สมัคร สุนทรเวช เปิดเผยตัวเป็นนายกรัฐมนตรี และรับหน้าที่แก้ไขปัญหา โดยเฉพาะปัญหาข้าวที่ราคาขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นในโลกนี้ และยังเสนอแนวทางแก้ไข เช่น การขุดสูบน้ำจากแม่น้ำเพื่อใช้ในการเกษตร และการก่อสร้างไซโลเพื่อเก็บข้าว
ท่านประธานที่เคารพ ผม สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ผมจะเรียนตอบท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติที่ซึ่งพูดจบไปเมื่อสักครู่นี้ คนที่ดึงเอกสารชิ้นนั้นออกนั้นชื่อนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ผมเปึนผู้บริหาร บ้านเมืองนี้ ผมเปึนผู้ไปเจรจากับประธานาธิบดีอาร์โรโย เรื่องต่าง ๆ นั้นบางสิ่งบางอย่าง ก็เอามาพูดในนี้ไม่ได้หรอกครับเพราะต้องรักษาสัมพันธไมตรี แต่สิ่งที่ผมจะพูดให้ฟังได้ ก็คือว่าความบกพร่องของท่านรัฐมนตรีอาจจะมีอยู่บ้างตั้งแต่ต้นนี่นะครับ แต่การที่พูดว่า ผมปลดรัฐมนตรีออกมาตั้งแต่นั่นไม่ได้หรอกครับ เวลาที่บ้านเมืองมีปัญหา แล้วก็ ข้าราชการส่วนหนึ่งก่อให้เกิดปัญหา วิธีการแก้ไขปัญหาก็อย่างที่ผมได้ดําเนินการ ท่านรัฐมนตรีท่านไม่ได้ตําหนิติเตียนอะไรผมเลย จังหวะเวลานั้นใครจะนัดหมาย กันอย่างไรไม่ทราบได้ ชาวนาบอกจะป่ดถนน ๔ ทิศเข้ากรุงเทพมหานคร ท่านรัฐมนตรี อยู่ประเทศเปรู แล้วก็ผมไม่มีทางจะไปลากท่านมานั่งเปึนประธานได้เลย ผมต้องแก้ วิกฤติการณ์ด้วยตัวผมเองด้วยสิ่งที่เราได้ตรวจสอบทั้งหมดแล้ว ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่า เมื่อเวลาที่เข้ามาทําหน้าที่นั้นเราก็แบ่งงานแบ่งหน้าที่กัน ปัญหาเรื่องข้าวที่ท่านบรรยาย มาตลอดทั้งหมดนั้นความจริงก็มีปัญหาอยู่บ้าง แต่ว่าปัญหาเรื่องนี้ก็มีสูตรที่เราคิดกัน อยู่ตลอดเวลา ผมเปึนนายกรัฐมนตรีผมก็ต้องดูคนที่เปึนรัฐมนตรีที่ดูตัวเลขอยู่ ข้อขัดแย้ง ในระหว่างปัญหาเรื่องข้าวนั้นอยู่ที่ข้าราชการประจํากับคนที่เปึนรัฐบาล ผมไม่ยอมปล่อย ให้เรื่องจะเปึนไปอย่างที่เปึน ถ้าผมไม่จัดการแก้ไขก็จะเปึนไปอย่างนี้ ท่านรัฐมนตรี เปึนคนอยู่ซีกรัฐบาล แล้วผมก็ไม่สามารถจะปล่อยให้ท่านนั่งอยู่ตรงนั้นแล้วก็ผู้คนข้างล่าง ทํากันตามใจชอบ แล้วท่านก็จะไปเห็นดีเห็นงามตามกับเขา เหตุแก้ไขทั้งหมดนั้น เกิดจากที่ผมเปึนนายกรัฐมนตรีแล้วผมไม่เห็นดีเห็นงามกับสิ่งที่ข้าราชการประจํา ทํากันมาตลอด ปัญหานั้นถ้ามีวิกฤติอยู่บ้างก็พอแก้ไขได้ พูดกันง่าย ๆ ก็บอกว่า นายกรัฐมนตรีมันท่องตัวเลขมา ก็เขาให้ข้อมูลมาอย่างนี้นี่ครับ วันนี้ขออนุญาต ผมตอบปัญหาเรื่องข้าวแล้วก็ออกรับแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไม่ใช่หน้าที่ ของผมหรอกครับแต่เปึนยิ่งกว่าหน้าที่ เพราะผมเปึนคนดึงเอกสารชิ้นนั้นออกเอง จะลําดับความให้ฟังก่อนว่าบ้านเมืองนี้เมื่อเวลาที่คนเข้ามารับหน้าที่ต่าง ๆ ก็มีข้อมูล ส่งมาให้ดู สิ่งที่ผมจะต้องดูก็คือว่าอยู่เฉย ๆ ราคาข้าวก็ขึ้นไปแพงมาก ต้นปัญหาต้นเหตุ อยู่ที่ชิคาโก สหรัฐอเมริกา ต้นเหตุอยู่ที่ว่าราคาน้ํามันขึ้นทุกอย่างขึ้นหมด ราคาพืชผล ขึ้นหมด เสร็จเรียบร้อยแล้วข้าวก็ไปขึ้นกับเขาด้วย คงจําได้ว่าผมตอบโต้ มีคนวิพากษ์ วิจารณ์คนเปึนประธานธนาคารโลกเขาประชุมกัน แล้วคนหนึ่งคือนายบัน คี-มูน เลขาธิการสหประชาชาติ เขาประชุมกันเสร็จเขาแถลงบอกว่าตําหนิติเตียนประเทศ ที่ปลูกข้าวว่าเปึนปัญหาทําให้ราคาข้าวในโลกแพงขึ้น เพราะประเทศเหล่านั้นมัวไป ปลูกพืชน้ํามัน ผมก็ตรวจสอบไปธรรมดาเวลานั้นใช้สํานวนแบบของผมซึ่งถูกตําหนิ ติเตียนอยู่ แต่ว่ามีอาจารย์ท่านหนึ่งช่วยแปลให้ คําว่า มึง นั้น ภาษาอังกฤษก็แปลว่า ยู (You) ผมก็ถามว่าอ้ายพวกมึงขึ้นราคาน้ํามันกันตามใจชอบพวกนี้อะไรต่าง ๆ เปึนสํานวน ทั้งนั้นละครับ ก็ตําหนิติเตียนไปบอกว่าขึ้นราคาน้ํามันพรวด ๆ ตั้งแต่ ๙ เหรียญ ๑๐ เหรียญ ๕๐ เหรียญ ๖๐ เหรียญ จนกระทั่งตอนที่พูดตอนนั้น ๑๓๐ เหรียญ แล้วผมบอกข้าว มันขึ้นไปเท่าไร ข้าวมันขึ้นไปร้อยเปอร์เซ็นต์ คิดคํานวณให้ดูด้วยว่าข้าวจานหนึ่ง ถ้าธรรมดาเคยราคา ๑.๕๐ บาท ผลิตออกมาแล้ว ๑.๕๐ บาท ราคาใหม่เปึน ๓ บาท ขึ้นร้อยเปอร์เซ็นต์ดูเหมือนน่ากลัว น้ํามันถ้า ๑๐ ขึ้น ๑๐๐ มันก็เปึนเหมือน ๒๐ ถ้า ๒๐ ขึ้น ๑๐๐ ก็เปึน ๔๐ แต่ว่าจาก ๑๐ มันขึ้นไปถึง ๑๓๐ มันขึ้น ๑,๓๐๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเวลา พูดตําหนิติเตียน ผู้คนก็ตําหนิผม ซึ่งไม่เปึนไรหรอกครับพูดจากันได้ แล้วธนาคารโลก ประธานเขาก็ขออภัยมาว่าเขาไม่ได้พูดอย่างนั้น ก็พูดจาว่ากล่าวเปึนทํานองว่าผมไป พูดจาอย่างนั้นทําไม เอาละนั่นเปึนต้นเหตุเพราะราคาข้าวมันขึ้นไปดุเดือดเลือดพล่าน ผู้คนตื่นเต้นไม่เคยขายข้าวได้ราคานี้ เวลานั้นใครมีสต็อกมีข้าวพ่อค้าก็ขายกันได้แพงหมด ขายแพงหมด ๑,๔๐๐ กว่าเหรียญ ข้าวธรรมดา ๆ ยังได้ ๑,๐๐๐ เหรียญ เมื่อเกิดเหตุอย่างนั้น ผมก็จําเปึนจะต้องเปึน คนรู้เรื่องของข้าว ผมก็รู้อย่างที่เขาอธิบายให้ฟังว่าในโลกนี้มันมีข้าวผลิตอยู่ประมาณ ป้ละ ๖๐๐ ล้านตันข้าวเปลือก แล้วในโลกนี้ ๖๐๐ ล้านตันข้าวเปลือก ประเทศไทย ผลิตข้าว ๓๐ ล้านตันข้าวเปลือก แปลว่า ๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นแหละครับ เขาเขียนชาร์ท ให้ดู ผมเห็นผมจะร้องอุทานเลยบอกอย่างนั้นหรือ เพราะประเทศไทยมีชื่อว่าเปึนผู้ส่งออก ข้าวรายใหญ่ที่สุดในโลก เปึนไปได้อย่างไรครับ ๖๐๐ ล้านตัน เราผลิต ๓๐ ล้านตัน ๕ เปอร์เซ็นต์ของโลก ความจริงเขาใส่ ๔ จุดทศนิยมกว่า ผมใช้ว่า ๕ เปอร์เซ็นต์ เขาผลิตกันร้อยเปอร์เซ็นต์ เราผลิต ๕ เปอร์เซ็นต์ ๕ เปอร์เซ็นต์ คือ ๓๐ ล้านตัน เขาใช้ตัวเลขคร่าว ๆ กัน ๓๐ ล้านตัน สีแล้วเปึน ๒๐ ล้านตันข้าวสาร เขาก็พูดกัน คร่าว ๆ อีก ถ้าใน ๒๐ ล้านตันนั้น ๙ ล้านตันสําหรับกิน ๙ ล้านตันสําหรับขาย ๒ ล้านตันสําหรับสํารอง นั่นละครับมีคนบอกว่าสมัครท่องตัวเลขคล่อง แน่นอนครับ ถ้าบอกแล้วผมต้องทําได้ ผมรู้รายละเอียดยิ่งกว่านั่นอีกว่า ที่กิน ๆ ไม่ถึง ๙ ล้านตัน เรากิน ๖ ล้าน ๕ แสนตัน ๒ ล้าน ๕ แสนตันนั้นเปึนพืชพันธุ์ เปึนข้าวที่ว่าเอาไปใช้ สําหรับทําพันธุ์ แต่ว่าใช้ตัวเลขกันคร่าว ๆ ง่าย ๆ ไม่เอารายละเอียดลงมาก็คือว่า ผลิตได้ ๓๐ ล้านตัน สีได้ ๒๐ ล้านตันข้าวสาร แล้วก็ขาย ๙ ล้านตัน แล้วก็กิน ๙ ล้านตัน เก็บไว้ ๒ ล้านตัน ขาย ๙ ล้านตัน นั่นแหละครับ เอาทั้งโลกมาแพร์ (Pair) กันแล้วคนไทย ขายมากที่สุดในโลกคือขาย ๓๓ เปอร์เซ็นต์ สหรัฐอเมริกายังขายน้อยกว่า ไม่ว่าใครต่อใคร ขายน้อยกว่าไทยทั้งนั้น ไทยจึงเปึนคนขายข้าวมากที่สุดในโลกคือ ๓๓ เปอร์เซ็นต์ ตัวเลข อย่างนี้ไม่มาเปึนนายกรัฐมนตรีก็ไม่รู้หรอกครับ แต่อาจจะรู้ตอนเขามีวิกฤติการณ์ เพราะผมชอบอ่านเรื่องพวกนี้ เมื่อรู้ข่าวอย่างนี้แล้วก็มองไปที่ ๙ ล้านตันว่าเปึนอย่างไรบ้าง ก็ขอดู บอกเลยครับมีข้าวหอมมะลิ ๓ แสนตัน มีข้าวอยู่ ๑ ล้านกว่าตัน บวกกันแล้ว ๒ ล้าน ๑ แสนตัน ก็ข่าวออกมาหนาหูนี่ครับว่าข้าวที่ตอบไว้ไม่เปึนความจริงหรอก มันมีตัวเลขอย่างนั้น สต็อกลม ผมก็ต้องมีคําสั่งบอกให้ช่วยตรวจสอบ เขาก็รีบส่งมาเลย นี่แหละ ๒ ล้านตัน อยู่นั่น ๆ รัฐมนตรีคนนี้แหละบอกข้าราชการบอกคุณยืนยันนะ ไม่มีตามนี้คุณติดตะราง นี่เปึนคุณภาพของรัฐมนตรีของเรา ซึ่งลงไปเล่นข้าราชการประจํา เขาจะดําเนินการอย่างไรก็ไม่ทราบได้หรอกครับ แต่ว่าเราขอตรวจสอบ การตรวจสอบ ก็ยืดเยื้อเยิ่นเย้อ จึงต้องตั้งกรรมการตรวจสอบ จึงต้องเอาตํารวจไปตรวจ ท่านสมาชิก อภิปรายเมื่อสักครู่นี้นั่นแหละครับเปึนความจริงละครับ ท่านก็รู้อย่างที่ผมรู้วิ่งซื้อข้าว มาใส่ตรงนั้นราคาแพง เขาหาซื้อกันตรงนั้นครับ เราก็รู้วิกฤติการณ์ทั้งหมด ผมบอกแล้ว คณะรัฐบาลชุดนี้เราทําให้ไม่ได้ทําเอา แต่ว่าถ้าใครไปทําเอารู้ต้องมาบอกผมด้วยนะครับ ผมจะได้ต้องจัดการ เพราะฉะนั้นใครจะใส่สูทใส่เสื้อเชิ้ตไม่ทราบได้หรอกครับ แต่ผม เมื่อก่อนใส่สูท แต่เดี๋ยวนี้ ครม . ถอดสูทแล้วครับ ก็คงปลอดภัยไปเพราะว่าไม่ได้ใส่สูท มานานแล้วใส่แต่เสื้อเชิ้ตนั่งประชุมกัน วันที่ถอดเอาจดหมายฉบับนี้ออกก็ใส่เสื้อเชิ้ตครับ ผมจะเรียนให้ทราบว่าทําไมถึงผมต้องถอดอันนั้นออก เมื่อดําเนินการเจรจาความกัน ผมอยู่ระหว่างการเยี่ยมเยียนอะไรต่าง ๆ ๘ ประเทศ เมื่อเวลาที่ผมจะพูดนั้นผมต้องรู้ พื้นฐาน เมื่อผมไปมาเลเซีย มาเลเซียบอกว่ามีข้าวจะกินเหลืออยู่อีกเพียงได้ ๑๕ วัน ผมบอกท่านรัฐมนตรีเวลาที่เขานั่งโฟร์ อายส์ (Four eyes) คือนั่งคุยกัน ๒ คน บอกท่านรัฐมนตรี มีปัญหาบอกมาเราอาเซียนด้วยกัน เราขายให้เลยครับท่านต้องการเท่าไร เขาบอก เขาต้องการ ๕ แสนถุง บอกมาเลยครับ หลักการที่ผมอยู่ในใจไม่ได้เปึนพ่อค้าข้าว แต่ต้องการจะขายข้าวพวกนี้ออก แต่คนในกระทรวงเขาไม่อยากขาย ถูกต้องครับ ที่บอกไว้ว่าคนในกระทรวงเขาอยากเอาไปทําข้าวธงฟัา ถูกต้องครับที่ทําแล้วราคาข้าว ชาวนาตก เมื่อเวลาที่มีข้อเสนอมาทีแรกผมบอกอย่าไปทําอย่างนั้นทําไม อย่าหาดิบหาดี เอาชื่อเสียงทําไม ไม่ต้องทํา ไป ๆ มา ๆ ก็ทําจนได้ ท่านรัฐมนตรีก็ไปฟังข้าราชการประจํา ท่านนั่งอยู่กับเขาท่านก็ต้องเชื่อฟังหน่อยเขามาเปึนฝูง ก็ตกลงทํา เมื่อทําไปได้พักหนึ่ง ราคาข้าวตกวูบ ผมสั่งระงับเลยครับ ให้ทําแค่ ๒ แสนถุง พรวดไป ตอนสั่งบอกไป ๓ แสนถุงแล้ว ไปเบรกกันไว้ตั้งแต่ ๓ แสนถุงแล้ว ก็เห็นนี่ครับว่าอะไรต่าง ๆ ผมก็รู้เท่าท่านสมาชิกรู้ครับ เขาอย่างนั้นกันทําให้ราคาตก หน้าที่ของผมคือต้องไม่ให้ ข้าวราคาตก ข้าวในโลกอย่างไรก็ตาม แต่ว่าเราต้องรักษาราคา เมื่อการรักษาราคาข้าว ก็คือได้ตัดสินใจว่าชาวนาจะดําเนินการ ผมก็ไม่อยากให้เกิดเหตุว่าชาวนาต้องมา ป่ดถนนกัน ผมก็ดําเนินการ ผมประกาศทันที การประกาศเลยว่าเรารับซื้อที่ราคา ๑,๔๐๐ บาท ราคาความชื้นไม่ต่ํากว่า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ดําเนินการเมื่อก่อน ๑๔ เดี๋ยวนี้ เพิ่มเปึน ๑๕ ก็เสร็จเรียบร้อยหมด มันเปลี่ยนแปลง แต่ก่อนมีท่าข้าว เดี๋ยวนี้เลิกท่าข้าว มันเปลี่ยนสภาพไปหมด เราศึกษาหมดครับ ศึกษาหมด เมื่อเวลาที่คุณมิ่งขวัญท่านไม่อยู่ รัฐมนตรีมิ่งขวัญไม่อยู่ ผมรียกประชุม ประชุมใครครับ ไม่ใช่ประชุมรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ไม่ใช่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจหรอกครับ ประชุมรัฐมนตรีที่คนไหน อยู่ต่างจังหวัดและรู้เรื่องข้าว ได้มา ๑๑ คน นั่งประชุมกันก่อน ข้าราชการนั่งอยู่ในห้อง ผมนั่งอีกห้องหนึ่ง ประชุมกันก่อนว่าอะไรอย่างไร ซักซ้อมชั่วโมงหนึ่งครับ พูดกัน เมื่อรู้ลู่ทางเสร็จแล้วผมจึงไปนั่งแล้วก็บอกว่าเราจะเอาอย่างนี้ อย่างนี้ก็เวลาเข้าไป เราขอตั้งราคาที่ ๑๔,๐๐๐ บาท แปลว่าชาวนาพออยู่ได้ เพราะเหตุไหนครับ เพราะเหตุว่า เมื่อเวลาที่ข้างนอกมีออร์เดอร์ เรารู้ว่าออร์เดอร์รออยู่ แต่ว่าคนที่มีเขามีหน้าที่ บรรดาที่ เขาเรียกกันว่าห้าเสือนั้นบอกไม่มีออร์เดอร์ บอกโรงสีไม่มีออร์เดอร์ โรงสีก็กดข้าวชาวนา ในเว็บไซต์ (Web site) เขาก็ออกมา บอกเปึนไปได้อย่างไรเสนอตั้งราคาขาย ๘๐๐–๙๐๐ บาท แต่ว่าซื้อจากชาวนา ๕๙๐ บาท เขาทอนออกมาเสร็จเรียบร้อย ดูหมดข้าวเปลือก ข้าวเหนียวก็มีปัญหาครับ แห้ง ๆ จะเอา ๙,๐๐๐ บาท ข้าวเหนียวมีไม่มาก เราตกลงแก้ไข ปัญหาได้ ที่ปลุกระดมกันนั่นเพื่อเหตุ แต่เราบอก โอเคถ้า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ซื้อ ๙,๐๐๐ บาทเลย ถ้าเผื่อไม่อย่างนั้นก็ซื้อ ๘,๐๐๐ บาท ความชื้นลดตามระดับ ตั้งราคา ๘,๐๐๐ บาท ประทานโทษก็แก้ไขปัญหา แน่นอนครับ เปึนรัฐบาลต้องดูวิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อกัน คลาดเคลื่อน ทั้งหมดมันเกิดจากอะไร มันเกิดจากน้ํามันในโลกมันขึ้นมา เปลี่ยนแปลง หมดครับ ปุิยขึ้นพรวด ๆ เมื่อตะกี้นี้คนที่อภิปรายแล้วให้ข้อมูลผม ผมนั่งเรียง เมื่อกี้ เรียนกับอาจารย์ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อภิปรายอย่างนี้หรือครับที่จะไม่มีใครทักใครท้วง คนท้วงก็เหมือนอารมณ์ขันบอกให้พูดช้าหน่อย แต่ผมฟังทันครับ ท่านประธานก็ฟังทัน นี่แหละครับที่ให้ประโยชน์ ผมไม่ได้เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผมเรียน เศรษฐศาสตร์ เรียนอย่างอาจารย์ไตรรงค์เมื่อกี้รู้ทันทีเลยครับ เอาแมคโครไปแก้ไมโคร เวลาจะต้องแก้ด้วยแมคโครเอาไมโครมาแก้ เรียนรวดเร็วทันใจ เมื่อกี้นี้ชั่วโมงกว่านั้น ไม่ต้องมีประกาศนียบัตรหรอกครับ แต่เปึนความรอบรู้ เพราะฉะนั้นเขาก็มาถ่ายทอด ก็ทางนี้เขาไม่ได้เรียนเศรษฐศาสตร์มา ทางนี้เรียนเศรษฐศาสตร์มาผมจะทําได้อย่างไร จะเอาข้างพรรคฝ์ายค้านมาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โลกเขาต้องหัวเราะ กันทั้งโลกเลย เอาคนพรรคฝ์ายค้านมาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มันเปึนไป ไม่ได้ในทางปฏิบัติ ประโยชน์ด้านอภิปรายก็อย่างนี้ นี่แหละครับประโยชนอย่างยิ่งเลย แล้วอย่างไรครับ แล้วพวกเราก็รู้ทั้งหมดที่ท่านรู้กันมา วันนี้ท่านผู้อภิปรายท่านที่ ๒ วันนี้ พูดกันเรื่องนี้ก็ตรงกันครับ เรื่องที่ว่าข้าวหายไปแล้วต้องวิ่งไปซื้อข้าว เพื่อจะให้ ข้าวขึ้น มือใหม่หัดขับก็มาแต่ก็ขับเปึนครับ พอขับได้ยังอยู่บนถนน แต่ที่เล่าให้ฟังตรงนี้ แล้วออกมาตอบคําถามทันที เพราะท่านต้องการจะถาม ก็จะต้องเล่าอ้อมอะไรไปหน่อย รัฐมนตรีมาเลเซียบอกว่าผมมีข้าวเหลือ ๑๕ วัน บอกมาเลย เขาส่งคนตามมา ผมก็บอก ตกลง ความตื่นเต้นที่ประสบการณ์ มันอะไรกันนักหนา ผมยินดีจะขายข้าวจากสต็อกให้ แต่กระทรวงไม่อยากให้ขาย ไม่อยากขายข้าวสต็อก แล้วข้าว ๕ แสนตันออกจากสต็อก มันจะต้องไปเจออะไรกันอย่างไร ผมก็บอกไหน ๆ ลองพูด เอาด่วน ๆ คือคํานวณขนาด ทั้งการขนเลย เอาไปอย่างไร จะไปเรือ ไปรถ ไปต่าง ๆ เรากลัวเขาจะไม่มีข้าวกิน จะเอาไป รถไฟถึง นั่งคํานวณตู้ ๆ เอาคอนเทนเนอร์ (Container) นั่ง ได้ ๒๗ ตัน เอาทั้งขบวนได้เท่าไร นั่งคํานวณหมด จะช่วยเขา ไป ๆ มา ๆ ก็บอกเอาใส่เรือธรรมดา ขึ้นพอร์ต (Port) ทางด้านนี้ ต้องเอาไปพอร์ตกลาง ต้องไปอ้อมแหลม เข้ากันทางช่องแคบ แต่ไม่เปึนไรครับ ตกลง ฉุกเฉิน ๒ แสนตัน โปรดดูนะครับว่าเราตามดูขนาดไหน เพราะว่าผมประชุมอยู่ที่ โรงแรมเอราวัณ ท่านทูตจะต้องพารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปเจรจา เรื่องข้าว ๕ แสนตัน เจรจากับนายกรัฐมนตรีเรื่องข้าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อยู่ นั่งเจรจาความกัน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศนั่งกันเต็มหมดครับ แล้วตกลงผมบอก ไม่ขัดข้อง ๕ แสนตัน โอเคเขาเอา ๒ แสนตันก่อน เมื่อเอา ๒ แสนตันก่อนก็ตกลงซื้อขาย ผมพูดกับปลัดกระทรวง อธิบดีกรมการค้าต่อหน้าท่านทูตมาเลเซียก็นั่งอยู่ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มาซื้อก็นั่งอยู่ ตกลงผมบอกผมยินดีขาย ผมจะขายข้าว ในสต็อก บอกยินดีขาย เอาเถอะ แล้วก็ตกลงราคา ขอให้เปึนราคาในตลาดวันนี้ ท่านอธิบดีครับ ราคาเท่าไร ตลาดวันนี้ ๘๕๐ บาทค่ะ ตกลง ท่านทูตโอเค ท่านรัฐมนตรีโอเค ๘๕๐ บาท ๒ แสนตันก่อน ส่งทันทีเลย ผมบอกให้เสร็จภายใน ๓ วัน จะไม่มีข้าวกิน ๑๕ วัน ทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย เชื่อไหมล่ะครับ ให้ไปตกลงกันธรรมดา ข้าราชการไม่ให้เอาข้าวในสต็อก ข้าราชการ ไปเอาข้าวข้างนอกขาย ตกลงเจรจาความกัน รุ่งขึ้นท่านทูตต้องมาพบอีกบอกพูดจากันแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีมาเลเซียถามว่าเปึนอย่างไร ก็เขาพูดกัน ๘๕๐ บาท ประทานโทษ หลังจากนั้น ๓ วันครับ ๓ วันเปลี่ยนแปลง ท่านทูตต้องมาขอพบ ถามมีอะไรครับ ท่านนายกรัฐมนตรีฝากจดหมายขอบคุณมา ขอบคุณอย่างไร ตกลงเราต้องเจรจาความกัน นักธุรกิจเขาเจรจา ๘๕๐ บาท เข้าไปกลายเปึนบอกขาย ๙๒๕ บาท ตกลง ๙๒๕ บาท ท่านทูตต่อไปที่ท่านนายกรัฐมนตรีมาเลเซียบอกจาก ๒ แสนตัน ๙๒๕ บาท เขาตกลง เสร็จเรียบร้อยไปท่านนายกรัฐมนตรีมาเลเซียส่งจดหมายขอบคุณมา ทางพ่อค้าบอกไม่ได้ ต้องเอา ๙๕๐ บาท ผมก็ว๊ากเลยสิครับ ผมบอกอะไรข้าราชการไม่รักษาหน้า นายกรัฐมนตรีก็ตกลงกับเขา ๘๕๐ บาทวันนั้น เพียงรุ่งขึ้น ๒ วันไปทําเปึน ๙๒๕ บาท นายกรัฐมนตรีมาเลเซียบอกโอเค ๙๒๕ บาท พ่อค้าบอกจะเอา ๙๗๐ บาท ตกลง ข้าวชุดนั้นซื้อขายกันราคา ๙๔๐ เหรียญต่อตันครับ ผมฟังแล้ว ผมบอกอย่างนี้มันใช้ไม่ได้ เลยจริง ๆ ผมต้องเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มา เชื่อไหมครับ จะต้องซื้อเครื่องหุงข้าว ต้องหุงข้าวให้ผู้แทนต่างประเทศมาดูครับว่าอย่างไร ความคิด ของผมนี่ผมต้องการขายข้าวข้างในนั้น ข้างในที่เรารีสต็อก (Restock) ในราคาแทกซ์ (Tax) ตกลงต้องขอเรียนอย่างนี้นะครับ เดี๋ยวจะเล่าข้าม เขาซื้อขายกันในราคา ๙๔๐ บาท ซึ่งเปึนความขมขื่นมาก ผมละอายท่านนายกรัฐมนตรีมาเลเซียไม่รู้เท่าไร ๆ ท่านขอบคุณมา ที่ตกลง ๙๒๕ บาท แต่วันมาเจรจาความ ๘๕๐ บาท ราคาขึ้นไปเพราะจะขายได้ ผมก็ต้องเรียนบทเรียนเรื่องนี้ เมื่อตกลงซื้อขายกัน ๓ แสนตัน ผมก็อธิบายความให้ฟังเลย นี่พูดกันกลางสภา เพราะผมก็มีความรู้เรื่องเอาข้าวใส่ถุงขาย ข้าวมันข้าวเก่า ทางข้าราชการบอกโอลด์ ไรซ์ (Old rice) ไม่ดี แต่ธรรมดาเขาเรียกว่าข้าวในสต็อก ป้นี้ ๒๐๐๘ เขาเรียก ๒๐๐๗ ๒๐๐๖ ข้าว ๒๐๐๘ ๒๐๐๗ ก็เปึนข้าวเก่า เรารู้ดีข้าวเก่า หุงขึ้นหม้อแต่ไม่มียาง กินแล้วไม่มีบุญคุณ แต่ว่าถ้าเผื่อข้าวใหม่หุงแล้วมียางแฉะ ผมก็ ขายข้าวมาแล้วครับ ป้ ๒๕๒๘ ผมขายข้าวประชากรไทย เพราะกระทรวงพาณิชย์ ทําปัญหาเอาข้าวใหม่ใส่ถุงขาย หุงเช้าเย็นบูด ผมต้องทําเอาข้าวเก่า ๕ ส่วน ผมเปึน คนค้นพบเรื่องนี้คือข้าวเก่า ๕ ข้าวใหม่ ๒ ผสมกัน ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่าเบลนด์ (Blend) ผสมกันแล้วหุงออกมาข้าวขึ้นหม้อพอสมควรและนุ่มนวล นั่นละครับข้าวที่เอามาผสมกัน ผมก็ใช้สูตรนี้ ผมต้องบอกผู้แทนมาเลเซียซึ่งมารอบที่ ๒ จะเอา ๓ แสนตัน ผมบอก ผมจะช่วยทําความเข้าใจให้ท่านไปดูข้าวเสียก่อนว่าอีก ๓ แสนตันหน้าตาเปึนอย่างนี้ แล้วข้าวนั่นเปึนข้าวเก่า แต่ว่าข้าวเก่าคนไทยก็กินกันอยู่แต่ไม่มียางมันขึ้นหม้อ แต่ว่า ถ้ากินข้าวให้ดีเอาข้าวใหม่ ผมรับประกันราคาข้าวไว้เวลานี้ ผมบอกราคาข้าวใหม่ของผม ๑๔,๐๐๐ บาท แต่ชาวนาข้าวกําลังออกทุกวัน เรากําลังรับซื้ออยู่ ซื้อแล้วเข้าอบแล้วสีเลย ชาวไร่ชาวนาภายใน ๓ เดือน เรียกว่า จํานํา เพราะระหว่างนี้ถ้าราคาขึ้นไป ๑๕,๐๐๐ บาท เอาใบประทวนมาเติมให้อีก ๑,๐๐๐ บาท ระหว่างนี้ขึ้นเปึน ๑๖,๐๐๐ บาท เอาใบมาเติม ๒,๐๐๐ บาท เพราะข้าวคุณที่รับไว้นั้นเราสีเลย อบแห้งแล้วสีเลยเพื่ออะไรครับ เพื่อผม จะต้องระบายข้าวในสต็อก ๒ ล้าน ๑ แสนตัน เอาออก เพราะผมต้องเอาสตางค์มาเตรียม จะซื้อปลายป้ ระหว่างนี้ ธ.ก.ส. มาดําเนินการเอา ๒ ล้าน ๕ แสนตัน ตั้งวงเงินไว้ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเอาตรงนี้ก่อน มีคนมาต่อว่าบอกเข้ามามีปัญหา ถูกต้องครับ ตอนผมเข้ามามันยังไม่มีปัญหา พอผมเข้ามาอยู่ได้หน่อยมีปัญหา ผมก็เริ่มทําตรงนี้ ผมทําวันที่ ๑๕ มิถุนายน ก็ดําเนินการให้ทําไมมันยืดยาด มีปัญหาตามแก้ไขหมด ทําไมกรรมการต้อง ๔ ชุด ต้อง ๔ ชุดครับ เพราะให้ตรวจเช็กซึ่งกันและกัน ผู้เชี่ยวชาญ ในเรื่องนี้เปึนใครครับ เปึนนักการเมืองร่วมรัฐบาลต้องให้เกียรติยศท่านหน่อย ท่านชื่อ รัฐมนตรีสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ท่านมีโรงสีครับ ท่านขายข้าวครับ ทุกอย่างที่เปึน ข้อบกพร่องคุณสมศักดิ์มานั่งแล้วไปเปึนที่ปรึกษาใหญ่ในการดําเนินการเขียนสเปก ทั้งหมดเลยเพื่อไม่ให้มีการคดโกงกัน ท่านได้ช่วยดูแลทุกอย่างเพราะท่านมีประสบการณ์ เอากี่ลูก ไปกี่วัน เข้าไปกี่วัน เก็บลูกละ ๗ บาท ท่านเรียกถูกหมดเลย สีแล้วได้กี่ลูก ๆ ได้เท่าไร เขาเรียกว่าได้ ๖ ลูกกว่า ถ้าสีเปึนตัว ถ้าจากนั้นเหลือ ๕ บาท เขาเสนอมา ๕.๘๓ บาท ท่านบอกไม่ได้ เขาเสนอ ค่าข้าว ๕๕๐ บาท ท่านบอกไม่ได้ ๔๕๐ บาท ก็แย่งกันสี เรื่องนี้เรารู้หมดครับ แล้วทํากัน แบบว่าทําให้ไม่ทําเอา เอาผู้เชี่ยวชาญซึ่งเปึน ส.ส. เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ แล้วเชี่ยวชาญเรื่องนี้เพราะมีโรงสีเอง เราดําเนินการตรวจสอบหมด แล้วเมื่อทําเสร็จผมบอกรัฐมนตรีมาเลเซียมาใหม่อีกแล้วเข้ามา ต้องเอาไปดูบอกข้าวเก่า อย่างนี้ ๕ เปอร์เซ็นต์ โอลด์ ไรซ์ ถ้าโอลด์ ไรซ์ ก็ตามแต่ แต่ผมเอาข้าวใหม่ ท่านก็ซื้อ อย่างนี้ ผมอธิบายให้ฟังเลย แล้วไม่ป่ดบัง ท่านซื้อผมเพื่อไม่ให้ใครมาต่อว่าได้ ไม่ให้พวกที่จะ แย่งประมูลแล้วเขาเอาไปขาย ผมจะขายเอง จะทําจี ทู จี (G to G) แต่ทว่าจะเปึนจี ทู จี แบบชนิดที่เรียกว่าใครด่าไม่ได้ ก็มีแต่ผมขายข้าว ๕ เปอร์เซ็นต์ ๙๐๐ เหรียญ ใครด่าผม ไม่ได้หรอกครับ ผมถึงบอกว่าถ้าจะซื้อเท่านี้ จํานวนขนาดนี้คิดอัตราส่วน ซื้อ ๕ ส่วน ตันละ ๙๐๐ แล้วไปซื้อข้าวใหม่ที่เราสีไว้แล้วตรงนี้บวกอะไรกําไรเสร็จตกตันละประมาณ ๗๐๐ เอาข้าว ๕๐๐ ๙๐๐ ๕ ส่วน ๗๐๐ ๒ ส่วนเอามาเบลนด์กันออกมาจะได้ราคาตรงนี้ พอใจไหมราคานี้ แล้วข้าวหุงมาแล้วเปึนอย่างนี้ ก็จะเอาข้าว ๒ ล้าน ๑ แสนตัน ต้องเอาออกหมด เพราะว่าข้าวใหม่มันจะออกมาจะต้องแย่งซื้อที่บอกวิกฤติการณ์ ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญนะครับ แต่เราจะต้องขายข้าวตรงนี้ กําไรหรือไม่กําไร กําไรครับ สิ่งที่แอบทําเงียบ ๆ ไม่เปึนข่าวไม่ออก ก็เช่นว่าอย่างคุกเขาจะตายไม่ตายเราจะช่วยคุก แต่ว่าไม่ให้คุกต้องไปซื้อ ทหารเกณฑ์ไม่เยอะหรอกครับ แต่ทหารเกณฑ์ซื้อข้าวกระสอบละ ๑,๒๐๐ บาท บัดนี้ขึ้น ผมไปเยี่ยมทหารเกณฑ์ ๒,๔๐๐ บาท มีข้าวราคา ๒,๔๐๐ บาท ราคาเท่าตัว แต่กับข้าวถูกลดหมด ผมบอกเอาเถอะสต็อกผมมี ผมจะขายสต็อกให้ อย่างนั้น ก็เปึนเรื่องภายใน ก็ทํากันภายในไม่เอิกเกริก ไม่ให้กระทบกระเทือน แต่ต้อง พยายามขายข้าวอันนี้ พูดไปอย่างนี้ข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ฟังไม่ชอบหรอกครับ เขาไม่อยากให้ขาย แต่ผมต้องเอาออก เพราะผมกําลังจะซื้อนาปรังเดือนกรกฎาคม แล้วผมจะไปซื้อนาปรังเดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม ต้องเอาสตางค์มาเตรียมการไว้ เพื่อไม่ให้ข้าวราคาตกต่ํา เจรจาความกันขนาดโทรศัพท์ไปถึงนายกรัฐมนตรีเวียดนาม ผมโทรศัพท์ไปครับ กําลังประชุมอยู่กระทรวงการต่างประเทศต้องหยุดชั่วคราวให้คนนั้น เปึนประธานแทน ผมต้องมาพูดโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีเวียดนาม ผมบอกตกลงราคา เราต้องมาตกลง ไม่ใช่ฮั้วกัน บอกยืนราคาสูงที่สุด จะสูงอย่างไรเราจะตามดู ให้ขายก่อน ผมจะขายทีหลังไม่เปึนไร ทําไมล่ะครับ เขากําลังเกิดวิกฤติการณ์ของเขา เขากําลังจะเกิด ต้มยํากุ้งของเขาแบบนั้นไป ถ้าเปึนเพื่อนบ้านมาไม่ได้แน่ ผมต้องโทรศัพท์ไปหาบอกเอาเลย ขายก่อนเลย แต่ตั้งราคาให้สูงไว้ เพราะเรารู้ว่าเหลือเรากับเวียดนามเท่านั้นที่จะตั้งราคาได้ ก็ตั้งครับ เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ความลับ แต่ว่าบางสิ่งบางอย่างที่ไม่พูดกัน เพราะผมพูดกับ ท่านประธานาธิบดีเอาไว้ ฟ่ลิปป่นส์เขาไม่ขาดข้าว ผมไปตลาดทําไม เมืองไทยไปตลาด มีร้านข้าว ๒ ร้าน ฟ่ลิปป่นส์ไปตลาดมีร้านข้าว ๑๐ ร้าน ผมตรวจสอบหมดครับ แล้วท่านทูตเขาต้องให้ข้อมูลผม แล้วผมบอกเลย ผมบอกประธานาธิบดีอาร์โรโย ท่านประธานาธิบดีครับ ถ้าท่านต้องการข้าว ต้องการจริง ๆ บอกเลยครับ เราเปึน เพื่อนบ้าน ผมมีสต็อกอย่างนั้น ก่อนเลย เอาเลยได้ทันที ในราคาที่จะตกลงกันเปึนราคา มิตรภาพ แต่ว่าท่านอยากประมูลให้ทางฝ์ายพ่อค้าประมูล พ่อค้าประมูลแล้วเราก็ จะไม่สลักหลัง เพราะว่าในวิกฤติการณ์อย่างนี้ในอาเซียน ๑๐ ประเทศ เราจะขายข้าว ประเภทราคาเฟรนด์ชิพ (Friendship) ก็ตกลงกันอย่างนี้ ข้าราชการก็นั่งอยู่ตรงนั้น เมื่อเสร็จแล้วทํามาให้ยื่นประมูล ข้าราชการที่เราส่งไปประจําที่โน่นเขาก็กระซิบมา บอกไม่ต้องยื่น เขาให้ ฮินท์ (Hint) มาเลย ถ้าจะขายตรงขายได้ แต่ถ้ายื่นแล้วให้เปึนพ่อค้า เขาดําเนินการ ไม่มีอะไรเสียหายเลย เพราะว่าพ่อค้าเขาเราไม่ยื่นเขาก็ดําเนินการ เขาสอน รัฐบาลจริง เขาบอกจี ทู จีไม่ยื่นประมูล พูดกับประธานาธิบดีเองครับว่าจี ทู จีไม่ยื่นประมูล เพราะฉะนั้นทางที่จริงแล้วคือทางกระทรวงพาณิชย์ไม่ต้องทํามาเข้า ครม. เพราะว่าจี ทู จี ไม่ยื่นประมูล จี ทู จีพร้อมจะขาย ถ้าจะยื่นประมูลให้พ่อค้าประมูล ตกลงกันแบบนี้ แต่ทําหนังสือจะให้รัฐบาลไทยยื่นประมูล ผมบอกไม่ ผมพูดกับท่านประธานาธิบดีเอง พูดกันมาแล้วเราจะขายจี ทู จี ผมจะเอาข้าวนี้ ออกให้หมด ข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ไม่อยากให้ออก แต่จะให้ยื่นประมูลเพราะอะไร ยื่นประมูลต้องคนอื่นได้ครับ เพราะเหตุว่าเขามีระบบของเขา นั่นแหละที่พูดมาเมื่อสักครู่ ผมไม่ต้องพูดซ้ําแล้วครับ พูดไว้เมื่อสักครู่นะครับ เรื่องระบบใต้โต๊ะของเขา เพราะฉะนั้น เมื่อเรารู้อะไรอย่างนี้เราก็ไม่มาพูดจาอย่างนั้น เพราะฉะนั้นผมแน่ใจว่าผมทําในสิ่งที่ ถูกต้อง ถ้าเขาต้องการข้าวจริงเขาซื้อ รัฐบาลก็รัฐบาลขายให้ในราคาสูงพอสมควร เรามีหนทางออกที่จะระบายผมเรียกว่าข้าวที่ชนิดว่าเปึนข้าวเบลนด์ ผสมกันครับ เก่า ๕ ใหม่ ๒ แล้วเขาก็มาตรวจสอบแล้วหุงกันดูแล้ว เราก็จะขายข้าวที่เก่าได้ในราคาสูง แล้วกําไรเยอะด้วย แต่เงินที่จะได้ก็จะใช้สําหรับปลายป้ เพราะฉะนั้นเรื่องพรรค์อย่างนี้ ผมก็เลยขอเรียนให้ทราบว่าเราทําทุกระยะทุกขนาด เมื่อเวลานี้จะเห็นว่าบอกว่าจะทํา ธงฟัา พอธงฟัาทําให้ราคาตกถูกต้องท่าน แล้วสมาชิกอภิปรายถูกต้องเลยครับ ก็รู้ตรงกันเลยว่าทําให้กระทบกระเทือน แล้วใครเปึนคนสั่งหยุดล่ะครับ นายสมัครเปึน คนสั่งเลยครับบอกว่าทําหนังสือบอกขอให้หยุด ข้าราชการไม่พอใจ เขาไม่พอใจ ผมบอกอย่างนี้ครับว่าเวลาจะทําผมบอกให้สลิพ (Slip) ออกไปในตลาดให้ซึมบอกใคร ที่เคยซื้อเคยขายก็ทําไปท่านครับ ไม่ต้องแถลงได้ไหมเวลาข้าวบอกด้วยคําอธิบายชัดเจน บอกไม่ต้องแถลงส่งข้าวออกไป ออกข่าวเลยที่โน้นเท่านั้นเท่านี้ ออกข่าวบอกไม่ต้อง แถลงได้ไหม พอทําเสร็จแล้วออกข่าว นี่แปลว่าพูดภาษาคนกันไม่รู้เรื่องหรือ บอกถ้าอยากจะทําให้ทําไปพอนาน ๆ เพื่อจะช่วยเหลือคนยากจนต้องไม่ต้องออกข่าว ออกข่าวทุกครั้งที่จะเอาออกไป นี่แปลว่าอย่างไรครับ แปลว่าต้องการจะทําให้ข้าว ราคาตก เจตนาเลยครับ บอก ๒ หน ๓ หนว่าไม่ให้แถลงก็แถลงเอิกเกริก ทีวีก็กําลัง ประโคมข่าวทําข้าวธงฟัาออก ผมบอกไม่ได้หยุดเลย ผมก็ให้หยุด ผมไม่ได้เปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์หรอกครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เปึนพวกผม แต่ไปนั่งตรงนั้นเขาก็จะพยายามจะยืดหยุ่นให้ไปตรงนั้น ผมบอกไม่ได้ผมต้องช่วย ผมต้องคอยดูแล เพราะฉะนั้นงานเรื่องพรรค์อย่างนี้ก็เปึนหน้าที่รับผิดชอบของผม ผมดูแลกันอยู่ครับ แล้วข้อสําคัญอยู่ในทีมเดียวกันทั้ง ๓๕ คน รายละเอียดจะถกกัน อย่างไรก็ไม่มีปัญหาครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอย่างไรเมื่อคืนดูไม่เปึนปัญหา ย่อมได้ครับ
เรื่องปุิยก็เหมือนกันก็ทําครับ ก็ตามไปดูเพราะอะไร เขาอ้างว่าน้ํามันขึ้น ปุิยต้องขึ้น ผมบอกไม่จริงเลย เพราะเหตุว่าเมื่อเวลาที่เราตรวจสอบว่าคุณบอกราคาทุน คุณ ๑๖,๐๐๐ บาท คุณขายราคากัน ๒๐,๐๐๐ กว่าบาท แต่เราตรวจสอบแล้ว ราคาจริง ๆ คาซัคสถาน ราคา ๙,๔๐๐ บาทเท่านั้นเท่านี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ขอ ๓,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อจะผมบอกเอาเบา ๆ เอา ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ไปลองให้ผมดูหน่อยเปึนการทดลองกัน ลองเลยครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ก็ทําเลยคนละพรรคนะครับ บอกช่วยทดลองหน่อยก็ซื้อได้ ๙,๔๐๐ บาท จริง ๆ เพราะฉะนั้นระบบที่บอกกันที่ได้ทําอย่างนั้นกัน เจตนาท่านอาจจะดี แต่อาจจะ ไปถูกพ่อค้าทํา ก็นี่แหละครับ ก็ขอบพระคุณที่ได้มาฟังเปึนอย่างนั้น ถ้าระบบมันเปึน อย่างนั้นจริงคือเจตนาดีไปทํา แต่ว่ามีคนไปหากินเรื่องนี้ต้องตรวจสอบ ผมขอยืนยันว่า สถานการณ์นั้นก็มองดูอยู่ที่เข้าไปดูแลนั้นเปึนฝูง แต่ไม่ใช่เหลือบเปึนคนที่เข้ามาช่วย คนละไม้คนละมือ แล้วคนที่ตรวจสอบผมอยู่เวลานี้เปึนรัฐมนตรีสังกัดพรรคชาติไทย ผมได้ค้นพบเองว่าท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ ท่านตกลงตรวจสอบหมดแล้วก็ยังไม่มีอะไร พัวพันจะมาส่งข้าวให้รัฐบาลเดี๋ยวบรรลัย ผมบอกไม่มีผมจัดการไม่นั่น แต่ความชํานาญ นั้นมีอยู่ เพราะฉะนั้นคนตรวจสอบเบื้องต้นผมไม่ได้เอาคนในพรรคพลังประชาชน เอาคนพรรคชาติไทยเปึนคนตรวจสอบเปึนคนเชี่ยวชาญที่ทํากันอย่างนี้แปลว่าไม่หากิน แล้วไม่ฮั้ว ที่ต้องดําเนินการนั้น การขายนั้นผมจะบอกให้ฟังผมจะต้องเอาข้าวที่สต็อกออก แต่ว่าต่อไปอาจจะสต็อกมากขึ้นเพราะอะไรครับ เพราะเขาต้องปลูกกันมากขึ้น ต่อไป กําลังทําระบบอย่างไรก็ต้องระบบไซโล ที่ยังไม่ทั่วถึงนั้น ๒๗๐ เอามาได้ ๑๗๐ หายไป ร้อยหนึ่งเขาบอกว่ามันไม่ได้สีขาว มีคนว่าเอาสีเทาไหมบอกอย่าเพิ่ง ตกลงที่พูดไว้ชัดเจน เลยครับผมต้องจนนั่น ผมบอกเราลองขีดเปึนเส้นไม่ได้ห้าม คือถ้าที่นี่เบี้ยวไปอีกอันหนึ่ง เปึนกรุ๊ปละ ๓ จังหวัดเปึนคลัสเตอร์ (Cluster) แต่ ๓ จังหวัด ๒ จังหวัดให้มันทําได้ แล้วมี คุยกันเรื่องไซโลว่าต้องลงทุนเท่าไร มีคนลงทุนไซโลมหึมาแต่ว่าถูกเปึนแบล็คลิสต์ (Blacklist) มีคนลงทุนไซโลราคา ๒,๐๐๐ ล้านบาท อยู่ที่จังหวัดใกล้ ๆ ที่ป์าโมกนี่แหละครับ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ข้าวเก่า ข้าวใหม่เอาไปเบลนด์หมด แยกข้าวเปลือกจะทําอย่างไร นั่นปัูบให้พอแห้งแล้วไปเอาความเย็นใส่จะอยู่ ๓ ป้ สีไปเข้าใหม่ ศึกษาหมดทุกอย่างครับ แล้วกําลังแก้ไขว่าจะทําอย่างไร เพราะระบบไซโลครับ ต่อไปนี้ใครจะปลูกอย่างไร ผมไม่ใช่ชาวนาที่ปลูกข้าว ไม่ได้มีคุณพ่อเปึนชาวนา แต่ชอบเรื่องนี้ครับ ชอบเรื่องนี้เพราะอะไร ต้องขอประทานโทษ ต้องเสียเวลาท่านประธาน สักนิดหนึ่ง เพราะว่าไปปาฐกถาเรื่องพระพุทธรูปที่เชียงแสน ที่สุโขทัย คําเดียวที่บอกว่า ทําไมพุทธรูปเชียงแสนสุโขทัยถึงหน้าตาดี ยิ้มต่าง ๆ มันลงไปถึงว่าเขาบอกว่าการจะปัุน พระพุทธรูปนั้นต้องคนหน้าตาดีที่สุดในสมัยนั้น ที่สุโขทัยทําไมดีเพราะ เมืองสุโขทัยนี้ดี ในน้ํามีปลา ในนามีข้าว เจ้าเมืองบ่เอาจังกอบในไพร่ลู่ทาง คุยกันเรื่องข้าวเวลาขับรถกัน ขับรถจากจังหวัดพิษณุโลกไปจังหวัดสุโขทัย ๒ ข้างเปึนทุ่งรวงทอง ขับไปมีนา มีปลา มันต้องสนใจ และที่สุดก็สนใจ สนใจขนาดไหน ปาฐกถาเรื่องข้าวได้ครับ อะไรคือข้าวนาป้ ข้าวมันหนีน้ําอย่างไร ข้าวไวแสง ไม่ไวแสง ต้องรู้หมดเลยครับ ข้าวนาปรังมันทําได้ ภาคกลางกําลังจะเอาน้ําให้ทางอีสานทํา ข้าวดีสุดอยู่ทางภาคอีสาน ราคาดีหอมมะลิ อยู่ที่นั่น ป้หนึ่งทําข้าวเปลือก ๑๐ ล้านตันที่นั่น ทางนี้ยังน้อยกว่า ทางใต้ข้าวน้อยกว่าเพื่อน ศึกษาหมดครับ ศึกษาแม้กระทั่งโกกงที่อยู่ที่จังหวัดพิษณุโลกที่บางระกํา ขายทองนะครับ ไปขุดทองทําเหมืองทองเจ๊งเอาเครื่องมือมาทํา ผมคุยเรื่องโกกงปาฐกถาเรื่องนี้ไม่มีใครไปดู ใครก็ตามไปดูสิครับ ซื้อที่มา ๑,๐๐๐ ไร่ แบ่ง ๕๐๐ ไร่ ไถเปึนคัน เรื่องแม่น้ํายมนี่ครับ วันก่อนก็พูดถึง หน้าน้ําน้ําท่วม หน้าแล้งลองไปขุด ลองเอาสูบน้ําป็อก ๆ ที่ก้นแม่น้ํา แต่ว่าเขาทําคันกันสูง ๔ เมตร แล้วก็ปลูกข้าว ข้าวใหม่ ๑๐๕ วัน ๑๐๕ วัน เอา ๓ คูณ ก็คือ ๓๑๕ เหลือ ๕๑ เอา ๓ หาร ภายใน ๑๗ วันหลังจากเกี่ยว ผมนี่แหละครับ โฆษณารถคันที่ว่ามาจากจีน แต่ก่อนเรียกจีนแดง ขึ้นมาปัูบโยนใส่ถุง ๆ ผู้จัดการ เปึนผู้หญิง มันเกี่ยวเลยครับ ต้องทําให้เสร็จเกี่ยวแล้วก็โยนใส่ถุง ๆ ๑๗ วันต้องใส่ให้เสร็จ เวลามาไถน้ําตมที่อื่นเขาให้ ๑๐๐ แกให้ ๒๐๐ ครับ ทําเปึนอุตสาหกรรมเลยครับ แต่ก่อน ข้าวนาป้พอโรงเรียนเป่ดเทอมเริ่มแล้ว ตกกล้ากันเสร็จแล้วก็เอากล้าออกไปดํา ๕ เดือน ๖ เดือน เดือน ๑๑ น้ํานอง เดือน ๑๒ น้ําทรง พอเสร็จแล้วข้าวก็หนีน้ํา เดือนอ้าย เดือนยี่ น้ําก็รี่ไหลลง ข้าวแห้ง ตัดมาต้องเผาฟาง เล่าหมดครับ ชาวนาเสร็จก็ตีไก่ กัดปลา บวชลูก ต่อมาก็มีเขื่อนภูมิพล มีเขื่อนสิริกิติ์ดูแล ๒๒ จังหวัด ระบบชลประทาน แล้วก็ปลูก ข้าวนาปรังได้ ใครปลูก ๒ ครอพ (Crop) เปึนภาษาฝรั่ง เก่งมาก ต่อมาก็ ๕ ครอพใน ๒ ป้ ยิ่งเก่งใหญ่ เดี๋ยวนี้ป้ละ ๓ ครอพครับ เดี๋ยวนี้มันยิ่งกว่าป้ละ ๓ ครอพ คือว่าเขาเกี่ยวข้าว วันที่ฝนไม่ตก น้ํานองอยู่ก็เกี่ยวได้ ซื้อมาจากนอกคันละ ๒ ล้าน ๕ แสนบาท ลงไปไม่ได้ จมครับ เมด อิน ไทยแลนด์ (Made in Thailand) ราคา ๘๕๐,๐๐๐ บาท ฝนไม่ตก เกี่ยวเลยครับ เป้ยก ๆ นั่นแหละครับ ราคายอมลบความชื้นแล้วก็เอาไปชั่ง แล้วก็เอาไปอบ ขอเล่าให้ฟังเท่านั้นเพื่อจะบอกว่าได้เข้าใจเรื่องนี้ ได้รู้เรื่องนี้แล้วก็รักชาวนาเหมือนกัน