัง จับประเด็นการประท้วงใน ๒ ประเด็นครับ ขอรวบรัดด้วยครับ
เปึนพระคุณครับ ท่านประธาน และด้วยความเปึนผู้รู้จักกาลเทศะผมก็จะไม่ถืออะไร ใครจะประท้วง ผมอย่างไรก็ทําไปเถอะครับ แต่ผมประท้วงคํากล่าวที่ว่าเปึนการกระทําในลักษณะ ทดแทนบุญคุณและลบล้างการกระทําความผิดของบุคคลบางคนในญัตติเรื่องแก้ไข รัฐธรรมนูญในฐานะผมเปึนผู้หนึ่งที่เซ็น ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นมีความจําเปึน ที่จะต้องไปทําอะไรที่เปึนการทดแทนบุญคุณใคร รัฐธรรมนูญก็มีบทบัญญัติให้แก้ไขได้ รัฐธรรมนูญไม่ใช่คัมภีร์ไบเบิล (Bible) รัฐธรรมนูญไม่ใช่พระไตรป่ฎกที่ห้ามแก้ และผมแก้ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ
ท่านเชาวรินครับ ผมเข้าใจคําประท้วงของท่านเชาวรินแล้วครับ ขอเชิญท่านเชาวรินนั่งลง เดี๋ยวผมจะได้วินิจฉัยครับ สรุปเรื่องการประท้วงก่อนครับ
การกระทําความผิด ของคนบางคนไม่ใช่หรอกครับ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ผมเซ็นขอแก้รัฐธรรมนูญเพราะ มาตรา ๑๗๔ (๖) บัญญัติว่าคนที่เปึนสมาชิกวุฒิสภาเมื่อพ้นจากสมาชิกภาพแล้ว ไม่ถึงสองป้ ห้ามเปึนรัฐมนตรี นี่รัฐธรรมนูญอย่างนี้ผมถึงเซ็นขอแก้ไข แล้วบอกผมไปทดแทนบุญคุณใครไปลบล้าง การกระทําความผิดของใคร ไม่ใช่ครับ ที่ท่านผู้อภิปรายนี่ทําให้ผมเสียหาย ผมจึงจําเปึน ต้องประท้วงและชี้แจงเพื่อหักล้างคําอภิปรายของท่าน ขอบคุณท่านประธานครับ
ผมจะวินิจฉัยใน ๒ ประเด็นของการประท้วง
การประท้วงครั้งแรก เปึนเรื่องส่วนตัวและเปึนบุคลิกของผู้อภิปรายนะครับ เพราะฉะนั้นเปึนสิทธิส่วนตัวที่ท่านจะกระทําได้ ไม่ได้เปึนเรื่องที่กระทบกระเทือนต่อ การทําหน้าที่ของประธานสภาผู้แทนราษฎรแต่อย่างไร
ในประเด็นที่สอง ท่านเชาวรินประท้วงว่า ท่านผู้อภิปรายพูดพาดพิงทําให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคพลังประชาชนเสื่อมเสียคนเข้าใจผิด เรื่องนี้เปึน การอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับ เพราะฉะนั้นท่านผู้อภิปรายมีความเชื่อว่าจะเปึนตามที่ ท่านผู้อภิปรายได้กล่าวอภิปรายไปแล้ว แต่เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรี บรรดาท่านรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องก็จะมาตอบข้อซักถามเพื่อชี้แจงว่ามันไม่ได้เปึนไปตามที่ท่านได้คิดนะครับ เพราะฉะนั้นผู้อภิปรายมีสิทธิอภิปรายได้ครับ ขอเชิญ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่า เดี๋ยวสักครู่ท่านบัญญัติจะได้กรุณา
ครับ
ท่านประธานครับ ผมก็มีวุฒิภาวะครับ รู้จักกาลเทศะครับ
คุณนิพิฏฐ์ประท้วงใช่ไหมครับ
ผมประท้วงข้อ ๑๑ ครับ ฟังผมนะครับ เมื่อสักครู่ท่านเชาวรินบอกว่าท่านอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เอามือล้วงกระเปิา อย่างไรก็ตามเวลาผมอภิปรายผมจับไมโครโฟนทุกครั้งนะครับ เกินกว่าร้อยครั้ง เสียด้วยซ้ํา เปึนบุคลิกของพวกเรานะครับ ผมไม่เคยประท้วงใครเลย ท่านนายกรัฐมนตรี รับประทานอาหารในห้องผมไม่ประท้วงเลย เห็นไหมครับท่านนั่งเคี้ยวอะไรอยู่ ผมไม่ประท้วงครับ เห็นไหมครับ
ต้องขอเชิญคุณนิพิฏฐ์นั่งลงนะครับ ผมว่าพวกเราประท้วงขอให้ประท้วงในเรื่องที่กําลัง อภิปรายจะดีกว่านะครับ เชิญคุณประกอบครับ อาจารย์ประกอบ รัตนพันธ์ ครับ ประท้วง เรื่องอะไรนะครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอประท้วงท่านประธาน จริง ๆ ก็ไม่อยากประท้วงครับ เพราะท่านประธานนี่ทําหน้าที่ได้ดี เพียงแต่ว่าในข้อบังคับ ข้อ ๘ เปึนภารกิจของ ท่านประธานที่ต้องควบคุมดูแลการอภิปรายให้เกิดความเปึนระเบียบเรียบร้อย ผมไม่เห็นว่าผู้ประท้วง ขออนุญาตด้วยความเคารพเอ่ยชื่อท่าน ท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน ผมเรียนตรง ๆ ผมเคารพท่าน ท่านเคยเปึนอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการ เปึน ส.ว. หลายสมัย เปึน ส.ส. หลายสมัย แต่บรรทัดฐานในการประท้วงให้ประธานจับตาดู ไร้สาระ เช่น ประท้วงในเรื่องของยกมือซ้าย ประท้วงในเรื่องของไม่เรียกชื่อ ยศ ตําแหน่ง ประท้วง ในเรื่องของเอามือล้วงกระเปิา ผมคิดว่าล้วนแต่ไร้สาระ เสียเวลา หมดราศีคนที่เคยเปึน รัฐมนตรีช่วยว่าการ
เข้าใจที่อาจารย์ประกอบประท้วงนะครับ ทีนี้พวกเราประท้วงกันไปแล้วก็พาดพิงถึง ผู้ที่ถูกประท้วง ผู้ถูกประท้วงก็จะประท้วงกลับครับ
(ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านเชาวรินพอแล้วครับ นั่งเถอะครับ เพราะว่าไม่ได้ทําให้เสียหาย แล้วผมก็ได้วินิจฉัย ผมขอวินิจฉัยสิ่งที่อาจารย์ประกอบ รัตนพันธ์ ประท้วงก่อนนะครับ ผมได้วินิจฉัยสิ่งที่ท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวรินประท้วงไปโดยข้อแรกนะครับ ผมบอกว่ามันเปึนบุคลิกส่วนตัว ของแต่ละบุคคลแล้วก็ไม่ได้เปึนการที่ทําให้เกิดการกระทบเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งการวินิจฉัยอย่างนี้ทุกคนก็รู้แล้วครับว่าเปึนการประท้วง ที่ไม่ค่อยมีเหตุผลนัก แต่ผมไม่ได้บอกให้ชัดเจน ท่านเชาวรินจะประท้วงต่อเรื่องอะไรครับ หรือพาดพิงครับ
ทั้งประท้วง ทั้งพาดพิง พาดพิงกล่าวหาว่าผมเปึนวุฒิสมาชิก ๒ ครั้งไม่ถูกครับ ผมเปึนครั้งเดียวที่มาจาก การเลือกตั้งครับ แล้วก็บอกว่าที่ผมประท้วงนี่ไร้สาระ หมดสง่าราศี ผมเสียหายครับ ผมนี่มีราศีที่สุดเลย ๓๐ ป้อยู่ในฟอร์มอยู่ในเครื่องแบบ ผมบอกว่าอ้ายการยกมือซ้าย ขอโทษเถอะครับท่านประธาน มันไม่สุภาพ ไม่เชื่อท่านประธานลองไปถามครูสอน ศีลธรรมจรรยาอะไรต่ออะไรตามโรงเรียนต่าง ๆ ตั้งแต่ระดับประถมถึงมัธยม ไม่รู้นะ ผมอาจจะผิดก็ได้ แต่ครูผมสอนมาเวลาจะยืนพูดกับผู้ใหญ่ต้องยกมือขวา ไม่ใช่ยกมือซ้าย อย่างนี้ไม่ใช่
ขอเชิญท่านเชาวรินนั่งลงได้แล้ว เข้าใจการประท้วงแล้วครับ ความจริงเรื่องยกมือไหน ให้มันเปึนความถนัดครับ คนถนัดซ้ายก็ยกมือซ้ายได้ครับ แต่เรื่องสําคัญที่ผมอยาก จะเรียนสมาชิกก็คือว่า ในเรื่องการยกมือข้อบังคับไม่ได้กําหนดไว้นะครับว่าจะต้องยกมือ อะไร อันนี้คือหลักสําคัญที่เราจะต้องพิจารณากัน เชิญท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน ครับ ท่านอื่นยังไม่ต้องประท้วงครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม บัญญัติ บรรทัดฐาน โดยปกติกระผมก็ไม่ค่อยจะถือสาหาความคุณเชาวรินแกเท่าไร อยู่แล้ว แล้วท่านประธานก็กรุณาวินิจฉัยไปแล้ว เพียงแต่กระผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าที่เอามือล้วงลงไปในกระเปิานั้นไม่ใช่เปึนเพราะบุคลิกส่วนตัวอะไร ไม่ใช่ครับ บังเอิญผมใส่โทรศัพท์มือถือไว้ในกระเปิาแล้วเสียงมันดังขึ้นมาก็ต้องรีบล้วง ลงไปในกระเปิาเพื่อกดให้เสียงมันเงียบเท่านั้นเอง ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ
ก็ต้องขออภัยท่านบัญญัติด้วยนะครับ เข้าใจผิดครับ เชิญคุณจุติ ไกรฤกษ์ ท่านที่ปรึกษา ท่านชวน หลีกภัย เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ขออภัยท่านจุติที่เห็นว่าเรื่องของ ความต่อเนื่องที่อภิปรายท่านนายกรัฐมนตรีจะได้จบ หลังจากนั้นก็จะมีการเริ่มต้นต่อไป ผมก็ขอลัดคิวท่านจุตินะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ความจริงแล้วประเด็นของกระผมนั้น ก็ไม่ยืดยาวอะไรครับ แต่ว่าเพื่อให้เรื่องของเขาพระวิหารได้จบลงด้วยดี หมายถึงว่า แต่ละฝ์ายได้แสดงเหตุผลข้อมูลชัดเจน ผมคิดว่าก่อนที่ลงจากเขาพระวิหารขอรวบรวม สิ่งที่ยังตกค้างอยู่ลงมาให้หมดนะครับ และสิ่งที่ตกค้างอยู่นั้นก็ไม่ใช่เปึนเรื่องที่มีปัญหา มากไปกว่าที่ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้กล่าวไปแล้ว เพียงแต่กระผมคิดว่า ถ้าไม่ได้กล่าวพูดให้ชัดเจน ความเสียหายก็ยังคงเกิดอยู่กับครอบครัวของ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ท่านประธานที่เคารพครับ บุตรชายของท่านที่เหลืออยู่ ไม่อยู่ในฐานะที่จะออกมาชี้แจงอะไรได้เพราะเปึนองคมนตรี แต่ว่ากระผมขออนุญาต ท่านประธาน เพราะเมื่อวานนี้พวกเราจะตั้งใจหรือไม่ก็ตามก็ได้พาดพิงถึงท่าน เช่น มีผู้กล่าวว่าท่านไม่รับเงินเปึนเงินบาท แต่อาจจะรับเปึนเงินฟรังก์ อันนี้เสียหายนะครับ ครอบครัวเขาเดือดร้อนครับ เพราะคนดี ๆ อย่างท่านไม่ควรจะตกมาเปึนเหยื่อของ คนที่ไม่รู้เหตุการณ์ ผมจึงขออนุญาตท่านประธาน ไม่ใช่ในฐานะเปึนครูบาอาจารย์เก่าแก่ ที่เคยประสิทธิประสาทความรู้ หรือในฐานะเปึนอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น แต่ว่าในฐานะคนดีคนหนึ่งของบ้านเมืองที่ต้องมาทํางานรับใช้ประเทศชาติในยามวิกฤติ แล้วคนรุ่นหลังซึ่งไม่รู้เรื่องไปวิจารณ์ในทางเสียหาย ผมก็จําเปึนจะต้องชี้แจงในฐานะ ได้เห็นเหตุการณ์ในบางเรื่อง ท่านประธานครับ ในช่วงที่มีการฟัองร้องคดีเขาพระวิหารนั้น เปึนช่วงที่กระผมเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ความจริงแม้จะต้องไปว่าความ ให้กับประเทศชาติ แต่ท่านก็ปลีกเวลามาสอนหนังสืออยู่ เราก็เคยได้ยินได้ฟัง ท่านเล่าอะไรให้ฟังอยู่เสมอ ขณะนั้นผมก็เปึนนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ แต่ว่าประเด็นที่น่าจะพูดถึงท่านก็คือความที่เปึนคนดีของบ้านเมือง การรับใช้ประเทศชาติโดยการว่าความคดีเขาพระวิหารนั้นไม่ใช่ความสมัครใจครับ เปึนเรื่องที่รัฐบาลในขณะนั้นขอร้อง กระผมได้ทราบจากผู้ที่ใกล้ชิดกับท่าน เช่น ท่านบัณฑิต ศิริพันธ์ ซึ่งเปึนทนายความในสํานักงานท่าน และเมื่อมาเปึนลูกพรรค ท่านก็มีโอกาสได้ศึกษาเรียนรู้การทํางานเพื่อส่วนรวมของท่าน ท่านหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ใครที่จบเนติบัณฑิตอังกฤษ อย่างเช่น ท่านนพดล หรือใครที่จบกฎหมายจากอังกฤษจะรู้ว่านับแต่ท่านจบมาจนบัดนี้ไม่เคยมีใครทําลายสถิติ ความเปึนนักเรียนเก่งของท่านได้ จนเขามีวันที่ประกาศผลสอบว่าวันเสนีย์ เดย์ (Seney’s day) คือวันเสนีย์ นี่คือความเก่งกล้าสามารถในการเรียน และแน่นอนครับท่านก็ได้ทํางาน รับใช้บ้านเมืองในฐานะผู้พิพากษา แล้ววันหนึ่งท่านก็ออกมาไปเปึนทูตตามคําขอร้อง ของประเทศเพื่อไปอยู่สหรัฐอเมริกา ช่วงนั้นละครับคือช่วงที่ท่านต้องรับหน้าที่ในช่วง สงครามโลกเปึนหัวหน้าเสรีไทย ต้องกราบเรียนว่าบรรดาผู้ที่เปึนสมาชิกเสรีไทย ไม่ว่าท่านหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ท่านปรีดี พนมยงค์ และบุคคลอื่นอีกมากมาย ซึ่งล้วนทําคุณประโยชน์ มีคุณูปการต่อบ้านเมืองอย่างมหาศาลด้วยกันทุกคน เพราะท่านเหล่านี้คือคนที่ทําให้ในที่สุดประเทศไทยไม่ต้องเปึนประเทศที่แพ้สงคราม ทั้งหมด คือแพ้สงครามร่วมกับประเทศที่ร่วมประกาศ แต่ในที่สุดการที่มีเสรีไทยอยู่นั้น ไม่ยอมรับการประกาศสงครามของรัฐบาลในขณะนั้น ทําให้ประเทศไทยได้รับการปกปัอง จากสหรัฐอเมริกา ไม่ต้องชดใช้ความเสียหายตามที่อังกฤษเรียกร้องถึง ๒๐ กว่าข้อ ลดลงมาได้มาก อันนี้คือสิ่งที่เปึนคุณูปการที่ผมไม่อยากให้เราลืมแม้เราหลายคนจะเกิด ไม่ทัน กระผมก็เปึนเด็กมากเกินไป แต่ว่าล้วนสามารถศึกษาได้ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ได้รับคําขอร้องจากรัฐบาลท่านจอมพล สฤษดิ์ให้ว่าความคดีนี้โดยส่ง ท่านพระยาอรรถการีนิพนธ์ ซึ่งเคยตั้งสํานักงานทนายความเสนีย์ อรรถการี และเมื่อไปรับ ตําแหน่งเปึนรัฐมนตรีของรัฐบาล จอมพล สฤษดิ์ก็ออกไปจากสํานักงานเสนีย์ อรรถการี ท่านพระยาอรรถการีนิพนธ์ความจริงถ้าพูดก็คือบิดาของท่านบดี จุลนานนท์ ท่านก็มา ขอร้องท่านหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ท่านอาจารย์หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เท่าที่ผมได้รับทราบว่าท่านเองไม่อยากจะไปเพราะท่านทํางานเปึนทนายความ อยู่ในขณะนั้น และท่านถือว่าในชีวิตได้ทําคุณประโยชน์ให้กับบ้านเมืองรักษาชื่อเสียง มามากแล้วท่านก็ตระหนักว่าศาลโลกนั้นก็เปึนศาลการเมือง แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมี ผู้มาอ้อนวอนขอร้องว่าท่านเคยทําประโยชน์ให้ประเทศชาติ บัดนี้ก็มีงานสําคัญ ที่จําเปึนต้องอาศัยคนที่มีความรู้ ความสามารถอย่างท่านท่านต้องยอมรับ แต่ก็เปึน ความจริงนะครับ พวกเรารับรู้ไว้ด้วยว่าท่านไม่ได้คิดค่าทนายความ ไม่ว่าเงินบาท หรือเงินฟรังค์ อันนี้ของจริงสามารถตรวจสอบกันได้ เพราะฉะนั้นถ้าเราเข้าใจ นอกจากเราจะยกย่องหรือไม่ยกย่องคนที่ทํางานเพื่อชาติ แต่เราก็ไม่ควรจะไปวิจารณ์ สิ่งที่เราไม่รู้ ท่านคงไม่รู้นะครับที่เราวิจารณ์ไป แต่ลูกหลานท่านยังอยู่ ท่านเหล่านั้น ก็จะมีความรู้สึก นี่คือสิ่งแรกที่ผมอยากจะกราบเรียนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ ท่านนายกรัฐมนตรี ความจริงท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้กล่าวไปแล้ว ท่านก็ตอบมาแล้วว่าท่านไม่เนรคุณท่านอาจารย์หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช แต่ท่านครับ คําว่า เนรคุณ มันไม่ได้หมายความว่าทรยศ หักหลัง ความหมายจะเปึนอย่างไรก็ตามแต่ ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่ควรไปกล่าวหาท่านในสิ่งที่ไม่จริง ถ้าท่านไม่รู้ ผมยินดี รับฟัง แต่ว่าถ้าท่านทราบและรู้แล้วไปกล่าวหาท่านว่าทนายที่ไปสู้คดีไปยอมรับแผนที่ ของฝรั่งเศส ซึ่งมันตรงข้าม ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร คุณศิริโชคด้วย เมื่อวานนี้ เอาหลักฐานมายืนยันแล้วครับว่าทนายฝ์ายไทยไม่ได้ยอมรับแผนที่ ตรงกันข้ามปฏิเสธ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดมันตรงกันข้ามกับความเปึนจริง พูดง่าย ๆ คือ พูดขาวให้เปึนดํา เมื่อวานนี้ในที่สุดท่านก็บอกท่านไม่ได้เอ่ยชื่อเมื่อหลังจากที่เอาหลักฐาน มาแสดงว่าท่านได้พูดจริง ๆ ซึ่งขณะนั้นท่านจะพูดโดยรู้หรือไม่รู้ผมไม่ทราบ แต่พูด อย่างนั้นจริง ๆ เมื่อวานนี้ท่านก็บอกว่าท่านไม่ได้เอ่ยชื่อ จริงครับท่านไม่ได้เอ่ยชื่อ แต่ท่านพูดให้รู้ว่า ทนายความที่ไปว่าความคือหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ผมไม่ซ้ําเติมเรื่องนี้นะครับ แต่ผมต้องการให้ข้อเท็จจริงทั้งหลายมันกระจ่างชัดว่าอะไรเปึนอะไร พูดง่าย ๆ คือ ท่านนายกรัฐมนตรีพูดในสิ่งที่ไม่จริง ที่ไปกล่าวหาท่านหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ว่าท่านไปยอมรับแผนที่ ถึงไม่เอ่ยชื่อก็เข้าใจครับว่าท่านหมายถึงใคร นี่คือสิ่งแรก ในกรณีของท่านอาจารย์หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ที่ผมกราบเรียนเพื่อชี้แจงให้พวกเรา เข้าใจนั้น ผมไม่ใช่มาพูดเพื่อยกย่องคนที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่ผมยกย่องคนที่เขาเปึนคนดี ไม่ว่าเขาจะเปึนคนที่เสียชีวิตหรือยังอยู่ แต่คําพูดของเราเปึนผู้น้อยเกินไป ผมขออนุญาต ใช้คําของท่าน พลเอก สิทธิ เศวตศิลา ท่านกล่าวไว้อย่างนี้ครับ คือท่านพูดถึง เรื่องความสําเร็จของเสรีไทย ยกย่องเสรีไทยทุกคน แล้วโดยเฉพาะหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ที่เปึนหัวหน้าเสรีไทยในสหรัฐอเมริกา แล้วท่านกล่าวว่านอกเหนือจาก ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างลึกซึ้งแล้วท่านยังเปึนนักการเมือง ที่สะอาดบริสุทธิ์ ซื่อสัตย์ น่าเชื่อถือ ยึดเอาความถูกต้องและคุณธรรมเปึนหลักการ ตัดสินใจทางการเมืองใด ๆ อย่างรอบคอบและรัดกุม รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ทางการเมืองใด ๆ ที่ไม่ชอบมาพากล ท่านเปึนตัวอย่างของนักการเมืองที่ดีเยี่ยม ที่นักการเมืองที่ดีทุกคนควรยึดถือ แม้ท่านจะจากไปแล้วท่านยังถือเปึนปูชนียบุคคล ของพรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดพรรคหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งท่านได้มีส่วนร่วมก่อสร้าง พรรคนี้มาจนรุ่งเรืองถึงปัจจุบัน พลเอก สิทธิ เศวตศิลา องคมนตรีได้เขียนไว้ให้ ท่านประธานที่เคารพ ผมก็สบายใจแล้วล่ะครับ เพราะได้ตอบแทนบุญคุณท่านนิดหน่อย คือได้มีโอกาสทําความเข้าใจกับท่านสมาชิกกับคณะรัฐบาลและพี่น้องประชาชน ซึ่งอาจจะไม่มีโอกาสรับทราบว่าความจริงคืออะไร
ทีนี้ในประเด็นต่อไป ผมคิดว่าก่อนจะลงจากเขาพระวิหารก็ควรจะเก็บของ ที่ตกหล่นกลับมาให้หมดเพราะเขาป่ดด่านแล้วครับ สิ่งแรกที่อยากจะขอเก็บลงมาก็คือ ที่กล่าวไปแล้วกรณีของท่านหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช สิ่งที่ ๒ เวลาเราได้ยิน ท่านนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีพูดในห้องนี้กับเวลาพูดนอกห้องหลายเรื่องมันจะไม่ค่อย ตรงกัน แล้วบางเรื่องมีควรจะไปพูดยั่วยุ ท้าทาย หรือไปกล่าวหาโดยไม่พูดให้ครบถ้วน ผมขอเก็บสิ่งนี้เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ดีระหว่างเราทั้ง ๒ ฝ์าย คือทั้งรัฐบาลและฝ์ายค้าน และโดยเฉพาะเพื่อประชาชนเขาได้รู้ว่าความจริงคืออะไร ถ้าจะตําหนิติเตียนรัฐบาล เขาก็ควรจะรู้ว่าความจริงคืออะไร ผิดจริงไหม ถ้าจะตําหนิอดีตรัฐบาลก็ควรจะรู้ว่า ความจริงคืออะไร ควรตําหนิไหม อะไรที่ไม่ถูกต้องแม้จะเปึนอดีตก็ควรจะพูดได้ ควรตําหนิได้ ไม่มีปัญหาเลยครับ แต่ว่ากรณีที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปกล่าวข้างนอกว่า เหตุการณ์เรื่องเขาพระวิหารนั้นอยากรู้ก็ให้ถามลูกพี่ตัวที่อายุมาก ๆ อยู่ในพรรคเดียวกัน มันเรื่องอะไร มันเรื่องอะไรต้องไปพาดพิงคนอื่น บ่อยครั้งแล้วก็กลายเปึนปัญหา กับท่านเอง แม้ไม่เอ่ยชื่อในบางครั้งแต่รู้มันก็มีคดี ผมก็ไม่แน่ใจเดือนหน้าท่านจะต้องลงไป แก้คดีที่ภาคใต้อีกหรือเปล่า แต่ว่ามันไม่มีประโยชน์เลยในการที่ไปพาดพิงคนอื่น โดยไม่อธิบายความให้ครบถ้วน กรณีของคนในพรรคนี่รู้ครับว่าสถานการณ์ที่มันเกิดเหตุ กรณีปราสาทพระวิหารนี่เขาสู้คดีกันมาอย่างไร เราพอรู้ครับ แล้วทุกคนก็รู้จากคําตัดสินว่ามันเปึนอย่างไร เราโตพอที่จะติดตามเหตุการณ์ แม้จะไม่ลึกซึ้งนักในขณะนั้น ประเด็นหนึ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวไว้กรณีของ ที่ทับซ้อนนี่เราเรียกเองนะครับ ท่านบอกว่าเขมรเข้ามาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๓ ท่านคง หมายถึง พ.ศ. ๒๕๔๓ ไม่ใช่ก่อนคริสตกาล เข้ามาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๓ ตั้งบ้าน ตั้งวัดอะไร ตรงนั้น พ.ศ. ๒๕๔๓ ครับ รัฐบาลไหนก็ไม่ทราบ พ.ศ.๒๕๔๓ ไปดูก็แล้วกัน ถ้าท่านไม่ทราบ ผมจะบอกว่ารัฐบาลประชาธิปัตย์ครับ พ.ศ. ๒๕๔๓ คือป้ที่จริงอย่างที่ท่านพูดมันเริ่มมี การบุกรุกเข้ามาในพื้นที่มาขายของ แต่มันยังไม่มากเต็มที่หรอกครับ มันมามากเอาตอน ป้ ๒๕๔๔ ป้ ๒๕๔๕ ป้๒๕๔๓ เราจึงต้องเจรจากับกัมพูชา กระผมไปกัมพูชาเองครับ ท่านประธาน หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์เปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ดอกเตอร์สุรินทร์เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คุณนพดลเปึนเลขานุการ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านนพดลน่าจะเอาข้อตกลงนี้มาให้ ท่านนายกรัฐมนตรีดู ป้ ๒๕๔๓ คือป้ที่ท่านหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธ์ บริพัตร ไปลงนาม บันทึกช่วยจํา เรื่อง การปฏิบัติต่อพื้นที่ ที่ท่านเรียกว่า พื้นที่ทับซ้อน สาระในข้อ ๕ ก็คือว่า ๒ ฝ์ายจะต้องไม่เข้าล้ําไปสร้างอาคารหรือทําอะไรก็ตาม ผมอยากให้ท่านนพดล เอาบันทึกนั้นให้ท่านนายกรัฐมนตรีดู แล้วท่านจะรู้ว่าสมัยนั้นมีการเตรียมเพื่อปัองกัน ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตไว้อย่างรัดกุม รอบคอบที่สุดเท่าที่ทําได้ อันนี้ก็ต้อง ยกย่องฝ์ายทหารและฝ์ายกระทรวงการต่างประเทศ แต่ฝ์ายการเมืองเปึนผู้ตัดสินใจว่า ทําข้อตกลงนี้ไว้เพื่อรักษาพื้นที่ไม่ให้มีการรุกล้ําเข้ามา แต่ว่าในที่สุดผมทราบว่าป้ ๒๕๔๔ ป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ กี่ป้นับดูเลยครับ ไม่ได้ดําเนินการ ให้มีการจัดการกับคนที่รุกเข้ามา ตรงกันข้ามทราบว่าหน่วยกองกําลังสุรนารีพยายาม ที่จะให้มีคนออกไป แต่ว่าฝ์ายการเมืองเข้าไประงับยับยั้งไว้ อาจจะไม่ด้วยเจตนาร้ายเพื่อ ไม่ให้มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์อันดีงาม แต่อาจจะลืมนึกไปว่าการปล่อยปละละเลย มายาวนานนั้นในที่สุดวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็ย้อนกลับไปกล่าวหาป้ ๒๕๔๓ ไม่กล่าวหาป้ ๒๕๔๔ ป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ เลยหรือครับ หรือมันขาดอายุความไปแล้ว ผมยิ่งอยากให้เราเข้าใจอะไรตรงกัน ตรงไปตรงมา ไม่ต้องไปปกป่ดบิดเบือน ผมเชื่อทุกคนรักชาติบ้านเมือง ทุกคนหวงแหนเขาพระวิหาร ผมเชื่ออย่างนั้นครับ รวมทั้งพวกท่านด้วย แต่ว่าถ้าเราจะกล่าวหาว่าใครบกพร่องอะไร ต้องให้สมบูรณ์ว่าแล้วต่อมาถ้าเขาบกพร่องแล้วท่านแก้อะไร เวลาสั้น ๆ ป้ ๒๕๔๓ ท่านกล่าวหาเขา แล้วป้ ๒๕๔๔ ป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ ทําไมไม่พูดถึง ผมก็ขอกล่าวเพื่อชื่นชมคนที่เขาพยายามจะแก้ปัญหา แล้วก็ไม่มอง ในแง่ร้ายว่าคนที่ไปยับยั้งไม่ให้มีการดําเนินการนั้นจะเปึนคนเจตนาไม่ดีต่อชาติบ้านเมือง แต่อาจจะมองสั้นไปว่ามันจะมีผลอะไรต่อมาในอนาคต โชคดีครับที่บันทึกข้อตกลง หรือช่วยจําในป้ ๒๕๔๓ ทําให้เราสามารถที่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดได้ตลอดเวลาว่า เราได้ตกลงกัน ๒ ฝ์ายแล้ว เพราะฉะนั้นก็เปึนหน้าที่ ๒ ฝ์ายที่จะไม่ทําอะไร อันเปึน การขัดต่อบันทึกฉบับนั้น ผมเข้าใจว่ายังมีอะไรที่ตกหล่นอยู่บนเขาพระวิหาร ผมเข้าใจว่า คงเหลืออยู่ไม่มากแล้ว บัดนี้ผมเชื่อนะครับว่ามีการอภิปรายไม่ไว้วางใจหลังจากที่เห็น ความไม่แน่นอนอยู่หลายวัน แต่อยากจะขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อสนับสนุนที่ท่านอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน ได้กล่าวเอาไว้ ผมขอขอบคุณท่านประธานเปึนเบื้องต้น ทั้ง ๓ ท่านที่ได้พยายามดําเนินการให้มีการบรรจุระเบียบวาระเรื่องนี้เอาไว้ ไม่ใช่ด้วย ความกระเหี้ยนกระหือรืออยากพูดหรอกครับ ปกติก็เปึนคนพูดน้อย แต่ผมเชื่อ ด้วยประสบการณ์ที่เห็นมาตลอดเวลาว่าถ้าเราร่วมกันเคารพกฎเกณฑ์กติกาของบ้านเมือง ปฏิบัติตามกระบวนการประชาธิปไตย ผมเชื่อมั่นบ้านเมืองไม่มีวิกฤติเกิดขึ้น เรามีบทเรียน ที่บอกให้รู้ว่าถ้าเราไม่เคารพกฎเกณฑ์กระบวนการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เราออก นอกลู่นอกทางไม่พยายามให้กระบวนการมันเกิดขึ้น ปฏิบัติได้ ในที่สุดมันจะสะดุด สะดุดแล้วจะมีปัญหาตามมาอย่างนึกไม่ถึง กระบวนการรัฐธรรมนูญจะชอบหรือไม่ชอบ แต่มันมีกระบวนการที่มาของอํานาจและมันมีกระบวนการตรวจสอบการใช้อํานาจ ปัญหาที่มันเกิดวิกฤติคือเรารับเฉพาะกระบวนการอันเปึนที่มาของอํานาจ แต่กระบวนการ ที่จะมีการตรวจสอบเราไม่รับ สกัดทุกอย่างไม่ให้มีการตรวจสอบ ในที่สุดองคาพยพของ กระบวนการประชาธิปไตยก็มีอันเปึนไปอย่างที่เราได้เรียนแล้วหลายคนก็อยู่ในสภา ชุดก่อน หลายคนได้เห็น แต่จะศึกษาลึกซึ้งให้มองเห็นว่าเราจะแก้ปัญหาอนาคตอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดเหตุนั้นไม่ยากเลย แล้วก็ไม่ใช่เปึนเรื่องซับซ้อนเลย ย้อนกลับไปมอง ความเปึนจริงแล้วเราจะเห็นว่าทั้งหมดมันมาจากกระบวนการที่ยอมรับเฉพาะที่มา ของอํานาจแล้วก็ทําทุกอย่างบางเรื่องไม่ชอบธรรมเพื่อมาเปึนเหตุผลว่าชอบธรรม แต่เมื่อมีกระบวนการที่ตรวจสอบความไม่ชอบธรรมไม่ยอมให้เกิดขึ้น ไม่ยอมให้ทํา บั่นทอนกําลัง ศักยภาพ พยายามแทรกแซงก้าวก่ายองค์กร รุกล้ําไปถึงกระบวนการ ยุติธรรม จนในที่สุดก็เกิดเหตุ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ อย่างที่เรารู้ ถ้าเราศึกษาเรื่องนั้นแล้ว เราจะรู้ว่าเราจะไม่ให้วิกฤติเกิดขึ้นอีกในอนาคต คืออย่าทําอย่างนั้น ปล่อยให้กระบวนการ ตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญได้ปฏิบัติ คณะกรรมาธิการสามัญประจําสภาปล่อยให้ตั้ง ขึ้นมา ๗๖ ป้เปลี่ยนแปลงการปกครองครบเมื่อวานนี้ มีรัฐบาลมา ๒๐ กว่าชุด สภามา ๒๐ กว่าชุด เมื่อเป่ดสภาแล้วเขาใช้เวลาไม่เกิน ๓๐ วัน ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ ประจําสภาได้ เพราะนั่นคือส่วนหนึ่งของกระบวนการองค์กรที่ตรวจสอบ ทําหน้าที่แทนเรา ในสภานี้ แต่ว่า ๒ สมัยเท่านั้นเองคือ ป้ ๒๕๔๔ ที่การแต่งตั้งกรรมาธิการสามัญ ประจําสภาทําไม่ได้ ต้องใช้เวลาเปึน ๑๐๐ วันแล้วก็ป้นี้ บัดนี้กว่า ๑๐๐ วัน แล้วถือว่า ๗๖ ป้ เราได้ทําสถิติในสิ่งที่ไม่ถูกต้องลบล้างอดีตมาทั้งหมด ทั้งหมดมาจากอะไร มาจากเราไม่ค่อยยอมรับกระบวนการตรวจสอบ ทําไมเรากลัวเขาจับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่ดีงามได้ ถ้าเราดีกลัวทําไม มันก็มาจบตรงนี้ มันมาจบที่ว่าเราต้องเคารพ ผมกราบเรียน ท่านประธานเรื่องนี้เพราะว่าอยากให้เราเคารพกระบวนการที่ต้องมีการปฏิบัติหน้าที่ ตรวจสอบอย่างที่ท่านอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ท่านบัญญัติได้พูดไว้ว่านี่คือหน้าที่ หน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบนี้ไม่มีใครตําหนิหรอกครับ ทําไมผู้แทน ฝ์ายรัฐบาลไม่ตรวจสอบโดยวิธีอภิปราย ถ้าใครอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตัวเองก็ไม่ปกติแล้วครับ อันนี้ก็ไม่มีใครไปตําหนิ ท่านมีเสียงมากก็ไม่มีใครไปว่าหรอกครับว่าเปึนเผด็จการสภาถ้ามันมาโดยชอบ แต่หน้าที่ของฝ์ายนิติบัญญัติอีกกลุ่มหนึ่งคือฝ์ายค้านเขาต้องตรวจสอบ แต่แน่นอน ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับพวกเราบางท่าน รวมทั้งท่านนายกรัฐมนตรีที่พูดว่ามันต้องให้เวลา จริงครับเปึนรัฐบาล ๒ วันจะขับไล่กันได้อย่างไร นโยบายบางเรื่องต้องใช้เวลา ๔ ป้ นโยบายบางเรื่องใช้เวลา ๒ ป้ ถ้ามันยังไม่ครบจะไปอภิปรายไล่ว่าทํางานไม่สําเร็จ มันก็ไม่ยุติธรรม แต่ถ้าระหว่างทํางานเกิดทุจริตคดโกงต้องรอให้โกงครบ ๔ ป้ไหม ผมคิดว่าไม่ วันนี้ก็ไม่มีเรื่องนั้นนะครับ แต่มันเปึนเรื่องของความถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง ความเหมาะสม ไม่เหมาะสมตามญัตติที่เสนอไป เพราะฉะนั้นเรื่องเหล่านั้นเปึนเรื่องที่ เราต้องมาทบทวนว่าเงื่อนเวลาเปึนข้อจํากัดไหม ถ้าเราเดินอะไรที่ผิดไม่ถูกต้อง เราจะปล่อยให้มันผิดจนกระทั่งพังเหมือนกับกรณีภาคใต้ไหม กว่าจะรู้ตัวก็สายไปแล้ว กระผมกราบเรียนเรื่องนี้ผมคิดว่าเราทั้งหลายล้วนมีส่วนในการสร้างประชาธิปไตย ให้มั่นคง ถ้าเราสร้างความชอบธรรมตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงที่สุด ถ้าเราทําให้การเมืองเปึนไป โดยบริสุทธิ์ยุติธรรมมากที่สุด และถ้าเรายอมรับกระบวนการที่มาของอํานาจพร้อมกับ ยอมรับกระบวนการตรวจสอบ นี่คือส่วนหนึ่งที่เราทําให้สิ่งนี้สมบูรณ์ขึ้นในการปฏิบัติ ภารกิจนับแต่เมื่อวานถึงวันนี้ ผมจึงขอบคุณท่านประธานที่ท่านกรุณาบรรจุระเบียบวาระ เพื่อให้เปึนไปตามกระบวนการของการเมืองในระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริย์เปึนประมุข ถูกต้องแล้วครับ จะชอบไม่ชอบท่านยอมรับ ผมเปึน รัฐบาลมาหลายครั้งเหมือนกัน ถูกอภิปรายทุกครั้งเลยครับ ถามว่าผมชอบไหม ผมก็กราบเรียนท่านประธานผมไม่ชอบเลยครับ ผมไม่เคยอยากให้ใครมาอภิปราย ไม่ไว้วางใจผมเลย แต่ผมไม่เคยไปตําหนิผู้ที่เป่ดอภิปราย เพราะผมรู้ว่านั่นคือหน้าที่ ของเขา ผมไม่เคยบ่นเลยครับ เพราะฉะนั้นเมื่อท่านเฉลิมท้าทายให้เป่ดนั้น แล้วก็บอกว่า เขาเคยอภิปรายขับไล่พรรคประชาธิปัตย์ เอา ส.ป.ก. มาพูด ผมก็บอกว่าสมัยนั้น ถูกต้องแล้วครับ ประชาธิปัตย์ถูกเป่ดอภิปรายเรื่อง ส.ป.ก. เสียงในรัฐบาลไม่พอ ยุบสภา แต่ขณะนั้นถ้าเราย้อนกลับไปรัฐบาลไม่ได้กลัวเลยครับ ไม่ได้บ่นเลย ไม่ได้หนีเลย ผจญกับ ความประสงค์ของฝ์ายค้านที่จะอภิปราย และเมื่อเสียงไม่พอแล้วทางออกก็คือยุบสภา หรือลาออก ผมก็เลือกเส้นทางยุบสภา เลือกตั้งใหม่ เลือกตั้งใหม่พรรคประชาธิปัตย์ก็แพ้ ผมไม่เห็นใครจะตาย แต่นี่คือการเคารพกระบวนการที่เราทุกคนจะต้องร่วมกัน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการทําหน้าที่ของฝ์ายค้านในวันนี้ถ้าใครที่ยังคิดว่ามุ่งจะล้มรัฐบาล เพื่อตัวเองจะขึ้นมามีอํานาจเปึนนายกรัฐมนตรีต่อที่พยายามพูดโน้มน้าวให้เห็นว่า เจตนารมณ์เปึนอย่างนี้ มันเปึนไปไม่ได้หรอกครับ และมันไม่ควรจะเปึน ประชาธิปัตย์ มีกี่เสียง แต่ว่านั่นคือหน้าที่ ท่านคิดว่าเมื่อเปึนรัฐบาลไม่ได้ใครจะทําอะไร จะโกง จะกิน จะผิด จะพลาดอย่างไรช่างหัวมัน ปล่อยไปอย่าไปพูดอย่าไปติเผื่อเอาไว้เปึนพวกกัน ท่านคิดอย่างนี้หรือ โชคดีครับ ประชาธิปัตย์ไม่ได้คิดอย่างนี้ คิดว่าเมื่อมันมีสิ่งที่จําเปึน ต้องพูดก็ต้องพูดกัน ขออนุญาตท่านประธานเพื่อขอเป่ดอภิปราย แต่แน่นอนครับ ประเด็นที่จะหยิบมาพูดนั้นเราให้ความเปึนธรรมว่าอะไรที่เงื่อนเวลามันมีอยู่ก็อย่าไป เอาผิดเรื่องนั้น เขาต้องใช้เวลา อะไรที่เห็นว่าเงื่อนเวลาไม่ใช่ข้อจํากัดก็หยิบมาพูดกัน สิ่งที่กระผมจะกราบเรียนท่านประธาน ผมคิดแล้วคิดอีกครับว่าจะควรไหม จะควรออกมา พูดไหม เพราะเหตุมันไม่ได้เกิดขึ้นสมัยท่านนายกรัฐมนตรีท่านสมัคร คือเรื่องกรณีในภาคใต้ แต่ท่านไปเกี่ยวข้องเพราะท่านได้ใช้วาจาและทัศนคติต่อปัญหานั้น เข้าลักษณะข้อ ๙ ในญัตติ ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อความเข้าใจในเรื่องนี้กระผม ขออนุญาตเท้าความนิดเดียว เราทุกคนรู้อยู่แล้วผมได้พูดในสภานี้หลายครั้ง ด้วยความห่วงใย ความจริงกราบเรียนท่านได้เลยนะครับว่าด้วยความห่วงใย และเชื่อว่า ตั้งแต่ต้นถ้าฟังพวกเราบ้างไม่เยาะเย้ย ถากถาง ท้าทาย วันนี้เราจะไม่สูญเสียเจ้าหน้าที่ คนบริสุทธิ์ทั้งพุทธ มุสลิมไปเปึนจํานวนมากมายอย่างที่ไม่ปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ ของภาคใต้ เราจะไม่สูญเสียอย่างนี้ แต่วันนั้นคําเตือนเราไม่มีความหมาย เยาะเย้ย ถากถาง ฝ์ายค้านกรุณาอย่าแนะนําเรารู้ดีกว่าอยู่แล้ว ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยภายใน ๓ เดือน แล้วกระบวนการอุ้มฆ่าก็เกิดขึ้นในป้ ๒๕๔๔ แล้วกระบวนการยกเลิก หน่วยงานเดิมทั้งหมดที่รัฐบาลเก่าเคยทําไว้ แล้วในที่สุดปัญหาที่เชื่อว่าเปึนเรื่องเล็กน้อย เรื่องของโจรกระจอก เรื่องที่ไม่มีความหมาย วันนี้เราต้องส่งทหารไปนับหมื่น ๆ คน เราต้องเสียเงินไปเปึนหมื่น ๆ ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาที่เราคิดว่าเปึนโจรกระจอก ในสมัยนั้น ท่านประธานครับ ผมเกริ่นเรื่องนี้เพื่อเราได้รู้สถานการณ์ว่าเมื่อจุดเริ่มต้น ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในป้ ๒๕๔๔ นั้นมันขยายตัวมากขึ้น ๆ โดยลําดับ แล้วในที่สุด ก็เปึนที่มาของการปล้นป๋น แล้วในที่สุดก็เปึนที่มาของกรือเซะ แล้วในที่สุด ๒๕ ตุลาคม ๒๕๔๗ ก็เปึนที่มาของตากใบ ประเด็นที่กระผมจะกราบเรียนท่านประธานสั้น ๆ คือ กรณีตากใบ ท่านนายกรัฐมนตรียังไม่ได้อยู่รัฐบาลชุดนั้นคือชุดของพรรคไทยรักไทย แต่ว่าท่านมาเกี่ยวข้องเมื่อมาเปึนนายกรัฐมนตรี ประเดี๋ยวจะหยิบยกขึ้นมาให้ ท่านมองเห็นว่าท่านเกี่ยวข้องอย่างไร และคําพูดของท่านมีผลอย่างไรต่อปัญหาในพื้นที่ กรณีตากใบ ตากใบคืออําเภอหนึ่งในจังหวัดนราธิวาส กรณีตากใบคือกรณีที่มีคนมา ชุมนุมที่หน้าสถานีตํารวจ เรียกร้องให้มีการปล่อยผู้ต้องหา ๖ คน เจ้าหน้าที่ไม่ยอม ความจริงเจ้าหน้าที่เขาทําหน้าที่ของเขา คนมาชุมนุมมากขึ้น ๆ การชี้แจงทําความเข้าใจ กับคนที่มาชุมนุมนั้นทําได้ยากขึ้น ๆ อันนี้ความจริงเริ่มต้นต้องเข้าใจอย่างนั้น แต่คนเหล่านั้นคือคนมาชุมนุมครับ เมื่อจํานวนมากขึ้น ๆ ในที่สุดก็เกิดความโกลาหล วุ่นวาย ในที่สุดก็เกิดการปะทะ ในที่สุดก็มีคนตายในพื้นที่ กระผมเข้าใจว่ามีคนตายไป ๖-๗ คนที่สถานีตํารวจ ในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็ดําเนินการจับผู้ที่มาชุมนุมประมาณ ๑,๓๐๐ คน เมื่อมีการจับคนเหล่านั้นแล้วก็มีการมัดมือไขว้หลัง แล้วก็เอาคนเหล่านี้ ขึ้นรถทหารและรถบรรทุก ความจริงมีรูปอยู่ครับ เพื่อนําไปที่ค่ายอิงคยุทธบริหารนะครับ
ท่านประธานครับ
การเดินทางดังกล่าวนั้นก็ต้องใช้เวลา แต่ว่าประเด็นที่กระผมกราบเรียนก็คือว่า
ท่านชวนครับ มีผู้ประท้วงครับ คุณบุญจงมีอะไรประท้วงครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ นครราชสีมา พรรคพลังประชาชน กระผมเองต้องเรียนท่านประธานว่า การอภิปรายของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีนั้นบกพร่องครับ ข้อบังคับการประชุม ข้อ ๖๑ ท่านดําเนินการอภิปรายไม่ตรงประเด็น วันนี้ท่านกําลังอภิปรายท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ว่าท่านมีความบกพร่องในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างไร แต่สิ่งที่ท่าน กําลังเล่ามาตลอดเวลานั้นเปึนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยุครัฐบาลที่แล้ว ผมเองต้องขอ ความกรุณาครับว่าได้โปรดเข้าสู่ประเด็นครับ สิ่งที่อดีตนายกรัฐมนตรีกล่าวทั้งหมดนั้น ผมเคยได้ยินมาแล้ว ๒-๓ รอบ ช่วงที่ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคไทยรักไทย
ผมจะขอวินิจฉัยเลยนะครับ ท่านชวน หลีกภัย ได้อภิปรายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับที่จะ อภิปรายท่านนายกรัฐมนตรีสมัครโดยที่ท่านชวนได้พูดไว้ล่วงหน้าว่าจะเปึนการอภิปราย ในกรณีตากใบ ซึ่งเดี๋ยวท่านจะชี้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีสมัครเข้าไปเกี่ยวข้องตรงไหน ก็ต้องขอความกรุณาท่านชวนรวบรัดด้วยนะครับ เชิญท่านชวนต่อเลยครับ
ในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็นําบุคคลที่ถูกจับ เหล่านั้นมัดมือไพล่หลังแล้วนําขึ้นไปบนรถ แล้วก็นําไปส่งที่ปัตตานี การเดินทาง ในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นใช้เวลาหลายชั่วโมง เมื่อไปถึงที่จุดหมายปรากฏว่ามีคนเสียชีวิต ทั้งหมด ๗๘ คน ท่านประธานที่เคารพ ปัญหาที่มาของการอภิปรายก็คือว่าการเสียชีวิต ของคน ๗๘ คนนั้นเกิดขึ้นจากการที่เมื่อนําคนขึ้นไปบนรถนั้นได้เอาคนซ้อนกันไป ซ้อนกัน ไปหลายชั้น ๒ ชั้น ๓ ชั้น ข้อเท็จจริงขอให้จบเสียก่อนแล้วก็จะมีหลักฐานเพื่อให้เห็นว่า ได้มีการยอมรับกันหมดแล้วทั้งภาพและทั้งการบันทึกเปึนวีดิทัศน์ การเสียชีวิตของ ๗๘ คนนั้น ใครเปึนผู้สั่งก็ยังไม่มีการยอมรับ รัฐบาลในขณะนั้นก็ชี้แจงว่าคนเสียชีวิต เพราะอดอาหารเนื่องจากตอนนั้นเปึนช่วงเดือนถือบวช เหตุการณ์เหล่านี้ได้ผ่านมา โดยลําดับ ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครยังไม่ได้เกี่ยวข้อง เปึนเรื่องของรัฐบาลสมัย พรรคไทยรักไทยเปึนรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครเข้ามาเกี่ยวข้องตอนนี้ครับ ตอนที่ท่านรับตําแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้วท่านบอกว่าเหตุการณ์ที่ตากใบที่เกิดขึ้นนั้น ท่านได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนต่างประเทศ กระผมไม่ได้แปลภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง แต่ได้ขออนุญาตนําคําแปลที่หนังสือพิมพ์รายวันได้นํามาเสนอลงในวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ก็เอ่ยชื่อครับ กรณีนี้หนังสือพิมพ์มติชนรายวันได้นํามาลง บันทึกบางตอนของ การสนทนาเพื่อให้ได้สาระและประหยัดเวลาก็คือว่า นักข่าวได้ถามท่านเหตุการณ์ตากใบ ที่วัยรุ่นมุสลิมหลายคนถูกเจ้าหน้าที่ทําร้ายและจับมัดขึ้นรถบรรทุกหลายคนบาดเจ็บ และตาย มีนักข่าวถาม ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครก็ตอบว่าที่ไหนนะ นักข่าวก็ถามบอกว่า ที่ตากใบ ท่านก็บอกว่าตากใบหรือ อ๋อคุณได้ยินเรื่องนั้นมาด้วยหรือ นักข่าวแน่นอน เราดูภาพข่าวแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีก็บอกอย่างนี้ครับ นั่นเปึนกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ในภาคใต้ หนีไปหลบในมัสยิด เจ้าหน้าที่ก็ขอให้ออกมามอบตัวแต่พวกนั้นไม่ออกมา เจ้าหน้าที่ก็เลยต้องเข้าไป ซึ่งมัสยิดเปึนสถานที่บริสุทธิ์ที่คนไม่ดีไม่ควรเข้าไปแต่พวกนั้น ก็เข้าไป เจ้าหน้าที่ก็เลยต้องยิงเข้าไป เพราะฉะนั้นจึงมีผู้เสียชีวิต ๓๒ ราย และท่านบอกว่า นั่นเปึนเหตุการณ์ที่กรือเซะ ส่วนที่ตากใบท่านบอกอย่างนี้ครับ พวกวัยรุ่นมาชุมนุมกัน ตะโกนป์าวร้องเพื่อให้ปล่อยตัวผู้ต้องหา ๖ คน แล้ววันนั้นทั้งวันพวกนั้นก็ไม่ได้กินอะไรเลย มีแต่วัยรุ่นนับร้อยคนไปล้อมโรงพัก สุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็ต้องให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง ๖ คน พอตอนเย็นเจ้าหน้าที่ก็คุมตัว กลุ่มผู้ชุมนุมขึ้นไปบนรถบรรทุกตอนหนึ่ง ตอนต่อไปนักข่าวถามว่า ขออภัยท่านประธาน มันอยู่ในประเด็น นักข่าวถามว่า มีบางครอบครัวของผู้ชุมนุมบอกว่ามีผู้บริสุทธิ์ถูกจับ รวมอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย ท่านบอกว่าผู้บริสุทธิ์หรือ คนที่ชุมนุมกันแบบนั้นเรียกว่าผู้บริสุทธิ์ หรือไม่ผมไม่รู้นะ แต่พวกที่ถูกควบคุมตัวไปอยู่บนรถบรรทุกถ้าร่างกายแข็งแรงพอ มันก็ไม่เปึนไรหรอก แต่วันนั้นทั้งวันพวกนั้นไม่ได้กินข้าวหรือดื่มอะไรเลย เพราะอยู่ในช่วง เดือนอะไรนั่นแหละ เพราะฉะนั้นพวกเขาก็ล้มทับกันแล้วก็มีผู้เสียชีวิต ๗๘ ราย หลังจากที่ รถบรรทุกวิ่งอยู่หลายชั่วโมง ซึ่งนับว่าเปึนโศกนาฏกรรมไม่มีใครตั้งใจ
ท่านชวนครับ มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ คุณประชา ประสพดี ประท้วงอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ประชา ประสพดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน ก็ด้วยความเคารพท่านผู้อภิปรายท่านผู้อาวุโส ที่ฟังอยู่ตรงนี้ท่านประธานก็วินิจฉัยว่า เปึนการออกตัวไว้ก่อนมันเปึนการอภิปรายที่ซ้ําประเด็นกับท่านอื่นที่ได้อภิปรายมาแล้ว นั่นข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ วนเวียนแล้วก็ซ้ําซากไปมา ข้อที่ ๓ มันเปึนการอภิปรายในอดีตที่เคย ได้ผ่านมา เราก็เคยฟังกันอยู่ในสภาแห่งนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ก็ต้องบอกว่าวันนี้ฝ์ายค้านเอง ก็เรียกร้องว่าจะต้องอภิปรายให้ได้ครบทุกคน แล้วเวลามันก็อย่างที่เราทราบ ยังเหลือ ท่านรัฐมนตรีอีกตั้งหลายท่านที่เราจะอภิปรายกัน เรื่องเขาพระวิหารผมแปลกใจมากว่า ท่านผู้อาวุโสคิดได้เพียงเท่านี้หรือครับ
ผมเข้าใจคําประท้วงแล้วนะครับ กรุณานั่งลงแล้วผมก็จะวินิจฉัยนะครับ การที่ท่าน มีผู้ประท้วงอีกแล้วนะครับ ใช่คุณสมบูรณ์หรือเปล่าครับ ดูไกล ๆ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชุมพล จุลใส พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดชุมพร ท่านประธานครับ ผมขอประท้วง เพื่อนสมาชิกครับ ประเด็นนี้ไม่มีใครได้เอามาอภิปรายเลยนะครับ ที่ท่านชวนท่านได้พูด ผมขอขอบคุณครับ
เชิญคุณชุมพลนั่งลงครับ ผมกําลังจะวินิจฉัยอยู่พอดี ผมวินิจฉัยที่คุณประชาประท้วงนะครับ เรื่องแรกก็คือเปึนเรื่องเก่าที่มีผู้อภิปรายท่านอื่นได้อภิปรายแล้วในประเด็นกรือเซะ และตากใบยังไม่มีท่านใดอภิปราย แล้วก่อนจะอภิปรายท่านชวนได้บอกกับผมว่า เท้าความเพื่อจะบอกกับที่ประชุมแห่งนี้ว่าท่านสมัครคือท่านนายกรัฐมนตรีนั้นจะเข้ามา เกี่ยวข้องอย่างไร เพราะฉะนั้นเชิญท่านชวนต่อได้ครับ
(นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณนิพิฏฐ์ประท้วงอะไรหรือเปล่าครับ
ขออนุญาตนิดเดียวท่านประธานครับ เมื่อสักครู่
ท่านชวนต้องขออภัยครับ มีผู้ประท้วงอีกครับ คุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ประท้วงอะไรครับ
ขออนุญาตท่านประธาน เมื่อสักครู่ ท่านผู้ที่ประท้วงท่านได้ต่อท้ายประโยคว่าผู้อาวุโสพูดได้แค่นี้หรือ ผมคิดว่าเปึนคําพูด ที่เสียดสี ต้องถอนครับท่านประธาน
คุณประชาได้พูดซึ่งผมได้ยินนะครับ ท่านบอกว่าผู้อาวุโสพูดได้แค่นี้หรือ ซึ่งจริง ๆ ไม่ใช่ คําไม่สุภาพ เปึนคําถามนะครับ แต่อย่างไรก็ตามในฐานะที่เราเปึนเด็กทําให้ผู้ใหญ่ ไม่สบายใจก็ขอความกรุณาได้ถอนเถอะครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ความไม่สบายใจจะอยู่เหนือในหลักข้อเท็จจริง หรือระเบียบข้อบังคับการประชุมสภาหรือเปล่าครับ เพราะคําว่า ท่านผู้อาวุโสท่านนี้ คิดได้เพียงเท่านี้ มันผิดและมันไม่สุภาพตรงไหนครับ
ผมจะวินิจฉัยนะครับ ท่านผู้อภิปรายรู้อยู่แก่ใจว่ามีความประสงค์อย่างไรถึงพูดคําพูดนี้ ขึ้นมา ก็ขอให้คุณประชาถอนคําพูดเถอะครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผมขอพูดนิดเดียวแล้วผมก็จะปฏิบัติตามท่านประธาน ที่จริงแล้วท่านประธาน ผมหวังใจว่า ท่านผู้อภิปรายท่านนี้จะได้อภิปรายความบกพร่องของท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร และคณะรัฐมนตรีทั้ง ๗ ท่าน เพราะผมหวังใจที่จะมาฟังว่ารัฐบาลบกพร่องตรงไหน ตามข้อกล่าวหา ไม่แน่นะครับ ผมอาจจะยกมือให้ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
เพื่อไม่ให้เกิดกรณีประท้วงกันมากมาย ขอเชิญคุณประชาถอนคําพูดนะครับ
ก็เพื่อเคารพท่านประธานนะครับ ถอนให้กับท่านประธานก็ได้ตามที่ท่านประธานให้ถอนครับ
ขอบคุณมากครับท่านสมาชิก ท่านอื่นไม่ต้องประท้วงแล้วนะครับ เพราะว่าท่านผู้ประท้วง ได้ถอนคําพูดแล้ว เชิญท่านชวนต่อครับ
ท่านสมัครก็ได้ตอบผู้สื่อข่าวว่าผู้บริสุทธิ์หรือ คนที่ชุมนุมกันแบบนั้นเรียกว่าผู้บริสุทธิ์หรือไม่ผมไม่รู้นะ แต่พวกที่ถูกควบคุมตัวไปอยู่บน รถบรรทุก ถ้าร่างกายแข็งแรงพอมันก็ไม่เปึนไรหรอก แต่วันนั้นทั้งวันพวกนั้นไม่ได้กินข้าว หรือดื่มน้ําเลย เพราะอยู่ในช่วงเดือนอะไรนั่นแหละ เพราะฉะนั้นพวกเขาก็ล้มทับกัน และมีผู้เสียชีวิต ๗๘ ราย หลังจากที่รถบรรทุกวิ่งอยู่หลายชั่วโมง ซึ่งนั่นเปึนโศกนาฏกรรม ไม่มีใครตั้งใจฆ่าพวกเขา พวกเขาตายเพราะสภาพร่างกายแล้วมีปัญหาอะไรอย่างนั้นหรือ มีปัญหาอะไรเกี่ยวกับการเสียชีวิตอย่างนั้นหรือ นักข่าวเขาบอกว่ามีปัญหาอะไร ที่ผู้บริสุทธิ์ตายอย่างนั้นหรือ ท่านสมัครก็ตอบว่ามีปัญหาอะไรกับเหตุการณ์ครั้งนั้น ทุกคนในประเทศนี้รู้เรื่องกันหมดแล้ว พวกเขาล้มทับกันแล้วก็มีผู้เสียชีวิต ๗๘ ราย นักข่าวบอกว่าคุณกําลังบอกว่าพวกเขาตายเพราะล้มทับกันเอง ท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร ก็ตอบว่าก็ใช่นะสิ ไม่มีใครฆ่าพวกเขา ทุกคนรู้ดี แล้วสื่อล่ะ นักข่าวบอกว่าไม่ใช่พวกเขา ถูกจับวางทับกันบนรถแล้วขาดอากาศหายใจหรือ ท่านสมัครก็บอกว่าเวลาคนถูกจับ ขึ้นรถบรรทุกอย่างถูกต้องแล้ว แล้วก็ขับรถออกไปไม่มีใครรู้หรอกว่าจะเกิดเหตุการณ์ แบบนั้น แต่ถ้าคนที่ไม่กินอะไรเลย ไม่กินข้าว ไม่ดื่มน้ํา แล้วก็มีคนล้มทับ ๆ กันก็เลยมี ผู้เสียชีวิต ๗๘ ราย จากทั้งหมด ๑,๓๐๐ ราย ก็มีต่อครับ เรื่อง ๖ ตุลาคม ที่ว่าตาย ๑ คน แต่ว่ามันไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ กระผมก็ต้องกราบเรียนท่านประธานก็คิดว่าคําพูดมันสวนทาง กับความเปึนจริงไหมที่ท่านนายกรัฐมนตรีตอบไป ท่านไม่ทราบหรือว่าคนเหล่านั้นตาย เพราะเขาถูกจับไปวางบนรถซ้อน ๆ กันหรือว่าเพราะเขาล้มทับกันเอง ๑,๓๐๐ คน ตาย ๗๘ คน ถ้าหากว่าล้มทับกันก็อาจจะตายมากกว่านี้ แต่ว่าถ้าซ้อนกันมันก็อยู่ที่ว่า รถคันไหนเอาคนขึ้นไปซ้อน ๆ กัน แต่เรื่องนี้กระผมคิดว่าคนที่น่าจะให้ข้อเท็จจริงได้ดีกว่า ก็คือแพทย์ คือเรื่องนี้ท่านประธานทราบดีว่าในทางกฎหมายนั้นเมื่อมีความตายเกิดขึ้น อันเปึนความตายที่ผิดธรรมชาติ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๐ ก็ต้องมีการไต่สวน กระผมกราบเรียนท่านประธานเพราะว่าในที่สุดได้มี การไต่สวนการตายกรณีนี้ คําเบิกความของแพทย์ที่มายืนยันต่อศาลนั้นน่าจะบอกให้ เรารู้ว่าข้อเท็จจริงมันคืออะไร ความจริงข้อเท็จจริงยังไม่ได้มีข้อเคลือบแคลงอะไรเลย แต่ว่าเมื่อพูดในที่ประชุมอย่างนี้ก็จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องเอาหลักฐานของผู้ที่เกี่ยวข้อง ชัดเจนและเปึนทางการมายืนยัน ที่กระผมบอกว่าไม่น่าจะมีข้อเคลือบแคลงสงสัยอะไร เพราะภาพก็มีอยู่ ประเดี๋ยวผมขออนุญาตได้จับภาพให้เห็นชัดอีกนิดนะครับ แต่ว่าตอนนี้ ขอเอาคําเบิกความของแพทย์ก่อน คือในการไต่สวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา ๑๕๐ นั้นมีแพทย์มาเบิกความหลายท่าน แพทย์คนแรกก็คือ แพทย์หญิงอรุณี สิงห์เสน่ห์ จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม แพทย์หญิงอรุณีเบิกความต่อศาลว่า ได้เดินทางไปถึงค่ายอิงคยุทธบริหารเพื่อทําการ ชันสูตรพลิกศพ จํานวน ๘ ราย จากการชันสูตรภายนอกไม่มีการผ่า สภาพศพมีลักษณะ คล้ายกันคือเริ่มเน่า มีรอยช้ํา แผลถลอก มีเลือดออกที่เยื่อบุตาขาว มีรอยกดเปึนเส้น ที่ข้อมือ บางศพมีฟันกัดปลายลิ้น มี ๑ ศพที่บาดเจ็บ บาดแผลฉีกขาด ขอบไม่มีเรียบ มี ๑ ศพที่กระดูกกรามล่างหัก ซึ่งโดยทั่วไปน่าจะเกิดจากการกระแทกกับของแข็งไม่มีคม อย่างรุนแรง บาดแผลทุกบาดแผลที่พบใน ๘ ศพไม่ทําให้เสียชีวิต ศพทั้ง ๘ ศพตายด้วย การขาดอากาศหายใจ แต่เปึนเพราะสาเหตุใดไม่ทราบ นี่แพทย์หญิงอรุณีเบิกความ ต่อศาลนะครับ ต่อมา พันตํารวจโท พิศิษฐ์ พันธ์สุริยะ จากสถาบันนิติเวชวิทยา สํานักงานตํารวจแห่งชาติก็เบิกความอีกท่านหนึ่งบอกว่า ได้ไปชันสูตรพลิกศพ ๑๑ ราย
ท่านประธานครับ
จากการชันสูตรพลิกศพพบลักษณะศพ ส่วนมากมีเลือดออกในตาขาว มีบาดแผลช้ําบวมและริมฝ้ปากบาดแผลถลอกที่
ท่านชวนครับ มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ คุณกุเทพ ใสกระจ่าง ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน ด้วยความเคารพ ทั้งท่านประธานและท่านผู้อาวุโสที่อภิปรายนะครับ ข้อบังคับของเราได้เขียนไว้ชัดเจน แม้ผมจะประท้วงครั้งนี้ท่านประธานก็อาจจะไม่เห็นด้วยกับกระผม แต่ก็ต้องกราบเรียน ไว้ก่อนครับว่าวันนี้ผู้อภิปรายได้อ่านเอกสารยาวติดต่อกันซึ่งเปึนบรรทัดฐานที่ข้อบังคับ การประชุมเขาเขียนไว้ว่าไม่ให้อ่านโดยไม่จําเปึน นั่นเปึนส่วนหนึ่ง นอกจากนั้น ท่านพยายามอยากบอกเราเชื่อมโยงให้เห็นถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาพัวพันกับ ท่านนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันอย่างไร ท่านก็ไปเสียเวลาอยู่กับการเล่าอดีต ซึ่งมีลักษณะ วกวน ซ้ําซาก วนเวียน ผมกราบเรียนท่านประธานว่าที่ประท้วงตรงนี้เพื่อให้เห็นว่าพวกเรา ส่วนหนึ่งที่นี่เห็นว่าท่านผิดข้อบังคับ ส่วนคําวินิจฉัยของท่านประธานเมื่อออกมา เราก็เคารพครับ แต่ต้องกราบเรียนว่าเราเห็นว่าผิดข้อบังคับ ขอบคุณครับ
ผมจะวินิจฉัยนะครับ จริง ๆ ท่านชวนได้อ่านเอกสารค่อนข้างยาวจริง ๆ แต่ผมคิดว่า ท่านชวนคงเห็นว่าเปึนความจําเปึน แต่อย่างไรก็ตามเพื่อรักษาเวลานะครับ แล้วขอให้ ท่านชวนโยงเข้าไปสู่ตัวท่านนายกรัฐมนตรีให้กระชับสักนิดครับ ส่วนคําวินิจฉัยที่ ๒ เมื่อกี้ บอกว่าประท้วงเรื่องอะไรนะครับ เรื่องอ่าน
ท่านประธานครับ คือกระผม
เรื่องที่ ๒ ก็ประเภทเดียวกันครับ
ในเรื่องวนเวียนแล้วก็ค่อนข้าง ต้องกราบเรียนนะครับ ผมได้ติดตามการอภิปรายของท่านอดีตผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรและอดีตนายกรัฐมนตรีมาโดยตลอด ผมคิดว่าวันนี้ท่านกําลัง สร้างบรรทัดฐานที่ทําให้พวกเรารู้สึกว่าเราไม่ได้เคารพข้อบังคับเท่าที่ควร
เชิญนั่งได้แล้วครับ ส่วนข้อประท้วงที่ ๒ นั้น ที่ว่าวนเวียน ซ้ําซากนั้นยังไม่ถึงขนาดนั้นครับ แต่เพียงบอกว่าท่านอดีตผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรคืออดีตนายกรัฐมนตรีชวน ได้กรุณารวบรัดสักนิดหนึ่ง ท่านอื่นไม่ต้องประท้วงแล้วครับ ผมได้วินิจฉัยไปหมดแล้ว ไม่อย่างนั้นก็จะขอให้ท่านนั่งลงก่อน ผมไม่ได้เรียกให้ลุกขึ้นนะครับ ขอเชิญทุกคนนั่งลง ก่อนครับ ท่านที่จะประท้วงทุกท่านนั่งลงก่อน ท่านสมาชิกครับ ผมพยายามอย่างที่สุด ที่จะสร้างวัฒนธรรมในการประชุมสภาของเราให้เปึนการอภิปรายอย่างมีเหตุมีผล รับฟังซึ่งกันและกัน การที่ท่านประท้วงท่านประท้วงได้ครับ แต่ตัวท่านที่ประท้วง ก็จะประท้วงด้วยเหตุผลเช่นเดียวกัน การประท้วงแล้วเหน็บคํากระแหนะกระแหน อีกฝ์ายหนึ่งไปด้วยนั้นไม่ได้ถือว่าเปึนลักษณะที่ดีของการประท้วงซึ่งเกิดขึ้นทั้ง ๒ ฝ์าย ผมพูดอย่างเปึนธรรม เพราะฉะนั้นไม่อยากให้เกิดสิ่งที่ไม่ดีอย่างนี้ให้เปึนวัฒนธรรม ของสภาผู้แทนราษฎรที่ทรงเกียรติแห่งนี้นะครับ เพราะฉะนั้นผมขอเรียนเตือนพวกเรา ไว้ก่อนด้วยความเคารพรัก ด้วยความหวังดีครับ
(นายสมคิด บาลไธสง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณสมคิดมีอะไรประท้วง ตอนนี้ไม่จําเปึนจะต้องประท้วงแล้วครับ เชิญท่านสมคิดครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง พรรคพลังประชาชนจากหนองคาย ผมขอประท้วงท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย ในประเด็นดังนี้ ประเด็นแรกคือประเด็นที่พูดซ้ําซากในลักษณะที่เก็บประเด็น เมื่อวานนี้มาแก้ต่าง
ประเด็นนี้ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ เชิญคุณสมคิดนั่งลงครับ เพราะว่าเมื่อกี้หลายท่าน ก็ประท้วง ไม่ว่าจะเปึนการอ่าน ไม่ว่าจะประเด็นซ้ําซาก เพราะฉะนั้นผมได้วินิจฉัยไปแล้ว เชิญคุณสมคิดนั่งลงครับ
(นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญคุณนิพิฏฐ์นั่งลงครับ ท่านอื่นก็ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ เพราะว่าประท้วงกันไป มันก็ต่อความยาวสาวความยืด ผมรักษามาตรฐานนะครับ ก็ขอให้ท่านชวนได้อภิปราย ให้จบเสียก่อน ขอความกรุณาครับ เชิญท่านชวนครับ ก็ขอความกรุณารวบรัดด้วยนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ เนื่องจากว่า แพทย์ที่มาเบิกความนั้นเบิกความคล้าย ๆ กัน ก็ดูประหนึ่งว่าถ้อยคําจะซ้ํากัน แต่ความจริง เปึนคําเบิกความของแพทย์คนละคนครับ กระผมขอรับรองว่ากระผมไม่ใช่คนวกเวียน เปึนคนที่พูดน้อยครับ แต่ว่าอะไรที่ไม่ใช่สาระสําคัญก็จะไม่พูด กระผมเข้าใจดีครับว่า การนําเรื่องที่เพื่อความเปึนธรรมกับพี่น้องของเราผู้เสียชีวิตมาพูดนั้นยาก แต่ว่าเราต้อง ยอมรับว่าเราก็ต้องทําหน้าที่นี้แม้จะยากก็ตาม กระผมกราบเรียนท่านประธานขออนุญาต เพราะไม่ใช่เปึนถ้อยคําที่กระผมพูดเอง เปึนถ้อยคําแพทย์ที่เบิกความต่อศาลจึงเหลืออีก ท่านหนึ่งนะครับ คือแพทย์คนที่ ๒ เบิกความว่า
ท่านชวนครับ ประท้วงอีกแล้วครับ คุณจตุพร พรหมพันธุ์ ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ผมประท้วงตามข้อ ๖๑ นะครับว่า อภิปรายไม่ตรงประเด็น ประเด็นที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีกําลังอภิปรายอยู่นั้นอยู่ในข้อ ๗ ท่านประธานฟังผมก่อนนะครับ
ขออนุญาตประท้วงครับ ท่านประธาน
คุณบุญยอดฟังคําประท้วงก่อนครับ เพื่อผมจะได้วินิจฉัยได้นะครับ
ตั้งข้อกล่าวหา ๙ ข้อ ข้อที่ ๗ คือ ข้อที่อดีตนายกรัฐมนตรีกําลังอภิปรายอยู่นี้มีถ้อยคําอย่างนี้ครับ นายสมัคร สุนทรเวช ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมทอดทิ้งและไม่ใส่ใจกับ ความเดือดร้อนของพี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจาก เหตุการณ์ความรุนแรง และยังตกอยู่ในสภาพไร้ความหวังและมีแนวโน้มจะเลวร้าย ลงเรื่อย ๆ แล้วก็ต่อมาว่า แต่นายสมัคร สุนทรเวช กลับทําเปึนหูทวนลม ปัดความรับผิดชอบ อ้างว่าไม่ใช่ภาระหน้าที่ ปล่อยให้วิกฤติความมั่นคงใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้รุนแรง บานปลายจนยากแก้ไข นี่เปึนข้อกล่าวหาในข้อที่ ๗ ที่กําลังอภิปราย ที่ผมประท้วงว่า ไม่ตรงประเด็นก็คือว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ตากใบ ที่มีการแจกซีดี (CD) ตากใบ และมี การแจกใบแดง
คุณจตุพรครับ ผมเพิ่งได้เรียนต่อสมาชิกไปเมื่อกี้ครับว่าการประท้วงนี่ผมไม่ห้าม แต่การประท้วงแล้วต่อท้ายความรู้สึกส่วนตัวของตัวเองทั้ง ๒ ฝ์าย เปึนเรื่องที่ไม่สมควร กระทําอย่างยิ่งในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เพราะฉะนั้นเชิญคุณจตุพรนั่งลงเถอะครับ ผมกําลังจะวินิจฉัย ขอให้ทุกท่านนั่งลงเถอะครับ ขอผมวินิจฉัยสิ่งที่คุณจตุพรประท้วงก่อน ผมวินิจฉัยว่าอดีตผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อดีตนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ยังอภิปรายอยู่ในประเด็นนะครับ เพราะว่าท่านก็บอกว่าเดี๋ยวจะโยงเข้ามาว่าเกี่ยวข้องกับ ท่านนายกรัฐมนตรีอย่างไร ซึ่งขณะนี้ก็เปึนการอ่านคําวินิจฉัยของแพทย์ ท่านอื่น จะประท้วงอะไรหรือเปล่าครับ คุณสมบูรณ์เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธานนิดเดียว เนื่องจากขณะนี้ท่านชวนได้ อภิปรายอยู่ในข้อบังคับ ข้อ ๖๑ อยู่ในประเด็น ซึ่งประเด็นที่ท่านได้อภิปรายพูดถึงข้อ ๙
สรุปแล้วคุณสมบูรณ์ไม่ได้ประท้วงใช่ไหมครับ แต่เปึนการบอกว่าท่านชวนทําถูกต้อง ซึ่งผมวินิจฉัยไปแล้ว เชิญคุณสมบูรณ์นั่งลงครับ
(นายสมัย เจริญช่าง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
มีผู้ประท้วงข้างหลัง คุณอภิชาตครับ เชิญคุณสมบูรณ์นั่งลงก่อนครับ เพราะว่าคุณสมบูรณ์ ไม่ได้ประท้วง แต่เปึนการสนับสนุนคําวินิจฉัยของผมเอง เชิญคุณสมบูรณ์นั่งครับ เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สมัย เจริญช่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ขออนุญาตได้ประท้วง โดยใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ท่านประธานที่เคารพครับ โดยปกติแล้วผมไม่เคยลุกขึ้นมา ทําหน้าที่ในการประท้วงอย่างนี้ แต่สิ่งที่จําเปึนจะต้องประท้วงในวันนี้ก็คือขออนุญาต ได้ประท้วงเพื่อนสมาชิกที่ได้ทําการประท้วงท่านผู้กําลังอภิปราย ซึ่งเปึนสมาชิกอาวุโส ของสภาแห่งนี้ กระผมขออนุญาตได้เรียนท่านประธานว่าประเด็นที่ท่านชวน หลีกภัย ขออนุญาตได้เอ่ยนาม ได้นํามาอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องของการให้สัมภาษณ์ของ ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นเปึนประเด็นที่ผมคิดว่าเปึนเนื้อหาสาระที่จะนําไปสู่ประเด็น ของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะเหตุก็คือสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ กับสํานักข่าวอัล-จาซีราห์นั้น
ต้องขออภัยท่านผู้อาวุโสครับ ท่านอาจารย์สมัย เจริญช่าง สิ่งที่ท่านลุกขึ้นมาประท้วง ก็ไม่ใช่การประท้วงอีกเช่นเดียวกันครับ เปึนการสนับสนุนคําวินิจฉัยของผมซึ่งได้ เรียนชี้แจงไปแล้ว ผมว่าอย่าให้เสียเวลา เชิญท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ต่อเลยครับ ท่านชวนครับ ขอให้ท่านอาจารย์สมัยนั่งลงครับ
ท่านประธานที่เคารพ โดยตระหนักว่า มันจะมีอย่างนี้ครับ จึงต้องกราบเรียนท่านประธานไว้ล่วงหน้าว่าที่จะอภิปรายนั้นก็คือ เรื่องของทัศนคติและวาจา แต่ว่าพวกเราบังเอิญตามไม่ทันก็เลยประท้วงกันทําให้ เสียเวลาโดยไม่จําเปึน ขออนุญาตท่านประธานครับ เพราะว่าแพทย์ที่เบิกความ ทั้ง ๓ ท่านนั้นข้อความก็คล้าย ๆ กัน แต่เพื่อยืนยันให้เห็นว่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง ๆ กับที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดนั้นมันต่างกันอย่างไร จึงจําเปึนต้องอิงข้อมูลที่ผู้รู้เขาได้พูด เอาไว้ แพทย์คนที่ ๒ ที่ผมกราบเรียนไว้เมื่อตอนสักครู่นี้ก็คือบาดแผลที่ตรวจพบไม่ทําให้ ถึงแก่ความตาย จากการชันสูตรพลิกศพสันนิษฐานว่าสาเหตุการตายของ ๑๑ ศพ คือขาดอากาศหายใจ จากสภาพศพที่ทําการตรวจภายนอกสันนิษฐานว่าผู้ตายถูกกดทับ ทําให้เกิดการขัดขวางการเคลื่อนไหวของระบบหายใจเข้าออก อันนี้คือคําเบิกความของ พันตํารวจโท พิศิษฐ์ สุดท้ายขออนุญาตอ่านคําเบิกความของแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ รักษาการผู้อํานวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เปึนพยาน คุณหญิงพรทิพย์ ได้เบิกความอย่างนี้ครับ เดินทางไปค่ายอิงคยุทธบริหารเพื่อเก็บดีเอ็นเอ (DNA) ของผู้ก่อความไม่สงบในวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๔๗ ตามคําสั่งของกองอํานายการ เสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ กอ.สสส.จชต. เมื่อไปถึงทราบว่ามีศพ ผู้ถูกจับกุมและเสียชีวิต ๗๘ ศพ จึงเปลี่ยนแผนมาทําการชันสูตรพลิกศพก่อน โดยสภาพศพที่พบตอนแรกนั้นกองซ้อน ๆ กันอยู่ในห้องเก็บศพของโรงพยาบาล ค่ายอิงคยุทธบริหาร บางศพมีลักษณะมือไพล่หลัง มีรอยผูกที่ข้อมือ พยานเบิกความว่า การชันสูตรพลิกศพ ๒๔ ราย พบว่าศพที่เสียชีวิตเกิดจากภาวะขาดอากาศหายใจ จากการกดทับซ้อนกัน บางส่วนมีอาการเสียภาวะสมดุลของสารในเลือด ศพส่วนใหญ่ มีแผลที่ลําตัวและใบหน้า ซึ่งไม่เปึนบาดแผลรุนแรงที่ทําให้ถึงแก่ความตาย บางศพมีรอยช้ํา ที่ใบหน้า บางศพมีเลือดออกปาก ฟันหัก แสดงว่าถูกกระแทกด้วยของแข็งอย่างรุนแรง ในจํานวน ๒๔ รายที่ทําการชันสูตรพลิกศพพบว่า ๘ รายมีบาดแผลใหญ่ที่สงสัยว่า อาจเกิดจากถูกทําร้าย ในจํานวน ๗๘ ศพ ทุกศพมีภาวะเลือดตกสู่ที่ต่ําทางด้านหน้า มือไพล่หลัง แสดงให้เห็นว่าศพนอนคว่ําหน้าขณะเสียชีวิต เราที่เรียนนิติเวชก็คงจะ นึกออกนะครับ และบางศพมีบาดแผลที่เห็นได้ชัดว่าเกิดก่อนตาย ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่า อาจถูกทําร้าย ขณะที่บางศพมือเท้าเหี่ยว กางเกงเป้ยกน้ํา สะท้อนว่าก่อนตายอยู่ในน้ํา ประมาณ ๓ ชั่วโมง แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์เบิกความต่อศาล แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ เบิกความต่อว่าการถือศีลอดของคนมุสลิมช่วงกลางวันไม่ทําให้ถึงแก่ความตายได้ นอกจากนี้สภาพศพที่ตายจากการถูกกดทับซ้อนกันในรถ ถ้าถูกนําขึ้นรถบรรทุกและยืน มาจาก สภ.อ. ตากใบ จังหวัดนราธิวาส ถึงค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี แม้จะใช้ เวลาหลายชั่วโมงก็ไม่เสียชีวิต แต่บางศพมีอาการตายด้วยความร้อน ถ้ายืนก็ยังคงตาย อยู่ดี เนื่องจากผ้าใบที่คลุมรถบรรทุกทําให้อากาศภายในร้อน สาเหตุการเสียชีวิต ของทั้ง ๗๘ ศพ
ขอความกรุณาท่านชวนช่วยรวบรัดด้วย ขอความกรุณาจริง ๆ ครับ รวบรัดด้วยครับ
คําเบิกความจวนจะจบแล้วครับ สาเหตุ การเสียชีวิตของทั้ง ๗๑ ศพ เกิดจากขาดอากาศหายใจจากการถูกกดทับทุกศพ อันนี้คือ คําเบิกความที่กระผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีคงนึกออกนะครับ เราเคยเรียนนิติเวช ที่โรงพยาบาลศิริราช ศพที่คว่ําหน้าเลือดก็มาคั่งอยู่ด้านหน้า อันนี้แน่นอนว่าสภาพศพ เปึนอย่างนั้น แต่ที่กระผมกราบเรียนเพื่อเอาคนที่เขาไปชันสูตรพลิกศพมายืนยันนั้น เพื่อแสดงว่าศพนี้ มันตายจากผู้เชี่ยวชาญคือแพทย์เพราะอะไร แต่ว่าภาพมันก็ยิ่งปรากฏชัด ท่านประธานครับ กระผมกราบขออภัยที่มันไม่ชัดนักแต่ว่าถ้าจะกรุณาภาพนี้จะเห็นว่ามีการนําบุคคล ที่ถูกจับขึ้นรถคันหนึ่ง อันนี้เปึนหนึ่งในจํานวนหลายคัน แล้วก็ซ้อนกันอยู่ในนี้ก็ถือว่า ซ้อนประมาณสัก ๒ ชั้น ไม่แน่ใจนะครับ ก็เห็นภาพว่าประมาณสัก ๒ ชั้น แต่ความจริง บางรูปมากกว่านี้ครับ การมัดมือไพล่หลังก็จะเปึนลักษณะอย่างที่เราเห็นกันอยู่อย่างนี้ กระผมกราบขออภัยด้วยที่มันไม่ค่อยชัด แต่ว่าที่จริงแล้วมันมีแผ่นบันทึก แต่กระผมดูแล้ว กระผมคิดว่าถ้าเราเห็นภาพที่เจ้าหน้าที่เราถูกคนร้ายยิงแล้วก็ตัดหัวเรารู้สึกเจ็บปวด อย่างไร ถ้ามาเห็นแผ่นซีดีนี้เราก็จะรู้ว่าคนเหล่านั้นจะรู้สึกเจ็บปวดอย่างไรต่อการกระทํา ที่เกิดขึ้นในวันนั้น เมื่อคิดอย่างนี้กระผมคิดว่าถ้าอย่างนั้นก็อย่าเลย เอาว่ารูปจะกราบเรียน ให้ท่านประธานอีกทีหนึ่งครับ แต่ว่าสําหรับแผ่นบันทึกกระผมคิดว่าถ้าท่านประธาน มีโอกาสได้ดูก็จะเปึนประโยชน์ เพราะนี่จะเปึนประวัติศาสตร์ช่วงหนึ่งของประเทศเราครับ ทีนี้ปัญหาที่กระผมกราบเรียนเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อละเอียดให้เราเห็นว่าข้อสรุปชัดเจนก็คือว่า การตายเกิดขึ้นจากการที่เราเอาคนเหล่านี้ขึ้นไปบนรถแล้วซ้อนกันกดทับกัน หมอพรทิพย์ เบิกความชัดเจนว่าถ้าไปล้มหรือถ้ายืนอยู่ข้างบนถึงระยะทางจะยาวก็ไม่ตาย เมื่อเปึนเช่นนี้ คําที่ท่านนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์จึงขัดแย้งกับความจริงที่เกิดขึ้น เพียงแค่นี้มันมี ปัญหาอะไร คําตอบก็คือว่าเรารู้ว่าสถานการณ์ในภาคใต้วันนี้ที่มันเกิดเหตุอย่างนี้ เพราะเงื่อนไขที่คนสร้างขึ้น มันไม่ใช่เกิดขึ้นจากดินฟัาอากาศ จากภัยธรรมชาติ แต่คนสร้างเงื่อนไขขึ้นมาทําให้เหตุร้ายในภาคใต้ขยายตัวรุนแรงขึ้น รุนแรงขึ้น เราสูญเสีย เจ้าหน้าที่อย่างน่าเสียดายคนบริสุทธิ์ต้องตายมากมายเพราะเงื่อนไขที่คนทําขึ้น บัดนี้เงื่อนไขนั้นเรารู้แล้วว่ามันก่อให้เกิดผลร้ายต่อประเทศชาติอย่างไร หน้าที่รัฐบาลชุดนี้ ความจริงเราได้พูดไปแล้วว่าการแก้ปัญหาภาคใต้นั้นเราก็วิจารณ์รัฐบาลไปในทาง ไม่ค่อยบวกละครับว่าการแก้ปัญหานั้นเปึนอย่างไร นายกรัฐมนตรีก็มาชี้แจงว่า เหตุมันลดลง อันนั้นผมจะไม่ไปวิจารณ์ต่อเลย แต่ปัญหาก็คือผมคิดว่าหลังจากไตร่ตรอง ดูแล้วว่าเราจะปล่อยให้ความเข้าใจของโลกเปึนอย่างที่นายกรัฐมนตรีเข้าใจ หรือว่า ควรจะให้ความจริงที่ปรากฏจริง ๆ นั้นได้ปรากฏต่อคนทั่วไปว่าความจริงเกิดจากอะไร กระผมอภิปรายเท่าไรก็ไม่ทําให้ท่านเหล่านี้ฟุ๋นขึ้นมาอีกแล้วแต่ว่า พ่อ แม่ ญาติพี่น้องเขา ยังอยู่ครับ เขาจะรู้สึกอย่างไรถ้าเราบอกว่าพวกคุณ ลูกหลานคุณ คนของคุณตายบนรถ เพราะล้มทับกันเองไม่มีใครไปทําอะไรเขา มันเหมือนหนึ่งไปโยนความผิดให้กับพวกเขาเอง ผมว่าไม่ยุติธรรม เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนว่าผมเห็นใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอย่างยิ่ง เพราะเขาก็ต้องเสี่ยงในการตัดสินใจ แต่เรื่องนี้ผมก็ทราบว่าการสั่งการนั้นปกติเจ้าหน้าที่ ตํารวจ ทหารจะไม่ทําอย่างนี้หรอกครับ เขาจะไม่ใช้วิธีปฏิบัติอย่างนี้เพราะเขาตระหนักดี ว่าพื้นที่อ่อนไหวอย่างนั้นจะควรปฏิบัติอย่างไร แต่เรื่องเมื่อมันเกิดขึ้นจากคําสั่งที่ไม่ ถูกต้องเกิดขึ้นแล้ว ผลที่เกิดขึ้นก็คือว่า แม่ทัพภาค ๔ ก็ถูกย้ายไปแต่ว่าหลังจากนั้น ไม่นานก็เลื่อนยศให้เปึนพลเอก ซึ่งก็เหมือนกลบเกลื่อนว่าให้แม่ทัพภาค ๔ รับผิดชอบไป ประเด็นของกระผมก็คือว่านายกรัฐมนตรีบอกว่าเขาตายเพราะล้มทับกัน แต่หลักฐาน จากภาพและจากคําเบิกความของแพทย์ปรากฏว่าเขาตายเพราะซ้อนทับกัน ขาดอากาศหายใจ มีคนที่ซ้อนไม่ตายก็มีครับ แต่ว่า ๗๘ ศพแน่นอน ถ้าไม่ซ้อนกัน ก็ไม่ถึงกับตาย แค่นี้ครับ เราจะให้ความจริงเพื่อความเปึนธรรมแก่คนของเราไม่ได้หรือ คนเราเหล่านั้นก็คือคนไทยคนหนึ่ง จะนับถือศาสนาใดเขาก็คือคนไทย เขามีสิทธิได้รับ ความชอบธรรมเหมือนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ถ้าเขาปฏิบัติชอบเขาก็มีสิทธิได้รับ ความชอบธรรมจากทุกฝ์าย กระผมจึงคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้มีทรรศนะและใช้วาจา ต่อเรื่องนี้เปึนเงื่อนไขขึ้นมา เงื่อนไขต่อคนในพื้นที่ว่าลูกหลานที่ตายไป สามีที่ตายไป ญาติพี่น้องที่ตายไปนั้นเกิดขึ้นจากการที่เขาล้มทับกันเอง กระผมคิดว่าถ้านายกรัฐมนตรี พูดไปโดยไม่ทราบข้อเท็จจริง อันนี้ท่านก็คงจะต้องบอกความจริงว่าท่านพูดไปโดยไม่รู้ ข้อเท็จจริง แต่ว่าถ้าท่านรู้แล้วว่ามันตายด้วยเหตุนี้แล้วก็ยังบิดเบือนความจริงอย่างนี้ แน่นอนครับ คนใต้เขาไม่พูดว่าบิดเบือน เขาจะรู้สึกว่าโกหกใส่เขา ผมคิดว่าอันนี้ จะกลายเปึนเงื่อนไขผูกพันต่อไปยาวข้างหน้า ท่านประธานครับ เราจะรู้สึกอย่างไรก็ตาม แต่เรื่องตากใบนั้นจะเปึนแผลเปึนต่อไปอีกหลายร้อยป้ เราก็รู้ว่าพี่น้องเราในพื้นที่เหล่านั้น เขาไม่บ่นหรอกครับ ผมกราบเรียนครับว่าเขาไม่พูดมาก เขาไม่บ่นมาก เก็บความรู้สึก ไว้ข้างใน วันนี้เราจึงสูญเสียเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ของเราจากคนร้ายที่ไม่รู้มาจากไหน ผมคิดว่าเราสามารถแก้ปัญหาภาคใต้อย่างหนึ่งที่กระผมพูดตลอดมา ๑. ลดเงื่อนไขเดิม ให้น้อยลง ๒. อย่าสร้างเงื่อนไขใหม่ ที่ท่านพูดนั่นคือการสร้างเงื่อนไขใหม่ เงื่อนไขเดิม ทราบว่าเจ้าหน้าที่พยายามครับ ผมเห็นเมื่อวานนี้เองตํารวจเขาแถลง ไม่ ๙ ประการ ในพื้นที่ ทุกฝ์ายพยายามแก้ปัญหา เอาใจช่วยเจ้าหน้าที่เรา เอาใจช่วยพี่น้องทั้งพุทธ มุสลิมใน ๓ จังหวัด ขอให้เขาปลอดภัย แต่ว่าเงื่อนไขเก่ายังแก้ไม่หมด เงื่อนไขใหม่ เพิ่มขึ้นมาด้วยคําพูดที่ไม่สอดคล้องกับความเปึนจริงของท่านนายกรัฐมนตรี ผมคิดว่า ส่วนนี้แหละครับคือส่วนที่ผมจําเปึนต้องอภิปราย ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ในฐานะเขาเปึนคนส่วนหนึ่งของบ้านเมืองนี้นะครับ มีอะไรที่เราสามารถให้เขาได้ในแง่ ความเปึนธรรม มันจะทําให้เขามีความรู้สึกภาคภูมิใจว่าเขาอยู่ในบ้านเมืองนี้ในประเทศนี้ มีคนเหลียวแลเขา แต่ถ้าเราคิดว่าตายไปแล้วช่างมัน ช่างหัวมัน พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าคิดอย่างนั้นเราก็ไม่มีวันจําบทเรียนอะไรได้เลย กระผมคิดว่าการเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ตามพระบรมราโชวาทที่พระราชทานแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่นั้นรวมทั้งพวกเราด้วย กระผมกราบเรียนข้อเท็จจริงเรื่องนี้แล้วก็ขอบพระคุณท่านประธานที่เข้าใจ กระผมตระหนักครับว่าการพูดเรื่องนี้มีคนที่ไม่เห็นด้วย มีคนที่เกรงจะกระทบต่อ การปฏิบัติที่ผิดพลาดของตัวเอง แต่ว่าถ้าเรายังละเลยเราแก้ปัญหาไม่ได้ เราต้องช่วยกัน กระผมทําหน้าที่วันนี้ก็คือช่วยส่วนหนึ่ง และคิดว่าจะเปึนข้อเตือนให้ท่านนายกรัฐมนตรี ระมัดระวัง เมื่อท่านพูดถึงข้อเท็จจริงอะไรก็ตาม ถ้าไม่ตรงกับความเปึนจริงเหมือนอย่างที่ ท่านกล่าวถึงท่านอาจารย์เสนีย์ แม้ไม่เอ่ยชื่อท่านพูดดําเปึนขาว ขาวเปึนดําท่านก็เสียหาย เราก็ต้องมาพูดในที่นี้จนท่านต้องประกาศว่าท่านไม่เนรคุณก็เปึนเรื่องดี ผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับว่า ในฐานะเปึนผู้แทนราษฎรคนหนึ่งที่มาจากพื้นที่ ภาคใต้ ผมทราบดีครับว่าเราห่วงใย ท่านประธานก็ห่วงใยมาก ท่านศึกษาปัญหานี้มาก แต่ว่าคนที่จะอยู่กับเขาร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขามีไม่มากนักหรอกครับ ความห่วงใยมีมาก ก็จริง แต่เขาเสี่ยงโดดเดี่ยวอยู่ แล้วเราก็ไปตั้งเงื่อนไขให้เขาต้องเผชิญอีก เจ้าหน้าที่ลงไป ก็เสี่ยงชีวิต เจ้าหน้าที่ก็ไม่ใช่คนใน ๓ จังหวัดอย่างเดียวไปจากทั่วประเทศ พี่น้องจาก ภาคอีสาน จากภาคเหนือ จากภาคกลาง จากภาคใต้ที่ต้องเสียชีวิตกับปัญหาในพื้นที่นั้น ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นโดยตัวเขาเปึนผู้ทําผิด แต่เกิดจากเงื่อนไขผิดพลาดในทางการเมืองส่วน หนึ่ง เราไม่อยากให้เงื่อนไขใหม่เกิดขึ้นอีกแล้วครับ กระผมกราบเรียนท่านประธานในเรื่อง นี้ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เมื่อนานหลายสิบป้ก่อนผมเคย ตื่นเต้นเพราะถูกกล่าวหาแล้วก็ต้องไปขึ้นประจันกันต่อหน้า พอผู้กล่าวหากล่าวหาเสร็จผมก็บอกไม่น่าเชื่อเลยนะครับ เวลาผ่านมาสัก ๓๐ กว่าป้ แล้วมาเจอบรรยากาศอย่างนี้อีก ขอเอาตอนท้ายเข้าไปหาต้นนะครับ ผมก็นั่งฟัง เราไปทําอะไรอย่างไรมันอะไรกันหนักหนา การสัมภาษณ์ของผมกับผู้สื่อข่าวมีวันที่ ๒๐ เดือนกุมภาพันธ์ เปึนนายกรัฐมนตรีวันที่ ๖ เพราะฉะนั้นเปึนนายกรัฐมนตรีมาได้ ๒ อาทิตย์ ระหว่างนั้นผู้สื่อข่าวต่างประเทศก็สอบถาม ๆ ลองไปหยิบคนไทยสัก ๑๐๐ คน เอามา ถามสิครับ มีคนไทยคนไหนบ้างรู้อย่างที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ได้บรรยาย มายาวเหยียดอย่างเมื่อกี้นี้บ้าง ใน ๑๐๐ คนที่หยิบมานั่นมีชื่อนายสมัคร สุนทรเวช อยู่ด้วย ผมรู้อย่างที่ผมพูดก็นับว่ามากพออยู่แล้วที่ท่านลําดับความมานั่นตลอดเลย ตัวเลขผม ไม่ได้ผิดพลาดอะไรเลย มีคนเปึนจํานวนหนึ่งไปประท้วงที่ตากใบ วันที่ก็ถูกต้องวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๔๗ ผมไม่ได้เปึนอะไรเลยในบ้านเมืองนี้ แต่ผมก็รู้เท่าที่ข่าวรู้ แล้วผมก็จํา ของผมตลอดมาอย่างนั้นเอง ตัวเลขถูกต้อง ผมจําได้ถูกต้อง ๖ คนถูกประท้วงไปเรียกร้อง ให้ปล่อยตัว ๖ คน คนตาย ๗๘ ตัวเลข ๑,๓๐๐ ก็ใช้ได้ ถูกต้องตรงกัน มาถามผมผมก็รู้ อย่างนั้นเวลาผ่านมากี่ป้ ๆ ผมก็จําขนาดนั้น ผมก็ตอบคําถามอย่างนั้น จนวันนี้ จนนาทีนี้ ผมไม่เคยรู้เรื่องอย่างที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีเอามาเล่าฉอด ๆ ให้ฟังนี้เลย ประทานโทษ ขอถอนฉอด ๆ สํานวนอาจจะติดปากไปหน่อย ก็เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้ละครับ ท่านอ่านคําให้การ มันเหมือนกับว่าผมรู้อยู่หมดแล้วแล้วยังดันไปพูดอย่างนั้นได้อย่างไรครับ ถ้าผมรู้ แล้วไปพูดอย่างนั้นละก็ว่ากันได้เลยครับ นี่ผมเปึนนายกรัฐมนตรีวันที่ ๖ ๒ อาทิตย์ มีนักข่าวมาสัมภาษณ์ผม ผมตอบอย่างที่ผมรู้ แล้วอย่างไรครับ แล้วก็เปึนอันว่าผมทําให้ เสียหายกับบ้านเมือง คือท่านมาบอก ถ้าจะบอกอย่างนี้ต้องบอกว่ารู้ไหมที่พูดนั่น มันกระทบกระเทือนเสียหายเพราะข้อเท็จจริงเปึนอีกอย่างหนึ่ง อย่างนี้ก็พอไหวครับ แต่ว่าเหมือนกับว่าผม พอนั่นปัูบพอรับตําแหน่งวันที่ ๖ ต้องรู้หมดทุกอย่างอะไรที่เกิดขึ้น ที่ไหนต้องรู้หมดทุกอย่าง แล้วตอบอะไรต้องไม่ผิดพลาดเลย ไม่ได้หรอกครับ ก็แม้แต่ วันที่ ๖ ตุลาคม ผมพูดชัดเจนว่าเท่าที่ผมเห็นก็เขาเผากันตายที่สนามหลวง ๑ คน แล้วก็ออกข่าวมาเอิกเกริกเปึนทํานองว่าเขาตายกันอีก ก็ผมไม่เห็นที่อื่นผมจะไปยืนยัน ได้อย่างไรละครับ ไปอ้างว่าที่พูดปารีสผมไม่เถียงเพราะผมไม่เคยไปพูดอะไรอย่างนั้น แต่ว่าอย่างคําพูดที่พูดกันเมื่อสักครู่ตอนเริ่มต้นว่าเนรคุณครับ ผมไม่เนรคุณ แต่ผมจะบอก ให้ฟัง พูดไปก็บอกว่าไปแขวะเอาสื่อสารมวลชน ในบ้านเมืองนี้เวลาใครตอบคําถามอะไร แล้วมันจะมีคําที่ออกไปอยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์ ซึ่งเปึนการดัดแปลงคําตอบไป เสร็จเรียบร้อยหมดทุกวันนี้ ไปอ่านดูสิครับ พาดหัวทุกตัวเช้า ๆ ก็ไม่ใช่ความจริงที่เกิดขึ้น มันดัดแปลงไปหมด กรณีนั้นผมไม่มีวันไปตําหนิอาจารย์เสนีย์หรอกครับ แต่ผมจะพูดว่า ในกรณีเรื่องเขาพระวิหารนั้นข้อเท็จจริงที่รู้กันก็คือว่าเราแพ้เขาเรื่องแผนที่ ถ้าผมจะผิดพลาด ก็คงเพียงแต่ว่าเราแพ้เขา เริ่มกันที่ว่าไปยอมรับว่าแผนที่นั้นเปึนของเราตามเส้นทาง ตามแผนที่เท่านั้นละครับ พอออกมาเขาก็ตีความกันเสร็จเรียบร้อยว่าผมใช้คําว่า ทนาย ทนายของเราไปยอมรับเรื่องแผนที่ ผมพูดก็ตรงไปตรงมาธรรมดา แล้วคณะกรรมการ ที่มาเปึนในทางวิชาการที่มาอ่านหนังสือให้ฟังกันก็มีภาษาฝรั่งด้วยว่าเปึนเรื่องของ กฎหมายป่ดปาก คุณนพดลก็ยังมาเล่าให้ฟังว่าคดีนี้เปึนตัวอย่างที่เขาเอามายกตัวอย่าง ภาษาฝรั่งจําเพาะเลย ชื่อว่ากฎหมายป่ดปาก ผมรู้เหมือนที่คนไทยธรรมดารู้ รู้ว่าเราต้อง แพ้คดีเพราะเรื่องแผนที่ ผมพูดไปเท่านั้นละครับ แต่ข่าวออกมาเลยเท่ากับผมอ้างว่าใส่ชื่อ อาจารย์เสนีย์ ผมไม่ใส่ครับ แต่ว่าในหนังสือพิมพ์จะออกข่าวอย่างไรนั้นมันกลายเปึนว่า ผมว่ากล่าว ผมจะไปว่ากล่าวคนเปึนครูบาอาจารย์ได้อย่างไรครับ ผมกับท่านอดีต นายกรัฐมนตรีชวนก็เรียนหนังสือสํานักเดียวกันมา รู้จักท่านอาจารย์เสนีย์มาเหมือนกัน ไม่มีอะไรจะไปตําหนิติเตียนท่านได้เลย แต่ว่าเวลาผมถูกตําหนิติเตียนผมก็ต้องเถียงว่าคนอย่างผมไม่เนรคุณ ถ้าจะแปลความว่า อย่างนั้น มีหลายอย่างที่ผมเวลาที่เขาสัมภาษณ์ออกไปแล้วไม่ได้ตามไปชี้แจงครับ ข่าวที่ออกมานั้นมันครบถ้วนหมด คือว่าพูดสลึงลงบาทมันเปึนอย่างนั้นหมด เขาจัดการ ตกแต่งใส่ข้อความให้เสร็จหมด ถ้าเราไม่ได้อ่านก็ไม่ได้แปลกคนอื่นอ่านก็กลายเปึนว่า เราพูดอย่างนั้นเต็ม ๆ เปึนอย่างนี้ครับ ก็อย่างกรณีตากใบนี่ผมจําตัวเลขไม่มีคลาดเคลื่อน กรณีกรือเซะผมอธิบายความได้ชัดเจนเพราะว่าเขาอธิบายความไว้อย่างนั้น เข้าไปในนั้น มีรองเท้าใส่ใหม่ ข้างในมี ๓๒ คน แล้วก็คนที่ล้อมอยู่ตรงนั้นตัดสินใจตายไป กรือเซะ ผมก็อธิบายแบบนั้น ตากใบก็อธิบายแบบนั้นว่าเขาจับขึ้นไปขึ้นรถหลายคันแล้วจับซ้อน ๆ กันไป แล้วผมก็ยังมีความเชื่อของผมอยู่ คุณหมอพรทิพย์ไม่เชื่อก็ไม่เปึนปัญหา ก็เขาพูดกันอย่างนั้นความจําของผมผมก็จําอย่างนั้นแล้วผมก็เล่าอย่างนั้น เหตุเกิด วันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๔๗ ผมตอนนั้นไม่เปึนอะไรเลยครับ แล้วผมไม่ต้องมารับผิดชอบ รายละเอียดอะไรต่าง ๆ จะสอบจะสวนอย่างไรผมไม่เคยรู้เลย ไม่เคยทราบเลยว่า อะไรเปึนอะไรอย่างไร แต่ผมทราบในความทรงจําของผมก็คือว่ามีจํานวนถูกต้อง ผมบอก ตัวเลขถูกต้อง ผมเข้าใจว่ายืนกันไปแล้วก็ยืนเบียด ๆ แล้วก็ล้มทับกันไปแล้วก็ตาย แล้วก็บอกการที่ผมไปพูดจาอย่างนั้นกลายเปึนว่าผมทําความกระทบกระเทือน ตายจริง อย่างนี้ แล้วต่อไปนี้เปึนอย่างไร ต่อไปนี้ต้องประกาศเลยว่าผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ต้องไม่พูดหมด ในประเทศก็ไม่พูด ไม่พูดมานาน ไม่พูดเปึนเดือนแล้วก็เพราะแบบนี้ ละครับ ทั้งหมดนี้เวลาว่าไปก็บอกว่าเปึนอย่างไรไปลงสื่อ ก็สื่อมันลงอย่างไรละครับ คนไปแปลความใส่ข้อความให้เต็มหมด แปลความให้เต็มเสียหมด ดัดแปลงเติมแต่ง ทั้งหมด แล้วคนสัมภาษณ์ก็ไม่ได้อ่าน คนอ่านที่จะเอาไปสัมภาษณ์มันกลายเปึนอย่างที่ว่า เพราะฉะนั้นผมก็ขอเรียนนะครับว่าแต่ละข้อแต่ละตอนที่ท่านพูดมานี้ผมก็ต้องขอเรียน นิดหนึ่ง ขอชี้แจงนิดหนึ่ง เรื่องกังวลอะไรต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นทั้งหมดนี้บนเขาพระวิหาร ก็อธิบายความกันให้ฟัง แต่ว่าผมต้องแสดงความรู้สึกนึกคิด ผมจะต้องพูดถึงว่า เพราะสิ่งที่เวลาพูดจากันนั้นพูดกันให้เห็นชัดเจนเลย เหมือนกับว่าต้องคิดเอาคืนมาแล้ว ต่อไปนี้ แสดงกันออกมาเต็มหมด จะได้คะแนนอะไรต่าง ๆ คือจํากันได้ไหม แต่ผมบอกต้องคิดสิครับว่าบ้านเมืองของเรานี้มีเพื่อนบ้านรอบบ้านเปึนอย่างไร ผมก็อธิบาย ให้ฟัง แล้วผมก็ต้องบอกจริง ๆ ว่าต้องเสียงดังหน่อยที่ต้องพูดว่าถ้าอย่างนี้บ้านเมือง จะเปึนอย่างไร ผมแน่ใจนะครับว่าเมื่อผมถูกอภิปรายนั้นก็เพราะเหตุว่าระยะเวลาสั้น ก็ไม่มีเนื้อหาอะไรต่าง ๆ แล้วก็กล่าวหาทุจริตเรื่องอะไรก็ไม่มี เพราะฉะนั้นก็เขียนมา เพราะว่าการที่ไม่กล่าวหาทุจริต ไม่อะไรต่าง ๆ ก็เลยจะต้องเขียนมาแล้วแยกออกมา ๙ หัวข้อ แล้วพยายามดึงให้หมด ทั้งหมดนี้ละครับ ผมใช้คําว่า แค่น มันต้องอย่างนั้น เพราะว่ามันไม่น่าก็จัดการทํามาก็อย่างที่ว่านี้ เขียนไปพูดไปทําไป จนกระทั่งสุดท้าย ท่านอดีตหัวหน้าพรรคฝ์ายค้าน ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีท่านก็ต้องลงมาแสดงด้วย ลงมาด้วย ผู้ที่อภิปรายวันนี้ถ้าจะมีการให้รางวัลการอภิปรายยอดเยี่ยมคือ คุณบัญญัติ บรรทัดฐาน อย่างนี้เราฟังแล้วก็ไม่นั่นเลย ฟังได้เลยครับ ฟังแล้วเข้าใจหมด นิด ๆ หน่อย ๆ อยากตอบยังไม่ต้องตอบเลยเพราะนี่คือการอภิปราย หัวท้ายไม่มีใครท้วงเลยครับ นี่ละครับมาตรฐาน ของท่านนายกรัฐมนตรีก็มาตรฐานครับ เสียงท่านทุ้ม ท่านนุ่มนวล อย่างนี้ไม่มีปัญหา แต่พอถึงตรงที่น่าจะตื่นเต้นผมคลายความตื่นเต้นหมดเลย เพราะผมเห็น อ่านออทอพซี (Autopsy : การชันสูตรพลิกศพ) ต่าง ๆ ดูต่าง ๆ หมด พอเสร็จเรียบร้อย บอกว่าเพราะผมพูดไม่ระมัดระวัง กระทบกระเทือนจิตใจ ต้องนึกถึงญาติพี่น้องเขายังอยู่ ผมไม่ได้เตรียมตัวมาเปึนนายกรัฐมนตรีนะครับ แต่ว่าผมเปึนได้เพราะว่าผมอยู่ในแวดวง การเมือง แต่การสัมภาษณ์ที่เปึนนายกรัฐมนตรีแล้วก็ถาม ผมตอบเท่าที่ผมรู้แล้วผมไม่คิดว่า เปึนการเสียหาย จะซีเอ็นเอ็น จะอัล-จาซีราห์ ตามสัญชาตญาณของผม ผมไม่มีนั่นเลย จะผู้หญิงผู้ชายมาถามอย่างนั้น คําถามถามว่า อายุ หน้าตายังอ่อน ๆ มาถามเรื่องที่เกิดขึ้น ๓๖ ป้ที่แล้ว ผมก็ต้องย้อนถาม สํานวนผมเปึนอย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้นก็ขอความกรุณา เถอะครับว่าเรื่องอะไรต่าง ๆ ทั้งหมดนี้ผมอยากจะบอกสุดท้ายหน่อยเดียวเท่านั้น ไม่อยากจะไปทําอะไรท่านมากหรอกครับ ผมเองนั้นเมื่อเวลาที่ไปทํางานทางการเมืองกับคนที่เขาทําปฏิวัติมันก็เหมือนกับ ถูกกฎหมายป่ดปาก เพราะว่าทางนั้นเขาเชิญคุณธรรมนูญ เทียนเงิน ไป คุณธรรมนูญ ไม่รับ ท่านอาจารย์ธานินทร์ก็เคยสอนหนังสือมา ท่านสอบปากเปล่าผมด้วย ผมไปเปึน เพื่อนคุณธรรมนูญท่านก็ถามว่าผมเปึนได้ไหม เปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการอยู่ เปึนรัฐมนตรีว่าการ หลุดเข้าไปวงจรนั้นก็ ๑ ป้ นั่นล่ะครับกฎหมายป่ดปากผมเลย จะทําอะไรก็ไม่ได้ แต่ว่าเมื่อเวลาที่มีเหตุที่ว่ามันเกิดเหตุเปึนอย่างนี้ก็ต้องคิดถึงบ้าง สิครับว่าระบบที่เรารักกันนักหนา ระบบประชาธิปไตย ระบบที่ไม่อยากให้ใคร ไม่อยากให้ เผด็จการมายึดครองต่าง ๆ เมื่อเวลาครั้งนั้นก็จะเห็นชอบเห็นงามกันทั้งนั้นผมก็ไม่ว่า แต่ว่าทําไมเวลาทางซีกผมเห็นว่าเมื่อร่างรัฐธรรมนูญไม่ดีแล้วเราจะขอแก้ ทําไมกลายเปึน คนผิดคนร้ายไปได้อย่างไร กลายเปึนคนจุดชนวนความร้าวฉานในบ้านเมืองได้อย่างไร ผมยกตัวอย่างให้ฟังผมพูดชัดเจน มาตรา ๓๐๙ ผมบอกไม่เอา มาตรา ๒๓๗ บอกเอามา ท่อน ๒ ผมตรงไปตรงมาไม่พูดอะไรอย่างนั้นเลย และที่พูดตรงไปตามมาก็คือว่า อีก ๓ เดือนจะแก้ ก็แน่ใจครับอีก ๓ เดือน ก็คิดอย่างนั้นจริง ๆ ในเวลาแถลงนโยบาย ก็อธิบายความให้ฟังไว้ว่าเขียนไว้จะตั้งอะไรมาตรวจสอบจะดูแลก็ตั้งใจอย่างนั้น แต่อยู่ดี ๆ ก็ไม่ทํา แต่ว่ามันมีกรณีที่วินิจฉัยกันไม่รู้จักแล้วจักรอด ไป ๆ มา ๆ คนพรรคพลังประชาชนโดน ต่อไปพรรคชาติไทยโดน ต่อไปพรรคมัชฌิมาธิปไตย โดน ๓ พรรคเข้าคิวอย่างนี้ ผมก็บอกอย่างนี้ต้องขอพิจารณาแก้ไข แล้วแก้แล้วตรงนี้ ไม่หลุดหรอกครับ ๓ พรรคนี่จะตายก็ต้องตายครับ แต่ว่าพรรคที่จะเกิดมาวันข้างหน้า จะได้รับการแก้ไขคือ มาตรา ๒๓๗ ท่อน ๒ จะได้ไม่มี มันจะได้ปลอดภัยขึ้นในทางการเมือง ก็คิดอย่างนั้นละครับ ก็จึงต้องกลับมาแก้ ก็ไม่เห็นเสียหายนี่ครับ พูดว่าอีก ๓ เดือน จะไปแก้ ตอนนี้มันมีเหตุ มันมีเหตุเราก็จะแก้ตามที่เหตุ แล้วก็เขาเขียนรัฐธรรมนูญ มาอย่างนี้ทําไมการชื่นชมรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ไม่ดีหรือครับ ก็ประคับประคองธงเขียว ธงเหลือง ว่ากันแทบตาย ดีนะครับ แล้วก็ยังใช้ดี ๆ มันก็ยังดีอยู่ แต่ว่า ๓ ป้แรกไม่ได้ใช้ เพราะคุณชวลิตท่านลาออก มาใช้เอากันแบบใหม่ มีนักการเมืองเศรษฐีมาเล่นการเมืองเข้า ก็เปึนอย่างนี้ ผมพูดหลายหนพูดในที่สาธารณะเลยว่า เมื่อป้ ๒๕๔๔ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ ชนะเลือกตั้งการเมืองเมืองไทยจะไม่เปึนอย่างนี้เลย ก็จะเดินไปด้วยดี พรรคประชาธิปัตย์ จะเปึนคนใช้รัฐธรรมนูญ ใช้เปึนใช้ไม่เปึนไม่รู้แต่จะไม่มีเรื่องเลย แล้วผมก็พูดที่ไหน ผมปาฐกถาผมบอกว่ามันเปึนเวรกรรมจริง ๆ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ได้รับเลือก ๑๒๖ เสียง ก็จะไม่มีเรื่องอีก ได้รับ ๑๒๖ เสียง ก็อภิปรายรัฐมนตรีได้ทั้งฝูง นายกรัฐมนตรี ๒๐๐ เสียง มากไป ถ้า ๑๒๖ เสียง ได้ทั้งฝูงสถานการณ์ก็มีลมหายใจก็รอดกันไป แต่มันออกมา ๑๒๓ เสียง อภิปรายไม่ได้เลย มันกลายเปึนว่ารัฐบาลนี้วิเศษไหม แต่เขาไม่ได้เขียน รัฐธรรมนูญนะครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เขาไม่ได้เขียนหรอกคนอื่นเขียน เขาเปึนเศรษฐี มาเล่น เขามีความคิดใหม่มา ผมปาฐกถาเรื่องการเมืองผมพูดชัดเลย เปึนการเทียบเคียง กันระหว่าง ๒ คนกับผม ออกชื่อ คุณชวน หลีกภัย ออกชื่อ คุณทักษิณ ชินวัตร ผมบอก ๒ สไตล์นี่เห็นชัดเลย คุณชวนท่านบริหาร ๓ ป้ ผมเรียกเปึนราชการนิยม คุณทักษิณ เรียกว่า เปึนเหมือนกับพาณิชย์นิยม ผมเวลาพูดใช้ภาษาฝรั่งเปึน คอมเมอร์เชียล (Commercial) อันหนึ่งเปึนบูรอคคราซี (Bureaucracy : ระบบราชการ) ๒ ท่านนี้เห็นชัด เลยครับ คิดแบบท่านนายกรัฐมนตรีชวน ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ คิดแบบนายกรัฐมนตรี ทักษิณ เสี่ยง ผมพูดทางการเมืองเหมือนกันผมก็พูดอย่างนี้ ไม่มีอะไรอื่นเลยครับ แล้วอยู่มาวันหนึ่งมันก็พลิกปัูบกันมาเพราะเหตุว่า เพราะนายกรัฐมนตรีที่แล้ว ไม่ระมัดระวังตัว คนรอบตัวไม่ดี เขาเห็นเขารู้ชัดกันอยู่ แล้ววันหนึ่งก็เล่นกันจนกระทั่ง ต้องปลิดขั้วทิ้ง แล้วก็ทหารเข้ามา เท่านั้นละครับ แต่ตอนความเจ็บช้ําน้ําใจผมไม่ได้อะไร กับเขาด้วย ผมไม่อยู่ในแวดวงการเมือง ผมพ้นไปแล้วครับ ผมเปึนวุฒิสมาชิกได้รับเลือก อยู่ได้ ๕ เดือน เขามาปลิดผมทิ้ง เพราะฉะนั้นเมื่อเวลามีคนมาชวนผมก็ต้องบอกว่า ผมรับคําชวนเพราะผมเสียหายเหมือนกัน ยังอยู่ในสถานะก็ทําได้ ความจริงเขาชวน ๒ คน เขาชวนคนอื่นก่อน แต่คนอื่นไม่ยอมรับเขาถึงมาชวนผม ผมก็บอกผมไปถือธงให้ ผมจะดูแล แล้วผมทํางานการเมืองจริง ๆ ผมกระโดดลงไปทําเต็มตัว ก็สิทธิของผมครับ คนเขาเคยเปึน ส.ส. มาแล้ว เขามารวมกันมันก็ไม่ค่อยยากเท่าไร แต่ว่าก็ต้องสู้ ก็ต้อง เห็นเลย ความไม่เรียบร้อยที่มาผมไม่อยากจะพูดอะไรอื่น แล้วก็ดําเนินกิจกรรมกันมา แต่ว่าเดินมาด้วยกันอย่างนี้ก็เห็น แต่ฟังท่านหัวหน้า ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีพูดแล้ว บอกว่าให้เคารพกฎเกณฑ์ ให้เคารพที่มาที่ไป ผมเคารพที่มาแบบที่มันไม่เข้าท่าไม่ได้หรอก รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ผมก็ไม่ลงคะแนน แต่ผมก็บอกว่าพอใช้ได้ก็ใช้สิครับ แต่อ้ายนี่ ฉีกรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ทิ้งไป ตอนฉีกรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ไม่มีใครว่าเลย แต่พอจะ ขอเขียนใหม่เขียนไม่ดี พอจะขอแก้กลายเปึนความผิด กลายเปึนความพัวพัน ผมถึงได้ สลัดความพัวพัน ผมพูดได้อย่างไร พูดเปึนครั้งแรกเลยคนที่พูดว่าจะเอามาตรา ๒๓๗ อันเดียวนั้น ชื่อนายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี จะแก้มาตรา ๒๓๗ อันเดียว ผมให้สัมภาษณ์ มาแต่ไกลเลย นพดล ปัทมะ ให้สัมภาษณ์ตรงกันเพราะเขาอยู่ต่างประเทศ ผมอยู่ ในประเทศ ผมบอกมาตรา ๓๐๙ ไม่เอา ไม่เอาครับ เพราะรู้ว่าถ้าแก้ได้ก็ต้องถูกตีความ กันอีกว่าไม่ได้ประโยชน์ เราต้องการจะแก้ผมพูดชัดเจนใครฟังก็เข้าใจ ผมบอกผมไม่ชอบ อย่างพวกเขตละคน คนละเขต ดันกลับไปพวงเล็ก ๔๐๐ คน ดี มาตรา ๑๕๗ ใคร ๆ ก็อยากแก้อันนี้ วุฒิสมาชิกเหลื่อมกัน ๗๖ ๗๔ ใคร ๆ ก็อยากแก้อันนี้ มีหลายข้อเมื่อเช้านี้ ท่านสมาชิกเชาวรินก็บอกอยากจะแก้มาตรา ๑๗๐ กว่าอะไรก็ไม่ทราบได้ ต่างคน ก็ต่างเห็นแต่ว่าเรามีสิทธิจะบอกให้เคารพในหลักเกณฑ์ หลักเกณฑ์ที่เขียนไว้ไม่ดี ผมเคารพไม่ได้หรอกครับ แล้วการยื่นขอแก้ก็ไม่ได้เปึนการทําลายบรรยากาศ แต่ว่า การหาเหตุเอากันอะไรต่าง ๆ ฟังแล้วก็เอาเถอะครับ ผมก็บอกเลยว่าก็เอาเถอะ เขียนญัตติอย่างนี้ก็ต้องรุนแรงอย่างนี้มีอะไรแปลก ๆ ขุดเอามาว่ากล่าวกัน ผมก็บอก ผมไม่วิจารณ์หรอกครับ ถ้าเผื่อว่าพรรคพวกด้วยกันไม่อาย ผมอาย เสร็จแล้วก็มาเจอ ปรากฏการณ์มีหมอมาตรวจกันกลางสภา คุณบัญญัติอภิปรายถูกต้องตามหลักเกณฑ์ ไม่มีใครทักท้วง เพราะฉะนั้นที่ผมท้วงท่านอดีตนายกรัฐมนตรี เพราะว่าผมไม่เคยรู้สิ่งที่ ท่านพูดเลยและผมมีสิทธิจะพูดเต็มที่ เหตุเกิดวันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ ผมไม่มีอะไรจะทําเลยครับ และต่อมาผมก็มาทํางานโทรทัศน์ซึ่งผมไม่ได้รับรู้เรื่องนี้เลย แล้วผมก็ให้สัมภาษณ์ตามความรู้เดิมของผม ขอพูดแค่นี้ละครับไม่ได้วกวนไม่ซ้ําซาก แต่ขอให้รู้ว่าการจะโยงใยกล่าวหาท่านทําได้ครับ แต่ผู้คนทั้งบ้านทั้งเมืองฟังเขาคงจะต้อง รู้ครับว่านี่จะเอากันอย่างนี้ก็เอาสิครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านที่ปรึกษาครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมก็เกริ่น เอาไว้ตั้งแต่ต้นนะครับว่า ถ้าสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดว่าพวกเขาตายเพราะล้มทับกันเอง ถ้าท่านไม่ทราบผมพอเข้าใจ แต่ว่าถ้าท่านทราบแล้วท่านยังไปกล่าวหาว่าเขาล้มทับกันเอง ไม่ใช่เพราะมีการเอาคนเหล่านี้ขึ้นไปซ้อนทับกัน อย่างนี้ถือว่าท่านบิดเบือนแล้ว แต่เมื่อ ท่านยอมรับว่าสิ่งที่ท่านพูดให้สัมภาษณ์ขณะนั้นท่านไม่ทราบมาก่อน ผมเข้าใจครับ ถ้าอย่างนั้นเรามีทางออกก็คือว่าผมเสนอแนะนะครับ เพราะว่าท่านได้พูดไปแล้วมันกระจาย ไปทั่วโลก อัล-จาซีราห์ออกอากาศ ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีต้องปรับข้อเท็จจริง ที่ท่านพูดไว้ว่า ความจริงแล้วข้อเท็จจริงเกิดขึ้น จริง ๆ มันคืออะไร กระผมว่าจะมีส่วนที่ลด ความรุนแรงของความรู้สึกของพี่น้องเราที่เขาอยู่ในฐานะที่ดูเหมือนว่าได้รับเคราะห์กรรม ตายแล้วก็ยังถูกบิดเบือนอีก ผมไม่เข้าใจ อันเดียวก็คือเมื่อท่านไม่รู้แล้วทําไมไปยืนยันว่า ล้มทับตาย ผมเสนออย่างนี้ครับ ถ้าทําได้จะเปึนประโยชน์ครับ
เชิญท่านนายกรัฐมนตรี
ท่านประธานครับ ผมไม่รู้ แล้วผมรู้เท่าที่รู้ผมก็พูดเท่าที่รู้ แล้วอย่างไรละครับ ไม่รู้ถึงไป ยืนยัน ก็ผมรู้เท่าที่ผมพูดไปนั่นละครับผมก็พูด ถ้าเผื่อผมฟังวันนี้แล้วผมยังไปยืนยัน นั่นละครับผมเปึนคนเลวจริง เปึนคนทําให้เสียหายจริง นี่ผมไม่เคยรู้เลย ไม่เคยรู้ว่า มีการตรวจสอบออทอพซี ไม่เคยรู้เลย เพราะฉะนั้นผมไม่รู้ครับ เมื่อไม่รู้แล้วผมพูด ตอนนั้นว่าผมไม่รู้เลยผมก็พูดไป แต่ถ้าเปึนความเสียหายผมจะหาคนที่เขาอธิบายความ ให้ฟัง ต้องโปรดกรุณาเข้าใจด้วยว่าเรื่องพรรค์อย่างนี้ไม่มีทางเลยครับว่าจะเปึน พฤติการณ์พฤติกรรมผมที่ทําอะไรให้เสียหาย ไม่รู้จักเสียหาย ขอบพระคุณที่ให้ข้อมูลครับ
เชิญท่านนพดล คุณเจะอามิงมีอะไร
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ในกรณีเหตุการณ์ของผู้เสียชีวิตตากใบเปึนเรื่องที่อยู่ในพื้นที่ที่ผมรับผิดชอบอยู่ ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับว่า สิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครได้ให้สัมภาษณ์ความรู้สึก ของพี่น้องประชาชนเขามีความรู้สึกต่อท่านนายกรัฐมนตรี เขามีความรู้สึกว่านายกรัฐมนตรี ไม่ให้เกียรติและไม่รักษาศักดิ์ศรีแห่งความเปึนมนุษย์ของเขา โดยเฉพาะในประเด็นที่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปพูดถึงว่าคนเสียชีวิตเพราะเดือนอะไรนั้นไม่รู้ เสียชีวิตเพราะไม่ได้ ทานอาหาร ผมเรียนอย่างนี้ว่าการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้จากความไม่รู้ นี่ละครับนําไปสู่ปัญหาเพิ่มขึ้น สิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีชวน ท่านที่ปรึกษาชวน หลีกภัย ได้พูดถึงนั้นเปึนข้อเท็จจริง การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ถ้าไม่รู้จริงก็ควรพูด น้อย ๆ หน่อย ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานครับ ผมอยากเรียนนิดเดียวเท่านั้นเอง บัดนี้ในความดูแลของผมในระยะเวลา ๔ เดือนที่ผ่านมา เมื่อวานซืนนี้ผมก็เอาสถิติมาอ่าน มันเปลี่ยนแปลงไปครึ่งต่อครึ่ง อยู่ในทางดีขึ้น แต่เวลาเขาไม่พอใจเขาก็อาละวาดสักทีหนึ่ง แล้วเราบอกว่าเราไม่เคย ประกาศชัยชนะอะไรเลย ก็พยายามถ่อมตัว ความเปลี่ยนแปลงมันเปลี่ยนแปลงไม่ใช่ เพราะฝ้มือผมนะครับ เพราะคนที่เขาทําหน้าที่และผมเปึนหัวหน้าอยู่ เขาทําหน้าที่ ของเขาก่อนตั้งแต่เดือนตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม มกราคม กุมภาพันธ์ เขาทํางาน มาแล้ว ๔ เดือน แล้วผมก็มาต่ออีก ๔ เดือน ในระยะเวลาแค่ ๔ เดือนที่ผ่านมานี้ก็อาจจะ เปึนโชคดีของผมหน่อย แต่ความจริงมันดีมาก่อนแล้ว ๔ เดือน มันค่อยยังชั่วขึ้น มันเบาบางขึ้น ผมลงไปเยี่ยมทางใต้ผมก็สงวนถ้อยคํา ผมไปวัด ผมต้องไปมัสยิด ต้องไป มัสยิดก่อนวัดด้วยผมก็ไป ผมแวะเยี่ยมทหารอะไรต่าง ๆ ผมทําหน้าที่ผม แล้วถ้อยคํา ผมก็ไม่ได้พูดจาโผงผาง ผมได้รับการแนะนํามาผมบอกว่าผมก็ต้องทําหน้าที่ ถ้าผมไป ผมก็จะไปอีก สําคัญที่สุดก็คือได้ทําแล้วครับ แต่ที่พูดกันชัด ๆ อธิบายความหยก ๆ ว่าไม่รู้ แล้วก็มาย้อนเอาคําว่า เพราะไม่รู้นี่แหละทําให้เสียหาย อ้าว ถ้ารู้แล้วยังทําอีกสิครับ ถึงจะเสียหาย นี่ไม่รู้มันมีอะไรอยู่อย่างไร คือการให้สัมภาษณ์แบบนั้นผมไม่ได้คิดว่า ผมได้ทําอะไรเสียหาย แต่ว่าถ้าหากมันเกิดความเสียหายเพราะอย่างนั้น ผมก็ขอบคุณ ที่เอาข้อมูลมาให้ แล้วก็จะหาทางจะบรรเทากันอย่างไรสุดแท้แต่ แต่ข้อสําคัญสุดยังยืนยัน เปึนทํานองว่าไม่รู้ทําให้เสียหาย ไม่ครับ ผมมาอยู่ ๔ เดือน ผมไม่ได้ทําอะไรให้เสียหาย ตรงกันข้ามสถานการณ์ดีขึ้นด้วย เรื่องอย่างนี้ผมระมัดระวังมากในเรื่องภาคใต้ แล้วผมเองต้องเปึนคนรับผิดชอบหัวแถว แต่คนรอง ๆ ไปเขาดี ผมไม่ได้ลงไป แต่ผมก็ ประชุมครับ แล้วจะขออะไรจะทําอะไรผมอนุมัติทั้งนั้น ทุกอย่างจะทําให้หมด แต่ว่าวันนี้ ประหลาดใจว่าเวลาที่หาญัตติอย่างนี้มาแล้วก็มาโดนอันนี้เข้า ก็ไม่ว่าอะไรหรอกครับ ก็ตื่นเต้นตอนแรก แล้วก็คลายใจว่าผมต้องยืนยันว่าผมไม่รู้ ขอบคุณครับ
เชิญท่านนพดล
ท่านประธานครับ
เดี๋ยวครับ ให้ทางฝ์ายรัฐบาล ท่านขอร้อง ท่านมีสิทธิที่จะ
ประเด็นผมเกี่ยวพันกับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ
เชิญนั่งก่อนครับคุณเทพไท เดี๋ยวจบแล้วจะให้คุณต่อ
ท่านประธานครับ แล้วผมละครับ
เช่นเดียวกันครับ
ขอบคุณครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ความจริงกระผมไม่อยากใช้เวลาของสภามาก เพราะมีสมาชิกพรรคฝ์ายค้านหลายท่าน ที่ยังรอการอภิปราย แต่เนื่องจากมีสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ๒ ท่าน ได้สอบถามเรื่องปราสาท พระวิหาร โดยมีท่านแรกก็คือ ท่านอดีตหัวหน้าพรรคบัญญัติ บรรทัดฐาน ผู้ซึ่ง ผมเคารพนับถือ อีกท่านหนึ่งก็คืออดีตนายกรัฐมนตรี ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ซึ่งเปึนผู้ใหญ่ ที่ผมให้ความเคารพเปึนอย่างสูง ผมอยากจะกราบเรียนว่าเรื่องที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย ได้พูดคุย ได้พูดถึงเกี่ยวกับเรื่องบันทึกความตกลงเรื่องการปักปันเขตแดน ที่มีการเซ็นระหว่างไทยกับกัมพูชา ในช่วงที่หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร เปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศนั้น เปึนความจริงที่มีการเซ็นเมื่อป้ ๒๕๔๓ ซึ่งในขณะนั้นตัวกระผมเองเปึนเลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สิ่งซึ่งเราเซ็นเอกสารฉบับนี้เปึนบันทึกความตกลง ในแง่ของการปักปันเขตแดน เปึนเพราะว่าเราตระหนักว่าระหว่างไทยกับกัมพูชามีปัญหา เรื่องพื้นที่ทับซ้อน อย่างที่ผมกราบเรียนไปครับว่าพื้นที่ทับซ้อนมันเกิดขึ้น เพราะเรา ยังยืนยันว่าเส้นเขตแดนของเราใช้แนวสันปันน้ํา แต่กัมพูชาใช้เส้นเขตแดนอื่น ที่เขาอ้างว่า คําวินิจฉัยของศาลโลกตัดสินให้เขาใช้เส้นเขตแดนนั้นซึ่งไม่ตรงกัน อันนี้เราก็ยืนยันว่า เรายังใช้เส้นเขตแดนของเราอยู่ จึงมีปัญหาเรื่องต่างฝ์ายต่างอ้างสิทธิในพื้นที่นั้น ซึ่งที่เรียกว่าพื้นที่ทับซ้อน ๔.๖ ตารางกิโลเมตร ข้อตกลงนี้เปึนการยืนยันครับว่าพื้นที่ ทับซ้อนนั้นมีอยู่ จึงมีข้อตกลงในแง่ของการปักปันเขตแดนกันทางบก ทีนี้มีประเด็นเดียว ที่ผมอยากจะกราบเรียนตอบข้อซักถามของ ฯพณฯ อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ซึ่งผมเคารพรัก เปึนอย่างสูง ก็มีประเด็นที่ท่านพูดในทํานองที่ว่ามีฝ์ายการเมืองไปขอให้กองกําลังสุรนารี ไม่ให้ดําเนินการบางประการในแง่ของการผลักดันหรือแง่ของการจัดการในพื้นที่ทับซ้อนนั้น ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าฝ์ายการเมือง ผมไม่ทราบว่าฝ์ายการเมืองในช่วงใด แต่ถ้าเปึนในช่วงที่กระผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และฝ์ายการเมืองไม่เคยที่จะไปขอให้ทางกองกําลังสุรนารีได้ไปดําเนินการใด ๆ ที่ไม่ควร กระทํา การดําเนินการในพื้นที่กระทรวงการต่างประเทศไม่มีความชํานาญเท่าทหาร หรือเพื่อนทหาร หรือเพื่อนทหารพราน หรือตํารวจตระเวนชายแดนที่อยู่บริเวณพื้นที่ เพราะฉะนั้นเราจะไม่เข้าไปก้าวล่วงครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าไม่มีการเข้าไปสั่งการ จากฝ์ายการเมืองให้ไประงับหรือยกเว้นไม่ดําเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น นอกจากนั้นในทาง ตรงกันข้ามบันทึกช่วยจําหรือเอด-เมมัวร์ (Aide-memoire) ที่เพื่อนสมาชิกพรรคฝ์ายค้าน ได้เอามาอภิปรายเมื่อวานนี้ ในเรื่องของการคัดค้านการบุกรุกพื้นที่ทับซ้อนของเรา ในวันที่ ๑๐ เมษายน ที่ไปยื่นนั้นเปึนเพราะผมเปึนคนสั่งการให้ไปยื่นคัดค้านครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศได้ดําเนินการปกปัองอธิปไตย และคัดค้านในเรื่องของการบุกรุกพื้นที่ทับซ้อนมาอย่างต่อเนื่อง ท่านประธานที่เคารพครับ สําหรับประเด็นที่ท่านอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน ได้ซักถามผม แล้วขอให้ผมตอบมีอยู่ ๒ เรื่อง
เรื่องแรก ถามว่าทําไมพูดในทํานองว่ากระทรวงการต่างประเทศไปเร่งรีบ รวบรัด ตัดความ ต้องใช้คําว่า รวบรัดตัดความไปเซ็นเอกสารหรือไปสนับสนุนให้มี การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร เนื่องจากท่านถามอีกครั้งหนึ่งผมก็เลยจําเปึน ที่จะต้องใช้แผนที่ประกอบอีกครั้งหนึ่งครับ เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ติดตามการอภิปราย ในสภาผู้แทนราษฎรได้ทราบข้อเท็จจริงครบถ้วน ผมกราบเรียนในเบื้องต้นว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ปกปัองอธิปไตยและดินแดนของไทยครับ ไม่ได้ทําให้ไทย เสียดินแดนตามที่มีหลายท่านได้เข้าใจคลาดเคลื่อน กราบเรียนอีกครั้งหนึ่งครับว่า แผนที่ที่ทางกัมพูชาได้ขอทะเบียนตัวปราสาทในครั้งต้น ก็คือมีตัวปราสาทแล้วก็มีพื้นที่ ทับซ้อนอย่างที่ผมได้นําเสนอเมื่อคืนนี้ตอน ๕ ทุ่ม ซึ่งพี่น้องคนไทยหลายคนก็อาจจะ เข้านอนแล้ว พื้นที่เส้นเขตสีแดงคือพื้นที่เส้นเขตแดนของไทย กรวยสีเขียวนี้คือพื้นที่ ที่ทางกัมพูชาประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนเปึนตัวปราสาทบวกพื้นที่ทับซ้อน ที่เรายอมรับ ไม่ได้แล้วก็คัดค้านอย่างต่อเนื่อง ก็เปึนเพราะว่านอกจากตัวปราสาทซึ่งเปึนของกัมพูชา แล้วยังเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อนของประเทศไทย กล่าวในภาษาชาวบ้านก็คือ นอกจาก จะขึ้นบ้านของท่านแล้วก็ยังมารุกล้ําสนามหญ้าของบ้านเรา อันนี้ขยายใหญ่ให้ดูชัดเจน ก็คือเขาขอขึ้น ๑ บวก ๒ นะครับ ๑ ก็คือตัวปราสาท ๒ คือพื้นที่ทับซ้อน ถ้าเขาขึ้น ๑ อย่างเดียวเราไม่คัดค้านครับ เพราะตัวปราสาทเปึนกรรมสิทธิ์ของเขาตามคําวินิจฉัย ของศาลโลก แต่ในเมื่อเขาขึ้นรุกล้ําเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อน นั่นจึงเปึนสาเหตุที่เราต้องคัดค้านมา อย่างต่อเนื่อง เพราะพื้นที่ทับซ้อนสีม่วงนี้เปึนพื้นที่ที่ประเทศไทยอ้างว่าเรามีอธิปไตย แล้วเรายืนยันมาโดยตลอด ด้วยเหตุนี้จึงจําเปึนที่เราจะต้องเจรจาเพื่อที่จะให้กัมพูชา ได้เปลี่ยนแปลงจํากัดการขึ้นทะเบียนตัวปราสาทเฉพาะตัวปราสาทพระวิหารซึ่งเปึน กรรมสิทธิ์ของกัมพูชา การเจรจามาอย่างต่อเนื่องและได้ข้อยุติว่ากัมพูชาจะต้องไป เปลี่ยนแปลงแผนผัง แผนที่ทุกอย่างที่เคยขึ้นและเปึนการละเมิดอธิปไตยของประเทศไทย ออกไปจึงทําแผนผังขึ้นมาใหม่ตามสิ่งซึ่งผมได้นําเสนอท่านประธานเปึนแผนผัง จะเรียกเปึนแผนที่หรือแผนผังมันก็คือแผนผังละครับ ก็คือการกําหนดขอบเขตของ ตัวปราสาท ซึ่งเมื่อทางกระทรวงการต่างประเทศได้รับแผนผังมาแล้วเราไม่มี ความสามารถในการที่จะไปตรวจหรอกครับว่าแผนผังนี้ล้ําเข้ามาในพื้นดินของ ประเทศไทยหรือไม่ ก็จึงให้ทางกรมแผนที่ทหารไปตรวจสอบ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเราจําลองภาพนี้ก็จะเห็นได้ชัดว่าตัวปราสาทคือหมายเลข ๑ พื้นที่ทับซ้อนคือ หมายเลข ๒ สีม่วง กัมพูชาได้ยืนยันชัดเจนจากแผนผังที่ส่งเข้ามาใหม่ก็คือว่าไม่มีการล้ํา เข้ามาในพื้นที่ทับซ้อนแต่อย่างใดทั้งสิ้น ก็คือขึ้นเฉพาะหมายเลข ๑ ไม่เอาหมายเลข ๒ กล่าวโดยสรุปก็คือขึ้นเฉพาะตัวบ้านเขาไม่มีสนามหญ้าบ้านเราพ่วงไปด้วย นี่ครับ ท่านอดีตหัวหน้าพรรค ขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่านคือ ท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน นี่คือสิ่งซึ่งไม่ใช่กระทรวงการต่างประเทศเปึนคนทําคนเดียวหรอกครับ เราได้ร่วมทํากับ กองทัพไทย เราได้ร่วมทํางานกับกรมแผนที่ทหาร แล้วท้ายที่สุดกัมพูชาจึงยอมที่จะ ขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทอย่างเดียว สิ่งนี้ผมอยากจะกราบเรียนว่าความสําเร็จของ การทํางานของรัฐบาลจึงเปึนความสําเร็จที่เราได้จํากัดการขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาท แล้วเรารักษาอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนและดินแดนของไทยได้ เพราะเราจํากัด ให้การขึ้นทะเบียนจํากัดเฉพาะตัวปราสาทซึ่งเปึนกรรมสิทธิ์ของกัมพูชาและไม่รุกล้ํา เข้ามาในพื้นที่ของไทย เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะกราบเรียนท่านว่าท่าทีดังกล่าวเหล่านี้ เปึนท่าทีที่กระทรวงการต่างประเทศได้นําเสนอให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ และได้นําเสนอ ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา และผมจึงมีอํานาจที่จะไปลงนามในคําแถลงการณ์ร่วม ซึ่งไม่ได้เปึนสนธิสัญญาดังที่ผมได้กราบเรียนเมื่อวานนี้ จึงไม่ต้องห้ามตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง เรื่องทั้งหมดก็มีเท่านี้ครับท่านประธาน ผมคิดว่าถ้าหากมีเพื่อนสมาชิกสงสัย อีกครั้งหนึ่ง ผมก็คงจะขอถือโอกาสได้ชี้แจงหลังจากที่เป่ดโอกาสให้เพื่อนสมาชิก พรรคฝ์ายค้านได้อภิปรายเพิ่มเติมครับ ขอบพระคุณครับ
ทางฝ์ายประชาธิปัตย์ยกมือ หลายท่านเหลือเกินครับ เมื่อกี้มี ๓ ท่าน แล้วผมอยากจะถามวิป ประทานโทษครับ ท่านอดีตหัวหน้าพรรค ท่านบัญญัติ เชิญท่านก่อนครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม บัญญัติ บรรทัดฐาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ความจริง ประเด็นของผมมีนิดเดียวเท่านั้นเองครับ คือเมื่อคืนนี้ผมได้ยินท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ท่านบอกว่าเหตุผลสําคัญที่ทําให้ท่านจําเปึนต้องเร่งสนับสนุน ให้กัมพูชาจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเปึนมรดกโลกหลังจากที่มีการเจรจา เรื่องแนวเขตกันได้เรียบร้อยแล้วตามสมควร เพราะท่านเกรงไปว่าถ้าไม่ทําเช่นนั้น ก็อาจจะเปึนความประมาทมากไป เพราะว่าเท่ากับมีการทิ้งคําขอจดทะเบียน ปราสาทพระวิหารเปึนมรดกโลกเดิมที่มีอาณาเขตครอบคลุมมาถึงพื้นที่ทับซ้อนด้วย ท่านเกรงไปว่าการปล่อยทิ้งไว้เช่นนั้นอาจจะเปึนความประมาทมากไปหรือไม่ เพราะไม่แน่ใจว่าท้ายที่สุดองค์การยูเนสโกอาจจะตัดสินใจรับจดทะเบียนในแบบนั้น ไปก็ได้ ซึ่งถ้าเปึนเช่นนั้นก็เท่ากับเราเสียดินแดน ท่านบอกว่าเพราะฉะนั้นที่ท่านทําไป เท่ากับท่านได้ช่วยกันรักษาดินแดนของประเทศไทยไว้แล้วส่วนหนึ่ง ท่านพูดข้างนอก ถึงขนาดว่าท่านควรจะได้รับดอกไม้แทนก้อนอิฐอะไรทํานองนั้น กระผมก็เลยเกิดข้อสงสัย ขึ้นมาว่าเปึนไปได้หรือ เพราะผมคิดว่ามันไม่มีทางเปึนไปได้เลยว่า ถ้าเราร้องคัดค้านไปยังองค์การยูเนสโก บอกให้รู้ว่าคําขอจดทะเบียนที่ยื่นคาราคาซังไว้นั้น ส่วนหนึ่งได้ผนวกเอาดินแดนของ ประเทศไทยเข้าไปด้วย ผมไม่เชื่อว่าองค์การยูเนสโกจะด่วนตัดสินใจเมื่อทราบข้อคัดค้าน ผมก็เลยถามต่อว่า มันเคยมีตัวอย่างไหมว่ากรณีเช่นนี้เขาไม่ฟังเสียงคัดค้าน แล้วก็ ตัดสินใจยอมรับจดทะเบียนไป แล้วเขามีอํานาจตามกฎหมายไหนที่จะมาผนวก เอาดินแดนเราเข้าไปเปึนมรดกโลกร่วมกับของคนอื่นในขณะที่เราไม่เต็มใจ ผมคิดว่า นั่นส่วนหนึ่ง
คําถามข้อที่ ๒ ซึ่งผมไว้เช่นเดียวกันก็คือว่า จนกระทั่งบัดนี้เราเข้าใจ แล้วหรือยังว่าทําไมในขณะที่เราพยายามเจรจากับกัมพูชาเพื่อขอทําเรื่องนี้ร่วมกัน แล้วทําไมกัมพูชาถึงไม่ยอม โดยขอทําฝ์ายเดียวเท่านั้น เท่านั้นละครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
จะตอบใช่ไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผมขออนุญาต ตอบข้อซักถามของท่านในประเด็นแรกก่อนที่บอกว่า ถ้าหากปล่อยให้เนิ่นช้าไป จะเสียหายหรือไม่ แล้วทางยูเนสโกจะเดินหน้าขึ้นทะเบียนหรือไม่ ผมอยากจะกราบเรียน ครับว่า เนื่องจากคําขอที่ทางกัมพูชาได้ยื่นไว้อย่างที่ผมเรียนเมื่อสักครู่นี้ว่ามีทั้ง ตัวปราสาทแล้วก็พื้นที่ทับซ้อน ทีนี้เราได้คัดค้านที่ประเทศนิวซีแลนด์เมื่อเดือนกรกฎาคม ป้ที่แล้ว ป้ ๒๕๕๐ แล้วประเทศไทยก็ประสบความสําเร็จในการคัดค้าน จนกระทั่งเลื่อนไป พิจารณาที่ควิเบกในเดือนกรกฎาคม ป้ ๒๕๕๑ อาจจะเปึนความเชื่อของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติเองครับว่าถ้าคัดค้านอีกครั้งหนึ่ง ทางยูเนสโกหรือคณะกรรมการมรดกโลก จะเลื่อนออกไป แต่ถ้ามันไม่เปึนไปตามความเชื่อของท่านใครจะรับผิดชอบครับ กระทรวงการต่างประเทศก็ต้องรับผิดชอบอยู่ดี ถ้าสมมุติว่าคณะกรรมการมรดกโลก ๒๑ ประเทศ หรือยูเนสโกเดินหน้าอนุมัติการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารบวกกับพื้นที่ ทับซ้อนของไทย ใครรับผิดชอบครับ กระทรวงการต่างประเทศก็ต้องรับผิดชอบ และทําไมโอกาสที่จะเกิดขึ้นเช่นนั้นเปึนไปได้ครับ เปึนเพราะว่าประเทศไทยได้คัดค้านมา ป้หนึ่งแล้วที่ประเทศนิวซีแลนด์ เขาเลื่อนมา ๑ ป้แล้ว แล้วเขาตั้งหน้าตั้งตาที่จะพิจารณา ในคราวนี้ เราก็มีการข่าวครับ เราก็มีข้อมูลพอสมควรว่าถ้าเราไม่รีบคัดค้าน ไม่รีบทักท้วง ไม่รีบให้กัมพูชาจํากัดการขึ้นทะเบียนตัวปราสาทโดยไม่รุกล้ําพื้นที่ของเรา โอกาสที่เขาจะ เดินหน้าขึ้นทะเบียนมีสูงครับ ผมอยากจะกราบเรียนเหตุผลที่ทําไมทางคณะกรรมการ มรดกโลกอาจจะเดินหน้าทุกครั้งที่เราคัดค้านเรื่องพื้นที่ทับซ้อน คณะกรรมการมรดกโลก จะพยายามพูดในทํานองที่ว่า ข้อ ๑๑ วรรคสามของอนุสัญญามรดกโลกบอกว่า การขึ้นทะเบียนมรดกโลกของสถานที่ที่มีรัฐมากกว่า ๑ รัฐ อ้างสิทธิเหนือดินแดนอธิปไตย หรือเขตอํานาจรัฐ จะไม่กระทบกระเทือนสิทธิของรัฐที่เปึนผู้พิพาท เขาคิดว่าแม้จะ ขึ้นทะเบียนตัวปราสาทหรือมีพื้นที่ทับซ้อนไปด้วย ก็อาจจะไม่กระทบกระเทือนถึง สิทธิของไทยบนพื้นที่ทับซ้อน คล้ายกับว่าเขาคิดว่าอนุสัญญา ข้อ ๑๑ (๓) หรือวรรคสาม มันช่วยคุ้มครองไทยอยู่แล้วจึงไม่มีปัญหาในการที่จะขึ้นทะเบียนตัวปราสาทบวกพื้นที่ ทับซ้อน ซึ่งความเห็นนี้ไม่สอดคล้องกับความเห็นของกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะ ที่ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผมไม่เอาอธิปไตยของไทยไปเสี่ยง หรือไปตายเอาดาบหน้าครับ นี่จึงเปึนสาเหตุที่ทําไมเราจึงจําเปึนจะต้องเร่งรัดในการ เจรจาและขอให้ทางกัมพูชาได้จํากัดการขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาท เรื่องก็มีเท่านี้ครับ ท่านประธาน กราบขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรครับ ขอถามครับว่าเหตุใดท่านจึงอ้างอิงหนังสือที่เสนอเข้าคณะรัฐมนตรีในวันที่ ๖ กรกฎาคม แต่ไม่อ้างอิงหนังสือลงวันที่ ๑๑ ซึ่งเปึนวันแจ้งมติ กระผมถามเรื่องนี้เพราะว่าข้อความ ของตัวมติจะต่างกับข้อความของข้อเสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรีในวันที่ ๖ ครับ ในวันที่ ๖ ท่านไปอ้างถ้อยคําในเรื่องของการกําหนดเขตเพื่อจะได้ทราบเรื่องของอธิปไตย แต่ผมเชื่อว่า ด้วยความรอบคอบของคณะรัฐมนตรีในขณะนั้นวันที่ ๑๑ มติจึงไม่ออกมาในเรื่องของ อธิปไตย แต่เปึนแนวเขตเพื่อปฏิบัติตามคําพิพากษาของศาลโลก กระผมไม่ทราบว่า ท่านมีเจตนาอะไรไม่เอาหนังสือที่แจ้งมติ แต่กลับไปเอาหนังสือคําเสนอเข้าสู่ คณะรัฐมนตรีมาชี้แจงต่อที่ประชุมแห่งนี้ เพราะผมเชื่อว่าท่านประธานก็ทราบว่าเราต้อง ยึดถือตัวมติ ไม่ใช่ตัวหนังสือที่เสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรี
ประเด็นที่ ๒ ก็พอดีสืบเนื่องมาจากข่าวเมื่อเช้าวันนี้ ก็คงจะคล้าย ๆ กับ เมื่อป้ ๒๕๐๕ คําชี้แจงท่านวันนี้ต่อสิ่งที่ทางกัมพูชาได้แนบอยู่กับแถลงการณ์ ท่านเริ่ม ตัดสินใจไม่ถูกแล้วว่าจะเรียกมันว่าแผนที่หรือแผนผัง ขอความกรุณาท่านชี้แจงหน่อยว่า ตกลงคณะรัฐมนตรีได้มีการเปลี่ยนแปลงถ้อยคําของมติคณะรัฐมนตรีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ใช่หรือไม่ เพราะมีรัฐมนตรีในคณะที่เห็นว่าหากไปใช้คําว่า แผนที่ จะมีปัญหามาก จึงขอให้เปลี่ยนไปใช้เปึนแผนผัง และผมเข้าใจว่ามีการขอทบทวนถ้อยคําในประเด็นอื่นด้วย โดยเฉพาะในส่วนของพื้นที่ที่ถูกระบุอยู่ในสิ่งที่แนบไปกับแถลงการณ์ร่วม คําถามของผม. ก็มีอยู่ว่าถ้าแก้ถ้อยคําตามมติคณะรัฐมนตรีแล้ว จริงหรือไม่ว่าแถลงการณ์ร่วมที่ท่านไป ลงนามจะไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของคณะรัฐมนตรี และเมื่อไม่ตรงแล้วท่านจะทําอย่างไร ในการที่จะไปขอแก้แถลงการณ์ร่วมให้เปึนไปตามเจตนารมณ์ของคณะรัฐมนตรี ผมต้องเรียนเรื่องนี้เพราะว่าอย่างนี้ครับ สิ่งที่แนบไปนี้ที่ท่านชูขึ้นมา ตอนนี้ท่านสับสนว่า จะเปึนแผนที่หรือแผนผังท่านไปเซ็นแถลงการณ์ร่วมที่ใช้คําว่าแมพ (Map) ที่สําคัญก็คือ องค์ประกอบของภาพ ๆ นี้มีทั้งพิกัด เส้นรุ้ง เส้นแวง ความลาดชัน ทิศ แม้กระทั่ง มีการบอกว่ามาตราส่วน แม่น้ําซึ่งผมเข้าใจว่าคนที่ดูอย่างนี้ก็จะเข้าใจทันทีว่าเปึนแผนที่ แล้วท่านไม่ได้สังเกตเลยหรือครับ อย่างที่พวกกระผมได้นําเสนอว่าฝ์ายกัมพูชาก็ต้อง ย่อมพอใจที่จะให้คนเห็นภาพภาพนี้ เพราะมันตรงกับแผนที่ที่เขาใช้อ้างสิทธิทุกประการ ใครดูเพียงเท่านี้ก็อาจจะเข้าใจไปได้เลยว่าพื้นที่ทั้งหมดนี้เปึนของกัมพูชา เนื่องจาก มันตรงกับแผนที่ที่เข้าใช้อ้างสิทธิของเขา ไม่มีตรงไหนเลยที่ได้เขียนแสดงให้เห็นว่า ยังมีปัญหาพื้นที่ทับซ้อนอยู่ แล้วมันไม่ใช่เฉพาะการขีดรอบตัวปราสาทนี้ ซึ่งถ้าท่าน อ่านมติคณะรัฐมนตรีถูกต้อง ป้ ๒๕๐๕ มันก็จะมีพื้นที่ที่สูญเสียไป แต่การระบุสิ่งที่ ภาษาอังกฤษเรียกว่า บัฟเฟอร์ โซน (Buffer zone) จะเปึนเลข ๒ จะเปึนเลข ๓ ล้วนแล้วแต่ มีขอบเขตซึ่งไม่ชัดเจนว่ารุกล้ําเข้ามาสู่แผ่นดินไทยมากน้อยแค่ไหน แต่รุกล้ําเข้ามา แน่นอน และแม้ว่าวันนี้ยังไม่ได้ตกลงกันแต่ก็ไปตกลงในหลักการแล้วว่ากัมพูชามีสิทธิ ที่จะมาจัดทําแผนบริหารจัดการร่วมในพื้นที่ซึ่งเปึนของเรา เพราะฉะนั้นกรุณาชี้แจง เสียเลยว่าตกลงมติคณะรัฐมนตรีคืออะไร และถ้าความตั้งใจของคณะรัฐมนตรีไม่ตรงกับ สิ่งที่ท่านไปลงนามในแถลงการณ์ร่วมท่านจะทําอย่างไรครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีชี้แจงครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผมขอเอาคําถาม สุดท้ายก่อน คําถามที่ ๓ สิ่งซึ่งกัมพูชาเสนอมานี้ เอกสารชิ้นนี้แหละครับผมได้ให้ทางกรมแผนที่ทหารได้ตรวจสอบแล้วว่าไม่มีส่วนใด ล้ําเข้ามาในพื้นที่ของเรา จนกระทั่งกระทรวงการต่างประเทศได้รับหนังสือยืนยันจาก กรมแผนที่ทหารให้ไปตรวจสอบ ๓ วันว่ามีส่วนใดที่เปึนแผนที่จะเรียกแผนที่หรือแผนผัง ก็แล้วแต่ แต่ที่เราเรียกแผนผังเพราะอะไรครับ เพราะว่ามันเปึนแค่การกําหนดขอบเขต ตัวปราสาท แล้วไม่มีส่วนใดล้ําเข้ามาในพื้นที่ของประเทศไทย การดําเนินการของ กระทรวงการต่างประเทศได้ดําเนินการอย่างชัดเจน ผมขออนุญาตนิดหนึ่งครับ ท่านประธาน เอกสารมันเยอะ ทางกรมแผนที่ทหาร เจ้ากรมแผนที่ทหารได้ตรวจสอบ แล้วก็ยืนยันชัดเจนว่าแผนผังที่กระทรวงการต่างประเทศได้รับจากทางกัมพูชา ไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดล้ําเข้ามาในพื้นที่ของประเทศไทย ท่านประธานครับ ผมไม่มีความรู้ ความสามารถในการทําแผนที่หรอกครับ แต่ผมต้องใช้ความรู้ของเจ้ากรมแผนที่ทหาร ของทหารที่เราส่งไปในพื้นที่เปึนเวลา ๓ วัน เพราะฉะนั้นการที่ท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรได้บอกว่าเปึนการที่เรายอมรับว่ากัมพูชามีพื้นที่เหนือพื้นที่ทับซ้อน จึงไม่ถูกต้องครับ เพราะว่าเรายังยืนยันครับว่าพื้นที่ของประเทศไทยนั้นยังมีพื้นที่ทับซ้อน แล้วเส้นเขตแดนของเรายังใช้สันปันน้ํา อันนี้ประเด็นแรกก่อนนะครับ
ประเด็นที่สอง ท่านบอกว่าการที่ประเทศไทยไปยอมทําแผนบริหาร และจัดการร่วมกับกัมพูชา ท่าทีของการทําแผนบริหารและจัดการร่วมในพื้นที่ทับซ้อน กับกัมพูชามีมาตั้งแต่ก่อนผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแล้วครับ มีตั้งแต่สมัย พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ มีตั้งแต่สมัยอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านที่แล้วว่าตราบใดที่เรายังปักปันเขตแดนกันไม่ได้นี่ พื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตร จะต้องมาบริหารและจัดการร่วมกันก่อน ไม่ใช่ท่าทีใหม่ของกระทรวงการต่างประเทศ ที่ทําให้เราเสียดินแดนแม้แต่อย่างใดทั้งสิ้นครับ
ประเด็นต่อไปที่ท่านพูดถึง อาจจะการใช้เล่นคํา จะใช้แผนที่หรือแผนผัง ท่านก็เปึนคนพูดเองครับว่าสนธิสัญญานั้นจะใช้คําอะไรก็ได้จะใช้ คําว่า แถลงการณ์ร่วม ก็ได้ จะใช้อะไรก็ได้ แต่ก็ขอให้มีสาระเปึนสนธิสัญญา ผมก็เลยกราบเรียนครับ เรื่องนี้ ในเมื่อคณะรัฐมนตรีมีบางท่านตั้งเปึนข้อสังเกต แล้วเรามาดูจริง ๆ แล้วมันก็คือแผนผัง เพราะมันไม่มีเส้นเขตแดนใด ๆ ทั้งสิ้น ก็จึงเพื่อความสบายใจและเพื่อความถูกต้อง คณะรัฐมนตรีก็จึงมีมติเปลี่ยน คําว่า แผนที่ เปึน แผนผัง ซึ่งท่านพูดเองใช่ไหมครับว่า สนธิสัญญาจะเปึนแถลงการณ์ร่วมหรือเปึนสนธิสัญญาดูที่เนื้อหา เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ ก็เหมือนกันครับ เราไม่ได้มีการเสียดินแดนหรือไปยอมรับเส้นเขตแดนของกัมพูชา แต่อย่างใดทั้งสิ้น มันมีเฉพาะตัวปราสาทเท่านั้นเอง ท่านเห็นนะครับ ความจริงกัมพูชา เสนอมาแบบนี้ เฉพาะแผนผังของตัวปราสาท แต่เมื่อเราขอให้ทางกรมแผนที่ทหาร ลงสเกล (Scale) แล้วตรวจสอบดูว่ามีส่วนหนึ่งส่วนใดล้ําเข้ามาในประเทศไทยหรือไม่ ถ้ากรมแผนที่ทหารบอกว่ามีบางส่วน แผนผังที่กัมพูชายื่นเข้ามาแล้วล้ําเข้ามา ในประเทศไทย ไม่มีวันครับที่ สมช. หรือคณะรัฐมนตรีจะเซ็น แล้วผมจะไม่เซ็นเด็ดขาด เพราะผมไม่พร้อมที่จะเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่ไปผูกพันประเทศ โดยเสียดินแดน เพราะเมื่อทางกรมแผนที่ทหารยืนยันมาเรียบร้อยแล้วเราจึงไปเซ็น แล้วคณะรัฐมนตรีถึงยอมครับ
ประเด็นต่อไป เรื่องที่ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรบอกว่าทําไม เราไม่อ้างมติ เรื่องนี้ผมอยากจะกราบเรียนครับ การที่เราปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของ ศาลโลกนี่เราคืนอะไรไปให้เขา ผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานอ่านหนังสือของ กรมสนธิสัญญาและกฎหมายสักนิดหนึ่งครับว่า ในส่วนที่เกี่ยวกับการกําหนดบริเวณปราสาทพระวิหารนั้นที่ประชุมได้พิจารณาข้อเสนอข้อ ๒ ๒ ข้อเสนอนะครับ แล้วท้ายที่สุดได้มีความเห็นอย่างนี้โดยยึดหลักการ ที่ท่านรัฐมนตรีได้กําหนด คือให้เสียพื้นที่ให้น้อยที่สุด ข้าพเจ้าได้เสนอให้กําหนดบริเวณ ปราสาทพระวิหาร โดยวิธีลากเส้นตรงทางซีกตะวันตกของปราสาทให้ใกล้กับ ป้กของปราสาททางซีกตะวันตกให้มากที่สุดที่จะมากได้ จากทิศใต้ขนานกับปราสาท หรือส่วนประกอบของปราสาทขึ้นไปทางทิศเหนือจนถึงบันไดนาค ซึ่งเปึนบันไดใหญ่ แล้วลากเส้นไปจรดหน้าที่บันไดหัก ดังเส้นสีแดงที่ปรากฏในแผนที่แนบท้ายนี้ กล่าวโดยสรุปคือลากแบบนี้ครับ ที่คืนให้กัมพูชาไป เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อไรครับ เมื่อป้ ๒๕๐๕ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าที่ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร บอกว่าผมอ้างเอกสารบางชิ้น ไม่อ้างทั้งหมด ผมไม่มีเจตนาที่จะไปปกป่ดเอกสารใด ๆ ทั้งสิ้นครับ นี่คือหนังสือแจ้งมติคณะรัฐมนตรี เขียนโดยนายมนูญ บริสุทธิ์ เมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๐๕ คณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาหารือเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๐๕ การกําหนดเขตบริเวณปราสาทพระวิหารให้ใช้วิธีที่ ๒ และให้จัดทําปัายแสดงตามที่ กระทรวงมหาดไทยเสนอ กับให้เพิ่มทํารั้วลวดหนามด้วย ก็คือดําเนินการตามที่ กระทรวงมหาดไทยเสนอ เพราะฉะนั้นเส้นที่แนบกับหนังสือแจ้งคณะรัฐมนตรีจึงแบ่งเส้น แบบนี้ครับ ตามที่ผมได้อ่านไปให้ท่านเมื่อสักครู่นี้ ตัวปราสาทอยู่ตรงนี้ครับ นี่คือเอกสาร ที่ตรวจสอบได้ของคณะรัฐมนตรีที่แจ้งว่าเราคืนตัวปราสาทพร้อมกับพื้นที่บริเวณนี้ให้กับ ทางกัมพูชา ไม่ได้มีอะไรที่ซับซ้อนเลยครับท่านประธานที่เคารพ อย่างที่ผมได้กราบเรียน ไปเมื่อวานนี้ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะกราบเรียนท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรว่า เอกสารทั้งหมดนี้ผมจะส่งให้ท่านครับ ผมจะส่งให้ท่านและท่านสามารถที่จะตรวจสอบได้ และถ้าหากท่านมีข้อสงสัยเพิ่มเติมผมก็ยินดีที่จะตอบข้อซักถามครับ
เชิญผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร
สุดท้ายแล้วครับ ท่านประธาน เอาเอกสารของท่านที่ท่านอ่านเมื่อสักครู่นี่แหละครับ วันที่ ๑๑ กรกฎาคม ท่านกรุณาอ่านย่อหน้าแรก บรรทัดแรก แล้วท่านจะพบครับว่าได้ตัดคําว่า เรื่องอธิปไตย ออกไป เหลือแต่เพียงแค่ว่ารองรับคําพิพากษาศาลโลก เนื่องจากคําพิพากษาศาลโลก พูดถึงเรื่องของอธิปไตยเฉพาะตัวปราสาท แต่บริเวณปราสาทนั้นเพิ่มเติมมาเปึน คําพิพากษาข้อ ๓ ที่เกี่ยวข้องกับการคืนโบราณวัตถุ ขอความกรุณาอ่านด้วยครับ
ท่านจะอ่านเลยไหมครับ เพราะว่า เปล่าครับ มันเปึนเรื่อง ๆ ไปครับ เพราะว่า ๗ ท่าน อภิปรายท่านเดียว เหลืออีก ๖ ท่าน เวลามันจํากัดครับ ก็อยากจะขอความกรุณานะครับ เชิญท่านอ่านเลยครับ ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องอ่านครับ
ท่านประธานครับ ผมขอ คือผมถูกอภิปราย ๗ ท่านก็ต้องเอกสารเยอะนิดหนึ่ง ท่านอยากจะให้ผมอ่าน ตรงไหนครับ
เชิญท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรครับ
ฉบับวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ที่ท่านอ่านย่อหน้าที่ ๒ เมื่อสักครู่ อ่านย่อหน้าแรก บรรทัดแรกครับ
ย่อหน้า ที่ ๒ ไม่ใช่เอกสารวันที่ ๑๑ ครับ เอกสารวันที่ ๕ กรกฎาคมครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ เมื่อสักครู่ท่านอ่านของวันที่ ๑๑ ด้วย ไม่ใช่แผ่นนั้นครับ แผ่นที่มีหน้าเดียว เพราะแผ่นนั้นไม่ใช่มติ ครม. แผ่นที่ท่านอ่านแบบ ๒ หน้า เปึนข้อเสนอเข้าสู่ ครม.
ถูกต้องครับ
ส่วนแผ่นที่ ท่านถืออยู่ขณะนี้ถูกต้องแล้วครับ แต่เมื่อกี้ท่านอ่านย่อหน้าที่ ๒
ผมอ่านย่อ หน้าที่ ๒ ถูกต้องแล้วนะครับ
ผมขอให้อ่าน ย่อหน้าที่ ๑ บรรทัดที่ ๑ ครับ
ตามที่ได้เสนอ กําหนดเขตบริเวณปราสาทพระวิหาร เพื่อปฏิบัติตามคําพิพากษาของศาลโลกไปเพื่อให้ ท่านนายกรัฐมนตรีพิจารณารวม ๒ วิธี ฯพณฯ ได้พิจารณาแล้วมีคําสั่งให้เสนอ คณะรัฐมนตรีพิจารณา มันแปลกตรงไหนครับ
ขอบพระคุณครับ เพราะว่าข้อเสนอบอกว่าให้กําหนดเขตบริเวณจะได้ทราบอธิปไตยของทางกัมพูชา แต่มติ ตัดคํานี้ออกไปครับ ตัดเปึน บริเวณปราสาท เพื่อรองรับคําพิพากษาศาลโลกเท่านั้น ขอขอบพระคุณครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ อันนี้อาจจะสร้างความสับสนให้กับพี่น้องประชาชนนะครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้ ประเด็นอยู่ที่ว่าประเทศไทยคืนเฉพาะตัวปราสาท ไม่คืนดินแดนใต้ตัวปราสาทหรือว่า ประเทศไทยคืนทั้งตัวปราสาทและที่ดินทั้งหมดในส่วนนี้ ท่านครับ ตั้งแต่ป้ ๒๕๐๕ ประเทศไทยได้ใช้แผนที่แอล (L) ๗๐๑๗ แผนที่ฉบับนี้ เห็นไหมครับ เราลากเส้นเขตแดนลงมาจนถึงข้างล่าง ปกติแล้วเราจะต้องลากตามเส้น สันปันน้ําใช่ไหมครับ ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ ขอความกรุณาท่าน ช่วยดูนิดหนึ่ง เราจะต้องลากสันปันน้ํา แต่หลังจากที่เราแพ้คดีซึ่งผมก็เสียใจครับ ผมก็ รักชาติพอ ๆ กับท่าน ผมก็ไม่อยากให้เราต้องแพ้คดี แต่เมื่อเราปฏิบัติตามคําวินิจฉัย ของศาลโลก ซึ่งเขตแดนของเราในบริเวณนี้หรือแนวเขตแดนในบริเวณนี้ท่านจะใช้ แนวเขตแดนหรือเส้นเขตแดนก็แล้วแต่ แต่แผนที่แอล ๗๐๑๗ คือแผนที่ที่ทหารใช้เพื่อ รักษาอธิปไตยของชาติ เปึนแผนที่ที่หน่วยงานของรัฐต้องปฏิบัติตาม แล้วเปึนแผนที่ ของประเทศไทยเราครับ เราจึงลากเส้นตัดหรือเฉือนบริเวณพื้นที่ที่เราคืนให้กัมพูชาไป ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเห็นใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นแผนที่นี้ก็สอดคล้อง กับมติคณะรัฐมนตรีที่มีเมื่อป้ ๒๕๐๕ แล้วถ้าเปึนอย่างนี้แล้วท่านจะบอกได้อย่างไรครับว่า เราคืนเฉพาะซากปราสาท โดยไม่รวมแผนที่หรือพื้นที่ใต้บริเวณปราสาทนั้นด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเกิดไม่ทันหรอกครับในป้ ๒๕๐๕ แต่สิ่งหรือองค์ความรู้ หรือหลักฐานที่เรามีอยู่เราได้จากแผนที่กรมทหารครับ เราไม่ได้จากการที่ผมมาขอให้ ทางกระทรวงการต่างประเทศได้ทําขึ้นมาใหม่ มันเปึนแผนที่ที่เราใช้มาตั้งหลายป้มาแล้ว แล้วแผนที่นี้เปึนแผนที่อันเดียวที่กระทรวงการต่างประเทศและกรมแผนที่ทหาร ใช้ในการปกปัองอธิปไตยของเรา เพราะฉะนั้นข้อโต้แย้งที่ท่านบอกว่าเราคืนเฉพาะ ซากปราสาทนี่มันไม่จริงครับ มันขัดกับข้อเท็จจริง
คุณพีระพันธุ์จะให้ท่านผู้นํา ฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรหรือคุณพีระพันธุ์จะถาม ถ้าสลับไปสลับมาก็ไม่ต้อง ก็ให้ ท่านหัวหน้าคนเดียวก็แล้วกันคุณพีระพันธุ์
ท่านประธาน ที่เคารพครับ
เชิญครับ
ผมไม่ขอให้สิทธิ หลังจากเรื่องนี้อีกแล้วนะครับ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ดี เมื่อวานนี้คือแนวเขตที่ท่าน มาพูดในแผนที่นี่ครับ มันคือหัวใจสําคัญของเรื่องนี้ ที่ผมแปลกใจคือเมื่อวานพอท่าน พูดถึงมติคณะรัฐมนตรีท่านจะอ่านหนังสือที่เสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรี ซึ่งจะใช้ถ้อยคําว่า การที่จะกําหนดบริเวณปราสาทพระวิหารเพื่อที่กัมพูชาจักได้มีอํานาจอธิปไตย ตามคําพิพากษาของศาลโลก ถ้ายึดตามนี้แปลว่าขีดเส้นแล้วเราพูดถึงอํานาจอธิปไตย กันเลย แต่ว่ามติคณะรัฐมนตรีนี่ครับ เวลาเขาออกมาวันที่ ๑๑ เขาตัดถ้อยคํานั้นออกไป ที่ท่านไม่ยอมอ่านเมื่อคืนนี้ แล้วที่ผมขอความกรุณาให้ท่านได้อ่านเพราะพอตัดออกไปแล้ว เขาจะเขียนว่าเปึนการกําหนดเขตบริเวณปราสาทพระวิหารเพื่อปฏิบัติตามคําพิพากษา ของศาลโลก ความต่างกันก็คือ คําพิพากษาของศาลโลกพูดเรื่องอธิปไตยเฉพาะปราสาท แต่เขตบริเวณปราสาทนั้นเปึนคําพิพากษาในข้อที่ ๓ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอธิปไตย แผนที่ที่ใช้ แนวเขตที่ขีดนี่ครับ เปึนเพื่อแนวปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในการรักษาการณ์เพื่อรักษาอธิปไตย แต่ไม่ไปละเมิดศาลโลก แต่เขตแดนของเราก็ต้องนับสันปันน้ํา มีข้อยกเว้นเพียงแค่ว่า ปราสาทเปึนของกัมพูชา ผมหวังว่าท่านรัฐมนตรีจะได้เข้าใจในเรื่องนี้ ไม่เปึนไรครับ ความเห็นแตกต่างกันได้ แต่ผมคิดว่าผมได้ดูเรื่องนี้ ศึกษาเรื่องนี้ด้วยความรอบคอบ และจึงขอย้ําว่าสิ่งที่ท่านดําเนินการไปนี้จึงเกิดความเสียหาย ส่วนกรณีของสิ่งที่แนบไปกับ แถลงการณ์ร่วม เขาไม่ได้แนบเฉพาะแผนผังที่กําหนดบริเวณปราสาทจุดที่ ๑ ถึงจุดที่ ๒ ๖ นะครับท่านรัฐมนตรีครับ เขาแนบไปหมดเลยครับ โซน ๓ โซน ๒ ที่ว่ารัฐมนตรี ถามผมว่าทําไมไม่มีเขตแดน ท่านรู้ไหมครับว่าทําไมไม่มีเขตแดน เพราะแผนที่นี้ เปึนแผนที่ที่กัมพูชายึดถือ เขตแดนตรงนี้มันจึงไม่มี เพราะเขาถือเปึนของเขาทั้งหมด อย่างไรครับ ขอขอบพระคุณครับ
เชิญครับ ผมว่าสุดท้ายแล้ว กระมังครับ
ท่านประธานครับ ผมขอตอบท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ๒ ประเด็นนะครับ
ประเด็นแรก ก็คือเรื่องของคําวินิจฉัยของศาลโลก เอาเปึนว่าอย่างน้อย ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรบอกว่า ผมขออนุญาตใช้แผนที่นี้ประกอบนะครับ ในความเห็นของผมสนธิสัญญาและกฎหมายและหน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงาน มีความเห็นว่ามติคณะรัฐมนตรีเราคืนตัวปราสาทที่เปึนบริเวณในพื้นที่สีม่วง แล้วคืน ส่วนนี้ไปด้วย ความเห็นของท่านอาจจะแตกต่างครับ มีบทความของนักกฎหมาย ท่านหนึ่ง ผมเอ่ยนามก็ได้ ดอกเตอร์สมปอง สุจริตกุล ซึ่งเปึนอดีตเอกอัครราชทูต ของกระทรวงการต่างประเทศ แล้วก็ผมต้องไม่พูดถึงท่านนะครับ เพราะท่านสิ้นสุด การรับราชการในเหตุการณ์อย่างไร ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก็คงรู้ดีนะครับ เพื่อไม่ให้เปึนการไปวิพากษ์วิจารณ์ความน่าเชื่อถือของตัวท่าน สังคมเขารู้ดีครับว่าเรื่องนี้ ท่านมีความเห็นไปในลักษณะนั้น แต่ท่านครับ ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผมควรจะเชื่อดอกเตอร์สมปองหรือผมควรจะเชื่อกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย หรือกรมแผนที่ทหารครับ ผมไม่สามารถที่จะไปฟังความเห็นนักวิชาการที่มีความเห็น แตกต่างเพื่อใช้เปึนแนวทางในการบริหารงานได้ ความเห็นที่ผมได้มานั้นเปึนความเห็น ของกรมสนธิสัญญาและกฎหมายและความเห็นของกรมแผนที่ทหาร ก็คือว่าเราคืน ตัวปราสาทและพื้นที่ไปทั้งหมด แล้วก็มีสมาชิกบางท่านบอกว่าเราควรจะคืนเฉพาะ ซากปราสาทแล้วดินให้ขุดเอาไป หรือเปึนของไทยอยู่ ผมไม่อยากเสียดินแดนหรอกครับ ถ้าผมบอกว่าคําวินิจฉัยของศาลโลกเรากําหนดพื้นที่นี้เพื่อให้จํากัดแต่น้อย ตอนแรก จะคืนทั้งหมดครับ ท่านคงจําได้ใช่ไหมครับ ถ้าท่านจะอ่านข้อเสนอของหน่วยงานของรัฐ ให้คืนทั้งหมดเลยครับ สามเหลี่ยมตรงนี้ให้คืนทั้งหมด ถ้าขีดทั้งหมดเขาต้องได้ไปทั้งหมด จริงไหมครับ ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก็พยักหน้าเขายอมรับเอง แต่ตอนหลังเขาจํากัดเฉพาะครึ่งหนึ่งของสามเหลี่ยมนี้ แล้วท่านจะคืนเฉพาะตัวปราสาท ได้อย่างไรละครับ ความเห็นทางกฎหมายของท่านผมรู้ว่าท่านยึดถือความเห็นทางกฎหมาย ของนักวิชาการท่านหนึ่งก็คือบุคคลที่ผมได้เอ่ยนามไป การตีความคําวินิจฉัยของศาลโลก สามารถทําได้ท่านก็รู้ใช่ไหม ตามข้อ ๖๐ แต่ประเทศไทยเคยขอความชัดเจนเรื่องนี้ไหมครับ ประเทศไทยเปึนคนที่ตกลงทําตามคําวินิจฉัยของศาลโลกโดยที่เราไม่เต็มใจหรอกครับ เราไม่อยากยกปราสาทให้เขา เราไม่เต็มใจ แต่หน่วยงานของรัฐในขณะนั้นเมื่อป้ ๒๕๐๕ ได้ตัดสินคืนปราสาทและพื้นที่บริเวณนี้โดยกําหนดแนวเขตใหม่ แล้วนี่เปึนที่มาครับ ที่ทําไมแผนที่แอล ๗๐๑๗ เราจึงตัดหรือเฉือนพื้นที่บริเวณปราสาทไปให้กัมพูชา ท่านครับ มันเกิดเหตุการณ์นี้เมื่อป้ ๒๕๐๕ เมื่อ ๔๖ ป้ที่แล้ว ผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการไปยก พื้นดินและตัวปราสาทให้กับกัมพูชา แต่สิ่งนี้คือท่าทีของกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย และกระทรวงการต่างประเทศ แล้วท่าทีของกรมแผนที่ทหาร ผมคงไม่อาจไปแก้ไขท่าที ซึ่งเราใช้มา ๔๖ ป้ แต่ถ้าหากเราสงสัยนะครับ ผมคิดว่าก็เปึนโอกาสดีที่เราจะได้ยื่นเรื่อง ให้ศาลโลกได้วินิจฉัยขอบเขตของคําวินิจฉัยของศาลโลก ซึ่งผมคิดว่าหลังจากล่วงเลยมา ๔๖ ป้แล้ว หลังจากที่เราไปยอมเพราะเราถูกบังคับโดยคําวินิจฉัยของศาลโลกจะต้อง คืนปราสาทแล้วที่ดินที่เปึนสีม่วงให้เขา แล้ววันนี้พรรคประชาธิปัตย์กําลังจะมาอภิปรายว่า เราคืนเฉพาะตัวปราสาท ที่ดินยังเปึนของเรา กรุณาดูจากพยานหลักฐานเถอะครับ อย่าอภิปรายเพียงเพื่อที่จะใช้ความเห็นทางกฎหมายซึ่งไม่รู้ว่าเปึนความเห็นที่ถูกต้อง หรือไม่ เพื่อที่จะมาอภิปรายในสภาอันทรงเกียรติ ผมคิดว่าเราจําเปึนจะต้องใช้ พยานหลักฐานของรัฐที่มีอยู่ ไม่ใช่ใช้ความเห็นทางกฎหมายเพียงแค่ที่จะมาไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
ท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรว่าสุดท้าย มีสุดท้ายอีกไหมครับ
ไม่อภิปราย แล้วครับ ใช้สิทธิพาดพิงครับ
เชิญครับ
เพราะท่าน บอกว่าผมใช้ความเห็นทางวิชาการของนักวิชาการท่านเดียว ไม่ใช่ครับ ผมสอบถาม อดีตอธิบดีกรมแผนที่ทหารก็สอบถาม และถ้าท่านจะกรุณาอ่านรายงานเอกสาร ของชุดสํารวจแผนที่ วันที่ ๙ ถึงวันที่ ๑๑ และความเห็นของกองกําลังสุรนารีนะครับ เขาจะบอกครับว่าที่กัมพูชาขีดมาที่ท่านจะพูดถึงตัวปราสาทอยู่ในแนวเขตป้ ๒๕๐๕ ใช่ครับ แต่เขาไม่ได้ยึดว่าเปึนเขตแดน และเขาก็บอกว่าเกินคําพิพากษาของศาลโลก ปรากฏอยู่ในเอกสารชัดเจน แล้วผมกราบเรียนว่าไม่เปึนไรครับ ความเห็นของท่านกับผม แตกต่างกันได้ ผมเพียงแต่คิดว่าถ้าใครมีโอกาสทํางานในนามของประเทศไทยก็ควรจะใช้ ความเห็นที่เปึนประโยชน์กับประเทศไทยมากที่สุดอ้างอิงในการปฏิบัติงานครับ ขอขอบพระคุณครับ
เชิญครับท่านรัฐมนตรี
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมต้องกราบขออภัยท่านประธานและเพื่อนสมาชิกที่ต้องลุกมาชี้แจง หลายครั้งนะครับ เพราะเรื่องนี้สภาแห่งนี้เราจะต้องพูดความจริงและจากหลักฐานที่มีอยู่ เราไม่สามารถบริหารประเทศจากความเห็นของนักวิชาการบางคนได้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้พูดถึงความเห็นของ กองกําลังสุรนารี ซึ่งอันนั้นเปึนความเห็นเบื้องต้นครับ เปึนความเห็นที่เข้าไปตรวจสอบ แผนผังที่กัมพูชาทําขึ้นมา มันมีแนวรุกล้ําบริเวณบันไดประมาณ ๓๘ ตารางวา ซึ่งถามว่า ท้ายที่สุดใครเปึนคนสั่งให้เข้าไปแก้ ผมเปึนคนประสานงานให้กัมพูชาเองครับว่า คุณขึ้นพื้นที่ขอบของบันไดเพื่อมารุกล้ําที่ดินเราไม่ได้ จึงเปึนที่มาของการที่เขาต้องไป ปรับแก้แผนผังเขาใหม่ แล้วท้ายที่สุดเปึนอย่างไรครับ ผมขอให้ทางกรมแผนที่ทหาร ได้รับรองว่าแผนผังล่าสุดที่ผมนํามาเสนอนี่ละครับมันรุกล้ําเข้ามาหรือไม่ ผมอยากจะอ่าน ขออนุญาตท่านประธานอ่านครับ หนังสือที่ กห ๐๓๑๓/๓๑ กรมแผนที่ทหาร เรื่อง ขอความอนุเคราะห์ตรวจสอบแผนที่ที่กัมพูชาเสนอ เรียน อธิบดีกรมสนธิสัญญา และกฎหมาย ยาวนะครับ เอาเฉพาะฉบับสุดท้าย กรมแผนที่ทหารขอเรียนว่าได้ทํา การสํารวจข้อมูลภูมิประเทศฝ์ายเดียวบริเวณปราสาทพระวิหารโดยละเอียด ระหว่างวันที่ ๙ ถึงวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๑ จากนั้นได้ดําเนินการตรวจสอบแนวขอบเขตรอบตัว ปราสาทพระวิหารที่ปรากฏบนแผนที่ฉบับที่กัมพูชาเสนอให้ฝ์ายไทยพิจารณาเมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๑ ปรากฏว่าไม่มีขอบเขตส่วนใดล้ําเข้ามาในเขตแดนของประเทศไทย ขออ่านอีกครั้งหนึ่งนะครับ ปรากฏว่าไม่มีขอบเขตส่วนใดล้ําเข้ามาในเขตแดนของ ประเทศไทยที่ยึดถือตามหลักฐานการกําหนดแนวเส้นเขตแดนบริเวณปราสาทพระวิหาร ตามสิ่งที่ส่งมาด้วย จึงเรียนมาเพื่อกรุณาทราบ ขอแสดงความนับถือ พลโท แดน มีชูอรรถ เจ้ากรมแผนที่ทหาร ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ ถ้าท่านอยากจะเชื่อ เอกสารที่เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบแล้วเปึนเอกสารของการรายงานพื้นที่เบื้องต้น แล้วมาอ่านในสภาอ้างว่าเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วมีปัญหา ทําไมเจ้ากรมแผนที่ทหาร เขาถึงขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่เอกสารที่ท่านนํามาเมื่อสักครู่นั้นล่ะครับ เจ้ากรมแผนที่ทหาร ยืนยันชัดเจนว่าไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดของตัวปราสาทรุกล้ําเข้ามาในแผ่นดินไทย ท่านจะเชื่อเจ้ากรมแผนที่ทหารไหมครับ แม้หากท่านไม่เชื่อผมก็ตาม ผมอาจจะมี ความน่าเชื่อถือน้อยในสายตาของท่าน แต่ผมขอความกรุณาท่านเถอะครับว่าเราบริหาร ประเทศโดยไม่ฟังเพื่อนทหารหรือเพื่อนข้าราชการประจําไม่ได้หรอกครับ เพราะเขา เปึนคนที่มีองค์ความรู้ เขาสามารถที่จะตรวจสอบ เขามีความเชี่ยวชาญกว่าเรา ถ้าสมมุติว่าเจ้ากรมแผนที่ทหาร ท่าน พลโท แดน มีชูอรรถ บอกว่ามีส่วนรุกล้ํา ผมไม่กล้า ไปเซ็นหรอกครับ ผมไม่กล้าไปเซ็นเด็ดขาด ผมให้ความมั่นใจกับท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรครับว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและเพื่อนข้าราชการ กระทรวงการต่างประเทศและเพื่อนทหารทุกคนได้ปกปัองอธิปไตยกันอย่างสมบูรณ์ จนกระทั่งมีหนังสือฉบับนี้ ผมนึกสภาพเขาวันนั้นผมสังหรณ์ใจอยู่แล้ว ถ้าผมไม่มีหนังสือ ของกรมแผนที่ทหารเรื่องมันจะเปึนอย่างไรครับ สิ่งนี้ผมคิดว่าน่าจะคลายความกังวลของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เพราะสิ่งที่ กระทรวงการต่างประเทศได้ทําไปเราได้ทําไปตามขั้นตอน เราได้ทําไปอย่างถูกต้อง แล้วแผนผังนั้นไม่มีส่วนใดล้ําเข้ามาในอาณาเขตของประเทศไทย แล้วเราปกปัองอธิปไตย ของเราได้อย่างสมบูรณ์ ขอบคุณครับ
ก็เรื่องนี้คงจะจบกระมังครับ เรื่องเขาพระวิหารคงจะจบพอได้แล้ว เพราะเรื่องอื่นยังมีอีกเยอะ ท่านพีระพันธุ์ ถ้าเรื่อง เขาพระวิหารผมไม่ให้พูด ถือว่าจบนะครับ เพราะว่าท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านได้ดําเนินการไปแล้ว ถ้าเรื่องเขาพระวิหารผมจะไม่ให้พูดครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีเพื่อทําความเข้าใจ ผมไม่อยากจะไปพูดถึง ตัวปราสาทพระวิหาร แต่ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีกําลังเข้าใจผิดอย่างแรงในเรื่องเส้นเขตแดน
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ประท้วงครับ
ผมว่าแล้วไม่ผิด พอแล้ว ผมว่าไม่ต้องประท้วง ผมกําลังขอร้องท่านพีระพันธุ์
ผมจะให้เหตุผลครับท่านประธาน ขออนุญาตให้เหตุผลนิดหนึ่ง
ท่านประท้วงผมทําผิด ข้อบังคับข้อไหนครับ
คือผมประท้วงประธานวินิจฉัย ถูกต้องแล้ว แต่ผู้ที่ท่านประธานเรียกขึ้นพูดนั้นยังฝ์าฝ๋นคําสั่งประธานอยู่ ผมขออนุญาต ท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ นครราชสีมา พรรคพลังประชาชน ประเด็นปราสาทพระวิหารนั้นได้มีการใช้สิทธิของฝ์ายค้านหลายท่าน ท่านรัฐมนตรีท่านก็ตอบ ความชัดเจนนั้นอยู่ที่การตัดสินของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า ท่านจะไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศหรือไม่ วันนี้ผมนั่งฟัง ทั้งหมดนั้นชัดเจนครับ รัฐมนตรีก็บอกแล้วว่าตัวปราสาทเขมรเขาไปขึ้นมรดกโลก
คือทุกคนก็ฟังเข้าใจ กันหมดแล้วครับท่านบุญจง
ขออนุญาตสั้น ๆ คําวินิจฉัย ท่านประธานถูกต้องทั้งหมดแล้วว่าถ้าเรื่องเขาพระวิหารกรุณาหยุดเสีย ถ้าถามอย่างนี้ ท่านประธานครับ วันนี้ที่กําหนดไว้ไม่จบ ท่านรัฐมนตรีจะชี้แจงอย่างไรท่านฝ์ายค้าน ไม่เห็นด้วยก็เปึนสิทธิของท่าน รอตัดสินใจสิครับ เอกสารต่างฝ์ายต่างมี ท่านวินิจฉัย ให้เด็ดขาดครับ
ผมวินิจฉัยแล้วถ้าพูดเรื่อง เขาพระวิหารผมขอความกรุณาไม่ให้พูดครับ
ผมขออนุญาตพูดเรื่อง ข้อกฎหมายได้ไหมครับ ไม่ได้เกี่ยวกับเขาพระวิหาร
เกี่ยวกับเขาพระวิหาร ผมขอความกรุณา เพราะท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้ชี้ทุกประเด็นแล้ว แล้วก็ทุกคนคงเข้าใจหมดว่าจะยกให้ฝ์ายค้านหรือรัฐมนตรีก็อีกเรื่องหนึ่งครับ ผมเข้าใจว่า
ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยความเคารพ ท่านประธานทราบอยู่แล้วว่าผมเคารพท่านประธานจริง ๆ และถ้าไม่ใช่ เรื่องที่เปึนเรื่องสําคัญ
ผมก็เคารพคุณพีระพันธุ์ อย่างมากที่สุด
ถ้าไม่ใช่เรื่องสําคัญ ของบ้านเมืองและท่านประธานจะเปึนผู้หนึ่งที่จะถูกบันทึกไว้ในรายงานการประชุม และประวัติศาสตร์ของประเทศว่าท่านประธานดําเนินการอย่างไร สิ่งที่ผมอยากขออนุญาต ท่านประธานกราบเรียน ผมขอ ความจริงมีหลายเรื่อง แต่เพื่อเคารพท่านประธานและใช้เวลา ผมขอพูดเรื่องเขตแดนเท่านั้นครับ เพราะว่าท่านรัฐมนตรีกําลังเข้าใจผิดแล้วจะทําให้ คนอื่นเข้าใจผิดตามท่านครับ
ขอความกรุณาเถอะครับ คุณพีระพันธุ์เอาเรื่องอื่นแล้วค่อยเสริมเอา พอแล้วครับ ขอความกรุณา
ท่านประธานครับ ท่านถามท่านรัฐมนตรีนิดได้ไหมครับ ท่านกล้าให้ผมถามแล้วท่านกล้าจะตอบไหมครับ
เป่ดโอกาสให้สัก ๑ นาที เชิญครับ
ท่านประธานอนุญาต ใช่ไหมครับ
ไม่ให้เสียมิตรภาพ เชิญครับ
ขอบพระคุณครับ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
ท่านประธานครับ
เขาขอเราก็ให้เขาสัก ๑ นาที คุณเชิดชัย
ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธาน ขอกันแบบนี้ผมว่าการดําเนินการจะไม่สําเร็จลุล่วงนะครับ
ลุแน่ครับ
ถ้าอย่างนั้นผมก็ขอบ้างครับท่านประธาน ผมขอประท้วงท่านประธานครับ
ท่านยังไม่มีสิทธิเพราะท่าน ไม่ได้เปึนผู้เสนออภิปรายไม่ไว้วางใจ
ท่านประธานวินิจฉัยแล้วครับ เมื่อสักครู่นี้วินิจฉัยแล้วนะครับ
ก็เพื่อมิตรภาพก็เรียนแล้ว ขอความกรุณาเชิญนั่งลงเถอะครับ ประท้วงมาตลอดแล้วครับ ขอหยุดประท้วงบ้างครับ เร็วหน่อยนะครับคุณพีระพันธุ์ เดี๋ยวถูกประท้วงอีก
ผมคิดว่าผมขออภิปรายไว้ เท่านั้นครับ ไม่ต้องตอบก็ได้ ไม่ต้องมาเถียงกันว่าใครผิด ใครถูก แต่อย่างน้อยเมื่อท่าน แสดงความเห็นในสภา ผมขออนุญาตท่านประธานแสดงความเห็นไว้ ไม่ได้โต้ตอบอะไร ท่านในทางเสียงหาย แต่เพื่อเปึนแนวทาง เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่นี้มีการแสดงว่าเส้นเขตแดน หรือเส้นแนวเขตของเราแล้วท่านก็บอกว่า แอล ๗๐๑๗ เปึนอย่างนี้ ขอกราบเรียน ท่านประธานครับ เส้นเขตแดนไม่ได้มีแค่นั้น เส้นอาณาเขตของประเทศมีทั่วรอบเลยครับ เปึนวงกลม เปึนเหลี่ยมอะไรก็แล้วแต่ แต่ว่าแต่ละเส้นแต่ละจุดยังไม่ยุติครับ เรายังมี ปัญหาเรื่องพรมแดนอยู่อีกหลายจุด แนวเส้นที่ท่านพูดนั้นก็ยังไม่ได้เปึนเส้นเขตแดนที่ยุติ แล้วยังไม่สรุป ท่านลองไปดูในจอยนท์ คอมมิวนิเค (Joint communique) ที่ว่าในข้อ ๔ เขายังบอกว่าจุดนี้เอาไว้เจรจากันก่อน แต่ประเด็นสําคัญท่านอย่าไปคิดสิครับว่าตรงนั้น คือเส้นเขตแดน มันเปึนเส้นปฏิบัติการครับ อย่าให้สังคมเข้าใจผิด แล้วแนวเขตตรงนั้น ทหารเขาก็ไม่ได้ถือเปึนเส้นเขตแดน แต่เปึนเส้นแนวปฏิบัติการ บางจุดเปึนเส้นเขตแดน บางจุดเปึนเส้นปฏิบัติการเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกระทั่งกับเพื่อนบ้าน ประการที่ ๒
ครบ ๑ นาทีแล้วครับ
ท่านประธานครับ สุดท้าย ในรัฐธรรมนูญครับ ท่านรัฐมนตรีไปดูในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑ ประเทศไทยเปึน ราชอาณาจักรเดียวแบ่งแยกไม่ได้ มาตรา ๓ บอกว่า อํานาจอธิปไตยเปึนของปวงชน ชาวไทย พระมหากษัตริย์ทรงใช้อํานาจนั้นผ่านศาล สภา และคณะรัฐมนตรี เพราะฉะนั้น คําว่า อํานาจอธิปไตย ท่านรัฐมนตรีเข้าใจว่ายกดินแดนให้ ไม่ใช่ครับ มันเปึนเรื่องของ การปกครอง ท่านอย่าเอาอํานาจอธิปไตยมาสับสนกับเรื่องดินแดน ขอบันทึกไว้เท่านั้น ขอบคุณครับ
บันทึกไว้แล้วครับ ไม่ต้องตอบ หรอกครับท่าน เขาให้บันทึกอย่างไรก็บันทึกอยู่แล้วครับ เชิญครับนิดหนึ่ง
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผมเสียดาย โอกาสที่สภาจะได้อภิปรายประเด็นอื่น ๆ ที่ยังเหลืออยู่ เราต้องมาแสดงความเห็น ทางกฎหมายซึ่งเปึนความเห็นของนักกฎหมายบางกลุ่ม ผมใช้ความเห็นของท่าน ไปบริหารประเทศได้ไหมครับ ผมใช้ความเห็นของกรมแผนที่ทหาร ผมใช้ความเห็น ของกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ผมบริหารประเทศจากเอกสารหลักฐานที่มีอยู่ครับ ท่านประธาน ตั้งแต่ป้ ๒๕๐๕ ที่กระทรวงการต่างประเทศมีเอกสารครบถ้วนในเรื่องนี้ ถ้าผมจะนํามาอ่านอีกก็กลัวจะเสียเวลา แต่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ หนังสือฉบับวันที่ ๕ กรกฎาคม ที่เซ็นโดยหัวหน้ากองกฎหมาย กรมสนธิสัญญา และกฎหมาย เขาได้พูดถึงการปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของศาลโลกไว้อย่างชัดเจนว่า เราจะพิจารณาเสียเฉพาะพื้นที่ส่วนน้อยแล้วก็ลากเส้นแบบที่ผมได้กราบเรียนเมื่อสักครู่นี้ เพื่อไม่ให้เปึนการวกวนซ้ําซาก เราได้ดําเนินการไปแบบนี้ท่านจะเรียกว่าเปึนเส้นเขตแดน ที่ภาษาอังกฤษใช้คําว่า บาวน์ดารี ไลน์ (Boundary line) หรือท่านจะใช้คําว่า เปึนแนวเขตแดน ก็แล้วแต่ อันนั้นเปึนแค่เล่นคําทางกฎหมายเท่านั้นเองครับ เพราะผมเข้าใจว่าสมาชิก หลายท่านเปึนนักกฎหมายที่มีความรู้ แต่อยากจะกราบเรียนว่าผมไม่ได้ดําเนินการ โดยพลการหรอกครับ ไปลากเส้นของผมเอง มันเปึนการลากเส้นของกรมแผนที่ทหาร แล้วก็เปึนพื้นฐานของการทําแผนที่แอล ๗๐๑๗ นี่ล่ะครับ จะเห็นว่าเขาลากเส้นพื้นที่ ที่เราได้ปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของศาลโลก ตามมติคณะรัฐมนตรีมันอยู่นอกเส้น ที่เขาลากแล้ว ถามว่าแผนที่แอล ๗๐๑๗ นี่คือแผนที่ของประเทศไทยครับ ถ้าหน่วยงาน ราชการจะรู้ว่าอาณาเขตของประเทศไทยมีแค่ไหน นี่ล่ะครับคือบรรทัดฐาน เพราะฉะนั้น ผมไม่ได้เอาเอกสารอื่นที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ในประเทศไทยมาครับ นี่คือเอกสารของ กรมแผนที่ทหาร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ เรื่องนี้ผมคิดว่าความเห็นทางกฎหมาย ของท่านก็เปึนความเห็นทางวิชาการ แม้กระทั่งคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็ยังมี ความเห็นแย้ง ผมเข้าใจครับว่าท่านมีความเห็นแย้ง แต่อยากจะกราบเรียนว่า ความเห็นของกรมแผนที่ทหาร ความเห็นของกระทรวงการต่างประเทศ ความเห็นของ กรมสนธิสัญญาและกฎหมายของกระทรวงการต่างประเทศ ของประเทศไทยแตกต่างจาก ความเห็นของท่าน แล้วผมขอให้ความมั่นใจกับท่านประธาน ผมขอให้ความมั่นใจกับ พี่น้องคนไทยครับว่าสิ่งที่กระทรวงการต่างประเทศร่วมมือทํางานกับเจ้ากรมแผนที่ทหาร กับกองทัพไทย เราได้ปกปัองอธิปไตยของไทยอย่างสมบูรณ์ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมาก คุณจุติ ไกรฤกษ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก กระผมเปึนผู้หนึ่งที่ร่วมเซ็นญัตติ ขอเป่ดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเปึนรายบุคคล ในญัตติของกระผมนั้นก็คือ ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นยอมรับให้บุคคลที่ขาดความรู้ ความสามารถ มีปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน ตลอดจนบริวารนักการเมืองผู้กว้างขวาง เข้าดํารงตําแหน่งรัฐมนตรี นอกจากนั้นแล้วรัฐมนตรีภายใต้การนําของท่านนายกรัฐมนตรี ได้บริหารราชการแผ่นดินบกพร่อง ผิดพลาด ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพจนประชาชน เกิดความเดือดร้อนอย่างรุนแรง ขาดคุณธรรม จริยธรรม ขาดหลักนิติธรรม บริหารงาน ใช้ ๒ มาตรฐาน มุ่งตอบสนองผู้มีบุญคุณในทางการเมืองส่วนตนโดยละเลยผลประโยชน์ ของประชาชน เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องมากกว่าการปกปัองผลประโยชน์ ของประเทศ นี่คือสิ่งที่ผมจะอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วเมื่อตอนที่ตั้งรัฐบาลนั้นผมก็มีความหวังเล็ก ๆ ว่า ท่านสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี นั้น จะไปเปึนรัฐมนตรีสาธารณสุขที่ดีที่สุดคนหนึ่งที่เรามี แต่ปรากฏว่าท่านถูกกําหนดให้มานั่งอยู่กระทรวงการคลัง ซึ่งเปึนเรื่องที่ผิดหวังอย่างมาก และท่านก็ไม่มาเปล่าครับ ท่านเปึนหมอแล้วท่านก็เอาพยาบาลหนีบมาด้วยคนหนึ่ง ก็คงหวังว่าจะมารักษาเศรษฐกิจของประเทศไทย แต่ว่า ๔ เดือนที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานจริง ๆ ว่าคงไม่ใช่สิ่งที่ท่านรัฐมนตรีทํา แต่คงเปึนสิ่งที่รัฐมนตรี ไม่ได้ทํา หรือทําแล้วบกพร่อง ละเลย ปล่อยจนเกิดความเสียหาย ขาดความรอบคอบ ๔ เดือนนั้นเปึน ๔ เดือนของการสูญเสียโอกาสในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แต่เปึน ๔ เดือน ที่เป้ืยมด้วยประสิทธิภาพ คุณภาพเพื่อช่วยเหลือพวกพ้องและผู้มีพระคุณ สิ่งที่ ผมกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า ท่านรัฐมนตรีนั้นก็พยายามเก็บตัวนะครับ เก็บตัวว่า ไม่แสดงมากพยายามจะผลักผลงานออกมา ท่านจะเห็นได้ว่าในชั้นต้นนั้นผมเงียบที่สุดเลย ไม่ออกมาแสดงความเห็นเลย เพราะหวังเล็ก ๆ ว่าท่านนั้นจะสามารถบริหารนําพา เศรษฐกิจประเทศไทยและปัญหาเศรษฐกิจของประชาชนให้ดีขึ้น แต่สิ่งที่ผมพบ ใน ๔ เดือนก็คือว่าท่านรัฐมนตรีก็เจียมตัวครับ ถึงแม้ว่าท่านนั้นขาดความรู้ ความเชี่ยวชาญ ท่านก็ตั้งที่ปรึกษา แต่ที่ปรึกษาที่ตั้ง ๆ มานั้นแทนที่จะเพิ่มความมั่นใจ ให้กับประชาชนและตัวกระผมเอง ที่ปรึกษาของท่านนั้นตั้งมาแล้วคนรอบข้างท่านนั้น ทําให้ขาดความมั่นใจมากขึ้น ผมไปเห็นแล้วว่าท่านในฐานะที่ดํารงตําแหน่ง รองนายกรัฐมนตรีนั้น ท่านได้รับมอบหมายและมอบอํานาจกํากับการบริหาร และสั่งปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรีคือกระทรวงการคลังและกระทรวงสาธารณสุข สํานักงานสภาเศรษฐกิจแห่งชาติและองค์การมหาชนอีก นอกจากนั้นแล้วท่านยัง ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ คณะกรรมการนโยบายทุนรัฐวิสาหกิจ คณะกรรมการ พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ คณะกรรมการกํากับนโยบาย ด้านรัฐวิสาหกิจและคณะกรรมการบริหารสินเชื่อเกษตรแห่งชาติ ๔ เดือนที่ผ่านมา ถ้าเผื่อท่านรัฐมนตรีพิจารณาด้วยความเปึนธรรมต้องพิจารณาว่า ทําไมเรื่องด่วนที่สุด ของประชาชนที่เปึนปัญหาความเดือดร้อนนั้นถูกจัดลําดับด่วนน้อยกว่าปัญหาของ ผู้มีพระคุณ ทําไมเรื่องสําคัญของประชาชนที่สําคัญกลับสําคัญน้อยกว่าปัญหาของ ผู้มีพระคุณ ท่านรัฐมนตรีนั้นได้ทําในสิ่งที่ไม่ควรทํา และเว้นในสิ่งที่ควรจะไม่ละเว้น ถ้าเปึนจริงแล้วอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นั้นมีที่มาที่ไปครับ เมื่อป้ ๒๕๔๔ เปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็เปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที (ICT) แล้วก็มาเปึนโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี แล้วป้ ๒๕๕๐ ก็มาเปึนเลขาธิการ พรรคพลังประชาชน แล้วก็ป้ ๒๕๕๑ ก็ได้มาเปึนรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง คําถามมีอยู่ว่าทําไมไม่เอาท่านไปคุมหมอไปดูแลคนไข้ ทําไม เอาท่านมานั่งอยู่ตรงนี้ ผมไปดูครับ คําตอบมันมีอยู่ในตัวเอง ท่านทําทุกเรื่องที่เปึน กล่องดวงใจของผู้มีพระคุณ ท่านได้ทํานโยบายสําคัญ ๆ ที่ผ่านมารวมถึงนโยบาย โทรคมนาคมที่ท่านทําเปึนผลสําเร็จและเปึนประโยชน์ต่อผู้มีพระคุณ มาวันนี้ครับ ผมได้ไปลําดับปัญหาที่มี อยากขอความกรุณาท่านประธานจะได้เห็นอย่างชัด ๆ ก็คือ ปัญหาที่ผมบอกว่าเปึนปัญหาสําคัญของประชาชนนั้นถูกจัดลําดับให้เปึนปัญหาสําคัญ น้อยกว่า ท่านอาจจะไม่เห็นนะครับ จริง ๆ แล้วผมมีกล่องรองนายกรัฐมนตรีหลายท่าน แต่ไปดูครับว่าปัญหาที่มีมากที่สุดที่ทําไมว่าท่านมานั่งอยู่ที่กระทรวงการคลัง เพราะว่า กระทรวงการคลังนั้นมันมีเรื่องมากมายที่ต้องทําเปึนกล่องดวงใจ เปึนเรือธงที่จะต้อง ปฏิบัติ แล้วผมก็เข้าใจวันนี้เองที่เมื่อวานได้ยินท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ได้กล่าวบอกว่าท่านอดีตผู้นําเปึนหนี้บุญคุณท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร ท่านกล่าวอย่างนั้น ที่เปึนหนี้บุญคุณเพราะอะไรครับ เพราะคดีสําคัญ ๆ ที่ประเทศนี้จะต้องสะสาง หลักนิติธรรมของประเทศไทย ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศที่ประชาชนพึงมี พึงได้อยู่ที่กระทรวงการคลัง นับแต่อะไรครับ ปัญหาที่ท่านต้องมาสะสางใน ๔ เดือน ที่ผ่านมา ถามว่าสะสางไปแล้วบ้างหรือยัง ๑. กรณีหน่วยงานที่ท่านดูแลในกระทรวงการคลัง มีปัญหาเรื่องอะไร กรณีการเก็บภาษีหุ้นบริษัทโทรคมนาคมบริษัทหนึ่ง ๒. คดีซื้อที่ดิน จากกองทุนฟุ๋นฟูธนาคารแห่งประเทศไทย ๓. คดีของธนาคารสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ก็คือธนาคารนําเข้าและส่งออก เอกซิม แบงก์ (EXIM Bank) เรื่องกรณีเงินกู้ของพม่า แล้วนอกจากนั้นแล้วก็เกี่ยวกับเรื่องพระราชกําหนดภาษีสรรพสามิต โทรคมนาคม ซึ่งรัฐมนตรีนั้นก็มีส่วนเปึนผู้ที่ถูกสอบสวนอยู่ในขณะนี้ แล้วก็ยังมีอีกก็คือว่ารัฐวิสาหกิจ ทั้งหมดครับ รัฐวิสาหกิจทั้งหมดที่มีมูลค่าทรัพย์สิน ๖ ล้านล้านบาท อยู่ภายใต้การบริหาร ของกระทรวงการคลัง ท่านประธานจะเห็นครับ ส่วนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ผมจะไม่ใช้เวลาของสภา จะมีผู้อื่นอภิปรายแทน ผมจะอภิปรายไม่ไว้วางใจในบทบาทของ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แล้วท่านก็กรุณาว่าอย่าได้ถือว่าเปึนเรื่องส่วนตัว เพราะเหมือนกับผมนี้เปึนกระจกส่องให้ท่านนั้นไม่หลงทาง ถ้าท่านเดินทางผิดยังไม่สาย เกินไปที่จะแก้ได้ สิ่งที่ผมผิดหวังแล้วก็ผมไม่สามารถไว้วางใจท่านในข้อแรกก็คือว่า ท่านรับตําแหน่งรัฐมนตรีแล้วท่านยังไม่ได้แถลงนโยบายต่อสภาเลย แต่ท่านกลับบอกว่า อย่างไรรู้ไหมครับ ท่านยินดีเป่ดทางให้สมาชิกบ้านเลขที่ ๑๑๑ เข้ามานั่งเปึนกรรมการ ในรัฐวิสาหกิจ ผมตกใจมาก ตกใจมากว่าวันนี้คนที่ผมหวังไว้ว่าเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกับเปึนเลขาธิการพรรคพลังประชาชน ท่านสับสนในบทบาทและหน้าที่ ของท่านหรือไม่ ท่านให้ความสําคัญกับประโยชน์ของประเทศหรือความสําคัญของประโยชน์ ของพรรคและผู้มีบุญคุณมากกว่ากัน กรรมจะเปึนเครื่องชี้เจตนา นอกจากนั้นแล้ว หลังจากที่ท่านพูดออกมาแล้วก็ปรากฏว่ามีรัฐมนตรีเงาของพรรคประชาธิปัตย์นะครับ คุณกรณ์ จาติกวณิช ก็บอกมาว่าไม่เห็นด้วย แล้วที่ไม่เห็นด้วยไม่ใช่เพราะว่าพวกกระผม นั้นค้านเพราะว่าเปึนฝ์ายค้าน ที่ไม่เห็นด้วยเพราะว่ารัฐวิสาหกิจ ๖ ล้านล้านบาท ทรัพย์สินนั้นมีปัญหา ถูกการเมืองแทรกแซงทํามาหากินมาตลอด แล้ววันนี้ถ้าเผื่อ ท่านเอาการเมืองเข้ามาแทรกแซงเพิ่มเติมอีกท่านจะซ้ําเติมรัฐวิสาหกิจทั้ง ๕๒ แห่งซึ่งเปึน น้ําบ่อทราย รายได้ของกระทรวงการคลัง เปึนภาษีของประเทศที่นําไปบําบัดทุกข์บํารุงสุข ของประชาชน สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่า ผลของการปฏิบัติงานใน ๔ เดือนที่ผ่านมาก็คือ กรมสรรพากร กรมสรรพากรนั้นผมดูเอกสารของกระทรวงการคลัง ข่าวกระทรวงการคลัง อยู่ในมือผม ผมไม่ได้พูดลอย ๆ กระทรวงการคลังก็ทําหน้าที่ดีครับ คือกรมสรรพากร ทุกคนก็วิตกว่าถ้ากรมสรรพากรเก็บภาษีไม่ได้ก็จะขาดดุลเยอะ แต่ว่าเปึนข่าวดีว่า กรมสรรพากรต้องใช้คําว่า ทําหน้าที่ได้ดี ถ้าจะยืมคําพูดของท่านนายกรัฐมนตรีในสายตา ประชาชน นักธุรกิจทั่วไป เขาก็กระเหี้ยนกระหือรือที่จะเก็บภาษี บี้ภาษีจากประชาชน แล้วเขาก็ทําได้ครับ เก็บเกินเปัาสูงกว่าเปัาหมายที่ตั้งไว้ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มากกว่า ป้ที่แล้ว ๒๓.๔ เปอร์เซ็นต์ ต้องยกนิ้วให้กับกรมสรรพากรที่ทําหน้าที่อันนี้ได้สมบูรณ์ แต่ในขณะเดียวกันที่ท่านไปเที่ยวรีดเลือดเอากับปูทั่วประเทศตั้งแต่เหนือจรดใต้ ท่านได้นึกบ้างไหมว่ากรมสรรพากรที่กําลังปฏิบัติงานอยู่ขาดตกบกพร่องอะไรบ้าง ผมยังไม่เห็นคําขอโทษ ผมยังไม่เห็นการลงโทษว่าการเก็บภาษีของบุคคลธรรมดา ท่านหนึ่งเกี่ยวกับภาษี ซึ่งเปึนพี่ของนายหญิงท่าน ๕๔๐ กว่าล้านบาท ปล่อยให้ คดีหมดอายุความ ถามว่าท่านมาแล้วท่านทําอะไรบ้างที่จะดึงอันนั้นคืนมา ๕๐๐ กว่าล้านบาท ทําอะไรได้เยอะนะครับ สร้างอาคารเรียน โรงเรียนได้ ๕๐ หลัง ในชนบท นี่คือสิ่งที่ผมข้องใจว่าการดําเนินงาน ๒ มาตรฐานของกระทรวงการคลังนี้ กําลังเปึนอย่างนี้หรือ นี่คือสาเหตุหนึ่งซึ่งกระผมนั้นไม่สามารถไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังได้
สาเหตุที่ ๒ ก็คือหน่วยงานจัดเก็บเหมือนกัน ก็ต้องชมเขาอีกเหมือนกัน ก็คือหน่วยงานจัดเก็บของกระทรวงการคลัง คือกรมสรรพสามิต ก็มีท่านรัฐมนตรีก็ดี นโยบายก็เปึนสิ่งที่น่าภูมิใจมากก็คือว่าให้ไปแก้กฎหมายไล่เช็กบิลต่างชาติที่เลี่ยงภาษี ผมก็นับถือในฝ้มือ แล้วก็ไปเป่ดอนุสนธิสัญญาพยายามที่จะเสนอแก้ปัองกันกฎหมาย ข้ามชาติเลี่ยงภาษี เรียกว่าล่าภาษีข้ามทวีปกันเลยทีเดียว และผลที่ท่านบอกว่าที่ไป ตามล่าภาษีนี่คาดว่าจะได้เงินคืนมาประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าทําสําเร็จ แต่ว่า ที่สําเร็จแล้วคือภูเก็ตกับสมุยเก็บได้แล้วเพิ่ม ๔๐ ล้านบาท ผมก็ปรบมือให้ ปรบมือกับ ความเข้มแข็งกับความเอาจริงเอาจังของหน่วยงานจัดเก็บของกระทรวงการคลัง แต่ในขณะเดียวกันผมตั้งคําถามว่า ในเมื่อ พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายจะเข้าสภา มะรืนนี้แล้ว มีงบประมาณขาดดุลอยู่ถึง ๒๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านไปเที่ยวบี้ไล่เก็บภาษี ๓๐ ล้านบาท ๔๐ ล้านบาท แล้วไปถึงต่างประเทศเพื่อหวังจะเก็บเงินตรงนี้คืนมา ๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่ผมถามว่าภาษีบริษัทโทรคมนาคมที่คาอยู่ต่อหน้า มูลค่าภาษี ที่รัฐควรจะได้ ๓๓,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าได้ใช้ความพยายาม ความกระเหี้ยนกระหือรือ เท่ากันไหมในการที่จะเก็บเงินเหล่านี้เข้าคลัง ถามว่าเงิน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น มีค่ามากไหม ผมบอกท่านได้เลยครับ ถ้าท่านจะช่วยเกษตรกรในยามวิกฤติ ท่านเก็บภาษี จากบริษัทโทรคมนาคมนี้ได้ ๓๓,๐๐๐ ล้านบาท ท่านสามารถมาตั้งกองทุนปุิย ช่วยเกษตรกรนี้ได้ ตันละ ๑๕,๐๐๐ บาท ได้ ๒ ล้านตัน ดีกว่านโยบายที่ท่านออกเปึน มติคณะรัฐมนตรีมาว่าเอาปุิยราคาถูกมาแจกให้เกษตรกรซื้อ หารกันแล้วแจกกัน ทั่วประเทศเหนือจรดใต้เกษตรกรคงได้ปุิยคนละ ๒ เม็ด แต่ว่า ๓๓,๐๐๐ ล้านบาทนี้ หน่วยงานจัดเก็บท่านไม่นําพา ไม่กระดิกอะไรเลย ผมถามว่าทําไม ๆ แล้วท่านทนนั่ง อยู่ได้อย่างไร นี่เปึนเงินมหาศาลที่พึงมีพึงได้ของกระทรวงการคลัง ขณะนี้ผมถามท่านได้ว่าหน่วยงานจัดเก็บได้รายงานท่านหรือยังว่าใครคือผู้รับผิดชอบ ดําเนินงานหรือยังว่ากระทรวงการคลังนั้นต้องสร้างวัฒนธรรมของความโปร่งใส กระทรวงการคลังนั้นต้องไม่สร้างวัฒนธรรมของการคอร์รัปชัน เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ นั้น ต้องสะอาดบริสุทธิ์ต้องโปร่งใสคนจึงจะกล้ามาลงทุน ท่านพูดเสมอครับว่าเศรษฐกิจ มีปัญหา เศรษฐกิจมีปัญหา แพะแห่งป้คือม็อบหน้าสะพานมัฆวานรังสรรค์ แพะแห่งป้ คือม็อบที่อยู่ทําเนียบ มันเปึนคําอธิบายที่ดีที่สุดง่ายที่สุด แล้วก็คลุมเครือที่สุดก็คือว่า การเมืองมันไปไม่ได้หรอกถ้าม็อบเปึนอย่างนี้ ต่างชาติเขาขาดความมั่นใจ ไม่มีความแน่นอน ฉะนั้นไม่มีใครลงทุน แย่ มันถูกครับ แต่ถูกส่วนเดียว แต่อีกส่วนหนึ่งท่านต้องอย่า อย่าปล่อยให้เหตุผลอันนี้มาบังตาเพียงเพื่อสบายใจ ผมถามว่าท่านในฐานะที่วันนี้ ควบคุมกํากับตลาดทุนด้วย ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถามว่าวันนี้ ท่านได้ทําอะไรไปบ้างให้ชาวต่างชาติเขามีความเชื่อมั่น เห็นไหมครับบอกว่าฝรั่งขายหุ้น ทิ้งหมดไม่อยู่แล้ว ถามว่าจริง ๆ เพราะการเมืองหรือครับ การเมืองใช่ครับ แต่เปึน เหตุผลเดียวที่สะดวกง่ายที่สุดที่จะอ้าง แต่ถามว่าแล้วคนที่ปัืนหุ้นล่ะครับ ปัืนหุ้น กันเยอะแยะไปหมด ปราบได้หรือยัง ยัง จับดําเนินคดีได้หรือยัง ยัง มีนโยบายมาตรการ พิเศษไหมที่จับคนที่ปัืนหุ้นเหล่านี้ ใช้ข้อมูลภายในเหล่านี้ ยัง นี่คือสิ่งที่ต่างชาติ ขาดความมั่นใจครับ รัฐบาลจะโทษได้ว่าเหตุเกิดอย่างนี้เพราะอ้ายปู๋ด สะพานมัฆวาน ก็เพราะอ้ายจ๊อก แต่ผมบอกได้ว่าตลาดหุ้นนี่เพราะอ้ายเบื๊อก ถามทําไมครับเพราะว่า อย่าไปใช้ว่าการเมืองนั้นไม่แน่นอนไม่นิ่งทําให้เศรษฐกิจไม่เดิน ผมบอกได้เลยครับว่า วันนี้ถ้ากระทรวงการคลังแก้ปัญหาเลิกดําเนินการแบบ ๒ มาตรฐาน ถามว่า ๒ มาตรฐาน อย่างไร มาตรฐานแรกก็คือว่า ท่านจะดําเนินคดีกับทุกคนประชาชนธรรมดาเต็มที่ เท่าเทียมกัน แต่ถ้าเผื่อคนไหนมีพรรคการเมืองหนุนหลัง มีนักการเมืองหนุนหลัง ท่านทําแบบไม่เต็มที่ ผมเข้าใจนะครับเข้าใจในความยากลําบากของข้าราชการประจํา ที่จะทําหน้าที่ให้สมบูรณ์ ถามว่าเข้าใจอย่างไรครับ เพราะท่านเล่นมาเปึนรัฐมนตรีแล้ว วันที่ ๔ มีนาคมครับท่าน ท่านจําได้ไหมครับว่าท่านพูดอย่างไร ท่านประกาศเลยว่า ท่านจะขอคําปรึกษาจากอดีตผู้นําท่านในเรื่องเศรษฐกิจ แต่จะไม่ตั้งเปึนที่ปรึกษาอย่าง เปึนทางการหรอก แต่จะขอคําปรึกษาในทางเศรษฐกิจ ผมก็ต้องบอกบอกว่าแค่นี้ ข้าราชการประจําก็กลัวลนลานแล้วครับ ถามว่ากลัวอะไร เขารู้ว่าท่านมานั่งนี้ไม่ใช่ เพราะท่านมานั่ง ท่านมานั่งนี่เพราะท่านต้องแก้ปัญหาหลายเรื่อง แต่ปัญหาหลายเรื่องนั้น มันแยกเปึนปัญหาบุคคล มันแยกเปึนปัญหาของประเทศชาติ ปัญหาหลายเรื่องที่ว่านี้ ท่านไม่ได้ให้ความสําคัญเท่ากัน ท่านกลับละเลยปล่อยให้มีการปฏิบัติ ๒ มาตรฐาน ท่านบกพร่องในการกํากับควบคุมดูแลหน่วยงานเหล่านี้ไม่กล้าดําเนินการกับบุคคล หรือนิติบุคคลที่มีการเมืองหนุนหลัง เหตุผลนี้ผมจึงไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง แค่นั้นยังไม่พอครับในการเก็บภาษีของกระทรวงการคลังนอกจากจะ ไม่เปึนธรรมแล้ว วันนี้ฝรั่งเขามองนะครับท่านรัฐมนตรี เขามองว่าวันนี้รัฐมนตรีทีมงาน กระทรวงการคลังแข็งเปรี๊ยะไล่บี้ภาษีต่างชาติเต็มไปหมดเลย ป่ดช่องหากินช่องรั่วไหล ผมสรรเสริญเยินยอครับ ถูกต้อง แต่ถามว่าไม่แตะเลยหรือครับบริษัทของนักการเมือง ไม่แตะเลยหรือครับบริษัทของพรรคการเมือง หรือบริษัทที่เขาสนับสนุนพรรคการเมืองอยู่ ไม่แตะเลยใช่ไหมครับ เกิดอะไรกับพวกคดีปัืนหุ้นล่ะครับ ปัืนหุ้นก่อนเลือกตั้งเพื่อมีเงิน มาใช้เลือกตั้งทําไมไม่จับ ทําไมไม่ดําเนินคดี ทําไมไม่เร่งรัดให้หาหลักฐานให้พอ แล้วท่านจําได้ไหมครับว่าลูกผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งถูกจับเรื่องผิดกฎหมายหลักทรัพย์ ท่านทําอย่างไรตีมือปรับกลับบ้านไปไอ้หนู แค่นั้นหรือครับ แค่นั้นหรือที่จะให้ต่างชาตินั้น ให้ความไว้วางใจได้ ความโปร่งใสหลักนิติธรรมความเสมอภาคในการบังคับใช้กฎหมาย ข้อนี้เปึนข้อสําคัญครับ ท่านรัฐมนตรีลองสิครับอีก ๗ วัน ๑๔ วัน ท่านกวาดเรื่องที่มี ผลประโยชน์ทับซ้อนที่มีพรรคการเมืองหนุนหลังมีนักการเมืองหนุนหลังทําให้หมดสิครับ ผมจะบอกให้ว่าตลาดหุ้นจะบูมยิ่งกว่าอะไรอีก คนเขากล้ามาครับ ไม่ใช่มาบอกว่า ฝรั่งมาลงทุนแล้ว เฮียหุ้นนี้ลงทุนไม่ได้หรอกระวังนะเพราะเปึนหุ้นการเมือง ติดดาวแดง ไว้เปึนเถือกเลยว่าผู้จัดการกองทุนอย่าไปยุ่งกับหุ้นการเมืองนะ เจ็บตัวทุกคน ถามว่า เราปล่อยอย่างนี้ให้มีในตลาดทุนเมืองไทยได้อย่างไรครับ แล้วคนที่คุมตลาดทุนวันนี้ ก็มีข่าวลืออีกว่าจะได้รับการปูนบําเหน็จไปในตําแหน่งที่สูงกว่า เพียงเพื่ออะไรครับ เพราะว่าวันนี้ คตส. ที่กําลังจะหมดอายุไปเขาบอกว่าอย่างไร เขาบอกว่าเอกสาร ชิ้นสําคัญเขาไม่ได้รับความร่วมมือจาก ก.ล.ต. หน่วยงานใต้สังกัดท่านนะครับ ก.ล.ต. นั้น ไม่ยอมเป่ดเผยเอกสารชิ้นสําคัญให้กับเขา เขาทํางานยากครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านรัฐมนตรีนั้นต้องนําสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มาทบทวน ๔ ป้ของการสูญเสียโอกาส ท่านอย่าไปคิดเลยครับว่าการเมืองจะมาถล่มท่าน ผมบอกกับท่านเลยว่าผมมี ความปรารถนาดีกับท่านจริง ๆ และผมอยากให้ท่านทํางานได้ดีจริง ๆ สิ่งที่อยากจะ กราบเรียนท่านต่อไปก็คือว่าท่านอย่าปล่อยให้คนทุจริตลอยนวลครับ แล้วก็อย่าไป ส่งเสริมคนไม่ดีให้เข้ามามีตําแหน่งให้เข้ามาปกครองบ้านเมือง ท่านรัฐมนตรีได้ไปดู ไหมครับว่าตําแหน่งที่ท่านตั้งขึ้นมาต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่เปึนบุคคลที่นักลงทุนไทย นักลงทุนต่างประเทศมีคําถามถามด้วยกันทั้งนั้นหรือ ถามว่าวุฒิภาวะของรัฐมนตรี ในการตัดสินใช้คนเขาเลือกคนอย่างนี้มาบริหารบ้านเมืองหรือ เขาเลือกคนอย่างนี้ บริหารเรื่องการเงินการทองของประเทศหรือ แล้วถ้าเผื่ออย่างนี้แล้วจะกําจัดคอร์รัปชัน กําจัดการโกงได้อย่างไร จะกําจัดการเมืองไม่ให้แทรกแซงได้อย่างไร แล้วเขาก็มองท่านว่า ท่านนั้นเปึนตัวเป่ดประตูให้การเมืองหรือตัวแทนการเมืองเข้าไปแทรกแซงผ่านร่างทรง เหล่านี้ ผมไม่ต้องการให้เกิดเรื่องนี้กับท่านครับ ท่านเปึนคนที่ผ้าขาวอย่าให้เปุ๋อน ไปมากกว่านี้ครับ ท่านจําได้ไหมครับ ป้ ๒๕๔๖ ผมไม่อยากอภิปรายท่านกระทรวงไอซีที ผมบอกวันนั้นว่านโยบายรัฐบาลนโยบายกระทรวงไอซีทีจะทําให้องค์การโทรศัพท์อ่อนแอ แล้วก็เสียหาย แล้วเปึนอย่างไรครับ วันนั้นป้ ๒๕๔๖ องค์การโทรศัพท์ยังเข้มแข็งอยู่ มีกําไรป้นั้น ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท มาวันนี้องค์การโทรศัพท์อ่อนแอครับ กําไรเหลือ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่ากําไรเหลือ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ใครแย่ กระทรวงการคลังแย่ครับ เพราะเขาลดการส่งรายได้เข้ารัฐ หมายถึงว่าการจัดเก็บภาษี ก็ต้องไปเอาจากตาสีตาสา มากขึ้นเพราะว่ารัฐวิสาหกิจส่งรายได้น้อยลง มันกระเปิาซ้ายกระเปิาขวาครับ เพราะฉะนั้นผมบอกกับท่านได้ว่าท่านเอาผิดเปึนครูเถอะครับ กระทรวงการคลังทําให้ดี อย่าสนับสนุนคนชั่วคนผิดให้ลอยนวลครับ นอกจากนั้นแล้วอย่าไปปูนบําเหน็จคนที่มี ประวัติด่างพร้อย ถ้าท่านรัฐมนตรีบอกว่าท่านรัฐมนตรีไม่รู้จริง ๆ แยกแยะไม่ออกว่าใครดี ใครเลว ถามท่านกรณ์สิครับ อยู่ในตลาดทุนตลาดเงินมาก่อนสามารถให้ข้อมูลชั้น ๒ ท่านได้ครับ ช่วยกันกรองให้คนดีได้ไปปกครองบ้านเมือง ให้คนดีไปทํางานให้กับประเทศ พวกเราช่วยกรองได้ แต่วันนี้ไม่ครับ วันนี้ท่านกลับตั้งทีมงานอะไรก็ไม่รู้ที่ผมเห็นก็เก่ง แต่เก่งเรื่องอะไรครับ เปึนคุณหลวงช้อนไข่ คุณหลวงขัดไข่กันหมดเลย แต่ว่าทําเพื่อ ประเทศหรือเปล่า ผมเรียนเตือนท่านรัฐมนตรีนะครับว่าที่ผมไม่ไว้วางใจเพราะว่า ท่านใช้คนที่ไม่ขาวจนคุณสามารถดมความสะอาดได้ ท่านไม่ได้ใช้มาตรฐานนั้นจริง ๆ ซึ่งการเงิน การธนาคารต้องใช้ครับ แล้วหลักนิติธรรม ต้องมีครับ ผมถามว่ากรณีธนาคารของรัฐ นี่เปึนอีกอันหนึ่งซึ่งผมไม่ไว้วางใจ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แล้วก็ท่านรัฐมนตรีนั้นสามารถแก้ไขให้เกิด ความเชื่อมั่นได้ ยังไม่สายเกินไปคือกรณีธนาคารของรัฐครับ คือธนาคารกรุงไทย เปึนที่รู้กันเลย ก่อนท่านรัฐมนตรีมาเปึนรัฐมนตรีนี้ ธนาคารนี้ปัญหาถูกการเมืองแทรกแซง กรรมการก็มาจากฟากการเมืองเยอะแยะไปหมด แล้วเปึนอย่างไรครับ เขาไปพบเข้าว่า มีการทุจริตเงินกู้ธนาคารกรุงไทย มูลค่า ๙,๙๐๐ ล้านบาท แล้วก็มีอีก ๒ บริษัท บริษัทละ ๕๐๐ ล้านบาท แล้วก็ปรากฏว่าสิ่งที่เกิดขึ้นผมไม่ตําหนิท่านรัฐมนตรีนะครับ เกิดก่อนท่านมาเปึนรัฐมนตรี แต่ว่ามันจะเกี่ยวข้องกับท่าน เกี่ยวข้องตรงไหน เกี่ยวข้อง ก็ตรงที่ว่าสินเชื่อต่าง ๆ เหล่านี้ถูกตรวจสอบพบแล้ว ทางเดินของเงินพบแล้วว่าไปที่ไหน ไปที่ใคร แล้วถามว่าวันนี้ธนาคารกรุงไทยทําอะไรไปบ้าง ทําแล้วครับ เขาฟัองแพ่งครับ แต่ถามว่าคดีอาญาล่ะได้ลงโทษให้นักลงทุนไทย นักลงทุนต่างชาติเห็นหรือยังว่า รวยแค่ไหนก็ไม่พ้นคุกถ้าโกง ผมยังไม่เห็นมีสักคดีเลยแล้วอย่าไปอ้างนะครับว่า คตส. ทําอยู่แล้ว คอยให้เขาสรุปเพราะวันนี้พวกท่านก็บอกว่า คตส. ไม่ชอบธรรม ไม่ต้องไปคอยครับ ท่านเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีพระราชบัญญัติว่าด้วย ความผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ท่านทําได้เลยครับ ไม่ต้องรอใคร มีความผิดของ พ.ร.บ. ธนาคารพาณิชย์ทําได้เลยครับ ไม่ต้องรอใคร แล้วผมก็เห็นท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมนั่งอยู่นั่นนะครับ ช่วยส่งคนไปเถอะครับ ล้างบางให้สักทีเถอะครับ ธนาคารกรุงไทย แล้วท่านทราบไหมครับว่าทําไมธนาคารกรุงไทยถึงไม่มีใครกล้าทํา เพราะว่าเขาไปตรวจสอบ ผมก็ไม่อยากให้ที่นี่มีปัญหานะครับ ผมมีสําเนาเช็คที่ว่า เขาเอาเข้าบัญชีผู้ยิ่งใหญ่ มีเช็คหลายใบครับ แล้วก็บริษัทที่เกี่ยวข้องคือบริษัทที่สนับสนุน อดีตพรรคไทยรักไทยนั้นก่อนการเลือกตั้ง ผมถามครับนี่คือเหตุผลหรือเปล่าที่รัฐมนตรี ไม่กล้าแตะอันนี้เลย มันเปึนของร้อนไหมครับ แต่ผมคิดว่ามันเปึนของร้อนที่น่าแก้ปัญหา เพราะแก้ได้แล้วมีแต่วิน วิน (Win Win) คือชนะ ชนะ ครับ ประเทศก็ได้ ท่านก็ได้เครดิต นักลงทุนก็กลับมาอีก ประเทศไทยก็คึกคักอีก ผมขอเถอะครับว่าถ้าคิดผิดแล้วคิดใหม่ได้ ความบกพร่องก็คือสิ่งที่ท่านไม่ได้ทํา ไม่ใช่สิ่งที่ท่านทํา ท่านควรจะกํากับส่งเสริม ระบบธรรมาภิบาล สร้างระบบธรรมาภิบาล สร้างคนดี ตั้งกรรมการดี ๆ เข้ามาบริหาร นอกจากนั้นธนาคารกรุงไทยแล้วท่านรัฐมนตรีครับ ท่านก็มีรัฐมนตรีที่ผมรักอีกท่านหนึ่ง คุมอยู่ แต่ไม่ได้อยู่ในอภิปรายไม่ไว้วางใจคือสถาบันการเงินเฉพาะกิจ สถาบันการเงิน เฉพาะกิจก็คือธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม หรือเรียกว่า ธนาคาร เอสเอ็มอี (SME) ที่คําอภิปรายผมว่า ๔ ป้ของการสูญเสียโอกาสคือธนาคารนี้เขาใช้เวลา สอบมาแล้วป้หนึ่ง เขาเจอแล้วครับว่าทุจริต ๗๐ กว่าคดี โดย ๑ ในผู้กล่าวหานั้นคืออดีต ผู้บริหารสูงสุดของธนาคารด้วย สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านรัฐมนตรีวันนี้ก็คือว่า ธนาคารนี้ผมค้านว่าไม่ตั้งให้เปึนธนาคารตั้งแต่ป้ ๒๕๔๕ ผมอยู่ในสภาไปเป่ดดูได้ ผมค้าน เพราะผมรู้ว่ามันจะเปึนแหล่งหากินมโหฬารถ้าการเมืองแทรกแซง แล้ววันนั้นผมกับ ท่านพีระพันธุ์เปึนคนค้านว่าไม่ให้ใส่ไปใน พ.ร.บ. ว่าถ้าเผื่อธนาคารเกิดความเสียหาย รัฐต้องชดเชย พวกผมต่อสู้จนเปลี่ยนในวาระสุดท้ายครับว่ารัฐอาจพิจารณาชดเชยก็ได้ แล้ววันนี้ฝันร้ายที่ผมไม่อยากเห็นมันก็เกิดขึ้นครับท่านรัฐมนตรี ปรากฏว่าธนาคารแห่งนี้ ปล่อยกู้ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่ามีเอ็นพีแอล (NPL) ๕๒ เปอร์เซ็นต์ครับท่านรัฐมนตรี แล้วคนที่พูดนี้คืออดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พูดว่าธนาคารนี้มีหนี้เน่าหนี้เสีย ๕๒ เปอร์เซ็นต์ เอาร้านโชห่วยง่าย ๆ ริมถนนเจ๊งไหมครับ ขายของมูลค่า ๑๐๐ บาท แต่เก็บเงินได้ ๔๘ บาท เจ๊งครับ แล้วนี่ธนาคาร ไม่ใช่เอทีเอ็ม (ATM) กดส่วนตัว แล้วในนั้นท่านรัฐมนตรี เข้ามาเปึนรัฐมนตรีแล้ว ทุกหน่วยงานต้องรายงานถึงสถานะของธนาคารทุกธนาคาร แล้วก็ทุกไตรมาส แล้วต้องรายงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วย ผมก็สงสัยว่า ๔ เดือนทําไมไม่ทําอะไรเลย ทําไมละครับ อยู่เฉย ๆ ได้อย่างไร เอ็นพีแอลมูลค่า ๒๕,๐๐๐ ล้านบาทอย่างที่อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเขาว่า แล้วท่านไปดูสิ เขายังบอกอีกธนาคารนี้แก้ยาก ที่แก้ยากก็เพราะว่าอะไร เพราะว่าคนจบเอ็มบีเอ (MBA) ต้องการรับเพิ่ม แต่มีเด็กฝากเยอะ แล้วเขายังบอกด้วยอีกว่าในเอ็นพีแอล ๕๒ เปอร์เซ็นต์ นั่น ๗ เปอร์เซ็นต์เปึนนักการเมือง ผมไม่เหมาว่าเปึนพรรคไหน นักการเมืองก็โดน ทั่วกันหมดทุกคน รวมถึงตัวผมเองด้วยอาชีพนักการเมือง แต่ผมไม่เคยกู้จากธนาคาร เอสเอ็มอี อยากจะขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยไปตรวจสอบได้ไหมว่านักการเมืองที่เปึนหนี้เน่า ของธนาคารแห่งนี้มีชื่ออะไรบ้าง เอามาประจาน พวกเรานั้นส่วนใหญ่เปึนคนดีครับ ถ้ามันมีคนไม่ดีก็จะได้ออกไปจากวงการเสีย ทําได้ไหมครับ เพราะเขาระบุได้เลยว่า ๗ เปอร์เซ็นต์ ท่านลองคิดดูง่าย ๆ ๗ เปอร์เซ็นต์ของ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท คือ ๑,๕๐๐ ล้าน บาท แล้ว ๑,๕๐๐ ล้านบาทนี้เขาบอกว่าเกิดจากการกู้ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ป้เลือกตั้งทั้ง ๒ ป้ เลยครับ ถามว่าที่ผ่านมาการเมืองใช้ธนาคารนี้เปึนตู้เอทีเอ็มใช่หรือเปล่า ใช่ไหมครับ แล้วเขายังบอกอีกว่าเอ็นพีแอลที่ว่า ๗ เปอร์เซ็นต์ ถ้ารวมลูกน้องหรือบริษัทที่สนับสนุน นักการเมืองด้วย เอ็นพีแอลที่ว่า ๕๒ เปอร์เซ็นต์ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ที่เปึนหนี้เน่ามาจาก นักการเมืองและบริวาร ๒๕ เปอร์เซ็นต์ครับท่านรัฐมนตรี แล้วผมก็เชื่อว่างานนี้ ประธานกรรมการก็ดี ประธานกรรมการบริหารก็ดี ถ้าไม่มีแรงหนุนจากฝ์ายการเมือง ไม่กล้าหรอกครับ ไม่กล้าเพราะอะไร เพราะในหลาย ๆ คดีระบุเลยว่าผู้ที่กู้เงินไปแล้ว สร้างบริษัทกระดาษขึ้นมาคือไม่ได้ทําธุรกิจจริง กู้เงินไปแล้วก็เปึนเอ็นพีแอลหรือหนี้เน่า ตั้งแต่วันแรกที่กู้ไม่เคยชําระเลย แล้วก็ระบุด้วยว่าเปึนอดีต ส.ส. ไทยรักไทย เมื่อเปึนอย่างนี้แล้วจะให้ผมสงสัยได้อย่างไรว่าทําไม ๔ เดือนท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังไม่ทําอะไรเลยเกี่ยวกับธนาคารนี้ ผมบอกแล้วว่าวันนี้ผมด้วยเจตนา สุจริตครับ อยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านไม่รู้ท่านได้ทราบเสียว่าตรงนี้ต้องการเป่ดไฟ ให้เห็นทุกซอกทุกมุม ท่านเอาน้ํายาฆ่าเชื้อโรคมาฉีดเสียเถอะ กวาดขยะออกไปให้หมด สร้างธนาคารให้มีความเชื่อมั่น ที่ผ่านมาแล้วก็แล้วไป เริ่มต้นใหม่ได้ คนไม่ดีเอาออกไป คนไหนเบี้ยวก็ฟัอง คนไหนโกงก็เอาเข้าคุก แต่เริ่มต้นใหม่ได้ประเทศไทย มันไม่สายไป สําหรับนายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ผมยังมีความหวัง แต่เหตุที่ท่านไม่ทําอะไรเลยใน ๔ เดือนนี้ ผมไม่สามารถไว้วางใจท่านได้
อีกประการหนึ่ง ผมอยากกราบเรียนกับท่านว่าสิ่งที่ผมเปึนห่วงมากคือ ความคิดของท่านรัฐมนตรี ความคิดที่ว่าจะเอาสมาชิกบ้านเลขที่ ๑๑๑ (กรรมการบริหาร พรรคไทยรักไทยที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตัดสิทธิทางการเมือง ๕ ป้) มาเปึนกรรมการ รัฐวิสาหกิจ ผมฟังแล้วหนาวเหมือนเห็นผีจับไข้เลย ทําไมหนาวละครับ ท่านรัฐมนตรีครับ งบประมาณแผ่นดินป้นี้เรา ๑ ล้าน ๓ แสนล้านบาท แต่ทรัพย์สินของ รัฐวิสาหกิจ ๕ เท่าครับ ๖.๖ ล้านล้านบาท ๖.๖ ล้านล้านบาท ถ้าท่านไม่สร้างวัฒนธรรม ของความโปร่งใส วัฒนธรรมของธรรมาภิบาล หมดครับทรัพย์สิน ๖.๖ ล้านล้านบาท หมดจริง ๆ ครับ ถามว่ามันทําไมหมด ผมบอกกับท่านได้ครับ บอกกับท่านได้ว่าที่มันหมด ก็เพราะว่ารัฐมนตรีไม่เอาจริงจังกับการปราบคอร์รัปชันนะครับ ท่านไม่ได้ให้นโยบาย เปึนพิเศษเลยกับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจมันมีในนโยบายท่านรัฐมนตรีครับ แต่ว่าท่าน ไม่ได้ปฏิบัติครับ นโยบายท่านบอกว่าท่านจะพัฒนารัฐวิสาหกิจให้สามารถเปึนกลไก สนับสนุน สร้างฐานรายได้และมูลค่าให้แก่ทรัพย์สินของรัฐมีการบริหารงานอย่าง มืออาชีพ ตลอดจนกํากับดูแลการบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาล ทั้งการจัดทําและแยกบัญชีเชิงสังคม ความโปร่งใสและการวัดประสิทธิภาพของ การดําเนินงานในมาตรฐานไม่น้อยกว่าเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แล้วผมบอกได้ครับว่าเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยก็ไม่พอเพราะมันยังมี หุ้นปัืนอยู่ หุ้นการเมืองที่ปัืนกันอยู่ครับ ต้องสูงกว่าเกณฑ์นี้ แต่หันมาดูครับว่าวันนี้ ธนาคารกรุงไทยก็จัดเปึนอีก ๑ ในรัฐวิสาหกิจ มีบริษัทการท่าอากาศยานอีก ซึ่งเพื่อนสมาชิกผมจะอภิปรายทีหลัง แต่ผมจะฝากท่านรัฐมนตรีครับ บริษัทการบินไทย เปึนบริษัทสายการบินแห่งชาติใช่ไหมครับ แต่วันนี้ผมคิดว่าบริษัทการบินไทยนั้น ถูกให้มาเปึนสายการบินประจําครอบครัวมากกว่า ถามว่าผมพูดอย่างนี้เพราะอะไร ผมพูดอย่างนี้เพราะผมสงสารการบินไทยครับ ท่านรัฐมนตรีได้ลองไปดูไหมครับว่า กรรมการบริษัทการบินไทย ๖ ป้ย้อนหลังไปดูสิครับ ๖ ป้ย้อนหลังจนถึงปัจจุบัน ท่านไปดูเถอะครับ บริษัทนี้ถ้าเผื่อดีกรรมการรับเครดิตไปเต็ม ๆ บริษัทนี้ถ้าเผื่อไม่ดี พรรคไทยรักไทยที่ส่งเข้าไปซึ่งเขายุบไปแล้วต้องรับผิดชอบเต็ม ๆ ประวัติศาสตร์ ต้องบันทึกไว้ด้วยเพราะอะไร เพราะกรรมการที่รัฐบาล ๖ ป้ที่ผ่านมาส่งเข้าไป คนไปนั่งเปึน กรรมการการบินไทย เสร็จแล้วพ้นจากกรรมการการบินไทยกลับมาเปึนรัฐมนตรี หลายคน มาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มาเปึนผู้ช่วยรัฐมนตรี มาเปึนรองนายกรัฐมนตรี แล้วก็มามีคนที่เกี่ยวข้องกับคดีที่ถูกสอบสวนเรื่องทุจริตไม่โปร่งใสอีก ๗-๘ คนครับ นี่ครับการบินไทย ๖ ป้มันไม่เจ๊งทนไหวหรือครับ แล้วผมเปึนคนหนึ่งซึ่งผมซักถาม แล้วผมก็เปึนคนที่เปึนผู้ถือหุ้นน้อยครับ ๑,๐๐๐ หุ้น แต่ผมไปประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทการบินไทยทุกป้ ท่านรัฐมนตรีทราบไหมครับว่าวันที่เขาตัดสินใจจะซื้อเครื่องบิน วันนั้นถ้าเผื่อนายหน้าเดิมขายไม่ได้ครับ ต้องเปลี่ยนนายหน้าถึงจะซื้อบริษัทก็ไม่ยอม จะยืนยันนายหน้าเดิมตอนนั้นรัฐบาลเขาตั้งเงื่อนไขเยอะแยะ ต้องเอาไก่นะ ต้องเอากุ้งนะ อียู (EU) ต้องช่วยนะ ไม่อย่างนั้นไม่ซื้อ ในที่สุดซื้อครับ แต่ถามว่าซื้อแล้วไก่ กุ้งซื้อไหม ก็ไม่ได้ซื้อ แล้ววันนั้นที่ซื้อ ตกลงใจซื้อก็บอกเลยเรือบินดีอย่างนั้นอย่างนี้ สมรรถนะดี อย่างนั้นอย่างนี้ จะทํากําไรให้บริษัทดีอย่างนั้นอย่างนี้แล้วเปึนอย่างไรครับ บินมา ๓ ป้ รัฐมนตรีฟังด้วยครับ เมื่อ ๒ อาทิตย์นี้เองเขาแถลงว่าเรือบินที่ซื้อมาที่กรรมการแถลงกัน นักหนาว่าดีจะสร้างกําไรให้บริษัท วันนี้เรือบินนั้นสร้างความเสียหายให้กับการบินไทย เจ๊ง ๕,๐๐๐ ล้านบาท เกิดอะไรขึ้นครับ ทําไมท่านรัฐมนตรีที่กํากับนโยบายรัฐวิสาหกิจ ไม่สะกิดถามเลยหรือครับว่าเกิดอะไรขึ้นในการบินไทย แล้ววันนี้พอเจ๊ง ๕,๐๐๐ ล้านบาท บอกว่าอย่างไรง่ายมากขายมันเสียมันจะได้ไม่ขาดทุน ซื้อก็กินค่าคอมมิชชั่น (Commission) ขายก็กินค่าคอมมิชชั่น แล้วอยู่ไปอีกสักพักหนึ่งเขาบอกว่า เรือบินไม่พอ ต้องเรือบินมันใหม่อีก ก็กินค่าคอมมันใหม่อีก ก็ได้ใช่ไหมครับ มันไม่ใช่เงิน ของเรานี่ครับ มันเงินภาษีประชาชน ทําอย่างนั้นมันถูกต้องหรือครับ ไม่ถูกหรอกครับ ผมกําลังฟัง และตั้งความหวังว่าท่านรัฐมนตรีนั้นจะลากคออ้ายคนที่ทําให้การบินไทยนั้น เสียหาย มารับความผิดทางแพ่งถ้าไม่ใช่อาญา เรือบินลําหนึ่ง ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท อย่าลืมตอนที่ซื้อนั้น ๑ เหรียญ ๔๓ บาท วันนี้ถ้าเผื่อขาย ๑ เหรียญ ๓๔ บาท แล้วราคา ตกลงมาอีกนะครับ แล้ววันนั้นผมถามถามทั้งในคณะกรรมาธิการ ถามทั้งที่ประชุม ผู้ถือหุ้น อ้ําอึ้งครับ คุณเป่ดเส้นนี้เพราะอะไร เป่ดกรุงเทพ-นิวยอร์ก เป่ดกรุงเทพ-มอสโค บอกมันจะมีกําไร วันนี้มันเจ๊งครับ กรุงเทพ-จิตตะกอง ไปเป่ดเพราะอะไรครับ เขาบอก นโยบายนายใหญ่สั่งมาว่าต้องเป่ด ผมถึงได้ถามครับว่าสายการบินไทยเปึนสายการบิน แห่งชาติหรือสายการบินของครอบครัว แล้วผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีนั้นได้กรุณาครับ มีเวลาอีก ๒ วัน ท่านสามารถมาตอบพวกผมได้ในวันแถลงงบประมาณ ช่วยตอบ เถอะครับ จะเปึนบทพิสูจน์ทดสอบท่าน และผมจะยืนปรบมือผิดข้อบังคับเปึนคนแรก ในสภา ช่วยตอบเถอะครับว่าบริษัทการบินไทยเกิดอะไรขึ้น เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ ท่านอาจจะจําได้ตอนนั้นมีมหกรรมใหญ่ อดีตผู้นํากลับประเทศก้มจูบแผ่นดินไทย จําได้นะครับ ท่านประธานจะต้องทราบ ท่านรัฐมนตรีไม่ทราบ ผมทราบว่าท่านไม่ทราบ แต่ท่านทราบไว้และกรุณาหาคําตอบมาให้สภาด้วย หาคําตอบให้สภาว่าการบินไทย เสียหายเท่าไร เพราะในคืนก่อนที่อดีตผู้นําท่านหนึ่งจะกลับประเทศไทย มันมีเครื่องบิน การบินไทยที่มีชั้นหนึ่งอยู่ด้วยจะต้องบินไปยุโรป ผมรู้แม้กระทั่ง ทีจี ๙๖๐ ไปเช็กเถอะครับ จะต้องออกตอนตี ๑ พาผู้โดยสารกลับยุโรป ปรากฏว่าเครื่องบินลํานั้นต้องเลื่อนเวลาบิน ไปออกบ่ายโมงวันรุ่งขึ้น ที่ไปออกบ่ายโมงวันรุ่งขึ้นเพราะอะไรครับ เพราะว่าเรือบินลํานี้ จําเปึนต้องใช้ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงเรือบินกะทันหัน จากที่เคยบินฮ่องกงอยู่ มันไม่มี ชั้นหนึ่งครับ มันมีแค่ชั้นธุรกิจ มันคงนั่งแล้วก้นมันคงคับ มันคงไม่นุ่ม ต้องเปลี่ยนเปึน เรือบินชั้นหนึ่งนั่งกลับ ก็เปลี่ยนเอาลํานั้นไปฮ่องกงก่อน แล้วกลับจากฮ่องกงแล้วค่อยรับ ผู้โดยสารที่จะไปยุโรปคืนนั้นค่อยกลับยุโรปเขา คืนนั้นผู้โดยสาร ๓๐๐ กว่าคนครับ บางคนก็หงุดหงิดต้องเปลี่ยนเครื่องบิน เพราะว่าต้องรีบกลับ หลายคน หลายร้อยคน การบินไทยจับใส่โรงแรม เลี้ยงอาหารอีก ๒ มื้อกว่าจะออก ช่วยกรุณาตอบวันแถลง นโยบายงบประมาณนะครับว่าการบินไทยเสียหายเฉพาะคืนนั้นเท่าไร นอกจากนั้นแล้ว ช่วยถามนะครับว่าแล้วกรรมการผู้จัดการ กรรมการบอร์ด (Board) จะแสดงเหตุผลว่าอย่างไร ช่วยตอบด้วยครับ เพราะผมบอกแล้วว่าการบินไทยต้องเปึนสายการบินแห่งชาติ ไม่ใช่สายการบินของครอบครัวหรือตระกูล คนไทยถือหุ้นอยู่ทั้งหมด และท่านเห็นไหมครับ ผมอยากจะให้ท่านได้เอาไปดู เพราะคนที่จะอภิปรายกระทรวงคมนาคมต่อไปก็จะได้รู้ว่า รัฐมนตรีนั้นที่เกี่ยวข้องบอกจะให้การบินไทยเปึนสายการบินที่อันดับหนึ่งของโลก บอกทุกอย่างดีหมด มันแย่อยู่บริการเพราะมันคนแก่ ต้องเอาสาว ๆ มา ก็บอกนะครับว่า การบินไทยคงไม่ได้ขายเซ็กซ์ (Sex) ขายบริการแต่ไม่ใช่บริการเซ็กซ์นะครับ ไม่ใช่บริการ ทางเพศ ขายบริการที่ดี ออกตรงเวลา แล้วก็ไม่เลือกปฏิบัติกับผู้โดยสาร สิ่งที่จะถาม ก็คือว่าถ้าท่านอยากจะให้การบินไทยเปึนสายการบินแห่งชาติ แล้วก็เปึนสายการบิน ที่มีกําไรส่งรัฐได้ผมอยากให้ท่านทําเบนช์ มาร์ค (Bench mark) ไปเทียบกับสิงคโปร์เถอะครับ เพื่อนบ้านเราไปเทียบเถอะครับ ผมทําตัวเลขเปรียบเทียบให้ท่าน ถ้าท่านไม่มีตัวเลขมา ถามคุณกรณ์ได้ครับ ท่านเชี่ยวชาญ ท่านให้ตัวเลขผมมา กําไรสุทธิเปรียบเทียบ การบินไทยกับสิงคโปร์ แอร์ไลน์ เมื่อป้ ๒๕๔๗ ถ้านับกันเปึนเหรียญสหรัฐ ป้ ๒๕๔๗ การบินไทยมีกําไร ๒๕๐ ล้านเหรียญ ป้ ๒๕๔๗ การบินไทยมีกําไร ๒๕๐ ล้านเหรียญครับ สิงคโปร์ แอร์ไลน์ มีกําไร ๑,๓๕๒ ล้านเหรียญ แล้วขอโทษนะครับพนักงานเขาน้อยกว่า การบินไทยด้วย เพราะเด็กฝากเขาน้อยกว่า หันมาดูกําไรสุทธิ ป้ ๒๕๕๐ ที่น้ํามันเริ่มแพง การบินไทยก็จะซ่อนอยู่เบื้องหลังเหตุผลของน้ํามันแพงอยู่ตลอดเวลา แล้วทุกคนก็จะเชื่อ แต่ผมคนหนึ่งที่ไม่เชื่อ เพราะอะไร ทุกครั้งที่น้ํามันขึ้นราคาการบินไทยจะคิดค่าชาร์จ (Charge) น้ํามันพิเศษนอกเหนือไปจากตั๋ว ฉะนั้นการบินไทยไม่มีวันขาดทุนลดลงหรอกครับ แต่เอาเหตุผลนี้มาป่ดบังไม่ให้คนได้รู้ว่าจริง ๆ แล้วคือการบริหารงานที่ผิดพลาด บกพร่อง ฟุ์มเฟ๋อย หละหลวม ป้ ๒๕๕๐ ป้ที่แล้วการบินไทยประสบภาวะเหมือนกับสิงคโปร์คือ น้ํามันแพง ต้นทุนสูง การแข่งขันสูง มีกาตาร์ แอร์เวย์ มีเอมิเรตส์ขึ้นมาแข่ง แต่ปรากฏว่า การบินไทยนั้นทํากําไรลดลง ป้ ๒๕๔๗ กําไร ๒๕๐ ล้านเหรียญ ป้ ๒๕๕๐ กําไรเหลือ ๑๘๖ ล้านเหรียญ แต่สิงคโปร์ แอร์ไลน์นั้น ป้ ๒๕๔๗ กําไร ๑,๓๕๒ ล้านเหรียญ แต่ป้ ๒๕๕๐ เขากลับมีกําไร ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญ กําไรเขาไม่ได้ลดลงนะครับ เขาเพิ่มขึ้น ท่านรัฐมนตรีเห็นแล้วหรือยัง ชัดหรือยังครับว่าต้องเลิกให้การเมืองแทรกแซงการบินไทย แค่นั้นยังไม่พอครับ ผมให้ท่านรัฐมนตรีได้ดูว่าจํานวนปริมาณผู้โดยสารกับพัสดุภัณฑ์ ระหว่างการบินไทยกับสิงคโปร์ แอร์ไลน์ครับ สิงคโปร์ แอร์ไลน์ อัตราการขนส่งผู้โดยสาร เคบิน แฟคเตอร์ (Cabin factor) ๘๐.๓ เปอร์เซ็นต์ การบินไทย ๗๘.๕ เปอร์เซ็นต์ ต่างกับเขา นิดเดียว แต่กําไรน้อยกว่าเขาประมาณ ๑๒ เท่า อัตราส่วนการขนส่งพัสดุภัณฑ์สิงคโปร์ แอร์ไลน์ มี ๖๒.๒ เปอร์เซ็นต์ การบินไทยมี ๕๔ เปอร์เซ็นต์ แต่สิงคโปร์ แอร์ไลน์ กําไร มากกว่าเรา ๑๒ เท่า ฉะนั้นผมจึงกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าผมนี่ขออาสาเปึนกระจก ส่องให้ที่ไม่บิดเบือนครับ อยากให้การบริหารงานนั้นบริสุทธิ์ยุติธรรมจริง ๆ โปร่งใส ไร้คอร์รัปชัน แต่สิ่งที่ผมผิดหวังไม่สามารถไว้วางใจท่านรัฐมนตรีได้คืออะไรครับ ท่านคุม สํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ แล้วยังเปึนประธานคณะกรรมการนโยบาย รัฐวิสาหกิจอีกที่ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมาย ท่านก็ให้สํานักงานที่เปึนกรมของท่าน ในกระทรวงการคลังโฆษณา โฆษณาว่าหากรรมการรัฐวิสาหกิจที่เหมาะสมเอาไว้ เพื่อจะได้ส่งไปแต่งตั้ง แต่ผมถามท่านนะครับ วันนี้ท่านนั่งอยู่เปึนรัฐมนตรีคลังแล้ว มีการเสนอกรรมการการบินไทยเมื่อเมษายนนี้ท่านมาเปึนรัฐมนตรีแล้วครับ ท่านรัฐมนตรี เห็นรายชื่อไหมครับแทบจะอุดจมูกเบือนหน้าหนี ผมถามว่าคนไทยทั้งประเทศ ผมไม่ได้ ดูถูกท่านที่ทํางานที่เปึนกรรมการอยู่แล้ว ผมบอกว่าเขาเหล่านั้นมีความรู้ความสามารถ แต่เขาไม่รู้เรื่องธุรกิจการบินเลย เอาเข้ามาได้อย่างไรครับ มีตํารวจ มีทหารอากาศ ถามว่า มีตํารวจแล้วทําไมของผู้โดยสารยังหายจากกระเปิาอยู่ยังแก้ไม่ตกครับ มีทหารอากาศ อยู่บริเวณรอบแล้ว เมื่อไม่กี่วันนี้ต่างชาติดูข่าวก็ต้องตกใจว่าปล้นธนาคารใกล้สุวรรณภูมิ แล้วท่านก็เอาอีกหลายคนที่การเมืองส่งเข้าไปซึ่งไม่มีความรู้ในเชิงธุรกิจการบินครับ วันนี้กาตาร์ แอร์เวย์ เอมิเรตส์ จ้างฝรั่งที่เปึนนักบริหารจากลุฟท์ฮันซา จากโฟล์คสวาเกน จากใครต่อใครมาทํากันหมดแล้วครับ แต่ท่านยังเอาปลัดกระทรวงซึ่งมีกรรมการอยู่ประมาณ ๑๓ คณะเปึนประธาน ท่านยังเอา อธิบดี แล้วก็เอาอดีตคนถือกระเปิาให้อดีตผู้นํามาเปึนกรรมการบอร์ดการบินไทย ถามจริง ๆ ๖๕ ล้านคน หาได้ดีที่สุดแค่นี้หรือครับ ๖๕ ล้านคน คนไทยมีแค่นี้หรือครับ ไม่ใช่นะครับ ด้วยเหตุผลนี้ผมจึงไม่สามารถไว้วางใจรัฐมนตรีได้ที่ท่านจะบกพร่อง มาก ๆ เลย ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่า เหตุผลที่ผมกราบเรียนมาข้างต้นแล้ว ทั้งเรื่องรัฐวิสาหกิจ ทั้งเรื่องตลาดทุน ทั้งเรื่องความโปร่งใสในการลงทุน ทั้งเรื่อง การดําเนินงาน ๒ มาตรฐานของกรมจัดเก็บและก็ทีมงานที่ปรึกษาท่านรัฐมนตรีครับ ไม่ได้ สร้างความไว้วางใจให้กับนักลงทุนไทยและนักลงทุนต่างประเทศเลย กระผมนั้น ไม่สามารถไว้วางใจท่านได้ นอกจากนั้นแล้วพนักงานการบินไทยเขาก็น้อยใจครับ เขาน้อยใจว่ากระทรวงการคลังเคยไปดูแลถึงรายละเอียดไหม วันนี้บอกว่าขาดทุน น้ํามันแพง ถามว่าลดอะไร ลดสวัสดิการพนักงาน ลดวันพักพนักงาน แต่ว่าคอร์รัปชัน ไม่ลดครับ ผมคิดว่าท่านต้องตั้งต้นใหม่ ลดคอร์รัปชันก่อน ลดส่วนเกินก่อน การบินไทย ถ้าเผื่อวันไหนมีกรรมการเปึนผู้จัดการทีมชาติก็จะโน่น พานักฟุตบอลไปเก็บตัว ต่างประเทศ พักโรงแรมชั้น ๑ การบินไทยออกหมดครับ มันไม่ใช่ครับ ด้วยสาเหตุต่าง ๆ เหล่านี้การบริหารงานท่านบกพร่องล้มเหลว เลือกปฏิบัติผมไม่สามารถให้ความไว้วางใจ ได้แต่ผมหวังว่าอีก ๒ วันท่านน่าจะสร้างศรัทธาผมได้ด้วยการแถลงสิ่งที่ผมถามไป ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่ได้เปึนกระจกสะท้อนภาพในการอภิปรายที่เพิ่งเสร็จสิ้นลงไปนะครับ ก็ต้องขอบคุณ สําหรับข้อมูลต่าง ๆ แล้วก็คงอยากจะเรียนว่าอย่างที่ท่านได้เกริ่นว่าผมมาทํางาน ก็มีความเจียมตัวไม่ค่อยได้เปึนข่าวเก็บตัว ต้องเรียนครับว่าจริง ๆ แล้วก็อยากเปึนข่าว กับเขาเหมือนกันครับ อยากจะไปออกโทรทัศน์ อยากจะไปออกรายการ แต่ต้องเรียนว่า เหนื่อยจนออกไม่ไหวครับ เพราะทุก ๆ วันทํางานตั้งแต่เช้า แล้วถ้าหากท่านจะได้กรุณา ถามเพื่อนข้าราชการในกระทรวงการคลัง เขาจะบอกเลยครับว่าผมกลับบ้าน ๓ ทุ่ม บางวัน ๔ ทุ่มกว่าเกือบทุกวัน เสาร์-อาทิตย์ มาทํางานด้วยครับ เพราะฉะนั้นไม่ใช่ เพราะว่าอยากเก็บตัวอะไรครับ แต่มีความรู้สึกว่าเมื่อมีเวลาที่ว่างเว้นจากภารกิจ ในกระทรวงการคลังหรือในทําเนียบรัฐบาลอยากจะพัก อยากจะมีเวลากับครอบครัวบ้าง ซึ่งก็มีน้อยเต็มทีครับ เพราะฉะนั้น ไม่ได้เปึนปัญหาว่าเจียมตัวแต่อย่างใดนะครับ เพราะเมื่อผมรับอาสามาทํางานแล้วก็ถือว่าจะต้องทํางานให้ดีที่สุด ทํางานสนอง พระเดชพระคุณ ทํางานตามที่ได้เคยถวายสัตย์ปฏิญาณไว้ต่อองค์พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ที่ปรากฏในมาตรา ๑๗๕ ซึ่งท่านรัฐมนตรีทุก ๆ คนจะต้องถวายสัตย์ว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชนทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติซึ่งรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ อันนี้เปึนสิ่งที่ผมเชื่อว่าคณะรัฐมนตรีทุก ๆ คนได้เทิดไว้ เหนือเกล้าครับ เพราะเรามีความรู้สึกว่าเรามาครั้งนี้เราต้องการที่จะทํางานให้เกิด ประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ถ้าถามว่าผู้มีพระคุณของเราคือใคร ผู้มีพระคุณ ของเราก็คือประชาชนที่ได้ให้ความไว้วางใจให้กับทางนักการเมืองอย่างเรา มาทําหน้าที่ เปึนตัวแทนในการบริหารประเทศ ผมเองก็ต้องขอบคุณข้อมูลของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ แล้วก็คิดว่าข้อมูลหลาย ๆ เรื่องก็เปึนข้อมูลที่เปึนประโยชน์ครับ แต่ก็ต้องเรียนตรง ๆ ว่า ในระหว่างที่ได้ฟังข้อมูลของท่านไปแล้ว ซึ่งท่านเองก็ได้นําเอาแผนผังของการมอบหมายงาน ของท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้มอบหมายงานให้ผมในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่ทํางาน ในทําเนียบรัฐบาล ผมเชื่อว่าท่านน่าจะมีแผนผังของการมอบหมายงานของผมในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งได้มอบให้กับท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ๒ ท่านนะครับ และถ้าท่านจะกรุณาไปดูตรงนั้นก็จะได้เห็นว่าเนื้อหาข้อมูลต่าง ๆ ในหลาย ๆ ส่วน ไม่ว่าจะเปึนของกรมสรรพากรก็ดี กรมสรรพสามิตก็มี กรมศุลกากรก็ดี กรมต่าง ๆ เหล่านี้ผมได้มอบงานให้กับท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ไปอย่างเต็มที่ ถ้าหากท่านจะได้ถามข้อมูลจากเพื่อนข้าราชการในกระทรวงการคลัง ก็คงจะเห็นว่าผมเองไม่ได้ไปตรวจราชการในกรมต่าง ๆ เหล่านี้เลย แล้วก็ได้มอบให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังได้รับผิดชอบในการดําเนินการต่าง ๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นข้อมูลหลาย ๆ ข้อมูลที่ท่านได้กรุณาให้ข้อมูลมา เดี๋ยวผมเองคงจะได้มีโอกาส อ่านข้อมูลบางส่วน ซึ่งบางส่วนผมรู้อยู่แล้วในฐานะที่เปึนผู้ที่ต้องรับผิดชอบสูงสุด แต่ในส่วนที่อาจจะมีข้อมูลรายละเอียดก็คงได้มีโอกาสที่จะตอบข้อซักถามในเรื่องเหล่านั้น ต่อไป
ประการที่ ๒ ที่ท่านพูดถึงเรื่องรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ถูกต้องครับ กระทรวงการคลัง ในฐานะที่เปึนผู้ถือหุ้นใหญ่ ในฐานะที่มีสํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ที่รับผิดชอบในการกํากับดูแลรัฐวิสาหกิจทั้งหมด แต่ผมเชื่อว่าท่านสมาชิกเองในฐานะที่ ท่านก็มีประสบการณ์ในเรื่องของการจัดการอยู่มาก ก็คงจะรู้ว่ากระทรวงการคลังถ้าหาก เปรียบเทียบในภาคเอกชนก็เหมือนกับเปึนบริษัทแม่ เปึนโฮลดิ้ง คัมปะนี (Holding company) ในขณะเดียวกันรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ก็ถือว่าเปึนบริษัทลูก ซึ่งในบริษัทลูกนั้นก็จะมีกระทรวง ต่าง ๆ ที่เปึนผู้กํากับดูแล ยกตัวอย่างของการบินไทยนะครับ การบินไทยนี่ผู้กํากับดูแลคือ กระทรวงคมนาคม แน่นอนก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมท่านก็จะเปึนผู้กํากับดูแล ใกล้ชิด แต่ถึงอย่างไรก็ตามผมก็ต้องเรียนว่าปฏิเสธไม่ได้ในฐานะที่เปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง การที่จะต้องดูแลบริษัทแม่ ขณะเดียวกันบริษัทแม่เองก็ถือว่า เปึนผู้ที่ถือหุ้นในบริษัทลูกทั้งหมด ทั้งหลายทั้งปวงที่ท่านได้เปึนกระจกสะท้อนมาก็จะเปึน ข้อมูลที่เปึนประโยชน์ครับ ผมคงขออนุญาตที่จะพูดถึงบางประเด็นในช่วงนี้ก่อนเท่านั้นเอง โดยที่จะไม่ลงลึกในรายละเอียด เพราะเชื่อว่าน่าจะมีผู้อภิปรายต่อจากนี้อีกหลายท่าน ก็คงจะได้ถือโอกาสตอบรวมทั้งหมดว่าใน ๔ เดือนที่ผ่านมานั้น ในฐานะที่เปึน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผมเองได้ดําเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อจะช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในฐานะที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน อย่างไรนะครับ ก็คงจะเลือกเฉพาะเปึนบางประเด็นที่เปึนประเด็นคิดว่าจะปลีกย่อยแล้วก็ ทําให้เข้าใจชัดเจน อย่างที่ท่านได้พูดว่าผมเองได้เป่ดทางให้ผู้ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ๑๑๑ ท่านเข้ามาเปึนกรรมการรัฐวิสาหกิจ ถ้าหากท่านจะได้กรุณาติดตามข้อมูลข่าวสาร ตั้งแต่ต้นจนครบกระบวนความ ท่านจะเห็นได้ว่าผมไม่ใช่เปึนผู้ที่พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน ก่อนหน้าที่จะมีการเป่ดประเด็นเรื่องนี้ มีท่านอื่นได้พูดประเด็นนี้ขึ้นมา ทางผู้สื่อข่าว หรือสื่อมวลชนก็ได้มาถามผมว่ามีความเห็นอย่างไรถ้าหากผู้ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ๑๑๑ ท่านจะถูกเสนอชื่อเปึนกรรมการรัฐวิสาหกิจ ผมเองต้องเรียนตรง ๆ ครับ ผมเปึน คนที่ยึดในหลักการ เมื่อถูกถามในเชิงหลักการผมก็จะตอบในเชิงหลักการว่าไม่มี บทบัญญัติใด ๆ ที่ห้ามผู้ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองมาเปึนกรรมการรัฐวิสาหกิจได้ และผมเชื่อว่าการที่จะป่ดกั้นสิทธิใด ๆ ก็ตาม ไม่ว่าเปึนสิทธิที่จะทําให้เกิดจาก ความแตกต่างทางเพศ ความแตกต่างทางสีผิว ความแตกต่างทางศาสนา หรือความแตกต่าง จากการถูกตัดสิทธิทางการเมืองเปึนสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นครับ อย่างที่มีคํากล่าวบอกว่า ถึงแม้ข้าพเจ้าจะไม่เห็นด้วยกับความคิดของท่าน แต่ข้าพเจ้าก็พร้อมที่จะปกปัองสิทธิ ในการแสดงความเห็นของท่าน เช่นเดียวกันถึงแม้ผมอาจจะมีความรู้สึกว่าในช่วงเวลา อย่างนี้ ช่วงเวลาที่เปึนระยะเปลี่ยนผ่านทางการเมือง การที่ผู้ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ทั้ง ๑๑๑ ท่านจะไปเปึนกรรมการรัฐวิสาหกิจน่าจะเปึนช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม แต่ผม ก็ตอบได้ครับว่า ในเชิงหลักการในทางกฎหมายจะไปห้ามเขาไม่ได้ แต่ถามผมว่าเห็นด้วยไหม ผมตอบว่า ผมไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นท่านจะสังเกตครับ ในส่วนของรัฐวิสาหกิจในสังกัด กระทรวงการคลังก็ดี รัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงอื่นก็ดี ถึงวันนี้ก็ยังไม่มีผู้ที่ถูกตัดสิทธิ ทางการเมืองมาดํารงตําแหน่งกรรมการรัฐวิสาหกิจในส่วนของเรื่องเกี่ยวกับตลาดทุน ท่านถามว่าได้ทําอะไรไปบ้าง แล้ววันนี้ปัญหาตลาดทุนก็โยนให้เปึนแพะแห่งป้ก็คือ ม็อบหน้าทําเนียบ ม็อบที่สะพานมัฆวานรังสรรค์นะครับ ถ้าหากท่านจะได้กรุณาติดตาม ข้อมูลข่าวสารก็จะเห็นได้ชัดเจนครับว่าในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ประมาณปลายเดือนมีนาคม ต่อเนื่องถึงเดือนเมษายน สิ่งที่ผมได้ทําร่วมกับเพื่อนในวงการตลาดทุนก็ดี เพื่อนที่ทํางาน อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ดี ก็คือการเดินทางไปพบกับนักลงทุนจากต่างประเทศที่ ประเทศญี่ปุ์น ที่กรุงโตเกียว เดินทางไปที่วอชิงตัน ดี.ซี. ไปที่นิวยอร์ก ไปที่ลอนดอน ล่าสุดก็คือที่สิงคโปร์ เพราะว่าเรามีความรู้สึกว่าหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้น ในประเทศไทยนั้น หลังจากที่เราได้กลับคืนสู่ประชาธิปไตย ความจําเปึนอย่างยิ่งในการ ที่จะสื่อความหมายถึงนักลงทุนชาวต่างประเทศเปึนเรื่องที่สําคัญมากครับว่าเรากําลัง ต้องการที่จะหวนกลับคืนมาบนเส้นทางประชาธิปไตย เรามีแผนงานทางเศรษฐกิจอย่างไร เราได้มีการยกเลิกมาตรการกันสํารอง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ไปแล้ว เพื่อที่จะได้ชี้แจงให้เขาเกิด ความเข้าใจและความเชื่อมั่น ถ้าหากท่านจะได้มีโอกาสซักถามนักลงทุนที่ได้มาร่วมฟัง ในงานโรด โชว์ (Road Show) วันนั้นสิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อว่าเขาพูดออกมาคล้าย ๆ กันนะครับ อันนี้ก็เปึนการที่รับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ที่ไปร่วมในงานโรด โชว์ วันนั้นสิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อว่า เขาพูดคือออกมาคล้าย ๆ กัน อันนี้ก็เปึนการที่รับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ที่ไปร่วมในงาน โรด โชว์คือสิ่งที่ผมพูดความจริง หลายสิ่งหลายอย่างที่เขาซักถามผมตอบตามความจริง ทุก ๆ เรื่อง นักลงทุนยังรู้สึกแปลกใจว่าทําไมผมจริงใจขนาดนั้น ผมบอกได้ว่าวันนี้ เราจะต้องพูดความจริง ถ้าหากเราพูดความจริงพูดกี่ครั้ง ๆ เราก็จะพูดสิ่งที่เปึนความจริง เหมือนเดิม แต่ถ้าหากเราโกหกสักครั้งหนึ่งครั้งต่อไปเราจะพูดไม่เหมือนเดิม เพราะฉะนั้น เขาก็จะไม่เชื่อถืออีกครับ เพราะฉะนั้นการทําโรด โชว์ ผมเชื่อว่าสิ่งที่สําคัญที่ได้กลับคืนมา คือเรื่องความเชื่อมั่น แต่ท่านสังเกตใช่ไหมครับว่าตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมต่อเนื่อง ถึงวันนี้ตลาดหลักทรัพย์ตกลงไปมากกว่า ๑๐๐ จุด ผมปฏิเสธไม่ได้ครับว่าผลกระทบจาก ทางการเมืองเปึนเรื่องสําคัญมาก มันไม่ใช่เปึนเรื่องของแพะหรอกครับ เปึนเรื่องความจริงว่า ความหวั่นไหวต่อสถานการณ์ทางการเมืองมันทําให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนสูญเสียไป สิ่งที่เราพยายามจะทําต่อเนื่องไปนับจากนี้ในระยะสั้น ก็คือพยายามทําอย่างไร ให้ความเชื่อมั่นที่เกิดขึ้นจากความหวั่นไหวทางการเมืองได้คลี่คลายลง แล้วก็รวมทั้ง การพัฒนาตลาดทุนต่อไป ถ้าท่านได้ติดตามข่าวก็คงจะเห็นว่าผมได้ตั้งคณะกรรมการ พัฒนาตลาดทุนประชุมไปแล้ว ๒ ครั้ง แล้วสิ่งหนึ่งที่ผมบอกคณะกรรมการ ซึ่งมาจาก แวดวงของผู้เชี่ยวชาญทางด้านตลาดเงินตลาดทุนว่าสิ่งที่ผมอยากเห็นวันนี้ไม่ใช่แผน อีกแล้ว สิ่งที่ผมอยากเห็นคือลงมือทํา เรามีแผนมากแล้วครับ ที่ผ่านมาเรามีการวางแผน กันมากมาย แต่เราไม่เคยเริ่มต้นลงมือทําสักทีหนึ่ง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องเริ่มต้นคือ ทําอย่างไรที่ทําให้เราสามารถที่จะขับเคลื่อนแผนงานต่าง ๆ ที่มีอยู่มากมายให้ไปสู่ การพัฒนาตลาดทุนอย่างแท้จริง ในเรื่องของรัฐวิสาหกิจอย่างการบินไทยผมเองก็เชื่อว่า อีกสักพักหนึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งก็ได้เปึน ๑ ในรัฐมนตรี ๗ ท่าน ที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจก็คงจะสามารถให้ข้อมูลกับท่านได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ผมจะปฏิเสธความรับผิดชอบ ผมเชื่อว่าข้อมูลต่าง ๆ ที่ท่านกรุณาให้จะได้น้อมรับข้อมูล เหล่านั้นไปตรวจสอบต่อไป เพราะผมเชื่อว่ารัฐวิสาหกิจถ้าเข้มแข็งจะเปึนกลไกที่สําคัญ ในการที่จะช่วยกันพัฒนาประเทศชาติได้ ถ้าท่านได้อ่านบทความที่ผมเคยเขียนในวารสาร การเงิน การธนาคาร ในเดือนพฤษภาคม ท่านคงจะเห็นว่าผมให้ความสําคัญกับ เรื่องรัฐวิสาหกิจเปึนพิเศษ ผมเขียนหัวข้อว่าบนเส้นทางสู่การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ และยกตัวอย่างของรัฐวิสาหกิจที่เปึนการรถไฟแห่งประเทศอินเดีย ผมเห็นบทเรียน ที่เกิดขึ้นในประเทศอินเดียแล้วเห็นได้ชัดว่าการรถไฟแห่งประเทศอินเดีย ซึ่งเปึน รัฐวิสาหกิจที่ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกมีพนักงานถึง ๑ ล้าน ๕ แสนคน ขาดทุนมาตลอด จนกระทั่งมีคนคาดการณ์ว่าในระยะเวลาไม่เกิน ๑๐ ป้ข้างหน้าการรถไฟ ของอินเดียจะต้องถึงภาวะล้มละลาย แต่ภายในช่วง ๓-๔ ป้ที่ผ่านมาการรถไฟอินเดีย เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิงครับ เปลี่ยนแปลงไปชนิดที่ว่าสามารถจะให้บริการที่ดีขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น ราคาถูกลง แต่ว่ามีผลกําไร ผมอยากจะกราบเรียนว่าผมกําลัง ชักชวนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งท่านจะช่วยดูแลเรื่องเกี่ยวกับการพลิกฟุ๋นเรื่องสถานะทางการเงินของการรถไฟ แล้วก็ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้นําสหภาพแรงงานการรถไฟแห่งประเทศไทยไปดู งานรถไฟที่อินเดีย ก็ตั้งใจกันว่าถ้าหากนัดหมายท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ของอินเดียได้เมื่อไรก็คิดว่าคงจะได้ไปกันครับ เพราะว่าคนที่พลิกฟุ๋นการรถไฟของอินเดีย ก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของประเทศอินเดีย แล้วก็ตั้งใจว่าเราน่าจะได้ เรียนรู้บทเรียนอะไรมากพอสมควรจากการที่ไปเรียนรู้จากเขาตรงนั้นนะครับ ในชั้นนี้ ผมขออนุญาตที่จะได้ตอบข้อซักถามที่เปึนประเด็นปลีกย่อยก่อน ในโอกาสต่อไปคงจะ ได้มีโอกาสพูดคุยในภาพรวมของเรื่องแนวทางที่ได้ทํากันมา ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านกรณ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้รับมอบหมายจากท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้เปึน ๑ ในคณะของทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะมาอภิปรายเรื่องที่ใกล้ตัวพี่น้องประชาชนมากที่สุด ก็คือเรื่องที่เกี่ยวกับปัญหา เศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง และในการทําหน้าที่นั้นผมและคณะมีความจําเปึนที่จะต้อง ใช้สิทธิที่ได้ยื่นญัตติไว้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรี ที่มีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดมากที่สุดกับการกําหนดนโยบาย คือท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ซึ่งท่านมิ่งขวัญ ณ เวลานี้ไม่ได้อยู่ในห้องนี้ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ความกังวลของผมในฐานะรัฐมนตรีเงาว่าการกระทรวงการคลัง ก็คือความกังวลในแง่ของ แนวการบริหารของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่ผมก็จะมีการพาดพิงไปถึง การทํางานของท่านรัฐมนตรีมิ่งขวัญบ้าง แต่อย่างไรก็แล้วแต่ท่านมิ่งขวัญควรที่จะรีบ กลับเข้ามาในห้องประชุมนี้ เพราะว่าผมมีเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่านที่รอคิวที่จะอภิปราย ในความล้มเหลวของการบริหารจัดการในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ ส่งผลความเดือดร้อน ในแง่ของค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนโดยทั่วไป ในฐานะรัฐมนตรีเงาผมได้ติดตาม การทํางานของท่านรัฐมนตรีว่าการสุรพงษ์มาอย่างใกล้ชิดตั้งแต่แรก ผมมีความกังวลอยู่ ๒ ประเด็นในส่วนของนายแพทย์สุรพงษ์ ประเด็นที่ ๑ ผมมีความกังวลตั้งแต่แรกในส่วน ของประสบการณ์ที่ท่านมีในแวดวงเศรษฐกิจ ส่วนประเด็นที่ ๒ ผมมีความกังวลในส่วน ของหมวกทั้ง ๓ ใบที่ท่านต้องใส่ในเวลาเดียวกัน ใบแรกก็คือในฐานะเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ใบที่ ๒ ในฐานะเปึนเลขาธิการพรรคพลังประชาชน และใบที่ ๓ ในฐานะของผู้สนิทของอดีตผู้มีอํานาจ แต่จริง ๆ แล้วท่านประธาน ทั้ง ๒ ประเด็นปัญหา ทางด้านประสบการณ์ และหมวกทั้ง ๓ ใบที่ท่านใส่อยู่นั้นไม่ได้มีความจําเปึนที่จะต้อง เปึนอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ของท่านรัฐมนตรี ตราบใดที่ท่านมีความตั้งใจที่จะเรียนรู้ เกี่ยวกับเนื้องานของท่านในฐานะเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตราบใดที่ท่านมี ความจริงใจในการที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาปากท้อง ปัญหาเศรษฐกิจให้กับประเทศชาติ ให้กับพี่น้องประชาชน และที่สําคัญตราบใดที่ท่านไม่มีเจตนาตั้งใจที่จะเข้ามาปกปัอง ผลประโยชน์ และเอื้อให้กับพวกพ้องของท่าน แต่เมื่อสักครู่ท่านจุติ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ก็ได้อภิปรายไปแล้วว่าพวกเราไม่สามารถที่จะให้ความไว้วางใจ กับท่านได้ในทั้ง ๓ กรณี ตลอดช่วง ๔ เดือนที่ผ่านมาท่านไม่ได้แสดงว่าท่านได้เรียนรู้ ถึงสาเหตุของปัญหาเศรษฐกิจที่พี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งประเทศต้องรับรู้ ท่านไม่ได้ แสดงความจริงใจว่านโยบายที่ท่านได้ประกาศออกมานั้นเปึนนโยบายที่จะนํามาสู่ การแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง และตลอดเวลา ๔ เดือนที่ผ่านมา ท่านก็มีพฤติกรรมที่เอื้อและปกปัองประโยชน์ของพรรคพวก เมื่อสักครู่นะครับ ผมต้องขออนุญาต ท่านได้กล่าวถึงกรณีที่ท่านจุติได้อภิปรายไว้ว่า หนึ่งในสิ่งแรกที่ท่านพูดหลังจากที่ได้รับตําแหน่งเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็คือ การแสดงความสนับสนุน ๑๑๑ อดีตกรรมการบริหารของพรรคไทยรักไทยให้เข้ามา รับตําแหน่งกรรมการในรัฐวิสาหกิจที่ท่านดูแล เมื่อสักครู่ท่านบอกว่าท่านเพียงแต่ ให้คําตอบในเชิงหลักการ ซึ่งตามหลักการแล้วบุคคลเหล่านี้ถูกต้องตามกฎหมายมีสิทธิ ที่จะเข้ามารับตําแหน่งรัฐวิสาหกิจได้ ผมจะขอเรียนว่าผมอาจจะมีความคิดเห็น ในเชิงแตกต่างกับท่านในประเด็นนั้น แต่ผมมองว่าแม้แต่ในประเด็นหลักการท่านก็คิดผิด และนี่ก็คือหนึ่งในปัญหาของท่านในส่วนของการบริหารรัฐวิสาหกิจในเชิงธรรมาภิบาล ที่ท่านคิดผิดเพราะว่าในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่เปึนผู้ถือหุ้นใหญ่ ในรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ท่านมีหน้าที่ที่จะต้องให้นักการเมืองไม่ว่าจะเปึน ๑๑๑ คน หรือนักการเมืองที่อยู่ในสภาแห่งนี้ไม่ว่าจะจากพรรคใดก็แล้วแต่มีบทบาทในรัฐวิสาหกิจ ให้น้อยที่สุด เพราะฉะนั้นหลักการของท่านที่ท่านเพิ่งได้ชี้แจงกับสภาเมื่อสักครู่นี้ก็เปึน หลักการที่ผิดพลาดอยู่แล้ว วกกลับมาเรื่องของปัญหาเศรษฐกิจครับท่านประธาน เรื่องปัญหาเศรษฐกิจนั้น ผมขอเรียนท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่าเปึนเรื่องที่ ประชาชนเขาคิดออกครับ แล้วก็นักลงทุนต่างประเทศที่ท่านอ้างถึงเมื่อสักครู่เขาคิดออก แน่นอนว่า สาเหตุหลักของปัญหาเศรษฐกิจที่เราประสบอยู่ทุกวันนี้มันเปึนเพราะอะไร เขารู้ว่าไทยหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหาสภาวะเศรษฐกิจต่างประเทศ แต่ที่ประชาชนคนไทยและนักลงทุนที่ท่านอ้างถึงมีความสับสน ก็เปึนเพราะข้อเท็จจริง กับปัญหาไม่มีความสอดคล้องกัน ค่าน้ํามัน ค่าไฟ ค่าพลังงานที่แพงขึ้น อันนี้เปึนปัญหา ที่แท้จริง แต่ประชาชนสับสนครับว่าทําไมบริษัทที่ผูกขาดทางด้านพลังงานที่เปึน รัฐวิสาหกิจกระทรวงการคลังถือหุ้นอยู่กลับมีกําไรเพิ่มขึ้นนับแสนล้านบาท ประชาชน เข้าใจดีครับว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการที่จะพัฒนาพืชพลังงาน พลังงานทดแทน แต่ก็สับสนว่าทําไมนโยบายของรัฐบาลไม่เอื้อต่อการพัฒนาพลังงานทดแทนเพื่อมา ลดภาระค่าใช้จ่ายของประเทศ ของพี่น้องประชาชนในการนําเข้าน้ํามันเชื้อเพลิง ทางรัฐบาลเองได้ยืนยันมาโดยตลอดว่าหนึ่งในภาระที่สําคัญที่สุดของรัฐบาลก็คือ การกระตุ้นให้มีการลงทุน แต่ใน ๒ วันข้างหน้าในการอภิปราย พ.ร.บ. งบประมาณ เราก็คงจะได้คําตอบจากท่านว่า ในเมื่อการลงทุนเปึนภาระสําคัญทางด้านเศรษฐกิจ ของรัฐบาล ทําไมงบการลงทุนที่รัฐบาลได้นําเสนอต่อรัฐสภากลับมีเม็ดเงินและเปอร์เซ็นต์ สัดส่วนของงบประมาณโดยรวมที่ลดลงและแสดงทิศทางว่าต่ําลงเรื่อย ๆ ประชาชน สับสนครับว่าทําไมราคาข้าวในตลาดโลกถึงสูงที่สุดเปึนประวัติการณ์ แต่ชาวนากลับมี ปัญหาเรื่องราคาข้าวเปลือก และแน่นอนที่ประชาชนเดือดร้อนก็คือแนวโน้มของการเอื้อ ต่อพรรคพวกอย่างต่อเนื่องของท่านรัฐมนตรีและคณะรัฐบาล ท่านรัฐมนตรีครับ ผมจะขอเรียนว่า ตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั้นเปึนตําแหน่งอันทรงเกียรติ เปึนตําแหน่งที่ผู้คนเคารพนับถือมากที่สุดตําแหน่งหนึ่งในประเทศ สาเหตุที่เปึนเช่นนั้น เพราะขุนคลังในอดีตได้สะสมบารมี สะสมผลงาน ทําให้ตําแหน่งนี้เปึนตําแหน่ง ที่น่าเคารพนับถือ แต่ผมและพวกในวันนี้มีความจําเปึนต้องเรียนท่านประธานว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ทําลายสิ่งเหล่านี้หมด และการที่ท่านได้ทําลาย มนต์ขลังของการเปึนขุนคลังก็จะทําให้ท่านเองนั้นมีปัญหาต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนต่อไป เมื่อสักครู่ท่านจุติได้อ้างถึงการที่ ท่านรัฐมนตรีเมื่อเข้ามาดํารงตําแหน่งใหม่ ๆ ได้ประกาศว่าท่านจะขอคําปรึกษา ทางเศรษฐกิจจากอดีตผู้นํา อันนี้ผมไม่แปลกใจว่าแนวความคิดในเชิงนโยบายของท่าน ของรัฐบาลท่านในเชิง เศรษฐกิจยังติดอยู่กับอีหรอบเดิมในส่วนของนโยบายที่ท่านได้นําใช้ในช่วงของการบริหาร จัดการของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ป้ ๒๕๔๕ ถึงประมาณป้ ๒๕๔๘ และในช่วงนั้นก็ได้มี การประชาสัมพันธ์การโฆษณาในแง่ของผลต่อนโยบายต่าง ๆ ทําให้วันนี้ท่านในฐานะ ผู้ที่รับผิดชอบเศรษฐกิจ รับผิดชอบต่อนโยบายกลับสับสนคิดว่าความสําเร็จนั้นเปึนจริง แต่ผมขอถามเถอะครับ ขอถามท่านรัฐมนตรี ขอถามท่านประธาน เพื่อนสมาชิก ในห้องประชุมและพี่น้องประชาชนที่ติดตามการอภิปรายอยู่ว่าดูในส่วนของสาธารณูปโภค ของประเทศไม่ว่าจะเปึนรถไฟ ไม่ว่าจะเปึนสนามบิน ไม่ว่าจะเปึนพื้นถนนว่าท่านมี ความภาคภูมิใจกับระดับคุณภาพสาธารณูปโภคของไทยเมื่อเทียบกับประเทศต่าง ๆ แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่ มีการพัฒนามากน้อยแค่ไหนในช่วง ๕-๖ ป้ที่ผ่านมา ภาคเกษตรตอนนี้เปึนช่วงที่เราควรจะได้ประโยชน์อย่างเต็มที่แต่กลับมีปัญหาทุกขั้นตอน ระบบน้ําไม่เคยมีการพัฒนา และสุดท้ายก็ต้องวกกลับเข้ามาสู่การใช้นโยบายเดิม ๆ อย่างเช่นการที่จะต้องเข้ามาประกันราคาข้าว เรื่องของภาคบริการ สภาพแวดล้อม มีผลกระทบต่อความน่าสนใจของไทยในฐานะแหล่งท่องเที่ยว และภาคบริการในแง่ของ รายได้ของประเทศก็มีสัดส่วนที่ลดลงเรื่อย ๆ เมื่อเทียบกับเศรษฐกิจโดยรวม สวนทางกับ ประเทศอย่างเราที่ควรจะได้ประโยชน์จากภาคบริการมากกว่านี้ ส่วนในแง่ของ ความเข้มแข็งของครัวเรือน ก็เปึนที่วิพากษ์วิจารณ์และอภิปรายกันหลายครั้งหลายรอบ ในอดีตในสภาแห่งนี้ในแง่ของปริมาณหนี้ต่อครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นกว่า ๒ เท่าในช่วงของ การบริหารจัดการของรัฐบาลชุดก่อนหน้าโน้น ตลาดหุ้นที่ท่านได้พูดถึงเมื่อสักครู่ ผลตอบแทนของตลาดหุ้นไทยก็อยู่ในลําดับที่ต่ําที่สุดตลาดหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย เพราะฉะนั้นในช่วงที่ผ่านมานโยบายที่ได้นํามาใช้ในการที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยนั้น สรุปได้สั้น ๆ ว่าไม่ประสบความสําเร็จล้มเหลวโดยสิ้นเชิง แต่ก็ยังเปึนนโยบายที่ ท่านนํามาใช้อยู่ในการบริหารเศรษฐกิจทุกวันนี้ ผมอยากจะเรียนต่อท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรีว่าโจทย์ทางเศรษฐกิจได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง เมื่อสมัยที่ท่านกําลัง หาเสียงอยู่ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งเมื่อปลายป้ที่แล้ว ปัญหาคือเรื่องของความเชื่อมั่น ต่างประเทศไม่เชื่อมั่นเพราะเราบริหารจัดการนอกระบอบประชาธิปไตย นักลงทุนในประเทศ ผู้บริโภคไม่กล้าที่จะจับจ่ายใช้สอยทําให้เกิดปัญหาอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ ชะงักงัน ดังนั้นท่านจึงได้นําเสนอนโยบายที่จะเรียกคืนความเชื่อมั่น นโยบายที่จะกระตุ้น เศรษฐกิจ แต่ตามที่ผมได้เรียนตั้งแต่ท่านเข้ามารับตําแหน่งโจทย์เศรษฐกิจได้เปลี่ยนไป เนื่องจาก ๓ วิกฤติสําคัญของโลก ซึ่งท่านคงทราบดีนะครับ ทั้ง ๓ วิกฤตินั้นก็มีผลต่อ ประเทศไทยและมีผลต่อทุก ๆ ประเทศทั่วโลก วิกฤติแรกก็คือวิกฤติตลาดเงินของ สหรัฐอเมริกา วิกฤติที่ ๒ ก็คือวิกฤติพลังงาน และวิกฤติที่ ๓ ก็คือวิกฤติอาหาร แต่ตามที่ ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้เรียนไว้เมื่อวานนี้ วิกฤติอาหารเปึนนิยามที่ ประเทศนําเข้าอาหารเปึนผู้กําหนด แต่ในส่วนของประเทศไทยนั้นเราสามารถที่จะเรียก ได้ว่าเปึนโอกาส เพราะฉะนั้นแต่ละประเทศก็ต้องกําหนดนโยบายแล้วแต่ความเหมาะสม ของประเทศนั้น แล้วแต่ความได้เปรียบหรือเสียเปรียบของแต่ละประเทศที่อาจจะมี ก็ต้องมาประเมินครับว่าในส่วนของประเทศไทยนั้นเราได้เปรียบในจุดไหนบ้าง แต่ท่านรัฐมนตรีต้องมีความเข้าใจในความได้เปรียบและเสียเปรียบเพื่อที่จะกําหนด นโยบายที่เหมาะสมกับประเทศเราได้ อันดับแรก ผมต้องขออนุญาตชมเชยการทํางาน ของธนาคารแห่งประเทศไทยในส่วนของนโยบายการกําหนดอัตราเงินเฟัอเปึนเปัาหมาย ในเชิงนโยบายหรือศัพท์ภาษาเทคนิคที่เขาเรียกว่า อินเฟลชัน ทาร์เกตติ้ง (Inflation targeting) ตัวนี้เปึนตัวสําคัญที่ทําให้ปัญหาเงินเฟัอของประเทศนั้นเมื่อเทียบกับประเทศหลาย ๆ ประเทศ ในภูมิภาคเอเชีย เรามีปัญหาเงินเฟัอที่อยู่ในอัตราน่ากลัวน้อยกว่าเขา เดือนพฤษภาคม ๗ เปอร์เซ็นต์เศษ ๆ เทียบกับ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของเวียดนาม เทียบกับเกือบ ๑๐ ปอร์เซ็นต์ ที่ประเทศจีน และการที่ทางธนาคารกลางได้ปรับเปลี่ยนนโยบายให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นนั้น ก็เปึน ๑ ในสาเหตุหลักในการควบคุมสภาวะเงินเฟัอ ทําให้เราสามารถที่จะซื้อน้ํามัน เชื้อเพลิงที่มีราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในราคาที่ต่ําลงได้ นอกจากนั้นท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรก็ได้อภิปรายไปแล้วเมื่อวานนี้ว่าการยกเลิกนโยบายอุดหนุน ราคาน้ํามันที่รัฐบาลที่ท่านเคยเปึนรัฐมนตรีได้เคยนํามาใช้ก็เปึนตัวที่ช่วยลดภาระ งบประมาณของเรา โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับหลาย ๆ ประเทศเพื่อนบ้านที่ยังดันทุรัง ใช้นโยบายนี้อยู่ นอกจากนั้นข้อได้เปรียบของเราตามที่ผมได้เรียนไปเมื่อสักครู่ก็คือ สถานะของประเทศไทยในการที่จะเปึนผู้ส่งออกอาหาร และสถานะของประเทศไทย ที่มีศักยภาพที่จะผลิตเชื้อเพลิงทดแทนได้ นอกจากการไม่เข้าใจความได้เปรียบ ของประเทศไทย นอกจากการที่ท่านรัฐมนตรีไม่ได้ออกนโยบายเพื่อฉวยโอกาสในส่วนของ ความได้เปรียบของประเทศไทยแล้ว ท่านรัฐมนตรียังแสดงความเข้าใจน้อยเกินไป ในส่วนของความเสียเปรียบของประเทศด้วย อันดับแรกก็คือ เรื่องของอุตสาหกรรม พลังงานของเรา อุตสาหกรรมพลังงานของไทยเปึนอุตสาหกรรมที่ยังขาดประสิทธิภาพ ระดับการแข่งขันต่ํา สร้างปัญหาในแง่ของคุณภาพ บริการและราคาสินค้าให้กับ พี่น้องประชาชนและอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่ต้องใช้พลังงาน นอกจากนั้นภาคเกษตรของเรา ด้อยพัฒนา ชาวนายังไม่สามารถรวมตัวกันเปึนสหกรณ์ ชาวนาขาดความสามารถ ในการเข้าถึงแหล่งทุน และตามที่ผมได้เรียนไปแล้วเมื่อสักครู่ ปัญหาน้ํายังเปึน ปัญหาที่หนักหน่วงที่สุดสําหรับเกษตรกรไทย ที่สําคัญที่สุดและปฏิเสธไม่ได้ในแง่ของ ข้อเสียเปรียบของไทยเมื่อเทียบกับหลาย ๆ ประเทศเพื่อนบ้านคือเรื่องของการบริหาร จัดการโดยรัฐบาลที่มีความบกพร่อง ไร้วิสัยทัศน์และขาดความจริงใจอย่างต่อเนื่อง ท่านประธานครับ ถึงจุดนี้ผมมีความจําเปึนต้องเรียนอีกครั้งหนึ่งว่าที่พวกผมไม่สามารถ ที่จะให้ความไว้วางใจท่านรัฐมนตรีเปึนผู้นําในการบริหารเศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาปากท้อง ของพี่น้องประชาชนได้ต่อไปเพราะท่านยังไม่ได้แสดงความเข้าใจต่อแนววิธีในการ แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจาก ๓ วิกฤติที่ผมได้เรียนไปเมื่อสักครู่ วิธีที่ท่านจะต้องนํามาเพื่อแก้ไข ปัญหาเศรษฐกิจของไทยคือวิธีที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่าแก้ปัญหาโดยการแก้ทางอุปทาน หรือที่ใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษว่า ซัพพลาย ไซซ์ (Supply size) นั่นคือการเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิต การเพิ่มปริมาณสินค้า ปริมาณสินค้าเพิ่มขึ้น ประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้น สุดท้ายราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นก็จะปรับลดลงมา ถ้าท่านไม่ปรับปรุงทางด้านนี้มีทางเลือก ทางเดียวคือรอให้ความต้องการของประชาชนลดลงเนื่องจากการตกงาน สุดท้าย ประชาชนก็จะอดตาย แต่แทนที่ท่านจะทางด้านอุปทานมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ท่านกลับใช้นโยบายแบบเดิม ๆ ตามที่ผมได้เรียนไปเมื่อสักครู่ที่ท่านเคยใช้ในอดีต ท่านก็มาใช้วิธีการควบคุมราคา ท่านมัวแต่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าแล้วแต่ม็อบไหน จะมาร้องเรียนกับกระทรวงต่าง ๆ ของท่าน ทั้งหมดทั้งปวงทําให้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ของไทยไม่ไปในทิศทางที่เราต้องการ และท่านไม่ควรคิดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจาก ราคาน้ํามันที่สูงขึ้นนั้นเปึนอะไรที่ท่านแก้ไขไม่ได้ เปึนอะไรที่ท่านทําไม่ได้ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อวันจันทร์ในการอภิปรายของวุฒิสภาได้พูดไว้ ได้ท้าเอาไว้ว่า รัฐบาลไหนใครเข้ามาจะสามารถทําให้ราคาน้ํามันลดลงเหลือ ๒๐ เหรียญต่อบาร์เรลได้ ผมจะขอเรียนท่านนายกรัฐมนตรี ผมจะขอเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า ไม่มีใครหรอกครับที่เสนอว่าถ้าได้เปึนรัฐบาลจะทําให้ราคาน้ํามันลดลงมาเปึน ๒๐ เหรียญต่อบาร์เรลได้ แต่ที่ประชาชนต้องการจะได้ยินจากทางรัฐบาลก็คือ ในขณะที่ ราคาน้ํามันสูงถึง ๑๓๐ เหรียญต่อบาร์เรลนั้น รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาให้กับเขาอย่างไร และแน่นอนที่สุดการเสนอนโยบายเศษสตางค์ของท่านนายกรัฐมนตรีไม่สามารถที่จะ แก้ไขปัญหาให้เขาได้ แล้วก็ได้พิสูจน์มาแล้วในช่วง ๔ เดือนที่ผ่านมา ผมขอเรียนว่า โจทย์เศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป ปัญหาเงินเฟัอที่เราต้องประสบเปึนปัญหาที่หนักหน่วงยิ่งกว่า ปัญหาเรื่องของอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในช่วงป้ที่แล้ว เพราะเงินเฟัอเสมือนกับ เปึนภาษีที่ทุกคนต้องจ่าย แต่ประเด็นก็คือทุกคนต้องจ่ายในอัตราเดียวกัน ณ เวลานี้ ภาษีเงินเฟัอของเราคือ ๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหมายความว่าคนจนรายได้ต่ําต้องเสียสัดส่วน ของรายได้ของตนเองกับภาษีเงินเฟัอมากกว่าคนรวย เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรี ต้องเข้าใจว่า ณ วันนี้ในช่วงสภาวะเงินเฟัอสูง กลุ่มประชาชนที่เดือดร้อนมากที่สุดก็คือ กลุ่มผู้มีรายได้ต่ํา นโยบายของท่านต้องออกมาเพื่อลดภาระของประชาชนที่ยากจน ก่อนอื่น นี่คือปัญหาเฉพาะหน้าที่ท่านมีความจําเปึนที่จะต้องแก้ไข นั่นคือสาเหตุที่ คณะของผมโดยเฉพาะตัวผมเองที่ได้มีโอกาสเข้าไปพบท่านที่ทําเนียบนําเสนอวิธีการ แก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนจากภาวะค่าครองชีพสูงขึ้น นําเสนอให้ท่าน ออกงบสมทบเพื่อบรรเทาปัญหาให้กับผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุเดือดร้อนที่สุดครับ รายได้ไม่มี เพราะฉะนั้นการที่เราได้เข้าไปเสนองบสมทบให้ท่านสามารถที่จะจําหน่ายเบี้ยยังชีพ ให้กับผู้สูงอายุได้ครบทุก ๆ ท่านตามสิทธิที่ควรจะได้รับนั้นกลับถูกท่านปฏิเสธ พร้อมกัน เรามองเห็นว่าอีกกลุ่มหนึ่งที่จะประสบปัญหาเรื่องของค่าใช้จ่ายก็คือผู้ปกครอง เราจึง นําเสนองบสมทบเพื่อให้ผู้ปกครองสามารถที่จะมีความมั่นใจได้ว่าลูกหลานเขาจะได้ เรียนฟรีจริง แต่เช่นเดียวกันได้รับการปฏิเสธจากท่านรัฐมนตรี ก็ยังดีครับ ในส่วนของคณะรัฐมนตรีเงาเราก็ได้นําเสนอแนวคิดในเรื่องของการออกคูปองแก้จนให้กับ ท่านรัฐมนตรีมาแล้วเกือบ ๓ เดือน สุดท้ายท่านสนองตอบ แต่ก็อีกแหละครับ เช่นเดียวกัน กับทุกนโยบายที่ท่านนําเสนอยังขาดความครบถ้วน ขาดความรอบคอบ และสุดท้าย ก็จะเหลือเพียงแค่โครงที่มีความเพียงพอในการสร้างคะแนนเสียงให้ท่านในช่วงระยะสั้น ท่านได้เริ่มพูดก็ผิดหลักแล้วครับ ท่านได้พูดถึงการเสนอเงินสดแทนคูปองในบางกรณี ท่านได้พูดถึงการมอบหน้าที่การชี้ว่าใครจนให้กับผู้นําชุมชน และท่านได้พูดในส่วนของ กรอบเวลาของนโยบายนี้กําหนดไว้ที่ ๖ เดือนถึง ๑๒ เดือน ผมก็ได้ตั้งคําถามผ่านสื่อ ไปแล้ว ว่าท่านคิดหรือว่าหลังจาก ๖ เดือนผ่านไป กลุ่มคนจนที่เปึนกลุ่มเปัาหมายของ ท่านเขาจะหายจน นี่เปึนนโยบายฉาบฉวย เปึนนโยบายที่พิสูจน์ถึงความไม่จริงใจของ ท่านรัฐมนตรีในการที่จะแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชน ผมก็จะเสนอคําตอบให้กับท่านเลยว่าท่านต้องกําหนดกรอบที่ชัดเจนว่าคนจน ที่ท่านพูดถึงนั้นคือใคร อยู่ที่ไหน ท่านต้องสํารวจในเชิงวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ให้หัวคะแนน ของท่านเปึนคนไปชี้ว่าใครควรที่จะได้รับสิทธิ และนโยบายนี้ต้องมีความยั่งยืน ท่านต้องมี นโยบายคู่ขนานว่าท่านจะทําอย่างไร ๖ เดือน ๑๒ เดือนผ่านไปที่จะยกระดับโอกาส ความสามารถของคนจนกลุ่มนี้เพื่อในอนาคตเขาไม่จําเปึนที่จะต้องแบมือรอรับคูปอง รอรับอานิสงส์จากรัฐบาลต่อไป และนี่ก็เปึน ๑ ในแนวคิดในเชิงการแก้ปัญหาในทาง อุปทานซึ่งท่านไม่ได้คิด แทนที่จะนําเสนองบสมทบช่วยคนจน ท่านได้กลับนําเสนอ นโยบายเพิ่มค่าลดหย่อนภาษี ซึ่งนอกจากจะไม่มีผลในส่วนของการกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างที่ท่านได้พูดเอาไว้ แม้แต่เพื่อนของผมหลาย ๆ คนที่พอมีสตางค์ยังพูดกับผมเลยว่า ทําไมรัฐบาลใจดีกับคนมีสตางค์จัง เพราะฉะนั้นผมถึงได้เรียนท่านว่า เมื่อโจทย์เศรษฐกิจเปลี่ยน ปัญหาเงินเฟัอมี กลุ่มคนที่ท่านควรได้ช่วยเหลือก่อนอื่นใดคือผู้ยากไร้ แต่ท่านกลับปฏิเสธ ทุกโอกาสที่เราได้นําเสนอต่อท่าน นอกจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หน้าที่ของท่านคือ เสนอนโยบายที่จะแก้จุดอ่อนเศรษฐกิจไทย และ ๑ ในข้อเสียเปรียบที่ผมได้เรียนไป เมื่อสักครู่ของประเทศไทย โครงสร้างเศรษฐกิจไทยก็คือเรื่องของอุตสาหกรรมพลังงาน และเมื่อพูดถึงอุตสาหกรรมพลังงานก็ปฏิเสธไม่ได้ครับว่า เราจําเปึนต้องพูดถึง ปตท. สาเหตุที่เราต้องพูดถึง ปตท. และความเกี่ยวโยงที่ ปตท. มีกับท่านก็คือ ปตท. ถึงแม้เปึน บริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ยังมีสถานะเปึนรัฐวิสาหกิจที่ กระทรวงการคลังถือหุ้นอยู่ถึง ๕๒ เปอร์เซ็นต์ และความจริงมีสิทธิที่จะซื้อหุ้นกลับคืน มาจากกองทุนวายุภักษ์อีกเกือบ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ในอนาคต เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรี ปฏิเสธความรับผิดชอบที่มีไม่ได้ เมื่อสักครู่ท่านจุติอภิปรายเรื่องการบินไทย ท่านพยายาม ที่จะผลักความรับผิดชอบไปที่กระทรวงคมนาคม แต่ท่านปฏิเสธไม่ได้ว่ากระทรวงการคลัง มีตัวแทนนั่งอยู่ในคณะกรรมการของรัฐวิสาหกิจทุกรัฐวิสาหกิจที่ท่านถือหุ้นอยู่ เอาเข้าไป นั่งกินเบี้ยประชุมเฉย ๆ หรือครับ ท่านมีหน้าที่และท่านต้องนําไปสู่การปฏิบัติ ผมจะขออนุญาตเรียนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ ปตท. สักเล็กน้อย เพราะว่าเมื่อวันจันทร์ ที่ท่าน ส.ว. ได้อภิปราย ก็มิวายได้มีโอกาสได้อภิปรายเรื่องของ ปตท. เช่นเดียวกัน ข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือในป้ที่รัฐบาลพรรคไทยรักไทยได้นํา ปตท. เข้าไปจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์ ผ่านกระบวนการการแปรรูปครั้งนั้น ทางรัฐบาลได้ขายหุ้นทั้งหมดไป ๓๐ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลได้รับเงินจากการขายหุ้นครั้งนั้นจํานวนรวมประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายไปแล้วเมื่อวานนี้ว่า ปตท. ณ ปัจจุบันกําไรอย่างน้อยที่สุดป้นี้ ๑ แสนล้านบาท แน่นอน ปตท. มีนโยบาย จ่ายปันผล ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของกําไร เพราะฉะนั้นหมายความว่าเงินปันผลเพียงแค่ป้เดียว ของการดําเนินการของ ปตท. เท่ากับเงินทั้งหมดที่รัฐบาลได้รับจากการขายหุ้นในครั้งนั้น แต่ผมก็ไม่ได้โทษรัฐบาลนะครับ เพราะเรียนตามตรงส่วนหนึ่งอาจจะจริงครับ หลังจาก จดทะเบียนเข้าเปึนบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์แล้ว ประสิทธิภาพการบริหารจัดการ อาจจะดีขึ้น แถมซ้ําแล้วใครจะไปทราบครับ ณ ป้นั้นที่ท่านเอาหุ้น ปตท. มาขายในตลาดว่า โอกาสในการทํากําไรของ ปตท. จะดีเช่นวันนี้ เพราะฉะนั้นผมไม่ได้มากล่าวหาท่าน อย่างไม่มีความรู้ แต่ผมอยากจะเรียนว่าในฐานะที่ท่านและกระทรวงการคลังถือหุ้น ๕๒ เปอร์เซ็นต์ใน ปตท. ท่านต้องยอมรับความจริงเช่นเดียวกันครับว่าอํานาจผูกขาด ของ ปตท. นั้นเปึนปัญหาต่ออุตสาหกรรมพลังงาน เปึนปัญหาต่อพี่น้องประชาชน ที่ต้องเสียค่าไฟ ค่าน้ํามัน ค่าแก๊สในราคาที่สูงเกินความจําเปึนจริง อันดับแรกผมเคยพูดเรื่องนี้ในเวทีอื่นมาก่อน ในเมื่อ ปตท. กําไรขึ้นเรื่อย ๆ และกําไร สูงกว่าที่เคยคาดไว้ ทําไมท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังถึงยังยอมให้ ปตท. เพียงจ่ายปันผลออกมาแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของกําไร ปตท. กําไร ๑ แสนล้านบาท จ่ายปันผล ๓๐ เปอร์เซ็นต์ กระทรวงการคลังถืออยู่ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ กระทรวงการคลังได้เพียง ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ ทําไมอีก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ทิ้งไว้ให้ ปตท. ทําอะไร แค่นี้ก็ผูกขาดจะแย่อยู่แล้ว ทําไมท่านรัฐมนตรีถึงไม่พิจารณาที่จะยกระดับ ปันผลเพื่อรัฐบาลจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้นนํามาใช้ประโยชน์ในโครงการต่าง ๆ อย่างเช่น ที่ท่านเคยปฏิเสธพวกผมมา นอกจากนั้นผมจะขอเรียนข้อเท็จจริงก็คือ ปตท. มีอํานาจ ผูกขาดตั้งแต่ต้นจนปลาย และประเด็นปัญหาก็คือ ปตท. ใช้อํานาจเหนือตลาดนี้ ในการค้ากําไรเกินควร อันดับแรก ปตท. มี ปตท.สผ. ซื้อแก๊สมีสิทธิแต่ผู้เดียว แถมยังซื้อ จากบริษัทลูกตัวเองอีกต่างหาก และทุกแหล่งแก๊สที่ซื้อจาก สผ. ก็ซื้อในราคาที่สูงกว่า ซื้อจากแหล่งอื่น ตรงนี้ไม่ถูกต้อง และอยู่ในวิสัยของท่านรัฐมนตรีที่จะแก้ไขได้ ลงมาที่ โรงแยกก๊าซก็ผูกขาด ราคาขายที่ขายให้กับการไฟฟัาฝ์ายผลิต ขายให้กับบริษัทผลิตไฟฟัา เอกชนก็เปึนราคาที่สูงกว่าที่ ปตท. ขายให้กับบริษัทป่โตรเคมในเครือตัวเอง พูดถึง ป่โตรเคมแต่ก่อนมีคู่แข่ง ปตท. เดี๋ยวนี้หายเกือบหมดแล้ว ค่อย ๆ กว้านซื้อ ไล่ซื้อ ทีละบริษัท ๆ จน ณ วันนี้เหลือเพียงแค่เครือปูนซีเมนต์ไทยที่ยังบังอาจแข่งขันกับ ปตท. อยู่ การผูกขาดทั้งหมดนี้สุดท้ายเปึนปัญหาเปึนภาระของพี่น้องประชาชน โรงกลั่น ปตท. ก็เข้าไปถือหุ้นด้วยเกือบทุกโรงกลั่นแล้ว สถานีบริการคือปัูมน้ํามันก็ไล่ซื้อเขา เพราะกดราคาในส่วนของตรงนั้น เนื่องจากมีกําไรในส่วนของโรงกลั่นเอาเปรียบคู่แข่ง ทําให้ทางเลือกของประชาชนนับวันยิ่งน้อยลง เรื่องของนโยบายแอลเอ็นจี (LNG) ของ ปตท. ไม่ใช่ว่าผมไม่สนับสนุนการใช้แก๊ส แต่ท่านรัฐมนตรีต้องเข้าใจว่านโยบายแอลเอ็นจี ของ ปตท. ก็จะนํามาซึ่งความผูกขาดการขายแก๊สต่อไปในอนาคตอีก จะเปึนการเพิ่ม อํานาจเหนือตลาดให้กับ ปตท. เพราะฉะนั้นเมื่อมีอํานาจผูกขาด ปตท. ก็ไม่จําเปึนต้อง แสดงความรับผิดชอบ โดยเฉพาะไม่ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อลูกค้า ไม่ว่าจะเปึน อุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่มาลงทุนต้องอาศัยการใช้พลังงานและไม่ต้องแสดงความรับผิดชอบ ต่อพี่น้องประชาชนผู้ใช้ไฟ ผู้ใช้ก๊าซ ผมยกตัวอย่างได้ครับ ไม่ได้มาพูดลอย ๆ ปตท. มีหน้าที่ในการวางท่อก๊าซ การก่อสร้างท่อแก๊สที่ ๓ เกิดการล่าช้าส่งผลให้ความสามารถ ในการส่งแก๊สของ ปตท. ให้กับบริษัทผลิตไฟฟัาต่าง ๆ ต้องล่าช้าไปกว่า ๒ ป้ ในช่วง ๒ ป้นั้นบริษัทเหล่านี้ทําอย่างไร แก้ปัญหาอย่างไร บริษัทเหล่านี้ต้องหันจากการใช้ก๊าซ ไปใช้น้ํามันเตาเปึนพลังงานมาทดแทน ผมจะขอเรียนท่านรัฐมนตรีว่าต่อหน่วยไฟฟัา ที่ผลิตถ้าใช้แก๊สต้นทุนอยู่ที่ ๑.๓๖ บาท แต่ในเมื่อผลจากการที่ ปตท. ล่าช้าในการ ดําเนินการการสร้างท่อแก๊สตามความรับผิดชอบที่ตนเองได้รับ ทําให้บริษัทผลิตไฟฟัา ต้องหันไปใช้น้ํามันโดยเฉพาะน้ํามันเตาแทน ความจริงหันไปใช้ดีเซลด้วยบางส่วน ซึ่งราคาสูงกว่าน้ํามันเตาอีกเกือบ ๒ เท่า แต่ด้วยความที่ส่วนใหญ่หันไปใช้น้ํามันเตา ผมก็จะขอเพียงแค่คํานวณส่วนต่างจากระดับราคาน้ํามันเตาที่ต่ํากว่าคือ ๒.๒๒ บาท ต่อหน่วย น้ํามันเตา ๒.๒๒ บาท แก๊ส ๑.๓๖ บาท ส่วนต่างคือ ๘๖ สตางค์ และความจําเปึน ที่บริษัทผลิตไฟฟัาต้องใช้น้ํามันเตาเพิ่มขึ้นนั้น สุดท้ายค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นก็ส่งต่อ ผ่านเอฟที (Ft) ให้กับผู้ใช้ไฟก็คือพี่น้องประชาชนคนไทยทั่วประเทศ ในช่วง ๒ ป้ที่ ปตท. ดําเนินการล่าช้าทําให้ค่าไฟต้องเพิ่มขึ้นเปึนเม็ดเงินรวมถึง ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท นั่นคือ ภาระของพี่น้องประชาชนในช่วง ๒๕๔๘-๒๕๕๐ ผมไม่ได้โทษท่านรัฐมนตรีว่าเปึนผู้ที่ ทําให้ค่าไฟแพงขึ้น แต่ผมกําลังโทษท่านรัฐมนตรีว่าท่านไม่ได้เข้ามาปรับปรุงแก้ไข สาเหตุที่ทําให้ ปตท. ที่ดําเนินการผิดพลาดแต่ประชาชนต้องเปึนผู้รับเคราะห์อย่างในกรณี ที่เกิดขึ้นจากการสร้างท่อแก๊ส ไม่ใช่เปึนกรณีการสร้างท่อแก๊สอย่างเดียวครับ ท่อแก๊ส ที่ส่งแก๊สมาจากพม่าเคยรั่วไหลมีปัญหาเดียวกัน สุดท้ายก็ต้องไปพึ่งการผลิตไฟฟัา จากแหล่งที่ใช้น้ํามันเปึนเชื้อเพลิงทําให้ค่าไฟก็แพงขึ้นอีก เพราะฉะนั้นในส่วนของ ปตท. นั้น ท่านรัฐมนตรีมีความรับผิดชอบในการเข้าไปปรับโครงสร้างเพื่อลดอํานาจ ผูกขาดที่ ปตท. มีความจริงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เดินเข้ามาพอดี ถูกจังหวะครับ เพราะท่านเองก็รับผิดชอบเช่นเดียวกันในส่วนของวิธีการที่จะปรับ โครงสร้าง ปตท. เพื่อไม่ให้ดําเนินการเปึนปัญหาเปึนภาระต่อพี่น้องประชาชน เรามีพระราชบัญญัติฉบับหนึ่งนะครับ ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ เรียกว่า พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้า ซึ่งพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็มีบัญญัติไว้ในเรื่องของการปัองกันการผูกขาดการเอาเปรียบ ลูกค้า เอาเปรียบคู่แข่ง แต่โดยบังเอิญน่าเสียดายครับ มาตรา ๔ ของพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ระบุไว้ว่าพระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่การกระทําของรัฐวิสาหกิจตามกฎหมาย ว่าด้วยวิธีงบประมาณ ปตท. เลยหลุดไป แต่ท่านมีหน้าที่มีอํานาจอยู่แล้ว ตลอดสมัย การประชุมครั้งที่แล้วไม่มีการนําเสนอกฎหมายที่จะมาช่วยแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน เลยแม้แต่ฉบับเดียว ทําไมท่านไม่คิดที่จะเสนอแก้กฎหมายฉบับนี้เพื่อลดอํานาจผูกขาด ของ ปตท. ถามว่าถ้าแก้แล้ว ปตท. มาอยู่ภายใต้กฎหมายฉบับนี้จะมีผลอย่างไรบ้าง ผมขออนุญาตใช้เวลาไม่มากในการยกตัวอย่าง มาตรา ๒๕ ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งมีอํานาจเหนือตลาดกําหนดหรือรักษาระดับราคาซื้อหรือขายสินค้าหรือค่าบริการ อย่างไม่เปึนธรรม แค่นี้พี่น้องประชาชนฟังก็ยิ้มแล้วครับ ทําไมท่านไม่ทําครับ นอกจากนั้น มีอีกหลายมาตราครับ มาตรา ๒๖ ห้ามการกระทํารวมธุรกิจอันอาจจะก่อให้เกิด การผูกขาดหรือความไม่เปึนธรรมในการแข่งขัน ถ้ามีกฎหมายฉบับนี้บังคับใช้กับ ปตท. ไม่ว่าจะเปึนเรื่องโรงกลั่น ไม่ว่าจะเปึนเรื่องสถานีบริการ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องอุตสาหกรรม ป่โตรเคมี ปตท. คงกระทําอย่างที่เคยทํามาไม่ได้ เพราะฉะนั้นอํานาจมีในมือของท่าน ไม่ใช่ว่าท่านเพียงแต่ไปโทษราคาน้ํามันตลาดโลกอยู่ตลอดว่าเปึนสาเหตุทั้งหมด ของปัญหาที่พี่น้องประชาชนต้องแบกรับภาระอยู่ทุกวันนี้ แล้วก็มัวแต่นั่งรอว่าเมื่อไร จะกลับลงมาที่ ๒๐ เหรียญต่อบาร์เรลเสียที มันไม่ลงหรอกครับ สมมุติไว้เลยว่ามัน ๑๓๐ เหรียญ คําถามก็คือท่านจะทําอะไร และที่ผ่านมาท่านไม่ได้ทําอะไรแล้ว นี่คือสาเหตุที่พวกผมไม่สามารถไว้วางใจท่านได้ ในส่วนของเรื่องการเพิ่มอุปทาน ก็ยังเปึนประเด็นอยู่ในเรื่องของการแก้ปัญหาพลังงานของไทย ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบ ที่ผมเรียนไปแต่ต้นนะครับว่าเรามีศักยภาพที่จะปลูกพืชพลังงานได้ ไม่ว่าจะเปึนอ้อย หรือมันสําปะหลังที่สามารถนํามาผลิตเอทานอล (Ethanol) ใช้แทนน้ํามันที่ต้องนําเข้าได้ แต่ข้อได้เปรียบส่วนนี้ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้เกริ่นไว้ตั้งแต่เมื่อวาน ก็ได้รับการปฏิเสธจากกระทรวงการคลังอีกเช่นเคย และท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก็ได้เรียนท่านนายกรัฐมนตรีไว้ว่านี่ก็เปึนหนึ่ง ในสาเหตุที่เราไม่ได้แกล้งที่จะเลือกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีจากพรรคพลังประชาชน อย่างเดียว เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานนั่งอยู่ตรงนี้ ผมก็จะขอเรียนว่า ท่านมีความจริงใจในการที่จะนําเสนอนโยบายเพื่อที่จะให้โอกาสอุตสาหกรรมเอทานอล ทั้งในแง่ของการผลิต การใช้ การบริโภคให้มีโอกาสขึ้นมาทดแทนการใช้น้ํามันที่ต้อง นําเข้าจากต่างประเทศ แต่สุดท้ายก็ได้รับการปฏิเสธ ทางกระทรวงการคลังไม่ได้พิจารณา ข้อเสนอของอุตสาหกรรมทางพลังงานด้วยความจริงใจ ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้เรียนถึงมติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายนที่เพิ่งผ่านมานะครับ ว่าจากข้อสรุปของ การประชุมของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานร่วมกันกับทางอุตสาหกรรม มีข้อสรุปมา ชัดเจนที่อ่านแล้วก็น่าละอายใจ รายงานนี้ได้สรุปให้เห็นว่ามีการประชุมหารือกับบริษัท รถยนต์ ๑๑ บริษัท เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ที่เพิ่งผ่านไป สรุปเลยว่าบริษัทรถยนต์ทุกรายมี ความเห็นว่ารัฐบาลจะต้องมีความชัดเจนในการกําหนดทิศทางด้านพลังงานของประเทศ ทั้งในส่วนของนโยบาย เอ็นจีวี (NGV) แอลพีจี (LPG) อี (E) ๒๐ อี ๘๕ และไบโอดีเซล (Biodiesel) นอกจากนี้อุตสาหกรรมรถยนต์เขาเสนอแนะมาอีกต่างหาก ผมขออนุญาตอ่าน ท่านประธานว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดควรมีการประสานงานและประชุมหารือ ร่วมกันจนได้ข้อยุติก่อนกําหนดเปึนนโยบายไม่ใช่ต่างคนต่างทําในปัจจุบัน นี่เปึนปัญหา ในการบริหารจัดการ และสุดท้ายผลลัพธ์ก็คือข้อเสนอในเชิงภาษีของทางกระทรวงการคลัง ที่ไม่สามารถจะเอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนอย่างแท้จริงได้ ที่ท่านรัฐมนตรีรับผิดชอบโดยตรงก็คือโครงสร้างภาษี แทนที่จะใช้ตรรกะเดียวกัน ในการคํานวณภาษี อย่างที่กรมสรรพสามิตใช้กับแก๊สโซฮอล์ ท่านกลับคํานวณออกมา ทําให้ภาษีต่อลิตรสูงถึงเกือบ ๒.๖๐ บาท ทั้ง ๆ ที่ตามตรรกะเดียวกันและถ้าท่านมี ความจริงใจต่อการพัฒนาอุตสาหกรรม พลังงานทดแทนด้วยการใช้เอทานอล อัตราภาษี ควรจะอยู่เพียงแค่ ๕๕ สตางค์ต่อลิตร นี่อาจจะเปึนตัวอย่างนโยบายเศษสตางค์ของ ท่านนายกรัฐมนตรีที่จะประสบความสําเร็จได้ นอกจากประโยชน์ต่อผู้บริโภคแล้ว การพัฒนาอุตสาหกรรมเอทานอลก็จะส่งผลในแง่ของรายได้ให้กับชาวไร่ ไม่ว่าจะเปึน ชาวไร่อ้อยหรือชาวไร่มันสําปะหลัง แต่ตามที่ผมได้เรียน ท่านไม่ได้แสดงความจริงใจ ในแง่ของการสนับสนุนนโยบายนี้ นโยบายเศรษฐกิจอีกส่วนหนึ่งที่ผมต้องขอเรียนว่า ผมผิดหวังในตัวท่านรัฐมนตรีอย่างมากก็คือนโยบายเศรษฐกิจที่จะไปช่วยแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมจะขอเรียนท่านรัฐมนตรีว่าเมื่อ ๓ อาทิตย์ที่แล้ว ผมและ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาธิปัตย์ร่วม ๕๐ ชีวิต ได้เดินทางไป เยี่ยมเยือนพี่น้องที่จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา และจังหวัดปัตตานี แต่ส่วนที่ ผมจะนํามาเล่าให้ท่านรัฐมนตรีฟังในวันนี้ก็คือความแปลกใจของผม ผมนึกว่าชาวบ้าน ทุกคนที่ผมพบไม่ว่าจะเปึนชาวพุทธ ชาวมุสลิมที่เรามีโอกาสไปเยี่ยมเยือน จะมาร้องเรียน ในเรื่องของความปลอดภัยจะมาร้องเรียนเรื่องของความมั่นคง หามิได้ครับ เรื่องเหล่านั้น ผมเข้าใจว่าในระดับหนึ่งไม่ใช่ว่าปัญหาลดลง แต่เขาทําใจและมีการปรับตัวได้ วิถีชีวิตเปลี่ยน แต่ก็มีความจําเปึน แต่เรื่องที่เขามาร้องเรียนกับผมและฝากผมมาเรียนกับท่านรัฐมนตรีว่า เขาปรับไม่ได้จริง ๆ รับสภาพไม่ไหวแล้วก็คือเรื่องของค่าครองชีพ เรื่องปัญหาเศรษฐกิจ และสาเหตุที่เขารับสภาพไม่ได้เพราะเขาไม่เห็นทางออกเลยครับ ไม่มีนโยบายของรัฐบาลเลย ที่ท่านรัฐมนตรีสามารถที่จะนําเสนอเพื่อที่จะให้เขาเห็นแสงสว่าง ให้เขาพอเห็นโอกาสว่า ระดับเศรษฐกิจของเขาจะมีการพัฒนานํามาสู่การแก้ปัญหาในเรื่องของความมั่นคงต่อไป ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเรื่องง่าย ๆ ที่ท่านสามารถที่จะทําได้ ณ วันนี้นักธุรกิจ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้อยู่ได้ส่วนหนึ่งก็เพราะเงินกู้ดอกเบี้ยต่ําที่รัฐบาลในอดีตเคยอนุมัติผ่าน ธนาคารแห่งประเทศไทย ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ จะครบเทอม ต้องชําระหนี้คืนต้นป้ ๒๕๕๓ สิ่งที่เขาต้องการตอนนี้ก็คือการยืนยันจากรัฐบาล จากท่านรัฐมนตรีว่ายังจะคงไว้ซึ่งนโยบายนี้ให้กับเขาหรือไม่ ขอให้คงไว้เถอะครับ ไม่มีตรงนี้ผมคิดว่าเขาอยู่ไม่ได้ป่ดกิจการพี่น้องชาวใต้จะต้องตกงานกันอีก อีกเรื่องหนึ่ง ที่อยู่ในวิสัยที่ท่านจะทําให้กับเขาได้เลยก็คือการเสนอภาษีเพื่อจูงใจให้มีการลงทุน อย่างแท้จริงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ท่านยังไม่ได้พิจารณาจะทํา มีมติ การกําหนดเขตเศรษฐกิจพิเศษให้กับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มาหลายยุคหลายสมัย แต่จนถึงวันนี้ในช่วงที่ปัญหาเรื่องความมั่นคงยังไม่จากเราไป ท่านกลับไม่ให้เวลา ในการที่จะพิจารณา พี่น้องนักธุรกิจใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้กําลังรอท่านอยู่ ณ วันนี้ ผมก็ยังอยากจะฝากความหวังไว้กับท่านว่าเขายังรออยู่ยังไม่ถึงกับสิ้นหวังในตัวท่าน เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้ที่ผมได้อภิปรายมาก็เปึนเรื่องที่ท่านสามารถที่จะทําได้ในแง่ของ การเข้าไปทําความเข้าใจกับปัญหาในแง่ของการกําหนดนโยบายที่เหมาะสม และในแง่ของ การที่ท่านควรจะต้องมีความจริงใจในความต้องการที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน แต่ที่น่าเสียดายก็คือเรื่องที่ทําได้ นอกจากท่านรัฐมนตรีไม่ทําแล้ว เรื่องที่ไม่สมควร จะทําท่านกลับหยิบยกขึ้นมาพิจารณา
เรื่องแรก ที่ผมจะขออนุญาตเรียนเพื่อนสมาชิกในห้องนี้ผ่านท่านประธาน ก็คือมติคณะรัฐมนตรี ลงวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๑ ให้กระทรวงการคลังไปศึกษาการซื้อ บริษัทรถไฟฟัาบีทีเอส (BTS) สืบเนื่องจากมติ ครม. ฉบับนั้นก็มีการประชุมต่อเนื่องและได้ กําหนดงบประมาณให้กับกระทรวงการคลังไว้ที่ ๕๐ ล้านบาท ในการไปศึกษาวิธี ที่จะเข้าไปซื้อกิจการ ซื้อหนี้และทุนของรถไฟฟัาบีทีเอส อันดับแรกที่ผมอยากจะเรียน ท่านประธานก็คือรัฐบาลคิดอะไรอยู่ นี่คือตัวอย่างที่ดีที่สุดตัวอย่างหนึ่งของภาคเอกชน ที่เขามาลงทุนแทนรัฐบาลที่จะต้องใช้เงินภาษีของพี่น้องประชาชน นอกจากนั้นผมต้อง ขอเรียนท่านประธานว่าบีทีเอสเปึนหนึ่งในกิจการที่คนกรุงเทพฯ มีความพึงพอใจ และภาคภูมิใจมากที่สุดกิจการหนึ่ง ไม่มีสาเหตุใด ๆ ทั้งสิ้นที่รัฐบาลจะยึดมาเปึนของตน ทั้ง ๆ ที่บริการที่พี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯ ได้รับทุกวันนี้ก็ดีอยู่แล้ว และโดยเฉพาะ เมื่อเปรียบเทียบกับบริการที่ได้รับของหน่วยงานอื่นที่เปึนรัฐวิสาหกิจต้องถือว่าอยู่ในเกณฑ์ ที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้นในหลักการผมก็ไม่เห็นด้วยแล้วกับเจตนาตั้งใจของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังที่จะไปยึดกิจการนี้มาเปึนของรัฐ แต่ที่น่าเปึนห่วงมากกว่านั้นก็คือ ในเรื่องของวิธีการ เมื่อหลักการผิดและวิธีการส่อเค้าให้เห็นว่าอาจจะมีวาระซ่อนเร้น ยิ่งเปึนประเด็นที่ทําให้ผมจําเปึนจะต้องหยิบยกกรณีนี้ขึ้นมาเปึนส่วนหนึ่งขององค์ประกอบ ที่ผมใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีคลัง เม็ดเงินที่ท่านนายกรัฐมนตรี และทางกระทรวงการคลังได้ยืนยันหลายครั้งก็คือเม็ดเงินตั้งแต่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ถึง ๕๖,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะซื้อทั้งหนี้และหุ้นของทางบีทีเอส ล่าสุดเมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ก็เพิ่งมีรายงานข่าวนะครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้เร่งรัดให้คณะกรรมการศึกษา ของกระทรวงการคลังรีบด่วนสรุปด่วนว่าจะซื้อได้ไหมอย่างไร ผมขอเรียนท่านประธานว่า เดิมทีนั้นบีทีเอสประสบปัญหาทางการเงิน ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากเรื่องของวิกฤติเศรษฐกิจ เมื่อป้ ๒๕๔๐ มีหนี้สะสมอยู่ ๖๗,๗๐๐ ล้านบาท และเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ บีทีเอสได้ยื่นคําร้องขอฟุ๋นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง ได้มีการขอให้ศาลมีคําสั่ง ฟุ๋นฟูกิจการ และสุดท้ายศาลก็อนุมัติแผนฟุ๋นฟูเมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๐ ในแผน ฟุ๋นฟูนั้นศาลได้มีคําสั่งให้มีการปรับโครงสร้างหนี้จาก ๖๗,๗๐๐ ล้านบาทเดิม มาเหลือ ๒๘,๖๐๐ ล้านบาท ส่วนที่เหลือมีการปลดทิ้งไป ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท และมีการแปลง เปึนหุ้นอีก ๑๖,๓๐๐ ล้านบาท นอกจากนั้นศาลได้มีคําสั่งให้มีการปรับโครงสร้างทุน โดยการเพิ่มทุน ขายหุ้นใหม่อีก ๑๔,๐๐๐ ล้านหุ้น ในราคาไม่ต่ํากว่า ๑ บาทต่อหุ้น ถ้าซื้อได้หุ้นละ ๑ บาท ก็เท่ากับใส่เงินเข้าไปอีก ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนหนึ่งของเงิน ที่บริษัทจะได้รับต้องมาชําระหนี้ที่เมื่อสักครู่ผมเรียนว่าเหลืออยู่ ๒๘,๖๐๐ ล้านบาท ก็จะทําให้หนี้โดยรวมลดลงมาอีกครึ่งหนึ่งเหลือเพียง ๑๔,๖๐๐ ล้านบาท และผู้ที่ลงทุน ซื้อหุ้น ๑๔,๐๐๐ ล้านหุ้นนั้นจะมีสิทธิเปึนเจ้าของ ๘๕ เปอร์เซ็นต์ของหุ้นทั้งหมด พูดง่าย ๆ ก็คือมีอํานาจเบ็ดเสร็จในการบริหารจัดการบีทีเอส เพราะฉะนั้นผมต้องมี คําถามต่อท่านรัฐมนตรีนะครับ พอผมเห็นแค่นี้ผมก็คิดได้แล้วว่าถ้าท่านรัฐมนตรียังยืนยัน จริง ๆ ที่จะยึดบริษัทของเอกชนเข้ามาเปึนของรัฐ ท่านเพียงใส่เงินแค่ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ท่านก็จะสามารถที่จะได้มาซึ่งหุ้น ๘๕ เปอร์เซ็นต์ของหุ้นทั้งหมด ถ้าท่านยังคิดว่าเอาละ จะซื้อหนี้ส่วนที่เหลือทั้งหมดด้วย ท่านก็ใช้เงินอีกเพียง ๑๔,๖๐๐ ล้านบาท ท่านก็จะมี หุ้นส่วน ๘๕ เปอร์เซ็นต์ในบริษัท และบริษัทก็จะปลอดด้วยหนี้คือมีมูลหนี้เปึนศูนย์รวม ทั้งหมดใช้เงิน ๒๘,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ แต่ท่านไม่พูดถึงเม็ดเงิน วงเงินที่จะใช้ สูงถึง ๕๖,๐๐๐ ล้านบาท ๒ เท่าพอดี เมื่อเปรียบเทียบกับราคาที่ควร คําถามของผมก็คือ ส่วนเกิน ๒๘,๐๐๐ ล้านบาท ท่านกะจะให้ใคร ผมขอเรียนเพิ่มเติมนะครับว่าหนึ่งในสาเหตุ ที่ยังไม่ได้มีการเพิ่มทุนส่วน ๑๔,๐๐๐ ล้านบาทของทางบีทีเอสนั้น เปึนเพราะว่า ตลอดช่วงที่ผ่านมามีเจ้าหนี้อยู่ ๔ รายที่อุทธรณ์คัดค้านแผนฟุ๋นฟูต่อศาลล้มละลาย ณ วันนี้ได้มีการเปลี่ยนมือเจ้าหนี้ทั้ง ๔ รายแล้ว ผมไม่แน่ใจว่าท่านรัฐมนตรีทราบหรือไม่ แต่เจ้าหนี้ทั้ง ๔ รายเมื่อเปลี่ยนมือก็มีการถอนอุทธรณ์กับทางศาล ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้น พร้อมกันกับมติคณะรัฐมนตรี และพร้อมกันกับส่วนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ได้จัดคณะกรรมการศึกษาชุดนี้ขึ้นมา เพราะสิ่งที่กําลังจะเกิดขึ้นเมื่อมีการถอนอุทธรณ์ ก็จะมีการเพิ่มทุน ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท โดยใครผมไม่ทราบ แต่สิ่งที่ผมไม่ต้องการจะเห็น ก็คือกระทรวงการคลังไปซื้อหุ้นที่คนอื่นเขาซื้อที่ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ในราคาที่สูงกว่านั้น ๒ เท่า ส่วนต่างไม่แน่ใจว่าแบ่งให้กับใคร แต่เมื่อผมเห็นแนวคิดของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ด้วยข้อมูลที่ถ้าผมมีท่านก็ต้องมี ผมก็ต้องขออนุญาตเรียนท่านว่า ผมไม่ไว้วางใจสิ่งที่ท่านกําลังคิดอยู่
ส่วนเรื่องต่อไป ผมต้องขออนุญาตใช้เอกสารเปึนเพื่อประกอบในการที่จะ เพิ่มความชัดเจน ผมจะขอเรียนท่านประธานว่า เรื่องต่อไปที่ทําให้ผมมีความหนักใจ และเปึนสาเหตุสําคัญที่ผมและคณะไม่สามารถที่จะไว้วางใจท่านรัฐมนตรีได้ต่อไป เปึนเรื่องที่จริง ๆ แล้วผมน่าจะมีโอกาสที่จะได้อภิปรายในสภาแห่งนี้ตั้งแต่ต้นป้ ๒๕๔๙ เรื่องนี้ท่านผู้มีอํานาจในเวลานั้นได้เคยให้คํามั่นสัญญากับพวกเราว่าจะมีการอภิปราย ในสภา แต่สุดท้ายเมื่อท่านได้ทราบถึงข้อมูลหลักฐานที่เรามีในมือ ท่านก็ชิงยุบสภาหนี ในการยุบสภาครั้งนั้นผมคิดว่าพอที่จะสรุปได้ว่าเปึนจุดเริ่มต้นของวิกฤติทางการเมือง วิกฤติสังคม ที่ทุกวันนี้ก็ยังไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมมีความดีใจที่สุดท้ายเราจะมีโอกาสได้อภิปรายในเรื่องนี้กัน แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็มีความรู้สึกผิดหวังว่าหลังจากมีการยุบสภา อํานาจเปลี่ยนมือ ออกไปนอกระบอบ ประชาธิปไตย มีการเลือกตั้ง มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งกลับมาก็ยังพบกับปัญหาเดิม ก็คือการกีดกันในส่วนของกระบวนการยุติธรรมเพื่อนํามาสู่การแก้ปัญหาวิกฤติ ทางการเมืองและสังคม และการกีดกันในส่วนของท่านรัฐมนตรีนี้มีครับ เพราะที่มา ของหลักฐานและ ๑ ในองค์กรที่มีความสําคัญต่อกระบวนการสืบสวนสอบสวน ในส่วนของคดีนี้ก็คือ ก.ล.ต. สํานักงานคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ท่านเปึนผู้ดูแล เพราะฉะนั้นนอกจากเรื่องของปากท้องที่ท่านยังไม่มีความจริงใจ ในการแก้ไขแล้ว เมื่อประชาชนเห็นว่าท่านมีประสิทธิภาพสูงมากในส่วนของการปกปัอง ผลประโยชน์ของผู้ที่ท่านสนิทก็คือหมวกใบที่ ๓ ที่ท่านสวมอยู่นั้น ยิ่งทําให้ประชาชน มีความผิดหวังและมีความเดือดร้อน ผมจะขออนุญาตท่านประธาน สิ่งที่ผมจะนําเสนอ ก็คือหลักฐานว่าทําไมท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในฐานะผู้กํากับดูแลตลาดทุน ในฐานะอดีตประธาน ก.ล.ต. มิได้ปฏิบัติหน้าที่ของท่านในการที่จะปกปัองสิทธิของพี่น้อง ประชาชนโดยรวมในเรื่องของกรณีที่สื่อมวลชนเรียกว่า ซุกหุ้นภาค ๒ ในตารางแผ่นนี้คือ ตารางผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทชินคอร์ป (มหาชน) ป้ ๒๕๔๔ ที่ผมได้วงกลมไว้นั้นคือ ๓ ผู้ถือหุ้นใหญ่ของชินคอร์ปที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนิทานเรื่องนี้ อันดับแรก ผู้ถือหุ้น ที่ใหญ่ที่สุดคือ นายพานทองแท้ ชินวัตร อันดับที่ ๓ บริษัทที่คนไทยมีความคุ้นเคยกับชื่อนี้ พอสมควรคือ แอมเพิล ริช อินเวสท์เมนท์ (Ample rich investment) เปึนบริษัทที่จดทะเบียน อยู่ในเกาะบริติช เวอร์จิ้น ไอส์แลนด์ (British Virgin Island) และลําดับที่ ๑๒ แปลกประหลาด นิดหนึ่งครับ ยูบีเอส (UBS) ซึ่งเปึนชื่อของธนาคารระดับโลกแห่งหนึ่ง สํานักงานสิงคโปร์ ถือหุ้นชินคอร์ปในบัญชี ๑๒๑๗๕๑ สิ่งที่ผมอยากที่จะนําเสนอต่อท่านประธานก็คือทั้ง ๓ คนนี้แหละครับ สุดท้ายแล้ว มีเจ้าของเปึนบุคคลคนเดียวกัน และท่านผู้นั้นก็คือดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร นี่คือสาเหตุ ที่มีการเรียกเรื่องราวเหล่านี้ว่าเปึนการซุกหุ้นครั้งที่ ๒ และเปึนการซุกหุ้นที่มีผลยิ่งใหญ่ มากที่สุด อันดับแรกผมขอเริ่มจากข้างล่างก็คือในกรณี ๑๒๑๗๕๑ ก่อนที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังจะปฏิเสธในส่วนของความรับผิดชอบ ก่อนที่ท่านจะอ้างว่าเรื่องราว ทั้งหมดที่เกิดขึ้นก่อนที่ท่านจะเข้ามารับตําแหน่ง อยู่นอกญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมขอเรียนท่านเลยครับว่า ข้อมูลทั้งหมดที่ผมนําเสนอในวันนี้เปึนข้อมูลที่สํานักงาน ที่ท่านกํากับดูแลคือ ก.ล.ต. รู้ดี ในงานสัมมนาวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๐ นี่คือข้อมูลที่ ก.ล.ต. เปึนผู้นําเสนอเองระบุชัดเจนว่าวิน มาร์ค (Win Mark) เปึนเจ้าของบัญชี ๑๒๑๗๕๑ ที่ธนาคารยูบีเอสที่ผมได้พูดถึงเมื่อสักครู่นี้ ดังนั้นบัญชีที่ยูบีเอสที่ถือหุ้นในชินคอร์ปก็คือ บัญชีของวิน มาร์คนั่นเอง นอกจากนั้นทาง ก.ล.ต. ยังได้เสนอข้อมูลเพิ่มเติม ว่า ก.ล.ต. ได้รับข้อมูลจากสํานักงาน ก.ล.ต. ต่างประเทศที่เปึนข้อมูลโยงวิน มาร์คกับคุณทักษิณ ชัดเจนครับ สรุปได้ว่าวิน มาร์ค ก็คือคุณทักษิณ
ท่านประธานครับ
ท่านกรณ์มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่าน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ประชา ประสพดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน ก็ต้องขอใช้สิทธิประท้วงตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ กรณีที่ท่านผู้อภิปรายอภิปรายอยู่นั้น เปึนการอภิปรายรัฐมนตรีสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี แต่ข้อมูลดังกล่าวนั้นเปึนข้อมูลในรัฐบาล ข้อมูลเก่า ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของท่านสุรพงษ์และท่านนายกรัฐมนตรี ใน ๔ เดือนนี้ ก็ขอให้ท่านประธานได้ช่วยวินิจฉัยตรงประเด็นนี้ด้วยนะครับ
ท่านประธานครับ ก่อนที่ท่าน จะวินิจฉัย ผมขออนุญาต เมื่อสักครู่ผมได้เรียนกับท่านประธานแล้วว่าบทบาทหน้าที่ในแง่ ของการสืบสวนสอบสวน เรื่องทั้งหมดที่ผมนําเสนอในวันนี้ความจริงหลักฐานมีมากกว่านี้ อีกเยอะครับ แต่ผมคัดมาเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสํานักงาน ก.ล.ต. ซึ่งท่านรัฐมนตรีปฏิเสธส่วนร่วมในการรับผิดชอบไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมถือว่าข้อมูล หลักฐานทั้งหมดเปึนสิ่งที่ยืนยันบทบาทของท่านรัฐมนตรีที่ควรจะต้องมีกับเรื่องนี้ แต่เปึนเรื่องที่ท่านละเว้นต่อการปฏิบัติมาตลอด ๔ เดือนที่ผ่านมา ขออนุญาต ท่านประธานวินิจฉัย
ท่านกรณ์ครับ ท่านประชาครับ อย่างไรก็ใกล้จบแล้วกระมังครับ แล้วผมขอวินิจฉัยว่า ท่านยังอยู่ในประเด็น แล้วก็กําลังพูดเกี่ยวกับเรื่องที่เชื่อมโยง เพราะฉะนั้นก็ให้ท่านพูดต่อ เชิญครับ
ขอบพระคุณท่านประธานครับ ต่อไปนะครับ
ท่านประธานครับ
ท่านสุนัยเชิญครับ
ผม สุนัย ท่านประธานครับ ขออนุญาต ขอประทานโทษท่านผู้อภิปรายไม่อยากให้ท่านเสียจังหวะ เมื่อท่านประธานจะให้ต่อแล้ว แต่ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานนิดหนึ่งเถอะครับ วันนี้ผมก็นั่งฟังการอภิปรายมา ตั้งแต่เช้าครับ แล้วก็ได้เห็นการอภิปรายนอกประเด็นเยอะมาก แต่ผมก็ไม่ประท้วง ท่านประธานหรอกครับ เพราะเห็นว่าบางท่านเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอาวุโส ก็เห็นใจท่านประธานว่า ท่านประธานจะต้องคุมการประชุมให้ราบรื่นไปได้ แต่ถามท่านประธานนิดเถอะครับว่า การที่ท่านประธานได้ฟังการอภิปรายแล้วเห็นว่าหลายประเด็นมันนอกเรื่อง เปึนเรื่องเก่า แต่ก็หยิบมาใหม่ ขอประทานโทษเถอะครับ อย่างกรณีนี้อภิปรายท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร หรือครับ แล้วกรณีอย่างนี้ผมเห็นอภิปรายตั้งแต่สมัย คมช. รอบใหญ่มาแล้ว อภิปรายตั้งแต่ คมช. ใส่ร้ายปัายสีแล้วเขาก็แก้ไม่ได้ จะตั้งเปึนแท่นว่าผมอภิปรายเรื่องนี้ จะได้วัดดูสิว่า
ท่านสุนัยพอเถอะครับ บรรยากาศกําลังดี ผมขออนุญาตวินิจฉัยเลยครับ ประท้วง ประเด็นไหนครับ
ท่านต้องแฟร์ (Fair) หน่อยสิครับ ท่านเล่นมีวิธีการท่านกดได้ พอผมจะประท้วงว่าท่านละเลยท่านก็กด ท่านให้โอกาส สมาชิกเขาได้พูดบ้างสิครับ ท่านประธานมีวิจารณญาณนะครับว่าใครอภิปรายนอกประเด็น หรือว่าต้องให้มีคนประท้วงก่อนท่านจึงจะรู้สึกว่านี่เปึนการนอกประเด็น
ท่านสุนัยครับ ท่านใช้สิทธิประท้วงเสร็จแล้วใช่ไหมครับ เสร็จหรือยังครับ
ท่านจะมีวิจารณญาณเองได้หรือไม่ หรือต้องมีคนมาประท้วงบอกว่าท่านครับ นอกประเด็นแล้วครับ
ท่านครับ ผมขอวินิจฉัยนะครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ ข้อมูล ยังให้ไม่หมด ผมกําลังถามท่านว่าท่านมีวิจารณญาณได้ด้วยตัวเองหรือไม่ เพราะไม่อย่างนั้น การอภิปรายจะยืดไปนานมากนะครับท่านประธาน
ผมขอวินิจฉัยครับ ญัตติที่ฝ์ายค้านยื่นขึ้นมาระบุในญัตติชัดเจนว่ามุ่งตอบสนองผู้มีบุญคุณ ในทางการเมืองส่วนตน เพราะฉะนั้นผมยังถือว่าอยู่ในประเด็น เชิญท่านต่อครับ
ต้องขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านไม่มีอะไรแล้วนี่ครับ นั่งเถอะครับ
ท่านประธานครับ ผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช
ถ้าประท้วงประเด็นนี้ผมไม่อนุญาตแล้วนะครับ
ผมขออนุญาตประท้วงตาม ข้อ ๖๓ นิดเดียวท่านประธานครับ ผมคิดว่าคําวินิจฉัยของท่านประธานนั้นถูกต้องแล้ว ที่ท่านประธานให้ผู้อภิปรายได้อภิปรายต่อ
ถ้าถูกต้องแล้วก็นั่งเถอะครับ ประเด็นนี้คงไม่อนุญาตครับ
ที่ประชาชนให้ความสนใจ ผมไม่อยากให้มีการประท้วงที่ท่านประธานได้วินิจฉัยไปแล้ว ขอให้ท่านประธานได้ควบคุม การประชุมด้วยครับ
นั่งเถอะครับ ขอบคุณครับ ต่อเถอะครับ
ต้องขอบพระคุณท่านประธาน อีกครั้งนะครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ก็กําลังอยู่ในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอยู่ โดยเฉพาะในเรื่องของการเอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้องและปกปัองผู้มีบุญคุณ กรณีนี้ มีความสําคัญ และผมเชื่อว่าคําวินิจฉัยของท่านประธานสุดท้ายจะเปึนประโยชน์ต่อสังคม โดยรวม
ท่านต่อเลยครับ
เอกสารหลักฐานชิ้นต่อไปก็คือ งานในส่วนของทางดีเอสไอ (DSI) ถ้าลําดับเรื่องราวทางกระผมเองได้ยื่นร้องเรียนในเรื่องนี้ กับทางสํานักงาน ก.ล.ต. ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ ว่าบริษัทที่เรียกว่า วิน มาร์ค เปึนบริษัทที่แท้จริง แล้วเปึนของคุณทักษิณ ชินวัตร ถ้าผมย้อนไปถึงป้ ๒๕๔๓ ณ วันนั้นคุณทักษิณ ชินวัตร ได้ปฏิเสธอย่างชัดเจนผ่านสื่อ ผมมีเทปรายการโทรทัศน์ ท่านออกรายการคม-ชัด-ลึก พูดชัดเจนว่าวิน มาร์คนี้ไม่ได้เปึนของท่าน วิน มาร์คเปึนเพียงแค่บริษัทหนึ่งที่เปึนบริษัท ลงทุนจากต่างประเทศ วันดีคืนดีติดต่อมากับท่านสนใจที่จะซื้อบริษัทที่ท่านถืออยู่ ๕ บริษัท วงเงินรวม ๘๐๐ ล้านบาท ตอนนั้นท่านพูด ๘๐๐ ล้านบาท เพราะว่าสื่อไปจับได้แค่ ๓ บริษัท สุดท้ายสื่อจับได้อีก ๒ บริษัท วงเงินรวมเปึน ๑๕,๐๐ ล้านบาท ท่านก็บอก ๑,๕๐๐ ล้านบาท แต่ท่านปฏิเสธ มาโดยตลอดนะครับว่าบริษัทนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับท่าน แต่ผมเห็นแววว่าท่านไม่ได้พูดความจริง ก็เลยยื่นเรื่องให้กับทางสํานักงาน ก.ล.ต. ได้สอบสวน ก.ล.ต. สุดท้ายก็ได้ส่งเรื่องต่อให้กับ กรมสอบสวนคดีพิเศษคือดีเอสไอ ในป้ ๒๕๔๙ และในวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๐ ท่านอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษดีเอสไอ ท่านสุนัย มโนมัยอุดม ก็ได้จัดงานแถลงข่าว และนําเสนอข้อสรุปของการสืบสวนสอบสวนของทางดีเอสไอ ชัดเจนนะครับ ผมขออนุญาตอ่าน ท่านสุนัยได้พูดถึงกรณีนิติบุคคล บริษัทเอสซี แอสเสทซึ่งเปึนบริษัท จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ครอบครัวชินวัตรถือหุ้นใหญ่จนถึงทุกวันนี้ แต่ได้มี การขายหุ้นส่วนหนึ่งในบริษัทนี้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ให้บริษัทที่ชื่อวิน มาร์ค แล้วก็คือ การขายหุ้นครั้งนั้นที่คุณทักษิณปฏิเสธว่าผู้ซื้อไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตน แต่เมื่อได้มี การร้องเรียนไปและมีการสอบสวนโดยทั้ง ก.ล.ต. และทั้งดีเอสไอ ดีเอสไอก็สรุปมาว่า ในกรณีนิติบุคคลบริษัทเอสซี แอสเสทนั้นปกป่ดข้อมูลโครงสร้างผู้ถือหุ้นในแบบ แสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ และผู้ถือหุ้นมิได้รายงานการเปลี่ยนแปลง การถือหุ้นตามกฎหมายเปึนคดีพิเศษนั้น บัดนี้คณะพนักงานสอบสวนได้ประชุม สรุปสํานวนแล้วและได้ความว่าวิน มาร์ค แล้วก็พูดถึง ๓ ชื่อที่เปึนกองทุนที่วิน มาร์ค ใช้ในการร่วมถือหุ้นในเอสซี แอสเสทเปึนนิติบุคคลที่อําพรางการถือหุ้นหรือเปึนนอมินี (Nominee) ของ พันตํารวจโท ทักษิณและภรรยา จึงแสดงว่า พันตํารวจโท ทักษิณ และภรรยาเปึนเจ้าของหุ้นและเปึนผู้มีอํานาจตัดสินใจดําเนินการเกี่ยวกับหุ้นเอสซี แอสเสท และหุ้นของบริษัทในครอบครัวชินวัตรอีก ๕ แห่งที่ถือโดยนิติบุคคลดังกล่าวมาโดยตลอด
ท่านกรณ์มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านกุเทพครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน ด้วยความเคารพ ในท่านประธานและผู้อภิปราย ข้อบังคับของเราได้เขียนไว้ชัดเจนนะครับว่า การอภิปราย จะไม่พาดพิงถึงบุคคลภายนอกและไม่เอ่ยชื่อบุคคลใดโดยไม่จําเปึน แม้วันนี้ท่านผู้อภิปราย จะใช้สิทธิในฐานะสมาชิกรัฐสภาและมีการถ่ายทอด อาจจะมีการฟัองร้องกันได้ แต่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าการที่ระบุชื่อบุคคลซึ่งเขาไม่ได้เข้ามาชี้แจงในสภา พยายามเชื่อมโยงกับรัฐมนตรีที่กําลังถูกอภิปราย ผมฟังเท่าไรผมก็ยังคิดว่าไปวนเวียน อยู่กับข้อมูลที่เกี่ยวกับบุคคลอื่น ผมกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าท่านประธานฟังแล้ว จะใช้ดุลยพินิจแล้วก็เตือนผู้อภิปรายให้อยู่ในข้อบังคับพวกเราก็คงไม่ต้องประท้วง แต่ที่กราบเรียนท่านประธานเพราะฟังมานานมากไปอยู่กับข้อมูลที่หน่วยงานเขาสอบสวน จะเปึนข้อเท็จจริงอย่างไรก็เปึนเรื่องที่อยู่นอกสภา เพราะฉะนั้นการที่จะไปอธิบายข้อความ ตรงนั้นอย่างละเอียดโดยใช้เวลายาวนานโดยไม่พยายามเชื่อมโยงมาถึงผู้ที่กําลัง ถูกอภิปรายอยู่โดยเร็ว เหมือนกับจงใจที่จะตีแผ่ข้อความให้คนนอกสภาเขาเสียหาย อย่างนี้ผมคิดว่าท่านประธานควรจะได้ใช้วิจารณญาณในการเตือนผู้อภิปรายให้อยู่ใน ข้อบังคับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณท่านกุเทพครับ ท่านกรณ์ครับใช้เวลามาพอสมควรนะครับ
ท่านประธาน ผมจะไม่ใช้เวลา กับกรณีนี้อีกมากนักนะครับ
ผมขอวินิจฉัยก่อนครับ
แต่ความจริงเมื่อสักครู่
ท่านครับ ผมยังไม่ได้วินิจฉัย ผมขอวินิจฉัยก่อนครับ ท่านยื่นญัตติไม่ไว้วางใจแล้วระบุ ในญัตติชัดเจนนะครับ เปึนการมุ่งตอบสนองผู้มีบุญคุณในทางการเมืองส่วนตน ตรงนี้ อยู่ในประเด็นผมได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับ แต่ในส่วนของข้อบังคับก็ระบุไว้ชัดเจนว่าให้เอ่ยชื่อถึงบุคคลภายนอกเท่าที่จําเปึน เพราะฉะนั้นขอความกรุณาท่านด้วยเถอะครับ ให้ระบุเท่าที่จําเปึน ช่วยระวังด้วยนะครับ
เมื่อสักครู่ความจริงเพื่อนสมาชิก ที่ประท้วงผมพูดถูกอยู่ใน ๑ ประเด็น
ท่านต่อเลยครับ
ผมกําลังต่ออยู่ครับ ก็คือ ทั้งหมดทั้งปวงมันจะไม่เปึนประเด็นที่นํามาหยิบยกในการอภิปรายในสภาในวันนี้ ปัญหาก็คือเรื่องราวเหล่านี้ควรจะได้รับการดําเนินการโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบ ไม่ควรจะต้องมาเปึนภาระต่อพวกเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่สาเหตุที่ ผมต้องนําหลักฐานเหล่านี้มานําเสนอต่อท่านประธาน ก็เพราะว่ารัฐมนตรีผู้ที่ดูแล หน่วยงานที่ควรจะต้องรับผิดชอบกับเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ของท่านในการกํากับ ดูแลให้หน่วยงานปฏิบัติหน้าที่ของเขา ถ้าไม่จําเปึนผมไม่ได้อยากที่ต้องมาพูดเรื่องเหล่านี้ เลยครับ ผมพูดเรื่องนี้มาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ แต่ก็ยังเปึนอุปสรรคต่อการดําเนินการสู่ กระบวนการยุติธรรม เพราะฉะนั้นหลังจากที่เราสรุปแล้วว่าดีเอสไอเองก็ยืนยัน ดยเอกสารหลักฐานที่เขามีว่าวิน มาร์คเปึนของผู้มีอํานาจเก่า ขออนุญาตไม่เอ่ยนาม แล้วกัน ผมก็จะขอเรียนในลําดับต่อไป เมื่อสักครู่ท่านคงจําได้ว่าผู้ถือหุ้นที่ผมจะอ้างถึงนั้น มีอยู่ ๓ กลุ่ม วิน มาร์คจบไปแล้ว มาถึงแอมเพิล ริชก็มีหลักฐานเช่นเดียวกันชัดเจน ผมจะไม่ใช้เวลามากในการอภิปรายว่าแอมเพิล ริช นั้นก็เปึนของผู้มีอํานาจเก่า เช่นเดียวกัน โดยในกรณีนี้ คตส. ได้พบหลักฐานชัดเจนที่ต่างประเทศเขาเรียกว่า โคออพเพอเรท เซอร์ทิฟ่เคท (Cooperate certificate) คือข้อบังคับของบริษัทที่ต้องไป จดไว้เมื่อเราไปเป่ดบัญชีธนาคาร แอมเพิล ริช ไปเป่ดบัญชีธนาคารที่ยูบีเอสอีก ธนาคารเดียวกันที่สิงคโปร์ และในเอกสารสําคัญที่ใช้ในการเป่ดบัญชีนั้นก็ได้ระบุไว้ว่า นอกจากท่านผู้ที่เคยมีอํานาจเปึนกรรมการแล้วยังเปึนผู้เดียวที่มีสิทธิมีอํานาจในการ ถอนเงินจากบัญชี อันนี้สรุปได้ว่าแสดงความเปึนเจ้าของอย่างชัดเจน จริงอยู่ครับบริษัทนี้ ไปจดทะเบียนไว้ในป้ ๒๕๔๒ ก่อนที่ท่านจะมีอํานาจทางการเมือง แต่ข้อเท็จจริงที่ตามมา ก็คือไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอํานาจ ตําแหน่ง ของท่านผู้เคยมีอํานาจในบริษัทนี้ แต่อย่างใด จนป้ ๒๕๔๘ ก่อนที่จะมีการขายหุ้นชินคอร์ปให้กับเทมาเส็ก (Temasek) เพียงแค่ ๖ เดือน กล่าวคือมาเปลี่ยนก็ตอนที่รู้ว่ากําลังจะขายหุ้น และรายละเอียดข้อมูล เกี่ยวกับบริษัทนี้จะปรากฏต่อสาธารณชนก็เลยถอนชื่อตัวเอง ถอนอํานาจของตัวเอง ออกไป แต่ตลอดช่วงระยะเวลาที่ยังเปึนนายกรัฐมนตรีอยู่ อํานาจเหนือบริษัทนี้ยังคงไว้ อย่างชัดเจน นี่คือสาเหตุที่ทาง คตส. ก็ได้สรุปไว้ว่าแอมเพิล ริชก็คือของท่านผู้นั้น อีกเช่นเคย มาถึงผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทชินคอร์ป ณ ป้ ๒๕๔๔ ท่านสุดท้าย อันดับ ๑ เลยครับ นายพานทองแท้ ชินวัตร ขออนุญาตกล่าวนาม
ขออนุญาตท่านประธานครับ
เชิญข้างหลังครับ
( : ผม ไตรรงค์ ติธรรม ขออนุญาตท่านประธาน ประท้วงครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ผม ไตรรงค์ ติธรรม พรรคพรรคพลังประชาชนจากจังหวัดหนองคาย ผมฟังมานี้ผมไม่เก่งเรื่องเศรษฐกิจ เหมือนท่านผู้อภิปราย ความจริงผมชื่นชมท่านมากครับ เพราะว่าผมดูข่าวสารจาก
ท่านประท้วงนะครับ ประท้วงเลยครับ
ประท้วงต่อครับ เรียกได้ว่าผมชอบท่าน เพราะว่าท่านพูดเรื่อง
ท่านประท้วงเลยครับ
ผมประท้วงข้อ ๖๑ ข้อที่ ๑ ก็คือซ้ํากับ ผู้อื่นครับ ซ้ํากับผู้อื่นหมายถึงที่ท่านอภิปรายมาวันนี้ผมฟังมาเปึนชั่วโมงกว่า ๆ มันไปซ้ํากับ หนังสือพิมพ์ที่ผมอ่านมาตั้งเดือน ๒-๓ เดือน หลายป้แล้วครับ เพราะว่าผมรู้แล้วว่า ท่านพูดอะไร มันไปซ้ํากับหนังสือพิมพ์ ข้อที่ ๒ ก็คือ
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ
ท่านครับ ผมอนุญาตให้ผู้ประท้วงประท้วงอยู่นะครับ ท่านรักษามารยาทด้วยนะครับ ผมยังไม่อนุญาต เชิญครับ
ขออนุญาตต่อนะครับ ข้อที่ ๒ ก็คือ ตอนนี้ผมไม่ทราบว่าท่านผู้อภิปรายอภิปรายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือว่า ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณกันแน่ ขออนุญาตให้ท่านประธานสภาช่วยวินิจฉัยด้วย ขอบคุณมากครับ
ผมวินิจฉัยนะครับ
ท่านประธานครับ ประท้วงข้อบังคับ ข้อ ๖๓
ผมขอวินิจฉัยก่อนครับ ทุกท่านนั่งก่อนครับ คุณหมอวรงค์นั่งเถอะครับ ท่านนั่งก่อนครับ ประเด็นซ้ําหนังสือพิมพ์คงไม่มีปัญหา คงไม่เข้าข่าย เปึนสิทธิที่เขาจะกล่าวหา เขาจะเอา ข้อมูลมาจากไหนก็เปึนสิทธิของเขา ผมว่าท่านต่อดีกว่ากระมังครับ ท่านวรงค์นั่งเถอะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก
ท่านนั่งเถอะครับ ให้ท่านกรณ์ต่อเถอะครับ จะได้ไม่เสียเวลา ไม่มีอะไรแล้วครับ ไม่มีใคร ผิดข้อบังคับหรอกครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม
ท่านประท้วงว่าผมผิดนะครับ ท่านต้องอ้าง
ผมกําลังอ่านครับ
ก่อนอ่านท่านอ้างก่อนครับ ผมผิดข้อบังคับข้อไหน ผิดเรื่องอะไร
ผมแนะนําตัวก่อนได้ไหมครับ จะได้ เปึนไปตามข้อบังคับการประชุม กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ประชาธิปัตย์ พิษณุโลก กระผมขอประท้วงท่านประธานที่ท่านประธาน ทําผิดข้อบังคับการประชุม ข้อ ๘ ข้อ ๘ (๓) ที่กําหนดว่า ให้ประธานควบคุมรักษา ความสงบเรียบร้อยในการประชุมของสภา
ท่านครับ ผมทําหน้าที่นั้นอยู่แล้ว เพียงแต่มีปัญหาเพราะท่านไม่ทําตามข้อ ๘ ท่านนั่ง เถอะครับ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ผม เชิญต่อเถอะครับ
ท่านประธานครับ เพื่อความสบายใจ ของท่านประธาน
ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธาน
เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ผมต้องขออนุญาตท่านประธานจริง ๆ เปึนการประท้วงที่สืบเนื่องกับการวินิจฉัยของท่าน ผมต้องกราบเรียนท่านประธานก่อนนะครับ ผมไม่ประท้วง
ท่านประธานครับ
ท่านรักษามารยาทนะครับ ผมอนุญาตให้ท่านสุนัยประท้วงอยู่ ท่านนั่งเถอะครับ ผมอนุญาตให้ท่านสุนัยก่อน ท่านนั่งก่อนครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมพยายามที่จะ ไม่ประท้วงท่านผู้อภิปรายไม่ว่าใครทั้งนั้น และผมคิดว่าการประท้วงจะน้อยมากถ้าหาก ท่านประธานได้ใช้ดุลยพินิจของการวินิจฉัยในการอภิปราย เมื่อกี้ท่านประธานได้วินิจฉัยแล้ว ในกรณีของท่านกุเทพได้ประท้วงก็คือ ตามข้อ ๖๑ วรรคสอง จะพูดถึงบุคคลภายนอกนั้น ต้องพูดในกรณีที่จําเปึน ต้องขอบพระคุณท่านผู้ที่อภิปรายที่ท่านใช้คําว่า ผู้มีอํานาจเก่า เราก็ไม่ประท้วง แต่พอเสร็จเรียบร้อยท่านประธานครับ ผมถามหน่อยเถอะครับว่า ญัตติอภิปรายนายพานทองแท้มันเกี่ยวอะไรกับผู้มีพระคุณ เราถือเปึนแนวทางปฏิบัติ มาตลอดเวลา เด็ก ลูกหลานนักการเมืองเราไม่มาทําอะไรเขาในนี้ มีลูกนักการเมืองเยอะ มีน้องนักการเมืองเยอะที่กระทําผิด เราก็หลีกเลี่ยง ดังนั้นในกรณีนี้ผมอยากให้ ท่านประธานได้ใช้ดุลยพินิจมากกว่าที่จะให้คนอื่นมาประท้วง
พอสมควรครับ ผมเข้าใจแล้ว ท่านนั่งก่อนครับ ท่านรังสิมานั่งครับ ผมไม่เป่ดหรอกครับ ท่านต้องนั่งครับ ผมขออนุญาตวินิจฉัยนะครับ ที่จริงก็เรื่องเดิม ท่านยื่นญัตติมาแล้ว เขียนในญัตติไม่ไว้วางใจชัดเจนว่า มุ่งตอบสนองผู้มีบุญคุณในทางการเมืองส่วนตน เปึนหน้าที่ของฝ์ายค้านที่จะต้องกล่าวหาตามที่ยื่น เพียงแต่ท่านกรณ์ครับ ข้อบังคับ บังคับไว้อย่าเอ่ยถึงบุคคลภายนอกโดยไม่จําเปึน ผมก็ได้กําชับท่าน ท่านก็ได้พยายามแล้ว แต่ขอความกรุณา ถ้าไม่เอ่ยเลยก็จะดีนะครับ เชิญท่านต่อเถอะครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ผมต้องขออนุญาตอธิบายตนเพราะว่า
ท่านต่อเถอะครับ ไม่ต้องอธิบาย ต่อเลยครับ
จะเรียนท่านประธานครับว่า ผมไม่มีเจตนาที่จะแกล้งลูกใคร
ไม่เปึนไรท่านครับ ท่านต่อของท่านเถอะครับ
พอดีลูกของอดีตท่านผู้มีอํานาจ ท่านนี้มีส่วนช่วยคุณพ่อซุกหุ้น ก็เลยมีความจําเปึน เมื่อสักครู่ที่ต้องเอ่ยนาม แต่ผมพยายาม ที่จะระมัดระวังจากนี้ไป เอกสารนี้เปึนหลักฐานชิ้นสุดท้ายในส่วนของกรณีการซุกหุ้น ของอดีตผู้มีอํานาจ เมื่อสักครู่เราได้พิสูจน์แล้วว่าบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ ๑๒ ของชินคอร์ปคือวิน มาร์ค และวิน มาร์คก็เปึนบริษัทของท่านผู้มีอํานาจในอดีตแอมเพิล ริช
ท่านประธานครับ
ท่านประชาเชิญครับ ประท้วงนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ประชา ประสพดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน
ท่านประธานครับ
ท่านรักษามารยาทด้วยนะครับ ผมมองไม่ถนัดไม่ทราบว่าท่านอะไรครับ รักษามารยาท ด้วยนะครับ ท่านครับ เขายกมือประท้วง ผมอนุญาตให้เขาประท้วง พอผมอนุญาตให้เขา ประท้วงแล้วท่านก็มาประท้วงแทรกนะครับ ท่านนั่งเถอะครับ ผมอนุญาตให้ท่านประชา ประท้วง ท่านต้องนั่งก่อน ถ้าท่านจะใช้สิทธิต้องหลังจากท่านประชาประท้วง แล้วผมวินิจฉัย ไม่ใช่มาใช้สิทธิตอนนี้ นั่งก่อนครับ ท่านรังสิมาอย่าดื้อเลยครับ ผมใช้คําว่า ดื้อ นะครับ นั่งก่อนครับ ผมไม่ถอนครับ ท่านนั่นแหละนั่งเถอะครับ อย่าดื้อเลยครับ นั่งเถอะครับ เชิญท่านประชาครับ
ท่านประธานครับ ผมประท้วง ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ท่านประธานกรุณาให้ผมพูดเหตุผลสั้น ๆ อย่าเพิ่งตัดไมค์ผม เมื่อกี้ ผมนั่งฟังอยู่นะครับ เอกสารที่นํามาอภิปรายนั้นเปึนเอกสารของ คตส. คตส. ที่เกิดขึ้น ในคณะปฏิวัติแล้วคดีอยู่ในระหว่างการสอบสวน กรณีดังกล่าวถ้าเราเอาเอกสาร มากล่าวนั้นมันไม่เปึนธรรมกับผู้ถูกกล่าวหามันเกิดความเสียหาย แล้วเมื่อกี้จอมอนิเตอร์ (Monitor) ก็ปรากฏชื่อนายพานทองแท้ ชินวัตร ออกไป ถึงแม้ว่าจะไม่ได้พูดชื่อ แล้วไปพูด ถึงบุตรชายของผู้มีอํานาจไปซุกหุ้น เพราะฉะนั้นท่านประธานต้องควบคุมการประชุม คือวันนี้ถ้าขืนเปึนอย่างนี้ผมก็จะต้องลุกขึ้นประท้วง เพราะผู้อภิปรายไปกล่าวถึง บุคคลภายนอกมันเปรียบเสมือนภาษิตที่เขาเรียกว่า สุนัขเห่าเงาตัวเอง นะครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านรังสิมาจะให้ผมวินิจฉัยก่อนได้ไหมครับ ท่านนั่งก่อนเถอะครับ ผมย้ําหลายครั้งก็ประเด็นเดิม ๆ ทีนี้ฝ์ายค้านยื่นญัตติไม่ไว้วางใจโดยในญัตติเขียนไว้ ชัดเจนว่า รัฐบาลมุ่งตอบสนองผู้มีบุญคุณในทางการเมืองส่วนตน ญัตติเขาชัดเจน เพราะฉะนั้นเขามีหน้าที่ต้องกล่าวหาตามญัตติ ถ้าไม่อนุญาตให้เขากล่าวหาตามญัตติ แล้วเขาจะอภิปรายได้อย่างไรละครับ เพียงแต่ผมติดใจผมกําชับแล้วกําชับอีกอย่าเอ่ยชื่อ บุคคลภายนอกโดยไม่จําเปึน ท่านกรณ์ก็ได้พยายามแล้วเท่าที่ดู ก็เชิญต่อเถอะครับ
ท่านประธานครับ ผมประท้วงคําวินิจฉัย ของท่านครับ ตามข้อ ๖๓ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านนิดหนึ่ง
ท่านสุนัยครับ คําวินิจฉัยของประธานถือว่าเด็ดขาดแล้วครับ
ท่านประธานครับ
เปึนคําวินิจฉัยครับ ถือว่าเด็ดขาด ท่านนั่งเถอะครับ คงไม่อนุญาตท่าน ถือว่าเด็ดขาดแล้ว ไม่เปึนไร ท่านนั่งเถอะครับ ขอบคุณครับ ท่านต่อครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมอยาก ที่จะเรียนต่อเพื่อนสมาชิกจริง ๆ ว่า การอภิปรายของผมในวันนี้มีเจตนาที่จะให้ข้อมูล กับพวกเราทุกคนเพื่อที่ท่านจะสามารถนําข้อมูลเหล่านี้ไปประกอบในการตัดสินใจ ของท่านในการลงมติไม่ไว้วางใจตามญัตติที่ฝ์ายค้านได้นําเสนอ ผมจะไม่นําเสนอข้อมูล หลักฐานเกินความจําเปึน แต่ในขณะเดียวกันประเด็นปัญหาของเรื่องราวทั้งหมดที่ผม ยอมรับครับว่าต้องกลับมาพูดซ้ํา ๆ ซาก ๆ ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ แต่ในกรณีของวิน มาร์ค จริง ๆ แล้วโดยเพื่อนสมาชิกตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ ก็เปึนเพราะขาดความร่วมมือในการ ดําเนินการโดยหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การดูแลของท่านรัฐมนตรี นี่คือสาเหตุที่มาของ การนําเรื่องราวเหล่านี้กลับมาอภิปรายกันอีกทีหนึ่ง เอกสารสุดท้ายก็คือหลักฐาน ที่จะพิสูจน์ว่าการอ้างโดยท่านผู้เคยมีอํานาจและภรรยาว่าหุ้นที่ท่านเคยถือในชินคอร์ปนั้น ได้โอนให้ลูกของท่านหมดแล้วก่อนที่ท่านจะขึ้นมารับตําแหน่งเปึนนายกรัฐมนตรีนั้น เปึนการอ้างที่ไม่เปึนความจริง วันที่ ๑ กันยายน ป้ ๒๕๔๓ ผู้ที่เคยมีอํานาจและภรรยา ได้โอนหุ้นชินคอร์ปให้กับลูกชายคนโตตอนนั้นโอนหุ้นให้ลูกคนเดียว เพราะว่าเพียงแค่ คนเดียว ณ วันนั้นบรรลุนิติภาวะ โอนหุ้นทั้งหมดมีมูลค่าอ้างว่าโอนที่ราคาทุน โดยส่วนของ คุณพ่อ ๓๐๙ ล้านบาทและในส่วนของคุณแม่อีก ๔๒๔.๗ ล้านบาท รวมแล้วมูลค่า ประมาณ ๗๓๐ ล้านบาท ในการโอนหุ้นไม่ได้มีการชําระเงินครับท่านประธาน แต่ได้มี การออกตั๋วสัญญาใช้เงินหรือที่เรียกว่าบีเอ็น (BN)
ท่านประธานครับ
คุณประชา ประสพดี ประท้วงอีกแล้วหรือครับ
ครับ
ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ผม ประชา ประสพดี สมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน ขออนุญาตประท้วงตามข้อ ๖๑ เพราะท่านประธานได้กรุณาให้ ผู้อภิปรายแสดงภาพเมื่อสักครู่ขึ้นที่จอภาพอีกครั้งหนึ่ง ภาพที่ท่านผู้อภิปรายแสดงนั้น มันปรากฏต่อผู้ชมทั่วประเทศ และผมต้องขออธิบายเหตุผลการประท้วง ไม่อย่างนั้น ผมจะประท้วงอยู่ตลอดเนื่องจากว่า คตส. เปึนหน่วยงานที่เกิดขึ้นในคณะที่ทําการ ยึดอํานาจการปกครองประเทศ เพราะฉะนั้นเมื่อ คตส. เปึนหน่วยงานที่ไม่มีความเปึนกลาง อยู่แล้วแล้วไปสอบสวนผู้เสียหาย แล้วคดีนี้กําลังอยู่ในระหว่าง คตส. ก็มี อยู่ที่ศาลก็มี ยังไม่ได้ตัดสินว่าผิดหรือถูก แล้วนายพานทองแท้ ชินวัตร หรือภริยานี่มันเข้าใจได้ชัดเจน เพราะฉะนั้นวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังปฏิบัติราชการมา ๔ เดือน ทําไม เราไม่อภิปรายเดินหน้า เรื่องนี้เคยอภิปรายตั้งแต่ก่อนยึดอํานาจมาครั้งหนึ่ง แล้วมาสู่ การยึดอํานาจ แล้ววันนี้มีรัฐบาลใหม่ก็นํามาอภิปรายอีก
คุณประชาครับ ผมเข้าใจในคําประท้วงแล้ว ความจริงการประท้วงครั้งนี้ก็ประท้วง เหมือนกับที่ท่านรองประธานสมศักดิ์ได้ให้คําวินิจฉัยไปแล้ว เพราะฉะนั้นผมก็จะต้อง วินิจฉัยเช่นเดียวกับท่านรองประธานสมศักดิ์เหมือนกัน ขอเชิญคุณประชานั่งลงได้ครับ ก็เปึนสิทธิของผู้อภิปรายที่จะต้องอภิปรายพาดพิงถึงบ้าง เชิญคุณประชานั่งลงเถอะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผมประท้วงนะครับ
ทางนายแพทย์วรงค์กับคุณชุมพล จุลใส ไม่ต้องประท้วงแล้วนะครับ การอภิปรายจะได้ ต่อได้ เชิญคุณกรณ์ดีกว่าครับ เชิญเลยครับ เพราะว่าประท้วงกันไปประท้วงกันมา ก็ทําให้เสียเวลา เชิญเถอะครับ คุณชุมพลก็ได้ครับ เพราะว่าเมื่อกี้ประท้วงค้างไว้ตั้งแต่ ท่านรองประธานสมศักดิ์นะครับ ท่านนายแพทย์วรงค์นั่งก่อนครับ เชิญคุณชุมพลครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายชุมพล จุลใส ประชาธิปัตย์ จังหวัดชุมพร นิดเดียวตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ครับ เมื่อสักครู่ประธานก็ได้วินิจฉัยไปแล้วเพื่อนสมาชิกยังไม่ฟัง ผมว่าจะกลัวความจริงอะไร กันนักหนาครับ
ผมวินิจฉัยนะครับ เปึนสิทธิของผู้ประท้วง ในเมื่อประท้วงแล้วคิดว่าผู้อภิปรายไม่ได้ ทําตามที่ประธานวินิจฉัยเขาก็มีสิทธิประท้วงได้ แต่ประท้วงอย่างไรก็ตามก็ขึ้นอยู่กับ ประธานเปึนผู้วินิจฉัยให้ดําเนินการอย่างไรต่อไป
( : นายแพทย์วรงค์ประท้วงอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ประชาธิปัตย์ พิษณุโลก ผมขออนุญาตประท้วง ประธานครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ผมอยากให้ประธานช่วยควบคุมการดําเนินการประชุม เนื่องจากว่าขณะที่ท่านกรณ์อภิปรายอยู่มีการประท้วงอยู่เรื่อย ๆ ทําให้การดําเนินการ ประชุมไม่สามารถดําเนินการต่อไปได้ แล้วผมเชื่อว่าท่านผู้ฟังทางบ้านก็ไม่เข้าใจครับว่า เกิดอะไรขึ้น แล้วก็ประชาชนต้องการจะรู้ว่าข้อเท็จจริงมันเปึนอย่างไร ขอให้ประธาน ช่วยควบคุมว่าคนที่ประท้วงใจเย็น ๆ หน่อยครับ ขอบคุณครับ
ตกลงประท้วงท่านประธานสมศักดิ์หรือประธานอภิวันท์ครับ เพราะว่าเมื่อกี้ท่านประธาน สรุปแล้วประท้วงประธานอภิวันท์ใช่ไหมครับ ผมขอวินิจฉัยเลยก็แล้วกัน ท่านที่ประท้วง อย่าเพิ่งลุกขึ้นยืนแล้วพูดเอง ต้องขอความกรุณาทําตามข้อบังคับ ข้อ ๖๔ ที่ระบุไว้ชัดเจนว่า ท่านยืนขึ้นและยกมือ และจะอภิปรายได้ก็ต่อเมื่อประธานอนุญาตให้ท่านพูด เพื่อรักษา ความเรียบร้อยของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรของเรา ผมขอวินิจฉัยตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ที่นายแพทย์วรงค์บอกว่าเปึนหน้าที่ของประธานสภาผู้แทนราษฎรให้ดําเนินการประชุมสภา ไปด้วยความเรียบร้อย ผมเองและท่านรองประธานสมศักดิ์ก็พยายามดําเนินการ อย่างเปึนธรรม ให้ความเปึนธรรมทั้ง ๒ ด้าน แล้วก็พยายามทุกวิถีทางเพื่อให้การอภิปราย ของเราดําเนินไปด้วยความเรียบร้อยทุกอย่าง ท่านที่ต้องการประท้วงเชิญครับ
ท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย ประชาธิปัตย์ครับ ขออนุญาตที่จะให้ข้อมูลกับท่านประธาน ประกอบกับ การที่ท่านจะได้บังคับใช้เรื่องของการควบคุมความสงบเรียบร้อยตั้งแต่ช่วงที่ท่านรอง
สรุปแล้วท่านประท้วงหรือเปล่า หรือจะให้ข้อมูล ถ้าให้ข้อมูลก็คงจะไม่ได้ ถ้าท่านประท้วง ได้ครับ แต่ถึงแม้ว่าท่านจะให้ข้อมูล ผมนั่งดูอยู่ในห้องทํางานของผมมาตลอด ๒ ชั่วโมง เพราะฉะนั้นทราบดี ขอเชิญคุณบุญยอดนั่งเถอะ ถ้าประท้วงได้ครับ ประท้วงผู้อภิปราย หรือประท้วงอะไรครับ
ผมประท้วงท่านประธานว่า ต้องควบคุม เพราะว่า ๘ ครั้งที่มีการประท้วงกันของฝ์ายรัฐบาลนั้นมีคนที่ซ้ํา ๆ กันอยู่ หลายคน และทุกครั้งประธานวินิจฉัยเรื่องเดียวกันทั้งหมดว่าการอภิปรายยังอยู่ในญัตติ เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่เกิดขึ้นเหมือนกันหมด ถ้าเกิดขึ้นอีกโดยคนชื่อประชา สุนัย
สรุปแล้วประท้วงข้ออะไรครับ
ข้อ ๘ ท่านต้องควบคุมให้สงบ
ถ้าข้อ ๘ ก็ข้อเดียวกับท่านนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ประท้วงครับ ผมเรียนยืนยันว่า ประธานทั้ง ๒ ท่านดําเนินการตามข้อบังคับ ข้อ ๘ อย่างเคร่งครัดด้วยความเปึนธรรม แล้วเราก็วินิจฉัยด้วยความเปึนธรรมเช่นเดียวกัน ขอเชิญคุณบุญยอดนั่งลงครับ คุณสุนัย ประท้วงอะไร ผมต้องให้ทีละคน คุณประชานั่งลงก่อนครับ
ท่านประธานครับ ต้องขอบคุณ ท่านที่เอ่ยชื่อผมเมื่อสักครู่มากเลย ผมเลยต้องอาศัยสิทธิการประท้วงในข้อ ๖๓ แล้วก็ สิทธิพาดพิง ท่านประธานครับ ชื่อผมนี่ไม่เคยปกป่ดเพราะผมเปึนนักประชาธิปไตย ก่อนที่ผมจะบอกอะไรกับท่านประธาน เรียนท่านประธาน ผมก็บอกชื่อตัวผม ท่านประธานครับ ผมได้ประท้วงติดพันมาด้วยเหตุผลที่อยากจะให้การประชุมนี้ราบรื่น ผมพยายามจะให้ข้อคิดเห็น จะต้องกราบขอประทานโทษจริง ๆ ท่านประธานที่ลงไป ท่านก็ไม่ฟัง ขอเวลานิดเดียว แล้วท่านจะอภิปรายราบรื่นทีเดียว และเปึนเรื่องที่ดีครับ ตามญัตตินี้ผมเห็นด้วย มุ่งตอบสนองผู้มีบุญคุณในทางการเมืองส่วนตน แต่การอภิปรายนั้น มันควรจะมุ่งไปสู่ตรงนั้น ปรากฏว่าท่านอภิปรายท่านได้ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับลักษณะ กิจกรรมคล้าย ๆ กับการเมืองก่อนการเลือกตั้ง ๒๓ ธันวาคม ดังนั้นถ้าเปึนไปได้ ผมขออย่างนี้ได้ไหมครับ เรามีวัฒนธรรมมาหลายป้แล้ว เด็กเล็กลูกหลานนักการเมือง เราไม่เอ่ยชื่อเขา เราไม่ดึงเขาเข้ามาในนี้ เมื่อวันก่อนแค่จะเอ่ยชื่อหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ยังไม่ได้เอ่ยเลยก็มีการประท้วง ผมเข้าใจครับ ถ้าท่านรักหัวหน้าพรรคท่าน อย่างไร ท่านมีจิตใจต่อผู้อื่นเขาก็มีผูกพันเช่นกัน ดังนั้นถ้าวันนี้ท่านปฏิบัติข้อบังคับ โดยไม่เอ่ยชื่อเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็ก ผมว่าเด็กเขาไม่ได้เล่นการเมืองด้วย
คุณสุนัยครับ ผมทราบแล้วว่าคุณสุนัยประท้วงอะไร เดี๋ยวผมจะวินิจฉัย เชิญนั่งลงได้แล้ว เชิญนั่งลงก่อนครับ ไม่ได้มีญาณวิเศษหรอกครับ แต่การที่ฟังคุณสุนัยพูดผมประมวลได้ ก็เพราะคุณสุนัยประท้วงเรื่องอะไร แล้วผมก็จะทําการวินิจฉัย เชิญคุณสุนัยนั่งลงก่อน เถอะครับ ไม่อย่างนั้นจะเปึนการอภิปรายเสียเอง ขอเชิญท่านนั่งลงก่อนเถอะ ต้องให้ ผมวินิจฉัยข้อประท้วงเดิมเสียก่อน เชิญนั่งลงครับ ไม่อย่างนั้นก็จะมีปัญหาตั้งแต่ประท้วง ท่านรองประธานสมศักดิ์ ในขณะเดียวกันฝัืงฝ์ายค้าน วันนี้ผมมือช้า กดช้า เพราะว่า เป่ดโอกาสให้คุณสุนัยได้พูดและฟังดูว่าคุณสุนัย เชิญนั่งลงครับ ขอเชิญคุณสุนัยนั่ง คุณสุนัยไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ ข้อ ๘ เลยนะครับ คุณประชายังไม่ต้องประท้วง ขอความกรุณาทุกท่านไม่ต้องประท้วง ผมวินิจฉัยอย่างนี้ ขอเชิญท่านนั่งลงทั้ง ๒ ท่าน ผมวินิจฉัยอย่างนี้ว่า คุณกรณ์ จาติกวณิช มีสิทธิอภิปรายในเรื่องเนื้อหาได้ แต่ก็ต้องขอร้องคุณกรณ์ขอให้ กระชับ แล้วกรุณาถ้าไม่จําเปึนอย่าไปเอ่ยชื่อบุคคลภายนอก สาเหตุเพราะว่าเขาเหล่านั้น ไม่มีโอกาสมาแก้ตัวในสภาแห่งนี้ อยากจะขอให้คุณกรณ์โยงเรื่องเข้าไปสู่การอภิปราย ไม่ไว้วางใจตามที่คุณสุนัยได้ประท้วงเมื่อกี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช
ท่านประธานครับ
คุณประชา ประสพดี ประท้วงอะไรครับ
ขอใช้สิทธิพาดพิงนะครับ กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม ประชา ประสพดี พรรคพลังประชาชน สมุทรปราการ ขอใช้สิทธิ พาดพิงสั้น ๆ เองนะครับ เพราะข้อเท็จจริงปรากฏอยู่ในสภาแห่งนี้ว่าท่านสุนัยและท่านประชา ใช้สิทธิประท้วงเยอะ ถ้าตราบใดผู้อภิปรายไม่เคารพแล้วยังอภิปรายไปพาดพิงถึงบุคคล ภายนอกแล้วอยู่นอกเหนือญัตติที่ได้ยื่นเอาไว้ ญัตตินี้ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ผมก็เปึนคนหนึ่งและท่านผู้ทรงเกียรติในที่นี้ผมยังพูดเหมือนวันแรก ๆ ว่าทุกท่านมีสิทธิ และต้องใช้ดุลยพินิจในการตัดสินใจที่จะลงมติไว้วางใจรัฐมนตรีและท่านนายกรัฐมนตรี เพราะญัตตินี้ได้เสนอชื่อคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนนายกรัฐมนตรีควบคู่ตามที่ รัฐธรรมนูญกําหนดเอาไว้ แต่ถ้าเกิดยังอภิปราย
สรุปแล้วใช้สิทธิพาดพิงในเรื่องอะไร ผมฟังดูยังไม่ทราบว่าพาดพิงเรื่องอะไรครับ
จะอธิบายให้ฟังครับท่านประธาน พาดพิงในกรณีที่ว่าผมนั้นประท้วงบ่อย ถ้าเปึนอย่างนี้ผมก็จะประท้วงถึงวันลงมติ วันสุดท้ายละครับ เปึนสิทธิของผมตาม
คุณประชาเชิญนั่งได้แล้วครับ ผมขอวินิจฉัยนะครับ เมื่อกี้ท่านผู้ประท้วงคือคุณบุญยอด ได้ประท้วง ผมก็ได้วินิจฉัยว่าเปึนสิทธิของผู้ประท้วงเมื่อเห็นว่าผู้อภิปรายไม่ดําเนินไปตาม ญัตติที่ยื่นอภิปรายก็เปึนสิทธิของผู้ประท้วง แต่การที่ผู้อภิปรายจะอภิปรายต่อได้หรือไม่นั้น เปึนหน้าที่ของประธานจะเปึนผู้วินิจฉัยครับ ซึ่งขณะนี้ผมวินิจฉัยให้คุณกรณ์อภิปรายต่อ เชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ครับ ก็ต้องขออนุญาตผ่านท่านประธานขอร้องต่อพี่น้องประชาชนที่ติดตามชมการอภิปราย ของเราอยู่คงเบื่อหน่ายพอควร หลาย ๆ รายอาจจะถึงกับป่ดช่องโทรทัศน์หรือเปลี่ยนช่อง ไปดูช่องอื่นแล้ว และนั่นก็คือปัญหาครับ แล้วอาจจะเปึนวัตถุประสงค์ของการประท้วง การทํางานอภิปรายของผมในคืนวันนี้
ก็ต้องขอคุณกรณ์เชิญเข้าเนื้อเรื่องเลยครับ เดี๋ยวก็ประท้วงกันอีก เชิญเลยครับ
เข้าสู่หลักฐานว่าการโอนหุ้น ชินคอร์ปโดยคุณพ่อและคุณแม่ให้กับลูกชายคนโตไม่ได้เกิดขึ้นจริง ตอนที่โอนหุ้นก็ไม่มี การชําระเงินตามที่ผมได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ ก็มีการออกตั๋วสัญญาใช้เงินโดยเสมือนกับ ลูกติดหนี้พ่อและแม่เปึนเงินจํานวนทั้งหมดประมาณ ๗๓๐ ล้านบาท
คุณกรณ์ครับ มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ คุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ประท้วงเรื่องอะไรครับ ซ้ําเรื่องเดิมกับที่ผมได้วินิจฉัยไปหรือเปล่าครับ
ไม่ครับ ท่านประธาน
ไม่สมควรประท้วงครับ
ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท ท่านประธานจะเห็นนะครับ ผมเปึนเด็กดี ไม่ประท้วงเลย เมื่อวานทั้งวัน วันนี้อดไม่ได้ครับ ญัตติดังกล่าวนี้ด้วยความเคารพ เขียนมาก็บอกว่า มุ่งตอบสนองต่อผู้มีพระคุณ เนื้อหาใจความสรุป แต่ปรากฏว่าในขณะที่อภิปราย ผู้อภิปรายไม่แสดงให้เห็นว่ามุ่งสนองตอบต่อผู้มีพระคุณอย่างไร แต่ไปตรงกับข้อ ๖๑ มุ่งใส่ร้ายผู้อื่น เพราะฉะนั้นท่านประธานต้องวินิจฉัยว่าเนื้อหาสาระที่อภิปรายอยู่ขณะนี้ มุ่งอย่างใดกันแน่ แต่ผมเองเข้าข้อ ๖๑ เพราะฉะนั้นให้อภิปรายต่อไม่ได้นะครับ
ผมจะวินิจฉัยนะครับ ผู้อภิปรายก็อภิปรายไปตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมา เพราะเปึน ญัตติไม่ไว้วางใจ เมื่อเปึนญัตติไม่ไว้วางใจก็ต้องกล่าวหาผู้ที่ถูกยื่นญัตติ เพราะฉะนั้น อภิปรายต่อได้ครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตประท้วง
ประท้วงเรื่องอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ จะสังเกตว่าขณะนี้มีการป์วนสภาแล้วครับ ขัดขวางไม่ให้
คุณสมบูรณ์ครับ คุณจะประท้วงน่าจะต้องบอกว่าประท้วงเรื่องอะไร คุณสมบูรณ์ลุกขึ้น มาพูดเหมือนกับตําหนิอีกฝ์ายหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมต้องขอให้คุณสมบูรณ์ถอนคําพูด เพื่อความสงบเรียบร้อยของการประชุมของเราตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ขอเชิญคุณสมบูรณ์ ถอนคําพูดด้วยครับ ที่บอกว่ามีการป์วนสภา
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมยึดถือ ตามประธานว่าครับ เนื่องจากขณะนี้มีการขัดขวางการอภิปราย เพราะว่าพอคุณกรณ์ จะเริ่มพูดก็จะมีการประท้วงซึ่งท่านประธานวินิจฉัยไปทุกครั้งแล้วเช่นเดิมเหมือนกันครับ พานทองแท้ไม่ใช่ข้าวสารเสกนะครับ เพราะฉะนั้นเขาพูดก็ต้องพูดได้เพราะเปึนเรื่องที่ มันเกี่ยวข้องแค่นั้นเองครับ ให้รู้ว่า
คุณสมบูรณ์ครับ คุณสมบูรณ์ประท้วงเดี๋ยวผมขอวินิจฉัย นั่งเถอะครับ ไม่อย่างนั้น ก็ประท้วงกันไปประท้วงกันมาอย่างนี้เราก็ไม่ได้มีโอกาสอภิปรายต่อ เชิญคุณสมบูรณ์ นั่งลงครับ ผมจะได้วินิจฉัย ท่านสมาชิกทั้งหลายครับ ผมพยายามดําเนินการประชุมไป ให้เกิดความเรียบร้อยตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ผู้อภิปรายคือคุณกรณ์ จาติกวณิช นั้นอภิปราย เปึนการอภิปรายไม่ไว้วางใจในเรื่องที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังปฏิบัติที่มองได้ว่า จะให้ตอบแทนบุญคุณของผู้มีพระคุณ แต่อย่างไรก็ตามคุณกรณ์น่าจะรีบโยงเข้าไป ในเรื่องเนื้อหาว่ามันเกี่ยวข้องกับการตอบแทนบุญคุณอย่างไรแทนที่จะอธิบายรายละเอียด เพราะว่าอธิบายรายละเอียดมากก็จะมีผู้ประท้วงอย่างนี้มากแหละครับ ขอเชิญคุณกรณ์ ต่อครับ
ท่านประธานครับ เมื่อกี้ท่านให้ถอน แล้วนะครับ ท่านประธานครับ ผม สุนัยครับ ที่ประท้วงนี่เราอยากจะให้การอภิปราย ราบรื่นเลยประท้วงเพื่อให้เข้าสู่ระเบียบ เมื่อสักครู่ท่านก็มากล่าวหาว่าเปึนการป์วนสภา เมื่อท่านบอกให้ถอนแล้วก็ยังไม่ได้ถอน แต่จริง ๆ แล้วเจตนาเราต้องการที่จะให้อภิปราย เปึนไปตามญัตตินี้จริง ๆ แล้วผมไม่ประท้วงท่านผู้อภิปรายเลยครับ เพียงแต่ว่าขอให้ ได้พูดไปในกรอบอย่าออกนอกประเด็น และให้มุ่งต่อการที่จะอธิบายว่าเรื่องนี้เปึน การตอบสนองอย่างไร แต่ในทางปฏิบัติกลับกลายเปึนมุ่งต่อการใส่ร้าย
คุณสุนัยครับ ผมจะวินิจฉัยได้แล้วครับ การที่จะบอกว่าตามกรอบหรือไม่ตามกรอบ ของญัตตินั้นประธานจะเปึนคนวินิจฉัยครับ เมื่อประธานฟังเห็นว่าผู้อภิปรายกําลัง ออกนอกกรอบประธานก็จะตัดบทเอง ขอเชิญนั่งครับ คุณสมบูรณ์ครับ เมื่อกี้ผมได้บอก ให้คุณสมบูรณ์ประท้วงนะครับ คําว่า ป์วนสภา ก็ขอความกรุณาได้ถอนคําพูดด้วยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ประชาธิปัตย์ จังหวัดตรัง ท่านประธานครับ เมื่อกี้ ผมเรียนท่านประธานแล้วว่าผมถอนครับ
ขอบคุณมากครับ คุณอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต เรียนถามการสรุปของท่านประธานที่ว่าผู้ที่กําลังอภิปราย อภิปรายไม่ไว้วางใจว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําลังกระทําผิดต่อคือ หมายถึงว่ากําลังใช้ตําแหน่ง หน้าที่ตอบแทนผู้มีพระคุณทางการเมือง ผมขออนุญาตเรียนถามท่านประธานว่า การกระทําดังกล่าวถือว่าเปึนการส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่หรือไม่ ถือเปึนการส่อว่า กระทําผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมหรือไม่ แล้วก็ส่อว่าจงใจใช้อํานาจหน้าที่
คุณอดุลย์ครับ คุณอดุลย์ไม่มีหน้าที่มาถามประธานนะครับ แต่คุณอดุลย์ประท้วงได้ครับ นี่คุณอดุลย์ไม่ได้ประท้วงนะครับ เพราะฉะนั้นผมก็ไม่ต้องตอบ ขอเชิญคุณอดุลย์ นั่งเถอะครับ เชิญคุณกรณ์อภิปรายต่อครับ ขอความกรุณาแต่ละท่านไม่ต้องประท้วง แล้วครับ ท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน เตรียมตัวจะประท้วงหรือเปล่าครับ เห็นกดใหญ่ กดไม่ติด หรอกครับ เพราะว่าผมกดดับไว้ครับ เชิญคุณกรณ์ต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช เพื่อความสบายใจของท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ผมอยากที่จะ เรียนว่าเพียงแค่ในกรณีของดีเอสไอที่ผมได้แสดงเอกสารหลักฐานไปแล้วเกี่ยวข้องกับ วิน มาร์คนั้น
คุณกรณ์เดี๋ยวนะครับ ท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกของผม คุณอดุลย์จะประท้วง ท่านวินิจฉัยว่าไม่ใช่เปึนการประท้วง แล้วก็ไม่ให้พูด คราวนี้ผมจะประท้วงบ้าง เพราะว่าถ้อยคําที่คุณอดุลย์พูดนั่นแหละ คือเขาเอามาประท้วงแล้วก็ถาม ตรงนี้ผมจะใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคสอง ที่บอก การอภิปรายห้ามแสดงกิริยาหรือวาจาอันไม่สุภาพใส่ร้ายหรือเสียดสีบุคคลใด ข้อความ ต่อไปผมจะไม่เอ่ยหรอกครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าผมประท้วงเพราะว่า ในญัตตินี้บอกว่าอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในประเด็นที่ว่า มุ่งตอบสนองผู้มีบุญคุณในทางการเมืองส่วนตน ผู้อภิปรายก็ไม่ได้ชี้ชัดลงว่าการที่มุ่ง ตอบสนองบุญคุณทางการเมืองนี่ทําอะไรไปบ้าง แต่ไปลากเอาเรื่องการขายหุ้นตั้งแต่ ป้ไหนก็ไม่ทราบมาว่ากันอย่างนี้ ผมว่ามันห่างไกลกับประเด็นที่ท่านอภิปราย ถ้าวันดีคืนดี เกิดมีการอภิปรายลักษณะอย่างนี้ แล้วผมไปขุดเอาเรื่องอดีตอธิบดีกรมศุลกากรทุจริต ต่อหน้าที่ถูกไล่ออกจากราชการ สมัย พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ลากมาได้ไหม
ท่านเชาวรินครับ ผมจะขอวินิจฉัย ก็จะวินิจฉัยตามคําวินิจฉัยเดิมของท่านรองประธาน สมศักดิ์และของผมเองนะครับ คุณกรณ์สามารถอภิปรายได้ เพราะว่าการอภิปรายในวันนี้ เปึนการอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ แต่ถ้าหากฝ์ายค้านลุกขึ้นมาอภิปรายแล้วชม รัฐมนตรีอย่างนั้นผมจะวินิจฉัยนอกกรอบครับ เชิญคุณกรณ์อภิปรายต่อครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน วันนี้ ผมคงไม่คิดจะใส่ร้ายใครนะครับ ผมอภิปรายด้วยการรักษาวินัยมีเอกสารหลักฐาน ที่จะสนับสนุนข้อกล่าวหาของผมทุกข้อ และเพื่อความสบายใจของท่านประธาน และเพื่อนสมาชิก ผมอยากจะเรียนว่าเพียงแค่ในกรณีของดีเอสไอที่มีการสรุปว่าวิน มาร์ค ก็คือบริษัทในเกาะบริติซ เวอร์จิ้น ไอส์แลนด์ ที่มีผู้เปึนเจ้าของเปึนอดีตผู้มีอํานาจ อดีตนายกรัฐมนตรี เพียงแค่ข้อสรุปข้อนั้นดีเอสไอก็ได้สรุปแล้วว่าเปึนการกระทําผิด ถึง ๖ มาตราในพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเปึนพระราชบัญญัติ ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปึนผู้ดูแล ความจริงนอกจากนั้นยังผิดอีก ๓ มาตรา พ.ร.บ. ปัองกันและปราบปรามการทุจริต และอีก ๒ มาตรา พ.ร.บ. จัดการ หุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นในสิ่งที่ผมนําเสนอวันนี้เกี่ยวข้องโดยตรง อย่างปฏิเสธไม่ได้กับหน้าที่ความรับผิดชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตนําเสนอในส่วนของหลักฐานต่อเนื่อง เมื่อสักครู่ผมกําลัง อภิปรายชี้แจงอยู่ว่าได้มีการโอนหุ้นมูลค่าราคาทุน ๗๓๐ ล้านบาท โดยคุณพ่อและคุณแม่ ให้กับลูกชายคนโตมีมูลค่าและราคาทุน ๗๓๐ ล้านบาท แต่ไม่มีการชําระเงิน ตรงนั้น ไม่ผิดครับ เพราะได้มีการทําตั๋วสัญญาใช้เงินขึ้นมา และเอกสารหลักฐานนี้ก็มีการเป่ดเผย อย่างถูกต้องกับทาง ป.ป.ช. ก็คือลูกยอมรับความเปึนหนี้กับพ่อที่ ๓๐๐ กว่าล้านบาท และยอมรับความเปึนหนี้กับแม่อีกที่ ๔๒๐ กว่าล้านบาท รวมแล้วประมาณ ๗๓๐ ล้านบาท แต่ประเด็นปัญหามันอย่างนี้ครับ ราคาหุ้น ณ วันที่โอนให้ลูกมันซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ราคาซื้อขายมันไม่ใช่ราคาทุน ราคาซื้อขายมันสูงกว่าราคาทุนประมาณ ๔ หรือ ๕ เท่า
คุณกรณ์ครับ มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ คุณชัยวัฒน์ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผมต้องประท้วง ทั้งท่านประธานแล้วก็ผู้อภิปรายครับ เมื่อสักครู่ผมขึ้นมาประท้วงครั้งหนึ่ง ผมบอกว่า ในญัตติดังกล่าวได้เขียนไว้ว่า ผู้ที่ทําหน้าที่ที่จะถูกอภิปราย ณ ส่วนนี้ก็คือ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ท่านเขียนญัตติมาว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านนายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี มุ่งตอบสนองต่อผู้มีพระคุณ ในทางการเมืองส่วนตน แต่ก็ปรากฏว่าเนื้อหาในการอภิปรายตั้งแต่ต้นที่ผมฟังมา จนกระทั่งผมประท้วงไปครั้งหนึ่งผู้ที่อภิปรายก็ยังละเลย ก็ยังมุ่งกระทําผิดในข้อ ๖๑ ในการอภิปรายก็คือมุ่งใส่ร้ายต่อบุคคลภายนอก ผมคิดว่าท่านประธานให้ผู้ที่อภิปราย อภิปรายต่อไม่ได้ในตรงนี้ เพราะฉะนั้นต้องเรียนต่อท่านประธานครับว่า ให้ผู้อภิปรายนั้น ชี้ให้เห็นสิครับว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนี่
สรุปแล้วคุณชัยวัฒน์ประท้วงประเด็นไหนครับ
ท่านประธานก็ดูสิว่าท่านรัฐมนตรี มุ่งอย่างไร มุ่งตอบสนองอย่างไรต่อผู้มีพระคุณ แต่ในขณะนี้อภิปรายอดีตนายกรัฐมนตรี ลูกด้วย
เชิญคุณชัยวัฒน์นั่งลงได้แล้วครับ ผมจะวินิจฉัยนะครับ ก็ยังต้องยืนยันคําวินิจฉัยเดิมว่า คุณกรณ์ผู้อภิปรายนั้นอภิปรายในญัตติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นคุณกรณ์ก็ยัง มีสิทธิอภิปรายครับ เพียงแต่ว่าในข้อหานั้นกล่าวไว้ชัดเจนนะว่ารัฐมนตรีมุ่งตอบสนอง ประโยชน์ของผู้มีพระคุณ แต่สิ่งที่คุณกรณ์อภิปรายมานั้นเปึนเนื้อหารายละเอียด ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็ต้องขอความกรุณาคุณกรณ์ช่วยสรุปรวบรัดแล้วโยงให้ถึงว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังทําผิดตามที่คุณกรณ์ได้เสนอญัตติไว้อย่างไร ขอรวบรัดด้วยครับ ขอความกรุณาด้วย ไม่อย่างนั้นก็ประท้วงกันอยู่อย่างนี้ละครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ผม กรณ์ จาติกวณิช พยายามสุดความสามารถแล้วครับที่จะรวบรัด เข้าสู่ช่วงท้าย ๆ ของ การนําเสนอหลักฐาน พิสูจน์ว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ละเลยต่อการที่จะ ทําหน้าที่ในฐานะผู้กํากับดูแลสํานักงาน ก.ล.ต. ในการที่จะผลักดันให้ ก.ล.ต. มีส่วนร่วม ในการนําเสนอเอกสารหลักฐานเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างไร เมื่อกี้ผมได้เรียนว่า ในการโอนหุ้นเมื่อป้ ๒๕๔๓ นั้น มูลค่าราคาทุน ๗๓๐ ล้านบาท ไม่มีการชําระเงิน แต่มีการออกตั๋วสัญญาใช้เงินแทน ในส่วนของตรงนี้ประเด็นปัญหาก็คือราคาหุ้น ณ วันที่โอนมันไม่ใช่ราคาทุน มันเปึนราคาที่สูงกว่าราคาทุน ๔ หรือ ๕ เท่า ทําให้มูลค่าหุ้น ที่ลูกได้รับโอนมีมากกว่า ๓,๐๐๐ ล้านบาท
คุณกรณ์ประท้วงอีกแล้วครับ คุณศุภชัย โพธิ์สุ ประท้วงอะไรครับ ประท้วงในประเด็น ซ้ําเดิมหรือเปล่าครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคพลังประชาชน ความจริงผมก็ นั่งฟังด้วยความอดทนมานานจริง ๆ ครับ ผมขอประท้วงท่านประธานและก็ท่านผู้ที่กําลัง อภิปรายอยู่ขณะนี้ทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ขออนุญาตชี้แจงครับท่านประธาน อย่าเพิ่งตัด ผมได้ฟังมานานนับเปึนชั่วโมงแต่ผู้อภิปรายก็อภิปรายนอกประเด็น นอกประเด็นญัตติ อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีที่ถูกกล่าวหา ผมดูญัตติที่ตั้งนะครับ กล่าวหาว่ารัฐมนตรี มุ่งตอบสนองผู้มีบุญคุณในทางการเมืองส่วนตน ในญัตติไม่ได้ระบุว่าเปึนใคร แต่การอภิปรายของผู้อภิปรายขณะนี้ได้โยงชื่อบุคคลภายนอกมากล่าวถึงตลอดเวลา
คุณศุภชัยครับ เปึนประเด็นที่หลายท่านได้ประท้วงมานะครับ แล้วก็ทั้งท่านประธาน สมศักดิ์ ผมเองได้วินิจฉัยไปไม่ต่ํากว่า ๔ หรือ ๕ ครั้งแล้วนะครับ ขอสั้น ๆ นะครับ
เปึนประเด็นที่ต่างครับท่านประธาน ผมขออนุญาตว่าโยงชื่อบุคคลภายนอกเข้ามากล่าวถึงตลอดเวลา ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังและรัฐมนตรีทั้ง ๖ ท่าน เพิ่งบริหารประเทศชาติบ้านเมืองมาแค่ ๔ เดือน แต่ผู้อภิปรายไปเอาเหตุการณ์เมื่อป้ ๒๕๔๓ ขึ้นมาพูด เหตุการณ์มันผ่านมากี่ป้แล้ว ท่านประธานครับ
คุณศุภชัยเชิญนั่งได้แล้วครับ ผมจะวินิจฉัยครับ คําประท้วงที่คุณศุภชัยประท้วงนั้น ทั้งท่านประธานสมศักดิ์ ผมเองได้วินิจฉัยไปหลายครั้งว่าผู้อภิปรายนั้นมีสิทธิอภิปราย เพราะว่าเกี่ยวพัน แล้วก็ขอความกรุณาคุณกรณ์ผู้อภิปรายให้เร่งรัดและรวบรัดเข้าไป ถึงกรณีที่จะชี้ให้เห็นว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั้นเอื้อประโยชน์อย่างไร ซึ่งเท่าที่ฟังดูคุณกรณ์ก็กําลังจะเริ่มเข้าสู่ประเด็นหลักแล้ว คุณบุญยอดไม่ต้องประท้วง แล้วครับ จะได้อภิปรายต่อไปครับ คุณกรณ์ครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ
คุณบุญยอดประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วงท่านประธานในข้อ ๖๓ ท่านประธานวินิจฉัยต้องถือเปึนที่สิ้นสุด มีผู้ประท้วงทางฝ์ายรัฐบาล ๑๓ คน ประเด็น เดียวกัน ซึ่งท่านวินิจฉัยเหมือนเดิม ๑๓ ครั้งแล้วครับ ท่านจะทําอย่างไรต่อไปครับ ขอบคุณครับ
และต้องเรียนต่อพี่น้องประชาชนที่รับฟังรับชมทีวีอยู่นะครับ ตามข้อบังคับของ การประชุมสภานั้น สมาชิกมีสิทธิประท้วงได้โดยการลุกขึ้นยืนและชูมือขึ้นเหนือศีรษะ และประธานมีความจําเปึนจะต้องเป่ดโอกาสให้ประท้วง แต่อย่างไรก็ตามเพื่อรักษา ระเบียบและการประชุมสภาให้ดําเนินการไปตามกฎระเบียบ ข้อบังคับที่พวกเราเอง เปึนผู้ร่างขึ้นมาด้วยความเรียบร้อย เมื่อเช้าผมก็ได้เตือนสติพวกเราทุกฝ์ายนะครับ เพราะฉะนั้นตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ผมจะไม่อนุญาตให้ประท้วงแล้วครับ สําหรับผู้ที่ประท้วง มาแล้ว ขอเชิญทุกคนนั่งครับ เชิญคุณอดุลย์นั่งครับ เชิญคุณประชานั่งครับ เชิญคุณกรณ์
ท่านประธานครับ
ผมได้เชิญคุณอดุลย์นั่งแล้วนะครับ เพราะว่าคุณอดุลย์ประท้วงมาหลายทีแล้วครับ
ท่านประธาน เมื่อกี้ผมประท้วง ครั้งเดียว แล้วตอนนี้เปึนประเด็นที่สมควรจะต้องประท้วงด้วยครับ ท่านประธานกรุณา ฟังผมก่อนได้ไหมครับ นิดเดียวครับ
เมื่อกี้คุณอดุลย์ไม่ได้ประท้วงนะครับ คุณอดุลย์บอกถามนะครับ
ตอนนี้ผมประท้วงครับท่านประธาน
ถ้าอย่างนั้นเชิญครับ
ท่านประธาน เมื่อกี้ผู้อภิปราย พูดออกมาอย่างชัดเจนนะครับ พูดออกมาเองว่าท่านรัฐมนตรีละเลยการทําหน้าที่ ท่านพูดออกมาเอง ก็หมายถึงเปึนการยอมรับว่าท่านกําลังอภิปรายว่าท่านรัฐมนตรีละเว้น การปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเข้าข่ายการละเว้นตามกฎหมาย วิ.อาญา มาตรา ๑๕๗ ก็แสดงว่า เปึนการยืนยันว่าท่านรัฐมนตรีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพราะฉะนั้นการที่ท่านยื่นมาตาม มาตรา ๑๕๙ ซึ่งที่จริงมันควรจะอ้างไปใช้มาตรา ๑๕๘ โดยอนุโลม แต่ปรากฏว่า ท่านบอกว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งมันไปเข้าวรรคสองตรงที่ว่า ส่อไปในทางทุจริต ต่อหน้าที่ราชการ จงใจฝ์าฝ๋นบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ซึ่งถ้าหากว่า ท่านอภิปรายไปเข้าประเด็นนี้ ไปเข้าวรรคสองตามมาตรานี้ ผู้ที่อภิปรายจะต้องแสดง หลักฐานการยื่นคําร้องขอตามมาตรา ๒๗๑ ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งหมายความว่าจะต้อง แสดงหลักฐานการยื่นถอดถอนท่านรัฐมนตรีด้วย เพราะฉะนั้นตอนนี้ท่านไม่ได้อภิปราย แสดงเหตุผลแล้วก็กล่าวหาตามที่ท่านยื่นญัตตินะครับท่านประธาน ตอนนี้กําลัง ไปอีกวรรคหนึ่งที่จะต้องยื่นญัตติแล้วก็แสดงหลักฐานประกอบตามมาตรา ๒๗๑ ของรัฐธรรมนูญด้วยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นตอนนี้กําลังทําผิดต่อการยื่น การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขอท่านประธานวินิจฉัยแล้วก็ลองตามดูข้อกฎหมายตามที่ ผมเรียนท่านประธานด้วยครับ
ต้องขอบคุณคุณอดุลย์นะครับ ผมวินิจฉัยอย่างนี้ครับ ผู้อภิปรายได้อภิปรายว่ารัฐมนตรี ละเว้นการปฏิบัตินั้นเจตนารมณ์ของการอภิปรายก็เพื่อโยงให้เห็นว่าท่านได้เอื้อประโยชน์ กับบุคคลที่ผู้อภิปรายได้เอ่ยมาแล้ว ซึ่งพวกเราก็ไม่อยากให้เอ่ยชื่อ เพราะฉะนั้นไม่ได้ เกี่ยวกับการยื่นอภิปรายที่จะถอดถอนก็คงอภิปรายต่อ แต่ก็พยายามขอให้คุณกรณ์ อภิปราย
ท่านประธานครับ อีกนิดเดียว อย่างนั้นผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่า ในญัตตินี้ที่บอกว่ามุ่งตอบสนองผู้มีบุญคุณ ในทางการเมืองของตนหมายความว่าอย่างไรครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ที่มีบุญคุณต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็คือ ประชาชนและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
คุณ อดุลย์เชิญนั่งครับ ผมจะขอวินิจฉัยนะครับ จะหมายความว่าอย่างไรเดี๋ยวผู้อภิปราย ก็จะบอกเองครับว่าได้ตอบแทนบุญคุณกับใคร อย่างไร ซึ่งก็เปึนหน้าที่ของผู้เสนอญัตติ ไม่ไว้วางใจนะครับ แล้วเมื่อได้อภิปรายไปจนจบสิ้นแล้วท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็มีสิทธิ ที่จะตอบข้อซักถาม พี่น้องประชาชนเขาจะได้รับฟังทั้ง ๒ ฝ์าย แล้วเมื่อพี่น้องประชาชน ได้รับฟังเขาก็จะวินิจฉัยเองว่าเหตุผลของใครถูก เหตุผลของใครผิดนะครับ คุณวิทยา แก้วภราดัย ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ประท้วงท่านประธานครับ ท่านจะต้องควบคุมการประชุมให้เปึนไปด้วยความเรียบร้อย ผมเห็นหลายครั้งเพื่อนสมาชิกลุกขึ้นยกมือทําท่าประท้วงพร้อม ๆ กับกดไมโครโฟนขึ้นพูด แล้วก็พูดจนจบเรื่อง ท่านต้องเคร่งครัดพอครับว่าคนที่จะพูดได้ในสภาต้องท่านอนุญาต ก่อนครับ
เชิญคุณวิทยานั่งลงผมจะวินิจฉัยนะครับ คุณวิทยาเองก็ประท้วงเหมือนกับอีกหลายท่าน ที่ประท้วงในประเด็นเดียวกันให้ผมควบคุมการประชุมไปด้วยความเรียบร้อย ผมขอยืนยัน อีกครั้งหนึ่งครับ ในเรื่องนี้ท่านผู้อภิปรายยังมีสิทธิอภิปราย เพราะฉะนั้นต้องขอความกรุณา ขอร้องทุกท่านกรุณาอย่าประท้วงโดยไม่จําเปึนเลยครับ คุณกรณ์ต่อครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม กรณ์ จาติกวนิช เมื่อมีการโอนหุ้นในราคาทุนแล้วก็มีการออกตั๋วสัญญาใช้เงินในวงเงิน ๗๓๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่ามูลค่าที่แท้จริงของหุ้นส่วนนี้ในตลาดที่มีการซื้อขายกันอยู่สูง หลายพันล้านบาท ก็เกิดปัญหาครับท่านประธาน เกิดปัญหาว่าสมมุติลูกเอาหุ้นนี้ไปขาย เอาเงินไปทําอะไรก็แล้วแต่ทั้งพ่อทั้งแม่ก็เปึนเจ้าหนี้อยู่เพียงมูลค่าแค่ราคาทุนเท่านั้น ส่วนต่างกําไรไม่มีสิทธิที่จะเรียกคืนจากลูกได้ สิ่งที่เกิดขึ้นท่านประธานครับ ๑ วันก่อนที่ จะมีการโอนหุ้นก็คือวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๔๓ คือวันที่โอนหุ้นแล้วก็วันที่ก่อหนี้ขึ้นมา จํานวน ๗๓๐ ล้านบาทนั้น ได้มีการทําตั๋วสัญญาใช้เงินขึ้นมาอีก ๑ ใบ ๑ วัน ก่อนที่จะมี การโอนหุ้นได้มีการทําตั๋วสัญญาใช้เงินโดยที่ลูกทําตั๋วขึ้นมาว่าเปึนหนี้แม่ในมูลค่าสูงถึง ๔,๕๐๐ ล้านบาท พูดง่าย ๆ ผมจะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ นะครับ มีการโอนหุ้นส่วนหนึ่ง ราคาทุน ๗๓๐ ล้านบาท แต่มูลค่าที่แท้จริงมันไม่ใช่ทุน เพราะฉะนั้นเพื่อปัองกันสิทธิ ของพ่อและแม่ ผมไม่อยากจะใช้คําว่าพ่อแม่ไม่ไว้วางใจในตัวลูก แต่เพื่อปัองกันสิทธิ ของคุณพ่อและคุณแม่ก็เลยให้ลูกทําตั๋วสัญญาใช้เงินขึ้นมาอีกใบหนึ่งมูลค่าตามราคาจริง ของหุ้นที่ได้มีการโอน นอกจากนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นและเปึนตัวชี้ชัดว่าจริง ๆ แล้ว ไม่ได้เปึนการโอนกรรมสิทธิ์แต่อย่างใด เพียงแต่มีการโอนลอยไปในลักษณะที่เปึนเพียงแค่นามธรรม ทุกครั้งหลังจากนั้น ที่ชินคอร์ปจ่ายปันผลก็จะมีเงินปันผลเข้าบัญชีลูก เพราะตอนนี้ชื่อปรากฏอยู่ในนาม ของลูก แต่ทันทีทันใดที่เงินปันผลเข้าบัญชีลูกตอนเช้า ไม่ต้องรอตอนเย็นหรอกครับ แค่สาย ๆ เงินก็ถูกโอนออกไปเหมือนเกือบจะโดยอัตโนมัติกลับเข้าไปในบัญชีของแม่ แล้วก็มีการอ้างในภายหลังว่าปันผลที่โอนออกมานั้นโอนออกไปเพื่อเปึนส่วนในการ ชําระหนี้ ๔,๕๐๐ ล้านบาท ที่ทําไว้เพื่อรองรับการกระทําเช่นนี้ พูดง่าย ๆ มีการอ้างว่า โอนหุ้นไป แต่สุดท้ายผลประโยชน์ทั้งหมดทั้งปวงของหุ้นเหล่านั้นก็ยังอยู่ที่ตัวพ่อ และตัวแม่เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เปึนตัวชี้ให้เห็นว่าการที่อ้างว่าได้มีการโอนหุ้น ทั้งหมดออกไปให้แอมเพิล ริช แล้วก็โอนแอมเพิล ริชออกไปให้ลูกแล้ว มีการโอนหุ้น ออกไปที่ลูกโดยตรง แล้วก็นอกจากนั้นมีการใช้บริษัทที่อ้างว่าไม่เกี่ยวกับตนคือวิน มาร์ค มาซื้อหุ้นเพิ่มอีกต่างหาก ข้อเท็จจริงก็คือตลอดระยะเวลาที่ท่านผู้เคยมีอํานาจเปึน นายกรัฐมนตรี ก็ยังเปึนผู้ถือครองหุ้นชินคอร์ปเหมือนเดิมนั่นเอง เพราะฉะนั้นผมจะ ไม่พูดถึงความผิดตามพระราชบัญญัติ ป.ป.ช. เพราะ ป.ป.ช. ไม่ได้เปึนส่วนที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต้องรับผิดชอบ แต่ความผิดในส่วนของ พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์นั้นมีชัดเจนหลายมาตรา เมื่อสักครู่นี้ผมเรียนว่าในกรณี วิน มาร์คกรณีเดียวก็ ๖ มาตราแล้ว แล้วผมก็จะพิสูจน์ด้วยตัวอย่างตัวอย่างเดียวว่า ก.ล.ต. ความจริงควรจะทําอะไรบ้างแต่ไม่ได้ทํา และท่านรัฐมนตรีรู้ว่า ก.ล.ต. ไม่ทํา ก็ ไม่ได้ทําอะไรกับ ก.ล.ต. ตอนที่หุ้นเอสซี แอสเสทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ก็มีการ รายงานว่าตระกูลของอดีตผู้นําถือหุ้นอยู่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีการรายงานว่าอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์นี้ถือโดยวิน มาร์ค และตามที่ผมได้เรียนไปแล้วก็มีการอ้างชัดเจนว่าวิน มาร์ค ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตน แต่สุดท้ายก็มีการร้องเรียนในเรื่องนี้จากหลายฝ์ายครับ รวมทั้ง เพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่ก่อนที่ผมเข้ามาในพรรคว่าแท้จริงแล้ววิน มาร์ค ส่อพฤติกรรมชี้ให้เห็นว่าเปึนของตระกูลเดียวกันกับท่านอดีตผู้นํานั่นเอง ก็มีการปฏิเสธ มาโดยตลอด จนกระทั่งทางสํานักงาน ก.ล.ต. ได้ทําหนังสือไปที่กรรมการผู้จัดการของ เอสซี แอสเสท ผมจะไม่เอ่ยนามท่าน เพียงแต่เรียนกับท่านประธานว่า ก็เปึนหนึ่ง ในสมาชิกของตระกูลเดียวกัน ให้ชี้ข้อเท็จจริงว่าสรุปแล้ววิน มาร์คกับกองทุนที่ชื่อว่า โอเวอร์ซี โกรธ ฟันด์ (Oversea Growth Fund) ออฟชอร์ ไดนามิค ฟันด์ (Offshore Dynamic Fund) ที่ได้รับการโอนหุ้นจากวิน มาร์คมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรกับเอสซี แอสเสท หรือกับครอบครัวของอดีตท่านผู้นําหรือไม่ ก็มีจดหมายมาจากกรรมการผู้จัดการท่านนี้ วันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๔๙ ชี้ชัดครับ ผมขออนุญาตท่านประธานอ่าน กรณีวิน มาร์ค เปึนการเข้ามาถือหุ้นของบริษัทเอสซี แอสเสท โดยการซื้อหุ้นและมีการชําระเงินถูกต้อง ครบจํานวน ไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ กับครอบครัวของอดีตท่านผู้นํา นอกจากนั้นในส่วนของ ๒ กองทุนนั้นก็ยืนยันอีกครับว่าไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับครอบครัวของอดีตผู้มีอํานาจ ที่เปึนผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทเอสซี แอสเสท รายงานชัดเจนนะครับว่าไม่เกี่ยวข้อง ผมไม่เชื่อครับ ผมก็เลยทําจดหมายแทงไปที่ ก.ล.ต. อีกครั้งหนึ่งในเดือนกันยายน ของป้เดียวกัน แจ้งเอกสารหลักฐานให้ ก.ล.ต. ได้รับทราบว่าจากที่ ก.ล.ต. ได้รับข้อมูลทั้งหมดทั้งปวง และหลังจากที่ผมออกจดหมายนี้ ก.ล.ต. ก็เปึนผู้รายงานในงานเสวนาเองว่า ก.ล.ต. ทราบแล้วว่าวิน มาร์คนั่นเปึนของใคร คําถามก็คือทําไม ก.ล.ต. ถึงไม่กลับไปปฏิบัติ ตามหน้าที่ตามกฎหมายในเรื่องของการแจ้งข้อมูลเท็จต่อตลาดหลักทรัพย์ต่อ ก.ล.ต. โดยกรรมการผู้จัดการของบริษัทเอสซี แอสเสท นี่ละครับคือตัวอย่างที่ชัดเจนว่า ในส่วนของสํานักงาน ก.ล.ต. ในสายตาของผม ในสายตาของหลาย ๆ คนที่เกี่ยวข้อง ละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ แล้วใครล่ะครับจะต้องเปึนผู้รับผิดชอบถ้าไม่ใช่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผมจะขอเรียนเพิ่มเติมนะครับว่ามันไม่ใช่เรื่องของ การแจ้งข้อมูลเท็จอย่างเดียว ถ้าแจ้งข้อมูลเท็จบางท่านอาจจะมองว่าก็ไม่เห็นมี ใครเสียหาย จริง ๆ แล้ว ก.ล.ต. คงเปึนองค์กรแรกที่จะยืนยันว่าแจ้งข้อมูลเท็จเสียหาย อย่างไร แต่ผมจะขอเรียนเพิ่มเติมและเปึนเอกสารชิ้นสุดท้ายถ้าท่านสมาชิกจะกรุณา
คุณกรณ์ครับ มีผู้ประท้วงครับ คุณกุเทพ ใสกระจ่าง ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน ต้องทํา ความชัดเจนกับท่านประธานนะครับว่า ผมประท้วงนี่ผมจะมีข้อบังคับที่ชัดเจนและไม่ใช่ ประเด็นที่ท่านประธานได้วินิจฉัยไปแล้ว ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าเคารพ ผู้อภิปรายที่เปึนผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจและเราได้ติดตามท่านด้วยความตั้งใจว่า จะเห็นว่าญัตติที่ท่านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านรัฐมนตรีทําผิดตรงไหน ท่านประธานได้รับปากกับเราว่าเดี๋ยวก็จะเข้าแล้ว ผมเห็นท่านอภิปรายในประเด็นนี้ซ้ําซากวนเวียนและพยายามย้อนข้อมูลในอดีต แต่ไม่ได้ชี้ว่า ก.ล.ต. ที่ไม่รับผิดชอบนี่มันอยู่ช่วงไหนเพราะท่านอ้างตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ ก็มี เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนว่าเราเคารพกันและกัน เราขึ้นมาประท้วงไม่ต้องการป์วนสภา พวกเรามีจิตสํานึกของความเปึนผู้แทนราษฎรที่ดี ท่านประธานพูดถูกมากว่าถ้าผู้อภิปราย แสดงความชัดเจนไม่มีช่องให้เกิดการประท้วงก็ประท้วงไม่ได้ และการประท้วงนี้เราก็ใช้ สิทธิตามข้อบังคับ ผมกราบเรียนถามท่านประธานว่าที่อภิปรายอยู่นี้กําลังตีแผ่ข้อมูลที่อยู่ ข้างนอกในยุคสมัยที่มันไม่ได้เกี่ยวกับรัฐมนตรี อยากให้ท่านใช้เวลากระชับเข้ามาแล้วให้ รัฐมนตรีรับผิดชอบชัด ๆ ดูสิครับว่าท่านผิดอย่างไร เพราะท่านไปตีวงอยู่ข้างนอกผมคิดว่า ใช้เวลานานเกินไปครับ ผมเห็นว่าเปึนการวนเวียนซ้ําซากผิดข้อบังคับ ขอบคุณครับ
เชิญคุณกุเทพนั่งลงครับ ผมวินิจฉัยว่าขณะนี้ท่านผู้อภิปรายกําลังเข้าเลยนะครับ เข้าญัตติ ที่พูดคือการดําเนินงานของ ก.ล.ต. หรือการไม่ดําเนินงานของ ก.ล.ต. เพราะฉะนั้น ตรงประเด็นที่สุดครับ มีผู้ประท้วงต่อครับ คุณพิเชษฐ์ครับ
ท่านประธานครับ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย ผมขอใช้สิทธิในข้อ ๖๑ การที่ ท่านประธานอนุญาตให้ผู้อภิปรายนําวัตถุใด ๆ หรือเอกสารขึ้นมาแสดง เมื่อวานนี้ ท่านศิริโชค โสภา ได้นําเอกสารมาแสดงเหมือนกัน ผมได้กล่าวต่อท่านประธานว่า ขอเอกสารทุกชิ้นที่นํามาเสนอในที่ประชุมแห่งนี้ส่งท่านประธานไว้พิจารณาหาข้อเท็จจริง ไม่ทราบว่าท่านศิริโชคได้เสนอต่อท่านประธานหรือยัง ขณะเดียวกันเอกสารที่ ท่านผู้อภิปรายกําลังใช้อยู่นี้ผมเห็นว่าเปึนเอกสารที่มองไม่ค่อยเห็นและไม่ค่อยชัดเจน ผมอยากจะขอให้ท่านผู้อภิปรายนําส่งท่านประธานเพื่อทําการตรวจสอบต่อไปครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ก็ต้องฝากทั้งคุณกรณ์ จาติกวณิช และคุณศิริโชค ขอได้มอบเอกสารให้กับสภาด้วยนะครับ
(นายไตรรงค์ ติธรรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ประท้วงอีกหรือครับ ถ้าประท้วงเรื่องเดียวกันผมจะไม่อนุญาตให้ประท้วงตามข้อบังคับ ข้อ ๘ นะครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ ผมไม่ได้ ประท้วงเรื่องเดียวกัน คนละข้อ ผมขอประท้วงข้อ ๖๒ ขออนุญาตท่านประธานนะครับ ผมประท้วงข้อ ๖๒ ครับ ท่านอนุญาตนะครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ไตรรงค์ ติธรรม พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดหนองคาย ความเปึนจริงผมไม่อยากประท้วงหรอกครับ เพราะว่าผมประท้วงมาครั้งหนึ่งแล้ว ท่านประธานสมศักดิ์ก็วินิจฉัยให้ผมแล้วว่าท่านพูดซ้ํากับผู้อื่น ผมหมายถึงท่านซ้ํากับ หนังสือพิมพ์นะครับ ทีนี้ก็อยากกราบเรียนว่าในประเด็นข้อ ๖๒ นั้นก็คือ ผมฟังท่านพูด มานานแล้วนะครับ เมื่อกี้ก็มีคนโทรศัพท์มาหาผมอยากฟังคนอื่นพูดบ้าง พี่น้องจาก จังหวัดหนองคาย ผมก็เลยเห็นว่าข้อมูลที่ท่านผู้อภิปราย ด้วยความเคารพท่านกรณ์ว่า ข้อมูลที่ท่านนํามาอภิปรายในวันนี้ ท่านสมาชิกนั่งอยู่ตรงนี้ผมว่าร้อยเปอร์เซ็นต์รู้จัก หมดแล้วนะครับ ฉะนั้นผมอยากให้ท่านมีข้อมูลใหม่ ๆ ที่ผมยังไม่รู้เลย เพราะสิ่งที่ ท่านพูดมา ๒ ชั่วโมงกว่านี้ผมทราบหมดแล้วครับ เพราะว่าผมอ่านหนังสือพิมพ์ ดูทีวี มาหมดแล้ว มันนานเกินไป
ผมวินิจฉัยนะครับ ขณะนี้ผู้อภิปรายกําลังจะเข้าประเด็นที่ได้บอกว่าท่านรัฐมนตรี เอื้อประโยชน์ให้กับผู้มีบุญคุณ ก็ขอเชิญผู้อภิปราย คุณกรณ์บอกว่าได้เอื้อประโยชน์ อย่างไร เอื้อประโยชน์ให้กับใคร ขอรวบรัดได้แล้วครับเ พราะเราใช้เวลามาค่อนข้างนาน เชิญครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ผม กรณ์ จาติกวณิช เพื่อนสมาชิกที่ประท้วงผมเมื่อสักครู่นี้พูดตรงประเด็นของผมเป็ะเลยครับ ก็คือในเมื่อข้อมูลทั้งหมดที่ผมนําเสนอวันนี้เปึนข้อมูลที่ทุก ๆ ท่านทราบแล้ว คําถาม ของผมก็คือทําไมท่านรัฐมนตรีไม่ทําอะไร และนี่คือสาเหตุที่ผมต้องนํามาเสนอต่อสภา อีกครั้งหนึ่ง แต่ตามที่ผมได้เรียนท่านประธานเมื่อสักครู่ ผมใกล้จะจบแล้วครับในส่วน เรื่องที่เกี่ยวกับการซุกหุ้น ผมจะขอย้ําอีกครั้งนะครับว่า ก.ล.ต. ในวันเสวนาวิชาการ วันที่ ๑๙ กันยายน บอกว่าทราบครับว่าวิน มาร์คเปึนของใคร ผมได้ทําหนังสือร้องเรียนไป วันที่ ๑๔ กันยายน ก่อนวันที่ ก.ล.ต. ไปเสวนาในงานนี้เพียงแค่ ๕ วัน แต่ความเปึนจริง ที่ปรากฏไม่ใช่เปึนเรื่องของการแจ้งข้อมูลเท็จในกรณีของเอสซี แอสเสทอย่างเดียว สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือทางวิน มาร์ค ทางครอบครัวที่เปึนเจ้าของวิน มาร์คระแคะระคายว่า คนเริ่มจับทางได้ว่าวิน มาร์คเปึนของใคร สิ่งที่เกิดขึ้นช่วงหลังจากการยุบสภาป้ ๒๕๔๙
ท่านกรณ์ครับ มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ คุณทองดี ประท้วงอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ทองดี มนิสสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี ขอประท้วงผู้กําลังอภิปราย ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ไม่อยู่ในประเด็นในการที่ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีพร้อมคณะ และคําว่า เอื้อประโยชน์ต่อผู้มีพระคุณ
ผมต้องขออภัยคุณทองดีครับ ประเด็นนี้ผมได้บอกที่ประชุมไว้แล้วนะครับ จะไม่อนุญาต ให้ประท้วง เพราะว่าทั้งท่านประธานสมศักดิ์และผมเองได้วินิจฉัยไปหลายครั้ง ขอเชิญคุณทองดีนั่งลงครับ นั่งเถอะครับ เพราะว่าท่านประท้วงก็ประเด็นเดิม ผมวินิจฉัย ไปหลายครั้งแล้ว ไม่อนุญาตครับ เชิญนั่งครับ ผมขอใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘ ขอความกรุณา คุณกรณ์ครับ กรุณาสรุปด้วยว่าเกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีที่ทําการเอื้อประโยชน์ให้กับ ผู้มีพระคุณอย่างไร ขอรวบรัดด้วยครับ ไม่อย่างนั้นก็จะประท้วงกันอย่างนี้ไม่มีที่สิ้นสุด เชิญคุณกรณ์ครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ หลังจากที่ทางเจ้าของวิน มาร์คเริ่มที่จะเข้าใจว่าความจะแตกว่าใครเปึนเจ้าของที่แท้จริง ก็เลยได้เริ่มดําเนินการขายหุ้นทั้งหมดที่ถืออยู่ ท่านประธานต้องเข้าใจว่าวิน มาร์คนี้ เปึนบริษัทจดทะเบียนอยู่ต่างประเทศ เพราะฉะนั้นเวลาขายหุ้นก็คือมีคําสั่งขายหุ้น จากต่างประเทศ เงินที่ได้รับจากหุ้นที่ขายก็โอนจากประเทศไทยไปสู่ในกรณีนี้คือ เกาะที่ใช้ในการหลบเลี่ยงภาษีอีกเกาะหนึ่งชื่อเกาะลาบวนของประเทศมาเลเซีย และมี การขายหุ้นทั้งหมดต่อเนื่อง ทําให้ราคาหุ้น
ท่านประธานครับ
คุณกรณ์ครับ มีผู้ประท้วงไม่หยุดเลยครับ
ผมประท้วงครับท่านประธาน
ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ผมอยากจะขออนุญาตท่านว่าประท้วง ตามข้อ ๖๑ ผู้อภิปรายมุ่งเน้นที่จะอภิปรายไปสู่การให้ร้ายเสียดสีมากกว่าที่จะเปึนไป ตามนี้ ขออนุญาตนิดเดียว ท่านประธานอย่าเพิ่งกดครับ คือกรรมเปึนเครื่องชี้เจตนา ถ้าขณะนี้ท่านผู้อภิปรายมุ่งไปที่รัฐมนตรีเลยทุกอย่างจะเรียบร้อย นี่ประมาณ ๑ ชั่วโมง แล้ววนแต่การอภิปรายเสมือนหนึ่งเปึนเรื่องข้อมูลเดียวกับที่เกิดในอดีต และขณะนี้เท่าที่ ผมทราบบุคคลที่ท่านเอ่ยชื่อถึงนั้นเขาก็ได้ฟัองคดีคนที่ชื่อเดียวกับกระผม นี่คือมารยาท ที่ถูกต้อง ไม่เอ่ยชื่อคนข้างนอก เขาฟัองกันอยู่ในศาลในคดีหมิ่นประมาทอยู่ ดังนั้นการที่ จะนําเรื่องอย่างนี้มาอธิบายนั้นมันได้แสดงให้เห็นแล้วว่ากรรมเปึนเครื่องชี้เจตนา ท่านไม่ได้มุ่งตามญัตตินี้ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานครับ ถ้าท่านอภิปรายผมเอง ต้องการฟังว่ารัฐมนตรีคนนี้ช่วยอย่างไร ถ้าช่วยไม่ดีผมไม่ยกมือให้ก็ได้ครับ แทนที่ท่าน จะมุ่งไปหารัฐมนตรีเลย ท่านไม่ไปเสียทีครับ ชั่วโมงกว่าแล้วก็วนอยู่อย่างนี้ มันแสดง เจตนาชัดเจน ดังนั้นผมขออนุญาตท่านประธานครับว่า ถ้าท่านผู้อภิปรายยังไม่ไป ผมขอให้ท่านประธานใช้ดุลยพินิจ แล้วจะไม่มีการประท้วงเลยครับว่าควรอภิปรายต่อ หรือไม่ควรอภิปรายต่อ ขอให้มุ่งไปที่รัฐมนตรีเลยแล้วเราจะขอบพระคุณมาก อันนี้กรรม เปึนเครื่องชี้เจตนาชัดเจนที่สุดแล้วนะครับ กราบขอบพระคุณครับ
ผมขอวินิจฉัยนะครับ ก็วินิจฉัยตามคําวินิจฉัยเดิมครับ แต่อย่างไรก็ตามตามที่คุณสุนัย ประท้วงนั้นคนฟังทราบดีนะครับว่ามุ่งอภิปรายในเนื้อหาที่กล่าวถึงตัวรัฐมนตรีมีความผิด อย่างไรหรือไม่ ผมเชื่อมั่นว่าพี่น้องประชาชนฟังแล้วก็จะทราบดี วิเคราะห์ออกครับ เพราะฉะนั้นต้องขอความกรุณาคุณกรณ์ได้กรุณารวบรัดเลยจริง ๆ ว่ามันเกี่ยวข้องกับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตรงไหน ด้วยเรื่องอะไร แล้วสาเหตุอะไร ถ้าเปึนผม ผมจะบอกง่าย ๆ เลยว่ากรณีปกป่ดหุ้นนี้เกี่ยวพันกับท่านรัฐมนตรีอย่างไร ขอสรุปสั้น ๆ เลยครับ ไม่อย่างนั้นก็จะประท้วงกันอย่างนี้ครับ
ขอบคุณสําหรับคําแนะนําของ ท่านประธาน ถ้าจะให้ผมสรุปง่าย ๆ ก็คือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีตําแหน่ง เปึนประธานสํานักงาน ก.ล.ต. จนถึงวันที่ ๒๘ เมษายนที่ผ่านมา หลังจากนั้นก็ได้มี การเปลี่ยนประธานสํานักงาน ก.ล.ต. ตามพระราชบัญญัติแก้ไข ก.ล.ต. ฉบับป้ ๒๕๕๑ เพราะฉะนั้นตลอดช่วง ๔ เดือนแรกของการเปึนรัฐมนตรีมีหน้าที่โดยตรงในการกํากับดูแล ก.ล.ต. หลังจากนี้ก็ยังมีบทบาทในแง่ของการตั้งคณะกรรมการสรรหาเพื่อให้ได้มา ซึ่งกรรมการของ ก.ล.ต. เพื่อได้มาซึ่งเลขาธิการของ ก.ล.ต. เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่า ท่านรัฐมนตรีคงไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบที่มีต่อสํานักงานนี้ ท่านได้ไปร่วมงานสัมมนา ท่านได้ไปเยี่ยมงานประชุมของทาง ก.ล.ต. กี่ครั้งผมนับไม่ถ้วน ตั้งแต่ท่านได้มารับ ตําแหน่ง ในบางครั้งผมก็ไปร่วมงานกับท่านด้วย เพราะฉะนั้นส่วนเกี่ยวข้องกับการทํางาน ของ ก.ล.ต. นั้นผมคิดว่าชัดเจนครับ รวบรัดนะครับ วิน มาร์คขายหุ้นที่ถืออยู่ในเอสซี แอสเสท แล้วทําให้ราคาหุ้นลดลงมาจากประมาณ ๑๗ บาทต่อหุ้น ลงมาเหลืออยู่ประมาณ ๑๐ บาทต่อหุ้น เงินได้ถูกโอนออกไปต่างประเทศ ผู้ถือหุ้นที่อยู่ในประเทศที่เปึนผู้ถือหุ้น รายย่อยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ขาดทุนยับเยินจากการขายหุ้นครั้งนี้ของวิน มาร์ค ๑ วัน หลังจากที่ ทางกรรมการผู้จัดการของวิน มาร์คได้แจ้งข้อมูลเท็จต่อ ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ คือพูดง่าย ๆ ตามที่ผมได้เรียนเมื่อสักครู่ครับ ก.ล.ต. ได้ถามไป กรรมการผู้จัดการ สมาชิก ครอบครัวเดียวกันกับอดีตผู้นําได้แจ้งมาว่าวิน มาร์คที่ถือหุ้นของบริษัทตัวเองไม่ได้ เกี่ยวข้องกับตระกูลของตัวเอง หลังจากนั้นภายใน ๑ วันเริ่มขายหุ้นทันทีและขายจนหมด ราคาหุ้นตกลงมาจาก ๑๗ บาท เหลือ ๑๐ บาท ตรงนี้ผิดหลายมาตรา พ.ร.บ. หลักทรัพย์ครับ ใช้ข้อมูลภายใน แจ้งข้อมูลเท็จ ปัืนหุ้น ทุก ๆ อย่างเปึนกรณีความรับผิดชอบภายใต้ พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และความยากลําบากในการที่เพียงแค่กระผมในวันนี้จะนําเสนอข้อมูลข้อเท็จจริงต่อ เพื่อน ส.ส. ในสภา สะท้อนให้เห็นถึงสาเหตุว่าทําไมปัญหาสังคม ปัญหาการเมือง ปัญหาบ้านเมืองของเรามันยังไม่จบไม่สิ้นสักที ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนที่ได้ติดตาม การอภิปรายของผมในวันนี้เห็นแล้วคงเข้าใจนะครับว่า การทํางานของพวกเราที่อยู่ ฝ์ายค้านเปึนเสียงข้างน้อยมันยากลําบากเพียงใด อย่างไรก็แล้วแต่เพื่อความจริง จะต้องปรากฏพวกผมก็จะปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
เข้าสู่สาเหตุสุดท้ายที่ผมไม่สามารถที่จะไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังได้ต่อไป ผมเข้าใจแล้วครับ แล้วผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิก พี่น้องประชาชน ที่ได้ติดตามการอภิปรายในคืนนี้ก็คงเข้าใจพร้อมกับผมด้วยว่าทําไมถึงมีความสําคัญ ที่ท่านรัฐมนตรีจะต้องสามารถควบคุมองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการบริหารตลาดเงิน และตลาดทุนต่อไป นี่คือสาเหตุที่ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก็ได้อภิปราย ในเรื่องของคณะกรรมการสรรหากรรมการของทั้ง ๒ สถาบัน คือ ธนาคารแห่งประเทศไทย และสํานักงาน ก.ล.ต. ที่มีรายชื่อของผู้ที่สังคมไม่ยอมรับในหลักธรรมาภิบาล เมื่อสักครู่ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ก็ได้เกริ่นไปในเรื่องนี้ ผมไม่อยากที่จะยืนอ่านรายชื่อของกรรมการ สรรหาที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้แต่งตั้ง แต่ผมเพียงอยากจะสรุป ให้เพื่อนสมาชิกได้รับทราบว่า ๓ ท่านจากรายชื่อทั้งหมดที่ท่านรัฐมนตรีได้เสนอเปึน คณะกรรมการสรรหาของ ๒ สถาบันที่มีความสําคัญมากที่สุดในการกํากับดูแลตลาดเงิน และตลาดทุนของเรา ๓ ชื่อ เปึนชื่อที่ต้องคดี และ ๒ คดีเปึนคดีที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ การบริหารสถาบันการเงินในอดีต อีก ๒ ท่านมีตําแหน่งเปึนกรรมการธนาคารพาณิชย์ ซึ่งชัดเจนครับว่าจะต้องมีผลประโยชน์ทับซ้อนแน่นอนกับหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย โดยท่านรัฐมนตรีให้คัดสรรคณะกรรมการของธนาคารแห่งประเทศไทยผู้ซึ่งมีหน้าที่ กํากับดูแลกิจการของธนาคารพาณิชย์ ท่านรัฐมนตรีได้อ้าง ผมขออภัยถ้าผมอ่านผิด แต่ว่าอ่านตามสื่อ ท่านสัมภาษณ์ว่าสิ่งที่ท่านกระทําไปนั้นไม่ผิดกฎหมาย อันนี้ก็คงต้องดูว่า ผิดกฎหมายหรือไม่ แต่ว่าในแง่ของความเหมาะสม ในแง่ของจริยธรรมธรรมาภิบาลที่ดี ซึ่งท่านรัฐมนตรีควรจะต้องเปึนตัวอย่างให้กับสถาบันการเงินโดยรวมปฏิบัติตาม ท่านกลับสร้างตัวอย่างที่ทุก ๆ คนในแวดวงการเงิน การคลัง การธนาคารรู้สึกไม่พอใจ และมีความรู้สึกขาดความไว้วางใจ จากเรื่องของการจัดตั้งคณะกรรมการสรรหานั้น ก็ยังไม่จบเพียงแค่นั้นครับ เพราะว่าท่านรัฐมนตรีก็มีความพยายามต่อเนื่องที่จะแทรกแซง การจัดตั้งผู้บริหารระดับสูงของสถาบันการเงินที่มีความสําคัญในระบบการเงินของเรา มีธนาคารอยู่ธนาคารหนึ่งครับ ธนาคารนครหลวงไทย ธนาคารนครหลวงไทย มีกองทุนฟุ๋นฟูถือหุ้นอยู่ประมาณ ๔๒ เปอร์เซ็นต์ เข้ามาถือหุ้นตั้งแต่ช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ได้มีความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะผลักดัน ๑ ในผู้ที่ท่านได้บรรจุชื่อให้เปึนกรรมการสรรหา กรรมการของธนาคารแห่งประเทศไทยและสํานักงาน ก.ล.ต. และท่านผู้นี้ก็มีตําแหน่ง เปึนที่ปรึกษาของท่านรัฐมนตรีด้วย ท่านก็มีความพยายามไม่แน่ใจว่าที่จะตอบแทน การทํางานของท่านผู้นี้หรือด้วยเหตุผลอื่น ๆ ที่ทําให้ท่านอยากที่จะมีคนที่ใกล้ชิด ท่านมีตําแหน่งที่สําคัญในสถาบันการเงินที่กองทุนฟุ๋นฟูเสมือนกับธนาคารแห่งประเทศไทย เปึนผู้ถือหุ้นใหญ่ เดิมทีเลยท่านคาดหวังว่าที่ปรึกษาการเงินของท่านนี้จะเข้าไปดํารง ตําแหน่งประธานบอร์ดใหญ่ แต่มีอุปสรรคเพราะว่าเพิ่งได้มีการต่ออายุของท่านประธาน ท่านนี้ ท่านก็เลยเบนเข็มไปที่ตําแหน่งประธานคณะกรรมการบอร์ดเล็กหรือที่เขาเรียกกันว่า กรรมการบริหาร ก็มีการเตรียมการอย่างดี วันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๑ มีการแต่งตั้ง กรรมการเข้าไปใหม่ ๒ ท่านในธนาคารนครหลวงไทย ท่านแรกคือท่านชิดชัย วรรณสถิตย์ ขออภัยที่เอ่ยนาม แต่ผมไม่ได้มีประเด็นที่จะพูดที่ทําให้ท่านเสียหาย อีกท่านหนึ่งคือ ท่านประเสริฐ บุญสัมพันธ์ เช่นเดียวกันครับขออนุญาตเอ่ยนาม ไม่มีอะไรที่ทําให้ท่าน เสียหาย หลังจากนั้นก็มีสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น ภายใน ๒๔ ชั่วโมงก็ได้มีการตั้งท่านชิดชัย ให้เปึนประธานคณะกรรมการสรรหาด้วย และในช่วงเวลานั้นท่านรัฐมนตรีก็ได้ส่ง คณะกรรมการสรรหาท่านหนึ่งไปพูดคุยกับประธานคณะกรรมการบริหารหรือบอร์ดเล็ก ท่านประธานคณะกรรมการบอร์ดเล็กก็ได้เล่าให้เพื่อนท่านฟังว่ากรรมการสรรหาท่านนี้มา พูดทํานองว่าเตรียมลาออกเถอะ ท่านรัฐมนตรีเขาต้องการส่งคนของเขามาแทน แต่ท่านประธานคณะกรรมการบอร์ดเล็กท่านนี้มีจุดยืนที่ชัดเจนและมั่นคง เพราะท่าน ได้รับตําแหน่งประธานกรรมการบริหารในฐานะตัวแทนของกองทุนฟุ๋นฟู ในฐานะตัวแทน ของธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่ใช่เรื่องที่ใครคนใดคนหนึ่งจะมาอ้างชื่อท่านรัฐมนตรี แล้วจะทําให้ท่านประธานท่านนี้ต้องถอดใจลาออกไป ท่านก็เลยเรียนฝากท่านกรรมการ สรรหาท่านนี้ให้กรุณากลับไปบอกท่านรัฐมนตรีด้วยว่าถ้าต้องการให้ท่านผู้นี้ลาออก ขอให้ไปเจรจากับกองทุนฟุ๋นฟู และนั่นก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นตามมา ท่านรัฐมนตรีก็ได้เข้าไป คุยกับท่านผู้ว่าการแบงก์ชาติแต่ไม่ประสบความสําเร็จ ก็ยังมีความพยายามต่อเนื่องครับ ผมไม่แน่ใจว่าทําไมธนาคารนครหลวงไทยถึงมีความสําคัญถึงขนาดนี้สําหรับ ท่านรัฐมนตรี แต่เมื่อเปัาหมายตําแหน่งประธานทั้ง ๒ ตําแหน่งไม่ว่าง ไม่สามารถที่จะบีบ ทั้ง ๒ ตําแหน่งไม่ว่าง ไม่สามารถที่จะบีบให้ท่านที่ดํารงตําแหน่ง ณ ปัจจุบันลาออกได้ ก็มีการเบนเปัาหมายไปที่ตําแหน่งกรรมการธรรมดา ปัญหาก็คือกรรมการเต็มแล้ว ก็เลยมีกระบวนการขึ้นมาใหม่ที่จะต้องบีบให้มีกรรมการท่านใดท่านหนึ่งต้องลาออก เปัาหมายที่ง่ายที่สุดก็คือกรรมการอิสระ ท่านที่รู้จักโครงสร้างของคณะกรรมการ บริษัทมหาชนจะทราบว่าจะต้องมีกรรมการอิสระก็คือกรรมการที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอย่างไร กับผู้ถือหุ้นของบริษัทนั้น ๆ พูดง่าย ๆ ก็คือจะมีความเกี่ยวพันโดยตรงกับบริษัทน้อยกว่า กรรมการท่านอื่น หรือพูดง่าย ๆ อีกแง่มุมหนึ่งก็คือบีบง่ายกว่า ท่านประธานบอร์ดใหญ่ ของธนาคารนครหลวงไทยในวันที่ ๒๓ พฤษภาคมที่เพิ่งผ่านมาได้เรียกท่านกรรมการ อิสระท่านนี้ให้เข้าไปพบพร้อมกับบอกท่านกรรมการว่าท่านรัฐมนตรีต้องการตําแหน่ง ให้ว่างลง ใบลาออกเตรียมไว้แล้วครับ ยื่นให้กรรมการท่านนี้เซ็น ณ ที่นั้นเลย แถมใบลาออกลงวันที่ย้อนหลัง วันที่ ๒๒ พฤษภาคมอีกต่างหาก ท่านผู้นี้ไม่ทันได้คิดก็รีบยอมในการที่จะเซ็นใบลาออกต่อไป หลังจากนั้นเมื่อทราบว่า ท่านรัฐมนตรีจะส่งใครมาดํารงตําแหน่งกรรมการแทน ท่านกรรมการผู้นี้เปลี่ยนใจครับ ภายในวันเดียวกัน กลับไปแจ้งกับท่านประธานบอร์ดว่าผมขอถอนใบลาออก ท่านประธานบอกว่าสายไปแล้ว เพราะลงวันที่ไว้วันที่ ๒๒ มีผลตั้งแต่วันที่ ๒๓ วันนั้นเลย เวลาทําการวันที่ ๒๓ ไปแล้วถือว่าไม่มีสิทธิในการถอนคําลาออก ทางคณะกรรมการ ก็รวดเร็วครับ รีบกําหนดวันประชุมคณะกรรมการเพื่อสรรหากรรมการมาแทนตําแหน่ง ที่ว่างลงทันทีในวันพุธถัดมาคือวันที่ ๒๘ พฤษภาคม และก็ได้ให้คณะกรรมการสรรหา ที่มีท่านชิดชัย วรรณสถิตย์ เปึนประธานสรรหาคณะกรรมการที่เหมาะสมมาให้ คณะกรรมการเลือก คณะกรรมการสรรหาก็ยังดีครับ เสนอเข้ามา ๒ ชื่อ ชื่อแรกก็คือ ที่ปรึกษาของท่านรัฐมนตรี ส่วนชื่อที่ ๒ ก็คือชื่อของท่านกรรมการที่ลาออกไปแล้ว พยายามที่จะถอนใบลาออก ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ ท่านผู้ว่าการธนาคาร แห่งประเทศไทย ในฐานะประธานกองทุนฟุ๋นฟูทราบเรื่องขึ้นมาว่ามีการพยายามที่จะ สรรหากรรมการใหม่อย่างรวบรัดและทราบว่าคณะกรรมการสรรหานั้นได้เสนอชื่อใคร เข้าไปให้ทางคณะกรรมการได้คัดสรร ท่านผู้ว่าการแบงก์ชาติในฐานะผู้ดูแลสถาบัน การเงินโดยรวมและกรณีนี้โดยเฉพาะในฐานะที่ธนาคารนครหลวงไทยเองก็เปึนบริษัทที่ กองทุนฟุ๋นฟูถือหุ้นอยู่และต้องรับผิดชอบโดยตรง แน่นอนครับ เมื่อเห็นชื่อนี้ก็มี ความเปึนห่วง ความกังวลต่อสถานะในอนาคตของทางธนาคาร ต่อเสถียรภาพของ ระบบสถาบันการเงินโดยรวมที่ท่านต้องรับผิดชอบ ท่านจึงรีบเรียกประชุมคณะกรรมการ กองทุนฟุ๋นฟูในเย็นวันที่ ๒๗ และทําหนังสือในเช้าวันที่ ๒๘ ส่งด่วนไปถึงท่านประธาน ธนาคารนครหลวงไทย เพื่อให้พิจารณาข้อเท็จจริง มันเปึนไปได้อย่างไรครับที่จะมีบุคคล บุคคลหนึ่งที่ท่านรัฐมนตรีไว้วางใจถึงขนาดแต่งตั้งให้เปึนผู้ช่วยของตน ท่านรัฐมนตรี ไว้วางใจถึงขนาดที่ได้บรรจุชื่อท่านนี้เปึนกรรมการสรรหาของคณะกรรมการทั้งของ ธนาคารแห่งประเทศไทยของเรา ทั้งในสํานักงาน ก.ล.ต. แต่ในขณะที่ชื่อนี้ชื่อเดียวกัน เปึนชื่อที่ท่านผู้ว่าการแบงก์ชาติไม่สามารถยอมรับได้เลย อันนี้เปึนเรื่องที่น่าประหลาดใจ ใครถูก ใครผิดครับ ผมจําเปึนจะต้องขออนุญาตท่านประธานที่จะนําเสนอจดหมายฉบับที่ ท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยได้ร่างขึ้นมาโดยเร่งด่วนเพื่อส่งให้คณะกรรมการ ของธนาคารนครหลวงไทยได้มีโอกาสพิจารณาทันท่วงทีก่อนที่จะมีการออกคะแนนเสียง เลือกกรรมการมาทดแทนตําแหน่งที่ว่างลง และผมจะต้องขออนุญาตเพื่อนสมาชิก ล่วงหน้าว่าผมมีความจําเปึนในกรณีนี้จริง ๆ ที่จะต้องเอ่ยนามท่านที่ปรึกษาท่านนั้น แต่ผมก็จะเอ่ยตามที่ชื่อท่านปรากฏในจดหมายที่เปึนจดหมายทางการฉบับนี้เท่านั้น และนอกเหนือจากนั้นชื่อท่านเกี่ยวโยงกับเรื่องนี้ก็ปรากฏตามข่าว ตามหน้าหนังสือพิมพ์ แล้วในช่วงวัน ๒ วันที่ผ่านมา ผมอยากจะเรียนล่วงหน้าด้วยซ้ําไปว่าผมมีความสนิทสนม กับท่านนี้ตั้งแต่สมัยผมยังเด็ก ๆ เพราะผมไม่ได้คิดร้ายกับท่านเปึนการส่วนตัว เพียงแต่ ข้อเท็จจริงตามที่ท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยได้รายงานต่อกรรมการธนาคาร นครหลวงไทยนั้นเปึนข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ ผมขออนุญาตครับท่านประธาน เรียน ประธานกรรมการธนาคารนครหลวงไทย จํากัด แล้วก็อ้างถึงเรื่องของการประชุม วันที่ ๒๘ พฤษภาคม ซึ่งอาจจะมีการเสนอชื่อนายนิพัทธ์ พุกกะณะสุต เข้าเปึน ๑ ในรายชื่อของผู้ที่จะได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการให้เข้าดํารงตําแหน่งกรรมการนั้น เนื่องจากธนาคารออมสินได้ฟัองนายนิพัทธ์ พุกกะณะสุต เรียกค่าเสียหายจํานวน ๓๗๕ ล้านบาท เพราะเหตุที่นายนิพัทธ์ พุกกะณะสุต ขณะที่ดํารงตําแหน่งประธาน ธนาคารออมสิน ได้อนุมัติให้ธนาคารออมสินซื้อหุ้นในธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ จํากัด (มหาชน) โดยพลการ และไม่ได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ทําให้ ธนาคารออมสินได้รับความเสียหาย และศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้นายนิพัทธ์ พุกกะณะสุต แพ้คดีแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ กรรมการจัดการ กองทุนพิจารณาแล้วเห็นว่าธนาคารนครหลวงไทย จํากัด (มหาชน) เปึนสถาบันการเงิน ซึ่งเปึนกิจการที่มีความละเอียดอ่อนและต้องได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนเปึนสําคัญ จึงเปึนเรื่องที่ต้องให้ความระมัดระวังภาพพจน์เปึนพิเศษ ดังนั้นเมื่อเห็นว่านายนิพัทธ์ พุกกะณะสุต ยังมีคดีที่ถูกธนาคารของรัฐฟัองร้อง เพราะปฏิบัติหน้าที่ในตําแหน่ง ประธานกรรมการบกพร่อง และผลการพิจารณาคดียังไม่สิ้นสุด จึงเห็นว่าน่าจะยัง ไม่เหมาะสมที่จะแต่งตั้งให้เข้าดํารงตําแหน่งกรรมการในธนาคารนครหลวงไทย จํากัด (มหาชน) ในขณะนี้ ชัดเจนนะครับท่านประธาน ผู้ว่าแบงก์ชาติคิดได้ ผมขอถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังว่าทําไมท่านถึงคิดไม่ได้ ผมก็ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ ของธนาคารนครหลวงไทย จํากัด (มหาชน) ที่มีความเปึนห่วงองค์กรของตัวเอง มีความเปึนห่วงระบบการเงินของประเทศ ที่ได้สร้างโอกาสให้พวกเราได้รับข้อเท็จจริง ตามที่ผมได้อ่านไปเมื่อสักครู่นี้ เมื่อเราพบข้อเท็จจริงตรงนี้ และเราได้รับทราบจาก การอภิปรายของผมก่อนหน้านี้ เราพอจะเข้าใจได้ว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีความจําเปึนอย่างยิ่งยวดที่จะต้องพยายามทุกวิถีทางที่จะกุมอํานาจซึ่งการดูแล สถาบันการเงิน การคลัง และสถาบันการเงินสําคัญ ๆ ในประเทศต่อไปและเมื่อปรากฏว่า มีการสกัดแผนการดําเนินการของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เรื่องก็ยังไม่จบ เพียงแค่นี้ครับท่านประธาน สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือขบวนการการล้างแค้นแบงก์ชาติ พร้อม ๆ กับกรณีการพยายามที่จะแต่งตั้งประธานกรรมการ หลังจากนั้นก็คือกรรมการ โดยท่านรัฐมนตรีในธนาคารนครหลวงไม่ประสบความสําเร็จแล้ว ก็เริ่มมีข่าวเกี่ยวกับ สถาบันการเงินอีกสถาบันหนึ่งที่ทางกองทุนฟุ๋นฟูเปึนผู้ถือหุ้น เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ รู้จักสถาบันการเงินนี้ดีครับ เพราะผมเปึนผู้ที่เพิ่งเคยถามกระทู้สดต่อท่านนายกรัฐมนตรี ต่อคําพูดของท่านนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับธนาคารแห่งนี้ว่าเจ๊งแล้ว และได้รับการปฏิเสธ จากท่านนายกรัฐมนตรีในสภาแห่งนี้ว่าท่านไม่ได้พูด ก็เริ่มมีข่าวว่าการเพิ่มทุนในกองทุน ฟุ๋นฟูในธนาคารแห่งนี้เปึนการทํางานที่บกพร่องของกองทุนฟุ๋นฟูอย่างไรหรือไม่ในอดีต และท่านรัฐมนตรีก็ได้จัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาเพื่อศึกษารายละเอียด ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ การจัดตั้งคณะกรรมการชุดนี้ท่านรัฐมนตรีครับ ผมเห็นด้วยครับ ความจริงต้องปรากฏว่าการเพิ่มทุนไม่ใช่เพียงครั้งเดียว ๑ ครั้ง ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง ของธนาคารแห่งนี้คือแบงก์ไทยนั้นมีเงื่อนงําอย่างไรหรือไม่ และผมสนับสนุนการที่ ท่านรัฐมนตรีจัดตั้งกรรมการชุดนี้ แต่ประเด็นปัญหาครับท่านประธาน ก็คือกองทุนฟุ๋นฟูอยู่ในช่วงที่กําลังดําเนินการ การขายหุ้นทั้งหมดที่กองทุนฟุ๋นฟูถืออยู่ในสถาบันการเงินแห่งนี้ให้กับนักลงทุน ที่เปึนบริษัทเอกชนมืออาชีพเข้ามารับภาระในแง่ของความรับผิดชอบการบริหารจัดการ ต่อไป แน่นอนที่สุดครับ ยุคนี้สมัยนี้ใครที่จะมีเงิน มีประสิทธิภาพ มีความรู้ มีศักยภาพ ในการที่จะเข้ามารับภาระต่อธนาคารแห่งหนึ่งของเราก็มีโอกาสที่จะต้องเปึนธนาคาร จากต่างประเทศ แต่ก่อนหน้านี้ก็มีธนาคารสถาบันการเงินในประเทศที่แสดงความสนใจด้วย ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับท่านประธาน ในการที่จะขายหุ้นในสัดส่วนที่เกิน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ของธนาคารพาณิชย์แห่งใดก็แล้วแต่จะต้องได้รับการเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ทางกองทุนฟุ๋นฟูได้ข้อสรุปแล้วครับว่าใครจะมาซื้อและได้ข้อสรุป ในราคาที่สูงกว่าราคาทุนของกองทุนฟุ๋นฟูอีกต่างหาก พูดง่าย ๆ กองทุนฟุ๋นฟูขายหุ้น แบงก์ไทยครั้งนี้กองทุนฟุ๋นฟูได้กําไร แต่ท่านรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน เมื่อ ๒ วันที่แล้วว่าถ้าขออนุมัติมาตอนนี้ก็จะไม่อนุมัติจะรอดูผลการตรวจสอบของ คณะกรรมการที่ท่านตั้งขึ้นมาที่พิจารณาเรื่องของการเพิ่มทุนในอดีตของแบงก์ไทยว่า มีข้อบกพร่องอย่างไรหรือไม่ มันคนละเรื่องกันครับท่านประธาน การตรวจสอบก็ตรวจไป พบความผิดก็ยังดําเนินการได้ไม่เกี่ยวกับการขายหุ้นในครั้งนี้ ผมต้องขอเรียน ท่านประธานนะครับว่าในอดีตตั้งแต่วิกฤติเศรษฐกิจ ป้ ๒๕๔๐ ได้มีกรณีที่กองทุนฟุ๋นฟู ได้ขออนุมัติในลักษณะนี้กับทางกระทรวงการคลังไป ๔ ครั้ง ทุกครั้งได้รับการอนุมัติโดยดี ก็จะมีกรณีที่ธนาคารดีบีเอส (DBS) ของสิงคโปร์มาซื้อหุ้นใหญ่ในธนาคารไทยทนุ โดยบีเอ็น แอมโร (BN AMRO) ของฮอลแลนด์มาซื้อหุ้นใหญ่ในธนาคารเอเชีย ยูโอบี (UOB) อยู่ สิงคโปร์มาซื้อหุ้นใหญ่ในธนาคารแหลมทองและสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ แบงก์ (Standard Charter Bank) ที่มาซื้อหุ้นใหญ่ในธนาคารนครธนทุกกรณีครับท่านประธาน กระทรวงการคลังให้คําอนุมัติ และในทุกกรณีเปึนกรณีที่ทุนจากต่างชาตินั้นเข้ามาฟุ๋นฟู สถาบันการเงินที่อ่อนแอที่มีปัญหาทางด้านทุน และในบางกรณีเปึนกรณีที่ทางกองทุน ฟุ๋นฟูต้องเข้าไปอุ้มชู กองทุนฟุ๋นฟูอุ้มชูก็เสมือนกับเราใช้ภาษีของพี่น้องประชาชนในการ เข้าไปแบกรับภาระ เพราะฉะนั้นการที่กองทุนฟุ๋นฟูสามารถจะขายหุ้นให้กับภาคเอกชน รับภาระไปดูแลแทนประชาชนผู้เสียภาษีเปึนสิ่งที่ดี และในทุกกรณี ๔ กรณีในอดีตก็เปึน การเสริมความเข้มแข็งให้กับสถาบันการเงินเหล่านั้น เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรีต้องให้ คําตอบครับว่า ท่านมีวาระซ่อนเร้นอะไรในการที่จะส่งสัญญาณว่าท่านจะไม่อนุมัติ การขายหุ้นในกรณีนี้ มีความเกี่ยวโยงอย่างไรกับประเด็นอุปสรรคที่ท่านพบ ในกระบวนการการพยายามที่จะผลักดันคนของท่านเข้าไปมีตําแหน่งที่สําคัญในสถาบัน การเงินอีกสถาบันหนึ่งของกองทุนฟุ๋นฟู ทั้งหมดนี้ก็คือเหตุผลที่ทําไมผมและเพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาธิปัตย์มีความจําเปึนต้องลงญัตติไม่ไว้วางใจ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านรัฐมนตรีอีก ๖ ท่าน ท่านนายกรัฐมนตรี ในส่วนตัวผมเองในฐานะที่ผมมีหน้าที่โดยเฉพาะในการดูแลเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ ผมมีความรู้สึกอึดอัดใจกับแนววิธีการแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนของท่านรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบมาโดยตลอด ผมพยายามทํางานในลักษณะที่มีความสร้างสรรค์ เสนอแนะวิธีการที่คิดว่าน่าจะเปึนประโยชน์ต่อการบริหารจัดการของท่านรัฐมนตรี ในทุกกรณี ท่านแสดงท่าทีว่าให้เกียรติรับฟังข้อเสนอของพวกกระผม แต่สุดท้ายก็ปฏิเสธ ที่จะทําในสิ่งที่พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่กําลังเดือดร้อนกับภาวะ ของแพง ท่านก็ปฏิเสธที่จะให้ความช่วยเหลือ เรื่องของการกําหนดนโยบายที่ผิดพลาด ไม่เหมาะสม ต่อเงื่อนไขทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปเปึนเงื่อนไขเพียงพอครับท่านประธาน ที่จะทําให้พวกเราไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรี แต่เมื่อผสมโรงกับการกระทําของท่านรัฐมนตรี ที่ปกปัองอุ้มชู ท่านผู้เคยมีพระคุณกับท่านหรือผู้ที่ใกล้ชิดกับท่าน นั่นยิ่งเปึนสาเหตุที่เรา ไม่สามารถไว้วางใจได้ว่าท่านสามารถที่จะใส่หมวกทั้ง ๓ ใบของท่านและดํารงตําแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในรูปลักษณะที่ประชาชนต้องการ ระยะหลังนี้ท่านมักจะ หันไปกล่าวโทษม็อบพันธมิตรว่าเปึนต้นเหตุปัญหาที่หุ้นตก ต้นเหตุปัญหาของเศรษฐกิจ ที่พี่น้องประชาชนต้องรับภาระในวันนี้ แต่ก็คือท่านนั่นแหละครับ ในฐานะเลขาธิการ พรรคพลังประชาชนที่ออกมาพูดเปึนครั้งแรกว่ามีความจําเปึนที่จะต้องแก้รัฐธรรมนูญ และท่านพูดว่าแก้มาตราเดียวเลยด้วยซ้ําไป คือมาตรา ๒๓๗ เพื่อปกปัองพรรคของท่าน นั่นแหละครับคือต้นตอปัญหาการเมืองความวุ่นวายของบ้านเมืองของเรา นํามาสู่ การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร เพราะฉะนั้นท่านอย่าโทษคนอื่นเลยครับ ท่านต้องพิจารณา ตัวเอง และด้วยข้อมูลหลักฐานทั้งหมดที่ผมได้นําเสนอต่อท่านประธาน เพื่อนสมาชิก ในสภาแห่งนี้ ผมหวังอย่างน้อยว่าท่านคงจะต้องเข้าใจ เหตุผลที่มาของญัตติอภิปราย ไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังของกระผมในวันนี้ ขอบพระคุณครับ
เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านนายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขออนุญาตตอบข้อซักถามของผู้อภิปราย ซึ่งเพิ่งอภิปรายเสร็จไปเมื่อสักครู่นี้ซึ่งทําหน้าที่เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเงา คือตอนแรกที่เห็นตําแหน่งของท่านว่าเปึนรัฐมนตรีคลังเงา ก็คิดว่าท่านเองคงจะได้ มีโอกาสที่พยายามที่จะติดตามข้อมูลทั้งหมด อย่างน้อยคือเปึนเงาจริง ๆ เงาที่จะดูว่า ข้อมูลรายละเอียดเปึนอย่างไร เปึนเงาที่ซื่อสัตย์สุจริต จริงใจ เพื่อหวังประโยชน์ของ ประเทศชาติและบ้านเมืองเปึนหลัก แต่วันนี้พอฟังคําอภิปรายของท่านแล้วใช้เวลา ๓ ชั่วโมง เห็นได้ชัดเจนว่าเวลาชั่วโมงเศษ ๆ ที่ท่านใช้กับกรณีของเอสซี แอสเสท ท่านไม่ได้จริงใจ ท่านไม่ได้ตั้งใจจริงในการที่จะช่วยกันแก้ปัญหา หรือไม่ได้พยายาม ที่จะช่วยสะท้อนภาพของการทํางานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อหวังว่า เศรษฐกิจของประเทศได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้น เนื้อหาที่ท่านพูดมาทั้งหมดในกรณี เอสซี แอสเสทในเนื้อหาของคําอภิปรายท่านเองก็พูดอยู่แล้วว่าเกิดขึ้นตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ ผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่รักษาการ ๑ คน ผ่านรัฐมนตรีคลังที่ทําหน้าที่ ในรัฐบาลที่แล้ว รัฐบาลของท่าน พลเอก สุรยุทธ จุลานนท์ อีก ๒ ท่าน ก่อนจะมาถึงผม แล้วก็กรณีของเอสซี แอสเสทขณะนี้ ถ้าหากท่านจะได้พูดให้ชัดเจนลงไปว่ากระบวนการ ในขณะนี้อยู่ในชั้นของการที่ ดีเอสไอ ป.ป.ช. อัยการสูงสุด ติดตามดูแลอยู่แล้วเข้าสู่ กระบวนการยุติธรรมแล้ว ไม่ใช่เปึนกรณีที่ยังค้างอยู่ในส่วนของ ก.ล.ต. เพราะฉะนั้น ท่านตั้งคําถามว่าผมไม่ได้กํากับดูแล ก.ล.ต. ละเว้น ไม่ปฏิบัติหน้าที่ ทําให้ ก.ล.ต. ไม่ทําหน้าที่ จริงแล้วท่านคงจะต้องไปกล่าวหาทํานองเดียวกันกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ผ่านมาอีก ๓ ท่าน ถ้าหากมันเปึนอย่างนั้นจริงนะครับ แต่วันนี้มันก็พิสูจน์แล้วว่า เรื่องราวต่าง ๆ นี้มันอยู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว เพราะฉะนั้นทั้งหลายทั้งหมดที่ท่าน ใช้เวลา ๑ ชั่วโมงเพื่อที่จะตามอธิบายข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ นั้น ก็เปึนเพียงแค่ต้องการ ใช้เวลาที่จะได้มีโอกาสของการถ่ายทอดสดเพื่อที่จะอธิบายข้อมูลซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ เมื่อ ๒ ป้ที่แล้ว ท่านไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ที่มาวิพากษ์วิจารณ์การทํางานในหน้าที่ของผม ในส่วนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแต่อย่างใด ผมก็เรียนว่าข้อมูลต่าง ๆ ที่ท่าน พูดมาทั้งหมดเข้าใจว่าไม่ได้คุ้มครองก็คงเปึนเรื่องที่ท่านจะต้องรับผิดชอบข้อมูลต่าง ๆ เหล่านั้นเองนะครับ เพราะว่าก็อย่างที่สมาชิกบางท่านได้พูดว่าก็มีคดีฟัองหมิ่นประมาท กันอยู่ในศาลอยู่แล้วนะครับ นอกจากนั้นข้อมูลหลาย ๆ อย่างที่ท่านพูดมาก็มีทั้ง ความจริงบางส่วนหรืออาจจะไม่จริงเลยนะครับ อย่างท่านบอกว่าผมไปงานของ ก.ล.ต. หลายครั้ง ผมเรียนได้เลยครับตั้งแต่มารับผิดชอบในตําแหน่งหน้าที่นี้ ไม่เคยไปประชุม ในที่ประชุมกรรมการ ก.ล.ต. ไม่เคยไปในงานที่ ก.ล.ต. จัด เข้าใจว่าท่านคงสับสน ระหว่าง ก.ล.ต. คือ สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คนละหน่วยงานครับ ผมไปงานของตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย งานสัมมนาของวิทยาการตลาดทุนซึ่งก็เปึนสถาบันวิชาการที่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้เปึนผู้รับผิดชอบไปในงานโรด โชว์ของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ไปโรด โชว์ที่สิงคโปร์ นั่นก็คงไม่ใช่เปึนประเด็นครับ เพราะว่าแน่นอนในแง่ของการกํากับดูแล ก.ล.ต. ก็เปึนหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังในช่วงที่ผ่านมา จนกระทั่งมีกฎหมายฉบับใหม่ซึ่งวันนี้ประธาน ก.ล.ต. ก็เปึนท่านซึ่งไม่ใช่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในเรื่องอื่น ๆ โดยเฉพาะเรื่องท้ายสุด ที่ท่านเล่าให้ฟังก็เรียนว่าท่านมีข้อมูลที่บอกว่าได้รับส่งผ่านมามาก ก็ต้องบอกว่ามีข้อมูล อีกหลายอย่างที่ท่านอาจจะยังไม่รู้ คือถ้าถามว่ากระผมมีความประสงค์ที่จะปลด ท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ตามที่มีข่าวลือกันมาเปึนระยะๆ ตลอดเวลานั้น ผมไม่ต้องรอมาถึงวันนี้หรอกครับ เพราะตั้งแต่วันแรก ๆ ที่มีการดํารงตําแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีคนปล่อยข่าวลือไปแล้วครับว่ามาตรการกันสํารอง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งได้เกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๙ มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อ ความเชื่อมั่นของชาวต่างชาติ เพราะฉะนั้นถ้าหากรัฐบาลที่มาหลังจากการเลือกตั้ง ซึ่งพรรคการเมืองส่วนใหญ่ก็ประกาศว่าจะต้องยกเลิกมาตรการกันสํารอง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเมื่อเข้ามาก็คงไม่วายที่จะต้องปลดท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ผมเรียนอย่างนี้ครับ วิธีการทํางานของผมไม่ใช่อย่างนั้น ผมมีความรู้สึกว่าเมื่อมาทํางาน ก็จะต้องได้มีโอกาสพูดคุยแสดงเหตุผลกับผู้ที่ร่วมงาน ถ้าหากสามารถที่จะได้ข้อสรุปที่ดี แล้วก็สามารถที่จะรวมพลังของทุก ๆ ฝ์าย ทุก ๆ คน ส่วนนั้นจะทําให้งานของบ้านเมือง เดินหน้าไปด้วยดีมีประสิทธิภาพ ผมเข้ารับงานในกระทรวงการคลัง วันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ๔ วัน หลังจากนั้นวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ผมเชิญท่านผู้ว่าการธนาคาร แห่งประเทศไทย มาพูดคุยถึงเรื่องเกี่ยวกับมาตรการกันสํารอง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ผมได้ถาม ท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยว่าความจําเปึนในการที่จะยังคงมาตรการ กันสํารอง ๓ เปอร์เซ็นต์ยังมีอยู่มากน้อยเพียงใด ท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย บอกว่าท่านเองก็คิดว่าความจําเปึนลดน้อยถอยลงไปแล้ว เพราะในช่วงที่ผ่านมาตลอด ๑ ป้เศษ ๆ ที่มีการใช้มาตรการนี้ก็มีการผ่อนคลายกันเปึนลําดับจนกระทั่งแทบไม่เหลือ มาตรการมากเพียงพอแล้ว เปึนเพียงเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น ผมก็เรียนถามท่านว่ามีความเปึนไปได้เพียงไรที่น่าจะได้มีการยกเลิก ท่านผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทยตอบว่า ท่านเห็นว่าก็สมควรจะยกเลิกแต่อยู่ที่เงื่อนไขเวลา ผมก็ถามท่านว่าถ้าหากยกเลิกวันนี้กับยกเลิกในวันข้างหน้า สถานการณ์จะแตกต่าง กันไหม อย่างตอนนั้นมีคนเสนอแนวทางออกหลายทาง เช่น ยกเลิกทันที ค่อย ๆ ยกเลิก จาก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เปึน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เปึน ๕ เปอร์เซ็นต์ หรืออาจจะยกเลิกอีก ๖ เดือน ข้างหน้า ผมก็ถามท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยว่าอีก ๖ เดือนข้างหน้า สถานการณ์มันจะดีกว่านี้ไหม ท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยบอกก็ไม่แน่ว่า จะดีกว่านี้ เพราะฉะนั้นผมก็เลยบอกว่าถ้าอย่างนั้นเรายกเลิกกันวันนี้ดีหรือไม่ ท่านผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ตอบว่าถ้าจะยกเลิก แน่นอนครับจะต้องมีมาตรการที่จะรองรับ มาตรการทางด้านการเงิน มาตรการทางด้านการคลัง ผมก็เรียนบอกท่านไปว่า ท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยครับ ผมมาทํางานตรงนี้ ผมเปึนทีมเดียวกับท่าน ถ้าหากท่านเห็นว่าควรจะยกเลิก ท่านช่วยไปคิดเลยว่ามาตรการการคลังที่กระทรวงการคลัง ควรจะได้ร่วมในการที่จะสร้างเพื่อรองรับถ้าหากมีการยกเลิกควรจะทําอย่างไร ถ้าหาก สมมุติว่าเราคิดกันครบถ้วนทั้งมาตรการการเงิน มาตรการการคลังแล้วก็พยายามที่จะ ให้มีมาตรการอย่างนี้มากเพียงพอ เมื่อมีการยกเลิกมาตรการกันสํารอง ๓๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว ก็จะได้ไม่เกิดความตื่นตระหนกมากจนเกินไปนัก แต่ช่างโชคร้ายสุดท้ายแล้วเกิดยกเลิก ขึ้นมาแล้วมีผลกระทบอย่างรุนแรง เช่น มีปัญหาเรื่องค่าเงินแข็งขึ้นเร็วผิดปกติ แล้วเกิด ผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ผมบอกท่านผู้ว่าผมไม่ปล่อยให้ท่านรับผิดชอบ เพียงคนเดียว ผมจะรับผิดชอบร่วมกับท่านด้วย ไม่ใช่ท่านลาออกคนเดียว ผมพร้อม จะลาออกร่วมกับท่านด้วย นี่คือสิ่งที่ผมพูดกับท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ในวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ แล้วเมื่อออกมาจากห้องประชุม ผมไม่ได้แถลงข่าวอะไรที่แสดง ให้เห็นว่าเรามีข้อตกลงแล้ว เพราะผมเชื่อว่าการที่จะพูดด่วนอะไรไปก่อนหน้านั้น อาจจะส่งผลกระทบต่อการเก็งกําไรของอัตราแลกเปลี่ยนเพราะฉะนั้นไม่ควรจะพูดอะไร ทั้งสิ้น วันรุ่งขึ้นข่าวก็ออกมาบอกแล้วว่าคลังแพ้แล้วแบงก์ชาติไม่ยอม แบงก์ชาติ ยกสถานการณ์ต่าง ๆ ขึ้นมาที่ทําให้คลังรู้แล้วหนาว แต่ผมบอกไม่เห็นไร ผมก็ไม่พูดอะไร ทั้งสิ้น หลังจากนั้นผมได้พบกับท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ท่านรองผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย อีก ๔ ครั้ง ทุก ๆ ครั้งไม่มีใครรู้เลย นักข่าวก็ไม่รู้ ผู้บริหาร ระดับสูงของกระทรวงการคลังก็ไม่มีใครรู้ คนที่รู้กระทรวงการคลังมีอยู่ ๒ คนเท่านั้นคือ ท่านปลัดกระทรวงการคลังกับผู้บริหารสํานักงานบริหารหนี้สาธารณะ เพราะว่าจะต้องใช้ มาตรการการคลังเข้ามาช่วย ระหว่างนั้นถ้าท่านจําได้ก็คงจะได้เห็นข่าวว่ามาตรการ กันสํารอง ๓๐ เปอร์เซ็นต์จะทําอย่างไรกันดี ไม่มีทางออก คลังกับแบงก์ชาติกําลังขัดแย้ง อย่างรุนแรง ในระหว่างที่เราพบกัน ๔ ครั้ง เราคิดกันถึงขนาดว่านอกจากมาตรการที่จะ รองรับแล้ว วันที่จะประกาศยกเลิกยังคิดละเอียดเลยว่าจะต้องเปึนวันศุกร์ และเปึน วันศุกร์ในตอนช่วงเย็นเพื่อรอให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ป่ดทําการเสียก่อน แล้วมีเวลาวันเสาร์ วันอาทิตย์ ให้ทุกคนที่ได้ฟังคําประกาศนี้ว่ายกเลิกมาตรการกันสํารอง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ให้มีเวลาที่จะมานั่งตั้งสติ คิดแล้วก็ดูสิว่ามาตรการทางด้านการเงินก็ดี ทางด้านการคลังก็ดีที่เราเตรียมรองรับไว้นั้นเพียงพอที่ทําให้เขาไม่ต้องตื่นตระหนก ท่านทราบไหมครับ วันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ซึ่งเปึนวันที่เราบอกว่าเราจะยกเลิกมาตรการกันสํารอง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ข่าวคราวออกไปหนาหูตั้งแต่ตอนช่วงบ่ายวันนั้นว่ากระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทยขัดแย้งอย่างรุนแรง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําลัง จะปลดผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ข่าวลือออกมาอีกว่าธนาคารแห่งประเทศไทย กําลังจะเตรียมแถลงสู้ แล้วกระทรวงการคลังก็จะแถลงมาตรการที่จะปลดผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย ถามว่ามีข่าวที่จะแถลงไหม มีครับ เพราะเรากําหนดกันเลยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแถลงเวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา เรื่องการยกเลิกมาตรการ กันสํารอง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แล้ว ๑๗.๐๐ นาฬิกา ๑ ชั่วโมงหลังจากนั้น กระทรวงการคลัง จะแถลงว่าเราจะมีมาตรการการคลังเพื่อรองรับการยกเลิกมาตรการกันสํารอง ๓๐ เปอร์เซ็นต์อะไรบ้าง ที่ผมเล่ามาทั้งหมดนี้ก็เพื่อบอกว่าผมไม่มีความจําเปึนเลย ถ้าหากผมจะต้องการปลดท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ผมปลดได้ตั้งแต่ ช่วงแรก ๆ ครับ อ้างข้ออ้างง่าย ๆ ว่ามาตรการกันสํารอง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ทําความเสียหาย ให้กับเศรษฐกิจของประเทศ ปลดได้ทันที และผมเชื่อว่าวันนั้นมีคนสนับสนุนด้วย ไม่ต้องรอมาถึงวันนี้หรอกครับ เพราะฉะนั้นต้องเรียนว่าข่าวลือต่าง ๆ นั้นเปึนข่าว ที่เกิดจากการคาดเดา บอกกันไปต่อ ๆ นานา ถ้าหากท่านได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้สื่อข่าว กระทรวงการคลัง เห็นอยู่เสมอที่ผมบ่นอยู่เสมอว่าแหล่งข่าวกระทรวงการคลังอีกแล้ว เพราะว่ามีผู้ที่ไม่ได้รู้เรื่อง ไม่ได้รู้จริง แต่ชอบให้ข่าว ทั้ง ๆ ที่ข่าวนั้นไม่มีมูลความจริง หรือมีมูลความจริงเพียงครึ่งเดียวแล้วก็แปลไปต่าง ๆ นานา เพราะฉะนั้นผมเรียนครับ เรื่องราวต่าง ๆ ที่ท่านพูดมา ไม่ว่าจะเปึนกรณีของธนาคารนครหลวงไทยก็ดี ถามว่าผมมี ความจําเปึนที่จะต้องผลักดันที่ปรึกษาที่ท่านได้เอ่ยชื่อมานั้นให้เปึนกรรมการ ธนาคารนครหลวงไทย จนกระทั่งยอมที่จะแลกเพื่อที่จะขุดเอาเรื่องราวต่าง ๆ มาเพื่อ ทําลายธนาคารแห่งประเทศไทยอีกหรือครับ ต้องเรียนตรง ๆ ผมไม่คิดว่ามีความจําเปึนมาก ถึงขนาดนั้น ล่าสุดผมยังบอกท่านที่เอ่ยนามมาว่า ขอร้องเถอะครับ อย่าไปรับอีกเลย ใครจะติดต่อ ใครจะสรรหาอะไรต่าง ๆ กรุณาอย่ารับ ถ้ารับก็ขออย่ามาให้คําปรึกษา ผมอีกเลย เพราะผมมีความรู้สึกว่าเรื่องราวต่าง ๆ เหล่านี้มักจะพูดกันไปมากขึ้นเรื่อย ๆ จากปากคําของคนที่อาจจะมีความรู้สึกว่ากําลังถูกโยกคลอนเรื่องเกี่ยวกับอํานาจในระบบ การเมือง ผมคงจะไม่ไปแตะรายละเอียดของเรื่องอํานาจในระบบการเงินมากกว่านี้ เพราะเข้าใจว่าเปึนเรื่องอ่อนไหว แต่ก็อยากจะเรียนว่าทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวง ไม่ว่า จะเปึนข่าวคราวเรื่องเกี่ยวกับการที่จะตั้งกรรมการสรรหา กรรมการของธนาคาร แห่งประเทศไทยก็ดี กรรมการ ก.ล.ต. ก็ดี มันเกิดขึ้นหลังจากที่เริ่มมีข่าวคราวว่า ผมเริ่มสอบข้อเท็จจริงในกรณีของไทยธนาคาร ซึ่งท่านเองสนับสนุนว่าควรจะได้ สอบข้อเท็จจริง ซึ่งผมคิดว่าหน้าที่ของผมก็คือเมื่อมีเหตุการณ์ที่ปรากฏเปึนข่าว การสอบข้อเท็จจริงจะเปึนสิ่งที่ดีที่สุดที่จะได้ข้อสรุป เพราะวันนี้เราต้องเลิกใช้อารมณ์ เลิกใช้ความรู้สึก เราต้องใช้ข้อเท็จจริงในการที่จะตัดสินเรื่องราวต่าง ๆ ผมตั้งกรรมการ สอบข้อเท็จจริงถึงข่าวคราวของเรื่องไทยธนาคาร ปรากฏว่าข่าวลือก็ออกไปว่าเปึนการตั้ง คณะกรรมการเพื่อสอบท่านผู้ว่าการแบงก์ชาติ เอาอีกแล้วครับ ดังนั้นเรื่องราวต่าง ๆ ถ้าท่านเปึนรัฐมนตรีเงาจริง ท่านโปรดกรุณาติดตามข้อมูลให้ครบถ้วน บางเรื่อง ท่านอาจจะได้ฟังมา แต่ถ้าหากได้มีโอกาสตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด ก็จะได้รู้ว่าที่มาที่ไป เปึนอย่างไร แน่นอนครับ การที่จะมีการตั้งคณะกรรมการสรรหานั้น มันไม่ใช่อยู่ ๆ ตั้งกันขึ้นมาได้ลอย ๆ ผมอยากจะยกตัวอย่างกรณีของการตั้งคณะกรรมการสรรหา กรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย ในกฎหมายระบุไว้ชัดเจนครับว่า คนที่จะมาเปึนกรรมการสรรหาจะต้องคัดเลือกมาจากอดีตปลัดกระทรวงการคลัง อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม อดีตผู้อํานวยการ สํานักงบประมาณ อดีตเลขาธิการกฤษฎีกา อดีตเลขาธิการสภาพัฒน์ อดีตผู้อํานวยการ สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรืออดีตเลขาธิการ ก.ล.ต. ต้องมาจากที่นี้เท่านั้นมาจากคนอื่นไม่ได้ เพราะฉะนั้นคนที่จะตั้งมาก็ต้องตั้ง มาจากคนที่เปึนอดีตต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ใช่ใครอยากจะมาเปึนกรรมการสรรหาก็เปึนได้ และแน่นอนประวัติของแต่ละคนก็จะถูกตั้งคําถาม ถ้าหากถูกฟัองร้องแม้คดีจะไม่ถึงที่สุด ก็อาจจะถูกตั้งคําถามว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ ถ้าอย่างนั้นก็คงจะต้องตั้งคําถาม ไปเยอะ ผมเองก็ถูกฟัองร้องกรณีของหวยบนดิน ก็เช่นเดียวกันถ้าหากจะต้องถูกเสนอ ไปเปึนกรรมการสรรหาที่ไหนคงจะถูกบอกว่าเคยถูกฟัองร้องอยู่ ยังเปึนคดีอยู่ แต่กรรมการสรรหาเหล่านี้ก็ไม่ใช่ว่าเมื่อเขามาทําหน้าที่เปึนกรรมการสรรหาคัดเลือก จะมีอิสระคัดเลือกได้ ก็ไม่ใช่ครับ ตามกฎหมายระบุไว้ชัดเจนกรรมการธนาคาร แห่งประเทศไทยจะถูกเลือกจากคน ๑๘ คนเท่านั้น ๑๘ คนก็คือว่ากระทรวงการคลัง เสนอมา ๖ คน ธนาคารแห่งประเทศไทยเสนอมา ๑๒ คน แล้วกรรมการที่เปึนกรรมการ คัดเลือกต้องเลือกจาก ๑๘ คนนี้เท่านั้นไม่ใช่เลือกกันได้โดยทั่วไปด้วย ฉะนั้นตอนที่ ผมติดต่ออดีตท่านที่เปึนตําแหน่งต่าง ๆ เหล่านั้นต้องเรียนเลยครับ หลายท่านบอกว่า ท่านปฏิเสธ บางท่านอาจจะมีความรู้สึกว่าถ้าหากมาเปึนกรรมการคัดเลือกอาจจะถูก ตัดสิทธิจากการที่ถูกเสนอชื่อเปึนกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้ หรือบางท่าน อาจจะมีเหตุผลอื่น ๆ ซึ่งท่านก็ไม่ได้แสดงเหตุผลอะไร ก็อยากจะเรียนว่าที่ท่านกล่าวมา ทั้งหมดเปึนเรื่องส่วนกรรมการคัดเลือก ส่วนกรรมการของธนาคารแห่งประเทศไทย ยังไม่ถึงกระบวนการนั้นเลยจะต้องให้ท่านที่เปึนอดีตปลัดกระทรวงการคลัง อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยเหล่านี้มาทําหน้าที่ คัดเลือกคน ๑๘ คนให้เหลือ ๖ คน เพื่อทําหน้าที่เปึนกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย ฉะนั้นหลายเรื่องที่ท่านพูดมาก็ต้องบอกว่าวันนี้มีคนอ้างเยอะ อ้างว่ารัฐมนตรีสั่งอย่างโน้น รัฐมนตรีสั่งอย่างนี้ ผมเองยังได้ยินกับหูเลยว่ามีคนมาอ้างหน้าห้องผมว่ารัฐมนตรีสั่ง อย่างโน้นอย่างนี้ ก็คงจะต้องให้ความจริงมันปรากฏ อย่างที่เรียนแล้วครับว่าคนที่บอกว่า เปึนที่ปรึกษาผมแล้วพยายามจะผลักดันให้เปึนกรรมการธนาคารนครหลวงไทย ผมขอร้องเขาบอกว่าอย่าเลยครับ แค่นี้ก็เปึนทุกข์มากพอแล้วอย่าไปเปึนอีกเลย ถ้าหากมีใครเสนอมา ใครขอตัวว่าจะสรรหาส่งชื่อไปไม่ต้องเปึนหรอกครับ ไม่ได้มี ความจําเปึนกันมากขนาดนั้น กรณีของไทยธนาคารผมคงจะไม่อยากลงลึกนัก แต่ว่าเมื่อท่านพูดถึงไปแล้วว่าควรจะเซ็นอนุญาตให้ถือหุ้นเกิน ๔๙ เปอร์เซ็นต์หรือไม่ กับคนที่มาจากต่างชาติ ผมก็ได้เรียน เมื่อคืนนี้เองเพิ่งได้คุยกับท่านผู้อํานวยการ กองทุนฟุ๋นฟูก็ได้คุยกัน ผมก็ได้รับทราบข้อมูลจากผู้อํานวยการกองทุนฟุ๋นฟูถึงเงื่อนไข ต่าง ๆ ผมก็ถามท่านผู้อํานวยการกองทุนฟุ๋นฟูว่าผมมีเวลาคิดไหม เพราะการที่ขายหุ้น ธนาคารแห่งใดแห่งหนึ่งมูลค่าเกือบ ๖,๐๐๐ ล้านบาท มันคงไม่ใช่มานั่งคิดกันวันสองวัน แน่นอนผมไม่ได้อยู่ในฐานะที่เปึนคนตัดสินใจ เพราะว่าตัดสินใจครั้งนี้อยู่ที่กองทุนฟุ๋นฟู ตัดสินใจว่าจะขายหุ้นให้กับธนาคารจากมาเลเซีย ซึ่งอันนั้นเปึนการตัดสินใจไปแล้วครับ แต่ว่าเนื่องจากมีเงื่อนไขว่าถ้าหากต่างชาติจะมาถือหุ้นเกิน ๔๙ เปอร์เซ็นต์ จําเปึนจะต้อง มาขอความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผมก็เรียนถามท่านผู้อํานวยการ กองทุนฟุ๋นฟูว่าผมมีเวลาคิดนานเท่าไร ท่านผู้อํานวยการกองทุนฟุ๋นฟูบอกว่าสัญญา ที่เซ็นกับเขาไว้มีเวลา ๕ เดือน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมบอกก็คือว่า ถ้าหากท่านไปอ่าน ที่ผมให้สัมภาษณ์ชัดเจนครับ ผมบอกว่าอํานาจการตัดสินใจในการขายหุ้นเปึนของ กองทุนฟุ๋นฟูไม่ใช่อํานาจของผม แต่ว่าถ้าหากจําเปึนจะต้องมาขอความเห็นชอบ เรื่องสัดส่วนของผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติแน่นอนผมก็ต้องพิจารณา แล้วผมมีเวลาพิจารณา ๕ เดือน เพราะฉะนั้นผมขอใช้เวลาสักช่วงหนึ่ง มันไม่ใช่ ๑ บาท หรือ ๒ บาท มัน ๖,๐๐๐ ล้านบาท แล้ว ๖,๐๐๐ ล้านบาทนี้ผมต้องไปเทียบดูว่ากระทรวงการคลัง หรือเงินภาษีของประชาชน ที่ใส่เข้าไปในไทยธนาคารนี้ใส่เข้าไปเท่าไรแล้ว แล้วการทํางาน การบริหารงานของ ไทยธนาคารในช่วงที่ผ่านมามีปัญหาหรือไม่ มีปัญหาจะทําอย่างไร ถ้าหากไม่มีปัญหา จะทําอย่างไร อันนั้นก็เปึนเรื่องที่ต้องมีเวลาในการตัดสินใจ เพราะฉะนั้นข้อกล่าวหา ที่ท่านพูดก็เปึนข้อกล่าวหาที่ฟังเขามา แล้วก็คิดว่ารัฐมนตรีว่าอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วก็คิดว่า ผมพยายามจะใช้กรณีของไทยธนาคารก็ดี กรณีอื่น ๆ ก็ดีเพื่อมาต่อรอง เพื่อส่งที่ปรึกษา ไปอยู่ธนาคารนครหลวงไทย ตําแหน่งนั้นไม่ได้มีค่าขนาดนั้นหรอกครับ แล้วถ้าหาก อย่างที่เรียนแล้ว ถ้าผมต้องการที่จะปลดท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ผมปลด ไปแล้วครับตั้งแต่วันแรก ๆ ที่ผมมาทํางาน ไม่ต้องรอถึงวันนี้หรอกครับ หลาย ๆ เรื่อง ที่ท่านพูดมาทั้งหมดนี้ผมก็คงจะขออนุญาตตอบข้อมูลซึ่งบางเรื่องข้อมูลของท่านก็ไม่พอ ท่านทําการบ้านน้อยนะครับ ท่านบอกท่านเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเงา แต่กรณีแค่ของ ปตท. ข้อมูลท่านก็ยังผิดเลย ท่านบอกว่า ปตท. มีปัญหา กําไรของ ปตท. ส่งให้คลังแค่หมื่นกว่าล้านบาท คือท่านเปึนอดีตวาณิชธนกิจ ชื่อดังนะครับ ถ้าท่าน จะได้ดูข้อมูลสักนิดหนึ่งท่านจะได้รู้ว่ารายได้ส่งคลังของ ปตท. เมื่อป้ ๒๕๕๐ ๕๘,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ๕๘,๐๐๐ ล้านบาท ต่างจากที่ ท่านพูด ๓-๔ เท่าตัว รายได้มาจากไหนครับ เงินปันผลและสําคัญคือภาษีครับ เมื่อก่อนนี้ เปึนรัฐวิสาหกิจก็เปึนแค่เงินกําไรที่ส่งเข้าคลังแต่ไม่มีภาษี แต่เมื่อแปรสภาพเปึนบริษัท มหาชนวันนี้ ปตท. ส่งรายได้ ๕๘,๒๐๐ กว่าล้านบาท คําถามก็คือว่ากําไรของ ปตท. มาจากไหนครับ หลายท่านอาจจะอภิปรายแล้วบอกว่า กําไร ปตท. มาจากเพราะว่า ผูกขาดแล้วก็มีกําไรมาก กําไรของ ปตท. มาจากหลายธุรกิจรวมทั้งบริษัทในเครือด้วย ทั้งบริษัทขุดเจาะสํารวจโรงกลั่น ป่โตรเคมี การค้าก๊าซ โรงแยกก๊าซ การค้าน้ํามัน ทั้งในและต่างประเทศ ถูกต้องครับที่ท่านบอกว่ากําไรเกือบแสนล้านบาท ตัวเลขที่ละเอียด จริง ๆ กําไรของ ปตท. นี่คือ ๙๗,๘๐๐ ล้านบาท จากยอดขายเท่าไรรู้ไหมครับ จากยอดขายของ ปตท. ทั้งหมด ๑,๔๙๐,๐๐๐ ล้านล้านบาท พูดง่าย ๆ คือประมาณ ๑.๕ ล้านล้านบาท รายได้ ๑.๕ ล้านล้านบาท กําไรประมาณ ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท คิดเปึน กี่เปอร์เซ็นต์รู้ไหมครับ ๖.๕ เปอร์เซ็นต์ เราคงนั่งนึก ๖.๕ เปอร์เซ็นต์นี้คงเยอะนะครับ ท่านทราบไหมครับ ไปเปรียบเทียบกับบริษัทน้ํามันแห่งชาติของประเทศอื่น ๆ กําไรน้อย กว่าเขาเยอะเลย ที่ใกล้ ๆ ที่สุดมาเลเซีย ป่โตรนาส ป่โตรนาสมียอดขาย ๑.๖ ล้านล้านบาท แต่ป่โตรนาสมีกําไร ๔ แสนกว่าล้านบาท มากกว่า ปตท. ๔ เท่า คิดเปึนสัดส่วนถึง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของยอดขายทั้งหมด ที่จีนครับ ไชน่า เนชั่นแนล ป่โตรเลียม มียอดขาย ๓.๖ ล้านล้านบาท กําไร ๔๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนประมาณ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ที่บราซิล ซึ่งต้องถือว่าเปึนต้นแบบของประเทศที่มีความก้าวหน้าเรื่องพลังงานทางเลือก พลังงานทดแทน บราซิลมียอดขายทั้งหมด ๒.๓ ล้านล้านบาท มีกําไรทั้งหมดประมาณ ๔ แสนล้านบาท กําไร ๑๘ เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นถ้าเปรียบเทียบกับบริษัทน้ํามันแห่งชาติ ของประเทศอื่น ๆ นะครับ มาเลเซีย จีน บราซิล ปตท. กําไรน้อยที่สุดครับ ๖.๕ เปอร์เซ็นต์ คําถามคือว่าทําไม ปตท. กําไรน้อย ท่านมักจะบอกเสมอว่า ปตท. ผูกขาด เพราะ ปตท. ผูกขาดสิครับ มันถึงทําให้บริษัทอื่น ๆ อยู่ลําบาก บริษัทค้าปลีกน้ํามันที่เพิ่งขายให้กับ ปตท. เร็ว ๆ ก็คือปัูมเจ็ท ก็ขายไปแล้ว เพราะว่าการแข่งขันของเราต้องยอมรับจริง ๆ ว่าไม่เสรี ปตท. กลายเปึนเครื่องมือของรัฐ ในการแทรกแซงราคาน้ํามัน ราคาแอลพีจี แม้แต่ราคาแก๊สเอ็นจีวี เอ็นจีวีวันนี้ที่ขาย ๘.๕๐ บาท ก็เพราะ ปตท. แทรกแซง แอลพีจีที่ผ่านมาก็ ปตท. แทรกแซง เพราะฉะนั้น การที่บอกว่า ปตท. กําไรเกินควร จริง ๆ แล้วที่ผ่านมารัฐใช้ ปตท. แทรกแซงกลไกตลาด แล้วก็ทําให้ราคาของน้ํามัน ราคาของแก๊สก็ดี ถูกลงผิดปกติในบางเรื่อง ซึ่งแน่นอนครับ ผมเห็นด้วยกับท่านบอกว่าสุดท้ายแล้วมันต้องเลิกอุดหนุนครับ มันต้องเข้าไปสู่ทิศทาง ที่ว่าเราจะต้องให้ราคาของพลังงานสะท้อนความเปึนจริง แล้วทําให้ทุก ๆ คนต้องกลับมา มีสํานึกในการประหยัดพลังงาน ซึ่งเปึนเรื่องรายละเอียดที่ผมคงจะได้ขอพูดในช่วงต่อไป จากนี้นะครับ เพราะว่าท่านได้ใช้เวลาประมาณ ๓ ชั่วโมงในการพูดถึงปัญหาที่เกี่ยวกับ เศรษฐกิจในการดูแลปัญหา ก่อนอื่นผมเท้าความว่าปัญหาเศรษฐกิจวันนี้คืออะไร ปัญหาเศรษฐกิจวันนี้ที่เราเผชิญอยู่เปึนปัญหาที่เกิดขึ้นจากหลายประการ ทั้งในประเทศ ทั้งต่างประเทศ ในประเทศก็คือปัญหาที่เกิดจากความไม่สมดุลของระบบเศรษฐกิจไทย ท่านทราบไหมครับ ท่านประธานทราบไหมครับ เศรษฐกิจของไทยในช่วงป้ที่แล้วที่บอก เติบโตกัน ๔ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ นั้น ส่วนใหญ่เติบโตมาจากการส่งออก ๗๓ เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพี มาจากการส่งออก ขณะที่เศรษฐกิจในประเทศมีเพียงแค่ ๒๗ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ถ้าหากในตําราทางเศรษฐศาสตร์เขาบอกว่าเครื่องยนต์ที่ทําให้เศรษฐกิจมันเดินหน้าไปได้ มันมี ๔ เครื่องยนต์ เครื่องยนต์ตัวที่ ๑ คือเรื่องการส่งออก ตัวที่ ๒ ก็คือเรื่องเกี่ยวกับ การบริโภคของประชาชน ตัวที่ ๓ คือการลงทุนของภาคเอกชน และตัวที่ ๔ ก็คือ การใช้จ่ายของภาครัฐ แต่ในป้ที่ผ่านมาเราพึ่งพาเศรษฐกิจจากการส่งออกเปึนอย่างมาก เศรษฐกิจในประเทศของเรามีการเติบโตน้อยมาก ประชาชนไม่บริโภค เอกชนไม่ลงทุน นั่นก็คือว่ามันมีความไม่สมดุล เครื่องยนต์ ๔ เครื่อง ใช้งานได้ ๑ เครื่อง อีก ๓ เครื่องติด ๆ ดับ ๆ เพราะฉะนั้นนี่คือปัญหาที่เปึนปัญหาเราที่จะต้องดูว่าเราจะแก้ไขอย่างไร เครื่องยนต์ ๓ เครื่องที่ติด ๆ ดับ ๆ อะไรคือสาเหตุ ความเชื่อมั่นอย่างเดียวครับ ประชาชนไม่เชื่อมั่นในเศรษฐกิจไม่กล้าบริโภค นักลงทุนไม่เชื่อมั่นในเศรษฐกิจไม่กล้า ลงทุน มีตัวเลขจากสํานักงานเศรษฐกิจการคลังบอกว่า ภาคอุตสาหกรรมทางด้านเคมี มีการใช้กําลังการผลิตไปถึง ๙๙ เปอร์เซ็นต์ ภาคอุตสาหกรรมทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ ใช้กําลังผลิตไปถึง ๙๒-๙๓ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่าถ้าหากเกิดอยากจะผลิตเพิ่ม ก็ไม่มีพื้นที่ ไม่มีโรงงาน ไม่มีเครื่องจักรพอที่จะผลิตอีกแล้ว และที่ผ่านมาไม่มีการลงทุน มาเปึนเวลาเกือบ ๒ ป้ นี่คือปัญหาหนึ่งที่เปึนปัญหาในประเทศ แต่ปัญหาสําคัญที่มัน ซ้ําเติมปัญหาของประเทศไทยเราอย่างที่ท่านเองก็ได้อภิปรายไป ซึ่งเปึนปัญหาใหญ่ ปัญหาใหญ่ก็คือปัญหาตั้งแต่เรื่องเกี่ยวกับปัญหาสถาบันการเงิน ปัญหาสินเชื่อ อสังหาริมทรัพย์ด้อยคุณภาพในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเปึนจุดต้นตอของปัญหา หลาย ๆ อย่าง เมื่อก่อนนี้นักเก็งกําไรมักจะเก็งกําไรผ่านระบบสถาบันการเงิน ผ่านตลาดทุน แต่พอมีปัญหาเรื่องระบบสถาบันการเงินในประเทศสหรัฐอเมริกาก็เลยมี การเคลื่อนย้ายเงินทุนมาเก็งกําไรในเรื่องอื่น ๆ และการเก็งกําไรที่เห็นผล ได้ผลตอบแทน แล้วเร็วที่สุดในช่วงที่ผ่านมาคือการเก็งกําไรในตลาดน้ํามัน ทอง พวกพืชผลทางการเกษตร เพราะฉะนั้นมีหลายประเทศพยายามออกมาบอกว่า เปึนเพราะว่าอินเดียกับจีนบริโภค น้ํามันมากขึ้น น้ํามันเลยราคาแพงสูงขึ้น ไม่ใช่ครับ ผมไปประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจของจี (G) ๘ ก็คือของประเทศอุตสาหกรรมที่ขนาดใหญ่ ๘ ประเทศที่กรุงโอซากา ประเทศญี่ปุ์นเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้คุยกันชัดเจน บางประเทศอาจจะ เหนียมอายหน่อยไม่กล้าบอกว่ามีการเก็งกําไร แต่อย่างน้อย ๒ ประเทศที่พูดชัดเจน บอกว่าปัญหาของราคาน้ํามันในวันนี้ที่มันแพงขึ้นผิดปกติมันเกิดขึ้นจากการเก็งกําไร ก็คือรัฐมนตรีจากประเทศฝรั่งเศส รัฐมนตรีจากประเทศเยอรมัน แล้วก็ขอร้องให้ ไอเอ็มเอฟ (IMF : กองทุนการเงินระหว่างประเทศ) ขอให้องค์กรพลังงานระหว่างประเทศ เข้ามาช่วยดูแลเรื่องนี้ว่าจะหยุดยั้งปัญหาเรื่องเก็งกําไรของราคาน้ํามันได้อย่างไร พอมี ปัญหาเรื่องราคาน้ํามัน สิ่งที่ตามมาก็คือว่าต้นทุนต่าง ๆ สูงขึ้น ต้นทุนเรื่องเกี่ยวกับ เมล็ดพันธุ์สูงขึ้น ปุิยสูงขึ้น แน่นอนปัญหาคือเรื่องอาหารที่มันแพงขึ้น ต้นทุนที่ตามมาก็คือ เรื่องเงินเฟัอ เพราะฉะนั้นปัญหาเงินเฟัอวันนี้เปึนปัญหาที่เปึนผลกระทบจากน้ํามัน อันนี้ เปึนตัวหลัก เพราะฉะนั้นปัญหาวันนี้จึงเกิดขึ้นทั่วโลกไม่ใช่เปึนปัญหาของประเทศไทย เท่านั้น ในเดือนที่ผ่านมาเดือนพฤษภาคมเรามีอัตราเงินเฟัอ ๗.๖ เปอร์เซ็นต์ซึ่งท่านก็พูด มาแล้วว่าบางประเทศสูงมาก เช่น ประเทศเวียดนาม ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นวันนี้ การแก้ไขปัญหาไม่ง่ายต้องเรียนตรง ๆ อย่างที่ผมเรียนแล้วมีปัญหาทั้งภายในประเทศ ที่ระบบเศรษฐกิจของเราไม่สมดุล เนื่องจากเราพึ่งพาการส่งออกในอดีตมากเกินไป กับปัญหาในระหว่างประเทศที่มันถาโถมเข้ามาแล้วมันไม่มีวันหยุด ไม่มีใครนึกครับว่า น้ํามันมันจะขึ้นมาเกือบ ๑๔๐ เหรียญในเดือนพฤษภาคม ตอนนั้นคาดการณ์กัน ผมคาดการณ์ตอนประมาณเดือนมีนาคมว่าปลายป้นี้น่าจะสัก ๑๕๐ เหรียญ แต่วันนี้ไม่มี ใครดูแลเพราะเชื่อว่ามาตรการหลาย ๆ มาตรการที่ประเทศใหญ่ ๆ ที่บริโภคน้ํามันกันมาก ๆ กําลังดูแลกันอยู่นั้นก็คงจะทําให้เรื่องการเก็งกําไรมีการแก้ปัญหาอย่างดีขึ้น เพราะฉะนั้น ถามว่าเราจะต้องทําอย่างไร ที่ผมได้ตอบท่านจุติไปในช่วงแรก ผมรู้วันนี้ปัญหาที่มา เผชิญนั้นมันท้าทายและมันหนัก เพราะฉะนั้นต้องทํางานหนัก ต้องพยายามที่จะทุ่มเท เวลาเท่าที่มีอยู่ในการที่จะเข้าไปดูซิว่าจะแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง ซึ่งมาตรการต่าง ๆ ที่ทยอยออกมาตั้งแต่ประมาณต้นเดือนมีนาคมและจนถึงปัจจุบัน ผมเชื่อว่ามาตรการ เหล่านั้นมีส่วนสําคัญในการที่ทําให้วันนี้เรายังพอที่จะพยุงอยู่ได้บ้าง ผมเรียนว่าอยู่ได้บ้าง แต่ว่าเราประมาทไม่ได้เลย มาตรการที่เราออกมาไม่ว่าจะเปึนมาตรการภาษีที่จะ ช่วยเหลือคนที่มีรายได้ปานกลาง คนที่มีรายได้ต่ํากว่า ๒๐,๐๐๐ บาท ที่สามารถที่จะเพิ่ม ค่าลดหย่อนจาก ๑ แสนบาท เปึน ๑๕๐,๐๐๐ บาท แล้วก็มีเงินในกระเปิาเพิ่มขึ้น แต่ละเดือนประมาณสัก ๗๐๐-๘๐๐ บาท มาตรการเรื่องเกี่ยวกับการลดภาษี อสังหาริมทรัพย์เพื่อหวังว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเคยซบเซาไปช่วงหนึ่งน่าจะกระตุ้น กลับมาแล้วก็เปึนกําลังในการที่ทําให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าไปได้ เพราะว่าอสังหาริมทรัพย์ มีบทบาทสําคัญในการที่ทําให้เกิดการจ้างงานในหลาย ๆ ภาคส่วน ไม่ว่าจะเปึนเรื่อง ผู้รับเหมาก็ดี คนงานก่อสร้าง โรงงานวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ พวกประชาสัมพันธ์ อะไรต่าง ๆ อย่างนี้เปึนต้น ภาษีที่ส่งเสริมเรื่องเกี่ยวกับการลงทุนของเอสเอ็มอี นอกจากนั้นก็ยังมีมาตรการที่ไปกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ไม่ว่าจะเปึนเรื่องเกี่ยวกับ โครงการเอสเอ็มแอล (SML) ซึ่งวันนี้ก็ได้โอนเงินไปประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ ทยอยโอนเงินไปเดือนหน้าให้กับหมู่บ้านต่าง ๆ แล้วแต่ขนาดของหมู่บ้าน ๑๕๐,๐๐๐ บาท ๒ แสนบาท ๒๕๐,๐๐๐๐-๓๕๐,๐๐๐บาท มาตรการในการที่จะพยายามช่วยให้ ค่าครองชีพของข้าราชการชั้นผู้น้อยดีขึ้น มาตรการค่าครองชีพของข้าราชการชั้นผู้น้อย เราเพิ่มอีก ๕๐๐ บาท สําหรับข้าราชการที่ต่ํากว่าซี ๕ ลงมา เงินเดือนอยู่ในระดับที่ ประมาณไม่เกิน ๑๑,๗๐๐ บาท อันนั้นก็เปึนเพียงแค่กลุ่มที่เราเชื่อว่าจะสามารถดูแล ให้เขาสามารถที่จะอยู่ในภาวะปัจจุบันนี้ได้ดีขึ้น แน่นอนครับก็จะไปมีผลต่อค่าแรงขั้นต่ํา แรงงานรัฐวิสาหกิจ คําถามวันนี้คือว่าแค่นี้พอไหม ผมเรียนตรง ๆ ครับว่าไม่พอ เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยกับท่านอย่างยิ่งที่ท่านพูดว่า ปัญหาเรื่องพลังงานจะเปึนปัญหาใหญ่มากและเปึนปัญหาที่เราจะต้องมีมาตรการ ที่เบ็ดเสร็จ มาตรการที่สามารถจะสร้างพลังงานทางเลือก พลังงานทดแทน มาตรการ ที่ทําให้เราสามารถจะเปลี่ยนระบบขนส่งจากระบบรถเปึนระบบรางหรือระบบน้ํา มาตรการที่จะต้องมองภาพรวมของอุตสาหกรรมรถยนต์ทั้งระบบ เรื่องอี ๘๕ ที่ได้มี การพูดกันผมต้องเรียนตรง ๆ ถ้าถามว่าที่ประชุมบริษัทรถยนต์ ๑๑ บริษัท บอกว่าขอให้ คิดให้จบเห็นโครงสร้างทั้งระบบ นั่นคือปัญหา เพราะที่ผ่านมามันมีมาตรการในการ ส่งเสริมหลากหลาย ก่อนหน้าที่จะมีมาตรการอี ๘๕ ผมเรียนย้ําอีกครั้งหนึ่งครับ มีมาตรการส่งเสริมรถที่ใช้ไฟฟัาหรือรถที่เรียกว่าไฮบริด (Hybrid) ก็คือใช้ไฟฟัาควบคู่กับน้ํามัน ภาษีสรรพสามิต ๑๐ เปอร์เซ็นต์ มาตรการส่งเสริมรถอีโก คาร์ (Eco car) ก็คือรถที่มี การประหยัดน้ํามัน หมายความว่าใช้เพียงแค่ ๑ ลิตรวิ่งได้ ๒๐ กิโลเมตร ภาษีสรรพสามิต ๑๗ เปอร์เซ็นต์ สําหรับรถเอ็นจีวี ภาษีสรรพสามิต ๒๐ เปอร์เซ็นต์ รถอี ๒๐ ภาษีสรรพสามิต ๒๕ เปอร์เซ็นต์ พอบอกว่าเราจะส่งเสริมรถอี ๘๕ คําถามว่ารถอี ๘๕ ควรจะอยู่ตรงไหน นี่คือปัญหาบริษัทรถยนต์แล้วแต่ว่าบริษัทไหนอยู่ในเขาเรียกว่าจุดยืนแบบไหน ถ้าบริษัท ที่เปึนผู้ที่มีเทคโนโลยีทางด้านอี ๘๕ อยู่แล้ว จุดยืนของบริษัทคือต้องการภาษีสรรพสามิต ต่ําที่สุด อาจจะไปถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์เท่ากับเอ็นจีวี ถ้าเปึนบริษัทที่บอกต้องการทําอีโก คาร์ แล้วลงทุนไปแล้วบอกจะลงทุนกันหลายหมื่นล้าน เขาบอกว่าถ้าอี ๘๕ ลงไปถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ โครงการอีโก คาร์อาจจะพับ นี่คือปัญหาใหญ่ที่กระทรวงการคลังต้องคิด และต้องเรียนว่าไม่ใช่เปึนปัญหาระหว่างกระทรวงการคลังที่มีปัญหากับกระทรวงพลังงาน กับกระทรวงอุตสาหกรรม ไม่ใช่ครับ ต้องขออนุญาตจริง ๆ ถ้าต้องพาดพิง ปัญหา ๒ ขั้วนี้ เปึนปัญหาระหว่างพลังงานกับอุตสาหกรรม กระทรวงการคลังเปึนผู้ที่ต้องคอยหา จุดสมดุลให้ดีว่าระหว่างพลังงานกับอุตสาหกรรมจะทําอย่างไรที่ทําให้เราสามารถจะวาง โครงสร้างของรถยนต์ทั้งระบบได้ดี เพราะฉะนั้นนี่คือปัญหาใหญ่ ถามเรื่องภาษีน้ํามัน ภาษีน้ํามันวันนี้เราคิดจากค่าความร้อน คือถ้าคิดง่าย ๆ เพียงแค่ว่าใช้เอทานอลเท่าไร ใช้น้ํามันกี่เปอร์เซ็นต์ แล้วก็คิดอย่างนั้น อาจจะคิดได้ช่วงสั้น ๆ แต่ถ้าหากเราสามารถ ที่จะเปลี่ยนผู้บริโภคที่ใช้อี ๘๕ ทั้งระบบ วันข้างหน้าที่ต้องมาคิดก็คือว่าอาจจะต้องไป ปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิต ก็จะมีปัญหาเหมือนกับกรณีที่มีการเลิกอุดหนุนในหลาย ๆ ประเทศที่เกิดปัญหานี้ขึ้น ก็ทําให้เราต้องคํานึงว่าทําอย่างไรที่จะหาจุดสมดุลที่ดี กรมสรรพสามิตก็บอกว่าเพราะฉะนั้นเอาเรื่องค่าความร้อนก็แล้วกัน ค่าความร้อน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นก็คิดจาก ๗๐ เปอร์เซ็นต์ตรงนั้น ซึ่งแน่นอนฝัืงของ ผู้ประกอบการก็บอกว่าอยากจะได้มากกว่านี้ แต่ผมอยากจะเรียนว่าขนาดเก็บอย่างนี้ ราคาของอี ๘๕ ควรจะต่ํากว่าน้ํามันปกติวันนี้ไม่ต่ํากว่า ๑๕ บาท เพราะฉะนั้นถามว่า ตรงไหนคือจุดสมดุลที่ดี วันนี้เราตัดสินใจอย่างนี้ แต่ถ้ามีสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป แน่นอนครับ รัฐบาล คณะรัฐมนตรีก็ต้องมีการตัดสินใจ เรื่องเกี่ยวกับการเปลี่ยนเปึน ระบบราง ผมว่าอันนี้เรื่องใหญ่ และนี่ก็คือเรื่องที่อยู่ในโครงการที่เราเรียกว่าโครงการลงทุน ขนาดใหญ่ เพราะว่าวันนี้ประเทศไทยยุติการลงทุนมาแล้ว ๑๐ ป้ ที่จริงเราเคยคิดจะลงทุน ระบบรางตั้งแต่เมื่อป้ ๒๕๓๗-๒๕๔๘ แต่ว่าด้วยปัญหาอะไรต่าง ๆ ที่ตามมาหลาย ๆ เรื่อง เวลานี้เราก็ไม่ได้ลงทุน ถ้ามีการลงทุนระบบรางในกรุงเทพมหานครเมื่อประมาณสัก ๓ ป้ที่แล้ว ตอนนั้นที่คํานวณกันประมาณ ๕ แสนกว่าล้านบาท วันนี้ล่าสุดที่คํานวณกัน ขึ้นมา ๗ แสนกว่าล้านบาทแล้ว แล้วถ้าหากค่าปูน ค่าเหล็กเพิ่มขึ้น ค่าก่อสร้างอาจจะ มากกว่านี้ เพราะฉะนั้นวันนี้เราคงจะต้องเดินหน้าเต็มตัวเรื่องเกี่ยวกับการลงทุน ในโครงการขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องเกี่ยวกับระบบรางทั้งในกรุงเทพมหานคร ทั้งในต่างจังหวัด ระบบชลประทานก็พูดกันมาตั้งแต่ ๓ ป้ที่แล้วเหมือนกัน ถ้า ๓ ป้ที่แล้วเราได้ลงทุนระบบชลประทานไปแล้ววันนี้ไม่ต้องมาพูดหรอกครับว่า เราจะเพิ่มผลิตภาพของการปลูกข้าวได้อย่างไร เพราะการปลูกข้าวที่บอกว่าป้ละ ๒ ครั้ง ๓ ครั้งก็ควรจะทําได้ เราควรจะต้องลงทุนในเรื่องการศึกษา เรื่องสาธารณสุข ซึ่งเปึน โครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่มีการจัดตั้งขึ้นมาเปึน ๕ คณะที่ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน วันนี้ก็เดินหน้าในหลาย ๆ ส่วนครับ เรื่องคูปองคนจน ผมเรียนได้ว่าวันนี้แนวคิดเรื่องนี้ ผมได้มอบให้กับทางสภาพัฒน์ฯ ทางสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง สํานักงบประมาณ ได้ศึกษาเรื่องนี้ แน่นอนครับเราห่วงใยเรื่องเงินภาษีของประชาชน แล้วเราต้องการ ที่จะสามารถเข้าไปช่วยคนกลุ่มที่ยากจนที่สุด ยากไร้ที่สุด แล้วมีความต้องการมากที่สุด ในทางรัฐศาสตร์คนที่มีน้อยรัฐต้องให้มาก เพราะฉะนั้นวันนี้คงอยู่ที่คําถามเดียวกับที่ ท่านได้ถามซึ่งผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าใครคือคนจนที่สมควรได้รับ ที่เปึนอันดับแรก ๆ ในภาวะที่เรามีข้อจํากัดของเรื่องงบประมาณ วันนี้คงไม่ได้สามารถบอกได้ว่าเรามี งบประมาณไม่จํากัด เราคงจะต้องเลือกที่จะช่วยคนกลุ่มที่มีความจําเปึนอย่างยิ่งยวด มากที่สุดก่อน เพราะฉะนั้นคําตอบที่ผมให้กับ ๓ หน่วยงานไปคิดคือว่าใครคือคนจน ที่สมควรที่จะได้รับความช่วยเหลือในครั้งนี้ จะมีวิธีการที่จะหาคนจนเหล่านั้นได้อย่างไร แล้วการที่เขาจะสามารถใช้ จะเปึนคูปอง จะเปึนบัตรเติมเงิน หรือจะเปึนเงินสดก็เปึน เรื่องที่ต้องมานั่งถกกันดูว่าข้อดีข้อเสียคืออย่างไร แล้วสิ่งที่เขาควรจะได้ใช้ก็คือใช้เฉพาะ เรื่องอาหาร หรือถ้าเปึนคนจนในเมืองก็คืออาจจะมีเรื่องค่าเดินทางนิดหน่อยเท่านั้น วันนี้ยังไม่มีข้อสรุปครับ ผมต้องเรียนตรง ๆ ผู้สื่อข่าวพยายามถามผมหลายประการเรื่องนี้ ผมก็เรียนว่าผมยังพยายามไม่ไปตีกรอบอะไรทั้งสิ้น อยากให้หน่วยงานต่าง ๆ ได้มีโอกาส ศึกษาบทเรียนจากประเทศอื่น ๆ เพื่อที่จะได้สามารถหาบทสรุปที่ดีที่สุดสําหรับ ประเทศไทยครับ ผมคิดว่าประเด็นที่ได้ตอบมาครอบคลุมกว้าง ๆ ประเด็นในรายละเอียด เกี่ยวกับเรื่องคําถามของเฉพาะหน่วยงาน ถ้ามีโอกาสผมคงจะได้ตอบต่อไปภายหลังจาก ที่ท่านได้อภิปรายในเรื่องเศรษฐกิจครับ ขอบพระคุณครับ
ผมขอปรึกษาสักนิดนะครับ เนื่องจากว่าเวลาการอภิปรายขณะนี้เราอภิปรายได้ ๒ ท่านเท่านั้นเองครับ ๗ ท่าน ยังเหลืออีก ๕ ท่าน ผมอยากจะให้ฝ์ายท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้เคลียร์ (Clear) ด้วย ผมได้พิจารณาดูแล้ว แล้วได้ร้องขอต่อรัฐบาลท่านก็ได้เมตตาขยาย การประชุมการอภิปรายไม่ไว้วางใจไปอีกในวันพรุ่งนี้อีก ๑ วัน เพราะถ้าเราไม่อภิปราย ในวันพรุ่งนี้ก็ไม่ครบ แล้วก็บทบาทของสภาของเราก็ล้มเหลว เราก็ต้องทําให้มันถูกต้อง ส่วนในวันนี้กระผมคิดว่าถ้าสภาจะได้พิจารณาอีกสัก ๒ ท่านก็จะเปึนการดียิ่ง เพราะว่า ระยะเวลามันจะได้ วันพรุ่งนี้ก็จะได้เบาไปหน่อย ผมก็เรียนแจ้งให้ทราบนะครับ คุณสาทิตย์เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ก็เปึนไปตามที่มีการตกลงกับท่านประธานครับ ก็คือว่าคืนนี้จะพยายามไปเสร็จสิ้นกัน ตอนประมาณสักเที่ยงคืน แล้วก็จะพยายามอภิปรายในส่วนกระทรวงการคลังกับส่วน กระทรวงพาณิชย์จนกระทั่งจบในคืนนี้นะครับ ในวันพรุ่งนี้ ๐๙.๓๐ นาฬิกา ที่เราจะเริ่มกัน ก็จะเหลือ ๓ กระทรวง ก็คือในส่วนของกระทรวงคมนาคม กระทรวงยุติธรรม แล้วก็ป่ดท้าย ด้วยกระทรวงมหาดไทย ซึ่งในขณะนี้ตัวผู้อภิปรายก็มีความพยายามที่จะจัดการ ให้เรียบร้อยแล้วก็อยู่ในเวลา ผมคิดว่าถ้าในช่วงหลังเราอภิปรายโดยไม่มีการประท้วง กันมากนักก็คงจะราบรื่นแล้วก็คงจะได้ตามเวลาที่เราคาดหมายกัน ผมกังวลเรื่องเดียว เท่านั้นเองก็คือว่าวันพรุ่งนี้ที่จะเริ่มประชุมกัน ๐๙.๓๐ นาฬิกา ก็มีความเปึนห่วงกันว่า พวกเราจะมากันทันมากน้อยเพียงใด ก็ยังมีข้อเสนอจากบางฝ์ายก็บอกว่าเราอาจจะใช้ วิธีในการที่จะทําอย่างไรที่เหมือนกับพักการประชุมไปสัก ๕-๖ ชั่วโมงแล้วเราก็เริ่มกันต่อ ก็จะทําให้การดําเนินการอาจจะคล่องตัวขึ้นนะครับ แต่ก็เรียนว่าอันนี้ก็เปึนกรณีพิเศษที่เราจะทํากันเพราะว่าก็เปึนความจําเปึนของเวลาจริง ๆ เพราะฉะนั้นกระผมคิดว่าก็เดินตามที่ท่านประธานได้กรุณาแนะนําแล้วก็เปึนไปตาม ข้อตกลงของทั้ง ๒ ฝ์ายครับ
ถ้าอย่างนั้นในวันนี้ ก็ขอความกรุณาอย่างน้อยที่สุดให้จบกระทรวงพาณิชย์ ขอความกรุณานะครับ ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้จบ อย่างเราจะได้เบาบาง แล้วเราอาจจะ ประชุมจนถึงตีหนึ่งหรืออะไรในทํานองนี้เราก็เลื่อนการประชุม ไม่ใช่เอาแบบเมื่อเช้า เมื่อเช้าพอผมจะเป่ดประชุมท่านก็ค้านบอกไม่ครบองค์ประชุม ขอร้องได้ไหมครับ ผมก็อยากจะขอความกรุณา เชิญท่านหัวหน้าฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร เชื่อว่าไม่มีปัญหาในส่วนของกระทรวงการคลังกับกระทรวงพาณิชย์ ในคืนวันนี้ ซึ่งสัก ๒ ชั่วโมงโดยประมาณใช่ไหมครับ ก็ประมาณเที่ยงคืนอาจจะตีหนึ่ง ถ้าท่านประธานกรุณา ส่วนพรุ่งนี้ก็เก้าโมงครึ่ง ที่ลองปรึกษาก็คือว่าท่านประธานกรุณา ใช้คําว่า พักการประชุม แล้วให้กลับมาใหม่เก้าโมงครึ่ง ก็จะถือว่าเปึนการประชุมต่อเนื่อง จากวันนี้ไม่ต้องมีการลงชื่อใหม่
ก็ขอความกรุณา อย่าทักท้วงถือว่าได้รับปากรับคํากันในที่ประชุมแล้ว เสียผู้ใหญ่นะครับ กระผมก็ขอเชิญ ท่านกรณ์ครับ เอาสักเล็ก ๆ น้อย ๆ เพราะว่าระยะเวลาครับ
ท่านประธานครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช้เวลา ของสภามากนัก แต่เนื่องจากเมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้พูดถึง ความจริงใจของกระผมในการอภิปรายในวันนี้ต่อความสําคัญที่กระผมให้กับการแก้ไข ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน ปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาบ้านเมืองโดยรวม ผมก็พอเข้าใจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็คงจะต้องพูดอย่างนั้น แต่ผมขอเรียนว่าแม้แต่ในช่วงที่ผมไม่ได้อยู่ในตําแหน่งเนื่องจากมีการยุบสภาหรือมี การปฏิวัติก็ตามผมก็ได้ปฏิบัติหน้าที่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเรื่องของการติดตามคดีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการทุจริต แล้วผมก็อยากจะเรียนด้วยความเปึนห่วงว่าการที่ ท่านคิดว่าผมใช้เวลาอย่างไม่เปึนประโยชน์ในเรื่องของการอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องของ การทุจริตนั้นก็ส่อให้เห็นว่าท่านอาจจะไม่ให้ความสําคัญเพียงพอกับเรื่องเหล่านี้ และผลกระทบต่อเรื่องเหล่านี้ต่อภาพลักษณ์ของประเทศและการลงทุนของนักลงทุน ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งสุดท้ายก็ส่งผลอย่างปฏิเสธไม่ได้กับเศรษฐกิจของเรา ในส่วนของ ปตท. ที่ท่านได้อ้างว่าผมได้ทําการบ้านมาน้อยเกินไป ผมจะขอเรียนว่าไม่ได้เปึนเช่นนั้น ในส่วนที่ผมอภิปรายผมพูดชัดเจนถึงสัดส่วนการปันผลของทาง ปตท. ที่ผมได้อภิปรายว่า ปันผลในส่วนของเปอร์เซ็นต์ของกําไรน้อยเกินไป ผมได้เรียนท่านรัฐมนตรีว่าสัดส่วน การปันผลของ ปตท. นั้นจํากัดไว้ที่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของกําไร ซึ่งหมายถึงประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ในส่วนของกระทรวงการคลัง ผมไม่ได้พูดเรื่องของภาษีที่ทาง กระทรวงการคลังได้รับและผมก็ยังยืนยันว่า ปตท. ควรที่จะพิจารณาเพิ่มอัตราส่วน การจ่ายปันผลโดยเฉพาะปริมาณกําไรของ ปตท. ณ วันนี้สูงกว่าที่ ปตท. เคยคาดว่า จะได้ในอดีตมากนัก แล้วก็จากอํานาจผูกขาดของ ปตท. ท่านรัฐมนตรีคงเห็นตรงกับผมว่า ก็มีส่วนที่อาจจะทําให้ ปตท. นํากําไรสะสมนั้นไปใช้ในวิถีที่อาจจะไม่ดีกว่า ถ้า ปตท. นําเงินมาให้ท่านรัฐมนตรีได้มีโอกาสใช้ในการลดภาระประชาชน ผมจะขอเรียนด้วยว่า ในฐานะผู้ที่หากินมากับตลาดหุ้นเกือบ ๒๐ ป้ ผมให้ความสําคัญกับตลาดทุนต่อ การพัฒนาเศรษฐกิจไม่น้อยกว่าใคร แล้วก็ข้อเสนอทั้งหมดที่ผมมีเกี่ยวกับ ปตท. นั้น ผมเชื่อว่าสามารถที่จะจัดการได้โดยไม่กระทบต่อบรรยากาศการลงทุนแล้วในระยะยาว จะมีผลในเชิงบวกกับ ปตท. ด้วย ที่จะต้องมีความเข้มแข็งมากขึ้นจากการแข่งขันที่จะเกิด ถ้าท่านรัฐมนตรีได้ทําตามที่ผมได้เสนอแนะ ส่วนเรื่องอื่น ๆ ท่านได้พูดถึงเรื่องของการตัดสินใจในส่วนของมาตรการ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ผมไม่ได้หยิบยกเรื่องนั้นขึ้นมาอภิปราย เปึนเรื่องที่ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้นําเสนอในเชิงนโยบายก่อนที่ท่านจะพูดในเรื่องนี้เสียอีก เพราะฉะนั้นพวกเราเห็นด้วย อยู่แล้วนะครับ แล้วก็ได้เห็นแล้วว่าการยกเลิกมาตรการ ๓๐ เปอร์เซ็นต์นั้นไม่ได้ส่งผล ที่เลวร้ายอย่างที่หลาย ๆ คนคาดการณ์ไว้หรือว่าได้มีการขู่พวกเราที่มีหน้าที่กําหนด นโยบายเอาไว้ ส่วนเรื่องของการอ้างหลักฐานต่าง ๆ ผมขอเรียนท่านรัฐมนตรีว่าทุกอย่าง ที่ผมมานําเสนอวันนี้เปึนข้อเท็จจริง มีหลายเรื่องที่หลายคนฝากมา ยกตัวอย่างเมื่อวานนี้ ก็มีปัญหา ส่วนของกระทรวงการคลังที่คัดค้านเรื่องของการเสนอรายชื่อกรรมการผู้จัดการ ของธนาคารอีกธนาคารหนึ่งที่ทางฝ์ายเอกชนเสนอมา กระผมไปศึกษาดูแล้วก็ไม่เห็นว่า เปึนประเด็นที่เปึนปัญหาและผมมองด้วยซ้ําไปว่าเปึนกรณีที่ทางกระทรวงการคลัง ทําตามหน้าที่ในฐานะผู้ถือหุ้นของธนาคารแห่งนั้น ผมก็ไม่ได้หยิบยกมาอภิปรายท่าน แต่อย่างใด เรื่องที่ผมมีความกังวลมากที่สุดก็ยังเปึนเรื่องของดุลยพินิจของท่านในการ กําหนดคนในตําแหน่งต่าง ๆ เมื่อสักครู่ท่านได้อ้างว่าในส่วนของคณะกรรมการสรรหานั้น ท่านก็แต่งตั้งไปตามตําแหน่งตามที่กฎหมายกําหนด เช่น อดีตปลัดกระทรวง อดีตผู้ว่าการ แบงก์ชาติต่าง ๆ นานา ตรงนี้ผมคิดว่าไม่มีใครเถียง แต่คําถามก็ยังมีเหมือนเดิมครับว่า มีความจําเปึนอย่างไรหรือไม่ที่ท่านจะต้องเสนอบุคคลที่มีทั้งผลประโยชน์ทับซ้อน มีทั้งคดี ที่ติดอยู่กับตัว ท่านได้พูดถึงส่วนตัวของท่านเองที่ต้องคดีหวยบนดิน เช่นกับกรรมการ สรรหาท่านหนึ่งก็ต้องคดีเดียวกัน แต่ผมก็ไม่ได้หยิบยกกรณีของคดีนั้นในการอภิปราย ผมได้เน้นว่ามีอยู่ ๒ ท่านที่ท่านได้นําเสนอที่ต้องคดีทุจริตสถาบันการเงิน ซึ่งปฏิเสธ ไม่ได้ว่ามีผลเกี่ยวข้องกับตําแหน่งหน้าที่ในแง่ของการเปึนผู้สรรหากรรมการองค์กรกลาง อย่างเช่นธนาคารแห่งประเทศไทย และ ก.ล.ต. อย่างปฏิเสธไม่ได้นะครับ
แล้วสุดท้ายที่ท่านได้เรียนกับพวกเราว่า ท่านไม่เคยได้เหยียบเข้าไปเยี่ยม ก.ล.ต. เลย ก็เปึนบทพิสูจน์ของผมครับว่าท่านไม่ได้ใส่ใจต่อประเด็นกรณีที่ยังค้างคากันอยู่ แล้วก็เปึนต้นเหตุของวิกฤติการเมืองที่เรายังหาวิธีการแก้ไขกันไม่ได้ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปก็เกี่ยวกับ กระทรวงพาณิชย์กระมังครับ เชิญครับ
กระทรวงการคลังครับท่าน
เอากระทรวงการคลังต่อ ยังไม่จบนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ คาดว่าจะมีผู้อภิปรายอีก รวมทั้งผมด้วยเปึน ๒ ท่านครับ ของกระทรวงการคลัง
เหลืออีก ๒ ท่านนะครับ
ครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ
ยังไม่ได้พูดอะไรเลย ประท้วงแล้วคุณพิเชษฐ์ เชิญครับ ประท้วงเรื่องอะไร
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย ผมได้ขอเอกสาร ของท่านกรณ์ไว้เมื่อต้นชั่วโมง อย่างไรแล้วขอให้ท่านส่งต่อท่านประธานด้วยนะครับ แล้วก็ กรุณาเซ็นชื่อกํากับด้วย ขอบคุณครับ
ช่วยกรุณาส่งเอกสารที่รับปาก รับคํากันไว้นะคุณกรณ์ ช่วยส่งให้ด้วยนะครับ
กราบสวัสดีท่านประธาน. ที่เคารพครับ
อย่าเพิ่งพูด ผมยังไม่ได้สั่ง ให้พูดเลย เดี๋ยวนั่งลงก่อนแล้วก็ลุกขึ้นยกมือใหม่ เชิญพูดได้ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ จากการที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้อภิปรายสรุปไปแล้ว ผมคาดว่าน่าจะหมดประเด็นแล้วครับ ทราบว่ายังมีอีก ๒ ท่าน ผมอยากจะเรียนเสนอ ท่านประธานว่าน่าจะรวบรัดหน่อยครับ เพราะว่าวันนี้ ๙ ข้อที่ยื่นไม่ไว้วางใจ ทีแรกผมก็ เข้าใจว่าทางผู้บริหาร ท่านนายกรัฐมนตรีภาวะจิตบกพร่องหรืออะไรนี่ครับ ผมก็เลย ค่อนข้างจะสับสน วันนี้ประชุมมาทั้งวันรู้สึกว่าจะเปึนประเด็นที่อภิปรายรัฐบาลผิดยุค หรือเปล่าครับ หรือว่าฝ์ายค้านหลงยุค อันนี้ก็ต้องขอให้ที่ประชุมช่วยพิจารณาด้วยครับ
ขอความกรุณาฟังไปก่อน ได้ความรู้เอง ที่นี่ได้ทั้งความรู้ ได้ทั้งประสบการณ์ แล้วเปึนที่พูด เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สรรเสริญ สมะลาภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ พวกกระผมยื่นญัตติไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในเรื่องของ ความบกพร่องผิดพลาด แล้วก็ไม่เหมาะสมในการที่จะปฏิบัติหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ปัญหาต่าง ๆ ในเรื่องของเศรษฐกิจได้รุมเร้ามา แล้วหลายฝ์ายก็ได้มี ความเห็นที่ตรงกันว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องเปึนจุดเปลี่ยนอันสําคัญของระบบเศรษฐกิจไทย แต่ที่ผมต้องยื่นญัตติไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็เปึนเพราะว่า พวกเราทุกคนไม่มั่นใจว่าท่านจะรับมือและจะผลักดันการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ ให้เกิดขึ้นได้ตามสมประสงค์หรือไม่ ผมขอกราบเรียนท่านประธานด้วยความจริงใจครับว่า ที่จริงแล้วผมสังหรณ์ใจตั้งแต่แรกตั้งแต่ท่านมารับตําแหน่งใหม่ ๆ ท่านก็ให้สัมภาษณ์ ในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง แล้วผมก็เฝัาติดตามคําสัมภาษณ์และการทํางาน หรือแม้กระทั่ง การปาฐกถาของท่านมาโดยตลอด สิ่งที่ผมพบว่าท่านไม่ได้มีความรู้และความเข้าใจ ในสิ่งที่สําคัญที่สุดในเรื่องของเศรษฐกิจ นั่นก็คือโครงสร้างระบบเศรษฐกิจของประเทศ ทันทีที่ท่านรับตําแหน่งท่านให้สัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ผมต้องขออนุญาต อ่านครับ ทางเดียวที่จะทําให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้ก็คือส่งเสริมเศรษฐกิจในประเทศ เพราะการส่งออกเริ่มมีปัญหา ซึ่งการส่งเสริมเศรษฐกิจในประเทศทําได้โดยการส่งเสริม ให้มีการใช้เงินและส่งเสริมให้มีความเชื่อมั่นของการลงทุน ท่านยังพูดต่อครับ ปัญหา เศรษฐกิจไทยวันนี้เพราะว่าเราพึ่งพาการส่งออกสูงถึง ๗๓ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี หรือถ้าแปลเปึนไทยก็คือรายได้ของคนทั้งประเทศรวมกัน ในประเด็นนี้ที่จริงแล้วผมก็เคย พูดเตือนท่านในการแถลงเรื่องนโยบายของรัฐบาลไปครั้งหนึ่งแล้วว่า ขอให้ท่านทํา ความเข้าใจในเรื่องนี้เสียใหม่แต่ท่านก็ยังไม่หยุด ท่านพูดทีเดียวไม่เปึนไร ท่านพูดซ้ําแล้ว ซ้ําอีก ท่านไปพูดในงานบางกอก โพสต์ และที่ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเองเลยท่านพูดอีกครั้ง เมื่อสักครู่นี้ครับ ท่านพูดว่าส่งออกเปึน ๗๓ เปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือรายได้ของคนทั้งประเทศ ที่เหลือก็คือในเรื่องของการบริโภค การลงทุน และการใช้จ่าย ภาครัฐบาล ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผมคิดว่าท่านต้องเปลี่ยนติวเตอร์ (Tutor) ทางด้านเศรษฐกิจใหม่ เพราะว่าท่านรัฐมนตรี ท่านท่องสูตรทางด้านจีดีพีมาสูตรเดียว สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ผมต้องขอวิงวอนท่าน รบกวนท่านด้วยความจริงใจว่า ขอให้จดไว้แล้วก็ขอให้จําให้ขึ้นใจ ต่อไปท่านจะได้ไม่พูด ผิดอีก ทุกคนที่รู้ทางด้านเศรษฐกิจรู้กันเลยว่าองค์ประกอบของเศรษฐกิจไทยนั้น การบริโภคเปึนประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ การลงทุนของภาคเอกชน ๑๐ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ การใช้จ่ายภาครัฐหรือการใช้จ่าย งบประมาณอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ และที่เหลือครับ อีกประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ คือดุลบัญชีเดินสะพัด ในดุลบัญชีเดินสะพัดเปึนองค์ประกอบรวมกันของการส่งออก การนําเข้าและการโอนรายได้ระหว่างประเทศ ที่ท่านรัฐมนตรีพูดว่าส่งออกเปึน ๗๓ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีนั้นจริงครับ แต่ถ้าจะคิดมารวมกับจีดีพีเปึนผลรวมแล้ว ท่านจะต้องนํามาหักในเรื่องของการนําเข้าแล้วก็บวกการโอนรายได้เข้า แล้วก็หัก การโอนรายได้ออกอีกครั้งหนึ่ง สรุปออกมาก็ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ ของจีดีพี ท่านพูดว่าส่งออกเปึน ๗๓ ของจีดีพีอย่างเดียวไม่ได้ พูดโดด ๆ อย่างนั้นไม่ได้ครับ ต้องรวมทุกอย่างแล้วเปึนดุลบัญชีเดินสะพัดถึงจะเปึน ๑ ในองค์ประกอบของจีดีพี เพราะฉะนั้นที่ท่านบอกว่าส่งออกเปึน ๗๓ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีนั้นที่เหลือเปึนในเรื่องของ การบริโภคการลงทุนและการใช้จ่ายภาครัฐ นั่นเปึนความเข้าใจที่ผิด แล้วก็เปึน ความเข้าใจที่ผมคิดว่าท่านไม่มีความพร้อมตั้งแต่แรก ปัญหาเศรษฐกิจที่เราเผชิญอยู่ ทุกวันนี้ผมคิดว่ารัฐบาลก็รู้ดีอยู่ เพราะว่าผมก็ได้ไปดูในคําแถลงนโยบายของรัฐบาล เขาเขียนเอาไว้ครับว่าขณะนี้ประเทศไทยของเรากําลังเผชิญปัญหาในเรื่องของสินทรัพย์ ด้อยคุณภาพของอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอเมริกา แล้วอีกปัญหาหนึ่งที่เปึนปัญหาสําคัญ ก็คือราคาน้ํามัน ที่ผมบอกว่าสําคัญเพราะว่าราคาน้ํามันเปึนต้นเหตุของเงินเฟัอ เกือบทั้งหมด ที่จริงผมได้ไปตรวจสอบในคําแถลงนโยบายของท่าน ในเรื่องนี้ท่านก็ กําหนดไว้เปึนนโยบายเร่งด่วนในข้อ ๑.๔ พูดไว้ดังนี้ครับ ดําเนินมาตรการในการแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ดูแลเสถียรภาพของค่าเงินบาท ระดับราคาสินค้า อุปโภคบริโภค และที่สําคัญคือดูแลเสถียรภาพของราคาน้ํามัน ผมคิดว่าด้วยความที่ ท่านไม่เข้าใจในระบบเศรษฐกิจของเรา ผมไม่แปลกใจครับว่ามาตรการที่ท่านออกมา ต่าง ๆ นั้นสับสนในเรื่องของลําดับความสําคัญ เรื่องแรกในเรื่องของราคาพลังงาน ราคาพลังงานเปึนต้นเหตุของเงินเฟัอทั้งหมดนําไปสู่ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน อย่างกว้างขวาง ท่านบอกว่าท่านจะดูแลราคาพลังงานในวันแถลงนโยบาย แต่ผมมาดู มาตรการท่านแล้ว ท่านทําอะไรบ้างในฐานะที่ท่านเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เครื่องมือที่สําคัญที่ท่านมีอยู่แน่นอนที่สุดก็คือ ปตท. แต่ท่านไม่ใช้ ปตท. เปึนรัฐวิสาหกิจ เปึนหน่วยงานของรัฐตั้งมาด้วยเงินของภาษีประชาชนกําไรเปึนแสนล้านบาทต่อป้ครับ ท่านสักครู่อาจจะเปรียบเทียบกับบริษัทอื่นว่าเขามีกําไรมากกว่า เปรียบเสมือนว่าจะให้ พวกเราให้ความเห็นใจต่อ ปตท. แต่ท่านครับ เงินแสนล้านบาทต่อป้สําหรับคนไทย มันเปึนเงินที่สูง เปรียบได้กับ ๕ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณรายจ่ายทั้งหมดสูงมากเลย ทีเดียว พวกเราเสนอครับว่าถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องแปลงกําไรของ ปตท. มาในรูป ของการลดราคาพลังงานให้กับประชาชน ท่านได้พูดครับ เมื่อกี้ผมก็นั่งฟังท่านชี้แจงท่านบอกว่าท่านได้ใช้ ปตท. แทรกแซงราคา พลังงานแล้ว ผมก็ต้องเรียนถามต่อว่าท่านแทรกแซงอย่างไรในเมื่อความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนยังอยู่ และ ปตท. ก็ยังกําไรระดับ ๑ แสนล้านบาทต่อป้ จริง ๆ เรื่องนี้ ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็ท่านกรณ์ก็ได้อภิปรายแล้ว จริง ๆ ผมไม่อยาก พูดซ้ําหรอกครับ แต่ที่ผมต้องพูดอีกครั้งหนึ่งก็เพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้ชี้แจง เมื่อวานนี้ในลักษณะที่ว่าจะปูัยี่ปูัยํา ปตท. ให้ล้มละลายไปเลยเสียอย่างไร ผมเรียน ตามตรงครับ ผมได้ยินท่านนายกรัฐมนตรีพูดอย่างนั้นแล้วผมรู้สึกสลดใจ เพราะเรา ไม่คิดครับ เราไม่คิดว่าจะทําให้ ปตท. ล้มละลาย สิ่งที่เราเสนอก็เปึนเพียงแค่ขอให้ ปตท. คืนกําไรให้กับประชาชนบ้างในรูปแบบของการลดราคาพลังงาน และผมคิดว่านี่แหละ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงไปอย่างนั้นเปึนตัวอย่างของการจัดลําดับความสําคัญของ รัฐบาลชุดนี้ที่ผิดพลาดระหว่างประชาชนทั่วประเทศที่เดือดร้อนในเรื่องของราคาพลังงาน กับ ปตท. ที่กําไรเปึนแสนล้านบาทต่อป้ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าท่านเลือก ปตท. เมื่อวานนี้การจัดลําดับความสําคัญในการแก้ปัญหาต้องจัดให้ดีครับว่าใครเดือดร้อน มากกว่าใคร นอกเหนือจากปัญหาในเรื่องพลังงานแล้วเราลองมาดูกันต่อว่ารัฐบาลชุดนี้ ไม่ได้ทําอะไรบ้างใน ๔ เดือนที่ผ่านมา ปัญหาที่ร้ายแรงไม่แพ้กัน แล้วผมคิดว่าทุกท่าน ในที่นี้ก็ต้องยอมรับครับว่าเปึนปัญหาที่หมักหมมมานานก็คือในเรื่องของการกระจาย รายได้ คนจนที่สุดมีจํานวนมากระดับเปึน ๑๐ ล้านคน ถ้าคิดต่ํากว่าเส้นความยากจน ก็ระดับ ๖ ล้านคน คนพวกนี้มีรายได้เพียง ๕.๗ เปอร์เซ็นต์ของรายได้รวมของคน ทั้งประเทศ คนรวยที่สุดครับ จํานวนคนน้อยกลับมีรายได้เกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของคน ทั้งประเทศ แม้ว่าขณะนี้จะมีราคาสินค้าเกษตรมาช่วยพี่น้องเกษตรกร แต่ก็ต้องยอมรับว่า ปัญหานี้ยังคงอยู่ ทันทีที่ท่านเข้ามาบริหารงาน งานอย่างแรกและที่สําคัญที่สุด ที่ท่านควรจะทําก็คือท่านจะต้องช่วยคนจนที่จนที่สุดก่อน ผมขอย้ํานะครับ ท่านต้องช่วย คนจนที่จนที่สุดก่อน แล้วยิ่งตอนนี้ปัญหาสําคัญก็ยิ่งถาโถมกันมาก็คือปัญหาในเรื่องของ เงินเฟัอ เปึนที่น่าเสียดายว่าข้อเสนอของพรรคประชาธิปัตย์ในเรื่องของการจัดงบกลางป้ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ถูกปฏิเสธโดยสิ้นเชิง เรื่องนี้จริง ๆ ผมพร้อมท่านกรณ์ ท่านจุติ แล้วก็ ส.ส. อีก ๒ ท่าน คือท่านอรรถวิชช์ แล้วก็ท่านนราพัฒน์ เราไปยื่นข้อเสนอด้วย ตนเองว่าให้ตั้งงบประมาณกลางป้ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มีหลายโครงการในนั้นด้วยกัน มีทั้งในเรื่องของการเรียนฟรี ในเรื่องของเบี้ยอาสาสมัคร สาธารณสุขได้คนละ ๖๐๐ บาท ต่อเดือน ในเรื่องของการจัดตั้งกองทุนเศรษฐกิจพอเพียงและในเรื่องของเบี้ยคนชรา ๕๐๐ บาทต่อเดือน ที่เรากล้าเสนอแล้วเราไปถึงทําเนียบรัฐบาลนั้น เพราะเรามั่นใจครับ เรามั่นใจว่าเปึนมาตรการที่ดีมาก เพราะนอกจากจะเปึนการพัฒนาการสาธารณสุข และการศึกษาควบคู่ไปกับการช่วยเหลือคนจนแล้ว ยังเปึนมาตรการที่รั่วไหลน้อยมาก เราลองมาดูกันว่า ๔ เดือนที่ผ่านมารัฐบาลทําอะไรให้คนจนบ้าง ผมก็ได้สดับตรับฟังมา เมื่อไม่นานมานี้ก็เพิ่งเอ่ยกันว่าจะมีคูปองให้กับคนจน จริง ๆ แล้วท่านก็ได้ชี้แจงไป บ้างแล้วเมื่อสักครู่นี้ว่าได้ให้สภาพัฒน์ฯ เปึนผู้ดูแลจัดทํากรอบอยู่ว่าให้ใครให้เท่าไร แล้วเอาไว้ใช้ซื้ออะไรบ้าง แต่ผมมีคําถามและเปึนคําถามที่สําคัญมาก ก็คือว่า แล้วงบประมาณที่ใช้ในโครงการนี้ท่านจะเอามาจากไหนครับ ผมได้ไปดูในเอกสาร งบประมาณที่คาดว่าเราจะพิจารณากันอีก ๒ วันข้างหน้ายังหาไม่เจอครับว่าท่านตั้งไว้ ในส่วนไหน และที่สําคัญที่สุดงบประมาณนี้ก็จะเปึนตัวบ่งบอกชัดเจนว่าจริง ๆ แล้ว ท่านทําหรือไม่ ถ้าท่านมีงบประมาณตั้งไว้ในส่วนไหน ขอความกรุณาช่วยชี้แจงด้วยว่า ตั้งไว้เท่าไร เราจะได้รู้กันว่าท่านมีความจริงใจช่วยเหลือคนจนมากแค่ไหน เวลา ๔ เดือน ท่านไม่ช่วยคนจนแต่ท่านใช้เวลาไปทําให้ใคร ทันทีที่ท่านแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ก็มีมาตรการวันที่ ๔ มีนาคมออกมา ก็ดูมาตรการวันที่ ๔ มีนาคมตามแถลงการณ์ ของมติ ครม. แล้ว เปึนมาตรการที่ส่วนมากช่วยคนมีอันจะกินทั้งนั้น ผมไม่ได้บอกว่าไม่ดี ช่วยคนที่เดือดร้อนดีทั้งนั้น แต่การจัดลําดับความสําคัญควรจะมุ่งไปที่คนจนก่อน มาดูมาตรการวันที่ ๔ มีนาคม มีอะไรบ้าง วัตถุประสงค์เขียนไว้ฟังแล้วก็ดูดี กระตุ้น และฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ทางสังคม มีผู้ด้อยโอกาสทางสังคมมาด้วย เราก็ต้องมาดูกันว่าการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ทางสังคมนั้นได้มากน้อยเพียงใด มาตรการที่ท่านเน้นหนักก็คือมาตรการแรก มาตรการ ภาษีเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนและช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม มีหลายข้อ ด้วยกันทั้งหมด ๕ ข้อครับ
ข้อแรก ปรับเงินได้สุทธิที่ได้รับการยกเว้นทางภาษีเงินได้นิติบุคคลจากเดิม ๑ แสนบาท มาเปึน ๑๕๐,๐๐๐ บาท สรุปก็คือคนที่ได้ประโยชน์ตามมาตรการนี้ ก็คือคนที่มีเงินทั้งป้ ๑๐๐,๐๐๑–๑๕๐,๐๐๐ บาท ท่านไม่ได้พูดถึงคนจน เพราะคนจน ที่พวกเราพูดถึงกันนี้มีรายได้ไม่ถึง ๒๐,๐๐๐ บาทต่อป้
ข้อสอง ปรับเพิ่มวงเงินและยกเว้นการหักค่าลดหย่อนเบี้ยประกันภัย สําหรับการประกันชีวิต คนที่ได้ประโยชน์จากมาตรการนี้ก็คนที่มีการประกันชีวิตไม่ใช่คนจน
ข้อสาม ปรับเพิ่มวงเงินการหักค่าลดหย่อนได้เท่าที่จ่ายหรือเปึนค่าซื้อ หน่วยลงทุนในกองทุนรวมก็มีหลายกองทุนด้วยกัน แต่คนที่ได้ประโยชน์ก็คือคนที่ซื้อ หน่วยลงทุน ไม่ใช่คนจนอีก
ข้อสี่ ปรับเพิ่มวงเงินการหักลดค่าลดหย่อนได้เท่าที่จ่ายเปึนค่าซื้อหน่วยลงทุน ในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว คนได้ประโยชน์เปึนใครครับ ผู้ถือหุ้น คนที่ลงทุนในกองทุนรวม ระยะยาว ไม่ใช่คนจน
๔ ข้อที่ผ่านมานี้ไม่ใช่คนจน ทั้งหมดมี ๕ ข้อ มีข้อสุดท้ายเพียงข้อเดียว ที่เกี่ยวกับผู้ด้อยโอกาส หักการเพิ่มการหักค่าลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูคู่สมรส บิดา มารดา บุตรชอบด้วยกฎหมายหรือบุตรบุญธรรมของผู้มีเงินได้หรือคู่สมรส ซึ่งเปึน คนพิการ ข้อนี้คนพิการได้ครับ แต่ทั้งหมด ๕ ข้อ มี ๔ ข้อช่วยคนรวย มีข้อเดียวที่ช่วยผู้ด้อยโอกาส และคนที่ได้ก็คือ ผู้พิการเท่านั้น ยังมีหลายมาตรการที่ท่านออกมาในเรื่องของการลดภาษีก็จะเปึน ในเรื่องของมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนและวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม ผู้ที่ได้ประโยชน์ก็คือเอสเอ็มอีก็ไม่ใช่คนจนอีก ในเรื่องมาตรการภาษีกระตุ้น การลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย ดูในรายละเอียดแล้วก็เปึน ในเรื่องของช่วยบริษัท ยังไม่พอเท่านี้ครับ หลังจาก ๔ มีนาคม มาตรการที่ออกมา หลังจากนั้นก็คือวันที่ ๒๕ มีนาคม ในเรื่องของโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้าน แล้วก็ชุมชน หรือที่รัฐบาลชุดนี้เรียกว่า โครงการเอสเอ็มแอล ดูมาตรการแล้วก็ไม่ได้มี อะไรใหม่ โดยเฉพาะในเรื่องของตัวเงินก็ไม่ได้เปึนเงินใหม่อะไรเข้ามา เพราะส่วนใหญ่ ก็เปึนในเรื่องของการโยกงบประมาณจากโครงการอยู่ดีมีสุขจากรัฐบาลชุดที่แล้วมาไว้ ในโครงการนี้ ต่อมาคือวันที่ ๑ เมษายน ก็มีมาตรการในเรื่องของเงินทุนเพื่อประชาชน และเศรษฐกิจฐานรากก็ไม่ได้มีเงินงบประมาณใหม่ครับ เปึนในเรื่องของบูรณาการ มาตรการที่มีอยู่แล้วให้คล้องจองกันไม่ได้มีเงินใหม่อัดฉีดเข้ามา ส่วนมาตรการใน วันที่ ๒๒ เมษายน เรื่องมาตรการค่าลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนอสังหาริมทรัพย์ คนที่ได้ก็คือคนซื้อแล้วก็คนขายบ้าน ไม่เกี่ยวกับคนจนเลยครับ วันที่ ๑๓ พฤษภาคม มาอีกครับ มาตรการช่วยเหลือการครองชีพข้าราชการระดับต้น อันนี้ผมขอเรียนว่า เราเห็นด้วย แต่ว่าช้าเกินไป ก็เหมือนเดิมครับ ราชการระดับต้นก็ยังไม่ได้เข้าข่ายว่า เปึนคนที่จนที่สุดในประเทศ ๖ ล้านคนที่ผมได้พูดกล่าวถึง ส่วนในเรื่องของวันที่ ๓ มิถุนายน ก็เปึนในเรื่องของมาตรการการสนับสนุนการใช้น้ํามันอี ๘๕ ก็เปึนในเรื่องที่ ไม่เกี่ยวกับคนจน แต่เปึนในเรื่องที่จะสนับสนุนในเรื่องของพลังงานแล้วก็ยังมีเสียง วิพากษ์วิจารณ์จากบริษัทรถยนต์ที่พร้อมที่จะผลิตรถยนต์รุ่นนี้ออกมาว่ามาตรการต่าง ๆ ไม่จูงใจ ท่านรัฐมนตรีครับ ผมเข้าใจดีว่าเวลาของสภาค่อนข้างจะจํากัด แล้วก็ยังจะต้อง มีทีมของกระทรวงพาณิชย์เข้ามาอภิปราย ก็ขอใช้เวลาไม่นานนัก แต่ด้วยเหตุผลนี้ครับว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านไม่เข้าใจระบบของเศรษฐกิจโดยเฉพาะในเรื่อง ของโครงสร้างเศรษฐกิจ แล้วท่านไม่จัดลําดับความสําคัญของมาตรการให้ถูกต้อง โดยเฉพาะในเรื่องของท่านไม่ช่วยเหลือคนจนตลอด ๔ เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเปึนปัญหา ที่รุนแรงที่สุด พวกเราจึงไม่สามารถที่จะไว้วางใจท่านได้ ขอบคุณครับ
เชิญท่านพิเชษฐครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ กราบเรียน ท่านประธานว่าผมจะไม่ใช้เวลาเยอะเกินไป ผมได้รับมอบหมายให้เปึนคนอภิปราย คนสุดท้ายเกี่ยวกับกระทรวงการคลัง แล้วก็อยากจะฟังคําชี้แจงของท่านรัฐมนตรีและผู้อภิปรายทุกคน เพื่อผมจะได้ไม่ไปพูด ซ้ําซ้อนอะไรกับใครเพื่อเปึนการประหยัดเวลา ผมกราบเรียนว่ากับท่านรัฐมนตรี นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี โดยส่วนตัวเราก็รักในอัธยาศัยซึ่งกันและกัน อคติใด ๆ ไม่มีทั้งสิ้น ท่านทําหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังบริหารราชการแผ่นดิน วันนี้ผมทําหน้าที่ในฐานะฝ์ายค้านและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมรู้ดีว่าการที่ ถูกกล่าวหาว่าทุจริตคอร์รัปชันต่อบ้านเมืองต่อประชาชนไม่ว่าเปึนการทุจริตเพื่อตนเอง หรือเพื่อผู้อื่นเปึนข้อกล่าวหาที่รุนแรง เปึนข้อกล่าวหาที่อัปยศอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้น ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเที่ยวนี้เราถึงไม่ไปกล่าวหาใครเรื่องทุจริต แต่มีความจําเปึน บางประการที่เราจําเปึนที่จะต้องพูดถึงประสิทธิภาพ สมรรถภาพ ความสามารถในการ บริหารราชการแผ่นดินที่คิดว่ามีปัญหาอยู่ ท่านประธานที่เคารพ ผมขอเรียนในเบื้องต้นว่า ผมผูกพันกับกระทรวงการคลังมามากกว่า ๑๕ ป้แล้ว ผมไปอยู่ที่กระทรวงการคลังตั้งแต่ กันยายน ๒๕๓๕ จนถึงป้ ๒๕๓๘ ๒ ป้กว่า ๆ ดูหน่วยงานเกือบครึ่งของกระทรวงการคลัง ในฐานะเลขานุการของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ผมไป กระทรวงอีกครั้งหนึ่งในขณะที่เรามีวิกฤติเศรษฐกิจอย่างรุนแรงที่สุดของประเทศคือตั้งแต่ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ ถึงป้ ๒๕๔๔ ผมทราบดีว่าข้าราชการกระทรวงการคลังจะต้อง ทํางานหนัก จะต้องอดทน จะต้องเหนื่อยยาก และคนที่นั้นเปึนคนมีคุณภาพ ส่วนใหญ่ ข้าราชการเชื่อถือได้ แต่ในอดีตเรามักจะประสบปัญหาจากฝ์ายการเมืองที่ปราศจาก ธรรมาภิบาลแล้วก็การเมืองที่มีเจตนาที่ไม่ดี มีแสวงผลประโยชน์แอบแฝงเข้าไปอยู่ที่ กระทรวงการคลังโดยรัฐมนตรีที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ข้อสําคัญที่สุด การทุจริต การประพฤติมิชอบ ความเสียหายมักจะเกิดขึ้นในบอร์ดหรือคณะกรรมการในรัฐวิสาหกิจ ในหน่วยงานสําคัญ ๆ กระทรวงการคลังเปึนผู้ตั้งตัวแทนดูแลรัฐวิสาหกิจถึงในอดีต ๗๐ กว่าแห่ง เดี๋ยวนี้ก็ ๕๘ ๕๙ ๕๖ แห่ง ไม่แน่ใจ จะต้องมีตัวแทนส่วนหนึ่งที่ กระทรวงการคลังเปึนผู้แต่งตั้ง ข้อบกพร่องจากตรงนี้ ท่านสมาชิกจุติ ไกรฤกษ์ ท่านสมาชิกกรณ์ จาติกวณิช ได้กล่าวไปบ้างแล้ว ผมจะไม่กล่าวซ้ํา แต่เรียนว่านั่นแหละ คือภาพพจน์ของกระทรวงการคลังที่จะต้องตกต่ําเนื่องจากวุฒิภาวะหรือความจําเปึน ในการที่จะตั้งบุคลากรไปอยู่ที่นั่น คนที่ไปอยู่กระทรวงการคลังมือต้องสะอาด ต้องปราศจากเชื้อโรค เพราะกระทรวงการคลังจะต้องเกี่ยวข้องกับประเทศชาติทั้งประเทศ ทุกคนมุ่งหมายหวังกระทรวงการคลัง เขากล่าวกันว่าการบริหารราชการแผ่นดิน ถ้านายกรัฐมนตรีเปึนผู้บริหารหมายเลข ๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะเปึนผู้บริหารหมายเลข ๒ และหมายเลข ๓ ความสําคัญของท่านถึงในระดับนี้ แต่น่าเสียใจว่าไม่กี่ป้ที่ผ่านมา ๕ ๖ ๗ ป้ที่ผ่านมา ภาพพจน์ของกระทรวงการคลังตกต่ําไปมาก ความเชื่อถือของกระทรวงการคลัง ลดน้อยลงไปมาก และคนประณาม ประจาน ท้วงติงกระทรวงการคลังด้วยปัญหา หลาย ๆ เรื่องสารพัด เมื่อ ๒ ป้ที่แล้วขณะที่ม็อบพันธมิตร ๕๐๐-๖๐๐ คนไปชุมนุมกัน อยู่ที่กระทรวงการคลัง ขณะที่แกนนํากําลังกล่าวด้วยถ้อยคํารุนแรงต่อกระทรวงการคลัง ประณาม กระทรวงการคลัง ท้วงติง กล่าวหาหลาย ๆ เรื่อง ข้าราชการผู้หญิงในระดับซี ๙ ซี ๑๐ ของกระทรวงการคลังบางคนโทรศัพท์มาหาผมพร้อมกับร้องไห้เสียงสะอึกสะอื้นว่า อัปยศสิ้นดี ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้กระทรวงการคลังเราจะตกต่ําถึงขนาดนี้ แล้วจู่ ๆ ก็ล้อม กระทรวงถูกเขาก่นด่า ถูกเขาประจาน และที่น่าเสียใจที่สุดคือที่เขาพูดถูกหมดเลย ที่เขาพูดเปึนความจริงทั้งสิ้น วันนี้ขณะนี้กระทรวงเราตกต่ําไปแล้วจนขณะนี้ ก็หวังว่า วันหนึ่งเรามีรัฐบาลใหม่ มีท่านรัฐมนตรีไปอยู่ที่นั่นคาดหวังว่าจะดีขึ้น แต่พอเปลี่ยนแปลง รัฐบาลมาไม่กี่วัน วันนี้ว้าเหว่สิ้นดี หมายเลข ๑ ของประเทศไทยนายกรัฐมนตรีถูกล้อม ทําเนียบ ม็อบหน้าทําเนียบชุมนุมกันอยู่เปึนเดือน ๆ กระทรวงการต่างประเทศถูกม็อบ ไปล้อมประจานด้วยสารพัดภาษานานาชาติไปทั่วโลก และวันนี้ที่กระทรวงการคลัง ของท่านรัฐมนตรีผมต้องผ่านทุกวันไม่เคยว่างเว้นม็อบที่ตรงนั้นเลย ธงทิวสารพัดสี ยึดกระทรวงการคลังเรามากี่เดือนมาแล้วและที่นั่นม็อบคนจน ม็อบเกษตรกร ม็อบคนพิการ ม็อบหนี้ชาวนา หนี้สินเกษตรกรสับเปลี่ยนกันหมุนเวียน ๕ เดือนที่ผ่านมา กระทรวงการคลังยังแก้ไม่ได้เลยสักเรื่องหนึ่ง และมีแต่รุนแรงขึ้นทุกวัน ๆ ผมเรียนว่า ด้วยความผูกพันดังกล่าวผมอยู่กระทรวงการคลังรวมทั้งสิ้น ๖ ป้กว่า ตั้งแต่ข้าราชการ ซี ๑๐ ซี ๙ อธิบดี รองปลัด ผู้ตรวจราชการหลาย ๆ คนยังเปึนเพียงข้าราชการซี ๖ ซี ๗ ซี ๘ เมื่อสมัยเปึนรัฐมนตรีท่านรัฐมนตรีว่าการมอบหมายให้ผมดูแลงานบริหารบุคคล ผมเปึนคนแต่งตั้งข้าราชการระดับ ๑๐ ที่นั่นมาเกือบ ๒๐ คน เกือบ ๒๐ ตําแหน่ง ผมทราบดีคนเหล่านี้เขาว้าเหว่แล้วก็ทุกข์เหลือเกินในช่วงหลายป้ที่ผ่านมา ปัญหา การขาดธรรมาภิบาล ผมเคยเขียนบทความในหนังสือพิมพ์บางครั้งว่าใครก็ตาม โปรดคืนระบบคุณธรรมให้เขาเถอะ ใน ๔-๕ ป้ที่ผ่านมาการแต่งตั้งที่โยกย้าย ที่กระทรวงการคลังมีการดูว่าคนของใคร มีการล้างแค้นกันหรือเปล่า บางคนไม่มีโอกาส ที่จะเติบโตเลยจนกระทั่งในรัฐบาลที่ผ่านมาผมเคยปรึกษาไปยังรัฐมนตรีว่าการที่นั่นว่า คนบางคน ป่ยพันธุ์ นิมมานเหมินท์ ข้าราชการที่ดี ที่ซื่อสัตย์ ที่สุจริต ที่ตั้งใจ เขามีความผิด เพียงแค่นามสกุลนิมานเหมินท์ ทําไมเขาต้องถูกดองอยู่ที่นั่นตั้งหลาย ๆ ป้ ป้ที่แล้วรัฐบาล ชุดที่แล้วจะมาจากการปฏิวัติหรืออะไรก็ตาม ได้รับการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น การสับเปลี่ยน โยกย้ายบางอย่างที่ดีขึ้น แต่ใน ๓ ๔ ๕ เดือนที่ผ่านมาท่านรัฐมนตรียังไม่เห็นอะไรที่ว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงว่าที่มันสับผิดที่ผิดทาง ที่มันมาด้วยอํานาจที่ไม่ถูกต้อบางอย่าง ที่ถูกกีดกันถูกดองเอาไว้ด้วยความรู้สึกบางอย่าง ท่านว่าจะแก้ไขบุคลากรของ กระทรวงการคลังเหล่านี้ให้ได้เกิด ให้ถูกต้อง ให้คืนระบบคุณธรรมสู่กระทรวงการคลัง ของเราเสียที เราเดินเข้าออกพระบรมรูปพระพุทธเจ้าหลวง เรากราบไหว้ เราบูชา เรารู้ว่า ๑๒๐ กว่าป้ในการก่อตั้งกระทรวงการคลังไม่เคยมียุคไหนเลยที่ตกต่ําเท่ากับยุคนี้ ไม่เคยมี ยุคไหนเลยที่ความเชื่อถือต่าง ๆ ที่จะตกมากกว่ายุคนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมจะขอคุยกับท่านรัฐมนตรีไม่ใช่ในฐานะอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ไม่ใช่อดีตประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง และสถาบันการเงิน ไม่ใช่อดีต คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณมาแล้ว ๑๓ สมัย แต่ผมจะคุยกับท่านรัฐมนตรีในฐานะผู้แทนราษฎรตัวแทนความทุกข์ของประชาชน ๔-๕ เดือนที่ผ่านมาครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านบอกว่าทํางานกันเต็มที่สามทุ่มสี่ทุ่ม สุดความสามารถ จริงครับข้าราชการที่นั่น เมื่อสมัยพวกผมอยู่ป้ ๒๕๔๑ ป้ ๒๕๔๒ ป้ ๒๕๔๓ พวกผมทํางานไม่ใช่สามทุ่มสี่ทุ่มครับ พวกผมทํางานถึงตีสามตีสี่ สัปดาห์ละ หลาย ๆ วัน เคยประชุมข้าราชการตั้งแต่อาหารเย็นจนไปถึงอาหารเช้าอยู่ที่นั่นเพื่อแก้ไข ปัญหาประเทศชาติ แต่ที่น่าห่วงก็คือเมื่อท่านบอกว่าทํางานเต็มที่แล้วมันยังเปึนอยู่อย่างนี้ ตั้งแต่มกราคมหลังเลือกตั้ง มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน พฤษภาคม มิถุนายน อะไรดีขึ้นบ้างประเทศชาติ ขอประทานอภัยผมจะไม่ก้าวก่ายท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ แต่วันนี้ประชาชนเดือดร้อนกันทั้งประเทศ วันนี้รัฐบาลนี้ และกระทรวงการคลังในยุคนี้ช่วงเวลา ๕ ๖ ๗ เดือนที่ผ่านมานี้ สอนให้คนไทยรู้จัก รูปธรรมของสํานวนไทยที่ว่าข้าวยากหมากแพง สอนให้คนไทยรู้จักรูปธรรมของคําว่า ความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า วันนี้คนจนยิ่งจนลง หนี้สินเพิ่มขึ้น ภาระลําบากขึ้น ประชาชนเปึนทุกข์จริง ๆ เปึนทุกข์ในทุกกลุ่มอาชีพ ไม่ว่าภาคการผลิต ภาคการค้า ภาคบริการ ไม่ว่าผู้ประกอบการ และไม่ว่าคนในระดับสูง คนในระดับกลาง คนรายได้น้อย รายได้ต่ํา ลําบากครับ ค่าครองชีพเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว คนที่เคยอยู่ด้วยรายได้เดือนหนึ่ง ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ บาท เดี๋ยวนี้อยู่ไม่ได้แล้วครับถ้าไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ บาท ทุกอย่างแพงขึ้น เกือบเท่าตัว แต่ค่าแรงคนงานขั้นต่ําบางจังหวัดเพิ่มแค่วันละ ๒ บาท เดือนละ ๖๐ บาท ประชาชนมีทุกข์จริง ๆ ข้าวยากหมากแพงจริง ๆ ครับ อาหารทุกอย่างแพงขึ้น หมวดบริการ ทุกอย่างแพงขึ้น ค่าพาหนะ ค่าขนส่ง ค่ารถแพงขึ้นในเพียงช่วงแค่ ๕ เดือน ตัวอย่าง หนังสือของสภาเองครับ ข้าวสารที่เปึนข้าวหอมมะลิบรรจุถุง ๑๕ กิโลกรัม จากที่เคยถุงละ หรือเรียกว่าถังละ ๒๐๐ กว่าบาท ขึ้นมาเปึน ๓๔๕ บาท ๓๕๕ บาท ๓๖๓ บาท ๔๖๓ บาท และเมื่อเดือนพฤษภาคม ๕๓๑ บาท ข้าวสาร ๑ ถัง ๑๕ กิโลกรัม ข้าวสาร สําหรับคนจนเคยถังละ ๑๐๐ กว่าบาท อย่างสูง ๒๐๐ บาท วันนี้ ๓๐๐ กว่าบาท ค่ารถเมล์ ค่าเรือ ค่าสารพัดทั้งหมดแพงขึ้นมาหมด อยากทราบว่า ๕-๖ เดือนนี้ กระทรวงการคลังทําอะไรบ้าง จริงอยู่ผมไม่อยากให้เราพูดถึงสํานวนไทยคําว่า โยนกลอง หรือคําว่า โทษป้ืโทษกลอง แต่ว่าเปึนหน้าที่ของกระทรวงการคลังในสิ่งเหล่านี้หลาย ๆ เรื่อง เมื่อกี้นี้มีสมาชิกพูดถึงเรื่องปัญหาคนจน ผมเรียนว่าม็อบคนจนที่กระทรวงการคลัง ๕ เดือนที่ผ่านมานอกจากความคิดแต่เรื่องมอมเมาด้วยการแจกแล้วแจกอีก คิดแจก คูปอง กระทรวงการคลังมีมาตรการอะไรที่ช่วยเหลือคนจนเปึนรูปธรรม และคิดว่า จะสัมฤทธิผล ณ วันนี้หรือวันหน้าบ้างไหม หนี้สินเกษตรกร กองทุนเพื่อการฟุ๋นฟูเกษตรกร พลิกดูงบประมาณแล้วว้าเหว่ ป้นี้กลุ่มกองทุนไม่มีงบประมาณเพิ่มเลยนอกจากค่าบริหาร เพียงแค่ไม่กี่ร้อยล้านบาท ไม่มีเงินสมทบเลย บทบาทของ ธ.ก.ส. เมื่อสมัยที่ผมเปึน ประธานกรรมการ ธ.ก.ส. หนี้โคนม โคเนื้อ หนี้หม่อนไหม หนี้มะม่วงหิมพานต์ ไผ่ตง ออกดอกทั้งหมด ผมจัดการได้เกือบหมด อยากทราบว่า ๕-๖ เดือนที่ผ่านมา กระทรวงการคลังทําอะไรบ้างกับหนี้เหล่านี้ ทั้งหมดจะมาถึงคําพูดของท่านสมาชิกจุติ ไกรฤกษ์ จะบอกว่าท่านทําผิดอะไรไม่ได้ ท่านบกพร่องในเรื่องการกระทําอะไรไม่ได้ เพราะจนบัดนี้ท่านแทบจะไม่ได้ทําอะไรที่เปึนรูปธรรมที่มีผลเลย ท่านประธานที่เคารพ ท่านดูตลาดหลักทรัพย์ ท่านดูธนาคาร ท่านดูอะไร อยากให้ ท่านชายตาลงมาดูคนจนสักนิดหนึ่ง อยากให้ดูภาคเกษตรกรสักนิดหนึ่ง ปุิยแพง จากอดีต ที่เคยตันละ ๓,๐๐๐ กว่าบาท วันนี้ ๑๒,๐๐๐-๑๓,๐๐๐ บาท ๕ เดือนที่ผ่านมานอกจาก ภาระของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มะงุมมะงาหราไปตามเรื่อง กระทรวงการคลัง มีมาตรการอะไรที่ช่วยเรื่องปุิยบ้าง อุปกรณ์การเกษตรทุกอย่าง ยาปราบศัตรูพืช ปุิยเคมี พันธุ์ทุกอย่างแพง ต้นทุนแพงทุกอย่าง วันนี้ทําไมต้องมีม็อบเงาะ ลางสาด มังคุด ม็อบกะหล่ําปลี จนกระทั่งถึงแทบจะม็อบผักชีเข้าไปแล้วเพราะอะไร พืชผล ผลไม้ อย่าง ๕ เดือนที่ผ่านมากระทรวงการคลังทําอะไรบ้าง วันนี้ปัญหาหอมแดง ปัญหา กระเทียม ปัญหาผลไม้ ปัญหาแอปเปุ่ลจากจีนที่ทะลักเข้ามา ท่านอาจจะโยนกลอง ไปอีกว่าเพราะข้อตกลงเอฟทีเอ (FTA) ๕ เดือนที่ผ่านมาเคยคิดอะไรที่จะแก้ไขปัญหา เจรจากับจีนในการแก้ไขปัญหาเอฟทีเอบ้าง ไม่เคยมีครับ ๕ เดือนที่ผ่านมาเคยมี มาตรการอะไรที่แก้ไขปัญหาผู้ส่งออกผลไม้ไทยว่า นอกจากข้อตกลงในเรื่องภาษี น็อน ทาริฟ (Non tariff) ข้อตกลงที่ไม่ใช่ภาษีส่งสินค้าส่งผลไม้ไปจีนถูกกักกันด้วยวิธีการ ต่าง ๆ สารพัดจนของบูดของเน่าของเสีย กระทรวงการคลังแก้ไขอะไรบ้าง สินค้าของเขา ที่นําเข้าจากชายแดนภาคเหนือเพียงแค่วันเดียวทะลุมาถึงกรุงเทพฯ ไปถึงหาดใหญ่ กระจายไปทั่วประเทศไทย แต่สินค้าของไทยทําไมเงาะไม่มีราคา มังคุดไม่มีราคา ทุเรียน ราคาตก สารพัดผลไม้ของเราที่ส่งจีนโดนกีดกันสารพัดด้วยสิ่งที่เรียกว่าน็อน ทาริฟ การกีดกันอ้างสารพัดอย่าง ถึงแม้ไม่มีภาษี กระทรวงการคลังไม่ได้ทําอะไรเลย ใน ๕-๖ เดือน แทบจะไม่ได้ทําอะไรเลย ท่านประธานที่เคารพ จะพูดถึงเรื่องปัญหาดอกเบี้ย นโยบายดอกเบี้ย วันนี้ข้าราชการที่เกษียณ คนที่ทํามาหากินมาตลอดชีวิต เมื่อเกษียณ อายุราชการออกมามีเงินสักล้าน ๒ ล้าน ๓ ล้านบาทฝากธนาคาร เมื่อก่อนดอกเบี้ย เคยเก็บร้อยละ ๗ ร้อยละ ๘ ดอกเบี้ย ๒ ตัว ป้หนึ่งได้เงินสักแสน ครึ่งแสนพอเลี้ยงตน พอส่งลูกเรียนหนังสือ พอเลี้ยงครอบครัวได้ วันนี้อัตราดอกเบี้ยมาเหลือแค่ ๑ แค่ ๒ กระทรวงการคลังทําอะไรบ้างเพื่อคนเหล่านี้ ท่านยังไม่ได้ทําอะไรเลย ปัญหาเวลานี้ ผู้ประกอบการทางภาคก่อสร้าง ทางภาคขนส่ง รถเมล์ขึ้นราคา คนจนเดือดร้อน ยิ่งจนอยู่แล้วยิ่งเดือดร้อน แทนที่จะคิดเพิ่มรายได้ลดปัญหาความเดือดร้อนของเขา ท่านกลับคิดจะขายรถเมล์ซื้อรถใหม่ ๖,๐๐๐ คัน และรถใหม่ ๖,๐๐๐ คันนี้เลิกรถร้อน รถแดง เลิกรถราคาถูกเพื่อจะเปึนรถแอร์ (Air) คนละ ๑๕ บาท ๒๐ บาท ๓๐ บาท นั่นเพิ่ม ภาระคนจน คนจนไม่มีทางเลือกเลยต่อไปนี้ นี่คือค่าครองชีพ บอกว่าซื้อรถเมล์เปึนเรื่อง ของกระทรวงคมนาคม จริงอยู่แต่ท่านรัฐมนตรีเปึนประธานกรรมการคณะกรรมการนโยบายหนี้ ท่านเปึนคนดูเพดานหนี้ รัฐวิสาหกิจใครกําหนดหนี้อะไรแค่ไหน ท่านจะต้องช่วย ท่านมี อํานาจที่จะอนุมัติกําหนดเพดานหนี้ด้วยสํานักหนี้ของเรา แต่สิ่งเหล่านี้ท่านไม่ได้ทําหรอก เพราะฉะนั้นไม่อยากให้มีสํานวนไทยไปอีกคําหนึ่งคําว่า มะงุมมะงาหรา แปลว่า เดินป์า และกระทรวงการคลังบางครั้งวันนี้อยากขยัน แต่ขยันเดินป์ามะงุมมะงาหราอยู่หลายเรื่อง จริง ๆ เกี่ยวกับชีวิตคนจนจริง ๆ กระทรวงการคลังแทบจะไม่ได้ทําอะไรเลย ท่านประธานที่เคารพ หลายเรื่องเพื่อนสมาชิกได้มีการพูดไปแล้ว ปัญหาระหว่าง กระทรวงการคลังที่ดูแลตลาดทุนและนโยบายคลัง กับปัญหาธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ดูแลนโยบายการเงิน ดูแลดอกเบี้ย ดูแลเงินเฟัอ ดูแลอัตราแลกเปลี่ยน มันจะต้องมี ความสัมพันธ์ใกล้ชิด ความเข้าอกเข้าใจที่ดี นอกจากสิ่งที่ท่านบอกว่าท่านทําลับ ๆ ท่านจะต้องให้สังคมรู้ด้วยว่าวันนี้กระทรวงการคลังกับธนาคารแห่งประเทศไทย มีความเข้าใจที่ดี กองทุนเพื่อการฟุ๋นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน หรือเอฟไอดีเอฟ (FIDF) ของเรา เคยมีบาดแผลจากการเข้าไปอุ้ม ๕๖ สถาบันการเงิน บาดแผลสารพัด สะสมหนี้สินเอาไว้ตั้งเกือบล้านล้านบาท แล้วเปึนปัญหาที่ถ่วงธนาคารแห่งประเทศไทย อยู่ขณะนี้ กระทรวงการคลังช่วยอะไรเขาบ้าง แต่กลับกลายเปึนว่าวันนี้กองทุนเพื่อ การฟุ๋นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินกําลังจะต้องมาขายหุ้น ขายทรัพย์สิน และทรัพย์สินของกองทุนฟุ๋นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินที่ขายเข้ามากลับปรากฏ มีปัญหาที่ดินรัชดาว่าเอาที่ดินของกองทุนฟุ๋นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินมาขาย แล้วมีปัญหาเปึนคดีว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน และปัญหาที่ขายว่าราคาถูกเกินไป ท่านบอกมีออกมาตรการการคลัง มาตรการภาษี ของเก่าทั้งนั้นล่ะครับ พวกผมทํามาแล้ว ทั้งนั้นล่ะครับ ไม่ว่าช่วยอสังหาริมทรัพย์ ลดค่าโอนจาก ๑ บาทมาเปึน ๑ สตางค์ อะไรสารพัด ช่วยเหลือภาษีต่าง ๆ แต่ท่านมองภาษีในขณะที่กระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ท่านไม่ได้มองในเชิงบรรเทาผลกระทบสังคมเลย ท่านมีนโยบายอะไรทางการคลัง บรรเทาผลกระทบสังคมบ้างนอกจากที่เมื่อกี้ท่านสมาชิกดอกเตอร์สรรเสริญพูดประโยคว่า ท่านทําเพื่อตลาดเงิน ทําเพื่อคนรวยทั้งหมด แต่คนจนมีอะไรบ้าง นอกจากกําลังจะแจก คูปองหาเสียง แต่ก็ยังกําหนดมาตรการหาว่าใครคือคนจนอย่างไรยังหาไม่ได้ แต่คนจน ที่ลําบากกว่านั้น จนแล้วแก่ด้วย กองทุนเงินเบี้ยยังชีพคนชราท่านจะทําอย่างไร พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องไปคนยิ่งจนและคนชราที่ขาดไร้ผู้อุปการะ คนชราที่ขาดไร้ ผู้อุปการะมะงุมมะงาหราช่วยตัวเองอยู่รอดไปวัน ๆ ปรากฏตามข่าว ตามทีวี พ่อเฒ่า แม่เฒ่าอายุ ๘๐ ป้ ตาบอดแถมยังต้องหุงข้าวเลี้ยงตัวเองอย่างนี้ กระทรวงการคลังดูแล เรื่องเบี้ยยังชีพคนชรา งบประมาณไม่เห็นเลย ผมเคยทําจากที่ขึ้นทะเบียนไว้ ๘๐,๐๐๐ กว่าคน ขึ้นมาจน ๔ แสนคน ขึ้นมาจน ๖ แสนคน และช่วยไปแล้วตั้ง ๔ แสนคน แต่ไม่มีอะไรคืบหน้าเลยใน ๗ ป้ของรัฐบาลที่ผ่านมา ประทานโทษ ผมไม่เอ่ยว่ารัฐบาลใคร พรรคไหน อย่างไร แต่ไม่ได้ช่วยเหลือเขาเลย ท่านประธานทราบดีครับ ในที่ประชุม งบประมาณเรานั่งกันอยู่ เราพูดถึงเบี้ยยังชีพคนชรา ๖-๗ ป้ไม่ได้กระเตื้อง แต่คนแก่คนจน ที่ควรจะได้รับการช่วยเหลือเพราะขาดไร้ผู้อุปการะกลับโอนภาระหน้าที่อันนี้ไปให้ กับท้องถิ่น และท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้งต้องหาเสียง คนแก่ที่มีลูกหลานเยอะ ๆ มีเสียงเยอะ ๆ ได้ แต่คนแก่ที่เจ็บป์วย คนแก่ที่หัวเดียวกระเทียมลีบอยู่ที่บ้านไม่ได้ สิ่งเหล่านี้กระทรวงการคลังไม่ได้ปรับปรุง กระทรวงการคลังไม่ได้ดูแลเลย ถ้าท่านรัฐมนตรี ไม่ว่าง ก็ท่านรัฐมนตรีประดิษฐ์หรือใครสักคนช่วยมาดูแลงบประมาณในเรื่องเหล่านี้ วันนี้เรามีปัญหาในเรื่องงบประมาณรายรับ เรามีปัญหาในเรื่องรายรับในการที่จะต้อง กระตุ้นเศรษฐกิจในเรื่องงบดุลลงทุนต่าง ๆ ที่จะต้องเข้าเกณฑ์ แต่งบประมาณรายรับ ของเราแทนที่เราจะไปเพิ่มสมรรถภาพหรือดูแลเรื่องการจัดเก็บภาษีทุกอย่างให้ดี ท่านตั้งงบขาดดุลทุกป้ด้วยการกู้ วันนี้ปัญหาการกู้เงินหมักหมมกันมา ๖-๗ ป้ ตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๕ จนวันนี้มันส่งพิษสงมาแล้วล่ะครับ จากป้ ๒๕๔๕ จนถึงงบประมาณป้ ๒๕๕๒ ที่กําลังเข้าสภา ป้ ๒๕๔๕ กู้ ๒ แสนล้านบาท ป้ ๒๕๔๖ ๑๗๔,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๗ ๙๙,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๐ ๑๔๖,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๑ ๑๖๕,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๒ ๒๔๙,๕๐๐ ล้านบาท ป้นี้ท่านจะตั้งงบเกินดุลถึง ๒๔๙,๐๐๐ ล้านบาท เกือบ ๓ แสนล้านบาท โดยใช้เงินกู้ ส่งผลอย่างไรทุกป้ท่านมีงบเงินกู้ด้วย ท่านมีคืนเงินกู้และดอกเบี้ยด้วย คืนเงินกู้และ ดอกเบี้ยจากป้ ๒๕๔๕ ป้หนึ่ง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๔,๐๐๐ ล้านบาท อย่างสูง เพิ่มมาวันนี้ป้นี้ดอกเบี้ยและเงินกู้ ๖๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๖๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท จากหนี้ที่กู้มาทั้งหมด ๑,๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ส่วนที่คืนแค่ ๓ แสนล้านบาท วันนี้ประเทศชาติบ้านเมืองมีหนี้จาก ๖-๗ ป้ที่ผ่านมา สั่งสมออกมาแล้ว เกือบ ๑ ล้านล้านบาท และมันจะส่งผลคืนมาด้วยภาระดอกเบี้ยและต้นเงินที่จะคืน และจะมาเบียดบังงบประมาณต่อไปทุกป้ ๆ จากนี้ต่อไป และมันจะเพิ่มไปถึงป้ละ แสนล้านบาท ป้นี้ท่านตั้งเอาไว้ชดใช้เงินกู้และดอกเบี้ย ๖๓,๐๐๐ ล้านบาท คืออะไรครับ คือถนนลาดยางในชนบท ๒๐,๐๐๐ กิโลเมตร วันนี้ท่านไปเกี่ยวข้องอยู่ในพรรคการเมือง สมัยนั้นท่านตั้งกองทุนหมู่บ้าน ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านก็พูดกันว่ามันดี อะไรต่ออะไร เชียร์กัน วันนี้ท่านเปึนรัฐมนตรีได้มาดูเองหรือยังว่า ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เท่ากับถนนเกือบ ๔๐,๐๐๐ กิโลเมตร วันนี้ได้อานิสงส์อะไรขึ้นมา เงินมันไปอยู่ที่ไหนแทบจะไม่มี เหลือแต่ ตัวเลขบัญชีที่หมุนเวียนกันอยู่ ๔ เดือนที่ผ่านมา ท่านแก้ไขปัญหาตรงนี้อย่างไร ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท กู้จากธนาคารออมสิน และเปึนภาระงบประมาณที่ต้องตั้งคืนเงิน ป้ละ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท และดอกเบี้ยตกเข้าไปป้ละ ๑๒,๐๐๐ กว่าล้านบาททุกป้ เดี๋ยวนี้แก้ไขอะไรบ้างหรือเปล่า หรือยังเอา ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท มาเบียดบังงบประมาณ รายรับของประเทศอยู่และมาเพิ่มเงินกู้ แทนที่ท่านจะคิดเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) เผื่อคนจน เผื่อคนลําบาก เผื่อคนชนบท ท่านไปพูดถึงรถเมล์สายอะไรต่าง ๆ รถตรงโน้น ๓ แสนล้านบาท ตรงนี้ ๔ แสนล้านบาท ตรงนั้น ๕ ล้านล้านบาท พูดกันแล้วกี่ล้านล้านบาท หวังว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจ ท่านมีเมกะโปรเจกต์เพื่อคนจนสักโครงการบ้างหรือเปล่าว่า ท่านจะดูแลถนนลาดยางหมดทั่วประเทศ สัก ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อถนนสัก ๒๐,๐๐๐ กิโลเมตรทั่วประเทศ เพื่อต่อไปชนบทไม่มีถนนลาดยาง ท่านมีเมกะโปรเจกต์ เพื่อเกษตรกรบ้างหรือเปล่า ท่านมีโครงการที่จะดูแลเกษตรกรผู้เปึนหนี้สินทั้งหมด หรือเปล่า ทั้งตัวเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร เช่น สหกรณ์การเกษตรหรือสหกรณ์ ต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ท่านไม่มีครับ แต่สิ่งที่ท่านทําท่านไปทําโครงการประชานิยม ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท โยนเข้าไปให้ประชาชนใช้หนี้เพื่อกระตุ้นจีดีพีโดยเพิ่มการจับจ่าย ใช้สอยภาคประชาชน หรือคอนซัมพ์ชัน (Consumption) ตลอดเวลา เอาตัวนี้มาปลุก มาปัืนจีดีพีอยู่ทุกป้ แต่เงิน ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังกล่าวนี้เท่าไรละครับที่กลับมาสู่บริษัท โทรศัพท์มือถือที่เปึนค่าใช้จ่ายโทรศัพท์ประจําเดือนที่กลายเปึนค่ามอเตอร์ไซค์ ที่กลายเปึนค่าซ่อมมอเตอร์ไซค์ ที่กลายเปึนรถกระบะที่วันนี้แทบจะหมดสภาพไปแล้ว ซื้อมาคันหนึ่งวันนี้ถ้าขายคืนต้องขาดทุนไปแล้วเท่าไร ที่กําลังจะถูกยึด ที่ไม่มีเงินผ่อนส่ง ท่านดูแลสิ่งเหล่านี้บ้าง วันนี้ท่านกําลังจะตั้งงบอะไรอีกละครับ เอาไว้พูดกันในเรื่อง งบประมาณ แต่ท่านทําผิดรัฐธรรมนูญอย่างฉกรรจ์ไว้หลาย ๆ เรื่องในงบประมาณป้นี้ ทําผิดรัฐธรรมนูญไว้อย่างยิ่ง ท่านเปึนประธานกรรมการเอสเอ็มแอลท่านรู้ครับว่า ท่านทําผิดอะไรบ้าง กี่เรื่อง ความผิดถึงขนาดจะถอดถอนกันได้เลย
ท่านประธานที่เคารพ เรื่องเงินเฟัอ ตัวนี้ละครับจะไปกระตุ้นทําให้เงินเฟัอ วันนี้ค่าเงินเมื่อแข็งไปท่านจะบอกว่าเดือดร้อนผู้ส่งออก ท่านจะไปเลือกโครงการ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ กันสํารอง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ทะเลาะกับแบงก์ชาติเกือบตายจนเลิก วันนี้ทําให้กลายเปึนเงินอ่อนลง วันนี้ทําไมเงินบาทอ่อนลง แต่สินค้านําเข้ากลับแพงขึ้น ทําไมปัจจัยการเกษตรทั้งหมดมันแพง ทําไมปุิยแพง ยาปราบศัตรูพืชแพง แต่สิ่งที่ ท่านไม่ได้นึกอีกอย่างหนึ่ง ยารักษาโรคป้ละแสน ๆ ล้านบาท แพงขึ้นมาเท่าไร สิ่งเหล่านี้ ท่านไม่ได้ดูเอฟทีเอกับจีนที่บอกว่าท่านไม่ได้ปัองกัน ไม่ได้ควบคุม ท่านรู้ไหมครับ สินค้าพม่าสวมรอยสินค้าจีนเข้ามาเท่าไร สินค้าจากลาวสวมรอยทะลักเข้ามาทางเหนือเท่าไร ศุลกากรการตรวจตรามาตรการ ของท่านเพื่อสิ่งเหล่านี้มีแค่ไหน คนจนวันนี้ ๑. รายได้น้อย ๒. หนี้สิ้นเพิ่ม ๓. รายจ่ายเพิ่ม ท่านไม่มีมาตรการอะไรอยู่กับสิ่งเหล่านี้เลย ไม่มีมาตรการที่จะทําอย่างไรที่จะช่วย ตัดรายจ่ายของเขา ทําอย่างไรจะเพิ่มรายได้ในทางทํามาหากินของเขา ทําอย่างไร จะลดหนี้เขา คิดง่าย ๆ เพียงแค่แจกเงินข้าราชการอีกเดือนละ ๕๐๐ บาท อีกเดือนละ ๑,๕๐๐ บาท หรือจะแจกเงินคนจน ท่านไม่ได้ช่วยให้เขาหายจน แต่ท่านยังแจกยังมอมเมา เขาด้วยการแจกสิ่งเหล่านี้ตลอดมา ท่านประธานครับ ผมไม่อยากใช้เวลามากจนเกินไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากพูดกับท่านเปึนเรื่องสุดท้ายเปึนเรื่องสําคัญ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านทราบไหมครับว่าสลากหวยบนดิน เลขท้าย ๒ ตัว ๓ ตัวทั้งหลายคือตัวกระตุ้นเงินเฟัอ อย่างรุนแรง และเปึนตัวสําคัญอย่างยิ่งสําหรับคนจนนอกจากปัญหาสังคม เมื่อสมัยผมอยู่ ดูแลกองสลาก (สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล) ป้ ๒๕๔๐ กองสลากมีสลากกินแบ่ง รัฐบาลและสลากการกุศลรวมแล้ว ๓๔ ล้านฉบับ ๓-๔ ป้ที่ผมอยู่ที่นั่นผมไม่ยอมให้เพิ่ม สลากเลยสักฉบับเดียว แม้กระทั่งอ้างกันตลอดเวลาว่าต้องพิมพ์สลากเพิ่มเพื่อกันสลาก ขึ้นราคา ผมออกมา ๖-๗ ป้ เหลียวกลับไปอีกทีหนึ่งวันนี้สลาก ๔๖ ล้านฉบับ เปึนสลาก กินแบ่งรัฐบาล ๓๐ ล้านฉบับ และสลากการกุศล ๑๖ ล้านฉบับ แอบเพิ่มโควตาสลาก ขึ้นมาเมื่อไรถึง ๑๒ ล้านฉบับ ผมจะพูดต่อไปว่า ๑๒ ล้านฉบับ หากินอย่างไร แต่ว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการท่านลองคูณดูว่าสลากฉลับละ ๔๐ บาท พอไม่ต้องพูดถึงขึ้นราคา ๓๖ ล้านฉบับ คูณเข้าไปแล้วงวดละ ๑,๘๔๐ ล้านบาท เดือนละ ๓,๖๘๐ ล้านบาท ป้ละ ๔๔,๑๖๐ ล้านบาท ๔๔,๑๖๐ ล้านบาท เปึนค่าบริหารจัดการการขาย ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ค่ารางวัล ๖๐ เปอร์เซ็นต์ นําส่งกระทรวงการคลังอยู่จํานวนหนึ่งแล้ว ท่านทราบไหมครับว่า ประชาชนคนจนถูกดูดหายขาดทุนไปป้ละ ๑๗,๖๖๔ ล้านบาท เงินคนจนทั้งนั้นแหละครับ ที่ถูกดูดเข้าไป แต่อีกประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ รางวัลที่จ่ายออกไปงวดหนึ่งเดือนหนึ่งมี ๒ คนเท่านั้นเองครับ ถูกลอตเตอรี่ ถูกรางวัล ถูกกันมหาศาลใช้จ่ายกันฟุ์มเฟ๋อย จากเหล้าขาวก็เปึนแม่โขง จากแม่โขงก็เปึนแบล็ค (Black) จากบาร์ (Bar) รําวงก็เข้า ไนท์คลับ ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย เงินเฟัอส่วนหนึ่งเกิดจากตัวนี้ครับ นอกจากว่าประชาชน เงินหายไปจากสลากกินแบ่งรัฐบาลป้หนึ่ง ๑๗,๖๖๔ ล้านบาทแล้วนะครับ ท่านไปคิดเลข หวย ๒ ตัว ๓ ตัวออกมา หวย ๒ ตัว ๓ ตัว น่ากลัวแค่ไหนครับ เฉพาะงวดเมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐ ก่อนเลิกออก หวยใบละ ๒๐ บาท ๕๐ บาท ๑๐๐ บาท ออกมารวม ๙๗ ล้านใบ ๙๗ ล้านใบ มูลค่าถ้าคิดเพียงแค่สลากพองวดละ ๓,๑๐๐ ล้านบาท เดือนละ ๖,๒๐๐ ล้านบาท ป้ละ ๗๔,๔๐๐ ล้านบาท ป้ละ ๗๔,๔๐๐ ล้านบาท ถ้าหักรางวัล ให้กับคนถูกเท่ากับลอตเตอรี่ก็พอสัก ๖๐ เปอร์เซ็นต์ คนจนหายไปขาดทุนป้หนึ่ง ๒๙,๘๐๐ ล้านบาท เกือบ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท รวม ๒ ตัวอันนี้เข้าไปแล้ว ป้หนึ่ง ๆ คนซื้อหวยและซื้อสลากรวมแล้ว ๑๑๘,๕๖๐ ล้านบาท และเงินคนจนหายไปป้หนึ่ง ๆ จาก ๒-๓ รายการนี้ ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐ ป้ ๔-๕ แสนล้านบาท ปัญหาหมักหมม ๕-๖ ป้ที่ผ่านเท่าไร และท่านรัฐมนตรีว่าการยังยืนยันว่ายังจะต้อง ออกหวย ที่น่ากลัวกว่านั้นไปออกหวยออนไลน์ (On line) เมื่อก่อนซื้อหวย ๒ ตัว ๓ ตัว ด้วยการเขียน วันนี้ท่านกําลังจะขายด้วยเครื่อง หวยออนไลน์เริ่มมาตั้งแต่รัฐบาลชาติไทย ท่านประภัตร ต่อมาถึงท่านจาตุรนต์ มาถึงผม ผ่านท่านเนวิน ท่านเนวินไม่ได้ดูกองสลาก จนกระทั่ง มาถึงปัจจุบันนี้ ความคิดเดิมหวยออนไลน์คือ ๓๔ ล้านฉบับนี้จะเอาสัก ๔-๕ ล้านฉบับ ไปขายด้วยเครื่องแทนที่คนเดินขาย แต่วันนี้ท่านพัฒนาหวยออนไลน์ไปจนหวยออนไลน์ ขายออกมาด้วยเครื่องและขาย ๒ ตัว ๓ ตัวด้วยเครื่อง คนจะยิ่งหายนะ คนจนจะยิ่ง หายนะ คนไหนถูกหวยไม่กี่คนเดือนนั้นฟุ์มเฟ๋อยกันใหญ่ครับ ซื้อมอเตอร์ไซค์ ซื้อโทรศัพท์ เที่ยวก็อย่างที่ว่าจากเหล้าขาวก็เปึนแม่โขง จากแม่โขงก็เปึนแบล็ค จากแบล็คเปึนสารพัด อย่างว่า นั่นคือตัวกระตุ้นเงินเฟัออย่างรุนแรงมาก แต่ขณะนี้ท่านเอาสลากหวยออนไลน์ เข้าไป เดี๋ยวผมจะพูดสุดท้ายให้ท่านอีกครั้ง กําลังจะขายด้วยสลากเปึนหมื่น ๆ เครื่อง ทั่วประเทศ และที่สําคัญ เมื่อ ๒ วันที่แล้วได้ข่าวว่ากระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์จะขอออกอีก ๘ ล้านฉบับ จริงไหมครับ และรัฐมนตรีว่าการก็ออกมา ให้สัมภาษณ์เห็นด้วย และถ้า ๔๖ บวก ๘ ล้านฉบับอีกเข้าไปเดือนละเท่าไร หายนะกัน ไม่พอหรือครับ สิ่งเหล่านี้คือปัญหาสังคม สิ่งเหล่านี้คือปัญหาเงินเฟัอ สิ่งเหล่านี้คือ ปัญหาคนจน สิ่งเหล่านี้คือความเดือดร้อนอย่างยิ่งของคนในประเทศ รัฐบาลจะต้อง เลิกคิดอะไรเปึนเชิงพาณิชย์หารายได้เข้ารัฐอย่างเดียวรัฐบาลต้องคิดถึงว่าต้องเยียวยา คนจนเหล่านี้ ปัญหาสังคมเหล่านี้ด้วย วันนี้ ๔-๕ เดือน ท่านรัฐมนตรีไม่ได้คิดเลย กําลังจะคิดออกหวยเพิ่มอีก ๘ ล้านฉบับ แต่ท่านอาจจะแฝงมาเปึน ๘ ล้านคู่ ๘ ล้านคู่ ๑๖ ล้านฉบับ ๑๕ วัน ๑๖ ล้านฉบับ ท่านคูณด้วย ๔๐ ดูสิครับ และคูณด้วย ๒ เปึน ๑ เดือน และคูณด้วย ๑๒ เปึน ๑ ป้ อีกเท่าไรที่คนจนจะต้องหายนะต่อไปด้วย หวยของท่าน ณ วันนี้ นี่คือสิ่งที่ไม่ไว้วางใจ ถ้าความคิดของท่านต่อคนจนยังเปึนอยู่ ในลักษณะเช่นนี้ สุดท้ายครับ เมื่อ ๔-๕ วันที่แล้ว ผมดูในกองสลากอยู่ ๓ ป้กว่า ถ้าผมเคยมีผลประโยชน์จากโควตาสลาก จากสลากอะไรแม้กระทั่งบาทเดียว ๖-๗ ป้ที่ผ่านมาเขารื้อหมดแล้ว ลากไส้ไปหมดแล้ว วันนี้ท่านก็อยู่ท่านก็ตรวจย้อนหลัง ไปถึงสมัยผมสิครับว่าเคยมีผิดปกติไหม แต่เมื่อผมพ้นออกมาจากป้ ๒๕๔๔ เปึนต้นมา มีข้อมูลที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ ถ้ายังไม่ทราบก็โปรดทราบครับว่าทําไมลอตเตอรี่ ๓๖ ล้านฉบับ ทําไมรวมมาอยู่ในมือคนเดียวกันได้ มันจ่ายไปสมาคมคนพิการ มันจ่ายไป กระทรวง มันจ่ายไปกรมบัญชีกลาง มันจ่ายไปสารพัดแห่ง ทําไมมาอยู่ในมือคน คนเดียวกันได้และบัดนี้สลากลอตเตอรี่ชุดละ ๔๖ ใบมาอยู่ในมือคนคนเดียวกันได้อย่างไร ท่านรัฐมนตรีว่าการทําอะไรบ้างเกี่ยวกับเรื่องนี้ แก้ไขปัญหา เพราะว่าโควตารายย่อย คนพิการรายเล็กรายน้อยมันถูกเหมารวมไปอยู่ที่สี่แยกคอกวัว มันถูกเหมารวมไปอยู่ที่ ผู้ประกอบการไม่กี่ราย และท่านทราบไหมครับว่าโควตาเล่มละ ๒,๐๐๐ บาทต่อป้ และท่านเอา ๔๖ ล้านบาท หรือเอา ๑๒ ล้านบาท ที่แอบเพิ่มขึ้นไปว่ามัน ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท และถ้าตรงนั้นค่าใต้โต๊ะให้เจ้าหน้าที่ชั่ว ให้ข้าราชการชั่ว ให้คน มีอํานาจ ให้การเมืองที่กระทรวงการคลังเล่มละ ๒,๐๐๐ บาท คูณดูสิครับว่าทุจริตไปแล้ว ป้หนึ่งเท่าไร เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้วมีผู้ค้าสลากไปขอพบผมด้วยน้ําตาว่าสลากเขาถูกเลิก และด้วยความเจ็บใจเขาเล่าให้ผมฟังหมดและอัดเทปเอาไว้ด้วย ผมเพียงแต่มีมารยาทพอ และไม่ทําร้ายท่าน ไม่ทําลายใคร ด้วยเอาเทปนี้มาเผยแพร่ จากรัฐบาลที่เปลี่ยนมาในป้ ๒๕๔๕ คนที่เคยได้โควตาสลากไปบีบจนจะเลิกสลาก และเรียกค่าตอบแทน ท่านประธานทราบไหมครับว่าเอาเงินไปจ่ายกันทีละ ๓๐๐ ล้านบาท ไปรู้จักกันตั้งแต่ที่ร้านตัดผมที่อดีตนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งไปตัด ไปพบกับตัวนายกรัฐมนตรี ๖ ครั้ง และบ่ายเบี่ยงให้ไปพบกับคุณหญิง และจากที่นัดให้หอบเงินไปให้ที่ถนนเพชรบุรี ที่ทําการพรรคการเมืองหนึ่งแต่คนเยอะ ก็บอกเขาว่าไปส่งมอบไว้ให้ที่ชั้น ๓๒ ที่ตึกพหลโยธินขณะนั้น จ่ายให้ผู้อํานวยการเท่าไร พอจ่ายมารัฐมนตรีก็จะเอาบ้าง และคนที่รัฐมนตรีเรียกแม่นะครับ ใครครับ มีสักคนหนึ่งไหมครับ ก็จะเอาบ้าง ใช้กระทรวงการคลัง รัฐมนตรีรับเงินห้องนี้และให้สุภาพสตรีคนนั้นคอยอยู่อีกห้องหนึ่ง รับจากห้องนี้ส่งไปอีกห้องหนึ่งทีละ ๕๐ ล้านบาท ทีละ ๑๐๐ ล้านบาท และเมื่อหลังจากที่ รับเงินเขาเยอะแยะหมดแล้วก็ยังไปเลิกโควตาเขาทั้งหมด เพื่อเอาโควตาที่เหลือมาขาย ให้กับคนอื่นรับเงินซ้ําอีกครั้งหนึ่ง สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นที่กระทรวงการคลัง ผมคิดว่า ท่านอาจจะบอกว่าไม่รู้ แต่ไม่รู้วันนี้ท่านกําลังจะเพิ่มโควตาอีก ๘ ล้านฉบับ ท่านรู้ไหมครับว่าลอตโต้ (Lotto) หรือออนไลน์ของบริษัทอะไรที่ได้ไป ก่อนที่เขาจะได้ไปวิ่ง กันถึง ๒,๐๐๐ ล้านบาท และผลตอบแทนที่จะให้ฝ์ายการเมือง ที่จะให้กับคนทุจริต เหล่านี้ป้หนึ่ง ๆ รวมแล้วเกือบ ๓๐๐ ล้านบาท ท่านคิดดูสิ ๔๖ ล้านฉบับนะครับ ถ้าฉบับหนึ่งกําไรเพิ่มขึ้นขายเกินราคา ฝ์ายการเมืองเอาไปสัก ๒ บาทก็ดี มัน ๙๖ ล้านบาท ต่องวด และ ๑๙๒ ล้านบาทต่อเดือน และคูณด้วย ๑๒ ว่าป้หนึ่งเท่าไร ผมพ้นมาเพียงแค่ ไม่กี่ป้ ทุจริตกันมหาศาลถึงขนาดนั้น ผมพูดถึงท่านรัฐมนตรี ถ้าท่านไม่รู้ก็คือ ท่านด้อยประสิทธิภาพ ด้อยสมรรถภาพ ด้อยความรอบรู้ ท่านปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น แต่ถ้าหากว่าท่านรู้ท่านเจือสมเข้าไปด้วย สิ่งเหล่านี้ก็น่าเสียใจที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังหรือการเมืองในรัฐบาลที่ผ่านมาอีกสักกี่คนก็ตาม หรือถ้าการเมืองต่อไป เลี้ยงชีพหารายได้นี้ด้วยเงินบาปจากกองสลาก และสิ่งเหล่านี้ท่านจะแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจของบ้านเมืองได้อย่างไร ผมเรียนว่าตรงนี้ป้ละ ๑๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าหากว่าท่านเพิ่มอีก ๘ ล้านฉบับ แล้วก็เป่ดหวยออนไลน์ ๒ ตัว ๓ ตัวเหมือนเดิมนะครับ ป้หนึ่ง ๆ คนจนถ้าซื้อสลากตรงนี้จะเข้าไปถึง ๑๔๐,๐๐๐-๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท และลองคูณดูสิครับว่าถ้าคนจนขาดทุนสัก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ป้หนึ่ง ๆ มันสูญไปเท่าไร รางวัล ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของคนถูกมันมาใช้จ่ายอะไรกันในสังคมบ้าง มันเปึนตัวหนึ่งที่ กระตุ้นเงินเฟัอหรือเปล่า ขณะที่ภาระของธนาคารแห่งประเทศไทยต้องควบคุมแก้ไข เงินเฟัอ กระทรวงการคลังทําอะไรบ้างกับสิ่งเหล่านี้ ปัญหาซึ่งน่ากลัวครับ ท่านพูดถึง เครื่องยนต์ ๔ เครื่อง พวกผมแก้เครื่องยนต์ ๔ เครื่องมา ๓ ป้กว่า ๆ แต่วิธีแก้ไม่เหมือนกัน ทําอย่างไรให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอยแต่พอเพียง เราพูดถึงเศรษฐกิจพอเพียง แต่วันนี้ ท่านกําลังจะกระตุ้นคอนซัมพ์ชันเครื่องบินเครื่องแรกด้วยการยุยงให้ประชาชนสร้างหนี้ เอาหนี้มาจับจ่ายใช้สอย มากระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้จีดีพี หรือผลิตภัณฑ์มวลรวม ตัวคอนซัมพ์ชันมันโต วันนี้ตัว ไอ (I) อินเวสเมนท์ (Investment) ของภาคเอกชนชะลอหมด งบประมาณตัวจี (G) ของรัฐบาล งบลงทุนที่จะมีใครรู้บ้างไหมว่ามันเกิดจากเงินกู้ถึงเกือบ ๓ แสนล้านบาทเพื่อมากระตุ้นสิ่งนั้น แล้ววันนี้ท่านยังฝันหวานกับโครงการเมกะโปรเจกต์ โครงการอะไรทั้งหลายวันนี้ท่านต้องนึกถึงเมกะโปรเจกต์เพื่อคนจน วันนี้ท่านต้องคิดถึง เมกะโปรเจกต์เพื่อต่างจังหวัด วันนี้ต้องคิดถึงทําไมประชาชนจะได้มีแหล่งน้ําเพื่อจะไป เพิ่มผลผลิตการเกษตร วันนี้ทําไมท่านต้องคิดว่าค่าเงินบาทมันอ่อนลงแล้ว ทําไม การส่งออกมันยังมีปัญหา ทําไมค่าเงินอ่อน ทําไมปุิยแพง ทําไมของนําเข้าแพง ทําไม ยาปราบศัตรูพืชแพง ทําไมสิ่งจําเปึนของครอบครัวของประชาชนถึงแพง ทําไมอาหารแพง ทําไมการส่งออกมันยังมีปัญหา ทําไมค่าเงินอ่อน ทําไมปุิยแพง ทําไมของยังแพง ทําไมยาปราบศัตรูพืชแพง ทําไมสิ่งจําเปึนของครอบครัวของประชาชนจึงแพง ทําไมอาหารแพง อาหารทั้งที่เปึนอาหารหลักและอาหารรองทําไมแพง กระทรวงการคลัง ทําอะไรบ้างใน ๔-๕ เดือนนี้ ถ้าท่านคิดว่าท่านทุ่มเทเวลาทําเต็มที่แล้ว ทําเต็ม ประสิทธิภาพแล้ว ท่านทําทุกอย่างสุดกําลังแล้วผลมันยังเปึนอย่างนี้ น้ํามันเมื่อเดือน มกราคม ลิตรละ ๓๐ บาท มากุมภาพันธ์ ๓๔ บาท จนบัดนี้น้ํามันเบนซิน โซลาร์ทะลุไป ๔๐ กว่าบาท หมูจากกิโลกรัมละ ๘๐ บาทเมื่อเดือนมกราคม มาวันนี้ ๑๒๐ กว่าบาท ๑๓๐ บาท ทุกอย่างแพงขึ้น น้ํามันพืชจากสมัยก่อนถ้าผมจําได้ขวดละสัก ๑๐ กว่าบาท ๒๐ บาท วันนี้ ๕๐ กว่าบาท ๖๐ บาทเข้าไปแล้ว อาหารทุกอย่างแพง สิ่งเหล่านี้ต่างหาก ที่กระทรวงการคลังจําเปึนจะต้องทํา ที่ท่านจะต้องหันมาไล่เลียงอันนี้บ้างแล้ว ท่านประธานที่เคารพ ผมจะไม่ใช้เวลามากกว่านี้เพื่อคนอื่น แต่ว่าฝากท่านครับ วันนี้กระทรวงการคลังต้องโปร่งใส นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อาจจะเปึนคนมือสะอาด คนจะไปทํางานใหญ่ที่มือจะต้องไม่มีเชื้อโรค จะต้องสะอาด ศรัทธาความเชื่อถือของท่าน จะต้องมี และความเชื่อถือที่มีต่อกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นั่นละครับจะเปึนตัวกระตุ้นการลงทุน นั่นละครับจะเปึนตัวกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ถ้าหากว่า ยังเปึนกระทรวงที่ใครต่อใครไปชี้หน้าด่าว่าโจร ยังไปชี้ด่าว่าโกง ยังไปชี้หน้าอยู่สารพัด แล้วข้าราชการในนั้นโทรศัพท์ออกมาพร้อมเสียงร้องไห้ว่าวันนี้อัปยศสิ้นดี ศักดิ์ศรี พระพุทธเจ้าหลวงหมดแล้ว เราอยู่มา ๑๒๐ กว่าป้ทําไมเราโดนอย่างนี้ แต่ที่น่าเจ็บใจ เสียใจที่สุดคือทุกอย่างที่เขาว่าทุกอย่างที่เขาด่าเปึนเรื่องจริงทั้งหมด ท่านต้องทําให้ สิ่งเหล่านี้เปึนเรื่องไม่จริง ท่านต้องทําให้สิ่งเหล่านี้จบ ลูกน้องผมที่กระทรวงการคลัง ๑๐ กว่าป้แล้วผมไม่กล้าแม้กระทั่งโทรศัพท์ไปหา ไม่กล้าแม้กระทั่งเข้าเฉียดใกล้ กลัวจะถูกหาว่าสนิทกับผม คนของรัฐมนตรีก่อนได้ถูกโยกย้าย ถูกดอง ท่านบัณฑิตรู้สึก ท่านดูแลงานบริหารบุคคล คืนความชอบธรรมให้เขา คืนความเปึนธรรมให้เขา คนไหนที่มาโดยไม่ถูกต้อง มาโดยเส้นสาย โจรที่ถูกเขาจับมาผิดที่มาท่านจับคืนที่เดิม ด้วยสิครับ ใครที่ตกระกําลําบาก บางคนก็เกษียณไปแล้วช่วยไม่ได้ชีวิตก็จบแล้ว เขาเกษียณไปแล้ว แต่คนที่ยังอยู่ดูแลคืนความเปึนธรรม คืนระบบคุณธรรมให้กับเขาเถอะ ถ้ากระทรวงการคลังเปึนที่พึ่งไม่ได้หมดหวังแล้วละครับ กระทรวงการคลังเปึนที่พึ่งของ ทุกกระทรวงด้วย และการจัดงบประมาณป้นี้โครงการประชานิยมที่ไม่ได้ผลในเชิง สร้างสรรค์ตัดออกเสียบ้าง อัดเงินลงไปบ้าง ทําไมรัฐบาลต้องถูกหาว่าสอบตกในทาง สังคม กระทรวงวัฒนธรรมทําไมป้งบประมาณแค่ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท และกว่างบ ของกรม ๆ หนึ่งอัดเข้าไปสิครับกระทรวงการคลัง กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์อัดเข้าไปอีกสัก ๕,๐๐๐ ล้านบาท สัก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ดูสิครับว่าเราจะ สอบตกสังคมหรือเปล่า ทําไมสํานักงานดูแลเด็ก สตรี คนพิการ งบประมาณแค่ ๒๐๐ กว่าล้านบาท ทําไมคนตาบอด คนพิการ คนแก่ทั่วประเทศงบประมาณแทบจะ ไม่มีเลย อัดเข้าไปสิ แทนที่ท่านจะไปอัดตลาดหลักทรัพย์หรืออะไรต่ออะไรสารพัด หรือไปพูดถึงความภาคภูมิใจที่ ปตท. มีกําไรป้หนึ่งส่งกระทรวงการคลัง ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่แท้ท่านไม่ได้พูดหรอกว่ามันเปึนภาษีเสีย ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๓๐,๐๐๐๐ ล้านบาท และเปึนเงินปันผลส่วนหนึ่ง สิ่งเหล่านี้อยากรอท่านแก้ หวังพึ่ง ถ้ากระทรวงการคลังพึ่งไม่ได้ เวลาเข้ากระทรวงท่านต้องหลบสายพระเนตรพระบรมรูป พระพุทธเจ้าหลวง วายุภักษ์ ๑ ฉายาเรียกขานของท่านต้องรักษาศักดิ์ศรีไว้ วายุภักษ์ ๒ ด้วยที่เท้าคางอยู่นั่นละครับ ท่านประธานครับ ที่ผ่านมา ๕-๖ เดือน ผมไม่ไว้วางใจ ท่านรัฐมนตรี นอกจากต่อไปนี้ท่านจะมีเวลาอีกกี่เดือนก็ตาม ท่านจะต้องปรับปรุงอันนี้ และท่านต้องเปึนที่พึ่งของคนจน รีบแก้ไขหนี้สินเกษตรกร รีบช่วยเหลือคนยากจน ทั้งหลายให้อยู่ได้ รีบช่วยตัดรายจ่ายให้เขา รีบช่วยเสริมรายได้ให้เขา เสริมรายได้ด้วย การเป่ดช่องทางทํามาหากิน ให้โอกาสดียิ่งขึ้นในการทํามาหากิน ไม่ใช่เอาคูปองไปแจก เอาเงินไปแจก รัฐเอาไปแจกแล้วก็จนอยู่เหมือนเดิม ลําบากอยู่เหมือนเดิมอย่างนั้นล่ะครับ และอย่าไปเบียดบังงบประมาณส่วนของเขาเข้าไปสู่งบประมาณแผ่นดิน ไปจัด ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้เบียดบังใครบ้างทราบไหมครับ แล้วกี่คน ถ้าเบียดบังงบประมาณ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท เท่ากับสร้างอาคารโรงเรียน ๓,๐๐๐ หลัง ใครคิดบ้างละครับว่า สลากทั้งหมดมันจะเปึนอย่างนี้ และท่านระวัง ๘ ล้านฉบับ ที่กําลังจะออกนะครับ เตรียมกินกันอย่างไร แค่ไหน ท่านจะรู้หรือไม่รู้ ถ้าไม่รู้ท่านก็ไม่มีประสิทธิภาพ ถ้าท่านรู้ ท่านก็เลว ถ้าท่านไปร่วมกับเขาด้วย ขอโทษ ฝากท่านนายแพทย์สุรพงษ์ด้วยความรัก ผมไม่มีอคติกับใคร ผมไม่กล่าวหาอะไรท่าน ขอขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอตอบข้อซักถามในคําอภิปรายไม่ไว้วางใจ ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบพระคุณในไมตรีจิตของท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล เมื่อกี้ท่านได้เรียนต่อท่านประธานว่าโดยส่วนตัวแล้ว ผมก็เคารพนับถือท่าน มีอะไรที่ได้พบปะกัน
ท่านรัฐมนตรีครับ ขออนุญาตสักนิดเดียวครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผมขออนุมัติแจกนัดการประชุม ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ไปแจกทุกท่านนะครับ เดี๋ยวจะเข้าใจผิดครับ เชิญต่อครับ
ขอบพระคุณท่านประธานครับ โดยส่วนตัวผมได้พบกับท่านพิเชษฐเมื่อไรก็ได้เคารพท่าน นับถือท่านในฐานะที่ท่านเปึนนักการเมืองอาวุโส ท่านเคยได้ทํางานในหน้าที่สําคัญ ในกระทรวงการคลัง แล้วยิ่งได้ยินท่านบอกว่าเวลาตอนที่ท่านทํางานที่กระทรวงการคลัง ก็ทุ่มเทมากถึงตีสามตีสี่ ต้องเรียนตรง ๆ ว่าผมยอมแพ้ ไม่สามารถจะทํางานได้ถึงขนาด ตีสามตีสี่อย่างนั้นได้จริง ๆ ก็ต้องยอมรับว่าในปริมาณงานที่ทําอยู่ทุกวันนี้ ก็มี ท่านรองปลัดกระทรวงบ้าง ท่านผู้บริหารของกระทรวงการคลังบ้าง ก็บอกผมแล้วครับว่า น่าจะได้พักผ่อนสักหน่อยหนึ่ง เพราะว่า ๔ เดือนที่ผ่านมาหน้าตาก็ดูทรุดโทรมลงไปเต็มที ก็คงจะยอมแพ้ในเรื่องของเวลาที่ท่านทุ่มเทอย่างนั้น แต่เมื่อได้ฟังท่านอภิปรายแล้วผมก็ เข้าใจได้ว่าทําไมท่านต้องใช้เวลามากขนาดนั้น เพราะว่าท่านอภิปรายกระทรวงการคลัง แต่ว่างานต่าง ๆ ที่ท่านฝากผมมานั้นมีทั้งกระทรวงพาณิชย์ มีทั้งกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ มีทั้งอีกหลาย ๆ กระทรวงนะครับ ก็ไม่เปึนไรครับ ฝากมาก็น้อมรับแล้วก็ ยินดีทํา แต่ก็ต้องเรียนตรง ๆ ว่ามีหลาย ๆ เรื่องที่ที่เปึนงานของกระทรวงอื่น ๆ อยู่แล้ว ถ้าหากจะไปก้าวก่ายงานของกระทรวงอื่น ๆ ก็น่าจะทําให้ถูกมองเพ่งเล็งไปอีกทางหนึ่งว่า กําลังแย่งงานคนอื่นทําหรือเปล่า เพราะว่าท่านไม่ได้พูดถึงว่าอย่างวันนี้เมื่อ ธ.ก.ส. ได้เข้าไปทําหน้าที่ในเรื่องของการรับจํานําข้าวเปลือกก็ถูกว่าแล้วครับว่าไปแย่งงาน ของกระทรวงพาณิชย์ เพราะฉะนั้นเวลาท่านพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับปัญหาเรื่องของผู้ส่งออก ผลไม้ ปัญหาอะไรต่าง ๆ ที่ท่านฝากไว้ หลาย ๆ เรื่องถ้าเปึนเรื่องกระทรวงการคลัง หากเปึนกําหนดหน้าที่งานของกระทรวงการคลังผมก็พร้อมที่จะเดินหน้าไปทําอย่างเต็มที่ หลาย ๆ เรื่องถ้าเปึนเรื่องของกระทรวงอื่น ก็คงจะขออนุญาตว่าจะฝากปัญหาต่าง ๆ นั้น ไปถึงกระทรวงอื่นเพื่อให้กระทรวงเหล่านั้นได้ทําหน้าที่ขับเคลื่อนอย่างเต็มที่ ผมในฐานะ ของกระทรวงการคลังก็จะได้เข้าไปสนับสนุนในส่วนที่เปึนปัจจัยที่กระทรวงการคลัง จะสามารถสนับสนุนได้ ท่านพูดถึงเรื่องสลากกินแบ่งรัฐบาล ผมก็อยากจะเรียนครับว่า ประธานกรรมการสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ก็คือท่านอธิบดีกรมบัญชีกลาง ท่านป่ยพันธุ์ นิมมานเหมินท์ ซึ่งท่านพิเชษฐเองได้กรุณาพูดว่าเปึนคนดี เปึนคนที่ซื่อสัตย์ แล้วในอดีตที่ผ่านมาอาจจะมีปัญหาว่าไม่ได้รับความเปึนธรรมในการเลื่อนเข้าสู่ตําแหน่ง หน้าที่ที่สําคัญนะครับ ก็เรียนว่าผมเองก็ไว้วางใจท่านอธิบดีกรมบัญชีกลาง ป่ยพันธุ์ นิมมานเหมินท์ ให้ทําหน้าที่ดูแลสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลอย่างเต็มที่ เพราะผมเองก็เชื่อเช่นเดียวกัน กับท่านพิเชษฐครับว่าท่านป่ยพันธุ์มีความตั้งใจดีเท่าที่ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับท่าน ท่านก็มีความตั้งใจที่จะผลักดันให้งานของสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้เดินหน้าต่อไป อย่างโปร่งใสแล้วก็เกิดประโยชน์ เรื่องที่ท่านฝากถามว่าจะมีสลากกินแบ่งอีก ๘ ล้านฉบับ ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์หรือไม่ ผมไม่ทราบว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ท่านได้ให้สัมภาษณ์ ไว้อย่างไรเพราะไม่มีโอกาสได้อ่าน แต่ว่าแนวคิดในขณะนี้ที่ผมได้ให้เปึนนโยบายก็คือไม่มี แนวคิดที่จะเพิ่มจํานวนสลากกินแบ่งรัฐบาลครับ เพราะถือว่าวันนี้เรื่องการเพิ่มสลาก กินแบ่งรัฐบาลน่าจะเปึนเรื่องที่สมควรจะต้องใคร่ครวญให้รอบคอบ เพราะว่าไม่ใช่ เปึนทางออกในการที่จะแก้ปัญหาเรื่องของราคา ไม่ใช่ทางออกในการที่จะระดมทุน เพื่อมาใช้ในสาธารณกุศล แล้วก็คงจะต้องเปึนเรื่องต้องใคร่ครวญอย่างยิ่งเพื่อไม่ให้เปึน ปัญหาที่นําไปสู่การที่ทําให้เกิดความลุ่มหลงมัวเมาในอบายมุข ตอนที่ผมไปตรวจมอบ นโยบายที่สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ผมได้ให้นโยบายไว้ชัดเจนว่าสํานักงาน สลากกินแบ่งรัฐบาลทํางานอย่างโปร่งใส แล้วก็ไม่ให้มีการไปโฆษณาประชาสัมพันธ์ ชักชวนให้ประชาชนไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล เพราะถือว่าเรื่องนั้นเปึนเรื่องที่เราควร จะทําในทางตรงกันข้าม คือเมื่อวันนี้มีสลากกินแบ่งรัฐบาลอยู่ แต่ว่าในทิศทางต่อไปคือ ถ้าหากทําให้ประชาชนได้มีโอกาสที่จะได้หลุดพ้นไม่ต้องมาฝากความหวังในชีวิต กับสลากกินแบ่งรัฐบาลน่าจะเปึนทางออกที่ดีที่สุดครับ แต่ว่าก็ต้องยอมรับสภาพ ความเปึนจริงว่าในวันนี้นอกเหนือจากสลากกินแบ่งรัฐบาลแล้วก็ยังมีหวยใต้ดิน ซึ่งก็ยังแพร่หลายอยู่ในสังคมไทย ท่านได้ประเมินว่าหวย ๒ ตัว ๓ ตัว ป้หนึ่งประมาณ ๗๔,๔๐๐ ล้านบาท ตอนที่ผมได้ไปตรวจเยี่ยมสํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลก็ได้มี การประเมินว่าหวยใต้ดิน ซึ่งวันนี้ก็แพร่หลายอยู่ในสังคมไทยนะครับ มีมูลค่าป้หนึ่ง ๆ ประมาณ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท อยู่ในหวยใต้ดินอยู่ในมือของคน จํานวนกลุ่มไม่ใหญ่นัก แล้วก็มีเงินจํานวนมากมายมหาศาล อย่างนี้น่าเปึนห่วงนะครับ เราไม่รู้ว่าคนกลุ่มเหล่านั้นมีอิทธิพลมีผลต่อเรื่องราวต่าง ๆ หลายเรื่องที่น่าเปึนห่วงเปึนใย ในสังคมไทยหรือไม่ เพราะฉะนั้นการที่เราปล่อยให้หวยใต้ดินยังคงอยู่ในสังคมไทย โดยที่ไม่มีทางเลือกให้กับประชาชนที่เขามีความต้องการว่าอยากจะตั้งความหวัง เดือนหนึ่ง ๒ ครั้ง แล้วก็นําขึ้นมาอยู่บนดินเปึนหวย ๒ ตัว ๓ ตัว แล้วก็ทําให้มี ความโปร่งใสสามารถที่จะตรวจสอบได้ ตรงนั้นน่าจะเปึนทางเลือกในระยะเปลี่ยนผ่าน ก่อนที่เราจะสามารถก้าวไปสู่สังคมที่ทุก ๆ คนได้หลุดพ้นจากอบายมุข ท่านพูดถึง เรื่องหวยออนไลน์ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่านโยบายที่ผมมอบให้กับหวยออนไลน์ก็คือ เพื่อใช้ในการที่จะลงทะเบียนของหวย ๒ ตัว ๓ ตัวเท่านั้น หวยออนไลน์ไม่มีนโยบาย ที่จะไปขายทดแทนสลากกินแบ่งรัฐบาลในปัจจุบัน ถ้าหากเราดูหวย ๒ ตัว ๓ ตัวในอดีต เมื่อมีการได้เขียนหมายเลขที่ต้องการจะแทงก็จะต้องนํามาที่ที่ทําการไปรษณีย์ ที่ทําการ ไปรษณีย์ก็จะเปึนผู้ที่ได้ลงบันทึกของหมายเลขเหล่านั้นในช่วงต่อไปแทนที่จะไปที่ ที่ทําการไปรษณีย์ก็เปึนเพียงแค่ไปที่ตู้ของหวยออนไลน์ ซึ่งขณะนี้ก็มีการติดตั้งไว้แล้ว จํานวนหนึ่ง ผมเองได้ให้เปึนนโยบายว่าจํานวนที่ติดตั้งในขณะนี้น่าจะเพียงพอแล้ว ยังไม่มีความจําเปึนจะต้องขยายในขณะนี้ เรื่องอื่น ๆ ที่ท่านได้กรุณาถามนั้น ผมขอเรียนว่าบางครั้งก็ฟังท่านในเรื่องหนึ่ง แล้วพอมาฟังท่านอีกเรื่องหนึ่ง ทั้ง ๒ เรื่องนี้ ไป ๆ มา ๆ มันตรงข้ามกันครับ แต่ท่านบอกว่าควรจะช่วยคนจน คงจะมีเบี้ยยังชีพให้กับ คนชรา แต่ท่านก็บอกว่าท่านไม่เห็นด้วยกับคูปองคนจนเปึนประชานิยมผมก็เลยสับสนว่า ตกลงแล้วเราควรจะช่วยคนจนในรูปแบบไหนดี เบี้ยยังชีพก็คือเงินที่ให้กับคนชราที่จําเปึน อย่างยิ่งที่จะต้องได้รับเงินในการที่จะดํารงชีวิตต่อไปได้ คนจนถ้าจะได้คูปองก็เพื่อให้ เขาสามารถที่จะยังชีพในภาวะที่ยากจนที่สุด สภาพที่สถานการณ์ทางเศรษฐกิจลําบากที่สุด เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จริง ๆ แล้วก็เปึนเรื่องทํานองเดียวกัน แต่เวลาฟังท่าน ๒ ครั้ง ก็แตกต่างกัน ผมเองมีความเห็นด้วยกับท่านอยู่อย่างหนึ่งว่าเราไม่ควรที่จะให้ในลักษณะ ที่เปึนการช่วยเหลือกันไปตลอดชีวิต คําภาษิตโบราณที่บอกว่า สอนให้เขาจับปลาดีกว่า ให้ปลากับเขา เปึนเรื่องที่ผมถือว่าเปึนสัจธรรม เพราะฉะนั้นการที่จะทําให้คนจนสามารถ ที่จะมีโอกาสในการสร้างรายได้ เข้าถึงแหล่งเงินทุน เข้าถึงความรู้ในการที่จะสร้างรายได้ ต่อไปในอนาคตจึงเปึนเรื่องที่สําคัญมาก เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งว่า ถ้าจะต้องมีโครงการลงทุนอะไรก็ตาม เปึนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ก็ไม่ใช่เพียงแค่ เรื่องของโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น ผมไม่แน่ใจว่าได้เรียนไปแล้วหรือยังนะครับ แต่ก็อยากจะเรียนซ้ําอีกครั้งหนึ่งว่า โครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่เราได้ตั้งใจทํากันนั้น นอกเหนือเกี่ยวกับเรื่องระบบขนส่งมวลชน ระบบรางแล้ว ระบบชลประทาน ระบบบริหาร จัดการน้ําที่จะสามารถทําให้มีน้ําไปถึงไร่นาต่าง ๆ อย่างทั่วถึงตลอดป้เปึนเรื่องที่จะ สามารถช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น โครงการลงทุนขนาดใหญ่ทางด้าน การศึกษาที่พยายามที่จะทําให้พื้นฐานทางการศึกษาของคนไทย นักเรียน ไม่ว่าจะ อยู่ในเมืองหรืออยู่ในชนบทอยู่ในลักษณะที่มีโอกาสเข้าถึงการสอนอย่างเท่าเทียมกัน น่าจะเปึนโอกาสสําคัญสําหรับคนจนต่อไปในอนาคต โครงการหนึ่งอําเภอหนึ่ง ทุนการศึกษาซึ่งอาจจะชะลอไปอยู่ช่วงหนึ่งก็จะต้องมีการนํากลับมาเพื่อที่จะส่งเสริมให้ ลูกหลานคนจน ลูกหลานในชนบท ซึ่งทั้งชีวิตอาจจะไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสได้เรียนรู้ ได้เรียนต่อในมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ หรือในต่างประเทศ ก็จะเปึนโอกาสที่สําคัญ ของลูกหลานคนจน
ท่านพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับถนนลาดยาง ก็อาจจะขออนุญาตข้ามไปก้าวก่าย ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมท่านก็มี โครงการที่จะทําเปึนถนนลาดยาง เพื่อที่จะสามารถทําให้ถนนเส้นทางต่าง ๆ ที่เข้าไป ถึงหมู่บ้าน ที่วันนี้ยังไม่มีการลาดยางนั้นก็จะมีการลาดยางกันให้หมด เราใช้ว่า เปึนโครงการถนนไร้ฝุ์นซึ่งก็ถือว่าเปึนโครงการที่จะทําให้มีเส้นทางไปถึงหมู่บ้าน ประชาชนสามารถจะสัญจรไปมา ผลิตผลทางการเกษตรก็สามารถที่จะออกจากหมู่บ้าน เพื่อที่จะทําให้เขาสามารถที่จะสร้างรายได้ได้ง่ายขึ้นครับ เรื่องโครงการต่าง ๆ ที่ท่าน ถามว่ามีการทําอะไรให้คนจนแล้วบ้าง ผมก็อยากจะเรียนว่ากองทุนหมู่บ้านที่เปึน โครงการที่เริ่มต้นมาตั้งแต่เมื่อ ๗ ป้ที่แล้ว ผมเองก็ได้ขอให้ผู้ที่ได้ทํางานบริหารเรื่อง กองทุนหมู่บ้านได้สรุปเปึนบทเรียน สรุปเปึนองค์ความรู้เพื่อที่จะทําให้มีการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ แล้วก็ทําให้มีการยกระดับกองทุนหมู่บ้านให้มีคุณภาพเท่าเทียมกัน แต่ก็อยากจะ เรียนว่ากองทุนหมู่บ้านจํานวนไม่น้อย อย่างที่เราเรียกกันว่า ๓ เอ (A) ซึ่งได้รับการจัดระดับว่า เปึนกองทุนหมู่บ้านที่มีคุณภาพ นอกเหนือจากเงินก้อนแรกที่รัฐบาลได้จัดสรรไปให้แล้ว วันนี้หลายกองทุนหมู่บ้านมีเงินหมุนเวียนที่ทําให้เกิดการเข้าถึงแหล่งทุนสําหรับชาวบ้าน ในพื้นที่ บางกองทุนมีถึง ๓๐ กว่าล้านบาท ผมได้รับข้อมูลว่าบางกองทุนมีมากกว่านั้น ด้วยซ้ําไป ตรงนั้นก็เปึนเรื่องที่จะเห็นว่ามีความเติบโตของกองทุนหมู่บ้านซึ่งอาจจะมี รากฐานจากกองทุนสัจจะสะสมทรัพย์ ซึ่งชาวบ้านได้เริ่มต้นกันไว้เอง เมื่อมีการต่อยอด จากเงินทุนที่รัฐบาลได้ลงไปให้ก็สามารถทําให้เขาได้เพิ่มศักยภาพได้มากขึ้น
โครงการที่เรียกว่าเอสเอ็มแอลที่ได้มีการพูดถึงกันบ้างแล้วนั้น ผมก็ อยากจะเรียนว่ามีตัวอย่างที่ชัดเจนว่าสามารถที่จะนําไปสู่การสร้างรายได้ให้กับ ชาวบ้านได้ ตัวอย่างที่เมื่อเร็ว ๆ นี้ตอนแรกผมตัดสินใจว่าจะเดินทางไปเพื่อเยี่ยมชม ความสําเร็จของโครงการนี้ที่ศรีราชาในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ แต่ว่าเนื่องจากติดการอภิปราย งบประมาณก็คงต้องเลื่อนออกไปก่อน ผมอยากจะเล่าให้ฟังสักเล็กน้อยนะครับว่า โครงการเอสเอ็มแอลที่ศรีราชา ที่จังหวัดชลบุรี เปึนโครงการที่ชาวบ้านได้ลองคิดดูว่า เมื่อก่อนนี้ที่ศรีราชาในอดีต ชาวบ้านเล่าให้ฟังนะครับว่าถ้าเดินไปตามหาดทราย ก็ต้องเหยียบปูเข้าไม่ตัวใดก็ตัวหนึ่งเพราะว่าปูจะเต็มอยู่หาดทราย เดินไปเดินมา ตามหาดทรายเต็มไปหมด เมื่อประชากรมากขึ้นมีการบริโภคปูก็มีการจับปู เมื่อจับปู จับไปจับมา ปูที่จับนี้นอกจากจะเปึนปูที่มีเนื้อแล้วก็ยังมีไข่ด้วย เพราะฉะนั้นก็ทําให้ เมื่อจับไปประชากรปูก็ลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ ต้องจับออกไปไกลฝัืงมากขึ้น แล้วน้ําหนักของปู ขนาดของปูที่ถูกจับในระยะหลังก็จะตัวเล็กลงเรื่อย ๆ ชาวบ้าน ก็เกิดความรู้สึกว่าถ้าหากว่าปล่อยอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ สถานการณ์ของปูที่ศรีราชาน่าจะมี ปัญหาในอนาคต ก็เลยมีแนวคิดว่าน่าจะต้องจับปูมาเลี้ยง เอามาเปึนตะกร้าใส่แล้วก็เลี้ยง ตะกร้านี้ทําเปึนกะชังซ้อนกันเปึนทอด ๆ เขาเรียกกันว่าคอนโดปูไข่ เลี้ยงจนกระทั่งปูตัวโต แล้วก็จับมาบริโภค แต่ปล่อยไข่ลงไปในทะเล ตอนที่คิดโครงการอย่างนี้จะระดมทุน สัก ๒ แสนบาท ก็หาเงินไม่ได้ แต่เมื่อมีเงินโครงการเอสเอ็มแอลขึ้นมาครั้งแรก นําเงินนี้ ไปลงทุน ปรากฏว่าหลังจากลงทุนไปในป้แรกมีผลตอบแทนกลับมาที่ชาวบ้าน แจ้งให้ทราบว่าในป้แรกตกประมาณไม่กี่ล้านบาท แต่ป้ล่าสุดก็คือ ๑๐ ล้านบาท สิ่งที่ตามก็คือว่าตอนนี้ชายฝัืงที่ศรีราชามีกะชังที่ทําเปึนคอนโดปูไข่ตามแนวชายฝัืง จํานวนมาก มีภัตตาคารที่ขายปูเพื่อบริโภคเกิดขึ้นในรัศมี ๒ กิโลเมตร ประมาณ ๕๐๐ แห่ง อันนี้ก็เปึนตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่าชาวบ้านมีภูมิปัญญา มีความรู้อาจจะ ต้องการที่จะทําอะไรสักอย่างหนึ่ง แต่ว่าไม่มีโอกาสที่จะมีเงินทุน เพราะฉะนั้นถ้ามีเงินทุน ที่เหมาะสมสามารถมีโครงการที่เหมาะสม ก็สามารถจะนําไปสู่การสร้างรายได้ได้ อันนี้ก็เปึนสิ่งหนึ่งที่โครงการเอสเอ็มแอล ก็ได้มีการส่งเงินลงไปอย่างที่ผมเรียนไปเบื้องต้น แล้วว่าประมาณเกือบ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ในช่วงนี้แล้วก็คงจะส่งอีกประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาทในเดือนหน้าครับ
ท่านพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับม็อบที่กระทรวงการคลัง ผมก็เห็นด้วยอย่างยิ่งว่า มีม็อบมาก นอกจากม็อบของรัฐวิสาหกิจซึ่งก็อยู่ที่กระทรวงการคลังกันมาหลายเดือนแล้ว ก็ยังมีม็อบของเกษตรกรที่ราษีไศล ม็อบเกษตรกรกองทุนต่าง ๆ ผมมองอีกมุมหนึ่งครับว่า เปึนความเปลี่ยนแปลงที่แสดงให้เห็นว่าสิทธิของประชาชนมีเพิ่มพูนมากขึ้น ประชาชน ไม่ได้คิดอีกต่อไปแล้วว่าสถานที่ราชการห้ามเข้า สถานที่ราชการเปึนสิ่งที่แปลกแยก จากตัวเขาเอง ราชการเปึนสถานที่ที่สามารถจะทําให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการที่จะ สะท้อนความทุกข์ยากของเขา เพราะฉะนั้นถ้ามีความทุกข์ยากกระทรวงการคลัง ก็น่าจะต้องพร้อมที่จะรับฟังความทุกข์ยากเหล่านั้น แต่ว่าก็คงต้องไม่จบแค่นั้น จะต้อง พร้อมที่จะสามารถปัดเป์าได้ ผมก็เรียนว่าปัญหาของม็อบราศีไศลซึ่งได้มีโอกาสมาพบ กับผมเมื่อช่วงประมาณสักเดือนที่แล้ว ก็ได้มีข้อสรุปที่ชัดเจนแล้วก็เตรียมนําเข้าสู่ การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในช่วงสัปดาห์หน้าหรือสัปดาห์ถัดไปนะครับ
เรื่องการโยกย้ายตําแหน่งต่าง ๆ ผมก็กราบเรียนว่าในช่วง ๔-๕ เดือน ที่ผ่านมาก็ยังไม่มีการโยกย้ายตําแหน่งใด ๆ ยกเว้นตําแหน่ง ๓ ตําแหน่ง ซึ่งมีปัญหาจาก คําพิพากษาของศาลปกครองที่ท่านผู้ดํารงตําแหน่งทั้ง ๓ ตําแหน่งนั้นก็จะต้องกลับไปสู่ สถานภาพเดิมก่อนที่จะมีการแต่งตั้งในตําแหน่งที่มีปัญหา เพราะฉะนั้นก็มีเพียงแค่แต่งตั้ง อธิบดีกรมสรรพสามิตทดแทนตําแหน่งที่ว่างเว้น แล้วผมก็คงกราบเรียนว่าผมก็พยายาม ที่อยากจะให้ท่านผู้ที่เปึนลูกหม้อของกรมสรรพสามิตเชื่อว่ามีความรู้ความสามารถขึ้นมา ทําหน้าที่นี้ครับ ตําแหน่งอื่น ๆ ก็คงจะต้องมีโอกาสที่จะได้พิจารณากันต่อไป ก็อยาก จะเรียนยืนยันกับท่านพิเชษฐว่าเปึนความตั้งใจที่เราอยากจะได้คนที่เปึนคนดี มีความสามารถแล้วก็ยึดหลักของธรรมาภิบาล พยายามให้ทุก ๆ คนขึ้นมาแล้วมีกําลังใจ ในการทํางาน คนที่เปึนผู้นําองค์กรยิ่งถ้าหากสามารถที่ทําให้เกิดแรงจูงใจในการเข้าสู่ ตําแหน่งว่าเราพิจารณาจากหลักความรู้ความสามารถ ความเหมาะสมมากกว่า หลักอย่างอื่น ตรงนั้นน่าจะเปึนหลักที่สําคัญครับที่ทําให้งานประสบความสําเร็จ แน่นอนว่าเราก็อยากจะได้ผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีความรู้สึกว่าทําดีได้ดี ทํางานหนัก ก็จะได้รับความดีความชอบเปึนผลตอบแทน อันนี้ทําให้ผู้บังคับบัญชาเองก็จะมี ประสิทธิภาพมากขึ้น มีคนที่จะเข้ามาช่วยทํางานได้มากขึ้นนะครับ
เรื่องกองทุนฟุ๋นฟูเพื่อเกษตรกร ก็คงเปึนเรื่องที่คงจะร่วมกับกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ คงไม่ได้ปัดความรับผิดชอบไปเลย แต่ว่าก็จะร่วมกับกระทรวงเกษตร และสหกรณ์แล้วก็ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่าน พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ ซึ่งท่าน รับผิดชอบโดยตรง ก็จะพยายามแก้ไขปัญหา ซึ่งเมื่อวานนี้ในที่ประชุมรัฐมนตรีเอง ก็ได้มอบให้กระทรวงการคลังไปประสานกับทางสมาคมธนาคารไทยเพื่อช่วยเหลือ ดูแลเรื่องเกี่ยวกับปัญหาหนี้สินของเกษตรกรครับ
เรื่องอื่น ๆ ที่ท่านสรรเสริญได้พูดมา ก็คงอาจจะต้องมีโอกาสได้คุยกัน ในรายละเอียด แต่ถ้าท่านบอกว่าเรื่องส่งออกมีมูลค่าประมาณสัก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพี ตรงนี้ก็คงเปึนความรู้ใหม่นะครับ เพราะถ้าอย่างนั้นปัญหาเรื่องการส่งออก ถ้าบอกว่ามีปัญหาในประเทศที่เปึนคู่ค้าแล้วเขาประสบปัญหาเศรษฐกิจตกต่ํา ถ้าหาก ส่งออกเพียงแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ไม่น่าจะมีปัญหามากนัก ก็คงจะเปึนเรื่องที่ผมอาจจะ เข้าใจท่านผิด เพราะว่าท่านอาจจะพูดกระชับสั้นแล้วก็อาจจะไม่มีโอกาสได้เรียนรู้ แต่ก็คงจะมีโอกาสได้พูดคุยกันต่อไป เรื่อง ปตท. ผมคิดว่าอย่างไรก็ตามวันนี้การบอกให้ ปตท. ไปอุดหนุนราคาน้ํามันน่าจะเปึนแนวคิดที่ผิดพลาดโดยสิ้นเชิง ผมเชื่อว่าวันนี้ การอุดหนุนพลังงานเปึนแนวคิดที่ไม่ได้รับการยอมรับอีกแล้ว ไม่ว่าจะในประเทศนี้ หรือในประเทศไหนก็ตาม เพราะว่าแนวคิดเรื่องการอุดหนุนพลังงานจะนําไปสู่การที่ ไม่ทําให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรม ถ้าหากเรายังบอกว่าพยายามทําให้น้ํามันราคาต่ํา ไม่สูง แล้วคนก็ยังใช้น้ํามันกันอย่างฟุ์มเฟ๋อย ตรงนั้นน่าจะเปึนทางออกที่ไม่เหมาะสมครับ ผมคิดว่าถ้าหากจะแทรกแซงก็คงจะต้องแทรกแซงเฉพาะกลุ่มที่จะมีผลกระทบต่อ ราคาสินค้า อย่างเช่นกลุ่มขนส่งหรือกลุ่มอะไรต่าง ๆ อันนั้นก็คงเปึนเรื่องที่คงจะต้อง พิจารณากันให้รอบคอบอย่างชัดเจนเรื่องอื่น ๆ ที่มีการกล่าวถึงไว้ก่อนหน้านี้ อย่างเช่น เรื่องของธนาคารเอสเอ็มอี เรื่องอะไรต่าง ๆ นั้น ผมมีข้อมูลอยู่ในนี้ แต่เกรงว่าจะรบกวน เวลาของทางกระทรวงพาณิชย์ ก็ไม่ทราบถ้าหากท่านคิดว่าเอสเอ็มอี แบงก์อยากจะให้ได้ ข้อมูลผมก็มีข้อมูลพร้อมจะชี้แจงนะครับ ถ้าหากท่านจะซักถามก็ยินดีครับ
ขอเปึนวาระของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีไหมครับ
ท่านประธานครับ
เชิญครับ มีอะไรครับ
ท่านประธาน ผมขออนุญาตนิดหนึ่ง ท่านประธานครับ ผม พิเชษฐ
เชิญครับท่านพิเชษฐ
ท่านประธานครับ ผม สรรเสริญ สมะลาภา
ท่านพิเชษฐครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม พิเชษฐ ครับ ผมขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการนะครับ แต่ทําความเข้าใจเพื่อประโยชน์ส่วนรวม นิดเดียว ๑. เรื่องปุิย เรื่องอุปกรณ์การเกษตร เรื่องอะไรต่าง ๆ ไม่ใช่หน่วยงานของ กระทรวงการคลังและท่านทําอย่างอื่นไม่ได้ ท่านช่วยก็ได้โดยนโยบายภาษี และท่านนั่ง เปึนประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณ ท่านเปึนผู้จัดงบประมาณ รายจ่าย ๒. เรื่องเอฟทีเอ จริงอยู่เปึนเรื่องของกระทรวงพาณิชย์ แต่ที่ผมพูดหมายถึงว่า มาตรการทางศุลกากร สินค้าที่ลักลอบเข้ามาโดยไม่ถูกต้อง และสินค้าพม่าสวมสินค้าจีน อะไรต่าง ๆ เปึนต้น สิ่งเหล่านี้ท่านจะกรุณาดูแลด้วย ผมพูดเรื่องเบี้ยยังชีพคนชรา ไม่ได้สวนทางกับเรื่องคนจนนะครับ แต่ท่านต้องทําทั้งคนที่จนด้วย แก่ด้วยก่อน มีคนประมาณ ๑ ล้านคน กรมประชาสงเคราะห์เดิมปัจจุบันนี้เปึนกระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ หรืออะไรต่าง ๆ เขาเคยขึ้นทะเบียนไว้ หน่วยราชการ ขึ้นทะเบียนตรงไปตรงมา ผมเคยให้ไปเจาะลึกรายชื่อเหล่านี้ แต่ถ้าท่านไปให้ อบต. ให้ท้องถิ่น แน่นอนครับ เขาจะไปให้กับพ่อแม่ คนชราที่เปึนฐานเสียงเพื่อหาเสียง คนไหน ลูกเยอะ ๆ หลานเยอะ ๆ พรรคพวกเยอะ ๆ จะได้ แต่คนจนที่โดดเดี่ยวหรือยากจนต่าง ๆ เหล่านี้ยังไม่ได้ เรื่องหวยใต้ดิน ท่านประธานครับ บางอย่างมันผิดกฎหมายด้วย มันชั่วด้วย มันเปึนอบายมุขด้วย ถ้ามันอยู่ใต้ดินมันผิดกฎหมาย และมันเลวชั่ว ต้องกําจัดมันให้หมด ทุ่มเทเท่าไร กําจัด ไม่ใช่จะไปทํามันให้มันถูกกฎหมาย ให้สิ่งชั่ว และสิ่งอบายมุขถูกต้องตามกฎหมาย นั่นไม่ใช่เปึนการแก้ไขปัญหาที่มีคุณธรรม ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอไปที่กระทรวงพาณิชย์เลยนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม สรรเสริญ สมะลาภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเคารพต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนะครับ ก็จะมีเรื่องที่เข้าใจผิด หรือว่าผมอาจจะอธิบายผิดพลาด หรือท่านอาจจะเข้าใจผิดพลาดกันบ้างนะครับ
เรื่องแรก ในเรื่องของการส่งออก ที่ท่านพูดว่าผมบอกว่าการส่งออกเปึน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ผมไม่ได้พูดอย่างนั้นผมบอกว่าส่วนที่เปึน ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ของจีดีพี ของดุลบัญชีเดินสะพัด และดุลบัญชีเดินสะพัดมันรวมถึงการส่งออก ลบการนําเข้าแล้วก็มาบวกเพิ่มในเรื่องของรายได้เข้าแล้วก็ลบรายได้ออก ส่วนนี้ต่างหาก ที่เปึน ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ของจีดีพี การส่งออกเปึนแค่องค์ประกอบหนึ่งในดุลบัญชี เดินสะพัดเท่านั้น
เรื่องที่สอง ในเรื่องของ ปตท. ผมไม่ได้พูดว่าจะให้ ปตท. ไปอุดหนุนราคา น้ํามัน ผมพูดในกรณีที่ว่า ปตท. กําไรป้ละเปึนแสนล้านบาท เพราะฉะนั้นน่าจะหาทาง คืนกําไรให้กับประชาชน แล้วก็ไม่ได้หมายความว่าในรูปแบบของน้ํามันนะครับ ในรูปแบบ ของพลังงานที่ประชาชนเดือดร้อนโดยทั่วไปเปึนหน้าที่ว่าท่านต้องคิดว่าคนจนที่ไหน เดือดร้อนใช้พลังงานอะไร แล้วนํากําไรของ ปตท. นั้นไปคืนให้กับประชาชนในรูปของ การลดราคาพลังงาน
อีกส่วนหนึ่งซึ่งผมจะขออนุญาตทวงคือคําถามที่ผมถามไป ในเรื่องของ งบประมาณของคูปองคนจน อันนี้ก็เปึนนโยบายรัฐบาลที่เพิ่งออกมาใหม่ล่าสุด ผมก็ไปดูในเอกสารงบประมาณปรากฏว่าไม่พบว่างบประมาณจํานวนนี้ตั้งอยู่ที่ไหน ก็อยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าตั้งอยู่ที่ไหนแล้วมีงบประมาณเท่าไร ผมคิดว่าเรื่องนี้ สําคัญครับ เพราะเปึนการวัดความจริงใจว่ารัฐบาลตั้งใจจะช่วยเหลือคนจนหรือไม่ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ
เรื่องปริมาณของเงินนี่นะครับ ก็เรียนท่านว่าวันนี้เราพยายามที่จะคํานวณหาเรื่องเกี่ยวกับ ผู้ที่สมควรได้รับ แล้วก็ปริมาณของเงินที่จะได้รับต่อเดือน แล้วก็ปริมาณของจํานวนเงิน ที่เราจะให้ในต่อป้ อย่างที่เรียนว่าเราคงจะอยู่ระหว่าง ๖-๑๒ เดือน ทําไมถึง ๖–๑๒ เดือน ก็เพราะเราเชื่อว่าในระยะยาวสิ่งที่ควรจะทํามากกว่า ก็คือไม่ใช่เปึนเพียงแค่ให้คูปองกัน ไปเรื่อย ๆ จะทําอย่างไรที่ให้เขาสามารถที่จะสร้างรายได้ต่อไปในอนาคต ก็คงจะเรียน ได้ว่าเนื่องจากเรายังไม่สามารถจะหาข้อสรุปได้ว่าคุณจะใช้เม็ดเงินเท่าไรแน่ เงินตรงนี้ จะอยู่ในส่วนของงบกลาง ซึ่งถ้าท่านได้ไปดูในส่วนของงบกลางก็จะเห็นว่างบกลาง ในส่วนนี้มีปริมาณมากพอสมควร แต่ว่าอย่างที่เรียนครับว่าเราคงจะต้องจัดลําดับ ความสําคัญว่ากลุ่มใดที่มีความสําคัญเร่งด่วน แล้วก็ช่วยในส่วนที่เราจะสามารถจัดสรร งบประมาณได้ ขอบคุณครับ
ขอเปึนวาระกระทรวงพาณิชย์เลยนะครับ เชิญครับ ท่านใดจะอภิปรายครับ ท่านอาคม เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกระบี่ ได้รับมอบหมายจากพรรคประชาธิปัตย์ ให้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ในการอภิปรายครั้งนี้มีผู้อภิปราย ๕ คนด้วยกันคือ ผม คุณวิทยา แก้วภราดัย คุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สําหรับคืนนี้นะครับ เพื่อประหยัดเวลาแล้วเพื่อรักษาสุขภาพ ของผู้แทนราษฎรจะได้ไม่เสียชีวิตในการทําหน้าที่ ก็เลยจะเว้นไว้สําหรับพรุ่งนี้ ๒ ท่าน คือ ดอกเตอร์ไตรรงค์ สุวรรณคีรี และคุณวิทยา แก้วภราดัย ก็ไม่เสร็จ จะเอาให้เสร็จกัน ได้อย่างไร ก็ตกลงกันแล้ว ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเริ่มเลยนะครับ คือวันนี้ เราทําหน้าที่อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลและน่าจะเปึนรัฐบาลแรก ๆ ที่ทําหน้าที่แค่ ๔ เดือน ฝ์ายค้านก็มาเป่ดอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว หลายคนก็บอกว่ามันจะไว้วางใจ ได้อย่างไรก็ ๔ เดือน ที่จริง ๆ ๔ เดือนนะครับ ถ้าท่านประธานฟังผมให้จบ จะเห็นว่า ๔ เดือนนี้มันเสียหาย เปึนหมื่นล้านบาทสําหรับเกษตรกร และถ้าสมมุติว่าปล่อยให้ดําเนินการต่อไปอีก จนครบ ๔ ป้ จะเสียหายหลายหมื่นล้านบาท เฉพาะเรื่องเดียวที่ผมจะพูดคือเรื่องปุิย ท่านประธานสภาก็คงจะทราบนะครับว่าญัตตินี้เปึนญัตติที่ไม่ใช่ว่าด้วยเรื่องของ การทุจริต เพราะถ้าทุจริตรัฐธรรมนูญกําหนดให้ต้องไปยื่นถอดถอน อันนี้ไม่ใช่ครับ เปึนที่รู้กันดี และประชาชนที่ฟังข่าวสารอยู่ทางบ้านก็ทราบดีว่า อันนี้เปึนการชี้ให้เห็นว่า รัฐมนตรีบริหารบกพร่อง แต่ว่านายกรัฐมนตรีเปึนคนแรกที่เขาไม่ไว้วางใจไปแล้ว ก็จบไปแล้ว แล้วก็ยังมีรัฐมนตรีอีก ๗ คน ซึ่งอยู่ในระหว่างการดําเนินการที่ฝ์ายค้านเห็นว่า ควรจะได้มีการไม่ไว้วางใจ การไม่ไว้วางใจในทางการเมืองหรือในทางนิติบัญญัติ เขาเรียกว่า เปึนการทําหน้าที่ของฝ์ายตรวจสอบที่ร้ายแรงที่สุด ถ้าถึงขั้นเปึนคดีอาญา เขาเรียกว่า ต้องโทษประหาร เพราะว่าไม่ไว้วางใจให้บริหารประเทศ ไม่มีการแนะนํา ไม่มีการชม ถ้าจะทําความดีก็เก็บไว้ที่บ้าน เก็บไว้ที่กระทรวง วันนี้ว่าแต่เรื่องไม่ดี และเมื่อว่าเรื่องไม่ดีครบผู้ฟังที่อยู่ในสภาก็มาลงคะแนนไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจ ซึ่งเปึนไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ที่ต้องพูดอย่างนี้ก็เพราะว่ารัฐมนตรีมิ่งขวัญ ท่านอาจจะเปึนรัฐมนตรีครั้งแรกที่ถูกไม่ไว้วางใจก็น่าเห็นใจนะครับ รู้จักกันท่านก็ พยายามจะถามว่าแรงหรือไม่แรง หนักหรือไม่หนัก แต่ว่าถ้าถามคนอื่นผมไม่รู้ แต่ถ้าถามผม แรงครับ ผมจะกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า ท่านได้บริหารบกพร่อง ผิดพลาด ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพจนประชาชนเกิดความเดือดร้อนอย่างรุนแรง นี่คือสิ่งที่ผมกล่าวหา สิ่งที่ผมกล่าวหาคือเปึนข้อกล่าวหาที่ในทางการเมืองที่ผมบอกแล้วว่า ร้ายแรง ส่วนท่านจะมีเหตุผลมาหักล้างตอบภายหลังนั่นก็เปึนสิทธิของรัฐมนตรีอยู่แล้ว ท่านประธานครับ นี่คือตัวญัตติ ผมจะเริ่มต้นด้วยเนื่องจากว่าเราได้แบ่งหน้าที่กันทํา มีหลายเรื่องนะครับ มีเรื่องข้าว เรื่องอื่น เรื่องเยอะแยะครับ กระทรวงพาณิชย์ เพราะกระทรวงพาณิชย์เปึนกระทรวงที่ต้องไปทําหน้าที่ในการค้าขาย เขาเรียกว่า กระทรวงเกรดเอ เวลาเขาจัดรัฐมนตรีเขาถือว่าอยู่ในกระทรวงเกรดเอ เพราะฉะนั้น คนที่ไปนั่งกระทรวงพาณิชย์ ท่านมิ่งขวัญท่านยิ้มไว้ก่อน มีคนที่เคยนั่งกระทรวงพาณิชย์ แล้วได้เปึนนายกรัฐมนตรีมาแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าท่านไม่เสียชีวิตเสียก่อนก็อาจจะได้เปึน เพราะฉะนั้นเปึนกระทรวงที่สําคัญของประเทศ มีหน้าที่ส่งเสริมการค้าการขาย ทั้งภายนอกและในประเทศ และนอกจากส่งเสริมการขายแล้วยิ่งเราเปึนประเทศ เกษตรกรรมด้วย อุตสาหกรรมด้วย ในประเทศก็ต้องส่งเสริมให้มีการค้าการขาย เพราะฉะนั้นมันจะต้องเปึนกระทรวงที่สําคัญ และที่สําคัญที่สุดก็คือมีกฎหมายควบคุม ไม่ให้มีการค้าขาย แม้ว่าเราจะใช้กลไกตลาดการค้าเสรี แต่เราต้องควบคุมไม่ให้สินค้า บางชนิดเปึนการค้ากําไรเกินควร อันนี้เปึนหน้าที่ แล้วปัจจุบันนี้ยังมีกฎหมายลิขสิทธิ์ เข้าไปอีก เพราะฉะนั้นจึงเปึนกระทรวงที่สําคัญจริง ๆ ผมอยากจะกราบเรียนกับ ท่านประธานว่า ผมพยายามจะตรวจสอบก่อน เพราะว่าท่านรัฐมนตรีมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ตอนที่ท่านเข้ามาเปึนรัฐมนตรีทุกคนก็คาดหวังว่าท่านจะทําหน้าที่ได้ดี เพราะว่าท่านเปึน ทีมเศรษฐกิจของพรรคพลังประชาชน เปึนหัวหน้าทีม ตอนหาเสียงก็ออกไปดีเบท (Debate) ในทีวี พอท่านได้เปึนรัฐบาลเขาก็ให้ท่านไปอยู่กระทรวงนี้ แล้วได้เปึนรองนายกรัฐมนตรีด้วย แต่ท่านประธานครับ ท่านบริหารอย่างไรของท่านไม่รู้ ๔ เดือน มันวุ่นวายไปหมด เราดูได้จากข่าวสารของสื่อมวลชนทุกแขนง ผมยกมาเฉพาะหนังสือพิมพ์หัวเขียว หนังสือพิมพ์หัวเขียวคือไทยรัฐนั่นเอง เราต้องให้เครดิตเขา มีคอลัมนิสต์ (Columnist) ลมเปลี่ยนทิศ วันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๑ บอกว่าท่านบริหารให้โอกาสเปึนวิกฤติ หลายอย่างประเทศไทยน่าจะได้ขายสินค้า น่าจะได้ขายข้าว เพราะเราเปึนประเทศ เกษตรกรรม มีการประกาศว่าประเทศไทยเปึนครัวโลก วันนี้คนไทยต้องรวยแน่ ๆ เพราะเราเปึน ประเทศเกษตรกรรม แต่ด้วยความบกพร่องของท่านนี่ล่ะครับ บกพร่องทําให้โอกาส เปึนวิกฤติ ผมไม่ได้พูดเองนะครับ ลมเปลี่ยนทิศเขาบอกว่าท่านมีความสามารถในการ บริหารที่เรียกว่าบริหารให้เกิดความเฮงซวย นี่ชัดเจนหลักฐานอยู่ที่นี่ ทีนี้เมื่อเขาบอกว่า บริหารเฮงซวยเขาก็ให้เหตุผลในฐานะที่เขาเปึนคอลัมนิสต์ แต่ที่ผมจะกราบเรียนกับท่านว่า มันมีแนวโน้มที่จะเปึนเช่นนั้นจริง ๆ เพราะผมไปพบหลักฐานว่ากระทรวงพาณิชย์ไม่ได้ใช้ มาตรการทางกฎหมายเลย มีกฎหมายอยู่ในมือแต่ปล่อยให้มีการค้ากําไรเกินควร จนประชาชนที่เปึนเกษตรกรเดือดร้อนทั้งแผ่นดิน ซึ่งเดี๋ยวผมจะชี้ให้ประธานเห็น ท่านประธานครับ มันเดือดร้อนมากจริง ๆ ประเทศไทยเปึนประเทศที่เรามีรายได้จาก การส่งออกเฉพาะหมวดอาหาร ๑๕,๖๔๑ ล้านเหรียญ หมวดเกษตรและผลิตภัณฑ์ ๑,๑๒๙,๒๐๕ ล้านเหรียญสหรัฐ นี่เฉพาะหมวดอาหารนะครับ เรียกว่า ๑ ล้านล้าน ซึ่งจะมีอะไรบ้างมันมีอยู่ในรายละเอียด แต่น่าเสียหายครับท่านประธาน ในการทํา การเกษตรของประเทศหมวดอาหารซึ่งก็จะมีหลายอย่าง ประมวลรายได้จากการส่งสินค้า เกษตรของประเทศไทยเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรที่นั่งฟังอยู่ทางบ้าน ซึ่งก็ไม่ทราบจะหลับ กันแล้วหรือยังเพราะนี่ก็ไปไกลแล้ว แต่ก็คิดว่าคงจะมีคนสนใจอยู่บ้างละครับ ประเทศไทยเราส่งออกทํารายได้ไม่น้อยทีเดียว เฉพาะหมวดอาหาร ๑๕,๖๔๑ ล้านเหรียญ แล้วก็มีหมวดเกษตร สินค้าประเทศไทย ๑๐ อันดับแรกต้องประกาศให้รู้กันไปทั่วนะครับ พี่น้องชาวภาคใต้สามารถผลิตยางพาราและผลิตภัณฑ์คิดเปึนมูลค่าถึง ๓๓,๗๖๘ ล้านบาท นี่เฉพาะลําดับ ๑ ของประเทศไทย ลําดับที่ ๒ คือข้าวและผลิตภัณฑ์ข้าว ๑๒,๙๖๘ ล้านบาท แล้วก็ไปปลา ไปกุ้ง ไปไม้ มันสําปะหลัง น้ําตาล และผลิตภัณฑ์ไม้ ผลิตภัณฑ์กระดาษ แล้วก็ไปเนื้อไก่ลําดับ ๑๐ แต่ว่าทั้งหมดทั้งสิ้นใน ๑๐ ลําดับ มันต้องมีต้นทุนในการผลิต และต้นทุนในการผลิตเกิดวิกฤติอย่างมากเหมือนกับที่เกิดวิกฤติน้ํามันคือปุิยแพง ปุิยแพงชนิดที่เรียกว่ารัฐบาลไม่ควบคุมเลย ซึ่งผมจะได้เอารายละเอียดมาให้ประธาน ได้รับทราบ และท่านจะเห็นว่ามันมีกฎหมายที่จะควบคุมและรัฐบาลไม่ควบคุม และผม มีตัวอย่างของความไม่ได้เรื่องของรัฐบาลหรือไม่ได้เรื่องของกระทรวงพาณิชย์มาให้ ท่านประธานทราบด้วย ตลอดระยะเวลา ๔ เดือน เราดูจากหนังสือพิมพ์ ท่านดูครับ ชาวสวนปาล์มป่ดถนนประท้วง อันนี้ท่านประธานทราบดี และหลังจากพวกผมได้ออกมา ยื่นกระทู้ ท่านประธานก็คงทราบว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็ลงไปแก้ ขณะนี้ราคาก็ดีขึ้น วันนั้นผมเจอท่านที่สภา ผมก็บอกว่าราคาดีขึ้น แต่ว่ามันไม่จําเปึน ต้องประท้วงก็ต้องมาประท้วง เพราะว่ารัฐบาลไปอนุญาตให้มีการนําน้ํามันปาล์มเข้ามา ในประเทศ แม้นว่าตัวท่านเองไม่ได้อนุญาต แต่ท่านเข้ามาแล้วท่านมีสิทธิที่จะยับยั้งได้ เพราะว่าเขาต้องขออนุญาตผ่านกระทรวงพาณิชย์ในการนําน้ํามันปาล์มเข้า เพราะรัฐบาลก่อนโน้น รัฐบาลก่อนหน้าท่านมาอนุมัติไว้ ในที่สุดก็ต้องเกิดวิกฤติราคา จนประชาชนต้องมาป่ดถนนสายเอเชีย อันนี้เปึนที่ทราบกันดี มันไม่ใช่มีแต่ม็อบภาคใต้ ไม่ใช่มีแต่ม็อบสวนปาล์มครับ ม็อบชาวนา ม็อบชาวนานี่ชัดเลย ตัวแทนชาวนา สมาพันธ์ ชาวนา ประเทศไทยเปึนประเทศที่ปลูกข้าวและปัญหาข้าวนี่ล่ะเปึนปัญหาที่ท่านรัฐมนตรี ทําให้ปัืนป์วนไปทั้งประเทศซึ่งจะมีคนมาพูดทีหลัง จนชาวนาประกาศว่าจะเกิดม็อบ และการที่จะเกิดม็อบนี่ละครับ ทําให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พวกผมแทบจะไม่ต้องไว้วางใจเลย เพราะนายกรัฐมนตรีเข้าไปจัดการเอง เข้าไปจัดการเองเพราะว่าประกาศให้มี การแทรกแซงราคาข้าว ที่จริงข้าวมันไม่ต้องแทรกแซงราคาของมันดีอยู่แล้ว ถ้าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อย่าไปพูดจาให้มันสับสน แต่ว่าแทนที่ การแทรกแซงราคาข้าวซึ่งกรมการค้าภายในได้ทํามาในอดีต ได้ทํามาตลอด รู้เรื่องดี มีกลไกดี รู้จักโรงสี ทํามาเปึนประจําแล้วก็โกงกันมาประจําจนเรียกว่าโกงกันได้เปึนปกติ แต่ว่าถ้าควบคุมให้ดีก็โกงได้น้อย ตรงนี้เปึนการฟัองประธานว่าท่านนายกรัฐมนตรี เห็นว่าชาวนามาป่ดถนนแล้วจะเดินขบวนแล้วจะมาสมทบกับพันธมิตรแล้ว ในที่สุด ก็ต้องเรียกกระทรวงการคลังไปจัดการให้มีการรับจํานําข้าวเปลือก ๑๔,๐๐๐ บาทต่อตัน โดยไม่มีรัฐมนตรีมิ่งขวัญของผมเลย ถ้าเปึนลูกผู้ชายจริง ๆ แล้วต้องออกเลยต้องโมโหเลย มันทําได้อย่างไรหน้าที่ของผมแท้ ๆ ผมเปึนหัวหน้าทีมเศรษฐกิจมาหักหน้ากันได้อย่างไร แต่ว่าผมไม่รู้ว่าใครไปเจรจากันอย่างไร ท่านก็มานั่งยิ้มอยู่นี่ นี่เปึนข้อที่ ๑ ที่ผมฟัอง ประธานเลยว่าท่านได้บริหารให้เกิดความผิดพลาดในการที่ข้าวไม่จําเปึนต้องรับจํานําป้นี้ เพราะการรับจํานํามีแต่ขาดทุน รัฐต้องซื้อในราคาจํานํา คือต้องซื้อในราคาสูง ค่าโกดัง ค่าจัดการ ค่าใช้จ่าย สินค้าใดก็ตามที่รัฐลงไปแทรกแซงท่านไปดูเถอะครับ ประวัติผมเคยเปึนรัฐมนตรีผมรู้ แต่ละป้เอางบมาแสดงขาดทุนกันทุกป้ซึ่งเปึนเรื่องปกติ เพราะว่ามันต้องซื้อนําตลาด ซื้อแทรกแซง เรียกว่า ซื้อนําตลาด ท่านไปรับจํานําราคาถูก เกษตรกรก็เหยียบตายอยู่แล้ว มันก็ต้องซื้อนําตลาดก็ต้องขาดทุน เราไม่จําเปึนต้องทําเลย ต้องเอาเงินไปตั้งหลายพันล้านบาท หมื่นล้านบาทไปแทรกแซงข้าว นี่เปึนการฟัอง อย่างหนึ่งว่านายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ที่บอกว่ามีญาติเปึนหมอยังไม่ไว้วางใจ ให้ท่านมาร่วมในการรับแทรกแซงราคาข้าว แล้วในขณะเดียวกันประชาชนแทนที่จะได้ กินข้าวสารถูก ข้าวเปลือกแพง ข้าวสารถูก เพราะเราเปึนประเทศที่ผลิตข้าวได้มาก แต่ว่าเกษตรกรและประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะประชาชนเมืองต้องซื้อข้าวสารแพง พอซื้อข้าวสารแพง นายกรัฐมนตรีก็ดี รัฐมนตรีมิ่งขวัญของผมก็ดี ก็ตกใจทําข้าวถุง ธงฟัาอีก แล้วท่านดูสิมันทั่วถึงที่ไหน ข้าวถุงธงฟัาขาย ๑๒๐ บาท ไปเอาข้าวที่เราเก็บไว้ ในสต็อก (Stock) ๒ ล้านตัน เอามาสีอย่างไร ๆ ก็ไม่มีทางพอนะครับ เพราะว่าผลผลิต ในการผลิตข้าวมันทําไม่ทัน แต่แน่นอนขายผ้าเอาหน้ารอดถุงละ ๑๒๐ บาท ก็พอทําได้ แต่ขายไปขายมา ๑๒๐ บาท ในตลาด ๑๔๐ บาทมันก็มีการเวียนเทียน ในที่สุดข้าวคนจน ที่เราอยากจะให้ถึงมือคนจนมันก็ไปตกอยู่ในมือพ่อค้าคนกลางเพราะมีการเวียนเทียน ในที่สุดก็เลิก นี่เปึนการแสดงให้เห็นถึง ๒ เรื่องแล้วที่ท่านล้มเหลว ท่านประธานครับ พอม็อบชาวนาแล้ว ม็อบกุ้ง ท่านวิทยา แก้วภราดัย อยู่จังหวัดนครศรีธรรมราช พี่น้อง ชาวนากุ้งก็ไปป่ดสะพานติณสูลานนท์ เพราะรู้อยู่ว่ารัฐบาลนี้พูดดี ๆ ไม่ชอบต้องป่ด มีอะไรได้ก็ป่ด ดีนะครับผมว่าเกษตรกรเมืองไทยไม่ใจร้อน ถ้าใจร้อนนี่เผา เพราะรู้ว่าเผา มันคือเผาสตางค์ของตัวเอง เพราะสะพานก็ดี ทรัพย์สินก็ดีราชการมันเปึนเงินภาษีของ ประชาชนเขาไม่เผาแต่เขาเดือดร้อนเขาต้องกดดันรัฐบาล ถ้าไม่กดดันรัฐบาลก็ไม่เจรจาด้วย มันก็เกิดม็อบกุ้งขึ้น ม็อบกุ้งป้นี้น่าสงสาร ชาวนากุ้งกว่าจะได้น้ํามันเขียว กว่าจะได้ น้ํามันม่วง ซึ่งเวลานี้ไม่รู้ได้ใช้กันได้เท่าไรทั่วถึงหรือเปล่า พี่น้องชาวนากุ้งก็เดือดร้อนไปทั่ว ม็อบกระเทียม ผมยกตัวอย่างว่าอย่าพูดแต่ภาคใต้ อย่าพูดแต่ภาคตะวันออก ภาคเหนือ ก็โดนครับ ม็อบกระเทียม แล้วก็มีม็อบอื่น ๆ อีกเปึนม็อบผู้รับเหมา อันนี้เปึนตัวอย่าง ครับท่านประธานที่ให้เห็นว่ามันมีความไม่ชอบมาพากลและบกพร่องจริง ๆ ทีนี้ ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าในการที่ผมยกตัวอย่างมานี้ ถามว่ารัฐบาล ทําไหม รัฐบาลทําครับ แต่ว่าสิ่งที่รัฐบาลออกมามาตรการมา ๔-๕ เรื่องนี้ ผมจะกราบเรียน กับท่านประธานว่าไม่ได้เรื่อง มันไม่แก้ปัญหา
ข้อที่ ๑ กระทรวงพาณิชย์รายงานไปที่ ครม. ว่าได้แก้ปัญหาแล้ว โดยบอกว่าป้นี้เปึนป้ที่เกิดวิกฤติมากตั้งแต่ปลายป้ ๒๕๕๐ ปุิยก็แพงมาตลอด อ้างว่า น้ํามันแพง การที่น้ํามันแพง ปุิยมันประกอบด้วย เอ็นพีเค (NPK) เอ็น (N) ไนโตรเจน มันมาจากบาย โปรดักท์ (By product) ของการกลั่นน้ํามัน เพราะฉะนั้นเอ็นมันก็แพง พี (P) มันก็แพง เค (K) มันก็แพง และโลกทั้งโลกเวลานี้เขาตื่นกันมาก เขาปลูกพืช กันอย่างขนานหนัก เพราะฉะนั้นประเทศที่ผลิตปุิยได้เขาก็ไม่ขายให้เรา หรือถ้าเขาจะขาย ก็ขายแพง อันนี้เปึนเหตุผลบอกว่าปุิยแพง เพราะฉะนั้นป้นี้นับตั้งแต่ปลายป้ ๒๕๕๐ มาจนถึงรัฐบาลนี้เวลานี้ปุิยมันก็มีแต่ขึ้น ๆ เอาล่ะ ผมจะเอาเรื่องที่รัฐบาลแก้มาให้ ท่านประธานได้เห็นว่าไม่ได้ แก้อย่างนี้ไม่ได้ และชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ตายกับตาย อย่างเดียว ท่านเสนอคณะรัฐมนตรีว่าได้ดําเนินการรายงานไปถึงคณะรัฐมนตรีว่า คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการกําหนดให้ปุิยเคมีเปึนสินค้าควบคุม เห็นไหมครับ นี่กระทรวงพาณิชย์เข้ามาแล้ว มีหน้าที่ มีกฎหมาย เปึนสินค้าควบคุม และกําหนดมาตรฐาน มาตรการทางกฎหมายให้ผู้ผลิต ผู้ว่าจ้าง ผู้นําเข้า แจ้งราคา และรายละเอียดล่วงหน้า และห้ามเปลี่ยนแปลงก่อนได้รับอนุญาต ถ้าเราดูจากข้อ ๑ มาตรการนี้ปุิยไม่น่าจะแพงถึงตันละ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาทต่อตันในเวลานี้ เดี๋ยวผม จะชี้ให้เห็นว่าทําไมเมื่อเสนอ ครม. แล้วไม่ปฏิบัติตามมติ ครม. ข้อ ๒ รายงาน ครม. ว่า เมื่อมีคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าประกาศให้เปึนสินค้าควบคุมแล้วยังไปตั้ง อนุกรรมการขึ้น เขาบอกว่าให้ลงไปดูในรายละเอียด ได้ออกประกาศคณะกรรมการกลาง ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กําหนดให้ผู้ผลิต ผู้ว่าจ้าง ผู้นําเข้า หรือผู้จําหน่ายที่มี ปริมาณปุิยเคมีเดือนละ ๑๐๐ ตันขึ้นไปต้องแจ้งปริมาณ อันนี้ก็เปึนมาตรการไม่ให้สต็อก คือไม่ให้กักตุน พูดสต็อกเดี๋ยวพี่น้องชาวนาฟังเข้าใจยาก บอกว่ากักตุน กระทรวงพาณิชย์ เขาบอกอย่ากักตุนนะ ถ้าเกิน ๑๐๐ แล้วต้องแจ้ง นี่ฟังดูดีนะครับ
ข้อที่ ๒ อันนี้ละสําคัญที่ผมจะฟัองประธาน แล้วผมจะถามว่ารัฐมนตรี ทําไมถึงทําอย่างนี้ ถ้าผมไม่เห็นลายเซ็นท่านผมจะไม่โกรธเลย แต่นี่ผมเห็นลายเซ็นท่าน ข้อ ๒ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาราคาปุิยเคมี มีอธิบดีกรมการค้าภายใน เปึนประธาน อันนี้มีหน้าที่โดยตรง อนุกรรมการนี้มีหน้าที่อะไรครับ มีหน้าที่กําหนด ราคาปุิยที่เหมาะสมเปึนธรรมและมีปริมาณเพียงพอ ท่านประธานครับ ฟังดูแล้วมัน ชุ่มหัวใจ แต่ดูนะครับว่าคณะกรรมการนี้ทําอย่างไร ที่ผมพูดอยู่อย่างนี้ถ้าพี่น้องเกษตรกร ฟังอยู่ทางบ้านกรุณาได้ติดตามเลยนะครับว่าปุิยที่ท่านซื้ออยู่ในเวลานี้ท่านซื้อแพงกว่า ความเปึนจริง ที่จริงถ้ารัฐบาลใช้มาตรการทางกฎหมาย ท่านจะซื้อปุิยถูกกว่านี้ ตันหนึ่ง อย่างน้อย ๆ ๓,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท และเดี๋ยวผมจะบอกท่าน และเมื่อผมพูดจบพี่น้อง เกษตรกรเข้าใจ ผมขออนุญาตว่ารัฐมนตรีอย่าเพิ่งออกต่างจังหวัดเปึนเด็ดขาด อันตรายมาก ถ้าผมพูดจบผมเกรงว่าเกษตรกรจะไม่ให้ท่านกลับกรุงเทพฯ ท่านประธานครับ ในมาตรการต่อไปนี้ ๓ ข้อนะครับ ข้อ ๔ เขาเรียกว่าทําประชาสัมพันธ์ พี่น้องเกษตรกรก็บ่นกันมาก สภานี้ก็ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญก็นั่งอยู่ในนี้ พรรคพลังประชาชนก็ส่งมา ก็คิดว่าสภาจะช่วย พี่น้องประชาชนได้ ตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาราคาปุิยศึกษากันมา ๖๐ วัน ศึกษาไป ศึกษามาเวลาหมดขอต่อ ๑๒๐ วัน แต่ยิ่งประชุมปุิยยิ่งขึ้นครับ จนพวกนี้ไม่กล้า กลับบ้านแล้ว คณะกรรมาธิการวิสามัญที่ท่านประธานอนุญาตให้ไปทํางาน ๖๐ วัน หมดเวลาแล้วไปต่อเวลา ๑๒๐ วัน แต่ยิ่งต่อปุิยยิ่งขึ้นนะครับ กลับบ้านได้อย่างไร เพราะเราไม่มีกฎหมายในมือ ในที่สุดผมกราบเรียนกับท่านประธานว่า นี่เปึนรายงานที่เข้าไปใน ครม. ทําสีฟัาไว้ อ่านสักนิดนะครับเพื่อให้พี่น้องเกษตรกร ได้สบายใจ นายกรัฐมนตรีเสนอว่า จากการที่ได้เดินทางไปเยือนประเทศอินโดนีเซีย อย่างเปึนทางการเมื่อวันที่ ๒๖-๒๗ มีนาคม ๒๕๕๑ ฝ์ายอินโดนีเซียยินดีจะขายปุิยให้ ในราคาถูก ในราคายุติธรรม ดังนั้นจึงให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งส่งข้อมูล รายละเอียดของปุิยที่ต้องการให้นายกรัฐมนตรีทราบโดยเร็ว เพื่อจะได้ดําเนินการ ประสานงานจัดหาปุิยเคมีราคาถูกให้กับเกษตรต่อไป นี่รายงานที่นายกรัฐมนตรี แจ้งเข้าไปใน ครม. เดือนเมษายน ๒๕๕๑ แล้วบอกด้วยว่าในอินโดนีเซียเขามีปุิยตั้ง ๕ โรง ข้าพเจ้านายสมัคร สุนทรเวช ไปเจรจากับนายกรัฐมนตรีของอินโดนีเซียจะได้ปุิยราคาถูก แจ้งให้ ครม. ทราบ และตั้งแต่วันที่แจ้งจนวันนี้ปุิยยังไม่ได้สักเม็ดหนึ่ง ยังไม่ได้สักเม็ดหนึ่ง สัญญาก็ไม่เกิด ไม่ได้ซื้อเลย ไม่รู้ไปเจรจาแล้วมาแจ้งทําไม แล้วออกข่าวใหญ่โต ออกมาคุยทางโทรทัศน์ รายการสมัครอะไรนะ พูดจาประสาสมัคร พูดไปบ่นไป แล้วเอา เรื่องปุิยมาพูดด้วยครับท่านรัฐมนตรี นี่แหละที่ตายของท่านแหละ มาพูดว่าปุิยถูกจะมา เกษตรกรก็คอยนายกรัฐมนตรีพูดมันน่าเชื่อถือ เอาละนี่ไม่ได้สักเม็ดหนึ่ง พอในที่สุด มันก็เดือดร้อน กระทรวงพาณิชย์ครับเขาก็เก่งเหมือนกัน กรมการค้าภายในไปเรียก พ่อค้าปุิยมา ๙ ราย เพราะประเทศไทยจดทะเบียนไว้ ๔๐๐ กว่าราย ผู้ค้าปุิยคือ ทั้งผลิตปุิย ค้าปุิยนําเข้าได้ทั้งหมด ๔๔๗ ราย มีอยู่ ๙ รายครับ อธิบดีกรมการค้าภายใน ต้องถือว่าชมนิดหนึ่งว่า อุตส่าห์ดิ้นรนนะครับ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีบอกอาคมมันว่า อย่างเดียว พี่ทําตั้งหลายอย่าง น้องทําตั้งหลายอย่าง เพราะแกเรียกผมว่าพี่วันนั้น ทําตั้งหลายอย่างชมกันบ้าง เอาล่ะชม ๙ ราย แต่ท่านครับ ๙ รายนี้ปรากฏว่าเรียกพ่อค้า มาบอก ช่วยกันลดราคาปุิยหน่อยนะ อาจจะขู่เขาบ้างก็ได้ บอกว่านี่มันสินค้าควบคุม พ่อค้าเวลานี้เขาเรียกว่าได้เปรียบอยู่แล้ว ในที่สุดแต่ละบริษัทก็เอาปุิยมาให้ท่านรัฐมนตรี เอามาให้อธิบดี คิดเปึนจํานวนปุิย ๑๕๓,๕๐๐ ตัน ฟังดูดีนะครับ และบอกว่าปุิยนี้ มีหลายสูตรที่พ่อค้าเอามาให้ ยังไม่ได้รู้ว่าปุิยมีคุณภาพดีหรือเปล่า มันอาจจะค้างสต็อก ก็ได้ แต่เราเจตนาดีเอาว่าไม่ค้างสต็อกก็แล้วกันเพราะปุิยมันขาดแคลน ถูกกว่าราคา ท้องตลาดตันละ ๒๐๐-๑,๐๐๐ บาท รัฐมนตรีก็คุยกันใหญ่ว่าเจรจาเอาปุิยเขามาแล้ว บอกให้ลดราคา ๒๐๐-๑,๐๐๐ บาท แล้วมอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ไปจัดการ และอย่าขายให้กับคนรวย ขายให้กับเกษตรกรรายย่อยที่เปึนสมาชิก กรมส่งเสริมสหกรณ์ ทฤษฎีนี่ใช้ได้ แต่ว่าบอกว่าการขนส่งปุิยเนื่องจากว่ากรมสงเสริมสหกรณ์พวกนี้ไม่ใช่ มีรถสิบล้อเสียที ก็บอกว่าปุิยราคาถูกนี้ให้แจ้งมาว่าใครจะซื้อเท่าไรตามสัดส่วน แต่ต้องมา รับปุิยเอาเองที่โรงงาน ดูสิ เพราะฉะนั้นที่ลดไปได้ ๒๐๐ บาท ถ้ามารับปุิยเอง บวกเข้าไปอีก ๔๐๐ บาท ไปกลับแพงกว่าซื้อที่ต่างจังหวัดอีก ผมจึงบอกว่ามันไม่ได้เรื่องแล้วปุิย ๑๕๐,๐๐๐ ตัน ในประเทศไทยป้หนึ่งเราใช้ปุิย ๔.๓ ล้านตัน เห็นไหมครับ ปริมาณส่งออก เท่าไร พืชเรามีกี่ชนิด แล้วเราได้ปุิยมา ๑๕๐,๐๐๐ ตัน เกษตรกรฟังดูแล้วเหมือนกับว่า รัฐบาลจะมีปุิยราคาถูก แต่จริง ๆ ไม่ได้หรอกครับเพราะต้องผ่านกระบวนการสหกรณ์ และต้องมารับที่โรงงาน ค่าขนส่งต้องจัดการเองและต้องจ่ายเงินสด นี่วันที่รายงาน ครม. นี่คือหลักฐานที่รายงาน ครม. ผมก็ได้มา ยังมีปุิยเหลืออยู่ ๔๓,๒๒๔ ตัน ท่านรัฐมนตรี แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ผมไม่ไว้วางใจได้อย่างไรครับ ความต้องการปุิยเปึนแสน ๆ ตัน เปึนล้านตันในฤดูกาลที่ผ่านมาเราใช้ปุิย ๑.๗ ล้านตัน เราได้ปุิยราคาถูกมาตันละ ๒๐๐ บาท ๓๐๐ บาท ๔๐๐ บาท เราได้มา ๑๕๐,๐๐๐ ตัน วันนี้ยังจําหน่ายไม่หมดเหลืออยู่ ๔๐,๐๐๐ กว่าตัน พวกท่านลองคิดดูสิ ๔๐,๐๐๐ กว่าตัน ยังเหลือ นั่นแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของกรมการค้าภายใน ประสิทธิภาพของ กรมส่งเสริมสหกรณ์ อย่างนี้ไม่ไหวนะครับ ไม่ไหวแล้ว และปุิยนี้ท่านประธานครับ มันเทียบส่วนกับปุิยจํานวนมากที่ประชาชนต้องการไม่ได้เลย แต่อย่างน้อย ๆ ก็บอกได้ว่า ปุิยนี้ราคาจะถูกกว่าท้องตลาดเล็กน้อยเท่านั้นเพราะฉะนั้นมาตรการนี้ที่ท่านได้ดําเนินการ ไปแล้วไม่สามารถช่วยเยียวยาและได้แก้ปัญหาให้เกษตรกรได้เลย มันน้อยเกินไป แล้วไปคิดเขาเงินสดอีก และสหกรณ์บ้านเราท่านก็รู้แล้วพวกนี้ซื้อเงินเชื่อกันทั้งนั้นแหละ เราต้องไว้ใจเขาเพราะเปึนเกษตรกรที่อยู่ในสหกรณ์นิคม อยู่ในกรมส่งเสริมสหกรณ์ มีชุมนุมเกษตรกรด้วย เพราะว่ามีกรมส่งเสริมการเกษตรเข้าไปดูแลด้วย เดี๋ยวนี้ไว้ใจได้ แต่ถ้าจะให้เขาซื้อเงินสดยากที่จะไปช่วยเหลือเขาหรือแก้ปัญหาให้เขาได้ มาตรการนี้ก็ผิด ตั้งแต่ต้นทําไมต้องซื้อเงินสดละพ่อค้าไม่ไว้ใจสิ พ่อค้าบอกรัฐบาลกูไม่เชื่อว่ามาขอปุิย ราคาถูกไปขายแล้วยังซื้อเงินเชื่ออีก รัฐบาลต้องมีวิธีการเราไม่ต้องไปแนะนําหรอก พ่อค้าไม่เชื่อรัฐบาลแล้วจะเชื่อใคร แต่ในที่สุดปุิยนี้ก็ไม่ถึงมือเกษตรกร
มาตรการสุดท้ายอันนี้ออกข่าวใหญ่มาก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็เสนอเข้าไป อันนี้ไม่ค่อยเกี่ยวกับท่านเท่าไร เสนอท่านเข้าไปแต่ผมชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลนี้ แก้ปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนอย่างไร ขอซื้อปุิยราคาถูก เข้าใจว่าขอไปเปึน ๑,๐๐๐ ล้านบาท นายกรัฐมนตรีเห็นว่าคุณสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อยู่พรรคชาติไทย ให้มา ๓๐๐ ล้านบาท ท่านลองคิดดูสิซื้อปุิยมาขายไม่ขาดทุนอยู่แล้วอย่างดีก็เสมอตัว แต่ว่าขอไปเปึน ๑,๐๐๐ ล้านบาท ให้มา ๓๐๐ ล้านบาท ๓๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าซื้อปุิยได้เท่าไร ซื้อปุิย ๔-๑๖-๐๐ คิดเปึนตันได้ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ตันเศษ ไม่ถึง ๒๕,๐๐๐ ตันด้วย ในเงิน ๓๐๐ ล้านบาท ท่านลองนึกภาพออกไหมครับบอกว่า ซื้อสูตรเดียว ๔-๑๖-๐๐ ให้ชาวนาพี่น้องชาวกระบี่ พี่น้องชาวพัทลุง ชาวภาคใต้ที่ปลูก ยางพาราพวกภาคใต้อย่าไปเอาเงิน ๓๐๐ ล้านบาท ให้ชาวนาเขาเถอะ ๓๐๐ ล้านบาท แต่ว่าชาวนาที่ฟังผมอยู่ก็อย่าดีใจครับ ตั้งแต่ ครม. อนุมัติให้ซื้อวันนี้ยังซื้อไม่ได้ครับ นี่ ๒ ไม่ได้แล้วนะครับ อินโดนีเซียของนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้ นี่เงินให้มาแล้วคุณไปซื้อปุิย ซื้อได้ที่ไหนเงิน ๓๐๐ ล้านบาท จะไปซื้อปุิยได้อย่างไรพ่อค้าเขาซื้อทีหนึ่งล้านตัน แล้วเขาซื้อที ๒ รถ ๓ รถ รัฐบาลมี ๓๐๐ ล้านบาท ไปซื้อปุิยอะไรมาละครับ ในที่สุดก็มี คนมาเสนอว่าไปซื้อที่โน้นสิ ยูเครนสิ ยูเครนมีปุิยราคาถูก ใช้รองปลัดกระทรวงวิ่งไปยูเครน ไม่รู้ใครหลอก ปรากฏว่าไปเปึนอาทิตย์ ยูเครนตั้งแต่เขาตั้งประเทศไม่เคยขายปุิยให้ใคร ได้เลยเพราะไม่มีใครกล้าซื้อ มันมีสารกัมมันตภาพรังสี ทีนี้เสร็จเลยซื้อปุิยยูเครนมา ปลูกพืชเสร็จเอาปุิยยูเครนใส่เขาไม่กล้าซื้อสินค้าเราอีกคิดว่ามีสารกัมมันตภาพรังสี วันนี้รองปลัดคนนั้นกลับมามือเปล่า เลยหันกลับมาหาใครละครับ ไปหาจีนเพื่อนบ้านเรา เพราะจีนอยู่ใกล้ที่สุดคิดว่าจีนจะขายให้ จีนก็บอกตอนนี้ไม่มีเพราะจีนต้องการใช้ปุิย จีนขึ้นภาษีส่งออกจาก ๓๐ เปึน ๑๕๐ เปอร์เซ็นต์ หรือเปึน ๑๓๕ เปอร์เซ็นต์ ตัวเลข ประมาณนี้ สรุปก็คือปุิยจีนก็แพง ถ้าพ่อค้าซื้อก็แพงแต่พยายามจะบอกว่ารัฐบาลซื้อ ใช้วิธีการเจรจาเหมือนกับว่าไปขอเขาว่าในฐานะที่เปึนมิตรประเทศคุณอย่าเก็บภาษี ส่งออก ๑๕๐ เปอร์เซ็นต์อย่าเก็บ ขอซื้อหน่อยสัก ๓๐๐ ล้านบาท ขายผ้าเอาหน้ารอด จนวันนี้ปรากฏว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็มารายงานให้ คณะกรรมาธิการทราบว่ายังซื้อไม่ได้ ยังไม่ได้ลงนามอะไรสักอย่างเลย เพราะฉะนั้นวันนี้ ๔ เดือนเต็ม ๆ พี่น้องประชาชนก็ยังต้องซื้อปุิยแพงต่อไป ความเสียหายครับท่านประธาน ผมเข้าประเด็นนี้ท่านประธานฟังให้ดีนะครับ ปุิยทั้งหมดที่ผมจะกราบเรียนต่อไปนี้เปึนปุิย ที่ผมไม่ใช่กล่าวหารัฐมนตรีลอย ๆ ถ้าสมมุติว่าน้ํามันที่เราซื้อกันทุกวัน ที่เราเติมกันทุกวัน มีประกาศราคาขึ้น เดี๋ยวประกาศขึ้น ๔๐ สตางค์ เดี๋ยวขึ้น ๘๐ สตางค์ ขึ้น ๆ ลง ๆ ชาวบ้านชินกับน้ํามันแล้ว พูดง่าย ๆ ว่า มีการประกาศราคาทุกวัน แต่ปุิยไม่ประกาศ ไม่รู้มันซื้อมาเท่าไร แต่เห็นขึ้นอย่างเดียว ขายขึ้นอย่างเดียว เราก็สงสัยว่าทําไมมันเปึนอย่างนี้ ถ้าสมมุติว่าเขาซื้อมาแพง เขามา ขายแพงนี่ฟังได้ แต่รัฐบาลต้องบอกว่าราคาทุนเท่าไร ถ้าเขาซื้อมาถูกขายถูกอย่างนี้ มันยุติธรรม ท่านประธานครับ ผมพบว่าซื้อมาถูกขายแพงแล้วรัฐบาลไม่ทําอะไร ท่านมิ่งขวัญของผมไม่ทําอะไร ผมพยายามจะไปเอาราคามาให้ท่านได้ดูได้เห็นว่า นายอาคมเวลาแกพูดจาอะไรไม่ใช่แกพูดลอย ๆ ตารางนี้เปึนตารางราคานะครับ ผมไม่สามารถจะเบี้ยวได้ เพราะเปึนราคาที่พ่อค้าปุิยแจ้งไว้กับกรมศุลกากร เพราะฉะนั้น เขาต้องแจ้งราคาจริง นี่เปึนตารางที่แจ้งราคาปุิยไว้ประจําเดือนต่อกรมศุลกากร นี่ผมยกมาเฉพาะสูตรเอ็นพีเค สูตรแรกคือผมยกมาเพื่อจะบอกกับท่านประธาน และพี่น้องเกษตรกรที่ฟังอยู่ว่าปุิยสูตรแรกเขาเรียกว่า ยูเรีย หรือภาษาอังกฤษ ไนโตรเจน เอ็น ๔๖-๐-๐ นี่ชาวนาได้เต็ม ๆ ปุิยสูตรนี้ปรากฏว่าผมไปดูมา ผมให้ความเปึนธรรม รัฐบาลนะครับ รัฐบาลเข้ามาเดือนกุมภาพันธ์ เราอย่าไปดูย้อนหลังเพราะย้อนหลัง ปุิยมันก็เริ่มขึ้นมาตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐ แล้ว แต่ท่านประธานครับ เวลาเราจะดูราคาปุิย มันเปึนสินค้าที่เขาสั่งล่วงหน้า เพราะฉะนั้นถ้าเราจะดูราคาวันนี้เราต้องถอยหลังไป ๒ เดือน ปุิยในโกดังเปึนปุิยที่เขาสั่งเมื่อ ๒ เดือนที่แล้ว เพราะฉะนั้นจะเอาราคาตรงนี้ มาโชว์รัฐมนตรีหรือมาโชว์อธิบดีไม่ได้ อ้ายนี่มันขึ้นอยู่แล้วราคาแต่ละวัน เราต้องถอยหลัง ไปว่าปุิยในโกดังของคุณนี่คุณซื้อมาเมื่อ ๒ เดือนที่แล้ว เราต้องดูราคา ๒ เดือนที่แล้ว ท่านประธานครับ ผมเอาโกดังกรุงเทพฯ เอาปุิยยูเรียเมื่อเดือนมกราคม ราคา ๑๓,๘๕๐ บาทต่อตัน นี่เฉพาะปุิยนานะครับ พอถึงเดือนกุมภาพันธ์รัฐบาลนี้เข้ามาแล้ว ปุิยมันขึ้นไป ๑๔,๘๐๐ บาท มันก็ไม่หยุดขึ้นไปเรื่อย มีนาคม เมษายน ๑๕,๕๐๐ บาท วันที่ ๒๙ เมษายน ราคาที่กรมการค้าภายในให้ ๑๙,๐๐๐ บาท เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน คือ ๒-๓ วันนี้ครับ ๒๗,๐๐๐ บาท ดูสิครับ จาก ๑๓,๐๐๐ บาทเมื่อต้นป้ วันนี้ ๒๗,๐๐๐ บาท ไม่มีลงเลยครับ และเมื่อผมบอกว่าปุิยมันขึ้นราคา แน่นอนพ่อค้าก็ต้อง มีกําไรแต่อย่าค้ากําไรเกินควร เราก็ไปดูราคาต้นทุนเฉพาะ ๑ กุมภาพันธ์ที่รัฐบาลนี้ เข้ามานะครับ เขาขายปุิยกัน ๑๔,๘๐๐-๑๔,๙๐๐๐ บาท แล้วต้นทุนที่ผมไปดูที่ กรมศุลกากรราคา ๑๑,๗๖๖.๔๗ บาท ผมบวกค่าใช้จ่ายที่กรมศุลกากร ค่าขนย้าย ค่ากรรมกร ค่าบรรจุถุง ให้สัก ๗๐๐ บาท เพราะวันนั้นถามโรงงานปุิยว่าเท่าไร เขาบอกว่า ตันหนึ่ง ๗๐๐ บาท เพราะฉะนั้นเมื่อตันหนึ่ง ๗๐๐ บาท ก็ยังเปึน ๑๒,๔๖๖ บาท มันยังกําไรตั้ง ๒,๓๓๔ บาท ณ หน้าโรงงาน แต่ท่านประธานครับ เนื่องจากว่า กระทรวงพาณิชย์ไม่ได้ควบคุม ปล่อยให้พวกนี้ขายตามอําเภอใจ พอมาถึงพฤษภาคม วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ผมก็ไปเช็กย้อนหลังว่าราคานําเข้ามาเท่าไร ผมก็ต้องถอยหลังไป ๒ เดือน ถอยหลังไป ๒ เดือน ก็พบว่าคุณซื้อปุิยยูเรียมา ๑๔,๐๐๐ บาท นี่คือหลักฐานว่า ซื้อมา ๑๔,๐๐๐ บาท ขาย ๒๑,๕๐๐ บาท เห็นไหมครับ พี่น้องเกษตรกรฟังเถอะครับ ล่อไป ๗,๐๐๐ บาทแล้ว พอรัฐบาลนี้เข้ามานะครับ มันรู้เลยว่ารัฐบาลมัวแต่ชุลมุนอยู่ ชุลมุนในเรื่องตําแหน่งเรื่องโน้นเรื่องนี้ พ่อค้าก็ล่อเลยขึ้นไปตันละ ๗,๐๐๐ บาท เฉพาะปุิยเคมีของชาวนา ๔๖-๐-๐ มาวันนี้คือวันที่ ๒๓ มิถุนายน ยังอยู่ที่ ๒๖,๕๐๐ บาท และ ๒๗,๐๐๐ บาท ก็ปรับราคามาเล็กน้อย แต่ว่าล่อไปแล้ว ๗,๐๐๐ บาทต่อตัน ท่านประธานครับ ในราคา ๒๗,๐๐๐ บาทนี้ เดือนมิถุนายน ผมก็ไปย้อนหลังดูปรากฏว่าซื้อมา ๑๓,๐๐๐-๑๔,๐๐๐ บาท วันนี้ชาวนา โปรดทราบนะครับ โรงงานปุิยเอากําไรท่านไปตันละ ๑๓,๐๐๐ บาท ณ วันนี้ อยากได้ เปึนกระสอบก็เอา ๒๐ ไปหาร ตันหนึ่งก็มี ๒๐ กระสอบ แล้วอย่างนี้รัฐมนตรี เรามีรัฐบาล ไว้แก้ปัญหา แล้วปล่อยปละละเลยมาได้อย่างไร เอาไปดูปุิยสําหรับที่ใช้กับยาพารา และผลไม้บ้าง คือ ๑๘-๔๖-๐ อันนี้ฟังแล้วเหมือนกับแทบฆ่าตัวตายเลยครับ วันนี้ตันหนึ่ง ๔๖,๐๐๐ บาท เมื่อเดือนมกราคม ๑๙,๐๐๐ บาท มันขึ้นมาทุกวัน มันขึ้นทุกวันมาถึงวันนี้ ๔๖,๐๐๐ บาท ผมก็ไปดูราคาว่าคุณนําเข้ามาเมื่อ ๒ เดือนที่แล้วเท่าไร นําเข้ามาตันละ ๓๕,๐๐๐ บาท ๓๕,๐๐๐ บาท ขายไป ๔๖,๐๐๐ บาท คุณเอาได้อย่างไร ๑๑,๐๐๐ บาท ต่อตัน อย่างนี้เกินไปแล้วเรียกว่าค้ากําไรเกินควร ผมดูหมดทั้งเคด้วย เคนี่คือโปแตช (Potash) โปแตชเปึนพวกพี่น้องชาวภาคใต้ใช้มากที่สุดเพื่อใส่ในปาล์ม แล้วพวกนี้มีสตางค์ ตอนนี้ปาล์มกิโลกรัมละ ๕ บาทซื้อเลย มีเงินสดซื้อ ๓๑,๕๐๐ บาท ต้นทุน ๑๔,๐๐๐ บาท ลบกับ ๓๑,๕๐๐ บาท กําไรตันละ ๑๗,๕๐๐ บาท นี่ผมฟัองเลย พี่น้องชาวสวนปาล์ม ที่ร้องโอดโอยว่าลูกหนึ่งกระสอบ ๑,๐๐๐ กว่าบาท เพราะว่าพ่อค้าขายเอากําไรถึงตันละ ๑๗,๕๐๐ บาท ทีนี้ท่านประธานครับ ตัวเลขนี้เปึนตัวเลขที่ผมชี้ให้ท่านประธานเห็นว่า ซื้อถูกขายถูกไม่ว่า ซื้อมาถูกขายแพงมันรับไม่ได้ แล้วรัฐบาลไปออกกฎหมายควบคุมไว้ ผมกลับไปที่คณะกรรมการควบคุมราคาที่ไปแจ้งไว้ใน ครม. ท่านประธานคงจะทราบว่า ประเทศไทยมีพระราชบัญญัติควบคุมราคาสินค้าเมื่อป้ ๒๕๔๒ ผมต้องพูดถึงคนทํา ความดีไว้หน่อย ท่านดอกเตอร์ศุภชัย พานิชภักดิ์ เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านก็รู้ว่าประเทศเราเปึนประเทศเสรี แม้นว่าเราจะอ้างกลไกตลาด แต่ว่ากลไกตลาด มันไม่ทํางานท่านรัฐมนตรีก็รู้ เพราะว่าคนที่เปึนคนคุมกลไกปุิยที่สั่งปุิยเข้าเกิน ๑ ล้านตัน ในประเทศไทยมีอยู่ ๓ เจ้า มีอยู่จริง ๔๐๐ กว่าเจ้า ถ้ามันแข่งขันกันได้จริง ๆ ราคาปุิย ท่านรัฐมนตรีไม่ต้องปวดหัว แต่แข่งขันไม่ได้เพราะมันมีเจ้าใหญ่อยู่ ๓ เจ้า ไม่เกิน ๕ เจ้า ท่านศุภชัย พานิชภักดิ์ ในขณะนั้นท่านนายกรัฐมนตรีต้องเอ่ยชื่อท่านหน่อยครับ ชวน หลีกภัย ได้ออกพระราชบัญญัติควบคุมสินค้าเอาไว้ และทําให้รัฐมนตรีได้ออก ประกาศ ทีนี้มาที่ท่านมิ่งขวัญแล้ว พอปุิยขึ้นราคา กฎหมายที่ท่านศุภชัยออกไว้ใช้กับ สินค้าตัวอื่นหมด ยกเว้นปุิย ปุิยมีคณะกรรมการไว้ชุดหนึ่ง ไม่ใช่สมัยท่านมิ่งขวัญออกไว้ สมัยก่อน แต่ปรากฏว่าประชุมครั้งสุดท้ายเมื่อป้ ๒๕๔๗ เพราะเมื่อก่อนปุิยไม่มีปัญหา เมื่อไม่มีปัญหาก็ไม่ต้องควบคุม ไม่ต้องประชุม แต่ว่าท่านมิ่งขวัญก็ไว เพราะรู้ว่าวันหนึ่ง ท่านจะต้องมาเจอผมตรงนี้ ผมต้องชมว่าไวนะครับ วันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๑ ท่านมิ่งขวัญก็ลงนามในการประกาศคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ตามพระราชบัญญัติที่ท่านศุภชัยได้ออกไว้ สภานี่แหละอนุมัติให้ไปควบคุมราคาสินค้าได้ ทั้งหมดแต่งตั้งคณะกรรมการไป ๑๐ คน ให้มีหน้าที่ติดตามภาวะสินค้าต้นทุน ต้นทุน การผลิต ราคาจําหน่ายปุิยรวมทั้งปริมาณและความต้องการใช้ปุิยเคมี ศึกษา วิเคราะห์ กําหนดราคาที่เหมาะสม กํากับดูแลให้มีการจําหน่ายปุิยเคมีแก่เกษตรกรในราคาที่ เหมาะสมและเปึนธรรมในคําสั่ง ลงคําสั่งวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๑ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประธานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้า และบริการ ท่านตั้งคนไป ๑๐ คน แต่ที่ผมไม่เห็นด้วยกับท่าน แทนที่ท่านจะหาตัวแทน ที่เปึนตัวแทนผู้ใช้ปุิยที่เปึนคนยากคนจน ท่านตั้งข้าราชการ อธิบดี ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ผู้แทนกรมส่งเสริมการเกษตร อันนี้เขาเรียกว่าเปึนฟอร์แมท (Format) คือเปึนฟอร์มที่ต้องตั้งคนที่เกี่ยวข้อง แล้วก็มีผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปึนอนุกรรมการ ผู้แทนสมาคมชาวนาไทย ผู้แทนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยตั้งไป แต่ที่น่าตกใจปรากฏว่าพอผมอ่านชื่อแล้วตกใจเลยครับ ไปตั้งเอาพ่อค้าปุิยเปึนที่ปรึกษา อาวุโสที่มาจากผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ปรากฏว่าชื่อเปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช ขอประทานอภัยที่ต้องเอ่ยนาม ไม่น่าจะเสียหาย เพราะท่านรัฐมนตรี ตั้งเขาเปึนกรรมการ แต่ปรากฏเขาเปึนใครครับ เขาเปึนที่ปรึกษาอาวุโสของบริษัท ไทยเซ็นทรัล ขายปุิยยักษ์ใหญ่ ท่านตั้งเข้าไป อีกคนหนึ่งชื่อนายมนู เจียรวนนท์ บริษัทอะไรท่านก็รู้อยู่แล้วก็ไม่ต้องบอกก็ได้ว่าเปึนเจียไต๋ ๒ คนนี้ท่านประธานครับ เปึนยักษ์ใหญ่ในวงการค้าปุิยแห่งประเทศไทย แล้วมันจะทําให้ปุิยถูกได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่ ผมไม่ไว้วางใจท่านเลย แล้วท่านไปตั้งชาวนามาด้วยคนหนึ่ง อ้ายหมอนี่ ผมไม่อยากจะ เอ่ยชื่อจริง ๆ แค้นเปึนอย่างมาก เพราะว่าตั้งแต่เขาตั้งวันที่มาประชุมมันไม่มาครับ ไม่รู้ท่านไปตั้งใครมามันไม่มาประชุม ในรายงานการประชุมที่ผมได้ไม่มาประชุม อ้ายหมอนี่ผู้แทนชาวนาไทย และปรากฏพอเขาตั้งเสร็จเขาก็ว่ากันในเรื่องหลายเรื่อง เขาบอกว่าท่านอธิบดีถามที่ประชุมว่าให้ใช้มาตรการทางกฎหมายเหมือนที่ผมอภิปราย ให้ใช้มาตรการทางกฎหมายให้ผู้ค้าปลีกต้องป่ดปัายแสดงราคาจําหน่ายดีไหมครับ ฟังดูดี คือราคาปุิยต่อไปนี้หลังจากมีประกาศฉบับนี้แล้วปุิยต้องเขียนราคาไว้ที่กระสอบ เหมือนกับเราไปซื้อข้าวสาร เหมือนกับเราไปซื้อไก่ ตั้งแต่วันที่ประกาศ ตั้งแต่วันที่ประชุม วันนี้พี่น้องเกษตรกรเห็นราคาปุิยที่กระสอบแล้วยัง ประชุมเฉย ๆ ไม่มีทางปฏิบัติเลย ไม่สั่งการเลย อย่างนี้บกพร่องไหมครับท่านรัฐมนตรี ท่านประธานครับ บกพร่องนะครับ มาตรการมี แต่ถ้าคุณมีมาตรการ ราคาต้นทุนที่โรงงานหมื่นหนึ่ง บวกค่าขนส่ง บวกค่ากําไร พอไปถึงต่างจังหวัดตันละ ๑๓,๐๐๐ เขียนหน่อย กระสอบละเท่าไร เขียนหน่อย เกษตรกรจะได้รู้ ถ้าพ่อค้ายี่ปัูวะคนไหนมันขายเกินราคาที่กระสอบจะได้ ไปแจ้งพาณิชย์ อย่างนี้แหละเขาเรียกว่าช่วยเกษตร อันนี้มันไม่ทํามีมาตรการประชุม แต่ไม่ทํา เพราะฉะนั้นมาตรการทางกฎหมายที่ประชุมไปไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาตรการ ทางการบริหารให้จัดส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจภาวะราคาอย่างใกล้ชิดเปึนประจําต่อเนื่อง ทุกสัปดาห์ ปัองกันปราบปราม การฉวยโอกาสขึ้นราคาหรือกักตุน หากมีการฝ์าฝ๋น จะปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเข้มงวด จัดตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ฮอทไลน์ (Hot line) อาสาธงฟัา ๑๕๖๙ พร้อมทั้งจัดเตรียมหน่วยตรวจสอบเคลื่อนที่เร็ว โมบาย ยูนิต (Mobile Unit) ออกไปตรวจสอบทันที ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ไม่มีโมบายไปที่ไหนเลย ไม่เคยจับได้สักกระสอบหนึ่ง ดี ไม่ดี พอถึงไปตรวจสอบปัูบพอเจ้าของผู้ร้านค้าปุิย เห็นเจ้าหน้าที่มาเรียกไปกินกาแฟหลังบ้านแล้วปล่อยให้กลับก็เรียบร้อยขายเต่าไป ไม่มีมาตรการเลย ไม่มีการจับกุมเลย ไม่มีการดําเนินการเลย ผมฟัองเกษตรกรเลยว่า ที่จริงปุิยพี่น้องเกษตรกรมันไม่ได้แพงอย่างนี้หรอกครับ เพราะว่าผมได้บอกแล้วว่า การซื้อปุิยเขาต้องนําเข้ามาล่วงหน้า ล่วงหน้าตั้ง ๒ เดือน ราคาผมบอกแล้ววันนี้เอากําไร มาก ๆ จริง ๆ เอากําไรไปตันละ ๑๑,๐๐๐ หรือเฉลี่ยว่าประมาณ ๑๑,๐๐๐ บาท แต่ข้อ ๓ ครับ คณะกรรมการชุดนี้ปรากฏว่าหลังจากประชุมกันเสร็จ มีบริษัทปุิยทั้งหมด ๔ ราย เข้ามาขออนุมัติเพื่อขอขึ้นราคา เพราะว่ามันไม่ได้ประชุมมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ พอเขาตั้งมาก็ประชุมเลย แล้วก็ขอขึ้นราคา ปรากฏในจํานวน ๔ รายนั้น จํานวน ๘๕ รายการ ขอปรับราคา โดย ๗๒ รายการ ปรับราคาสูงขึ้นฟังแล้วน่าจะตกเก้าอี้เลย ปรับราคาสูงขึ้นจาก ๐.๙๑ เปอร์เซ็นต์ เปึน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๑๓ รายการคงเดิม อีก ๗ รายการ หมายถึงสูตรแต่ละสูตร อีก ๗ สูตร ปรับราคาสูงขึ้นจาก ๗ เปอร์เซ็นต์ เปึน ๑๕๘ เปอร์เซ็นต์ อนุมัติ เพราะคนอนุมัติมันขายปุิย มันนั่งขายปุิยอยู่ ถ้ามีชาวนาเข้าไปนั่ง มีตัวแทน เกษตรกรนั่ง มันจะได้ขึ้นอย่างนี้หรือ เราก็รู้ว่าซื้อมาเท่าไร แต่วันนี้คณะกรรมการ ก็ได้อนุมัติไปแล้ว นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าวันนี้เปึนวันที่เราจําเปึนจะต้องไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เพราะว่าเฉพาะเรื่องปุิยเรื่องเดียวท่านทําให้พี่น้องประชาชนที่เปึนเกษตรกรเดือดร้อน ไปทั่วแผ่นดิน ผมว่าเดือดร้อนจริง ๆ เรื่องปุิย แล้วจะมาอ้างว่าให้ไปใช้ปุิยอินทรีย์ ไม่ได้หรอกครับ ปุิยอินทรีย์มันต้องใช้ถึง ๑๐ เท่า ๒๐ เท่า ถึงจะมีปริมาณเท่ากับปุิยเคมี ซึ่งผมเคยอภิปรายในสภานี้แล้ว และไปถามอาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็ได้ และธาตุอาหารมันไม่เพียงพอที่จะมาทดแทนกับปุิยเคมี ความต้องการของเรา ๔.๓ ล้านตันต่อป้ ถ้าเราปล่อยให้ราคาสูงไปเช่นนี้ ผมว่าพี่น้องเกษตรกรก็จะต้อง ลําบากมาก ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานว่าผมเอาเฉพาะช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา ๑ ล้าน ๗ แสนตัน ท่านรัฐมนตรีครับ ๑ ล้าน ๗ แสนตันที่ประชาชนซื้อปุิยไปแล้ว ถ้าพ่อค้าฉวยโอกาสขึ้นกําไรเอากําไรเกินควร วันนี้ถ้าเหมือนตัวเลขที่ผมพูดเมื่อสักครู่ ๑๑,๐๐๐ กําไรตันหนึ่งผมเอาหมื่นเดียว ๑ ล้าน ๗ แสนตัน ประชาชนทั้งประเทศใช้ปุิย ทุกสูตร ทั้งชาวนา ชาวไร่ ชาวสวนปาล์ม ชาวสวนยาง วันนี้พี่น้องเกษตรกรต้องจ่ายเงิน ในสิ่งที่ไม่จําเปึนเกินราคาไปแล้ว ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดเลขถูกไหมท่านรัฐมนตรีครับ เงิน ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท มันน่าจะตกอยู่กับชาวนา ชาวไร่ ที่เปึนคนยากคนจน เพราะวันนี้ เขาผลิตสินค้าออกมา แต่เขาต้องจ่ายเกินความจําเปึน ผมจึงคิดว่า ๔ เดือนที่เปึนอยู่นี้ มากพอแล้วสําหรับรัฐมนตรีมิ่งขวัญ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า และถ้าปล่อยต่อไปอีกจําเปึนต้องไม่ไว้วางใจอย่างไร เพราะถ้าปล่อยต่อไปปุิยก็ยัง เข้ามาอีก และคณะกรรมการชุดนี้ก็ไม่ทํางานเหมือนเดิม ไม่ควบคุมราคาเหมือนเดิม กรมการค้าภายใน อธิบดีก็เหมือนเดิมประชุมเหมือนเดิม ป้หนึ่งเกษตรกรไทยใช้ปุิย ๔.๓ ล้านตัน และยิ่งราคาผลผลิตการเกษตรสูงตามราคา ๕.๕๐ บาท ยางกิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท เขาก็อยากใส่ปุิย เขาก็ต้องจ่ายมากขึ้น เพราะฉะนั้นป้หนึ่งถ้า ๔ ล้าน ๓ แสนตัน ๔ ล้านตัน ประชาชนที่เปึนเกษตรกรต้องจ่ายเงินเกิน ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท สมควรไหมครับ สมควรไม่ไว้วางใจไหมครับ และผมได้เห็นแล้วว่ามันไม่ชอบมาพากล จริง ๆ ผมไม่ได้รู้จัก ๒ ท่านนั้นที่มาเปึนกรรมการ ผมต้องกล่าวกราบขออภัยจริง ๆ ที่ผมต้องเอ่ยนามไป แต่ผมมีความสุจริตใจจริง ๆ ท่านเปึนตัวแทนมาจากสภาอุตสาหกรรม มาจากไหน ผมไม่รู้ครับ แต่คณะกรรมการว่าด้วยเรื่องปุิย มันน่าที่มีคนมาช่วยคานราคาหรือมาช่วย พิจารณาไม่ให้ปุิยเปึนสินค้าที่ขึ้นราคาอย่างเช่นทุกวันนี้ ประธานสภาที่เคารพ วันนี้พี่น้อง เกษตรกรของผมแม้เขาบอกว่าป้นี้เปึนป้ทองของเกษตรกรไทย แต่ว่าไม่เปึนเช่นนั้นนะครับ มีพืชหลายตัวขายไม่ได้ ผลไม้ก็ไม่ดี กระเทียมก็มีปัญหา ลองกองก็กําลังจะออก กําลัง จะมีปัญหา ผมเชื่อว่าลองกองบ้านผมก็มีอีก ผมไม่อยากจะให้ถึงสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถพระองค์ท่านต้องมาซื้อลองกองของพี่น้องเกษตรกร ๓ จังหวัดทุกป้ กระทรวงพาณิชย์ต้องไปจัดการ แต่พี่น้องที่เคารพ ผมคิดว่าพี่น้องโปรดทราบนะครับว่า วันนี้ท่านซื้อสินค้าแพงโดยไม่จําเปึน ผมขออนุญาตเปรียบเทียบง่าย ๆ เวลาเลือกตั้ง เขาบอกว่าไปเลือกตั้งเถอะบ้านเมืองจะได้ดีขึ้น พี่น้องประชาชนจะอยู่ดีมีสุข ถ้าการเลือกตั้งของพี่น้องในบางจังหวัด หรือในบางภูมิภาคหรือทั่วประเทศมีนักการเมือง เอาเงินไปให้ท่าน ๕๐๐ บาท แล้วท่านก็ลงคะแนนให้เขาวันนี้ท่านโปรดสํานึกเถอะครับ พี่น้องที่เคารพ ราคาของท่าน ๕๐๐ บาท แล้วถ้าเลือกเขา สมมุติว่าท่านเลือกเขา มันมีค่ากับซื้อปุิยกระสอบเดียว เพราะปุิยกระสอบเดียวนี้มันกําไรมากกว่า ๕๐๐ บาทแล้ว ผมจึงอยากบอกพี่น้องว่าชีวิตของพี่น้องทั้งชีวิตอย่าแลกด้วยราคาปุิยเลยครับ อย่าแลก ด้วยปุิย เพราะปุิยกระสอบเดียวมันกําไรมากกว่า ๕๐๐ บาทแล้วนะครับ ผมจึงอยากบอกพี่น้องว่า ชีวิตของพี่น้องทั้งชีวิตอย่าแลกด้วยราคาปุิยเลยครับ อย่าแลกด้วยปุิยกระสอบเดียวเลย ผมจึงสามารถกราบเรียนกับท่านประธานสภาด้วยความเคารพว่าผมใช้เวลาเท่านี้ละครับ ด้วยความเคารพ ผมไม่สามารถที่จะไว้วางใจให้ท่านรัฐมนตรีมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ บริหาร ประเทศต่อไปได้ และผมขอวิงวอนว่าเพื่อนสมาชิกที่มาจากลูกชาวนาชาวไร่ และขอให้ เกษตรกรได้จดจําว่าถ้าในการลงมติไว้วางใจ ตัวแทนของพี่น้องเกษตรกรที่ท่านส่งเข้ามา ในสภา เพราะประเทศไทยระบบรัฐสภาเปึนระบบตัวแทน เมื่อเปึนระบบตัวแทนพี่น้อง เกษตรกรเขาเดือดร้อน แล้วท่านยังลงคะแนนไว้วางใจให้ท่านมิ่งขวัญอีก กลับไปบ้าน ท่านก็ไปจัดการกันเอาเอง ผมขอบคุณท่านประธานครับ
ผมขอพักการประชุมนะครับ พักยาวหน่อย ไปเริ่มเช้า ๐๙.๓๐ นาฬิกา ขอบคุณครับ
พักประชุมเวลา ๐๐.๓๗ นาฬิกา
ของวันพฤหัสบดีที่ ๒๖ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๑
เริ่มประชุมต่อเวลา ๐๙.๓๑ นาฬิกา
ของวันพฤหัสบดีที่ ๒๖ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๑
(รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อคืนท่านรองประธานสมศักดิ์ท่านได้สั่ง: คนที่สอง) เชิญทุกท่านนั่งครับ ท่านสมาชิกทุกท่านครับ พักการประชุม และกําหนดการประชุมต่อเวลา ๐๙ .๓๐ นาฬิกา บัดนี้ได้เวลาแล้วนะครับ ผมขอเริ่มดําเนินการประชุมต่อ ท่านสมาชิกทั้งหลายครับ วิปรัฐบาลและวิปฝ์ายค้าน ได้ตกลงกันว่าเรายังมีเวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามญัตตินี้จนถึงสิ้นสุดในวันนี้ แล้วก็จะไปลงมติในวันพรุ่งนี้ ซึ่งวิปทั้งสองฝ์ายได้ตกลงกันว่าจะพยายามป่ดการอภิปราย ให้ได้ภายในเวลา ๒๐ .๐๐ นาฬิกา หรืออาจจะยืดต่ออีกนิดหน่อย ก็ต้องเรียน ขอความกรุณาสมาชิกทั้ง ๒ ฝ์าย ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายรัฐบาล ฝ์ายค้าน ได้ช่วยกันบริหารเวลา ให้ดีด้วยนะครับ ท่านสมาชิกครับ เมื่อวานเราได้อภิปรายถึงญัตติขอเป่ดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยท่านอาคม เอ่งฉ้วน ได้อภิปรายจบไปแล้ว ผมจะขอเรียนเชิญท่านผู้อภิปรายท่านต่อไป เรียนเชิญท่านไตรรงค์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่ผมจะลงลึกไปใน การวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติหน้าที่ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอาจจะพาดพิงถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังบ้าง ผมอยากจะนําพุทธโอวาท ของพระพุทธเจ้ามาพูดเพื่อเปึนมงคลกับที่ประชุมแห่งนี้ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ประโยคหนึ่งว่า สัพเพ สัตตา อะหาระ ทิติกา แปลว่า สัตว์ทั้งหลายจะมีชีวิตอยู่ได้โดยการกินอาหาร มีสุภาษิตฝรั่งเขาพูดเอาไว้ว่า ยู อาร์ วอท ยู อีท (You are what you eat) แปลเปึน ภาษาไทยก็มนุษย์ที่กินไม่เลือกจะนํามาซึ่งโรคภัยไข้เจ็บกับร่างกายของท่าน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งหากว่ามนุษย์บุคคลธรรมดาก็อาจจะเจ็บไข้ได้ป์วย แต่ถ้าเราเอามาใช้ในทาง การเมือง การกินไม่เลือกอาจจะก่อให้เกิดอันตรายกับสุขภาพของพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศ ผมพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อให้เปึนปริศนาธรรม เมื่อมีปุจฉาก็ต้องมีวิสัชนา ท่านประธานและพี่น้องประชาชนที่ฟังถ้าต้องการจะเข้าใจว่าหมายความว่าอะไร ท่านต้องติดตามการอภิปรายของพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเปึนพรรคฝ์ายค้านตั้งแต่วินาทีนี้ ต่อไปอีกสักประมาณ ๒-๓ ชั่วโมง ท่านจะถึงบางอ้อว่าอะไรคืออะไร ก่อนที่ผมจะลงลึกไป ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า เราต้องมาดูหน้าที่บทบาทของกระทรวงพาณิชย์ว่า มีหน้าที่ต้องทําอะไรบ้าง การที่จะรู้บทบาทหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์นั้นก็คือเราไปดูว่า บทบาทหน้าที่ของกรมต่าง ๆ ในกระทรวงพาณิชย์ต้องทําอะไรบ้าง ซึ่งมีเยอะแยะมากมาย จนไปถึงการควบคุมเครื่องชั่ง ตวง วัด แต่ผมอยากจะเอาหน้าที่ที่สําคัญสัก ๔-๕ อย่าง ที่จะเกี่ยวข้องกับการอภิปรายในวันนี้
ประการแรก กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ในการที่จะต้องส่งเสริมให้สินค้า ของประเทศไทยที่ผลิตในประเทศไทยที่มีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบ นี่แปลมาจาก ภาษาอังกฤษว่า คอมพาราทีฟ แอดวานเทจ (Comparative advantage) ซึ่งหมายความ ง่าย ๆ ครับ หมายความว่าต้นทุนของเราต่ําเมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศ เรียกว่ามี ความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบ กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ในการส่งเสริมให้ภาคเอกชน ไปยึดตลาดให้มีส่วนแบ่งในตลาดโลกให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ตรงไหนที่ยังขายไม่ได้ ก็พยายามเข้าไปยึดให้ได้ ตรงไหนที่ยึดได้แล้วรักษาไว้ และทําการขยายตลาดออกไป ให้มากขึ้น
ประการที่สอง กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ในการส่งเสริมการค้าอย่างเสรี ภายในประเทศแต่ต้องให้เกิดความเปึนธรรม ในกรณีนี้กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ เปึนกรรมการเพื่อที่จะให้การค้าขายในประเทศในระหว่างผู้ค้าทั้งหลายต้องให้เกิด ความเปึนธรรม ไม่เอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกัน เพราะเหตุว่าผู้ซื้อ ผู้ขายทั้ง ๒ ฝ์ายนั้น บางทีมีอํานาจในทางการเงินไม่เท่ากัน มีกําลังไม่เท่ากันจึงเกิดมีการเอารัดเอาเปรียบ ซึ่งกันและกันได้ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ก็จะมีพระราชบัญญัติว่าด้วยการแข่งขันทางการค้า เปึนเครื่องมืออยู่แล้วในปัจจุบันนี้
ประการที่สาม กระทรวงพาณิชย์ต้องดูแลการค้าปลีก การค้าส่ง ภายในประเทศไม่ให้มีการเอารัดเอาเปรียบกัน สัญญาที่ไม่เปึนธรรมให้เกิดขึ้นมาไม่ได้ การกักตุนสินค้ามีไม่ได้ อันนี้ก็เปึนสิ่งที่กระทรวงพาณิชย์จะต้องทําเช่นเดียวกัน และในบางครั้งเมื่อกลไกตลาด ปกติเราเปึนประเทศการค้าเสรีต้องให้กลไกตลาด เปึนตัวตัดสินทุกสิ่งทุกอย่าง ถือว่ากลไกตลาดนั้นจะมีมือที่มองไม่เห็นที่จะก่อให้เกิด ความเปึนธรรมกับทุกคนที่เกี่ยวข้องในกลไกนั้น แต่ในบางครั้งกลไกตลาดไม่สามารถ ที่จะปฏิบัติหน้าที่ของมันได้ ทําให้เกิดการเสียเปรียบ กระทรวงพาณิชย์จึงมีหน้าที่ที่จะต้อง เข้าไปแทรกแซงชั่วครั้งชั่วคราวในระยะสั้น เมื่อกลไกสามารถจะทํางานให้เกิดความเปึนธรรม กับผู้ค้าทั้งหลายได้แล้วกระทรวงพาณิชย์ก็ชอบที่จะถอยหลังกลับออกมา
ประการสุดท้าย กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ในการดูแลว่าราคาสินค้า บางชนิดที่มีความสําคัญในการดํารงชีพของพี่น้องประชาชนและมีความสําคัญสําหรับ ระบบเศรษฐกิจพื้นฐานว่าให้เพิ่มราคาได้ แต่ต้องให้เพิ่มราคาที่ผู้ผลิตจะต้องได้กําไรปกติ ไม่ใช่ได้กําไรเกินควร นั่นก็เปึนหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ซึ่งมีพระราชบัญญัติให้อํานาจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในการดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว ที่ผมพูดเรื่องตําแหน่งหน้าที่ ก็เพื่อที่จะบอกท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ว่าเราต้องดูเมื่อเข้าไปเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มันต้องดูเสียก่อนว่าอะไรบ้างที่เปึนปัญหาเศรษฐกิจ ในระยะสั้น อะไรบ้างที่เปึนปัญหาเศรษฐกิจในระยะยาว อะไรบ้างที่เปึนปัญหาเฉพาะส่วน ของเศรษฐกิจที่เรียกว่าไมโคร พรอบเบลม (Micro problem) ปัญหาเฉพาะส่วนปัญหาเล็ก อะไรบ้างที่เปึนปัญหาของทั้งประเทศที่เรียกว่าแมคโคร พรอบเบลม (Macro problem) ปัญหาขนาดใหญ่ เพราะว่าถ้าเผื่อเราไม่เข้าใจ ๒ อย่างนี้ ถ้าเผื่อเราแยกมันไม่ออก เราจะสับสนมากในการบริหารเศรษฐกิจของประเทศ เราอาจจะใช้มาตรการที่เขาใช้ ในการแก้ปัญหาระยะสั้นไปแก้ปัญหาระยะยาว เราอาจจะใช้วิธีการแก้ปัญหาระดับเล็ก ที่เรียกว่าไมโคร พรอบเบลม เอาไปแก้ปัญหาระดับแมคโคร พรอบเบลม ปัญหาระดับชาติ ซึ่งมันใช้ไม่ได้ ยกตัวอย่างว่า เมื่อมีการค้าขายพืชเกษตรบางชนิดระหว่างเกษตรกร กับผู้ซื้อ ความรู้ไม่เท่ากัน กําลังเงินไม่เท่ากัน ก็อาจจะทําให้ตลาด กลไกราคาในเรื่องนี้ เกิดความไม่เปึนธรรม เกษตรกรอาจถูกเอารัดเอาเปรียบ อย่างนี้กระทรวงพาณิชย์ ก็ชอบที่จะเข้าไปแทรกแซงเพื่อรักษาความเปึนธรรมขึ้นมาแต่ชั่วครู่ชั่วยามแค่นั้นนะครับ ระยะสั้น เมื่อกลไกตลาดสามารถที่จะให้ความเปึนธรรมกับทุกฝ์ายได้แล้วกระทรวงพาณิชย์ ก็ชอบที่จะถอยออกมาให้กลไกตลาดทําหน้าที่ของมันอย่างเดิม แต่กระทรวงพาณิชย์ จะต้องไม่เอามาตรการนี้มาใช้กับปัญหาแมคโคร พรอบเบลม ปัญหาระดับชาติ ยกตัวอย่างในปัจจุบันนี้ปัญหาระดับชาติคืออะไรครับ ปัญหาเงินเฟัอ ทําไมเงินมันถึงเฟัอ ก็เพราะว่าราคาน้ํามันมันสูงขึ้น ราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้น อาหารสูงขึ้น ก็รู้กันอยู่ก็พูดกัน เยอะแยะ ผมไม่อยากจะพูดซ้ํา ทุกอย่างมันก็จะต้องสูงขึ้นไปเรื่อย เมื่อสูงขึ้นไปเรื่อย กระทรวงพาณิชย์จะไปใช้มาตรการของระยะสั้นมาแก้ไขปัญหาเพื่อหยุดยั้งอินเฟลชัน หรือภาวะเงินเฟัอ การเพิ่มขึ้นของราคาสินค้า ทุกอย่างทําไม่ได้ครับ เพราะเวลามันเพิ่ม มันเพิ่มตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ กระทรวงพาณิชย์ไม่มีกําลังพอหรอกครับที่จะเข้าไป แทรกแซงทุกชนิดในประเทศไทยว่าไม่ให้มันขึ้นราคา มันทําไม่ได้ แล้วก็ไม่ใช่หน้าที่ของ กระทรวงพาณิชย์ด้วยในการจะแก้ตรงนั้น ไม่ใช่ครับ เพราะทําไม่ได้แล้วก็ไม่ใช่หน้าที่ หน้าที่ในการจะปัองกันไม่ให้ราคาสินค้าที่มันเพิ่มขึ้นทั้งโลก และในประเทศไทยมันก็ เพิ่มขึ้นเนื่องจากต้นทุนมันแพงขึ้น ค่าน้ํามันแพงขึ้น อะไรต่าง ๆ แพงขึ้น คนที่รับผิดชอบ ในการแก้ปัญหานี้ไม่ใช่กระทรวงพาณิชย์ คนที่รับผิดชอบในการแก้ปัญหานี้คือ กระทรวงการคลังกับธนาคารแห่งประเทศไทย นั่นคือหน้าที่ของเขา -------------------------- แต่เพราะว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อาจจะไม่เข้าใจบทบาท ท่านก็เจตนาดี พยายามช่วยประชาชน พยายามที่จะแสดงตัวให้เห็นว่าจะใช้มาตรการระยะสั้นเข้าไป แทรกแซงในราคาสินค้าต่าง ๆ เพื่อให้พี่น้องประชาชนจะได้ไม่ต้องลําบาก และท่านเปึน นักประชาสัมพันธ์ ท่านก็ประชาสัมพันธ์ออกทีวีบ่อย ออกวิทยุบ่อย ออกหนังสือพิมพ์บ่อย จนประชาชนเข้าใจว่านี่คือเทวดาที่มาช่วยเราให้รอดพ้นจากภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นจากภาวะ เงินเฟัอ คนที่สบายก็คือกระทรวงการคลังและธนาคารชาติไม่ต้องพูดอะไรเลย การยับยั้ง ภาวะเงินเฟัอคนที่จะต้องรับผิดชอบก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพราะว่าเปึน คนกําหนดนโยบายการคลังว่าในภาวการณ์อย่างนี้กระทรวงการคลังควรจะทํา งบประมาณในลักษณะอย่างไร การเก็บภาษีควรจะเปึนอย่างไร จะใช้งบประมาณขาดดุล งบประมาณสมดุล หรืองบประมาณเกินดุล นั่นคืออํานาจของกระทรวงการคลังที่จะทําได้ เรียกว่านโยบายทางการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทยมีหน้าที่ที่จะต่อสู้ภาวะเงินเฟัอ โดยการกําหนดนโยบายการเงินว่าปริมาณเงินควรจะเปึนเท่าไร อัตราดอกเบี้ยควรจะเปึน เท่าไร อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศควรจะแทรกแซงหรือไม่ เพราะทั้งหมดนี้ มีผลต่อภาวะเงินเฟัอทั้งสิ้น ทั้ง ๒ หน่วยนี้ไม่ต้องพูด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านได้แสดงบทบาทจนคนเข้าใจผิดไขว้เขว ท่านหยุดยั้งมันไม่ได้หรอกครับ ปกติแล้ว สินค้าของชาวโลกทั้งโลกมันต้องเพิ่มป้หนึ่งประมาณ ๑-๒ เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่เกิน ๓ เปอร์เซ็นต์ทั่วโลกหรอกครับ แล้วต้องให้เพิ่ม ถ้าไม่เพิ่มเศรษฐกิจของโลกมันพัฒนา ไม่ได้มันก็เพิ่มทั้งนั้น ของประเทศไทยเราก็ตั้งเปัาเอาไว้ เขาเรียกคอร์ อินเฟลชั่น (Core inflation) ก็คือภาวะเงินเฟัอพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมถึงราคาน้ํามันและราคาอาหารสด เราก็ให้เพิ่มได้อยู่ ระหว่าง ๑-๓ .๕ เปอร์เซ็นต์ ธนาคารแห่งประเทศไทยเขาจะคุมเอาไว้ มันต้องเพิ่มขึ้น ไปเรื่อย ๆ แต่ว่าเมื่อไรมันเพิ่มผิดปกติ อันนั้นละครับที่กระทรวงการคลังและธนาคาร แห่งประเทศไทยต้องเข้าไปจัดการ แต่กระทรวงการคลังไม่ได้จัดการ และผมรู้สึกว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไม่ได้เข้าใจในสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์พูด ท่านไม่เข้าใจจริง ๆ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าจริง ๆ ผมเปึนคนใจกว้างและผมก็รัก ทุกคนไม่อยากไปซ้ําเติมใคร เพราะผมทราบดีว่าท่านไม่ได้เรียนมาทางด้านเศรษฐศาสตร์ แต่ตอนท่านได้รับโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผมก็กลัวเหมือนกันว่าท่านไม่เข้าใจท่านจะกําหนดนโยบายผิดพลาดหรือเปล่า หรือท่าน จะพูดอะไรผิดหรือเปล่า และในที่สุดท่านก็พูดผิดจริง ๆ เมื่อตอนที่หนังสือพิมพ์ บางกอก โพสต์ เขาจัด เชิญท่านไปพูด ฝรั่งมังค่ามาฟังกันเยอะ บางกอก โพสต์ เขาเชิญ ผมไปด้วย ผมนั่งโต๊ะเดียวกับดอกเตอร์สรรเสริญ ไม่นึกว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังจะพูดผิดถึงขนาดนั้น ที่ท่านบอกว่าปัญหาของประเทศไทยคือ ความไม่สมดุล เพราะว่าไปพึ่งเอกซ์ปอร์ต (Export) มาก ไปพึ่งการส่งออกมาก การส่งออก เท่ากับ ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ของรายได้ประชาชาติ แสดงว่าเหลือ ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์แค่นั้น ที่มาจากตลาดภายใน ที่ท่านพูดไม่ใช่วิชาเศรษฐศาสตร์เลยนะครับ ที่พูดมันไม่น่าเชื่อว่า ออกมาจากปากของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อวานดอกเตอร์สรรเสริญ ได้กรุณา ที่จริงวันนั้นผมได้สั่ง อย่าว่าสั่งเลยเพราะเปึนน้องบอกว่าขอร้องช่วยเขียน ลงหนังสือพิมพ์ที่ไหนก็ได้ แล้วอย่าใช้ชื่อจริง บอกเปึนนักเศรษฐศาสตร์ที่ไหนก็ได้ เพราะถ้าเปึนชื่อจริงเดี๋ยวก็หาว่าพรรคฝ์ายค้านไปสอนรัฐบาล เพื่อให้รัฐมนตรีรู้จัก การอ่านบัญชีรายได้ประชาชาติ จะได้พูดไม่ผิด มันไม่มีความหมายเลยครับ เอามูลค่า สินค้าส่งออกหารด้วยรายได้ประชาชาติไม่มีความหมายเลยในทางเศรษฐศาสตร์ ไม่มีใคร เขาพูดถึงกันเพราะมันไม่มีความหมาย มันจะมีความหมายเฉพาะว่าเอามูลค่าสินค้า ส่งออกบวกกับมูลค่าสินค้านําเข้าหารด้วยรายได้ประชาชาติ อันนั้นเขาเรียกว่า อินเดกซ์ ออฟ โอเพนเนส (Index of openness) เปึนตัวชี้ว่าประเทศแต่ละประเทศมีความเป่ดกว้าง ด้วยการค้าระหว่างประเทศแค่ไหน ตัวนั้นเขาใช้ แต่เอามูลค่าส่งออกมาหารด้วยรายได้ ประชาชาติแล้วไปพูดในที่ประชุมมหาสมาคมอย่างนั้นฝรั่งมังค่าเขานั่งมันอายเขา มันไม่มี ความหมายเลย ของเรา ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ของรายได้ประชาชาติที่มาจากการส่งออก มันหมายความว่าอย่างไร มันไม่ได้มีความหมายอะไรเลยครับ อย่าไปตกอกตกใจว่า ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ของรายได้ประชาชาติมาจากการส่งออก ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์มาจาก ตลาดภายใน เราต้องพยายามขยายการค้าตลาดภายในเพื่อลด ๗๐ เปอร์เซ็นต์ลงมา และนั่นทิศทางที่ถูกต้อง ไม่ใช่เลยครับ ถ้าคิดอย่างนั้นผมยกตัวอย่างให้ฟัง ประเทศสิงคโปร์ มูลค่าส่งออกของสิงคโปร์หารด้วยรายได้ประชาชาติได้กี่เปอร์เซ็นต์รู้ไหม ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่าอย่างไรถ้าเผื่อเอาตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพูด หมายความว่าสิงคโปร์ผลผลิตของชาติป้ที่แล้วได้เท่ากับเท่าไรก็ฝังดินเอาไว้ก่อน และมาผลิตป้นี้ได้อีกเท่าตัว แล้วก็เอาที่ฝังดินมาบวกกับป้นี้แล้วส่งขายต่างประเทศ จึงได้ ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ประชาชาติ นั่นหรือความหมาย มันไม่มีความหมาย ในทางเศรษฐศาสตร์ ที่ผมพูดขึ้นมาก็เพราะว่ามันมีฝรั่งที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยและพูดภาษาไทยได้ แล้วก็พูดกับผมว่า อิท อีส อะเชมด์ อิน ยัวร์ คันทรี (It is ashamed in your country) เขาบอกเปึนเรื่องที่น่าละอายที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพูดอย่างนี้ พูดผิดถึงขนาดนี้ ผมก็ชี้แจงไปว่า อะเชมด์ก็อะเชมด์ อะเชมด์ไม่ค่อยเท่าไรหรอก เพราะว่านักเศรษฐศาสตร์ ที่มันรู้เรื่องนี้ก็มีไม่กี่คนหรอก แล้วผมก็แก้ไปว่าเพราะท่านไม่ได้เรียนมา แล้วก็เชิญท่านมา ท่านเพิ่งเปึนท่านก็พูดผิดพูดถูก ปล่อยไปสักระยะหนึ่งที่นั่นก็มีนักเศรษฐศาสตร์ดี ๆ อยู่ เปึนลูกศิษย์ผมก็มีเยอะแยะ ลูกศิษย์ผมเยอะแยะในกระทรวงการคลัง จบปริญญาโท ปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยดี ๆ เดี๋ยวท่านก็เรียนรู้เอง เพราะท่านเปึนคนดูแล้ว ไม่น่าจะมีทิฐิมานะ แต่ที่น่าตกใจคือว่าท่านพูดอีกเมื่อวาน พูดเหมือนกันเลยกับที่พูด ที่บางกอก โพสต์ เมื่อ ๔ เดือนที่แล้ว แสดงว่าท่านไม่ได้ศึกษาเลย ข้าราชการเขารู้ว่า พูดผิด แต่เขาไม่กล้าเตือนรัฐมนตรี ใครจะไปกล้าเตือนรัฐมนตรี นอกจากว่าถ้าให้เขาอ่าน สป้ชเสียก่อน วันหลังท่านต้องให้เขาอ่านสป้ชก่อน ก่อนที่จะไปพูดต่อหน้าธารกํานัล มันอายเขา คําพูดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีความหมายมากในทางเศรษฐกิจ คนเขาจะมาลงทุน ไม่ลงทุนเขาเรียกแคพอะบิลิตี้ (Capability) ขีดความสามารถของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขีดความสามารถของผู้ว่าการธนาคารชาติ
ผมจะพูดเรื่องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ว่าวันนี้ไม่ใช่วันจะมา เลคเชอร์ (Lecture) กัน ทีนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ท่านก็เข้าใจผิด ยกตัวอย่างเรื่องหมู ผมยกตัวอย่างให้เห็นเลย เรื่องหมูนี่ทําไมหมูต้องแพงขึ้น มันก็เหมือน ที่ผมพูด เพราะว่าพวกซีเรียล (Cereal) ที่เลี่ยงก็เรียกว่าสินค้าเกษตรที่เปึนเม็ด ๆ ที่ใช้ ทําอาหารหมู ไม่ว่าจะเปึนข้าวโพด ไม่ว่าจะเปึนปลายข้าว ไม่ว่าจะเปึนรําข้าว ไม่ว่าจะเปึน รําป์น ไม่ว่าจะเปึนอะไร มันแพงหมดในป้นี้ สินค้าเกษตรแพงหมด ทุกคนก็พูดแล้วว่า ทําไมมันถึงแพง เพราะว่าประเทศชาวโลกที่เขาผลิตสินค้าเกษตรมันเจอภัยพิบัติ ทั้งฝนแล้ง น้ําท่วม ผลผลิตมันลดลงมา แล้วก็ใช้สินค้าเกษตรไปทําเอทานอลมาก มีความต้องการมาก ราคาสินค้าเกษตรพวกนี้จึงสูงมาก เพราะฉะนั้นต้นทุนในการผลิต อาหารสัตว์มันถึงแพงมาก ท่านไปห้ามเขาไม่ได้หรอกครับ เขาผลิตไก่ ผลิตหมู เมื่อต้นทุน มันสูงขึ้นก็ต้องซื้อฟ่ชมีล (Fishmeal) เรียกว่าอาหารสัตว์มันแพงขึ้นมาแล้วก็จะให้เขาขาย ราคาเท่าเดิมเขาก็ล้มละลายสิครับ เขาก็เลิกผลิต ถ้าเลิกผลิตเราก็ไม่มีหมูกิน เราก็ต้องกิน หมากัน เพราะมันก็ทําไม่ได้ท่านก็ต้องยอมให้เขาเพิ่ม ท่านยอมให้เพิ่มก็ถูกแล้วที่ยอม ให้เพิ่ม หมูเนื้อแดงเขาก็ขาย ๑๒๐ บาท ทั่วราชอาณาจักร แต่ว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ก็พยายามที่จะตรึงราคาจํานวนหนึ่งให้ขาย ๙๘ บาท โดยไปติดต่อ ซูเปอร์มาร์เก็ต (Supermarket) ต่าง ๆ ๙ แห่ง ๒๐ แห่ง เพื่อให้ขาย คนที่ไปซื้อใน ซูเปอร์มาร์เก็ตไม่ใช่คนจนแล้วนะครับ แต่ไม่เปึนไรหรอกครับ สิ่งที่ท่านทํามันช่วยผู้บริโภค ได้ไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์หรอกครับทั้งประเทศ แต่ว่าความสามารถของท่านในการ ประชาสัมพันธ์ทําให้ประชาชนมีความรู้สึกว่าท่านกําลังเปึนเทวดามาช่วยยามทุกข์เข็ญ อันนั้นเปึนฝ้มือของท่าน ผมไม่ว่า ผมไม่เคยพูด ผมไม่เคยวิจารณ์ไม่เคยด่าสักนิดหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่ผมก็นั่งขํา ท่านก็ไปเปึนรัฐมนตรีใหม่ ๆ ท่านก็พยายามหาอะไรทํา แล้วมันก็เปึน นโยบายที่ว่าไม่มีใครเสียหาย แม้ว่าคนไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ ไปซื้อหมูอาจจะซื้อได้ราคา ๙๘ บาท แทนที่จะซื้อ ๑๒๐ บาท เขาก็ดีขึ้น ส่วนนั้นเราก็ดีใจกับเขา แม้เขาจะเปึน คนส่วนน้อยก็ตาม ซูเปอร์มาร์เกตก็ได้ประโยชน์ คนที่จะไปซื้อหมูนั่งรถไปตั้งหลายกิโลเมตร เสียค่าน้ํามันไปซื้อหมูกิโลกรัมหนึ่งแล้วกลับบ้าน มันไม่มีเปึนอย่างนั้นหรอกครับ เข้าไป ในซูเปอร์มาร์เก็ตก็ซื้อโน่นซื้อนี่ ซูเปอร์มาร์เก็ตเขาถึงให้ความร่วมมือกับท่าน เพราะเขาได้ ประโยชน์จากอย่างอื่นอีกเยอะ เขาคุ้ม ท่านรัฐมนตรีท่านก็ได้หน้า กลับบ้านไปท่านก็นั่งดู ตัวเองทุกวัน ออกทีวีเกือบทุกวันสมัยนั้น ผมก็รักท่าน ผมก็เห็นท่านชี้แจงนิ้วอ่อนแขนอ่อน ลอยหน้าลอยตาน่ารัก ผมก็แอบชอบ ๆ อยู่ ท่านก็ได้ชื่อได้เสียง ผมเข้าใจคนเพิ่งเปึน รัฐมนตรีมันตื่นเต้นมันสนุกครับ ใหม่ ๆ หนุ่ม ๆ คึกคัก พูดเสร็จกลับบ้านไปข้าวแทบ ไม่ต้องกินนั่งดูทีวี ดูตัวเอง ผมเคยเปึนนะครับ ตอนเปึนโฆษกรัฐบาลใหม่ ๆ อายุ ๓๐ กว่าป้ มันตื่นเต้นในการออกทีวี แต่เดี๋ยวนี้หนีทีวีเพราะรู้ว่าแก่ มันไม่ดูสดใสเหมือนสมัยหนุ่ม ๆ ออกไปดูตัวเองแล้วมันดูไม่ค่อยได้ ท่านนายกรัฐมนตรีเหมือนกันครับ สมัยอยู่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผมรู้จักท่านมา ๔๐ กว่าป้แล้ว ท่านเปึนประธานชมรมโต้วาที เคยโต้วาทีกับกระผม ผมสู้ท่านไม่ได้ ผมยังเด็ก สมัยท่านหนุ่ม ๆ พอดูได้นะครับ หล่อทีเดียวละ ทีนี้ตอนนี้มันตามสังขารแก่แล้วไปดูทีวีมันก็เหมือนกันหมดทุกคนล่ะครับ ดูสิพออายุเยอะขึ้นมา เพราะฉะนั้นเราต้องเข้าใจเรื่องนี้ ท่านรัฐมนตรีท่านก็หนุ่ม ๆ ท่านออกทีวีก็คึกคัก ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรเลย แต่ว่าเพราะถือว่าเปึนนโยบายวิน วิน โพลิซี (Win win policy) ทุกคนได้ประโยชน์ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ว่าสิ่งที่น่าเสียดายก็คือว่า ท่านสังกัดพรรคพลังประชาชนแล้วก็พรรคร่วมรัฐบาลมีเสียงเยอะในสภาผู้แทนราษฎร น่าจะใช้โอกาสอันนี้แก้ไขปัญหาที่สําคัญของชาติในฐานะเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้หลายอย่าง แต่ท่านไม่ได้ทํา อันนี้ผมเสียดายมาก ๔ เดือน ต้องแสดงให้เห็นศักยภาพ ของคนเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รู้ว่าปัญหาชาติอยู่ตรงไหน
เรื่องแรกที่ท่านควรจะทํา ที่จริงท่านไปเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไปนั่งขายหมูได้อย่างไร ปัญหาของชาติที่เกี่ยวกับเรื่องหมูมันผูกพันเกี่ยวข้องรายได้ ประชาชาติ เกี่ยวข้องกับอนาคตของประเทศเยอะแยะมากมายก่ายกองที่ท่านต้อง แก้ปัญหาคือเรื่องอะไรท่านประธานที่เคารพ ก็คือว่าในบรรดาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตอาหาร มันมีอยู่บางตัวที่รัฐบาลสมัยก่อน ผมจําไม่ได้แล้วว่ารัฐบาลชุดไหนเขาไปเก็บภาษีถั่วเหลือง ทั้งนี้เพื่ออะไรครับ เขามีเหตุผลสมัยนั้น เขาเก็บภาษีถั่วเหลืองขึ้นมา ๔ เปอร์เซ็นต์ ว่าใครสั่งถั่วเหลืองเข้ามาจากต่างประเทศให้เก็บภาษี ๔ เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้เพื่ออะไรครับ เพื่อคุ้มครองผู้ผลิตถั่วเหลืองในประเทศจํานวนหนึ่งมีไม่กี่คน ส่วนมากอยู่แถว ทางภาคเหนือ แต่ว่าต้นทุนในการผลิตถั่วเหลืองในประเทศไทยมันสูงเมื่อเปรียบเทียบกับ ต้นทุนการผลิตของชาวโลกหรือของต่างประเทศ สมมุติต้นทุนของประเทศไทยอยู่แค่นี้ ของชาวโลกอยู่แค่นี้ ส่วนต่างตรงนี้รัฐบาลก็เลยเก็บภาษี ๔ เปอร์เซ็นต์เพื่อให้ถั่วเหลือง ในประเทศไทยขายแข่งขันกับต่างประเทศ แล้วทํากันมาเปึน ๑๐ ป้ นี่คือการบังคับ ให้ผู้เลี้ยงไก่และผู้เลี้ยงหมูอุ้มผู้ปลูกถั่วเหลือง ทํากันมาตลอดครับ เมื่อก่อนพอไหว ผู้ผลิตไก่ ผู้ผลิตหมูก็ยังพอจะสู้ได้ เพราะว่าเรียกว่ามีความได้เปรียบตัวเปรียบเทียบเยอะ เขาทําการศึกษากันมานะครับ ดอกเตอร์อัมมาร์ได้ทําการศึกษาว่าประเทศไทยสินค้า เกษตรมีอะไรบ้างที่มีความสามารถ มีความได้เปรียบ ตัวเปรียบเทียบ รันนิ่ง (Running) กันมาเลย เรียงตามลําดับเมื่อเปรียบเทียบกับของตลาดโลก ไก่ หมู อยู่อันดับต้น ๆ เลย ที่เราควรจะส่งเสริม กระทรวงพาณิชย์ควรจะส่งเสริมเพื่อให้ไปยึดตลาดโลกได้ เรามี ความสามารถเปึนพิเศษในเรื่องนี้ แต่ว่าเราไปบังคับให้ผู้เลี้ยงไก่ ผู้เลี้ยงหมูไปอุ้ม ผู้ปลูกถั่วเหลือง เมื่อก่อนเขาพอจะสู้ไหว แต่ปัจจุบันนี้ต้นทุนทุกอย่างมันแพงขึ้น เขาสู้ไม่ไหวแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ควรจะพิจารณายกเลิกเรื่องนี้ นักเศรษฐศาสตร์ นี่ผมไม่พูดถึงว่าสมาคมผู้เลี้ยงอาหารสัตว์ ตามที่ผมทราบเขาทําหนังสือ ถึงกระทรวงพาณิชย์ขอให้ยกเลิก แต่ท่านก็ไปคิดว่าเปึนผลประโยชน์ของพวกเก่า แต่นี่ผมพูดเรื่องผลงานวิจัยของนักเศรษฐศาสตร์ในประเทศไทยที่เขาไม่ได้เปึน ญาติโกโหติกากับพวกเลี้ยงไก่เลย พวกเลี้ยงหมูเลย เขาก็เสนอให้เลิก ๔ เปอร์เซ็นต์นี้ อย่างนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ควรจะฉวยโอกาสอย่างนี้ช่วยเขา เพราะว่า ภาษีที่ท่านได้จากการเก็บ ๔ เปอร์เซ็นต์ มันไม่คุ้มหรอกครับกับการที่เราต้องเสียตลาดไก่ เสียตลาดหมูในต่างประเทศ เพราะมันเพิ่มต้นทุนให้กับบุคคลซึ่งเขามีขีดความสามารถ พอจะแข่งขันได้ แต่ว่ารัฐบาลไปสร้างภาระให้กับเขา ต่อจากนี้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ต้องไวครับ แล้วถึงเวลาที่ต้องทําแล้วด้วย ถ้ามีเสียงเยอะแยะ จะต้องแก้กฎหมาย จะต้องทําอะไรทําสิครับ อีกอย่างหนึ่งที่ท่านไม่ใช้โอกาส ให้เปึนประโยชน์ ไปมัวนั่งขายหมูเนื้อแดง ๙๘ บาทอยู่
อีกอย่างก็คือพวกบริษัทค้าปลีกขนาดใหญ่ที่เขาเรียก โมเดิร์น เทรด (Modern trade) นี่มีชื่อเปึนของต่างชาติเยอะแยะผมไม่อยากเอ่ยชื่อ ที่มันรุกเข้ามาอยู่ใน ประเทศไทย บางแห่งก็เปึนของอังกฤษ บางแห่งก็เปึนของฝรั่งเศส บางแห่งก็เปลี่ยนชื่อ ใช้ชื่อภาษาฝรั่ง แต่ว่าจดทะเบียนเปึนบริษัทของประเทศไทย ในประเทศไทยจะมีนอมินี หรือไม่กระทรวงพาณิชย์ไม่เคยตรวจสอบ แต่พวกนี้โกยเงินจากประเทศไทยส่งไป ต่างประเทศป้หนึ่งเยอะมากนะครับ ยกตัวอย่าง บริษัทคาร์ฟูร์ของฝรั่งเศส บริษัทคาร์ฟูร์ ในฝรั่งเศส ๒๐ ป้ที่ผ่านมา การขยายสาขาของคาร์ฟูร์ในฝรั่งเศสยังไม่เท่ากับการขยาย คาร์ฟูร์ในประเทศไทยภายใน ๕ ป้เลยพี่น้องรู้ไหม ท่านประธานทราบไหมครับ อัตราการขยายตัวของคาร์ฟูร์ในประเทศไทยไวกว่าอัตราการขยายตัวในประเทศฝรั่งเศส ประเทศพ่อประเทศแม่ของเขา ๔-๕ เท่า ประเทศไทยเปึนประเทศที่หมูมากไม่มีกฎเกณฑ์ เพราะไม่มีใครสนใจ พวกนี้มีกําลังเงินมากเมื่อเข้ามามันก็ทุ่มซื้อสินค้าเกษตรในราคาต่ํา เพื่อบี้ให้พวกโชห่วยร้านค้าปลีกซึ่งเปึนของคนไทยให้ล้มหายตายจากไป เมื่อก่อนมี ๘ แสนราย ปัจจุบันนี้เหลือไม่ถึง ๕ แสนรายเลยครับ ล้มไป คนตกงานไป ๒-๓ ล้านคน เพราะเหตุนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กระดิกหูบ้างไหมครับ แสดงให้เห็นไหมครับว่า ร้อนใจแทนคนไทย ทําเหมือนที่ประเทศอื่นเขาทําสิครับ ในยุโรปนี่ยากมากที่พวกนี้ จะไปเป่ดพวกโมเดิร์น เทรด เป่ดในยุโรป ไม่ต้องพูดเรื่องฝรั่งเศสหรอกครับ ไม่ว่าอังกฤษ เยอรมัน อิตาลีไปดูเถอะครับ เขาจะให้เป่ดเขาจะมีมาตรฐาน ๒๐-๓๐ กิโลเมตร ห่างจาก ใจกลางเมืองต้องไปเป่ดโน่น ญี่ปุ์นอยากเป่ดไปเลยเกือบถึงภูเขาฟูจิใครจะไปซื้อ ประเทศไทยเป่ดทุกมุมเมืองเลย เป่ดในกรุงเทพมหานครขยายไปจังหวัด เดี๋ยวนี้ขยายไป สู่อําเภอและขยายเข้าสู่ตําบลเดี๋ยวนี้พวกโชห่วยเดินขบวนมาร้องทุกข์ ส.ส. พรรครัฐบาล พรรคฝ์ายค้านร้องกระทรวงพาณิชย์ไม่รู้เท่าไร ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครดูแลเลย ผมเปึน คณะกรรมาธิการเรื่องนี้อยู่เมื่อสภาคราวที่แล้ว ไม่นําพาเลยครับกระทรวงพาณิชย์ ปัจจุบันเรามีกฎหมายอะไรท่านประธาน เราใช้กฎหมายผังเมืองในการควบคุม การเจริญเติบโตของโมเดิร์น เทรด ใช้กฎหมายผังเมือง กฎหมายผังเมืองมี ๒ เหตุผล แค่นั้นเองที่ถ้าจะไม่ให้เขาเป่ดก็คือเพื่อความสะอาด และ ๒. เพื่อการจราจรเท่านั้น แต่ทั่วโลกเขามีกฎหมายค้าปลีกครับ เขาต้องดูไอเดนติตี้ (Identity) เขาดูความหนาแน่น ของพลเมืองว่าตรงนี้ควรจะให้มีหรือไม่ และที่สําคัญก็คือว่าต้องอยู่ห่างจากใจกลางชุมชน และที่สําคัญที่สุดของเขาคือว่าเขาต้องรักษาอาชีพของโชห่วยของเขาไว้ เขาจะมีกฎเกณฑ์ เพื่อที่จะให้การค้าขนาดใหญ่กับการค้าย่อย ๆ ที่เรียกว่าโชห่วยมันอยู่ร่วมกันได้ ไม่ใช่ เป่ดการค้าเสรีโดยรัฐบาลไม่เข้าไปเปึนกรรมการ มันฆ่าตัวเล็ก ๆ ล้มหายตายจาก อย่างปัจจุบันนี้และโกยเงินเราส่งไปต่างประเทศทุกป้อย่างนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไม่รู้สึกหรือครับ ไม่ทํา มัวไปขายหมูเนื้อแดงอยู่ นี่คือสิ่งที่ท่านควรจะทํา ท่านไม่ได้ทํา ผมเสียดาย
และสิ่งที่ท่านไม่ควรทําอีกอย่างและท่านไปทําเพราะว่าท่านประกาศขาย หมูเนื้อแดง ๙๘ ต่อกิโลกรัม ในขณะที่ในตลาดทั่วไปขาย ๑๒๐ บาท และคนชื่นชมยินดี ตอนนั้นเขาไปทําโพล (Poll) ทําอะไรประชาชนชื่นชมยินดี รัฐมนตรีที่อยู่ในหัวใจประชาชน คนหนึ่งระดับต้น ๆ คือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไม่มีใครด่า ผมก็ไม่ด่า ท่านก็เลยเหลิงว่าอย่างนั้น คือมีความมั่นใจตัวเองนึกว่าฟอร์แมท วิธีการกํามะลอ นี่เปึนวิธีการที่ต้องใช้ได้ทุกกรณี ท่านเลยเอาวิธีนี้มาใช้กับข้าวสาร อันนี้ผมเลยยอมไม่ได้ เพราะเรื่องหมูมันไม่กระทบอะไรเลย ผมบอกแล้วเปึนวิน วิน โพลิซี แต่ถ้าท่านใช้วิธี อย่างเดียวกันเหมือนกับข้าวสาร ความหายนะจะเกิดขึ้นมาหลายอย่างผมถึงต้องตัดสินใจ ลงทุนมาคัดค้านท่านที่ใต้ถุนนี่ล่ะครับ ห้องแถลงข่าวนักข่าวเปึนครั้งแรกที่ผมพูด ก็เปึนข่าวทีวี เปึนข่าววิทยุ เปึนข่าวหนังสือพิมพ์ท่านก็ทราบ ผมขอร้องรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ว่ากรุณาอย่าทํา เอาสต็อกของรัฐบาล ๒ .๑ ล้านบาท เพื่อจะมา แปรสภาพขายเปึนธงสีฟัาในราคาต่ํา มันจะเกิดความหายนะขึ้นมา ผมแนะนําให้ ท่านเอา ๒ .๑ ล้านตัน ไปขายในต่างประเทศ เพราะว่าตอนท่านซื้อมาต้นทุนประมาณ ๖ ,๐๐๐ ต่อตัน แค่นั้นเอง เพราะเปึนข้าวที่รับจํานําเข้ามาในอดีตแล้วมันหลุดมือ ชาวนาไม่มาเอาคืนก็เปึนของรัฐบาล เรารับจํานําประมาณ ๖ ,๐๐๐ กว่าบาท ตอนนั้น ราคาหมื่นกว่าบาท ๑๑ ,๐๐๐ -๑๒ ,๐๐๐ บาท ผมบอกว่าเอาไปขายได้กําไรเท่าตัว แล้วก็เอากําไรที่ได้นี้มาดูแลชาวไร่ชาวนาที่ยากจน โดยเฉพาะมาช่วยสนับสนุน เรื่องปุิยแพง ท่านไม่ฟังเลย ผมพูดน้อยมากนะครับ ปัจจุบันนี้ผมถือว่าอายุเยอะแล้ว นาน ๆ จะออกมาพูดเพราะเห็นปัญหาเยอะ มันอันตรายผมถึงจะพูด แต่ท่านก็ไม่ฟัง ท่านก็ดันทุรังไปทําข้าวธงฟัา ไม่เชื่อ เชื่อเดี๋ยวจะเสียเหลี่ยมกระมัง ถ้าเผื่อทําตาม คําแนะนําของฝ์ายค้าน ไปทําข้าวธงฟัาขายในราคาต่ํากว่าราคาท้องตลาดทีนี้อะไร มันจะเกิดขึ้น ผมจะวิเคราะห์ให้ฟัง ประชาชนอาจจะยินดีจํานวนหนึ่ง ท่านทํานิดเดียวเอง ๓ แสนถุง ถุงละ ๕ กิโลกรัม ทั้งหมด ๑ ,๕๐๐ ตันเองจากสต็อกข้าว ๒ .๑ ล้านตัน แต่เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ประกาศจะเอาข้าวส่วนหนึ่งจาก ๒ .๑ ล้านตัน มาทําข้าวราคาถูก มันก็เกิดเอ็กซเพคเทชัน (Expectation) การคาดหวังในอนาคต ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เรื่องเอ็กซเพคเทชันเปึนเรื่องใหญ่มากในทางเศรษฐศาสตร์ ซึ่งต้องระวัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ๑ ผู้ว่าการธนาคารชาติ ๑ อย่าพูดพล่อย ๆ เพราะว่านําความหายนะแก่เศรษฐกิจได้เลย เพราะคําพูดของบุคคลเหล่านี้มันสร้างเอ็กซเพคเทชัน สร้างการคาดหวังให้กับประชาชน ทั้งต่างประเทศและคนในประเทศ ในทางทฤษฎีความคาดหวังของประชาชนว่า อะไรจะเกิดขึ้นในอนาคตจะเปึนตัวกําหนดพฤติกรรมในปัจจุบัน ไม่ว่าของผู้บริโภค ผู้ส่งออก ผู้นําเข้า หรือผู้ลงทุนก็ตาม นี่คือหลักเศรษฐศาสตร์ พอท่านบอกว่าจะเอาข้าว ๒ .๑ ล้านตัน มาใส่ถุง ท่านก็ทําจริง ๆ ขายธงฟัาแค่ ๓ แสนถุง ๑ ,๕๐๐ ตัน แค่นั้นเอง แต่ความคาดหวังของต่างชาติเขารู้สึกว่าประเทศไทยมีสต็อก ๒ .๑ ล้านตัน และนโยบาย ของรัฐบาลไทยกําลังจะกดราคาข้าวในประเทศให้ต่ําลง อะไรเกิดขึ้นเมื่อเขาคาดหวัง อย่างนั้น เขาหยุดซื้อ เขาชะลอการซื้อ ชะลอออร์เดอร์ (Order) เขารอให้ราคาต่ําแล้วเขาก็ ออร์เดอร์ เมื่อผู้ส่งออกไม่ได้รับออร์เดอร์ ผู้ส่งออกก็ไม่ซื้อข้าวจากโรงสี โรงสีในโกดังข้าวเต็ม เมื่อผู้ส่งออกไม่ซื้อ ระบายข้าวไม่ได้ โรงสีทําอย่างไรครับ ไม่ซื้อข้าวชาวนา แล้วข้าวชาวนา เปึนอย่างไรหลังจากที่ท่านทําตกทะลุตลาด ท่านเห็นไหมครับว่ามันไม่ได้นะครับ นี่มันจะใช้เหมือนกับพวกนักปัืนหุ้นมาใช้ไม่ได้ ขายข้าวไม่ใช่ขายรถโตโยต้า มาใช้วิธีเดียวกัน ไม่ได้นะน้องรัก แล้วอีกอย่างหนึ่งยกตัวอย่างให้ดูก็ได้เอ็กซเพคเทชั่น อยู่ ๆ ท่านก็บอกว่า ชาวนาอย่าเพิ่งขายข้าว เพราะว่าข้าวคาดว่าจะพุ่งขึ้นถึง ๓๐ ,๐๐๐ บาทต่อตัน อันนี้เกิดขึ้นอย่างไรทีนี้ พอท่านพูดบอกว่าจะขึ้น ๓๐ ,๐๐๐ บาทต่อตันขึ้นมา โรงสีมันไม่ขาย ผู้ส่งออกไปซื้อข้าว จากโรงสี โรงสีไม่ขาย รอขายเวลาข้าวมันราคาสูง เพราะเชื่อท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ เพราะตอนที่ท่านพูดนั้นท่านไม่ได้ดูเลยว่าตลาดตอนนั้นเปึนของผู้ซื้อ ของผู้ขาย ท่านหวังดีนึกว่า
ขออภัยท่านดอกเตอร์ไตรรงค์ครับ มีผู้ประท้วงครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ชมภู จันทาทอง พรรคพลังประชาชน จังหวัดหนองคาย ท่านคะ ดิฉันประท้วง ข้อ ๖๑ ค่ะ ประท้วงท่านผู้อภิปราย เมื่อสักครู่ดิฉันไม่อยากให้เสียบรรยากาศ แต่ว่า ชาวจังหวัดหนองคายโทรศัพท์มาหาดิฉันว่าท่านผู้อภิปรายให้พูดช้า ๆ และชัดเจน อยากฟังเรื่องข้าวอยู่เพราะว่าเขาสนใจ แต่ว่าฟังไม่รู้เรื่องค่ะ ตัวดิฉันเองฟังอยู่ที่นี่ ก็พยายามฟังแล้วก็ทําความเข้าใจ แต่ไม่ค่อยเข้าใจค่ะ พูดช้า ๆ หน่อยนะคะ ขอบคุณค่ะ
ผมจะวินิจฉัย คุณชมภูได้ประท้วงในข้อ ๖๑ ครับ แต่เนื้อหาในการประท้วงไม่ได้เข้า ข้อประท้วงนะครับ เพราะฉะนั้นขอเชิญท่านดอกเตอร์ไตรรงค์อภิปรายต่อ แล้วผมก็ฟัง รู้เรื่องครับ
ท่านประธานครับ ผมต้อง ขอขอบพระคุณท่านผู้แทนราษฎร แล้วขอขอบคุณพี่น้องต่างจังหวัดด้วยนะครับ ผมจะให้ ช้าลงหน่อย คือผมเสียนิสัยพูดเร็วทุกที ก็จะมีคนเตือนทุกครั้ง ทีนี้ถึงไหนแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ผมพูดถึงไหนแล้ว พอท่านพูดตันละ ๓๐ ,๐๐๐ บาท ท่านไม่ได้ดูว่าตลาดตอนนั้นเปึนของใคร ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เจตนาดี ต่อชาวนา ที่ท่านพูดท่านหวังอะไร ผมอ่านจิตท่านออก ท่านหวังว่าเมื่อท่านพูดว่า อย่าเพิ่งขายนะ ราคากําลังจะเปึน ๓๐ ,๐๐๐ บาท ในอนาคตไว ๆ นี้ บอกชาวนา อย่าเพิ่งขาย ท่านนึกว่าทุกฝ์ายก็มีความรู้สึกว่าราคามันกําลังจะขึ้น เพราะฉะนั้น เรารีบซื้อเสียก่อน แย่งกันซื้อ แล้วราคาข้าวชาวนามันก็จะขึ้นจริง ๆ วิธีนั้นมันจะใช้ได้ ถ้าหากว่าตลาดตอนนั้นเปึนตลาดของผู้ซื้อ แต่ในช่วงนั้นมันเปึนตลาดของผู้ขาย เพราะสินค้ามันไม่มี ตลาดโลกมันต้องการมาก ข้าวที่อยู่ที่โรงสีเขาไม่ขายตอนนั้น เมื่อก่อนโรงสีเปึนเบี้ยล่างของผู้ส่งออกตลอด ผู้ส่งออกบางคนกําหนดราคาว่าจะซื้อเท่าไร โรงสีก็ต้องขาย แต่ในช่วงนั้นเปึนช่วงที่โรงสีเปึนพระเอกเลย มีอํานาจการต่อรองสูงมาก โรงสีก็ไม่ขาย เพราะเขารอขายให้ข้าวถึง ๓๐ ,๐๐๐ บาทก่อน เพราะเขาเชื่อ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อะไรเกิดขึ้นล่ะครับทีนี้ พ่อค้าส่งออกหาข้าวไปส่ง ให้ตามออร์เดอร์ ไม่ได้ ถูกปรับ เสียตลาดในต่างประเทศไป เสียเครดิตสําหรับชาติไป นี่ผมยกตัวอย่างให้ท่านฟังว่าท่านต้องรู้ความหมายของคําว่า เอ็กซเพคเทชัน การคาดหวัง การพูดต้องระวังอย่างยิ่ง ๓ คนนี้ครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการ ธนาคารชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ต้องระมัดระวังในการพูด จะไปใช้วิธี ในการที่ใช้มาในการอาชีพอย่างอื่นมันไม่ได้ เพราะมันคนละอย่าง นี่ผมกราบเรียนไว้ นะครับว่ามันสร้างความเสียหายได้ เพราะว่าความไม่รู้ ความไม่รู้ความไม่เข้าใจ ผมก็ไม่รู้ท่านไม่ได้เรียนมา ผมก็ไม่ทราบว่า ท่านจะเรียนรู้ใช้เวลาสักเท่าไร ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ผมขอพูดเรื่องปุิยสักนิดหนึ่งว่า แต่ว่าก่อนไปเรื่องปุิย ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ กระผมต้องกราบเรียนว่าท่านเครดิตเสียไปเยอะ ตอนหลังท่านพูด คนไม่เชื่อเลย เพราะว่าพอท่านพูดโดยเฉพาะเรื่องนี้เรื่อง ๓๐ ,๐๐๐ บาทต่อตัน แล้วในที่สุดมันไม่เปึนไปตามนั้น เมื่อไม่เปึนไปตามนั้นเขาไม่เชื่อถือ ผู้ส่งออกก็เดือดร้อน นายกสมาคมผู้ส่งออกถึงออกมาให้สัมภาษณ์ว่าขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พูดน้อย ๆ หน่อย อย่าชี้นําราคาเพราะมันปัืนป์วนไปหมดแล้ว เขาถึงออกมาเตือนท่าน แล้วตอนหลังท่านก็เสียเครดิตไปเลย ตอนนี้ท่านพูดอะไรคนก็ไม่เชื่อแล้ว
เรื่องปุิย ผมขอพูดต่อนิดหนึ่งเพราะว่ามันหน้าที่ของท่าน ท่านเปึนประธาน คณะกรรมการ เพราะปุิยเปึนสินค้าควบคุม คุณอาคม เอ่งฉ้วน ได้พูดเมื่อคืน พอพูดดึก ประมาณเที่ยงคืนพี่น้องประชาชนไม่ค่อยได้ยิน ปุิยราคาเพิ่มขึ้นมาก มีการเอารัด เอาเปรียบชัดเจน เปึนตัวอย่างสินค้าชัดเจนมากเลย เพราะว่าตลาดไม่ยุติธรรม กลไกราคามันทํางานสร้างความยุติธรรมให้กับพี่น้องชาวไร่ชาวนาไม่ได้ เพราะพี่น้อง ชาวไร่ชาวนาไม่รู้อินฟอร์เมชัน (Information) ไม่รู้แม้กระทั่งว่าต้นทุนปุิยที่นําเข้ามาเท่าไร เขาก็ไม่รู้ แล้วเขาก็ไม่มีกําลังเงินที่จะต่อสู้กับพวกพ่อค้าปุิยได้ แต่ว่าเขาต้องใช้ปุิย เพราะมันเปึนอาชีพของเขา ไม่มีปุิยเขาก็ทํานาไม่ได้ ทําสวนไม่ได้ บริษัทปุิยก็เลย ขูดรีดเขา ปุิยนาข้าวซื้อมาเมื่อราคาปุิยในตลาดโลกมันเพิ่ม เขาก็ซื้อมาในราคาที่แพง แต่ว่าแพงแค่ตันละ ๑๓ ,๐๐๐ บาท แต่มาขายชาวนาไปถึงปลายทางเท่าไรครับ ๒๗ ,๐๐๐ บาท เอากําไรส่วนต่าง ๑๔ ,๐๐๐ บาท มากกว่าค่าขนส่งเยอะ ขูดรีดไปเยอะ ปุิยยางพาราซื้อมาแพงขึ้นครับ เมื่อก่อนซื้อไม่ถึงหรอก ซื้อเข้ามา ๑ ตัน ๓๕ ,๐๐๐ บาท แต่มาขายที่ปลายทางเท่าไรครับ ๔๖ ,๐๐๐ บาท ๑๑ ,๐๐๐ บาท มากกว่าค่าขนส่งเยอะ ขูดรีดไปเยอะ ปุิยปาล์มที่ใช้กับผักผลไม้ด้วย พี่น้องภาคตะวันออกทั้งภาคก็ต้องใช้ปุิย ชนิดนี้ เขาซื้อมาเท่าไรครับ แพงขึ้นก็ซื้อ แพงกว่าป้ก่อน ๆ แต่เขาซื้อมา ๑ ตัน ๑๔ ,๐๐๐ บาท มาขายเท่าไรครับ ๓๑ ,๕๐๐ บาท นี่ฟาดหนักเลยครับ ๑๗ ,๕๐๐ บาท ส่วนต่าง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เปึนประธานคณะกรรมการในการควบคุม ราคาสินค้าควบคุม ท่านเปึนคนประกาศสินค้าควบคุมเอง แล้วท่านปล่อยให้เปึนอย่างนี้ ได้อย่างไร ท่านไม่เคยเข้าไปดูแลโครงสร้างราคา ไม่เคยมีการสั่งการ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง อะไรเลยทั้งสิ้นเลย ไม่มีเลย ท่านกลับทําอีกอย่างหนึ่ง ท่านทําอย่างไรรู้ไหมครับ ท่านให้ อธิบดีกรมการค้าภายในเรียกบริษัทปุิยมา ๙ บริษัท บริษัทปุิยเขามาเล่าให้ผมฟังเอง ไปประชุมที่กระทรวงพาณิชย์แล้วท่านว่าอย่างไร ท่านบอกว่า ท่านก็ขู่ที่คุณขายอยู่นี้ มันราคาสูงกว่าราคาควบคุม ถ้าผมจะเอาผิดทางกฎหมายก็ได้ แต่ว่าผมไม่เอาผิดหรอก ผมมาทํางานผมไม่เอาผิดคุณหรอก แต่ว่าเราก็เรียกว่ายื่นหมูยื่นแมวกัน ขอให้บริษัท ทั้ง ๙ บริษัท ขายปุิยในราคาต่ํากว่าท้องตลาดให้กับท่าน ท่านอ้างว่าจะเอาปุิยราคาต่ํา ไปขายให้กับชาวไร่ชาวนาที่ยากจน ครั้งแรกท่านขอ ๓ แสนตัน ขอให้ต่ํากว่าราคา ท้องตลาดตันละ ๑ ,๐๐๐ บาท ตอนนั้นราคาเฉลี่ย ๑๕ ,๐๐๐ บาท ท่านขอซื้อ ๑๔ ,๐๐๐ บาท ๓ แสนตัน ที่กระทรวงพาณิชย์ต่อรอง ในที่สุดบริษัทปุิยทั้ง ๙ บริษัท เขาก็ยอมขายให้ท่านในราคา ๑๔ ,๕๐๐ บาท เฉลี่ยนะครับ ต่ํากว่าราคาตลาด ตันละ ๕๐๐ บาท แล้วขายให้ท่าน ๑๕๐ ,๐๐๐ ตัน เขายอม ผมนั่งดูท่านก็ดีใจออกมา ให้สัมภาษณ์ใหญ่ กระทรวงพาณิชย์กําลังดําเนินนโยบายนี้เพื่อจะเอาปุิยราคาถูกไปขาย ชาวไร่ชาวนาที่ยากจน ประชาชนก็ชื่นชมยินดีความมีน้ําใจของท่านก็จบ งานท่านจบแล้ว แล้วอะไรเกิดขึ้นรู้ไหมครับ หลังจากนั้นประมาณ ๒ อาทิตย์ ราคาปุิยที่ว่ามันเพิ่มราคา ขึ้นจาก ๑๕ ,๐๐๐ บาท เปึน ๒๕ ,๐๐๐ บาท ตอนครั้งแรกท่านตั้งกฎไว้อย่างไร ท่านตั้งกฎว่าปุิย ๑๕๐ ,๐๐๐ ตันนี้ ในราคา ๑๔ ,๕๐๐ บาท โดยเฉลี่ยขายให้เฉพาะ ชาวไร่ชาวนาที่เปึนสมาชิกของสหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมส่งเสริม สหกรณ์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และต้องซื้อเงินสด และแต่ละคนซื้อได้ไม่เกิน ๑๐ ถุง กฎของท่าน แต่พอหลังจากนั้นมาสัก ๑๕ วัน ราคาปุิยมันเพิ่มจาก ๑๕ ,๐๐๐ บาท เปึน ๒๕ ,๐๐๐ บาท พอเพิ่มจาก ๑๕ ,๐๐๐ บาท เปึน ๒๕ ,๐๐๐ บาท อะไรเกิดขึ้นครับ สหกรณ์ในประเทศไทยท่านต้องรู้ว่ามันมีเยอะ แต่ว่าสหกรณ์ที่มีเงินมีไม่กี่รายครับ ผมว่าท่านรัฐมนตรียังไม่รู้ในเรื่องนี้ด้วยซ้ําที่ผมพูด มันมีอยู่ไม่กี่รายหรอกครับ ส่วนใหญ่มันไม่มีเงิน ทีนี้ผู้นําสหกรณ์ที่มันมีหัวเซ็งลี้มันก็เห็นทางแล้ว เพราะว่ามันขายให้ กระทรวงพาณิชย์ ๑๔ ,๕๐๐ บาทต่อตัน แต่ในท้องตลาดราคา ๒๕ ,๐๐๐ บาทต่อตัน มันก็ไปรวบรวมรายชื่อจากสหกรณ์ที่ไม่มีเงิน ขอลายเซ็น ลายเซ็นมันมีอยู่แล้วสหกรณ์เอามารวม ๆ กันเปึนหมื่น ๆ คนเลย แล้วไปเอา เงินสดมาให้กระทรวงพาณิชย์ แล้วมันก็เอารถบรรทุกไปเบิกปุิยจากบริษัทเขาทั้ง ๙ บริษัท นี่เขาเล่าให้ผมฟัง เอาไปทั้งหมด ๑ แสนตันครับ เอาไปไหนครับ เอาไปขายต่อให้พ่อค้า ท่านรู้ไหมครับ ท่านไม่เคยติดตามเลย น่าเศร้านะครับเรื่องนี้ เหมือนกับว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ใช้อํานาจความเปึนรัฐมนตรีไปปล้นทรัพย์ ของบริษัทข้าว นี่เขาพูดเองไม่ใช่ผมพูด เหมือนปล้นเขาแล้วเอาเงินเขาไปแจกให้กับ ผู้นําเกษตรกร ผู้นําสหกรณ์ ผู้นํากลุ่มชาวไร่ชาวนา นักการเมืองก็ได้ประโยชน์เรื่องนี้ ข้าราชการก็ได้ประโยชน์เรื่องนี้ เขาแบ่งกัน ท่านคิดดูสิครับ ๑๔ ,๕๐๐ บาทต่อตัน แล้วไปขาย ๒๕ ,๐๐๐ บาท ห่างกันเท่าไรครับ เกือบ ๑ ,๐๐๐ ล้านบาท แล้วแบ่งกัน ดีที่ว่าตอนที่ท่านตกลงกันเดดไลน์ (Deadline) คือวันที่ ๑๔ มิถุนายน นี่ยังค้างอยู่ ๕๐ ,๐๐๐ ตัน วันที่ ๑๕ วันที่ ๑๗ ยังมีนักการเมืองพาผู้นํากลุ่มสหกรณ์ไปขอซื้อ ในราคาเดิม เพื่อจะเอาไปขายอีก เขาไม่ให้ เขาบอกว่าถึงเดดไลน์วันที่ ๑๕ อาละวาดใหญ่ แต่เขาก็ไม่ให้ ตกลงที่ท่านทําไปรู้ไหมชาวไร่ชาวนาไม่ได้เลย อาจจะได้บ้างผมไม่ทราบว่า จะได้บ้างสําหรับสมาชิกของสหกรณ์ที่ผู้นํามันรู้จัก แต่ว่าส่วนใหญ่แล้วไปขายให้กับพ่อค้า อีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ไปขายชาวนาในราคา ๒๕ ,๐๐๐ บาท นี่คือสิ่งที่ท่านทํา ท่านตั้งใจดี แต่ท่านบริหารงานไม่เปึน และท่านไม่ติดตามการทํางานของท่านเลย ท่านประชาสัมพันธ์ ไปวัน ๆ หนึ่งแค่นั้น พอให้คนชื่นชมยินดีแล้วท่านก็เลิก ท่านไม่ติดตามก็ไม่รู้ว่าข้าราชการ ทําอะไรกันบ้าง ข้างหลังท่านทําอะไรกันบ้าง ท่านต้องฟังหลาย ๆ หู ไม่ใช่ฟังเฉพาะ ข้าราชการที่เปึนเพื่อนนักเรียนร่วมห้องนุ่งขาสั้นมาด้วยกัน อย่าฟังคนเดียว ฟังหลาย ๆ หู ท่านบริหารกระทรวง ผมรู้ท่านรู้จักใครบ้าง ผมอายุเยอะ พวกมาก รู้หมด แต่ว่า ผมบอกแล้วผมก็ชอบ ๆ ท่านอยู่ ผมถึงไม่อยากรุนแรงกับท่าน แล้วผมเห็นท่านมาตั้งแต่ นุ่งกางเกงขาสั้น ก็พูดให้ฟัง ไม่ใช่เพิ่งมารู้จัก รู้จักตั้งแต่ตัวเท่านี้ นี่บอกกันเสียก่อน เพราะฉะนั้นปกติผมไม่รุนแรงกับใครอยู่แล้ว แต่ว่าเอาเหตุเอาผลมาพูดเพื่อประโยชน์ ของประเทศแค่นั้นเอง แต่ผมเห็นว่าท่านผิดพลาดในหลาย ๆ เรื่อง นี่คือสิ่งที่ทํา เงินเกือบ ๑ ,๐๐๐ ล้านบาท เขาเอาไปแบ่งกัน มีนักการเมืองได้ แต่ว่าผมยืนยันกับ ท่านประธานครับ ผมไม่เคยได้ข่าวว่าท่านรัฐมนตรีเลย ผมไม่เคยได้ข่าวท่านรัฐมนตรี มีเอี่ยวในเรื่องนี้ ถ้าเผื่อข่าวสารผมผิดพลาดท่านปฏิเสธได้นะครับ ผมเปึนคนใจกว้าง ไม่โกรธหรอกครับ แต่หวังว่าข่าวผมแม่นยํานะครับ แต่ว่าคนอื่นได้ครับ แต่ข้าราชการ ๒ กระทรวงได้ ทั้งกระทรวงพาณิชย์ ทั้งกระทรวงการเกษตรและสหกรณ์ ท่านไปตามดู สิครับ อันนี้เปึนเรื่องที่น่าเศร้า คือใช้ความลําบากของชาวไร่ชาวนามาหากิน สําหรับ คนที่ฐานะดีอยู่แล้ว ชาวนาเราถึงไม่มีโอกาสลืมตาอ้าปากได้จริง ๆ เพราะไม่มีใครจริงใจ กับเขาเลย ผมดู ๆ แล้วหาประโยชน์จากความทุกข์เขาทั้งนั้น
ผมจะพูดเรื่องสุดท้าย เพราะเรื่องสุดท้ายอย่างไรผมก็พูดไม่จบ ก็ต้อง ให้คุณวิทยา แก้วภราดัย มาพูดต่อ คือเรื่องโครงการรับจํานําข้าว โครงการรับจํานํา ข้าวตามปกติในอดีตนั้นส่วนมากคณะกรรมการนโยบายข้าว ปัจจุบันนี้ก็เปลี่ยนชื่อ เปึนคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ เมื่อก่อน กนข. เดี๋ยวนี้ กขช. ก็แล้วแต่ละครับ หน้าที่เหมือนกันครับ แต่ว่าคณะกรรมการชุดนี้เมื่อก่อนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปึนประธาน ในบางยุคบางสมัยท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน แต่ว่ารองประธาน คนที่หนึ่ง จะต้องเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพราะว่าทํากันมาโดยตลอด คนที่รู้เรื่องคือ อคส. องค์การคลังสินค้า แต่มาป้นี้แปลก ป้นี้ท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร เปึนประธานเองเหมือนกับพลเอก สุรยุทธ์ แต่สมัย พลเอก สุรยุทธ์ ท่านก็ใช้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์เปึนคนเรียกว่าดีเฟคเตอร์ (Defector) ประธานดีเฟคเตอร์ ประธานคือ ประธานที่แท้จริงก็คือตัวรองประธาน คนที่หนึ่ง ก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แต่มาป้นี้ก็แปลกนะครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไม่ได้รับบทบาทอันนี้ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปึนรองประธาน คนที่หนึ่ง รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์เปึนรองประธาน คนที่สอง แล้วข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ รู้สึกจะไม่มีเลย แล้วที่สําคัญก็คือว่าการทํางานในโครงการนี้ต้องมีคณะทํางาน ๒–๓ ชุด ส่วนมากก็จะเปึนผู้หลักผู้ใหญ่ของกระทรวงพาณิชย์เปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการ เปึนประธานชุดหนึ่ง ปลัดกระทรวงชุดหนึ่ง อธิบดีชุดหนึ่ง อย่างนี้ที่เขาทํากันมา แต่ป้นี้ ถูกปลดหมด ข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ไม่มีครับ มีมือที่มองเห็นได้เปลี่ยนแปลง ชุดแรกเขาให้ผู้จัดการธนาคาร ธ .ก .ส .เปึนประธานขึ้นเปึนครั้งแรก ชุดที่ ๒ ว่าด้วย การแปรสภาพข้าว ก็ให้ผู้ตรวจการสํานักนายกรัฐมนตรี เปึนประธาน ชุดที่ ๓ เมื่อแปรสภาพข้าวแล้วเอาไปจําหน่ายที่ไหนให้รองปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน พวกนี้ไม่รู้เรื่องข้าว ทั้ง ๓ คนนี้ไม่รู้เรื่องจํานําข้าว ธ.ก.ส .ก็ไม่รู้ มีหน้าที่อย่างเดียวคือว่า จ่ายเงิน หลังจากองค์การคลังสินค้าเอาใบประทวนมาให้แล้วก็จ่ายเงินตามใบประทวน ที่ทํากันมา ไม่ได้รู้เรื่อง ก็ไม่ว่ากันครับ ลองดูว่ามันจะเวิร์ค (Work) ไม่เวิร์ค ผมก็ไม่ว่าอะไร แต่ว่าที่มันออกมาเพิ่งตั้งมา แล้วกฎอันแรกออกมาเมื่อก่อนโรงสีที่จะมาเข้าโครงการ ต้องไปขึ้นทะเบียนกับองค์การคลังสินค้า เมื่อขึ้นทะเบียนกับองค์การคลังสินค้า ไม่ว่าจะเปึน โรงสีหรือเจ้าของโกดังก็ตาม จะต้องวางมัดจํา ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของมูลค่า สมมุติว่า คลังสินค้าที่เขามาเข้ารวมโครงการบรรจุได้ ๑ ,๐๐๐ ตัน ก็ต้องตีมูลค่าเอา ๑ ,๐๐๐ ตัน เปึนมูลค่าเท่ากับเท่าไร แล้วก็วางมัดจํา ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อปัองกันการขโมยข้าวหลวง ไปขาย แต่เงื่อนไขมีว่าเมื่อวางมัดจํา ๒๐ เปอร์เซ็นต์แล้วต้องไปซื้อข้าว โรงสีต้องไปซื้อข้าว ของชาวนามาอีก ๑ ,๐๐๐ ตัน มาประกบกัน นี่คือเงื่อนไขเก่า แต่มาปัจจุบันนี้เงื่อนไข หลังนี้ยกเลิก พวกโรงสีบอกไม่ไหวราคาข้าวแพง ไม่มีเงินที่จะไปซื้อ ๑ ,๐๐๐ ตันหลัง มาประกบ ไม่มีเงินซื้อจึงขอเปลี่ยนแปลงเปึนว่าวางมัดจํา ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าข้าว ที่จะเอามาใส่ในโกดังเปึน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ นี่มันต้องใช้แบงก์การันตี (Guarantee) ครับ โรงสีมีไม่กี่โรงที่สามารถจะเอาแบงก์การันตีมาได้ถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าข้าว โรงสีจึงเข้าร่วมโครงการน้อยป้นี้ นี่คือเหตุผลที่สําคัญข้อหนึ่ง อีกข้อหนึ่งที่เขาไม่เข้าร่วม โครงการ เพราะกฎเกณฑ์ยังไม่ชัดเจนว่าจะให้แปรสภาพข้าวเมื่อไร แปรแล้วจะเอาไป ส่งข้าวที่ไหน ส่งในโกดังกลางของกระทรวงพาณิชย์หรือไปส่งโกดังของผู้ส่งออก ซึ่งมีการได้เสียกันว่าส่งทางด้านไหนดีกว่าทางด้านไหน เขาลังเลเขาไม่เข้าร่วม โรงสีจึงเข้าร่วมในป้นี้น้อยกว่าทุกป้ครับ ทีนี้ปัญหาสิครับ ปัจจุบันนี้เกิดขึ้นทั่วราชอาณาจักร ชาวนาไม่มีจุดรับจํานําครับ ชาวนาจากจังหวัดนี้ถ้าจะจํานําต้องใส่รถบรรทุกไปอีก จังหวัดหนึ่งไปจํานํา ไหวหรือครับ ก็ไม่ไหวครับ ค่าโสหุ้ยกินหมด ค่าขนส่งกินหมด ชาวนาปัจจุบันนี้ต้องทําอย่างไร เกิดอาชีพใหม่ครับ นายหน้ามาซื้อกลางนา ซื้อต่ํากว่าราคาประกันแน่นอน เช่น ราคาประกัน ๑๔ ,๐๐๐ บาท สมมุติเปึนข้าว ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ราคาประกันตันละ ๑๔ ,๐๐๐ บาท เขาจะซื้อประมาณ ๑๒ ,๐๐๐ บาท ๑๑ ,๐๐๐ บาท ที่เหลือ ๒ ,๐๐๐ – ๓ ,๐๐๐ บาทก็เปึนของนายหน้า นายหน้าก็ขนข้าวไป ชาวนาก็ถูก กดราคาอยู่นั่นละครับ นี่มีปัญหาทั่วไปที่ราคาข้าวตกต่ํา นอกเหนือจากปัญหานี้แล้ว ก็จะมีปัญหาอีกปัญหาหนึ่งซึ่งเปึนปัญหาใหญ่ ราคาข้าวของโลกก็เริ่มลดลงเพราะว่า ข้าวเวียดนามออก ข้าวอินเดียก็ออก ข้าวอะไรก็ออก นี่ปัญหาที่จะตามมา แต่ว่าปัญหา อีกอย่างหนึ่งก็เปึนความรับผิดชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่จะเกิด ความวุ่นวายในชาตินี้ ปลายป้นี้เพราะความผิดของท่านที่ไม่ฟังผม ท่านไม่ยอมระบายข้าว ๒ .๑ ล้านตันออกไป ปัจจุบันนี้บรรดาโรงสีที่เข้ามาอยู่ในโครงการมีขีดความสามารถ ในการรับข้าวอยู่ในโกดังกี่ตันบอกผมสิ ผมว่าไม่กี่แสนตัน ไม่ถึง ๕ แสนตัน นี่ข้าว กําลังออกมาอีกประมาณ ๓-๔ ล้านตัน ข้าวนาปรังก็มาออกเดือนหน้า ท่านจะเอาข้าวเก็บ ไว้ที่ไหน ท่านไม่มีที่เก็บ แล้วข้าวนาปรังป้ใหม่ แล้วพอเขาเก็บงวดนี้แล้วเขาปลูกใหม่ พื้นที่ เขาเตรียมเอาไว้เยอะกว่างวดที่แล้วอีก เพราะว่าผลมันดี ข้าวจะออกมาประมาณเดือน กันยายน เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม รวมทั้งป้แล้ว ๘ .๘ ล้านตัน ข้าวนาปรังจาก ๖ กว่าล้านตันของป้ที่แล้ว แล้วท่านบอกประกัน ๑๔ ,๐๐๐ บาทต่อตัน ข้าวนาป้ออกปลายป้นี้พร้อมกับข้าวนาปรัง ข้าวนาป้มาอีก ๒๓ ล้านตัน บวกกับอีก ๘๘ ล้านตัน เท่าไรครับ ขีดความสามารถของรัฐบาลในการเก็บข้าวไม่ถึง ๕ แสน แล้วท่านไม่ประกัน ๑๔,๐๐๐ บาท ให้กับพี่น้องชาวอีสาน พี่น้องชาวเหนือป้นี้ท่านก็มีเรื่อง ถ้าท่านไม่จ่าย ๑๔ ,๐๐๐ บาท ท่านจ่ายให้นาปรังแถวจังหวัดสุพรรณบุรีได้ แถวนี้ได้ ทําไมจะจ่ายให้คนอีสานไม่ได้ อย่างน้อย ๑๔ ,๐๐๐ บาท ท่านจ่ายได้ไหมครับ ท่านจ่ายไม่ได้เพราะท่านไม่มีที่เก็บข้าว ราคาตลาดโลกก็ลดลงมา ปลายป้นี้คอยดู จลาจลครับ จะได้เห็นชาวนามืดฟัามัวดิน เพราะท่านไม่เชื่อผม ถ้าท่านขายเสีย ๒ .๑ ตัน ที่ผมแนะนํา ท่านก็มีที่เก็บข้าว ท่านประกันได้เยอะแยะ แต่ท่านไม่ทําเปึนความผิด ของท่านที่ท่านมองภาพไม่เห็น ผมถึงต้องมาชี้ให้เห็นว่ามันใช้ไม่ได้ ท่านเปึนคนเก่ง แต่ท่านไม่มีความสามารถในการบริหารเลย แล้วไม่มีความรู้เลย ไม่มีจิตวิทยาทางด้าน เศรษฐศาสตร์เลย แล้วเอาคนอย่างนี้มาบริหารได้อย่างไร ท่านเหมาะจะเปึนรัฐมนตรีนะ คนคนนี้ท่านนายกรัฐมนตรี แต่ไม่ใช่กระทรวงพาณิชย์ครับ ท่านไปอยู่กระทรวงอื่นสิครับ แล้วท่านก็ไม่ค่อยติดตาม หูตาท่านก็ไม่มาก ท่านรู้ไหมมีการแสวงหาผลประโยชน์กัน ผมยืนยันมีการแสวงหาผลประโยชน์โดยการดําเนินการนโยบายการขายข้าวต่าง ๆ ที่ข้าวพี่น้องไม่ขึ้นราคามีส่วนหนึ่ง เพราะมันรับประทานกัน เดี๋ยวจะให้คุณวิทยา แก้วภราดัย มาขยายต่อ พี่น้องประชาชนฟังต่อไปแล้วจะถึงบางอ้อว่าอะไรเกิดขึ้น ในประเทศไทย ผมขอกราบเรียนท่านประธานเพียงแค่นี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญคุณวิทยา แก้วภราดัย ครับ
(นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณวิทยาครับมีผู้ประท้วงครับ คุณเชิดชัยประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอุดรธานี พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ ผมไม่อยากให้มีการเสียบรรยากาศ ด้วยความเคารพท่านผู้อภิปราย เมื่อสักครู่นี้ผมเลยไม่กล้าประท้วงตอนแรก อยากจะให้ท่านอภิปรายจบก่อน ผมประท้วง ท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ขณะนี้เปึนการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีการถ่ายทอดไปทั่วทั้งประเทศ ผมนั่งดูตั้งแต่เริ่มแรกว่าชื่อของผู้อภิปรายก็ไม่ปรากฏ ในมอนิเตอร์ ประเด็นสําคัญที่ผู้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ไม่ได้ติดปัายแสดงตน ซึ่งสถานที่ แห่งนี้ทุกคนที่เข้าประชุมต้องติดปัายแสดงตน ขอให้ท่านประธานช่วยกรุณาวินิจฉัย จะได้เปึนแบบอย่างต่อไปครับ
ผมขอวินิจฉัยนะครับ เรื่องที่คุณเชิดชัยประท้วงนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการอภิปราย แต่เปึน เรื่องเกี่ยวกับการแต่งตัวของสมาชิก ก็ขอความกรุณาท่านดอกเตอร์ไตรรงค์ได้กรุณา ติดปัายชื่อด้วยเพราะว่าถือเปึนธรรมเนียมปฏิบัติของสภา บางทีแต่ละท่านก็อาจจะลืม กันบ้าง เปึนเรื่องที่ให้อภัยได้ครับ เชิญคุณวิทยาต่อครับ
ท่านประธานครับ ผมขอใช้อํานาจ
ท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวรินประท้วงอะไรครับ
ผมขอใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘ ด้วยความเคารพท่านประธานที่ทําหน้าที่อยู่ขณะนี้ ก็อย่างที่คุณเชิดชัยว่า แล้วท่านบอกว่าไม่ผิดข้อบังคับ กระผมคิดว่าท่านประธานไม่ใช่มีหน้าที่แต่เพียงรักษา ความสงบอย่างเดียว แต่ความเรียบร้อยในห้องประชุมเวลานี้ที่สําคัญมันถ่ายทอด ไปทั่วประเทศ อย่างน้อยที่สุดตั้งแต่เมื่อวานถึงวันนี้มีวัฒนธรรมจังหวัด ๓ จังหวัด โทรศัพท์มาหาผม บอกว่าสิ่งที่ผมทักท้วงในที่ประชุมนั้นถูกต้อง มารยาทไทย วัฒนธรรม ประเพณีไทยต้องมี อย่างที่ผมบอกว่าการพูดกับประธานหรือการอภิปรายในสภา ต้องพูดกับประธาน แล้วยืนล้วงกระเปิาอย่างนี้ผมว่ามันไม่ต้องด้วยลักษณะสังคมไทย หรือการยกมือซ้ายก็ไม่ถูกต้อง มีสมาชิกท่านหนึ่งบอกว่าเปึนเรื่องไร้สาระ แต่ผมอยากจะ บอกว่านี่มันเปึนการสอนวัฒนธรรมไทยให้กับคนทั้งประเทศ เด็กและเยาวชนก็ดู การประชุมของเรา เพราะฉะนั้นเปึนหน้าที่โดยตรงของท่านประธานที่จะต้องช่วยดู เรื่องของความเรียบร้อยด้วย ผมขอขอบคุณครับ
ผมวินิจฉัยคําประท้วงของท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ นะครับ ความจริง ท่านผู้อภิปรายคือท่านดอกเตอร์ไตรรงค์ไม่ได้ติดปัายชื่อนั้นถือว่าเปึนการผิดพลาด ในข้อบังคับของเราจริง แต่ผมเห็นว่ามันไม่ใช่สาระของการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ ซึ่งถือได้ว่าเปึนประเด็นที่เล็กน้อย แต่ในข้อบังคับ ข้อ ๘ นั้น ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร วินิจฉัยควบคุมการประชุมสภาให้ดําเนินไปด้วยความเรียบร้อย เพราะฉะนั้นผมเห็นว่า ไม่เข้าประเด็น แต่อย่างไรก็ตามต้องขอความกรุณาท่านดอกเตอร์ไตรรงค์และเพื่อนสมาชิก ทุกท่านซึ่งบางทีอาจจะมีเผลอลืม เพราะเมื่อคืนนอนดึก ไม่ได้ติดปัายมาก็ขอให้ทุกท่าน ติดปัายด้วยครับ ถ้าไม่มีปัายก็ขอปัายชื่อสํารองจากเจ้าหน้าที่ได้ครับ เชิญคุณวิทยา แก้วภราดัย ต่อครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมเข้าใจว่าผมคงจะเริ่มอภิปรายได้เลยนะครับ เพราะว่าทุกท่านได้ทํากิจกรรมเสร็จสิ้น ท่านประธานครับ ผมจะเริ่มอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะที่ท่านได้บริหารราชการแผ่นดินบกพร่อง ผิดพลาด ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ จนประชาชนเกิดความเดือดร้อนอย่างรุนแรง เหมือนที่ท่านสมาชิกที่ได้อภิปรายไปเริ่มต้น ทุกคนก็รู้สึกไม่สบายใจที่ต้องมาอภิปรายรัฐมนตรีที่ภาพพจน์ดีที่สุด ในระยะเวลา ๔ เดือน ที่ผ่านมาท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ท่านถือว่าเปึนรัฐมนตรีที่ชิงพื้นที่สื่อ ได้มากที่สุด ทุกครั้งที่มีคําถามว่าสินค้าแพง เราก็จะได้ยินเสียงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ว่าสินค้าแพงหรือครับ อย่างนี้หรือครับ ผมขอเรียนชี้แจงอย่างนี้ครับ และทุกอย่างก็จะไหลพรั่งพรูมาจนคนทั้งประเทศเคลิ้ม มั่นใจในทิศทาง เชื่อมั่นว่า ท่านเปึนผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจ คนทั้งประเทศเชื่ออย่างนั้น แต่ระยะเวลาที่ผ่านมา ท่ามกลางความเชื่อ มันได้สะท้อนความเสียหายให้กับบ้านเมืองมากมายจนพวกผม ไว้ใจไม่ได้ ผมก็ตามกลับไปดูว่าความเปึนผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจของ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มาจากไหนครับ ท่านเริ่มต้นเปึนบัณฑิตนิติศาสตร์ เหมือนผมครับ แต่เส้นทางเดินของท่านเลือกแตกต่างจากพวกผมที่จะไปเปึนทนาย บ้านนอก ท่านเลือกที่จะตัดสินใจไปเปึนพนักงานขายของบริษัทรถยนต์ แล้วก็ไปโดดเด่น โด่งดังในเรื่องงานการประชาสัมพันธ์ แล้วก็ถือว่าในองค์กรการขายรถยนต์บริษัทใหญ่ ซึ่งผมไม่ต้องโฆษณายี่ห้อครับ ใน ๗๐,๐๐๐ กว่าคนของพนักงานบริษัทถือว่าท่านโดดเด่น ที่สุดครับ โดดเด่นในเรื่องการประชาสัมพันธ์องค์กร บนเส้นทางของพนักงานขายไปสู่ นักประชาสัมพันธ์ ท่านไต่ไปถึงรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ แล้วก็ในฐานะของการที่เปึน นักประชาสัมพันธ์ที่ดีเด่น ท่านก็บังเอิญไปเข้าตาอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ของเรา ขออนุญาตเอ่ยนามไม่เสียหายครับ ฯพณฯ สมคิด ดึงท่านมาช่วยงานครั้งแรก ก็เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ ในฐานะที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์ แล้วก็เย็นทั่วหล้า โด่งดังเลยครับ เปึนกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ประสบความสําเร็จโด่งดังมาก เส้นทางชีวิตจากนักประชาสัมพันธ์ก็เริ่มผันเข้าสู่การบริหารแล้วก็สัมพันธ์กับการเมือง ท่านรัฐมนตรีท่านนี้ได้รับการแต่งตั้งเปึนผู้อํานวยการองค์การสื่อสารมวลชน อสมท ในภาวะที่เขาบอก อสมท เปึนแดนสนธยา ท่านถูกส่งเข้าไปเป่ดแดนสนธยา บรรยากาศ อสมท คึกคักขึ้นทันที พนักงานทุกคนชื่นชม ผู้อํานวยการสามทุ่มสี่ทุ่มยังไม่กลับบ้าน ขยันขันแข็ง องค์กร อสมท คึกคักมีสีสันขึ้น เปลี่ยนสี อสมท กลายเปึนสีม่วง ไม่พอครับ โมเดิร์น ไนน์ (Modern nine) ครับ ข้อสําคัญโมเดิร์น ไนน์ โด่งดังไปทั่ว ผลักดัน อสมท เข้าตลาดหลักทรัพย์ พนักงานมีความสุขทุกคนครับ ได้หุ้นกัน ประสบความสําเร็จ แต่แค่นั้นไม่พอครับ การจะเติบโตทางการเมืองมันต้องเข้าตานายใหญ่และรับใช้ อย่างมีชีวิตจิตใจ ผลงานชิ้นแรกที่โดดเด่นทางการเมือง ปลดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ซึ่งเริ่มจะวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลในขณะนั้น เป่ดโปงพฤติกรรมรัฐบาล ท่านเริ่มเข้าตาครับ ปลดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ จนเมืองไทยรายสัปดาห์วันนี้ต้องจัดรายการสัญจร ปลดรายการคุณสนธิ ลิ้มทองกุล เท่านั้นไม่พอครับ ท่านก็เริ่มไต่สป้ชการเข้าสู่วิถีการเมือง วาระสุดท้าย ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ คมช .เข้ายึดอํานาจ ท่านปล่อยโอกาสสุดท้าย ๕ ประโยคสุดท้ายให้อดีตนายกรัฐมนตรีถ่ายทอดสดจากสหรัฐอเมริกาก่อนทหารเข้ายึด ป่ดรายการโทรทัศน์ แล้วท่านก็ต้องผันตัวออกเพราะอยู่คนละฝ์ายกับคณะที่เขา ยึดอํานาจได้ โดยปกติธรรมดาครับ แต่ทั้งหมดเริ่มเข้าตา และแล้ววันหนึ่งท่านก็ได้รับเชิญ เข้ามาทําหน้าที่ในทางการเมืองอย่างเต็มรูปแบบ เปึนหัวหน้าคณะทํางานเศรษฐกิจของ พรรคพลังประชาชน จากนักประชาสัมพันธ์เปึนหัวหน้าทีมเศรษฐกิจเลยแล้วเราก็เริ่มเห็น ท่านออกรายการโทรทัศน์ เป่ด ๓ ยุทธศาสตร์ ตั้งแต่ประชานิยมดั้งเดิม ต้นตํารับ มาสู่ ประชานิยมยุทธศาสตร์ ประชานิยมสูตรพิเศษ แล้วก็ยุทธศาสตร์หารายได้เข้าประเทศ ออกโทรทัศน์โด่งดังมากครับ ท่านเปลี่ยนโฉม เลยครับ จากนักสร้างภาพท่านกลายเปึนผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจ พวกผมฝากความหวัง ประชาชนทั้งประเทศฝากความหวัง วันที่ท่านบอกว่าประชานิยมสูตรพิเศษเปึนรัฐบาล เมื่อไรจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ ๓ ชั่วโมง รถวิ่ง เรื่องเศรษฐกิจหรือครับ ง่าย ๆ กระตุ้น การท่องเที่ยว กระตุ้นป้นี้ ป้หน้าเงินมาเต็มหมด ยิ่งฟังเงินก็เต็มฟัา แล้ววันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ท่านได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แล้วก็ ไม่ผิดหวังครับ ท่านเปึนรัฐมนตรีที่ออกโทรทัศน์มากที่สุดในภาวะที่สินค้าราคาเริ่มแพง ท่านเปึนคนแรกที่ออกมาประกาศ แล้วก็เปึนที่ชื่นชมครับ ประกาศลดสินค้า ๓๓ รายการ แล้วก็เพิ่มเปึน ๖๖ รายการ ไปบวกสินค้าโปรโมชั่น (Promotion) ที่เขากําลังลดเข้าไปอีก พูดไปพูดมาเหลือ ๒๗ รายการ คนไปหาซื้อสินค้ากันตามห้างสรรพสินค้า ที่ท่านองอาจ ฝากผมมาบอก แม่บ้านเขาไปเดินซื้อนมผงให้ลูกกิน เข้าไปในห้างเจอแต่แผงเปล่า นมเกลี้ยงไม่มี ล้มเหลวจากการประกาศลดราคาสินค้า ๓๓ รายการ ตั้งแต่ถ่านไฟฉาย ไล่ไปจนถึงน้ํามันพืช ล้มเหลวครับ แต่ท่านก็ไม่หยุดข่าวครับ เรื่องหมูที่ไม่ใช่หมูอย่างที่ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายเมื่อสักครู่ จาก ๘๕ บาท ไต่ขึ้นไปเรื่อย ๆ จน ๑๒๐ บาท ท่านประกาศสวนปังเลยครับ หมูต้อง ๙๘ บาท แล้วหมู ๙๘ บาท พวกผมเถียงกัน ในสภานี้ว่าขายได้กี่เขียง คนทั้งประเทศรอ ๙๘ บาท ล้มเหลวอีกครับ เพราะ ๙๘ บาท มันก็ออกจากปากท่าน หลังจากล้มเหลวก็ไม่มีข่าวออกจากปากท่าน เสร็จจากหมู จะไปขายมือถือลดราคา ขอความร่วมมือจากบริษัทมือถือลดราคาเรียบร้อยครับ ไม่มีใครให้ความร่วมมือ เปลี่ยนใหม่เปึนซิม (SIM) ธงฟัา เดินไปเรื่อย ๆ การบริหารงาน โดยวิธีประชาสัมพันธ์และพูดอย่างเดียวก็มี ผลออกมาเดือนเมษายนที่ผ่านมา ข้อมูล ออกมาว่าไทยขาดดุลการค้า ๑,๘๐๘ ล้านเหรียญ ทําสถิติขาดดุลสูงสุดในรอบ ๑๒ ป้ การหาเงินเข้าประเทศเปึนหน้าที่ท่าน เพราะทํารายได้จากการหาเงินเข้าประเทศมามาก ท่านพูดมามาก แต่สุดท้ายเดือนเมษายนได้สะท้อนภาพออกมาเปึนการเบื้องต้นว่า ท่านดีแต่พูดครับ ประเทศไทยขาดดุลการค้าสูงสุดในรอบ ๑๒ ป้ เดือนเมษายนแล้ว แน่นอนมาถึงเรื่องสําคัญครับ เปึนเรื่องที่คู่กับการเมืองแล้วก็พวกเราที่ใส่สูทนั่งอยู่ในสภา ทั้งหมด เรื่องข้าวครับ เรื่องของชาวนาครับ เราทั้งหมดที่มานั่งที่นี่อย่าปฏิเสธเกิน ๘๐ เปอร์เซ็นต์มาจากเลือดเนื้อชีวิตชาวนา ตั้งแต่กินข้าวของชาวนา จนชาวนา กาบัตรเลือกตั้งเลือกเขา ท่านประธานทราบไหมครับว่าคนที่ประกอบอาชีพทํานาเกิน ๒๐ ล้านคน ไม่บวกนับลูกหลานที่อยู่ทั่วประเทศ ป้นี้ควรจะเปึนป้ทองของชาวนา เปึนป้ทองจริง ๆ ครับ
เรื่องที่ ๑ สัญญาณมันเริ่มส่งออกมา ๔-๕ ป้แล้วครับ สต็อกข้าวในโลกเรา มีประมาณ ๑๐๐ ล้านตัน ขึ้นไปมา ๒๐ กว่าป้ เมื่อ ๕ ป้ที่แล้วสต็อกข้าวของโลก สํารอง ข้าวของโลกเริ่มลดจาก ๑๐๐ ล้านตัน ไหลลงมาเรื่อย ๆ จนเหลือ ๗๔ ล้านตัน โลกตระหนกครับ ในขณะที่ประชาชนปลูกข้าวเพิ่มขึ้นทั้งโลก แต่ปรากฏว่าคนบริโภคข้าว เพิ่มมากขึ้นกว่าจํานวนที่ปลูกข้าวได้ การจะเพิ่มสต็อกข้าวจาก ๗๔ ล้านตัน ขึ้นเปึน ๑๐๐ ล้านตัน เรื่องยากครับ ป้หนึ่งได้อีกสัก ๕ ล้านตัน ถือว่าสูงมาก เปึนวิกฤติที่ ๑ ของโลกที่บ่งชี้ตั้งแต่ป้ที่แล้วครับว่าป้นี้ข้าวจะราคาขึ้น
เรื่องที่ ๒ เปึนวิกฤติของพืชและสร้างโอกาสเราครับ เพื่อนเขามีวิกฤติ เรื่องภัยธรรมชาติ จีน เวียดนาม หิมะตก ปลูกข้าวไม่ได้เมื่อปลายป้ ๒๕๕๐ ออสเตรเลีย แล้งจัด ข้าวสาลีประสบความเสียหายถีบราคาจาก ๒๐๐ เหรียญต่อ ๑ ตัน เปึน ๕๐๐ เหรียญ ต่อ ๑ ตัน วิกฤติ ๒ วิกฤติ
เรื่องที่ ๓ ประเทศไทยเรา รัฐบาลก่อนรับจํานําข้าวไว้เพราะราคาข้าวตกต่ํา จํานํากันตั้งแต่ป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ เหลือข้าวอยู่ในสต็อกทั้งหมด ๒.๑ ล้านตัน แล้วก็เปึนที่วิพากษ์วิจารณ์ครับ ๒.๑ ล้านตัน ฝากไว้กับโกดัง ว่าง ๆ เถ้าแก่ โกดังจับมือร่วมกันพาข้าวไปขายในวันที่ราคาดี หรือไม่ก็ทิ้งไว้ให้มอดกิน เข้าไปตรวจพิสูจน์ ข้าวเสียหาย ก็ปรากฏว่าวิกฤติที่เกิดอันที่ ๒ ก็คือความขยันของกระทรวงพาณิชย์ อันนี้ ต้องชื่นชมไว้ก่อน กระทรวงพาณิชย์เร่งตรวจสอบสต็อก ๒.๑ ล้านตัน เร่งตรวจสอบสต็อก เพราะข่าวลือกันมากเลยว่ามีการขโมยไปขาย ได้ผลครับ เจ้าของสต็อกวิ่งซื้อข้าวจากโรงสี วิ่งซื้อข้าวจากชาวนา ราคาข้าวขึ้นครับ
๓ เรื่องนี้ ราคาข้าวต้องขึ้นและชาวนาต้องได้ประโยชน์เต็ม ๆ ยังไม่พอครับ ในฐานะนักประชาสัมพันธ์ท่านได้เพิ่มวิกฤติที่ ๓ ให้กับวงการค้าข้าวอีกก็คือคําพูด ของท่าน ท่านเริ่มมาพูดเรื่องข้าว ท่านประธานคงจําได้ ผมก็จําได้ครับ ท่านรัฐมนตรี ออกโทรทัศน์ท่านพูดเพราะครับ เวลาบรรยากาศที่ท่านพูดออกโทรทัศน์ แล้วท่าน ใส่แว่นตาแขวนไว้ปลายจมูกแล้วสายตามองไปโดยไม่ต้องผ่านแว่น มือข้างซ้ายก็ชี้ชาร์ท มือข้างขวาก็วน แล้วก็ค่อยพูดแบบสุภาพ ๆ น่าเลื่อมใสครับ ท่านบอกว่าขอย้ําครับ ออร์เดอร์ ๖.๕ แสนตันกําลังรอเราอยู่ สัญญาณท่านส่งนะครับ ขอย้ําครับ ออร์เดอร์ ๖.๕ แสนตันกําลังรอเราอยู่ ข้าวเปลือกจาก ๗,๐๐๐ บาท จะเปึน ๒๐,๐๐๐ บาท ชาวนา อย่าเพิ่งขายข้าวเก็บไว้สัก ๓ เดือน ข้าวจะเปึนตันละ ๓๐,๐๐๐ บาท พิธีกรตาโตครับ หลังจากประกาศวันนั้นรายการโทรทัศน์ทุกช่องที่จัดรายการข่าว รายการไหนไม่ได้ ฯพณฯ มิ่งขวัญ ออกรายการถือว่าเชยแหลกครับ ทุกรายการตั้งแต่ทอล์ก โชว์ (Talk show) ไปจนทุกรายการออกหมดครับ พูดเรื่องข้าวตลอดหมด เกิดอะไรขึ้นครับ ท่านประชาสัมพันธ์ เรื่องข้าว ปรากฏว่า ๓ วัน ห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ ทั้งหมดข้าวหายจากแผงครับ ข้าวสารหาย จากแผงหมดนะครับ คนแตกตื่นกันทั้งประเทศ ข้าวจะขึ้นไปเกวียนละ ๓๐,๐๐๐ บาท เสียงเรียกร้องในสภาออกครับ บ่นว่าทําไมข้าวแพงให้รัฐบาลไปจัดการกับชาวนา ท่านส่ง สัญญาณออกไปอย่างนี้แล้วไม่กี่วันกระทู้ก็เข้าสภา ข้าวหายไปจากแผงทั้งหมด ความเดือดร้อนก็ออกไปทั่ว ยังไม่พอครับ อย่างที่ท่านดอกเตอร์ไตรรงค์อภิปรายเมื่อสักครู่ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม มันสะเทือนวงการส่งออกหมด ผู้ส่งออกต้องทิ้งสัญญาที่ขาย หาข้าวไม่ได้ครับ ท่านบอกให้ชาวบ้าน ชาวนาอย่าเพิ่งขายข้าว ท่านไม่เข้าใจครับ ท่านไม่เข้าใจจริง ๆ เลยบริหารเรื่องข้าว เรื่องชาวนา ท่านไม่เข้าใจ ชาวนาที่ไหนมีสต็อกข้าว ท่านทราบไหมครับว่าชาวนาเดี๋ยวนี้เขาเกี่ยวข้าวด้วยเครื่อง แล้ววันที่เครื่องตัดข้าวลงไป ตัดข้าวในนามันบรรจุถุงเสร็จ ใส่กระสอบเสร็จชาวนาเขาขายกันกลางนาหมดแล้ว ข้าวของชาวนาออกจากมือชาวนาไปหมดแล้ว แต่ที่พ่อค้าข้าวหาซื้อข้าวไม่ได้ไม่ใช่ ความผิดชาวนาที่กักตุนข้าวครับ โรงสีไม่ยอมขาย เพราะท่านบอก ๓๐,๐๐๐ บาท รออยู่ข้างหน้า ออร์เดอร์ ๖.๕ แสนตันอยู่ข้างหน้า ใครจะโง่ไปขายของถูก รอขายของแพง ดีกว่า วิกฤติเกิดขึ้นไปทั้งบ้านเมือง วันที่ ๓๑ มีนาคม ท่านออกรายการกรองสถานการณ์ คราวนี้แป็บเดียวหลังจากที่พูดไปอาทิตย์เดียวเปลี่ยนใหม่ครับ วันนี้ผมออกมาบอกแล้วว่า ขายเถอะ วันนี้ผมออกมาบอกให้ได้ยินทั่วกันว่าให้ออกมาขายได้แล้ว แป็บเดียวครับ เพราะวิกฤตินั้นเกิดวุ่นวายไปหมดทั้งบ้านเมืองเลย ชาวบ้านกินข้าวก็ต้องกักตุนข้าวสารกัน พ่อค้าก็เล่นราคากัน โรงสีก็กักตุน ชาวนาอยู่ข้างล่างเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่าเขาอยู่กันอย่างไร ท่านก็เลิกพูดถึงเรื่องการจะเอาข้าว ๒.๑ ล้านตันออกมาจําหน่าย เหมือนดอกเตอร์ไตรรงค์ว่า ท่านก็เตือนออกไปเรียบร้อยผมจะไม่ซ้ําไปอีกครับ คราวนี้วิกฤติที่ท่านสร้างขึ้นมาผมคิดว่า หลายคนก็เริ่มหันชายตาไปมอง นักธุรกิจหลายคนเริ่มหันกลับไปมอง อยากไปทํานาครับ มันหอมจนถึงขั้นไปเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติมาเที่ยวกว้านซื้อที่ดินเงียบ ๆ คิดจะขาย อาชีพทํานากัน แต่หันกลับไปดูชาวนาของท่าน ผมเชื่อมั่นว่าท่านประธานกับพวกผม มาอย่างเดียวกัน ไม่ปู์ย่าก็ใครคนใดคนหนึ่งของเราละครับมาจากคนทํานา แล้วอาชีพผม เพิ่งเลิกจากรุ่นพ่อ เลิกทํานารุ่นพ่อผมทั้งหมดเราผูกพันกับชาวนา ท่านประธานทราบ ไหมครับว่าในรอบ ๒๐ ป้ ขณะที่เศรษฐกิจเงินเฟัอป้ละประมาณ ๓-๓.๕ เปอร์เซ็นต์ เหมือนดอกเตอร์ไตรรงค์ว่า รายได้ชาวนาเพิ่มป้ละไม่เกิน ๒ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น เขาเลยบอกว่าชาวนายิ่งทํานาก็ยิ่งจน มันไม่ทันเงินเฟัอครับ ข้าวฤดูกาลที่แล้ว เดือนธันวาคมก่อนที่จะเขาเก็บเกี่ยวกัน หว่านข้าว ไถนา สูบน้ําเข้านาเก็บเกี่ยว ดีเซล ลิตรละ ๒๓ บาท ท่านทราบไหมว่าวันนี้ชาวนาซื้อดีเซลลิตรละ ๔๕ บาท ขณะที่เราซื้อ ในเมือง ๔๒-๔๓ บาทบ่นกัน ชาวนาซื้อแพงกว่าตลอดครับ ในชนบทซื้อของแพงกว่าตลอด ปุิยราคาตันละ ๑๒,๐๐๐-๑๓,๐๐๐ บาท ท่านอาคมบอกไปแล้วครับ ท่านปล่อยให้มัน ล่อไปถึงตันละ ๒๗,๐๐๐ บาท ต้นทุนชาวนาเดี๋ยวนี้ข้าวเกวียนหนึ่ง ๑๐,๐๐๐ บาท ท่านมาชี้แจงกับพวกผมในสภาว่าวันนี้ปล่อยได้แล้วชาวนาข้าวราคา ๑๔,๐๐๐ บาท ผมเรียนถามท่านเองในสภาว่า ๑๔,๐๐๐ บาท ท่านขายกันที่ไหนครับ ชาวนาวันที่ ท่านชี้แจงพวกผมในสภา ชาวนาเริ่มเดินขบวนที่พะเยา เชียงรายก็เดินขบวน ใกล้ ๆ บ้าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็เดินขบวน แถวบ้านผมก็ตั้งหลักจะประท้วง วันที่ท่านประกาศในสภา ๑๔,๐๐๐ บาท ชาวนาขายได้ ๙,๐๐๐-๙,๕๐๐ บาท มันหายไปตรงไหนครับ เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่บอกแล้วครับ ตันละ ๘๕๐ เหรียญ ส่งออกต่างประเทศ อย่างน้อย ๆ ผู้ส่งออกต้องมาซื้อจากโรงสี ๒๗,๐๐๐ บาท เขาซื้อกัน ๒๓,๐๐๐ บาท หายไปกี่พันครับ โรงสีได้มา ๒๓,๐๐๐ บาท จากผู้ส่งออกควรจะไปซื้อข้าวเปลือกเกวียนละอย่างน้อย ๔๔,๐๐๐ บาท ซื้อกัน ๙,๐๐๐-๙,๕๐๐ บาท แล้วท่านบอกว่า ๑๔,๐๐๐ บาท ผมบอกท่านเองว่าช่วยประกาศ ให้ทราบกันทั่วประเทศไทยด้วยว่าอย่าขายข้าว แล้วเอาไปไว้ที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านจะไปซื้อเองราคา ๑๔,๐๐๐ บาท ท่านก็ต่อว่าผมว่าพูดอย่างนี้ได้อย่างไรเดี๋ยวโรงสี เขาจะโกรธผม ท่านประธานครับ ผมกับท่านคิดเหมือนกันนะครับ คนที่กากบาทบัตร เลือกผม ชาวนาเลือกมากกว่าเถ้าแก่โรงสี แต่ทัศนะของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านเกรงใจโรงสีครับ แต่เรื่องที่ผมกําลังจะพูดต่อไปนี้แล้วก็เพื่อนสมาชิกในสภาทั้งหมด ต้องช่วยกับผมควานหาตัวไอ้โม่งที่ใส่สูทแล้วก็ทําตัวเปึนเหลือบดูดเลือดชาวนา ท่านประธานจําได้ใช่ไหมครับ คําพูดที่ว่าออร์เดอร์ ๖๕๐,๐๐๐ ตัน รอเราอยู่ ท่านรัฐมนตรีว่าการคนนี้ละครับเปึนคนพูดออกรายการโทรทัศน์แล้วก็ตาโตกันทั้งประเทศ ๖๕๐,๐๐๐ ตันมาถึงครับท่านประธาน ประเทศฟ่ลิปป่นส์เป่ดประมูลข้าว ๖.๕ แสนตัน ๖๕๐,๐๐๐ ล้านตัน ผู้ส่งออกประเทศไทยเดินทางไปร่วมในการประมูลแล้วส่งข่าว ออกมาบอกในหนังสือพิมพ์ทั่วกันว่า ฟ่ลิปป่นส์ต้องการหนังสือรับรองจากรัฐบาล เพราะว่าถ้าไปประมูลแล้วไม่มีหนังสือรับรองจากรัฐบาลเขาไม่ให้เข้าร่วมประมูลครับ รัฐบาลไทยปฏิเสธหมด ไล่มาตั้งแต่หัวถึงหางเลยครับ รัฐบาลออกหนังสือรับรองให้ไม่ได้ ไปผูกพันแทนพ่อค้าไม่ได้ พูดก็ถูกครับ แต่ถ้า ๖๕๐,๐๐๐ ล้านตัน ถ้าขายได้ราคาข้าว ในประเทศก็จะพุ่งอย่างท่านว่าละครับ แต่เราไปป่ดโอกาสไม่ออกหนังสือรับรองให้ ไม่ออกหนังสือรับรองให้พ่อค้าไม่ว่าครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คิดจะใช้ กลไกในกระทรวง เอา อคส. ไปประมูลข้าวกับเขาไหมครับ ไม่คิดครับ โอกาสหายวับครับ ๖๕๐,๐๐๐ ล้านตัน ที่ท่านพูดออกอากาศโทรทัศน์หายวาบไปเลย พ่อค้าข้าวเขาพูดกัน อย่างไรรู้ไหมครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีไปตามหาให้ผมด้วยนะครับ ผมไม่เชื่อว่า ท่านทําอย่างนั้น แต่วงการค้าข้าวเขาบอกว่ามีออร์เดอร์สั่งจากมาเลเซียอยู่ ๓ แสนตัน ที่ผู้ส่งออกหาข้าวไม่ได้ ถ้าเมื่อใดก็ตามอีก ๖ ล้าน ๕ แสนตัน ต้องส่งไปฟ่ลิปป่นส์ ราคาข้าวพุ่งกระฉูดโรงสีไม่ขาย ผู้ส่งออกที่จะส่งไปมาเลเซีย ๓ ล้าน ๕ แสนตัน หาข้าว แพงขึ้น เขาบอกว่ามีอ้ายพวกใส่สูททําตัวเปึนเหลือบไปเรียกเก็บตันละ ๒๐ เหรียญ เพื่อไม่ออกหนังสือรับรองส่งให้พ่อค้าข้าวไปประมูลที่ฟ่ลิปป่นส์ เพื่อไม่ให้ อคส. ไปประมูลข้าวแข่งกับฟ่ลิปป่นส์ เพื่อไม่ให้ข้าวภายในประเทศราคาเกินครึ่ง เพื่อให้พ่อค้า ส่งออกไปมาเลเซียซื้อข้าวราคาถูกส่งไปขายมาเลเซียได้ ท่านกระทืบชาวนาครั้งที่ ๑ ครับ ข้าวราคาไม่ขึ้น ยังไม่พอครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเดินทางไปประเทศฟ่ลิปป่นส์ไปลงนาม ในสัญญาร่วมกันว่าจะขายข้าวกับประเทศฟ่ลิปป่นส์เปึนเรื่องปกติครับ ป้หนึ่งขาย กี่ล้านตันก็มาว่าในรายละเอียด ผมได้รับเอกสารจากเพื่อนสมาชิกของเราครับ ท่าน ส.ส. ท่านป์วยอยู่ที่โรงพยาบาล แล้วก็มีคนเอาไปให้ท่านเปึนเรื่องเก่า เกิดเมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ที่ผ่านมา เรื่องราวมันเปึนอย่างนี้ครับท่านประธาน ประเทศฟ่ลิปป่นส์เขาจะเป่ดประมูลข้าวในวันที่ ๑๓ มิถุนายนที่ผ่านมา และมี ๒ ประเทศ ที่เลือกการประมูลได้ ไทยเอาแน่นอนครับ อีกรายก็คือเวียดนาม เขาก็ทําหนังสือมาติดต่อ กับสถานทูตไทยในฟ่ลิปป่นส์ สถานทูตก็คงทําหนังสือแจ้ง ฯพณฯ รัฐมนตรี ฯพณฯ รัฐมนตรี ปรารถนาดีครับ ผมไม่เชื่อว่าท่านร่วมในการทุจริตคราวนี้ แต่ผมบอกท่านตั้งใจดี แต่ท่านไร้ประสิทธิภาพ ไร้ความสามารถ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ทํา หนังสือ ที่ พณ ๐๓๐๗/๑๕๘๕ ถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เสนอรายละเอียดบอกว่า กระทรวงพาณิชย์ขอเรียนว่า กระทรวงเกษตรของฟ่ลิปป่นส์ได้มีหนังสือถึง สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมะนิลา แจ้งการเสนอซื้อข้าวภายใต้บันทึกความตกลง ว่าด้วยการซื้อขายข้าวระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลฟ่ลิปป่นส์ รัฐต่อรัฐครับ และเชิญ รัฐบาลไทยเข้าร่วม โดยมีรายละเอียดเงื่อนไขดังนี้ วันยื่นซอง เป่ดซอง วันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๑ ปริมาณ ๖๗๕,๐๐๐ ตัน มีรายละเอียดว่าอยากได้กี่ตัน ๖๗๕,๐๐๐ ตัน ท่านก็เลยทําหนังสือ โดยสรุปว่าขอเลขาธิการ ครม. ช่วยเสนอเปึนวาระจรเพื่อขออนุมัติ จากคณะรัฐมนตรีให้ขายข้าวในระบบรัฐต่อรัฐ ๖๗๕,๐๐๐ ตัน ราคาตันหนึ่งก็สตาร์ท (Start) ที่ ๘๒๐ เหรียญไปถึง ๘๕๐-๘๖๐ เหรียญ ท่านทําหนังสือลงนามเรียบร้อย แล้วก็เสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ประชุมคณะรัฐมนตรีกันวันที่ ๑๐ มิถุนายน ท่านก็ระบุว่าเอาให้ทันวันอังคารที่ ๑๐ มิถุนายน ประชุมคณะรัฐมนตรีเสร็จโฆษกประจํา สํานักนายรัฐมนตรีออกมาแถลงว่าไม่มีการเสนอบันทึกในการขออนุมัติขายข้าวให้กับ ประเทศฟ่ลิปป่นส์ เพราะเลขาธิการคณะรัฐมนตรีดึงเรื่องออก จะขายกันวันที่ ๑๓ ขออนุมัติวันที่ ๑๐ ถ้าขายอีก ๖๗๕,๐๐๐ ตัน ราคาข้าวมันก็จะขึ้นอีกครับ พี่น้องชาวนา ไม่ต้องไปรอเข้าคิวว่าเมื่อไรจะแทรกแซงราคาข้าว เมื่อไรจะรับจํานํา จํานํากันที่ไหน ขับรถกันกี่ร้อยกิโลเมตรกว่าจะถึงที่จํานําได้ จะได้ขายข้าวมีราคาครับ หายไปครับ พาดข่าวหนังสือพิมพ์พาดหัวไปเกี่ยวพันรัฐมนตรีช่วยว่าการ ๒ คน บอกว่าสุมหัวกัน ดึงหนังสือออก รุ่งเช้ารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านวิรุฬออกมาแถลงครับ ท่านไม่ได้ดึงออก ท่านไปต่างประเทศกลับมาเพิ่งมาเห็นเรื่องนี้ ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี ๒ ชั่วโมง และท่านนั่งคนละฝัืงกับเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ไม่ได้บอกให้ดึงออก ท่านเสียหายไปเต็ม ๆ ครับ รัฐมนตรีช่วยว่าการก็เลยเปึนปริศนา คาอยู่ครับ ใครดึงเรื่องนี้ออก เรียบร้อยครับ ๑๓ มิถุนายน เวียดนามขายข้าวได้ในราคา ๘๒๐ เหรียญ ๒ รอบครับ โอกาสถูกแปรเปึนวิกฤติหมด ใครดึงออกครับ เสร็จไปแล้วครับ ความรู้สึกพวกผมอาจจะช้าในการที่ไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เพราะว่าที่จริงคนที่ไม่วางใจ ท่านรัฐมนตรีก่อน ผมเคยเรียนท่านแล้วว่าชีวิตท่านแขวนอยู่กับคนที่ชื่อสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีแถลงแล้วครับเมื่อวันที่ชี้แจงวุฒิสมาชิก ท่านบอกว่า ท่านไม่ไว้ใจกระทรวงพาณิชย์ไปจับมือฮั้วกับผู้ส่งออก ๕ ราย ท่านปลดหมดแล้วทั้งแผงครับ ประชุมกันวันที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เดินทาง ไปเปรู ทางนี้ก็นายกรัฐมนตรีเรียกประชุม ครม. เศรษฐกิจด่วน เรียกทุกคนหมด ตั้งทีมงาน รับจํานําข้าว เลิกโครงการข้าวธงฟัา รับจํานําเอง ให้รัฐมนตรีขุนคลังมานั่ง ให้ท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อยู่ฝ์ายอํานวยการเปึนรองประธาน ท่านนายกรัฐมนตรี เปึนประธาน แตะเขาไว้อีกนิดหนึ่งพอเปึนเกียรติ นอกนั้นทุกตําแหน่งครับ รับจํานําข้าว จนคิดจะขายข้าว กระทรวงพาณิชย์ไม่ได้ยุ่งเลย เขาปลดท่านไปก่อนผมอภิปรายแล้วครับ แต่ท่านประธานครับ ผมต้องการคําตอบจากรัฐมนตรีวันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตอบไม่ได้ รัฐมนตรีช่วยว่าการทั้ง ๒ ท่านช่วยตอบผมด้วยครับ ใครเปึนคนดึงหนังสือ ซึ่งลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เพื่อขออนุมัติคณะรัฐมนตรีขายข้าว ออกจากวาระการประชุมของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน เขาพูดกันว่าอย่างไร ผมถามท่าน ท่านค่อยตอบแล้วท่านหาให้เจอ ท่านหาไม่เจอเปลี่ยนรัฐมนตรีใหม่ ผมก็จะหาให้เจอว่ามันนั่งแอบอยู่หลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์หรือมันนั่งอยู่ บนตักนายกรัฐมนตรี เขาลือกันอย่างนี้ครับ เขาบอกว่ามันเกิดเทศกาลแย่งกันหากินครับ ผมไม่ได้ว่าท่านรัฐมนตรีนะครับ แย่งกันหากินครับ กลุ่มหนึ่งคิดจะหากินโดยวิธีขายข้าว ในสต็อกรัฐบาล มี ๒.๑ ล้านตัน ถ้าขายข้าวในสต็อกรัฐบาล รัฐต่อรัฐประมูลกันครับ ก็ประมูลราคาที่ต่ํากว่าราคาตลาดสักนิด แล้วไปขอใต้โต๊ะพ่อค้าจากฟ่ลิปป่นส์เขาจ่าย บวกใต้โต๊ะ บวกราคาต่ํา แล้วยังต่ํากว่าราคาตลาดได้แน่ ท่านคิดว่าพวกนี้ใส่สูท เปึนเหลือบดูดเลือดชาวนาหรือครับ แต่มีอีกพวกครับพิสดารกว่าอีก พอได้กลิ่นหอม ๆ ว่า จะมี ๖๗๕,๐๐๐ ตัน มันไม่ขายกันเลยครับ ผู้ส่งออกรายไหนอยากได้นะครับว่า สักแสนตัน มา รัฐบาลจะไปประมูลแล้วมาส่งรัฐบาลคนละแสนตัน ท่านรัฐมนตรี ทราบไหมครับ มันเอาราคาเดิมตันละ ๒๐ เหรียญ เมื่อ ๒ กลุ่มมาปะทะกัน ผลประโยชน์ ไม่ลงตัวชาวบ้านก็วิบัติ ชาวนาก็จนกันตายครับ มือที่มองไม่เห็นดึงเรื่องออกจากที่ประชุม คณะรัฐมนตรีไป ถ้าท่านหาไม่ได้ ท่านไม่ตอบวันนี้พวกผมก็จะหาต่อไปครับ ท่านประธานครับ ท่านฟังมาถึงขนาดนี้แล้วผมคิดว่าไร้ประสิทธิภาพ มีโครงการ รับจํานําข้าว อย่าคิดว่าออกโครงการรับจํานําข้าวแล้วก็จะสนุกสนานกันอีก บ้านผมวันนี้ ภาคใต้ถึงทํานาอยู่น้อยนิด แต่ลุ่มน้ําปากพนังเปึนพื้นที่ทํานาที่เลี้ยงภาคใต้ทั้งหมดครับ เขาขายกันได้เกวียนละ ๑๑,๐๐๐ บาท หาที่ไม่ได้ครับ ไปรับจํานํากันที่ไหน แล้วท่าน เตรียมเจอม็อบเจอขบวนอีกครับ แต่ขอโทษครับ วันนี้ท่านไม่ต้องรับผิดชอบหรอกครับ ท่านนายกรัฐมนตรีปลดท่านออกจากตําแหน่งการรับจํานําข้าวหมด เสียดายครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไม่นั่งอยู่ด้วย ที่นี่ท่านนายกรัฐมนตรีนั่งฟังอยู่แล้วก็ดีครับ ผมไม่ได้ต่อว่าในเรื่องรับจํานําข้าวท่านแล้ว ท่านโดนปลดไปแล้วครับ แต่ทั้งหมดบ้านเมือง กําลังจะมีโอกาส คนยากคนจนกําลังจะมีโอกาส คนทํานากําลังจะมีโอกาส ท่านไม่กระทืบซ้ําตั้งแต่ราคาปุิย ท่านสร้างวิกฤติพูดจนปัืนป์วนไปหมดทั้งวงการขณะที่ ชาวนาไม่ได้อะไร ไล่กลายเปึนแพะของสังคม ท่านกระทืบจนราคาข้าวไม่ขึ้น เพราะผลประโยชน์ไม่ลงตัวกัน ผมไม่อาจวางใจให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ทําหน้าที่ต่อไปได้ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ คุณสาทิตย์รอสักนิดนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ผมจะเรียนตอบท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติที่ซึ่งพูดจบไปเมื่อสักครู่นี้ คนที่ดึงเอกสารชิ้นนั้นออกนั้นชื่อนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ผมเปึนผู้บริหาร บ้านเมืองนี้ ผมเปึนผู้ไปเจรจากับประธานาธิบดีอาร์โรโย เรื่องต่าง ๆ นั้นบางสิ่งบางอย่าง ก็เอามาพูดในนี้ไม่ได้หรอกครับเพราะต้องรักษาสัมพันธไมตรี แต่สิ่งที่ผมจะพูดให้ฟังได้ ก็คือว่าความบกพร่องของท่านรัฐมนตรีอาจจะมีอยู่บ้างตั้งแต่ต้นนี่นะครับ แต่การที่พูดว่า ผมปลดรัฐมนตรีออกมาตั้งแต่นั่นไม่ได้หรอกครับ เวลาที่บ้านเมืองมีปัญหา แล้วก็ ข้าราชการส่วนหนึ่งก่อให้เกิดปัญหา วิธีการแก้ไขปัญหาก็อย่างที่ผมได้ดําเนินการ ท่านรัฐมนตรีท่านไม่ได้ตําหนิติเตียนอะไรผมเลย จังหวะเวลานั้นใครจะนัดหมาย กันอย่างไรไม่ทราบได้ ชาวนาบอกจะป่ดถนน ๔ ทิศเข้ากรุงเทพมหานคร ท่านรัฐมนตรี อยู่ประเทศเปรู แล้วก็ผมไม่มีทางจะไปลากท่านมานั่งเปึนประธานได้เลย ผมต้องแก้ วิกฤติการณ์ด้วยตัวผมเองด้วยสิ่งที่เราได้ตรวจสอบทั้งหมดแล้ว ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่า เมื่อเวลาที่เข้ามาทําหน้าที่นั้นเราก็แบ่งงานแบ่งหน้าที่กัน ปัญหาเรื่องข้าวที่ท่านบรรยาย มาตลอดทั้งหมดนั้นความจริงก็มีปัญหาอยู่บ้าง แต่ว่าปัญหาเรื่องนี้ก็มีสูตรที่เราคิดกัน อยู่ตลอดเวลา ผมเปึนนายกรัฐมนตรีผมก็ต้องดูคนที่เปึนรัฐมนตรีที่ดูตัวเลขอยู่ ข้อขัดแย้ง ในระหว่างปัญหาเรื่องข้าวนั้นอยู่ที่ข้าราชการประจํากับคนที่เปึนรัฐบาล ผมไม่ยอมปล่อย ให้เรื่องจะเปึนไปอย่างที่เปึน ถ้าผมไม่จัดการแก้ไขก็จะเปึนไปอย่างนี้ ท่านรัฐมนตรี เปึนคนอยู่ซีกรัฐบาล แล้วผมก็ไม่สามารถจะปล่อยให้ท่านนั่งอยู่ตรงนั้นแล้วก็ผู้คนข้างล่าง ทํากันตามใจชอบ แล้วท่านก็จะไปเห็นดีเห็นงามตามกับเขา เหตุแก้ไขทั้งหมดนั้น เกิดจากที่ผมเปึนนายกรัฐมนตรีแล้วผมไม่เห็นดีเห็นงามกับสิ่งที่ข้าราชการประจํา ทํากันมาตลอด ปัญหานั้นถ้ามีวิกฤติอยู่บ้างก็พอแก้ไขได้ พูดกันง่าย ๆ ก็บอกว่า นายกรัฐมนตรีมันท่องตัวเลขมา ก็เขาให้ข้อมูลมาอย่างนี้นี่ครับ วันนี้ขออนุญาต ผมตอบปัญหาเรื่องข้าวแล้วก็ออกรับแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไม่ใช่หน้าที่ ของผมหรอกครับแต่เปึนยิ่งกว่าหน้าที่ เพราะผมเปึนคนดึงเอกสารชิ้นนั้นออกเอง จะลําดับความให้ฟังก่อนว่าบ้านเมืองนี้เมื่อเวลาที่คนเข้ามารับหน้าที่ต่าง ๆ ก็มีข้อมูล ส่งมาให้ดู สิ่งที่ผมจะต้องดูก็คือว่าอยู่เฉย ๆ ราคาข้าวก็ขึ้นไปแพงมาก ต้นปัญหาต้นเหตุ อยู่ที่ชิคาโก สหรัฐอเมริกา ต้นเหตุอยู่ที่ว่าราคาน้ํามันขึ้นทุกอย่างขึ้นหมด ราคาพืชผล ขึ้นหมด เสร็จเรียบร้อยแล้วข้าวก็ไปขึ้นกับเขาด้วย คงจําได้ว่าผมตอบโต้ มีคนวิพากษ์ วิจารณ์คนเปึนประธานธนาคารโลกเขาประชุมกัน แล้วคนหนึ่งคือนายบัน คี-มูน เลขาธิการสหประชาชาติ เขาประชุมกันเสร็จเขาแถลงบอกว่าตําหนิติเตียนประเทศ ที่ปลูกข้าวว่าเปึนปัญหาทําให้ราคาข้าวในโลกแพงขึ้น เพราะประเทศเหล่านั้นมัวไป ปลูกพืชน้ํามัน ผมก็ตรวจสอบไปธรรมดาเวลานั้นใช้สํานวนแบบของผมซึ่งถูกตําหนิ ติเตียนอยู่ แต่ว่ามีอาจารย์ท่านหนึ่งช่วยแปลให้ คําว่า มึง นั้น ภาษาอังกฤษก็แปลว่า ยู (You) ผมก็ถามว่าอ้ายพวกมึงขึ้นราคาน้ํามันกันตามใจชอบพวกนี้อะไรต่าง ๆ เปึนสํานวน ทั้งนั้นละครับ ก็ตําหนิติเตียนไปบอกว่าขึ้นราคาน้ํามันพรวด ๆ ตั้งแต่ ๙ เหรียญ ๑๐ เหรียญ ๕๐ เหรียญ ๖๐ เหรียญ จนกระทั่งตอนที่พูดตอนนั้น ๑๓๐ เหรียญ แล้วผมบอกข้าว มันขึ้นไปเท่าไร ข้าวมันขึ้นไปร้อยเปอร์เซ็นต์ คิดคํานวณให้ดูด้วยว่าข้าวจานหนึ่ง ถ้าธรรมดาเคยราคา ๑.๕๐ บาท ผลิตออกมาแล้ว ๑.๕๐ บาท ราคาใหม่เปึน ๓ บาท ขึ้นร้อยเปอร์เซ็นต์ดูเหมือนน่ากลัว น้ํามันถ้า ๑๐ ขึ้น ๑๐๐ มันก็เปึนเหมือน ๒๐ ถ้า ๒๐ ขึ้น ๑๐๐ ก็เปึน ๔๐ แต่ว่าจาก ๑๐ มันขึ้นไปถึง ๑๓๐ มันขึ้น ๑,๓๐๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเวลา พูดตําหนิติเตียน ผู้คนก็ตําหนิผม ซึ่งไม่เปึนไรหรอกครับพูดจากันได้ แล้วธนาคารโลก ประธานเขาก็ขออภัยมาว่าเขาไม่ได้พูดอย่างนั้น ก็พูดจาว่ากล่าวเปึนทํานองว่าผมไป พูดจาอย่างนั้นทําไม เอาละนั่นเปึนต้นเหตุเพราะราคาข้าวมันขึ้นไปดุเดือดเลือดพล่าน ผู้คนตื่นเต้นไม่เคยขายข้าวได้ราคานี้ เวลานั้นใครมีสต็อกมีข้าวพ่อค้าก็ขายกันได้แพงหมด ขายแพงหมด ๑,๔๐๐ กว่าเหรียญ ข้าวธรรมดา ๆ ยังได้ ๑,๐๐๐ เหรียญ เมื่อเกิดเหตุอย่างนั้น ผมก็จําเปึนจะต้องเปึน คนรู้เรื่องของข้าว ผมก็รู้อย่างที่เขาอธิบายให้ฟังว่าในโลกนี้มันมีข้าวผลิตอยู่ประมาณ ป้ละ ๖๐๐ ล้านตันข้าวเปลือก แล้วในโลกนี้ ๖๐๐ ล้านตันข้าวเปลือก ประเทศไทย ผลิตข้าว ๓๐ ล้านตันข้าวเปลือก แปลว่า ๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นแหละครับ เขาเขียนชาร์ท ให้ดู ผมเห็นผมจะร้องอุทานเลยบอกอย่างนั้นหรือ เพราะประเทศไทยมีชื่อว่าเปึนผู้ส่งออก ข้าวรายใหญ่ที่สุดในโลก เปึนไปได้อย่างไรครับ ๖๐๐ ล้านตัน เราผลิต ๓๐ ล้านตัน ๕ เปอร์เซ็นต์ของโลก ความจริงเขาใส่ ๔ จุดทศนิยมกว่า ผมใช้ว่า ๕ เปอร์เซ็นต์ เขาผลิตกันร้อยเปอร์เซ็นต์ เราผลิต ๕ เปอร์เซ็นต์ ๕ เปอร์เซ็นต์ คือ ๓๐ ล้านตัน เขาใช้ตัวเลขคร่าว ๆ กัน ๓๐ ล้านตัน สีแล้วเปึน ๒๐ ล้านตันข้าวสาร เขาก็พูดกัน คร่าว ๆ อีก ถ้าใน ๒๐ ล้านตันนั้น ๙ ล้านตันสําหรับกิน ๙ ล้านตันสําหรับขาย ๒ ล้านตันสําหรับสํารอง นั่นละครับมีคนบอกว่าสมัครท่องตัวเลขคล่อง แน่นอนครับ ถ้าบอกแล้วผมต้องทําได้ ผมรู้รายละเอียดยิ่งกว่านั่นอีกว่า ที่กิน ๆ ไม่ถึง ๙ ล้านตัน เรากิน ๖ ล้าน ๕ แสนตัน ๒ ล้าน ๕ แสนตันนั้นเปึนพืชพันธุ์ เปึนข้าวที่ว่าเอาไปใช้ สําหรับทําพันธุ์ แต่ว่าใช้ตัวเลขกันคร่าว ๆ ง่าย ๆ ไม่เอารายละเอียดลงมาก็คือว่า ผลิตได้ ๓๐ ล้านตัน สีได้ ๒๐ ล้านตันข้าวสาร แล้วก็ขาย ๙ ล้านตัน แล้วก็กิน ๙ ล้านตัน เก็บไว้ ๒ ล้านตัน ขาย ๙ ล้านตัน นั่นแหละครับ เอาทั้งโลกมาแพร์ (Pair) กันแล้วคนไทย ขายมากที่สุดในโลกคือขาย ๓๓ เปอร์เซ็นต์ สหรัฐอเมริกายังขายน้อยกว่า ไม่ว่าใครต่อใคร ขายน้อยกว่าไทยทั้งนั้น ไทยจึงเปึนคนขายข้าวมากที่สุดในโลกคือ ๓๓ เปอร์เซ็นต์ ตัวเลข อย่างนี้ไม่มาเปึนนายกรัฐมนตรีก็ไม่รู้หรอกครับ แต่อาจจะรู้ตอนเขามีวิกฤติการณ์ เพราะผมชอบอ่านเรื่องพวกนี้ เมื่อรู้ข่าวอย่างนี้แล้วก็มองไปที่ ๙ ล้านตันว่าเปึนอย่างไรบ้าง ก็ขอดู บอกเลยครับมีข้าวหอมมะลิ ๓ แสนตัน มีข้าวอยู่ ๑ ล้านกว่าตัน บวกกันแล้ว ๒ ล้าน ๑ แสนตัน ก็ข่าวออกมาหนาหูนี่ครับว่าข้าวที่ตอบไว้ไม่เปึนความจริงหรอก มันมีตัวเลขอย่างนั้น สต็อกลม ผมก็ต้องมีคําสั่งบอกให้ช่วยตรวจสอบ เขาก็รีบส่งมาเลย นี่แหละ ๒ ล้านตัน อยู่นั่น ๆ รัฐมนตรีคนนี้แหละบอกข้าราชการบอกคุณยืนยันนะ ไม่มีตามนี้คุณติดตะราง นี่เปึนคุณภาพของรัฐมนตรีของเรา ซึ่งลงไปเล่นข้าราชการประจํา เขาจะดําเนินการอย่างไรก็ไม่ทราบได้หรอกครับ แต่ว่าเราขอตรวจสอบ การตรวจสอบ ก็ยืดเยื้อเยิ่นเย้อ จึงต้องตั้งกรรมการตรวจสอบ จึงต้องเอาตํารวจไปตรวจ ท่านสมาชิก อภิปรายเมื่อสักครู่นี้นั่นแหละครับเปึนความจริงละครับ ท่านก็รู้อย่างที่ผมรู้วิ่งซื้อข้าว มาใส่ตรงนั้นราคาแพง เขาหาซื้อกันตรงนั้นครับ เราก็รู้วิกฤติการณ์ทั้งหมด ผมบอกแล้ว คณะรัฐบาลชุดนี้เราทําให้ไม่ได้ทําเอา แต่ว่าถ้าใครไปทําเอารู้ต้องมาบอกผมด้วยนะครับ ผมจะได้ต้องจัดการ เพราะฉะนั้นใครจะใส่สูทใส่เสื้อเชิ้ตไม่ทราบได้หรอกครับ แต่ผม เมื่อก่อนใส่สูท แต่เดี๋ยวนี้ ครม . ถอดสูทแล้วครับ ก็คงปลอดภัยไปเพราะว่าไม่ได้ใส่สูท มานานแล้วใส่แต่เสื้อเชิ้ตนั่งประชุมกัน วันที่ถอดเอาจดหมายฉบับนี้ออกก็ใส่เสื้อเชิ้ตครับ ผมจะเรียนให้ทราบว่าทําไมถึงผมต้องถอดอันนั้นออก เมื่อดําเนินการเจรจาความกัน ผมอยู่ระหว่างการเยี่ยมเยียนอะไรต่าง ๆ ๘ ประเทศ เมื่อเวลาที่ผมจะพูดนั้นผมต้องรู้ พื้นฐาน เมื่อผมไปมาเลเซีย มาเลเซียบอกว่ามีข้าวจะกินเหลืออยู่อีกเพียงได้ ๑๕ วัน ผมบอกท่านรัฐมนตรีเวลาที่เขานั่งโฟร์ อายส์ (Four eyes) คือนั่งคุยกัน ๒ คน บอกท่านรัฐมนตรี มีปัญหาบอกมาเราอาเซียนด้วยกัน เราขายให้เลยครับท่านต้องการเท่าไร เขาบอก เขาต้องการ ๕ แสนถุง บอกมาเลยครับ หลักการที่ผมอยู่ในใจไม่ได้เปึนพ่อค้าข้าว แต่ต้องการจะขายข้าวพวกนี้ออก แต่คนในกระทรวงเขาไม่อยากขาย ถูกต้องครับ ที่บอกไว้ว่าคนในกระทรวงเขาอยากเอาไปทําข้าวธงฟัา ถูกต้องครับที่ทําแล้วราคาข้าว ชาวนาตก เมื่อเวลาที่มีข้อเสนอมาทีแรกผมบอกอย่าไปทําอย่างนั้นทําไม อย่าหาดิบหาดี เอาชื่อเสียงทําไม ไม่ต้องทํา ไป ๆ มา ๆ ก็ทําจนได้ ท่านรัฐมนตรีก็ไปฟังข้าราชการประจํา ท่านนั่งอยู่กับเขาท่านก็ต้องเชื่อฟังหน่อยเขามาเปึนฝูง ก็ตกลงทํา เมื่อทําไปได้พักหนึ่ง ราคาข้าวตกวูบ ผมสั่งระงับเลยครับ ให้ทําแค่ ๒ แสนถุง พรวดไป ตอนสั่งบอกไป ๓ แสนถุงแล้ว ไปเบรกกันไว้ตั้งแต่ ๓ แสนถุงแล้ว ก็เห็นนี่ครับว่าอะไรต่าง ๆ ผมก็รู้เท่าท่านสมาชิกรู้ครับ เขาอย่างนั้นกันทําให้ราคาตก หน้าที่ของผมคือต้องไม่ให้ ข้าวราคาตก ข้าวในโลกอย่างไรก็ตาม แต่ว่าเราต้องรักษาราคา เมื่อการรักษาราคาข้าว ก็คือได้ตัดสินใจว่าชาวนาจะดําเนินการ ผมก็ไม่อยากให้เกิดเหตุว่าชาวนาต้องมา ป่ดถนนกัน ผมก็ดําเนินการ ผมประกาศทันที การประกาศเลยว่าเรารับซื้อที่ราคา ๑,๔๐๐ บาท ราคาความชื้นไม่ต่ํากว่า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ดําเนินการเมื่อก่อน ๑๔ เดี๋ยวนี้ เพิ่มเปึน ๑๕ ก็เสร็จเรียบร้อยหมด มันเปลี่ยนแปลง แต่ก่อนมีท่าข้าว เดี๋ยวนี้เลิกท่าข้าว มันเปลี่ยนสภาพไปหมด เราศึกษาหมดครับ ศึกษาหมด เมื่อเวลาที่คุณมิ่งขวัญท่านไม่อยู่ รัฐมนตรีมิ่งขวัญไม่อยู่ ผมรียกประชุม ประชุมใครครับ ไม่ใช่ประชุมรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ไม่ใช่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจหรอกครับ ประชุมรัฐมนตรีที่คนไหน อยู่ต่างจังหวัดและรู้เรื่องข้าว ได้มา ๑๑ คน นั่งประชุมกันก่อน ข้าราชการนั่งอยู่ในห้อง ผมนั่งอีกห้องหนึ่ง ประชุมกันก่อนว่าอะไรอย่างไร ซักซ้อมชั่วโมงหนึ่งครับ พูดกัน เมื่อรู้ลู่ทางเสร็จแล้วผมจึงไปนั่งแล้วก็บอกว่าเราจะเอาอย่างนี้ อย่างนี้ก็เวลาเข้าไป เราขอตั้งราคาที่ ๑๔,๐๐๐ บาท แปลว่าชาวนาพออยู่ได้ เพราะเหตุไหนครับ เพราะเหตุว่า เมื่อเวลาที่ข้างนอกมีออร์เดอร์ เรารู้ว่าออร์เดอร์รออยู่ แต่ว่าคนที่มีเขามีหน้าที่ บรรดาที่ เขาเรียกกันว่าห้าเสือนั้นบอกไม่มีออร์เดอร์ บอกโรงสีไม่มีออร์เดอร์ โรงสีก็กดข้าวชาวนา ในเว็บไซต์ (Web site) เขาก็ออกมา บอกเปึนไปได้อย่างไรเสนอตั้งราคาขาย ๘๐๐–๙๐๐ บาท แต่ว่าซื้อจากชาวนา ๕๙๐ บาท เขาทอนออกมาเสร็จเรียบร้อย ดูหมดข้าวเปลือก ข้าวเหนียวก็มีปัญหาครับ แห้ง ๆ จะเอา ๙,๐๐๐ บาท ข้าวเหนียวมีไม่มาก เราตกลงแก้ไข ปัญหาได้ ที่ปลุกระดมกันนั่นเพื่อเหตุ แต่เราบอก โอเคถ้า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ซื้อ ๙,๐๐๐ บาทเลย ถ้าเผื่อไม่อย่างนั้นก็ซื้อ ๘,๐๐๐ บาท ความชื้นลดตามระดับ ตั้งราคา ๘,๐๐๐ บาท ประทานโทษก็แก้ไขปัญหา แน่นอนครับ เปึนรัฐบาลต้องดูวิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อกัน คลาดเคลื่อน ทั้งหมดมันเกิดจากอะไร มันเกิดจากน้ํามันในโลกมันขึ้นมา เปลี่ยนแปลง หมดครับ ปุิยขึ้นพรวด ๆ เมื่อตะกี้นี้คนที่อภิปรายแล้วให้ข้อมูลผม ผมนั่งเรียง เมื่อกี้ เรียนกับอาจารย์ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อภิปรายอย่างนี้หรือครับที่จะไม่มีใครทักใครท้วง คนท้วงก็เหมือนอารมณ์ขันบอกให้พูดช้าหน่อย แต่ผมฟังทันครับ ท่านประธานก็ฟังทัน นี่แหละครับที่ให้ประโยชน์ ผมไม่ได้เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผมเรียน เศรษฐศาสตร์ เรียนอย่างอาจารย์ไตรรงค์เมื่อกี้รู้ทันทีเลยครับ เอาแมคโครไปแก้ไมโคร เวลาจะต้องแก้ด้วยแมคโครเอาไมโครมาแก้ เรียนรวดเร็วทันใจ เมื่อกี้นี้ชั่วโมงกว่านั้น ไม่ต้องมีประกาศนียบัตรหรอกครับ แต่เปึนความรอบรู้ เพราะฉะนั้นเขาก็มาถ่ายทอด ก็ทางนี้เขาไม่ได้เรียนเศรษฐศาสตร์มา ทางนี้เรียนเศรษฐศาสตร์มาผมจะทําได้อย่างไร จะเอาข้างพรรคฝ์ายค้านมาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โลกเขาต้องหัวเราะ กันทั้งโลกเลย เอาคนพรรคฝ์ายค้านมาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มันเปึนไป ไม่ได้ในทางปฏิบัติ ประโยชน์ด้านอภิปรายก็อย่างนี้ นี่แหละครับประโยชนอย่างยิ่งเลย แล้วอย่างไรครับ แล้วพวกเราก็รู้ทั้งหมดที่ท่านรู้กันมา วันนี้ท่านผู้อภิปรายท่านที่ ๒ วันนี้ พูดกันเรื่องนี้ก็ตรงกันครับ เรื่องที่ว่าข้าวหายไปแล้วต้องวิ่งไปซื้อข้าว เพื่อจะให้ ข้าวขึ้น มือใหม่หัดขับก็มาแต่ก็ขับเปึนครับ พอขับได้ยังอยู่บนถนน แต่ที่เล่าให้ฟังตรงนี้ แล้วออกมาตอบคําถามทันที เพราะท่านต้องการจะถาม ก็จะต้องเล่าอ้อมอะไรไปหน่อย รัฐมนตรีมาเลเซียบอกว่าผมมีข้าวเหลือ ๑๕ วัน บอกมาเลย เขาส่งคนตามมา ผมก็บอก ตกลง ความตื่นเต้นที่ประสบการณ์ มันอะไรกันนักหนา ผมยินดีจะขายข้าวจากสต็อกให้ แต่กระทรวงไม่อยากให้ขาย ไม่อยากขายข้าวสต็อก แล้วข้าว ๕ แสนตันออกจากสต็อก มันจะต้องไปเจออะไรกันอย่างไร ผมก็บอกไหน ๆ ลองพูด เอาด่วน ๆ คือคํานวณขนาด ทั้งการขนเลย เอาไปอย่างไร จะไปเรือ ไปรถ ไปต่าง ๆ เรากลัวเขาจะไม่มีข้าวกิน จะเอาไป รถไฟถึง นั่งคํานวณตู้ ๆ เอาคอนเทนเนอร์ (Container) นั่ง ได้ ๒๗ ตัน เอาทั้งขบวนได้เท่าไร นั่งคํานวณหมด จะช่วยเขา ไป ๆ มา ๆ ก็บอกเอาใส่เรือธรรมดา ขึ้นพอร์ต (Port) ทางด้านนี้ ต้องเอาไปพอร์ตกลาง ต้องไปอ้อมแหลม เข้ากันทางช่องแคบ แต่ไม่เปึนไรครับ ตกลง ฉุกเฉิน ๒ แสนตัน โปรดดูนะครับว่าเราตามดูขนาดไหน เพราะว่าผมประชุมอยู่ที่ โรงแรมเอราวัณ ท่านทูตจะต้องพารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปเจรจา เรื่องข้าว ๕ แสนตัน เจรจากับนายกรัฐมนตรีเรื่องข้าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อยู่ นั่งเจรจาความกัน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศนั่งกันเต็มหมดครับ แล้วตกลงผมบอก ไม่ขัดข้อง ๕ แสนตัน โอเคเขาเอา ๒ แสนตันก่อน เมื่อเอา ๒ แสนตันก่อนก็ตกลงซื้อขาย ผมพูดกับปลัดกระทรวง อธิบดีกรมการค้าต่อหน้าท่านทูตมาเลเซียก็นั่งอยู่ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มาซื้อก็นั่งอยู่ ตกลงผมบอกผมยินดีขาย ผมจะขายข้าว ในสต็อก บอกยินดีขาย เอาเถอะ แล้วก็ตกลงราคา ขอให้เปึนราคาในตลาดวันนี้ ท่านอธิบดีครับ ราคาเท่าไร ตลาดวันนี้ ๘๕๐ บาทค่ะ ตกลง ท่านทูตโอเค ท่านรัฐมนตรีโอเค ๘๕๐ บาท ๒ แสนตันก่อน ส่งทันทีเลย ผมบอกให้เสร็จภายใน ๓ วัน จะไม่มีข้าวกิน ๑๕ วัน ทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย เชื่อไหมล่ะครับ ให้ไปตกลงกันธรรมดา ข้าราชการไม่ให้เอาข้าวในสต็อก ข้าราชการ ไปเอาข้าวข้างนอกขาย ตกลงเจรจาความกัน รุ่งขึ้นท่านทูตต้องมาพบอีกบอกพูดจากันแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีมาเลเซียถามว่าเปึนอย่างไร ก็เขาพูดกัน ๘๕๐ บาท ประทานโทษ หลังจากนั้น ๓ วันครับ ๓ วันเปลี่ยนแปลง ท่านทูตต้องมาขอพบ ถามมีอะไรครับ ท่านนายกรัฐมนตรีฝากจดหมายขอบคุณมา ขอบคุณอย่างไร ตกลงเราต้องเจรจาความกัน นักธุรกิจเขาเจรจา ๘๕๐ บาท เข้าไปกลายเปึนบอกขาย ๙๒๕ บาท ตกลง ๙๒๕ บาท ท่านทูตต่อไปที่ท่านนายกรัฐมนตรีมาเลเซียบอกจาก ๒ แสนตัน ๙๒๕ บาท เขาตกลง เสร็จเรียบร้อยไปท่านนายกรัฐมนตรีมาเลเซียส่งจดหมายขอบคุณมา ทางพ่อค้าบอกไม่ได้ ต้องเอา ๙๕๐ บาท ผมก็ว๊ากเลยสิครับ ผมบอกอะไรข้าราชการไม่รักษาหน้า นายกรัฐมนตรีก็ตกลงกับเขา ๘๕๐ บาทวันนั้น เพียงรุ่งขึ้น ๒ วันไปทําเปึน ๙๒๕ บาท นายกรัฐมนตรีมาเลเซียบอกโอเค ๙๒๕ บาท พ่อค้าบอกจะเอา ๙๗๐ บาท ตกลง ข้าวชุดนั้นซื้อขายกันราคา ๙๔๐ เหรียญต่อตันครับ ผมฟังแล้ว ผมบอกอย่างนี้มันใช้ไม่ได้ เลยจริง ๆ ผมต้องเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มา เชื่อไหมครับ จะต้องซื้อเครื่องหุงข้าว ต้องหุงข้าวให้ผู้แทนต่างประเทศมาดูครับว่าอย่างไร ความคิด ของผมนี่ผมต้องการขายข้าวข้างในนั้น ข้างในที่เรารีสต็อก (Restock) ในราคาแทกซ์ (Tax) ตกลงต้องขอเรียนอย่างนี้นะครับ เดี๋ยวจะเล่าข้าม เขาซื้อขายกันในราคา ๙๔๐ บาท ซึ่งเปึนความขมขื่นมาก ผมละอายท่านนายกรัฐมนตรีมาเลเซียไม่รู้เท่าไร ๆ ท่านขอบคุณมา ที่ตกลง ๙๒๕ บาท แต่วันมาเจรจาความ ๘๕๐ บาท ราคาขึ้นไปเพราะจะขายได้ ผมก็ต้องเรียนบทเรียนเรื่องนี้ เมื่อตกลงซื้อขายกัน ๓ แสนตัน ผมก็อธิบายความให้ฟังเลย นี่พูดกันกลางสภา เพราะผมก็มีความรู้เรื่องเอาข้าวใส่ถุงขาย ข้าวมันข้าวเก่า ทางข้าราชการบอกโอลด์ ไรซ์ (Old rice) ไม่ดี แต่ธรรมดาเขาเรียกว่าข้าวในสต็อก ป้นี้ ๒๐๐๘ เขาเรียก ๒๐๐๗ ๒๐๐๖ ข้าว ๒๐๐๘ ๒๐๐๗ ก็เปึนข้าวเก่า เรารู้ดีข้าวเก่า หุงขึ้นหม้อแต่ไม่มียาง กินแล้วไม่มีบุญคุณ แต่ว่าถ้าเผื่อข้าวใหม่หุงแล้วมียางแฉะ ผมก็ ขายข้าวมาแล้วครับ ป้ ๒๕๒๘ ผมขายข้าวประชากรไทย เพราะกระทรวงพาณิชย์ ทําปัญหาเอาข้าวใหม่ใส่ถุงขาย หุงเช้าเย็นบูด ผมต้องทําเอาข้าวเก่า ๕ ส่วน ผมเปึน คนค้นพบเรื่องนี้คือข้าวเก่า ๕ ข้าวใหม่ ๒ ผสมกัน ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่าเบลนด์ (Blend) ผสมกันแล้วหุงออกมาข้าวขึ้นหม้อพอสมควรและนุ่มนวล นั่นละครับข้าวที่เอามาผสมกัน ผมก็ใช้สูตรนี้ ผมต้องบอกผู้แทนมาเลเซียซึ่งมารอบที่ ๒ จะเอา ๓ แสนตัน ผมบอก ผมจะช่วยทําความเข้าใจให้ท่านไปดูข้าวเสียก่อนว่าอีก ๓ แสนตันหน้าตาเปึนอย่างนี้ แล้วข้าวนั่นเปึนข้าวเก่า แต่ว่าข้าวเก่าคนไทยก็กินกันอยู่แต่ไม่มียางมันขึ้นหม้อ แต่ว่า ถ้ากินข้าวให้ดีเอาข้าวใหม่ ผมรับประกันราคาข้าวไว้เวลานี้ ผมบอกราคาข้าวใหม่ของผม ๑๔,๐๐๐ บาท แต่ชาวนาข้าวกําลังออกทุกวัน เรากําลังรับซื้ออยู่ ซื้อแล้วเข้าอบแล้วสีเลย ชาวไร่ชาวนาภายใน ๓ เดือน เรียกว่า จํานํา เพราะระหว่างนี้ถ้าราคาขึ้นไป ๑๕,๐๐๐ บาท เอาใบประทวนมาเติมให้อีก ๑,๐๐๐ บาท ระหว่างนี้ขึ้นเปึน ๑๖,๐๐๐ บาท เอาใบมาเติม ๒,๐๐๐ บาท เพราะข้าวคุณที่รับไว้นั้นเราสีเลย อบแห้งแล้วสีเลยเพื่ออะไรครับ เพื่อผม จะต้องระบายข้าวในสต็อก ๒ ล้าน ๑ แสนตัน เอาออก เพราะผมต้องเอาสตางค์มาเตรียม จะซื้อปลายป้ ระหว่างนี้ ธ.ก.ส. มาดําเนินการเอา ๒ ล้าน ๕ แสนตัน ตั้งวงเงินไว้ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเอาตรงนี้ก่อน มีคนมาต่อว่าบอกเข้ามามีปัญหา ถูกต้องครับ ตอนผมเข้ามามันยังไม่มีปัญหา พอผมเข้ามาอยู่ได้หน่อยมีปัญหา ผมก็เริ่มทําตรงนี้ ผมทําวันที่ ๑๕ มิถุนายน ก็ดําเนินการให้ทําไมมันยืดยาด มีปัญหาตามแก้ไขหมด ทําไมกรรมการต้อง ๔ ชุด ต้อง ๔ ชุดครับ เพราะให้ตรวจเช็กซึ่งกันและกัน ผู้เชี่ยวชาญ ในเรื่องนี้เปึนใครครับ เปึนนักการเมืองร่วมรัฐบาลต้องให้เกียรติยศท่านหน่อย ท่านชื่อ รัฐมนตรีสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ท่านมีโรงสีครับ ท่านขายข้าวครับ ทุกอย่างที่เปึน ข้อบกพร่องคุณสมศักดิ์มานั่งแล้วไปเปึนที่ปรึกษาใหญ่ในการดําเนินการเขียนสเปก ทั้งหมดเลยเพื่อไม่ให้มีการคดโกงกัน ท่านได้ช่วยดูแลทุกอย่างเพราะท่านมีประสบการณ์ เอากี่ลูก ไปกี่วัน เข้าไปกี่วัน เก็บลูกละ ๗ บาท ท่านเรียกถูกหมดเลย สีแล้วได้กี่ลูก ๆ ได้เท่าไร เขาเรียกว่าได้ ๖ ลูกกว่า ถ้าสีเปึนตัว ถ้าจากนั้นเหลือ ๕ บาท เขาเสนอมา ๕.๘๓ บาท ท่านบอกไม่ได้ เขาเสนอ ค่าข้าว ๕๕๐ บาท ท่านบอกไม่ได้ ๔๕๐ บาท ก็แย่งกันสี เรื่องนี้เรารู้หมดครับ แล้วทํากัน แบบว่าทําให้ไม่ทําเอา เอาผู้เชี่ยวชาญซึ่งเปึน ส.ส. เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ แล้วเชี่ยวชาญเรื่องนี้เพราะมีโรงสีเอง เราดําเนินการตรวจสอบหมด แล้วเมื่อทําเสร็จผมบอกรัฐมนตรีมาเลเซียมาใหม่อีกแล้วเข้ามา ต้องเอาไปดูบอกข้าวเก่า อย่างนี้ ๕ เปอร์เซ็นต์ โอลด์ ไรซ์ ถ้าโอลด์ ไรซ์ ก็ตามแต่ แต่ผมเอาข้าวใหม่ ท่านก็ซื้อ อย่างนี้ ผมอธิบายให้ฟังเลย แล้วไม่ป่ดบัง ท่านซื้อผมเพื่อไม่ให้ใครมาต่อว่าได้ ไม่ให้พวกที่จะ แย่งประมูลแล้วเขาเอาไปขาย ผมจะขายเอง จะทําจี ทู จี (G to G) แต่ทว่าจะเปึนจี ทู จี แบบชนิดที่เรียกว่าใครด่าไม่ได้ ก็มีแต่ผมขายข้าว ๕ เปอร์เซ็นต์ ๙๐๐ เหรียญ ใครด่าผม ไม่ได้หรอกครับ ผมถึงบอกว่าถ้าจะซื้อเท่านี้ จํานวนขนาดนี้คิดอัตราส่วน ซื้อ ๕ ส่วน ตันละ ๙๐๐ แล้วไปซื้อข้าวใหม่ที่เราสีไว้แล้วตรงนี้บวกอะไรกําไรเสร็จตกตันละประมาณ ๗๐๐ เอาข้าว ๕๐๐ ๙๐๐ ๕ ส่วน ๗๐๐ ๒ ส่วนเอามาเบลนด์กันออกมาจะได้ราคาตรงนี้ พอใจไหมราคานี้ แล้วข้าวหุงมาแล้วเปึนอย่างนี้ ก็จะเอาข้าว ๒ ล้าน ๑ แสนตัน ต้องเอาออกหมด เพราะว่าข้าวใหม่มันจะออกมาจะต้องแย่งซื้อที่บอกวิกฤติการณ์ ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญนะครับ แต่เราจะต้องขายข้าวตรงนี้ กําไรหรือไม่กําไร กําไรครับ สิ่งที่แอบทําเงียบ ๆ ไม่เปึนข่าวไม่ออก ก็เช่นว่าอย่างคุกเขาจะตายไม่ตายเราจะช่วยคุก แต่ว่าไม่ให้คุกต้องไปซื้อ ทหารเกณฑ์ไม่เยอะหรอกครับ แต่ทหารเกณฑ์ซื้อข้าวกระสอบละ ๑,๒๐๐ บาท บัดนี้ขึ้น ผมไปเยี่ยมทหารเกณฑ์ ๒,๔๐๐ บาท มีข้าวราคา ๒,๔๐๐ บาท ราคาเท่าตัว แต่กับข้าวถูกลดหมด ผมบอกเอาเถอะสต็อกผมมี ผมจะขายสต็อกให้ อย่างนั้น ก็เปึนเรื่องภายใน ก็ทํากันภายในไม่เอิกเกริก ไม่ให้กระทบกระเทือน แต่ต้อง พยายามขายข้าวอันนี้ พูดไปอย่างนี้ข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ฟังไม่ชอบหรอกครับ เขาไม่อยากให้ขาย แต่ผมต้องเอาออก เพราะผมกําลังจะซื้อนาปรังเดือนกรกฎาคม แล้วผมจะไปซื้อนาปรังเดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม ต้องเอาสตางค์มาเตรียมการไว้ เพื่อไม่ให้ข้าวราคาตกต่ํา เจรจาความกันขนาดโทรศัพท์ไปถึงนายกรัฐมนตรีเวียดนาม ผมโทรศัพท์ไปครับ กําลังประชุมอยู่กระทรวงการต่างประเทศต้องหยุดชั่วคราวให้คนนั้น เปึนประธานแทน ผมต้องมาพูดโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีเวียดนาม ผมบอกตกลงราคา เราต้องมาตกลง ไม่ใช่ฮั้วกัน บอกยืนราคาสูงที่สุด จะสูงอย่างไรเราจะตามดู ให้ขายก่อน ผมจะขายทีหลังไม่เปึนไร ทําไมล่ะครับ เขากําลังเกิดวิกฤติการณ์ของเขา เขากําลังจะเกิด ต้มยํากุ้งของเขาแบบนั้นไป ถ้าเปึนเพื่อนบ้านมาไม่ได้แน่ ผมต้องโทรศัพท์ไปหาบอกเอาเลย ขายก่อนเลย แต่ตั้งราคาให้สูงไว้ เพราะเรารู้ว่าเหลือเรากับเวียดนามเท่านั้นที่จะตั้งราคาได้ ก็ตั้งครับ เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ความลับ แต่ว่าบางสิ่งบางอย่างที่ไม่พูดกัน เพราะผมพูดกับ ท่านประธานาธิบดีเอาไว้ ฟ่ลิปป่นส์เขาไม่ขาดข้าว ผมไปตลาดทําไม เมืองไทยไปตลาด มีร้านข้าว ๒ ร้าน ฟ่ลิปป่นส์ไปตลาดมีร้านข้าว ๑๐ ร้าน ผมตรวจสอบหมดครับ แล้วท่านทูตเขาต้องให้ข้อมูลผม แล้วผมบอกเลย ผมบอกประธานาธิบดีอาร์โรโย ท่านประธานาธิบดีครับ ถ้าท่านต้องการข้าว ต้องการจริง ๆ บอกเลยครับ เราเปึน เพื่อนบ้าน ผมมีสต็อกอย่างนั้น ก่อนเลย เอาเลยได้ทันที ในราคาที่จะตกลงกันเปึนราคา มิตรภาพ แต่ว่าท่านอยากประมูลให้ทางฝ์ายพ่อค้าประมูล พ่อค้าประมูลแล้วเราก็ จะไม่สลักหลัง เพราะว่าในวิกฤติการณ์อย่างนี้ในอาเซียน ๑๐ ประเทศ เราจะขายข้าว ประเภทราคาเฟรนด์ชิพ (Friendship) ก็ตกลงกันอย่างนี้ ข้าราชการก็นั่งอยู่ตรงนั้น เมื่อเสร็จแล้วทํามาให้ยื่นประมูล ข้าราชการที่เราส่งไปประจําที่โน่นเขาก็กระซิบมา บอกไม่ต้องยื่น เขาให้ ฮินท์ (Hint) มาเลย ถ้าจะขายตรงขายได้ แต่ถ้ายื่นแล้วให้เปึนพ่อค้า เขาดําเนินการ ไม่มีอะไรเสียหายเลย เพราะว่าพ่อค้าเขาเราไม่ยื่นเขาก็ดําเนินการ เขาสอน รัฐบาลจริง เขาบอกจี ทู จีไม่ยื่นประมูล พูดกับประธานาธิบดีเองครับว่าจี ทู จีไม่ยื่นประมูล เพราะฉะนั้นทางที่จริงแล้วคือทางกระทรวงพาณิชย์ไม่ต้องทํามาเข้า ครม. เพราะว่าจี ทู จี ไม่ยื่นประมูล จี ทู จีพร้อมจะขาย ถ้าจะยื่นประมูลให้พ่อค้าประมูล ตกลงกันแบบนี้ แต่ทําหนังสือจะให้รัฐบาลไทยยื่นประมูล ผมบอกไม่ ผมพูดกับท่านประธานาธิบดีเอง พูดกันมาแล้วเราจะขายจี ทู จี ผมจะเอาข้าวนี้ ออกให้หมด ข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ไม่อยากให้ออก แต่จะให้ยื่นประมูลเพราะอะไร ยื่นประมูลต้องคนอื่นได้ครับ เพราะเหตุว่าเขามีระบบของเขา นั่นแหละที่พูดมาเมื่อสักครู่ ผมไม่ต้องพูดซ้ําแล้วครับ พูดไว้เมื่อสักครู่นะครับ เรื่องระบบใต้โต๊ะของเขา เพราะฉะนั้น เมื่อเรารู้อะไรอย่างนี้เราก็ไม่มาพูดจาอย่างนั้น เพราะฉะนั้นผมแน่ใจว่าผมทําในสิ่งที่ ถูกต้อง ถ้าเขาต้องการข้าวจริงเขาซื้อ รัฐบาลก็รัฐบาลขายให้ในราคาสูงพอสมควร เรามีหนทางออกที่จะระบายผมเรียกว่าข้าวที่ชนิดว่าเปึนข้าวเบลนด์ ผสมกันครับ เก่า ๕ ใหม่ ๒ แล้วเขาก็มาตรวจสอบแล้วหุงกันดูแล้ว เราก็จะขายข้าวที่เก่าได้ในราคาสูง แล้วกําไรเยอะด้วย แต่เงินที่จะได้ก็จะใช้สําหรับปลายป้ เพราะฉะนั้นเรื่องพรรค์อย่างนี้ ผมก็เลยขอเรียนให้ทราบว่าเราทําทุกระยะทุกขนาด เมื่อเวลานี้จะเห็นว่าบอกว่าจะทํา ธงฟัา พอธงฟัาทําให้ราคาตกถูกต้องท่าน แล้วสมาชิกอภิปรายถูกต้องเลยครับ ก็รู้ตรงกันเลยว่าทําให้กระทบกระเทือน แล้วใครเปึนคนสั่งหยุดล่ะครับ นายสมัครเปึน คนสั่งเลยครับบอกว่าทําหนังสือบอกขอให้หยุด ข้าราชการไม่พอใจ เขาไม่พอใจ ผมบอกอย่างนี้ครับว่าเวลาจะทําผมบอกให้สลิพ (Slip) ออกไปในตลาดให้ซึมบอกใคร ที่เคยซื้อเคยขายก็ทําไปท่านครับ ไม่ต้องแถลงได้ไหมเวลาข้าวบอกด้วยคําอธิบายชัดเจน บอกไม่ต้องแถลงส่งข้าวออกไป ออกข่าวเลยที่โน้นเท่านั้นเท่านี้ ออกข่าวบอกไม่ต้อง แถลงได้ไหม พอทําเสร็จแล้วออกข่าว นี่แปลว่าพูดภาษาคนกันไม่รู้เรื่องหรือ บอกถ้าอยากจะทําให้ทําไปพอนาน ๆ เพื่อจะช่วยเหลือคนยากจนต้องไม่ต้องออกข่าว ออกข่าวทุกครั้งที่จะเอาออกไป นี่แปลว่าอย่างไรครับ แปลว่าต้องการจะทําให้ข้าว ราคาตก เจตนาเลยครับ บอก ๒ หน ๓ หนว่าไม่ให้แถลงก็แถลงเอิกเกริก ทีวีก็กําลัง ประโคมข่าวทําข้าวธงฟัาออก ผมบอกไม่ได้หยุดเลย ผมก็ให้หยุด ผมไม่ได้เปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์หรอกครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เปึนพวกผม แต่ไปนั่งตรงนั้นเขาก็จะพยายามจะยืดหยุ่นให้ไปตรงนั้น ผมบอกไม่ได้ผมต้องช่วย ผมต้องคอยดูแล เพราะฉะนั้นงานเรื่องพรรค์อย่างนี้ก็เปึนหน้าที่รับผิดชอบของผม ผมดูแลกันอยู่ครับ แล้วข้อสําคัญอยู่ในทีมเดียวกันทั้ง ๓๕ คน รายละเอียดจะถกกัน อย่างไรก็ไม่มีปัญหาครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอย่างไรเมื่อคืนดูไม่เปึนปัญหา ย่อมได้ครับ
เรื่องปุิยก็เหมือนกันก็ทําครับ ก็ตามไปดูเพราะอะไร เขาอ้างว่าน้ํามันขึ้น ปุิยต้องขึ้น ผมบอกไม่จริงเลย เพราะเหตุว่าเมื่อเวลาที่เราตรวจสอบว่าคุณบอกราคาทุน คุณ ๑๖,๐๐๐ บาท คุณขายราคากัน ๒๐,๐๐๐ กว่าบาท แต่เราตรวจสอบแล้ว ราคาจริง ๆ คาซัคสถาน ราคา ๙,๔๐๐ บาทเท่านั้นเท่านี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ขอ ๓,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อจะผมบอกเอาเบา ๆ เอา ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ไปลองให้ผมดูหน่อยเปึนการทดลองกัน ลองเลยครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ก็ทําเลยคนละพรรคนะครับ บอกช่วยทดลองหน่อยก็ซื้อได้ ๙,๔๐๐ บาท จริง ๆ เพราะฉะนั้นระบบที่บอกกันที่ได้ทําอย่างนั้นกัน เจตนาท่านอาจจะดี แต่อาจจะ ไปถูกพ่อค้าทํา ก็นี่แหละครับ ก็ขอบพระคุณที่ได้มาฟังเปึนอย่างนั้น ถ้าระบบมันเปึน อย่างนั้นจริงคือเจตนาดีไปทํา แต่ว่ามีคนไปหากินเรื่องนี้ต้องตรวจสอบ ผมขอยืนยันว่า สถานการณ์นั้นก็มองดูอยู่ที่เข้าไปดูแลนั้นเปึนฝูง แต่ไม่ใช่เหลือบเปึนคนที่เข้ามาช่วย คนละไม้คนละมือ แล้วคนที่ตรวจสอบผมอยู่เวลานี้เปึนรัฐมนตรีสังกัดพรรคชาติไทย ผมได้ค้นพบเองว่าท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ ท่านตกลงตรวจสอบหมดแล้วก็ยังไม่มีอะไร พัวพันจะมาส่งข้าวให้รัฐบาลเดี๋ยวบรรลัย ผมบอกไม่มีผมจัดการไม่นั่น แต่ความชํานาญ นั้นมีอยู่ เพราะฉะนั้นคนตรวจสอบเบื้องต้นผมไม่ได้เอาคนในพรรคพลังประชาชน เอาคนพรรคชาติไทยเปึนคนตรวจสอบเปึนคนเชี่ยวชาญที่ทํากันอย่างนี้แปลว่าไม่หากิน แล้วไม่ฮั้ว ที่ต้องดําเนินการนั้น การขายนั้นผมจะบอกให้ฟังผมจะต้องเอาข้าวที่สต็อกออก แต่ว่าต่อไปอาจจะสต็อกมากขึ้นเพราะอะไรครับ เพราะเขาต้องปลูกกันมากขึ้น ต่อไป กําลังทําระบบอย่างไรก็ต้องระบบไซโล ที่ยังไม่ทั่วถึงนั้น ๒๗๐ เอามาได้ ๑๗๐ หายไป ร้อยหนึ่งเขาบอกว่ามันไม่ได้สีขาว มีคนว่าเอาสีเทาไหมบอกอย่าเพิ่ง ตกลงที่พูดไว้ชัดเจน เลยครับผมต้องจนนั่น ผมบอกเราลองขีดเปึนเส้นไม่ได้ห้าม คือถ้าที่นี่เบี้ยวไปอีกอันหนึ่ง เปึนกรุ๊ปละ ๓ จังหวัดเปึนคลัสเตอร์ (Cluster) แต่ ๓ จังหวัด ๒ จังหวัดให้มันทําได้ แล้วมี คุยกันเรื่องไซโลว่าต้องลงทุนเท่าไร มีคนลงทุนไซโลมหึมาแต่ว่าถูกเปึนแบล็คลิสต์ (Blacklist) มีคนลงทุนไซโลราคา ๒,๐๐๐ ล้านบาท อยู่ที่จังหวัดใกล้ ๆ ที่ป์าโมกนี่แหละครับ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ข้าวเก่า ข้าวใหม่เอาไปเบลนด์หมด แยกข้าวเปลือกจะทําอย่างไร นั่นปัูบให้พอแห้งแล้วไปเอาความเย็นใส่จะอยู่ ๓ ป้ สีไปเข้าใหม่ ศึกษาหมดทุกอย่างครับ แล้วกําลังแก้ไขว่าจะทําอย่างไร เพราะระบบไซโลครับ ต่อไปนี้ใครจะปลูกอย่างไร ผมไม่ใช่ชาวนาที่ปลูกข้าว ไม่ได้มีคุณพ่อเปึนชาวนา แต่ชอบเรื่องนี้ครับ ชอบเรื่องนี้เพราะอะไร ต้องขอประทานโทษ ต้องเสียเวลาท่านประธาน สักนิดหนึ่ง เพราะว่าไปปาฐกถาเรื่องพระพุทธรูปที่เชียงแสน ที่สุโขทัย คําเดียวที่บอกว่า ทําไมพุทธรูปเชียงแสนสุโขทัยถึงหน้าตาดี ยิ้มต่าง ๆ มันลงไปถึงว่าเขาบอกว่าการจะปัุน พระพุทธรูปนั้นต้องคนหน้าตาดีที่สุดในสมัยนั้น ที่สุโขทัยทําไมดีเพราะ เมืองสุโขทัยนี้ดี ในน้ํามีปลา ในนามีข้าว เจ้าเมืองบ่เอาจังกอบในไพร่ลู่ทาง คุยกันเรื่องข้าวเวลาขับรถกัน ขับรถจากจังหวัดพิษณุโลกไปจังหวัดสุโขทัย ๒ ข้างเปึนทุ่งรวงทอง ขับไปมีนา มีปลา มันต้องสนใจ และที่สุดก็สนใจ สนใจขนาดไหน ปาฐกถาเรื่องข้าวได้ครับ อะไรคือข้าวนาป้ ข้าวมันหนีน้ําอย่างไร ข้าวไวแสง ไม่ไวแสง ต้องรู้หมดเลยครับ ข้าวนาปรังมันทําได้ ภาคกลางกําลังจะเอาน้ําให้ทางอีสานทํา ข้าวดีสุดอยู่ทางภาคอีสาน ราคาดีหอมมะลิ อยู่ที่นั่น ป้หนึ่งทําข้าวเปลือก ๑๐ ล้านตันที่นั่น ทางนี้ยังน้อยกว่า ทางใต้ข้าวน้อยกว่าเพื่อน ศึกษาหมดครับ ศึกษาแม้กระทั่งโกกงที่อยู่ที่จังหวัดพิษณุโลกที่บางระกํา ขายทองนะครับ ไปขุดทองทําเหมืองทองเจ๊งเอาเครื่องมือมาทํา ผมคุยเรื่องโกกงปาฐกถาเรื่องนี้ไม่มีใครไปดู ใครก็ตามไปดูสิครับ ซื้อที่มา ๑,๐๐๐ ไร่ แบ่ง ๕๐๐ ไร่ ไถเปึนคัน เรื่องแม่น้ํายมนี่ครับ วันก่อนก็พูดถึง หน้าน้ําน้ําท่วม หน้าแล้งลองไปขุด ลองเอาสูบน้ําป็อก ๆ ที่ก้นแม่น้ํา แต่ว่าเขาทําคันกันสูง ๔ เมตร แล้วก็ปลูกข้าว ข้าวใหม่ ๑๐๕ วัน ๑๐๕ วัน เอา ๓ คูณ ก็คือ ๓๑๕ เหลือ ๕๑ เอา ๓ หาร ภายใน ๑๗ วันหลังจากเกี่ยว ผมนี่แหละครับ โฆษณารถคันที่ว่ามาจากจีน แต่ก่อนเรียกจีนแดง ขึ้นมาปัูบโยนใส่ถุง ๆ ผู้จัดการ เปึนผู้หญิง มันเกี่ยวเลยครับ ต้องทําให้เสร็จเกี่ยวแล้วก็โยนใส่ถุง ๆ ๑๗ วันต้องใส่ให้เสร็จ เวลามาไถน้ําตมที่อื่นเขาให้ ๑๐๐ แกให้ ๒๐๐ ครับ ทําเปึนอุตสาหกรรมเลยครับ แต่ก่อน ข้าวนาป้พอโรงเรียนเป่ดเทอมเริ่มแล้ว ตกกล้ากันเสร็จแล้วก็เอากล้าออกไปดํา ๕ เดือน ๖ เดือน เดือน ๑๑ น้ํานอง เดือน ๑๒ น้ําทรง พอเสร็จแล้วข้าวก็หนีน้ํา เดือนอ้าย เดือนยี่ น้ําก็รี่ไหลลง ข้าวแห้ง ตัดมาต้องเผาฟาง เล่าหมดครับ ชาวนาเสร็จก็ตีไก่ กัดปลา บวชลูก ต่อมาก็มีเขื่อนภูมิพล มีเขื่อนสิริกิติ์ดูแล ๒๒ จังหวัด ระบบชลประทาน แล้วก็ปลูก ข้าวนาปรังได้ ใครปลูก ๒ ครอพ (Crop) เปึนภาษาฝรั่ง เก่งมาก ต่อมาก็ ๕ ครอพใน ๒ ป้ ยิ่งเก่งใหญ่ เดี๋ยวนี้ป้ละ ๓ ครอพครับ เดี๋ยวนี้มันยิ่งกว่าป้ละ ๓ ครอพ คือว่าเขาเกี่ยวข้าว วันที่ฝนไม่ตก น้ํานองอยู่ก็เกี่ยวได้ ซื้อมาจากนอกคันละ ๒ ล้าน ๕ แสนบาท ลงไปไม่ได้ จมครับ เมด อิน ไทยแลนด์ (Made in Thailand) ราคา ๘๕๐,๐๐๐ บาท ฝนไม่ตก เกี่ยวเลยครับ เป้ยก ๆ นั่นแหละครับ ราคายอมลบความชื้นแล้วก็เอาไปชั่ง แล้วก็เอาไปอบ ขอเล่าให้ฟังเท่านั้นเพื่อจะบอกว่าได้เข้าใจเรื่องนี้ ได้รู้เรื่องนี้แล้วก็รักชาวนาเหมือนกัน
ท่านประธานครับ
เอาละครับ ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ ผมจบตรงนี้ครับ ขอบคุณครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาต ประท้วงนะครับ
เปึนคิวของคุณสาทิตย์
ผมขออนุญาตประท้วงครับ
ประท้วงอะไรครับ คุณวิทยา ต่อเลยครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย จากลุ่มน้ําปากพนัง ที่ที่ปลูกข้าวได้มากที่สุดในภาคใต้ครับ ผมคงไปพูด เอาเรื่องที่ท่านนายกรัฐมนตรีชอบพอดีครับ ก็เลยฟังเพลินนึกว่ารายการพูดจาประสาสมัคร ต้องขอขอบพระคุณครับ เพราะว่าทั้งสื่อมวลชนทั้งผมก็ไม่ต้องไปสืบต่อครับ สื่อมวลชน เขาเขียนว่ามือที่สามดึงออกไป ท่านรับว่าเปึนท่านก็ขอขอบคุณครับ ท่านประธานครับ เดี๋ยวผมพูดเสร็จ ผมพูดสั้น ๆ ครับ ผมจะฝากกระดาษแผ่นหนึ่งให้ท่านประธาน ช่วยฝาก ไปให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ด้วยครับ ท่านเขียนใบลาออกได้ครับ ท่านไร้ประสิทธิภาพ ไร้ความสามารถ ไร้ทุกอย่างเลยครับ ยิ่งอยู่ยิ่งไร้ครับ เขาไม่เหลือ อะไรให้ท่านแล้วครับ ผมฟังท่านนายกรัฐมนตรีตอบ ผมหาคําอธิบายไม่ได้เลยครับว่าทําไมเราปล่อยให้เวียดนามขายข้าวในราคา ๘๒๐ เหรียญ โดยไทยไม่เข้าร่วมด้วย ผมไปตอบพี่น้องชาวนาไม่ได้เลยครับว่าข้าวราคาตกวันนี้จนต้อง ไปรับจํานํา ใครครับ ผมคิดว่าดีที่สุดครับ ท่านลาออกครับ
คุณอาคมมีอะไรหรือครับ ตอบยังไม่ถูกใจหรืออย่างไรครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกระบี่ ผมเปึนคนอภิปรายเรื่องปุิยคนสุดท้ายเมื่อคืนครับ แต่จากคําตอบของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็คงทราบว่าท่านคงฟังอยู่ ข้อมูลของท่าน เกือบตรงครับ คือท่านบอกว่าปุิยนี่ท่านทราบดีเหมือนกันว่าซื้อมาราคาหนึ่ง แต่ว่าขาย เกินราคามาก แต่ท่านไม่ได้พูดต่อว่าอ้ายที่เกินราคานั้นท่านมีมาตรการหรือสั่งการ ให้แก้ปัญหาอย่างไร อันนี้ท่านไม่ได้พูด แต่ที่ท่านพูดว่าท่านได้ให้เงิน คจก. ผ่าน คณะรัฐมนตรีไป ๓๐๐ ล้านบาท ไปให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดําเนินการ ผมขออนุญาตถามท่านนะครับ ตั้งแต่วันที่ท่านให้จนถึงวันนี้หลายเดือนแล้วนะครับ มากกว่า ๑ เดือนแน่นอน มีสัญญาแล้วหรือยังครับว่าจะซื้อปุิย ๓๐๐ ล้านบาท ราคา ๙,๔๐๐ บาทต่อตัน มาช่วยเหลือเกษตรกร ท่านช่วยตอบด้วยว่ามีหรือยัง
ประการที่ ๒ ปุิยราคาถูกที่ท่านไปเจรจากับเพื่อนบ้าน ท่านบอกว่า ท่านมีความสามารถในการที่จะเจรจากับเพื่อนบ้าน อินโดนีเซียมีโรงงานปุิยอยู่ ๕ โรง แล้วท่านแจ้งในที่ประชุม ครม. ว่าท่านจะหาปุิยราคาถูกมาให้เกษตรกร วันนี้ได้ไหมครับ ปุิยอินโดนีเซีย ๒ เรื่องนะครับ
ท่านประธานครับ
ท่านนายกรัฐมนตรีท่านขอตอบ ก่อนครับ
ครับ
เชิญครับ
ขอเรียนว่าท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ก็รายงานครับว่าได้ดําเนินการ แต่ว่าที่ผมทําอีกซีกหนึ่ง ก็คือว่าปุิยจากอินโดนีเซียนั้นเราเจรจาความให้เขาซื้อขายราคาถูก ผมต้องให้บริษัท ที่ผลิตปุิยคือกําลังนี้พอดี ๆ ครับ นโยบายรัฐบาลไม่สนับสนุนปุิยเคมี แล้วใช้เงิน ๔,๑๐๐ ล้านบาท ไม่ได้ซื้อปุิยนะครับ สนับสนุนให้คนทั้งประเทศหันมาใช้ปุิยอินทรีย์ ซึ่งผสมเคมีน้อยหน่อย พอวันนี้ผมบอกปุิยจุลินทรีย์ยิ่งใช้ถูกกว่าเข้าไปอีก เพราะเรา สนับสนุนเรื่องนี้เราก็ตกลงการซื้อปุิยนั้น กําลังเจรจาความเรื่องรัฐต่อรัฐ โดยจะให้ บริษัทที่ ๖ ที่ ๗ เขาก็ยินดีที่จะซื้อ แต่เขาจะไม่ซื้อปุิยเคมีมาขาย เขาจะเอาปุิยเคมีมาทํา ปุิยออร์แกนิค (Organic) เวลานี้บริษัทเขาผลิตอยู่ที่เมืองกาญจนบุรี ๒ โรงนี้ เขาผลิต ปุิยออร์แกนิคเปึนเม็ดส่งขายทั่วโลก แต่ว่าประเทศไทยนั้นคนไทยไม่ยอมจะซื้อใช้ ปุิยที่เขาจะขายนี่ธรรมดา ในตลาดราคา ๑๑,๐๐๐ บาท แต่ตัวเลขอาจจะคลาดเคลื่อน นิดหนึ่ง ราคาหมื่นเศษ ๆ นี่แหละครับ เขาก็บอกผมว่า ถ้าชาวไร่ชาวนาจะซื้อก็สั่งมา รวม ๆ กันต้องซื้อ ๑ คันอย่างน้อย คือ ๑๕ ตัน ราคา ๘,๐๐๐ บาทก็อย่างนี้แหละครับ กําลังสนับสนุนบริษัทพวกอย่างนี้อยู่ที่จะให้ใบอนุญาตเขาเพื่อนําปุิยเคมีเข้ามาผสม ปุิยออร์แกนิค แล้วราคาก็ซื้อขายกันอยู่ อยู่ระหว่างคาราคาซังกัน ให้เอาบริษัทซื้อปุิยเคมี มาขายแข่งก็กําลังดูว่าจะเปึนอย่างนั้นไหมที่ต้องการ เพราะว่าห้าเสือนั้นเขาทําอย่างที่ว่า อภิปรายเมื่อคืนผมก็ฟัง เพราะฉะนั้นข้อมูลตรงกันครับ เราไม่อยากให้ทําอย่างนั้น แต่ว่าการดําเนินการนั้นมันต้องใช้เวลาตามพอสมควร ผมเสียดายท่านไม่ได้ไว้วางใจ ท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ด้วย ถ้าไม่อย่างนั้นท่านจะต้องมาตอบ แต่ท่านมายืนยันกับผมเลยว่า ได้ดําเนินการแล้ว แล้วได้ราคา ๙,๔๐๐ บาทจริง ๆ เรื่องนี้ก็เปึนการทดลอง แล้วต่อไป ถ้าท่านจะขอมากไปกว่านั้นเราก็ต้องพิจารณาให้ เพราะการทดลองว่าเปึนจริงหรือไม่ เพราะที่จอร์แดนก็มี ที่คาซัคสถานก็มี แล้วที่อินโดนีเซียก็มี ท่านประธานาธิบดีอินโดนีเซีย บอกเลยนะครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร ถ้าเผื่อเรื่องเขาเรียกว่า เอนเนอร์จี ซิเคียวริตี้ (Energy security) ขอให้ไว้วางใจเรา แต่ว่าเรื่องฟูัด ซิเคียวริตี้ (Food security) ผมจะขอ ไว้วางใจประเทศของท่าน เพราะว่าท่านมี ๒๔๙ ล้านคน ผมก็บอกยินดีไม่ขัดข้อง เพราะผมไปเจรจาเรื่องน้ํา เรื่องปลา เคยเล่าให้ฟังแล้ว ก็ยังจะบอกว่าเรื่องพรรค์อย่างนี้ ก็ ๔ เดือน มาให้ข้อมูลต่าง ๆ ก็ขอบพระคุณ อย่างผมขอบคุณอาจารย์ไตรรงค์เมื่อเช้านี้ด้วยความจริงใจนะครับ นั่งฟังเลคเชอร์ดีจริง ๆ เร็วมากแต่ฟังทันครับ เพราะผมเปึนคนพูดเร็วเหมือนกันฟังทันหูทันเหมือนกัน อย่างนี้ ขอบคุณอย่างยิ่ง เมื่อวานขอบคุณท่านรัฐมนตรีบัญญัตินี่ละครับ ประเภทเสือเก่าทั้งนั้นคือ ไม่มีให้ใครมาทักท้วงได้ ฟังได้แล้วเข้าใจ คนจะทักท้วงยังต้องรอให้จบก่อนค่อยทักท้วง ก็ขอขอบพระคุณครับ ผมพร้อมยืนยันแล้วว่ายังเจอกันอยู่นะครับ ผมจะเอาข้อมูล เรื่อง ๓๐๐ ตันให้ เพราะผมยังต้องตามอยู่ เพราะถ้าเขาทําดีก็จะต้องสนับสนุนเขาต่อไปอีก ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ
ประท้วงใครครับ
ประท้วงผู้ที่อภิปรายไปก่อนหน้า ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผม อนันต์ ผลอํานวย พรรคพลังประชาชน กําแพงเพชรครับ ผมอยากให้ผู้ที่อภิปรายต่อเนื่องจากเมื่อคืนมาเรื่องของปุิย ผมคาดว่าเรื่องที่ท่านอภิปรายนั้น มันน่าจะเปึนเอกสารที่ไม่ตรงตามความเปึนจริง ท่านบอกว่าพ่อค้าปุิยสั่งปุิยเข้ามา ราคาตันละ ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท แล้วมาขายกําไรตันหนึ่งเปึนหมื่น ๆ บาทอย่างนั้น ฉะนั้นเอกสารที่ท่านเอามาแสดงเปึนเอกสารที่เอามาจากกรมศุลกากร ถ้ามันเปึนอย่างนั้น จริง ๆ แสดงว่าบรรดาพ่อค้าปุิย
ท่านประธานครับ
จะยาวไปแล้ว ท่านไม่มีสิทธิ อภิปราย
ผมประท้วงอย่างนี้ครับท่านประธาน
ประท้วงว่าทําผิดข้อบังคับ ข้อไหน
ข้อ ๖๑ ครับ แสดงว่าพ่อค้าปุิย เอาเอกสารปลอมหรือว่าหลีกเลี่ยงการชําระภาษีซื้อมาราคาแพงแล้วก็มาเสียภาษีน้อยครับ
ท่านประธานครับ
ประท้วงก็เท่ากับท่านอภิปราย มันผิดข้อบังคับครับ ก็ขอความกรุณานั่งลงเถอะครับ
ผมถือว่าผู้อภิปรายได้ให้ข้อความ เปึนเท็จ มันเปึนไปได้อย่างไร ปุิยต้นทุน ๑๐,๐๐๐ กว่าบาทแล้ว มาขาย ๒๐,๐๐๐ กว่าบาท
ขอความกรุณาเถอะครับ ช่วยกรุณา
ผมคิดว่าต้องเอาเอกสาร ให้ท่านประธานไว้ครับ
พอแล้วครับ ขอบพระคุณครับ ท่านอาคม ทางโน้นก็นั่งลงแล้ว
ท่านประธานครับ ผมเสียหายนะครับ
เชิญ ให้
ตอนจบนี่บอกว่าผมให้ข้อมูลต่อสภาเปึนเท็จ เมื่อคืนตอนผมพูดไม่รู้ไปหลับอยู่ที่ไหนนะครับ ราษฎรที่เลือกมาโปรดติดตามด้วยนะครับ
ผมนั่งอยู่สภาตลอดนะครับ
ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ข้อมูลที่ผมนําเสนอ เปึนข้อมูลจากกรมศุลกากรพิสูจน์ได้ และผมยินดีให้รัฐมนตรีเอาไปตรวจสอบ ผมท้าตั้งแต่ เมื่อคืนแล้ว
ช่วยกรุณานั่งลงก่อนครับ ไม่ใช่คุณยืนอยู่อย่างนั้น
แล้วประการที่สําคัญที่สุดก็คือว่า ข้อมูล ทั้งหมดราคาปุิยในโลกอยู่ที่ผม เวลานี้ไม่ป่ดบัง นายกรัฐมนตรีตอบอย่างผู้มีความรู้ ตอบอย่างผู้ติดตามบอกว่ามีไมตรี ฟังได้เข้าใจได้ แต่คนที่ลุกขึ้นมาประท้วงมันไม่รู้เรื่อง มันจะรู้เรื่องได้อย่างไร บอกว่าไม่เสียภาษี ก็ปุิยเปึนสินค้าที่ไม่เสียภาษี แล้วมันจะเสีย อย่างไร รัฐบาลก็ยกเว้น เพื่อให้เกษตรได้ใช้ปุิยราคาถูก
พอแล้วครับ คุณอาคม
คุณประท้วงได้อย่างไร ประชาชนเลือกมา อย่างนี้ก็แย่สิครับ
ท่านประธานครับ ผม อนันต์ ผลอํานวย กําแพงเพชร พรรคพลังประชาชน ปุิยนําเข้ามา
ผมเรียนนะครับ ที่นี่ไม่ใช่ ที่ทะเลาะกัน ต้องค่อย ๆ พูดกันด้วยเหตุด้วยผลครับ คุณประท้วงใช่ไหมครับ เชิญครับ
ใช่ครับ
เชิญเลยครับ
ประท้วงตามข้อ ๖๑ ครับ ค่าปุิย ราคา ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท แล้วมาขาย ๒๐,๐๐๐ กว่าบาท แสดงว่าผู้ที่สั่งปุิยเข้าหนีภาษี
ท่านประธานครับ
ประท้วงเรื่องอะไรครับ ไม่ใช่คุณอภิปราย ตอนนี้ท่านเปึนผู้อภิปราย ท่านไม่มีสิทธิที่จะอภิปราย ท่านนายกรัฐมนตรี ก็ตอบแล้ว ก็หวังก็คงเข้าใจ เราก็จะเอาตอนโหวต เราจะโหวตแบบไหนก็เรื่องของเรา ในฐานะที่เราไม่ใช่เปึนฝ์ายเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เราไม่มีสิทธิครับ ข้อบังคับ มันมีอย่างนั้น ขอความกรุณานั่งลงเถอะครับ ขอบคุณมากครับ เชิญคุณหมอ ผมว่า มันจะเดินไปสวยแล้วนะครับ ก็อยากขอความกรุณาให้คุณสาธิต เขาฝากผมไว้นะครับ
ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ พิษณุโลก ขอประท้วงประธาน ข้อ ๑๗๒ ญัตตินี้เปึนญัตติอภิปราย
ผมก็พูดแล้ว เรื่องข้อ ๑๗๑ ข้อ ๑๗๒ เข้าใจครับ คุณสาทิตย์ช่วยกรุณาเรียนกับท่านนายแพทย์จากพิษณุโลกด้วยว่า ขอความกรุณาเพราะว่ามันไปได้สวยแล้วครับ ตอนนี้ก็ฝ์ายพวกอภิปรายกําลังจะอภิปราย ต่อนะครับ แล้วก็ท่านรองประธานอภิวันท์ก็ได้ฝากผมไว้ว่าต่อไปเปึนคุณสาธิต ป่ตุเตชะ ขอความกรุณาเชิญนั่งลงเถอะครับ ขอบคุณครับ คุณหมอครับ เชิญครับ
ขอบคุณครับ แต่ประธานต้องพยายาม ควบคุมนะครับ
ขอบคุณครับ คุณหมอครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ
ท่านสาธิต มีท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านว่าพาดพิงท่าน สิทธิของท่าน ท่านจะต้องชี้แจง สักนิดหน่อยครับ เล็ก ๆ น้อย ๆ นะครับท่านรัฐมนตรี
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระผมขอใช้สิทธิพาดพิง แล้วก็ตอบคําถามที่ท่านสมาชิกได้ลุกขึ้นอภิปรายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และคาบเกี่ยวมาถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรื่องเงิน ๓๐๐ ล้านบาท ที่จะไปซื้อปุิย เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรว่าในขณะนี้ได้ดําเนินการไปถึงไหน สัญญาอยู่ที่ตรงไหน ผมได้กราบเรียนต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญเรื่องปุิยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าทาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับเงินจากการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีจํานวน ๓๐๐ ล้านบาท แล้วเราก็ติดต่อกับประเทศที่ผลิตปุิย โดยในเรื่องแรกติดต่อไปที่ยูเครน โดยติดต่อกับบริษัทเอเจนซี (Agency) ของบริษัทแม่ซึ่งได้เข้ามาหาที่กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ในเบื้องแรกเราได้ตรวจสอบหลักฐานเรื่องความเปึนบริษัทที่จะเข้ามา ดําเนินการทําสัญญากับทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสอบถามเรื่องราคา ก็ปรากฏว่าได้ทราบราคาว่าเสนอมาที่ราคา ๙,๔๐๐ บาท ราคาซีไอเอฟ (CIF) นั่นหมายถึงว่า มาส่งถึงท่าเรือที่แหลมฉบัง ผมก็นําเรื่องนี้กราบเรียนต่อท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อหารือว่า ท่านได้มีการประสานงานกับทางอินโดนีเซียในการที่จะขอปุิยราคาถูกเอามาแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องเกษตรกร ก็ได้พูดกันถึงเรื่องราคา ท่านบอกว่าที่ยูเครนราคาถูกกว่าก็น่าจะ ตัดสินใจเลือกของประเทศยูเครน ผมก็ได้มอบหมายให้ทางกรมส่งเสริมสหกรณ์เกษตร ได้เปึนแม่งานในการดําเนินการเรื่องนี้ ก็ดําเนินการจนถึงขั้นจะลงนามในสัญญา แต่จาก ประสบการณ์ของทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เคยมีประสบการณ์ในเรื่องของ การสั่งซื้อปุิย ก็เกิดความไม่แน่ใจว่าบริษัทแม่คือบริษัทจากยูเครนมีปุิยที่จะขายให้กับ บริษัทเอเจนซีจริงหรือไม่ ก็ได้ทําหนังสือไปถึงบริษัทเอเจนซีว่าอยากจะได้หนังสือรับรอง ยืนยันจากบริษัทแม่คือบริษัทผู้ผลิตที่ยูเครนว่าเขายินดีที่จะมอบให้บริษัทเอเจนซี เปึนตัวแทนในการขาย ก็ปรากฏว่าไม่มีหนังสือตอบรับ เราก็ขอบอกว่าถ้าเปึนแบบนั้น ขอให้บริษัทเอเจนซีพาตัวแทนจากทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปที่ยูเครน ไปพบ บริษัทแม่เลยได้ไหมเพื่อที่จะได้ลงนามในสัญญากัน แล้วก็ยืนยันว่าเราซื้อขายผ่าน บริษัทเอเจนซี ไม่ได้ซื้อจากบริษัทแม่โดยตรง เพราะบริษัทเอเจนซีมาเปึนคนติดต่อ และโดยปกติการค้าขายเรื่องปุิย บริษัทแม่จะไม่ได้เปึนคนขายเองครับ ก็จะส่งให้ บริษัทเอเจนซีซึ่งเปึนตัวแทนในแต่ละประเทศเปึนคนไปดําเนินการ ก็ปรากฏว่า บริษัทเอเจนซีไม่สามารถที่จะดําเนินการตรงเรื่องนั้นได้ เราก็ให้เวลาจนกระทั่ง เวลาทอดนานมาผิดสังเกต ติดต่อกลับไปแล้วก็ติดต่อกลับมาไม่ได้ ในท้ายที่สุด เราจึงตัดสินใจเพราะรู้ถึงความไม่ชอบมาพากล ถ้าหากว่าเราตกลงลงนามกับ บริษัทเอเจนซีด้วยการออกแอล/ซี (L/C) บริษัทเอเจนซีก็สามารถจะเอาแอล/ซีนี่แหละครับ ไปหมุนหาประโยชน์ได้อีก และในท้ายที่สุดเมื่อไม่ได้ปุิยมารัฐบาลก็เสียหาย เราจึง ตัดสินใจยกเลิกในการที่จะซื้อขายกับบริษัทเอเจนซีที่จะซื้อปุิยจากยูเครน แล้วหลังจากนั้นก็ไม่ได้นิ่งนอนใจหรอกครับ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ติดต่ออยู่ และล่าสุดก็กราบเรียนว่าเรากําลังติดต่อในการที่จะขอซื้อปุิยผ่านบริษัทเอเจนซี จากมาเลเซีย ซึ่งในสัปดาห์นี้คือไม่เกินวันพรุ่งนี้หรอกครับก็จะได้คําตอบ ผมก็จะพยายาม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รัฐบาลก็จะพยายามใช้เงินที่อนุมัติมา ๓๐๐ ล้านบาท หาซื้อราคาปุิยถูกให้ได้เพื่อมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ในระยะยาวนั้นแน่นอนที่สุดครับ ผมเองก็ได้กราบเรียนต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญปุิยไปแล้วว่าเรื่องความยั่งยืนก็คือ การหันกลับมาสู่ตัวเอง หันกลับมาใช้อินทรีย์แล้วผสมกับเคมีให้น้อยที่สุดเพื่อเปึน การปรับลดต้นทุน ทั้งหมดที่กราบเรียนมาก็ขอกราบเรียนครับว่า กระทรวงเกษตร และสหกรณ์คงต้องทํางานอย่างรอบคอบ เราไม่อยากให้ผิดซ้ําแล้วซ้ําอีก ในอดีตที่ผ่านมา เปึนตราบาปที่ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องจดจําไว้เปึนบทเรียน เงินทุกบาท ทุกสตางค์ของรัฐบาลนั้นคือเงินภาษีอากรจากประชาชน เราจะไม่ยอมให้ผิดพลาด เปึนครั้งที่ ๒ อีกต่อไปเพราะฉะนั้นช้าแต่มั่นคง และผมก็กราบเรียนว่าเราไม่ละ ความพยายามในเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด ขอบพระคุณครับ
เชิญคุณสาทิตย์
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ผมหารือท่านประธานนิดเดียวก่อนที่จะมีการอภิปราย
ผมก็เชิญคุณสาทิตย์เมื่อกี้
ขอบพระคุณครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ คือผมหารือท่านประธานเพื่อที่ จะคุยกันเรื่องเวลานิดเดียวเท่านั้นเองว่าพวกกระผมมีการปรับเรื่องเวลากันแล้ว ก็พยายามจะให้ได้ตามเวลา แต่ขอความกรุณาว่าเวลารัฐมนตรีจะตอบถ้าเปึนไปได้ อภิปรายจบแล้วในกระทรวงใดก็ขอให้รวบตอบทีเดียวกันเลย ก็จะบริหารเวลาได้ ถ้ามิเช่นนั้นแล้วก็จะยาว อย่างเมื่อสักครู่นี้อย่างกรณีเรื่องข้าวท่านนายกรัฐมนตรี ก็ลุกขึ้นมาตอบ ๒ ครั้งอย่างนี้ เวลาก็จะใช้มากขึ้น แต่ว่าท่านหลัง ๆ อาจจะอภิปราย กระทรวงพาณิชย์จบปัูบกระทรวงพาณิชย์ก็ตอบ อย่างนี้เปึนต้น ขอบพระคุณมากครับ
ท่านช่วยส่งรายชื่อผู้อภิปราย ของท่านแต่ละรัฐมนตรีส่งมาให้ผมได้ไหมครับ
เดี๋ยวจะยกมือทีละท่านครับ เดี๋ยวจะสลับ จากคุณสาธิตเปึนอรรถวิชช์ อรรถวิชช์เสร็จจะไปสาธิต แล้วก็จะไปกระทรวงคมนาคม
คือมันจะไม่งงครับ จะได้ ชี้ถูกครับ
ยกมือทีละท่าน ขอบพระคุณครับ
ต้องขอความกรุณาคณะรัฐมนตรี ได้ช่วยอนุเคราะห์ว่าให้เขาอภิปรายให้จบ เสร็จแล้วก็อภิปรายทีเดียว เดี๋ยวสักครู่ครับ ผมจบสักครู่เดียวครับ ท่าน ส.ส. นครราชสีมาครับ
ผมประท้วงครับท่านประธาน
เดี๋ยว ๆ ผมทราบครับ กําลัง ปรึกษาหารือกันอยู่แล้วเดี๋ยวผมจะให้ท่านพูดครับ ก็เอาอย่างนี้นะครับอย่างที่ท่านได้เรียน เพื่อความรวดเร็วขึ้น ถ้าอย่างนั้นมันไม่ทันเวลา เวลามันจํากัดเหลือเกินเหลืออีกหลายคน เพราะเมื่อคืนนี้ตกลงกันแล้วว่าให้จบกระทรวงพาณิชย์ ก็ปรากฏว่าไม่จบจนถึงขณะนี้ อย่างนี้เปึนต้น เวลามันก็เลท (Late) ไป ขอความกรุณา เชิญผู้ประท้วงครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอประท้วงผู้ที่ทําการอภิปราย เมื่อสักครู่นี้ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านคือ ท่านอาคม เอ่งฉ้วน ซึ่งท่านกระทําผิดตาม ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๖๑ ในเรื่องของการกล่าวร้ายผู้อื่น ดูถูก เสียดสี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่ในที่ประชุม ผมเรียนว่าข้อนี้ที่ท่านพูดบอกว่า เปึนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรมาได้อย่างไร พี่น้องประชาชนเลือกมาได้อย่างไร ท่านมีความอาวุโส อยู่ในสภามาหลายสมัย พวกเราให้ความเคารพนับถือ แต่การดูถูกผู้อื่นเปึนเรื่องที่น่าเศร้าใจ เปึนอย่างยิ่ง ผมอยากให้ท่านประธานช่วยวินิจฉัย แล้วก็อยากจะให้ผู้อภิปรายได้ถอน คําพูดคํานี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ผมวินิจฉัยนะครับ ความจริง ท่านผู้อาวุโสตอนนี้ท่านอาคมก็ไม่อยู่ในห้องประชุม ท่านอยู่นอกห้องประชุมก็ไม่สามารถ ที่จะ
ไม่ได้ครับท่านประธาน ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากกําแพงเพชรเสียหายครับ
คือโจทก์ฟัองแต่จําเลยไม่อยู่ ตํารวจยังจับตัวไม่ได้
ถ้าท่านอาคมเดินเข้ามา ท่านประธานต้องเรียกนะครับ ท่านประธานรับปากไหมครับ
ครับ ผมรับปาก เดี๋ยวท่านเข้ามา ผมก็จะได้
(นายประกอบ รัตนพันธ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญคุณประกอบ ตัวแทน ของท่านอาคมใช่ไหมครับ
ไม่ใช่ตัวแทนครับ ผมตัวแทน ประชาชนครับ ไม่ใช่ตัวแทนท่านอาคม ผมขออนุญาตครับ
ท่านมาพอดี
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าที่ประชุมแห่งนี้ศักดิ์สิทธิ์ และผู้แทนราษฎรนั้นเปึนผู้ที่ทรงเกียรติ ถ้าพูดอะไรต้องรู้จริง ถ้าเกิดไม่รู้จริงพูดแล้วจะเสียหาย ที่ท่านอาคมพูดทั้งหมดนี้เปึนเรื่องจริง เพราะว่าผมเปึนกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ราคาปุิย ก็ทราบข้อเท็จจริง เปึนข้อเท็จจริงทั้งหมด ถ้าคนไม่รู้ก็อย่าพูด ที่ท่านอาคมพูด ถูกต้องทั้งหมด และการพูดความถูกต้องพูดความจริงไม่ใช่เปึนการเหยียดหยาม เปึนการพูดตรงไปตรงมา ขอบพระคุณมากครับ
อีกฝ์ายหนึ่งว่าไม่ตรง อีกฝ์ายหนึ่งว่าตรง ผมจะวินิจฉัย ผมจะขอร้องท่านอาคม ตรงไหนที่มันผิดพลาดก็ถอนไป เห็นแก่รุ่นน้อง ๆ เขานะครับ
ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าการทําหน้าที่ ในสภานั้นทุกคนที่เปึนสมาชิกผมถือว่าได้รับเกียรติเหมือนกันว่าเปึนสภาอันศักดิ์สิทธิ์ แต่ที่ผมจําเปึนต้องแสดงอย่างนั้นเมื่อสักครู่ ผมลุกขึ้นอภิปรายใช้เวลานานมาก หาหลักฐาน หาข้อมูล ท่านประธานก็เข้าใจเปึนหลักฐานเอกสารจากกรมศุลกากร นายกรัฐมนตรีก็ยอมรับว่าที่ผมพูดถูก ต้นทุนมันถูก ทําไมคุณขายแพง แต่คนที่ลุกขึ้นมา ประท้วงไม่ดูตาม้าตาเรือเลย บอกว่าผมใช้เอกสารเท็จ อย่างนี้ผมทนได้หรือครับ ผมต้อง บอกว่าคุณกล่าวหาว่าผมเท็จ แล้วคุณเปึนผู้แทนราษฎรที่ประชาชนเลือกมาอย่างไร ผมว่าอย่างไร ก็ประชาชนเลือกมาหรือเปล่า หรือไม่ได้เลือก หรือมาจากอย่างอื่น
ยิ่งไปกันใหญ่นะครับ เดี๋ยวให้คุณอาคมพูดให้จบก่อน
ผมจึงบอกว่าท่านประธาน ถ้าสิ่งที่ผมทําผิด ผมอยู่ในสภานี้มานาน ท่านประธานบอกมาเลยว่าจะให้ผมทําอย่างไร แต่เรื่องนี้ท่านต้อง วินิจฉัย เขากล่าวหาผมก่อนว่าเท็จ ในทางการเมืองนี่เท็จมันเสียหาย แต่ว่าคุณมา กล่าวหาผมก่อน ผมไม่ให้คุณถอนก็ดีจะตายแล้ว ผมเพียงแต่บอกว่าประชาชนโปรดดูด้วย โปรดดูด้วยว่านี่คือคนที่คุณเลือกมา ถ้าคุณทําดีเที่ยวหน้าคุณก็ได้ แต่ถ้าคุณทําแบบนี้ ประท้วงเรื่อย ๆ เที่ยวหน้าก็ตก คนดูทีวีเขาอยากติดตามว่าวันนี้ญัตตินี้มันจะได้ครบไหม
ให้ผมวินิจฉัยนะครับ
เชิญครับท่านประธาน
ท่านช่วยกรุณานั่งลงก่อน ผมจึงจะวินิจฉัยครับ เชิญนั่งลงก่อนครับ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัย ความเปึนจริงนั้นก็เรียน ตรง ๆ นะครับ ผมก็ฟังและทุกคนก็คงจะฟัง ท่านอาคมก็หนักไปหน่อยครับ ตอนท้าย ๆ นิดหน่อยเปึนการเสมือนว่าจงใจว่าผู้ประท้วงนั้นไม่มีความรู้อะไรเลยแล้วประชาชน เลือกมาอย่างไร อย่างนี้เขาก็เสียหาย เพราะประชาชนชาวกําแพงเพชรเขาเลือกมา เขาก็เลือกว่าคนดีที่สุดแล้วเขาจึงเลือกมา ส่วนท่านอาคมก็จากกระบี่มันคนละถิ่นกันครับ ฉะนั้นข้อเท็จจริงมันก็แตกต่างกัน ก็อยากจะขอความกรุณาคุณอาคมช่วยกรุณา สักนิดหนึ่งเพื่อให้บรรยากาศมันดีขึ้น เพื่อศักดิ์ศรีด้วยกัน คือว่ามือคนละข้างสามารถ โหวตเสียงได้เท่า ๆ กัน ก็เหมือนกับว่าทําให้อีกฝ์ายหนึ่ง รุ่นน้องเขาไม่สบายใจ ชาวกําแพงเพชรเขาเลือกมาอย่างดีแล้วครับ
ท่านประธานเอาอย่างนี้นะครับ เพื่อรักษา บรรยากาศ ถ้าประธานสามารถทําให้เขาถอนได้นะครับว่ากล่าวหาว่าผมเท็จ ผมก็ยินดี จะถอนทั้ง ๆ ที่ผมไม่ได้กล่าวหาเขาเลยผมยินดี ให้เขาถอนก่อนว่าผมเท็จ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้สิทธิ ประท้วงครับ
เชิญคุณศุภชัยลองเคลียร์ดู
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคพลังประชาชน กระผมขอประท้วง ท่านผู้อภิปรายในฟากฝ์ายค้านนะครับ ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ โดยการกล่าวใส่ร้ายท่านสมาชิกที่ได้ขึ้นประท้วงท่าน คํากล่าวของท่าน ท่านกล่าวว่า มันไม่รู้เรื่อง ต้องขออภัยนะครับ มันไม่รู้เรื่องประชาชนเลือกมาได้อย่างไร การกล่าวใส่ร้าย ของท่านอาคมต่อท่านสมาชิกจากกําแพงเพชรนั้นไม่ได้ดูถูกเหยียดหยามเฉพาะท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติจากกําแพงเพชรเท่านั้น แต่เปึนการดูถูกพี่น้องจากจังหวัดกําแพงเพชร ที่เลือกท่าน ส.ส. จากกําแพงเพชรเข้ามาด้วยครับ มันเปึนความผิดพลาดใหญ่หลวงมาก ท่านอาคมเปึนถึง ส.ส. หลายสมัย เปึนถึงรัฐมนตรีไม่ควรจะกล่าวอย่างนี้ในสภาอันทรงเกียรติ แห่งนี้ครับ
ผมวินิจฉัยนะครับ
และที่สําคัญขออีกนิดเดียวท่านประธานครับ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ฟากฝ์ายค้าน พอท่านอาคมกล่าวคํานี้ออกมายังแสดงอาการ โห่ฮาในสภาอีก เปึนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ นอกจาก ท่านอาคมต้องถอนแล้ว ท่าน ส.ส. ฟากพรรคประชาธิปัตย์ต้องแสดงความรับผิดชอบ ต่อการแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมในสภาอันทรงเกียรติด้วยครับ ขอท่านได้โปรดวินิจฉัย
ผมจะวินิจฉัยนะครับ
(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณสมบูรณ์ ผมยังไม่ได้ วินิจฉัยเลย สมบูรณ์สมชื่อจริง ๆ ก็อยากจะขอความกรุณาให้ผมได้วินิจฉัยก่อนครับ ตามที่คุณศุภชัยได้เรียนนั้น ความเปึนจริงก็อย่างที่ท่านได้เรียนต่อที่ประชุม ผมก็ได้ เรียนแล้วคือหมายความว่าชาวกําแพงเพชรเขาก็เลือกมา ผมก็บอกว่าทางท่านอาคม ชาวกระบี่รักท่านก็เลือกท่านมา ทั้ง ๒ ฝ์ายก็พอ ๆ กันนะครับ อีกฝ์ายหนึ่งก็ว่าเท็จ อีกฝ์ายหนึ่งก็ว่าไม่มีความรู้ ผมว่ามาเกลี่ยกันได้กระมังครับ
ถอนสิครับ ผมก็ถอนไม่มีปัญหา
ก็ต่างฝ์ายต่างถอนได้ไหม เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม อนันต์ ผลอํานวย จากกําแพงเพชร เพื่อความเรียบร้อยของสภา จริง ๆ เมื่อคืนนี้ผมก็อยู่ จนกระทั่งเลิก สุดท้ายแล้วก็เห็นผู้พูดพูดออกไป ถ้าประชาชนคนที่ฟังเขาไม่เข้าใจ ทําไมปุิยมันแพงมหาศาลขนาดนั้น ถ้าในเมื่อว่าเอกสารของท่านเปึนเอกสารที่มาจาก กรมศุลกากรจริง ผมก็ขอถอนคําว่า เปึนเท็จ ครับ
ถอนแล้ว คุณอาคมเขาก็ถอน
ถอนครับ
ขอบคุณครับ ถอนแล้ว ทั้ง ๒ ฝ์ายครับ จับมือกัน ถ้ายังไม่ทานอาหารก็ออกไปทานได้ครับ คุณสาธิตเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อกี้เกิดขัดข้อง ทางเทคนิคนิดหน่อย ก็เวียนไปที่ท่านอรรถวิชช์ก่อน ผมจะเปึนคนพูดคนสุดท้ายของ กระทรวงพาณิชย์ครับ
ให้ใครก่อนนะครับ
คุณอรรถวิชช์ครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ขึ้นมาชี้แจง แทนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในประเด็นเรื่องข้าว ปกติแล้วผมเองนั้น อยู่ทีมเศรษฐกิจในเรื่องของคลัง วันนี้จะต้องจองกฐินท่านมิ่งขวัญครับ เพราะว่าเรื่องข้าวนั้น ต้องบอกว่า ๔ เดือนที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรีท่านบอกว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ ๆ ครับ เพิ่งเข้ามารับหน้าที่รีบอะไรนักหนา ผมนี่ละครับจะเปึนคนบอกว่า ๔ เดือน นี่ล่ะเปึน ๔ เดือน ที่ท่านเสียโอกาสทอง ประเทศชาติเสียหายครับ เพราะมีรัฐมนตรีชื่อ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องข้าว ด้วยตัวเองแล้ว ต้องบอกว่าท่านก็คิดเหมือนเดิมครับ ท่านไม่เชื่อในระบบทุนนิยมเสรี ท่านไม่เชื่อในกลไกตลาด นี่ละครับปัญหาที่ท่านคิดว่าการให้จํานําข้าวหรือการรับซื้อข้าว ในราคาที่สูงเปึนการได้คะแนน แต่ผมบอกท่านนะครับ ท่านกําลังทําลายกลไกตลาด ทุกครั้งที่ท่านทํา จะอธิบายครับ ถ้าคิดแบบทุนนิยมเสรีแล้วจะเข้าใจว่า ๔ เดือนที่ผ่านมา นั้นเปึน ๔ เดือนแห่งความล้มเหลวของรัฐบาลชุดนี้ ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านครับ นโยบายปรวนแปรของท่านนี่ผู้อภิปรายหลายท่านได้พูดแล้ว ผมขอสะกิด อีกสักนิดเถอะครับเรื่องความปรวนแปร เพราะว่าในด้านกลไกตลาดแล้วมันพลาด อย่างมหันต์จริง ๆ ๖ กุมภาพันธ์ท่านมิ่งขวัญเข้ารับตําแหน่ง ต้องบอกว่ามาพร้อม ความคาดหวังว่าหัวหอกทีมเศรษฐกิจของพรรคพลังประชาชนน่าจะเข้มแข็ง เดือนหนึ่งผ่านไปครับ ท่านประกาศตูมทันทีเลยครับว่าข้าวหอมมะลินั้นจะไปถึงตันละ ๓๐,๐๐๐ บาท แล้วข้าวขาว ๕ เปอร์เซ็นต์ ที่เรียกข้าวขาว ๕ เปอร์เซ็นต์ว่าจุดหัก มัน ๕ เปอร์เซ็นต์ปนอยู่ข้างในนะครับ จะราคาถึง ๒๒,๕๐๐ บาท ชาวนาตาโตทันที เพราะว่าราคาตลาดโลกมันไป เดี๋ยวจะอธิบายว่าราคาตลาดทั้งโลกนี้มันไปและเปึน โอกาสทองของประเทศไทยอย่างไร แต่ต้องบอกว่าในช่วงนั้นเกิดสภาวะกักตุนสินค้าครับ ในกรุงเทพมหานครนั้นข้าวถุงขายกันหมด กลัวจะไม่มีข้าวกินครับ แล้วข้าวก็ราคาแพงขึ้น อย่างที่ผมคิดว่าไม่น่าเชื่อ ไปเดินในตลาดบางซื่อถึงขนาดตกใจ ขึ้นหมดครับของทุกอย่าง กักตุนสินค้าครับ เพราะสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ออกมาจากปากของท่านรัฐมนตรีซึ่งเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ซึ่งต้องระวังครับ เมื่อกี้ท่านดอกเตอร์ไตรรงค์พูดแล้วครับ ๓ ตําแหน่งต้องระวังมากที่สุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ผู้ว่าการแบงก์ชาติ ท่านแบกภาระหนักอึ้งครับ พอมาวันที่ ๒๙ เมษายน กระทรวงพาณิชย์เสนอโดยท่านมิ่งขวัญออกข้าวธงฟัามหาชน ดูดีไหมครับ ออกมา เพื่อแก้วิกฤติกลัวว่าข้าวถุงจะไม่พอ กลัวว่าจะขายไม่ได้ ภาวะข้าวขาดแคลน ต้องบอกเลยว่า ท่านนายกรัฐมนตรีเองท่านก็เออออด้วยในวันนั้น ใน ครม. ปฏิเสธความรับผิดชอบนี้ไม่ได้ เกิดอะไรขึ้นครับ ต่างชาติเขามองครับ เขาชะลอการซื้อทันที เห็นไหมครับ มันสวิง (Swing) ไปสวิงมาครับ สุดท้ายวันที่ ๔ มิถุนายน นายกรัฐมนตรีท่านประกาศยุติข้าวธงฟัา ที่วางแผนไว้ว่าจะทําตั้งป้หนึ่งสิ้นป้ ๒๕๕๑ กะว่าหาเสียงกันยาวเลยครับ แจกข้าวไป นี่คือนโยบายปรวนแปรที่จะทําให้ตลาดมันปัืนป์วน แต่สาระสําคัญที่ผมจะพูดในการอภิปราย วันนั้น นั่นคือกลไกตลาด แล้วผมเห็นแย้งอย่างชัดเจนกับนโยบายการประกันราคาข้าว วันนี้ต้องประกันครับ เพราะว่ากลไกไม่ได้ถูกสร้างโดยท่านมิ่งขวัญ ขออธิบายไปอีกสักนิดว่า ตลาดที่เราคิดว่าเปึนตลาดที่ควรจะทํามากที่สุดนั่นคือตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าครับ ตลาดเอเฟท (AFET) แอกริคัลเจอร์ ฟ่วเจอร์ เอกซ์เชนจ์ ออฟ ไทยแลนด์ (Agricultural Future Exchange of Thailand) ท่านเชื่อไหมครับ ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าของไทย ที่ตั้งมาตั้งแต่พระราชบัญญัติมีในป้ ๒๕๔๒ เขาไม่เคยสนใจเรื่องนี้ ตลาดนี้ถูกทิ้งครับ แล้วก็มีการซื้อขายในป้ ๒๕๔๗ เพิ่งเริ่มครับ เพราะสมัยที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ท่านอยู่ตลาดนี้ไม่ได้เดิน เพราะว่าท่านใช้วิธีการรับจํานําราคาข้าวหรือประกันราคาข้าวซื้อ ตลาดมันถูกทุบ ผมขยายความต่อครับว่าทําไม ๔ เดือนนี้ตลาดนี้มันน่าสนใจครับ ปกติแล้วขอใช้ภาษาอังกฤษ มาร์เก็ต แชร์ (Market share) ในการส่งออกข้าวของเราอยู่ที่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ อันดับ ๑ เศษผมไม่นับนะครับ ประเทศไทยอยู่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ อันดับ ๑ รองลงมาอันดับ ๒ นั้นเวียดนาม อันดับ ๓ นั้นอินเดีย ปกติเปึนอย่างนี้ตลาดครับ แต่ ๔ เดือนที่ผ่านมาที่น่าสนใจคืออะไรครับ เวียดนามเขาลดปริมาณการส่งออก เพราะเขากลัวข้าวจะไม่พอเขาก็เก็บไว้เปึนสํารอง เวียดนามนั้นมีพันธะที่ต้องส่งมอบข้าว เมื่อต้นป้กับฟ่ลิปป่นส์มหาศาลทีเดียว เลยทําให้เวียดนามนั้นชะลอการส่งออก อินเดีย อันดับ ๓ น้ําท่วมใหญ่ในอินเดีย พืชผลเจ๊งกันหมดละครับ อีกอย่างหนึ่งก็คือว่าอินเดียนั้น เขาผลิตข้าวสาลี ข้าวสาลีในตลาดโลกที่ชิคาโกนั้นพุ่งไม่หยุดเลย แน่นอนครับอินเดีย เขาก็ต้องปลูกข้าวสาลีแล้วเขาไม่ได้กินกัน คนหันมากินข้าวขาวกันเต็มไปหมดในอินเดีย เขาก็กลัว เขาก็รีเสิร์ฟ (Reserve) ไว้ส่วนหนึ่ง น้ําก็ท่วม รีเสิร์ฟก็ต้องเก็บ เพราะฉะนั้น เรื่องการส่งออกอินเดียเขาตัดเลยเขาไม่ส่งออก แถมเพิ่มพิกัด แถมเพิ่มเพดานด้วยนะครับ เพดานการส่งข้าวออกเขากําหนดไว้เลยว่าเพดานขายต้องเปึนเท่านี้ เพราะฉะนั้น การส่งออกของอินเดียนิ่งสนิทในช่วง ๔ เดือนที่ผ่านมา โชคดีของเราไม่เพียงแค่นั้น โอกาสทองของเราไม่ใช่แค่นั้น ญี่ปุ์นห้ามนําเข้าข้าวขาวร้อยเปอร์เซ็นต์จากเวียดนาม เพราะเขากลัวว่ามีการปนเปุ๋อนของยาฆ่าแมลง ญี่ปุ์นหันมาสั่งข้าวกับไทยครับ ท่านรัฐมนตรีน่าจะทราบเรื่องนี้ ปกติแล้วญี่ปุ์นสั่งข้าวเราอยู่ ๒ แสนตัน เที่ยวนี้ขึ้นเปึน ๓ แสนตันในช่วง ๔ เดือนที่ผ่านมา โอกาสทองมหาศาล อินโดนีเซียที่เรียกว่านําเข้าข้าว แบบเยอะแยะ ลดภาษีนําเข้าข้าวลงเหลือร้อยละ ๑๘ แอฟริกาปกติซื้อข้าวจากอินเดีย แน่นอนครับอินเดียไม่ส่งข้าวออกยกเว้นข้าวบาสมาติ (Basmati) คือข้าวเกรดเอของเขา ที่ส่งออกอย่างเดียว แอฟริกามีปัญหาครับ เขาต้องซื้อจากเราเหมือนกัน นี่ผมไล่ทีละอัน เลยนะครับ แล้วท่านจะรู้ว่าโอกาสทองที่ท่านรัฐมนตรีคนนี้ทําพลาดคืออะไร จีนนะครับ เสฉวนเกิดแผ่นดินไหวออกข่าวทั่วโลก แล้วเสฉวนนั้นเปึนดินแดนปลูกข้าวของจีน จีนนั้นส่งออกข้าวติดอันดับทอป ไฟว์ (Top five) ถึง ๑ ใน ๕ ของโลก มีปัญหาเหมือนกัน พม่าโดนพายุโซโคลนนาร์กิส (Cyclone Nargis) พม่าอยู่ตะวันตกของไทย ปกติส่งออกให้ บังกลาเทศและศรีลังกา พม่าก็มีปัญหา ๔ เดือนที่ผ่านมา ไม่รู้จะโอกาสทองแบบไหน ล่ะครับ ป่ดท้ายเวิลด์ แบงก์ (World Bank) ไอเอ็มเอฟ เอฟเอโอ (FAO) องค์การอาหาร และเกษตรกรแห่งสหประชาชาติออกมาให้ข่าวครับว่าพลังงานพืชทดแทนเรื่องน้ํามัน เนื่องจากน้ํามันแพง คนต้องปลูกพลังงานทดแทนกันเยอะ ปลูกพืชทดแทน พลังงาน ที่เปึนพืชในส่วนของอาหารนั้นจะหายไป สภาวะโลกร้อนเกิดอาการแปรปรวน ขนาดว่า ๓ องค์กรใหญ่ของโลกนั้นออกมาพูดย้ําอีกครั้งว่าข้าวจะแพงในช่วง ๔ เดือนแรกที่ท่านเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่โชคดีมาก โอกาสนี้หลุดลอย บางคําพูดพูดไม่ได้ คนเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นี่คือสิ่งที่เสียใจ พอย้อนกลับมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ตลาดที่ ชิคาโกพูดกันนักหนาว่าเปึนตลาดล่วงหน้าซีบีโอที (CBOT) ชิคาโก บอร์ด ออฟ เทรด (Chicago Board of Trade) ของสหรัฐอเมริกา ข้าวที่เขาขายมีอยู่พันธุ์เดียวคือข้าวที่เขา เรียกว่า รัฟ ไรซ์ (Rough rice) รัฟที่แปลว่าหยาบ ราคามันไม่เคยสัมพันธ์กันเลยกับ ตลาดของเมืองไทย ปรากฏว่า ๔ เดือนที่ผ่านมาลูกน้องท่านที่นั่งอยู่ที่ตึกคณะกรรมาธิการ ดูนะครับ ราคามันวิ่งสัมพันธ์กันกับตลาดเอเฟทของเราเรื่องของราคาข้าว ฝรั่งมันดูแล้ว พูดอย่างนี้เลยครับ ราคาข้าวของเราเขาดูแล้วครับ เพราะว่าวันนี้ยักษ์ใหญ่นั้นที่เคยเปึน ยักษ์ตัวเล็ก วันนี้เปึนยักษ์เบอร์ใหญ่เพราะเรามีโอกาสทองครับที่ผมเล่าไป ท่านเชื่อไหมครับ สิ่งที่น่าเสียใจคือปกติแล้วการรับจํานําข้าว ผมไม่ขอไปไกลนะครับ ขออธิบายง่าย ๆ ว่า การรับจํานําข้าวตั้งแต่ท่านทักษิณเข้ามา ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ขอพาดพิงนิดหนึ่ง เปึนเรื่องดีนะครับ ท่านจํานําข้าวในราคาสูง แต่คอนเซปต์ (Concept) การจํานํามันถูก เปลี่ยนไปเปึนการรับซื้อข้าว ข้าวในสต็อกของท่านมีอยู่ ๒ ล้าน ๑ แสนตัน คนที่เล่น บทบาทสําคัญคือ อคส. องค์การคลังสินค้า ทําไมท่านรัฐมนตรีมิ่งขวัญไม่ให้องค์การ คลังสินค้านั้นเข้าไปสร้างอุปทานหรือเข้าไปสร้างกําลังการขายให้กับตลาดเอเฟทหรือ สินตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า ท่านนายกรัฐมนตรีสุรยุทธ์ รัฐบาลที่แล้วเจียดไป ๓ แสนตัน อัดฉีดเข้าไปในตลาดเอเฟท มันเกิดเลยครับตลาดเอเฟท ตลาดซื้อขายสินค้า เกษตรล่วงหน้าในเมืองไทย พอท่านมาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และมี นายกรัฐมนตรีชื่อสมัคร สุนทรเวช ไม่ได้ใส่เข้าไปครับ ผมตกใจเลยครับ อคส. ไม่ได้เข้าไป ปริมาณการซื้อขายมันลดลง เรื่องพวกนี้คนเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไม่เข้าใจ ได้อย่างไร ผมเรียนท่านอย่างนี้นะครับ ตลาดที่นิวยอร์กเขาขายน้ํามันกันนะครับ ตลาดไนเมกซ์ (NYMEX) นี่นะครับ พูดชื่อเต็ม ๆ หน่อยครับ นิวยอร์ก เมอร์แคนไทล์ เอกซ์เชนจ์ (New York Mercantile Exchange) ดูเรื่องราคาน้ํามัน ในตลาดฟ่วเจอร์ (Future) เหมือนกัน ตลาดล่วงหน้าเหมือนกัน ตลาดที่สิงคโปร์เปึนตลาดขายปัจจุบันเปึน สปอต (Spot) ขายโอเวอร์ เคาน์เตอร์ (Over counter) แบบโอทีซี (OTC) วันนี้สิงคโปร์ ชี้นําตลาด เขาซิงโครไนซ์ (Synchronize) เขาเชื่อมกันครับ แล้ว ๔ เดือนที่ผ่านมาท่านไป อยู่ไหนล่ะครับ นี่ละปัญหาที่ผมบอกว่าทําไมเราถึงเสียโอกาสทอง ท่านเชื่อไหมครับว่า ถ้าท่านเอาสินค้าเกษตรล่วงหน้าเข้าไปเวลาท่านขาย ใครอยากซื้อเท่าไรซื้อครับ ท่านแปะ ราคาไว้ล่วงหน้าได้ ใครอยากขายเท่าไรแปะราคาไว้ล่วงหน้าได้ มันเปึนไกด์ (Guide) บอกล่วงหน้าว่าข้าวไทยจะราคาเท่าไร ไม่ใช่ทําโดยวิธีที่เรียกว่าจํานําราคาข้าวแล้ว ชี้นํา แบบที่นายกรัฐมนตรีกับท่านช่วยกันทําวันนี้ นั่นคือการที่เขาเรียกว่าท่านไม่ได้อยู่ใน ทุนนิยมเสรี ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องเกษตรกรชาวนางงไหมครับว่า ทําไมจํานําราคาข้าวสูงทุกที คนออกมาประกาศ เปึนฮีโร่ (Hero) ทุกครั้ง โดยเฉพาะท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณจํานําทีสูงเหลือเกิน ท่านคิดไหมครับว่าทําไมจนเหมือนเดิม เพราะอะไรท่านทราบไหมครับ เพราะว่าปุิย และยาฆ่าแมลงมันขึ้น ทําไมมันขึ้น มันขึ้นเพราะ ๒ ตัวนี้นั้นเปึนการลอยตัวในระบบ การค้าเสรี แต่ข้าวท่านผูกขาดก็คือรัฐบาลรับซื้อรับจํานําหมด และรัฐบาลก็อยากจะเปึน ฮีโร่ในการขายเอง นี่คือกลไกตลาดที่ท่านไม่เคยสร้าง แล้วผมบอกย้ําอีกครั้งนะครับ พระราชบัญญัติล่วงหน้าตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า เกิดป้ ๒๕๔๒ ขายจริงป้ ๒๕๔๗ เพราะอะไรครับ เพราะป้ ๒๕๔๔ เปึนรัฐบาลพรรคไทยรักไทย เขาเชื่อว่ารัฐบาลจะเปึน ซูเปอร์แมน (Superman) ครับ ไม่ได้เชื่อในกลไกตลาดทุนนิยมเสรีแบบจริง ๆ นี่แหละ ปัญหาโอกาสทองที่ท่านเสียไป
อีกเรื่องหนึ่ง ๔ เดือนที่ผ่านมาท่านไม่พูดเรื่องการพัฒนาการผลิต ระบบสหกรณ์ ไปไหนครับ ระบบสหกรณ์การเกษตร ท่านทราบไหมครับวันนี้สิ่งที่ชาวนาต้องการเลย นั่นก็คือเครื่องดํานา เครื่องเกี่ยวข้าว พวกนี้เกิดขึ้นเปึนอุปกรณ์ส่วนทุนของเขา ระบบ การรวมของสหกรณ์ต้องเข้มแข็งเพื่อให้เกิดเรื่องพวกนี้ เกิดไซโลที่เก็บ เกิดยุ้งก็ขนาดเล็ก ฉางก็ขนาดใหญ่ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต้องเกิดขึ้นแบบฐานรากแล้วต้องพัฒนาอย่างจริงจัง คน โบราณเขาทําบุญยุ้งทําบุญฉางกัน วัฒนธรรมอย่างนี้ไปไหนทําไมไม่ปลูกฝังให้มันกลับมา ท่านเชื่อไหมครับ ถ้าสหกรณ์เข้มแข็ง สหกรณ์รวมตัวกันไปขายในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า ที่เราเรียกว่าเอเฟท ป์านนี้ข้าวไปไกลแล้วครับ ท่านเชื่อไหมข้าวขาวเคยไปถึงขนาดที่เรียกว่า คิดเปึนตันกลับมา ข้าวขาว ๒๒,๐๐๐ บาท ๒๓,๐๐๐ บาท ไปนิ่ง ๆ ถ้าตกลงขาย ถ้าสหกรณ์เข้มแข็งตกลงขายไว้ในเอเฟทสินค้าเกษตรล่วงหน้าวันนั้น วันนี้ไม่ต้องมา จ่ายเงินหลวงรับจํานําครับ นี่คือกลไกตลาดที่หายไป
การปฏิรูปที่ดินทํากิน ท่านทราบไหมครับว่าเรื่องนี้สําคัญมาก จังหวัดพระนครศรีอยุธยาปลูกข้าวเยอะแยะ ที่ดินเปึนของคนอื่นหมดแล้ว ท่านจําเปึน ต้องปฏิรูปเรื่องที่ดินให้ชาวนาเขามีที่ทํากิน แล้วจัดโซนนิ่ง (Zoning) ให้เรียบร้อย ตรงไหน น้ํามากเหมาะสมกับปลูกพืชชนิดไหนก็บอกไป ตรงไหนน้ําน้อยเหมาะกับปลูกพืช ชนิดนี้ก็ว่าไป แล้วก็เอามาตรการทางภาษีลงไปช่วยเอา มาตรการเงินทดแทนลงไปช่วย ตราบใดเท่าที่ท่านต้องทําไม่ให้ขัดกับข้อตกลงการค้า ดับเบิลยูทีโอ (WTO) ท่านเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เรื่องนี้ไปดูเองทีมท่านเยอะ ท่านจัดโซนนิ่งให้ได้ครับ
แล้วเรื่องสําคัญที่ต้องพัฒนาอีก ๑ เรื่อง ตลาดข้าวอธิบายอีกสักนิด เถอะครับว่ามันเปึน ๒ ตลาด ตลาดหนึ่งเปึนตลาดของเกษตรกร อีกตลาดหนึ่งเปึน ตลาดของพ่อค้าคนกลาง ก็คือโรงสีจนไปถึงเรื่องของการส่งออก ๒ ตลาดนี้แยกกลไก อย่างสิ้นเชิง ท่านต้องเข้าใจตรงนี้ วันนี้ภาระมันถูกผลักไปที่เกษตรกร ความเสี่ยงทุกอย่าง ไปอยู่ที่ตลาดฝัืงซ้ายมือผมก็คือตลาดเกษตรกร ท่านต้องทราบกลไกตลาด เมื่อสักครู่ ที่ผมพูดแทนพี่น้องเกษตรกร แต่คราวนี้ผมจะพูดแทนตลาดที่เปึนฝัืงของผู้ส่งออกและโรงสี ระบบโลจิสติกส์ (Logistics) ข้าว หรือระบบการขนส่งเปึนต้นทุน ๑๙ เปอร์เซ็นต์ในการส่งออก ท่านไปดูครับ ทําอย่างไรจะให้การคมนาคมมันสะดวกมากยิ่งขึ้นในการขนส่งข้าว เมกะโปรเจกต์เรื่องรถไฟรางคู่ต่าง ๆ ต้องทําครับ นี่คือสิ่งที่คนเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ต้องมองถึงครับ โอกาสทองหายไปแล้ว กลไกตลาดไม่สร้าง เพิ่มศักยภาพ ก็ไม่เอา เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้อย่างไร เร็ว ๆ นี้กระทรวงเกษตร สหรัฐอเมริกานั้นออกมาให้ข่าว เขาบอกว่าเขาวิเคราะห์ครับ เวียดนามนั้นจะกลับมา ขายได้ในช่วงเดือนกรกฎาคม ประเทศไทยข้าวนาปรังจะออกมหาศาล ผลผลิตเยอะแยะ จะต้องออกมา กระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกาพูดแค่นี้ ราคาข้าวไทยดิ่ง แต่มันดิ่งเพราะว่าธงฟัาท่านเบิ้ลด้วย แต่พูดแค่นี้เพราะกลไกตลาดแท้จริงไม่เคยเกิดขึ้น ในเมืองไทย ไม่เคยเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยรัฐบาลท่านทักษิณ เพราะแนวความคิดมันต่างกัน ผมย้ํานะครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ต้องทําเรื่องนี้ ท่านครับ เอาท่านออก เถอะครับ ท่านเซ็นใบลาออกครับ กระดาษขาวที่นี่มีเพิ่มครับ ถ้าท่านวิทยา แก้วภราดัย ให้ท่านไม่พอ อรรถวิชช์ให้ท่านที่นี่อีกใบครับ ไม่มีใครกล้าให้ท่านออกรัฐบาลชุดนี้ครับ เพราะว่าท่านมิ่งขวัญต้องบอกว่าท่านนั้นเปึนฮีโร่ ท่านเปึนฮีโร่ในใจผมด้วยนะครับ ๑๙ กันยายน ช่อง ๙ เปึนช่องเดียวที่กล้าให้ท่านทักษิณออกมาค้านการปฏิวัติ แล้วท่าน เปึนคนเป่ดสัญญาณอย่างความไม่เกรงกลัว นี่คือความที่ท่านเรียกว่าเปึนผู้มีบุญคุณ อย่างยิ่ง ไม่แปลกใจเลยที่ท่านได้รับการตอบแทนบุญคุณมาเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์และรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ ท่านมิ่งขวัญครับ ไม่มีใคร ให้ท่านออกได้ ผมก็ไม่เชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะให้ท่านออกได้ ถ้าท่านไม่ลาออกเอง ท่านไปทําเรื่องที่ท่านถนัดดีกว่าครับ อสมท ช่อง ๙ ท่านทําไว้ดี ท่านไปดูเรื่องพวกโน้น ดีกว่า แต่อย่าเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ครับ เหนื่อยและลําบาก เมื่อวันที่ ๔ เขาประชุมทีมงานเศรษฐกิจ ๑๑ คน เรื่องข้าวโดยเฉพาะ ไม่มีรัฐมนตรีชื่อมิ่งขวัญครับ ท่านบอกว่าท่านไปประชุมเอเปก (APEC) ที่เปรู แต่เขาก็ไม่รอท่านหรอก เขาประชุมครับ ท่านครับ เขาถอนเรื่องข้าวที่ท่านเสนอเข้าไปฟ่ลิปป่นส์นี่ครับ เดี๋ยวก่อน ผมไล่ก่อนนะครับ เรียงซีรีส์ (Series) เลยนะครับ เขาถอนเรื่องของท่านเรื่องข้าวธงฟัาท่านบอกจะทํา จนสิ้นป้ ๒๕๕๑ เขาถอนของท่านทิ้ง จนมาถึงเรื่องการขายข้าวให้ฟ่ลิปป่นส์ ๖๗๕,๐๐๐ ตัน เขาก็ถอนเรื่องของท่านทิ้ง ท่านนายกรัฐมนตรีถอนของท่านออก ท่านไม่พูดหรอกครับ ท่านพูดได้แค่นี้จริง ๆ แล้วผมก็ฟังด้วยความอึดอัดว่าท่านพูดได้แค่นี้ เพาะว่าท่านนั้น เปึนฮีโร่ การที่ท่านระวังมากที่สุด อันนี้ผมย้ําท่านนายกรัฐมนตรี พอพูดเรื่องข้าวฟ่ลิปป่นส์ เรื่องประมูลข้าวแล้วหนีไม่พ้นที่ต้องพูดเรื่องนี้ ฟ่ลิปป่นส์เปึนประเทศที่นําเข้าข้าวอันดับหนึ่ง ของโลก เขาต้องการข้าวประมาณ ๑ ล้านตัน ๖๗๕,๐๐๐ ตัน มันหายไปแล้ว เมื่อกี้นี้ ท่านนายกรัฐมนตรีพยายามจะอธิบายว่าที่ท่านถอนออกใน ครม. เปึนเรื่องจี ทู จีก็คือ รัฐต่อรัฐ แต่เอกชนจะเข้าไปไม่เปึนไร เดี๋ยวผมตามแน่ครับว่าอ้ายโม่งที่จะไปเซ็นสัญญา ต่อจากนี้คือใคร ผมดูแล้วว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่เอาท่านหลายเรื่อง แต่ท่านไม่กล้า ให้ท่านออก ท่านต้องประเมินตัวเองครับ
อีกเรื่องหนึ่ง ไหน ๆ ก็แวะมาเรื่องข้าวเดี๋ยวจะกลับไปข้าวนะครับ ขอไป เรื่องพลังงานสักนิดหนึ่ง เพราะว่าปกติแล้วรับผิดชอบเรื่องคลัง เรื่องตลาด วันนี้มาพูด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ต้องพูดอีกสักนิดหนึ่ง มีคนเขาฝากผมมาเรื่องพลังงาน ท่านรัฐมนตรีมิ่งขวัญท่านเรียกผู้ประกอบการรถยนต์เข้าไปพูดเรื่องซีเอ็นจี (CNG) หรือก๊าซ ท่านรัฐมนตรีพูนภิรมย์เรียกเข้าไปเหมือนกัน แต่พูดเรื่องอี ๘๕ ๒ ตัวนี้คนละเรื่องครับ ซีเอ็นจีพูดเรื่องก๊าซ อี ๘๕ พูดเรื่องน้ํามัน ซึ่งต้องใช้ส่วนผสมของพืชพลังงาน ท่านเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เรื่องการกําหนดโซนนิ่งที่ผมพูดเมื่อสักครู่นี้ ท่านต้องรู้แล้วว่า ท่านต้องเอาอี ๘๕ หรือเปล่า ถ้าวันนี้ประเทศไทยต้องขับเคลื่อนเครื่องยนต์ด้วยเครื่องยนต์ อี ๘๕ เกษตรกรต้องเตรียมพร้อม เพราะว่าเขาต้องรู้ว่าเขาจะปลูกจํานวนเท่าไรเพื่อรองรับ อันนี้เขาฝากมาฝากมาเขากลัวการบริหารงานของท่าน
กลับไปเรื่องจํานําข้าวกันอีกสักนิดหนึ่ง ที่ท่านนายกรัฐมนตรีพยายาม พูดมาทั้งหมดเมื่อสักครู่นี้ ท่านคิดเหมือนเดิม ท่านคิดเหมือนท่านอดีตนายกรัฐมนตรี นั่นคือการทําลายกลไกตลาดเหมือนเดิม ผมขอแสดงแผ่นชาร์ทนี้นะครับท่านประธาน ท่านดูนะครับ เมื่อสักครู่นี้ผมบอกว่าทําลายกลไกตลาดอย่างไร ท่านรับจํานําข้าว เดี๋ยวก่อนจะไปเรื่องนี้ต้องพูดก่อนว่า ส.ส. อรรถวิชช์ ไม่ได้พูดว่าท่านจํานําข้าวไม่ดี นาทีนี้วันนี้ทางออกที่ดีที่สุดต้องจํานําข้าวในราคาสูงให้กับชาวนา เพราะว่าท่านไม่ได้สร้างกลไกตลาด เดี๋ยวผมจะบอกว่าเกิดอะไรขึ้นวันนี้ท่านครับ วันนี้ รับจํานําข้าวเปรียบเทียบนะครับ ๑๔,๐๐๐ บาทต่อตัน ๑๔,๐๐๐ บาทต่อตันนี่ข้าวเปลือก ไม่ใช่ข้าวสารนะครับ ข้าวเปลือก ๑ ตัน เวลาเอาไปสีเปึนข้าวสารออกมา ส่วนมากแล้ว ก็จะได้อยู่ประมาณ ๕๐๐ กิโลกรัม แล้วแต่ว่าเครื่องจักรนั้นเก่าหรือใหม่แต่มีนักวิชาการ ทําค่าเฉลี่ยออกมาเปึนราคาเท่านี้ครับ ๑๔,๐๐๐ บาท ข้าวเปลือกจํานํา ความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ชื้นมากก็ถูกลง ข้าวน่าเกลียดมากหักมากก็ถูกลง เอาเปึนว่าราคาเฉลี่ย วันนี้อยู่ที่ ๒๔-๒๕ บาท ดูดีครับ ไปได้ครับ ท่านดูนะครับ ตลาดปัจจุบัน ตลาดล่วงหน้า ตลาดเอเปกส่งมอบเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๑ ผมเอาราคาวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๑ มา ๒๒.๔๔ บาท ต่ํากว่าราคาที่รัฐรับจํานําครับ ราคากรมการค้าภายในข้าวสารออกมา กิโลกรัมละ ๒๑.๒๐-๒๑.๒๕ บาท ต่ํากว่าที่รัฐรับจํานําครับ พังหมด กลไกตลาดพังเรียบ ท่านทราบไหมครับตลาดเอเปกเขาซื้อขายกัน เขาเรียกสัญญา ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ไม่ทราบ สัญญาอันหนึ่งนั้นมีข้าวทั้งหมด ๑๕ ตัน พูดง่าย ๆ ปกติแล้ว เขาซื้อขายกันอยู่ที่เรียกว่าง่อนแง่น ๆ อยู่ประมาณ ๔๐๐-๕๐๐ สัญญา ท่านก็คูณเข้าไป ๑๕ ว่ากี่ตัน ผมเช็กวันนี้ ๒๓ มิถุนายน ตอนประมาณก่อนตลาดป่ดสามโมงกว่า ๆ เทรดกันอยู่ ๓๙ สัญญา ไปหมดแล้วครับประเทศนี้ กลไกตลาดพังแล้ว ท่านรัฐมนตรี เกิดจากการจํานําครับ แต่วันนี้ต้องทํา ส.ส. อรรถวิชช์ย้ําครับ วันนี้ต้องจํานําเพราะท่าน ไม่สร้างกลไก แต่เรื่องนี้มันควรจะวางแผนล่วงหน้าเมื่อ ๔ เดือนที่แล้ว ความผิดพลาด ขนาดนี้ อีกใบครับ อันนี้เปึนสมมุติฐานของผมนะครับ ท่านครับ ข้าวประเทศไทย ท่านที่ไม่ได้เปึนชาวนาไม่เข้าใจ ผมเปึน ส.ส. กรุงเทพมหานคร ต้องบรรยายให้ คนกรุงเทพมหานครฟังด้วยเผื่อได้คะแนนเพิ่ม ข้าวเขามีกัน ๒ อย่าง ข้าวนาปรัง กับข้าวนาป้ ข้าวนาปรังโดยมากมันจะออกช่วงประมาณเดือนพฤษภาคมก็ไล่ ๆ ช่วงนี้ ข้าวนาป้มันจะออกช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายนช่วงปลายป้ นาป้ไม่ค่อยมีปัญหา ความชื้น เพราะว่ามันไปอยู่ช่วงหน้าหนาว แต่ข้าวนาปรังมันจะมีปัญหาความชื้นเพราะว่า มันเปึนช่วงหน้าฝน แล้วมันก็ปลูกได้หลายรอบที่เขาเรียกว่า ครอพ หลายครอพ พอดี ชาวนาใช้ศัพท์เหมือนฝรั่งเลย เรียกเปึนครอพเหมือนกันก็ปลูกได้หลายรอบ วันนี้ท่านใช้ เงินงบประมาณของเรา ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท เปึนงบประมาณที่ตั้งไว้เพื่อจํานําผลผลิต ปกติข้าวนาปรังของไทยจะผลิตได้ ๗ ล้าน ๖ แสนตัน ราว ๆ นี้ครับ ใช้เงินเท่าไรครับ ๒๕,๐๐๐ บาท จํานํารับซื้ออันอันนี้เด็ก ๆ นะครับ ผู้ใหญ่อยู่นี่ครับ ข้าวนาป้ ผลผลิต ออกมา ๒๓ ล้านต้นครับ มากกว่าอ้ายนี่ ๓ เท่ากว่า เดาเล่น ๆ งบประมาณที่ท่านรับจํานํา ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ รวม ๒ อันทั้งป้เปึนแสนล้านที่ท่านต้องใส่กับโครงการนี้ นี่คือสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไม่สร้างกลไกตลาดให้กับประเทศนี้ครับ นี่คือสิ่งที่รอให้ชาวนานั้น วันนี้รอว่าฮีโร่นายกรัฐมนตรีจะประกาศราคาจํานําข้าวที่เท่าไร แล้วมันก็จนต่อเนื่องครับ ผมว่าชาวนาเข้าใจแล้วครับผมพูดแค่นี้ ระบบกลไกตลาด จําเปึนต้องเกิดขึ้นในประเทศนี้ รัฐมนตรีที่คาดหวังต้องทํา อคส. จํานําข้าวเยอะแยะเข้าไป เปึนส่วนหนึ่งสร้างอุปทาน สร้างกําลังให้กับตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า แล้ววันนี้ถ้าท่านทํา วันนี้ตลาดเอเฟท ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าของเราจะชี้นําตลาดชิคาโก วันนี้เราจะเปึน ตลาดฟ่วเจอร์ ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าที่คุมตลาดได้เองโดยมือรัฐบาล ปกติแล้ว ทุนนิยมเสรีนั้นมันคุมโดยใครไม่ได้ แต่ประเทศไทยโชคดีครับ ข้าวในสต็อกท่าน ๒ ล้าน ๑ แสนตัน จํานําไว้ที่ อคส. ครับ ๔ เดือนนี้เปึน ๔ เดือนที่เหลือเชื่อว่าจะมีโอกาสดี ๆ อย่างนี้สําหรับท่านรัฐมนตรี และกระผมย้ําอีกครั้งครับ ไม่มีใครให้ท่านลาออกได้ ท่านต้องออกเอง เพราะท่านเปึน ผู้มีบุญคุณ ท่านสมัคร สุนทรเวช ฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วยว่าแนวความคิด เรื่องจํานําข้าวเปลี่ยนบ้างนะครับ สร้างกลไกตลาด เข้าใจว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นิ่งแล้ว เพราะหลังจากอภิปรายเสร็จคงจะเปลี่ยนแล้ว ถ้าใบลาออกของท่านเมื่อกี้ ยังไม่ได้จากท่านวิทยา ใบกระดาษสีขาวของ ส.ส. อรรถวิชช์อยู่ที่นี่ ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน
เชิญต่อ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้อุปกรณ์ ขาตั้งด้วยครับ
อนุญาต เฉพาะขาตั้ง อย่างอื่น ไม่เกี่ยวนะครับ
ไม่เกี่ยวครับท่านประธาน
แผ่นปัายคุณอย่าวาง ถ้าคุณ ไม่เกี่ยว ขอทั้งชุดสิ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ป่ตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้รับมอบหมายให้ อภิปรายไม่ไว้วางใจในญัตติ ข้อ ๖ การบริหารประเทศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ชื่อมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ว่าบริหารประเทศไปเพียงวัน ๆ โดยไม่ใส่ใจการแก้ปัญหาวิกฤติ ปากท้องของประชาชน ปล่อยปละละเลยให้ปัญหาลุกลามจนเกิดผลกระทบในวงกว้าง ถึงประชาชนทุกชนชั้น ทุกอาชีพที่ต้องเผชิญกับภาวะข้าวยากหมากแพง รายได้ลดลง แต่รายจ่ายเพิ่มขึ้น เกิดความเครียดวิตกกังวลจนถึงขั้นฆ่าตัวตาย ที่สําคัญที่สุด กลุ่มเกษตรกรคนยากจนหมดสิ้นหนทางต้องออกมาชุมนุมประท้วงป่ดถนน ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีมิ่งขวัญท่านนี้เปึนรัฐมนตรีซึ่งก่อนเลือกตั้งเปึน ความคาดหวัง เปึนหัวหน้าชุดเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดพรรคพลังประชาชนที่มีต้นทุน ทางสังคมสูงที่สุดในขณะนั้น แล้วก็เปึนรัฐมนตรีที่ผมอาจจะพูดได้ว่าเปึนความหวัง เพียงหนึ่งเดียวทางด้านเศรษฐกิจของคนไทยทั้งประเทศ รวมทั้งผมด้วย ผมขอเรียน กับท่านประธานว่าผมให้โอกาสรัฐมนตรีท่านนี้ทํางานมาจนถึงวันนี้ ๔ เดือนเต็ม แล้วผม ก็ไม่ได้อยู่เฉย ๆ ครับ ผมมีโอกาสเข้าพบท่าน ตั้งกระทู้ถามญัตติหลายปัญหาโดยเฉพาะ ปัญหาเรื่องพืชผลทางการเกษตร วันนี้หลังจากที่ผมติดตามตรวจสอบแล้วก็ดูการทํางาน ของท่านมา ผมขออนุญาตกล่าวหาท่านครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมขอกล่าวหา ท่านรัฐมนตรีท่านนี้ว่าเปึนรัฐมนตรีที่สร้างภาพเพ้อฝันคิดถึงแต่เปัาหมายที่ไม่สามารถ เกิดขึ้นได้ ไม่มีประสบการณ์ ไม่เข้าใจปัญหา ล้มเหลวอย่างร้ายแรง ทําให้รัฐสูญเสีย รายได้ แล้วก็พี่น้องเกษตรกรทั้งประเทศเดือดร้อน ผมไม่ได้กล่าวหาลอย ๆ นะครับ ท่านประธาน ผมมีตัวชี้วัดที่สําคัญ ตัวชี้วัดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ทุกท้องถิ่น ตัวชี้วัดที่ดีที่สุดของความเดือดร้อนของประชาชนของเกษตรกรทั่วประเทศ นั่นคือการชุมนุมเรียกร้องราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ําครับ ผมจะลําดับเหตุการณ์ ให้ท่านประธานรับทราบว่า เกิดอะไรขึ้นกับพี่น้องเกษตรกรในประเทศนี้
วันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๑ กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจากพื้นที่จังหวัดสงขลา จังหวัดพัทลุง ชุมนุมประท้วงขอให้รัฐมนตรีแก้ไขปัญหาราคากุ้งตกต่ํา นี่ก็เปึนการเรียกร้อง เรื่องราคา
วันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๑ เกษตรกรชาวสวนปาล์มพื้นที่อําเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ท่านประธานคงจําได้นะครับ วันที่เรากําลังประชุมอยู่ในสภาแห่งนี้ มีการป่ดถนนที่อําเภอท่าชนะ รถติด ๕-๖ ชั่วโมง เขามาเรียกร้องครับ เรียกร้องว่าราคาปาล์ม เพราะว่าราคาตกต่ําที่สุดเท่าที่เคยมีมา แล้วเขาเรียกร้องให้รัฐบาลซื้อปาล์มในราคา ๕ บาท หรือ ๕.๕๐ บาท
วันที่ ๒๐ พฤษภาคม เกษตรกรปลูกข้าวโพด อําเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ก็พากันเดินขบวนป่ดถนนอีกครับ เรียกร้องอะไรครับ เรียกร้องขอให้รัฐบาลประกันราคาซื้อ กิโลกรัมละ ๗ บาท
วันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๑ พี่น้องเกษตรกรชาวสวนผลไม้จังหวัดจันทบุรี ป่ดถนนอีกครับ เอาผลผลิตเงาะมาเทเต็มถนน ภาพเปึนข่าวทั่วประเทศเสียหาย เรียกร้อง อะไรครับ วันนั้นผลไม้จังหวัดจันทบุรี ภาคตะวันออกราคาตกต่ําอย่างที่สุดเท่าที่เคยมีมา
วันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๑ อีกครั้งหนึ่งสําหรับพี่น้องชาวเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง จังหวัดสงขลา ป่ดสะพานติณสูลานนท์ มีผู้ร่วมชุมนุม ๑,๐๐๐ คน เรียกร้องให้รัฐบาล เป่ดรับจํานํากุ้งราคาตกต่ํา
วันที่ ๑๒ มิถุนายน กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมจากแม่ฮ่องสอน ป่ดถนนอีกครับ ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไปดูแล เรื่องราคาและรับซื้อกระเทียมในราคากิโลกรัมละ ๒๕ บาท เกือบครบทุกชนิดนะครับ
ผมเรียนกับท่านประธานว่านี่เปึนตัวชี้วัดที่ดีที่สุดว่าวันนี้เกษตรกร ทั่วประเทศเดือดร้อนเรื่องปัญหาราคาพืชผลที่ตกต่ําทุกชนิด ทุกประเภท ท่านประธาน เห็นด้วยกับผมไหมครับว่าพี่น้องเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา ถ้าเขาไม่เดือดร้อนที่สุด อย่างแสนสาหัสเขาจะลุกขึ้นมาประท้วงไหมครับ เขาจะยอมเสียเวลา ยอมสละเวลา ที่เขาจะต้องทํางานในนา ในไร่ ไปรวมตัวกันป่ดถนน ไม่มีหรอกครับ ถ้าเขาไม่เดือดร้อน อย่างแสนสาหัส เดือดร้อนอย่างที่สุดเท่าที่เคยมีมา ที่สําคัญ ผมยกตัวอย่างเช่น ม็อบข้าวโพดที่เชียงราย ม็อบกระเทียมที่แม่ฮ่องสอน ยังไม่รวมลําไยที่เชียงใหม่ ล้วนแล้วแต่เปึนจังหวัดที่เปึนฐานคะแนนเสียงของพรรคพลังประชาชนที่รัฐมนตรีว่าการ ท่านนี้สังกัดอยู่ ถ้าพี่น้องประชาชนไม่เดือดร้อนจริง ๆ เขาไม่มาชุมนุมให้เสียภาพพจน์ รัฐบาลพรรคที่เขาเลือกมา ผมยิ่งสงสารเกษตรกรในประเทศไทยมากขึ้นก็เพราะว่า ในขณะที่เขากําลังเดือดร้อนเรื่องราคาพืชผลทุกชนิด ท่านประธานทราบไหมครับว่า ที่ต่างประเทศเปึนอย่างไร คนทั้งโลกทราบว่าวันนี้โลกมีวิกฤติการณ์มหันตภัย มีภาวะโลกร้อนที่สภาพดินฟัาอากาศเปลี่ยนไป หลายประเทศประสบปัญหาไม่ว่าจะเปึน จีนแผ่นดินไหว พม่านาร์กิส เวียดนามน้ําท่วม สหรัฐอเมริกาน้ําท่วม ทุกที่ประสบปัญหาและก็เกิดภาวะวิกฤติการขาดแคลนอาหาร ยังไม่รวมการขาดแคลน พลังงานทดแทนเพราะว่าน้ํามันแพง ก็ทําให้พืชผลทางเกษตรทั่วโลกราคาสูงขึ้น และประเทศไทยเปึนประเทศเดียวที่ผลิตอาหารหลังจากบริโภคแล้วเหลือส่งออกมากที่สุด ในโลก ในภาวะสถานการณ์โลกเปึนอย่างนี้ราคาสินค้าทางการเกษตรมีราคาสูงขึ้นทุกวัน แต่ว่าเกษตรกรชาวไทยได้รับปัญหาความเดือดร้อน เดือดร้อนเรื่องอะไรครับ เดือดร้อน เรื่องราคาพืชผลเกษตรตกต่ํา ผมก็เรียนว่าโดยกลไกของมันเอง เอาเฉพาะกลไกของมันเอง ผมว่าไม่ต้องมีรัฐมนตรีครับ หรือเอาอ้ายปู๋ดไปเปึนรัฐมนตรีราคาสินค้าเกษตรก็จะดีกว่านี้ ท่านประธานที่เคารพ ผมจะไม่กล่าวหาท่านรัฐมนตรีท่านนี้เลยครับ และผมเรียนกับ ท่านประธานด้วยความเคารพว่าวันนี้ผมรู้สึกเห็นใจรัฐมนตรีท่านนี้มากที่สุด แต่ด้วย การทําหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ผมเห็นใจก็เพราะท่าทีของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีที่ปฏิบัติต่อตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในวันนี้ แต่อย่างไรก็ดี ผมต้องทําหน้าที่ เพราะผมเชื่อว่าเศรษฐกิจฐานรากที่สําคัญที่สุดของประเทศไทย ของประเทศนี้อยู่ที่ราคาพืชผลทางการเกษตร ถ้าวันแรก ๆ รัฐมนตรีท่านนี้มาและบอก อย่างเจียมเนื้อเจียมตัวกับสภาแห่งนี้กับสื่อมวลชนว่าผมจะขอเวลาในการศึกษาแก้ไข ปัญหา ผมจะเตรียมการวางแผน ถ้าเปึนอย่างนั้นผมจะไม่ยืนอภิปรายวันนี้ที่นี่ และถ้าท่านประธานจําได้รัฐมนตรีท่านนี้เข้ามา ก่อนเข้ามาท่านพูดเลยครับ พี่น้อง เชื่อผมเถอะครับ ผมผ่านการบริหารงานเอกชนเปึนหมื่น ๆ ล้าน ผมสละเงินเดือนตัวเอง เปึนล้าน ๆ และผมมีความสามารถที่จะเข้ามาบริหารประเทศในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ และผมจําได้สนิทใจเลยครับ วันแถลงนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ ท่านนั่งอยู่ที่นั่นแหละและท่านพูดกับผม พูดกับสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหมดแห่งนี้ว่า ท่านสมาชิก พี่น้องชาวสวนผลไม้ พืชผลทางการเกษตรไม่ต้องห่วง ป้นี้จะเปึนป้ทอง ของพืชผลทางการเกษตร ผมจะใช้ประสบการณ์ของผม ท่านยังยกตัวอย่างเลยครับ ท่านยกตัวอย่างบอกว่าท่านจะทํามังคุดที่บ้านผมนี่ที่จันทบุรี ท่านบอกว่าจะทํามังคุด ลูกละ ๓๕ บาทครับ ยังจําอยู่ในหัวสมองผม ไม่ใช่กิโลรัมละ ๓๕ บาทนะครับ ลูกละ ๓๕ บาท ท่านพูดวันนั้นครับ ท่านยังบอกอีกว่าพี่น้องเกษตรกรไม่ต้องห่วง ท่านจะนํานักธุรกิจต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศฝรั่งเศส ญี่ปุ์น จีน มาสั่งซื้อพืชผล ทางการเกษตรโดยเฉพาะผลไม้ ตอนนี้ติดต่อแล้วจะมารับซื้ออย่างน้อยที่สุด ๗๐,๐๐๐ ตัน ท่านบอกว่าท่านจะมีเครือข่ายกับห้างโมเดิร์น เทรด ทั่วประเทศ โลตัส บิ๊กซี คาร์ฟูร์ จะมาซื้อพืชผลทางการเกษตร ลําไย เงาะ ทุเรียน ไม่อั้น ราคาพืชผลเกษตรจะดีขึ้น สมาชิกไม่ต้องเปึนห่วง แต่ในขณะที่ท่านพูด พี่น้อง ส.ส.ทั้งฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล ที่พื้นที่ เขาปลูกพืชผลทางการเกษตรก็ขอเข้าพบ ตั้งกระทู้ถามมีญัตติบอกว่าท่านรัฐมนตรีครับ ราคามันตกลงทุกวัน ๆ นะครับ เพราะผมจําได้ว่าช่วงนั้นช่วงเดือนเมษายน เปึนช่วงที่ พืชผลกําลังจะออกสู่ตลาด ทีนี้ท่านก็รับฟัง ผมก็ไปพบท่านที่สภาแห่งนี้ครับ ผมก็ได้ มอบแผนการรองรับที่เราได้วางแผนว่าท่านควรจะทําอะไรอย่างไรบ้าง แต่ท่านก็ไม่ได้ไยดี ท่านก็ไม่ได้ทําตามที่เราต้องการ ทีนี้ผมมาดูวิธีการทํางานของท่าน ที่ผมบอกว่าล้มเหลวสิ้นเชิง เพ้อฝัน ไม่มีประสบการณ์ สร้างภาพ ก็ในระหว่างที่กําลัง มีปัญหาท่านก็บอกว่ามาเลยพี่น้อง ส.ส. มานั่งประชุมกัน เราจะช่วยเหลือร่วมกันแก้ไข ปัญหา ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ เกิดการชุมนุมเรียกร้องที่สวนปาล์ม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผมไม่แน่ใจว่าท่านลงไปเอง หรือว่าท่านส่งเจ้าหน้าที่ลงไป ท่านไปรับปากกับพี่น้อง เกษตรกรที่ชุมนุมป่ดถนนบอกว่าท่านจะให้ผู้ประกอบการโรงงานปาล์มมาซื้อผลปาล์ม ในราคา ๕ บาท ๕๐ สตางค์ พี่น้องเกษตรกรก็พอใจเลิกชุมนุมแล้วเชื่อท่านด้วย ผมก็ดีใจ คนที่ใช้รถใช้ถนนก็ดีใจ เพราะว่าม็อบสลาย รถไม่ติด ชาวบ้านไม่เดือดร้อน แต่หลังจาก ท่านกลับมาโรงงานที่เคยรับปากกับท่าน บางโรงงานเขาก็ไม่ซื้อครับ บางโรงงานก็ซื้อ ๔ บาท บางโรงงานก็ซื้อ ๔ บาท ๕๐ สตางค์ ความเดือดร้อนก็ยังอยู่ พี่น้องเกษตรกร ชาวสวนปาล์มที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ภาคใต้ จังหวัดชุมพร จังหวัดระนอง เจ๊งหมดเลย ท่านส่งอธิบดีกรมการค้าภายในไปคุยกับผู้ชุมนุมที่จังหวัดเชียงรายผู้ปลูกกระเทียม รับปากจะช่วยเหลือโดยใช้เงิน คจก. วันนั้นผมจําได้ ผมสงสารอธิบดีกรมการค้าภายในมาก เกือบเอาตัวไม่รอด มีการจะกลุ้มรุมทําร้าย เจ้าหน้าที่ตํารวจต้องกันอธิบดีออกจากฝูงชน หลังจากท่านกลับมา ส.ส. แม่ฮ่องสอน เพื่อนผมบอกว่าเงิน คจก. ก็ไม่ได้ ระเบียบที่ให้ไปแก้ คจก. แก้ไม่ได้ ป่ดถนนอีกครั้งหนึ่งครับ ผมก็เรียนกับท่านต่อไปว่าที่ท่านบอกว่า ผู้ประกอบการห้างโมเดิร์น เทรด ที่จะไปซื้อผลผลิตทางการเกษตร ยกตัวอย่างเช่น ผลไม้ บ้านผม จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด ท่านก็เรียกประชุมให้ผู้ประกอบการค้า โมเดิร์น เทรด มานั่งแล้วบอกว่าจะซื้อสินค้าผลผลิตให้ทันกับฤดูกาลให้มากขึ้น แต่ท่าน ทราบไหมครับ เขานั่งคุยกับเรา เขาบอกว่าเขาซื้อมากขึ้นไม่ได้ครับ แล้วเขาซื้ออยู่แล้ว เขาซื้อโดยตรงกับชาวสวนอยู่แล้วก่อนที่ท่านมาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และเขาซื้อโดยตรงกับสหกรณ์ ที่สําคัญที่สุดเขาซื้อตามปริมาณและคุณภาพเท่าที่ เขาต้องการแค่นั้นเอง ถ้าสินค้าไม่มีคุณภาพเขาก็ไม่ซื้อ นี่เปึนผลพวงครับ ผมก็ยกตัวอย่าง ง่าย ๆ เมื่อสินค้ามันมาก คนซื้อมีน้อยราคาสินค้าก็ตกลงทุกชนิด เกษตรกรเดือดร้อน ผมก็เรียนกับท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธาน แล้วท่านอาจจะถามผมว่าแล้วเกษตรกร พืชผลทุกชนิดวันนี้ทําไมมันเงียบไปหมดล่ะ ทําไมเขาไม่ลุกขึ้นมาประท้วง ผมก็เรียนกับ ท่านประธานเลยครับ ผมไม่ทราบว่าที่จังหวัดบุรีรัมย์มีพืชผลทางการเกษตรอะไร แต่ท่านประธานลองไปถามเลยครับ เขาจบลงด้วยคราบน้ําตากับความล้มละลาย พร้อมทั้งหนี้สินที่เขามีเพิ่มมากขึ้น ความหวังที่เขาจะได้เงินเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์โลก ที่เปึนประโยชน์ เขาสูญเสียโอกาส ชาวสวนผลไม้บ้านผมทวงถามจริง ๆ อยากพบหน้า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่ชื่อมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เพราะเขาจําวันที่ ท่านพูดกับเขาในทีวีได้ มันไม่ได้เกิดขึ้นจริงเลยครับ ผมก็ต้องเรียนกับท่านประธานอีกว่า ผมต้องกล่าวหารัฐมนตรีท่านนี้ต่อไป ที่ผมต้องกล่าวหาก็เพราะว่ามี ส.ส. ทั้งพรรคฝ์ายค้าน ทั้งพรรคฝ์ายรัฐบาล ก่อนเกิดวิกฤติให้ท่านเตรียมแผน ให้ท่านขอเงิน คชก. มาเตรียมแผน ในระยะที่มันช่วยเหลือไม่ได้ ที่มันฉุกเฉิน เขาแนะนําเอาข้อมูลมาให้ท่านว่ามาตรการ ระยะยาวที่ดีที่สุดคือการระบายสินค้าทุกชนิดไปสู่ผู้บริโภค ทําอย่างไรล่ะครับที่จะเอา สินค้าทั้งหมดไปสู่ผู้บริโภคให้ทันท่วงทีกับสินค้าที่มันออกเข้ามาภายใต้ระยะเวลาที่จํากัด พี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพบท่านแล้วก็พูดคุยกับท่านเสนอแผนการล่วงหน้า แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือท่านบอกไม่มีปัญหา ทําได้ ที่สําคัญที่สุดท่านประธานที่เคารพ ผมเรียนว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รู้ปัญหาดีครับ ท่านก็ไปพบกับ พี่น้องประชาชนที่ชุมนุม เวลามันไม่ทัน ทําได้อย่างเดียว ต้องขอเงิน คชก. ครับ เงิน คชก. ก็เปึนเงินคณะกรรมการที่จะช่วยเหลือเกษตรกรที่มีความเดือดร้อนในภาวะที่จําเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ไปที่จังหวัดจันทบุรี ไปที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขาก็ไปรับปัญหา แต่ดูความจริงใจของท่านสิครับท่านรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็คิดว่ามันไม่มีวิธีการไหนที่จะช่วยเหลือเกษตรกรได้ทันท่วงที ในเวลาที่ผลผลิตออกมาพร้อม ๆ กันในปริมาณที่มาก นอกจากเงิน คชก. ที่ผมว่านี่ครับ แต่ดูการทํางานของท่าน ๒๕ เมษายน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอหนังสือถึง รองนายกรัฐมนตรีมิ่งขวัญในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายมาตรการช่วยเหลือ เกษตรกร ขอเงินทั้งสิ้น ๒๕๐ ล้านบาท ๒๕ เมษายน ขอนะครับ ๒๕ เมษายน ขอเพื่อ รองรับผลผลิตซึ่งจะออกมาในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเรารู้ตรงกันว่าช่วงนั้นเปึนช่วงที่ พีค (Peak) สุดก็คือผลผลิตจะออกมาสู่ตลาดมากที่สุด คณะกรรมการ คชก. ปฏิเสธครับ บรรจุวาระ การประชุมวันที่ ๒๘ เมษายน คณะกรรมการ คชก. ไม่มีการพิจารณาเรื่องนี้ ผม ส.ส. ยุคล ส.ส. ธวัชชัย ส.ส. บัญญัติ ไปนั่งรอที่ทําเนียบรัฐบาล เพื่ออยากไปฟังผลว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ คชก. ที่มีท่านเปึนประธานโดยตําแหน่งจะตอบว่าอย่างไร วันนั้น ก็บอกว่าไม่มีการพิจารณา ทั้ง ๆ ในวาระบอกไว้ด้วยว่าขณะนั้นราคาผลไม้ภาคตะวันออก เริ่มตกต่ําลง ๖ พฤษภาคม ยื่นเข้าไปอีกครับ ๑๕ พฤษภาคม ยื่นเข้าไปอีก คําตอบบอกว่า ไม่อนุมัติให้ไปทบทวน ก็จะทบทวนอย่างไรท่านรัฐมนตรีครับ วันที่ท่านทบทวนกับวันที่ ผมบอกว่าม็อบเต็มท้องถนนไปหมดแล้ว มันไม่ทันเวลา นี่คือความล้มเหลว ความไม่ใส่ใจ ความขาดประสบการณ์ ผมก็มาดูอาจจะโชคดีนิดหนึ่ง เปึนข่าวดีว่าวันที่ ๙ มิถุนายน มติ คชก. ให้เงินกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วงเงิน ๙๑.๘๐ ล้านบาท ให้แล้วครับ วันที่ ๙ มิถุนายน แต่ท่านประธานครับ ไม่ทันครับ พังหมดแล้ว เจ๊งหมดแล้ว ก็ขายได้ ๓ บาท แล้ว เงาะ มังคุด กิโลกรัมละ ๗ บาท ไม่รวมกุ้ง กระเทียม ลําไย ทั้งหมดครับ พัง เจ๊ง ท่านรัฐมนตรีเสียดายเงิน ๒๕๐ ล้านบาทหรือครับ ผมเรียนท่านรัฐมนตรีว่าตัวเลขพืชผลทางการเกษตรทุกชนิดทุกตัวในประเทศไทย เปึนฐานรากที่สําคัญของเศรษฐกิจของประเทศนี้ครับ ถ้าเกษตรกรที่ปลูกพืชผลเกษตร ราคาดี ถ้ารัฐมนตรีช่วยให้เขาขายของมีราคา ระบบเศรษฐกิจฐานรากจะเข้มแข็ง และเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจจะมั่นคง ผมคิดว่าตัวเลขนี้ไม่ต่ํากว่าหลายหมื่นล้านบาท เอา ๒๕๐ ล้านบาทไปแลกคุ้มไหมครับ ไม่คุ้มเลยครับ ผมก็ขอย้ําอีกครั้งหนึ่งว่าวันนี้ พี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ ที่เขาเงียบไปนี่ครับ เขาเงียบไปกับคราบน้ําตา และเขาเงียบ ตามหนี้ที่เพิ่มมากขึ้น ธ.ก.ส. ที่จะไปช่วยเหลือเขาวันนี้เขาก็ไม่มีเงินใช้หนี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมไม่สามารถไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ท่านนี้ได้เลย ด้วยความไร้ประสิทธิภาพ ล้มเหลว ไม่มีประสบการณ์ แก้ไขปัญหาไม่ได้ ท่านประธาน ที่เคารพ แต่ผมจะให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ท่านนี้ กลับบ้านมือเปล่าไม่ได้ครับ บนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ บนคราบน้ําตา บนความล้มละลายของพี่น้องเกษตรกรทุกจังหวัดทั่วประเทศ ผมให้ ท่านรัฐมนตรีท่านนี้กลับบ้านมือเปล่าไม่ได้ และผมก็ให้ท่านนายกรัฐมนตรีปลด ท่านมิ่งขวัญท่านนี้กลับไปนั่งอยู่บ้านเฉย ๆ ไม่ได้ด้วยครับ ผมจะมอบของที่ระลึกให้กับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ท่านนี้ และเปึนของที่ระลึกที่ผมเรียกว่าเปึน อนุสาวรีย์มิ่งขวัญ เปึนอนุสาวรีย์ที่ชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวของการบริหารงาน ในตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปึนอนุสาวรีย์ที่มอบให้กับท่านรัฐมนตรี ที่ไม่สนใจไยดีปัญหาของพี่น้องเกษตรกร ที่สําคัญที่สุดเปึนอนุสาวรีย์ที่ทําให้ท้องถิ่น ที่เขาทนดูดายกับปัญหาของพี่น้องเกษตรกรไม่ได้ เขาใช้เงินท้องถิ่นของตัวเอง ๙๒ ล้านบาท เปึนเม็ดเงินที่มากสําหรับเขา ทั้ง ๆ ที่อยู่ในภาระความรับผิดชอบของท่าน เขาใช้เงิน ๙๒ ล้านบาททําเปึนสุสานเงาะครับ ซึ่งผมจะเรียกว่าเปึนอนุสาวรีย์ของ ท่านมิ่งขวัญ ตั้งอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี ตําบลวังแซ้ม อําเภอมะขาม ที่ผมเรียกอนุสาวรีย์ มิ่งขวัญก็เพราะว่าวันนี้เขาใช้เงินท้องถิ่นซื้อเงาะไปฝังดินครับท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี เห็นไหมครับ ๙๒ ล้านบาท ถ้าเขาซื้อเงาะและเอาไปขายได้กําไร งบประมาณก็ยังอยู่ แต่เขาซื้อเงาะไปฝังดินเท่านั้นไม่พอนะครับ เงิน ๙๒ ล้านบาท ท่านรัฐมนตรีคํานวณสิครับ ถ้าไปซื้อเงาะกิโลกรัมละ ๑๐ บาท มันต้องใช้เงาะประมาณ ๑๐ ล้านกิโลกรัม ถ้าผม คํานวณไม่ผิด และเปึนไปได้ไหมครับ จังหวัดจันทบุรีจะมีเงาะ ๑๐ ล้านกิโลกรัม มันเกิด ปัญหาอะไรต่อไป ทุจริตครับ เวียนเทียนครับ ที่สําคัญที่สุดท่านต้องรับผิดชอบ กลไกตลาด ที่มันพังลงเพราะการกระทําเช่นนี้ท่านจะทําอย่างไร ผมก็เรียนว่านอกจากท่านล้มเหลว เรื่องข้าว เรื่องปุิย เรื่องสินค้าราคาแพง เรื่องความกินดีอยู่ดีของพี่น้องประชาชน วันนี้ ท่านล้มเหลวที่สุดกับพืชผลทางการเกษตรทุกตัว และท่านทําให้กลไกการตลาดนั้นพังในภาวะที่สถานการณ์โลกเปึนประโยชน์กับเรา ผมไม่สามารถไว้วางใจให้ท่านเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ต่อไป และฝาก อนุสาวรีย์ท่านกลับไปบ้านด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ต่อไปใคร เชิญท่าน พลเอก วินัย กระทรวงพาณิชย์หมดผู้อภิปรายแล้วใช่ไหมครับ ต่อไปเปึนกระทรวงคมนาคม มีไหมครับ อย่างนั้นหรือเปล่าครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กระผมและคณะอีก ๒ ท่าน จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แล้วก็รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
ที่ผมเรียนหมายความว่า จบกระทรวงพาณิชย์แล้วใช่ไหมครับ ถ้าจบกระทรวงพาณิชย์แล้วท่านจะตอบไหมครับ ถ้าท่านตอบเชิญครับ เชิญท่านรัฐมนตรี เดี๋ยวสักครู่ท่านวินัยครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ผมขอปรึกษาก็ตอนแรกบอกว่าจะให้พูดให้หมดแล้วค่อยตอบ ผมไปตอบ ตอนหลัง
จบกระทรวงพาณิชย์ ท่านก็ตอบเลยดีกว่าเดี๋ยวเวลาไม่มี ตอบสั้น ๆ ก็แล้วกัน อันไหนที่ควรตอบอันไหนที่ ไม่ควรตอบ เชิญครับ
ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตตอบเลยนะครับ อันดับแรกเลยต้องกราบขอบพระคุณ ส.ส. พรรคฝ์ายค้านทุกท่าน โดยเฉพาะอาจารย์ไตรรงค์ สุวรรณคีรี กรุณาให้ความรู้ผม แล้วก็ ต้องขอบคุณทุกท่านจริง ๆ ๔ เดือนนี้ได้ประสบการณ์ที่คุ้มค่ายิ่ง ทีนี้ถามบอกว่า การทํางานในตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เปึนอย่างไร ที่ผมจับประเด็นมา ๒-๓ วัน ความจริงต้องบอกว่าผมนึกว่าวันแรก วันที่ ๒ แล้วก็มาวันนี้วันที่ ๓ ก็เตรียมตัว ที่จะฟังว่ามีประเด็นอะไรบ้าง เท่าที่ฟังก็จะมีเรื่องการบริหารงานเรื่องข้าว เรื่องหมู เรื่องผลไม้ตกต่ํา เรื่องปุิย อันนี้คือหลัก ๆ ถ้าไม่พูดเรื่องข้าวเลย ผมพูดจริง ๆ นะครับ ขออนุญาตกราบเรียนด้วยความเคารพทุกท่านว่าผมจะนอนตายตาไม่หลับครับ เพราะถ้าผมไม่พูดเรื่องนี้เลยก็ไม่รู้จะบอกว่าอย่างไรแล้วนะครับ เรื่องข้าวผมต้องเรียน อย่างนี้เบื้องต้นก่อน ตอนที่ผมเข้ามาเปึนรัฐมนตรีผมจะเล่าเรื่องทุกอย่างให้เปึน ภาษาง่าย ๆ แล้วก็เข้าใจได้ เพราะว่าพ่อแม่พี่น้องทางบ้านทุกคนได้ฟังเรื่องนี้แล้วจะได้ เข้าใจ ป้ก่อนโน้นในรัฐบาลก่อนมีการรับจํานําข้าวอยู่ที่ประมาณ ๔,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐ บาท ๖,๐๐๐ บาท แล้วแต่ราคา ปรากฏว่าสต็อกของข้าวในรัฐบาลมีอยู่ทั้งหมดประมาณ ๕ ล้าน ๑ แสนกว่าตัน แล้วก่อนที่ผมจะมารับตําแหน่งไม่นานก็มีการขายข้าวในสต็อก ออกไป ๓ ล้านตัน มันก็เหลือข้าวอยู่ประมาณ ๒ ล้าน ๑ แสนตัน อันนี้คือประเด็นที่ ๑ ๒ ล้าน ๑ แสนตัน ที่เหลือถามว่าตอนผมเข้ามา ผมย้ําอีกครั้งหนึ่งนะครับ เรื่องความสะอาด คงไม่ต้องพูดถึง ผมพยายามจะฟังเหมือนกันว่าแต่ละผู้อภิปรายจะพูดถึงเรื่องความสะอาด ของผมหรือเปล่า ผมว่าพวกท่านคงเชื่อถือผมได้ในระดับหนึ่งพอสมควร ๒ ล้าน ๑ แสนตัน ผมทําอะไร คําสั่งเบื้องต้นเลยคือผมให้มีการตรวจสต็อกข้าว ผมอยากดูว่าข้าวมีเหลืออยู่ จริงไหม ตั้งแต่ผมยังไม่เข้ามาเปึนรองนายกรัฐมนตรีหรือมาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เขามีการบอกว่ามันมีสต็อกลม มันไม่มีอยู่จริง มันมีโรงสีเล่นกล มันมีอะไรก็แล้วแต่ ผมก็ได้ออกคําสั่งให้ท่านปลัดกระทรวง ให้ข้าราชการ ให้ทุกหน่วยงานไปตรวจตรา ผมให้เขาตรวจตราอยู่ทุก ๆ ๑๕ วัน ทั้งหมดถึง ๖ ครั้ง รายงานบอกมาว่า ๒ ล้าน ๑ แสนตันนี้ มันหายไป ๑๓,๐๐๐ กว่าตัน แต่ถึงกระนั้นก็ตามที่ท่านเห็นผมไปออกโทรทัศน์บ่อย ๆ ผมพยายามชี้แจงให้คนได้เข้าใจว่าข้อมูลต่าง ๆ เรื่องข้าวมันมีการเปลี่ยนแปลง อยู่ตลอดเวลา ถ้าเกิดสมมุติผมทํายุทธศาสตร์เรื่องข้าวซึ่งผมเปึนคนพูดเสมอว่า ป้นี้เปึน ป้ทองของชาวนาไทยแล้วก็คนไทยทั้งประเทศ ถ้าผมไม่ชี้แจงตลอดพวกท่านจะหาว่า ผมเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา แล้วทําไมมันถึงต้องเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาครับ ผมอยากจะเรียนว่า อย่างนี้ครับ การเช็กสต็อกข้าวนั้นเปึนเรื่องหนึ่ง ซึ่งแน่นอนที่สุดเมื่อเช็กสต็อกแล้วต้องมา ตัดสินใจต่อว่า ๒.๑ ล้านตันนี้จะเอาทําอะไร ในช่วงแรกนะครับ ทําไมถึงยังไม่ขายออกมา ถึงไม่ตัดสินใจขายออกมา เหตุผลนะครับ ผมต้องย้อนกลับไปมีท่านผู้อภิปรายบางท่าน เล่าประวัติผมว่าทํางานอยู่บริษัทรถยนต์ มาอยู่ อสมท มาอยู่ตรงนี้ ผมอยากทําความเข้าใจ อีกครั้งหนึ่ง ผมขอประกาศตัวชัด ๆ สมัยเด็ก ๆ ทํางานเริ่มต้น ทํางานการขาย ทําการตลาด ทําโฆษณา ทําประชาสัมพันธ์ แล้วผมก็ก้าวขึ้นเปึนผู้บริหารระดับสูง ถามว่าผมอยากเรียก ตัวผมเองว่าอย่างไร ผมขออนุญาตผมเรียกตัวผมเองว่า ผมเปึนนักยุทธศาสตร์ เพราะฉะนั้นการเปึนนักยุทธศาสตร์มันจะต้องมองมิติรอบด้าน ข้อมูลที่เปลี่ยนแปลง ต้องดูและปรับปรุงตลอดเวลา อันนี้มาโยงอะไรเกี่ยวกับการเช็กสต็อกข้าว ๒.๑ ล้านตัน เบื้องต้นเมื่อผมเข้ามารับตําแหน่ง ช่วงตอนนั้นมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ประมาณแถว ๆ วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ถ้าจําไม่ผิดนะครับ แล้วก็มีการแถลงนโยบาย โดยท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็ทีมคณะรัฐมนตรี หลังจากนั้นสักพักหนึ่งก็เริ่มทํางาน มันต้องตัดสินใจก่อนว่าข้าว ๒.๑ ล้านตันนี่คุณจะจัดการกับเขาอย่างไร ในระหว่างนั้น ตามข้อมูลที่ได้มาจากทั่วโลก แล้วโดยเฉพาะประเทศผู้ส่งออกข้าวอันดับ ๑ อันดับ ๒ อันดับ ๓ ของโลกเกิดวิกฤติครับ ในเวียดนามตอนเหนือไม่เคยเกิดปรากฏการณ์ พายุหิมะก็เกิด อินเดียการแห้งแล้งก็เกิด เอาเปึนว่าหลายประเทศเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ มันมีสัญญาณบอกเหตุโลกร้อน ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือว่าวิกฤติ อาหารโลก และการห้ามส่งออกข้าว โอกาสอย่างนั้นถ้าท่านเปึนนักยุทธศาสตร์ท่านต้อง มองเห็นแล้วท่านต้องพูดความจริง สิ่งหนึ่งที่ผมจะบอกแล้วผมตัดสินใจนะครับ ผมพูด ให้ได้ยินชัด ๆ ประชาชนทั้งประเทศแล้วก็ในสภาแห่งนี้ผ่านไปด้วยว่า ก่อนผมจะตัดสินใจ ออกมาพูดว่า ราคาข้าวส่งออกโดยเฉพาะข้าวหอมมะลิจะถึงตันละ ๓๐,๐๐๐ บาท หรือเกวียนละ ๓๐,๐๐๐ บาท ผมไม่ใช่ไม่คิด ผมคิดแล้วคิดอีก ข้อที่ ๑ ที่ผมคิด คิดอะไรครับ ยังไม่เคยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คนไหนมาก่อนที่ตัดสินใจออกมาพูดอย่างนี้ ท่านจะบอกว่าพูดบ้า ๆ พูดมาก ชี้แจงข้อเท็จจริง อันนั้นผมไม่รู้ เพราะอะไรครับ ท่านก็ได้ยิน ท่านพูดกันอยู่บ่อย ๆ ว่าเรื่อง ๕ เสือ ๖ เสือ ๗ เสืออะไรก็แล้วแต่ สิ่งนี้เปึนการทําลาย วัฒนธรรมบางอย่าง เพราะว่าปกติราคาส่งออกจะต้องถูกปกป่ดเงียบ ๆ รู้กันเฉพาะ บางกลุ่ม ผมย้ําอีกครั้งหนึ่ง ความสะอาด ความบริสุทธิ์ใจ แล้วผมสงสารชาวนา ผมไม่อยากให้ชาวนาต้องไม่รู้เรื่องรู้ราว แบบที่เขาเรียกกันว่า หลังสู้ฟัาหน้าสู้ฝน แล้วในที่สุดก็ไปถูกพ่อค้าคนกลางกดราคาบอกว่า ๓,๐๐๐ บาท ๔,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐ บาทต่อเกวียน คราวนี้ประเด็นสําคัญไปอยู่ตรงไหนครับ เมื่อผมออกมาบอกว่าชาวนาอย่าเพิ่งขายข้าว ตอนนั้นราคาข้าวอยู่ที่ตกประมาณ ๑๑,๐๐๐ บาท แล้วผมบอกว่าถ้าครบ ๓๐,๐๐๐ บาท แล้วค่อยขาย ท่านต้องแยกให้ดี ๆ ระหว่างข้าวผู้ส่งออกคือข้าวสาร ในโลกนี้การขายข้าว ของประเทศไทยถ้าจะว่าจริง ๆ มีอยู่ ๔ ประเภท ๑. ข้าวหอมมะลิ ๒. ข้าวขาว ๓. ข้าวเหนียว แล้วก็มีข้าวพันธุ์พิเศษ ข้าวที่เขาเรียกพาร์บอยล์ ไรซ์ (Parboil rice) เราคุยกันเฉพาะ ๒ ประเภทแรกคือ ข้าวหอมมะลิกับข้าวขาว ตอนที่ผมมาบอกนะครับ ผมบอกชาวนา อย่าเพิ่งขายข้าวนี่ไม่ใช่ผมไม่รู้ประสีประสา ถึงผมจะเข้ามาไม่กี่เดือนผมว่าผมศึกษา ข้อมูลค่อนข้างละเอียด เมื่อกี้ผู้อภิปรายเขาบอกมีการปลูกข้าวนาปรัง ข้าวนาป้ ข้าวนาป้ มันหมดไปตั้งแต่ป้ที่แล้วแล้ว ตอนนี้ไม่ต้องมาพูดถึงละครับมันจบไปแล้ว มันขายหมดไป ตั้งแต่ป้ที่แล้วแล้ว ส่วนข้าวนาปรังกําลังจะออก สิ่งที่ผมได้เตือนและได้บอกก่อนล่วงหน้า ก็คือกําลังจะบอกว่า ข้าวนาปรังเตรียมตัวให้ดี ๆ ยังไม่ต้องรีบขาย อย่าให้เขาไปหลอกซื้อ ๓,๐๐๐ บาท ๔,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐ บาท มันไม่ใช่อีกแล้ว แล้ววันหนึ่งท่านเชื่อไหมครับ เมื่อกี้ผมบอกว่า ๒ เหตุผล ทําให้สุขภาพจิตผมเสียก่อนที่ผมจะประกาศราคาออกมาว่า มันจะไป ๓๐,๐๐๐ บาท ข้อ ๑ มันเปึนการแหวกม่านประเพณีของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ปกติที่เขาไม่ทํากัน แต่ข้อ ๒ ท่านรู้ไหมครับสุขภาพจิตผมเสียคืออะไร มันเหมือนคนที่ยิ่งกว่าหมอดูอีก อยู่เฉย ๆ ข้าว ๑๑,๐๐๐ บาท แล้วลุกขึ้นมาบอกว่า จะ ๓๐,๐๐๐ บาท เอาอนาคตทั้งชีวิตของตัวเองเอาไปวางเดิมพันไว้กับคนทั้งประเทศ ๖๔ ล้านคน ถ้าผมบอกว่า ๓๐,๐๐๐ บาท แล้วมันไปไม่ถึง ท่านว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ผมบอกเลยนะครับ ท่านไม่ต้องเอากระดาษมาให้ผม ๒ แผ่น ๓ แผ่น ๔ แผ่นหรอกครับ ผมจะเขียนใบลาออกเอง ผมยืนยันว่าผมเปึนคนอย่างนั้นแล้วผมรับผิดชอบตัวผมเอง ด้วยนะครับ ผมขออนุญาตเอาใบอะไรให้ดู ความจริงผมไม่อยากโชว์อะไรพวกนี้แต่ผมมี ความจําเปึน ท่านดูสิครับ พอผมบอกมาสักพักเดียวราคาข้าวหอมมะลิที่ผมบอกว่า จะ ๓๐,๐๐๐ บาท มันขึ้นไป ๓๙,๑๖๐ บาท ตอนนั้นอัตราแลกเปลี่ยนยังอยู่ ๓๑.๘๙ บาท ด้วยซ้ํา ข้าวสารเจ้าธรรมดาขึ้นไปถึง ๓๒,๐๐๐ บาท ท่านอย่าลืมนะครับผมบอกตัวแรกจะ ขึ้น ๓๐,๐๐๐ บาท แตะ ๓๐,๐๐๐ บาท แล้วค่อยขาย แต่มันขึ้นไปแตะเกือบ ๔๐,๐๐๐ บาท คูณด้วยราคาตอนนี้อีก ๔๐,๐๐๐ บาท ด้วยซ้ํา อันนี้ผมบอกก่อนอีกครั้งหนึ่ง ผมเอาเกียรติยศกับความเปึนนักยุทธศาสตร์ของผมเดิมพันกับคนทั้งประเทศ ท่านว่า ผมได้อะไรจากเรื่องนี้ สิ่งที่ผมต้องการจะบอกก็คือชาวนาเกือบ ๒๐ ล้านคน ท่านเคย คํานวณหรือเปล่าทุกคนที่อ้างตัวว่าเปึนลูกชาวนา มาจากลูกหลานชาวนา ประชากรเรา ๖๔ ล้านคน ถัวเฉลี่ย ๓ คนเศษเปึนชาวนา ๑ คน ผมสงสารเขาครับ ผมมีโอกาสได้เรียน หนังสือมาทุกวันนี้ ผมได้เปึนตัวเปึนตนมาทุกวันนี้ผมอยากตอบแทน แล้วผมมาทําตรงนี้ ผมก็อยากตอบแทน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือเรื่องนี้ แล้ววันหนึ่งก็มาถึงครับ เมื่อข้าวหอมมะลิไปแตะ ๓๐,๐๐๐ บาท ผมก็บอกชาวนาขายเถอะครับ โอกาสทอง มาถึงแล้ว มันก็มีคําถามว่าจะขายเท่าไร ผมก็บอกว่าราคามันยังยืดหยุ่นอยู่ แล้วแต่ ใครตกลงกับใครพอใจตรงไหน ๑๑,๐๐๐ บาท ๑๔,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๐ บาท ขึ้นอยู่กับ ราคา ท่านเชื่อไหมครับว่าแล้ววันสําคัญก็มาถึง ผมจะหาเอกสารทันหรือไม่ทันไม่รู้นะครับ เพราะว่าตรงนี้ตัวคนเดียวไม่ได้เตรียมพร้อมที่จะมาอธิบายท่านด้วยครับ ผมบอกว่าข้าว มันมี ๓ ประเภทใหญ่ ๆ ตัวแกน ๆ ข้าวเหนียว ข้าวเจ้า ข้าวหอมมะลิ ถ้าผมจะพูดให้เปึน ภาษาสวย ๆ ผมอาจจะไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ ผมย้ํานะครับว่าผมเปึนคนทํางาน ในประวัติศาสตร์ ชาติไทยตั้งแต่กรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงรัตนโกสินทร์ และมาถึงวันนี้ จริงอยู่นะครับ ผมไม่ได้เปึนคนกําหนดให้มันเกิดขึ้นเพราะผมกุมตลาดโลกทั้งโลกไม่ได้ แต่วันนี้ผมยืนยัน ข้าวราคาสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติไทยคือใบที่อยู่ในมือผม นี่คือข้าวเปลือกครับ ข้าวหอมมะลิอยู่ที่ ๑๙,๐๐๐ บาท ข้าวเจ้า ๑๔,๐๐๐ บาท ข้าวเหนียว ๗,๐๐๐-๙,๐๐๐ บาท ตามความชื้น ผมมาพูดเรื่องนี้ผมจะบอกว่าอะไรครับ เพราะเปึนราคาที่บอกแล้ว มติ ครม. บอกแล้วว่าให้ซื้อตามอย่างนี้ จะซื้อจะจํานําจะอะไรก็แล้วแต่ แต่ในท้ายที่สุดมันก็ย้อนมา แผ่นนี้ครับ ตัวละครหรือผู้แสดงมีอยู่ ๓ คน มีชาวนา มีโรงสี มีผู้ขายข้าว ทั้งข้าวถุง ข้าวส่งออก อันนี้คือราคานี้ คุณจะบอกว่าอย่างไรก็แล้วแต่ นี่คือความจริง และนี่คือสิ่งที่ ทุกคนต้องยอมรับครับ คราวนี้ผมมาบอก ผมย้ําอีกครั้งหนึ่งนะครับ ผมต้องการให้ชาวนา มีความสุข ผมอยากให้เงินกระจายออกไป ผมทําเรื่องสามเหลี่ยมบอกว่าคน ๘๕ เปอร์เซ็นต์ ของประเทศมีรายได้ปานกลางลงไปจนกระทั่งฐานะยากจน วันนี้เมื่อกี้ท่านสาธิตพูดถึง ผมขออภัยผมเอ่ยชื่อท่านได้ใช่ไหม ได้นะครับ ท่านพูดถึงเกษตรกร พูดถึงชาวนาผมยืนยัน ท่านเชื่อไหมว่าที่ท่านบอกม็อบมาทั้งหมด ผมจดได้มากกว่าท่านจดอีก แล้วผมจดทุกม็อบ เพราะผมบอกแล้วอย่างไรผมเปึนนักยุทธศาสตร์ผมต้องทํางานละเอียดอย่างนี้ ทั้งหมด เลยนะครับถ้าจะว่าชาวนาจริง ๆ มีม็อบประมาณ ๒-๓ ที่ แล้วม็อบทั้งหมดที่เกิดขึ้น จากชาวนาเปึนม็อบข้าวเหนียว เถียงกันเรื่องความชื้น ล่าสุดที่จังหวัดเชียงราย ๗,๐๐๐ บาท ๘,๐๐๐ บาท ๙,๐๐๐ บาท ความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ ๙,๐๐๐ บาท ในที่สุดเขาก็ ตกลงกันที่ ๘,๐๐๐ บาท จะบอกว่าอะไรก็แล้วแต่ แต่ถามว่าชาวนาทั้งประเทศ ๒๐ ล้านคน มีม็อบไหม คําตอบมันบอกชัดเจนอยู่แล้ว ป้นี้ผมพูดจริง ๆ นะครับ ผมไม่ได้พูดโดย ไม่อ้างอิงหรือคิดเลื่อนลอยขึ้นมา สภาวิจัยแห่งชาติทํารีเสิร์ช (Research) ชาวนาเปึนหมื่น ๆ คน ผมขี้เกียจเอารีเสิร์ชมาให้ดู เกือบทุกจังหวัดมีความสุขหรือไม่ คําตอบบอกเลยส่วนใหญ่ เขามีความสุข
ผมอยากจะกลับมาย้อนอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องการส่งออกข้าว เรื่อง ๒.๑ ล้านตัน ตัดสินใจอย่างไร ท่านดูนะครับ เงื่อนไขของโลก ตลาดโลก ย้ําอีกครั้งถึงเราจะเปึน ผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลก แต่เราไม่สามารถกุมชะตาชีวิตโลกได้ เมื่อสักครู่ มีผู้อภิปรายพูดเรื่องเอเฟท พูดถึงตลาดคอมโมดิตี้ (Commodity) พูดถึงตลาดล่วงหน้า ทําไมผมจะไม่เข้าใจ ผมเข้าใจ แต่ผมบอกให้เลยมันมองได้ ๒ มิติ คนกลุ่มหนึ่งบอกว่า ถ้าคอมโมดิตี้ ถ้าตลาดล่วงหน้าคือการปัืนราคาข้าวไม่ใช่ของจริง แต่ที่ผมกําลังพูดคือ ราคาซื้อขายที่เปึนจริงและเปึนความเปึนเขาปฏิบัติกันอย่างนี้ แต่คราวนี้มันกลับมาโยง ท่านเปึนห่วงท่านกังวล ผมอยากพูดเรื่องข้าวถุงสักเล็กน้อย เรื่องมันพันกันเปึนท่อน ๆ หมดนะครับ ตอนแรกมีข้าวอยู่ ๒.๑ ล้านตัน วันหนึ่งอันดับ ๑ อันดับ ๒ อันดับ ๓ ความจริงตัวเลขนี้จะเปลี่ยนตลอด นี่ผมอัพเดท (Update) ให้ท่านดูล่าสุด ๕ เดือน เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม ประเทศไทย ประเทศอินเดีย ประเทศเวียดนาม ๑ ๒ ๓ ปรากฏว่าประเทศอินเดีย กับประเทศเวียดนามตัดสินใจอะไรครับ เกือบครึ่งป้ที่ผ่านมางดส่งออกข้าว โดยเฉพาะ ข้าวขาว ประเทศอินเดียส่งออกแต่ข้าวบาสมาติ ทุกตลาดมุ่งสู่ประเทศไทย สิ่งหนึ่งที่ ท่านพูดอยู่ตลอดเวลาแล้วผมฟังเปึนสิบ ๆ ครั้ง ตั้งแต่เมื่อคืนมาแล้ว เมื่อคืนนี้นอนไม่หลับ ฝันร้ายตลอดคืน จริง ๆ ฝันร้ายตลอดคืน วันนี้ผมบอกให้จริง ๆ ผมควรจะเรียบเรียง เหตุการณ์อธิบายได้ดีกว่านี้ แต่ผมนอนมา ๔ ชั่วโมง บอกตรง ๆ เลยนะครับ ผมเอ่ยชื่อ ท่าน ส.ส. ผู้อภิปรายได้ใช่ไหมครับ ไม่ผิดระเบียบ หน้าท่านอาคม เอ่งฉ้วน ลอยอยู่หน้าผมอย่างนี้ครับ ฝันร้ายตลอดคืน แล้วผมก็จําท่านได้ ท่านบอกว่าอย่ามาเรียกผมว่าพี่ ผมยังจําสํานวนนี้ได้เลย ผมสยิว ท่านพูดกับผมอย่างนี้ ใช่ไหมครับ ผมพูดจริง ๆ วันนี้สุขภาพจิตเสียจริง ๆ แล้วผมก็ไม่เคยนึกมาก่อนว่าทําไม ต้องมาทําอย่างนี้ด้วย ผมขอย้อนกลับมาอีกเรื่อง วันนี้จะบอกว่าอะไรก็แล้วแต่ อินเดีย กับเวียดนามเขาไม่ส่งออก คราวนี้ทุกคนก็มาพูดเรื่อง ๖.๗ ล้านตัน ขอพูดเรื่อง ๖.๗ ล้านตัน เดี๋ยวช่วยเตือนผมด้วย ท่านสมาชิกสภาว่า ๒.๑ ล้านตัน เราจะทําอะไร แล้ว ๖.๗ ล้านตัน ตลาดมันไปอยู่ตรงไหน ท่านไม่ต้องห่วงว่าเราไม่มีตลาด เพราะวันที่ผมไปประชุมเอเปก ที่เปรู วันนั้นทุกคนอยู่กันหมด ๒๑ ประเทศยักษ์ใหญ่ของโลก รวมทั้งเอเชียด้วยในบางส่วน เลขาธิการองค์การการค้าโลกเขาก็ถามบอกว่าจุดยืนประเทศไทยคืออะไร โพรเซสชันนิ่ง (Processioning) ประเทศไทยคืออะไร ผมตอบไป ๒ ประเด็นชัดเจนในนามประเทศไทย ฟังแล้วได้ยินให้ชัด ๆ ด้วยครับ
ข้อ ๑ ประเทศไทยจะไม่ห้ามส่งออกข้าวโดยเด็ดขาด
ข้อที่ ๒ เราจะไม่เปึนผู้ฉกฉวยโอกาสในวิกฤติเศรษฐกิจและอาหารโลก เพราะฉะนั้นจากการประกาศในวันนั้นท่านรู้ไหมครับ มิสเตอร์ปาสคาล ลามี ซึ่งเปึน เลขาธิการของดับเบิลยูทีโอเขามาจับมือผม แล้วเขาบอกว่าอย่างไร เขาบอกยู (You) พูดอย่างนี้ตลาดข้าวทั้งโลกจะพุ่งมาสู่ประเทศไทยทันที แล้วมันก็เปึนอย่างนั้นด้วยวันนี้ ท่านไม่ต้องกลัวครับ ท่านปลูกข้าวมาท่านก็จะมีคนซื้อเต็มไปหมด ปัญหามีของขาย หรือเปล่าแค่นั้นละ คราวนี้กลับมาบ้าง เรื่องนี้มันคงต้องอธิบายเหมือนกันท่านประธาน ผมพูดอะไรผิดหรือเปล่า ทําไมเขาฮือฮากัน
ไม่ผิดหรอกครับ ท่านพูด ถูกทุกอย่างครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ถ้าจะสารภาพอะไรอย่างหนึ่ง ความจริงผมปวดปัสสาวะตั้งนานแล้ว ไม่มีใครขึ้นมาครับ ลงไปก็ไม่ได้ใช่ไหมครับ
ท่านลงไปก่อนก็ได้ ให้คุณบรรยิน ต่อก็ได้
ไม่ได้ครับ เรื่องนี้มันต้องคนเล่าคนเดียวตั้งแต่ต้นจนจบ เพราะว่าตอนท้ายจะรู้ว่าพระเอก กับนางเอกมันจะได้กันหรือไม่ครับ เรื่องนี้มันสําคัญจริง ๆ ครับ ผมต่อนะครับ ผมเลย หาเอกสารไม่เจอเลยครับ ผมกลับมาต่อเรื่องเมื่อกี้ แล้วตกลงท่านประธานจะอนุญาต ให้ผมไปห้องน้ําหรือเปล่าครับ
อนุญาตครับ
สมาชิกอนุญาตนะครับ
เรื่องนี้เรื่องสําคัญครับ เดี๋ยวมี อันเปึนไปแล้วสภาต้องรับผิดชอบครับ
ผมขอหายไปสัก ๒ นาทีได้
ได้ครับสัก ๒ นาที เชิญครับ เห็นใจท่านครับ ท่านอั้นมานานแล้ว คุณอาคมต้องเห็นใจนะครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมอาจจะประท้วง ขัดเวลารัฐมนตรีนะครับ รัฐมนตรีขออนุญาตเข้าห้องน้ําอย่างนี้ผิดระเบียบข้อบังคับนะครับ
มันผิด แต่ด้วยมนุษยธรรม ท่านจะให้อัดอั้นกันถึงขนาดไหน ขอความกรุณาเถอะครับ ขออนุญาตขออนุมัติที่ประชุม ให้เห็นใจท่าน ก็เท่ากับท่านได้พักสมองกันทุกคนครับ เดี๋ยวจะมีอะไรขํา ๆ มากกว่านี้ครับ
ท่านประธานเคารพครับ
เชิญครับ
กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของจังหวัดลําพูน
จะประท้วงหรือจะอะไร ต้องเล่าให้ฟังก่อนครับ
ผมไม่รู้จะประท้วง ก็ขออนุญาตหารือ ท่านประธาน
หารือใช่ไหมครับ
เรื่องเมื่อกี้นี้ผมได้รับโทรศัพท์จากพี่น้อง ที่ปลูกกระเทียมที่จังหวัดลําพูน ตามที่ คชก. โดยท่านมิ่งขวัญอนุมัติเงิน ๓๐๐ ล้านบาท ซึ่งขณะนี้พี่น้องประชาชนที่จังหวัดลําพูนที่ปลูกกระเทียม เงินจํานวนนี้ได้ไปถึงจังหวัด เรียบร้อยแล้ว ก็เลยนําเรียนข้อเท็จจริงให้ประธานฝากไปยังท่านรัฐมนตรีมิ่งขวัญ ให้รับทราบเพื่อเปึนขวัญกําลังใจท่านครับ
มีท่านประท้วงอยู่ครับ พอแล้วครับคุณสถาพร เชิญคุณสาธิต
ผมประท้วงท่านสมาชิกซึ่งลุกขึ้นเมื่อสักครู่ว่า ท่านไม่มีสิทธิมาชี้แจงครับ ถ้าท่านจะประท้วง ท่านก็ต้องบอกว่าผิดระเบียบข้อบังคับ ตรงไหน
ผมก็เรียนแล้ว ผมกลัวผิด ข้อบังคับ ผมก็เลยให้เขานั่งลงครับ
แล้วท่านรัฐมนตรีก็กําลังชี้แจงพวกเราอยู่ ไม่ใช่หน้าที่ของท่านครับ
เดี๋ยวอีกสักครู่ก็คงจะได้ ชี้แจง เพราะว่าท่านก็อภิปรายอย่างละเอียดทุกอย่าง ตั้งแต่มังคุดราคา ๓๕ บาท ผมก็จําได้ ฉะนั้นท่านต้องเข้าใจว่าสมองคนแก่ ๆ นี่ฟังได้ชัดครับ เดี๋ยวจะทักท้วงให้ครับ เดี๋ยวท่าน จะต้องตอบ เชิญต่อได้หรือยังท่านรัฐมนตรีครับ หายใจยาว ๆ ลึก ๆ เชิญครับ
กราบขออภัยท่านประธานครับ คือเรื่องของเรื่องนี่ผมคอยอยู่ตั้งนานไม่มีใครขึ้นมาสักคน ผมก็เลยไม่กล้าลง แล้วเขาก็พูดเรื่องผมกันตลอด ผมขออนุญาตพูดต่อนะครับ กลับมาถึง เรื่องเมื่อกี้ เพราะฉะนั้นเรื่องออร์เดอร์สั่งข้าว ท่านไม่ต้องห่วง ๖.๗ ล้านตัน ที่เคยคุยมา เราคุยกันมาเมื่อ ๒ เดือนที่แล้ว ตอนนี้จะบอกว่าอย่างไรก็แล้วแต่ ตัวเลขนี้เปึนตัวเลข สําคัญครับ ประเทศไทยใน ๕ เดือน มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน พฤษภาคม ปรากฏว่าเราขายข้าวออกไปแล้ว ๕.๐๒ ล้านตัน ป้นี้เราตั้งเปัาว่าจะขายข้าวส่งออก ประมาณ ๙ ล้านตัน ตอนนี้ถ้าดูตามนี้ครับเรามาเกินครึ่งแล้วด้วยซ้ํา นี่เพิ่ง ๕ เดือน ถามว่าเมื่อเทียบกับป้ที่แล้วเปึนอย่างไรครับ ปริมาณส่งออกข้าวเรามากขึ้นถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ พูดง่าย ๆ ถ้าป้ที่แล้วส่งออก ๑๐๐ ป้นี้ก็ ๑๕๐ เพราะฉะนั้นเรียนเลยว่า ตัวเลขเรื่องส่งออกไม่มีปัญหา แล้วก็เรื่องข้าวฟ่ลิปป่นส์ผมก็คงไม่ต้องอธิบายแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีได้อธิบายอย่างชัดเจนแล้วว่าทําไม แต่มันก็มีเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่น่าสนใจน่าพูดถึง ปกติไม่ใช่ทะเล่อทะล่าจะไปประมูลได้ ฟ่ลิปป่นส์เขามีเงื่อนไข ผมอ่านให้ท่านฟังตามข้อมูลที่ทางราชการส่งมาให้ เขาบอกการประมูลข้าวของเอกชน ถ้าจะไปทําทันทีนี่ทําไม่ได้ เพราะรัฐบาลฟ่ลิปป่นส์เขากําหนด เขาใช้คําว่า เฮด ออฟ สเตท (Head of state) คือต้องมีคนลงชื่อ ต้องมีหนังสือรับรอง ความจริงเฮด ออฟ เสตท ถ้าแปล ตรงตัวคือประมุขของรัฐ แต่ประเทศไทยก็คือท่านนายกรัฐมนตรีต้องเซ็นด้วย อันที่ ๒ ถ้าทะเล่อทะล่าไปก็จะผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกําหนดอํานาจของ กระทรวงการคลังในการค้ําประกัน ฉบับที่ ๒ ป้ ๒๕๑๙ ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบ จากคณะรัฐมนตรี แล้วก็ค้ําประกันเฉพาะหนี้ของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ เพราะฉะนั้น อยู่เฉย ๆ ทันทีเลยเอาไปไม่ได้ แล้วย้ําอีกครั้งหนึ่งท่านนายกรัฐมนตรีสมัครก็ได้บอกแล้วว่า ได้คุยกับประธานาธิบดีทางโน้นแล้ว อันนี้เปึนเหตุเปึนผลว่าทําไมถึงถอนเรื่องออก ถึงเรื่อง อย่างไรนะครับ ตรงนี้ผมจะขอผ่าน ผมย้ํานะครับท่านจะได้สบายใจว่าออร์เดอร์มีแน่นอน
คราวนี้เราพูดถึงเรื่องข้าวถุงธงฟัา ถ้าผมตอบท่านตรง ๆ ผมเข้ามา กระทรวงพาณิชย์ ผมไม่ชอบคําว่า ธงฟัา เลย ไม่รู้เปึนอย่างไรไม่ชอบ เพราะมันได้ยิน มาตลอด เอะอะอะไรก็ธงฟัา ผมได้ยินอย่างนี้มาตลอดจริง ๆ แล้วผมก็ถามข้าราชการ ตั้งหลายทีแล้วว่า ท่านไม่มีทางแก้อย่างอื่นหรือท่านต้องใช้ธงฟัาตลอด บางคนยังสัพยอก ผมเลยจะให้เปึนธงสีแดงหรือ ธงสีเหลืองหรือ แต่ประเด็นมันไปอยู่ตรงไหนครับ ตอนนั้น ที่มีการตัดสินใจทําข้าวถุงท่านไม่ได้นั่งอยู่ในเหตุการณ์ ผมบอกแล้วว่ายุทธศาสตร์ มันต้องปรับเปลี่ยน ไม่ใช่ว่าอาทิตย์ต่ออาทิตย์หรือเดือนต่อเดือนนะครับ วันต่อวัน ท่านสังเกตดี ๆ นะครับราคาข้าวในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น ถามว่าผมเปึนคนทําหรือเปล่า ผมตอบท่านตรงเลยนะครับด้วยความเปึนสุภาพบุรุษและลูกผู้ชาย ไม่เกี่ยว แต่ผม มองออกเพราะว่าแฟคเตอร์ (Factor) องค์ประกอบอื่น ๆ มันบอก แล้วผมก็ได้บอก ให้ทุกคนรู้ว่าชาวนาอย่าเพิ่งขาย รอ ๓๐,๐๐๐ บาท แล้วค่อยขาย และท่านอย่ามาแปลความ ตรงนี้ผิดด้วยนะครับ แล้วอย่ามาแกล้งไม่รู้ด้วยอันนี้ผมต้องพูดตรง ๆ ชาวนาขาย ข้าวเปลือก พ่อค้าขายข้าวสาร ท่านต้องแยกให้ดี ๆ ชาวนาเพียงแต่ขายข้าวส่งออก เอฟโอบี (FOB) เขาไม่รู้เรื่องอย่างนั้นนะครับ คราวนี้เราก็กลับมาประเด็นตรงข้าวถุงธงฟัา พอข้าวเมืองนอกราคาดีมาก ๆ ข้าวในประเทศขึ้นอุตลุดเลย ขึ้นเสียจนกระทั่งถ้าท่านมีใจ ยุติธรรมแล้วท่านเป่ดกว้าง ข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ทุกฉบับลงข้าวขาดตลาด คนแห่ไปซื้อข้าว ไม่ว่าจะห้างธรรมดา หรือโมเดิร์น เทรด ผมดูโทรทัศน์ทุกคืน ผมเติบโตมาจากสายข่าวด้วย สายสื่อด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อผมดูผมก็เห็นภาพอย่างหนึ่งคือประชาชนกําลังเดือดร้อน แล้วสิ่งที่น่ากลัว กว่านั้นผมจะเล่าอะไรให้ท่านฟัง แล้วท่านจะไม่เคยได้ยินอย่างนี้มาก่อน ฝัืงนี้ผู้ผลิตข้าวถุง มานั่งประชุมอยู่เต็มไปหมดเลย เราก็ถามเขาว่าทําไมข้าวมันถึงหายไปจากในตลาด โดยเฉพาะโมเดิร์น เทรด ห้างต่าง ๆ บิ๊กซี คาร์ฟูร์ โลตัส ซึ่งมีไม่รู้กี่ร้อยสาขาข้าวหายไปหมด เขาก็บอกว่าส่งไปเท่าไรก็ไม่พอขาย แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่เขาพูดก็คือเขาบอก เขาหมุนเงินไม่ทัน ผมก็ถามว่าทําไมหมุนไม่ทันล่ะ เขาก็บอกว่าทุกทีสมมุติเขาลงทุน ๑๐๐ ล้านบาท เขาเอาไปส่งคนก็ซื้อปกติกินเดือนต่อเดือน แต่ตอนนี้คนไปซื้อขึ้น ๓ เท่า ๔ เท่า เขาก็ต้องลงทุนเยอะ ห้างโมเดิร์น เทรด ก็จ่ายเงินกว่าจะคืนเขา ๒ เดือน ๓ เดือน ผมก็หันไปถามโมเดิร์น เทรด บอกว่าแล้วทําไมคุณจ่ายเขาอย่างนี้ เขาบอกปกติเอาข้าว มาวางในห้าง ข้าวกินพื้นที่ในห้างเยอะ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งก็ต้องเก็บค่าวาง ค่าพื้นที่ เซเวน อีเลเวน (Seven eleven) ก็ทําอย่างนี้ ห้างต่าง ๆ ก็ทําอย่างนี้ แล้วเงื่อนไขคุณจ่ายเงิน คืนเขาอย่างไร เขาก็บอกว่า ๒-๓ เดือน ผมก็บอกถ้าเกิดอย่างนี้เพื่อไม่ให้ข้าวหาย จากตลาดพวกคุณจะเอาอย่างไร เขาก็บอกว่าถ้าจ่ายสักเดือนหนึ่งเขาสามารถจะ หมุนเงินทัน ผมก็ไปบอกโมเดิร์น เทรด นั่งประชุมกันอยู่นี่คณะกรรมการก็อยู่กันเต็มเลย บอกว่าถ้าอย่างนั้นคุณจ่ายเร็วขึ้นสิ ข้าวเขาเอามาวางตูมปุ็ปแทบไม่พ้นวันคุณก็ขายหมด ถ้าท่านสมาชิกทุกท่านทราบตอนนั้นท่านก็คงจะรู้เดินเข้าไปในห้างนี่ว่างเปล่าหมด สถานีโทรทัศน์ทุกช่องประโคมข่าวบอกว่าข้าวหายไปจากท้องตลาดไม่รู้หายไปอยู่ที่ไหน ข้าวถุงหายหมด
ท่านรัฐมนตรีที่เคารพครับ ผมขอความกรุณาคือทางฝ์ายค้านเขามีหนังสือมาถึงผม ๒ ฉบับ ให้ท่านตอบตามประเด็น ที่เขาถาม แล้วให้ตอบสั้น ๆ เขาบอกสําหรับท่านเขาไม่ติดใจอะไรหรอกครับ
ถ้าไม่ติดใจผมก็ไม่ต้องอธิบายแล้วครับท่านประธาน ผมขอปรึกษา ต้องอธิบายอีกไหมครับ
คืออย่างเรื่องปุิย เรื่องสินค้า ด้านเกษตรอย่างอื่น เรื่องกระเทียมเรื่องอะไร เอาสั้น ๆ นะครับ
ครับ
ขอบพระคุณครับ
ที่ผมพยายามจะตอบเรื่องข้าวถุงธงฟัาว่าทําหรือไม่ทํา เพราะมีสมาชิกบอกว่าตอนแรกทํา ตอนหลังไม่ทํา ทําแล้วราคาตก มันเกิดอะไรขึ้น ผมก็กําลังจะบอก ๑ ๒ ๓ ถ้าผมตัด ประเด็นเร็ว ๑ ๒ ๓ ได้เร็ว พอหลังจากนั้นพอข้าวหายไปจากตลาดปุ็ป พอคุยเสร็จ เขาก็บอกว่าถ้าอย่างนั้นทําอย่างไรก็มีทําข้าวถุงธงฟัา ก็ทําออกมาแสนถุง ๓ ลอต (Lot) ท่านเชื่อไหมครับ พอบอกว่าจะทําแค่นั้นพอตอนนั้นมีมติออกมาว่าจะทําเท่านั้น ข้าวไม่รู้ ถล่มทลายมาจากไหนสูงท่วมหัวเลย เรายังบอกเลยว่าไปเดินในห้างระวังข้าวจะล้มทับ คราวนี้มาประเด็นตรงเรื่องข้าวถุงถามว่าทําไมตอนนี้หยุดก็ในเมื่อในที่ประชุมเขามีมติกัน ออกมาบอกว่าราคามันอยู่ค่อนข้างนิ่งแล้ว ตอนนั้นรัฐทําออกมาประมาณ ๑๒๐ บาท แล้วมันก็ทําให้ราคาข้าวมี ๒ หลักการ หลักการที่ ๑ คือไม่ทําให้ราคาตลาดสูงเกินไป ไม่อย่างนั้นใช้สีขีดราคา ๆ เปลี่ยนไป ซึ่งสมาชิกก็อภิปรายไปแล้วเพื่อจะดึงราคาตลาด ก็จะตกประมาณ ๑๐-๒๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ข้อที่ ๒ ก็คือทําให้ข้าวโผล่มาในท้องตลาด ตอนแรกเราก็ทําอย่างนี้ เรื่องข้าวถุงตอนนี้ถามว่าหยุดแค่เท่าไร ก็จะหยุดไปประมาณ ๒-๓ เดือนแล้วประเมินผล จะมีการดูกันอีกครั้งหนึ่งว่าเปึนอย่างไร ทางเขาก็ต้องเอาผู้เชี่ยวชาญเรื่องปุิย มันก็เหมือนมาดีเฟนด์ (Defend) กันทําไม เพราะอะไร แพงไม่แพง ต้นทุนอยู่ตรงไหน แล้วเขาก็มีสูตรมีการคํานวณของเขาอยู่ เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดสมมุติเรื่องปุิยผมอยากจะเปึนประเด็นสําคัญแค่สั้น ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านใดเห็นว่ามันมีการค้ากําไร มันมีการอันเดอร์ อินวอยซ์ (Under Invoice) โอเวอร์ อินวอยซ์ (Over Invoice) ท่านคิดว่าเขาไปบวกกําไรที่ผิดปกติตรงไหน ผมจะพูดสั้น ๆ ตรงประเด็น เลยครับ เอาเอกสารมาเถอะครับ แล้วผมจะจัดการให้ ผมย้ํานะครับ ไม่มีเว้นแม้แต่ คนเดียว แล้วผมตัวเล็ก ๆ อย่างนี้ แต่ผมชัดเจนแล้วท่านไปเช็กประวัติผมดูได้ ถ้าเกิด มันมีปรากฏการณ์อย่างนั้นจริง ผมจะจัดการให้ท่านเห็นทันตา ขอให้พ่อแม่พี่น้องสบายใจ เรื่องปุิยก่อนจะผ่าน ผมอยากจะเพิ่มเติมนิดหน่อยที่ผมเปึนห่วงอยู่ วันนี้แฟคเตอร์หนึ่ง หรือองค์ประกอบหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือน้ํามันขึ้น ป่โตรเคมีขึ้น ปุิยขึ้นตาม อันนี้ ต้องยอมรับอย่างหนึ่งนะครับ ถัวเฉลี่ยราคาป้ก่อนโน้น น้ํามันอยู่ที่ ๖๐-๖๕ เหรียญ ต่อบาร์เรล ใครเลยจะไปนึกว่าวันนี้มัน ๑๓๐ กว่า ผมมีข้อมูลบางอันประกอบที่จําเปึน ต้องเล่านะครับ ผมเพิ่งไปราชการประเทศมาเลเซีย ท่านนายกรัฐมนตรีให้ผมไป ผมได้ไปพบกับคุณบันดาวี พบกับรัฐมนตรีของมาเลเซีย ท่านเชื่อไหมครับ มาเลเซีย เปึนคนขุดน้ํามันได้เองและร่ํารวยถึงขนาดสร้างตึกป่โตรนัสขึ้นมาเปึนตึกแฝดที่สูงที่สุด ในโลก มาเลเซียตัดสินใจขึ้นราคาน้ํามันเมื่อ ๓ อาทิตย์ที่แล้ว ๔๐ เปอร์เซ็นต์ วันนี้น้ํามัน มาเลเซียลิตรละ ๒๗ บาท แล้วผมก็ถามเขาบอกว่าแล้วราคาส่งออกล่ะ ราคาน้ํามันดิบ เปึนอย่างไร ครูด ออยล์ (Crude oil) เปึนอย่างไร อันนี้ท่านอย่าเพิ่งเชื่อตามนี้ เขาบอก ผมมาว่าอย่างนี้ครับ เขาบอกอีกไม่กี่วันก็ ๑๕๐ และดีไม่ดีสิ้นป้นี้ ๒๐๐ เหรียญต่อบาร์เรล เราเตรียมพร้อมที่จะมองอนาคตที่จะแก้ปัญหากันอย่างนั้นหรือยัง อันนี้ตัดประเด็นไปก่อน กลับมาเรื่องปุิย ถ้าถามว่าเปึนไปได้ต้องการทําอะไรนะครับ
ข้อที่ ๑ ปุิย อย่างที่ท่านอภิปรายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ พูดไปถึงเรื่องซื้อปุิย เปึนไปได้เราอยากให้เป่ดมากที่สุด ไม่ใช่กี่เจ้าเท่านั้นที่มีอยู่ สิ่งที่ผมโดนมากที่สุดเลยในวันที่มาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คือผมบอกเลย จากคนที่เคยเห็นหน้าเห็นตารู้จักกันดี ๆ วันนี้พ่อค้าเกลียดผมไปค่อนประเทศแล้วครับ ผมว่าถ้าท่านไม่รู้เรื่องนี้ท่านก็ผิดปกติ หรือแม้แต่กระทั่งตรง ๆ นะครับ เขาทําไปจนกระทั่ง ถึงขนาดไปจ้างคนเขียนบทความด่าผมเปึนล่ําเปึนสันก็มี ผมโตมาจากสื่อไม่ใช่ผมไม่รู้ ผมเข้าใจหมด ผมบอกเลยผมพร้อม ในเมื่อตัดสินใจมาอยู่ตรงนี้ ผมจะอยู่ข้างประชาชน แล้วก็คนยากจน ผมไม่มียอมครับ สิ่งที่สําคัญอีกประการหนึ่งที่ต้องคุยเรื่องปุิย ปุิยวิทยาศาสตร์ ถ้าเปึนไปได้ ข้อที่ ๑ หาแหล่งที่ซื้อ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเปึนคนดูสเปกเรื่องนี้ ข้อที่ ๒ แหล่งไหนได้ราคาดีถามผม สนับสนุนเต็มที่ ข้อที่ ๓ ลดปุิยวิทยาศาสตร์ลงมาถ้าเปึนไปได้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มปุิยอินทรีย์ เพิ่มปุิยชีวภาพ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วถ้าเปึนไปได้กรณีศึกษาใดก็ตามเรากําลังจับมือกับกระทรวงเกษตร และสหกรณ์อยู่ ถ้าเขาสามารถทําเกษตรอินทรีย์ได้ เราจะมาเปึนตัวอย่าง โบลว (Blow) ออกมาให้คนเห็นแล้วเปึนตัวอย่างที่ดีกับเกษตรกร เราคํานึงถึงเรื่องเกษตรกร เรื่องต้นทุน เรื่องปุิยผมผ่านนะครับ
ผมว่าเรื่องราคาพืชผลต่าง ๆ ผมอยากกราบเรียนผ่านสมาชิก ผมเรียนเลย ครับว่าม็อบเกษตรกรเรื่องพืชผลที่ผ่านมา ผมก็เห็นอย่างนี้มาตลอด ผมว่าตั้งแต่เล็กจนโต ผมก็เห็นอย่างนี้จนอายุเท่านี้แล้ว ถ้าจะพอให้อภัยกันหรือคุยกัน รู้เรื่องนะครับ ด้วยสถานการณ์จาก ๖๐-๖๕ เหรียญต่อบาร์เรล ไปเปึนน้ํามัน ๑๓๐-๑๔๐เหรียญต่อบาร์เรล วันนี้ท่านจําได้ไหมครับ เมื่อก่อนน้ํามันลิตรหนึ่งกี่บาท วันนี้ลิตรหนึ่ง ๔๐ กว่าบาท ผมพูดตรงนะครับ ม็อบที่ท่านบอกมาทั้งหมด ผมพยายามแก้ไขมากที่สุด รวดเร็วที่สุด เท่าที่จะทําได้ ๑๐๐ ม็อบอาจจะแก้ได้สัก ๗๐-๘๐ ม็อบ ผมว่าผมทําเยอะที่สุดเท่าที่จะทําได้แล้ว ถ้ามันจะไม่ครอบคลุม ไม่ไปถึง ไม่ไปคัฟเวอร์ (Cover) พื้นที่ใดบ้างก็ต้องขออภัย แต่บางอย่างก็ต้องเข้าใจด้วย อย่างลําไยเชียงใหม่ อันนี้ผมพูดตรง ๆ มันยังไม่ถึงฤดูกาลเลย แล้วตัวเลขเราทดลองทําเรื่องซื้อขายล่วงหน้า ซื้อขายล่วงหน้าไม่ได้หมายถึงเกษตรล่วงที่จะคอมโมดิตี้ เราหาตลาดมา ๓๘ บริษัท จากทั่วโลก เขามาสั่งซื้อ ๘ แสนกว่าตันแล้ว แล้วตอนนี้เรามีปัญหาของเราตรงกันข้าม ด้วยเรามีอยู่ ๔ แสนกว่าตัน ภาคใต้เราก็ไปทําที่สุราษฎร์ธานี เรื่องพืชผลผมคงไม่คุย อะไรเยอะนะครับ ผมอยากขมวดปมเรื่องสุดท้าย ผมอยากพูดอะไรบางอย่าง ผมเห็น ท่านไตรรงค์ สุวรรณคีรี พูด ผมพูดจริง ๆ นะครับ ตั้งแต่ผมเด็ก ๆ มาแล้วผมชื่นชมท่าน แล้วผมก็ชื่นชมในวิธีการอธิบายที่ทําภาษาเศรษฐศาสตร์ให้เปึนมิติจากยากเข้าใจง่าย แล้วท่านมีอารมณ์ขัน อันนี้ด้วยความเคารพและชื่นชมจริง ๆ โปรดสังเกตแววตาคู่นี้ จริงใจครับ สิ่งที่ผมจะบอกท่านก็คือว่าผมจะพยายามเลียนแบบท่าน แต่จะได้ครึ่งหนึ่ง ของความสามารถท่านหรือไม่ ขอความกรุณาได้โปรดตั้งใจฟังสิ่งต่อไปนี้นะครับ ผมจะไม่มาอธิบายที่ซึ่งจะอันละเอียด นี่คือราคาน้ํามันจากที่ผมบอก ๖๐ เหรียญ ๖๕ เหรียญ ขึ้นมา ๑๓๘ เหรียญ ๑๓๕ เหรียญ ๑๔๐ เหรียญ แล้วแต่สถาบันใดที่อ้างอิง ถ้าคํากล่าวของรัฐมนตรีประเทศเพื่อนบ้านเราเปึนจริง ท่านก็เตรียมเผชิญสถานการณ์ ๑๕๐ เหรียญ และ ๒๐๐ เหรียญ วันนั้นท่านว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมเรียนท่านเลย มันไม่ใช่ น้ํามันเติมรถอย่างเดียว กาแฟถ้วยนี้ ขนมชิ้นนี้ทุกอย่างมีต้นทุนของการขนส่งอยู่หมด เพราะฉะนั้นตรงนี้คนจะต้องเผชิญแน่นอน สิ่งเหล่านี้บอกว่าคนไทยหลีกเลี่ยงประเทศเดียว ได้หรือเปล่า ไม่มีทางครับ แล้วมันเปึนอย่างนี้ทั้งหมด นี่คือเรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ ท่านคงได้ยินเรื่องแฮมเบอร์เกอร์ ไครซิส (Hamburger Crisis) วิกฤติการณ์ทางการเงินของอเมริกา ซึ่งบางคนบอกว่าเปึนเมืองหลวงเศรษฐกิจของโลก แฮมเบอร์เกอร์ ไครซิส คืออะไร ก็เหมือนต้มยํากุ้ง ดีซีส (Decease) ๑๐ ป้ที่แล้วป้ ๒๕๔๐ เราเจอวิกฤติเศรษฐกิจ ปรากฏว่าแฮมเบอร์เกอร์ ไครซิส ก็เกิดขึ้น มันเกี่ยวพันอะไรกับเรา ๓ อย่างแน่นอน อย่างแรกเลยตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดอันดับ ๑ ของโลก ของไทย อยู่กับอเมริกา ท่านรู้ไหมครับ เดี๋ยวผมจะไปต่อเรื่องว่าตลาดส่งออกที่ท่านเปึนห่วง ที่ท่านคุยกันเมื่อวานมัน ๗๐ ไม่ ๗๐ เท่าไร แล้วมันเกิดอะไรขึ้น พอมาอันที่ ๒ บังเอิญ ทั่วโลกเราค้าขายกับประเทศจีน แขก ฝรั่ง ๗๑ เปอร์เซ็นต์ โดยประมาณถึง ๗๑.๑ เปอร์เซ็นต์ เราใช้เงินสกุลสหรัฐอเมริกา มันเลยเกิดผลกระทบค่อนข้างมากคืออะไร เงินเขาอ่อน บาทเราก็แข็ง มันตัวอย่างนี้กลับกันไปกลับกันมา แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็ตาม น้ํามันจาก ๖๐ เหรียญ ๖๕ เหรียญขึ้นมาเปึน ๑๓๐ เหรียญกว่า อันนี้คือข้อแรก คราวนี้พอมาดูสิ่งที่ผมอยากจะดูผมมาโยงเมื่อวาน ก็มีท่านสมาชิกพยายามบอกว่า เรื่องเงินเฟัอดูดี ๆ ชัด ๆ เลย อาจจะเมื่อวานท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็พยายามที่จะตอบ หรือตอบตรงนี้ผมถือโอกาสให้ท่านดูนะครับ วันนี้ถามว่าดัชนี ราคาผู้บริโภคป้ ๒๕๕๑ มกราคมถึงพฤษภาคมตอนนี้เราอยู่ ๕.๘ ที่เราตกใจกัน ในเดือนพฤษภาคมคือ ๗.๖ ถามว่า ๗.๖ สูงไหม ตอบเลยสูง แต่ถามว่าสูงเพราะอะไร ปัจจัยสาเหตุน้ํามัน แล้วเดี๋ยวมันจะมาโยง แล้วมีสมาชิกบางท่านอภิปรายบอกตกลง ทิศทางพลังงานเอาอย่างไร ทิศทางเรื่องน้ํามันเอาอย่างไร เรื่องอุตสาหกรรมเอาอย่างไร แล้วเงินเฟัอคุณจะแก้อย่างไร แล้วปัญหาคุณจะทําอย่างไรเรื่องส่งออก ผมจะอธิบาย แบบกระชับให้ท่านเข้าใจหมด เรื่องนี้บอกเลย เดิมประมาณการไว้ว่าค่าซีพีไอ (CPI) จะอยู่ประมาณ ๕-๕.๕ แต่นั่นแปลว่าอะไรภายใต้สมมุติฐานราคาน้ํามันดิบเฉลี่ยจะอยู่ที่ ๑๐๕ เหรียญต่อบาร์เรล แต่วันนี้มันมา ๑๓๘ แล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้ ถ้าเฉลี่ย ๕.๘ ยังถือว่าเราควบคุมได้ดี พอสมควรอยู่ แต่ประมาทไม่ได้นะครับ
อีกเรื่องที่น่าสนใจ เรื่องนี้ไม่ใช่มาปลอบใจกันเอง ผู้บริหารที่ดีความจริง กับตัวเลขต้องออกมา อัตราเงินเฟัอประเทศต่าง ๆ ท่านดู ในเดือนพฤษภาคม เวียดนาม อยู่ที่ ๒๕.๒ อินโดนีเซียอยู่ ๑๐.๔ ฟ่ลิปป่นส์ ๙.๖ อินเดีย ๘.๒ จีน ๗.๗ ประเทศไทยยังอยู่ ๗.๖ ซึ่งว่าเดือนสูงที่สุดแล้วนะครับ
เพราะฉะนั้นถ้า ๕.๘ คุมเฉลี่ยอยู่อย่างนี้พออยู่ได้ แต่ต้องปรับตัวอย่างอื่น ผมอยากป่ดท้ายด้วยเรื่องบางเรื่องให้ท่านฟัง เรื่องนี้สําคัญครับ ผมย้ําผมจะผ่านเรื่องนี้ อีกทีหนึ่ง เรื่องส่งออกข้าวป้ที่แล้ว ๓.๓ ป้นี้ ๕.๒ โตขึ้นร้อยละ ๕๑ ไม่ต้องห่วงนะครับ ถ้าชาวนาจะปลูกข้าวนาปรัง ข้าวนาป้ ข้าวพิเศษอะไรก็แล้วแต่เราจะหาตลาดให้ ถนนทุกสายสู่เรา ตรงนี้ผ่านกลับมาตรงนี้ครับ ท่านดูอันนี้ดี ๆ เรื่องนี้สําคัญกับคนทั้งประเทศ องค์การสหประชาชาติ นายบัน คี-มูน องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ นายจาคส์ ดิอุฟ องค์การการค้าโลก นายปาสคอล ลามี ผู้อํานวยการใหญ่ ทุกคน มีความเห็นในต่างกรรมต่างวาระ เรื่องนี้เปึนวาระของโลก บอกว่าอะไรครับ บอก ๒ ประการ โลกจะต้องเผชิญอะไร อันที่ ๑ วิกฤติการณ์อาหาร โดยเฉพาะเขาโยงมาเรื่องข้าว อันที่ ๒ คือเรื่องพลังงาน ผมขอตอบคําถามตรงนี้ดังต่อไปนี้ เอาเรื่องพลังงานก่อน คนบอกว่า ประเทศไทยโชคร้ายมีน้ํามันน้อย หรือเกือบไม่มีน้ํามันเลย ทิศทางพลังงานจะเอาอย่างไร จะแก้ปัญหาอย่างไร ท่านดูข้อมูลตรงนี้แบบเร็ว ๆ ผมจะฉายแบบเร็วเลย รถยนต์ที่มีอยู่ ในประเทศทั้งหมด ๒๕.๗ ล้านคัน เปึนจักรยานยนต์ ๑๕.๙ เปึนรถยนต์เก๋ง ๓.๖ เปึนรถบรรทุกเปึนป่กอัพอื่น ๆ ๖.๒ ล้านคัน ทั้งหมดนี่ใช้เบนซินอยู่ ๒๗ เปอร์เซ็นต์ ใช้ดีเซล ๗๓ เปอร์เซ็นต์ เรื่องนี้มันมาเกี่ยวอะไร มันมาเกี่ยวประเทศไทยไม่มีน้ํามัน ถ้าสมมุติดันทุรังใช้น้ํามันไปเรื่อย ๆ เหมือนมีข้าวกินแล้วไม่กิน แต่จะไปกินสปาเก็ตตี้ มันโยงอะไรครับ เบนซินลิตรหนึ่งตกประมาณ ๔๒ บาท ๔๐ กว่าบาท คราวนี้วิธีแก้ปัญหา เฉพาะหน้าคืออะไรครับ เอาเอทานอลออกมา เอามันสําปะหลัง เอาอ้อยมาทํามันก็เกิด อี ๑๐ อี ๒๐ แล้วก็จะไป อี ๘๕ ถ้าอี ๘๕ แปลว่าก็เอาแอลกอฮอล์ ๘๕ เปอร์เซ็นต์มาผสม แต่คราวนี้มันก็โยงขึ้นมาบอกว่าแล้วถ้าเกิดน้ํามันไปอย่างนี้แล้วพลังงานล่ะ ไม่มีน้ํามัน ก็ต้องนําน้ํามันเข้า ผมอยากย้ําตัวเลขนะครับ เรื่องน้ํามันเราตั้งงบประมาณชาติเอาไว้ ๑.๘๓ ล้านล้านบาท ปรากฏว่าเราเสียเงินค่าพลังงานออกไป ๘ แสนล้านบาท ถึง ๑ ล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นถ้าเราแก้ค่าใช้จ่ายตรงนี้ต้องถูกแก้แล้วมันโยงอะไรครับ ผมฝากการอภิปรายเที่ยวนี้ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้ผมว่ามันควรจะได้ไปถึง ประชาชน ผมในฐานะเปึนประธาน คอพ. (คณะกรรมการบริหารจัดการเรื่องอาหารและ พลังงานเพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤติอาหารและพลังงานของโลก) ประธานคณะทํางาน เรื่องอาหารและพลังงานในการบริหารจัดการในภาวะวิกฤติ ผมเรียกเขามาประชุมก็คือ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมมอเตอร์ไซค์ อุตสาหกรรมพลังงาน แล้วผู้เชี่ยวชาญ ทั้งหมดได้ความดังต่อไปนี้ ท่านฟังข้อความตรงนี้ดี ๆ เมื่อกี้เราบอกว่ารถจักรยานยนต์มี ๑๕.๙ ล้านคัน เปึนเครื่องยนต์ ๔ จังหวะเสีย ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ๒ จังหวะ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เฉพาะ ๔ จังหวะ คําแนะนําเขาบอกมาแล้ว ผู้ผลิตมอเตอร์ไซด์บอกว่าให้ใช้น้ํามัน ๙๑ อี๑๐ ได้ ตรงนี้ เท่ากับท่านจะประหยัดน้ํามันใช้ชาติได้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ นี่คือเบื้องต้นเอามาตรการ ชอร์ต เทอม (Short term) ก่อนนะครับ ท่านได้ลิตรละ ๔ บาท แต่คราวนี้มาถึงเรื่องสําคัญ แล้วรถยนต์จะไปอย่างไร แล้วเรื่องพลังงานจะแก้อย่างไรกัน ประเด็นนี้คือประเด็น ที่สําคัญที่สุดครับ ในอ่าวไทยผมย้ําอีกครั้งหนึ่งครับ วันนั้นผมคุยกับมาเลเซียเขาก็ คุยกันถึงประเด็นนี้ มาเลเซียมีน้ํามันที่กลันตันขุดขึ้นมาใช้ ปรากฏในอ่าวไทยมีแก๊ส ทั้งหมด ๑๑ แหล่งใหญ่ ๑๐๐ กว่าหลุมใหญ่ แล้วก็ ๑,๐๐๐ กว่าหลุมเล็ก แล้วฝัืงพม่า ท่านนายกรัฐมนตรีก็บอกแล้วเพิ่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานไปเซ็นสัญญา หลุม ๑ แหล่ง ๑ แหล่ง ๒ แล้วก็มีเอ็ม (M) ๙ ๒ อันรวมกันแล้วนะครับ ถ้าเฉพาะฝัืงไทย จะอยู่ที่ประมาณ ๒๕ ป้ขึ้นไปที่จะมีแก๊สใช้ ถ้ารวมฝัืงพม่าแล้วก็บวกที่กําลังจะเซ็นสัญญา อีกในอนาคต เผลอ ๆ ๕๐ ป้บวกลบ คราวนี้ประเด็นมันไปอยู่ตรงไหน ไปอยู่ตรงนี้สิครับ ท่านดูตรงนี้ครับ รถยนต์ที่ใช้อยู่ครับ ทิศทางมันต้องกําหนดอุตสาหกรรมชัดเจน ผมบอกท่านเลย รถยนต์ ๒ พลังงานจะต้องเกิดขึ้น แล้วมันไม่ขัดเรื่อง อี ๑๐ อี ๒๐ อี ๘๕ มันจะไปด้วยกันครับ ผมขออนุญาตอธิบายด้วยวาจาไม่ใช้ชาร์ทแล้วดีกว่ามันจะได้นั่น ประเด็นก็คือว่าคนกําลังถามว่าตกลงใช้แก๊ส ตกลงใช้น้ํามัน อีกฝัืงหนึ่งบอกอี ๘๕ เข้าป์าหรือเปล่า ฝัืงหนึ่งใช้แก๊สแล้วมันจะเอาแก๊สที่ไหนมาใช้ แล้วราคาแก๊สจะเปึน อย่างไร ผู้คนกําลังตื่นตระหนก ค่าใช้จ่ายน้ํามันก็ ๔๒ บาท ๔๕ บาท หรือ ๕๐ บาท ในอนาคต คําตอบเปึนอย่างนี้ เราคุยกันแล้วนี่รถยนต์จะมาเปึนรถ ๒ พลังงานครับ วันนี้ผมไม่ได้มาขายโฆษณารถนะครับ แล้วท่านไม่ต้องมาบอกว่าผมอยู่บริษัทรถยนต์เก่า มาก่อน ๒ ยี่ห้อที่ออกมาแล้วคือเมอร์ซีเดส เบนซ์ กับเชฟโรเลต เปึนรถ ๒ พลังงานครับ เจอแก๊สเติมแก๊สซีเอ็นจี เจอน้ํามันเติมน้ํามันได้ เครื่องมันสวิทช์ไปสวิทช์มาแล้วจะออก มาอีกประมาณ ๕-๗ ยี่ห้อในป้นี้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นแปลว่าอะไรครับ แล้ว อี ๘๕ ล่ะ ถ้าเกิดเครื่องเปึน อี ๘๕ แล้วเติมอย่างไรเขาเรียก เฟค ฟูเอล (Fake fuel) ถ้า อี ๘๕ ถ้าเกิดมีน้ํามัน อี ๒๐ ก็เติม อี ๒๐ เจอน้ํามัน อี ๑๐ ก็เปึน อี ๑๐ เปึนน้ํามันธรรมดา มันก็รับได้ เพราะฉะนั้นผมบอกย้ําอีกครั้งหนึ่ง ทิศทางของพลังงานเปึนอย่างนั้น และอันสุดท้ายน่าจะเปึนข่าวดีนะครับ อันนี้ครับ ราคาเชื้อเพลิง ๘.๕๐ บาท แก๊สจนถึง สิ้นป้ แล้วก็เปึน ๑๒ บาท แล้วก็ ๑๓ บาท ราคาจะเปึนอย่างนี้ คราวนี้ถ้าผมอธิบาย มาทั้งหมดอย่างนี้ ผมคิดว่าไม่ว่าเรื่องพลังงาน เรื่องส่งออก เรื่องปุิย เรื่องอะไร ผมคิดว่า ท่านคงพอเข้าใจได้พอสมควร ตัวเลขสุดท้ายครับ ส่งออกป้ที่แล้วเราส่งออก ๕.๒ ล้านล้าน ป้นี้เราส่งไป ๒.๒ ล้านล้าน สิ้นป้แนวโน้มเปัาหมายอยู่ที่ ๖ ล้านล้าน ก็อยากจะบอกให้ สบายใจนะครับว่าจะทํางานให้อย่างดีที่สุด มี ๒ ประการสุดท้ายที่อยากพูดครับ เมื่อกี้ ท่านพูดถึงเรื่องการออกอากาศวันที่ ๑๙ กันยายน
ท่านประธานครับ ทางนี้ครับ
เชิญท่านสาธิต ประท้วงนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต ป่ตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วงท่านรัฐมนตรี ที่ตอบวกวนแล้วก็ไม่ตรงประเด็นที่ถาม ที่สําคัญก็คือว่า ด้วยความเคารพท่าน ทางฝัืงสมาชิกฝ์ายค้านนี้ยังเหลือผู้อภิปรายอีกหลายท่าน เพราะฉะนั้นเวลาขณะนี้ ผมคิดว่ากลัวว่าจะไม่ทันนะครับ ก็ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ก่อนจะวินิจฉัย ขอต้อนรับนักศึกษาปริญญาโทจากนิด้า ด้วยความยินดีครับ ท่านรัฐมนตรี ท่านจะจบหรือยังครับ
ถ้าถามผมโดยภาพรวมนะครับ ผมอยากทิ้งท้ายไว้ ๒ ประเด็น
ท่านจะจบอยู่แล้วใช่ไหมครับ น่าจะจบอยู่แล้ว
จะจบอยู่แล้วครับ
ขอบคุณครับ เชิญครับ
ผมจะทิ้งท้ายไว้ ๒ ประเด็น เรื่องออกอากาศ ๑๙ กันยายน อะไรที่เมื่อกี้ท่านพูดถึง ผมย้ํา อีกครั้งหนึ่ง ๑๙ กันยายน ตอนนั้นผมยังทํางาน อสมท แล้วก็มีการออกอากาศประกาศ ของท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ผมอยากจะย้ําว่าวันนั้นโดยพระบรมราชโองการท่านยังเปึน นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยอยู่ เรื่องที่ ๒ อสมท เปึนหน่วยงานของรัฐ เรื่องที่ ๓ ยังไม่ปรากฏว่าใครมาจากไหนอย่างไร เรื่องที่ ๔ โดยถูกต้องตามกฎหมาย ณ วันนั้น ช่อง ๙ เปึนช่องซึ่งเปึนตัวแทนของทีวีพูลในการออกอากาศ ก่อนผมจะทํางานผมได้ ปรึกษากับท่านประธานบอร์ด ปรึกษาเรียบร้อยแล้วว่าถูกต้องไหม อันนี้ถูกต้อง ตามระเบียบไหม ตรงกันข้ามท่านคิดมุมกลับถ้าผมไม่ออกอากาศแล้วท่านว่าเกิดอะไรขึ้น เปึนหน่วยงานของรัฐโดยถูกต้อง อันนั้นเรื่องที่ ๑ คงไม่ต้องมาพูดกันแล้ว ผมว่าในห้องนี้ ท่านคงรักความเปึนประชาธิปไตย ไม่อย่างนั้นพวกท่านไม่ได้มานั่งกันอยู่ตรงนี้หรอก จบ ตรงนั้นไม่พูดถึงแล้วนะครับ
แต่ประการสุดท้าย ผมอยากจะพูดอันนี้อาจจะเปึนความรู้สึกเปึน เซนทิเมนท์ (Sentiment) เปึนอะไรของผมเอง ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีทุกครั้ง อันนี้เปึนความรู้สึกลึก ๆ ในใจผม ที่ข้างหลังนายกรัฐมนตรีจะมีปัายคําถวายสัตย์ปฏิญาณ ข้าพเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะซื่อสัตย์ จะเสียสละ และจะทํา ประโยชน์เพื่อคุณความดีของประชาชน ผมย้ําอีกครั้งหนึ่งผมอ่านทุกครั้ง นี่ผมไม่ได้พูด ให้เปึนสําบัดสํานวนที่เปึนนักการเมืองเลย ผมนั่งอ่านทุกครั้งแล้วผมก็ตั้งใจทําทุกครั้ง แล้วตลอด ๔ เดือนที่ผ่านมา ไม่ใช่ ๔ เดือนเท่านั้น ตลอดไปชั่วชีวิต ในเมื่อผมตัดสินใจ มาทํางานแล้วทําประโยชน์ให้ประเทศ ผมขอยืนยันในความซื่อสัตย์สุจริต ผมขอยืนยัน อีกครั้งว่าผมจะทําทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของประชาชนด้วยความตั้งใจจริงครับ กราบขอบพระคุณครับ
ต่อไปเปึนวาระของกระทรวงคมนาคม ใช่ไหมครับ ท่านวินัย สมพงษ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ กระผมและคณะขออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แล้วก็ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านประธานครับ กระผมอภิปรายเสร็จก็จะมี คณะอีก ๒ ท่านอภิปราย คือท่าน ส.ส. ถาวร เสนเนียม แล้วก็ท่านชาญชัย อิสระเสนารักษ์ เนื่องจากว่าเวลาได้เนิ่นมานานแล้วเวลาก็ค่อนข้างจํากัด กระผมขอกราบเรียนไปยัง ท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีทั้งสองว่าถ้าเผื่อจะกรุณาให้พวกกระผม และคณะทั้ง ๓ คน อภิปรายเสร็จแล้วท่านก็ตอบรวมทีเดียว กระผมคิดว่าจะเปึนประโยชน์ ด้วยกันทั้ง ๒ ฝ์าย ท่านประธานครับ ยากเหมือนกันที่จะอภิปรายต่อจากท่านรัฐมนตรีมิ่งขวัญ เพราะลีลา ท่านนั้นไปเรื่อยๆ เรียง ๆ เพลิน ๆ ลมเย็นเหมือนกับฟังเพลงเขมรไทรโยคครับ ต้องขอ ความกรุณาท่านผู้ฟัง ไม่ว่าจะเปึนท่านสมาชิกหรือพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้าน ลีลาของพวกผม ๓ คน ต่อไปนี้ก็จะเปึนอีกแบบหนึ่งครับ หนักไปทางเขมรโยกต้นไทร
ท่านประธานครับ กระผมขอกราบเรียนว่าสิ่งที่กระผมจะอภิปรายต่อไปนี้ ท่านต้องยอมรับต้องยอมเข้าใจก่อนว่าพวกผมไม่สามารถที่จะยอมรับท่านรัฐมนตรีว่าการ และรัฐมนตรีช่วยว่าการ เพราะฉะนั้นคําชมมันจะไม่ค่อยมี ต้องกราบเรียนท่าน และผม กราบเรียนไปยังท่านประธานว่า ผมไม่ได้มีความเกลียดชังท่านรัฐมนตรีว่าการ รัฐมนตรีช่วยว่าการเปึนการส่วนตัวใด ๆ ไม่โกรธ ไม่เคือง ไม่แค้นกันมาก่อนครับ แต่กระผมเพียงแต่ทําหน้าที่แทนปวงชนชาวไทย ในฐานะที่ครั้งหนึ่งห้องที่ท่านนั่ง ผมนั่งอยู่ เคยเห็นบรรยากาศแล้วก็จํากลิ่นได้ด้วย ท่านประธานครับ ตลอดระยะเวลา ที่กระผมอภิปรายจะไม่วกวนครับ จะชี้เป็ะ ๆ สั้นกะทัดรัดเข้าใจง่ายตามสไตล์ผม รับรองครับ ไม่มีคําจ้วงจาบหยาบช้า จะไม่มีคําที่ไม่สุภาพ ท่านสบายใจครับ และผม สอนตัวผมเองมาตลอดชั่วชีวิตของการเปึนนักการเมืองว่า นิคฺคณฺเห นิคฺคหารหํ ปคฺคณฺเห ปคฺคหารหํ (นิกคันเห นิกคะหาระหัง ปักคันเห ปักคะหาระหัง) แปลง่าย ๆ ว่าชมผู้ที่ควรชม แล้วก็ติผู้ที่ควรติ ท่านประธานครับ เอกสารที่ผมมีเพียงน้อยนิดแผ่นเดียวก็ว่าได้ ผมกราบเรียนว่าเปึนเอกสารจริง ผมไม่เอาเอกสารเท็จมาแสดงต่อรัฐสภาแห่งนี้ ผมทําไม่ได้ครับ เปึนของจริง เปึนตราครุฑ แล้วก็รับรองสําเนา ท่านครับ ถ้าผมอภิปราย อะไรก็แล้วแต่ที่ไร้เหตุไร้ผล ถ้าผมนั่งอยู่ที่ใดก็แล้วแต่ในสภาแห่งนี้ประท้วงใครสักคนหนึ่ง ถ้าใครที่ถูกผมประท้วงนี่ต้องถือว่าไม่ดีจริง ๆ ครับ เพราะผมเปึนคนอดทนถ้าประท้วง อย่างไม่เข้าท่าเข้าทางครับท่านครับ ถ้าพูดไม่ดี อภิปรายไม่ดี ประท้วงไม่ถูกเรื่อง ผมกําลัง อภิปรายไม่ไว้วางใจตัวผมเอง ผมไม่ใช่นักการเมืองเด็ก ๆ ก็ขอให้ท่านสบายใจ ท่านประธานครับ ผมรู้ดีครับว่าผมนั้นเคยเปึนฝ์ายค้าน เคยเปึนฝ์ายรัฐบาล ยากจริง ๆ อภิปรายไม่ไว้วางใจที่ฝ์ายค้านจะชนะฝ์ายรัฐบาลในสภาไม่เปึนไรครับ นอกจากในสภา เสียงของพี่น้องประชาชนที่ตัดสินใจเลือกกระผมเข้ามานั่นครับ คือเสียงสวรรค์ที่ผม พึงปรารถนาเหนือสิ่งอื่นใดครับ การอภิปรายของกระผมเองนั้นผมจะมุ่งไปที่ตัว ท่านรัฐมนตรีว่าการเปึนการเฉพาะ ผมจะแบ่งเปึน ๒ ตอนครับ
ตอนแรก ผมจําเปึนที่จะต้องบอกว่าผมรับคุณธรรมจริยธรรมท่านไม่ได้ จริง ๆ ครับ อย่างไรก็รับไม่ได้ คนอื่นรับได้ท่านไปโหวตเอากันเองครับแต่ผมรับไม่ได้เลย
ตอนที่สอง ผมรับไม่ได้กับการบริหารจัดการของท่าน ผมมองเห็นว่า ท่านบกพร่อง ผิดพลาด ล้มเหลวและไร้ประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดิน ๒ ตอนครับ สั้น ๆ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ในประเด็นคุณธรรม กระผมต้องขออนุญาต กล่าวหาว่าเขาไม่มีคุณธรรม เขาไร้จรรยา มันก็ต้องเอาอะไรมาบอกเพราะข้อกล่าวหา อย่างนี้ไม่ดีครับ ถ้าข้อหาว่าไม่เก่ง ไม่ฉลาด ไม่รู้ ผมไม่ค่อยโกรธไม่ค่อยมีความรู้สึก แต่ถ้าเปึนคนที่ไร้คุณธรรม ผมมีความรู้สึกเสียใจมากกว่าคําตําหนิที่บอกว่าคนนี้โง่ ไม่ฉลาด ไม่หลักแหลม ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมรับคุณธรรมจริยธรรมท่านไม่ได้ ผมกล่าวหาแล้ว เหตุผลก็เพราะว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคนปัจจุบันเปึนคนที่ถูกลบชื่อ ออกจากทะเบียนนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยรามคําแหง ในขณะนั้นท่านเปึน ส.ส. เพชรบูรณ์ เปึนสมัยที่ ๒ หรือที่ ๓ ผมไม่แน่ใจ ท่านได้ถูกลงโทษจากมหาวิทยาลัยโดยให้ลบชื่อ ออกจากทะเบียนนักศึกษา ข้อกล่าวหาที่เขาลบชื่อท่านออกเพราะท่านได้ให้บุคคลอื่น เข้าสอบแทนโดยการปลอมบัตรประจําตัวนักศึกษาและใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล ตลอดชีพของกรมขนส่งทางบก และใช้เปึนหลักฐานในการเข้าสอบ คือแปลว่าขณะท่าน กําลังทําปริญญาตรีอยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคําแหง ท่านได้ให้คนอื่นไปสอบแทน คนไป นั่งสอบแทนปลอมบัตรประจําตัวนักศึกษาแล้วก็ปลอมใบขับขี่ไปนั่งสอบแทน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผมไม่สามารถจะเอาอนาคตผมเอาหลักฐานเท็จ ๆ มาแสดงต่อท่านได้ เพราะนั่นเปึนการฆ่าผมทั้งชีวิตในทางการเมือง กระผมขออนุญาต อ่านครับท่านประธาน คําสั่งมหาวิทยาลัยรามคําแหงที่ ๑๑๗๐/๒๕๔๒ เรื่อง ลงโทษ ลบชื่อออกจากทะเบียนนักศึกษา ในการสอบไล่ภาคฤดูร้อน ป้การศึกษา ๒๕๔๑ หัวหน้าตึกสอบพีอาร์บี (PRB) ๒๐๑ รายงานว่า ในการสอบกระบวนวิชาพีวาย (PY) ๑๐๓ เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๔๒ คาบสอบที่ ๑ ได้ตรวจพบ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รหัสประจําตัว ๔๑๐๖๕๖๒๖๒๔ ได้ให้บุคคลอื่นเข้าสอบแทนโดยการปลอมบัตร ประจําตัวนักศึกษาและใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลตลอดชีพของกรมการขนส่งทางบก และใช้เปึนหลักฐานในการเข้าสอบ ย่อหน้าต่อมาครับ มหาวิทยาลัย
ท่านประธานครับ ขอประท้วงครับ
ท่านวินัยครับ ขออภัยมีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านประชาครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ประชา ประสพดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ ตั้งแต่เช้านี้ก็ฟัง ด้วยวินัยที่ดีว่าจะไม่ประท้วง แต่วันนี้ต้องประท้วงในข้อ ๖๑ ท่านประธานที่เคารพครับ ประการแรกคือ เอกสารที่ท่านผู้อภิปรายได้นําขึ้นมาตรงนั้น ผมขอให้ประธานได้ช่วย ตรวจสอบก่อน ประการที่สอง เรื่องที่ท่านผู้อภิปรายพูดนั้นมันเปึนเรื่องส่วนตัว และผู้อภิปรายก็ไม่ได้ยื่นถอดถอนในเรื่องความผิดที่เกี่ยวกับคดีอาญา และมันเปึน เรื่องความผิดต่อส่วนตัว วันนี้ญัตติคือยื่นไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม บริหารราชการ ๔ เดือน ที่มาเปึนรัฐบาลชุดนี้ ส่วนเรื่องเอกสารนั้นมันมีประเด็นข้อโต้แย้ง เพื่อจะไม่เกิดปัญหาในครั้งต่อไป เปึนสําเนาเอกสารถ่ายซีรอกซ์ (Xerox) และมาถือ ยืนอ่านอยู่อย่างนี้ เมื่อวานนี้ก็ทีหนึ่งครับ เอกสาร คตส. อัยการสูงสุด คดียังไม่เปึนที่สุด เอามาอ่าน ในที่นี้เปึนเอกสารลับทางราชการ มันไม่เปึนธรรมนะครับท่านประธาน ขอให้ ท่านประธานได้โปรดวินิจฉัยเรื่องเอกสารก่อนครับท่านประธาน
ท่านวินัยครับ เอกสารตรงนั้นขอส่งให้ผมด้วยนะครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผมตั้งใจ จะให้ท่านอยู่แล้วครับ แล้วก็มีการรับรองสําเนา เรื่องนี้เปึนเรื่องส่วนตัวเกิดขึ้นในอดีต
ท่านครับ ผมขออนุญาตวินิจฉัย ประเด็นแรก เอกสารขอส่งที่ผม ประเด็นที่ ๒ เรื่องที่อภิปราย เมื่อสักครู่ ญัตติที่ท่านยื่นเข้ามาเปึนญัตติไม่ไว้วางใจ แล้วก็ท่านเขียนไว้ในญัตติหนึ่ง ตรงนี้ชัดเจนว่าบกพร่อง ผิดพลาด ล้มเหลว เรื่องขาดคุณธรรม ขาดจริยธรรม ตรงนี้ก็ถือว่า ยังอยู่ในประเด็น ท่านว่าต่อได้แต่เอกสารท่านต้องส่งที่ผมด้วย เชิญ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ ผมขออนุญาตให้ท่าน ส.ส. สรวุฒิ เนื่องจํานงค์ ส.ส. ชลบุรี ได้กรุณา นําสําเนาให้กับท่านประธานครับ
ท่านประธานที่เคารพผมขอประท้วงครับ
ท่านศุภชัยเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคพลังประชาชน ผมขอประท้วงท่านผู้ที่ กําลังอภิปรายอยู่ด้วยความเคารพ ก็ได้ตั้งใจฟังท่านพูดอธิบายมาค่อนข้างจะชื่นชมท่าน ในตอนแรก แต่ว่าการอภิปรายของท่านมันผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ไม่ตรงประเด็น ใส่ร้าย ผมขออนุญาตเรียนชี้แจงข้อประท้วงของกระผม ในญัตติบอกว่ารัฐมนตรีที่มีรายชื่อ ท้ายญัตตินี้ได้บริหารราชการแผ่นดินบกพร่อง ผิดพลาด ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ จนประชาชนเกิดความเดือดร้อนอย่างรุนแรง ขาดคุณธรรม ขาดจริยธรรม ขาดหลัก นิติธรรม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นว่ารัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเพิ่งบริหาร ประเทศชาติบ้านเมืองมาได้แค่ ๔ เดือนเท่านั้น แต่ท่านผู้อภิปรายนําเอาข้อมูลเก่า ๆ ในอดีตไม่รู้กี่สิบป้แล้วมาอภิปรายยัดเยียดให้เปึนความผิดในการบกพร่องต่อการปฏิบัติ หน้าที่มันไม่ถูกต้องครับ ฉะนั้นขอให้ท่านประธานได้โปรดวินิจฉัยด้วยว่าการอภิปราย ต้องอยู่ในช่วงการบริหารราชการแผ่นดินของท่านรัฐมนตรีในช่วง ๔ เดือนนี้ นี่อภิปราย สมัยท่านยังเปึนเด็กนักศึกษามหาวิทยาลัยอยู่มันก็เกินไปท่านประธานครับ
ท่านสุวโรชนั่งลงก่อน ผมขอวินิจฉัยครับ ผมยังยืนคําวินิจฉัยเดิม ท่านวินัยยังอยู่ในกรอบ ของญัตติ เพราะฉะนั้นเชิญท่านอภิปรายต่อครับ
กราบขอบพระคุณท่านประธานมาก ในคุณธรรมของท่านที่มีมาตลอดครับ
ท่านประธานขออนุญาตประท้วงครับ
ถ้าประท้วงประเด็นนี้ผมไม่อนุญาตแล้วนะครับ
ขอโทษครับ ผิด ขออนุญาตใช้สิทธิ พาดพิงครับ
พาดพิงประเด็นไหนครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ไตรรงค์ ติธรรม จากจังหวัดหนองคาย ที่กราบเรียนท่านประธานสภาเมื่อกี้นี้ที่ว่าถูกพาดพิง ในฐานะผมก็เปึนศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยรามคําแหง ฉะนั้นผมไม่อยากให้ท่านนํา
ท่านนั่งเถอะครับ ขอบคุณครับ เชิญครับ
กระผมขออนุญาตอ่านต่อ ท่านประธาน ที่เคารพ กระผมขออนุญาตอ่านต่อในวรรคสอง มหาวิทยาลัยได้นําเรื่องนี้เข้าที่ประชุม คณะกรรมการที่ปรึกษาของสภามหาวิทยาลัย (คปม.) ในการประชุมครั้งที่ ๒๓/๒๕๔๒ เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๒ ซึ่งพิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทําดังกล่าวของนายสันติ พร้อมพัฒน์ เปึนการฝ์าฝ๋นคําสั่งมหาวิทยาลัยรามคําแหง ที่ ๖๘๔/๒๕๓๗ ลงวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๓๗ เรื่องข้อปฏิบัติในการสอบไล่ ข้อ ๑/๒๐ จึงได้ประกาศให้ทราบ โดยทั่วกันแล้ว อันเปึนการกระทําผิดวินัยนักศึกษาอย่างร้ายแรงตามข้อ ๖ แห่งข้อบังคับ มหาวิทยาลัยรามคําแหงว่าด้วยวินัยนักศึกษา พ.ศ. ๒๕๒๒ จึงมีมติให้ลงโทษลบชื่อ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รหัสประจําตัว ๔๑๐๖๕๖๒๖๒๔ ออกจากทะเบียนนักศึกษา ทั้งนี้ ตั้งแต่สอบไล่ภาคฤดูร้อน ป้การศึกษา ๒๕๔๑ เปึนต้นไป สั่ง ณ วันที่ ๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ ลงชื่อ ศาสตราจารย์รังสรรค์ แสงสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคําแหง จบคําสั่งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อกรณีคุณธรรมที่กระผมข้องใจ ผมมีคําถามสั้น ๆ ๓ ข้อครับ
ข้อแรก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ท่านว่าการอยู่ที่กระทรวง อธิบดีกรมการขนส่งทางบกท่านก็เห็นหน้าประจํา มีการปลอมแปลงใบขับขี่ส่วนบุคคล ตลอดชีพ วันนี้เห็นหน้าแล้วรู้สึกกันได้อย่างไรครับ
ข้อที่สอง เมื่อท่านถูกลบชื่อออกในป้การศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ ลบชื่อออก ย้อนหลังไปนิดหนึ่ง คําสั่งนี้ป้ ๒๕๔๒ ลบชื่อ แต่ย้อนหลังป้หนึ่งนิดหน่อย ท่านได้พยายามครับ ผมชื่นชม ท่านจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยรามคําแหง แล้วก็จบปริญญาโทจาก มหาวิทยาลัยรามคําแหง จบปริญญาตรี ป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๗ จบปริญญาโท ศิลปศาสตร์ บัณฑิต (รัฐศาสตร์) จากมหาวิทยาลัยรามคําแหง ข้อข้องใจที่กระผมมีอยู่ในใจตลอดก็คือ เมื่อท่านถูกลบชื่อกลับเข้าไปเรียนใหม่ได้อย่างไรครับ เพราะถ้าจะดูตามระเบียบการ คนที่ถูกลบชื่อออกแล้วโดยปกติไม่มีสิทธิจะกลับเข้ามาใหม่ แต่ของท่านผมไม่ทราบ ก็ยังติดใจข้องใจ
ข้อที่สาม ศาสตราจารย์รังสรรค์ แสงสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยที่ลงคําสั่ง ลบชื่อท่านออก ตอนนี้ท่านคือบอร์ดคนหนึ่ง บอร์ดอิสระ กรรมการอิสระในการบินไทย ท่านถูกลบชื่อออกกลับเข้ามาใหม่ได้อีกไม่ทราบด้วยเหตุใด วันนี้คนที่ลงชื่อลบชื่อ ท่านออกไปกลับมานั่งในบอร์ดการบินไทย เปึนไปได้อย่างไรครับ อธิบายสังคมอย่างไร คนที่ชื่อวินัยไม่เข้าใจครับ ๓ คําถาม คุณธรรม มีเท่านี้สั้นครับ
ท่านประธานครับ วันสองวันที่ผ่านมาในสภาแห่งนี้รวมทั้งสื่อมวลชน ตื่นตัวเรื่องเขาพระวิหาร ก็หนึ่งล่ะ อีกอันหนึ่ง คุณธรรมที่สะเทือนใจผมคือบางคนถูก กล่าวหาว่าเนรคุณ ท่านประธานสภาที่เคารพ ในประวัติศาสตร์คนที่เนรคุณแล้วได้รับ การชื่นชมยกย่อง มีนะครับ ไม่ใช่ไม่มี สามก๊กครับ เรื่องจริงที่อิงกันมาตลอด ในนวนิยาย สามก๊ก ลิโปัเปึนลูกเลี้ยงของตั๋งโต๊ะ เปึนชู้กับเตียวเสี้ยนมาก่อน วันหนึ่งตั๋งโต๊ะเอาลิโปั ไปอยู่เปึนขุนศึกข้างกาย และตั๋งโต๊ะก็เอาเตียวเสี้ยนไปเปึนสนมไปเปึนเมีย ลิโปัเปึนลูก ของตั๋งโต๊ะ เนรคุณครับ มาฆ่าตั๋งโต๊ะแล้วเปึนชู้เตียวเสี้ยน
ท่านวินัยครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญคุณหมอประสิทธิ์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคพลังประชาชน ผมขอประท้วงในข้อ ๖๑ ผมขออธิบายเหตุผล ผมอยากเรียนว่า วันนี้เปึนการอภิปรายในการบริหารราชการแผ่นดิน ก็บอกชัดเจนครับ ต้องเปึนการบริหาร ราชการแผ่นดิน แต่ท่านไปไม่วางใจประวัติ ประวัติของคนที่จะเข้ามาบริหารราชการ แผ่นดิน ใส่ร้ายปัายสีแล้วพูดทํานองว่าเนรคุณเปึนสิ่งที่ดี ท่านประธานปล่อยให้พูดอย่างนี้ คนที่ฟังอยู่ทางบ้านจะคิดอย่างไรครับ อย่างเรื่องสามก๊กมันเปึนเรื่องการเมือง มันเปึน เรื่องไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร เขาไม่เรียกว่า เนรคุณ นี่มันเปึนเรื่องปกติทางการเมือง ผมถึงอยากฝากท่านประธานช่วยควบคุมการประชุมให้อภิปรายไม่ไว้วางใจในการบริหาร ไม่ใช่ไปอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องการศึกษาป้ ๒๕๔๑ ไล่ย้อนหลังไป อยากให้ประธานควบคุม เขาพระวิหารก็พูดจนเปึนเขาอภินิหารไปแล้ว วันนี้จะพูดเรื่องวุฒิการศึกษา กลายเปึน วุฒิอภินิหารอีกหรือเปล่า ท่านประธานขอให้วินิจฉัยครับ
ฝ์ายค้านผมย้ําหลายทีนะครับ ฝ์ายค้านยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ เพราะมีหน้าที่ที่จะต้อง กล่าวหา ถ้าไม่ให้เขากล่าวหาแล้วเขาจะอภิปรายอะไร ทีนี้ผมก็ฟังอยู่ก็ยังไม่ถึงขั้นว่า ตามที่ท่านได้ประท้วง เพราะฉะนั้นท่านวินัยต่อเถอะครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม พันเอก วินัย ต้องทนฟังผมต่อสักนิดเถอะครับ ทนฟังเปึนการประดับสติปัญญา ผมบอกว่า ในประวัติศาสตร์ถ้าจะโกงต้องโกงอย่างลิโปัในสามก๊ก เพราะลิโปัฆ่าแม้กระทั่งพ่อเลี้ยง ตั๋งโต๊ะเปึนชู้กับแม่เลี้ยงเตียวเสี้ยน ฆ่าตั๋งโต๊ะพ่อเลี้ยงเพื่อแผ่นดินจีนจะได้ร่มเย็นเปึนสุข เพื่อดับยุคเข็ญไม่ให้ไฟลามไปทั่วแผ่นดินจีน เพราะฉะนั้นเนรคุณเถอะครับ โกงเถอะครับ ไร้คุณธรรมเถอะครับ ถ้าทําให้บ้านนี้เมืองนี้มันเจริญได้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ คุณธรรมผมทิ้งไว้เท่านั้น สั้นเห็นไหมครับ สั้นเพราะผมมั่นใจว่าคนที่ฟังผมนี่ฟังแล้ว
ท่านวินัยครับ ประโยคท้าย ๆ เมื่อกี้เปึนการพูดเหมือนกับจะประชดประชันก็ไม่เชิงนะครับ แต่เปึนการพูดที่มันเหมือนกับไปใส่ร้าย พูดเปึนการเปรียบเทียบเชิงใส่ร้ายอยากให้ถอน ที่บอกว่าเนรคุณเปึนเรื่องดี ในความหมายตอนท้ายนะครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผมบอกว่า นี่เปึนตัวอย่างของการเนรคุณที่เขาพอจะชื่นชมกันได้ ถ้าเนรคุณทําไม่ดีแล้วบ้านเมือง เจริญดับยุคเข็ญ
ท่านวินัยครับ ผมวินิจฉัยแล้วนะครับ ท่านถอนเถอะครับ พูดทีแรกผมไม่ให้ถอนนะครับ แต่ตอนหลังนี่ความหมายมันฟังแล้วท่านต้องถอนครับ
ท่านประธานครับ กระผมไม่ได้ชื่นชม คนที่
ท่านครับ ท่านต้องถอนครับ ท่านถอนนะครับ
ถอนครับ
ขอบคุณครับ
ท่านประธานสภาครับ ในประเด็น ของคุณธรรมสั้น ๆ เท่านั้นล่ะครับ
ประเด็นต่อไป กระผมขออนุญาตไปว่าถึงตอนที่ ๒ ที่ผมบอกว่าผมไว้วางใจ ท่านไม่ได้ในเรื่องความสามารถในการบริหารงานของท่านครับ ผมกล่าวหาว่าท่านบกพร่อง ท่านผิดพลาด ท่านล้มเหลว ท่านไร้ประสิทธิภาพ ผมก็จะขออนุญาตว่าเปึนตอน ๆ สั้น ๆ ง่าย ๆ ท่านประธานครับ ในกระทรวงคมนาคมมีอะไรอีกมากมายหลายอย่าง แม้ท่าน จะเข้ามาเพียง ๔ เดือน แม้เพียง ๔ เดือน หลายคนถามว่าอภิปรายเขาทําไม เขามา ๔ เดือน มันยังทําอะไรไม่ได้ ๔ เดือน ก็เพราะไม่ทําอะไรต้องอภิปรายกัน ในกระทรวงคมนาคม มีอะไรอีกมากมายหลายอย่างที่ท่านทําอะไรได้ ท่านไม่แก้ไขในสิ่งที่ควรแก้ อะไรที่ควร จะทําท่านไม่ทําอยู่หลายเรื่อง บางอย่างควรทําแต่ท่านไม่ทํา อะไรที่ควรแก้ท่านไม่แก้ ท่านไม่แน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด ท่านประธานครับ คนที่มานั่งอยู่กระทรวงคมนาคม ผมเคยนั่ง แต่ละคนที่มา มาแล้วก็ไป มีอดีตพื้นเพที่หลากหลายแตกต่างกันมา แต่คน กระทรวงคมนาคม ข้าราชการโดยทั่ว ๆ ไปเขาเปึนคนมีน้ําใจ ไม่รังเกียจครับ เว้นแต่ว่า เขามีความระแวง ระแวงในแง่คุณธรรมเปึนหลัก เก่งไม่เก่งเขาไม่ค่อยกลัวนัก เขามี คนช่วยคิดเยอะแยะ ที่เขากลัวมากก็คือคุณธรรม ท่านประธานครับ ผมพูดไปแล้ว เรื่องคุณธรรม เสนาบดีที่นั่งอยู่ตรงนี้ในจิตใจของท่านจะต้องมีความมุ่งมาดปรารถนา แรงกล้า ต้องมีจินตนาการ มีจิตวิญญาณ ครุ่นคิดตลอดว่า ทําอย่างไรที่บ้านนี้เมืองนี้บ้านของเรา ประเทศไทยจะมีเส้นทางสัญจรไปมาหาสู่กัน ทั้งทางบก ทางน้ํา ทางอากาศพอเพียง มีอย่างพอเพียงมีสะดวกปลอดภัยและให้มัน โยงใยไปทั่วโลก นั่งคิด นอนคิด ทําอย่างไรจะได้มีเส้นทางเหล่านี้เพื่อส่งสินค้าพัสดุ ให้ผู้คนสัญจรไปมาได้อย่างประหยัดแล้วก็มีประสิทธิภาพ จิตวิญญาณอันนี้ท่านต้องมี ท่านประธานครับ คนอยู่กระทรวงนี้ต้องรู้ว่าอะไรควรทํา อะไรไม่ควรทํา นอกเหนือจาก จริยธรรม นอกจากคุณธรรม นอกจากจิตวิญญาณที่ผมกราบเรียนท่านแล้ว เหนือสิ่งอื่นใด กระทรวงนี้ประชาชนเจ้าของเงินภาษีที่ท่านใช้เอามาสร้างโน่นสร้างนี่เขาต้องการคนที่ ใช้เงินเขาอย่างซื่อสัตย์แล้วก็โปร่งใสครับ ท่านประธานครับ คําว่า โปร่งใส นักการเมือง ไม่ว่ายุคใดสมัยใดชอบเอามาใช้เอามาพูด เพราะมันโก้ มันทันยุคทันสมัย พูดแต่ไม่ค่อย ปฏิบัติ ผมขอร้องท่านเข้ามา ๔ เดือน ถ้าท่านอยู่ต่อไปอีกนาน ๆ ครับ ช่วยผมทีเถอะ โปร่งใสถ้านําไปสู่การปฏิบัติเปึนรูปธรรม ๔ ข้อ คิดอะไรในหัวสมองท่านรัฐมนตรี บอกพวกเราครับ บอกประชาชนเจ้าของเงินภาษี คิดแล้วบอก ตัดสินใจอย่างไร บอกพวกผมท่านจะไปซ้ายไปขวา อย่าอมพะนํารู้อยู่คนเดียว อย่ามุบมิบ เห็นไหมครับ ถ้ามีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ ที่ท่านทําจะโครงการหมื่นล้านบาท แสนล้านบาท บอกครับ เป่ดเผยครับ และท้ายที่สุดผมอยากให้ใครก็แล้วแต่นั่งอยู่ตรงนั้นครับ พร้อมให้ประชาชนและสื่อมวลชนตรวจสอบได้ทุกเวลา ท่านประธานครับ สิ่งที่ผม ขอร้องท่าน ไม่ใช่ว่าผมขอร้องท่านแล้วผมไม่ปฏิบัตินะครับ ผมปฏิบัติมาอย่างคงเส้นคงวา เสมอมาโดยตลอด ไม่ว่าอยู่ที่ กทม. หรืออยู่กับกระทรวงคมนาคม โปร่งใสครับ เพราะถ้าทําอย่างนี้คนจะไม่ระแวงท่าน สิ่งที่ควรทําแล้วไม่ทํา กระผมขอกล่าว
เรื่องแรก เผชิญหน้าท่านอยู่ รถไฟฟัาสายสีม่วง ท่านประธานครับ ใคร ๆ ก็รู้ ไม่มีใครไม่อยากได้รถไฟฟัาในกรุงเทพมหานครจราจรมันติดขัด คน ๑๒ ล้านคน ผมเปึนเบ๊รับใช้อยู่ใน กทม. มาหลายป้ครับ ตามทะเบียน ๖ ล้านคน คนจากต่างจังหวัด หลั่งไหลมาอีก ๖ ล้านคน จราจรมันบ้าคลั่ง ถามประชาชนว่าอยากมีรถไฟฟัาไหม อยากมีครับ ไม่มีใครปฏิเสธ แต่ประเด็นปัญหาก็คือ รถไฟฟัาสายสีม่วงที่ท่านกําลัง เดินไปแยะ มันไปผ่านย่านชุมชน ย่านการค้าพาณิชย์ ถนนมันแคบ มันอยู่ในเขตเมือง หลักการนี้ถ้าเผื่อมันผ่านไปในเขตเมืองย่านเมือง มันควรจะมุดดินใช่ไหม ทําไมท่านไม่กล้า ผมเสียดายโอกาส ท่านกล้าตัดสินใจว่ามุด ยกเว้นมันออกนอกเมือง มันลอยฟัายกระดับ ผมไม่ตําหนิติติงท่านเลย ท่านประธานสภาที่เคารพครับ พูดถึงประเด็นรถไฟฟัา กระผมอยากจะขออนุญาตนิดหนึ่งได้กล่าวถึงบุคคลที่มีคุณูปการต่อกรุงเทพมหานคร รถไฟฟัามีความยาวนาน สมัยก่อน ๆ คนไม่เชื่อหรอกครับว่ามันจะมุดดินได้ ผมอยู่ กรุงเทพมหานครเปึนรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อยู่ประมาณป้ ๒๕๓๐ ย้อนไป ประมาณ ๒๐ ป้ ตอนนั้นใครพูดเรื่องรถใต้ดินเขาไม่เชื่อว่าจะเปึนไปได้ เพราะเขากลัว น้ําท่วม สมัยนั้น พลตรี จําลอง ศรีเมือง ผมต้องกราบขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ท่านเปึน คนริเริ่มสร้างรถบีทีเอส รถไฟฟัาลอยฟัา เงินก็ไม่ค่อยมี กลัวมุดดินแล้วน้ําจะท่วม เลยสร้างรถลอยฟัา เอาเกาะกลางถนนเปึนที่ตั้งตอม่อ ผมมีส่วนรับผิดชอบแล้วลุยกันมา สุด ๆ จนมีวันนี้ นั่นป้ ๒๕๓๐ ท่านประธานครับ อีกคนหนึ่งที่ผมต้องกราบขออนุญาต เอ่ยชื่อท่าน ด้วยความเคารพให้เกียรติ คนดีต้องชื่นชมครับ ท่านบุญชู โรจนเสถียร ท่านเปึนรองนายกรัฐมนตรีสมัยท่านชวนเปึนนายกรัฐมนตรีครับ คนนี้คือคนวางแผนแม่บท รถไฟฟัา ๗ สายในกรุงเทพมหานคร ผมเปึนลูกมือท่านครับ ม่วง คราม น้ําเงิน เขียว เหลือง แสด แดง สีรุ้งนั่นล่ะคุณบุญชูเปึนคนวาง ทีนี้มันทําไมถึงได้เปิไป รถไฟฟัา สายสีม่วงของท่าน ผมกราบเรียนท่านว่าหลังจากที่ท่านบุญชูได้วางมาสเตอร์ แพลน (Master plan) หรือแผนแม่บทรถไฟฟัาในกรุงเทพฯ ไว้ ๗ สาย ป้ ๒๕๓๖ ป้ ๒๕๓๗ ในสภาแห่งนี้กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ เปึนคนอภิปรายงบประมาณแผ่นดิน ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๗ มิถุนายน ผมอภิปราย โชคดีครับ เมื่อวานนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านพูดเอง ท่านบอกว่าต่อไปนี้ต้องลงทุนเมกะโปรเจกต์ระบบรางอย่างโน้นอย่างนี้ เพราะ ๑๐ ป้ไม่ได้ลงทุนด้านนี้ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เดือนมิถุนายน ป้ ๒๕๔๗ ผมลุกขึ้นอภิปรายงบประมาณของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ต้องกราบขออภัยที่เอ่ย ชื่อท่านด้วยความเคารพ ท่านเปึนนายกรัฐมนตรี สาระก็คือว่าท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ท่านบริหารบ้านเมืองมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ ถึงป้นี้ ๒๕๔๗ งบประมาณลงทุนของท่านต่ําสุด รัฐบาลก่อน ๆ ย้อนไป ๑๐ ป้ ๑๕ ป้ ๑๐๐ บาท เอามาลงทุน ๒๐ บาท ๓๐ บาท แปลว่า ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์เอามาลงทุน เอามาสร้างถนน ๔ เลน รถไฟ ๔ รางทางคู่ เอามาสร้าง มอเตอร์เวย์ (Motorway) เอามาสร้างวงแหวนครับ เศรษฐกิจมันก็รุ่งเรืองเฟ๋ืองฟู เพราะว่า เส้นทางเศรษฐกิจเปึนทูตเศรษฐกิจไปไหนมันก็เจริญที่นั่น แต่รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ณ ขณะป้ ๒๕๔๗ เงิน ๑๐๐ บาท ท่านเอามาลงทุนไม่ถึงสลึงครับ ท่านมีอารมณ์ ผมมีวิธีการปลุกความรู้สึกคนให้ตื่นมาสู้ ท่านทักษิณเปึนคนไวครับ ความดีของท่านก็มี หลังจากนั้นไม่นานนายกรัฐมนตรีทักษิณออกข่าวว่าป้ ๒๕๔๗ ปลายป้ประมาณ เดือนกันยายน ตุลาคม รัฐบาลทักษิณป้ ๒๕๔๗ ออกข่าวเลยว่าจะทุ่มงบประมาณ ๔-๕ แสนล้านบาทเพื่อสร้างรถไฟฟัา ๗ สีในกรุงเทพมหานคร นั่นคือที่มาของรถไฟฟัา สายสีม่วงครับ ซึ่งต้องย้อนระลึกถึงคุณูปการที่ท่านบุญชูได้วางรากฐานเอาไว้ให้ ท่านครับ รถไฟฟัาสายสีม่วงมันเริ่มจากไหนไปไหนละครับ ทําไมผมต้องมาเดือดร้อน ทําไมต้องมาโวยวาย รถไฟฟัาสายสีม่วง ผมกราบเรียนอย่างนี้มันต่อจากรถไฟฟัา สายสีน้ําเงิน รถไฟฟัาในกรุงเทพฯ มีอยู่ ๒ สายที่ใช้อยู่ปัจจุบัน รถบีทีเอสที่กรุงเทพมหานคร ดูแลอยู่เปึนกากบาทตัดกันที่ท่านเห็นลอยฟัาโทงเทง ๆ นั่นแหละครับเส้นเดียว อีกเส้นหนึ่งคือรถไฟฟัาใต้ดินจากหัวลําโพงมาบางซื่อ แรก ๆ หัวลําโพง-บางซื่อ คนก็ด่ากันทั้งเมืองครับ ท่านบุญชูก็ถูกด่า พวกผมก็ถูกด่าครับ มันจะบ้ากันหรืออย่างไร ไปมุดดินเดี๋ยวน้ําท่วม แต่วันนี้รถใต้ดินท่านได้ใช้เราก็ภาคภูมิใจ ท่านประธานครับ ผมดีใจครับ นายกรัฐมนตรีทักษิณต่อรถไฟฟัาสายสีม่วง แปลว่าจากบางซื่อไปบางใหญ่ ในช่วงที่อยู่ในเขตเมือง เช่น จากสามแยกเตาปูนผ่านไปตามแนวถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ตัดเข้าไปตามถนนติวานนท์ ไปตามถนนรัตนาธิเบศร์ทางซีกฝัืงกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ถนนแคบ ๆ ตึก ๒-๓ ชั้น ผ่านย่านเมือง ย่านธุรกิจการค้าพาณิชย์เขา รถไฟฟัามหานครเสนอรัฐมนตรีสร้างลอยฟัาไปตลอดจนถึงบางใหญ่ ถ้าอยู่นอกเมือง สร้างลอยฟัาผมไม่ว่า เมื่อสร้างรถลอยฟัาแทนที่จะมุดดินไม่มุด ผ่าไปลอยฟัา ผลกระทบอันแรก ระหว่างการก่อสร้าง การจราจรติดขัดบ้าคลั่งเลยครับ ๔ ป้ ๕ ป้ ระหว่างการก่อสร้าง ระหว่างเมื่อสร้างเสร็จ เสาตอม่ออยู่บนถนนแคบ ๆ ก็ติดขัด เห็นไหมครับ สะพานควายหลายแห่งถนนติดขัด ข้อที่ ๓ ผลกระทบเมื่อสร้างลอยฟัา สิ่งแวดล้อม ลม ฝน แดด มันถูกป่ดบังเหมือนฝากล่องเอามาป่ด กล่องแคบ ๆ เอามาป่ด เส้นรถไฟฟัาสายสีม่วงที่ผ่านบางซื่อ ชาวบางซื่อเขาต่อต้านคัดค้านกันมา ๒ ป้ ๓ ป้ แต่รัฐบาลไม่เคยนําพา เจ้าของเงินภาษี เงินที่ท่านสร้างเงินของเขาท่านไม่เคยนําพา ท่านก็ไม่พูด ถ้าเผื่อท่านรัฐมนตรีทุบโต๊ะว่าผมจะมุดดิน ผมจะไม่อภิปรายท่านเลยครับ ผม ถอนครับ แต่ท่านลอยฟัาโทงเทงเลยครับ คนเดือดร้อนควรมุดไม่มุด ผ่าไปลอย ท่านประธานสภาครับ ผมจะไม่แตะเรื่องเม็ดเงิน
มีไฟสํารองอยู่นะครับ สักพักน่าจะโอเค ท่านพูดต่อเลยดีกว่าครับ ท่านวินัยเชิญต่อครับ
ท่านประธานครับ ผมขอเสนอ พักประชุมก่อนครับ
ท่านวินัยสะดวกที่จะพูดต่อไหมครับ เรามีไฟสํารองครับ น่าจะสักพักหนึ่ง
สายตาผมสั้น ผมมองอะไรไม่เห็น ผมขออนุญาตรอครับท่าน
รอสักพักนะครับ
ท่านประธานครับ ผม นริศ ขํานุรักษ์ ขออนุญาต หารือท่านประธานว่าพักการประชุมสักระยะก่อนได้ไหมครับ
ขอพักการประชุมนะครับ ถ้าไฟมาแล้วเราต่อเลย ขอพักการประชุมครับ
พักประชุมเวลา ๑๔.๓๘ นาฬิกา
ขออนุญาตประชุมต่อเลยนะครับ เชิญท่านวินัย สมพงษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตอภิปรายต่อ ท่านประธานสภาที่เคารพ ก่อนที่ไฟจะดับกระผมจําได้ว่า ผมได้พูดถึงรถไฟฟัาอีกสายหนึ่ง นอกจากสายสีม่วง สายสีม่วงนั้นผมตําหนิว่าตรงไหน ที่ควรจะลอยฟัา ตรงไหนที่ควรจะมุดดิน ตรงที่ควรจะมุดดินมันลอยฟัา เศรษฐกิจ บ้านเมืองพังยับเยินนะครับ นั่นคือพอสรุปได้ เศรษฐกิจนะครับ การจราจร สิ่งแวดล้อม เสียหาย ผมบอกว่าถ้ามามองดูรถไฟฟัาสายสีน้ําเงินซึ่งต่อจากบางซื่อไปตามแนว ถนนประชาราษฎร์สาย ๒ ข้ามแม่น้ําเจ้าพระยาไปถนนจรัญสนิทวงศ์แล้วไปถึงบางพลัด ผมบอกว่าขนลุกซู่เพราะอะไรครับ ถนนแคบ ๆ
ท่านประธานครับ
ท่านประท้วงหรือเปล่าครับ
ครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ด้วยความเคารพ ผู้ที่กําลังอภิปรายอยู่เวลานี้ ขอกราบเรียนว่าในขณะที่ท่านได้อภิปรายพาดพิง มหาวิทยาลัยรามคําแหงกรณีที่ไปลบชื่อรัฐมนตรีสันติ และปรากฏว่าท่านก็บอกว่า มหาวิทยาลัยรามคําแหงไปรับให้เรียนต่อจนจบปริญญาตรี ปริญญาโทได้อย่างไร ประเด็นนิดเดียว ท่านประธานฟังผมนิดหนึ่ง เรื่องนี้เปึนความเสียหาย ผมประกาศตรงนี้ เลยว่าถ้ารัฐมนตรีสันติถูกลบชื่อจริง ผมจะร่วมลงชื่อขับไล่รัฐมนตรีสันติด้วย ถ้ารัฐมนตรี ใช้ใบขับขี่ปลอมจริง ผมจะยกมือขับไล่ด้วย แต่ถ้าเปึนความเท็จ ผู้อภิปรายและหัวหน้า พรรคฝ์ายค้านจะรับผิดชอบอย่างไร ผมสอบถามแล้ว รัฐมนตรีสันติประกาศพร้อมจะ ลาออกถ้าเรื่องดังกล่าวเปึนความจริง แล้วผู้อภิปรายและหัวหน้าพรรคฝ์ายค้านถ้าพิสูจน์ ความจริงแล้วไม่ได้เปึนตามข้อกล่าวหาจะรับผิดชอบด้วยการเดิมพันด้วยการลาออก กันหรือไม่ ขอกราบเรียนท่านประธาน
คงไม่ใช่เรื่องวินิจฉัยเพราะไม่ได้ประท้วง ท่านต่อเถอะครับ ท่านวินัยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ กระผมได้นําสําเนาส่งมอบท่าน สําเนาคําสั่งนั้น ท่าน ส.ส. สรวุฒิ เนื่องจํานงค์ บุตรชายของท่านอดีต ส.ส. ประโยชน์ เนื่องจํานงค์ อดีตรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมได้อุตส่าห์บากบั่นไปเสาะแสวงมาให้ผมจนได้ ผมต้อง ขอบพระคุณท่าน ผมชื่นชมที่ท่านเอาสิ่งที่ได้ยากมาให้ กระผมกราบเรียนครับว่าเอกสารนั้น เปึนเอกสารราชการและเราก็ได้มีการรับรองสําเนาครับ
ท่านประธานครับ
ผมกราบเรียนอย่างนี้ ท่านประธานสภา ผมเปึนคนใจนักเลงครับ
ท่านจตุพรครับ ท่านนั่งเถอะครับ ทราบแล้วครับ พอเถอะครับ ไม่เปึนไรครับ ผมสั่ง ท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบแล้วครับ เชิญท่านวินัยต่อครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ถ้าผมไม่มั่นใจว่าเอกสารนี้เปึนของจริง ผมไม่กล้าหรอกครับ ถ้าเผื่อความนี้เปึนความเท็จ เอกสารที่ผมส่งท่าน ผมว่าตามเอกสาร ถ้าเอกสารนี้จริง ถ้าเผื่อท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ถ้าจริงท่านลาออก คนที่ชื่อ วินัย สมพงษ์ เปึนคนสู้คนแล้วเอาจริงครับ ถ้าไม่จริงเอกสารนั้นผมลาออกจาก ส.ส. เปึนสัญญาของลูกผู้ชาย ต่อหน้าสภาต่อหน้า ประชาชนทั้งแผ่นดินครับ เห็นไหมครับ ท่านพอใจไหม ผมขอต่อเพื่อเปึนการไม่ให้ เสียเวลาครับ ให้ผมทําหน้าที่เถอะครับ วันหน้าท่านเปึนอย่างผม ท่านก็โดนนะครับ อยู่บนอยู่ล่างคนละทีครับ
ท่านประธานสภาครับ รถไฟฟัาสายสีน้ําเงินจากบางซื่อคร่อมไปบน ถนนประชาราษฎร์สาย ๒ ข้ามแม่น้ําเจ้าพระยา แล้วคร่อมไปบนถนนจรัญสนิทวงศ์ ไปถึงบางพลัด ถนนแคบ ๆ ตึก ๓ ชั้น ๔ ชั้น บ้าคลั่งเลยครับ เศรษฐกิจจะเสียหายยับเยิน วันนี้ผมท้วงท่านเฉพาะสายสีม่วงครับ สายสีน้ําเงินกําลังขวางหน้าท่านอยู่อีก มันท้าทาย ความสามารถในการตัดสินใจการบริหารจัดการของท่านครับ ผมรู้ครับว่าเรื่องนี้เกิดขึ้น ก่อนที่ท่านจะมานั่งอยู่ตรงนี้ครับ แต่ผมอยากให้ท่านกล้าแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด อย่าให้ เพียงข้าราชการประจําหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจเขาเสนอผ่านมาแล้วท่านก็ผ่าน ๆ อุปมาดั่งพระเวลาคนประเคนของรับหมดแต่เลือกฉันให้ดีครับ ท่านเปึนข้าราชการการเมือง เปึนนักการเมือง เปึนคนกําหนดว่าวอท (What) จะทําอะไรครับ ข้าราชการประจํา รัฐวิสาหกิจ เปึนคนสนองตอบท่านว่าทําอย่างไร ฮาว (How) ผมทํามาตลอด ผมวอทกําหนด รับผิดชอบ แต่ท่านราชการประจําต้องฮาว มาบังคับผมไม่ได้ครับ ต้องการรับผิดชอบ ท่านประธานสภาครับ เรื่องอย่างนี้เขาเสนอมาลอยฟัาแล้วท่านกล้าจะมุดดิน มันมี กรณีตัวอย่างแย่ ๆ บ้างไหมที่ตัวผมตําหนิท่านแล้วผมเคยทําบ้างไหม เคยครับ ท่านครับ อะไรที่มันแย่ ๆ ในสมัยก่อน ๆ ผมเข้าไปเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ป้ ๒๕๓๕ ป้ ๒๕๓๖ ป้ ๒๕๓๗ ผมไปนั่งว่าการอยู่ที่กระทรวงหูกวางครับ สมัยนั้นใคร ๆ ก็รู้ว่าวงการ ก่อสร้างเดือดร้อนเพราะยางมะตอยมันมีเจ้าเดียว ผมไม่ได้ว่าผูกขาด มันมีเจ้าเดียว ผมกล้าทะลุทะลวงปัอมปราการเป่ดเสรี วันนี้ครับ ๔-๕ บริษัทสบายกันทั้งประเทศ กล้า ๆ หน่อยครับ ตัดสินใจสิ่งที่ถูกต้อง อันที่ ๒ ด่านเก็บเงิน ๑๓ ด่านทั่วประเทศ มันไม่ถูก ภาษีชาวบ้านเอาไปสร้างถนน ตั้งด่านคร่อมหัวชาวบ้านเก็บเงิน เก็บด่าน ผมเลิกครับ ๑๓ ด่านทั่วประเทศเปึนอะไรก็เปึนกันครับ แท็กซี่ในกรุงเทพมหานครเมื่อก่อน ใครจะมีแท็กซี่คันหนึ่งต้องไปซื้อปัายเก่า ๆ ไปซื้อรถเก่า ๆ ๗ แสนบาท ๖ แสนบาท เอาเปรียบสังคมครับ ผมเปึนคนที่เอามาดําเนินการแนวคิดแท็กซี่เสรีต้องให้เกียรติ ท่านนายกรัฐมนตรีอานันท์ ปันยารชุน ท่านคิดเอาไว้แล้วท่านก็จากไป ผมเข้ามาเห็น ปัญหาเหมือนท่านตัดสินใจครับ เป่ดแท็กซี่เสรี ไม่ต้องไป ๗ แสนบาท ๖ แสนบาท ๕ แสนบาท ซื้อคําร้องแล้วไปทําแท็กซี่เสรี เห็นไหมครับท่านครับ เปึนเรื่องที่เก่า ๆ มันแย่ อยู่แล้ว ผมไปแก้มีอีกแยะ เรื่องที่ ๒ ที่ท่านควรทําแต่ท่านไม่ทํานอกจากรถไฟฟัา สายสีน้ําเงิน เอาอีกสักอย่างครับ มันเห็นอยู่ทนโท่ ผมทนไม่ได้กลัวบ้านเมืองจะเสียหาย แอร์พอร์ต ลิงค์ (Airport link) ท่านประธานครับ กรุงเทพมหานครวันนี้มีท่าอากาศยานอยู่ ๒ แห่ง ดอนเมืองกับสุวรรณภูมิ สุวรรณภูมิก็นายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย อนุมัติให้กระผม พันเอก วินัยดําเนินการก่อสร้าง รอกันมาเห่าฟ์อ ๆ อยู่ ๒๐ ป้ ๓๐ ป้ไม่มีใครกล้าตัดสินใจ เราตัดสินใจสร้างสุวรรณภูมิ ลายเซ็นผมแล้วก็รัฐบาลชวนอนุมัติ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท อยู่ห่างจากดอนเมืองไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ๒๕ กิโลเมตร มี ๒ แห่งครับท่านประธาน แอร์พอร์ต ลิงค์เกิดขึ้นจากรัฐบาลก่อน แอร์พอร์ต ลิงค์โดยหลักการผมสนับสนุนเพราะว่า มันเปึนรถลอยฟัา ลอยฟัาก็ลอยมันอยู่นอกเมืองพอรับได้ แต่ว่าแทนที่มันจะเชื่อมโยง จากสุวรรณภูมิไปยังดอนเมือง แอร์พอร์ต ลิงค์กัน ๒ สนามบิน ที่ไหนเขาใช้ ๒ สนามบิน แต่ว่าคนก่อนอย่าไปโทษเขามันมาด้วนอยู่แค่พญาไท ท่านกล้า ๆ หน่อยครับ เดินต่อไป ถึงเชื่อมกับดอนเมืองให้ได้ เห็นไหมครับ ท่านกล้า ๆ หน่อย บ้านเมืองนี้มันจะได้ไปได้ เศรษฐกิจมันจะได้ดี อย่าเพียงว่าไปเคลม (Claim) มาอย่างไรก็เอาอย่างนั้น ไม่ใช่ครับ ต้องกล้าแก้ไขในสิ่งผิด ท่านรู้ดีว่าถ้าเผื่อมี ๒ สนามบินใช้สอยร่วมกันมันยังประโยชน์ ผู้โดยสารจะเช็กอิน (Check in) ที่ไหนก็ได้ไม่ต้องเปลี่ยน ลงตรงพญาไทจะต่อตรงไหน ไปดอนเมืองจากดอนเมืองจะไปสุวรรณภูมิ ๒๐ นาทีก็ถึงครับ มันจะเจริญมันจะรุ่งเรือง ผมอยากให้ท่านได้ต่อไป ผมจะไม่แตะเรื่องเม็ดเงิน โครงการนี้ก็เปึนนวัตกรรมแปลก ๆ ที่ผมไม่อยากจะพูดถึงด้วยความเจ็บปวดครับ อะไรก็ไม่รู้ สัญญา ๙๓๐ วัน ๙๙๐ วัน มันต่อไป ๕๕๐ วัน ไม่จบ แล้วแถมวิธีการหาแหล่งเงินมาสร้างก็แสนจะพิสดารผมไม่แตะ หรอกครับ เพราะว่าไม่โทษท่าน ผมโทษท่านเพียงว่าเปึนรัฐมนตรีทั้งทีกล้า ๆ หน่อย ต่อไปถึงดอนเมืองให้ชาวบ้านได้ประโยชน์ เห็นไหมครับ แค่นี้ง่าย ๆ นิดเดียวครับ ผมไม่ชอบท่านตรงที่ท่านไม่กล้าต่อนี่เองท่านที่เคารพครับ หลายคนบอกผมบอกพวกเราว่า คุณวินัยเพิ่งเปึนรัฐมนตรีเพิ่งมา ๔ เดือน กระทรวงนี้กระทรวงใหญ่ เมกะโปรเจกต์ทั้งนั้น เขายังไม่ทําอะไรจะไปอภิปรายอะไร นี่ละครับเพราะท่านไม่ทํา บางอย่างท่านไม่ต้อง ลงเงินสักบาทหนึ่งท่านก็ทําอะไรได้ ไม่ต้องใช้เงินเพียงแต่การตัดสินใจ เช่น อีกสักตัวอย่าง คณะกรรมาธิการการคมนาคมท่านเปึนฝ์ายรัฐบาล พวกผมเปึนฝ์ายค้าน ควรหรือไม่ที่จะ ให้ฝ์ายค้านเปึนประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคมตรวจสอบรัฐบาล มีตัวอย่าง ไหมครับ ผมครับ ป้ ๒๕๓๕ ป้ ๒๕๓๖ ป้ ๒๕๓๗ ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมภูมิใจครับที่ท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช คือประธานคณะกรรมาธิการ การคมนาคมตรวจสอบผมจะเปึนอะไรไป ท่านกลัวอะไร ผมบอกท่านแล้วผมก็ทําได้ ไม่ใช่บอกให้ท่านทําแล้วผมไม่ทํา
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เรื่องสุดท้ายที่ท่านควรทําท่านไม่ทํา อีกนิดเดียวครับ ผมไม่กวนเวลาท่านมาก โครงการที่ ๓ ที่กระผมเห็นว่าท่านควรทํา แต่ท่านไม่ทําคือโครงการรถไฟ ๔ รางทางคู่ รถไฟเกือบร้อยป้ สมัยผมอยู่กับ ท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้เปึน ลูกน้องช่วยท่าน ผมภูมิใจครับที่ท่านนายกรัฐมนตรีชวนกล้าอนุมัติให้กระผมสร้างถนน ๔ เลนทั่วแผ่นดิน เหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก ผมเขียนหนังสือ ท่านต้องการ ผมให้ ไม่ขายครับ ให้ท่านเลย ผมเขียนอะไรไว้แยะ ผมคิดอะไรไว้แยะ ถนน ๔ เลนทั่วแผ่นดิน เหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก ผมเปึนเจ้าของโครงการ ลายเซ็นผมเกือบทั้งนั้นละครับ วงแหวนมอเตอร์เวย์ คุณชวนอนุมัติผม รถไฟ ๔ รางทางคู่ ผมบอกว่าการขนส่งเปึนหลัก ต้องเปึนระบบรางไม่ใช่ถนน ผมเสนอโครงการรถไฟ ๔ รางทางคู่ทั่วประเทศ ๓,๐๐๐ กิโลเมตร ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ในวันนั้น ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ท่านนายกรัฐมนตรีชวนท่านอนุมัติให้กระผมทํารถไฟ ๔ รางทางคู่ทั่วบ้านทั่วเมืองทั่วทิศ แต่เฟส (Phase) ที่ ๑ ตอนที่ ๑ ท่านอนุมัติให้กระผมทํา รถไฟชานเมืองครับ ทําชานเมืองจากกรุงเทพฯ ทําดับเบิล แทรค (Double track) รถไฟรางคู่ จากกรุงเทพฯ ไปถึงลพบุรี ทําเสร็จแล้วครับตอนนี้ ๑๕ ป้เสร็จ ช้าจริง ๆ ครับ ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง จากกรุงเทพฯ ไปถึงสระบุรี มาบกะเบา เปึนดับเบิล แทรค รางคู่ เสร็จแล้วครับ จากกรุงเทพฯ ทําไปตะวันออกรางคู่ ถึงฉะเชิงเทราก็เสร็จครับ และจากกรุงเทพฯ ไปนครปฐม เปึนรถไฟ ๔ ราง ทางคู่ก็เสร็จ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เมื่อมันเสร็จที่ผมตําหนิติติง ต้องอภิปรายกันละ
๑. ท่านไม่คิดจะสร้างเมืองบริวารครับ กรุงเทพฯ ท่านก็รู้ว่ามันทรุดลงทุกวัน ถ้าเผื่อท่านเชื่อทฤษฎีโลกร้อนมันน่ากลัวนะครับ วันหนึ่งกรุงเทพฯ อาจจะจมลงไปในน้ํา ชานเมืองรอบ ๆ กรุงเทพมหานคร ลพบุรีอยู่ทางเหนือ สระบุรีอยู่ทางอีสาน ฉะเชิงเทรา อยู่ตะวันออก นครปฐมอยู่ทางใต้ วันนี้สิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีชวนและกระผมได้บากบั่น ทํากันไว้ ท่านก็ทําต่อ ๆ กันมานะครับ ไม่ใช่ผมคนเดียว สานงานต่อก่อกันมามันเสร็จ ผมตําหนิท่านว่าท่านไม่ได้คิดริเริ่มแก้ปัญหาบ้านเมือง ไม่คิดไปพัฒนาชานเมืองคือ ลพบุรี สระบุรี ฉะเชิงเทรา นครปฐม ถ้าเผื่อท่านคิดพัฒนาครับ อํานาจอยู่ในมือท่าน กรมทางหลวงท่านไปสร้างถนนวงแหวนล้อมรอบลพบุรีสัก ๓ วง สระบุรี ๓ วง ฉะเชิงเทรา ๓ วง นครปฐม ๓ วง ทําถนนเปึนแฉก ๆ ผมเขียนไว้มากมายครับ สร้างให้เมืองเหล่านั้น มันน่าอยู่ ต้องพัฒนาวัฒนธรรมของคนเมืองหลวงให้เช้ามาทํางานเย็นก็กลับ ระบาย ปัญหาของ กทม. ออกไป ท่านประธานครับ วันนี้รถไฟ ๔ รางทางคู่ ๔ ทิศทางสร้างเสร็จ วันนี้การรถไฟแห่งประเทศไทยจัดรถไฟชานเมืองวิ่งเข้าวิ่งออก เช้า ๓ ขบวน เย็น ๓ ขบวน วิ่งตลอดชานเมืองเลยครับ คอมมิวเตอร์ เทรน (Commutor train) มีอยู่สายเดียว คือกรุงเทพฯ–ลพบุรี สายอื่นท่านปล่อยมันแหงแก๋ครับ กรุงเทพฯ–ลพบุรี วันนี้ถ้าเผื่อท่าน ใช้รถชานเมืองชั่วโมงเศษ ๆ เห็นไหมครับ ถ้าเผื่อท่านมีชานเมือง ๔ ทิศทาง ลพบุรี สระบุรี ฉะเชิงเทรา นครปฐม คนก็หลั่งไหลไปอยู่เมืองเหล่านั้น เช้ามาทํางานเย็นก็กลับ กรุงเทพฯ ไม่มีปัญหาครับ และรถไฟคือมือคือเท้าของคนจน เห็นไหมครับท่านพัฒนาเมืองให้มี วงแหวนล้อมรอบ ๓ วง มีถนนแฉกไปแฉกมา มีรถไฟชานเมือง การสัญจรไปมารถไฟ สะดวก รถยนต์สะดวก แล้วท่านก็ต่อรถไฟรางคู่จากลพบุรีไปนครสวรรค์ไปเอาข้าวมาครับ ไปรับข้าวมา ไปโคราชครับ จากมาบกะเบาไปโคราช ไปรับเอาข้าวมา ตอนหลังเอาอ้อยมา ขี้คร้านเศรษฐกิจมันจะไม่แย่อย่างนี้ ท่านครับ เส้นทางคมนาคมคือทูตเศรษฐกิจมันไปไหน เจริญที่นั่น ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผมได้พูดจาปราศรัยมาด้วยความจริงใจ สิ่งที่กระผมท้วงติงท่าน ถ้าเผื่อท่านยังอยู่ต่อนะครับ ถ้าผมอยู่ต่อผมก็ต้องไป เพราะว่า อะไรครับ เราท้ากันว่าถ้าเอกสารฉบับนั้นจริงท่านลาออก ถ้ามันไม่จริงผมออก เห็นไหม ผมไม่เสียสัจจะครับ ท่านเชื่อเถอะครับ คนชื่อ วินัย สมพงษ์ ไม่มีถอยครับเรื่องอย่างนี้ ท่านเชื่อเถอะครับ ผมรักษาสัจจะผมมากเพราะคุณธรรม ผมอภิปรายท่านเรื่องคุณธรรม คนที่เอาเอกสารมาให้ผมก็คือท่านสรวุฒิ เนื่องจํานงค์ ผมภูมิใจความเปึนทายาทของ นักการเมืองผู้มีชื่อเสียง ผมเสาะแสวงเองมานาน ผมหาไม่ได้ เผอิญท่านนํามาให้ และผมก็อภิปรายท่านเรื่องสิ่งที่ท่านควรทําแล้วท่านไม่ทํา เช่น รถไฟฟัาสายสีม่วง ท่านปล่อยให้มันลอยฟัาโทงเทงไปตลอดชาวบ้านเดือดร้อน เช่น ท่านไม่คิดจะต่อ แอร์พอร์ต ลิงค์ เช่น ท่านไม่คิดจะพัฒนาเมืองบริวารรอบ ๆ กรุงเทพมหานคร ลพบุรี สระบุรี ฉะเชิงเทรา นครปฐม และจากรถชานเมือง คอมมิวเตอร์ เทรน วิ่งกรุงเทพฯ-ลพบุรี กรุงเทพฯ-สระบุรี กรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา กรุงเทพฯ-นครปฐม วิ่งไปวิ่งกลับ ท่านครับ พฤติกรรมของคนกรุงเทพฯ เปลี่ยนแปลงทันที เศรษฐกิจรุ่งเรืองขึ้นมา คนจนได้ประโยชน์ สิ่งเดียวรถไฟที่ท่านทําผมชอบ ผมชื่นชม เพราะผมเปึนคนชอบนั่งรถไฟ ผมเปึนแฟนรถไฟ นั่งรถไฟครับ สิ่งที่ท่านรัฐมนตรีทําแล้วผมชื่นชมคือ ตอนที่รถไฟมันมีเรือดมีไรท่านไปปราบ ท่านปราบเรือดปราบไร อันนี้ท่านทําดีก็ต้องชม แต่ความคิดกว้าง ๆ ผมรับท่านไม่ได้ เนื่องจากจะมีอีกหลายท่านที่จะอภิปรายต่อจากกระผม ผมต้องกราบขออภัยด้วย ถ้าหากว่าท่านจะไม่ชอบใจบ้าง แต่จะใครก็แล้วแต่ที่สดับตรับฟังเรื่องอย่างนี้ ไปนั่ง อยู่ตรงนั้นต่อ หรืออยู่ต่อไปใครก็แล้วแต่ เอาความคิดอย่างนี้ไปทําครับ เราช่วยกัน สานงานต่อก่องานใหม่ คนละไม้คนละมือ ผลประโยชน์ก็คือพี่น้องประชาชน ๓ ข้อนี้ กระผมก็จึงไม่สามารถจะไว้วางใจท่านได้ ท่านที่เคารพครับ ผมกราบเรียนว่าผมได้ พาดพิงถึงท่านสมัคร ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการ แล้วก็เปึนครั้งแรกที่ท่านสมัครเปึนประธาน คณะกรรมาธิการตรวจสอบผม ผมเปึนคนสํารวมแล้วก็เจียมตัว ผมรู้ว่าท่านมี ประสบการณ์มากกว่าผม ท่านเปึนคนช่างพูด ท่านเปึนคนพูดเก่ง ผมพูดไม่เก่ง แต่ผมเปึนคนช่างทํา ผมมั่นใจว่าร้อยรู้ไม่สู้หนึ่งทํา ผมมั่นใจว่าผมมีความสุขสนุกอยู่กับ การทํางาน เพราะฉะนั้นกระผมต้องขอบคุณที่ครั้งหนึ่งท่านกรุณาเปึนประธาน คณะกรรมาธิการตรวจสอบผมตอนผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมภูมิใจ ที่ได้สร้างบรรทัดฐาน เมื่อเปึนฝ์ายรัฐบาลให้ฝ์ายค้านมาตรวจสอบ ผมกราบขอบพระคุณครับ
ท่านรัฐมนตรีครับ ก่อนท่านรัฐมนตรีได้อภิปราย ยินดีต้อนรับสภาผู้นําทางการเมือง รุ่นใหม่จากสหรัฐอเมริกาพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล สมาชิกวุฒิสภา สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจากสหรัฐอเมริกา เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธาน สภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต่อไปนี้ผมจะขอตอบข้อซักถามแล้วก็คําอภิปราย ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ
ข้อแรก เรื่องเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาหรือเรื่องของการศึกษา ก็ต้องขอตอบว่า เรื่องการปลอมใบขับขี่ตลอดชีพ ผมไม่เคยมี ไม่เคยทําใบขับขี่ตลอดชีพ เรื่องของการไปสอบ หรือไม่สอบผมไม่เคยดําเนินการในเรื่องเหล่านั้นเลย ไม่เคยทํา ไม่เคยดําเนินการในเรื่อง เหล่านั้น แล้วทางมหาวิทยาลัยก็ไม่เคยมีปัญหาหรืออะไรกับผมเลย ผมได้เข้าเรียนที่ มหาวิทยาลัยรามคําแหงเมื่อป้ ๒๕๔๓ แล้วก็ได้จบปริญญาตรี ป้ ๒๕๔๕ แล้วก็เรียนต่อ ปริญญาโทจบใน ๒ ป้ถัดมา ดังนั้นเรื่องใบขับขี่หรือเรื่องใด ๆ ผมไม่เคยทํา ส่วนเรื่อง มหาวิทยาลัยดําเนินการสิ่งใดนั้นผมไม่ทราบ นี่คือเรื่องของการศึกษา
ข้อสอง เรื่องรถไฟฟัาสายสีม่วงที่ผู้อภิปรายได้พูดถึงในสิ่งที่ควรจะทํา แต่ไม่ทํา สิ่งที่ไม่ควรจะทําก็ได้ทํา ต้องเรียนผู้อภิปรายว่าการที่รถไฟฟัาสายสีม่วง เปึนรถไฟยกระดับ ตั้งแต่บางซื่อ-บางใหญ่ รวม ๑๒ สถานี ได้ดําเนินการมาก่อนที่ผมจะ เข้ารับตําแหน่ง ได้ดําเนินการสํารวจ ออกแบบ เวนคืน ดําเนินการทุกสิ่งทุกอย่าง เรียบร้อยแล้ว เมื่อผมเข้ารับตําแหน่งก็ได้รับรายงานในเรื่องรถไฟสายสีม่วง ผมได้เชิญ ทาง รฟม. มาหารือในเรื่องที่จะดําเนินการรถไฟนี้ต่อไป ปรากฏว่าทาง รฟม. นั้น ได้ดําเนินการทุกสิ่งทุกอย่างไปเรียบร้อยแล้ว ก็มีปัญหาอยู่เพียงที่สถานีในแต่ละแห่งนั้น ทาง รฟม. ได้จัดที่จอดรถปาร์ค แอนด์ ไลท์ (Park and light) ไว้ในแต่ละสถานี โดยเฉพาะ สถานีใหญ่ ๆ นั้นถึง ๒,๐๐๐ คัน โดยประมาณผมได้เห็นว่าโดยปกติแล้วในเรื่องของสถานี ในแต่ละสถานีของรถไฟฟัาไม่ว่าบนดินหรือใต้ดินที่ผ่านมาใช้ประโยชน์ไม่สมประโยชน์ เต็มที่ เพราะว่าการที่ไปสร้างที่จอดรถถึง ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ คันในแต่ละสถานีนั้น แน่นอนที่สุดในระบบปาร์ค แอนด์ ไลท์ หรือว่าให้ประชาชนที่จะมาขึ้นรถไฟฟัาขับมาจอด ตอนเช้าแล้วก็ขึ้นรถไฟฟัาไปทํางาน ตอนเย็นก็ขับรถกลับบ้านนั้นเปึนปัญหา เพราะว่า ในชั่วโมงเร่งด่วน ถ้าหากว่ารถ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ คัน ได้บุกมาที่สถานี มาขึ้นสถานี มาจอดที่สถานีมันคงเกิดการจราจร ผมจึงได้สั่งการให้ปรับในแต่ละสถานีให้ลดปริมาณ รถส่วนตัวเหล่านี้ลงไป แล้วก็ให้เพิ่มพื้นที่จอดรถจักรยานประมาณ ๒,๐๐๐ คัน ให้เพิ่ม พื้นที่จอดรถจักรยานยนต์ ให้เพิ่มพื้นที่จอดรถมอเตอร์ไซค์ ให้เพิ่มพื้นที่จอดรถสาธารณะ เช่น แท็กซี่ รถตู้และรถเมล์เล็กหรือรถบัสเล็ก โดยใช้คําว่าเปึนรถฟ้ดเดอร์ (Feeder) ให้ทุก ๆ สถานีมีรถต้นสายที่จะรับผู้โดยสารจากสถานีกระจายไปยังชุมชน กระจายไปยัง ประตูบ้านของพี่น้องประชาชนทุกคน แล้วก็ในขณะเดียวกันก็รับผู้โดยสารจากแต่ละ หมู่บ้านนั้นมารวมศูนย์ที่สถานีแล้วก็เดินทางไปตามสถานีโดยตลอด นอกเหนือจากนั้น เส้นทางรถไฟฟัา นอกเหนือจากสายสีม่วงแล้วก็ยังมีสายสีน้ําเงิน สายสีน้ําเงินนั้นอยู่ใน เขตกรุงเทพมหานครที่อยู่ในรัศมี ๒๕ ตารางกิโลเมตร ตามมติ ครม. ที่มีไว้ ตามมติ ครม. คือช่วงจากบางซื่อ-หัวลําโพง ก็จะเปึนใต้ดิน ส่วนอีกสายทางหนึ่งก็คือบางซื่อไปตาม ถนนจรัญสนิทวงศ์ไปสิ้นสุดที่บางแคนั้นก็จะเปึนลอยฟัาเช่นเดียวกัน เนื่องจากว่า อยู่นอกเขต ๒๕ ตารางกิโลเมตร ตามมติ ครม. ส่วนเรื่องสถานีในแต่ละสถานีนั้นก็คงเปึน เช่นเดียวกันกับสถานีสายสีม่วงก็คือแต่ละสถานีนั้นก็จะมีพื้นที่สําหรับจอดรถจักรยาน จักรยานยนต์ รถแท็กซี่ รถตู้ แล้วก็รถเมล์เล็ก เพื่ออะไรครับ เพื่อเปึนการลดการใช้รถส่วนตัว ของพี่น้องประชาชนในชานเมือง เพราะว่าในระบบปาร์ค แอนด์ ไลท์นั้นไม่ประสบ ความสําเร็จในรถไฟใต้ดินที่มีอยู่ในขณะนี้ แล้วก็รถไฟของบีทีเอสก็เช่นเดียวกันนะครับ การใช้สถานีนั้นไม่มีความคุ้มค่า ทางกระทรวงคมนาคมจึงได้เข้าไปเสริมเข้าไปปรับ พี่น้องประชาชนครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ รถเมล์ทั้ง ๙ สาย ๙ แฉกในโครงการ เมกะโปรเจกต์นั้นเปึนสิ่งที่พี่น้องประชาชนให้ความหวัง เปึนสิ่งที่พี่น้องในกรุงเทพฯ และปริมณฑลนั้นรอคอย ทางกระทรวงจึงได้เร่งรัดที่จะดําเนินการให้รวดเร็ว แต่ว่า แต่ละสายทางนั้นในรัฐบาลก่อน ๆ ไม่ได้ดําเนินการอะไรไว้มากมาย ยกเว้นสายสีม่วง ดังนั้น ๔ เดือนที่ผ่านมาจึงต้องเร่งรัดที่จะขับเคลื่อนให้ส่วนราชการต่าง ๆ และผู้รับผิดชอบนั้น เร่งรัดดําเนินการ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของอีไอเอ (EIA) เรื่องของการสํารวจออกแบบต่าง ๆ เรื่องของการเจรจา เรื่องเงินกู้ต่าง ๆ ก็ดีให้เสร็จลุล่วงภายในป้นี้ จะเร่งรัดในการดําเนินการ ให้ได้ในป้ ๒๕๕๑ นั้น จะเร่งรัดให้ได้ในสายบางซื่อ-บางใหญ่ที่ได้กล่าวไปแล้ว และในสาย สีเขียวเข้มก็คือหมอชิต-พหลโยธิน-สะพานใหม่ สายสีเขียวอ่อนก็คือจากแบริ่ง-สําโรง- สมุทรปราการ-บางปู สายสีน้ําเงินนั้นก็มีช่วงบางซื่อ-หัวลําโพง และบางซื่อ-ท่าพระ ส่วนสายสีแดงนั้นก็จะมีสายบางซื่อ-ตลิ่งชัน และบางซื่อ-รังสิต ๖ สายทาง ส่วนท่านผู้อภิปราย ได้พูดถึงเส้นทางแอร์พอร์ต ลิงค์ว่าทําไมแอร์พอร์ต ลิงค์เส้นนี้ถึงไม่เชื่อมกับดอนเมือง ก็ขอเรียนว่าเส้นทางแอร์พอร์ต ลิงค์นั้นจะเริ่มจากมักกะสัน ก็คือจากมักกะสันไปทาง ตะวันออกไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนอีกเส้นหนึ่งที่จะผ่านไปทางดอนเมืองมีอยู่ ๒ สาย ก็คือสายบางซื่อ-รังสิต และหมอชิต-พหลโยธิน-สะพานใหม่ ซึ่งสายบางซื่อ-รังสิต นั้น ผ่านด้านตะวันตกของดอนเมือง ส่วนสายหมอชิต-พหลโยธิน-สะพานใหม่ นั้นจะผ่าน ในด้านตะวันออกของดอนเมือง ขณะนี้ทางกระทรวงได้หารือสั่งการให้ รฟม. หาทางที่จะ เชื่อมสายสีเขียวเข้มเข้ากับดอนเมืองเพื่อให้เชื่อมต่อกับสายดอนเมือง หรือถ้าหากว่า ไม่สามารถดําเนินการได้ก็จะใช้เส้นบางซื่อ-รังสิต ซึ่งผ่านด้านหลัง ด้านตะวันตก ของดอนเมือง สายบางซื่อ-รังสิตนั้นจะเชื่อมกับสายแอร์พอร์ต ลิงค์ โดยทางรถไฟ จะดําเนินการเชื่อมต่อในช่วงตรงพญาไท ซึ่งใช้ชื่อว่าเส้นทางมีตติ้ง ลิงค์ (Meeting link) ก็คือจะเปึนทางเชื่อมระหว่างสายแอร์พอร์ต ลิงค์กับสายบางซื่อ-รังสิต ขณะนี้กําลัง ดําเนินการอยู่ เมื่อโครงการเหล่านี้แล้วเสร็จ สนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ ก็คงสามารถที่จะเชื่อมต่อกันได้
ในเรื่องของรถไฟทางคู่ที่ผู้อภิปรายได้พูดถึง ก็ต้องขอเรียนว่าขณะนี้ เรื่องของน้ํามันมีราคาแพง น้ํามันในช่วงป้ที่ผ่านมานั้นได้เพิ่มขึ้นเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือจากประมาณ ๒๐ บาท ขณะนี้น้ํามันก็ขึ้นไป ๔๐ บาท ก็ต้องขอเรียนว่าจากการศึกษา ของกระทรวงคมนาคมนั้น ในประเทศไทยเรื่องของการขนส่งซึ่งมีปัญหาค่าขนส่งของไทย เมื่อเทียบกับจีดีพีสูงถึง ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ นั้นค่าขนส่งเมื่อเทียบกับ จีดีพีนั้นก็เพียง ๖-๗ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ดังนั้นค่าขนส่งของไทยสูงกว่าประเทศอื่น ๆ ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ มันก็ทําให้ศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมของไทยไม่สามารถ สู้กับต่างประเทศได้ ทางกระทรวงคมนาคมจึงได้ริเริ่มโครงการรถไฟทางคู่ จํานวน ๒,๓๔๔ กิโลเมตร เพื่อก่อสร้างให้สามารถที่จะเสริมหรือเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ให้กับการขนส่งของประเทศ ทั้งหลายทั้งปวงก็คงจะเปึนเรื่องที่กระทรวงคมนาคมนั้น ได้ดําเนินการที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในเส้นทางกรุงเทพฯ-บ้านภาชี แล้วก็กรุงเทพฯ-บ้านภาชีออกไปทางจังหวัดโคราช ไปทางจังหวัดขอนแก่น ออกไปทาง จังหวัดอุดรธานี แล้วก็จังหวัดหนองคาย ในแต่ละสายทางนั้นทางกระทรวงได้วาง โครงการไว้ว่าในทุก ๆ ระยะประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร ก็จะให้มีสถานีขนส่งสินค้า และให้มีนิคมอุตสาหกรรม แต่ละประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร ตลอดสายทางของเส้นทาง รถไฟทางคู่ เพื่อกระจายความเจริญ กระจายงานและเปึนการสร้างงานในชนบท เพื่อให้ พี่น้องประชาชนในชนบทนั้นสามารถที่จะมีงานทําโดยไม่ต้องทิ้งถิ่นที่อยู่เข้ามาทํางาน ในกรุงเทพฯ ในช่วงนี้กระทรวงคมนาคมและผมก็คงจะชี้แจงเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ
คุณถาวร เสนเนียม ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายถาวร เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ จากนี้ไปผมขออภิปราย ไม่ไว้วางใจนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และจะต้องพาดพิงถึงนายสมัคร สุนทรเวช ตําแหน่งนายกรัฐมนตรีในฐานะเปึนประธานคณะกรรมการพัฒนาขนส่งทางราง และระบบขนส่งมวลชนครับ ท่านประธานครับ เรื่องที่ผมจะนําเสนอเพื่อพิสูจน์ความจริง ให้ท่านประธานได้รับทราบ เกิดจากผู้ที่ผมกล่าวหา ๒ ท่านได้ดําเนินการทําแผนปรับปรุง การบริหารจัดการและบริหารระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ ถ้าเรียกสั้น ๆ ง่าย ๆ ว่า โครงการเช่ารถยนต์ของ ขสมก. ๖,๐๐๐ คัน มูลค่าของโครงการในการเสียค่าเช่า หรือจ่ายค่าเช่าก็คือ ๑๑๑,๖๙๐ ล้านบาท เพื่อเช่ารถยนต์ ๖,๐๐๐ คัน ๑๑๑,๖๙๐ ล้านบาท เปึนระยะเวลา ๑๐ ป้ โดยเฉลี่ยค่าเช่าคันละ ๑๘ ล้าน ๖ แสนบาทเศษ ท่านประธานที่เคารพ ทันทีที่โครงการนี้ปรากฏต่อสาธารณะ กระผมเองได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ครั้งแรก เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากผมวิพากษ์วิจารณ์ปรากฏว่านายทรงศักดิ์ ทองศรี ซึ่งผมกล่าวหาว่ากระทําความผิดตามญัตติที่ว่าใช้ข้อมูลอันเปึนเท็จ ปัุนแต่งโครงการ เพื่อเตรียมการแสวงผลประโยชน์โดยมิชอบออกมาโต้แย้งผมและอธิบายถึงโครงการดังนี้ จากปรากฏในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐเมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๑ ความว่า นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยการการกระทรวงคมนาคมเป่ดเผยว่ากระทรวงคมนาคมจะเสนอ ขออนุมัติ ครม. วันที่ ๑๐ มิถุนายน เพื่อพิจารณาอนุมัติแผนปรับโครงสร้างองค์การ ขนส่งมวลชนกรุงเทพ เพื่อเช่ารถในกิจการของ ขสมก. ๖,๐๐๐ คัน การเช่าเหมา รวมค่าซ่อมบํารุงเปึนระยะเวลา ๑๐ ป้ จะเร่งรัดรับมอบรถในเดือนพฤษภาคม ป้ ๒๕๕๒ การจัดหาด้วยวิธีการเช่าเหมาแบบซ่อม นอกจากนั้นผู้ให้เช่าจะต้องจัดหาที่จอดรถ มีสถานีเติมก๊าซ นอกจากนั้นยังกล่าวว่า ขสมก. จะจัดทําทีโออาร์ (TOR) ประกาศเชิญชวน เอกชนเพียงรายเดียว ย้ํานะครับ เชิญชวนเอกชนเพียงรายเดียว จะต้องมีการวางเงินประกัน ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ ล้านบาท จะต้องมีการวางเงิน ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ ล้านบาท ขอซ้ําครับ นอกจากนั้นนายทรงศักดิ์ยังกล่าวต่อไปว่า พอรัฐบาลจะมีการทําโครงการขนาดใหญ่ ยังไม่ทันเริ่มต้นก็มีการกล่าวหากันก่อนแล้ว ที่ผ่านมาเรื่องเหล่านี้ทําให้ประเทศชาติ ไม่เจริญคอยแต่จับผิดกัน การตรวจสอบของนักการเมืองทําได้แต่ต้องดูว่ามีการทุจริต เกิดขึ้นหรือไม่ และไม่กลัวว่าจะมีการเป่ดเผยหรือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่สําคัญที่สุด ผมขอย้ําว่าการทักท้วงของผมไม่ส่งผลให้ประเทศชาติเจริญหรือไม่เจริญ แต่ถ้ามี การทุจริตประเทศชาติไม่เจริญแน่นอน หลังจากนั้นวันที่ ๑๑ มิถุนายน ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคือนายสันติ พร้อมพัฒน์ ได้ออกมาต่อว่าผมว่า วิธีคิดของฝ์ายค้านไม่สร้างสรรค์คิดแบบโง่ ๆ ทําไมคนรายได้น้อยเขาไม่ใช่คน ไม่มีสิทธิ ใช้รถแอร์หรือ ผมถามหน่อยท่านประธานครับ โครงการนี้ผมไม่ได้คัดค้านในหลักการ ต้องการให้มีการเปลี่ยนรถยนต์ที่ใช้น้ํามันดีเซลมาใช้แก๊สเอ็นจีวี ที่ผมสนับสนุน แต่ประการที่สองที่ผู้รับผิดชอบในการทําโครงการนี้บอกว่า โครงการนี้จะยกเลิกรถร้อน ทั้งหมด และจะใช้รถปรับอากาศทั้ง ๖,๐๐๐ คัน เก็บค่าโดยสาร ๑๕ บาท ผมก็ท้วงติง ไปว่าพี่น้องประชาชนผู้มีรายได้น้อยซึ่งอาศัยรถร้อนโดยสารนั้นจะเปึนปัญหาเนื่องจาก ขณะนี้ค่าครองชีพสูงอยู่แล้ว รัฐบาลไม่ได้สนใจในการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ ค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นขอให้เห็นใจพี่น้องที่มีรายได้น้อยบ้าง โปรดคงรถร้อนเอาไว้ แค่นี้ก็ออกมาต่อว่าว่าผมเปึนคนโง่คิดอะไรไม่เปึน ยิ่งกว่านั้นเมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายนที่ผ่านมา นายสมัคร สุนทรเวช ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาที่ผมพูดถึงได้ออกมาพูด ต่อสาธารณะผ่านสถานีโทรทัศน์ว่า พูดกันไว้ให้ชัดว่าเปึนการเสนอความคิดเรียกว่า โยนหินถามทาง แต่ขอประทานโทษอย่างที่เขาเรียกกันว่าเอาไก่ลงไปโยนที่ฟาร์มจระเข้ ที่ยังไม่ทันถึงน้ําโดดงับทันที ใครเลี้ยงสุนัขอยู่รู้จักเลยมันคล่องแคล่วอะไรต่าง ๆ โยนไม่ถึงดินกระโดดงับทันทีเลย ท่านประธานครับ ถ้าฟังคําพูดของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ผมก็ออกมาตอบว่าใครโยนใครรับ หรือโยนกันเองรับกันเอง นอกจากนั้นถ้าหากว่า ผู้สูงอายุ ขอใช้คําพูดที่สุภาพนะครับ โดนงับเข้าเดี๋ยวฟันจะหลุด ท่านประธานที่เคารพ โครงการนี้เปึนโครงการที่บรรจุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๑๐) เรื่อง การลดต้นทุนการขนส่งในการพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนของ กรุงเทพมหานคร ด้วยการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้พลังงานของระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อลดต้นทุนเชื้อเพลิง ทุกคนจะต้องปฏิบัติ ทุกคนเห็นด้วยถ้าหากดําเนินการโดยสุจริต โดยไม่ปัุนแต่งตัวเลข ท่านประธานที่เคารพ โครงการนี้ไม่ใช่เกิดครั้งแรกครับ เกิดมาตั้งแต่ในยุคที่นายกรัฐมนตรีทักษิณรักษาการ ในฐานะเปึนรัฐบาลรักษาการ ซึ่งได้มีโครงการในการให้เปลี่ยนรถ ขสมก. โดยการเอา รถใหม่เข้ามาแทนที่ ๒,๐๐๐ คัน และขณะนั้นก็ตั้งใจที่จะซื้อกันอยู่แล้ว แต่ถูกรัฐประหาร เสียก่อน หลังจากนั้นถึงยุคของรัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็เลยมาปรับความคิดใหม่ โดยการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาว่ารถของ ขสมก. ซึ่งมีอยู่จํานวน ๓,๕๐๐ กว่าคัน พอที่จะคัดเลือกเปึนรถที่จะใช้งานต่อไปได้หรือไม่ ถ้าหากว่าส่วนไหนที่ใช้ไม่ได้ก็ให้ ปลดระวาง ผลของการศึกษา ผลของการวิเคราะห์ก็พบว่ามีอยู่จํานวนเกือบ ๆ ๓,๐๐๐ คันที่พอจะใช้งานได้ ๗-๑๐ ป้ ท่านประธานครับ หลังจากนั้นในวันที่ ๑๓ มีนาคม ป้ ๒๕๕๐ รัฐบาลยุคของท่านสุรยุทธ์ก็มีมติยกเลิกโครงการของยุคท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณ แล้วก็ให้ดําเนินการหาวิธีการเพื่อที่จะปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ของรถเก่าเอามา ปรับปรุงตัวรถ ใช้เครื่องยนต์ใหม่เอามาใช้ก๊าซ ผลของการศึกษาปรากฏว่าทาง ขสมก. ได้รับเรื่องนี้ไปดําเนินการ จนกระทั่งเมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคมป้ที่แล้ว ขสมก. ก็ได้ประกาศ ผลรายชื่อผู้ผ่านการทดสอบสมรรถนะการเปลี่ยนแปลงเครื่องยนต์โดยสาร เปลี่ยนจาก การใช้น้ํามันดีเซลมาเปึนการใช้ก๊าซ ทั้งนี้ทั้งนั้นได้ผ่านการทดสอบวิเคราะห์จากวิศวกร และความเห็นชอบของบอร์ด ขสมก. ประกาศเชิญชวนให้กับบริษัททั้งในประเทศ และต่างประเทศมาดําเนินการจนกระทั่งขึ้นทะเบียนเอาไว้ ผลของการศึกษาปรากฏ ในหนังสือเล่มนี้ ๑๐ บริษัท ลงวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ โดยนายพิเณศวร์ พัวพัฒนกุล ผู้อํานวยการขนส่งมวลชนกรุงเทพ เปึนผู้ดําเนินการ ท่านประธานครับ หลังจากนั้น ปรากฏว่ารัฐบาลของ พลเอก สุรยุทธ์ ก็มีอันต้องหมดวาระไป ผมก็มาพิจารณาดู ในรายละเอียดของโครงการดังกล่าวปรากฏว่าโครงการนี้ถ้าได้ดําเนินการแล้ว รถ ขสมก. ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้นั้น รถธรรมดามีทั้งหมด ๑,๕๙๔ คัน รถปรับอากาศมีทั้งหมด ๒,๘๙๐ คัน ถ้าจะใช้เงินงบประมาณก็คันละไม่เกิน ๑ ล้าน ๕ แสนบาท ใช้เงิน งบประมาณทั้งหมดก็ประมาณ ๒,๔๐๐ ล้านบาท ประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ และยังสามารถใช้รถดังกล่าวนี้ได้ ๗-๑๐ ป้ ท่านประธานครับ ผลของการศึกษาบอกว่า สามารถคืนทุนได้ภายในระยะเวลา ๓ ป้ ก็เห็นว่าเปึนโครงการที่ดี หลังจากนั้นพอถึง ยุคของรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช นักธุรกิจในยุคที่วิ่งเต้นจะขายรถให้กับรัฐบาล ยุคปลายของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณก็มาติดต่อคนในรัฐบาลนี้ แต่รัฐบาลนี้เล็งเห็นว่า เช่าดีกว่าซื้อ ด้วยเหตุผลอะไรเดี๋ยวผมจะได้นํากราบเรียนท่านประธานครับ ดังนั้น ปรากฏว่าเมื่อรัฐบาลนี้ได้ตั้งรัฐบาลมาระยะหนึ่ง จนกระทั่งมีการตั้งคณะกรรมการ ขับเคลื่อนทางนโยบายขึ้นมา ๕ คณะ คณะกรรมการที่ทําหน้าที่พิจารณาเรื่องนี้ก็คือ คณะกรรมการพัฒนาการขนส่งทางรางและระบบขนส่งมวลชน ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี เปึนประธาน มีรองนายกรัฐมนตรีสุรพงษ์เปึนรองประธาน มีรองนายกรัฐมนตรีสหัส มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปึนกรรมการ รวมแล้ว ๑๗ คน ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจากนั้นนายทรงศักดิ์ ทองศรี ได้มอบนโยบายให้กับ ขสมก. ไปดําเนินการ ๓ เรื่อง
๑. ปรับปรุงสภาพรถโดยสาร ขสมก. นั่นคือต้องการให้เช่ารถ ๖,๐๐๐ คัน
๒. ปรับปรุงสายทางเดินรถเพื่อที่จะให้เกิดความเหมาะสมมากขึ้น
๓. กําหนดว่าเมื่อปรับปรุงรถโดยการเช่ารถ ๖,๐๐๐ คันแล้ว ขอให้เก็บ ค่าโดยสารคนละ ๑๕ บาท ส่วนรถที่มีอยู่นั้นขอให้ขายทิ้งให้หมด
ท่านประธานที่เคารพ โครงการนี้เริ่มดําเนินการเมื่อเดือนเมษายน ป้ ๒๕๕๑ นี้เอง นับย้อนไปก็ ๒ เดือนเศษ ๆ ปรากฏในเอกสารเล่มนี้ ซึ่งเปึนเอกสารของ ขสมก. ผมขออนุญาตอ้างอิง เมษายนเริ่มศึกษาดําเนินการ จะศึกษาดําเนินการ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดําเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕ หรือไม่ ผมขอยืนยันว่าไม่ได้ดําเนินการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ นั่นคือ ข้อกล่าวหาที่ท่านจะต้องตอบ ข้อที่ ๑ ว่าทําไมท่านละเลยกฎหมายซึ่งเปึนเครื่องมือ อันสําคัญในการบริหารจัดการ เมื่อเริ่มงานดังนั้น ปรากฏว่าทางฝ์ายกระทรวงคมนาคม ก็เร่งรัด เมื่อเร่งรัดเสร็จแล้วปรากฏว่าได้ออกหนังสือลงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ป้ ๒๕๕๑ เพื่อให้ ขสมก. ดําเนินการตามที่ตัวเองต้องการ บันทึกข้อความฉบับนี้คือบันทึกข้อความ ที่ คค ๐๘๐๖๑/๙๗๐ ลงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑ เพื่อเร่งรัดให้เตรียมการดําเนินการ ตามที่ ๒ รัฐมนตรีซึ่งสมคบกันทําโครงการ ท่านประธานครับ มีผู้ทักท้วง บุคคลผู้นี้คือ ผู้อํานวยการกองแผนงาน ข้อความว่า แผนฟุ๋นฟูของ ขสมก. โดยทิศทางการดําเนินงาน ของ ขสมก. ไม่สอดคล้องกับแผนฟุ๋นฟูเดิมและขาดความรับผิดชอบที่จะต้องศึกษา และพิจารณาเพิ่มเติมในหลายประเด็น รวมทั้งยังไม่ได้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการ บริหารของ ขสมก. นั่นคือไม่ได้ผ่านบอร์ดครับ เร่งรัดกันมาก ดังนั้นจึงเห็นควรให้ ขสมก. ดําเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องให้มีความชัดเจนก่อนจะได้นําเสนอที่ประชุมต่อไป หลังจากนั้นก็ผ่านไปเรื่อยตั้งแต่วันที่ ๒๘ วันที่ ๒๙ จนกระทั่งถึงวันที่ ๓๐ หนังสือนี้ก็ไปถึง ผู้ที่รับผิดชอบ ความเร่งรัดรีบร้อนก็ยังคงดําเนินการต่อไป ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๑ สํานักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร สํานักพัฒนาระบบขนส่งและจราจร ออกหนังสือของกระทรวงคมนาคม ที่ ๐๘๐๖๑/๑๐๑๓ เปึนบันทึกข้อความถึง ปลัดกระทรวงคมนาคม เรื่องนี้ก็เช่นกันครับ อ้างว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้กําหนดให้มี การประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบขนส่งทางรางในวันที่ ๒ มิถุนายน เร่งรัดให้ ทุกส่วนราชการทําหนังสือเพื่อชี้แจงว่าโครงการนี้เหมาะสมหรือไม่เหมาะสมอย่างไร ถึงขนาดว่าหนังสือฉบับนี้มีการลงวันที่ในการผ่านคนที่ ๑ คนที่ ๒ คนที่ ๓ คนที่ ๔ ไม่จําเปึนจะต้องเอ่ยนามท่าน วันที่ ๒๙ พฤษภาคม ทั้งหมดเพื่อนําเข้าสู่การประชุม ในวันที่ ๒ มิถุนายน ตามบัญชาของนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อรวบรัดเร่งรีบ ให้การดําเนินการตามโครงการนี้ได้เสร็จเร็วที่สุด หลังจากนั้นก็มีการประชุมของ คณะกรรมการชุดที่ผมเอ่ยถึงในวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๑ เห็นชอบตามแผนปรับปรุง การบริหารจัดการตามที่เสนอมา การประชุมในวันนั้นเปึนความรับผิดชอบของ นายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน รัฐมนตรี ๒ ท่าน ซึ่งที่ผมได้กล่าวหานั้นเปึนคณะกรรมการ อยู่ด้วย หลังจากวันที่ ๒ จนถึงวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๑ ๘ วัน นายกรัฐมนตรี ได้ดําเนินการนําเอาโครงการดังกล่าวเสนอ ครม. เพื่อพิจารณาขอความเห็นชอบ เริ่มต้นหนังสือ ที่ นร ๑๑๕/๒๓๖๗ ลงวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๑ สํานักงานคณะกรรมการ การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้เสนอโครงการนี้ไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อที่จะให้นําเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม ครม. นั่นคือฉบับที่ ๑ เพื่อขออนุมัติดังต่อไปนี้ ขอความเห็นชอบขอเช่ารถยนต์ ๖,๐๐๐ คัน มีระบบอีทิคเก็ต (e-Ticket) มีระบบติดตาม ที่เรียกว่า จีพีเอส (GPS) หนี้ ๖๙,๕๐๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนของ ขสมก. ให้กระทรวงการคลัง รับผิดชอบจัดงบประมาณให้ก็ได้ ถ้าไม่สามารถจัดได้ก็ให้หาแหล่งเงินกู้ให้เออร์ลี่ (Early) พนักงาน หาเงินอีก ๓,๕๐๐ ล้านบาทเปึนทุนหมุนเวียน ขอยืมเงินอีก ๒,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อให้พนักงานที่เปึนหนี้อยู่กับสหกรณ์ โดยให้กระทรวงพาณิชย์ช่วยจัดการให้ โดยสรุป ก็คือเพื่อให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ท่านประธานครับ นอกจากหนังสือนี้แล้ว ถามว่าใครสนับสนุนบ้าง ก็มีองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพสนับสนุนให้ดําเนินการ ทําโครงการนี้ กระทรวงคมนาคมมีหนังสือถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ลงนามโดย ฯพณฯ รัฐมนตรีเห็นชอบที่จะให้ดําเนินการนี้ กระทรวงการคลังสนับสนุนให้โครงการนี้เปึน โครงการที่คณะรัฐมนตรีควรจะให้ความเห็นชอบ ท่านประธานครับ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง คือนายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เสนอดังนี้ กระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว ขอเสนอความเห็นในส่วนที่เกี่ยวข้องดังนี้ เห็นชอบให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ จัดหารถโดยสารปรับอากาศจํานวน ๖,๐๐๐ คัน วงเงินค่าเช่า ๑๑๑,๖๙๐ ล้านบาท และคาดว่า ขสมก. จะมีกําไรสุทธิ ป้ ๒๕๕๒ ถึงป้ ๒๕๖๓ รวม ๑๐๓,๖๐๐ ล้านบาทเศษ ที่สําคัญที่สุดก็คือระบุไปว่าปัจจุบัน ขสมก. มีจํานวนผู้โดยสารเฉลี่ยต่อวันเท่ากับ ๑.๘ ล้านคน เมื่อเริ่มโครงการนี้ในป้ ๒๕๕๓ จะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเปึน ๓ ล้านคน แล้วผมจะชี้แจง ให้ท่านประธานได้รับทราบว่า หนังสือที่ให้การสนับสนุนคนที่เปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังก็ดี หรือหนังสือสนับสนุนของคนที่ทําหน้าที่เลขาธิการสภาพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็ดี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งมีเอกสาร อยู่ในมือของผมก็ดี เหล่านี้มีเหตุผลน่าเชื่อหรือไม่ หรือเปึนการปัุนตัวเลขเพื่อที่จะให้ โครงการนี้ผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นั่นคือเปึนการเสนอของนายกรัฐมนตรีเพื่อขอ ความเห็นชอบโดยให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ท่านประธานครับ ในการประชุมในวันที่ ๑๐ มิถุนายน วาระที่เข้ามาสู่การประชุมของ ครม. คือวาระที่ ๑๖ ครม. ได้มีมติดังนี้ครับ รับทราบมติคณะกรรมการพัฒนาระบบขนส่งทางรางและขนส่งมวลชน ครั้งที่ ๓/๒๕๕๑ วันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๑ ตามที่เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาระบบขนส่งทางรางและขนส่งมวลชนเสนอ และให้กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม สํานักงบประมาณและหน่วยงานอื่น ที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดําเนินการตามมติคณะกรรมการดังกล่าวต่อไป รับทราบ ก็ยังไม่เปึนที่ ถูกอกถูกใจและพอใจของผู้ที่ถูกกล่าวหาทั้งสอง และนายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน เพราะยังไม่สามารถดําเนินการอะไรได้มากนัก ปรากฏว่าวันที่ ๑๖ มิถุนายน ป้ ๒๕๕๑ ปรากฏว่ามติวันที่ ๑๐ ซึ่งเสนอเปึนวาระจร โครงการ ๑๑๖,๐๐๐ ล้านกว่าบาท เสนอเปึน วาระจร คณะรัฐมนตรีก็คงจะกังขา ยังไม่พิจารณาให้ความเห็นชอบ ขอเพียงรับทราบ ผมขอชื่นชมคณะรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลที่ให้ความสนใจว่า โครงการขนาดแสนกว่าล้านเริ่มทําโครงการเดือนเมษายนมาเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ ๑๐ มิถุนายน เปึนวาระจรนี่จะเปึนการมัดมือชกกันหรือไม่ ไหนรายละเอียด ของโครงการ พี่น้องประชาชนซึ่งขึ้นรถร้อนจะขึ้นรถเย็นหาเงินมาจากไหน หรือค่าเช่า คันละ ๑๘ ล้าน ๖ แสนบาทจะเอามาจากไหน กิจการจะขาดทุนหรือจะมีกําไรหรือไม่ อย่างไร นั่นคือสิ่งที่คณะรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลตั้งข้อกังขา จากการผมสืบทราบ ในห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ดังนั้นการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนั้นจึงได้แค่รับทราบ ท่านประธานครับ นายกรัฐมนตรีในฐานะเปึนประธานคณะกรรมการยังไม่ลดละครับ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีที่เรียกว่า ชงเองกินเอง โยนเอง รับเอง ได้มีหนังสือที่ นร ๐๕๐๖/๑๒๐๑/พ ลงวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๑ กราบเรียน นายกรัฐมนตรี ข้อเสนอกระทรวงคมนาคมขอให้นําเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา ให้ความเห็นชอบ ดังนี้
๑.๑ เห็นชอบให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพจัดหารถโดยสารปรับอากาศใหม่ ใช้ก๊าซธรรมชาติด้วยวิธีเช่าจํานวน ๖,๐๐๐ คัน ระบบจัดเก็บรายได้ค่าโดยสารด้วย บัตรอิเล็กทรอนิกส์ และบัตรตรวจสอบติดตามและศูนย์ปฏิบัติการสารสนเทศวงเงิน ๑๑๑,๖๙๐ ล้านบาท ระยะเวลาดําเนินโครงการ ๑๐ ป้
๑.๒ เห็นชอบให้ข้าราชการ ขสมก. เกษียณก่อนอายุในวงเงินไม่เกิน ๖,๒๐๐ ล้านบาท โดยการแปรญัตติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒ ฝากคณะกรรมาธิการงบประมาณที่จะรับหน้าที่ในอีก ๒-๓ วันข้างหน้า ๖,๒๐๐ ล้านบาท ผมไม่ได้ขัดขวาง แต่ขอให้พิจารณาให้รอบคอบ นี่คือคณะกรรมการที่มีนายกรัฐมนตรี และบุคคลที่ผมกล่าวหา ๒ ท่าน พยายามที่จะเอาเงินงบประมาณอีก ๖,๒๐๐ ล้านบาท ไปใช้เพื่อโครงการนี้
๑.๓ เห็นชอบให้รัฐบาลให้ยืมเงินโดยไม่มีดอกเบี้ยแก่ ขสมก. อีก ๓,๕๐๐ ล้านบาท วิธีการรายละเอียดปรากฏอยู่ในนี้
๑.๔ เห็นชอบให้ ขสมก. ดําเนินการปรับปรุงเส้นทาง อันนี้ดี
๑.๕ อนุมัติให้ ขสมก. ขายรถโดยสารเก่า ๓,๕๓๕ คัน เพื่อเอาเงินที่ได้มา เปึนเงินทุนหมุนเวียน
๑.๖ เห็นชอบให้สํานักงบประมาณจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจําป้ เพื่อเปึนค่าชําระหนี้ค่าดอกเบี้ยรวมประมาณ ๓๕,๐๗๖ ล้านบาท ดังรายละเอียด ผมไม่ต้องลงรายละเอียด แต่หากสํานักงบประมาณไม่สามารถจัดสรรงบประมาณ รายจ่ายประจําป้เพื่อชําระดอกเบี้ยจ่ายได้ เห็นควรให้ ขสมก. กู้เงินโดยให้กระทรวงการคลัง เปึนผู้พิจารณาหาแหล่งเงินกู้ วิธีการกู้เงิน เงื่อนไขและรายละเอียดต่าง ๆ ของการกู้เงิน ตลอดจนให้กระทรวงการคลังค้ําประกันเงินกู้ และให้สํานักงบประมาณตั้งงบประมาณ เพื่อชําระหนี้เงินกู้และดอกเบี้ย
ทั้งหมดทั้งปวงทั้ง ๖ ข้อนี้นายกรัฐมนตรีไม่ละความพยายามครับ เสนอไป คราวที่แล้วเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คณะรัฐมนตรีรอบคอบแค่รับทราบ คราวนี้ให้เสนอ ครม. เพื่อพิจารณา นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๑ หลังจากเสนอ ไปแล้วก็บรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี ผมทราบมาว่ารัฐมนตรีหลายท่าน ที่ยังคงหวังดีต่อบ้านเมืองตั้งใจที่จะซักถามถึงรายละเอียดของโครงการ ตั้งใจที่จะ สอบถามว่าโครงการ ๑ แสนกว่าล้านบาทได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาความเปึนไปได้ ของโครงการหรือมีการรั่วไหลหรือโอกาสที่จะหาเงินใต้โต๊ะกันได้หรือไม่อย่างไร ผมต้อง ขอชื่นชมรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลหลายท่านที่ตั้งใจจะซักถาม ผลปรากฏว่าความนี้ทราบถึง รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องและนายกรัฐมนตรี กลัวจะตอบคําถามรัฐมนตรีที่ซักถาม ในห้องประชุมไม่ได้ อ้ายเสือถอยเลยครับท่านประธาน ถอยเลย ขอถอนระเบียบวาระนี้ ออกจากการประชุมโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น ท่านประธานครับ นี่หรือที่นายกรัฐมนตรี บอกว่าโยนหินถามทาง ถ้าแน่จริงมีการศึกษากันพร้อมว่าความเปึนไปได้ของโครงการสามารถเกิดประโยชน์ กับพี่น้องประชาชน สามารถแก้ไขปัญหาหนี้สินของ ขสมก. ได้ สามารถบริการพี่น้อง ประชาชนได้ทั่วถึงแล้วทําไมต้องถอนออก ทั้งนี้ทั้งนั้นเนื่องจากมีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่า น่าจะมีเงินใต้โต๊ะจากโครงการนี้ไม่ต่ํากว่า ๖,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ นี่คือ ลายมือของนายสมัคร สุนทรเวช ที่เสนอ ครม. เพื่อพิจารณา แต่ ครม. ไม่พิจารณาให้ ต้องขอเสียใจด้วยกับบุคคลที่รอรับผลประโยชน์อยู่ ผมจะพิสูจน์ให้ท่านประธานเห็นว่า โครงการดังกล่าวนี้มีการปัุนแต่งตัวเลขเพื่อที่จะหาผลประโยชน์กันอย่างไร ขสมก. บริหาร โดยคณะกรรมการบริหารกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ มีทั้งหมด ๑๑ ท่าน มีทั้งรองปลัดกระทรวงคมนาคมเปึนมืออาชีพ มีทั้งนักธุรกิจ มีทั้งท่านอัยการ มีทั้ง นายตํารวจ มีทั้งนายทหาร มีทั้งทนายความ ซึ่งเปึนที่ปรึกษาบริษัทสํานักกฎหมาย ธนา เบญจาธิกุล จํากัด นี่เขารู้กันว่าเปึนทนายของใคร ทีนี้มาดูว่าสภาพของ ขสมก. ในฐานะทางด้านการเงินนี้เปึนอย่างไร ป้ ๒๕๕๑ การศึกษาพบว่าน่าจะเปึนหนี้อยู่ใน ประมาณ ๖๔,๗๘๕ ล้านบาท ถ้าครบถึงสิ้นป้นะครับ เพราะเหตุว่ามีการขาดทุนป้ละ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ๕,๐๐๐ ล้านบาท ๖,๐๐๐ ล้านบาท ๗,๐๐๐ ล้านบาท มีการขาดทุน สะสมอยู่ที่เกือบ ๆ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท จําเปึนจะต้องมีการแก้ไขไหม ต้องแก้ไข ต้องปรับปรุงแน่ รถที่เขาจะเช่าหน้าตาเปึนอย่างนี้ เนื่องจากรถคันนี้บริษัทโกลเด้น ดรากอน ได้นํามาขายในเมืองไทยแล้วนับเปึนร้อย ๆ คัน แล้วถึงขนาดกลุ่มนี้เปึนกลุ่มที่ต้อง น่าจับตามองเปึนพิเศษ เนื่องจากมีคําครหาว่ามีความใกล้ชิดกับคนที่อยู่เบื้องหลัง รัฐมนตรีอยู่ จึงนําเรื่องนี้มาปรึกษาหารือนํามาสู่การผลิตโครงการนี้ ในโครงการครับ ท่านประธานดูตัวเลขขาดทุนแล้วก็มาดูว่าการเสนอโครงการตามเอกสารที่มีการศึกษา ที่ผมเอ่ยถึงเล่มนี้ ซึ่งเปึนเอกสารของ ขสมก. เขาระบุว่าถ้าดําเนินการตามโครงการนี้ ไม่ว่าจะเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือใครก็แล้วแต่ที่เห็นชอบกับโครงการนี้ในเบื้องต้นบอกว่า ป้ ๒๕๕๑ ขาดทุน ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ป้ ๒๕๕๒ จะขาดทุน ๑๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท พอเริ่มโครงการส่ง มอบรถเดือนพฤษภาคมป้ ๒๕๕๒ ป้ ๒๕๕๓ จะมีกําไร ๖๙๕ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๔ มีกําไร ๑,๔๐๐ กว่าล้านบาท ป้ ๒๕๕๕ ๑,๕๐๐ กว่าล้านบาท ป้ ๒๕๕๖ ๑,๗๐๐ กว่าล้านบาท ป้ ๒๕๕๗ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ป้ ๒๕๕๘ ๓,๕๐๐ กว่าล้านบาท ป้ ๒๕๕๙ ๓,๖๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๖๐ ๓,๗๐๐ กว่าล้านบาท ป้ ๒๕๖๑ ๕,๔๐๐ กว่าล้านบาท ป้ ๒๕๖๒ ๕,๕๐๐ กว่าล้านบาท ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ตอบคําถามผมหน่อยว่าเอาใครมาบริหารให้ได้กําไรขนาดนี้ หรือเปึนเพียงตัวเลข ที่ท่านปัุนแต่งขึ้นมา เปึนเพียงตัวเลขที่ท่านปัุนแต่งขึ้นมาเพื่อให้คณะรัฐมนตรีร่วมรัฐบาล ของท่านได้เชื่อ เชื่อแล้วจะได้อนุมัติให้ เห็นชอบกับโครงการนี้ คนที่เปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังก็เหมือนกันครับเซ็นหนังสือมาได้อย่างไรว่าโครงการนี้เมื่อสําเร็จ โครงการแล้วจะมีกําไรถึง ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ดูโครงการแล้วก็ประมาณการว่าจะมีกําไรถึง ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมว่าประเทศไทย เราลําบากแน่ มันต้องมองด้วยสายตาที่วิเคราะห์ด้วยเหตุด้วยผล ด้วยหวังดีต่อองค์กร ด้วยหวังดีต่อประเทศชาติ ไม่ใช่เสนอคณะรัฐมนตรีเพียงเพื่อให้ผ่าน ทีนี้ท่านประธานครับ ผมไปได้เอกสารจาก ขสมก. มาเล่มหนึ่ง ซึ่งเปึนผู้หวังดีอยู่ในองค์กร ขสมก. แม้ว่าองค์กรนี้จะขาดทุนก็ตาม เปึนแผนวิสาหกิจซึ่งศึกษาว่าความเปึนไปได้ในการพัฒนา องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือปรับปรุงกิจการนั่นเอง ช่วงป้ ๒๕๕๐ ถึงป้ ๒๕๕๔ ตรวจพบว่าในการศึกษาวิเคราะห์เพื่อที่จะปรับปรุงกิจการของ ขสมก. อยู่ในบทที่ ๕ หน้า ๘๒ โครงการนี้เขียนเอาไว้ว่าสมมุติฐานในการวิเคราะห์ถ้าจะหาต้นทุนในการเช่า รถปรับอากาศเอ็นจีวีขนาด ๑๒ เมตร เปึนระยะเวลา ๑๐ ป้ ค่าเช่าเฉลี่ยซึ่งเปึนราคากลาง หรือราคามาตรฐานอยู่ที่วันละ ๔,๑๙๓ บาท แต่ปรากฏว่าโครงการนี้ได้เสนอโครงการ ขอความเห็นชอบต่อคณะรัฐมนตรี รถที่เช่า ๖,๐๐๐ คัน ความยาว ๑๒ เมตร ค่าเช่าวันละ ๕,๑๐๐ บาท เวลาการเช่า ๑๐ ป้ สรุปก็คือค่าเช่า ๑๘.๖ ล้านบาท ค่าเช่าทั้งโครงการ ๑๑๑,๖๙๐ ล้านบาท ถามกลับไปว่าท่านได้เห็นเอกสารชิ้นนี้ซึ่งเปึนราคากลางไหม หรือไม่สนใจ รีบรับรีบเร่งเพื่อที่จะให้โครงการนี้ผ่าน ครม. ท่านอาจจะขึ้นมาโต้เถียงผมว่า คุณถาวรคุณไม่ดูหรือ โครงการใหม่มีจีพีเอส โครงการใหม่มีอีทิคเก็ต ผมสอบถามเขา มาแล้วครับ ไม่ว่าจะใส่เครื่องที่ท่านพูดถึงเข้าไปในรถ ค่าเช่าก็อยู่ประมาณนี้ ไม่ได้สูง ไปกว่านี้มากนัก ทีนี้มาดูกันว่ารถคันดังกล่าว เวลาเขาเสนอโครงการ ๒ ครั้ง พยายาม ปรับปรุงเอกสารไม่เหมือนกัน ประมาณการค่าเช่ารถโดยสารต่อวันต่อคันเปึนระยะเวลา ๑๐ ป้ ดูค่าตัวรถ ๒,๑๑๔ บาท ค่าซ่อม ๑,๓๐๐ กว่าบาท อีทิคเก็ต ๔๖๓ บาทต่อคันต่อวัน ภาษีประกันภัย ๓๙ บาทต่อคันต่อวัน ค่าอู่สถานที่ทําการอีก ๒๘๐ บาท แพงไหมครับ ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ๕ เปอร์เซ็นต์ ค่าใช้จ่ายอะไร ใต้โต๊ะหรือเปล่า ๕ เปอร์เซ็นต์ ๒๑๔ บาทต่อคันต่อวัน ค่าใช้จ่ายเผื่อเหลือเผื่อขาด ๑๔ เปอร์เซ็นต์ ๖๒๖ บาท นี่คือ การเสนอ ครม. ครั้งที่ ๑ หลังจากนั้นเมื่อถูกวิพากษ์วิจารณ์มากก็มาเสนอครั้งที่ ๒ ค่าเผื่อเหลือเผื่อขาด ๔ เปอร์เซ็นต์กับ ๕ เปอร์เซ็นต์มารวมเปึนค่าใช้จ่ายและผลตอบแทน เสีย ๘๔๐ บาทเท่ากัน เพราะไอเทม โน้ต (Item note) รายการนั้นเขียนไว้ ๒ รายการ ดูแล้วมันน่าเกลียด เผื่อเหลือเผื่อขาด แต่มาเขียนว่าค่าใช้จ่ายและผลตอบแทน ๘๔๐ บาท นี่ก็คือกําไรที่บวกเอาไว้ว่าเกินเหตุแห่งการลงทุน ทีนี้ก็มาดูว่าเมื่อเปึนเช่นนี้ เรามาดูรายการเปรียบเทียบกันว่ารถคันนี้ต้นทุนมันอย่างไร นิตยสารบัสแอนด์ทรัค (Bus&Truck) ได้เสนอประกาศเชิญชวนขายรถบัสขนาด ๑๒ เมตร ๖ สูบ ๓๐๐ แรงม้า แชสซีพร้อมเครื่องยนต์นั่นคือตัวถังเรียบร้อยคันละ ๔.๔ ล้านบาท ผมสอบถามไปว่าถ้าซื้อ กันจริง ๆ จํานวนมาก ๆ ก็ประมาณ ๔ ล้านบาทก็สามารถซื้อได้ นั่นคือซื้อทีเดียว ๖,๐๐๐ คัน นั่นคือถ้าผมเปึนผู้ลงทุนในโครงการนี้ ทีนี้ถามว่าถ้าหากว่าเราซื้อรถมา ๖,๐๐๐ คัน ดําเนินการจะได้กําไรเท่าไร วิธีการคิดคํานวณเพื่อที่จะพิสูจน์ว่ามีเงินใต้โต๊ะจากโครงการนี้ หรือไม่ วิธีการคํานวณ
วิธีที่ ๑ ผมให้ราคา ๔ ล้าน ๒ แสนบาท ซื้อมาเลยครับ มีค่าอะไรบ้าง เป่ดแอล/ซีมีกําหนดชําระ ๕ งวด งวดละป้ ๕ ป้ ดอกเบี้ยในรูปแบบลดต้นจะอยู่ในอัตรา ๔ เปอร์เซ็นต์ต่อป้บวกค่าใช้จ่ายไปอีก ๕๐๔,๐๐๐ บาท ค่าธรรมเนียมในการเป่ดแอล/ซี ๑ เปอร์เซ็นต์ ๔๒,๐๐๐ บาท ภาษีมูลค่าเพิ่มแวท (Vat) ๗ เปอร์เซ็นต์ ก็ประมาณ ๒ ล้าน ๙ แสนบาทเศษ ค่าชิปปุ่ง (Shipping) ในการออกของ ให้คันละหมื่นเอาเลย ให้ไปเลย ค่าผูกพันแอล/ซีเปึนระยะเวลา ๕ ป้ เรียกเก็บที่ ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ อีก ๓ แสนกว่าบาท เพราะฉะนั้นต้นทุนตัวรถสําหรับ ๕ ป้แรกก็ประมาณ ๕ ล้าน ๓ แสนกว่าบาท ทีนี้เรามาดูต่อว่าต้นทุนป้ต่อไปครับ ต้นทุนต่อวัน ถ้าคิด ๕ ป้แรกก็ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าบาท มาถึงค่าบํารุงรักษาตัวรถที่ออกมาจากโรงงานที่ผลิตใหม่ ๆ ป้แรกเขาไม่คิดเขาจะดูแลให้ ป้แรกไม่ต้องจ่าย ป้ที่ ๒ ถึงป้ที่ ๕ เฉลี่ยผมให้วันละ ๘๐๐ บาท เหมาะสมครับ ฉะนั้น ต้นทุนต่อวันเท่ากับ ๓,๐๐๐ กว่าบาท ต้นทุนของ ๕ ป้แรกก็ ๖ ล้านกว่าบาท มาถึง ๕ ป้หลัง ก็คือค่าบํารุงรักษาป้ที่ ๖ ถึงป้ที่ ๑๐ ผมให้เลยวันละ ๑,๕๐๐ บาท เหมาได้ ต่อมาก็ดูมาว่า ค่าใช้จ่ายในการซ่อมก็ประมาณ ๒ ล้านกว่าบาท ฉะนั้นต้นทุนรวมของรถที่นํามาให้เช่า บวกแล้วทั้งหมดก็ประมาณ ๙ ล้าน ๕ แสนบาท ผมคิดให้หมด เอาเปึน ๑๐ ล้านบาทไปเลย แต่ว่ารายนี้มีการเช่ากัน ๑๘ ล้านต่อคัน เมื่อคูณแล้ว ๖,๐๐๐ คัน ถ้าหากว่า ๑ คันมีกําไร เท่าไรครับ ออกมาแล้วประมาณ ๙ ล้านบาท ตีให้ ๘ ล้านบาทแล้วกัน ทิ้งไปอีก ๑ ล้านบาท สําหรับ ๑ คัน เหลือ ๘ ล้านบาทคูณ ๖,๐๐๐ ไป ๖ คูณ ๘ เท่ากับ ๔๘,๐๐๐ ล้านบาท น่าทําไหมครับ น่าทํา นั่นคือวิธีคิดคํานวณแบบที่ ๑ ที่ว่าการค้าขายรายนี้มีกําไรสูงสุด น่าทํา น่าลงทุน
วิธีที่ ๒ ว่ากําไรที่จะได้จากการลงทุนครั้งนี้ในฐานะนักลงทุนเขาคิดกัน อย่างไร เขาไปดูมาแล้ว จากการสํารวจจากการวิเคราะห์วิจัยของ ขสมก. ว่าราคากลาง อยู่ที่ ๔,๑๙๓ บาท สําหรับค่าเช่าก็มีกําไรแล้ว ทีนี้โครงการนี้บอกว่าเอาไปเลย ๕,๑๐๐ บาท เพราะฉะนั้นส่วนต่างดังกล่าวนี้เมื่อเปรียบเทียบค่าเช่าตามโครงการ ก็ ๑๑๑,๖๙๐ ล้านบาท ค่าเช่าตามราคากลางที่ควรจะเปึนก็คือ ๙๑,๘๒๗ ล้านบาท ส่วนต่างที่เปึนกําไรสูงกว่าราคากลาง ๑๙,๘๖๓ ล้านบาท ๑๙,๘๖๓ ล้านบาท นี่เปึน ค่ากําไรส่วนเกินที่ผู้ประกอบการควรจะได้ เอาไปไหนครับ นี่คือเปึนตัวเลขทั้ง ๒ ตัวเลข ที่ผมพยายามพิสูจน์ให้ท่านประธานได้แลเห็นว่าสามารถที่จะเอาไปจ่ายใต้โต๊ะให้กับ ใครก็ได้ที่มีอํานาจในการผลักดันโครงการ ท่านประธานครับ นั่นคือเรื่องรายจ่ายที่กําหนด ปัุนตัวเลขไว้สูงกว่าปกติ
ทีนี้เรามาดูเรื่องรายได้ รายได้จากทางฝ์ายผู้ทําโครงการคิดคํานวณเอาไว้ว่า จะมีกําไร ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท บอกว่าเอกสารที่ดําเนินการมาจากการสํารวจว่าขณะนี้ มีผู้โดยสารเพียงวันละ ๒๐๐ กว่าคน ผมตีให้ไปเลย ๓๐๐ ถ้าคูณด้วย ๑๕ บาทเท่าไรครับ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท ขาดทุนไหมครับ ค่าเช่า ๕,๐๐๐ กว่าบาท ค่าใช้จ่ายโสหุ้ยในแต่ละวัน อีก ๔,๐๐๐ กว่าบาท เปึน ๙,๐๐๐ กว่าบาท ตามเอกสารที่ศึกษาเอาไว้ในโครงการแล้ว เสนอต่อคณะรัฐมนตรี โครงการนี้ทําอย่างไรก็ขาดทุน นั่นคือการปัุนตัวเลขเพื่อให้ โครงการนี้ผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ทีนี้เรามาดูว่าปัจจุบันรถโดยสารธรรมดา มีผู้โดยสารขึ้นกี่ตั๋วนั่นคือกี่ใบ รถโดยสารธรรมดา ๗ บาทตลอดสายนี่เอกสารของ ขสมก. มีผู้โดยสารประมาณ ๖๐๓ ใบ ถ้ารถขาวเขียวค่าโดยสาร ๘ บาท ตั๋วโดยสารต่อวัน ๕๗๒ ใบ มาถึงรถปรับอากาศต่อวัน ๓๘๓ ใบ ถ้ารถปรับอากาศอีกชนิดหนึ่ง ๓๘๖ ใบ คิดเท่าไร เอา ๑๕ คูณก็ไม่มีสิทธิที่จะทําให้โครงการนี้ไปได้ ไม่มีสิทธิที่จะมีกําไรตาม แผนภูมิแท่งหรือตัวเลขที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนําเสนอได้ ทีนี้ก็มาดูว่า เมื่อเปึนเช่นนี้ ผมมาดูการศึกษาของนักศึกษามหาวิทยาลัยบูรพา ระดับปริญญาโท ได้ทําการศึกษาเปรียบเทียบว่าเมื่อรถไฟฟัาเดินไปในทิศทางใด ถนนสายใด ชุมชนใด ข้อสรุปของเขาเขียนไว้อย่างนี้ครับ เมื่อมีการขยายแนวรถไฟฟัากลุ่มตัวอย่างที่ทําการ สํารวจเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการเดินทางโดยรถยนต์เปึนรถไฟฟัามากขึ้น คิดเปึน ร้อยละ ๖๐.๕ ของกลุ่มตัวอย่างจากเดิม เดินทางด้วยรถไฟฟัาคิดเปึนร้อยละ ๑๔ ของกลุ่มตัวอย่าง นี่คือเพิ่มขึ้น ทําให้ผลการวิเคราะห์ดังกล่าวสามารถวิเคราะห์ได้ว่า เมื่อมีการขยายแนวรถไฟฟัา กลุ่มตัวอย่างให้ความสนใจในการเดินทางด้วยรถไฟฟัา มากขึ้น เนื่องจากความสะดวกสบายในการเดินทางและรถไฟฟัาได้ขยายไปตาม แนวชานเมือง มีผลทําให้กลุ่มตัวอย่างสนใจใช้บริการรถไฟฟัา เปึนการประหยัดเวลา ในการเดินทางไม่ต้องเสียเวลาในการอยู่บนท้องถนนเปึนเวลานาน ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมนําเสนอท่านประธานมานานพอสมควรนั้นเพื่อชี้ให้เห็นว่าโครงการดังกล่าว
๑. การทําโครงการนี้ไม่ได้คิดถึงไม่ได้คํานึงพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้ เอกชนเข้าร่วมงานหรือดําเนินการในกิจการของรัฐ ทั้งนี้และทั้งนั้นพระราชบัญญัติฉบับนี้ เขียนบังคับเอาไว้ว่าโครงการที่เกิน ๕,๐๐๐ ล้านบาท จะต้องตั้งคณะกรรมการแล้วก็ จะต้องทํารายงานเปึนกรณีพิเศษโดยความรับผิดชอบของท่านเจ้ากระทรวงที่กํากับดูแล หน่วยงาน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ท่านเร่งรีบจนกระทั่งลืมละเลยถึงพระราชบัญญัติฉบับนี้ ทีนี้ถามต่อไปว่าเมื่อโครงการคิดตัวเลขมาว่าโอกาสที่จะมีกําไรนั้นยากมากหรือเรียกว่า ขาดทุนตั้งแต่วันเริ่มทําโครงการ กําไรของผู้เช่าถ้าคิดตามวิธีการที่ ๑ ก็มีกําไร ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าคิดตามวิธีการที่ ๒ ตัวเลขก็ใกล้เคียงกัน แต่กําไร ส่วนเกินถึง ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าตัวเลขนี้เอาไปไหน มีการพูดกันให้แซดในวงการ ขายรถ มีการพูดกันให้แซดในวงการเช่ารถว่ามีบุคคลที่มีอํานาจในการอนุมัติโครงการ ทําโครงการมีส่วนได้ เอาล่ะโครงการนี้ยังไม่ได้ทําทีโออาร์ ท่านประธานครับ ยังไม่ได้ เซ็นสัญญาเช่าเดชะบุญที่รัฐมนตรีร่วมคณะรัฐบาลตั้งข้อสังเกตจนดังไปถึงหูผู้มีอํานาจ ที่สามารถที่จะดึงโครงการนี้ออกมาได้ ท่านประธานที่เคารพ โครงการนี้ผมบอกแล้วว่า ผมสนับสนุนในเรื่องของการเปลี่ยนการใช้พลังงาน และก็จะทําให้มลภาวะที่เกิด ในกรุงเทพฯ ซึ่งมากในหลาย ๆ สี่แยกในหลาย ๆ ชุมชนนั้นได้ลดลง เราขาดดุลการค้า กับต่างประเทศก็เนื่องจากเราใช้น้ํามัน มาใช้ก๊าซธรรมชาติก็เปึนเรื่องที่ดี แต่อย่างไรก็ตาม การทําโครงการจะต้องโปร่งใส จะต้องยึดหลักธรรมาภิบาล จะต้องนึกถึงนโยบายที่ท่าน แถลงไว้ต่อสภาว่าจะต้องบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีตามข้อ ๘
ท่านประธานที่เคารพ ทั้งหมดทั้งปวงนี้เปึนเรื่องที่ท่านจะต้องกลับไป ทบทวน ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าก็ยังไม่ได้ทําอะไรเลยถอยกลับแล้ว ขอบคุณ คณะรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลที่พยายามที่จะตั้งข้อสังเกต ผมไม่ได้ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี เพราะท่านชงเองทั้ง ๒ ครั้ง ครั้งแรกก็เกือบได้กินแล้ว ครั้งที่ ๒ ก็มีคนรู้เห็นรู้ทันเสียก่อน ต้องเสียใจกับรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านที่โครงการนี้ต้องหยุดชะงัก ท่านประธานครับนั่นคือ เรื่องที่ท่านจะต้องกลับไปทํา ทีนี้ถามกลับไปว่าแล้วเรื่องที่ท่านควรจะทําอีกหลายเรื่อง มีอะไรบ้าง ฝากไปเลย ขสมก.
๑. สตง. ลงไปตรวจสอบพบว่ามีการทุจริต มีการไม่ทวงหนี้ มีการนําเอา รถร่วมเข้ามาวิ่งจ่ายใต้โต๊ะ ๓ แสนบาท ถึง ๑ ล้านบาทต่อคันในเส้นทางที่มีผลประโยชน์ดี
๒. มีเอกสารลับอีกฉบับหนึ่งบอกว่า ในกรณีทําสัญญาเข้าร่วมเดินรถตู้ เอ็นจีวีเชื่อมต่อท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้นมีการได้ประโยชน์กันขอให้ท่านไปตรวจสอบด้วย ถ้าท่านไม่ตรวจสอบก็มาพบกันอีกรอบ
ทีนี้ต่อไปนี้เปึนคําถามครับ เปึนคําถามนอกเหนือจากคําถามทุกคําถาม ที่ผมถามมาแล้วตั้งแต่ต้น ถามไปว่าเมื่อจะมีการเป่ดอู่ตั้งปัูมแก๊สในที่จอดรถของผู้ให้เช่า นับจากนี้ไปถึงเดือนพฤษภาคมที่จะมอบรถกันตามโครงการ ไม่ใช่ตามที่ท่านถอน กลับมาแล้ว อีก ๑๖ แห่ง ปตท. ว่าอย่างไร สิ่งแวดล้อมว่าอย่างไร แสดงว่าท่านไม่ได้ ศึกษาโครงการมาเลยว่าการอนุมัติ การอนุญาตให้ตั้งปัูมแก๊สในจุดที่ท่อแก๊สผ่านทํากัน อย่างไร
เรื่องที่ ๒ อีทิคเก็ตมีปัญหามากครับ ผมไปดูการใช้รถโดยสารที่มี อีทิคเก็ต ๑. ต่อเชื่อมกับรถอื่นได้ไหมที่เปึนขนส่งมวลชน ท่านทําแต่ ขสมก. อย่างเดียว มันจะใช้สมบูรณ์หรือ เดี๋ยวไม่กี่วันก็เจ๊ง ขอให้ทบทวนให้ดี
เรื่องที่ ๓ จีพีเอสเปึนเรื่องของผลประโยชน์ของผู้ให้เช่า ไม่ใช่ ขสมก. และยอมรับติดตัวรถมาเพื่อบวกค่าเช่าให้สูง ไม่ใช่เรื่องครับ
สิ่งถัดไปก็คือ สิ่งที่พยายามทํากันเร่งรีบ เปึนเรื่องขจัดอุตสาหกรรมการต่อ ตัวถังรถภายในประเทศ ท่านบอกว่าเศรษฐกิจตกต่ําต้องการสนับสนุนอุตสาหกรรม ภายในประเทศ ขณะนี้รถที่จะเข้าสู่การประกวดราคาด้วยวิธีการอีออคชั่น (e-Auction) ที่ท่านบอก ในการให้เช่าและส่งมอบรถครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม ป้ ๒๕๕๒ ขณะนี้ อู่ที่สามารถต่อตัวถังรถได้ในเมืองไทย เช่น ที่โคราช ที่ราชบุรีต่อตัวถังได้ไม่น้อยไปกว่า คุณภาพไม่ด้อยกว่าหรืออาจจะดีกว่าจากต่างประเทศ หรือจากประเทศจีนที่มุ่งหวังกันว่า จะให้เปึนผู้ให้เช่า เขาจะคิดอย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านต้องคิดอุตสาหกรรม ภายในประเทศ
คําถามถัดไปก็คือ รถที่จะเอาไปขายนี่ยังคิดที่จะขายกันไหม ผมขอ กราบเรียนว่าขณะนี้ประเทศชาติกําลังยากจนอยู่ ขสมก. ยังคงมีรถอยู่จํานวน ๒,๐๐๐ กว่าคันที่พอจะใช้ได้ ๗-๑๐ เปอร์เซ็นต์ ขอโทษนะครับ ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าคัน ถ้าสามารถเปลี่ยนรถด้วยการปรับปรุงตัวรถ แล้วก็เปลี่ยนเครื่องยนต์โดยการใช้แก๊ส น่าจะเกิดประโยชน์กว่า อย่างไรก็ตามโครงการดังกล่าวนี้ผมขอกราบเรียนไปยังพี่น้อง ประชาชนทางบ้านว่าพี่น้องผู้ด้อยโอกาสหรือผู้มีรายได้น้อย ผมจะต่อสู้ให้คงรถร้อนเอาไว้ สําหรับพี่น้องที่พอมีสตางค์ขึ้นรถเย็นได้ก็ให้ได้ขึ้นรถเย็น แต่อย่างไรก็ตามตัวเลข ของผู้โดยสารที่ท่านบอกว่าเพิ่มถึง ๓ ล้านคนคงเปึนไปไม่ได้ ขอให้ทบทวนโครงการนี้
อย่างไรก็ตามสุดท้ายครับ การปัุนตัวเลขจนกระทั่งทุกคนจับได้ แล้วก็ ถอยเสียอาจจะยังคงเปึนความผิดฐานพยายามกระทําความผิด ต้องรับโทษ ๒ ใน ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา หลักฐานพอมีพร้อม เรื่องนี้อาจจะถึง ป.ป.ช. เรื่องนี้อาจจะถึง กองปราบ อยู่ที่ตัวท่านประธานคณะกรรมการพัฒนาขนส่งทางรางและขนส่งมวลชน จะคิดอ่านอย่างไร อยู่ที่รัฐมนตรี ๒ ท่านจะคิดอ่านอย่างไร ถ้าเห็นกับประโยชน์ของ พี่น้องประชาชน คิดว่าสิ่งที่ผ่านมานั้นรับผิดเสีย เปึนการปัุนตัวเลขเพื่อให้ได้โครงการ ปัุนตัวเลขเพื่อให้ ครม. คนอื่น ๆ เห็นชอบเห็นด้วยจะได้ยกมือให้ผ่านไปโดยง่าย ๆ วันนี้ หลอกกันไม่ได้ อย่างไรก็ตามเมื่อเรื่องนี้ปรากฏต่อสาธารณะ ผมไม่ขอไว้วางใจท่านครับ ขอบคุณครับ
ท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีขอตอบก่อนเพราะว่าถูกพาดพิง ผู้อภิปรายดูเหมือนตั้งใจว่าจะต้องเอ่ยถึงชื่อผมให้ได้ ผมเปึนประธานกรรมการชุดนั้น ถูกต้องครับ ขอบอกว่าท่านผู้เอาเอกสารมาอภิปรายนั้นก็รีบร้อนไปหน่อย ถ้ารออภิปรายสักป้หน้าตอนโอกาสเป่ดก็อาจจะเปึนอย่างที่ว่าได้ ท่านเปึนอัยการเก่า เพราะฉะนั้นพออ่านเอกสารเท่านั้นคาดการณ์เลย นี่หรือครับพยายาม ดูสิครับส่งไปไหนก็ได้ เก่งจริงส่งไป ป.ป.ช. วันนี้เลยก็ได้ ผมจะบอกให้ฟังว่าผมก็เปึนคนที่มีความคิดอ่าน ท่านเรียนกฎหมายมา ผมก็เรียนกฎหมาย ผมจะบอกให้ฟังว่าคณะรัฐมนตรีมี ๓๕ คน คณะรัฐมนตรีที่ไม่ใช่พรรคพลังประชาชนหรือว่าจะนับ ๒ คนเอาออกไปก่อนเหลือ ๓๓ คน ไปถามดูสิว่ามีใครมาออกความเห็นทักท้วงหรือแสดงอะไรไหม ไม่มีหรอก คนที่อธิบาย ครม. บอกว่าวาระที่ ๑๔ ผมขอเอาออกไปก่อน เพราะต้องการจะให้มีคําอธิบายมากกว่านี้ เวลาเอาเข้ามา ครม. นี่ละครับคนเปึนนายกรัฐมนตรีนั่งหัวโต๊ะ อ่านเอกสารเขาบอกว่า จะเซ็นให้เขาพิจารณา ส่งเอกสารเข้าไปแล้วผมก็ไปนอนอ่านของผม ผมเซ็นหนังสือแล้ว ผมก็อ่าน ผมอ่านเสร็จเรียบร้อย ผมก็บอกว่าเรื่องนี้ขอคําอธิบาย เพราะว่าเรื่องการเขียน เอกสารว่าบริษัทเดียว เขาไม่ได้เลือกบริษัทเดียว แต่เขาเขียนจะให้เอาบริษัทเดียว เปึนคนให้เช่า ตัวเลข ตัวหนังสือต่าง ๆ คนทําโครงการต้องเขียนหนังสืออย่างนี้ทั้งนั้นล่ะครับ การอธิบายความนั้นในสภาไม่ใช่สภานี้ เมื่อวันที่ ๑๓ อภิปรายนั่นละตรงมุมถัดไป เก้าอี้เดียวมีสมาชิกวุฒิสภาอภิปราย ผมยังขอบคุณเลยบอกผมมีลูกค้าอีกรายหนึ่งแล้ว นั่นละครับเสนอขายรถในราคาคันละ ๔ ล้านบาท เสนอกันในสภานี้ ขอเรียนว่า เรื่องต่าง ๆ นั้นคนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ ครม. อ่านเอกสารแล้วก็เข้าใจเรื่อง รู้ตั้งแต่ตอนแรก ตั้งแต่โครงการขึ้นมา ที่เขียนกันในหน้าหนังสือพิมพ์ผมก็ได้ยิน ผมจึงไปพูดในรายการ สนทนาประสาสมัคร ผมก็พูดอย่างที่ว่านั่นล่ะครับ สํานวนผมเปึนอย่างไรครับ ก็ลองไปยืน ปากน้ําเอาไก่โยนไปจระเข้กระโดดเข้างับทันที บอกเลี้ยงหมาเก่ง ๆ เวลาโยนไปปัูบ ของยังไม่ทันถึงดินมันก็กระโดดเข้างับ ผมพูดแค่นั้นมันผิดกฎหมายตรงไหนครับ มีมาตรการตรงไหนที่ห้ามไม่ให้คนเปึนนายกรัฐมนตรีพูดข้อความอย่างนี้ ผมต้องพูด เพราะเหตุว่าการแสดงออกกันวันนั้นมันเกินเหตุ แต่ว่าผมพูดไปเท่านั้น โยนหินถามทาง ก็สํานวนผม ก็แบบนี้ โครงการที่ออกไปวิพากษ์วิจารณ์กันก่อน นั่นละเรียกว่าโยนหิน ถามทาง ที่กระโดดเข้ามารีบรวบรัดนั่นละเขาเรียกว่างับ แล้วผมก็ทําหน้าที่ของผม ผมอ่านข้อความทั้งหมด อะไรเข้าผมอ่าน แล้วก็จะบอกให้ฟังว่าเริ่มต้นมันต้องรู้ตั้งแต่ พื้นฐานก่อนเริ่มต้นท่านยังอยู่ที่ไหนก็ไม่ทราบได้ ยังเปึนอัยการอยู่ตอนนั้น ผมเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมเปึน ๒ หน ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมรู้จัก ขสมก. ดี เมื่อสมัยผมอยู่ตัวเลขก็ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ติดลบ ๒,๐๐๐ ล้านบาท บัดนี้ติดลบเกือบ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ล่าสุดตัวเลขในเอกสาร ๗๔,๐๐๐ ล้านบาท นั่งเฉย ๆ ก็ได้ เผลอประเดี๋ยวเดียวก็ได้ เผลอพลาดพลั้งในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พลาดท่าเดี๋ยวก็ออกไปแล้ว มันก็เหลือตรงนั้น แหละครับ ๗๔,๐๐๐ ล้านบาท แล้วมี ใครรับผิดชอบจะแก้ไขไหม การที่เขาแสดงความคิดมา เขานั่งกันอยู่ตรงนั้นเขาก็แสดงผล การแก้ไข ก็เพราะอ่านเอกสารกันมาอย่างไรครับว่าจะแก้ไขอย่างนั้นแก้ไขอย่างนี้ เขาเลือกแก้ไขอย่างนี้ การที่มีรถอยู่ ๓,๐๐๐ กว่าคัน แล้วจะไปเปลี่ยนเครื่องยนต์ต่าง ๆ มันไม่พ้น มันยังไม่พ้น เพราะสถานะมันก็คือว่าเมื่อเอารถมาใช้เองตั้งแต่ ๖,๐๐๐ คันก่อน เหลือจน ๓,๐๐๐ คันกว่าใช้น้ํามันดีเซล ปัญหาที่มันขาดทุนกันบรรลัยวายวอด เพราะขโมยน้ํามันดีเซล ปัญหาที่มันขาดทุนบรรลัยวายวอดเขาเรียกว่าขี่ช้าง ตั๋ว ๑๐ ใบ ขายไป ๑๒ ใบ ปัญหาก็คือว่าตอนมีใหม่ ๆ ซื้อมา ๖,๐๐๐ คัน อัตราส่วนนั้นรถ ๑ คัน ต่อพนักงาน ๔ คน ตอนนั้น ๒,๒๐๐ มีรถ ๖,๐๐๐ คัน
ยังพูดได้นะครับ แต่อาจจะไม่เห็นหน้า ต่อให้จบเลยดีไหมครับ
ผมไม่ขัดข้องหรอกครับ ผมพูดให้ฟังได้ เพราะว่าผมไม่ต้องการจะให้รอไปออกอากาศ สถานีต่าง ๆ ต้องการให้คนที่พูดกับผมเมื่อกี้นี้เข้าใจว่าอะไรเปึนอะไร ผมอยากเรียน ไม่ต้องเลื่อนหรอกครับ ผมไม่ต้องใช้เอกสาร ไม่เปึนไรหรอกมันออกข่าวหนังสือพิมพ์ได้ ก็อยากจะบอกตรงนี้ว่าเมื่อเวลาที่เห็นตัวเลขอย่างนั้นแล้ว เมื่อเวลาจะทําอย่างนั้นแล้ว แล้วเห็นข้อบกพร่อง เพราะประสบการณ์ที่มีอยู่นะครับ เวลานี้ที่เขาเช่ากันอยู่ ตัวเลขที่เขา เช่ากันอยู่ เขาถึงไม่เอาตัวเลขเปึนพื้นฐานเพราะเหตุผลต่าง ๆ นั้นเขาจึงว่าต้องมีตุ๊กตา เอามาตั้ง คํานวณอย่างนี้แล้วจะเปึนตัวนั้นได้ ก็เมื่อตะกี้นี้ตัวท่านเองก็โฆษณาขายรถ ๔ ล้านบาท คํานวณให้เสร็จ ถึงตอนนั้นขาดทุนเท่านั้น ๆ กําไรเท่านั้น เวลานั้นเหลือ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปแจกได้ ๖ ,๐๐๐ ล้านบาท ก็ทําไมคํานวณได้ละครับ แล้วบัดนี้ คนที่เขาตั้งตุ๊กตามานั้นไม่ใช่ตั้งแล้วต้องเปึนอย่างนั้น เมื่อตั้งตุ๊กตามาแล้วอย่างนั้น มันต้องอยู่ที่การประมูล ถ้าท่านคํานวณเก่งก็อย่างว่าละครับ หาพรรคพวกมาประมูลสิครับ สิ่งที่ผมทําวันนั้นคือต้องการให้แสดงว่าจะประมูลกันอย่างไร แล้วมีข้อคิดกันว่าควรจะเอา หลายบริษัทหรือเอาบริษัทเดียว เขาเสนอตุ๊กตามาบริษัทเดียว แต่จริง ๆ ครม. อาจจะ ให้เปึนสัก ๑๐ บริษัท ๕ บริษัทก็ได้ แต่การคํานวณเขาต้องมีวิธีการ ถ้าคํานวณอย่างนั้น ทําไมไม่ซื้อครับ ทําไมถึงเช่า เดี๋ยวนี้รถยนต์ที่สภานี่เช่าไหม เช่าครับ ที่ทําเนียบรัฐบาล ก็เช่าครับ แล้วทําไมเช่ากันหมด ทําไมเขาไม่ซื้อล่ะครับ เพราะเหตุว่าซื้อรถมา ๑๐๐ คันนั้น ใหม่ ๆ ก็อย่างที่ว่าเมื่อกี้นี้ครับ เขารับประกัน ๑ ป้ ๒ ป้ ๓ ป้ ซ่อมก็ต้องมีเรื่องอะไหล่ ต้องมีเรื่องยาง ต้องมีเรื่องแบตเตอรี่ เขาหลีกเลี่ยงพรรค์อย่างนี้ได้หรือครับ ๑๐ ป้ที่ว่า เขาคํานวณแต่รายวัน แปลว่าต้องรถสภาพดีร้อยเปอร์เซ็นต์ทุกวันมาบริการ เขาเช่าแล้ว ต้องดีร้อยเปอร์เซ็นต์ แปลว่ารถจะมีกี่คันก็แล้วแต่ คุณต้องเอารถสภาพดีมาวิ่งตามสัญญา ทุกอย่างยังเปึนอย่างนั้นไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ฝนตกหรือเปล่า แต่ว่าการคํานวณ มันต้องมีโครงการ ต้องตั้งโครงการ แล้วโครงการนั้นต้องเข้า ผมจะถามนิดนะครับ พูดจาจ๋อย ๆ บอกว่ายังไม่ได้ทําเขาบอกตั้งบริษัทร่วม แล้วมันได้บริษัทมาหรือยังครับ ไปทําสัญญาร่วมกัน สัญญาร่วมทุนได้บริษัทมาหรือยัง เขียนเอกสารเสร็จปัูบออก กฎหมายสัญญาร่วมทุนร่วมกับใครหรือครับ ได้คนที่ประมูลได้หรือยังครับ มันยังไม่ได้ ผ่านสายตาคณะรัฐมนตรีเลย ท่านต้องเข้าไปกลั่นกรองหรือไม่ จะต้องสอบถามอย่างไร หรือไม่ เขาบอกมาแต่เพียงว่างานก็ไม่อยากให้ล่าช้า เพิ่งจะมาครับ
ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เผอิญมีผู้ประท้วงครับ คุณบุญยอดประท้วงอะไรครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร ประชาธิปัตย์ ต้องขออนุญาตท่านนายกรัฐมนตรี เพราะว่าในขณะนี้ยังมีการถ่ายทอดที่สถานีโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ อยู่ แต่ว่าข้อความของท่าน จะไม่ถูกแปลโดยอาจารย์ภาษามือ ท่านก็ต้องเห็นใจคนที่เขาต้องติดตาม ไม่ว่าจะเปึน คนที่จะฟังได้หรือฟังไม่ได้ อาจารย์ภาษามือทํางานกับพวกเรามาตลอดนะครับ ซึ่งต้อง ขอขอบพระคุณ แต่ว่าถ้าหากว่าเราจะถ่ายทอดกันแบบมืด ๆ แบบนี้ มันก็คงไม่มีความสว่าง ในการทํางานของท่านนะครับ ขอบคุณครับ พิจารณาแล้วกัน
ผมขอวินิจฉัยคําประท้วงนะครับ เนื่องจากการอภิปรายมันติดพันมา แล้วท่านนายกรัฐมนตรี กําลังตอบชี้แจงก็จะขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีตอบชี้แจงให้จบนะครับ แล้วหลังจากนั้น ถ้ายังแก้ไขไม่ได้ก็จะพักการประชุม ก็เรียนให้ทราบว่าสถานการณ์เกิดจากกระแสไฟฟัา ภายนอกกําลังตก พอตกเขาก็กระชากเบรกเกอร์ (Breaker) ของเรา แล้วขณะนี้ใช้ไฟสํารอง อยู่นะครับ ซึ่งไฟสํารองก็มีกําลังไม่พอ เชิญนายกรัฐมนตรีต่อให้จบก็แล้วกันครับ
ก็อยากจะอธิบายความให้ฟังว่าเมื่อเวลาทําโครงการนั้นเขาจะต้องตั้งตุ๊กตามาแล้วสร้าง โครงการ ไม่ใช่พอโครงการเข้าปัูบอนุมัติตามนั้น เมื่อได้บริษัทแล้ว จึงจะได้ทําสัญญากัน อย่างที่ว่าทุกอย่างต้องเปึนไปตามตัวบทกฎหมายครับ ข้อสําคัญที่สุดเวลานี้จ้องกัน เปึนตาสับปะรด ก็เรื่องอย่างไรครับ ผ่านสายตาผมก่อน ผมขอยืนยันว่าผมเปึนคนเอา เรื่องนี้ออกมาด้วยมือผมเอง ยังไม่มี ครม. คนไหนได้ออกความเห็นสักคําเดียว เพราะฉะนั้นเรื่องอย่างนี้ผมขอตอบเสียก่อนตรงนี้เพื่อจะอธิบายให้ฟังว่าเราดูรอบมา หมดแล้วครับ และเพราะเห็นว่าเงิน ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น มันจําเปึนจะต้องมี คนรับผิดชอบ จะอยู่นานเท่าไรก็แสดงความรับผิดชอบ โครงการนี้เมื่ออ่านแล้วว่าเปึนไปได้ ก็เมื่อเวลาที่ท่านแถลงข้อซักถามเมื่อสักครู่นี้ก็มีตัวเลขออกมานี่ครับ เพราะฉะนั้นเมื่อเวลา ที่ดําเนินการจริงมันก็จะต้องมีการยื่นประมูล จะต้องมีราคาว่าขนาดไหนอย่างไร ราคาก็อาจจะเปึน ๔,๐๐๐ อย่างที่ว่าก็ได้ จะเปึน ๕,๐๐๐ ก็ได้สุดแท้แต่ คุณภาพของรถ จะเปึนอย่างไรยังไม่ได้ออก สเปกรถจะเปึนอย่างไรก็ยังไม่รู้ ความยาว ๑๒ เมตรหรือเปล่า อย่างไร ผมไม่ได้อ่านในรายละเอียดตรงนั้นล่ะครับ รู้แต่ว่าเค้าโครงในการแก้ไขปัญหานั้น มันต้องดําเนินการในลักษณะนี้ อนาคตไม่มีใครรู้ได้หรอกครับ แต่การตัดสินใจ อภิปรายกันบอกว่าเห็นปัญหาแล้วไม่ทํา พูดกันหยก ๆ เมื่อกี้นี้ครับ เข้ามาบริหาร แล้วไม่ทํา โน่นก็ไม่ทํานี่ก็ไม่ทํา โดนว่า ก็ยังไม่ทันจะเริ่มทําพอขยับเท่านั้นเองว่าแล้วครับ แล้วตกลงจะทําอย่างไรครับ ผมยืนยันว่าเวลาที่คนทํางานนั้น มันแล้วแต่ว่าใครนั่งอยู่ หัวโต๊ะ และคณะรัฐมนตรีที่ร่วมคณะนั้นได้ทํางานร่วมกับคนที่หัวโต๊ะอย่างไร คนที่คิดดี ทําดี คนสะอาดบริสุทธิ์มันไม่ได้อยู่ แต่ซีกฝ์ายค้านทั้งหมดหรอกครับ คนซีกรัฐบาล ก็คิดเปึนทําเปึน มีใจบริสุทธิ์ได้ คําว่า ธรรมาภิบาล ต้องตรวจสอบกัน ความสกปรกนั้น มันประกอบได้ทั้งไม่ว่าฝ์ายค้านหรือฝ์ายรัฐบาลก่อให้เกิดความสกปรกได้ มันอยู่ที่คนเฝัา เวลาที่ตัวเองทําสกปรก แต่ว่าคนยังไม่เอามานั่นก็ต้องรอไว้ครับ ต้องรอกลับข้างกันก่อน เวลานี้ผมอยู่ข้างนี้จะทักท้วงได้ครับ แต่ที่ผมต้องการจะพูดให้ผู้คนทั้งหลายได้รู้ว่าเรื่องนี้ เรารับผิดชอบ จึงได้เสนอโครงการ เมื่อเห็นโครงการมีคนวิพากษ์วิจารณ์เขาต้องดึง ให้ทําใหม่ เพราะผมทําได้ ๒,๐๐๐ ล้านบาท รายการนี้มีชื่อผมด้วยครับ ผมบอกมันอยู่ใน เว็บไซต์ มันไม่ออก บอกออกมาข้างนอกผมจะได้ฟัอง ได้ ๒,๐๐๐ ล้านบาท มีคนนั้นอีก ๒,๐๐๐ ล้านบาท คนนั้นได้อีก ๒,๐๐๐ ล้านบาท โครงการคิดตัวเลขเอาเข้าไปแล้วครับ มันยุติธรรมไหมล่ะครับกับคนในบ้านเมืองนี้ พอเปึนหัวหน้ารัฐบาลถูกกล่าวในเว็บไซต์ บอกรับเงินทางนี้ ๒,๐๐๐ ล้านบาท รีบร้อนเกินไปครับ ผมไม่ได้ดึงออกเพื่อหลีกเลี่ยง หรอกครับ แต่ผมทําเพื่อเหตุว่าต้องอธิบายความให้เห็น เพราะสิ่งที่ผมอยากได้อย่างเดียว เขาเขียนว่าบริษัทเดียวเข้ามารับ แล้วคํานี้ล่ะครับที่เอามาด่ากันข้างนอกว่าจะเอา บริษัทเดียวมาทํา ตกลงกับใครไว้ เลือกบริษัทไว้แล้ว ผมบอกต้องบอกวิธีการประมูล แล้วเวลาที่ต้องพูดจากันใน ครม. ก็จะต้องออกความเห็นว่า มันจะเปึน ๒ บริษัท หรือ ๓ บริษัท หรือ ๔ บริษัท เพื่อจะเฉลี่ยจาก ๖,๐๐๐ คัน จะดีหรือไม่ ในวุฒิสภาบอกผม ๒๐ คันเท่านั้น ให้เช่ารถบัส ๒๐ คันเท่านั้นก็ไม่ถึง ๕,๐๐๐ ครับ ผมดีเลยเข้ามาเริ่มเลย ๒๐ คันเท่านั้น เพราะฉะนั้น ๖,๐๐๐ คัน มันจะต้องมีราคาที่ดีกว่าแน่ เรื่องพรรค์อย่างนี้ ผมบอกว่าต้องขอพูดเสียก่อนให้เข้าใจเสียก่อน การที่ขึ้นมากล่าวหากันอย่างโน้น แล้วลงท้ายตามภาษาอัยการเก่า ขู่กันกลางสภาเลยนะครับ พยายาม เอกสารยังไม่ได้ อนุมัติคณะรัฐมนตรีเลย โดนขั้นพยายามเลยครับ ส่งไป ป.ป.ช. วันนี้เลย ก็บอกให้ฟัง เท่านั้นล่ะครับ เพื่อรัฐมนตรีเขาตอบเขาจะได้เบาบางหน่อย ผมต้องรับผิดชอบเพราะเหตุว่า ชื่อผมขึ้นมาด้วย ต้องรวมถึงประธานกรรมการก็ขอบอกว่าทําไมไปนั่งเปึนประธานกรรมการ ก็เพราะเข้ามาปัญหามันคาราคาซังครับ เพราะปัญหามันคาราคาซังจาก ๒,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อตอนเปึนรัฐมนตรีเมื่อป้ ๒๕๒๖ บัดนี้ป้ ๒๕๕๑ ป้ ๒๕๒๖ ถึงป้ ๒๕๕๑ ๒๕ ป้ครับ จาก ๒,๐๐๐ ล้านบาท สะสมกันมา ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ทําเปึนไม่รู้ไม่ชี้ เห็นอ่าน รายงานอย่างนั้นแล้วทําตามอย่างนั้น ก็แบบหนึ่งครับ แต่ว่าคนที่คิดเขาก็คิดให้ฟัง กําลังจะเริ่มต้นเท่านั้นเอง ก็ว่ากันอย่างนี้เสียแล้ว ผมจะไม่พูดอะไรยาวมากกว่า แต่จะอธิบายความให้ฟังว่าที่พาดพิงมาถึงผม เพราะเปึนประธานกรรมการต้องรับผิดชอบ เปึนนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบยิ่งกว่า แต่กรรมการขับเคลื่อนเรื่องนี้ เขาทํา คณะกรรมการนั้นเพื่อให้งานมันเร็วครับ มี ๕ คณะ ประชุมกันถี่เลยเพราะจะต้องทํางาน ขนส่งมวลชนระบบรางอยู่ในหัวใจเลยเชียวครับ ที่พูดกันมาเมื่อกี้นี้ขอประทานโทษ ออกชื่อนิด ท่าน พันเอก วินัยท่านพูดนั้นท่านเปึนคนชอบทํางาน ผมก็ชอบทํางาน แล้วงานการบางอย่างผมก็คิดครับ บางอย่างผมคิดก่อนอีกครับ ผมคิดก่อนจนมีคนบอกว่า อ้ายเซลล์แมน (Salesman) ฝันเฟ๋ือง ผมคิดครับ เรื่องโน้น เรื่องนี้ต่าง ๆ แต่ผมเปึนคนไม่ชอบเอามาคุยเท่านั้นเอง ทําอะไรต่อมิอะไรไม่ชอบ ประชาสัมพันธ์ ไปไหนมาไหนไปทําอะไรก็ไม่มีครับ ตื่นตีสี่ไปกวาดถนนเอาทีวี (TV) ไปถ่ายด้วยคนทั้งบ้านทั้งเมืองรู้เพราะทีวีมันตามไปถ่าย แต่ผมไม่หรอกครับ ผมไปไหน แม้แต่ รปภ. ยังไม่ให้ไปเลยครับ เพราะฉะนั้นผมจะทําอะไรอย่างไรไม่มีใครรู้หรอกครับ ทํางานให้บ้านเมืองก็ไม่ต้องบอก ไม่โฆษณาตัวเอง เพราะฉะนั้นก็ไม่เปึนไรครับ ใครจะดู อย่างไร จะทําจะพิมพ์หนังสือไม่มีปัญหา แต่อยากจะบอกเท่านั้นว่าผมเปึนประธาน ถูกต้อง จะลากเอาผมมาด้วยก็ได้ครับ ลากมาฐานะ ครม. เปึนคนเอาเข้ายิ่งดีใหญ่เลย แต่เมื่อกี้ว่าเข้ามาแล้วไม่ทํางาน ว่าครับ ตอนนี้จะเริ่มทํางานกล่าวหาเสียแล้วครับ ผมเอาตรงนี้ล่ะครับ เดี๋ยวรายละเอียดค่อยชี้แจงกันเอง ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ผมขอพักการประชุมจนกว่ากระแสไฟจะกลับมาสู่ปกติ ขอพัก การประชุมครับ
พักประชุมเวลา ๑๖.๔๒ นาฬิกา
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๖.๕๓ นาฬิกา
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้ไฟจากภายนอกเริ่มกลับมาสู่สภาพเกือบปกติ เราก็จะเริ่ม การอภิปรายกันต่อครับ เชิญคุณถาวร เสนเนียม ครับ เปึนบทเรียนที่ผมจะต้องลุกขึ้นมาปัองกันผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนว่าผู้สูงอายุ คนหนึ่งกําลังถูกตรวจสอบแล้วอาจจะต้องขึ้นศาล ไม่ว่าจะเปึนห่วงหรือไม่เปึนห่วง แต่เปึนการทําหน้าที่ ดังนั้นเงินแสนกว่าล้านบาท ถ้าหากว่าไม่ได้ผ่านการดําเนินการ ตามพระราชบัญญัติร่วมทุนป้ ๒๕๓๕ ไม่ว่าโครงการ ๑,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๕,๐๐๐ ล้านบาท เจ้ากระทรวงหรือเจ้าของโครงการจะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาในรายละเอียด และส่งให้บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการให้ความเห็นชอบพิจารณาศึกษา ต้องใช้ ระยะเวลาในการศึกษาวิเคราะห์ความเปึนไปได้ของโครงการ แล้วหลังจากนั้นต้องมา ขอความเห็นชอบต่อคณะรัฐมนตรี ต้องขอขอบคุณคณะรัฐมนตรีที่พยายามให้สติ ในการดึงเรื่องนี้กลับไปอีกครั้งหนึ่งไม่ได้ผ่านความเห็นชอบง่าย ๆ ท่านนายกรัฐมนตรี อาจจะโกรธหรืออาจจะไม่เข้าใจผมก็สุดแล้วแต่ แต่การท้วงติงครั้งนี้เปึนการปัองกัน การทุจริต ท่านประธานที่เคารพ เมื่อกี้ท่านพยายามที่จะพูดถึงเรื่องของการโยนแล้วก็งาบ ผมพยายามเลี่ยงนะครับ เราสูงอายุด้วยกันแล้ว พยายามเลี่ยงที่จะไม่ใช้คําหยาบ ผ่านสื่อทีวี แต่ผมกราบเรียนว่านั่นคือเปึนการโยนเองรับเองจากรูปนี้เปึนการโยนรถเมล์ แล้วก็ให้แมวตัวหนึ่งงับ อย่าให้เกิดเช่นนี้ครับ มันอันตราย ขอบคุณครับ
เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ท่านสมาชิกที่ฟังผมอภิปราย ก็ดูเหมือนฟังแล้วจะไม่เข้าใจ ผมพูดได้ชัดเจนเลยว่าถ้าโครงการมันยังไม่เริ่มจะไปตั้งบริษัท เอาทุนจดทุนร่วมทุนกันตรงไหน ยังไม่ได้เริ่มทําอะไรอย่างไรเลยครับ แล้วเขาก็มีขั้นตอน ของเขา เขาก็มีคณะกรรมการ กรรมการส่งเข้ามา กรรมการเขาเห็นชอบผมก็ส่งเข้ามา มาถึงเข้า ครม. ไม่ต้องขอบคุณคณะรัฐมนตรีหรอกครับ เพราะเขายังไม่ได้พิจารณาเลย ต้องขอบคุณนายกรัฐมนตรีสิครับ เพราะว่าผมเปึนคนเอาออกเอง พูดภาษาไทยชัดเจน เลยว่าผมเปึนคนดึงเอาออกเอง ครม. ไม่ได้พิจารณาสักคําเดียว ก็ยังยืนยันไปขอบคุณ รัฐมนตรีอยู่นั่น ชอบกลครับ เรื่องง่าย ๆ ขนาดนี้เอง ผมจะบอกให้ฟังว่าเรื่องทั้งหมดที่ทํานี่ เขามีขั้นมีตอน ถ้าอยากทําอย่างนี้บ้างล่ะก็ต้องรอหน่อยครับ ต้องเลือกตั้งใหม่ ต้องได้ เสียงข้างมากแล้วต้องเปึนรัฐบาล ไม่มีปัญหาหรอกครับ เรื่องรถดับเพลิงผมก็ไม่เปึน ปัญหาหรอกครับ เพราะอยู่ที่การพิจารณาของคณะกรรมการเขา คนเปึนผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครดําเนินการไปทําไปเสร็จแล้วก็เป่ดแอล/ซี ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนใหม่เข้ามาบอกโครงการนี้ต้องยกเลิกแอล/ซี มันจบไหมครับ จบ จบยังไม่พอยังอุตส่าห์ ตั้งกรรมการพิจารณาโครงการอีก ๓ เดือน คณะกรรมการพิจารณาเสร็จเรียบร้อยบอกว่า ดําเนินการต่อไปได้ แล้วผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครก็ไปเป่ดแอล/ซีดําเนินการต่อไป แล้วอย่างไรครับ แล้วคนที่พิจารณาบอกว่าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครปัจจุบันคนนี้ ไม่ผิดหรอก เพราะว่าถ้าไม่ทําตามนั้นจะต้องถูกมหาดไทยเล่นงาน แล้วผู้ว่าราชการ สมัครไม่ได้อยู่ใต้กระทรวงมหาดไทยหรือครับนั่น แล้วทําไมรัฐบาลเขาส่งมาให้ รัฐบาล เขาออกให้ ๖๐ กทม. ออก ๔๐ เพราะไม่เคยมีโครงการมาก่อนก็ดําเนินการตามที่รัฐบาล เขาส่งโครงการมาแล้วก็ดําเนินการไปตามนั้น แล้วทางกระทรวงมหาดไทยส่งมาเราก็ ทําตาม กระทรวงมหาดไทยสั่งนายสมัครทํา นายสมัครก็ดําเนินการทํา ผิดครับ แต่ว่า ผมเสร็จหน้าที่ไปหมดแล้ว ผมพ้นตําแหน่งตัวเลขถ้าไม่คล่องอย่ามาอวดในสภานะครับ วันที่ ๒๗ ไม่ใช่วันสุดท้ายครับ วันสุดท้ายวันที่ ๖ กันยายน วันที่เซ็นสัญญาวันที่ ๒๗ สิงหาคม แล้วก่อนจะเซ็นเขียนจดหมายไปถามกฤษฎีกาว่าเซ็นได้หรือไม่ กฤษฎีกาบอกว่า บอกตั้งหลายครั้งแล้วว่าไม่มีการรักษาการ เพราะว่ามี กกต. แล้ว อาจจะตั้งรออีกครึ่งป้ ก็ได้ เพราะฉะนั้นต้องเซ็นได้ ผมก็เซ็นตามหน้าที่เพราะทํามาตลอด ทํามาจนเสร็จ จะมาปล่อยให้คนใหม่เซ็นทําไม ผมก็เซ็นเพราะความรับผิดชอบแล้วมาถึงผมก็ขอบคุณ เพราะว่าผมต้องพ้นความรับผิดชอบครับจะวินิจฉัยอย่างไรก็ตามแต่เขาให้เป่ดแอล/ซี ภายใน ๓๐ วัน ผมก็เป่ดแอล/ซีไปผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเข้ามาก็ยกเลิกแอล/ซีครับ ยกเลิกแอล/ซีแล้วผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครก็ไปเป่ดแอล/ซี แล้ววันหนึ่งรองโฆษก พรรคประชาธิปัตย์ เขาเขียนจดหมายวันที่ ๔ ตุลาคม ป้ ๒๕๔๗ บอกเลยโครงการนี้ไม่ดี ของสเปนเขาถูกกว่า ก็ไม่เอา ขอให้ยกเลิกโครงการให้ยกเลิกแอล/ซี ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครยกเลิกแอล/ซี แต่โครงการตั้งคณะกรรมการให้มาตรวจสอบพิจารณากันอยู่ ๓ เดือน เสร็จเรียบร้อยแล้ว เปึนอย่างไรครับ เสร็จเรียบร้อยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครก็เป่ดแอล/ซี เป่ดวันไหนครับ เป่ดแอล/ซีในรถยนต์ที่ขณะไฟไหม้วัดใกล้ ๆ หัวลําโพง เซ็นในรถครับ ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครเซ็นก่อนปลัดอีก ปลัดเซ็นทีหลังแล้วทําอย่างไร เซ็นเสร็จแล้วมาเป่ด แอล/ซีแล้วก็เจรจากับเขาอยู่ ๑ ป้กับ ๔ เดือน เจรจาความ ส่งคนไปตรวจรถต้นแบบ ส่งคนไปดูต่อรอง ประเดี๋ยวก็มาอวดบอกได้รถอย่างนั้นได้ขับอย่างนั้น อีกป้กับ ๔ เดือน พอเขาส่งรถมาเขาบอกว่าต้องเสียภาษีเพราะว่าตอนซื้อตํารวจเปึนคนออกสเปก ตํารวจก็ไม่คํานึงภาษี แต่เขาบอกไว้แล้วราคานี้ไม่รวมภาษี เมื่อส่งรถมาแล้วไม่รวมภาษี เขาก็เอาภาษี รัฐบาลเขาก็ออกภาษีให้ คนทางซีกรัฐบาลเองไปด่ากันเองจะด้วยเหตุใด ก็ไม่ทราบได้ รองโฆษกก็มาร่วมมือกันล่อกันเข้าไปใหญ่ มันเกิดเหตุอย่างนี้ด่ากันไป ด่ากันมาเลยไปที่ดีเอสไอ ดีเอสไอก็เรียกไปสอบ สอบเสร็จเรียบร้อยเขาบอกเขากันผม ไว้เปึนพยานว่าเปึนอย่างไร เสร็จเรียบร้อยแล้วปรากฏว่าอย่างไรครับ ปรากฏว่าเกิดปฏิวัติ มีตั้ง คตส. อะไรที่เกี่ยวกับอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณต้องจัดการหมด แล้วก็ขอคดีไปเทียบ บอกมีอะไร เขาบอกมีรถดับเพลิง คตส. ท่านก็ดีนะ ประทานโทษที่ดีเอสไอเขาส่งไป ๒ คดี คดีหนึ่งอันนี้ ๖,๗๐๐ ล้านบาท ซื้อรถดับเพลิง อีกคดีหนึ่งซื้อที่กระทรวงมหาดไทย ใครขายก็ไม่ทราบนะครับ ๒,๖๐๐ ล้านบาท ๒ คดี คตส. บอกเอาแต่อันนี้ อีกอันหนึ่ง ใครขายไม่ทราบ ไม่เอายังหมกอยู่จนป์านนี้เลย เหมือนกันละครับ คดี ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ กทม. ก็เอาไปหมกไว้ที่ คตส. ไม่มาหมกไว้ที่ ป.ป.ช. ไม่เอามาละครับ แต่คดีนี้เอามาทํา ดําเนินการ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเหมือนกัน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนหนึ่ง บอกไม่ทําไม่ได้ประเดี๋ยวเขาไล่ออก แต่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนหนึ่งทําตาม ที่เขาบอก โดนคดีด้วย ผมไม่เข้าใจว่าบ้านเมืองนี้เกิดอะไรขึ้นอย่างไร ผมจะบอกให้ฟัง เรื่องที่จะต้องนั่งพิจารณาเพราะว่าเขาเอารถมาส่งหลังจากเจรจากันอยู่ ๑๔ เดือน ตรวจต้นแบบดูรถอะไรกันหมด มาส่งก็ด่ากันไปด่ากันมา ไม่รับรถเสียทื่อ ๆ อย่างนั้น งวดแรก ๑๕๐ คัน ไม่รับทิ้งไว้ตรงนั้น สนิมขึ้นอะไรต่าง ๆ ไม่รับ แล้วงวดที่ ๒ มาไม่รับอีก แล้วถึงเวลาจ่ายเงินงวดแรก งวดแรกจ่ายเงินเขาไปครับ ทําไมจ่ายเงินก็ยังหาความผิด อะไรกับเขาไม่ได้เลยต้องจ่ายเงินงวด ๒ จ่ายไหม งวด ๒ จ่ายแล้วครับ เดือนกุมภาพันธ์ ป้หน้าก็งวด ๓ เงินจ่ายนะครับ แต่รถทิ้งไว้ ซื้อมา ๓๐๐ กว่าคัน รถดับเพลิงใน กทม. มี ๓๕ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเขาเปึนคนคิดให้ เขาบอกแต่ก่อนมัน ๒๔๐ ตารางกิโลเมตร เดี๋ยวนี้มัน ๑,๕๖๘ ตารางกิโลเมตร ก็ให้เพิ่มเปึน ๗๐ สถานี ก็เขาซื้อรถมาเขาจะต้องทํา ให้มี ๗๐ สถานี แล้วเดี๋ยวนี้ทําไหมครับ เขาไม่ทําหรอกครับ รถทําอย่างไรรถก็ทิ้งไว้เฉย ๆ แต่เงินจ่ายครับ แล้วจะถามว่าใครรับผิดชอบ นายสมัครอดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือเปล่าครับ เรื่องนี้เปึนเรื่องประหลาด ขอบคุณจริง ๆ ที่พูดพาดพิงถึงผม เลยมีโอกาส ให้ผู้คนทั้งบ้านทั้งเมืองได้รู้ว่าเรื่องรถดับเพลิงมันเปึนอย่างนี้ มันไม่เข้าท่าแบบนี้ครับ ของจะซื้อมาใช้จะอะไรต่าง ๆ มันต้องใช้ครับ คดีความเราทําไว้ แต่รถต้องได้ใช้ครับ ลองไฟไหม้ในกรุงเทพฯ พร้อม ๆ กัน ๒๐-๓๐ แห่งจะทําอย่างไร มีรถจอดอยู่แต่ไม่ใช้ เพราะเปึนคดีความ แล้วเงินจ่ายไหม จ่ายครับ ใครจ่าย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปัจจุบัน ประหลาดไหมครับ แต่อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคือนายสมัครเขาบอก ให้เป่ดแอล/ซีใน ๓๐ วัน เป่ดแล้วก็ออกมา ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนใหม่มาก็ดีครับ ยกเลิกแอล/ซี ผมก็ต้องพ้นหน้าที่สิครับ แต่ยังลากเอาผมอยู่อย่างนี้ คนที่มาทําให้พัวพัน กลับบอกถ้าไม่ทําเดี๋ยวรัฐมนตรีไล่ออก แต่คนที่พ้นไปแล้วบอกว่าต้องรับผิดชอบ ก็ขอบคุณนะครับ ต้องออกชื่อหน่อย ขอบคุณคุณถาวร เสนเนียม ที่ได้กรุณาเอ่ยถึง รถดับเพลิง ทําให้ผมได้มีโอกาสให้คนทั้งบ้านทั้งเมืองได้รู้เลยว่าเรื่องรถดับเพลิง มันเปึนอย่างไร แล้วข้อความต้องจําดีเท่าผมนะครับ ๒๗ สิงหาคมยังอยู่ ไม่ได้รักษาการด้วย เปึนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครับ ผมพ้นตําแหน่งวันที่ ๖ กันยายน เรื่องพรรค์อย่างนี้ ผมแม่นครับ ขอบคุณครับ
ท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ ทองศรี จะขอตอบใช่ไหมครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ท่านรัฐมนตรีขออนุญาตนิดหนึ่งครับ
ท่านรัฐมนตรีฟังคุณชาญชัยสักนิด
ท่านประธานครับ พอดีท่านรัฐมนตรี จะขึ้นมาตอบมันจะเปึนประเด็นเดียวที่ผมจะถามท่านด้วย ผมไม่อยากให้ท่านตอบ เปึนช่องให้ผมได้พูดอะไรตามหลังท่าน แล้วท่านลุกขึ้นมาตอบอีกทีมันจะไม่แฟร์ (Fair) กับท่าน อันนี้ผมพูดช่วยท่านนะครับ เพราะว่ากระทรวงคมนาคมเหลือผมคนเดียว แล้วท่านก็ลุกตอบทีเดียวเลย มันจะได้สะดวก เพราะว่าท่านจะได้ตอบทุกเรื่องได้ เพื่อประโยชน์กับท่าน ผมขออนุญาตท่านประธานวินิจฉัย
ทราบวัตถุประสงค์แล้วครับ ท่านรัฐมนตรีไว้ตอบทีเดียวเลยได้ไหม ตอบหลังจากที่ คุณชาญชัย เพราะว่าเดี๋ยวจะมีเรื่องที่พาดพิงถึงท่านรัฐมนตรีด้วย เชิญคุณชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครนายก ท่านประธานครับ วันนี้ ผมจะขอทําหน้าที่ในฐานะเปึนผู้แทนราษฎรในสภาที่จะต้องทําการพูดจากันให้เกิด ความเข้าใจ ผมขออภิปรายในส่วนของกระทรวงคมนาคมเกี่ยวข้องกับท่านรัฐมนตรี ๒ ท่าน คือท่านรัฐมนตรีสันติและท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ รวมทั้งมีบางส่วนที่เกี่ยวข้อง กับท่านนายกรัฐมนตรี ผมจึงขออนุญาตท่านตามข้อบังคับ ผมขออนุญาตที่จะใช้ ที่วางเอกสารสแตนด์ (Stand) และเอกสารที่มาจากสํานักนายกรัฐมนตรี เอกสารจาก กระทรวงคมนาคมที่ต้องเอามาอ่านและมาถามท่านรัฐมนตรี
เชิญครับ เรื่องของรถไฟฟัา ๗๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านจะทําอย่างไรก็แล้วแต่ ในอดีตทําอย่างไร ก็แล้วแต่ ณ เวลานี้ ๔ เดือนที่ท่านเข้ามารับหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินท่านได้กระทํา ไปแล้ว ผมขออนุญาตใช้คําพูดของท่านนายกรัฐมนตรี กระเหี้ยนกระหือรืออยากจะเอา ให้ได้ แล้วถ้าปล่อยไปคนที่จะมาเอาคือใคร เดี๋ยวท่านประธานจะได้เห็น ผมไม่ทราบว่า ใครจะต้องมาเอา แล้วความเสียหายนั้นมหาศาลต่อแผ่นดินนี้ด้วย ผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่าข้อมูลทั้งหมดใช้เวลาในการศึกษามาพอสมควร เอกสารหลายหมื่นแผ่น ถ้าท่านรัฐมนตรีจะต้องการโต้ตอบหรือตอบข้อซักถามที่ผมได้ นําเอามาอภิปรายช่วยกรุณาให้เจ้าหน้าที่ยกเอกสารที่อยู่ที่กระทรวง รถไฟฟัา แต่ละโครงการ ๓๐,๐๐๐ กว่าแผ่นมายืนยันต่อหน้าท่านประธานว่าท่านพูดเรื่องจริง
๒. ผู้ที่ดูแลเรื่องสนามบินสุวรรณภูมิเตรียมตอบคําถามด้วย เดี๋ยวผมจะพูด ต่อไปนี้ เรื่องโครงการอภิมหาโปรเจกต์ของท่านเหมือนกัน ขยายสนามบินสุวรรณภูมิ เฟส ๒ ทั้งหมด ผมพูดในงาน ๔ เดือนที่ท่านคิดจะทําและจะทําต่อไป และจะมีคนได้รับ ผลประโยชน์นี้เปึนใคร พี่น้องประชาชนจะได้ติดตามต่อไป ท่านประธานครับ เพื่อให้ง่าย ต่อท่านประธานจะได้เข้าใจเรื่อง ผมขออนุญาตท่านประธาน ผมไม่เอาโครงการทั้งหมด ๙ สาย ผมจะพูดในวาระแรกเกี่ยวกับระบบขนส่งมวลชนรถไฟฟัา ๓ เส้นทางที่รัฐบาล โดยกระทรวงคมนาคมดูแลขณะนี้ บางซื่อ-บางใหญ่ ประมูลไปแล้ว บางซื่อ-รังสิต ขณะนี้ เตรียมการที่จะประมูล และอีกสายหนึ่งบางซื่อ-ตลิ่งชัน ผมขออนุญาตแก้ข้อมูลนิดหนึ่ง บางซื่อ-ตลิ่งชัน ประมูลไปแล้ว บางซื่อ-บางใหญ่เตรียมการประมูลสายสีม่วง ที่ท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านรัฐมนตรีได้กล่าวชี้แจงต่อสภาแห่งนี้ บางซื่อ-รังสิต คือ ๒ เส้นทางนี้กําลังจะประมูลเท่ากับผมจะพูดถึงเรื่องรถไฟฟัา ๓ สายใน ๙ เส้นทาง เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าอะไรเกิดขึ้นกับการทํางาน ถ้ากระทรวงคมนาคมไม่ว่า ข้าราชการระดับอธิบดีไม่ว่าข้าราชการระดับไหนก็แล้วแต่ รวมทั้งรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ผมจะอภิปรายที่ตัวท่านรัฐมนตรีในฐานะผู้กํากับดูแล ข้าราชการท่านจะทําหน้าที่ในส่วน ของท่านอย่างไร เปึนข้าราชการที่ได้รับการยกย่องว่าเปึนข้าราชการในพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวหรือไม่ขึ้นอยู่กับข้อมูลและข้อเท็จจริง นี่เปึนโครงการของการรถไฟ แห่งประเทศไทย เปึนเรื่องที่กําลังจะประมูล มผมจําเปึนต้องเอาชาร์ทนี้เนื่องจากว่าตัวเลข ตารางข้างบนทั้งหมดนี้เปึนตัวเลขที่เข้า ครม. เปึนตัวเลขที่กระทรวงทํา ผมไม่ได้ทําเอง ท่านทําเข้า ครม. ผมยกมาให้ท่านประธานทราบและผู้ที่ติดตามเรื่องนี้อยู่ได้เข้าใจว่า เรื่องนี้มาอย่างไร และข้างล่างนี่คือตัวเลขที่ผมใช้ตัวเลขของท่านมาคํานวณ มันเกิดความแตกต่างกันอยู่ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ด้วยเหตุผลคืออะไร ท่านประธานครับ รถไฟเขาเรียกว่า รถไฟไทย มีหน้าที่ดูแลโครงการนี้อยู่ ๒-๓ เส้น วิธีที่รถไฟทํามันทําได้หลายทางในการสร้างทาง หลายเส้น สร้างแอร์พอร์ต ลิงค์ ไปแล้วมีการประมูล สายบางซื่อ-ตลิ่งชันไปแล้ว ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท โครงการนี้อยู่ในขั้นตอนที่จะเตรียมการประมูลในเร็ววันนี้ ได้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ครับ ป้ ๒๕๕๐ รัฐบาลที่แล้วได้ทําตัวเลขงบประมาณเอาไว้ อยู่ประมาณ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท รัฐบาลของท่านสมัครปัจจุบันนี้ตัวเลขเพิ่มขึ้นมา ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท โผล่มาอีก ๔ เดือนในขณะนี้ ไม่ถึง ๔ เดือนดีครับ ท่านขึ้นมา ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทําเรื่องเข้า ครม. ใหม่ อ้างน้ํามันแพง ดัชนีค่าครองชีพสูง ค่าแรงแพง และเหล็กแพง เหล็กในการก่อสร้างแพง ท่านประธานจะเห็นว่าตัวเลข ที่เขาตั้งเอาไว้ ๒๒ เปอร์เซ็นต์มาจาก ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไปเทียบขอขึ้นราคาใหม่ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ขึ้นมาทีเดียว ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท อ้างว่าค่าเหล็กแพง จําเปึน ต้องขอเงินงบประมาณเพิ่มอีก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมไปตามดูท่านครับ หลักการ เขาคิดอะไร ผมกราบเรียนกับท่านรัฐมนตรี ท่านอาจจะไม่ได้เรียนวิศวะ ท่านประธาน ก็อาจจะไม่ได้เรียนวิศวะ เราไม่ได้เรียนวิศวะเยอะ ต้องถามผู้รู้เขาบอกเขาให้อย่างนี้ครับ ถ้า ๑๐๐ บาท จะเปึนเนื้อเหล็กประมาณ ๑๕-๒๐ เปอร์เซ็นต์ ก็หมายถึงว่าเปึนเนื้องาน ประมาณ ๑๕-๒๐ ผมให้ไว้เลยครับ ๑๗ เปอร์เซ็นต์ ผมเอา ๑๗ เปอร์เซ็นต์ไปคูณกับ จํานวนเงินที่เทียบว่าโครงการนี้มีเนื้องานเหล็กเท่าไร มันจะออกมาตัวเลขเปึนอย่างนี้ครับ ๗,๗๓๐ ล้านบาท ในจํานวนการก่อสร้าง ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านขอว่าของมันแพง เหล็กมันแพงอีก ๕๖ เปอร์เซ็นต์ ผมให้ท่านเลย ผมคูณให้ไปเลยครับ กับจํานวนเงิน ไปคูณกับเนื้อเหล็กมันก็จะออกมาที่ต้องขอราคาได้อีก ๔,๓๒๙ ล้านบาท ก็ต้องเอา ตัวเลขที่ขึ้นมานี่ครับ ท่านทําตัวเลขกันเอง ขอบวกกลับไปตัวเลขเก่าก็คือ ๔๕,๔๗๓ ล้านบาท บวกอีก ๔,๓๒๙ ล้านบาท มันก็จะเท่า ๔,๙๐๘ ล้านบาทเท่านั้นเอง แต่เขาขอเท่าไรครับ ปรับขึ้นมาเฉพาะงานโยธา ๕๕,๘๔๒ ล้านบาท มันขึ้นมาอย่างไรอีก ๖,๐๓๙ ล้านบาท ผมถึงตั้งคําถามกับรัฐมนตรีครับ ใครฝากยอดเงินนี้ไว้ในโครงการนี้ แล้ววันข้างหน้า ถ้าโครงการอย่างนี้เป่ดให้เกิดขึ้นได้ข้อเท็จจริงอะไรผมไม่ทราบความเสียหายแก่บ้านเมือง เอาเงินภาษีไปถลุงเล่นกันแบบนี้ นี่คือเหตุที่พวกเราต้องเป่ดอภิปรายไม่ไว้วางใจท่าน ไม่ใช่กระเหี้ยนกระหือรือจะมาเปึนนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี แต่นี่คือหนึ่งในโครงการ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทเข้าไปแล้ว ท่านรัฐมนตรีตอบเรื่องนี้ให้เข้าใจนะครับ ผมพยายาม อธิบายสั้น ๆ ไม่ต้องเอาน้ํา เอาแต่เนื้อเพื่อจะบอกให้ท่านทราบ ผมจะไปโครงการที่ ๒ ในโครงการพวกนี้คือโครงการเดียวแต่ว่าเส้นสายที่ ๒ ให้ดู เมื่อกี้นี้ผมกราบเรียน ท่านประธานนะครับ เปึนเรื่องของรถไฟ อันนี้เปึนหน่วยงานหนึ่งเรียกว่า รฟม. ที่เรา ไปอุโมงค์ไปโผล่ไปซ้ายไปขวา โครงการนี้เป่ดซองประมูลไปแล้ว ท่านรัฐมนตรีครับ เป่ดซองประมูลไปแล้วในรายงานที่เข้า ครม. ท่านเซ็นเข้า ครม. เป่ดซองไปแล้ว หมายถึงว่าอีออคชั่นกดไปแล้วแต่ละคน แต่ละบริษัท ๒๓ บริษัท ๒๖ บริษัท ต้องการอะไรใส่เข้าไปหมดแล้ว บอกราคาเขาไปอีกแล้วด้วย ปรากฏว่าอย่างนี้ครับ ทําเรื่องผ่านท่านอีก เกรงว่าบริษัทรับเหมาจะเจ๊งไม่มีคนประมูล จะทําประมูลไม่ได้จะเสียเวลามาก จึงทําเรื่องผ่านท่านขออนุมัติ ครม. อนุมัติท่านเพิ่มเงิน อีก ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทั้งที่เป่ดซองประกวดราคาไปแล้ว ทําได้หรือไม่ได้ ท่านตอบ ได้เองครับ สมควรหรือไม่เปึนเรื่องที่ท่านต้องใช้วิจารณญาณของท่านแล้ว ท่านกลัวบริษัท เขาประมูลไม่ได้ ท่านรู้ได้อย่างไรว่าเขาจะสู้กับราคาที่ท่านตั้งไว้ราคาเก่า แล้วท่านรู้ ได้อย่างไรว่าต้องไปเพิ่มอีก ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมอ่านในรายงานทั้งหมดไม่มี รายละเอียดครับ เอาซําเหมาไว้ก่อนเผื่อเหลือเผื่อขาด เข้าใจเผื่อเหลือเผื่อขาดไหมครับ ทําอย่างไรก็ได้อยู่ที่พวกท่านจะทํากัน แล้วพวกผมรู้ไหมครับท่านเอามาทําให้ผมดูไหม ไม่มี ประชาชนรู้ไหม ไม่รู้ นี่ต้องมาพูดกันอย่างนี้ครับ สภาต้องตรวจสอบท่านอย่างนี้ครับ ไม่ได้มาหาเรื่องกระเหี้ยนกระหือรือที่อยากจะมาเปึนตําแหน่งอะไรกับท่านหรอกครับ เปึนผู้แทนราษฎรนี่ก็ถือว่าสูงสุดสําหรับพวกเราแล้ว ผมคํานวณให้ท่าน ท่านรัฐมนตรี ท่านจะได้เห็น กล้องจับภาพไปท่านรัฐมนตรีจะได้รู้ กรอบนี้คือเข้า ครม. ผมเอาตัวเลข ผมไม่ได้คิดเอง ตรงนี้ท่านขอ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ผมให้ ๑๗ เปอร์เซ็นต์ครับ เหล็กในโครงสร้าง ทั้งหลังนี่ เหมือนกับบ้านหลังหนึ่งควรจะมีเหล็กจํานวนราคาเท่าไรในจํานวน ๑๐๐ บาท คือ ๑๗ เปอร์เซ็นต์ ผมให้ท่านเลยครับ เขาให้กัน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ผมให้ ๑๗ เปอร์เซ็นต์ อันนี้เขียนมาแค่ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ด้วย ผมให้ท่าน ๑๗ เปอร์เซ็นต์ ก็เท่ากับว่า โครงการนี้มีเนื้อเหล็กอยู่ประมาณ ๕,๓๐๖ ล้านบาท มันอาจจะมีอิฐ หิน ปูน ทรายใส่ไปอีก ผมไม่เถียงกับท่านหรอกครับ ผมถึงบอกว่าเดี๋ยวจะมีรายละเอียดอีกเยอะมาก ผมให้ท่านเลย ท่านบอกว่าเหล็กแพง หาซื้อยาก ทําไม่ได้ ดัชนีขึ้น น้ํามันแพงขึ้น ทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวง ล้วนแล้วแต่รัฐบาลทําให้ของแพงทั้งหมด แล้วเอาเงินภาษีประชาชนมาจ่ายอย่างนี้ หรือครับ โครงการ ๗ แสนกว่าล้านบาท ต้องเพิ่มไปอีกแสนกว่าล้านบาท เอามาถลุง เล่นกันหรือครับ แล้วเดี๋ยวจะกราบเรียนท่านนะครับ ให้ความเปึนธรรมกับผู้รับเหมาด้วย ผู้รับเหมาผมถามมาหมดแล้วนะครับ เขาคิดอะไรกับท่าน แล้วเขาบอกความจริงอะไร กับผม ๒ ตัวนี้คูณกันไปสิ่งที่ควรจะขึ้นให้ความเปึนธรรมแก่ท่าน ๒,๙๗๑ ล้านบาท ก็เพียงพอแล้ว ตามที่ท่านขอด้วย แต่ท่านมาขอเพิ่มขึ้นอีก ๔,๘๓๘ ล้านบาท แพงกว่า ความเปึนจริงอีก ๑,๘๖๖ ล้านบาท ผมกราบเรียนท่านประธานตั้งแต่เริ่มแรก ประมูล ไปแล้วงานนี้ กําลังอยู่ในขั้นตอนเป่ดซองเทคนิค เพิ่มราคามาระหว่างที่ประมูลอีออคชั่น ไปจบ สมควรทําไหมครับ นี่คือ ๔ เดือนที่ท่านทํางานกันครับ ฝากไว้ ใครเปึนคนฝาก เอาไว้ วิธีการนี้ถ้ารอดออกไปได้จากพวกเราสอบสวนติดตามศึกษาไม่ได้ไม่ทัน เป่ดอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วสกัดท่านไม่อยู่ หลุดออกไปเดือนตุลาคมเขาจะมาเซ็นสัญญา มันก็จะมีเงินจ่ายล่วงหน้าอีก ๑๐ ถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์แล้วแต่สัญญา เงินตรงนั้นแหละครับ ไม่รู้ใครที่ฝากไว้จะไปเก็บตามตรงนั้นอีกที ระหว่างเดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม ท่านถึงได้เร่งโครงการทั้งหมดกี่โครงการ ๗ แสนกว่าล้านบาทให้เสร็จป้นี้ เพื่อเหตุผลอะไรท่านตอบพวกเราได้ แต่ผมเชื่อว่าท่านไม่ตอบ สิ่งเหล่านี้คือพฤติกรรม ของรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีรู้เห็นเปึนใจกับสิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้น อันนี้โครงการที่ ๒ นะครับ
ผมขออนุญาตสรุปง่าย ๆ เวลาจะได้กระชับ โครงการที่ ๓ นี้ประมูล ไปแล้วโดยประกาศของรถไฟ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่จะต่อรองแล้วเป่ดซองด้วย เหลืออยู่ บริษัทเดียว ท่านประธานที่เคารพครับ บริษัทนี้ประมูลมาตั้งแต่ป้ที่แล้วนะครับ รัฐบาลที่แล้วด้วยยืนยันว่า ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ฉันเอาไม่ต้องมาเพิ่มเงินให้กับฉันด้วย ๕๖ เปอร์เซ็นต์ ค่าเหล็กแพงขึ้นฉันก็ไม่เอา ฉันจะเอาโครงการนี้ที่ฉันจะเอาด้วย มีคน พยายามจะขอว่าเอาไหมฉันจะใส่ให้มีคนสั่งด้วยวาจาว่าจะเอาไหมฉันจะสั่งให้แต่มี ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบอกว่าใครจะทําก็ทําแต่ผมไม่ทําเด็ดขาด โครงการนี้ถ้าตกลงกับเขาเซ็นสัญญาไป ๕๖ เปอร์เซ็นต์ของ ๘,๐๐๐ ล้านบาท คือ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ต้องจ่าย แล้วเขายังมีอีกบริษัทยืนยันว่าไม่ใช่บริษัทเดียว อีกบริษัท ไม่พอใจไปตัดเทคนิคเขา ไปตัดซองเทคนิคว่าเขาไม่มีความสามารถเปึนบริษัทของ ประเทศจีน มีฮั้วกัน ตั้งกัน ๒ บริษัท บริษัทประเทศจีนฮั้วกัน ตัดตอนมาให้เขาประมูล เขาเอาไปฟัองศาลปกครอง นั่นแสดงว่าเขาต้องการอยากได้งานนี้โดยไม่ต้องการ ร้องขอให้ท่านมาเพิ่มค่าอุปกรณ์ใด ๆ อิฐ หิน ปูน ทราย ว่าแพง น้ํามันแพง ค่าเหล็กแพง ดัชนีแพงหาซื้อเหล็กไม่ได้เขาพร้อมที่จะสู้ ท่านเห็นไหมครับ ๓ โครงการ ๓ รูปแบบ ๑. ประกวดราคาไปแล้วเขาอยากจะได้ แต่ไม่รีบตัดสินให้เขา ๒. อันนี้ประกวดราคา ไปแล้วยังไม่ได้ตัดสินกําลังเป่ดซองเทคนิค ไปเพิ่มเงินให้อีก ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่ผมบอกว่าบวกเข้าไปว่าอยู่ ๑,๘๐๐ กว่าล้านบาท มีคนฝากเอาไว้ อีกอันกําลังจะประมูล ใส่เข้าไปเยอะหน่อย คุณไมตรีในฐานะผู้อํานวยการสํานักงาน สนข. ทําช้าโดนย้ายด่วนเลย สั่งแล้วไม่ทําย้ายด่วนเลยเหมือนกับวันนี้ที่มีการย้ายผู้จัดการใหญ่การบินไทย อภิปราย เมื่อวานนี้ วันนี้สับเลยครับ สับทิ้งเลย คุณอภินันท์ขณะนี้กําลังต้องกรรมการสอบสวน พวกที่ทําทุจริตในการบินไทย บอร์ดปลดออกวันนี้เลยครับ นี่หรือครับวิธีการบริหาร ราชการแผ่นดินของท่าน คนดีที่ไหนจะมาทํางานให้กับประเทศชาติครับ เอาอํานาจ อย่างไรไปตัดสินแบบนี้ครับ นี่คือสิ่งที่พวกผมจะต้องมาอภิปรายไม่ไว้วางใจท่าน เพราะท่านทําโดยใช้อํานาจแบบนี้และวิธีการมันไม่ชอบมาพากล ทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวง มีลายเซ็นพวกท่านเกี่ยวข้องหมด แต่ว่าผมไม่สามารถอภิปรายได้ว่าท่านทุจริต ไม่สามารถอภิปรายว่าท่านทําผิดกฎหมายได้ จึงละเอาไว้ตรงนี้ก็แล้วกันว่าถ้าไม่ระงับ ยับยั้งความผิดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้ บ้านเมืองนี้จะเสียหายมหาศาลจาก ความตั้งใจทํางานแบบประเภทให้มันเกิดความเสียหายจริง ๆ ท่านต้องฟังคนดี ๆ อย่างในกระทรวงเขาเตือนพวกท่าน
ผมขออนุญาตไปอีกโครงการครับ สนามบินสุวรรณภูมิ อันนี้เปึนเรื่องมหากาพย์ กลับมาอีกแล้วครับท่านประธาน เมื่อกี้นี้ผมกราบเรียนท่านประธานไปเฉพาะ ๓ โครงการ ใน ๙ โครงการของรถไฟ ผมไม่ได้บวกตัวเลขเอาไว้คร่าว ๆ คือ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๑,๘๐๐ กว่าล้านบาท ก็เกือบหมื่นล้านบาทเข้าไปแล้ว ฝากเอาไว้เกือบหมื่นล้านบาทแล้ว โครงการขยายสนามบินสุวรรณภูมิ เฟส ๒ ต่อจากที่สร้างเอาไว้แล้ว ๑๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ มีทั้งหมดอยู่ ๑๐ งาน ผมเอารูปนี้มาให้ท่านประธานทราบเพื่อที่พี่น้อง ประชาชนอาจจะไม่เข้าใจว่ามันสร้างตรงไหน ต่อตรงไหน ๑. ต่อจากอาคารที่เราเข้าไป เราจอดรถเราเข้าไปนี่ต้องทุบแล้วขยับมาใหม่ ๒. สร้างรันเวย์ (Runway) ที่ ๓ คือทางขึ้น ของเครื่องบิน ๓. สร้างที่จอดเครื่องบิน เครื่องบินขึ้นลงแล้วก็มาจอดเรียกว่าแท็กซี่เวย์ (Taxiway) ๔. มีอุโมงค์ต่อเติมมาของเดิมทิศใต้ทิศเหนือต่อให้ทะลุช่วงกัน รถไฟใต้ดิน จะได้รับขนส่งผู้โดยสารได้ ๕. ที่จอดรถ ๖. ขยายที่จอดรถข้าง ๆ ทั้งหมดอยู่ ๑๐ เนื้องาน เมื่อวันที่ ๑๒ ใครไปสั่งให้เขาประชุม หรือประชุมเปึนวาระปกติผมไม่ทราบ แต่บอร์ดตีกลับ ต้องยอมรับพูดความจริงกัน บอร์ดตีกลับ ตั้งงบประมาณไว้ ๗๓,๔๐๐ กว่าล้านบาท บอร์ดตีกลับบอกไปทํารายละเอียดมาหน่อย เห็นรายละเอียดอย่างนี้แล้วยังไม่ชัดเจน หมายความว่าได้ ๒ นัย อาจจะเพิ่มเปึน ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทก็ได้ อาจจะเพิ่มลงมา เหลือแค่ ๖๕,๐๐๐ ล้านบาทก็ได้ ท่านประธานครับ ตรงนี้ต้องใช้เอกสารประมาณ ผมเคยตรวจสอบสนามบินสุวรรณภูมิเฉพาะตัวอาคารผู้โดยสาร เอกสารเฉพาะแบบแปลน อย่างเดียว ๔,๗๓๔ แผ่น บุ๊ค (Book) ทั้งหลายอีกเปึนประมาณไม่ต่ํากว่า ๓๐,๐๐๐ หน้า และรถไฟของท่านที่รายงานที่เมื่อกี้ผมกราบเรียนที่รถไฟนั่นอีก ๔๐ บุ๊ค อ่านกันตาแฉะ ๓ วัน ๓ คืนเลยครับ ผมกลับมาเรื่องสนามบินให้จบ ท่านเห็นภาพรวม ๑๐ โครงการ ไหมครับ ผมเตรียมสรุปให้ท่านประธานคิดเอาไปเสร็จเรียบร้อย ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านรัฐมนตรีสันติครับ ผมขออนุญาตท่านประธานครับ ขออนุญาตพูดเอ่ยชื่อ ท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่าน ถ้าท่านคิดว่าผมพูดไม่จริงท่านสั่งให้คนของท่านหรืออธิบดี หรือผู้อํานวยการหรือบอร์ด หรือท่านวุฒิพันธุ์ ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ ไปเอาเอกสารแบบมากองต่อหน้าท่านประธานเลย ผมอยากจะให้ใช้เวลา ๓ ชั่วโมง เองครับ ผมมีสตาฟ (Staff) ของผม ๑๕ คน อ่านแบบให้ท่านดูเลย คิดมาอย่างไร ๗๓,๗๓๙ ล้านบาท แล้วผมเชื่อ ถ้าวันนี้ไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจโครงการนี้ทะลุ เปึน ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท กระเหี้ยนกระหือรือจะเอากันให้ได้ ใส่กันเข้าไป นี่อีก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ เกินอีก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่ามันยังไม่ได้ทํา ก็ท่านไม่ทํา ผมต้องบอกว่าท่านกําลังคิดจะทํากัน แล้วผมก็รู้ว่าท่านกําลังจะทําอะไรกันอยู่ ตรงนี้ ท่านประธานที่เคารพ พวกนี้ต้องเปึนเอกสาร คนต้องไปตรวจ ผมใช้เวลา ๒ ป้ ตรวจของเก่า เปึนอย่างนี้จําเปึนต้องอธิบายให้ท่านประธานได้เข้าใจง่าย ๆ สนามบิน สุวรรณภูมิ ผมขออนุญาตท่านประธานย้อนนิดหนึ่งเพื่อจะได้ให้ท่านประธานได้เข้าใจ เรื่องนิดหนึ่ง เดิมทีสนามบินสุวรรณภูมิเคยประมูลกันไปแล้ว แบบ ท่านประธานครับ ไปลดแบบ นี่เฉพาะถอดแค่เล่มเดียว ลดแบบแล้วก็ไปสร้างใหม่ แล้วก็บอกว่าถอดแบบ มาแล้วประมูลไปนี่ถูก เอกสารฉบับนี้เรียนท่านประธานผ่านไปท่านรัฐมนตรี ไม่ใช่เอกสาร ผมทําเอง เปึนเอกสารของหน่วยงานที่ท่านจ้างมาด้วยวงเงินเปึนพัน ๆ ล้านบาท ค่าก่อสร้างจาก ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท บานปลายเปึน ๕,๘๐๐ กว่าล้านบาท เขาสรุป ในรายงานให้ผมดู ๓๖,๖๖๖ ล้านบาท ประมูลเสร็จใช้เวลา ๑ ป้สร้างไม่ได้ จนมีหนังสือ โต้ตอบกันให้บริษัทเอ็มเจพีเอ (MJPA) ที่ออกแบบมาช่วยอธิบายแบบที่ประมูลหน่อย ท่านประธานครับ เปึนเรื่องที่ตลกมาก คนจะประมูลไปคิดราคากลางออกมาได้ แต่จะสร้างนี่คิดแบบไม่เปึน ผมไม่ว่าอะไรนี่เปึนเรื่องของเอกชนเขา แต่แปลกใจว่า ประมูลไปได้ แต่รายงานฉบับนี้คือการใช้เงินทั้งระบบทั้งหมด ๑๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อยู่ในนี้หมดครับ มืออาชีพทําครับ ผมไม่ได้ทํา ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ที่ผมเอา ตัวเลขมาเนื่องจากผมได้ทดสอบ ได้ตรวจสอบโครงการเหล่านี้ และสิ่งเหล่านี้คือของจริง ท่านประธานที่เคารพ ณ วันนี้ท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่าน โครงการที่ไปสั่งให้เขาสร้าง สนามบินมีเซ็นสัญญา ๓๖,๖๖๖ ล้านบาท และบานปลายไปอย่างที่ผมกราบเรียน ท่านประธานเปึน ๕๙,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานเชื่อไหมครับ มันเกิดขึ้นได้อย่างไรผมไม่เข้าใจ บริษัทเขาขอเก็บเงินมา ๙,๓๐๐ ล้านบาท เปึนงานที่ ไม่มีแบบ ไม่มีคนเซ็นสั่งให้ทํา แต่ตั้งเบิกไว้ ๙,๓๐๐ ล้านบาท ในจํานวน ๕๙,๐๐๐ ล้านบาท นี่เปึนลายลักษณ์อักษร ก็ตกลงกันว่าจะจ่ายแค่ ๑,๒๐๐ ล้านบาทในสมัยรัฐบาลขิงแก่ พอท่านมา ๔ เดือนนี้ประชุมบอร์ด แล้วก็อ้างเงินไจก้า (JICA) อะไรให้วุ่นวายกันไปหมด สั่งจ่ายอีก พยายามจะจ่ายกัน ณ วันนี้ ท่านผู้อํานวยการใหญ่คนนี้กําลังจะถูกเด้ง เพราะเรื่องนี้อีก ๗,๒๐๐ ล้านบาท บริษัทเขาบอกอย่างนี้ครับเขาลือกันอยู่ จริงเท็จ ผมไม่ทราบ เอาแค่ ๕,๐๐๐ ล้านบาทพอ ใน ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ เปึนเอกสารบริษัทแจ้งมาบอกว่าเบิกเงินไม่ได้มาแล้ว ๓ ป้ เพราะมันไม่มีเนื้องาน เขาเรียกว่าสั่งด้วยวาจาปากเปล่า ขณะนี้จะขยายโครงการออกไปสนามบินมีอาคาร ผู้โดยสารติดอยู่ตรงนั้นจะมีห้องอาหารใหญ่อยู่แห่งหนึ่งสร้างขึ้นมา ๓๐๐ ล้านบาท พอจะขยายตรงนี้บอกว่าให้รื้อตรงนี้ออกเจ้าของคือบริษัทคิง เพาเวอร์ บอกว่าไม่ได้ ต้องจ่าย ๓๐๐ ล้านบาท แต่ก่อนสร้างผมอ่านเอกสารแล้วครับ ยินยอมให้รื้อเมื่อไรก็ได้ แล้วจะสร้างชั่วคราวแค่ ๒ ป้ด้วย แล้วคนที่อนุมัติให้ได้เถื่อนด้วย คนที่อนุมัติให้นี่คือเถื่อน ผมพูดกับท่านประธานอย่างนี้คือนายศรีสุข จันทรางศุ ไม่ได้เข้าบอร์ดไม่ได้ทําอะไรเลย สร้างปัญหาขึ้นมาให้กับเราปวดหัวกันทั้งประเทศ ทั้งสภาต้องปวดหัวเพราะบุคคลคนนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ ขอร้องเถอะครับ ไปเอาสะพาน ทางเดินเส้นละ ๓๒๘ เมตร ที่ไปแก้แบบออกแล้วให้คนจะเดินขึ้นสนามบินเดินกันทีละ เกือบกิโลเมตรเอามาวางคืนเถอะครับ ๑๘ ตัว ตัวละ ๓๒๘ เมตร ไปรื้อเพื่อเอาพื้นที่นั้น ไปให้กับเอกชนขายของ เปึนธรรมไหมท่านประธานครับ เปึนเอกสารต้องไปเสียค่าแก้แบบ อีก ๒๐๐ กว่าล้านบาท ต้องไปจ้างบริษัทเอ็มเจทีเอมาสร้างแล้วก็รื้อแบบ แล้วก็ไปเอาตัวนี้ หายไป วันนี้เอาทั้งเงินไปเอาทั้งของไปยังไม่คืนเขาเลยครับ ช่วยกรุณาแก้ครับ อย่างนี้ ๔ เดือน ท่านเข้าไปท่านทราบมาก่อนแล้วทําไมท่านไม่แก้ ทําไมไม่สั่งแก้ไขให้เกิด ความสะดวกสบายในสนามบิน บริษัทคิง เพาเวอร์ขณะนี้จะค้าขายโดยการคุ้มครอง ของศาลแพ่งก็เปึนเรื่องของบริษัทคิง เพาเวอร์ที่ปฏิบัติตามที่ศาลแพ่งสั่ง ผมไม่ไปก้าวก่าย ก้าวล่วงแต่เรื่องเยอะมาก เรื่องอย่างนี้การอํานวยความสะดวกท่านเปึนรัฐมนตรี ท่านไปสั่งอะไรเยอะแยะ แต่ว่าทําไมสิ่งเหล่านี้ท่านไม่ทํา นี่ยกเปึนเกร็ดนะครับ ยังมีอีก เปึนตั้งเลยอยู่ตรงหน้าผม พูดไปก็จะใช้เวลาของพวกเรามากเกินเหตุ เพียงแต่ว่านี่คือ สิ่งที่พวกเราต้องทําหน้าที่แทนพี่น้องประชาชน ท่านในฐานะที่เปึนทั้งผู้แทนราษฎร บางท่านไม่เปึนและนั่งอยู่ตรงนั้น ท่านอาจจะมีความรู้สึกคนละเรื่องที่พวกเราได้รับ ผมมีหลักฐานผมเอามาชี้แจงให้ท่านทราบ ท่านแก้ไขเถอะครับ ผมเคยพูดกับ ท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ในวันแถลงนโยบาย ๓ เรื่อง ผมแจ้ง ท่านนายกรัฐมนตรีว่า ๑. เรื่องนิวเคลียร์ นโยบายการบริหารจัดการที่ดีจะต้องปราบปราม การทุจริตคอร์รัปชัน จะส่งเสริมข้าราชการให้มีจริยธรรม จะส่งเสริมข้าราชการให้ทําหน้าที่ เพื่อบริการสาธารณะกับประชาชน จะทําทุกอย่างให้ประเทศชาตินี้ดีและโปร่งใส วันนี้มันตรงข้าม ท่านอย่าบอกว่า ๔ เดือนยังไม่ได้ทําอะไร ที่ผมเรียนท่านมา ๔ เดือน ท่านทําไปอันตรายมากเลยครับ อันตรายกับประเทศนี้ ผมฝากวิงวอนท่านประธาน ถึงรัฐมนตรี ท่านถวายสัตย์ปฏิญาณจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ ท่านมีพระราชดํารัส ท่านซึ่งทําด้วยความซื่อสัตย์กับคน ๖๐ กว่าล้านคน ท่านทําได้ถือว่าท่านเปึนคนที่ดี แก้ปัญหาของประเทศชาติ แต่ถ้าท่านไม่ทําถือว่าท่านเปึน คนที่ไม่ดี คําโบราณเขาแรงกว่านั้นครับ แล้วไม่ใช่คําหยาบ ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้น ผมอยากเห็นบ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง ผมไม่ขัดขวางวิธีการทํางานของพวกท่าน หรอกครับ แต่พวกท่านต้องสร้างความโปร่งใส ท่านต้องเป่ดเผยข้อเท็จจริง ท่านอย่าใช้ อํานาจของท่านมีไปในทางที่เอื้อประโยชน์พวกพ้อง ท่านอย่าคิดว่าในสิ่งที่ท่านกําลังทํา ทุกวันนี้ ผู้อื่นเขาไม่รู้ ผมไม่รู้ใช้เวลา ๔ วัน ตั้งแต่ได้รับทราบว่าท่านบรรจุญัตติ ต้องไป อ่านเอกสาร พวกนี้ยิ่งกว่าทําวิทยานิพนธ์ ๓ เรื่อง เอกสารเปึนหมื่น ๆ หน้า คืนหนึ่งถึงตีสี่ ทั้งหมดเปึนเอกสารมาจากกระทรวงของท่าน ผมมีข้าราชการในพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวแจ้งว่าพวกท่านทําอะไร ผมมีเอกสารมาจากสํานักนายกรัฐมนตรี คนของสํานักนายกรัฐมนตรีแจ้งมาว่าพวกท่านทําอะไรกันอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้น ผมไม่จําเปึนต้องเอาเรื่องที่เขาเล่ามาบอกให้ท่าน ผมจะไว้ใจท่านได้ต่อเมื่อท่านคิดว่า บ้านเมืองนี้ท่านต้องแก้ไข ท่านเปึนคนดีผมไว้ใจท่านได้ แต่สุภาษิตบอกไว้ว่า คนดี ชอบแก้ไข คนจัญไรชอบแก้ตัว ถ้าไม่แก้ไขเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ไม่ดีขึ้นบ้านเมือง จะเสียหายครับ ขอบคุณครับ ผมไม่ไว้วางใจท่าน
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ
เชิญรัฐมนตรี คุณปรีชา ให้รัฐมนตรีตอบ คือเล็ก ๆ น้อย ๆ ปล่อยไปเถอะ
ปล่อยคนจัญไรไปใช่ไหมครับท่านประธาน
เชิญนั่งก่อนเถอะครับ ให้ท่านรัฐมนตรีชี้แจง เราไม่มีสิทธิ รัฐมนตรีเขามีสิทธิ เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งได้เปึนผู้หนึ่งที่ถูกท่านทั้งหลายในซีกฝ์ายค้านได้ยื่นญัตติเพื่อเป่ดอภิปรายไม่ไว้วางใจ รายบุคคล ต่อกรณีที่ท่านถาวร เสนเนียม ได้อภิปรายไปแล้ว ขออภัยที่ต้องเอ่ยนามท่าน กรณีเรื่องของรถ ขสมก. การเช่ารถ ๖,๐๐๐ คัน ตามที่ท่านได้กล่าวหาว่าเปึนการปัุนแต่ง ข้อมูลเปึนเท็จ เพื่อเตรียมการแสวงหาประโยชน์ ซึ่งผมต้องกราบเรียนท่านประธานแล้วก็ ถึงพี่น้องประชาชนด้วยว่า ถึงแม้ว่าโครงการนี้จะเปึนโครงการเพียงแต่เปึนเหมือน กรอบแนวคิดในการที่จะเปึนโครงการนําไปสู่การดําเนินการเพื่อประโยชน์ของพี่น้อง ประชาชนซึ่งยังไม่ได้ทําก็จริง แต่ว่าการที่ท่านได้กล่าวหามาอย่างนี้ทําให้เกิด ความเสียหาย ทางผมเองซึ่งผมกราบเรียนว่าได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมเปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ผมปฏิญาณตนว่าจะทําหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อชาติ เพื่อแผ่นดิน เพื่อพระมหากษัตริย์ ตามที่ท่านทั้งหลาย ได้ให้ความกรุณาพูดอยู่ตลอดเวลาว่าเราเปึนนักการเมืองต้องทําให้ดีที่สุด ผมมากํากับ ดูแล ขสมก. ครับ เปึนองค์กรหน่วยงานของรัฐ เปึนรัฐวิสาหกิจในการให้บริการประชาชน เรื่องการโดยสาร ซึ่งผมเรียนตรง ๆ ครับ ท่านประธาน ท่านผู้ที่ยื่นญัตติทั้งหลาย ขสมก. ถ้าจะพูดย้อนหลังไปสักนิดก็เหมือนมีประวัติศาสตร์เหมือนเขาพระวิหารเลย แต่มันไม่ไกล ไปถึงป้ ๒๕๐๕ เพราะว่าเพิ่งก่อตั้งประมาณป้ ๒๕๑๙ ล่ะ ตอนนั้นมีการยุบรวมกิจการ ซื้อรถจากเอกชน ถ้าท่านถาวร เสนเนียม เคยนั่งรถเมล์จะเข้าใจ ผมขึ้นรถเมล์ผมจะรู้ รถเมล์ ร.ส.พ. จากถนนตกไปถึงท่าเตียน สาย ๑ นายเลิศ สาย ๒ สาย ๓ วิ่งแถวประตูน้ํา บขส. ส่วนหนึ่งวิ่งร่วมด้วย ตอนนั้นผมจําได้ว่าท่านนายกรัฐมนตรี ขออนุญาตต้องเอ่ยนาม ท่านคือหม่อมราชวงศ์ศึกฤทธิ์ ปราโมช ท่านได้ตระหนักถึงความสําคัญของการบริการ ปัจจัยขั้นพื้นฐานของประชาชนว่า การบริการการขนส่งโดยสารให้กับประชาชนต้องเปึน หน้าที่ของรัฐ ก็เลยไปซื้อกิจการทั้งหมดใช้เงินไป ๓๗๐ ล้านบาท มาตั้งเปึนบริษัท มหานครขนส่ง แต่พอตั้งแล้วก็มีปัญหาเรื่องของข้อกฎหมายก็เลยยกเลิกไป แล้วมาออก กฤษฎีกา แล้วก็ประกาศกฤษฎีกาในการที่จะจัดการขนส่งใหม่เปึน ขสมก. ตามที่เปึนอยู่ ในปัจจุบัน ผมเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน ขสมก. ตั้งแต่ประกอบกิจการเดินรถมา ถึงวันนี้ ๓๑ ป้ ตั้งแต่มีรถอยู่ ๒,๗๐๐ กว่าคัน ป้ ๒๕๔๓ มีรถเกือบ ๖,๐๐๐ คัน วันนี้ ป้ พ.ศ. ๒๕๕๑ มีรถเหลืออยู่เพียง ๓,๕๐๐ คัน แล้วก็วิ่งได้ในสายทางบริการประชาชน เพียง ๓,๑๐๐ คันเท่านั้นครับ แล้วตั้งแต่เริ่มซื้อกิจการมาบอกว่าซื้อมา ๓๗๐ ล้านบาท แต่รัฐบาลขณะนั้นให้ไป ๓๒๙ ล้านบาท ขาดทุนหมุนเวียนไปทันที ๔๐ ล้านบาท แล้วตั้งแต่บัดนั้นมาถึงบัดนี้ไม่เคยมีกําไร เพราะว่าเปึนกิจการต้องบริการประชาชน กังวลว่าพี่น้องคนยากคนจนถ้าเกิดให้เอกชนเดินรถอย่างเดียว ประชาชนจะเดือดร้อน บริหารกิจการมาถึงวันนี้ ๓๑ ป้ขาดทุนสะสม ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท เรื่องขาดทุนผมไม่ค่อย ติดใจ สิ่งที่ผมห่วงที่สุดก็คือว่าคุณภาพชีวิตของประชาชนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เขาศึกษาแล้วว่า ๓๐ กว่าป้นี่แย่ที่สุด ที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมเคยขึ้นรถเมล์ แต่ผมไม่ทราบว่าท่านถาวรเคยขึ้นหรือเปล่า เวลาขึ้นแทบไม่ได้นั่งเลย ได้แต่ยืนครับ เบียดเสียดกันทุกวัน เมื่อก่อนตอนที่ผมเรียนอยู่ที่กรุงเทพมหานครต้องโหนรถทุกวัน ต้องไปเสี่ยงชีวิต จนเขาศึกษาแล้วว่าคุณภาพชีวิตมันแย่ มันจะต้องมีการพัฒนาปรับปรุง ยกฐานะหรือว่าทําอย่างไรให้การบริการมันดีขึ้น ความจริงเรื่องของแนวทางในการพัฒนา ไม่ใช่เพิ่งเกิดในรัฐบาลนี้นะครับ เมื่อป้ ๒๕๔๗ ก็มี ครม. ขสมก. เขาก็นําเรื่องแผน การฟุ๋นฟูกิจการมา ก็เห็นชอบครับ หรือแม้แต่รัฐบาลที่ผ่านมาซึ่งเปึนรัฐบาล คมช. เอง ก็เห็นตรงกันเหมือนกับท่านทั้งหลายเห็นตรงกันครับว่า การบริการคุณภาพชีวิตของ ประชาชนเขตกรุงเทพมหานครมันต่ําลงเรื่อย ๆ ครม. สมัย คมช. ก็เห็นชอบในหลักการ ให้ ขสมก. มีทั้งเช่า มีทั้งเปลี่ยนแปลงเครื่องยนต์ ตามที่ท่านได้อภิปรายไว้ว่าน่าจะเปลี่ยนแปลง เครื่องยนต์อย่างเดียวเปึนการประหยัดงบประมาณแผ่นดิน ผมอยากเรียนอย่างนี้ว่า ความจริงถ้าผมไม่คิดอะไรเลย เหมือนบางท่านที่เคยเปึนรัฐมนตรีแล้ว อยู่ตรงนี้นาน ก็มีครับ นั่งดู ขสมก. ต่อไปก็ได้ให้เปึนอยู่อย่างนี้ แต่ผมก็อาจจะถูกบางท่านอภิปรายว่า เปึนรัฐมนตรีแล้วไม่ทําอะไร แต่ผมก็คิดว่าในฐานะในโอกาสซึ่งเราได้มีโอกาสมาเปึน รัฐมนตรีกํากับดูแลงานซึ่งเปึนปัญหามาโดยตลอด แล้วก็มีแนวความคิดพ้องต้องกันว่ามันจะต้องแก้ปัญหาให้มันเกิดประโยชน์สูงสุด กับพี่น้องประชาชน ผมเรียนว่าอ้ายการเพียงแต่เอารถเก่ามาเปลี่ยนเครื่องยนต์ ใช้เงินไปล้านกว่าบาท ท่านลองคิดดูครับว่ารถเมล์ ขสมก. ที่ใหม่ที่สุด ๘ ป้ครับ แล้วมี เหลืออยู่ไม่กี่คันครับ อ้ายที่มันเก่าประมาณ ๑๔ ป้มันหมดสภาพ เหลือแต่แชสซีเท่านั้น แหละครับ ถ้าจะเอาเครื่องยนต์ไปเปลี่ยนเปึนเอ็นจีวี ท่านก็เห็นมีข่าวออกมามากมายว่า เครื่องยนต์ที่เปลี่ยนแล้วมีปัญหากับระบบส่งกําลัง เฟ๋องท้ายกระเด้งมาโดนผู้โดยสาร เสียชีวิตเพราะมันสัมพันธ์กันครับ เปลี่ยนแต่เครื่องไม่ได้ครับท่านประธาน มันต้องเปลี่ยน ทั้งเกียร์ เปลี่ยนเฟ๋องท้าย เปลี่ยนเพลากลาง ลงทุนไปกับรถเก่าแล้วก็เปึนรถเก่า เหมือนเดิมครับ คุณภาพชีวิตของคนที่โดยสารรถ ประชาชนไม่ได้อะไรเลยครับ ได้กับ ขสมก. เท่านั้นที่ได้ประหยัดค่าใช้จ่ายไป ได้กับองค์กรทั้งนั้นล่ะครับ แต่ว่าในภาพรวม ทั้งหมดผมเรียนยืนยันว่าการทําอย่างนั้นไม่ทําให้สถานภาพทางการเงินของ ขสมก. พลิกฟุ๋นมาได้เลย เพราะมีรถอยู่เพียง ๓,๕๐๐ คันเท่านั้น วิ่งได้ ๓,๑๐๐ คัน ท่านทราบ ไหมครับ รถเมล์กรุงเทพมหานครปัจจุบันนี้ทั้งหมดที่วิ่งอยู่ทั้งที่จดทะเบียนถูกต้อง ทั้งรถที่ไม่ถูกต้องมากกว่า ๑๗,๐๐๐ คันครับ ขสมก. บริการประชาชน ๓,๕๐๐ คัน วิ่งได้ ๓,๑๐๐ คัน ท่านเห็นไหมครับ เวลาเกิดวิกฤติราคาน้ํามันซึ่งมันขึ้นทุกวัน ซึ่งไม่มี ใครคาดคิดว่ามันจะเปึนอย่างนี้ แทนที่ ขสมก. จะเปึนเมน (Main) หลักในการให้บริการ ประชาชน ณ วันนี้ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติราคาน้ํามัน รถร่วมบริการก็หยุดวิ่งครับ มันก็เกิด ปัญหากับพี่น้องประชาชน ไม่มีรถเพียงพอที่จะให้บริการประชาชน คนไปทํางาน ไม่ทันเวลา นักเรียนก็ไปเรียนไม่ทันเวลาที่เวลาที่โรงเรียนเป่ด ขสมก. เองจําเปึนต้องไปขอ ความร่วมมือไปเช่ารถมาวิ่งเสริมเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ในการเดินทางในช่วง ที่เกิดวิกฤติอย่างนั้น เพราะฉะนั้นผมอยากเรียนท่านประธานว่า ถ้าเราคิดจะแก้ปัญหา ไปวัน ๆ ผมคิดว่าวันนี้ ขสมก. มันก็อยู่อย่างนี้ การบริการประชาชนก็ยังเหมือนเดิม ทุกประการครับ คุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพมหานครจะดีขึ้นไหม ยากครับ แถมต้อง ผลักภาระให้กับคนทั้งประเทศด้วยที่ต้องเสียภาษีอากรให้กับรัฐบาล ต้องอุดหนุนเงิน มาให้กับ ขสมก. เพราะว่าต้องขาดทุนรายเดือนรายป้ ที่ผมกราบเรียนว่าสะสมมาถึงวันนี้ ถึง ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมอยากเรียนอย่างนี้ครับ เมื่อผมได้เห็นสภาพปัญหา ถามว่าคนที่ เปึนรัฐมนตรีต้องมีกรอบแนวคิดไหม ต้องมีครับ มันต้องมีกรอบแนวคิดว่าปัญหาที่เกิดขึ้น มันควรจะแก้อย่างไร ความจริงที่ท่านบอกว่ามีการปัุนแต่งตัวเลขอะไรทั้งหลายทั้งปวง ผมเรียนอย่างนี้ว่าความจริงการเดินรถมันมองง่ายครับ เพราะว่าองค์ประกอบของ การทํากิจการที่ว่านี้มันมีอยู่ไม่กี่อย่างหรอก คือองค์ประกอบหรือปัจจัยหรือว่าอะไรที่ใช้ ในการบริการหรือการโดยสาร มันมีตัวรถครับ มันมีน้ํามัน มันมีคนขับ มันมีกระเปิา อยู่แค่นี้ มันไม่มีตัวอื่น ๆ ที่เห็นว่ามันจะซับซ้อนพอที่จะเอามาทําแล้วบอกว่ามันจะ สามารถป่ดบังหรือทําให้มันเปึนการดําเนินกิจการ การปรับปรุงที่แอบแฝงที่จะนําไปสู่ การที่จะหาผลประโยชน์ได้เลย ผมเรียนตรง ๆ ครับท่านถาวร ขอโทษที่เอ่ยนามท่านอีกที ท่านก็รู้จักเรื่องการเดินรถดี ท่านเปึนผู้แทนราษฎรที่จังหวัดสงขลาซึ่งคนสงขลารัก ผมรู้ ผมไปที่นั่นเขาก็บอกว่า รักท่านมาก ท่านรู้เรื่องการเดินรถดีมาก การโดยสารรถยนต์ การบริการรถยนต์ก็มี แค่นี้ครับ มีรถ มีคนขับ มีกระเปิา ถ้าเปึนรถโดยสารก็มีคนเก็บเงิน มีค่าเชื้อเพลิง ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับ ขสมก. บริหารกิจการแบบนี้มา ๓๑ ป้แล้วขาดทุนย่อยยับ ถามว่าวันนี้ผมเปึนรัฐมนตรีถ้าผมจะทําเหมือนเก่าได้ไหม ถ้าทําเหมือนเก่าก็เหมือนกับ เปึนรัฐมนตรีที่ไม่มีความคิด ก็รู้ทั้งรู้ว่าซื้อรถยนต์มาแล้วก็มีกระเปิา มีเชื้อเพลิง แล้วมัน ขาดทุน ถามว่าถ้าท่านเปึนรัฐมนตรีท่านจะทําอย่างเดิมไหม ไม่ล่ะครับ เปึนผมก็ต้องคิด หาวิธีการใหม่ว่าถ้าซื้อรถมาแล้วมีภาระ มีปัญหาเรื่องของการซ่อมบํารุง เรื่องรถหยุดวิ่ง แล้วขาดโอกาสในการให้บริการประชาชน มีกระเปิาแล้ว มีคนเก็บตั๋ว แล้วก็ไปเอา ตั๋วปลอม ตั๋วผี หรือว่าส่งเงินไม่ครบ หรือแม้แต่การบริหารจัดการโครงข่ายทั้งหมด รถไม่ครอบคลุมทุกเส้นทาง เราก็ต้องกลับมาคิดใหม่ว่าทําอย่างไรให้กรอบแนวคิดของเรา ถ้าเราจะคิดพัฒนาแก้ปัญหาปรับโครงสร้างของ ขสมก. ให้เปึนที่ยอมรับของพี่น้อง ประชาชนเพื่อจะดูแลคุณภาพชีวิตให้มันดีขึ้น เราก็ต้องคิดครับ ถ้าซื้อมันขาดทุนเราก็ต้อง คิดวิธีการอื่น หรือว่าถ้ากระเปิามันทําแล้วมีปัญหาเราก็คิดวิธีการอื่น หรือว่าเชื้อเพลิง วันนี้มันมาจากน้ํามันเราก็ต้องคิดถึงเชื้อเพลิงอื่นซึ่งสามารถทดแทนได้ ก็ถือว่าโชคดี ที่ประเทศไทยเรามีเอ็นจีวีหรือว่าซีเอ็นจีที่สามารถที่จะนํามาเปึนเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อน รถได้ ผมเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน ในกรอบแนวความคิดของผมเพียงแต่ประหยัด ค่ากระเปิากับประหยัดค่าเชื้อเพลิง ผมต้องขออนุญาตท่านประธานว่าขอดึงชาร์ทมาแสดง ท่านประธานดูครับ ค่าจ้างพนักงานเก็บค่าโดยสารวันละ ๑,๒๓๔ บาท อันนี้ต่อวันต่อคัน ค่าเชื้อเพลิงเมื่อก่อนใช้ดีเซล ๓,๕๐๐ บาท ๒ ตัวนี้ถ้าเรามีกรอบแนวคิดในการบริหาร จัดการแค่เรื่องของการประหยัดค่าใช้จ่ายเท่านั้นเอง ๓,๕๐๐ บาท จากดีเซลพอปรับ มาเปึนเอ็นจีวีเท่านั้นล่ะครับ เราประหยัดไปได้ ๑,๗๕๐ บาท โดยประมาณ ตีว่าครึ่งหนึ่ง แต่ความจริงแล้วมีคนที่เขาประกอบการเขาบอกว่าประหยัดไปประมาณ ๒ ใน ๓ ด้วยซ้ํา ๒ ตัวรวมกันครับท่านประธาน คูณไปจํานวนวัน จํานวนเดือน ประหยัดไป ๕๓๗ ล้านบาท ต่อเดือน เท่านี้เองครับท่านประธาน ขสมก. ขาดทุนเฉลี่ยรายเดือนไม่รวมดอกเบี้ยต่อเดือน ประมาณ ๓๙๕ ล้านบาท นี่แค่เรื่องคิดการประหยัด ท่านประธานครับ ขสมก. จะมีรายรับ มากกว่ารายจ่ายต่อเดือนทันที ๑๔๑ ล้านบาท อันนี้ยกตัวอย่างครับ แต่ว่าการคิดอย่างนี้ มันต้องคิดให้มันครบวงจรในการบริการพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นวันนี้ผมอยากเรียน ท่านประธานว่าผมได้ให้นโยบายก่อนที่จะมีโครงการทั้งหลายมาผมเรียนว่ามันมาจาก กรอบแนวคิดในการที่จะฟุ๋นฟูกิจการของ ขสมก. ให้มันพ้นจากสภาวะ ถ้าไม่ทําอะไรเลย อยู่อย่างนี้อีก ๘ ป้ข้างหน้า ขสมก. จะมีสถานะทางการเงินล้มละลาย เพราะจะต้องเปึนหนี้สะสมไปถึง ๑๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ถึงวันนั้นผมก็ไม่มั่นใจว่า ขสมก. จะมีรถวิ่งถึง ๓,๑๐๐ คันหรือเปล่า ถึงวันนั้นวิกฤติการณ์โดยสารของกรุงเทพฯ มันก็ จะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจึงเรียนกับท่านประธานว่าผมก็ให้นโยบายไปกับทางบอร์ด ขสมก. เพราะว่า ขสมก. เปึนรัฐวิสาหกิจ รัฐมนตรีต้องมีนโยบายในเมื่อสภาพปัญหา ขสมก. มันเปึนอย่างนี้ ให้ไปปรับแผนดูสิ แผนซึ่งเคยเสนอในรัฐบาล คมช. ที่ผ่านมา เรื่องของการเช่ากับการเปลี่ยนเครื่องยนต์ด้วย มันมีความเหมาะสมหรือไม่ในสภาวการณ์ ปัจจุบัน เพื่อให้การบริการพี่น้องดีขึ้น เขาก็มีการปรับแผนมาตามแนวทางของการศึกษาว่า ถ้าจะพลิกฟุ๋นองค์กรซึ่งเคยขาดทุนให้มีสถานะทางการเงินดีขึ้น นั่นไม่ใช่เรื่องสําคัญ แต่สําคัญที่สุดก็คือว่าเราต้องทําอย่างไรให้การบริการพี่น้องประชาชนดีขึ้นกว่าเก่า เขาก็ไปทําแผนมาครับ ผ่านความเห็นชอบจากการประชุมของบอร์ด ขสมก. ผมอยากจะ เรียนกับท่านประธานและขออนุญาตด้วยว่า ขออนุญาตได้อ่านสักนิดหนึ่ง มันเปึนเอกสาร แผนงานโครงการว่า ถ้าจะปรับปรุงกิจการ ขสมก. ให้มีประสิทธิภาพเขาคิดทําอย่างไรบ้าง เขาบอกว่าการที่จะปรับแผนโครงสร้างเพื่อฟุ๋นฟูฐานะการเงินของ ขสมก. นั้น ๑. จะต้อง ทําโครงการเปึนการเช่ารถโดยสารปรับอากาศที่ใช้แก๊สเอ็นจีวี จํานวน ๖,๐๐๐ คัน โดยให้ผู้เช่ามีภาระต้องดําเนินการดังนี้ ติดตั้งระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรียกว่าอีทิคเก็ต อันนี้ก็แก้ปัญหาเรื่องของตั๋วที่มันเปึนตั๋วปลอมตั๋วผีทั้งหลาย แล้วก็แก้ปัญหาเรื่องการประหยัดพนักงานบนรถโดยสารและปัายจอดรถโดยสารประจําทาง ติดตั้งระบบตรวจสอบและปฏิบัติการการเดินรถจีพีเอส (GPS) หรือจีพีอาร์เอส (GPRS) มีทั้งการควบคุมรถ แล้วก็ควบคุมการเดินรถไปด้วย แล้วก็มีซีซีทีวี (CCTV) บนรถโดยสารด้วย และที่ปัายจอดรถโดยสารประจําทาง จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการสารสนเทศเพื่อการบริหาร จัดการ จัดหาอู่จอดรถโดยสาร นอกจากที่มีลานจอดรถแล้วยังประกอบด้วยโรงซ่อม สถานที่ทําการสําหรับพนักงาน ขสมก. ปฏิบัติงานที่อู่จอดรถสถานีจ่ายแก๊สเอ็นจีวี และสิ่งอํานวยความสะดวกในการปฏิบัติการ ท่านเห็นไหมครับ เขาบอกว่าถ้าจะฟุ๋นฟู แผนนั้นต้องเช่ารถอย่างเดียว แล้วก็ผลักภาระความเสี่ยงทั้งหมดให้กับผู้ให้เช่าทั้งหมด แล้ว ขสมก. เองจะดําเนินการเพียงการปรับการจัดสรรเส้นทางเดินรถ การปรับโครงสร้าง การบริหารการจัดการอัตรากําลัง การกําหนดจํานวนพนักงานและจํานวนเงินที่ใช้ ในโครงการเกษียณอายุก่อนกําหนด การประยุกต์ใช้สัญญาการบริการเชิงคุณภาพ พีบีซี (PBC) กับเขตการเดินรถ แล้วก็พัฒนาระบบการบริหารงานโดยนําเทคนิคการบริหารงาน แบบใหม่มาใช้ คือการตรวจสอบและการควบคุมภายใน การบริหารความเสี่ยง แล้วก็ การบริหารเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐศาสตร์ คืออธิบายง่าย ๆ ท่านประธานครับ ถ้าคนเข้าใจเรื่องกรอบแนวคิดเรื่องของการเช่าแท็กซี่ ก็จะเข้าใจดี สรุปว่าหาคนหารถมาให้ ขสมก. เช่า รับภาระไปหมด ขสมก. เพียงแต่มีหน้าที่ เอาคนขับไปขับรถ เหมือนคนที่ไปเช่าแท็กซี่มาขับ เขาก็มีอู่แท็กซี่เรียบร้อย ใครอยาก ขับแท็กซี่ก็ไปเช่าแท็กซี่มาขับ คิดเรื่องค่าเช่าเท่าไร เรื่องค่าต้องเติมแก๊สเท่าไรแล้วออกไป วิ่งบริการประชาชนหาผู้โดยสาร เปึนวันเสร็จแล้วก็หักว่าเปึนค่าเช่าเท่าไร ค่าแก๊สเท่าไร ส่วนที่เหลือเปึนของคนเช่า กรอบแนวคิดคล้าย ๆ อย่างนี้ ผมจึงเรียนกับท่านประธานว่า พอเรามีกรอบแนวคิดพอผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการที่เรียกว่า บอร์ด ขสมก. ยังไม่พอครับ ส่งแผนงานโครงการตามกรอบแนวคิดนี่แหละครับ วันนี้รัฐบาลของ ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช เพื่อให้งานการพัฒนาเรื่องการให้บริการการขนส่งมันเดินหน้า ด้วยความรวดเร็ว เขาก็มีคณะกรรมการพัฒนาระบบขนส่งทางราง แล้วก็ขนส่งมวลชน มีท่านนายกรัฐมนตรีสมัครเปึนประธาน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงาน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีผมเปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม มีสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีสํานักงบประมาณ มีปลัดกระทรวงการคลัง มีปลัดกระทรวงคมนาคม มีส่วนราชการหลายส่วนที่รู้เรื่อง การขนส่งไปเปึนกรรมการเพื่อคอยกลั่นกรองงานทั้งหลายก่อนที่จะเข้าสู่ ครม. เพื่อให้เกิด ความรอบคอบมากยิ่งขึ้น ผมเรียนอย่างนี้ว่าแผนงานโครงการทั้งหลายเหล่านี้มันมาจาก กรอบแนวคิดที่ผมเรียนไป มีคนถามว่าแล้วค่าเช่ามันจะเปึนเท่าไร มีคนไปวิพากษ์วิจารณ์ว่า ค่าเช่าแพงทําไมไม่ซื้อ ท่านที่อภิปรายไปแล้วบอกว่าถ้าซื้อหรือว่าเช่ารวม ๆ แล้วเปึนเงิน ๑๘ ล้านบาทเท่านั้น ก็เปึนตัวเลขที่ท่านคํานวณมาครับ แต่ผมเรียนอย่างนี้ว่าเนื่องจาก การบริหารจัดการมีเรื่องอยู่เพียง ๒ ส่วน คือเรื่องค่าเช่าที่เปึนสาระสําคัญ ก็ขออนุญาต อธิบายนิดหนึ่งว่าพื้นฐานกรอบแนวความคิดในการคํานวณโครงการที่บอกว่ามันไม่ใช่ เปึนการปรุงแต่งข้อมูลเท็จ เราไม่ได้คิดเองครับ ขสมก. บริหารกิจการมาโดย ๓๑ ป้ เขามี ตัวเลขไว้หมดครับ จํานวนผู้โดยสารต่อวันเท่าไร ค่าเช่าเดิมเคยมีเท่าไร เขาคิดไว้หมดครับ ผมขออนุญาตท่านประธานอีกครั้งนะครับ เมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๔๓ ตอนนั้นผมไม่ทราบว่า ใครเปึนรัฐบาล ใครเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมไม่ทราบ แต่ผมทราบอย่างเดียว เคยเช่ารถเมื่อป้ ๒๕๔๓ คันละ ๒,๖๕๔ บาท ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบํารุงอีก คือ ๒ อย่าง รวมกันแล้ว ๔,๙๕๔ บาท นี่ค่าเช่าคิดรวมค่าซ่อมเมื่อป้ ๒๕๔๓ ครับ ตอนนั้นราคาน้ํามัน อยู่ที่ ๑๑ บาท ๔๔ สตางค์เท่านั้น ท่านลองคิดดูครับ วันนี้ราคาน้ํามันดีเซลอยู่ที่ ๓๘ บาท เกือบ ๔๐ บาท แต่ที่เราประเมินสมมุติฐานไว้ว่าค่าเช่าควรจะเปึน ๕,๑๐๐ บาท ก็เพื่อให้ ขสมก. มันอยู่ได้ เปึนการสมมุติฐานไว้ก่อนว่ามันควรจะเปึนเท่านี้ แต่ในความเปึนจริง ถ้าเอาฐานคิดอย่างนี้ท่านประธานครับ เพราะว่าค่าเช่าเดี๋ยวนี้มันมีค่าภาษี ค่าอู่ ค่าจัดเตรียมรถสํารอง มันมีค่าภาษี ค่าอู่ ค่าจัดเตรียมรถสํารอง ค่าอีทิคเก็ต ตัวเลขทั้งหมดถ้ายังไม่รวมอีทิคเก็ต จีพีอาร์เอสอยู่ที่ ๕,๕๗๑ บาท อันนี้ก็สูงกว่า ๕,๑๐๐ บาท แต่ถ้ารวมอีทิคเก็ตไปด้วย ๖,๐๐๐ กว่าบาทต่อค่าเช่า ๑ คัน นี่ถ้าเอาฐานคิดตามตัวเลขซึ่งเคยมีคนให้เช่า เมื่อป้ ๒๕๔๓ ต้องไปถามรัฐมนตรีช่วงนั้นว่าเขาคิดย่างไร แต่วันนี้ผมไม่คิดอย่างเก่าครับ เพราะผมมีเจตนาต้องการให้ ขสมก. อยู่ได้ แล้วอยากให้โครงการนี้มันสําเร็จ เพราะว่า เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน นี่เทียบเคียงเมื่อป้ ๒๕๔๓ แต่ถ้าเทียบเคียงวันนี้ครับ ท่านประธานถ้าเราคิดค่าเช่าอยู่ที่ ๕,๕๗๑ บาท นี่คิดแบบปกติเปึนเพดานที่เคยคิดไว้ เมื่อป้ ๒๕๔๓ ถ้าคิดค่าเช่าอย่างนี้ ๑๐ ป้ จะเปึนค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น ๒๐ ล้านบาท ความจริงที่ท่านถาวรคํานวณไว้ ๑๘ ล้านบาทนี่คลาดเคลื่อนเล็กน้อยนะครับ ผมคิดไว้ ๒๐ ล้านบาท มากกว่าท่านคิดด้วยซ้ําครับ แต่ถ้าเทียบเคียงกับบีอาร์ที (BRT) นี่เปึนรถที่วิ่ง อยู่ใน กทม. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอยู่พรรคไหนผมไม่อยากจะบอกครับ แต่เวลา ไปประชุมพรรคเห็นประจําครับ ขออนุญาตต้องบอก พรรคประชาธิปัตย์ครับ ค่าใช้จ่าย ในการซื้อรถบีอาร์ที ๔๕ คัน เปึนเงิน ๓๘๙ ล้านบาท พร้อมเหมาซ่อม ๓ ป้ เมื่อกี้ท่านบอกว่า รถใหม่ไม่ต้องซ่อม แล้วนี่รวมค่าซ่อมไปทําไมครับ ๔๕ คันหาร ๓๘๙ ล้านบาท ตกไป ๘ ล้านบาทเศษ ๆ ท่านประธานครับ นี่ยังไม่รวมระบบการจัดเก็บอีก ๔๐๔ ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการบริหารการจัดการรถบีอาร์ทีอีก ๓๘๐ ล้านบาท รวมทั้งสิ้น ๑,๑๗๔ ล้านบาท เดี๋ยวผมจะหารให้ดู ๔๕ คันครับ ตกไปคันละ ๒๖ ล้านบาท นี่ ๓ ป้ครับ แต่รถตาม โครงการที่ผมคิดไว้ ๒๐ ป้ ๒๐ ล้านบาท แต่พอบีอาร์ที ๓ ป้ ๒๖ ล้านบาท บอกไม่เปึนไร แล้ววันนี้ผมอยากเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ว่า โครงการบีอาร์ทีผมยังนึกสงสัยครับ ไม่รู้จะจดทะเบียนได้หรือเปล่า เพราะว่าประตูขึ้นรถมันไปอยู่ทางขวา เปึนโครงการพิเศษ คนจะไปขึ้นรถต้องข้ามสะพาน ข้ามถนนไปอีกซีกหนึ่งไปขึ้นตรงกลางเกาะพอดีครับ ใช้เงินต่อคันเฉลี่ยแล้ว ๒๖ ล้านบาท คิด ณ ราคาปัจจุบันนะครับ แต่ถ้าเปึนโครงการเช่า ของ ขสมก. ตามที่เราคิดแผนไว้ เพื่อประโยชน์ของประชาชน ราคาปัจจุบันจะอยู่เพียง ๑๔ ล้านบาทเท่านั้นเอง คือเปึนการคิดถัวเฉลี่ยกลับจาก ๒๐ ล้านบาท เมื่อ ๑๐ ป้ ถอยมา เรื่อย ๆ จนถึงป้ที่หนึ่ง ประมาณการว่าอยู่ที่ ๑๔ ล้านบาท อันนี้ผมเรียนกับท่านประธาน ด้วยความเคารพว่า กรอบแนวความคิดอย่างนี้แหละครับ ไม่ใช่เรื่องของการปัุนข้อมูล ที่เปึนเท็จหรอกครับ เพราะเรามุ่งหวังที่จะให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนจริง ๆ เพราะเรารู้ว่าปัญหาของ ขสมก. มันเรื้อรังมาหลายรัฐบาลแล้วก็วันนี้ประชาชน เราเดือดร้อน แล้วนอกจากเรื่องของการเช่ารถมาวิ่งแล้ว ผมอยากเรียนอย่างนี้ว่า แม้แต่โครงข่ายเรื่องการเดินทางมันจะครอบคลุมไปหมด เราจําลองเราล้อมาจากรถไฟฟัา ๙ สาย เพราะเรารู้ว่าการคิดเส้นทางไว้ของรถไฟฟัา ๙ สาย มันมีที่มาที่ไปเรื่องของปริมาณ ผู้โดยสารเรียบร้อยแล้ว ก็ล้อมาหมด มีสายหลัก สายรอง มีวงแหวนรอบนอกรอบใน ครอบคลุมหมด เพราะว่าเราจะใช้ระบบที่เรียกว่าอีทิคเก็ต มีคนถามว่าทําไมตั้ง ๖,๐๐๐ คัน ก็มันต้องครอบคลุมทุกสายทาง ที่ผมเรียนแล้วอย่างนี้ครับ เพราะมัน ๓,๕๐๐ คัน หรือ ๑,๐๐๐ คันไม่ได้หรอก เพราะเราคิดคํานวณสายทางทั้งหมดแล้ว ต้องมีรถวิ่งอย่างน้อย ๖,๐๐๐ คันถึงจะใช้ระบบอีทิคเก็ตสมบูรณ์แบบ ยกตัวอย่างง่าย ๆ สมมุติว่ารถ ขสมก. ไม่มีวิ่งที่บางใหญ่ คนบางใหญ่จะไปซื้อตั๋วอีทิคเก็ตไปทําไมครับ ซื้อแล้วมันไม่มีที่ขึ้น เพราะฉะนั้นจํานวนรถที่จะครอบคลุมทุกสายทางเราก็ประมาณการ คาดคะเนไว้จากหลักการทั้งหมดของการครอบคลุมทุกสายทางก็ประมาณ ๖,๐๐๐ คัน แล้วก็คิดจากตัวเลขรวมทั้งหมดที่บอกว่ารถที่วิ่งอยู่ในสายทางประมาณสัก ๑๗,๐๐๐ คัน ถ้ายุบรถเล็ก รถใหญ่ก็คิดว่า ๖,๐๐๐ คัน ก็จะประมาณเกือบครึ่งหนึ่งหรือครึ่งหนึ่ง ของจํานวนรถที่วิ่งอยู่ทั้งหมด ก็จะกลายเปึนว่า ต่อไปนี้ ขสมก. ก็จะเปึนเมนหลักในการ ให้บริการประชาชนจริง ๆ เราก็ไม่ต้องห่วงว่ารถร่วมทั้งหลายเวลามีการควบคุมค่าโดยสาร แล้วเขาจะไปประท้วงหยุดวิ่ง เพราะเรามีรถแอร์ซึ่งใช้เอ็นจีวีวิ่งครอบคลุมทุกเส้นทาง ในการจะให้บริการพี่น้องประชาชน มีหลายคนห่วงครับว่าถ้ารถแอร์แล้วมันจะทําให้ ค่าโดยสารขึ้นไหม แพงไหม อันนี้เรื่องสําคัญ ผมเข้าใจท่านที่ยื่นญัตติหลายท่าน แต่ผมยังไม่เห็นท่านผู้แทนที่อยู่ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ได้แสดงออกว่าเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้หรือไม่ ที่ผมต้องพูดอย่างนี้เพราะว่าถ้าท่านเห็น แนวความคิดนี้ท่านจะตกใจ เพราะถ้าทําได้จริงอย่างนี้ไม่รู้ว่าเที่ยวหน้าจะมีคนเลือก ต่อหรือเปล่า มันก็เลือกแต่คนที่อยู่พรรคที่เสนอโครงการนี้ ๓๕ บาทตลอดสาย ๓๐ บาท ตลอดวันนี่รถเมล์ รถแอร์เย็นเฉียบ ๙๐๐ บาทตลอดเดือน ก็คือ ๓๐ บาทตลอดวัน คนที่มีรายได้น้อย มีประกันสังคม มี กบข. คนที่ขึ้นทะเบียนคนจนเหลืออยู่ ๖๐๐ บาทต่อเดือน ก็คือ ๒๐ บาทตลอดวัน นักเรียนรายเดือนสูงกว่า ม. ๓ ๖๐๐ บาท คือ ๒๐ บาทตลอดวัน ตั๋วโดยสารรถรายเดือนสําหรับผู้สูงอายุ คนพิการ ๔๕๐ บาท ๑๕ บาทตลอดวัน นักเรียนที่ระดับต่ํากว่า ม. ๓ ลงมา ๑๐ บาทตลอดวัน ท่านประธานครับ ๑๐ บาท ขึ้นได้ทั้งวัน จะกี่ต่อๆ ก็แล้วแต่ขึ้นได้หมดไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม ๑๕ บาทเหมือนกันตลอดวัน ทุกคันขึ้นได้หมด ๒๐ บาทก็เหมือนกัน แล้วมันแพงตรงไหนท่านประธานครับ มีคนกังวลใจ บอกว่าโครงการนี้ไปยกเลิกรถร้อนทําไมไม่ได้ยกเลิก รถร้อนซึ่งเปึนของเอกชนยังวิ่งอยู่ เหมือนเดิม ใครอยากจะขึ้นรถเก่า รถเดิม ๑๕ บาท ๑๐ บาทในราคาเดิมได้เลย ไม่ได้มี ข้อห้ามเลย เพียงแต่ ขสมก. เราก็ปรับโครงสร้างอย่างนี้ เปึนโครงการที่จะพลิกฟุ๋น คุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ให้มันดีขึ้น แล้วก็ไม่เปึนภาระให้กับคนต่างจังหวัดด้วย เพราะจะขาดทุนก็ต้องเอาเงินจากภาษีอากร ของประชาชนทั่วทุกจังหวัดมาอุดหนุนกรุงเทพมหานคร ทีนี้ผมเรียนอย่างนี้ท่านประธานว่า โครงการเบ็ดเสร็จทั้งหมด เวลาไปพูดเรื่องตัวเลขคนจะตกใจครับ มีคนกังวลใจว่า ใช้งบประมาณถึง ๑๑๑,๖๙๐ ล้านบาท ถ้าได้ดูโครงการนี้จริง ๆ จะเข้าใจว่าไม่ได้ใช้เงิน ภาษีอากรแม้แต่บาทเดียวครับ เปึนเรื่องที่ให้เอกชนเขาหารถมาให้เราวิ่ง ๖,๐๐๐ คัน พร้อมวิ่งทุกวันครับ เปึนการเช่ารถวิ่ง ไม่ใช่เปึนการเช่ารถ เพราะว่าเปึนการเช่ารถ รถอาจจะไม่วิ่ง แต่นี่เราเช่ารถมาวิ่งในเส้นทางทั้งหมดที่ครอบคลุมกรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้นพอไปคูณตัวเลขค่าเช่าทั้งหมดนี่ คนก็เลยตกใจว่า ทําไมต้องใช้เงินถึง ๑๑๑,๖๙๐ ล้านบาท ความจริงไม่ใช่เลย วันที่รถมาวิ่งสมมุติว่าโครงการนี้สําเร็จ ผมกําลัง คิดมันเปึนโครงการดีจริง ๆ มันไปชะงักนิดเดียวครับ ตอนที่ท่านไปออกข่าวว่าโครงการ มันไม่โปร่งใสอะไรทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้น ความจริงเรื่องความโปร่งใสหรือไม่โปร่งใส มันยังไม่ถึงเวลาครับ มันมีขั้นตอนของการไปทําทีโออาร์ไปทําประชาพิจารณ์อะไรมาก แล้วนําไปสู่การทําอีออคชั่นหาผู้รับจ้าง ตามสัญญาต้องแข่งขันครับ ถ้าท่านถาวร มีพรรคพวกที่มีรถกรุณาเลยครับ เอาไปร่วมโครงการเลยไม่ขัดข้องครับ ดูสิครับวันที่รถวิ่ง วันแรก ขสมก. หรือรัฐบาลไม่ต้องออกเงินแม้แต่บาทเดียวครับ วิ่งก่อนครับ วิ่งบริการ ประชาชนแล้วก็มานั่งเก็บเงินเปึนค่าเช่ารายวัน ๆ ครบ ๓๐ วันก็ให้ค่าเช่าเขาไปเปึนค่าเช่า เท่าไรเราก็มาหักเปึนค่าแก๊ส ค่าคนขับ มีส่วนต่างตามที่คํานวณไว้ให้ท่านดูแล้วว่าป้แรก คิดว่าจะมีส่วนต่างของรายได้มากกว่ารายจ่ายประมาณสัก ๔๐๐-๕๐๐ ล้านบาท เขาคิดไว้ในอนาคตว่าถ้าถึง ๑๐ ป้ ขสมก. จะมีเงินสะสมถึง ๓๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพื่อจะนําไปชําระหนี้เดิม ๆ ที่เคยมีไว้ในอดีตที่ผ่านมา หรือก็ไว้ไปใช้ในการพัฒนา ระบบการขนส่งให้มันดีขึ้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ที่ผมต้องกราบเรียนทําความเข้าใจเพราะว่า เอาข้อมูลกรอบแนวความคิดของผมไปบิดเบือนจนเกิดความเสียหายหมด แม้แต่ตัวเลข ทั้งหลายทั้งปวงที่บอกว่าเปึนการปรุงแต่ง ผมเรียนด้วยความเคารพว่า ผมเรียนยืนยันว่า ตัวเลขทุกตัวอธิบายความได้หมด แล้วการหาผู้รับจ้างก็ไม่ใช่เปึนการล็อกสเปกอะไร หรอกครับ เพราะใช้ระบบอีออคชั่น ผมยังนึกอยู่ถ้าโชคดีเราก็จะมีคนมาร่วมโครงการนี้ ความฝัน ความมุ่งหวังที่จะให้คุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพมหานครดีขึ้นมันก็จะต้อง เปึนจริง แต่ก็ยังหวั่น ๆ อยู่ว่ามันจะมีคนมาลงทุนไหมที่จะต้องซื้อรถมาให้เช่าใช้เงินลงทุน ถึง ๕๕,๐๐๐ ล้านบาท แล้วต้องมาวางหลักประกันให้กับ ขสมก. อีก ที่ท่านบอกประมาณสัก ๕,๐๐๐ ล้านบาท จริง คิดคํานวณจากประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ จาก ๑๑๑,๖๙๐ ล้านบาท ประมาณนั้นแหละครับ ต้องลงทุนเสร็จแล้วต้องมาวางหลักประกันว่าจะมีรถวิ่งจริง ๆ วันละ ๖,๐๐๐ คัน ถามว่ามันเสียหายตรงไหนท่านประธานครับ เปึนหลักประกันในการ ให้บริการประชาชนดีขึ้น แล้วก็ไม่ต้องเปึนภาระให้กับพี่น้องประชาชนคนต่างจังหวัด ซึ่งไม่ได้ใช้รถ ขสมก. ก็เปึนแนวความคิดหนึ่ง ซึ่งกําลังเดินหน้าไปด้วยความเรียบร้อยครับ ผมเรียนด้วยความเคารพว่าที่ท่านทั้งหลาย ได้ยื่นญัตติอภิปรายผม ผมก็ยังงง ๆ อยู่ เพราะมันเปึนโครงการซึ่งมันยังไม่ได้เกิดอะไรเลย เปึนเพียงแนวความคิดเท่านั้นเอง ซึ่งต่อไปนี้อาจจะเปึนบรรทัดฐานอย่างนี้ล่ะครับ รัฐมนตรีถ้าจะคิดอะไรต้องเตรียมหากรอบหาหลักการทั้งหลายมาประกอบเพื่อจะอธิบาย ในวันที่จะมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย ผมเรียนด้วยความเคารพครับ ตัวเลข ที่ท่านได้กล่าวหาอีกว่ามีผลประโยชน์ประมาณ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ผมไม่ทราบว่า มันมาจากไหน เพราะผมไม่มีความรู้จริง ๆ แต่ว่าท่านถาวรคงเคยคํานวณแล้วว่าที่มาที่ไป มันเปึนอย่างไร หรือแม้แต่เรื่องของการปรุงแต่งโครงการ ผมเรียนตรง ๆ มันเคยมี เหมือนกันครับ ตอนสมัยโครงการทางด่วนรถลอยฟัาจากกรุงเทพ-ชลบุรี ไปเขียนตัวเลข ของคนขึ้นมหาศาลเสร็จแล้ววันนี้ขาดทุนทุกวัน แต่ตอนที่สร้างรัฐบาลไหนผมไม่ทราบ แต่วันนี้เห็นแล้วผมเรียนอย่างนี้ว่า ถ้าผมคิดจะหาประโยชน์จริง ๆ ทําไมผมจะต้อง คิดค่าเช่ามาจาก ๕,๑๐๐ บาท อันนี้เปึนสมมุติฐาน มันยังไม่ได้เกิดนะครับ ถ้าผมคิด จะหาประโยชน์หรือว่าใครคิดหาประโยชน์มันควรจะคิดจากฐานตัวเลขซึ่งเคยมี ในป้ ๒๕๔๓ ก็คือประมาณ ๕,๕๗๐ บาท นั่นแหละครับถ้าคิดว่าเรื่องหาผลประโยชน์ เพราะฉะนั้นผมเรียนด้วยความเคารพว่าผมต้องทําความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนที่อยู่ทางต่างจังหวัด ซึ่งต้องอุดหนุนเงินงบประมาณให้กับ ขสมก. แล้วกับพี่น้องชาวกรุงเทพมหานครว่ากระทรวงคมนาคม ผมเปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ผมมีกรอบแนวความคิดอย่างนี้ เปึนกรอบแนวความคิดที่จะก่อให้เกิด ประโยชน์พี่น้องประชาชน โดยไม่ได้คิดถึงเรื่องผลประโยชน์ เพราะว่าตัวเลขของ ผลประโยชน์มันอยู่ตรงไหน มันไม่ใช่วิธีการซื้อที่จ่ายเงินเปึนก้อนนะครับ อันนี้เขาจ่ายเงิน เปึนวัน เหมือนขับรถเบนซ์แล้วเห็นเหรียญสลึงลงเก็บ มีที่ไหนเขาทํากันท่านประธานครับ แต่สิ่งที่เรามุ่งหวังก็คือว่าอยากให้คนกรุงเทพมหานครซึ่งชื่นชมยินดีกับพรรคการเมืองหนึ่ง เขาได้ตระหนักได้ว่าคุณภาพชีวิตของพี่น้องที่มันแย่มาวันนี้มีคนคิดแล้วในการที่จะพัฒนา ปรับปรุงให้คุณภาพที่ดีขึ้น ท่านประธานครับในช่วงนี้ผมขออนุญาตที่จะชี้แจงเท่านี้ก่อนครับ
ท่านรัฐมนตรีต่อเรื่อง สนามบินสุวรรณภูมิให้เสร็จ
ท่านประธานครับ
ผมว่าให้เขาตอบเพราะเวลา มันจํากัดน้อยเหลือเกิน เหลืออีก ๒ ท่าน เปึนเรื่องใหญ่ ๆ ครับ
ท่านประธานครับ ขอบพระคุณมากครับ ความจริงเรื่องของสุวรรณภูมิ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงได้ไหมครับ
ผมยังไม่อนุญาต ให้ตอบ ให้เสร็จทีเดียวเพราะว่าเวลาเราจํากัดเหลือเกินครับ เชิญตอบให้เสร็จเลยครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมอยากเรียนต่อกรณีที่ท่านสมาชิก ท่าน ส.ส. ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ท่านผู้แทนราษฎรจากนครนายก ผมต้องขออภัยที่ต้องเอ่ยนามท่านครับ ความจริง เรื่องโครงการเพื่อพัฒนาหรือว่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระยะที่ ๒ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า มันเปึนโครงการซึ่งเขาได้มีการศึกษาเบื้องต้นแล้วครับ ตั้งแต่เริ่มมีการสร้างสนามบิน สุวรรณภูมิ เขาคิดไว้ก่อนว่าสุวรรณภูมิเมื่อเริ่มก่อสร้างจะมีเฟส ๑ เฟส ๒ เฟส ๓ เตรียมความพร้อมไว้ครับ เขาเรียกว่าเปึนไปตามในกรณีที่ปริมาณผู้โดยสารมันเพิ่มขึ้น เมื่อก่อนเราเคยคิดว่าสร้างไว้จะรองรับคนได้ประมาณสัก ๔๐ ล้านคน ๓๐ ล้านคน พอเพิ่มเปึน ๔๕ ล้านคน เราก็มีการพัฒนาปรับปรุงเพิ่ม วันนี้ผู้โดยสารเพิ่มขึ้นถึง ๖๐ ล้านคน มันก็ต้องเข้าไปในการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระยะที่ ๒ ก็เปึนไปตามที่ท่านผู้อภิปรายพูดทุกประการ แต่ผมเรียนอย่างนี้ว่า รายละเอียดของโครงการทั้งหลาย จํานวนเงินงบประมาณ จํานวนเงินดําเนินการมันก็ เปึนไปตามที่เขาออกแบบไว้ แต่มันจะเปึนเท่าไรหรือไม่อย่างไรก็อยู่ที่ขั้นตอนของ การประกวดราคา แล้ววันนี้ผมเรียนตรง ๆ ว่าบริษัทท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปึนบริษัทมหาชนครับ ผมเปึนรัฐมนตรีกํากับดูแลก็เพียงแต่ให้นโยบายเท่านั้นหรือว่า ติดตามนโยบายซึ่งเห็นว่ามันเปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ไม่ได้มีอํานาจอะไร ไปสั่งการครับ เขามีบอร์ด มีประธานบอร์ด มีกรรมการผู้อํานวยการใหญ่ในการจัดการ ที่นั่นครับ อันนี้ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานนะครับว่าโครงการมันก็ต้องเปึนไป ตามแผนอย่างนั้นครับ มันเปึนแผนที่เขาได้คิดคํานวณไว้เรียบร้อยแล้ว เปึนแผนพัฒนา เพื่อรองรับคนโดยสารเพิ่มขึ้น เพราะวันนี้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเปึนสนามบินซึ่งถือว่า เปึนสนามบินที่เปึนศูนย์กลางของการบินในเอเชียด้วย ก็เปึนการทําเพื่อรองรับล่วงหน้า ไม่ใช่ว่ารอให้คนเพิ่มถึง ๖๐ ล้านคนแล้วไปทํามันไม่ทันหรอกท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
คุณถาวรเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ถาวร เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสงขลา ก่อนอื่นผมขอกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่า ปกติแล้วท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปึนคนที่นิ่มนวล วันนี้มาแข็งกร้าวเปึนพิเศษคงจะมีลูกพี่ดี ท่านประธานครับ สิ่งที่ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ตอบคําถามเมื่อกี้ข้อมูลท่านสับสน ท่านบอกว่ากรุงเทพมหานครได้ลงทุนในการเช่า หรือซื้อก็สุดแล้วแต่ แต่จริง ๆ แล้วบีอาร์ทีของกรุงเทพมหานครได้ซื้อรถมาทําตาม โครงการบีอาร์ที ตามสัญญาเลขที่ ๑๒-๒-๕๑ ลงวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๑ นายรัฐพล มีธนาถาวร ผู้ซื้อ นายชลิต แย้มวรรณานัง ผู้ขาย วงเงินที่ซื้อทั้งหมด ๓๘๗,๕๔๐,๐๐๐ บาท รถ ๔๕ คัน โดยเฉลี่ยแล้วคันละ ๘ ล้านกว่าบาท ไม่ใช่ ๒๘ ล้านบาทครับ สับสน ไปดูเสีย ให้ดี นั่นข้อที่ ๑
ข้อที่ ๒ ท่านบอกว่าโปร่งใสมาก ผมก็อยากเห็นอย่างนั้นล่ะครับท่านประธาน ถ้าโปร่งใสจริงทําไมถอนออกกลางคัน ชี้แจงผมหน่อย คณะรัฐมนตรีทักท้วงหรือพี่น้อง ประชาชนที่ใช้บริการรถ ขสมก. หรือพี่น้องประชาชนที่เสียภาษีทักท้วงท่าน ตอบคําถาม ไม่ได้ ไม่เห็นตอบคําถามคํานี้
ข้อที่ ๓ โครงการนี้เกิดขึ้นจากการที่มีนโยบายให้มีคณะกรรมการขับเคลื่อน นโยบาย ๕ ประการ นายสมัคร สุนทรเวช เปึนประธานคณะกรรมการ ชงเสร็จเรียบร้อย เซ็นอีกที ชงครั้งที่ ๒ เสนอ ครม. ครั้งแรก ๑๐ มิถุนายน ให้ผ่านไปได้แค่รับทราบ ครั้ง ๒ เขาจับได้ถอยเลย ขออนุมัติเงิน ๑๑๑,๖๙๐ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ แล้วบอกว่า แค่โยนหินถามทาง แค่กรอบแนวความคิดบอกไว้หมด ๖,๙๐๐ ล้านบาททําอะไร ๓,๕๐๐ ล้านบาททําอะไร ๒,๐๐๐ ล้านบาททําอะไร อย่างนี้หรือที่เรียกว่ากรอบแนวความคิด ท่านประธานครับ ตอบด้วยว่านี่กรอบแนวคิดหรือเปึนโครงการ
คําถามถัดไป ผมถามท่านท่านไม่ตอบ บอร์ด ขสมก. ไม่ใช่คณะกรรมการ ที่ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดําเนินการในกิจการ ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕ บอร์ด ขสมก. ท่านจะแทรกแซงเมื่อไรก็ได้ ตั้งมากับมือ ซ้ายเปึนซ้าย ขวาเปึนขวา เห็นไหมในการประชุม ขสมก. ที่ท่านสั่งไป ท่านเข้ารับนโยบายปฏิบัติทันที ๖,๐๐๐ คันก็ต้อง ๖,๐๐๐ คัน แสนกว่าล้านก็ต้องแสนกว่าล้าน ท่านประธานครับ ทําเปึน เสียงแข็ง ตอบผมด้วยมีไหม ถ้ามีเอามาโชว์ ท่านครับ กรรมการที่ตั้งขึ้นตามโครงการนี้ ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้เอามาเสนอให้ท่านประธานและก็ส่งให้ผม ผมจะได้พิสูจน์ว่า ตั้งแต่เมษายนจนถึง ๑๐ มิถุนายนได้ตั้งคณะทํางาน คณะกรรมการขึ้นมาตาม พ.ร.บ. นี้ แล้วเพื่อความโปร่งใส กฎหมายฉบับนี้เขาตั้งขึ้นมาเพื่ออะไร บัญญัติขึ้นมาเพื่ออะไร เพราะไม่ต้องการให้นักการเมืองโกง ให้คณะกรรมการมาจากหลายกระทรวง จากสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเปึนผู้ร่วมพิจารณาอย่างไร แต่มุบมิบ เมื่อมุบมิบก็เอามาดู นอกจากนั้นผมคิดว่าคนที่รู้เรื่องดีที่สุดน่าจะเปึนดอกเตอร์สามารถ นั่งข้างผม เขียนหนังสือมาก็แล้ว ดูแลเรื่องรถมาแล้ว ไม่รู้รู้เรื่องหรือเปล่า
ท่านประธานที่เคารพ นอกจากนั้นถามต่อไปว่า ๖,๐๐๐ คัน มันมาได้ อย่างไร ล่องมากลางนภาอากาศมาตกลงที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เห็น ๖,๐๐๐ คันเอาเลย อนุมัติเลย เสนอเลย มันต้องมีตัวเลขที่ไปที่มาทําไมไม่ ๓,๐๐๐ คัน ทําไมไม่ ๔,๐๐๐ คัน ต้องมีการวิเคราะห์ความเปึนไปได้ของโครงการ ไม่มีผลกระทบต่อด้านการเงินของประเทศชาติ ไม่มีผลกระทบต่อพี่น้องผู้ใช้บริการรถ ขสมก. อ้ายเงิน ๓๐ บาทที่ท่านบอกว่าน้อย ๖๐๐ บาทท่านบอกว่าน้อย ผู้มีรายได้น้อย อย่าว่าแต่ ๖๐๐ บาทซื้อตั๋วเดือนเลยครับ วันนี้เดินไปจะหาเงินสักร้อยบาทเข้ากระเปิา ในภาวะเศรษฐกิจที่รัฐบาลนี้ดูแลข้าวของแพงนี่ ยังหายากเลย ไม่เชื่อถามท่านพี่น้อง ประชาชนที่แย่งกันขึ้นรถเมล์ร้อนเลยครับ ท่านบอกว่าถอนรถเมล์ร้อนของ ขสมก. ออกไปยังคงมีรถเมล์ร้อนของภาคเอกชนที่มาร่วมบริการหายไปไหมครับ หายไป จํานวนหนึ่งอย่างน้อย ๑,๐๐๐ คัน ถึง ๒,๐๐๐ คัน เมื่อหายไปก็มีผลกระทบ ในบาง เส้นทางรถเมล์ร้อนของเอกชนมีไม่พอหรือไม่มี ก็มีผลกระทบแล้ว ลําพังภาวะเศรษฐกิจ เช่นนี้ผู้ที่มีรายได้น้อยไปเปรียบเทียบกับรัฐมนตรี เสนาบดี ซึ่งมีรายได้เยอะเทียบกันไม่ได้ ไม่รู้หรอก บอกว่าเคยนั่งรถเมล์ ผมก็เคยนั่งรถเมล์ครับ เดี๋ยวนี้บางครั้งบางวันขอนั่งรถเมล์ ดูบรรยากาศของพี่น้องประชาชนที่ทนทุกข์ทรมานหน่อยได้ไหมก็นั่งอยู่ ก่อนมาอภิปราย ก็นั่งเพื่อทดสอบการบริการ ดังนั้น
ประการที่หนึ่ง อย่าเบี่ยงเบนประเด็นว่าผมไม่เห็นด้วยกับโครงการ แต่ตัวเลขที่จะต้องตอบ ๑๙,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่มันสูงกว่าราคากลางที่ ขสมก. จ้างบริษัทไปพิจารณามา ไปศึกษามา ตอบผมให้ได้ว่ามันเกินกว่าราคากลางไป ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตัวเลขตรงนั้นมันเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วเอาไปไหน
ประการที่สอง ๖,๐๐๐ คัน มันมาได้อย่างไรศึกษากันหรือยัง
ประการที่สาม ที่บอกว่าโปร่งใส ทําไมถอนออกจาก ครม.
ประการที่สี่ นายกรัฐมนตรีเปึนประธานคณะทํางานชุดนี้เอง ชงแล้วชงอีก ชงแล้วชงอีกก็ถอยอีก ตัวเลขเหล่านี้ข้อเท็จจริงเหล่านี้ เหตุผลเหล่านี้ต้องตอบให้กระจ่าง ในสภา สุดท้ายครับ ในเรื่องของการเมือง
เชิญรัฐมนตรีตอบ ผมนึกว่า จบแล้ว
พยายามที่จะดูถูกว่าพรรคประชาธิปัตย์ อาจไม่ได้รับเลือก ถ้าหากว่าโครงการนี้ผ่านหรืออะไรก็สุดแล้วแต่ ดุลยพินิจของพี่น้อง ประชาชนเปึนโอกาสของเขาเปึนสิทธิของเขาว่าเขาจะเลือกใครที่ไหนอย่างไร แต่คนที่ เข้าใกล้การทุจริต เดินเฉียดศาลสองล้านบาทยังติดคุกเลย เพราะฉะนั้นขอให้ระวังด้วย
เชิญ
ขออนุญาตท่านประธานครับ เปึนเรื่องต่อเนื่องที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะได้ตอบทีเดียวครับ ผมขออนุญาตทีเดียวครับ
ผมให้สัก ๒ นาที คุณชาญชัย ๒ นาทีพอนะครับ เพราะว่าเหลืออีกเยอะ
ท่านประธานครับ ผม ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครนายก ผมกราบเรียนท่านประธาน ถึงรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ท่านพูดออกมาก็คือเปึนหลักการ แต่ว่าท่านช่วยยืนยัน ในสภาแห่งนี้หน่อย ในฐานะที่ท่านต้องฟังพวกเราไปปฏิบัติ สนามบินสุวรรณภูมิ เฟส ๒ เฟส ๓ เฟส ๔ ตรงกันครับ เอกสารทุกอย่างตรงกันครับ การคิด ณ วันนี้ท่านจะคิดดัชนี น้ํามันขึ้นราคาทําให้ดัชนีต้นทุนเหล็กหรืออะไรก็แล้วแต่เกิดขึ้น มีเรื่องที่จะต้องคํานึงถึง ความเปึนจริงอีกมาก ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ เพื่อความโปร่งใส อยากให้ เอาเอกสารในวันงบประมาณเข้ามาให้กับท่านประธาน และเรามาช่วยกันดูว่ารักษาผลประโยชน์ของบ้านเมือง อันนี้คือเรื่องที่ดี สภานี้ต้องมี หน้าที่ทําอย่างนี้อยู่แล้ว ถ้าท่านรับปากได้ผมถือว่าท่านได้ทําหน้าที่ของท่าน ผมได้ทํา หน้าที่ของผม
๒. ผมเรียนท่านสนามบินแห่งนี้มีปัญหาเรื่องรันเวย์ รันเวย์ ๑ กับรันเวย์ ๒ ขณะนี้น้ําขังอยู่ เนื่องจากเปึนหนองเก่า น้ําขังอยู่ใต้รันเวย์เอาออกไม่ได้ แม้จะมีการขุด รอบสนามบิน ความกว้างของคลอง ๗๐ เมตรก็แล้ว น้ําไม่สามารถเอาออกได้ ทําให้รันเวย์ ทั้งหมด ๓ ล้านตารางเมตรเสียหาย ๒ ล้านกว่าตารางเมตร เพราะฉะนั้นท่านจะคิดสร้าง รันเวย์ที่ ๓ โครงสร้างยังเปึนปัญหาอยู่ ขณะนี้บริษัทที่ปรึกษาเขาได้วิจัยแล้วว่าต้อง แก้ปัญหาให้มากและ
ก็เกินมา ๔ นาทีแล้วครับ
เปึนประโยชน์อีก ๑ นาทีครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านรู้เรื่องนี้ดี ท่านช่วยกรุณาเตรียมการแก้ไข เรื่องนี้อย่าให้เกิดความเสียหาย และบริษัทที่ปรึกษาได้รายงานแล้วว่าเสียหาย ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ใครบ้างต้องรับผิดชอบ แต่ปกป่ดกันเปึนความลับอยู่ ผมมีเอกสาร ส่วนหนึ่ง วันอภิปรายงบประมาณผมจะมาเป่ดเผยให้ท่านทราบ อีกเรื่องหนึ่งแค่ครึ่งนาที ประโยชน์ของบ้านเมืองครับ เวลาไม่ใช่เรื่องที่เรา
คือเวลามันจํากัดครับ
แอร์พอร์ต ลิงค์ เข้าใจครับ ผมใช้เวลา
เพราะว่าพอสี่โมง เดี๋ยวผู้นํา ฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรต้องสรุปแล้ว
ผมขออนุญาตครับ ผมใช้เวลา แค่อีกนาทีเดียว ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ แอร์พอร์ต ลิงค์ นี่เอกสาร ใบเสร็จรับเงิน ธนาคารได้ยืนยันว่าเงิน ๑,๖๖๖ ล้านบาท ค่าธรรมเนียม มีการไปเบิก ฉ้อฉลไป ๑,๖๖๖ ล้านบาท แบงก์จ่ายจริง ๆ แค่ ๔๗๑ ล้านบาท มีการทุจริตทันที ๑,๑๖๐ ล้านบาท ท่านช่วยจัดการสะสางกับพวกเหล่านี้ วันนี้จะกลับมาเปึนใหญ่ ในการรถไฟ และมีนักการเมืองบางท่านไปเกี่ยวข้อง ผมไม่ต้องไปบอกว่าผมไปสอบสวน ที่นี่ได้เคยสอบสวน และสอบสวนทางแพ่งไว้ด้วย จะไปต่อสัญญาให้กับบริษัทผู้รับเหมา ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีในขณะนี้หรืออย่างไรผมไม่ไปพาดพิงท่าน แต่บอกให้ฟังว่า สัญญานี้ได้เกิดขึ้นจากกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา และที่ผมอภิปรายเรื่องขบวนการ ๙ สาย ของรถไฟลอยฟัาอะไรก็แล้วแต่ กลุ่มเดียวกันทั้งหมดเปึนคนสร้างความเสียหาย และมา สารภาพในนี้ด้วยว่าโครงการแอร์พอร์ต ลิงค์ ฮั้วเงินที่จ่ายไป ๑,๖๖๖ ล้านบาท ต้องเปึน งวดสุดท้าย ๓๓ แต่เบิกกันงวดแรก หลักฐานผมมีอยู่ตรงนี้ครับ เอกสารลับเฉพาะของ ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินท่านต้องเอาไปจัดการและแก้ปัญหา เรื่องนี้ให้จบสิ้นเสียทีครับ ขอบคุณครับ
ขอบพระคุณครับ
ท่านประธานครับ
เชิญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตประท้วงนิดเดียวครับท่านประธาน
เดี๋ยวครับ ผมยังไม่อนุญาต ให้ท่านนายกรัฐมนตรีตอบก่อนเพราะว่าท่านมีสิทธิ เชิญครับท่านนายกรัฐมนตรี
ท่านประธานที่เคารพ ผมฟังท่านผู้อภิปรายก่อนหน้านี้พูดแล้วก็วนไปวนมากลับมาที่เก่า ไม่เข้าใจว่าท่านไม่เข้าใจภาษาที่รัฐมนตรีช่วยว่าการพูดหรือนายกรัฐมนตรีพูดหรืออย่างไร ครม. นั้นนายกรัฐมนตรีเห็นว่าเพื่อให้ ครม. ได้อ่านถี่ถ้วน จึงให้เอากลับออกไปทําใหม่ สําหรับการประมูล เพราะถ้อยคําเขาเขียนว่า บริษัทเดียว เอามาพูดจากันก็บอกว่า เลือกบริษัทไว้แล้ว ความจริงคําว่า บริษัทเดียว หมายความว่าจะเป่ดการประมูล อย่างไรก็ตามแต่ บริษัทเดียวมาทํา แต่เห็นชอบไม่เห็นชอบก็ยังไม่นั่น ผมก็บอกให้เอาไป ดูสิว่าวิธีการประมูลจะทําอะไรอย่างไร ทั้งหมดเปึนโครงการครับ แล้วถ้ามันไม่เริ่มต้น อย่างนี้มันจะเริ่มต้นตรงไหนครับ แล้วก็ดําเนินการให้เห็นกันอย่างนี้ แล้วมันจะตาม ตรวจสอบได้ แต่พูดไปพูดมาก็กล่าวหาคือกล่าวหาตั้งแต่ยังไม่ได้ลงมือโครงการ เมื่อกี้เขาพูดไปผมนั่งฟังตลอด ฟังเข้าใจเรื่องเรียบร้อยหมด ก็ทําไมถึง ๖,๐๐๐ คัน ก็เขาต้องมีพื้นข้อฐานมาว่าเส้นทางทั้งหมดก็ใช้ประมาณ ๖,๐๐๐ คัน เขาก็ยืนยันว่า รถร้อนของเอกชนก็ยังวิ่งอยู่ แล้วมันอย่างไรล่ะครับ เขาบอกว่าไม่ได้ใช้เงินงบประมาณ เขาบอกเขาต้องเอาคนที่เก็บตั๋วออกไป เขาจะให้เงินกันคนละเท่าไรอย่างไร เขาต้องการ เอาคนออกประมาณตั้งครึ่งหนึ่งเพื่อจะให้มันมีความปลอดภัย คือไม่มีใครมาทุจริตกันได้ ต่อไปอีก โครงการเขาพูดจาชัดเจนว่าไม่ได้ใช้เงินงบประมาณ เพียงแต่ว่าในการแก้ไขปัญหานี้กระทรวงการคลังจะต้องให้เงินอย่างนั้น ๆ เขาเปึนข้อแม้ ถ้า ครม. ไม่เห็นชอบ มันก็ผ่านไม่ได้เรื่องนี้ มันยังไม่ได้เข้า ครม. แต่ว่าผมเปึนคนทําเอง ผมสนใจสํานวนนี้ ชงเองกินเอง มันสํานวนสําหรับคนที่คล่องแคล่วกับเรื่องทํามาหากิน อย่างนี้ แต่คนระดับผมไม่ชงครับ เพราะฉะนั้นสํานวนนี้ผมไม่เคยใช้เลย ชงเองกินเอง พูดแล้วพูดอีก ๓ หน คนที่ทําต้องเข้าใจคํานี้ดีครับ แต่ผมไม่ชอบ เพราะว่าผมไม่เคยชง แล้วผมไม่ต้องคิดเรื่องพรรค์นี้ อย่างนี้เลย ผมทํางานเพื่องาน แล้วผมรู้ว่าเข้ามาอย่างนี้ โกหกสกปรกอย่างไรล่ะก็โดนฟัด เรื่องพรรค์อย่างนี้พูดกันตรงไปตรงมายังไม่เข้าใจ อธิบายความทั้งหมดไม่เข้าใจ โครงการเมื่อกี้คนทั้งบ้านทั้งเมืองฟังเข้าใจ จะบอกให้ฟัง นะครับว่าเขาเก็บเงินราคาเท่านั้น เขาต้องบอกว่าเช้าก็ขึ้นเย็นก็ขึ้นแล้วจะใช้ได้ทั้งวัน จะขึ้นสายไหนต่อสายไหน พูดกันให้ฟังง่าย ๆ อย่างนี้ รถเมล์ ๘ บาท ขึ้นสายนี้ ๘ บาท ต่อไป ๓ สาย ขึ้น ๘ คูณ ๓ เท่ากับ ๒๔ ต่อไปขึ้น ๓ สายถ้าคิดเงินมันก็แค่ ๑๕ บาท แล้วถ้าหากเปึนตั๋วเดือนเปึนนักเรียนก็แค่ ๖๐๐ บาทลดลงมาอีก เปึนนักเรียนเล็กก็ ๓๐๐ บาท เปึนนักเรียนอาวุโสก็ครึ่งราคา เขาก็ดําเนินการทุกอย่างมันยังไม่เปึนตัวเลข ยังไม่ได้อะไรทั้งนั้น แต่มันต้องคิดให้ฟัง ต้องบอกเลยจะต้องใช้รถ มันจะต้องใช้แก๊ส มันจะไม่ใช้คนเก็บเงิน มันใช้แต่กระเปิา มันต้องดูเส้นทาง ต้องปรับเส้นทาง ต้องคํานวณ ให้เห็นเลยว่าไม่เอาเงินงบประมาณมาเพราะว่าคนต่างจังหวัดเสียภาษี คนกรุงเทพฯ จะได้ประโยชน์ก็ไม่ทํา แก้ปัญหาด้วยตัวของเราเอง มันก็ต้องมีบ้างตามสมควรที่ กระทรวงการคลังจะต้องดูแลเรื่องนั้นเรื่องนี้ พูดกันอย่างนี้จนเข้าใจอธิบายทั้งหมด เรียบร้อย ก็ขึ้นมาอย่างนั้นอีก ขึ้นมาก็พูดจาพัวพันกลับไปอย่างเดิมอีก ผมต้องพูดเรื่องนี้ ให้ฟังเท่านั้นละครับ
กรณีสนามบินเมื่อสักครู่นี้ก็เขาบอกแล้วมันมีเฟส ๑ เฟส ๒ เฟส ๓ เขามี บอร์ดของเขาอยู่ บอร์ดกลับมาดูก็ดีก็ให้บอร์ดเขาดู แต่ว่าอนุมัติต้องอนุมัติโดย ครม. มันก็เท่านั้นเองละครับ ของพรรค์อย่างนี้ผมก็ไม่อยากไปรื้อฟุ๋นเรื่องสนามบิน สนามบิน เกือบ ๓ ล้านบาท มันเสีย ๒ ล้านบาท มันต้องลงไม่ได้แล้วครับ ถ้ามันเสียอย่างนั้นล่ะก็ เครื่องบินลําหนึ่งเขาเปึนพัน ๆ ล้านบาท บริษัทประกันภัยเขาไม่ให้ลงหรอกครับ ถ้ามันเปึนความจริง เสียกันอย่างมากภาพที่วันเป่ดวีไอพี (VIP) อยู่บนเครื่องบิน ๗๔๗ กําลังจะลงมาแล้วมีคนไปยืนเข้าแถวบอกให้ตก ๆ บอกภาพนั้นผมไม่เคยคาดคิดเลยว่า ในบ้านเมืองนี้จะมีคนซึ่งมีพฤติการณ์อย่างนั้น นายกรัฐมนตรีก็อยู่ข้างบนนั้นเขาต้องการ จะทดสอบว่านี่ละครับถ้ามันเสียหายนายกรัฐมนตรีต้องตายก่อนเพื่อน ตายก็ตายทั้งลํา ถ้ามันไม่ดี เขาจะมีเครื่องบินมาลง มีคนไปยืนเข้าแถวแล้วก็บอกให้ตก ๆ แช่งเครื่องบิน ที่จะลงให้ตก ผมเกิดมาไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นภาพอย่างนี้ ผมจะบอกให้ฟังถ้าจะแกะ สะเก็ดกันละก็สนามบินอายุ ๔๘ ป้กว่าจะเสร็จ ตอนจะลงมือสร้างบางคนยังไม่เกิดเลย ๔๘ ป้นี่ แล้วทํากันมาเรื่อย ถ้าจะขอบคุณต้องขอบคุณท่านอดีตนายกรัฐมนตรีบรรหาร ท่านนี่แหละครับเปึนคนบอกว่าต้องเอาเสียทีจ้างอ้ายนั่นออกแบบ ต้องขอบคุณหลายคน จนกระทั่งมาถึงพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งดูแลบ้านเมืองนี้อยู่เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๑ พ.ศ. ๒๕๔๒ พ.ศ. ๒๕๔๓ ๓ ป้จะฟังรายละเอียดตรงนี้ไหมล่ะครับ บริษัทที่ปรึกษาไม่ใช่พรรคนี้ ไม่ใช่นั่น เขาจ้างไว้ราคา ๙๑๔ ล้านบาท ที่ปรึกษาทํางาน ๗ ป้ เมื่อตอนสุดท้ายเข้ามานั้น ถึงพรรคประชาธิปัตย์เปึนคนบริหารการนี้ทําสนามบินนี่แหละครับ จะต้องจ้างต่อ ๙๑๔ ล้านบาท ถ้าคิดกันธรรมดาถ้าจ้างให้ทํางานต่ออีก ๗ ป้ก็เพิ่มสัก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ มันก็จะประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ทํางานต่อ ๗ ป้ ทํามาแล้ว ๗ ป้ต้องไปอีก ๗ ป้เลิกได้ อย่างไรไม่เลยครับ ท่านรัฐมนตรีบอกว่าจ้างบริษัทใหม่ จ้างบริษัทพีเอ็มซี (PMC) วิธีพิเศษ ราคาเท่าไรครับ ๑,๗๐๐ ล้านบาท เฉย ๆ เลยครับจ้าง ๑,๗๐๐ ล้านบาท บริษัทนี้เข้ามา เปึนอย่างไรครับ คนเข้ามาปัืนป์วนเลยครับ คุณบรรหารให้ออกแบบไว้มีคนต่อจาก คุณบรรหารก็ทําราคาไว้ ประทานโทษให้มีกําหนดราคา ประเมินราคาก่อสร้าง ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ก็ประมูลกันเป่ดการประมูล ก่อนจะประมูลบริษัทที่เปึนที่ปรึกษา ที่พรรคประชาธิปัตย์เอาเข้ามานี่ละครับที่ควรจะจ้างสัก ๑,๐๐๐ ล้านบาทไปจ้าง ๑,๗๐๐ ล้านบาทนี่ละครับ เขาบอกไหนเอาแบบมาดูสิ ออกแบบวิลิศมาหราอย่างนี้ไม่ได้หรอก ประเมินราคาเท่าไร ประเมินราคา ๗๔,๐๐๐ ล้านบาท ประเมินราคากลางที่จะประมูล ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท เขาบอกว่าไม่ได้อย่างนี้ต้อง ๗๔,๐๐๐ ล้านบาท ตกลงในการยื่นราคามี ๒ ราคาในราคา ประเมิน ประมูลเสร็จแล้วเท่าไรทราบไหมครับ พรรคประชาธิปัตย์เปึนคนจัดการ ประมูล ได้ราคา ๕๔,๐๐๐ ล้านบาท ราคาประมาณการ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ประมูลเสร็จ เรียบร้อยเลือกตั้งพอดีครับ ถ้าหากว่าพรรคประชาธิปัตย์ชนะเลือกตั้งก็ต้องสร้างในราคา ๕๔,๐๐๐ ล้านบาท บังเอิญพรรคประชาธิปัตย์ไม่ชนะเลือกตั้งครับ ท่านรัฐมนตรี ก็ประกาศเลยบอกว่าราคาประมาณไว้ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท เกินบาทเดียวก็ไม่ให้สร้าง แล้วเขาแก้ไขอย่างไร ก็มีคนกลางทํางานอยู่ชื่อ พลเอก มงคล อัมพรพิสิฐ คนนี้ล่ะครับ เปึนคนจัดการดู บอกว่าถ้าจะล็อกกันแบบนี้เขาแก้ปัญหาอย่างเดียวครับ ราคาที่ทํา ที่มันแพงนี้เพราะทุกอย่างสั่งนอกหมด แก้เพียงแต่ว่าอะไรที่ผลิตได้ในประเทศไทย คุณภาพเทียบเท่านอกให้ใช้ในประเทศไทยได้แล้วเป่ดประมูลเลยจาก ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ได้ ๓๖,๖๖๖ ล้านบาท นั่นล่ะครับ ถูกด่าเสียไม่มีชิ้นดีเลย แล้วก็ดําเนินการมาถูกต้อง ราคามันต้องเพิ่มครับ เพราะมันมีส่วนอื่น ๆ นอกจากนั้น กว่าจะเสร็จต้องเติมนั่นเติมนี่ เติมนี่เติมนั่น ไม่ผิดหรอกครับ แต่อย่างไร ๆ มันก็ยังดีกว่าถ้าเผื่อ ๕๔,๐๐๐ ล้านบาท มันก็ต้องต่อเติมไปอีกเหมือนกัน ก็อย่างนี้ล่ะครับ ก็เห็น ๆ กันอยู่ คนสร้างเสร็จถูกด่าเสีย ไม่มีชิ้นดีเลยก่อนจะเป่ดแทบเอาตัวไม่รอด วันเป่ดอุตส่าห์บอกสนามบินรันเวย์ แครก (Crack) ด่ากันทั่วไปหมด เชื่อไหมครับ เครื่องบินใหญ่ที่สุดในโลกแอร์บัส (Airbus) ๓๘๐ มาลงที่ประเทศไทย มาลงในขณะที่กําลังออกข่าวกันว่าสนามบินแครก สนามบินร้าว นั่นล่ะครับ ลงมาเยี่ยมก่อนแล้วก็ไปสิงคโปร์ ไม่มีข่าวในประเทศไทยเลยว่าเครื่องบิน ยักษ์มหึมานี่มาลงสนามบินเป่ดใหม่ ไม่มีข่าวเลยครับ เปึนเวลานานหลังจากนั้นผมไป กินข้าวกับทูตขรตรีเศียร ทูตบอกว่ายินดีนั่งบนเครื่องบิน บอกมาเมื่อไร เขาบอกวันนั้น ๆ บอกวันนั้นเขาอยู่ที่สนามบินแล้วผมทําไมไม่รู้ ถามนักข่าวไม่มีใครรู้เลยเครื่องบินแอร์บัส ๓๘๐ มาลง ไม่มีใครรู้ ออกข่าวไม่ได้ครับ ถ้าออกข่าวแปลว่าสนามบินมันดีครับว่า เครื่องบินขนาดยักษ์มันลงได้ ตั้งนานจนกระทั่งเที่ยวที่ ๒ ที่ลงมาที่ป้กมาชน นั่นล่ะครับ ถึงได้มีข่าว มันไหวไหมล่ะครับแบบนี้ เพราะฉะนั้นมันกระโดกกระเดกกันมา เขาทําได้ สําเร็จ วันนี้มาจะโจมตีเฟสที่ ๓ ไปตรวจสอบสิครับ เขามีบอร์ดของเขาครับ เขาต้อง ดําเนินการ เขาจะทําให้มีรันเวย์ที่ ๓ ความถี่จะได้มากขึ้นไม่น่ายินดีหรือครับ แล้วบทเรียน ที่เขาเกิดกับ ๒ รันเวย์ ถ้ามันมีอยู่จริงเขาต้องดูถี่ถ้วนเลยครับ ตัวอย่าง ๒ อันถ้ามันเลว อยู่จริงเขาจะต้องสร้างถี่ถ้วนยิ่งกว่าอะไรหมดเลย อย่างนี้แทบจะไม่ต้องบอก บทเรียน มันมีอยู่ถ้ามีบกพร่อง เรื่องที่เขาเปึนคนดูแลเขายังไม่ประมูลหรอกครับ ใครได้ก็ยังไม่รู้ เพียงแต่เข้าคณะกรรมการไว้ ตัวเลขที่พูดจากันที่เพิ่ม ๆ เมื่อสักครู่ทําไมต้องเพิ่ม เขาบอกว่าต้องกําหนดราคาให้มันพอสมควรที่คํานวณไว้ มากไม่เสียหายหรอกครับ เพราะประมูลแข่งขันกัน แต่ว่าถ้าน้อยแล้วเป่ดประมูลแล้วไม่มีใครได้เลยต้องตั้งต้นใหม่ เสียเวลา ๘ เดือน ถ้าให้เงินเผื่อเหลือไว้ตรงนี้หน่อยมันไม่ต้องทํานั่นเพราะเขาประมูล สู้กันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจะเพิ่มมา ๖,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่ม ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เปึน ปัญหาครับ มันไม่หายไปไหนหรอกครับ มันจะฮั้วกันได้อย่างไรมันอีออคชั่น เรื่องพรรค์อย่างนี้ มันว่าได้ครับ คํานวณหักลบดูก็ได้ แต่จริง ๆ มันทําได้ไหมล่ะครับ แต่ว่าข้อเท็จจริง จะต้องการเร่ง แล้วก็เอาแค่นั้นประมูลกันไม่ได้ก็เอาใหม่ เสียอีก ๘ เดือน ก็ผมเปึน ประธานกรรมการเร่งรัดงานพรรค์อย่างนี้ บนรางบนรถนี่ผมเปึนคนทํา ผมต้องอนุมัติครับ ก็เท่านั้นครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
เชิญคุณพีระพันธุ์ ถึงกระทรวงยุติธรรมแล้วใช่ไหมครับ
ท่านประธาน ผมขออนุญาต พาดพิงเรื่องนี้พรรคประชาธิปัตย์เสียหาย
ผมขออนุญาตใช้สิทธิ ที่ท่านรัฐมนตรีพูดพาดพิง ส.ส. กรุงเทพมหานครครับ
เดี๋ยวคุณพีระพันธุ์ครับ ผมอยากจะขอความกรุณา พาดพิงก็ผิด พาดไปพาดมา
ไม่ได้ครับท่านประธาน ผมคิดว่าความจริงผมประท้วงท่านรัฐมนตรีได้ แต่ผมคิดว่าพวกเรามีมารยาทที่จะ ไม่ประท้วง เพราะว่าท่านรัฐมนตรีเองได้ทําผิดข้อบังคับหลายเรื่องในขณะที่อภิปรายชี้แจง ผมฟังท่านพาดพิง ส.ส. กรุงเทพมหานครซ้ําแล้วซ้ําอีกเหมือนเจตนาจงใจ แต่ผม ไม่ประท้วงครับ เพราะผมคิดว่าเรามีมารยาทพอที่จะให้ท่านชี้แจงให้จบแล้วก็มาว่ากัน เพราะว่าสิ่งที่ท่านได้กล่าวร้ายมาถึง ส.ส. กรุงเทพมหานครมีหลายเรื่อง แล้วความจริง ท่านอาจจะลืมไปด้วยว่าที่นั่งอยู่บนนั่นก็มี ส.ส. กรุงเทพมหานครอยู่ด้วย ผมในฐานะ ส.ส. กรุงเทพมหานครของพรรคประชาธิปัตย์ ผมรู้สึกว่าพวกกระผมเสียหายครับ ผมจําเปึนต้องขออนุญาตท่านประธานใช้สิทธิที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พาดพิงมาครับ
ผมไม่อนุญาตครับ พูดแค่นี้ ก็พอแล้วครับ
แล้วถ้าหากผมพูดถึง ส.ส. บุรีรัมย์เสียหายบ้างได้ไหมครับ
ไม่เสียหายอะไรครับ ผมได้วินิจฉัยแล้วไม่ได้เสียหายอะไร
ท่านประธานทําอย่างนี้ ได้อย่างไรครับ
ผมอยากจะขอความกรุณา เราเดินหน้ากันดีกว่า เหลืออีก ๒ ท่าน
ก็ท่านประธานพูดถูกนะครับ เราเดินหน้ากันดีกว่าบรรยากาศก็ดีมาตั้งนานแล้ว แล้วท่านรัฐมนตรี
ผมทราบครับ วิธีการเมื่อวาน เราจะหยุดแล้ว แต่เห็นใจพวกเรา เราทําให้สภาดี เราจึงต้องดําเนินการย้ายมาวันนี้อีก ๑ วันครับ
ท่านรัฐมนตรีเปึนเสนาบดี และท่านเปึนผู้ใหญ่
แล้ววันนี้จะขยายไปวันหน้า อีกมันไม่ได้แล้วครับ ท่านดูนาฬิกาก็แล้วกันว่ามันเหลือเวลาเท่าไร อยากขอความกรุณา เถอะครับ
ท่านประธานต้องควบคุม ท่านรัฐมนตรีให้ประพฤติตนให้เหมาะสมสิครับ ไม่ใช่พวกผมที่เปึนปัญหานะครับ ถ้าท่านประธานปล่อยตรงนี้ผมคิดว่าท่านประธานควบคุมการประชุมไม่ได้ครับ ผมก็เคารพท่านประธานเราทราบกันดี เราต่างคนต่างเคารพกัน แต่ท่านประธานดูสิครับว่า สิ่งที่ท่านรัฐมนตรีประพฤติลงไปนั้นถูกต้องที่ไหนกับการชี้แจง วันนี้เราอภิปราย ไม่ไว้วางใจครับ เพื่อนสมาชิกคิดว่าท่านรัฐมนตรีประพฤติตนไม่เหมาะสมท่านก็ตอบ ในสิ่งที่เขาสงสัยสิครับ แต่การที่ท่านมาพาดพิงไปพาดพิงมาพวกผมนั่งเฉยครับ ผมไม่ได้ว่าอะไรครับ ไม่ใช่ว่าไม่กล้าสู้ท่านหรือไม่กล้าชี้แจง แต่มีมารยาทพอที่จะ ไม่ขัดจังหวะท่าน ขอเพียงแต่ว่าเมื่อเสร็จแล้วผมต้องขออนุญาตว่าถ้าพาดพิงมาผมก็ต้อง ตอบไปครับ
เห็นยกมือกันหลายคนเหลือเกิน ท่านรัฐมนตรีเฉลิมมีอะไรครับ อยู่ข้างล่างเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ มีสิทธิครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ท่านจะประท้วงหรือว่า
ท่านประธานครับ เปึนประโยชน์มากครับ เดี๋ยวสิครับ รายงานตัวนิดก่อนครับ
เพราะถ้าท่านอยากจะพูด ต้องมาอยู่ข้างบนในนามของรัฐมนตรีครับ
ไม่ครับ ผมหารือในฐานะสมาชิกก่อนครับ
ข้างล่างเขาไม่ให้แล้ว เพราะท่านไม่ใช่เปึนคนเสนอ
ท่านประธานขออนุญาตนิดหนึ่งเถอะครับ นิดเดียวครับ แล้วผมเชื่อว่าทางพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเปึนพรรคฝ์ายค้านก็อาจจะเห็นด้วยกับข้อเสนอของผม วันนี้อภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคฝ์ายค้านสุดท้ายนี่คุณอภิสิทธิ์ต้องอภิปรายสรุปชี้ให้เห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรี ผิดอย่างไร ๗ รัฐมนตรีผิดอย่างไร ผมหารือไว้เบื้องต้น เพราะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ก็อยากอภิปรายผม เดี๋ยวเวลามันจะหมด
ท่านเฉลิมครับ มีผู้ประท้วงครับ
ประท้วงทําไมครับ
ประท้วงอะไรครับ
ผมมาหารือดี ๆ เดี๋ยวเวลามันจะหมด
ท่านประธานที่เคารพครับ
ผมหารือดี ๆ เดี๋ยวเวลามันจะหมดแล้วตอนท้ายจะทะเลาะกัน อ้ายนี่ไม่เอา อ้ายนี่จะสรุป
ผม กรณ์ จาติกวณิช ผมท้วง ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่เพื่อน ส.ส. ท่านพีระพันธุ์ใช้สิทธิพาดพิงท่านไม่อนุมัติ ให้ใช้สิทธิ ผมไม่ทราบท่านเฉลิมใช้สิทธิอะไรในการลุกขึ้นมาอภิปราย
ผมมาหารือครับ เรื่องดีประเดี๋ยวพอใกล้ ๆ สุดท้ายเวลามันจะหมด
เดี๋ยวครับ พูดทีละท่านครับ ขอความกรุณา
ถ้าอย่างนั้นผมขอก่อนครับ ผมไม่ได้ประท้วงอะไร ผมหารือท่านประธาน ท่านประธาน อยู่ในสภามานาน ผมก็อยู่มานานในญัตติไม่ไว้วางใจไฮไลท์ (Highlight) มันอยู่ที่ผู้เสนอ ญัตติหรือว่าผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเปึนคนสรุป แล้วเดี๋ยวเวลาอภิปรายผมเห็นว่า มีทีเด็ดหมัดน็อกผมก็ต้องชี้แจง เดี๋ยวสุดท้ายมันจะทะเลาะกัน ทางนั้นก็จะขึ้น ทางนี้ ก็จะขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าพรรคประชาธิปัตย์คิดว่าหมัดเด็ด อยู่ที่ผมสละสิทธิตรงอื่นเถอะ ก็มา มท. ๑ เลยก็จบ ผมไม่ได้ท้าทาย แต่ผมอยากให้การเมือง
ขอความกรุณาเถอะครับ พอแล้วครับ ท่านรัฐมนตรีพอแล้วครับ ขอความกรุณาเถอะครับ
เอาอย่างนั้นนะครับ
คุณสาทิตย์ครับ ในฐานะวิป ท่านมีความเห็นอย่างไร มันจะเสร็จไหมวันนี้
ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ครับ คือผมลุกขึ้นมานี่ผมประท้วงนะครับ ประท้วงก็เพราะว่าความจริงแล้วเราต้องควบคุม การประชุมให้เปึนไปตามข้อบังคับ เพื่อนสมาชิกใช้สิทธิพาดพิง เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิก อีกท่านหนึ่งก็ลงมานั่งข้างล่าง แล้วก็ลุกขึ้นบอกว่าหารือ โดยข้อบังคับมันทําไม่ได้อยู่แล้ว
ผมก็ทราบ ผมจึงได้เชิญ ท่านมาข้างบนในนามรัฐมนตรีท่านก็ไม่ขึ้นมา ผมจะไปบังคับท่านอย่างไร ท่านเปึน มท. ๑ จะให้ทําอย่างไรครับ
ก็จะได้ทราบอย่างไรครับว่าคนเปึน รัฐมนตรีประธานบังคับไม่ได้ แต่ว่าผมเรียนท่านประธานเลยครับว่าวันนี้ปัญหาจะไม่อยู่ที่ พวกเราพรรคประชาธิปัตย์ที่จัดคนนะครับ วันนี้ลดคนพูดไปแล้ว ๓-๔ คนเตรียมการไว้ แต่เพราะการชี้แจงของรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมเที่ยวแขวะเขาไปทั่วเลย แล้วพวกเราก็ต้องขึ้นมาชี้แจง ไม่อย่างนั้น ส.ส. กทม. เขาก็เสียหาย ผมก็เรียนวิปรัฐบาลไปแล้วว่าเวลาชี้แจงพวกเรารักษามารยาท ที่สุดในการที่ฟังคนอื่นชี้แจง แต่เวลาท่านพาดพิงถึงคนอื่นต้องให้สิทธิเขาด้วย และถ้าเขา ใช้สิทธิจบแล้ว แล้วท่านประธานควบคุมให้ดีก็จบเราก็อภิปรายเดินหน้า แต่ถ้ามีลักษณะ อย่างนี้อีกก็ต้องชี้แจงกัน อันนี้ก็เปึนธรรมดาสภา ผมก็ฝากความหวังนี้ให้ท่านประธาน ควบคุมด้วย อย่ามีมาตรฐาน ๒ มาตรฐานเลยครับ รัฐมนตรีแบบหนึ่ง ส.ส. แบบหนึ่ง
ไม่มี ๒ มาตรฐานนะครับ ผมก็ไม่รู้จะทําอย่างไรจนงงหมดแล้วล่ะครับ อย่าทําบาปคนแก่มากเลย เชิญคุณพีระพันธุ์ สัก ๒-๓ นาทีก็พอเพื่อความสงบเรียบร้อย
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเคารพ ท่านประธานและท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมที่กล่าวไป ผมคิดว่าสิ่งที่ ท่านได้พยายามกระทําไปเมื่อสักครู่นี้ท่านได้ทําผิดข้อบังคับ และท่านพยายามใช้วิธีการ ดังกล่าวที่จะเบี่ยงเบนหลบหลีกข้อหาของท่าน ผมในฐานะ ส.ส. กรุงเทพมหานคร ซึ่งท่านได้พูดพาดพิงมาถึง ผมอยากกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ สิ่งที่ท่านพยายาม ยกขึ้นมาชี้แจงเมื่อกี้ว่า ส.ส. กรุงเทพมหานครว่าอย่างไร เปรียบเทียบรถบีอาร์ทีกับอะไร ต่าง ๆ ผมไม่ใช่อยู่ในกรุงเทพมหานครในฐานะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร เราเปึน ส.ส. กรุงเทพมหานคร แต่อันนั้นมันเรื่องของสภากรุงเทพมหานคร ถ้าหากว่าท่านอยากจะรู้ว่า มันเปึนอย่างไร
ประการที่ ๑ เท่าที่ทราบของท่านเปึนเรื่องของการเช่า ของเขาเปึนเรื่องของ การซื้อ
ประการที่ ๒ สิ่งที่พวกเราอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันนี้ ประเด็นมันไม่ได้ อยู่ที่ว่าเช่าหรือซื้อ แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าเรากําลังปรามเพราะมีข้อมูลเบื้องต้นว่าถ้าไม่ปราม เอาไว้จะมีการเอาโครงการนี้ไปหากิน ประเด็นอยู่ตรงนั้น
ประการที่ ๓ ผมอยากจะกราบเรียนว่าถ้าหากว่าท่านอยากจะทราบ ในฐานะที่ผมเปึน ส.ส. กรุงเทพมหานครที่ท่านพาดพิงมา ท่านเปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านมีเพื่อนร่วมงานเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านอยู่ในคณะรัฐมนตรี ท่านสมาชิกที่ลุกขึ้นเมื่อสักครู่แล้วพูดจบนั่งไปท่านก็เปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยซึ่งเปึนผู้กํากับดูแลกรุงเทพมหานครโดยตรงครับ ถ้าหากว่าท่านเตรียมการเรื่องนี้มาตอบโต้วันนี้ ถามท่านนิดครับว่าถ้าท่านสงสัยว่า โครงการบีอาร์ทีของกรุงเทพมหานครมันไม่ถูกต้อง ไม่โปร่งใส ในฐานะท่านเปึน เจ้าพนักงานของรัฐทําไมไม่ดําเนินคดีครับ แต่ท่านกลับปล่อยปละละเลยแล้วก็หยิบยกมา ถ้าตั้งข้อสงสัยท่านกําลังละเว้นปฏิบัติหน้าที่ เพราะฉะนั้นถ้าหากท่านคิดว่าเรื่องนี้เปึน เรื่องที่ไม่ถูกต้อง ไม่บริสุทธิ์ ท่านต้องดําเนินการ ไม่ใช่เอามาใช้หลบเลี่ยงข้อกล่าวหา ในสภาผู้แทนราษฎร วิธีที่ท่านทําครับ ผมไม่อยากจะบอกว่าแม้แต่ลูกผู้ชาย ลูกผู้หญิง เขาไม่ทํา แต่เพศไหนผมไม่ทราบ แต่สิ่งที่อยากจะกราบฝากท่านประธานไป ท่านต้อง จํานะครับว่าตอนที่ท่านถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก่อนเข้าสู่ ตําแหน่งนั้น ท่านรับพระบรมราโชวาทว่าท่านต้องทําตัวให้เปึนผู้ใหญ่ครับ ผมขออนุญาต อ่านได้เลยท่านเปึนผู้ใหญ่ครับประเทศถึงอยู่เปึนสุข สิ่งที่ท่านรัฐมนตรีทําแบบนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า ท่านประพฤติตนไม่เปึนผู้ใหญ่เหมือนพระบรมราโชวาท ไม่สมควรจะเปึนรัฐมนตรีจริง ๆ ครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตเลยครับ เพราะว่าถ้าผมไม่มีโอกาสได้ชี้แจงผมจะเสียหาย จริง ๆ ผมเรียนด้วยความเคารพครับท่านประธาน ผ่านท่านที่เพิ่งอภิปรายไปเมื่อกี้นะครับว่า ท่านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจผมในกรณีกล่าวหาว่าผมทําข้อมูลเท็จ ผมก็บอกว่า ท่านคงกังวลใจกระมังที่ท่านกล่าวหาผมอย่างนี้ เพราะต้องการให้โครงการนี้มันเดินหน้า ต่อไม่ได้เพราะว่าเดี๋ยวท่านจะเสียคะแนน ผมพูดอย่างนี้จริงครับ แต่ผมเรียนว่าข้อมูล ทั้งหลายผมได้อธิบายความแล้วว่าทั้งหลายเปึนสมมุติฐานจากการทําโครงการว่า มันควรจะเปึนอย่างนี้ แล้วผมก็ไปเปรียบเทียบกับโครงการบีอาร์ทีว่า บีอาร์ทีเขาซื้อ พร้อมเหมาซ่อม ๔๕ คัน ๓๘๙ ล้านบาท หารไปแล้วก็ประมาณ ๘ ล้านบาทเศษ ไปบวก ค่าใช้จ่าย ค่าเก็บค่าโดยสารบีอาร์ที ค่าใช้จ่ายในระบบการบริหารการจัดการ รวมเบ็ดเสร็จแล้ว ๑,๑๗๔ หารไปแล้วตกคันละ ๒๖ ล้านบาท นี่ซื้อนะครับ แต่ของผม ที่ผมประมาณการไว้โดยเอาฐานตัวเลขจากป้ ๒๕๔๓ มีบวกค่าเช่า เหมาซ่อม ค่าจอดรถ ค่าประกัน ค่าอู่ ทั้งหลาย ๕,๕๗๑ บาท คูณแล้วได้ประมาณ ๒๐ ล้านบาท อันนี้เช่าครับ ๑๐ ป้เต็ม ๆ ถึงจ่าย ๒๐ ล้านบาท แต่ที่บีอาร์ที ๒๖ ล้านบาท มันจ่ายป้เดียว ผมก็เลยอธิบายความว่าตัวเลขมันเปรียบเทียบกันอย่างนี้ให้ท่านฟังเท่านั้นเองครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ
ยกมือนานแล้ว ส.ส. กทม.
ท่านประธานครับ คราวนี้ ท่านรัฐมนตรีพูดหมายถึงผมโดยตรงเลยครับ
เดี๋ยวครับ ให้คนอื่นเขาพูดบ้าง คุณพีระพันธุ์ครับ
เพราะเมื่อสักครู่ท่านบอกว่า ท่านที่เพิ่งพูดไปครับ
เชิญครับ เดี๋ยวเขาจะต่อว่าผม คุณพีระพันธุ์นั่งลงก่อนครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอใช้สิทธิที่ถูกพาดพิง ก่อนอื่นผมอยากเรียนว่าผมเห็นด้วยครับ โครงการปรับปรุง รถเมล์ของ ขสมก. เปึนสิ่งที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวิกฤติน้ํามันเราต้องเร่งหา ทางเลือกให้กับผู้เดินทาง ให้กับพี่น้องประชาชน จะรอรถไฟฟัาก็ใช้เวลาอีกนาน แต่มี บางสิ่งบางอย่างที่ผมอยากตั้งเปึนข้อสังเกต นั่นก็คือจํานวนรถเมล์ที่จะเช่ารถเมล์เอ็นจีวี ทั้งหมด ๖,๐๐๐ คัน ๖,๐๐๐ คันเพิ่มขึ้นมาจากเดิมที่มีอยู่ประมาณ ๓,๕๐๐ คัน ทั้ง ๆ ที่ในช่วงเวลา ๕ ป้ที่ผ่านมาปริมาณผู้โดยสารลดลงครับ ลดลงโดยเฉลี่ยป้ละ ๗ เปอร์เซ็นต์
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจงว่า ถ้าใช้วิธีการปรับปรุงวิธีการนี้ ขสมก. จะฟุ๋นฟูฐานะทางการเงินได้ อันนี้ผมก็เปึนห่วงครับ เช่ารถเมล์คันละ ๕,๑๐๐ บาท ต่อวัน ท่านประธานทราบไหมครับว่าเวลานี้รถเมล์มีผู้โดยสารเฉลี่ยวันละประมาณ ๕๐๐ คน ถ้าค่าโดยสารที่พูดกันว่า ๑๕ บาท ๑๕ บาทคูณด้วย ๕๐๐ ๗,๕๐๐ บาทครับ หักค่าเช่าวันละ ๕,๑๐๐ บาท ก็เหลือ ๒,๔๐๐ บาท ยังมีค่าก๊าซเอ็นจีวี อันนี้คิดค่าตั๋ว เต็มราคา ไม่คิดค่าตั๋วซึ่งมีส่วนลดตั๋วเดือน อันนี้ละครับ ขสมก. จะฟุ๋นฟูฐานะตัวเอง ได้อย่างไร
เรื่องต่อไปที่อยากชี้แจก็คือ เรื่องบีอาร์ทีครับ บีอาร์ทีที่ย่อมาจาก บัส แรพิด ทรานซิท (Bus Rapid Transit) หรือรถเมล์ด่วนพิเศษที่ใช้รถเมล์วิ่งชิดเกาะกลาง รถอื่น วิ่งเข้าใช้เลนขวาไม่ได้ครับ บีอาร์ทีวิ่งบนเลนขวาชิดเกาะกลาง มีลักษณะการให้บริการ คล้ายคลึงกับรถไฟฟัา มีสถานีอยู่ที่เกาะกลาง กําหนดเวลาเดินรถได้อย่างแน่นอน ผู้โดยสารสามารถรู้เวลาว่าบีอาร์ทีคันต่อไปจะมาถึงสถานีในเวลาเท่าไร ค่าก่อสร้าง บีอาร์ทีทั้งหมดตกกิโลเมตรละประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท ถูกกว่าค่าก่อสร้างรถไฟฟัามาก รถไฟฟัานั้นผมยกตัวอย่างรถไฟฟัาใต้ดินกิโลเมตรหนึ่งประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท รถไฟลอยฟัาบีทีเอสกิโลเมตรหนึ่งประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท เราก่อสร้างบีอาร์ที ใช้บีอาร์ทีเปึนตัวเลือกแทนการก่อสร้างรถไฟฟัาที่ต้องใช้เงินมาก แต่คุณภาพการให้ บริการพอ ๆ กับรถไฟฟัา จะเปรียบเทียบบีอาร์ทีกับรถเมล์ ขสมก. ไม่ได้ครับ เพราะคุณภาพและบริการนั้นต่างกันมาก ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ผมขอหยุด แค่นี้นะครับ ต่อกระทรวง
ท่านประธานครับ ไม่ได้นะครับ ขออนุญาตนิดนะครับ
ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีการจบสิ้น เสียที ผมก็พยายามอ่อนทุกอย่างจนผู้สื่อข่าวเขาบอกผมอ่อนมากไป
ผมเรียนท่านประธานแล้วว่า ท่านประธานต้องควบคุมรัฐมนตรี ท่านประธานต้องควบคุมรัฐมนตรีสิครับ
ผมก็พยายามควบคุม ตามข้อบังคับ
พวกผมนั่งฟังด้วย อาการสงบไม่เคยไปโต้แย้งท่าน ท่านทําผิดข้อบังคับพวกผมก็ไม่ประท้วง แต่ถึงเวลา ท่านพูดจาพาดพิงทํานองอยากให้เสียหายแล้วให้พวกผมนั่งเฉยได้อย่างไรครับ
ก็ท่านพูดแล้วเมื่อกี้นี้ครับ
พูดจบไปแล้วท่านก็บอกว่า กลัวจะเสียคะแนน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอประท้วง
เอาอีกแล้ว เชิญคุณศุภชัย ประท้วงใคร
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคพลังประชาชน ขอประท้วงผู้อภิปราย พรรคฝ์ายค้านที่กําลังโต้เถียงกับท่านประธานอยู่ ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๒ ท่านประธานได้พิจารณาด้วยความรอบคอบแล้วว่าผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจพรรคฝ์ายค้าน ได้เสนอข้อมูลมาเปึนเวลาหลายชั่วโมงแล้ว ทักท้วงกันไปทักท้วงกันมานานแล้ว ท่านประธานเห็นสมควรว่าควรจะยุติการอภิปราย ได้วินิจฉัยแล้วก็ยังต่อล้อต่อเถียงอยู่ ฉะนั้นขอให้ท่านประธานได้โปรดวินิจฉัยสั่งเปึนเด็ดขาด ท่านประธานวินิจฉัยให้จบครับ
ท่านประธานครับ ก่อนที่ ท่านประธานจะวินิจฉัยผมขอความเข้าใจนิดนะครับ ผมไม่ได้คิดมาต่อล้อต่อเถียงโต้แย้ง ท่านประธานนะครับ
ผมไม่ถือสาหาความหรอก เชิญได้ตามอัธยาศัยครับ
ขอบพระคุณท่านประธาน ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงเมื่อกี้ก็ชี้แจง ท่านรัฐมนตรีตอบกลับไปจบแล้วนะครับ แต่ท่านก็บอกว่าเดี๋ยวจะเสียคะแนน ผมเรียน ท่านประธานครับ ท่านอย่าดูถูกคนกรุงเทพฯ คนกรุงเทพมหานคร ๖ ล้านกว่าคน พื้นที่ กว้างใหญ่ครับ จํานวนมันเยอะ เขาไม่มาตัดสินใจเลือกผู้แทนราษฎรเพียงแค่รถเมล์ บีอาร์ทีหรือรถเมล์ธรรมดาที่จะใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์หรอกครับ แต่คนที่จะเสียคะแนนคือ ท่านครับ วิธีการของท่านท่านทําให้คนกรุงเทพฯ ที่มีรายได้น้อยประกอบอาชีพ เปึนกระเปิารถเมล์พร้อมครอบครัวนับหมื่นคนต้องตกงานผมก็ไม่พูด ท่านประธาน ที่เคารพครับ ถ้าหากผมอยากได้คะแนนผมก็ทําได้ครับ สนับสนุนท่านแล้วผมค่อยไป บอกว่าเลือกผมสิ แต่ว่าพี่น้องประชาชนเหล่านั้นคงไม่ให้ผมทําครับ แล้วผมก็คงไม่ทํา ผมไม่สามารถเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติมาแลกกับคะแนนเสียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ครับ ขอขอบพระคุณครับ
เปึนพระคุณอย่างสูงครับ ที่จบกันได้ด้วยความเรียบร้อย
ท่านประธานครับ
คุณชาญชัย ผมไม่อนุญาต ถือว่าจบแล้วได้ตอบกันไปกันมา
ท่านประธานครับ ฟังนิดเดียว ท่านนายกรัฐมนตรีให้ข้อมูลผิดพลาด
ผิดถูกก็ตอนไม่ไว้วางใจ พรุ่งนี้ก็ไม่ไว้วางใจเลยมันก็หมดเรื่องอย่างนี้ไป
ไม่ใช่ครับ ผมเปึนผู้อภิปรายครับ ตอนนี้อภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่ผมเปึนผู้อภิปราย ท่านนายกรัฐมนตรีตอบมาไม่ตรง ผมจะบอกท่านนายกรัฐมนตรีข้อเท็จจริงคืออะไร
ก็ท่านตอบอย่างนั้น จะไป บังคับท่านได้อย่างไรครับ
ผมจะบอกท่านครับว่าข้อเท็จจริง คืออะไร
มันจะตรงใจเราได้อย่างไรครับ
ขอ ๒ นาทีจะได้เรียนให้ท่านทราบ
ไม่หรอกครับ ผมไม่อนุญาต
ต่อไปเชิญฝ์ายผู้ยื่นญัตติในกระทรวงยุติธรรมก่อน เชิญกระทรวงยุติธรรมครับ
ขอบพระคุณครับท่านประธาน ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร เขต ๓ พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงผมก็ มานั่งฟังคําอภิปรายแล้วก็ฟังคําชี้แจงท่านรัฐมนตรีอยู่ทุกวันเหมือนกันครับ แล้วก็หวังว่า พฤติกรรมของท่านรัฐมนตรีที่ผมจะอภิปราย ซึ่งผมเคารพแล้วผมเชื่อว่าท่านคงไม่เปึน อย่างเมื่อกี้ ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ด้วยความที่ผมเคารพในความอาวุโส ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เคารพท่านจริง ๆ ครับ ผมรู้จักท่านแล้วก็เห็นท่านมานาน ผมได้รับมอบหมายจากพรรคประชาธิปัตย์ให้ติดตาม แล้วก็ดูแลการปฏิบัติราชการของกระทรวงยุติธรรมและของท่าน ผมกราบเรียนท่านประธาน จากใจจริงเลยครับ ผมไม่เคยคิดเลยว่าผมจะต้องมาอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม โดยเฉพาะตัวผมเองไม่เคยคิดว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ผมต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจคือท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผมไม่ได้กระเหี้ยนกระหือรือ ที่อยากจะอภิปรายท่าน ผมไม่อยากสร้างประวัติศาสตร์ครับ ท่านประธานครับ ๗๕ ป้ ของสภาผู้แทนราษฎร กระทรวงยุติธรรมไม่เคยถูกไม่ไว้วางใจครับ ครั้งนี้เปึนครั้งแรก ที่พวกเราตัดสินใจอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ผมเองเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนแรกของสภาแห่งนี้ในรอบ ๗๕ ป้ ที่ต้องลุกขึ้นมาอภิปราย ไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมซึ่งเปึนกระทรวงที่ผมรัก ผมเปึนอดีต ข้าราชการกระทรวงยุติธรรมแม้ในระบบอีกแบบหนึ่งก็แล้วแต่ แต่ผมไม่เคยคิดครับ มันไม่ได้เปึนความน่าภาคภูมิใจเลยที่จะเปึนคนแรกที่มาอภิปรายไม่ไว้วางใจ กระทรวงยุติธรรม เพราะกระทรวงยุติธรรมควรจะเปึนกระทรวงที่เปึนที่พึ่งสําคัญที่สุด ของประเทศ กระทรวงยุติธรรมควรจะเปึนกระทรวงที่เปึนหลักของประชาชนของ ประเทศชาติ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ตลอดระยะเวลา ๔ เดือนเศษที่ผ่านมา ผมและคณะ ได้ติดตามการทํางานของท่าน ได้ท้วงติงการทํางานของท่านหลายครั้ง แต่ท่านก็ยังปฏิบัติ ราชการใช้อํานาจในทางบริหารในลักษณะที่บกพร่อง ผิดพลาดหลายครั้ง ทําให้เกิด ความเสียหายแก่ราชการและพี่น้องประชาชนในฐานะเจ้าของประเทศ สิ่งที่ท่านต้องทํา เกี่ยวกับเรื่องของกระบวนการยุติธรรมท่านกลับเพิกเฉย แต่ท่านกลับให้เวลาไปในเรื่อง ของการแก้ไขปัญหาในเรื่องของอะไรผมไม่ทราบ โยกย้ายข้าราชการเปึนหลัก ท่านใช้ กฎหมาย ซึ่งอยู่ในอํานาจหน้าที่ของท่านในลักษณะที่เอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง ใช้กฎหมายเพื่อประโยชน์ของท่านเอง ท่านบริหารและใช้กฎหมายอย่างขาดคุณธรรม จริยธรรมและนิติธรรมจริง ๆ ผมและสมาชิกจากพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าถ้ายังคง ปล่อยให้ท่านใช้อํานาจหน้าที่บริหารราชการในลักษณะเช่นนี้ต่อไป พี่น้องประชาชน ประเทศชาติจะได้รับความเสียหาย นั่นคือสาเหตุที่ทําให้พรรคประชาธิปัตย์ตัดสินใจ ต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และผมในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลแล้วก็ช่วย ความเปึนจริงหาทางช่วยเหลือ ด้วยครับว่าจะบริหารกันอย่างไร ต้องมาอภิปรายไม่ไว้วางใจท่าน ผมเสียใจครับ เพราะว่าผมไม่อยากจะให้มีประวัติด่างพร้อยของกระทรวงยุติธรรม ในอดีตผมกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระทรวงยุติธรรมในอดีตเราเรียกกันว่าเปึนกระทรวงศาลครับ เพราะว่าก่อนที่จะมีการปรับปรุงปฏิรูปเรื่องของกระทวง ทบวง กรมนั้น กระทรวงยุติธรรม ทําหน้าที่อยู่อย่างเดียวคือดูแลข้าราชการตุลาการ ผมเปึนหนึ่งในข้าราชการตุลาการที่รัก ในกระทรวงยุติธรรม และผมกราบเรียนท่านประธานตรงนี้ล่ะครับว่าก่อนที่รัฐธรรมนูญ จะมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง แล้วก็ให้แยกศาลออกจากกระทรวงยุติธรรมนั้น ในอดีต ต้องขออนุญาตกล่าวตรงนี้ท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านไสว พัฒโน ซึ่งเปึนผู้ที่ผมเคารพรักผู้หนึ่งครับ ท่านเปึนผู้ที่มอบนโยบาย ซึ่งตอนนั้นผมช่วยท่านทํางาน ท่านบอกว่าพีระพันธุ์ไปดูสิ ผมเห็นกระทรวงยุติธรรมมานานแต่ว่าเสียงข้างนอกเขาบอก กันว่ากระทรวงยุติธรรมมันเปึนกระทรวงศาลดูแลแต่ศาล แล้วพี่น้องประชาชนจะมี กระทรวงไหนดูแลในเรื่องของความเปึนธรรมบ้าง ตรงนั้นล่ะครับคือจุดเริ่มต้นในสมัย รัฐบาลนายชวน หลีกภัย ช่วงป้ ๒๕๓๕ ท่านรองนายกรัฐมนตรีบัญญัติได้มีการตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาแล้วก็นําแนวทางของท่านไสว พัฒโน ไปศึกษาว่าเปึนไปได้ไหม ถ้าเราจะแยกศาลออกจากกระทรวงยุติธรรม ซึ่งในขณะนั้นก็มีท่านอดีตปลัดกระทรวง ยุติธรรมที่เพิ่งลาออกไป คือท่านจรัญ ภักดีธนากุล เข้ามาร่วมเปึนคณะทํางานที่ สํานักนายกรัฐมนตรีด้วย คิดหาทางกันครับว่าเอาศาลออกไปเปึนอิสระดีไหม แล้วก็ให้ กระทรวงยุติธรรมเปลี่ยนจากกระทรวงศาลมาเปึนกระทรวงที่ดูแลพี่น้องประชาชน เพราะว่าช่วงนั้นจังหวะพอดีท่านประธานอาจจะจําได้ คือมีคดีอุ้มฆ่าสองแม่ลูก ศรีธนะขัณฑ์ มีความไม่เชื่อถือ มีความแคลงใจของประชาชนในส่วนการทํางาน ของฝ์ายตํารวจ ขออนุญาตที่กล่าวอย่างนี้ เพราะนั่นคือความเปึนจริงที่เกิดขึ้นในช่วงนั้น จึงมีความคิดกันครับท่านประธานว่าทําอย่างไรนอกจากจะให้กระทรวงยุติธรรมทําหน้าที่ เปึนกระทรวงที่ให้ความเปึนธรรมกับประชาชน เวลาประชาชนมีเรื่องเดือดร้อน เวลาประชาชนรู้สึกว่าไม่มีอะไรเปึนธรรมในประเทศนี้ ถูกรังแก ถูกข่มเหงจะได้มี กระทรวงยุติธรรมเปึนคนมาแถลงนโยบายว่าจะดูแลอย่างไรให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อที่เขาจะได้มีความรู้สึกอยู่เย็นเปึนสุขเหมือนพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวที่มีกับท่านรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ว่าท่านต้องเปึนผู้ใหญ่เพื่อเปึน ที่พึ่งของพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ วันนั้นจึงมีความคิดว่าเมื่อมีปัญหา ลักษณะอย่างนี้จึงจําเปึนต้องมีอํานาจตรวจสอบอํานาจของฝ์ายสอบสวน มีความคิดว่า จะต้องตั้งกรมพิเศษขึ้นมาสักกรมคือเรียกว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ แต่ ณ วันนั้นไม่ได้ มาคิดภาษาอังกฤษว่าจะเปึนดีเอสไอหรือเปึนอะไรก็แล้วแต่ แต่คิดว่าต้องมีอะไร สักกรมหนึ่งขึ้นมา หรือหน่วยงานหนึ่ง แล้วก็มีอีกหน่วยงานหนึ่งที่คิดว่าต้องมีก็คือขึ้นมาทําหน้าที่เปึนที่พึ่ง ในเรื่องของการร้องทุกข์ของประชาชน ซึ่งวันนี้ก็มีเรื่องของสํานักรับเรื่องราวร้องทุกข์อะไร ขึ้นมาครับ นั่นคือที่มาและความคิดของเรา ณ ขณะนั้นคิดว่าคนที่ควรจะมาทําหน้าที่อยู่ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษไม่ได้รังเกียจแต่ไม่ควรจะเปึนตํารวจครับ เพราะว่าในเมื่อเรา ต้องการตั้งหน่วยงานนี้ขึ้นมาเพื่อที่จะคานหรือว่าตรวจสอบอํานาจสอบสวนของทาง ฝ์ายตํารวจ เราก็ไม่ควรจะเอาตํารวจมาสอบสวนกันเอง เพราะว่าอาจจะทําให้เกิด ข้อครหาหรืออะไรก็สุดแล้วแต่เปึนหลัก นั่นคือความเปึนมาในอดีตที่ผมอยากกราบเรียน ท่านประธาน ต่อมาเรามีการยกร่างกฎหมายตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญก็ได้มี การนําความคิดนี้ไปด้วยเหตุอะไรก็สุดแล้วแต่ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ได้กําหนดให้ กระทรวงยุติธรรมกับศาลแยกกันจริง ๆ หลังจากนั้นก็มีกฎหมายให้มาตั้งกรมสอบสวน คดีพิเศษขึ้นมาตามแนวทาง ผมเองอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรด้วย ผมรู้สึกดีใจที่จะมีกรมนี้ ขึ้นมา ผมดีใจที่วันนี้พี่น้องประชาชนจะมีหน่วยงานอีกสักหน่วยงานหนึ่งที่จะเข้ามา ทํางานทําหน้าที่ที่จะเปึนที่พึ่งของพี่น้องประชาชน จะได้มีส่วนที่จะไปตรวจสอบหรือว่า ทัดทานอํานาจอื่นที่หากจะมาข่มเหงรังแกเขา แล้วเราก็คาดหวังว่าเราจะมีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมที่จะมาใช้อํานาจหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีในการบริหารงาน และในฐานะ รัฐมนตรีที่กํากับดูแลกฎหมายของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และกํากับหน้าที่อื่น ในกระทรวงยุติธรรมที่มีความเปึนธรรม มีความยุติธรรมในหัวใจ เพราะว่าที่ผ่านมานั้น ประวัติของกระทรวงยุติธรรมเราตั้งใจเปึนอย่างยิ่งครับ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่มีการยกร่างกฎหมายฉบับนี้ก็มีความตั้งใจเช่นเดียวกัน แต่ท่านประธานที่เคารพครับ จากวันนั้นมาวันนี้กลายเปึนช่วง ๔ เดือนเศษที่ผ่านมา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ท่านบริหารราชการในกระทรวงนี้ทําให้เกิดความเสียหายแก่องค์กรนี้ และท่านได้ใช้อํานาจหน้าที่ของท่านหลายประการในลักษณะที่เหมือนช่วยพวกพ้อง ผมใช้คําว่า เหมือน ครับ เพราะในใจผมยังไม่อยากจะเชื่อ ผมเคารพท่านมานาน แต่ว่าจากเถยจิตเปึนอย่างไรนั้นไม่มีใครทราบ แต่จากพฤติกรรมทําให้เชื่อว่าอาจจะ เปึนไปได้ แต่ผมก็จะรอฟังคําชี้แจงของท่านวันนี้ ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าผมก็ดี เพื่อนสมาชิกในห้องนี้ก็ดี ท่านประธานก็ดี ท่านรัฐมนตรีก็ดี เราเปึนคนในจํานวนไม่กี่คนของคนไทยนะครับที่โชคดี ที่ผมพูดอย่างนี้ก็เพราะว่าเราเปึน ข้าในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมตระหนักเรื่องนี้ตลอดท่านประธาน เมื่อวันก่อนนี้ เราพูดเรื่องอํานาจอธิปไตยครับ ความจริงวันนี้ก็ใช่นะครับ เพราะว่าตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ อํานาจอธิปไตยเปึนของปวงชนชาวไทย มีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ใช้อํานาจนั้นผ่านทางศาล ทางรัฐสภา และทางคณะรัฐมนตรี ที่ผมบอกว่าพวกเราโชคดี ตรงนี้อย่างไรครับ เพราะว่าเราเปึนกลุ่มคนไม่กี่กลุ่มเองที่มาทํางานให้พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวภายใต้ ๓ องค์กรนี้ ผมกับท่านรัฐมนตรีอาจจะโชคดีกว่าเพื่อนหลายคน ท่านรัฐมนตรีทําทั้ง ๒ งานมาแล้ว คือเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เปึนรัฐมนตรี ท่านอยู่ใน ๒ อํานาจที่รับใช้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมอยู่ใน ๒ อํานาจคือ อยู่ในอํานาจตุลาการเมื่อก่อนนี้ วันนี้อยู่ในอํานาจนิติบัญญัติ ผมอยู่ใน ๒ อํานาจ ท่านกับผมโชคดีได้ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และนั่นคือ ที่ผ่านมาครับ ตุลาการเขาถึงได้มีคําพิพากษาอยู่บนหัวกระดาษคําพิพากษาเสมอครับว่า ทําคําพิพากษาในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ นั่นคือสิ่งที่พวกเราต้องจดจํา เพราะฉะนั้นในการทําหน้าที่รัฐมนตรีก็ดี ทําหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ดี เราต้องทําในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ เพราะเราเปึนข้าแผ่นดิน เราไม่ได้เปึน เจ้านายของข้าราชการ ข้าราชการเหล่านั้นก็เปึนข้าของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เราเปึนตัวแทนมาทํางาน การทํางานบริหารราชการเราต้องให้ความเปึนธรรมด้วย คุณธรรมและหลักนิติธรรม เราอย่าหลงลืมไปครับว่าเราเปึนเจ้านายเขา ไม่ใช่ครับ เราจะมีนายกี่คนก็สุดแล้วแต่ครับ นายที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตนี้คือพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และเมื่อวันที่ท่านได้ไปถวายสัตย์ปฏิญาณเมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ก่อนที่จะเข้าสู่ ตําแหน่งและก่อนที่จะแถลงนโยบายนั้นท่านบอกว่าอย่างไรครับ ท่านบอกว่าจะซื่อสัตย์ สุจริตทําเพื่อประโยชน์ประชาชนเหมือนกับพวกเรา แต่ที่ต่างกันตรงไหนครับท่านประธาน ตรงที่ว่าพวกเราพูดจบเราต้องเอาไว้ในใจ ของท่านโชคดีกว่าพวกเรา โชคดีกว่าตรงที่ว่า เมื่อท่านพูดจบแล้วเพราะท่านไปพูดต่อหน้าพระพักตร์ ท่านพูดแล้วท่านมีพระบรมราโชวาท กลับมา ท่านมอบพระบรมราโชวาทที่สําคัญให้กับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และคณะรัฐมนตรีว่าอย่างไร ผมขออัญเชิญตอนหนึ่ง ท่านอาจจะนึกว่าแปลกทําไมคน ๓๕ คน ต้องเสียสละเพื่อคน ๖๓ ล้านคน เพราะว่าคน ๖๓ ล้านคน เขาหวังว่า คณะรัฐมนตรีจะทํางานเพื่อเขา ถ้าไม่ทํางานเพื่อประชาชนจะทํางานเพื่ออะไร ก็ขอให้ ท่านพยายามที่จะทํา อาจจะทํายากแต่เชื่อว่าท่านจะต้องทําได้ ตรงนี้สําคัญที่สุดครับ ไม่ทําเพื่อประชาชนจะทํางานเพื่ออะไร พระองค์ท่านเชื่อว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมทําได้ ผมก็เชื่อว่าท่านทําได้เพียงแต่ท่านไม่ทํา ผมโชคดีเหมือนท่าน อย่างหนึ่ง ตอนที่เปึนข้าราชการตุลาการผมได้มีโอกาสเข้าเฝัาถวายสัตย์ปฏิญาณ ต่อหน้าพระพักตร์เหมือนท่าน ผมจําวันนั้นมาจนวันนี้ สิ่งที่พระบรมราโชวาทให้กับพวกผมไว้ ความโดยสรุปว่าความยุติธรรมตามกฎหมายกับความยุติธรรมในความเปึนจริง มันไม่เหมือนกันอย่าใช้กฎหมายทําให้เกิดปัญหา ผมยึดคํานี้มาตลอดความหมาย ของพระบรมราโชวาททรงปรีชาสามารถมากครับ ท่านไม่ใช่นักกฎหมาย ท่านไม่ได้ ประกอบอาชีพกฎหมาย แต่ท่านได้มอบแนวทางที่สําคัญของคนที่จะประกอบอาชีพ กฎหมายหรือทําหน้าที่ดูแลกฎหมาย สิ่งที่สําคัญที่สุดคนที่จะอยู่ในตําแหน่งของ การอํานวยความยุติธรรมนั้นต้องมีความยุติธรรมในตัวของท่านเองก่อน ถ้าหากว่า ท่านไม่มีความยุติธรรมในตัวของท่าน ท่านให้ความยุติธรรมแก่คนอื่นไม่ได้ ท่านไม่สามารถจะเอาความยุติธรรมของท่านไปวินิจฉัยกฎหมายต่าง ๆ ที่จะทํามาได้ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานตรงนี้เพราะอะไรครับ นับแต่วันที่ท่านได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ วันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ แล้วต่อมาแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ไม่กี่วันเองครับ อยู่ ๆ ก็มีข่าวว่าท่านจะโยกย้ายท่านอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในขณะนั้นคือท่านสุนัย มโนมัยอุดม ผมกราบเรียนตรงนี้ครับ ความจริงมีหลายเรื่อง อย่างท่านประธานวิปบอกไปต้องเอาให้น้อยเพราะว่าเวลาน้อย ความจริงมีอีกหลายเรื่อง แต่เอาที่เปึนข่าวก็แล้วกันท่านจะได้ตอบได้ง่ายหน่อย แต่ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ครับ มันอยู่ที่ว่าอะไรกันท่านเพิ่งถวายสัตย์ปฏิญาณเพิ่งเข้าทํางานไม่กี่วันเองข่าวออกมา ข่าวออกมาเสร็จ ท่านประธานครับ มีการบอกว่าจะย้าย ไม่ย้าย ท้ายที่สุดวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ก็มีการย้ายท่านอดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ แต่ย้าย ในลักษณะไหน ย้ายให้แต่งตั้งไปรักษาราชการในตําแหน่งที่ยังไม่มีตัวตนเลย ในความเปึนจริง ไม่มีสํานักงานทํางาน ไม่มีอะไรเลย แล้วก็ย้ายในลักษณะแต่งตั้ง มาช่วยราชการอีกตําแหน่งหนึ่งมาแทนที่ตรงจุดเดิมของท่านสุนัย ที่ผมกราบเรียนตรงนี้ ตรงนี้คือจุดเริ่มต้นทําให้สังคมกังขาว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะว่าในช่วงนั้นขณะนั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอที่เราเรียกกันง่าย ๆ สั้น ๆ นั้นกําลังสอบสวน คดีสําคัญ ๆ ซึ่งอยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชนจํานวนมาก สิ่งที่ท่านต้องทําคือ ต้องสร้างความเชื่อถือ เริ่มมายังไม่ทันไรหลังจากถวายสัตย์ แล้วก็แถลงนโยบาย ท่านก็เริ่มทําให้ประชาชนสงสัยในความยุติธรรมที่ท่านจะมีให้กับสังคมให้กับ ประเทศชาติแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องประชาชนเขาคาดหวังจากท่านเยอะ คาดหวังว่าท่านจะมีความเปึนกลาง มีการสอบถามกันว่าเกิดอะไรกันขึ้น ท่านได้พยายาม อ้างกฎหมาย ผมขออนุญาตพูดง่าย ๆ สั้น ๆ นะครับ กฎหมาย ป.ป.ท. มาตรา ๖๗ เรื่อง ๓๐ วัน แต่ในความจริงไม่ใช่หรอก ความเปึนจริงท่านอยากจะย้ายท่านสุนัยไปเปึนผู้ตรวจเปึนอะไรก็สุดแล้วแต่ด้วยซ้ําไป แต่ทําไม่ได้ครับ เพราะว่าถ้าทําวันนั้นท่านปลัดกระทรวงจะลาออก ที่ผมเรียน ท่านประธานตรงนี้เพราะว่าผมได้มีโอกาสสอบถาม ท่านไม่รับและท่านไม่ปฏิเสธ ผมก็ใช้ ทฤษฎีเดียวกับที่ศาลโลกให้ไทยเสียปราสาทพระวิหารว่าการนิ่งถือเปึนการยอมรับ หรือเอสทอพเพล (Estoppel) ท่านนิ่งครับ ท่านไม่ปฏิเสธ ท่านไม่รับ ตรงนี้ละครับ คือจุดเริ่มต้นที่ทําให้ผมเข้าใจว่าท่านกําลังใช้กฎหมาย ท่านเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ท่านควรจะใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ท่านควรใช้กฎหมาย เพื่อสร้างหลักคุณธรรมและนิติธรรมที่ดีให้กับข้าราชการ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตบอกท่านประธานว่า กฎหมายมาตรา ๔๖ ของพระราชบัญญัติระเบียบ บริหารราชการแผ่นดิน ป้ ๒๕๓๔ ที่ท่านใช้ท่านใช้ผิดครับ เพราะว่าการที่ท่านจะให้ คนไปช่วยราชการท่านให้ท่านสุนัยไปช่วยไปได้เพราะไม่มีตําแหน่ง แต่การที่จะให้ อีกคนหนึ่งมา มาได้อย่างไรครับท่านประธาน เพราะว่าตําแหน่งนั้นยังมีตัวตนอยู่ เขายังเปึนอธิบดี เพียงแต่ท่านสั่งให้เขาไปช่วยอีกตําแหน่งหนึ่ง ในเมื่อตําแหน่งนั้นยังอยู่ แล้วเอาอีกคนมารักษาราชการได้อย่างไร มันน่าจะขัดกับมาตรา ๔๖ ไหมครับ เอาล่ะครับ ท่านอาจจะบอกว่านี่อย่างไรมันมีทางออก ทางออกคือวรรคช่วงท้ายของมาตรา ๔๖ วรรคแรก ที่ท่านพยายามใช้อํานาจของท่านในฐานะผู้รักษากฎหมาย บอกว่านี่มันมี ช่องว่ารัฐมนตรีเห็นความเหมาะสม แต่แปลกไหมครับ เพราะว่าในคําสั่งนั้นเอง ท่านกลับไม่พูดถึงความเหมาะสมที่ให้อีกท่านหนึ่งมาอยู่ตรงนี้แทน ตรงกันข้ามกับ คําสั่งที่ให้ท่านรองปลัดมารักษาราชการตําแหน่งปลัดกระทรวง ท่านไปดูสิครับ คําสั่งไม่เหมือนกันเลย ทั้ง ๆ ที่เรื่องเดียวกัน ตรงนี้อาจจะไม่มีอะไรมากหรอกครับ แต่อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าทําไม เผอิญผมไปเห็นข่าวที่ท่านทําผมไม่อยากจะ บอกว่าท่านกลั่นแกล้ง เพราะผมก็ไปคิดว่าคนอย่างท่านจะไปกลั่นแกล้งใคร แต่เผอิญ มีข่าวที่มีอยู่ในเว็บไซต์สภาผู้แทนราษฎรที่ไปเก็บรวบรวมข่าวมา แล้วก็อยู่ในเว็บไซต์ เขาบอกว่าเขาไปสัมภาษณ์ท่านอดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษท่านหนึ่ง ซึ่งเปึน น้องชายเขาบอกไม่มีอะไรหรอกครับ ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ความจริงท่านไม่ได้เสียหาย หรอกครับ ท่านเปึนคนโชคดี ท่าน พันตํารวจเอก ทวี มาอยู่ที่นี่เท่านั้นเองครับ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ล่ะครับที่บอกว่าจริง ๆ แล้วท่านอยากจะให้มา หาว่าทําอย่างไรจะให้มาต่างหาก ประเด็นคือว่ามาทําอะไร ท่านจึงหาช่องตรงนี้แหละครับที่เอาให้ท่านมา ความจริง ท่านเปึนคนโชคดี ผมก็รู้จักท่านดีครับแล้วก็นับถือท่าน แต่ว่าท่านประธานเชื่อไหมครับว่า ก่อนหน้านี้ที่ผมอยากจะกราบเรียนต้องชี้ให้เห็นครับ กรมสอบสวนคดีพิเศษมีอธิบดี ในอดีตประมาณป้ ๒๕๔๗ คือท่านพลตํารวจเอกน้องชายท่านนะครับ ผมไม่อยาก เอ่ยนาม ท่านก็โอนมาเสร็จแล้ว ๑ เดือนให้หลังท่านก็พยายามจะเอาท่านทวีนี่ละครับ มาอยู่ ปรากฏว่ามีปัญหามาก ท่านไปดูประวัติศาสตร์เขาได้ครับ มีปัญหามากในการที่จะ เอาเข้ามา ติดขัดเรื่องนั้นเรื่องนี้ แม้เรื่องคุณสมบัติบางส่วน แต่ท้ายที่สุดก็เอาเขามา ตรงนี้ผมถึงเรียนว่าท่านไม่ได้เสียหายท่านโชคดี เพราะว่าสิ่งที่ท่านได้รับนั้นท่านได้รับ ความเมตตาจากผู้ใหญ่ แต่ว่าครั้งนี้ท่านโชคดีเปึน ๒ เท่า เพราะว่าท่านได้ทั้งพี่ชาย และน้องชายนําโชคให้ท่าน ตรงนี้ที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ผมไม่อยากพูด แต่ข้าราชการกระทรวงยุติธรรมหลายคนให้ผมบอก ต้องพูดถ้าผมยังมีความเปึนธรรม ในหัวใจ ผมต้องพูดให้เขาหลายคนที่มากับท่านวันนี้ละครับ เขาเจ็บช้ําน้ําใจมาก แต่เขาไม่กล้าแสดงออก ทําไมคนคนหนึ่งในกระทรวงยุติธรรมถึงได้รับการดูแลเปึนพิเศษ มากกว่าคนอื่น ๆ ท่านกล้าที่จะทํากฎหมายต่าง ๆ ที่จะผิดเพี้ยนไปจากที่ควรจะเปึน ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า หลังจากที่ท่านได้มีการโยกย้ายแต่งตั้งก็มีการที่ นําเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี ตอนที่ท่านให้มารักษาราชการกันนี่วันเดียวกันนี้นะครับ แต่ตอนที่ท่านให้แต่ละคนไปอยู่ในตําแหน่งนั้น ทําไมมันไปคนละวันห่างกันเยอะ มันมีข่าวตามสื่อมวลชน วันนี้ผมคิดว่าท่านต้องชี้แจงเขาบอกว่ามีการพยายามจะเสนอ ให้คนอื่นมาเปึนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นี่แทนท่านผู้นี้ครับ แล้วตกลงยังไม่ได้เลย ทําให้เรื่องต้องล่าช้า แต่ท้ายที่สุดท่านก็ได้เปึน ผมถึงบอกว่าท่านโชคดีจริง ๆ แต่ท่านประธานมาดูนะครับ ผมจะลําดับเหตุการณ์ให้ท่านประธานดู หลังจากที่มี การแต่งตั้งโยกย้ายกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่อมาวันที่ ๒๗ หรือวันที่ ๑ บางข่าวเขาว่า วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ บางข่าวเขาว่าวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๑ มีการเข้าไปแจ้งความ ร้องทุกข์กับสํานักงานสอบสวนคดีพิเศษดีเอสไอกรณีทุจริตบัตรเลือกตั้ง ทุจริตบัตรเลือกตั้ง วันที่ ๒๗ วันที่ ๓๑ มีนาคม ท่านรักษาการอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้นําคณะ ชุดใหญ่ของสํานักงานสอบสวนคดีพิเศษไปที่สํานักงาน กกต. ไปตรวจสอบเรื่องนี้เลยครับ ท่านประธานเห็นไหมครับ แล้วมีการไปตรวจสอบบริษัทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย เดือดร้อน ไหมครับ เดือดร้อนจากการใช้อํานาจหน้าที่ วันที่ ๓๑ ยกไปเลยครับ พอมาวันที่ ๑ เมษายน คณะรัฐมนตรีรับทราบแต่งตั้งท่านรักษาการเปึนอธิบดีตัวจริง พอมาวันที่ ๒ เมษายน กลุ่มคนวันเสาร์ก็ไปใหม่ครับ ไปร้องเรียนเรื่องของการฮั้วประมูลที่ สตง. พอมาวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ท่านประธานครับ ผมจะขอเพื่อความรวดเร็วผมไม่แสดงเอกสาร แต่ผมให้ ท่านประธานได้ วันที่ ๑๔ พฤษภาคม มีการปรับเลื่อนขั้นเงินเดือนของท่านอธิบดี กรมสอบสวนคดีพิเศษคนใหม่ โดยเปึนการประเมินผลงานระหว่างวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๐ ถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๑ วันที่ ๑๔ พฤษภาคม ประเมินเลยครับ ขึ้นเงินเดือน พอมา วันที่ ๑๕ พฤษภาคมก็มีการแต่งตั้งท่านอดีตอธิบดีคือท่านสุนัยเปึนเลขาธิการ ป.ป.ท. อย่างเปึนทางการ พอมาวันที่ ๓๐ พฤษภาคม มีการโอนและรับโอนท่านอธิบดีท่านใหม่ อย่างเปึนทางการในระบบบริหารราชการของกระทรวงยุติธรรม แล้วก็ปรับขึ้นเงินเดือน ให้ท่านอธิบดีท่านนี้อีก ๑ ครั้งภายใน ๑๔ วัน ท่านประธานเปึนผู้ใหญ่ของสภาคนหนึ่ง ท่านประธานเคยได้ยินลักษณะแบบนี้ไหมครับ ผมถึงบอกว่าท่านโชคดี แต่ว่าทําไม ท่านอื่นในกระทรวงเขาไม่ได้โชคดีอย่างนี้บ้าง แล้วหลังจากนั้นมาท่านประธานก็จะเห็นว่า เริ่มมีข่าวอะไรต่าง ๆ อีกหลายเรื่องตามมา ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า ในส่วนนี้มีการที่จะแก้ไขปัญหาคดีสําคัญคดีหนึ่งคือคดีเอสซี แอสเสท หลังจากที่มี การเปลี่ยนแปลงตรงนั้นกันขึ้นมาแล้ว ท่านประธานครับ วันนี้ท่านรองอธิบดีซึ่งเปึน หัวหน้าชุดสอบสวนก็ยังเปึนอยู่ วันนี้ท่านแทบจะไม่รับรู้เรื่องอะไรเลย อันนี้ก็แบบเดียวกัน ผมได้ข่าวมาผมถาม ท่านมีมารยาทท่านไม่ตอบแล้วท่านก็ไม่ปฏิเสธ ท่านไม่รับเหมือนกัน นี่คือสิ่งที่ทําให้เกิดความคลางแคลงใจเปึนอย่างยิ่งต่อสังคมต่อสาธารณชน และจาก พวกกระผมครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าหลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มมีปัญหาอื่น ตามมาอีกครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจะต้องนําเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ท. ท่านจะต้องนําเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ท. ตามกฎหมาย ป.ป.ท. ซึ่งท่านประธาน ก็เปึนประธานสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในช่วงนั้น เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ซึ่งความเปึนจริง แล้วตามกฎหมายฉบับนี้ ผมขออนุญาตนิดหนึ่งอันนี้ต้องอ่านนะครับ ตามกฎหมายฉบับนี้ มาตรา ๖๖ เขาบอกว่าท่านจะต้องดําเนินการแต่งตั้งให้เสร็จภายใน ๖๐ วันนับแต่วันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ วันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับคือตั้งแต่วันที่ ๒๔ เพราะฉะนั้นต้องนับจากวันที่ ๒๕ ครบกําหนด ๖๐ วันคือวันที่ ๒๔ แต่ก่อนหน้านี้ครับ ตอนที่ท่านใช้เหตุโยกย้ายอดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ คือท่านสุนัย มโนมัยอุดม ท่านไปใช้มาตรา ๖๗ ซึ่งต่อเนื่องกัน ในมาตรา ๖๗ นั้น ท่านบอก ไม่ได้ครับ ต้องรีบทําเพราะมีกําหนดเวลาให้ทําภายใน ๓๐ วัน ท่านเห็นว่าท่านสุนัย มีความรู้มีความสามารถจะต้องรีบส่งไปอยู่ตรงนั้น ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวตั้งไม่ได้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ถ้าหากนับกําหนดเวลา ๓๐ วันจริง ๆ มันจะอยู่วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ท่านเข้ามารับตําแหน่งบริหารราชการตั้งแต่วันที่ ๑๘ ท่านรีบทําตรงนี้เลย แต่ว่า ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าท่านประธานจําได้ท่านมาชี้แจงเยอะเลยบอกจําเปึนมาก สัมภาษณ์สื่อมวลชนท่านก็บอกไม่อย่างนั้นจะผิดกฎหมายครับ ท่านบอกไม่อย่างนั้น จะผิดกฎหมายฉบับนี้ ป.ป.ท. มีกําหนด ๓๐ วัน แต่ว่าในกรณีตั้งคณะกรรมการ ป.ป.ท. ๖ คน ท่านใช้เวลานานมาก ท่านประธานเห็นไหมครับ ในการที่จะสั่งให้ท่านสุนัยไปทํา หน้าที่รักษาราชการเลขาธิการ ป.ป.ท. นั้น ท่านใช้เวลาเพียงแค่ ๓-๔ วันนับแต่วันเข้าสู่ ตําแหน่ง แต่ตอนพิจารณาเรื่องของกรรมการท่านใช้เวลานานมาก ประเด็นเกิดขึ้น ในสภาผู้แทนราษฎร ถ้าท่านประธานจําได้ เกิดขึ้นอย่างไรครับ เกิดขึ้นว่าท่านยื่นนําเรื่อง เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรเกินระยะเวลา ๖๐ วันหรือไม่ ซึ่งก็ได้มีนักกฎหมายจํานวนมากเลย ที่มาช่วยท่าน พยายามบอกเลยครับหาช่องกัน แม้แต่ท่านรักษาราชการปลัดกระทรวง วันนี้ก็บอกว่าไม่เกินเวลา มาวันที่ ๒๕ มาช่วยอะไรท่านอยู่ตรงนั้น เอกสารก็มีปัญหา ท่านบอกว่าวันที่ ๒๘ วันที่ ๒๕ อะไรนั่นนะครับ ท่านคงจําได้ของเดือนมีนาคม แต่ว่ามี นักกฎหมายจํานวนมากไปหาทางออกให้ท่านครับ แล้วไปบอกว่าอย่างไรครับท่านประธาน บอกว่าระยะเวลา ๖๐ วันนี้ไม่มีโทษกําหนดไว้ เพราะฉะนั้นไม่เปึนไร ท่านประธานคงจําได้ เรื่องนี้ ท่านประธานเห็นมาตรฐานของท่านรัฐมนตรี ตอนที่ท่านจะโยกย้ายท่านอดีต อธิบดีดีเอสไอ ท่านสุนัย มโนมัยอุดม ท่านบอกไม่ได้เลย กําหนดเวลาตามกฎหมาย มาตรา ๖๗ ๓๐ วัน ถ้ามาอยู่ในกรอบเวลานั้นเดี๋ยวผิดกฎหมายพอมามาตรา ๖๖ ๖๐ วัน ท่านทําไม่ทันตามนั้น ท่านบอกทําได้เพราะว่าไม่มีโทษกําหนดไว้ ผมอยากจะกราบเรียนว่า ท่านก็มาชี้แจง ท่านบอกว่าท่านได้รับหนังสือวันที่ ๒๕ ปรากฏว่าจริง ๆ แล้วท่านได้ตั้งแต่ วันที่ ๒๔ อันนี้ท่านก็คงมีเหมือนผม วันที่ ๒๔ วันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๑ ท่านได้รับหนังสือ เอกสารรายงานว่าขอให้ท่านทํารายการตรงนี้มา แล้วก็หนังสือนี้มีเลขรับถูกต้องที่ สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมยื่นต่อรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ส่งรายชื่อไปให้ท่าน จํานวน ๑๔-๑๕ คน ผมไม่ต้องพูดหมดนะครับ เพื่ออะไรครับ เขาต้องเลือก ๖ คน ๖ คน ในที่นี้เขาให้ท่านรัฐมนตรีไปลงเลขในจํานวนนี้เอง แต่ว่าในจํานวน ๖ คนนี้ มีอยู่ ๑ คน ซึ่งท่านรัฐมนตรีใส่ชื่อเข้าไป ให้เขาใส่ชื่อเข้าไปครับท่านเลือกมา ขออภัยเอ่ยนามท่าน ไม่ได้เสียหายอะไรครับ เพราะว่าท่านคือท่านไสว พราหมณี อดีตสมาชิกพรรครัฐบาล และอดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรครัฐบาล ประเด็นมาอยู่ตรงนี้ครับ ท่านเปึนคนส่งชื่อตรงนี้ ไปให้ทางคณะกรรมการ แล้วคณะกรรมการเขาก็ทํางานตามที่ท่านได้ใส่ชื่อเข้าไป แล้วก็ ส่งมาให้ครับ แต่ที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า ถ้าท่านประธานจําได้วันนั้น เรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีเอาเข้าสภาผู้แทนราษฎร มีการถกเถียงพูดกันมาก พูดกันเยอะมากว่า ๑. ระยะเวลาได้ไหม แล้วถกเถียงกันอยู่ตรงนั้น พวกเราเข้าใจว่าพูดจบแล้วจะต้องมาพูด เรื่องคุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับการพิจารณา ปรากฏว่าที่ประชุมรวบรัดเลยครับ ลงมติ ผ่านไปเลย เสร็จแล้ววันนี้ไปติดอยู่ที่วุฒิสภา ความล่าช้าเกิดขึ้นอีกไหมครับท่านประธาน นี่คือรูปแบบหนึ่งแต่ประเด็นมันอยู่ตรงไหนครับ มันอยู่ตรงที่ว่าท่านที่ผมเอ่ยนามไป เมื่อสักครู่คือท่านไสวนั้นท่านเปึนสมาชิกพรรคการเมือง แต่ว่าเปึนผู้ที่ท่านรัฐมนตรี เสนอชื่อ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนท่านประธานแล้วว่าทางกระทรวงส่งรายชื่อ ทั้งหมดให้ท่านรัฐมนตรีวันที่ ๒๔ มีนาคม และเพื่อไม่ให้มีข้อครหาท่านไสว พราหมณี ก็เลยลาออกจากพรรครัฐบาลเมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๑ ท่านประธานเปึนไปได้ อย่างไรครับ ท่านรัฐมนตรีเสนอชื่อไปให้ทางกระทรวงใส่ไปในรายการให้เปึนผู้มีสิทธิได้รับ การคัดเลือกเปึนคณะกรรมการ ป.ป.ท. เพื่อเปึนการปัองกันปราบปรามการทุจริตภาครัฐ แต่บุคคลที่ท่านส่งไปให้เสนอชื่อนั้นเปึนสมาชิกพรรคการเมือง และเปึนผู้ที่ลงสมัคร แน่นอนครับ อาจจะมาบอกว่าไม่ได้ผิดกฎหมายอะไร แต่เปึนเรื่องที่ไม่ควรกระทําใช่ไหม ผมทราบครับ ท่านกําลังจะบอกผมว่าในกฎหมายใช้คําว่า ตําแหน่งทางการเมือง แต่ผมถามท่านครับ ผมถึงบอกว่าเรื่องของการขาดนิติธรรม ขาดจริยธรรม ท่านไม่ควร กระทําแบบนี้ ท่านได้พยายามที่จะแก้ปัญหาถึงได้มาลาออกวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๑ หลังจากที่ท่านได้ลงเลข ๒ ไว้ที่ข้างหน้าชื่อของท่านไสวเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม เหตุนี้ อีกหรือเปล่าครับที่ทําให้การเสนอชื่อต่าง ๆ ไปถึงคณะรัฐมนตรีต้องล่าช้าและเปึนเหตุนี้ หรือเปล่าครับที่ทําให้การเสนอชื่อเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรต้องล่าช้าตามไปด้วย ท่านไม่ได้ คํานึงเลยว่ากฎหมายให้ท่านทําอย่างไร ถ้าหากว่าพรรคพวกของท่านจะได้ประโยชน์ ท่านไม่ได้คํานึงเลยว่ากฎหมายจริง ๆ จะต้องมีผลอย่างไรเพียงขอให้คนที่ท่านเลือก ได้มีโอกาส ผมอาจจะเข้าใจผิดแต่นี่คือพยานหลักฐานที่ทําให้เราเข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น ท่านผู้ได้รับการเสนอชื่อไม่ได้เปึนความผิดของท่าน แต่ประเด็นคือท่านรัฐมนตรี เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม การที่จะทําให้กระทรวงยุติธรรมเปึนกระทรวง ที่เปึนธรรม ผมอยากจะขออนุญาตว่า สิ่งที่พวกผมยึดกันอยู่เสมอครับและข้าราชการ กระทรวงยุติธรรมวันนี้หลายคนที่จากสายตุลาการหรือนักกฎหมายที่ยึดเอาไว้ก็คือ พระบรมราโชวาทอย่างที่ผมได้กราบเรียนไว้ ผมไม่เอามาอ่านให้เสียเวลา คือความจริง อยากอ่านแต่ว่าไม่อยากให้ประธานเสียเวลาเพราะว่าเวลาก็น้อยลงตลอด ผมถึงพยายาม ไม่แสดงเอกสารเลย แต่ทั้งหมดนี่ผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีทราบว่าเปึนความจริง ท่านไสว พราหมณี เอกสารของ กกต. ที่ตรวจสอบได้นะครับ ท่านเปึนสมาชิกพรรค หมายเลข ๘๗๐๒ เลขประจําตัวประชาชน ๓๑๐๒๐๐๒๗๐๓๖๘๓ ท่านสมัครเปึน สมาชิกพรรคเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๐ แล้วก็วันที่พ้นสมาชิกภาพวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๑ หลังจากวันที่ท่านรัฐมนตรีส่งชื่อไปให้ทางคณะกรรมการและหลังจากวันที่ รัฐมนตรีเลือกให้ไปอยู่ในลําดับที่ ๒ เกือบ ๑ เดือนท่านประธาน แล้วหลังจากที่ท่านได้ ลาออกแล้วถึงได้มีกระบวนการตรากฎหมายอื่น ๆ เพื่อจะนําสู่คณะรัฐมนตรีหรืออะไร ก็สุดแล้วแต่ แต่ที่สําคัญขั้นตอนเปึนอย่างไรมาถึงสภาผู้แทนราษฎรล่าช้ากว่าตามที่ กฎหมายกําหนด และท่านประธานคงจําได้นะครับ เหตุผลที่ท่านรัฐมนตรีพยายามอธิบาย และเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมที่ไม่ได้มีความเปึนธรรมในกฎหมายเหมือนที่มี พระบรมราโชวาทไว้ก็พยายามหาทางออกให้ บอกว่าไม่มีโทษ ก็ถ้าถามว่าถ้าไม่มีโทษแล้ว มาตรา ๖๗ ที่ไปย้ายท่านสุนัยบอกไม่ทันมันเปึนอย่างไร แล้วกรณีของท่านสุนัย ผมอยากกราบเรียนท่านประธานครับ เพื่อบ่งชี้ว่าเถยจิตคืออะไร ตั้งแต่ท่านไปนะครับ วันนั้นยังไม่มีอะไรเลย แล้วไปทําอะไรครับ มาตรา ๖๗ ที่ท่านหยิบยกมาอ้าง เขาบอกว่า ให้กระทรวงยุติธรรม สํานักงาน ป.ป.ท .และอีกหลายหน่วยงานมาร่วมกันทําโครงสร้าง ปรากฏว่าถ้าท่านประธาน จําได้ วันนั้นผมก็พูด ผมบอกว่าลองถ้าหากว่าจะให้ท่านไป ทําไมไม่เอาคนที่ดูแล เรื่อง ป.ป.ท .ไปโดยตรง ท่านดูแลมาตั้งแต่ต้น ท่านรองอธิบดีดีเอสไอคือท่านธาริต เพ็งดิษฐ์ ซึ่งกําลังจะไปเปึนตัวจริงอีกไม่นาน วันนั้นท่านก็บอกไม่ได้ แต่ปรากฏว่าถ้าไม่ได้ เมื่อท่านสุนัยไปอยู่ตรงนั้นแล้ว ทําไมคนที่ทําเรื่องทั้งหมดในทางความเปึนจริง ในทางปฏิบัติเกี่ยวกับสํานักงานเลขาธิการ ป .ป .ท .เกี่ยวกับการจัดตั้งองค์กรนี้คือ ท่านธาริต เพ็งดิษฐ์ เหมือนเดิม สรุปแล้วก็คือย้ายท่านสุนัยไปแขวนไว้ลอย ๆ แล้วนี่ก็คือ ประเด็นปัญหาที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า ท่านรัฐมนตรีใช้กฎหมายในมือ โดยไม่ยึดมาตรฐานที่ถูกต้อง อย่างกรณีกรรมการ ป .ป .ท .ที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ไปนั้น ท่านประธานครับ อย่าคิดว่าเปึนครั้งแรกความจริงท่านรัฐมนตรีสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ท่านเปึนคนโชคดีที่สุดจริง ๆ เลยในบรรดาพวกเราที่ได้ไปอยู่ตรงนั้นนะครับ อยู่ตรงตําแหน่ง รัฐมนตรี เชื่อหรือไม่ครับว่าทุกครั้งที่ท่านไปอยู่ตรงนั้น ท่านจะเปึนคนมีอํานาจแต่งตั้ง คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบการทุจริตประพฤติมิชอบตลอดเวลาเลย เมื่อประมาณป้ ๒๕๔๐ ท่านเปึนรัฐมนตรีที่รับผิดชอบการแต่งตั้งคณะกรรมการปัองกัน ปราบปรามการทุจริตในอดีตที่เรียกว่า ป .ป .ป .มาครั้งหนึ่งครับ ท่านคงจําได้นะครับ ในครั้งนั้นเกิดปัญหาแบบเดียวกันกับครั้งนี้เลย แล้วเมื่อท่านนําเรื่องเข้าสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ก็เกิดปัญหาแบบเดียวกับครั้งนี้ละครับ ท่านอดีตผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร ท่านชวน หลีกภัย ก็เปึนผู้หนึ่งที่ลุกขึ้นอภิปรายถึงความไม่เหมาะสม หลายประการ ท่านก็ไม่เชื่อครับ ทําแบบเดียวกันเลยครับ เสร็จแล้วไปเจอปัญหา ที่วุฒิสภาเหมือนกันเลย วันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๔๐ วุฒิสภาไม่ผ่าน ๒ ท่าน ๑ ใน ๒ ท่าน ที่ไม่ผ่านนั้นเพราะว่ามีประวัติทุจริต มาครั้งนี้เห็นไหมครับ ผมถึงไม่เข้าใจว่าทําไม ท่านถึงต้องทําแบบนี้อยู่เสมอเลย ท่านประธานไปดูรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก็ได้ วุฒิสภาก็ได้ ๑๑ ป้ให้หลังท่านกลับมามีโชคดีอีกครั้ง เปึนคนที่มีอํานาจแต่งตั้ง ผู้ที่มีหน้าที่ในการดูแลการปัองกันปราบปรามการทุจริต แต่ในการคัดตัวบุคคลที่จะไป ทําหน้าที่ท่านกลับทําเหมือนเดิม ตรงนี้ล่ะครับที่ผมเรียนว่าท่านไม่เหมาะสมจริง ๆ ท่านไม่ได้ยึดพระบรมราโชวาทเลย ที่บอกว่าประชาชนเขาคาดหวังให้ท่านทําให้เขา ไม่ทําให้เขา ทําเพื่ออะไร ไม่ใช่ให้ท่านมาทําเพื่อพวกพ้อง ผมถึงกราบเรียนท่านประธานว่า ผมไม่เคยคิดเลยว่าท่านที่ดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจะใช้อํานาจ ในกฎหมายเปึนอย่างนี้ และที่ผมเสียใจมากกว่าท่านรัฐมนตรีคือใครครับ บรรดา ข้าราชการกระทรวงยุติธรรมที่พยายามช่วยบิดเบือนข้อกฎหมาย ขณะนี้ก็กําลังช่วยกัน อยู่ข้างหลังนั่นแหละครับ แต่คนที่ช่วยท่านหลายคนก็เปึนคนให้ข้อมูลผมครับ
พอสรุปได้ไหมครับ
ผมอยากเรียน ท่านประธานครับว่า ด้วยเหตุตรงนี้ครับ ผมเสียใจที่ว่าท่านมาเปึนรัฐมนตรีของกระทรวงหนึ่ง ที่ผมรักและท่านทําแบบนี้ ยังไม่ทันจบเลยครับท่านประธาน เมื่อวานก็เกิดเรื่องอีก คดีสินบนศาล ๒ ล้านบาท ดังมาก เพิ่งตัดสินเมื่อวานนี้เองครับ ความจริงเกิดมา หลายวันแล้ว ๑๐ กว่าวันแล้ว แต่ว่าเพิ่งตัดสินเมื่อวานท่านประธาน ในคําพิพากษา บอกเลยว่า พฤติกรรมเปึนการให้สินบน ขออนุญาตนิดนะครับ ในคําพิพากษาท่านใช้ คําว่าอย่างนี้เลยครับ การกระทําของผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามเปึนการกระทําที่อุกอาจ ท้าทาย และเกิดขึ้นที่ศาลฎีกาซึ่งเปึนศาลยุติธรรมชั้นสูงสุดของประเทศครับ คดีนี้เปึนที่สนใจของพี่น้องประชาชนจํานวนมาก เพราะเปึนคดีที่ทั้ง ๓ ท่านเกี่ยวข้องกับ คดีที่อยู่ในศาลการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง แล้วเกิดคดี อย่างนี้ขึ้น ที่ผมบอกว่ายังไม่ทันจบเลยครับ ปรากฏว่าวันนี้ท่านให้สัมภาษณ์เรียบร้อยแล้ว เผอิญคดีนี้เปึนคดีที่ไปเกี่ยวข้องกับท่านอดีตนายกรัฐมนตรี แต่ท่านให้สัมภาษณ์ บอกอย่างนี้ครับ อันนี้สื่อมวลชนถ้าไม่ถูกท่านก็ต้องบอกว่าท่านไม่ได้พูด และท่านต้อง ทําใหม่ด้วย เขาเขียนอย่างนี้บอกว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกโรงปัองแม้ว ผมก็ไม่ทราบทําไมใช้อย่างนี้ ชี้ศาลสั่งจําคุกสินบน ๒ ล้านบาทไม่เกี่ยวทักษิณ เพราะแค่ว่าจ้างทําคดีไม่รู้เรื่องสินบน ยืนยันฝ์ายบริหารแทรกแซงศาลไม่ได้ แล้วเขา ก็บอกครับ มีเนื้อความต่อไปบอกว่า ท่านคิดว่าท่านอดีตนายกรัฐมนตรีไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ผมคิดว่าในแง่ของความเปึนธรรมกับทุกคนเราจะไปเที่ยวคิดว่าใครเขาผิดไปก่อนไม่ได้ ผมถูกฝ๊กมาในลักษณะของต้องให้ความเปึนธรรม ใครกล่าวหาก็ต้องมาพิสูจน์กัน แต่ประเด็นไม่ใช่ตรงนั้นครับ ท่านอย่าลืมว่าขณะที่ท่านกําลังให้สัมภาษณ์ ท่านกําลัง ให้สัมภาษณ์ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมครับ ท่านจะเที่ยวแสดงความคิดเห็น ของท่านเองลอย ๆ ว่าคนโน้นเกี่ยวคนนี้ไม่เกี่ยวได้อย่างไรครับ ท่านทําอย่างนี้ผมถึงเรียนว่า พฤติกรรมและการบริหารงานของท่านทําให้ขาดความเชื่อถือ ท่านผิดจริยธรรมของ ผู้ดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีที่พึงกระทําจริง ๆ ท่านไปชี้นําได้อย่างไรครับ เพราะอะไรครับ ท่านประธาน คดีนี้ผมเรียนนะครับ ศาลฎีกาตัดสินในคําพิพากษาบอกว่าเปึนคดีอุกอาจเลย ถ้าหากว่าท่านไปดูพระราชบัญญัติสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งท่านเปึนรองประธาน คณะกรรมการอยู่นั้นเข้าข่ายที่สํานักงานสอบสวนคดีพิเศษจะรับมาเปึนคดีพิเศษ หาตัวผู้ใช้จ้างวานไหมครับ แล้วถ้าหากเกิดมีการรับมาพิจารณาแล้วท่านซึ่งเปึน ผู้กํากับดูแลท่านบอกล่วงหน้าไว้แล้วว่าคนโน้นไม่เกี่ยว คนนี้ไม่เกี่ยว ท่านลองนึกสิครับว่า ประชาชนที่เขาหวังพึ่งในตัวท่านเขาจะรู้สึกอย่างไร ท่านอาจจะบอกว่าไม่ใช่ แต่ท่าน อย่าลืมว่าท่านเปึนบุคคลสาธารณะ การกระทํา คําพูดทุกอย่างของท่านถูกตรวจสอบ ตลอดเวลา เราจะมีเจตนาอะไรหรือเราไม่มีเจตนาอะไรเราพิสูจน์ได้จากเถยจิตของเรา ด้วยการกระทํา เราจะทําอย่างแล้วบอกว่าไม่ใช่มันเปึนไปไม่ได้ครับ ตรงนี้ท่านจะให้ ความเปึนธรรมได้อย่างไรครับ แล้วก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่วัน ท่านประธานที่เคารพครับ คณะรัฐมนตรีมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการปัองกันปราบปราม การทุจริตภาครัฐโดยมีประธานซึ่งเปึนคําสั่งที่แปลกประหลาดมากผมไม่เคยเจอเลยครับ ปกติเราก็จะให้นายกรัฐมนตรีก็บอกนายกรัฐมนตรี ถ้ารองนายกรัฐมนตรีเราก็บอกว่า นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับการมอบหมาย คําสั่งเขาต้องเขียนอย่างนี้ เพราะอะไรครับ เพราะว่าคณะกรรมการเขาต้องมีอยู่ยาวจนกว่าจะยกเลิก แต่ท่านที่ ดํารงตําแหน่งมันเปลี่ยนได้วันนี้เปึนท่าน วันหน้าเปึนผม วันนี้ท่านนี้เปึนนายกรัฐมนตรี วันหน้าอาจจะเปึนท่านอื่น วันนี้ท่านนี้เปึนรองนายกรัฐมนตรีวันหน้าอาจจะมีคนอื่นมา แต่ในคําสั่งแต่งตั้งนี้ประหลาดมากครับบอกว่าให้ท่านนายกรัฐมนตรีหรือท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน ก็แปลว่านอกจากท่านนายกรัฐมนตรี ท่านสมชายเปึนได้ตลอดสิครับ แล้วท่านก็มอบหมายให้คนอื่นไม่ได้เลย แล้วท่านสมชาย เปึนใครครับ ผมไม่ได้กล่าวให้ท่านเสียหาย ผมสอบถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมในฐานะเจ้าของเรื่อง ท่านก็เกี่ยวข้องเปึนญาติพี่น้องกับบุคคลที่ อาจจะต้องถูกตรวจสอบ ผมเคารพทุกคนครับ แต่ผมกําลังจะบอกว่าอย่างนี้จะทําให้ พี่น้องประชาชนเขารู้สึกว่าทุกอย่างจะอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมที่จะให้ความเปึนธรรมกับพี่น้องประชาชนถูกต้องตามกฎหมายได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ยกตัวอย่างคดีที่ท่านส่ง ขออภัยครับ ผมไม่ทราบท่านส่ง หรือเปล่า เอาเปึนว่าที่ท่านอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษปัจจุบันนี้ยกคณะไปที่ กกต. ที่ผม บอกว่าถูกหรือเปล่านั้นเพราะอะไรครับ ตอนนั้นยืนยันกันหมดเลยว่ามีหลักฐาน มีอย่างนั้นอย่างนี้ ปรากฏว่าเมื่อวันที่ ๑๖ ความจริงวันที่ ๑๑ ก่อน ท่านรองอธิบดีบอกว่า จะต้องเอาเรื่องนี้เข้าที่ประชุม กคพ. หรือคณะกรรมการคดีพิเศษ เพราะอะไรครับ เพราะกลายเปึนว่าจํานวนยอดเงินไม่เข้าอํานาจของดีเอสไอ เมื่อไม่เข้าอํานาจแล้วไปบุก เขาได้อย่างไรครับ ไปมาเสร็จแล้วครับถึงได้มาบอกว่าขอเอาเข้า กคพ. แล้วเพิ่งเข้า เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายนที่ผ่านมานี้เอง พฤติกรรมอย่างนี้ล่ะครับท่านประธาน และที่แปลก ประหลาดมากไปอีกครับ อันนี้ผมตรวจสอบไม่ทันเวลามันสั้น ต้องถามท่านรัฐมนตรี ด้วยว่าในคณะกรรมการ กคพ. ที่ว่านี่มีการแต่งตั้งอนุกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องนี้ ใช่ไหมครับ แต่ว่าตามข่าวที่ออกมาซึ่งผมตรวจสอบยังไม่ทันนั้นเรียนตรง ๆ ครับ เขาบอกว่าให้ท่านเรวัต ฉ่ําเฉลิม อดีตอัยการสูงสุดเปึนประธาน แต่ว่าหนึ่งในกรรมการ หรือท่านเดียวผมก็ไม่แน่ใจคือท่านโสภณ รัตนากร อดีตประธานศาลฎีกา ถ้าจริง ท่านประธานที่เคารพครับ มันตลกไหมครับ ท่านเอาท่านอดีตอัยการสูงสุดเปึนประธาน แต่เอาอดีตประธานศาลฎีกาเปึนกรรมการ ท่านโสภณ รัตนากร เปึนใคร ท่านเรวัต ฉ่ําเฉลิม เปึนใคร เปึนผู้หลักผู้ใหญ่ของวงการกฎหมายทั้งคู่เปึนคนที่ได้รับการเคารพนับถือทั้งคู่ แต่ถามท่านประธานครับ ด้วยวัยวุฒิ ด้วยอาวุโส และด้วยความน่าเชื่อถือเท่ากันนั้น ถ้าท่านประธานเปึนคนตั้ง ท่านจะตั้งท่านโสภณเปึนประธานหรือตั้งท่านเรวัตเปึนประธาน ตรงนี้มันประหลาดอย่างไรครับ คนเขาก็สงสัยว่าทําไมครับ ทําไมใช้แต่ทางด้านอัยการ แล้วมันประหลาดไหมครับว่าไปบุกตรวจสอบ ไปบริษัทเอกชน ไปอะไรเขาหมดแล้วครับ เรียบร้อยหมดแล้ว แล้วค่อยกลับมาบอกว่าขอให้อยู่ในอํานาจเถอะ แล้วที่ท่านไปทํา ตอนนั้นมันเปึนอย่างไรครับ เขาเสียหายไหมครับ แล้วคดีที่มาร้องเรียนตรงนี้คนร้องเรียน เปึนใคร ผมไม่อยากไปเอ่ยนามท่านหรอกครับ แต่ท่านรัฐมนตรีพูดเถอะครับ ท่านบอก สิครับเปึนใคร เปึนเพื่อนร่วมรุ่นกับใคร เกี่ยวข้องกันทั้งหมดไหม ผมถึงบอกตรงนี้ ผมจะเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรี เราทําอะไรหรือเราไม่ทําอะไร คนเขาจับจ้องมองดู เราบอกเราไม่ได้ทําแต่พฤติกรรมเราทํา คนเขาไม่เชื่อครับ ผมรัก เคารพทุกท่านครับ แต่นี่คือเรื่องของความถูกต้องและความเปึนธรรม ผมขอถาม ท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรีว่า ท่านคิดอะไรไหมครับกับคดีนี้ ท่านจะดําเนินการ อย่างไรครับ เพราะว่ามันเพิ่งเกิดเมื่อวาน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะรองประธานของคณะกรรมการ กคพ. ท่านจะเอาคดีที่ผู้พิพากษาศาลฎีกา ทําคําพิพากษาบอกเปึนคดีอุกอาจ ทําถึงบนศาลฎีกาซึ่งเปึนสถาบันยุติธรรมสูงสุด ของประเทศ คดีอย่างนี้ทางดีเอสไอสนใจไหมครับจะตรวจสอบ ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึน เรื่องที่พี่น้องประชาชนจับตาดูท่านอีกเรื่องหนึ่งครับ แต่ท่านให้สัมภาษณ์ไปแล้วบอกว่า คนนั้นไม่เกี่ยว คนนี้ไม่เกี่ยว แล้วถ้าหากว่าผลการสอบสวนเขาบอกว่าเกี่ยวท่านจะว่า อย่างไร ท่านเปึนรัฐมนตรี ท่านต้องเปึนผู้ใหญ่ ท่านต้องหนักแน่นที่ผมกราบเรียน ท่านประธานผมไม่ได้คิดว่าไปสั่งสอนท่าน แต่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ต้องกํากับดูแลการทํางานของท่าน ผมคิดว่าท่านทําไม่ถูกและท่านไม่ควรทําอย่างนี้ การตีความกฎหมายก็เช่นเดียวกันครับ การตีความกฎหมายที่ท่านใช้มาโยกย้ายนี่ เขาไม่ได้ตีความแบบท่านกันมาเลยครับ การที่จะใช้มาตรา ๔๖ ให้ใครไปแทนใครเจ้าตัว ต้องไม่มีหรือมี ปฏิบัติไม่ได้ แล้วตามลําดับแล้วถ้าปฏิบัติไม่ได้ก็ให้รองซึ่งเรียงตามลําดับ กันไปเขาก็มาทําครับ ในกรณีนี้ที่ผมเรียนครับ ท่านกลับไปตีความอย่างไรครับ ไปตีความ ให้ท่านสุนัยไปก่อน แล้วท่านก็ยังอยู่ในตําแหน่งเดิมครับ เพราะคําสั่งท่านเองเปึนคนเขียนว่า ให้ไปรักษาราชการตําแหน่งโน้น ก็แปลว่าตําแหน่งนี้เขายังอยู่นะครับ แล้วท่านก็สั่งให้อีกท่านหนึ่งจากตําแหน่งที่อยู่เปึนรอง ป.ป.ส. มารักษาราชการตําแหน่ง ซึ่งยังมีตัวตนอยู่ครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า สิ่งที่ผมได้อภิปรายไปทําให้ผมไม่สามารถที่จะไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ได้ครับ ขอบพระคุณครับ
จะมีผู้อภิปรายท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมทั้งหมด ๒ ท่านใช่ไหมครับ อีก ๒ ท่าน หรือครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงใหม่ แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมเองได้รับฟังจากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจาก กทม. ซึ่งท่านได้ให้ คําอภิปรายซึ่งกินใจ และผมเองก็ต้องกราบเรียนท่านด้วยความเคารพว่ากระผมเองก็รู้สึก เสียใจไปกับท่านด้วย ท่านเองมีความรู้สึกรักกระทรวงยุติธรรม
ท่านรัฐมนตรีครับ ขอนิดเดียวครับจะได้หารือตรงนี้มันจะได้ข้อสรุปที่ดีนะครับ ขออภัย ที่ขัดจังหวะนิดหนึ่ง ท่านสาทิตย์เชิญครับ
ผมขออนุญาตนิดเดียวครับ ผมขออภัย ท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ บังเอิญเหลืออีก ๒ ท่านสั้น ๆ เท่านั้นเองเรื่องยุติธรรมจะจบ แล้วท่านจะได้ตอบทีเดียว แล้วเราก็ไปกระทรวงมหาดไทย รบกวนท่านอย่างนั้นจะได้ไหมครับ ก็คือหมายความว่ามีผู้อภิปรายสั้น ๆ อีก ๒ ท่าน แล้วท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็ตอบ ขอบพระคุณครับ
ท่านประธานครับ ก็สุดแล้วแต่ท่านวิปฝ์ายค้านอันนี้ไม่ขัดข้อง แต่ผมเกรงว่าเมื่อมีหลายคนผมเกรงว่า จะลืมประเด็นเดี๋ยวจะตอบท่านไม่หมดต้องขออภัยด้วย ถ้าท่านไม่ขัดข้องผมยินดีครับ
อยู่ที่ท่านรัฐมนตรีครับ แล้วแต่ครับ
ถ้าเพื่อจะให้ เหตุการณ์ไปรวดเร็วก็ไม่มีปัญหา
ท่านไม่ขัดข้องใช่ไหมครับ
ไม่ขัดข้องครับ ขอแค่เร่งด่วนหน่อยแล้วกันครับ
ท่านสาทิตย์ครับ ๒ ท่านน่าจะใช้เวลาสักเท่าไรครับ พอประมาณได้ไหมครับ
คงประมาณไม่เกินสัก ๔๐ นาทีนะครับ แต่ว่าถ้าท่านเกรงจะลืมประเด็นไม่เปึนไร ท่านตอบสั้น ๆ ก่อนก็ได้ แล้วพอพูดอีก ๒ ท่าน แล้วค่อยตอบอีกครั้งหนึ่งก็ได้
๒ ท่านรวมกันน่าจะใช้เวลาไม่เกิน ๔๐ นาทีใช่ไหมครับ
ไม่เกิน ๔๐ นาทีใช่ครับ ผมว่าท่านตอบ ก่อนก็ได้ไม่เปึนไรนะครับ เพราะว่าหลังจากนั้นแล้วก็จะมี ๒ ท่าน แล้วก็ท่านตอบประเด็น สั้น ๆ อีกรอบหนึ่งก็จบครับ
แล้วแต่ท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงใหม่ บัญชีรายชื่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม คงจะใช้เวลาท่านที่เคารพไม่มาก เพราะผมเองเปึนคนอภิปรายไม่ค่อยเปึน พูดไม่เก่ง ผมคงจะพูดแต่เนื้อ ๆ เปึนคําถามที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจาก กทม. ได้เอกซ์เปกท์ (Expect) มาก็ได้ พูดมาตะกี้นะครับ ก็เรียนด้วยความเคารพครับว่าผมก็มีความรู้สึกคล้ายกับท่าน เพราะว่าในฐานะที่ท่านเอง ก็มีความผูกพันกับกระทรวงยุติธรรมซึ่งผมก็เรียนด้วยความเคารพว่าผมเสียใจอย่างยิ่ง เหมือนกันนะครับ และหลายเรื่องที่ท่านถามมา ผมจะต้องเรียนด้วยความเคารพเพื่อจะได้ อธิบายให้ท่านคลายกังวล คลายจากความเสียใจไปบ้าง กระผมคงจะได้อธิบายที่ไปที่มา ของการโยกย้ายของการดําเนินการใด ๆ ที่ท่านบอกมาซึ่งกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ในการโยกย้ายข้าราชการที่ท่านพูดไว้ว่าเปึนการเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง ขาดคุณธรรม ท่านใช้คําว่า เหมือนช่วยพวกพ้อง ซึ่งกระผมก็คงจะต้องชี้แจงให้กับท่าน คงจะพูดรวม ๆ ไปถึงให้มันสั้นเข้าก็คือ เรื่องเกี่ยวกับการโยกย้ายท่านสุนัย ต้องขออภัยที่เอ่ยชื่อท่านนะครับ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ไปอยู่ ป.ป.ท. ใช้คําย่อก็แล้วกันแปลว่าเข้าใจกันนะครับ ก็เรียนด้วยความเคารพนะครับว่า การโยกย้ายครั้งนี้กระผมเล็งเห็นว่าท่านสุนัยท่านเปึนผู้ที่มีความสามารถ ท่านเปึนอดีต ข้าราชการตุลาการ ท่านเปึนผู้พิพากษา งานของ ป.ป.ท. นั้นเปึนงานที่จะต้องทํา การสอบสวน เปึนงานที่จะต้องร่างระเบียบ ร่างกฎร่างในเรื่องเกี่ยวกับงานต่าง ๆ มากมาย เพื่อไปตั้งเปึนสํานักงานที่ผมอยากจะกราบเรียนเปึนสํานักงานปัองกันและปราบปราม การทุจริต ซึ่งใน พ.ร.บ. ของ ป.ป.ท. นั้นได้กําหนดไว้ว่า ภายใน ๓๐ วันจะต้องมีสํานักงาน คราวนี้ที่ต้องมีสํานักงานนั้นก็เรียนด้วยความเคารพว่าเราไม่มีคนเลยสักคนหนึ่ง ที่สํานักงานนี้ เราจึงอยากจะได้ใครสักคนไปอยู่ที่นั่น กระผมก็เรียนด้วยความเคารพว่า มองดูแล้วผมเห็นว่าท่านสุนัยเปึนผู้ที่มีความเหมาะสมที่สุด ท่านเคยเปึนหัวหน้าคณะศาล ในศาลอุทธรณ์ ท่านจบการศึกษาในระดับสูงเปึนเนติบัณฑิตจากประเทศอังกฤษ ซึ่งเมื่อเลือกท่านแล้วผมก็เสนอให้กับทางคณะรัฐมนตรีซึ่งท่านก็เห็นชอบ อยากจะ กราบเรียนท่านเพิ่มเติมไปสั้น ๆ ที่หลังจากที่ท่านสุนัยไปรับงานทางด้าน ป.ป.ท. แล้ว ท่านเชื่อไหมว่าความสามารถของท่านที่ผมได้กราบเรียนกับท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติแบบสั้น ๆ นั้นท่านได้ทํางานให้ ป.ป.ท. มีความก้าวหน้า อย่างมาก ในเรื่องเกี่ยวกับการตั้งบอร์ดต่าง ๆ ท่านก็เปึนคนเสนอเข้ามา แต่แน่นอนครับ ในส่วนที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจาก กทม. ได้สอบถามว่า มีคนคนหนึ่งในนั้นซึ่งเดี๋ยว ผมจะอธิบาย ในคณะกรรมการที่จะไปอยู่ ป.ป.ท. นั้นเรามีระดับผู้พิพากษาชั้นผู้ใหญ่ อยู่ถึง ๔ ท่าน แล้วก็เรียนว่าท่านยังสามารถที่จะจัดโครงสร้างของงาน ป.ป.ท. มีการ แบ่งส่วนสํานักงานของ ป.ป.ท. ได้สําเร็จไปเมื่อวันที่ ๑๒ นี้เอง ท่านได้ทําจบสิ้น จึงนับว่า ท่านได้วางรากฐานระเบียบและข้อบังคับ คู่มือต่าง ๆ ในการปฏิบัติงานได้เสร็จสมบูรณ์ พูดง่าย ๆ ว่ามันมีอนุบัญญัติถึง ๒๗ ฉบับซึ่งท่านได้ทําเรียบร้อย ขณะนี้ถ้าหากเรามี คณะกรรมการ ป.ป.ท. งานของ ป.ป.ท. นี้ก็เดินได้ทันที ทั้งนี้เนื่องจากว่าผู้ที่จะมา ปฏิบัติงานใน ป.ป.ท. ต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการนี้ก่อน อันนี้เพียงแต่รอว่า เรื่องการพิจารณาของวุฒิสภาจะเสร็จสิ้นไปเมื่อไร อันนี้ก็เรียนด้วยความเคารพว่า เมื่อให้ท่านได้มาอยู่ตรงนี้จะเห็นได้ว่างานที่ ป.ป.ท. นั้นเสร็จเรียบร้อยไปเมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายนที่ผ่านมา เสร็จเรียบร้อยจริง ๆ ท่านจะเห็นว่างานนี้ที่ผมเรียนด้วยความเคารพว่า ท่านเปึนผู้ที่มีความเหมาะสมกับการทํางานนั้น ๆ ในเรื่องของการที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ จาก กทม. ได้สอบถามว่าในคําสั่งที่แต่งตั้งอันนั้นกระผมก็ใช้ระเบียบข้าราชการ การบริหารราชการแผ่นดินเปึนคําสั่งอันนั้นไป แล้วท่านพีระพันธุ์ ต้องขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ได้สอบถามมาบอกว่าเมื่อแต่งตั้งให้ไปรักษาการ ในคําสั่งนั้นก่อนที่ผมจะออกคําสั่ง เวียนไปนั้น ผมได้ปรึกษาหารือท่านอดีตปลัดกระทรวงคือท่านจรัญก่อนที่จะออก หนังสือเวียนไป ท่านก็บอกว่าถูกต้องตามกฎหมาย ถูกต้องทุกอย่าง ก็กราบเรียน ด้วยความเคารพว่าผมเองจะทําสิ่งหนึ่งสิ่งใดในเรื่องของกฎหมายนั้นเปึนเรื่องที่ กระผมระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะว่ากระผมไม่ใช่เปึนนักกฎหมาย แล้วก็กราบเรียนท่านด้วยความเคารพครับว่ากระทรวงยุติธรรมเปึนกระทรวงที่มีลักษณะ พิเศษ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจาก กทม. ก็คงจะทราบซึ่งแตกต่างจากกระทรวงอื่น ๆ เปึนกระทรวงที่เกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายโดยตรง หน้าที่ของรัฐมนตรีจึงเปึนลักษณะ การกํากับดูแลเชิงนโยบาย ผมเองการจะทําอะไรต่าง ๆ ผมก็ได้ปรึกษาหารือกับ ผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงซึ่งเปึนผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายอย่างยิ่ง ก็เรียนด้วยความเคารพสําหรับการที่ได้มอบหมายให้กับท่านสุนัยไปอยู่ที่ ป.ป.ท. นั้น เปึนจุดที่ถูกต้องที่สุดในความคิดของกระผม ส่วนเรื่องที่ท่านกล่าวว่าเปึนการเอื้อประโยชน์ อะไรต่าง ๆ นั้น ผมคิดว่าท่านคงหมายถึงการโยกย้ายนี้เพื่อที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับ ใครบางคนอย่างนั้นเปึนต้น ผมขอกราบเรียนว่าท่านได้เมนชัน (Mention) ท่านได้พูดถึง เกี่ยวกับเรื่องเอสซี แอสเสท หลายครั้ง ซึ่งผมเข้าใจว่าท่านคงจะหมายถึงอันนี้ ซึ่งผม ขอให้สรุปว่าเปึนอย่างนั้นก็แล้วกัน ก็เลยอยากจะกราบเรียนท่านด้วยความเคารพว่า ในเรื่องนี้ก่อนที่จะมีการแต่งตั้งอธิบดีดีเอสไอคนใหม่ เรื่องเกี่ยวกับเอสซี แอสเสท นี้ ได้ผ่านพ้นจากดีเอสไอไปนานแล้ว อยู่ในการพิจารณาของอัยการแล้ว เพราะฉะนั้น ในการที่โยกย้ายใครหรือใครก็ตามที่เข้าไปอยู่ที่ดีเอสไอไม่ได้เข้าไปเพื่อที่จะเอื้อประโยชน์ ตามที่ท่านได้กล่าวถึงนะครับ ก็คงจะอยากกราบเรียน กระผมมีวันที่ที่ผมอยากจะ กราบเรียน ขอโทษนะครับ ผมไม่ได้เอาวันที่มา แต่หมายถึงผมกราบเรียนว่าข้อเท็จจริง อันนี้ท่านได้ตรวจสอบได้ว่าการโยกย้ายอธิบดีดีเอสไอคนใหม่เข้าไปนั้น เรื่องที่ท่าน กําลังพูดบอกว่าจะพาดพิงไปถึงคนอื่นนั้นได้ผ่านไปแล้วนะครับ คราวนี้มาถึงเรื่องเกี่ยวกับ การแต่งตั้งคณะกรรมการ ป.ป.ท. ซึ่งท่านบอกว่าสายไปผิดปกติ แล้วการที่ผมพูดนั้น อาจจะไม่เหมือนกับการที่ผมได้พูดในสภาเมื่อคราวก่อนที่บอกว่าจําเปึนจะต้องเร่งตั้ง ผมมีความเร่งรัดอันนั้นจริง ๆ ในการที่จะแต่งตั้งนั้น ผมมีความรู้ในเรื่องกฎหมายน้อย ผมก็เลยอ้างอิงในลักษณะที่ว่าในพระราชบัญญัติ ป.ป.ท. นั้นได้กําหนดไว้ว่า ๓๐ วัน จะต้องมีสํานักงาน ซึ่งผมก็ตั้งช่วงนั้น ตั้งได้ทัน แต่หลังจากนั้นก็มีการเสนอรายชื่อ คณะกรรมการตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจาก กทม. ได้พูดนั้นก็ตรงกันกับตัวเลข หมายความว่าวันที่ หนังสือที่ลงวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๑ ส่งมาให้ผมตรวจสอบในเรื่อง เกี่ยวกับการคัดสรรผู้ที่จะเข้าไปเปึนแล้วผมก็ใส่ท่านไสว พราหมณี เปึนเบอร์ ๒ ตามที่ ท่านว่านั้นถูกต้อง ที่ผมเรียนเช่นนี้ก็เพราะว่าหลังจากนั้นผมก็ส่งหนังสือกลับไปทาง ป.ป.ท. ผ่านท่านปลัดในฐานะที่เปึนประธานคัดสรรในวันเดียวกันคือวันที่ ๒๔ และต่อมา ผมได้รับหนังสือกลับมาจากท่านประธานคัดสรรคือท่านอดีตปลัดกระทรวงอีกครั้งหนึ่ง หนังสือถึงสํานักงานผมวันที่ ๒๘ แต่หนังสือที่ท่านปลัดกระทรวงได้ลงวันที่นั้นคือวันที่ ๒๕ ตามที่ผมได้เอาสําเนาหนังสือนั้นไปให้กับท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรในวันที่มี การอภิปราย อันนั้นเปึนหนังสือที่ถูกต้องครับ ก็เรียนด้วยความเคารพ แล้วก็เมื่อส่งหนังสือ กลับไปแล้วก็ได้รับหนังสือวันที่ ๒๘ ณ วันที่ ๒๘ นั้นเองผมก็ทําเรื่องส่งเข้า ครม. อันนั้น ก็เปึนที่มาที่ไป ส่วนที่ท่านได้เอ่ยถึงท่านสมาชิกอดีตสมาชิกพรรคพลังประชาชนคือท่านไสว พราหมณี นั้น ก็เรียนด้วยความเคารพว่าจากการที่ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการ ๖ ท่าน เราก็อยากจะได้ ผู้ที่มีสาขาทางอื่น ๆ ด้วย แล้วก็การแต่งตั้งคณะกรรมการนี้จะต้องเปึนผู้ที่อย่างน้อย ก็ต้องมีระดับอธิบดีหรือรองอธิบดีอะไรต่าง ๆ ตามกฎหมายได้กําหนดไว้ จะเห็นว่า ท่านไสว พราหมณี ท่านเปึนอดีตปลัดกระทรวงแรงงาน แล้วก็ได้เคยทํางานกับผม ในครั้งหนึ่งผมเคยเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เห็นวิธีการทํางานแล้วก็ขยัน ขะมักเขม้นของท่านก็จึงได้เสนออันนี้ขึ้นมา แต่ตามที่ท่านผู้ทรงเกียรติจาก กทม. บอกว่า เวลาที่ท่านลาออกกับเวลาที่ผมเสนอนั้นไม่ตรงกัน อันนี้ขอกราบเรียนด้วยความเคารพว่า การเสนอรายชื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ในระหว่างที่เสนอชื่อนั้นไม่จําเปึนว่าเขาจะต้อง ลาออกจากในที่อันใดอันหนึ่งก่อน จนกระทั่งเขาได้รับการเลือกตั้งแล้วเขาจะลาออกทีหลัง อันนั้นเปึนสิ่งที่ปฏิบัติได้ครับ ก็เลยกราบเรียนด้วยความเคารพ กระผมเองเรียนด้วย ความเคารพว่ามีความตั้งใจจริง ตั้งใจดีที่อยากจะได้คณะกรรมการที่ได้ทํางานให้กับ ชาติบ้านเมืองจริง ๆ ไม่ได้คิดว่าคนคนนี้เปึนอย่างไร คนนี้ทําอย่างไร แต่เท่าที่ศึกษาแล้วก็ ได้ตรวจสอบประวัติของบุคคลเหล่านี้ท่านเปึนคนที่มีความสามารถจริง ๆ จึงได้นําเรื่องนี้ ขึ้นมา ประเด็นอื่น ๆ ที่อยากจะกราบเรียนนั้นก็ที่เรื่องเกี่ยวกับ กกต. ที่ท่านบอกว่า ทางดีเอสไอเข้าไปบุก กกต. นั้น ผมก็ทราบรายละเอียดเหมือนกัน ที่เรียนเช่นนี้ก็เพราะว่า เรื่อง กกต. นั้นได้มีคนมาแจ้งอย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจาก กทม. สอบถาม มันเปึนการแจ้งความมีอะไรต่าง ๆ ในฐานะที่ดีเอสไอรับเรื่องนี้มาก็จําเปึนจะต้องผูกต่อไป และแก้ไขต่อไปอันนี้เท่านั้นล่ะครับ ไม่ใช่ว่าจําเปึนที่จะต้องเข้ามาสู่คณะกรรมการ สอบสวนคดีพิเศษก่อน ไม่จําเปึนคือคนมาแจ้งมาอะไรก็ต้องทําไปตามหน้าที่ แล้ว ส่วนที่จะเอามาเปึนคดีพิเศษนั้นก็ต้องผ่านคณะกรรมการนี้ วันก่อนวันนั้น ที่ผมกราบเรียนเช่นนี้ก็คือว่าในคําสั่งของ กกต. ที่ให้มีการพิมพ์สลากเลือกตั้งอะไรต่าง ๆ นั้น ได้กําหนดวงเงินถึง ๑๓๐ ล้านบาท แต่ต่อมาทราบว่าทาง กกต. ได้แยกการจัดซื้อ จัดจ้างเปึนหน่วยละ ๓๐ ล้านบาทบ้างอะไรบ้างอย่างนี้นะครับ ก็มีการต่อล้อต่อเถียง กันว่ามันยังไม่ถึง ๑๐๐ ล้านบาท ก็คงจะไม่ใช่เปึนเรื่องของคดีพิเศษ ก็เลยนําเข้า คณะกรรมการคดีพิเศษ คณะกรรมการคดีพิเศษก็เลยมีการแต่งตั้งอนุกรรมการขึ้นมา ๑ ท่าน การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมานี้ก็เรียนท่านด้วยความเคารพว่าที่ท่านถาม เมื่อกี้นี้ครับว่า แต่งตั้งท่านโสภณ รัตนากร กับท่านเรวัต ขอกราบเรียนว่าท่านเรวัตนี้ คือตัวประธาน ส่วนท่านโสภณนั้นเปึนที่ปรึกษาครับไม่ใช่กรรมการ ท่านเปึนที่ปรึกษา ของคณะอนุกรรมการอันนี้ครับ ยังมีประเด็นอื่นที่ผมฟังท่านไม่ถนัด นั่นก็คือเกี่ยวกับ เรื่องคณะกรรมการอันหนึ่งผมจดไม่ทัน ก็คงกราบเรียนท่านเพียงเท่านี้ อีกอันหนึ่งครับ เรื่องเกี่ยวกับที่มีเรื่องคดีสินบนที่ท่านได้กล่าวไว้ว่าเปึนคดีอุกอาจนะครับ ซึ่งเรื่องเกิดบนศาล แล้วก็มี ๓ ท่านอยู่ในนั้น ผมขอกราบเรียนว่าที่ท่านได้อ่านคําให้สัมภาษณ์ของผมนั้น ผมใช้คําว่า คงไม่เกี่ยวข้อง ผมไม่ได้ชี้นํานะครับ เพราะว่าในฐานะที่ท่านอดีต นายกรัฐมนตรีนั้นเปึนเพียงผู้จ้าง ผมไม่ได้คิดว่าผู้จ้างจะต้องเปึนคนวานจ้างเอาสตางค์ ไปให้ตลอดไปไม่ใช่อย่างนั้น ท่านเปึนผู้จ้างผมก็คิดว่าท่านคงไม่เกี่ยวไม่ได้เปึนการชี้นําใด ๆ ทั้งสิ้น ถ้าหากว่าเข้าใจผิด ตามนั้นผมก็ต้องขออภัยด้วยเพราะว่าท่านเปึนคนจ้างทนายนั่นเอง ในขั้นนี้ประเด็นต่าง ๆ ผมจดไม่ได้หมด ถ้าหากมีอะไรท่านช่วยชี้แจงผมเอาแค่นี้ก่อนนะครับ
ท่านพีระพันธุ์เชิญครับ
ขอบคุณท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้กรุณาชี้แจงแต่ผมคิดว่าสิ่งที่ท่านชี้แจงยังมี ความไม่ชัดเจนอยู่หลายประเด็นนะครับ
ประเด็นที่ ๑ ที่ผมถามท่านว่าในการโยกย้ายไปรักษาราชการแทน ตามมาตรา ๔๖ ของกฎหมายบริหารราชการแผ่นดินเท่ากับไปช่วยทํางานเพิ่มอีก ๑ ตําแหน่ง ก็แปลว่าตําแหน่งนั้นมีอยู่ครับ แล้วก็ไม่มีพฤติการณ์แสดงว่าปฏิบัติหน้าที่ ไม่ได้ แล้วก็มีหลายตําแหน่งหลายคนหลายครั้งในหลายกระทรวงด้วยซ้ําไปที่ว่า ๑ คน ทําหน้าที่ ๒ อย่างคือเปึนตําแหน่งจริง ๆ ที่เขาเปึนอยู่ แล้วก็ไปรักษาราชการในอีก ตําแหน่งหนึ่ง แล้วตามมาตรา ๔๖ ที่ท่านใช้อ้างอิงเขาก็ต้องเปึนลักษณะอย่างนี้ ก็แปลว่าจะตําแหน่งเดิมของท่านอดีตอธิบดีสุนัย ท่านยังเปึนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ อยู่ ณ วันนั้น เพียงแต่ว่าไปรักษาราชการในอีกส่วนราชการหนึ่ง ในเมื่อท่านอธิบดียังมี ตําแหน่งเปึนอธิบดีอยู่แล้วก็ยังมาทํางานได้ ท่านกลับไปสั่งให้อีกคนหนึ่งมารักษาราชการ ในตําแหน่งที่ท่านยังอยู่ได้อย่างไรครับ มันไม่ใช่วัตถุประสงค์หรือเจตนารมณ์ของ มาตรา ๔๖ แล้วก็ไม่มีใครเขาเคยใช้กันแบบท่าน ท่านบอกว่าท่านไม่ทราบกฎหมาย ท่านพูดไม่ได้ท่านเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมแล้วท่านบอกว่าท่านไม่ทราบ กฎหมาย ท่านไปเชื่อคนโน้นคนนี้แล้วท่านจะรู้ได้อย่างไรว่าคนเหล่านั้นเขาไม่ได้มีเจตนา แอบแฝงหวังท่านเปึนสะพานไปสู่อะไร เขาบอกว่าบอกไปเดี๋ยวท่านรัฐมนตรีก็เชื่อ เพราะท่านไม่รู้กฎหมาย ท่านเปึนรัฐมนตรีท่านพูดอย่างนี้ไม่ได้ ไม่รู้ท่านต้องรู้ให้ได้
ประเด็นที่ ๒ ในกฎหมาย ป.ป.ท. มาตรา ๖๖ กับมาตรา ๖๗ ซึ่งท่านใช้ ในการดําเนินการที่ผมมาใช้อภิปรายท่านในวันนี้ ๒ ประเด็นหลัก ในมาตรา ๖๗ เกี่ยวเนื่องกับเรื่องแรก ท่านเปึนคนย้ําแล้วย้ําอีกแล้วดําเนินการอย่างรวดเร็ว แล้วท่าน ก็ให้เหตุผลต่อสื่อมวลชน ให้เหตุผลต่อผมด้วยผ่านสื่อมวลชน ท่านบอกว่าไม่ได้เลย กฎหมายบอกไว้ ๓๐ วัน ตอนนั้นผมฟังท่านแล้วผมก็ไม่โต้ ท่านเห็นไหมผมไม่ออกไป โต้อะไรท่านเลย เพราะผมคิดว่าโอเคในเมื่อท่านบอกว่ากฎหมายบังคับท่านทําตาม ๓๐ วัน ผมก็จะดูสิ เพราะเราไม่แย้งกัน เพราะว่าเรื่อง ๓๐ วัน ๖๐ วันหรือวันที่กฎหมาย บังคับใช้ ท่านประธานครับ มันไม่มีโทษหรอกครับ มันเปึนเรื่องมารยาทและเรื่องของ ความสามารถ ถ้าท่านพูดอย่างนั้นเราเขียนกฎหมายบอกว่าให้มีผลบังคับนับแต่วันถัดไป เราก็บอกไม่ได้ครับ เพราะว่ากฎหมายที่บอกว่าให้มีผลตั้งแต่วันถัดไปไม่มีโทษครับ ท่านไม่ให้มีผลก็ได้เห็นไหมครับ มันไม่ใช่เรื่องของมีโทษหรือไม่มีโทษ แต่พอมา มาตรา ๖๖ พอท่านจะแต่งตั้งคณะกรรมการ ป.ป.ท. ท่านแต่งตั้งเกินเวลา ท่านเห็น ไหมครับ ทั้ง ๆ ที่มาตรา ๖๖ นี่ ๖๐ วัน ท่านมีเวลาตั้งนาน ท่านกลับทําเกิน ๖๐ วัน มันเปึนเรื่องเดียวกันเลยไหมครับ มาตรา ๖๖ ๖๐ วัน มาตรา ๖๗ ๓๐ วัน มาตรา ๖๗ ท่านบอกไม่ได้เลย เกิน ๓๐ วันไม่ได้ พอมาตรา ๖๖ ท่านบอกว่าก็เกินไปมันไม่มีความผิด ไม่มีบทกําหนดโทษ ทําไมตอนที่ท่านจะเสนอท่านสุนัยไปรักษาการตามมาตรา ๖๗ ท่านไม่พูดแบบมาตรา ๖๖ ล่ะครับ เห็นไหมครับ ซึ่งถ้าหากว่าท่านพูดด้วยความสุจริตใจ ก็แสดงว่าคนที่คอยเอาข้อมูลให้ท่านใช้ไม่ได้แล้วท่านรัฐมนตรีครับ จะทําให้ท่าน เสียหายด้วย แล้วท่านต้องระวังผมเรียนท่านด้วยความเคารพจริง ๆ วันนี้เราอภิปราย เรื่องนี้ไม่ได้อภิปรายเรื่องทุจริต แต่ถ้าหากว่าท่านยังปล่อยทีมงานท่านหลายคนทํางาน หลายอย่างอยู่ท่านจะมีปัญหา ฉะนั้นตรงนี้ท่านต้องระวังนะครับ
ประเด็นต่อไป ที่ผมคิดว่าท่านยังไม่ทําให้เกิดความชัดเจนเรื่องคดีที่บอก ถ้ามันไปแล้วมันก็ต้องกลับมาอีก ถ้าทางอัยการมีปัญหากลับมาที่ท่านอีก
ท่านพีระพันธุ์มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านสุนัยครับ
ท่านประธานครับ กระผม สุนัย เหมือนกันครับ แต่สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จริง ๆ วันนี้ก็พยายาม จะไม่ให้เกิดการประท้วงมากเลย เพราะว่าเวลามันเหลือน้อย และเมื่อสักครู่ ท่านก็บอกว่าอภิปรายของท่านสมพงษ์ยังเหลืออีก ๒ ท่าน ท่านประธานก็พยายามจะบอกว่า ขอจํากัดเวลา ไม่ทราบว่าจะรบกวนไหมครับ ถ้าจะขอความกรุณาท่านประธานบอกกับ ท่านผู้อภิปรายว่า เมื่อท่านถามแล้ว ท่านสมพงษ์ก็ตอบแล้วนี่ ถ้าจะใช้การอภิปราย อย่างนี้อีก มันก็จะเข้าข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ที่ท่านยังวกวนอยู่อีก อันนี้ไม่ใช่การโต้วาทีครับ เปึนการถามแล้วก็ตอบ ยิ่งในเวลาจํากัดเช่นนี้ก็เปึนปัญหา เพราะคนกําลังอยากจะดู รายการที่บุคคลสําคัญของทั้งฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาลคือ ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ผมเกรงว่าเดี๋ยวมันจะกระชั้นชิดเวลาอีกครับท่าน จึงขอความกรุณาท่านประธาน ช่วยกําชับเถอะครับ ขอประทานโทษท่านผู้อภิปรายด้วยครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ไม่เปึนไรครับ
ท่านพีระพันธุ์ครับ นิดเดียวครับ ที่จริงแล้วเวลามันกระชั้นจริง ๆ ท่านครับ ต้องขอ ความกรุณานะครับ
สุดท้ายแล้วครับ นิดเดียว เองครับ ไม่ถึง ๑ นาทีด้วยครับ
นิดเดียวนะครับ เชิญครับ
ผมเหลืออันสุดท้าย อันเดียวเลย ในกรณีของท่านไสว พราหมณี ต้องทําความเข้าใจ ผมต้องพูดเพราะผม ไม่ได้มาบอกว่าท่านเปึนบุคคลที่ไม่เหมาะสม ที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่ามีประวัติที่ดีอะไร ผมไม่ได้แย้งเลย เพียงแต่ผมบอกว่าท่านหาตรงอื่นมาไม่ได้หรือครับ เพราะมันทําให้ ท่านถูกเข้าใจผิด แล้วผมก็เข้าใจแบบนั้นได้เพราะเปึนสมาชิกของพรรคท่าน เปึนผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคท่าน เสื่อมเสีย ตรงนั้นต่างหากครับคือประเด็น ขอขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านผู้อภิปรายนะครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจาก กทม. ที่เรียนท่านอย่างนี้ก็เพราะว่าในเรื่องเกี่ยวกับ การดําเนินงานที่โยกย้ายครั้งนั้นนี่นะครับ ต้องขอบคุณที่ท่านได้ตักเตือนว่าให้ระมัดระวัง ที่ไปเชื่อคนโน้นคนนี้ แต่ขอเรียนท่านด้วยความเคารพว่า ในการแต่งตั้ง พันตํารวจเอก ทวี สอดส่อง เรียนด้วยความเคารพว่าการทําเปึนขั้นตอนนั้น ท่านอดีตปลัดกระทรวง เปึนคนดําเนินการทั้งหมด แนะนําผมตลอดทุกสเตป (Step) เลย ซึ่งผมคิดว่าคนอย่าง ท่านอดีตปลัดกระทรวงท่านคงจะไม่เสริมแต่งอะไรให้กัน ท่านทําถูกต้องตามกฎหมาย แล้วท่านก็ย้ํากับผมเสมอว่าได้ทําถูกต้องตามกฎหมายแล้ว อันนี้ก็กราบเรียนต่อ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจาก กทม. ไว้ด้วย อันนี้เรียนด้วยความเคารพ ขอบคุณมากครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสกลธี ภัททิยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เดิมผมมีประเด็นมากมายเกี่ยวกับเรื่องการโยกย้าย ในกระทรวงยุติธรรม โดยภายใต้การนําของท่านรัฐมนตรีสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ แต่เนื่องด้วย ภาระกรอบเวลาอันจํากัด ถ้าทางผมกับเพื่อนสมาชิกอีกคนหนึ่งที่ต้องพูดภายใต้ของ กระทรวงยุติธรรมใช้เวลาไปนี่ทางหัวหน้าอภิสิทธิ์อาจจะพูดไม่ทันคืนนี้ครับ เพราะฉะนั้น ทางผมกับเพื่อนสมาชิกอีกท่านหนึ่งที่จะอภิปรายท่านสมพงษ์จึงขอสละสิทธิครับ
ขอบคุณครับ ท่านยกมือมีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ผมเองก็มีคิวที่จะอภิปรายต่อจากท่านสกลธี แต่ว่าเพื่อความเรียบร้อยในการประชุมวันนี้ ก็ขอสละสิทธิเพื่อที่จะให้ฝ์ายค้านในส่วนที่เหลือได้ทําหน้าที่อย่างสมบูรณ์ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาต ยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ ร้อยตํารวจเอก ดอกเตอร์เฉลิม อยู่บํารุง
ท่านสรุปแล้วเข้าวาระของกระทรวงมหาดไทยเลยนะครับ
ครับ
เชิญครับ
ผมไม่จบปริญญาเอก จบปริญญาโท แค่กฎหมายมหาชน แล้วก็เปึนผู้แทนราษฎรมาน้อยครับ แต่ว่าเมื่อได้ติดตามงานของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมเห็นว่า เปึนการบริหารราชการแผ่นดินที่บกพร่อง ผิดพลาด ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ขาดคุณธรรม จริยธรรม ขาดหลักนิติธรรม ใช้อํานาจหน้าที่บีบบังคับให้ข้าราชการยอมตน เปึนพวกเพื่อกลั่นแกล้งบุคคลอื่น มุ่งตอบสนองผู้มีพระคุณในทางการเมืองส่วนตน อยู่ในประเด็นที่กราบเรียน เนื่องจากเวลาค่อนข้างจํากัดนะครับ แล้วก็ไม่อยากให้ ถูกพาดพิงมาก ผมขออนุญาตอ้างถึงบุคคลในสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น บุคคลภายนอก จะใช้คําว่า กับพวก เหตุผลที่ต้องหยิบยกข้อมูลขึ้นมา เพราะว่าในวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ที่ท่านรัฐมนตรีเข้ามารับตําแหน่ง ท่านให้สัมภาษณ์ในวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ บอกว่าลูก ๆ จะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยว
อีกประเด็นหนึ่ง บอกว่าไม่ต้องการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมาพบที่บ้าน นั่นท่านให้สัมภาษณ์นะครับ แต่ว่าวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ท่านเรียกมาพบที่บ้านบางบอน วันที่ ๓ มีนาคม คุณเชิดวิทย์ ฤทธิประศาสน์ ก็เข้าพบตามนโยบาย กรณีวันที่ ๑๓ มิถุนายน กรณีวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ (Video Conference) ท่านสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เรียกผู้ประกอบการเคเบิลทีวีที่รับเอเอสทีวีให้ยุติการรับสัญญาณ พอวันรุ่งขึ้นท่านก็ ปฏิเสธ เพราะฉะนั้นกระผมจึงมีความจําเปึนที่จะต้องหยิบยกกรณีที่มีอยู่จริงจับต้องได้ เพื่อให้เห็นชัดว่าท่านรัฐมนตรีเลือกปฏิบัติ ผมจะยกของฝ์ายค้านสักเรื่องของฝ์ายรัฐบาล สัก ๒ เรื่อง ของฝ์ายค้านที่กระผมหยิบยกจริง ๆ ไม่ใช่เกี่ยวข้องอะไรกับพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แต่เผอิญว่าเปึนพรรคพวกของฝ์ายค้าน ส่วนของฝ์ายรัฐบาล กระผมต้องขออนุญาตอย่างยิ่งเพราะไม่อยากจะพูดถึง บุคคลภายนอกให้มีการพาดพิงแล้วก็ได้รับความเสียหาย กระผมจะขออนุญาตพูดของ ท่านประธานชัย ชิดชอบ เท่าที่จําเปึน ขออนุญาตท่านประธานครับ จะขออนุญาต อ้างเอกสารเท่าที่จําเปึนในเวลาที่จํากัด กรณีของฝ์ายค้านท่านรัฐมนตรี ท่าน มท. ๑ ท่านเฉลิม อยู่บํารุง ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๑ ผมขออนุญาตอ่านครับ เร็ว ๆ นี้ที่อําเภอคีรีรัฐนิคมมีบุกรุกที่ของทางราชการ ๒,๐๐๐ กว่าไร่ ท่านก็พูดมาเยอะ มาพูดถึงบริษัทศรีสุบรรณแล้วบอกว่าเดี๋ยวจะให้กรมที่ดินเข้าไปจัดการดําเนินการ ก็ถอนเอกสารสิทธิ ผมหยิบยกข้อมูลอันนี้ขึ้นมาเพื่อกราบเรียนท่านประธานสภาว่า มิฉะนั้นแล้วทางรัฐมนตรีคงจะต้องปฏิเสธว่าเปึนเรื่องของกรม ผมไม่รู้เรื่อง ท่านสุพล ฟองงาม ไม่รู้เรื่อง ท่านสิทธิชัยไม่รู้เรื่อง เอาละครับ เพราะฉะนั้น มท. ๑ คงปฏิเสธไม่ได้ เพราะว่าท่านให้สัมภาษณ์ไว้เอง มีความเปึนมาเปึนไป ที่ดินที่สุราษฎร์ธานีก็เปึนไป อย่างที่ท่านรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่ามีความเปึนมาก่อนที่ท่านจะเข้ามารับตําแหน่ง ในป้ ๒๕๔๘-๒๕๔๙ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษดีเอสไอได้สั่งให้อธิบดีกรมที่ดิน เพิกถอน น.ส. ๓ ของบริษัทศรีสุบรรณประมาณ ๒,๐๒๐ ไร่ อ้างว่าทับที่หลวง หวงห้าม จะทับหรือไม่ทับท่านประธานครับ ปรากฏว่าคดีนี้มีการขึ้นสู่ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีการทําแผนที่พิพาทตาม อันนี้ถ่ายมาจากศาลเปึนเอกสาร หมาย จ ๑๗ ส่วนที่กระผมทําเพิ่มขึ้นก็คือทําแถบสีเหลืองให้เห็นว่านี่คือหนังสือสําคัญ สําหรับที่หลวงหรือ นสล. ทําขึ้นมาเพื่อกราบเรียนท่านประธานว่าที่หลวงกับที่ของ บริษัทศรีสุบรรณ ๒,๐๒๐ ไร่ อยู่คนละที่กันไม่ได้ทับกัน เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรี มท. ๑ ใส่ร้ายแล้วครับ เพราะบอกว่าทับ พอได้ความชัด จากศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเอกสาร จ ๑๗ บอกว่าไม่ทับ ท่านทําอย่างไรต่อครับ สั่งให้กรมที่ดินไปหาทางเพิกถอนว่า น.ส. ๓ ก ซึ่งไม่ทับที่หลวงแล้วนี่ออกโดยไม่ชอบ มีกระบวนการคําสั่งมากมายครับ ในวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๑ ก็ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา คณะกรรมการสืบแล้วสอบแล้วก็รายงานไปที่นายบุญเชิด คิดเห็น ขณะนั้นเปึนรองอธิบดี กรมที่ดิน คณะกรรมการในวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๑ ลงความเห็นว่าเนื่องจาก น.ส. ๓ ก เหล่านี้เปึนคดีอยู่ในศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ควรให้รอผลคําพิพากษาของศาลก่อน ในหนังสือสุดท้ายบอกว่าจึงเรียนมายังอธิบดีเพื่อโปรดพิจารณา หากเห็นชอบขอได้โปรด ลงนามในบันทึกถึงเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เลขานุการรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และปลัดกระทรวงเรื่องนี้ไม่เปึนเรื่องธรรมดาครับ เพราะว่าเรื่องเล็ก ๆ แค่เพิกถอน น.ส. ๓ ต้องรายงานเลขานุการรัฐมนตรี รัฐมนตรีช่วยว่าการ และปลัดกระทรวง การรายงานนี่ผมคงเจาะไม่ได้ว่าผลเปึนอย่างไร แต่ว่าไม่ได้ยุติแค่ เท่าที่รายงานนะครับ มีการสั่งการลงมาอีก รอบนี้ในวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ได้มีการสรุปเรื่องราวขึ้นมาอีก นายมนูญ นันทมนตรี ผู้อํานวยการสํานักมาตรฐาน การออกหนังสือสําคัญเสนอมาที่นายบุญเชิด คิดเห็น รองอธิบดี ซึ่งตอนนี้เปึนรักษาการ อธิบดีแล้ว ความเห็นก็บอกว่า น.ส. ๓ ที่ศาลได้มีคําวินิจฉัยไปแล้วว่าออกโดยชอบ หากกรมที่ดินเห็นว่าออกไปโดยมิชอบ ถามกันขึ้นมาว่ากรมที่ดินมีอํานาจเพิกถอนหรือไม่ อันนี้ก็คือว่าศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีคําพิพากษาอย่างน้อย ๓๐ คดี เนื่องจากบริษัท ศรีสุบรรณได้ฟัองราษฎร ๗๙ ราย ใน ๗๙ ราย ๓๐ คดี ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีพิพากษาว่า การออก น.ส. ๓ ก ออกมาโดยชอบ น.ส. ๓ ก ไม่ได้ทับที่หลวงที่รัฐมนตรีกล่าวถึง แล้วก็ พิพากษาว่าบริษัทศรีสุบรรณเปึนผู้มีสิทธิครอบครอง พอพิพากษามา ๓๐ คดีครับ อีก ๓๐ คดีที่เหลือมีการทํายอมหรือเรียกว่าเปึนสัญญาประนีประนอมยอมความ ในสัญญาประนีประนอมยอมความ ท่าน มท. ๑ จบปริญญาเอกย่อมรู้ครับว่า จะสัมฤทธิผลทุกประการต่อเมื่อศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีคําพิพากตามยอม แน่นอนครับ คําพิพากษาตามยอมก็เปึนคําพิพากษาในพระปรมาภิไธยขององค์พระมหากษัตริย์ มีผลเหมือนกับคําพิพากษาซึ่งมีการสู้คดีกันตามปกติ เมื่อศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี พิพากษาว่า น.ส. ๓ ก โดยชอบ กรมที่ดินก็บอกว่าออกไม่ชอบมีการหารือขึ้นมาว่า เนื่องจากว่าศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีว่าออกชอบ แต่กรมที่ดินมีอํานาจเห็นว่าไม่ชอบ กรมที่ดินมีอํานาจเพิกถอน น.ส. ๓ ก ได้หรือไม่ ลองดูนะครับว่ากันอย่างนี้ ไม่จบแค่นี้ครับ มีอีกครับ ต่อมาในเดือนมิถุนายนไม่เขียนวันที่นะครับ แต่ว่าเปึนการประชุมคณะกรรมการ พิจารณาปัญหาข้อกฎหมายของกรมที่ดิน ครั้งที่ ๔/๒๕๕๑ วันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๑ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา ณ ห้องประชุมโออาร์ กรมที่ดิน ผมไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน รายงาน มาหลายแผ่นครับ ผมขออนุญาตหยิบยกข้อความซึ่งรองอธิบดีก็คือคุณบุญเชิด ที่ผมกล่าวเมื่อตะกี้นี้ รองอธิบดีมีความเห็นอย่างนี้ว่า ที่ดินที่บริษัทศรีสุบรรณครอบครองให้แบ่งเปึน ๓ กลุ่ม กลุ่มที่ ๑ จํานวน ๔๘ น.ส. ๓ กลุ่มที่ ๓ จํานวน ๔ น.ส. ๓ บอกว่าศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้พิพากษาว่าออกโดย ชอบแล้วจึงมีความเห็น อันนี้รองอธิบดีเห็นเองครับ จึงมีความเห็นว่าควรรอผล การพิพากษาของศาลในคดีดังกล่าวให้ถึงที่สุดก่อน ส่วนอีก ๗ แปลงบอกว่าควรเพิกถอน หนังสือนั้นลงนามเห็นชอบโดยนายบุญเชิด คิดเห็น รองอธิบดี ซึ่งได้รับมอบหมายจาก อธิบดีกรมที่ดิน เนื้อความในเอกสารนี้แปลว่าอะไรครับท่านประธานครับ ก็แปลว่า ๕๘ แปลงบวก ๔ แปลงต้องไม่มีการเพิกถอน ต้องรอผลของศาลถึงที่สุดก่อน แต่ท่านประธานครับ อันนี้วันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๑ นายบุญเชิด แต่ถัดมาอีก ๕ วัน นายบุญเชิดบอกว่า ๔๘ บวก ๔ คือ ๕๒ ให้รอผลคําพิพากษาถึงที่สุด แต่ ๗ ฉบับ ให้เพิกถอน ๕ วันต่อมาคือวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๑ นายบุญเชิญคนเดียวกันนี้เอง ที่มีความเห็นว่าอย่าเพิ่งเพิกถอนให้รอคําพิพากษาของศาลก่อน ลงนามพิพากษาเพิกถอน ตูมเดียวเลยทั้งหมด ซึ่งปกติแล้วประเพณีปฏิบัติของกรมที่ดิน เมื่อคดีใดอยู่ในศาล ก็จะต้องรอคําพิพากษาถึงที่สุด อันนี้คือกรอบวิธีปฏิบัติของกรมที่ดิน ซึ่งกรอบนี้ เปึนกรอบที่กรมที่ดินแสดงไว้ตลอด แม้กระทั่งในตอนที่ตอบดีเอสไอไปว่าให้มีการเพิกถอน กรมก็ไม่ยอมเพิกถอนครับ กรมบอกว่าให้รอฟังการพิจารณาอันเปึนยุติเกี่ยวกับขอบเขต ของที่สาธารณประโยชน์และผลของคดีถึงที่สุดก่อนนะครับ กรมถือปฏิบัติแนวนี้มาตลอด แต่พอท่าน มท. ๑ เข้าไป วันนั้นก็มีความเห็นว่าเอาไว้ก่อน วันที่ ๒๑ บอกเอาไว้ก่อน อย่าเพิ่งเพิกถอน พอวันที่ ๒๔ เพิกถอนตูม ผมไม่เห็นหรอกครับว่า มท. ๑ จะสั่งตรง มท. ๑ จะสั่งหรือไม่นะครับ แต่ว่าถ้าเปึนข้าราชการปกติเขาไม่กล้าหรอกครับ เพราะศาลพิพากษาว่าออกโดยชอบ มันเสี่ยงเหลือเกินสําหรับเจ้าหน้าที่ เพราะว่า อย่างน้อยพอเพิกถอนปัูบเขาก็ร้องไปที่ศาลฟัองปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบทั้งแพ่ง ทั้งอาญา ที่เจ้าหน้าที่จะต้องถูกดําเนินการ มท. ๑ ไม่โดนหรอกครับ เพราะฉะนั้นพฤติกรรมเช่นนี้ เมื่อสอดรับกับคําให้สัมภาษณ์ของท่านเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๑ ซึ่งตอนนั้นท่านยัง เข้าใจว่าบุกรุกที่หลวง ๒,๐๐๐ ไร่ ผมเอาเอกสารให้ดูแล้วใช่ไหม ในเอกสาร จ ๑๗ ของศาลไม่ใช่บุกรุก คนละที่ พอไม่ใช่บุกรุกก็รุกใหม่ว่าเพิกถอน น.ส. ๓ ท่านให้สัมภาษณ์ เดี๋ยวจะให้กรมที่ดินเข้าไปดําเนินการจัดการถอนเอกสารสิทธิ แน่นอนเลยครับ ท่านศักดิ์สิทธิ์มาก เขาถอนตูมเลย ๕ วันก่อนนั้นบอกไม่ถอน อันนี้คือสิ่งที่กระทํา กับฝ์ายค้าน ไม่ใช่นายสุเทพหรอกครับ ไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์หรอกครับ ท่านให้ สัมภาษณ์ถูกแล้ว แล้วที่ท่านให้สัมภาษณ์ว่า เวรกรรมตกกับคนทําชั่ว ทําผิด ตกกับคน ไม่มีจริยธรรม ไม่มีคุณธรรม นักการเมืองเลว ๆ ผมเห็นด้วย หากไม่เลว ไม่ชั่ว เวรกรรม ก็ไม่มีจริง เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตอภิปรายต่อครับ แต่ในกรณีของฝ์ายรัฐบาล ขออนุญาตหยิบยกขึ้นมาแค่ ๒ กรณี มีชื่อบุคคลภายนอก ซึ่งกระผมขออนุญาตไม่พูดถึง เพื่อเปึนการให้เกียรติ เปึนกรณีเกี่ยวกับที่ดินที่เขากระโดง อําเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ กรณีนี้ขออนุญาตเข้าเรื่องเลยครับ นายวิฑูรย์ สรรเสริญ ซึ่งทํางานกับการรถไฟ แห่งประเทศไทยได้บอกว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินนี้มาตั้งแต่ ป้ ๒๔๖๒ คณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งรัฐบาลต้องถือตามนะครับ ท่าน มท. ๑ กฤษฎีกา มีความเห็นว่าที่ดินบริเวณนี้เปึนที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยตามความเห็น ของกฤษฎีกาก็ยื้อกันไปยื้อกันมาหลายป้แล้ว ยื้อกันไปยื้อกันมา การรถไฟแห่งประเทศไทย ก็บอกว่าเปึนที่เขาจังหวัดก็ไม่กล้าเพิกถอน เรื่องก็เข้าไปที่คณะกรรมาธิการบ้าง อะไรบ้างเยอะแยะครับ จนในที่สุดการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ส่งแผนที่ฉบับล่าสุด ให้กรมที่ดินตรวจสอบรอบนี้กรมที่ดินจึงไม่มีทางออกอื่น กรมที่ดินจึงจะต้องทําการ เพิกถอน น.ส. ๓ ก ๒ แปลง ผมจะออกชื่อได้สักแปลงครับ คือมีชื่อของท่านประธาน ชัย ชิดชอบ อีกแปลงหนึ่งบุคคลภายนอกผมไม่พูดถึง นั่นคือกรณีแรก อันนี้ท่านคง ปฏิเสธไม่ได้เพราะว่าอยู่ในอํานาจของกรมที่ดิน อีกแปลงหนึ่งอีกกรณีหนึ่งเปึน กรณีของบุคคลภายนอก ๑ คน แล้วก็ในสภา ๑ คน ท่านประธานชัยอีกแหละครับ เปึนบันทึกข้อความฉบับลงวันที่ ๔ มกราคมป้นี้เองครับ อันนี้ท่านจะปฏิเสธว่าไม่รู้ ก็ไม่ได้ เพราะท่านให้สัมภาษณ์บอกว่าเรื่องอยู่ที่อัยการ ท่านไม่มีอํานาจ แต่ในศาล มีอํานาจเรื่องพิพากษาแล้ว ศาลพิพากษาแล้วกลับมีอํานาจไปเพิกถอน แต่เรื่องอยู่ อัยการ ท่านบอกไม่มีอํานาจ ก็แปลก กรณีนี้นายศักดิ์ชัย เตชะเกรียงไกร ขออนุญาต เอ่ยนามบุคคลภายนอกคงไม่เสียหาย ท่านเปึนผู้ที่เข้าไปร้องต่อตํารวจอําเภอสตึกว่า บริเวณเลี้ยงกุ้งของบุคคลภายนอก ๑ คน มีการบุกรุกที่สาธารณประโยชน์ เจ้าหน้าที่ ได้สอบสวนพยานเยอะเลยครับ สอบสวนพยานบุคคล ๕๘ ปาก มีเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันนี้ข้อมูลจากตํารวจบอกว่าสภาพที่เดิมนั้นมีหนองน้ําสาธารณะที่มีระบบนิเวศ สมบูรณ์ หนองน้ํามีระดับน้ําลึกประมาณ ๓-๔ เมตร รอบ ๆ หนองน้ําเปึนทุ่งหญ้า ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ร่วมกันในการเลี้ยงสัตว์และจับปลา หลังจากนั้นท่านประธานชัยและบุคคลภายนอกกว้านซื้อที่ดินรอบ ๆ หนองน้ํา สาธารณะดังกล่าว แล้วได้มีการล้อมรั้วลวดหนามโดยล้อมเอาหนองน้ําสาธารณะ ดังกล่าวเข้ารวมกับที่ดินที่ซื้อจากชาวบ้านและได้มีการนําดินจากโครงการขุดลอก กุดน้ําใสที่อยู่ใกล้เคียงไปถมที่สาธารณะหนองยางและหนองไฮบางส่วนจนมีสภาพ ตื้นเขินและมีการนําต้นยางพารามาปลูกในบริเวณหนองยางและกุดถ้ําแข้ที่เคยเปึน หนองน้ํานะครับ พยานหลายคนก็ยืนยันเขาเคยนําโคกระบือเข้าไปเลี้ยงที่หนองยาง แต่รอบนี้เขาใช้คําว่า ท่านประธานชัยและบุคคลภายนอกไม่ยอมให้เข้าไป ได้มีการใช้ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ จีพีเอสเจาะหาโดยรอบครับ จากหลักฐานของทางตํารวจ ตํารวจมั่นใจว่าเปึนการบุกรุกที่สาธารณะ ดังนั้นต่อมานายอําเภอสตึก ลูกน้อง ของท่านเองได้แจ้งความดําเนินคดีกับ ฯพณฯ ชัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และบุคคลภายนอก ผมไม่ได้เอ่ยถึงบุคคลภายนอกนะครับ ต่อมาบุคคลภายนอก ที่กระผมกล่าวถึงได้ไปมอบตัวเมื่อวันที่ ๑๗ ป้ ๒๕๕๑ ผมยกตัวอย่างขึ้นมา ๓ กรณี เพื่อให้เห็นว่าเรื่องอยู่ที่อัยการ ท่านบอกก้าวล่วงไม่ได้ เรื่องอยู่ที่ตํารวจท่านบอกว่า ทําอะไรไม่ได้ เรื่องอยู่ที่กรมที่ดินท่านก็เพิกเฉยในขณะเดียวกันเรื่องบริษัทศรีสุบรรณ ศาลพิพากษาว่าออกโดยชอบ ท่านก็ยังสั่งเพิกถอน ไม่มีหลักฐานครับ แต่ว่า โดยพฤติกรรมที่กราบเรียนมาเจ้าหน้าที่ประจํา ข้าราชการตั้งแต่อธิบดีลงมา ใครลงมานี่นะครับ คงไม่กล้าที่จะเสี่ยงต่อคดีอาญาฐานปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบต่อ คดีแพ่งที่ถูกฟัองร้องค่าเสียหาย ดังนั้นกรณีที่จะดําเนินการเข้าไปยุ่งเกี่ยวในศาล มันมีมาตรา ๖๑ วรรคแปด ท่านประธานครับ กรณีที่เรื่องอยู่ในศาล ศาลเมื่อมี คําพิพากษาแล้วสั่งเพิกถอนหรือแก้ไขอย่างไรให้เจ้าพนักงานที่ดินดําเนินการตาม คําพิพากษา เจตนาอันนี้ก็คือว่ากรมที่ดินจะต้องรอผลของคําพิพากษา ไม่ใช่สั่งการ ทั้งที่ขัดกับคําพิพากษาของศาลซึ่งทําในนามพระปรมาภิไธยขององค์พระมหากษัตริย์ ท่านคงเห็นได้ว่าระหว่างอัยการที่ท่านบอกว่าไม่อยากไปก้าวก่าย ความน่าเชื่อถือ ของอัยการกับความน่าเชื่อถือศรัทธาของศาลยุติธรรมอันไหนมากกว่า ศาลยุติธรรม ทําในนามพระปรมาภิไธย สอบพยานโดยเป่ดเผยชัดเจนสู้กันเต็มที่ ในขณะที่อัยการ เดี๋ยวนี้ก็เปึนที่ยอมรับว่ามีคําขอได้บ้าง มีคําสั่งได้บ้าง ไม่อยู่ในร่องในรอยซึ่งให้เห็น เปึนประจักษ์อยู่นะครับ เพราะฉะนั้น
ท่านมีผู้ประท้วงครับ ท่านสุนัยเชิญครับ
ท่านประธานครับ ขณะนี้เวลา เหลือน้อยเพราะว่าจริง ๆ แล้วการอภิปรายของท่านสมาชิกอภิปรายต่อท่าน มท. ๑ จริง ๆ มีเวลาประมาณ ๒ ชั่วโมงเท่านั้น เพราะว่าอีก ๑ ชั่วโมงเศษ ๆ จะต้องให้ ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรสรุป ทีนี้ผมได้รับโทรศัพท์จากประชาชนทางบ้าน มากว่า ตอนนี้เขาหมุนคลื่นจากเอเอสทีวีมาคลื่นนี้หมดแล้วครับ เขาอยากจะเห็น การโต้แย้งที่มีเหตุมีผลที่สุด ระหว่างท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ขอประทานโทษ ท่านผู้อภิปรายนิดเดียวครับ จึงอยากจะขอความกรุณาท่านว่า ถ้าท่านสรุปได้เร็ว ก็จะทําให้การอภิปรายวันนี้จบได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด กราบขอบพระคุณครับ
ไม่ได้ประท้วงนะครับ แต่เปึนการหารือก็ถือว่าอนุโลมนะครับ แล้วแต่ดุลยพินิจท่าน เชิญครับ
ขอบพระคุณครับท่านประธาน ขอบพระคุณ ท่านสุนัยที่บอกว่ากําลังถ่ายทอด ต้องไม่ลืมนะครับว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ท่านประธานครับ ผม ขออนุญาตนิดเดียว ด้วยความ
ท่านพอเถอะครับ
นิดเดียวสั้น ๆ ครับ ท่านผู้อภิปรายพูดถึงอัยการประโยคสุดท้าย เมื่อสักครู่ผมนึกว่าคุณสุนัยจะทักท้วง เรื่องการพูดถึงอัยการซ้ํา ฟังแล้วไม่สบายใจ ผมอยากจะกราบเรียนว่าลูกชายผม ก็เปึนอัยการ เพราะฉะนั้นขอให้ถอนเถอะครับ
ท่านต่อเถอะครับ เชิญครับ
เพื่อนสนิทผมก็เปึนอัยการถาวรนี่ครับ
ท่านประธานครับ
ท่านนั่งเถอะครับ ท่านต่อครับ เชิญครับ
ต้องไม่ลืมว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่ดูแลที่ดินของรัฐทั่วประเทศ มีหน้าที่ต้องปฏิบัตินโยบายเร่งด่วน มีหน้าที่ ต้องปฏิบัติตามกรอบการจัดการบ้านเมืองที่ดี มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามและรักษากฎหมาย ที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัดเสมอหน้าเปึนธรรม เพราะฉะนั้นในฐานะที่ท่านมีความรู้ ถึงจบปริญญาเอก เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผมจึงเห็นว่าการที่ท่าน ใช้อํานาจในลักษณะอย่างนี้ จึงเปึนการปฏิบัติราชการโดยบกพร่องผิดพลาด ล้มเหลว ขาดคุณธรรม ขาดจริยธรรม ขาดหลักนิติธรรม ใช้อํานาจบีบบังคับข้าราชการให้ยอมตน เปึนพวก
ครับเชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน แบบสัดส่วน กลุ่มที่ ๖ กรุงเทพมหานคร เมืองนนทบุรี สมุทรปราการ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กราบขอบพระคุณมหาบัณฑิตทางกฎหมาย ที่ได้อภิปรายอยู่ในกฎเกณฑ์กติกา อย่างนี้หละถูกต้องครับ ท่านถามผมมาทั้งหมด ๖ ประเด็น
ประเด็นแรก เรื่องลูก ๆ ผม ประเด็นที่สอง ไม่ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมาที่บ้าน ประเด็นที่สาม เรื่องเคเบิลทีวี ประเด็นที่สี่ เรื่องบริษัทศรีสุบรรณ ที่คีรีรัฐนิคม ประเด็นที่ห้า เรื่องที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ ประเด็นที่ ๖ ที่ดินในจังหวัดบุรีรัมย์อยู่ที่อัยการอยู่ที่ตํารวจ ผมไม่กล้าไปยุ่ง แต่เรื่องคดี ที่คีรีรัฐนิคมผมเข้าไปยุ่งเกี่ยว
เบื้องต้นก่อนที่ผมจะอภิปราย ผมมีเรื่องอยากจะกราบเรียนท่านประธาน เพียงเล็กน้อย เพื่อสมาชิกพรรคฝ์ายค้านและพี่น้องประชาชนทางบ้านจะได้เข้าใจตรงกัน ที่ไฟดับเมื่อตอนบ่าย ๆ ผมตกใจยกหูโทรศัพท์ไปถามผู้ว่าการการไฟฟัานครหลวง ท่านผู้ว่าการการไฟฟัานครหลวง มันเกิดอะไรขึ้น เดี๋ยวจะถูกตําหนิติติงว่ารัฐบาลมาใช้ วิชามารเหมือนกับรัฐบาลบางสมัยหรือไม่ ผู้ว่าการไฟฟัานครหลวงบอกตายแล้ว ท่านรัฐมนตรี ไม่มีอะไรเลยครับ ผมถามว่ามันเกิดอะไร เขาบอกว่ากระรอกวิ่งเข้าไป ในช่องสายไฟ แล้วปกติข้างนอกดับประมาณ ๓-๕ วินาที แต่ข้างในสภาดับนาน ก็เรียน ให้คนที่สงสัยได้ทราบไว้เสียก่อน
เรื่องที่ ๒ เมื่อวานนี้ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ท่านอภิปราย มาแปะผมไว้นิดหนึ่ง แล้วท่านบอกว่า เรื่อง ส.ป.ก. ๔-๐๑ นั้นท่านไม่กลัว แต่ว่า พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวออกไปท่านจึงยุบสภา ฝากบอกท่านประธานนักการเมืองรุ่นใหม่ ไม่รู้ ตอนนั้นท่านบรรหารเปึนผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้ท่านเสนาะกับผม เปึนคนรวบรวมเรียบเรียงเอกสารหลักฐาน ผมอภิปรายแล้วให้ข่าว ท่านชวนก็บอกว่า ลูกคนรวยคนจนสามารถสอบชิงทุนได้ ผมบอกกฎหมายฉบับนี้ ท่านศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ อดีตประธานองคมนตรีสมัยท่านเปึนผู้พิพากษาชั้นผู้ใหญ่ และท่านมายกร่าง กฎหมายฉบับนี้เมื่อท่านเปึนนายกรัฐมนตรี เขาเขียนไว้ชัด ที่ดิน ส.ป.ก. ต้องแจก เกษตรกรผู้มีรายได้น้อยด้อยโอกาส ไม่มีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพและมีอาชีพ เกษตรกรรม ผมอธิบายชัดเจนว่าเศรษฐีภูเก็ตรับไม่ได้ ต้องถอดต้องถอนเอากลับคืน มาเถอะ ก็เถียงกัน ผมอภิปรายด้วยเหตุด้วยผล ท่านบรรหารให้เวลาผม หลังข่าวภาคค่ํา ออน แอร์ (On air) เลยล่ะครับ อภิปรายมี ๓ ที่นั่ง ท่านบรรหารให้เวลาเกือบ ๓ ชั่วโมง พอพูดเสร็จ พลตรี จําลองถอนตัวเพราะเห็นชัดเจนว่าที่ ส.ป.ก. ๔-๐๑ มันแจกคนรวย ไม่ได้ สามี ส.ส. รับได้ไหม ไม่ได้หรอกครับ เถ้าแก่นักธุรกิจขายเหล้า ขายยา ขายรถบีเอ็ม รถเบนซ์ รับได้ไหม ไม่ได้ เอาเทปมาเป่ดสิครับ ท่านจะกลัวหรือไม่ผมไม่ทราบ แล้วท่านก็ ยุบสภาไป เลือกตั้งได้รัฐบาลพรรคชาติไทยเปึนแกนนํา วันนี้ทําไมท่านไม่บอกล่ะครับ ท่านเปึนคนจําแม่นว่าเมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๐ ศาลฎีกาได้ตัดสินว่า ใครก็ตามที่เอาที่ ส.ป.ก. ไปให้คืนทางราชการ ตรงนี้ความรับผิดชอบของท่านชวน หรือพรรคประชาธิปัตย์จะมีหรือไม่ เรื่องของท่านไม่ใช่เรื่องของผม แต่ผมต้องบอกให้สภา รับรู้ เพราะเมื่อวานนี้ท่านมาแตะผม เรียนท่านประธานด้วยความเคารพ การเมืองมันไม่มี ใครกลัวใครหรอกครับ มันอยู่ที่เหตุและผล และวันนี้ผมภูมิใจที่พรรคประชาธิปัตย์ ออกมารับรู้รับทราบว่าบริษัทศรีสุบรรณฟาร์มเปึนพรรคพวกพรรคประชาธิปัตย์ เขาเปึน บริษัทเอกชน กระผมไม่ทราบว่าใครมาอยู่ตรงไหนอย่างไร แต่เมื่อท่านโดดออกมา อภิปรายไม่ไว้วางใจโดยมีประเด็นนี้ กราบขอบพระคุณด้วยความเคารพจริง ๆ ท่านมหาบัณฑิตทางกฎหมาย มันจะได้ชัดว่าพรรคประชาธิปัตย์รับเปึนเจ้าภาพ ต่อไป ถ้าการอภิปรายเรื่องนี้และการดําเนินคดีดําเนินการต่อไป บริษัทผิดจริงหรือไม่ ผมไม่ใช่ ผู้พิพากษาตุลาการจะได้รู้อย่างไรครับว่าใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทนี้
เรื่องที่ ๑ ผมตอบเปึนเรื่อง ๆ ท่านบอกว่าผมให้สัมภาษณ์ ไม่ให้ลูก ๆ มายุ่งเกี่ยว ถูกต้องครับ มีนักข่าวถามผม จะเอาลูกชายมาเปึนที่ปรึกษาที่กระทรวงไหม จะเอามาทํางานฐานะเลขานุการ ผู้ช่วยเลขานุการ มีไหม บอกไม่เอาหรอกครับ เพราะเขา ยังเด็ก ผมขอตัว ว่าที่ร้อยตรี ดวงเฉลิม อยู่บํารุง จากกระทรวงกลาโหม ไม่ได้มาอยู่ กระทรวงมหาดไทย มาอยู่ที่ศูนย์ปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ เพราะท่านนายกรัฐมนตรี ได้ตั้งให้ผมเปึนผู้อํานวยการปราบปรามยาเสพติดอีกตําแหน่งหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ กระทรวงมหาดไทย
เรื่องที่ ๒ ท่านบอกว่าไม่ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมาที่บ้าน ถูกต้องครับ ผมเปึนคนบอกว่า ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมีศักดิ์มีศรี กรุณาอย่ามาบ้านผม มาเยี่ยมผม มาหาผม มาคุยเรื่องส่วนตัววันเสาร์ วันอาทิตย์ นอกเวลาราชการอย่ามาโดยเด็ดขาด ผมห้าม แต่กรณีผู้ว่าราชการจังหวัดมาทุกวัน วันละคน คนละวัน มันเปึนแนวคิดของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ชื่อ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง เวลามาผมอยากรู้ ผมถาม ๓ ข้อ พรรคประชาธิปัตย์ก็มีพรรคพวกเปึนผู้ว่าราชการจังหวัดเยอะ ในกระทรวงมหาดไทยพรรคพวกพรรคประชาธิปัตย์มากกว่าผมอีก มากกว่า พรรคพลังประชาชนอีก พวกท่านไปถามสิครับ ผมเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดมา ผมมีคําถาม ๓ ข้อ ถ้าผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลามาผมจะบอกท่านผู้ว่าราชการจังหวัดครับ
ข้อที่ ๑ ในจังหวัดของท่านบริหารราชการโดยผู้ว่าราชการซีอีโอ (CEO) และมีปัญหาอะไร ไม่มีปัญหาอะไร ต้องการอะไร ไม่ต้องการอะไรพูดใส่เทป
ข้อที่ ๒ ผมเปึนคนนอก ผมไม่เคยเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มาก่อน ผมบอกท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ถ้าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยท่านจะบริหารกระทรวงอย่างไร
ข้อที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๔ อําเภอบ้านท่าน ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด คิดอย่างไร
แล้วทุกคนที่มาหาผม ผมถาม ๓ ข้อ แล้วผมก็ให้พูดใส่เทป พูดใส่เทปเสร็จ ผมยังไม่ได้ถอดเทปพอสุดท้ายครบ ๗๕ จังหวัด ผมตั้งใจถอดเทปแล้วผมจะทําเปึนกรุปปุ่ง (Grouping) ว่าผู้ว่าราชการจังหวัดท่านนี้คิดอย่างนี้ ท่านนี้คิดอย่างนี้ ที่มาเรื่องอย่างนี้ครับ ไม่ใช่มาเอาใจผม ไม่ใช่ต้องมาวิ่งเต้นย้าย ไม่มีครับ โปรดเข้าใจตามนี้ มาที่บ้านผม ไม่ได้มาเรื่องส่วนตัวถือว่ามาราชการ มาตอนเช้ากินโจ๊ก กินกาแฟ บันทึก ๓ ข้อเสร็จ นั่งรถมากับผม ผมก็คุยก็ถามผู้ว่าราชการจังหวัด จังหวัดท่านเปึนอย่างไร รายได้ประชากร เปึนอย่างไร คนจนเปึนอย่างไร คนรวยเปึนอย่างไร มีอาชีพอะไร ปัญหาข้อขัดข้อง เปึนอย่างไรบ้างเท่านั้นล่ะครับ ก็เวลาพวกท่านเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านไม่คิดอย่างนี้ก็เรื่องของท่านครับ ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมคิดสิครับแล้วผมอยากทํา เช้านั่งรถเข้ามาถึงกระทรวงอยู่ขึ้นกระทรวงก็คุยกัน กลางวัน กินข้าวแกงกันในกระทรวง บ่ายถ้าผมไปพรรค อย่ามาเพราะเปึนเรื่องการเมือง แต่ถ้ามาสภา มาได้ครับศึกษางาน ไปทําเนียบเวลาประชุม ครม. เชิญครับ ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ไป พอตอนสุดท้าย ๑๗.๐๐ นาฬิกา ก็มาสวัสดีผม รัฐมนตรีลาก่อน ผมบอกผู้ว่าราชการ จังหวัดโชคดีขอให้ท่านเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ มีเท่านี้แหละครับ
เรื่องที่ ๓ เรื่องเคเบิลทีวี ท่านประธานครับ ผมรอวันนี้มานานวันที่จะตอบ คําถามของเพื่อนสมาชิกจากพรรคฝ์ายค้าน เพราะเรื่องนี้อ้ายพวกข้างนอกมันเอาไป บิดเบือน กรณีเคเบิลทีวีนั้น ถ้าคนฟังนิดเดียวตื่นเต้นที่จะเตรียมอภิปราย ไม่ต้องหรอกครับ เดี๋ยวผมจะตอบให้ก่อน ผมเรียกประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดโดยผ่านวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดครับเรื่องอย่างนี้มันไม่เคยเกิด เรื่องอย่างนี้มันไม่เคยมี เพราะมัน ยังไม่เคยมีใครที่บ้าระห่ําแล้วก็ปราศรัยด่าโคตรพ่อโคตรแม่คนหมด แล้วเปึนการด่า โคตรพ่อโคตรแม่ อ้าย อี มึง กู สัตว์เลื้อยคลานเต็มเวที แล้วก็ถ่ายทอดสดทางสถานี เอเอสทีวี (ASTV) ผมรู้ท่านประธานครับว่ากรณีถ่ายทอดสดเปึนสิทธิที่จะทําได้ แต่ถามสิ ช่อง ๓ ช่อง ๕ ช่อง ๗ ช่อง ๙ ช่อง ๑๑ ไอทีวีเดิม กล้าถ่ายทอดไหมละครับ ไม่กล้า เพราะอะไรเพราะเขารู้ว่ามันผิด นักกฎหมายเต็มพรรคประชาธิปัตย์ ท่านอ่านกฎหมายรู้ ท่านดูกฎหมายเปึนเหมือนผมนี่ละครับ ทาง ครม. ก็บอกว่ากระทรวงมหาดไทยดูหน่อย เพราะกระทรวงมหาดไทยได้แสดงฝ้มือไปแล้วกรณีเว็บ ๒๙ เว็บ เมืองนอก ๗ เมืองไทย ๒๒ มีข้อความหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หมิ่นอะไรต่าง ๆ เปึนข้อความที่ไม่ควร กระทรวงมหาดไทยรับงานมาจาก ครม. ผมใช้เวลา ๗๒ ชั่วโมง ผมเรียกผู้ประกอบการมา คุณจะบอกว่าข้อความส่งมาจากต่างประเทศ แต่เหตุเกิดประเทศไทย เหตุเกิด ในราชอาณาจักรไทย คุณกระทําความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ผมไม่ป่ดเว็บ แต่จะดําเนินคดี เขาตกใจ ตกใจผมบอกวิธีการพอส่งมาคุณต้องป่ด ส่งมาต้องลบ และใครโพสต์ (Post) เข้ามาคุณต้องตัดออก ผมเชิญเขามาพบ ๒๒ เว็บ กรุงเทพฯ เมืองไทย บริเวณปริมณฑล และเมืองใหญ่ ๆ เก็บจากเมืองนอก รวมเปึน ๒๙ เว็บ ผมสามารถควบคุมภายใน ๗๒ ชั่วโมง ได้ ๒๗ เว็บ วันนี้ปลอดภัย เบาครับ ครม. ก็ติดใจใช้บริการ ว่ากรณีเอเอสทีวีด่าโคตรพ่อโคตรแม่ผู้คน เขาทั่วไปหมด ครูบาอาจารย์ระดับมีตําแหน่งเปึนศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ก็ด่าว่าโดยขาดปัจจัยพื้นฐานไม่มีความเข้าใจ เพราะไปเชื่อการปลุกระดม วันหนึ่งถ้าท่าน มหาบัณฑิตมาเปึนรัฐมนตรีอย่างผม แล้วก็ใช้ลอว์ เอนฟอร์ซเมนท์ (Law enforcement) คือกฎหมายบังคับใช้ ผมไม่นิยมหรอกครับ อ้ายที่ไปอุ้มมา ไม่นิยมหรอกครับ ไปยิงบ้าง ไม่นิยมหรอกครับ จะไปดักตีกบาล ไม่เอาครับ เราก็ใช้วิธีการทางกฎหมาย ที่ผ่านมา คนจะมองความผิดตามมาตรา ๘๓ คือหมายความว่าท่านมหาบัณฑิตทําผิด คนรู้ว่า มหาบัณฑิตผิด ถ้ามีใครไปร่วมกับมหาบัณฑิต คนไปร่วมเปึนตัวการตาม ป.อาญา มาตรา ๘๓ มาตรา ๘๔ ก่อนผู้อื่นกระทําผิด นั่นถือว่าเปึนผู้ใช้จ้างวาน มาตรา ๘๖ ก่อนเกิดเหตุ หลังเกิดเหตุช่วยเหลือเขาเรียกสนับสนุน ท่านมหาบัณฑิตเป่ดดูสิครับ ท่านจะได้อธิบายความให้คนเขาได้รู้ว่ามาตรา ๘๕ ของประมวลกฎหมายอาญา เขาบอกชัด ผู้ใดโฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทําความผิด และความผิดนั้น มีกําหนดโทษไม่ต่ํากว่า ๖ เดือน ผู้นั้นต้องระวางโทษกึ่งหนึ่ง ผมย้ํากับท่านอีกครั้งนะครับ เพื่อท่านผู้ชมทางบ้านจะได้รู้ รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ละเมิดอํานาจ ไม่ได้อวดเก่งกาจ และผมไม่มีวันหรอกครับที่จะทําผิดกฎหมาย ผมกราบเรียนอย่างนี้ ผู้ใดโฆษณา หรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทําความผิด และความผิดนั้นมีโทษไม่ต่ํากว่า ๖ เดือน ผู้นั้นต้องระวางโทษกึ่งหนึ่ง พันธมิตรบอกเลย ตัดน้ํา ตัดไฟ ล้มอํานาจรัฐบาล อย่าเสีย ภาษี พันธมิตรปราศรัยเปึนการกระทําความผิดยุยงส่งเสริมให้ล้มอํานาจรัฐ ล้มอํานาจ บริหารซึ่งรัฐบาลคัม ฟรอม อีเลกชัน (Come from election) มาจากการเลือกตั้ง พันธมิตร มีข้อมูล พันธมิตรเห็นว่ารัฐบาลทุจริตต้องเอาข้อมูลมาให้ฝ์ายค้าน แต่พันธมิตรไปตั้งเวที แล้วไล่ พันธมิตรบอกเลยให้ไปทําผิดอย่างนี้ ๆ และความผิดที่พันธมิตรปราศรัยมีโทษ จําคุกเกินกว่า ๖ เดือนทั้งนั้น มี ๓ ป้ ๕ ป้ ๗ ป้ ตลอดชีวิตและประหารชีวิต มันจึงเข้าเกณฑ์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๕ เพราะเอเอสทีวีเอาไปถ่ายทอด เคเบิลทีวีเอาไป ถ่ายทอด มันจึงเข้าข่ายเปึนผู้โฆษณา หรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทําความผิด ผมประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดทางวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ ผมบอกท่านผู้ว่าราชการจังหวัดครับ ท่านมี ๒ มาตรการมาตรการหนึ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องไปเจรจาความกับเขาว่าสิ่งที่ทํา อยู่นี่มันผิดกฎหมาย ท่านถ่ายทอดได้ แต่เมื่อมีการยุยงส่งเสริมให้กระทําความผิด ท่านเผยแพร่เคเบิลทีวีอ้างไม่ได้ว่าเอามาจากแม่ข่ายคือเอเอสทีวี ก็สถานีเอเอสทีวี ไม่กลัวผิด เปึนสถานีโทรทัศน์แห่งเดียวในโลกที่ถ่ายทอดด่าโคตรพ่อโคตรแม่คนแล้ว ถ่ายทอดการปราศรัยในการกระทําผิดได้ ผมบอกท่านผู้ว่าราชการจังหวัดครับ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกรุณาหน่อยเถอะ บอก มท. ๑ ขอร้อง เจรจาจับเข่าคุยสิ ปรับทุกข์ ผูกมิตรว่ากรณีเผยแพร่มีการยุยงส่งเสริมให้กระทําความผิด มันเปึนความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๕ ถ้าความผิดยังไม่ได้ทํา คนเผยแพร่โทษครึ่งหนึ่ง ถ้าความผิดสําเร็จ เต็มโทษ เปึนตัวการร่วมกัน โทษเท่าไรไปเท่านั้น ผมบอกเท่านั้นล่ะครับ ท่านมหาบัณฑิตท่านเอาหลักฐานมาสิครับว่าผมนี่สั่งป่ดเคเบิลทีวี มันป่ดไม่ได้ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็ถามกลับบอกท่านรัฐมนตรีกรณีไปบอกเขาไม่ทําไม่เปึนไร จะเปึนไรไปบอกไม่ทําไม่เปึนไรก็ดําเนินคดี ดําเนินคดีแล้วทําอย่างไร บอกเขาก็ถ่ายทอด ต่อได้ จับเสร็จรุ่งเช้าทําอีกเราก็บอกรวบรวมหลักฐาน ก็ต้องจับวันจันทร์ วันพุธ วันศุกร์ จับวันอังคาร วันพฤหัสบดี วันเสาร์ วันอาทิตย์ มันก็จับแล้วจับอีก จับอีกจับแล้ว เหมือนเอเอสทีวีได้รับความคุ้มครองจากศาลปกครอง รัฐบาลทําอะไรได้ไหมครับ ไม่ได้ หรอกครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็กราบเรียนด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ เราใช้กฎหมายเปึนตัวบังคับ เราใช้กฎหมายเปึนฝ์ายดําเนินการ ทันทีที่ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีรู้เข้าตกใจ เขาส่งนายกสมาคมเคเบิลทีวีมาพบผม มีคนบอกว่าถ้ามีการดําเนินคดีแล้วเขาจะผิดไหม ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ตั้งแต่มีประเทศไทยมายังไม่ได้ใช้ ป.อาญา มาตรา ๘๕ เลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะในอดีต ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้มันยังไม่มีอ้ายพวกบ้าระห่ํา อ้ายพวกที่ทําอะไรไม่รับผิดชอบ มันจึง ต้องพิสูจน์กันด้วยกฎหมาย หลักนิติรัฐ รีกัล สเตท (Regal state) หลักนิติรัฐ นิติธรรม ลอว์ เอนฟอซเมนท์ มันเปึนหน้าที่ของรัฐบาล ส่วนเมื่อดําเนินคดีกับเขาแล้ว แล้วเขาไม่ผิด เขาก็มีสิทธิฟัองเรา เขาไม่ผิดศาลก็ยกไป มันจะได้เปึนกรณีศึกษาเปึนกรณีตัวอย่าง แต่ผมมั่นใจว่าสิ่งที่ผมทําไปนั้นเปึนเรื่องถูกต้องไม่ใช่เรื่องที่ผิดกฎหมาย ไม่ได้ป่ดเคเบิล ไปเอาที่ไหนมา ไม่ได้ไปข่มขู่ ไม่ได้ไปกลั่นแกล้ง ถ้าเขาไม่ดําเนินการตามคําแนะนํา เราก็ดําเนินคดี ผมคิดว่าแค่นี้ท่านทั้งหลายคงจะเข้าใจแล้ว
ต่อไปอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องบริษัทศรีสุบรรณ ผมเข้ามาเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ผมมีนโยบายตรวจสอบที่ดินของรัฐถูกครอบครองโดยคนยากคนจน แยกส่วนหนึ่ง โดยคนร่ําคนรวยไม่ได้ ต้องดําเนินการริบที่มาเปึน เนชันแนล แอสเสท (National asset) มาเปึนสมบัติของชาติ ไม่ใช่ว่าจะไปกลั่นแกล้งคนยากคนจน ตาสี ตาสา ปัามี ยายแม้น ถ้าทํากินอยู่ในที่และไม่ได้มีเจตนาบุกรุก เราจะหาวิธีการให้เขาได้ทํากินได้ แต่คนรวยเปึนนายตํารวจรูปร่างใหญ่ ๆ อดีตยศถาบรรดาศักดิ์ไปอยู่ที่ ส.ป.ก. เจ้าของ โรงแรมแถวรัชดาที่สนิทกับพรรคการเมืองพรรคหนึ่งไปครอบครองเปึนพันไร่ คนขายต้นไม้ ราคาแพงและหรืออื่น ๆ ผมบอกอย่างนี้ไม่ได้ อย่างนี้ต้องดําเนินการ มีคนบอกว่า กระทรวงมหาดไทยไปยุ่งอะไร ท่านประธานครับ ก็กระทรวงมหาดไทยเปึนกระทรวงที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดทั้งจังหวัด จังหวัดเล็ก ๑๑๖ หน่วยงาน จังหวัดใหญ่ ๑๕๖ หน่วยงาน ผู้ว่าราชการซีอีโอปกปัองดูแลพี่น้องประชาชน ดูแลปกครอง บังคับบัญชามีทุกหน่วยงานอยู่กับผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ว่าความรับผิดชอบ ส.ป.ก. ก็กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่คีรีรัฐมันเปึนที่สาธารณประโยชน์ อ้ายนี้ขึ้นกับ กระทรวงมหาดไทย ท่านบอกว่าเลือกปฏิบัติ ไม่เลือกหรอกครับ ผมส่งลงไปดูทั่วประเทศ ไปถามปลัดกระทรวงสิครับ ทําหนังสือขอไปเขาให้ ผมมีนโยบายบอกปลัดตรวจสอบ ๗๕ จังหวัด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรายงานกลับมาว่ามีกรณีเอาที่ดิน บุกรุกที่ดินรัฐ ไปยึดถือครอบครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีทั้งหมด ๖ ล้านไร่โดยประมาณ เขาทําอยู่ ท่านมหาบัณฑิตเขาทําอยู่ ตรวจสอบอยู่ ทีนี้พอขั้นตอนที่ ๒ รู้ว่าบุกรุกที่รัฐ เอาที่รัฐมาเปึน กรรมสิทธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดก็จะหาวิธีการว่าเราจะตรวจสอบอย่างไร ตรงนี้เอาคืน ตรงนั้นไม่เอาคืน ตรงนี้คนยากคนจนทํามาหากิน คนจนต้องอยู่ได้แต่คนรวยต้องคืน แล้วมาดูสิว่าหลังจากคืนแล้วเปึนอย่างไร ทั่วประเทศครับ ท่านไปเอาที่ไหนมาพูดครับว่า ผมไปสั่งตรวจสอบเฉพาะบริษัทศรีสุบรรณ ไม่ใช่หรอกครับ ไม่มีครับ คิดก็ไม่เคย ทั่วประเทศ ๖ ล้านไร่มีเอกสารอยู่ อยู่ที่ปลัดกระทรวง ผมกราบเรียนท่านประธานต่อครับ นอกจากนี้ผมลงลึกในรายละเอียดที่อําเภอวังน้ําเขียวก็ตรวจ ที่ปากช่องก็ตรวจ ที่จันทบุรี ก็ตรวจ สุราษฎร์ธานีก็ตรวจ เกาะสมุยก็ตรวจ กาญจนบุรี ทั่วหมดครับ คิดอะไรถึงมาบอก ผมตรวจเฉพาะบริษัทศรีสุบรรณ ผมขอบคุณอีกครั้งครับที่พรรคประชาธิปัตย์รับเอา ศรีสุบรรณเปึนเรื่องดําเนินการอภิปรายผม ท่านประธานครับ ผมจะเรียนต่อว่าเรื่องนี้ มันเกี่ยวกับผมไหม ผมจะลําดับเรื่องให้มหาบัณฑิตได้รับทราบโดยผ่านท่านประธาน มีคนเขาร้องทุกข์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๔๘ ตอนนั้นผมเปึนอะไรครับ ไม่ได้มีตําแหน่งอะไรเลย เกี่ยวข้องไหม ไม่รู้เรื่อง ๑๔ ตุลาคม ๒๕๔๘ เรื่อง การออกเอกสารสิทธิ น.ส. ๓ ก โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อขายให้นายทุนซึ่งทับที่ทํากินของราษฎร กราบเรียนท่านราชเลขาธิการ เขาเรียนไปยัง ท่านราชเลขาธิการเมื่อ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๔๘ ผมเกี่ยวอะไรไหมครับ ไม่มีหรอกครับ ตําแหน่งก็ไม่มี ผู้แทนราษฎรก็ไม่ได้เปึน เขาร้องทุกข์ตั้งแต่ ๑๔ ตุลาคม ป้ ๒๕๔๘ เขาร้องทุกข์ไปในรั้วในวัง เขาร้องทุกข์ท่านราชเลขาธิการเพราะเขาไม่รู้จะไปพึ่งใคร ท่านประธานครับ พอร้องไป ท่านราชเลขาธิการมีตัวตนเรียบร้อย มีกํานัน มีชาวบ้าน ผู้เกี่ยวข้อง ท่านราชเลขาธิการก็ส่งไปดีเอสไอ แต่ว่าก่อนจะส่งไปดีเอสไอหรือเขามาร้อง ท่านราชเลขาธิการ มันมีตํานานที่มาครับท่านประธานที่เคารพเพื่อให้ท่านมหาบัณฑิต ได้รับรู้ มันมีตํานานที่มา เขาบอกเลยครับการออกเอกสารสิทธิ น.ส. ๓ ก ในตําบลน้ําหัก อําเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี จํานวน ๘๑ แปลง เนื้อที่ประมาณ ๒,๐๒๐ ไร่ ปัจจุบันมีชื่อบริษัทศรีสุบรรณฟาร์ม จํากัด เปึนเจ้าของผู้ถือกรรมสิทธิ์ ขอโทษ ท่านประธานครับเมื่อสักครู่ ผมยังไม่ได้ขออนุญาตท่านประธานอ่านเอกสาร ก็ขออนุญาต ณ โอกาสนี้เพื่อจะได้ไม่มีการประท้วง ท่านประธานครับ เมื่อประมาณเดือนธันวาคม ป้ ๒๕๔๗ นายวิลาศ ไกรวงศ์ กํานันตําบลน้ําหักได้ทําหนังสือร้องเรียนต่อนายอําเภอ คีรีรัฐนิคม ท่านประธานครับ เพื่อให้ท่านมหาบัณฑิตรับรู้ ป้ ๒๕๔๘ วันที่ ๑๔ ตุลาคม ร้องเจ้าฟัาเจ้าแผ่นดิน แต่ก่อนหน้านั้นกํานันตําบลชื่อวิลาศ ไกรวงศ์ ได้ทําหนังสือ ร้องเรียนต่อนายอําเภอคีรีรัฐนิคม เขาร้องเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เขาร้องเรียนอธิบดีกรมที่ดิน เขาร้องเรียนผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา เขาร้องเรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เขาร้องเรียนสํานักราชเลขาธิการ อธิบดีกรมสอบสวน คดีพิเศษและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งผมยังไม่ได้เปึนในช่วงนั้น เขาร้องเรียนต่อ เขาสรุปความว่ามีนายทุนต่างถิ่นร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐนําเอาที่ดิน ทางราชการสงวนไว้เปึนที่สาธารณประโยชน์ไปออกเอกสารสิทธิ น.ส. ๓ ก จํานวน ๘๑ แปลง รวมเนื้อที่ ๒,๐๒๐ ไร่ให้แก่บุคคลต่างถิ่นที่ไม่เคยครอบครองที่ดินนั้นมาก่อน หลังจากนั้นบุคคลผู้มีชื่อใน น.ส. ๓ ก ได้โอนขายที่ดินดังกล่าวให้บริษัทเอกชน จนสุดท้าย เปึนของบริษัทศรีสุบรรณฟาร์ม จํากัด ซึ่งซื้อที่ดินมาจากการขายทอดตลาดกรมบังคับคดี การออกเอกสารสิทธิดังกล่าวกระทําโดยมิชอบ ท่านต้องแยกเปึน ๒ ส่วน เขาบอกว่า เอกสารสิทธิออกโดยมิชอบ เขาไม่ได้บอกว่าบริษัทศรีสุบรรณฟาร์มไปบุกรุกหรือไปยึด ที่หลวง ความสรุปเดิมทีมันมีบริษัทที่ ๑ เอาประชาชนมาอยู่ในพื้นที่ ซึ่งไม่ได้มีอาชีพ เกษตรกรและทําเกษตรกรรมก็ได้สิทธิเอาไป พอได้สิทธิเสร็จบริษัทนั้นก็ซื้อขายไป บริษัทที่ ๒ ขายไปบริษัทที่ ๓ จนสุดท้ายก็เอาไปจํานองแบงก์ ขาดไม่มีเงินไถ่ แบงก์ก็ให้ กรมบังคับคดีมาขายทอดตลาด พอขายทอดตลาดบริษัทศรีสุบรรณฟาร์มก็ไปซื้อ ก็เปึนสิทธิของบริษัทศรีสุบรรณฟาร์ม ผมไม่ได้ว่าบริษัทศรีสุบรรณฟาร์มไปดําเนินการ อะไรผิดกฎหมาย ก็อิจฉานิด ๆ ซื้อไป ๓๓ ล้านบาท จํานองแบงก์กรุงไทยได้ทั้งหมด ๑๒๕ ล้านบาท ท่านประธานครับ ฝากบอกไปยังมหาบัณฑิตอย่าไปยุ่งกับบริษัทเขา เขาซื้อ ๓๓ ล้านบาท แล้วเขาจํานองแล้วเรียบร้อย เอาสตางค์ไปใช้แล้ว ๑๒๕ ล้านบาท ถามว่าซื้อจากกรมบังคับคดี ถ้ากรมบังคับคดีเอาที่ไม่ดีไม่งามที่มีเงื่อนไขที่ผิดก็เอาสิครับ ก็ไปฟัองกรมบังคับคดี จะมาเกี่ยวข้องอะไรกับ มท. ๑ ฝ์ายค้านต้องเอาผมไว้ใช้ ไม่ใช่มา ไม่ไว้วางใจ ต้องยื่นญัตติไว้วางใจผมถึงจะถูกต้อง ท่านประธานครับ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๔๘ ท่านกํานันวิลาศร้องเรียนถวายฎีกาไปยังราชเลขาธิการ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ สํานักราชเลขาธิการส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณา พอมา ๑๙ ตุลาคม ๒๕๔๙ กรมสอบสวนคดีพิเศษส่งผลการสอบสวนไปให้อธิบดี กรมที่ดินใช้อํานาจตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๖๑ เพื่อเพิกถอนเอกสารสิทธิ น.ส. ๓ ก ที่ออกไม่ชอบด้วยกฎหมาย วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๑ ท่านประธานครับ ๑ มีนาคม ๒๕๕๑ เขามีหนังสือบอกว่าเปึนราษฎรตําบลน้ําหัก ร้องทุกข์มาที่ผมว่า ที่ดินดังกล่าวออกเอกสารสิทธิไม่ชอบด้วยกฎหมาย เขามาปรับทุกข์ว่าดีเอสไอ สอบสวนเสร็จส่งเรื่องให้กรมที่ดินให้ไปเพิกถอนเอกสารสิทธิ กรมที่ดินไม่กล้า เขาบอก กับผม ผมก็บอกว่าผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แบ่งงานไปแล้วผม ไม่ได้รับผิดชอบงานของกรมที่ดิน ผมมอบให้ มท. ๓ ท่านรัฐมนตรีช่วยสิทธิชัย โควสุรัตน์ แห่งพรรคเพื่อแผ่นดิน มอบให้ไปดูแล้ว มท. ๓ ก็ไปคุมงานกรมที่ดิน ไม่เกี่ยวกับผมเลย ท่านมหาบัณฑิตไม่ไว้วางใจผมทําไม ผมไม่ได้คุมงานของกรมที่ดิน แต่เมื่อร้องทุกข์มายัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเราต้องรับผิดชอบโดยนัย เพราะเปึนเจ้ากระทรวง ผมก็บอกไวพจน์คุณทําหนังสือไปเลย คุณไวพจน์ก็ทําหนังสือแจ้งไปยังอธิบดีกรมที่ดิน บอกว่าเรื่องนี้มีคนมาร้องทุกข์ มท. ๑ ขอให้กรมที่ดินดําเนินการไปตามอํานาจหน้าที่ ท่านประธานครับ การเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ได้รับสิทธิไปแล้วทําได้ครับ แล้วก็ทํากันมา ตามลําดับ แล้วกรณีผู้มีอํานาจคืออธิบดีกรมที่ดินหรือรองอธิบดีที่อธิบดีมอบหมาย รัฐมนตรีไม่มีสิทธิหรอกครับ ผมไปแกล้งบริษัทศรีสุบรรณฟาร์มเขาทําไม ผมเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมต้องรักษากฎหมาย ผมไปแกล้งเขาเพื่ออะไรครับ หรือจะเปึนรัฐมนโทซึ่งก็เปึนไม่ได้ เพราะมันมีแค่รัฐมนตรี ผมไม่ได้แกล้ง อย่าไปเข้าใจผิด ผมเรียนกฎหมายเหมือนกับท่าน เรียนด้วยความเคารพ พอ ๑ มีนาคมเขามาร้องผม เขาร้องผม ๑ มีนาคม ผมบอกอย่าไวพจน์น้องส่งเรื่องให้อธิบดีกรมที่ดิน ถ้ากระเหี้ยน กระหือรือจะเอาเปึนเอาตายผมก็ต้องให้ส่งเรื่องวันนั้น ไม่หรอกครับ ส่งเมื่อไรครับ ๑๔ มีนาคม ร้อง ๑ มีนาคม พอ ๑๔ ไวพจน์ก็ส่งเรื่องไปผมรับกับท่านไม่อับอาย ผมบอกข้าราชการกรมที่ดินว่าคุณต้องกล้าทํางาน คุณต้องกล้าทําในสิ่งที่ถูกต้อง อย่าไปกริ่งเกรงอิทธิพลใครทั้งนั้น กระทรวงมหาดไทยผมใหญ่คนเดียวแต่ภายใต้ กรอบของกฎหมายก็บอกเขาไป บอกอย่างนั้นจริง ๆ เขาก็ไปดําเนินการ ก็ปรากฏว่า ที่ท่านเอาเอกสารมานี่ไปขอถ่ายเขาก็ให้ มีคนมาถามผมว่าฝ์ายค้านขอถ่ายเอกสาร ให้ไหม ผมบอกต้องให้ เรากู๊ด กัฟเวิร์นแนนซ์ (Good governance) ธรรมาภิบาล ถูกต้อง โปร่งใส จริงจัง จริงใจ ไม่ใช่จิงโจ้ ผมบอกเอาเลยให้ถ่ายไปเลย ท่านรู้ไหมครับ เขารับเรื่อง ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๑ เขาไปทําการตรวจสอบทั้งหมด เขาไปเกี่ยวข้องตรงไหนอะไรตรงไหน ท่านประธานครับ ผมไม่เก่งเพราะกฎหมายที่ดินมันเปึนกฎหมายพิเศษ จนกระทั่งเขาทํา กันมาใช้เวลา ๓ เดือนเศษ ๆ เขาประชุมสุดท้ายเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายนที่ผ่านมานี่ครับ เขาบอกเลยที่แปลงนี้ ๕๙ แปลงเปึนเนื้อที่ดิน ๑,๓๓๘ ไร่ มันออกเอกสารสิทธิไม่ชอบ ในรายละเอียดก็บอกเสร็จ ๕๙ แปลง ๑,๓๓๘ ไร่ ออกเอกสารสิทธิไม่ชอบจึงให้เพิกถอน เอกสารสิทธิ บริษัทศรีสุบรรณฟาร์มบุกรุกเขาไม่ได้เขียนด้วยว่าบริษัทศรีสุบรรณฟาร์มซื้อไป ๓๓ ล้านบาท แล้วไปจํานองได้ ๑๒๕ ล้านบาท ไม่มีครับ เขาบอกว่าให้เพิกถอน แล้วในคําสั่งเขาบอกว่าเจ้าของกรรมสิทธิ์คือบริษัทศรีสุบรรณฟาร์มมีสิทธิที่จะอุทธรณ์ ไปยังผู้บังคับบัญชาเหนือกรมที่ดินและหรือไปฟัองศาลปกครองก็ยังได้ นี่ผมจะแนะนํา ท่านประธานที่เคารพครับ ฝากบอกไปยังท่านมหาบัณฑิตที่ท่านมหาบัณฑิตอภิปรายนี่ ท่านฉายหนังครึ่งม้วน ท่านฉายไม่ครบม้วน เรื่องมันมีอยู่ว่าผู้ที่อาศัยในพื้นที่ที่บริษัท ศรีสุบรรณฟาร์มเปึนเจ้าของกรรมสิทธิ์ได้มีกรณีพิพาท แล้วนําความสู่ศาล ศาลก็ตัดสินว่า ยังไม่สามารถเพิกถอนการออกเอกสารสิทธิได้ เพราะยังไม่ปรากฏว่ามีการออก เอกสารสิทธิโดยไม่ชอบ ท่านไปดูกฎหมายแพ่งเถอะ ท่านเปึนทนายน่าจะเก่งกว่าผม เขาบอกว่าคําพิพากษาของศาลใช้บังคับคู่กรณี ก็คือบริษัทศรีสุบรรณฟาร์มกับคนที่ฟัอง บริษัทศรีสุบรรณฟาร์ม คําพิพากษาของศาลใช้บังคับคู่กรณีไม่ผูกพันบุคคลภายนอก หมายความว่าคําพิพากษาของศาลจะมาเกี่ยวข้องกับกรมที่ดินไม่ได้ ทางกรมที่ดินเขาก็มี คนรู้กฎหมายเขาจึงได้พิจารณาแล้ว เขาเพิกถอนเอกสารสิทธิบริษัทศรีสุบรรณฟาร์ม ๕๙ แปลง เปึนเนื้อที่ ๑,๓๓๘ ไร่ ท่านผู้อภิปรายครับ ถ้าท่านมีเอกสารหลักฐานว่า ผมเปึนคนไปสั่งการได้มีลายเซ็นน้อย ๆ ของ มท. ๑ สักลายเซ็นเดียว ท่านมหาบัณฑิต เตะผมจากนี่ไปถึงสงขลาแล้วกลับมาอีกทีหนึ่ง กลับมาจากนี่เตะไป ๓ จังหวัดภาคใต้ ผมจะให้ท่านเตะ แต่ถ้าท่านไม่มีท่านอภิปรายเพราะกระแส อภิปรายเปึนแขกขอแรง ยืนใกล้ ๆ ผมจะขอหยิกพุงทีเดียว ไม่มีครับ ผมไม่ได้แกล้ง
ผมเรียนท่านต่อนะครับ ทีนี้ท่านก็มาบอกว่าเรื่องที่อําเภอสตึก อําเภอเมือง เขากระโดง ในพื้นที่อําเภอสตึกใกล้กับจังหวัดสุรินทร์ แล้วผมบอกท่าน ผมไม่เคยพูด อ้างว่าบริษัทศรีสุบรรณฟาร์มมีที่ดินทับที่หลวง มันไม่มีภาษากฎหมาย มันมีออก เอกสารสิทธิไม่ชอบ บุกรุกที่ทางราชการ ทําไมล่ะครับผมต้องเกี่ยวข้อง เพราะที่แปลงนี้ เปึนที่สาธารณประโยชน์อยู่ในความรับผิดชอบของกรมที่ดินและกระทรวงมหาดไทย ท่านไม่พอใจผมเอาเรื่องอื่นเถอะครับ เรื่องนี้ไม่ได้หรอกครับ ไม่ใช่เรื่องของผมเลย แต่ผมกําชับกรมที่ดินตรงไปตรงมาให้ตรงเวลาเหมือนกับนาฬิกาที่เขาประกาศ จากหน่วยราชการรองอธิบดีคนหนึ่งไม่กล้าตัดสินใจ ดีเอสไอส่งเรื่องให้เพิกถอนไม่กล้า โดยอ้างคําสั่งศาลอย่างที่ท่านพูดล่ะครับ คําพิพากษาของคู่ความไม่ผูกพันบุคคลภายนอก ก็ผูกพันบริษัทศรีสุบรรณฟาร์มกับคนที่ฟัองในพื้นที่ ไม่ผูกพันกรมที่ดินซึ่งเปึนหน่วยราชการ ของรัฐ
ทีนี้พอมาเรื่องที่ ๕ ท่านก็บอกว่าทําไมไม่ดําเนินการ ผมเรียนด้วย ความเคารพ การทํางานมันมีขอบเขต เรื่องคีรีรัฐนิคมเขามาร้องผม เรื่องคีรีรัฐนิคม เขาร้องหน่วยงานเยอะตั้งป้ ๒๕๔๗ เรื่องคีรีรัฐนิคมที่บริษัทศรีสุบรรณฟาร์มครอบครองอยู่ เขาร้องไปสํานักพระราชวัง ที่อําเภอสตึก ที่เขากระโดงไม่มีใครมาร้องผม แต่เพื่อ ความเปึนธรรมของบุคคลที่ถูกพาดพิง ผมต้องบอกท่านประธานไปยังท่านมหาบัณฑิตว่า ที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ มันเปึนกรณีออกโฉนดที่ดินซ้ําซ้อน ที่ดินการรถไฟ แห่งประเทศไทย ที่ทั้งหมดมี ๕,๐๐๐ ไร่ ทางราชการออกเอกสารสิทธิให้ประชาชน ๑๐๐ ราย เนื้อที่ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ไร่ ในจํานวนนี้ออกเอกสารสิทธิให้ท่านประธานของเรานี่แหละ ท่านชัย ชิดชอบ ท่านอดีตรัฐมนตรีเนวินและภรรยา แล้วบุคคลทั้งสามเอาที่ดินไปจํานอง กับธนาคาร นี่คือข้อเท็จจริงที่มีอยู่ แล้วทําอย่างไรผมถึงไม่ไปยุ่งเกี่ยว อาชัยไม่เคยมา ขอร้องผม ท่านเนวิน ภรรยาไม่เคยมาขอร้องผมและทําไมผมไม่ทํา ผมจะรู้ไหมว่า ในประเทศนี้มันมีที่ตรงไหนมันผิดอย่างนี้มันผิดอย่างนั้น ท่านร้องมาแล้วผมไม่ทําสิ ท่านร้องมาแล้วผมไม่ดําเนินการผมก็ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ นี่ไม่มี ผมไม่ทราบ แต่ผมรู้ ต้องรู้สิครับนักการเมือง วันนี้ท่านต้องเอาเรื่องนี้ มาอภิปราย ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เขาไม่ได้อยู่นิ่ง เพราะมีการร้องทุกข์ร้องเรียนว่าไปออกโฉนดที่ดินทับที่รถไฟ การรถไฟ แห่งประเทศไทยดําเนินการ ๓ ประการ ๑. แจ้งคณะกรรมการจังหวัดให้เพิกถอน โฉนดซ้ําซ้อน ๒. แจ้งให้อธิบดีกรมที่ดินให้เพิกถอนโฉนดซ้ําซ้อนด้วย ๓. ในคดีอาญา การรถไฟแห่งประเทศไทยแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ตรงไหนละที่ท่านไปเข้าใจว่า ไม่ดําเนินการ ตรงไหนละครับที่ว่าท่านประธานสภามีอิทธิพล ไม่หรอกครับ ดําเนินการ เรียบร้อย ทีนี้ความคืบหน้าในการดําเนินการเฉพาะส่วนของกรมที่ดิน กรมที่ดิน ตั้งกรรมการเพื่อพิจารณาตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๖๑ เหมือนกับ บริษัทศรีสุบรรณฟาร์มเหมือนกัน แล้วตั้งกรรมการ ๒ ชุด เพื่อทําการตรวจสอบ ปรากฏว่า เขาตั้งกรรมการเปึนคําสั่งที่ ๑๕๕๖/๒๕๕๐ ลงวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๐ และคําสั่งที่ ๓๓๑/๕๑ ลงเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ เขาตั้งกรรมการไหมครับ ตั้งครับ สอบไหมครับ สอบครับ เสร็จหรือยัง ยังครับ เพราะการรถไฟแห่งประเทศไทยไม่กล้ายืนยันว่าเขตที่ดิน ของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่แท้จริงอยู่ตรงไหน ผมย้ําท่านประธานครับ ที่ดินแปลงนี้ ไม่ใช่ที่ของกระทรวงมหาดไทยเปึนที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย รถไฟต้องรู้ดี ควรรู้ น่ารู้ ต้องรู้ว่าที่ของคุณที่ไปออกเอกสารสิทธิ เอกสารสิทธิมาจาก ส.ค. ๑ พัฒนาไปสู่ น.ส. ๓ ก ถ้าการรถไฟแห่งประเทศไทยยืนยันปัญหามันก็ไม่เกิด แต่ปรากฏว่าจนถึงวันนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทยก็ยังไม่ได้ดําเนินการ คณะกรรมการสอบสวนตามคําสั่งที่ ๑๕๕๖/๕๐ ได้ส่งสํานวนการสอบสวนให้รองอธิบดีกรมที่ดิน ซึ่งอธิบดีกรมที่ดินมอบหมาย พิจารณา แต่รองอธิบดีเขาเห็นว่าควรสอบสวนเพิ่มเติม ก็บริษัทศรีสุบรรณฟาร์มยัง ๓ เดือนกว่า เขาก็บอกว่าให้ไปสอบสวนเพิ่มเติม ให้ทางจังหวัดทําแผนที่แสดงบริเวณที่ดิน พิพาทเพื่อประกอบการอ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศ เขามีหนังสือไปเมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๕๑ ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดให้ดําเนินการดังกล่าว ขณะนี้เขารอจัดทําแผนที่ ย้ํากับท่าน อีกครั้งหนึ่งที่ตรงนี้ไม่ใช่ของกระทรวงมหาดไทยเปึนที่การรถไฟ การรถไฟแห่งประเทศไทย ต้องเทค แอคชั่น (Take action) ต้องไปบอกบุกรุกอย่างไร ที่รถไฟมีแค่ไหน วันนี้การรถไฟ แห่งประเทศไทยยังไม่ได้ดําเนินการ คณะกรรมการสอบสวนที่ ๓๓๑/๒๕๕๑ ส่งสํานวน การสอบสวนมาให้รองอธิบดีกรมที่ดิน ซึ่งอธิบดีกรมที่ดินได้มอบหมายพิจารณาแล้ว เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๑ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ถึงผมไม่ได้คุมกรมที่ดิน แต่ผมศึกษาการทํางานอธิบดีเขาจะมอบรองอธิบดีที่ท่านอ่านชื่อนายบุญเชิด คิดเห็น นายบุญเชิดได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมที่ดินให้ดูแลที่ดินพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด ไม่ใช่นายบุญเชิดเสนอแน่ ไม่ใช่นายบุญเชิดสนิทกับผมและหรือต่าง ๆ ไม่ใช่ เขามอบ กันไว้นานแล้ว มอบกันตั้งแต่พรรคพลังประชาชนเปึนรัฐบาล มอบกันก่อนที่ผมจะมาเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เขาจึงไปทําหน้าที่นี้แล้วก็เพิกถอนเอกสารสิทธิ ทีนี้การดําเนินคดีอาญา พนักงานสอบสวนเขาก็รอการวินิจฉัยของกรมที่ดินว่าที่ที่พิพาท กับท่านประธานสภา ท่านรัฐมนตรีเนวินและครอบครัวกับการรถไฟแห่งประเทศไทย ใครเปึนผู้มีกรรมสิทธิ์ที่แท้จริง เขารออยู่ อ้ายไม่ทําอะไรไม่ใช่หรอกครับ ท่านไปอ่าน หนังสือพิมพ์ ท่านไปตัดข่าวหรือเปล่าผมไม่ทราบ ผมไม่อยากเหน็บแนมท่าน นี่คือเรื่อง อําเภอเมืองเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ท่านประธานตามผมมาอีกนิดเถอะครับ ที่ท่านมหาบัณฑิตถามก็คือการบุกรุกที่ดินอําเภอสตึกที่ท่านอภิปรายเมื่อสักครู่ ด้วยความเคารพ ผมโกหกท่านไม่ได้หรอกครับ ท่านตรวจสอบได้เลย ผมตรวจสอบแล้ว ผมเก็งข้อสอบถูก เก็งถูกเป็ะว่าท่านต้องพูดเรื่องนี้ ปรากฏว่าการบุกรุกที่ดินอําเภอสตึก โดยมีการกล่าวหาท่านประธานชัยและคุณอาผมคือคุณอาละออง พอกล่าวหาปัูบ ๒ คนตายายก็ไปมอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.อ. สตึก ก็เปึนผู้ต้องหา ผู้ต้องหาคือ คนถูกกล่าวหาว่าได้กระทําความผิด แต่ยังไม่ได้ถูกฟัองศาล จําเลยคือคนถูกฟัองศาลว่า ได้กระทําความผิด บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๓๙ ในคดีอาญา ให้ศาลพิพากษาจําเลยเปึนผู้บริสุทธิ์ ถ้ายังไม่มีคําพิพากษาถึงที่สุดว่าเขากระทําผิด จะไปบอกเขาทําผิดไม่ได้ สรุปอีกครั้งหนึ่ง คดีที่ติดใจสังคมสับสนว่าบุกรุกที่เขากระโดง ในอําเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ไม่มีการดําเนินการ เหตุที่ยังไม่มีการดําเนินการ เพราะเจ้าของกรรมสิทธิ์คือการรถไฟแห่งประเทศไทยยังไม่กล้าบอกที่ตรงนี้ของใคร ๆ ไม่กล้าชี้เขต ๒. เรื่องอําเภอสตึก ท่านประธานสภาและคุณอาผู้หญิงได้ไปมอบตัว เปึนผู้ต้องหาแล้ว คดีอยู่ระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวน
นี่แหละครับ ๖ ข้อที่ท่านถามมา ผมตอบเรียบร้อย ผมไปแซงก์ชั่น (Sanction) ไม่ได้หรอกครับ ทั้งอัยการและตํารวจ แล้วที่ท่านเอ่ยชื่อคุณศักดิ์ชัย เตชะเกรียงไกร ท่านอย่าไปตามหานะครับ เขาเสียชีวิตแล้ว เขาเจ็บป์วยตายไม่ได้มีเรื่องมีใครไปทําอะไร เขาเลยครับ รอบแรกผมเอาเท่านี้ก่อนและผมหวังใจว่าที่ผมชี้แจง ๖ ข้อ คงไม่มาอภิปราย ซ้ําซาก เพราะผมอยากตอบเรื่องใหม่ ๆ เอาชนิดหมัดเดียวน็อกทําให้สมราคาคุย ผมไม่ได้ ท้าทาย ท่านประธานครับ ฝ์ายค้านกับรัฐบาลอย่ามาสมานฉันท์ อย่า ต้องรบกันอย่างนี้แหละ รบกันทางสติปัญญา ออพโพซิชั่น ปาร์ตี้ (Opposition party) มีอะไรว่ามาผมตอบหมด ไม่มีปัญหา แต่อย่าไปจําคําถามของพวกพันธมิตร อย่าไปเอาคําพูดของมันมาพูดไม่ได้นะ เสียชื่อยี่ห้อพรรคประชาธิปัตย์ รอบแรกเอาเท่านี้ก่อนครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากเวลาเรามีจํากัด ผมจะขออนุญาตตกลงเรื่องกรอบเวลา อย่างนี้นะครับ เดี๋ยวจะเป่ดโอกาสให้ฝ์ายค้านได้อภิปรายไปอีกจนถึงเวลา ๔ ทุ่ม ๔๕ นาที แล้วก็จะเป่ดโอกาสให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตอบอีกสัก ๒๐ นาที จนถึงเวลาประมาณ ๕ ทุ่ม ๑๐ นาที ก็จะให้ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้สรุป จนถึงเวลาประมาณ ๕ ทุ่ม ๕๐ นาที แล้วก็จะป่ดการอภิปรายนะครับ เพราะว่าเราจะต้อง ป่ดก่อน ๖ ทุ่มวันนี้ ขอเชิญท่านที่ปรึกษาชวน หลีกภัย ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ขอกราบเรียนท่านประธานสั้น ๆ ไม่ให้ เสียเวลาแต่ให้เกิดความเข้าใจที่ท่านรัฐมนตรีได้กล่าวถึง ความจริงเมื่อวานนี้เปึนอย่างนี้ครับ เมื่อวานนี้กระผมกราบเรียนว่าการเป่ดอภิปราย ไม่ไว้วางใจมันเปึนภาระ เปึนหน้าที่ เปึนระบบของการตรวจสอบ ซึ่งในระบบนี้เราต้อง เคารพการปฏิบัติหน้าที่ของแต่ละฝ์าย เพราะฉะนั้นการที่ฝ์ายค้านเสนอเป่ดอภิปราย ไม่ไว้วางใจนั้นก็เปึนการปฏิบัติหน้าที่ ที่กราบเรียนอย่างนี้เมื่อวานเพราะเหตุว่าเมื่อญัตติ ของฝ์ายค้านได้รับการเสนอเข้ามาก็มีเสียงจากฝ์ายรัฐบาล รวมทั้งท่านนายกรัฐมนตรีด้วย ที่ไม่พอใจ ๑. เวลาน้อยไปบ้าง ไม่มีเหตุการณ์อะไรที่จะเป่ดบ้าง พูดง่าย ๆ ก็คือ เสียงฝ์ายหนึ่งนั้นไม่เห็นด้วย แต่อีกด้านหนึ่งกระผมขอยกตัวอย่างฝ์ายท่านเฉลิมนั้น ก็ท้าทาย แล้วก็บอกว่าสมัยเปึนฝ์ายค้านก็อภิปรายไม่ไว้วางใจพรรคประชาธิปัตย์ เรื่อง ส.ป.ก. กระผมก็กราบเรียนเมื่อวานว่าอันนั้นก็เปึนเรื่องจริง แต่ว่าสมัยที่ท่านเฉลิม เป่ดอภิปรายนั้นพรรคประชาธิปัตย์เปึนรัฐบาล รัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ขณะนั้น เคยบ่นไหม ไม่เคยบ่น ไม่เคยว่า เพราะถือนั่นเปึนหน้าที่ของฝ์ายค้านในสมัยนั้น ไม่กลัว จะเป่ดก็เป่ด ไม่มีอะไรต้องไปกลัวหรือหลีกเลี่ยง เมื่อเป่ดอภิปรายแล้วเสียงฝ์ายค้านไม่พอ กระผมขอกราบเรียนว่าในที่สุดรัฐบาลของกระผมก็ตัดสินใจยุบสภา ก็คือกรณีที่ ท่านรัฐมนตรีพูดถึง ส.ป.ก. การให้ ส.ป.ก. กับสามีของ ส.ส. ที่ภูเก็ต ซึ่งเรื่องนี้ศาลฎีกา ก็ตัดสินแล้ว ซึ่งทุกคนก็เคารพคําวินิจฉัยศาลฎีกา แต่ว่าเรื่องนี้มีความพยายามที่จะ บิดเบือนข้อเท็จจริงว่ามีการบุกรุกที่ กราบเรียนท่านประธานแล้วความจริงนั้นคําตัดสิน ก็คือผู้ถือครองนั้นไม่มีสิทธิตามกฎหมายปฏิรูปที่ดิน แต่ที่ดินนั้นมีการตกทอดมาหลายครั้ง ไม่ใช่ผู้ที่ถูกกล่าวหานั้นเปึนผู้ไปบุกรุก ศาลก็ตัดสิน ๒ ประเด็น คือ ที่ดินนั้นถือว่าเปึนสิทธิ ที่ครอบครองได้หรือไม่ มีการแยกออกมาจากที่สาธารณะหรือไม่ ประเด็นที่ ๒ ก็คือ สิทธิของผู้ครอบครองมีสิทธิตามกฎหมายปฏิรูปที่ดินหรือไม่ ซึ่งเปึนเรื่องที่เกิดขึ้นทั่วไป แต่บังเอิญเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ภูเก็ตและสามีของ ส.ส. ภูเก็ต เปึนผู้ได้รับครอบครองมาจาก พ่อแม่ เขาไม่ได้เปึนผู้เข้าไปครอบครองเอง ผลก็คือเท่านี้ครับ แต่ว่าเมื่อกลายเปึนเรื่องที่ เปึนอย่างนี้ขึ้นมา ทุกคนก็ต้องยอมรับดุลยพินิจการวินิจฉัยของศาลสูงสุด ซึ่งกระผม กราบเรียนว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ชัดเจนว่ามันเปึนเรื่องของข้อกฎหมาย แล้วในข้อเท็จจริงนั้น ฝ์ายผู้ที่ถูกกล่าวหาไม่ใช่เปึนผู้บุกรุก เขารับช่วงที่ดินเสมือนหนึ่งรับมาจากบุพการี แล้วก็รับถ่ายทอดการครอบครอง เขาไม่ใช่เปึนผู้ไปบุกรุกที่ดิน และไม่ใช่รัฐบาลในสมัยนั้น ไปสั่งให้มอบให้เขา คนที่มีลักษณะนี้หลายราย นี่เปึนหนึ่งในหลายราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ เขาเปึนผู้ออกให้ อันนี้คือประเด็นที่ผมอยากเรียนเพื่อท่านประธานได้เข้าใจ ผมเอ่ย ท่านเฉลิมเมื่อวานนี้เพราะว่าท่านให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์อย่างนั้น และผมก็เลย กราบเรียนว่าเมื่อพรรคประชาธิปัตย์เปึนรัฐบาลนั้น พรรคประชาธิปัตย์ถือว่าฝ์ายค้าน มีสิทธิเป่ดอภิปราย ไม่เคยบ่น ไม่เคยมาเรียกร้องความเห็นใจอะไร นี่คือสิ่งที่อยาก กราบเรียนไม่ใช่เป่ดเพื่อจะล้มล้างรัฐบาล เพื่อจะขึ้นมามีอํานาจ ท่านหัวหน้าพรรค อยากเปึนนายกรัฐมนตรีทนไม่ได้ มันไม่ใช่อย่างนั้น มันเปึนการปฏิบัติหน้าที่ที่ทุกคน ต้องเคารพซึ่งกันและกัน ก็กราบเรียนเพื่อความเข้าใจที่ดีครับ
ท่านรัฐมนตรีเอาสั้น ๆ นะครับ เพราะว่าตามกรอบที่กําหนดไว้
ด้วยความเคารพครับ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวานนี้พอดีพี่ชวนแวะมาเยี่ยมผมก่อน เมื่อมาพูดถึงผมผมก็พูดอธิบาย แล้วเนื้อหา สาระในการอภิปรายวันที่ท่านชวนเปึนนายกรัฐมนตรีไม่มีใครไปพูดเรื่องบุกรุก เพราะท่านให้สัมภาษณ์ว่า พวกเราบอกว่าที่ดิน ส.ป.ก. ต้องแจกเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย ด้อยโอกาส ไม่มีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพและมีอาชีพเปึนเกษตรกรรม ต้องทํานา ทําสวน ทําไร่ อะไรก็แล้วแต่ ท่านนั่นแหละเผลอให้สัมภาษณ์บอกมันเหมือนลูกคนรวย คนจนก็มีสิทธิสอบชิงทุน มันก็เลยเปึนประเด็นโต้แย้งโต้เถียง ไม่ได้มีใครไปเน้นเรื่องการบุกรุก แต่เน้นว่าผู้ที่รับ เปึนเศรษฐีไม่มีสิทธิที่จะได้รับที่ดิน ส.ป.ก. เพราะคํานิยามของคําว่า เกษตรกรที่จะได้รับ ที่ดิน ส.ป.ก. ได้ เขาเขียนไว้ชัดเท่านั้นแหละครับ ผมไม่กล้าโต้แย้งกับท่านหรอกครับ เพราะท่านชวนก็เปึนผู้ใหญ่ที่ผมเคารพนับถือ แต่เมื่อวานท่านแวะมาเยี่ยมผมก่อน วันนี้ผมก็กลับไปเยี่ยมท่านบ้างก็เท่านั้นแหละครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านชวน หลีกภัย ครับ
กราบเรียนสั้น ๆ อีกทีครับ ก็ต้อง กราบเรียนว่าจริง ๆ แล้วนี่ที่แวะไปเยี่ยมท่านก็เพื่อบอกว่าสมัยพรรคประชาธิปัตย์ เขาไม่กลัวหรอกการเป่ดอภิปราย เพราะเขาก็กล้าเผชิญกับความเปึนจริง ส่วนประเด็น ที่ท่านรัฐมนตรีพูดถึงความเห็นนั้น ถ้าท่านจําได้แม่นนะครับ กระผมบอกว่านักวิชาการ ให้ความเห็นกระผมยังระบุชื่อท่านได้เลยครับ ท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์ลิขิต ธีรเวคิน ท่านได้พูดถึงเปรียบเทียบเรื่องทุนนักเรียน ขอกราบเรียนเพื่อทราบครับ
๑๐ วินาทีครับ
ท่านรัฐมนตรีครับ ไม่อย่างนั้นก็อภิปรายกันกลับไปกลับมาครับ เอาสั้น ๆ นะครับ
ที่ท่านชวนบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่กลัวการเป่ดอภิปราย พรรคพลังประชาชน ก็ไม่กลัวเหมือนพรรคประชาธิปัตย์หรอกครับ
เชิญท่านผู้อภิปรายท่านต่อไป เชิญท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องทําหน้าที่อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเฉลิม อยู่บํารุง ไม่ใช่เพราะคิดว่าจะเปึน มวยคู่เอกหรืออะไร ไม่ใช่ครับ ที่จริงผมก็ค่อนข้างจะเชื่อคําโบราณว่า อย่าไปถือคนบ้า อย่าไปว่าคนเมา ผมก็พยายามจะหลีกเลี่ยงที่จะไม่อภิปรายอยู่แล้ว แต่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ มอบหมายให้ผมเปึนรัฐมนตรีเงากระทรวงมหาดไทย มันก็เลยเปึนข้อสอบข้อที่บังคับ ผมกราบเรียนกับท่านประธานที่เคารพว่า ผมจะอภิปรายรัฐมนตรีเฉลิม อยู่บํารุง ใน ๒ ประเด็นด้วยกัน
ประเด็นแรก ก็คือว่าเขาตั้งให้ไปเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีงานจะต้องทําแล้วไม่ทํา อันนี้เปึนความบกพร่อง กินเงินหลวงเปล่า ๆ เลี้ยงเปลือง ข้าวสุก ไม่ทํางานรับใช้ประเทศชาติประชาชน ผิด
ประเด็นที่สอง ผมจะอภิปรายว่าไปทําในเรื่องที่ไม่ควรทํา อันนี้ก็ผิด
แต่ว่าก่อนที่จะอภิปรายถึง ๒ ประเด็นนั้น ขออนุญาตท่านประธาน กราบเรียนกับเพื่อนสมาชิกว่าเมื่อสักครู่ที่รัฐมนตรีเฉลิมลุกขึ้นชี้แจงโกหกเสียมาก โกหกต่อหน้าพวกเรา ซึ่งผมจะขออนุญาตเรียนเสียก่อน ๒ เรื่องนี้สั้น ๆ
ประเด็นแรก ที่โม้ว่าภายใน ๗๒ ชั่วโมงไปป่ดเว็บไซต์ที่จาบจ้วงเบื้องสูง หมดแล้ว ๒๐ กว่าเว็บไซต์ ไม่จริง เรื่องนี้มีเอกสารหลักฐานซึ่งพิสูจน์ได้แล้วผมจะชี้แจง ภายหลัง ที่ป่ดไปจริง ๆ ก็คือฝ้มือของท่านรัฐมนตรีเฉลิม คือ ๑ เว็บไซต์เท่านั้น
ประเด็นที่สอง เรื่องที่รัฐมนตรีเฉลิมพูดถึงบริษัทศรีสุบรรณฟาร์ม ของลูกชายผมก็ไม่จริง โกหกอีก อ้างว่าต้องทํางานไปตามหน้าที่ แล้วได้สั่งการไปถึง จังหวัดต่าง ๆ ให้ไปดําเนินการปราบปรามผู้ที่บุกรุกที่สาธารณะ ผมเรียนกับท่านประธาน สั้น ๆ ตรงนี้ว่า เริ่มต้นรัฐมนตรีเฉลิมประกาศก่อนว่าจะเล่นงานบริษัทศรีสุบรรณฟาร์มของลูกชายผม แล้วถูกลูกชายผมฟัองคดีแพ่ง ฟัองคดีอาญา ฟัองศาลฎีกาถอดถอนออกจากตําแหน่ง หลังจากนั้นสร้างหลักฐานไว้เตรียมสู้คดี ออกบันทึกถึงผู้ว่าราชการจังหวัดต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้อยู่ในมือทนายหมดแล้ว แล้วทนายที่ว่าความให้บริษัทลูกชายผมชื่อบัณฑิต ศิริพันธุ์ เอานายกรัฐมนตรีติดคุกมาแล้ว แล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปึนรายต่อไป จองที่ไว้ได้ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ที่ผมบอกว่ารัฐมนตรีเฉลิมโกหก เปึนอย่างนี้ครับ รัฐมนตรีเฉลิมไม่เคารพเพื่อนสมาชิกที่อยู่ในสภานี้เลย ลุกขึ้นมาโกหก หน้าตาเฉยว่าไม่เคยพูดว่าบริษัทศรีสุบรรณฟาร์มบุกรุกที่สาธารณะ อยู่ในมือผมนี่คือ คําให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีเฉลิม ผมถอดออกมาเปึนคําพูดแล้วก็มีซีดี (CD) ที่บันทึก เสียงด้วย แล้วทั้ง ๒ อย่างนี้เปึนพยานศาลทั้งคู่ ขออนุญาตท่านประธานอ่านในนี้ครับ คําของรัฐมนตรีเฉลิม เร็ว ๆ นี้ที่อําเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี บุกรุกที่ของราชการ ๒,๐๐๐ กว่าไร่ เปึนการบุกรุกเอาทรัพย์สินของชาติไปครอบครองด้วยวิธีคลาสสิก (Classic) คลาสสิกอย่างไร ทีแรกให้ชาวบ้านเข้ามาอยู่ในพื้นที่แล้วจับจองเปึนเจ้าของ แล้วก็บอก ชาวบ้านให้ไปรวบรวมเปึนกลุ่มเดียว เอาไปขายนักธุรกิจ นักธุรกิจรายนั้นมีบริษัทมาซื้อ ซื้อเสร็จก็ขายให้อีกบริษัทหนึ่ง อีกบริษัทหนึ่งซื้อเสร็จก็คือบริษัทเดียวกันนั่นแหละ รู้กัน เอาไปจํานองแบงก์กรุงไทย พอจํานองเสร็จไม่ใช้หนี้ แบงก์ขายทอดตลาด อีกบริษัทหนึ่งชื่อบริษัทศรีสุบรรณฟาร์มก็มาซื้อ พอซื้อเสร็จก็ฟัองขับไล่คนที่อยู่ในพื้นที่ คนที่อยู่ในพื้นที่ก็บอกว่าเราร่วมมือกันมาตั้งแต่ต้นไม่ใช่หรือ หลอกให้เข้ามาอยู่เพื่อให้ได้ สิทธิครอบครองแล้วรวบรวมเอาไปขาย แล้ววันนี้มาฟัองขับไล่ ชัดไหมครับ ถ้าไม่ใช่คําพูด ของรัฐมนตรีเฉลิมแล้วเปึนของลูกใครครับที่พูดเรื่องนี้
ท่านประธานที่เคารพครับ มีอีกเรื่องที่ผมอยากจะอภิปรายก็ต้องใช้เวลา กระชับ โดยความเคารพต่อสภา พอจะอภิปรายรัฐมนตรีเฉลิมนี่คนส่งเอกสารมามากครับ เพื่อนสมาชิกก็จองคิวกันมาก เพราะว่าแต่ละคนก็ได้รับการขอร้องจากพี่น้องประชาชน ผมต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิก จะเปึนคุณเจะอามิง โตะตาหยง คุณอันวาร์ สาและ ดอกเตอร์รัชดา ธนาดิเรก คุณชํานิ ศักดิเศรษฐ์ และคนอื่น ๆ ที่ยอมสละเวลาเพื่อให้ผม ได้อภิปรายเพราะว่าเกรงใจพี่น้องประชาชนที่ติดตามข่าวนี้อยู่ พอจะอภิปรายก็มีคนส่ง เอกสารมามากครับ ส่งหลักฐานทั้งหลายมาให้ เขียนมาเสร็จครับว่าเมื่อเห็นรัฐมนตรีเฉลิม ได้เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรู้สึกถูกบีบคั้นหัวใจเหลือเกิน ประชาชน เขาบอกว่าเขารู้สึกบีบคั้นทุกครั้งที่ดูทีวี เห็นพฤติกรรมของรัฐมนตรีเฉลิมที่แสดงในทีวี แต่ละครั้งสุดที่จะรับได้จริง ๆ นี่คือคําพูดของประชาชนที่เขียนจดหมายมา ทําไมคนเปึน เสนาบดีจึงเปึนอย่างนี้ ที่จริงเขาใช้คําหนักกว่านี้นะครับ นึกจะพูดอะไรก็โพล่งออกมา ในจอทีวี ไม่เกรงใจคนดูทีวีเลย ยโส โอหัง ท้าทายคน อวดดี อวดเก่งไปเสียทุกอย่าง อวดรู้ ไปหมดทุกเรื่อง แล้วก็พูดภาษาอังกฤษคําภาษาไทยคํา นี่ผมยกตัวอย่าง แล้วก็ส่ง หลักฐานเอกสารมาให้หลายเรื่อง ผมก็ถือโอกาสนี้บอกไปยังผู้หวังดีที่ส่งมาให้ว่าบางเรื่อง ผมไม่กล้าเอามาอภิปรายครับ มีทั้งเรื่องคนที่ทําบ่อน มีทั้งเรื่องสุภาพสตรี มีทั้งบ้านหลังใหญ่ริมแม่น้ําที่เมืองกาญจนบุรี ถ่ายรูปมาด้วยครับ ให้ดูนิดหนึ่งก็ได้ ไปตั้งชื่อถนน ถนนมหาดไทย แล้วหน้าบ้านก็มีตู้แดงนะครับ ตํารวจไปดู ไปคอยเฝัา หลังบ้านก็ล้ําลงไปในน้ํา ถ้าเปึนคนอื่นเปึนเรื่องแล้ว แต่ว่านี่คงไม่มีทาง เปึนเรื่องหรอกครับ มีเรื่องมาก ส่วนใหญ่จะเปึนเรื่องที่ดินครับ มีรายหนึ่งมาจาก จังหวัดนครพนม กระบวนการทั้งซีดี ทั้งรูปถ่ายสมคบกัน มี ส.ส. ร่วมบุกรุกที่ดินของรัฐ ๒๐,๐๐๐ ไร่ แต่ว่าผมต้องกราบขออภัยว่าโดยมาตรฐานของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อเราตรวจสอบไม่ทันต้องเก็บไว้ก่อน เอาเรื่องที่คิดว่ามีหลักมีฐานแล้วก็พูดจาได้ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องที่คุณเฉลิมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่ทํา เปึนเรื่องที่เสียความรู้สึกประชาชนมาก เขาให้เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กระทรวงนี้มีหน้าที่บําบัดทุกข์บํารุงสุขให้กับประชาชนทั้งแผ่นดิน ใคร ๆ ก็รู้ครับว่า ปัญหาใหญ่ของประเทศไทยวันนี้คือปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกฝ์ายทุกคน ร้อนรุ่มกลุ้มใจอยากจะเข้าไปช่วยหาหนทางคนละไม้คนละมือเพื่อให้สถานการณ์ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มันดีขึ้นให้ได้ นําสันติสุขกลับมาสู่พื้นที่นั้น ให้พี่น้องประชาชน คนไทยจะได้ไม่กลุ้มใจ มีคนเดียวครับที่ปฏิเสธหน้าตาเฉย หน้าไม่อาย เปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยแท้ ๆ บอกว่า เรื่องภาคใต้ไม่ใช่เรื่องของกระทรวงมหาดไทย เปึนเรื่อง ของกองทัพ ผมไม่มีอํานาจ กระทรวงมหาดไทยเปึนตัวเสริม นี่คือคําพูดของรัฐมนตรีเฉลิม อยู่บํารุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนปัจจุบัน พูดเมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๑ พูดเพื่อที่จะตอบคําถามของสื่อมวลชนว่าทําไมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วไม่ลงไปดูแลพื้นที่ภาคใต้ คุณเฉลิมบอกว่าไม่ใช่เรื่องของกระทรวงมหาดไทย เปึนเรื่อง ของกองทัพ พอถูกรุกหนัก ๆ เข้าก็บอกว่าไม่ลงไปหรอกภาคใต้ ลงไปก็จะเปึนภาระ ของเจ้าหน้าที่ ไม่เคยมีหรอกครับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่จะมีความคิด เรื่องนี้แบบคุณเฉลิม ผมไม่ทราบว่าจะสรุปอย่างไร แต่จะบอกว่าที่คุณเฉลิมไม่มีความรู้สึก รับผิดชอบที่จะลงไปทําหน้าที่เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยเพื่อแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ เพราะว่าเปึนคนที่ไม่มีจิตวิญญาณ ไม่มีความรับผิดชอบสมกับฐานะ เสนาบดีของกระทรวงมหาดไทยอย่างแท้จริง ไม่ไปไม่ว่าครับ ยังพูดจาเหลวไหลอีก วันดีคืนดีออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเรื่องปักษ์ใต้รู้หมดแล้วทุกเรื่อง สมัยเปึนตํารวจก็เคย ลงไป สมัยตอน รสช. ปฏิวัติก็ได้หนีออกไปทางปาดังเบซาร์ ชาวบ้านที่นั่นบอกว่าคนที่ วิ่งหนีเขามันจะทันเห็นอะไร มันจะทันรู้อะไร ท่านประธานที่เคารพครับ วันดีคืนดี พอคนบอกว่าไม่รู้อะไรก็แสดงภูมิรู้ขึ้นมาเลยบอกว่าเรื่องปักษ์ใต้นั้นจะแก้ปัญหา โดยจะตั้งเปึนเขตปกครองพิเศษเลียนแบบซินเกียงของจีน ไปโน่นเลยครับ ด่ากันระงม ทั้งประเทศเลย ในที่สุดแก้เกี้ยวว่าเขตปกครองพิเศษนั้นไม่ใช่จะให้เขาไปปกครองกันเอง เลือกตั้งแยกออกไป ไม่ใช่ แต่ว่าจะทําให้เปึนเมืองศาสนา ไม่มีสิ่งบันเทิงอะไรทั้งสิ้น ใน ๓ จังหวัดภาคใต้ ก็เดือดร้อนคนที่อําเภอเบตงสิครับ ที่เขาอยู่ชายแดนทําธุรกิจให้บริการนักท่องเที่ยว เพื่อนบ้านที่เข้ามาใช้บริการอยู่เดือดร้อนกับคนที่อําเภอสุไหงโก-ลกสิครับ เดือดร้อน ตลอดชายแดน เขาก็ด่ากันพรึม เลิกไปแล้วความคิดนี้ วันดีคืนดีออกมาใหม่ครับ บอกว่าเรื่องภาคใต้นั้นต้องแก้จากภายนอก จะต้องไปเจรจากันกับพวกผู้ก่อการร้าย ที่ประเทศเดนมาร์กเพราะเคยลี้ภัยไปอยู่ที่นั่นเอาอีกแล้ว เอาเรื่องลี้ภัยซึ่งเปึนวีรกรรม ขึ้นมาพูดแล้ว บอกว่าจะต้องไปเจรจากับพวกที่สวีเดนแล้วจะไปรับตัวเขามา ถ้าเขา ไม่กล้าจะไปรับเอง โดนนายกรัฐมนตรีสมัครดุบอกว่าไม่ได้ ไม่พูดรัฐบาลนี้ไม่เจรจา ถ้าเฉลิมจะเจรจาก็ไปเจรจาคนเดียวก็เงียบไป วันนี้เรื่องเจรจาก็ไม่ปรากฏวันดีคืนดีออกมา ให้คนปักษ์ใต้ตกใจอีกครับ บอกว่าจะนิรโทษกรรมให้กับนักโทษคดีแบ่งแยกดินแดน ในภาคใต้จะเอามาใช้งานคนก็ตกใจกันมาก วันนี้ผมไม่ทราบว่าได้ทําเรื่องนิรโทษกรรม ไปสักกี่คน นี่ผมยกตัวอย่างท่านประธานครับ ถ้าคุณเฉลิมเขารับผิดชอบเขาทําเรื่องนี้ ให้จริงจัง เวลา ๔ เดือนที่ผ่านมาผมเชื่อว่าสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะดีขึ้น ดีมากกว่านี้เพราะว่าส่วนราชการทั้งหลาย โดยเฉพาะฝ์ายที่ใช้กําลังในการควบคุม สถานการณ์คือทหารและตํารวจเขาได้พยายามทําหน้าที่ของเขาอย่างเต็มที่ แต่ที่ยังอ่อนอยู่ ก็คือภารกิจที่ทหารเขาทําไม่ได้ คือภารกิจที่เปึนหน้าที่ของฝ์ายพลเรือนที่จะต้องทํา หน้าที่ในการพัฒนา ในการดูแลทุกข์สุขของชาวบ้าน ส่งเสริมอาชีพ เพิ่มพูนรายได้ สร้างความสมานฉันท์ สร้างสันติสุข หน้าที่อย่างนี้ครับ กระทรวงมหาดไทยจะต้อง เปึนแกนกลางในการทํางานแต่คุณเฉลิมไม่ใส่ใจที่จะทํา เรียกได้ว่าตั้งแต่เปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมาไม่เอาใจใส่เรื่องนี้เลย ไม่ทําเลยก็ว่าได้ครับ พอถูกเรียกร้องให้ลงไปดูปัญหา ๓ จังหวัดภาคใต้ถูกนายกรัฐมนตรีสั่งการให้ลงไป ก็ฝ๋นใจลงไปครับ ที่จริงต้องใช้คําของท่านนายกรัฐมนตรีว่า แค่นลงไป ลงไปถึงหาดใหญ่ แทนที่จะมุ่งเข้ายะลา ปัตตานี นราธิวาส เลี้ยวซ้ายเข้าอําเภอเมืองจังหวัดสงขลาครับ ไปตั้งหลักในที่ปลอดภัยก่อน แล้วเชิญผู้ว่าราชการจังหวัด ๓ จังหวัดมาประชุมที่นั่น ประชุมเสร็จฟังเพลงคืนนั้นที่หาดใหญ่ รุ่งขึ้นกลับกรุงเทพมหานครมารายงาน กับสื่อมวลชน กับนายกรัฐมนตรีว่าไปปักษ์ใต้มาแล้วรู้หมดแล้วทุกเรื่อง นี่คือรัฐมนตรี เฉลิม อยู่บํารุง เพราะฉะนั้นที่พี่น้องประชาชนได้เห็นในทีวี ที่พูดจาเมื่อสักครู่ที่อภิปราย ที่ตอบคําอภิปรายทั้งหลายนั้น นั่นเปึนเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น รัฐมนตรีเฉลิมไม่รู้เรื่อง หรอกครับท่านประธาน ไม่รู้เรื่องงานกระทรวงมหาดไทย ไม่มีความรู้เท่าที่เสนาบดี กระทรวงมหาดไทยสมควรจะรู้ ไม่รู้แล้วก็ไม่ขยันครับ ถ้าพูดแบบเวทีพันธมิตรก็บอกว่าโง่ แล้วไม่ขยัน ไม่ขยันเลยครับ วัน ๆ ทําเรื่องอื่น เรื่องอย่างนี้ถ้าลงไปศึกษาไปดูแลคุยกัน ลงไปพบลงไปเห็นสถานการณ์ด้วยตัวจริงเข้าใจได้ แล้วจะเปึนประโยชน์ในการแก้ไข ปัญหา แต่นี่อวดดีอวดว่ารู้ไปหมดทุกอย่างแล้วก็ทําผิด ๆ สิ่งที่เขาไม่ศึกษา ไม่รู้ แล้วไม่ตั้งใจทํางานนี่ครับที่ผมเห็นว่าเปึนข้อบกพร่องเปึนเรื่องที่อภัยไม่ได้ อย่าว่าแต่อยู่ ๔ เดือนเลยครับ อยู่เดือนเดียวก็ไม่ได้เพราะว่าไม่ทํางาน นี่ถ้าเขาลงไป ปักษ์ใต้เขาจะรู้เลยว่าทุกอําเภอวันนี้รอกระทรวงมหาดไทยช่วยเหลือ แต่ละอําเภอ ในเขตตลาด ในเขตอําเภอ ได้ขอให้กระทรวงมหาดไทยตั้งงบประมาณซื้อโทรทัศน์ วงจรป่ดที่เรียกว่าซีซีทีวี ๑๐,๕๒๐ เครื่อง เพื่อที่จะติดตามอําเภอต่าง ๆ ใช้งบประมาณไป ๙๖๙ ล้านบาทเศษ เกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ประมูลกันไปเสร็จเรียบร้อยเกือบป้ครับ จนเดี๋ยวนี้ไม่มีไปติดตั้งเขาก็รออยู่ครับ เพราะว่าถ้ามีเครื่องมืออย่างนี้ผู้ร้ายจะมา วางระเบิดตรงไหนมันพอเห็นพอรู้ นี่ท่านรัฐมนตรีเฉลิมลงไปคงจะได้ฟังเสียงบ่น ของคนเหล่านั้นว่าไปเร่งรัดให้ที รัฐมนตรีเฉลิมก็จะได้เอามาพูดจากับผู้รับเหมาว่า รีบเอาไปติดตั้ง อย่างนี้เปึนต้น อย่างนี้ก็ไม่ได้ทํา ถ้ารัฐมนตรีเฉลิมลงไปดูในพื้นที่ รัฐมนตรีเฉลิมก็สามารถให้ความคิดความเห็นในเรื่องของการทําแผนพัฒนาพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีประสิทธิภาพได้ ท่านประธานครับ รัฐบาลนี้ประกาศว่า ทําแผนพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เปึนเขตพัฒนาเศรษฐกิจเฉพาะ ประกาศ เมื่อเดือนเมษายน อนุมัติกันแล้ว ใช้งบประมาณ ๕๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ถ้า ท่านประธานไปเห็นแผนนี้แล้วร้องไห้ครับ เพราะว่าไม่มีอะไรใหม่เลย ไม่มีอะไรที่แสดง เลยว่านี่คือแผนพัฒนาเฉพาะของ ๓ จังหวัดภาคใต้ที่จะทําให้ชีวิตความเปึนอยู่ของพี่น้อง ประชาชนดีขึ้น เพียงแต่เปึนการรวบรวมเอาแผนงานของกรมนั้น กองนั้น กระทรวงนั้น ๆ เข้ามารวมด้วยกันให้ดูเปึนยุทธศาสตร์ใหม่เท่านั้นเอง เพราะอะไรครับ เพราะคนที่เปึน เจ้ากระทรวงไม่มีความรู้ ไม่ได้ไปเห็นเหตุการณ์ เพ้อเจ้อไปตามที่เขาเสนอขึ้นมา วันดีคืนดี ก็เขียนลงไปในแผนครับ จะทําให้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เปึนเขตอุตสาหกรรม ปาล์มน้ํามัน จะทําไบโอดีเซลที่นั่น ไม่มีพื้นที่จะปลูกปาล์ม คนไม่ได้ทําอาชีพปลูก ปาล์มน้ํามัน จะเอาผลผลิตที่ไหนไปปัอนโรงงาน แล้วไม่มีความรู้ว่าโรงงานโรงเดียว ต้องใช้พื้นที่เปึนแสนไร่ แล้วถ้าจะทําไบโอดีเซลนี่ต้องใช้โรงงานสกัดน้ํามันเปึนสิบโรง แต่ก็เขียนไว้ในแผนบอกเลยว่าจะสนับสนุนให้พื้นที่บริเวณนั้นได้เปึนเขตอุตสาหกรรม อาหารฮาลาล จะส่งขายตะวันออกกลาง ไม่มีคนที่จะเลี้ยงไก่ เลี้ยงโคเนื้อ เลี้ยงแพะ ขนาดใหญ่ที่จะส่งปัอนโรงงานได้ ไม่มีเอกชนรายไหนไปตั้งโรงงานที่นั่น มองไม่เห็นทาง ท่องทุกวัน พูดทุกวัน เผลอไม่ได้ บอกว่าจะน้อมนําแนวทางพระราชดําริเรื่องเศรษฐกิจ พอเพียงมาใช้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมว่าถ้าเรายื่นกระดาษให้เขียนมาว่า โครงการเศรษฐกิจพอเพียงจะทําอย่างไร ผมรับรองว่าสอบตก เพราะไม่ลงไปดู พวกผม ลงไปดูกันครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์จากหลายจังหวัดทั่วประเทศ ทั้งหญิงทั้งชายลงไปดู บอกกับรัฐมนตรีเฉลิมว่ามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เปึน สุภาพสตรี ๕-๖ ท่าน คุณหมอมาลินี คุณรัชดา ใครต่อใครลงไป ไม่ได้กลัวตายแบบ คุณเฉลิม ไปแล้วเขาก็เห็นว่าแนวทางที่จะทําโครงการเศรษฐกิจพอเพียงในภาคใต้ เปึนจริงได้ เพราะสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้ทําโครงการทดลองตัวอย่าง เอาไว้ให้ดูแล้ว เพื่อนสมาชิกคงได้ยินชื่อตําบลหนึ่งชื่อตันหยงลิมอ อยู่ที่อําเภอระแงะ ที่มีฆ่าตัดคอที่ยิงกันเปึนประจํา ๆ น่าสงสารมากครับพวกเราไปเยี่ยม จากหมู่บ้านนั้น ไปตลาด ๗ กิโลเมตรเท่านั้นเอง แต่ว่าเวลาสามีภรรยาจะไปตลาดร่ําลากันหลายหน เพราะไม่แน่ใจว่าจะได้กลับ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถพระราชทานเงินไปซื้อที่ ๕๐ ไร่เท่านั้น ทําให้คน ๒๐๐ ครอบครัวสามารถที่จะทํากิน สร้างรายได้จากพื้นที่ตรงนั้นมาได้ มีชีวิตอยู่ มีรายได้ อยู่ในลักษณะที่เรียกว่าชีวิตพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียง อย่างนี้ชาติหน้าเฉลิมก็ไม่เข้าใจ เพราะไม่เคยไปดู พวกผมไปดูกันครับที่บ้านลอตันบาตู กะลุวอ อําเภอเมืองนราธิวาส เขาเรียกว่าหมู่บ้านแม่หม้าย คนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์รุนแรงสามีถูกฆ่าตาย ลูกถูกฆ่าตายไม่มีที่พึ่ง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถรับมาอุปถัมภ์ที่นี่ มาทํานา ที่นี่ มาปลูกพืชสวนครัวที่นี่ มาปลูกฟักแฟงแตงกวา ทํางานฝ้มือขายกันที่นี่พอให้มีรายได้ เลี้ยงชีวิตได้ นี่คือเศรษฐกิจพอเพียง ท่านคอยดูเถอะครับ พรุ่งนี้มะรืนนี้เราจะพิจารณา งบประมาณกัน ไม่มีงบประมาณของกระทรวงมหาดไทยที่ตั้งไว้ที่จะทําโครงการเศรษฐกิจ พอเพียงในหมู่บ้านเหล่านี้ในภาคใต้ แล้วเสนาบดีไปทําบ้าอะไรอยู่ครับ ไปทําอะไรอยู่ ไม่ทําที่ภาคใต้แล้วไปทําที่ภาคอื่นไหม ไม่มีครับ ผมยังไม่เห็นความเก่งกล้าสามารถว่า จะไปทําโครงการที่อีสาน ที่เหนือ ที่ภาคกลางตรงไหน ไม่มี นี่คือสิ่งที่ผมเรียนให้ทราบว่า เรื่องที่ควรทําไม่ทํา มืดมนเลยนะครับปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าหากว่า เฉลิม อยู่บํารุง ยังเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ผมใช้คําว่า มืดมนเลย ไม่ได้พูดเกินจริงครับ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกที่เคารพ วันนี้ฝ์ายที่ทํางานหนักที่สุด อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คือฝ์ายทหารและฝ์ายตํารวจ ทหารนั้นเขาส่งกําลังไป ทั้ง ๓ กองทัพ กองทัพภาคที่ ๑ ภาคที่ ๒ ภาคที่ ๓ ไปร่วมกับกองทัพภาคที่ ๔ ไปตั้งเปึน กองบัญชาการผสม พลเรือน ตํารวจ ทหาร ตั้งเปึนหน่วย ฉก. รับผิดชอบคนละจังหวัด ๆ กองทัพภาคที่ ๔ รับผิดชอบจังหวัดสงขลา กองทัพภาคที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ แบ่งกันรับผิดชอบ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส เอาคนระดับรองแม่ทัพลงเปึนผู้บัญชาการ ดูแลคุ้มครอง ความปลอดภัยให้ประชาชน แต่สิ่งที่ พลโท จิระพันธ์ เกษมศานติ์สุข ผู้บัญชาการผสม พลเรือน ตํารวจ ทหาร เขาบอกกับคณะผู้แทนราษฎรเขาบอกว่า วันหนึ่งเมื่อเราทําภารกิจ เรื่องความสงบเรียบร้อยสามารถที่จะคุมสถานการณ์ได้ในระดับหนึ่งแล้ว ทุกกองทัพ ก็จะต้องถอนกลับที่ตั้ง คําถามของผมก็คือว่าถ้าป้หน้า ป้หน้าโน้นกองทัพถอนกลับ ใครจะเปึนผู้รับผิดชอบ กระทรวงมหาดไทยสิครับ แต่กระทรวงมหาดไทยต้องสร้าง เครื่องมือ เครื่องมือที่พวกเราทุกคนเห็นกันอยู่แล้วว่าควรจะสร้างก็คือองค์กรพิเศษ ที่จะมาดูแลบริหารราชการของจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างบูรณาการให้เปึนเอกภาพ ให้มีประสิทธิภาพที่เราพูดกัน ที่เราเคยรู้จักกันว่า ศอ.บต. ที่เคยตั้งในสมัย พลเอก เปรม เมื่อป้ ๒๕๒๔ สมัย พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เปึนนายกรัฐมนตรีตั้ง ศอ.บต. ขึ้น นายกรัฐมนตรีบริหารกํากับเอง งานพัฒนาที่นั่นจึงเปึนเอกภาพ คุณทักษิณ ชินวัตร มายกเลิกเสียเมื่อป้ ๒๕๔๕ ๕-๖ ป้ไม่มี ศอ.บต. งานพัฒนาล้าหลัง วันนี้รัฐบาล นายกรัฐมนตรีสมัครก็เข้าใจเรื่องนี้ เพราะว่ารัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ได้ตั้ง ศอ.บต. ขึ้นใหม่ เมื่อป้ที่แล้ว แต่ว่าตั้งแบบที่ไม่มีกฎหมายรองรับ ฝ์ายค้านพรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งสํานักงานบริหารราชการชายแดนภาคใต้ เพื่อให้การบริหาร ชายแดนภาคใต้มีเอกภาพ สามารถพัฒนาทั้งภูมิภาคนั้นไปในแนวทาง รวมคน รวมเงิน รวมความคิด รวมแผนงานเสนอไปแล้ว รัฐบาลขอไปดูก่อนอ้างว่า เปึนกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงิน การงบประมาณ วันดีคืนดีรัฐมนตรีเฉลิมแอคท์ อาร์ท (Act art) ไปพบผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร บอกกับท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าเห็นดีด้วยเลยกับร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งสํานักงานบริหารราชการชายแดนภาคใต้ ของผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แล้วกระทรวงมหาดไทยจะส่งร่างเข้ามาประกบ หมดสมัยประชุมไปแล้ว ๑ สมัย สมัยวิสามัญก็จะหมดลงพรุ่งนี้ มะรืนนี้ เฉลิม อยู่บํารุง ยังไม่รู้จักกฎหมายฉบับนี้เลย แต่วันนั้นให้สัมภาษณ์โม้โขมงโฉงเฉงไปแล้ว นี่คือสิ่งที่ไม่ทํา ไม่มี ศอ.บต. จะเปึนปัญหามากของประเทศไทยในการที่จะพัฒนาภูมิภาคนั้น กระผม มีเวลาจํากัด ท่านประธานที่เคารพครับ ก็จะไม่ลงลึกไปเรื่องของปัญหา ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ แต่ผมถือโอกาสนี้เรียนไปถึงแม่ทัพนายกอง ทหาร ตํารวจ พลตํารวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติที่ไปเปึน กองปฏิบัติการส่วนหน้าอยู่ที่นั่น พวกเราจะพูดกันในสภาเรื่องปัญหาของท่านทั้งหลาย เราจะช่วยทําแม้ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะไม่ลงไปเปึนกําลังให้ท่าน นี่ให้กําลังใจ
ทีนี้ผมกลับมาพูดถึงเรื่องที่คุณเฉลิมควรจะทําแล้วไม่ทํา เพราะเวลาเหลือ จํากัด ท่านประธานครับ เมื่อได้รับแต่งตั้งเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คุณเฉลิมเขาก็แบ่งงานกระทรวงมหาดไทย เพราะว่ากระทรวงนี้ยังมีรัฐมนตรีช่วยว่าการ อีก ๒ คน คุณเฉลิมเองนั้นดูแลงานของสํานักงานเลขานุการรัฐมนตรี สํานักงาน ปลัดกระทรวง ถ้าคนไม่เข้าใจนึกว่างานปลัดกระทรวงนี่เล็กครับ แต่ว่างานปลัด กระทรวงมหาดไทยดูแลผู้ว่าราชการจังหวัดหมดทั้งประเทศ ดูแลงานกรมการปกครองด้วย ควรจะทํางานในส่วนนี้แต่ว่าไม่ทํา มีเรื่องราวมากมายที่ควรจะทําในงานของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่คุณเฉลิมต้องดูแลเอง ไม่ค่อยทําครับ ที่ทําบ้างก็คือ อวดบารมีอย่างที่คุณเฉลิมเล่าให้ฟังเมื่อสักครู่ เรียกผู้ว่าราชการจังหวัดให้มาเข้าเวร พบคุณเฉลิมวันละคน เขาด่ากันทั้งประเทศ ผู้ว่าราชการจังหวัดลับหลังก็บอกว่า ต้องไปพบอ้ายเหลิมมันหน่อย ต้องพูดอย่างนี้เพื่อให้ได้ยินว่าเขาเรียกท่านว่าอย่างไร ต่อหน้าอาจจะดูพินอบพิเทาแต่เขาเรียกอย่างนั้น เรียกเหมือนที่ประชาชนทั้งหลาย เขาเรียกงานตัวเองไม่ทําครับ วางอํานาจข่มขู่ เจอผู้ว่าราชการจังหวัดก็ต้องถาม ในลักษณะที่บอกว่าเปึนอย่างไร ต่อไปอยากจะไปอยู่ที่ไหน พอเจอรองผู้ว่าราชการจังหวัด อยากจะเปึนผู้ว่าราชการจังหวัดไหม นี่คือลักษณะที่เขาเล่าให้ฟัง บันทึกเทปไว้ก็มีบ้าง เพื่อให้เห็นว่าตัวเองมีอํานาจบันดาลได้ เขามีความรู้สึกครับ คนกระทรวงมหาดไทย เขามีวัฒนธรรมของกระทรวงเขา เขามีเสนาบดีที่เปึนคนดีเปึนผู้ดีมาเจอผู้ร้ายก็คราวนี้แหละ งานตัวเองไม่ทํา ไปทําอะไรครับ สนใจงานของกรมที่ดินสนใจมาก งานของกรมที่ดิน ที่จริงแบ่งให้คุณสิทธิชัย โควสุรัตน์ เปึนผู้รับผิดชอบดูแล แต่คุณเฉลิมแบ่งงานอย่างชนิด ที่เรียกว่ามีชั้นเชิงมาก ให้คุณสิทธิชัยกํากับเฉพาะเรื่องงานเท่านั้น เรื่องบุคคล และเรื่องงบประมาณคุณเฉลิมสงวนไว้เปึนอํานาจของตัวเอง คนในกรมที่ดิน เขียนจดหมายมาหาผมว่าการแบ่งอย่างนี้เพื่อที่จะเอาอํานาจนี้ไว้แสวงหาประโยชน์ แล้วผมก็มีหลักฐานที่จะพูดให้สภานี้ได้ช่วยพิจารณาว่าวิธีการอย่างนี้เปึนการแสวงหา ประโยชน์หรือไม่ คนที่กรมที่ดินกําลังกลุ้มใจ บอกว่าพฤติกรรมของรัฐมนตรีเฉลิมที่ทํา กับกรมที่ดินนี้ทําให้เกิดความระส่ําระสายในกรมที่ดิน ข้าราชการดี ๆ กําลังกลุ้มใจ เพราะว่าพฤติกรรมของคุณเฉลิมจะทําให้กรมที่ดินสูญเสีย ความน่าเชื่อถือในสายตาของประชาชนทั่วไป เพราะกรมที่ดินวันนี้กลายเปึนเครื่องมือ ของคุณเฉลิมในการทําลายคนอื่น กรมที่ดินวันนี้กลายเปึนเครื่องมือของคุณเฉลิม ในการแสวงหาประโยชน์ ข่มเหง รังแกผู้บริสุทธิ์
ท่านสุเทพครับมีผู้ประท้วงครับ คุณสมคิดประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมประท้วง ท่านผู้กําลังอภิปราย คือท่านบอกว่าเกี่ยวกับเรื่องกรมที่ดิน ท่านเฉลิมกําลังจะทําให้เกิด เรื่องเสียหายขึ้นมา ในฐานะที่ผมเปึนสมาชิกพรรคพลังประชาชนผมรู้สึกเดือดร้อนว่า ท่านพูดลักษณะแบบนี้ให้คณะรัฐมนตรีพรรคฝ์ายรัฐบาลเสียหาย ท่านฟังผมก่อนครับ
สรุปแล้วคุณสมคิดไม่ได้ประท้วงใช่ไหมครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ ผมขอวินิจฉัยเลยครับ เรามีเวลาจํากัด คําประท้วงของคุณสมคิดไม่ได้อยู่ในข้อบังคับนะครับ ขอเชิญคุณสมคิด นั่งลงได้แล้วครับ ขอเชิญคุณสมคิดนั่งลงครับ ผมขอเตือนเปึนครั้งสุดท้าย เชิญท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ มอบงานให้คุณสิทธิชัย โควสุรัตน์ ไปรับผิดชอบ แต่ว่าตัวเองแทรกแซง สั่งการเรื่อง การบริหารงานบุคคลและงบประมาณเอง แล้วมันเกิดการเสียหายครับ วันนี้รัฐมนตรี เฉลิมตั้งรองอธิบดี นายบุญเชิด คิดเห็น ให้รักษาการอธิบดี ในกรมที่ดินเขาบอกว่า คุณเฉลิมสั่งนายบุญเชิดได้ทุกอย่าง เพราะว่าเอาตําแหน่งอธิบดีกรมที่ดินเปึนเครื่องล่อ ท่านประธานลองพิจารณาสิ่งที่ผมเสนอนี้ว่ามันเปึนจริงอย่างที่คนในกรมที่ดิน เขากังวลใจไหม ทั้งหมดนี้เขาส่งให้ผมครับ มันมีเรื่องหนึ่งที่กรมที่ดินควรจะทําอย่างยิ่ง วันนี้ เขาคิดกันมานานแล้ว ที่จริงผมก็อยากจะให้เครดิตพรรคไทยรักไทยด้วยซ้ําไป เขาได้ทดลองทําแล้วเมื่อป้ ๒๕๔๖ เรียกว่า โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศที่ดิน ท่านประธานครับ ในเวลาสั้น ๆ ผมเรียนว่าในประเทศไทยมีเอกสารสิทธิที่ดินประมาณ ๓๐ ล้านบาท แปลงสําหรับเนื้อที่ดิน ๑๒๕ ล้านไร่ เฉพาะที่เปึนโฉนด ๒๔ ล้านแปลง แล้วแต่ละป้จะมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านทะเบียนที่ดิน การซื้อ การขาย การโอนกัน ไม่ต่ํากว่า ๕ ล้านรายการ เอกสารสิทธิทั้ง ๓๐ ล้านฉบับเก็บกระจัดกระจายอยู่ตาม สํานักงานที่ดินต่าง ๆ ๘๘๐ แห่งทั่วประเทศไทย ระบบเอกสารสิทธิสําคัญมากสําหรับ การพัฒนาประเทศในยุคใหม่ เพราะว่ามันเปึนรากฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจ คนจะกู้ จะยืม จะลงทุนต้องอาศัยที่ดินเปึนหลักทรัพย์ เพราะฉะนั้นความฉับไว ความแม่นยํา ความถูกต้องในเรื่องระบบเอกสารสิทธิในที่ดินเปึนเรื่องที่คนในกรมที่ดินเขาอยากได้ รัฐบาลที่แล้วก็ตกลงป้ ๒๕๔๖ ตั้งโครงการต้นแบบที่จังหวัดเชียงใหม่ ใช้สํานักงานที่ดิน จังหวัดเชียงใหม่ สาขาอําเภอพร้าว ๒ แห่ง ทําเสร็จประสบความสําเร็จงดงามแล้วก็ คิดการกันใหญ่ว่า จะต้องใช้ให้ครบทั่วประเทศไทยเพื่อบริการกับประชาชนแล้วจะทําให้งานของกรมที่ดิน มีประสิทธิภาพมากขึ้น รัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ อนุมัติโครงการให้ดําเนินการได้ ให้ตั้ง งบประมาณป้ ๒๕๕๒ ทํางานนี้เริ่มต้น ทําติดต่อกัน ๔ ป้เสร็จ ใช้เงินงบประมาณทั้งหมด ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๒ ป้แรกนี้จะตั้งก่อน ๑,๐๑๔ ล้านบาท ท่านประธานครับ โครงการนี้ถ้าเฉลิม อยู่บํารุง ไม่เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้เริ่มทําแล้วป้นี้ แต่บังเอิญเฉลิมไปทันไม่ได้ทําครับ เพราะกรมที่ดินเขาจะเขียนทีโออาร์เขากําลังเขียนสเปก เฉลิมไปบอกว่าไม่ต้องเดี๋ยวอั๊วเอาไปเขียนเอง เฉลิมจะไปเขียนสเปกโครงการสารสนเทศ น้ําหน้าความรู้อย่างเฉลิมนี่ครับจะเขียนสเปก จะเขียนโครงการ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ทีโออาร์ด้วยมือตัวเองท่านประธาน กรมที่ดินเขาเอาเอกสารมาให้ผม ๓ เล่ม ผมศึกษาดู เห็นเลยครับ แล้วก็เลยเปึนปัญหา วันนี้เรื่องทะเลาะกันใหญ่โต สํานักงบประมาณเขาก็ให้ ชะลอเรื่องนี้ไว้ก่อน คุณเฉลิมกําลังดิ้นรนจะหาบริษัทผู้ขายคอมพิวเตอร์มาเขียนสเปก เขียนทีโออาร์ แล้วกําลังบังคับนายบุญเชิดว่าหาวิธีการใหม่ไม่ได้งบประมาณ หาผู้ร่วมทุน หาเงินกู้ หาไปสารพัด หาจนเจอคุกนั่นล่ะครับ นี่คือเรื่องที่ยกเปึนตัวอย่างให้ท่านประธาน เห็นว่าเฉลิม อยู่บํารุง คนนี้อันตรายขนาดไหน ท่านประธานครับ นอกจากนั้นใช้อํานาจ สั่งการผ่านนายบุญเชิด ทําเรื่องถูกให้เปึนเรื่องผิด ทําเรื่องผิดให้เปึนเรื่องถูก ท่านประธาน ไม่เคยอยู่กรมที่ดิน ผมก็ไม่เคยอยู่กรมที่ดิน พวกเราก็ไม่เคยอยู่ แต่ว่าเรื่องการทําผิด ให้เปึนถูก ทําถูกให้เปึนผิดที่กรมที่ดินได้สตางค์ครับ แล้วได้เยอะด้วย รีดไถเงินคนได้ครับ เรื่องบางเรื่องเปึนเรื่องถูกอยู่แล้ว คุณเฉลิมพยายามจะทําให้เปึนเรื่องผิด ผมไม่พูดเรื่อง บริษัทศรีสุบรรณฟาร์มของลูกผมหรอกครับ เพราะว่าอ้ายนั่นอนาคตของคุณเฉลิม เห็นอยู่แล้วรอคําพิพากษาศาลอยู่แล้ว แต่ผมอยากจะยก ๓ กรณีในเวลาจํากัดตรงนี้ ท่านประธานครับ
กรณีแรก เปึนที่ดินของกลุ่มโสภณพนิช ที่อําเภอโป์งน้ําร้อน จังหวัดจันทบุรี เขาไปซื้อที่ดินเอาไว้นานแล้วครับ ออกเอกสารสิทธิตั้งแต่ป้ ๒๕๑๙ ก็มี ป้ ๒๕๓๖ ก็มี กรมที่ดินเคยตรวจสอบอย่างละเอียดมาหลายครั้งยืนยันตรงกันว่าการออกเอกสารสิทธิ ทั้งหมดนั้นชอบด้วยกฎหมาย วันนี้เฉลิมพยายามที่จะบีบบังคับกรมที่ดินว่าดําเนินการ อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ให้ที่ดินกลุ่มนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผมไปคุยกับเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน เขาก็เขียนอธิบายมาให้ ผมไม่เอารายละเอียดมาอ่านท่านประธาน เจ้าหน้าที่กรมที่ดิน บอกผมเลยครับ เขาสันนิษฐานกันทั้งกรมว่าเรื่องนี้ต้องการบีบบังคับให้คนในกลุ่ม โสภณพนิชเข้ามาสวามิภักดิ์ เรียกกันภาษาข้าราชการบอกนี่คือยุทธการล่าเอาเมืองขึ้น ของเฉลิม อยู่บํารุง ท่านประธานที่เคารพครับ นั่นเปึนเรื่องถูกของเขาแท้ ๆ จะพยายาม ทําให้เปึนเรื่องผิด แต่ว่ามีเรื่องผิดที่เฉลิมจะพยายามทําให้ถูกเห็นไหมครับว่าแกทําได้ ทุกอย่าง รู้ทุกเรื่องยกเว้นไม่รู้ว่าอ้ายปู๋ดอยู่ไหน ท่านประธานครับ เรื่องที่ผมจะยกให้ ท่านประธานดูต่อไปนี้คือเรื่องผิดที่เฉลิมกําลังจะทําให้เปึนเรื่องถูก เรื่องนี้ผมขออนุญาต ท่านประธานอ่านเอกสาร แล้วก็หลังจากนี้อาจจะต้องแสดงรูปภาพนิดหน่อยครับ ถ้าท่านประธานต้องการผมจะยื่นให้หลังการอภิปราย
เชิญครับ
เรื่องนี้ท่านประธานครับ กรณีแรก เปึนกรณีของที่ดินบริษัทสยามเจ้าพระยาแลนด์ จํากัด กระผมพูดอย่างนี้อย่างน้อยมี รัฐมนตรีในคณะรัฐบาลนี้ ๒ คนสะดุ้งครับ คนหนึ่งมีส่วนร่วมเปึนเจ้าของบริษัท อีกคนหนึ่งก็คือคนที่กําลังจะเซ็นให้เรื่องผิดเปึนเรื่องถูกคือเฉลิม อยู่บํารุง ที่ดินแปลงนี้ อยู่ที่จังหวัดภูเก็ต เดิมเปึนเขตสัมปทานเหมืองแร่ดีบุกของกลุ่มบริษัทวิเศษนุกูลกิจ จํากัด ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๒๗ อําเภอถลางได้ประกาศให้ที่ดินนี้เปึนที่ สาธารณประโยชน์ เปึนสมบัติของแผ่นดิน เนื้อที่ ๑๗๓ ไร่เศษ ตรงนี้เข้าทางเฉลิมเลย ที่สาธารณประโยชน์เปึนสมบัติของแผ่นดิน ห้ามผู้หนึ่งผู้ใดเข้าไปยึดถือครอบครอง อําเภอประกาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นชอบ แต่ว่ามีเอกชนแอบไปออกเอกสารสิทธิเอาไว้ แล้วก็คัดค้านประกาศแล้วก็โต้แย้งสิทธิกัน ผมจะไม่อ่านความยืดยาวครับ แต่บอกกับ ท่านประธานว่าในที่สุดที่ดินแปลงนี้ก็ตกเปึนกรรมสิทธิ์ของบริษัทสยามเจ้าพระยาแลนด์ จํากัด ซึ่งเปึนคนในครอบครัวรัฐบาลนี้เปึนเจ้าของ เขาก็สู้กันครับ สู้กันเถียงกัน ตั้งกรรมการสอบสวน ทางจังหวัดก็ยืนยันว่าที่นี้เปึนที่ของรัฐ ใครครอบครองไม่ได้ เอาเปึนสมบัติส่วนตัวไม่ได้ ต้องเพิกถอนเอกสารสิทธิ ตั้งกรรมการสอบสวนหลายคณะ ในที่สุดกรรมการสอบสวนของกรมที่ดิน กรรมการสอบสวนของกรมที่ดินมีความเห็นว่า ที่ดินตามโฉนดตรงนี้ต้องเพิกถอน บริษัทสยามเจ้าพระยาแลนด์ จํากัด ก็เปึนโจทก์ฟัอง ผู้ว่าราชการจังหวัด ฟัองนายอําเภอถลาง ศาลก็พิพากษาบอกว่าเฉพาะพื้นที่ที่รกร้าง ว่างเปล่าทับทางสาธารณประโยชน์ บริษัทสยามเจ้าพระยาแลนด์ จํากัด ต้องออกไป กรมที่ดินก็ได้มีคําสั่งให้เพิกถอนโฉนดที่ดินแปลงนี้ที่ตําบลเชิงทะเล อําเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เนื่องจากเปึนโฉนดที่ดินที่ทับทางสาธารณะที่รกร้างตามกระบวนการ ตรวจสอบของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่ตั้งขึ้นตามคําสั่งอธิบดี คนที่เซ็นคําสั่ง อธิบดีกรมที่ดินให้เพิกถอนโฉนดที่ดินแปลงนี้คือนายบุญเชิด คิดเห็น รักษาการอธิบดี กรมที่ดินคนปัจจุบัน สั่งเมื่อไรท่านประธานครับ สั่งเมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๑ มันน่าจะจบใช่ไหมครับท่านประธาน เหมือนที่คุณเฉลิมจะพยายามทําให้เรื่องของ คนอื่นจบ แต่มันไม่จบครับ อยู่ ๆ วันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๑ นายบุญเชิด คิดเห็น มีคําสั่งใหม่เพิกถอนคําสั่งของตัวเองเมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๑ บอกว่าที่ได้สั่งการ ให้เพิกถอนโฉนดที่ดินแปลงนี้เมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๑ นั้น บัดนี้ผู้ถือกรรมสิทธิ์ เขาได้อุทธรณ์ อุทธรณ์ฟังขึ้น แล้วก็ที่ดินแปลงนี้มีมูลค่าสูงมาก อาจจะก่อให้เกิด ความเสียหายแก่กรมที่ดินเปึนอย่างมาก จึงขอยกเลิกคําสั่งทางปกครองที่สั่งไป เมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๑ บ้าไหมครับ สั่งเองแล้วก็ออกคําสั่งยกเลิกเอง ผมรู้เรื่องนี้เพราะอะไรครับ เพราะจังหวัดภูเก็ตเขาไม่ยอมครับ องค์การบริหารส่วนตําบล เชิงทะเล จังหวัดภูเก็ต นายกองค์การบริหารส่วนตําบลภูเก็ต นายอําเภอถลางเขาสู้เฉลิม อย่าย้ายเขานะเฉลิม เขาสวนมาเลยครับวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๑ เขาทําหนังสืออุทธรณ์ มาเลยว่า ในฐานะที่เขาเปึนผู้มีหน้าที่ร่วมกันในการดูแลรักษาคุ้มครองปัองกันที่ดิน อันเปึนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ไม่เห็นด้วยกับคําสั่งอธิบดีกรมที่ดิน วันที่ ๘ พฤษภาคม ที่ให้เพิกถอนคําสั่งวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๑ มันไหมครับท่านประธาน เมื่อเกิดเหตุอย่างนี้ เฉลิมตัดสินอย่างไรครับ ท่านประธานก็ต้องถามเฉลิม คนในกรมที่ดินบอกว่าตัดสิน อย่างไรก็เสร็จเฉลิมจนได้ เฉลิมสั่งเอง อธิบดีคนนี้ไม่ได้บ้าไม่ได้เมาไวน์ (Wine) เหมือนที่ เมาแล้วออกให้สัมภาษณ์ทีวีบ่อย ๆ ทุกวัน แต่ว่าเพราะรัฐมนตรีเขาสั่งนายบุญเชิด คิดเห็น นี่เฉลิมสั่งให้โดดแม่น้ําเจ้าพระยายังไปเลยครับเพราะอยากเปึนอธิบดี สั่งซ้ายหันขวาหัน ได้เลย แล้วที่เฉลิมต้องสั่งมีเหตุผลครับ เพราะว่านี่ครับหนังสือรับรองทะเบียนบริษัท บริษัทสยามเจ้าพระยาแลนด์ จํากัด นี้เปึนของคนในคณะรัฐบาลนี้ เอาว่าไม่ต้องให้ เสียหายกันมากกว่านี้ เฉลิมรับไปคนเดียวก่อนแล้วกัน นี่เปึนตัวอย่างหนึ่งครับ เขาพูดกัน ทั้งกรมที่ดิน เพราะว่านาน ๆ จะเห็นอธิบดีออกคําสั่ง แล้วเกิดจําเปึนจะต้องออกคําสั่ง เพิกถอนคําสั่งตัวเอง แล้วก็ถูกสวนกลับมาจากท้องถิ่นเปึนคดีที่เรียกว่าเปึนตัวอย่างของ กรมที่ดิน ผมก็จะติดตามดู ผมไม่สามารถหาหลักฐานได้ว่าบริษัทสยามเจ้าพระยาแลนด์ จํากัด จ่ายให้เฉลิมเท่าไร เพราะถ้าผมหาหลักฐานได้ผมยื่นถอดถอนไปแล้ว แต่ผมไม่ไว้ใจ คนอย่างนี้หน้าอย่างนี้กล้าทํา ทําให้พวกซึ่งนั่งประชุม ครม. อยู่ด้วยกัน ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมมีอีกตัวอย่างหนึ่งชัดกว่านั่นอีก
ยังมีเวลาอีกประมาณ ๘ นาทีนะครับ
ใช้ได้ครับ ที่จริงพูดกับเฉลิม ถ้าพันธมิตรพูด ๓ คําก็จบครับ แต่ว่าท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีอีกตัวอย่างหนึ่ง ผมพยายามเลือกที่จังหวัดภูเก็ต เพราะคุณเฉลิมชอบจังหวัดภูเก็ต ที่ดินแปลงนี้กําลังมี ปัญหาเรื่องการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบตามกฎหมาย เปึนที่ดินที่ไหนครับท่านประธาน เปึนที่ดินอยู่ที่เกาะราชาใหญ่ เกาะราชาใหญ่ถ้าดูตามทะเบียนขึ้นอยู่กับอําเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต แต่ว่าท่านประธานไปยืนอยู่ริมทะเลมองไม่เห็นหรอกครับ เกาะราชาใหญ่นี่ แม้ว่าจะอยู่ในอําเภอเมืองภูเก็ตแต่ว่าไกลมาก ถ้าท่านประธานนั่งเรือเร็วสป้ด โบท (Speed boat) ต้องใช้เวลาครึ่งชั่วโมงกว่า ๆ ถ้าใครเคยไปเกาะสมุยก็เหมือนลงเรือ จากดอนสักไปเกาะสมุยขนาดนั้นครับ แต่เกาะนี้สวยมาก คนชอบไปดําน้ํา หาดทรายสวย มีรีสอร์ท (Resort) ขนาด ๕ ดาวสร้างที่นี่ ที่ดินไร่ละหลายล้านบาท ทีนี้มันก็เกิดเรื่อง ท่านประธานครับ มีที่ดินอยู่ ๒ แปลงที่เกาะราชาใหญ่ หมู่ที่ ๒ ตําบลราไวย์ อําเภอเมือง ภูเก็ต แปลงแรกเนื้อที่ ๔๘ ไร่ ออกเอกสารสิทธิเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๑๙ แปลงที่ ๒ เนื้อที่ ๙๙ ไร่ ออกเอกสารสิทธิให้กับบริษัทชื่อ บริษัทราชาใหญ่เอสเตท จํากัด แปลงแรก ออกแค่ชื่อชาวบ้านธรรมดาครับ ผมไม่เอ่ยชื่อถึง แล้วในที่สุดก็ขายให้กลุ่มบริษัท ราชาใหญ่เอสเตทเหมือนกัน ปัญหาก็คือว่าที่ทั้ง ๒ แปลงนี้ออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ ที่บอกว่าออกโดยมิชอบท่านประธานครับ ที่บนเกาะที่รกร้างว่างเปล่าถ้าไม่ได้ออก เอกสารสิทธิก่อนที่จะมีประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ ออกเอกสารสิทธิไม่ได้ ยกเว้น ได้ไปแจ้งสิทธิครอบครองที่เราเรียกว่า ส.ค. ๑ เอาไว้ก่อน ที่แปลงแรกแจ้ง ส.ค. ๑ ๔๘ ไร่ แต่ที่อีกแปลงหนึ่ง ๙๙ ไร่ ไม่มี ส.ค. ในที่สุดก็ออกกันมา เรื่องก็ต่อสู้กันไปจนกระทั่ง คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐที่เรียกว่า กบร. กรรมการชุดใหญ่ แห่งชาติอยู่ที่ทําเนียบรัฐบาลได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๔๓ ให้กระทรวงมหาดไทย เพิกถอน น.ส. ๓ ทั้ง ๒ แปลง เพราะได้พิจารณาจากหลักฐานของกรมแผนที่ทหาร พิจารณาจากหลักฐานของการทําประโยชน์ทั้งหมด ไม่ได้ทําประโยชน์มาก่อน น่าเชื่อว่า การออกเอกสารสิทธิดําเนินการไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย แล้วเปึนอย่างไรครับ ท่านประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยวันนั้นที่จริงเปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยสั่งการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๔๔ ให้กรมที่ดินปฏิบัติตามความเห็นของ กบร. คือให้เพิกถอนกรมที่ดินแย้งบอกว่า ทําถูกแล้วไม่เพิกถอน ปลัดกระทรวงมหาดไทยบอกว่าคําโต้แย้งของกรมที่ดินไม่มีเหตุผล ไม่ได้เอาหลักฐานอะไรที่ใหม่มาหักล้าง จึงไม่เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้พิจารณาทบทวน กรมที่ดินก็ไปตั้งกรรมการสอบสวนใหม่ ตั้งกรรมการสอบสวน มีการเปลี่ยนกรรมการทะเลาะกันยาวนานครับท่านประธาน ในที่สุดกรรมการสอบสวน ข้อเท็จจริงตามคําสั่งกรมที่ดินบอกว่า ต้องเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดินทั้ง ๒ แปลงนี้ เฉลิมไปไหนแล้วครับ เดี๋ยวจะตอบไม่ถูกรีบกลับมา มันตอนสําคัญ ท่านประธานครับ ที่นี้กรมที่ดินเขาถือว่าเปึนที่ที่ไม่ถูกต้องแน่ แต่ในที่สุดเสนอเรื่องให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยคนปัจจุบัน เฉลิม อยู่บํารุง เปึนคนตัดสินอีกแล้ว เรื่องของที่แปลงนี้ ที่จริงมันควรจะเปึนเรื่องที่ผมเอามาอภิปรายก่อน เพราะเรื่องของที่ดินแปลงนี้คือที่มา ของการแต่งตั้งนายบุญเชิด คิดเห็น เปึนรักษาการอธิบดี เพราะเจ้าของที่ดินแปลงนี้ เปึนเด็กของเฉลิม อยู่บํารุง คนสนิทข้างกายกุนซือทํามาหากินอยู่ด้วยกัน แล้วปรากฏว่า คนคนนี้คิดอ่านว่าที่ดินของตัวเองเกือบ ๑๕๐ ไร่ ไร่ละหลายล้านบาททําอย่างไรถึงจะ ถูกต้องตามกฎหมายจะได้ทํารีสอร์ทหรูหรา ในที่สุดก็ไปหานายเพ้ง นายเพ้งก็ไปตาม นายบุญเชิดมาพบตกลงรับปากรับคํากัน นี่คือเรื่องแรกของชีวิตการเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยของเฉลิมที่จะทําเรื่องผิดให้เปึนเรื่องถูก คือการที่จะตัดสินที่ดินของ เกาะราชาใหญ่ที่กรมที่ดิน จังหวัดภูเก็ต เห็นว่าเปึนเรื่องผิดเพราะอะไร เพราะเจ้าของที่ดิน คือคนคนนี้ครับ คนนี้ผมจําเปึนต้องไปหารูปมาประกอบเพราะว่าผู้ร้ายอย่างเฉลิม ถ้าไม่เอาหลักฐานแข็งแรงมาสู้ตายเลย โกหกฉอด ๆ ไปได้เปึนเรื่อง คนนี้ชื่อนายสุทธิชาติ อัศวศิรโยธิน รูปนี้ถ่ายที่ห้องประชุมกระทรวงมหาดไทย ปัายหน้าชื่อคนนี้เขียนว่า คณะทํางาน มท. ๑ ท่านประธานครับ ดูรูปนั้นเดี๋ยวอาจจะไม่ชัด รูปนี้ก็ยังได้ นี่ครับรูปหล่อคนนี้ชื่อนายสุทธิชาติ ไม่ชัดนะครับ เดี๋ยวหลีกหน่อยนะครับ อันนี้นั่งประชุมอยู่เลย ห้องประชุมกระทรวงครับ นี่ยังมีรูปปิาเหนาะติดอยู่ข้างฝา คนหัวแถวคนนี้นายสุทธิชาติ ปฏิเสธไม่ได้หรอกครับ นี่เฉลิมละครับ นั่งหัวแถวทีมเดียวกัน เห็นไหมครับ เพราะฉะนั้นที่ผมเอามาคือว่าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาพิสูจน์ ไม่ต้องเสียเวลา ปฏิเสธว่าเอาที่ไหนมาไม่รู้ไม่ใช่คนของผม ไม่เกี่ยวข้อง เอาล่ะแน่นอน แล้วผมได้พูดจา พาดพิงถึงบริษัทราชาใหญ่เอสเตท ได้พูดจาพาดพิงถึงนายสุทธิชาติ แล้วถ้าเกิดรู้สึกว่า เสียหายก็ดําเนินคดีกับผมได้เพราะเปึนบุคคลภายนอก แต่ผมต้องการมาให้ท่านประธาน เห็นว่าผมไม่ใช่คนก้าวร้าว ไม่ต้องการไปทะเลาะกับคนข้างนอกเลย แล้วผมไม่รู้สึกอะไร กับคนเหล่านั้น ผมเห็นว่าเรื่องระบบการถือครองที่ดินในประเทศไทย ท่านประธานครับ จริง ๆ ควรจะให้ความเปึนธรรมกับประชาชนที่เขามีเอกสารสิทธิถูกต้องแล้ว ควรจะ ยอมรับในเอกสารสิทธิเขา อย่าไปรังแกเขา วันหนึ่งพรรคประชาธิปัตย์เปึนรัฐบาล จับเหมาะเคราะห์ดีผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมจะแก้ปัญหานี้ แต่ว่าผมจะไม่ทําอย่างที่เฉลิมทํา คือทําเรื่องผิดให้เปึนเรื่องถูก ทําเรื่องถูกให้เปึนเรื่องผิด เพื่อแสวงหาประโยชน์ให้กับตัวเอง ผมไม่สามารถจะเอาหลักฐานอื่นมาเสนอต่อที่ประชุม สภาอันทรงเกียรตินี้ได้ ถ้าจะมีการทักท้วงว่าไหนล่ะใบเสร็จรับเงิน แต่ว่าผมขอสงวนสิทธิ ที่จะกราบเรียนกับท่านประธานสภาและเพื่อนสมาชิกว่า พฤติกรรมอย่างที่เห็นอย่างนี้ ที่ผมยกมาให้ดูนี้ทําให้ผมไม่สามารถไว้วางใจให้ เฉลิม อยู่บํารุง เปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้ ๔ เดือนก็นานไปครับ คนอย่างนี้นั่งเฝัาสมบัติของประชาชนอย่างนี้ เดือดร้อนกันอีกมากมาย ท่านประธานที่เคารพครับ เคารพในเวลา ผมรักษาเวลาตรงพอดี ขอยืนยันกับท่านประธานว่าไม่ไว้วางใจเฉลิม อยู่บํารุง ครับ ขอบคุณครับ
ต้องขอขอบคุณท่านสุเทพ ตรงเวลาพอดี ขอท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ๒๐ นาทีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมไม่คาดคิดว่าคนเปึนเลขาธิการพรรคแล้วก็บอกว่ามีหลักฐานเด็ด มีหลักฐานชัดเจน ซัดตูมหงายท้อง อภิปรายไปมานี่เท่ากับไม่ไว้วางใจ นายบุญเชิด คิดเห็น ไม่ใช่ไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมจะตอบท่านประธานเปึนข้อ ๆ ที่คุณสุเทพบอกว่า ผมเปึนคนไม่สุภาพ โบราณบอกว่า สําเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล คําอภิปรายของผม ที่ตอบมหามิตร และคําอภิปรายคุณสุเทพเปึนดัชนีชี้วัดนิสัยและสันดานของคน ใครสุภาพ กว่าใคร สังคมจะเปึนตัวตัดสิน
ท่านประธานครับ เรื่องแรกนายสุเทพบอกว่าไปตั้งชื่อถนนมหาดไทย ที่กาญจนบุรี หลังบ้านอยู่ในน้ํา เรียนท่านประธานด้วยความเคารพ บ้านหลังนี้ที่ดิน ๒ ไร่ พลตรี ศรชัยขายให้กับลูกชายผมในราคาไม่แพงนัก แล้วก็มีโป็ะซึ่งกรมเจ้าท่าอนุญาต ถูกต้องก่อนที่ผมจะไปซื้อ ถ้าคุณสุเทพแน่จริงมีหลักฐานจริงต้องไปแจ้งความร้องทุกข์ ให้ดําเนินคดีกับผม อย่ามาอาศัยเวทีสภาแล้วพูดจา ผมไม่คาดคิด นี่มือคุณตกขนาดนี้ เลยหรือนี่ เอาอะไรมาพูด ผมเรียนอย่างนี้นะ เขามีมาก่อนผมซื้อ แล้วก็ไปบอกว่าตั้งชื่อถนนมหาดไทย ก็มันเปึนที่ดิน พลตรี ศรีชัย เขา ที่ดินส่วนตัว เขาจะตั้งชื่ออะไรก็เรื่องของเขา นี่คุณคิดอะไรอยู่ ก็ที่ของ พลตรี ศรชัย ที่เอกชน เขาจะตั้งชื่อถนนมหาดไทยก็เรื่องของเขา เพราะเขาเคยเปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย คุณสุเทพใช้นิสัยเดิม ๆ บอกผมมีที่ดินที่จังหวัดนครพนม แต่ไม่อยากพูด ท่านประธานที่เคารพ ผมรู้ครับ ผมเคยอยู่พรรคประชาธิปัตย์ต้นทุนผมต่ํา ถ้าผมมีที่ดิน ที่นครพนมแม้แต่ไร่เดียวทําอะไรผมก็ได้ ไม่มีหรอกครับ ท่านเอาที่ไหนมาพูด ไม่มีแม้แต่ ไร่เดียว แล้วถ้ามีก็ไม่ผิด ถ้าเกิดผมมีไม่ผิด บุรีรัมย์มี แต่ที่นครพนมผมไม่มี และถ้ามี ผมก็ไม่ผิดแล้วไม่มีอะไรน่ากลัว เพราะถ้ามีถูกต้อง มันไม่เหมือนกับคนครอบครอง ที่ผิดกฎหมาย ผมจะกลัวทําไม ผมยืนยันนะครับ
โป็ะหลังบ้านเขามีมาก่อนผมซื้อ เขาขออนุญาตกรมเจ้าท่าถูกต้อง ถ้าไม่ถูกต้องคุณสุเทพแน่จริงแจ้งความร้องทุกข์ กํานันเก่าไปไหนก็ทําเปึนนักเลงต้องมา ร้องทุกข์จับผมเข้าคุก ไม่ใช่มาพูดในสภา
เรื่องภาคใต้อยากจะเรียนท่านประธานอย่างนี้ ที่ออกมาบอกว่าผมพบ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้วคุยกันเรื่องร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับ ศอ.บต. และรับว่า จะไปดําเนินการให้ ผมไม่ได้โกหก แต่คุณสุเทพจะคิดอย่างไรเรื่องของเขา ผมบอก ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เปึนร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ต้องไปหารือ ทางกระทรวงและนายกรัฐมนตรี ผมก็ไปดําเนินการและทางกระทรวงก็บอกว่าเพิ่งมี พระราชบัญญัติเกี่ยวกับความมั่นคงออกมาอยากจะลองใช้อยู่ สุดท้าย ณ เดี๋ยวนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ได้ให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ ที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอเปึนที่เรียบร้อยแล้ว แล้วคุณสุเทพเอาอะไรมาอภิปรายว่า รัฐบาลไม่สนใจ ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครอนุมัติแล้วครับ เป่ดสมัยนิติบัญญัติก็ได้ประชุม แล้วดูสิว่าพรรคพลังประชาชนจะเสนอไหม ก็เอา ๒ พระราชบัญญัติมารวมกันแล้วทําให้ บ้านเมืองดี มันไม่ได้รักประเทศชาติเฉพาะคุณสุเทพหรอก พวกผมก็รักเหมือนกัน นี่ก็เปึนความเท็จ โป็ะท้ายบ้านก็เท็จ ที่ดินนครพนมก็เท็จ เรื่องพระราชบัญญัติ ศอ.บต. ก็เท็จ
ต่อไปเรื่องภาคใต้ก็มีคนแนะนําผม ผมรู้จักภาคใต้ดีเท่าคุณสุเทพไม่ได้หรอก แต่คุณสุเทพพูดผิดว่าผมชอบไปภูเก็ต ไม่ใช่ ผมไม่มีอะไรที่นั่น ผมไม่มีซัมทิง รอง (Something wrong) คนชอบไปภูเก็ตคือคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่ใช่ผม ผมไม่เคยไปเลย หลายป้ดีดัก แล้วถ้าไปจริงไม่ผิดอะไรนี่ครับ จะไปผิดอะไรไปภูเก็ต แล้วเอาเปรียบไปแอบ อยู่หัวมุม หน้าตาก็ไม่ได้มอง แล้วคุณก็ขาวเสียด้วย มันก็เลยมองไม่เห็น
ปักษ์ใต้ผมขออนุญาตสรุปสั้น ๆ ท่านพี่น้องชาวปักษ์ใต้ ๑๔ จังหวัด ๓ จังหวัด ๔ อําเภอ เรียนท่านประธานไปถึงพี่น้องและบอกเอาบุญกับคุณสุเทพ เขาเปลี่ยนโครงสร้างในการบริหารจัดการใหม่แล้ว เขาให้ ครม. รับผิดชอบ เขาให้รอง ผอ. กอ.รมน. คือผู้บัญชาการกองทัพบกเปึนคนดําเนินการรับผิดชอบยุทธศาสตร์ยุทธวิธี ฝ์ายกระทรวงมหาดไทยเปึนผู้สนับสนุน ที่ผมไม่ไปเพราะท่านสมัครบอกว่าจากการ วิเคราะห์สถานการณ์ว่าถ้าไปโดยผู้นํา ไปโดยรัฐมนตรี ฝ์ายก่อการจะตอบโต้รุนแรง เราเลยไม่ได้ลงไป ท่านประธานครับ ที่ลงไปปักษ์ใต้ที่บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ไป เมื่อสักครู่มีคนโทรบอกมาว่าที่ไปจังหวัดยะลาไปหาเสียงนายก อบจ. เขามาบอกผม เขาบอกไปหาเสียงนายก อบจ. ไม่ได้แก้ไขปัญหา ท่านประธานครับ สถานการณ์ปักษ์ใต้ที่ผมไม่ลงไปรับฟังบรรยายสรุปเพราะผมเข้าใจดีแล้วทําไมต้องลงไป ไปฟังบรรยายสรุปออกโทรทัศน์ แล้วก็แอคท์ (Act) ให้สัมภาษณ์ แล้วก็กลับกรุงเทพฯ ไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลย ก่อนไปทุกจังหวัดเดือดร้อน ไปก็เดือดร้อนต้องมาเฝัา ต้องมาดู ต้องมาบรรยายสรุป ผมค่อนข้างฉลาดกว่าคุณสุเทพเรื่องนี้ เพราะผมเข้าใจสถานการณ์ ดีแล้วจึงไม่ต้องลงไปฟังบรรยายสรุปมอบอํานาจให้แม่ทัพนายกองเขาทําไป แล้วบอก ผ่านประธานไปยังคุณสุเทพ ควรตื่นจากภวังค์เสียทีเถอะที่แม่ทัพนายกองเขารับผิดชอบ ได้ประโยชน์ดีมากทุกอย่างลดลงสถานการณ์ดี เจ้าหน้าที่เขาพอใจที่ผู้หลักผู้ใหญ่ไม่ลงไป มันยุ่ง เขาต้องวางแผนก่อนล่วงหน้า วันไปก็วางแผน ก่อนจะกลับก็วางแผน เขาไม่ต้อง ทํางาน แล้วที่บอกว่าผมลงไปปักษ์ใต้ไปฟังเพลงที่หาดใหญ่อันนี้ก็เท็จ ผมนอนในค่าย ตชด. ที่สงขลา ผมไม่ได้ไปฟังเพลงที่หาดใหญ่ เพราะผมไปแค่คืนเดียว แล้วคุณสุเทพ เอาอะไรมาพูด พูดให้ผมเสียหาย ต่อไปเขาบอกว่ารัฐมนตรีเฉลิมไม่รู้เรื่อง ความรู้ไม่มี ไม่ขยัน โง่แล้วไม่ขยัน ด้วยความเคารพครับ ผมโง่กว่าคุณสุเทพ ผมไม่ได้บอกว่า ฉลาดกว่า แต่ผมเรียนหนังสือมากกว่าคุณสุเทพ มากกว่าครับ เพราะคุณสุเทพ จบปริญญาโท ผมจบปริญญาเอก ผมโง่กว่าคุณจริง ๆ ผมไม่ได้บอกว่าผมฉลาดกว่าคุณ
พอมาเรื่องของซีซีทีวี จนปัจจุบันไม่ติดตั้ง เขาซื้อแล้ว เขาประมูลแล้ว ทั้งหมด ๓,๕๐๐ เครื่อง งบประมาณ ๙๐๐ กว่าล้านบาท เปึนการประมูลจัดการดําเนินการ ติดตั้งตั้งแต่รัฐบาลท่านสุรยุทธ์ ตั้งแต่ก่อนผมเข้ามา ๓,๕๐๐ เครื่อง แล้วติดปลอมอีก ๗,๐๐๐ เครื่อง ใน ๕ จังหวัด เขาต้องวางเครือข่ายโยงใยเส้นทางวางโยงใยรัศมีระยะทาง ๔,๐๐๐ กิโลเมตร ทีหลังเปึนถึงเลขาธิการพรรคใหญ่ เปึนถึงเลขาธิการที่ว่าเจอหมัดเดียวน็อก เอาอะไรมาพูด เขาทําไปแล้วครับ ผมของบประมาณใหม่ป้นี้ ๗๓ ล้านบาท เพื่อไปเติม ให้เต็ม แต่ว่าจะได้รับอนุมัติหรือไม่ ผมย้ําอีกครั้งเสียชื่อข้าราชการกระทรวงเขา ท่านเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์เอาความเท็จมาอภิปรายในสภา เรื่องซีซีทีวีเขาทําแล้ว จะเสร็จหรือยังนี่ผมไม่ได้ตามไปดู แล้วปลัดกระทรวงท่านพงศ์โพยมเขาเปึนคนรับผิดชอบ ก็ถามสิครับ ในกระทรวงมหาดไทยพวกพรรคประชาธิปัตย์เยอะแยะก็ไปถามดูครับว่า ทําหรือเปล่าผมยืนยัน ผมคอนเฟ่ร์ม (Confirm) เขาทําแล้ว ส่วนผมขอใหม่ ๗๓ ล้านบาท ร้อยตํารวจเอก เฉลิม ควรทําแล้วไม่ทํา อวดบารมีให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมาพบ เรียนด้วย ความเคารพ นี่เปึนแนวคิดของผม เพราะผมอยากรู้สถานการณ์จังหวัด กลไกของจังหวัด ผมอยากรู้จักผู้ว่าราชการจังหวัดให้ใกล้ชิดสนิทสนม ผมไม่ต้องแสดงบารมีหรอกครับ เพราะอย่างไร ๆ ผมก็เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คุณสุเทพแสดงความโอ้อวด แสดงบารมี คุณก็เปึนรัฐมนตรีเงาสมน้ําหน้าเปึนไปเถอะรัฐมนตรีเงา ผมนี่แหละรัฐมนตรี ตัวจริง ผมมีมารยาทพอผมไม่กล้าไปบอกหรอกครับ จะไปอยู่จังหวัดไหน ผมไม่กล้าไปพูด หรอกครับ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจะขึ้นเปึนผู้ว่าราชการจังหวัดไหน เพราะไม่ว่าผมจะ อยู่ได้อีกยาวนานเท่าไร แต่หมอดูว่ารัฐบาลชุดนี้อยู่ไม่ยาวแค่ ๔ ป้กับ ๒ เดือน ๔ ป้ ตามรัฐธรรมนูญ ๒ เดือนก็ระหว่างรักษาการให้มีการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เรียนว่า คุณสุเทพไม่เข้าใจ พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยทํา พอผมทํากลายเปึนเรื่องแปลก ไม่หรอกครับ คุณสุเทพบอกว่ามอบอํานาจให้นายสิทธิชัยดูแล ส่วนเรื่องของงบประมาณ และการแต่งตั้งให้อยู่ในอํานาจของ มท. ๑ ด้วยความเคารพท่านประธาน ฝากไปยัง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ท่านไม่เข้าใจการบริหารราชการบ้านเมือง รัฐมนตรีว่าการ เขามอบให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกํากับดูแลหน่วยงาน เขาจะเว้นไว้ ๒ เรื่อง เรื่องที่ ๑ งบประมาณ เรื่องที่ ๒ การโยกย้ายตําแหน่งสําคัญ ๆ เพราะรัฐมนตรีช่วยเซ็นไม่ได้ ของบประมาณผมต้องเซ็น แต่งตั้งโยกย้ายระดับ ๙ ก็ปลัดเขาย้าย ระดับ ๑๐ ผมครับ ตามกฎหมาย ทีหลังไม่รู้อย่ามาพูด อายเขา เดี๋ยวนี้มือตก ไม่รู้ตกไปอยู่ที่ตักหรือเปล่า มือตกมากครับ
ต่อมาก็บอกว่าทําให้กรมที่ดินระส่ําระสาย รองอธิบดีเปึนเครื่องมือของผม เรื่องตั้งนายบุญเชิด นายบุญเชิดรักษาการอธิบดีจึงทําทุกอย่าง ด้วยความเคารพจริง ๆ ท่านประธาน ท่านอธิบดีชัยเลิศท่านถูกตั้งกรรมการสอบสวนฐานผิดวินัยร้ายแรง ๒ เรื่อง และคณะกรรมการเบื้องต้นมีความเห็นรุนแรง ไล่ออก ปลดออก และอีกเรื่องหนึ่งผมไม่พูด ตรงนี้ เดี๋ยวท่านเสียหาย พอเสร็จเรียบร้อยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์แค่นี้ยังไม่รู้ การแต่งตั้งไม่ใช่อํานาจของผม ท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยมาบอกว่าท่านอธิบดีชัยเลิศ ท่านถูกตั้งกรรมการ ๒ เรื่อง จึงอยากให้ท่านมาช่วยราชการสํานักงานปลัดกระทรวง ปลัดพงศ์โพยมมาหารือผม ผมบอกแล้วแต่ท่านปลัด เขาก็เอาท่านชัยเลิศมาช่วยราชการ ส่วนนายบุญเชิด คิดเห็น ที่อภิปรายเปึนวรรคเปึนเวร คุณสุเทพไม่เข้าใจหรือแกล้ง ไม่เข้าใจ ผมไม่ได้ตั้ง ท่านรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ท่านพระนาย สุวรรณรัฐ ท่านเปึน รองปลัดท่านก็ตั้งคุณบุญเชิด รักษาการ แน่จริงคุณสุเทพเอาคําสั่งมาสิว่าผมเปึนคนตั้ง ผมจะให้เตะผมจากนี่กลับไปบ้านคุณที่แถวพุทธมณฑล ๑๐ เที่ยว ไม่มีหรอกครับ พูดส่งเดชไม่เข้าเรื่องเข้าราวใส่ร้ายปัายสี ร้อยตํารวจเอก เฉลิม ทํางานไม่เปึน โครงการ สารสนเทศของป้ ๒๕๕๒ เรียนท่านประธาน ผมทําเรื่องของบประมาณมาแล้วครับ เพื่อจะเริ่มต้นเปึนงบปูพื้น จะเริ่มต้นป้ ๒๕๕๒ นี่พรรคประชาธิปัตย์โดยเลขาธิการ โกหกว่าผมไม่ทํา เสนอมาแล้วครับ เฉลิมบังคับให้ทําโครงการนี้ ถ้าผมบังคับเรื่องหนึ่งเรื่อง ใด คุณสุเทพและพรรคประชาธิปัตย์เปึนพรรคการเมืองที่ไม่กลัวใครก็ไปแจ้งความร้อง ทุกข์ดําเนินคดีกับผม ถ้าผมทําผิดอย่าพูดอย่างเดียว อย่ามาใช้สํานวนแล้วก็นั่งเฉย เพราะ มันไม่ใช่เรื่องจริง คุณสุเทพต้องร้องทุกข์ครับ รีดไถเงินคนนี่ผมไม่เคยหรอกครับ ผมไม่เคยประพฤติ แต่ว่าถ้าใครเคยประพฤติมา แล้วคิดว่าถ้าเรื่องอย่างนี้เปึนกูแล้ว กูเอาแน่ ผมไม่ทําหรอกครับ แล้วถ้าทํานี่อย่าช้านะไปร้องทุกข์กล่าวโทษดําเนินคดีกับผม
ที่ดินกลุ่มโสภณพนิช เขามีเรื่องมานานแล้วและเขามีสนามกอล์ฟบุกรุกที่ ของกรมที่ดิน กรมที่ดินเขาก็ทําการสอบสวน แล้วเขาก็มาบอกผม ผมจะต้องไปสร้าง อิทธิพลทําไม เพราะชีวิตผมเปึนแค่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมพอใจแล้ว และชีวิตผมวันนี้หักหน้านายสุเทพได้ทุกเรื่อง ผมมีความสุขใจ ด้วยความเคารพ เอาความเท็จมาพูด ท่านประธานครับ ที่ดินบริษัทสยามเจ้าพระยาแลนด์ จํากัด ผมเปึน คนพุทธ ที่ดินบริษัทสยามเจ้าพระยาแลนด์แล้วก็ที่ดินที่เขาบอกชาวบ้านเปึนเจ้าของเนื้อที่ ๙๙ ไร่ นั่นหมู่บ้านราชาใหญ่ ให้ มท. ๑ ถอดถอนเอกสาร เดี๋ยวถอด ไม่ถอด ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมแขวนสมเด็จวัดระฆัง ผมแขวนหลวงปู์เฒ่าวัดหนังและหลวงปู์ไปล่ วัดกําแพง ผมไม่รู้จะพูดอย่างไร เวลามันสั้น ถ้าผมไม่มีพฤติการณ์อย่างนายสุเทพพูด ขอให้ผมจงฉิบหายตายโหง ออกนอกสภาไปให้มันหัวใจวายตาย ให้มันวิบัติอย่าได้ เจริญรุ่งเรือง ถ้าผมไม่ได้เปึนอย่างนั้นผมขอความมั่งมีศรีสุข ความเจริญรุ่งเรืองเกิดกับผม และขอให้พรรคประชาธิปัตย์เปึนฝ์ายค้านตลอดชาติ
ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ เวลาของท่านจะหมดแล้วครับ
ท่านประธานครับ เรียนอย่างนี้นะครับ
ท่านประธานครับ
มีท่านใดประท้วงตอนนี้ขอความกรุณาอย่าเพิ่งประท้วงนะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยกรุณาสรุปได้แล้วครับ หมดเวลาแล้วครับ รวบรัดสักนิด
ก็ถามมาครับ และที่สําคัญที่สุดสภานี้ศักดิ์สิทธิ์ ถ้าใครใช้สภานี้มาเปึนเครื่องมือทําลายกัน และที่อภิปรายมาทั้งหมดถ้านายสุเทพมีหลักฐานว่าผมมีวัฏฏปฏิบัติทุจริตคิดมิชอบ สยามเจ้าพระยาแลนด์ ที่ดิน ๔๙ ไร่ บริษัทราชาใหญ่และอื่น ๆ และหรือผมทุจริต คุณสุเทพ พรุ่งนี้ก่อนประชุมสภาไปสาบานกันในโบสถ์พระแก้วมรกตให้ผู้สื่อข่าว เปึนคนร่างคําสาบานว่าถ้าใครพูดเท็จขอให้มันวิบัติทั้งโคตร ถ้าใครไม่ได้ทําผิดขอให้พบ กับความเจริญ ๑๐ โมงเช้าพรุ่งนี้ผมจะมารอนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ พรรคประชาธิปัตย์ และ ๑ เรื่องที่บอกว่านายอะไร อัศวะ ผมเรียกมัน ไอ้ตุ๊ มันชื่อเล่น ไอ้ตุ๊ เขาไม่ได้เปึนนักการเมือง แต่รู้จักกับผม ผมรู้จักกับคุณพ่อเขา เขาก็ไปมาหาสู่ ไม่มี ตําแหน่งอะไรในกระทรวงมหาดไทย ด้วยความเคารพ ผมจะเอาบุญ เลขาธิการ พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม ไม่เคยแต่งตั้งที่ปรึกษาเลยแม้แต่คนเดียว ทําไมผมถึงไม่ตั้งล่ะ เพราะผมเก่งอยู่แล้วครับ ผมไม่มี แต่ว่าไอ้ตุ๊มันรู้จักกับผม มันก็มาหา บางทีมันก็ซื้อข้าวหมกไก่มาให้กิน บางทีมันก็บอกว่าพี่ก๋วยเตี๋ยวปลาหน้าสวนรื่นอร่อย มีเท่านี้ล่ะครับ อภิปรายเปึนวรรคเปึนเวร ผมไม่รู้จะพึ่งที่ไหน เอาองค์พระแก้วมรกต หรือพระวัดไหนก็ได้ที่นายสุเทพเชื่อถือศรัทธาเอาให้มันมอดไหม้กันไป ผมไม่อยากให้ พรรคประชาธิปัตย์เล่นการเมืองอย่างนี้ ก่อนอภิปรายเดี๋ยวอัพเพอร์คัท (Uppercut) ขวา อัปเปอร์คัทซ้าย แล้วที่คุณสุเทพอภิปรายที่ภูเก็ต ท่านประธานที่เคารพ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหลาย ผมไม่เคยรู้แล้วผมไม่เคยไป แล้วมันรู้หมดนั่งเรือ ๓๐ นาที นั่งสป้ด โบ๊ท เอาที่ไหนมาพูด แล้วอวดเก่งอวดกล้า ท่านประธานครับ ผมอาจจะไม่กล้าเท่าคุณสุเทพ แล้วก็คุณสุเทพกล้าทําเรื่องที่คนเขาไม่กล้า ก็ยังกล้า ผมไม่อยากพูดเดี๋ยวบ่อนแตก ผมไม่พูด จะบอกให้รู้
ท่านรัฐมนตรีกรุณาสรุปได้แล้วครับ เดี๋ยวจะต้องมีผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายสรุปด้วยครับ
ไม่ครับท่านประธาน ผมยอมรับว่าผมเปึนคนเขลา ขี้กลัวจริง ๆ ชีวิตเปึนนายตํารวจจับโจร ทั้งชีวิต แต่ผมกลัว กลัวคุณสุเทพ เปึนคนเดียวในพรรคประชาธิปัตย์ที่ผมกลัวที่สุด เพราะผมรู้จักเขาดีเขากล้าทําในสิ่งที่ใครก็ไม่กล้า ตรงนี้น่ากลัว ผ่านท่านประธานไปถึง คุณสุเทพ ผมกลัวคุณสุเทพ กลัวจริง ๆ แล้วที่ผมท้า เอาเลยโบสถ์วัดพระแก้ว วัดไหนก็ได้ เพราะเวลามันสั้น จะบอกท่านประธานไปสู่ยังท่านเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ผู้ยิ่งใหญ่ หาว่าผมไม่มีผลงาน ไปอยู่ไหนมา เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ไปอยู่ไหนมา หรือว่า อิจฉาผมเลยทําให้หูตาพร่ามัว อภิปรายก็ไปอยู่ใต้ถุน ไปอยู่ทําไมตรงนั้นต้องมาข้างหน้า ตรงนี้ มานั่งข้างหัวหน้าพรรคมานั่งข้างพี่ชวนนี่ แล้วดูสิไกลมองก็ไม่เห็น ผมก็ ๖๐ ป้แล้ว ตาไม่ดี ไปแอบอยู่ตรงมุมแอคท์อาร์ทถนนมหาดไทย ก็ เสธ. ศรชัย เขาตั้งในที่เขา ไปบอกโป็ะรุกน้ํา ไปแจ้งจับสิอย่ามาอภิปรายเฉย ๆ ท่านประธานครับ การแก้ไขปัญหายาเสพติดนับแต่ผมมาอยู่ ๑ มิถุนายน ถึง ๓๑ พฤษภาคม ถ้าผมไม่บอก ไม่ได้นะครับ เดี๋ยวลุงสมัครไปเชื่อเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์เข้าว่าผมไม่ทํางาน เลยปรับ ครม. เอาผมออก ไม่ได้หรอกครับ นิดเดียวครับ เหลืออีกนิดเดียวเพราะ
กรุณารวบรัดด้วยครับ
เพราะท่านเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์บอกว่า อภิปรายเสร็จปรับ ครม. ผมออกคนแรก ท่านประธานครับ ผลงานมันเยอะ เยอะมาก แต่ว่าผมไม่ได้หน้าสลอน เพราะว่าเรา มันไม่หล่อไม่เหมือนพรรคประชาธิปัตย์เขา หน้าตาหล่อ ๆ เขาออกทีวีคนเชื่อ สถานการณ์ ปราบปรามยาเสพติดจับผู้ค้ารายใหญ่ ๑๘๐ ราย ผู้ค้ารายย่อย ๘,๒๒๖ ราย เจ้าหน้าที่ ของรัฐเกี่ยวข้อง ๕๙ ราย เอาผู้เสพผู้ติดไปบําบัดรักษา ๒๒,๙๘๙ ราย จัดกิจกรรมปัองกัน เยาวชนกลุ่มเสี่ยง ๗๔,๒๙๘ ราย ดําเนินการแก้ไขพื้นที่มีปัญหายาเสพติด ๔,๑๑๖ แห่ง ปัญหาจัดระเบียบสังคม ตรวจแหล่งมั่วสุมเยาวชน ๑๖,๕๙๒ ครั้ง จับกุมดําเนินคดี ๔๕๔ แห่ง ตรวจสถานบริการ ๑๐,๙๔๙ แห่ง ดําเนินคดี ๑๖๙ แห่ง ตรวจร้านอาหาร คาราโอเกะ ๒๐,๔๒๕ แห่ง ดําเนินคดี ๓๗๓ แห่ง มีผลงานไหมครับ หันมาดูการปัองกัน ปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทําลายป์า ย้ํากับท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง บริษัทศรีสุบรรณฟาร์ม ผู้ที่ทําหน้าที่อธิบดี เขาเพิกถอนเอกสารสิทธิไม่ใช่ผลงานของผม เพราะผมไม่ได้สั่ง คนเดือดร้อนเขาร้องทุกข์ไปยังสํานักพระราชวังแล้วให้ดีเอสไอสอบ เขาร้องทุกข์กัน ป้ ๒๕๔๗ เขาร้องทุกข์กันป้ ๒๕๔๘ เขาร้องทุกข์หลายที่ ผู้ตรวจการแผ่นดินสุดท้าย ในรั้วในวังก็ส่งดีเอสไอ ดีเอสไอสอบก็สั่งกรมที่ดินเพิกถอน กรมที่ดินไม่กล้า เขามาร้องผม ผมบอกเลขาธิการส่งไปดําเนินคดีตรงไปตรงมาธรรมาภิบาล แล้วไม่รู้หรอกว่า พรรคประชาธิปัตย์เปึนเจ้าภาพเรื่องนี้ ก็รู้วันนี้ล่ะครับ ก็จะได้รู้ไว้บริษัทศรีสุบรรณฟาร์ม เขาเปึนบริษัทเอกชน เขาเพิกถอน ๕๙ แปลง ๑,๓๓๘ ไร่ ยังไม่ตัดสิทธิ ยังไม่เสียสิทธิ ก็อุทธรณ์ได้ ถ้าไม่ถูกต้องก็ไปดําเนินการฟัองศาลปกครองแล้วผมไม่ได้สั่ง ผมไม่ได้เกี่ยว ถามว่า
ท่านรัฐมนตรีกรุณาสรุปได้แล้วครับ เดี๋ยวผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรจะไม่มีเวลา สรุปครับ
ใกล้หมดแล้วครับ ไม่อย่างนั้นเคยตัวครับเอาอะไรมาอภิปราย ไม่เปึนแก่นเปึนสาร ไม่เปึนโล้เปึนพาย นึกอยากจะพูดก็พูด บริษัทอะไรที่ในภูเก็ต บริษัทอะไรที่กลางเกาะ ขอฝากท่านประธานบอกกับคุณสุเทพหาหลักฐานมาสักชิ้นเถอะว่าผมไปเกี่ยวข้อง ที่นครพนม พูดทิ้งท้ายก็เท็จ ผมไม่มี สร้างโป็ะเขาทํามาก่อนก็ได้รับอนุญาต ไปตั้งชื่อ ถนนมหาดไทยก็ที่ของเขา คุณไปเกี่ยวอะไรกับเขาด้วย ทีนี้มาด้านปัองกันปราบปราม ลักลอบตัดไม้ทําลายป์า ดําเนินการตามกฎหมายกับผู้บุกรุกรายใหญ่ ๘๗๙ คดี ดําเนินการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง ๖๓ ราย ตั้งด่านตรวจจับไม้เถื่อนในเส้นทาง ลําเลียงได้ทั้งหมด ๑๖,๖๒๔ ครั้ง จับกุมดําเนินคดีได้ ๔๓๙ คดี สร้างจิตสํานึกในการ ปัองกันและฟุ๋นฟู ๕,๓๕๓ ครั้ง ปลูกต้นไม้ในสถานที่ราชการ ที่ดินสาธารณะ สถานศึกษา ๑,๘๗๖,๒๗๔ ต้น
ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพจริง ๆ สุดท้ายเลย โดยหลักการผมต้อง ไม่ไว้วางใจคุณสุเทพ ทีนี้กฎหมายไม่อนุญาตเอาอะไรมาพูดเรื่องเท็จหมด ผมไม่คิดจริง ๆ ว่า กล้าถึงขนาดนี้ ผมไม่ได้ทําอะไรเลยที่เสียหายกับบ้านเมือง แล้วจําไว้เปึนบทเรียนท่านเลขาธิการพรรค ต่อไปวันหน้าวันหลังจะเอาอะไรมาอภิปราย อย่าทําสุ่มสี่สุ่มหก แล้วพูดจาสุ้มเสียงด่าว่าฟรี ๆ ผมไม่ย้อนหรอกครับ ไม่ย้อนจริง ๆ คนดูทางบ้านเขาจะรู้ว่าที่บอกผมมีพฤติกรรมเปึนนักเลงอันธพาลเกเร ไม่ใช่หรอกครับ ผมอดีตนายตํารวจกองปราบ ผมได้รับพระราชทานยศ ผมไม่ใช่อันธพาลหรอกครับ ท่านประธานที่เคารพ แต่ผมเปึนนักเลง นักเลงคือตรงไปตรงมา แล้วนักเลงอย่างผมไม่เคย ทําให้ครอบครัวใครแตกแยกครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านประธานครับ
คุณสมคิดไม่ต้องประท้วงแล้วครับ ผมไม่อนุญาตให้ประท้วงเพราะว่าเรามีเวลาจํากัด แล้วก็ไม่อนุญาตให้ทุกท่านประท้วง เดี๋ยวจะเกินสิทธิของท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร ผมจะอนุญาตให้ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายสรุป ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรจนถึงเวลา ๒๓.๕๐ นาฬิกา แต่สําหรับ เจ้าของญัตติ ท่านสุเทพอนุญาตให้พูดได้ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมใช้ เวลานิดเดียวครับ เพียงเพื่อให้เกิดความชัดเจน
ประการที่ ๑ ผมเรียนท่านประธานเพราะว่าพี่น้องประชาชนจะดูทีวีนึกว่า ผมหนีคุณเฉลิมมานั่งสุดห้อง ผมมีระเบียบครับ ท่านประธานชัย ชิดชอบ เขียนไว้ว่า ผมเลขที่ ๔๐๖ ต้องนั่งตรงนี้ ติดชื่อผมไว้ด้วย คุณเฉลิมไม่มีระเบียบก็คงไม่เข้าใจเรื่องนี้
ประการที่ ๒ ที่คุณเฉลิมจะท้าผมว่าพรุ่งนี้ สิบโมงเช้าให้ไปสาบานด้วยกัน ผมไม่บ้าไปสาบานด้วยหรอกครับ เพราะผมไม่ได้เชื่อคําสาบาน อันนี้ไม่ต้องรอผม พรุ่งนี้ ผมไม่มาที่สาบาน
ประการที่ ๓ ที่คุณเฉลิมท้าผมว่าให้ผมไปแจ้งความเรื่องที่ดินที่กาญจนบุรี ของคุณเฉลิมนั้น ผมไม่มีหน้าที่ต้องไปแจ้งความ ก็คุณเฉลิมบอกว่าคุณเฉลิมมีหน้าที่ดูแล ที่แผ่นดิน ที่แปลงนี้คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ กบร. กําลังพิจารณา เนื่องจากที่ดินอยู่ในเขตพระราชกฤษฎีกาหวงห้ามที่ดิน พ.ศ. ๒๔๘๑ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยก็ไปทําหน้าที่ จะจับลูกหรือไม่จับลูกก็ว่ากันเอง อันนั้นไม่ใช่เรื่อง ของผมนะครับ
อีกเรื่องครับท่านประธาน ที่บอกว่าผมไปปักษ์ใต้อ้างว่าไปหาประชาชน ที่จริงไปหาเสียง อบจ. ยะลา คุณเฉลิมโกหกเปึนคนละเรื่องกัน พวกผมไปกันหลายสิบคน และไปทั้งยะลา ไปทั้งปัตตานี ไปทั้งนราธิวาส พบผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง ๓ จังหวัด พบผู้อํานวยการ ศอ.บต. พบ พลตํารวจโท อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจ ส่วนหน้าไปตั้งหน่วยอยู่ที่นั่น พบ พลโท จิระพันธ์ เกษมศานติ์สุข ผู้บัญชาการ กองบัญชาการผสมพลเรือน ตํารวจ ทหาร พบกรรมการอิสลาม พบพระ พบชาวบ้าน เราทํา ไม่ได้เปึนอย่างที่คุณเฉลิมว่า แต่ว่าไม่ต้องการให้คนเข้าใจผิดเท่านั้นเอง
คุณเฉลิมท้าว่าให้ผมไปแจ้งความร้องทุกข์ถ้าหากผมเจอหลักฐานว่า คุณเฉลิมทําผิดอย่างที่ว่า ถ้าผมได้หลักฐาน ท่านประธานครับ ผมทําไปแล้ว ปัญหาก็คือว่า ๔ เดือนนี้โจรมันยังไม่ทิ้งร่องรอย แต่ผมก็ยังต้องทํางานต่อไป แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ผมยืนยันกับ ท่านประธานได้ว่าที่ผมพูดเปึนเรื่องจริงก็คือเรื่องไอ้ตุ๊ที่คุณเฉลิมว่าเมื่อสักครู่นี้ คุณเฉลิม บอกว่าไม่มีหน้าที่อะไร ไม่ได้ไปที่กระทรวง ก็รูปนี้มันชัด รูปนี้ครับ คนนี้คือไอ้ตุ๊ของ คุณเฉลิมก็คือว่าคณะทํางาน มท. ๑ ห้องประชุมกระทรวง นี่นั่งแทนผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร นี่อธิบดีกรมการปกครอง ถ้าไอ้ตุ๊ไม่มีหน้าที่อะไรแล้วไปแสลนอยู่ทําไม ที่นั่น นี่ครับ นั่งอยู่กับคุณเฉลิม ประชุมด้วยกัน คนธรรมดาใครเขาจะไปประชุมกระทรวง ด้วยได้ล่ะครับ เพราะฉะนั้นผมไม่ได้โกหกครับ คุณเฉลิมจะจงใจบอกคนอื่นอย่างไรก็ได้ แต่บังเอิญคนเขาส่งรูปมาให้ ขอบคุณท่านประธานครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ
ครับ ขอสั้น ๆ
สั้น ๆ ครับ เรื่องที่คุณสุเทพไม่ยอมสาบานก็เปึนเรื่องของคุณสุเทพ ไม่เปึนไรนะครับ ที่บอกว่าที่ดินเมืองกาญจนบุรีที่บ้านลูกชายผมมี เขาถูกต้อง คุณสุเทพเปึนอดีตรัฐมนตรี เอาเรื่องกํากวมอย่างนี้มาพูดได้อย่างไร เดิมเปึนของ พลตรี ศรชัย มนตริวัต ผมอาจจะไม่ร่ํารวยเหมือนคุณสุเทพ ผมอาจจะไม่เคย ถูกฟัองล้มละลาย ผมไม่เคย เพราะผมคนจน ผมไม่มีฐานะ แต่ที่ดินแปลงนี้พร้อมทั้งบ้าน พลตรี ศรชัย เขาขายให้ลูกชายคนเล็กผมราคาไม่แพง แล้วเปึนที่ดินถูกต้องเพราะอยู่ใน เขตเมือง คุณจะไปหาเสียงอย่างไรไปพบใครแต่มีคนเขาบอกมีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนหนึ่งไปช่วยพรรคพวกหาเสียงก็เปึนสิทธิ กระผมก็ปรารภไว้เท่านั้นบอกว่าหาหลักฐาน ไม่ได้ ก็นี่แปลว่ารับแล้วหาเรื่องด่าคนฟรี ๆ โวหารใช่ไหมครับ ชัดเจน แล้วบอกเรื่องอ้ายตุ๊ ผมย้ํากับท่านประธานอีกครั้งหนึ่งเขาไม่ได้มีตําแหน่งหน้าที่ แต่เขารู้จักกับผมก็มันทํามา หากินอะไรผมจะไปรู้มันได้อย่างไร แต่ว่ามันเดินเข้ามาวันนั้นเข้าไปเขาประชุมจวนจะ เลิกแล้ว เขาไม่ใช่ข้าราชการ เขาไม่ใช่นักการเมือง บางครั้งเขาขาดความเข้าใจ และอ้ายตุ๊ มันมาหาผมบ่อย ถ้ามันจะทําอะไรผิดคุณสุเทพก็ไปจัดการกัน ผมกราบเรียนท่านประธาน นิดครับ ผมขออธิษฐานเอาไว้ตรงนี้ ถ้าผมได้ทําอะไรแบบที่คุณสุเทพพูดขอให้ผมวิบัติ ทั้งวงศ์ตระกูล ถ้าผมไม่ได้ทําแล้วมีการใส่ร้ายปัายสีผม ผมเชื่อเวรกรรมมีจริง แล้วคนที่ คิดทําลายผมโดยขาดเหตุขาดผลต้องได้รับสิ่งที่เลวร้าย ต้องได้รับความวิบัติ ต้องได้รับ ในสิ่งที่ไม่ดีในเร็ววันนี้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรจะอภิปราย คุณสมคิด ผมขอเตือนเปึนครั้งสุดท้าย เราจะต้องป่ดประชุมสภาก่อน ๒๔.๐๐ นาฬิกา ก็จะมีเรื่อง
ท่านประธาน ผมขอความเปึนธรรมครับ
คุณสมคิด ผมขอเตือนเปึนครั้งสุดท้ายเราไม่มีเวลาแล้ว เดี๋ยวผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จะต้องสรุปนะครับ ก็จะมีเรื่องที่คุณวิรัตน์ กัลยาศิริ ได้กล่าวพาดพิงถึงท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ท่านฝากผมว่าขอความกรุณาขอเอกสารมามอบให้ด้วยท่านจะได้ นําไปศึกษา คุณสมคิดเรามีเวลาน้อยแล้วเรามีความจําเปึนจะต้องป่ดประชุมก่อนเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา ขอเชิญท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ท่านประธานครับ
คุณสมคิดนั่งลงเถอะครับ ผมไม่อนุญาตให้ประท้วงเชิญนั่งได้แล้วครับ ผมขออนุญาต อย่างนี้ก็แล้วกันครับ ให้หลังจากที่ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรมันจะได้เสร็จสิ้น กระบวนการไป เชิญท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กราบเรียนท่านประธานครับว่าด้วยเวลาที่เหลืออยู่ คงไม่เพียงพอที่จะทําให้ผมได้สรุปทุกเรื่อง เพราะว่าเราได้เป่ดอภิปรายท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีอีกถึง ๗ ท่าน แต่ให้ท่านสบายใจครับ ผมจะถือเอานาฬิกาของสภา เปึนเกณฑ์แล้วจะไม่ให้เกิดปัญหากับข้อตกลงที่ดําเนินไป แต่ด้วยเวลาที่จํากัด ผมอยากจะกราบเรียนว่าผมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ๗ ท่าน พร้อมกับเพื่อนสมาชิก กระผมถูกต่อว่าตอนแรกนะครับ ถูกต่อว่าตลอดเวลาว่า ๔ เดือน กระเหี้ยนกระหือรือหรือจะรีบร้อนหรือมีความทะเยอทะยาน ท่านประธาน อาจจะไม่ทราบหรอกครับ ครั้งสุดท้ายที่พรรคประชาธิปัตย์เปึนรัฐบาลมีวิกฤติการณ์ การเงินที่หนักหนาสาหัสที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย รัฐบาลของ ท่านนายกรัฐมนตรีชวนเข้าแถลงนโยบาย ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ แก้ปัญหาซึ่งตกค้าง มาจากรัฐบาลของท่าน พลเอก ชวลิต สถานการณ์เริ่มดีขึ้นโดยลําดับ แต่เวลาผ่านไปเพียงแค่ ๓ เดือน ฝ์ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของ พรรคประชาธิปัตย์ทั้งคณะ ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนฝ์ายค้านในขณะนั้นด้วย ผมไม่ประสงค์จะโต้วาที เพียงแต่บอกว่าวันนั้นเราก็ถือว่าเปึนสิทธิของท่าน ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่า ท่านลองนึกภาพสิครับว่าถ้าวันนี้บ้านเมืองของเรามี ความสมานฉันท์กัน ไม่มีปัญหาที่กลุ่มผู้คนต่าง ๆ มีความเดือดร้อน จะเปึนเรื่องที่ เปึนปัญหาเฉพาะกลุ่ม เช่น เกษตรกรกลุ่มต่าง ๆ หรือจะเปึนกลุ่มที่เขาเห็นว่ามันมี ความไม่ถูกต้องเกิดขึ้นในบ้านเมืองและชุมนุมกันอยู่ แล้วเกิดภาวะความตึงเครียด ถ้าสิ่งเหล่านี้ไม่มีเลย หรือถ้าวันนี้ความหวังที่ท่านนายกรัฐมนตรีและพรรคของท่าน ได้เคยมอบไว้ให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยว่าจะเพิ่มรายได้ให้เขา ๔ เท่า ลดรายจ่าย ให้เขา ๔ เท่า ไม่ต้องถึงกับเปึนจริงหรอกครับ แค่เริ่มที่จะเห็นว่าจะเปึนจริง ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าพวกผมไม่มีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจแน่นอน แต่เพราะวันนี้ ไปที่ไหนใครก็ว่าบ้านเมืองวิกฤติ เจอพี่น้องประชาชนที่ทุกข์แสนสาหัสกับภาวะเศรษฐกิจ ที่ดํารงอยู่ เห็นภาพแม้แต่เกษตรกรที่เปึนชาวนาปลูกข้าวต้องทุกข์กับการที่ซื้อข้าวแพง พบกับความทุกข์ของพี่น้องใน ๓ จังหวัดภาคใต้ที่ยังมองไม่เห็นแสงสว่างปลายทางใด ๆ ทั้งสิ้นของการแก้ไขปัญหา ผมกราบเรียนว่าในสภาวะอย่างนี้พวกกระผมฝ์ายตรวจสอบ ละเว้นหน้าที่ของตัวเองไม่ได้ และอย่างที่เพื่อนสมาชิกโดยเฉพาะผู้อาวุโสหลายท่าน ชี้ให้ท่านประธานเห็นครับ เราไม่ได้มีเสียงมากพอที่จะไปล้มท่านล่ะครับ แต่เราจําเปึน ที่จะต้องให้พี่น้องประชาชนเห็นว่า ๔ เดือนที่ผ่านมาเปึนความสูญเสียของประเทศชาติ บ้านเมืองทั้งในเรื่องโอกาสและความเสียหายจริง ๆ อย่างไร ด้วยเวลาที่จํากัด ผมกราบเรียนว่าตลอดระยะเวลา ๓ วันที่ผ่านมากระผมภาคภูมิใจในการทําหน้าที่ ของพวกเราทุกคน ได้ชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวของการบริหารราชการแผ่นดิน ในหลายกระทรวง ไม่ว่าจะเปึนด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเปึนด้านความมั่นคง แม้แต่ ท่านนายกรัฐมนตรีในวันนี้ยังยอมรับเลยครับว่าคําอภิปรายของสมาชิกของ พรรคประชาธิปัตย์หลายท่านเปึนประโยชน์ และหลายเรื่องซึ่งตลอดระยะเวลา ๔ เดือน ที่ผ่านมาท่านมักจะกล่าวตอบโต้ตําหนิพรรคฝ์ายค้าน วันนี้ท่านกลับยอมรับแนวความคิด ของเรา ไม่ว่าจะเปึนกฎหมายแก้ไขปัญหาภาคใต้ ไม่ว่าจะเปึนการแก้ปัญหาเรื่อง ราคาข้าวหรือปัญหาอื่น ๆ ผมถือว่าเพียงเท่านี้ก็ได้เห็นความชอบธรรม ความถูกต้อง ความสมเหตุสมผลของการทําหน้าที่ของพวกเราในรัฐสภาแห่งนี้ ผมขอบพระคุณ ท่านประธาน ผมขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ให้เราได้ทําหน้าที่ของเรา และไม่ว่า ใครจะพูดถึงท่านนายกรัฐมนตรีอย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรีคงจําได้ว่าวันที่ท่านแถลง นโยบาย ผมบอกว่าอย่างน้อยที่สุดผมเชื่อว่าท่านเติบโตมาจากที่นี่ ท่านจะให้ความสําคัญ กับเวทีนี้ และไม่ว่าคําตอบของท่านนายกรัฐมนตรีจะเปึนอย่างไร ผมขอบคุณที่ท่านได้เอาใจใส่ต่อคําอภิปรายของพวกเราทุกคนและพยายามที่จะชี้แจง เรื่องที่ผมจําเปึนจะต้องสรุปและใช้เวลามากเปึนพิเศษหนีไม่พ้นเรื่องเขาพระวิหารครับ เพราะเรื่องนี้พวกกระผมในวันที่ยื่นญัตติตั้งใจที่จะยับยั้งความเสียหายที่จะเกิดขึ้น เสียใจ เพียงแต่ว่าวันที่พวกกระผมทําญัตติเรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไปลงนามไปแถลงการณ์ร่วมกับกัมพูชาเสียแล้ว ผมขอย้ําจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ ครับว่าเราต้องการเปึนเพื่อนบ้านที่ดีกับกัมพูชา เราต้องการเปึนสมาชิกที่ดีของสหประชาชาติ เราต้องการเห็นโบราณสถาน โบราณวัตถุที่มีความสง่างาม มีประวัติศาสตร์สมควรแก่ การอนุรักษ์เปึนมรดกโลกได้รับการจดทะเบียนบนบรรยากาศผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ์าย ทั้ง ๒ ข้างของพรมแดนที่เปึนเพื่อนบ้านกันนั้นร่วมกันสนับสนุนบริหารจัดการให้สมกับ เปึนมรดกโลก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเปึนความเสียหายในวันนี้ก็คือว่า ความผิดพลาดในการ ดําเนินการทําให้ความขัดแย้งจะเกิดขึ้นต่อไปและความเสียหายที่เกิดขึ้น ในส่วนของ พี่น้องประชาชนคนไทยก็คือความสูญเสียในเรื่องของดินแดนอธิปไตย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมจะให้ความเปึนธรรมเพราะผมทราบว่าเมื่อผมพูดสรุปแล้วเราก็ต้อง ป่ดอภิปราย ในเรื่องของเขาพระวิหารนั้นที่จริงมีหลายเรื่องที่เราเห็นตรงกัน จะได้ไม่ต้อง เถียงกันอีกต่อไป ข้อที่ ๑ ก็คือว่าเราต้องยึดคําตัดสินของศาลโลก พ.ศ.๒๕๐๕ คําตัดสิน มี ๓ ข้อ ข้อที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของอธิปไตยของดินแดนนั้นคือข้อที่ ๑ นั่นคือปราสาท พระวิหารนั้นเปึนของกัมพูชา ผมอยากจะกราบเรียนว่าท่านรัฐมนตรีก็เห็นด้วยกับผม ท่านนายกรัฐมนตรีนั้น ท่านประธานครับ ก่อนที่เราจะยื่นญัตติท่านก็เห็นด้วยกับผม เพราะท่านออกรายการสนทนาประสาสมัคร เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ท่านบอกว่า อะไรครับ ตัวเขาพระวิหารด้านที่งอกไปนี้เปึนส่วนของกัมพูชาเขา แล้วทางเขากําลัง รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเดือนกรกฎาคมเขาจะเลือกตั้ง เขาก็เอ่ยกันว่าเขาจะเอา เขาพระวิหารไปขึ้นทะเบียนมรดกโลก ที่ไหน ๆ เขาขึ้นมรดกโลก เราก็บอกแล้วว่า ขึ้นทะเบียนมรดกโลกนั้นเมื่อตอนไปพบกับคุณฮุนเซ็น คุณฮุนเซ็นบอกไม่เปึนปัญหาหรอก ถ้าเอาแต่ตัวอาคารไปขึ้นไม่มีปัญหา ปรากฏว่าเมื่อกลับมาแล้วทางฝ์ายมรดกโลก เขาบอกต้องขึ้นบริเวณพื้นที่ด้วย ทางไทยบอกว่าถ้าพื้นที่ด้วยไทยต้องขึ้นด้วย เพราะพื้นที่นั้นเปึนพื้นที่ทับซ้อนอาคารเปึนของกัมพูชา ไม่ได้มาท้าทายนะครับว่า ไหนบอกสิว่าเราชนะคดีเมื่อป้ ๒๕๐๕ ท่านพูดตรงกับที่พวกกระผมพูดคือของกัมพูชา คืออาคาร คือตัวปราสาท เสร็จแล้วหลังจากนั้นเราก็ตั้งข้อสงวน ข้อสงวนซึ่งวันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกยังมีอยู่ แต่รัฐมนตรีบอกหมดอายุความไปแล้ว ซึ่งเปึนคําชี้แจง ที่สับสนเพราะว่าเปึนการแก้ตัวไปวัน ๆ แล้ววันนี้กระทรวงการต่างประเทศยังไปซื้อ หน้าหนังสือพิมพ์เต็มอีก ๑ หน้าบอกว่าหมดอายุความไม่มีสิทธิจะสงวนสิทธิอีกแล้ว ไม่ตรงกับที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูด แต่การสงวนสิทธินั้นคณะรัฐมนตรีในขณะนั้น เขาจําเปึนต้องปฏิบัติตามศาลโลกให้ได้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สันนิษฐานคิดเอาเองจะด้วยเหตุผลกลใดผมไม่ทราบว่า คณะรัฐมนตรีในป้ ๒๕๐๕ หรือป้ไหนก็ตามมีอํานาจในการไปกําหนดเส้นเขตแดนใหม่ ไม่มีครับ ไปอ้างเอาคําในหนังสือเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อป้ ๒๕๐๕ ว่าจะไปกําหนด เขตบริเวณที่เกี่ยวข้องกับอํานาจอธิปไตย ไม่ไปดูครับว่ามติ ครม. ที่ออกมาหลังจากนั้น เขาตัดถ้อยคําตรงนั้นไปหมดแล้วที่ผมต้องให้ท่านรัฐมนตรีอ่านต่อสภาเมื่อวานนี้ เส้นที่ขีด คือไม่ใช่ปราสาทนะครับ บริเวณปราสาทพระวิหารแปลเปึนภาษาอังกฤษให้ตรงกับ คําพิพากษาศาลโลกก็คือเทมเพิล แอเรีย (Temple area) ไม่ใช่เทมเพิล (Temple) เพื่อปฏิบัติตามคําพิพากษาของศาลโลก แต่ท่านมายึดตัวนี้ล่ะครับอ้างว่าเปึนเส้นเขตแดน แล้วก็ตั้งโจทย์เอาว่าการขึ้นทะเบียนมรดกโลกตราบใดที่กัมพูชาไม่รุกล้ําเข้ามาในแนวเขต ที่กําหนดในมติคณะรัฐมนตรีป้ ๒๕๐๕ นั้นแปลว่าเราไม่ได้สูญเสียอะไรเพิ่มเติม ผิดครับ การขึ้นทะเบียนอนุรักษ์เปึนมรดกโลก ในที่สุดกัมพูชาได้จัดทําแถลงการณ์ร่วมและส่ง ภาพนี้ซึ่งท่านจะเรียกแผนที่หรือแผนผังก็ตาม ประกอบไปด้วยการขีด เขาเรียกว่า เขตปราสาท เขาไม่เรียก บริเวณ และเขตอนุรักษ์หรือบัฟเฟอร์ โซน ทุกทิศ มีเลข ๒ ที่เขา บอกว่าเขาไปจัดการเองจะขึ้นไว้ มีเลข ๓ ตามแถลงการณ์ร่วมที่บอกว่าประเทศไทย กับกัมพูชาจะต้องไปตกลงร่วมกันว่าจะบริหารจัดการอย่างไร พื้นที่ในภาพนี้จํานวนมาก เปึนดินแดนของประเทศไทย ผมอยากจะกราบเรียนว่าถ้าหากว่าเราสามารถดําเนินการ ไปขึ้นเปึนมรดกโลกร่วมกัน ปัญหาจะไม่มีเลยครับ แล้วเราพยายามแล้วจริงครับ เขาไม่ยอมเมื่อป้ที่แล้ว แต่มติป้ที่แล้วเขาบอกว่าถ้าจะให้กัมพูชาไปขึ้นเพียงฝ์ายเดียว จะต้องมีสิ่งที่เรียกว่าการสนับสนุนอย่างชัดแจ้งจากฝ์ายไทยคือแอคทีฟ ซัพพอร์ต (Active support) กระทรวงการต่างประเทศและเจ้าหน้าที่เมื่อเขาพบว่าพอเราไปดําเนินการเสนอ ความคิดเห็นอะไรกัมพูชาไม่รับเลย ไม่ยอมฟังเราเลย เขาก็เดินกลยุทธ์ที่บอกว่าแยกตัว ออกมา ใช้คําว่า ดิสโซซิเอท (Dissociate) รุกไปในทางการเมืองระหว่างประเทศเพื่อเริ่ม หาคะแนนเสียงสําหรับประเทศที่มีตัวแทนเปึนกรรมการอยู่ในมรดกโลกที่จะคัดค้าน ในการประชุมที่กําลังจะมีขึ้นในเดือนกรกฎาคมนี้ ทําหนังสือประท้วงที่ท่านรัฐมนตรีบอก ท่านเห็นชอบหรือสั่งการก็แล้วแต่ถูกต้องครับ แต่สิ่งที่เขายืนยันกลับมาก็คือบอกว่า ไม่มีการสนับสนุนไม่ได้แล้ว เพราะท่านนายกรัฐมนตรีสมัครได้แสดงการสนับสนุนในวันที่ ไปพบกับสมเด็จฮุนเซน และยิ่งไปกว่านั้นก็คือว่าเขายังยืนยันด้วยว่ามันไม่มีพื้นที่ทับซ้อน เพราะพื้นที่ทั้งหมดในความคิดของเขาคือพื้นที่ของกัมพูชา ท่านรัฐมนตรีบอกว่า ท่านต้องฟังอธิบดีกรมสนธิสัญญาใครต่อใคร เมื่อตอนค่ําข่าวออกมาแล้วนะครับ ท่านไปให้การกับศาลปกครองว่าท่านบอกว่าถ้าไทยไม่แสดงความสนับสนุนลงนาม ในแถลงการณ์ร่วม ไม่เชื่อครับว่ากัมพูชาจะสามารถได้รับความเห็นชอบจากกรรมการ มรดกโลกได้ ทําไมอย่างนี้ท่านไม่เชื่อบ้างครับ แล้วทําไมเจ้าหน้าที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เปึนเหตุบังเอิญหรืออย่างไรถูกโยกย้ายออกจากตําแหน่งไม่ว่าจะเปึนเลขาธิการ สมช. อธิบดีกรมสนธิสัญญาคนเก่า และล่าสุดก็คือกรรมการมรดกโลก ผมจึงจะบอกกับ ท่านครับว่าสิ่งที่ท่านไปยอมรับในแถลงการณ์ร่วมหรือภาพนี้ครับ ท่านกําลังซ้ํารอยหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นในป้ ๒๕๐๕ ที่ศาลตัดสินให้เราแพ้คดี เพราะว่าเราไปให้คนทําแผนที่มาให้ เขาส่งมาให้เรา เรารับเรานิ่งเฉย เราบอกเราไม่ได้ใช้ เพื่อเปึนการปักปันเขตแดน แต่สุดท้ายเขาบอกว่านั่นละคือการยอมรับกฎหมายป่ดปาก พื้นที่รอบ ๆ ตรงนี้ก็รับไปแล้วว่ากัมพูชามีสิทธิในการมาทําแผนบริหารจัดการร่วม ทั้ง ๆ ที่เปึนเขตแดนไทย เพราะเรายึดถือสันปันน้ําและมีตัวปราสาทเหนือของสันปันน้ํา คือของเรา ใต้คือของเขาบวกกับปราสาท และไม่มีทางที่คณะกรรมการปักปันเขตแดน จะทําเรื่องนี้ได้เสร็จก่อนกําหนดที่ท่านไปตกลงกับเขาว่าแผนเรื่องนี้จะต้องเสร็จก็คือ อีก ๒ ป้ข้างหน้า แต่ว่าที่น่าเสียใจก็คือว่าตรงนั้นคือการสูญเสียเรื่องอธิปไตย แต่ที่เขาขีดเส้นรอบปราสาทมาทั้งหมด อะไรที่ไม่ใช่ตัวปราสาท ขอบทั้งหมดที่ออกมา แล้วเขาก็ไปออกเปึนพระราชกฤษฎีกาภายในด้วย วันนี้เขาสามารถไปขึ้นทะเบียน เปึนมรดกโลกในนามกัมพูชาแล้วคือความสูญเสีย เส้นตามมติป้ ๒๕๐๕ ท่านตั้งเปึนโจทย์ ให้ทุกคนตอบครับ ที่ท่านอ้างในเรื่องของกรมแผนที่ทหารหรือกองกําลังที่เกี่ยวข้อง แล้วก็บอกว่าเอกสารของพวกผมไม่ใช่เอกสารขั้นสุดท้าย ไม่ใช่ครับ ท่านพยายาม บิดเบือนประเด็น เขายอมรับว่าที่ทางกัมพูชาตีเส้นมาทั้งหมดนี้ไม่เกินขอบเขตของ มติ ครม. ป้ ๒๕๐๕ ซึ่งกระผมกราบเรียนมาซ้ําแล้วซ้ําเล่าว่าไม่ใช่เขตแดน แต่เกิน คําพิพากษาของศาลโลก เพราะศาลโลกให้เฉพาะตัวปราสาทไม่มีการตีเส้นขีดออกมา มากไปกว่านั้น แล้วท่านก็บอกว่ามันไม่ใช่แค่มติ ครม. พอผมบอกท่านมติ ครม. ไปดูสิครับ เขาแก้ถ้อยคําไม่ให้เปึนไปอย่างที่ท่านพยายามให้คนเข้าใจ เพราะไปเอาเอกสารเสนอ ไม่ใช่เอาตัวมติมาบอกกับสภา ท่านก็เลยไปอ้างบอกว่าเราใช้แผนที่ตามเส้นป้ ๒๕๐๕ แผนที่ฉบับนี้ครับที่ท่านเรียกว่า แอล ๗๐๑๗ ตรงกับของท่านเลยครับ นี่ครับบริเวณ ที่มีปัญหา ตรงนี้ครับเส้นนี่ละครับเขาบอกว่า เปึนแนวพรมแดนระหว่างประเทศ ผมพูด อย่างนี้ท่านก็บอก ก็ท่านบอกแล้วว่าใช่ แต่ท่านรัฐมนตรีท่านดูแผนที่นี้แล้วทําไม ท่านไม่อ่านให้ครบ แผนที่ฉบับนี้ที่ท่านอ้างว่าได้กําหนดเปึนแนวเขตพรมแดน เขาจะมี ข้อความเปึนตัวหนังสือสีแดงข้างล่าง ผมขออนุญาตอ่านครับ แนวพรมแดนระหว่าง ประเทศในแผนที่ระวางนี้ต้องไม่ถือกําหนดเปึนทางการครับ ไม่ใช่ โดยประมาณ ไม่ใช่อาจคลาดเคลื่อน ไม่ใช่ไม่ถือเฉย ๆ นะครับ ต้องไม่ถือกําหนดเปึนทางการ เวลาเขาเขียนถึงการแบ่งเขตภายในประเทศเขาบอกว่าแสดงไว้โดยประมาณ แต่ถ้าเปึน พรมแดนระหว่างประเทศเขาบอกว่าต้องไม่ถือกําหนดเปึนทางการ ผมไม่ได้สอบถาม เฉพาะนักวิชาการ ผมสอบถามคนที่เขาเคยรับราชการอยู่ในกรมแผนที่ เขาก็บอก ผมมาเองครับว่าแนวป้ ๒๕๐๕ คือแนวปฏิบัติการให้เปึนไปตามคําพิพากษาของศาลโลก ไม่ใช่เส้นเขตแดน แผนที่ฉบับนี้ก็ไม่อาจกําหนดเส้นเขตแดนได้ มติคณะรัฐมนตรีกําหนด เส้นเขตแดนไม่ได้ สิ่งที่จะกําหนดเส้นเขตแดนได้คือการทํางานของคณะกรรมการปักปัน ชัดไหมครับ และที่น่าเสียใจก็คือว่าวันนี้ทางคณะรัฐมนตรีรวมทั้งท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะเริ่มกังวล แล้วว่าไปยอมรับอะไรเข้า นี่กําลังแก้ถ้อยคําในมติคณะรัฐมนตรีว่าไม่ใช่แผนที่ครับ แผนผัง ผมก็ไม่เสียเวลาโต้เถียงหรอกครับว่าแผนที่หรือแผนผัง ผมรู้แต่ว่ารูปที่ ท่านรัฐมนตรีไปเซ็นรับรองนอกจากการกําหนดขอบบริเวณที่เขาตีนี่นะครับ ทางกัมพูชา เขาเขียนพิกัดไว้เรียบร้อยเลยครับจุดไหนพิกัดเท่าไร มีเส้นรุ้ง เส้นแวง มีเส้นลาดชัน มีมาตราส่วน มีทิศ ท่านก็บอกว่าก็ไม่มีเส้นพรมแดน ทําไมไม่มีทราบไหมครับ เพราะแผนที่นี้เปึนแผนที่เดียวกันกับที่กัมพูชายึดถือในการต่อสู้คดีตั้งแต่ป้ ๒๕๐๕ ซึ่งพรมแดนนั้นอยู่เหนือของภาพที่ปรากฏครับ ความหมายก็คือสําหรับกัมพูชาตรงกับ หนังสือที่เขาส่งถึงท่านวันที่ ๑๑ เมษายน ทั้งหมดนี้เขาถือว่าเปึนของเขาครับ ผมถึง กราบเรียนว่าวันนี้คณะรัฐมนตรีคงพยายามที่จะบอกว่า ผมฟังก็ไม่ชัดนะครับเพราะว่า ทั้ง ๒ สัปดาห์ยังไม่มีเอกสารแถลงข่าวว่ามติคืออะไร แต่เวลานี้รัฐมนตรีบางท่านเข้าใจว่า ท่านต้องไปแก้แถลงการณ์ร่วมนะครับ ผมก็บอกว่ามันจะแก้ได้อย่างไรมันลงนามไปแล้ว มันสายไปแล้ว แต่แนวทางเดียวที่จะต้องทํากันในขณะนี้ก็คือต้องบอกว่าแถลงการณ์ ร่วมก็ดี ภาพที่ปรากฏนี้ก็ดี ตัวแทนของประเทศไทยไปลงนามไปยอมรับไม่ได้มี ความยินยอมพร้อมใจของพี่น้องประชาชนคนไทย ผมไม่เรียกร้องให้เกิดปัญหา ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านกันครับ แต่ว่าการที่จะคัดค้านไปถึงยูเนสโกถึงกรรมการ มรดกโลก กระบวนการทุกอย่างจะต้องช่วยกันเดินครับ ที่นี่ผมก็เพียงเรียกร้องให้ ผู้แทนปวงชนชาวไทยทุกท่านไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่ เปึนเรื่องที่ผมถือว่าหนักหนาสาหัส และไม่คาดคิดเลยครับว่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้เราจะต้องมาหาทางกอบกู้ ความสูญเสียที่มันเกิดขึ้น ผมหวังผมรอว่าพรุ่งนี้จะมีผู้แทนปวงชนชาวไทยที่จะรักษา ผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนคนไทย ท่านประธานครับ เวลาที่เหลืออีกเพียง ๗ นาที มีรัฐมนตรีหลายท่านผมอยากจะกราบเรียนว่าหลายเรื่องที่เราพูดในวันนี้แม้แต่รัฐบาล ก็ไม่ปฏิเสธ ความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐมนตรีบางท่าน ปรากฏว่า ผู้อภิปรายที่อภิปรายได้ดีที่สุดคือท่านนายกรัฐมนตรี นั่นคือกรณีของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ทํางานต่อไม่ได้หรอกครับ ท่านอาจจะไม่คุ้นกับการเมืองครับ แต่ว่าถ้าเปึนบริษัทเอกชน ท่านเปึนผู้จัดการฝ์ายขาย กรรมการผู้จัดการใหญ่บอก ท่านทํางานไม่ได้ต้องให้คนอื่นทํางานแทน อยู่ต่อไม่ได้ครับ ผมไม่มีเวลาที่จะมาตอบโต้ กับรัฐมนตรีเรียงตัว แต่ว่ากราบเรียนรวม ๆ ว่าหลายเรื่องที่เราได้ชี้ให้เห็นก็คือว่าส่วนหนึ่ง เปึนความล้มเหลวความบกพร่องการแก้ปัญหาความทุกข์ของประชาชน แต่อีกหลายส่วน มันน่าเสียดายว่ามันเกิดจากแรงจูงใจที่เราเขียนไว้ในญัตติว่าไปตอบแทนบุญคุณ ผู้มีอํานาจในอดีต กระทรวงการคลัง กระทรวงยุติธรรมคิดถึงเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย เอาคนไปอยู่ในตําแหน่งสําคัญ ๆ ที่จะต้องดูแลเศรษฐกิจที่จะต้องดูแลกระบวนการ ยุติธรรมในวันนี้ ไม่น่าเชื่อเลยว่าเอาคนซึ่งมีปัญหา มีข้อครหา มีคดีติดตัวทั้ง ๆ ที่มีคนอีกมากมายที่มี คุณสมบัติที่จะเปึนตําแหน่งเหล่านั้นได้ สภาพอย่างนี้ที่ผมกราบเรียนว่ามันไปไม่ได้ ผมกราบเรียนว่าในส่วนของท่านนายกรัฐมนตรีนั้นผมก็ไม่อยากจะใช้วิธีการแบบโต้วาที แต่กราบเรียนว่าวันนี้เราต้องเดินไปข้างหน้าจริง ๆ การบริหารเศรษฐกิจแบบยังถ้อยที ถ้อยอาศัย ไม่แน่ใจว่าคนนี้มีฝ้มือหรือเปล่า ต้องเอาคนอีกกระทรวงมาคอยช่วยดูแล การเปลี่ยนแปลงทิศทางสัญญาณรายวันมันไม่ได้หรอกครับ ถ้าเรามองไปข้างหน้า แล้วเห็นวิกฤติพลังงานอาหารซึ่งเคยเปึนโอกาสแล้วท่านเปลี่ยนเปึนวิกฤติและปัญหา อื่น ๆ รออยู่ข้างหน้า มันไปไม่ได้หรอกครับ ในวันที่เราต้องการความสมานฉันท์ แต่ว่าท่านยังไม่ยอมรับว่าความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทั้งหมดก็เพราะว่าประชาชนยอมรับไม่ได้ กับการที่ไม่ปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมทํางาน การเดินหน้าไปตามระบบระเบียบ แบบแผนของการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ปัญหาทั้งหลายเหล่านี้ผมถึงกราบเรียนว่าผมปรารถนาเพียงแค่มันน่าจะมี ความเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลงแล้วผมจะเปึนฝ์ายค้านต่อ ไม่เปึนไรหรอกครับ แต่ผม อยากให้โอกาสคนไทย ประเทศไทยบ้าง อยากได้รัฐบาลที่ประชาชนเชื่อมั่นแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจได้ อยากได้รัฐบาลที่ไม่ชวนทะเลาะกับประชาชน อยากได้รัฐบาลซึ่งมาจาก การเลือกตั้งแล้วรักษาประชาธิปไตยด้วยการเคารพหลักการพื้นฐานต่าง ๆ ทั้งหมด แต่ ๔ เดือนที่ผ่านมามันพิสูจน์แล้วครับว่าท่านทําตรงกันข้าม จากที่เคยหวังวันนี้ผมเชื่อว่า พี่น้องประชาชนไม่ได้คาดหวังอีกแล้ว รายได้เพิ่มขึ้น ๔ เท่า รายจ่ายลดลง ๔ เท่า ประชาชนรักใคร่กลมเกลียวสมัครสมานสามัคคี วันนี้คิดแค่เพียงว่าจะอยู่รอดกันไป หรือเปล่า จะหลีกเลี่ยงความรุนแรงได้ไหมในวันที่ผู้มีอํานาจยังส่งเสียงดัง ๆ ชวนประชาชนทะเลาะตลอดเวลา ท่านประธานที่เคารพ ผมจึงอยากจะกราบเรียนสรุปว่า พวกกระผมเห็นว่าหลายเรื่องที่เสียหายอยู่นี่เพราะว่าท่านมัวแต่มุ่งตอบแทนบุญคุณ ของผู้มีอํานาจในอดีต ท่านนายกรัฐมนตรีลุกขึ้นตอบเสียงดังฟังชัดว่าท่านไม่เปึน หนี้บุญคุณใคร แต่คนคนนั้นต้องเปึนหนี้บุญคุณท่าน ผมกราบเรียนท่านประธานว่า มาคิดดูอีกทีน่าจะใช่ครับ เพราะ ๔ เดือนที่ผ่านมาท่านทําให้เขาล้นเหลือ
ต้องขออภัยท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เหลือเวลาให้ผมสักครึ่งนาทีด้วยนะครับ
ท่านทําให้เขา ล้นเหลือครับ วันนี้ท่านถึงกล้าประกาศว่าเขาเปึนหนี้บุญคุณท่านแล้ว กระผมเพียงแต่ จะสรุปว่าวันนี้บุญคุณระหว่างกันส่วนตัวทางการเมืองไม่มีเวลาอีกต่อไปแล้วครับ สําหรับคนไทยและประเทศไทย วันนี้ถึงเวลาที่เราจะได้รัฐบาลที่มาตอบแทนบุญคุณ คนไทยทั้งประเทศและบรรพบุรุษไทย กระผมไม่ไว้วางใจท่านและรัฐมนตรีทั้ง ๗ ท่าน ตามญัตติไม่ไว้วางใจครับ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ บัดนี้การอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีสิ้นสุดลงแล้ว ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๘ กําหนดไว้ว่า การอภิปราย ไม่ไว้วางใจนั้นจะลงมติในวันเดียวกันที่สิ้นสุดการอภิปรายไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมจะขอ นัดประชุมเปึนวันศุกร์ที่ ๒๗ เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา เพื่อทําการลงมติในญัตตินี้ครับ ขอป่ดประชุมครับ