สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๑

เทพไท เสนพงศ์ หารือเรื่องความไม่ไว้วางใจต่อนายกรัฐมนตรี เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงคำพูดเกี่ยวกับเหตุการณ์ 6 ตุลา และการขอความช่วยเหลือในการสร้างภาพพจน์ให้กับประเทศไทยในขณะนั้น นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการไปประเทศกัมพูชาและความคิดเห็นเกี่ยวกับการศิวิไลซ์ของกัมพูชา และการกล่าวถึงการสร้างกาสิโนในประเทศไทย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปฏิวัติในอดีตของนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช และการหมิ่นประมาทสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โดยอ้างว่านายกรัฐมนตรีไม่เหมาะที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ เปึนคําถามที่เรา ได้ยินอยู่ประจํานะครับ ก็ถามว่าตอนนั้นคุณอายุเท่าไร คุณเกิดหรือยัง เดี๋ยวท่านมาตอบผม แล้วก็ถามผมอีกว่าผมอายุเท่าไร ผมเรียนกับท่านนะครับ ท่านอายุรุ่นราวคราวเดียวกับ คุณพ่อผมนะครับ แต่วันนี้ผมมาทําหน้าที่ผู้แทนราษฎรที่จะต้องตรวจสอบฝ์ายบริหาร เรื่องความเคารพ เรื่องความอาวุโส สังคมไทยที่ปฏิบัติกันมานี่ผมยอมรับ แต่วันนี้เราเอา เรื่องตัวเลขเอาเรื่องอายุนี่วางไว้ เอาศักดิ์ศรี เอาหน้าที่ความเปึนผู้แทนปวงชนชาวไทย มาอภิปรายกัน เพราะฉะนั้นต้องขอโทษท่านนายกรัฐมนตรีก่อนว่าถ้าหากว่ามีอะไร ล่วงเกินไปบ้าง นักข่าวบอกว่าคุณปฏิเสธในเรื่องนั้นหรือไม่ นายสมัครบอกว่าผมไม่ได้ กังวลเรื่องนั้นเลย พวกเขาเขียนประวัติศาสตร์ที่โสโครกเกี่ยวกับตัวผม ผมได้ยื่นฟัองพวกนี้ ต่อศาลมาหลายครั้งแล้ว ครั้งนั้นมีแค่ชาย ๑ คนเท่านั้นที่ตายในสนามหลวง เพราะมี คนไปทําร้ายเขาแล้วเผาด้วยยางรถยนต์ ขณะที่นักศึกษาร่วม ๓,๐๐๐ คนที่อยู่ใน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้นก็โดนจับ ทหารต้องการนํานักศึกษาออกมา พวกเขา เลยถอดเสื้อแล้วก็ทําอย่างนี้ ทําอย่างนี้ก็คือท่านนายกรัฐมนตรีทําท่าทางเอามือไพล่หลัง ซึ่งเปึนนิสัยบุคลิกของท่านที่ท่านประธานก็เห็น เดินเอามือไพล่หลังแบบนี้ก้มหน้าก้มตา ท่านก็ทําแสดงท่าทีเอามือไพล่หลัง นักข่าวก็ถามว่าแล้วศพก็อยู่บนพื้น นายสมัครก็บอกว่า ใช่ ใช่ ใช่ มี ๑ คน นักข่าวบอกว่า คุณบอกว่ามี ๑ คน นักข่าวย้ําอีกนะครับ ก็แปลกใจว่ามีได้อย่างไร ๑ คน ทั่วโลกตีข่าว บอกมีอีกตั้งเยอะแยะนายสมัครก็บอก ใช่ สุดท้ายครับ นักข่าวก็สัมภาษณ์พอสมควร และโดยมารยาทนักข่าวก็บอกโอเค (OK) ท่านนายกรัฐมนตรีคะเราก็ต้องพอกัน แค่นี้ก่อนค่ะ ขอบคุณมากสําหรับการให้สัมภาษณ์ อันนี้ไม่รู้ขอบคุณจริง ๆ หรือแกล้ง ขอบคุณแต่นายกรัฐมนตรีบอกว่าขอบคุณแต่โปรดไปทําการบ้านมาบ้าง สอนเขาอีกครับ อย่าหยิบเอาแค่ข้อมูลบางอย่างแล้วมาตั้งคําถาม ถ้าผมไม่ใช่ตัวจริงผมมาไกลขนาดนี้ ไม่ได้หรอกขอบคุณที่มาพอแล้ว นักข่าวยังตอบอีก แหมไม่ใช่เปึนผมนะนี่ นักข่าวบอก ขอบคุณมากยังมีไมตรีครับ นี่ชี้ให้เห็นนะครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าเรื่องนี้ตาย ๑ คน แต่ผมกลับไปดูประวัติศาสตร์ นี่ผมค้นมาเมื่อกี้สด ๆ ร้อน ๆ อุ่น ๆ เลย โหงว นั้ง ปัง ของนายวีระ มุสิกพงศ์ กับนายศิระ ดีระพัฒน์ ครับ ได้บอกว่านายกรัฐมนตรีได้ไปพูด เรื่องนี้วันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๒๐ ที่ซีเต้ ยูนิเวอร์ซิตี้ ประเทศฝรั่งเศส ตอนบรรยายเพื่อสร้าง ภาพพจน์ให้กับประเทศไทยในตอนนั้น ท่านพูดถึงเหตุการณ์ ๖ ตุลานะครับ พูดว่าตอนนั้น กลายเปึนสมรภูมิหาความผิดของใครไม่ได้เลย ฝ์ายที่เข้าไปก็มีป๋น ฝ์ายที่อยู่ข้างในก็มีป๋น มีการยิงกัน ผลการยิงนั้นมีคนตาย ๔๘ คน ผมขอย้ํานะครับ ๔๘ คน ในคนที่ตาย ๔๘ คน นั้นมีคนถูกเผาตายไป ๔ คน ผมก็ไม่รู้จะเชื่อข้อมูลไหน ข้อมูลตอนอายุป้ ๒๕๒๐ หรือว่า ข้อมูลล่าสุดนะครับ แต่ผมชี้ให้ท่านประธานเห็นว่านี่คือการพูดที่กลับไปกลับมา ไม่มีข้อเท็จจริงที่ยืนยัน ผมจําเปึนต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีนะครับ อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน เรื่องที่ผมเคยตั้งกระทู้ถามในสภาผู้แทนราษฎร เรื่องที่ ท่านนายกรัฐมนตรีไปประเทศกัมพูชาแล้วก็ท่านไปเห็นอะไรที่ประเทศกัมพูชาท่านก็คิดว่า กัมพูชาน่าจะศิวิไลซ์ (Civilize) กว่าเมืองไทยน่าจะเอาส่วนนั้นมาสร้างที่เมืองไทย เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๑ อันนี้อยู่ในช่วง ๔ เดือนพอดี อยู่ในช่วงจังหวะที่ท่านเปึน นายกรัฐมนตรีคงจะไม่ถูกประท้วงนะครับ นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ที่ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิว่า วันนี้อยากจะเล่าให้รู้ให้ฟังว่าน่าจะมีการพิจารณาเรื่องกาสิโนเสียที จะได้ ขึ้นมาเปึนมาตรฐานให้บ่อนเถื่อนป่ดหมด ใครอยากจะเล่นก็ไปเล่นเลยจะได้ไม่ต้องไปตามจับ ทําให้มันถูกต้องตามกฎหมาย ผมอ่านหนังสือพิมพ์แล้วขนลุกซู่เพราะเจอบทความ เขียนมาชมตนว่าเปึนคนกล้าตัดสินใจ กล้าออกความเห็นไม่ลังเล ท่านชอบมากเวลามี คนชม ใครอยากไปเที่ยว ใครอยากไปเล่นท่านก็บอกไปที่ไหนบ้าง ใครอยากไปเที่ยว ใครอยากไปเล่นซื้อบัตรใบละแสนบาทตํารวจไม่ต้องจับ ไม่ต้องมีบ่อนเสรี ต้องการให้มี กาสิโนแหล่งท่องเที่ยวแล้วให้คนไทยที่คันอยากไปได้เล่น อยากไปเล่นกันก็ซื้อตั๋ว ให้หมดเสียทีตํารวจจะได้ไปทํางานอื่นแค่นั้นครับท่านประธานแค่ท่านโยนหินถามทาง แค่นั้นสังคมก็มีการวิพากษ์วิจารณ์ ผมก็ได้ตั้งกระทู้ถามในสภาแห่งนี้นะครับ แต่ท่าน กลับตอบมาว่าท่านไม่ได้กุเรื่องนี้ขึ้นมา ไม่ได้ปูดเรื่องนี้ขึ้นมา มีคนเขียนคําถามไปถาม ในรายการสนทนาประสาสมัคร ท่านเลยหยิบเรื่องนี้ขึ้นมา ข้อเท็จจริงเปึนอย่างไรครับท่านประธาน ผมชี้ให้ประธานเห็นว่าเมื่อคนเปึนนายกรัฐมนตรี กล้าพูดแบบนี้ เจอกระแสสังคมต้านแบบนี้ ถอยกรูดครับ ผมไม่รู้ว่าถอยสุดซอยหรือเปล่า แต่ว่าถอยกรูด แล้วคนแบบนี้จะให้เปึนนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร ผมจึงไม่ไว้วางใจครับ ท่านประธาน เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ท่านประธานจําได้ไหมครับ เรื่องนี้ที่ด่าผมว่าผมเปึน อ้ายเด็กบ้าว่าอัลไซเมอร์ เพราะท่านบอกว่าท่านจะแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งใคร ๆ ก็เห็นด้วยว่า ควรแก้แต่ว่าจะแก้ประเด็นไหน จะแก้เมื่อไร ท่านก็บอกว่าเมื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วก็ยากที่คนจะเข้ามาเพราะไม่ค่อยมีคนอยากเข้ามา ต้องไปแก้ไขรัฐธรรมนูญเนื่องจาก รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนไว้เพื่อกีดกัน พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะ แหมผมอ่านเต็มยศ คงถูกใจ ร้อยตํารวจโท เชาวรินเลย ฉะนั้นการแก้ไข รัฐธรรมนูญต้องทําอย่างแน่นอนและต้องทําหลายประเด็นพร้อมกันทีเดียวแต่จะไม่ทํา ทันที จะแก้ไขต่อเมื่อเราจะไปกันแล้ว รอให้ถึง ๓ เดือนก่อนหมดวาระรัฐบาลจึงค่อยแก้ และสุดท้ายเปึนอย่างไรล่ะท่านประธาน ที่มันเดือดร้อนกัน มันวุ่นวายจนถึงทุกวันนี้ เพราะมีการเสนอญัตติการแก้รัฐธรรมนูญ ยังมีคาบเกี่ยวอีก ท่านบอกว่าท่านจะแก้ มาตรา ๒๓๗ โดยส่วนตัวท่าน ท่านบอกว่าจะแก้แค่มาตรา ๒๓๗ พอสุดท้ายท่านมา บอกว่าท่านเห็นคนเดียว เมื่อที่ประชุมพรรคจะเอามาตรา ๓๐๙ ด้วย ก็เอามาตรา ๓๐๙ พ่วงไปด้วย ผมสงสัยจริง ๆ ท่านเปึนถึงหัวหน้าพรรคท่านไม่สามารถจะโน้มน้าวจิตใจ เหตุผลสมาชิกพรรคได้เลยหรือว่าท่านไม่คาริสมา (Charisma) ขอโทษครับ ภาษาอังกฤษ แต่ภาษาไทยก็คือไม่มีบารมีพอที่จะโน้มน้าวจิตใจหรือชี้นําสมาชิกในพรรคได้หรืออย่างไร

อีกเรื่องหนึ่ง ที่ต้องการจะชี้ให้ประธานเห็นว่าท่านไม่เหมาะที่จะเปึน นายกรัฐมนตรีอีกต่อไปนั้นก็คือ ท่านพูดตลอดเวลาระหว่างที่ท่านเปึนนายกรัฐมนตรี ท่านปูดเรื่องการปฏิวัติ เช้า สาย บ่าย เย็น ๓ เวลาก่อนอาหาร ท่านพูดตลอด จะมีการปฏิวัติ มีคนจ้องปฏิวัติ มีการพบสื่อมวลชนที่ทําเนียบครับ พอมีคนบอกว่านายกรัฐมนตรีจะต้อง รับผิดชอบเมื่อท่านรู้ว่ามีขบวนการปฏิวัติทําไมท่านจะไม่ดําเนินการ ไม่ไปจับพวกปฏิวัติ เพราะผิดกฎหมาย เดี๋ยวจะผิดมาตรา ๑๕๗ ท่านบอกว่าท่านไม่ได้พูด นักข่าวยัดคําถาม ใส่ปากเอง ท่านบอกว่าอย่างนั้น ผมไปแกะคําต่อคําครับ สมัครกระพือ มีขบวนการปฏิวัติซ้ํา ท่านบอกว่าแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ วันนี้ยังมีคนไม่เลิก ยังวิ่งเต้นกันอยู่ ยังนัดประชุมกันอยู่ แต่ผมไม่อยากจะไปอะไรหรอก ประชุมกันยังคิดว่าปฏิวัติกันได้อยู่ ถามอีก มาอย่างนี้ เขายังประชุมกันอยู่ผมจะพูดได้ แต่ผมไม่วิตกทุกข์ร้อน ไม่ประเมินอะไรต่ออะไรด้วย นักข่าวก็เลยถามว่าแล้วท่านรู้เรื่องนี้มาได้อย่างไร ท่านรู้ได้อย่างไรว่ามีคนจะจ้องปฏิวัติ ท่านบอกว่ามีคนส่งข้อมูลมาให้ในทํานองว่ามีการส่งใบปลิวมาให้ นักข่าวก็ถามว่าผู้ส่ง ใบปลิวเปึนใคร ท่านก็ตอบว่าวางอยู่ข้างหน้า หันมาปัูบวางอยู่แล้ว และใบปลิวนี้ได้มา คนเดียว ครม. ไม่ได้ ทําให้นักข่าวสงสัยว่าการแจกใบปลิวใน ครม. ๓๖ คน ทําไมแจกที่ นายกรัฐมนตรีคนเดียว นักข่าวก็ถามว่าแล้วเนื้อหาเปึนอย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า เห็นเปึนชาร์ท (Chart) เลยว่ามีขบวนการทําลายล้างรัฐบาลนายสมัครเปึนอย่างนี้ ๆ บางที อาจจะให้ไม่ได้เพราะมีชื่อคนอยู่ในนั้นเยอะ แต่สุดท้ายท่านก็บอกว่าท่านไม่ได้พูดเรื่องนี้ เห็นไหมครับท่านประธาน ผมเลยคิดว่าคงจะลําบากแล้วที่จะให้ผมไว้วางใจให้บริหาร ประเทศนี้ต่อไป อีกเรื่องหนึ่งในสภาแห่งนี้ครับ มีการพูดเท็จในสภาแห่งนี้ คนที่ตั้งกระทู้ถาม นายกรัฐมนตรีในวันนั้นชื่อนายกรณ์ จาติกวณิช ซึ่งเปึนมือเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ ท่านตั้งกระทู้ถามที่ท่านนายกรัฐมนตรี ไปออกรายการถามจริงตอบตรง คุณกรณ์ตั้งกระทู้ถามว่าที่นายกรัฐมนตรีมาพูดเรื่อง แบงก์ (Bank) จะเจ๊ง ๒ แบงก์ แล้วตอนนี้มีคนถอนเงินแบงก์ก็จะเจ๊งจริง ๆ แล้ว นายกรัฐมนตรีจะรับผิดชอบอย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรีมาตอบในสภาแห่งนี้มีบันทึก การประชุมเรียบร้อย ท่านบอกท่านไม่ได้พูดสักคําหนึ่งว่าเจ๊ง แต่ว่าผมไปแกะมาอีกครับ ผมเปึนคนช่างแกะ แกะคําต่อคําอีกครับ ท่านนายกรัฐมนตรีพูดว่า ถามว่าอย่างนี้จะมี ประโยชน์ไหม ทํากันไว้อย่างนี้ผมต้องพูด ทํากันไว้หมดคือแบงก์เจ๊ง แบงก์นี้ก็เจ๊ง แบงก์นี้ก็เจ๊ง เอาเงินใส่เข้าไปก็รู้ว่าเจ๊ง ใส่เข้าไป ๘,๐๐๐ ล้านบาท พอใส่เข้าไปแล้วขาย ผิดปกติไหม มันผิดปกตินะ ผมตั้งใจจะเอาเรื่องนี้มาพูดไว้ตรงนี้ เพราะเวลาขายแล้ว มาแพะผม เขาทํากันไว้เรียบร้อยแล้ว ๒ แบงก์ นี่ถ้าทําอย่างดีเลยสุดท้ายก็มาขาย ตอนผมใช่ไหม จึงบอกมาให้รู้ นี่ถ้าไม่ไปเมืองนอกก็ไม่รู้กลับมาถึงรู้ อ๋ออย่างนี้นี่เอง แบงก์จะเจ๊งอยู่แล้วเอาไปใส่ ๘,๐๐๐ ล้านบาท พอใส่เข้าไป ๘,๐๐๐ ล้านบาท ประกาศขาย ท่านบอกท่านไม่เคยพูดคําว่า เจ๊ง ในสภา ท่านบอกว่า ข้อสําคัญที่สุด ผมไม่ได้บอกว่าธนาคารเจ๊ง ผมบอกว่าธนาคารเขามีปัญหาเอาเงินไปใส่ ๘,๐๐๐ ล้านบาท แล้วขาย ผมบอกอย่างนี้มันชอบกลมีสิทธิแสดงความคิดเห็น เพราะหากไม่ขายไม่ควร เอาเงินไปใส่ นี่ก็เปึนการเอาตัวรอดของท่านนายกรัฐมนตรีในสภาแห่งนี้ แต่บังเอิญว่า มีคนจับได้ไล่ทัน ผมก็เลยเอามาชี้แจงกับท่านประธานว่าเปึนเหตุผลหนึ่งที่ผมไม่ไว้วางใจ นี่คือทั้งหมดที่ชี้ให้เห็นว่าคนเปึนนายกรัฐมนตรีมีวุฒิภาวะ มีพฤติกรรมอย่างไร ผมย้อนกลับให้เห็นเลยว่าก็ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนคนพูดในรายการสนทนาประสาสมัคร เมื่อวันเสาร์ที่แล้วผมจําได้ท่านบอกว่าคนแบบท่านเสมอต้นเสมอปลายเปึนอย่างไร ก็จะเปึนอย่างนั้นไม่เปลี่ยนแปลง ฟังเมื่อวันเสาร์ที่แล้วผมถึงบางอ้อทันทีเลย ผมได้ ไปเห็นว่าสิ่งที่นายกรัฐมนตรีคนนี้ได้มีพฤติกรรมที่กลับไปกลับมาตลอดเวลา เพราะพฤติกรรมในอดีตมันเปึนอย่างนี้จริง ๆ ครั้งหนึ่งถ้าท่านประธานเปึนนักการเมือง ก็ไม่ไกลเกินไปและผมก็ยังตามทันก็คือว่านายสมัคร สุนทรเวช เคยไปใส่ความสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ ชื่อนายดํารง ลัทธพิพัฒน์ บอกว่าไปเกี่ยวพันกับการค้าเฮโรอีน ระหว่างประเทศถูกจับได้แล้วฆ่าตัวตายครอบครัวเขาเสียหาย คุณหญิงสมศรี ลัทธพิพัฒน์ ท่านฟัอง มีการสอบสวน มีการขึ้นโรงขึ้นศาล ผมสรุปย่อ ๆ เลย ศาลพินิจพิจารณาแล้วว่า จําเลยได้หมิ่นประมาทนายดํารงจริง เพราะท่านเขียนในหนังสือเดลิมิเรอร์ คอลัมน์ (Column) มุมน้ําเงิน ตอนนี้เจ๊งไปแล้ว ศาลบอกว่าได้ใส่ร้ายเขาจริง หมิ่นประมาทจริง ตัดสินจําคุก ๖ เดือน รออาญา ๒ ป้ ในฐานะที่มีตําแหน่งใหญ่โตเปึนคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ มาบ้างก็ให้รออาญา ๒ ป้ หลังจากนั้นท่านยังผูกใจเจ็บกับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง ๆ ที่เปึนพรรคที่ให้โอกาสท่าน ให้โอกาสตั้งแต่เปึนสมาชิกสภาเทศบาลด้วยซ้ําไป ท่านก็มากล่าวหาดอกเตอร์สาวิตต์ โพธิวิหค ว่าดอกเตอร์สาวิตต์ โพธิวิหค ตัดภูเขาทําถนนเข้าไปรีสอร์ท (Resort) ที่จังหวัดระยอง พาดพิงเลยว่าดอกเตอร์คนนี้ไปซื้อที่ดินแปลงเบ้อเร่อที่จังหวัดระยอง ตัดภูเขาทั้งลูก ผ่าภูเขาเข้าไปไม่เกรงกลัวกรมป์าไม้ กรมป์าไม้ก็กลัวฤทธิ์ดอกเตอร์คนนี้ เพราะใกล้ชิด นายกรัฐมนตรีเปรม ศาลพิจารณาตัดสินหมิ่นประมาทดอกเตอร์สาวิตต์ โพธิวิหค จริง จําคุก ๔ เดือน ปรับ ๔,๐๐๐ บาท รอลงอาญา ๒ ป้ เอาอีกแล้วครับ ไม่เข็ดหลาบ หลังจากนั้นยิ่งกว่านั้นอีก คดีที่สําคัญนะครับ คดีใส่ความ