สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๑

ชวน หลีกภัย หารือเรื่องการว่าความคดีเขาพระวิหาร โดยกล่าวหาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวหาปี พ.ศ. ๒๕๔๓ ในขณะที่เขาตั้งบันทึกช่วยจําไว้ในปี พ.ศ. ๒๕๔๓ แล้วว่าไม่ควรเข้าไปสร้างอาคารหรือทำอะไรในพื้นที่ทับซ้อน และเชื่อว่าปัญหานี้ไม่ควรพาดพิงคนอื่นโดยไม่อธิบายความให้ครบถ้วน

นายชวน หลีกภัย แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ขออภัยท่านจุติที่เห็นว่าเรื่องของ ความต่อเนื่องที่อภิปรายท่านนายกรัฐมนตรีจะได้จบ หลังจากนั้นก็จะมีการเริ่มต้นต่อไป ผมก็ขอลัดคิวท่านจุตินะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ความจริงแล้วประเด็นของกระผมนั้น ก็ไม่ยืดยาวอะไรครับ แต่ว่าเพื่อให้เรื่องของเขาพระวิหารได้จบลงด้วยดี หมายถึงว่า แต่ละฝ์ายได้แสดงเหตุผลข้อมูลชัดเจน ผมคิดว่าก่อนที่ลงจากเขาพระวิหารขอรวบรวม สิ่งที่ยังตกค้างอยู่ลงมาให้หมดนะครับ และสิ่งที่ตกค้างอยู่นั้นก็ไม่ใช่เปึนเรื่องที่มีปัญหา มากไปกว่าที่ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้กล่าวไปแล้ว เพียงแต่กระผมคิดว่า ถ้าไม่ได้กล่าวพูดให้ชัดเจน ความเสียหายก็ยังคงเกิดอยู่กับครอบครัวของ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ท่านประธานที่เคารพครับ บุตรชายของท่านที่เหลืออยู่ ไม่อยู่ในฐานะที่จะออกมาชี้แจงอะไรได้เพราะเปึนองคมนตรี แต่ว่ากระผมขออนุญาต ท่านประธาน เพราะเมื่อวานนี้พวกเราจะตั้งใจหรือไม่ก็ตามก็ได้พาดพิงถึงท่าน เช่น มีผู้กล่าวว่าท่านไม่รับเงินเปึนเงินบาท แต่อาจจะรับเปึนเงินฟรังก์ อันนี้เสียหายนะครับ ครอบครัวเขาเดือดร้อนครับ เพราะคนดี ๆ อย่างท่านไม่ควรจะตกมาเปึนเหยื่อของ คนที่ไม่รู้เหตุการณ์ ผมจึงขออนุญาตท่านประธาน ไม่ใช่ในฐานะเปึนครูบาอาจารย์เก่าแก่ ที่เคยประสิทธิประสาทความรู้ หรือในฐานะเปึนอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น แต่ว่าในฐานะคนดีคนหนึ่งของบ้านเมืองที่ต้องมาทํางานรับใช้ประเทศชาติในยามวิกฤติ แล้วคนรุ่นหลังซึ่งไม่รู้เรื่องไปวิจารณ์ในทางเสียหาย ผมก็จําเปึนจะต้องชี้แจงในฐานะ ได้เห็นเหตุการณ์ในบางเรื่อง ท่านประธานครับ ในช่วงที่มีการฟัองร้องคดีเขาพระวิหารนั้น เปึนช่วงที่กระผมเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ความจริงแม้จะต้องไปว่าความ ให้กับประเทศชาติ แต่ท่านก็ปลีกเวลามาสอนหนังสืออยู่ เราก็เคยได้ยินได้ฟัง ท่านเล่าอะไรให้ฟังอยู่เสมอ ขณะนั้นผมก็เปึนนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ แต่ว่าประเด็นที่น่าจะพูดถึงท่านก็คือความที่เปึนคนดีของบ้านเมือง การรับใช้ประเทศชาติโดยการว่าความคดีเขาพระวิหารนั้นไม่ใช่ความสมัครใจครับ เปึนเรื่องที่รัฐบาลในขณะนั้นขอร้อง กระผมได้ทราบจากผู้ที่ใกล้ชิดกับท่าน เช่น ท่านบัณฑิต ศิริพันธ์ ซึ่งเปึนทนายความในสํานักงานท่าน และเมื่อมาเปึนลูกพรรค ท่านก็มีโอกาสได้ศึกษาเรียนรู้การทํางานเพื่อส่วนรวมของท่าน ท่านหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ใครที่จบเนติบัณฑิตอังกฤษ อย่างเช่น ท่านนพดล หรือใครที่จบกฎหมายจากอังกฤษจะรู้ว่านับแต่ท่านจบมาจนบัดนี้ไม่เคยมีใครทําลายสถิติ ความเปึนนักเรียนเก่งของท่านได้ จนเขามีวันที่ประกาศผลสอบว่าวันเสนีย์ เดย์ (Seney’s day) คือวันเสนีย์ นี่คือความเก่งกล้าสามารถในการเรียน และแน่นอนครับท่านก็ได้ทํางาน รับใช้บ้านเมืองในฐานะผู้พิพากษา แล้ววันหนึ่งท่านก็ออกมาไปเปึนทูตตามคําขอร้อง ของประเทศเพื่อไปอยู่สหรัฐอเมริกา ช่วงนั้นละครับคือช่วงที่ท่านต้องรับหน้าที่ในช่วง สงครามโลกเปึนหัวหน้าเสรีไทย ต้องกราบเรียนว่าบรรดาผู้ที่เปึนสมาชิกเสรีไทย ไม่ว่าท่านหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ท่านปรีดี พนมยงค์ และบุคคลอื่นอีกมากมาย ซึ่งล้วนทําคุณประโยชน์ มีคุณูปการต่อบ้านเมืองอย่างมหาศาลด้วยกันทุกคน เพราะท่านเหล่านี้คือคนที่ทําให้ในที่สุดประเทศไทยไม่ต้องเปึนประเทศที่แพ้สงคราม ทั้งหมด คือแพ้สงครามร่วมกับประเทศที่ร่วมประกาศ แต่ในที่สุดการที่มีเสรีไทยอยู่นั้น ไม่ยอมรับการประกาศสงครามของรัฐบาลในขณะนั้น ทําให้ประเทศไทยได้รับการปกปัอง จากสหรัฐอเมริกา ไม่ต้องชดใช้ความเสียหายตามที่อังกฤษเรียกร้องถึง ๒๐ กว่าข้อ ลดลงมาได้มาก อันนี้คือสิ่งที่เปึนคุณูปการที่ผมไม่อยากให้เราลืมแม้เราหลายคนจะเกิด ไม่ทัน กระผมก็เปึนเด็กมากเกินไป แต่ว่าล้วนสามารถศึกษาได้ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ได้รับคําขอร้องจากรัฐบาลท่านจอมพล สฤษดิ์ให้ว่าความคดีนี้โดยส่ง ท่านพระยาอรรถการีนิพนธ์ ซึ่งเคยตั้งสํานักงานทนายความเสนีย์ อรรถการี และเมื่อไปรับ ตําแหน่งเปึนรัฐมนตรีของรัฐบาล จอมพล สฤษดิ์ก็ออกไปจากสํานักงานเสนีย์ อรรถการี ท่านพระยาอรรถการีนิพนธ์ความจริงถ้าพูดก็คือบิดาของท่านบดี จุลนานนท์ ท่านก็มา ขอร้องท่านหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ท่านอาจารย์หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เท่าที่ผมได้รับทราบว่าท่านเองไม่อยากจะไปเพราะท่านทํางานเปึนทนายความ อยู่ในขณะนั้น และท่านถือว่าในชีวิตได้ทําคุณประโยชน์ให้กับบ้านเมืองรักษาชื่อเสียง มามากแล้วท่านก็ตระหนักว่าศาลโลกนั้นก็เปึนศาลการเมือง แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมี ผู้มาอ้อนวอนขอร้องว่าท่านเคยทําประโยชน์ให้ประเทศชาติ บัดนี้ก็มีงานสําคัญ ที่จําเปึนต้องอาศัยคนที่มีความรู้ ความสามารถอย่างท่านท่านต้องยอมรับ แต่ก็เปึน ความจริงนะครับ พวกเรารับรู้ไว้ด้วยว่าท่านไม่ได้คิดค่าทนายความ ไม่ว่าเงินบาท หรือเงินฟรังค์ อันนี้ของจริงสามารถตรวจสอบกันได้ เพราะฉะนั้นถ้าเราเข้าใจ นอกจากเราจะยกย่องหรือไม่ยกย่องคนที่ทํางานเพื่อชาติ แต่เราก็ไม่ควรจะไปวิจารณ์ สิ่งที่เราไม่รู้ ท่านคงไม่รู้นะครับที่เราวิจารณ์ไป แต่ลูกหลานท่านยังอยู่ ท่านเหล่านั้น ก็จะมีความรู้สึก นี่คือสิ่งแรกที่ผมอยากจะกราบเรียนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ ท่านนายกรัฐมนตรี ความจริงท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้กล่าวไปแล้ว ท่านก็ตอบมาแล้วว่าท่านไม่เนรคุณท่านอาจารย์หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช แต่ท่านครับ คําว่า เนรคุณ มันไม่ได้หมายความว่าทรยศ หักหลัง ความหมายจะเปึนอย่างไรก็ตามแต่ ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่ควรไปกล่าวหาท่านในสิ่งที่ไม่จริง ถ้าท่านไม่รู้ ผมยินดี รับฟัง แต่ว่าถ้าท่านทราบและรู้แล้วไปกล่าวหาท่านว่าทนายที่ไปสู้คดีไปยอมรับแผนที่ ของฝรั่งเศส ซึ่งมันตรงข้าม ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร คุณศิริโชคด้วย เมื่อวานนี้ เอาหลักฐานมายืนยันแล้วครับว่าทนายฝ์ายไทยไม่ได้ยอมรับแผนที่ ตรงกันข้ามปฏิเสธ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดมันตรงกันข้ามกับความเปึนจริง พูดง่าย ๆ คือ พูดขาวให้เปึนดํา เมื่อวานนี้ในที่สุดท่านก็บอกท่านไม่ได้เอ่ยชื่อเมื่อหลังจากที่เอาหลักฐาน มาแสดงว่าท่านได้พูดจริง ๆ ซึ่งขณะนั้นท่านจะพูดโดยรู้หรือไม่รู้ผมไม่ทราบ แต่พูด อย่างนั้นจริง ๆ เมื่อวานนี้ท่านก็บอกว่าท่านไม่ได้เอ่ยชื่อ จริงครับท่านไม่ได้เอ่ยชื่อ แต่ท่านพูดให้รู้ว่า ทนายความที่ไปว่าความคือหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ผมไม่ซ้ําเติมเรื่องนี้นะครับ แต่ผมต้องการให้ข้อเท็จจริงทั้งหลายมันกระจ่างชัดว่าอะไรเปึนอะไร พูดง่าย ๆ คือ ท่านนายกรัฐมนตรีพูดในสิ่งที่ไม่จริง ที่ไปกล่าวหาท่านหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ว่าท่านไปยอมรับแผนที่ ถึงไม่เอ่ยชื่อก็เข้าใจครับว่าท่านหมายถึงใคร นี่คือสิ่งแรก ในกรณีของท่านอาจารย์หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ที่ผมกราบเรียนเพื่อชี้แจงให้พวกเรา เข้าใจนั้น ผมไม่ใช่มาพูดเพื่อยกย่องคนที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่ผมยกย่องคนที่เขาเปึนคนดี ไม่ว่าเขาจะเปึนคนที่เสียชีวิตหรือยังอยู่ แต่คําพูดของเราเปึนผู้น้อยเกินไป ผมขออนุญาต ใช้คําของท่าน พลเอก สิทธิ เศวตศิลา ท่านกล่าวไว้อย่างนี้ครับ คือท่านพูดถึง เรื่องความสําเร็จของเสรีไทย ยกย่องเสรีไทยทุกคน แล้วโดยเฉพาะหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ที่เปึนหัวหน้าเสรีไทยในสหรัฐอเมริกา แล้วท่านกล่าวว่านอกเหนือจาก ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างลึกซึ้งแล้วท่านยังเปึนนักการเมือง ที่สะอาดบริสุทธิ์ ซื่อสัตย์ น่าเชื่อถือ ยึดเอาความถูกต้องและคุณธรรมเปึนหลักการ ตัดสินใจทางการเมืองใด ๆ อย่างรอบคอบและรัดกุม รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ทางการเมืองใด ๆ ที่ไม่ชอบมาพากล ท่านเปึนตัวอย่างของนักการเมืองที่ดีเยี่ยม ที่นักการเมืองที่ดีทุกคนควรยึดถือ แม้ท่านจะจากไปแล้วท่านยังถือเปึนปูชนียบุคคล ของพรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดพรรคหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งท่านได้มีส่วนร่วมก่อสร้าง พรรคนี้มาจนรุ่งเรืองถึงปัจจุบัน พลเอก สิทธิ เศวตศิลา องคมนตรีได้เขียนไว้ให้ ท่านประธานที่เคารพ ผมก็สบายใจแล้วล่ะครับ เพราะได้ตอบแทนบุญคุณท่านนิดหน่อย คือได้มีโอกาสทําความเข้าใจกับท่านสมาชิกกับคณะรัฐบาลและพี่น้องประชาชน ซึ่งอาจจะไม่มีโอกาสรับทราบว่าความจริงคืออะไร

ทีนี้ในประเด็นต่อไป ผมคิดว่าก่อนจะลงจากเขาพระวิหารก็ควรจะเก็บของ ที่ตกหล่นกลับมาให้หมดเพราะเขาป่ดด่านแล้วครับ สิ่งแรกที่อยากจะขอเก็บลงมาก็คือ ที่กล่าวไปแล้วกรณีของท่านหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช สิ่งที่ ๒ เวลาเราได้ยิน ท่านนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีพูดในห้องนี้กับเวลาพูดนอกห้องหลายเรื่องมันจะไม่ค่อย ตรงกัน แล้วบางเรื่องมีควรจะไปพูดยั่วยุ ท้าทาย หรือไปกล่าวหาโดยไม่พูดให้ครบถ้วน ผมขอเก็บสิ่งนี้เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ดีระหว่างเราทั้ง ๒ ฝ์าย คือทั้งรัฐบาลและฝ์ายค้าน และโดยเฉพาะเพื่อประชาชนเขาได้รู้ว่าความจริงคืออะไร ถ้าจะตําหนิติเตียนรัฐบาล เขาก็ควรจะรู้ว่าความจริงคืออะไร ผิดจริงไหม ถ้าจะตําหนิอดีตรัฐบาลก็ควรจะรู้ว่า ความจริงคืออะไร ควรตําหนิไหม อะไรที่ไม่ถูกต้องแม้จะเปึนอดีตก็ควรจะพูดได้ ควรตําหนิได้ ไม่มีปัญหาเลยครับ แต่ว่ากรณีที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปกล่าวข้างนอกว่า เหตุการณ์เรื่องเขาพระวิหารนั้นอยากรู้ก็ให้ถามลูกพี่ตัวที่อายุมาก ๆ อยู่ในพรรคเดียวกัน มันเรื่องอะไร มันเรื่องอะไรต้องไปพาดพิงคนอื่น บ่อยครั้งแล้วก็กลายเปึนปัญหา กับท่านเอง แม้ไม่เอ่ยชื่อในบางครั้งแต่รู้มันก็มีคดี ผมก็ไม่แน่ใจเดือนหน้าท่านจะต้องลงไป แก้คดีที่ภาคใต้อีกหรือเปล่า แต่ว่ามันไม่มีประโยชน์เลยในการที่ไปพาดพิงคนอื่น โดยไม่อธิบายความให้ครบถ้วน กรณีของคนในพรรคนี่รู้ครับว่าสถานการณ์ที่มันเกิดเหตุ กรณีปราสาทพระวิหารนี่เขาสู้คดีกันมาอย่างไร เราพอรู้ครับ แล้วทุกคนก็รู้จากคําตัดสินว่ามันเปึนอย่างไร เราโตพอที่จะติดตามเหตุการณ์ แม้จะไม่ลึกซึ้งนักในขณะนั้น ประเด็นหนึ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวไว้กรณีของ ที่ทับซ้อนนี่เราเรียกเองนะครับ ท่านบอกว่าเขมรเข้ามาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๓ ท่านคง หมายถึง พ.ศ. ๒๕๔๓ ไม่ใช่ก่อนคริสตกาล เข้ามาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๓ ตั้งบ้าน ตั้งวัดอะไร ตรงนั้น พ.ศ. ๒๕๔๓ ครับ รัฐบาลไหนก็ไม่ทราบ พ.ศ.๒๕๔๓ ไปดูก็แล้วกัน ถ้าท่านไม่ทราบ ผมจะบอกว่ารัฐบาลประชาธิปัตย์ครับ พ.ศ. ๒๕๔๓ คือป้ที่จริงอย่างที่ท่านพูดมันเริ่มมี การบุกรุกเข้ามาในพื้นที่มาขายของ แต่มันยังไม่มากเต็มที่หรอกครับ มันมามากเอาตอน ป้ ๒๕๔๔ ป้ ๒๕๔๕ ป้๒๕๔๓ เราจึงต้องเจรจากับกัมพูชา กระผมไปกัมพูชาเองครับ ท่านประธาน หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์เปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ดอกเตอร์สุรินทร์เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คุณนพดลเปึนเลขานุการ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านนพดลน่าจะเอาข้อตกลงนี้มาให้ ท่านนายกรัฐมนตรีดู ป้ ๒๕๔๓ คือป้ที่ท่านหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธ์ บริพัตร ไปลงนาม บันทึกช่วยจํา เรื่อง การปฏิบัติต่อพื้นที่ ที่ท่านเรียกว่า พื้นที่ทับซ้อน สาระในข้อ ๕ ก็คือว่า ๒ ฝ์ายจะต้องไม่เข้าล้ําไปสร้างอาคารหรือทําอะไรก็ตาม ผมอยากให้ท่านนพดล เอาบันทึกนั้นให้ท่านนายกรัฐมนตรีดู แล้วท่านจะรู้ว่าสมัยนั้นมีการเตรียมเพื่อปัองกัน ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตไว้อย่างรัดกุม รอบคอบที่สุดเท่าที่ทําได้ อันนี้ก็ต้อง ยกย่องฝ์ายทหารและฝ์ายกระทรวงการต่างประเทศ แต่ฝ์ายการเมืองเปึนผู้ตัดสินใจว่า ทําข้อตกลงนี้ไว้เพื่อรักษาพื้นที่ไม่ให้มีการรุกล้ําเข้ามา แต่ว่าในที่สุดผมทราบว่าป้ ๒๕๔๔ ป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ กี่ป้นับดูเลยครับ ไม่ได้ดําเนินการ ให้มีการจัดการกับคนที่รุกเข้ามา ตรงกันข้ามทราบว่าหน่วยกองกําลังสุรนารีพยายาม ที่จะให้มีคนออกไป แต่ว่าฝ์ายการเมืองเข้าไประงับยับยั้งไว้ อาจจะไม่ด้วยเจตนาร้ายเพื่อ ไม่ให้มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์อันดีงาม แต่อาจจะลืมนึกไปว่าการปล่อยปละละเลย มายาวนานนั้นในที่สุดวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็ย้อนกลับไปกล่าวหาป้ ๒๕๔๓ ไม่กล่าวหาป้ ๒๕๔๔ ป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ เลยหรือครับ หรือมันขาดอายุความไปแล้ว ผมยิ่งอยากให้เราเข้าใจอะไรตรงกัน ตรงไปตรงมา ไม่ต้องไปปกป่ดบิดเบือน ผมเชื่อทุกคนรักชาติบ้านเมือง ทุกคนหวงแหนเขาพระวิหาร ผมเชื่ออย่างนั้นครับ รวมทั้งพวกท่านด้วย แต่ว่าถ้าเราจะกล่าวหาว่าใครบกพร่องอะไร ต้องให้สมบูรณ์ว่าแล้วต่อมาถ้าเขาบกพร่องแล้วท่านแก้อะไร เวลาสั้น ๆ ป้ ๒๕๔๓ ท่านกล่าวหาเขา แล้วป้ ๒๕๔๔ ป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ ทําไมไม่พูดถึง ผมก็ขอกล่าวเพื่อชื่นชมคนที่เขาพยายามจะแก้ปัญหา แล้วก็ไม่มอง ในแง่ร้ายว่าคนที่ไปยับยั้งไม่ให้มีการดําเนินการนั้นจะเปึนคนเจตนาไม่ดีต่อชาติบ้านเมือง แต่อาจจะมองสั้นไปว่ามันจะมีผลอะไรต่อมาในอนาคต โชคดีครับที่บันทึกข้อตกลง หรือช่วยจําในป้ ๒๕๔๓ ทําให้เราสามารถที่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดได้ตลอดเวลาว่า เราได้ตกลงกัน ๒ ฝ์ายแล้ว เพราะฉะนั้นก็เปึนหน้าที่ ๒ ฝ์ายที่จะไม่ทําอะไร อันเปึน การขัดต่อบันทึกฉบับนั้น ผมเข้าใจว่ายังมีอะไรที่ตกหล่นอยู่บนเขาพระวิหาร ผมเข้าใจว่า คงเหลืออยู่ไม่มากแล้ว บัดนี้ผมเชื่อนะครับว่ามีการอภิปรายไม่ไว้วางใจหลังจากที่เห็น ความไม่แน่นอนอยู่หลายวัน แต่อยากจะขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อสนับสนุนที่ท่านอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน ได้กล่าวเอาไว้ ผมขอขอบคุณท่านประธานเปึนเบื้องต้น ทั้ง ๓ ท่านที่ได้พยายามดําเนินการให้มีการบรรจุระเบียบวาระเรื่องนี้เอาไว้ ไม่ใช่ด้วย ความกระเหี้ยนกระหือรืออยากพูดหรอกครับ ปกติก็เปึนคนพูดน้อย แต่ผมเชื่อ ด้วยประสบการณ์ที่เห็นมาตลอดเวลาว่าถ้าเราร่วมกันเคารพกฎเกณฑ์กติกาของบ้านเมือง ปฏิบัติตามกระบวนการประชาธิปไตย ผมเชื่อมั่นบ้านเมืองไม่มีวิกฤติเกิดขึ้น เรามีบทเรียน ที่บอกให้รู้ว่าถ้าเราไม่เคารพกฎเกณฑ์กระบวนการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เราออก นอกลู่นอกทางไม่พยายามให้กระบวนการมันเกิดขึ้น ปฏิบัติได้ ในที่สุดมันจะสะดุด สะดุดแล้วจะมีปัญหาตามมาอย่างนึกไม่ถึง กระบวนการรัฐธรรมนูญจะชอบหรือไม่ชอบ แต่มันมีกระบวนการที่มาของอํานาจและมันมีกระบวนการตรวจสอบการใช้อํานาจ ปัญหาที่มันเกิดวิกฤติคือเรารับเฉพาะกระบวนการอันเปึนที่มาของอํานาจ แต่กระบวนการ ที่จะมีการตรวจสอบเราไม่รับ สกัดทุกอย่างไม่ให้มีการตรวจสอบ ในที่สุดองคาพยพของ กระบวนการประชาธิปไตยก็มีอันเปึนไปอย่างที่เราได้เรียนแล้วหลายคนก็อยู่ในสภา ชุดก่อน หลายคนได้เห็น แต่จะศึกษาลึกซึ้งให้มองเห็นว่าเราจะแก้ปัญหาอนาคตอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดเหตุนั้นไม่ยากเลย แล้วก็ไม่ใช่เปึนเรื่องซับซ้อนเลย ย้อนกลับไปมอง ความเปึนจริงแล้วเราจะเห็นว่าทั้งหมดมันมาจากกระบวนการที่ยอมรับเฉพาะที่มา ของอํานาจแล้วก็ทําทุกอย่างบางเรื่องไม่ชอบธรรมเพื่อมาเปึนเหตุผลว่าชอบธรรม แต่เมื่อมีกระบวนการที่ตรวจสอบความไม่ชอบธรรมไม่ยอมให้เกิดขึ้น ไม่ยอมให้ทํา บั่นทอนกําลัง ศักยภาพ พยายามแทรกแซงก้าวก่ายองค์กร รุกล้ําไปถึงกระบวนการ ยุติธรรม จนในที่สุดก็เกิดเหตุ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ อย่างที่เรารู้ ถ้าเราศึกษาเรื่องนั้นแล้ว เราจะรู้ว่าเราจะไม่ให้วิกฤติเกิดขึ้นอีกในอนาคต คืออย่าทําอย่างนั้น ปล่อยให้กระบวนการ ตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญได้ปฏิบัติ คณะกรรมาธิการสามัญประจําสภาปล่อยให้ตั้ง ขึ้นมา ๗๖ ป้เปลี่ยนแปลงการปกครองครบเมื่อวานนี้ มีรัฐบาลมา ๒๐ กว่าชุด สภามา ๒๐ กว่าชุด เมื่อเป่ดสภาแล้วเขาใช้เวลาไม่เกิน ๓๐ วัน ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ ประจําสภาได้ เพราะนั่นคือส่วนหนึ่งของกระบวนการองค์กรที่ตรวจสอบ ทําหน้าที่แทนเรา ในสภานี้ แต่ว่า ๒ สมัยเท่านั้นเองคือ ป้ ๒๕๔๔ ที่การแต่งตั้งกรรมาธิการสามัญ ประจําสภาทําไม่ได้ ต้องใช้เวลาเปึน ๑๐๐ วันแล้วก็ป้นี้ บัดนี้กว่า ๑๐๐ วัน แล้วถือว่า ๗๖ ป้ เราได้ทําสถิติในสิ่งที่ไม่ถูกต้องลบล้างอดีตมาทั้งหมด ทั้งหมดมาจากอะไร มาจากเราไม่ค่อยยอมรับกระบวนการตรวจสอบ ทําไมเรากลัวเขาจับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่ดีงามได้ ถ้าเราดีกลัวทําไม มันก็มาจบตรงนี้ มันมาจบที่ว่าเราต้องเคารพ ผมกราบเรียน ท่านประธานเรื่องนี้เพราะว่าอยากให้เราเคารพกระบวนการที่ต้องมีการปฏิบัติหน้าที่ ตรวจสอบอย่างที่ท่านอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ท่านบัญญัติได้พูดไว้ว่านี่คือหน้าที่ หน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบนี้ไม่มีใครตําหนิหรอกครับ ทําไมผู้แทน ฝ์ายรัฐบาลไม่ตรวจสอบโดยวิธีอภิปราย ถ้าใครอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตัวเองก็ไม่ปกติแล้วครับ อันนี้ก็ไม่มีใครไปตําหนิ ท่านมีเสียงมากก็ไม่มีใครไปว่าหรอกครับว่าเปึนเผด็จการสภาถ้ามันมาโดยชอบ แต่หน้าที่ของฝ์ายนิติบัญญัติอีกกลุ่มหนึ่งคือฝ์ายค้านเขาต้องตรวจสอบ แต่แน่นอน ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับพวกเราบางท่าน รวมทั้งท่านนายกรัฐมนตรีที่พูดว่ามันต้องให้เวลา จริงครับเปึนรัฐบาล ๒ วันจะขับไล่กันได้อย่างไร นโยบายบางเรื่องต้องใช้เวลา ๔ ป้ นโยบายบางเรื่องใช้เวลา ๒ ป้ ถ้ามันยังไม่ครบจะไปอภิปรายไล่ว่าทํางานไม่สําเร็จ มันก็ไม่ยุติธรรม แต่ถ้าระหว่างทํางานเกิดทุจริตคดโกงต้องรอให้โกงครบ ๔ ป้ไหม ผมคิดว่าไม่ วันนี้ก็ไม่มีเรื่องนั้นนะครับ แต่มันเปึนเรื่องของความถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง ความเหมาะสม ไม่เหมาะสมตามญัตติที่เสนอไป เพราะฉะนั้นเรื่องเหล่านั้นเปึนเรื่องที่ เราต้องมาทบทวนว่าเงื่อนเวลาเปึนข้อจํากัดไหม ถ้าเราเดินอะไรที่ผิดไม่ถูกต้อง เราจะปล่อยให้มันผิดจนกระทั่งพังเหมือนกับกรณีภาคใต้ไหม กว่าจะรู้ตัวก็สายไปแล้ว กระผมกราบเรียนเรื่องนี้ผมคิดว่าเราทั้งหลายล้วนมีส่วนในการสร้างประชาธิปไตย ให้มั่นคง ถ้าเราสร้างความชอบธรรมตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงที่สุด ถ้าเราทําให้การเมืองเปึนไป โดยบริสุทธิ์ยุติธรรมมากที่สุด และถ้าเรายอมรับกระบวนการที่มาของอํานาจพร้อมกับ ยอมรับกระบวนการตรวจสอบ นี่คือส่วนหนึ่งที่เราทําให้สิ่งนี้สมบูรณ์ขึ้นในการปฏิบัติ ภารกิจนับแต่เมื่อวานถึงวันนี้ ผมจึงขอบคุณท่านประธานที่ท่านกรุณาบรรจุระเบียบวาระ เพื่อให้เปึนไปตามกระบวนการของการเมืองในระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริย์เปึนประมุข ถูกต้องแล้วครับ จะชอบไม่ชอบท่านยอมรับ ผมเปึน รัฐบาลมาหลายครั้งเหมือนกัน ถูกอภิปรายทุกครั้งเลยครับ ถามว่าผมชอบไหม ผมก็กราบเรียนท่านประธานผมไม่ชอบเลยครับ ผมไม่เคยอยากให้ใครมาอภิปราย ไม่ไว้วางใจผมเลย แต่ผมไม่เคยไปตําหนิผู้ที่เป่ดอภิปราย เพราะผมรู้ว่านั่นคือหน้าที่ ของเขา ผมไม่เคยบ่นเลยครับ เพราะฉะนั้นเมื่อท่านเฉลิมท้าทายให้เป่ดนั้น แล้วก็บอกว่า เขาเคยอภิปรายขับไล่พรรคประชาธิปัตย์ เอา ส.ป.ก. มาพูด ผมก็บอกว่าสมัยนั้น ถูกต้องแล้วครับ ประชาธิปัตย์ถูกเป่ดอภิปรายเรื่อง ส.ป.ก. เสียงในรัฐบาลไม่พอ ยุบสภา แต่ขณะนั้นถ้าเราย้อนกลับไปรัฐบาลไม่ได้กลัวเลยครับ ไม่ได้บ่นเลย ไม่ได้หนีเลย ผจญกับ ความประสงค์ของฝ์ายค้านที่จะอภิปราย และเมื่อเสียงไม่พอแล้วทางออกก็คือยุบสภา หรือลาออก ผมก็เลือกเส้นทางยุบสภา เลือกตั้งใหม่ เลือกตั้งใหม่พรรคประชาธิปัตย์ก็แพ้ ผมไม่เห็นใครจะตาย แต่นี่คือการเคารพกระบวนการที่เราทุกคนจะต้องร่วมกัน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการทําหน้าที่ของฝ์ายค้านในวันนี้ถ้าใครที่ยังคิดว่ามุ่งจะล้มรัฐบาล เพื่อตัวเองจะขึ้นมามีอํานาจเปึนนายกรัฐมนตรีต่อที่พยายามพูดโน้มน้าวให้เห็นว่า เจตนารมณ์เปึนอย่างนี้ มันเปึนไปไม่ได้หรอกครับ และมันไม่ควรจะเปึน ประชาธิปัตย์ มีกี่เสียง แต่ว่านั่นคือหน้าที่ ท่านคิดว่าเมื่อเปึนรัฐบาลไม่ได้ใครจะทําอะไร จะโกง จะกิน จะผิด จะพลาดอย่างไรช่างหัวมัน ปล่อยไปอย่าไปพูดอย่าไปติเผื่อเอาไว้เปึนพวกกัน ท่านคิดอย่างนี้หรือ โชคดีครับ ประชาธิปัตย์ไม่ได้คิดอย่างนี้ คิดว่าเมื่อมันมีสิ่งที่จําเปึน ต้องพูดก็ต้องพูดกัน ขออนุญาตท่านประธานเพื่อขอเป่ดอภิปราย แต่แน่นอนครับ ประเด็นที่จะหยิบมาพูดนั้นเราให้ความเปึนธรรมว่าอะไรที่เงื่อนเวลามันมีอยู่ก็อย่าไป เอาผิดเรื่องนั้น เขาต้องใช้เวลา อะไรที่เห็นว่าเงื่อนเวลาไม่ใช่ข้อจํากัดก็หยิบมาพูดกัน สิ่งที่กระผมจะกราบเรียนท่านประธาน ผมคิดแล้วคิดอีกครับว่าจะควรไหม จะควรออกมา พูดไหม เพราะเหตุมันไม่ได้เกิดขึ้นสมัยท่านนายกรัฐมนตรีท่านสมัคร คือเรื่องกรณีในภาคใต้ แต่ท่านไปเกี่ยวข้องเพราะท่านได้ใช้วาจาและทัศนคติต่อปัญหานั้น เข้าลักษณะข้อ ๙ ในญัตติ ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อความเข้าใจในเรื่องนี้กระผม ขออนุญาตเท้าความนิดเดียว เราทุกคนรู้อยู่แล้วผมได้พูดในสภานี้หลายครั้ง ด้วยความห่วงใย ความจริงกราบเรียนท่านได้เลยนะครับว่าด้วยความห่วงใย และเชื่อว่า ตั้งแต่ต้นถ้าฟังพวกเราบ้างไม่เยาะเย้ย ถากถาง ท้าทาย วันนี้เราจะไม่สูญเสียเจ้าหน้าที่ คนบริสุทธิ์ทั้งพุทธ มุสลิมไปเปึนจํานวนมากมายอย่างที่ไม่ปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ ของภาคใต้ เราจะไม่สูญเสียอย่างนี้ แต่วันนั้นคําเตือนเราไม่มีความหมาย เยาะเย้ย ถากถาง ฝ์ายค้านกรุณาอย่าแนะนําเรารู้ดีกว่าอยู่แล้ว ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยภายใน ๓ เดือน แล้วกระบวนการอุ้มฆ่าก็เกิดขึ้นในป้ ๒๕๔๔ แล้วกระบวนการยกเลิก หน่วยงานเดิมทั้งหมดที่รัฐบาลเก่าเคยทําไว้ แล้วในที่สุดปัญหาที่เชื่อว่าเปึนเรื่องเล็กน้อย เรื่องของโจรกระจอก เรื่องที่ไม่มีความหมาย วันนี้เราต้องส่งทหารไปนับหมื่น ๆ คน เราต้องเสียเงินไปเปึนหมื่น ๆ ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาที่เราคิดว่าเปึนโจรกระจอก ในสมัยนั้น ท่านประธานครับ ผมเกริ่นเรื่องนี้เพื่อเราได้รู้สถานการณ์ว่าเมื่อจุดเริ่มต้น ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในป้ ๒๕๔๔ นั้นมันขยายตัวมากขึ้น ๆ โดยลําดับ แล้วในที่สุด ก็เปึนที่มาของการปล้นป๋น แล้วในที่สุดก็เปึนที่มาของกรือเซะ แล้วในที่สุด ๒๕ ตุลาคม ๒๕๔๗ ก็เปึนที่มาของตากใบ ประเด็นที่กระผมจะกราบเรียนท่านประธานสั้น ๆ คือ กรณีตากใบ ท่านนายกรัฐมนตรียังไม่ได้อยู่รัฐบาลชุดนั้นคือชุดของพรรคไทยรักไทย แต่ว่าท่านมาเกี่ยวข้องเมื่อมาเปึนนายกรัฐมนตรี ประเดี๋ยวจะหยิบยกขึ้นมาให้ ท่านมองเห็นว่าท่านเกี่ยวข้องอย่างไร และคําพูดของท่านมีผลอย่างไรต่อปัญหาในพื้นที่ กรณีตากใบ ตากใบคืออําเภอหนึ่งในจังหวัดนราธิวาส กรณีตากใบคือกรณีที่มีคนมา ชุมนุมที่หน้าสถานีตํารวจ เรียกร้องให้มีการปล่อยผู้ต้องหา ๖ คน เจ้าหน้าที่ไม่ยอม ความจริงเจ้าหน้าที่เขาทําหน้าที่ของเขา คนมาชุมนุมมากขึ้น ๆ การชี้แจงทําความเข้าใจ กับคนที่มาชุมนุมนั้นทําได้ยากขึ้น ๆ อันนี้ความจริงเริ่มต้นต้องเข้าใจอย่างนั้น แต่คนเหล่านั้นคือคนมาชุมนุมครับ เมื่อจํานวนมากขึ้น ๆ ในที่สุดก็เกิดความโกลาหล วุ่นวาย ในที่สุดก็เกิดการปะทะ ในที่สุดก็มีคนตายในพื้นที่ กระผมเข้าใจว่ามีคนตายไป ๖-๗ คนที่สถานีตํารวจ ในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็ดําเนินการจับผู้ที่มาชุมนุมประมาณ ๑,๓๐๐ คน เมื่อมีการจับคนเหล่านั้นแล้วก็มีการมัดมือไขว้หลัง แล้วก็เอาคนเหล่านี้ ขึ้นรถทหารและรถบรรทุก ความจริงมีรูปอยู่ครับ เพื่อนําไปที่ค่ายอิงคยุทธบริหารนะครับ