สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๑

ทรงศักดิ์ ทองศรี หารือเรื่องการบริหารรถโดยสารกรุงเทพฯ ขอให้พิจารณาปรับปรุงการบริการให้ดีขึ้น และพิจารณาการเปลี่ยนแปลงรถเมล์ให้เหมาะสม

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งได้เปึนผู้หนึ่งที่ถูกท่านทั้งหลายในซีกฝ์ายค้านได้ยื่นญัตติเพื่อเป่ดอภิปรายไม่ไว้วางใจ รายบุคคล ต่อกรณีที่ท่านถาวร เสนเนียม ได้อภิปรายไปแล้ว ขออภัยที่ต้องเอ่ยนามท่าน กรณีเรื่องของรถ ขสมก. การเช่ารถ ๖,๐๐๐ คัน ตามที่ท่านได้กล่าวหาว่าเปึนการปัุนแต่ง ข้อมูลเปึนเท็จ เพื่อเตรียมการแสวงหาประโยชน์ ซึ่งผมต้องกราบเรียนท่านประธานแล้วก็ ถึงพี่น้องประชาชนด้วยว่า ถึงแม้ว่าโครงการนี้จะเปึนโครงการเพียงแต่เปึนเหมือน กรอบแนวคิดในการที่จะเปึนโครงการนําไปสู่การดําเนินการเพื่อประโยชน์ของพี่น้อง ประชาชนซึ่งยังไม่ได้ทําก็จริง แต่ว่าการที่ท่านได้กล่าวหามาอย่างนี้ทําให้เกิด ความเสียหาย ทางผมเองซึ่งผมกราบเรียนว่าได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมเปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ผมปฏิญาณตนว่าจะทําหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อชาติ เพื่อแผ่นดิน เพื่อพระมหากษัตริย์ ตามที่ท่านทั้งหลาย ได้ให้ความกรุณาพูดอยู่ตลอดเวลาว่าเราเปึนนักการเมืองต้องทําให้ดีที่สุด ผมมากํากับ ดูแล ขสมก. ครับ เปึนองค์กรหน่วยงานของรัฐ เปึนรัฐวิสาหกิจในการให้บริการประชาชน เรื่องการโดยสาร ซึ่งผมเรียนตรง ๆ ครับ ท่านประธาน ท่านผู้ที่ยื่นญัตติทั้งหลาย ขสมก. ถ้าจะพูดย้อนหลังไปสักนิดก็เหมือนมีประวัติศาสตร์เหมือนเขาพระวิหารเลย แต่มันไม่ไกล ไปถึงป้ ๒๕๐๕ เพราะว่าเพิ่งก่อตั้งประมาณป้ ๒๕๑๙ ล่ะ ตอนนั้นมีการยุบรวมกิจการ ซื้อรถจากเอกชน ถ้าท่านถาวร เสนเนียม เคยนั่งรถเมล์จะเข้าใจ ผมขึ้นรถเมล์ผมจะรู้ รถเมล์ ร.ส.พ. จากถนนตกไปถึงท่าเตียน สาย ๑ นายเลิศ สาย ๒ สาย ๓ วิ่งแถวประตูน้ํา บขส. ส่วนหนึ่งวิ่งร่วมด้วย ตอนนั้นผมจําได้ว่าท่านนายกรัฐมนตรี ขออนุญาตต้องเอ่ยนาม ท่านคือหม่อมราชวงศ์ศึกฤทธิ์ ปราโมช ท่านได้ตระหนักถึงความสําคัญของการบริการ ปัจจัยขั้นพื้นฐานของประชาชนว่า การบริการการขนส่งโดยสารให้กับประชาชนต้องเปึน หน้าที่ของรัฐ ก็เลยไปซื้อกิจการทั้งหมดใช้เงินไป ๓๗๐ ล้านบาท มาตั้งเปึนบริษัท มหานครขนส่ง แต่พอตั้งแล้วก็มีปัญหาเรื่องของข้อกฎหมายก็เลยยกเลิกไป แล้วมาออก กฤษฎีกา แล้วก็ประกาศกฤษฎีกาในการที่จะจัดการขนส่งใหม่เปึน ขสมก. ตามที่เปึนอยู่ ในปัจจุบัน ผมเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน ขสมก. ตั้งแต่ประกอบกิจการเดินรถมา ถึงวันนี้ ๓๑ ป้ ตั้งแต่มีรถอยู่ ๒,๗๐๐ กว่าคัน ป้ ๒๕๔๓ มีรถเกือบ ๖,๐๐๐ คัน วันนี้ ป้ พ.ศ. ๒๕๕๑ มีรถเหลืออยู่เพียง ๓,๕๐๐ คัน แล้วก็วิ่งได้ในสายทางบริการประชาชน เพียง ๓,๑๐๐ คันเท่านั้นครับ แล้วตั้งแต่เริ่มซื้อกิจการมาบอกว่าซื้อมา ๓๗๐ ล้านบาท แต่รัฐบาลขณะนั้นให้ไป ๓๒๙ ล้านบาท ขาดทุนหมุนเวียนไปทันที ๔๐ ล้านบาท แล้วตั้งแต่บัดนั้นมาถึงบัดนี้ไม่เคยมีกําไร เพราะว่าเปึนกิจการต้องบริการประชาชน กังวลว่าพี่น้องคนยากคนจนถ้าเกิดให้เอกชนเดินรถอย่างเดียว ประชาชนจะเดือดร้อน บริหารกิจการมาถึงวันนี้ ๓๑ ป้ขาดทุนสะสม ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท เรื่องขาดทุนผมไม่ค่อย ติดใจ สิ่งที่ผมห่วงที่สุดก็คือว่าคุณภาพชีวิตของประชาชนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เขาศึกษาแล้วว่า ๓๐ กว่าป้นี่แย่ที่สุด ที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมเคยขึ้นรถเมล์ แต่ผมไม่ทราบว่าท่านถาวรเคยขึ้นหรือเปล่า เวลาขึ้นแทบไม่ได้นั่งเลย ได้แต่ยืนครับ เบียดเสียดกันทุกวัน เมื่อก่อนตอนที่ผมเรียนอยู่ที่กรุงเทพมหานครต้องโหนรถทุกวัน ต้องไปเสี่ยงชีวิต จนเขาศึกษาแล้วว่าคุณภาพชีวิตมันแย่ มันจะต้องมีการพัฒนาปรับปรุง ยกฐานะหรือว่าทําอย่างไรให้การบริการมันดีขึ้น ความจริงเรื่องของแนวทางในการพัฒนา ไม่ใช่เพิ่งเกิดในรัฐบาลนี้นะครับ เมื่อป้ ๒๕๔๗ ก็มี ครม. ขสมก. เขาก็นําเรื่องแผน การฟุ๋นฟูกิจการมา ก็เห็นชอบครับ หรือแม้แต่รัฐบาลที่ผ่านมาซึ่งเปึนรัฐบาล คมช. เอง ก็เห็นตรงกันเหมือนกับท่านทั้งหลายเห็นตรงกันครับว่า การบริการคุณภาพชีวิตของ ประชาชนเขตกรุงเทพมหานครมันต่ําลงเรื่อย ๆ ครม. สมัย คมช. ก็เห็นชอบในหลักการ ให้ ขสมก. มีทั้งเช่า มีทั้งเปลี่ยนแปลงเครื่องยนต์ ตามที่ท่านได้อภิปรายไว้ว่าน่าจะเปลี่ยนแปลง เครื่องยนต์อย่างเดียวเปึนการประหยัดงบประมาณแผ่นดิน ผมอยากเรียนอย่างนี้ว่า ความจริงถ้าผมไม่คิดอะไรเลย เหมือนบางท่านที่เคยเปึนรัฐมนตรีแล้ว อยู่ตรงนี้นาน ก็มีครับ นั่งดู ขสมก. ต่อไปก็ได้ให้เปึนอยู่อย่างนี้ แต่ผมก็อาจจะถูกบางท่านอภิปรายว่า เปึนรัฐมนตรีแล้วไม่ทําอะไร แต่ผมก็คิดว่าในฐานะในโอกาสซึ่งเราได้มีโอกาสมาเปึน รัฐมนตรีกํากับดูแลงานซึ่งเปึนปัญหามาโดยตลอด แล้วก็มีแนวความคิดพ้องต้องกันว่ามันจะต้องแก้ปัญหาให้มันเกิดประโยชน์สูงสุด กับพี่น้องประชาชน ผมเรียนว่าอ้ายการเพียงแต่เอารถเก่ามาเปลี่ยนเครื่องยนต์ ใช้เงินไปล้านกว่าบาท ท่านลองคิดดูครับว่ารถเมล์ ขสมก. ที่ใหม่ที่สุด ๘ ป้ครับ แล้วมี เหลืออยู่ไม่กี่คันครับ อ้ายที่มันเก่าประมาณ ๑๔ ป้มันหมดสภาพ เหลือแต่แชสซีเท่านั้น แหละครับ ถ้าจะเอาเครื่องยนต์ไปเปลี่ยนเปึนเอ็นจีวี ท่านก็เห็นมีข่าวออกมามากมายว่า เครื่องยนต์ที่เปลี่ยนแล้วมีปัญหากับระบบส่งกําลัง เฟ๋องท้ายกระเด้งมาโดนผู้โดยสาร เสียชีวิตเพราะมันสัมพันธ์กันครับ เปลี่ยนแต่เครื่องไม่ได้ครับท่านประธาน มันต้องเปลี่ยน ทั้งเกียร์ เปลี่ยนเฟ๋องท้าย เปลี่ยนเพลากลาง ลงทุนไปกับรถเก่าแล้วก็เปึนรถเก่า เหมือนเดิมครับ คุณภาพชีวิตของคนที่โดยสารรถ ประชาชนไม่ได้อะไรเลยครับ ได้กับ ขสมก. เท่านั้นที่ได้ประหยัดค่าใช้จ่ายไป ได้กับองค์กรทั้งนั้นล่ะครับ แต่ว่าในภาพรวม ทั้งหมดผมเรียนยืนยันว่าการทําอย่างนั้นไม่ทําให้สถานภาพทางการเงินของ ขสมก. พลิกฟุ๋นมาได้เลย เพราะมีรถอยู่เพียง ๓,๕๐๐ คันเท่านั้น วิ่งได้ ๓,๑๐๐ คัน ท่านทราบ ไหมครับ รถเมล์กรุงเทพมหานครปัจจุบันนี้ทั้งหมดที่วิ่งอยู่ทั้งที่จดทะเบียนถูกต้อง ทั้งรถที่ไม่ถูกต้องมากกว่า ๑๗,๐๐๐ คันครับ ขสมก. บริการประชาชน ๓,๕๐๐ คัน วิ่งได้ ๓,๑๐๐ คัน ท่านเห็นไหมครับ เวลาเกิดวิกฤติราคาน้ํามันซึ่งมันขึ้นทุกวัน ซึ่งไม่มี ใครคาดคิดว่ามันจะเปึนอย่างนี้ แทนที่ ขสมก. จะเปึนเมน (Main) หลักในการให้บริการ ประชาชน ณ วันนี้ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติราคาน้ํามัน รถร่วมบริการก็หยุดวิ่งครับ มันก็เกิด ปัญหากับพี่น้องประชาชน ไม่มีรถเพียงพอที่จะให้บริการประชาชน คนไปทํางาน ไม่ทันเวลา นักเรียนก็ไปเรียนไม่ทันเวลาที่เวลาที่โรงเรียนเป่ด ขสมก. เองจําเปึนต้องไปขอ ความร่วมมือไปเช่ารถมาวิ่งเสริมเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ในการเดินทางในช่วง ที่เกิดวิกฤติอย่างนั้น เพราะฉะนั้นผมอยากเรียนท่านประธานว่า ถ้าเราคิดจะแก้ปัญหา ไปวัน ๆ ผมคิดว่าวันนี้ ขสมก. มันก็อยู่อย่างนี้ การบริการประชาชนก็ยังเหมือนเดิม ทุกประการครับ คุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพมหานครจะดีขึ้นไหม ยากครับ แถมต้อง ผลักภาระให้กับคนทั้งประเทศด้วยที่ต้องเสียภาษีอากรให้กับรัฐบาล ต้องอุดหนุนเงิน มาให้กับ ขสมก. เพราะว่าต้องขาดทุนรายเดือนรายป้ ที่ผมกราบเรียนว่าสะสมมาถึงวันนี้ ถึง ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมอยากเรียนอย่างนี้ครับ เมื่อผมได้เห็นสภาพปัญหา ถามว่าคนที่ เปึนรัฐมนตรีต้องมีกรอบแนวคิดไหม ต้องมีครับ มันต้องมีกรอบแนวคิดว่าปัญหาที่เกิดขึ้น มันควรจะแก้อย่างไร ความจริงที่ท่านบอกว่ามีการปัุนแต่งตัวเลขอะไรทั้งหลายทั้งปวง ผมเรียนอย่างนี้ว่าความจริงการเดินรถมันมองง่ายครับ เพราะว่าองค์ประกอบของ การทํากิจการที่ว่านี้มันมีอยู่ไม่กี่อย่างหรอก คือองค์ประกอบหรือปัจจัยหรือว่าอะไรที่ใช้ ในการบริการหรือการโดยสาร มันมีตัวรถครับ มันมีน้ํามัน มันมีคนขับ มันมีกระเปิา อยู่แค่นี้ มันไม่มีตัวอื่น ๆ ที่เห็นว่ามันจะซับซ้อนพอที่จะเอามาทําแล้วบอกว่ามันจะ สามารถป่ดบังหรือทําให้มันเปึนการดําเนินกิจการ การปรับปรุงที่แอบแฝงที่จะนําไปสู่ การที่จะหาผลประโยชน์ได้เลย ผมเรียนตรง ๆ ครับท่านถาวร ขอโทษที่เอ่ยนามท่านอีกที ท่านก็รู้จักเรื่องการเดินรถดี ท่านเปึนผู้แทนราษฎรที่จังหวัดสงขลาซึ่งคนสงขลารัก ผมรู้ ผมไปที่นั่นเขาก็บอกว่า รักท่านมาก ท่านรู้เรื่องการเดินรถดีมาก การโดยสารรถยนต์ การบริการรถยนต์ก็มี แค่นี้ครับ มีรถ มีคนขับ มีกระเปิา ถ้าเปึนรถโดยสารก็มีคนเก็บเงิน มีค่าเชื้อเพลิง ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับ ขสมก. บริหารกิจการแบบนี้มา ๓๑ ป้แล้วขาดทุนย่อยยับ ถามว่าวันนี้ผมเปึนรัฐมนตรีถ้าผมจะทําเหมือนเก่าได้ไหม ถ้าทําเหมือนเก่าก็เหมือนกับ เปึนรัฐมนตรีที่ไม่มีความคิด ก็รู้ทั้งรู้ว่าซื้อรถยนต์มาแล้วก็มีกระเปิา มีเชื้อเพลิง แล้วมัน ขาดทุน ถามว่าถ้าท่านเปึนรัฐมนตรีท่านจะทําอย่างเดิมไหม ไม่ล่ะครับ เปึนผมก็ต้องคิด หาวิธีการใหม่ว่าถ้าซื้อรถมาแล้วมีภาระ มีปัญหาเรื่องของการซ่อมบํารุง เรื่องรถหยุดวิ่ง แล้วขาดโอกาสในการให้บริการประชาชน มีกระเปิาแล้ว มีคนเก็บตั๋ว แล้วก็ไปเอา ตั๋วปลอม ตั๋วผี หรือว่าส่งเงินไม่ครบ หรือแม้แต่การบริหารจัดการโครงข่ายทั้งหมด รถไม่ครอบคลุมทุกเส้นทาง เราก็ต้องกลับมาคิดใหม่ว่าทําอย่างไรให้กรอบแนวคิดของเรา ถ้าเราจะคิดพัฒนาแก้ปัญหาปรับโครงสร้างของ ขสมก. ให้เปึนที่ยอมรับของพี่น้อง ประชาชนเพื่อจะดูแลคุณภาพชีวิตให้มันดีขึ้น เราก็ต้องคิดครับ ถ้าซื้อมันขาดทุนเราก็ต้อง คิดวิธีการอื่น หรือว่าถ้ากระเปิามันทําแล้วมีปัญหาเราก็คิดวิธีการอื่น หรือว่าเชื้อเพลิง วันนี้มันมาจากน้ํามันเราก็ต้องคิดถึงเชื้อเพลิงอื่นซึ่งสามารถทดแทนได้ ก็ถือว่าโชคดี ที่ประเทศไทยเรามีเอ็นจีวีหรือว่าซีเอ็นจีที่สามารถที่จะนํามาเปึนเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อน รถได้ ผมเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน ในกรอบแนวความคิดของผมเพียงแต่ประหยัด ค่ากระเปิากับประหยัดค่าเชื้อเพลิง ผมต้องขออนุญาตท่านประธานว่าขอดึงชาร์ทมาแสดง ท่านประธานดูครับ ค่าจ้างพนักงานเก็บค่าโดยสารวันละ ๑,๒๓๔ บาท อันนี้ต่อวันต่อคัน ค่าเชื้อเพลิงเมื่อก่อนใช้ดีเซล ๓,๕๐๐ บาท ๒ ตัวนี้ถ้าเรามีกรอบแนวคิดในการบริหาร จัดการแค่เรื่องของการประหยัดค่าใช้จ่ายเท่านั้นเอง ๓,๕๐๐ บาท จากดีเซลพอปรับ มาเปึนเอ็นจีวีเท่านั้นล่ะครับ เราประหยัดไปได้ ๑,๗๕๐ บาท โดยประมาณ ตีว่าครึ่งหนึ่ง แต่ความจริงแล้วมีคนที่เขาประกอบการเขาบอกว่าประหยัดไปประมาณ ๒ ใน ๓ ด้วยซ้ํา ๒ ตัวรวมกันครับท่านประธาน คูณไปจํานวนวัน จํานวนเดือน ประหยัดไป ๕๓๗ ล้านบาท ต่อเดือน เท่านี้เองครับท่านประธาน ขสมก. ขาดทุนเฉลี่ยรายเดือนไม่รวมดอกเบี้ยต่อเดือน ประมาณ ๓๙๕ ล้านบาท นี่แค่เรื่องคิดการประหยัด ท่านประธานครับ ขสมก. จะมีรายรับ มากกว่ารายจ่ายต่อเดือนทันที ๑๔๑ ล้านบาท อันนี้ยกตัวอย่างครับ แต่ว่าการคิดอย่างนี้ มันต้องคิดให้มันครบวงจรในการบริการพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นวันนี้ผมอยากเรียน ท่านประธานว่าผมได้ให้นโยบายก่อนที่จะมีโครงการทั้งหลายมาผมเรียนว่ามันมาจาก กรอบแนวคิดในการที่จะฟุ๋นฟูกิจการของ ขสมก. ให้มันพ้นจากสภาวะ ถ้าไม่ทําอะไรเลย อยู่อย่างนี้อีก ๘ ป้ข้างหน้า ขสมก. จะมีสถานะทางการเงินล้มละลาย เพราะจะต้องเปึนหนี้สะสมไปถึง ๑๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ถึงวันนั้นผมก็ไม่มั่นใจว่า ขสมก. จะมีรถวิ่งถึง ๓,๑๐๐ คันหรือเปล่า ถึงวันนั้นวิกฤติการณ์โดยสารของกรุงเทพฯ มันก็ จะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจึงเรียนกับท่านประธานว่าผมก็ให้นโยบายไปกับทางบอร์ด ขสมก. เพราะว่า ขสมก. เปึนรัฐวิสาหกิจ รัฐมนตรีต้องมีนโยบายในเมื่อสภาพปัญหา ขสมก. มันเปึนอย่างนี้ ให้ไปปรับแผนดูสิ แผนซึ่งเคยเสนอในรัฐบาล คมช. ที่ผ่านมา เรื่องของการเช่ากับการเปลี่ยนเครื่องยนต์ด้วย มันมีความเหมาะสมหรือไม่ในสภาวการณ์ ปัจจุบัน เพื่อให้การบริการพี่น้องดีขึ้น เขาก็มีการปรับแผนมาตามแนวทางของการศึกษาว่า ถ้าจะพลิกฟุ๋นองค์กรซึ่งเคยขาดทุนให้มีสถานะทางการเงินดีขึ้น นั่นไม่ใช่เรื่องสําคัญ แต่สําคัญที่สุดก็คือว่าเราต้องทําอย่างไรให้การบริการพี่น้องประชาชนดีขึ้นกว่าเก่า เขาก็ไปทําแผนมาครับ ผ่านความเห็นชอบจากการประชุมของบอร์ด ขสมก. ผมอยากจะ เรียนกับท่านประธานและขออนุญาตด้วยว่า ขออนุญาตได้อ่านสักนิดหนึ่ง มันเปึนเอกสาร แผนงานโครงการว่า ถ้าจะปรับปรุงกิจการ ขสมก. ให้มีประสิทธิภาพเขาคิดทําอย่างไรบ้าง เขาบอกว่าการที่จะปรับแผนโครงสร้างเพื่อฟุ๋นฟูฐานะการเงินของ ขสมก. นั้น ๑. จะต้อง ทําโครงการเปึนการเช่ารถโดยสารปรับอากาศที่ใช้แก๊สเอ็นจีวี จํานวน ๖,๐๐๐ คัน โดยให้ผู้เช่ามีภาระต้องดําเนินการดังนี้ ติดตั้งระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรียกว่าอีทิคเก็ต อันนี้ก็แก้ปัญหาเรื่องของตั๋วที่มันเปึนตั๋วปลอมตั๋วผีทั้งหลาย แล้วก็แก้ปัญหาเรื่องการประหยัดพนักงานบนรถโดยสารและปัายจอดรถโดยสารประจําทาง ติดตั้งระบบตรวจสอบและปฏิบัติการการเดินรถจีพีเอส (GPS) หรือจีพีอาร์เอส (GPRS) มีทั้งการควบคุมรถ แล้วก็ควบคุมการเดินรถไปด้วย แล้วก็มีซีซีทีวี (CCTV) บนรถโดยสารด้วย และที่ปัายจอดรถโดยสารประจําทาง จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการสารสนเทศเพื่อการบริหาร จัดการ จัดหาอู่จอดรถโดยสาร นอกจากที่มีลานจอดรถแล้วยังประกอบด้วยโรงซ่อม สถานที่ทําการสําหรับพนักงาน ขสมก. ปฏิบัติงานที่อู่จอดรถสถานีจ่ายแก๊สเอ็นจีวี และสิ่งอํานวยความสะดวกในการปฏิบัติการ ท่านเห็นไหมครับ เขาบอกว่าถ้าจะฟุ๋นฟู แผนนั้นต้องเช่ารถอย่างเดียว แล้วก็ผลักภาระความเสี่ยงทั้งหมดให้กับผู้ให้เช่าทั้งหมด แล้ว ขสมก. เองจะดําเนินการเพียงการปรับการจัดสรรเส้นทางเดินรถ การปรับโครงสร้าง การบริหารการจัดการอัตรากําลัง การกําหนดจํานวนพนักงานและจํานวนเงินที่ใช้ ในโครงการเกษียณอายุก่อนกําหนด การประยุกต์ใช้สัญญาการบริการเชิงคุณภาพ พีบีซี (PBC) กับเขตการเดินรถ แล้วก็พัฒนาระบบการบริหารงานโดยนําเทคนิคการบริหารงาน แบบใหม่มาใช้ คือการตรวจสอบและการควบคุมภายใน การบริหารความเสี่ยง แล้วก็ การบริหารเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐศาสตร์ คืออธิบายง่าย ๆ ท่านประธานครับ ถ้าคนเข้าใจเรื่องกรอบแนวคิดเรื่องของการเช่าแท็กซี่ ก็จะเข้าใจดี สรุปว่าหาคนหารถมาให้ ขสมก. เช่า รับภาระไปหมด ขสมก. เพียงแต่มีหน้าที่ เอาคนขับไปขับรถ เหมือนคนที่ไปเช่าแท็กซี่มาขับ เขาก็มีอู่แท็กซี่เรียบร้อย ใครอยาก ขับแท็กซี่ก็ไปเช่าแท็กซี่มาขับ คิดเรื่องค่าเช่าเท่าไร เรื่องค่าต้องเติมแก๊สเท่าไรแล้วออกไป วิ่งบริการประชาชนหาผู้โดยสาร เปึนวันเสร็จแล้วก็หักว่าเปึนค่าเช่าเท่าไร ค่าแก๊สเท่าไร ส่วนที่เหลือเปึนของคนเช่า กรอบแนวคิดคล้าย ๆ อย่างนี้ ผมจึงเรียนกับท่านประธานว่า พอเรามีกรอบแนวคิดพอผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการที่เรียกว่า บอร์ด ขสมก. ยังไม่พอครับ ส่งแผนงานโครงการตามกรอบแนวคิดนี่แหละครับ วันนี้รัฐบาลของ ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช เพื่อให้งานการพัฒนาเรื่องการให้บริการการขนส่งมันเดินหน้า ด้วยความรวดเร็ว เขาก็มีคณะกรรมการพัฒนาระบบขนส่งทางราง แล้วก็ขนส่งมวลชน มีท่านนายกรัฐมนตรีสมัครเปึนประธาน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงาน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีผมเปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม มีสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีสํานักงบประมาณ มีปลัดกระทรวงการคลัง มีปลัดกระทรวงคมนาคม มีส่วนราชการหลายส่วนที่รู้เรื่อง การขนส่งไปเปึนกรรมการเพื่อคอยกลั่นกรองงานทั้งหลายก่อนที่จะเข้าสู่ ครม. เพื่อให้เกิด ความรอบคอบมากยิ่งขึ้น ผมเรียนอย่างนี้ว่าแผนงานโครงการทั้งหลายเหล่านี้มันมาจาก กรอบแนวคิดที่ผมเรียนไป มีคนถามว่าแล้วค่าเช่ามันจะเปึนเท่าไร มีคนไปวิพากษ์วิจารณ์ว่า ค่าเช่าแพงทําไมไม่ซื้อ ท่านที่อภิปรายไปแล้วบอกว่าถ้าซื้อหรือว่าเช่ารวม ๆ แล้วเปึนเงิน ๑๘ ล้านบาทเท่านั้น ก็เปึนตัวเลขที่ท่านคํานวณมาครับ แต่ผมเรียนอย่างนี้ว่าเนื่องจาก การบริหารจัดการมีเรื่องอยู่เพียง ๒ ส่วน คือเรื่องค่าเช่าที่เปึนสาระสําคัญ ก็ขออนุญาต อธิบายนิดหนึ่งว่าพื้นฐานกรอบแนวความคิดในการคํานวณโครงการที่บอกว่ามันไม่ใช่ เปึนการปรุงแต่งข้อมูลเท็จ เราไม่ได้คิดเองครับ ขสมก. บริหารกิจการมาโดย ๓๑ ป้ เขามี ตัวเลขไว้หมดครับ จํานวนผู้โดยสารต่อวันเท่าไร ค่าเช่าเดิมเคยมีเท่าไร เขาคิดไว้หมดครับ ผมขออนุญาตท่านประธานอีกครั้งนะครับ เมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๔๓ ตอนนั้นผมไม่ทราบว่า ใครเปึนรัฐบาล ใครเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมไม่ทราบ แต่ผมทราบอย่างเดียว เคยเช่ารถเมื่อป้ ๒๕๔๓ คันละ ๒,๖๕๔ บาท ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบํารุงอีก คือ ๒ อย่าง รวมกันแล้ว ๔,๙๕๔ บาท นี่ค่าเช่าคิดรวมค่าซ่อมเมื่อป้ ๒๕๔๓ ครับ ตอนนั้นราคาน้ํามัน อยู่ที่ ๑๑ บาท ๔๔ สตางค์เท่านั้น ท่านลองคิดดูครับ วันนี้ราคาน้ํามันดีเซลอยู่ที่ ๓๘ บาท เกือบ ๔๐ บาท แต่ที่เราประเมินสมมุติฐานไว้ว่าค่าเช่าควรจะเปึน ๕,๑๐๐ บาท ก็เพื่อให้ ขสมก. มันอยู่ได้ เปึนการสมมุติฐานไว้ก่อนว่ามันควรจะเปึนเท่านี้ แต่ในความเปึนจริง ถ้าเอาฐานคิดอย่างนี้ท่านประธานครับ เพราะว่าค่าเช่าเดี๋ยวนี้มันมีค่าภาษี ค่าอู่ ค่าจัดเตรียมรถสํารอง มันมีค่าภาษี ค่าอู่ ค่าจัดเตรียมรถสํารอง ค่าอีทิคเก็ต ตัวเลขทั้งหมดถ้ายังไม่รวมอีทิคเก็ต จีพีอาร์เอสอยู่ที่ ๕,๕๗๑ บาท อันนี้ก็สูงกว่า ๕,๑๐๐ บาท แต่ถ้ารวมอีทิคเก็ตไปด้วย ๖,๐๐๐ กว่าบาทต่อค่าเช่า ๑ คัน นี่ถ้าเอาฐานคิดตามตัวเลขซึ่งเคยมีคนให้เช่า เมื่อป้ ๒๕๔๓ ต้องไปถามรัฐมนตรีช่วงนั้นว่าเขาคิดย่างไร แต่วันนี้ผมไม่คิดอย่างเก่าครับ เพราะผมมีเจตนาต้องการให้ ขสมก. อยู่ได้ แล้วอยากให้โครงการนี้มันสําเร็จ เพราะว่า เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน นี่เทียบเคียงเมื่อป้ ๒๕๔๓ แต่ถ้าเทียบเคียงวันนี้ครับ ท่านประธานถ้าเราคิดค่าเช่าอยู่ที่ ๕,๕๗๑ บาท นี่คิดแบบปกติเปึนเพดานที่เคยคิดไว้ เมื่อป้ ๒๕๔๓ ถ้าคิดค่าเช่าอย่างนี้ ๑๐ ป้ จะเปึนค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น ๒๐ ล้านบาท ความจริงที่ท่านถาวรคํานวณไว้ ๑๘ ล้านบาทนี่คลาดเคลื่อนเล็กน้อยนะครับ ผมคิดไว้ ๒๐ ล้านบาท มากกว่าท่านคิดด้วยซ้ําครับ แต่ถ้าเทียบเคียงกับบีอาร์ที (BRT) นี่เปึนรถที่วิ่ง อยู่ใน กทม. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอยู่พรรคไหนผมไม่อยากจะบอกครับ แต่เวลา ไปประชุมพรรคเห็นประจําครับ ขออนุญาตต้องบอก พรรคประชาธิปัตย์ครับ ค่าใช้จ่าย ในการซื้อรถบีอาร์ที ๔๕ คัน เปึนเงิน ๓๘๙ ล้านบาท พร้อมเหมาซ่อม ๓ ป้ เมื่อกี้ท่านบอกว่า รถใหม่ไม่ต้องซ่อม แล้วนี่รวมค่าซ่อมไปทําไมครับ ๔๕ คันหาร ๓๘๙ ล้านบาท ตกไป ๘ ล้านบาทเศษ ๆ ท่านประธานครับ นี่ยังไม่รวมระบบการจัดเก็บอีก ๔๐๔ ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการบริหารการจัดการรถบีอาร์ทีอีก ๓๘๐ ล้านบาท รวมทั้งสิ้น ๑,๑๗๔ ล้านบาท เดี๋ยวผมจะหารให้ดู ๔๕ คันครับ ตกไปคันละ ๒๖ ล้านบาท นี่ ๓ ป้ครับ แต่รถตาม โครงการที่ผมคิดไว้ ๒๐ ป้ ๒๐ ล้านบาท แต่พอบีอาร์ที ๓ ป้ ๒๖ ล้านบาท บอกไม่เปึนไร แล้ววันนี้ผมอยากเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ว่า โครงการบีอาร์ทีผมยังนึกสงสัยครับ ไม่รู้จะจดทะเบียนได้หรือเปล่า เพราะว่าประตูขึ้นรถมันไปอยู่ทางขวา เปึนโครงการพิเศษ คนจะไปขึ้นรถต้องข้ามสะพาน ข้ามถนนไปอีกซีกหนึ่งไปขึ้นตรงกลางเกาะพอดีครับ ใช้เงินต่อคันเฉลี่ยแล้ว ๒๖ ล้านบาท คิด ณ ราคาปัจจุบันนะครับ แต่ถ้าเปึนโครงการเช่า ของ ขสมก. ตามที่เราคิดแผนไว้ เพื่อประโยชน์ของประชาชน ราคาปัจจุบันจะอยู่เพียง ๑๔ ล้านบาทเท่านั้นเอง คือเปึนการคิดถัวเฉลี่ยกลับจาก ๒๐ ล้านบาท เมื่อ ๑๐ ป้ ถอยมา เรื่อย ๆ จนถึงป้ที่หนึ่ง ประมาณการว่าอยู่ที่ ๑๔ ล้านบาท อันนี้ผมเรียนกับท่านประธาน ด้วยความเคารพว่า กรอบแนวความคิดอย่างนี้แหละครับ ไม่ใช่เรื่องของการปัุนข้อมูล ที่เปึนเท็จหรอกครับ เพราะเรามุ่งหวังที่จะให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนจริง ๆ เพราะเรารู้ว่าปัญหาของ ขสมก. มันเรื้อรังมาหลายรัฐบาลแล้วก็วันนี้ประชาชน เราเดือดร้อน แล้วนอกจากเรื่องของการเช่ารถมาวิ่งแล้ว ผมอยากเรียนอย่างนี้ว่า แม้แต่โครงข่ายเรื่องการเดินทางมันจะครอบคลุมไปหมด เราจําลองเราล้อมาจากรถไฟฟัา ๙ สาย เพราะเรารู้ว่าการคิดเส้นทางไว้ของรถไฟฟัา ๙ สาย มันมีที่มาที่ไปเรื่องของปริมาณ ผู้โดยสารเรียบร้อยแล้ว ก็ล้อมาหมด มีสายหลัก สายรอง มีวงแหวนรอบนอกรอบใน ครอบคลุมหมด เพราะว่าเราจะใช้ระบบที่เรียกว่าอีทิคเก็ต มีคนถามว่าทําไมตั้ง ๖,๐๐๐ คัน ก็มันต้องครอบคลุมทุกสายทาง ที่ผมเรียนแล้วอย่างนี้ครับ เพราะมัน ๓,๕๐๐ คัน หรือ ๑,๐๐๐ คันไม่ได้หรอก เพราะเราคิดคํานวณสายทางทั้งหมดแล้ว ต้องมีรถวิ่งอย่างน้อย ๖,๐๐๐ คันถึงจะใช้ระบบอีทิคเก็ตสมบูรณ์แบบ ยกตัวอย่างง่าย ๆ สมมุติว่ารถ ขสมก. ไม่มีวิ่งที่บางใหญ่ คนบางใหญ่จะไปซื้อตั๋วอีทิคเก็ตไปทําไมครับ ซื้อแล้วมันไม่มีที่ขึ้น เพราะฉะนั้นจํานวนรถที่จะครอบคลุมทุกสายทางเราก็ประมาณการ คาดคะเนไว้จากหลักการทั้งหมดของการครอบคลุมทุกสายทางก็ประมาณ ๖,๐๐๐ คัน แล้วก็คิดจากตัวเลขรวมทั้งหมดที่บอกว่ารถที่วิ่งอยู่ในสายทางประมาณสัก ๑๗,๐๐๐ คัน ถ้ายุบรถเล็ก รถใหญ่ก็คิดว่า ๖,๐๐๐ คัน ก็จะประมาณเกือบครึ่งหนึ่งหรือครึ่งหนึ่ง ของจํานวนรถที่วิ่งอยู่ทั้งหมด ก็จะกลายเปึนว่า ต่อไปนี้ ขสมก. ก็จะเปึนเมนหลักในการ ให้บริการประชาชนจริง ๆ เราก็ไม่ต้องห่วงว่ารถร่วมทั้งหลายเวลามีการควบคุมค่าโดยสาร แล้วเขาจะไปประท้วงหยุดวิ่ง เพราะเรามีรถแอร์ซึ่งใช้เอ็นจีวีวิ่งครอบคลุมทุกเส้นทาง ในการจะให้บริการพี่น้องประชาชน มีหลายคนห่วงครับว่าถ้ารถแอร์แล้วมันจะทําให้ ค่าโดยสารขึ้นไหม แพงไหม อันนี้เรื่องสําคัญ ผมเข้าใจท่านที่ยื่นญัตติหลายท่าน แต่ผมยังไม่เห็นท่านผู้แทนที่อยู่ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ได้แสดงออกว่าเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้หรือไม่ ที่ผมต้องพูดอย่างนี้เพราะว่าถ้าท่านเห็น แนวความคิดนี้ท่านจะตกใจ เพราะถ้าทําได้จริงอย่างนี้ไม่รู้ว่าเที่ยวหน้าจะมีคนเลือก ต่อหรือเปล่า มันก็เลือกแต่คนที่อยู่พรรคที่เสนอโครงการนี้ ๓๕ บาทตลอดสาย ๓๐ บาท ตลอดวันนี่รถเมล์ รถแอร์เย็นเฉียบ ๙๐๐ บาทตลอดเดือน ก็คือ ๓๐ บาทตลอดวัน คนที่มีรายได้น้อย มีประกันสังคม มี กบข. คนที่ขึ้นทะเบียนคนจนเหลืออยู่ ๖๐๐ บาทต่อเดือน ก็คือ ๒๐ บาทตลอดวัน นักเรียนรายเดือนสูงกว่า ม. ๓ ๖๐๐ บาท คือ ๒๐ บาทตลอดวัน ตั๋วโดยสารรถรายเดือนสําหรับผู้สูงอายุ คนพิการ ๔๕๐ บาท ๑๕ บาทตลอดวัน นักเรียนที่ระดับต่ํากว่า ม. ๓ ลงมา ๑๐ บาทตลอดวัน ท่านประธานครับ ๑๐ บาท ขึ้นได้ทั้งวัน จะกี่ต่อๆ ก็แล้วแต่ขึ้นได้หมดไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม ๑๕ บาทเหมือนกันตลอดวัน ทุกคันขึ้นได้หมด ๒๐ บาทก็เหมือนกัน แล้วมันแพงตรงไหนท่านประธานครับ มีคนกังวลใจ บอกว่าโครงการนี้ไปยกเลิกรถร้อนทําไมไม่ได้ยกเลิก รถร้อนซึ่งเปึนของเอกชนยังวิ่งอยู่ เหมือนเดิม ใครอยากจะขึ้นรถเก่า รถเดิม ๑๕ บาท ๑๐ บาทในราคาเดิมได้เลย ไม่ได้มี ข้อห้ามเลย เพียงแต่ ขสมก. เราก็ปรับโครงสร้างอย่างนี้ เปึนโครงการที่จะพลิกฟุ๋น คุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ให้มันดีขึ้น แล้วก็ไม่เปึนภาระให้กับคนต่างจังหวัดด้วย เพราะจะขาดทุนก็ต้องเอาเงินจากภาษีอากร ของประชาชนทั่วทุกจังหวัดมาอุดหนุนกรุงเทพมหานคร ทีนี้ผมเรียนอย่างนี้ท่านประธานว่า โครงการเบ็ดเสร็จทั้งหมด เวลาไปพูดเรื่องตัวเลขคนจะตกใจครับ มีคนกังวลใจว่า ใช้งบประมาณถึง ๑๑๑,๖๙๐ ล้านบาท ถ้าได้ดูโครงการนี้จริง ๆ จะเข้าใจว่าไม่ได้ใช้เงิน ภาษีอากรแม้แต่บาทเดียวครับ เปึนเรื่องที่ให้เอกชนเขาหารถมาให้เราวิ่ง ๖,๐๐๐ คัน พร้อมวิ่งทุกวันครับ เปึนการเช่ารถวิ่ง ไม่ใช่เปึนการเช่ารถ เพราะว่าเปึนการเช่ารถ รถอาจจะไม่วิ่ง แต่นี่เราเช่ารถมาวิ่งในเส้นทางทั้งหมดที่ครอบคลุมกรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้นพอไปคูณตัวเลขค่าเช่าทั้งหมดนี่ คนก็เลยตกใจว่า ทําไมต้องใช้เงินถึง ๑๑๑,๖๙๐ ล้านบาท ความจริงไม่ใช่เลย วันที่รถมาวิ่งสมมุติว่าโครงการนี้สําเร็จ ผมกําลัง คิดมันเปึนโครงการดีจริง ๆ มันไปชะงักนิดเดียวครับ ตอนที่ท่านไปออกข่าวว่าโครงการ มันไม่โปร่งใสอะไรทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้น ความจริงเรื่องความโปร่งใสหรือไม่โปร่งใส มันยังไม่ถึงเวลาครับ มันมีขั้นตอนของการไปทําทีโออาร์ไปทําประชาพิจารณ์อะไรมาก แล้วนําไปสู่การทําอีออคชั่นหาผู้รับจ้าง ตามสัญญาต้องแข่งขันครับ ถ้าท่านถาวร มีพรรคพวกที่มีรถกรุณาเลยครับ เอาไปร่วมโครงการเลยไม่ขัดข้องครับ ดูสิครับวันที่รถวิ่ง วันแรก ขสมก. หรือรัฐบาลไม่ต้องออกเงินแม้แต่บาทเดียวครับ วิ่งก่อนครับ วิ่งบริการ ประชาชนแล้วก็มานั่งเก็บเงินเปึนค่าเช่ารายวัน ๆ ครบ ๓๐ วันก็ให้ค่าเช่าเขาไปเปึนค่าเช่า เท่าไรเราก็มาหักเปึนค่าแก๊ส ค่าคนขับ มีส่วนต่างตามที่คํานวณไว้ให้ท่านดูแล้วว่าป้แรก คิดว่าจะมีส่วนต่างของรายได้มากกว่ารายจ่ายประมาณสัก ๔๐๐-๕๐๐ ล้านบาท เขาคิดไว้ในอนาคตว่าถ้าถึง ๑๐ ป้ ขสมก. จะมีเงินสะสมถึง ๓๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพื่อจะนําไปชําระหนี้เดิม ๆ ที่เคยมีไว้ในอดีตที่ผ่านมา หรือก็ไว้ไปใช้ในการพัฒนา ระบบการขนส่งให้มันดีขึ้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ที่ผมต้องกราบเรียนทําความเข้าใจเพราะว่า เอาข้อมูลกรอบแนวความคิดของผมไปบิดเบือนจนเกิดความเสียหายหมด แม้แต่ตัวเลข ทั้งหลายทั้งปวงที่บอกว่าเปึนการปรุงแต่ง ผมเรียนด้วยความเคารพว่า ผมเรียนยืนยันว่า ตัวเลขทุกตัวอธิบายความได้หมด แล้วการหาผู้รับจ้างก็ไม่ใช่เปึนการล็อกสเปกอะไร หรอกครับ เพราะใช้ระบบอีออคชั่น ผมยังนึกอยู่ถ้าโชคดีเราก็จะมีคนมาร่วมโครงการนี้ ความฝัน ความมุ่งหวังที่จะให้คุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพมหานครดีขึ้นมันก็จะต้อง เปึนจริง แต่ก็ยังหวั่น ๆ อยู่ว่ามันจะมีคนมาลงทุนไหมที่จะต้องซื้อรถมาให้เช่าใช้เงินลงทุน ถึง ๕๕,๐๐๐ ล้านบาท แล้วต้องมาวางหลักประกันให้กับ ขสมก. อีก ที่ท่านบอกประมาณสัก ๕,๐๐๐ ล้านบาท จริง คิดคํานวณจากประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ จาก ๑๑๑,๖๙๐ ล้านบาท ประมาณนั้นแหละครับ ต้องลงทุนเสร็จแล้วต้องมาวางหลักประกันว่าจะมีรถวิ่งจริง ๆ วันละ ๖,๐๐๐ คัน ถามว่ามันเสียหายตรงไหนท่านประธานครับ เปึนหลักประกันในการ ให้บริการประชาชนดีขึ้น แล้วก็ไม่ต้องเปึนภาระให้กับพี่น้องประชาชนคนต่างจังหวัด ซึ่งไม่ได้ใช้รถ ขสมก. ก็เปึนแนวความคิดหนึ่ง ซึ่งกําลังเดินหน้าไปด้วยความเรียบร้อยครับ ผมเรียนด้วยความเคารพว่าที่ท่านทั้งหลาย ได้ยื่นญัตติอภิปรายผม ผมก็ยังงง ๆ อยู่ เพราะมันเปึนโครงการซึ่งมันยังไม่ได้เกิดอะไรเลย เปึนเพียงแนวความคิดเท่านั้นเอง ซึ่งต่อไปนี้อาจจะเปึนบรรทัดฐานอย่างนี้ล่ะครับ รัฐมนตรีถ้าจะคิดอะไรต้องเตรียมหากรอบหาหลักการทั้งหลายมาประกอบเพื่อจะอธิบาย ในวันที่จะมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย ผมเรียนด้วยความเคารพครับ ตัวเลข ที่ท่านได้กล่าวหาอีกว่ามีผลประโยชน์ประมาณ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ผมไม่ทราบว่า มันมาจากไหน เพราะผมไม่มีความรู้จริง ๆ แต่ว่าท่านถาวรคงเคยคํานวณแล้วว่าที่มาที่ไป มันเปึนอย่างไร หรือแม้แต่เรื่องของการปรุงแต่งโครงการ ผมเรียนตรง ๆ มันเคยมี เหมือนกันครับ ตอนสมัยโครงการทางด่วนรถลอยฟัาจากกรุงเทพ-ชลบุรี ไปเขียนตัวเลข ของคนขึ้นมหาศาลเสร็จแล้ววันนี้ขาดทุนทุกวัน แต่ตอนที่สร้างรัฐบาลไหนผมไม่ทราบ แต่วันนี้เห็นแล้วผมเรียนอย่างนี้ว่า ถ้าผมคิดจะหาประโยชน์จริง ๆ ทําไมผมจะต้อง คิดค่าเช่ามาจาก ๕,๑๐๐ บาท อันนี้เปึนสมมุติฐาน มันยังไม่ได้เกิดนะครับ ถ้าผมคิด จะหาประโยชน์หรือว่าใครคิดหาประโยชน์มันควรจะคิดจากฐานตัวเลขซึ่งเคยมี ในป้ ๒๕๔๓ ก็คือประมาณ ๕,๕๗๐ บาท นั่นแหละครับถ้าคิดว่าเรื่องหาผลประโยชน์ เพราะฉะนั้นผมเรียนด้วยความเคารพว่าผมต้องทําความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนที่อยู่ทางต่างจังหวัด ซึ่งต้องอุดหนุนเงินงบประมาณให้กับ ขสมก. แล้วกับพี่น้องชาวกรุงเทพมหานครว่ากระทรวงคมนาคม ผมเปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ผมมีกรอบแนวความคิดอย่างนี้ เปึนกรอบแนวความคิดที่จะก่อให้เกิด ประโยชน์พี่น้องประชาชน โดยไม่ได้คิดถึงเรื่องผลประโยชน์ เพราะว่าตัวเลขของ ผลประโยชน์มันอยู่ตรงไหน มันไม่ใช่วิธีการซื้อที่จ่ายเงินเปึนก้อนนะครับ อันนี้เขาจ่ายเงิน เปึนวัน เหมือนขับรถเบนซ์แล้วเห็นเหรียญสลึงลงเก็บ มีที่ไหนเขาทํากันท่านประธานครับ แต่สิ่งที่เรามุ่งหวังก็คือว่าอยากให้คนกรุงเทพมหานครซึ่งชื่นชมยินดีกับพรรคการเมืองหนึ่ง เขาได้ตระหนักได้ว่าคุณภาพชีวิตของพี่น้องที่มันแย่มาวันนี้มีคนคิดแล้วในการที่จะพัฒนา ปรับปรุงให้คุณภาพที่ดีขึ้น ท่านประธานครับในช่วงนี้ผมขออนุญาตที่จะชี้แจงเท่านี้ก่อนครับ