วิทยา แก้วภราดัย อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เนื่องจากท่านไม่มีความเชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจ แต่ประสบความสำเร็จในด้านการประชาสัมพันธ์และการเมือง วิทยา แก้วภราดัย ยังหารือเรื่องข้าว วิกฤติของข้าวในโลก และผลกระทบต่อเศรษฐกิจของไทย รวมถึงการตรวจสอบสต็อกข้าวที่เกิดขึ้นในอดีต และการขาดความเข้าใจของ รัฐมนตรีเกี่ยวกับวิกฤติของข้าวที่เกิดขึ้น
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมเข้าใจว่าผมคงจะเริ่มอภิปรายได้เลยนะครับ เพราะว่าทุกท่านได้ทํากิจกรรมเสร็จสิ้น ท่านประธานครับ ผมจะเริ่มอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะที่ท่านได้บริหารราชการแผ่นดินบกพร่อง ผิดพลาด ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ จนประชาชนเกิดความเดือดร้อนอย่างรุนแรง เหมือนที่ท่านสมาชิกที่ได้อภิปรายไปเริ่มต้น ทุกคนก็รู้สึกไม่สบายใจที่ต้องมาอภิปรายรัฐมนตรีที่ภาพพจน์ดีที่สุด ในระยะเวลา ๔ เดือน ที่ผ่านมาท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ท่านถือว่าเปึนรัฐมนตรีที่ชิงพื้นที่สื่อ ได้มากที่สุด ทุกครั้งที่มีคําถามว่าสินค้าแพง เราก็จะได้ยินเสียงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ว่าสินค้าแพงหรือครับ อย่างนี้หรือครับ ผมขอเรียนชี้แจงอย่างนี้ครับ และทุกอย่างก็จะไหลพรั่งพรูมาจนคนทั้งประเทศเคลิ้ม มั่นใจในทิศทาง เชื่อมั่นว่า ท่านเปึนผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจ คนทั้งประเทศเชื่ออย่างนั้น แต่ระยะเวลาที่ผ่านมา ท่ามกลางความเชื่อ มันได้สะท้อนความเสียหายให้กับบ้านเมืองมากมายจนพวกผม ไว้ใจไม่ได้ ผมก็ตามกลับไปดูว่าความเปึนผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจของ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มาจากไหนครับ ท่านเริ่มต้นเปึนบัณฑิตนิติศาสตร์ เหมือนผมครับ แต่เส้นทางเดินของท่านเลือกแตกต่างจากพวกผมที่จะไปเปึนทนาย บ้านนอก ท่านเลือกที่จะตัดสินใจไปเปึนพนักงานขายของบริษัทรถยนต์ แล้วก็ไปโดดเด่น โด่งดังในเรื่องงานการประชาสัมพันธ์ แล้วก็ถือว่าในองค์กรการขายรถยนต์บริษัทใหญ่ ซึ่งผมไม่ต้องโฆษณายี่ห้อครับ ใน ๗๐,๐๐๐ กว่าคนของพนักงานบริษัทถือว่าท่านโดดเด่น ที่สุดครับ โดดเด่นในเรื่องการประชาสัมพันธ์องค์กร บนเส้นทางของพนักงานขายไปสู่ นักประชาสัมพันธ์ ท่านไต่ไปถึงรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ แล้วก็ในฐานะของการที่เปึน นักประชาสัมพันธ์ที่ดีเด่น ท่านก็บังเอิญไปเข้าตาอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ของเรา ขออนุญาตเอ่ยนามไม่เสียหายครับ ฯพณฯ สมคิด ดึงท่านมาช่วยงานครั้งแรก ก็เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ ในฐานะที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์ แล้วก็เย็นทั่วหล้า โด่งดังเลยครับ เปึนกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ประสบความสําเร็จโด่งดังมาก เส้นทางชีวิตจากนักประชาสัมพันธ์ก็เริ่มผันเข้าสู่การบริหารแล้วก็สัมพันธ์กับการเมือง ท่านรัฐมนตรีท่านนี้ได้รับการแต่งตั้งเปึนผู้อํานวยการองค์การสื่อสารมวลชน อสมท ในภาวะที่เขาบอก อสมท เปึนแดนสนธยา ท่านถูกส่งเข้าไปเป่ดแดนสนธยา บรรยากาศ อสมท คึกคักขึ้นทันที พนักงานทุกคนชื่นชม ผู้อํานวยการสามทุ่มสี่ทุ่มยังไม่กลับบ้าน ขยันขันแข็ง องค์กร อสมท คึกคักมีสีสันขึ้น เปลี่ยนสี อสมท กลายเปึนสีม่วง ไม่พอครับ โมเดิร์น ไนน์ (Modern nine) ครับ ข้อสําคัญโมเดิร์น ไนน์ โด่งดังไปทั่ว ผลักดัน อสมท เข้าตลาดหลักทรัพย์ พนักงานมีความสุขทุกคนครับ ได้หุ้นกัน ประสบความสําเร็จ แต่แค่นั้นไม่พอครับ การจะเติบโตทางการเมืองมันต้องเข้าตานายใหญ่และรับใช้ อย่างมีชีวิตจิตใจ ผลงานชิ้นแรกที่โดดเด่นทางการเมือง ปลดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ซึ่งเริ่มจะวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลในขณะนั้น เป่ดโปงพฤติกรรมรัฐบาล ท่านเริ่มเข้าตาครับ ปลดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ จนเมืองไทยรายสัปดาห์วันนี้ต้องจัดรายการสัญจร ปลดรายการคุณสนธิ ลิ้มทองกุล เท่านั้นไม่พอครับ ท่านก็เริ่มไต่สป้ชการเข้าสู่วิถีการเมือง วาระสุดท้าย ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ คมช .เข้ายึดอํานาจ ท่านปล่อยโอกาสสุดท้าย ๕ ประโยคสุดท้ายให้อดีตนายกรัฐมนตรีถ่ายทอดสดจากสหรัฐอเมริกาก่อนทหารเข้ายึด ป่ดรายการโทรทัศน์ แล้วท่านก็ต้องผันตัวออกเพราะอยู่คนละฝ์ายกับคณะที่เขา ยึดอํานาจได้ โดยปกติธรรมดาครับ แต่ทั้งหมดเริ่มเข้าตา และแล้ววันหนึ่งท่านก็ได้รับเชิญ เข้ามาทําหน้าที่ในทางการเมืองอย่างเต็มรูปแบบ เปึนหัวหน้าคณะทํางานเศรษฐกิจของ พรรคพลังประชาชน จากนักประชาสัมพันธ์เปึนหัวหน้าทีมเศรษฐกิจเลยแล้วเราก็เริ่มเห็น ท่านออกรายการโทรทัศน์ เป่ด ๓ ยุทธศาสตร์ ตั้งแต่ประชานิยมดั้งเดิม ต้นตํารับ มาสู่ ประชานิยมยุทธศาสตร์ ประชานิยมสูตรพิเศษ แล้วก็ยุทธศาสตร์หารายได้เข้าประเทศ ออกโทรทัศน์โด่งดังมากครับ ท่านเปลี่ยนโฉม เลยครับ จากนักสร้างภาพท่านกลายเปึนผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจ พวกผมฝากความหวัง ประชาชนทั้งประเทศฝากความหวัง วันที่ท่านบอกว่าประชานิยมสูตรพิเศษเปึนรัฐบาล เมื่อไรจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ ๓ ชั่วโมง รถวิ่ง เรื่องเศรษฐกิจหรือครับ ง่าย ๆ กระตุ้น การท่องเที่ยว กระตุ้นป้นี้ ป้หน้าเงินมาเต็มหมด ยิ่งฟังเงินก็เต็มฟัา แล้ววันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ท่านได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แล้วก็ ไม่ผิดหวังครับ ท่านเปึนรัฐมนตรีที่ออกโทรทัศน์มากที่สุดในภาวะที่สินค้าราคาเริ่มแพง ท่านเปึนคนแรกที่ออกมาประกาศ แล้วก็เปึนที่ชื่นชมครับ ประกาศลดสินค้า ๓๓ รายการ แล้วก็เพิ่มเปึน ๖๖ รายการ ไปบวกสินค้าโปรโมชั่น (Promotion) ที่เขากําลังลดเข้าไปอีก พูดไปพูดมาเหลือ ๒๗ รายการ คนไปหาซื้อสินค้ากันตามห้างสรรพสินค้า ที่ท่านองอาจ ฝากผมมาบอก แม่บ้านเขาไปเดินซื้อนมผงให้ลูกกิน เข้าไปในห้างเจอแต่แผงเปล่า นมเกลี้ยงไม่มี ล้มเหลวจากการประกาศลดราคาสินค้า ๓๓ รายการ ตั้งแต่ถ่านไฟฉาย ไล่ไปจนถึงน้ํามันพืช ล้มเหลวครับ แต่ท่านก็ไม่หยุดข่าวครับ เรื่องหมูที่ไม่ใช่หมูอย่างที่ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายเมื่อสักครู่ จาก ๘๕ บาท ไต่ขึ้นไปเรื่อย ๆ จน ๑๒๐ บาท ท่านประกาศสวนปังเลยครับ หมูต้อง ๙๘ บาท แล้วหมู ๙๘ บาท พวกผมเถียงกัน ในสภานี้ว่าขายได้กี่เขียง คนทั้งประเทศรอ ๙๘ บาท ล้มเหลวอีกครับ เพราะ ๙๘ บาท มันก็ออกจากปากท่าน หลังจากล้มเหลวก็ไม่มีข่าวออกจากปากท่าน เสร็จจากหมู จะไปขายมือถือลดราคา ขอความร่วมมือจากบริษัทมือถือลดราคาเรียบร้อยครับ ไม่มีใครให้ความร่วมมือ เปลี่ยนใหม่เปึนซิม (SIM) ธงฟัา เดินไปเรื่อย ๆ การบริหารงาน โดยวิธีประชาสัมพันธ์และพูดอย่างเดียวก็มี ผลออกมาเดือนเมษายนที่ผ่านมา ข้อมูล ออกมาว่าไทยขาดดุลการค้า ๑,๘๐๘ ล้านเหรียญ ทําสถิติขาดดุลสูงสุดในรอบ ๑๒ ป้ การหาเงินเข้าประเทศเปึนหน้าที่ท่าน เพราะทํารายได้จากการหาเงินเข้าประเทศมามาก ท่านพูดมามาก แต่สุดท้ายเดือนเมษายนได้สะท้อนภาพออกมาเปึนการเบื้องต้นว่า ท่านดีแต่พูดครับ ประเทศไทยขาดดุลการค้าสูงสุดในรอบ ๑๒ ป้ เดือนเมษายนแล้ว แน่นอนมาถึงเรื่องสําคัญครับ เปึนเรื่องที่คู่กับการเมืองแล้วก็พวกเราที่ใส่สูทนั่งอยู่ในสภา ทั้งหมด เรื่องข้าวครับ เรื่องของชาวนาครับ เราทั้งหมดที่มานั่งที่นี่อย่าปฏิเสธเกิน ๘๐ เปอร์เซ็นต์มาจากเลือดเนื้อชีวิตชาวนา ตั้งแต่กินข้าวของชาวนา จนชาวนา กาบัตรเลือกตั้งเลือกเขา ท่านประธานทราบไหมครับว่าคนที่ประกอบอาชีพทํานาเกิน ๒๐ ล้านคน ไม่บวกนับลูกหลานที่อยู่ทั่วประเทศ ป้นี้ควรจะเปึนป้ทองของชาวนา เปึนป้ทองจริง ๆ ครับ
เรื่องที่ ๑ สัญญาณมันเริ่มส่งออกมา ๔-๕ ป้แล้วครับ สต็อกข้าวในโลกเรา มีประมาณ ๑๐๐ ล้านตัน ขึ้นไปมา ๒๐ กว่าป้ เมื่อ ๕ ป้ที่แล้วสต็อกข้าวของโลก สํารอง ข้าวของโลกเริ่มลดจาก ๑๐๐ ล้านตัน ไหลลงมาเรื่อย ๆ จนเหลือ ๗๔ ล้านตัน โลกตระหนกครับ ในขณะที่ประชาชนปลูกข้าวเพิ่มขึ้นทั้งโลก แต่ปรากฏว่าคนบริโภคข้าว เพิ่มมากขึ้นกว่าจํานวนที่ปลูกข้าวได้ การจะเพิ่มสต็อกข้าวจาก ๗๔ ล้านตัน ขึ้นเปึน ๑๐๐ ล้านตัน เรื่องยากครับ ป้หนึ่งได้อีกสัก ๕ ล้านตัน ถือว่าสูงมาก เปึนวิกฤติที่ ๑ ของโลกที่บ่งชี้ตั้งแต่ป้ที่แล้วครับว่าป้นี้ข้าวจะราคาขึ้น
เรื่องที่ ๒ เปึนวิกฤติของพืชและสร้างโอกาสเราครับ เพื่อนเขามีวิกฤติ เรื่องภัยธรรมชาติ จีน เวียดนาม หิมะตก ปลูกข้าวไม่ได้เมื่อปลายป้ ๒๕๕๐ ออสเตรเลีย แล้งจัด ข้าวสาลีประสบความเสียหายถีบราคาจาก ๒๐๐ เหรียญต่อ ๑ ตัน เปึน ๕๐๐ เหรียญ ต่อ ๑ ตัน วิกฤติ ๒ วิกฤติ
เรื่องที่ ๓ ประเทศไทยเรา รัฐบาลก่อนรับจํานําข้าวไว้เพราะราคาข้าวตกต่ํา จํานํากันตั้งแต่ป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ เหลือข้าวอยู่ในสต็อกทั้งหมด ๒.๑ ล้านตัน แล้วก็เปึนที่วิพากษ์วิจารณ์ครับ ๒.๑ ล้านตัน ฝากไว้กับโกดัง ว่าง ๆ เถ้าแก่ โกดังจับมือร่วมกันพาข้าวไปขายในวันที่ราคาดี หรือไม่ก็ทิ้งไว้ให้มอดกิน เข้าไปตรวจพิสูจน์ ข้าวเสียหาย ก็ปรากฏว่าวิกฤติที่เกิดอันที่ ๒ ก็คือความขยันของกระทรวงพาณิชย์ อันนี้ ต้องชื่นชมไว้ก่อน กระทรวงพาณิชย์เร่งตรวจสอบสต็อก ๒.๑ ล้านตัน เร่งตรวจสอบสต็อก เพราะข่าวลือกันมากเลยว่ามีการขโมยไปขาย ได้ผลครับ เจ้าของสต็อกวิ่งซื้อข้าวจากโรงสี วิ่งซื้อข้าวจากชาวนา ราคาข้าวขึ้นครับ
๓ เรื่องนี้ ราคาข้าวต้องขึ้นและชาวนาต้องได้ประโยชน์เต็ม ๆ ยังไม่พอครับ ในฐานะนักประชาสัมพันธ์ท่านได้เพิ่มวิกฤติที่ ๓ ให้กับวงการค้าข้าวอีกก็คือคําพูด ของท่าน ท่านเริ่มมาพูดเรื่องข้าว ท่านประธานคงจําได้ ผมก็จําได้ครับ ท่านรัฐมนตรี ออกโทรทัศน์ท่านพูดเพราะครับ เวลาบรรยากาศที่ท่านพูดออกโทรทัศน์ แล้วท่าน ใส่แว่นตาแขวนไว้ปลายจมูกแล้วสายตามองไปโดยไม่ต้องผ่านแว่น มือข้างซ้ายก็ชี้ชาร์ท มือข้างขวาก็วน แล้วก็ค่อยพูดแบบสุภาพ ๆ น่าเลื่อมใสครับ ท่านบอกว่าขอย้ําครับ ออร์เดอร์ ๖.๕ แสนตันกําลังรอเราอยู่ สัญญาณท่านส่งนะครับ ขอย้ําครับ ออร์เดอร์ ๖.๕ แสนตันกําลังรอเราอยู่ ข้าวเปลือกจาก ๗,๐๐๐ บาท จะเปึน ๒๐,๐๐๐ บาท ชาวนา อย่าเพิ่งขายข้าวเก็บไว้สัก ๓ เดือน ข้าวจะเปึนตันละ ๓๐,๐๐๐ บาท พิธีกรตาโตครับ หลังจากประกาศวันนั้นรายการโทรทัศน์ทุกช่องที่จัดรายการข่าว รายการไหนไม่ได้ ฯพณฯ มิ่งขวัญ ออกรายการถือว่าเชยแหลกครับ ทุกรายการตั้งแต่ทอล์ก โชว์ (Talk show) ไปจนทุกรายการออกหมดครับ พูดเรื่องข้าวตลอดหมด เกิดอะไรขึ้นครับ ท่านประชาสัมพันธ์ เรื่องข้าว ปรากฏว่า ๓ วัน ห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ ทั้งหมดข้าวหายจากแผงครับ ข้าวสารหาย จากแผงหมดนะครับ คนแตกตื่นกันทั้งประเทศ ข้าวจะขึ้นไปเกวียนละ ๓๐,๐๐๐ บาท เสียงเรียกร้องในสภาออกครับ บ่นว่าทําไมข้าวแพงให้รัฐบาลไปจัดการกับชาวนา ท่านส่ง สัญญาณออกไปอย่างนี้แล้วไม่กี่วันกระทู้ก็เข้าสภา ข้าวหายไปจากแผงทั้งหมด ความเดือดร้อนก็ออกไปทั่ว ยังไม่พอครับ อย่างที่ท่านดอกเตอร์ไตรรงค์อภิปรายเมื่อสักครู่ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม มันสะเทือนวงการส่งออกหมด ผู้ส่งออกต้องทิ้งสัญญาที่ขาย หาข้าวไม่ได้ครับ ท่านบอกให้ชาวบ้าน ชาวนาอย่าเพิ่งขายข้าว ท่านไม่เข้าใจครับ ท่านไม่เข้าใจจริง ๆ เลยบริหารเรื่องข้าว เรื่องชาวนา ท่านไม่เข้าใจ ชาวนาที่ไหนมีสต็อกข้าว ท่านทราบไหมครับว่าชาวนาเดี๋ยวนี้เขาเกี่ยวข้าวด้วยเครื่อง แล้ววันที่เครื่องตัดข้าวลงไป ตัดข้าวในนามันบรรจุถุงเสร็จ ใส่กระสอบเสร็จชาวนาเขาขายกันกลางนาหมดแล้ว ข้าวของชาวนาออกจากมือชาวนาไปหมดแล้ว แต่ที่พ่อค้าข้าวหาซื้อข้าวไม่ได้ไม่ใช่ ความผิดชาวนาที่กักตุนข้าวครับ โรงสีไม่ยอมขาย เพราะท่านบอก ๓๐,๐๐๐ บาท รออยู่ข้างหน้า ออร์เดอร์ ๖.๕ แสนตันอยู่ข้างหน้า ใครจะโง่ไปขายของถูก รอขายของแพง ดีกว่า วิกฤติเกิดขึ้นไปทั้งบ้านเมือง วันที่ ๓๑ มีนาคม ท่านออกรายการกรองสถานการณ์ คราวนี้แป็บเดียวหลังจากที่พูดไปอาทิตย์เดียวเปลี่ยนใหม่ครับ วันนี้ผมออกมาบอกแล้วว่า ขายเถอะ วันนี้ผมออกมาบอกให้ได้ยินทั่วกันว่าให้ออกมาขายได้แล้ว แป็บเดียวครับ เพราะวิกฤตินั้นเกิดวุ่นวายไปหมดทั้งบ้านเมืองเลย ชาวบ้านกินข้าวก็ต้องกักตุนข้าวสารกัน พ่อค้าก็เล่นราคากัน โรงสีก็กักตุน ชาวนาอยู่ข้างล่างเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่าเขาอยู่กันอย่างไร ท่านก็เลิกพูดถึงเรื่องการจะเอาข้าว ๒.๑ ล้านตันออกมาจําหน่าย เหมือนดอกเตอร์ไตรรงค์ว่า ท่านก็เตือนออกไปเรียบร้อยผมจะไม่ซ้ําไปอีกครับ คราวนี้วิกฤติที่ท่านสร้างขึ้นมาผมคิดว่า หลายคนก็เริ่มหันชายตาไปมอง นักธุรกิจหลายคนเริ่มหันกลับไปมอง อยากไปทํานาครับ มันหอมจนถึงขั้นไปเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติมาเที่ยวกว้านซื้อที่ดินเงียบ ๆ คิดจะขาย อาชีพทํานากัน แต่หันกลับไปดูชาวนาของท่าน ผมเชื่อมั่นว่าท่านประธานกับพวกผม มาอย่างเดียวกัน ไม่ปู์ย่าก็ใครคนใดคนหนึ่งของเราละครับมาจากคนทํานา แล้วอาชีพผม เพิ่งเลิกจากรุ่นพ่อ เลิกทํานารุ่นพ่อผมทั้งหมดเราผูกพันกับชาวนา ท่านประธานทราบ ไหมครับว่าในรอบ ๒๐ ป้ ขณะที่เศรษฐกิจเงินเฟัอป้ละประมาณ ๓-๓.๕ เปอร์เซ็นต์ เหมือนดอกเตอร์ไตรรงค์ว่า รายได้ชาวนาเพิ่มป้ละไม่เกิน ๒ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น เขาเลยบอกว่าชาวนายิ่งทํานาก็ยิ่งจน มันไม่ทันเงินเฟัอครับ ข้าวฤดูกาลที่แล้ว เดือนธันวาคมก่อนที่จะเขาเก็บเกี่ยวกัน หว่านข้าว ไถนา สูบน้ําเข้านาเก็บเกี่ยว ดีเซล ลิตรละ ๒๓ บาท ท่านทราบไหมว่าวันนี้ชาวนาซื้อดีเซลลิตรละ ๔๕ บาท ขณะที่เราซื้อ ในเมือง ๔๒-๔๓ บาทบ่นกัน ชาวนาซื้อแพงกว่าตลอดครับ ในชนบทซื้อของแพงกว่าตลอด ปุิยราคาตันละ ๑๒,๐๐๐-๑๓,๐๐๐ บาท ท่านอาคมบอกไปแล้วครับ ท่านปล่อยให้มัน ล่อไปถึงตันละ ๒๗,๐๐๐ บาท ต้นทุนชาวนาเดี๋ยวนี้ข้าวเกวียนหนึ่ง ๑๐,๐๐๐ บาท ท่านมาชี้แจงกับพวกผมในสภาว่าวันนี้ปล่อยได้แล้วชาวนาข้าวราคา ๑๔,๐๐๐ บาท ผมเรียนถามท่านเองในสภาว่า ๑๔,๐๐๐ บาท ท่านขายกันที่ไหนครับ ชาวนาวันที่ ท่านชี้แจงพวกผมในสภา ชาวนาเริ่มเดินขบวนที่พะเยา เชียงรายก็เดินขบวน ใกล้ ๆ บ้าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็เดินขบวน แถวบ้านผมก็ตั้งหลักจะประท้วง วันที่ท่านประกาศในสภา ๑๔,๐๐๐ บาท ชาวนาขายได้ ๙,๐๐๐-๙,๕๐๐ บาท มันหายไปตรงไหนครับ เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่บอกแล้วครับ ตันละ ๘๕๐ เหรียญ ส่งออกต่างประเทศ อย่างน้อย ๆ ผู้ส่งออกต้องมาซื้อจากโรงสี ๒๗,๐๐๐ บาท เขาซื้อกัน ๒๓,๐๐๐ บาท หายไปกี่พันครับ โรงสีได้มา ๒๓,๐๐๐ บาท จากผู้ส่งออกควรจะไปซื้อข้าวเปลือกเกวียนละอย่างน้อย ๔๔,๐๐๐ บาท ซื้อกัน ๙,๐๐๐-๙,๕๐๐ บาท แล้วท่านบอกว่า ๑๔,๐๐๐ บาท ผมบอกท่านเองว่าช่วยประกาศ ให้ทราบกันทั่วประเทศไทยด้วยว่าอย่าขายข้าว แล้วเอาไปไว้ที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านจะไปซื้อเองราคา ๑๔,๐๐๐ บาท ท่านก็ต่อว่าผมว่าพูดอย่างนี้ได้อย่างไรเดี๋ยวโรงสี เขาจะโกรธผม ท่านประธานครับ ผมกับท่านคิดเหมือนกันนะครับ คนที่กากบาทบัตร เลือกผม ชาวนาเลือกมากกว่าเถ้าแก่โรงสี แต่ทัศนะของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านเกรงใจโรงสีครับ แต่เรื่องที่ผมกําลังจะพูดต่อไปนี้แล้วก็เพื่อนสมาชิกในสภาทั้งหมด ต้องช่วยกับผมควานหาตัวไอ้โม่งที่ใส่สูทแล้วก็ทําตัวเปึนเหลือบดูดเลือดชาวนา ท่านประธานจําได้ใช่ไหมครับ คําพูดที่ว่าออร์เดอร์ ๖๕๐,๐๐๐ ตัน รอเราอยู่ ท่านรัฐมนตรีว่าการคนนี้ละครับเปึนคนพูดออกรายการโทรทัศน์แล้วก็ตาโตกันทั้งประเทศ ๖๕๐,๐๐๐ ตันมาถึงครับท่านประธาน ประเทศฟ่ลิปป่นส์เป่ดประมูลข้าว ๖.๕ แสนตัน ๖๕๐,๐๐๐ ล้านตัน ผู้ส่งออกประเทศไทยเดินทางไปร่วมในการประมูลแล้วส่งข่าว ออกมาบอกในหนังสือพิมพ์ทั่วกันว่า ฟ่ลิปป่นส์ต้องการหนังสือรับรองจากรัฐบาล เพราะว่าถ้าไปประมูลแล้วไม่มีหนังสือรับรองจากรัฐบาลเขาไม่ให้เข้าร่วมประมูลครับ รัฐบาลไทยปฏิเสธหมด ไล่มาตั้งแต่หัวถึงหางเลยครับ รัฐบาลออกหนังสือรับรองให้ไม่ได้ ไปผูกพันแทนพ่อค้าไม่ได้ พูดก็ถูกครับ แต่ถ้า ๖๕๐,๐๐๐ ล้านตัน ถ้าขายได้ราคาข้าว ในประเทศก็จะพุ่งอย่างท่านว่าละครับ แต่เราไปป่ดโอกาสไม่ออกหนังสือรับรองให้ ไม่ออกหนังสือรับรองให้พ่อค้าไม่ว่าครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คิดจะใช้ กลไกในกระทรวง เอา อคส. ไปประมูลข้าวกับเขาไหมครับ ไม่คิดครับ โอกาสหายวับครับ ๖๕๐,๐๐๐ ล้านตัน ที่ท่านพูดออกอากาศโทรทัศน์หายวาบไปเลย พ่อค้าข้าวเขาพูดกัน อย่างไรรู้ไหมครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีไปตามหาให้ผมด้วยนะครับ ผมไม่เชื่อว่า ท่านทําอย่างนั้น แต่วงการค้าข้าวเขาบอกว่ามีออร์เดอร์สั่งจากมาเลเซียอยู่ ๓ แสนตัน ที่ผู้ส่งออกหาข้าวไม่ได้ ถ้าเมื่อใดก็ตามอีก ๖ ล้าน ๕ แสนตัน ต้องส่งไปฟ่ลิปป่นส์ ราคาข้าวพุ่งกระฉูดโรงสีไม่ขาย ผู้ส่งออกที่จะส่งไปมาเลเซีย ๓ ล้าน ๕ แสนตัน หาข้าว แพงขึ้น เขาบอกว่ามีอ้ายพวกใส่สูททําตัวเปึนเหลือบไปเรียกเก็บตันละ ๒๐ เหรียญ เพื่อไม่ออกหนังสือรับรองส่งให้พ่อค้าข้าวไปประมูลที่ฟ่ลิปป่นส์ เพื่อไม่ให้ อคส. ไปประมูลข้าวแข่งกับฟ่ลิปป่นส์ เพื่อไม่ให้ข้าวภายในประเทศราคาเกินครึ่ง เพื่อให้พ่อค้า ส่งออกไปมาเลเซียซื้อข้าวราคาถูกส่งไปขายมาเลเซียได้ ท่านกระทืบชาวนาครั้งที่ ๑ ครับ ข้าวราคาไม่ขึ้น ยังไม่พอครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเดินทางไปประเทศฟ่ลิปป่นส์ไปลงนาม ในสัญญาร่วมกันว่าจะขายข้าวกับประเทศฟ่ลิปป่นส์เปึนเรื่องปกติครับ ป้หนึ่งขาย กี่ล้านตันก็มาว่าในรายละเอียด ผมได้รับเอกสารจากเพื่อนสมาชิกของเราครับ ท่าน ส.ส. ท่านป์วยอยู่ที่โรงพยาบาล แล้วก็มีคนเอาไปให้ท่านเปึนเรื่องเก่า เกิดเมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ที่ผ่านมา เรื่องราวมันเปึนอย่างนี้ครับท่านประธาน ประเทศฟ่ลิปป่นส์เขาจะเป่ดประมูลข้าวในวันที่ ๑๓ มิถุนายนที่ผ่านมา และมี ๒ ประเทศ ที่เลือกการประมูลได้ ไทยเอาแน่นอนครับ อีกรายก็คือเวียดนาม เขาก็ทําหนังสือมาติดต่อ กับสถานทูตไทยในฟ่ลิปป่นส์ สถานทูตก็คงทําหนังสือแจ้ง ฯพณฯ รัฐมนตรี ฯพณฯ รัฐมนตรี ปรารถนาดีครับ ผมไม่เชื่อว่าท่านร่วมในการทุจริตคราวนี้ แต่ผมบอกท่านตั้งใจดี แต่ท่านไร้ประสิทธิภาพ ไร้ความสามารถ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ทํา หนังสือ ที่ พณ ๐๓๐๗/๑๕๘๕ ถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เสนอรายละเอียดบอกว่า กระทรวงพาณิชย์ขอเรียนว่า กระทรวงเกษตรของฟ่ลิปป่นส์ได้มีหนังสือถึง สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมะนิลา แจ้งการเสนอซื้อข้าวภายใต้บันทึกความตกลง ว่าด้วยการซื้อขายข้าวระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลฟ่ลิปป่นส์ รัฐต่อรัฐครับ และเชิญ รัฐบาลไทยเข้าร่วม โดยมีรายละเอียดเงื่อนไขดังนี้ วันยื่นซอง เป่ดซอง วันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๑ ปริมาณ ๖๗๕,๐๐๐ ตัน มีรายละเอียดว่าอยากได้กี่ตัน ๖๗๕,๐๐๐ ตัน ท่านก็เลยทําหนังสือ โดยสรุปว่าขอเลขาธิการ ครม. ช่วยเสนอเปึนวาระจรเพื่อขออนุมัติ จากคณะรัฐมนตรีให้ขายข้าวในระบบรัฐต่อรัฐ ๖๗๕,๐๐๐ ตัน ราคาตันหนึ่งก็สตาร์ท (Start) ที่ ๘๒๐ เหรียญไปถึง ๘๕๐-๘๖๐ เหรียญ ท่านทําหนังสือลงนามเรียบร้อย แล้วก็เสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ประชุมคณะรัฐมนตรีกันวันที่ ๑๐ มิถุนายน ท่านก็ระบุว่าเอาให้ทันวันอังคารที่ ๑๐ มิถุนายน ประชุมคณะรัฐมนตรีเสร็จโฆษกประจํา สํานักนายรัฐมนตรีออกมาแถลงว่าไม่มีการเสนอบันทึกในการขออนุมัติขายข้าวให้กับ ประเทศฟ่ลิปป่นส์ เพราะเลขาธิการคณะรัฐมนตรีดึงเรื่องออก จะขายกันวันที่ ๑๓ ขออนุมัติวันที่ ๑๐ ถ้าขายอีก ๖๗๕,๐๐๐ ตัน ราคาข้าวมันก็จะขึ้นอีกครับ พี่น้องชาวนา ไม่ต้องไปรอเข้าคิวว่าเมื่อไรจะแทรกแซงราคาข้าว เมื่อไรจะรับจํานํา จํานํากันที่ไหน ขับรถกันกี่ร้อยกิโลเมตรกว่าจะถึงที่จํานําได้ จะได้ขายข้าวมีราคาครับ หายไปครับ พาดข่าวหนังสือพิมพ์พาดหัวไปเกี่ยวพันรัฐมนตรีช่วยว่าการ ๒ คน บอกว่าสุมหัวกัน ดึงหนังสือออก รุ่งเช้ารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านวิรุฬออกมาแถลงครับ ท่านไม่ได้ดึงออก ท่านไปต่างประเทศกลับมาเพิ่งมาเห็นเรื่องนี้ ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี ๒ ชั่วโมง และท่านนั่งคนละฝัืงกับเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ไม่ได้บอกให้ดึงออก ท่านเสียหายไปเต็ม ๆ ครับ รัฐมนตรีช่วยว่าการก็เลยเปึนปริศนา คาอยู่ครับ ใครดึงเรื่องนี้ออก เรียบร้อยครับ ๑๓ มิถุนายน เวียดนามขายข้าวได้ในราคา ๘๒๐ เหรียญ ๒ รอบครับ โอกาสถูกแปรเปึนวิกฤติหมด ใครดึงออกครับ เสร็จไปแล้วครับ ความรู้สึกพวกผมอาจจะช้าในการที่ไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เพราะว่าที่จริงคนที่ไม่วางใจ ท่านรัฐมนตรีก่อน ผมเคยเรียนท่านแล้วว่าชีวิตท่านแขวนอยู่กับคนที่ชื่อสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีแถลงแล้วครับเมื่อวันที่ชี้แจงวุฒิสมาชิก ท่านบอกว่า ท่านไม่ไว้ใจกระทรวงพาณิชย์ไปจับมือฮั้วกับผู้ส่งออก ๕ ราย ท่านปลดหมดแล้วทั้งแผงครับ ประชุมกันวันที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เดินทาง ไปเปรู ทางนี้ก็นายกรัฐมนตรีเรียกประชุม ครม. เศรษฐกิจด่วน เรียกทุกคนหมด ตั้งทีมงาน รับจํานําข้าว เลิกโครงการข้าวธงฟัา รับจํานําเอง ให้รัฐมนตรีขุนคลังมานั่ง ให้ท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อยู่ฝ์ายอํานวยการเปึนรองประธาน ท่านนายกรัฐมนตรี เปึนประธาน แตะเขาไว้อีกนิดหนึ่งพอเปึนเกียรติ นอกนั้นทุกตําแหน่งครับ รับจํานําข้าว จนคิดจะขายข้าว กระทรวงพาณิชย์ไม่ได้ยุ่งเลย เขาปลดท่านไปก่อนผมอภิปรายแล้วครับ แต่ท่านประธานครับ ผมต้องการคําตอบจากรัฐมนตรีวันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตอบไม่ได้ รัฐมนตรีช่วยว่าการทั้ง ๒ ท่านช่วยตอบผมด้วยครับ ใครเปึนคนดึงหนังสือ ซึ่งลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เพื่อขออนุมัติคณะรัฐมนตรีขายข้าว ออกจากวาระการประชุมของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน เขาพูดกันว่าอย่างไร ผมถามท่าน ท่านค่อยตอบแล้วท่านหาให้เจอ ท่านหาไม่เจอเปลี่ยนรัฐมนตรีใหม่ ผมก็จะหาให้เจอว่ามันนั่งแอบอยู่หลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์หรือมันนั่งอยู่ บนตักนายกรัฐมนตรี เขาลือกันอย่างนี้ครับ เขาบอกว่ามันเกิดเทศกาลแย่งกันหากินครับ ผมไม่ได้ว่าท่านรัฐมนตรีนะครับ แย่งกันหากินครับ กลุ่มหนึ่งคิดจะหากินโดยวิธีขายข้าว ในสต็อกรัฐบาล มี ๒.๑ ล้านตัน ถ้าขายข้าวในสต็อกรัฐบาล รัฐต่อรัฐประมูลกันครับ ก็ประมูลราคาที่ต่ํากว่าราคาตลาดสักนิด แล้วไปขอใต้โต๊ะพ่อค้าจากฟ่ลิปป่นส์เขาจ่าย บวกใต้โต๊ะ บวกราคาต่ํา แล้วยังต่ํากว่าราคาตลาดได้แน่ ท่านคิดว่าพวกนี้ใส่สูท เปึนเหลือบดูดเลือดชาวนาหรือครับ แต่มีอีกพวกครับพิสดารกว่าอีก พอได้กลิ่นหอม ๆ ว่า จะมี ๖๗๕,๐๐๐ ตัน มันไม่ขายกันเลยครับ ผู้ส่งออกรายไหนอยากได้นะครับว่า สักแสนตัน มา รัฐบาลจะไปประมูลแล้วมาส่งรัฐบาลคนละแสนตัน ท่านรัฐมนตรี ทราบไหมครับ มันเอาราคาเดิมตันละ ๒๐ เหรียญ เมื่อ ๒ กลุ่มมาปะทะกัน ผลประโยชน์ ไม่ลงตัวชาวบ้านก็วิบัติ ชาวนาก็จนกันตายครับ มือที่มองไม่เห็นดึงเรื่องออกจากที่ประชุม คณะรัฐมนตรีไป ถ้าท่านหาไม่ได้ ท่านไม่ตอบวันนี้พวกผมก็จะหาต่อไปครับ ท่านประธานครับ ท่านฟังมาถึงขนาดนี้แล้วผมคิดว่าไร้ประสิทธิภาพ มีโครงการ รับจํานําข้าว อย่าคิดว่าออกโครงการรับจํานําข้าวแล้วก็จะสนุกสนานกันอีก บ้านผมวันนี้ ภาคใต้ถึงทํานาอยู่น้อยนิด แต่ลุ่มน้ําปากพนังเปึนพื้นที่ทํานาที่เลี้ยงภาคใต้ทั้งหมดครับ เขาขายกันได้เกวียนละ ๑๑,๐๐๐ บาท หาที่ไม่ได้ครับ ไปรับจํานํากันที่ไหน แล้วท่าน เตรียมเจอม็อบเจอขบวนอีกครับ แต่ขอโทษครับ วันนี้ท่านไม่ต้องรับผิดชอบหรอกครับ ท่านนายกรัฐมนตรีปลดท่านออกจากตําแหน่งการรับจํานําข้าวหมด เสียดายครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไม่นั่งอยู่ด้วย ที่นี่ท่านนายกรัฐมนตรีนั่งฟังอยู่แล้วก็ดีครับ ผมไม่ได้ต่อว่าในเรื่องรับจํานําข้าวท่านแล้ว ท่านโดนปลดไปแล้วครับ แต่ทั้งหมดบ้านเมือง กําลังจะมีโอกาส คนยากคนจนกําลังจะมีโอกาส คนทํานากําลังจะมีโอกาส ท่านไม่กระทืบซ้ําตั้งแต่ราคาปุิย ท่านสร้างวิกฤติพูดจนปัืนป์วนไปหมดทั้งวงการขณะที่ ชาวนาไม่ได้อะไร ไล่กลายเปึนแพะของสังคม ท่านกระทืบจนราคาข้าวไม่ขึ้น เพราะผลประโยชน์ไม่ลงตัวกัน ผมไม่อาจวางใจให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ทําหน้าที่ต่อไปได้ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ