สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๑

กรณ์ จาติกวณิช อภิปรายเรื่องการทุจริตและปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ ปตท. เรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลงมีความเข้มแข็งในการแก้ไขปัญหา และวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่นายกรัฐมนตรีไม่เคยเยี่ยมชม ก.ล.ต. ซึ่งเห็นว่าเป็นต้นเหตุของวิกฤติการเมือง

นายกรณ์ จาติกวณิช กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช้เวลา ของสภามากนัก แต่เนื่องจากเมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้พูดถึง ความจริงใจของกระผมในการอภิปรายในวันนี้ต่อความสําคัญที่กระผมให้กับการแก้ไข ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน ปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาบ้านเมืองโดยรวม ผมก็พอเข้าใจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็คงจะต้องพูดอย่างนั้น แต่ผมขอเรียนว่าแม้แต่ในช่วงที่ผมไม่ได้อยู่ในตําแหน่งเนื่องจากมีการยุบสภาหรือมี การปฏิวัติก็ตามผมก็ได้ปฏิบัติหน้าที่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเรื่องของการติดตามคดีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการทุจริต แล้วผมก็อยากจะเรียนด้วยความเปึนห่วงว่าการที่ ท่านคิดว่าผมใช้เวลาอย่างไม่เปึนประโยชน์ในเรื่องของการอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องของ การทุจริตนั้นก็ส่อให้เห็นว่าท่านอาจจะไม่ให้ความสําคัญเพียงพอกับเรื่องเหล่านี้ และผลกระทบต่อเรื่องเหล่านี้ต่อภาพลักษณ์ของประเทศและการลงทุนของนักลงทุน ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งสุดท้ายก็ส่งผลอย่างปฏิเสธไม่ได้กับเศรษฐกิจของเรา ในส่วนของ ปตท. ที่ท่านได้อ้างว่าผมได้ทําการบ้านมาน้อยเกินไป ผมจะขอเรียนว่าไม่ได้เปึนเช่นนั้น ในส่วนที่ผมอภิปรายผมพูดชัดเจนถึงสัดส่วนการปันผลของทาง ปตท. ที่ผมได้อภิปรายว่า ปันผลในส่วนของเปอร์เซ็นต์ของกําไรน้อยเกินไป ผมได้เรียนท่านรัฐมนตรีว่าสัดส่วน การปันผลของ ปตท. นั้นจํากัดไว้ที่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของกําไร ซึ่งหมายถึงประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ในส่วนของกระทรวงการคลัง ผมไม่ได้พูดเรื่องของภาษีที่ทาง กระทรวงการคลังได้รับและผมก็ยังยืนยันว่า ปตท. ควรที่จะพิจารณาเพิ่มอัตราส่วน การจ่ายปันผลโดยเฉพาะปริมาณกําไรของ ปตท. ณ วันนี้สูงกว่าที่ ปตท. เคยคาดว่า จะได้ในอดีตมากนัก แล้วก็จากอํานาจผูกขาดของ ปตท. ท่านรัฐมนตรีคงเห็นตรงกับผมว่า ก็มีส่วนที่อาจจะทําให้ ปตท. นํากําไรสะสมนั้นไปใช้ในวิถีที่อาจจะไม่ดีกว่า ถ้า ปตท. นําเงินมาให้ท่านรัฐมนตรีได้มีโอกาสใช้ในการลดภาระประชาชน ผมจะขอเรียนด้วยว่า ในฐานะผู้ที่หากินมากับตลาดหุ้นเกือบ ๒๐ ป้ ผมให้ความสําคัญกับตลาดทุนต่อ การพัฒนาเศรษฐกิจไม่น้อยกว่าใคร แล้วก็ข้อเสนอทั้งหมดที่ผมมีเกี่ยวกับ ปตท. นั้น ผมเชื่อว่าสามารถที่จะจัดการได้โดยไม่กระทบต่อบรรยากาศการลงทุนแล้วในระยะยาว จะมีผลในเชิงบวกกับ ปตท. ด้วย ที่จะต้องมีความเข้มแข็งมากขึ้นจากการแข่งขันที่จะเกิด ถ้าท่านรัฐมนตรีได้ทําตามที่ผมได้เสนอแนะ ส่วนเรื่องอื่น ๆ ท่านได้พูดถึงเรื่องของการตัดสินใจในส่วนของมาตรการ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ผมไม่ได้หยิบยกเรื่องนั้นขึ้นมาอภิปราย เปึนเรื่องที่ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้นําเสนอในเชิงนโยบายก่อนที่ท่านจะพูดในเรื่องนี้เสียอีก เพราะฉะนั้นพวกเราเห็นด้วย อยู่แล้วนะครับ แล้วก็ได้เห็นแล้วว่าการยกเลิกมาตรการ ๓๐ เปอร์เซ็นต์นั้นไม่ได้ส่งผล ที่เลวร้ายอย่างที่หลาย ๆ คนคาดการณ์ไว้หรือว่าได้มีการขู่พวกเราที่มีหน้าที่กําหนด นโยบายเอาไว้ ส่วนเรื่องของการอ้างหลักฐานต่าง ๆ ผมขอเรียนท่านรัฐมนตรีว่าทุกอย่าง ที่ผมมานําเสนอวันนี้เปึนข้อเท็จจริง มีหลายเรื่องที่หลายคนฝากมา ยกตัวอย่างเมื่อวานนี้ ก็มีปัญหา ส่วนของกระทรวงการคลังที่คัดค้านเรื่องของการเสนอรายชื่อกรรมการผู้จัดการ ของธนาคารอีกธนาคารหนึ่งที่ทางฝ์ายเอกชนเสนอมา กระผมไปศึกษาดูแล้วก็ไม่เห็นว่า เปึนประเด็นที่เปึนปัญหาและผมมองด้วยซ้ําไปว่าเปึนกรณีที่ทางกระทรวงการคลัง ทําตามหน้าที่ในฐานะผู้ถือหุ้นของธนาคารแห่งนั้น ผมก็ไม่ได้หยิบยกมาอภิปรายท่าน แต่อย่างใด เรื่องที่ผมมีความกังวลมากที่สุดก็ยังเปึนเรื่องของดุลยพินิจของท่านในการ กําหนดคนในตําแหน่งต่าง ๆ เมื่อสักครู่ท่านได้อ้างว่าในส่วนของคณะกรรมการสรรหานั้น ท่านก็แต่งตั้งไปตามตําแหน่งตามที่กฎหมายกําหนด เช่น อดีตปลัดกระทรวง อดีตผู้ว่าการ แบงก์ชาติต่าง ๆ นานา ตรงนี้ผมคิดว่าไม่มีใครเถียง แต่คําถามก็ยังมีเหมือนเดิมครับว่า มีความจําเปึนอย่างไรหรือไม่ที่ท่านจะต้องเสนอบุคคลที่มีทั้งผลประโยชน์ทับซ้อน มีทั้งคดี ที่ติดอยู่กับตัว ท่านได้พูดถึงส่วนตัวของท่านเองที่ต้องคดีหวยบนดิน เช่นกับกรรมการ สรรหาท่านหนึ่งก็ต้องคดีเดียวกัน แต่ผมก็ไม่ได้หยิบยกกรณีของคดีนั้นในการอภิปราย ผมได้เน้นว่ามีอยู่ ๒ ท่านที่ท่านได้นําเสนอที่ต้องคดีทุจริตสถาบันการเงิน ซึ่งปฏิเสธ ไม่ได้ว่ามีผลเกี่ยวข้องกับตําแหน่งหน้าที่ในแง่ของการเปึนผู้สรรหากรรมการองค์กรกลาง อย่างเช่นธนาคารแห่งประเทศไทย และ ก.ล.ต. อย่างปฏิเสธไม่ได้นะครับ

แล้วสุดท้ายที่ท่านได้เรียนกับพวกเราว่า ท่านไม่เคยได้เหยียบเข้าไปเยี่ยม ก.ล.ต. เลย ก็เปึนบทพิสูจน์ของผมครับว่าท่านไม่ได้ใส่ใจต่อประเด็นกรณีที่ยังค้างคากันอยู่ แล้วก็เปึนต้นเหตุของวิกฤติการเมืองที่เรายังหาวิธีการแก้ไขกันไม่ได้ ขอบพระคุณครับ