นายอาคมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยชี้ว่ารัฐบาลบริหารบกพร่องและสร้างความเสียหายแก่เกษตรกร โดยเฉพาะเรื่องปุ๋ย พร้อมเสนอให้พิจารณาไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีอีก 7 คนที่เหลืออยู่
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกระบี่ ได้รับมอบหมายจากพรรคประชาธิปัตย์ ให้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ในการอภิปรายครั้งนี้มีผู้อภิปราย ๕ คนด้วยกันคือ ผม คุณวิทยา แก้วภราดัย คุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สําหรับคืนนี้นะครับ เพื่อประหยัดเวลาแล้วเพื่อรักษาสุขภาพ ของผู้แทนราษฎรจะได้ไม่เสียชีวิตในการทําหน้าที่ ก็เลยจะเว้นไว้สําหรับพรุ่งนี้ ๒ ท่าน คือ ดอกเตอร์ไตรรงค์ สุวรรณคีรี และคุณวิทยา แก้วภราดัย ก็ไม่เสร็จ จะเอาให้เสร็จกัน ได้อย่างไร ก็ตกลงกันแล้ว ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเริ่มเลยนะครับ คือวันนี้ เราทําหน้าที่อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลและน่าจะเปึนรัฐบาลแรก ๆ ที่ทําหน้าที่แค่ ๔ เดือน ฝ์ายค้านก็มาเป่ดอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว หลายคนก็บอกว่ามันจะไว้วางใจ ได้อย่างไรก็ ๔ เดือน ที่จริง ๆ ๔ เดือนนะครับ ถ้าท่านประธานฟังผมให้จบ จะเห็นว่า ๔ เดือนนี้มันเสียหาย เปึนหมื่นล้านบาทสําหรับเกษตรกร และถ้าสมมุติว่าปล่อยให้ดําเนินการต่อไปอีก จนครบ ๔ ป้ จะเสียหายหลายหมื่นล้านบาท เฉพาะเรื่องเดียวที่ผมจะพูดคือเรื่องปุิย ท่านประธานสภาก็คงจะทราบนะครับว่าญัตตินี้เปึนญัตติที่ไม่ใช่ว่าด้วยเรื่องของ การทุจริต เพราะถ้าทุจริตรัฐธรรมนูญกําหนดให้ต้องไปยื่นถอดถอน อันนี้ไม่ใช่ครับ เปึนที่รู้กันดี และประชาชนที่ฟังข่าวสารอยู่ทางบ้านก็ทราบดีว่า อันนี้เปึนการชี้ให้เห็นว่า รัฐมนตรีบริหารบกพร่อง แต่ว่านายกรัฐมนตรีเปึนคนแรกที่เขาไม่ไว้วางใจไปแล้ว ก็จบไปแล้ว แล้วก็ยังมีรัฐมนตรีอีก ๗ คน ซึ่งอยู่ในระหว่างการดําเนินการที่ฝ์ายค้านเห็นว่า ควรจะได้มีการไม่ไว้วางใจ การไม่ไว้วางใจในทางการเมืองหรือในทางนิติบัญญัติ เขาเรียกว่า เปึนการทําหน้าที่ของฝ์ายตรวจสอบที่ร้ายแรงที่สุด ถ้าถึงขั้นเปึนคดีอาญา เขาเรียกว่า ต้องโทษประหาร เพราะว่าไม่ไว้วางใจให้บริหารประเทศ ไม่มีการแนะนํา ไม่มีการชม ถ้าจะทําความดีก็เก็บไว้ที่บ้าน เก็บไว้ที่กระทรวง วันนี้ว่าแต่เรื่องไม่ดี และเมื่อว่าเรื่องไม่ดีครบผู้ฟังที่อยู่ในสภาก็มาลงคะแนนไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจ ซึ่งเปึนไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ที่ต้องพูดอย่างนี้ก็เพราะว่ารัฐมนตรีมิ่งขวัญ ท่านอาจจะเปึนรัฐมนตรีครั้งแรกที่ถูกไม่ไว้วางใจก็น่าเห็นใจนะครับ รู้จักกันท่านก็ พยายามจะถามว่าแรงหรือไม่แรง หนักหรือไม่หนัก แต่ว่าถ้าถามคนอื่นผมไม่รู้ แต่ถ้าถามผม แรงครับ ผมจะกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า ท่านได้บริหารบกพร่อง ผิดพลาด ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพจนประชาชนเกิดความเดือดร้อนอย่างรุนแรง นี่คือสิ่งที่ผมกล่าวหา สิ่งที่ผมกล่าวหาคือเปึนข้อกล่าวหาที่ในทางการเมืองที่ผมบอกแล้วว่า ร้ายแรง ส่วนท่านจะมีเหตุผลมาหักล้างตอบภายหลังนั่นก็เปึนสิทธิของรัฐมนตรีอยู่แล้ว ท่านประธานครับ นี่คือตัวญัตติ ผมจะเริ่มต้นด้วยเนื่องจากว่าเราได้แบ่งหน้าที่กันทํา มีหลายเรื่องนะครับ มีเรื่องข้าว เรื่องอื่น เรื่องเยอะแยะครับ กระทรวงพาณิชย์ เพราะกระทรวงพาณิชย์เปึนกระทรวงที่ต้องไปทําหน้าที่ในการค้าขาย เขาเรียกว่า กระทรวงเกรดเอ เวลาเขาจัดรัฐมนตรีเขาถือว่าอยู่ในกระทรวงเกรดเอ เพราะฉะนั้น คนที่ไปนั่งกระทรวงพาณิชย์ ท่านมิ่งขวัญท่านยิ้มไว้ก่อน มีคนที่เคยนั่งกระทรวงพาณิชย์ แล้วได้เปึนนายกรัฐมนตรีมาแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าท่านไม่เสียชีวิตเสียก่อนก็อาจจะได้เปึน เพราะฉะนั้นเปึนกระทรวงที่สําคัญของประเทศ มีหน้าที่ส่งเสริมการค้าการขาย ทั้งภายนอกและในประเทศ และนอกจากส่งเสริมการขายแล้วยิ่งเราเปึนประเทศ เกษตรกรรมด้วย อุตสาหกรรมด้วย ในประเทศก็ต้องส่งเสริมให้มีการค้าการขาย เพราะฉะนั้นมันจะต้องเปึนกระทรวงที่สําคัญ และที่สําคัญที่สุดก็คือมีกฎหมายควบคุม ไม่ให้มีการค้าขาย แม้ว่าเราจะใช้กลไกตลาดการค้าเสรี แต่เราต้องควบคุมไม่ให้สินค้า บางชนิดเปึนการค้ากําไรเกินควร อันนี้เปึนหน้าที่ แล้วปัจจุบันนี้ยังมีกฎหมายลิขสิทธิ์ เข้าไปอีก เพราะฉะนั้นจึงเปึนกระทรวงที่สําคัญจริง ๆ ผมอยากจะกราบเรียนกับ ท่านประธานว่า ผมพยายามจะตรวจสอบก่อน เพราะว่าท่านรัฐมนตรีมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ตอนที่ท่านเข้ามาเปึนรัฐมนตรีทุกคนก็คาดหวังว่าท่านจะทําหน้าที่ได้ดี เพราะว่าท่านเปึน ทีมเศรษฐกิจของพรรคพลังประชาชน เปึนหัวหน้าทีม ตอนหาเสียงก็ออกไปดีเบท (Debate) ในทีวี พอท่านได้เปึนรัฐบาลเขาก็ให้ท่านไปอยู่กระทรวงนี้ แล้วได้เปึนรองนายกรัฐมนตรีด้วย แต่ท่านประธานครับ ท่านบริหารอย่างไรของท่านไม่รู้ ๔ เดือน มันวุ่นวายไปหมด เราดูได้จากข่าวสารของสื่อมวลชนทุกแขนง ผมยกมาเฉพาะหนังสือพิมพ์หัวเขียว หนังสือพิมพ์หัวเขียวคือไทยรัฐนั่นเอง เราต้องให้เครดิตเขา มีคอลัมนิสต์ (Columnist) ลมเปลี่ยนทิศ วันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๑ บอกว่าท่านบริหารให้โอกาสเปึนวิกฤติ หลายอย่างประเทศไทยน่าจะได้ขายสินค้า น่าจะได้ขายข้าว เพราะเราเปึนประเทศ เกษตรกรรม มีการประกาศว่าประเทศไทยเปึนครัวโลก วันนี้คนไทยต้องรวยแน่ ๆ เพราะเราเปึน ประเทศเกษตรกรรม แต่ด้วยความบกพร่องของท่านนี่ล่ะครับ บกพร่องทําให้โอกาส เปึนวิกฤติ ผมไม่ได้พูดเองนะครับ ลมเปลี่ยนทิศเขาบอกว่าท่านมีความสามารถในการ บริหารที่เรียกว่าบริหารให้เกิดความเฮงซวย นี่ชัดเจนหลักฐานอยู่ที่นี่ ทีนี้เมื่อเขาบอกว่า บริหารเฮงซวยเขาก็ให้เหตุผลในฐานะที่เขาเปึนคอลัมนิสต์ แต่ที่ผมจะกราบเรียนกับท่านว่า มันมีแนวโน้มที่จะเปึนเช่นนั้นจริง ๆ เพราะผมไปพบหลักฐานว่ากระทรวงพาณิชย์ไม่ได้ใช้ มาตรการทางกฎหมายเลย มีกฎหมายอยู่ในมือแต่ปล่อยให้มีการค้ากําไรเกินควร จนประชาชนที่เปึนเกษตรกรเดือดร้อนทั้งแผ่นดิน ซึ่งเดี๋ยวผมจะชี้ให้ประธานเห็น ท่านประธานครับ มันเดือดร้อนมากจริง ๆ ประเทศไทยเปึนประเทศที่เรามีรายได้จาก การส่งออกเฉพาะหมวดอาหาร ๑๕,๖๔๑ ล้านเหรียญ หมวดเกษตรและผลิตภัณฑ์ ๑,๑๒๙,๒๐๕ ล้านเหรียญสหรัฐ นี่เฉพาะหมวดอาหารนะครับ เรียกว่า ๑ ล้านล้าน ซึ่งจะมีอะไรบ้างมันมีอยู่ในรายละเอียด แต่น่าเสียหายครับท่านประธาน ในการทํา การเกษตรของประเทศหมวดอาหารซึ่งก็จะมีหลายอย่าง ประมวลรายได้จากการส่งสินค้า เกษตรของประเทศไทยเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรที่นั่งฟังอยู่ทางบ้าน ซึ่งก็ไม่ทราบจะหลับ กันแล้วหรือยังเพราะนี่ก็ไปไกลแล้ว แต่ก็คิดว่าคงจะมีคนสนใจอยู่บ้างละครับ ประเทศไทยเราส่งออกทํารายได้ไม่น้อยทีเดียว เฉพาะหมวดอาหาร ๑๕,๖๔๑ ล้านเหรียญ แล้วก็มีหมวดเกษตร สินค้าประเทศไทย ๑๐ อันดับแรกต้องประกาศให้รู้กันไปทั่วนะครับ พี่น้องชาวภาคใต้สามารถผลิตยางพาราและผลิตภัณฑ์คิดเปึนมูลค่าถึง ๓๓,๗๖๘ ล้านบาท นี่เฉพาะลําดับ ๑ ของประเทศไทย ลําดับที่ ๒ คือข้าวและผลิตภัณฑ์ข้าว ๑๒,๙๖๘ ล้านบาท แล้วก็ไปปลา ไปกุ้ง ไปไม้ มันสําปะหลัง น้ําตาล และผลิตภัณฑ์ไม้ ผลิตภัณฑ์กระดาษ แล้วก็ไปเนื้อไก่ลําดับ ๑๐ แต่ว่าทั้งหมดทั้งสิ้นใน ๑๐ ลําดับ มันต้องมีต้นทุนในการผลิต และต้นทุนในการผลิตเกิดวิกฤติอย่างมากเหมือนกับที่เกิดวิกฤติน้ํามันคือปุิยแพง ปุิยแพงชนิดที่เรียกว่ารัฐบาลไม่ควบคุมเลย ซึ่งผมจะได้เอารายละเอียดมาให้ประธาน ได้รับทราบ และท่านจะเห็นว่ามันมีกฎหมายที่จะควบคุมและรัฐบาลไม่ควบคุม และผม มีตัวอย่างของความไม่ได้เรื่องของรัฐบาลหรือไม่ได้เรื่องของกระทรวงพาณิชย์มาให้ ท่านประธานทราบด้วย ตลอดระยะเวลา ๔ เดือน เราดูจากหนังสือพิมพ์ ท่านดูครับ ชาวสวนปาล์มป่ดถนนประท้วง อันนี้ท่านประธานทราบดี และหลังจากพวกผมได้ออกมา ยื่นกระทู้ ท่านประธานก็คงทราบว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็ลงไปแก้ ขณะนี้ราคาก็ดีขึ้น วันนั้นผมเจอท่านที่สภา ผมก็บอกว่าราคาดีขึ้น แต่ว่ามันไม่จําเปึน ต้องประท้วงก็ต้องมาประท้วง เพราะว่ารัฐบาลไปอนุญาตให้มีการนําน้ํามันปาล์มเข้ามา ในประเทศ แม้นว่าตัวท่านเองไม่ได้อนุญาต แต่ท่านเข้ามาแล้วท่านมีสิทธิที่จะยับยั้งได้ เพราะว่าเขาต้องขออนุญาตผ่านกระทรวงพาณิชย์ในการนําน้ํามันปาล์มเข้า เพราะรัฐบาลก่อนโน้น รัฐบาลก่อนหน้าท่านมาอนุมัติไว้ ในที่สุดก็ต้องเกิดวิกฤติราคา จนประชาชนต้องมาป่ดถนนสายเอเชีย อันนี้เปึนที่ทราบกันดี มันไม่ใช่มีแต่ม็อบภาคใต้ ไม่ใช่มีแต่ม็อบสวนปาล์มครับ ม็อบชาวนา ม็อบชาวนานี่ชัดเลย ตัวแทนชาวนา สมาพันธ์ ชาวนา ประเทศไทยเปึนประเทศที่ปลูกข้าวและปัญหาข้าวนี่ล่ะเปึนปัญหาที่ท่านรัฐมนตรี ทําให้ปัืนป์วนไปทั้งประเทศซึ่งจะมีคนมาพูดทีหลัง จนชาวนาประกาศว่าจะเกิดม็อบ และการที่จะเกิดม็อบนี่ละครับ ทําให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พวกผมแทบจะไม่ต้องไว้วางใจเลย เพราะนายกรัฐมนตรีเข้าไปจัดการเอง เข้าไปจัดการเองเพราะว่าประกาศให้มี การแทรกแซงราคาข้าว ที่จริงข้าวมันไม่ต้องแทรกแซงราคาของมันดีอยู่แล้ว ถ้าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อย่าไปพูดจาให้มันสับสน แต่ว่าแทนที่ การแทรกแซงราคาข้าวซึ่งกรมการค้าภายในได้ทํามาในอดีต ได้ทํามาตลอด รู้เรื่องดี มีกลไกดี รู้จักโรงสี ทํามาเปึนประจําแล้วก็โกงกันมาประจําจนเรียกว่าโกงกันได้เปึนปกติ แต่ว่าถ้าควบคุมให้ดีก็โกงได้น้อย ตรงนี้เปึนการฟัองประธานว่าท่านนายกรัฐมนตรี เห็นว่าชาวนามาป่ดถนนแล้วจะเดินขบวนแล้วจะมาสมทบกับพันธมิตรแล้ว ในที่สุด ก็ต้องเรียกกระทรวงการคลังไปจัดการให้มีการรับจํานําข้าวเปลือก ๑๔,๐๐๐ บาทต่อตัน โดยไม่มีรัฐมนตรีมิ่งขวัญของผมเลย ถ้าเปึนลูกผู้ชายจริง ๆ แล้วต้องออกเลยต้องโมโหเลย มันทําได้อย่างไรหน้าที่ของผมแท้ ๆ ผมเปึนหัวหน้าทีมเศรษฐกิจมาหักหน้ากันได้อย่างไร แต่ว่าผมไม่รู้ว่าใครไปเจรจากันอย่างไร ท่านก็มานั่งยิ้มอยู่นี่ นี่เปึนข้อที่ ๑ ที่ผมฟัอง ประธานเลยว่าท่านได้บริหารให้เกิดความผิดพลาดในการที่ข้าวไม่จําเปึนต้องรับจํานําป้นี้ เพราะการรับจํานํามีแต่ขาดทุน รัฐต้องซื้อในราคาจํานํา คือต้องซื้อในราคาสูง ค่าโกดัง ค่าจัดการ ค่าใช้จ่าย สินค้าใดก็ตามที่รัฐลงไปแทรกแซงท่านไปดูเถอะครับ ประวัติผมเคยเปึนรัฐมนตรีผมรู้ แต่ละป้เอางบมาแสดงขาดทุนกันทุกป้ซึ่งเปึนเรื่องปกติ เพราะว่ามันต้องซื้อนําตลาด ซื้อแทรกแซง เรียกว่า ซื้อนําตลาด ท่านไปรับจํานําราคาถูก เกษตรกรก็เหยียบตายอยู่แล้ว มันก็ต้องซื้อนําตลาดก็ต้องขาดทุน เราไม่จําเปึนต้องทําเลย ต้องเอาเงินไปตั้งหลายพันล้านบาท หมื่นล้านบาทไปแทรกแซงข้าว นี่เปึนการฟัอง อย่างหนึ่งว่านายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ที่บอกว่ามีญาติเปึนหมอยังไม่ไว้วางใจ ให้ท่านมาร่วมในการรับแทรกแซงราคาข้าว แล้วในขณะเดียวกันประชาชนแทนที่จะได้ กินข้าวสารถูก ข้าวเปลือกแพง ข้าวสารถูก เพราะเราเปึนประเทศที่ผลิตข้าวได้มาก แต่ว่าเกษตรกรและประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะประชาชนเมืองต้องซื้อข้าวสารแพง พอซื้อข้าวสารแพง นายกรัฐมนตรีก็ดี รัฐมนตรีมิ่งขวัญของผมก็ดี ก็ตกใจทําข้าวถุง ธงฟัาอีก แล้วท่านดูสิมันทั่วถึงที่ไหน ข้าวถุงธงฟัาขาย ๑๒๐ บาท ไปเอาข้าวที่เราเก็บไว้ ในสต็อก (Stock) ๒ ล้านตัน เอามาสีอย่างไร ๆ ก็ไม่มีทางพอนะครับ เพราะว่าผลผลิต ในการผลิตข้าวมันทําไม่ทัน แต่แน่นอนขายผ้าเอาหน้ารอดถุงละ ๑๒๐ บาท ก็พอทําได้ แต่ขายไปขายมา ๑๒๐ บาท ในตลาด ๑๔๐ บาทมันก็มีการเวียนเทียน ในที่สุดข้าวคนจน ที่เราอยากจะให้ถึงมือคนจนมันก็ไปตกอยู่ในมือพ่อค้าคนกลางเพราะมีการเวียนเทียน ในที่สุดก็เลิก นี่เปึนการแสดงให้เห็นถึง ๒ เรื่องแล้วที่ท่านล้มเหลว ท่านประธานครับ พอม็อบชาวนาแล้ว ม็อบกุ้ง ท่านวิทยา แก้วภราดัย อยู่จังหวัดนครศรีธรรมราช พี่น้อง ชาวนากุ้งก็ไปป่ดสะพานติณสูลานนท์ เพราะรู้อยู่ว่ารัฐบาลนี้พูดดี ๆ ไม่ชอบต้องป่ด มีอะไรได้ก็ป่ด ดีนะครับผมว่าเกษตรกรเมืองไทยไม่ใจร้อน ถ้าใจร้อนนี่เผา เพราะรู้ว่าเผา มันคือเผาสตางค์ของตัวเอง เพราะสะพานก็ดี ทรัพย์สินก็ดีราชการมันเปึนเงินภาษีของ ประชาชนเขาไม่เผาแต่เขาเดือดร้อนเขาต้องกดดันรัฐบาล ถ้าไม่กดดันรัฐบาลก็ไม่เจรจาด้วย มันก็เกิดม็อบกุ้งขึ้น ม็อบกุ้งป้นี้น่าสงสาร ชาวนากุ้งกว่าจะได้น้ํามันเขียว กว่าจะได้ น้ํามันม่วง ซึ่งเวลานี้ไม่รู้ได้ใช้กันได้เท่าไรทั่วถึงหรือเปล่า พี่น้องชาวนากุ้งก็เดือดร้อนไปทั่ว ม็อบกระเทียม ผมยกตัวอย่างว่าอย่าพูดแต่ภาคใต้ อย่าพูดแต่ภาคตะวันออก ภาคเหนือ ก็โดนครับ ม็อบกระเทียม แล้วก็มีม็อบอื่น ๆ อีกเปึนม็อบผู้รับเหมา อันนี้เปึนตัวอย่าง ครับท่านประธานที่ให้เห็นว่ามันมีความไม่ชอบมาพากลและบกพร่องจริง ๆ ทีนี้ ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าในการที่ผมยกตัวอย่างมานี้ ถามว่ารัฐบาล ทําไหม รัฐบาลทําครับ แต่ว่าสิ่งที่รัฐบาลออกมามาตรการมา ๔-๕ เรื่องนี้ ผมจะกราบเรียน กับท่านประธานว่าไม่ได้เรื่อง มันไม่แก้ปัญหา
ข้อที่ ๑ กระทรวงพาณิชย์รายงานไปที่ ครม. ว่าได้แก้ปัญหาแล้ว โดยบอกว่าป้นี้เปึนป้ที่เกิดวิกฤติมากตั้งแต่ปลายป้ ๒๕๕๐ ปุิยก็แพงมาตลอด อ้างว่า น้ํามันแพง การที่น้ํามันแพง ปุิยมันประกอบด้วย เอ็นพีเค (NPK) เอ็น (N) ไนโตรเจน มันมาจากบาย โปรดักท์ (By product) ของการกลั่นน้ํามัน เพราะฉะนั้นเอ็นมันก็แพง พี (P) มันก็แพง เค (K) มันก็แพง และโลกทั้งโลกเวลานี้เขาตื่นกันมาก เขาปลูกพืช กันอย่างขนานหนัก เพราะฉะนั้นประเทศที่ผลิตปุิยได้เขาก็ไม่ขายให้เรา หรือถ้าเขาจะขาย ก็ขายแพง อันนี้เปึนเหตุผลบอกว่าปุิยแพง เพราะฉะนั้นป้นี้นับตั้งแต่ปลายป้ ๒๕๕๐ มาจนถึงรัฐบาลนี้เวลานี้ปุิยมันก็มีแต่ขึ้น ๆ เอาล่ะ ผมจะเอาเรื่องที่รัฐบาลแก้มาให้ ท่านประธานได้เห็นว่าไม่ได้ แก้อย่างนี้ไม่ได้ และชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ตายกับตาย อย่างเดียว ท่านเสนอคณะรัฐมนตรีว่าได้ดําเนินการรายงานไปถึงคณะรัฐมนตรีว่า คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการกําหนดให้ปุิยเคมีเปึนสินค้าควบคุม เห็นไหมครับ นี่กระทรวงพาณิชย์เข้ามาแล้ว มีหน้าที่ มีกฎหมาย เปึนสินค้าควบคุม และกําหนดมาตรฐาน มาตรการทางกฎหมายให้ผู้ผลิต ผู้ว่าจ้าง ผู้นําเข้า แจ้งราคา และรายละเอียดล่วงหน้า และห้ามเปลี่ยนแปลงก่อนได้รับอนุญาต ถ้าเราดูจากข้อ ๑ มาตรการนี้ปุิยไม่น่าจะแพงถึงตันละ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาทต่อตันในเวลานี้ เดี๋ยวผม จะชี้ให้เห็นว่าทําไมเมื่อเสนอ ครม. แล้วไม่ปฏิบัติตามมติ ครม. ข้อ ๒ รายงาน ครม. ว่า เมื่อมีคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าประกาศให้เปึนสินค้าควบคุมแล้วยังไปตั้ง อนุกรรมการขึ้น เขาบอกว่าให้ลงไปดูในรายละเอียด ได้ออกประกาศคณะกรรมการกลาง ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กําหนดให้ผู้ผลิต ผู้ว่าจ้าง ผู้นําเข้า หรือผู้จําหน่ายที่มี ปริมาณปุิยเคมีเดือนละ ๑๐๐ ตันขึ้นไปต้องแจ้งปริมาณ อันนี้ก็เปึนมาตรการไม่ให้สต็อก คือไม่ให้กักตุน พูดสต็อกเดี๋ยวพี่น้องชาวนาฟังเข้าใจยาก บอกว่ากักตุน กระทรวงพาณิชย์ เขาบอกอย่ากักตุนนะ ถ้าเกิน ๑๐๐ แล้วต้องแจ้ง นี่ฟังดูดีนะครับ
ข้อที่ ๒ อันนี้ละสําคัญที่ผมจะฟัองประธาน แล้วผมจะถามว่ารัฐมนตรี ทําไมถึงทําอย่างนี้ ถ้าผมไม่เห็นลายเซ็นท่านผมจะไม่โกรธเลย แต่นี่ผมเห็นลายเซ็นท่าน ข้อ ๒ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาราคาปุิยเคมี มีอธิบดีกรมการค้าภายใน เปึนประธาน อันนี้มีหน้าที่โดยตรง อนุกรรมการนี้มีหน้าที่อะไรครับ มีหน้าที่กําหนด ราคาปุิยที่เหมาะสมเปึนธรรมและมีปริมาณเพียงพอ ท่านประธานครับ ฟังดูแล้วมัน ชุ่มหัวใจ แต่ดูนะครับว่าคณะกรรมการนี้ทําอย่างไร ที่ผมพูดอยู่อย่างนี้ถ้าพี่น้องเกษตรกร ฟังอยู่ทางบ้านกรุณาได้ติดตามเลยนะครับว่าปุิยที่ท่านซื้ออยู่ในเวลานี้ท่านซื้อแพงกว่า ความเปึนจริง ที่จริงถ้ารัฐบาลใช้มาตรการทางกฎหมาย ท่านจะซื้อปุิยถูกกว่านี้ ตันหนึ่ง อย่างน้อย ๆ ๓,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท และเดี๋ยวผมจะบอกท่าน และเมื่อผมพูดจบพี่น้อง เกษตรกรเข้าใจ ผมขออนุญาตว่ารัฐมนตรีอย่าเพิ่งออกต่างจังหวัดเปึนเด็ดขาด อันตรายมาก ถ้าผมพูดจบผมเกรงว่าเกษตรกรจะไม่ให้ท่านกลับกรุงเทพฯ ท่านประธานครับ ในมาตรการต่อไปนี้ ๓ ข้อนะครับ ข้อ ๔ เขาเรียกว่าทําประชาสัมพันธ์ พี่น้องเกษตรกรก็บ่นกันมาก สภานี้ก็ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญก็นั่งอยู่ในนี้ พรรคพลังประชาชนก็ส่งมา ก็คิดว่าสภาจะช่วย พี่น้องประชาชนได้ ตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาราคาปุิยศึกษากันมา ๖๐ วัน ศึกษาไป ศึกษามาเวลาหมดขอต่อ ๑๒๐ วัน แต่ยิ่งประชุมปุิยยิ่งขึ้นครับ จนพวกนี้ไม่กล้า กลับบ้านแล้ว คณะกรรมาธิการวิสามัญที่ท่านประธานอนุญาตให้ไปทํางาน ๖๐ วัน หมดเวลาแล้วไปต่อเวลา ๑๒๐ วัน แต่ยิ่งต่อปุิยยิ่งขึ้นนะครับ กลับบ้านได้อย่างไร เพราะเราไม่มีกฎหมายในมือ ในที่สุดผมกราบเรียนกับท่านประธานว่า นี่เปึนรายงานที่เข้าไปใน ครม. ทําสีฟัาไว้ อ่านสักนิดนะครับเพื่อให้พี่น้องเกษตรกร ได้สบายใจ นายกรัฐมนตรีเสนอว่า จากการที่ได้เดินทางไปเยือนประเทศอินโดนีเซีย อย่างเปึนทางการเมื่อวันที่ ๒๖-๒๗ มีนาคม ๒๕๕๑ ฝ์ายอินโดนีเซียยินดีจะขายปุิยให้ ในราคาถูก ในราคายุติธรรม ดังนั้นจึงให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งส่งข้อมูล รายละเอียดของปุิยที่ต้องการให้นายกรัฐมนตรีทราบโดยเร็ว เพื่อจะได้ดําเนินการ ประสานงานจัดหาปุิยเคมีราคาถูกให้กับเกษตรต่อไป นี่รายงานที่นายกรัฐมนตรี แจ้งเข้าไปใน ครม. เดือนเมษายน ๒๕๕๑ แล้วบอกด้วยว่าในอินโดนีเซียเขามีปุิยตั้ง ๕ โรง ข้าพเจ้านายสมัคร สุนทรเวช ไปเจรจากับนายกรัฐมนตรีของอินโดนีเซียจะได้ปุิยราคาถูก แจ้งให้ ครม. ทราบ และตั้งแต่วันที่แจ้งจนวันนี้ปุิยยังไม่ได้สักเม็ดหนึ่ง ยังไม่ได้สักเม็ดหนึ่ง สัญญาก็ไม่เกิด ไม่ได้ซื้อเลย ไม่รู้ไปเจรจาแล้วมาแจ้งทําไม แล้วออกข่าวใหญ่โต ออกมาคุยทางโทรทัศน์ รายการสมัครอะไรนะ พูดจาประสาสมัคร พูดไปบ่นไป แล้วเอา เรื่องปุิยมาพูดด้วยครับท่านรัฐมนตรี นี่แหละที่ตายของท่านแหละ มาพูดว่าปุิยถูกจะมา เกษตรกรก็คอยนายกรัฐมนตรีพูดมันน่าเชื่อถือ เอาละนี่ไม่ได้สักเม็ดหนึ่ง พอในที่สุด มันก็เดือดร้อน กระทรวงพาณิชย์ครับเขาก็เก่งเหมือนกัน กรมการค้าภายในไปเรียก พ่อค้าปุิยมา ๙ ราย เพราะประเทศไทยจดทะเบียนไว้ ๔๐๐ กว่าราย ผู้ค้าปุิยคือ ทั้งผลิตปุิย ค้าปุิยนําเข้าได้ทั้งหมด ๔๔๗ ราย มีอยู่ ๙ รายครับ อธิบดีกรมการค้าภายใน ต้องถือว่าชมนิดหนึ่งว่า อุตส่าห์ดิ้นรนนะครับ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีบอกอาคมมันว่า อย่างเดียว พี่ทําตั้งหลายอย่าง น้องทําตั้งหลายอย่าง เพราะแกเรียกผมว่าพี่วันนั้น ทําตั้งหลายอย่างชมกันบ้าง เอาล่ะชม ๙ ราย แต่ท่านครับ ๙ รายนี้ปรากฏว่าเรียกพ่อค้า มาบอก ช่วยกันลดราคาปุิยหน่อยนะ อาจจะขู่เขาบ้างก็ได้ บอกว่านี่มันสินค้าควบคุม พ่อค้าเวลานี้เขาเรียกว่าได้เปรียบอยู่แล้ว ในที่สุดแต่ละบริษัทก็เอาปุิยมาให้ท่านรัฐมนตรี เอามาให้อธิบดี คิดเปึนจํานวนปุิย ๑๕๓,๕๐๐ ตัน ฟังดูดีนะครับ และบอกว่าปุิยนี้ มีหลายสูตรที่พ่อค้าเอามาให้ ยังไม่ได้รู้ว่าปุิยมีคุณภาพดีหรือเปล่า มันอาจจะค้างสต็อก ก็ได้ แต่เราเจตนาดีเอาว่าไม่ค้างสต็อกก็แล้วกันเพราะปุิยมันขาดแคลน ถูกกว่าราคา ท้องตลาดตันละ ๒๐๐-๑,๐๐๐ บาท รัฐมนตรีก็คุยกันใหญ่ว่าเจรจาเอาปุิยเขามาแล้ว บอกให้ลดราคา ๒๐๐-๑,๐๐๐ บาท แล้วมอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ไปจัดการ และอย่าขายให้กับคนรวย ขายให้กับเกษตรกรรายย่อยที่เปึนสมาชิก กรมส่งเสริมสหกรณ์ ทฤษฎีนี่ใช้ได้ แต่ว่าบอกว่าการขนส่งปุิยเนื่องจากว่ากรมสงเสริมสหกรณ์พวกนี้ไม่ใช่ มีรถสิบล้อเสียที ก็บอกว่าปุิยราคาถูกนี้ให้แจ้งมาว่าใครจะซื้อเท่าไรตามสัดส่วน แต่ต้องมา รับปุิยเอาเองที่โรงงาน ดูสิ เพราะฉะนั้นที่ลดไปได้ ๒๐๐ บาท ถ้ามารับปุิยเอง บวกเข้าไปอีก ๔๐๐ บาท ไปกลับแพงกว่าซื้อที่ต่างจังหวัดอีก ผมจึงบอกว่ามันไม่ได้เรื่องแล้วปุิย ๑๕๐,๐๐๐ ตัน ในประเทศไทยป้หนึ่งเราใช้ปุิย ๔.๓ ล้านตัน เห็นไหมครับ ปริมาณส่งออก เท่าไร พืชเรามีกี่ชนิด แล้วเราได้ปุิยมา ๑๕๐,๐๐๐ ตัน เกษตรกรฟังดูแล้วเหมือนกับว่า รัฐบาลจะมีปุิยราคาถูก แต่จริง ๆ ไม่ได้หรอกครับเพราะต้องผ่านกระบวนการสหกรณ์ และต้องมารับที่โรงงาน ค่าขนส่งต้องจัดการเองและต้องจ่ายเงินสด นี่วันที่รายงาน ครม. นี่คือหลักฐานที่รายงาน ครม. ผมก็ได้มา ยังมีปุิยเหลืออยู่ ๔๓,๒๒๔ ตัน ท่านรัฐมนตรี แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ผมไม่ไว้วางใจได้อย่างไรครับ ความต้องการปุิยเปึนแสน ๆ ตัน เปึนล้านตันในฤดูกาลที่ผ่านมาเราใช้ปุิย ๑.๗ ล้านตัน เราได้ปุิยราคาถูกมาตันละ ๒๐๐ บาท ๓๐๐ บาท ๔๐๐ บาท เราได้มา ๑๕๐,๐๐๐ ตัน วันนี้ยังจําหน่ายไม่หมดเหลืออยู่ ๔๐,๐๐๐ กว่าตัน พวกท่านลองคิดดูสิ ๔๐,๐๐๐ กว่าตัน ยังเหลือ นั่นแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของกรมการค้าภายใน ประสิทธิภาพของ กรมส่งเสริมสหกรณ์ อย่างนี้ไม่ไหวนะครับ ไม่ไหวแล้ว และปุิยนี้ท่านประธานครับ มันเทียบส่วนกับปุิยจํานวนมากที่ประชาชนต้องการไม่ได้เลย แต่อย่างน้อย ๆ ก็บอกได้ว่า ปุิยนี้ราคาจะถูกกว่าท้องตลาดเล็กน้อยเท่านั้นเพราะฉะนั้นมาตรการนี้ที่ท่านได้ดําเนินการ ไปแล้วไม่สามารถช่วยเยียวยาและได้แก้ปัญหาให้เกษตรกรได้เลย มันน้อยเกินไป แล้วไปคิดเขาเงินสดอีก และสหกรณ์บ้านเราท่านก็รู้แล้วพวกนี้ซื้อเงินเชื่อกันทั้งนั้นแหละ เราต้องไว้ใจเขาเพราะเปึนเกษตรกรที่อยู่ในสหกรณ์นิคม อยู่ในกรมส่งเสริมสหกรณ์ มีชุมนุมเกษตรกรด้วย เพราะว่ามีกรมส่งเสริมการเกษตรเข้าไปดูแลด้วย เดี๋ยวนี้ไว้ใจได้ แต่ถ้าจะให้เขาซื้อเงินสดยากที่จะไปช่วยเหลือเขาหรือแก้ปัญหาให้เขาได้ มาตรการนี้ก็ผิด ตั้งแต่ต้นทําไมต้องซื้อเงินสดละพ่อค้าไม่ไว้ใจสิ พ่อค้าบอกรัฐบาลกูไม่เชื่อว่ามาขอปุิย ราคาถูกไปขายแล้วยังซื้อเงินเชื่ออีก รัฐบาลต้องมีวิธีการเราไม่ต้องไปแนะนําหรอก พ่อค้าไม่เชื่อรัฐบาลแล้วจะเชื่อใคร แต่ในที่สุดปุิยนี้ก็ไม่ถึงมือเกษตรกร
มาตรการสุดท้ายอันนี้ออกข่าวใหญ่มาก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็เสนอเข้าไป อันนี้ไม่ค่อยเกี่ยวกับท่านเท่าไร เสนอท่านเข้าไปแต่ผมชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลนี้ แก้ปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนอย่างไร ขอซื้อปุิยราคาถูก เข้าใจว่าขอไปเปึน ๑,๐๐๐ ล้านบาท นายกรัฐมนตรีเห็นว่าคุณสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อยู่พรรคชาติไทย ให้มา ๓๐๐ ล้านบาท ท่านลองคิดดูสิซื้อปุิยมาขายไม่ขาดทุนอยู่แล้วอย่างดีก็เสมอตัว แต่ว่าขอไปเปึน ๑,๐๐๐ ล้านบาท ให้มา ๓๐๐ ล้านบาท ๓๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าซื้อปุิยได้เท่าไร ซื้อปุิย ๔-๑๖-๐๐ คิดเปึนตันได้ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ตันเศษ ไม่ถึง ๒๕,๐๐๐ ตันด้วย ในเงิน ๓๐๐ ล้านบาท ท่านลองนึกภาพออกไหมครับบอกว่า ซื้อสูตรเดียว ๔-๑๖-๐๐ ให้ชาวนาพี่น้องชาวกระบี่ พี่น้องชาวพัทลุง ชาวภาคใต้ที่ปลูก ยางพาราพวกภาคใต้อย่าไปเอาเงิน ๓๐๐ ล้านบาท ให้ชาวนาเขาเถอะ ๓๐๐ ล้านบาท แต่ว่าชาวนาที่ฟังผมอยู่ก็อย่าดีใจครับ ตั้งแต่ ครม. อนุมัติให้ซื้อวันนี้ยังซื้อไม่ได้ครับ นี่ ๒ ไม่ได้แล้วนะครับ อินโดนีเซียของนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้ นี่เงินให้มาแล้วคุณไปซื้อปุิย ซื้อได้ที่ไหนเงิน ๓๐๐ ล้านบาท จะไปซื้อปุิยได้อย่างไรพ่อค้าเขาซื้อทีหนึ่งล้านตัน แล้วเขาซื้อที ๒ รถ ๓ รถ รัฐบาลมี ๓๐๐ ล้านบาท ไปซื้อปุิยอะไรมาละครับ ในที่สุดก็มี คนมาเสนอว่าไปซื้อที่โน้นสิ ยูเครนสิ ยูเครนมีปุิยราคาถูก ใช้รองปลัดกระทรวงวิ่งไปยูเครน ไม่รู้ใครหลอก ปรากฏว่าไปเปึนอาทิตย์ ยูเครนตั้งแต่เขาตั้งประเทศไม่เคยขายปุิยให้ใคร ได้เลยเพราะไม่มีใครกล้าซื้อ มันมีสารกัมมันตภาพรังสี ทีนี้เสร็จเลยซื้อปุิยยูเครนมา ปลูกพืชเสร็จเอาปุิยยูเครนใส่เขาไม่กล้าซื้อสินค้าเราอีกคิดว่ามีสารกัมมันตภาพรังสี วันนี้รองปลัดคนนั้นกลับมามือเปล่า เลยหันกลับมาหาใครละครับ ไปหาจีนเพื่อนบ้านเรา เพราะจีนอยู่ใกล้ที่สุดคิดว่าจีนจะขายให้ จีนก็บอกตอนนี้ไม่มีเพราะจีนต้องการใช้ปุิย จีนขึ้นภาษีส่งออกจาก ๓๐ เปึน ๑๕๐ เปอร์เซ็นต์ หรือเปึน ๑๓๕ เปอร์เซ็นต์ ตัวเลข ประมาณนี้ สรุปก็คือปุิยจีนก็แพง ถ้าพ่อค้าซื้อก็แพงแต่พยายามจะบอกว่ารัฐบาลซื้อ ใช้วิธีการเจรจาเหมือนกับว่าไปขอเขาว่าในฐานะที่เปึนมิตรประเทศคุณอย่าเก็บภาษี ส่งออก ๑๕๐ เปอร์เซ็นต์อย่าเก็บ ขอซื้อหน่อยสัก ๓๐๐ ล้านบาท ขายผ้าเอาหน้ารอด จนวันนี้ปรากฏว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็มารายงานให้ คณะกรรมาธิการทราบว่ายังซื้อไม่ได้ ยังไม่ได้ลงนามอะไรสักอย่างเลย เพราะฉะนั้นวันนี้ ๔ เดือนเต็ม ๆ พี่น้องประชาชนก็ยังต้องซื้อปุิยแพงต่อไป ความเสียหายครับท่านประธาน ผมเข้าประเด็นนี้ท่านประธานฟังให้ดีนะครับ ปุิยทั้งหมดที่ผมจะกราบเรียนต่อไปนี้เปึนปุิย ที่ผมไม่ใช่กล่าวหารัฐมนตรีลอย ๆ ถ้าสมมุติว่าน้ํามันที่เราซื้อกันทุกวัน ที่เราเติมกันทุกวัน มีประกาศราคาขึ้น เดี๋ยวประกาศขึ้น ๔๐ สตางค์ เดี๋ยวขึ้น ๘๐ สตางค์ ขึ้น ๆ ลง ๆ ชาวบ้านชินกับน้ํามันแล้ว พูดง่าย ๆ ว่า มีการประกาศราคาทุกวัน แต่ปุิยไม่ประกาศ ไม่รู้มันซื้อมาเท่าไร แต่เห็นขึ้นอย่างเดียว ขายขึ้นอย่างเดียว เราก็สงสัยว่าทําไมมันเปึนอย่างนี้ ถ้าสมมุติว่าเขาซื้อมาแพง เขามา ขายแพงนี่ฟังได้ แต่รัฐบาลต้องบอกว่าราคาทุนเท่าไร ถ้าเขาซื้อมาถูกขายถูกอย่างนี้ มันยุติธรรม ท่านประธานครับ ผมพบว่าซื้อมาถูกขายแพงแล้วรัฐบาลไม่ทําอะไร ท่านมิ่งขวัญของผมไม่ทําอะไร ผมพยายามจะไปเอาราคามาให้ท่านได้ดูได้เห็นว่า นายอาคมเวลาแกพูดจาอะไรไม่ใช่แกพูดลอย ๆ ตารางนี้เปึนตารางราคานะครับ ผมไม่สามารถจะเบี้ยวได้ เพราะเปึนราคาที่พ่อค้าปุิยแจ้งไว้กับกรมศุลกากร เพราะฉะนั้น เขาต้องแจ้งราคาจริง นี่เปึนตารางที่แจ้งราคาปุิยไว้ประจําเดือนต่อกรมศุลกากร นี่ผมยกมาเฉพาะสูตรเอ็นพีเค สูตรแรกคือผมยกมาเพื่อจะบอกกับท่านประธาน และพี่น้องเกษตรกรที่ฟังอยู่ว่าปุิยสูตรแรกเขาเรียกว่า ยูเรีย หรือภาษาอังกฤษ ไนโตรเจน เอ็น ๔๖-๐-๐ นี่ชาวนาได้เต็ม ๆ ปุิยสูตรนี้ปรากฏว่าผมไปดูมา ผมให้ความเปึนธรรม รัฐบาลนะครับ รัฐบาลเข้ามาเดือนกุมภาพันธ์ เราอย่าไปดูย้อนหลังเพราะย้อนหลัง ปุิยมันก็เริ่มขึ้นมาตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐ แล้ว แต่ท่านประธานครับ เวลาเราจะดูราคาปุิย มันเปึนสินค้าที่เขาสั่งล่วงหน้า เพราะฉะนั้นถ้าเราจะดูราคาวันนี้เราต้องถอยหลังไป ๒ เดือน ปุิยในโกดังเปึนปุิยที่เขาสั่งเมื่อ ๒ เดือนที่แล้ว เพราะฉะนั้นจะเอาราคาตรงนี้ มาโชว์รัฐมนตรีหรือมาโชว์อธิบดีไม่ได้ อ้ายนี่มันขึ้นอยู่แล้วราคาแต่ละวัน เราต้องถอยหลัง ไปว่าปุิยในโกดังของคุณนี่คุณซื้อมาเมื่อ ๒ เดือนที่แล้ว เราต้องดูราคา ๒ เดือนที่แล้ว ท่านประธานครับ ผมเอาโกดังกรุงเทพฯ เอาปุิยยูเรียเมื่อเดือนมกราคม ราคา ๑๓,๘๕๐ บาทต่อตัน นี่เฉพาะปุิยนานะครับ พอถึงเดือนกุมภาพันธ์รัฐบาลนี้เข้ามาแล้ว ปุิยมันขึ้นไป ๑๔,๘๐๐ บาท มันก็ไม่หยุดขึ้นไปเรื่อย มีนาคม เมษายน ๑๕,๕๐๐ บาท วันที่ ๒๙ เมษายน ราคาที่กรมการค้าภายในให้ ๑๙,๐๐๐ บาท เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน คือ ๒-๓ วันนี้ครับ ๒๗,๐๐๐ บาท ดูสิครับ จาก ๑๓,๐๐๐ บาทเมื่อต้นป้ วันนี้ ๒๗,๐๐๐ บาท ไม่มีลงเลยครับ และเมื่อผมบอกว่าปุิยมันขึ้นราคา แน่นอนพ่อค้าก็ต้อง มีกําไรแต่อย่าค้ากําไรเกินควร เราก็ไปดูราคาต้นทุนเฉพาะ ๑ กุมภาพันธ์ที่รัฐบาลนี้ เข้ามานะครับ เขาขายปุิยกัน ๑๔,๘๐๐-๑๔,๙๐๐๐ บาท แล้วต้นทุนที่ผมไปดูที่ กรมศุลกากรราคา ๑๑,๗๖๖.๔๗ บาท ผมบวกค่าใช้จ่ายที่กรมศุลกากร ค่าขนย้าย ค่ากรรมกร ค่าบรรจุถุง ให้สัก ๗๐๐ บาท เพราะวันนั้นถามโรงงานปุิยว่าเท่าไร เขาบอกว่า ตันหนึ่ง ๗๐๐ บาท เพราะฉะนั้นเมื่อตันหนึ่ง ๗๐๐ บาท ก็ยังเปึน ๑๒,๔๖๖ บาท มันยังกําไรตั้ง ๒,๓๓๔ บาท ณ หน้าโรงงาน แต่ท่านประธานครับ เนื่องจากว่า กระทรวงพาณิชย์ไม่ได้ควบคุม ปล่อยให้พวกนี้ขายตามอําเภอใจ พอมาถึงพฤษภาคม วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ผมก็ไปเช็กย้อนหลังว่าราคานําเข้ามาเท่าไร ผมก็ต้องถอยหลังไป ๒ เดือน ถอยหลังไป ๒ เดือน ก็พบว่าคุณซื้อปุิยยูเรียมา ๑๔,๐๐๐ บาท นี่คือหลักฐานว่า ซื้อมา ๑๔,๐๐๐ บาท ขาย ๒๑,๕๐๐ บาท เห็นไหมครับ พี่น้องเกษตรกรฟังเถอะครับ ล่อไป ๗,๐๐๐ บาทแล้ว พอรัฐบาลนี้เข้ามานะครับ มันรู้เลยว่ารัฐบาลมัวแต่ชุลมุนอยู่ ชุลมุนในเรื่องตําแหน่งเรื่องโน้นเรื่องนี้ พ่อค้าก็ล่อเลยขึ้นไปตันละ ๗,๐๐๐ บาท เฉพาะปุิยเคมีของชาวนา ๔๖-๐-๐ มาวันนี้คือวันที่ ๒๓ มิถุนายน ยังอยู่ที่ ๒๖,๕๐๐ บาท และ ๒๗,๐๐๐ บาท ก็ปรับราคามาเล็กน้อย แต่ว่าล่อไปแล้ว ๗,๐๐๐ บาทต่อตัน ท่านประธานครับ ในราคา ๒๗,๐๐๐ บาทนี้ เดือนมิถุนายน ผมก็ไปย้อนหลังดูปรากฏว่าซื้อมา ๑๓,๐๐๐-๑๔,๐๐๐ บาท วันนี้ชาวนา โปรดทราบนะครับ โรงงานปุิยเอากําไรท่านไปตันละ ๑๓,๐๐๐ บาท ณ วันนี้ อยากได้ เปึนกระสอบก็เอา ๒๐ ไปหาร ตันหนึ่งก็มี ๒๐ กระสอบ แล้วอย่างนี้รัฐมนตรี เรามีรัฐบาล ไว้แก้ปัญหา แล้วปล่อยปละละเลยมาได้อย่างไร เอาไปดูปุิยสําหรับที่ใช้กับยาพารา และผลไม้บ้าง คือ ๑๘-๔๖-๐ อันนี้ฟังแล้วเหมือนกับแทบฆ่าตัวตายเลยครับ วันนี้ตันหนึ่ง ๔๖,๐๐๐ บาท เมื่อเดือนมกราคม ๑๙,๐๐๐ บาท มันขึ้นมาทุกวัน มันขึ้นทุกวันมาถึงวันนี้ ๔๖,๐๐๐ บาท ผมก็ไปดูราคาว่าคุณนําเข้ามาเมื่อ ๒ เดือนที่แล้วเท่าไร นําเข้ามาตันละ ๓๕,๐๐๐ บาท ๓๕,๐๐๐ บาท ขายไป ๔๖,๐๐๐ บาท คุณเอาได้อย่างไร ๑๑,๐๐๐ บาท ต่อตัน อย่างนี้เกินไปแล้วเรียกว่าค้ากําไรเกินควร ผมดูหมดทั้งเคด้วย เคนี่คือโปแตช (Potash) โปแตชเปึนพวกพี่น้องชาวภาคใต้ใช้มากที่สุดเพื่อใส่ในปาล์ม แล้วพวกนี้มีสตางค์ ตอนนี้ปาล์มกิโลกรัมละ ๕ บาทซื้อเลย มีเงินสดซื้อ ๓๑,๕๐๐ บาท ต้นทุน ๑๔,๐๐๐ บาท ลบกับ ๓๑,๕๐๐ บาท กําไรตันละ ๑๗,๕๐๐ บาท นี่ผมฟัองเลย พี่น้องชาวสวนปาล์ม ที่ร้องโอดโอยว่าลูกหนึ่งกระสอบ ๑,๐๐๐ กว่าบาท เพราะว่าพ่อค้าขายเอากําไรถึงตันละ ๑๗,๕๐๐ บาท ทีนี้ท่านประธานครับ ตัวเลขนี้เปึนตัวเลขที่ผมชี้ให้ท่านประธานเห็นว่า ซื้อถูกขายถูกไม่ว่า ซื้อมาถูกขายแพงมันรับไม่ได้ แล้วรัฐบาลไปออกกฎหมายควบคุมไว้ ผมกลับไปที่คณะกรรมการควบคุมราคาที่ไปแจ้งไว้ใน ครม. ท่านประธานคงจะทราบว่า ประเทศไทยมีพระราชบัญญัติควบคุมราคาสินค้าเมื่อป้ ๒๕๔๒ ผมต้องพูดถึงคนทํา ความดีไว้หน่อย ท่านดอกเตอร์ศุภชัย พานิชภักดิ์ เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านก็รู้ว่าประเทศเราเปึนประเทศเสรี แม้นว่าเราจะอ้างกลไกตลาด แต่ว่ากลไกตลาด มันไม่ทํางานท่านรัฐมนตรีก็รู้ เพราะว่าคนที่เปึนคนคุมกลไกปุิยที่สั่งปุิยเข้าเกิน ๑ ล้านตัน ในประเทศไทยมีอยู่ ๓ เจ้า มีอยู่จริง ๔๐๐ กว่าเจ้า ถ้ามันแข่งขันกันได้จริง ๆ ราคาปุิย ท่านรัฐมนตรีไม่ต้องปวดหัว แต่แข่งขันไม่ได้เพราะมันมีเจ้าใหญ่อยู่ ๓ เจ้า ไม่เกิน ๕ เจ้า ท่านศุภชัย พานิชภักดิ์ ในขณะนั้นท่านนายกรัฐมนตรีต้องเอ่ยชื่อท่านหน่อยครับ ชวน หลีกภัย ได้ออกพระราชบัญญัติควบคุมสินค้าเอาไว้ และทําให้รัฐมนตรีได้ออก ประกาศ ทีนี้มาที่ท่านมิ่งขวัญแล้ว พอปุิยขึ้นราคา กฎหมายที่ท่านศุภชัยออกไว้ใช้กับ สินค้าตัวอื่นหมด ยกเว้นปุิย ปุิยมีคณะกรรมการไว้ชุดหนึ่ง ไม่ใช่สมัยท่านมิ่งขวัญออกไว้ สมัยก่อน แต่ปรากฏว่าประชุมครั้งสุดท้ายเมื่อป้ ๒๕๔๗ เพราะเมื่อก่อนปุิยไม่มีปัญหา เมื่อไม่มีปัญหาก็ไม่ต้องควบคุม ไม่ต้องประชุม แต่ว่าท่านมิ่งขวัญก็ไว เพราะรู้ว่าวันหนึ่ง ท่านจะต้องมาเจอผมตรงนี้ ผมต้องชมว่าไวนะครับ วันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๑ ท่านมิ่งขวัญก็ลงนามในการประกาศคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ตามพระราชบัญญัติที่ท่านศุภชัยได้ออกไว้ สภานี่แหละอนุมัติให้ไปควบคุมราคาสินค้าได้ ทั้งหมดแต่งตั้งคณะกรรมการไป ๑๐ คน ให้มีหน้าที่ติดตามภาวะสินค้าต้นทุน ต้นทุน การผลิต ราคาจําหน่ายปุิยรวมทั้งปริมาณและความต้องการใช้ปุิยเคมี ศึกษา วิเคราะห์ กําหนดราคาที่เหมาะสม กํากับดูแลให้มีการจําหน่ายปุิยเคมีแก่เกษตรกรในราคาที่ เหมาะสมและเปึนธรรมในคําสั่ง ลงคําสั่งวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๑ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประธานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้า และบริการ ท่านตั้งคนไป ๑๐ คน แต่ที่ผมไม่เห็นด้วยกับท่าน แทนที่ท่านจะหาตัวแทน ที่เปึนตัวแทนผู้ใช้ปุิยที่เปึนคนยากคนจน ท่านตั้งข้าราชการ อธิบดี ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ผู้แทนกรมส่งเสริมการเกษตร อันนี้เขาเรียกว่าเปึนฟอร์แมท (Format) คือเปึนฟอร์มที่ต้องตั้งคนที่เกี่ยวข้อง แล้วก็มีผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปึนอนุกรรมการ ผู้แทนสมาคมชาวนาไทย ผู้แทนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยตั้งไป แต่ที่น่าตกใจปรากฏว่าพอผมอ่านชื่อแล้วตกใจเลยครับ ไปตั้งเอาพ่อค้าปุิยเปึนที่ปรึกษา อาวุโสที่มาจากผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ปรากฏว่าชื่อเปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช ขอประทานอภัยที่ต้องเอ่ยนาม ไม่น่าจะเสียหาย เพราะท่านรัฐมนตรี ตั้งเขาเปึนกรรมการ แต่ปรากฏเขาเปึนใครครับ เขาเปึนที่ปรึกษาอาวุโสของบริษัท ไทยเซ็นทรัล ขายปุิยยักษ์ใหญ่ ท่านตั้งเข้าไป อีกคนหนึ่งชื่อนายมนู เจียรวนนท์ บริษัทอะไรท่านก็รู้อยู่แล้วก็ไม่ต้องบอกก็ได้ว่าเปึนเจียไต๋ ๒ คนนี้ท่านประธานครับ เปึนยักษ์ใหญ่ในวงการค้าปุิยแห่งประเทศไทย แล้วมันจะทําให้ปุิยถูกได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่ ผมไม่ไว้วางใจท่านเลย แล้วท่านไปตั้งชาวนามาด้วยคนหนึ่ง อ้ายหมอนี่ ผมไม่อยากจะ เอ่ยชื่อจริง ๆ แค้นเปึนอย่างมาก เพราะว่าตั้งแต่เขาตั้งวันที่มาประชุมมันไม่มาครับ ไม่รู้ท่านไปตั้งใครมามันไม่มาประชุม ในรายงานการประชุมที่ผมได้ไม่มาประชุม อ้ายหมอนี่ผู้แทนชาวนาไทย และปรากฏพอเขาตั้งเสร็จเขาก็ว่ากันในเรื่องหลายเรื่อง เขาบอกว่าท่านอธิบดีถามที่ประชุมว่าให้ใช้มาตรการทางกฎหมายเหมือนที่ผมอภิปราย ให้ใช้มาตรการทางกฎหมายให้ผู้ค้าปลีกต้องป่ดปัายแสดงราคาจําหน่ายดีไหมครับ ฟังดูดี คือราคาปุิยต่อไปนี้หลังจากมีประกาศฉบับนี้แล้วปุิยต้องเขียนราคาไว้ที่กระสอบ เหมือนกับเราไปซื้อข้าวสาร เหมือนกับเราไปซื้อไก่ ตั้งแต่วันที่ประกาศ ตั้งแต่วันที่ประชุม วันนี้พี่น้องเกษตรกรเห็นราคาปุิยที่กระสอบแล้วยัง ประชุมเฉย ๆ ไม่มีทางปฏิบัติเลย ไม่สั่งการเลย อย่างนี้บกพร่องไหมครับท่านรัฐมนตรี ท่านประธานครับ บกพร่องนะครับ มาตรการมี แต่ถ้าคุณมีมาตรการ ราคาต้นทุนที่โรงงานหมื่นหนึ่ง บวกค่าขนส่ง บวกค่ากําไร พอไปถึงต่างจังหวัดตันละ ๑๓,๐๐๐ เขียนหน่อย กระสอบละเท่าไร เขียนหน่อย เกษตรกรจะได้รู้ ถ้าพ่อค้ายี่ปัูวะคนไหนมันขายเกินราคาที่กระสอบจะได้ ไปแจ้งพาณิชย์ อย่างนี้แหละเขาเรียกว่าช่วยเกษตร อันนี้มันไม่ทํามีมาตรการประชุม แต่ไม่ทํา เพราะฉะนั้นมาตรการทางกฎหมายที่ประชุมไปไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาตรการ ทางการบริหารให้จัดส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจภาวะราคาอย่างใกล้ชิดเปึนประจําต่อเนื่อง ทุกสัปดาห์ ปัองกันปราบปราม การฉวยโอกาสขึ้นราคาหรือกักตุน หากมีการฝ์าฝ๋น จะปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเข้มงวด จัดตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ฮอทไลน์ (Hot line) อาสาธงฟัา ๑๕๖๙ พร้อมทั้งจัดเตรียมหน่วยตรวจสอบเคลื่อนที่เร็ว โมบาย ยูนิต (Mobile Unit) ออกไปตรวจสอบทันที ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ไม่มีโมบายไปที่ไหนเลย ไม่เคยจับได้สักกระสอบหนึ่ง ดี ไม่ดี พอถึงไปตรวจสอบปัูบพอเจ้าของผู้ร้านค้าปุิย เห็นเจ้าหน้าที่มาเรียกไปกินกาแฟหลังบ้านแล้วปล่อยให้กลับก็เรียบร้อยขายเต่าไป ไม่มีมาตรการเลย ไม่มีการจับกุมเลย ไม่มีการดําเนินการเลย ผมฟัองเกษตรกรเลยว่า ที่จริงปุิยพี่น้องเกษตรกรมันไม่ได้แพงอย่างนี้หรอกครับ เพราะว่าผมได้บอกแล้วว่า การซื้อปุิยเขาต้องนําเข้ามาล่วงหน้า ล่วงหน้าตั้ง ๒ เดือน ราคาผมบอกแล้ววันนี้เอากําไร มาก ๆ จริง ๆ เอากําไรไปตันละ ๑๑,๐๐๐ หรือเฉลี่ยว่าประมาณ ๑๑,๐๐๐ บาท แต่ข้อ ๓ ครับ คณะกรรมการชุดนี้ปรากฏว่าหลังจากประชุมกันเสร็จ มีบริษัทปุิยทั้งหมด ๔ ราย เข้ามาขออนุมัติเพื่อขอขึ้นราคา เพราะว่ามันไม่ได้ประชุมมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ พอเขาตั้งมาก็ประชุมเลย แล้วก็ขอขึ้นราคา ปรากฏในจํานวน ๔ รายนั้น จํานวน ๘๕ รายการ ขอปรับราคา โดย ๗๒ รายการ ปรับราคาสูงขึ้นฟังแล้วน่าจะตกเก้าอี้เลย ปรับราคาสูงขึ้นจาก ๐.๙๑ เปอร์เซ็นต์ เปึน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๑๓ รายการคงเดิม อีก ๗ รายการ หมายถึงสูตรแต่ละสูตร อีก ๗ สูตร ปรับราคาสูงขึ้นจาก ๗ เปอร์เซ็นต์ เปึน ๑๕๘ เปอร์เซ็นต์ อนุมัติ เพราะคนอนุมัติมันขายปุิย มันนั่งขายปุิยอยู่ ถ้ามีชาวนาเข้าไปนั่ง มีตัวแทน เกษตรกรนั่ง มันจะได้ขึ้นอย่างนี้หรือ เราก็รู้ว่าซื้อมาเท่าไร แต่วันนี้คณะกรรมการ ก็ได้อนุมัติไปแล้ว นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าวันนี้เปึนวันที่เราจําเปึนจะต้องไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เพราะว่าเฉพาะเรื่องปุิยเรื่องเดียวท่านทําให้พี่น้องประชาชนที่เปึนเกษตรกรเดือดร้อน ไปทั่วแผ่นดิน ผมว่าเดือดร้อนจริง ๆ เรื่องปุิย แล้วจะมาอ้างว่าให้ไปใช้ปุิยอินทรีย์ ไม่ได้หรอกครับ ปุิยอินทรีย์มันต้องใช้ถึง ๑๐ เท่า ๒๐ เท่า ถึงจะมีปริมาณเท่ากับปุิยเคมี ซึ่งผมเคยอภิปรายในสภานี้แล้ว และไปถามอาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็ได้ และธาตุอาหารมันไม่เพียงพอที่จะมาทดแทนกับปุิยเคมี ความต้องการของเรา ๔.๓ ล้านตันต่อป้ ถ้าเราปล่อยให้ราคาสูงไปเช่นนี้ ผมว่าพี่น้องเกษตรกรก็จะต้อง ลําบากมาก ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานว่าผมเอาเฉพาะช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา ๑ ล้าน ๗ แสนตัน ท่านรัฐมนตรีครับ ๑ ล้าน ๗ แสนตันที่ประชาชนซื้อปุิยไปแล้ว ถ้าพ่อค้าฉวยโอกาสขึ้นกําไรเอากําไรเกินควร วันนี้ถ้าเหมือนตัวเลขที่ผมพูดเมื่อสักครู่ ๑๑,๐๐๐ กําไรตันหนึ่งผมเอาหมื่นเดียว ๑ ล้าน ๗ แสนตัน ประชาชนทั้งประเทศใช้ปุิย ทุกสูตร ทั้งชาวนา ชาวไร่ ชาวสวนปาล์ม ชาวสวนยาง วันนี้พี่น้องเกษตรกรต้องจ่ายเงิน ในสิ่งที่ไม่จําเปึนเกินราคาไปแล้ว ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดเลขถูกไหมท่านรัฐมนตรีครับ เงิน ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท มันน่าจะตกอยู่กับชาวนา ชาวไร่ ที่เปึนคนยากคนจน เพราะวันนี้ เขาผลิตสินค้าออกมา แต่เขาต้องจ่ายเกินความจําเปึน ผมจึงคิดว่า ๔ เดือนที่เปึนอยู่นี้ มากพอแล้วสําหรับรัฐมนตรีมิ่งขวัญ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า และถ้าปล่อยต่อไปอีกจําเปึนต้องไม่ไว้วางใจอย่างไร เพราะถ้าปล่อยต่อไปปุิยก็ยัง เข้ามาอีก และคณะกรรมการชุดนี้ก็ไม่ทํางานเหมือนเดิม ไม่ควบคุมราคาเหมือนเดิม กรมการค้าภายใน อธิบดีก็เหมือนเดิมประชุมเหมือนเดิม ป้หนึ่งเกษตรกรไทยใช้ปุิย ๔.๓ ล้านตัน และยิ่งราคาผลผลิตการเกษตรสูงตามราคา ๕.๕๐ บาท ยางกิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท เขาก็อยากใส่ปุิย เขาก็ต้องจ่ายมากขึ้น เพราะฉะนั้นป้หนึ่งถ้า ๔ ล้าน ๓ แสนตัน ๔ ล้านตัน ประชาชนที่เปึนเกษตรกรต้องจ่ายเงินเกิน ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท สมควรไหมครับ สมควรไม่ไว้วางใจไหมครับ และผมได้เห็นแล้วว่ามันไม่ชอบมาพากล จริง ๆ ผมไม่ได้รู้จัก ๒ ท่านนั้นที่มาเปึนกรรมการ ผมต้องกล่าวกราบขออภัยจริง ๆ ที่ผมต้องเอ่ยนามไป แต่ผมมีความสุจริตใจจริง ๆ ท่านเปึนตัวแทนมาจากสภาอุตสาหกรรม มาจากไหน ผมไม่รู้ครับ แต่คณะกรรมการว่าด้วยเรื่องปุิย มันน่าที่มีคนมาช่วยคานราคาหรือมาช่วย พิจารณาไม่ให้ปุิยเปึนสินค้าที่ขึ้นราคาอย่างเช่นทุกวันนี้ ประธานสภาที่เคารพ วันนี้พี่น้อง เกษตรกรของผมแม้เขาบอกว่าป้นี้เปึนป้ทองของเกษตรกรไทย แต่ว่าไม่เปึนเช่นนั้นนะครับ มีพืชหลายตัวขายไม่ได้ ผลไม้ก็ไม่ดี กระเทียมก็มีปัญหา ลองกองก็กําลังจะออก กําลัง จะมีปัญหา ผมเชื่อว่าลองกองบ้านผมก็มีอีก ผมไม่อยากจะให้ถึงสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถพระองค์ท่านต้องมาซื้อลองกองของพี่น้องเกษตรกร ๓ จังหวัดทุกป้ กระทรวงพาณิชย์ต้องไปจัดการ แต่พี่น้องที่เคารพ ผมคิดว่าพี่น้องโปรดทราบนะครับว่า วันนี้ท่านซื้อสินค้าแพงโดยไม่จําเปึน ผมขออนุญาตเปรียบเทียบง่าย ๆ เวลาเลือกตั้ง เขาบอกว่าไปเลือกตั้งเถอะบ้านเมืองจะได้ดีขึ้น พี่น้องประชาชนจะอยู่ดีมีสุข ถ้าการเลือกตั้งของพี่น้องในบางจังหวัด หรือในบางภูมิภาคหรือทั่วประเทศมีนักการเมือง เอาเงินไปให้ท่าน ๕๐๐ บาท แล้วท่านก็ลงคะแนนให้เขาวันนี้ท่านโปรดสํานึกเถอะครับ พี่น้องที่เคารพ ราคาของท่าน ๕๐๐ บาท แล้วถ้าเลือกเขา สมมุติว่าท่านเลือกเขา มันมีค่ากับซื้อปุิยกระสอบเดียว เพราะปุิยกระสอบเดียวนี้มันกําไรมากกว่า ๕๐๐ บาทแล้ว ผมจึงอยากบอกพี่น้องว่าชีวิตของพี่น้องทั้งชีวิตอย่าแลกด้วยราคาปุิยเลยครับ อย่าแลก ด้วยปุิย เพราะปุิยกระสอบเดียวมันกําไรมากกว่า ๕๐๐ บาทแล้วนะครับ ผมจึงอยากบอกพี่น้องว่า ชีวิตของพี่น้องทั้งชีวิตอย่าแลกด้วยราคาปุิยเลยครับ อย่าแลกด้วยปุิยกระสอบเดียวเลย ผมจึงสามารถกราบเรียนกับท่านประธานสภาด้วยความเคารพว่าผมใช้เวลาเท่านี้ละครับ ด้วยความเคารพ ผมไม่สามารถที่จะไว้วางใจให้ท่านรัฐมนตรีมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ บริหาร ประเทศต่อไปได้ และผมขอวิงวอนว่าเพื่อนสมาชิกที่มาจากลูกชาวนาชาวไร่ และขอให้ เกษตรกรได้จดจําว่าถ้าในการลงมติไว้วางใจ ตัวแทนของพี่น้องเกษตรกรที่ท่านส่งเข้ามา ในสภา เพราะประเทศไทยระบบรัฐสภาเปึนระบบตัวแทน เมื่อเปึนระบบตัวแทนพี่น้อง เกษตรกรเขาเดือดร้อน แล้วท่านยังลงคะแนนไว้วางใจให้ท่านมิ่งขวัญอีก กลับไปบ้าน ท่านก็ไปจัดการกันเอาเอง ผมขอบคุณท่านประธานครับ