ไตรรงค์ สุวรรณคีรี เรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลังปฏิบัติหน้าที่อย่างมีจริยธรรม โดยเฉพาะในเรื่องการค้าเสรีและหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ในการส่งเสริมสินค้าไทย และการค้าปลีก การค้าส่ง ภายในประเทศ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ในการดูแลราคาสินค้า และการแทรกแซงภาวะเงินเฟ้อ โดยอธิบายว่ากระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถหยุดยั้งภาวะเงินเฟ้อได้ และหน้าที่ในการดูแลราคาสินค้าควรอยู่ที่กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่ผมจะลงลึกไปใน การวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติหน้าที่ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอาจจะพาดพิงถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังบ้าง ผมอยากจะนําพุทธโอวาท ของพระพุทธเจ้ามาพูดเพื่อเปึนมงคลกับที่ประชุมแห่งนี้ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ประโยคหนึ่งว่า สัพเพ สัตตา อะหาระ ทิติกา แปลว่า สัตว์ทั้งหลายจะมีชีวิตอยู่ได้โดยการกินอาหาร มีสุภาษิตฝรั่งเขาพูดเอาไว้ว่า ยู อาร์ วอท ยู อีท (You are what you eat) แปลเปึน ภาษาไทยก็มนุษย์ที่กินไม่เลือกจะนํามาซึ่งโรคภัยไข้เจ็บกับร่างกายของท่าน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งหากว่ามนุษย์บุคคลธรรมดาก็อาจจะเจ็บไข้ได้ป์วย แต่ถ้าเราเอามาใช้ในทาง การเมือง การกินไม่เลือกอาจจะก่อให้เกิดอันตรายกับสุขภาพของพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศ ผมพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อให้เปึนปริศนาธรรม เมื่อมีปุจฉาก็ต้องมีวิสัชนา ท่านประธานและพี่น้องประชาชนที่ฟังถ้าต้องการจะเข้าใจว่าหมายความว่าอะไร ท่านต้องติดตามการอภิปรายของพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเปึนพรรคฝ์ายค้านตั้งแต่วินาทีนี้ ต่อไปอีกสักประมาณ ๒-๓ ชั่วโมง ท่านจะถึงบางอ้อว่าอะไรคืออะไร ก่อนที่ผมจะลงลึกไป ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า เราต้องมาดูหน้าที่บทบาทของกระทรวงพาณิชย์ว่า มีหน้าที่ต้องทําอะไรบ้าง การที่จะรู้บทบาทหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์นั้นก็คือเราไปดูว่า บทบาทหน้าที่ของกรมต่าง ๆ ในกระทรวงพาณิชย์ต้องทําอะไรบ้าง ซึ่งมีเยอะแยะมากมาย จนไปถึงการควบคุมเครื่องชั่ง ตวง วัด แต่ผมอยากจะเอาหน้าที่ที่สําคัญสัก ๔-๕ อย่าง ที่จะเกี่ยวข้องกับการอภิปรายในวันนี้
ประการแรก กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ในการที่จะต้องส่งเสริมให้สินค้า ของประเทศไทยที่ผลิตในประเทศไทยที่มีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบ นี่แปลมาจาก ภาษาอังกฤษว่า คอมพาราทีฟ แอดวานเทจ (Comparative advantage) ซึ่งหมายความ ง่าย ๆ ครับ หมายความว่าต้นทุนของเราต่ําเมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศ เรียกว่ามี ความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบ กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ในการส่งเสริมให้ภาคเอกชน ไปยึดตลาดให้มีส่วนแบ่งในตลาดโลกให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ตรงไหนที่ยังขายไม่ได้ ก็พยายามเข้าไปยึดให้ได้ ตรงไหนที่ยึดได้แล้วรักษาไว้ และทําการขยายตลาดออกไป ให้มากขึ้น
ประการที่สอง กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ในการส่งเสริมการค้าอย่างเสรี ภายในประเทศแต่ต้องให้เกิดความเปึนธรรม ในกรณีนี้กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ เปึนกรรมการเพื่อที่จะให้การค้าขายในประเทศในระหว่างผู้ค้าทั้งหลายต้องให้เกิด ความเปึนธรรม ไม่เอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกัน เพราะเหตุว่าผู้ซื้อ ผู้ขายทั้ง ๒ ฝ์ายนั้น บางทีมีอํานาจในทางการเงินไม่เท่ากัน มีกําลังไม่เท่ากันจึงเกิดมีการเอารัดเอาเปรียบ ซึ่งกันและกันได้ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ก็จะมีพระราชบัญญัติว่าด้วยการแข่งขันทางการค้า เปึนเครื่องมืออยู่แล้วในปัจจุบันนี้
ประการที่สาม กระทรวงพาณิชย์ต้องดูแลการค้าปลีก การค้าส่ง ภายในประเทศไม่ให้มีการเอารัดเอาเปรียบกัน สัญญาที่ไม่เปึนธรรมให้เกิดขึ้นมาไม่ได้ การกักตุนสินค้ามีไม่ได้ อันนี้ก็เปึนสิ่งที่กระทรวงพาณิชย์จะต้องทําเช่นเดียวกัน และในบางครั้งเมื่อกลไกตลาด ปกติเราเปึนประเทศการค้าเสรีต้องให้กลไกตลาด เปึนตัวตัดสินทุกสิ่งทุกอย่าง ถือว่ากลไกตลาดนั้นจะมีมือที่มองไม่เห็นที่จะก่อให้เกิด ความเปึนธรรมกับทุกคนที่เกี่ยวข้องในกลไกนั้น แต่ในบางครั้งกลไกตลาดไม่สามารถ ที่จะปฏิบัติหน้าที่ของมันได้ ทําให้เกิดการเสียเปรียบ กระทรวงพาณิชย์จึงมีหน้าที่ที่จะต้อง เข้าไปแทรกแซงชั่วครั้งชั่วคราวในระยะสั้น เมื่อกลไกสามารถจะทํางานให้เกิดความเปึนธรรม กับผู้ค้าทั้งหลายได้แล้วกระทรวงพาณิชย์ก็ชอบที่จะถอยหลังกลับออกมา
ประการสุดท้าย กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ในการดูแลว่าราคาสินค้า บางชนิดที่มีความสําคัญในการดํารงชีพของพี่น้องประชาชนและมีความสําคัญสําหรับ ระบบเศรษฐกิจพื้นฐานว่าให้เพิ่มราคาได้ แต่ต้องให้เพิ่มราคาที่ผู้ผลิตจะต้องได้กําไรปกติ ไม่ใช่ได้กําไรเกินควร นั่นก็เปึนหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ซึ่งมีพระราชบัญญัติให้อํานาจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในการดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว ที่ผมพูดเรื่องตําแหน่งหน้าที่ ก็เพื่อที่จะบอกท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ว่าเราต้องดูเมื่อเข้าไปเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มันต้องดูเสียก่อนว่าอะไรบ้างที่เปึนปัญหาเศรษฐกิจ ในระยะสั้น อะไรบ้างที่เปึนปัญหาเศรษฐกิจในระยะยาว อะไรบ้างที่เปึนปัญหาเฉพาะส่วน ของเศรษฐกิจที่เรียกว่าไมโคร พรอบเบลม (Micro problem) ปัญหาเฉพาะส่วนปัญหาเล็ก อะไรบ้างที่เปึนปัญหาของทั้งประเทศที่เรียกว่าแมคโคร พรอบเบลม (Macro problem) ปัญหาขนาดใหญ่ เพราะว่าถ้าเผื่อเราไม่เข้าใจ ๒ อย่างนี้ ถ้าเผื่อเราแยกมันไม่ออก เราจะสับสนมากในการบริหารเศรษฐกิจของประเทศ เราอาจจะใช้มาตรการที่เขาใช้ ในการแก้ปัญหาระยะสั้นไปแก้ปัญหาระยะยาว เราอาจจะใช้วิธีการแก้ปัญหาระดับเล็ก ที่เรียกว่าไมโคร พรอบเบลม เอาไปแก้ปัญหาระดับแมคโคร พรอบเบลม ปัญหาระดับชาติ ซึ่งมันใช้ไม่ได้ ยกตัวอย่างว่า เมื่อมีการค้าขายพืชเกษตรบางชนิดระหว่างเกษตรกร กับผู้ซื้อ ความรู้ไม่เท่ากัน กําลังเงินไม่เท่ากัน ก็อาจจะทําให้ตลาด กลไกราคาในเรื่องนี้ เกิดความไม่เปึนธรรม เกษตรกรอาจถูกเอารัดเอาเปรียบ อย่างนี้กระทรวงพาณิชย์ ก็ชอบที่จะเข้าไปแทรกแซงเพื่อรักษาความเปึนธรรมขึ้นมาแต่ชั่วครู่ชั่วยามแค่นั้นนะครับ ระยะสั้น เมื่อกลไกตลาดสามารถที่จะให้ความเปึนธรรมกับทุกฝ์ายได้แล้วกระทรวงพาณิชย์ ก็ชอบที่จะถอยออกมาให้กลไกตลาดทําหน้าที่ของมันอย่างเดิม แต่กระทรวงพาณิชย์ จะต้องไม่เอามาตรการนี้มาใช้กับปัญหาแมคโคร พรอบเบลม ปัญหาระดับชาติ ยกตัวอย่างในปัจจุบันนี้ปัญหาระดับชาติคืออะไรครับ ปัญหาเงินเฟัอ ทําไมเงินมันถึงเฟัอ ก็เพราะว่าราคาน้ํามันมันสูงขึ้น ราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้น อาหารสูงขึ้น ก็รู้กันอยู่ก็พูดกัน เยอะแยะ ผมไม่อยากจะพูดซ้ํา ทุกอย่างมันก็จะต้องสูงขึ้นไปเรื่อย เมื่อสูงขึ้นไปเรื่อย กระทรวงพาณิชย์จะไปใช้มาตรการของระยะสั้นมาแก้ไขปัญหาเพื่อหยุดยั้งอินเฟลชัน หรือภาวะเงินเฟัอ การเพิ่มขึ้นของราคาสินค้า ทุกอย่างทําไม่ได้ครับ เพราะเวลามันเพิ่ม มันเพิ่มตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ กระทรวงพาณิชย์ไม่มีกําลังพอหรอกครับที่จะเข้าไป แทรกแซงทุกชนิดในประเทศไทยว่าไม่ให้มันขึ้นราคา มันทําไม่ได้ แล้วก็ไม่ใช่หน้าที่ของ กระทรวงพาณิชย์ด้วยในการจะแก้ตรงนั้น ไม่ใช่ครับ เพราะทําไม่ได้แล้วก็ไม่ใช่หน้าที่ หน้าที่ในการจะปัองกันไม่ให้ราคาสินค้าที่มันเพิ่มขึ้นทั้งโลก และในประเทศไทยมันก็ เพิ่มขึ้นเนื่องจากต้นทุนมันแพงขึ้น ค่าน้ํามันแพงขึ้น อะไรต่าง ๆ แพงขึ้น คนที่รับผิดชอบ ในการแก้ปัญหานี้ไม่ใช่กระทรวงพาณิชย์ คนที่รับผิดชอบในการแก้ปัญหานี้คือ กระทรวงการคลังกับธนาคารแห่งประเทศไทย นั่นคือหน้าที่ของเขา -------------------------- แต่เพราะว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อาจจะไม่เข้าใจบทบาท ท่านก็เจตนาดี พยายามช่วยประชาชน พยายามที่จะแสดงตัวให้เห็นว่าจะใช้มาตรการระยะสั้นเข้าไป แทรกแซงในราคาสินค้าต่าง ๆ เพื่อให้พี่น้องประชาชนจะได้ไม่ต้องลําบาก และท่านเปึน นักประชาสัมพันธ์ ท่านก็ประชาสัมพันธ์ออกทีวีบ่อย ออกวิทยุบ่อย ออกหนังสือพิมพ์บ่อย จนประชาชนเข้าใจว่านี่คือเทวดาที่มาช่วยเราให้รอดพ้นจากภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นจากภาวะ เงินเฟัอ คนที่สบายก็คือกระทรวงการคลังและธนาคารชาติไม่ต้องพูดอะไรเลย การยับยั้ง ภาวะเงินเฟัอคนที่จะต้องรับผิดชอบก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพราะว่าเปึน คนกําหนดนโยบายการคลังว่าในภาวการณ์อย่างนี้กระทรวงการคลังควรจะทํา งบประมาณในลักษณะอย่างไร การเก็บภาษีควรจะเปึนอย่างไร จะใช้งบประมาณขาดดุล งบประมาณสมดุล หรืองบประมาณเกินดุล นั่นคืออํานาจของกระทรวงการคลังที่จะทําได้ เรียกว่านโยบายทางการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทยมีหน้าที่ที่จะต่อสู้ภาวะเงินเฟัอ โดยการกําหนดนโยบายการเงินว่าปริมาณเงินควรจะเปึนเท่าไร อัตราดอกเบี้ยควรจะเปึน เท่าไร อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศควรจะแทรกแซงหรือไม่ เพราะทั้งหมดนี้ มีผลต่อภาวะเงินเฟัอทั้งสิ้น ทั้ง ๒ หน่วยนี้ไม่ต้องพูด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านได้แสดงบทบาทจนคนเข้าใจผิดไขว้เขว ท่านหยุดยั้งมันไม่ได้หรอกครับ ปกติแล้ว สินค้าของชาวโลกทั้งโลกมันต้องเพิ่มป้หนึ่งประมาณ ๑-๒ เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่เกิน ๓ เปอร์เซ็นต์ทั่วโลกหรอกครับ แล้วต้องให้เพิ่ม ถ้าไม่เพิ่มเศรษฐกิจของโลกมันพัฒนา ไม่ได้มันก็เพิ่มทั้งนั้น ของประเทศไทยเราก็ตั้งเปัาเอาไว้ เขาเรียกคอร์ อินเฟลชั่น (Core inflation) ก็คือภาวะเงินเฟัอพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมถึงราคาน้ํามันและราคาอาหารสด เราก็ให้เพิ่มได้อยู่ ระหว่าง ๑-๓ .๕ เปอร์เซ็นต์ ธนาคารแห่งประเทศไทยเขาจะคุมเอาไว้ มันต้องเพิ่มขึ้น ไปเรื่อย ๆ แต่ว่าเมื่อไรมันเพิ่มผิดปกติ อันนั้นละครับที่กระทรวงการคลังและธนาคาร แห่งประเทศไทยต้องเข้าไปจัดการ แต่กระทรวงการคลังไม่ได้จัดการ และผมรู้สึกว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไม่ได้เข้าใจในสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์พูด ท่านไม่เข้าใจจริง ๆ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าจริง ๆ ผมเปึนคนใจกว้างและผมก็รัก ทุกคนไม่อยากไปซ้ําเติมใคร เพราะผมทราบดีว่าท่านไม่ได้เรียนมาทางด้านเศรษฐศาสตร์ แต่ตอนท่านได้รับโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผมก็กลัวเหมือนกันว่าท่านไม่เข้าใจท่านจะกําหนดนโยบายผิดพลาดหรือเปล่า หรือท่าน จะพูดอะไรผิดหรือเปล่า และในที่สุดท่านก็พูดผิดจริง ๆ เมื่อตอนที่หนังสือพิมพ์ บางกอก โพสต์ เขาจัด เชิญท่านไปพูด ฝรั่งมังค่ามาฟังกันเยอะ บางกอก โพสต์ เขาเชิญ ผมไปด้วย ผมนั่งโต๊ะเดียวกับดอกเตอร์สรรเสริญ ไม่นึกว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังจะพูดผิดถึงขนาดนั้น ที่ท่านบอกว่าปัญหาของประเทศไทยคือ ความไม่สมดุล เพราะว่าไปพึ่งเอกซ์ปอร์ต (Export) มาก ไปพึ่งการส่งออกมาก การส่งออก เท่ากับ ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ของรายได้ประชาชาติ แสดงว่าเหลือ ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์แค่นั้น ที่มาจากตลาดภายใน ที่ท่านพูดไม่ใช่วิชาเศรษฐศาสตร์เลยนะครับ ที่พูดมันไม่น่าเชื่อว่า ออกมาจากปากของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อวานดอกเตอร์สรรเสริญ ได้กรุณา ที่จริงวันนั้นผมได้สั่ง อย่าว่าสั่งเลยเพราะเปึนน้องบอกว่าขอร้องช่วยเขียน ลงหนังสือพิมพ์ที่ไหนก็ได้ แล้วอย่าใช้ชื่อจริง บอกเปึนนักเศรษฐศาสตร์ที่ไหนก็ได้ เพราะถ้าเปึนชื่อจริงเดี๋ยวก็หาว่าพรรคฝ์ายค้านไปสอนรัฐบาล เพื่อให้รัฐมนตรีรู้จัก การอ่านบัญชีรายได้ประชาชาติ จะได้พูดไม่ผิด มันไม่มีความหมายเลยครับ เอามูลค่า สินค้าส่งออกหารด้วยรายได้ประชาชาติไม่มีความหมายเลยในทางเศรษฐศาสตร์ ไม่มีใคร เขาพูดถึงกันเพราะมันไม่มีความหมาย มันจะมีความหมายเฉพาะว่าเอามูลค่าสินค้า ส่งออกบวกกับมูลค่าสินค้านําเข้าหารด้วยรายได้ประชาชาติ อันนั้นเขาเรียกว่า อินเดกซ์ ออฟ โอเพนเนส (Index of openness) เปึนตัวชี้ว่าประเทศแต่ละประเทศมีความเป่ดกว้าง ด้วยการค้าระหว่างประเทศแค่ไหน ตัวนั้นเขาใช้ แต่เอามูลค่าส่งออกมาหารด้วยรายได้ ประชาชาติแล้วไปพูดในที่ประชุมมหาสมาคมอย่างนั้นฝรั่งมังค่าเขานั่งมันอายเขา มันไม่มี ความหมายเลย ของเรา ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ของรายได้ประชาชาติที่มาจากการส่งออก มันหมายความว่าอย่างไร มันไม่ได้มีความหมายอะไรเลยครับ อย่าไปตกอกตกใจว่า ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ของรายได้ประชาชาติมาจากการส่งออก ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์มาจาก ตลาดภายใน เราต้องพยายามขยายการค้าตลาดภายในเพื่อลด ๗๐ เปอร์เซ็นต์ลงมา และนั่นทิศทางที่ถูกต้อง ไม่ใช่เลยครับ ถ้าคิดอย่างนั้นผมยกตัวอย่างให้ฟัง ประเทศสิงคโปร์ มูลค่าส่งออกของสิงคโปร์หารด้วยรายได้ประชาชาติได้กี่เปอร์เซ็นต์รู้ไหม ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่าอย่างไรถ้าเผื่อเอาตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพูด หมายความว่าสิงคโปร์ผลผลิตของชาติป้ที่แล้วได้เท่ากับเท่าไรก็ฝังดินเอาไว้ก่อน และมาผลิตป้นี้ได้อีกเท่าตัว แล้วก็เอาที่ฝังดินมาบวกกับป้นี้แล้วส่งขายต่างประเทศ จึงได้ ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ประชาชาติ นั่นหรือความหมาย มันไม่มีความหมาย ในทางเศรษฐศาสตร์ ที่ผมพูดขึ้นมาก็เพราะว่ามันมีฝรั่งที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยและพูดภาษาไทยได้ แล้วก็พูดกับผมว่า อิท อีส อะเชมด์ อิน ยัวร์ คันทรี (It is ashamed in your country) เขาบอกเปึนเรื่องที่น่าละอายที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพูดอย่างนี้ พูดผิดถึงขนาดนี้ ผมก็ชี้แจงไปว่า อะเชมด์ก็อะเชมด์ อะเชมด์ไม่ค่อยเท่าไรหรอก เพราะว่านักเศรษฐศาสตร์ ที่มันรู้เรื่องนี้ก็มีไม่กี่คนหรอก แล้วผมก็แก้ไปว่าเพราะท่านไม่ได้เรียนมา แล้วก็เชิญท่านมา ท่านเพิ่งเปึนท่านก็พูดผิดพูดถูก ปล่อยไปสักระยะหนึ่งที่นั่นก็มีนักเศรษฐศาสตร์ดี ๆ อยู่ เปึนลูกศิษย์ผมก็มีเยอะแยะ ลูกศิษย์ผมเยอะแยะในกระทรวงการคลัง จบปริญญาโท ปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยดี ๆ เดี๋ยวท่านก็เรียนรู้เอง เพราะท่านเปึนคนดูแล้ว ไม่น่าจะมีทิฐิมานะ แต่ที่น่าตกใจคือว่าท่านพูดอีกเมื่อวาน พูดเหมือนกันเลยกับที่พูด ที่บางกอก โพสต์ เมื่อ ๔ เดือนที่แล้ว แสดงว่าท่านไม่ได้ศึกษาเลย ข้าราชการเขารู้ว่า พูดผิด แต่เขาไม่กล้าเตือนรัฐมนตรี ใครจะไปกล้าเตือนรัฐมนตรี นอกจากว่าถ้าให้เขาอ่าน สป้ชเสียก่อน วันหลังท่านต้องให้เขาอ่านสป้ชก่อน ก่อนที่จะไปพูดต่อหน้าธารกํานัล มันอายเขา คําพูดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีความหมายมากในทางเศรษฐกิจ คนเขาจะมาลงทุน ไม่ลงทุนเขาเรียกแคพอะบิลิตี้ (Capability) ขีดความสามารถของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขีดความสามารถของผู้ว่าการธนาคารชาติ
ผมจะพูดเรื่องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ว่าวันนี้ไม่ใช่วันจะมา เลคเชอร์ (Lecture) กัน ทีนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ท่านก็เข้าใจผิด ยกตัวอย่างเรื่องหมู ผมยกตัวอย่างให้เห็นเลย เรื่องหมูนี่ทําไมหมูต้องแพงขึ้น มันก็เหมือน ที่ผมพูด เพราะว่าพวกซีเรียล (Cereal) ที่เลี่ยงก็เรียกว่าสินค้าเกษตรที่เปึนเม็ด ๆ ที่ใช้ ทําอาหารหมู ไม่ว่าจะเปึนข้าวโพด ไม่ว่าจะเปึนปลายข้าว ไม่ว่าจะเปึนรําข้าว ไม่ว่าจะเปึน รําป์น ไม่ว่าจะเปึนอะไร มันแพงหมดในป้นี้ สินค้าเกษตรแพงหมด ทุกคนก็พูดแล้วว่า ทําไมมันถึงแพง เพราะว่าประเทศชาวโลกที่เขาผลิตสินค้าเกษตรมันเจอภัยพิบัติ ทั้งฝนแล้ง น้ําท่วม ผลผลิตมันลดลงมา แล้วก็ใช้สินค้าเกษตรไปทําเอทานอลมาก มีความต้องการมาก ราคาสินค้าเกษตรพวกนี้จึงสูงมาก เพราะฉะนั้นต้นทุนในการผลิต อาหารสัตว์มันถึงแพงมาก ท่านไปห้ามเขาไม่ได้หรอกครับ เขาผลิตไก่ ผลิตหมู เมื่อต้นทุน มันสูงขึ้นก็ต้องซื้อฟ่ชมีล (Fishmeal) เรียกว่าอาหารสัตว์มันแพงขึ้นมาแล้วก็จะให้เขาขาย ราคาเท่าเดิมเขาก็ล้มละลายสิครับ เขาก็เลิกผลิต ถ้าเลิกผลิตเราก็ไม่มีหมูกิน เราก็ต้องกิน หมากัน เพราะมันก็ทําไม่ได้ท่านก็ต้องยอมให้เขาเพิ่ม ท่านยอมให้เพิ่มก็ถูกแล้วที่ยอม ให้เพิ่ม หมูเนื้อแดงเขาก็ขาย ๑๒๐ บาท ทั่วราชอาณาจักร แต่ว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ก็พยายามที่จะตรึงราคาจํานวนหนึ่งให้ขาย ๙๘ บาท โดยไปติดต่อ ซูเปอร์มาร์เก็ต (Supermarket) ต่าง ๆ ๙ แห่ง ๒๐ แห่ง เพื่อให้ขาย คนที่ไปซื้อใน ซูเปอร์มาร์เก็ตไม่ใช่คนจนแล้วนะครับ แต่ไม่เปึนไรหรอกครับ สิ่งที่ท่านทํามันช่วยผู้บริโภค ได้ไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์หรอกครับทั้งประเทศ แต่ว่าความสามารถของท่านในการ ประชาสัมพันธ์ทําให้ประชาชนมีความรู้สึกว่าท่านกําลังเปึนเทวดามาช่วยยามทุกข์เข็ญ อันนั้นเปึนฝ้มือของท่าน ผมไม่ว่า ผมไม่เคยพูด ผมไม่เคยวิจารณ์ไม่เคยด่าสักนิดหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่ผมก็นั่งขํา ท่านก็ไปเปึนรัฐมนตรีใหม่ ๆ ท่านก็พยายามหาอะไรทํา แล้วมันก็เปึน นโยบายที่ว่าไม่มีใครเสียหาย แม้ว่าคนไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ ไปซื้อหมูอาจจะซื้อได้ราคา ๙๘ บาท แทนที่จะซื้อ ๑๒๐ บาท เขาก็ดีขึ้น ส่วนนั้นเราก็ดีใจกับเขา แม้เขาจะเปึน คนส่วนน้อยก็ตาม ซูเปอร์มาร์เกตก็ได้ประโยชน์ คนที่จะไปซื้อหมูนั่งรถไปตั้งหลายกิโลเมตร เสียค่าน้ํามันไปซื้อหมูกิโลกรัมหนึ่งแล้วกลับบ้าน มันไม่มีเปึนอย่างนั้นหรอกครับ เข้าไป ในซูเปอร์มาร์เก็ตก็ซื้อโน่นซื้อนี่ ซูเปอร์มาร์เก็ตเขาถึงให้ความร่วมมือกับท่าน เพราะเขาได้ ประโยชน์จากอย่างอื่นอีกเยอะ เขาคุ้ม ท่านรัฐมนตรีท่านก็ได้หน้า กลับบ้านไปท่านก็นั่งดู ตัวเองทุกวัน ออกทีวีเกือบทุกวันสมัยนั้น ผมก็รักท่าน ผมก็เห็นท่านชี้แจงนิ้วอ่อนแขนอ่อน ลอยหน้าลอยตาน่ารัก ผมก็แอบชอบ ๆ อยู่ ท่านก็ได้ชื่อได้เสียง ผมเข้าใจคนเพิ่งเปึน รัฐมนตรีมันตื่นเต้นมันสนุกครับ ใหม่ ๆ หนุ่ม ๆ คึกคัก พูดเสร็จกลับบ้านไปข้าวแทบ ไม่ต้องกินนั่งดูทีวี ดูตัวเอง ผมเคยเปึนนะครับ ตอนเปึนโฆษกรัฐบาลใหม่ ๆ อายุ ๓๐ กว่าป้ มันตื่นเต้นในการออกทีวี แต่เดี๋ยวนี้หนีทีวีเพราะรู้ว่าแก่ มันไม่ดูสดใสเหมือนสมัยหนุ่ม ๆ ออกไปดูตัวเองแล้วมันดูไม่ค่อยได้ ท่านนายกรัฐมนตรีเหมือนกันครับ สมัยอยู่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผมรู้จักท่านมา ๔๐ กว่าป้แล้ว ท่านเปึนประธานชมรมโต้วาที เคยโต้วาทีกับกระผม ผมสู้ท่านไม่ได้ ผมยังเด็ก สมัยท่านหนุ่ม ๆ พอดูได้นะครับ หล่อทีเดียวละ ทีนี้ตอนนี้มันตามสังขารแก่แล้วไปดูทีวีมันก็เหมือนกันหมดทุกคนล่ะครับ ดูสิพออายุเยอะขึ้นมา เพราะฉะนั้นเราต้องเข้าใจเรื่องนี้ ท่านรัฐมนตรีท่านก็หนุ่ม ๆ ท่านออกทีวีก็คึกคัก ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรเลย แต่ว่าเพราะถือว่าเปึนนโยบายวิน วิน โพลิซี (Win win policy) ทุกคนได้ประโยชน์ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ว่าสิ่งที่น่าเสียดายก็คือว่า ท่านสังกัดพรรคพลังประชาชนแล้วก็พรรคร่วมรัฐบาลมีเสียงเยอะในสภาผู้แทนราษฎร น่าจะใช้โอกาสอันนี้แก้ไขปัญหาที่สําคัญของชาติในฐานะเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้หลายอย่าง แต่ท่านไม่ได้ทํา อันนี้ผมเสียดายมาก ๔ เดือน ต้องแสดงให้เห็นศักยภาพ ของคนเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รู้ว่าปัญหาชาติอยู่ตรงไหน
เรื่องแรกที่ท่านควรจะทํา ที่จริงท่านไปเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไปนั่งขายหมูได้อย่างไร ปัญหาของชาติที่เกี่ยวกับเรื่องหมูมันผูกพันเกี่ยวข้องรายได้ ประชาชาติ เกี่ยวข้องกับอนาคตของประเทศเยอะแยะมากมายก่ายกองที่ท่านต้อง แก้ปัญหาคือเรื่องอะไรท่านประธานที่เคารพ ก็คือว่าในบรรดาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตอาหาร มันมีอยู่บางตัวที่รัฐบาลสมัยก่อน ผมจําไม่ได้แล้วว่ารัฐบาลชุดไหนเขาไปเก็บภาษีถั่วเหลือง ทั้งนี้เพื่ออะไรครับ เขามีเหตุผลสมัยนั้น เขาเก็บภาษีถั่วเหลืองขึ้นมา ๔ เปอร์เซ็นต์ ว่าใครสั่งถั่วเหลืองเข้ามาจากต่างประเทศให้เก็บภาษี ๔ เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้เพื่ออะไรครับ เพื่อคุ้มครองผู้ผลิตถั่วเหลืองในประเทศจํานวนหนึ่งมีไม่กี่คน ส่วนมากอยู่แถว ทางภาคเหนือ แต่ว่าต้นทุนในการผลิตถั่วเหลืองในประเทศไทยมันสูงเมื่อเปรียบเทียบกับ ต้นทุนการผลิตของชาวโลกหรือของต่างประเทศ สมมุติต้นทุนของประเทศไทยอยู่แค่นี้ ของชาวโลกอยู่แค่นี้ ส่วนต่างตรงนี้รัฐบาลก็เลยเก็บภาษี ๔ เปอร์เซ็นต์เพื่อให้ถั่วเหลือง ในประเทศไทยขายแข่งขันกับต่างประเทศ แล้วทํากันมาเปึน ๑๐ ป้ นี่คือการบังคับ ให้ผู้เลี้ยงไก่และผู้เลี้ยงหมูอุ้มผู้ปลูกถั่วเหลือง ทํากันมาตลอดครับ เมื่อก่อนพอไหว ผู้ผลิตไก่ ผู้ผลิตหมูก็ยังพอจะสู้ได้ เพราะว่าเรียกว่ามีความได้เปรียบตัวเปรียบเทียบเยอะ เขาทําการศึกษากันมานะครับ ดอกเตอร์อัมมาร์ได้ทําการศึกษาว่าประเทศไทยสินค้า เกษตรมีอะไรบ้างที่มีความสามารถ มีความได้เปรียบ ตัวเปรียบเทียบ รันนิ่ง (Running) กันมาเลย เรียงตามลําดับเมื่อเปรียบเทียบกับของตลาดโลก ไก่ หมู อยู่อันดับต้น ๆ เลย ที่เราควรจะส่งเสริม กระทรวงพาณิชย์ควรจะส่งเสริมเพื่อให้ไปยึดตลาดโลกได้ เรามี ความสามารถเปึนพิเศษในเรื่องนี้ แต่ว่าเราไปบังคับให้ผู้เลี้ยงไก่ ผู้เลี้ยงหมูไปอุ้ม ผู้ปลูกถั่วเหลือง เมื่อก่อนเขาพอจะสู้ไหว แต่ปัจจุบันนี้ต้นทุนทุกอย่างมันแพงขึ้น เขาสู้ไม่ไหวแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ควรจะพิจารณายกเลิกเรื่องนี้ นักเศรษฐศาสตร์ นี่ผมไม่พูดถึงว่าสมาคมผู้เลี้ยงอาหารสัตว์ ตามที่ผมทราบเขาทําหนังสือ ถึงกระทรวงพาณิชย์ขอให้ยกเลิก แต่ท่านก็ไปคิดว่าเปึนผลประโยชน์ของพวกเก่า แต่นี่ผมพูดเรื่องผลงานวิจัยของนักเศรษฐศาสตร์ในประเทศไทยที่เขาไม่ได้เปึน ญาติโกโหติกากับพวกเลี้ยงไก่เลย พวกเลี้ยงหมูเลย เขาก็เสนอให้เลิก ๔ เปอร์เซ็นต์นี้ อย่างนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ควรจะฉวยโอกาสอย่างนี้ช่วยเขา เพราะว่า ภาษีที่ท่านได้จากการเก็บ ๔ เปอร์เซ็นต์ มันไม่คุ้มหรอกครับกับการที่เราต้องเสียตลาดไก่ เสียตลาดหมูในต่างประเทศ เพราะมันเพิ่มต้นทุนให้กับบุคคลซึ่งเขามีขีดความสามารถ พอจะแข่งขันได้ แต่ว่ารัฐบาลไปสร้างภาระให้กับเขา ต่อจากนี้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ต้องไวครับ แล้วถึงเวลาที่ต้องทําแล้วด้วย ถ้ามีเสียงเยอะแยะ จะต้องแก้กฎหมาย จะต้องทําอะไรทําสิครับ อีกอย่างหนึ่งที่ท่านไม่ใช้โอกาส ให้เปึนประโยชน์ ไปมัวนั่งขายหมูเนื้อแดง ๙๘ บาทอยู่
อีกอย่างก็คือพวกบริษัทค้าปลีกขนาดใหญ่ที่เขาเรียก โมเดิร์น เทรด (Modern trade) นี่มีชื่อเปึนของต่างชาติเยอะแยะผมไม่อยากเอ่ยชื่อ ที่มันรุกเข้ามาอยู่ใน ประเทศไทย บางแห่งก็เปึนของอังกฤษ บางแห่งก็เปึนของฝรั่งเศส บางแห่งก็เปลี่ยนชื่อ ใช้ชื่อภาษาฝรั่ง แต่ว่าจดทะเบียนเปึนบริษัทของประเทศไทย ในประเทศไทยจะมีนอมินี หรือไม่กระทรวงพาณิชย์ไม่เคยตรวจสอบ แต่พวกนี้โกยเงินจากประเทศไทยส่งไป ต่างประเทศป้หนึ่งเยอะมากนะครับ ยกตัวอย่าง บริษัทคาร์ฟูร์ของฝรั่งเศส บริษัทคาร์ฟูร์ ในฝรั่งเศส ๒๐ ป้ที่ผ่านมา การขยายสาขาของคาร์ฟูร์ในฝรั่งเศสยังไม่เท่ากับการขยาย คาร์ฟูร์ในประเทศไทยภายใน ๕ ป้เลยพี่น้องรู้ไหม ท่านประธานทราบไหมครับ อัตราการขยายตัวของคาร์ฟูร์ในประเทศไทยไวกว่าอัตราการขยายตัวในประเทศฝรั่งเศส ประเทศพ่อประเทศแม่ของเขา ๔-๕ เท่า ประเทศไทยเปึนประเทศที่หมูมากไม่มีกฎเกณฑ์ เพราะไม่มีใครสนใจ พวกนี้มีกําลังเงินมากเมื่อเข้ามามันก็ทุ่มซื้อสินค้าเกษตรในราคาต่ํา เพื่อบี้ให้พวกโชห่วยร้านค้าปลีกซึ่งเปึนของคนไทยให้ล้มหายตายจากไป เมื่อก่อนมี ๘ แสนราย ปัจจุบันนี้เหลือไม่ถึง ๕ แสนรายเลยครับ ล้มไป คนตกงานไป ๒-๓ ล้านคน เพราะเหตุนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กระดิกหูบ้างไหมครับ แสดงให้เห็นไหมครับว่า ร้อนใจแทนคนไทย ทําเหมือนที่ประเทศอื่นเขาทําสิครับ ในยุโรปนี่ยากมากที่พวกนี้ จะไปเป่ดพวกโมเดิร์น เทรด เป่ดในยุโรป ไม่ต้องพูดเรื่องฝรั่งเศสหรอกครับ ไม่ว่าอังกฤษ เยอรมัน อิตาลีไปดูเถอะครับ เขาจะให้เป่ดเขาจะมีมาตรฐาน ๒๐-๓๐ กิโลเมตร ห่างจาก ใจกลางเมืองต้องไปเป่ดโน่น ญี่ปุ์นอยากเป่ดไปเลยเกือบถึงภูเขาฟูจิใครจะไปซื้อ ประเทศไทยเป่ดทุกมุมเมืองเลย เป่ดในกรุงเทพมหานครขยายไปจังหวัด เดี๋ยวนี้ขยายไป สู่อําเภอและขยายเข้าสู่ตําบลเดี๋ยวนี้พวกโชห่วยเดินขบวนมาร้องทุกข์ ส.ส. พรรครัฐบาล พรรคฝ์ายค้านร้องกระทรวงพาณิชย์ไม่รู้เท่าไร ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครดูแลเลย ผมเปึน คณะกรรมาธิการเรื่องนี้อยู่เมื่อสภาคราวที่แล้ว ไม่นําพาเลยครับกระทรวงพาณิชย์ ปัจจุบันเรามีกฎหมายอะไรท่านประธาน เราใช้กฎหมายผังเมืองในการควบคุม การเจริญเติบโตของโมเดิร์น เทรด ใช้กฎหมายผังเมือง กฎหมายผังเมืองมี ๒ เหตุผล แค่นั้นเองที่ถ้าจะไม่ให้เขาเป่ดก็คือเพื่อความสะอาด และ ๒. เพื่อการจราจรเท่านั้น แต่ทั่วโลกเขามีกฎหมายค้าปลีกครับ เขาต้องดูไอเดนติตี้ (Identity) เขาดูความหนาแน่น ของพลเมืองว่าตรงนี้ควรจะให้มีหรือไม่ และที่สําคัญก็คือว่าต้องอยู่ห่างจากใจกลางชุมชน และที่สําคัญที่สุดของเขาคือว่าเขาต้องรักษาอาชีพของโชห่วยของเขาไว้ เขาจะมีกฎเกณฑ์ เพื่อที่จะให้การค้าขนาดใหญ่กับการค้าย่อย ๆ ที่เรียกว่าโชห่วยมันอยู่ร่วมกันได้ ไม่ใช่ เป่ดการค้าเสรีโดยรัฐบาลไม่เข้าไปเปึนกรรมการ มันฆ่าตัวเล็ก ๆ ล้มหายตายจาก อย่างปัจจุบันนี้และโกยเงินเราส่งไปต่างประเทศทุกป้อย่างนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไม่รู้สึกหรือครับ ไม่ทํา มัวไปขายหมูเนื้อแดงอยู่ นี่คือสิ่งที่ท่านควรจะทํา ท่านไม่ได้ทํา ผมเสียดาย
และสิ่งที่ท่านไม่ควรทําอีกอย่างและท่านไปทําเพราะว่าท่านประกาศขาย หมูเนื้อแดง ๙๘ ต่อกิโลกรัม ในขณะที่ในตลาดทั่วไปขาย ๑๒๐ บาท และคนชื่นชมยินดี ตอนนั้นเขาไปทําโพล (Poll) ทําอะไรประชาชนชื่นชมยินดี รัฐมนตรีที่อยู่ในหัวใจประชาชน คนหนึ่งระดับต้น ๆ คือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไม่มีใครด่า ผมก็ไม่ด่า ท่านก็เลยเหลิงว่าอย่างนั้น คือมีความมั่นใจตัวเองนึกว่าฟอร์แมท วิธีการกํามะลอ นี่เปึนวิธีการที่ต้องใช้ได้ทุกกรณี ท่านเลยเอาวิธีนี้มาใช้กับข้าวสาร อันนี้ผมเลยยอมไม่ได้ เพราะเรื่องหมูมันไม่กระทบอะไรเลย ผมบอกแล้วเปึนวิน วิน โพลิซี แต่ถ้าท่านใช้วิธี อย่างเดียวกันเหมือนกับข้าวสาร ความหายนะจะเกิดขึ้นมาหลายอย่างผมถึงต้องตัดสินใจ ลงทุนมาคัดค้านท่านที่ใต้ถุนนี่ล่ะครับ ห้องแถลงข่าวนักข่าวเปึนครั้งแรกที่ผมพูด ก็เปึนข่าวทีวี เปึนข่าววิทยุ เปึนข่าวหนังสือพิมพ์ท่านก็ทราบ ผมขอร้องรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ว่ากรุณาอย่าทํา เอาสต็อกของรัฐบาล ๒ .๑ ล้านบาท เพื่อจะมา แปรสภาพขายเปึนธงสีฟัาในราคาต่ํา มันจะเกิดความหายนะขึ้นมา ผมแนะนําให้ ท่านเอา ๒ .๑ ล้านตัน ไปขายในต่างประเทศ เพราะว่าตอนท่านซื้อมาต้นทุนประมาณ ๖ ,๐๐๐ ต่อตัน แค่นั้นเอง เพราะเปึนข้าวที่รับจํานําเข้ามาในอดีตแล้วมันหลุดมือ ชาวนาไม่มาเอาคืนก็เปึนของรัฐบาล เรารับจํานําประมาณ ๖ ,๐๐๐ กว่าบาท ตอนนั้น ราคาหมื่นกว่าบาท ๑๑ ,๐๐๐ -๑๒ ,๐๐๐ บาท ผมบอกว่าเอาไปขายได้กําไรเท่าตัว แล้วก็เอากําไรที่ได้นี้มาดูแลชาวไร่ชาวนาที่ยากจน โดยเฉพาะมาช่วยสนับสนุน เรื่องปุิยแพง ท่านไม่ฟังเลย ผมพูดน้อยมากนะครับ ปัจจุบันนี้ผมถือว่าอายุเยอะแล้ว นาน ๆ จะออกมาพูดเพราะเห็นปัญหาเยอะ มันอันตรายผมถึงจะพูด แต่ท่านก็ไม่ฟัง ท่านก็ดันทุรังไปทําข้าวธงฟัา ไม่เชื่อ เชื่อเดี๋ยวจะเสียเหลี่ยมกระมัง ถ้าเผื่อทําตาม คําแนะนําของฝ์ายค้าน ไปทําข้าวธงฟัาขายในราคาต่ํากว่าราคาท้องตลาดทีนี้อะไร มันจะเกิดขึ้น ผมจะวิเคราะห์ให้ฟัง ประชาชนอาจจะยินดีจํานวนหนึ่ง ท่านทํานิดเดียวเอง ๓ แสนถุง ถุงละ ๕ กิโลกรัม ทั้งหมด ๑ ,๕๐๐ ตันเองจากสต็อกข้าว ๒ .๑ ล้านตัน แต่เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ประกาศจะเอาข้าวส่วนหนึ่งจาก ๒ .๑ ล้านตัน มาทําข้าวราคาถูก มันก็เกิดเอ็กซเพคเทชัน (Expectation) การคาดหวังในอนาคต ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เรื่องเอ็กซเพคเทชันเปึนเรื่องใหญ่มากในทางเศรษฐศาสตร์ ซึ่งต้องระวัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ๑ ผู้ว่าการธนาคารชาติ ๑ อย่าพูดพล่อย ๆ เพราะว่านําความหายนะแก่เศรษฐกิจได้เลย เพราะคําพูดของบุคคลเหล่านี้มันสร้างเอ็กซเพคเทชัน สร้างการคาดหวังให้กับประชาชน ทั้งต่างประเทศและคนในประเทศ ในทางทฤษฎีความคาดหวังของประชาชนว่า อะไรจะเกิดขึ้นในอนาคตจะเปึนตัวกําหนดพฤติกรรมในปัจจุบัน ไม่ว่าของผู้บริโภค ผู้ส่งออก ผู้นําเข้า หรือผู้ลงทุนก็ตาม นี่คือหลักเศรษฐศาสตร์ พอท่านบอกว่าจะเอาข้าว ๒ .๑ ล้านตัน มาใส่ถุง ท่านก็ทําจริง ๆ ขายธงฟัาแค่ ๓ แสนถุง ๑ ,๕๐๐ ตัน แค่นั้นเอง แต่ความคาดหวังของต่างชาติเขารู้สึกว่าประเทศไทยมีสต็อก ๒ .๑ ล้านตัน และนโยบาย ของรัฐบาลไทยกําลังจะกดราคาข้าวในประเทศให้ต่ําลง อะไรเกิดขึ้นเมื่อเขาคาดหวัง อย่างนั้น เขาหยุดซื้อ เขาชะลอการซื้อ ชะลอออร์เดอร์ (Order) เขารอให้ราคาต่ําแล้วเขาก็ ออร์เดอร์ เมื่อผู้ส่งออกไม่ได้รับออร์เดอร์ ผู้ส่งออกก็ไม่ซื้อข้าวจากโรงสี โรงสีในโกดังข้าวเต็ม เมื่อผู้ส่งออกไม่ซื้อ ระบายข้าวไม่ได้ โรงสีทําอย่างไรครับ ไม่ซื้อข้าวชาวนา แล้วข้าวชาวนา เปึนอย่างไรหลังจากที่ท่านทําตกทะลุตลาด ท่านเห็นไหมครับว่ามันไม่ได้นะครับ นี่มันจะใช้เหมือนกับพวกนักปัืนหุ้นมาใช้ไม่ได้ ขายข้าวไม่ใช่ขายรถโตโยต้า มาใช้วิธีเดียวกัน ไม่ได้นะน้องรัก แล้วอีกอย่างหนึ่งยกตัวอย่างให้ดูก็ได้เอ็กซเพคเทชั่น อยู่ ๆ ท่านก็บอกว่า ชาวนาอย่าเพิ่งขายข้าว เพราะว่าข้าวคาดว่าจะพุ่งขึ้นถึง ๓๐ ,๐๐๐ บาทต่อตัน อันนี้เกิดขึ้นอย่างไรทีนี้ พอท่านพูดบอกว่าจะขึ้น ๓๐ ,๐๐๐ บาทต่อตันขึ้นมา โรงสีมันไม่ขาย ผู้ส่งออกไปซื้อข้าว จากโรงสี โรงสีไม่ขาย รอขายเวลาข้าวมันราคาสูง เพราะเชื่อท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ เพราะตอนที่ท่านพูดนั้นท่านไม่ได้ดูเลยว่าตลาดตอนนั้นเปึนของผู้ซื้อ ของผู้ขาย ท่านหวังดีนึกว่า