สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๑

เทพไท เสนพงศ์ ชี้ให้ท่านประธานทราบเรื่องคำพูดที่นายสมัคร สุนทรเวชพูดในรายการโทรทัศน์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง และแสดงพฤติกรรมผู้นำที่ไม่เหมาะสม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการใช้ภาษาที่ไม่สุภาพตั้งหลายเรื่อง รวมถึงการปฏิเสธความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 และเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีปฏิบัติตามความจริง

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ขอบคุณท่านประธานครับ ผมอยากจะชี้ให้ท่านประธานเห็นต่อไปในเรื่องที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้บิดเบือนข้อเท็จจริง กรณีที่คุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พูดขึ้นเมื่อกี้นะครับ กรณีที่ท่านไปออกรายการสนทนา ประสาสมัคร เมื่อวันเสาร์ที่ ๓๐ มิถุนายน เมื่อกี้ท่านพูดว่าที่คุณนิพิฏฐ์บอกจะสลายม็อบ (Mob) ท่านนายกรัฐมนตรียืนยันว่าท่านไม่ได้พูดอย่างนั้น ผมจดไว้ครับ ท่านนายกรัฐมนตรี พูดว่าเขาจะจัดการให้เสร็จภายในวันนี้ ท่านก็บอกว่าท่านไม่ได้สลายม็อบ ผมมีคําพูด ตัวต่อตัว คําต่อคําเลยครับ ขออนุญาตอ่านเพื่อให้ท่านประธานได้วินิจฉัยว่าคําพูดของ นายสมัครที่พูดในวันนั้นมันหมายถึงอะไร ที่ผมต้องพูดวันนี้ไม่รอพูดพรุ่งนี้เพราะจะเอากัน ให้แตกหักวันนี้ หมายความว่าอย่างไรครับ ผมต้องพูดเสียตอนนี้ให้คนทั้งบ้านทั้งเมือง ได้รู้ว่ารัฐบาลนี้รับผิดชอบ ตํารวจก็รับผิดชอบ ทหารก็รับผิดชอบ ผมเตรียมพร้อม ไว้หมดแล้ว ผมเปึนคนดูแลบ้านเมืองนี้ผมเปึนนายกรัฐมนตรี ผมบอกให้รู้ก็แล้วกัน ก็ลองดู ผมเตรียมไว้พร้อมหมดแล้ว ทั้งทหาร ทั้งตํารวจ ไม่ได้ขู่นะครับ แต่สิ่งที่พวกคุณ มาขู่กลางถนนกลางเมืองนั้นไม่ได้ผมจะดําเนินการพวกคุณกับสิ่งที่นายสมัคร สุนทรเวช พูดในสภาแห่งนี้เขาจะจัดการให้เสร็จภายในวันนี้ ต่างกันไหมท่านประธาน ผมชี้ให้เห็นว่า มันเข้าประเด็นที่ผมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแสดงออกต่อสาธารณะ ไร้วุฒิภาวะ มีพฤติกรรมภาวะผู้นําบกพร่องทั้งวาจาและทัศนคติ แล้วจะไม่ให้ผมพูดได้อย่างไรครับ จะให้มาชมหรือครับ นี่มันญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านประธานก็ทราบ เพราะฉะนั้น ต่อไปคือเรื่องที่ผมอยากจะชี้ให้ท่านประธานเห็นว่านายสมัคร สุนทรเวช พูดจาไม่อยู่ กับร่องกับรอย พูดกลับไปกลับมาตลอดเวลา ขาดความเชื่อถือ ทําให้ภาวะผู้นําบกพร่อง ตามญัตติที่ผมเสนอ

เรื่องแรก เปึนการใช้วาจาที่ไม่สุภาพตั้งหลายเรื่อง แต่ที่ผมยกมาเพียง เรื่องเดียวเพื่อให้ประธานสภาได้เห็นว่านี่แหละคือวุฒิภาวะ การใช้ภาษาของคนที่เปึน นายกรัฐมนตรี ตอนที่ท่านรับตําแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชาชนมีนักข่าวไปถาม นักข่าวถามว่า มีข่าวว่าคุณหญิงสุดารัตน์และนายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการบริหาร พรรคไทยรักไทยได้ร่วมกันจัดโผ ส.ส. สัดส่วนในคืนวันที่ ๖ พฤศจิกายนที่ผ่านมา จริงหรือไม่ นายสมัครตอบว่าผมไม่มีหน้าที่ที่จะต้องมาแถลง ที่ถามอย่างนี้มีใครไหว้วาน มาหรือไม่ ผมไม่ตอบ ผมจะไม่ตอบ ท่านดูสิครับพฤติกรรมของท่านนายกรัฐมนตรีต่อสื่อมวลชน ผู้สื่อข่าวก็ถามต่อไปอีกว่า การที่ไม่ตอบแสดงว่าไม่ปฏิเสธใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีก็บอกว่าการไม่ตอบไม่ได้แปลว่า ไม่ได้ปฏิเสธ อย่ามาถามผมเหมือนศาล อย่ามาแคะแกะเกา เพื่อต้องการทําให้เกิด ความเสียหายแก่พรรค พวกคุณรับจ้างไปมาถามทําไม น้ําเสียงผมอาจจะไม่เหมือนกับท่าน แต่ว่าเปึนคําพูดของท่านจริง ๆ นักข่าวก็ถามบอกว่าต้องถามในหน้าที่สื่อมวลชน รับจ้าง ประชาชนมา นายสมัครก็ต่อล้อต่อเถียงต่อว่าเอารายชื่อประชาชนมาสิมาจากฉบับไหน นักข่าวก็บอกว่ามาจากสยามรัฐ ท่านก็บอกว่าถ้ามีคนมากล่าวหาสยามรัฐในทางเสียหาย คุณจะตอบว่าอย่างไร ผู้สื่อข่าวก็บอกต้องให้ผู้บริหารชี้แจง ท่านเองเปึนผู้บริหารพรรค ท่านก็ชี้แจงประชาชนต้องการรับฟัง นายสมัครตอบกลับว่า อย่าว่าผมหยาบคายนะ เมื่อคืนคุณไปเสพเมถุนกับใครหรือไม่ ดูวุฒิภาวะของคนเปึนนายกรัฐมนตรีครับ ไม่น่าจะออกมาจากปากของคนที่เปึนนายกรัฐมนตรีเลย ผมชี้ให้เห็นถึงวุฒิภาวะ ของนายกรัฐมนตรีที่ผมไม่สามารถที่จะไว้วางใจได้อย่างไรครับท่านประธาน

อีกเรื่องหนึ่ง ที่ผมจะนํามาอภิปรายสนับสนุนวุฒิภาวะของคนเปึน นายกรัฐมนตรี ก็เรื่องเก่าอีกแล้วครับ เรื่องที่ผมได้อภิปรายนายกรัฐมนตรีในวันที่ แถลงนโยบายแล้วก็มีการประท้วงกันอึกทึกครึกโครม แล้วก็มีคนเขาบอกว่าเอาประเด็นนี้ ไปตั้งกระทู้ถามสิ ผมก็ได้ตั้งกระทู้ถามแล้ว แต่บังเอิญว่ามันหมดสมัยประชุม กระทู้ถามผม ก็ตกไปเมื่อมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้น และผมได้รับมอบหมายจากพรรคก็จําเปึน ต้องนําเรื่องนี้ขึ้นมาอภิปรายในสภาอีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะจับเท็จว่าคนที่เปึนนายกรัฐมนตรี วันที่ไม่ได้เปึนนายกรัฐมนตรีพูดอย่าง วันที่เปึนนายกรัฐมนตรีพูดอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งผม ไม่มั่นใจว่าวันเวลาเปลี่ยนไปมันทําให้ความคิดสมองคนมันเปลี่ยนไปด้วยตามวัยหรือไม่ หรือว่าท่านเปึนผู้สูงอายุความจําอาจจะเปลี่ยนแปลงคลาดเคลื่อน ผมไม่กล่าวหาท่านว่า ท่านเปึนอัลไซเมอร์ (Alzheimer) หรอก เพราะวันก่อนผมกล่าวหาท่านท่านก็ด่าผมไปแล้วว่า อ้ายเด็กบ้ามาหาว่าผมเปึนอัลไซเมอร์ ผมก็ได้รับเกียรติจากท่านนะครับ สิ่งที่ผมจะยกมา ก็คือว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปสัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ ซึ่งผมไม่เข้าใจว่าทําไมต้องไป สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ อาจจะเปึนเพราะคิดว่าสื่อต่างประเทศคงเข้ามาไม่ถึงเมืองไทย ทําให้คนไทยอาจจะไม่ได้รับรู้ข่าวสาร ซึ่งท่านอาจจะลืมไปว่าโลกนี้มันเปึนโลก แห่งการสื่อสารแล้วครับ ท่านไปสัมภาษณ์หนังสือ ผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็น (CNN) นายแดน รีเวอร์ส เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ เกี่ยวกับเหตุการณ์นองเลือด ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ นักข่าวถาม ผมเอาย่อ ๆ เลยว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเปึนทางการอยู่ที่ ๔๖ ราย จริง ๆ แล้วมันสูงกว่านั้น นายสมัครตอบว่าไม่ สําหรับผมไม่มีใครเสียชีวิต ยกเว้นชายผู้โชคร้ายคนหนึ่งที่ถูกทําร้าย และถูกเผาที่สนามหลวง มีผู้เสียชีวิตเพียงคนเดียวเท่านั้น วิญญาณวีรชน ๑๔ ตุลาคม ร้องไห้ระงมไปเลยท่านประธาน เขาเจ็บใจที่มีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อนายสมัครแล้วยังเจ็บใจ ที่นายกรัฐมนตรีสัมภาษณ์บิดเบือนประวัติศาสตร์อีก เท่านั้นยังไม่พอครับ ก็มีสํานักข่าว อัล-จาซีราห์ (Al-jasirah) ได้มาสัมภาษณ์นายกรัฐมนตรี เปึนนักข่าวผู้หญิง ท่านนายกรัฐมนตรี ใช้นิสัยเดิม ๆ ของท่านปฏิบัติต่อผู้สื่อข่าวทั้งไทยทั้งเทศเหมือนกันหมด ต่อว่ากระแหนะกระแหน ผู้สื่อข่าว แต่ที่ผู้สื่อข่าวถามก็คือว่า ดิฉันอยากจะย้อนไปในป้ ๑๙๗๖ เหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ช่วงที่มีนักศึกษาประท้วงกัน มีนักศึกษานับร้อยถูกทําร้าย ถูกยิงและถูกเผา นายสมัคร ตอบว่าอย่างไรครับ ตอบว่าคุณไปได้รับรายงานนั้นมาจากไหน นักข่าวก็บอกว่า ประวัติศาสตร์บอกไว้ว่าคุณออกรายการวิทยุปลุกระดมม็อบให้มาทําร้ายนักศึกษา ท่านตอบต่อเหมือนกับตอบสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นิสัยไม่เคยเปลี่ยนจริง ๆ ครับ นายกรัฐมนตรีคนนี้ท่านบอกว่าตอนนั้นคุณอายุเท่าไร คุณเกิดแล้วหรือยัง